นายส บตระก ล สมบ ต ท พย

Size: px
Start display at page:

Download "นายส บตระก ล สมบ ต ท พย"

Transcription

1 การบร หารจ ดการของอาคารท ก อสร างด วยช นส วนสาเร จร ป Management of building construction with precast concrete. นายส บตระก ล สมบ ต ท พย โครงงานว ศวกรรมน เป นส วนหน งของการศ กษาตามหล กส ตรปร ญญาว ศวกรรมศาสตร บ ณฑ ต ภาคว ชาว ศวกรรมโยธา คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ป การศ กษา 2554

2 Management of building construction with precast concrete Mr. Suebtrakoon Sombattip An Engineering Project Submitted in Partial Fulfilment of Requirement For the degree Bachelor of Engineering Department of Civil Engineering Burapha University 2011

3 ห วข อโครงงาน การบร หารจ ดการของอาคารท ก อสร างด วยช นส วนสาเร จร ป โดย นายส บตระก ล สมบ ต ท พย ภาคว ชา ว ศวกรรมโยธา ป การศ กษา 2554 อาจารย ท ปร กษา อาจารย เอนก ชมวงษ ภาคว ชาว ศวกรรมโยธา คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา อน ม ต โครงงานทาง ว ศวกรรมน เป นส วนหน งของการศ กษาตามหล กส ตรปร ญญาว ศวกรรมศาสตร บ ณฑ ต...ห วหน าภาคว ชาว ศวกรรมโยธา ( ผ ช วยศาสตราจารย ดร.อานนท วงษ แก ว )...อาจารย ท ปร กษา ( อาจารย เอนก ชมวงษ ) คณะกรรมการสอบโครงงาน...ประธานกรรมการสอบโครงงาน ( อาจารย เอนก ชมวงษ )...กรรมการ ( ผ ช วยศาสตราจารย ดร.สยาม ย มศ ร )...กรรมการ ( อาจารย ดร.อมรช ย ใจยงค )

4 ง บทค ดย อ ในช วงท เศรษฐก จด น นความต องการทางอส งหาร มทร พย และส งก อสร างม ความต องการท ส ง มาก จ งเก ดการแข งข นทางธ รก จท จะขยายปร มาณงานให เต บโตได ท นต อความต องการของผ บร โภค การก อสร างอาคารด วยช นส วนสาเร จร ปหร อท เร ยกว าช นส วน Precast จ งเป นท น ยม เน องจากก อสร าง ได รวดเร ว รวมท งใช ปร มาณแรงงานท น อย ซ งช วยลดป ญหาด านปร มาณแรงงานก อสร างท ม แนวโน ม หาได ยากมากข นในอนาคต โครงงานน จ งได ทาการศ กษาเทคน คว ธ การก อสร าง การบร หารงาน เพ อศ กษาถ งป จจ ยรวมท ง ป ญหาต างๆท ส งผลต อการท างานของอาคารท ใช ช นส วนส าเร จร ปในการก อสร าง ส าหร บขอบเขต การศ กษา จะศ กษาโครงการก อสร างท ใช ช นส วนสาเร จร ปในการทางานท งหมด 10 บร ษ ทด วยก น โดย ศ กษาเอกสารงานว จ ย ออกส ารวจโครงการก อสร างและส มภาษณ ว ศวกรของบร ษ ทต างๆ ในเร องการ ต ดต งช นส วนส าเร จร ป การบร หารงานก อสร าง ซ งต องม การควบค มค ณภาพ ระยะเวลา เง นท น การ จ ดการแรงงาน ว สด เคร องจ กร การขนส ง รวมไปถ งศ กษาการผล ตของฝ ายโรงงานท ผล ตช นส วน สาเร จร ป ซ งจะส งผลกระทบต อการทางานของฝ ายต ดต งช นส วนสาเร จร ปด วย จากการศ กษาในส วนการต ดต งช นส วนส าเร จร ป พบว าการควบค มงานของว ศวกรจะเป น ป จจ ยหล กท จะท าให งานออกมาม ประส ทธ ภาพ ป จจ ยรองลงมาค อฝ ม อและประสบการณ ของแรงงาน โดยการบร หารจ ดการด วยว ธ Critical path method น นช วยให ท างานได ม ประส ทธ ภาพ ตอบสนองต อ การใช ทร พยากรท ม อย างจาก ด ท งเคร องจ กร ปร มาณแรงงาน รวมท งประหย ดเวลาในการก อสร าง ในส วนของโรงงานผล ตพบว าการควบค มงานของว ศวกรน นม ส วนส าค ญมากเน องจากแรงงานส วน ใหญ ย งม ประสบการณ ไม มากน ก การท างานท ผ ดพลาดจากโรงงานซ งม ป ญหาหล กค อ 1.การส ง ช นส วนผ ด 2.การผล ตช นส วนผ ดขนาด 3.การฝ งจ ดเช อมรอยต อท ผ ด 4.ช นส วนเส ยหายระหว างการ ขนส ง โดยท ง 4 ป ญหาหล กน จะส งผลโดยตรงต อฝ ายต ดต งช นส วนส าเร จร ป ท งน ทางว ศวกรและผ ควบค มงานท งฝ ายต ดต งและฝ ายผล ตควรตระหน กและระม ดระว งถ งป ญหาต างๆท จะเก ดข นก บการใช ช นส วนส าเร จร ปในการก อสร างและควรบร หารจ ดการป จจ ยต างๆให ด เพ อไม ให เก ดป ญหาท จะ นาไปส การก อสร างท ล าช าและด อยประส ทธ ภาพได คาสาค ญ : ช นส วนสาเร จร ป, การบร หารงานก อสร าง

5 จ Abstract The need for real estates and construction during the growth economic situations is rather high. Consequently, the growth of competition for business expansion has been continually increasing to keep up with the consumers need. Construction of building using precast concrete is quite popular because of quick construction and consumes less labor. It can also reduce the problems of construction labor, which has a tendency to become rare in the future. The purposes of this project are to examine the techniques of construction method, construction management, including the overall factors and problems affecting the functions of building constructed by precast concrete. The scope of the study will cover the construction projects using the whole construction parts in all functions of 10 companies. The data are collected from studying documents and research works, surveying the construction projects and interviewing the engineers of these companies. The topics for interviewing include installation of precast concrete, construction management with quality control, duration of time, capital, labor management, materials, machinery, and transportation. The study also covers the production of the factories manufacturing precast concrete, which will certainly have an impact on the performance of the installation department of precast concrete. From the study on the installation of precast concrete, it is found out that the quality control engineer is the most impact to the factor outcomes. The second important factor is the craftsmanship and experiences of the labor. Management by means of Critical Path Method is found most contributing to efficient outcomes, being responsive to the limited resources both in machinery and quantity of labor, including time saving for the construction. With respect to the production plants, it is revealed that the quality control engineer is the most critical one because most of the labor having not much experiences. Mistakes of work from the plants cause 4 main problems : 1) Transporting wrong precast concrete; 2) Producing wrong size of precast concrete; 3) Misplacement of embedded steel plates; and 4) Damage of precast concrete during transporting. All of the 4 main problems directly affect the installation of precast concrete.

6 จ-1 In conclusion, both of the engineers and the foremen should be aware of and try to prevent the problems arising from using precast concrete in buildings construction and should have good management to be able to deal with these factors in order to avoid the problems leading to slowness and inefficiency. Keywords : precast concrete, construction management

7 ช สารบ ญ บทค ดย อภาษาไทย บทค ดย อภาษาอ งกฤษ ก ตต กรรมประกาศ สารบ ญ สารบ ญตาราง สารบ ญภาพ หน า ง จ ฉ ช ฌ ฎ บทท 1 บทนา 1.1 ความสาค ญและท มาของป ญหา ว ตถ ประสงค ของโครงการ ขอบเขตของการศ กษา ประโยชน ท คาดว าจะได ร บ กาหนดการในการดาเน นงาน เน อหาโดยส งเขป 3 บทท 2 ทฤษฎ และงานว จ ยท เก ยวข อง 2.1 ทฤษฎ การบร หารงานก อสร าง ประว ต ความเป นมาและงานว จ ย ระบบช นส วนสาเร จร ป การผล ตช นส วนสาเร จร ป 18 บทท 3 ข นตอนการดาเน นงาน 3.1 พ นท ศ กษาและกล มเป าหมาย บร ษ ทและโครงการท ใช เป นกรณ ศ กษา การสารวจและศ กษาข อม ล 23

8 ซ สารบ ญ ( ต อ ) หน า บทท 4 ผลการว เคราะห ข อม ล 4.1 การบร หารงานก อสร าง ป ญหาการบร หารงานก อสร างและว ธ แก ไข การบร หารงานของโรงงานผล ตช นส วนสาเร จร ป ป ญหาการบร หารงานของโรงงานผล ตช นส วนสาเร จร ปและว ธ แก ไข แบบสร ปความพ งพอใจของผ บร โภค สร ปผลความรวดเร วในการก อสร าง 159 บทท 5 บทสร ป 5.1 สร ปผลการศ กษา ข อเสนอแนะ 168 เอกสารอ างอ ง 170 ภาคผนวก

9 ฌ สารบ ญตาราง หน า ตารางท 1.1 แผนการดาเน นงาน 3 ตารางท การเล อกใช ช นส วนและการต ดต งช นส วน 121 ตารางท การจ ดการช นส วนสาเร จร ป การจ ดการแรงงานและเคร องจ กร 123 ตารางท การวางแผนการทางาน 125 ตารางท สร ปล กษณะการต ดต งของระบบต างๆ 126 ตารางท สร ปภาพรวมการทางานของแต ละโครงการ 127 ตารางท ป ญหาท เก ดจากฝ ายต ดต งเองโดยตรงค ดเป นเปอร เซ นต 128 ตารางท ป ญหาการต ดต งท เก ดเน องมาจากการผล ตของโรงงานค ดเป นเปอร เซ นต 131 ตารางท สร ปป ญหาต างๆของฝ ายต ดต งท กโครงการ 132 ตารางท ว ธ แก ป ญหาท เก ดจากฝ ายต ดต งเองโดยตรงค ดเป นเปอร เซ นต 135 ตารางท ว ธ แก ป ญหาการต ดต งท เก ดเน องมาจากการผล ตของโรงงานค ดเป นเปอร เซ นต 138 ตารางท สร ปว ธ แก ป ญหาต างๆของฝ ายต ดต งช นส วนสาเร จ 139 ตารางท ภาพรวมการท างานของโรงงานผล ตช นส วนสาเร จ 141 ตารางท ช นส วนสาเร จร ปท ทาการผล ตค ดเป นเปอร เซ นต จากท งหมด 143 ตารางท เขตท ทาการส งค ดเป นเปอร เซ นต จากท งหมด 144 ตารางท สร ปภาพรวมการทางานของแต ละโรงงาน 145 ตารางท ป ญหาการบร หารงานของโรงงานผล ตช นส วนสาเร จค ดเป นเปอร เซ นต 146 ตารางท สร ปป ญหาต างๆของฝ ายผล ตช นส วนท กโรงงาน 149 ตารางท ว ธ แก ป ญหาการบร หารงานของโรงงานผล ตช นส วนสาเร จค ดเป นเปอร เซ นต 152

10 ญ สารบ ญตาราง ( ต อ ) หน า ตารางท สร ปว ธ แก ป ญหาต างๆของฝ ายต ดต งช นส วนสาเร จ 155 ตารางท ความพ งพอใจของผ บร โภค บร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตท จาก ด ( มหาชน ) 156 ตารางท ความพ งพอใจของผ บร โภค บร ษ ท แอล.พ.เอ น. ด เวลลอปเมนท จาก ด (มหาชน) 156 ตารางท รายได ของผ บร โภค บร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตท จาก ด ( มหาชน ) 157 ตารางท รายได ของผ บร โภค บร ษ ท แอล.พ.เอ น. ด เวลลอปเมนท จาก ด ( มหาชน ) 157 ตารางท 4.6 สร ปการใช ระบบต ดต งของโครงการท งหมดในแต ละบร ษ ท 160-1

11 ฎ สารบ ญร ป หน า ร ปท 2.1 แผนงานแบบ Bar chart 5 ร ปท 2.2 แผนงานแบบ Critical path method 6 ร ปท 2.3 โครงสร างระบบเสาและคาน 16 ร ปท 2.4 โครงสร างระบบแผ นผน งร บน าหน ก 17 ร ปท 2.5 โครงสร างระบบกล อง 17 ร ปท 3.1 ทางเข าหน าโครงการกรองทองทรอป คอล 24 ร ปท 3.65 ทางเข าหน าโครงการซ มม ทไพน เฮ ร ท กอล ฟ คล บ 42 ร ปท 3.76 ทางเข าหน าโครงการพล โน ส ขสว สด 46 ร ปท 3.89 ทางเข าหน าโครงการคอนเนค อ อนน ช 50 ร ปท 3.93 ทางเข าหน าโครงการล มพ น พาร ค ร เวอร ไซด พระราม 3 53 ร ปท ทางเข าหน าโครงการล มพ น ว ลล พ บ ลสงคราม 59 ร ปท ทางเข าโครงการเดอะล ฟ คอนโด พ ฒนาการ 62 ร ปท ทางเข าหน าโครงการปร บปร งและต อเต มอาคารก ตต ว ฒนา 66 ร ปท ทางเข าหน าโครงการย ด ไลท คอนโดบางซ อ 67 ร ปท บร เวณทางเข าโครงการ WHA MEGA LOGISTICS 69 ร ปท 5.1 กราฟสร ปป ญหาท ส งผลต อการทางานของฝ ายต ดต งช นส วนสาเร จร ป 164 ร ปท 5.2 กราฟสร ปป ญหาท ส งผลต อการทางานของฝ ายโรงงานผล ตช นส วนสาเร จ 166

12 ฉ ก ตต กรรมประกาศ ในการทาโครงงานฉบ บน ผ จ ดทาขอกราบขอบพระค ณ อาจารย เอนก ชมวงษ อาจารย ท ปร กษา โครงงานทางว ศวกรรมโยธาเป นท ส ด ท ได กร ณาอบรมส งสอนว ชาความร ต างๆ รวมท งให ค าปร กษา แนะนาว ธ แก ป ญหา ตลอดจนตรวจสอบแก ไข โครงงานน จนสาเร จล ล วงด วยด ผ จ ดท าขอกราบขอบพระค ณ ผ ช วยศาสตราจารย ดร.ส รเมศวร พ ร ยะว ฒน อาจารย ท ปร กษา ร วม ท ได ให ค าแนะน าในเร องการว เคราะห ข อม ลต างๆ และคณะกรรมการ ซ งประกอบด วย อาจารย ดร.อมรช ย ใจยงค และ ผ ช วยศาสตราจารย ดร.สยาม ย มศ ร ท ได กร ณาตรวจสอบและแก ไขโครงงาน ทางว ศวกรรมฉบ บน จนสาเร จด วยด ผ จ ดทาระล กถ งพระค ณ บ ดา มารดา ญาต พ น อง คร บาอาจารย ท กท าน ท ได ให ความสน บสน น ช วยเหล อในด านต างๆ และช วยให โครงงานฉบ บน สาเร จด วยด ผ จ ดท าขอขอบพระค ณ กรรมการผ จ ดการบร ษ ทท ง 10 บร ษ ท ท ได ให ความอน เคราะห ให ผ จ ดทาเข าไปศ กษาด งานในการก อสร างของแต ละโครงการ ผ จ ดท าขอขอบพระค ณ เจ าหน าท ฝ ายทร พยากรบ คคลท ง 10 บร ษ ท ท ช วยต ดต อประสานงาน อานวยความสะดวกต างๆให เป นอย างด ผ จ ดท าขอขอบพระค ณ ว ศวกรและโฟร แมนควบค มงาน ท ง 10 โครงการท ได ให ความ อน เคราะห ข อม ล พร อมท งอ านวยความสะดวกท กอย าง รวมท งน าใจและม ตรภาพท ด ในการท า โครงงานฉบ บน ให สาเร จล ล วงไปด วยด นายส บตระก ล สมบ ต ท พย

13 1 บทท 1 บทนำ 1.1 ควำมสำค ญและควำมเป นมำของป ญหำ ในป จจ บ นเศรษฐก จของประเทศได ม การเจร ญเต บโตอย างต อเน อง จ งจาเป นต องม การก อสร าง อาคารท พ กอาศ ย อาคารทางธ รก จ ทางอ ตสาหกรรม และสาธารณ ปโภคต างๆ เพ มข น เพ อเป นการปร บ ขยายต วทางเศรษฐก จ การก อสร างของประเทศไทยในป จจ บ นจะน ยมการก อสร างแบบหล อในท ซ ง จะม ป ญหาในเร องของความล าช า และป ญหาด านปร มาณแรงงานท แนวโน มในอนาคตจะม จ านวน ลดลง เช น ช างไม ช างก อฉาบ ซ งจะห นไปทาอาช พอ นก นมากข น ในต างประเทศน นม ป ญหาเร องปร มาณแรงงานม น อยและค าต วท ส ง การก อสร างจ งน ยมใช ช นส วนส าเร จร ปเข ามาช วย ซ งนอกจากจะใช ปร มาณแรงงานท น อย ย งสามารถท าการก อสร างได รวดเร ว ทางผ จ ดท าโครงงานน เล งเห นความส าค ญของป ญหาท จะเก ดข นในอนาคต จ งค ดว าระบบ ก อสร างท ใช ช นส วนสาเร จร ปน าจะเป นประโยชน และม ความน ยมมากข นต อไป ซ งป จจ บ นน ด วยความต องการของล กค าท งภาคร ฐและเอกชนท ต องการผลงานส งก อสร างของ ต วเองอย างรวดเร ว ออกมาม ค ณภาพท ด ระบบจ งได ม การน ามาใช ก บอ ตสาหกรรมการก อสร างของ ไทย โดยเฉพาะธ รก จทางด านอส งหาร มทร พย ไม ว าจะเป นบ านหร อคอนโดก ตาม ซ งป จจ บ นม กจะม การแข งข นท ส งมากๆท งทางด านเวลาท ต องการความรวดเร ว ต นท นท ประหย ด เพราะถ าใช เวลา ก อสร างท ยาวนาน บร ษ ทก จะประสบป ญหาทางด านดอกเบ ยเง นก ท ต องจ ายมากข นรวมท งค าใช จ าย ต างๆท งค าน า ค าไฟ เง นเด อนพน กงาน ค าแรงช าง รวมถ งค าใช จ ายในการด าเน นงานต างๆ เป น เวลานานอ ก ซ งถ าม ต นท นในการก อสร างท ส ง บร ษ ทอส งหาร มทร พย ก จะท าก าไรจากการขายได น อย และงานท เสร จล าช าย อมถ กค แข งต ดหน าแย งโอกาสทางการค าได เป นธรรมดา จนส งผลถ งเร องของ ผลตอบแทนซ งถ าบร ษ ทใดท าเสร จก อน โอกาสท จะได ร บผลตอบแทนจากการลงท นก เร วข น (จ ตต สา เจร ญพาน ช,ปร ชญ สะเหมาะสมาน,ป ยะพ นธ พ ส ทธ นาราก ล.(2547). การศ กษาระบบและว ธ การ ก อสร างอาคารสาเร จร ป) ป จจ บ นบ านหร ออาคารท สร างด วยช นส วนส าเร จร ป (Precast) ก าล งเป นท น ยมในบรรดา ผ ประกอบการ และผ บร โภคมากข น เม อการก อสร างด วยช นส วนส าเร จร ป ม โครงสร างท แข งแรง คงทนและราคาไม แพงเฉล ยต อตารางเมตรถ กกว าการสร างด วยแบบเด มถ ง % ( ธนศ กด ยงร ก เก ยรต, ป น เล ยงว ทยาค ณ.(2549).การศ กษาเทคน คและป ญหาการก อสร างด วยระบบส าเร จร ป ) กล มผ ร บเหมาท ม ความช านาญทางด านการก อสร างโครงสร างส าเร จร ป ซ งถ อเป นการน าระบบ อ ตสาหกรรมแบบโรงงานมาประย กต ใช ก บการก อสร าง จ งเข ามาม บทบาทอย างมากในป จจ บ น เพราะ สามารถท าการก อสร างต ดต งได อย างรวดเร ว และม มาตรฐานในการควบค มช นส วนว สด ได ด เพราะ

14 2 ผล ตในล กษณะมาตรฐานอ ตสาหกรรมโรงงาน ระบบโครงสร างส าเร จร ปจ งได ถ กเล อกให น ามาใช ก น มากข น 1.2 จ ดประสงค ของโครงกำร 1. เพ อศ กษากรรมว ธ ในการต ดต งช นส วนสาเร จร ประบบต างๆ 2. เพ อศ กษาการบร หารงานของอาคารท ใช ช นส วนส าเร จร ป รวมท งป ญหาและป จจ ยท ส งผล ต อประส ทธ ภาพการทางาน 3. เพ อศ กษาการผล ตและป ญหาของโรงงานผล ตช นส วนส าเร จร ปท ส งผลกระทบต อการ ทางานของโครงการต างๆ 1.3 ขอบเขตกำรศ กษำ สาหร บขอบเขตของโครงการน จะกระทาในล กษณะของกรณ ศ กษาโครงการก อสร างต างๆโดย จะศ กษาบร ษ ทท อย ในเขตกร งเทพและปร มณฑลซ งม ความน ยมในการก อสร างอ าคารด วยระบบ ช นส วนส าเร จร ปเป นอย างมาก โดยบร ษ ทเหล าน เป นบร ษ ทอย ในแวดวงอส งหาร มทร พย และการ ก อสร าง ในการว จ ยน ได ทาการยกต วอย างโครงการก อสร างท เล อกใช ช นส วนสาเร จร ปในการท างานมา จ านวน 10 บร ษ ทด วยก น ซ งแต ละบร ษ ทก ม ขนาดขององค กรเล กใหญ แตกต างก นออกไป และม ล กษณะทางธ รก จท แตกต างก นออกไป ด งน 1. บร ษ ทท เป นผ ร บเหมาก อสร าง ซ งร บงานบ านจ ดสรร ทาวเฮ าส คอนโด อาคารต างๆ 2. บร ษ ทพ ฒนาอส งหาร มทร พย ท าการขายโครงการเองโดยตรง ม ท มงานว ศวกรเป นของ ตนเองแต จ างผ ร บเหมาแรงงานจากภายนอก โดยจะศ กษาเอกสารงานว จ ย ออกส ารวจโครงการก อสร าง ส มภาษณ ว ศวกรของบร ษ ทต างๆ ไม ว าจะเป นความร เร องเทคน คการประกอบต ดต งช นส วนท หน างาน การบร หารงานก อสร าง ซ งม การ ควบค มค ณภาพ ระยะเวลา เง น การจ ดการแรงงาน ว สด เคร องจ กร การขนส ง รวมไปถ งศ กษาด การ ผล ตของฝ ายโรงงานท ผล ตช นส วน เพ อจะด ถ งป จจ ยท ส งผลมาส การท างานต ดต งด วย โดยจะด ถ ง แนวทางในการบร หารจ ดการของแต ละบร ษ ทว าม หล กในการท างานก บงานก อสร างท ใช ช นส วน สาเร จร ปอย างไรบ าง รวมถ งป ญหาท พบท จะส งผลต อประส ทธ ภาพการทางานของแต ละโครงการ

15 3 1.4 ประโยชน ท คำดว ำจะได ร บ 1. สามารถน าไปใช เป นแนวทางในการปร บปร งการบร หารจ ดการการก อสร างด วยช นส วน สาเร จร ปให ด ข น 2. เป นข อม ลพ นฐานสาหร บผ ท สนใจได ศ กษาเพ อดาเน นการว จ ยในเช งล กต อไป 1.5 แผนในกำรดำเน นงำน แผนการดาเน นงานตลอดโครงการสร ปด งตารางต อไปน ตารางท 1.1 แผนการดาเน นงาน การดาเน นงานศ กษาต อส ปดาห ก าหนดสมมต ฐานงานว จ ยและต ดต อ ประสานงานก บทางบร ษ ท 2.ศ กษาทฤษฎ และงานว จ ยท เก ยวข อง 3.ศ กษาข อม ลเบ องต นจากบร ษ ท 4.จ ดเตร ยมนาเสนอรายงาน 1.6 เน อหำโดยส งเขป ในการทาโครงงานทางว ศวกรรมโยธาน ม เน อหาพอส งเขปด งต อไปน บทท 1 จะกล าวถ งความ เป นมาต างๆ ว ตถ ประสงค ของการท าโครงงาน ขอบเขตการศ กษาโดยย อ ประโยชน ท ได ร บ รวมไปถ ง กาหนดการระยะเวลาในการด าเน นงาน บทท 2 เป นการน าเสนอทบทวนทฤษฎ ต างๆรวมท งงานว จ ยท เก ยวข อง บทท 3 เป นการน าเสนอข นตอนการด าเน นงานโดยละเอ ยดไม ว าจะเป นการต ดต งระบบ ช นส วนส าเร จร ปต างๆ การบร หารงานก อสร างรวมท งป ญหาต างๆท พบ การท างานของโรงงานผล ต ช นส วนส าเร จร ปรวมท งป ญหาท พบ บทท 4 เป นการน าเสนอผลล พธ ท ได จากการท างาน บทท 5 จะ เป นการสร ปผลของการดาเน นงานในโครงงานน และข อเสนอแนะสาหร บการทาว จ ยคร งต อไป

16 4 บทท 2 ทฤษฎ และงานว จ ยท เก ยวข อง ส ำหร บโครงงำนกำรบร หำรจ ดกำรของอำคำรท ก อสร ำงด วยช นส วนส ำเร จร ปผ จ ดท ำได ศ กษำ เอกสำรและงำนว จ ยท เก ยวข อง โดยกล ำวถ งทฤษฎ และกำรศ กษำเก ยวก บกรรมว ธ กำรก อสร ำงอำคำร ด วยช นส วนส ำเร จร ป รวมท งหล กกำรบร หำรงำนก อสร ำง เพ อให มองเห นภำพรวมของกำรศ กษำใน ประเด นด งกล ำว อ นจะทำให ผ อ ำนเข ำใจแนวค ดของงำนว จ ยน มำกข น 2.1 ทฤษฎ การบร หารงานก อสร าง แผนงานแบบ Bar chart Bar chart หร อท เร ยกอ กช อหน งว ำ Gantt chart เป นแผนภ ม ท ใช ก นมำต งแต ด งเด มในวงกำร ของอ ตสำหกรรมกำรผล ต ซ งต อมำก ใช ก นอย ำงแพร หลำยโดยท วไปและได น ำมำใช ก บกำรด ำเน นงำน ก อสร ำงท งน เพ อม งจะควบค มโครงกำรให เป นไปตำมก ำหนดเวลำท วำงแผนไว ล กษณะกำรเข ยนก เข ยนเป นเส นแถบเส น (Bar) แถบเส นจ งถ กก ำหนดให ใช แทนก จกำร (Activity) แต ละก จกำรหร อใช แทนงำนแต ละงำนในโครงกำรน นๆโดยแสดงถ งว นท เร มต นและว นท ก จกำรด งกล ำวแล วเสร จ ด วยเหต น จ งเป นกำรสร ปรำยละเอ ยดของโครงกำรก อสร ำงไว ท Bar chart ท งหมด นอกจำกน นย งใช แสดง ควำมก ำวหน ำของงำนตำมช วงเวลำต ำงๆน บว ำสะดวกต อผ ควบค มโครงกำร (Project Superintendent) เป นอย ำงมำกเพรำะสำมำรถมองเห นภำพกำรด ำเน นงำนก อสร ำงได แจ มช ดท กข นตอน โดยผ ท เสนอ ควำมค ดเก ยวก บ Bar chart น นค อ Henry L.Gantt (ท มำ:พนม ภ ยหน ำย.(2540)กำรบร หำรงำนก อสร ำง)

17 5 ร ปท 2.1 แผนงำนแบบ Bar chart ว ธ ว ถ ว กฤต (C.P.M) ว ธ ว ถ ว กฤต น ยมเร ยกก นโดยท วไปว ำ C.P.M. ค ำเต มค อ Critical Path Method ซ งเป นเทคน ค ว ธ ในกำรวำงแผนและควบค มงำน ตลอดจนกำรก ำหนดตำรำงท ำงำนท ได ผลว ธ หน ง ส วนมำก C.P.M. จะใช ได ก บงำนท กประเภทท ม ขนำดค อนข ำงใหญ และม งเน นทำงด ำนค ณภำพของงำน หร อต องกำร จะทรำบรำยละเอ ยดในกำรด ำเน นงำนท กระยะ ท งน เพ อหว งผลในประส ทธ ภำพของงำนเป นส ำค ญ โดยเฉพำะอย ำงย งงำนก อสร ำง ถ ำได น ำเอำ C.P.M. เข ำไปช วยในกำรด ำเน นงำนแล ว จะท ำให งำน ก อสร ำงด ำเน นไปด วยควำมรำบร นไม ต ดข ด ค ณค ำท ส ำค ญของ C.P.M. ประกำรหน งค อ ประหย ดเวลำ และลดค ำใช จ ำยลงเป นอย ำงมำก (ท มำ:พนม ภ ยหน ำย.(2540)กำรบร หำรงำนก อสร ำง) กำรวำงแผนโครงกำร ( Planning the project) ม ข อท ต องคำน งด งต อไปน 1. ม ก จกำรใดบ ำงท จะต องกระทำในช วงเวลำใด 2. ม ก จกำรใดบ ำงท ไม สำมรถจะเร มต นทำได จนกว ำจะได ท ำก จกำรใดก จกำรหน งให เสร จส น เส ยก อน 3. ม ก จกำรใดบ ำงท ต องทำให แล วเสร จก อน จ งจะเร มต นทำก จกำรหน งก จกำรใดต อไปได

18 6 ว ธ ของ C.P.M. น สำมำรถจะแสดงให เห นได อย ำงแจ มแจ งโดยท ำเป นแผนผ งล กศร (Arrow diagram) (ท มำ:พนม ภ ยหน ำย.(2540)กำรบร หำรงำนก อสร ำง) ต วอย ำงร ปภำพ 2.2 ประว ต ความเป นมาและงานว จ ย ร ปท 2.2 แผนงำนแบบ Critical path method ประว ต ความเป นมา กำรก อสร ำงในระบบพร คำสท ( Precast construction method ) หร อระบบพร แฟบร เคช น (Prefabrication construction method ) น นม มำนำนหลำยร อยป ย อนย คไปต งแต สม ยกร ก โรม น อ ย ปต ท ใช ระบบก อสร ำงส ำเร จร ปก บอำคำรขนำดใหญ โดยสก ดห นเป นช นส วนส ำเร จร ปแล วน ำมำต ดต งใน สถำนท ก อสร ำงท เรำร จ กก นด เช น เสำ คำน หร อพ น ต วอย ำงของอำคำรท ก อสร ำงด วยระบบด งกล ำว ค อ ป รำม ดน นเอง ย คแรก ของกำรก อสร ำงอำคำรท พ กอำศ ยหร อบ ำนเร อนจะเน นกำรพ ฒนำอำคำรให ม นคง แข งแรง โดยใช ไม อ ฐห นด นและว สด ท ม อย ในท องถ น ย คท สอง เป นย คอ ตสำหกรรม ม กำรพ ฒนำระบบเคร องกลท ใช พล งงำนเข ำมำช วยในกำร ก อสร ำง ม ระบบโครงสร ำงเหล กและโครงสร ำงคอนกร ตเสร มเหล กและกลำยเป นจ ดเร มต นในกำร ค ดค นส วนประกอบท สำเร จร ปข น ย คท สำม ซ งเป นย คแห งข อม ลข ำวสำร โดยเฉพำะช วงปลำยของศตวรรษท 20 ม กำรใช

19 คอมพ วเตอร เข ำมำช วยในกำรออกแบบและกำรก อสร ำงอำคำร ม กำรส งถ ำยข อม ลอย ำงท วถ งท กม มโลก เก ดกำรแลกเปล ยนข อม ลเทคน คกำรก อสร ำงอย ำงมำกมำย กำรก อสร ำงม กำรควบค มมำตรฐำนให ส งข น เม อม กำรก อสร ำงท ใช ร ปแบบเด ยวก นมำกข น ระบบส ำเร จร ปจ งถ กน ำกล บมำใช และปร บปร งให ม ประส ทธ ภำพมำกข น ส วนประกอบของอำคำรท ม ขนำดใหญ ได ผล ตจำกโรงงำนและมำประกอบท สถำนท ก อสร ำงภำยหล ง ย งในป จจ บ น ต นท นค ำก อสร ำงอำคำรเพ มข นท งทำงตรงและทำงอ อม แรงงำน ท ม ฝ ม ออำจขำดแคลน กำรควบค มกำรก อสร ำงให ได มำตรฐำนจ งทำได ยำก ด งน นในสภำวะกำรป จจ บ น ท ม ป ญหำกำรขำดแรงงำนในอ ตสำหกรรมกำรก อสร ำง ระบบ สำเร จร ปจ งถ กน ำมำใช ในกำรก อสร ำงอำคำร ด วยเหต ผลหล ก ค อ ลดค ำใช จ ำยในกำรก อสร ำงเน องจำก หล อในโรงงำนในปร มำณมำกๆ รวมท งควำมรวดเร วในกำรก อสร ำงเพรำะใช น ำมำต ดต งท หน ำงำน อย ำงเด ยว และค ณภำพของงำนท ออกมำม มำตรฐำนเพรำะมำจำกโรงงำน ไม ได ผ นแปรตำมฝ ม อช ำง ท วไป มำถ งตอนน หลำยๆคนคงพอเข ำใจได บ ำงว ำท ำไมป จจ บ นเรำเร มร บทรำบว ำระบบก อสร ำงด วย กำรน ำช นส วนคอนกร ตส ำเร จร ปก บงำนก อสร ำงบ ำนพ กอำศ ย ต ก อำคำร โครงสร ำงต ำงๆ จ งน ยมก น มำกข น เช น อำคำรช ดพ กอำศ ยหร อคอนโดม เน ยม ทำวน เฮ ำส หร อแม แต บ ำนเด ยวในโครงกำร อส งหำร มทร พย ก นอย ำงแพร หลำยในป จจ บ น ไม เพ ยงเท ำน น ในโครงกำรก อสร ำงขนำดใหญ เช น สะพำน อ โมงค รถไฟฟ ำใต ด น รถไฟฟ ำ ก ใช ช นส วนคอนกร ตสำเร จร ปเช นก น ( ส ำหร บระบบในกำรเล อกออกแบบ ในกำรก อสร ำงน น ม กจะเล อกใช ระบบผน งร บแรง (Bearing wall system) และระบบเสำโครง (skeleton system) ซ งโดยส วนใหญ ระบบผน งร บแรงจะเป น ท น ยมน ำมำใช ในกำรออกแบบใช งำนมำกท ส ด เน องจำกผน งของอำคำรท ำหน ำท ร บแรงคล ำยก บเสำ และคำนของอำคำรขณะเด ยวก นก ท ำหน ำเป นผน งก นห องได ด วย ท ำให เก ดประโยชน ส งส ดในกำร เล อกใช ว สด และย งท ำให ม พ นท ใช สอยเพ มมำกข น ง ำยต อกำรตกแต งภำยในของอำคำรด วย ระบบผน งร บแรงม ว ธ หร อข นตอนกำรก อสร ำงง ำย โดยเร มจำก กำรเตร ยมฐำนรำกอำคำร ในบร เวณ ก อสร ำง ต อจำกน นก นำผน งร บแรงท ได ท ำกำรหล อจำกโรงงำน มำท ำกำรต ดต งในช นล ำง ต ดต งพ นช น ล ำง พ นช นท สอง ผน งช นท สอง บ นได เก บรอยต อของผน ง ก เป นอ นเสร จส น ขณะท ระบบเสำโครง น น ก เป นท น ยมเช นเด ยวก น ในกำรเล อกใช ระบบน ม กจะใช ก บโครงสร ำงอำคำรท ต องกำรผน งก ออ ฐ ฉำบป น หร อ ต องกำรผน งอำคำรเป นกระจก หร อว สด อ นๆ ตำมแบบทำงสถำป ตยกรรม โดยส วนใหญ ข นตอนกำรด ำเน นกำรก อสร ำงระบบน ก จะด ำเน นกำรจ ดเตร ยมฐำนรำกอำคำร เหม อนระบบกำรก อสร ำงปกต หล งจำกน น ก ด ำเน นกำรต ดต งช นส วนเสำ คำน พ น ท จ ดเตร ยมไว เม อ แล วเสร จก จะม ล กษณะของอำคำรเหม อนกำรก อสร ำงในระบบปกต ท วไป ( 7

20 ระบบโครงสร ำงส ำเร จร ป หร ออำจเร ยกได อ กอย ำงว ำ PREFAB-SYSTEM หร อช อเต ม Prefabrication System อ ตสำหกรรมกำรก อสร ำงในป จจ บ นต องม กำรเปล ยนแปลง เน องจำกป ญหำ ด ำนแรงงำน กำรควบค มงบประมำณ เวลำกำรก อสร ำง รวมถ งปร มำณงำนก อสร ำงท ม มำกข นไม สอดคล องก บปร มำณแรงงำนท ลดน อยลง ด งน นระบบช นส วนส ำเร จร ปหร อท เร ยกก นว ำช นส วน precast จ งถ กเล อกนำมำใช ในป จจ บ นและจะเป นท แพร หลำยในอนำคต โดยเฉพำะอย ำงย งกำรก อสร ำง ในธ รก จด ำนอส งหำร มทร พย ท ม กำรแข งข นด ำนเวลำ ต นท น ท ำเลท ต ง ด งน นจ งม กำรเล อกช นส วน precast มำใช งำนมำกข น ระบบพร คำสท คอนกร ต (Precast concrete) ซ งเป นว ธ กำรด ำเน นกำรก อสร ำงระบบหน งท ป จจ บ นวงกำรก อสร ำงในบ ำนเรำเร มน ยมใช จร งๆ แล วระบบพร คำสท ในบ ำนเรำม กำรใช มำนำนมำก แต ม กำรเล อกนำไปใช สำหร บกำรก อสร ำงบำงอย ำง เช น กำรก อสร ำงสะพำน ทำงยกระด บหร อทำงด วน ส ำหร บงำนด ำนอำคำร บ ำน ทำวน โฮม ก เร มม ใช ช นส วนส ำเร จร ปมำกข น โดยเฉพำะในเขต กร งเทพมหำนครและปร มณฑล คำว ำ prefab ต ำงก นย งไงก บ precast ซ งจะอธ บำยได ด งน precast แปลได ว ำ กำรหล อหร อเท ในแบบก อนน ำไปใช งำนหร อก อนกำรประกอบ ( ฉะน น ช นส วนคอนกร ตส ำเร จร ป (Precast Concrete) ค อ กำรหล อช นส วนคอนกร ตเสร ม เหล กในสถำนท ใด ๆ ไม ว ำจะเป นโรงงำน หร อบร เวณท ก อสร ำง โดยน ำเอำองค อำคำรบำงส วนหร อ ท งหมด เช น พ น ผน ง คำน เสำ บ นได แล วน ำไปประกอบก นเป นอำคำร ณ สถำนท ก อสร ำง (จ ตต สำ เจร ญพำน ช,ปร ชญ สะเหมำะสมำน,ป ยะพ นธ พ ส ทธ นำรำก ล.(2547). กำรศ กษำระบบและว ธ กำร ก อสร ำงอำคำรสำเร จร ป) ส วนค ำว ำ prefab ค ำเต มๆ ค อ prefabicate หร อ prefabication ค อกำรประกอบช นส วนเข ำ ด วยก นก อนน ำไปต ดต ง ส วนมำกก ม กน ยมใช ก บงำนเหล กท ต ดเป นช นๆ แล วน ำมำต อก นเป นร ปร ำงท ต องกำรเป นส วนๆ แล วค อยน ำไปประกอบเป นงำนองค รวม ซ งเร ยกว ำกำร installation หร อ erection แล วแต กรณ ( ซ งรอยต อระหว ำงช นส วน ส ำเร จร ปไม ว ำจะเหล กหร อคอนกร ตเสร มเหล กต องสำมำรถร บแรงและส งถ ำยน ำหน กตำมข อก ำหนด ต ำงๆได ท ำให อำคำรม เสถ ยรภำพม นคงแข งแรง อ กท งช นส วนส ำเร จร ปเองท ได จำกกำรผล ตจำก โรงงำนต องสำมำรถร บหน วยแรงท เก ดข นจำกกำรผล ต กำรขนส ง และกำรต ดต งได (จ ตต สำ เจร ญ พำน ช,ปร ชญ สะเหมำะสมำน,ป ยะพ นธ พ ส ทธ นำรำก ล.(2547). กำรศ กษำระบบและว ธ กำรก อสร ำง อำคำรสำเร จร ป) ฉะน นระบบก อสร ำงส ำเร จร ป (Prefabrication) ค อระบบกำรก อสร ำงอำคำรท ผล ตช นส วน อำคำรออกเป นส วน ๆ แล วน ำมำต ดต งประกอบก น ณ ท ก อสร ำง หร อผล ตจำกโรงงำนเสร จแล ว สำมำรถเคล อนย ำยเพ อนำไปใช สอยได ท นท ท งน ว สด อำจจะเป นคอนกร ตหร อว สด อ นก ได 8

21 9 ส ำหร บงำนก อสร ำงท เล อกใช ช นส วนโครงสร ำงท ท ำกำรหล อเป นช นงำน แล วมำประกอบ ต ดต งเป นโครงสร ำงในหน วยงำนก อสร ำงน นเรำม กเร ยกว ำ precast concrete หร อเร ยกว ำ ช นส วน โครงสร ำงคอนกร ตส ำเร จร ป ซ งแต ละช นส วนก จะได ร บกำรออกแบบให ม ควำมม นคงแข งแรง ตำม หล กว ศวกรรม แตกต ำงก นไปตำมโครงสร ำงอำคำรและกำรท ำหน ำท ของแต ละช นส วนขององค อำคำร น นๆ ถ ำให กล ำวโดยสร ปก ค อ Precast เป นช นส วนส ำเร จร ป Prefab เป นกำรน ำช นส วนมำประกอบ เป นโครงสร ำงองค อำคำร การศ กษางานว จ ยท เก ยวข อง ธนศ กด ยงร กเก ยรต, นำยป น เล ยงว ทยำค ณ (2549) ได ศ กษำเทคน คและป ญหำกำรก อสร ำง ด วยระบบสำเร จร ป โดยกล ำวว ำเทคน คใหม ๆม ต นแบบมำจำกกำรก อสร ำงในต ำงประเทศ จ งต องม กำร คำน งถ งข อจำก ดในด ำนต ำงๆเม อต องนำมำประย กต ใช งำนในประเทศไทย ซ งได แก ข อจ ำก ดด ำนรำคำ ข อจำก ดด ำนว สด ข อจ ำก ดด ำนเทคโนโลย และข อจ ำก ดด ำนกำรยอมร บของผ บร โภค กำรก อสร ำงใน ป จจ บ นของประเทศไทยและของต ำงประเทศไม แตกต ำงก นมำกน ก ซ งกำรน ำเทคน คต ำงๆมำ ประย กต ใช งำน สำมำรถแบ งออกได เป น 3 กล มค อ กล มท สำมำรถประย กต ใช งำนได ท นท กล มท ต อง ด ดแปลงก อนกำรประย กต และกล มท สำมำรถประย กต ใช งำนได ในอนำคต จ ตต สำ เจร ญพำน ช, ปร ชญ สะเหมำะสมำน, ป ยะพ นธ พ ส ทธ นำรำก ล (2547) ได ศ กษำระบบ และว ธ กำรก อสร ำงอำคำรสำเร จร ป ได ผลสร ปด งน ข อด ของกำรก อสร ำงด วยระบบสำเร จร ป 1. ลดระยะเวลำในกำรก อสร ำง ซ งสำมำรถช วยลดค ำใช จ ำยจำกกำรด ำเน นงำนต ำงๆได รวมท งต นท นของดอกเบ ย 2. ค ณภำพได มำตรฐำนเน องจำกช นส วนม กำรควบค มท ด ตำมมำตรฐำนอ ตสำหกรรมจำก โรงงำน 3. ลดฝ นละอองจำกเศษห น ทรำย ป นซ เมนต 4. ลดปร มำณแรงงำนในกำรทำงำน 5. ลดค ำก อสร ำง โดยเฉพำะถ ำใช ช นส วนท เหม อนก นในปร มำณมำกๆก บโครงกำรใหญ

