บทท ๑ บทน ำ ๑.๑ ท มำและควำมส ำค ญ

Size: px
Start display at page:

Download "บทท ๑ บทน ำ ๑.๑ ท มำและควำมส ำค ญ"

Transcription

1 บทท ๑ บทน ำ ๑.๑ ท มำและควำมส ำค ญ เน องจากช มชนท องถ นในอาเภอสามช ย เป นช มชนท ผล ตส งทอจากผ าด ายประด ษฐ ผ าฝ ายและผ าไหม อ นได แก ผ าแพรวา ผ าแถบลายข ด สาหร บตกแต งผ าถ ง เส อ-กระโปรง ซ งผ าแถบลายข ดส วนใหญ ทาจากเส น ไหม เส นด ายประด ษฐ หร อเส นฝ ายเป นท น ยมของบ คคลในช มชนและเป นส นค า O-TOP ของอาเภอสามช ยเพ อ เป นของฝากหร อของกาน ล จากการส งเกตของคณะผ จ ดทาพบว าช มชนในอาเภอสามช ยน ยมปล กไม ประด บ ค อ ต นล นม งกรและ ต นงาช าง ซ งปล กเป นแนวร วและปล กเป นไม ประด บภายในบ านและภายในอาคารสาน กงาน ซ งเม อนาใบล น ม งกรและใบงาช างมาท บแล วจะม เส นใยคล ายเส นด ายท ม ค ณล กษณะและค ณภาพด ม ความย ดหย น คงทนน าจะ นามาใช แทนเส นด ายได ด งน นคณะผ จ ดทาจ งนาเส นใยด งกล าวมาย อมส โดยใช สารย อมจากธรรมชาต แล วศ กษาค ณล กษณะ และค ณภาพของเส นใยหล งการย อมเพ อท จะนามาทอเป นแถบลายข ด แล วนาแถบลายข ด ด งกล าวมาทดสอบ ค ณภาพ เพ อนาไปตกแต งเส อผ าซ งเป นส งทอภ ม ป ญญาท องถ นอาเภอสามช ย และเป นการส งเสร มสน บสน น ผล ตภ ณฑ ภ ม ป ญญาชาวบ าน ๑.๒ จ ดม งหมำยของกำรศ กษำค นคว ำ ๑. เพ อศ กษาล กษณะและค ณภาพของเส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรและใบงาช าง ๒. เพ อศ กษาชน ดสารย อมและว ธ ย อมส เส นใยธรรมชาต ใบล นม งกรจากสารย อมธรรมชาต ๓. เพ อศ กษาล กษณะและค ณภาพของเส นใยธรรมชาต ใบล นม งกรหล งจากการย อมส เส นใย ๔. เพ อศ กษาค ณภาพ แถบลายข ด จากเส นใยธรรมชาต ใบล นม งกร ๑.๓ สมม ต ฐำนของกำรศ กษำค นคว ำ ๑. ใบล นม งกรและใบงาช าง สามารถนามาทาเป นเส นใยธรรมชาต ท ม ค ณล กษณะและค ณภาพได ๒. เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรสามารถย อมส จากสารย อมธรรมชาต และส เคม ได ๓. เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรหล งการย อมส เส นใยจะม ค ณล กษณะและค ณภาพด ๔. เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรสามารถทอเป นแถบลายข ดท ม ค ณภาพได ๑.๔ ต วแปรท ใช ในกำรทดลอง จำกกำรทดลองท 1 เร องกำรศ กษำค ณสมบ ต และค ณภำพเส นใยธรรมชำต จำกใบล นม งกรและใบงำช ำง ป ญหำ ค อ ใบล นม งกร และใบงาช างสามารถนามาทาเป นเส นใยธรรมชาต ท ม ค ณล กษณะและค ณภาพด ได หร อไม สมมต ฐำน ใบล นม งกรและใบงาช าง สามารถนามาทาเป นเส นใยธรรมชาต ท ม ค ณล กษณะและค ณภาพด ได ต วแปรต น ค อ ใบล นม งกร และใบงาช าง ต วแปรตำม ค อ ล กษณะ ค ณภาพของเส นใยธรรมชาต ต วแปรควบค ม ค อ ชน ดของพ ชท นามาทาเส นใย,ความร อนอ ณหภ ม ท ใช ร ดเส นใยธรรมชาต

2 ~ ๒ ~ จำกกำรทดลองท ๒ เร องกำรศ กษำว ธ กำรย อมส เส นใยธรรมชำต จำกสำรย อมธรรมชำต และส เคม ป ญหำ ค อเส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรสามารถย อมส จากสารย อมธรรมชาต และส เคม ได หร อไม สมมต ฐำน ค อ เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรสามารถย อมส จากสารย อมธรรมชาต และส เคม ได ต วแปรต น ค อ เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกร ต วแปรตำม ค อ ว ธ การย อม,ส ของเส นใยธรรมชาต, สารช วยย อม ต วแปรควบค ม ค อ ปร มาณสารย อม,ระยะเวลาในการย อม,ปร มาณสารช วยย อม จำกกำรทดลองท ๓ เร องศ กษำค ณสมบ ต และค ณภำพของเส นใยธรรมชำต หล งจำกกำรย อมส เส นใย ป ญหำ ค อ เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรหล งการย อมส เส นใยจะม ค ณล กษณะและค ณภาพด หร อไม สมมต ฐำน ค อ เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรหล งการย อมส เส นใยจะม ค ณล กษณะและค ณภาพด ต วแปรต น ค อ เส นใยธรรมชาต ใบล นม งกรท ย อมจากสารย อม ต วแปรตำม ค อ ล กษณะและค ณภาพของเส นใยธรรมชาต ท ทนต อความร อน สารซ กและกรดเกล อ ต วแปรควบค ม ค อ อ ณหภ ม ความร อนของเคร องร ด,ขนาดเส นใยธรรมชาต,ชน ดเส นใยธรรมชาต,ระยะ เวลา,ชน ดของผงซ กผ า, ปร มาณสาร จำกกำรทดลองท ๔ เร องศ กษำค ณภำพแถบลำยข ดจำกเส นใยธรรมชำต ใบล นม งกร ป ญหำ ค อ เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรสามารถทอเป นแถบลายข ดท ม ค ณภาพด ได หร อไม สมมต ฐำน ค อ เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรสามารถทอเป นแถบลายข ดท ม ค ณภาพได ต วแปรต น ค อ แถบลายข ดจากเส นใยธรรมชาต ใบล นม งกร ต วแปรตำม ค อ ค ณล กษณะและค ณภาพแถบลายข ดจากเส นใยธรรมชาต ต วแปรควบค ม ค อ อ ณหภ ม, ปร มาณสาร, เวลา,ขนาดแถบลายข ด ๑.๕ ขอบเขตกำรศ กษำค นคว ำ ๑. ศ กษาค ณล กษณะและค ณภาพของเส นด ายธรรมชาต โดยศ กษาความย ดหย นและความคงทนต อ ความร อนของเส นใยธรรมชาต ท ได จากใบล นม งกร และใบงาช างเท าน น ๒. ศ กษาว ธ การย อมส เส นใยธรรมชาต ด วยสารย อมจาก ขม น, ดอกอ ญช น,เปล อกนนทร และ ส เคม ย อม ๓. ศ กษาความคงทนต อความร อนของเส นใยธรรมชาต จากเตาร ด ท ระด บอ ณหภ ม ระด บ 3 ๔. ศ กษาความคงทนต อสารซ กฟอก บร สเอกเซล ส ตรมาตรฐานซ กด วยม อ ๕. ศ กษาความคงทนต อกรดเกล อซ งได จาก โซเด ยมคลอไรด (NaCl) ๖. ศ กษาการย อมส เส นด ายธรรมชาต ด วยสารจากธรรมชาต และสารเคม โดยการศ กษาจาก ๓ ว ธ ค อ ว ธ ท ๑ ค อ ย อมเส นใยธรรมชาต ด วยสารย อมธรรมชาต โดยการบดแล วนามาย อมเลย ว ธ ท ๒ ค อ ย อมเส นใยธรรมชาต ด วยสารย อมธรรมชาต โดยการต มทาเป นสารละลายแล วจ งนามาย อม ว ธ ท ๓ ย อมเส นใยธรรมชาต ด วยส เคม

3 ~ ๓ ~ ๗. ศ กษาเส นใยธรรมชาต ท นามาทดสอบ แบ งเป น ๒ กล มโดย กล มท ๑ นาไปฟอกด วยสารฟอกขาว หร อ สารละลายโซเด ยมไฮโปคลอไรด (Sodium hypochlorite Solution) โดยม ว ธ การฟอก ค อ นาสารฟอกขาวมาเตร ยมผสมเป น สารละลาย ในอ ตราส วน ๑๐ ml. : ๑๐๐ ml. แล วนาเส นใยธรรมชาต ลงต มประมาณ ๕ นาท แล วนาไปล างน าสะอาด ผ งให แห ง ส งเกต ล กษณะของเส นใยบ นท กผล กล มท ๒ ไม ฟอกขาว ๑.๖ ข อตกลงเบ องต นและศ พท เทคน ค ๑. ใบพ ชท นามาทาเส นใย หมายถ ง ใบล นม งกร และใบงาช างในเขตอาเภอสามช ยเท าน น ๒. สารย อมธรรมชาต หมายถ ง สารย อม ๓ ชน ด ค อ ๑.ขม น ๒.ดอกอ ญช น ๓. เปล อกนนทร ๓. สารช วยต ดส เส นใย หมายถ ง น าโคลน,น าป นใส,น ามะขามเป ยก ๔. สารฟอกขาว หมายถ ง สารละลายโซเด ยมไฮโปคลอไรด (Sodium hypochlorite Solution) ๕. กรดเกล อ หมายถ ง โซเด ยมคลอไรด (NaCl) ๖. สารซ กฟอก หมายถ ง ผงซ กฟอกส ตรซ กด วยม อของ บร สเอกเซล ๑.๗ ผลท คำดว ำจะได ร บ ๑. สามารถทาเส นใยธรรมชาต ได ๒. สามารถทอแถบลายข ด ท ม ค ณภาพและสวยงามจากเส นใยธรรมชาต ได ๓. ได ร จ กนาความร ท ได ไปใช ในช ว ตประจาว น ๔. ได ใช ท กษะกระบวนการทางว ทยาศาสตร ในการแก ป ญหาก บท องถ น

