ÃÐàºÕºÇÔ ÕÇÔ ÑÂ Ò ÃÑ»ÃÐÈÒʹÈÒʵÃ

Size: px
Start display at page:

Download "ÃÐàºÕºÇÔ ÕÇÔ ÑÂ Ò ÃÑ»ÃÐÈÒʹÈÒʵÃ"

Transcription

1 ÃÐàºÕºÇÔ ÕÇÔ ÑÂ Ò ÃÑ»ÃÐÈÒʹÈÒʵà Public Administration Research Methodology ¾ÃóÔÅÑ ¹ÔµÔâà ¹

2 คานา ตาราเล มน เป นเอกสารประกอบการเร ยนในว ชาระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร ของ ว ทยาล ยการจ ดการเพ อการพ ฒนา มหาว ทยาล ยท กษ ณ (TSU-MDC) ซ งผ เข ยนม ความต งใจให ผ อ านทา ความเข าใจก บระเบ ยบว ธ ว จ ยเช งร ฐประศาสนศาสตร อย างง าย แต ครอบคล มในภาพรวมของ กระบวนการว จ ยท งหมด หว งว าตาราเล มน จะม ประโยชน ต อน ส ตและผ ท สนใจในระเบ ยบว ธ ว จ ยได นาไปใช ในการเร ยน การ สอน และการทางานอย างม ประส ทธ ภาพ ประส ทธ ผลมากข น โดยการรวบรวมเน อหาท เก ยวก บระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร ของน กว ชาการหลายท าน ท งน กว ชาการภายในประเทศและน กว ชาการต างประเทศ เพ อให ได เน อหาท เก ยวข องก บว ธ การดาเน นการ ว จ ยอย างสมบ รณ ในข นพ นฐาน อาจารย ดร. พรรณ ล ย น ต โรจน อาจารย ประจาว ทยาล ยการจ ดการเพ อการพ ฒนา (TSU-MDC) มหาว ทยาล ยท กษ ณ

3 บทท 1 ความร เบ องต นเก ยวก บระเบ ยบว ธ ว จ ย แนวความค ดเก ยวก บระเบ ยบว ธ ว จ ย 1. แนวค ดเบ องต นในการว จ ย 2. การกาหนดกรอบความค ดจากการสารวจทฤษฏ ต วแปรในการศ กษา การสร างมาตรว ดในการว ดต ว แปร การกาหนดสมมต ฐาน 3. การกาหนดระเบ ยบว ธ ในการศ กษา 1. การกาหนดร ปแบบในการว จ ย 2. การกาหนประชากรและการส มต วอย าง 3. การสร างเคร องม อว ด 4. การเก บรวบรวมข อม ลและการว เคราะห ข อม ล 4. การนาเสนอข อม ลและการเข ยนรายงาน ความหมายของการว จ ย ความหมายท 1 การค นคว าเพ อหาข อม ลอย างถ ถ วนตามหล กว ชาการ 1 ความหมายท 2 การค นหาหร อตรวจสอบอย างละเอ ยดถ ถ วนหร อการค นคว าทดลองโดยม เป าหมายเพ อการค นพบข อเท จจร งใหม ๆและแปลความหมายของข อเท จจร งเหล าน นอย างถ กต องเพ อการ ปร บแก ข อสร ปทฤษฏ ตลอดจนกฎเกณฑ ต างๆท ยอมร บก นแต เด มให ถ กต องย งข น โดยอาศ ยข อเท จจร ง ใหม ๆท ค นพบเพ มเต มเหล าน หร อเพ อการประย กต ใช ข อสร ป ทฤษฏ และกฎเกณฑ ใหม ๆท ได ค นพบหร อ ปร บแก แล วน น 2 1 พจนาน กรม ฉบ บราชบ ณฑ ตยสถาน พ.ศ Webster s Third New International Dictionary ; 1981, 1930 Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 2

4 ถ กต อง 4 ความหมายท 5 เป นการแสวงหาความร ความจร ง ด วยว ธ การท ม ระบบและเช อถ อได โดยอาศ ย ความหมายท 3 เป นเร องการศ กษาค นคว าเพ อหาข อพ ส จน หร อคาตอบหร อหาข อเท จจร ง บางอย างท อาจจะไม ม การค นพบในเร องน นๆมาก อนหร ออาจม กา รค นพบมาแล วแต เม อเวลาเปล ยนไปก ต องม การค นพบใหม อ กคร ง 3 ความหมายท 4 เป นกระบวนการแสวงหาความร ความเข าใจ ท ถ กต องในส งท ต องการศ กษา ม การเก บรวบรวมข อม ล การว เคราะห และกาต ความผลท ได จากการว เคราะห ท งน เพ อให ได มาเพ อคาตอบท ระเบ ยบว ธ ทางว ทยาศาสตร เพ อให ได ความร ใหม ท เป นคาตอบป ญหาตามว ตถ ประสงค ท กาหนดไว ช ดเจน 5 ความหมายท 6 คาว า ว จ ย เป นคาท ใช ในความหมายสม ยใหม ในวงว ชาการ เป นก จกรรมอย าง หน งของส งคมสม ยใหม แต เด มน นมาจากภาษาบาล ว า ป ญญา- การว จ ยน นเป นล กษณะหน งของการใช ป ญญา พร อมท งทาให เก ดป ญญา หร อทาให ป ญญาพ ฒนาข น ถ าแปลตามร ปศ พท ว จ ยแปลว า ค นหา- หร อ ส บค น- เพ อท จะเอาส งท ต องการให ได หร อเท ยวสอดส องหาให เจอส งท ต องการ ซ งแบ งความหมายได เป น 4 ระด บค อ 1) ค นหาความจร ง 2) ค นหาส งท ด ส งท ต องการ ส งท เป นประโยชน 3) ค นหาทางท จะทาให ด หร อว ธ การท จะทาให ด และ 4) หาว ธ ท จะทาให สาเร จ 6 ความหมายท 7 เป นกระบวนการท อย ภายใต การควบค มและใช ว จารณญาณในการศ กษาข อม ล เช งประจ กษ ของปรากฏการณ ธรรมชาต โดยม ทฤษฏ และสมมต ฐานเป นเคร องนาทางสาหร บค นพบ ความส มพ นธ ของปรากฏการณ ธรรมชาต เหล าน น 7 สร ป การว จ ยค อการค นหา โดยใช กระบวนการทางว ทยาศาสตร ในการพ ส จน ตรวจสอบความ จร งอย างม หล กการปละสามารถอธ บายได ด วยหล กฐานเช งประจ กษ เป นการสร างองค ความร ใหม หร อเข าใจ องค ความร เด มท ม มาอย างล กซ ง ทาให เก ดป ญญาและแก ป ญหาต างๆได ตามเป าหมายท กาหนด 3 เท ยนฉาย ก ระน นท และ จร ล จ นทล กขณา ; 2534,8 4 ส ชาต ประส ทธ ร ฐส นธ ; 2540, 1 5 นงล กษณ ว ร ชช ย ; 2543, 47 6 พระธรรมป ฎก : 2539, 3 7 Kerlinger ; 1986,10 Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 3

5 ความสาค ญของการว จ ย 1. การศ กษาด วยว ธ ว จ ย จะช วยพ ฒนาคน ท เป นส วนสาค ญในการพ ฒนาประเทศให เป นผ ม ป ญญา ม ความสามารถในการส งเกต ซ กถามและแสวงหาคาตอบและส อสาระข อเท จจร งอ นจะนาไปส องค ความร และพ ฒนาองค ความร ได ด วยต วเอง เก ดการเร ยนร ด วยการว จ ยตลอดช ว ต 2. ม การแลกเปล ยนประสบการณ อ นทรงค ณค า ม การค ดพ จารณาด วยสมอง ม กาสรว เคราะห เหต การณ ในการปฏ บ ต งาน ม การสร างสรรค ส งคมแห งการเร ยนร เพ อความก าวหน าและม นคงของประเทศ และประชาคมโลก ทาให เก ดความก าวหน าและนาว ทยาการใหม ๆท ได จากการศ กษาว จ ยมาใช ให เก ดประโยชน แก มวลมน ษย 3. การว จ ยสามารถตอบสนองความต องการทางว ชาการ กล าวค อ สามารถแสวงหาความร ความเข าใจ เก ยวก บการสร างทฤษฏ ท เก ดข นจากปรากฏการณ ท ศ กษา ความร หร อข อค นพบท ได จากการว จ ยจะ เป นพ นฐานในการว จ ยคร งต อๆไป เพ อความก าวห น าในแต ละสาขาว ชาและอาจม ผ นาไปใช ประโยชน ต างๆได 4. การว จ ยสามารถหาแนวทางในการแก ป ญหาท เก ดข นได ม ข อสร ป ข อค นพบและแนวทางในการ แก ป ญหาต างๆอย างเป นร ปธรรมในเช งปฏ บ ต ไม ใช เป นแนวค ดในเช งทฤษฏ ท ไม สามารถนาไปส การปฏ บ ต ได ด งน นการว จ ยจ งเป นการเช อมช องว างระหว างแนวค ดทฤษฏ ก บการปฏ บ ต ให ช งว าง เหล าน นใกล ช ดก นมากข นหร อม น อยลง 5. การว จ ยเป นการแสวงหาคาตอบอ นถ กต องต อป ญหาหร อคาถามท ต งไว ตามเป าหมายของการว จ ย อย างเป นระบบระเบ ยบว ธ ท เช อถ อได และรวมท งขจ ดข อบกพร องท อ าจจะม ได ในการค นคว า แสวงหาความร อย างม หล กเกณฑ ซ งอาจจะใช ว ธ การหลายๆว ธ เพ อย นย นหร อปฏ เสธคาตอบท เป น ป ญหาในการศ กษา Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 4