22 10 ข อเส ยของกำรก อสร ำงด วยระบบสำเร จร ป 1. กำรลงท นเร มต นส ง ต องม ท นในกำรต งโรงงำน เป นต น 2. กำรขำดควำมร ท กษะ ประสบกำรณ ม ผลทำให กำรทำงำนอำจไม ม ประส ทธ ภำพเท ำท ควร 3. เปล ยนแปลง ต อเต ม แก ไข ได ยำก 4. อำจม กำรร วซ มท รอยต อถ ำควบค มกำรทำงำนได ไม ด อ ครพล เน องฤทธ, อำท กว อ ศวร กษ (2548) ได ศ กษำถ งกำรก อสร ำงด วยช นส วนส ำเร จร ป ป ญหำในกำรจ ดกำรและแนวทำงแก ไข โดยกล ำวว ำ กำรใช ระบบสำเร จร ปจะไม ค มเวลำเจอโครงสร ำงท ซ บซ อนใช ช นส วนแตกต ำงก นเยอะ เพรำะโรงงำนในกำรผล ตต องท ำแบบหล อหลำยขนำด ท ำให ต นท นคงท ในช วงแรกส ง ช นส วนส ำเร จร ปจ งม รำคำแพง ฉะน นร ปแบบโครงกำรท เหมำะก บกำรใช ช นส วนส ำเร จร ป จ งต องม ล กษณะช นส วนท เหม อนก นในปร มำณท มำกๆ และไม ม รำยละเอ ยด ปล กย อยท มำกจนเก นควำมจ ำเป น ซ งจะท ำให กำรผล ตท ำได อย ำงต อเน อง กำรขนส งและกำรจ ดเก บ ช นส วนสำมำรถท ำได สะดวกและม มำตรฐำนเด ยวก น จ งเหมำะก บกำรสร ำงคอนโดจ ำนวนหลำยๆช น บ ำนจ ดสรร ทำวน โฮม จ ำนวนหลำยย น ต แต บ ำนเหล ำน ผ บร โภคก จะไม สำมำรถเล อกร ปแบบ โครงสร ำงท ต องกำรได เน องจำกร ปแบบอำคำรท ค อนข ำงจ ำก ดน นเอง และนอกจำกน ย งสำมำรถสร ป กำรบร หำรงำนท ใช ก บกำรก อสร ำงท ใช ช นส วนสำเร จร ปได ด งน 1. กำรวำงแผนโครงกำรน ยมใช ว ธ barchart เน องจำกท ำควำมเข ำใจได ง ำย แต ป ญหำท พบค อ ขำดข อม ลในกำรวำงแผน 2. กำรจ ดกำรแรงงำน บร ษ ทอส งหำร มทร พย ม กใช กำรจ ดจ ำงผ ร บเหมำจำกภำยนอก ซ งจะม ป ญหำท กษะฝ ม อแรงงำน

23 11 พ บ ลย ช มพลไพศำล, วรกำร ต งส บก ล,วำท ศ โกมำรท ต (2539) ได ศ กษำระบบพร แฟบร เคช น ในประเทศไทย กล ำวว ำ ระบบพร แฟบร เคช นใช แรงงำนท น อย ซ งสอดคล องก บป ญหำปร มำณแรงงำน ท ลดลงในป จจ บ น เน องจำกไปประกอบอำช พอ นมำกข นในอนำคต จำกกำรค นหำจำกเว บไซท ต ำงๆสร ปได ด งน ข อด เพ มเต ม 1. ในบำงระบบจะช วยลดกำรก อฉำบได เพรำะผล ตจำกโรงงำนผ วงำนพร อมใช เช น ระบบ ผน งร บน ำหน ก (thaiengineering.com) 2. ลดกำรส ญเส ยว สด ได เช น เส ยแบบหล อ ไม แบบ ไม ค ำย นน อยลง เน องจำกช นส วนผล ต จำกโรงงำน (thaiengineering.com) 3. ช นส วนสำเร จร ปเป นช นส วนท ท ำจำกคอนกร ตเสร มเหล กและคอนกร ตอ ดแรง จ งท ำให ม ควำมท บน ำมำกกว ำโครงสร ำงอำคำรท ก ออ ฐฉำบป นหลำยเท ำ ค อเก บควำมช นได น อย ท ำให ไ ม ก อให เก ด เช อ รำซ งเป นสำเหต ของ ส หล ดร อน ตำมมำ (precastprecast.blogspot.com) ข อเส ยเพ มเต ม 1. จำกข อด ของเร องควำมท บน ำของผน งร บแรง ช นส วนส ำเร จร ปม ควำมท บน ำมำกกว ำ โครงสร ำงแบบก ออ ฐฉำบป นและเก บควำมช นได น อย ท ำให ไม ก อให เก ดเช อรำซ งเป น สำเหต ของส หล ดร อนตำมมำก จร ง แต ควำมแน นต วหร อควำมหนำแน นท มำกกว ำเม อ เท ยบก บกำรก ออ ฐฉำบป น ผน งร บแรงจ งม กำรน ำควำมร อนได มำกกว ำ ท ำให อำกำศใน ห องท ทำด วยผน งร บแรงจะม อ ณหภ ม ส งกว ำเม อม แดดส องผน ง ป ญหำต ำงๆท งควำมร อน ท มำกกว ำผน งก ออ ฐ กำรต อเต ม ท บ ร อ ท ม ขอบเขตหร อข อห ำม และรอยต อท ม โอกำสเก ด กำรซ มของน ำหร อควำมช น เม อพ จำรณำเปร ยบเท ยบก บค ณภำพช นงำน ค ณภำพว สด กำร ไม เก ดรอยแตกร ำวลำยงำของผน งก ออ ฐ กำรประหย ดเวลำในกำรก อสร ำง เป นต น ระบบ พร คำสท ก อำจจะด มำก หร อด อยกว ำ ฉะน นต องพ จำรณำให ถ ถ วนว ำจ ดยอมร บมำกน อย อย ำงไร (

24 12 ความม นคงแข งแรงของระบบโครงสร างช นส วนสาเร จร ป เบ องต นเรำมำเปร ยบเท ยบก นว ำ ควำมแข งแรงของบ ำนหร ออำคำรท ก อสร ำงด วยระบบพร คำสท เปร ยบเท ยบก บกำรก ออ ฐฉำบป นท วไปน น พบว ำควำมแข งแรงของระบบโครงสร ำงพร คำสท ม ควำมแข งแรงกว ำระบบก ออ ฐฉำบป น เน องจำกว สด ท ำด วยคอนกร ตเสร มเหล กท ผ ำนข นตอนกำร ควบค มกำรผล ตท ม ค ณภำพท กข นตอน ต งแต กำรออกแบบ กำรผล ต กำรขนส งและกำรต ดต ง ซ งจะ แตกต ำงจำกโครงสร ำงก ออ ฐฉำบป น ท ค ณสมบ ต ว สด ม ควำมแตกต ำงก น (อ ฐและป นฉำบ) ว สด ท ใช ม ค ณภำพท ด อยกว ำคอนกร ต ฝ ม อแรงงำนในกำรด ำเน นกำรม ควำมแตกต ำงก น งำนม ควำมผ นแปรตำม ฝ ม อช ำง กำรควบค มค ณภำพงำนข นอย ก บประสบกำรณ ของช ำงและผ ควบค มงำน โอกำสท ผน งจะเก ด กำรแตกร ำวตำมผ วผน ง ม มวงกบประต -หน ำต ำงม มำกกว ำระบบพร คำสท ท ควบค มค ณภำพได ด กว ำ รวมท งโอกำสท จะเก ดกำรหล ดร อนของป นฉำบม ส งกว ำ ระบบพร คำสท ท ม เหต กำรณ จำกภ ยธรรมชำต เช น กำรเก ดแผ นด นไหว พำย ลมแรง เป นต น โครงสร ำงพร คำสท ท ออกแบบระบบผน งร บแรงจะม ควำมสำมำรถต ำนทำนแรงส นสะเท อนของแผ นด นไหว หร อแรงลมท ปะทะอำคำรได ด กว ำระบบก ออ ฐ ท วไป เน องจำกผน งร บแรงท ท ำด วยคอนกร ตเสร มเหล กน นม ค ำควำมแข ง (Stiffness) ส งกว ำระบบเสำ โครง ซ งผน งก ออ ฐไม สำมำรถร บแรงด ำนข ำงได ด งน นจ งม นใจได ว ำโครงสร ำงพร คำสท แบบผน งร บ แรงม ควำมแข งแรงกว ำโครงสร ำงเสำ คำน ผน งก ออ ฐท วไปเป นอย ำงมำกส ำหร บกรณ ร บแรงลมหร อ พำย ก เช นเด ยวก น ผน งร บแรงเป นผน งคอนกร ตท ม ควำมแข งแรงมำกกว ำผน งก ออ ฐ ( บ านท สร างด วยระบบโครงสร างช นส วนสาเร จร ป หลำยคนคงม ควำมสงส ยว ำระบบกำรก อสร ำงด วยระบบส ำเร จร ปหร อระบบพร คำสท ท ก ำล ง ได ร บควำมน ยมในกำรก อสร ำงบ ำน ม ควำมแข งแรงเท ำก บหร อแตกต ำงก บระบบกำรก อสร ำงแบบเสำ คำนท หล อในสถำนท หร อไม น น หำกเรำพ จำรณำระบบของกำรก อสร ำงแล วไม ม ควำมแตกต ำงก นใน ด ำนกำรร บน ำหน กหร อควำมแข งแรงของระบบโครงสร ำง แต เม อพ จำรณำระบบของโครงสร ำงท ม ควำมแตกต ำงก น เช น ระบบเสำ คำน เปร ยบเท ยบก บระบบผน งร บน ำหน กท น ยมใช ในกำรก อสร ำงบ ำน แล ว จะพบว ำระบบผน งร บน ำหน กจะม ควำมแข งแรงและประหย ดมำกกว ำระบบเสำโครง ประมำณร อย ละ 10 ถ ง 15 ท งน เน องจำกระบบผน งร บน ำหน กสำมำรถร บน ำหน กได ด และเหมำะสมกว ำเม อใช ก บ อำคำรบ ำนพ กอำศ ยท วไป แต ไม เหมำะสมก บโครงสร ำงอำคำรโรงงำนอ ตสำหกรรมท ม ระยะห ำง ระหว ำงช นมำก กำรด แลบ ำร งร กษำบ ำนท ก อสร ำงด วยช นส วนส ำเร จร ปน นจะสะดวกและง ำยต อกำรด แลกว ำ บ ำนท สร ำงด วยกำรก ออ ฐ ฉำบป นโดยท วไปมำก เน องจำกไม ต องก งวลเร องกำรแตกร ำว ตำมม มวงกบ หร อกำรหล ดร อนของป นฉำบเพรำะผน งเป นคอนกร ตม ควำมย ดหย นหร อกำรขยำยต วน อยมำกเม อเท ยบ

25 13 ก บป นฉำบ อ กท งเม อม ฝนตกผน งคอนกร ตย งสำมำรถป องก นกำรซ มผ ำนของน ำได ด มำกกว ำอ ฐซ งม ควำมพร นส งท ำให เม อม น ำหร อฝนตก อ ฐจะด ดซ มน ำหร อควำมช นได มำก และจะส งผลท ำให ส ท ทำ ผน งเก ดเช อรำทำให ส หล ดร อนได ง ำยอ กด วย ท งน บ ำนท สร ำงด วยด วยช นส วนส ำเร จร ป น นม ข อควรระม ดระว งบำงส วน เช น กำรท บเพ อ เป ดช องหน ำต ำง ประต หร อกำรร อผน ง รวมถ งกำรต อเต มโครงสร ำง ต องด ำเน นกำรโดยค ำแนะน ำของ ว ศวกรผ ออกแบบ จ งจะม ควำมปลอดภ ย ไม ควรด ำเน นกำรโดยพละกำร เน องจำกจะส งผลเส ยหำยก บ โครงสร ำงอำคำรโดยรวม ซ งเป นประเด นส ำค ญในกำรใช งำนโครงสร ำงระบบพร คำสท นอกจำกน นก ด แลเหม อนบ ำนท วไป ( การต อเต ม-ตกแต งบ านท ก อสร างด วยระบบโครงสร างช นส วนสาเร จร ป คำถำมยอดน ยมสำหร บเจ ำของบ ำน ผ ท ก ำล งจะซ อบ ำนหร อผ ท ก ำล งสร ำงบ ำน น นค อ กำรต อ เต ม ตกแต งบ ำน ภำยหล งจำกท ได ร บมอบบ ำนหร อหล งจำกท อำศ ยได ระยะหน ง กำรต อเต มบ ำนโดย ส วนใหญ จะเป นกำรต อเต มหร อตกแต งเพ มจำกแบบมำตรฐำนท ทำงโครงกำรออกแบบและก อสร ำงไว ซ งแบบมำตรฐำนจะม ควำมเหมำะสมก บกำรใช งำนส ำหร บผ อย อำศ ยท เป นพ นฐำนเบ องต นโดยท วไป อย แล ว ในกำรออกแบบว ศวกรผ ออกแบบได พ จำรณำออกแบบระบบต ำงๆ เช น ระบบโครงสร ำง ระบบ ไฟฟ ำ ระบบส ขำภ บำล เป นต น โดยได ก ำหนดให ม ควำมเหมำะสมก บกำรใช งำนและระบ ไว ในแบบ ก อสร ำงมำตรฐำนน น จำกน นเจ ำของบ ำนก ด ำเน นกำรปร บปร งขยำยหร อตกแต งภำยหล งให เหมำะสม ก บกำรใช งำนของตนเองซ งจะมำกน อยแตกต ำงก นตำมควำมต องกำรและงบประมำณ จำกข อม ลกำรออกแบบมำตรฐำนท ได กล ำวถ งไปแล วน น ต อมำเรำมำพ ดถ งกำรต อเต มบ ำนท สร ำงด วยระบบพร คำสท ก นบ ำงว ำสำมำรถด ำเน นกำรต อเต ม หร อกำรขยำยต วบ ำนจำกแบบมำตรฐำน เด มท สร ำงไว ได ท งน คงต องแยกว ธ กำรต อเต มออกเป นส วนๆด งน ระบบโครงสร ำงอำคำร โครงสร ำงท ท ำกำรต อเต มหร อขยำยใหม ต องแยกออกจำกระบบ โครงสร ำงเด ม (เสำเข ม ฐำนรำก ผน ง คำน พ น) และหำกเป นบ ำนท ก อสร ำงด วยระบบผน งร บน ำหน ก (Bearing wall systems) ต องไม ท ำกำรต อเต มโครงสร ำงใหม ก บผน งเด มเป นอ นขำด เน องจำกจะท ำให ระบบกำรร บแรงของโครงสร ำงผน งเพ มข นหร อเปล ยนแปลงไป ย งหำกม กำรร บน ำหน กมำกหร อผ ดไป จำกท ว ศวกรผ ออกแบบได ค ำนวณไว มำก ก อำจท ำให โครงสร ำงได ร บควำมเส ยหำยท ำให เก ดกำรว บ ต หร อพ งทลำยของโครงสร ำงได กรณ ท ม กำรเพ มช องเป ด เช น กำรท บผน ง กำรเพ มช องประต -หน ำต ำง ขยำยช องประต -หน ำต ำง เป นต น สำมำรถท ำได บ ำงเป นบำงกรณ ท งน ต องสอบถำมว ศวกรผ ออกแบบ เพ อให ควำมเห นเน องจำกม ผลก บควำมม นคงแข งแรงของโครงสร ำงโดยตรง

26 14 ระบบไฟฟ ำ ส ขำภ บำล หร อระบบอ นๆ โดยท วไปโครงสร ำงระบบพร คำสท จะด ำเน นกำร ออกแบบและต ดต งระบบเหล ำน โดยกำรฝ งท อในผน งคอนกร ตตำมต ำแหน ง ด งน น หำกม กำรต อเต ม หร อ ขยำย จะต องท ำกำรต อเช อมจำกระบบท ได ฝ งไว ซ งม ควำมย งยำกมำก และหำกด ำเน นกำรสก ดฝ ง ท อเพ มเต มก อำจส งผลกระทบต อควำมม นคงแข งแรงของโครงสร ำงอำคำร ท งน ควรด ำเน นกำรโดยเด น ท อนอกผน ง ซ งป จจ บ นน ยมใช ระบบรำงครอบ ท ม วำงขำยในท องตลำดท วไป ท ำให ด ำเน นกำรง ำย สะดวก รวดเร ว ไม กระทบก บโครงสร ำง ท งน หำกม ควำมจำเป นท จะต องเจำะช องเป ดผ ำนผน ง เช น กำร ต ดต งเคร องปร บอำกำศ เป นต น ควรสอบถำมว ศวกรผ ออกแบบ เพ อเล อกต ำแหน งท ม ผลกระทบก บ ควำมม นคงแข งแรงของโครงสร ำงน อยท ส ด สร ปได ว ำกำรด ำเน นกำรต อเต ม ขยำย หร อตกแต งบ ำนท สร ำงด วยระบบพร คำสท น นสำมำรถ ด ำเน นกำรได ด งท กล ำวไปแล วข ำงต น ท งน ข อควรระม ดระว งส ำหร บกำรต อเต มหร อตกแต งบ ำนท ก อสร ำงด วยระบบพร คำสท น น ผ ด ำเน นกำรต องม ควำมร เก ยวก บระบบพร คำสท เป นอย ำงด หำกกำร ดำเน นกำรใดๆ ท จะม ผลทำให โครงสร ำงต องร บแรงมำกข น หร อม กำรท บ เจำะ ขยำยช องเป ด หร อกำร ดำเน นกำรใดท ทำให โครงสร ำงกระทบกระเท อน ควรปร กษำว ศวกรผ ออกแบบเพ อขอค ำแนะน ำในกำร ดำเน นกำรก อน เพ อควำมม นคงและควำมปลอดภ ยในกำรอำศ ยหร อกำรใช อำคำรของเจ ำของบ ำนเอง ( การก อสร างทาวน เฮ าส ด วยระบบโครงสร างช นส วนสาเร จร ป ระบบพร คำสท เป นระบบกำรก อสร ำงท ม กน ยมน ำมำใช ในกำรก อสร ำงอำคำรพ กอำศ ยมำกข น ในป จจ บ น โดยเฉพำะอย ำงย งอำคำรพ กอำศ ยขนำดปำนกลำง เช น ทำวน เฮ ำส หร อ ทำวน โฮม เป นต น เน องจำกม พ นท ใช สอยหร อท ด นน อยกว ำบ ำนเด ยวเล กน อย ม จ ำนวนสองช นถ งส ช น หำกอย ในท ำเล ชำนเม องก จะสำมำรถซ อขำยได ในรำคำท ไม ส งน ก หำกต งอย บร เวณเม องช นในก ม กม รำคำเท ำก บบ ำน เด ยวบร เวณชำนเม อง ในป จจ บ นทำวน เฮ ำส ม กเป นท น ยมและม กำรซ อขำยได ง ำยอ กด วย จำกเหต ผลด งกล ำวข ำงต นและสภำพควำมผ นผวนในต นท นกำรก อสร ำง ท ำให ผ ประกอบกำรด ำนกำร พ ฒนำท ด นส วนใหญ เร มห นมำใช ระบบพร คำสท หร อระบบก อสร ำงด วยช นส วนคอนกร ตส ำเร จร ปมำก ข น เน องจำกแบบก อสร ำงทำวน เฮ ำส ม จ ำนวนหน วยท ต อเน องก นในแต ละหล ง ม ปร มำณกำรสร ำง จำนวนมำกหลำยหล ง และร ปแบบบ ำนม กคล ำยก น ทำให เหมำะก บระบบพร คำสท สำมำรถด ำเน นกำร ก อสร ำงได อย ำงรวดเร ว เช นกรณ ของทำวน เฮ ำส ส ง 2-3 ช น จ ำนวน 12 หน วย สำมำรถด ำเน นกำร ก อสร ำงให แล วเสร จภำยใน 1-2 เด อน และหำกรวมงำนตกแต ง ทำส ป กระเบ อง และอ นๆ อ กประมำณ 1 เด อน ก แล วเสร จรวมเวลำประมำณ 2 เด อน หำกเปร ยบเท ยบก บกำรก อสร ำงด วยระบบเด ม (ก ออ ฐ ฉำบป น) ท จะต องใช เวลำประมำณ 6 7 เด อน ซ งเวลำด งกล ำวระบบพร คำสท สำมำรถก อสร ำงทำวน เฮ ำส ได มำกกว ำ 100 หน วย ย งจะทำให งำนแล วเสร จโดยเร ว

27 15 ผ ประกอบกำรสำมำรถก ำหนดกำรส งมอบทำวน เฮ ำส ให ก บล กค ำได อย ำงแน นอนตรงเวลำ อ กท งย ง สำมำรถก ำหนดเวลำในกำรขำยและกำรป ดโครงกำรได อย ำงแน นอนอ กด วย ( 2.3 ระบบช นส วนสาเร จร ป ระบบโครงสร ำงสำเร จร ปแบบต ำง ๆ ในป จจ บ นได ม กำรจดทะเบ ยนล ขส ทธ ไว ในประเทศต ำง ๆ มำกกว ำ 1,000 ระบบข นไป ส วนใหญ เป นระบบท พ ฒนำข นในประเทศย โรปทำงตะว นออกและ ประเทศแถบสแกนด เนเว ย ระบบเหล ำน สำมำรถแบ งได หลำยล กษณะ เช น แบ งตำมชน ดของ โครงสร ำง แบ งตำมชน ดของว สด ท เล อกใช แบ งตำมร ปแบบของช นส วนท ประกอบก น แบ งตำม ล กษณะกำรก อสร ำง ซ งสำมำรถยกต วอย ำงระบบกำรก อสร ำงคอนกร ตสำเร จร ป ได ด งน (Thai-engineers.blogspot.com/2011/06/blog-post_20html) ระบบเสาและคาน (Skeleton Frame or Column and Beam) เป นระบบท แยกส วนประกอบของโครงสร ำงเฟรมออกเป นส วนประกอบส ำเร จร ป เช น เสำ คำน แผ นพ น เป นต น น ยมใช ในกำรก อสร ำงท จอดรถ สะพำน โกด ง อำคำรทำงอ ตสำหกรรม สนำมก ฬำ และอ นๆ ท เน นโครงสร ำงขนำดใหญ ( หล กกำรของโครงสร ำงแบบเสำและคำน ก ค อ คำนร บน ำหน กจำกพ นแล วส งน ำหน กลงเสำ ควำม แตกต ำงของโครงสร ำงแบบหล อคอนกร ตส ำเร จร ป ก บโครงสร ำงแบบหล อคอนกร ตก บท ค อ โครงสร ำงเสำและคำนส ำเร จร ปม กจะม แนวคำนอย เพ ยงแนวใดแนวหน งเท ำน น ไม ม คำนว งเข ำมำหำ เสำท งส ด ำน เหม อนก บกำรหล อก บท ท งน เพรำะจะท ำให เก ดข อย งยำกในกำรผล ตและต ดต งช นส วน ส ำเร จร ปเป นอ นมำก ด งน น ในระบบส ำเร จร ปจะม คำนเฉพำะในแนวท ร บน ำหน กจำกพ นเท ำน น ส วน ในอ กแนวหน งซ งไม ม คำนย ดน นจะถ กย ดโดยแผ นพ นหร อผน ง ว ธ กำรต อช นส วนของเสำและคำน คอนกร ตเข ำด วยก น ม ควำมยำกมำกกว ำระบบแผ นพ นร บน ำหน กมำก ว ธ กำรต อรอยต อระหว ำงเสำก บ คำน หลำยว ธ ก ได มำจำกกำรเล ยนแบบโครงสร ำงไม และเหล ก จนม ผ กล ำวว ำผ ท จะออกแบบโครงสร ำง สำเร จร ปแบบเสำและคำนได ด ควรจะเป นผ ท เข ำใจและศ กษำรอยต อของโครงสร ำงไม มำเป นอย ำงด มำ ก อน

28 16 ร ปท 2.3 โครงสร ำงระบบเสำและคำน ท มำร ปภำพ:Thaicontractor.com ข อด ของระบบน ก ค อ ขนำดของช นส วนต ำง ๆ ม ขนำดเล ก ม น ำหน กเบำทำให ยกเคล อนย ำยได ง ำย อำจ ใช อ ปกรณ ยกท ม ขนำดเล ก ทำให กำรขนส งม ควำมสะดวกมำก ข อเส ยของระบบน อย ตรงท จ ำนวนรอยต อของช นส วนม เพ มมำกข น จ งต องใช เวลำส ำหร บงำนต ดต ง เพ มข น ต องออกแบบรอยต อข นเป นพ เศษ เพ อท จะให โครงสร ำงท ต อก นแล วเก ดควำมต อเน องและ แข งแรง ท งน กำรต ดต งบร เวณรอยต อน นจะต องสำมำรถท ำงำนได ง ำยและรวดเร วด วย โดยกำรก ำหนด จ ดต อท ม ต อก นให น อย ออกแบบช นส วนบำงช นให ต อเน องก นเป นช นเด ยวจำกโรงงำน หร อเล อก กำหนดตำแหน งจ ดต อท จะทำงำนได สะดวก เป นต น ระบบแผ นผน งร บน าหน ก (Panel System or Load Bearing Wall) ม ท งแผ นพ นส ำเร จร ปและแผ นผน งส ำเร จร ป ซ งจะท ำหน ำท เป นโครงสร ำงในต วด วย ท ำให กำรต ดต งรวดเร วมำก น ยมใช ในอำคำรประเภทท พ กอำศ ย สำน กงำน โรงงำน โรงแรม และอ นๆ ท ม กำร ถ ำยแรงเป นระบบ ไม ต องกำรช วงระยะโครงสร ำงท ยำวน ก ( กำรท ไม ม คำนและเสำจ งจ ดเป นระบบสำเร จร ปสมบ รณ ม พฤต กรรมกำรถ ำยแรงจำกพ นส ผน ง และจำกผน งช นบนส ผน งช นล ำง ผน งทำหน ำท เป นท งคำนและเสำไปในต ว ท ำให ไม สำมำรถเจำะผน ง เพ อต อเต มตกแต งได แต จ ดเด นค อควำมรวดเร วในกำรต ดต ง งำนฉำบผ วผน งม น อย (พ บ ลย ช มพล ไพศำล,วรกำร ต งส บก ล,วำท ศ โกมำรท ต.(2539). กำรศ กษำระบบพร แฟบร เคช นในประเทศไทย)

29 17 ร ปท 2.4 โครงสร ำงระบบแผ นผน งร บน ำหน ก ท มำร ปภำพ:pros-concrete.com ระบบกล อง (Box System) ประกอบด วยพ นและผน งเป นช นส วนส ำเร จ อำจจะตกแต งส ำเร จมำจำกโรงงำนเลย รวมท งม ท อร อยสำย ระบบท อเร ยบร อย หร อเฟอร น เจอร ต ดมำพร อมก บกล องส ำเร จร ปน ซ งเป นร ปแบบท ม ควำมย ดหย นในกำรใช งำนต ำท ส ด แต ใช คนงำนในกำรก อสร ำงน อยกว ำแบบอ น เหมำะส ำหร บท พ ก อำศ ยขนำดเล ก หร อแบบหลำยช นท ไม ต องกำรประโยชน ใช สอยอ นร วมมำกน ก ยกต วอย ำงเช น อพำร ต เมนต หอพ ก เป นต น ( ร ปท 2.5 โครงสร ำงระบบกล อง ท มำร ปภำพ : hansonsilo.com

30 ระบบผสม (Mixed System) ใช ข อด ข อเส ยของแต ละระบบ รวมท งกำรก อสร ำงแบบเด มและระบบส ำเร จร ปน ำมำประกอบ เป นระบบผสม อำจจะใช ระบบโครงสำหร บบำงส วน ระบบแผ นก บอ กส วน หร อระบบก อสร ำงธรรมดำ ในอ กส วน เพ อให สอดคล องก บควำมต องกำรทำงสถำป ตยกรรมท แตกต ำง ( และนอกจำกน ย งม ระบบอ กจำนวน มำกท ไม ได กล ำวถ งในท น กำรบ รณำกำรระบบช นส วนคอนกร ตส ำเร จร ป จะประสบควำมส ำเร จมำกน อยย อมข นอย ท ควำมเข ำใจในระบบ จ ดเร มของกำรวำงร ปแบบอำคำรให สอดคล องก บช นส วนส ำเร จร ปต งแต เร มต น อำคำรส ำเร จร ปไม สำมำรถท จะปร บเปล ยนจำกอำคำรท ออกแบบส ำหร บกำรก อสร ำงธรรมดำได กำร ประสำนงำนระหว ำงสถำปน กและผ ผล ตช นส วนส ำเร จร ปซ งอำจจะเป นผ ร บเหมำหร อโรงงำน ก ม ควำมสำค ญไม น อย ( 2.4 การผล ตช นส วนสาเร จร ป กำรผล ตช นส วนสำเร จร ปสำมำรถทำได ท งแบบโรงงำนผล ตถำวร (Permanent Plant) หร อ โรง ผล ตช วครำว (Field Plant) โรงงำนถำวรใช สำหร บกำรผล ตช นส วนสำเร จร ปท ม ควำมต องกำรผล ต จำนวนมำก ส วนใหญ จะเป นโรงงำนเฉพำะท ร บผล ตให อำคำรต ำงๆ ส วนประกอบของกระบวนกำรผล ตแยกออกเป นฝ ำยด งน 1. ฝ ำย Production ม หน ำท ร บผ ดชอบกำรผล ต รวมไปถ งกำรขนส งไปย งท ก อสร ำง 2. ฝ ำย Engineering ร บผ ดชอบด ำนเทคน คต ำงๆของผลผล ต ผล ตร ปแบบ รำยละเอ ยดของแต ละช นส วน 3. ฝ ำย Administration/Finances ร บผ ดชอบทำงกำรเง น กำรควบค มรำคำ ในทำงปฏ บ ต แล ว กระบวนกำรผล ตช นส วนส ำเร จร ปย อมข นอย ก บชน ดและร ปแบบของ ช นส วนท จะผล ต กำรจ ดกำรกระบวนกำรผล ตจ งต องปร บเปล ยนให เหมำะสม แต กระบวนกำรหล กๆ ประกอบด วยท ผสมคอนกร ต ท ข นร ป ท เก บช นส วนท เสร จ กำรขนส งไปย งท ก อสร ำง นอกจำกน ย งต อง ม ท ทำส วนประกอบย อยอ นๆ เช น frameประต ฉนวน ท อต ำงๆ และช นส วนในกำรต ดต ง เป นต น ต อไปจะขอยกต วอย ำงข นตอนกำรผล ตช นส วนส ำเร จร ปจำกบร ษ ท พฤกษำเร ยลเอสเตท จ ำก ด (มหำชน) โดยข นตอนกำรผล ตช นส วนคอนกร ตเสร มเหล กส ำเร จร ป (Pruksa Precast Concrete) ม ข นตอนหล ก ด งน

31 19 1.ท ำควำมสะอำด เคล อบน ำม น (Cleaning & Oiling Station) โต ะหล อจะเคล อนท ไปตำม Roller Block ผ ำนไปย งเคร องจ กรทำควำมสะอำดและพ นน ำยำทำแบบ ร ปท 2.6 กำรทำควำมสะอำด เคล อบน ำม น 2.วำงอ ปกรณ และของฝ ง (Embedding) และวำงเหล กแบบก นข ำง (Shuttering) ท ำกำรวำงอ ปกรณ และ ว สด ฝ งตำมจ ดท ก ำหนด เช น ท อน ำ ท อประปำ วงกบประต วงกบหน ำต ำง หล งจำกน นท ำกำรวำงเหล ก แบบก นข ำง ตำมแนวท กำหนดเพ อให คอนกร ตคงร ปร ำงตำมแบบ ร ปท 2.7 กำรฝ งว สด ตำมจ ดต ำงๆ 3.วำงเหล กเสร ม (Reinforcement) ท ำกำรยกโครงเหล กเสร มท ท ำกำรผ กเร ยบร อยแล วต ดต งลงบนโต ะ หล อ ทำกำรตรวจสอบควำมถ กต องก อนเทคอนกร ต

32 20 ร ปท 2.8 กำรวำงเหล กเสร ม 4.เทคอนกร ต (Concrete Placing) และปำดหน ำคอนกร ต (Screeding Station) กระสวยบรรจ คอนกร ตจะ ร บคอนกร ตผสมเสร จมำเทลงในเคร องเทคอนกร ต (Concrete Spreader) เพ อเทคอนกร ตลงบนโต ะหล อ ตำมร ปร ำงของช นงำน หล งจำกน นใช โต ะหล อเคล อนท ผ ำนเคร องปำดหน ำช นงำน เพ อควบค มระด บ ควำมหนำของช นงำนให ได มำตรฐำน หล งจำกน นข ดผ วหน ำคอนกร ตโดย Helicopter ร ปท 2.9 กำรเทคอนกร ต 5.บ มคอนกร ต (Curing Station) ห องบ มคอนกร ตจะท ำกำรเก บโต ะหล อพร อมช นงำนไว เพ อเร งช นงำน ให ได กำล งของคอนกร ตเร วข น

33 21 ร ปท 2.10 กำรบ มคอนกร ต 6.ถอดแบบ (Shuttering Removing Station) และยกช นงำน (Tilting) โต ะหล อจะถ กยกข นจำกแนวรำบ เป นแนวต ง 85 องศำ เพ อยกช นงำนออกจำกโต ะหล อในแนวด งและบรรจ ลงในกล องเก บช นงำน (Rack) เพ อทำกำรจ ดส งไปย งสถำนท ก อสร ำงต อไป ร ปท 2.11 กำรยกช นงำน ( ) โครงกำรเท ำน น

34 22 บทท 3 ข นตอนการดาเน นงาน เน อหาในบทน จะกล าวถ งการก าหนดพ นท ศ กษาและกล มเป าหมายมาตรการท ใช เป น กรณ ศ กษา การออกแบบแบบสอบถามและการสารวจข อม ล และว ธ การว เคราะห ข อม ล ด งม รายละเอ ยด ด งต อไปน 3.1 พ นท ศ กษาและกล มเป าหมาย งานว จ ยน ได ก าหนดเขตกร งเทพและปร มณฑลเป นพ นท เป าหมายในการศ กษา เน องจากม โครงการก อสร างท ใช ช นส วนส าเร จร ปค อนข างแพร หลายกว าต างจ งหว ด ประกอบก บเด นทางส ารวจ ศ กษาสามารถทาได สะดวกระยะทางไม ไกล 3.2 บร ษ ทและโครงการท ใช เป นกรณ ศ กษา ผ จ ดทาได ศ กษาบร ษ ทอย 2 กล มด งน 1.บร ษ ทร บเหมาก อสร างและต ดต งช นส วนสาเร จร ปจานวน 6 บร ษ ท ได แก 1.1 บร ษ ท พร คาสท เอ นจ เน ยร ง จาก ด โครงการล มพ น พาร ค ร เวอร ไซด พระราม 3 คอนโดม เน ยมขนาด 36 ช น จานวน 4 อาคาร 1.2 บร ษ ท โพสแอนด พร คาสท จ าก ด โครงการล มพ น ว ลล พ บ ลสงคราม คอนโดม เน ยมขนาด 27 ช น จานวน 1 อาคาร 1.3 บร ษ ท ซ โพส จาก ด โครงการเดอะล ฟ คอนโด พ ฒนาการ คอนโดม เน ยมขนาด 20 ช น จานวน 1 อาคาร 1.4 บร ษ ท พรอสเพอร ต คอนกร ต จาก ด โครงการปร บปร งและต อเต มอาคารก ตต ว ฒนา ต อเต มอาคารโรงพยาบาลจานวน 5 ช น 1.5 บร ษ ท บ.เอส.วาย. คอนสตร คช นจาก ด โครงการ WHA MEGA LOGISTICS โกด งเก บส นค าขนาด ตารางเมตร จานวน 7 อาคาร 1.6 บร ษ ท เจอเนอร ล เอ นจ เน ยร ง จาก ด (มหาชน) โครงการ ย ด ไลท คอนโดบางซ อ คอนโดม เน ยมขนาด 24 ช น จานวน 1 อาคาร

35 23 2.บร ษ ทอส งหาร มทร พย จานวน 4 บร ษ ท ได แก 2.1 บร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตท จาก ด (มหาชน) โครงการเดอะคอนเน คอ อนน ช ทาวน โฮมขนาด 2 ช น จานวน 356 ย น ต 2.2 บร ษ ท เอเช ยนพรอพเพอต จาก ด ( มหาชน) โครงการพล โน ส ขสว สด ทาวน โฮมขนาด 2 ช น จ านวน 680 ย น ต 2.3 บร ษ ท บ านกรองทอง จาก ด โครงการกรองทองทรอป คอล บ านเด ยวขนาด 2 ช น จานวน 42 ย น ต 2.4 บร ษ ท ซ มม ทไพนท เฮ ร ท กอล ฟ คล บ โครงการ 1.กอล ฟซ ต, 2.กอล ฟว ว, 3.บ ญพระ แมนช น อาคารหอพ กขนาด 8 ช น จานวน 31 อาคาร 3.3 การสารวจและศ กษาข อม ล การส ารวจข อม ลส าหร บงานว จ ยน ช วงแรกอย ในช วงเด อนกรกฎาคม 2554 ถ งเด อนก นยายน 2554 ช วงท สองอย ในช วงเด อนธ นวาคม 2554 ถ งก มภาพ นธ 2555 ทางผ จ ดทาโครงงานว จ ยได ท าการสารวจสถานท งานก อสร างของบร ษ ทต างๆโดยเก บข อม ลร ป ถ ายและ ว ด โอข นตอนการท างานการต ดต งช นส วนสาเร จร ปต างๆเช น แผ นพ นสาเร จร ป ผน งสาเร จร ป คานสาเร จร ป เป นต น รวมท งป ญหาต างๆท เก ดข นในข นตอนการก อสร าง นอกจากน ย งได ท าแบบสอบถามข อม ลของการบร หารจ ดการก อสร างด วยช นส วนส าเร จร ป โดยม ว ศวกรของแต ละโครงการเป นผ ให ข อม ลท งทางด านงบประมาณ การจ ดการแรงงาน การจ ดการ ช นส วนว สด ต างๆ การวางแผนด านเวลา การจ ดการเคร องจ กร รวมถ งเปร ยบเท ยบต นท นและระยะเวลา ของการก อสร าง ข อด ข อเส ยของระบบโครงสร างส าเร จร ป ส วนถ าบร ษ ทใดม โรงงานเป นของตนเอง ผ จ ดทาก จะทาการศ กษาด การท างานของทางโรงงาน ว าม ข อบกพร องประการใดบ างท จะส งผลต อการ ทางานต ดต งหน างาน กรรมว ธ ในการต ดต งช นส วนสาเร จร ปต างๆ การต ดต งช นส วนด วยระบบผน งสาเร จร ปร บแรง ระบบน จะน ยมมากในการท าอาคารพ กอาศ ยท ไม ส งมากน ก เช น บ าน ทาวน โฮม หอพ ก เป น ต น ซ งจะม ข อด ค อความรวดเร วในการสร าง เพราะแผ นผน งส าเร จร ปร บแรง จะท าหน าท แทน เสา คาน และผน ง ไปท ง 3 ส วนพร อมๆก น ด วยปร มาณช นงานท ลดลงจ งสามารถต ดต งได รวดเร ว ในอด ต ระบบท ใช ก นมากก บบ านจ ดสรรก จะเป นระบบ เสา คาน แต เน องจากความล าช าระบบ เสา คานจ ง ถ กลดความน ยมลง แต ก ย งม โครงการบ านบางแห งท เล อกใช ระบบ เสา คาน เพราะสามารถท บ เจาะ

36 24 ผน งอ ฐเพ อจะขยายห องหร อท าอย างอ นได ในขณะท ระบบผน งส าเร จร ปร บแรงไม สามารถท บ เจาะ ผน งคอนกร ตเสร มเหล ก ได เพราะจะกระทบต อโครงสร างท ใช ร บแรง โดยจะขอยกต วอย างบร ษ ทบ านกรองทอง จ าก ด โครงการกรองทองทรอป คอล ซ งใช ช นส วน สาเร จร ปมากถ ง95% ท งอาคาร 1.บร ษ ท บ านกรองทอง จาก ด โครงการกรองทองทรอป คอล ท ต งโครงการ ซอยเฉล มพระเก ยรต 68 ถนนเฉล มพระเก ยรต ร.9 แขวงประเวศ เขตประเวศ กร งเทพมหานคร เป นโครงการบ านเด ยวขนาด 2 ช น จานวน 42 ย น ตใช ช นส วนสาเร จร ปก บอาคารมากถ ง 95% ค อใช ต งแต คานคอด น พ น บ นได ผน ง เสา เป นช นส วนส าเร จเก อบท งหมด ยกเว นฐานรากท จะใช ก ง สาเร จ ต องม การเทคอนกร ตหล อในท ลงในแบบฐานราก ร ปท 3.1 ทางเข าหน าโครงการ กรองทองทรอป คอล ร ปท 3.2 ทางเข าหน าโครงการ กรองทองทรอป คอล 2 การต ดต งฐานรากก งสาเร จร ป ส าหร บการท าเสาเข มจะไม ขอพ ดรายละเอ ยดในส วนน จะขอพ ดถ งการต ดต งฐานรากก ง สาเร จร ปเลย โดยจะทาการต ดห วเสาเข มก อน แล วนาฐานรากก งสาเร จร ปลงมาวาง

37 25 ร ปท 3.3 การต ดห วเสาเข ม ร ปท 3.4 ห วเสาเข มท ถ กต ดแล ว หล งจากท าการวางฐานรากก งส าเร จร ปลงบนห วเสาเข ม จะใช เหล กเสร มเสาวางลงไปหล ง จากน นจ งทาการเทคอนกร ตฐานราก ร ปท 3.5 ฐานรากก งสาเร จร ป ร ปท 3.6 การยกฐานรากก งสาเร จ ด วยเครน ร ปท 3.7 ฐานรากก งสาเร จและ เหล กเสร มเสา ร ปท 3.8 ฐานรากท ทาการเทคอนกร ต เสร จแล ว

38 26 การต ดต งคานคอด นสาเร จร ป หล งจากเราได ทาฐานรากเสร จแล วต อไปจะเป นการวางคานส าเร จร ปช นท หน ง โดยจะใช เครน ทาการยกคานแต ละต วมาวางท ฐานรากตามแบบท ได ออกแบบไว โดยช วงห วและปลายคานของแต ละ คานจะวางท ตรงฐานรากพอด ซ งตรงน จะเป นจ ดต อของคานแต ละต ว ซ งจะท าการเช อมไฟฟ าระหว า ง รอยต อคานแต ละต วให ต ดก น ร ปท 3.9 คานสาเร จท ถ กวางรอไว บนฐานราก ร ปท 3.10 เหล กเสร มท ถ กเช อมบร เวณ รอยต อระหว างคาน เม อทาการเช อมเสร จแล วก จะก นไม แบบท รอยต อแล วเทคอนกร ตโดยใช ซ เมนต ปอร ตแลนด ประเภท 1 สาหร บงานโครงสร าง เม อคอนกร ตท รอยต อแห งแล วจ งถอดไม แบบ แล วไปส ข นตอนการ วางพ น ร ปท 3.11 ไม แบบก นระหว างรอยต อ ร ปท 3.12 ป นซ เมนต ปอร ตแลนด โครงสร างประเภท 1

39 27 ร ปท 3.13 คอนกร ตท เทเสร จแล ว ร ปท 3.14 คานคอด นช น 1 ท วางเสร จแล ว สาหร บคานสาเร จร ปผสมพ นท ใช เป นทางเข าหน าบ าน จะท าการยกโดยใช รถเครนเช นเด ยวก น โดยจะมาวางไว ระหว างปลายคานท งสองบร เวณหน าบ าน ร ปท 3.15 คานสาเร จร ปผสมพ นทางเข าหน าบ าน การต ดต งพ นสาเร จร ปช น1 ในส วนของการวางพ น โครงการน จะใช พ นส าเร จร ป 3 แบบ ซ งช นล างจะม พ นถาด และพ น สามขา ส วนช น2 จะเป นพ น Hollow core ส าหร บพ นถาดขนาดใหญ จะท าการเจาะท บร เวณคานช น 1 ก อนแล วน าเหล ก Dowel ตอกลงไป จากน นจ งใช รถเครนยกพ นถาดซ งจะม ร ซ งจะต องวางให เข าก บ เหล ก Dowel เพ อเป นการช วยย ดไม ให แผ นพ นเล อน โดยคานจะม บ าย นมาเพ อให สามารถวางแผ นพ น ได

