บทท 1 เทคโนโลย การศ กษา

Size: px
Start display at page:

Download "บทท 1 เทคโนโลย การศ กษา"

Transcription

1 บทท 1 เทคโนโลย การศ กษา ความหมายของเทคโนโลย เทคโนโลย (Technology) ม รากศ พท มาจากภาษากร ก ค อ Tech = Art ในภาษาอ งกฤษ และ Logos = A study of ด งน น ค าว า เทคโนโลย จ งหมายถ ง A study of art ซ งได ม ผ แปล ความหมาย สร ปได ว า เทคโนโลย หมายถ ง การน าความร ทางว ทยาศาสตร และระเบ ยบว ธ ทาง ว ทยาศาสตร มาใช ให เป นประโยชน ในการพ ฒนาและปฏ บ ต งาน อย างเป นระบบ น กการศ กษาหลายท านได ให น ยามความหมายของเทคโนโลย ไว ต างๆ ก นด งน บราวน (Brown.1973) กล าวว า เทคโนโลย เป นการน าว ทยาศาสตร มาประย กต ใช ให บ งเก ดผลประโยชน เดล (Dale.1969 : 610) ได ให ความหมายของเทคโนโลย ไว ว า เทคโนโลย เป นผลรวมของ การทดลอง เคร องม อและกระบวนการซ งเก ดจากการเร ยนร ทดลองและได ร บการแก ไขปร บปร ง มาแล ว ก ลเบรท (Galbraith.1967 : 12) กล าวว า เทคโนโลย เป นกระบวนการของการน าว ธ การ ทางว ทยาศาสตร หร อความร อ นๆ มาใช อย างเป นระบบ เพ อน าไปส ผลการปฏ บ ต ก ด (Good.1973 : 592) กล าวว า เทคโนโลย สามารถจ าแนกได ถ ง 5 ความหมาย ค อ 1. ระบบว ธ การทางว ทยาศาสตร ท ศ กษาเก ยวก บเทคน ค 2. การน าเอาระบบว ธ การทางว ทยาศาสตร ใช แก ป ญหา 3.การจ ดระบบข อเท จจร งและหล กเกณฑ ท เช อถ อได เพ อจ ดประสงค ทางการ ปฏ บ ต และรวมถ งหล กการต างๆ ท ก อให เก ดผลทางด านการเร ยนการสอนด วย 4.ความร ทางว ทยาศาสตร และว ธ ระบบท น าไปใช ในทางอ ตสาหกรรมศ ลป โดยเฉพาะการประย กต ใช ในโรงงาน 5.การน าความร ด านตรรกศาสตร คณ ตศาสตร และว ทยาศาสตร มาใช เพ อ ก อให เก ดความเจร ญทางด านว ตถ ไฮน คและคณะ (Heinich and others : ) กล าวว า ล กษณะของ เทคโนโลย สามารถจ าแนกได เป น 3 ล กษณะ ค อ

2 11 1.เทคโนโลย ในล กษณะของกระบวนการ (process) โดยไฮน คและคณะได น าเอา ความหมายของก ลเบรทท ว า เทคโนโลย เป นกระบวนการน าเอาว ธ การทางว ทยาศาสตร หร อความร อ นๆ มาใช อย างเป นระบบเพ อน าไปใช แก ป ญหาต างๆ 2.เทคโนโลย ในล กษณะของผลผล ต (product) หมายถ ง ว สด อ ปกรณ ท เป นผล มาจากกระบวนการทางเทคโนโลย 3.เทคโนโลย ในล กษณะผสมระหว างกระบวนการและผลผล ต (process and product) ซ งใช ใน 2 ล กษณะ ค อ 3.1) ในล กษณะรวมของกระบวนการและผลผล ต เช น ฟ ล มภาพยนตร ก บ เคร องฉายภาพยนตร 3.2) ในล กษณะของกระบวนการ ซ งไม สามารถแยกออกมาจากผลผล ตได เช น คอมพ วเตอร ซ งจะท างานส มพ นธ ก นระหว างต วเคร องก บโปรแกรม ครรช ต มาล ยวงศ (2539 : 68) ได ให รายละเอ ยดของคาว าเทคโนโลย หมายถ ง 1. องค ความร ด านว ทยาศาสตร ประย กต 2. การประย กต ว ทยาศาสตร 3. ว สด เคร องยนต กลไก เคร องม อ 4. กรรมว ธ และว ธ ดาเน นงานท เก ยวก บว ทยาศาสตร ประย กต 5. ศ ลปะและท กษะในการจ าแนกและรวบรวมว สด ย น ภ วรวรรณ (2546 : 4) กล าวว า เทคโนโลย หมายถ ง การประย กต เอาความร ทางด านว ทยาศาสตร มาใช ให เก ดประโยชน การศ กษาพ ฒนาองค ความร ต าง ๆ ก เพ อให เข าใจ ธรรมชาต กฎเกณฑ ของส งต าง ๆ และหาทางน ามาประย กต ให เก ดประโยชน สมบ รณ สงวนญาต (2534 : 16) กล าวว า เทคโนโลย หมายถ งการน าเอาความร ทาง ศาสตร สาขาต างๆ มาประย กต ให เก ดเป นระบบท ด ซ งสามารถน าเอาไปใช แก ป ญหาในเร องใด เร องหน งให บรรล เป าหมายได อย างม ประส ทธ ภาพ ส พ ทย กาญจนพ นธ (2541 : 35) กล าวว า เทคโนโลย หมายถ ง ว ธ การอย างม ระบบใน การวางแผน การประย กต ใช และการประเม นกระบวนการเร ยนการสอนท งระบบ โดยให ความส าค ญต อท งด านเคร องม อทร พยากรมน ษย และปฏ ส มพ นธ ท เก ดข นระหว างมน ษย ก บ เคร องม อเพ อจะได ร ปแบบการศ กษาท ม ประส ทธ ภาพย งข น

3 12 สร ปได ว า เทคโนโลย เป นการน าเอาแนวความค ด หล กการ ความร เทคน คว ธ การ กระบวนการ ระเบ ยบว ธ ตลอดจนผลผล ตทางด านว ทยาศาสตร ท งด านส งประด ษฐ และว ธ การมา ประย กต ใช ก บระบบงาน เพ อช วยแก ป ญหา เพ มประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลของงานน นให ส งข น จากความหมายของเทคโนโลย ด งกล าว การท จะน าเอาเทคโนโลย มาใช ในการท างานใน สาขาใดสาขาหน ง เทคโนโลย จะม ส วนช วยใน 3 ประการ ค อ (ก อ สว สด พาณ ชย : 84) 1. ประส ทธ ภาพของงาน (efficiency) เทคโนโลย จะช วยให การท างานบรรล ผล ตามเป าหมายได อย างเท ยงตรงและรวดเร ว 2. ผลผล ต (productivity) เป นการท างานเพ อให ได ผลผล ตออกมาอย างเต มท มาก ท ส ดเท าท จะมากได เพ อให ได ประส ทธ ผลส งส ด 3. ประหย ด (economy) เป นการประหย ดท งเวลา และแรงงานในการท างานเพ อ การลงท นน อย แต ได ผลมากกว าท ลงท นไป การน าเอาเทคโนโลย ไปใช ในการแก ป ญหาทางด านใด สามารถเร ยกช อเทคโนโลย ทางด านน นๆ ไปตามสาขาท ใช เช น - เทคโนโลย การเกษตร : การค ดค นว ธ การเคร องม อ ป จจ ยในการผล ตทางการ เกษตร - เทคโนโลย การคมนาคมขนส ง : การค ดค นเก ยวก บยานพาหนะ การเด นทางการ ขนส ง - เทคโนโลย การแพทย : การค ดค นการตรวจร กษาโรค การผล ตยาและเคร องม อ ทางการแพทย - เทคโนโลย ช ว ตประจ าว น : การประด ษฐ เส อผ า เคร องใช ในท อย อาศ ย อ ปกรณ อ านวยความสะดวก - เทคโนโลย การสงคราม : อาว ธน วเคล ยร - เทคโนโลย การส อสาร : การเก บรวบรวมการค นหา การส งข อม ลท งทางโทรเลข โทรศ พท ว ทย คอมพ วเตอร - เทคโนโลย การศ กษา : ว ธ การให ความร ท เก ยวข องก บการว ธ การให การศ กษา ส อการศ กษา และคร ภ ณฑ ทางการศ กษา

4 13 ความหมายของเทคโนโลย การศ กษา เทคโนโลย ทางการศ กษา (Educational Technology) ตามร ปศ พท เทคโน (ว ธ การ) + โลย (ว ทยา) หมายถ ง ศาสตร ท ว าด วยว ธ การทางการศ กษา ครอบคล มระบบการน าว ธ การมา ปร บปร งประส ทธ ภาพของการศ กษาให ส งข น เทคโนโลย ทางการศ กษา ครอบคล มองค ประกอบ 3 ประการ ค อ ว สด อ ปกรณ และว ธ การ AECT (1977) ได ให คาน ยามไว ว าเทคโนโลย การศ กษาเป นส งท ซ บซ อน เป นกระบวนการ บ รณาการท เก ยวก บมน ษย ว ธ ด าเน นการ แนวค ด เคร องม อและอ ปกรณ เพ อการว เคราะห ป ญหา การค ดว ธ การน าไปใช การประเม นและการจ ดแนวทางการแก ป ญหาในส วนท เก ยวก บการเร ยนร ท งมวลของมน ษย คาร เตอร ว ก ด (Carter V.Good : 1973) ได กล าวว า เทคโนโลย การศ กษา หมายถ ง การน าหล กการทางว ทยาศาสตร มาประย กต ใช เพ อการออกแบบและส งเสร มระบบการเร ยน การสอนโดยเน นท ว ตถ ประสงค ทางการศ กษาท สามารถว ดได อย างถ กต องแน นอน ม การย ดผ เร ยน เป นศ นย กลางการเร ยนมากกว าท จะย ดเน อหาว ชา ม การใช การศ กษาเช งปฏ บ ต โดยผ านการ ว เคราะห และการใช เคร องม อโสตท ศน ปกรณ รวมถ งเทคน คการสอนโดยใช อ ปกรณ ต างๆ เช น เคร องคอมพ วเตอร ส อการสอนต างๆ ในล กษณะของส อประสมและการศ กษาด วยตนเอง กาเย และบร กส (Gagne and Briggs : 20) กล าวว า เทคโนโลย การศ กษาน น พ ฒนามาจากการออกแบบการเร ยนการสอนต งแต 1. ความสนใจในเร องความแตกต างระหว างบ คคลในเร องการเร ยนร ด งจะเห นได จากผลการว จ ยทางการศ กษาและทางการทหาร การผล ตส อเพ อสนองความแตกต างระหว าง บ คคล เช น บทเร ยนโปรแกรมแบบแตกก งของคราวน เตอร (Crownder : 1959) เคร องสอนของ เพรสซ (Pressey : 1950) และบร กส (Briggs : 1960) ตลอดจนเคร องคอมพ วเตอร ช วยสอน 2. ด านพฤต กรรมศาสตร และทฤษฎ การเร ยนร เช น ทฤษฎ การเสร มแรงของ บ.เอฟ. สก นเนอร (Skinner : 1968) ตลอดจนทฤษฎ การเร ยนร อ นๆ 3. เทคโนโลย ด านว ทยาศาสตร กายภาพเช น การใช เคร องม อโสตท ศน ปกรณ ต างๆ เพ อการเร ยนการสอน เช น โทรท ศน ว ด ท ศน ภาพยนตร ฯลฯ รวมท งส อส งพ มพ ด วย กาเย และบร กส ได กล าวย าว า ความร ท งมวลเก ยวก บการใช ว ธ การออกแบบระบบการ สอนน ก ค อเทคโนโลย การศ กษาน นเอง หากพ จารณาจากความหมายของเทคโนโลย การศ กษาจะ เห นว าเทคโนโลย การศ กษาสามารถแยกพ จารณาได ใน 2 ท ศนะด วยก น ค อ