4 ต นงำช ำง ร ปท 1 ต นงาช าง ~ ๔ ~ บทท 2 เอกสำรท เก ยวข อง ช อว ทยำศำสตร : Sansevieria cylindrica Bojer ช อวงศ : DRACAENACEAE ลำต น เป นล กษณะแท งกลมๆ ส เข ยว แทงข นมาจากใต ด นท เด ยวยาว ข นมาเป นส เข ยวสดประมาณ 1 ศอกเศษ ส วนปลายเร ยวแหลม คล าย งาช างส เข ยว ใบ ใบอ อนของว านน จะเป นส เข ยวสดใส พอแก จ ดส เข ยวของใบน จะเป นส เข ยวเข ม ออกส ลายขาวสล บก นอย แตกต างจากเม อย งอ อนอย เวลาออกดอก ก านดอกจะแทงออกมาจากโคนกอ หาต นส งข นไปอ กก จะม ดอกตามก านใบไปเร อยๆ จนกระท ง ถ งส วนปลายของก านท เด ยว ดอก จะเป นส น าตาลค อนข างเข ม เวลาบานออกจะเห นเป นส ขาวตามกล บดอกของใบ ส งกล นหอม ล กษณะเด น ของว านหางช างอ กอย างค อ หอมได ทนนาน ดอกก อย ทนนาน จ งเหมาะท จะปล กบร เวณบ าน ต นล นม งกร ร ปท 2 ต นล นม งกร ช อสำม ญ : Mather - in - law's Tongue ช อว ทยำศำสตร : Sancivieria. ตระก ล AGAVACEAE ถ นกำเน ด แถบทว ปย โรปและอเมร กาเหน อ ล กษณะท วไปล นม งกรเป นพรรณไม ท ม ลาต นเป นห ว หร อเหง าอย ในด น ล กษณะลาต นเป นข อ ๆ ใบเก ดจากห วท โผล ออกมาพ นด นเป นกอ ล กษณะใบยาวปลายแหลม แข งเป นม น ขอบ ใบเร ยบ โค งงอเล กน อย ขอบใบม ส เหล องกลางใบส เข ยวอ อน ประด วยเส นส เข ยวเข ม ขนาดของใบกว าง ประมาณ 4-7 เซนต เมตร ยาวประมาณ เซนต เมตร ก านดอกประกอบด วยกล มดอกเป นช น ๆ ล กษณะดอก ม ขนาดเล ก ออเร ยงก นเป นแนวตามช นของก านดอกดอกม ส ขาวม กล บประมาณ 5 กล บ ขนาดดอกบานเต มท 2 เซนต เมตร ล กษณะขนาดใบ และส ส น จะแตกต างก นไปตามชน ดพ นธ ต นล นม งกรม ล กษณะเป นกาบ ใบแข ง เหม อนล นง หร อล นม งกร ต นส งประมาณ 2-4 ฟ ต ใบกว างประมาณ 2 น ว ถ าปล กได สมบ รณ จะม ดอกเป นช อ ดอกเล ก ๆ ส ขาอมเข ยว ดอกหอมอ อน ๆ และเป นยาวเหน ยว ๆ คล ายน าผ ง การปล กควรใช ด นร วนซ ย ไม ต องรด น าบ อย ควรเปล ยนด นป ละคร ง ถ าปล กในน าสามารถอย และเต บโตได หลายป โดยไม ต องเปล ยนกระถาง

5 อ ญช น ~ ๕ ~ ช ออ งกฤษ: Asian pigeonwings ช อว ทยำศำสตร Clitornia ternatea L. วงศ LEGUMINOSAE ส วนท ให ส ค อ ดอก ส ท ได ค อ น าเง น ร ปท 3 ดอกอ ญช น ล กษณะทำงพฤกษศำสตร ไม พ มขนาดเล กถ งขนาดกลาง ลาต นกลมตรง ม ล กษณะเป นข อปล อง ใบ แคบเร ยวยาว ปลายใบแหลม ขอบใบเร ยบ ก านใบแผ เป นกาบห มลาต น พ นใบเป นส เข ยว ม ลายด างขาวเป น แนวยาวตามความยาวของใบ นนทร ช อว ทยำศำสตร Peltophorum pterocarpum Back. ex Heyne วงศ Leguminosae ช อท องถ น กระถ นแดง กระถ นป า สารเง น ส วนท ให ส ค อ เปล อก ส ท ได ค อ ชมพ แดง, แดงน าตาล ร ปท 4 นนทร ล กษณะทำงพฤกษศำสตร นนทร เป นไม ต นผล ดใบขนาดกลาง ลาต นค อนข างเปลาตรง ส ง 8-15 เมตร ชอบข นตามป าชายหาด เปล อกส เทาค อนข างเร ยบ หร อแตกเป นสะเก ด เล กๆ ท วไป เร อนยอดเป นร ปร มหร อร ปทรงกลมกลายๆ ม ผ น ยมปล กเป นไม ประด บก นมากเพราะพ มใบและ ดอกสวยงาม นอกจากน ใบท ร วงๆ ย งใช ทาป ยปล กพวกกล วยไม ด นและไม ดอกอ นๆ ได ด มาก นนทร ย งใช พ นธ ไม ชน ด P.dasyrachis Kurz อ กด วย ชน ดน ห ใบจ กย อยเป นฝอย ช อดอกไม แตกแขนงจะออกทางด านข างของก ง ตามง ามใบห อยย อยลง ก านดอกจะโค งกล บและเมล ดเร ยงตามขวาของฝ ก พบข นตามป าผสมและป าโปร งท วๆ ไป ขม น ช อว ทยำศำสตร Curcuma longa Linn วงศ ZINGIBERACEAE ช อท องถ น ขม น (ท วไป) ขม นแกง ขม นหยวก ขม นห ว ข ม น หม น (ใต ) ตายอ (กะเหร ยง- กาแพงเพชร) สะยอ ( กะเหร ยง-แม ฮ องสอน) ส วนท ให ส ค อ ราก, ห ว ส ท ได ค อ เหล อง ร ปท 5 ขม น ล กษณะทำงพฤกษศำสตร ขม นเป นพ ชล มล ก ต นส งประมาณ ซม. ม เหง าอย ใต ด น เน อในของเหง าม ส เหล องเข มจนถ งส แดงเข มม กล นหอมเฉพาะ ใบ เป นใบเด ยวก านยาวใบ เร ยวและปลายแหลม กว าง ซม. ยาว ซม.

6 ~ ๖ ~ ดอก เป นดอกช อทรงกระบอก ม ก านช อแทงจากเหง าโดยตรงยาว 7-15 ซม. ดอก ย อยส เหล องอ อน ม กล บ ประด บส เข ยวอมชมพ ดอกบานคร งละ 3-4 ดอก ผล ร ปกลม ม 3 พ สำรฟอกขำวหร อสำรละลำยโซเด ยมไฮโปคลอไรด (Sodium hypochlorite Solution) หน งในบรรดาผล ตภ ณฑ ทาความสะอาดเส อผ า ท เหล าค ณแม บ านท งหลายน าจะค นเคยก นเป นอย างด ก คงจะหน ไม พ น น ำยำซ กผ ำขำว สารเคม ชน ดหน งท เป นองค ประกอบสาค ญ ในน ายาซ กผ าขาวท ผ ผล ตน ยม ใช ค อ โซเด ยมไฮโปคลอไรด ซ งนอกจะม ค ณสมบ ต ในการขจ ดคราบเป อนและฟอกผ าขาว ย งม ฤทธ ในการ ฆ าเช อได ด วย ในบางกรณ จ งม การนาน ายาซ กผ าขาวมาใช ประโยชน เป นน ายาฆ าเช อสาหร บราดพ น เช น ในช วงเหต การณ ส นาม ข อม ลจากกรมควบค มโรค ได แนะนาให ใช น ายาฆ าเช อท ม ส วนผสมของโซเด ยมไฮ โปคลอไรด ความเข มข น 0.5 1% ราดบร เวณพ นท ต องการฆ าเช อ รวมไปถ งท งการใช ล างพาหนะท ขนย าย ผ เส ยช ว ต อย างไรก ตามต องระว งการใช ก บว ตถ ท เป นโลหะหน ก เช น เหล ก ทองแดง และ น คเก ล เป นต น โครงสร ำงทำงเคม และกลไกกำรขจ ดครำบ โซเด ยมไฮโปคลอไรด ม โครงสร างทางเคม ค อ NaOCl ในน ายาซ กผ าขาวโซเด ยมไฮโป- คลอไรท จะแตกต วออกเป น Na+ และ ClO- ซ งจะเก ดการเปล ยนแปลงต อไปเป นเกล อ NaOH และ HClO โซเด ยมไฮโปคลอไรด เป นสารออกซ แดนท ท ร นแรงเก ดการปลดปล อยแอคท ฟออกซ เจน [O] ท เป นต วการใน การฟอกขาวให ก บเส อผ าน นเอง ในผล ตภ ณฑ น ายาซ กผ าขาวบางชน ดอาจม ส วนผสมของเกล อ NaOH อย ในผล ตภ ณฑ ด วย เพ อทาให สารม ความเป นด าง เพราะในบางคร ง หากน าท ใช ตามบ านม ความเป นกรดเล กน อย จะไปทาปฏ ก ร ยาก บ โซเด ยมไฮโปคลอไรด เก ดเป นกาซคลอร นซ งม ความเป นพ ษและย งลดประส ทธ ภาพการทางานของน ายาซ กผ า ขาว การเต มเกล อ NaOH จ งจะช วยให ผล ตภ ณฑ ม ความคงต วมากข น สำรช วยย อม หร อ สำรกระต นส เป นสารท ช วยให ส ต ดก บเส นด ายด ข นและเปล ยนเฉดส ธรรมชาต ให เปล ยนแปลงไปจากส เด ม ในสม ย โบราณจะใช การเต มม ลหร อป สสาวะส ตว ลงไปในถ งย อม ป จจ บ นม การใช สารท ได จากท งสารเคม และสาร ธรรมชาต ด งน (1) สำรช วยย อมเคม (มอร แดนท ) หมายถ ง ว ตถ ธาต ท ใช ผสมส เพ อให ส ต ดแน นก บผ าท ย อม ส วนใหญ เป น เกล อของโลหะพวกอล ม เน ยม เหล ก ทองแดง ด บ ก โครเม ยม สาหร บมอร แดนท ท แนะนาให ใช สาหร บการย อม ระด บอ ตสาหกรรมในคร วเร อนเป นสารเคม เกรดการค า ซ งม ราคาถ ก ค ณภาพเหมาะสมก บงาน ม ว ธ การใช งานท สะดวกโดยการช ง ตวง ว ดพ นฐาน แล วนาไปละลายน าตามอ ตราส วนท ต องการและหาซ อได ง ายจากร านค า สารเคม ทางว ทยาศาสตร หร อทางการแพทย ท วไป (2) สำรช วยย อมธรรมชำต (มอร แดนท ธรรมชำต ) หมายถ ง สารประกอบน าหม กธรรมชาต ท ช วยในการย ด ส และบางคร งทาให เฉดส เปล ยน เช น น าป นใส น าด าง น าโคลน และน าบาดาล น ำป นใส ได จากป นขาวท ใช ก นก บหมาก หร อทาจากป นจากการเผาเปล อกหอย โดยละลายป นขาวใน น าสะอาด ท งไว ให ตกตะกอน จะได น าป นใสมาใช เป นสารช วยย อมต อไป