40 28 ร ปท 3.16 การเจาะใส เหล ก Dowel เพ อป องก นไม ให พ นขย บ ร ปท 3.17 เหล ก Dowel ร ปท 3.18 การตอกเหล ก Dowel ร ปท 3.19 การวางพ นถาดซ งจะม ร อย เพ อเส ยบลงในเหล ก Dowel ร ปท 3.20 พ นถาดท ถ กรถเครนยกมาวาง

41 29 ส าหร บแผ นพ นสามขาจะเป นคอนกร ตอ ดแรงแบบ Pre-tension ก จะใช เครนยกมาคร งละ 3 แผ น เน องจากเป นแผ นเล ก แล วทาการวางตามบ าคานจากน นจะใช ซ เมนต เพสต Non-shrink ท าการเกร า ใส ตามร องรอยต อ ร ปท 3.21 แผ นพ นสามขา ร ปท 3.22 การยกแผ นพ นลงวาง ร ปท 3.23 การใส ซ เมนต เพสต Non-shrink ตามร องแผ นพ น หล งจากทาการใส ซ เมนต เพสต Non-shrink ตามรอยต างๆแล วข นต อไปค อการก นแบบและวาง เหล กเสร มเพ อเตร ยมเทคอนกร ต Topping ท บหน าแผ นพ นซ งคอนกร ตน จะใช คอนกร ตผสมเสร จซ งม กาล งอ ดประล ยท 240 กก/ซม 2

42 30 ร ปท 3.24 การต ไม แบบก นเพ อทาการ เทคอนกร ต Topping ร ปท 3.25 การวางตะแกรงเหล กเสร ม ร ปท 3.26 การเทคอนกร ต Topping ท บหน า แผ นพ นสามขา ร ปท 3.27 การฉาบคอนกร ตตกแต งผ ว ร ปท 3.28 พ นช น1ท ทาการเทคอนกร ต Topping เสร จแล ว

43 31 การต ดต งผน งสาเร จร ปช น 1 เม อเราทาการเทคอนกร ต Topping ท พ นเสร จแล วจะใช เวลาประมาณ 1 ว น รอให คอนกร ตแห ง ด แล วจ งท าการวางผน งช นท 1โดยจะท าการเจาะร ท พ นในบร เวณต าแหน งท จะวางผน งก อน แล วตอก เหล ก Dowel ลงไปเพ อช วยในการย ดผน ง ซ งคล ายก บกรณ การวางพ นถาด ร ปท 3.29 ตาแหน งของเหล ก Dowel จากน นใช รถเครนยกแผ นผน งส าเร จร ปมาวางไว ท ต าแหน งท จะวางผน ง โดยให ร ของแผ นตรง ก บเหล ก Dowel ร ปท 3.30 การยกแผ นผน งสาเร จร ป ออกจากโครงเหล ก A-frame ร ปท 3.31 การวางผน ง

44 32 ร ปท 3.32 การวางแผ นผน งให เข าตาแหน ง dowel ร ปท 3.33 ร ของผน งท เจาะเพ อให เหล ก Dowel เข าได ซ งจ ดท จะช วยเช อมผน งให ย ดก นนอกจากจ ดเหล ก dowel แล วก ย งม ต วเหล กซ อคเก ตซ งอย บร เวณขอบของผน ง และเหล กเพลท ท จะเป นต วย ดระหว างผน ง ร ปท 3.34 ต วเหล กซอกเก ต บร เวณรอยต อผน ง ร ปท 3.35 รอยต อซอกเก ต ระหว างผน งก บผน ง

45 33 ร ปท 3.36 เหล ก Plate ท จะใช เป นต วย ด ระหว างผน ง เม อเราได วางผน งโดยให ร ของผน งเข าก บเหล ก Dowel แล ว จากน นจะท าการเจาะพ นและเจาะ ผน งด วยสว านแล วใช ขาเหล กมาช วยย ดต วผน งอ กคร ง เน องจากตอนน ผน งเองย งไม สามารถทรงต วอย ได เพราะย งไม ได เช อมและเกร าซ เมนต Non-shrink จ งต องม การย ดค าไว ช วคราวก อน โดยจะท าการ ข นน อตท ปลายขาเหล กย ดท พ นและผน ง ร ปท 3.37 การเจาะเพ อย ดขาต งค าย นผน ง ร ปท 3.38 การข นน อตเพ อย ดขาต ง เม อต งขาต งค าย นผน งและท าการข นน อตเร ยบร อย จากน นจะท าการปร บผน งให ได ระด บต ง ตรง ให ได ด ง ฉาก ไม เอ ยง โดยการหม นท ต วขาต งซ งจะม เกล ยวอย ซ งจะย ดและหดได ตามการปร บ เกล ยว จากน นใช ระด บน าช วยว ด จ งค อยท าการใช เหล กฉาก เช อมตามจ ดฝ ง Plate ต างๆ เม อเช อม เสร จแล วจะใช ซ เมนต เพสต Non-shrink ป ดรอยเช อมและช องว างระหว างช นส วนท งบร เวณซอกเก ต และเหล ก Dowel

46 34 ร ปท 3.39 รอยต อโดยใช เหล กฉาก ย ดเพลทระหว างผน ง ร ปท 3.40 ซ เมนต Non-shrink ร ปท 3.41 การป ดท บรอยต อด วยซ เมนต เพสต Non-shrink การต ดต งบ นไดบ นไดสาเร จร ป การต ดต งบ นไดน นจะเร มจากการวางพ นพ กบ นไดก อน จากน นจ งวางส วนร บบ นไดด านข าง เสร จแล วจ งทาการวางบ นไดสาเร จร ป

47 35 ร ปท 3.42 ท ต งด านข างใช ร บ บ นได ร ปท 3.43 แผ นพ นสาเร จท ใช ร บบ นได ร ปท 3.44 ท ต งบ นไดท ถ กวางแล ว ร ปท 3.45 บ นไดท ถ กวางแล ว การต ดต งเสาสาเร จร ปช นท 1 เม อเราได วางผน งส าเร จร ปช นท 1 เสร จท งหมดเร ยบร อยแล วและวางบ นไดเสร จแล ว (หร อ อาจจะวางบ นไดท หล งก ได ) ก จะม การต ดต งเสาสาเร จร ปท บร เวณทางเข าของหน าบ านและทางโรงรถ

48 36 ร ปท 3.46 การยกเสาด วยรถเครน ร ปท 3.47 ยกเสามาไว ในตาแหน ง ท จะต ดต ง กรรมว ธ ในการต ดต งเสาจะคล ายก บผน ง น นค อทาการเจาะร ตอกเหล ก Dowel ก อน แล วยกเสา มาวางไว ให บร เวณร ของฐานเสาตรงก บต าแหน ง Dowel จากน นก ท าการย ดเสาช วคราวด วยขาต งเพ อ ไม ให ล ม แล วท าการปร บระด บเสาให ต งตรงด วยการหม นขาต ง โดยใช ระด บน าช วยว ด แล วท าการ เช อมท ฐานเสา ป ดท ายด วยการใช ซ เมนต Non-shrink ป ดรอยเช อม ร ปท 3.48 การวางเสาให ลงต าแหน ง เหล ก Dowel ร ปท 3.49 การเจาะย ดเสาด วย ขาต งค าย น

49 37 ร ปท 3.50 การหม นขาต งเพ อปร บระด บเสา นอกจากจะม เสาบร เวณหน าบ านแล ว เสาอ กส วนก จะม เสาบร เวณโรงรถ ซ งก ใช ว ธ ต ดต งแบบ เด ยวก บเสาหน าบ าน ร ปท 3.51 การเช อมบร เวณฐานเสา ร ปท 3.52 การใช ซ เมนต เพสต Non-shrink ป ดตามรอย การวางคานสาเร จร ปช น1 คานช น 1 ก จะใช รถเครนท าการยกคาน วางไว ระหว างเสาท ง 2 ต น แล วท าการเช อม โดยใช เหล กฉากเช อมก บแผ น Plate ระหว างคานและเสา เม อทาการเช อมรอยต อเสร จแล วก จะใช ซ เมนต เพสต Non-shrink ป ดรอยต อ

50 38 ร ปท 3.53 การยกคานด วยเครน แล วเช อมรอยต อ ร ปท 3.54 รอยต อระหว างคานและเสา ร ปท 3.55 คานท ต ดต งเสร จแล ว การต ดต งพ นสาเร จร ปช น 2 พ นช น 2 จะเป นพ น Hollow core และพ นถาด ซ งการต ดต งก จะคล ายก บการวางพ นสามขา และพ นถาดช น 1 ค อใช รถเครนยกพ นมาวางตามจ ดต างๆ ซ งจะม บ าของผน งมารองร บ จากน นก ใช ซ เมนต เพสต Non-shrink เกร าตามรอยต อท เป นร องต างๆ ซ งพ นเราจะวางลงไปเฉยๆไม ได ท าการเช อม แต อย างใด จะม ก แต การเช อมย ดช วคราวระหว างแผ นพ น Hollow core ป องก นการขย บเขย อนเท าน น เม อเสร จแล วก จะทาการเท Topping ท บหน าเช นเด ยวก บพ นช น 1 แต จะเทเป นมอร ตาร ด วยความหนาไม มากน ก เน องจากพ น Hollow core จะร บแรงได ด กว าพ นสามขาจ งไม ต องใช Topping ปร มาณท มาก และความแข งแรงส งน ก

51 39 ร ปท 3.56 พ น Hollow core ร ปท 3.57 การเช อมย ดระหว างแผ น ป องก นการเคล อนท ร ปท 3.58 เหล กท ทาเสร มออกมาร บพ น ร ปท 3.59 การวางพ นถาดช น 2 ถาด การต ดต งผน งสาเร จร ปช น 2 การต ดต งผน งช น 2 ก จะเหม อนก บการต ดต งผน งช น 1 ค อเร มจากการเจาะร ผน งช น 1 เพ อใส เหล ก Dowel แล วทาการยกผน งช น 2 มาวางให ตรงตาแหน ง หล งจากน นใช ขาต งค าย นช วคราวย ดผน ง เพ อป องก นผน งล ม พร อมท งเป นต วใช ปร บผน งให ได ระด บไปด วยในต ว เสร จแล วจ งท าการเช อม ณ จ ดต อต างๆ แล วป ดด วยซ เมนต เพสต Non-shrink

52 40 ร ปท 3.60 การตอกเหล ก Dowel ร ปท 3.61 การวางผน งช น 2 ให ตรงตาแหน ง ร ปท 3.62 การใช ขาต งค าย นเพ อย ดผน ง ช วคราว ร ปท 3.63 ภาพรวมการต งผน ง ต อไป เม อผน งช น 2 เสร จ ก จะท าการต ดต งโครงหล งคา และท างานในส วนของงานสถาป ตยกรรม

53 41 ร ปท 3.64 ช นส วนสาเร จท ต ดต งเสร จเร ยบร อย การเก บงานความเร ยบร อย จะเก บในเร องของความสะอาด การฉาบผ วเพ มเต มจะไม ค อยม ป ญหา ช นส วนเร ยบเน ยนด แต อาจจะต องมาแต งบ างในส วนท ม การแตกเล กน อย จากต วอย างการต ดต งช นส วนส าเร จร ปของบ านกรองทอง นอกจากน ก จะม โครงการอ ก 3 บร ษ ทท ม ล กษณะกรรมว ธ ในการทางานคล ายก บบ านกรองทอง น นค อ บร ษ ท ซ มม ทไพน เฮ ร ท กอล ฟ คล บ จาก ด, บร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตท จาก ด มหาชน และบร ษ ท เอเช ยน พร อพเพอร ต จ าก ด มหาชน ซ งรายละเอ ยดในการต ดต งก จะคล ายๆก บบร ษ ทบ านกรองทอง ด งน 2.บร ษ ท ซ มม ทไพน เฮ ร ท กอล ฟ คล บ จาก ด โครงการ 1.กอล ฟซ ต, 2.กอล ฟว ว, 3.บ ญพระแมนช น ท ต งโครงการ ภายในพ นท สนามกอล ฟ ซ มม ทไพน เฮ ร ท 73 ม.17 ถนนพหลโยธ น ต.คลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปท มธาน เป นโครงการอาคารหอพ กชนาด 8 ช น ท ง 3 โครงการรวมจ านวน 31 อาคาร ใช ช นส วน สาเร จร ปก บอาคารมากถ ง 95 % เช นเด ยวก บโครงการ กรองทองทรอป คอล ค อใช ต งแต ฐานราก คาน คอด น พ น บ นได ผน ง เสา เป นช นส วนส าเร จเก อบท งหมด จะม ฐานรากเฉพาะบางจ ดเท าน นท ต องท า การหล อในท โดยจะขอพ ดถ งภาพรวมท ง 3 โครงการ เพราะล กษณะอาคาร และการทางานจะคล ายก น

54 42 ร ปท 3.65 ทางเข าหน าโครงการ ซ มม ทไพน เฮ ร ท กอล ฟ คล บ จะขอพ ดถ งภาพรวมคร าวๆในการต ดต งช นส วนอาคารโครงการของบร ษ ท ซ มม ท ไพน เฮ ร ท จาก ด เน องจากม ความคล ายคล งก บโครงการกรองทองทรอป คอล การต ดต งฐานรากสาเร จร ปและคานคอด นสาเร จร ป การต ดต งช นส วนส าเร จร ปจะเร มท ฐานราก ซ งจะม ท งแบบหล อในท อย ด วย รวมท งแบบ สาเร จร ปเลย ไม เหม อนโครงการกรองทองทรอป คอลท จะใช ก งส าเร จซ งย งต องม การมาเทคอนกร ตใน ต วฐานรากอย โดยจะใช ทาวเวอร เครนในการต ดต ง เม อต ดต งฐานรากเสร จจะท าการต ดต งคานคอด น โดยจะวางให ปลายคานอย ตรงก บฐานราก หล งจากน นจะทาการเช อมเหล กท โผล จากฐานรากก บเหล กจากปลายคานเข าด วยก น หล กจากน นจะท า การประกอบแบบเพ อเทคอนกร ต เม อเทคอนกร ตเสร จแล ว รอคอนกร ตเซ ทต ว แล วท าการถอดแบบ ออก ร ปท 3.66 ฐานรากท ต ดต งเสร จแล ว ร ปท 3.67 คานคอด นท ต ดต งเสร จ แล ว

55 43 การต ดต งพ นสาเร จร ปและผน งสาเร จร ปร บแรง เร มจากการใช Tower crane ยกแผ นพ นสาเร จร ปมาวางตามคานคอด น แล วทาการเช อมตาม รอยต อต างๆ หล งจากน นทาการต งผน ง โดยจะทาการใช สว านเจาะผน ง แล วใช เหล กขาต งทาการย ด แล วทาการหม นเกล ยวขาต งเพ อปร บให ผน งต งตรง แล วใช ระด บน าเช คระด บอ กคร ง ร ปท 3.68 การยกผน งด วย Tower crane ร ปท 3.69 การย ดขาต งค าย นผน ง ร ปท 3.70 การปร บระด บผน ง เม อต ดต งเสร จแล วก จะท าการเช อมตามรอยต อบร เวณต างๆของผน ง เสร จแล วจ งใช ซ เมนต เพสต Non-shrink ป ดรอยเช อมและช องว างระหว างช นส วน

56 44 การต ดต งบ นไดสาเร จร ป การต ดต งก จะท าการยกบ นไดมาวางตามปกต แต จะไม ม ต วท ต งร บบ นได แต ตรงปลายบ นได จะสามารถต งได เลย สาหร บรอยต อต างๆของโครงการต างๆในสนามกอล ฟ ซ มม ท ไพน เฮ ร ท จ าก ด จะม จ ดเช อมท มากกว าของโครงการกรองทองทรอป คอลและโครงการอ นๆ เน องจากเป นอาคาร 8 ช น ย อมร บภาระ น าหน กท มาก รอยต อจ งต องม จ านวนมากเพ อความแข งแรงท เพ ยงพอ จ ดท น าส งเกตอ กอย างน ง รอยต อช นส วนของโครงการน จะใช เหล กข ออ อยในการท าจ ดเช อม แต โครงการกรองทองทรอป คอล และโครงการอ นๆจะใช เป นแผ นเหล ก Plate เข าใจว าน าจะเป นเทคน คการทางานของแต ละบร ษ ท ร ปท 3.71 รอยต อระหว างผน ง ก บผน ง ร ปท 3.72 รอยต อระหว างผน งก บพ น ร ปท 3.73 ผน งและบ นไดท ต ดต งเสร จแล ว

57 45 ร ปท 3.74 ภาพรวมช นส วน สาเร จท ต ดต งเสร จแล ว ร ปท 3.75 อาคารท เสร จแล ว การเก บงานความเร ยบร อย จะเก บในเร องของความสะอาด การฉาบผ วเพ มเต มจะไม ค อยม ป ญหา แต อาจจะต องมาแต งผ ว บ างในส วนท ม การแตกเล กน อย 3.บร ษ ท เอเช ยนพรอพเพอต จาก ด (มหาชน) โครงการ พล โน ส ขสว สด ท ต งโครงการ ซอย ส ขสว สด 30 ถนนส ขสว สด แขวงบางปะกอก เขตราษฎร บ รณะ กร งเทพมหานคร เป นโครงการทาวน โฮมขนาด 2 ช น จ านวน 680 ย น ตใช ช นส วนส าเร จร ปก บอาคารประมาณ 45% ฐานราก และคานคอด นใช คอนกร ตหล อในท ส วนของช น 1 จะใช ระบบ Tunnel form ซ งเป นการ หล อในท เช นก นช น 2 ใช ผน งสาเร จร ปร บแรงนอกจากน จะม ส วนของเสาหน าบ านใช เสาส าเร จร ปและ บ วสาเร จซ งใช เพ อความสวยงาม ไม ได ใช ร บแรงโครงสร าง

58 46 ร ปท 3.76 ทางเข าหน าโครงการ พล โน ส ขสว สด การทาอาคารช น 1 การท าโครงสร างช น 1 ใช ระบบ Tunnel form จะขอพ ดภาพรวมคร าวๆเน องจากไม ใช การ ต ดต งช นส วนส าเร จร ป ระบบผน ง Tunnel form เป นการน าเหล กแบบหล อแต ละต วน ามาประกอบชน ก นซ งเม อประกอบเสร จล กษณะจะคล ายกล อง จากน นท าการใส เหล กเสร ม เทคอนกร ต รอให คอนกร ตเซ ทต ว ร ปท 3.77 แบบหล อ Tunnel form ร ปท 3.78 เหล กเสร มท ใช ทาผน ง Tunnel form

59 47 ร ปท 3.79 ผน ง Tunnel form ท ประกอบเสร จแล ว ร ปท 3.80 ผน งช น 1 ท เสร จเร ยบร อยแล ว เม อคอนกร ตเซ ทต วด แล ว ก ท าการถอดแบบออก ซ งก จะได ผน งช น 1 พร อมก บพ นช น 2 มา หล งจากน นก จะทาการตกแต งผน งให ด หล งจากท าการตกแต งผน งของช น 1 เสร จเร ยบร อยแล ว ต อไปก จะท าการต ดเสาส าเร จร ป บร เวณหน าบ าน ซ งจะม การเจาะ แล วใช ขาต งค าย น เพ อปร บระด บเสาด วย และท าการเช อมจ ดเช อม ต างๆ จากน นใช ซ เมนต เพสต Non-shrink ป ดรอยเช อมและช องว างระหว างช นส วน ร ปท 3.81 เสาสาเร จร ปบร เวณหน าบ าน การต ดต งผน งสาเร จร ปช น 2 เม อเราได ผน ง Tunnel form มาแล ว ก จะท าการต ดต งผน งส าเร จร ป ช น 2 โดยจะใช รถเครน ยกผน งสาเร จมาวางไว ตามจ ดท เรากาหนดไว

60 48 ร ปท 3.82 การยกผน งด วยรถเครน ร ปท 3.83 การกาหนดตาแหน งท จะวางผน ง จากน นจะต องทาการเจาะผน งช น 1 เพ อตอกเหล ก Dowel ก อน จากน นก จะทาการยกผน งมา วางให ร ผน งตรงก บตาแหน งเหล ก Dowel ร ปท 3.84 การเจาะผน งช น 1 เพ อใส เหล ก Dowel ร ปท 3.85 การวางผน งให ร ผน งตรง เหล ก Dowel จากน นก จะท าการเจาะผน ง และเจาะบร เวณพ น แล วใช ขาต งย ดผน งช วคราวมาต ด จากน นก ท าการปร บระด บผน งโดยการหม นเกล ยวขาต ง แล วน าผน งช นอ นๆมาวางต อก นไป ส ดท ายจ งท าการ เช อมรอยต อโดยใช เหล กฉากย ดตามแผ นเพลทของแต ละผน ง เม อเช อมเสร จแล วท าการเกร าท ซ เมนต เพสต Non-shrink เพ อป ดรอยเช อมและช องว างระหว างผน ง ก เป นอ นเสร จ

61 49 ร ปท 3.86 การต ดต งขาต งค าย นผน ง ร ปท 3.87 ช นส วนสาเร จท ต ดต งเสร จแล ว ร ปท 3.88 อาคารท สร างเสร จ แล ว การเก บงานความเร ยบร อย จะเก บในเร องของผ วท แตกร าวเล กน อย อาจต องม การฉาบแต ง 4.บร ษ ทพฤกษาเร ยลเอสเตท จาก ด (มหาชน) โครงการ คอนเนค อ อนน ช ท ต งโครงการ แขวงคลองประเวศฝ งเหน อ เขตพระโขนง กร งเทพมหานคร เป นโครงการทาวน โฮมขนาด 2 ช น จานวน 356 ย น ต ล กษณะอาคารจะคล ายก บโครงการ พล โน ส ขสว สด ของบร ษ ท เอเช ยน พร อพเพอร ต โดยใช ช นส วนสาเร จร ปก บอาคารประมาณ 50%ฐาน รากและคานคอด นใช คอนกร ตหล อในท โครงสร างช น1 จะใช ระบบ Tunnel form ซ งเป นการหล อในท เช นก นช น 2 ใช ผน งสาเร จร ปร บแรงนอกจากน จะม ส วนของร วบ านท ใช ร วสาเร จร ป

62 50 ร ปท 3.89 ทางเข าหน าโครงการ คอนเนค อ อนน ช การทาอาคารช น 1 ส าหร บอาคารช น 1 จะใช แบบหล อ Tunnel form ในการสร าง ค อจะใช แบบหล อมาประกอบ ชนก น หล งจากน นจะใส เหล กเสร มไปตามช องแบบหล อ แล วท าการเทคอนกร ต เม อคอนกร ตเซ ทต ว ด แล วก จะทาการถอดแบบออก จะได ผน งช น 1 พร อมก บพ นช น 2 มา การต ดต งผน งสาเร จร ปช น 2 และร วบร เวณหน าบ าน หล งบ าน สาหร บการต ดต งผน งสาเร จก จะกระทาเช นเด ยวก บท อธ บายมาจากต วอย างโครงการอ นท กล าว มา ท าการเจาะผน งช น 1 แล วตอกเหล ก Dowel ลงไป จากน นใช รถเครนท าการยกผน งมาวางไว ให ร ผน งตรงก บตาแหน งเหล ก Dowel แล วทาการเจาะท ต วผน งและพ น ใช ขาต งเหล กค าย นต ดเข าไป เพ อใช ค าย นผน งไว ช วคราว และใช ปร บผน งให ได ระด บไปด วย เม อท าการต ดต งผน งเสร จก จะเช อมรอยต อ ต างๆตามจ ดย ดของผน ง และใช ซ เมนต เพสต Non-shrink ป ดรอยเช อมและช องว างระหว างผน ง ส วนร วบ านก จะทาการต ดต งแบบเด ยวก บผน ง

63 51 ร ปท 3.90 ร วสาเร จร ปบร เวณ หน าบ าน ร ปท 3.91 ร วสาเร จร ปบร เวณหล งบ าน ร ปท 3.92 อาคารท ใกล แล วเสร จ การเก บงานความเร ยบร อย จะเก บในส วนท ม รอยร าว ต องม การแต งฉาบผ วใหม

64 การต ดต งช นส วนด วยระบบผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง จากท ได กล าวไว ถ งกรรมว ธ การต ดต งช นส วนสาเร จร ปโดยใช ระบบผน งร บแรงต อไปจะขอพ ด ถ งโครงการท ใช ระบบผน งภายนอกส าเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง( ร บแรงของต วช นส วนเองและ แรงเฉ อน ) โดยมากระบบน จะน ยมใช ก บอาคารส ง เช น คอนโดม เน ยม เน องจากกฎหมายอน ญาตให สามารถใช ช นส วนสาเร จร ปในการร บแรงองค อาคารท ม ความส งไม เก น 23 ม. ( Low rise ) หมายความ ว า ถ าอาคารเป นอาคารส ง ( High rise )ก ไม อน ญาตให ใช ช นส วนส าเร จในการร บแรง เน องจากจะม ป ญหาเร องความแข งแรงของรอยต อของช นส วนส าเร จท ต องร บน าหน กมาก แต ก ม บ างท จะเห นระบบ น ใช ก บอาคารท ไม ส งเช นก น ฉะน นระบบผน งภายนอกส าเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง ในส วนของโครงสร างหล กใน การร บแรง จะใช การเทคอนกร ตหล อในท โดยน ยมใช เป นเสาและพ นคอนกร ตอ ดแรง Post tension ส วนผน งภายในใช การก ออ ฐฉาบป น และผน งภายนอกจะใช ช นส วนส าเร จร ปแบบไม ร บแรง โครงสร างมาต ด โดยม ว ธ การต ดต งแตกต างจากระบบผน งสาเร จร ปร บแรง ด งน 1. ระบบน ต องใช รอกเป นอ ปกรณ เข ามาช วยทางาน เน องจากเครนจะใช ในงานเทคอนกร ตให โครงสร างหล ก 2. ไม ม การเจาะผน งเพ อค าย นผน งด วยขาต ง แต จะใช รอกเป นต วช วยด งผน งไม ให ล มได ช วคราว 3. เร องการเช อม ระบบผน งส าเร จร ปร บแรงจะท าการเช อมระหว างผน งก บผน งด วยก นเป น ส วนใหญ โดยจะเช อมบร เวณด านข างผน งและม มผน งเป นหล ก แต ระบบผน งภายนอก ฯ จะท าการเช อมระหว างผน งและพ นโครงสร างหล ก โดยจะเช อมด านบนผน งให ต ดก บพ น บนและด านล างของผน งให ต ดก บพ นล าง 4. ไม ค อยน ยมใช ซ เมนต เพสต Non-shink ป ดรอยต อและช องว างระหว างช นส วน แต จะน ยม ใช คอนกร ตธรรมดาป ดรอยเช อม และใช ว สด ก นน า ก นซ ม เช น Polyurethane Foam, Sealant ป ดช องว างระหว างช นส วน โดยจะขอยกต วอย างบร ษ ท พร คาสท เอ นจ เน ยร งจ าก ด ซ งเป นบร ษ ทในเคร อ บร ษ ท โพสเท น จาก ด ซ งใช ช นส วนสาเร จร ปก บอาคารประมาณ30% โดยเป นผน งภายนอกอาคารและบ นไดสาเร จร ป

65 53 1.บร ษ ท พร คาสท เอ นจ เน ยร ง จาก ด โครงการล มพ น พาร ค ร เวอร ไซด พระราม 3 ท ต ง ถนนพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กร งเทพมหานคร เป นโครงการคอนโดม เน ยมขนาด 36 ช น จ านวน 4 อาคาร ใช ช นส วนส าเร จร ปก บอาคาร ประมาณ 30 % เป นผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง และบ นไดสาเร จร ป ร ปท 3.93 ทางเข าหน าโครงการ ล มพ น พาร ค ร เวอร ไซด พระราม 3 การวางตาแหน ง Plate ท จะใช เช อมผน งสาเร จร ป สาหร บการต ดต งระบบผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง หล กๆจะเร มจากการวาง ตาแหน งแผ น Plate ก บพ นคอนกร ตอ ดแรง ซ งจากท กล าวไปข างต นว า โครงสร างหล กของอาคารส งท จะใช ระบบน ต ดต ง ม กจะใช เสาหล อในท และพ นคอนกร ตอ ดแรงหล อในท บวกก บผน งของระบบน จะต องท าการเช อมก บพ น เพราะฉะน นก อนจะเทคอนกร ตอ ดแรง เราต องไปวางต าแหน ง Plateก อน โดยด ตามแบบของอาคารว าจะน าผน งมาวางบร เวณไหน ระยะไหน จ ดเช อมม ก จ ด แต ละจ ดห าง เท าไหร เราก จะท าการวาง Plate รอไว ก อนซ งจะม ช องเหล กล อคไว ไม ให ขย บ แล วน าแผ นยางป ดท บ บนแผ น Plate อ กคร งเพ อป องก นสน ม

66 54 ร ปท 3.94 แผ น Plate ท ใช ต ดก บพ น เพ อเช อมก บผน ง ร ปท 3.95 การวาง Plate บร เวณท จะทา พ นคอนกร ตอ ดแรง การนาผน งสาเร จร ปมาแขวนรอการต ดต ง สาเหต ท ต องน าผน งมาแขวนรอการต ดต ง เน องจาก Tower crane ส วนใหญ จะใช ไปก บการยก คอนกร ตมาเทโครงสร างหล ก ฉะน นเครนจะไม ม เวลานานพอท จะมายกผน งคาไว โดยจะม จ ดแขวน ซ งอาจจะแขวนก บเหล กข ออ อยท ทาการตอกไว หร อเหล กเสร มล กษณะต างๆแล วแต จะออกแบบ ร ปท 3.96 การยกผน งมาแขวน ร ปท 3.97 การแขวนผน ง

67 55 ร ปท 3.98 สล งผน งท แขวนไว ก บเหล กข ออ อย การต ดต งผน งสาเร จร ปโดยใช รอก ข นตอนต อไปจะเป นการใช รอกมาช วยยกผน งท แขวนไว เพ อน าไปต ดต ง โดยน าโซ รอกมา คล องห ห วผน ง แล วท าการปร บโซ เพ อด งผน ง จากน นจะใช กล องระด บ ซ งจะม เลเซอร ส าหร บใช ใน การหาระด บท เท าก นของต าแหน งต างๆ ( คล ายๆก บว ธ การใช สายยางใส น าแบบท ช างป นท วไปท า ระด บน าจากสายยางจะเป นต วช วยสร างระด บต างๆจากจ ดอ างอ ง ) โดยจะใช เลเซอร เล งไปท จ ดอ างอ ง แล วถ ายระด บมา ณ จ ดท เราต องการ ก จะได ระด บความส งท เท าก น ร ปท 3.99 กล องระด บใช เล งจ ดอ างอ ง ร ปท เส นระด บอ างอ ง เม อได ระด บท เราต องการแล ว ก จะท าการมาร คจ ด แล วใช รอกปร บผน งให ได ระด บตามท เรา ต องการ จากน นก จะท าการเช อมรอยต อโดยใช เหล กฉากเช อมก บแผ น Plate ท เราวางไว ก บพ น คอนกร ตอ ดแรง โดยเช อมท งด านบนและด านล าง

68 56 ร ปท การเช อมรอยต อ ร ปท รอยต อท เช อมแล วระหว าง ผน งก บพ น ร ปท ผน งท เช อมรอยต อ เสร จแล ว ร ปท ภาพรวมผน งท ต ดต งเสร จแล ว การต ดต งบ นไดสาเร จร ป ส าหร บการต ดต งบ นไดส าเร จร ป จะต องม การสร างจ ดรองร บบ นไดเส ยก อน ซ งน ยมใช เป น เหล ก I-BEAM โดยจะน ามาท าเป นคานรองร บปลายบ นไดด านล าง ส วนปลายบ นไดด านบนจะวาง ก บจ ดรองร บท พ น เม อสร างจ ดรองร บเสร จ ก จะใช Tower crane ยกช นส วนบ นไดมาหย อนใส เข าไปในช อง บร เวณท จะวางบ นได แล วให ปลายบ นไดด านล างตรงก บคานรองร บ ปลายบ นไดด านบนตรงก บพ น รองร บ

69 57 ร ปท การหย อนบ นไดลงช อง วางบ นได ร ปท ปลายบ นไดด านล าง ร ปท จ ดท สร างเพ อรองร บปลายบ นได ร ปท บ นไดท ต ดต งเสร จเร ยบร อย การตรวจสอบความเร ยบร อย หล งจากท เราได ทาการต ดต งและเช อมรอยต อเสร จแล ว ว ศวกรจะทาการตรวจเช คงานท กอย าง อ กคร ง โดยจะเช คส งต างๆด งน 1. รอยเช อม และจ ดต อต างๆ เม อตรวจสอบแล วจะใช คอนกร ตป ดท บให เร ยบร อย 2. รอยร าว รอยแตกลายงาต างๆ จ ดท ไม เร ยบเน ยน ก ต องม การแต งผ วเพ มเต มป ดท บให เร ยบร อย 3. ช องว างระหว างผน งก บผน ง จะใช ว สด ก นซ ม Sealant ป ดช องว างป องก นน าเข า 4. ความสะอาดบร เวณท ทางาน

70 58 ร ปท การเก บรายละเอ ยดงาน บร เวณรอยแตกร าว ร ปท การใช Sealant ป ดตาม ช องว างระหว างช นส วน ร ปท ภาพรวมอาคารท ใกล แล วเสร จ 2.บร ษ ท โพส แอนด พร คาสท จาก ด โครงการล มพ น ว ลล พ บ ลสงคราม ท ต ง ถนนพ บ ลสงคราม ต.สวนใหญ อ.เม องนนทบ ร จ.นนทบ ร เป นโครงการคอนโดม เน ยมขนาด 27 ช น จ านวน 1 อาคาร ใช ช นส วนส าเร จร ปก บอาคาร ประมาณ 25% เป นผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง

71 59 ร ปท ทางเข าหน าโครงการ ล มพ น ว ลล พ บ ลสงคราม การต ดต งช นส วนของโครงการล มพ น ว ลล พ บ ลสงคราม ก จะคล ายก บของโครงการ ล มพ น พาร ค ร เวอร ไซด พระราม 3 เพราะฉะน นจะขอพ ดถ งภาพรวมคร าวๆในการต ดต ง การวางตาแหน ง Plate ท จะใช เช อมผน งสาเร จร ป การวางตาแหน ง Plate ก อนท จะม การเทพ นคอนกร ตอ ดแรง เราจะวาง Plate บร เวณท สร างพ น คอนกร ตอ ดแรง โดยต องด ตามแบบของอาคารว าจะน าผน งมาวางบร เวณไหน ระยะไหน จ ดเช อมม ก จ ด แต ละจ ดห างเท าไหร จากน นก ทาการวางแผ น Plate แล วเช อมไว ไม ให ขย บ ร ปท เหล ก Plate ท จะใช วาง ร ปท การเช อมย ด Plate ไม ให ขย บ

72 60 ร ปท แนวแผ น Plate ท วาง ไปตามพ น การนาผน งสาเร จร ปมาแขวนรอการต ดต ง หล งจากท เราท าการวาง Plate ท จะใช เช อมแล ว เราก จะใช Tower crane ยกผน งเพ อมาแขวน ก บจ ดแขวนเหล กข ออ อยท ทาการตอกไว ก บพ น ร ปท การแขวนผน ง ร ปท สล งผน งท แขวนก บ เหล กข ออ อย การต ดต งผน งสาเร จร ปโดยใช รอก ใช รอกในการด งผน ง โดยจะท าการด งปร บโซ ยกผน งข นมาตามท เราต องการ จากน นจะใช เลเซอร จากกล องระด บถ ายระด บไปท เส นระด บอ างอ ง แล วค อยถ ายระด บมาส จ ดต างๆท เราต องการ ต ดต งผน ง เสร จแล วจ งทาการปร บระด บผน งและระยะต างๆให ได ตามต องการ

73 61 ร ปท รอกท ใช ในการต ดต ง ผน งสาเร จ ร ปท กล องระด บท ใช ในการทางาน หล งจากปร บระยะต างๆเร ยบร อยแล ว จากน นก ท าการเช อมรอยต อท งด านบนและด านล าง ของผน ง ร ปท การเช อมท รอยต อ ร ปท รอยต อระหว างพ นก บผน ง การตรวจสอบความเร ยบร อย เม อทาการต ดต งและเช อมรอยต อเสร จแล ว ก จะตรวจเช ครอยเช อม จ ดต อต างๆ จากน นจะใช คอนกร ตป ดท บรอยเช อม ตรวจรอยร าว และจ ดท ไม เร ยบเน ยนต างๆ โดยต องม การแต งผ วเพ มเต มให เร ยบร อย ตรวจช องว างระหว างช นส วนต างๆ แล วใช ว สด ก นซ ม Polyurethane Foam ป ดช องว าง ป องก นน าเข า รวมท งความสะอาดบร เวณท ทางาน

74 62 ร ปท การใช Polyurethane Foam ป ดตามช องว างระหว าง ช นส วน ร ปท ผน งท ต ดต งเสร จแล ว 3.บร ษ ท ซ โพส จาก ด โครงการ เดอะล ฟ คอนโด พ ฒนาการ ท ต ง ถนนพ ฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กร งเทพมหานคร เป นโครงการคอนโดม เน ยมขนาด 20 ช น จ านวน 1 อาคาร ใช ช นส วนส าเร จร ปก บอาคาร ประมาณ 25 % เป นผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง ร ปท ทางเข าโครงการ เดอะล ฟ คอนโด พ ฒนาการ

75 63 การต ดต งช นส วนของโครงการเดอะล ฟ คอนโด พ ฒนาการ ก จะคล ายก บของโครงการ ล มพ น พาร ค ร เวอร ไซด พระราม 3 เพราะฉะน นจะขอพ ดถ งภาพรวมคร าวๆในการต ดต ง การวางตาแหน ง Plate ท จะใช เช อมผน งสาเร จร ป การวางตาแหน ง Plate ก อนท จะม การเทพ นคอนกร ตอ ดแรง เราจะวาง Plate บร เวณท สร างพ น คอนกร ตอ ดแรง โดยต องด ตามแบบของอาคารว าจะน าผน งมาวางบร เวณไหน ระยะไหน จ ดเช อมม ก จ ด แต ละจ ดห างเท าไหร จากน นก ทาการวางแผ น Plate แล วล อคไว ไม ให ขย บ ร ปท แผ น Plate ท ใช ต ดก บพ นเพ อเช อมก บผน ง การนาผน งสาเร จร ปมาแขวนรอการต ดต ง หล งจากท เราทาการวางเพลทท จะใช เช อมแล ว เราก จะใช Tower crane ยกผน งเพ อมาแขวนก บ จ ดแขวน ซ งของโครงการน จ ดแขวนส วนใหญ จะเป นเหล กข ออ อย ร ปท การยกผน งมาแขวนรอการต ดต ง

76 64 การต ดต งผน งสาเร จร ปโดยใช รอก ต อไปจะเป นการใช รอกในการด งผน ง โดยจะท าการด งปร บโซ ซ งจะช วยยกผน งข นมาตามท เราต องการ จากน นจะใช เลเซอร จากกล องระด บถ ายระด บไปท เส นระด บอ างอ ง แล วค อยถ ายระด บมา ส จ ดต างๆท เราต องการต ดต งผน ง เสร จแล วจ งทาการปร บระด บผน งและระยะต างๆให ได ตามต องการ ร ปท รอกท ใช ในการต ดต งผน ง ร ปท กล องระด บท ใช ช วยในการ ต ดต งผน ง ร ปท เส นระด บอ างอ ง ร ปท การใช กล องระด บเล งจ ดอ างอ ง เม อได ระด บผน งตามต องการแล ว จากน นก จะท าการเช อมรอยต อโดยใช เหล ก Plate เช อม ระหว างผน งและพ นคอนกร ตอ ดแรง โดยเช อมท งด านบนและด านล าง และอาจม การเช อมจ ดอ นๆ ระหว างผน งก บผน ง แล วแต ร ปแบบและตาแหน งท วางผน ง

77 65 ร ปท การเช อมรอยต อ ร ปท รอยต อท เช อมแล วระหว าง ผน งก บพ น การตรวจสอบความเร ยบร อย เม อท าการต ดต งและเช อมรอยต อเสร จแล ว จะตรวจเช คงานท กอย างอ กคร ง โดยจะเช ครอย เช อม และจ ดต อต างๆ จากน นจะใช คอนกร ตป ดท บรอยเช อม ตรวจรอยร าวต างๆ โดยต องม การแต งผ ว เพ มเต มให เร ยบร อย ตรวจช องว างระหว างช นส วนต างๆ แล วใช ว สด ก นซ ม Sealant ป ดช องว างป องก น น าเข า รวมท งความสะอาดบร เวณท ทางาน ร ปท รอยต อท ทาการป ดด วยคอนกร ต ร ปท ภาพรวมผน งท ต ดต ง เสร จแล ว

78 66 4.บร ษ ท พรอสเพอร ต คอนกร ต จาก ด โครงการปร บปร งและต อเต มอาคารก ตต ว ฒนา ท ต ง โรงพยาบาลธรรมศาสตร เฉล มพระเก ยรต 95 หม 8 ต.คลองหน ง อ. คลองหลวง จ.ปท มธาน เป นโครงการต อเต มอาคารโรงพยาบาลจ านวน 5 ช นใช ช นส วนส าเร จร ปก บอาคารประมาณ 20 % เป นผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง โดยเป นส วนของระเบ ยง ร ปท อาคารก ตต ว ฒนา ร ปท ทางเข าหน าโครงการ ปร บปร งและต อเต มอาคารก ตต ว ฒนา การต ดต งช นส วนของโครงการปร บปร งและต อเต มอาคารก ตต ว ฒนา ก จะคล ายก บของ โครงการ ล มพ น พาร ค ร เวอร ไซด พระราม 3 และโครงการอ นๆท ใช ระบบผน งภายนอกส าเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง แต โครงการน จะท าแต ในส วนของระเบ ยงเท าน นไม ได ม ช นส วนผน งหลายร ป แบบอย างโครงการอ น เพราะฉะน นจะขอพ ดถ งภาพรวมคร าวๆของโครงการ การวางตาแหน งเพลทท จะใช เช อมผน งสาเร จร ป การวางตาแหน ง Plate ก อนท จะม การเทพ น จะวาง Plate บร เวณท สร างพ น โดยต องด ตามแบบ ของอาคารว าจะน าผน งมาวางบร เวณไหน ระยะไหน จ ดเช อมม ก จ ด แต ละจ ดห างเท าไหร จากน นก ท า การวางแผ น Plate แล วล อคไว ไม ให ขย บ การนาผน งสาเร จร ปมาแขวนรอการต ดต ง หล งจากท เราท าการวาง Plate ท จะใช เช อมแล ว เราก จะใช Tower crane ยกผน งเพ อมาแขวน ก บจ ดแขวน อาจเป นเหล กข ออ อยหร ออะไรก แล วแต เทคน คการทางานของแต ละโครงการ

79 67 การต ดต งผน งสาเร จร ปโดยใช รอก ต อไปจะใช รอกในการด งผน งระเบ ยง โดยจะทาการด งปร บโซ ซ งจะช วยยกผน งข นมาตามท เรา ต องการ จากน นปร บระด บผน ง และว ดระยะต างๆให ได ตามต องการ เสร จแล วจ งท าการเช อมผน ง ระเบ ยง ร ปท ระเบ ยงท ต ดต งเสร จแล ว ร ปท ภาพรวมระเบ ยงท ต ดต งเสร จแล ว 5.บร ษ ท เจอเนอร ล เอ นจ เน ยร ง จาก ด (มหาชน) โครงการ ย ด ไลท คอนโดบางซ อ ท ต ง ถนนประชาช น ซอยประชาช น แขวงบางซ อ เขตบางซ อ กร งเทพมหานคร เป นโครงการคอนโดม เน ยมขนาด 24 ช น จ านวน 1 อาคาร ใช ช นส วนส าเร จร ปก บอาคาร ประมาณ 25% เป นผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง ร ปท ทางเข าหน าโครงการ ย ด ไลท คอนโดบางซ อ

