จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 1 บทท 1 การส งคมสงเคราะห

Size: px
Start display at page:

Download "จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 1 บทท 1 การส งคมสงเคราะห"

Transcription

1 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 1 ความหมายของการส งคมสงเคราะห บทท 1 การส งคมสงเคราะห การส งคมสงเคราะห เป นว ชาการและว ชาช พท เป นท งศาสตร และศ ลปะ โดยม ปร ชญาพ นฐานเป น แนวค ดในล กษณะการก ศล (Charity) เป นการอ ท ศตนช วยเหล อผ ท เด อดร อนตามค าสอนของศาสนา ต อมา ได ม ผ ได ให ค าจ าก ดความของการส งคมสงเคราะห ไว ต างๆก นด งน (นงล กษณ เทพสว สด, 2540: 3) สมาคมน กส งคมสงเคราะห แห งชาต ของสหร ฐอเมร กา (NASW) ให ความหมายของส งคมสงเคราะห ไว ว า หมายถ ง ก จกรรมทางว ชาช พท จ ดข นเพ อม งให ความช วยเหล อมน ษย โดยการส งเสร ม ฟ นฟ และพ ฒนาความสามารถของบ คคล ครอบคร ว กล ม และช มชน ให สามารถปฏ บ ต หน าท ในส งคมได อย างเหมาะสม รวมท งการสร างสรรค สภาพแวดล อมทางส งคมด วย Helen I.Clarke ศาสตราจารย ทางส งคมสงเคราะห ศาสตร แห งมหาว ทยาล ย Wisconsin ให ความหมายของการส งคมสงเคราะห ไว ว า การส งคมสงเคราะห เป นร ปหน งการบร การว ชาช พ ซ ง ประกอบด วยความร และท กษะ (Knowledge and Skill) ในอ นท จะช วยเหล อบ คคล (Individual) ให ม ความ พ งพอใจตามความต องการของส งคม ท งเป นการขจ ดป ดเป าป ญหาต างๆให บ คคลม การปฏ บ ต หน าท ทาง ส งคมได เป นอย างด Mary Richmond ให ค าจ าก ดความไว ว า ส งคมสงเคราะห เป นกระบวนการท จะพ ฒนาบ คล กภาพ โดยการปร บเข าหาก นระหว างบ คคลต อบ คคล และระหว างคนก บส งแวดล อม Arthur E. Fink ได ให ค าจ าก ดความไว ว า การส งคมสงเคราะห เป นท งศาสตร และศ ลปะของการจ ดหา บร การเพ อช วยส งเสร มความสามารถภายในส วนบ คคลและหน าท ทางส งคม (Social Functioning) ของ บ คคล ซ งใช ก บบ คคลแต ละคนหร อเป นกล มก ได ค าว าศ ลปะ (Art) หมายถ ง ความเหมาะสมกลมกล น เข าก นได ส วนศาสตร (Science) หมายถ ง ร หร อความร Watsan ได ให ค าจ าก ดความเก ยวก บส งคมสงเคราะห ไว ว า ส งคมสงเคราะห เป นศ ลปะในการแก ไข และสร างเสร มบ คล กภาพใหม ให ด ข น ในล กษณะท ว า บ คคลน นๆจะสามารถปร บตนให เข าก บส งคมท เขา เป นอย Herbert H. Stroup ให ค าจ าก ดความส งคมสงเคราะห ไว ว า การส งคมสงเคราะห ค อศ ลปะการน าเอา ทร พยากร ตลอดจนความค ดมาพ จารณาใช เพ อช วยบรรเทาความต องการของบ คคล กล ม และช มชน โดยใช ว ธ การตามหล กว ทยาศาสตร เพ อท จะช วยให บ คคลช วยต วเองได

2 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 2 ส วนในประเทศไทยน น ศาสตราจารย นวลนาฎ อมาตก ล ได ให ค าจ าก ดความไว ว า การส งคม- สงเคราะห หมายถ ง ว ชาช พหน ง ว ชาช พส งคมสงเคราะห ถ อก าเน ดข นมาเพ อให มน ษย ม ช ว ตและความ เป นอย อย างสมศ กด ศร แห งความเป นมน ษย และช วยส งคมให ม ล กษณะเอ ออ านวยให มน ษย เจร ญงอกงาม สามารถเป นพล งทางเศรษฐก จและส งคมให แก ประเทศชาต ได อย างม ประส ทธ ภาพ (ว บ ลย กล นส คนธ, 2541 :32) รองศาสตราจารย น นทน ย ไชยส ต อด ตคณบด คณะส งคมสงเคราะห ศาสตร มหาว ทยาล ย ธรรมศาสตร กล าวว า การส งคมสงเคราะห หมายถ ง การจ ดให ม มาตรการต างๆเพ อป องก นและแก ไขป ญหา ความเด อดร อนของประชาชนเป นรายบ คคล เป นกล ม หร อท งช มชน โดยใช หล กทฤษฎ ของการส งคม- สงเคราะห เป นแนวปฏ บ ต ผ ท ปฏ บ ต งานส งคมสงเคราะห หร อท เร ยกว า น กส งคมสงเคราะห จะต อง ปฏ บ ต งานน โดยใช หล กว ชาช พ หร อน ยหน งก ค อใช หล กการว ชาการและกระบวนการของการส งคม- สงเคราะห ไม ใช เพ ยงแต หย บย นส งท ผ ม ป ญหาต องการก เป นอ นใช ได น บว าได ให บร การส งคมสงเคราะห แล ว จากค าจ าก ดความต างๆด งกล าวพอสร ปได ว า การส งคมสงเคราะห เป นการช วยเหล อผ ประสบ ความท กข ยาก เด อดร อน ซ งเขาไม สามารถช วยตนเองได ให ม ความสามารถในการแก ไขป ญหาของเขา ต อไป ท งโดยการน าเอาทร พยากรท ม อย มาประย กต ใช บรรเทาความต องการและป ญหาท งของบ คคล กล มชน และช มชน โดยว ธ การทางว ทยาศาสตร (Scientific Method) จ ดม งหมายท ส าค ญ ค อ ช วยเขา เพ อให เขาช วยตนเองได (Help them to help themselves) ความหมายของการส งคมสงเคราะห ทางการแพทย (Medical Social Work) Walter A. Friedlander ได อธ บายว า งานส งคมสงเคราะห ทางการแพทย เป นว ธ การส งคมสงเคราะห โดยเฉพาะอย างหน ง ซ งอาจใช ว ธ การส งคมสงเคราะห เฉพาะราย หร อว ธ การส งคมสงเคราะห กล มชนก ได อาจปฏ บ ต ในโรงพยาบาล คล น ก หร อหน วยงานด านการแพทย อ นๆ ซ งเป นการช วยผ ป วยให ได ใช บร การ ด านส ขภาพอนาม ยอย างม ประส ทธ ผลท ส ด เป นการช วยเหล อด านส งคม ป ญหาอารมณ ท เก ดข นแก ผ ป วย เน องจากการเจ บป วยหร อการบ าบ ดร กษาของเขา (ว นทน ย วาส กะส น, 2529:2) ว บ ลย กล นส คนธ (2541: 35) ได ให ความหมายการส งคมสงเคราะห ทางการแพทย ไว ว า หมายถ ง การน าหล กการของงานส งคมสงเคราะห ทางการแพทย และศาสตร ต างๆ รวมท งเทคน คในการปฏ บ ต งาน ไปใช ในการให ความช วยเหล อผ ป วยและครอบคร วของผ ป วย โดยการด าเน นการร วมแก ไขป ญหาครอบคร ว ป ญหาเศรษฐก จ ส งคม ส งแวดล อม ป ญหาทางด านอารมณ จ ตใจและน ส ยพฤต กรรมของผ ป วย เพ อป องก นแก ไขป ญหาอ นเป นอ ปสรรคต อการบ าบ ดร กษา ตลอดจนการส งเสร มพ ฒนาส ขภาพอนาม ย ท งทางกายและจ ต ตลอดจนป ญหาอ นท เก ยวข องด วย ซ งจะเป นการช วยให ผ ป วยได ม ความสามารถ ให ความร วมม อก บแพทย ในการร กษาพยาบาลโรคภ ยไข เจ บของตนเอง เป นการช วยให การบ าบ ดร กษา ทางด านการแพทย ได ผลเต มท ย งข น

3 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 3 ว นทน ย วาส กะส น (2529 : 3) ได ให ค าน ยามของงานส งคมสงเคราะห ทางการแพทย ว า หมายถ ง งานท น กส งคมสงเคราะห ในหน วยงานการแพทย จะต องใช ว ธ การ เทคน คการปฏ บ ต งานส งคมสงเคราะห ช วยเหล อให บร การก บผ ป วยในป ญหาด านส งคม อารมณ และจ ตใจของผ ป วย หร อโดยอ กน ยหน งเป นการ สน บสน นให การร กษาพยาบาลของบ คลากรทางการแพทย ได ผลด ย งข น โดยท บ คลากรทางการแพทย ให การร กษาความเจ บป วยทางกาย (Physically-ill) แต น กส งคมสงเคราะห ทางการแพทย ให การร กษา ความเจ บป วยทางส งคม (Socially-ill) และความเจ บป วยทางจ ต (Mentally-ill) จากค าจ าก ดความต างๆด งกล าวพอสร ปได ว า การส งคมสงเคราะห ทางการแพทย หมายถ ง งานท น กส งคมสงเคราะห ทางการแพทย (Medical Social Worker) ได ใช เทคน ค กระบวนการ ว ธ การทางส งคม- สงเคราะห ช วยเหล อผ ป วยในป ญหาด านอารมณ ส งคม จ ตใจ ท เก ดข นเน องจากการเจ บป วยหร อการ บ าบ ดร กษาของเขา หล กการปฏ บ ต งานส งคมสงเคราะห โดยท วไป (General Principle of Social Work Practice) การปฏ บ ต งานส งคมสงเคราะห โดยท วไปม ปร ชญาท ว า ช วยเขาเพ อให เขาช วยตนเองได (Help them to help themselves) หมายความว า การท น กส งคมสงเคราะห จะช วยผ ท ม ป ญหาเด อดร อน และมา ขอร บการสงเคราะห (Client) น น ก เพ อต องการให เขาสามารถช วยเหล อตนเองได ซ งน กส งคมสงเคราะห จะต องท างานร วมก บเขา (Work with client) ไม ใช กระท าให เขาฝ ายเด ยว (Not work for client) ด งน น การต ดส นใจใดๆ (Decision making) ในการเล อกทางแก ป ญหาของเขาน น ย อมเป นอ านาจของผ มาร บ การสงเคราะห เป นส าค ญ จ งจะท าให การปฏ บ ต งานส งคมสงเคราะห บรรล เป าหมายท ต งไว ได (นงล กษณ เทวก ล ณ อย ธยา, มปป.: 9) กระบวนการปฏ บ ต งานทางส งคมสงเคราะห (Social Work Process) น กส งคมสงเคราะห ต องด าเน นงานตามข นตอนต างๆ ด งน 1. การศ กษาข อม ล (Fact Finding or Social Study) การศ กษาข อม ลม ความจ าเป นและความส าค ญเป นประการแรกท น กส งคมสงเคราะห จ าเป นต อง ด าเน นการก อนการให ความช วยเหล อ โดยน กส งคมสงเคราะห ต องศ กษาถ งป จจ ยภายนอกและป จจ ย ภายในต างๆของผ มาร บบร การอย างละเอ ยดล กซ งก อนการว น จฉ ยและวางแผน ซ งการศ กษาข อม ลรวมถ ง การส มภาษณ การเย ยมบ าน ด สภาวะแวดล อมของผ ร บบร การด วย 2. การว น จฉ ยหร อประเม นป ญหา (Assessment) หล งจากได ศ กษาข อม ลแล ว น กส งคมสงเคราะห ควรน าข อม ลน นมาประเม นหร อว น จฉ ยป ญหา ในด านจ ตใจและส งคม (Psycho Social Assessment)

