บทท 1 บทนา 1. หล กการและเหต ผล

Size: px
Start display at page:

Download "บทท 1 บทนา 1. หล กการและเหต ผล"

Transcription

1 บทท 1 บทนา 1. หล กการและเหต ผล การดาเน นการของภาคธ รก จเอกชนท งภายใต กรอบการดาเน นการอย างร บผ ดชอบต อ ส งคม (Corporate Social Responsibility : CSR ท งในระด บท เป น responsive CSR, Strategic CSR และ Creative CSR) และการดาเน นก จการเพ อส งคม (Social Enterprises) น นม เป าหมายในการค น กาไรส ส งคมโดยเข ามาสน บสน นส งคมในการพ ฒนาค ณภาพช ว ตท ด ของประชาชน และการพ ฒนา ช มชนและส งคมเพ อสร างความย งย นของการพ ฒนา ก จกรรมท ดาเน นการท งภายใต กรอบ CSR และ Social enterprises น น ม ความหลากหลายโดยเฉพาะอย างย งก จกรรมในด านการฟ นฟ และ ร กษาสภาพแวดล อม (เช น Green factories, green products, การปล กป า เป นต น) การบร จาค ช วยเหล อผ ด อยโอกาส การยกระด บค ณภาพการศ กษา (เช น การให ท นการศ กษา การสน บสน น ส อการเร ยนการสอน/แหล งเร ยนร การสน บสน นด านการพ ฒนาศ กยภาพคร การส งเสร มการเร ยนร จากประสบการณ จร ง เป นต น) การช วยเหล อประค บประคองให ส งคมและช มชนให ม ความ ปลอดภ ย สะดวก สะอาด ร มร น การพ ฒนาและส งเสร มอาช พช มชน ส งเสร มสน บสน นการพ ฒนา อาช พ การให ความร ก บเกษตรกร การข ดเจาะบ อบาดาล การส งเสร มส ขภาพ การป องก นภ ยพ บ ต และการผล ตส นค าและบร การเพ อส งคม รวมท งการสร างงาน เป นต น รายงานฉบ บน ม งเน นท จะนาเสนอเก ยวก บบทบาท/ก จกรรมของภาคธ รก จเอกชนในการ ท จะเข ามาช วยเป นแรงเสร มในการ (1) แก ป ญหาความยากจนโดยเฉพาะในกล มเป าหมายอ น ประกอบด วย เยาวชน สตร คนชรา และผ ด อยโอกาส (ผ อพยพ ชนกล มน อย คนพ การ) (2) การสร าง ความเป นธรรมและสร างโอกาสแก คนระด บล าง และ (3) การส งเสร มให เก ดการกระจายรายได และ โอกาสท ด ข น รวมท งก จกรรมสร างสรรค ต างๆ เพ อช วยเหล อประชาชน 2. ว ตถ ประสงค 2.1 เพ อศ กษาบทบาทของภาคธ รก จเอกชนในการท จะแก ป ญหาความยากจนและความ เหล อมล าของประเทศโดยผ านทางกลไกล CSR และ Social Enterprises ท งในบทบาท/ก จกรรม/ ก จการ ท ได ม การดาเน นการแล วและแผนงานในอนาคต 1-1

2 2.2 เพ อเสนอแนะแนวทางในการส งเสร มให ภาคธ รก จเอกชนม บทบาทเพ มข นในการ แก ป ญหาความยากจนและความเหล อมล าของประเทศโดยผ านทางกลไกล CSR และ Social Enterprises 3. ขอบเขตการศ กษา 3.1 ศ กษาภาพรวมของธ รก จเพ อส งคมในประเทศไทย ท ง CSR และ Social enterprises 3.2 ศ กษาบทบาทของภาคธ รก จเอกชนในการแก ป ญหาความยากจน การสร างความเป น ธรรมและสร างโอกาสแก คนระด บล าง และการส งเสร มให เก ดการกระจายรายได และโอกาสท ด ข น และการช วยเหล อส งคมในร ปแบบอ นๆ รวมท งป ญหาอ ปสรรคและข อจาก ดในการดาเน นก จกรรม CSR และ Social Enterprises 3.3 ศ กษากรณ ต วอย างธ รก จเพ อส งคมกรณ ท น าสนใจ ท งในกรณ ของ CSR และ Social enterprises เพ อให ทราบถ ง แนวค ด ว ตถ ประสงค เป าหมาย ผ ม ส วนเก ยวข อง กล มเป าหมาย กระบวนการดาเน นการ ผลการดาเน นการ ป ญหาอ ปสรรคและข อจาก ดต างๆ งบประมาณท ใช ดาเน นการ ความต อเน องของการดาเน นการ ป จจ ยท ทาให การดาเน นการประสบความส าเร จ/ ไม ประสบความส าเร จ เป นต น ท งน ในการเล อกกรณ ต วอย างจะพ จารณาจากป จจ ยต างๆ เช น ว ตถ ประสงค กล มเป าหมายท ได ร บประโยชน พ นท ด าเน นการ ขนาดโครงการ ขนาดของ ผลกระทบ (Impacts) จากการดาเน นการ ความต อเน องของการดาเน นการ เป นต น โดยเน นประเภท ก จกรรมท ช วยในการแก ป ญหาความยากจน การสร างโอกาสทางอาช พและสร างความเป นธรรม (เช น ด านท อย อาศ ย การพ ฒนาอาช พ ท ด นทาก น และการศ กษา) การช วยเหล อในการพ ฒนา ว สาหก จช มชน การช วยสร างความเข มแข ง SMEs เป นต น 3.4 ว เคราะห บทบาทและผลกระทบในการลดความเหล อมล าและป ญหาความยากจนของ ธ รก จเพ อส งคมในก จกรรมท ช วยลดความเหล อมล าและความยากจน (ก จกรรมเก ยวก บการสร าง รายได และพ ฒนาศ กยภาพและค ณภาพช ว ตให ก บผ ด อยโอกาส) ได แก 1) การสร างรายได อาช พ แหล งเง นท น รวมถ ง การผล ตอ ปกรณ เคร องม อในการ ประกอบอาช พ ส งแวดล อมท กระทบต อการประกอบอาช พ 2) การศ กษา การพ ฒนาท กษะฝ ม อ แหล งเร ยนร ต างๆ 3) ก จกรรมสร างเสร มส ขภาวะ การเข าถ งบร การส ขภาพ 4) ท อย อาศ ย 1-2

3 3.5 ศ กษาแนวโน ม/ท ศทาง/ประเภทก จกรรมท จะผล กด น/ล กษณะการข บเคล อนด าน CSR และ Social enterprises เพ อการสร างโอกาส ศ กยภาพคน และการสร างความเป นธรรมในส งคมใน ระยะต อไปโดยภาคธ รก จเอกชนเอง ภายใต โจทย ใหญ ของประเทศในการสร างความเป นธรรมและ ลดความเหล อมล า (โดยเฉพาะกล มธ รก จใหญ ซ งอาจจะทาให ได เห นภาพการดาเน นการท ธ รก จ ใหญ เป นพ เล ยงและเช อมต อ value chain เข าก บธ รก จ SMEs ธ รก จใหญ เข ามาช วยบ มเพาะว สาหก จ ช มชน การแก ป ญหาการม อานาจเหน อตลาด การกาหนดค าจ างและระบบสว สด การท เป นธรรม เป นต น) 3.6 ศ กษาความคาดหว งของภาคธ รก จเอกชนต อร ฐ ประชาชนต อภาคธ รก จเอกชน และร ฐ ต อธ รก จเอกชน รวมท งความร วมม อในการข บเคล อนเพ อแก ป ญหาความยากจนและการกระจาย รายท อาศ ย CSR และ Social enterprises เป นกลไกในการข บเคล อน 3.7 เสนอแนะแนวทางในการส งเสร มให ภาคธ รก จเอกชนเข ามาม บทบาทในการแก ไข ป ญหาความยากจน ลดความเหล อมล า และช วยยกระด บค ณภาพช ว ตของกล มผ ด อยโอกาสและ สน บสน นการพ ฒนาค ณภาพคน 4. ว ธ การศ กษา ในการศ กษาตามขอบเขตการศ กษาได แบ งงออกเป น 3 ว ธ ด งน 4.1 การศ กษาว จ ยเอกสาร (Documentary Research) เป นการศ กษา CSR และ Social Enterprises จากเอกสารต างๆ เช น หน งส อ รายงานการศ กษาว จ ย บทความทางว ชาการ เป นต น เพ อทราบถ งประเด นต างๆ ด งต อไปน 1) ความเป นมาเก ยวก บ CSR 2) ความหมายของ CSR 3) ความสาค ญของ CSR 4) ประโยชน ของ CSR 5) ร ปแบบ CSR (Responsive CSR, Strategic CSR และCreative CSR) 6) การพ ฒนา CSR ในองค กร 7) Social Enterprises (ความหมายของ Social Enterprises ท มาของก จการเพ อส งคม ล กษณะของก จการเพ อส งคม) 1-3

4 รายงานการศ กษาฉบ บสมบ รณ (Final Report) 8) ธ รก จเพ อส งคมในต างประเทศกรณ ท น าสนใจเพ อเป นแนวทางในการข บเคล อน ธ รก จเพ อส งคมในประเทศไทย 9) ภาพรวมของธ รก จเพ อส งคมในประเทศไทย ท ง CSR และ Social enterprises 10) บทบาทของภาคธ รก จเอกชนในการแก ป ญหาความยากจน การสร างความเป น ธรรมและสร างโอกาสแก คนระด บล าง และการส งเสร มให เก ดการกระจายรายได และโอกาสท ด ข น และการช วยเหล อส งคมในร ปแบบอ นๆ รวมท งป ญหาอ ปสรรคและข อจาก ดในการดาเน นก จกรรม CSR และ Social Enterprises 11) นโยบายร ฐบาลก บ CSR และ Social Enterprises แหล งข อม ล รวบรวมข อม ลจากเว บไซด และ/หร อต ดต อขอข อม ลโดยตรง จากหน วยงานต างๆ ด งน 1) สาน กงานคณะกรรมการพ ฒนาการเศรษฐก จและส งคมแห งชาต 2) กระทรวงพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย 3) ตลาดหล กทร พย แห งประเทศไทย 4) สาน กงานคณะกรรมการการเล อกต ง 5) สถาบ นไทยพ ฒน 6) สถาบ นการศ กษาต างๆ 7) องค กรพ ฒนาเอกชน 8) บร ษ ทต างๆ ท ทา CSR และ Social Enterprises 9) องค กรหร อหน วยงานในต างประเทศ 4.2 การส ารวจการทา CSR ของภาคธ รก จเอกชน เป นการสารวจเก ยวก บการดาเน นการ ด าน CSR ของภาคธ รก จเอกชน และความค ดเห นเก ยวก บการทา CSR โดยม แนวทางการดาเน นการ ด งน ประเด นการส ารวจ 1) ความเข าใจเก ยวก บความหมายของ CSR 2) การทา/ไม ทา CSR 3) เหต ผลท ทา/ไม ทา CSR 1-4

5 4) ผ ท ม บทบาทในการต ดส นใจ/อ ทธ พลต อการต ดส นใจ ทา CSR ในองค กร 5) ความต อเน องในการทา CSR 6) งบประมาณดาเน นการ 7) การม ส วนร วมของพน กงานในการทาก จกรรม CSR 8) รายละเอ ยดเก ยวก บ CSR ท ดาเน นการ ได แก ก จกรรมท ทา ว ตถ ประสงค ผ ม ส วนเก ยวข อง กล มเป าหมาย ผลการด าเน นการ ป ญหาอ ปสรรคและ ข อจาก ดต างๆ งบประมาณท ใช ดาเน นการ ความต อเน องของการดาเน นการ 9) ป จจ ยท ทาให การทา CSR ประสบความสาเร จ/ไม ประสบความสาเร จ เป นต น 10) การทา CSR ต อไปในอนาคต 11) แนวทางการส งเสร มให ภาคธ รก จเอกชนทา CSR เพ มมากข น การกาหนดกล มต วอย าง 1) ประชาการ ประชากรท ทาการศ กษาค อน ต บ คคลท จดทะเบ ยนก บกรมพ ฒนาธ รก จการค า ได แก บร ษ ทมหาชน บร ษ ทจาก ด และห างห นส วนจาก ด 2) การกาหนดขนาดต วอย างท ทาการส ารวจ การกาหนดขนาดต วอย างท จะทาการสารวจใช ตารางสาเร จร ปของ Taro Yamane ท ขนาดของประชากรมากกว า 100,000 คน ( ) ณ ระด บความเช อม น 95% ค าความคลาดเคล อน +/10% ขนาดต วอย างเท าก บ 400 คน 3) การเล อกต วอย างประชากรท ศ กษา ในการเล อกต วอย างแบ งออกเป น 2 กล ม ได แก น ต บ คคลท จดทะเบ ยนในตลาด หล กทร พย และน ต บ คคลท ไม ได จดทะเบ ยนในตลาดหล กทร พย กล มต วอย างครอบคล มน ต บ คคล ในกร งเทพมหานครและปร มณฑล ภาคกลาง ภาคเหน อ ภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ และภาคใต ครอบคล มหลากหลายประเภทธ รก จ การเล อกกล มต วอย างใช เทคน คการส มต วอย างแบบ 1-5

6 เฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) และโดยท การรวบรวมข อม ลจะใช ว ธ การส งแบบสอบถามให กล มต วอย างตอบและส งกล บ และจากข อม ลในอด ตพบว าอ ตราการตอบ (Response Rate) ประมาณ ร อยละ 20 ด งน น เพ อให ได จานวนต วอย างตามเป าหมายจ งเล อกจานวนต วอย างส าหร บส ง แบบสอบถามเป น 3,000 ต วอย าง 4) การเก บรวบรวมข อม ล 4.1) การรวบรวมข อม ลจะใช แบบสอบถามท ออกแบบเพ อรวบรวมข อม ลตาม ประเด นการศ กษาในข อ โดยแบบสอบถามด งกล าวจะผ านการทดสอบและได ได ความ เห นชอบจากคณะกรรมการกาก บโครงการฯ แล ว จ งจะนาไปใช ในการรวบรมข อม ล (ต วอย าง แบบสอบถามแสดงในภาคผนวก 4) 4.2) การรวบรวมข อม ลจะใช ว ธ การส งแบบสอบถามไปย งกล มเป าหมายโดย ช องทางต างๆ เช น ทางโทรสาร ทางอ นเตอร เน ต เป นต น ข นอย ก บความสะดวกของหน วยต วอย าง 4.3) ต ดตามการตอบแบบสอบถามโดยเจ าหน าท ท ผ านการอบรมเก ยวก บ ว ธ การตอบแบบสอบถาม 5) การบรรณาธ กรแบบสอบถามและการบ นท กข อม ล เพ อให แบบสอบถามท ได ร บจากการสารวจม ความถ กต องสมบ รณ จ งกาหนดให ม การบรรณาธ กรแบบสอบถามโดยน กว จ ย/น กสถ ต ท ม ประสบการณ ด านการสารวจ แบบสอบถามท ผ านการบรรณาธ กรในส วนท เป นข อม ลเช งปร มาณจะถ กนาไปบ นท กข อม ลด วยระบบคอมพ วเตอร ส าหร บการบ นท กข อม ลควบค มการดาเน นการโดยน กสถ ต และน กว จ ยท ม ประสบการณ ด านการ ส ารวจและบ นท กข อม ล ซ งม หน าท ในการจ ดทารายละเอ ยดรห สข อม ล คาอธ บายรห ส (Code Book/Data Dictionary) และการตรวจสอบความถ กต องของการบ นท ก ด งน นข อม ลท ถ กบ นท กลงใน ฐานข อม ลจ งถ กต อง สมบ รณ และผ านการตรวจสอบความถ กต อง ในส วนของข อม ลเช งค ณภาพจะ สร ปประเด นสาค ญ ๆ ประกอบการศ กษาว เคราะห ต อไป 6) การประมวลผลข อม ล ข อม ลเช งปร มาณท บ นท กเข าระบบโปรแกรมประมวลผลทางสถ ต SPSS Version 13.0 พร อมท งตรวจสอบความถ กต อง ก อนทาการประมวลผล พร อมท งปร บปร งแก ไข หล งจากน น 1-6