80 68 การต ดต งช นส วนของโครงการ ย ด ไลท คอนโดบางซ อ ก จะคล ายก บของโครงการ ล มพ น พาร ค ร เวอร ไซด พระราม 3 และโครงการอ นๆท ใช ระบบผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง เพราะฉะน นจะขอพ ดถ งภาพรวมคร าวๆของโครงการ การวางตาแหน งเพลทท จะใช เช อมผน งสาเร จร ป การวางตาแหน ง Plate ก อนท จะม การเทพ น จะวาง Plate บร เวณท สร างพ นโดยต องด ตามแบบ ของอาคารว าจะน าผน งมาวางบร เวณไหน ระยะไหน จ ดเช อมม ก จ ด แต ละจ ดห างเท าไหร จากน นก ท า การวางแผ น Plate แล วล อคไว ไม ให ขย บ โดย Plate ท วางจะม แผ นยางรองป องก นการเก ดสน ม การนาผน งสาเร จร ปมาแขวนรอการต ดต ง หล งจากท เราท าการวาง Plate ท จะใช เช อมแล ว เราก จะใช Tower crane ยกผน งเพ อมาแขวน ก บจ ดแขวน อาจเป นเหล กข ออ อยหร ออะไรก แล วแต เทคน คการทางานของแต ละโครงการ การต ดต งผน งสาเร จร ปโดยใช รอก ต อไปจะใช รอกในการด งผน ง โดยจะท าการด งปร บโซ ซ งจะช วยยกผน งข นมาตามท เรา ต องการ จากน นปร บระด บผน ง และว ดระยะต างๆให ได ตามต องการ เสร จแล วจ งทาการเช อมผน ง การเก บงานความสะอาดเร ยบร อย การเก บงานความสะอาดเร ยบร อยน น จะเก บเฉพาะส วนรอยร าวเล กๆน อยๆของผน ง และร อง ผน งเพ อป องก นการซ มของน า ร ปท ภาพรวมผน งท ท าการต ดต งเสร จแล ว

81 การต ดต งช นส วนด วยระบบเสา คานสาเร จร ป ระบบน จะใช ช นส วนสาเร จเป น เสา และ คาน ในการร บแรง ส วนผน งก จะเป นการประกอบต ด หร อไม ก ก ออ ฐ ซ งระบบน จะน ยมใช ก บอาคารท ม ช วงห างระหว างช นมากๆ เช น โรงงาน โกด ง เป น ต น เน องจากเสาสามารถท าให ส งได หลายเมตร ในขณะท ระบบผน งร บแรงจะท าไม ได เพราะช วงห าง ระหว างช นท ส งๆ จะไม สามารถใช ผน งมาต อทาบก นให ส งข นไปได เพราะจะม ป ญหาเร องรอยต อ หร อการจะใช ผน งขนาดใหญ มาก ม ความส งมาก ก ไม สะดวกอ ก นอกจากน นระบบน ย งม ใช อย ก บอาคารพ กอาศ ย เช น บ านจ ดสรร ในกรณ ท อาจเผ อไว ท บเจาะ ผน งในอนาคต โดยจะขอยกต วอย างบร ษ ท บ เอส วาย คอนสตร คช นจ าก ด โครงการ WHA MEGA LOGISTICS ซ งเป นโกด งเก บส นค าขนาด ตารางเมตร จ านวน 7 อาคารใช ช นส วนส าเร จร ป ประมาณ 50% ท งอาคาร 1.บร ษ ท บ เอส วาย คอนสตร คช น จาก ด โครงการ WHA MEGA LOGISTICS ท ต ง ถนน บางนาตราด กม.18 ต.บางโฉลง อ.บางพล จ.สม ทรปราการ เป นโกด งเก บส นค า ขนาด ตารางเมตร จ านวน 7 อาคาร ใช ระบบเสา คานส าเร จร ป ใช ช นส วนส าเร จร ปก บอาคาร 50%ฐานรากและพ นโกด งใช คอนกร ตหล อในท ผน งจะใช เมท ลช ทใน การท า ส วนคานคอด น เสา และ คานอ นๆ ใช ช นส วนส าเร จร ป ซ งถ อเป นองค อาคารหล กส วนใหญ ของโกด ง ร ปท บร เวณทางเข าโครงการ WHA MEGA LOGISTICS

82 70 การต ดต งเสาสาเร จร ป ข นแรกเราจะต องท าฐานรากก อน หล งจากน นเราจะต ดต งเหล กร บฐานเสาไว บนฐานราก ซ งจะใช สาหร บเป นต วย ดเสาสาเร จร ป ( คล ายๆก บการฝ งแผ น Plate เพ อใช ช วยย ดผน งสาเร จร ป ) ร ปท บร เวณฐานรากท จะใช วางเสา ร ปท เหล กร บฐานเสา เม อเราต ดต งเหล กร บฐานเสาแล ว ต อไปจะท าการเทซ เมนต เพสต Non-shrink หนา 2 ซม.ลง ไปในเบ าส เหล ยมของเหล กร บฐานเสา จากน นจะใช รถเครนขนาดกาล งยกส งส ด 50 ต น มายกเสา ซ ง เสาสาเร จร ปของโครงการน จะใช ขนาดหน าต ด ม. ส ง 12 ม. น าหน กประมาณ 7-8 ต น โดยยก มาวางบนเหล กร บฐานเสา ตรงบร เวณท เราเทซ เมนต เพสต non-shrink ร ปท ซ เมนต Non-shrink ร ปท การใช รถเครน ยกเสาต ดต ง

83 71 หล งจากน นจะท าการเช อมรอบๆบร เวณฐานเสา ซ งปลายฐานเสาจะม เหล ก Plate อย เราก จะ เช อม Plate ต วน ก บเหล กร บฐานเสาเข าด วยก น ถ าซ เมนต เพสต Non-shrink แห ง ก จะเป นการช วยย ด ฐานเสาไปด วยอ กทางน ง ร ปท เหล ก Plate บร เวณปลายเสา ร ปท การเช อมบร เวณฐานเสา ร ปท เสาท เช อมบร เวณฐานเสร จแล ว เม อเราเช อมฐานเสาเสร จ ส ดท ายจะเป นการประกอบแบบเพ อเทคอนกร ตป ดรอยต อ ก จะเสร จ ในข นตอนการต ดต งเสาสาเร จร ป

84 72 ร ปท ประกอบแบบเทคอนกร ต ป ดรอยเช อม ร ปท เสาท เทคอนกร ตป ด รอยต อแล ว การต ดต งคานคอด นสาเร จร ปและคานปกต สาเร จร ป คานของโกด งโครงการน จะม 2 แบบ ค อคานคอด น และคานปกต จะใช รถเครนขนาดก าล ง ยกส งส ด 25 ต น มายกคานท กแบบเพ อต ดต ง คานคอด นจะม ขนาดหน าต ด ม. ยาว 5.5 ม. และท ปลายคานก จะม เหล กย นออกมา ให เช อมได เราจะวางคานคอด นไว บนฐานรากระหว างเสาท ง 2 ซ งตรงด านล างของเสาจะม เหล กย น ออกมา ไว ใช สาหร บเช อมต อเสาก บคานคอด นเข าด วยก น เม อเช อมเหล กย นของเสาและคานคอด นเข า ด วยก นแล ว ก จะทาการเกร าท ป ดรอยต อด วยซ เมนต เพสต Non-shrink ร ปท คานคอด น ร ปท จ ดท ใช เช อมต อเสา ก บคานคอด น

85 73 ร ปท คานคอด นท ต ดต งเสร จแล ว หล งจากต ดต งคานคอด นเสร จ ก จะท าการต ดต งคานปกต โดยจะท าการยกคานมาวางไว ระหว างเสาซ งบร เวณกลางเสาจะม เหล กท เป นจ ดรองร บคานย นออกมา ไว ใช ส าหร บเช อมต อเสาก บ คานปกต เข าด วยก น เม อเช อมเหล กย นของเสาและคานปกต เข าด วยก นแล ว ก จะท าการเกร าท ป ดด วย ซ เมนต เพสต Non-shrink ก จะเสร จในข นตอนการต ดต งคานส าเร จร ปท งหมด จากน นก จะท าโครง หล งคาต อไป ร ปท เหล กปลายคานท จะใช เช อม ร ปท คานท ใช ซ เมนต เพสต Non-shrink ป ดรอยต อแล ว

86 74 การเก บงานความเร ยบร อย ส วนใหญ ผ วช นส วนจะค อนข างเร ยบเน ยนอย แล ว ไม ค อยได ทาการฉาบตกแต งเท าไหร ร ปท เสาและคานต างๆท ต ดต งเสร จแล ว ร ปท อาคารท ใกล แล วเสร จ การบร หารงานก อสร างและป ญหาท พบของอาคารท สร างด วยช นส วนสาเร จร ป ในเร องของการบร หารจ ดการต างๆรวมท งป ญหาของการท างาน ผ จ ดท าได ท าการส มภาษณ ว ศวกร ผ ควบค มงานของท กโครงการ โดยใช แบบส มภาษณ ถ งรายละเอ ยดต างๆท งการจ ดเก บช นส วน การจ ดการแรงงาน การจ ดการเคร องจ กร การวางแผนงาน และเน องจากม 3 โครงการ ซ งไม ได ใช ช นส วนของตนเอง ค อ 1. บร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตส จ าก ด (มหาชน) โครงการเดอะ คอนเนค อ อนน ช ซ งถ งแม ว า จะม โรงงานเป นของตนเองแต ผล ตไม ท น จ งส งช นส วนจากบร ษ ท พรอสเพอร ต คอนกร ต จาก ดแทน 2. บร ษ ท เอเช ยน พร อพเพอร ต จ าก ด (มหาชน) โครงการพล โน ส ขสว สด ไม ม โรงงานของ ตนเอง 3. บร ษ ท บ านกรองทอง จาก ด โครงการกรองทองทรอป คอล ไม ม โรงงานของตนเอง จ งขอสร ปเร ยงลาด บจากโครงการท ไม ได ใช ช นส วนตนเองไปจนถ งโครงการท ใช ช นส วนตนเองด งน

87 75 1.บร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตท จาก ด (มหาชน) โครงการเดอะคอนเน คอ อนน ช ทาวน โฮมขนาด 2 ช น จานวน 356 ย น ต ใช ช นส วนส าเร จร ปก บอาคารประมาณ 50 % โดยช นท 1 ใช การก อสร างด วยระบบ tunnel form ช นท 2 ใช การก อสร างด วยระบบผน งส าเร จร ปร บแรง และม ในส วนของร วบ านท ใช ช นส วน สาเร จ สาหร บข นตอนการทางานโดยส งเขป ม ด งน 1. ทางส าน กงานใหญ จะว เคราะห ความต องท อย อาศ ยของผ คน จ ดพ นท ในการสร างว า เหมาะสมหร อเปล า เด นทางสะดวกไหม เป นต น เสร จแล วก จะท าแผนโครงการข นมาว า จะสร างก ย น ต ใช เวลาเท าไหร จ งแล วเสร จ งบประมาณเท าไหร เป นต น 2. ออกแบบสถาป ตยกรรม ออกแบบช นส วนสาเร จ ส งผล ตจากโรงงานของทางพฤกษา แต สาหร บโครงการน เราจะส งผล ตจากบร ษ ทอ นแทน 3. ทาการต ดต งโครงสร าง 4. ทางานทางสถาป ตยกรรม 5. ส งมอบบ านให ก บล กค าท จอง ว ธ การบร หาร แผนงานจะใช Critical path method เน องจากจะช วยให บร หารจ ดการเวลาได อย างม ประส ทธ ภาพ เม อม งานใดงานหน งต ดข ด หร อว าม งานใดงานหน งท ส าค ญกว า จะสามารถไป จ ดการงานน นๆได ก อน ไม ต องรองานอ น การเล อกใช ช นส วน บร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตท จ าก ด (มหาชน) เป นบร ษ ทพ ฒนาอส งหาร มทร พย ขนาดใหญ ม โรงงานผล ตช นส วนขนาดใหญ ท ม ค ณภาพเป นของตนเอง แต เน องจากโครงการท ทางบร ษ ทม จ านวน มาก ม แบรนด โครงการก อสร างหลายแบรนด จ งม บางส วนท ทางบร ษ ทอาจผล ตช นส วนได ไม ท น หร ออาจจ ดการได ยากข น เพราะงานทางบร ษ ทม ปร มาณมาก จ งมอบหมายให จ ดหาผ ผล ตช นส วนจาก บร ษ ทอ นบ างในบางโครงการ โดยโครงการน เล อกใช ช นส วนจากบร ษ ท พรอสเพอร ต คอนกร ต จ าก ด ท งหมด เน องจากม ช นส วนท หลากหลายและสามารถผล ตช นส วนได ตามความต องการ เหต ผลการเล อกใช ระบบน สาเหต ท เราเล อกใช ระบบ tunnel form มาช วยในการก อสร าง ก เพราะ tunnel form ม ความรวดเร ว ถ งแม จะช ากว าระบบผน งส าเร จร ปอย บ าง แต ก เร วกว าการก อผน ง อ ฐฉาบป นท วไป และก ม ข อด ค อ ไม ต องขนส งช นส วนมาจากท ไกลๆ ส วนช น 2 แบบหล อ tunnel form อาจทางานได ยากข น จ งใช ระบบผน งสาเร จซ งม ความรวดเร วมาต ดต ง

88 76 การจ ดหาช างต ดต ง ทางบร ษ ทเป น ม ว ศวกร โฟร แมน และท มงานต ดต งช นส วนเป นของตนเองอย แล ว จ ง เล อกใช ท มต ดต งของตนเองเน องจากควบค มด แลได ง ายและท างานค นเคย การค ดเล อกคนงาน สาหร บ คนงานต ดต งท งโครงการม 1 ช ดรวม 5 คน ( ไม รวมคนค มเคร องจ กร ) เน องจากต ดต งช นส วน สาเร จแค ช น 2 และม บร เวณร วบ าน ใช คนงานจ านวนเท าน ก เพ ยงพอ ยกเว นอาจม บางช วงท ส าน กงาน ใหญ อาจม ความต องการจานวนงานท ต องแล วเสร จหลายย น ต อาจต องม การเพ มช างต ดต งเข ามาอ ก การจ ดการเคร องจ กร บร ษ ท เป นฝ ายจ ดหาเคร องจ กรเอง โดยเล อกใช รถเครน 25 ต น 1 ค น งานเป นทาวน โฮมไม ส ง และรถเครนเคล อนย ายได สะดวก เหมาะก บงานท ต องย ายการท างานบ อยๆในพ นท กว างๆ แต การใช เครนขนาด 25 ต น อาจจะต องขย บต วรถให เข าใกล อาคารและช นส วนบ อยคร งหน อย เน องจากเครนร บ น าหน กได เท าน จะย ดระยะของเครนมากไม ได เวลาเจอแผ นช นส วนท หน กๆ ร ปท เคร องจ กรท ใช ก บงาน การจ ดการช นส วน การส งช นส วน ช นส วนท ใช หล กๆม แค ผน งช น2 ก บร ว เวลาส งจ งส งหมดท งผน งและร ว 7 ย น ต แต ผน งจะต างก นม หลายเบอร หลายขนาด ก จะเอาเบอร ท ค ดว าจะต ดก อนเข า ใช เวลาประมาณ 3 ว นช นส วนถ งจะจ ดส งครบท ง 7 ย น ต การจ ดเก บช นส วน ใช โครงเหล ก A frame ในการจ ดเก บผน ง จะวางในล กษณะพ ง ในกรณ ถ าเราจ ดเก บช นส วนในล กษณะพ ง หร อวางซ อนก น ไม ได ใส ตามซอง การจ ดเก บว สด ควรท าให เป น

89 77 ระบบ แยกประเภท แยกเบอร ให ด เวลาต ดต งจะยกง ายและค นหาง าย เพราะบางคร งถ าเอาผน งหลาย เบอร มาซ อนก น เวลาต องการใช บางผน งซ งจ ดวางอย ล กจะยกลาบาก ร ปท การจ ดเก บช นส วนผน ง ร ปท การจ ดเก บร ว ป ญหาท พบ สาหร บโครงการเดอะคอนเน คอ อนน ช ป ญหาท พบม ด งน 1. ช นส วนแตกห กพ งช าร ด เก ดจากการกระแทกตอนขนส ง แก ป ญหาโดยปร บแต งใหม หร ออาจม การส งกล บ ถ าม การแตกถ งส วนสาค ญ 2. สล งเครน ขาดบ อย เน องจากจะม แผ นช นส วนท หน กมาก แก ป ญหาโดยหาสล งส ารองมา ไว ใช งาน 3. รถเครนม ขนาดกาล ง 25 ต น จร งๆแล วก ใช ท างานได แต จากท กล าวไว เวลายกแผ นหน กๆ ต องขย บเครนให เข าใกล ก บพ นท ต ดต ง และพ นท การวางช นส วนบ อย เพ อให ระยะย ดของ ปลายเครนส น จ งจะทาการยกได แก ป ญหาโดยอาจเล อกใช เครนท ม ขนาดใหญ ข น เช น 50 ต น 4. ป ญหาสภาพภ ม อากาศ ช วงท ฝนตกหน ก งานจะล าช า ต ดต ง เช อมรอยต อไม ได เลย แก ป ญหาโดยต องทางานล วงเวลาเพ ม 5. การทางานหน างานบางส วนอาจต ดต งล าบาก แม ว าช นส วนจะผล ตมาถ กต องก ตาม ต องม การสก ดปร บแต งใหม ท หน างาน

90 78 2.บร ษ ท เอเช ยนพรอพเพอต จาก ด ( มหาชน) โครงการพล โน ส ขสว สด ทาวน โฮมขนาด 2 ช น จานวน 680 ย น ต ใช ช นส วนส าเร จร ปก บอาคารประมาณ 45 % โดยช นล างใช การก อสร างด วยระบบ tunnel form ช นท 2 ใช การก อสร างด วยระบบผน งส าเร จร ปร บแรง และม ในส วนของเสาตกแต งหน าบ าน ก บ บ วท ใช ช นส วนสาเร จ สาหร บข นตอนการทางานโดยส งเขป ม ด งน 1. วางแผนโครงการท จะสร าง ว าจะสร างท ไหน จานวนก ย น ต ใช เวลาเท าไหร 2. ออกแบบสถาป ตยกรรม 3. ค ดเล อกผ ออกแบบช นส วนสาเร จและผล ตช นส วน 4. ค ดเล อกผ ร บเหมาต ดต ง 5. เร มการก อสร างงานโครงสร าง 6. เก บรายละเอ ยด ตกแต งงานสถาป ตยกรรม เตร ยมส งมอบบ านให ล กค า ว ธ การบร หาร แผนงานจะใช ว ธ Critical path method เน องจากจะช วยให บร หารจ ดการเวลาได อย างม ประส ทธ ภาพ เม อม งานใดงานหน งต ดข ด หร อว าม งานใดงานหน งท ส าค ญกว า จะสามารถไป จ ดการงานน นๆได ก อน ไม ต องรองานอ น การเล อกใช ช นส วน บร ษ ท เอเช ยนพรอพเพอต จ าก ด ( มหาชน) เป นบร ษ ทพ ฒนาอส งหาร มทร พย ขนาดใหญ แม จะม โครงการจ านวนมาก แต ทางบร ษ ทย งไม ม โรงงานผล ตช นส วนเป นของตนเอง ทางบร ษ ทจะเน น งานพ ฒนาอส งหาร มทร พย มากกว า จ งได จ ดหาผ ผล ตช นส วนจากบร ษ ทอ น ซ งเล อกใช ช นส วนจาก บร ษ ท พรอสเพอร ต คอนกร ต จาก ดท งหมด เน องจากเคยทางานร วมก นมาก อน แต ตอนน ปรมาณงานม มากข น เกรงว าพรอสเพอร ต อาจส งช นส วนให ไม ท น จ งอาจจ ดหาผ ผล ตอ นๆเพ ม ช นส วนท ใช ม ผน ง และเสาตกแต ง เหต ผลการเล อกใช ระบบน เราเล อกใช ระบบผน งร บแรงส าเร จร ปมาใช เน องจากความรวดเร ว ในการก อสร าง ส วนช นล างท ใช ระบบ tunnel form ในการก อสร าง ทางว ศวกรฝ ายต ดต งไม ทราบ รายละเอ ยดจร งๆแต กล าวว า แบบโครงการจากบร ษ ทเป นมาในล กษณะน ค อช นล างก าหนดให ใช tunnel form สร าง เราไม สามารถเปล ยนได แต ค ดว าน าจะประหย ดในเร องค าใช จ ายท ไม ต องส ง ช นส วนสาเร จท ม ราคาแพงกว าเข ามา จะใช ช นส วนสาเร จช วยก แค ช น 2 เท าน น

91 79 การจ ดหาช างต ดต ง ทางบร ษ ท ม ว ศวกร โฟร แมน ควบค มงานก อสร าง เป นของตนเอง แต ไม ม ช างต ดต งช นส วน จ งทาการจ างผ ร บเหมาต ดต งจากท อ น การค ดเล อกผ ร บเหมาก ท าการค ดเล อกจากประสบการณ งานท ผ านมาอย างน อยส ก 2 3 โครงการ ส าหร บโครงการน เล อกใช คนงานต ดต งท งโครงการม 1 ช ดรวม 6 คน ( ไม รวมคนค มเคร องจ กร ) การจ ดการเคร องจ กร บร ษ ท เป นฝ ายจ ดหาเคร องจ กรเองท งหมดด วยการเช า โดยเล อกใช รถเครน 2 ค น เพราะอาคาร ไม ส ง และรถเครนเหมาะก บงานต องย ายเคร องจ กรอย เสมอ โครงการน รถเครนจะใช ขนาด 45 ต นท ง 2 ค น ร ปท เคร องจ กรท ใช ในการทางาน การจ ดการช นส วน การส งช นส วน ปกต จะส งแผ นผน งเข าเก อบท กว น ว นละ 4 ค น เฉล ยค นละ 6 แผ น ซ งขนาดจะ ใหญ เล กไม เท าก นม ต งแต 3 ตร.ม. จนถ ง 10 ตร.ม. ข นไปก ม แต ถ าค านวณเป น ตารางเมตรแล ว ว นน ง จะส ง ตร.ม. โดยการส งจะส งช นส วนเร ยงตามย น ตการต ดต งจากซ ายไปขวา จ งท าให ช นส วน ม หลายขนาด การจ ดเก บช นส วน ผน งส าเร จร ปจะใช โครงเหล ก A frame ในการจ ดเก บผน ง โดยจะวางใน ล กษณะพ ง ส วนเสาตกแต งจะวางก บพ น ซ งโครงเหล ก A frame จะม แผ นยางรองป องก นการกระแทก เวลายกผน งออกจากโครงเหล กหร อตอนจ ดวางผน ง แต โครงเหล ก A frame ในโครงการน ม 4 ต ว ซ ง ย งไม เพ ยงพอ

92 80 ร ปท โครงเหล ก A frame ใช จ ดเก บผน ง ร ปท แผ นยางป องก นการ กระแทก ร ปท การจ ดเก บผน งแบบพ ง ร ปท การจ ดเก บเสา ป ญหาท พบ สาหร บโครงการพล โน ส ขสว สด ป ญหาท พบม ด งน 1. ช นส วนส งมาผ ด ส วนใหญ แก ป ญหาโดยส งกล บค น เราจะไม มาเส ยเวลาปร บแต งบ อยน ก จะใช เวลาไปทาส วนอ น 2. ช นส วนผล ตผ ด เป นเร องระยะช นส วนย งไม ถ กต อง ถ าไม มากน กเราก ปร บแต งแก ไขเอา เอง

93 81 3. ช นส วนปร แตก ช าร ด เก ดจากการกระแทกระหว างทางในการขนส ง ม กจะปร แตก เล กน อย ส วนใหญ จะซ อมเอง 4. การจ ดวางว สด ในเร องของพ นท จะไม ม ป ญหา ม บร วเณให จ ดวางพอสมควร แต ป ญหาจะ อย ท โครงเหล ก A frame ม น อยเก นไป แก ป ญหาโดยต องหาเพ ม หร อไม ก หย ดส งช นส วน 5. ปร มาณคนงานขาดแคลน โครงการน เป นโครงการใหญ แต ม ช างต ดต งเม อเท ยบก บ จานวนทาวน โฮมแล วถ อว าน อย ต องทาการหาผ ร บเหมาอ นๆเพ ม 6. ฝ ม อแรงงาน อาจม ป ญหาน ดหน อยในเร องค ณภาพ แต บร ษ ทได ท าการแก ป ญหาโดยการ ส งอบรม 7. ป ญหาสภาพภ ม อากาศ ฝนตก ก จะทาการเจาะ ท าการเช อมรอยต อช นส วนไม ได ต องหย ด ทางาน แก ป ญหาโดยต องทางานล วงเวลาเพ มเต ม 8. อ บ ต เหต แผ นผน งกระแทกคนงานแขนห ก ต องระว งและตรวจสอบควบค มด แลงานให ด 3.บร ษ ท บ านกรองทอง จาก ด โครงการกรองทองทรอป คอล บ านเด ยวขนาด 2 ช น จานวน 42 ย น ต ใช ช นส วนสาเร จร ปก บอาคารประมาณ 95 % โดยใช การก อสร างด วยระบบผน งสาเร จร ปร บ แรง สาหร บข นตอนการทางานโดยส งเขป ม ด งน 1. ด ทาเล และแนวโน มความต องการบ านของประชาชนท วไป หล งจากน นจะวางแผน โครงการ จ ดซ อท ด น ด ว าจะสร างบ านได ก หล ง ใช เวลาแค ไหน ต องใช งบประมาณ เท าไหร จะขายราคาเท าไหร เป นต น 2. ออกแบบสถาป ตยกรรม 3. ค ดเล อกผ ออกแบบช นส วนสาเร จและผล ตช นส วน 4. ค ดเล อกผ ร บเหมาต ดต ง 5. เร มการก อสร างงานโครงสร าง 6. เก บรายละเอ ยด ตกแต งงานสถาป ตยกรรม เตร ยมส งมอบบ านให ล กค า ว ธ การบร หาร แผนงานจะใช barchart เน องจากงานไม ได ม ความซ บซ อน สามารถใช ได ง ายท า ความเข าใจได ง าย และพบว าการจะท างานให รวดเร วนอกจากจะอย ท แผนงานต างๆแล ว ย งข นอย ก บ การผล ตช นส วนและการจ ดส งท ถ กต อง ฝ ม อช างต ดต ง เป นต น เพ อไม ให เส ยเวลาในการแก ไขหน า งาน

94 82 การเล อกใช ช นส วน บร ษ ท บ านกรองทอง จาก ด เป นบร ษ ทพ ฒนาอส งหาร มทร พย ขนาดกลาง ไม ม โรงงานเป นของ ตนเอง เน องจากจานวนโครงการท ย งม ไม มาก การลงท นต งโรงงานผล ตเองอาจจะย งไม ค มน ก จ งได ท าการเล อกผ ผล ตช นส วนจาก 3 บร ษ ทผ ผล ตด วยก น พบว า บร ษ ท พรอสเพอร ต คอนกร ต จ าก ด ม ช นส วนส าเร จร ปท หลากหลายท ง คาน เสา ผน ง พ น ฯลฯ และสามารถผล ตช นส วนอ นๆได ตามความ ต องการของล กค า นอกเหน อจากโครงสร างหล ก เช น บ วตกแต ง ร ว เป นต น ประกอบก บราคาไม แพง จนเก นไป จ งได ให บร ษ ท พรอสเพอร ต คอนกร ต จ าก ด ท าการออกแบบและผล ตช นส วนให ท งหมด แต ทางผ จ ดการโครงการม ความเห นว าในอนาคตอาจจะม การต งโรงผล ตช วคราวไว ภายในโครงการเลย เพ อสะดวกต อการขนส ง และทางานประสานก น ซ งต องศ กษาก นต อไป ส วนในเร องเหต ผลการเล อกใช ระบบน ก เพราะว าเป นระบบท รวดเร วกว าระบบอ นๆ เพราะ ผน งส าเร จร ปร บแรงจะท าหน าท แทน เสา คาน และผน งไปในต ว ซ งป จจ บ นบ านจ ดสรร ทาวน โฮม ท สร างด วยระบบส าเร จร ป ใช ระบบน เป นส วนใหญ และนอกจากน เหต ท ใช ช นส วนส าเร จเก อบท ง อาคาร ก เพราะใช แรงงานน อย บร ษ ทพบป ญหาในเร องของผ ร บเหมา และ แรงงาน ช างก ออ ฐ ท เร มหา ยากมากข นเร อยๆ เน องจากบางคร งก อาจม ช วงท แรงงานอยากกล บบ านไปอย ก บครอบคร ว ไปท าอาช พ อ น เช น ทาไร ทานา ค าขาย เป นต น และในอนาคตคนร นใหม ก จะม การศ กษาเล าเร ยนมากข น ซ งจะห น ไปท าอาช พท รายได ด กว า วงการก อสร างจ งต องใช แรงงานต างด าวเข ามาแทน ซ งการใช ช นส วน สาเร จจะลดป ญหาน ลงไป การจ ดหาช างต ดต ง ทางบร ษ ทเป นบร ษ ทขนาดกลาง ม ว ศวกร โฟร แมน ควบค มงานก อสร าง เป นของตนเอง แต ไม ม ช างต ดต งช นส วน เน องจากโครงการย งม ไม มาก จ งย งไม จ าเป นต องร บภาระบร หารจ ดการในส วน น การค ดเล อกผ ร บเหมาก ทาการค ดเล อกจากประสบการณ โดยด ผลงานโครงการต างๆท เคยท ามา สาหร บโครงการน เล อกใช คนงานต ดต งท งโครงการม 1 ช ดรวม 6 คน ( ไม รวมคนค มเคร องจ กร ) โดย ช างท ต องม ฝ ม อมากหน อยก ต องเป นช างเช อมและคนข บเครน การจ ดการเคร องจ กร บร ษ ท เป นฝ ายจ ดหาเคร องจ กรเองท งหมดด วยการเช า โดยเล อกใช รถเครน 2 ค น เน องจากงาน ไม ใช งานอาคารส ง ทาวเวอร เครนจ งไม จ าเป น ประกอบก บโครงการก อสร างท พ นท กว างอย างหม บ าน จ ดสรร ต องย ายเคร องจ กรอย เสมอ รถเครนจะเคล อนย ายได สะดวก โครงการน รถเครนจะม ขนาด 25

95 83 ต น 1 ค น เป นเครนหล กในการต ดต งช นส วน และม ขนาด 20 ต นอ ก 1 ค น ใช ยกส งของท วไป ใน โครงการ และใช สารองในกรณ เครนหล กเคร องยนต เส ย ร ปท เคร องจ กรท ใช ทางาน การจ ดการช นส วน การส งช นส วนและการต ดต ง จะด ถ งความต องการบ านก อน ว าจะส งมอบบ านให ฝ ายขายก หล ง สมมต ว าช วงเวลา 2 ส ปดาห น ต องส งให ได ส ก 3 หล งก อน ก จะส งเป นฐานราก หร อคานคอด น พร อมก นท ง 3 หล งไปโดยไม ส งช นส วนอ น แล วไล ต ดต งไปท ง 3 หล ง พอเสร จค อยส งแผ นพ น ฯลฯ ค อจะไม ท าให เสร จท ละ 1 หล ง แต จะสร างให เสร จไล เล ยพร อมก นท ง 3 หล ง ท งน ก ข นอย ก บความ ต ดข ดของงานด วย บางคร งถ าความต องการบ านเข ามาในระยะเวลาไม ใกล ก นน ก บวกก บหน างานไม ต ดข ด ก อาจสร างให จบท ละ 1 หล งก ได เน องจากม ช างต ดต งแค 1 ช ด การจ ดเก บช นส วน ปกต ท กโครงการ ผน งส าเร จร ปจะเป นช นส วนท ต องใช อ ปกรณ ช วย จ ดเก บ ส าหร บทางโครงการกรองทองทรอป คอลจะใช โครงเหล ก A frame ในการจ ดเก บผน ง โดย จะม ช องคล ายซอง ในการน าผน งเข าวางไว ในล อคท เตร ยมไว ส วนแผ นพ น เสา คาน บ นได จะใช การวางก บพ นธรรมดา อาจจะม การใช ว สด ไม หร อยาง วางรองช นส วน

96 84 ร ปท ซองเหล ก A frame ใช จ ดเก บผน ง ร ปท การจ ดวางแผ นพ นสาเร จ ร ปท การจ ดเก บผน งเข า ซอง A frame ร ปท การจ ดเก บคาน ร ปท การจ ดเก บเสา ร ปท การจ ดเก บบ นได

97 85 ป ญหาท พบ สาหร บโครงการกรองทองทรอป คอล ป ญหาท พบม ด งน 1. ช นส วนส งมาผ ด แก ป ญหาโดยส งกล บค น ซ งก จะท าให เส ยเวลา ฉะน นต องต ดต อ ประสานงานก บฝ ายผล ตให ด 2. ช นส วนผล ตผ ด เช น ระยะช นส วนย งไม ถ กต อง เวลามาจ ดวางแล ววางเข าไม ได เป นต น แก ป ญหาโดยสก ดเจาะปร บแต งใหม ร ปท การต ดแต งปร บแก ระยะช นส วนสาเร จร ป ร ปท การสก ดเจาะเพ อปร บแก ระยะช นส วนสาเร จร ป 3. ช นส วนปร แตก หร ออาจม ช าร ด โดยเก ดจากการกระแทกระหว างทางในการขนส ง โดย ถ าเส ยหายไม มากก จะปร บแต งแก ไขใหม 4. ช นส วนปร แตก หร ออาจม ช าร ด โดยเวลาตอนยกเคล อนย ายอาจม กระแทกก น โดยถ า เส ยหายไม มากก จะปร บแต งแก ไขใหม ร ปท ช นส วนท ปร แตกเส ยหาย

98 86 5. ปร มาณคนงานขาดแคลน จากท กล าวไปว าแรงงานเร มหายากมากข น ผ ร บเหมาก ออ ฐ ฉาบป น เร มหายาก ผ ร บเหมาท ฝ ม อด ๆม กม ค วงานอ น ไม ว างมาร บจ างได 6. ฝ ม อแรงงาน ส วนใหญ คนงานต ดต งจะท างานได รวดเร วพอสมควร แต ต ดป ญหาเร อง ค ณภาพ อาจย งไม ด เท าท ควร ต องท าการตรวจสอบควบค มอย างละเอ ยดก ได งานค ณภาพ ท ด 7. เคร องจ กรเส ย แก ป ญหาโดยใช เครนสารองเข ามาช วย 8. ป ญหาสภาพภ ม อากาศ ถ าเก ดฝนตก ก จะทาการเจาะ ทาการเช อมรอยต อช นส วนไม ได ซ ง ตรงน ก ต องหย ดท างาน ไปท างานส วนอ นในร มแทน แก ป ญหาโดยต องท างานล วงเวลา เพ มเต ม 9. การท างานหน างานบางส วนอาจต ดต งล าบาก ค อผล ตถ กตามแบบท กอย าง แต พอน ามา ต ดต งท หน างานจะไม ม จ ดรองร บบร เวณพ นถาด ก ต องท าอ ปกรณ เสร มในการรองร บ ซ ง ส งผลทาให งานล าช า อาจพ จารณาให โรงงานทาจ ดรองร บมาก ได ร ปท การเสร มเหล กรองร บ

99 87 4.บร ษ ท ซ มม ทไพน เฮ ร ท กอล ฟ คล บ จาก ด โครงการ 1.กอล ฟซ ต, 2.กอล ฟว ว, 3.บ ญพระแมนช น อาคารหอพ กส ง 8 ช น จานวน 31 อาคาร ใช ช นส วนสาเร จร ปก บอาคารประมาณ 95 % โดยใช การก อสร างด วยระบบผน งสาเร จร ปร บ แรง สาหร บข นตอนการทางานโดยส งเขป ม ด งน 1. บร ษ ทจะทาการวางแผนโครงการท จะสร าง โดยด จากความต องการท อย อาศ ยท เพ มข นของ ผ คน ซ งท งแบบสถาป ตยกรรม แบบโครงสร างของช นส วน การผล ตช นส วน รวมถ งการ ต ดต ง บร ษ ทจะทาเองหมดท กอย าง เร ยกว าครบวงจร 2. เม อได ร ปแบบโครงการท ต องการแล ว ก จะท าการส งแบบช นส วนให ฝ ายผล ต ว าต องการ ช นส วนล กษณะใดบ าง จานวนเท าไหร 3. ฝ ายต ดต งก จะด ตามแผนงานก อสร างว าต องการช นส วนไหน ก อนหล ง ก จะส งใบเบ กมาท ฝ ายผล ต แล วทาการต ดต งช นส วนต อไป ว ธ การบร หาร แผนงานจะใช barchart เน องจากสามารถท าความเข าใจได ง าย งานไม ได เร ง มากจนเก นไป การเล อกใช ช นส วน บร ษ ท ม โรงงานผล ตช นส วนเป นของตนเอง ซ งต งโรงงานมานานแล ว ม ก าล งผล ตเพ ยงพอก บ งาน จ งใช ช นส วนจากโรงงานตนเองท งหมด จากอด ตถ งป จจ บ นม โครงการท บร ษ ทสร างแล วเสร จไป เป นจ านวนมาก พร อมท งม โครงการตามแผนในอนาคตอ กมาก ซ งการต งโรงงานเองถ อว าค ม ค าต อ การลงท น ส วนในเร องเหต ผลท เล อกใช ระบบน ในอด ตบร ษ ทใช ระบบ เสา คาน ในการก อสร าง พบว า ย งม ความรวดเร วน นย งม ไม เท าระบบผน งส าเร จร ปร บแรง จ งได เปล ยนมาใช ระบบผน งส าเร จร ปร บ แรงแทน และท เล อกใช ช นส วนส าเร จเก อบท งอาคารก เพราะว า ม ความรวดเร วในการท างาน ซ ง โครงการห องพ กอาศ ยต างๆของบร ษ ท ม ผ เช าเพ มข นเร อยๆ ท งจากบ คคลท วไปและน กศ กษา การจ ดหาช างต ดต ง จากท ได กล าวไปข างต นว าบร ษ ทเองม โครงการเป นจ านวนมาก และท าการก อสร างเอง ปล อย เช า ขายด วยตนเอง จ งจ างคนงานประจาเป นช างต ดต งของทางบร ษ ทเอง ซ งจะสอนงาน ควบค ม อบรม งานได ง ายกว าการท ไปจ างช างจากท อ น

100 88 การค ดเล อกแรงงาน บร ษ ทค ดเล อกคนงานใหม ท ย งไม ม ประสบการณ ในการท างาน มาฝ ก ใหม ได โดยจะม คนงานร นเก าๆ ท ม ประสบการณ มากอย แล ว คอยช วยด แลอ กท น ง บร ษ ทไม ค อยม ป ญหาในเร องการขาดแคลนแรงงาน เพราะส วนใหญ เป นช างประจ า ประกอบก บงานม โครงการใหม ให ทาอย ตลอด ช างต ดต งจ งอย ก บบร ษ ทตลอด ไม ได ไปร บงานท อ น งานของทางบร ษ ทร ปแบบอาคาร ม ล กษณะคล ายก นต งแต โครงการอด ตถ งป จจ บ น ( เป นหอพ ก ) ช างจ งม ความช านาญ เพราะค นเคยก บ งานล กษณะเด ม คนงานต ดต งท งโครงการม 6 ช ด ช ดละ 8 คนรวม 48 คน ( ไม รวมคนค มเคร องจ กร ) โดยเปล ยนช วงเวลาก นทา การจ ดการเคร องจ กร บร ษ ทได ลงท นซ อเคร องจ กรไว เป นของตนเองท งหมด โดยม ท ง Tower crane และรถเครน รวมท งหมด ค อ Tower crane 4 ต ว และรถเครน 25 ต น 3 ค น ส าหร บอาคารของโครงการจะส ง 8 ช น จ งใช Tower crane ในการต ดต งช นส วน รถเครนจะใช ยกของต างๆ ยกช นส วนจ ดวาง เคล อนย าย ช นส วนลงจากรถขนส ง และใช ช วยต ดต งช นส วนช นล างท ไม ส งน ก ร ปท เคร องจ กรท ใช ก บงาน การจ ดการช นส วน การส งช นส วน ทางฝ ายต ดต งจะให ฝ ายผล ตส งช นให เป นงวด งวดละ 1 ช นคร ง มาจ ดเก บไว ท หน างาน แล วไล ต ดต งไปท ละช นตามปกต โครงการของทางบร ษ ท ซ มม ท ไพน เฮ ร ทฯ ไม ค อยม ป ญหา เร องพ นท จ ดเก บ เพราะม บร เวณค อนข างกว าง จ งสต อกช นส วนได มาก แต ท โรงผล ตเองกล บตรงก น ข าม เพราะม พ นท จ ดเก บไม พอ ต องระบายส งของเข าส หน างาน

101 89 การจ ดเก บในส วนของผน งเองจะม โครงเหล ก A frame ใช จ ดวางผน ง แต ของโครงการใน สนามกอล ฟ ซ มม ท ไพน เฮ ร ท จะใช การวางแบบพ งก น ไม ได วางใส ซองเป นล อคๆแบบโครงการกรอง ทองทรอป คอลท ยกต วอย างไปก อนหน าน ส วนช นส วนอ นๆ ฐานราก เสา คาน ฯลฯ จะวางก บพ น ร ปท การจ ดเก บผน ง ร ปท การจ ดเก บฐานราก เสา คาน ป ญหาท พบ สาหร บโครงการท ง 3 โครงการ ภายในสนามกอล ฟ ซ มม ท ไพน เฮ ร ท ป ญหาท พบม ด งน 1. ช นส วนส งมาผ ด แก ป ญหาโดยส งกล บค น ทว าบร ษ ท ซ มม ท ไพน เฮ ร ท ม โรงงานท ต งอย ภายในสนามกอล ฟ ซ งอย ใกล จ งไม ม ป ญหาการส งกล บแล วส งใหม ท ล าช าเท าไหร น ก อ ก ประการน ง ช นส วนท ส งมาผ ดอาจเก บไว ใช ก บส วนอ นของอาคารได แต ถ งอย างไรก ตาม เน องจากพ นท โรงงานม น อยจ งม กไม ค อยส งกล บ ท งน ต องต ดต อประสานงานก บฝ ายผล ต ให ละเอ ยด จะด กว ามาแก ป ญหาภายหล ง 2. ช นส วนผล ตผ ด ม กเป นป ญหาเร องการท าจ ดเช อม การฝ งเหล กท ใช เช อมรอยต อ คลาดเคล อนจากต าแหน ง ถ าผ ดไม มาก ว ศวกรจะท าการควบค มและแก ไขท หน างาน แต โดยมากจะส งกล บฝ ายผล ต เน องจากอย ใกล 3. ช นส วนชาร ด จากการกระแทกระหว างการขนส ง แก ไขปร บแต งท หน างาน 4. ช นส วนช าร ด จากการยกเคล อนย ายจ ดวางอาจม กระแทก หร ออาจม การเตร ยมพ นท หน า งานท ไม ด พอ แต โดยมากจะแตกเล กน อยไม ม ผลกระทบต อโครงสร าง จ งแก ไขปร บแต ง ท หน างาน 5. ป ญหาสภาพภ ม อากาศ เวลาฝนตก จะไม สามารถเช อมรอยต อช นส วนได ต องหย ดท างาน ไปทางานส วนอ นในร มแทน แก ป ญหาโดยต องทางานล วงเวลาเพ มเต ม 6. อ บ ต เหต ม ช นส วนหล นกระแทก แต ไม ม ผ ใดได ร บอ นตราย ต องทาการเฝ าระว งให ด