5 14 1. เทคโนโลย การศ กษาในท ศนะทางส อหร อว ทยาศาสตร กายภาพ (Media or Physical Science Concept) 2.เทคโนโลย การศ กษาในท ศนะทางพฤต กรรมศาสตร (Behavioral Science Concept) เทคโนโลย การศ กษาในท ศนะทางส อหร อว ทยาศาสตร กายภาพ เทคโนโลย การศ กษาในท ศนะน เป นการประย กต ใช ว ทยาศาสตร กายภาพ (ฟ ส กส เคม ช วว ทยา) ก บเทคโนโลย ทางการช างหร อว ศวกรรมศาสตร เช น เคร องฉายภาพยนตร โทรท ศน เคร องฉายสไลด เป นต น เพ อน ามาใช เป นอ ปกรณ ในการเร ยนการสอน ด งน นเทคโนโลย การศ กษา ในท ศนะน จ งม งไปท ว สด อ ปกรณ ท น ามาเป นส อการเร ยนการสอน มากกว าท จะเห นความส าค ญใน เร องความแตกต างระหว างบ คคลหร อเน อหาว ชาในการสอน หล กการและทฤษฎ ท ม ผลต อเทคโนโลย การศ กษาในท ศนะน ก ค อ เร องของโสตท ศนะ (Audio visual) และเคร องม อต างๆ เช น เคร องฉายภาพยนตร ซ งเป นส งท ไม ใช ต วหน งส อ (Nonverbal Roles) เป นส วนใหญ โดยจะม ต วหน งส อและการบรรยายท เร ยกว าส อประเภท ต วหน งส อ (Verbal Roles) อย เล กน อยเท าน น เหต ท ให ความส าค ญก บส อท ไม ใช ต วหน งส อมาก ก เพราะส อประเภทน ม ล กษณะท เป นร ปธรรม (Concrete) และม ประส ทธ ภาพมากกว าและย ง สามารถขจ ดข อย งยากเก ยวก บล ทธ เวอร บอลล ซ ม (Verbalism) ได ด วย (Verbalism ค อ ล ทธ การ ใช ภาษาในการส อสาร ท ท งผ ส อและผ ร บไม อาจเข าใจก นได อย างแจ มช ดหร อไม เข าใจความหมาย ของภาษาท ใช ในการส อสาร) (ไชยยศ เร องส วรรณ : 9) ความเข าใจในเร องส อตามท ศนะทางว ทยาศาสตร แบ งเป น 2 ล กษณะด วยก น ค อ ล กษณะทางร ปธรรมและนามธรรม อย างไรก ด หากพ จารณาอย างรอบคอบก จะเห นว าบางคร งก อาจจะประสบป ญหาย งยากในการต ดส นใจได เช น ร ปภาพ หากพ จารณาอย างผ วเผ นจะร ส กว า เป นร ปธรรม แต ตามความเป นจร งแล วร ปภาพเป นส อท เป นนามธรรมอย มากท เด ยว ท งน เพราะ ร ปภาพเป นว สด สองม ต โดยท ขนาดอาจจะใหญ หร อเล กกว าของจร งก ได ด งน น ในการสอนบาง เร องจะโดยการใช ค าพ ดก ด หร อใช ร ปภาพก ด ก ย งจ ดว าเป นนามธรรมเหม อนก น ม น กศ กษา จ านวนมากท ม ความค ดเห นสอดคล องก บทฤษฎ ร ปธรรมน แต ก ไม อาจจะหาเหต ผลมาอธ บายเร อง Verbalism ได อย างแจ มช ดน ก ด งน นเทคโนโลย การศ กษาตามแนวความค ดทางว ทยาศาสตร กายภาพจ งเป นท ยอมร บก นในหม น กศ กษากล มโสตท ศนะและกล มการส อสาร (Communication)

6 15 เท าน น น กการศ กษาท เสนอแนวความค ดเก ยวก บทฤษฎ ร ปธรรมและนามธรรมท เด นช ด ค อ เอด การ เดล (Edgar Dale.1969) โดยได เสนอเป นร ปกรวยประสบการณ ไว ด งในภาพท 1.1 ว จนภาษา ท ศนส ญล กษณ ภาพน ง การบ นท กเส ยง ว ทย ภาพยนต โทรท ศน น ทรรศการ การศ กษานอกสถานท การสาธ ต ประสบการณ นาฏกรรม ประสบการณ รอง ประสบการณ ตรง นามธรรม ร ปธรรม ภาพท 1.1 กรวยประสบการณ ของเอดการ เดล (Edgar Dale. Audiovisual Methods in Teaching,3 rd Edition, New York, The Dryden Press Inc. 1969) อย างไรก ตาม ม น กการศ กษาอ กจ านวนไม น อยท ไม เห นด วยก บเทคโนโลย การศ กษาใน ท ศนะทางว ทยาศาสตร กายภาพหร อด านส อน และความไม เห นด วยได เพ มทว ข นเร อยๆ (James D. Finn : 1972) จนท าให หลายคนเข าใจว าความค ดเก ยวก บเทคโนโลย การศ กษาในท ศนะน จะม การเปล ยนแปลงแก ไขต อไปในอนาคต

7 16 เทคโนโลย การศ กษาในท ศนะทางพฤต กรรมศาสตร พฤต กรรมศาสตร (Behavioral Sciences) เป นศาสตร ท เก ยวก บพฤต กรรมของมน ษย แบ งออกเป นสาขาว ชาต างๆ หลายสาขา เช น มาน ษยว ทยา ส งคมว ทยาและจ ตว ทยา เป นต น การศ กษาเก ยวก บพฤต กรรมมน ษย เร มมาต งแต กลางคร สต ศตวรรษท 19 โดยเร มจากการพ ฒนา ส งคมมาน ษยว ทยาในอ งกฤษของเทเลอร (E.b.Taylor : ค.ศ ) และฟราเช ย (J.B. Farzier : ค.ศ ) ตลอดจนการม ห องปฏ บ ต การทดลองจ ตว ทยาของว นท (Wilhelm Max Wundt : ค.ศ ) ในเยอรมน เม อ ค.ศ ม การทดสอบเชาน แบบใหม ใน ฝร งเศสโดยบ เนต (Alfred Binet : ค.ศ ) และการศ กษาเด ก (Child Study) โดย ฮอลล (G. Stanley Hall :ค.ศ ) และรวมถ งการค นคว าเก ยวก บส งคมว ทยาใน ตอนต นคร สต ศตวรรษท 20 ในสหร ฐอเมร กาด วย (ไชยยศ เร องส วรรณ : 11) การน าเอาพฤต กรรมมาประย กต ใช เพ อแก ป ญหาการศ กษาและการเร ยนการสอน น บเป น พ นฐานของเทคโนโลย การศ กษา ด งน น ท ศนะของเทคโนโลย การศ กษาทางพฤต กรรม ศาสตร ก ค อ การปฏ บ ต การทางการศ กษาท ม อ สระ ภายใต ว ธ การทางว ทยาศาสตร กายภาพท ม การปร บปร งพ ฒนาโดยน กพฤต กรรมศาสตร สาขาจ ตว ทยา มาน ษยว ทยา ส งคมว ทยาและ ผ เช ยวชาญเฉพาะสาขา เช น จ ตว ทยาการเร ยนร กระบวนการกล ม (Group Processes) ภาษา และภาษาศาสตร (Linguistics) การส อสาร (Communications) การบร หาร ระบบช วภาพ การ ร บร และการว ดทางจ ตและย งรวมถ งการประย กต ใช ผลการว จ ยค นคว าทางช าง การพ ฒนาต างๆ ทางเศรษฐศาสตร และตรรกศาสตร เพ อผลของการใช บ คลากรและอาคารสถานท ตลอดจนระบบ คอมพ วเตอร ในการค นคว าหาข อม ลและข าวสารต างๆ เพ อจ ดการเร ยนการสอนและการศ กษาให ม ประส ทธ ภาพย งข น โรเบ ร ต แกลสเชอร (Robert Glasser : 1965) ได ให แง ค ดเก ยวก บเทคโนโลย การศ กษา ตามแนวความค ดทางพฤต กรรมศาสตร ไว ว า ร ปแบบของการจ ดการศ กษาและการสอนควรจะ ปร บปร งได ตามแนวค ดของพฤต กรรมศาสตร และการช วยเหล อซ งก นและก นในทางปฏ บ ต ซ งจะ ท าให เก ด สมมต ฐานข นมาว า กระบวนการทางการศ กษาท งหลายน นจะเก ดผลสมบ รณ ได โดย 1. การต งจ ดม งหมายของการสอน ควรเปล ยนร ปใหม ให สามารถส งเกตเห นได ว ดผลเช งพฤต กรรมได ท งในแง ส มฤทธ ผล เจตคต การจ งใจและความสนใจ 2. การเร ยนเก งหร ออ อนของผ เร ยน จะข นอย ก บการสอนด วย ด งน นการสอนควร ช วยผ เร ยนโดยการให คาแนะน าตามหล กส ตร ให เหมาะสมก บผ เร ยน

8 17 3. เทคน คและว สด อ ปกรณ ท คร ใช ควรจะม การเปล ยนแปลงปร บปร งอย างจร งจ ง 4. ผลของการศ กษาควรจะได ร บการประเม นท งท ต วผ เร ยนและหล กส ตร โดยให การต ดตามผลอย างใกล ช ด จากความหมายของเทคโนโลย การศ กษาท ง 2 ท ศนะด งกล าว จะเห นได ว าม ล กษณะท แตกต างก นอย างเด นช ด กล าวค อ เทคโนโลย การศ กษาในท ศนะทางว ทยาศาสตร กายภาพ น นจะ หมายถ ง ส อประเภทเคร องม อต างๆ (Hardware) ส วนเทคโนโลย การศ กษาในท ศนะของ พฤต กรรมศาสตร จะพ จารณาเทคโนโลย ในเช งปฏ บ ต ให สอดคล องก บพฤต กรรมของมน ษย โดย อาศ ยความร ทางว ทยาศาสตร เป นแกนกลางส าค ญ แนวความค ดน พยายามจะท าความเข าใจ มน ษย และศ กษาว ามน ษย เร ยนร ได อย างไร แล วน าความร และว ธ การทางว ทยาศาสตร เข าไป ประย กต เพ อแก ไขป ญหา หร อพ ฒนาการเร ยนการสอนให ม ประส ทธ ภาพย งข น น กการศ กษาและ น กจ ตว ทยาท ม ความค ดเห นสอดคล องก บแนวความค ดน ม อย หลายท าน เช น สก นเนอร (B.F. Skinner : 1968) กาเย (Gagne : 1965) และพาร ก (Pask : 1969 ) เป นต น จากแนวค ดทางการศ กษาท งสองน ยด งกล าว น บเป นเร องย งยากส าหร บน กการศ กษา และน กเทคโนโลย การศ กษาในการท จะต ดส นใจน าแนวความค ดในเร องน มาใช พ ฒนาการศ กษา อย างไรก ตาม แนวความค ดท ข ดแย งก นด งกล าวก น บเป นผลด ท จะก อให เก ดการพ ฒนาท าให เก ด ส งใหม ๆ ทางการศ กษาข นมาเพราะนว ตกรรมต างๆ ทางการศ กษาล วนเก ดจากท ศนะท ข ดแย งก น ท งส น เช น ความด ก บความช ว, ส งเก าก บส งใหม, คร เป นต วศ นย กลางก บผ เร ยนเป นศ นย กลาง เป นต น ป จจ บ นจะส งเกตเห นว า แนวความค ดท เก ยวก บเทคโนโลย การศ กษา ม แนวโน มท จะน า ความค ดทางพฤต กรรมศาสตร มาใช มากข น แต ก อนท จะน าท ศนะด งกล าวน มาใช ควรจะได พ จารณาถ งเร อง ธรรมชาต ของมน ษย (The Nature of Human) เส ยก อนซ ง แมกเกรเกอร (Mcgregor อ างจาก Ivor K. Davies :7 13) ได สร ปไว ว า โดยธรรมชาต แล ว มน ษย แบ งออกเป น 2 กล ม ตามทฤษฎ ต อไปน 1. ทฤษฎ X กล าวว า ตามธรรมชาต แล วมน ษย ม ความเก ยจคร านเป นน ส ย ด งน นการท าก จกรรมใดๆ ของมน ษย ในกล มทฤษฎ น จะต องม การกระต นโดยการให รางว ลหร อ ลงโทษ ตลอดจนต องหาว ธ ควบค มอย างใกล ช ด มน ษย เหล าน ชอบความสะดวกสบายและชอบท จะเป นผ ร บมากกว าท จะด นรนแสวงหา นอกจากน นย งชอบหล กเล ยงหน าท ความร บผ ดชอบท

9 18 ได ร บมอบหมายอย เสมอ ด งน นหากน าแนวความค ดเทคโนโลย การศ กษาตามท ศนะทาง ว ทยาศาสตร กายภาพมาใช ก บมน ษย ตามทฤษฎ น แล ว ก ย งจะเป นผลเสร มความเก ยจคร านให ก บ มน ษย เหล าน เพราะส อจะเป นต วป อนให ท งหมด 2. ทฤษฎ Y กล าวว าโดยธรรมชาต แล วมน ษย จะม ความอยากร อยากเห นอยากท า หากส งเหล าน นม ความหมายและน าสนใจส าหร บต วเขา เขาจะท าด วยตนเองหร อด นรนเพ อให ประสบก บความส าเร จ ซ งหากน าเทคโนโลย การศ กษาในท ศนะทางพฤต กรรมศาสตร มา ประย กต ใช ก จะเก ดผลก บมน ษย กล มน อย างส ง เดว ด ออช เบล (David Ausubel : 1967) ได เสนอทฤษฎ ท แตกต างไปจาก 2 ทฤษฎ น ค อ เขากล าวว า ธรรมชาต ของมน ษย ม ได ม เพ ยง 2 ทฤษฎ เท าน น แต เขาย งเช อว าย งม อ กล กษณะหน ง ค อ มน ษย ม ความสามารถในการต ดส นใจ (Decision Makers) และแก ป ญหา (Problem Solvers) ตลอดจนความสามารถในการท างานภายใต การควบค มและตามความสนใจของตนเองได โดย เดว ด ออช เบล เร ยกความเช อและแนวความค ดของเขาน ว าทฤษฎ Z เทคโนโลย การศ กษาในท ศนะใหม ทฤษฎ ท เก ยวก บธรรมชาต ของมน ษย ซ งต งอย บนรากฐานของการว เคราะห มโนท ศน (Conceptual analytical Base) ข อม ลการว จ ยการส งเคราะห และบ รณาการ (Scott : 1967) ด งกล าวมาแล วน นจ ดได ว าเป นปร ชญาท ต งอย บนความเช อท ว า การจ ดการใดๆ ก ตาม ควรศ กษา อย างม ระบบ (as a system) ซ งถ อว าเร องน เป นม ต ใหม ทางการศ กษา ท งน เพราะท ผ านๆ มาเรา ม กจะน กถ งภารก จต างๆ เป นส วนๆ ไปโดยม ได พ จารณาท งระบบ เช น การเร ยนการสอนของเราก จะน กถ ง กระดานชอล ก แผนท ร ปภาพ ห องปฏ บ ต การและอ นๆ ควบค ไปโดยน กถ งเป นอย างๆ ไป ท งๆ ท ท งหมดน อย ในระบบเด ยวก น ค อระบบการสอน ด งน นเพ อให การจ ดการเร ยนการสอนม ความหมายมากข น เราจ งควรพ จารณาในล กษณะรวมๆ ของระบบการเร ยนการสอนท งหมด มาว า จะเป นภารก จหร อคนและศ กษาต อไปว าแต ละส วนท กล าวมาน นม ความเก ยวข องส มพ นธ ก นและ ก นอย างไร (ไชยยศ เร องส วรรณ : 17) แนวค ดทางเทคโนโลย การศ กษา จากความหมายต างๆ ท กล าวมาน จะเห นได ว า เทคโนโลย การศ กษาเป นการประย กต เอา เทคน ค ว ธ การ แนวความค ด ว สด อ ปกรณ และศาสตร ทางการศ กษามาใช ในการว เคราะห ป ญหา