7 รายงานการศ กษาฉบ บสมบ รณ (Final Report) จ งทาการประมวลผล และจ ดทาตารางข อม ลส าหร บการว เคราะห ต อไป ท งน การประมวลผลจะ ดาเน นการโดยน กสถ ต ท ม ประสบการณ ด านการประมวลผลและว เคราะห ข อม ล 7) การว เคราะห ข อม ล ว เคราะห ข อม ลโดยแสดงการกระจายของประชากรจาแนกตามค ณล กษณะย อยของ ต วแปร โดยแสดงเป น ภาพรวม จาแนกตามกล ม และภ ม ภาค สถ ต ท ใช ได แก ร อยละ ค าเฉล ย เป นต น 4.3 ศ กษากรณ ต วอย างธ รก จเพ อส งคมกรณ ท น าสนใจ ศ กษากรณ ต วอย างธ รก จเพ อส งคมกรณ ท น าสนใจ ท งในกรณ ของ CSR และ Social enterprises โดยม แนวทางการดาเน นการด งน ประเด นการศ กษา กรณ CSR 1) ความเป นมา 2) แนวค ด 3) ว ตถ ประสงค 4) เป าหมาย 5) การกาหนดเป นย ทธศาสตร ขององค กร (เป นเพ ยงก จกรรมเสร มหร อเป น ระด บกลย ทธ ระด บนโยบายขององค กร) 6) ความต อเน องของการดาเน นการ และงบประมาณดาเน นการ 7) ความเช อมโยงก บ Stakeholders 8) ร ปแบบและกระบวนการดาเน นงาน (รวมถ งการม ส วนร วมของผ ร บ ประโยชน และช มชน) 9) ผลการดาเน นการท งในด านผลผล ต (Output) และผลกระทบ (Impact) จาก การดาเน นการ โดยเน นการแก ป ญหาความยากจน การสร างโอกาสทางอาช พและสร างความเป น 1-7

8 ธรรม การช วยเหล อในการพ ฒนาว สาหก จช มชน การช วยสร างความเข มแข งว สาหก จขนาดกลาง และขนาดย อม รวมท งด านความพ งพอใจโดยรวม และช มชน) 10) ความสอดคล องก บความคาดหว ง/ความต องการของ Stakeholders 11) การสน บสน นจากภาคร ฐ 12) ป ญหาอ ปสรรคและข อจาก ดต างๆ 13) ป จจ ยท ทาให การดาเน นการประสบความสาเร จ/ไม ประสบความสาเร จ 14) ความเหมาะสมในการเป นต นแบบการนาไปขยายผลหร อทาซ า 15) ความค ดเห นและข อเสนอแนะจาก Stakeholders ฯลฯ กรณ Social Enterprises 1) ความเป นมา 2) แนวค ด 3) ว ตถ ประสงค 4) เป าหมาย 5) ความต อเน องของการดาเน นการ และงบประมาณดาเน นการ 6) ความเช อมโยงก บ Stakeholders 7) ร ปแบบและกระบวนการดาเน นงาน (รวมถ งการม ส วนร วมของผ ร บประโยชน 8) ผลการดาเน นการท งในด านผลผล ต (Output) และผลกระทบ (Impact) จาก การดาเน นการ โดยเน นการแก ป ญหาความยากจน การสร างโอกาสทางอาช พและสร างความเป น ธรรม การช วยเหล อในการพ ฒนาว สาหก จช มชน การช วยสร างความเข มแข งว สาหก จขนาดกลาง และขนาดย อม รวมท งด านความพ งพอใจโดยรวม 9) ผลประกอบการของก จการ 10) ความสอดคล องก บความคาดหว ง/ความต องการของ Stakeholders 11) การสน บสน นจากภาคร ฐ 12) ป ญหาอ ปสรรคและข อจาก ดต างๆ 1-8

9 13) ป จจ ยท ทาให การดาเน นการประสบความสาเร จ/ไม ประสบความสาเร จ 14) ความเหมาะสมในการเป นต นแบบการนาไปขยายผลหร อทาซ า 15) ความค ดเห นและข อเสนอแนะจาก Stakeholders หล กเกณฑ การค ดเล อกกรณ ศ กษา ในการเล อกกรณ ต วอย างจะพ จารณาจากป จจ ยต างๆ เช น ว ตถ ประสงค กล มเป าหมายท ได ร บประโยชน พ นท ดาเน นการ ขนาดโครงการ ขนาดของผลกระทบ (Impacts) จากการดาเน นการ ความต อเน องของการดาเน นการ เป นต น โดยเน นประเภทก จกรรมท ช วยในการ แก ป ญหาความยากจน การสร างโอกาสทางอาช พและสร างความเป นธรรม การช วยเหล อในการ พ ฒนาว สาหก จช มชน การช วยสร างความเข มแข งว สาหก จขนาดกลางและขนาดย อม เป นต น จากการศ กษาข อม ลจากแหล งข อม ลท ต ยภ ม และการส มภาษณ ผ เก ยวข องก บการ ทา CSR และ Social Enterprises สามารถเล อกกรณ ต วอย าง Social Enterprises จานวน 11 ก จการ CSR จานวน 12 ก จกรรม โดยม รายละเอ ยดด งน กรณ ศ กษาก จการเพ อส งคม (Social Enterprises) 1) บร ษ ท ช ล ช ล แคปป ต ล จาก ด 2) บร ษ ท ธ รก จเพ อพ ฒนาการศ กษาและชนบท จาก ด 3) บร ษ ทร วมท นชนบท จาก ด 4) บร ษ ท ส งคมส ขภาพ จาก ด (เลมอนฟาร ม) 5) ม ลน ธ โรงพยาบาล เจ าพระยาอภ ยภ เบศร 6) บร ษ ท ป าใหญ คร เอช น จาก ด 7) บร ษ ท ไทยคราฟท แฟร เทรด จาก ด 8) บร ษ ท ไทยไทรเบ ลคราฟท แฟร เทรด จาก ด 9) บร ษ ท นว ตกรรมชาวบ าน จาก ด 10) บร ษ ท สยามบ านด น จาก ด 11) บร ษ ท โคโค บอร ด จาก ด 1-9

10 กรณ ศ กษาก จกรรมเพ อส งคม (Corporate Social Responsibility) 1) โครงการ SCG ร กษ น า...เพ ออนาคต ของบร ษ ทในกล มเคร อซ เมนต ไทย 2) โครงการร กษ ป า สร างคน 84 ตาบล ว ถ พอเพ ยง ของบร ษ ท ปตท. จาก ด (มหาชน) 3) โครงการเกษตรผสมผสาน 7 อาช พ 7 รายได ตามแนวพระราชดาร ของบร ษ ท ในเคร อเจร ญโภคภ ณฑ 4) โครงการช ว ตใหม หล งส นาม ของบร ษ ท เนสท เล (ไทย) จาก ด 5) โครงการส งเสร มส นค าช มชน ของบร ษ ทบางจากป โตรเล ยม จาก ด (มหาชน) 6) โครง Training for Life โรงแรมแชงกร -ล า กร งเทพ 7) โครงการส งเสร มการปล กกาแฟอะราบ ก า อ.อมก อย จ งหว ดเช ยงใหม ของบร ษ ท ว พ พ โปรเกรสซ ฟ จาก ด 8) โครงการเกษตรกรรมเพ ออาหารกลางว นน กเร ยน ของบร ษ ทในเคร อเจร ญโภคภ ณฑ อาหาร จาก ด (มหาชน) 9) โครงการสานร ก คนเก งห วใจแกร ง ของบร ษ ท แอดวานซ อ นโฟร เซอร ว สจาก ด (มหาชน) 10) โครงการส าน กร กบ านเก ด เพ อพ ฒนาผ นาเยาวชน ของบร ษ ท โทเท ล แอ คเซ ส คอมม น เคช น จาก ด (มหาชน) 11) โรงเร ยนไทยร ฐว ทยา ของหน งส อพ มพ ไทยร ฐ 12) โครงการทร ปล กป ญญา ของกล มบร ษ ททร 13) โครงการแด น อง/โครงการท นแว นตา/โครงการบ านเราอ านคล องมองช ด ของบร ษ ท หอแว น กร ป จาก ด 14) โครงการกล องว เศษ ของบร ษ ท อาพลฟ ดส โพรเซสซ ง จาก ด 15) โครงการหน งป าต นน า หน งต นกาเน ดพล งงาน ของกล มบร ษ ทเอ กโก กร ป 1-10

11 บทท 2 ความร บผ ดชอบต อส งคมขององค กร ป จจ บ นความเป นผ นาธ รก จย คใหม ไม ได ต ดส นจากผลการดาเน นงานท ม งแต ผลกาไรและอ ตราการ เต บโตของธ รก จเท าน น แต ย งต องคาน งถ งความร บผ ดชอบและการตอบแทนให ก บส งคมส วนรวมด วย โดยม ธ รก จจานวนมากท นาแนวค ดความร บผ ดชอบต อส งคม (Corporate Social Responsibility) หร อ CSR มาใช เพ อนาไปส การพ ฒนาอย างย งย น นอกจากน กระแสการบร โภคในตลาดโลกต างให ความส าค ญต อ ส นค าและบร การท ม กระบวนการผล ตตามแนวค ด CSR หลายประเทศจ งได นาแนวค ดด งกล าวมาใช เป น เง อนไขทางการค าระหว างประเทศซ งเป นการส งเสร มให ภาคธ รก จได ตระหน กในการสร างจ ตส าน กแก ส งคมร วมก น 1. ความหมายและบทบาท CSR แม ว า CSR จะม การพ ดถ งก นในประเทศไทยมาน บ 10 ป แต คนส วนใหญ ไม ม ใครสนใจว า CSR ท องค กรท งหลายต างพยายามแข งก นทาอย น นเป น CSR แบบใด เพราะส งคมส วนหน งย งส บสนระหว างการ ทาธ รก จถ กต องตามกฎหมายก บการทาธ รก จด วยค ณธรรมเป นอย างไร หลายคนเข าใจผ ด ค ดว ามาตรฐาน ความร บผ ดชอบต อส งคมหร อ CSR เป นเพ ยงแค การปล กป าหร อการบร จาคเท าน น แต ความจร งแล ว CSR นอกจากคาน งถ งส งแวดล อมแล ว ย งหมายความรวมถ งการค มครองแรงงาน การย ดหล กส ทธ มน ษยชน การดาเน นธ รก จด วยหล กธรรมาภ บาล จร ยธรรม โปร งใส และต องคาน งถ งผลประโยชน ของผ ม ส วนได ส วนเส ยอ กด วย องค กรมหาชนหลายแห งได นาเร อง CSR มาเป นประเด นส อสารทางการตลาด บางองค กร ขยายผลเพ อใช เป นร ปแบบการก ดก นทางการค า ทาให CSR กลายเป นเคร องม อทางธ รก จท ตอบสนอง ประโยชน ต อองค กร แทนท จะเป นก จกรรมท ตอบสนองและสร างประโยชน ต อส งคม ด งน นการให น ยาม CSR หลายภาคส วนและผ ร หลายท านได ระบ ไว หลากหลายท แตกต างก นออกไป ทางสากลแล วย งไม ม การ กาหนดอย างช ดเจนถ งน ยาม CSR จ งขอยกต วอย างการน ยาม CSR ด งน คณะทางานส งเสร มความร บผ ดชอบต อส งคมและส งเเวดล อมของบร ษ ทจดทะเบ ยนคณะกรรมการ การกาก บหล กทร พย และตลาดหล กทร พย (กลต.) ให ความหมาย "Corporate Social Responsibility หมายถ ง การดาเน นธ รก จภายใต หล กจร ยธรรมและการกาก บท ด ควบค ไปก บการใส ใจด เเลร กษาส งคมและ ส งเเวดล อมเพ อนาไปส การพ ฒนาธ รก จอย างย งย น หร อ เร ยกว า เข มท ศธ รก จเพ อส งคม ช วยบอกพ ก ดการ ดาเน นงานท ม เป าหมายทางธ รก จควบค ความร บผ ดชอบต อส งคม 2-1

12 The World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) กล าวถ งก จกรรม CSR เป นการปฏ บ ต ตามคาม นส ญญาอย างต อเน องของบร ษ ทในการดาเน นธ รก จโดยใช พ นฐานจร ยธรรม เป นเคร องม อพ ฒนาเศรษฐก จควบค ไปพร อมก บการพ ฒนาค ณภาพช ว ตการทางานและค ณภาพช มชน ท องถ น รวมถ งสภาพส งคมโดยรวม CSR ค อ การดาเน นก จกรรมภายในและภายนอกองค กรท คาน งถ งผลกระทบต อส งคม ท งในระด บใกล (ผ ม ส วนเก ยวข องโดยตรงก บองค กร เช น ล กค า ค ค า ครอบคร ว พน กงาน ช มชนท องถ นท องค กรต งอย เป นต น) และระด บไกล (ผ ม ส วนเก ยวข องก บองค กรทางอ อม เช น ค แข งข นทางธ รก จ ประชาชนโดยท วไป เป นต น) ด วยการใช ทร พยากรท ม อย ในองค กรหร อทร พยากรจากภายนอกองค กร ในอ นท จะทาให อย ร วมก น ในส งคมได อย างเป นปกต ส ข (สถาบ นไทยพ ฒน ภายใต ม ลน ธ บ รณะชนบทแห งประเทศไทย ในพระบรม ราช ปถ มภ ) แนวค ดการสร างความร บผ ดชอบต อส งคมขององค กร อาจแบ งเป น 2 กล มใหญ ค อ กล มหน งให ความส าค ญก บ CSR ท ตระหน กความร บผ ดชอบต อส งคม ด วยจ ตว ญญาณท บร ษ ทคาน งถ งการตอบแทน กล บต อส งคมอย างแท จร ง ในขณะท อ กกล มหน งลงม อทา CSR หร อโครงการเพ อส งคม เพ ยงเพ อใช เป น เคร องม อหน งในการประชาส มพ นธ และส อสารการตลาดเพ ยงเพ อบอกก บล กค าว า "เป นองค กรท ด " องค กรธ รก จให ความส าค ญเร องความร บผ ดชอบต อส งคมจะม งเน นการปร บปร งเร องความ ปลอดภ ย การส งเสร มการศ กษา เพราะมองว าอนาคตการพ ฒนาคนน นม ผลต อการจ างงานในอนาคตและ คาน งถ งส งแวดล อม ช วยเหล อกล มคนท ประสบเหต ภ ยพ บ ต ช วยพ ฒนาช มชน สน บสน นเด ก เยาวชนและ คนส งอาย ด งน นจ งกล าวถ ง CSR ว าค อ บรรษ ทภ บาล น นค อ การดาเน นก จกรรมท คาน งถ งผลกระทบต อ ส งคมท งระด บจ ลภาค เช น พน กงาน ล กค า ช มชน และส งคมโดยรวมอย างประเด น สภาพแวดล อม ส ทธ มน ษยชน เป นต น 2. ประเภทการดาเน นก จกรรม CSR CSR จาแนกเป น 3 ประเภท ด งน (1) ก จกรรมเพ อส งคม (CSR after Process) ค อ การดาเน นก จกรรมของหน วยงาน โดยเฉพาะ องค กรธ รก จท แสวงหากาไรและสร างประโยชน แก ส งคม ก จกรรม CSR ม กแยกจากกระบวนการธ รก จหล ก และเก ดข นภายหล ง เช น การแก ไขเย ยวยาช มชนท ได ร บผลกระทบทางมลพ ษจากการดาเน นการภาคธ รก จ 2-2