4 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 4 การว น จฉ ยป ญหาทางด านจ ตใจ (Psycho) หมายถ ง การประเม นบ คล กภาพของผ ร บบร การ ซ งอาจ เป นบ คล กเฉพาะของบ คคล ของกล ม และช มชน ในแง ต างๆ ด งน - ความสามารถของบ คคล ครอบคร ว กล ม และช มชน ในการแก ป ญหาของเขา - พฤต กรรมหร อการท าหน าท ของบ คคล ครอบคร ว กล ม และช มชน ท งท ปกต และไม ปกต - ความส มพ นธ ของบ คคล ครอบคร ว กล ม และช มชน ก บส งแวดล อมหร อก บระบบอ นๆ การว น จฉ ยป ญหาด านส งคม (Social) น น หมายถ ง การประเม นด ท สถานการณ หร อส งแวดล อม ของบ คคล ครอบคร ว กล ม ช มชน (Client s Situation) ว าส งแวดล อมของเขาเป นอย างไร ประเม นด ความ ส มพ นธ ของผ ขอร บบร การท ม ต อระบบต างๆในสภาวะแวดล อมของเขา ขณะเด ยวก นก ต องพ จารณาสภาวะ แวดล อมท ม ผลกระทบต อผ ร บบร การด วย ค อ ในการพ จารณาสภาวะแวดล อมหร อสถานการณ ของผ ร บบร การน นม ส งท ควรค าน งถ ง 3 ประการ - บทบาทของผ ร บบร การ (บ คคล ครอบคร ว กล ม ช มชน) ท ม ต อสภาวะแวดล อมรอบต ว - เอกล กษณ ประจ าต วของบ คคล ครอบคร ว กล ม ช มชน น นๆ - ความร บผ ดชอบของบ คคล ครอบคร ว กล ม ช มชน ในขอบข ายทางส งคมท ต องเก ยวข อง ส มพ นธ ด วย 3. การวางแผนให ความช วยเหล อ (Planning for Intervention) หล งจากได ข อม ลจากการส ารวจและว เคราะห อย างถ กต องแล ว น กส งคมสงเคราะห จ าเป นต องน ามา วางแผนและลงม อให ความช วยเหล อต อไป ส งท ต องปฏ บ ต ก อนการวางแผนให ความช วยเหล อ ม ด งน 3.1. ส ารวจด ทร พยากรต างๆท ม ในบ คคล ครอบคร ว กล ม ช มชน หร อส งคมน นๆ ซ งทร พยากรน น รวมท งทร พยากรภายใน (Internal Resource) และทร พยากรภายนอก (External Resource) น กส งคม- สงเคราะห ต องสามารถใช ทร พยากรท ม อย ให เก ดประโยชน ต อการวางแผนเพ อแก ไขป ญหาน นให ล ล วงไป 3.2. ส ารวจด บทบาทของน กส งคมสงเคราะห เอง โดยน กส งคมสงเคราะห ต องส ารวจด บทบาทของ ตน และวางแผนบทบาทของตนเองให เหมาะสมก บการแก ป ญหาน นๆ ไม ว าจะม บทบาทเป นปากเป นเส ยง (Advocator) เป นผ เปล ยนแปลงส งคม (Social Broker) เป นผ สน บสน น (Persuader) เป นต วแทนของพ อ แม (Parent Figure) เป นผ น ากล ม (Group Leader) เป นผ จ ดระเบ ยบช มชน (Community Organizer) ในการวางแผนให ความช วยเหล อน นไม ใช เก ยวข องระหว างน กส งคมสงเคราะห ก บผ ขอร บบร การ เท าน น แต จะต องม ส วนโยงใยไปถ งระบบต างๆอ กด วย เช น ระบบในครอบคร ว กล ม และช มชนน นๆด วย ด งน น การวางแผนเข าไปให ความช วยเหล อ น กส งคมสงเคราะห จ งต องม การประเม น ว น จฉ ยป ญหาต างๆ

5 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 5 อย างละเอ ยด ถ ถ วน และรอบคอบ และประการท ส าค ญ ผ ขอร บบร การต องย นยอมพร อมใจท จะม ส วนร วม ต อกระบวนการให ความช วยเหล อน 4. การลงม อให ความช วยเหล อ (Intervention) การให ความช วยเหล อ (Intervention) แบ งเป น 2 ล กษณะ 4.1. การให ความช วยเหล อในภาวะร บด วนหร อในภาวะว กฤต (Short Term Treatment) 4.2. การให ความช วยเหล อให เก ดการเปล ยนแปลงระยะยาว 4.1. การให ความช วยเหล อในภาวะร บด วนหร อในภาวะว กฤต เป นการให ความช วยเหล อระยะ ส น หร อในเหต การณ ท เก ดข นโดยกะท นห น และเหต การณ น นม ผลกระทบกระเท อนจ ตใจอย างร นแรง เช น การหย าร างในครอบคร ว การเก ดน าท วม หร อไฟไหม ซ งการให ความช วยเหล อในระยะว กฤต น น น กส งคม- สงเคราะห จ าเป นต องหามาตรการให ความช วยเหล ออย างร บด วนและรวดเร ว ต องศ กษาถ งผลกระทบ ท ก อให เก ดความก งวลต อบ คคล ครอบคร ว กล ม และช มชน และต องประเม นด ว าเขาจะม ความสามารถ แก ไขป ญหาเหล าน นอย างไรบ าง 4.2. ส าหร บการให ความช วยเหล อให เก ดการเปล ยนแปลงระยะยาวน น ม กม ความจ าเป น อย างย ง เพราะบทบาทของน กส งคมสงเคราะห ม ได เป นผ แก ป ญหาแต เพ ยงอย างเด ยว แต น กส งคม- สงเคราะห ต องพ ฒนาให บ คคล ครอบคร ว กล ม และช มชนน นๆเปล ยนแปลงในทางท ด ข น ด งน น น กส งคม- สงเคราะห จ งต องม บทบาทเป นปากเป นเส ยงให เป นผ สน บสน น เป นผ ประสาน เป นผ สอน เป นผ ให การ อบรม และเป นผ พ ฒนาบ คคล ครอบคร ว กล ม และช มชน 5. การต ดตามผลและประเม นผล (Follow up and Evaluation) หล งจากน กส งคมสงเคราะห ได ด าเน นการให ความช วยเหล อตามกระบวนการท กล าวมาแล ว ข นต อไปท น บว าม ความส าค ญมาก ค อ การต ดตามผลและประเม นผล เพ อท จะด ว าการให ความช วยเหล อ ท ได ด าเน นการไปม ผลต อผ ร บบร การหร อไม อย างไร ม ป ญหาและอ ปสรรคอย างไรเก ดข นก บผ ร บบร การ อ กหร อไม ผ ร บบร การม การเปล ยนแปลงไปในทางท ด ข นอ กหร อไม และหากม อ ปสรรคเก ดข น น กส งคม- สงเคราะห ต องร วมม อก บผ ร บบร การจ ดการแก ไขป ญหาอ ปสรรคน นเส ย เพ อให ผ ร บบร การสามารถม ค ณภาพช ว ตท ด ข นต อไป 6. การส นส ดการให ความช วยเหล อ (Termination) การส นส ดให ความช วยเหล อม ความส าค ญอย างย งในการปฏ บ ต งานส งคมสงเคราะห เน องจากการ เร มต นท ด ม ความส าค ญต อการปฏ บ ต งานฉ นใด การส นส ดให ความช วยเหล อย อมม ความส าค ญต อการ ปฏ บ ต งานฉ นน น เพราะระยะการเร มต นเป นเคร องบ งช ถ งส มพ นธภาพระหว างน กส งคมสงเคราะห ก บผ ร บ ความช วยเหล อว าจะด าเน นไปด หร อไม อย างไร ส วนระยะการส นส ดการให ความช วยเหล อ (Termination)

6 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 6 จะเป นเคร องก าหนดถ งการท ผ ร บบร การจะสามารถด ารงร กษาว ธ การบ าบ ดไว หร อจะส ญเส ยความสามารถ น นไป หล งจากการประเม นผลการช วยเหล อแล วพบว าความต องการของบ คคล ครอบคร ว กล ม และช มชน ได ร บการตอบสนองแล ว น กส งคมสงเคราะห ต องค าน งถ งการส นส ดการช วยเหล อ ซ งต องม การเตร ยมการ และวางแผนไว ล วงหน า โดยการค อยๆลดการต ดต อส มพ นธ ก บผ ร บบร การให น อยคร งลง และลดความ ล กซ งของส มพ นธภาพให ค อยๆห างออกไป การน ดหมายควรห างออกไป ข อส าค ญ ค อ น กส งคมสงเคราะห ควรบอกผ ร บบร การให ร ต วล วงหน า และด าเน นการส นส ดความส มพ นธ แบบค อยเป นค อยไป เพ อให ผ ร บบร การม โอกาสเตร ยมต วเตร ยมใจต อสถานการณ ว ธ การทางส งคมสงเคราะห (Social Work Method) ว ธ การปฏ บ ต งานของน กส งคมสงเคราะห ม 6 ว ธ การใหญ ๆด งต อไปน 1. การส งคมสงเคราะห เฉพาะราย (Social Case Work) ม น กการศ กษาทางส งคมสงเคราะห หลายท านได ให ความหมายของการส งคมสงเคราะห เฉพาะราย ต างๆก นด งน (นงล กษณ เทพสว สด, 2540 : 29) Mary Richmond ซ งเป นผ ให ก าเน ดงานส งคมสงเคราะห เฉพาะราย ได ให ความหมายไว ว า ส งคม- สงเคราะห เฉพาะรายเป นศ ลปะของการให ความช วยเหล อบ คคลแต ละคนเป นรายๆไป โดยการช วยเหล อให เขาได พ ฒนาบ คล กภาพของตนเอง และปร บตนเองให เข าก บสภาพแวดล อม เพ อสามารถม ช ว ตอย ในส งคม ได ด วยความผาส ก Helen H. Pearlman กล าวว า การส งคมสงเคราะห เฉพาะรายเป นกระบวนการท องค การหร อ หน วยงานจ ดด าเน นการอ นเก ยวก บสว สด ภาพของบ คคล ท งน เพ อช วยให บ คคลแต ละรายแก ป ญหา ของตนในด านการท าหน าท ทางส งคมอย างม ประส ทธ ผล Florence Hollis ให ความหมายว า ส งคมสงเคราะห เฉพาะราย ค อ ว ธ การท น กส งคมสงเคราะห น ามาใช ช วยเหล อบ คคลแต ละคนให สามารถแก ไขป ญหาท ก าล งเผช ญอย ซ งเป นป ญหาท เก ยวข องก บ การปร บตนเองให เข าก บส งคมและส งแวดล อม และเป นป ญหาท บ คคลน นไม สามารถแก ไขหร อจ ดการ ก บป ญหาในทางท เหมาะสมได ด วยตนเอง ส วนนงล กษณ เทพสว สด (2540 : 29) ได กล าวถ งการส งคมสงเคราะห เฉพาะรายไว ด งน ส งคมสงเคราะห เฉพาะรายเป นว ธ ท เก าแก ท ส ดท ใช ในการปฏ บ ต งานส งคมสงเคราะห จ ดหมายหล ก ก เพ อช วยเหล อบ คคลและครอบคร วท ประสบความท กข ยาก เด อดร อน ไม สามารถช วยเหล อตนเองได เป น รายๆไป ท งน โดยอาศ ยส มพ นธภาพทางว ชาช พระหว างน กส งคมสงเคราะห เฉพาะราย (Social Case Work)