6 ประโยชน ของการว จ ย 1. เพ อเก ดองค ความร ใหม ในทางว ชาการ ในการแก ป ญหาท เก ดข นใหม ๆ 2. เพ อม ระบบในการศ กษาอย างเป นว ทยาศาสตร และสามารถตรวจสอบพ ส จน ได 3. เพ อย นย นหร อปฏ เสธเหต การณ ต างๆท เก ดข นอย างม หล กฐานเช งประจ กษ 4. เพ อม ย ทธว ธ สาหร บการเสร มสร างทางเล อกใหม ๆท จะนามาพ ฒนาประเทศและส งคม 5. เพ อสร างให เก ดบ คคลท เป นน กค ด บ ณฑ ตหร อผ ร ในการแสวงหาแนวทางในการแก ป ญหาต างๆท เก ดข นในส งคม เป าหมายของการว จ ย เป าหมายแรก การว จ ยเป นภาระท ย งใหญ เป าหมายส งส ดของการว จ ยค อ การสร างกา ร เปล ยนแปลง - ด งน นการสน บสน นการว จ ยจ งเป นการสน บสน นให ม การสร างความเปล ยนแปลง ผ ทางาน สน บสน นหร อจ ดการงานว จ ยและน กว จ ยต องม จ นตนาการ - ต อการเปล ยนแปลง ม ความม งม นเพ อการ สร างสรรค ม ความส ขท ได ทาให จ นตนาการเป นจร ง 8 เป าหมายท สอง ค อเพ อบรรยาย เพ ออธ บาย เพ อทานายหร อควบค ม ปรากฏการณ ต างๆ อ นจะช วย พ ฒนาช ว ตและความเป นอย ของมวลมน ษย และส งคมให ด ข น 9 ด งน น จะพบว า การว จ ยม เป าหมายสาค ญท จะให บ คคลระด บต างๆ ท งประชาชนท วไป น ส ต น กศ กษาในระด บต างๆ ได ม ความเข า ใจในระเบ ยบว ธ พอเป นแนวทางในการศ กษา แสวงหาความร และใช ว ธ การด งกล าวในการเร ยนร ด วยตนเอง ตามกรอบของแต ละสาขาหร อใช ประโยชน จากผลการว จ ยเป น แนวทางในการดารงช ว ตอย างม ค ณภาพ 8 ว จารย พาน ช : 2540,17 9 นงล กษณ ว ร ชช ย : 2543,47-48 Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 5

7 บทท 2 ประเภทของการว จ ย 1. การว จ ยเช งค ณภาพ 2. การว จ ยเช งปร มาณ การว จ ยเช งค ณภาพ เป นการว จ ยท ไม เน นข อม ลต วเลข เน นหารายละเอ ยดต างๆของกล มประชากรท ทาการศ กษา เพ อให เก ดความร ความเข าใจในเร องน นๆ ข อม ลอาจมาจากหน วยท ต องการศ กษาเพ ยงไม ก หน วย ไม ก ช มชน ไม ก กล ม โดยอย บนพ นฐานของแนวค ดปรากฏการณ น ยม (Phenomenology) ให ความสาค ญก บความร ส ก โลก ท ศน ความหมายและว ฒนธรรม เน นการเข าไปส มผ สข อม ลหร อปรากฏการณ โดยตรง และม งให เก ด สมมต ฐานและข อสร ปใหม ๆมากว าพ ส จน สมมต ฐานเด ม แสวงหาความร โดยพ จารณาปรากฏการณ ส ง คม จากสภาพแวดล อมความจร งในท กม ต เพ อหาความส มพ นธ ของปรากฏการณ ก บสภาพแวดล อมท เก ดข น สนใจข อม ลท เป นนามธรรม (abstract) ม กใช เวลาในการศ กษา ต ดตาม ระยะยาว ใช การส งเกตแบบม ส วน ร วมและการส มภาษณ แบบเจาะล ก เป นหล กในการรวบรวมข อม ล และเน นว เคราะห ต ความข อม ลแบบ อ ปน ย (Inductive) เป นหล ก ในทางส งคมศาสตร จะศ กษาปรากฏการณ ทางส งคม ซ งม ล กษณะเฉพาะด งน 1. ม ความหมาย ซ งเก ดจากการต ความของผ ท อย ในปรากฏการณ หร อส งคมน นๆ ระบบว ฒนธรรมจะ เป นต วกาหนดแนวทางในการต ความหมายน น 2. ม ความสล บซ บซ อน เพราะพฤต กรรมมน ษย แสดงออกมา ม ท งพฤต กรรมท ปรากฏและพฤต กรรมท ไม แสดงออกมา เป นเร องของจ ตใจ ยากท จะเข าใจ 3. ม ความเปล ยนแปลงเสมอ ยากท จะคาดคะเนได แต สาหร บความเข าใจในเหต และผลในเช งทฤษฏ แล ว อาจคาดการณ ได บางส วน 4. ม ความเก ยวพ นซ งก นและก น เช นพฤต กรรมทางส งคมม ความส มพ นธ ก บเคร อญาต หร อว ฒนธรรม หร อว ยร นม ความส มพ นธ ก บส อโฆษณา เป นต น 5. ม ความแตกตางก นในแต ละสถานการณ และเง อนไข แม ว าเป นพฤต กรรมของคนๆเด ยวก น แต ใน ต างสถานท ต างเวลา อาจม ความแตกตางก นได ข นอย ก บล กษณะท ง 4 ประการข างต น Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 6

8 การว จ ยเช งปร มาณ เน นข อม ลท เป นต วเลขเป นหล กฐานย นย นความถ กต องของข อค นพบและข อสร ปต างๆของเร องท จะทาการว จ ย ใช ได กว างขวางถ าสามารถพ ส จน ได ว าใช ระเบ ยบว ธ ท เหมาะสมและได คาตอบท ถ กต อง และ ข อค นพบสามารถนาไปขยายผลในขอบข ายท กว างออกไป ความแตกต างระหว างการว จ ยเช งปร มาณและการว จ ยเช งค ณภาพ ความแตกต าง การว จ ยเช งปร มาณ การว จ ยเช งค ณภาพ ล กษณะของว จ ย เน นข อม ลต วเลขเป นหล ก เน นข อม ลเก ยวก บความร ส กน กค ด ว ตถ ประสงค 1. ต องการทดสอบทฤษฏ 2. ต องการสร ปข อม ลจานวนมาก 3. การเข าใจความถ กต องของส งท ปรากฏอย 1. ต องการสร างทฤษฏ ใหม 2. ต องการข อม ลเช งล ก 3. ต องการเข าใจความหมายของส งท ศ กษา สมมต ฐาน สร ปสมมต ฐานจากกรอบทฤษฏ อาจม หร อไม ม ก ได ทฤษฏ ท ใช ม ทฤษฏ เป นกรอบในการศ กษา ไม จาเป นต องม ทฤษฏ แต เป นการสร างทฤษฏ จาก ผลการศ กษา ร ปแบบการว จ ย - Survey Research - Field Research - Experimental Research - Documentary Research ประชากร เล อกจากประชากรท งหมด อาจใช Probability / Non-probability Sampling เจาะจงเฉพาะกล มท ต องการศ กษา เป นกรณ ศ กษา ซ งไม สามารถเป นต วแทนท งหมดได ว ธ การเก บรวบรวม ข อม ล 1. แบบสอบถาม 2. ส มภาษณ แบบม โครงสร าง ว ธ ว เคราะห ข อม ล ใช สถ ต - เช งบรรยาย (Descriptive Statistics) - เช งอน มาน (Inferential Statistics) การสร ปผล จากข อเท จจร งท รวบรวมได จากสถ ต ท ใช ทดสอบ ว ธ แสวงหาความร ความจร ง ใช ว ธ อน มาน (Deductive Reasoning) 1. ส มภาษณ เช งล ก 2. ส มภาษณ กล ม 3. ส งเกต สร ปแบบอ ปน ย (Inductive Conclusion) จากข อเท จจร งท ได จากการส มภาษณ และ ปรากฏการณ ท ได จากการส งเกต โดยเช อมโยง เก ยวข องส มพ นธ ก น ใช ว ธ อ ปมาน (Inductive Reasoning) Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 7