102 90 5.บร ษ ท พร คาสท เอ นจ เน ยร ง จาก ด โครงการล มพ น พาร ค ร เวอร ไซด พระราม 3 คอนโดม เน ยมขนาด 36 ช น จานวน 4 อาคาร ใช ช นส วนส าเร จร ปก บอาคารประมาณ 30 % โดยโครงสร างหล ก ค อ เสาและพ นคอนกร ตอ ด แรงจะใช การหล อคอนกร ตในท ผน งภายในใช ก ออ ฐ ฉาบป น ผน งภายนอกใช การก อสร างด วยระบบ ผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรง และม ในส วนของบ นไดท ใช ช นส วนสาเร จ สาหร บข นตอนการทางานโดยส งเขป ม ด งน 1.ผ ร บเหมาโครงสร างหล กจะทาการส งแบบก อสร าง เพ อจ ดหาผ ร บเหมาสร างพ นคอนกร ตอ ดแรง จ ดหาผ ออกแบบและผล ตช นส วนผน งภายนอกสาเร จร ป จากน นนาแบบไปประมาณราคาแล วย นเสนอ ราคา 2.เม อผ ร บเหมาหล กค ดเล อกผ ออกแบบและผล ตร บช นส วนสาเร จได แล ว ผ ผล ตช นส วนจะทาการส ง ผล ตช นส วนตามแบบท ได คานวณไว 3.ทาการจ ดส งช นส วนเข าส หน างาน และต ดต งช นส วน 4.เม อต ดต งเสร จต องตรวจสอบค ณภาพ ตรวจเช ครอยต อต างๆ ช องว างช นส วน การเก บงานความเร ยบ เน ยน ความสะอาด จ งจะส งมอบให ผ ร บเหมาหล กทางานอ นต อไป ว ธ การบร หาร แผนงานจะใช Critical path method เน องจากจะช วยให บร หารจ ดการเวลาได อย างม ประส ทธ ภาพ เม อม งานใดงานหน งต ดข ด หร อว าม งานใดงานหน งท ส าค ญกว า จะสามารถไป จ ดการงานน นๆได ก อน ไม ต องรองานอ น การเล อกใช ช นส วน บร ษ ท พร คาสท เอ นจ เน ยร ง จ าก ด ใช ช นส วนจากบร ษ ทของตนเองท งหมด บร ษ ทน เป น บร ษ ทในเคร อของบร ษ ท โพสเท น จ าก ด ซ งแต เด ม บร ษ ท โพสเท น จ าก ด เป นบร ษ ทร บเหมาสร างพ น คอนกร ตอ ดแรง ร บงานท วไปและงานอาคารส งต างๆ ต อมางานอาคารส งน ยมม การใช ผน งภายนอก แบบส าเร จร ปมากข น เน องจากความรวดเร วในการก อสร าง เพ อให สอดคล องก บความต องการใน อ ตสาหกรรม บร ษ ทจ งได ลงท นต งโรงงานผล ตช นส วนผน งเป นของตนเอง ร บงานท าพ นคอนกร ตอ ด แรงและต ดต งผน งภายนอกสาเร จร ปพร อมไปด วยก น เหต ผลท เล อกใช ระบบน จากป ญหาเร องรอยต อของการต ดต งช นส วนส าเร จร ป ก าล งของ รอยต อช นส วนเม อต องร บแรงองค อาคารท ส ง 23 เมตรข นไป ( high rise building ) จะม ป ญหาเร อง ความแข งแรงรอยต อ ท งน สาเหต อาจจะเป นเร องของค ณภาพงานย งไม ด พอ เช น รอยเช อมต างๆ เป นต น

103 91 โครงสร างหล กในการร บแรงอย างพ นคอนกร ตอ ดแรงและเสาท ใช ร บแรงของอาคารส ง จ งไม อน ญาตให ใช ช นส วนส าเร จร ปมาสร าง เพราะฉะน น เสา พ นคอนกร ตอ ดแรงต องท าการหล อในท ส วนผน งภายในอาคารจะใช การก อผน งเอาเอง เน องจากจะต ดต งได ล าบาก สร ปแล วจ งใช ช นส วน สาเร จได ก บผน งภายนอก บ วตกแต ง และม เพ มมาค อในส วนของบ นได ซ งบร ษ ท พร คาสท เอ นจ เน ย ร ง จาก ด จะทาการต ดต งบ นไดสาเร จร ปให ด วย การจ ดหาช างต ดต ง บร ษ ทจะเล อกใช ช างต ดต งของตนเอง 50 % แล วจ างผ ร บเหมารายย อยอ ก 50 % เน องจากม งานขนาดใหญ หลายโครงการ ช างต ดต งของบร ษ ทจ งม จานวนไม เพ ยงพอ ไปทางานอย โครงการอ นๆ การค ดเล อกผ ร บเหมาย อยมาช วยต ดต ง จะจ ดหาผ ร บเหมาท ฝ ม อด ท เคยร วมงานด วยก นจาก โครงการหลายโครงการในอด ตมาก อน เน องจากม ความค นเคยทางานร วมก นได ง าย โครงการน ใช ช าง ต ดต งท งหมด 4 ช ด ช ดละ 7 คนรวม 28 คน ( ไม รวมคนค มเคร องจ กร ) และทางบร ษ ทจะม การจ ดอบรม ช างต ดต งโดยจะจ ดสร ปงานและอบรมแก ไขป ญหาท พบเจอท กๆ 2 เด อน และจะม การอบรมใหญ มอบ ประกาศน ยบ ตรให ก บท มต ดต งท ท างานได ด เพ อเป นการกระต นช างให ต งใจท างาน งานจ งออกมา ค ณภาพด เสร จรวดเร ว จะม ป ญหาก ในส วนอ นท ต องปร บปร งแก ไขต อไป การจ ดการเคร องจ กร การจ ดหาเคร องจ กร บร ษ ท พร คาสท เอ นจ เน ยร ง จ าก ด ไม ได ท าการจ ดหาเคร องจ กร ทางฝ าย ผ ร บเหมาหล กท ทาการสร างโครงสร างของอาคาร จะเป นฝ ายจ ดหาเองเพราะต องใช ในงานหล กของเขา น นค อการยกส งของต างๆ ยกคอนกร ตมาเทโครงสร าง น จ งเป นป ญหาอย างน งเพราะเคร องจ กรจะใช ก บงานโครงสร างหล กมากกว าใช ในการต ดต ง จ งทาให เคร องจ กรไม ค อยว าง โครงการน เป นคอนโดม เน ยมส ง จ งใช Tower crane ในการสร าง โดยใช Tower crane 3 ต ว ต ออาคาร 2 อาคาร รวมท งโครงการ 4 อาคารใช ท งหมด 6 ต วด วยก น โดยจะม อ ปกรณ เสร มท ใช ช วยใน การต ดต งค อ รอก ซ งรอกฝ ายต ดต งช นส วนจะจ ดหาเอง

104 92 ร ปท เคร องจ กรท ใช ก บงาน การจ ดการช นส วน การส งช นส วน ทางฝ ายต ดต งจะส งช นส วนเข าว นละประมาณ 4 ค นรถเทรลเลอร ส งให ท ง 4 อาคาร โดย 1 ค นจะบรรท กผน งต างๆได ประมาณ 18 แผ น ท งน น าหน กบรรท กแต ละค นต องไม เก น 28 ต นด วย ช นส วนผน งท ส งมา ส วนใหญ จะทาการยกออกจากรถขนส ง แล วน าแผ นผน งมาแขวนเพ อรอ การต ดต งท นท จะไม วางไว ท หน างานมากน ก ซ งพอจะช วยลดปร มาณช นส วนท ต องมาจ ดเก บได ใน ระด บหน ง โดยม บางส วนเท าน นท จะสต อกไว ถ าค ดว าอาจจะต ดต งไม ท น ว ศวกรฝ ายต ดต งแนะน าว า บ นไดจะต องน ามาสต อกไว ด วยอย าส งแต ผน ง ต องม ความพร อม ท จะต ดต งบ นไดอย เสมอ เพราะเน องจากเครนใช ในงานเทคอนกร ตเสา และพ นเป นส วนใหญ เราไม ทราบได ว าเครนจะว างช วงไหน ถ งแม จะม การประช มก บผ ร บเหมาว าจะขอใช เครนช วงเวลาไหนแล ว ก ตาม แต ถ าเป นไปได ถ าช วงเครนว างส กพ ก ก อาจขอเวลามาวางบ นไดได ซ งใช เวลาไม นานต อบ นได 1 ต ว พยายามต ดต งบ นไดให ท นก บงานโครงสร างท ข นอย าให ห างเก น 2 ช น เช น ถ าโครงสร างก าล ง ข นช น 20 เราควรต ดต งช น 18 เสร จแล ว เพ อท คนงานจะได สามารถเด นข นลงระหว างช นท ส นๆได แทนการใช ล ฟท การจ ดเก บจะใช โครงเหล ก A frame ในการจ ดเก บผน ง โดยจะวางล กษณะพ ง ส วนบ นไดจะใช วางก บพ นเฉยๆ

105 93 ร ปท การจ ดเก บผน ง ร ปท การจ ดเก บบ นได ป ญหาท พบ สาหร บโครงการล มพ น พาร ค ร เวอร ไซด พระราม 3 ป ญหาท พบม ด งน 1. ช นส วนส งมาผ ด แก ป ญหาโดยส งกล บค น ซ งก จะท าให เส ยเวลา ฉะน นต องต ดต อ ประสานงานก บฝ ายผล ตให ด 2. ช นส วนผล ตผ ด เป นป ญหาการต ดแผ นเหล ก Plate ท จะใช เช อมรอยต อ ต าแหน งอาจ คลาดเคล อนบ าง ท าให เวลาเช อมอาจไม เป นไปตามการออกแบบ แต เน องจากผน งไม ใช ผน งร บแรง รอยต อต างๆจ งร บภาระไม มากน ก ร บน าหน กแค ต วช นส วนเอง จ งแก ป ญหา โดยแก ไขท หน างาน อาจจะเป นการออกแบบแผ นเหล กเพ มเต ม แล วย ดเข าไปใหม เพ อให เช อมแล วรอยต อปลอดภ ย ร ปท การแก ไขจ ดเช อม กรณ ฝ ง Plate ผ ดตาแหน ง

106 3. ช นส วนปร แตก ชาร ด สาเหต เก ดจากการกระแทกระหว างการขนส ง แก ป ญหาโดยแก ไข ปร บแต งใหม ท หน างาน แต ทางท ด ต องจ ดวาง ตรวจเช คแผ นยางรองก นกระแทกให ด จะ ด กว ามาแก ป ญหาปร บแต งใหม 4. พ นท จ ดเก บไม เพ ยงพอ ถ งแม ว าช นส วนผน งท ส งมาส วนใหญ จะยกมาแขวนก บต วอาคาร ไว เลย เพ อรอการต ดต ง ไม ได ยกลงวางจ ดเก บหน างาน ซ งตรงน น าจะท าให ประหย ดพ นท จ ดเก บได บ าง แต ก ย งพบว าย งม ป ญหาพ นท จ ดเก บไม เพ ยงพอ ว ธ แก ก ค อต องส งช นส วน มาให แค พอต ดต งว นต อว นเฉยๆ 5. เคร องจ กรไม ว าง แม โครงการน จะใช Tower crane 3 ต ว ต อ 2 อาคาร ก ย งม ป ญหา เคร องจ กรไม ค อยว าง เน องจากสาเหต ท กล าวไปแต แรกว า เคร องจ กรจะเป นของฝ าย ผ ร บเหมาโครงสร างหล ก ต องใช ยกส งของต างๆ ยกคอนกร ตมาเทโครงสร าง เคร องจ กร จะใช ก บงานโครงสร างหล กมากกว าใช ในการต ดต งช นส วนส าเร จ จ งท าให เคร องจ กรไม ค อยว าง หร อว างก อาจจะไม ได ว างนานน กอาจจะประมาณไม ก 10 นาท ว ธ แก ป ญหาก ค อ จะให ยกช นส วนผน งจากรถขนส ง มาท าการแขวนรอต ดต งในช วงเช าประมาณ 5.00 น. ถ งเวลา 7.30 น. ใช เวลา 2 ช วโมงคร งน ท างานท กอย างท ต องใช เคร องจ กรก บช นส วน ส าเร จให หมด หล งจากน นทางฝ ายต ดต งช นส วนจะใช รอกท าการต ดต งผน งแทน ส วน ในกรณ บ นได กรณ น ต องประช มก บฝ ายผ ร บเหมาหล กเอาเองว าจะขอเคร องจ กรเพ อต ดต ง บ นไดตอนเวลาเท าไหร ก แล วแต จะตกลงก น 6. ป ญหาสภาพภ ม อากาศ เน องจากเป นผน งภายนอกอาคาร เวลาฝนตกจะม ป ญหา โดยเฉพาะผน งชน ดท ต องเช อมจากภายนอกอาคาร ฝนตกจะท างานล าบาก แต ส าหร บ ผน งแบบท จ ดเช อมรอยต ออย ภายในอาคาร ถ าฝนไม ได ตกแรงก พอเช อมได แต ถ าตกแรง ฝนสาดผ านร องผน ง ส วนใหญ ก จะไม ทา เพราะไฟอาจช อต 7. อ บ ต เหต เก ดแผ นผน งหล น แต ไม ม ผ ได ร บอ นตราย ต องทาการเฝ าระว งให ด 94

107 95 6.บร ษ ท โพส แอนด พร คาสท จาก ด โครงการล มพ น ว ลล พ บ ลสงคราม คอนโดม เน ยมขนาด 27 ช น จานวน 1 อาคาร ใช ช นส วนสาเร จร ปก บอาคารประมาณ 25 % โดยโครงสร างหล ก ค อ เสา พ นคอนกร ตอ ดแรง และบ นไดจะใช การหล อคอนกร ตในท ผน งภายในใช ก ออ ฐ ฉาบป น ผน งภายนอกใช การก อสร างด วย ระบบผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรง สาหร บข นตอนการทางานโดยส งเขป ม ด งน 1. ตรวจสอบแบบ เคล ยร แบบก บผ ร บเหมาหล ก 2. ส งผล ตช นส วนตามแบบท เราได ตรวจสอบไว 3. ส งช นส วนและทาการต ดต ง ว ธ การบร หาร แผนงานจะใช barchart เน องจากสามารถท าความเข าใจได ง าย งานไม ได ม ความซ บซ อนมากน ก การเล อกใช ช นส วน ทางบร ษ ท โพส แอนด พร คาสท จ าก ด เป นบร ษ ทร บเหมาก อสร างพ นคอนกร ตอ ดแรงและ ต ดต งผน งส าเร จร ปภายนอกด วย เน องจากงานหล กของบร ษ ทเป นงานร บเหมาก อสร างอย แล ว จ ง ต องม โรงงานผล ตช นส วนเป นของตนเอง เพ อให สอดคล องก บงานท เราท า เราเล อกใช ช นส วนของ ตนเองหมด เน องจากกาล งผล ดเพ ยงพอและทางานประสานงานก นได ง าย สาเหต ท เล อกใช ระบบน มาจากความส งของอาคารท ไม สามารถใช ช นส วนส าเร จร บแรงได ผ ร บเหมาหล กจ งท าการหล อคอนกร ตในท เอง รวมท งก อผน งและหล อบ นไดคอนกร ต ส วนทางบร ษ ท เราจะทาพ นคอนกร ตอ ดแรงและต ดต งผน งภายนอกสาเร จร ปให ซ งการต ดต งผน งภายนอกส าเร จร ปก ม ส วนช วยให งานเสร จเร วข น การจ ดหาช างต ดต ง บร ษ ทจะเล อกใช ช างต ดต งของตนเองท งหมด โดยม ช างต ดต ง 2 ช ด ช ดละ 3 คนรวม 6 คน( ไม รวมคนค มเคร องจ กร ) ช างเหล าน อย ท างานก บบร ษ ทมาหลายป โดยเฉพาะห วหน าคนงานท ม ประสบการณ ต ดต งร วม 10 ป ซ งสามารถด แลจ ดการล กท มได ด แต ตอนน ม ป ญหาอย ค อ โครงการน ช าง ต ดต งม จานวนน อยไป จะพยายามหาช างจากท อ นเพ ม โดยอาจขอความช วยเหล อให ผ ร บเหมาหล กช วย จ ดหาให

108 96 การจ ดการเคร องจ กร ผ ร บเหมาหล กท ท าการสร างโครงสร างของอาคาร จะเป นฝ ายจ ดหาเคร องจ กรเอง โครงการน เป นอาคารส งซ งม อย อาคารเด ยว จ งใช เคร องจ กรเป น Tower crane ม 2 ต วด วยก น ม อ ปกรณ เสร ม ค อ รอก ซ งจะใช ตอนต ดต ง ร ปท เคร องจ กรท ใช ก บงาน การจ ดการช นส วน การส งช นส วน ทางฝ ายต ดต งจะส งช นส วนเป นงวด งวดละประมาณ 30 แผ น โดยจะจ ดเก บไว หน างานส วนน ง และท าการแขวนไว ก บต วอาคารส วนน ง ท งน การจะบรรท กมาจะต องให ไม เก น น าหน กท กฎหมายกาหนด การจ ดเก บผน งจะใช ซองเหล กธรรมดาไม ได ใช โครงเหล ก A frame โดยจะวางใส ตามล อคของ ซองเหล กธรรมดา ร ปท การจ ดเก บผน งใส ซองเหล ก ธรรมดา

109 ป ญหาท พบ สาหร บโครงการล มพ น ว ว พ บ ลสงคราม ป ญหาท พบม ด งน 1. ช นส วนผล ตผ ด ขนาดระยะของแผ นย งไม ถ กต อง เช น อาจส นเก นไป การแก ไข ม กจะ ส งกล บ ต องตรวจสอบก บฝ ายผล ต และฝ ายจ ดส งให ด 2. ช นส วนปร แตก อาจเก ดการกระแทกระหว างการขนส ง แก ป ญหาโดยใช กาวน ซ เมนต ซ อม 3. พ นท จ ดเก บไม เพ ยงพอ แก ป ญหาโดยอาจต อง หย ดส งของหร อส งของน อยลง โดยประมาณสถานการณ แล วน าจะต ดต งเสร จ ค อยกแผ นผน งออกจากรถขนส งแล วมา แขวนก บอาคาร ไม ต องวางไว หน างาน 4. ปร มาณคนงานขาดแคลน เบ องต นให ช างท างานล วงเวลาเพ มเต ม แต ว าก ท าด กมากไม ได จ งแก ป ญหาโดยหาช างจากท อ นเพ ม โดยอาจขอความช วยเหล อให ผ ร บเหมาหล กช วย จ ดหาให 5. เคร องจ กรไม ว าง เคร องจ กรจะใช ก บงานโครงสร างยกคอนกร ตมาเทโครงสร าง จ งท าให เคร องจ กรไม ค อยว าง การแก ป ญหาค อจะขอใช เครนยกช นส วนผน งจากรถขนส ง มาท า การแขวนเพ อรอต ดต งในช วงเช าก อน 8.00 น. เพราะหล กจากน นจะเป นเวลาท างานของ การเทโครงสร าง 6. ป ญหาการแบบก อสร างท เปล ยนบ อย แบบช นส วนต ดต งไม เคล ยร ปกต การเคล ยร แบบ ต องตรวจสอบให ละเอ ยดก อนงานโครงสร างจะข น แต ของโครงการน ผ ร บเหมาหล กจะท า การตรวจแบบ เปล ยนแบบ แล วส งให บร ษ ท โพส แอนด พร คาสท จ าก ด ซ งท าตามงาน หมายความว าพอโครงสร างข น เทเสา เทคอนกร ต แบบช นส วนต ดต งก เคล ยร ตาม ซ ง บร ษ ท โพสฯ จะท าการผล ตและต ดต งได ไม ค อยท น จ งต องปร กษาและวางแผนงานก บ ผ ร บเหมาหล กให ด 7. การแขวนแผ นทาได ยาก การต ดต งช นส วนท าได ล าบาก เพราะต ดโต ะค าย น โต ะค าย นจะ ใช ในการค าย นเพ อสร างพ นคอนกร ตอ ดแรง ซ งจะม การเล อนออกมาพ กไว ท าให ไม สามารถแขวนแผ นได ต องแก ไขโดยปร กษาก บฝ ายผ ร บเหมาหล ก เพราะผ ร บเหมาหล ก จะเป นคนจ ดการโต ะค าย น 97

110 98 ร ปท โต ะค าย นท เล อนมาพ กไว ร ปท บร เวณท ต ดต งผน งไม ได 7.บร ษ ท ซ โพส จาก ด โครงการ เดอะล ฟ คอนโด พ ฒนาการ คอนโดม เน ยมขนาด 20 ช น จานวน 1 อาคาร ใช ช นส วนสาเร จร ปก บอาคารประมาณ 25 % โดยโครงสร างหล ก ค อ เสาและพ นคอนกร ตอ ด แรงจะใช การหล อคอนกร ตในท ผน งภายในใช ก ออ ฐ ฉาบป น ผน งภายนอกใช การก อสร างด วยระบบ ผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรง สาหร บข นตอนการทางานโดยส งเขป ม ด งน 1. ทางโครงการหล กจะท าการส งแบบก อสร าง บร ษ ท ซ โพส จ าก ด จะน าแบบท ได ไป ประมาณราคาแล วย นเสนอราคา 2. เม อผ านความเห นชอบ จะทาการออกแบบและส งผล ตช นส วนตามแบบ 3. จ ดส งช นส วนให โครงการ และทาการต ดต งช นส วน ว ธ การบร หาร แผนงานจะใช Critical path method เน องจากจะช วยให บร หารจ ดการเวลาได อย างม ประส ทธ ภาพ เม อม งานใดงานหน งต ดข ด หร อว าม งานใดงานหน งท ส าค ญกว า จะสามารถไป จ ดการงานน นๆได ก อน ไม ต องรองานอ น การเล อกใช ช นส วน ทางบร ษ ท ซ โพส จ าก ด เป นบร ษ ทร บเหมาก อสร างพ นคอนกร ตอ ดแรงและต ดต งผน ง ส าเร จร ปภายนอก บร ษ ทม โรงงานผล ตช นส วนเป นของตนเอง ม ก าล งผล ดเพ ยงพอ จ งใช ช นส วน ของตนเองท งหมด และทางานประสานงานก นได ง าย

111 99 สาเหต ท เล อกใช ระบบน เพราะก อสร างได รวดเร วกว าการก อผน งเอง ส วนการไม ได ใช ผน งใน การร บแรงแบบท บ านจ ดสรร ทาวน โฮมใช ก นอย เพราะกฎหมายไม อน ญาตให ใช ช นส วนส าเร จในการ ร บแรงโครงสร างท ส ง 23 เมตรข นไป จ งย งต องม การใช เสา และพ นแบบหล อคอนกร ตในท อย การจ ดหาช างต ดต ง บร ษ ทจะเล อกใช ช างต ดต งของบร ษ ทเองท งหมด การค ดเล อกคนงานส วนใหญ เราจะเล อกคน ท เป นช างเช อมมาก อน เพราะเป นจ ดส าค ญจ ดน งของการต ดต ง แล วค อยมาสอนรายละเอ ยดว ธ ต ดต ง เพ มเต มให หร อไม ก จะเล อกช างท เคยม ประสบการณ งานต ดต งมาแล วอย างน อย 2 3 ป ด วยก น โดย โครงการน ใช ช างต ดต งท งหมด 4 ช ด ช ดละ 4 คนรวม 16 คน ( ไม รวมคนค มเคร องจ กร ) การจ ดการเคร องจ กร บร ษ ท ซ โพส จาก ด ไม ได ทาการจ ดหาเคร องจ กร ผ ร บเหมาหล กของโครงการท ท าโครงสร าง หล กโดยหล อในท จะเป นฝ ายจ ดหา แล วมาใช ร วมก น โดยถ อว าเคร องจ กรเป นของฝ ายผ ร บเหมาหล ก ทางบร ษ ท ซ โพส ต องทาการตกลงก บผ ร บเหมาหล กเอาเองว าจะขอใช เคร องจ กรเวลาไหน โครงการน อาคารเป นอาคารส ง ม 1 อาคาร จ งใช Tower crane ในการสร าง โดยใช Tower crane ท งหมด 2 ต ว ม ขนาดปลายเครนยกได 2.5 ต น 1 ต วและขนาดปลายเครนยกได 2 ต นอ ก 1 ต ว จะ ม อ ปกรณ เสร มท ใช ช วยในการต ดต งค อ รอก ซ งรอกฝ ายต ดต งช นส วนจะจ ดหาเอง ร ปท เคร องจ กรท ใช ก บงาน

112 100 การจ ดการช นส วน การส งช นส วน ทางฝ ายต ดต งจะส งช นส วน แล วทาการยกออกจากรถขนส ง แล วน าแผ นผน ง มาแขวนรอการต ดต งและจะม บางส วนวางจ ดเก บไว ส าหร บโครงการน ไม ค อยม ป ญหาเร องพ นท จ ดเก บเท าใดน ก การจ ดเก บจะใช ซองเหล กธรรมดาในการจ ดเก บผน ง ไม ได ใช โครงเหล ก A frame เน องจากไม ต องลงท นมาก แต ม ความแข งแรงเพ ยงพอ โดยจะวางใส ตามล อคของซอง ร ปท การจ ดเก บผน ง ป ญหาท พบ สาหร บโครงการเดอะล ฟ คอนโด พ ฒนาการ ป ญหาท พบม ด งน 1. ช นส วนผล ตผ ด เป นการฝ งเหล ก Plate ท จะใช เช อมรอยต อ ผ ดต าแหน ง แก ไขโดย ปร บแต งจ ดเช อม หร ออาจม การเสร มต าแหน งเพลทท ใช เช อมใหม ท งน ต องด ถ งก าล ง ความแข งแรงด วย ร ปท การแก ไขจ ดเช อมของรอยต อ

113 ช นส วนปร แตก ชาร ด สาเหต เก ดจากการกระแทกระหว างการขนส ง แก ป ญหาโดยแก ไข ปร บแต งใหม ท หน างาน หร อไม ก ส งกล บ แต โดยมากแล วจะไม เส ยหายมากน ก ไม ค อยม ผล 3. เคร องจ กรไม ว าง แก ป ญหาค อจะขอใช เครนยกช นส วนผน ง มาท าการแขวนเพ อรอต ดต ง ในช วงท เครนว าง เช น เวลา น. เป นต น 4. ป ญหาสภาพภ ม อากาศ ถ าฝนตกหน ก จะไม สามารถท างานได สะดวกน ก ถ งแม ว าจะ ต ดต งและทาการเช อมรอยต อภายในอาคารก ตาม อาจม ฝนสาด แต ถ าตกไม หน กก สามารถ ทางานได 5. ปร บแต งแก ไขช นส วนเน องจากต ดต งได ยาก ถ งแม ว าช นส วนผล ตมาถ กต องแต บางคร ง สภาพหน างานอาจท าได ล าบาก ต ดต งได ยาก อาจจะเกะกะ เข าม ม เข าซอกยาก เป นต น ต องม การปร บช นส วนใหม ท งน ต องไม ให กระทบต อความแข งแรงรอยต อ และต ว ช นส วน ร ปท การต ดแต งผน งใหม ส าหร บ 2 โครงการต อไปน ค อ โครงการปร บปร งและต อเต มอาคารก ตต ว ฒนา และ โครงการ ย ด ไลท คอนโด บางซ อ เน องจากเหต ผลและว ธ การในการท างานส วนใหญ จะคล ายก บโครงการอ นๆ ท ใช ระบบผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง จ งขอสร ปแบบส นๆเพ อให สะดวก ไม ย ดยาว จนเก นไป

114 102 8.บร ษ ท พรอสเพอร ต คอนกร ต จาก ด โครงการปร บปร งและต อเต มอาคารก ตต ว ฒนา ต อเต มอาคารโรงพยาบาลจานวน 5 ช น ใช ช นส วนส าเร จร ปก บอาคารประมาณ 20 % โดยโครงสร างหล ก ค อ เสาและพ นคอนกร ตอ ด แรงจะใช การหล อคอนกร ตในท ผน งภายในใช ก ออ ฐ ฉาบป น ระเบ ยงใช การก อสร างด วยระบบผน ง ภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรง ว ธ การบร หาร แผนงานจะใช Barchart เน องจากงานไม ได ม ความซ บซ อนน ก การเล อกใช ช นส วน ทางบร ษ ทม โรงงานผล ตช นส วนเป นของตนเอง ม ก าล งผล ดเพ ยงพอ จ งใช ช นส วนของตนเอง ท งหมด และทางานประสานงานก นได ง าย การจ ดหาช างต ดต ง บร ษ ทจะเล อกใช ช างต ดต งจากท อ นท งหมดท งหมด โดยจะค ดเล อกช างท เคยท างานร วมก นมา ก อน โดยโครงการน ใช ช างต ดต งท งหมด 1 ช ด รวม 5 คน ( ไม รวมคนค มเคร องจ กร ) การจ ดการเคร องจ กร โครงการน อาคารเป นอาคารส ง ม 1 อาคาร จ งใช Tower crane ในการสร าง โดยใช Tower crane ขนาดปลายเครนยกได 2 ต น ท งหมด 1 ต ว และม อ ปกรณ เสร มท ใช ช วยในการต ดต งค อ รอก ซ ง ฝ ายผ ร บเหมาท จ างมาจะทาการจ ดหาก นเอง ร ปท เคร องจ กรท ใช ก บงาน

115 103 การจ ดการช นส วน จะใช ว ธ น าแผ นผน งมาแขวนรอการต ดต งและจะม บางส วนวางจ ดเก บไว โครงการน จะม ป ญหาเร องพ นท จ ดเก บ พ นท ม น อยบางส วนต องทาการจ ดเก บท บร เวณช นทร จะต ดต ง การจ ดเก บจะใช ซองเหล กธรรมดาในการจ ดเก บผน ง ไม ได ใช โครงเหล ก A frame เน องจากไม ต องลงท นมาก แต ม ความแข งแรงเพ ยงพอ โดยจะวางใส ตามล อคของซอง ป ญหาท พบ สาหร บโครงการปร บปร งและต อเต มอาคารก ตต ว ฒนา ป ญหาท พบ ม ด งน 1. พ นท ในการจ ดเก บไม เพ ยงพอ เน องจากพ นท ในการก อสร างค อนข างแคบ เป นเขต โรงพยาบาล ซ งก อย ใกล อาคารท ม การใช บร การปกต จ งท าให ม ป ญหาในการจ ดวาง ช นส วน สาหร บว ธ แก จะพยายามส งช นส วนให เพ ยงพอแค การต ดต ง จะไม ค อยสต อกของ ไว เท าใดน ก 2. เคร องจ กรไม ว าง เป นป ญหาใหญ ส าหร บการต ดต งช นส วนด วยระบบผน งภายนอก สาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง แก ป ญหาโดย ขอใช เคร องจ กรในช วงท ว าง 3. ป ญหาสภาพอากาศ โครงการน ได ประสบป ญหาอ ทกภ ย จ งต องท าการหย ดก อสร างไป แล วมาทางานล วงเวลาในภายหล ง 4. ช นส วนเส ยหายจากการขนส ง จะใช ว ธ การปร บแต งแก ไขเอาเองท หน างาน

116 104 9.บร ษ ท เจอเนอร ล เอ นจ เน ยร ง จาก ด (มหาชน) โครงการ ย ด ไลท คอนโด บางซ อ คอนโดม เน ยมขนาด 24 ช น จานวน 1 อาคาร ใช ช นส วนสาเร จร ปก บอาคารประมาณ 25 % ว ธ การบร หาร แผนงานจะใช Critical path method เน องจากจะช วยให บร หารจ ดการเวลาได อย างม ประส ทธ ภาพ เม อม งานใดงานหน งต ดข ด หร อว าม งานใดงานหน งท ส าค ญกว า จะสามารถไป จ ดการงานน นๆได ก อน ไม ต องรองานอ น การเล อกใช ช นส วน ทางบร ษ ท เจอเนอร ล เอ นจ เน ยร ง บร ษ ทม โรงงานผล ตช นส วนเป นของตนเอง ม ก าล งผล ด เพ ยงพอ จ งใช ช นส วนของตนเองท งหมด และทางานประสานงานก นได ง าย การจ ดหาช างต ดต ง บร ษ ทจะเล อกใช ช างต ดต งของบร ษ ทเองท งหมด โดยจะค ดเล อกช างท เคยม ประสบการณ งาน ต ดต งมาแล วอย างน อย 2 ป ด วยก น โดยโครงการน ใช ช างต ดต งท งหมด 3 ช ด ช ดละ 4 คนรวม12 คน( ไม รวมคนค มเคร องจ กร ) การจ ดการเคร องจ กร โครงการน อาคารเป นอาคารส ง ม 1 อาคาร จ งใช Tower crane ในการสร าง โดยใช Tower crane ขนาดปลายเครนยกได 2 ต น ท งหมด 2 ต ว และม อ ปกรณ เสร มท ใช ช วยในการต ดต งค อ รอก ซ ง จะทาการจ ดหาเอง การจ ดการช นส วน การส งช นส วน ทางฝ ายต ดต งจะส งช นส วน แล วทาการยกออกจากรถขนส ง แล วน าแผ นผน ง มาแขวนรอการต ดต งและจะม บางส วนวางจ ดเก บไว โครงการน ไม ม ป ญหาเร องพ นท จ ดเก บ การจ ดเก บจะใช ซองเหล กธรรมดาในการจ ดเก บผน ง ไม ได ใช โครงเหล ก A frame เน องจากไม ต องลงท นมาก แต ม ความแข งแรงเพ ยงพอ โดยจะวางใส ตามล อคของซอง

117 105 ป ญหาท พบ สาหร บโครงการ ย ด ไลท คอนโด บางซ อ ป ญหาท พบ ม ด งน 1. ป ญหาช นส วนชาร ดขณะยกเคล อนย ายท หน างาน แก ป ญหาโดย ปร บแต งแก ไขเอาเอง ไม ส งกล บโรงงาน เพราะต องรอเวลาหลายว นกว าจะโรงงานจะส งช นส วนมาใหม 2. ป ญหาสภาพอากาศฝนตก ต องหย ดทางาน แล วมาทางานล วงเวลาในภายหล ง 3. ช นส วนส งมาผ ด จะทาการปร บแต งแก ไขเองส วนน ง และส งกล บเองส วนน ง 4. ช นส วนเส ยหายจากการขนส ง อาจเก ดการกระแทกก น จะท าการปร บแต งแก ไขเองท หน า งานท งหมด 10.บร ษ ท บ เอส วาย คอนสตร คช นจาก ด โครงการ WHA MEGA LOGISTICS โกด งเก บส นค าขนาด ตารางเมตร จานวน 7 อาคาร ใช ช นส วนส าเร จร ปก บอาคารประมาณ 50 % โดยฐานรากและพ นใช การหล อคอนกร ตในท โครงสร างโกด งใช การก อสร างด วยระบบเสา คานส าเร จร ป โดยม เสา คานคอด น คานปกต ท เป น ช นส วนสาเร จ สาหร บข นตอนการทางานโดยส งเขป ม ด งน 1. ถอดแบบประมาณราคา 2. ทาการออกแบบและส งให โรงงานผล ตช นส วนตามแบบ 3. จ ดส งช นส วนให โครงการ และทาการต ดต งช นส วน ว ธ การบร หาร แผนงานจะใช Critical path method เน องจากจะช วยให บร หารจ ดการเวลาได อย างม ประส ทธ ภาพ เม อม งานใดงานหน งต ดข ด หร อว าม งานใดงานหน งท ส าค ญกว า จะสามารถไป จ ดการงานน นๆได ก อน ไม ต องรองานอ น การเล อกใช ช นส วน ทางบร ษ ท บ เอส วาย คอนสตร คช น จ าก ด เป นบร ษ ทร บเหมาก อสร างอาคารขนาดใหญ โดย เราจะใช ช นส วนส าเร จร ปในการสร างอย แล ว บร ษ ทม โรงงานผล ตช นส วนเป นของตนเอง และม การ ต งโรงผล ตช วคราวท ภายในบร เวณโครงการด วย เพ อลดป ญหาเร องค าขนส งและการกระแทกระหว าง ขนส ง หร อการขนส งผ ด ซ งช วยได พอสมควร ม ก าล งผล ดเพ ยงพอ จ งใช ช นส วนของตนเองท งหมด โดยจะทาการผล ตช นส วนท หน างาน 50 % และส งจากโรงงานอ ก 50 % โดยช วงแรกจะใช ช นส วนจาก

118 106 การผล ตท หน างานมากหน อยเพราะข อด หลายประการต อการขนส ง แต ช วงหล งๆพ นท หน างานจะเร ม น อยลงจ งใช ช นส วนจากโรงงานแทนหมด สาเหต ท เล อกใช ระบบเสา คานเพราะก อสร างได รวดเร วกว าการหล อคอนกร ตในท โดย อาคารท ทางบร ษ ทสร างน นส วนใหญ จะเป นอาคารท ม ล กษณะม ช นท ส ง เช น โกด งต างๆ การใช ระบบ เสา - คาน จะเหมาะกว าการใช ระบบผน งส าเร จ เพราะเสาสามารถท าให ส งมากๆได แต ผน งจะท าได ล าบาก อ กประการน งโกด งส นค า ส วนใหญ ม กจะไม ใช ผน งคอนกร ตเสร มเหล ก น าจะเน องมาจาก ความท บ การใช ช นส วนผน งสาเร จจ งไม น ยม จะใช เป นการต ดแผ นเมท ลช ทแทน การจ ดหาช างต ดต ง บร ษ ทจะเล อกใช ช างต ดต งของบร ษ ทเองท งหมด การค ดเล อกคนงานส วนใหญ ส าหร บการ ท างานของโครงการน ทางบร ษ ทให ความเห นว า ระบบท ไม ได ซ บซ อนเก นไป สามารถใช คนงาน ท วไปธรรมดาได ไม ถ งก บต องม ประสบการณ ตรงในการต ดต งช นส วนสาเร จมาก อน ขอแค เช อมเหล ก ได ด เป นช างไม ช างป นมาก อน ข บเครนช านาญพอสมควร ก ท างานต ดต งช นส วนได เพราะท งหมด ข นอย ก บการควบค มงานของโฟร แมนและว ศวกรท จะคอยส งการ คอยตรวจด ได ด แค ไหน โดย โครงการน ใช ช างต ดต งท งหมด 1 ช ด รวม 7 คน ( ไม รวมคนค มเคร องจ กร ) การจ ดการเคร องจ กร ทางบร ษ ท จะท าการจ ดหาเคร องจ กรเอง โดยโครงการน เป นโกด งเก บส นค าม 7 อาคาร ใช รถ เครน ท งหมด 4 ค น ม 2 แบบ ค อขนาด 50 ต น 2 ค นและขนาด 25 ต นอ ก 2 ค น โดยจะแบ ง 50 ต นและ 25 ต น อย างละค นมาต ดต งเสาและคาน ท เหล ออ ก 2 ค นจะต ดต งโครงหล งคาและใช ส ารองเวลา เคร องจ กรหล กเส ย

119 107 ร ปท เคร องจ กรท ใช ก บงาน การจ ดการช นส วน การส งช นส วน จะด ตามแผนการต ดต ง และด ปร มาณช นส วนของทางโรงผล ตช วคราวท หน า งานก อนว าม พอหร อไม ถ าไม พอจะส งเพ มเท าไหร ช วงระยะแรกตอนเร มโครงการ การส งท โรงงาน จะส งในกรณ โรงผล ตหน างานท าไม ท น และถ าเวลาส งมาก จะส งเฉพาะเสา เฉพาะคาน ไม ส งปนก น อย างเสาโครงการน ม ขนาดใหญ จะส งได แค 4 ต นต อการบรรท ก 1 คร งเท าน น แต ช วงหล งจะไม ม การผล ตท หน างานเพราะพ นท จะเร มน อยลง ก จะส งโรงงานตลอด การจ ดเก บจะใช การวางไม ได ใช อ ปกรณ อะไรช วย จะม บ างก ในส วนของว สด วางรองช นส วน แล ววางก บพ นธรรมดา ร ปท การจ ดเก บคานคอด น และคานปกต ร ปท การจ ดเก บคานคอด น

120 108 ร ปท การจ ดเก บเสา ป ญหาท พบ สาหร บโครงการ WHA MEGA LOGISTICS ป ญหาท พบม ด งน 1. ช นส วนผล ตผ ด เป นป ญหาเร องระยะเพลทไม ถ กต อง ต องม การปร บแต งใหม โดยส งฝ าย ผล ตท หน างานแก ไขให ซ งน เป นข อด อ กข อน งของการม ฝ ายผล ตช วคราวท หน างาน เพราะนอกจากประหย ดค าขนส งย งสามารถแก ไข ต ดต อประสานงานได ง าย 2. พ นท จ ดเก บไม เพ ยงพอ การต งโรงผล ตช วคราวท หน างาน จะท าให ใช พ นท มากข น แก ป ญหาโดยต ดต งให เสร จตามช นส วนท ผล ต อย าผล ตมากเก นแล วต งกองมากไป 3. เคร องจ กรเส ยม บ าง แก ป ญหาโดยใช เครนสารองเข ามาช วย 4. ป ญหาคนงานผล ตช นส วน ในส วนของการผล ตท หน างาน คนงานจะใช ช างท วไปผล ต ถ งแม จะม การตรวจสอบควบค มค ณภาพ แต งานก ย งไม ด เท าก บท โรงงาน เน องจากฝ าย ผล ตท โรงงานจะทางานแบบเด มซ าๆจ งชานาญกว า การผล ตช นส วนสาเร จร ปและป ญหาท พบในโรงงาน ในส วนของการผล ตท โรงงาน ข อม ลต างๆค อนข างจะเป นความล บ ส วนใหญ ทางบร ษ ทแทบ ท กบร ษ ทจะไม อน ญาตให ถ ายร ปกระบวนการในการท างาน ผ จ ดท าจ งได เก บข อม ลการส มภาษณ บางส วนจากว ศวกรและผ ควบค มงาน และร ปภาพแบบภาพรวมคร าวๆโรงงาน เน องจากม 3 โครงการท ไม ได ใช ช นส วนจากโรงงานของตนเอง แต ใช ช นส วนของบร ษ ท พรอสเพอร ต คอนกร ต ค อ

121 บร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตส จ าก ด (มหาชน) โครงการเดอะ คอนเนค อ อนน ช ซ งถ งแม ว า จะม โรงงานเป นของตนเองแต ผล ตไม ท น จ งส งช นส วนจากบร ษ ท พรอสเพอร ต คอนกร ต จาก ดแทน 2. บร ษ ท เอเช ยน พร อพเพอร ต จ าก ด (มหาชน) โครงการพล โน ส ขสว สด ไม ม โรงงานเป น ของตนเอง 3. บร ษ ท บ านกรองทอง จาก ด โครงการกรองทองทรอป คอล ไม ม โรงงานเป นของตนเอง ผ จ ดท าจ งได ไปท าการส ารวจ ส มภาษณ บร ษ ท พรอสเพอร ต คอนกร ต ในเร องของข นตอน การผล ตช นส วนและการจ ดส งให ทางโครงการท ง 3 โครงการเหล าน แทน 1.บร ษ ท ซ มม ท ไพน เฮ ร ท กอล ฟ คล บ จาก ด ท ต งโรงงาน ภายในบร เวณสนามกอล ฟ ซ มม ท ไพน เฮ ร ท 73 ม.17 ถนนพหลโยธ น ต.คลองหลวง อ. คลองหลวง จ.ปท มธาน ร ปท ทางเข าหน าโรงงาน ร ปท ภาพรวมในโรงงาน ล กษณะท วไปของโรงงาน โรงงานผล ตช นส วนของบร ษ ท ซ มม ท ไพน เฮ ร ท กอล ฟ คล บ จ าก ด เป นโรงงานแบบเป ด กลางแจ ง ไม ม หล งคาและไม ม ผน งก น จะม เฉพาะโรงเตร ยมเหล กและสโตร เก บของเท าน นท ม หล งคา และผน งป ดม ดช ด โดยม แผนกต างๆในการทางานด งน 1. แผนกออกแบบ เข ยนแบบ วางแผนงาน 2. แผนกเตร ยมเหล กทาแบบหล อ 3. แผนกผล ต จ ดเก บ และขนส ง 4. แผนกสโตร เก บของและเตร ยมเหล ก