7 ~ ๗ ~ น ำด ำง หร อน ำข เถ ำ ได จากข เถ าพ ช เช น ส วนต างๆ ของกล วย ต นผ กขม เปล อกของผลน น กากมะพร าว เป นต น เล อกพ ชชน ดใดชน ดหน งท ย งสดๆ นามาผ งแดดให หมาด จากน นเผาให เป นข เถ าส ขาว นาข เถ า ไปใส ในอ างท ม น าอย กวนให ท วท งไว 4 5 ช วโมงข เถ าจะตกตะกอน นาน าท ได ไปกรองให สะอาด แล วจ งนาไปใช งาน เร ยกว า น าด างหร อน าข เถ า อ กว ธ หน งนาข เถ าท ได ไปใส ใน กรด ได จำกพ ชท ม รสเปร ยว เช น น ามะนาว น าใบหร อฝ กส มป อย น ามะขามเป ยก น ำบำดำล หร อ น าสน มเหล ก จะใช น าบ อบาดาลท เป นสน ม หร อนาเหล กไปเผาไฟให แดงแล วนาไปแช ในน า ท งไว 3 ว นจ งนาน าสน มมาใช ได น าสน มจะช วยให ส เข มข น ให เฉดส เทา-ดาเหม อนมอร แดนท เหล ก แต ถ าสน มมากเก นไปจะทาให เส นใยเป อยได เช นก น น ำโคลน เตร ยมจากโคลนใต สระ หร อบ อท ม น าข งตลอดป ใช ด นโคลนมาละลายในน าเปล าส ดส วนน า 1 ส วนต อด นโคลน 1 ส วนจะช วยให ได โทนส เข มข น หร อโทนส เทา-ดาเช นเด ยวก บน าสน ม กำรใช สำรช วยย อมในกำรย อมผ ำม 3 ว ธ ค อ 1. การใช ก อนการย อมส ซ งต องนาเส นด ายไปช บสารช วยย อมก อนนาไปย อมส ธรรมชาต 2. การใช พร อมก บการย อมส เป นการใส สารช วยย อมไปในน าส แล วจ งนาเส นด ายลงย อม 3. การใช หล งย อมส นาเส นด ายไปย อมส ก อนแล วจ งนาไปย อมก บสารช วยย อมภายหล ง เส นใยเซลล โลสธรรมชำต (Natural cellulose fiber) เส นใยธรรมชาต จากพ ชท กชน ดจ ดเป นเส นใยประเภทเซลล โลสท ม องค ประกอบทางเคม ประกอบไป ด วยธาต หล กค อ คาร บอน 44.4% ไฮโดรเจน 6.2% และ ออกซ เจน 49.4% ม โครงสร างประกอบด วยหน วยข น พ นฐานซ งเร ยกว า Anhydro-d-glucose ต อก นเป นล กโซ โมเลก ลยาว แต ละหน วยของกล โคสประกอบด วยหม โฮ ครอกซ ลท งหมด 3 หม ด วยก น ซ งเหม อนก บโครงสร างของน าตาลท วไปแต เน องจากโมเลก ลต อก นยาวเป น ล กโซ ทาไม ไม ละลายน าเหม อนก บท ไม เก ดก บน าตาล โครงสร างทางเคม น น บว าม บทบาทอย างย งต อการ กาหนดสมบ ต ของเส นใย กล าวค อ หม ไฮดรอกซ ล จะเป นต วด งด ดน าทาให ม ความสามารถในการด ดซ ม ความช นได ด อ กท งเป นจ ดท ก อให เก ดปฏ ก ร ยา ก บกรดแอซ ต กได เป นเซลล โลสซ เทตหร อ เส นใยประด ษฐ ชน ด แอซ เทตน นเอง ล กษณะการเร ยงต วเป นล กโซ โมเลก ลยาวทาให ม ความแข งแรงส งตามไปด วย นอกจากน นแล ว ใน โครงสร างบร เวณท เป นการต อก นของธาต -c-o-c- จะเป นบร เวณท ถ กทาลายได ด วย ผลจากการเก ดออกซ เดช น หร อจากการถ กทาลายด วยสภาพภ ม กาศ ทาให โมเลก ลยาวขาดลงกลายเป นส วนเล กๆคล ายก บน าตาลแล วสลาย เป นอาหารของพ ชแล วส ตว ต อไป ล กโซ โมเลก ลยาวของกล โคสท ได กล าวมาแล ว สามารถทาการตรวจว เคราะห ได โดยจากค าของน าหน กโมเลก ล ในกรณ ของฝ ายม ค าต งแต 100,000 ไปจนถ ง1-2 ล าน ของล น น ป าน ปอ อาจ ม น าหน กโมเลก ลส งถ ง 6 ล าน เส นใยเรยอนท เป นเส นใยประด ษฐ ในช วง 20, ,000 หร อเย อกระดาษม น าหน กโมเลก ลเพ ยงประมาณ 4,000 เท าน นเอง

8 ~ ๘ ~ บทท 3 อ ปกรณ และว ธ กำรทดลอง จำกกำรทดลองท 1 เร องกำรศ กษำค ณสมบ ต และค ณภำพเส นใยธรรมชำต จำกใบล นม งกรและใบงำช ำง ป ญหำ ค อ ใบล นม งกร และใบงาช างสามารถนามาทาเป นเส นใยธรรมชาต ท ม ค ณล กษณะและค ณภาพด ได หร อไม สมมต ฐำน ใบล นม งกรและใบงาช าง สามารถนามาทาเป นเส นใยธรรมชาต ท ม ค ณล กษณะและค ณภาพด ได จ ดประสงค กำรทดลอง ค อ เพ อศ กษาค ณสมบ ต และค ณภาพเส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกร และใบงาช าง ว สด -อ ปกรณ ๑. ใบล นม งกร จานวน 5 ใบ 2. ใบงาช าง จานวน 5 ใบ 1. เคร องร ดผม จานวน 1 เคร อง 4. เคร องช งสปร ง จานวน 1 เคร อง ๕. มวลน าหน ก 5 กร ม,10 กร ม, 20 กร ม,100 กร ม, 200 กร ม,300 กร ม, 500 กร ม ๖. สารฟอกขาว หร อ สารละลายโซเด ยมไฮโปคลอไรด (Sodium hypochlorite Solution) ๗. เตาไฟฟ า จานวน 1 เคร อง ว ธ กำรทดลอง ๑. เล อกใบใบล นม งกร และใบงาช างท ได ขนาด ไม ใช ใบอ อน นาใบพ ชท ง 2 ชน ด มาท บเพ อเอาเส นใย แล วนาไปล างทาความสะอาด ๒. นาเส นใยไปผ งให แห ง ส งเกตล กษณะของเส นใย ๓. แบ งเส นใยท ง 2 ชน ด ออกเป น 2 กล ม โดย กล มท 1 นาไปฟอกด วยสารฟอกขาว หร อ สารละลายโซเด ยมไฮโปคลอไรด (Sodium hypochlorite Solution) โดยม ว ธ การฟอก ค อนาสารฟอกขาวมาเตร ยมผสมเป น สารละลายในอ ตราส วน 10 ml.:100 ml. แล วนาเส นใยธรรมชาต ลงต มประมาณ 5 นาท แล วนาไปล างน าสะอาด ผ งให แห ง ส งเกต ล กษณะของเส นใยบ นท กผล กล มท 2 ไม ฟอกขาว ๔. นาเส นใยท ง 2 กล ม มาทดสอบค ณภาพความย ดหย นของเส นใยด วยการด ง จากมวลน าหน ก ส งเกต และบ นท กผลการทดลอง ๕. นาเส นใยท ง 2 กล มมาทดสอบค ณภาพเส นใยก บความร อนโดยการร ดด วยเคร องร ดผมท อ ณหภ ม 140 องศาเซลเซ ยส โดยน บจานวนคร งท ร ด 5,10,15 คร ง แล วนามาด ง ด วยมวลน าหน ก ส งเกตและ บ นท กผล ต วแปรต น ค อ ใบล นม งกร และใบงาช าง ต วแปรตำม ค อ ล กษณะ ค ณภาพของเส นใยธรรมชาต ต วแปรควบค ม ค อ ชน ดของพ ชท นามาทาเส นใย,ความร อนอ ณหภ ม ท ใช ร ดเส นใยธรรมชาต