7 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 7 ก บผ ร บความช วยเหล อ หร อผ ประสบป ญหา (Client) เป นส อกลางท ส าค ญในการด าเน นงานช วยเหล อ ท งอาศ ยศ ลปะ ว ธ การทางว ทยาศาสตร (Scientific method) ท กษะ และเทคน คในการให ความช วยเหล อ ตลอดจนการน าทร พยากรต างๆ (Resource) ท งทร พยากรในต วผ ม ป ญหา ซ งได แก ความสามารถ ความค ด และว จารณญาณของเขา ประกอบก บการใช ทร พยากรท ม อย ในส งคม (Social Resource) ค อ ว ตถ ส งของ เง น บร การทางส งคมต างๆ (Social Service) และน กว ชาช พหร อผ เช ยวชาญเฉพาะด านท เก ยวข องก บ ป ญหาความต องการและสถานการณ ของผ ร บการช วยเหล อ อาท เช น จ ตแพทย น กจ ตว ทยา น กกายภาพบ าบ ด น กอาช วบ าบ ด น กการศ กษา น กกฎหมาย ฯลฯ มาให บร การ โดยการให การร วมม อ ซ งก นและก น ในการด าเน นงานให บรรล จ ดม งหมายของการช วยเหล อ โดยหาทางตอบสนองความต องการ ของบ คคล ครอบคร วท ประสบความเด อดร อน ท งน เพ อช วยให เขาสามารถปฏ บ ต หน าท ตามบทบาท ทางส งคมได อย างเหมาะสม ม ความส มพ นธ ทางส งคมอย างราบร น สามารถเผช ญก บป ญหาในการ ด ารงช ว ต โดยร จ กปร บปร งและพ ฒนาบ คล กภาพ สามารถเปล ยนแปลงท ศนคต จ ตใจ และพฤต กรรมของ ตนเองให เข าก บสถานการณ และสภาพแวดล อม ตลอดจนม พฤต กรรมท เหมาะสม และเป นท ยอมร บของ ส งคม สามารถด ารงช ว ตอย ได ด วยความสงบเร ยบร อย ม นคง และผาส กตามอ ตภาพ โดยไม สร างภาระ ให ก บส งคม แต เป นการช วยส งคมให พ ฒนาต อไปอ กด วย ทฤษฎ การส งคมสงเคราะห เฉพาะราย (Social Case Work and its Theories) 1. ทฤษฎ ทางด านจ ตใจและส งคม (Psycho Social Theory) 2. ทฤษฎ การแก ป ญหา (Problem Solving Theory) 3. ทฤษฎ การปฏ บ ต หน าท (Function Theory) 4. ทฤษฎ การปร บพฤต กรรม (Behavior Modification Theory) 2. การส งคมสงเคราะห กล มชน การส งคมสงเคราะห กล มชนเป นว ธ การส งคมสงเคราะห ว ธ หน งท ม งเน นช วยเหล อบ คคลท ม ความ สนใจ ม ความต องการ และม ป ญหาท คล ายคล งก น ให มาเข ากล มก น เพ อให ม การต ดต อปะทะส งสรรค ภายในกล ม โดยใช ก จกรรมเป นส อกลาง ว ตถ ประสงค ก ค อ การพ ฒนาบ คล กภาพในด านต างๆของบ คคล น นเอง โดยท วไปแล ว กล มได ร บการมองว าเป นระบบเล กๆระบบหน งทางส งคมท ม ความส าค ญและสามารถ น ามาพ ฒนาความสามารถของบ คคลให เปล ยนภาพพจน เก ยวก บตนเองในทางด มากข นให สามารถแก ไข ข อข ดแย งท เก ดข น อ นเน องมาจากความส มพ นธ ระหว างต วเขาก บบ คคลอ นๆ ช วยให บ คคลในกล มได พบ ก บส งใหม ๆในทางสร างสรรค และพ ฒนา การส งคมสงเคราะห กล มชน จะเน นในเร องส าค ญ 2 เร องใหญ ๆ ค อ 1. หล กการเก ยวก บประชาธ ปไตย

8 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 8 2. หล กการเก ยวก บการอย รวมก นในส งคมโดยปกต ส ข น กส งคมสงเคราะห กล มชนเป นจ านวนมากเช อว า ค าน ยมทางส งคมต างๆสามารถถ ายทอดหร อสอน ก นได โดยผ านประสบการณ ของกล ม น นก ค อ โดยการให ประสบการณ การอย ร วมก นในกล ม เป าหมายของ การส งคมสงเคราะห กล มชนในป จจ บ นไม ได ม งแต เฉพาะให สมาช กในกล มได ม การสน กสนานร นเร งจาก ก จกรรมท ได ร บในกล มเท าน น แต ย งเน นท การแก ไขหร อการบ าบ ดร กษาผ ม ป ญหาในทางการแพทย มากข น ท กษะในการด าเน นงานส งคมสงเคราะห กล มชน ในการปฏ บ ต งาน น กส งคมสงเคราะห กล มชนจ าเป นต องม ท กษะต างๆด งต อไปน 1. ท กษะในการว น จฉ ย 2. วางเป าหมายในการบ าบ ดร กษา 3. สร างส มพ นธภาพให เก ดข น 4. น ากระบวนการกล มไปส เป าหมายท แน นอน ค อ การบ าบ ดร กษาและการพ ฒนา 5. ประเม นด ผลจากการท ได ให ความช วยเหล อตามข นตอนหล กการต างๆของส งคมสงเคราะห กล มชน 3. การจ ดระเบ ยบช มชน (Community Organization) แนวค ดของการปฏ บ ต งานเก ยวก บการจ ดระเบ ยบช มชน ค อ ประชาธ ปไตย (Democratic) กระบวนการด าเน นงานจ งเป นไปตามระบบของประชาธ ปไตย ซ งประชาชนในช มชนจะได เร ยนร การอย ร วมก น การท างานร วมก น การต ดส นใจร วมก นในว ถ ทางแห งประชาธ ปไตย น กส งคมสงเคราะห ท ปฏ บ ต งานในช มชนจะท าหน าท เป นผ ช วยเหล อ (Enabler) กล มต างๆในช มชน โดยกระต น (Stimulate) ให ม ก จกรรมต างๆท จะน าไปส ความร วมม อร วมใจก น (Co-operative) เพ อด ารงไว ซ งความปลอดภ ย และความเจร ญก าวหน าของช มชน น กส งคมสงเคราะห จะพยายามท จะน าเอาทร พยากรต างๆมาใช ให เก ด ประโยชน ตามความจ าเป นแก ช มชนและท องถ นน นๆ เพ อน าช มชนไปส ความก าวหน า ก จกรรมต างๆท จ ดว าเป นงานท เก ยวข องก บการจ ดระเบ ยบช มชน ได แก 1. การวางแผนเพ อสว สด ภาพและส ขภาพ อนาม ยของคนในช มชน 2. การด าเน นงานเก ยวก บกองท นสงเคราะห ช มชน 3. ก จกรรมเฉพาะด าน เพ อม งส งเสร มความอย ด ก นด ของคนในช มชน 4. การส อสารประชาส มพ นธ เพ อเก ดความรอบร เก ยวก บช มชน 5. การว เคราะห กฎ ข อบ งค บต างๆ ท เก ยวข องก บความเป นอย ของคนในช มชน 6. การว จ ยเพ อการแสวงหาป ญหาและความต องการของคนในช มชน 7. การสอนหร อให ความร แก ช มชนในเร องต างๆท น าไปส การเจร ญก าวหน าและพ ฒนา

9 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 9 4. นโยบายและการวางแผนทางส งคม (Social Policy and Social Planning) ในป จจ บ นเป นท ยอมร บก นอย างกว างขวางแล วว า ในการต ดส นใจท กอย าง ไม ว าจะในงานส งคม- สงเคราะห เฉพาะราย (Social Case Work) ส งคมสงเคราะห กล มชน (Social Group Work) หร อการจ ด ระเบ ยบช มชน (Community Organization) จะม ข อย งยาก ซ บซ อน ในเร องนโยบายเก ยวโยงอย ด วย ตลอดเวลา งานส งคมสงเคราะห จ งต องเก ยวข องส มพ นธ ก บนโยบายและการวางแผนทางส งคมด วย น กการศ กษาทางส งคมสงเคราะห จ งเร มต นต วและให ความส าค ญในการวางแผนทางส งคมมากข น ในโรงเร ยนส งคมสงเคราะห ประเทศสหร ฐอเมร กา ได อบรมให น กศ กษาส งคมสงเคราะห ท ศ กษาระด บ ปร ญญาโท ม ความร ในเร องกว างๆ ด งน 1. ป ญหาส งคมใหญ ๆท เก ยวข องและม ความส าค ญต อส งคมและประเทศชาต 2. การด าเน นงานของร ฐ 3. การม ส วนร วมในการปร บปร งเปล ยนแปลงแก ไขนโยบายต างๆท เก ยวข องก บส งคม 4. ระบบการให บร การในวงกว าง แม ว าในขณะน จะย งไม สามารถคาดคะเนได ว าม น กส งคมสงเคราะห เป นจ านวนมากน อยเท าใดท ปฏ บ ต งานอย ในเร องนโยบายและการวางแผนทางส งคม แต เป นท ปรากฏว าน กส งคมสงเคราะห ท อย ใน ต าแหน งผ บร หาร ผ ท าหน าท เป นน กว จ ย จะเป นผ ท ท างานเก ยวข องก บนโยบายและการวางแผนทางส งคม มากท ส ด 5. การบร หารงานทางส งคม (Social Work Administration) ป จจ บ นหน วยงานท ให บร การทางส งคมเร มขยายขอบเขตการให บร การทางส งคมกว างขวางข น บ คลากรก ม จ านวนมากข น ผ ท มาขอร บบร การก เร ยกร องและต องการบร การมากกว าแต ก อน ซ งบางคร ง ก จ าเป นท จะต องม การต ดส นใจในระด บผ บร หาร ผ ท เข าใจเก ยวก บการบร หารจะสามารถประสานงานก บ หน วยงานต างๆ ท งท เป นของร ฐและเอกชน ตลอดจนช วยให บ คคลอ นๆท อย ในองค การประสานและร วมม อ ต อก น อ นม ผลก อให เก ดประส ทธ ภาพต อการปฏ บ ต งานในระยะยาว ด งน น การบร หารงานส งคมสงเคราะห จ งได ร บการเสนอแนะให ใช ปฏ บ ต ในเวลาไม นานมาน การบร หารงานส งคมสงเคราะห ค อ กระบวนการด าเน นงานเพ อให บรรล ว ตถ ประสงค ของการส งคม- สงเคราะห โดยความพยายามท จะประสาน (Co-ordination) และร วมม อ (Co-operation) ก บหน วยงาน และบ คคลอ นๆท เก ยวข อง

10 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด การว จ ยทางส งคมสงเคราะห (Social Work Research) นงล กษณ เทพสว สด (2540 : 40) ได กล าวถ งการว จ ยทางส งคมสงเคราะห ไว ด งน การว จ ยทางส งคมสงเคราะห จ ดเป นว ธ การหน งของการส งคมสงเคราะห ในการท จะค นหาป ญหา และความต องการของบ คคล ครอบคร ว กล ม และช มชน เพ อด ว าป ญหาและความต องการค ออะไร จะได น ามาวางแผนเพ อเข าไปแทรกแซงให ความช วยเหล อหร อจ ดบร การได อย างถ กต องเหมาะสม ในป จจ บ น หน วยงานท ให บร การส งคมสงเคราะห เร มเห นความส าค ญและความจ าเป นของงานว จ ย จ งได ต งหร อม ต าแหน งน กว จ ยเฉพาะ เพ อท าหน าท ในงานว จ ยท งเต มเวลาหร อเป นคร งคราว โรงเร ยนส งคมสงเคราะห เอง ก ได ม หน วยงานว จ ย เพ อเป ดโอกาสให อาจารย และน กศ กษาหาได ห นมาให ความส าค ญและม ความเข าใจ เก ยวก บงานว จ ยอย างจร งจ ง บางท ก ท าหน าท เป นศ นย ให บร การแนะน าปร กษาหาร อแก หน วยงานอ นๆ ท อย ในช มชนท จะต องท าการศ กษาว จ ยด วย งานว จ ยม ความส าค ญต อการค นหาข อม ลเพ อน ามาเป น นโยบายในการวางแผนของร ฐบาลในระยะยาว น กส งคมสงเคราะห เป นผ ท คล กคล อย ก บป ญหาของผ มาร บ บร การ จ งม โอกาสท จะได ข อม ลต างๆเก ยวก บป ญหาและความต องการของบ คคล กล ม และช มชน จ งควร จะได น าท กษะในการว จ ยมาใช เพ อให เก ดประโยชน ต อการปฏ บ ต งานส งคมสงเคราะห จรรยาบรรณของน กส งคมสงเคราะห (Code of Ethics) ว บ ลย กล นส คนธ (2541:38-39) ได กล าวถ งจรรยาบรรณของน กส งคมสงเคราะห ไว ว า สมาคม น กส งคมสงเคราะห แห งชาต ในอเมร กา (NASW) ได แก ไขปร บปร งจรรยาบรรณของน กส งคมสงเคราะห คร งส ดท าย เม อ ค.ศ.1990 โดยจ าแนกออกเป น 6 ห วข อใหญ ด งน 1. พฤต กรรมและการกระท าในฐานะน กส งคมสงเคราะห 2. ความร บผ ดชอบต อผ ป วยหร อผ ใช บร การ 3. ความร บผ ดชอบต อเพ อนร วมว ชาช พ 4. ความร บผ ดชอบต อนายจ างหร อองค กรท ว าจ าง 5. ความร บผ ดชอบต อว ชาช พส งคมสงเคราะห 6. ความร บผ ดชอบต อส งคม ส าหร บสมาคมน กส งคมสงเคราะห แห งประเทศไทย ได ก าหนดจรรยาบรรณของน กส งคมสงเคราะห ไว 5 ข อ ค อ 1. น กส งคมสงเคราะห จะต องน กว ากระท าเพ อพ ฒนาก อให เก ดสว สด ภาพแก บ คคล กล มชน และช มชน เป นความร บผ ดชอบของตน 2. น กส งคมสงเคราะห ต องปฏ บ ต งานในหน าท ด วยความซ อส ตย เส ยสละ ม ค ณธรรม และปราศจาก อคต ท งปวง