122 110 สาหร บข นตอนการทางานโดยส งเขป ม ด งน 1. ทางฝ ายบร ษ ทจะวางแผนโครงการท สร างข นในอนาคต แล วส งข อม ลมาให ทางโรงงาน ฝ ายออกแบบก จะท าการตรวจสอบว าจะม โครงการข นก โครงการ แล วจะท าการออกแบบ ว าต องใช ช นส วนอะไรบ าง แล วส งให ทางฝ ายผล ตเร มทาการประกอบโมลแบบหล อ 2. เร มทาการผล ต จ ดวางเหล กเสร ม เทคอนกร ต 3. ยกช นส วนจ ดเก บสต อกไว 4. รอฝ ายต ดต งส งแผนส งช นส วนมา โรงงานก จะจ ดส งไปตามแผน การผล ตช นส วนและแผนการทางาน ช นส วนท ท าการผล ต เน องจากทางบร ษ ทใช ช นส วนส าเร จร ปก บอาคารมากกว า 90 % จ งผล ต ช นส วนค อนข างหลากหลาย ด งน 1.ฐานราก 5 % 2.คาน 10 % 3.เสา 5 % 4.พ น 30 % 5.ผน ง 40 % 6.บ นได 10 % โดยม โครงการท ต องผล ตช นส วนส งจ านวนท งหมด 3 โครงการซ งเป นโครงการ ของทางบร ษ ทเองท งหมด คนงานในการผล ตจะม จานวนประมาณ 90 คน ค ดเล อกโดยร บคนงานได ท งท ม ประสบการณ งานช างมาก อน หร อไม ม เลยก ได โดยคนงานใหม จะให หม นงานท าท กฝ าย เพ อเร ยนร ระบบงาน ภาพรวมก อน แล วค อยมาเจาะจงในงานท ตนเองทาจร งๆ แผนในการผล ตทางโรงงานจะผล ตนาหน าฝ ายต ดต งไปก อนประมาณ 2 อาคาร แล วจ ดเก บไว รอการส งจากฝ ายต ดต ง โดยทางบร ษ ทจะม การประช มท กๆว น ท งฝ ายบร หาร ฝ ายออกแบบ ฝ ายผล ต และฝ ายต ดต ง เพ อสร ปภาพรวมความก าวหน าและป ญหาต างๆของโครงการ คอนกร ตจะใช การผสมเองโดยม ไซโลผสม 2 จ ดหล กๆ แต ม บ างท ม การส งคอนกร ตจากท อ น ในกรณ เคร องจ กรผสมคอนกร ตเส ย โดยปร มาณคอนกร ตท ใช ผล ตช นส วนในแต ละว นจะประมาณ 60 ลบ.ม.ต อว น ถ าว ดเป นขนาดอาคาร 1 ว นจะผล ตช นส วนได 40 % ของอาคาร 1 ช น 2 ว นคร งถ งจะได 1 ช นเต ม การทดสอบว สด จะใช การทดสอบก าล งอ ดคอนกร ตอย สม าเสมอ ส วนการบ มไม ได ท าการบ ม เพราะใช คอนกร ตกาล งส งเพ อไม ต องรอเวลาพ ฒนากาล งท นานน ก หล งจากเทคอนกร ต 24 ช วโมงแล ว จะทาการยกช นส วนออกจากแบบหล อเลย โดยกาล งอ ดประล ยท 28 ว นอย ท 350 กก. / ซม 2 การขนส ง รถท ใช ขนส งจะใช รถของทางบร ษ ทเองท งหมด ม รถเทรลเลอร 2 ค น, รถส บล อ 3 ค น จะไม ค อยม ป ญหาในการขนส งเท าไหร น ก เน องจากโครงการก อสร างม ระยะทางอย ใกล ก บโรงงานผล ต ช นส วน

123 111 สาหร บโครงการท จ ดส ง จะอย ในเขตกร งเทพและปร มณฑลท งหมด แผนด านการขนส งจะท า การส งตามท ฝ ายต ดต งวางแผนมา ทางโรงงานผล ตจะไม ค อยม ป ญหาเร องค าใช จ ายในการขนส ง เน องจากโรงงานอย ใกล ก บ โครงการก อสร างทาให ประหย ดได มาก จะม ก แต ป ญหาการส งช นส วนผ ดบ าง แต เน องจากระยะทางท ใกล ก จะม การส งค นและส งใหม ได รวดเร ว หร อไม หน างานก อาจเก บช นส วนท ผ ดไว ใช ก บจ ดอ นต อไป ป ญหาท พบ 1. ป ญหาล กษณะโรงงาน เน องจากเป นฝ ายผล ตต งอย กลางแจ ง ไม ม หล งคา จ งท าให ม ป ญหาเวลาฝนตกจะทางานไม ได 2. ป ญหาฝ ม อแรงงาน ในเร องของค ณภาพช นส วนอาจจะย งทาได ไม ด เท าท ควร 3. ช นส วนผล ตผ ด เป นการฝ งเหล กท จะใช เช อมรอยต อผ ดต าแหน ง แก ไขป ญหาโดยต อง ตรวจสอบค ณภาพให ด 4. พ นท จ ดวางว สด ไม เพ ยงพอ ซ งนอกจากพ นท น อยแล ว ย งม ในเร องการจ ดวางช นส วนท ย งไม เป นระเบ ยบน ก จ งน าพ นท มาใช สอยประโยชน ได ไม เต มประส ทธ ภาพเท าควร โดย ทางโรงงานจะแก ไขโดยจะจ ดระเบ ยบการวางช นส วนใหม ซ งจะส งผลให จ ดวางได มาก ข นและสามารถตรวจเช ค ยกเคล อนย ายส งของได ง ายข นด วย นอกจากน จะม การขยายใน ส วนพ นท จ ดเก บเพ มข น 5. ส งช นส วนผ ด หน างานอาจเก บช นส วนไว ใช ก บส วนอ นของอาคารต อไป โดยมากจะไม ส งกล บเพราะโรงงานพ นท จ ดเก บค อนข างน อย ในทางตรงก นข าม โรงงานเองกล บต อง ระบายของส หน างานให มาก 6. ช นส วนเส ยหายระหว างการขนส ง เก ดจากการกระแทกก น แต พบป ญหาน อยมากเพราะ โชคด ท โรงงานก บโครงการอย ใกล ก น ระยะทางท ใกล จ งไม ค อยส งผลท าให ช นส วน กระแทกก นมากน ก 7. ป ญหาเคร องจ กรในโรงงานเส ยบ อย ม ท งทาวเวอร เครนเส ย ซ งส งผลท าให ยกเคล อนย าย ช นส วนไม ได ปกต จะแก ป ญหาโดยการซ อม แต อาจต องพ จารณาซ อใหม เน องจาก เคร องจ กรใช มานานแล ว อ กประการ ค อ เคร องจ กรผสมคอนกร ตเส ย แต แก ป ญหาโดยส ง คอนกร ตผสมเสร จจากท อ น จ งไม ค อยส งผลกระทบน ก

124 112 2.บร ษ ท พร คาสท เอ นจ เน ยร ง จาก ด ท ต งโรงงาน 5/1 ม.1 ต.ราษฎร น ยม อ.ไทรน อย จ.นนทบ ร ร ปท ทางเข าหน าโรงงาน ร ปท การจ ดเก บผน งต างๆ ร ปท ผน งล กษณะต างๆ ร ปท การจ ดเก บบ นได ล กษณะท วไปของโรงงาน โรงงานผล ตช นส วนของบร ษ ท พร คาสท เอ นจ เน ยร ง จ าก ด ม พ นท ประมาณ 20 ไร เป น โรงงานแบบเป ด ไม ม ผน งก น แต จะม หล งคา โดยว ศวกรฝ ายผล ตได ให ค าแนะน าว า โรงงานแบบ เป ด อากาศจะถ ายเทสะดวก ไม ร อนอบอ าว บวกก บต วโรงงานเองอย ห างไกลจากช มชน ป ญหาใน เร องของเส ยงจากการท างานไปรบกวนช มชน จ งไม ม ป ญหา ทางโรงงานเองจะม พ นท ในการผล ต ประมาณ 40 % และใช พ นท ในการจ ดเก บสต อกช นส วนถ ง 60 % โดยม แผนกต างๆในการท างาน ด งน

125 แผนกวางแผนงาน ตรวจสอบค ณภาพ 2. แผนกประกอบโมลเหล กทาแบบหล อ 3. แผนกผล ตและจ ดเก บ 4. แผนกขนส ง สาหร บข นตอนการทางานโดยส งเขป ม ด งน 1. บร ษ ทผ ร บเหมาหล กของโครงการก อสร าง จะท าการจ ดหาผ ร บเหมาย อยท จะออกแบบ และผล ตช นส วนผน งภายนอกส าเร จร ป จากน นบร ษ ท พร คาสท เอ นจ เน ยร ง ก จะน าแบบ ไปประมาณราคาแล วย นเสนอราคา เม อผ านแล วก จะมาท าการออกแบบช นส วน แล วค อย ส งแบบให ทางโรงงานผล ตต อไป 2. เร มท าการผล ต โดยจะท าการประกอบโมลแบบหล อตามร ปร างของช นส วนท จะผล ต หล งจากน นจะท าความสะอาดแบบหล อ จ ดวางเหล กเสร ม ห ห วไว ส าหร บยกช นส วน แผ นเพลทท ใช เช อมรอยต อ หล งจากน นจ งทาการเทคอนกร ต 3. รอจนคอนกร ตแห งต ว ยกช นส วนออกจากโมลแบบหล อเพ อท าการตกแต งผ วช นส วนและ จ ดเก บช นส วนไว รอการส ง 4. จ ดส งช นส วนไปท โครงการก อสร าง การผล ตช นส วนและแผนการทางาน ช นส วนท ท าการผล ต ทางบร ษ ท พร คาสท เอ นจ เน ยร ง จ าก ด ร บงานอาคารส งเป นส วนใหญ ซ งม กใช การต ดต งช นส วนเป นระบบผน งภายนอกส าเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง ด งน นจ งเน นผล ต แต ผน งเป นหล ก โดยผล ตเป นผน งจ านวน 90 % บ นได 10 % โดยม โครงการท ต องผล ตช นส วนส ง จานวนท งหมด 8 โครงการซ งเป นโครงการท บร ษ ทพร คาสท ฯ ทาการต ดต งเองท งหมด คนงานในโรงงานจะม จ านวนประมาณ 115 คน ส วนใหญ จะร บโดยด ประสบการณ งานช าง เช น เป นช างป นมาก อน แต ถ าไม ม ประสบการณ ก จะสอนงานให ใหม ส าหร บแผนในการผล ตทางโรงงานจะด ปร มาณท งหมดของท กโครงการว าใช ช นส วนเท าไหร ระยะเวลาในการต ดต งของแต ละโครงการใช เวลาเท าไหร โครงการไหนเร ง ไม เร ง ใครจะเสร จก อน เสร จหล ง ซ งต องวางแผนก บฝ ายต ดต งของท กโครงการอ กท เพราะแต ละโครงการ ขนาดช นส วนและ รายละเอ ยดรอยต อจะไม เหม อนก น บวกก บเวลาในการทางานก จะเร งไม เท าก น ต องด ว าควรจะผล ตให โครงการไหนมากน อย ก อนหล ง เป นต น คอนกร ตจะส งคอนกร ตผสมเสร จจากซ แพค โดยปร มาณคอนกร ตท ใช ผล ตช นส วนในแต ละ ว นจะประมาณ ลบ.ม.ต อว น ถ าว ดเป นพ นท ใช สอยจะตกประมาณ ตร.ม.ต อว น

126 114 โดยแผ นผน งจะหนา 10 ซม. ในอนาคตทางโรงงานจะต งไซโลคอนกร ตผสมเสร จไว เอง ซ งจะค มราคา ในระยะยาว ไม ต องเส ยค าใช จ ายต างๆเพ มเต มให ก บการซ อคอนกร ตผสมเสร จ การทดสอบว สด จะใช การทดสอบก าล งอ ดคอนกร ต ส วนการบ มไม ได ท าการบ ม เพราะใช คอนกร ตกาล งส งเพ อไม ต องรอเวลาพ ฒนาก าล งท นานน ก หล งจากเทคอนกร ต 16 ช วโมงแล ว จะท า การยกช นส วนออกจากแบบหล อเลย โดยกาล งอ ดประล ยท 28 ว นอย ท 320 กก. / ซม 2 การขนส ง รถท ใช ขนส งจะว าจ างจากภายนอกท งหมด โดยจะใช รถเทรลเลอร ขนาดบรรท ก 30 ต น, รถ ส บล อขนาดบรรท ก 15 ต น ส วนจ านวนค นท จะว าจ างจะไม แน นอน ข นอย ก บความต องการของทาง หน างาน สาหร บโครงการท จ ดส ง จะอย ในเขตกร งเทพและปร มณฑลท งหมด ไม ท าการส งต างจ งหว ด ไกลๆเน องจากจะไม ค มราคาค าขนส ง แผนด านการขนส งจะด ตามความต องการของฝ ายต ดต งหน างาน และขนาดของโครงการ ป ญหาท พบ 1. ป ญหาฝ ม อแรงงาน ส าหร บคนงานท เข ามาใหม บางคน พอท าการผล ตช นส วนออก มาแล วพบว าช นส วนย งไม ค อยเร ยบร อย ต องม การตกแต งผ วเพ มมากข น ทางโรงงาน แก ป ญหาเบ องต นโดยค ดเล อกคนงานท ม ประสบการณ งานช างป นมาก อน ท เหล อก จะเป น การควบค มค ณภาพงานของผ ค มงาน 2. ช นส วนผล ตผ ด ม กเป นป ญหาการต ดแผ นเพลทท ใช เช อมรอยต อคลาดเคล อน การแก ไข ป ญหา ถ าช นส วนม ขนาดไม ใหญ มาก ฝ ายต ดต งหน างานจะเป นคนแก ไขเอง แต ถ าแผ น ม ขนาดใหญ หน ก 2 ต นข นไป นาหน กท มากเช นน จะเป นป ญหาต อรอยต อ ต องส งกล บท โรงงาน 3. ช นส วนเส ยหายระหว างกระบวนการผล ต ม กเป นในตอนยกช นส วนออกจากแบบหล อ คอนกร ตกาล งย งไม ส งพอจ งม การปร แตก อ กประการน งค อ เร องรายละเอ ยดของช นส วน ถ าช นส วนม หล บ ม ซอก ม ร องหร อช องเว ามาก ตอนยกออกจากแบบหล อจะยกล าบาก อาจม การแตกได โดยมากแก ป ญหาโดยการซ อม แต แตกมากก ต องท บท ง แต การ แก ป ญหาน เบ องต นทางโรงงานจะใช คอนกร ตก าล งส งอย แล ว เพ อไม ต องรอเวลาในการ พ ฒนากาล งท นานน ก

127 115 ร ปท ช นส วนท ม ร องม ช องเว ามาก ร ปท ช นส วนอ กล กษณะท อาจแตกห ก ได เวลายกออกจากแบบหล อ 4. ผล ตช นส วนล าช าซ งไม ได เก ดจากป ญหาฝ ม อแรงงาน ม บ าง เช น แบบจากส าน กงานใหญ ส งมาล าช า 5. ส งช นส วนผ ด ป ญหาเก ดจากโฟร แมนเข ยนรห สเบอร ช นส วนผ ด จ งท าให ม การส ง ช นส วนสล บก นบ าง 6. ช นส วนเส ยหายในระหว างการขนส ง เก ดจากการกระแทกระหว างการขนส ง แม จะม การ ใช แผ นยางรองและท าการร ดโซ อย างด แล วก ย งพบว าม การกระแทกจนเก ดการปร แตกอย ซ งเส นทางในการขนส งและ ความเร วในการข บรถก ม ผล แต ช นส วนท ปร แตกสามารถ ซ อมแซมได ท หน างาน เพราะโดยมากเส ยเล กน อย

128 116 3.บร ษ ท พรอสเพอร ต คอนกร ต จาก ด ท ต งโรงงาน 46/2 หม 9 ต.ห นกอง อ.เม อง จ.ราชบ ร ร ปท แผ นพ นสาเร จร ป ร ปท ฐานรากก งสาเร จร ป ร ปท การจ ดเก บผน ง ร ปท บ นไดสาเร จร ป ร ปท ช นส วนท รอการจ ดส ง

129 117 ล กษณะท วไปของโรงงาน โรงงานผล ตช นส วนของบร ษ ท พรอสเพอร ต คอนกร ต จ าก ด เป นโรงงานท ค อนข างใหญ ม การผล ตช นส วนท หลากหลาย แต ทางผ จ ดท าเองไม ได ร บข อม ลในส วนของพ นท โรงงานเป นโรงงาน แบบเป ด ไม ม ผน งก น แต จะม หล งคา ทางโรงงานเองจะแบ งเป น 7 โซน โดยม แผนกต างๆในการ ทางานด งน 1. ส วนของสาน กงาน ทาหน าท ออกแบบและวางแผนงานต างๆ 2. ฝ ายจ ดเตร ยมเหล กเสร ม แผ นเพลท ห ห ว ท อต างๆท จะใส ไปก บต วผน ง 3. แผนกประกอบโมลเหล กทาแบบหล อ 4. แผนกผล ตผน ง 5. แผนกผล ตเสา คาน แผ นพ น และฐานรากก งสาเร จ 6. แผนกทาเสาเข ม 7. แผนกจ ดเก บ ตกแต งผ ว และขนส ง สาหร บข นตอนการทางานโดยส งเขป ม ด งน 1. ทาการประมาณราคาจากแบบก อสร างแล วย นเสนอราคาให ล กค า เม อผ านแล วก จะมาทา การออกแบบช นส วน 2. เร มทาการผล ต โดยจะให ฝ ายเหล กเสร มและฝ ายประกอบโมลแบบหล อเตร ยมแบบต างๆ ให พร อม หล งจากน นจะทาความสะอาดแบบหล อ จ ดวางเหล กเสร ม ห ห วไว สาหร บยก ช นส วน แผ นเพลทท ใช เช อมรอยต อ ถ ากรณ ท แบบช นส วนม ท อต างๆท ต องฝ งไปก บต ว ช นส วน เช น ท อระบายน าฝน ก ใส เข าไปด วยหล งจากน นจ งทาการเทคอนกร ต 3. รอจนคอนกร ตแห งต ว ยกช นส วนออกจากโมลแบบหล อจ ดเก บรอไว ก อน 4. ส งช นส วนไปท ฝ ายตกแต งผ วช นส วนและจ ดเก บช นส วนไว รอการขนส ง 5. จ ดส งช นส วนไปท โครงการก อสร าง การผล ตช นส วนและแผนการทางาน ช นส วนท ท าการผล ต ทางบร ษ ท พรอสเพอร ต คอนกร ต จ าก ด ร บงานท งอาคารส งและอาคาร ท วไปช นส วนท ผล ตจ งใช ได ก บท งแบบระบบผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง ระบบผน ง สาเร จร ป ร บแรง ระบบเสา คานส าเร จร ป ด งน นช นส วนท ผล ตจ งหลากหลาย โดยผล ตเป นฐานราก ก งส าเร จ 5 % คาน 5 % แผ นพ น 30 % ผน ง 40 % บ นได 10 % นอกจากน ย งม ช นส วนอ นๆตามแต ล กค าจะส งอ ก เช น บ วสาเร จร ป ร วสาเร จร ป ระเบ ยงต างๆ 10 %

130 118 ทางโรงงานเองม โครงการท ต องผล ตช นส วนส งท งหมด 6 โครงการ โดยเป นโครงการท บร ษ ท พรอสเพอร ต ทาการต ดต งเอง 3 โครงการ และอ ก 3 โครงการท บร ษ ทอ นมาว าจ างให ผล ตแต น าไปต ดต ง ด วยตนเอง ค อ 1. บร ษ ท พฤกษาเร ยลเอสเตท จ าก ด มหาชน 2.บร ษ ท เอเช ยน พร อพเพอต จ าก ด มหาชน 3.บร ษ ท บ านกรองทอง จาก ด คนงานในโรงงานจะม จ านวนประมาณ 215 คน ส วนใหญ จะร บโดยด ประสบการณ งานช าง เช น เป นช างป นมาก อน แต ถ าไม ม ประสบการณ ก จะสอนงานให ใหม คอนกร ตทางโรงงานจะทาการผสมเองท งหมด โดยปร มาณคอนกร ตท ใช ผล ตช นส วนในแต ละ ว นจะประมาณ ลบ.ม.ต อว น การทดสอบว สด จะใช การทดสอบก าล งอ ดคอนกร ต รวมท งม การ ทดสอบต วอย างของช นส วนส าเร จด วย ส วนการบ มไม ได ท าการบ ม เพราะใช คอนกร ตก าล งส งเพ อไม ต องรอเวลาพ ฒนาก าล งท นานน ก หล งจากเทคอนกร ต 10 ช วโมงแล ว จะท าการยกช นส วนออกจาก แบบหล อเลย โดยกาล งอ ดประล ยท 28 ว นอย ท 450 กก. / ซม 2 การขนส ง รถท ใช ขนส งจะว าจ างจากภายนอกท งหมด โดยจะใช รถเทรลเลอร ขนาดบรรท กต น, รถส บ ล อขนาดบรรท กต น ส วนจานวนค นท ว าจ างจะไม แน นอน ข นอย ก บความต องการของทางหน างาน ส าหร บโครงการท จ ดส ง จะอย ในเขตกร งเทพและปร มณฑล เป นส วนใหญ และม การส ง ต างจ งหว ดด วย แผนด านการขนส งจะด ตามความต องการของฝ ายต ดต งหน างาน และขนาดของโครงการ ป ญหาท พบ 1. ผล ตช นส วนผ ด ทางโรงงานของบร ษ ท พรอสเพอร ต เอง ม ช นส วนท หลากหลายประเภท และประเภทน งก ย งม ล กษณะร ปร างและขนาดใหญ เล กต างก นอ ก จ งม ป ญหาอย บ างใน การตรวจสอบค ณภาพอาจย งท าได ไม ละเอ ยดมากพอ โดยม กเป นป ญหาเร องระยะของ ช นส วนท อาจม ส น - ยาว เก นไป จ งต องมาสก ดเจาะปร บแต งใหม ท หน างาน ซ งส งผลให งานด าเน นไปได ช าลง แต จะไม ค อยม ป ญหาในเร องการฝ งจ ดเช อมรอยต อผ ด ซ งป ญหา เร องระยะช นส วน ทางโรงงานก ได ปร บปร งป ญหาการตรวจสอบควบค มค ณภาพมาตลอด โดยด ข นเป นลาด บ 2. ส งช นส วนผ ด เป นอ กป ญหาหน งซ งเก ดจากความผ ดพลาดจากการตรวจสอบและ ประสานงานก บทางฝ ายต ดต ง 3. ช นส วนเส ยหายระหว างการขนส ง เก ดจากการกระแทกระหว างการขนส ง อาจม การผล ต ใหม แต น อยมาก ต องแก ป ญหาโดยทาการจ ดวางให ด และเสร มแผ นยางรองร บ

131 ป ญหาฝ ม อแรงงาน อาจจะย งตกแต งผ วช นส วนได ไม เร ยบร อย ต องท าการควบค มแรงงาน อย างละเอ ยด สาหร บโรงงานของทาง บร ษ ท โพส แอนด พร คาสท จาก ด, บร ษ ท ซ โพส จาก ด, บร ษ ท เจอเนอร ล เอ นจ เน ยร ง จ าก ด, และ บร ษ ท บ เอส วาย คอนสตร คช น จ าก ด ผ จ ดท าโครงงาน ไม ได ร บอน ญาตให เข าไปเย ยมชมโรงงานผล ตช นส วนสาเร จ แต ว าได ร บข อม ลจากว ศวกรโดยการตอบ แบบสอบถามมา ซ งม ล กษณะการท างานท คล ายคล งก บโรงงานอ นๆ จ งขอสร ปรวมไว ในตารางบทท 4 เพ อให ง ายต อการทาความเข าใจ และไม ย ดยาวจนเก นไป

132 บทท 4 ผลการว เคราะห ข อม ล เน อหาบทน เป นการน าเสนอผลการว เคราะห ข อม ลท ได จากการส ารวจ ส าหร บผลการ ว เคราะห ข อม ลต างๆน น ทางผ จ ดท าโครงงานใช การสร ปผลข อม ลในล กษณะร อยละ ไม ได ใช หล ก สถ ต ท ซ บซ อนในการว เคราะห ข อม ล เน องจากไม ได ม กล มช ดข อม ลท มากพอต อการว เคราะห ด วย หล กสถ ต ต างๆท น ยมใช ว เคราะห ข อม ลจากแบบสอบถาม จ านวนบร ษ ทท ท าการส ารวจม เพ ยง 10 บร ษ ท ประกอบก บค าถามส วนใหญ เป นค าถามแบบปลายเป ด ซ งเป นการแสดงความค ดเห นเก ยวก บ การบร หารงานของผ ให ข อม ล จ งได ท าการสร ปผลในล กษณะร อยละจะสะดวกและเหมาะสมกว า โดยผลท ได ม ด งน

133 จากตารางท ตารางท และ ตารางท สาหร บโครงการท ทาการสารวจมาได ข อม ลด งน 1.การเล อกใช ระบบในการต ดต งและปร มาณช นส วนสาเร จร ป 1.1 โครงการท ใช ระบบผน งส าเร จร ปร บแรง พบว าม 4 โครงการ ค ดเป น 40 % ของโครงการ ท งหมด โดยพบว าอาคารท ใช ระบบน สร าง จะน ยมใช ช นส วนสาเร จร ปในส ดส วนท มาก เฉล ย จาก 4 โครงการท ใช ระบบน จะใช ช นส วนสาเร จร ปอย ท % ของโครงสร างอาคาร 1.2 โครงการท ใช ระบบเสา คานสาเร จร ป พบว าม 1 โครงการ ค ดเป น 10 % ของโครงการ ท งหมด โดยพบว าอาคารท ใช ระบบน สร าง จะน ยมใช ช นส วนสาเร จร ปในส ดส วนปานกลาง จาก 1 โครงการท ใช ระบบน จะใช ช นส วนสาเร จร ปอย ท 50 % ของโครงสร างอาคาร 1.3 โครงการท ใช ระบบผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง พบว าม 5 โครงการ ค ดเป น 50 % ของโครงการท งหมด โดยพบว าอาคารท ใช ระบบน สร างจะใช ช นส วนสาเร จร ปในส ดส วนท น อยเฉล ยจาก 5 โครงการท ใช ระบบน จะใช ช นส วนสาเร จร ปอย ท 25 % ของโครงสร างอาคาร สาหร บข อม ลอ นจะขอสร ปตามตารางท และ เพ อให กระช บและสะดวกต อการทาความ เข าใจด งน ตารางท สร ปล กษณะการต ดต งของระบบต างๆ ระบบต างๆ จานวน โครงการ ปร มาณ ช นส วนเฉล ย ท ใช ก บระบบ ว สด ป ดรอยเช อม ว สด ก นซ ม ผน งร บแรง ฯ 40 % % ซ เมนต non shrink 100 % ซ เมนต non shrink 100 % ผน งภายนอก ฯ 50 % 25 % คอนกร ตปกต 100 % Sealant 80 %, Polyurethane Foam 20 % เสา คาน ฯ 10 % 50 % ซ เมนต non shrink 100 % ซ เมนต non shrink 100 %

134 ตารางท สร ปภาพรวมการทางานของแต ละโครงการ โรงงานของตนเอง ม 80 %,ไม ม 20 % การเล อกส งช นส วน จากโรงงานตนเองเอง 70 %, ส งจากท อ น 30 % การเก บงานความเร ยบร อย ความเร ยบเน ยน 20 %, รอยแตกร าว 70 %, ไม ต องตกแต ง 10 % อ ปกรณ เสร มในการต ดต ง ไม ใช 70 %, ใช 30 % การจ ดเก บผน ง A frame พ ง 40 %, A frame ซอง 10 %, ซองเหล กธรรมดา 20 %, ไม ม ผน ง 10 % การจ ดเก บช นส วนอ นๆ วางก บพ น 70 %, ไม ม ช นส วนอ นๆม แต ผน ง 30 % การจ ดหาช างต ดต ง ของบร ษ ทเอง 65 %, จ างท อ น 35 % ประสบการณ ช างต ดต ง เฉล ย 2 ป 7 เด อน การจ ดหาเคร องจ กร จ ดหาเอง 60 %, ฝ ายอ นจ ดหา 40 % ชน ดเคร องจ กรท ใช รถเครน 40 %, Tower crane 60 % เคร องจ กรสารอง ม สารอง 30 %, ไม ม สารอง 70 % แผนงานท นามาใช Critical path method 60 %, barchart 40 % การอบรมการต ดต ง ม 30 %, ไม ม 70 % การประช ม ประช มท กว น 60 %, ประช มส ปดาห ละ 2-3 ว น 40 %

135 จากตารางท และตารางท สาหร บโครงการท ท าการสารวจมาได ข อม ลด งน 1.โครงการท ม ป ญหาช นส วนช าร ดตอนยกเคล อนย ายขณะท างานท โครงการ พบว าม 3 โครงการ หร อ ม โอกาสพบป ญหาค ดเป น 30 % ของโครงการท งหมด โดยปร มาณป ญหาท เก ดน น เฉล ยแล วอย ท 1 % ของโครงการท เก ดป ญหาช าร ดตอนยกเคล อนย ายหน า งาน หร อค ดเป น 0.3 % ของโครงการท งหมด สาหร บป ญหาอ นจะขอสร ปตามตารางท เพ อให กระช บและสะดวกต อการทาความเข าใจด งน ตารางท สร ปป ญหาต างๆของฝ ายต ดต งท กโครงการ ป ญหาท พบ โอกาสท ปร มาณผลกระทบต อ ปร มาณผลกระทบต อ พบป ญหา โครงการท ม ป ญหาน นๆ โครงการท งหมด 1.ช นส วนชาร ดตอนเคล อนย าย 30 % 1 % 0.3 % 2.โครงเหล กจ ดเก บไม เพ ยงพอ 10 % 25 % 2.5 % 3.พ นท จ ดเก บไม เพ ยงพอ 40 % % 6.5 % 4.ปร มาณช างไม เพ ยงพอ 30 % % 8 % 5.ฝ ม อช างย งไม ด พอ 20 % 10 % 2 % 6.อ ปกรณ เคร องจ กรชาร ด (สล งขาด) 10 % 3 % 0.3 % 7.เคร องจ กรม ขนาดไม เหมาะสม 10 % 10 % 1 % 8.เคร องจ กรเส ย 20 % 2 % 0.4 % 9.เคร องจ กรไม ว าง * 40 % 20 % 8 % 10.ฝนตก 90 % 8.33 % 7.5 % 11.น าท วม 10 % 20 % 2 % 12.ผล ตถ กแต ต ดต งลาบาก 30 % 4.33 % 1.3 % 13.ม อ บ ต เหต 30 % 0.5 % 0.15 % 14.แบบเปล ยนบ อย 10 % 1.25 % 1 % 15.แขวนแผ นผน งไม ได * 10 % % 0.5 % 16.ผล ตช นส วนท หน างานไม ด ** 10 % 2.5 % 2 % 17.ส งช นส วนผ ด 50 % 1.3 % 0.65 % 18.ช นส วนเส ยหายตอนขนส ง 90 % 0.89 % 0.8 %

136 ป ญหาท พบ โอกาสท ปร มาณผลกระทบต อ ปร มาณผลกระทบต อ พบป ญหา โครงการท ม ป ญหาน นๆ โครงการท งหมด 19.ระยะช นส วนผ ด 30 % 2 % 0.6 % 20.ฝ งจ ดเช อมรอยต อผ ด 40 % 0.75 % 0.3 % หมายเหต * ม กเป นป ญหาท เก ดข นก บระบบผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง ** เป นป ญหาในกรณ ท ม การต งโรงผล ตภายในบร เวณโครงการก อสร าง โอกาสในการพบป ญหาต างๆ 1.ป ญหาท ม แนวโน มว าโอกาสพบส งมากท ส ด เราจะเห นได ว าป จจ ยท ส งผลกระทบต อการต ดต งช นส วนสาเร จร ป โดยม โอกาสพบได มากท ส ด ค อ ป ญหาสภาพอากาศ โดยเฉพาะฝนตก ม โอกาสพบป ญหา 90 % หร อพบแทบจะท ก โครงการท ใช ช นส วนส าเร จในการก อสร าง เน องจากเวลาฝนตกจะท าให เช อมรอยต อ ต างๆไม ได ต องท าการหย ดต ดต งอย างเด ยว แต อย างไรก ด ส าหร บระบบผน งภายนอก สาเร จร ปไม ได ร บแรง ย งม โอกาสท างานได บ างในกรณ ท ต องท าการเช อมผน งจากภายใน อาคาร ถ าฝนไม ตกแรงมากก อาจท าการเช อมได ( แต โดยปกต จะไม น ยมท าก น เน องจาก อ นตราย ) ป ญหาช นส วนกระแทกเส ยหายระหว างการขนส ง ม โอกาสพบป ญหา 90 % หร อพบแทบ จะท กโครงการท ใช ช นส วนสาเร จในการก อสร าง การท ช นส วนเส ยหายระหว างการขนส ง ส งท ทาให เก ดป ญหาน นม หลายประการ เช น การร ดโซ เพ อย ดช นส วนสาเร จ การใช ยาง รองช นส วนสาเร จ ความเร วในการข บรถ โดยส งเหล าน เราสามารถควบค มตรวจสอบด แล ได แต ล กษณะเส นทางความขร ขระของเส นทางเราไม สามารถควบค มได จ งม บ างท เก ด ป ญหาเหล าน ข นแม ว าจะม การป องก นอย างด แล วก ตาม 2.ป ญหาท ม แนวโน มว าโอกาสพบรองลงมา ป ญหาการส งช นส วนผ ด ม โอกาสพบป ญหา 50 % สาเหต หล กมาจากการท างานของฝ าย โรงงานผล ต ท อาจม การเข ยนรห สช นส วนท ผ ด หร ออาจตรวจสอบไม ด พอ พ นท จ ดเก บช นส วนสาเร จไม เพ ยงพอ ม โอกาสพบป ญหา 40 % เคร องจ กรไม ว างหร อไม เพ ยงพอต อการใช งาน ม โอกาสพบป ญหา 40 % ม กเป นป ญหาท เก ดข นก บระบบผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง การฝ งจ ดเช อมรอยต อผ ด ม โอกาสพบป ญหา 40 %

137 ปร มาณการเก ดป ญหาต างๆ 1.ป ญหาท เม อพบแล ว ม แนวโน มท จะม ปร มาณป ญหามากท ส ด ป ญหาปร มาณช างต ดต งช นส วนสาเร จขาดแคลน ปร มาณผลกระทบต อโครงการท ม ป ญหา น จะอย ท % และอย ท 8 %ต อโครงการท งหมดท ก อสร างด วยช นส วนสาเร จร ป จากการสอบถามจากว ศวกร พบว าป ญหาการขาดแคลนแรงงานจะเพ มข นเร อยๆ แรงงาน เร มย ายไปทางานในภาคอ ตสาหกรรมท ได ค าตอบแทนส งกว า หร อไม ก ม กจะกล บบ านเก ด ไปประกอบอาช พเกษตรกรรม ตามฤด การท าเกษตรกรรม ท าให ป จจ บ นแรงงานก อสร าง ขาดแคลนไปมาก แล วย งถ าเป นช างต ดต งช นส วนสาเร จร ปโดยตรง ย งม ปร มาณขาดแคลน เน องจากป จจ บ น การก อสร างโดยใช ช นส วนส าเร จม ความน ยมมากข น แต หาช างช านาญ เฉพาะทางมาต ดต งได ยาก หร อถ าท าการหาช างต ดต งช นส วนส าเร จโดยตรงไม ได จร งๆ อย างน อยท ส ดก ต องใช ช างเช อมท ม ประสบการณ ในการเช อมมานาน แต ก พบว าม ป ญหา ขาดแคลนอ ก 2.ป ญหาท เม อพบแล ว ม แนวโน มท จะม ปร มาณป ญหารองลงมา พ นท จ ดเก บช นส วนสาเร จไม เพ ยงพอ ซ งปร มาณผลกระทบต อโครงการท ม ป ญหาน จะอย ท % และอย ท 6.5 % ต อโครงการท งหมดท ก อสร างด วยช นส วนสาเร จร ป

138 จากตารางท และตารางท สาหร บโครงการท ท าการสารวจมาได ข อม ลด งน 1.ว ธ แก ป ญหาช นส วนชาร ดตอนยกเคล อนย ายขณะทางานท โครงการ โครงการท ใช ว ธ ปร บแต งช นส วนเอง พบว าม 3 โครงการ หร อใช ว ธ น ค ดเป น 100 % ของโครงการท เก ดป ญหาน สาหร บว ธ แก ป ญหาอ นจะขอสร ปตามตาราง เพ อให กระช บและสะดวกต อการทาความเข าใจด งน ตารางท สร ปว ธ แก ป ญหาต างๆของฝ ายต ดต งช นส วนสาเร จ ป ญหาท พบ ว ธ การแก ป ญหาท แต ละโครงการเล อกใช 1.ช นส วนชาร ดตอนเคล อนย าย ปร บแต งช นส วนเอง 100 % 2.โครงเหล กจ ดเก บไม เพ ยงพอ ส งช นส วนน อยลง 100 % 3.พ นท จ ดเก บไม เพ ยงพอ ส งช นส วนน อยลง 50 %, เร งต ดต งให เร วข น 50 % 4.ปร มาณช างไม เพ ยงพอ หาผ ร บเหมาต ดต งจากท อ นเพ ม 100 % 5.ฝ ม อช างย งไม ด พอ ส งช างต ดต งไปฝ กอบรมเพ มเต ม 50 %, จ ดหาช างต ดต งฝ ม อด กว ามาแทน 50 % 6.อ ปกรณ เคร องจ กรชาร ด (สล งขาด) เปล ยนไปใช สล งกาล งส ง 100 % 7.เคร องจ กรม ขนาดไม เหมาะสม เปล ยนไปใช เคร องจ กรกาล งส งข น 100 % 8.เคร องจ กรเส ย * นาเคร องจ กรสารองมาใช แทนก อน 75 %, ซ อมแซมเคร องจ กร 25 % ขอใช ช วงเวลา 5.00 น น. 40 %, 9.เคร องจ กรไม ว าง ขอใช ช วงเวลา น น %, ขอใช ช วงเวลาว างอ นๆ 47.5 % 10.ฝนตก ทางานล วงเวลา 100 % 11.น าท วม ทางานล วงเวลา 100 % 12.ผล ตถ กแต ต ดต งลาบาก ปร บแต งช นส วนเอง 100 % 13.ม อ บ ต เหต ควบค มการทางานให รอบคอบมากข น 100 % 14.แบบเปล ยนบ อย วางแผนงานก บฝ ายต างๆให ด 100 % 15.แขวนแผ นผน งไม ได วางแผนงานก บฝ ายต างๆให ด 100 % 16.ผล ตช นส วนท หน างานไม ด ควบค มตรวจสอบค ณภาพอย างใกล ช ด 100 %

139 ป ญหาท พบ ว ธ การแก ป ญหาท แต ละโครงการเล อกใช 17.ส งช นส วนผ ด ปร บแต งช นส วนใหม เอง 30 %, เก บช นส วนไว ใช ในภายหล ง 15 %, ส งช นส วนกล บค นโรงงาน 55 % 18.ช นส วนเส ยหายตอนขนส ง ปร บแต งช นส วนใหม เอง %, ส งช นส วนกล บค นโรงงาน % 19.ระยะช นส วนผ ด ปร บแต งช นส วนใหม เอง %, ส งช นส วนกล บค นโรงงาน % 20.ฝ งจ ดเช อมรอยต อผ ด สร างจ ดเช อมใหม เอง 87.5 %, ส งช นส วนกล บค นโรงงาน 12.5 % หมายเหต * ในกรณ ท ไม ม เคร องจ กรสารอง การซ อมแซมจะเป นว ธ ท ควรเล อกใช มากกว า

140 จากตารางท ตารางท และ ตารางท สาหร บโครงการท ทาการสารวจมาได ข อม ลด งน 1.ล กษณะท วไปของโรงงาน 1.1 โรงงานผล ตท เป นโรงงานแบบเป ด ไม ม ผน งก น แต ม หล งคาป ด พบว าม 6 โรงงาน ค ดเป น % ของโรงงานท งหมด 1.2 โรงงานผล ตท เป นโรงงานแบบเป ด ไม ม ผน งก น และไม ม ม หล งคาป ด พบว าม 1 โรงงาน ค ดเป น 14.3 % ของโรงงานท งหมด สาหร บข อม ลอ นจะขอสร ปตามตารางท เพ อให กระช บและสะดวกต อการทาความเข าใจด งน ตารางท สร ปภาพรวมการทางานของแต ละโรงงาน ล กษณะโรงงาน เป ดม หล งคา %,เป ดไม ม หล งคา 14.3 % จานวนคนงานเฉล ย 139 คน ประสบการณ คนงานเฉล ย เฉล ย 2 ป 3 เด อน ปร มาณการผล ต/ว น คอนกร ต 72.8 ลบ.ม. Plant ผสมคอนกร ต ม Plant ผสมเอง 71.4 %, ส งผสมจากท อ น 28.6 % การทดสอบว สด ทดสอบคอนกร ต 100 %, ทดสอบช นส วนสาเร จ 14.3 % ไม ได บ ม 24 ชม.ถอดแบบ 71.4 %, การบ มคอนกร ต ไม ได บ ม 16 ชม.ถอดแบบ 14.3 %, ไม ได บ ม 10 ชม.ถอดแบบ 14.3 % กาล งคอนกร ตเฉล ย 350 กก.ซม 2 ช นส วนท ผล ต ฐานราก คาน เสา พ น ผน ง บ นได อ นๆ ปร มาณการผล ต 1.43 % 9.7 % 8.14 % 14.3 % 59.3 % 5.7 % 1.43 % ตะว นออก เขตพ นท ในการส ง กทม.ปร มณฑล เหน อ กลาง,ตะว นตก ใต ตะว นออก เฉ ยงเหน อ ปร มาณการส ง 91.4 % 0 % 4.3 % 0.7 % 3.6 % 0 %

141 จากตารางท สาหร บโรงงานผล ตช นส วนสาเร จร ปท ทาการสารวจมาได ข อม ลด งน 1.โรงงานผล ตท ม ป ญหาล กษณะโรงงาน เป นป ญหาโรงงานต งอย กลางแจ ง ไม ม หล งคา ฝนตกจ ง ทางานไม ได พบว าม 1 โรงงาน หร อม โอกาสพบป ญหาค ดเป น % ของโรงงานท งหมด โดยปร มาณป ญหาท เก ดน น เฉล ยแล วอย ท 10 % ของโรงงานท เก ดป ญหาล กษณะโรงงานหร อค ดเป น 1.43 % ของโรงงานท งหมด สาหร บป ญหาอ นจะขอสร ปตามตาราง เพ อให กระช บและสะดวกต อการทาความเข าใจด งน ตารางท สร ปป ญหาต างๆของฝ ายผล ตช นส วนท กโรงงาน ป ญหาท พบ โอกาสท พบป ญหา ปร มาณผลกระทบ ต อโครงการท ม ป ญหาน นๆ ปร มาณ ผลกระทบต อ โครงการท งหมด 1.โรงงานต งอย กลางแจ ง ( ฝนตก ) % 10 % 1.43 % 2.ปร มาณคนงานขาดแคลน % 20 % 2.86 % 3.ค ณภาพช นส วนย งไม ด เท าท ควร % 3 % 1.43 % 4.ตกแต งผ วช นส วนย งไม ด เท าท ควร % 4.33 % 1.87 % 5.ต องการช นส วนอย างเร งด วนทาให ผล ตไม ท น % 2 % 0.28 % 6.ช นส วนเส ยหายตอนยกออกจากแบบหล อ % 0.67 % 0.28 % 7.รถขนส งช นส วนไม เพ ยงพอ % 2 % 0.28 % 8.เคร องจ กรเส ย % 3 % 0.43 % 9.สาน กงานส งแบบก อสร างช า % 1 % 0.14 % 10.จ ดวางช นส วนไม เป นระเบ ยบ % 20 % 2.86 % 11.ส งช นส วนผ ด % % 0.64 % 12.ช นส วนเส ยหายตอนขนส ง % 0.83 % 0.71 % 13.ระยะช นส วนผ ด % 1.75 % 0.5 % 14.ฝ งจ ดเช อมรอยต อผ ด % 0.75 % 0.43 %