13 แจกจ ายส งของช วยบรรเทาสาธารณภ ย อาสาสม ครช วยบาเพ ญสาธารณประโยชน เป นต น โดยเป นก จกรรม เพ อส งคมท ม กเป นก จกรรมนอกเหน อเวลาทางานปกต (2) ธ รก จเพ อส งคม (CSR in Process) ค อ ความร บผ ดชอบต อส งคมท อย ในกระบวนการทางาน หล กของธ รก จหร อทาธ รก จท แสวงหาผลกาไรอย างม ความร บผ ดชอบ เช น การป องก นหร อกาจ ดมลพ ษใน กระบวนการผล ตเพ อไม ให ส งผลกระทบต อช มชน การผล ตส นค าและบร การท ม ค ณภาพตามมาตรฐานท ระบ ในฉลากบรรจ ภ ณฑ การเป ดเผยข อม ลผล ตภ ณฑ อย างครบถ วนต อผ บร โภค การชดเชยความเส ยหายให ล กค าท เก ดจากความผ ดพลาดของพน กงาน เป นต น การร บผ ดชอบเหล าน ถ อเป นก จกรรมท อย ในเวลา ปฏ บ ต งานปกต ของธ รก จ (3) ก จการเพ อส งคม (CSR as Process) เป นองค กรท ดาเน นงานโดยไม แสวงหากาไร (Non-Profit Organization) เก ดจากแนวค ดน กพ ฒนาส งคมก บการบร หารจ ดการแบบผ ประกอบการ น นค อ การผนวกจ ด แข งระหว างภาคประชาส งคมก บความม ประส ทธ ภาพภาคธ รก จท จะสร างให เก ดประโยชน ส งส ดก บส งคม ต างจากองค กรธ รก จสองประเภทก อนหร อกล าวว าเป นหน วยงานท ก อต งข นเพ อม งสร างประโยชน ให ส งคม เช น ม ลน ธ องค กรสาธารณชน องค กรภาคประชาชน ส วนราชการ เป นต น ขณะเด ยวก นองค กรสามารถอย รอดได ด วยการพ งพาการดาเน นงานด วยตนเอง แทนการสน บสน นจากแหล งท นภายนอกหร อร บการ อ ดหน นจากภาษ ของประชาชน เร ยกว า เป นองค กรท หากาไรให แก ส งคม (Social Profit Organization) เจ าของธ รก จด งกล าวม กเร ยกต วเองว า ผ ประกอบการเพ อส งคม (Social Entrepreneur) นอกจากน การดาเน นก จกรรม CSR ขององค กรธ รก จด วยความสาน กร บผ ดชอบต อส งคม ย งม ข อ ถกเถ ยงเพ มเต มอ กว า ควรเป นการดาเน นตามกฎหมายท ไม สร างให เก ดความเด อดร อนก บส งคมก เพ ยงพอ แล วหร อว าต องเก ดจากจ ตอาสาและสม ครใจย นด ด แลร บผ ดชอบส งคมท อย เหน อการปฏ บ ต ตามหน าท ทาง กฎหมายเท าน น การดาเน นก จกรรม CSR ไม ว าจะเก ดจากการปฏ บ ต ตามความจาเป นหร อความสม ครใจถ อ เป นการดาเน นงานท เก ยวก บความร บผ ดชอบต อส งคมท งสองกรณ แต ต างก นท ระด บความเข มข นการ ดาเน นก จกรรมและผลล พธ ท เก ดข น ด งน นก จกรรม CSR ท เก ดจากความจาเป นตามระเบ ยบข อบ งค บทาง กฎหมายจ ดอย ในระด บ CSR พ นฐาน ขณะท ก จกรรม CSR ท เก ดจากความสม ครใจย นด ดาเน นก จกรรมด วย ต วเอง ม ใช เก ดจากความจาเป นท ต องปฏ บ ต ตามหน าท หร อกฎหมาย เร ยกว า CSR ระด บก าวหน า ก จกรรม CSR ย งสามารถแบ งตามทร พยากรท ใช ดาเน นก จกรรม หากเป นการดาเน นก จกรรมโดย ใช ทร พยากรท ม อย ภายในองค กรเป นหล ก เร ยกว า Corporate-Driven CSR เช น องค กรบร จาคเง นท ได จาก ผลกาไรจากการดาเน นงานหร อบร จาคส นค าและบร การของธ รก จเพ อช วยเหล อผ ประสบภ ยถ อเป นการ เส ยสละเง นท นหร อการท องค กรนาพน กงานลงพ นท เพ อเป นอาสาสม ครช วยเหล อผ ประสบภ ย ถ อเป นการ 2-3

14 เส ยสละทร พยากรเวลาและแรงงาน แต หากเป นการดาเน นก จกรรมโดยใช ทร พยากรนอกองค กรเป นหล ก เร ยกว า Social-Driven CSR เช น การเช ญชวนให ล กค าซ อส นค าและบร การของบร ษ ทในช วงรณรงค โดยบร จาครายได จากการขายส นค าและบร การส วนหน งของการซ อแต ละคร งให ม ลน ธ ท ช วยเหล อ ผ ประสบภ ย ถ อเป นการระดมเง นบร จาคจากการซ อของล กค า เป นต น ฟ ล ป คอตเลอร แห งมหาว ทยาล ยนอร ธเวสเท ร น ร วมก บ แนนซ ล น กพ ฒนาส งคม อาจารย สมทบ แห งมหาว ทยาล ยวอช งต น และมหาว ทยาล ยซ แอตเต ล เร ยบเร ยงแนวค ดและแนวปฏ บ ต เร องความ ร บผ ดชอบต อส งคม (CSR) ต พ มพ เน อหาในหน งส อ Corporate Social Responsibility Doing the Most Good for Your Company and Your Cause อธ บายเก ยวก บความร บผ ดชอบต อส งคมท ไม ใช เป นเพ ยง การบร จาค ประเด นท ท ง 2 ท าน ให ความส าค ญ ค อ เร องความสม ครใจในการดาเน นธ รก จอย างม ความ ร บผ ดชอบ ไม ได ถ กควบค มโดยกฎหมายหร อข อบ งค บ ผ เข ยนศ กษาการพ ฒนาการของร ปแบบก จกรรม เพ อส งคมในสหร ฐอเมร กาท กาล งก าวข ามจากแนวปฏ บ ต แบบเด มท ม งการบร จาคในแบบฉบ บของ "การทา ด ท ทาได ง ายท ส ด" มาส แนวปฏ บ ต ใหม ในการทาก จกรรมเพ อส งคมท สน บสน นว ตถ ประสงค ขององค กร โดยองค กรจะเล อกเฉพาะประเด นกลย ทธ บางประการท สอดคล องก บมาตรฐานองค กร โดยเล อกทาก จกรรม เพ อส งคมท ตอบสนองเป าหมายธ รก จหร อเล อกประเด นป ญหาทางส งคมท ส มพ นธ ก บส นค าหล ก ทาให การ ทาก จกรรมเพ อส งคมส ร ปแบบการทางานท ม แบบแผน กลย ทธ และให ความสาค ญก บการประเม นผลมาก ย งข น ด งน นการปฏ บ ต และดาเน นก จกรรมเพ อส งคมตามม มมองใหม น ผ เข ยนระบ ว าทาให การทาก จกรรม เพ อส งคมถ กปร บมาส การวางพ นธก จระยะยาวและการเสนอความช วยเหล อด านต าง ๆ เช น การใช ผ ชานาญการพ เศษ ความสน บสน นด านเทคน ค การอน ญาตให ใช บร การ การจ ดหาบ คลากรด านอาสา เป นการผสานประเด นป ญหาทางส งคมให เข าก บแผนงานการตลาดและการส อสารองค กร งานทร พยากร บ คคล ช มชนส มพ นธ และการทางานท ร วมก บพ นธม ตรทางธ รก จ แต องค กรควรระว งเพ อไม ทาให ก จกรรม ด งกล าวด เป นการสร างภาพมากกว าความต งใจช วยเหล อส งคมจร ง ๆ ฟ ล ป คอตเลอร และแนนซ ล ได จ ดประเภทก จกรรม CSR ด งน (1) การส งเสร มการร บร ป ญหาทางส งคม (Cause Promotion) เป นการจ ดหาเง นท น หร อป จจ ย ทร พยากรขององค กร เพ อขยายการร บร และความห วงใยต อประเด นป ญหาทางส งคม ตลอดจนสน บสน น การระดมท น ความม ส วนร วม ค ดเล อกอาสาสม ครเพ อดาเน นการ องค กรอาจบร หารงานส งเสร มด วยตนเอง หร อความร วมม อก บองค กรอ นก ได (2) การตลาดท เก ยวโยงก บประเด นทางส งคม (Cause-Related Marketing) เป นการอ ดหน นหร อ บร จาครายได ส วนหน งจากการขายผล ตภ ณฑ เพ อช วยเหล อหร อร วมแก ไขป ญหาทางส งคมท ม กม ช วงเวลา 2-4

15 จาก ดแน นอน รวมท งการผล ตผล ตภ ณฑ เฉพาะเพ อให การก ศลท ระบ ไว ก จกรรม CSR ประเภทน องค กร ธ รก จม กร วมม อก บองค กรท ไม แสวงหาผลกาไร (Non-Profit Organization) เพ อสร างประโยชน ร วมก น เช น การเพ มยอดขายผล ตภ ณฑ เพ อนาเง นรายได ไปสน บสน นก จกรรมการก ศล ขณะเด ยวก นก เป นการเป ด โอกาสให ก บผ บร โภคม ส วนร วมช วยเหล อการก ศลผ านการซ อผล ตภ ณฑ โดยไม ต องเส ยค าใช จ ายเพ มเต ม (3) การตลาดองค กรเพ อส งคม (Corporate Social Marketing) เป นการสน บสน นการพ ฒนาหร อ การทาให เก ดผลจากการรณรงค เพ อเปล ยนแปลงพฤต กรรมด านสาธารณส ข ด านความปลอดภ ย ด าน ส งแวดล อม หร อด านส ขภาวะ ความแตกต างระหว างการตลาดเพ อม งแก ไขป ญหาส งคมก บการส งเสร มการ ร บร ประเด นป ญหาส งคม ค อ การตลาดเพ อส งคมท เน นการเปล ยนแปลงพฤต กรรม (Behavior Change) เป นหล ก ขณะท การส งเสร มการร บร ประเด นป ญหาส งคมจะเน นท การสร างความตระหน ก (Awareness) รวมท งสน บสน นท นและอาสาสม ครเพ อให ร บร ประเด นป ญหา (4) การบร จาคเพ อการก ศล (Corporate Philanthropy) เป นการช วยเหล อไปท ประเด นป ญหาทาง ส งคมโดยตรง ในร ปการบร จาคเง นหร อว ตถ ส งของ เป นก จกรรม CSR ท พบเห นแทบท กองค กรธ รก จ ม กเป นไปตามกระแสความต องการจากส งคมมากกว าเก ดจากการวางแผนก จกรรมจากภายในองค กรเอง ทาให ไม เก ดการเช อมโยงก บเป าหมายหร อพ นธก จขององค กร (5) การอาสาช วยเหล อช มชน (Community Volunteering) เป นการสน บสน นให พน กงาน ค ค าร วม สละเวลาและแรงงานในการทางานให ก บช มชนท องค กรต งอย เพ อตอบสนองต อประเด นป ญหาทางส งคมท องค กรให ความสนใจ องค กรอาจเป นผ ดาเน นการเองหร อร วมม อก บองค กรอ น อาจเป นผ กาหนดก จกรรม อาสาด งกล าวหร อให พน กงานเป นผ ค ดเล อกก จกรรมแล วนาเสนอต อองค กรเพ อพ จารณาให การสน บสน น พน กงานสามารถได ร บการชดเชยในร ปว นหย ดหร อว นลาเพ มเต ม (6) การด าเน นธ รก จท ร บผ ดชอบต อส งคม (Socially Responsible Business Practices) เป นการ ดาเน นก จกรรมทางธ รก จอย างรอบครอบท งในเช งป องก นด วยการหล กเล ยงการก อป ญหาทางส งคม โดยการ ช วยเหล อเย ยวยาป ญหาทางส งคมด วยกระบวนการทางธ รก จเพ อการยกระด บค ณภาพช ว ตช มชนและการ พ ท กษ ส งแวดล อม องค กรธ รก จสามารถดาเน นการเองหร อร วมม อก บพ นธม ตรภายนอกได การจาแนก CSR ตามก จกรรมข างต น พบว าก จกรรม 3 ประเภทแรก เก ยวก บประเด นการส อสาร การตลาดท เข าข ายการดาเน นก จกรรมโดยใช ทร พยากรนอกองค กรเป นหล ก (Social-Driven CSR) ส วนก จกรรม 3 ประเภทหล ง เป นการดาเน นก จกรรม CSR โดยใช ทร พยากรภายในองค กรเป นหล ก (Corporate-Driven CSR) แต หากพ จารณาตามกระบวนการธ รก จ CSR ในกล ม Corporate-Driven CSR 2-5

16 สามารถจาแนกออกเป น CSR ท อย ในกระบวนการธ รก จ (CSR In Process) ก บ CSR ท อย นอกกระบวนการ ธ รก จหร อเก ดข นภายหล ง โดยแยกต างหากจากกระบวนการทางธ รก จ (CSR after Process) อย างไรก ตามใช ว าท กคนจะเห นพ องก บส งท เร ยกว า CSR ของภาคเอกชนบนฐานความค ดว าธ รก จ เอกชนเป นส วนหน งของส งคมท จาเป นต องตอบแทนส งคม ( ค นกาไรให ส งคม ) ด วยการเส ยสละเง นทอง และตอบแทนส งด งามค นให ส งคมเพ อการอย ร วมก นในส งคมอย างย งย น เช น Milton Friedman น กเศรษฐศาสตร รางว ลโนเบลกล าวว า ธ รก จเอกชนไม ม ภาระอะไรไปย งก บการตอบแทนส งคม หน าท หล ก ค อ สร างผลกาไรตอบแทนให ผ ถ อห นตามบทบาทหล กตนเอง การบร หารอย างม ประส ทธ ภาพและโปร งใส ถ อว าเป น CSR แต ก จกรรมท ทาให ส งคมเป นหน าท ขององค กรอ นซ งเขาทาหน าท ก นอย แล ว ป จจ บ นม ผ สน บสน นแนวค ด Friedman น อยลง เน องจากสถานการณ Climate Change ทาให เก ดข อถกเถ ยงว าท กคน ต องร วมร บผ ดชอบต อโลกและส งคม ทาให ธ รก จเอกชน ค อ ส วนหน งของส งคมท ไม อาจหล กเล ยงการทา CSR ได 3. ประโยชน การทา CSR ต อภาคธ รก จ บร ษ ทท ปร กษาช นนาของโลกอย าง Arther D Little ได ศ กษาพบว า การทา CSR เก ดผลด ต อองค กร ธ รก จ 8 ประการ ค อ (1) สร างความน าเช อถ อ เป นป จจ ยหล กแห งความสาเร จในธ รก จ ผลสารวจการทา CSR ในหลาย ประเทศพบว า CSR เป นส นทร พย ท จ บต องไม ได (Intangible Asset) สาค ญท ส ด ในช วงเวลาไม นานน บจาก ทศวรรษ พบว าม ลค า Intangible Asset เป นต วข บเคล อนม ลค าของบร ษ ทจากร อยละ 17 ในทศวรรษ 80 เพ มข นเป นร อยละ 71 ในทศวรรษ 90 ความน าเช อถ อของบร ษ ทถ กกาหนดด วยความคาดหว งของผ ม ส วน ได ส วนเส ย และย งม การศ กษาอ กมากมายท งในกล มบร ษ ทท ปร กษาก นเองและมหาว ทยาล ยฮาร วาร ดใช เวลา กว า 41 ป ค นพบว าม ความเช อมโยงท แข งแรงมากระหว างความน าเช อถ อและความสามารถในการ ประกอบการของธ รก จ พบว าบร ษ ทท สามารถจ ดการความส มพ นธ และความคาดหว งของผ ม ส วนได ส วน เส ยอย างเป นองค รวมได จะส งผลต อยอดขายมากข นถ ง 4 เท า และขยายการจ างงานมากข นถ ง 8 เท า เม อเท ยบก บบร ษ ทท ม งตอบสนองความต องการผ ถ อห นแต เพ ยงอย างเด ยว น ตยสาร Fortune พบว าความ น าเช อถ อของบร ษ ทช วยเพ มระยะเวลาท จะสามารถสร างผลตอบแทนทางการเง นส งกว าค าเฉล ย อ ตสาหกรรมอย างต อเน อง ด งกรณ บร ษ ทเส อผ าช อด งในสหร ฐอเมร กาท ถ กประท วงเร องการกดค าแรงและ ใช แรงงานเด กในประเทศกาล งพ ฒนา ทาให CEO ของบร ษ ทต องทาการ Re-brand และพ ฒนาก จกรรม ท เน น CSR อย างต อเน องเพ อแก ไขป ญหาภาพล กษณ 2-6