10 19 ทางการศ กษา ซ งเป นกระบวนการท ซ บซ อน โดยแต ละส วนของกระบวนการม ความเป นบ รณาการ ไม ได แยกเป นอ สระจากก น ท าให น ยามของเทคโนโลย ทางการศ กษาม จ ดเร มต นจาก สอง แนวความค ด ด งน (ช ยยงค, 2545 : 12-13) แนวค ดท 1 เน นส อ (ส อ+อ ปกรณ ) เป นแนวค ดท น าผลผล ตทางว ทยาศาสตร และว ศวกรรม ท ม ท งว สด ส นเปล อง (Software) และอ ปกรณ ท คงทนถาวร (Hardware) แนวค ดน เช อว า การเร ยนร เก ดจากการฟ งด วยห และชม ด วยตา ส งท เก ดข นจากการเน นส อถ กน ามาใช เพ อประโยชน ของคร น กเร ยนซ งถ อได ว าเป นตาม แนวค ดทางว ทยาศาสตร กายภาพ (Physical Science Concept) ต วอย างของส งท เก ดข น อาท เช น เคร องฉายภาพข ามศ รษะ เคร องร บโทรท ศน ภาพยนตร คอมพ วเตอร และรายการอ นๆ ท อย ใน ร ปของอ ปกรณ (Hardware) และว สด (Software) แนวค ดท 2 เน นว ธ การ (ส อ+อ ปกรณ + ว ธ การ) เป นแนวค ดท ประย กต หล กการทางจ ตว ทยา ส งคมว ทยา มาน ษย ว ทยาและผลผล ตทาง ว ทยาศาสตร และว ศวกรรม เพ อช วยให ผ เร ยนเก ดการเปล ยนแปลงพฤต กรรมการเร ยนร เน นว ธ การ จ ดระบบ (System Approach) ท ใช ในการออกแบบ การวางแผน ด าเน นการตามแผนและประเม น กระบวนการท งหมดของการเร ยนการสอนภายใต ว ตถ ประสงค ท วางไว อย างเฉพาะเจาะจง ด วย การใช ผลการว จ ยเก ยวก บการเร ยนร ของมน ษย การส อสาร เป นพ นฐานการด าเน นงาน ซ งถ อได ว า เป นตามแนวค ดทางพฤต กรรมศาสตร (Behavioral Science) จากแนวความค ดด งกล าวข างต น เทคโนโลย การศ กษา ตามแนวค ดทางว ทยาศาสตร กายภาพ (Physical Science Concept) น น เป นแนวค ดท คนส วนใหญ ม กจะเข าใจ เพราะเน นส อ ส งของ แต แนวค ดทางพฤต กรรมศาสตร (Behavioral Science) ท เป นแนวค ดเก ยวก บว ธ ระบบ เป นแนวค ดท คนย งเข าใจน อย เพราะเน นส อประเภทว ธ การ หร ออาจกล าวโดยสร ป ค อ เทคโนโลย การศ กษา ตามแนวทางแรกน นเป นเทคโนโลย เคร องม อ และแนวค ดอย างหล งน นเป นเทคโนโลย ระบบ แต อย างไรก ตามเทคโนโลย การศ กษา ย งม ภาพล กษณ ของโสตท ศนศ กษา (Audio Visual Education) อย มาก เป นผลท าให เทคโนโลย การศ กษาม ภาพท บ คคลท วไปมองและเข าใจว า ธรรมชาต ของเทคโนโลย การศ กษา เน นหน กเก ยวก บการใช เคร องม อ ตลอดจนการน าผลผล ตทาง

11 20 ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย เข ามาใช ในระบบการศ กษา น บได ว าการท บ คคลจ านวนมากม ความ เข าใจในล กษณะด งกล าวถ อเป นความเข าใจท ย งไม ถ กต องท งหมด เพราะธรรมชาต ของเทคโนโลย การศ กษา อ กม ต หน งค อ เทคโนโลย ระบบท เน นเก ยวก บการจ ดการ การออกแบบ การวางแผน การ ดาเน นการตามแผนและการประเม นซ งเป นการน าว ธ ระบบมาใช เพ อแก ป ญหาหร อจ ดสภาพการณ ทางการศ กษาให ม ประส ทธ ภาพตามเป าหมาย ขอบข ายของเทคโนโลย การศ กษา การเปล ยนแปลงแนวค ดของสาระทางเทคโนโลย การศ กษาในอด ตม ผลกระทบต อการ พ ฒนาขอบข ายของสาระทางเทคโนโลย การศ กษาในป จจ บ นและอนาคตกล าวค อการเปล ยนแปลง ของเทคโนโลย ม ความส มพ นธ ก บมาตรฐานการศ กษาของแต ละประเทศ ท จะส งผลให ขอบข ายของ สาระทางเทคโนโลย การศ กษาแตกต างก น ในท น จ งเสนอผลการศ กษาขอบข ายของสาระทาง เทคโนโลย การศ กษาในป จจ บ นโดยเกณฑ ในการศ กษาแบ งตาม 4 ทว ป ใน 10 ประเทศด งน 1.ทว ปอเมร กา 1.1 ประเทศสหร ฐอเมร กา 1.2 ประเทศแคนาดา 2.ทว ปออสเตรเล ย 2.1 ประเทศออสเตรเล ย 3.ทว ปย โรป 3.1 ประเทศฝร งเศส 3.2 ประเทศสหราชอาณาจ กร 3.3 ประเทศฟ นแลนด 4.ทว ปเอเซ ย 4.1 ประเทศญ ป น 4.2 ประเทศสาธารณร ฐประชาชนจ น 4.3 ประเทศสาธารณร ฐส งคโปร 4.4 ประเทศไทย 1.ทว ป อเมร กา 1.1 ประเทศสหร ฐอเมร กา สมาคมเทคโนโลย และส อสารการศ กษาของสหร ฐอเมร กา (Association for Educational Communications and Technology: AECT : 1994) ก าหนดตามการศ กษา แนวค ดของ Seels and Richey (1994) ว าเทคโนโลย การศ กษาเป นการผสานระหว างการน า ทฤษฎ ไปส การปฏ บ ต จ งอย ในขอบข ายของเทคโนโลย ด งท ได กล าวข างต น ซ งในป ค.ศ. 2000

12 21 สมาคมเทคโนโลย และส อสารการศ กษาของสหร ฐอเมร กา (AECT, 2000: 7-10) ได ให ค าน ยามของ สาขาเทคโนโลย การศ กษาและระบ ฐานความร ท จ าเป นในระด บล กส าหร บกล มหล ก (domain) และ กล มย อย (sub domain) ของสาขา ซ งมาตรฐานในป จจ บ นม การเปล ยนแปลงอย างเห นได ช ดเจน โดยในระยะแรกจะเน นบทบาทและหน าท ของเทคโนโลย การศ กษาในฐานะสาขาว ชาช พ แต มาตรฐานใหม น จะข นอย ก บฐานความร ท มาจากการว จ ยและทฤษฎ และได จ ดแบ งขอบข ายของ สาระของเทคโนโลย การศ กษาออกเป น 5 ขอบข ายใหญ และแต ละขอบข ายแยกเป น 4 ขอบข าย ย อย รวมเป นขอบข ายย อยท งหมด 20 ขอบข าย ด งน 1. การออกแบบ (Design) 2. การพ ฒนา (Development) 3. การใช (Utilization) 4. การจ ดการ (Management) 5. การประเม น (Evaluation) 1. การออกแบบ (Design) ค อ กระบวนการในการก าหนดสภาพของการเร ยนร 1.1 การออกแบบระบบการสอน (instructional systems design) เป นว ธ การ จ ดการท รวมข นตอนของการสอนประกอบด วย การว เคราะห (analysis) ค อ กระบวนการท ก าหนด ว าต องการให ผ เร ยนได ร บอะไร เร ยนในเน อหาอะไร การออกแบบ (design) กระบวนการท จะต อง ระบ ว าให ผ เร ยนเร ยนอย างไร การพ ฒนา (development) ค อ กระบวนการสร างผล ตส อว สด การ สอน การน าไปใช (implementation) ค อ การใช ว สด และย ทธศาสตร ต างๆ ในการสอน และการ ประเม น (evaluation) ค อ กระบวนการในการประเม นการสอน 1.2 ออกแบบสาร (message design) เป นการวางแผน เปล ยนแปลงสารเน น ทฤษฎ การเร ยนท ประย กต ความร บนพ นฐานของความสนใจ การร บร ความจ า การออกแบบสารม จ ดประสงค เพ อการส อความหมายก บผ เร ยน 1.3 กลย ทธ การสอน (instructional strategies) เน นท การเล อกล าด บเหต การณ และก จกรรมในบทเร ยน ในทางปฏ บ ต กลย ทธ การสอนม ความส มพ นธ ก บสถานการณ การเร ยน ผล ของปฏ ส มพ นธ น สามารถอธ บายได โดยโมเดลการสอน การเล อกย ทธศาสตร การสอนและโมเดล การสอนต องข นอย ก บสถานการณ การเร ยนรวมถ งล กษณะผ เร ยน ธรรมชาต ของเน อหาว ชาและ จ ดประสงค ของผ เร ยน

13 ล กษณะผ เร ยน (learner characteristics) ค อล กษณะและประสบการณ เด ม ของผ เร ยนท จะม ผลต อกระบวนการเร ยน การสอน การเล อก และการใช ย ทธศาสตร การสอน 2. การพ ฒนา (Development) เป นกระบวนการของการเปล ยนการออกแบบ ประกอบด วย 2.1 เทคโนโลย ส งพ มพ (print technologies) เป นการผล ต หร อส งสาร ส อด าน ว สด เช น หน งส อ โสตท ศนว สด พ นฐานประเภทภาพน ง ภาพถ าย รวมถ งส อข อความ กราฟ ก ว สด ภาพส งพ มพ ท ศนว สด ส งเหล าน เป นพ นฐานของการพ ฒนา การใช ส อว สด การสอนอ นๆ 2.2 เทคโนโลย โสตท ศน ปกรณ (audiovisual technologies) เป นว ธ การในการ จ ดหา หร อส งถ ายสาร โดยใช เคร องม ออ ปกรณ หร อเคร องม ออ เล กทรอน กส เพ อน าเสนอสารต างๆ ด วยเส ยง และภาพ โสตท ศน ปกรณ จะช วยแสดงส งท เป นธรรมชาต จร ง ความค ดท เป นนามธรรม เพ อผ สอนน าไปใช ให ม ปฏ ส มพ นธ ก บผ เร ยน 2.3 เทคโนโลย คอมพ วเตอร (computer based technologies) เป นว ธ การในการ จ ดหาหร อส งถ ายสาร โดยการใช ไมโครโพรเซสเซอร เพ อร บและส งข อม ลแบบด จ ตอลประกอบด วย คอมพ วเตอร ช วยสอน คอมพ วเตอร จ ดการสอน โทรคมนาคม การส อสารทางอ เล กทรอน กส การ เข าถ งและใช แหล งข อม ลในเคร อข าย 2.4 เทคโนโลย บ รณาการ (integrated technologies) เป นว ธ การในการจ ดหา หร อส งถ ายข อม ลก บส อหลาย ๆ ร ปแบบภายใต การควบค มของคอมพ วเตอร 3. การใช (Utilization) เป นการใช กระบวนการและแหล งทร พยากรเพ อการเร ยนการ สอน ประกอบด วย 3.1 การใช ส อ (media utilization) เป นระบบของการใช ส อ แหล งทร พยากรเพ อ การเร ยน โดยใช กระบวนการตามท ผ านการออกแบบการสอน 3.2 การแพร กระจายนว ตกรรม (diffusion of innovations) เป นกระบวนการส อ ความหมาย รวมถ งการวางย ทธศาสตร หร อจ ดประสงค ให เก ดการยอมร บนว ตกรรม 3.3 ว ธ การน าไปใช และการจ ดการ (implementation and institutionalization) เป นการใช ส อการสอนหร อย ทธศาสตร ในสถานการณ จร งอย างต อเน องและใช นว ตกรรมการศ กษา เป นประจ าในองค การ