9 ว ธ แสวงหาความร ความจร ง แนวทางท 1 การแสวงหาความร แบ งเป น 2 ว ธ ใหญ ๆค อ 1. เหต ผลเช งอ ปมาน (Inductive Reasoning) เร มต นจากข อเท จจร งเฉพาะ ท ได จากประสบการณ หร อ เหต การณ ท ศ กษาและนาไปส ข อสร ปหร อกฎเกณฑ เป นการหาจากส วนย อยไปส ส วนใหญ เช นการ ว จ ยเช งค ณภาพ 2. เหต ผลเช งอน มาน (Deductive Reasoning) เร มจากหล กเกณฑ หร อข อเท จจร งท วไป แล วนาไป ทดสอบ ย นย นด วยการรวบรวมข อเท จจร ง เป นการหาจากส วนใหญ ไปหาส วนย อย เช นการว จ ยเช ง ปร มาณ แนวทางท 2 การแสวงหาความร แบ งตามปร ชญาของการศ กษา เป น 2 ว ธ ใหญ ๆค อ 1. ปฎ ฐานน ยม (Positivism) 1. ปรากฏการณ ต างท เก ดข นตามธรรมชาต สามารถอธ บายได ด วยกฎเกณฑ ต างๆท ม อย ในธรรมชาต 2. มน ษย สามารถร บร ได จากประสาทส มผ สท ง 5 3. สามารถพ ส จน ย นย นได ด วยประสบการณ ส งท ท กคนร ร วมก นและเหม อนก น เร ยกว า ความจร ง ว ตถ ว ส ย (Objective Truth) ส งท ท กคนร บร เฉพาะบ คคลใดบ คคลหน ง เร ยกว าความจร งอ ตว ส ย (Subjective Truth) ซ งเช อถ อได น อยกว าความจร งว ตถ ว ส ย 4. จ ดม งหมายท สาค ญ เพ ออธ บาย ทานาย และควบค มปรากฏการณ น นได 5. ใช ว ธ การทางว ทยาศาสตร ในการศ กษาปรากฏการณ และพฤต กรรมของมน ษย ในส งคม เพ อ ค นพบกฎเกณฑ หร อทฤษฏ ท จะใช อธ บายปรากฏการณ ธรรมชาต หร อพฤต กรรมของมน ษย ใน ส งคมได 6. ใช เคร องม อต างๆโดยว ดผลจากเคร องม อเหล าน นให ได ข อม ลเป นต วเลขหร อข อม ลเช งปร มาณ ซ งสามารถนามาว เคราะห ด วยสถ ต ได 2. ค ดค านปฎ ฐานน ยม (Anti-Positivism) 1. อ ตภาวะน ยม (Existentialism) ค อแนวค ดท เก ยวก บการม ช ว ตอย ด วยตนเอง ตามความเช อ ของแต ละบ คคล ซ งเป นความจร งอ คว ส ย (Subjective Truth) 2. ปรากฏการณ น ยม (Phenomenology) ค อแนวค ดท เช อว ามน ษย ท กคนม จ ตสาน กท จะร ส ก น กค ด เป นต วกาหนดความหมายของประสบการณ ในแต ละ บ คคล ไม ควรเช อจากคา พรรณนาของส อมวลชน แต ให แสวงหาข อเท จจร งจากประสบการณ ตรงในเร องน น 3. ชาต พ นธ ว ทยา (Ethno methodology) ค อแนวค ดท เก ยวข องก บการม ช ว ตอย ด วยการให ความหมายต อโลกแห งช ว ตประจาว น ในแต ละส งคมม ความเช อต อก นอย างไรและปฏ บ ต Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 8

10 ต อก นอย างไร เป นการศ กษาให เข าใจก จกรรมต างๆท มน ษย ม ต อก นภายใต ส งคมใดส งคม หน ง 4. ส ญล กษณ ปฏ ส มพ นธ น ยม (Symbolic Interactionism) ม ความเช อพ นฐานสร ปได 3 ประการค อ 1. มน ษย ม ปฏ ส มพ นธ ต อส งต างๆบนพ นฐานของความหมายท เขาให ต อส งน น 2. กระบวนกา รให ความหมายและต ความหมายแก ส งต างๆโดยผ านส ญล กษณ เป น กระบวนการท ดาเน นไปอย างต อเน อง 3. กระบวนการให ความหมายและต ความหมายแก ส งต างๆท เก ดข นในบร บทของ ส งคม บ คคลแต ละคนจะปร บพฤต กรรมของตนเองต อบ คคลอ นและค ดถ งบทบาท ของบ คคลอ นท ม ต อตนเอง แนวทางท 3 ว ธ การแสวงหาความร ตามหล กธรรมชาต แบ งออกเป น 2 ส วนค อ 1. แนวทางเช งเหต ผล (Rational Approach) ค อการเร ยงลาด บความเข าใจตามหล กต างๆของแต ละองค ความร ท จะทาให ได องค ความร ข นมา โดยการใช หล กเหต ผลหร อผ ชานาญ โดยให มน ษย เข าใจกฎ ต างๆของธรรมชาต โดยนาหล กพ นฐานท ม อย มาประมวลให เก ดความร ความเข าใจในสถานการณ ท เป นสาเหต ของป ญหา การค นหาจะเร มต นจากความเข าใจในเหต การณ อย างสมบ รณ และใช ความ เช อจากความร ท งหมดมากแก ป ญหาจากกฎธรรมชาต การค นหาจะได ความเ ข าใจใหม ท เป นความ จร งพ นฐาน (Basic Truths) 2. แนวทางเช งประจ กษ (Empirical Approach) ประกอบด วยคาถามต างๆ ตามความส มพ นธ ตาม สมมต ฐานและกฎท อาจเช อได ว าเป นความจร ง ต องม กระบวนการในการพ ส จน ความเช อเหล าน น ว าถ กต อง แต ละคนต องต ดส นใจตามความเช อท จะนาไปส ความสามารถในการทานายเหต การณ ต างๆตามท ส งเกตได 3. แนวทางว ทยาศาสตร (Scientific Approach) ม ส วนผสมระหว าง Empirical Approach and Rational Approach ท ส มพ นธ ก นอย างม ระบบ Christensen, 1980 ช ว า scientific method จะใช แนวค ดระบบในการแสวงหาความร ท จะยอมร บ หร อปฏ เสธสมมต ฐานหร อทฤษฏ ในขณะท scientific techniques จะใช เคร องม อในการพ ส จน ทาง ว ทยาศาสตร และแนวทางว ทยาศาสตร (Scientific Approach) เป นการใช ตรรกะ ค อแนวทางในความเป นเหต และผล ท กาหนดว การแก ป ญหาและ ใช ว ธ การว ทยาศาสตร ท จะศ กษาร ปแบบของสาเหต และผล โดยใช ข อม ลเช งประจ กษ Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 9

11 ว ธ การแสวงหาความร ความจร ง Theories Deductions Generalizations Observation Context of discovery Theories Context of Justification Evidence Deductions Inductions Retroduction Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 10

12 บทท 3 กระบวนการในการดาเน นการว จ ย 1. ขอบข ายของการว จ ยและการต งป ญหาการว จ ย เป นการกาหนดห วเร องท ต องการศ กษา ซ งเป น จ ดเร มต นในการศ กษา จะม ผลต อกระบวนการต างๆต อไป 2. การสารวจและการทบทวนวรรณกรรมท เก ยวข อง เป นการรวบรวมองค ความร ท ม อย ท เก ยวข องก บ การศ กษา ท จะมาซ งคาตอบของป ญหาการว จ ย ท อาจประมวลจากเอกสารทางว ชาการ ผลงานว จ ย และเอกสารทางว ชาการอ นๆ 3. การกาหนดสมมต ฐานเพ อการทดสอบ เป นการกาหนดความส มพ นธ ระหว างต วแปรหร อแนวค ด เพ อการทดสอบว าเป นความจร งหร อไม การพ ส จน โดยรวบรวมข อม ลมาย นย นตามสมมต ฐานท กาหนด โดยเฉพาะการว จ ยเช งปร มาณ จาเป นอย างย งท ต องม สมมต ฐาน 4. การเล อกร ปแบบการว จ ย เป นการกาหนดว ธ การศ กษาท ส มพ นธ ก บป ญหา กรอบความค ดและเล อก ว ธ การเก บข อม ลท สอดคล องก บสมมต ฐาน โดยการเล อกร ปแบบการว จ ยต องเล อกว ธ การศ กษาโดย กาหนดก จกรรมตางๆท ต องการทา ต งแต การเล อกต วแปร การเล อกว การเก บรวบรวมข อม ลและ เล อกว ธ ว เคราะห ข อม ลท จะตอบป ญหาการว จ ย 5. การกาหนดประชากรเป าหมายและการส มต วอย าง เป นการกาหนดหน วยท ต องการศ กษาหร อหน วย ท ใช ในการเก บข อม ล อาจเป นค ณสมบ ต ของบ คคล กล ม องค การ ส งคม หร อพ นท แล วแต เป าหมาย การว จ ย ซ งจะม ผลกระทบต อการเก บรวบรวมข อม ลและการว เคราะ ห ข อม ล ซ งจะแตกตางไปตาม เคร องม อท ใช ในการว จ ย 6. การน ยามปฏ บ ต การและการสร างเคร องม อช ว ด ค อการแปลงความหมายของแนวค ดออกเป นสภาพ ความเป นจร ง เพ อช วยให สามารถเก บรวบรวมข อม ลได ซ งการน ยามจะส มพ นธ ก บการสร าง เคร องม อว ด โดยคาถามต างๆในเคร องม อว ดจะส มพ นธ ก บน ยามหร อม ส วนเก ยวข องก บความหมาย ของต วแปรหร อแนวค ด 7. การเก บรวบรวมข อม ล เป นกระบวนการท จะได มาซ งข อม ลท ตอบป ญหาการว จ ย โดยม ว การต างๆ ท งการได ข อม ลปฐมภ ม ได แก การส งเกต การส มภาษณ และการออกแบบสอบถาม และการได ข อม ลท ต ยภ ม ได แก การรวบรวมเอกสารหร องานว จ ย เป นต น ซ งจาเป นต องคาน งถ งค ณภาพของ ข อม ลในด านความเช อถ อได ความถ กต อง ซ งจะม ผลต อการต ความข อม ลหร อการว เคราะห ข อม ลท จะทาให งานว จ ยม ค ณภาพต อไป 8. การว เคราะห ข อม ล เป นการนาข อม ลท รวบรวมมาได มาว เคราะห โดยการเปร ยบเท ยบพรรณนาหร อ ใช สถ ต เป นเคร องม อในการว เคราะห เพ อให ได ข อสร ปท ตอบป ญหาการว จ ย Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 11