11 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด น กส งคมสงเคราะห ต องเคารพในศ กด ศร และไม เป ดเผยเร องราวส วนต วของผ ป วยหร อผ มาขอร บ บร การ 4. น กส งคมสงเคราะห จะต องประพฤต ปฏ บ ต ตนในกรอบของว ฒนธรรมอ นด งาม เพ อม ให บ งเก ด ความเส ยหายแก ว ชาช พส งคมสงเคราะห 5. น กส งคมสงเคราะห ต องย ดม นในหล กว ชาการ เพ มพ นความร และท กษะ พร อมท งส งเสร มว ชาช พ ส งคมสงเคราะห ให เจร ญก าวหน าอย เสมอ (ว บ ลย กล นส คนธ, 2541:39) บทบาทหน าท ของน กส งคมสงเคราะห ทางการแพทย งานส งคมสงเคราะห ทางการแพทย เป นสาขาว ชาการหน งในหลายสาขาของงานส งคมสงเคราะห ท ม บทบาทหน าท ต องปฏ บ ต เก ยวก บด านการแพทย ก บผ ป วยท งทางกายและทางจ ตใจ งานส งคมสงเคราะห ทางการแพทย ต องปฏ บ ต งานเป นท มร วมก บบ คลากรหลายสาขา ได แก แพทย พยาบาล น กจ ตว ทยา ฯลฯ หร อท เร ยกว าเป นการปฏ บ ต งานแบบสหว ชาช พ (Interdisciplinary) น กส งคมสงเคราะห จ งเข ามาม บทบาท ในด านการปฏ บ ต ร กษา เร มต งแต ผ ป วยมาร บการตรวจ โดยการศ กษารวบรวมข อม ลต างๆของผ ป วยท งด าน ร างกาย จ ตใจ ส งคม ตลอดจนการเตร ยมความพร อมของผ ป วยในการจะเข ามาร บร กษา เพ อประกอบ การว น จฉ ยของแพทย ได อย างถ กต อง และเพ อวางแผนการร กษาท งในระยะการบ าบ ดร กษา ระยะฟ นฟ สมรรถภาพ และระยะต ดตามด แลหล งการบ าบ ดร กษา เม อผ ป วยออกจากโรงพยาบาลหร อสถานบ าบ ด ไปแล ว นอกจากน น กส งคมสงเคราะห ทางการแพทย ย งม บทบาทในการส งเสร มส ขภาพอนาม ย ช วยให ประชาชนม พฤต กรรมในการด าเน นช ว ตอย างถ กส ขล กษณะ และปราศจากการต ดยาและสารเสพต ด โดยการศ กษาส ารวจช มชนและสภาวะแวดล อม เพ อว เคราะห ป ญหาส ขภาพ อนาม ย และวางแผน ประสานงานก บองค กรต างๆของช มชน ในการป องก นส ขภาพและการต ดยาและสารเสพต ด หน าท ความร บผ ดชอบของน กส งคมสงเคราะห ทางการแพทย น กส งคมสงเคราะห ทางการแพทย ม หน าท ในการศ กษา ประเม น ว เคราะห ข อม ลทางส งคม จ ตใจ ร างกาย ว น จฉ ยข อม ลทางส งคมท เป นสาเหต ส าค ญของการเจ บป วย ให การบ าบ ดร กษาทางส งคม จ ตใจ แก ไขป ญหา ฟ นฟ สมรรถภาพและพ ฒนาท กษะทางส งคมแก ผ ป วยและครอบคร ว ให บร การส งเสร ม และป องก นป ญหาทางส งคมท ม ผลกระทบต อส ขภาพอนาม ยท งทางร างกายและจ ตใจ ให ค าปร กษาแนะน า รายบ คคล กล ม และช มชนในภาวะปกต และภาวะฉ กเฉ น ประสานการด าเน นงานและจ ดหาทร พยากร ทางส งคม ศ กษา ค นคว า ว จ ย สอน ฝ กอบรม ผล ตเน อหาทางว ชาการและพ ฒนาเทคโนโลย ท เหมาะสม ในการให บร การอย างครบวงจร

12 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 12 บทท 2 การบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด การบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ดเป นมาตรการหล กมาตรการหน งในการแก ไขป ญหายา เสพต ดของประเทศ ซ งจะส งผลให จ านวนผ ต ดยาและสารเสพต ดลดน อยลงหร อหมดไปในท ส ด การ บ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ดเป นว ทยาการทางการแพทย แขนงหน งท ม ความสล บซ บซ อนย งยาก ไม เหม อนก บการร กษาโรคอ นๆ เน องจากผ ต ดยาและสารสเพต ดน นเป นผ ท ม ป ญหาความเจ บป วยท งด าน ร างกาย จ ตใจ และส งคม ด งน น ในการร กษาจ งต องท าการร กษาท กอย างไปพร อมก น ไม ว าจะเป นท งต วผ ต ดยา ครอบคร ว ส งคม เศรษฐก จ และส งแวดล อม ไม ใช ม งแต เพ ยงการร กษาต วบ คคล เพราะจะท าให การ บ าบ ดร กษาไม ม ประส ทธ ภาพเท าท ควร และผ ต ดยาเสพต ดท ร กษาหายแล วจะกล บมาต ดซ าได อ กโดยง าย ด งน น จ งจ าเป นต องม มาตรการท เหมาะสมส าหร บการแก ไขและช วยเหล อผ ท ต ดยาเสพต ดตาม ว ธ การและข นตอนการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ดแบบมาตรฐานครบท กข นตอน ด งน ข นตอนการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด ข นตอนการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด ม 4 ข นตอน ด งน 1. การเตร ยมการ (Pre-Admission) 2. การถอนพ ษยา (Detoxification) 3. การฟ นฟ สมรรถภาพ (Rehabilitation) 4. การต ดตามหล งการร กษา (Follow up or Aftercare) 1. การเตร ยมการ (Pre-Admission) ธงช ย อ นเอกลาภ (2544 : 25-27) ได อธ บายเร องการบ าบ ดร กษาในข นเตร ยมการ (Pre-Admission) ไว ด งน การเตร ยมการก อนการร กษาเป นการเตร ยมความพร อมของผ ป วย ท งทางด านครอบคร วของผ ป วย เพ อให การบ าบ ดร กษาผ ป วยส มฤทธ ผลได ผ ป วยต องม ความต งใจส ง และยอมร บว าตนเองม ความจ าเป น ท ต องแก ไขพฤต กรรมของตนเอง โดยจะต องท าความตกลงก บผ มาร บการบ าบ ดร กษา ยอมร บท จะเล ก ยาเสพต ดอย างจร งจ ง นอกจากต วผ ป วยแล ว จะต องเตร ยมความพร อมของครอบคร วหร อผ ใกล ช ดให เข ามา ม ส วนร วมในการแก ป ญหา และเป นผ ให ก าล งใจแก ผ ป วย ข นตอนการเตร ยมการจะแล วเสร จภายใน 7 ว น

13 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 13 ก จกรรมในข นเตร ยมการ 1. ส มภาษณ สอบประว ต กรอกเอกสารประจ าต ว ประว ต ส วนต วในอด ต ป จจ บ น ประว ต การต ด ยาเสพต ด ประว ต การเจ บป วย ประว ต การก ออาชญากรรม ข นน เป นข นตอนท าความร จ กและเข าใจผ ป วย โดยศ กษาประว ต จากผ ป วย จากครอบคร ว ญาต และผ เก ยวข อง การหาข อม ลและข อเท จจร งจากผ ป วย ต ดยาและสารเสพต ดน นจะต องเป นข อเท จจร งท มองเห นได เช น ป ญหาทางเศรษฐก จ ป ญหาบ คล กภาพ ส วนป ญหาท ไม สามารถมองเห น ได แก ป ญหาทางจ ตใจ เช น ความค ด อารมณ ความร ส ก 2. การตรวจร างกาย ด สภาพร างกายว าทร ดโทรมมากน อยแค ไหน ม ร องรอยการเสพยาหร อไม ม ม โรคแทรกซ อนอะไรบ าง - ตรวจสภาพจ ตว าปกต ด หร อม อาการทางจ ต บ คล กภาพเป นแบบใด - ตรวจค นหาสารเสพต ดท อาจม การซ กซ อน - ตรวจทางห องปฏ บ ต การ เจาะเล อด ตรวจป สสาวะหาสารสเพต ด เอกซเรย ปอด 3. ว เคราะห ป ญหาเพ อการวางแผนให การช วยเหล อ เม อทราบข อเท จจร งเก ยวก บผ ต ดยาเสพต ด เพ ยงพอ และเป นท เช อถ อได แล ว ต องน าข อเท จจร งน นมาว น จฉ ย แยกแยะเป นเร องๆไปว เคราะห ว าอะไร เป นสาเหต ท ท าให เก ดป ญหา บางคร งผ ต ดยาเสพต ดค ดว าเป นป ญหา แต แท จร งไม ใช ป ญหา แต เป นป ญหา อ นท ซ บซ อนอย การว เคราะห ท าให ทราบจ ดอ อนของผ ป วยว าเป นอย างไร แล วจ งวางแผนให ความช วยเหล อ ต อไป ประเภทของป ญหาอาจแบ งได ด งน 3.1. ป ญหาส งคม เช น ป ญหาป จจ บ นท ประสบอย ได แก ป ญหาแตกแยกของครอบคร ว และ ความไม เข าใจในความส มพ นธ ของครอบคร ว ไม สามารถปร บต วเองเข าก บครอบคร วและส งคม ไม ยอมร บ ความจร ง เป นต น การเล ยงด ของครอบคร ว ความส มพ นธ ในครอบคร ว ซ งจะม ผลต อเยาวชนผ ต ดยา เช น ครอบคร วหย าร าง ม กจะใช เด กเป นข อต อรอง ระบายอารมณ ท าให เด กห นเข าหายาเสพต ดได การตามใจ เด กมากเก นไปท าให เส ยน ส ย อยากได อะไรต องได ท าให ต ดยาเสพต ดง ายและเล กยาก หร อครอบคร ว ท เล ยงล กแบบเข มงวดเก นไป ท าให เด กไม กล าแสดงออก เก บกด เก ดป ญหาไม ร จะปร กษาใคร ท าให ถ ก ช กจ งไปในทางท เส ยหายได ง าย 3.2. ป ญหาเศรษฐก จ เช น ป ญหารายได ไม พอจ าย ม ความเป นอย ยากจน ขาดแคลนเง นท น ประกอบอาช พ ว างงาน 3.3. ป ญหาด านอารมณ และจ ตใจ เช น ป ญหาความกดด นด านจ ตใจ การขาดความเช อม นต อ ตนเอง การขาดความร กและความอบอ น ถ กช กจ งจ ตใจง าย ฯลฯ