9 ~ ๙ ~ จำกกำรทดลองท 2 เร องกำรศ กษำว ธ กำรย อมส เส นใยธรรมชำต จำกสำรย อมธรรมชำต และส เคม ป ญหำ ค อเส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรสามารถย อมส จากสารย อมธรรมชาต และส เคม ได หร อไม สมมต ฐำน ค อ เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรสามารถย อมส จากสารย อมธรรมชาต และส เคม ได จ ดประสงค กำรทดลอง ค อ เพ อศ กษาว ธ การย อมส เส นด ายธรรมชาต จากสารย อมธรรมชาต และส เคม ว สด -อ ปกรณ ๑. เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกร จานวน 10 กร ม ๒. เคร องช งสาร จานวน 1 เคร อง 3. ช ดครกบดสาร จานวน 1 ช ด 4. น าเปล า จานวน 1,000 ม ลล ล ตร 5. ขม น จานวน 200 กร ม. ๖. ดอกอ ญช น จานวน 200 กร ม 7. เปล อกนนทร จานวน 200 กร ม 8. ส เคม จานวน 5 กร ม 10. นาฬ กาจ บเวลา จานวน 1 เคร อง 11. บ กเกอร ขนาด 150 ml. จานวน 15 ใบ 12. ครกบด จานวน 1 ช ด ว ธ กำรทดลอง ๑. นาเส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกร ท ได จากการทดลองท 1 มาย อมด วยสารย อมธรรมชาต จากขม น ดอกอ ญช น เปล อกนนทร โดยทาการย อมจาก 2 ว ธ ค อ ว ธ ท 1 ค อ ย อมเส นใยธรรมชาต ด วยสารย อมธรรมชาต โดยการบดแล วนามาย อมเลย ด วยการนา ขม น,ดอกอ ญช น และเปล อกนนทร ล างให สะอาดนามาห นเป นช นเล กๆแล วใช ครกบดให ละเอ ยด แล วนาไปหม กย อมเส นใยธรรมชาต ในอ ตราส วนระหว างเส นใยก บสารย อมธรรมชาต ค อ1g.:100 g. ว ธ ท 2 ค อ ย อมเส นใยธรรมชาต ด วยสารย อมธรรมชาต โดยการทาเป นสารละลายแล วจ ง นามาย อม โดยการนา ขม น,ดอกอ ญช น และเปล อกนนทร ล างให สะอาดนามาห นเป นช นเล กๆแล วนาไปต มก บ น าในอ ตราส วน ระหว างสารย อมก บน า 1 : 1 นามากรองทาเป นสารละลาย แล วนาไปหม กย อมส เส นใย ธรรมชาต ในอ ตราส วนระหว างเส นใย ก บสารย อมธรรมชาต ค อ 1g. : 50 ml. ๒. นาเส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกร ท ได จากการทดลองท 1 มาย อมด วย ส เคม ย อมส เส นใย โดยทาการย อม ว ธ ท 3 ค อ ย อมเส นใยธรรมชาต ด วยส เคม โดยการนาส เคม ต มละลายก บน า แล วนาเส นใย ธรรมชาต ลงย อมในอ ตราส วน ระหว าง ส เคม ก บน า ค อ 1 g. : 50 ml. โดยต มจนส ต ด ๓. หม กเส นใยธรรมชาต ท ย อมจากสารย อมธรรมชาต ว ธ ท 1 และว ธ ท 2 ครบ 60 นาท แล ว นาเส นใยธรรมชาต ท ย อมจากสารย อม ว ธ ท 1 และ 2 ไปหม กหร อแช ก บสารช วยย อม 3 ชน ด ค อ น าโคลน, น า ป นใส และน ามะขามเป ยก เป นเวลา 6,12,24 ช วโมง จากน นล างออกด วยน าสะอาด ผ งให แห งส งเกตและบ นท ก ผลล กษณะของเส นใย ๔. ทดสอบค ณภาพความย ดหย นของเส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรท ย อมด วยสารย อมธรรมชาต จากขม น ดอกอ ญช น เปล อกนนทร ว ธ ท 1 และ 2 เม อใช สารช วยต ดส ชน ดต างๆโดยการด งเส นใย ด วยมวล น าหน ก บ นท กผล ต วแปรต น ค อ เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกร ต วแปรตำม ค อ ว ธ การย อม,ส ของเส นใยธรรมชาต, สารช วยย อม

10 ~ ๑๐ ~ ต วแปรควบค ม ค อ ปร มาณสารย อม,ระยะเวลาในการย อม, ปร มาณสารช วยย อม จำกกำรทดลองท 3 เร องศ กษำค ณสมบ ต และค ณภำพของเส นใยธรรมชำต หล งจำกกำรย อมส เส นใย ป ญหำ ค อ เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรหล งการย อมส เส นใยจะม ค ณล กษณะและค ณภาพด หร อไม สมมต ฐำน ค อ เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรหล งการย อมส เส นใยจะม ค ณล กษณะและค ณภาพด จ ดประสงค กำรทดลอง ค อ เพ อศ กษาค ณสมบ ต และค ณภาพของเส นใยธรรมชาต ใบล นม งกรหล งจากการย อมส เส นใย ว สด -อ ปกรณ ๑. เส นใยธรรมชาต ใบล นม งกรท ย อมจากสารย อมว ธ ท 1 จานวน 9 ปอย ๒. เส นใยธรรมชาต ใบล นม งกรท ย อมจากสารย อมว ธ ท 2 จานวน 9 ปอย ๓. เส นใยธรรมชาต ใบล นม งกรท ย อมจากสารย อมว ธ ท 3 จานวน 3 ปอย ๔. มวลน าหน ก 5 กร ม,10 กร ม, 20 กร ม, 100 กร ม, 200 กร ม, 300 กร ม, 500 กร ม ๕. เคร องร ดผม จานวน 1 เคร อง ๖. เคร องช งสปร ง ขนาด 10 น วต น จานวน 1 เคร อง ๗. สารซ กฟอก(บร สเอกเซล) ปร มาณ 150 กร ม ๘. กรดเกล อ(NaCl) ปร มาณ 150 กร ม 9. น าสะอาด ปร มาณ 4,200 ม ลล ล ตร 10. บ กเกอร ขนาด 250 ml. จานวน 21 ใบ ว ธ กำรทดลอง ๑. นาเส นใยธรรมชาต ใบล นม งกรท ได จากการย อมท ง 3 ว ธ ท ได จากการทดลองท 2 แบ ง ออกเป นปอยย อยๆ แล วนาไปทดลองแช ด วยสารซ กฟอก และน ายาปร บผ าน ม จ บเวลา 20, 40, 60 นาท ล าง ออกด วยน าสะอาดผ งให แห งส งเกตล กษณะของเส นใยและบ นท กผล ๒. นาเส นใยธรรมชาต ใบล นม งกรท ได จากการย อมท ง 3 ว ธ ท ได จากทดลองข อท 1ไปทดสอบ ค ณภาพความย ดหย นโดยการด งเส นใย ด วยมวลน าหน กเปร ยบเท ยบส งเกตและบ นท กผลการทดลอง ๓. นาเส นใยธรรมชาต ท ได จากการย อมท ง 3 ว ธ ท ได จากทดลองข อท 1 ทดสอบค ณภาพความ คงทนต อความร อนอ กคร งโดยการนาไปร ด ด วยเคร อง ร ดผม ท อ ณหภ ม 140 องศาเซลเซ ยส โดยน บ จานวนคร ง ท ร ด 5,10,15 คร ง แล วนามาด งทดสอบค ณภาพความย ดหย น ด วยมวลน าหน ก ส งเกตและบ นท กผล ๔. นาเส นใยธรรมชาต ท ได จากการย อมท ง 3 ว ธ ท ได จากทดลองท 2 ทดสอบก บกรดเกล อโดย นาเส นใยธรรมชาต แซ ในกรดเกล อ(NaCl)เป นเวลา 20 นาท,40นาท และ 60 นาท ล างน าสะอาด ผ งให แห ง ส งเกตล กษณะของเส นใยและบ นท กผล ๕. นาเส นใยธรรมชาต ใบล นม งกรท ได จากการย อมท ง 3 ว ธ ท ได จากทดลองข อท 4ไปทดสอบ ค ณภาพความย ดหย นโดยการด งเส นใย ด วยมวลน าหน กเปร ยบเท ยบส งเกตและบ นท กผลการทดลอง ๖. นาเส นใยธรรมชาต ท ได จากการย อมท ง 3 ว ธ ท ได จากทดลองข อท 4 ทดสอบค ณภาพความ

11 ~ ๑๑ ~ คงทนต อความร อนอ กคร งโดยการนาไปร ด ด วยเคร อง ร ดผม ท อ ณหภ ม 140 องศาเซลเซ ยส โดยน บ จานวนคร ง ท ร ด 5,10,15 คร ง แล วนามาด งทดสอบค ณภาพความย ดหย น ด วยมวลน าหน ก ส งเกตและบ นท กผล ต วแปรต น ค อ เส นใยธรรมชาต ใบล นม งกรท ย อมจากสารย อม ต วแปรตำม ค อ ล กษณะและค ณภาพของเส นใยธรรมชาต ท ทนต อความร อน สารซ กและกรดเกล อ ต วแปรควบค ม ค อ อ ณหภ ม ความร อนของเคร องร ด,ขนาดเส นใยธรรมชาต,ชน ดเส นใยธรรมชาต,ระยะ เวลา,ชน ดของผงซ กผ า, ปร มาณสาร จำกกำรทดลองท 4 เร องศ กษำค ณภำพแถบลำยข ดจำกเส นใยธรรมชำต ใบล นม งกร ป ญหำ ค อ เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรสามารถทอเป นแถบลายข ดท ม ค ณภาพด ได หร อไม สมมต ฐำน ค อ เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรสามารถทอเป นแถบลายข ดท ม ค ณภาพได จ ดประสงค กำรทดลอง ค อ เพ อศ กษาค ณภาพแถบลายข ดจากเส นใยธรรมชาต ใบล นม งกร ว สด -อ ปกรณ ๑. เส นใยธรรมชาต ใบล นม งกร ท ย อมจากสารย อมธรรมชาต ส ต างๆ ๒. เส นด ายประด ษฐ จานวน 2 ม วน ๓. ไม ลาย จานวน 1 อ น ๔. ไม กระสวย จานวน 1 อ น ๕. หลอดด าย จานวน 1 อ น ๖. แถบลายข ดจากเส นใยธรรมชาต ใบล นม งกร จานวน 1 เมตร ๗. เตาร ด จานวน 1 เคร อง ๘. สารซ กฟอก(บร สเอกเซล) ปร มาณ 150 กร ม ๙. กรดเกล อ(NaCl) ปร มาณ 150 กร ม ๑๐. น าสะอาด ปร มาณ 4,200 ม ลล ล ตร ๑๑. บ กเกอร ขนาด 250 ml. จานวน 6 ใบ ว ธ กำรทดลอง 1. นาด ายประด ษฐ มาทาด ายทางต ง ความยาวตามต องการ 2. นาเส นใยธรรมชาต ใบล นม งกร ท ย อมจากสารย อมธรรมชาต ส ต างๆมาทอลายข ด ตามลายท ต องการ 3. นาแถบลายข ดท ได จากการทอ ในข อท 2 ต ดแบ งเป นผ นเล กๆ ยาว 5 cm. จานวน 3 ผ น แล วนาไปทดลองแช ด วยสารซ กฟอก จ บเวลา 10, 20 และ 30 นาท ล างออกด วยน าสะอาดผ งให แห งส งเกต ล กษณะของแถบลายข ดและบ นท กผล 4. นาแถบลายข ดท ได จากการทดลอง ในข อท 3 ทดสอบค ณภาพต อความร อนอ กคร งโดยการ นาไปร ด ด วยเตาร ด ท อ ณหภ ม ระด บ 3 โดยน บ จานวนคร งท ร ด 10,20,30 คร ง ส งเกตและบ นท กผล 5. นาแถบลายข ดท ได จากการทอ ในข อท 2 ต ดแบ งเป นผ นเล กๆ ยาว 5 cm. จานวน 3 ผ น