13 9. การสร ปผลการว จ ย เป นการประมวลความร ต างๆท ได จากการศ กษาและหาข อสร ป 10. การเข ยนรายงานการว จ ย เป นการนาความร ท ได จากการศ กษา มารวบรวมและเข ยนเป นรายงาน เพ อเผยแพร ความร ต อไป กระบวนการดาเน นการว จ ย ว จ ย Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 12

14 การกาหนดป ญหาการว จ ย - ส งท ผ ว จ ยอยากร - ทาการแสวงหาคาตอบอย างม ระบบ - การต งคาถาม (ยาก เพราะเป นส งท ก อให เก ดความร ต องการคาอธ บาย ต องการคาทานายเหต การณ ท เก ดข น และต องการข อสร ปจากว ธ การด งกล าว เพ อนามาสะสมให เก ดความก าวหน าทางองค ความร ) - ต องอย บนพ นฐานท สาค ญและม กาพ จารณาอย างรอบคอบ ให ม ความเหมาะสมต ามหล กว ชาการ และม ระเบ ยบว ธ รองร บ จ ดม งหมายในการต งป ญหา 1. เพ อบ กเบ กหร อรวบรวมแหล งความร (Exploration) เป นการต งป ญหาในล กษณะท ย งไม ม ผ ศ กษามา ก อนและผ ว จ ยสนใจ โดยประมวลเหต การณ ต างๆท เก ดข นและจ ดเป นระบบ 2. เพ อบรรยาย (Description) เป นการกล าวถ งล กษณะต างๆของส งท ผ ว จ ยศ กษา เพ อให ผ สนใจได เห น ภาพตาม เช นการบรรยายล กษณะการจ ดระเบ ยบหาบเร แผงลอยของกทม. โดยกล าวถ งสภาพพ นท ประชากร นโยบาย ป ญหาในการนาไปปฏ บ ต เป นต น 3. เพ ออธ บาย (Explanation) กล าวถ งความส มพ นธ ของต วแปรต างๆ ท เป นเหต และผลซ งก นและก น โดยอธ บายว าต วแปรใดเป นสาเหต ให เก ดผลตามท ม งหว งไว เช นศ กษาป ญหาและอ ปสรรคในการ นานโยบายใดนโยบายหน งไปปฏ บ ต ว าสาเหต มาจากอะไร เป นต น 4. เพ อทานายเหต การณ ท เก ดข น (Predictable) นาผลการศ กษามาทานายอนาคตท ย งไม เก ด ข น โดยผล การศ กษาจะต องมาจากว ธ การอธ บาย เม อทราบความส มพ นธ ของต วแปรต างๆจากกรอบทฤษฏ และ ผ านการพ ส จน ความจร งจนแน ใจในการทานาย แล วจ งสามารถทานายได ระด บความซ บซ อนของป ญหา 1. การว จ ยท ม ต วแปรเด ยว (Univariate) ส วนใหญ จะเป นการว จ ยแบบบรรยายหร อว จ ยบ กเบ ก 2. การว จ ยท ม ต วแปรต งแต 2 ต วข นไป (Multivariate) ในช วงระยะเวลาเด ยวก น ค อการว จ ยท ศ กษา ความส มพ นธ ระหว างต วแปร หร อศ กษาความเป นเหต และผลของต วแปรท เก ดข นในระยะเวลา ใกล เค ยงก น เช นการว จ ยอธ บาย 3. การว จ ยท ม ต วแปรต งแต 2 ต วข นไป (Multivariate) ในช วงระยะเวลาต างก นค อการว จ ยท ศ กษา ความส มพ นธ ระหว างต วแปร หร อศ กษาความเป นเหต และผลของต วแปรท เก ดข นในระยะเวลาท แตกต างก น โดยผลของการว จ ยหน งอาจมาจากก จกรรมท ดาเน นมาในอด ต หร อการศ กษาอนาคต จากการกระทาใดการกระทาหน ง เช นการว จ ยทานาย Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 13

15 เกณฑ ในการจ ดลาด บความสาค ญของป ญหา 1. ความเด นช ด (Explicit) 2. ความช ดเจน (Clear) 3. ความเป นต นกาเน ด (Original) 4. การทดสอบได (Testable) 5. ความสาค ญทางทฤษฏ (Theoretical Significance) 6. ความเก ยวข องก บความเป นจร งในส งคม (Social Relevance) หล กการในการเล อกป ญหาว จ ย พรศ กด ผ องแผ ว, 2529,62-63 เสนอว า 1. เง อนไขหร อผลท เก ดข นจากป ญหาประเภทต างๆ ป ญหาเช งประจ กษ (Empirical Problems) ป ญหา เช งว เคราะห (Analytical Problems) และป ญหาเช งปท สถาน (Normative Problems) 2. การปร บปร งป ญหาเช งปท สถานให เป นป ญหาเช งประจ กษ เพ อให สามารถทาการตรวจสอบในการ ว จ ยได โดยใช กรอบการอ างอ ง (frame of reference) หร อการเปล ยนให เป นร ปข อความ ถ า... แล ว... (If.then.statement) 3. ป ญหาเช งประจ กษ ประเภทต างๆท ม ผลต อการดาเน นการว จ ยในล กษณะท แตกต างก น 4. เกณฑ การต งป ญหาให ม ความสาค ญเพ อจะใช ในการว จ ย หล กเกณฑ ในการเล อกห วข อการว จ ย 1. ความสาค ญของป ญหา 2. ความเป นไปได 3. ความน าสนใจและท นต อเหต การณ 4. ความสนใจของผ ท จะว จ ย 5. ความสามารถท จะทาให บรรล ผล Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 14

16 ล กษณะความสาค ญของป ญหา 1. ป ญหาจะต องประกอบไปด วยต วแปรต างๆท ม ความส มพ นธ ก น ซ งอาจเปล ยนแปลงไปตาม ระยะเวลาและสถานท เช น ป ญหาการเม องในอเมร กา อาจไม เหม อนการเม องในประเทศไทย หร อ การเม องสม ยก อนการเปล ยนแปลงการปกครองจะไม เหม อนการเม องสม ยหล งการเปล ยนแปลงการ ปกครอง ด ท ล กษณะว าไม เหม อนเพราะเหต ใด และจะก อให เก ดผลอย างไร 2. คาตอบท ได จากการศ กษาป ญหาเหล าน จะต องแยกแยะให ได ว าเป นป ญหาเช งประจ กษ ป ญหาเช ง ว เคราะห หร อป ญหาเช งปท สถาน เพราะผลการศ กษาและข อม ลท ทาการศ กษาจะไม เหม อนก น 3. การต งป ญหาให ม ค ณค าทางว ชาการต องสามารถค นคว าว จ ยได อย างเป นระบบ ม กระบวนการ Karl Popper:1963, 222 กล าวว า ค อ 1. ความไม สอดคล องก นภายในทฤษฏ 2. ความไม สอดคล องก นระหว างทฤษฏ หน งก บทฤษฏ อ นๆ 3. ความไม สอดคล องก นระหว างทฤษฏ ก บการส งเกตการณ หร อประสบการท เป นจร ง การกาหนดว ตถ ประสงค ค ณล กษณะของว ตถ ประสงค ในการว จ ย 1. ช ดเจน 2. เฉพาะเจาะจง 3. ว ดผลได ต วอย างการกาหนดว ตถ ประสงค การว จ ย 1. ว ตถ ประสงค ในการศ กษาเช งพรรณนา 1. เพ อศ กษาค ณล กษณะ ความร ความค ดเห น ท ศนะ พฤต กรรม ความเช อ ค ณภาพช ว ต ฯ 2. ว ตถ ประสงค ในเช งเปร ยบเท ยบ 1. เพ อเปร ยบเท ยบความแตกต าง 2. เพ อศ กษาความส มพ นธ.. 3. เพ อศ กษาป จจ ยท ม ผลต อ.. 4. เพ อศ กษาป จจ ยท ม อ ทธ พลต อ... Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 15