17 (2) การจ ดการความเส ยง ความซ บซ อนของเศรษฐก จสม ยใหม นาไปส ป จจ ยความเส ยงท ยากจะ คาดเดา ด งน นการจ ดการด านส งคมส งแวดล อมและธรรมมาภ บาลจ งม ความสาค ญมากในการป องก นป ญหา อ นอาจเก ดจากความเส ยงท ควบค มได ยาก ผลส ารวจบร ษ ทใหญ ในสหร ฐอเมร กากว า 300 แห งท ประกอบ ก จการด านอ ตสาหกรรม พบว าบร ษ ทท ได ลงท นด านการจ ดการส งแวดล อมสามารถลดความเส ยง โดยเฉพาะความเส ยงท เก ดจากการคาดการณ ของน กลงท น ทาให ม ลค าในตลาดห นเพ มข นถ งร อยละ 5 รวมท งม การศ กษาอ น ๆ แสดงว า บร ษ ทท ทา CSR ม กได กาไรส งกว าบร ษ ทท ไม ได ทา (3) การค ดเล อกและสร างแรงจ งใจท างานเพ อร กษาพน กงานให อย ก บองค กร ผลการว จ ยป ค.ศ ในประเทศสหร ฐอเมร กาพบว าร อยละ 42 ของผ ตอบแบบสอบถามจะพ จารณาประเด นด านความ ร บผ ดชอบต อส งคมในการเล อกสม ครเข าทางาน และพน กงานในบร ษ ทก ให ความสนใจด านการร บผ ดชอบ ต อส งคมของบร ษ ทท ใช เป นต วต ดส นใจในการเล อกท จะทาหร อเปล ยนไปร วมงานก บบร ษ ทอ นท ม ความ ร บผ ดชอบต อส งคมมากกว า ด งท เห นได จากบร ษ ทค าน าม นรายใหญ แห งหน งของโลกท เส ยช อเส ยงจากการ จ ดการด านส งแวดล อมไม ด หล งจากเก ดว กฤตปรากฎว าบร ษ ทไม สามารถด งด ดให ผ จบการศ กษาใหม ท ม ความสามารถเข ามาทางานก บบร ษ ทได เน องจากความผ ดพลาดในการจ ดการด านส งแวดล อมของบร ษ ทเอง (4) ความส มพ นธ ก บน กลงท นและความสามารถเข าถ งแหล งท น แต เด มน กลงท นจะถ กมองว าไม ม ศ ลธรรม ไม สนใจส งแวดล อมและส งคม แต ผลการว จ ยพบว าไม จร งเส ยท งหมด งานเข ยน Built to Last ของ James C. Collins. & Jerry J. Porras. พบว าเม อเปร ยบเท ยบ 18 บร ษ ทท ประสบความสาเร จอย างส งใน ระยะ 50 ป ท ผ านมา ส งท เป นป จจ ยหล กในการแยกความแตกต างระหว างกล มท ประสบความสาเร จส งและ ต อเน องยาวนานก บบร ษ ทท ประสบความสาเร จบ างเป นบางคร ง ค อ การท บร ษ ทเหล าน ม เป าหมายท ไกลกว า การม งแสวงหากาไรอย างเป นร ปธรรมหร อม นโยบายท ช ดเจนในการแสดงความร บผ ดชอบต อส งคม สามารถนามาเปร ยบเท ยบเช งม ลค าได ค อ เง นม ลค า 1 ดอลล าร สหร ฐฯ ป ค.ศ ในบร ษ ทท ทาก จกรรม เพ อส งคม ได ให ผลตอบแทนมหาศาลถ ง 6,356 ดอลล าร สหร ฐฯ ในป ค.ศ ขณะท บร ษ ทท ม งกาไรเป น หล กจะม สถ ต ความส าเร จแบบข น ๆ ลง ๆ และไม ประสบผลส าเร จในรายได ส งเท าก บบร ษ ทกล มแรก ค อ 1 ดอลล าร สหร ฐฯ ในป ค.ศ นามาส ผลตอบแทน 955 ดอลล าร สหร ฐฯ ในป ค.ศ นอกจากน การ ท ตลาดหล กทร พย เข ามาสร างมาตรฐานหร อนว ตกรรมทางการเง นอย างการลงท นท ร บผ ดชอบต อส งคม (Socially Responsible Investment) หร อ SRI ทาให น กลงท นท วไปต นต วและเห นประโยชน การลงท นท ร บผ ดชอบต อส งคม ท งประโยชน ทางส งคมท จะเก ดข นและทางการเง นเม อเปร ยบเท ยบก บกล มอ น เช น กรณ Dow Jones Group Sustainability Index (DJGSI) หร อแม แต FTSE4good เป นการรวมด ชน การลงท น ของบร ษ ทท ม ม งเน นเร องการพ ฒนาอย างย งย นอย างเป นร ปธรรมท งในอ งกฤษและอเมร กา พบว ากล มบร ษ ท ใน DJGSI ม ผลประกอบการส งกว าบร ษ ทอ นถ งร อยละ 36.1 ถ ามองแค กล มบร ษ ทด านพล งงานท อย ในกล ม 2-7

18 ด ชน DJGSI เปร ยบเท ยบก บกล มพล งงานท ไม ได อย ในกล ม พบว ากล มท อย ฯ ม ผลประกอบการส งกว า ร อยละ 45.3 ด งน น SRI จ งม การเต บโตอย างรวดเร วและเป นท สนใจในหม น กลงท น ท เล งเห นความสาค ญ ของความร บผ ดชอบต อส งคม (5) การเร ยนร และนว ตกรรม บร ษ ทท ม ความร บผ ดชอบต อส งคมสามารถใช เป าหมายด งกล าว ส งเสร มความค ดสร างสรรค และนว ตกรรมไปในแนวทางท ย งย น เช น กล มบร ษ ทเคม ร วมม อก บกล มบร ษ ท เกษตรอ ตสาหกรรมในการพ ฒนาไฟเบอร ท เก ดจากการใช พล งงานท นามาทาใหม หร อใช ใหม (Renewable) น าไปส การพ ฒนาโพล เมอร ท เก ดจากอ ตสาหกรรมเกษตรไปจนถ งการผล ตเส นใยและเฟอร น เจอร ผล ตภ ณฑ ด งกล าวสามารถลดการใช พล งงานฟอสซ ลและการปล อยสารคาร บอนไดออกไซด ส ส งแวดล อม ร อยละ เม อเปร ยบเท ยบก บว ธ การผล ตแบบเด ม นอกจากน นย งสามารถลดต นท นการผล ตส นค า ประเภทด งกล าว ขณะท ค ณภาพส นค าเพ มข นนาไปส ความสามารถในการแข งข นและผลกาไรท เพ มข นด วย (6) ความสามารถทางการแข งข นและจ ดย นในตลาด (Market Positioning) ประมาณร อยละ 92 ของผ บร โภคในประเทศอ งกฤษ เช อว าบร ษ ทควรม มาตรฐานแรงงานส าหร บผ ส งมอบ (Supplier) และ ร อยละ 14 เช อว าความร บผ ดชอบต อส งคมจะนาไปส การต ดส นใจซ อส นค า แนวค ดน กาล งแผ ขยายไป ท วโลกในการว จ ยท ศนคต ผ บร โภคต อความร บผ ดชอบต อส งคมได ทาการว จ ยกล มคนกว า 25,000 คนใน 26 ประเทศ พบว าผ บร โภคส วนใหญ ม ความคาดหว งและความประท บใจต อบร ษ ทจากป จจ ยความ ร บผ ดชอบต อส งคมมากกว าการสร างตราส นค าหร อความสาเร จทางการเง น (7) ประส ทธ ภาพการด าเน นงาน (Operational Efficiency) ค อ การม งเน นความร บผ ดชอบต อ ส งคมท จะนาไปส ความสาเร จทางการเง นด วยการลดการใช ว ตถ ด บ ลดการเก ดของเส ยในกระบวนการผล ต ซ งนาไปส การลดผลกระทบต อส งแวดล อมด วย (8) การยอมร บของส งคมต อการด าเน นงาน (License to Operate) ความคาดหว งหร อท ศนคต ของ ผ ม ส วนได ส วนเส ยต อการแสดงความร บผ ดชอบต อส งคมของบร ษ ทม ผลอย างมากต อการยอมร บให บร ษ ท ดาเน นธ รก จในส งคม บร ษ ทท ดาเน นก จการโดยไม ใส ใจส งคมและส งแวดล อมม กจะพบป ญหา ความข ดแย ง อย เสมอจากประชาชนและกล มต อต านต าง ๆ เม อบร ษ ทยอมร บฟ งเส ยงจากประชาชนอ นนาไปส การเจรจา และปร บปร งนโยบายของบร ษ ทก จะได ร บโอกาสจากประชาชน ขณะท บร ษ ทดาเน นการโดยใส ใจส งคม และส งแวดล อมเสมอมาแต ประสบภาวะว กฤตร ายแรง บร ษ ทย งคงได ร บโอกาสจากประชาชนเช นก น 2-8

19 4. ความย งย นในการทา CSR ของภาคธ รก จ การทา CSR ส วนใหญ ย งต องอาศ ยป จจ ยท เป นเง น ซ งในม มมองของภาคธ รก จถ อว าเป นค าใช จ าย จ งม คาถามว าการทา CSR ในธ รก จเอกชนจะม ความย งย นมากน อยเพ ยงใด งบประมาณในการทา CSR ข นอย ก บกาไรเพ ยงอย างเด ยวหร อไม ซ งสามารถว เคราะห ได ว า ข นอย ก บจะมอง CSR ในม มมองใด ถ าภาค ธ รก จมอง CSR ว าเป นเพ ยงการโฆษณาประชาส มพ นธ งบประมาณการทา CSR ม โอกาสส งในการผ กไว ก บ ผลประกอบการระยะส นของธ รก จ และม โอกาสส งในการถ กต ดงบประมาณลงในช วงท เก ดว กฤตเศรษฐก จ หร อช วงท ผลประกอบการไม ด หร อขาดท น แต ถ ามองว าการทา CSR ว าเป นความร บผ ดชอบต อส งคม เป นหน งในกระบวนการทางธ รก จเหม อนอย าง โคคา-โคลา เห นว าการท เข ามาด แลทร พยากรน า เพราะ อนาคตน าจะหายากข น ถ าไม ด แลทร พยากรน า ในอนาคตต นท นการดาเน นธ รก จก จะแพงข น โอกาสการถ ก ต ดงบประมาณก จะน อยลง และไม ผ กก บผลประกอบการระยะส นมากน ก เพราะหากต ดงบประมาณจะม ผลกระทบต อธ รก จในระยะยาว นอกจากน การทา CSR ก ไม ได หมายถ งว าจะต องใช เง นเป นต วต งเสมอไป หากภาคธ รก จม ความ เข าใจและมองการใช ทร พยากรอ นในองค กรท ไม ใช เง น เช น การใช บ คลากรในองค กรมาทาประโยชน ให ก บ ส งคมในช วงนอกเวลาทางาน รวมถ งการเพ มประส ทธ ภาพการทา CSR น นค อการให ได ผลท มากข นด วย งบประมาณเท าเด มหร อผลท เท าเด มด วยงบประมาณท ลดลง ซ งในกรณ เช นน ก ไม จาเป นต องลดงบประมาณ ทา CSR หร อการลดงบประมาณทา CSR ก ไม ส งผลกระทบต อการทา CSR ของภาคธ รก จ ซ งแนวทางหน ง ในการดาเน นการ ค อ การสร างเคร อข ายพ นธม ตรในการทา CSR ไม ว าจะก บองค กรภาคร ฐ องค กรธ รก จ ด วยก น รวมไปถ งองค กรพ ฒนาเอกชน (เอ นจ โอ) การท ต างคน ต างทาก อาจจะได ผลระด บหน ง แต การท ระดมทร พยากรมาทางานร วมก นจะสร างผลกระทบเช งบวกมากกว าในงบประมาณเท าเด ม นายม ช ย ว ระไวทยะ ประธานสมาคมพ ฒนาประชากรและช มชน (PDA) ซ งเป นหน งในองค กรพ ฒนาเอกชนท ทางาน ร วมก บภาคธ รก จมากท ส ดกว า 400 บร ษ ทให ความเห นว าการร วมม อระหว างธ รก จก บเอกชนน นเหมาะสม อย างย งในภาวะว กฤตเศรษฐก จเช นน เพราะไม เพ ยงธ รก จจะประหย ดเง นในการทาโครงการ CSR ขณะเด ยวก นองค ความร ด านการพ ฒนาช มชนท ส งสมมากว า 30 ป ของพ ด เอ ย งสามารถทาให การทา โครงการต าง ๆ ม ประส ทธ ผลมากย งข น ขณะท ธ รก จสามารถนาความร ความสามารถเข ามาเป นส วนเสร ม (หน งส อพ มพ ประชาชาต ธ รก จ ว นท 10 พฤศจ กายน พ.ศ. 2551) 2-9

20 รายงานการศ กษาฉบ บสมบ รณ (Final Report) 5. เคร องม อตรวจสอบองค กรด าน CSR ป จจ บ นม ท งแนวปฏ บ ต และมาตรฐานต าง ๆ มากมายท สามารถนามาเป นเคร องม อตรวจสอบองค กร เช น Global Reporting Initiative (GRI) เป นมาตรฐานการจ ดทารายงานด านความร บผ ดชอบต อส งคม ขณะน ทางตลาดหล กทร พย กาล งอย ในระหว างการเตร ยมการท จะส งเสร มเร องน เพราะเช อว าไม เพ ยงจะเป น ช องทางในการส อสารให ผ ท ม ส วนได ส วนเส ยก บองค กรเท าน น ขณะเด ยวก นย งเป นโอกาสให องค กร สามารถประเม นทบทวนการดาเน นความร บผ ดชอบให ม ประส ทธ ภาพมากข น 6. กรอบความร วมม อระหว างประเทศ กระแสด านส งแวดล อมเป นประเด นท ท วโลกจ บตามอง เช น เร อง DDT ในช วงป พ.ศ.2503 (ค.ศ.1960) เก ดการประช มท ม งช วยแก ไขป ญหาด านส งแวดล อมอย างต อเน อง ป พ.ศ.2515 (ค.ศ.1972) ม การ ประช ม UN Conference on the Human Environment ท Stockholm Sweden นามาส Stockholm Declaration on the Human Environment เป นท มาของการก อต ง UNEP: United Nation Environment Program ข น เป นหน วยงานท ด แลส งแวดล อมภาคต างๆ รวมถ งภาคธ รก จ ป พ.ศ.2519 (ค.ศ.1976) กล มประเทศพ ฒนา OECD ต ง Guideline for Multinational Enterprises เพ อเป นแนวทางดาเน นธ รก จของบร ษ ทท เก ยวข องก บการลงท นระหว างประเทศให ดาเน นธ รก จโดยม ความ ร บผ ดชอบต อส งแวดล อม ท ได ร บการตอบร บจากบร ษ ทต าง ๆ แต ย งจาก ดอย เฉพาะในกล มประเทศท พ ฒนา แล ว และได ม การปร บปร ง Guideline อ กคร งในป พ.ศ (ค.ศ.2000) เก ดเป นกระแสการทา CSR ระหว างประเทศ เพราะเน นการนาไปปฏ บ ต จร งในท กประเทศ ไม จาก ดเฉพาะในกล มประเทศสมาช ก OECD ป พ.ศ.2530 (ค.ศ.1987) UN Brundtland Commission จ ดทาเอกสารส าค ญส การพ ฒนาท ย งย น โดยน ยามคาว า การพ ฒนาท ย งย น ค อ การพ ฒนาท สามารถตอบสนองความต องการของคนย คป จจ บ นได โดยไม ทาให ความต องการคนย คต อมาเก ดป ญหา โดยเร ยกเอกสารน ว า Our Common Future ป พ.ศ.2532 (ค.ศ.1989) หล งเหต การณ เร อบรรท กน าม นด บของ Exxon Waldez ล มบร เวณทะเล อลาสก า ก อให เก ดผลกระทบอย างร นแรงต อส งแวดล อมและส ตว น าแถบทะเลอลาสก าเป นวงกว าง ซ ง Exxon เป นหน งในน นจ งร วมก นบ ญญ ต กฎ 10 ประการ เร ยกว า Waldez Principle กาหนดล กษณะ องค กรให ม ความร บผ ดชอบต อส งแวดล อม ต อมาได เปล ยนช อเป น CERES Principle 2-10

21 ป พ.ศ.2535 (ค.ศ.1992) ม การประช ม UN Earth Summit ท ร โอ เดอ จาเดโร ประเทศบราซ ล เก ด RIO Declaration ท เก ยวข องก บการพ ฒนาด านส งแวดล อมและการพ ฒนาท ย งย นข น ป พ.ศ.2538 (ค.ศ.1995) ม การประช ม UN World Summit for Social Development ท โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร ก สาระส าค ญของการประช มเน นการพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมควบค ก นไป โดยเฉพาะ ประเด นเร องแรงงานท ควรได ร บการจ างงานเต มอ ตรา การพ ฒนาค ณภาพช ว ตพน กงาน ตามกฎองค กร แรงงานระหว างประเทศแห งสหประชาชาต (ILO) ป พ.ศ.2539 (ค.ศ.1996) ผลจาก Rio Summit นามาส การเก ดมาตรฐาน ISO เน นด านการ จ ดการส งแวดล อมท ท วโลกนาไปใช เพ อให เก ดมาตรฐานของธ รก จร วมก น ณ ป จจ บ น ม องค กรธ รก จกว า 50,000 องค กร ท วโลกท ได ร บมาตรฐาน ISO แล ว และกว า 500,000 รายท ได ร บมาตรฐาน ISO 9001 เน นด านส ทธ และสว สด การแรงงาน ช วงปลายทศวรรษ 90 เก ดมาตรฐานรายงานผลการดาเน นงานของธ รก จ (Global Reporting Initiative) ท ง 3 ม ต ค อ การว ดผลทางด านเศรษฐก จ ส งแวดล อมและส งคม เพ อให แต ละองค กรธ รก จรายงาน ผลท เป นจร งในท กม ต ม บร ษ ทขนาดใหญ กว า 400 บร ษ ทท นาหล กการน ไปใช ป พ.ศ.2542 (ค.ศ.1999) ผ คนเร มให ความสาค ญประเด นเร อง CSR เป นท สนใจอย างมากและม การ ประช ม World Economic Forum นาโดยนายโคฟ อ นน น เลขาธ การองค การสหประชาชาต (UN) ร วมก บ 5 หน วยงานของ UN (ILO, UNDP,UNEP, UNCHR, UNIDO) ภาคธ รก จได ออก UN Global Compact ซ งได รวมเอาแนวค ดเร อง Corporate Citizenship ส ทธ มน ษยชน ส ทธ แรงงาน การพ ฒนาส งคมและ ส งแวดล อมท กระจ ดกระจายจากหลายแนวค ดเข าด วยก น เป นบรรท ดฐานการทา CSR ขององค กรธ รก จ ท ช ดเจนท ส ด ป พ.ศ.2544 (ค.ศ. 2001) ในการประช มผ นาย โรป ได ม การกาหนดให บร ษ ทในย โรปห นมาใส ใจก บ การม ความร บผ ดชอบต อส งคมมากข น และกาหนดกรอบกต กาว าด วยความร บผ ดชอบต อส งคม (European Framework for CSR) พร อมก บม การจ ดต ง Multi-Stakeholder Forum on CSR เป นเวท การหาร อของผ แทน จากภาคส วนต าง ๆ เช น ภาคธ รก จ สหภาพแรงงาน ประชาส งคม และต วแทนของคณะกรรมาธ การย โรป โดย Multi-Stakeholder Forum on CSR ได บรรล ความเข าใจเก ยวก บ CSR ว า เป นความร บผ ดชอบต อส งคม และส งแวดล อมในการดาเน นธ รก จบนพ นฐานความสม ครใจและให ม การส งเสร มการรณรงค ให เป นท แพร หลาย แต ย งไม เป นท ตกลงก นในเร องมาตรฐาน การต ดตามผลและการจ ดทารายงาน ต อมา คณะกรรมาธ การย โรปได จ ดต ง European Alliance for CSR และม บร ษ ทขนาดใหญ เข าร วม เช น โตโยต า โฟล คสวาเก น ไมโครซอพท โททาล จอห ส น แอนด จอห นส น ลอยด ท เอสบ และ อ นเทล แต การจ ดต ง องค กรข างต นได ม ข อข ดแย งระหว างองค กรพ ฒนาเอกชนก บภาคธ รก จ โดยกล มน กพ ฒนาเอกชน เสนอว า 2-11