14 นโยบาย หล กการและกฎระเบ ยบข อบ งค บ (policies and regulations) เป นกฎระเบ ยบ ข อบ งค บของส งคมท ส งผลต อการแพร กระจาย และการใช เทคโนโลย การศ กษา 4. การจ ดการ (Management) เป นการควบค มกระบวนการทางเทคโนโลย การ ศ กษา ตลอดจนการวางแผน การจ ดการ การประสานงานและการให คาแนะน า ประกอบ ด วย 4.1 การจ ดการโครงการ (project management) เป นการวางแผน ก าก บ ควบค ม การออกแบบ และพ ฒนาโครงการสอน 4.2 การจ ดการแหล งทร พยากร (resource management) เป นการวางแผน ก าก บ ควบค มแหล งทร พยากร ท ช วยระบบและการบร การ 4.3 การจ ดการระบบส งถ าย (delivery system management) เป นการวางแผน ก าก บ ควบค มว ธ การซ งแพร กระจายส อการสอนในองค การ รวมถ งส อ และว ธ การใช ท จะน าเสนอ สารไปย งผ เร ยน 4.5 การจ ดการสารสนเทศ (information management) เป นการวางแผน ก าก บ ควบค ม การเก บ การส งถ าย หร อกระบวนการของข อม ลสารเพ อสน บสน นแหล งทร พยากรการเร ยน 5. การประเม น (Evaluation) กระบวนการหาข อม ลเพ อก าหนดความเหมาะสมของ การเร ยนการสอน ประกอบด วย 5.1 การว เคราะห ป ญหา (problem analysis) เป นการท าให ป ญหาส นส ด โดยการ ใช ข อม ลต างๆ และว ธ การท จะช วยต ดส นใจ 5.2 เกณฑ การประเม น (criterion reference measurement) เทคน คการใช เกณฑ เพ อการประเม นการสอน หร อประเม นโครงการเทคโนโลย และส อสารการศ กษา 5.3 การประเม นความก าวหน า (formative evaluation) ม การใช ข อม ลอย าง เหมาะสมจากการประเม นความก าวหน าเพ อเป นฐานในการพ ฒนาต อไป 5.4 การประเม นผลสร ป (summative evaluation) ม การใช ข อม ลอย างเหมาะสม ท จะต ดส นใจก บการดาเน นงานโปรแกรม หร อโครงการต อไป แต ละขอบข ายจะเช อมโยงเข าส ทฤษฎ และการปฏ บ ต และประสานส มพ นธ ก น ขอบข าย หล ก 5 กล ม แต ล ะขอบข ายประกอบด วย 4 ขอบข ายย อย รวมเป นขอบข ายย อยท งหมด 20 ขอบข าย ด งภาพท 1.2

15 24 การพ ฒนา เทคโนโลย การพ มพ เทคโนโลย โสตท ศน ปกรณ เทคโนโลย คอมพ วเตอร เทคโนโลย บ รณการ การใช การใช ส อ การแพร กระจายนว ตกรรม การดาเน นงาน และการจ ดองค กร นโยบาย และกฎระเบ ยบ ทฤษฎ การปฏ บ ต การออกแบบ การออกแบบระบบการสอน การออกแบบสาร กลย ทธการสอน ล กษณะของผ เร ยน การประเม น การว เคราะห ป ญหา การว ดแบบอ งเกณฑ การประเม นผลก าวหน า การประเม นผลสร ป การจ ดการ การบร หารโครงการ การจ ดการทร พยากร การจ ดการระบบนาส ง การจ ดการสารสนเทศ ภาพท 1.2 ขอบข ายสาระเทคโนโลย การศ กษาตามแนวค ดของสมาคมเทคโนโลย และส อสาร การศ กษาของสหร ฐอเมร กา (Association for Educational Communications and Technology: AECT, 1994) 1.2 ประเทศแคนาดา ระบบการศ กษาของแคนาดาประกอบด วยสถาบ นการศ กษาท งภาคร ฐและ เอกชน ภายใต ร ฐธรรมน ญของแคนาดา การศ กษาถ อว าเป นความร บผ ดชอบของมณฑล ระบบ การศ กษาของแต ละมณฑลจะแตกต างก นอย างส นเช ง การจ ดการศ กษาของมหาว ทยาล ยม เสร ภาพและม การประก นค ณภาพจากภายในและภายนอก ม การน าเอาเทคโนโลย การศ กษามาใช ในประเทศ แบ งออกเป น 3 กล ม ค อ 1. ระบบเป นการใช ว ธ การต างๆ ทางทฤษฎ ระบบและการว จ ยปฏ บ ต การ (Action Research) ในว ธ การของเทคโนโลย การศ กษา โดยอาศ ยหล กทางว ธ ระบบ

16 25 2. ว ธ การและเทคน ค ใช เทคน คต างๆ ในการออกแบบหร อวางแผนการ ต ดส นใจ 3. การจ ดการ ใช ในการจ ดการ POSDCoRB ซ งเป นหล กการบร หารท วไป การน าเทคโนโลย การศ กษามาใช ส วนใหญ เน นไปในด านการจ ดการและการบร หารองค กร ด งจะ เห นได ว าได น าหล กการบร หารมาใช ในการจ ดการเทคโนโลย การศ กษาในหน วยงาน องค กร โดย ร ฐบาลให การสน บสน นเทคโนโลย ในด านต างๆ โดยให ความส าค ญในการพ ฒนาเทคโนโลย คอมพ วเตอร และการส อสาร ซ งพบได จากการวางระบบเคร อข ายการส อสารในองค กรต างๆ ของ ประเทศพร อมท งม การพ ฒนาทร พยากรมน ษย ในด านการศ กษาและด านอ นๆ ควบค ก นไป อย บน พ นฐานโครงสร างของประเทศ โดยสร ปแล ว สาระขอบข ายเทคโนโลย การศ กษา ม องค ประกอบท ม ความส มพ นธ ก นใน การจ ดการศ กษาและการเร ยนการสอน 3 ประการ ค อ การจ ดการทางการศ กษา การพ ฒนา การศ กษาและการใช เทคโนโลย ด งภาพท 1.3 การจ ดการศ กษา การใช เทคโนโลย การพ ฒนา การศ กษา ภาพท 1.3 ขอบข ายของเทคโนโลย การศ กษาของประเทศแคนาดา 2. ทว ปออสเตรเล ย 2.1 ประเทศออสเตรเล ย Latchem (1986 : 5-11) ได กล าวถ ง ขอบข ายสาระเทคโนโลย การศ กษาของ ออสเตรเล ยว า ในช วง 2 ทศวรรษท ผ านมา เทคโนโลย การศ กษาค อการใช โสตท ศนศ กษา พฤต กรรมน ยม การเร ยนแบบโปรแกรมและการจ ดระบบ เคร องช วยสอน การพ ฒนาเคร องม อ ทางเทคน คต างๆ โดยไม ได เน นเพ ยงเคร องม ออ ปกรณ เท าน น แต เน นว ธ การจ ดระบบมากกว า ผลผล ตทางเทคน ค ในป จจ บ นความก าวหน าทางคอมพ วเตอร ว ด โอ และส อสารทางไกลและส อ

17 26 ปฏ ส มพ นธ ท าให เก ดการเผยแพร และถ ายทอดสารสนเทศ เทคโนโลย การศ กษาจ งเป นการพ ฒนา ความร ท กษะและการปฏ บ ต ผ านการว จ ยเพ อแก ป ญหาและพ ฒนาระบบ ว ธ การและส อเพ อท า ให ส งท จะกล าวต อไปน ก าวหน า - การออกแบบการเร ยนการสอนและหล กส ตร - การพ ฒนาการฝ กอบรมและว ชาช พ - กลย ทธ และเทคน คว ธ ในการเร ยนและการสอน - คอมพ วเตอร ช วยสอน การเร ยนโดยใช คอมพ วเตอร เป นฐาน การจ ดการเร ยนร โดยใช คอมพ วเตอร - การจ ดการทร พยากรแหล งเร ยนร / การเร ยนโดยใช แหล งเร ยนร เป นฐาน - การประย กต ใช โสตท ศนศ กษา เทคโนโลย สารเทศและการส อสาร - การประเม นและว จ ย - การศ กษาทฤษฎ เทคโนโลย การศ กษา - การรวมก นของเร องต าง ๆ ท กล าวมา Williams (2000 : 5) ได สร ปเทคโนโลย ในระด บโรงเร ยนจาก School Education Information Technology Initiatives, 2000 ซ งกล าวถ งจ ดม งหมายของโรงเร ยนในอเดลเลด ศตวรรษท 21 ว า เทคโนโลย สารสนเทศ เป นจ ดม งหมายหน งท น กเร ยนควรบรรล ความส าเร จ จ ดม งหมายของร ฐค อ น กเร ยนควรจะม ความเช อม น สร างสรรค และเป นผ ใช ผลผล ตของ เทคโนโลย ใหม โดยเฉพาะเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสารรวมท งเข าใจถ งผลกระทบของ เทคโนโลย เหล าน นในส งคม โครงการน ม แผน การลงท นและกลย ทธ ในการน าไปใช ซ งจะท าให โรงเร ยนม ความสามารถด งน - สร างเคร อข าย fast local และ wide area เช อมโยงโรงเร ยนข ามร ฐหร อเขตการ ปกครอง - ต ดต งจ านวนคอมพ วเตอร ในแต ละโรงเร ยนอย างพอเพ ยง - ฝ กอบรมคร ให ม ท กษะทางเทคโนโลย และจ ดการศ กษาต อเน องในการใช เทคโนโลย ในการสอน - จ ดสรร สน บสน นด านเทคน คให แต ละโรงเร ยน - จ ดสรร software และ hardware ให พอเพ ยง - จ ดศ นย ห องสม ดด จ ตอล

18 27 - จ ดต งโรงเร ยนสาธ ต เทคโนโลย เพ อเป นแม แบบส าหร บโรงเร ยนอ นในอนาคต โครงการ School Information Kit ,Icts for learning (2003) ร ฐมนตร ว าการกระทรวงศ กษา Anna Bligh กล าวว าร ฐคว นส แลนด ได สน บสน นการน า ICT มาใช ในการเร ยนการสอนโดยบ รณาการท กเคร องม อเพ อการเร ยนและหล กส ตร โดยปร บปร งการเข าถ ง (access) ICT การพ ฒนาท กษะทาง ICT ของผ เร ยนและผ สอน การเปล ยนคอมพ วเตอร ใหม แทน เคร องเก าและสน บสน น ICT ในโรงเร ยน ส วน Ken smith ผ อ านวยการการศ กษาท วไปของร ฐ คว นส แลนด สร ปว า ICT เป นองค ประกอบส าค ญองค ประกอบหน งเพราะ ICT เป นหน งใน เคร องม อท ม ความจ าเป นส าหร บการเร ยนและการดารงช ว ตในศตวรรษท 21 โดยจะลงท นด าน ICT ส าหร บท กโรงเร ยนจ ดการ Web ใหม และบร การเข าถ งอ นเทอร เน ต โดยสร างช ดการสอนบ รณาการ พ ฒนาการศ กษาทางไกลผ าน ICT ปร บปร งโครงสร างพ นฐานและแหล งการเร ยนร ทางด จ ตอล พ ฒนาคอร ดสระยะส นหล กส ตร ICT บ รณาการเพ อส งไปย งมหาว ทยาล ย โรงเร ยนและศ นย อ นๆ จ ดท าหน งส อเล มเล กส าหร บอธ บายว ธ การสอนในหล กส ตร ICT บ รณาการพร อมแบบฝ กส าหร บ หล กส ตรของร ฐคว นส แลนด พ ฒนาคร ผ านโครงการ ICT Explores ด าเน นการสน บสน นโปรแกรม การสอน ICT ด านคณ ตศาสตร การเข าถ งช มชน การผล ตเคร องม อว ดผลหล กส ตร ICT บ รณาการ ท งน เพ อให การเร ยนการสอนม ประส ทธ ภาพ กล าวโดยสร ป เทคโนโลย การศ กษาในประเทศออสเตรเล ย ได ร บอ ทธ พลจากส หราชอาณาจ กรและสหร ฐอเมร กา ด งจะเห นได จากท Latchem ได กล าวไว ม ท งการศ กษาทฤษฎ และการประย กต ใช โดยครอบคล มถ งการออกแบบการพ ฒนา กลย ทธ เทคน คว ธ การเร ยนการสอน ว ธ การจ ดระบบการจ ดการทร พยากรแหล งเร ยนร การประเม นและการว จ ยโดยครอบคล มในระบบ โรงเร ยนไปจนถ งการฝ กอบรมและว ชาช พโดยใช ส อต างๆ ท งโสตท ศนศ กษา เทคโนโลย สารสนเทศ และการส อสาร คอมพ วเตอร ส ออ นๆ ซ งม บทบาทต อการเปล ยนแปลงทางการศ กษาอย างมาก ด งภาพท 1.4

19 28 การประเม นและว จ ย - Evaluation - Research การออกแบบ - ระบบ - กลย ทธ การเร ยนการสอน - สาร - ผ เร ยน ทฤษฎ และการใช การพ ฒนา - Audio Visual - Computer - ICT - Integrated Tech. การจ ดการ - Project - Resource การใช และเผยแพร - ใช - เผยแพร ภาพท 1.4 ขอบข ายของเทคโนโลย การศ กษาของประเทศออสเตรเล ย 3. ทว ปย โรป 3.1 ประเทศฝร งเศส การปฏ ร ปการศ กษาก าล งเป นกระแสใหญ ท วโลก เพราะในสภาพของโลกท เปล ยนไป เป นส งคมท สล บซ บซ อน เช อมโยงและเคล อนไหวเปล ยนแปลงไปอย างรวดเร ว กลายเป น ส งคมความร (Knowledge Society) การศ กษาจ งจ าเป นต องม การปร บต วให สามารถเป น การศ กษาส าหร บคนท กคน (Education for All) และม กระบวนการเร ยนร ท เหมาะสมแก ผ เร ยนแต ละคน หร อการเอาผ เร ยนเป นศ นย กลาง ระบบการศ กษาในประเทศฝร งเศส อาจจะเร ยกได ว าเป นระบบการศ กษาท ร ฐให ฟร ท งหมด (ประเวศ วะส : 2542) ซ งสอดคล องก บ ข อม ลทางอ นเทอร เน ต (www.ifu.lu/grandtbig/educationfranch) ท ระบ ว าประเทศฝร งเศสได ม การปฏ ร ปการศ กษาท ให ฟร และในป จจ บ นทางประเทศฝร งเศสได ม การปฏ ร ปการศ กษาเพ อ