17 การกาหนดกรอบแนวค ดและการสร างมาตรว ด กรอบแนวค ดจะเก ดข นหล งจากการทบทวนวรรณกรรม ความหมาย ความหมายท 1 กรอบแนวความค ด (Concepts) ค อองค ความร ท น กว ชาการต างๆกาหนดข น ซ ง อาจจะถ กรวบรวมอย ในร ปแบบของทฤษฏ หร อผลงานว จ ยต างๆ กรอบแนวค ดทางรปศ. จะช วยให เข าใจใน ปรากฏการณ ท เป นป ญหา ซ งหาความส มพ นธ ของความเป นจร งท จะพ ส จน และทดสอบได ความหมายท 2 มาตรว ด (Measurement) ค อกระบวนการท เช อมโยงระหว างกรอบแนวความค ด ท เป นนามธรรม (Abstract Concepts) มาส ต วบ งช ในสถานการณ ท เป นจร ง (Empirical Indicants) ซ ง Zeller & Carmines, 1980:2-3 ได อธ บายไว ว า เป นการท น กส งคมศาสตร อธ บายความจร งท เป นนามธรรมมาส แนวค ดทฤษฏ ท สามารถส งเกตเห นได ความหมายท 3 แนวค ดท เป นนามธรรม (Abstract Concepts) เช นความแปลกแยก (Alienation) การยกย องสรรเสร ญ (Self-esteem) และความต องการภายในบ คคล (Interpersonal Needs) เป นต น เป น แนวค ดท ไม สามารถอธ บายได ด วยต วบ งช เช งประจ กษ เพ ยงต วเด ยวได แต ต องทาการน ยามเช งปฏ บ ต การ (Operation Definition) และใช การว ดในหลายๆทางท แตกต างก น ความหมายท 4 ต วบ งช เช งประจ กษ (Empirical Indicants) ถ กออกแบบมาให ม ล กษณะ เฉพาะเจาะจง แน นอนและอย ในขอบข ายของทฤษฏ ของต วแปรน นๆท กาหนดโดยการว จ ย ความหมายท 5 ต วบ งช (Indicants) หมายถ งการประเม นแนวค ดเช งประจ กษ ท เป นกล มของ ด ชน ท จะช ว ดต วแทนท ถ กเล อกมาให สอดคล องก บแนวความค ด เช น แนวค ดของความยกย องสรรเสร ญ จานวนของมาตรว ดท ศนคต จานวนมากท จะเป นเคร องช ว ดพฤต กรรม ความแตกต างระหว างกรอบแนวค ดท เป นนามธรรมและต วบ งช เช งประจ กษ Greer, 1969:160 กล าวไว ว า เน อหาของความส มพ นธ ระหว างแนวค ดท เป นนามธรรมก บต วบ งช เช ง ประจ กษ ค อความค ดสร างสรรค ในโลกของความเป นไปได น น จะต องเข าก บโอกาสท จะเก ดข นของส งน นๆ ซ งน กปร ชญากล าวไว ว า แนวค ดท ปราศจากความเป นจร งน นว างเปล า ความเป นจร งท ปราศจากแนวค ดน น ม ดมน ท งกรอบแนวค ดท เป นนามธรรมและต วบ งช เช งประจ กษ จะก อให เก ดการพ ฒนาทฤษฏ ทาง ส งคมศาสตร ท ลดช องว างระหว างทฤษฏ ก บการปฏ บ ต ในโลกแห งความเป นจร ง Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 16

18 ด ชน ช ว ดและม ต ผลสร ปส ดท ายของกระบวนการสร างกรอบแนวความค ด (Conceptualization Process) ค อกล มของ ด ชน ท ช ว ด (Set of Indicators) ท จะเป นต วบ งช ผลของการศ กษา แนวค ดท เรากาล งศ กษา โดยท ผ ศ กษา สามารถกาหนดกล มของด ชน ช ว ดน ออกเป นม ต (Dimension) ซ งจะเป นองค ประกอบย อยของแนวค ดในการ เปร ยบเท ยบต วแปรใดต วแปรหน ง ม ต น จะเป นต วรวมของกล มด ชน ท จะช ว ด ในแต ละม ต จะเป นส วนหน ง ของการสร างกรอบแนวความค ด ม ต ท แตกต างก นขอ งแนวค ดจะซ บซ อนเพ ยงใดน นข นอย ก บการศ กษาของผ ศ กษา เช นใน สถานการณ ท เป นจร ง ผ หญ งอาจม ความร ส กทางอารมณ มากกว าผ ชาย ในขณะท ผ ชายจะม การปฏ บ ต มากกว าผ หญ ง ในกรณ เช นน เป นการเปร ยบเท ยบระหว างเพศก บการแสดงออก ผลของการศ กษาในเร องน อาจจะไม ได ม คาตอบเพ ยงคาตอบเด ยว ความส มพ นธ ระหว างกรอบแนวค ดก บมาตรว ด ารสร าง ร บ นว ด (Conceptualization) Abstract นา ธรร น ยา วา ห าย(Nominal Definition) น ยา วา ห าย(Nominal Definition) น ยา วา ห าย(Nominal Definition) น ยา วา ห าย(Nominal Definition) concrete ร ปธรร Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 17

19 การสร างกรอบแนวความค ด (Conceptualization) ค อ 1. การน ยามความหมาย (Nominal Definition) ค อการหาคาท ง ายมาอธ บายแนวค ด 2. ซ งต องนาการให ความหมายท แท จร งของคาๆน น (Real Definition) ได แก การระบ ค ณสมบ ต ของ แนวค ดน นๆ และ 3. ทาการน ยามปฏ บ ต การ (Operation Definition) ค อ เป นการระบ รายละเอ ยดเก ยวก บส งท ต องการ จะเก บรวบรวมข อม ล หร อการกาหนดกฎเกณฑ หร อนาเอาเกณฑ น นๆมาใช ก บการเก บรวบรวม ข อม ล และ 4. การสร างเคร องม อว ด (Measurement in the Real World) เพ อว ดเหต การณ ในสถานการณ ท เป น จร ง ซ งเป นกระบวนการท จะเปล ยนร ปจากนามธรรม (Abstract) มาส ร ปธรรม (Concrete) ล กษณะของกรอบแนวค ด 1. ถ อยคาเช งบรรยาย (Descriptive Words) เป นการให ความหมายของคาหร อค ณสมบ ต ของส งของ ประกอบด วยถ อยคา 2 ประเภท ค อ ช อเฉพาะ และช อท วไป 1. ช อเฉพาะ ได แก การกาหนดช อให ก บคน ส งของหร อเหต การณ ท เก ดข น โดยท เป น ล กษณะเฉพาะของคน ส งของหร อเหต การณ ให ร ว าคน ส งของหร อเหต การณ เป นอย างไร เป นการแยกประเด นในการศ กษาอย างช ดเจน เช นท งก ลาร องไห องค การโทรศ พท แห ง ประเทศไทย ฯ 2. ช อท วไป ได แก กาสรกาหนดแนวความค ดโดยสร ปจากเหต การณ ท เก ดข นเป นหล กสาค ญ ของการศ กษาเพ อให ได ข อสร ปท วไป (generalization) เพ อนามาช วยอธ บายหร อทานาย ปรากฏการณ ข อสร ปท วไปได มาจากการส งเกตซ าแล วซ าอ กจนได ปรากฏการณ ท คล ายคล งก น เช นสาเหต ของความยากจน การคอร ร ปช นในระบบราชการ แนวความค ด ด งกล าวแบ งออกเป น 1. ถ อยคาระบ หน วย ค อถ อยคาท บรรยายส งของหร อว ตถ ท บอกถ งร ปร างของส งของ น นๆ เช น หน งส อ พรรคการเม อง เม อง ช มชนแออ ด เป นต น 2. ถ อยคาระบ ล กษณะ ค อบรรยายค ณล กษณะหร อค ณสมบ ต ของส งท ต องการศ กษา เช น ประส ทธ ภาพทางการบร หารงาน สภาพของการอย อาศ ยในเม อง 3. ถ อยคาระบ ความส มพ นธ เป นถ อยคาเช งบรรยายค ณล กษณะของคนหร อส งของ หร อต วแป รท ม มากกว า 1 ต วแปร หร อ 1 แนวค ด ท ม ความเก ยวข องก น เช น พฤต กรรมในการออกเส ยงเล อกต งของคนไทยท อย ในภ ม ภาคท แตกต างก นหร อม ระด บการศ กษาท แตกต างก น เป นต น Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 18