142 โอกาสในการพบป ญหาต างๆ 1.ป ญหาท ม แนวโน มว าโอกาสพบส งมากท ส ด ป ญหาช นส วนเส ยหายตอนขนส ง เก ดจากการกระแทกขณะขนส งมาย งบร เวณท ทาการ ก อสร าง ม โอกาสพบป ญหา % พบแทบจะท กโรงงาน การท ช นส วนเส ยหาย ระหว างการขนส ง ส งท ทาให เก ดป ญหาน นม หลายประการ เช น การร ดโซ เพ อย ดช นส วน สาเร จ การใช ยางรองช นส วนสาเร จ ความเร วในการข บรถ โดยส งเหล าน เราสามารถ ควบค มตรวจสอบด แลได แต ล กษณะเส นทาง ความขร ขระของเส นทางเราไม สามารถ ควบค มได จ งม บ างท เก ดป ญหาเหล าน ข นแม ว าจะม การป องก นอย างด แล วก ตาม อ ก ประการน งการต งโรงผล ตช นส วนสาเร จไว ท หน างานก เป นทางเล อกท ด ท จะลดป ญหา ต างๆในการขนส งได มากท เด ยว 2. ป ญหาท ม แนวโน มว าโอกาสพบรองลงมา การฝ งจ ดเช อมรอยต อผ ด ม โอกาสพบป ญหา % เป นการควบค มงานของผ ควบค มท ย งไม ละเอ ยดพอ การส งช นส วนผ ด ม โอกาสพบป ญหา % เป นป ญหาความบกพร องจากการตรวจเช ค งานย งไม ด พอ ตกแต งผ วช นส วนย งไม ด เท าท ควร ม โอกาสพบป ญหา % เป นป ญหาท เก ดจากฝ ม อ ของแรงงานผล ตช นส วน ช นส วนเส ยหายตอนยกออกจากแบบหล อ ม โอกาสพบป ญหา % ม กเก ดจากการท คอนกร ตย งพ ฒนากาล งได ไม ด พอ ปร มาณการเก ดป ญหาต างๆ 1.ป ญหาท เม อพบแล ว ม แนวโน มท จะม ปร มาณป ญหามากท ส ด 1 ปร มาณคนงานขาดแคลน ปร มาณผลกระทบต อโครงการท ม ป ญหาน จะอย ท 20 % และ อย ท 2.86 %ต อโครงการท งหมดท ก อสร างด วยช นส วนสาเร จร ป โดยป ญหาท พบเป นเร องของช างประกอบโมลแบบหล อ ซ งต องม ท กษะในการเช อม บวก ก บต องเข าใจในแบบโครงสร าง อ านแบบได ซ งทางโรงงานท ประสบป ญหากล าวว า ต องจ ดหาช างเช อมเพ ม และต องทางานความค มงานให ด การจ ดวางช นส วนไม เป นระเบ ยบ ปร มาณผลกระทบต อโครงการท ม ป ญหาน จะอย ท 20 % และอย ท 2.86 %ต อโครงการท งหมดท ก อสร างด วยช นส วนส าเร จร ป การจ ดวาง ช นส วนไม เป นระเบ ยบ แม จะม โอกาสพบได น อย แต ถ าเก ดป ญหาแล วจะส งผลในเร อง

143 ของการเช คของ ตรวจเช คช นส วนต างๆเพ อท จะจ ดส ง จะท าได ยากข น รวมท งการยก ช นส วนเพ อเตร ยมจ ดส งก จะทาได ลาบากเช นก น 2. ป จจ ยท เม อพบแล ว ม แนวโน มท จะม ปร มาณป ญหารองลงมา โรงงานต งอย กลางแจ ง เวลาเก ดฝนตกจะท าให ท างานไม ได ต องหย ดท างาน ปร มาณ ผลกระทบต อโครงการท ม ป ญหาน จะอย ท 10 % และอย ท 1.43 %ต อโครงการท งหมดท ก อสร างด วยช นส วนสาเร จร ป ตกแต งผ วช นส วนย งไม ด เท าท ควร ปร มาณผลกระทบต อโครงการท ม ป ญหาน จะอย ท 4.33 % และอย ท 1.87 %ต อโครงการท งหมดท ก อสร างด วยช นส วนสาเร จร ป

144 จากตารางท สาหร บโรงงานผล ตช นส วนสาเร จร ปท ทาการสารวจมาขอสร ปตามตาราง เพ อให กระช บและสะดวกต อการทาความเข าใจด งน ตารางท สร ปว ธ แก ป ญหาต างๆของฝ ายต ดต งช นส วนสาเร จ ป ญหาท พบ ว ธ การแก ป ญหาท แต ละโครงการเล อกใช 1.โรงงานต งอย กลางแจ ง ( ฝนตก ) ทางานล วงเวลา 100 % 2.ปร มาณคนงานขาดแคลน จ ดหาช างเช อมเพ ม 100 % 3.ค ณภาพช นส วนย งไม ด เท าท ควร ควบค มค ณภาพงานให ด 100 %, 4.ตกแต งผ วช นส วนย งไม ด เท าท ควร ควบค มค ณภาพงานให ด 86.7 %, ค ดเล อกคนงานท ม ประสบการณ งานช าง 13.3 % 5.ต องการช นส วนอย างเร งด วน ทาให ผล ตไม ท น ทางานล วงเวลา 100 % 6.ช นส วนเส ยหายตอนยกออกจากแบบหล อ ซ อม 50 %, ใช คอนกร ตกาล งส ง 50 % 7.รถขนส งช นส วนไม เพ ยงพอ จ างรถอ น100 % 8.เคร องจ กรเส ย ซ อม 70 %, จ ดหาใหม 30 % 9.สาน กงานส งแบบก อสร างช า ทางานล วงเวลา 100 % 10.จ ดวางช นส วนไม เป นระเบ ยบ จ ดระบบการจ ดเก บช นส วนใหม 100 % ฝ ายต ดต งเก บไว ใช ภายหล ง %, 11.ส งช นส วนผ ด ฝ ายต ดต งปร บแต งเอง % นาช นส วนกล บค น 50 % 12.ช นส วนเส ยหายตอนขนส ง ฝ ายต ดต งปร บแต งเอง 91.7 %, นาช นส วนกล บค น 8.3 % 13.ระยะช นส วนผ ด ฝ ายต ดต งปร บแต งเอง 12.5 %, นาช นส วนกล บค น 87.5 % 14.ฝ งจ ดเช อมรอยต อผ ด ฝ ายต ดต งปร บแต งเอง 87.5 %, นาช นส วนกล บค น 12.5 %

145 4.5 แบบสร ปความพ งพอใจของผ บร โภคท ม ต อท อย อาศ ยท ก อสร างด วยช นส วนสาเร จร ป สาหร บความพ งพอใจของผ บร โภคน น ผ จ ดทาโครงงานได ทาการสอบถามข อม ลจากฝ ายขาย ของบร ษ ท 2 บร ษ ทด วยก น ได แก บร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตท จาก ด มหาชน และ บร ษ ท ล มพ น คอนโด จาก ด มหาชน ได ผลสร ปตามป จจ ยต างๆด งน ตารางท ความพ งพอใจของผ บร โภค บร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตท จาก ด ( มหาชน ) ลาด บท รายการ มากท ส ด มาก ปาน น อย น อย กลาง ท ส ด 1 ความรวดเร วในการก อสร าง 45 % 55 % 0 % 0 % 0 % 2 อาคารม ความม นคงแข งแรง 35 % 65 % 0 % 0 % 0 % 3 อาคารไม ม การร วซ มบร เวณ 5 % 75 % 20 % 0 % 0 % รอยต อต างๆ 4 อาคารไม ม รอยแตกร าวของช นส วน สาเร จร ปต างๆ 35 % 65 % 0 % 0 % 0 % 5 บร ษ ทม การบร การหล งการขายท ด 30 % 70 % 0 % 0 % 0 % 6 ความสะดวกในการต อเต ม ตกแต ง 0 % 0 % 25 % 40 % 35 % ตารางท ความพ งพอใจของผ บร โภค บร ษ ท แอล.พ.เอ น. ด เวลลอปเมนท จาก ด (มหาชน) ลาด บท รายการ มากท ส ด มาก ปาน กลาง น อย น อย ท ส ด 1 ความรวดเร วในการก อสร าง 30 % 70 % 0 % 0 % 0 % 2 อาคารม ความม นคงแข งแรง 40 % 60 % 0 % 0 % 0 % 3 อาคารไม ม การร วซ มบร เวณรอยต อ ต างๆ 20 % 70 % 10 % 0 % 0 % 4 อาคารไม ม รอยแตกร าวของช นส วน สาเร จร ปต างๆ 25 % 65 % 10 % 0 % 0 % 5 บร ษ ทม การบร การหล งการขายท ด 10 % 55 % 35 % 0 % 0 %

146 จากตารางท และ สาหร บโครงการท ทาการสารวจมาได ข อม ลด งน จากท กป จจ ยของอาคารท ใช ช นส วนสาเร จร ปในการก อสร างท ส งผลต อผ บร โภคท ง 2 บร ษ ท พบว า ผ บร โภคม ความพอใจ เฉล ย ในระด บ มากท ส ด 25 % มาก 59 % ปานกลาง 9.1 % น อย 3.6 % น อยท ส ด 3.18 % สาหร บป จจ ยความสะดวกในการต อเต ม ตกแต ง ของ บร ษ ท แอล.พ.เอ น. ด เวลลอปเมนท ล กค าจะไม สนใจในเร องการท บเจาะ ต อเต มเท าใดน ก เน องจากอาคารเป นคอนโด ซ งม ห องข างเค ยงต ดต อก น จ งไม สามารถทาการต อเต มได อย แล ว ซ งล กค าส วนใหญ เข าใจข อน จ งไม ม ป จจ ยน มาเก ยวข อง จากตารางท และ สาหร บโครงการท ทาการสารวจมาได ข อม ลด งน จากการสารวจรายได ของกล มผ บร โภค บร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตท จาก ด ( มหาชน ) 1. กล มผ บร โภคท ม ความพอใจมากท ส ดม รายได เฉล ยโดยประมาณอย ท บาท 2. กล มผ บร โภคท ม ความพอใจมากม รายได เฉล ยโดยประมาณอย ท บาท จากการสารวจรายได ของกล มผ บร โภค บร ษ ท แอล.พ.เอ น. ด เวลลอปเมนท จาก ด (มหาชน) 1. กล มผ บร โภคท ม ความพอใจมากท ส ดม รายได เฉล ยโดยประมาณอย ท บาท 2. กล มผ บร โภคท ม ความพอใจมากม รายได เฉล ยโดยประมาณอย ท บาท

147 4.6 สร ปผลความรวดเร วในการก อสร าง จากตาราง และ ตาราง ถ าทาการเท ยบปร มาณช างต ดต ง ปร มาณเคร องจ กร และปร มาณงานท ทาได จะพบว าการต ดต งแต ละระบบ บร ษ ทท ทางานได รวดเร วท ส ด และม ค ณภาพ ม ด งน ระบบผน งสาเร จร ปร บแรง ได แก บร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตท จาก ด ( มหาชน ) โครงการเดอะคอนเน คอ อนน ช พบว าม ป ญหาในการบร หารงานก อสร าง 4 ป จจ ย ป ญหาเก ดเน องมาจากการผล ตของโรงงาน 1 ป จจ ย ใช ช างต ดต ง 1 คน / ปร มาณการทางานภายใน 1 ว น ทาได ย น ต * ใช เคร องจ กร 1 ต ว / ปร มาณการทางานภายใน 1 ว น ทาได ย น ต * ใช แผนงานในการบร หารค อ Critical path method หมายเหต * บร ษ ท พฤกษาใช เวลา 12 ว นในการสร างอาคารท งช นบนล าง 7 ย น ต โดยใช เวลา 6 ว นในการหล อใน ท ของอาคารช น 1 ส วนอ ก 6 ว นท เหล อถ งจะต ดต งช นส วนสาเร จช น 2 และช นส วนสาเร จร วบ าน ท งหมด 6 ว น ทาเสร จ 7 ย น ต แต ทาแค ช น2 ฉะน นถ าเปร ยบเท ยบในกรณ ใช ช นส วนสาเร จท งช นบนช นล าง 6 ว นบร ษ ท พฤกษา จะสร างทาวน โฮมท ใช ช นส วนสาเร จ 100 % ได 3.5 ย น ต ตามตาราง น นเอง ระบบผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง ได แก บร ษ ท พร คาสท เอ นจ เน ยร ง จาก ด โครงการล มพ น พาร ค ร เวอร ไซด พระราม 3 พบว าม ป ญหาในการบร หารงานก อสร าง 4 ป จจ ย ป ญหาเก ดเน องมาจากการผล ตของโรงงาน 3 ป จจ ย ใช ช างต ดต ง 1 คน / ปร มาณการทางานภายใน 1 ว น ทาได ตร.ม. ** ใช เคร องจ กร 1 ต ว / ปร มาณการทางานภายใน 1 ว น ทาได 60 ตร.ม. ** ใช แผนงานในการบร หารค อ Critical path method หมายเหต ** ค ดเท ยบจากพ นท ใช สอยของผน งสาเร จร ป

148 4.6.3.ระบบเสา คานสาเร จร ป ได แก บร ษ ท บ.เอส.วาย. คอนสตร คช นจาก ด โครงการ WHA MEGA LOGISTICS พบว าม ป ญหาในการบร หารงานก อสร าง 4 ป จจ ย ป ญหาเก ดเน องมาจากการผล ตของโรงงาน 1 ป จจ ย ใช ช างต ดต ง 1 คน / ปร มาณการทางานภายใน 1 ว น ทาได เสา 0.7 ต น หร อคาน 1.4 ต ว *** ใช เคร องจ กร 1 ต ว / ปร มาณการทางานภายใน 1 ว น ทาได เสา 5 ต น หร อคาน 10 ต ว *** ใช แผนงานในการบร หารค อ Critical path method หมายเหต *** ขนาดของเสา 0.5 ม. 0.5 ม. 12 ม. ขนาดของคาน 0.25 ม. 0.5 ม. 5.5 ม. จะส งเกตเห นได ว าท ง 3 โครงการใช ว ธ Critical path method ในการบร หารงาน

149 ตารางท 4.6 สร ปการใช ระบบต ดต งของโครงการท งหมดในแต ละบร ษ ท ช อบร ษ ท จานวนโครงการ ท งหมด ระบบผน ง สาเร จร ปร บแรง ระบบผน งภายนอก สาเร จร ปไม ได ร บแรง โครงสร าง ระบบเสา คาน สาเร จร ป 1.พฤกษาเร ยล เอสเตท เอเช ยนพร อพ เพอร ต บ านกรองทอง ซ มม ทไพน เฮ ร ท พร คาสท เอ นฯ โพส & พร คาสท ซ โพส พรอสเพอร ต คอนกร ต จ อ แอล บ เอส วาย รวม ค ดเป น % 100 % 59.4 % % 5.13 % จากตารางท 4.6 จากจานวนโครงการท งหมดท ท ง 10 บร ษ ทกาล งดาเน นงาน พบว า จากท งหมด 234 โครงการ ม การใช ระบบต างๆในการต ดต งช นส วนสาเร จร ป ด งน 1.ระบบผน งสาเร จร ปร บแรง 139 โครงการ หร อค ดเป น 59.4 % ของจานวนโครงการท งหมด 2.ระบบผน งภายสาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง 83 โครงการ หร อค ดเป น % ของ จานวนโครงการท งหมด 3.ระบบเสา คานสาเร จร ป 12 โครงการ หร อค ดเป น 12 % ของจานวนโครงการท งหมด

150 161 บทท 5 สร ปผล 5.1 สร ปผลการศ กษา สร ปผลการศ กษาขอสร ปตามป จจ ยต างๆท ม ส วนเก ยวข องก บการจ ดการของอาคารท ก อสร าง ด วยช นส วนสาเร จร ป ด งน การต ดต งช นส วนสาเร จร ป ส าหร บระบบผน งส าเร จร ปร บแรง เป นระบบท น ยมใช ก บบ านจ ดสรรท วไป เน องจากความ รวดเร วในการต ดต ง ช นส วนผน งท าหน าท แทนท งผน งก ออ ฐ คาน เสา ไปในต ว แต ไม เหมาะก บ โครงสร างอาคารท ม ช วงห างระหว างช นท ส ง เช น โกด งเก บส นค า เป นต น ส วนระบบระบบผน ง ภายนอกส าเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง น ยมใช ก บอาคารท ส งเน องจากป ญหาการร บน าหน กบร เวณ รอยต อของช นส วนส าเร จ จะต องร บภาระมาก จ งต องท าการหล อเสาและพ นเอาเองโดยเป นการหล อ คอนกร ตในท สาหร บระบบน จะพบป ญหาเคร องจ กรไม เพ ยงพอต อการใช งาน เน องจากน าไปใช งานเท คอนกร ตเสาและพ น จ งต องขอเวลานอกเพ มเต มในการใช เคร องจ กร ส ดท ายค อระบบเสา คาน สาเร จร ป น ยมใช ก บอาคารท ม ช วงห างระหว างช นท ส ง เช น โกด งเก บส นค า พบว าท ง 3 ระบบ ระบบ ผน งส าเร จร ปร บแรงจะใช ช นส วนส าเร จร ปในปร มาณท มากกว าระบบอ นๆ โดยใช ช นส วนเฉล ยอย ท % ของท งอาคาร และจากตารางท 4.6 จะพบว าโครงการก อสร างท งหมดท ได ด าเน นงานอย ท ง 10 บร ษ ท ส วนใหญ น ยมใช ระบบผน งส าเร จร ปร บแรง โดยใช มากถ ง 139 โครงการ จากท งหมด 234 โครงการ หร อค ดเป น 59.4 % ของจ านวนโครงการท งหมด จ งสร ปได ว า ระบบผน งส าเร จร ปร บแรง น าจะเป นระบบการต ดต งช นส วนส าเร จร ปท น ยมใช มากท ส ด เน องจากประหย ดเวลาในการก อสร าง มากกว าระบบอ นๆ การบร หารงานของฝ ายต ดต งช นส วนสาเร จร ป เคร องจ กร งานก อสร างท ใช ช นส วนส าเร จร ปในการท างาน เคร องจ กรถ อได ว าเป นห วใจส าค ญมากๆ เน องจากช นส วนส าเร จร ปม ขนาดใหญ และน าหน กมากจ งต องเน นใช เคร องจ กรในการยกเคล อนย าย ค อนข างบ อยคร งกว า งานก อสร างแบบการหล อคอนกร ตในท โดยงานก อสร างแบบหล อในท ย งม ว สด ท

151 162 สามารถใช แรงงานยกเคล อนย ายแทนเคร องจ กรได บ าง ความจ าเป นในการใช เคร องจ กร ส าหร บ ระบบผน งส าเร จร ปร บแรงและระบบเสา คานส าเร จร ป ท ง 2 ระบบน ถ าเคร องจ กรม ป ญหา เช น เคร องยนต เส ย สล งท ใช ยกขาด จะเป นป ญหาใหญ ต องาน ท าให ไม สามารถยกช นส วนส าเร จร ป หน กๆไปต ดต งได ส วนระบบผน งภายนอกส าเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร างจากความเห นส วนต วของผ จ ดท าใน เร องป ญหาของเคร องจ กรไม ว าง ไม น าจะม ป ญหาเท าไหร น ก เน องจากเวลาต ดต งระบบผน งภายนอก จะม รอกช วยในการต ดต ง เพราะฉะน น Tower crane จะม หน าท เพ ยงแค ยกช นส วนข นมาแขวนไว เท าน น ท เหล อตอนต ดต งจะใช รอก ฉะน นเคร องจ กรจะไม ได ท าการยกค างไว นานๆอย างแบบระบบ เสา- คาน ท ต องรอเช อมให เสร จ หร อระบบผน งร บแรงท ต องรอการเจาะผน ง ตอกสล กเกล ยว ย ดขา ต งค าย นก อน แต ส ดท ายแล วก ย งพบป ญหาเร องความต องการเคร องจ กรอย ท กโครงการท ส ารวจมา ท ใช ระบบน เน องจากเคร องจ กรได น าไปใช ในการเทคอนกร ตหล อพ นและเสาเป นหล ก แสดงให เห นว า ท ายท ส ดแล วเคร องจ กรม ความจาเป นมากต อการก อสร างด วยช นส วนสาเร จร ป การจ ดการช นส วน การส งช นส วน การจ ดเก บ และการต ดต ง ต องท าให ส มพ นธ ก น เน องจากพ นท หน างานจะม ค อนข างจาก ดในช วงเวลาท ายๆของโครงการ การส งช นส วนมากเก นไป หร อการต ดต งช า ก จะม ผลให ระบายช นส วนและส งของต างๆไม ท น อ กท งพ นท จ าก ดจะส งผลต อการเคล อนย ายเคร องจ กรได ล าบาก ข น กรณ ถ าเราจ ดเก บช นส วนในล กษณะพ ง หร อวางซ อนก น ไม ได ใส ตามซอง การจ ดเก บว สด ควรทาให เป นระบบ แยกประเภท แยกรห สช นส วนให ด เวลาต ดต งจะยกง ายและค นหาง าย ถ ายกผ ดก ต องเส ยเวลาวางแล วยกใหม บางคร งถ าเอาผน งหลายเบอร มาซ อนก น เวลาต องการใช บางผน งซ งจ ด วางอย ล กจะท าให ยกช นส วนได ล าบาก เพราะฉะน นตอนยกช นส วนลงจากรถขนส งต องเตร ยมพ นท หน างานให ด อย ายกวางแบบให งานเสร จเร วไปเฉยๆ ส วนในเร องพ นท จ ดเก บไม เพ ยงพอ ส าหร บในระบบผน งภายนอกส าเร จร ปไม ได ร บแรง โครงสร าง ไม น าม ป ญหาเท าไหร น ก เน องจากแผ นผน งส วนใหญ จะยกมาแขวนก บอาคารไว เลยเพ อรอ การต ดต ง ไม ได ยกลงวางจ ดเก บหน างาน ซ งตรงน น าจะทาให ประหย ดพ นท จ ดเก บได บ าง

152 163 การจ ดการแรงงาน จากการศ กษาพบว าแต ละบร ษ ทใช แรงงานในการก อสร างท น อยมาก เม อเท ยบก บโครงสร าง แบบหล อในท ซ งก จะสอดคล องก บป ญหาปร มาณแรงงาน ท ม แนวโน มว าปร มาณแรงงานจะลดลง หา แรงงานก อสร างได ยากมากข นในอนาคต และพบว าช างต ดต งส วนใหญ ย งม ประสบการณ ในการท างาน ท ไม ส งน กเฉล ยอย ท 2 ป 7 เด อน ว ศวกรและผ ควบค มงาน ควรจะต องตระหน กและควบค มการท างาน ของช างต ดต งให ด ข น เน องจากช างท ม ความช านาญเฉพาะทางย งม จ านวนไม มากน ก อาจจะต องม การ สอน การอบรมพ เศษ ควบค มด แลฝ ม อแรงงานเป นอย างด เพ อสร างช างต ดต งท เก งม ค ณภาพมากข น ต อไปในอนาคต การวางแผนการทางาน จากการศ กษาระบบการต ดต งท ง 3 ระบบ โดยโครงการท ท างานได ม ประส ทธ ภาพและท างาน ได รวดเร วท ส ดของระบบน นๆ พบว าท ง 3 บร ษ ท ค อ 1.บร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตท จ าก ด ( มหาชน ) โครงการเดอะคอนเน คอ อนน ช 2. บร ษ ท พร คาสท เอ นจ เน ยร ง จ าก ด โครงการล มพ น พาร ค ร เวอร ไซด พระราม 3 3. บร ษ ท บ.เอส.วาย. คอนสตร คช นจาก ด โครงการ WHA MEGA LOGISTICS ท ง 3 โครงการใช การบร หารงานด วยว ธ Critical path method ซ งใช ปร มาณแรงงานและเคร องจ กรท น อยแต สามารถท างานได เสร จรวดเร วกว าบร ษ ทอ นๆ แสดงให เห นได ว าว ธ Critical path method จะ ช วยให บร หารจ ดการทร พยากรต างๆ ท งด านเวลา ปร มาณแรงงาน ปร มาณเคร องจ กร ได อย างม ประส ทธ ภาพส ง

153 164 ป ญหาต างๆในการบร หารงานของฝ ายต ดต งช นส วนสาเร จ 100% 90% 80% 70% 60% 50% 40% โอกาสท พบ ปร มาณผลกระทบ ต อป ญหาน น 30% 20% 10% 0% ร ปท 5.1 กราฟสร ปป ญหาท ส งผลต อการทางานของฝ ายต ดต งช นส วนสาเร จ หมายเหต 1.ช นส วนช าร ดตอนเคล อนย าย 2.โครงเหล กจ ดเก บไม เพ ยงพอ 3.พ นท จ ดเก บไม เพ ยงพอ 4.ปร มาณ ช างไม เพ ยงพอ 5.ฝ ม อช างย งไม ด พอ 6.อ ปกรณ เคร องจ กรช าร ด (สล งขาด) 7.เคร องจ กรม ขนาดไม เหมาะสม 8.เคร องจ กรเส ย 9.เคร องจ กรไม ว าง 10.ฝนตก 11.น าท วม 12.ผล ตถ กแต ต ดต งลาบาก 13.ม อ บ ต เหต 14.แบบเปล ยนบ อย 15.แขวนแผ นผน งไม ได 16.ผล ตช นส วนท หน างานไม ด 17.ส ง ช นส วนผ ด 18.ช นส วนเส ยหายตอนขนส ง 19.ระยะช นส วนผ ด 20.ฝ งจ ดเช อมรอยต อผ ด

154 165 จากตาราง และกราฟร ปท 5.1 จากการสารวจท ง 10 บร ษ ทเราจะได บทสร ปด งน ป ญหาท ม แนวโน มว าโอกาสพบส งมากท ส ด 1.ป ญหาสภาพอากาศ โดยเฉพาะฝนตก 2.ป ญหาช นส วนกระแทกเส ยหายระหว างการขนส ง ป ญหาท ม แนวโน มว าโอกาสพบรองลงมา 1.ป ญหาการส งช นส วนผ ด 2.พ นท จ ดเก บช นส วนสาเร จไม เพ ยงพอ 3.เคร องจ กรไม ว างหร อไม เพ ยงพอ ต อการใช งาน 4.การฝ งจ ดเช อมรอยต อผ ด ป ญหาท เม อพบแล ว ม แนวโน มท จะม ปร มาณป ญหามากท ส ด 1.ป ญหาปร มาณช างต ดต งช นส วนสาเร จขาดแคลน ป ญหาท เม อพบแล ว ม แนวโน มท จะม ปร มาณป ญหารองลงมา 1.พ นท จ ดเก บช นส วนสาเร จไม เพ ยงพอ การบร หารงานของฝ ายโรงงานผล ตช นส วนสาเร จร ป จะขอสร ปล กษณะการท างานของฝ ายผล ต ซ งว ศวกรและผ ควบค มงานจะต องท าการควบค ม การท างานให ด มากๆ เน องจากพบว าแรงงานประสบการณ ย งไม มาก ย งม ป ญหาในเร อง ฝ ม อแรงงาน การตกแต งผ วช นส วน การผล ตช นส วนท ผ ด รวมไปถ งป ญหาท เก ดจากการควบค มงานของว ศวกร เช น ช นส วนแตกร าว พ ง ขณะการท างาน ป ญหาเร องก าล งของคอนกร ต การส งช นส วนท ผ ด เป นต น โดย ป ญหาหล กๆท ส งผลกระทบต อฝ ายต ดต งหน างานโดยตรงค อ การส งช นส วนท ผ ด ช นส วนกระแทก เส ยหายระหว างขนส ง การฝ งจ ดเช อมรอยต อผ ด การผล ตช นส วนผ ดขนาด ป ญหาเหล าน จะท าให ฝ าย ต ดต งท างานได ช าลง ซ งส งเหล าน ถ าม การควบค มงานจากโรงงานท ละเอ ยดจะช วยท าให งานออกมาม ประส ทธ ภาพส ง และส งผลให ฝ ายต ดต งทางานได ราบร นข น อย างไรก ตามพบว าปร มาณป ญหาต างๆท เก ดในโรงงานน นม ปร มาณท น อย เน องมาจากการพ ฒนาจากอด ตถ งป จจ บ นของแต ละบร ษ ท ซ ง ตรวจสอบควบค มงานให ด ข น ส าหร บแนวโน มอ นๆท คาดว าจะได เห นน นค อความน ยมท มากข นของการใช ระบบช นส วน ส าเร จร ป โดยแต ละโรงงานเร มม การท จะผล ตช นส วนส งตามโครงการต างจ งหว ด และเร มม การผล ต ช นส วนท หลากหลายและซ บซ อนมากข น นอกเหน อไปจากผน งท น ยมใช ก น

155 166 ป ญหาต างๆในการบร หารงานของโรงงานผล ตช นส วนสาเร จ 90.00% 80.00% 70.00% 60.00% 50.00% 40.00% โอกาสท พบ ปร มาณผลกระทบ ต อป ญหาน น 30.00% 20.00% 10.00% 0.00% ร ปท 5.2 กราฟสร ปป ญหาท ส งผลต อการทางานของฝ ายโรงงานผล ตช นส วนสาเร จ หมายเหต 1.โรงงานต งอย กลางแจ ง ( ฝนตก ) 2.ปร มาณคนงานขาดแคลน 3.ค ณภาพช นส วนย งไม ด เท าท ควร 4.ตกแต งผ วช นส วนย งไม ด เท าท ควร 5.ต องการช นส วนอย างเร งด วน ทาให ผล ตไม ท น 6.ช นส วน เส ยหายตอนยกออกจากแบบหล อ 7.รถขนส งช นส วนไม เพ ยงพอ 8.เคร องจ กรเส ย 9.สาน กงานส งแบบ ก อสร างช า 10.จ ดวางช นส วนไม เป นระเบ ยบ 11.ส งช นส วนผ ด 12.ช นส วนเส ยหายตอนขนส ง 13.ระยะช นส วนผ ด 14.ฝ งจ ดเช อมรอยต อผ ด

156 167 จากตาราง และกราฟร ปท 5.2 จากการสารวจท ง 7 โรงงานเราจะได บทสร ปด งน ป ญหาท ม แนวโน มว าโอกาสพบส งมากท ส ด 1.ป ญหาช นส วนเส ยหายตอนขนส ง ป ญหาท ม แนวโน มว าโอกาสพบรองลงมา 1.การฝ งจ ดเช อมรอยต อผ ด 2.การส งช นส วนผ ด 3.ตกแต งผ วช นส วนย งไม ด เท าท ควร 4.ช นส วน เส ยหายตอนยกออกจากแบบหล อ ป ญหาท เม อพบแล ว ม แนวโน มท จะม ปร มาณป ญหามากท ส ด 1.ปร มาณคนงานขาดแคลน 2.การจ ดวางช นส วนไม เป นระเบ ยบ ป จจ ยท เม อพบแล ว ม แนวโน มท จะม ปร มาณป ญหารองลงมา 1.โรงงานต งอย กลางแจ ง เวลาเก ดฝนตกจะท าให ท างานไม ได ต องหย ดท างาน 2.ตกแต งผ วช นส วนย ง ไม ด เท าท ควร ความพ งพอใจจากผ บร โภคต อการก อสร างโดยใช ระบบช นส วนสาเร จร ป จากการสารวจข อม ลของบร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตท จาก ด ( มหาชน ) และ บร ษ ท แอล.พ. เอ น. ด เวลลอปเมนท จาก ด (มหาชน) จากป จจ ยท งส น 6 ป จจ ยได แก 1.ความรวดเร วในการก อสร าง 2.อาคารม ความม นคงแข งแรง 3.อาคารไม ม การร วซ มบร เวณรอยต อ ต างๆ 4.อาคารไม ม รอยแตกร าวของช นส วนสาเร จร ปต างๆ 5.บร ษ ทม การบร การหล งการขายท ด 6.ความสะดวกในการต อเต ม ตกแต ง พบว าผ บร โภคม ความพอใจ เฉล ย ในระด บ มากท ส ด 25 % มาก 59 % ปานกลาง 9.1 % น อย 3.6 % น อยท ส ด 3.18 % แสดงให เห นว าผ บร โภคม ความพ งพอใจอย ในระด บท ส งก บอาคารท ใช ช นส วนสาเร จร ปในการก อสร าง

157 ข อเสนอแนะ ว ธ การบร หารงานก อสร างท จะเป นประโยชน ต อการต ดต งช นส วนสาเร จร ป การต งโรงผล ตช นส วนสาเร จไว ภายในโครงการก อสร าง การต งโรงผล ตช นส วนส าเร จร ปช วคราวไว ภายในโครงการก อสร างหร อการม โรงงานผล ตอย ใกล บร เวณโครงการก อสร าง จะม ข อด ด งน 1. ใช เง นลงท นน อยกว าการทาโรงงานถาวร เช น ไม ต องสร างหล งคา เป นต น 2. ช วยลดป ญหาการกระแทกของช นส วนสาเร จร ปจนชาร ดเส ยหายในขณะขนส ง 3. ช วยลดป ญหาการส งช นส วนสาเร จร ปท ผ ดพลาด 4. ช วยลดค าใช จ ายในการขนส ง 5. ถ าในกรณ ช นส วนสาเร จผล ตผ ด หร ออาจม การเส ยหาย จะสามารถส งแก ไขได สะดวก แม ว าการม โรงผล ตช นส วนส าเร จร ปใกล โครงการก อสร างจะม ข อด หลายประการ แต ว าเรา จะต องควบค มผลกระทบต างๆท จะเก ดข นให ได ด งน 1. เร องของฝ ม อแรงงาน พบว าแรงงานท ผล ตช นส วนอาจจะผล ตได ไม ช านาญเท าแรงงานท โรงงาน 2. การต งโรงผล ตช วคราวจะทาให ต องใช พ นท ในการทางานเพ มมากข น 3. เม อเวลาม ป ญหาสภาพอากาศ อาจส งผลให ไม สามารถผล ตช นส วนได เน องจากโรงผล ต ช วคราวม กไม น ยมทาหล งคาก นเน องจากลงท นมาก ค าใช จ ายและต นท นในการก อสร าง การก อสร างโดยใช ช นส วนส าเร จร ป หลายต อหลายคนกล าวว าจะช วยประหย ดค าใช จ าย ได มาก แต ถ าการควบค มการท างานท าได ไม ด พอ การใช ช นส วนส าเร จร ปในการก อสร างอาจจะม ค าใช จ ายท แพงกว าโครงสร างแบบหล อในท โดยมาจากป จจ ยเพ มเต ม ซ งโครงสร างแบบหล อในท จะ ไม ม ด งน 1. ค าการลงท นต งโรงงานในการผล ตช นส วนสาเร จ 2. ค าบร หารจ ดการต างๆของโรงงาน ค าการค านวณออกแบบช นส วน รอยต อ รอยเช อมต างๆ ค าท าโมลแบบหล อ ค าแรงในการท ารายละเอ ยดปล กย อยของช นส วน จ ดฝ งเพลท ห ห ว เหล กซอคเก ต และถ าเป นผน งส าเร จร ป ซ งส วนใหญ เป นคอนกร ตเสร มเหล ก ก จะม ราคา ส งกว าผน งก ออ ฐฉาบป นมากข นไปอ ก

158 ค าใช จ ายเพ มเต มในกรณ ผล ตช นส วนผ ด อาจต องสก ดเจาะปร บแต งใหม ขนส งใหม หร อ ผล ตใหม เลยก ได 4. ค าใช จ ายในการขนส งช นส วนสาเร จร ป 5. ค าใช จ ายอ นๆ เช น ว สด ก นซ มบร เวณรอยต อ ค าจ างช างเช อมท ใช มากข น เน องจากต องใช ช างเช อมมากกว าโครงสร างแบบหล อในท ถ งแม ด เหม อนว าต นท นในการก อสร างของการใช ช นส วนส าเร จจะส งกว าแบบหล อในท แต เม อพ จารณาด ๆถ งประโยชน ด านความรวดเร วในการท างาน โครงการท ก อสร างได เสร จก อนจะ ประหย ดค าใช จ ายในต างๆในการดาเน นงาน เช น ค าแรงคนงาน ค าจ างพน กงาน ค าเคร องจ กร ฯลฯ ท ไม ต องมาจ ายก นนานเป นแรมป บวกก บงานท เสร จก อน โอกาสท รายได จะเข ามาก อนก ม ส ง อย างไรก ตาม การจะทางานให เก ดประส ทธ ภาพส งส ด ควรต องควบค มและลดค าใช จ ายต างๆท เก ดข นจากป จจ ย และป ญหาท สร ปไว ด วย 5.3 ข อเสนอในการศ กษาต อไป โครงงานท ได ท าการศ กษาน เป นในล กษณะการเก บรวบรวมข อม ลจากการส มภาษณ ว ศวกร ซ งข อม ลม หลายส วนท เป นการประมาณการจากว ศวกร ไม ใช โครงงานในล กษณะ การทดลองซ งม ทฤษฎ รองร บท แน นอน ด งน นความถ กต องจะข นอย ก บรายละเอ ยดและ ขอบเขตของข อม ลท ได จากความร วมม อของผ ให ข อม ล การว เคราะห ผลข อม ลต างๆเน องจากจ านวนช ดข อม ลท น ามาเปร ยบเท ยบก น ม จ านวน เพ ยง 10 บร ษ ท ซ งอาจไม เพ ยงพอท จะเป นต วแทนของบร ษ ทท กบร ษ ทท ใช ช นส วน สาเร จร ปในการก อสร างได ข อม ลต างๆจ งย งบอกแนวโน มภาพรวมท แท จร งได ไม สมบ รณ ซะท เด ยว ควรม การเพ มปร มาณข อม ลเพ อให สามารถบอกแนวโน มได ด ข น ควรม การทบทวนบทความและทฤษฎ ท เก ยวข องเพ มเต ม

159 ภาคผนวก

160 170 เอกสารอ างอ ง จ ตต สา เจร ญพาน ช, ปร ชญ สะเหมาะสมาน, ป ยะพ นธ พ ส ทธ นาราก ล การศ กษาระบบและ ว ธ การก อสร างอาคารสาเร จร ป. ภาคว ชาว ศวกรรมโยธา. คณะว ศวกรรมศาสตร. จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย ธนศ กด ยงร กเก ยรต, ป น เล ยงว ทยาค ณ การศ กษาเทคน คและป ญหาการก อสร างด วยระบบ สาเร จร ป.ภาคว ชาว ศวกรรมโยธา.คณะว ศวกรรมศาสตร.จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย พนม ภ ยหน าย การบร หารงานก อสร าง. พ มพ คร งท 15. สาน กพ มพ ดวงกมลสม ย. กร งเทพมหานคร. พ บ ลย ช มพลไพศาล, วรการ ต งส บก ล, วาท ศ โกมารท ต การศ กษาระบบพร แฟบร เคช นใน ประเทศไทย. ภาคว ชาว ศวกรรมโยธา. คณะว ศวกรรมศาสตร. จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย อ ครพล เน องฤทธ, อาท กว อ ศวร กษ การก อสร างด วยช นส วนสาเร จร ป:ป ญหาในการจ ดการและ แนวทางแก ไข. ภาคว ชาว ศวกรรมโยธา. คณะว ศวกรรมศาสตร. จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย

161 ภาคผนวก

162 การบร หารจ ดการของอาคารท ก อสร างด วยช นส วนสาเร จร ป Management of building construction with precast concrete นายส บตระก ล สมบ ต ท พย อาจารย ท ปร กษา อาจารย เอนก ชมวงษ ภาคว ชาว ศวกรรมโยธา คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา บทค ดย อ ในช วงท เศรษฐก จด น นความต องการทางอส งหาร มทร พย และส งก อสร างม ความต องการท ส งมาก จ ง เก ดการแข งข นทางธ รก จท จะขยายปร มาณงานให เต บโตได ท นต อความต องการของผ บร โภค การก อสร างอาคาร ด วยช นส วนส าเร จร ปหร อท เร ยกว าช นส วน Precast จ งเป นท น ยม เน องจากก อสร างได รวดเร ว รวมท งใช ปร มาณแรงงานท น อย ซ งช วยลดป ญหาด านปร มาณแรงงานก อสร างท ม แนวโน มหาได ยากมากข นในอนาคต โครงงานน จ งได ท าการศ กษาเทคน คว ธ การก อสร าง การบร หารงาน เพ อศ กษาถ งป จจ ยรวมท งป ญหา ต างๆท ส งผลต อการทางานของอาคารท ใช ช นส วนส าเร จร ปในการก อสร าง ส าหร บขอบเขตการศ กษา จะศ กษา โครงการก อสร างท ใช ช นส วนส าเร จร ปในการท างานท งหมด 10 บร ษ ทด วยก น โดยศ กษาเอกสารงานว จ ย ออก ส ารวจโครงการก อสร างและส มภาษณ ว ศวกรของบร ษ ทต างๆ ในเร องการต ดต งช นส วนส าเร จร ป การ บร หารงานก อสร าง ซ งต องม การควบค มค ณภาพ ระยะเวลา เง นท น การจ ดการแรงงาน ว สด เคร องจ กร การ ขนส ง รวมไปถ งศ กษาการผล ตของฝ ายโรงงานท ผล ตช นส วนส าเร จร ป ซ งจะส งผลกระทบต อการท างานของ ฝ ายต ดต งช นส วนสาเร จร ปด วย จากการศ กษาในส วนการต ดต งช นส วนส าเร จร ป พบว าการควบค มงานของว ศวกรจะเป นป จจ ยหล กท จะทาให งานออกมาม ประส ทธ ภาพ ป จจ ยรองลงมาค อฝ ม อและประสบการณ ของแรงงาน โดยการบร หารจ ดการ ด วยว ธ Critical path method น นช วยให ท างานได ม ประส ทธ ภาพ ตอบสนองต อการใช ทร พยากรท ม อย างจ าก ด ท งเคร องจ กร ปร มาณแรงงาน รวมท งประหย ดเวลาในการก อสร าง ในส วนของโรงงานผล ตพบว าการควบค ม งานของว ศวกรน นม ส วนส าค ญมากเน องจากแรงงานส วนใหญ ย งม ประสบการณ ไม มากน ก การท างานท ผ ดพลาดจากโรงงานซ งม ป ญหาหล กค อ 1.การส งช นส วนผ ด 2.การผล ตช นส วนผ ดขนาด 3.การฝ งจ ดเช อมรอยต อ ท ผ ด 4.ช นส วนเส ยหายระหว างการขนส ง โดยท ง 4 ป ญหาหล กน จะส งผลโดยตรงต อฝ ายต ดต งช นส วนส าเร จร ป ท งน ทางว ศวกรและผ ควบค มงานท งฝ ายต ดต งและฝ ายผล ตควรตระหน กและระม ดระว งถ งป ญหาต างๆท จะเก ด ข นก บการใช ช นส วนส าเร จร ปในการก อสร างและควรบร หารจ ดการป จจ ยต างๆให ด เพ อไม ให เก ดป ญหาท จะ นาไปส การก อสร างท ล าช าและด อยประส ทธ ภาพได

163 Abstract The need for real estates and construction during the growth economic situations is rather high. Consequently, the growth of competition for business expansion has been continually increasing to keep up with the consumers need. Construction of building using precast concrete is quite popular because of quick construction and consumes less labor. It can also reduce the problems of construction labor, which has a tendency to become rare in the future. The purposes of this project are to examine the techniques of construction method, construction management, including the overall factors and problems affecting the functions of building constructed by precast concrete. The scope of the study will cover the construction projects using the whole construction parts in all functions of 10 companies. The data are collected from studying documents and research works, surveying the construction projects and interviewing the engineers of these companies. The topics for interviewing include installation of precast concrete, construction management with quality control, duration of time, capital, labor management, materials, machinery, and transportation. The study also covers the production of the factories manufacturing precast concrete, which will certainly have an impact on the performance of the installation department of precast concrete. From the study on the installation of precast concrete, it is found out that the quality control engineer is the most impact to the factor outcomes. The second important factor is the craftsmanship and experiences of the labor. Management by means of Critical Path Method is found most contributing to efficient outcomes, being responsive to the limited resources both in machinery and quantity of labor, including time saving for the construction. With respect to the production plants, it is revealed that the quality control engineer is the most critical one because most of the labor having not much experiences. Mistakes of work from the plants cause 4 main problems : 1) Transporting wrong precast concrete; 2) Producing wrong size of precast concrete; 3) Misplacement of embedded steel plates; and 4) Damage of precast concrete during transporting. All of the 4 main problems directly affect the installation of precast concrete. In conclusion, both of the engineers and the foremen should be aware of and try to prevent the problems arising from using precast concrete in buildings construction and should have good