20 29 ประชาชนท กคนมากย งข นโดยน าระบบการส อสารโทรคมนาคมมาพ ฒนาเทคโนโลย การศ กษา และการศ กษาแบบออนไลน ผ านเคร อข ายคอมพ วเตอร จากข อม ลทางอ นเทอร เน ต ได กล าวถ งเทคโนโลย การศ กษาในภาพรวมโดยระบ ว า เทคโนโลย การศ กษาท น ามาใช ในประเทศฝร งเศสในป จจ บ นเป น บทเร ยนออนไลน การเร ยนผ านเคร อข ายอ นเทอร เน ต นอกจากน ประเทศฝร งเศสเป นประเทศท ได ช อว าเป นประเทศท ม พ ฒนาการทางด านระบบส อ สารโทรคมนาคมท ท นสม ย ซ งสามารถระบ เป น ขอบข ายเทคโนโลย การศ กษามาพอส งเขป ด งภาพท 1.5 การจ ดการศ กษา - เพ อท องถ น - เขตการศ กษา - การศ กษาเพ อ มวลชน -การอบรมว ชาช พ เทคโนโลย - ว ทย กระจายเส ยง การศ กษา - ว ทย โทรท ศน - การศ กษาแบบ ออนไลน -ว ทยาล ยออนไลน ภาพท 1.5 ขอบข ายของเทคโนโลย การศ กษาของประเทศฝร งเศส สร ปจากการศ กษาค นคว าข อม ลขอบข ายของเทคโนโลย การศ กษาในประเทศ ฝร งเศสได เน นถ งการพ ฒนาประชากรโดยให การศ กษาแก คนท กคนได น าความร ท ได ไปพ ฒนา ตนเอง ซ งโดยส วนใหญ ขอบข ายของงานเทคโนโลย การศ กษาจะเป นในแนวทางการศ กษาท ไม จ าก ดสถานท และเวลา 3.2 ประเทศสหราชอาณาจ กร ระบบการศ กษาในสหราชอาณาจ กร แบ งออกเป น 3 ส วนค อ เวลล ไอร แลนด เหน อและสก อตแลนด ท ง 3 ระบบเป นการกระจายอ านาจจากส วนกลางไปย งท องถ นและ สถานศ กษา จ งไมม ระด บภ ม ภาค ในระด บชาต อย ในการควบค มด แลของกระทรวงการศ กษาและ

21 30 การจ างงานของแต ละท โดยม ร ฐมนตร ว าการ ซ งได ร บการแต งต งจากนายกร ฐมนตร และข นตรงต อ ร ฐสภาท กร งลอนดอน การศ กษาในระด บท องถ นอย ในความร บผ ดชอบขององค กรท องถ น ได แก องค การบร หารการศ กษาท องถ น โดยแต ละแห งจะม คณะกรรมการการศ กษา ซ งประกอบด วยผ แทน จากกล มต างๆ ในท องถ น รวมท งผ ปกครองและกล มธ รก จเอกชน จะจ ดให ม ผ อ านวยการศ กษาเป น เจ าหน าท ร บผ ดชอบการบร หารจ ดการ ในระด บสถานศ กษาแบ งออกเป น 3 ระด บ ค อ การศ กษาในโรงเร ยน การศ กษา ต อเน องและการอ ดมศ กษา แต ละระด บม ท งสถานศ กษาของภาคร ฐและเอกชน สถานศ กษา ท กระด บจะม คณะกรรมการบร หารของสถานศ กษาร บผ ดชอบในการให ค าปร กษาและต ดส นใจ เก ยวก บแนวทางการดาเน นงานของสถานศ กษา ท งในด านการจ ดการเร ยนการสอน หล กส ตร การ ควบค มค ณภาพและการบร หารงานท วไป ในการบร หารจะม ร ฐมนตร เป นผ บร หารส งส ดของแต ละท ม ร ฐมนตร ช วยว าการ จ านวน 3 คนและผ ช วยร ฐมนตร จ านวน 3 คนร บผ ดชอบงานในด านต างๆ ส าหร บด านเทคโนโลย การศ กษาจะอย ในการด แลของผ ช วยร ฐมนตร ด านมาตรฐานการศ กษา ป จจ บ น British Open University(OU) ได พ ฒนาการสอนผ านเทคโนโลย สารสนเทศในร ปแบบต างๆ มากข นโดยเฉพาะการใช ระบบอ นเตอร เน ตเข ามาช วยในการจ ดการ เร ยนการสอน เช น การสร างกล มสนทนาแลกเปล ยนความค ดเห น การส งงานทางอ นเตอร เน ท การ น าเสนอบทเร ยนท เป นส อประสมผ านระบบอ นเตอร เน ท การประช มทางไกลผ านระบบอ นเตอร เน ท ในขณะน (ป 2002) British Open University ม รายว ชาท เป ดสอนผ านระบบอ นเตอร เน ทจ านวน 14 ว ชา ทางด านเทคโนโลย สารสนเทศ ได ม การก าหนดแผนพ ฒนาในการใช เทคโนโลย สารสนเทศ ในร ปแบบต าง ๆ ประกอบด วย 1. การเช อมต อท กโรงเร ยนเข าก บทางด วนสารสนเทศโดยให โรงเร ยนเส ย ค าบร การราคาถ ก 2. การพ ฒนาโครงข ายแห งชาต เพ อการเร ยนร (National Grid for Leaning หร อ NGFL) เป นโครงสร างพ นฐานด านเทคโนโลย สารสนเทศเพ อการศ กษาท จะเช อมโยง สถานศ กษาท กแห ง ห องสม ด พ พ ธภ ณฑ สถานประกอบการ บ าน สถานท ราชการเข าด วยก น โดย โครงข ายด งกล าวเป นกลไกส าค ญในการส งเสร มการเร ยนร ตลอดช ว ตอ นจะน าไปส ส งคมแห งการ เร ยนร โดยไม ม ข ดจ าก ด ในการพ ฒนาประกอบด วย 3 หล กใหญ ค อ เน อหาท ม ค ณค า การเข าถ ง ข อม ลและท กษะของคร และบรรณาร กษ

22 31 ม การก าหนดเป าหมายการพ ฒนาภายในป 2002 ให คร ต องใช เทคโนโลย สารสนเทศและการส อสารตามหล กส ตรได สถาบ นการศ กษาท กแห ง ห องสม ดและศ นย ช มชนต อง เช อมต อก บ NGFL ร อยละ 75 ของคร ร อยละ 50 ของน กเร ยนต องม ของตนเอง ผ ส าเร จ การศ กษาส วนใหญ ต องเข าใจเร องเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร ซ งจากการประเม นหล ง ป 2002 พบว าโรงเร ยนร อยละ 60 ได เช อมต อก บเคร อข ายและร อยละ 89.6 ม การเช อมต อก บ อ นเตอร เน ทแล ว โรงเร ยนท เช อมต อก บอ นเตอร เน ทร อยละ 52 ได เป ดโอกาสให น กเร ยนท กคนใช ร อยละ 39 ให ใช บ างและร อยละ 9 ย งไม ได ให ใช และพบว าการใช ICT ม ประส ทธ ภาพส งในการ สอนภาษา อ งกฤษ คณ ตศาสตร และประว ต ศาสตร ตามล าด บ ส าหร บขอบข ายเทคโนโลย การศ กษาม การกล าวถ งขอบข ายของ AECT ม หน วยงานทางด านมาตรฐานเทคโนโลย การศ กษา (Centre for Educational Technology Interoperability Standards. หร อ CETIS) ซ งร บผ ดชอบและม ส วนร วมในการพ ฒนามาตรฐาน ต างๆ ท เก ยวก บการศ กษาและเทคโนโลย การศ กษา เช น IMS, CEN/ISSS, ISO, IEEE นอกจากน นการศ กษาแนวค ดและงานทางด านเทคโนโลย การศ กษาในสหราช อาณาจ กร สามารถจะว เคราะห ถ งขอบข ายเทคโนโลย การศ กษาในล กษณะท แตกต างก นไป เช น Wright (2000) ได กล าวถ งเทคโนโลย การศ กษาว าคลอบค มถ งว สด อ ปกรณ ข นตอน กระบวนการ โครงสร าง ระบบและร ปแบบการใช ศาสตราจารย Tim O'Shea (http://www.bbk.ac.uk/18 ม ถ นายน 2547) ผ เช ยวชาญจากมหาว ทยาล ย Birkbeck กร งลอนดอน ได เข ยนบทความเร อง 100 ป เทคโนโลย การศ กษา (100 YEARS OF EDUCATIONAL TECHNOLOGY) ได กล าวถ ง เทคโนโลย การศ กษาใน 2 ล กษณะ ค อ เทคโนโลย การศ กษาในล กษณะส อต างๆ ท ม การพ ฒนามา เป นล าด บและเทคโนโลย การศ กษาในล กษณะว ธ การหร อองค กรหร อหน วยงานหร อสถานท เช น มหาว ทยาล ยส าหร บสอนทางไกล (distance teaching universities) ห องเร ยนเสม อน (virtual classrooms) และจากการแสดงความค ดเห นต อบทความด งกล าว ท าให ทราบถ งเทคโนโลย การศ กษาอ กบางส วนในประเทศสหราชอาณาจ กร ค อการเร ยนทางโทรศ พท Tele (phone, not computer) conferencing และการใช โทรท ศน ศ กษา 3.3. ประเทศฟ นแลนด เทคโนโลย การศ กษาในฟ นแลนด ครอบคล มเก ยวก บการใช เทคโนโลย ในการ เร ยนร และการศ กษา โดยอ งก บทฤษฎ การเร ยนร เช น หน วยว จ ยเทคโนโลย การศ กษาของ มหาว ทยาล ย OULU เน นการว จ ยท ให เข าใจกระบวนการเร ยนร ของน กเร ยน เช น social interaction, motivation and cognitive strategy in learningในส งแวดล อมท ม เทคโนโลย

23 32 สน บสน นการเร ยนร ได แก ส อประสม การประช มทางไกล โทรศ พท ม อถ อ ระบบเคร อข าย การใช เทคโนโลย สารสนเทศในการศ กษา คอมพ วเตอร ฯลฯ ขอบข ายของสาระทางเทคโนโลย การศ กษาประเทศฟ นแลนด เน องจากม ความ พร อมท งด านต างๆ ของประเทศรวมถ งจ านวนประชากร พร อมท งร ฐให การสน บสน นท ง คอมพ วเตอร ฮาร ดแวร และซอฟท แวร ห องปฏ บ ต การว ทยาศาสตร เน นการเร ยนปฏ บ ต การ ส งเสร มให ม การพ ฒนาบทเร ยนท งทางคณ ตศาสตร และว ทยาศาสตร การเร ยนการสอนเน นความ ย ดหย น หล กส ตรท ม ฐานจากการวางแผนของโรงเร ยนก บคร การเร ยนการสอนโดยย ดผ เร ยนเป น หล ก การให คาปร กษาและการศ กษาแบบ remedial teaching การศ กษาป จจ บ นเน นท Content of education และ methods of instruction และย งคงเน นท มาตรฐานการศ กษาและความเท าเท ยมก นของการศ กษา โดยสร ปแล วเทคโนโลย การศ กษาในฟ นแลนด ครอบคล มเก ยวก บ 1.การใช เทคโนโลย ในการเร ยนร และการศ กษาโดยอ งก บทฤษฎ การเร ยนร ให เข าใจกระบวนการเร ยนร ของผ เร ยน 2. ม ความสอดคล องก บส งแวดล อมท ม เทคโนโลย สน บสน น 3. การเร ยนร ท ม คอมพ วเตอร ระบบเคร อข าย โทรศ พท ม อถ อ ส งแวดล อม เสม อนจร งสน บสน น 4. ทว ปเอเช ย 4.1 ประเทศญ ป น หล กฐานหน งท เป นแนวทางท แสดงให เห นว าญ ป นน าเอาเทคโนโลย การศ กษามา ใช ต งแต อด ตก ค อกฎหมายฉบ บแรกในย คเมจ ม การระบ ถ งการให การศ กษาในแนวค ดของ การศ กษาตลอดช ว ต (Lifelong Learning) ซ งเป นหน งในสาระส าค ญของเทคโนโลย การศ กษาใน ป จจ บ น แม ว าในระหว างย คน นจะย งไม ปรากฏค าว าเทคโนโลย การศ กษา แต เม อพ จารณาก บ ป จจ บ นแล วต องยอมร บว าประเทศญ ป นเป นประเทศท ม แนวค ดท ในด านการศ กษามาต งแต อด ต ภายหล งจากสงครามโลกคร งท 2 ฝ ายพ นธม ตรช วงเวลาหน งท ส าค ญและม อ ทธ พลต อการจ ดการศ กษาในประเทศญ ป นและเก ยวโยงถ งสาระและแนวค ดทางเทคโนโลย การศ กษา ก ค อช วงการพ ฒนาส ความเป นประเทศอ ตสาหกรรม ประเทศญ ป นม โรงงานเก ดข น มากมายและต องการคนงานเป นจ านวนมากท าให พลเม องชาวญ ป นบางส วนไม สามารถศ กษาต อ ในระด บท ส งกว าข นพ นฐานได จ งม แนวค ดในการจ ดระบบการเร ยนการสอนท สามารถเอ อต อ