22 แนวทางท คณะกรรมาธ การย โรปดาเน นการอย เป น Soft Approach ท ไม ม ประส ทธ ภาพ จ งได เร ยกร องให ออกเป นกฎระเบ ยบ และต องการให ม การตรวจสอบว าบร ษ ทใช หล กการด งกล าวจร งหร อไม และเร ยกร อง ให ม การจ ดต งผ ตรวจสอบอ สระ พร อมท งให บร ษ ทจ ดทารายงาน จ งแยกออกไปจ ดต งองค กรใหม เร ยกว า European Coalition for Corporate Justice นาโดย Friends of the Earth Europe ป จจ บ นคณะกรรมาธ การสภา ย โรป ก ย งย นย นในความเห นว า CSR เป นเร องความสม ครใจของธ รก จเอกชน ไม ใช เร องของภาคร ฐ (Public Affairs) ได ย ดเอาแนวทางการดาเน นงานจากมาตรการต าง ๆ 3 แห ง เป นแนวปฏ บ ต ค อ ILO Tripartite Declaration of Principle concerning MNEs and Social Policy / OECD Guidelines for MNEs และ UN Global Compact การรวมต วก นของ European Alliance for CSR น นได ส งผลให ม การรณรงค CSR ก นอย าง แพร หลาย เช น Toyota Motor Europe ได ต งแผนก CSR และได นาเอาหล กการของ CSR ไปใช กาก บในการ ผล ตช นส วนยานยนต ท ผล ตจากประเทศต างๆ (จ ดการต อ Supply Chain) นอกจากน นย งได รวมเอาการ ค ดค นเทคโนโลย ยานยนต ท ร กษาส งแวดล อม รวมท งการจ างงานและสว สด การท ด แก พน กงานด วย นอกจากน น ย งม ผลต อการจ ดต ง Business Social Compliance Initiative (BSCI) เป นองค กรความร วมม อ ระหว างภาคเอกชน ป จจ บ นม สมาช กประกอบด วย 91 บร ษ ท ซ งม การจ ดการมาตรฐานด านส งคมในประเทศ ท ไปลงท น โดยกาหนดเป นแนวทางปฏ บ ต (Code of Conduct) นอกจากองค กรท ได กล าวถ งข างต นแล ว ย งม อ กหลายหน วยงานท ให ความสาค ญต อ CSR เช น BusinessEurope / EuroChambers / European Association of Craft, Small and Medium-Size Enterprises (UEAPME) / สภาธ รก จโลกเพ อการพ ฒนาอย างย งย น (WBCSD) เป นต น 7. องค กร/หน วยงานด าน CSR ในประเทศไทย ในด านหน วยงานหร อองค กรท ร บผ ดชอบในด านการทา CSR น น ในส วนของภาคร ฐม บาง หน วยงานได ม การจ ดต งหน วยงานเพ อด แลร บผ ดชอบ เช น กระทรวงพ ฒนาส งคมและความม นคงของ มน ษย จ ดต งศ นย ธ รก จเพ อส งคม ตลาดหล กทร พย แห งประเทศไทย จ ดต งสถาบ นธ รก จเพ อส งคม (CSRI) เป นต น เพ อด แลร บผ ดชอบด านการทา CSR ในส วนของภาคธ รก จ ได ม การรวมต วก นเองของน กธ รก จซ ง ให ความสาค ญในการผล กด นการทา CSR เช น เคร อข ายธ รก จเพ อส งคมและส งแวดล อม (เอเช ย) ประเทศ ไทย (SVN) คณะกรรมการน กธ รก จเพ อส งแวดล อมไทย (TBCSD) สถาบ นไทยพ ฒน เป นต น หากมองในเช งภาพรวมในระด บประเทศ ป จจ บ นถ อว าย งไม หน วยงานภาคร ฐใดทาหน าท ในด าน การกาหนดนโยบายและการดาเน นมาตรการเพ อส งเสร มและผล กด นให เก ดการทา CSR อย างกว างขวางใน 2-12

23 ภาคธ รก จ ในส วนของภาคธ รก จและองค กรภาคเอกชนน น แม จะม หลายฝ ายได ม การรวมต วก น แต ย งไม ม เวท กลางและช องทางรวบรวมเคร อข ายและองค กรธ รก จให สามารถมาแลกเปล ยนเร ยนร รวมถ งการ รวบรวมฐานข อม ล CSR ในไทยอย างแท จร ง เม อว นท 3 พฤศจ กายน พ.ศ.2551 ได ม การรวมต วก นของ องค กรธ รก จ ภาคร ฐ เอกชนและเอ นจ โอ ท เก ยวข องก บการทา CSE โดยม นายกษ ต ภ รมย อด ต เอกอ ครราชท ตไทยประจาสหร ฐอเมร กาและญ ป นฐานะประธานสมาคมส งเสร มบรรษ ทภ บาลเป นแกนนา ม การหาร ออย างไม เป นทางการระหว างการประช ม CSR Asia จ ดข นท สถาบ นเทคโนโลย แห งเอเช ย เพ อต องการให เก ดการประสานความร วมม อระหว างเคร อข าย CSR ท ม อย ในป จจ บ น รวมท งความพยายาม ท จะรวมต วของน กทา CSR ท อย ในบร ษ ทต างๆ เพ อแลกเปล ยนเร ยนร ระหว างก นในอ นท จะข บเคล อน CSR ภาพใหญ ระด บประเทศให เก ดข น การทางานร วมก นระหว างองค กรจะเป นการรวมพล งก นการใช ทร พยากร ท จาก ดให เก ดผลกระทบเช งบวกได มากกว า (http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02csr &day= &sectionid=0221) 8. การทา CSR ท สามารถช วยพ ฒนาส งคมอย างย งย น การทา CSR สามารถทาได หลายแนวทาง ท งท ทาเป นคร งคราว เช น การบร จาค การให ท นการศ กษา การอาสาสม ครพ ฒนาสถานท ในช มชน เป นต น และการทาท ต อเน องก อให เก ดความย งย นใน การพ ฒนาแก ส งคม นายม ช ย ว ระไวทยะ นายกสมาคมพ ฒนาประชากรและช มชน (PDA) ได ให ข อแนะนา ว า ถ าจะทา CSR ให เก ดความย งย น จะต องทาให คนม รายได เพราะรายได ค อ ส งท ทาให เขาสามารถไปซ อ บร การทางการแพทย ท ด บร การทางการศ กษา นารายได ในการป องก นการถ กเอาร ดเอาเปร ยบ โดยเส นทางท จะทาให คนจนหล ดพ นความยากจน ค อ การทา CSR ท ม องค กรธ รก จเป นแกนหล กข บเคล อน ความพยายาม ในอด ตท จะลดความยากจนของประเทศกาล งพ ฒนาน อยคร งมากท จะประสบความสาเร จ เพราะมองคนจน ในม มแคบว าเขาจนและต องให บร การส งคมสงเคราะห ผ านระบบราชการซ งเป นแนวทางไม ถ กต อง เพราะ ระยะยาวงานส งคมสงเคราะห เป นการสอนให เขาต องพ งคนอ น พ งการย นของให แต ไม ได ส งเสร มความร ความสามารถ การแก ป ญหาท ผ านมาจ งไม ย งย น หากมองคนจนอ กด านหน ง คนจนเป นน กธ รก จเขาปล กผ ก เล ยงไก เพ ยงแต ไม ม โอกาสเข าถ งแหล งความร และท น ว ธ ลดความยากจนจ งต องการความร เช งธ รก จและ แหล งท น บทบาทสาค ญขององค กรธ รก จ ค อ ความร เช งธ รก จและเคร อข ายท ธ รก จม แทนท จะมองไปท เง น อย างเด ยว บร ษ ทขนาดเล กเป นพ เล ยง 1 หม บ านได บร ษ ทขนาดกลางก เป นพ เล ยงได หลายหม บ าน ขณะท บร ษ ทใหญ ทาได มากกว าน น บร ษ ทไม ได ไปเล ยงเขาแบบเด กกาพร า แต ไปเป นผ ท ให การส งเสร มและ สน บสน นล กษณะพ นธม ตร จ ดน ส าค ญท ส ดเพราะคนจนจะกลายเป นส วนหน งของกระบวนการแก ไข ไม ใช ต นเหต ของป ญหา 2-13

24 PDA ม ประสบการณ ทางานร วมก บกว า 250 บร ษ ท ทาให PDA ม หลายโครงการท เป นต วอย างท ว า ด วยการเข ามาช วยเหล อส งคมขององค กรธ รก จท ช วยสร างความย งย นหลายโครงการ เป นการดาเน นการด วย เง นช วยเหล อจากองค กรธ รก จ แต ใช องค ความร ของเอ นจ โอ เช น (1) โครงการท ดาเน นการโดยบร ษ ท บางกอกกลาส จาก ด ด วยการเข าไปสอนให คนในช มชนผล ต แปรงซ งม ด ามจ บเป นลวดและปลายทาจากฝ ายซ งใช เป นอ ปกรณ หน งในการข นร ปหลอมขวด ขณะน ไม เพ ยงแค ร บซ อใช ในกระบวนการผล ตของบร ษ ท แต ย งส งออกไปขายประเทศเยอรมน และประเทศอ น ๆ เป นเคร อข ายทางธ รก จของบร ษ ทบางกอกกลาส จาก ด (2) โครงการสร างกองท นช มชนผ านการด แลส งแวดล อมท สร างรายได เข ากองท นจากการปล ก ต นไม ท พน กงานบร ษ ทและชาวบ านช วยก นปล ก โดยม ค าจ าง 20 บาทต อต น ปล ก 20,000 ต นก ม รายได 400,000 บาท นารายได ไปเข ากองท นช มชนและเง นน จะม ต วค ณเพ มข น โดยเง นจะอย ท ธนาคารหม บ าน ชาวบ านสามารถก เง นมาทาธ รก จ โดยค ดดอกเบ ยร อยละ 12 ขณะท ดอกเบ ยเง นฝากร อยละ 6 ส วนต าง ท ได ร บจะนาไปเป นป นผล เพราะท กคร งท ชาวบ านก เง นจะต องป นเง นก มาซ อห นส วนหน ง ขณะท การปล อยก ย งเน นไปท เยาวชนเพ อสอนให ร จ กทาธ รก จ (3) โครงการน าประปาหม บ านท ดาเน นการไปแล วกว า 150 จ ด ธนาคารโลกถ อว าเป นระบบด ท ส ด ในโลก ด วยงบประมาณเพ ยง 6 แสนบาท ต นท นถ กได เพราะชาวบ านเป นผ ให แรง ห วใจการดาเน นโครงการ น อย ท ความย งย น เพราะเม อม น าก ต องม รายได เพ มข นไม ใช เพ อส ขภาพท ด อย างเด ยว โดยท กคร วเร อน จะต องปล กผ ก เฉล ยจะทาให ม รายได เพ มข นราว 1,000-4,000 บาทต อคร วเร อน ขณะท ต องจ ายค าน าราว 400 บาทต อเด อน ในการบร หารจ ดการแต ละเด อนจะม ต นท น 20,000 บาท แต ละเด อนหล งจากห กค า บาร งร กษาและช มชนย งม เง นเหล อ เง นด งกล าวจะไปส ธนาคารหม บ านซ งทาให ม ธ รก จอ นเก ดเพ มอ ก รวมท งย งม เง นเหล อไปใช สน บสน นก จกรรมในช มชน (4) โครงการสร างโอกาสการก เง น เป นโครงการท บร ษ ทให เง นในการสร างโอกาสในการก เง นให คนจน ถ อเป นคร งแรกของโลกท ม การใช แรงงานเป นหล กประก น ด วยแนวค ดท มองว าส นทร พย ของคนจน ค อ แรงงาน แต ไม ม การยอมร บ ทาให คนจนไม ม โอกาสเข าถ งเง น เม อโครงการยอมร บแรงงาน เป นหล กประก น ทาให คนจนม โอกาสเข าถ งแหล งท น กองท นจะปล อยก ในวงเง นส งส ดเท าก บ 90 ว นของ แรงงานข นต า หากไม ม เง นนามาใช ค นสามารถค นด วยแรงงานต วเองและเพ อนโดยคานวณจากแรงงาน ข นต าต อว น ทาให ท ายท ส ดการปล อยก น ไม เก ดความเส ยหาย (5) โครงการห องสม ดของเล นในหม บ านท เข าไปร วมพ ฒนา โดยประกาศให พ อแม ห นมาสนใจ กระต นให ล กต วเองบร จาคของเล นให พ น องในหม บ าน แต อย าไปบอกเด กว าให คนจนแล วเด กจะเร มม 2-14

25 ประสบการณ ก บการให โดยไม หว งอะไรตอบแทน เขาจะส งของเล นเหล าน นไปท ห องสม ดของเล นประจา หม บ าน เด กท อยากย มของเล นไปเล นม กต กา ค อ ต องทาสาธารณประโยชน เช น เก บขยะ ปล กต นไม กวาดถนน ว ธ น จะทาให เด กเก ดความร ส กว าต องแลก ไม ใช ขอ ส ดท ายจะทาให เด กช วยหม บ านของเขา ต อไป ผลท ได ค อ หม บ านสะอาด ม ต นไม ให ร มเงา (ประชาชาต ธ รก จ ว นท 28 ม ถ นายน พ.ศ. 2553) 9. แนวทางการปร บโครงสร างเศรษฐก จและส งคมเพ อลดความเหล อมล าของร ฐบาล จากโครงสร างบร การทางเศรษฐก จและส งคมในป จจ บ น และแนวทางท ร ฐบาลม การลงท นวาง พ นฐานการสร างความเข มแข งด วยการกระจายการพ ฒนาส ความเป นธรรมระหว างเม องก บชนบทในระยะ กลางและระยะยาวน น คาดว าจะลดความเหล อมล าได ระด บหน ง ย งม หลายประเด นท ต องดาเน นการต อเน อง และม ร ปธรรมย งข น และหากประเทศไทยต องเผช ญว กฤต ทางเศรษฐก จ ว กฤต ทางส งคม ว กฤต ทางการเม อง และภ ยพ บ ต ทางธรรมชาต ซ าอ ก โอกาสท จะเก ดความไม เป นธรรมและความไม เสมอภาคม ความเป นไป ได ส ง ด งน น การแก ไขป ญหาความยากจนและการลดความเหล อมล าในส งคมควรย ดประชาชนเป นหล ก ม งไปส การเสร มสร างศ กยภาพของประชาชนและการสร างสภาพแวดล อมให ประชาชนได ร บบร การพ นฐาน ท เป นธรรมและเสมอภาคในการดารงช ว ต ด วยการพ ฒนาและสน บสน นป จจ ยให ประชาชนม โอกาสและม ความสามารถในการประกอบอาช พได อย างม นคง โดยดาเน นการใน 3 ม ต ได แก 1) การสร างโอกาสในการประกอบอาช พและสร างรายได เช น การสร างเสถ ยรภาพราคาส นค า เกษตร การพ ฒนาโครงสร างพ นฐานในชนบท การลดรายจ ายค าสาธารณ ปโภค และการเด นทางของ ประชาชน และการสร างการเข าถ งแหล งเง นลงท นส าหร บประชาชนในการสร างอาช พ และรายได ใน ช มชน รวมท งการอบรมและเสร มสร างท กษะในการประกอบอาช พ 2) การวางรากฐานภาคเกษตรให เข มแข ง สร างความม นคงให เกษตรกร ม การประก นราคาพ ชผล อย างเป นระบบ และการบร หารจ ดการภาคเศรษฐก จไปส ความสมด ล ดาเน นก จการทางเศรษฐก จเช ง สร างสรรค ท เป นม ตรก บส งแวดล อมและกระจายผลกาไรส ส งคมเช งบวก 3) การเข าถ งบร การพ นฐานทางส งคมและสว สด การส งคม ตามส ทธ ท ควรได ร บและประชาชนม ส วนร วมท งด านการศ กษา ด านส ขภาพ ด านท อย อาศ ย ด านสว สด การท ด แลคนต งแต เก ดจนตาย จ ดระบบ ความส มพ นธ ของสว สด การส งคมท ดาเน นการโดยภาคร ฐ สว สด การส งคมท ดาเน นการโดยท องถ น และ สว สด การส งคมท ดาเน นการโดยภาคประชาชน ให เช อมโยงก นอย างเก อก ล เพ อนาไปส การเป น ส งคม สว สด การ ท เป นธรรมและท วถ ง ควบค ก บการส งเสร มพฤต กรรมการออม เพ อความย งย นของระบบ สว สด การ 2-15