164 management to be able to deal with these factors in order to avoid the problems leading to slowness and inefficiency. 1. บทนำ 1.1 ควำมสำค ญและควำมเป นมำของป ญหำ ในป จจ บ นเศรษฐก จของประเทศได ม การเจร ญเต บโต อย างต อเน อง จ งจ าเป นต องม การก อสร างอาคารท พ กอาศ ย อาคาร ทางธ รก จ ทางอ ตสาหกรรม และสาธารณ ปโภคต างๆ เพ มข น การ ก อสร างแบบหล อในท จะม ป ญหาในเร องของความล าช า และ ป ญหาด านปร มาณแรงงานท แนวโน มในอนาคตจะม จานวนลดลง ซ งป จจ บ นน ด วยความต องการของล กค าท งภาคร ฐและ เอกชนท ต องการผลงานส งก อสร างของต วเองอย างรวดเร ว ออกมา ม ค ณภาพท ด ระบบจ งได ม การน ามาใช ก บอ ตสาหกรรมการ ก อสร างของไทย โดยเฉพาะธ รก จทางด านอส งหาร มทร พย ไม ว า จะเป นบ านหร อคอนโดก ตาม ซ งป จจ บ นม กจะม การแข งข นท ส ง มากๆท งทางด านเวลาท ต องการความรวดเร ว ต นท นท ประหย ด เพราะถ าใช เวลาก อสร างท ยาวนาน บร ษ ทก จะประสบป ญหา ทางด านดอกเบ ยเง นก ท ต องจ ายมากข นรวมท งค าใช จ ายต างๆท งค า น า ค าไฟ เง นเด อนพน กงาน ค าแรงช าง รวมถ งค าใช จ ายในการ ดาเน นงานต างๆเป นเวลานานอ ก ซ งถ าม ต นท นในการก อสร างท ส ง บร ษ ทอส งหาร มทร พย ก จะท าก าไรจากการขายได น อย และงานท เสร จล าช าย อมถ กค แข งต ดหน าแย งโอกาสทางการค าได เป น ธรรมดา จนส งผลถ งเร องของผลตอบแทนซ งถ าบร ษ ทใดท าเสร จ ก อน โอกาสท จะได ร บผลตอบแทนจากการลงท นก เร วข น (จ ตต สา เจร ญพาน ช,ปร ชญ สะเหมาะสมาน,ป ยะพ นธ พ ส ทธ นาราก ล. (2547). การศ กษาระบบและว ธ การก อสร างอาคารสาเร จร ป) ป จจ บ นบ านหร ออาคารท สร างด วยช นส วนส าเร จร ป (Precast) ม โครงสร างท แข งแรงคงทนและราคาไม แพงเฉล ยต อ ตารางเมตรถ กกว าการสร างด วยแบบเด มถ ง % ( ธนศ กด ยง ร กเก ยรต, ป น เล ยงว ทยาค ณ.(2549).การศ กษาเทคน คและป ญหา การก อสร างด วยระบบส าเร จร ป ) กล มผ ร บเหมาท ม ความช านาญ ทางด านการก อสร างโครงสร างส าเร จร ป จ งเข ามาม บทบาทอย าง มากในป จจ บ น เพราะสามารถทาการก อสร างต ดต งได อย างรวดเร ว เช น ช างไม ช างก อฉาบ ซ งจะห นไปทาอาช พอ นก นมากข น ในต างประเทศน นม ป ญหาเร องปร มาณแรงงานม น อยและ ค าต วท ส ง การก อสร างจ งน ยมใช ช นส วนส าเร จร ปเข ามาช วย ซ ง นอกจากจะใช ปร มาณแรงงานท น อย ย งสามารถท าการก อสร างได รวดเร ว ทางผ จ ดท าโครงงานน เล งเห นความส าค ญของป ญหาท จะ เก ดข นในอนาคต จ งค ดว าระบบก อสร างท ใช ช นส วนส าเร จร ป น าจะเป นประโยชน และม ความน ยมมากข นต อไป และม มาตรฐานในการควบค มช นส วนว สด ได ด เพราะผ ล ตใน ล กษณะมาตรฐานอ ตสาหกรรมโรงงาน ระบบโครงสร างส าเร จร ป จ งได ถ กเล อกให นามาใช ก นมากข น 1.2 จ ดประสงค ของโครงกำร 1.เพ อศ กษากรรมว ธ ในการต ดต งช นส วนส าเร จร ประบบ ต างๆ 2.เพ อศ กษาการบร หารงานของอาคารท ใช ช นส วน ส าเร จร ป รวมท งป ญหาและป จจ ยท ส งผลต อประส ทธ ภาพการ ทางาน 3.เพ อศ กษาการผล ตและป ญหาของโรงงานผล ตช นส วน สาเร จร ปท ส งผลกระทบต อการทางานของโครงการต างๆ 1.3 ขอบเขตกำรศ กษำ สาหร บขอบเขตของโครงการน จะศ กษาบร ษ ทท อย ในเขต กร งเทพและปร มณฑลซ งม ความน ยมในการก อสร างอาคารด วย ระบบช นส วนส าเร จร ปเป นอย างมาก ในการว จ ยน ได ท าการ ยกต วอย างโครงการก อสร างท เล อกใช ช นส วนส าเร จร ปในการ ทางานมาจานวน 10 บร ษ ทด วยก น โดยจะศ กษาเอกสารงานว จ ย ออกส ารวจโครงการ ก อสร าง ส มภาษณ ว ศวกรของบร ษ ทต างๆ ไม ว าจะเป นความร เร อง เทคน คการประกอบต ดต งช นส วนท หน างาน การบร หารงาน ก อสร าง ซ งม การควบค มค ณภาพ ระยะเวลา เง น การจ ดการ

165 แรงงาน ว สด เคร องจ กร การขนส ง รวมไปถ งศ กษาด การผล ตของ ฝ ายโรงงานท ผล ตช นส วนด วย เพ อจะด ถ งป จจ ยท ส งผลมาส การ ทางานต ดต งด วย ซ งจะด ถ งแนวทางในการบร หารจ ดการของแต ละ บร ษ ทว าม หล กในการท างานก บงานก อสร างท ใช ช นส วนส าเร จร ป อย างไรบ าง รวมถ งป ญหาท พบท จะส งผลต อประส ทธ ภาพการ ทางานของแต ละโครงการ 1.4 ว ธ ดำเน นกำรว จ ย 1.ศ กษาข อม ลท เก ยวข องก บการใช ช นส วนส าเร จร ปใน การก อสร าง 2.จ ดท าแบบสอบถามเพ อใช ส าหร บการส มภาษณ ข อม ล ในการบร หารงานก อสร างของว ศวกร 3.ออกส ารวจโครงการก อสร างท ใช ช นส วนส าเร จร ปใน การก อสร าง ศ กษากรรมว ธ ในการต ดต ง ส มภาษณ ข อม ลการ บร หารงานของว ศวกร รวมท ง ส ารวจการท างานของฝ าย โรงงานผล ตด วย 4.น าข อม ลท ได มาจ ดแยกหมวดหม ตามตารางแล วท าการ ว เคราะห ป จจ ยและป ญหาต างๆท ส งผลต อการทางาน 5.อภ ปรายผลการว จ ยและสร ปผล จากน นเตร ยมร ปเล ม สมบ รณ เพ อนาเสนอผลการว จ ยต อไป 2. ทฤษฎ และงำนว จ ยท เก ยวข อง 2.1 แผนงำนแบบ Bar chart Bar chart หร อท เร ยกอ กช อหน งว า Gantt chart เป น แผนภ ม ท ใช ก นมาต งแต ด งเด มในวงการของอ ตสาหกรรมการผล ต ต อมาใช ก นอย างแพร หลายท วไปและได น ามาใช ก บการด าเน นงาน ก อสร างท งน เพ อม งจะควบค มโครงการให เป นไปตามก าหนดเวลา ท วางแผนไว ล กษณะการเข ยนก เข ยนเป นเส นแถบเส น (Bar) แถบ เส นจ งถ กก าหนดให ใช แทนก จการ (Activity) แต ละก จการหร อใช แทนงานแต ละงานในโครงการน นๆโดยแสดงถ งว นท เร มต นและ ว นท ก จการด งกล าวแล วเสร จ ด วยเหต น จ งเป นการสร ปรายละเอ ยด ของโครงการก อสร างไว ท Bar chart ท งหมด นอกจากน นย งใช แสดงความก าวหน าของงานตามช วงเวลาต างๆน บว าสะดวกต อผ ควบค มโครงการ (Project Superintendent) เป นอย างมากเพราะ สามารถมองเห นภาพการด าเน นงานก อสร างได แจ มช ดท กข นตอน โดยผ ท เสนอความค ดเก ยวก บ Bar chart น นค อ Henry L.Gantt (ท มา:พนม ภ ยหน าย.(2540)การบร หารงานก อสร าง) 2.2 ว ธ ว ถ ว กฤต (C.P.M) ว ธ ว ถ ว กฤต น ยมเร ยกก นโดยท วไปว า C.P.M. ค าเต มค อ Critical Path Method ซ งเป นเทคน คว ธ ในการวางแผนและควบค ม งาน ตลอดจนการก าหนดตารางท างานท ได ผลว ธ หน ง ส วนมาก C.P.M. จะใช ได ก บงานท กประเภทท ม ขนาดค อนข างใหญ และ ม งเน นทางด านค ณภาพของงาน หร อต องการจะทราบรายละเอ ยด ในการด าเน นงานท กระยะ ท งน เพ อหว งผลในประส ทธ ภาพของ งานเป นสาค ญ โดยเฉพาะอย างย งงานก อสร าง ถ าได น าเอา C.P.M. เข าไปช วยในการด าเน นงานแล ว จะท าให งานก อสร างด าเน นไป ด วยความราบร นไม ต ดข ด ค ณค าท ส าค ญของ C.P.M. ประการหน ง ค อ ประหย ดเวลาและลดค าใช จ ายลงเป นอย างมาก (ท มา:พนม ภ ย หน าย.(2540)การบร หารงานก อสร าง) การวางแผนโครงการ ( Planning the project) ม ข อท ต อง คาน งด งต อไปน 1.ม ก จการใดบ างท จะต องกระทาในช วงเวลาใด 2.ม ก จการใดบ างท ไม สามรถจะเร มต นท าได จนกว าจะได ทาก จการใดก จการหน งให เสร จส นเส ยก อน 3.ม ก จการใดบ างท ต องท าให แล วเสร จก อน จ งจะเร มต น ทาก จการหน งก จการใดต อไปได ว ธ ของ C.P.M. น สามารถจะแสดงให เห นได อย างแจ ม แจ งโดยท าเป นแผนผ งล กศร (Arrow diagram) (ท มา:พนม ภ ย หน าย.(2540)การบร หารงานก อสร าง) 3. กำรศ กษำโครงกำรท ใช ช นส วนสำเร จร ปในกำรทำงำน โครงการท ได ทาการศ กษาท ง 10 โครงการม ด งน 3.1 โครงกำรท ใช ระบบผน งสำเร จร ปร บแรง 1.บร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตท จ าก ด (มหาชน) โครงการ เดอะคอนเน คอ อนน ช 2.บร ษ ท เอเช ยนพรอพเพอต จ าก ด ( มหาชน) โครงการ พล โน ส ขสว สด 3.บร ษ ท บ านกรองทอง จ าก ด โครงการกรองทองทรอป คอล 4.บร ษ ท ซ มม ทไพนท เฮ ร ท กอล ฟ คล บ โครงการหอพ ก อาศ ยภายในสนามกอล ฟ

166 ระบบน จะน ยมใช ก บอาคารส ง เช น คอนโดม เน ยม เน องจากกฎหมายอน ญาตให สามารถใช ช นส วนส าเร จร ปในการร บ แรงองค อาคารท ม ความส งไม เก น 23 ม. ( Low rise ) ฉะน นในส วน ของโครงสร างหล กในการร บแรง จะใช การเทคอนกร ตหล อในท โดยจะเป นเสาและพ นคอนกร ตอ ดแรง Post tension ส วนผน ง ภายในใช การก ออ ฐฉาบป น และผน งภายนอกจะใช ช นส วน สาเร จร ปแบบไม ร บแรงโครงสร างมาต ด ร ปท 1 ระบบผน งสาเร จร ปร บแรง ระบบน จะน ยมมากในการท าอาคารพ กอาศ ยท ไม ส งมาก น ก เช น บ าน ทาวน โฮม หอพ ก เป นต น ซ งจะม ข อด ค อความ รวดเร วในการสร าง เพราะแผ นผน งส าเร จร ปร บแรง จะท าหน าท แทน เสา คาน และผน ง ไปท ง 3 ส วนพร อมๆก น ด วยปร มาณ ช นงานท ลดลงจ งสามารถต ดต งได รวดเร ว 3.2 โครงกำรท ใช ระบบผน งภำยนอกส ำเร จร ปไม ได ร บแรง โครงสร ำง 1.บร ษ ท พร คาสท เอ นจ เน ยร ง จ าก ด โครงการล มพ น พาร ค ร เวอร ไซด พระราม 3 2.บร ษ ท โพสแอนด พร คาสท จ าก ด โครงการล มพ น ว ลล พ บ ลสงคราม 3.บร ษ ท ซ โพส จ าก ด โครงการเดอะล ฟ คอนโด พ ฒนาการ 4.บร ษ ท พรอสเพอร ต คอนกร ต จาก ด โครงการปร บปร ง และต อเต มอาคารก ตต ว ฒนา 5.บร ษ ท เจอเนอร ล เอ นจ เน ยร ง จ าก ด (มหาชน) โครงการ ย ด ไลท คอนโดบางซ อ ร ปท 2 ระบบผน งภายนอกสาเร จร ปไม ได ร บแรงโครงสร าง 3.3 โครงกำรท ใช ระบบเสำ คำนสำเร จร ป 1.บร ษ ท บ.เอส.วาย. คอนสตร คช นจ าก ด โครงการ WHA MEGA LOGISTICS ร ปท 3 ระบบเสา คานสาเร จร ป ระบบน จะน ยมใช ก บอาคารท ม ช วงห างระหว างช นมากๆ เช น โรงงาน โกด ง เป นต น เน องจากเสาสามารถท าให ส งได หลาย เมตร ในขณะท ระบบผน งร บแรงจะทาไม ได เพราะช วงห างระหว าง ช นท มากไป แต ก พบว าระบบน ย งม ใช อย ก บบ านจ ดสรรเหม อนก น ในกรณ ท อาจเผ อไว ท บเจาะผน งในอนาคต 3.4 โรงงำนผล ตช นส วนสำเร จร ป โรงงานผล ตช นส วนสาเร จร ปส วนใหญ พบว าเป นโรงงาน แบบเป ด ไม ม ผน งก น แต ม หล งคา ท าการผล ตช นส วนผน งซะเป น ส วนใหญ ส วนช นส วนท น ยมรองลงมาได แก พ น คาน เสา ส วน ช นส วนอ นๆ ก เร มม การผล ตเพ มข นเร อย เช น ร ว บ วสาเร จ เป นต น

167 ร ปท 4 ภายในโรงงานผล ตช นส วนสาเร จร ป 4.ผลกำรว เครำะห ข อม ล 4.1 กำรบร หำรงำนของฝ ำยต ดต งช นส วนสำเร จร ป ป ญหำท ม แนวโน มว ำโอกำสพบส งมำกท ส ด 1.ป ญหาสภาพอากาศ โดยเฉพาะฝนตก 2.ป ญหาช นส วนกระแทก เส ยหายระหว างการขนส ง ป ญหำท ม แนวโน มว ำโอกำสพบรองลงมำ 1.ป ญหาการส งช นส วนผ ด 2.พ นท จ ดเก บช นส วนสาเร จไม เพ ยงพอ 3.เคร องจ กรไม ว างหร อไม เพ ยงพอต อการใช งาน 4.การฝ งจ ดเช อม รอยต อผ ด ป ญหำท เม อพบแล ว ม แนวโน มท จะม ปร มำณป ญหำมำกท ส ด 1.ป ญหาปร มาณช างต ดต งช นส วนสาเร จขาดแคลน ป ญหำท เม อพบแล ว ม แนวโน มท จะม ปร มำณป ญหำรองลงมำ 1.พ นท จ ดเก บช นส วนสาเร จไม เพ ยงพอ 4.2 กำรบร หำรงำนของฝ ำยโรงงำนผล ตช นส วนสำเร จร ป ป ญหำท ม แนวโน มว ำโอกำสพบส งมำกท ส ด 1.ป ญหาช นส วนเส ยหายตอนขนส ง ป ญหำท ม แนวโน มว ำโอกำสพบรองลงมำ 1.การฝ งจ ดเช อมรอยต อผ ด 2.การส งช นส วนผ ด 3.ตกแต งผ ว ช นส วนย งไม ด เท าท ควร 4.ช นส วนเส ยหายตอนยกออกจากแบบ หล อ ป ญหำท เม อพบแล ว ม แนวโน มท จะม ปร มำณป ญหำมำกท ส ด 1.ปร มาณคนงานขาดแคลน 2.การจ ดวางช นส วนไม เป นระเบ ยบ ป จจ ยท เม อพบแล ว ม แนวโน มท จะม ปร มำณป ญหำรองลงมำ 1.โรงงานต งอย กลางแจ ง เวลาเก ดฝนตกจะท าให ท างานไม ได ต อง หย ดทางาน 2.ตกแต งผ วช นส วนย งไม ด เท าท ควร 4.3 ควำมพ งพอใจจำกผ บร โภคต อกำรก อสร ำงโดยใช ระบบช นส วน สำเร จร ป จากการสารวจข อม ลของบร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตท จาก ด ( มหาชน ) และ บร ษ ท แอล.พ.เอ น. ด เวลลอปเมนท จาก ด (มหาชน) พบว าผ บร โภคม ความพอใจ เฉล ย ในระด บ มากท ส ด 25 % มาก 59 % ปานกลาง 9.1 % น อย 3.6 % น อยท ส ด 3.18 % แสดงให เห นว าผ บร โภคม ความพ งพอใจอย ในระด บท ส งก บอาคาร ท ใช ช นส วนสาเร จร ปในการก อสร าง 4.4 สร ปผลควำมรวดเร วในกำรก อสร ำง จากข อม ลการต ดต งช นส วนท ง 3 ระบบ พบว าบร ษ ทท ใช ว ธ Critical path method ในการบร หาร จะท างานได รวดเร วและ ค ณภาพด โดยม 3 บร ษ ทท ทางานได รวดเร วท ส ดด งน 1.บร ษ ท พฤกษา เร ยลเอสเตท จาก ด ( มหาชน ) โครงการ เดอะคอนเน คอ อนน ช 2.บร ษ ท พร คาสท เอ นจ เน ยร ง จาก ด โครงการล มพ น พาร ค ร เวอร ไซด พระราม 3 3.บร ษ ท บ.เอส.วาย. คอนสตร คช นจาก ด โครงการ WHA MEGA LOGISTICS 5.บทสร ป 5.1 กำรต ดต งช นส วนสำเร จร ป ระบบผน งส าเร จร ปร บแรง เป นระบบท น ยมใช ก บบ าน จ ดสรรท วไป เน องจากความรวดเร วในการต ดต ง ช นส วนผน งท า หน าท แทนท งผน งก ออ ฐ คาน เสา ไปในต ว แต ไม เหมาะก บ โครงสร างอาคารท ม ช วงห างระหว างช นท ส ง เช น โกด งเก บส นค า เป นต น ส วนระบบระบบผน งภายนอกส าเร จร ปไม ได ร บแรง โครงสร าง น ยมใช ก บอาคารท ส งเน องจากกฎหมายไม อน ญาตให ใช ช นส วนสาเร จในการร บแรงโครงสร างของอาคารท ส งเก น 23 ม. จ งต องทาการหล อเสาและพ นเอาเองโดยเป นการหล อคอนกร ตในท ส าหร บระบบน จะพบป ญหาเคร องจ กรไม เพ ยงพอต อการใช งาน เน องจากน าไปใช งานเทคอนกร ตเสาและพ น จ งต องขอเวลานอก เพ มเต มในการใช เคร องจ กร ส ดท ายค อระบบเสา คานส าเร จร ป น ยมใช ก บอาคารท ม ช วงห างระหว างช นท ส ง เช น โกด งเก บส นค า พบว าท ง 3 ระบบ ระบบผน งส าเร จร ปร บแรงเป นระบบท น ยมใช มากท ส ด

168 5.2 กำรบร หำรงำนของฝ ำยต ดต งช นส วนสำเร จร ป จากการศ กษาในส วนการต ดต งช นส วนส าเร จร ป พบว า การควบค มงานของว ศวกรจะเป นป จจ ยหล กท จะทาให งานออกมาม ประส ทธ ภาพ ป จจ ยรองลงมาค อฝ ม อและประสบการณ ของ แรงงาน ซ งพบว าช างต ดต งส วนใหญ ย งม ประสบการณ ในการ ทางานท ไม ส งน กเฉล ยอย ท 2 ป 7 เด อน อาจจะต องม การสอน การ อบรมพ เศษ ควบค มด แลฝ ม อแรงงานเป นอย างด เพ อสร างช าง ต ดต งท เก งม ค ณภาพมากข นต อไปในอนาคต โดยการบร หารจ ดการ ด วยว ธ Critical path method น นช วยให ท างานได ม ประส ทธ ภาพ ตอบสนองต อการใช ทร พยากรท ม อย างจ าก ด ท งเคร องจ กร ปร มาณแรงงาน รวมท งใช เวลาในการก อสร างได รวดเร วเป นอย างด 5.3 กำรบร หำรงำนของฝ ำยต ดต งช นส วนสำเร จร ป ในส วนของโรงงานผล ตก พบว าการควบค มงานของ ว ศวกรน นม ส วนส าค ญมากเน องจากแรงงานส วนใหญ ย งม ประสบการณ ไม ส งน ก การท างานท ผ ดพลาดจากโรงงานโดยม ป ญหาการส งช นส วนผ ด การผล ตผ ดขนาด ฝ งจ ดเช อมรอยต อผ ด และช นส วนเส ยหายระหว างการขนส ง จะส งผลโดยตรงต อฝ าย ต ดต งช นส วน 5.4 ข อเสนอแนะ กำรต งโรงผล ตช นส วนสำเร จไว ภำยในโครงกำรก อสร ำง การต งโรงผล ตช นส วนส าเร จร ปช วคราวไว ภายใน โครงการก อสร างหร อการม โรงงานผล ตอย ใกล บร เวณโครงการ ก อสร าง จะม ข อด ด งน 1.ใช เง นลงท นน อย 2.ช วยลดป ญหาต างๆจากการขนส ง 3.ช วยลดค าใช จ ายในการขนส ง 4.ถ าในกรณ ช นส วนส าเร จผล ตผ ด หร ออาจม การเส ยหาย จะสามารถส งแก ไขได สะดวก แม ว าการม โรงผล ตช นส วนส าเร จร ปใกล โครงการ ก อสร างจะม ข อด หลายประการ แต ว าเราจะต องควบค มผลกระทบ ต างๆท จะเก ดข นให ได ด งน 1.แรงงานท ผล ตช นส วนอาจจะผล ตได ไม ช านาญเท า แรงงานท โรงงาน 2.การต งโรงผล ตช วคราวต องใช พ นท ในการท างานมาก ข น 3.เม อเวลาม ป ญหาสภาพอากาศ อาจส งผลให ไม สามารถ ผล ตช นส วนได ค ำใช จ ำยและต นท นในกำรก อสร ำง การก อสร างโดยใช ช นส วนส าเร จร ป อาจจะม ค าใช จ ายท แพงกว า มาจากป จจ ยเพ มเต ม ซ งโครงสร างแบบหล อในท จะไม ม ด งน 1.ค าการลงท นต งโรงงานในการผล ตช นส วนสาเร จ 2.ค าบร หารจ ดการต างๆของโรงงาน เช น ค าการค านวณ ออกแบบช นส วน เป นต น และถ าเป นผน งส าเร จร ป ซ งส วนใหญ เป นคอนกร ตเสร มเหล ก ก จะม ราคาส งกว าผน งก ออ ฐฉาบป นมาก ข นไปอ ก 3.ค าใช จ ายเพ มเต มในกรณ ผล ตช นส วนผ ด อาจต องสก ด เจาะปร บแต งใหม ขนส งใหม หร อผล ตใหม เลยก ได 4.ค าใช จ ายในการขนส งช นส วนสาเร จร ป 5.ค าใช จ ายอ นๆ เช น ว สด ก นซ มบร เวณรอยต อ ค าจ างช าง เช อมท ใช มากข น เน องจากต องใช ช างเช อมมากกว าโครงสร างแบบ หล อในท ถ งแม ด เหม อนว าต นท นในการก อสร างของการใช ช นส วนส าเร จจะส งกว าแบบหล อในท แต เม อพ จารณาด ๆถ ง ประโยชน ด านความรวดเร วในการท างาน โครงการท ก อสร างได เสร จก อนจะประหย ดค าใช จ ายในต างๆในการด าเน นงาน เช น ค าแรงคนงาน ค าจ างพน กงาน ค าเคร องจ กร ฯลฯ ท ไม ต องมาจ าย ก นนานเป นแรมป บวกก บงานท เสร จก อน โอกาสท รายได จะเข ามา ก อนก ม ส ง อย างไรก ตาม การจะท างานให เก ดประส ทธ ภาพส งส ด ควรต องควบค มและลดค าใช จ ายต างๆท เก ดข นจากป จจ ยและป ญหา ท สร ปไว ด วย ก ตต กรรมประกำศ โครงงานน ไม อาจจะส าเร จล ล วงไปด วยด หากขาดความ ช วยเหล อจากอาจารย อเนก ชมวงษ อาจารย ท ปร กษาโครงงานท ได ให ความร คาแนะนาต างๆ รวมท งคณาจารย ภาคว ชาว ศวกรรมโยธา มหาว ทยาล ยบ รพาท กๆท าน นอกจากน ย งม ว ศวกรจากท กๆ โครงการท ได ช วยให ข อม ลในการท าโครงงาน จ งขอขอบพระค ณ ท กท านมา ณ ท น ด วย เอกสำรอ ำงอ ง จ ตต สา เจร ญพาน ช, ปร ชญ สะเหมาะสมาน, ป ยะพ นธ พ ส ทธ นาราก ล การศ กษาระบบและว ธ การก อสร างอาคาร ส าเร จร ป. ภาคว ชาว ศวกรรมโยธา. คณะว ศวกรรมศาสตร. จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย

169 ธนศ กด ยงร กเก ยรต, ป น เล ยงว ทยาค ณ การศ กษา เทคน คและป ญหาการก อสร างด วยระบบสาเร จร ป.ภาคว ชา ว ศวกรรมโยธา.คณะว ศวกรรมศาสตร.จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย พนม ภ ยหน าย การบร หารงานก อสร าง. พ มพ คร งท 15. สาน กพ มพ ดวงกมลสม ย. กร งเทพมหานคร. พ บ ลย ช มพลไพศาล, วรการ ต งส บก ล, วาท ศ โกมารท ต การศ กษาระบบพร แฟบร เคช นในประเทศไทย. ภาคว ชา ว ศวกรรมโยธา. คณะว ศวกรรมศาสตร. จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย อ ครพล เน องฤทธ, อาท กว อ ศวร กษ การก อสร าง ด วยช นส วนสาเร จร ป:ป ญหาในการจ ดการและแนวทางแก ไข. ภาคว ชาว ศวกรรมโยธา. คณะว ศวกรรมศาสตร. จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

บร การส บค นข อม ลหน งส อราชการ

บร การส บค นข อม ลหน งส อราชการ 1 บร การส บค นข อม ลหน งส อราชการ บร กำรส บค นข อม ลหน งส อรำชกำร ม 6 เมน ย อย ค อ 1. สอบถำมหน งส อ 2. สอบถำมข อม ลหน งส อส งภำยนอก 3. รำยงำนสม ดทะเบ ยน 4. รำยงำนสถ ต กำรด ำเน นงำนของเจ ำหน ำท ปฏ บ ต งำน

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary www.thaihosclub.com ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary ข นตอนในการสม ครสมาช ก ในการสม ครสมาช ก ม ด วยก นอย 6 ข นตอนด งน 1. กรอกรห สโรงพยาบาล Hospcode

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรม FileZilla

ค ม อการใช งานโปรแกรม FileZilla ค ม อการใช งานโปรแกรม FileZilla FileZilla เป นโปรแกรมประเภท FTP Client ท ใช สำหร บกำรส งไฟล หร อร บไฟล ระหว ำงเคร อง คอมพ วเตอร ของเรำซ งเร ยกว ำ Client ก บคอมพ วเตอร แม ข ำยซ งเร ยกว ำ Hosting หร อจะพ

More information

ค ม อการใช งาน สาหร บคร ผ สอน,คร ท ปร กษา

ค ม อการใช งาน สาหร บคร ผ สอน,คร ท ปร กษา ค ม อการใช งาน สาหร บคร ผ สอน,คร ท ปร กษา www.ats.co.th บร ษ ท อย ธยาเทคโนโลย เซอร ว ส จ าก ด ( - ) EDR / 1 / 2 3 / 1.1 3.1 / 1.2 / / 3.2 / ค ม อการเข าใช งานระบบ การเข าใช งานระบบซอฟแวร บร หารจ ดการศ

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information

คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร

คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร ช นม ธยมศ กษำป ท ๑ สำน กว ชำกำรและมำตรฐำนกำรศ กษำ สำน กงำนคณะกรรมกำรกำรศ กษำข นพ นฐำน กระทรวงศ

More information

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท บทท 1 ส วนเจ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง 1-1 ประกอบด วยผ ใช งานท เก ยวข อง 3 ส วนค อ ส วนเจ จ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง ส วนผ ใช งานน ท วไป ได แก ข าราชการท กคนของส าน กงานฯ

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

การบร หารความร และการเร ยนร VII

การบร หารความร และการเร ยนร VII สารบ ญ สารบ ญ สารบ ญ VII สารบ ญร ป XII แถลงการณ แบบอย างท ด เย ยมด านการบร หาร 1 1. หล กการ 7 1.1 อนาคตของบร ษ ทข นอย ก บความร ความสามารถของพน กงาน 8 (ก) บร ษ ทเต บใหญ ได ไม เก นความร ความสามารถของพน กงานท

More information

การใช OpenOffice ทำานามบ ตร

การใช OpenOffice ทำานามบ ตร การใช OpenOffice ทำานามบ ตร สำำหร บหลำยๆ ท ำนท มองหำโปรแกรมทำำนำมบ ตรส กโปรแกรม โปรแกรมฟร ๆ ด ก มอ ย ในโลก อย ำงเช น โปรแกรม OpenOffice ท หลำยๆ คนใช ประจำำอย ก สำมำรถใช ทำำ นำมบ ตรได ในบทควำมน จะแนะนำ

More information

โปรแกรมบร หารงานบ ญช เจ าหน

โปรแกรมบร หารงานบ ญช เจ าหน 1 โปรแกรมบร หารงานบ ญช เจ าหน การเร ยกใช โปรแกรม กำรเร ยกใช งำนโปรแกรมผ ใช งำนจะต องเป ดโปรแกรมเบรำเซอร และพ มพ URL : http://hr. udoncity.go.th จะปรำกฏหน ำจอด งร ป ร ปท 1 กำรเร ยกใช งำนโปรแกรมบร หำรงำนบ

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

การใช งาน MS Power Point 2013

การใช งาน MS Power Point 2013 การใช งาน MS Power Point 2013 หล กส ตรเตร ยมความพร อมท กษะด านคอมพ วเตอร เพ อเล อนระด บ/เปล ยนตาแหน ง/ปร บว ฒ การศ กษา อ งคณา ป ญญา สำน กคอมพ วเตอร และเคร อข ำย มหำว ทยำล ยอ บลรำชธำน (1) สารบ ญ 1) การสร

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน สาระการเร ยนร : ประโยชน แท แก มหาชน 1 บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน หล กการ ร ศ กยภาพ ร จ นตนาการ ร ประโยชน สาระการเร ยนร เร ยนร การว เคราะห ศ กยภาพของป จจ ยศ กษา จ นตนาการเห นค ณ สรรค สร างว ธ การ

More information

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ส มมนา- การเตร ยมการก อนการ โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ผ ร บผ ดชอบ ข นตอนการปฏ บ ต งาน มาตรฐานค ณภาพงาน ค ามาตรฐาน หล กฐาน การจ ดเตร ยมสถานท และอาคารโรงงาน การเตร ยมการด าน การตลาด

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) Operation Research คาอธ บายรายว ชา หล กการเบ องต นเก ยวก บโครงสร างและแบบจ าลองทางคณ ตศาสตร ทฤษฎ การต ดส นใจ การ เล ยนแบบทางสถ

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

1. สาน กงานอ ตโนม ต ค ออะไร ก. สาน กงานไร กระดาษ ค. สาน กงานเคล อนท

1. สาน กงานอ ตโนม ต ค ออะไร ก. สาน กงานไร กระดาษ ค. สาน กงานเคล อนท 1 แบบประเม นตนเองก อนเร ยน หน วยท 1 ว ตถ ประสงค เพ อประเม นความร เด มของน กศ กษาเก ยวก บเร อง ความร เบ องต นเก ยวก บสาน กงาน งานสาน กงานและการ บร หารสาน กงาน คาแนะนา ขอให น กศ กษาอ านคาถามแล วเข ยนวงกลมล

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net)

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net) 1 แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา () การประเม นการบร หารจ ดการศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาระด บสถานศ กษา เพ อให การด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาม ประส ทธ ภาพย งข น และน าไปส การพ ฒนาค

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55 แผนจ ดทาข นตอนการดาเน นงาน แผนงาน/โครงการ ประจาป 555 โครงการเสร มสร างความร และประสบการณ ด านค ณธรรมแก เด กและเยาวชนท ประสบป ญหาทางส งคม หน วยงานศ นย พ ฒนาส งคม หน วยท 5 จ งหว ดลาพ น เป าหมายท งหมด 5 ราย

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม เอกสารสร ปรายงานการด าเน นโครงการก จกรรม ประกอบด วย ส วนท 1. ปกรายงาน ส วนท 2. ใบรองปก ( ปกใน ) ส วนท 3. ค าน า ส วนท 4. สารบ ญ ส วนท 5. โครงการท ได ร บการอน ม ต ส วนท 6. ก าหนดการ ส วนท 7. ส าเนาบ นท

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง 17 ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง งานเอกสารม กจะม ปร มาณของงานเป นจ านวนมาก ด งน นการเล อนต าแหน ง เพ อ ไปย งจ ดท ต องการได อย างรวดเร ว จะท าให การท างานเอกสารน น ๆ เก ดผลส าเร จ อย างรวดเร วตามไปด

More information

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย

More information

แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กส ตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร

แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กส ตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กสตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร *จ าเป น ตอนท ข อม ลท วไป ค าช แจง กรณาเล อกในช องท ตรงก บความเป นจร งของท าน สถานภาพ * ค าช แจง อาจารย ประจ าหล กส

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา ๒๓๑ แนวค ด กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษาเป นหน วยงานท สร างความเข มแข ง การบร หารด านว ชาการ ด านงบประมาณ ด านการบร

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2 การใช Word ส าหร บท าว ทยาพนธ หร อ รายงานต างๆ ส วนแรกมาท าความร จ กก บ ล าด บเลข และ ห วเร อง ก อน ท ง 2 ส วนน จะสามารถท าไปใช ในการ สร าง สารบ ญ แบบอ ตโนม ต ได ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร

More information

ค ม อการใช งานระบบ E-Office ระบบสาน กงานอ เล คทรอน คส

ค ม อการใช งานระบบ E-Office ระบบสาน กงานอ เล คทรอน คส สำน กงำนเขตพ นท กำรศ กษำประถมศ กษำลำปำง เขต 1 #########หน ำ 1########## 1.การเข าใช งานระบบ 1.1). ไปท เว บไซต หล ก สพป.ลำปำง เขต 1 http://www.lpg1.obec.go.th เล อก e-office หร อเข ำทำงตรงได ท http://202.143.173.94/eoffice/

More information

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ 1. ว ตถ ประสงค เพ อให ว ทยาล ยม ระบบค ณภาพและบ คลากรท กฝ ายร วมก นต งปณ ธาน ความม งหว งท จะพ ฒนาว ทยาล ยไปส ความสาเร จ โดยร วมก นระดมพล งป ญญา และแรง บ นดาลใจสร างภาพท พ งประสงค ของว ทยาล ย โดยร วมก นกาหนด

More information

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน พ จารณา 4 เร อง เร องการบร หารจ ดการ การออกแบบและปร บแบบไม ให ล าช า (ม ระยะเวลากาหนด และข นตอนเหม อนการออกแบบปกต ) เร องการเปล ยนแปลงรายการต องให กองแบบแผนร

More information

ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0

ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0 ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0 1 สารบ ญ เน อหา หน า ข นตอนการเข าใช งานระบบ... 2 ข นตอนการเปล ยนรห สผ านผ ใช งาน... 4 ข นตอนการใช

More information

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา ศ กษา / ปฏ บ ต............... โดย............. เพ อ.............. สาระ...............

More information

ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน

ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน - 74 - ค ม อต ดต งโปรแกรมระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต (NRPM Offline) การต ดต งโปรแกรม NRMP Offline 1. ต

More information

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 0 Course ID Course Name Time IT001 1 ว น หล กการและเหต ผล งานขายเป นห วใจของการด าเน นธ รก จ No Selling No Business ค ากล าวน คงไม ต องการค าอธ

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ข นตอนการเสนอขออน ม ต โครงการ อาจารย ผ ร บผ ดชอบโครงการกรอกข อม ลโครงการทางเว บไซต หร อส งข อม ลโครงการให เจ าหน าท ประสานงานโครงการ เจ าหน าท ประสานงานโครงการตรวจสอบข

More information

ด าเน นการโดยบร ษ ทผ ผล ตและต ดต งล ฟท แต การท าส ญญาบร การซ อมบ าร งระบบล ฟท ในอาคาร ส ง ม หลายร ปแบบท งแบบท รวมอะไหล และไม รวมอะไหล เป นต น

ด าเน นการโดยบร ษ ทผ ผล ตและต ดต งล ฟท แต การท าส ญญาบร การซ อมบ าร งระบบล ฟท ในอาคาร ส ง ม หลายร ปแบบท งแบบท รวมอะไหล และไม รวมอะไหล เป นต น บทท 1 บทน า การใช ประโยชน จากอาคารต าง ๆ จ าเป นต องม การจ ดการ การด และบ าร งร กษา ในการ บร หารจ ดการอาคารท ม ล กษณะเป นอาคารส ง ม ระบบงานท ต องด แลบร หารจ ดการค อนข างมาก ได แก งานระบบว ศวกรรม งานร กษาความปลอดภ

More information

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย 1.ว ตถ ประสงค การแข งข นการใช โปรแกรมสาน กงาน ( MS-Office 2010 ) งานน ทรรศการเป ดบ านว ชาช พ คร งท 4 ป การศ กษา 2557 ว นท แข งข น 12 ก มภาพ นธ 2558 ณ ว ทยาล ยอาช วศ กษาออมส นอ ปถ มภ ระด บม ธยมศ กษาตอนต

More information

ร ปท 5.1.1 หน าจอ การค นหาการจ ดสรรอาคารบ านพ ก

ร ปท 5.1.1 หน าจอ การค นหาการจ ดสรรอาคารบ านพ ก 1. 2. 3. 4. 5. งานสว สด การบ านพ ก เป นระบบท จ ดสรรอาคารบ านพ ก ให ก บเจ าหน าท ภายในทบ. โดยจ ดสรรอาคารให แต ละหน วย และ แต ละหน วย จะจ ดสรรอาคารให ก บเจ าหน าท ภายใน หน วย 5.1. ข นตอนค นหาอาคารบ านพ ก

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM Chapter 8 การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM 1 เน อหา ล กษณะของ Activity Diagram ร ปแบบการใช Activity Diagram การระบ ส วนของข อม ลให แก ก จกรรม การจ ดระเบ ยบข อม ล การสร างท พ ก/เก บข อม ล การแบ

More information

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น 1 สร ปรายงาน โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การการเผยแพร สารสนเทศ เร อง ว นท 23 ม นาคม 2554 ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ ช อโครงการ : เร อง หล กการและเหต ผล ป จจ บ นคอมพ วเตอร ได เข ามาม ส วนส าค ญมากต

More information

บทท 4 การจ ดการทร พยากร (Resource)

บทท 4 การจ ดการทร พยากร (Resource) 55 บทท 4 การจ ดการทร พยากร (Resource) ในการดาเน นโครงการให บรรล เป าหมายน น ส วนสาค ญอ กก ค อ ทร พยากร ซ งเป นป จจ ย ท ผล กด นให เก ดความสาเร จ ในการจ ดการทร พยากรในโครงการน นอาจความย งยากในการจ ดการ ทร

More information

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555 1 แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2555 2 แผนการจ ดการความร : การจ ดการความร เก ยวก บการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ พ นธก จ : การผล ตบ ณฑ ต กลย ทธ ท 1.2 : การพ ฒนาการเร ยนการสอนเพ อพ ฒนาค ณภาพน

More information

ค ม อหน งส อร บรองเง นเด อน

ค ม อหน งส อร บรองเง นเด อน 1. เป ดการใช งาน Website โดยเล อก Browser ใดก ได ข นมา เช น Internet Explorer, Chorme, Mozilla Firefox จากน นพ มพ Bangkok.go.th/iad ในช อง URL: 2. เล อกเมน หน งส อร บรองเง นเด อน ตรงแถบBanner ทางซ ายม

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน ค ม อผ ด แลระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน บทท 3 การบร หารจ ดการระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชนระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน - ๑ บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน เจ าหน าท ผ ใช งานระบบสารสนเทศภ

More information

แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา 2555...

แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา 2555... แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา 2555... จากการประช มคณะกรรมการกาหนดนโยบายการจ ดงานศ ลปห ตถกรรม คร งท 62 ป การศ กษา 2555 ท สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานแต

More information

(ผ ขอร บการประเม นตามหล กเกณฑ น สามารถส งคาขอร บการประเม นพร อมเอกสารท เก ยวข องได ตลอดป รอบป ละ 1 คร ง)

(ผ ขอร บการประเม นตามหล กเกณฑ น สามารถส งคาขอร บการประเม นพร อมเอกสารท เก ยวข องได ตลอดป รอบป ละ 1 คร ง) ตามหน งส อสาน กงาน ก.ค.ศ.ด วนท ส ด ท ศธ 0206.4/ว 17 ลงว นท 30 ก นยายน 2552 (ผ ขอร บการประเม นตามหล กเกณฑ น สามารถส งคาขอร บการประเม นพร อมเอกสารท เก ยวข องได ตลอดป รอบป ละ 1 คร ง) ว ทยฐานะชานาญการ 2) แบบรายงานผลการปฏ

More information

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง 27 การเช อมโยงภาพน ง บางคร งเราไม ต องการเสนอภาพตามล าด บ แต ต องการน าเสนอในล กษณะสล บไปมา หร อ ต องการแสดงข อม ลบนอ นเทอร เน ต หร อ แม แต เร ยกใช งานโปรแกรมอ น ๆ เช น CAI หร อ โปรแกรมประย กต อ น ๆ ก

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน

More information

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า จ ดท าโดย กล มการเจ าหน าท ส าน กเลขาน การกรม แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า ในป

More information

ค ม อการใช งาน ระบบร บ - ส งหน งส อราชการ (e-office) ส วนการใช งานของ กศน.อาเภอ

ค ม อการใช งาน ระบบร บ - ส งหน งส อราชการ (e-office) ส วนการใช งานของ กศน.อาเภอ ค ม อการใช งาน ระบบร บ - ส งหน งส อราชการ (e-office) ส วนการใช งานของ กศน.อาเภอ กล มย ทธศาสตร และการพ ฒนา สาน กงานส งเสร มการศ กษานอกระบบและการศ กษาตามอ ธยาศ ย จ งหว ดนครศร ธรรมราช จ ดทำโดย น.ส.ญำณ ศชำ

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง (เอกสารประกอบการประช มปฏ บ ต การช แจงและซ กซ อมความเข าใจการสร างข อสอบ Online) สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 5 :ส งห บ ร :ลพบ ร :ช ยนาท:อ างทอง:

More information