24 33 สภาพการณ ด งกล าว จ งเก ดการจ ดการศ กษาเพ ออาช พ โดยร ฐม งเน นปร บปร งเน อหาสาระของ หล กส ตร อ ปกรณ การเร ยนการสอน โรงฝ กงานให ท นสม ยและเพ ยงพอต อความต องการเร ยนของ ประชาชนและต อการขยายต วทางเศรษฐก จและส งคมของประเทศ ด งภาพท 1.6 ภาพท 1.6 ระบบการศ กษาพ นฐาน (Formal Education School System) ของประเทศญ ป น (ส าน กงานคณะกรรมการศ กษาแห งชาต,2527 : 47 และ MEXT ) ส าหร บการใช เทคโนโลย ท เป นส อล กษณะเป นร ปธรรมม มาต งแต สม ยย คราชวงศ เมจ ในช วงต นทศวรรษท 1920 ในร ปแบบส อว ทย กระจายส ยงแต ย งม ได ม บทบาทในการศ กษา พ ฒนาการต อมาได แก การผล ตรายการว ทย เพ อการศ กษาโดยออกอากาศคร งแรกเม อว นท 22 ม นาคม ค.ศ (กระทรวง ศ กษาธ การ, 2545 : 33) และอ ก 24 ป ต อมาในเด อนม ถ นายน ค.ศ ม การออกอากาศรายการโทรท ศน เพ อการศ กษาเป นคร งแรก การน าเทคโนโลย การศ กษา เข าไปใช ในการจ ดการเร ยนการสอนในประเทศญ ป นม ใช อย างแพร หลายมากย งข น ในป 1983 Bureau of Social Education กระทรวงศ กษาธ การ ว ฒนธรรม ก ฬา ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย (Ministry of Education, Culture, Sports, Science and Technology : MEXT) ได ส ารวจปร มาณ การใช โสตท ศน ปกรณ ประเภทต างๆ ในประเทศญ ป น พบว าม อ ตราการใช และการกระจายประเภท ของการใช ส งโดยเฉพาะเคร องร บโทรท ศน เคร องฉายภาพข ามศ รษะและเคร องบ นท กเส ยง ตามล าด บและข อม ลท น าสนใจอ กอย างหน งก ค อ การน าเทคโนโลย การศ กษาไปใช ในการเร ยนการ

25 34 สอนระด บต างๆ ม ความแตกต างก นช ดเจนระหว างพฤต กรรมของการเร ยนร ก บส อ ค อในระบบ อน บาลจะน ยมใช เคร องบ นท กเส ยง ระด บประถมศ กษาน ยมใช เคร องร บโทรท ศน ระด บม ธยมต น น ยมใช เคร องฉายภาพข ามศ รษะและม ธยมปลายน ยมใช เคร องเล นและบ นท กเทปโทรท ศน ซ งจาก ข อม ลด งกล าวน าจะเป นส งท แสดงให เห นว าจ าเป นจะต องม การสร างท ศนคต ภายใต ทฤษฎ จ ตว ทยาเพ อส งเสร มและให ความร ในเร องของการใช โสตท ศน ปกรณ จากการค นคว าข อม ลพบว าม การจ ดต งองค กรด านเทคโนโลย การศ กษาของ ประเทศญ ป นค อ Japan Society for Educational Technology (JSET) และร ฐบาลให การ สน บสน นในล กษณะภาพรวมของประเทศ ในการจ ดร ปแบบองค กร ของกระทรวงศ กษาธ การ ว ฒนธรรม ก ฬา ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย (Ministry of Education, Culture, Sports, Science and Technology : MEXT) ซ งประกอบด วยการประสานงานของ 3 หน วยงานหล ก ค อ 1) การศ กษา 2) ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย 3) ว ฒนธรรม ก ฬา ในการท จะพ ฒนาตนเองเข าส ศตวรรษท 21 ประเทศญ ป นจ าต องปฏ ร ประบบการศ กษาโดยนโยบายหล กชาต น ยม ค อ พ ฒนา ทร พยากรมน ษย ทางด านการศ กษา ท าน บ าร งศ ลปว ฒนธรรมภายใต กระบวนการค ดสร างสรรค ทางว ทยาศาสตร และเทคโนโลย แต การพ ฒนาทร พยากรมน ษย น นต องต งอย บนพ นฐานการก ฬา อ นท จะส งผลต อส ขภาพท ด ของประชาชน จากน ยามของเทคโนโลย การศ กษาของน กว ชาการต างๆ พบว าขอบข ายของ เทคโนโลย การศ กษาในประเทศญ ป นสอดคล องก บขอบข ายการด แลงานของกระทรวงศ กษาธ การ ว ฒนธรรม ก ฬา ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย (Ministry of Education, Culture, Sports, Science and Technology: MEXT) ด งภาพท 1.7

26 35 ขอบข ายของเทคโนโลย การศ กษาของประเทศ ญ ป น -Planning for science and Technology policy -Synthesis, Creative, Develop Research -Promoting projects -Creation communication culture -International cultural exchange -Copyright system: Promotion culture -Sport lives -Lifelong learning society -Education reform to foster rich humanity -Development of Youth -Administration education respect regions and schools -University in accordance with the rest of ภาพท 1.7 ร ปแบบองค กรของกระทรวงศ กษาธ การ ว ฒนธรรม the world ก ฬา ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย และขอบข ายของเทคโนโลย การศ กษาในประเทศญ ป น (MEXT, 2004) 4.2 ประเทศสาธารณร ฐประชาชนจ น จากบทความในวารสาร China Review (Mun C. Tsang, 2000 : ) กล าวว า นโยบายการศ กษาของสาธารณร ฐประชาชนจ นเปล ยนแปลงไปมากในช วง 5 ทศวรรษท ผ านมา หล งจากสภาพความส บสนในช วงปฏ ว ต ว ฒนธรรม (พ.ศ ) ประชากร จ าเป นต องได ร บความร อย างพอเพ ยง ม การขยายต วของการศ กษา ม การสน บสน นให การศ กษา แก น กว ทยาศาสตร และว ศวกร จ ดม งหมายระบบการศ กษาเร มช ดเจนต งแต พ.ศ ม การ เตร ยมบ คคลากรท ม ท กษะหลายๆ อย างเพ อตอบสนองการพ ฒนาเศรษฐก จ การเต บโตของ เศรษฐก จท ต องการบ คคลากรท ม ความช านาญ และการขยายระบบการศ กษาให เข าถ งเด ก

27 36 ผ ใหญ และคนท กระด บ ในป 2526 เต งเส ยวผ ง ประธานพรรคคอมม วน สต จ นกล าวว า การศ กษา จะต องเผช ญหน าก บความท นสม ย ความเป นไปของโลกและอนาคต ต อมาป 2536 ม การปฏ ร ป การศ กษา การศ กษาภาคบ งค บ 9 ป ขจ ดความไม ร หน งส อของเยาวชนและผ ใหญ ยกระด บ ค ณภาพการศ กษาและการพ ฒนามหาว ทยาล ยช นด 100 แห ง และสาขาว ชาหล ก พ.ศ เจ ยงซ อเหม น ได ต งกลย ทธ การพ ฒนาระด บประเทศโดยม พ นฐานจากว ทยาศาสตร เทคโนโลย และ การศ กษา ต อมา พ.ศ ม แผนปฏ บ ต การพ ฒนาการศ กษา เพ อปฏ ร ประบบการศ กษาให ก าว ต อไปโดย 1) ปร บปร งค ณภาพการศ กษาท กๆ ระด บ 2) ให คร สน บสน นให น กเร ยนค ดอย างอ สระ และสร างสรรค 3) สน บสน นท นและโครงการการศ กษาส าหร บเขตพ นท ยากจน 4) ขยายการศ กษา ระด บม ธยมตอนปลายและระด บมหาว ทยาล ย 5) เพ มพล งของเจ าหน าท ร ฐบาลด วยการให การศ กษาระด บส งข น 6) โครงการเสร มสร างน กเร ยนความสามารถพ เศษและ 7) การพ ฒนา สถาบ นการศ กษาเอกชน ในป 2547เด อนม นาคม ร ฐสภาจ นได เห นชอบแผนปฏ บ ต การป แผนปฏ บ ต การน ร างมาจากท กกล มท เก ยวข องเพ อวางกลย ทธ ท ม งเน นการฟ นฟ จ นด วย ว ทยาศาสตร และการศ กษา แผนปฏ บ ต การฉบ บใหม น ม การเช อมโยงการศ กษาก บความท นสม ย แยกเป น 3 ด านค อ 1. การศ กษาเป นพ นฐานและม บทบาทส าค ญในการสร างส งคมท พร อม เสมอ (well-to-do society) ถ งแม ว าจะม ป ญหาจากจ านวนประชากรท มากมายกว า 1.3 พ นล าน คน 2. การพ ฒนาการศ กษาส มพ นธ ก บการพ ฒนาความเป นอย ของคน โดยรวม ภาคเศรษฐก จต องการคนท ม การศ กษาท ม ค ณภาพ ได ร บการปล กฝ งในเร องความเฉล ยว ฉลาด ค ณธรรม ว ชาฟ ส กส และการก ฬา 3. ความส มพ นธ ระหว างการปฏ ร ประบบการศ กษาก บสภาพเศรษฐก จและ การตลาดแบบส งคมน ยม ร ฐให ความสน บสน นด านการเง นแก การศ กษาเพ มข นอย างต อเน องเพ อ ความย ต ธรรมแก ชนท กช น ข อม ลจากเว บไซด ของเคร อข ายเพ อการศ กษาและการว จ ยของจ น (Zhou Ji, 2000) กล าวไว ว าเทคโนโลย การศ กษาเป นต วช ว ดท ส าค ญของความท นสม ยของการศ กษา ในจ น ผ น าของร ฐบาลจ นให ความสนใจในเทคโนโลย การศ กษาตลอดช วง 20 ป ท ผ านมาของการปฏ ร ป ผ น าในชนบทหลายท าน เช น เจ ยงซ อหม น ล เป งและล หลานจ ง ได เข ยนเอกสารการสอนส าหร บ การศ กษาผ านดาวเท ยมและการศ กษาทางไกลสม ยใหม โดยคณะกรรมการกลางพรรคคอมม วน สต จ นและร ฐสภาเน นว าต องให ความส าค ญต อเทคโนโลย การศ กษาสม ยใหม และระบบสารสนเทศ

28 37 การศ กษา ด งน น การพ ฒนาเทคโนโลย การศ กษาจ งเป นงานท ส าค ญท ท าให เก ดความท นสม ยของ การศ กษาของจ น โครงการว ทยาล ยโสตท ศนศ กษา เร มต นคร งแรกในคณะเกษตรศาสตร มหาว ทยาล ย Jinling เม อ พ.ศ ม การใช สไลด และฟ ล มประกอบเส ยงพ ดบรรยายเพ อ เผยแพร ว ธ การระบายส ผ าฝ ายและหล งจาก พ.ศ.2485 ก ม คณะหร อโรงเร ยนจ านวนมากในท ก ระด บได พ ฒนา โสตท ศนศ กษาข น ส วนมหาว ทยาล ยทางว ทย กระจายเส ยงและว ทย โทรท ศน ได จ ดต งข นท ป กก ง เซ ยงไฮ และเส นหยาง เม อ พ.ศ และกล าวได ว าเทคโนโลย การศ กษาของจ น ได พ ฒนาอย างมากหล งจากการดาเน นการปฏ ร ปการศ กษาและนโยบายเป ดส โลกภายนอก โดยสร ป ขอบข ายสาระของเทคโนโลย การศ กษาของจ นเน นการน าประเทศส ความท นสม ย (Modernization) โดยการแพร กระจายความร ให แก ประชากรของประเทศท ม จ านวน มาก ให สามารถอ านออกเข ยนได ได ร บความร อย างท วถ งและเท าเท ยมก น รวมท งสน บสน นความ เป นเล ศทางว ชาการโดยเฉพาะอย างย งด านว ทยาศาสตร และว ศวกรรมศาสตร โดยอาศ ย เทคโนโลย การศ กษาร วมก บเทคโนโลย สารสนเทศ ได แก การใช ส อ โสตท ศน ปกรณ ระบบการเร ยน การสอนทางไกล และระบบการเร ยนการสอนผ านดาวเท ยม ซ งจ นม ศ กยภาพและได ประกาศเข าส ความท นสม ยในแผนปฏ บ ต การแห ง ชาต ต งแต ป พ.ศ เป นต นมา 3.3 ประเทศสาธารณร ฐส งคโปร (The Republic of Singapore) สาธารณร ฐส งคโปร เป นประเทศท ประสบความส าเร จอย างมากในด านเศรษฐก จ การเม อง ส งคมและการศ กษา น บเป นประเทศเก ดใหม ท ม ความก าวหน าเน นพ ฒนาศ กยภาพของ บ คคลให ส งส ดโดยอาศ ยการศ กษาเป นส าค ญ การปฏ ร ปการศ กษาของประเทศจ งด าเน นมาอย างต อเน องต งแต ป 2489 จน มาถ งป จจ บ น การปฏ ร ปการศ กษาได ม งส ความเป นเล ศทางการศ กษาและการเป น เกาะแห ง อ จฉร ยะ (ส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาแห งชาต, 2544) ม การจ ดต งองค กรใหม ค อ สถาบ นการศ กษาแห งชาต หร อ NIE (National Institute of Education) ข นภายใต NTU (Nan yang Technological University) ม บทบาทในการส งเสร มให ม การน านว ตกรรมทางการศ กษา และด าเน นงานต างๆ เพ อพ ฒนาผ บร หารของโรงเร ยนส งเสร มเทคโนโลย สารสนเทศในก จกรรม โครงสร างพ นฐานของประเทศส งคโปร ท กๆ ด านการปฏ ร ปการใช เทคโนโลย เพ อการศ กษาของ ส งคโปร ม ด งน (ส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาแห งชาต,2544)