14 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด ป ญหาความสามารถในการแก ไขป ญหาของผ ต ดยาเสพต ด ป ญหาความร วมม อของผ ป วย ในการแก ป ญหา หร อป ญหาบ คล กภาพ เป นปมด อยของผ ป วย อาจไม ได ร บความร วมม อในการบ าบ ดร กษา 4. อธ บายถ งว ธ การและข นตอนการบ าบ ดร กษา เพ อผ ป วยจะได ไม ท าผ ดซ าซ อน ในขณะท จะเข า บ าบ ดร กษา และให ความร วมม อในการบ าบ ดร กษาด วยเหต และผล ย อมท าให เก ดผลด ต อผ ป วยเอง 5. ช กจ งแนะน าให ต งใจร บการบ าบ ดร กษา โดยท าให ผ ป วยยอมร บความเป นจร ง เข าใจสภาพ อ นแท จร งของตนเอง ซ งเม อเขายอมร บในความเป นจร งของตนเองท งจ ดด และจ ดด อย จะท าให เขาสามารถ เปล ยนท ศนคต พฤต กรรมท เป นอย ได ง ายข น 6. ให ค าแนะน าแก ครอบคร ว เพ อท ครอบคร วจะได เป นก าล งใจแก ผ ป วยและยอมร บผ ป วย และให ม ความส มพ นธ ท ด ต อผ ป วย เพ อให ผ ป วยม ความเช อม นต อตนเองและส งคมส งแวดล อมในสถานท บ าบ ดร กษา 2. การถอนพ ษยา (Detoxification) หล กการร กษาข นถอนพ ษยา การงดเสพยาหร อสารเสพต ดของผ ป วย จะก อให เก ดอาการอยากยา หร ออาการถอนพ ษยา (Withdrawal Symtoms or Abstinent Syndrome) ซ งเป นอาการท งร างกายและจ ตใจ เช น อาการคล นไส อาเจ ยน อาการท องผ ก ปวดกระด ก น าม กน าตาไหล อารมณ ความค ดส บสน นอนไม หล บ อ อนเพล ย ซ งอาการท เก ดข นน จะทรมานผ ป วย เป นป จจ ยให ผ ป วยต องหวนกล บไปใช ยาหร อสารเสพต ดใหม ท าให การร กษาหย ดชะง กลง แพทย จ งต องให การร กษาในข นถอนพ ษยาเพ อลดความทรมานของผ ป วย ว ธ การ ทางการแพทย ค อ พยายามบรรเทาอาการอยากยาให ลดน อยลงและค อยๆหมดไปเม อเวลาผ านไป โดยจะ ใช ยาบางชน ดทดแทน (Substitution) หร อใช ยาเพ อบรรเทาอาการอยากยาท เก ดข น (Supportion treatment) รวมไปถ งการต ดตามส งเกตอาการพฤต กรรมของผ ป วย เพ อให ร ถ งป ญหาทางด านจ ตใจ และให การร กษาควบค ก นไป ร ปแบบการถอนพ ษยา ร ปแบบการถอนพ ษยาแบ งได เป น 2 แบบ ค อ แบบผ ป วยนอกและแบบผ ป วยใน ด งน (ธงช ย อ นเอกลาภ, 2544 : 66-67) การร กษาแบบผ ป วยนอก การร กษาแบบผ ป วยนอกเป นท น ยมโดยท วไป เน องจากเป นความสะดวกของทางสถานพยาบาล ส นเปล องงบประมาณน อยกว า ใช บ คลากรและสถานท น อยกว าแบบผ ป วยใน นอกจากน ย งสามารถตรวจ ร กษาผ ป วยได เป นจ านวนมาก แต การร กษาแบบผ ป วยนอกม กจะให ผลในการร กษาแบบไม แน นอน เน องจากผ ป วยย งคงกล บไปอย ก บสภาพแวดล อมเด ม ซ งม ส งย วย ต างๆ สามารถหายาเสพต ดได ง าย

15 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 15 บางคร งในระหว างการร กษาจะพบว าม การล กลอบใช สารเสพต ดได อ ก แต ก น บว าเป นข อด ในแง หน ง ค อ ถ าหากผ ป วยสามารถเล กได ท งๆท ย งอย ในสภาพแวดล อมเด ม แสดงว าผ ป วยม จ ตใจท เข มแข ง ห กห ามใจ ตนเองได โอกาสเล กได ในระยะยาวก ม มากกว า ผลส าเร จของการร กษาแบบผ ป วยนอกข นอย ก บต วผ ป วยและครอบคร วเป นส าค ญ การให การร กษาต องใช การให ค าปร กษาแนะน า (Counseling) การร กษาแบบผ ป วยใน การต ดส นใจใช ว ธ การร กษาแบบผ ป วยในน นม ข อบ งช ด งน 1. อย ในภาวะท อาจท าอ นตรายแก ต วเองหร อผ อ นได 2. ม โรคแทรกซ อนทางร างกายหร อจ ตใจท จ าเป นต องร กษาต วในโรงพยาบาล เช น ม โรค ต ดเช อร นแรง โรคจ ตเภทท ม อาการมาก 3. ผ ป วยต ดสารเสพต ดชน ดอ นจ าเป นต องร บการร กษาร วมด วย เช น ส รา เฮโรอ น 4. ในรายท ใช ปร มาณมากๆ ต ดนานกว า 1 ป ม แนวโน มท จะหย ดยาไม ได หากให การร กษา แบบผ ป วยนอก 5. ผ ป วยท เคยร บการร กษาแบบผ ป วยนอกหลายคร งแล วย งไม ได ผล 6. ม สภาวะแวดล อมทางส งคมและจ ตใจท เส อมโทรม เช น ขาดท พ งในครอบคร วไม สามารถ ด ารงช พในส งคมได อย ในสถานท ท สามารถหายาได ง าย 7. ผ ป วยไม ย นยอมร บการบ าบ ดร กษาแบบผ ป วยนอก รวมไปถ งผ ป วยท ถ กศาลส งมาร บ การร กษาภายในโรงพยาบาล การร กษาแบบผ ป วยในน นต องแยกผ ป วยให เป นส ดส วน ไม ควรปะปนก บผ ป วยท วไป โดยจ ดอย ในสถานท ท ปลอดสารเสพต ด หร อส งย วย ท อาจท าให น กถ งการเสพยา บ คลากรท ให การด แลควรม ความร ความเข าใจ เก ยวก บผ ป วยเหล าน โดยเฉพาะ ว ธ การถอนพ ษยา ว ธ การถอนพ ษยาจะแตกต างก น ข นอย ก บประเภทของยาเสพต ดท ผ ป วยเสพ ซ งสามารถแบ ง ประเภทได ด งน (ว บ ลย กล นส คนธ, 2541: 25-26) 1. กล มผ ป วยต ดยาเสพต ดประเภทเฮโรอ น มอร ฟ น และอน พ นธ ของฝ น ผ เสพกล มน จะม อาการต ด ทางร างกายมาก เวลางดเสพจะเก ดอาการอยากยาร นแรง โดยเร มม อาการอยากยาเม อ 3-6 ช วโมง หล ง เสพคร งส ดท าย และอยากมากข น จนม อาการส งส ดประมาณว นท 3-4 และค อยลดลงจนหมดไปเองราว ส ปดาห ท 2-3 การถอนพ ษยาส าหร บผ ป วยกล มน จะใช เมธาโดน (Methadone) ทดแทนยาเสพต ดท ใช ผ ป วยจะได ร บยาเมธาโดนท กว นในระยะถอนพ ษยา ในกรณ ร กษาแบบผ ป วยในจะได ยาว นละ 4 ม อ เป นเวลา 14 ว น ส วนผ ป วยนอกจะได ร บยาว นละคร งเป นระยะเวลายาว (Methadone Maintenance) ใน

16 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 16 บางรายไม สามารถมาร บยาได ท กว น จะได ยาทดแทน 10% ของ Tincture Opium (M.No1) แทนเมธาโดน พร อมท งให ยาช วยตามอาการด วย แต ในผ ป วยชน ดท ฉ ดเฮโรอ นเข าเส น (IVDU = Intervenous Drug Users) ต องเฝ าระว งโรคแทรกซ อนทางร างกาย อาจก อให เก ดอ นตรายถ งช ว ต เช น การต ดเช อในกระแส โลห ต ปอดอ กเสบ เย อห มสมองอ กเสบ และให การร กษาควบค ก นไป 2. กล มผ ป วยต ดแอลกอฮอล ยากดประสาท ยานอนหล บ (Alcohol, Barbiturates, Benzodiazepines) สารเสพต ดประเภทน เม องดเสพจะม อาการอยากยาไม ค อยร นแรง แต ก ม บางรายม อาการ ถอนพ ษยาร นแรง เช น อาการช กเกร ง (Rumfit) ในผ ป วยท งดด มส รา อาการช กเกร ง (Seizures) หร อระบบ ห วใจหลอดเล อดล มเหลวในผ ป วยท งดยากดประสาท Barbiturates การร กษาอาการถอนพ ษยาโดยใช ยากล ม Benzodiazepines ทดแทนในขนาดส ง เช น Chordiazepoxide หร อ lorazepam ค อยลดขนาด ของยาลงท กๆ 7 ว น เช น Delirium Treatment ภาวะท โภชนาการ ว ณโรคปอด ต บอ กเสบ สมองเส อม (Dementia) จ งควรเฝ าระว งและให การร กษาถ าตรวจพบ 3. กล มท 3 ยาบ า สารระเหย ก ญชา กระท อม (Amphetamine, Volatile Inhalants, Marijuana, Cannabis) สารเสพต ดในกล มน จะม อาการต ดทางร างกายไม มาก เม องดเสพจะเก ดอาการอยากยา ไม ร นแรง การให การร กษาในข นถอนพ ษยาจะไม ม ยาน ให ทดแทน แต จะให การร กษาตามอาการ (Supportive Treatment) เป นส วนใหญ สารเสพต ดกล มน โดยเฉพาะยาบ าจะก อให เก ดความเปล ยนแปลง ทางด านจ ตใจ และพฤต กรรม (Psychological Behavior Effect) ซ งก าล งเป นป ญหาอย างมากในส งคม ป จจ บ น ผ เสพส วนใหญ จะใช ว ธ ก นหร อฉ ด ซ งหล งการเสพ ยาจะออกฤทธ เร วมาก ท าให ร ส กกระฉ บกระเฉง ร าเร งผ ดปกต (Mania) กระส บกระส าย (Agitation) ก าวร าว (Aggressive) ส บสน (Confusion) และเก ด ภาพหลอน ความร ส กหลอน (Visual and Tactile Hallucination) ควบค มต วเองไม ได (Self-control) พฤต กรรมร นแรง เป นอ นตราย ถ าใช ยาบ านานจะม อาการทางจ ตเภท ในการถอนพ ษยาผ ป วยเสพยาบ า ซ งอาการอยากยาไม ร นแรง ม กจะหายไปเองใน 3-4 ว น ยกเว นผ ท เสพนานจะต องเฝ าระว ง อาจม อาการ ซ มเศร า อยากฆ าต วตาย (Depression Suicidal at Time) ซ งการร กษาอดยาต องอาศ ยยาช วยบรรเทา อาการ (Supportive Treatment) ร วมก บยาต านโรคจ ต (Antipsychotic Drug) ยาต านอาการซ มเศร า (Antidepressant) และการช วยท าจ ตบ าบ ด (Psycho Therapy) 3. การฟ นฟ สมรรถภาพ (Rehabilitation) การฟ นฟ สมรรถภาพผ ป วยยาเสพต ดเป นข นตอนการบ าบ ดร กษาท ส าค ญท ส ด เป นก จกรรม เพ อช วยให ผ ป วยได ปร บปร งน ส ยท ส ญเส ยไประหว างการใช ยาเสพต ด เป นการปร บเปล ยนความประพฤต และพฤต กรรมท เบ ยงเบนให กล บไปส ภาวะปกต รวมท งการพ ฒนาบ คล กภาพ และปร บปร งท งด านร างกาย จ ตใจ และส งคมของผ ป วยยาเสพต ดท ม หล งจากการใช ยาเสพต ด แก ไขส งแวดล อม ให ค าปร กษาแนะแนว ให ผ ป วยได ปร บปร งและช วยตนเอง เป นต วของต วเองให มากท ส ด ในการฟ นฟ น นต องม การปฏ บ ต งานเป น ท มสหว ชาช พ เพ อให การบ าบ ดร กษาผ ป วยยาเสพต ด ท งน เพราะนอกจากปร บปร ง เปล ยนแปลง แก ไข พ ฒนาน ส ย ความประพฤต พฤต กรรม ส งคมส งแวดล อม ร างกายและจ ตใจของผ ป วยแล ว ในข นตอน