26 4) โอกาสในการเข าถ งกระบวนการย ต ธรรมอย างเสมอภาค ได ร บความเป นธรรมและความชอบ ธรรมในท กข นตอนของข อกฎหมาย ระเบ ยบปฏ บ ต ต าง ๆ รวมท งการกระจายอานาจส ประชาชนให สามารถ จ ดการป ญหาได ด วยตนเอง การปร บโครงสร างด านภาษ ให ม ความเป นธรรม โดยย ดหล กการขยายฐานภาษ ให กว างข นและการพ งพ งภาษ ทางตรงในส ดส วนท มากกว าภาษ ทางอ อม โดยโครงสร างภาษ เง นได ท ไม ได มาจากการทางานโดยตรง (non-wage income) 10. กรณ ศ กษา : กระบวนท ศน การดาเน นก จกรรม CSR องค กรภาคธ รก จ (1) โครงการ ส อสานส งคม สร างโอกาสเข าถ งค ณภาพช ว ตท ด บร ษ ท กสท โทรคมนาคม จาก ด (มหาชน) หร อ CAT ทาโครงการ USO (Universal Service Obligation) by CAT ซ งเป น CSR ภายใต โครงการ ส อสานส งคม เพ อสร างโอกาสการเข าถ งระบบส อสาร ให ก บผ คนในพ นท ห างไกลท รก นดาร เพ อพ ฒนาค ณภาพช ว ตของคนในส งคมและช มชนท กพ นท ห างไกล ท วประเทศไทย เน องจากส งคมย งม ความแตกต างท งในด านการศ กษา เศรษฐก จและช ว ตความเป นอย หน งในป จจ ยท ทาให คนในช มชนห างไกลได ม โอกาสท ดเท ยมก บคนเม อง ค อ การเข าถ งการส อสารท เป น รากฐานของการเร ยนร สร างความเข าใจ อ นเป นแรงผล กด นให ส งคมก าวส ความสาเร จอย างย งย น ภารก จ การดาเน นโครงการ USO By CAT ทาให ท มงานได ม โอกาสส มผ สความจร งของส งคมมาโดยตลอด โครงข ายส อสารและเคร องโทรศ พท สาธารณะท CAT ได นาเข าไปต ดต งตามหม บ านท จ งหว ดแม ฮ องสอน หน งในจ งหว ดภายใต การดาเน นโครงการ USO By CAT จะอย ห างไกล เช น บ านป าแป บ านกองก อย บ านแม ล ด บ านแม ลาง ว บ านอมพาย และบ านสล าเช ยงตอง เป นหม บ านชาวเขาเผ าต าง ๆ ท ต งถ นฐาน บ านเร อนอย ต ดชายแดนไทย-พม า บ านป ทา ท ต องเด นทางโดยเร อล องไปตามแม น าสาละว น และเด นเท า ต ออ ก 3-4 ก โลเมตร เป นหม บ านชาวเขาท ย งไม ม ใครได ร บส ญชาต ไทย ไม ม บ ตรประจาต วประชาชนจ งย งม ความต องการสน บสน นท งด านช ว ตความเป นอย และด านการศ กษาของเด กในหม บ าน เป นต น (http://www.cattelecom.com) (2) โรงเร ยนป ญญาภ ว ฒน โครงการ ป ญญาภ ว ฒน เป นโครงการท ให การสน บสน นด านการศ กษาก บเด กท ด อยโอกาส ม จ ดเร มต นจากการบร จาคท นการศ กษาเล ก ๆ น อย ตลอดจนถ งการจ ดก จกรรมเพ อส งคมท ปล กฝ งให เด กร ก การอ าน เช น โครงการ ร กการอ าน เซเว นบ คอวอร ด กระท งทางบร ษ ทได ม การเป ดโรงเร ยนป ญญาภ ว ฒน 2-16

27 เทคโนธ รก จข นมาเป นโรงเร ยนอาช วะแนวใหม ใช หล กส ตรการเร ยนการสอนผ านการเร ยนด วย ประสบการณ ท ม งพ ฒนาบ คคลการเข าส ธ รก จค าปล กโดยใช องค ความร ท ส งสมมาเป ดศ นย การศ กษา ท วประเทศท สอนผ านระบบการเร ยนทางไกลผ านระบบว ด โอ ส งท โรงเร ยนป ญญาภ ว ฒน ม ให ค อ เร ยนฟร ม งานทาท กคน ม รายได ระหว างเร ยน เฉพาะท นการศ กษาต อม ให น บ 100 ล านบาท การทาโครงการน ส ช มชน ม แนวการค ดจากผ บร หารว า ถ าคนไทยม การศ กษาด ข น จะเป นส วนส าค ญท จะทาให ประเทศชาต เจร ญก าวหน า เข มแข ง ก จะทาให ประชาชนไทยเข มแข งไปด วย เม อเขาม รายได กล บมาก จะซ อส นค าท เซเว น อ เลฟเว นเป นการตอบแทนภายหล ง แต เราต องช วยส งคมก อน ช วงแรกของการพ ฒนาการเร ยนการสอนใน แนวทางของป ญญาภ ว ฒน ป พ.ศ ซ งเป นป การศ กษาแรก ม พน กงานร านเซเว นอ เลฟเว นสนใจมา เร ยนระด บปร ญญาตร มากถ งร อยละ 70 แต ป การศ กษาถ ดมา พบว าม บ คคลากรจากภายนอกสนใจเข าศ กษา มากถ งร อยละ 70 ส ดส วนน กศ กษาท เปล ยนไปอย างมากน สะท อนได ว าม คนให ความสนใจเข าศ กษาหา ความร เพ มเต ม ขณะเด ยวก นก ม การงานและรายได แนวทางการศ กษาท พ ฒนาข นรองร บความต องการของ ตลาดน ในส วนหล กส ตรปร ญญาตร ม สาขาว ชาการจ ดการธ รก จค าปล ก สาขาว ชาการจ ดการโลจ สต กส และ สาขาว ชาการจ ดการธ รก จอาหาร โดยล กษณะการฝ กงานจ ดสรรออกเป นเร ยนร ทฤษฎ 10 ส ปดาห และ ปฏ บ ต งานจร ง 10 ส ปดาห ต อเทอม เม อเร ยนจบ ไม จาเป นต องเป นพน กงานท ร านเสมอไป แต สามารถทางาน บร หารในองค กรหร อเป นเจ าของธ รก จส วนต วได กระบวนการเร ยนร ด านค าปล กท จ ดเร มต นเพ อบ มเพาะ "คนค าปล ก" เข าส ร านสะดวกซ อในเคร อข ายธ รก จเซเว นอ เลฟเว น แต ด วยองค ความร ท อย ในหล กส ตร ทาให ผ เร ยนพ ฒนาต วเองข นเป น "เถ าแก " ได นอกจากทางานก บซ พ และเซเว นอ เลฟเว นแล ว ย งสามารถ เป นเจ าของธ รก จแฟรนไชส ร านเซเว นอ เลฟเว น การออกแบบหล กส ตรการเร ยนการสอนของป ญญา ภ ว ฒน เป นการประมวลองค ความร ในเคร อซ พ ความร และประสบการณ ท งหมดถ กนามาจ ดหมวดหม และ ถ ายทอดให ก บน กศ กษา กลายเป น "ทางล ด" ท ช วยให ผ เร ยนเข าใจในระบบการบร หารจ ดการธ รก จอาหาร ได ง ายและรวดเร ว ม ลค าเพ มท ตามมา อาจเป น "ทางล ด" ของเคร อซ พ ด วย ในการขยายสาขาเซเว นอ เลฟเว น ผ านระบบแฟรนไชส ก บเคร อข ายของผ เร ยน (3) ไทยประก นช ว ต ย ทธศาสตร ด านการด แลช ว ตคนไทยอย บนพ นฐานความห วงใย ไทยประก นช ว ตเป นบร ษ ท ประก นช ว ตท ตระหน กถ งค ณค าของช ว ตมาโดยตลอด ผ านการพ ฒนาส นค าท ให ความค มครองคนไทยในท ก ระด บ เป นบร ษ ทประก นช ว ตแห งแรกและแห งเด ยวท ร บประก นช ว ตทหาร ท งทหารบก ทหารเร อและทหาร อากาศ การร บประก นช ว ตผ พ การ การพ ฒนากรมธรรม ประก นช ว ตทหารเพ อค มครองและสร างสว สด การ แก กาล งพลในส งก ดกองท พบกท งในยามปฏ บ ต ภารก จและยามปกต โดยให ความค มครองต อเน องเป นป ท 2-17

28 20เน องจากบร ษ ทตระหน กถ งความสาค ญของทหารซ งถ อเป นร วของชาต การร บประก นช ว ตทหารถ อเป น ก จกรรม CSR ท บร ษ ทดาเน นการอย างต อเน องยาวนาน น บต งแต การเร มให ความค มครองด วยกรมธรรม ประก นช ว ตทหารในป พ.ศ เป นต นมา บร ษ ทได มอบส นไหมทดแทนให ทหารและครอบคร วท ส ญเส ย รวมแล วท งส น 7,987 นาย รวมเป นเง น 245,020,000 บาท ท งน หากป ใดม ค าส นไหมทดแทนส งกว าอ ตราเบ ย ประก น บร ษ ทจะร บผ ดชอบค าส นไหมในอ ตราร อยละ 25 ของค าส นไหมส วนเก น แต หากป ใดค าส นไหม ทดแทนต ากว าอ ตราเบ ยประก น บร ษ ทจะค นเบ ยประก นส วนท เหล อแก กองท พบกเพ อเป นสว สด การด านอ น ต อไปและการพ ฒนากรมธรรม พ เศษเพ อให บร การประก นช ว ตแก ผ พ การซ งถ อเป นผ ด อยโอกาส อ นเป นการ สร างความเท าเท ยมก นในส งคมจะเห นได ว าการพ ฒนากรมธรรม ด งกล าวเป นการดาเน นก จกรรม CSR อย าง แท จร ง เน องจากเป นกรมธรรม ท ไม แสวงหากาไรหากแต ม งสร างประโยชน แก ส งคมเป นหล ก (4) โครงการอาหารกลางว น น องอ ม ป จจ บ นย งม น กเร ยนในถ นท รก นดารเป นจานวนมากท ไม ได ร บประทานอาหารกลางว น ม ลน ธ ซ เมนต ไทยจ งได ดาเน นโครงการ น องอ ม โดยเป ดโอกาสให คร และน กเร ยนในโรงเร ยนท ขาดแคลนได ร วมก นค ดสร างสรรค และนาเสนอโครงการท สามารถสร างว ตถ ด บในการประกอบอาหารหร อสามารถสร าง รายได เพ อนามาเป นเง นท นซ ออาหารกลางว นให แก น กเร ยนอย างย งย น โดยม งหว งให น กเร ยนท กคนได ร บประทานอาหารกลางว นท ถ กต องตามหล กโภชนาการอย างเพ ยงพอและต อเน อง ซ งจะช วยให น กเร ยน เหล าน นม ความสมบ รณ พร อมท ง ทางร างกาย สต ป ญญา และอารมณ ทาให สามารถศ กษาเล าเร ยนได ด ย งข น นอกจากน แล วการท โครงการอาหารกลางว นเก ดข นมาจากความค ดสร างสรรค ความร วมม อ ร วมใจของคร น กเร ยน และคนในช มชน ย งเป นกระบวนการท ก อให เก ดส มพ นธภาพท ด ความสาม คค ของ ช มชน ตลอดจนช วยให น กเร ยนเก ดการเร ยนร ถ งว ธ การทางานเป นกล ม ซ งจะเป นการพ นฐานของการ ประกอบอาช พต อไปในอนาคต โครงการอาหารกลางว นน องอ มในป พ.ศ ม หลายโรงเร ยนท ม ความเข มแข งในการดาเน น โครงการและสามารถสร างความย งย นให เก ดข นก บกองท นได ในระยะเวลาอ นส น ด งจะเห นได จากการนา เง นสน บสน นต งต นไปทาก จกรรมต าง ๆ เช น การเล ยงปลาด ก เป ด ไก กบ การปล กพ ชผ กสวนคร ว จนม ว ตถ ด บเพ ยงพอในการประกอบอาหารกลางว นสาหร บน กเร ยน และสามารถนาผลผล ตท เหล อจากโครงการ ไปจาหน ายเป นผลกาไรค นกล บมาเป นท นหม นเว ยนต อไปในภายภาคหน า ในป พ.ศ ม ลน ธ ซ เมนต เมนต ไทยเป ดร บการเสนอโครงการอาหารกลางว น น องอ ม เป นป ท 2 โดยให คร และน กเร ยนท ขาดแคลนนาเสนอโครงการท สามารถสร างผลผล ตท เป นว ตถ ด บ ในการ 2-18

29 ประกอบอาหารหร อสามารถสร างรายได เพ อนามาเป นเง นท นซ ออาหารกลางว นให แก น กเร ยนอย างย งย นต อ ม ลน ธ ซ เมนต ไทย ม คร และน กเร ยนเสนอโครงการอาหารกลางว นมาย ง ม ลน ธ ซ เมนต ไทยท งส น 180 โครงการ และม โครงการท ผ านการพ จารณาจานวน 109 โครงการ โดยผลของโครงการน ทาให น กเร ยน ของโรงเร ยนท เข าร วมโครงการม อาหารกลางว นถ กต อง ตามหล กโภชนาการร บประทานครบท กคนและท ก ว นเพ มข นอ ก 34,000 คน โรงเร ยนท ได ร บการอน ม ต จะได ร บการสน บสน นเง นท นต งต นจานวน 30,000 บาท ซ งต วแทน ของโครงการจะต องรายงานความค บหน าในการดาเน นโครงการให ม ลน ธ ซ เมนต ไทยทราบเป นระยะ ๆ ขณะเด ยวก นม ลน ธ ซ เมนต ไทยก ได ส งต วแทนไปเย ยมชมและให คาปร กษาแก คร น กเร ยน ในพ นท ท ม การ ดาเน นโครงการ (5) โครงการบาดาลลอยฟ า จากความค ดท ว าชนบทค อรากฐานของประเทศ เน องจากประชากรไทยส วนใหญ อย ใน ชนบท ประกอบอาช พหล กค อเกษตรกรรม แต เป นเกษตรกรรมแบบอาศ ยน าฝน ซ งทาให เก ดความไม แน นอนและย งย นต อรายได ของประชากรในชนบท ฉะน นงานท ส าค ญและท าทายค อการพ ฒนาชนบท จ งได ม การก อต งสมาคม PDA ข น เพ อพ ฒนาชนบทโดยไม แสวงหาผลกาไร โดย นายม ช ย ว ระไวทยะ ก อต งข นเม อป พ.ศ ในป พ.ศ ชาวบ านท อย ในเขตพ นท ภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อท ม ฤด แล งท แห งแล งและ ขาดน าเพ อการเกษตรได ม โอกาสเข าร วมโครงการธนาคารผ ก (Vegetable Banks) ซ งม แนวค ดพ นฐานท ต องการสร างระบบชลประทานท สามารถจ ดสรรน าเพ อการเกษตรให แก ชาวบ านได ครบตลอดท งป ระบบ ชลประทานท ถ กออกแบบมาอย างเร ยบง ายท ทาให กล มชาวบ านท เข าร วมโครงการสามารถด แลร กษาและ ซ อมบาร งเองได แต ม ศ กยภาพในการจ ดสรรน าให ชาวบ านทาการเกษตรอย างประณ ตเพ อจาหน ายเป น รายได ตลอดท งป และด วยการสน บสน นในด านความร ต างๆ ให แก สมาช กในร ปการอบรม เช น การผล ตผ ก การจ ดการบ ญช การบร หารจ ดการกล ม เป นต น ซ งผลจากการท ชาวบ านเข าร วมโครงการสามารถม รายได มากกว าเด อนละ 3,000 บาท จากการจาหน ายผ ก ทาให เช อได ว าผลจากการดาเน นการโครงการน จะส งผล ต อการปร บปร งค ณภาพช ว ตของชาวบ านและช มชน รวมถ งลดการเคล อนย ายแรงงานออกนอกหม บ านของ ชาวบ าน โครงการธนาคารผ ก (Vegetable Banks) ส วนใหญ จะก อสร างโดยใช พ นท สาธารณะของช มชน และจ ดสรรพ นท ให แก ชาวบ านท เข าร วมโครงการรายละ 2 งาน (800 ตารางเมตร) และนอกจากน โครงการ 2-19