20 2. ถ อยคาเช งตรรกะ (Logical Words) เป นการเช อมหร ออ างส งต างๆในประโยคเข าหาก น เช น 1. ประเทศกาล งพ ฒนาระบบราชการจะอ อนแอ - 2 ถ อยคา 2. ประเทศไทยเป นประเทศกาล งพ ฒนา - 2 ถ อยคา 3. ประเทศไทยจะม ระบบราชการท อ อนแอ ประเทศกาล งพ ฒนา เป นต วเช อมระหว าง ประเทศไทย และระบบราชการท อ อนแอ ระด บของการว ดแนวความค ด 1. แนวความค ดแบบจ ดพวก (classificatory) เป นการแบ งค ณสมบ ต ของส งท ม อย ออกเป นประเภท หร อชน ด เช นค ณสมบ ต ทางกายภาพของบ คคล ได แก เพศ (ชาย-หญ ง) อาช พ (ร บราชการ ธ รก จ ส วนต ว ร บจ าง) สถานภาพ (โสด แต งงาน ม าย) เป นต น 2. แนวความค ดแบบเปร ยบเท ยบ (comparative) เป นเช งปร มาณ เช นมากกว าหร อ น อยกว า เช นเพศ ชาย ม ความสนใจการม ส วนร วมทางการเม องมากกว าเพศหญ ง หร อเปร ยบเท ยบในเช งค ณภาพ เช น บทบาททางการเม องท แตกต างก นท าให ว ถ ช ว ตของคนแตกต างก น 3. แนวความค ดแบบปร มาณ (quantitative) เป นการกาหนดจานวนหร อขนาดของค ณสมบ ต ท ม อย ใน ส งต างๆ เช นรายได ของครอบคร ว จานวนบ ตร ระยะทางจากบ านถ งท ทางาน เป นต น ระด บความเป นนามธรรมของแนวความค ด ว ดได จากการให ความหมายของถ อยคาท ใกล เค ยงก บสภาพความเป นจร ง กล าวค อ - แนวค ด ม ระด บความเป นนามธรรมส งและจะม ถ อยคาท ไม สามารถว ดได จากความ เป นจร ง แทนค ณสมบ ต ท ไม สามารถส งเกตได โดยตรง - ต วแปร ม ระด บความเป นนามธรรมปานกลางและจะม ถ อยคาท สามารถว ดได ใกล เค ยงก บความเป นจร ง แทนค ณสมบ ต ท ม ค าส งเกตมากกว า 1 ค า - ด ชน ม ระด บความเป นนามธรรมต าและจะม ถ อยคาท สามารถว ดได ตรงก บความ เป นจร ง ม ค ณสมบ ต ท ส งเกตได โดยตรงและม ค ากระจายได หลายค า ตาม น ยามปฏ บ ต การท กาหนดไว ในแต ละต วแปร Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 19

21 ระด บความเป นนามธรรมของแนวความค ด ณ าพ ประส ทธ าพ - ห บร ารตรง บท ส า - ห บร ารตรง บ วา ต ง าร - ประชาชนพ งพ จ นบร าร - ด ร บบร ารเห น น - เร ยงตา ลาด บ น-หล ง - ด ร บบร าร ยางเทาเท ย น วา เส า - ต นท นตาส ดเท ยบ บผลท ด - ช ระยะเวลาน ยส ด - ช จานวนพน งานน ยส ด ทฤษฏ ก บแนวความค ด ทฤษฏ เป นความส มพ นธ ระหว างต วแปรอ สระและต วแปรตาม แนวความค ด ท เป นสาเหต เร ยกว า ต วแปรอ สระ ท เป นผลเร ยก ต วแปรตาม ซ งอาจจะม ต ว แปรอ นๆอ กท ไม ได เป นเหต และผลเร ยกว า ต วแปรแทรกซ อน ซ งม หลาย ประเภท น กส งคมศาสตร พยายามว เคราะห ความส มพ นธ อย างเป นเหต และผล (causal relationship) เพราะ แสวงหาความร และเก ดเป นทฤษฏ ในตอนแรกอาจม ความคล มเคร อในความส มพ นธ ก นระหว างแนวค ด แต เม อได ทาการพ ส จน ทดลอง จนม ความช ดเจนและถ กต องก บสภาพความเป นจร ง ก จะเก ด เป นทฤษฏ ซ ง จะต องม ระด บความเป นนามธรรมส ง Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 20

22 ความส มพ นธ ระหว างทฤษฏ ก บแนวความค ด นา ธรร (Abstract) ร ปธรร (concrete) นา ธรร (Abstract) ทฤษ ส ต ฐาน ารว ด าต ว ปร นส ต ฐาน ารรวบรว ลตา ด ชน ารว เ ราะห ลตา ส ต ฐาน ทฤษ ความเป นศาสตร ของส งคมศาสตร ศาสตร (Science) หมายถ ง ว ธ การว เคราะห ปรากฏการณ ท เป นระบบ ม เหต ม ผลและเป นว ตถ ว ส ย (objectivity) เพ อ บรรยาย อธ บายและทานายปรากฏการณ ท สามารถส งเกตเห นได จ ดม งหมายของศาสตร (Purpose) เพ อบรรยาย อธ บาย ทานายปรากฏการณ ท สามารถส งเกตเห นได บรรยาย (Description) หมายถ ง ความพยายามในการตอบคาถามว า ใคร ทะไร เม อไหร ท ไหนและอย างไร อธ บาย (Explanation) หมายถ ง ความพยายามในการตอบคาถามว า ทาไม เช นทาไมคนถ งยากจน ทาระบบราชการถ งไม ม ประส ทธ ภาพ คาถามประเภทอธ บายเป นแก นสาค ญในการศ กษาร ฐศาสตร ทานาย (Prediction) หมายถ ง ความพยายามในการตอบคาถามว า จะม อะไรเก ดข นในอนาคต ความเป นเหต เป นผล (Rationality) หมายถ ง การใช หล กตรรกะในการน ยามความหมายของคา ไม ว าจะเป นการใช ตรรกะแบบน รน ย (deductive) หร ออ ปน ย (Inductive) Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 21

23 ว ตถ ว ส ย (Objectivity) หมายถ ง หล กเกณฑ ท งมวลในก จกรรมของศาสตร ท สามารถทดสอบได โดยผ ม ความร ความสามารถ โดยตรวจสอบซ าได ท กข นตอน ข อตกลงเบ องต นทางศาสตร 1. พฤต กรรมท งหลายเป นไปตามธรรมชาต ค อผลท กอย างย อมมาจากเหต และสามารถส งเกตได เช ง ประจ กษ 2. มน ษย เป นส วนหน งของธรรมชาต ต องอย ในกรอบของกฎธรรมชาต ไม ม ข อยกเว น 3. ธรรมชาต ม กฎเกณฑ และความม ระเบ ยบ เหต การณ ท งหลายไม ได เก ดข นโดยบ งเอ ญ หร อไม ม สาเหต เหต การณ ท งหลายอย ในกรอบระเบ ยบของธรรมชาต สามารถอธ บายได ด วยความเป นเหต และผลอย างเป นระบบ 4. ธรรมชาต เปล ยนแปลงช าพอท จะเข าใจได ส งของท กอย างเปล ยนสภาพจากส งหน งไปเป นอ กส ง หน งโดยธรรมชาต เม อถ งเวลาและสามารถทาความเข าใจสภาพท เป นจร งได 5. มน ษย ม ความสามารถในการเข าใจความเร นล บของธรรมชาต ได 6. ไม ม ส งใดม ความหมายในต วของม นเอง ส งใดจะปราศจากความหมายถ าไม ม ความส มพ นธ ก บส ง อ นและเราจะร ข อเท จจร งได จากการเปร ยบเท ยบความส มพ นธ ของส งหน งก บอ กส งหน งเท าน น 7. ความร เป นส งส มพ ทธ ส งท เราเร ยกว าความร ค อ ข อเท จจร งและเป นความจร งช วคราว ค อความจร ง ไม ใช ส งตายต ว แต เปล ยนแปลงตลอดเวลา 8. มน ษย ร บร ข อเท จจร งด วยประสาทส มผ ส ซ งเป นหล กประจ กษ น ยม (Principle of Empiricism) 9. การร บร ความจาและการใช เหต ผลของมน ษย น นเช อถ อได ข อว จารณ ความเป นศาสตร ของส งคมศาสตร 1. ศาสตร ต องทดลองได การทดลองทางส งคมศาสตร ทาไม ได 2. ศาสตร ต องศ กษาได ในเช งปร มาณ แต ในทางส งคมศาสตร น นทาได ยาก 3. ศาสตร ต องม ข อสร ปท วไป แต ปรากฏการณ ทางการเม องเป นล กษณะเฉพาะกรณ เป นการยากใน การสร ปเป นข อสร ปท วไป 4. ปรากฏการณ ทางส งคมศาสตร เป นส งท ซ บซ อน เก ดจากหลายต วแปรและม อ ทธ พลต อก นอย าง กว างขวาง ไม ม ทางหาข อสร ปหร อย ต ได 5. การค นคว าทางพฤต กรรมศาสตร อาจม ผลทาให เก ดการเปล ยนแปลงพฤต กรรมน นเอง 6. ข อม ลท งหมดท เก ยวข องในส งคม ค อนข างจะเก บรวบรวมได ยากหร อไม ได เลย Public Administration Research Methodology ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางร ฐประศาสนศาสตร 22