29 38 ป เร มใช โทรท ศน เพ อการศ กษาในการสอนคณ ตศาสตร ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย จ ดต ง ETV ผล ตรายการว ทย และโทรท ศน เพ อการศ กษาและม บร การส อทาง การศ กษา เทป สไลด เพ อใช สอนภาษาโดยต งหน วยงาน SEMS (Singapore Educational Media Service) ป ปร บปร งองค กรเพ อพ ฒนาเทคโนโลย ทางการศ กษา จ ดต งสถาบ น พ ฒนาหล กส ตรของส งคโปร CDIS (Curriculum Development Institute of Singapore) โดยรวม ก บ SEMS ม กองเทคโนโลย การศ กษาในการส งเสร มการใช เทคโนโลย ในโรงเร ยนและพ ฒนา เคร องม อโสตท ศน ปกรณ ส าหร บใช ในการเร ยนการสอนและน าคอมพ วเตอร มาใช ในโรงเร ยนและ หน วยงานการศ กษา ป 2529 น าเทคโนโลย มาใช ในการเร ยนการสอนอย างกว างขวาง ม โครงการ เช อมโยงโรงเร ยนโดยใช เคร อข ายคอมพ วเตอร เช อมโยงกระทรวงศ กษาธ การและโรงเร ยนท งหมด ในอนาคตส งคโปร จะน าเทคโนโลย การศ กษามาใช เพ อการศ กษาอย างกว างขวาง ด วยความส าค ญ 4 ประการ ค อ 1. การเร ยนการสอนต องใช ส อหลายประเภท 2. ผ เร ยนต องร จ กเล อกใช ส ออย างสร างสรรค 3. การพ ฒนาส อท กประเภทต องเน นให ม การตอบสนอง สามารถเร ยนด วย ตนเอง 4. ใช คอมพ วเตอร ในการจ ดการงานท กๆ ด านท เก ยวก บการศ กษา ซ งนายกร ฐมนตร Goh Chok Tong ได แสดงว ส ยท ศน ผ น าท ต องการให ส งคโปร เป น โรงเร ยนแห งความค ด ชาต แห งการเร ยนร (Thinking Schools, Learning Nation) ประชาชน ต องร จ กค ดว เคราะห ม การเร ยนร ตลอดช ว ตและใช เทคโนโลย สารสนเทศอย างสร างสรรค โดยการ เร ยนร ถ อเป น ว ฒนธรรมของชาต (National Culture) (วรมน จ ละจาร ตต, 2543 : 6-7) ด งภาพท 1.8

30 39 ผ เร ยน หล กส ตร การจ ดการ เทคโนโลย ภาพท 1.8 ขอบข ายเทคโนโลย การศ กษาของประเทศส งคโปร กล าวโดยสร ป สาธารร ฐส งคโปร ม การน าเอาเทคโนโลย การศ กษามาใช ในการจ ด การศ กษาคล ายก บประเทศต างๆ ในเอเช ย เน องจากได ร บอ ทธ พลจากการปกครองของประเทศ อ งกฤษ ด งน น การศ กษาจ งคาดว าจะได ร บอ ทธ พลทางเทคโนโลย ต างๆ มาใช ในการบร หารและ การจ ดการเร ยนการสอนแต เน องจากว ส ยท ศน ของผ น าประเทศในขณะน ท าให ส งคโปร ม แนวทาง ในการจ ดการศ กษาเป นของตนเองและม งพ ฒนาผ เร ยนโดยใช เทคโนโลย สารสนเทศช วยให ผ เร ยน ม ค ณล กษณะเป นผ ใฝ ร เร ยนร อย างต อเน องตลอดช ว ต 4.4 ประเทศไทย ส วนขอบข ายของเทคโนโลย การศ กษา ตามแนวค ดของน กค ดไทย ช ยยงค พรหม วงศ (2537 : 4-58) ได ประมวลออกเป น 3 ขอบข ายค อ ขอบข ายด านสาระของเทคโนโลย และ ส อสารการศ กษา ขอบข ายด านภารก จและขอบข ายตามร ปแบบการจ ดการศ กษาหร อเป นม ต ขอบข ายเทคโนโลย และส อสารการศ กษา แบ งเป นขอบข ายตามแนวต ง แนวนอนและแนวล ก ขอบข ายด านสาระของเทคโนโลย และส อสารการศ กษาหร อขอบข ายตามแนวต ง ครอบคล มด านการจ ดการ การพ ฒนาและการออกแบบระบบทางการศ กษา พฤต กรรมการเร ยน การสอน ว ธ การสอน ส อสารการศ กษา สภาพแวดล อมทางการศ กษา การจ ดการด านการเร ยน การสอนและการประเม นการศ กษา ขอบข ายด านภารก จหร อขอบข ายตามแนวนอน เป นการน าเทคโนโลย และส อสาร การศ กษาไปใช เพ อภารก จทางการศ กษาค อภารก จด านการบร หาร ด านว ชาการและด านการ บร การ

31 40 ขอบข ายตามร ปแบบการจ ดการศ กษาหร อขอบข ายตามแนวล ก ม การน าเทคโนโลย และส อสารการศ กษาไปใช เป นเคร องม อในการจ ดการศ กษา 4 ด าน ค อ 1) การศ กษาในระบบ โรงเร ยน จ าแนกตามระด บการศ กษาระด บประถมศ กษา ม ธยมศ กษาและอ ดมศ กษา 2) การศ กษา นอกระบบโรงเร ยน 3) การฝ กอบรม และ 4) การศ กษาทางไกล รายละเอ ยดขอบข ายเทคโนโลย และส อสารการศ กษา ม ด งน การจ ดระบบ พฤต กรรม ว ธ การ ส อสาร สภาพแวดล อม การจ ดการ การประเม น การศ กษาทางไกล การฝ กอบรม การศ กษานอกระบบ การศ กษาในระบบ ด านบร หาร ด านว ชาการ ด านบร การ ภาพท 1.9 ขอบข ายตามแนวต ง แนวนอนและแนวล กของเทคโนโลย และส อสารการศ กษา ช ยยงค พรหมวงศ (2537 : 4-58) พ ฒนาการของเทคโนโลย การศ กษา เทคโนโลย การศ กษาเป นสหว ทยาการท รวมเอาศาสตร ต าง ๆ มาประกอบก น ได แก พฤต กรรมศาสตร (Behavioral Sciences) ว ทยาการจ ดการ (Management Science) และ ว ทยาศาสตร กายภาพ (Physical Science) จากศาสตร ด งกล าวจ งเก ดการน าเทคโนโลย มาใช ใน วงการศ กษา โดยม พ ฒนาการจ าแนกได ด งน น กการศ กษาท เป นผ น าทางเทคโนโลย การศ กษา แนวค ดของน กการศ กษาท ม ส วน วางรากฐานทางเทคโนโลย การศ กษา แบ งเป น 2 ย ค ตามช วงระยะเวลาด งน

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา ๒๓๑ แนวค ด กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษาเป นหน วยงานท สร างความเข มแข ง การบร หารด านว ชาการ ด านงบประมาณ ด านการบร

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต องใช เคร องม อประกอบการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

ห วข อการประกวดแข งข น

ห วข อการประกวดแข งข น ช อโครงการ การประกวดแข งข นท กษะด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร ห วข อการประกวดแข งข น เทคโนโลย สร างสรรค หน วยงานท ร บผ ดชอบ บร ษ ท สงขลาฟ น ชช ง จาก ด ล กษณะโครงการ ประกวดแข งข นช งท นการศ กษา ระยะเวลาดาเน นการ

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

สายเทคน คการศ กษา โปรแกรมว ชาการบร หารการศ กษา ระด บปร ญญาตร (หล งอน ปร ญญา)

สายเทคน คการศ กษา โปรแกรมว ชาการบร หารการศ กษา ระด บปร ญญาตร (หล งอน ปร ญญา) 458 สายเทคน คการศ กษา โปรแกรมว ชาการบร หารการศ กษา ระด บปร ญญาตร (หล งอน ปร ญญา) จ ดประสงค เฉพาะ 1. เพ อให ผ ศ กษาเก ดความร ความเข าใจทฤษฎ และหล กการของการบร หารการศ กษา สามารถ ประย กต ทฤษฎ การบร หารไปใช

More information

ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ มหาว ทยาล ยราชภ ฏจ นทรเกษม

ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ มหาว ทยาล ยราชภ ฏจ นทรเกษม ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ เม อว นท 22 ม ถ นายน 2544 ในขณะน นส งก ดส าน กงาน สภาสถาบ น ราชภ ฏ กระทรวงศ กษาธ การ ได ตกลงร วมม อก บโรงเร ยนม นบ ร โปล เทคน ค ในการด าเน นการจ ดต งศ

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค

More information

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553)

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการ ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการ ต วช ว ด เป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช จ ดประช มเพ อทบทวนแผนการจ ดการ

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด กระบวนการจ ดการความร (Knowledge Management process) 1.การบ งช ความร บ งช ความร ท จ าเป

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า จ ดท าโดย กล มการเจ าหน าท ส าน กเลขาน การกรม แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า ในป

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย

More information

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555 1 แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2555 2 แผนการจ ดการความร : การจ ดการความร เก ยวก บการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ พ นธก จ : การผล ตบ ณฑ ต กลย ทธ ท 1.2 : การพ ฒนาการเร ยนการสอนเพ อพ ฒนาค ณภาพน

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

การบร หารความร และการเร ยนร VII

การบร หารความร และการเร ยนร VII สารบ ญ สารบ ญ สารบ ญ VII สารบ ญร ป XII แถลงการณ แบบอย างท ด เย ยมด านการบร หาร 1 1. หล กการ 7 1.1 อนาคตของบร ษ ทข นอย ก บความร ความสามารถของพน กงาน 8 (ก) บร ษ ทเต บใหญ ได ไม เก นความร ความสามารถของพน กงานท

More information

รายละเอ ยดของรายว ชา หมวดท 1 ข อม ลท วไป

รายละเอ ยดของรายว ชา หมวดท 1 ข อม ลท วไป รายละเอ ยดของรายว ชา ช อมหาว ทยาล ย ว ทยาเขต/คณะ/ภาคว ชา มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนส น นทา คณะคร ศาสตร หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1 รห สและช อรายว ชา EDU104 Innovation and Information Technology in Education จ านวนหน

More information

ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.

ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1. ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.1 ค ณธรรม และจร ยธรรมในการดาเน นช ว ต 3.8 1.2 ม จ ตสาธารณะ 3.9 1.ผลรวมด านค ณธรรม

More information

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.) ล าด บท หล กส ตร ประเภท ระยะเวลา จ านวน ยศ 1 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง กรมอ ทหารเร อ ช นป ท 1 ศ กษา 1 ป ต.ค.57 - ก.ย.58 77 - เพ อทดแทนก าล งพลในการซ อมสร างเร อ 2 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง

More information

การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ในเขตโครงการชลประทานพ ษณ โลก ว นท 26 ส

การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ในเขตโครงการชลประทานพ ษณ โลก ว นท 26 ส การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ว นท 26 ส งหาคม ๒๕๕๗ องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ลด านว ศวกรรม ด านการพ จารณาโครงการเบ

More information

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net)

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net) 1 แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา () การประเม นการบร หารจ ดการศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาระด บสถานศ กษา เพ อให การด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาม ประส ทธ ภาพย งข น และน าไปส การพ ฒนาค

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ 1. ว ตถ ประสงค เพ อให ว ทยาล ยม ระบบค ณภาพและบ คลากรท กฝ ายร วมก นต งปณ ธาน ความม งหว งท จะพ ฒนาว ทยาล ยไปส ความสาเร จ โดยร วมก นระดมพล งป ญญา และแรง บ นดาลใจสร างภาพท พ งประสงค ของว ทยาล ย โดยร วมก นกาหนด

More information

ÅÔ ÊÔ ÔìÁËÒÇÔ ÂÒÅÑÂàªÕ ãëáè. All rights reserved. Copyright by Chiang Mai University สารบาญ

ÅÔ ÊÔ ÔìÁËÒÇÔ ÂÒÅÑÂàªÕ ãëáè. All rights reserved. Copyright by Chiang Mai University สารบาญ ซ สารบาญ หน า ก ตต กรรมประกาศ ค บทค ดย อภาษาไทย ง บทค ดย อภาษาอ งกฤษ ฉ สารบาญตาราง ฎ สารบาญภาพ ฐ บทท 1 บทน า 1.1 หล กการและเหต ผล 1 1.2 ว ตถ ประสงค ของการศ กษา 3 1.3 ประโยชน ท จะได ร บจากการศ กษา 3 1.4

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า แผนการท : 1 ประเด นย ทธศาสตร : ความเป นเล ศด านการว จ ยและนว ตกรรม องค ท จ าเป น : องค ด านงานว จ ยและนว ตกรรม แผนการ คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า 1.การบ งช 2.การสร างและ แสวงหา การประช มจ ดการประช

More information

คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ

คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ 1 คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ เอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ ประกอบด วย เอกสารประกอบการเร ยนท งหมด 8 เล ม ค อ เล มท 1 เร ยนร เศรษฐก จพอเพ ยง เล

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร 19 สนว. แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน ก มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร องค ประกอบ จ ดแข ง แนวทางเสร มจ ดแข ง จ ดท ควรพ ฒนา ข อเสนอแนะในการปร บปร ง หล กฐาน/โครงการ

More information

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ย ทธศาสตร ย ทธศาสตร ท 1 เสร มสร างจ ตส าน กและ ค าน ยมให หน วยงาน บร หารงานตาม หล

More information

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด

More information

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา ศ กษา / ปฏ บ ต............... โดย............. เพ อ.............. สาระ...............