12 ~ ๑๒ ~ ทดสอบก บกรดเกล อโดยแซ ในกรดเกล อ (NaCl) เป นเวลา 10, 20 และ 30 นาท ล างน าสะอาด ผ งให แห ง ส งเกต ล กษณะของแถบลายข ดบ นท กผล 6. นาแถบลายข ดท ได จากการทดลอง ในข อท 5 ทดสอบค ณภาพต อความร อนอ กคร งโดยการ นาไปร ด ด วยเตาร ด ท อ ณหภ ม ระด บ 3 โดยน บ จานวนคร งท ร ด 10,20,30 คร ง ส งเกตและบ นท กผล ต วแปรต น ค อ แถบลายข ดจากเส นใยธรรมชาต ใบล นม งกร ต วแปรตำม ค อ ค ณล กษณะและค ณภาพแถบลายข ดจากเส นใยธรรมชาต ต วแปรควบค ม ค อ อ ณหภ ม, ปร มาณสาร, เวลา,ขนาดแถบลายข ด

13 ~ ๑๓ ~ บทท 4 ผลกำรทดลอง จำกกำรทดลองท 1 เร องกำรศ กษำค ณสมบ ต และค ณภำพเส นใยธรรมชำต จำกใบล นม งกรและใบงำช ำง ผลกำรทดลอง 1. ใบล นม งกร และใบงาช าง สามารถท บทาเป นเส นใยธรรมชาต ได 2. สามารถส งเกตล กษณะและค ณภาพของเส นใยจากใบล นม งกรและใบงาช าง ท นาไปฟอก และไม ฟอกได ด งตารางท 1 และ ตารางท 2 ด งน ตำรำงท 1 แสดงผลกำรส งเกตล กษณะของเส นใยธรรมชำต จำกใบล นม งกรและใบงำช ำง ลาด บ ชน ดเส นใยธรรมชาต ประเภท ผลการส งเกต ท จาก เส นใย ไม ฟอกขาว เส นใยม ขาวอมเข ยวม ล กษณะเร ยวยาว 1 ใบล นม งกร เส นใยม ขนาดใหญ และสม าเสมอ ฟอกขาว เส นใยจะม ส ขาวม ล กษณะเร ยวยาว เส นใยม ขนาดใหญ และสม าเสมอ ไม ฟอกขาว เส นใยม ส ขาว ม ล กษณะเร ยวยาว เส นใยม ขนาดเล ก อ อนน มกว า เส นใยท ได จากใบล นม งกร 2 ใบงาช าง ฟอกขาว เส นใยม ส ขาวข นม ล กษณะเร ยวยาว เส นใยม ขนาดเล กกว า อ อนน มกว าเส นใยท ได จากใบล น ม งกร ว เครำะห ผลกำรทดลองตำรำงท 1 ผลการทดลองใบพ ชท งสองชน ดสามารถทาเป นเส นใยได เส นใยท ได จากใบ ล นม งกรจะม ส อมเข ยว ล กษณะเร ยวยาว เส นใยม ขนาดใหญ ใบงาช างม ส ขาวม ขนาดเล กและยาวกว าเส นใยท ได จากใบล นม งกร และหล งจากท นาเส นใยมาฟอกขาว เส นใยท ได จากใบล นม งกรจะม ส ขาวล กษณะเร ยวยาว สม าเสมอ เส นใยท ได จากใบงาช างจะม ส ขาวข นแต เส นใยเร ยวยาวม ขนาดเล ก ส วนเส นใยท ได จากใบป าน ศรนารายณ จะม ส ขาวเส นใยเร ยวยาวกว าสองชน ดแรกและเส นใยม ขนาดใหญ กว า

14 ~ ๑๔ ~ ตำรำงท 2 ผลกำรส งเกตค ณภำพของเส นใยท ม ต อแรงด งโดยใช จ ำนวนคร งท ด งก บแรงท ด ง จานวนคร งท ด ง/แรงท ด ง ค าแรงเฉล ยในการ ลาด บ ประเภท คร งท คร งท คร งท คร งท คร งท ด งเส นใย ชน ดของเส นใย ท เส นใย (N) (N) (N) (N) (N) (N) 1 เส นใยธรรมชาต จาก ฟอกขาว ใบล นม งกร ไม ฟอกขาว เส นใยธรรมชาต จาก ฟอกขาว ใบงาช าง ไม ฟอกขาว ว เครำะห ผลกำรทดลองตำรำงท 2 ผลการทดลองพบว า เส นใยท ได จากใบล นม งกร กล มท 2 ท ย งไม ฟอกขาวม ค ณภาพของเส นใยท ทนต อแรงด งมากกว า เส นใยกล มท 1 ท นามาฟอกขาว ค อ เฉล ย 1.52 น วต น ซ งมากกว า ค ณภาพของเส นใยจากใบงาช าง เฉล ย 1.30 น วต น และจากการทดลองเห นว าเส นใยท นามาฟอกขาว ค อ เส นใย ธรรมชาต จาก ใบล นม งกรม ค าเฉล ยในการด ง อย ท 1.15 น วต น ส วนเส นใยท ได จากใบงาช าง ค าเฉล ยในการด ง อย ท 0.82 น วต น ตำรำงท 3 ผลกำรส งเกตค ณภำพของเส นใยท ม ต อแรงด งโดยใช จ ำนวนคร งท ด งก บแรงท ด งหล งจำกน ำเส นเส น ใยผ ำนควำมร อนโดยกำรร ด จานวนคร งท ด ง/แรงท ด ง ค าแรงเฉล ยใน จานวน ลาด บ ประเภท คร ง คร ง คร ง คร ง คร ง การด งเส นใย ชน ดของเส นใย คร งท ร ด ท เส นใย ท 1 ท 2 ท 3 ท 4 ท 5 (N) (คร ง) (N) (N) (N) (N) (N) ฟอกขาว เส นใย 22 2 เส นใยธรรมชาต จาก ใบล นม งกร เส นใยธรรมชาต จาก ใบงาช าง ไม ฟอก ขาว ฟอกขาว ไม ฟอก ขาว

15 ~ ๑๕ ~ ว เครำะห ผลกำรทดลองตำรำงท 3 ผลการทดลอง พบว าค ณภาพของเส นใยท ม ต อแรงด งโดยใช จานวนคร งท ด ง ก บแรงท ด งหล งจากนาเส นเส นใยผ านความร อนโดยการร ดเส นใยธรรมชาต ท ได จากใบล นม งกร กล มท 2 ท ย ง ไม ฟอกจะม ค ณภาพเส นใยท ทนต อแรงด งด กว า เส นใยธรรมชาต จากใบงาช าง จำกกำรทดลองท 2 เร องกำรศ กษำว ธ กำรย อมส เส นใยธรรมชำต จำกสำรย อมธรรมชำต และส เคม ผลกำรทดลอง เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกร สามารถ นามาย อมด วยสารย อมธรรมชาต จากขม น,ดอกอ ญช น,เปล อกนนทร และส เคม ย อมส ได ท ง 3 ว ธ และการนาสารช วยต ดส ชน ดต างๆในการช วยย อมจะทาให ส ของ เส นใยม ความสวยงามและม ส เข มข น โดยเปล อกนนทร สารช วยต ดส ท ด ท ส ด ค อ น าป นใส ส วนขม น และดอก อ ญช น สารช วยต ดส ท ด ท ส ด ค อ น ามะขามเป ยก และพบว า ค ณภาพความย ดหย นโดยการด ง ด วยมวลน าหน ก ของเส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรท ย อมด วยสารย อมธรรมชาต จากขม น ดอกอ ญช น และเปล อกนนทร ว ธ ท 1 จะทนต อแรงด งมากท ส ด ซ งได ผลการทดลองปรากฏด งตาราง ท 4-6 ตำรำงท 4 แสดงผลกำรส งเกตล กษณะของส เส นใยธรรมชำต จำกใบล นม งกรน ำมำย อมด วยสำรย อมธรรมชำต และส เคม ท ง 3 ว ธ ชน ดสำรย อม ว ธ ในกำรย อม ผลกำรส งเกตล กษณะเส นใย ขม น ว ธ ท 1 ต ดส เหล องเข ม ว ธ ท 2 ต ดส เหล อง ดอกอ ญช น ว ธ ท 1 ส เข ยวอมฟ า ว ธ ท 2 ส ฟ าอ อน เปล อกนนทร ว ธ ท 1 ไม ต ดส ว ธ ท 2 ต ดส น าตาลแดง สารย อมเคม ว ธ ท 3 ต ดส สดใส ว เครำะห ผลกำรทดลองตำรำงท 4 พบว าเส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกร ท ย อมด วยสารย อมธรรมชาต ว ธ ท 1 จาก ขม น,ดอกอ ญช น จะให ส สดและเข มกว า โดยขม น ให ส เหล อง ดอกอ ญช น ให ส ฟ า และว ธ ย อมว ธ ท 2 ย อมด วย เปล อกนนทร ด ท ส ด ค อ ให ส น าตาลแดง และว ธ ย อมว ธ ท 3 ส เคม ย อมส สามารถให ส ตามท ย อมได

16 ~ ๑๖ ~ ตำรำงท 5 แสดงผลกำรส งเกตล กษณะของเส นใยใบล นม งกรท ย อมด วยสำรย อมธรรมชำต จำก ขม น, ดอกอ ญช น แล เปล อกนนทร ว ธ ท 1 และ 2 เม อใช สำรช วยต ดส ชน ดต ำงๆ ในกำรช วยย อม ว ธ ย อม ประเภท ผลกำรส งเกตล กษณะเส นใย/เวลำในกำรแช ประเภทส ย อม สำรช วยต ดส 2o นำท 4o นำท 6o นำท น าป นใส น าตาลปนเหล อง น าตาลปนแดง น าตาลปนแดง ขม น น ามะขามเป ยก เหล อง เหล องเข ม เหล องเข ม น าโคลน น าตาล น าตาลเข ม น าตาลปนดา น าป นใส ฟ าอมเข ยวอ อน ฟ าอมเข ยว ฟ าอมเข ยวเข ม ว ธ ท 1 อ ญช น น ามะขามเป ยก ฟ าอมม วง ม วง ม วง น าโคลน ฟ าอมเทา เทาอ อน เทาอ อน น าป นใส ไม ต ดส ไม ต ดส ไม ต ดส เปล อกนนทร น ามะขามเป ยก ไม ต ดส ไม ต ดส ไม ต ดส น าโคลน ไม ต ดส ไม ต ดส ไม ต ดส น าป นใส เหล องอมน าตาล น าตาลอ อน น าตาล ขม น น ามะขามเป ยก เหล องอ อน เหล องอ อน เหล อง น าโคลน น าตาลอ อน น าตาล น าตาลเข ม น าป นใส เทาอมฟ า เทาอ อน เทา ว ธ ท 2 อ ญช น น ามะขามเป ยก เทาอมม วงอ อน เทาอมม วง เทาอมม วง น าโคลน เทาอ อน เทาอ อน เทา น าป นใส น าตาล น าตาลแดง น าตาลแดงเข ม เปล อกนนทร น ามะขามเป ยก เหล องอ อน เหล องอ อน เหล องอ อน น าโคลน ม วงอมน าเง น ส ดา ส ดา ว เครำะห ผลกำรทดลองตำรำงท 5 พบว าเส นใยจากใบล นม งกรท ย อมด วยสารย อมธรรมชาต ว ธ ท 1 ใช สารช วยต ด ส ค อ น ามะขามเป ยก เป นต วช วยในการย อมจะทาให ส ของเส นใยม ความสวยงามและม ส เข มข น ในสารย อมจาก ขม น และดอกอ ญช น ส วนเปล อกนนทร ไม ต ดส ส วนว ธ ท 2 เม อใช สารช วยต ดส จาก น าป นใส เป นต วช วยใน การย อมจะทาให ส ของเส นใยม ความสวยงามและม ส เข มข น ในสารย อมเปล อกนนทร ค อ ให ส น าตาลแดงเข ม และย งเราเพ มเวลาในการแช เส นใย จะทาให เส นใยม ส เข มข น