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM Chapter 8 การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM 1 เน อหา ล กษณะของ Activity Diagram ร ปแบบการใช Activity Diagram การระบ ส วนของข อม ลให แก ก จกรรม การจ ดระเบ ยบข อม ล การสร างท พ ก/เก บข อม ล การแบ

More information

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา การประเม นผลการส มมนา หมายถ ง กระบวนการในการจ ดเก บข อม ล และจ ดกระท าข อม ลเพ อให ทราบว า การดาเน นงานจ ดส มมนาตาม โครงการ ได บรรล ว

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

สารบ ญตาราง ตารางท หน า

สารบ ญตาราง ตารางท หน า สารบ ญ บทท หน า บทสร ปผ บร หาร I 1 บทนา 1 หล กการและเหต ผล 1 ว ตถ ประสงค และเป าหมาย 2 ขอบเขตของการว จ ย 2 ประโยชน ท ได ร บจากการว จ ย 4 น ยามศ พท เฉพาะ 4 กรอบแนวค ดของการว จ ย 7 2 แนวค ด ทฤษฎ และงานว

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ ส วนท ๑ การร บหน งส อ หน งส อร บ ค อ หน งส อได ร บเข ามาจากภายนอก ให เจ าหน าท ของหน วยงานสารบรรณ กลางปฏ บ ต ตามท ก าหนดไว ในส วนน ๑. จ ดล าด บความส าค ญและความเร งด วนของหน

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ

แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ แบบสอบถามน ม ว ตถ ประสงค เพ อประเม นความค ดเห นเก ยวก บการจ ดประช ม สาหร บเป นข อม ลพ นฐานในการ

More information

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร ประกอบด วย 4 ข นตอน 1. การว เคราะห และกาหนดรายละเอ ยดของป ญหา 2. การวางแผนในการแก ป ญหา 3. การดาเน นการแก ป ญหา 4. การตรวจสอบและปร บปร ง ว เคราะห ป ญหาหร อความต องการ

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย

More information

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553)

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการ ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการ ต วช ว ด เป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช จ ดประช มเพ อทบทวนแผนการจ ดการ

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55 แผนจ ดทาข นตอนการดาเน นงาน แผนงาน/โครงการ ประจาป 555 โครงการเสร มสร างความร และประสบการณ ด านค ณธรรมแก เด กและเยาวชนท ประสบป ญหาทางส งคม หน วยงานศ นย พ ฒนาส งคม หน วยท 5 จ งหว ดลาพ น เป าหมายท งหมด 5 ราย

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กฎหมายพล งงาน กฎหมาย พล งงาน พระราชบ ญญ ต การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน พ.ศ. 2535 (แก ไขเพ

More information

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2 การใช Word ส าหร บท าว ทยาพนธ หร อ รายงานต างๆ ส วนแรกมาท าความร จ กก บ ล าด บเลข และ ห วเร อง ก อน ท ง 2 ส วนน จะสามารถท าไปใช ในการ สร าง สารบ ญ แบบอ ตโนม ต ได ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร

More information

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา ศ กษา / ปฏ บ ต............... โดย............. เพ อ.............. สาระ...............

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต องใช เคร องม อประกอบการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน

More information

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม เอกสารสร ปรายงานการด าเน นโครงการก จกรรม ประกอบด วย ส วนท 1. ปกรายงาน ส วนท 2. ใบรองปก ( ปกใน ) ส วนท 3. ค าน า ส วนท 4. สารบ ญ ส วนท 5. โครงการท ได ร บการอน ม ต ส วนท 6. ก าหนดการ ส วนท 7. ส าเนาบ นท

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) Operation Research คาอธ บายรายว ชา หล กการเบ องต นเก ยวก บโครงสร างและแบบจ าลองทางคณ ตศาสตร ทฤษฎ การต ดส นใจ การ เล ยนแบบทางสถ

More information

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน ค ม อผ ด แลระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน บทท 3 การบร หารจ ดการระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชนระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน - ๑ บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน เจ าหน าท ผ ใช งานระบบสารสนเทศภ

More information

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ (๕.๑) ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน คณะผ บร หารการคล งประจ าจ งหว ดน าน โครงการเพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านรายจ ายและการบร หารจ ดการหน หล กส ตร เพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านการบร หารจ ดการหน 1. หล กการและเหต ผล ตามท ท มเฉพาะก จวาย

More information

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development พ มพ คร งท 2 พฤศจ กายน 2552 การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development เร ยบเร ยงโดย ผศ.ดร.ส ราษฎร พรมจ นทร ภาคว ชาคร ศาสตร เคร องกล คณะคร ศาสตร อ ตสาหกรรม มหาว ทยาล ยเทคโนโลย พระจอมเกล าพระนครเหน อ พ

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ KPI ผ ร บผ ดชอบ ประเด นการพ จารณา ผลการด าเน นงาน 5.1 ร อยละของอ ตราการ เบ กจ ายเง นงบประมาณ รายจ ายลงท น ทส.สบย. ผลการเบ กจ ายงบลงท น เท ยบก บ วงเง นงบประมาณท

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง (เอกสารประกอบการประช มปฏ บ ต การช แจงและซ กซ อมความเข าใจการสร างข อสอบ Online) สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 5 :ส งห บ ร :ลพบ ร :ช ยนาท:อ างทอง:

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการปฏ บ ต งาน ตอนท 1 ข อม ลของผ ร บการประเม น (เจ าหน าท บ คคลหร อเจ าหน าท ท เก ยวข องเป นผ กรอก) ตอนท 2 ภาระงานท ได ปฏ บ ต ในช วงระยะเวลาประเม น (ผ ร บการประเม นเป นผ

More information

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/

More information

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ส มมนา- การเตร ยมการก อนการ โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ผ ร บผ ดชอบ ข นตอนการปฏ บ ต งาน มาตรฐานค ณภาพงาน ค ามาตรฐาน หล กฐาน การจ ดเตร ยมสถานท และอาคารโรงงาน การเตร ยมการด าน การตลาด

More information

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555 1 แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2555 2 แผนการจ ดการความร : การจ ดการความร เก ยวก บการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ พ นธก จ : การผล ตบ ณฑ ต กลย ทธ ท 1.2 : การพ ฒนาการเร ยนการสอนเพ อพ ฒนาค ณภาพน

More information

กล มเป าหมายหร อกล มท งหมดของส งท ต องการศ กษาว จ ยในการศ กษา ว จ ยน น ประชากรอาจเป นบ คคล กล มบ คคล องค กร หร อส งม ช ว ตอ นๆ ตลอดจนว ตถ ก ได เป

กล มเป าหมายหร อกล มท งหมดของส งท ต องการศ กษาว จ ยในการศ กษา ว จ ยน น ประชากรอาจเป นบ คคล กล มบ คคล องค กร หร อส งม ช ว ตอ นๆ ตลอดจนว ตถ ก ได เป กล มเป าหมายหร อกล มท งหมดของส งท ต องการศ กษาว จ ยในการศ กษา ว จ ยน น ประชากรอาจเป นบ คคล กล มบ คคล องค กร หร อส งม ช ว ตอ นๆ ตลอดจนว ตถ ก ได เป นแหล งข อม ลท น กว จ ย น ามาศ กษาว จ ย ประชากร ของการว

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login 1 ระบบงานบร หารงานเคร อข าย ระบบงานบร หารงานเคร อข าย เป นระบบงานท เก บรวบรวมข อม ล เก ยวก บเคร อข ายต างๆ ประกอบด วย องค กรสว สด การส งคมและอาสาสม คร รวมท งข อม ลในด านอ นๆ เป นต นว าก จกรรมการด าเน นงาน

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.

แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และ มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘) แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา ๒๕๕๗ (๑ ม ถ นายน พ.ศ.