17 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 17 การฟ นฟ สมรรถภาพน จะม การให การบ าบ ดร กษาโดยการให ผ ป วยได ม งานควบค ไปด วย น นค อ อาช วบ าบ ด และฝ กอาช พ ซ งเป นแผนการบ าบ ดร กษาทางด านส งคมท บ งช ถ งความหว งและอนาคต ของผ ป วย โดยการม งให ผ ป วยปร บปร งท กษะ ความช านาญ ความสามารถ ในการประกอบการงาน เพ อการด ารงช ว ตอย ในส งคมได ด วยล าแข ง แรงกาย แรงใจของตนเอง การฟ นฟ สมรรถภาพแบบช มชนบ าบ ด (Therapeutic Community) ร ปแบบการบ าบ ดร กษาท ส าค ญในการฟ นฟ สมรรถภาพผ ต ดยาเสพต ดท เป นท ร จ กอย างกว างขวาง ค อการฟ นฟ สมรรถภาพแบบช มชนบ าบ ด (Therapeutic Community) เป นการให สมาช กฝ กพ ฒนาตนเอง โดยการมาอย ร วมก นเหม อนเป นสมาช กในครอบคร วขนาดใหญ ครอบคร วหน งท สร างข นมาใหม เพ อให สมาช กสามารถเปล ยนแปลงและพ ฒนาตนเอง ม การเร ยนร และม ประสบการณ เพ มข น อ กท งย งอย ใน สถานท ท ปลอดภ ย ปลอดยาเสพต ด และม ส งแวดล อมท ท าให เก ดความอบอ นท ด ท าให ได ร บการฟ นฟ สมรรถภาพท สมบ รณ ท งสภาพร างกายและจ ตใจ สามารถกล บไปด ารงช ว ตอย ในส งคมได อย างปกต ส ข การมาอย รวมก นเป นจ านวนมากเหม อนสมาช กครอบคร วเด ยวก น จ าเป นต องม กฎเกณฑ อ ดมการณ และปร ชญาเด ยวก น เพ อให การอย ร วมก นน นด าเน นไปด วยด ปราศจากอ ปสรรค กฎหล กของช มชนบ าบ ด 1. ไม ใช ยาเสพต ด (No Drug) 2. ไม ก อเร องทะเลาะว วาท (No Violence) 3. ไม ม เพศส มพ นธ (No Sex) ช มชนบ าบ ดเป นการบ าบ ดร กษาโดยไม ใช ยา ยกเว นกรณ ท ม การเจ บป วยเก ดข นระหว างการบ าบ ด ร กษา การบ าบ ดร กษาร ปแบบช มชนบ าบ ดน นเน นท หล กการให ผ ป วยช วยเหล อตนเองให มากท ส ด (Self Help) และช วยเหล อซ งก นและก นในกล มเพ อนผ ต ดยาเสพต ดด วยก นท อย ในศ นย ช มชนบ าบ ดในฐานะ สมาช ก ไม ใช ผ ป วย ช มชนบ าบ ดจะให ความส าค ญก บทร พยากรบ คคลท เคยใช ยาเสพต ดและร กษา ยาเสพต ดครบข นตอนการบ าบ ดร กษาร ปแบบช มชนบ าบ ดและเล กยาได แล วมาเป นพ เล ยงคอยด แล ให ค าแนะน าช วยเหล อผ ป วยยาเสพต ดท ร บการบ าบ ดร กษาอย ในช มชนบ าบ ดท เร ยกว าผ ช วยเหล อสมาช ก (Ex-addict Staff) ร วมปฏ บ ต งานบ าบ ดร กษาควบค ไปก บคณะเจ าหน าท หร อน กบ าบ ดสาขาว ชาช พอ น การบ าบ ดร กษาร ปแบบช มชนบ าบ ดจ งเป นเสม อนการสร างส มพ นธ ในครอบคร วใหม แบบเคร อญาต ข นมา อ กคร งหน งในกล มผ ต ดยาเสพต ดด วยก น ให ม ความร กผ กพ นก นฉ นท คนในครอบคร วเด ยวก น การฟ นฟ สมรรถภาพแบบช มชนบ าบ ด แบ งเป น 4 ระยะ 1. ระยะจ งใจ (Induction Stage) หร อระยะเตร ยมส ช มชนบ าบ ด ซ งต องใช ระยะเวลา 7-10 ว น เป นการเตร ยมต วเตร ยมใจ กระต น โน มน าว (Motivation) ให ผ ป วยได ต ดส นใจเข าร บการบ าบ ดร กษาระยะ ช มชนบ าบ ดด วยความสม ครใจ โดยน กส งคมสงเคราะห จะต องม บทบาทหน าท ในการช วยเหล อ ช แจงให

18 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 18 ผ ป วยท ถอนพ ษยาครบแล ว 21 ว น หร อผ ป วยท ถอนพ ษยาแล วจากโรงพยาบาลอ นท ประสงค จะเข าร บ การบ าบ ดในช มชนบ าบ ด 2. ระยะร กษา (Treatment Stage) ซ งต องใช เวลา1 ป เพ อการฟ นฟ สมรรถภาพช ว ตท สมบ รณ ท งทางร างกายและจ ตใจ ส งคม เพราะในระยะร กษาช มชนบ าบ ดน ม ความส าค ญและจ าเป น เพราะเป น ระยะท สมาช กอย ร วมก นในช มชนบ าบ ดเหม อนอย ในครอบคร วเด ยวก น ต องสร างความร ส กเข าใจให ผ ป วย ตระหน กว าตนก าล งอย ระหว างการพ ฒนาท งทางด านอารมณ ส งคม จ ตใจ ไม ใช เป นผ ป วยท อย ใน สถานพยาบาลท ต องพ งพายาเพ อการบ าบ ดร กษา โดยกระต น แนะน า ช แจง ให ผ สมาช กท กคนอย ร วมก น และม บทบาทในครอบคร วศ นย ช มชนบ าบ ดร วมก น บร หาร ด าเน นก จกรรมศ นย ช มชนบ าบ ดร วมก น แบ งป น ม หน าท ความร บผ ดชอบในหน าท แต ละคน ในบทบาทท ได ร บมอบหมาย เพ อให สมาช กเก ดการพ ฒนา ตนเอง ม การช วยเหล อแนะน าระหว างเพ อนก บเพ อนร วมช มชนบ าบ ดด วยก น ในระยะร กษาน ม เคร องม อท ใช ในการพ ฒนาสมาช ก ค อ 2.1. กล มบ าบ ด (Group Therapy) น กบ าบ ดจะใช ว ธ การของกล มบ าบ ดต างๆ เป นเคร องม อ ในการพ ฒนา เปล ยนแปลงท ศนคต ความประพฤต และพฤต กรรมของสมาช ก ด งน - กล มประช มตอนเช า (Morning Meeting) เพ อร บทราบความร ส กท กข ส ข ความว ตก ก งวล ป ญหา น ส ย พฤต กรรม การเปล ยนแปลงในทางสร างสรรค ของสมาช ก - การประช มเจ าหน าท (Staff Meeting) เพ อจะได ทราบก จกรรมพฤต กรรม ป ญหา ท ศนคต ของสมาช กท กคนเปล ยนแปลงไปในแนวทางท ด ข นหร อเลวลง เพ อม ส วนร วมในการแก ไขป ญหา ก บน กบ าบ ดอ นๆประจ าศ นย ช มชนบ าบ ดด วย - กล มปร บความเข าใจ (Encounter Group) เพ อช วยฝ กสมาช กให เร ยนร พ ฒนาตนเอง อย างม ระบบและกต กา ศ กษาว เคราะห ป ญหา พฤต กรรมท สมาช กแสดงออกท งทางท ด และไม ด ก บเพ อน สมาช กด วยก น ส งเกตการณ พฤต กรรม การแสดงออก การอดกล น ความม ระเบ ยบว น ยของสมาช ก เพ อเป น แนวทางในการแนะน าช วยเหล อทางส งคม - กล มส มมนา (Seminar) เพ อสน บสน นให สมาช กแสดงออกโดยการแลกเปล ยน ความค ดเห นซ งก นและก น กระต นให สมาช กเก ดความค ด ความกล า ในการพ ดต อหน าผ อ นอย างม เหต ผล ในการแก ไขป ญหา และพ ฒนาสร างสรรค ส งเสร มให สมาช กยอมร บฟ งความค ดเห นของก นและก น ร วมม อ ซ งก นและก น ฝ กท กษะการฟ งและการยอมร บผ อ น ให สมาช กร จ กการค ดค นคว าหาความร แล วแจ งให เพ อนร ร วมก น เป นต น - กล มจ ตบ าบ ด (Here and Now) เป นกล มให ความส าค ญก บสภาวะป จจ บ น (Here and Now) และการว เคราะห ส อสารระหว างบ คคล (Transaction Analysis: T.A.) มาเป นแนวทางร บร การ แสดงออก ซ งความร ส กน กค ด อารมณ จ ตใจ ท ม ต อสถานท ส งแวดล อม กฎ ระเบ ยบ กต กา กล มก จกรรม

19 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 19 และการอย ร วมก นก บเพ อนสมาช ก และเพ อเป นการให สมาช กได ระบายออกซ งป ญหาและหาแนวทางแก ไข ป ญหา หร อปร บต วในการเผช ญป ญหาท ตนไม สามารถแก ไขได ด วยตนเอง - กล มส นทนาการ (Recreation Group) เป นกล มท จ ดให สมาช กได ร วมก นค ดสร างสรรค กล าแสดงออกทางท ถ กต อง เหมาะสม เก ดความร ก ความสน กสนาน ความสาม คค ในกล มสมาช กด วยก น เพ อฝ กการปร บต วเข าก บผ อ น ส งคม โดยม ก จกรรมบ นเท งต างๆเป นเคร องม อในการพ ฒนาพฤต กรรม จ ตใจ ของสมาช ก รวมท งการฝ กสมาช กให เป นท งผ น า ผ ตาม ม ความกล าในการแสดงออก ม ความค ด ม ท าทาง และพฤต กรรมท เหมาะสม 2.2. งานบ าบ ด (Work Therapy) เป นก จกรรมท ส าค ญในการบ าบ ดร กษาร ปแบบ ช มชนบ าบ ดท ควบค ไปก บการบ าบ ดร กษาทางด านกล มบ าบ ดต างๆ เพ อฝ กให สมาช กให ความส าค ญ ก บการท างานว าเป นส วนหน งในช ว ตประจ าว นของคนปกต ท วไป เป นการให สมาช กเก ดการเร ยนร และม ความม นใจ และเก ดความเช อม นต อตนเอง ซ งสามารถท าให พ งตนเองได ร จ กค ณค าของตนเอง เป นการพ ฒนาตนเองให เก ดท กษะเก ยวก บการท างาน 2.3. การแก ไขเปล ยนแปลงพฤต กรรม สมาช กท อย ร วมก นในช มชนบ าบ ด เม อแสดงออก ในทางบวกหร อทางท ด ม ความร บผ ดชอบในหน าท ท ได ร บมอบหมาย ก จะได ร บค าชมเชย รางว ล ท าให ม ก าล งใจท จะปฏ บ ต แต ส งท ด งามจนเก ดความเคยช นจนเป นน ส ย ตรงก นข าม หากม พฤต กรรมในทางลบ หร อไม เหมาะสม ก จะได ร บค าต าหน จากเพ อนสมาช กด วยก น หร อม การลงโทษตามกฎระเบ ยบท วางไว ว ธ ลงโทษ เช น - Pull up ค อ การลงโทษโดยการแจ งความผ ดท สมาช กกระท าโดยท นท ท นใด - Prospect Chair (Hot Chair) เป นการให สมาช กน งเก าอ ใช ความค ด - Hair cut การว ากล าวต กเต อนสมาช กท กระท าผ ดโดยสมาช กด วยก น - Shot down เป นการลงโทษท หน กข น เพ อสอนให สมาช กเก ดการร บร - House meeting (กล มประช มท งบ าน) เม อสมาช กกระท าผ ดกฎหล ก 3 ข อ ให สมาช กท งศ นย ช มชนบ าบ ดว ากล าว ต กเต อน แนะน าเพ อให ผ กระท าผ ดแก ไข เปล ยนแปลงต วเอง การให รางว ลสมาช กช มชนบ าบ ด เช น - การเล อนระด บต อการพ ฒนาตนเองของสมาช กในเร องความร บผ ดชอบ ความซ อส ตย ต อตนเองและผ อ น - การอน ญาตให ร บโทรศ พท เพ อพ ดก บครอบคร ว ญาต (ยกเว นเพ อนและบ คคลอ นท ไม ใช ญาต ) - การแยกห องนอน เพ อสร างความภาคภ ม ใจในการอย และร บผ ดชอบตนเองอย างเป น ส ดส วน อ สระ แต อย ในระบบและระเบ ยบของศ นย ช มชนบ าบ ด