30 ย งได พ ฒนาระบบชลประทานขนาดเล กโดยการนาน าจากแหล งน าใต ด นและแหล งน าผ วด นมาก กเก บในถ ง คอนกร ตขนาดใหญ และปล อยน าไปในท กๆ แปลงของสมาช กโดยระบบท อน า ซ งโดยปกต แล วชาวบ าน จะใช ฝ กบ วในการลดน าผ ก ชาวบ านท เข าร วมโครงการจะเป นผ ก อสร างระบบท งหมดเอง ภายใต การ ควบค มและการให คาปร กษาโดยช างเทคน คของสมาคมฯ ค าใช จ ายในการก อสร างระบบเฉล ยต อสมาช กจะ ประมาณ 18,000 บาท ซ งสมาช กจะต องผ อนชาระค นในภายหล ง เง นท ได จากการชาระค นค าระบบน จะใช ส าหร บการก อสร างระบบธนาคารผ กในพ นท อ นหร อใช ในการพ ฒนาช มชนตามแต ความต องการของ ผ ให ท น ในระบบธนาคารผ กแต ละแห งจะม การเล อกสรรคณะกรรมการข น เพ อทาหน าท ในการด แล และจ ดการ กล ม การเก บค าใช น า ให ความช วยเหล อแก สมาช กในด านการผล ตและการตลาด ป จจ บ นม ระบบธนาคารผ กท ดาเน นการแล วมากกว า 100 แห งในพ นท ภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ โดยการสน บสน นของ German Agro Action ภายใต โครงการบาดาลลอยฟ า (Sky Irrigation Project) และ การสน บสน นของเอกชนอ นๆ ท งภายในและภายนอกประเทศ ภายใต โครงการธ รก จเพ อส งคม (TBIRD) (6) โครงการร วมพ ฒนาหม บ าน โครงการร วมพ ฒนาหม บ าน (Village Development Partnership : VDP) ของสมาคมพ ฒนา ประชากรและช มชนเน นการพ ฒนาหม บ านแบบองค รวม เร มจากการพ ฒนาองค กรช มชนท เข มแข งและม การบร หารจ ดการด วยต วเอง การพ ฒนาท กษะด านธ รก จเพ มรายได การพ ฒนาส ขภาพและสาธารณส ข การอน ร กษ ส งแวดล อม และการศ กษา โดยเป นความร วมม อระหว างสมาคมพ ฒนาประชากรและช มชนก บ ผ สน บสน นโครงการท งภาคร ฐและเอกชน จ ดม งหมายเพ อยกระด บและส งเสร มการพ ฒนาชาวชนบทให ม ค ณภาพช ว ต ความเป นอย ท ด ข น โดยความช วยเหล อหล กในการส งเสร มพ ฒนาและเสร มท กษะในด านการ ประกอบอาช พ ให ชาวบ านสามารถช วยเหล อตนเองได ซ งชาวบ านจะเป นเจ าของโครงการและม ส วนร วม ในการพ ฒนาท กข นตอน เร มต งแต การระดมความร วมม อ การวางแผน การดาเน นโครงการ ตลอดจนการ ต ดตามและประเม นผล ม งม นเพ อให ช มชนเก ดความแข งแกร งท ง 5 ด าน ได แก ส งคม เศรษฐก จ ส งแวดล อม ส ขภาพอนาม ย และการศ กษา ทาให ช มชนสามารถพ งตนเองและขจ ดความยากจนได อย าง ย งย น แม ว าการสน บสน นของหน วยงานจะส นส ดลงแล ว แต ก จกรรมการพ ฒนาหม บ านก ย งสามารถ ดาเน นการต อไป โดยทางสมาคมฯ พร อมด วยผ สน บสน น จะเป นเสม อนพ เล ยงคอยให คาแนะนาและ ข บเคล อนก จกรรมพ ฒนาค ณภาพช ว ตน ส ชาวชนบ าน ซ งผลจากความร วมม อน จะแผ ขยายออกไปถ งการ พ ฒนาระด บภ ม ภาคและในระด บประเทศต อไป 2-20

31 (7) โครงการ One by One : หน วยบร การแอมเวย เพ อส ขภาพเด กไทย โครงการ One by One : หน วยบร การแอมเวย เพ อส ขภาพเด กไทยเป นโครงการเพ อยกระด บ ค ณภาพช ว ตท ด ย งข นแก เด กๆ และครอบคร วในช มชนแออ ด ม ลน ธ แอมเวย เพ อส งคมไทยจ งทาการ อาสาสม คร กล มองค กรน กธ รก จแอมเวย และสมาช กท ประกอบอาช พแพทย พยาบาล เภส ชกร ตลอดจน พน กงานท ย นด ให บร การแก ช มชน ร วมม อก นจ ดหน วยบร การส ขภาพเคล อนท เพ อออกตรวจและให บร การ ด านส ขภาพแก เด กๆ และครอบคร วในช มชนแออ ดคลองเตย ซ งอย ภายใต ความด แลของม ลน ธ ส งเสร ม พ ฒนาบ คคล พร อมท งย งได จ ดก จกรรมส นทนาการเพ อเต มเต มความส ขสน กสนานแก เด กๆ และครอบคร ว ในโอกาสเด ยวก นน ป จจ บ น ม น กธ รก จแอมเวย และสมาช กในหลากหลายสาขาอาช พ ตลอดจนพน กงาน แอมเวย ท เข าร วมเป นอาสาสม ครออกหน วยบร การส ขภาพเคล อนท แล วกว า 400 คน โดยม เด กๆ และ ครอบคร วในช มชนท ได ร บการตรวจส ขภาพแล วท งส นกว า 2,000 คน (8) โครงการ One by One : ย มสยาม ภายใต โครงการ One by One แอมเวย เพ อเด กและเยาวชน ม ลน ธ แอมเวย เพ อส งคมไทย ร วมก บ บร ษ ท แอมเวย (ประเทศไทย) และม ลน ธ สร างรอยย ม จ ดโครงการ One by One: ย มสยาม เพ อทาการ ผ าต ดร กษาอาการปากแหว งเพดานโหว ให แก เด กและเยาวชนไทยท ว ประเทศ โดยไม ค ดค าใช จ าย พร อมก น น ม ลน ธ ย งได ร บความร วมม อจากกระทรวงสาธารณส ขและโรงพยาบาลในพ นท ดาเน นการต างๆ ตลอดจน ได ร บความร วมม อจากอาสาสม ครน กธ รก จแอมเวย เข าร วมเป นหน วยสน บสน นอานวยความสะดวกตลอด ก จกรรม อาท การค ดกรองผ ป วย การด แลผ ป วยก อนและหล งการผ าต ด เป นต น ม ลน ธ ได จ ดก จกรรมย ม สยามอย างต อเน องน บแต ป พ.ศ เป นต นมา โดยป จจ บ นได ดาเน นการมาแล วจานวน 11 คร ง สามารถ ให การผ าต ดร กษาเด กๆ ให ม รอยย มใหม แล วรวมท งส น 1,342 คน (9) โครงการ One by One : เป ดโลกกว างทางป ญญา ผล ต "หน งส อเส ยง" ค ณภาพส ง นอกจากการสร างห องสม ดเพ อเป ดโลกกว างให แก น องๆ ในโรงเร ยนขาดแคลนแล ว ม ลน ธ แอมเวย เพ อส งคมไทยย งได ดาเน นการผล ตหน งส อเส ยงเพ อผ พ การ ทางสายตา เพ อมอบโอกาสให แก เด ก และเยาวชนผ พ การด านการมองเห นได ร บความร สาระ และความบ นเท งอย างม ค ณภาพ โดยเร มจากการ เป ดร บอาสาสม ครจากน กธ รก จแอมเวย สมาช กแอมเวย พน กงานแอมเวย ตลอดจนบ คคลท วไป เข าร วม บ นท กหน งส อเส ยง เพ อนาไปผล ตเป นหน งส อเส ยง และนาส งมอบแก ผ พ การทางสายตาท วประเทศกว า

32 หน วยงาน ม ลน ธ แอมเวย เพ อส งคมไทย ตระหน กว า ความถ กต องของการอ านถ อเป นป จจ ยส าค ญในการ ผล ตหน งส อเส ยง ม ลน ธ จ งได เร ยนเช ญว ทยากรจากกรมประชาส มพ นธ และสมาคมคนตาบอดแห งประเทศ ไทย เพ อจ ดการฝ กอบรมการอ านออกเส ยงอย างถ กว ธ แก อาสาสม ครท กท าน อ นจะช วยให บ นท กเส ยงและ ถ ายทอดวรรณกรรมอ นทรงค ณค า ซ งบรรดาสาน กพ มพ และน กเข ยนได กร ณามอบล ขส ทธ หน งส อให นามา ผล ตหน งส อเส ยง อย างถ กต องตามกฎหมายส ทธ แห งป ญญาได อย างสมบ รณ ส งส ป จจ บ น ม ลน ธ แอมเวย เพ อส งคมไทยผล ตหน งส อเส ยงแล วจานวน 144 เร อง และได จ ดทา สาเนาเป นเทปคาสเส ทท และซ ด ระบบเดซ รวมท งส น 158,700 ช น พร อมท งได ส งมอบย งหน วยงานท ด แล และให บร การผ พ การทางสายตาจานวน 150 แห งท วประเทศเร ยบร อยแล ว พร อมก นน ด วยพระมหา กร ณาธ ค ณอย างล นพ น ม ลน ธ แอมเวย เพ อส งคมไทยย งได ร บพระราชทาน พระบรมราชาน ญาตในการนา หน งส อพระราชน พนธ และพระน พนธ ต างๆ อาท เร อง พระมหาชนก มาจ ดทาในร ปแบบหน งส อเส ยง สาหร บเยาวชนผ พ การทางสายตาเช นเด ยวก น (10) โครงการ One by One : เป ดโลกกว างทางป ญญา "ท นการศ กษาแอมเวย " ส บเน องจากการฉลองในวาระดาเน นก จการครบ 20 ป แอมเวย ประเทศไทย เม อป พ.ศ ม ลน ธ แอมเวย เพ อส งคมไทย โดยการสน บสน นจากแอมเวย ประเทศไทย จ งร เร มก จกรรมมอบท นการศ กษา แก น องผ ยากไร ให ได ม โอกาสศ กษา เล าเร ยนในสาขาอาช พท ใฝ ฝ นจนจบระด บปร ญญาตร ภายใต ช อ 20 ป แอมเวย มอบท น 20 ล าน สานฝ นเด กไทย โดยม เด กและเยาวชนไทยท เร ยนด แต ขาดแคลน ท นทร พย ไทยท ได ร บท นการศ กษาในคร งน นรวม 204 คน แบ งเป นท นต อเน องจนจบปร ญญาตร 169 คน และ ท นการศ กษาแบบคร งเด ยว อ กจานวน 33 ท น ในป จจ บ นแอมเวย ย งคงม งม นสานต อการมอบท นการศ กษาด งกล าวแก เด กไทย ภายใต ช อ ท นการศ กษาแอมเวย เพ อให น กธ รก จแอมเวย สมาช ก พน กงานและผ ม จ ตศร ทธาท วไป ร วมบร จาคผ าน กองท น หร อบร จาคมาย งม ลน ธ แอมเวย ฯ เพ อสน บสน นการศ กษาของน องน กเร ยนท นท ได ร บท นการศ กษา อย างต อ เน องในการเล าเร ยน จนจบตามสาขาท ใฝ ฝ นเพ อจะได เต บโตเป นกาล งส าค ญของชาต อย างม นคง ต อไป 2-22

33 รายงานการศ กษาฉบ บสมบ รณ (Final Report) (11) ซ ต กร ปปลดคน แต ไม ต ดงบ CSR หลายคนเช อว างบท ใช ทา CSR จะมากหร อน อยข นอย ก บผลกาไรของธ รก จ แต ซ ต กร ปสถาบ น การเง นรายใหญ ไม ได ค ดเช นน นเพราะขณะท บร ษ ทประสบป ญหาขาดท นจากว กฤตซ บไพรมจนต องปลด พน กงาน แต การทาก จกรรมเพ อส งคมก ย งดาเน นอย างต อเน องภายใต การดาเน นงานของม ลน ธ ซ ต ประเทศ สหร ฐอเมร กา ป เตอร บ อ เล ยต ผ จ ดการใหญ ธนาคารซ ต แบงก กล าวว า เพราะ CSR เป นว ฒธรรมองค กรของ ซ ต กร ป แม บางประเทศจะม การปลดคนแต ก ไม ได ลดเง นทาก จกรรมเพ อส งคม เพราะงบประมาณจะข นอย ก บความเป นไปได ของโครงการท เสนอไปให ก บทางม ลน ธ ม ลน ธ ไม เก ยวข องก บธ รก จและเป นแผนก เฉพาะท เป นต วกลางทาเพ อส งคม ท กป เง นท ได จากม ลน ธ ม แต จะเพ มเพราะโครงการเด นหน าแล วหย ดไม ได สาหร บประเทศไทยเง นจากม ลน ธ ซ ต กร ปหล งไหลเข ามาเพ อทาก จกรรมเพ อส งคมใน 5 ด านเช นเด ยวก บ ท วโลก ได แก การช วยเหล อด านการเง นแก ผ ประกอบการระด บรากหญ า การช วยเหล อธ รก จขนาดเล กและ ธ รก จท กาล งเต บโต ด านการศ กษา การให ความร ทางการเง นและด านส งแวดล อม โครงการด งกล าวใช เง น ตลอดระยะเวลาโครงการส นส ด 10 ป ค ดเป นจานวนเง น 200 ล านเหร ยญสหร ฐฯ ดาเน นการให ความร ทางการเง น 3 ระด บ ได แก ระด บบ คคล ธ รก จขนาดเล ก และสถาบ นการศ กษาด านการเง น ขณะท ม ลน ธ ซ ต จะวางบทบาทหล กขยายโอกาสทางเศรษฐก จให ก บบ คคลและครอบคร วท อาศ ยในช มชนต าง ๆ ท วโลก ม งการพ ฒนาใน 5 ม ต ได แก 1) การเง นระด บรากหญ าและผ ประกอบการระด บรากหญ า เสร มสร างให บ คคลสามารถย น หย ดด วยต วเอง 2) ธ รก จขนาดเล กและธ รก จท กาล งเต บโต นาไปส การสร างงานและขยายต วทางเศรษฐก จ 3) การศ กษา เตร ยมพร อมเยาวชนสาหร บความสาเร จท งในส วนตน และสายงานอาช พอนาคต 4) การให ความร ทางการเง น ให บ คคลสามารถต ดส นใจทางการเง นได อย างเหมาะสม ด วยความเข าใจ 5) ส งแวดล อม เน นสน บสน นองค กรท สร างงาน ควบค ไปก บการให ความส าค ญในการ อน ร กษ ส งแวดล อม โครงการอบรมให ความร ย งจะต อยอดขยายผลไปส โครงการหน งท จะทาร วมก น ค อ Women at List เพราะส ารวจพบว าผ หญ งท ทางานในสถานบ นเท ง ได เง นมามาก แต ทาได แค ช วงเวลาหน งเท าน น หล งจากท เล กทาแล วไม ม เง นเหล อเลย จ งต องการเข าไปให ความร เร องการออมเง น การใช เง น การให ความร ของซ ต กร ปจะเน นไปในกล มท ม ความต องการ 2-23