More information

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด

More information

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

รายงานผลการดาเน นงานโครงการบร หารความเส ยง สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตมหาสารคาม

รายงานผลการดาเน นงานโครงการบร หารความเส ยง สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตมหาสารคาม รายงานผลการดาเน นงานโครงการบร หารความเส ยง สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตมหาสารคาม งานควบค มภายใน สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตมหาสารคาม บทสร ปสาหร บผ บร หาร 2 การประเม นความค ดเห นของคณาจารย และบ คลากร เก ยวก

More information

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ อ. ร งล กษม รอดข า คณะว ทยาการจ ดการ มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนส น นทา 1 บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสารของระบบสารสนเทศ ว ตถ ประสงค 1. บอกความหมายของเอกสารระบบสารสนเทศได

More information

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา มาตรฐานรายว ชา 1. อธ บายความหมาย หน าท และส วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคา

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.) ล าด บท หล กส ตร ประเภท ระยะเวลา จ านวน ยศ 1 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง กรมอ ทหารเร อ ช นป ท 1 ศ กษา 1 ป ต.ค.57 - ก.ย.58 77 - เพ อทดแทนก าล งพลในการซ อมสร างเร อ 2 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง

More information

เค าโครงเร องท จะบรรยาย 1. คด ปกครองเก ยวก บส งแวดล อม 2. การกาหนดประเด น 3. การเตร ยมการก อนจ ดทาความเห น 4. เทคน คในการเข ยนความเห น 5.

เค าโครงเร องท จะบรรยาย 1. คด ปกครองเก ยวก บส งแวดล อม 2. การกาหนดประเด น 3. การเตร ยมการก อนจ ดทาความเห น 4. เทคน คในการเข ยนความเห น 5. เค าโครงเร องท จะบรรยาย 1. คด ปกครองเก ยวก บส งแวดล อม 2. การกาหนดประเด น 3. การเตร ยมการก อนจ ดทาความเห น 4. เทคน คในการเข ยนความเห น 5. การกาหนดคาบ งค บ 6. ต วอย างคาพ พากษาท น าสนใจ ความหมายของ คด ปกครองทางส

More information

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน แผนบร หารการสอน รายว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ รห สว ชา 3524301 จ านวน 3 หน วยก ต 3 ช วโมง ว ชาท ต องเร ยนมาก อน : 3521101 (การเง นธ รก จ) และ 3521102 (การบ ญช 2) ค าอธ บายรายว ชา ศ กษาเก ยวก บการพ ฒนาและว

More information

แบบเสนอโครงการว จ ยเพ อพ ฒนาการเร ยนร กองท นเพ อการว จ ย มหาว ทยาล ยราชภ ฏภ เก ต

แบบเสนอโครงการว จ ยเพ อพ ฒนาการเร ยนร กองท นเพ อการว จ ย มหาว ทยาล ยราชภ ฏภ เก ต แบบ สวกท. - 01 แบบเสนอโครงการว จ ยเพ อพ ฒนาการเร ยนร กองท นเพ อการว จ ย มหาว ทยาล ยราชภ ฏภ เก ต ---------------------------------- 1. ช อโครงการว จ ย 1.1 (ภาษาไทย).................... 1.2 (ภาษาอ งกฤษ)..................

More information

คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ

คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ 1 คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ เอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ ประกอบด วย เอกสารประกอบการเร ยนท งหมด 8 เล ม ค อ เล มท 1 เร ยนร เศรษฐก จพอเพ ยง เล

More information

ข นตอนการจ ดทาความเส ยง ป การศ กษา 2556 สาน กงานอธ การบด มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลร ตนโกส นทร

ข นตอนการจ ดทาความเส ยง ป การศ กษา 2556 สาน กงานอธ การบด มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลร ตนโกส นทร ข นตอนการจ ดทาความเส ยง ป การศ กษา 2556 สาน กงานอธ การบด มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลร ตนโกส นทร ข นตอนท 1: กาหนดประเด นความเส ยง บ คลากรของมหาว ทยาล ยไม เข าใจเกณฑ การศ กษา 1 ข นตอนท 2: จ ดทา Key Process

More information

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช แผนการจ ดการ ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช A1 เป าหมาย เป าหมาย ต วช ว ด เกณฑ ป 2556 จานวนประด นท สาขาว ชาศ กษาศาสตร กาหนด ครอบคล

More information

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา

มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา 1 มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา รห สว ชา TACC 3214 ช อรายว ชา การบ ญช ข นต น จ านวนหน วยก ต 3(2-2-5) บรรยาย 2 ช วโมง 10 นาท /ส ปดาห ภาคการศ กษาท 2 ปฏ บ ต 2 ช วโมง 10 นาท /ส ปดาห ป การศ กษา 2556

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา...2557...

โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา...2557... วช.022_1 ไม เต มร ปแบบ โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา...2557... ช องานว จ ย การพ ฒนาการจ ดการเร ยนร แบบร วมม อท ม ผลต อผลส มฤทธ ทางการเร ยนว ชาคอมพ วเตอร เร อง การค านวณและการใช

More information

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary www.thaihosclub.com ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary ข นตอนในการสม ครสมาช ก ในการสม ครสมาช ก ม ด วยก นอย 6 ข นตอนด งน 1. กรอกรห สโรงพยาบาล Hospcode

More information

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน สาระการเร ยนร : ประโยชน แท แก มหาชน 1 บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน หล กการ ร ศ กยภาพ ร จ นตนาการ ร ประโยชน สาระการเร ยนร เร ยนร การว เคราะห ศ กยภาพของป จจ ยศ กษา จ นตนาการเห นค ณ สรรค สร างว ธ การ

More information

ความร บ คลากรด าน งบประมาณ การเง น และพ สด ม.ย.-ต.ค. 53 เก ยวก บการจ ดการความร ของหน วยงาน

ความร บ คลากรด าน งบประมาณ การเง น และพ สด ม.ย.-ต.ค. 53 เก ยวก บการจ ดการความร ของหน วยงาน สร ปผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร รอบ 6 เด อน (ม ถ นายน พฤศจ กายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการความร ระยะเวลา ต วช ว ด เป าหมาย กล มเป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช ความร ประเด นการจ ดการ 1 ประเด

More information

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 ค าน า ด วยคณะร ฐมนตร ได ประกาศใช แผนการบร หารราชการแผ นด น พ.ศ.2555 2558(ราชก จจาน เบกษา เล ม 128 ตอนพ เศษ 109 ง ว นท 21 ก นยายน 2554) เป นกรอบแนวทางการบร หารราชการตลอดวาระการด

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น 1 สร ปรายงาน โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การการเผยแพร สารสนเทศ เร อง ว นท 23 ม นาคม 2554 ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ ช อโครงการ : เร อง หล กการและเหต ผล ป จจ บ นคอมพ วเตอร ได เข ามาม ส วนส าค ญมากต

More information

ค าน า คณะคร ศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต 31 ม นาคม พ.ศ. 2556

ค าน า คณะคร ศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต 31 ม นาคม พ.ศ. 2556 ค าน า แผนการบร หารความเส ยงของคณะคร ศาสตร ประจ าป งบประมาณ 2556 จ ดท าข นเพ อให คณะคร ศาสตร ม ระบบในการบร หารความเส ยง โดย บร หารป จจ ยและควบค มก จกรรมรวมท งกระบวนการในการด าเน นงาน โครงการต างๆ เพ อลดเหต

More information

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554 การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554 รายงานการประเม นตนเองตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการ (รายต วช ว ด) ( ) รอบ 6 เด อน ( / ) รอบ 9 เด อน ( ) รอบ 12

More information

แผนปฏ บ ต งานโครงการพ ฒนาระบบบร หารจ ดการคล งข อสอบและการทดสอบมาตรฐานฝ ม อแรงงาน ด วยระบบอ เล กทรอน กส (Test Bank for e-testing System)

แผนปฏ บ ต งานโครงการพ ฒนาระบบบร หารจ ดการคล งข อสอบและการทดสอบมาตรฐานฝ ม อแรงงาน ด วยระบบอ เล กทรอน กส (Test Bank for e-testing System) 1 จ ดเตร ยมข อสอบมาตรฐานฯ 10 สาขา เพ อใช สาหร บนาร อง การทดลองระบบฯ พร อมจ ดทาโครงการฯ และแต งต ง ฝ ม อแรงงาน และศ นย เทคโนโลย กองแผนงานและ 2 ประช ม จ ดทาแผนปฏ บ ต งาน กาหนดร ปแบบฐานข อม ล การ ออกแบบหน

More information

LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม

LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม www.thatoomhsp.com เร อง พ ฒนาระบบรายงานโปรแกรม HOSxP สมาช ก ประกอบด วยเจ าหน าท ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ 2 คน นายธราท พย พรหมบ ตร ห วหน าศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ

More information

สร ปรายงานผลการดาเน นงานตามโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน

สร ปรายงานผลการดาเน นงานตามโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน สร ปรายงานผลการดาเน นงานตามโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน คณะศ กษาศาสตร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตมหาสารคาม คานา เอกสารรายงานผลการดาเน นงานโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน จ ดทาข นเพ

More information