17 ~ ๑๗ ~ ตำรำงท 6 แสดงผลกำรทดสอบค ณภำพควำมย ดหย นโดยกำรด งเส นใย ด วยมวลน ำหน ก ของเส นใยธรรมชำต จำกใบล นม งกรท ย อมด วยสำรย อมธรรมชำต เม อใช สำรช วยต ดส ชน ดต ำงๆ และท ย อมด วยส เคม ชน ดเส นใย ธรรมชำต จำก ว ธ ย อม ว ธ ท 1 ชน ดสำร ย อม ขม น อ ญช น ประเภทเส น ใย จ ำนวนคร งท ด ง/แรงท ด ง ค ำแรงเฉล ย ในกำรด ง เส นใย (N) คร งท 1 (N) คร ง ท 2 (N) คร ง ท 3 (N) คร ง ท 4 (N) คร ง ท 4 (N) าป นใส น น ามะขามเป ยก น าโคลน น าป นใส น ามะขามเป ยก น าโคลน เปล อก น าป นใส นนทร น ามะขามเป ยก น าโคลน ขม น น าป นใส น ามะขามเป ยก ใบล นม งกร น าโคลน อ ญช น น าป นใส ว ธ ท 2 น ามะขามเป ยก น าโคลน เปล อก น าป นใส นนทร น ามะขามเป ยก น าโคลน ว ธ ท ว เครำะห ผลกำรทดลองตำรำงท 6 พบว า ค ณภาพความย ดหย นโดยการด ง ด วยมวลน าหน ก ของเส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรท ย อมด วยสารย อมธรรมชาต ว ธ ท 1 จะทนต อแรงด งมากกว าว ธ ท 2 และ 3

18 ~ ๑๘ ~ จำกกำรทดลองท ๓ เร องศ กษำค ณสมบ ต และค ณภำพของเส นใยธรรมชำต หล งจำกกำรย อมส เส นใย ผลกำรทดลอง ล กษณะของส เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรหล งจากการย อมส เส นใยเม อทดสอบค ณภาพด วย สารซ กฟอก จะทาให ส เส นใยจางลงเม อใช เวลาในการแช นานข นในเส นใยท ย อมว ธ ท 1และ 2 ส วนการทดสอบ ค ณภาพด วยกรดเกล อ จะทาให ส เส นใยคงเด มในเส นใยท ย อมว ธ ท 2 และ 3 ส วนว ธ ท 1 ส ของเส นใยจะเปล ยนแปลง ค อม ส เข มข น ส วนผลการทดสอบค ณภาพความคงทนของเส นใยธรรมชาต ใบล นม งกรหล งจากผ านการทดสอบ ค ณภาพด วยสารซ กฟอกและกรดเกล อ ด วยการด งทดสอบความย ดหย น น นเส นใยท ทดสอบด วยกรดเกล อจะทน ต อแรงด งเส นใย มากกว าเส นใยท ทดสอบด วยสารซ กฟอก ตำรำงท 7 แสดงผลกำรส งเกตล กษณะของส เส นใยธรรมชำต จำกใบล นม งกรหล งจำกกำรย อมส เส นใย โดยใช สำรช วยย อมและส เคม เม อทดสอบค ณภำพด วยสำรซ กฟอกและกรดเกล อ ว ธ ย อม ประเภทสำร ผลกำรส งเกตล กษณะเส นใย/เวลำในกำรแช ประเภทส ย อม ทดสอบ 2o นำท 4o นำท 6o นำท ขม น สารซ กฟอก เหล อง เหล อง เหล องอ อน กรดเกล อ เหล อง เหล อง เหล องเข ม ว ธ ท 1 ว ธ ท 2 อ ญช น เปล อกนนทร ขม น อ ญช น สารซ กฟอก ฟ าอ อน ฟ าอ อน ฟ าอ อน กรดเกล อ ฟ าอ อน ฟ าอ อน ฟ า สารซ กฟอก กรดเกล อ น าตาล น าตาล น าตาลเข ม น าตาลอ อน คร ม คร ม สารซ กฟอก เหล องอ อน เหล องอ อน เหล องอ อน กรดเกล อ เหล องอ อน เหล องอ อน เหล องอ อน สารซ กฟอก ฟ าอ อน ฟ าอ อน ฟ าอ อน กรดเกล อ ฟ าอ อน ฟ าอ อน ฟ าอ อน เปล อกนนทร สารซ กฟอก กรดเกล อ น าตาล น าตาล น าตาล น าตาล น าตาล น าตาล สารซ กฟอก ส มเข ม ส มเข ม ส มเข ม ว ธ ท 3 ส เคม กรดเกล อ ส ม ส มเข ม ส มเข ม ว เครำะห ผลกำรทดลองตำรำงท 7 พบว า ล กษณะของส เส นใยธรรมชาต จากใบล นม งกรหล งจากการย อมส เส นใย เม อทดสอบค ณภาพด วยสารซ กฟอก ส ของเส นใยจะจางลาง ส วนการทดสอบค ณภาพด วยกรดเกล อจะทาให ส ของเส นใยเข มข น

19 ~ ๑๙ ~ ตำงรำงท 8 แสดงผลกำรทดสอบค ณภำพควำมคงทนของเส นใยธรรมชำต ใบล นม งกรท น ำมำย อมด วยสำรย อม ธรรมชำต และสำรเคม หล งจำกผ ำนกำรทดสอบค ณภำพด วยสำรซ กฟอกและกรดเกล อ ชน ดเส นใย ประเภท จานวนคร งท ด ง/แรงท ด ง ค าแรงเฉล ยใน ธรรมชาต จาก สารทดสอบ ชน ดสารย อม คร ง ท 1(N) คร ง ท 2(N) คร ง ท 3(N) คร ง ท 4(N) คร ง ท 4(N) การด งเส นใย (N) ขม น สารซ กฟอก ดอกอ ญช น เปล อกนนทร สารย อมเคม ขม น ใบล นม งกร ดอกอ ญช น กรดเกล อ เปล อกนนทร สารย อมเคม ว เครำะห ผลกำรทดลองตำรำงท 8 พบว าค ณภาพความคงทนของเส นด ายธรรมชาต ใบล นม งกรหล งจากผ านการ ทดสอบค ณภาพด วยสารซ กฟอกและกรดเกล อ ด วยการด งทดสอบความย ดหย น น นเส นใยท ทดสอบด วยกรด เกล อจะทนต อแรงด งเส นใย มากกว าเส นใยท ทดสอบด วยสารซ กฟอก ค อ เฉล ย 0.88 N. และ 0.51 N.

20 ~ ๒๐ ~ ตำรำงท 9 แสดงผลกำรทดสอบค ณภำพควำมคงทนต อควำมร อนของเส นใยธรรมชำต ใบล นม งกรท น ำมำย อม ด วยสำรย อมธรรมชำต และสำรเคม หล งจำกผ ำนกำรทดสอบค ณภำพด วยกำรร ดแล วน ำมำทดสอบค ณภำพ ควำมย ดหย นโดยกำรด งเส นใยด วยมวลน ำหน ก ชน ดเส น ใย ธรรมชำต จำก ใบล น ม งกร ประเภท สำรทดสอบ สารซ กฟอก กรดเกล อ ชน ดสำร ย อม จ ำนวนคร งท ร ด (คร ง) คร ง ท 1(N) จ ำนวนคร งท ด ง/แรงท ด ง ค ำแรง คร ง ท 2(N) คร ง ท 3(N) คร ง ท 4(N) คร ง ท 4(N) เฉล ยใน กำรด งเส น ใย (N) ขม น ดอกอ ญช น เปล อก นนทร สารย อมเคม ขม น ดอกอ ญช น เปล อก นนทร สารย อมเคม

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

บร การส บค นข อม ลหน งส อราชการ

บร การส บค นข อม ลหน งส อราชการ 1 บร การส บค นข อม ลหน งส อราชการ บร กำรส บค นข อม ลหน งส อรำชกำร ม 6 เมน ย อย ค อ 1. สอบถำมหน งส อ 2. สอบถำมข อม ลหน งส อส งภำยนอก 3. รำยงำนสม ดทะเบ ยน 4. รำยงำนสถ ต กำรด ำเน นงำนของเจ ำหน ำท ปฏ บ ต งำน

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

ต วอย างมาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งานคร วเพ อป องก นการร วไหล

ต วอย างมาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งานคร วเพ อป องก นการร วไหล ต วอย างมาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งานคร วเพ อป องก นการร วไหล 1 ต วอย างมาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งานคร วเพ อป องก นการร วไหล ห วข อ: ข นตอนมาตรฐานการตรวจร บว ตถ ด บ ว ธ ปฏ บ ต 1. ห วหน าคร ว จะเช คสต อคว ตถ

More information

ค ม อการใช งาน สาหร บคร ผ สอน,คร ท ปร กษา

ค ม อการใช งาน สาหร บคร ผ สอน,คร ท ปร กษา ค ม อการใช งาน สาหร บคร ผ สอน,คร ท ปร กษา www.ats.co.th บร ษ ท อย ธยาเทคโนโลย เซอร ว ส จ าก ด ( - ) EDR / 1 / 2 3 / 1.1 3.1 / 1.2 / / 3.2 / ค ม อการเข าใช งานระบบ การเข าใช งานระบบซอฟแวร บร หารจ ดการศ