20 จรรยา เจตนสมบ รณ การส งคมสงเคราะห ก บการบ าบ ดร กษาผ ต ดยาและสารเสพต ด 20 - การอน ญาตให ใช เคร องประด บ เช น นาฬ กาไว ด เวลาในการปฏ บ ต หน าท การงาน เป นต น 3. ระยะส ส งคม (Re-entry) ใช ระยะเวลา 4-6 เด อน เป นการทดลองให สมาช กไปใช ช ว ตใหม ในส งคมภายนอก ให ฝ กงานอาช พ การเข าส งคมก บเพ อร วมงาน นายจ าง ครอบคร ว ทดลองแก ไขป ญหา ช ว ตประจ าว นด วยตนเอง ฝ กใช ท กษะต างๆ รวมท งความม ว น ย ความซ อส ตย ต อตนเองและผ อ น เพราะ สมาช กต องออกไปปฏ บ ต งานนอกศ นย ช มชนบ าบ ดในเวลากลางว น และกล บมาพ กอาศ ยในศ นย ช มชน บ าบ ด ท งน เพ อเสร มสร างประสบการณ ท จ าเป นในการใช ช ว ตให แก สมาช ก ให เก ดความม นใจ ภ ม ใจ ในตนเอง ต อการท จะออกไปด ารงช ว ตก บครอบคร วและส งคมจร งได อย างปกต ส ขต อไป 4. ระยะต ดตามหล งการร กษา (Aftercare Stage) ระยะน ใช เวลา 1-5 ป สมาช กจะกล บไปใช ช ว ตอย ท บ าน ในส งคม และม อาช พประจ า ม ช ว ตเหม อนคนอ นท วไป แต ต องม การน ดหมายเพ อแจ งผล การใช ช ว ตในส งคมเป นระยะๆ 4. การต ดตามหล งการร กษา (Follow up or Aftercare) ธงช ย อ นเอกลาภ (2544 : 31-32) ได ให รายละเอ ยดไว ด งน การต ดตามหล งร กษาจากฟ นฟ สภาพจ ตใจแล วถ อว าเป นข นส ดท ายและเป นข นท ส าค ญ ซ งหมายถ งการต ดตามให ความช วยเหล อ ให ค าแนะน า และเสร มสร างก าล งใจ แนะน าให ความช วยเหล อ ต ดตามผลการร กษา และท ส าค ญ ค อ การป องก นไม ให ต ดซ า เป นการปฏ บ ต ท กว ถ ทางท จะท าให ผ ต ดยาเสพต ดท หายแล วสามารถใช ช ว ตอย ในส งคมได ตามปกต โดยไม ต องพ งยาเสพต ดอ กต อไป ใช ระยะเวลาการต ดตาม 1-5 ป ซ งว ธ การต ดตามหล งร กษาสามารถท าได ท งทางตรงและทางอ อม 4.1. ว ธ โดยตรง หมายถ ง ผ ต ดตามผลได พบก บผ ป วยโดยตรง ท าให สามารถซ กถามผลการร กษา ได ล กซ ง พร อมก บตรวจหาสารเสพต ดได ให ค าแนะน าช วยแก ไขป ญหาโดยตรง การต ดตามว ธ โดยตรง ม หลายแบบ เช น - น ดผ ป วยมาพบท สถานพยาบาลตามก าหนด ซ งพบป ญหาผ ป วยไม มาตามน ดบ อยมาก แต สะดวกต อสถานพยาบาล - น ดพบผ ป วยท บ าน ว ธ น สามารถท าได ท งแบบน ดหมายล วงหน าหร อไม ได น ดหมาย ท าให เห นสภาพท แท จร งของผ ป วย แต ว ธ น ส นเปล องท งเวลา ก าล งคน และงบประมาณ - น ดพบก นคร งทาง ส าหร บบ านของผ ป วยท อย ในสถานท ไปมาไม สะดวก การน ดพบก น คร งทางก เป นว ธ ท เหมาะสม เช น พบก นท ศ นย การค า ห างสรรพส นค า ว ด - น ดพบผ ป วยท ท างาน เป นว ธ ต องใช ความระม ดระว งเป นพ เศษ นายจ างม กไม ชอบให ม การรบกวนเวลางาน ผ ป วยเองอาจไม อยากให ผ ร วมงานทราบว าย งอย ในข นตอนการร กษายาเสพต ด แต ส าหร บผ ป วยบางรายท ประกอบอาช พอ สระเอง การน ดหมายแบบน อาจกระท าได

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา ๒๓๑ แนวค ด กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษาเป นหน วยงานท สร างความเข มแข ง การบร หารด านว ชาการ ด านงบประมาณ ด านการบร

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.) ล าด บท หล กส ตร ประเภท ระยะเวลา จ านวน ยศ 1 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง กรมอ ทหารเร อ ช นป ท 1 ศ กษา 1 ป ต.ค.57 - ก.ย.58 77 - เพ อทดแทนก าล งพลในการซ อมสร างเร อ 2 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด กระบวนการจ ดการความร (Knowledge Management process) 1.การบ งช ความร บ งช ความร ท จ าเป

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ย ทธศาสตร ย ทธศาสตร ท 1 เสร มสร างจ ตส าน กและ ค าน ยมให หน วยงาน บร หารงานตาม หล

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net)

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net) 1 แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา () การประเม นการบร หารจ ดการศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาระด บสถานศ กษา เพ อให การด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาม ประส ทธ ภาพย งข น และน าไปส การพ ฒนาค

More information

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555 1 แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2555 2 แผนการจ ดการความร : การจ ดการความร เก ยวก บการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ พ นธก จ : การผล ตบ ณฑ ต กลย ทธ ท 1.2 : การพ ฒนาการเร ยนการสอนเพ อพ ฒนาค ณภาพน

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา การประเม นผลการส มมนา หมายถ ง กระบวนการในการจ ดเก บข อม ล และจ ดกระท าข อม ลเพ อให ทราบว า การดาเน นงานจ ดส มมนาตาม โครงการ ได บรรล ว

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

แผนการจ ดการความร ป 2555-2557 สาขาบร หารการศ กษา Show and share

แผนการจ ดการความร ป 2555-2557 สาขาบร หารการศ กษา Show and share แผนการป 2555-2557 Show and share ล าด บ ก จกรรม ก าหนดการด าเน นงาน ระยะเวลา ต วช ว ด เป าหมาย 1. ก จกรรมท 1 การบ งช 1.1 การประช มช แจงประกาศ และค าส งนโยบายการจ ดการ เคร องม อท ใช ในการ สน บสน นประเด

More information

การวางแผน (Planning)

การวางแผน (Planning) การวางแผน (Planning) การวางแผน หมายถ งอะไร การพ จารณา และ ก าหนดแนวทางปฏ บ ต งาน ให บรรล เป าหมาย การคาดการณ หร อ คาดคะเนส งท ย งไม เก ดข น อย างใช ด ลยพ น จ สร ป...การวางแผน ค อ ความพยายามท เป นระบบ เพ

More information

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการปฏ บ ต งาน ตอนท 1 ข อม ลของผ ร บการประเม น (เจ าหน าท บ คคลหร อเจ าหน าท ท เก ยวข องเป นผ กรอก) ตอนท 2 ภาระงานท ได ปฏ บ ต ในช วงระยะเวลาประเม น (ผ ร บการประเม นเป นผ

More information

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต องใช เคร องม อประกอบการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555 แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. กรม: เจ าท า ประเภทกรม : ด านนโยบาย ด านบร การ กระทรวง คมนาคม ช อแผนพ ฒนาองค การ: การบร หารทร พยากรบ คคล หมวด : 5 การม งเน นทร พยากรบ คคล โอกาสในการปร บปร ง : เม อเท

More information

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ ส วนท ๑ การร บหน งส อ หน งส อร บ ค อ หน งส อได ร บเข ามาจากภายนอก ให เจ าหน าท ของหน วยงานสารบรรณ กลางปฏ บ ต ตามท ก าหนดไว ในส วนน ๑. จ ดล าด บความส าค ญและความเร งด วนของหน

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

ช อต าแหน งในสายงานและระด บต าแหน ง

ช อต าแหน งในสายงานและระด บต าแหน ง 4-1-001 มาตรฐานก าหนดต าแหน ง สายงาน ปฏ บ ต งานธ รการ ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานธ รการและงานสารบรรณ ซ งม ล กษณะงาน ท ปฏ บ ต เก ยวก บการร าง โต ตอบ บ นท ก ย อเร อง ตรวจทานหน

More information

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55 แผนจ ดทาข นตอนการดาเน นงาน แผนงาน/โครงการ ประจาป 555 โครงการเสร มสร างความร และประสบการณ ด านค ณธรรมแก เด กและเยาวชนท ประสบป ญหาทางส งคม หน วยงานศ นย พ ฒนาส งคม หน วยท 5 จ งหว ดลาพ น เป าหมายท งหมด 5 ราย

More information

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ 1. ว ตถ ประสงค เพ อให ว ทยาล ยม ระบบค ณภาพและบ คลากรท กฝ ายร วมก นต งปณ ธาน ความม งหว งท จะพ ฒนาว ทยาล ยไปส ความสาเร จ โดยร วมก นระดมพล งป ญญา และแรง บ นดาลใจสร างภาพท พ งประสงค ของว ทยาล ย โดยร วมก นกาหนด

More information

ร ท นพฤต กรรมและป ก จจ ยเส จจ ย ยง:: บ หร เหล า และอ บ บ หร เหล า ต เ และอ บ หต ในสถานประกอบการ านประกอ 28 มกราคม 2013

ร ท นพฤต กรรมและป ก จจ ยเส จจ ย ยง:: บ หร เหล า และอ บ บ หร เหล า ต เ และอ บ หต ในสถานประกอบการ านประกอ 28 มกราคม 2013 ร ท นพฤต กรรมและป จจ ยเส ยง: บ หร เหล า และอ บ ต เหต ในสถานประกอบการ 28 มกราคม 2013 ความหมายของส ขภาวะ ส ขภาวะ หมายถ ง การท บ คคลม ส ขภาพด ครบ 4 ด าน ได แก ก า ย ห ม า ย ถ ง ก า ร ม ร า ง ก า ย ท ส ม บ

More information

2. การฝ กอบรม 2.1 โครงการพ ฒนา เพ อพ ฒนาและเสร มสร าง เท าก บจ านวน เท าก บจ านวน การฝ กอบรม ภายในป บ คลากรม ค ณธรรม ส าน กปล ด ทดสอบตามแบบ

2. การฝ กอบรม 2.1 โครงการพ ฒนา เพ อพ ฒนาและเสร มสร าง เท าก บจ านวน เท าก บจ านวน การฝ กอบรม ภายในป บ คลากรม ค ณธรรม ส าน กปล ด ทดสอบตามแบบ -12-1. การปฐมน เทศ 1.1 โครงการปฐมน เทศเพ อเสร มสร างวามร ความ ระด บของ เท าก บพน กงาน ปฐมน เทศ ช วงเวลาท พน กงานท บรรจ ใหม ก.อบต.จ งหว ด ทดสอบความร พน กงานใหม เข าใจเก ยวก บองค การ พน กงานส วน ส วนต าบลและ

More information

ผ ร นางว มลวรรณ วงษ สง า น กทร พยากรบ คคล ชานาญการพ เศษ

ผ ร นางว มลวรรณ วงษ สง า น กทร พยากรบ คคล ชานาญการพ เศษ ผ ร นางว มลวรรณ วงษ สง า น กทร พยากรบ คคล ชานาญการพ เศษ *** ทาความร จ ก ผ ร ของเรา *** ช อ : นางว มลวรรณ วงษ สง า ตาแหน ง : น กทร พยากรบ คคลชานาญการพ เศษ เบอร โทรศ พท : 0896925188 E-Mail Address : vimolwan_ann@hotmail.com

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

ระบบและกลไกการประก นค ณภาพการศ กษาของว ทยาล ย

ระบบและกลไกการประก นค ณภาพการศ กษาของว ทยาล ย ระบบและกลไกการประก นค ณภาพการศ กษาของว ทยาล ย ระบบการประก นค ณภาพการศ กษา เพ อให ภารก จในการด าเน นการประก นค ณภาพการศ กษา ด าเน นไปไดอย างม ประส ทธ ภาพ ว ทยาล ยการสาธารณส ขส ร นธร จ งหว ดยะลาจ งได พ ฒนาระบบการประก

More information

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา ศ กษา / ปฏ บ ต............... โดย............. เพ อ.............. สาระ...............