More information

โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา

โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา 1. ผ ร บผ ดชอบโครงการ อาจารย ขน ษฐา แซ ล ม และนายวช ราว ธ จ นผอง 2. หล กการและเหต ผล ในโลกป จจ บ นหน วยงานต าง ๆ ไม ว าจะเป นทางหน

More information

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได แบบบ นท กหน วยการเร ยนร หน วยการเร ยนร ท 5 เร องโครงคอมพ วเตอร รห สว ชา ง32212 ช อว ชาการเข ยนโปรแกรมข นส ง กล มสาระการเร ยนร การอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 5 ภาคเร ยนท 2 เวลา 8 ช วโมง ผ สอน นายณ

More information

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555 แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. กรม: เจ าท า ประเภทกรม : ด านนโยบาย ด านบร การ กระทรวง คมนาคม ช อแผนพ ฒนาองค การ: การบร หารทร พยากรบ คคล หมวด : 5 การม งเน นทร พยากรบ คคล โอกาสในการปร บปร ง : เม อเท

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

งานว จ ยในช นเร ยน เร อง ส ารวจความต องการในการเร ยนว ชาการงานอาช พ ของน กเร ยนระด บประถมศ กษาป ท 1-2 ผ ว จ ย ม สร ชน วงศ เสวต

งานว จ ยในช นเร ยน เร อง ส ารวจความต องการในการเร ยนว ชาการงานอาช พ ของน กเร ยนระด บประถมศ กษาป ท 1-2 ผ ว จ ย ม สร ชน วงศ เสวต งานว จ ยในช นเร ยน เร อง ส ารวจความต องการในการเร ยนว ชาการงานอาช พ ของน กเร ยนระด บประถมศ กษาป ท 1-2 ผ ว จ ย ม สร ชน วงศ เสวต กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พอาช พและเทคโนโลย ป การศ กษา 2553 โรงเร ยนอ สส

More information

แผนงานพ ฒนาส องค กรแห งการเร ยนร ศ นย การศ กษาและว จ ยตราส นค า มหาว ทยาล ยหอการค าไทย

แผนงานพ ฒนาส องค กรแห งการเร ยนร ศ นย การศ กษาและว จ ยตราส นค า มหาว ทยาล ยหอการค าไทย แผนงานพ ฒนาส องค กรแห งการเร ยนร ศ นย การศ กษาและว จ ยตราส นค า มหาว ทยาล ยหอการค าไทย โครงการบร หารจ ดการความร ในองค กรศ นย ศ กษาและว จ ยตราส นค า มหาว ทยาล ยหอการค าไทย ประจ าป การศ กษา 2549-2550 1.

More information

มาตรฐานท 15 สถานการศ กษาม การจ ดก จกรรมส งเสร มค ณภาพเด กอย างหลากหลาย

มาตรฐานท 15 สถานการศ กษาม การจ ดก จกรรมส งเสร มค ณภาพเด กอย างหลากหลาย ด านท 1 ด านการบร หารจ ดการสถานศ กษา -โรงเร ยนนาหล กปร ชญามา ข บเคล อนในสถานศ กษาให เหมาะสมก บ สภาพและบร บทของสถานศ กษาโดยก าหนด เป นนโยบายในร ปแบบของว ส ยท ศน ค อ โรงเร ยนคงคาราม เป นโรงเร ยน มาตรฐานสากล

More information

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน คณะผ บร หารการคล งประจ าจ งหว ดน าน โครงการเพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านรายจ ายและการบร หารจ ดการหน หล กส ตร เพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านการบร หารจ ดการหน 1. หล กการและเหต ผล ตามท ท มเฉพาะก จวาย

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ ( และบ คคลภายนอก) ตาแหน ง ค ณสมบ ต เฉพาะตาแหน ง 1. ผ ตรวจสอบ ระด บ 4 (ด าน IT) / หญ ง ปร ญญาตร ทางด านคอมพ วเตอร ตามท กพ. ร บรอง - ผ ม ประสบการณ ในการตรวจสอบ

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

รายงานการอบรมคร หล กส ตรพ ฒนาศ กยภาพคร ในการจ ดกระบวนการเร ยนร โดยใช ส อ ETV คร งท ๖ คร งท ๖ ว นท ๑๐ ม ถ นายน ๒๕๕๘ กศน.อาเภอนาตาล

รายงานการอบรมคร หล กส ตรพ ฒนาศ กยภาพคร ในการจ ดกระบวนการเร ยนร โดยใช ส อ ETV คร งท ๖ คร งท ๖ ว นท ๑๐ ม ถ นายน ๒๕๕๘ กศน.อาเภอนาตาล รายงานการอบรมคร หล กส ตรพ ฒนาศ กยภาพคร ในการจ ดกระบวนการเร ยนร โดยใช ส อ ETV คร งท ๖ คร งท ๖ ว นท ๑๐ ม ถ นายน ๒๕๕๘ กศน.อาเภอนาตาล ท สถานท ร บชม เน อหาก จกรรม ภาพประกอบ ๑ กศน. อำเภอนำตำล หล กส ตรพ ฒนาศ

More information

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) Operation Research คาอธ บายรายว ชา หล กการเบ องต นเก ยวก บโครงสร างและแบบจ าลองทางคณ ตศาสตร ทฤษฎ การต ดส นใจ การ เล ยนแบบทางสถ

More information

หล กส ตรคร ศาสตรบ ณฑ ต โปรแกรมว ชาเทคโนโลย และนว ตกรรมการศ กษา โครงสร างหล กส ตร

หล กส ตรคร ศาสตรบ ณฑ ต โปรแกรมว ชาเทคโนโลย และนว ตกรรมการศ กษา โครงสร างหล กส ตร หล กส ตรคร ศาสตรบ ณฑ ต โปรแกรมว ชาเทคโนโลย และนว ตกรรมการศ กษา โครงสร างหล กส ตร หน วยก ตรวมตลอดหล กส ตรไม น อยกว า 139 หน วยก ต โดยม ส ดส วนหน วยก ตแต ละหมวดว ชาและแต ละกล มว ชา ด งน 1. หมวดว ชาการศ กษาท

More information

ผ ร นางว มลวรรณ วงษ สง า น กทร พยากรบ คคล ชานาญการพ เศษ

ผ ร นางว มลวรรณ วงษ สง า น กทร พยากรบ คคล ชานาญการพ เศษ ผ ร นางว มลวรรณ วงษ สง า น กทร พยากรบ คคล ชานาญการพ เศษ *** ทาความร จ ก ผ ร ของเรา *** ช อ : นางว มลวรรณ วงษ สง า ตาแหน ง : น กทร พยากรบ คคลชานาญการพ เศษ เบอร โทรศ พท : 0896925188 E-Mail Address : vimolwan_ann@hotmail.com

More information

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 ความเป นมา ส าน กงานอ ตโนม ต เก ดจากความพยายามขององค กร ท จะท าให งาน ขององค กรถ กต อง รวดเร ว ตรวจสอบได และเจ าหน าท ขององค กร ไม ม ข อจ าก ดด านสถานท

More information

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘ แผนงาน/โครงการ ว ตถ ประสงค เป าหมาย ข นตอน ระยะเวลา งบประมาณ ผ ร บผ ดชอบ ต วช ว ด ๑. ย ทธศาสตร การ เสร มสร างและจ ดการ องค ความร และ นว ตกรรม ๑.๑ ว จ ยและพ ฒนาสร าง องค ความร และ นว ตกรรมการผล ตป ย ช วภาพท

More information

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM Chapter 8 การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM 1 เน อหา ล กษณะของ Activity Diagram ร ปแบบการใช Activity Diagram การระบ ส วนของข อม ลให แก ก จกรรม การจ ดระเบ ยบข อม ล การสร างท พ ก/เก บข อม ล การแบ

More information

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ (๕.๑) ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554 ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม

แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554 ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม ช อโครงการ การพ ฒนาเว บไซต E-Learning รายว ชาการใช โปรแกรมน

More information

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ส มมนา- การเตร ยมการก อนการ โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ผ ร บผ ดชอบ ข นตอนการปฏ บ ต งาน มาตรฐานค ณภาพงาน ค ามาตรฐาน หล กฐาน การจ ดเตร ยมสถานท และอาคารโรงงาน การเตร ยมการด าน การตลาด

More information

กรรมการประสานงานภาคปกต อ.ส นต อ. สาว ตร

กรรมการประสานงานภาคปกต อ.ส นต อ. สาว ตร หมายเหต ป 2 การจ ดการ 11 การบ ญช 7 การท องเท ยว 12 การจ ดการ 9 คอมพ วเตอร การบ ญช การท องเท ยว 10 201 57 THT 223 การวางแผนการจ ดนาเท ยว THT 112 จ ตบร การ อ.ดวงดาว ส ขภาพ ส ขภาพ ส ขภาพ ส ขภาพ มหาล ยกร งเทพส

More information

แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กส ตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร

แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กส ตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กสตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร *จ าเป น ตอนท ข อม ลท วไป ค าช แจง กรณาเล อกในช องท ตรงก บความเป นจร งของท าน สถานภาพ * ค าช แจง อาจารย ประจ าหล กส

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

รายงานผลการใช แผนการจ ดการเร ยนร

รายงานผลการใช แผนการจ ดการเร ยนร รายงานผลการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชาคอมพ วเตอร ระด บประถมศ กษาป ท ๖ ภาคเร ยนท ๒ ป การศ กษา ๒๕๕๖ ผ รายงาน นายณ ฐว ฒ ว งวน ตาแหน ง คร อ ตราจ าง โรงเร ยนราชประชาน เคราะห ๑๕ (เว ยงเก าแสนภ ว ทยาประสาท) อาเภอเช

More information

การจ ดท ารายงานและเอกสารประกอบการสม คร

การจ ดท ารายงานและเอกสารประกอบการสม คร - 1 - การจ ดท ารายงานและเอกสารประกอบการสม คร ร ปแบบรายงาน ประเภทการบร หารอ ตสาหกรรม ขนาดกลางและขนาดย อม 1. จ านวนช ดรายงานท ต องจ ดส ง จ านวน 10 ช ด 2. ต วอ กษร Cordia New 16 3. ก นหน า-ก นหล ง ก นหน า

More information

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน ว ตถ ประสงค เพ อพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรผ เก ยวข องให ม ความร ความเข าใจ ความส าค ญในการก าหนดข อม ลพ นฐาน (Master File) และข อม ล พ นฐานท พ ฒนาข นมาใหม ในโปรแกรม BMS INVENTORY เพ

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย รห ส ง32101

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย รห ส ง32101 โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย รห ส ง32101 คร ผ สอน ม สจ รฐา ก จเจร ญ ระด บช น ประถมศ กษาป ท. ม ธยมศ กษาป ท 5 ภาคเร ยนท 1 /2557 ล กษณะว ชา สาระพ นฐาน สาระเพ มเต

More information

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 ค าน า ด วยคณะร ฐมนตร ได ประกาศใช แผนการบร หารราชการแผ นด น พ.ศ.2555 2558(ราชก จจาน เบกษา เล ม 128 ตอนพ เศษ 109 ง ว นท 21 ก นยายน 2554) เป นกรอบแนวทางการบร หารราชการตลอดวาระการด

More information

เคร องม อประเม น สถานศ กษาแบบอย างการจ ดก จกรรมการเร ยนร และการบร หารจ ดการตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง (สถานศ กษาพอเพ ยง) ป 2554 2556

เคร องม อประเม น สถานศ กษาแบบอย างการจ ดก จกรรมการเร ยนร และการบร หารจ ดการตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง (สถานศ กษาพอเพ ยง) ป 2554 2556 ตอนท 1 ข อม ลท วไป เคร องม อประเม น สถานศ กษาแบบอย างการจ ดก จกรรมการเร ยนร และการบร หารจ ดการตามหล กปร ชญาของ (สถานศ กษาพอเพ ยง) ป 2554 2556 ************************************* 1. ช อสถานศ กษา... ส

More information

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการปฏ บ ต งาน ตอนท 1 ข อม ลของผ ร บการประเม น (เจ าหน าท บ คคลหร อเจ าหน าท ท เก ยวข องเป นผ กรอก) ตอนท 2 ภาระงานท ได ปฏ บ ต ในช วงระยะเวลาประเม น (ผ ร บการประเม นเป นผ

More information

แผนการจ ดการความร (KM Action Plan) : ก จกรรมการบ รณาการจ ดการความร ก บการด าเน นงานตามพ นธก จต างๆ

แผนการจ ดการความร (KM Action Plan) : ก จกรรมการบ รณาการจ ดการความร ก บการด าเน นงานตามพ นธก จต างๆ แผนการจ ดการความร (KM Action Plan) : ก จกรรมการบ รณาการจ ดการความร ก บการด าเน นงานตามพ นธก จต างๆ ช อหน วยงาน : คณะพยาบาลศาสตร มหาว ทยาล ยมห ดล เป าหมาย KM (Desired State) : 1. เพ อบ รณาการจ ดการความร

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) 2. ช อรายว ชา คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ

More information