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน สาระการเร ยนร : ประโยชน แท แก มหาชน 1 บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน หล กการ ร ศ กยภาพ ร จ นตนาการ ร ประโยชน สาระการเร ยนร เร ยนร การว เคราะห ศ กยภาพของป จจ ยศ กษา จ นตนาการเห นค ณ สรรค สร างว ธ การ

More information

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย 1.ว ตถ ประสงค การแข งข นการใช โปรแกรมสาน กงาน ( MS-Office 2010 ) งานน ทรรศการเป ดบ านว ชาช พ คร งท 4 ป การศ กษา 2557 ว นท แข งข น 12 ก มภาพ นธ 2558 ณ ว ทยาล ยอาช วศ กษาออมส นอ ปถ มภ ระด บม ธยมศ กษาตอนต

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary www.thaihosclub.com ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary ข นตอนในการสม ครสมาช ก ในการสม ครสมาช ก ม ด วยก นอย 6 ข นตอนด งน 1. กรอกรห สโรงพยาบาล Hospcode

More information

ค ม อการใช งาน ระบบร บ - ส งหน งส อราชการ (e-office) ส วนการใช งานของ กศน.อาเภอ

ค ม อการใช งาน ระบบร บ - ส งหน งส อราชการ (e-office) ส วนการใช งานของ กศน.อาเภอ ค ม อการใช งาน ระบบร บ - ส งหน งส อราชการ (e-office) ส วนการใช งานของ กศน.อาเภอ กล มย ทธศาสตร และการพ ฒนา สาน กงานส งเสร มการศ กษานอกระบบและการศ กษาตามอ ธยาศ ย จ งหว ดนครศร ธรรมราช จ ดทำโดย น.ส.ญำณ ศชำ

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร

คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร ช นม ธยมศ กษำป ท ๑ สำน กว ชำกำรและมำตรฐำนกำรศ กษำ สำน กงำนคณะกรรมกำรกำรศ กษำข นพ นฐำน กระทรวงศ

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

การใช งาน MS Power Point 2013

การใช งาน MS Power Point 2013 การใช งาน MS Power Point 2013 หล กส ตรเตร ยมความพร อมท กษะด านคอมพ วเตอร เพ อเล อนระด บ/เปล ยนตาแหน ง/ปร บว ฒ การศ กษา อ งคณา ป ญญา สำน กคอมพ วเตอร และเคร อข ำย มหำว ทยำล ยอ บลรำชธำน (1) สารบ ญ 1) การสร

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม ใบงานท ๔.๑ (ทดสอบปฏ บ ต ) เร องการใช เคร องม อโปรแกรม Microsoft Office Word 2007 ว ชา ง ๒๐๒๐๑ การใช โปรแกรมเพ อการปฏ บ ต งาน รายว ชาเพ มเต ม หน วยการเร ยนร ท ๔ ช อหน วย ซอฟต แวร งานพ มพ เอกสาร ช นม ธยมศ

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

มยผ. 1203-50 มาตรฐานการทดสอบหาสารอ นทร ย เจ อปนในมวลรวมละเอ ยด (Standard Test Method for Organic Impurities in Fine Aggregates for Concrete)

มยผ. 1203-50 มาตรฐานการทดสอบหาสารอ นทร ย เจ อปนในมวลรวมละเอ ยด (Standard Test Method for Organic Impurities in Fine Aggregates for Concrete) มยผ. 1203-50 มาตรฐานการทดสอบหาสารอ นทร ย เจ อปนในมวลรวมละเอ ยด (Standard Test Method for Organic Impurities in Fine Aggregates for Concrete) 1. ขอบข าย 1.1 มาตรฐานการทดสอบน ครอบคล มถ งการหาสารอ นทร ย ซ

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM Chapter 8 การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM 1 เน อหา ล กษณะของ Activity Diagram ร ปแบบการใช Activity Diagram การระบ ส วนของข อม ลให แก ก จกรรม การจ ดระเบ ยบข อม ล การสร างท พ ก/เก บข อม ล การแบ

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2 การใช Word ส าหร บท าว ทยาพนธ หร อ รายงานต างๆ ส วนแรกมาท าความร จ กก บ ล าด บเลข และ ห วเร อง ก อน ท ง 2 ส วนน จะสามารถท าไปใช ในการ สร าง สารบ ญ แบบอ ตโนม ต ได ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

การใช OpenOffice ทำานามบ ตร

การใช OpenOffice ทำานามบ ตร การใช OpenOffice ทำานามบ ตร สำำหร บหลำยๆ ท ำนท มองหำโปรแกรมทำำนำมบ ตรส กโปรแกรม โปรแกรมฟร ๆ ด ก มอ ย ในโลก อย ำงเช น โปรแกรม OpenOffice ท หลำยๆ คนใช ประจำำอย ก สำมำรถใช ทำำ นำมบ ตรได ในบทควำมน จะแนะนำ

More information

ค ม อการใช งานระบบ E-Office ระบบสาน กงานอ เล คทรอน คส

ค ม อการใช งานระบบ E-Office ระบบสาน กงานอ เล คทรอน คส สำน กงำนเขตพ นท กำรศ กษำประถมศ กษำลำปำง เขต 1 #########หน ำ 1########## 1.การเข าใช งานระบบ 1.1). ไปท เว บไซต หล ก สพป.ลำปำง เขต 1 http://www.lpg1.obec.go.th เล อก e-office หร อเข ำทำงตรงได ท http://202.143.173.94/eoffice/

More information

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน พ จารณา 4 เร อง เร องการบร หารจ ดการ การออกแบบและปร บแบบไม ให ล าช า (ม ระยะเวลากาหนด และข นตอนเหม อนการออกแบบปกต ) เร องการเปล ยนแปลงรายการต องให กองแบบแผนร

More information

โปรแกรมบร หารงานบ ญช เจ าหน

โปรแกรมบร หารงานบ ญช เจ าหน 1 โปรแกรมบร หารงานบ ญช เจ าหน การเร ยกใช โปรแกรม กำรเร ยกใช งำนโปรแกรมผ ใช งำนจะต องเป ดโปรแกรมเบรำเซอร และพ มพ URL : http://hr. udoncity.go.th จะปรำกฏหน ำจอด งร ป ร ปท 1 กำรเร ยกใช งำนโปรแกรมบร หำรงำนบ

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรม FileZilla

ค ม อการใช งานโปรแกรม FileZilla ค ม อการใช งานโปรแกรม FileZilla FileZilla เป นโปรแกรมประเภท FTP Client ท ใช สำหร บกำรส งไฟล หร อร บไฟล ระหว ำงเคร อง คอมพ วเตอร ของเรำซ งเร ยกว ำ Client ก บคอมพ วเตอร แม ข ำยซ งเร ยกว ำ Hosting หร อจะพ

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน

More information

ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 ฉบ บท 2

ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 ฉบ บท 2 ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 1 4 2 3 ฉบ บท 2 5 7 6 ล ขส ทธ 2006 Nokia สงวนล ขส ทธ Nokia และ Nokia Connecting People เป นเคร องหมายการค าจดทะเบ ยนของ Nokia Corporation บทน า ช ดต ดต งร นน ช

More information

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม ค ม อระบบรายงานการดาเน นงานรายเด อน (version 2.0) 1 ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม 1. เป นป มท ใช เพ อล างค าของข อม ลท ใช ในการกาหนดเง อนไขในการค นหาของแต ละเมน 2.

More information

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท บทท 1 ส วนเจ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง 1-1 ประกอบด วยผ ใช งานท เก ยวข อง 3 ส วนค อ ส วนเจ จ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง ส วนผ ใช งานน ท วไป ได แก ข าราชการท กคนของส าน กงานฯ

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง 27 การเช อมโยงภาพน ง บางคร งเราไม ต องการเสนอภาพตามล าด บ แต ต องการน าเสนอในล กษณะสล บไปมา หร อ ต องการแสดงข อม ลบนอ นเทอร เน ต หร อ แม แต เร ยกใช งานโปรแกรมอ น ๆ เช น CAI หร อ โปรแกรมประย กต อ น ๆ ก

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ ส วนท ๑ การร บหน งส อ หน งส อร บ ค อ หน งส อได ร บเข ามาจากภายนอก ให เจ าหน าท ของหน วยงานสารบรรณ กลางปฏ บ ต ตามท ก าหนดไว ในส วนน ๑. จ ดล าด บความส าค ญและความเร งด วนของหน

More information

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการปฏ บ ต งาน ตอนท 1 ข อม ลของผ ร บการประเม น (เจ าหน าท บ คคลหร อเจ าหน าท ท เก ยวข องเป นผ กรอก) ตอนท 2 ภาระงานท ได ปฏ บ ต ในช วงระยะเวลาประเม น (ผ ร บการประเม นเป นผ

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง (เอกสารประกอบการประช มปฏ บ ต การช แจงและซ กซ อมความเข าใจการสร างข อสอบ Online) สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 5 :ส งห บ ร :ลพบ ร :ช ยนาท:อ างทอง:

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด

More information

การเข ยนรายงานโครงงานว ทยาศาสตร บทท 4-5 ม ปลาก ต ว

การเข ยนรายงานโครงงานว ทยาศาสตร บทท 4-5 ม ปลาก ต ว ม ปลาก ต ว โครงงานว ทยาศาสตร การเข ยนรายงานบทท 4-5 บทท 4 ผลการศ กษาค นคว า เป นส วนท แสดงผลของโครงงาน เสนอในร ปแบบบรรยาย โดยม ตาราง แผนภ ม แผนภาพท ส าค ญตามความจาเป น ข อม ลท เป นรายละเอ ยดมากเก นไปควรน

More information

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร

คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร ช นม ธยมศ กษำป ๓ สำน กว ชำกำรและมำตรฐำนกำรศ กษำ สำน กงำนคณะกรรมกำรกำรศ กษำข นพ นฐำน กระทรวงศ

More information

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร ร จ กคอมพ วเตอร ป จ บ นคอมพ วเตอร เป นอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศท น ยมใช ก นอย างแพร หลาย โดยท วไปเราจะน าคอมพ วเตอร มาใช ในการท างานต าง ๆ เช นการค ดค านวณ การพ

More information

ร ปท 5.1.1 หน าจอ การค นหาการจ ดสรรอาคารบ านพ ก

ร ปท 5.1.1 หน าจอ การค นหาการจ ดสรรอาคารบ านพ ก 1. 2. 3. 4. 5. งานสว สด การบ านพ ก เป นระบบท จ ดสรรอาคารบ านพ ก ให ก บเจ าหน าท ภายในทบ. โดยจ ดสรรอาคารให แต ละหน วย และ แต ละหน วย จะจ ดสรรอาคารให ก บเจ าหน าท ภายใน หน วย 5.1. ข นตอนค นหาอาคารบ านพ ก

More information

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง 17 ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง งานเอกสารม กจะม ปร มาณของงานเป นจ านวนมาก ด งน นการเล อนต าแหน ง เพ อ ไปย งจ ดท ต องการได อย างรวดเร ว จะท าให การท างานเอกสารน น ๆ เก ดผลส าเร จ อย างรวดเร วตามไปด

More information

สารบ ญตาราง ตารางท หน า

สารบ ญตาราง ตารางท หน า สารบ ญ บทท หน า บทสร ปผ บร หาร I 1 บทนา 1 หล กการและเหต ผล 1 ว ตถ ประสงค และเป าหมาย 2 ขอบเขตของการว จ ย 2 ประโยชน ท ได ร บจากการว จ ย 4 น ยามศ พท เฉพาะ 4 กรอบแนวค ดของการว จ ย 7 2 แนวค ด ทฤษฎ และงานว

More information

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/

More information

ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล

ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล 1. จงบอกถ งว ธ การเข าส โปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 2. Icon (ส ญร ป) ค ออะไรม หน าท ในการท างานอย างไร 3.