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

ห วข อการประกวดแข งข น

ห วข อการประกวดแข งข น ช อโครงการ การประกวดแข งข นท กษะด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร ห วข อการประกวดแข งข น เทคโนโลย สร างสรรค หน วยงานท ร บผ ดชอบ บร ษ ท สงขลาฟ น ชช ง จาก ด ล กษณะโครงการ ประกวดแข งข นช งท นการศ กษา ระยะเวลาดาเน นการ

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กส ตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร

แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กส ตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กสตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร *จ าเป น ตอนท ข อม ลท วไป ค าช แจง กรณาเล อกในช องท ตรงก บความเป นจร งของท าน สถานภาพ * ค าช แจง อาจารย ประจ าหล กส

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

การบร หารความร และการเร ยนร VII

การบร หารความร และการเร ยนร VII สารบ ญ สารบ ญ สารบ ญ VII สารบ ญร ป XII แถลงการณ แบบอย างท ด เย ยมด านการบร หาร 1 1. หล กการ 7 1.1 อนาคตของบร ษ ทข นอย ก บความร ความสามารถของพน กงาน 8 (ก) บร ษ ทเต บใหญ ได ไม เก นความร ความสามารถของพน กงานท

More information

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท บทท 1 ส วนเจ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง 1-1 ประกอบด วยผ ใช งานท เก ยวข อง 3 ส วนค อ ส วนเจ จ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง ส วนผ ใช งานน ท วไป ได แก ข าราชการท กคนของส าน กงานฯ

More information

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ ผลการด าเน นงาน งานธ รการ 2 ผลการด าเน นงานของงานธ รการ ประจ าป การศ กษา 2549/ป งบประมาณ 2549 กองบร การการศ กษา มหาว ทยาล ยสงขลานคร นทร ว ทยาเขตป ตตาน ผลการด าเน นงานตามด ชน ช ว ด (KPIs) มาตรฐาน/ต วบ งช

More information

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร 19 สนว. แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน ก มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร องค ประกอบ จ ดแข ง แนวทางเสร มจ ดแข ง จ ดท ควรพ ฒนา ข อเสนอแนะในการปร บปร ง หล กฐาน/โครงการ

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

หน วยงาน : งานเวชระเบ ยน ระบ หน วยงานท เก ยวข อง : - ท กหน วยงานท ใช งานระบบโปรแกรมบร หารงานโรงพยาบาล ทบทวนโดย ผ แทนฝ ายบร หาร... (นายพงษ ศ กด สมใจ)

หน วยงาน : งานเวชระเบ ยน ระบ หน วยงานท เก ยวข อง : - ท กหน วยงานท ใช งานระบบโปรแกรมบร หารงานโรงพยาบาล ทบทวนโดย ผ แทนฝ ายบร หาร... (นายพงษ ศ กด สมใจ) จ ตเวชขอนแก นราชนคร นทร ฉบ บท : A แก ไขคร งท 01 เร อง : การด แลระบบ หน าท 1 หน วยงาน : งานเวชระเบ ยน ระบ หน วยงานท เก ยวข อง : - ท กหน วยงานท ใช งานระบบ จ ดท าโดย ผ ด แลระบบ.... (นายร ตนกร ค าภ กด ) ทบทวนโดย

More information

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย จ ดท าโดย นางสาวพ ไลพรรณ โพธ สม ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย ค ม อการใช

More information

NYK LOGISTICS (THAILAND) CO., LTD. ร ปแบบ และการก าหนดรห สเอกสาร SP - EMC - 445-1 - 0 อน ม ต โดย จ ดท าโดย ตรวจสอบโดย --------------------------

NYK LOGISTICS (THAILAND) CO., LTD. ร ปแบบ และการก าหนดรห สเอกสาร SP - EMC - 445-1 - 0 อน ม ต โดย จ ดท าโดย ตรวจสอบโดย -------------------------- ร ปแบบ และการก าหนดรห ส อน ม ต โดย ตรวจสอบโดย จ ดท าโดย -------------------------- (...) กรรมการ / ผ จ ดการใหญ ผ แทนฝ ายบร หาร -------------------------- (...) ผ ช วยผ จ ดการ แผนกมาตรฐานค ณภาพ และความปลอดภ

More information

การบร หารโครงการว จ ย #3

การบร หารโครงการว จ ย #3 การบร หารโครงการว จ ย #3 เร ยบเร ยงโดย นางสาวศ ร อร ศ กด ว ไลสก ล 1 ว นน เราจะมาท าความเข าใจและเร มต นบร หารโครงการว จ ย ท งความหมายของการบร หาร รวมท งการ พ ฒนาโครงการม ข นตอนอะไรบ าง มาต ดตามก นในตอนท

More information

หน า ๗ เล ม ๑๒๖ ตอนท ๔๗ ก ราชก จจาน เบกษา ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๒ กฎกระทรวง

หน า ๗ เล ม ๑๒๖ ตอนท ๔๗ ก ราชก จจาน เบกษา ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๒ กฎกระทรวง หน า ๗ กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐาน หล กเกณฑ และว ธ การจ ดการพล งงาน ในโรงงานควบค มและอาคารควบค ม พ.ศ. ๒๕๕๒ อาศ ยอ านาจตามความในมาตรา ๖ วรรคสอง มาตรา ๙ (๑) และมาตรา ๒๑ (๑) แห งพระราชบ ญญ ต การส งเสร มการอน

More information

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘ แผนงาน/โครงการ ว ตถ ประสงค เป าหมาย ข นตอน ระยะเวลา งบประมาณ ผ ร บผ ดชอบ ต วช ว ด ๑. ย ทธศาสตร การ เสร มสร างและจ ดการ องค ความร และ นว ตกรรม ๑.๑ ว จ ยและพ ฒนาสร าง องค ความร และ นว ตกรรมการผล ตป ย ช วภาพท

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System)

ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System) ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System) การบร หารงานต างๆของภาคร ฐและเอกชน จะต องม การจ ดประช มเป นประจ า ซ งตามปกต แล วต องม การส งหน งส อเช ญประช มพร อมระเบ ยบวาระการประช ม เพ อให ผ เข าร วมประช

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม เอกสารสร ปรายงานการด าเน นโครงการก จกรรม ประกอบด วย ส วนท 1. ปกรายงาน ส วนท 2. ใบรองปก ( ปกใน ) ส วนท 3. ค าน า ส วนท 4. สารบ ญ ส วนท 5. โครงการท ได ร บการอน ม ต ส วนท 6. ก าหนดการ ส วนท 7. ส าเนาบ นท

More information

Office of the Civil Service Commission (OCSC)

Office of the Civil Service Commission (OCSC) Office of the Civil Service Commission (OCSC) 1 การพ ฒนาระบบงานบร หารทร พยากรบ คคล 1. ระบบสารสนเทศทร พยากรบ คคลระด บกรม (DPIS) 2. ระบบสารสนเทศทร พยากรบ คคลระด บจ งหว ด (PPIS) 3. ระบบสารสนเทศข าราชการพลเร

More information

๒. ล กษณะโครงการ โครงการใหม

๒. ล กษณะโครงการ โครงการใหม โครงการอบรมให ความร งานประก นค ณภาพการศ กษา ป การศ กษา ๒๕๕๗ ระหว างว นท ๑๑ ๑๒ ธ นวาคม ๒๕๕๗ ห องประช ม ๑ ช น ๒ อาคารเฉล มพระเก ยรต มหาว ทยาล ยราชภ ฏอ ดรธาน ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ส มมนา- การเตร ยมการก อนการ โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ผ ร บผ ดชอบ ข นตอนการปฏ บ ต งาน มาตรฐานค ณภาพงาน ค ามาตรฐาน หล กฐาน การจ ดเตร ยมสถานท และอาคารโรงงาน การเตร ยมการด าน การตลาด

More information

โดย ... ป จจ บ นด ารงต าแหน ง... โรงเร ยน... อ าเภอ... จ งหว ด... สพป./สพม./สศศ...

โดย ... ป จจ บ นด ารงต าแหน ง... โรงเร ยน... อ าเภอ... จ งหว ด... สพป./สพม./สศศ... แบบรายงานผลการปฏ บ ต งาน เพ อใช ประกอบการประเม นต วช ว ด และคะแนนการประเม น ภาค ค ความเหมาะสมก บต าแหน ง ส าหร บค ดเล อกบ คคลเพ อบรรจ และแต งต งให ด ารงต าแหน งศ กษาน เทศก โดย... ป จจ บ นด ารงต าแหน ง...

More information

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 ค าน า ด วยคณะร ฐมนตร ได ประกาศใช แผนการบร หารราชการแผ นด น พ.ศ.2555 2558(ราชก จจาน เบกษา เล ม 128 ตอนพ เศษ 109 ง ว นท 21 ก นยายน 2554) เป นกรอบแนวทางการบร หารราชการตลอดวาระการด

More information

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน พ จารณา 4 เร อง เร องการบร หารจ ดการ การออกแบบและปร บแบบไม ให ล าช า (ม ระยะเวลากาหนด และข นตอนเหม อนการออกแบบปกต ) เร องการเปล ยนแปลงรายการต องให กองแบบแผนร

More information

LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม

LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม www.thatoomhsp.com เร อง พ ฒนาระบบรายงานโปรแกรม HOSxP สมาช ก ประกอบด วยเจ าหน าท ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ 2 คน นายธราท พย พรหมบ ตร ห วหน าศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

ค ม อข นตอนการปฏ บ ต งาน การตรวจต ดตามค ณภาพภายใน

ค ม อข นตอนการปฏ บ ต งาน การตรวจต ดตามค ณภาพภายใน หน า 1/6 ผ จ ดทา ผ ตรวจสอบ.. (นางสาวมณฑ รา ถาวรย ต การต ) (นางสาวอ มพ ชน นวลแสง) ห วหน าฝ ายตรวจประเม น ผ แทนฝ ายบร หาร 14 / ม.ค. / 55 12 / ม.ค. / 55 ผ อน ม ต (นางธน ฏฐา จงพ ร เพ ยร) ผ อ านวยการศ นย พ

More information

แผนการจ ดการความร (KM Action Plan) : ก จกรรมการบ รณาการจ ดการความร ก บการด าเน นงานตามพ นธก จต างๆ

แผนการจ ดการความร (KM Action Plan) : ก จกรรมการบ รณาการจ ดการความร ก บการด าเน นงานตามพ นธก จต างๆ แผนการจ ดการความร (KM Action Plan) : ก จกรรมการบ รณาการจ ดการความร ก บการด าเน นงานตามพ นธก จต างๆ ช อหน วยงาน : คณะพยาบาลศาสตร มหาว ทยาล ยมห ดล เป าหมาย KM (Desired State) : 1. เพ อบ รณาการจ ดการความร

More information

Page 1 4-1-001-ปะหน า มาตรฐานก าหนดต าแหน ง ต าแหน งประเภท ท วไป สายงาน ปฏ บ ต งานธ รการ ล กษณะงานโดยท วไป

Page 1 4-1-001-ปะหน า มาตรฐานก าหนดต าแหน ง ต าแหน งประเภท ท วไป สายงาน ปฏ บ ต งานธ รการ ล กษณะงานโดยท วไป 4 1 001 4-1-001-ปะหน า มาตรฐานก าหนดต าแหน ง ต าแหน งประเภท ท วไป สายงาน ปฏ บ ต งานธ รการ ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานธ รการและงานสารบรรณ ซ งม ล กษณะงาน ท ปฏ บ ต เก ยวก บการร

More information

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน แผนบร หารการสอน รายว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ รห สว ชา 3524301 จ านวน 3 หน วยก ต 3 ช วโมง ว ชาท ต องเร ยนมาก อน : 3521101 (การเง นธ รก จ) และ 3521102 (การบ ญช 2) ค าอธ บายรายว ชา ศ กษาเก ยวก บการพ ฒนาและว

More information

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต 1. ช อแผนงาน แผนงานระบบอาจารย ท ปร กษา 2. ว ตถ ประสงค 1) ส งเสร มให อาจารย ท ปร กษาสามารถปฏ บ ต หน าท

More information

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM Chapter 8 การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM 1 เน อหา ล กษณะของ Activity Diagram ร ปแบบการใช Activity Diagram การระบ ส วนของข อม ลให แก ก จกรรม การจ ดระเบ ยบข อม ล การสร างท พ ก/เก บข อม ล การแบ

More information

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า แผนการท : 1 ประเด นย ทธศาสตร : ความเป นเล ศด านการว จ ยและนว ตกรรม องค ท จ าเป น : องค ด านงานว จ ยและนว ตกรรม แผนการ คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า 1.การบ งช 2.การสร างและ แสวงหา การประช มจ ดการประช

More information

แผนการจ ดการความร มหาว ทยาล ยเจ าพระยา (Knowledge Managements) ป การศ กษา 2556

แผนการจ ดการความร มหาว ทยาล ยเจ าพระยา (Knowledge Managements) ป การศ กษา 2556 แผนการจ ดการความร มหาว ทยาล ยเจ าพระยา (Knowledge Managements) ป การศ กษา 2556 ค าน า มหาว ทยาล ยเจ าพระยา ตระหน กและให ความส าค ญก บการพ ฒนาสถาบ นส สถาบ นเร ยนร ว ตถ ประสงค เพ อให ท กคนในสถาบ นฯ สามารถ

More information

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน ค ม อผ ด แลระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน บทท 3 การบร หารจ ดการระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชนระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน - ๑ บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน เจ าหน าท ผ ใช งานระบบสารสนเทศภ

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information