More information

สำรบ ญแผนภ ม หน า - ตารางท 31 จานวนประชากรแยกรายอาย จ งหว ดอานาจเจร ญ 92 ภาคผนวก 93 คณะผ จ ดทา

สำรบ ญแผนภ ม หน า - ตารางท 31 จานวนประชากรแยกรายอาย จ งหว ดอานาจเจร ญ 92 ภาคผนวก 93 คณะผ จ ดทา คำนำ ข อม ลสารสนเทศทางการศ กษาป การศ กษา 2557 ของสาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 29 ฉบ บน เป นข อม ลสารสนเทศทาง การศ กษาข นพ นฐานฉบ บภาพรวมของสาน กงานเขตพ นท การศ กษา ป การศ กษา 2557 ซ งได จากการดาเน

More information

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม เอกสารสร ปรายงานการด าเน นโครงการก จกรรม ประกอบด วย ส วนท 1. ปกรายงาน ส วนท 2. ใบรองปก ( ปกใน ) ส วนท 3. ค าน า ส วนท 4. สารบ ญ ส วนท 5. โครงการท ได ร บการอน ม ต ส วนท 6. ก าหนดการ ส วนท 7. ส าเนาบ นท

More information

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

2. เพ อลดข นตอนความย งยากในการบ นท ก เพ ม และ ต ดออก

2. เพ อลดข นตอนความย งยากในการบ นท ก เพ ม และ ต ดออก ช อเร อง พ ฒนาระบบคงคล งบรรจ ภ ณฑ และฉลากเวชสาอางให ม ประส ทธ ภาพ เจ าของผลงาน นางสาวปาจร ย พละเจร ญ หล กการและเหต ผล การพ ฒนาการระบบคงคล งบรรจ ภ ณฑ และฉลากเวชสาอางให ม ประส ทธ ภาพ เก ดจากความต องการท

More information

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได แบบบ นท กหน วยการเร ยนร หน วยการเร ยนร ท 5 เร องโครงคอมพ วเตอร รห สว ชา ง32212 ช อว ชาการเข ยนโปรแกรมข นส ง กล มสาระการเร ยนร การอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 5 ภาคเร ยนท 2 เวลา 8 ช วโมง ผ สอน นายณ

More information

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 ความเป นมา ส าน กงานอ ตโนม ต เก ดจากความพยายามขององค กร ท จะท าให งาน ขององค กรถ กต อง รวดเร ว ตรวจสอบได และเจ าหน าท ขององค กร ไม ม ข อจ าก ดด านสถานท

More information

มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา

มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา 1 มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา รห สว ชา TACC 3214 ช อรายว ชา การบ ญช ข นต น จ านวนหน วยก ต 3(2-2-5) บรรยาย 2 ช วโมง 10 นาท /ส ปดาห ภาคการศ กษาท 2 ปฏ บ ต 2 ช วโมง 10 นาท /ส ปดาห ป การศ กษา 2556

More information

NYK LOGISTICS (THAILAND) CO., LTD. ร ปแบบ และการก าหนดรห สเอกสาร SP - EMC - 445-1 - 0 อน ม ต โดย จ ดท าโดย ตรวจสอบโดย --------------------------

NYK LOGISTICS (THAILAND) CO., LTD. ร ปแบบ และการก าหนดรห สเอกสาร SP - EMC - 445-1 - 0 อน ม ต โดย จ ดท าโดย ตรวจสอบโดย -------------------------- ร ปแบบ และการก าหนดรห ส อน ม ต โดย ตรวจสอบโดย จ ดท าโดย -------------------------- (...) กรรมการ / ผ จ ดการใหญ ผ แทนฝ ายบร หาร -------------------------- (...) ผ ช วยผ จ ดการ แผนกมาตรฐานค ณภาพ และความปลอดภ

More information

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ส มมนา- การเตร ยมการก อนการ โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ผ ร บผ ดชอบ ข นตอนการปฏ บ ต งาน มาตรฐานค ณภาพงาน ค ามาตรฐาน หล กฐาน การจ ดเตร ยมสถานท และอาคารโรงงาน การเตร ยมการด าน การตลาด

More information

การจ ดและตกแต งข อความ

การจ ดและตกแต งข อความ ======================================================= หน า1 การจ ดและตกแต งข อความ การใช ข อความใน Dreamweaver 8 สามารถเหม อนโปรแกรมท เก ยวก บงานเอกสาร เช น Microsoft Office 1. การปร บเปล ยนภาษาการต

More information

ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต

ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต จ ดท าข นเพ ออ านวยความสะดวกให ก บ ภาคว ชาและคณะได ท าการจ ดอาจารย ผ สอนลงตามคาบเวลาตามท

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย จ ดท าโดย นางสาวพ ไลพรรณ โพธ สม ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย ค ม อการใช

More information

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ KPI ผ ร บผ ดชอบ ประเด นการพ จารณา ผลการด าเน นงาน 5.1 ร อยละของอ ตราการ เบ กจ ายเง นงบประมาณ รายจ ายลงท น ทส.สบย. ผลการเบ กจ ายงบลงท น เท ยบก บ วงเง นงบประมาณท

More information

ส งท ส งมาด วย 2 แนวทางการจ ดเก บข อม ลบ คลากรและผ ร บบร การหร อผ ม ส วนได ส วนเส ย เพ อประเม นตามแบบ

ส งท ส งมาด วย 2 แนวทางการจ ดเก บข อม ลบ คลากรและผ ร บบร การหร อผ ม ส วนได ส วนเส ย เพ อประเม นตามแบบ ส งท ส งมาด วย 2 แนวทางการจ ดเก บข อม ลบ คลากรและผ ร บบร การหร อผ ม ส วนได ส วนเส ย เพ อประเม นตามแบบ Internal และ External ตามโครงการประเม นค ณธรรมและความโปร งใสการด าเน นงานของหน วยงานภาคร ฐ (Integrity

More information

ค ม อการใช งานระบบงานสารบรรณ E-Office ส าน กงานสาธารณส ขจ งหว ดพ ษณ โลก

ค ม อการใช งานระบบงานสารบรรณ E-Office ส าน กงานสาธารณส ขจ งหว ดพ ษณ โลก ค ม อการใช งานระบบงานสารบรรณ E-Office ส าน กงานสาธารณส ขจ งหว ดพ ษณ โลก เร มการใช งาน สามารถเข าหน าหล กของระบบงานสารบรรณโดยเข าท www.plkhealth.go.th/archivesn หร อเข าทางล งค ในหน าหล กเว บไซท ของส าน

More information

สร ปผลการด าเน นงาน โครงการ เสร มท กษะการตรวจว เคราะห ค ณค าอาหารแก น กศ กษา ระหว างว นท 15 16 ธ นวาคม 2552

สร ปผลการด าเน นงาน โครงการ เสร มท กษะการตรวจว เคราะห ค ณค าอาหารแก น กศ กษา ระหว างว นท 15 16 ธ นวาคม 2552 สร ปผลการด าเน นงาน โครงการ เสร มท กษะการตรวจว เคราะห ค ณค าอาหารแก น กศ กษา ระหว างว นท 15 16 ธ นวาคม 2552 โดย ศ นย ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยราชภ ฏอ ตรด ตถ ประจ าป 2552 โครงการ เสร มท กษะการตรวจว

More information

ไฟฟ าและการใช ประโยชน

ไฟฟ าและการใช ประโยชน ไฟฟ าและการใช ประโยชน ผ ช วยศาสตราจารย ส จ ตต ศร ช ย ว ตถ ประสงค 1. ร จ กประจ ไฟฟ า สมบ ต ของประจ ไฟฟ า 2. ร จ กความส มพ นธ แรงไฟฟ า สนามไฟฟ า ศ กย ไฟฟ า ต วเก บประจ ก บ ประจ ไฟฟ า 3. ไฟฟ ากระแส สมบ ต

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน แผนบร หารการสอน รายว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ รห สว ชา 3524301 จ านวน 3 หน วยก ต 3 ช วโมง ว ชาท ต องเร ยนมาก อน : 3521101 (การเง นธ รก จ) และ 3521102 (การบ ญช 2) ค าอธ บายรายว ชา ศ กษาเก ยวก บการพ ฒนาและว

More information

การจ ดท ารายงานว จ ยส วนเน อหา

การจ ดท ารายงานว จ ยส วนเน อหา การจ ดท ารายงานว จ ยส วนเน อหา รายงานว จ ยส วนเน อหา ส วนเน อหา ประกอบด วย 5 บท ค อ บทท 1 บทน า บทท 2 เอกสารและงานว จ ยท เก ยวข อง บทท 3 ว ธ ด าเน นการว จ ย บทท 4 ผลการว เคราะห ข อม ล บทท 5 สร ป อภ ปรายผลและข

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

1. สาน กงานอ ตโนม ต ค ออะไร ก. สาน กงานไร กระดาษ ค. สาน กงานเคล อนท

1. สาน กงานอ ตโนม ต ค ออะไร ก. สาน กงานไร กระดาษ ค. สาน กงานเคล อนท 1 แบบประเม นตนเองก อนเร ยน หน วยท 1 ว ตถ ประสงค เพ อประเม นความร เด มของน กศ กษาเก ยวก บเร อง ความร เบ องต นเก ยวก บสาน กงาน งานสาน กงานและการ บร หารสาน กงาน คาแนะนา ขอให น กศ กษาอ านคาถามแล วเข ยนวงกลมล

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน http://recc.erc.or.th/ercnetwork โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร

More information