34 (12) ไทยพาณ ชย น วยอร คไลฟ ประก นช ว ต การส อสารไร พรมแดนในย คไซเบอร เป นอ กป จจ ยหน งท ทาให ทฤษฎ Pay it forward ช ดเจน ข นหร อแนวค ดท ว าเราท กคนสามารถสร างโลกให น าอย ได โดยเร มทาความด จากต วเราเอง ช วยเหล อคน รอบข างท เด อดร อน ขณะผ ท ได ร บความช วยเหล อก ม หน าท ตอบแทนโดยการส งมอบความช วยเหล อให แก ผ อ นต อไป เม อม โอกาส เพ ยงเท าน การทาความด ก จะเพ มข นทว ค ณไม ส นส ดและสามารถเปล ยนโลกของเรา ให น าอย ได อย าง การส งต ออ เมล เพ อขอร บบร จาคโลห ตถ อเป นการส งต อความช วยเหล อท สร างปรากฏการณ และปาฏ หาร ย ให เก ดข นแล วท วโลก สามารถนาทฤษฎ Pay it forward มาปร บใช ในการทา CSR ในองค กรธ รก จได ไม ยาก โดยเร ม ด วยการสร างว ฒนธรรมการทาความด ผล กด นให เก ดเคร อข ายจ ตอาสาในองค กรอย างกว างขวาง การสน บสน นให พน กงานรวมท งครอบคร วได ม ส วนร วมในการทาก จกรรมเพ อส งคมก บบร ษ ทและนา แนวค ดไปต อยอดสร างเคร อข ายการทาความด ให ก บช มชนต อไป เช น น วยอร ค ไลฟ อ นช วร นส หน งใน บร ษ ทประก นช ว ตช นนาและเก าแก ท ส ดแห งหน งของสหร ฐอเมร กาม อาย กว า 164 ป เป นอ กองค กรหน งท สน บสน นให พน กงานและต วแทนขายม จ ตอาสาร วมทาความด ในร ปก จกรรมอาสาสม ครอย างช ดเจน โดย ได จ ดต งโครงการ Volunteer For Life ต งแต ป ค.ศ.1988 เพ อส งเสร มให พน กงาน ต วแทนขาย และครอบคร ว เข าร วมก จกรรมอาสาสม ครท งท บร ษ ทจ ดข นหร อเข าร วมก บองค กรการก ศลเพ อช วยเหล อส งคมและช มชน โดยไม หว งส งตอบแทนมากกว าเน นการช วยเหล อในร ปการบร จาคเง นหร อส งของเท าน น แสดงถ งความม น าใจและความเอ ออาทรได อย างด โดยเช อว าการทาความด ของเคร อข ายพน กงานจะนาไปส ส งคมแห งการ ทาความด อย างไม ม ท ส นส ด ว ฒนธรรมน จะถ กถ ายทอดไปส เคร อข ายน วยอร คไลฟ ท วโลก ด วยภาวะ เศรษฐก จท ยากลาบากเช นน น วยอร คไลฟ ย งเด นหน าท จะสร างความเปล ยนแปลงในระด บส งคมโลกด วยการ ร เร มก จกรรมเพ อส งคม ภายใต ช อ Global Month of Service หร อเด อนแห งการให เพ อช วยเหล อเด กและ เยาวชนด อยโอกาสให ม ค ณภาพช ว ตและการศ กษาท ด ข น เป นการดาเน นตามพ นธก จด านมน ษยธรรมของ องค กรท จะย นเค ยงข างช มชนท งยามส ขและท กข เสมอ โดย พน กงาน ต วแทน พน กงานเกษ ยณอาย และ ครอบคร วในเคร อข ายน วยอร คไลฟ 9 ประเทศจากสหร ฐอเมร กา ละต นอเมร กาและเอเช ยกว าหม นคนพร อม ใจก นเป นอาสาสม ครร วมก บองค กรการก ศลหร อร วมก จกรรมเพ อส งคมท แต ละประเทศจ ดข นเพ อช วยเหล อ เด กเยาวชนท พ การและด อยโอกาสพร อมก นท วโลกเป นคร งแรกตลอดเด อนพฤษภาคม เช น ท วสหร ฐม ก จกรรมอาสาสม ครได ร วมก บองค กรท ไม แสวงหากาไรหลายแห งอย าง Big Brothers Big Sisters, City Year New York, Children for Children, Bereavement Center of Westchester, Blythedale Children"s Hospital, New York Cares ส วนก จกรรมอาสาสม ครได แก บ รณะและตกแต งโรงเร ยนให สวยงามและแคมป การศ กษา 2-24

35 ในแมนฮ ตต น จ ดโอล มป กเกมส ให แก เด กในน วเจอร ซ ย เย ยมเด กท Children"s Medical Center ในเทกซ ส จ ดเล ยงอาหารเพ อส ขภาพให แก เด กร วมก บ Ohio Children"s Hunger Alliance ในโอไฮโอ และในเนวาดาจ ด ช ดอ ปกรณ การศ กษาให เด กกว า 1,300 คน เป นต น ส วนในประเทศจ น ไฮเออร น วยอร คไลฟ ได ร วมร าล ก ครบรอบ 1 ป ของการเก ดโศกนาฏกรรมแผ นด นไหวคร งใหญ ในมณฑลเสฉวน โดยเหล าต วแทนพน กงาน และครอบคร วได ร วมก บ ECYP (Developing Center of The Young Pioneers) จ ดงานออกร านจาหน าย ส นค า ประม ล และร วมบร จาคส งของ รายได ท งหมดจากก จกรรมคร งน จะมอบให ก บโรงเร ยนท ได ร บความ เส ยหายจากเหต การณ แผ นด นไหว ส าหร บประเทศไทยทางไทยพาณ ชย น วยอร คไลฟ ประก นช ว ตได ร วม ข บเคล อนโครงการ Global Month of Service เช นก น โดยพน กงานต วแทนและครอบคร วกว า 150 คนจะ ร วมสานต อก จกรรม "เต มความร...ป นรอยย ม" ป 2 ให แก น อง ๆ โรงเร ยนบ านเขาตะแคง อาเภอช ยบาดาล จ งหว ดลพบ ร เป นโรงเร ยนอ ปถ มภ แห งแรกของบร ษ ท โดยต อยอดการช วยเหล อจากป ท ผ านมา เร มก จกรรม ต งแต ช วง Pre Volunteer Day ต งแต กลางเด อนม นาคมพน กงานได ร วมประด ษฐ ส อการเร ยนร เสร มท กษะ ภาษาไทย อ งกฤษ การคานวณให น อง การออกร านขายของเพ อระดมท นการศ กษา รวบรวมส งของบร จาค ท งอ ปกรณ การเร ยน หน งส อ เส อผ า ของเล น อาหาร ส วนว น Volunteer Day ย งได ร วมก นทาส ตกแต ง ห องสม ด บร ษ ทได บ รณะข นใหม ท งหมด ขยายแปลงผ กสวนคร ว บ อปลาในโครงการอาหารกลางว นเพ อ น อง รวมท งการจ ดแคมป การออมเพ อให ความร และปล กฝ งค าน ยมการออมแก น องกว า 100 คน ภายใต ปร ชญาการดาเน นช ว ตตามหล กเศรษฐก จพอเพ ยงอ กด วย (ท มา : น นทว น ก จธนาเจร ญ ผ ช วยกรรมการผ จ ดการใหญ ไทยพาณ ชย น วยอร คไลฟ ประก นช ว ต CSR ก บทฤษฎ Pay it forward : เม อใจพร อมให เราจะได มากกว าหน ง" (http://www.volunteerspirit.org/node/1493) (13) บ ล เกตส บ ล เกตส มหาเศรษฐ ของโลกผ ก อต งไมโครซอฟท ได ถ ายทอดม มค ดของต วเองผ านบทความ How to Fix Capitalism ในน ตยสารไทม ได อย างน าสนใจ โดยเฉพาะการปล กกระแสท นน ยมเช งสร างสรรค (Creative Capitalism) แม ว าท ผ านมาระบอบเศรษฐก จตามแบบท นน ยม (Pure Capitalism) ซ งม สหร ฐอเมร กาเป นกลไกหล กท ข บเคล อนเศรษฐก จโลก แต ผลส บเน องจาก ท นน ยมส ดโต ง น กล บกลายเป น ความโลภ โดยไม ย งค ด ผ คนพาก นกอบโกยผลกาไรจนมองข ามศ ลธรรมเช นเด ยวก บท มองข ามความเอ อ อาทรซ งเป นเคร องย ดเหน ยวส งคมในอด ต เน องจาก Pure Capitalism กลายเป นโลกของผ ท ม สายป านยาว กว า ทร พยากรในม อมากกว า เป นฝ ายท ได ประโยชน ไปครอบครอง จากย คล าอาณาน คมของประเทศในโลก ตะว นตกเพ อแสวงหาแหล งสน บสน นด านทร พยากรจากพ ชผลการเกษตรส แร ธาต ส าค ญ มาถ งพล งงาน 2-25

36 เช อเพล ง จากน นก าวข ามส โลกของท นใหญ ข ามชาต เทคโอเวอร เพ อครอบครองท นท ม ขนาดเล กกว า แต ท น น ยมท ร กค บไปท วท กแห งได สร างความเจร ญให ก บมน ษยโลกหลายพ นล านคนอย างท วถ งจร งหร อ บ ล เกตส ระบ ว า ท จร งแล วท นน ยมเช งสร างสรรค ไม ได เป นทฤษฏ เศรษฐก จใหม อ กท งย ง ไม ใช ทฤษฏ จะมาล มล างความเป นท นน ยม แต เป นหนทางจะมาตอบคาถามท ว า ทาอย างไร คนท กคนใน โลกน ถ งจะได ร บประโยชน จากท นน ยมอย างท วถ ง สามารถยกระด บค ณภาพช ว ตผ คนท ไม เคยได ร บ ประโยชน จากท นน ยมมาก อน แนวค ดผ ก อต งไมโครซอฟท ย งมองโลกบนพ นฐานความจร งว าถ งอย างไร ธ รก จย งต องการได ร บผลตอบแทนจากการลงท น เกตส สะท อนภาพว า ท ผ านมาม มมองฟากท นน ยมจะให ความสนใจก บการสร างความย งย นให ก บตนเองและให ความสาค ญก บ คนท พร อมจะจ าย เท าน น ขณะท คนยากจนไม ม ความสามารถจ บจ ายจะไม ได ร บความสนใจ การดารงช ว ตคนกล มน จะถ กด แลช วยเหล อจาก ภาคร ฐ องค กรสาธารณก ศล รวมถ งผ ใจบ ญท งหลาย ท นน ยมเช งสร างสรรค จะช วยเหล อผ ด อยโอกาสได ท งย งเป นการเสร มเต มส งท ภาคร ฐ และ องค กรสาธารณก ศลทามาโดยตลอด ท นน ยมเช งสร างสรรค ในม มมองบ ล เกตส ไม ใช การบร จาค แต เป น การใช ทร พยากรภายในองค กรให เป นประโยชน ท ผ านมาไมโครซอฟท ได บร จาคท งเง นและผล ตภ ณฑ ซอฟต แวร ค ดเป นม ลค ามหาศาลกว า 3 พ นล านบาทเพ อลดช องว างความแตกต างในโลกย คด จ ต ล แต ผลล พธ ค อ แนวทางด งกล าวช วยเหล อคนยากจนได ระด บหน งเท าน น ไมโครซอฟท ได ทาโครงการ Visual Interface เพ อช วยเหล อคนไม ร หน งส อหร อม การศ กษาไม มากน กสามารถใช งานคอมพ วเตอร โดยผ านการอบรมเพ ยง เล กน อย ไม เพ ยงเท าน นไมโครซอฟท อย ระหว างพ ฒนาซอฟต แวร ท ช วยให น กเร ยนท งห อง สามารถใช งาน คอมพ วเตอร เคร องเด ยวก นพร อมก นได เพ อตอบโจทย ความต องการของโรงเร ยนยากไร ท ม ท นทร พย น อย หากอนาคตข างหน าท นน ยมเช งสร างสรรค (Creative Capitalism) ถ กปล กกระแสอย างต อเน อง คงได เห น ภาพการ แบ งป น ร ปแบบใหม โดยม เป าหมายเพ อลดช องว างความเหล อมล าผ คนท วโลก แนวค ดท นน ยมเช งสร างสรรค ท นายบ ลเกตส เร ยกร องให ธ รก จมองหาโอกาสท จะทาประโยชน ให ก บส งคมอย างจร งจ ง ค อ ทาธ รก จแล วส งคมด ข น โดยไม ม การเอาเปร ยบเป นการทาธ รก จท เป นธรรม หมายถ ง การไม เอากาไรเก นควรหร อทากาไรส งส ดแต ฝ ายเด ยวและทาประโยชน ให ก บช มชน โดยก จกรรม ท ท าไม ใช ธ รก จหล กของบร ษ ทแต ท าแล วช มชนได ประโยชน ล กษณะท นน ยมเช งสร างสรรค ประกอบด วย การทาธ รก จท เป นธรรมก บล กค าและค ค า ครอบคล มถ งล กจ างเพ อสร างค ณภาพช ว ต การทางาน นากาไรมาทาบ ญก ศล โดยไม ต องสนใจว าเก ยวข องก บช มชนหร อพ นท บร ษ ทต งอย หร อไม ส วนร ปธรรมก ม ได หลายแบบต งแต การบร จาคท วไป การต งม ลน ธ และการบร จาคให ก บช มชน 2-26

37 การทาประโยชน ให ก บช มชนท บร ษ ทต งอย โดยตรง โดยเฉพาะธ รก จท ม ผลต อส งแวดล อม และช มชนไม อยากให มาต งก จการในพ นท ของตน การลงท นเพ อขจ ดผลกระทบทางลบต อส งคมท เก ดจากการทาธ รก จ องค กรอาจต องลงท น อย างมากจนไม อาจแบกร บภาระได เพราะทาให ต นท นส งกว าความเป นจร ง โดยท วไปธ รก จส วนใหญ จะดาเน นการได แค 3 แบบแรก แต ถ าจะให บร ษ ทต องลงท นเพ มแบบ ท ส เพ อลดผลกระทบทางลบต อส วนรวม คงต องอาศ ยบทบาทของภาคร ฐและเทคโนโลย เข าช วย เกตส ได แสดงความค ดเห นเก ยวก บท นน ยมเช งสร างสรรค ว า เราสามารถทาให พล งของตลาดทางานในทางท ช วยเหล อผ ยากไร มากข น หากสามารถพ ฒนาท นน ยมท สร างสรรค กว าเด มและขย บขยายพรมแดนของระบบ ตลาดให คนจานวนมากกว าเด มสามารถทากาไรได หร ออย างน อยก เอาต วรอดได ในทางท ร บใช ผ ยากไร ท กาล งเด อดร อนจากความไม เท าเท ยม นอกจากน นเราย งสามารถกดด นร ฐบาลท วโลกให ใช เง นภาษ ไป ในทางท สะท อนค ณค าต าง ๆ ท ผ เส ยภาษ เหล าน นให ความสาค ญ อย างด ข นกว าเด ม ขณะน บ ล เกตส ได ประกาศวางม อจากการบร หารงานในไมโครซอฟท และห นมาท มเทก บงาน ก ศลผ านม ลน ธ บ ล แอนด เมล นดา เกตส แบบเต มเวลาท ม งสร างสรรค ส งคมท ใช ร ปแบบธ รก จเพ อส งคมเป น ต วข บเคล อน โดยสน บสน นโครงการช วยเหล อส งคมมากมาย เก อบท กโครงการต องม ผลงานเป นร ปธรรม เช น การจ ดการป ญหาชาวไร ชาวนาผ ยากจนในแถบเอเช ยตะว นออกเฉ ยงใต โครงการน ม งให ความส าค ญ ก บต นตอป ญหาความยากจนของเกษตรกร ข อสร ปเบ องต น ค อ ภ ยธรรมชาต ทาให ผลผล ตไม เป นไปตาม ต องการ เช น เม อม พาย ไต ฝ น ทาให เก ดน าท วมข าวท ปล กไว ก เส ยหาย บ ล เกตส จ งให ท นก บศ นย ว จ ยใน ประเทศฟ ล ปป นส 30 ล านดอลลาร สหร ฐฯ เพ อค นคว าหาพ นธ ข าวท สามารถทนอย ในน าท วมข งได นานกว า 2 ส ปดาห โดยไม เน าตาย เป นการช วยเหล อชาวนาไม ให ส ญเส ยผลผล ตไปเม อเจอก บภ ยธรรมชาต และย งม งบประมาณอ กกว า 2-3 แสนดอลลาร สหร ฐฯ เพ อตรวจสอบและประเม นผล หากม ผลงานออกมาเป นท พอใจ ก ย งม ท นสน บสน นอย างต อเน องออกไปอ ก ม ลน ธ บ ลและเมล นดา เกตส ส ญญาว าจะบร จาคเง น 1,500 ล านดอลลาร สหร ฐฯ ให แก โครงการต าง ๆ เพ อสน บสน นการวางแผนครอบคร วและด านสาธารณส ขของแม ก บเด ก ตลอดจนโครงการ ด านโภชนาการในประเทศท กาล งพ ฒนา นางเมล นดา เกตส ภรรยาของนายเกตส ประกาศในท ประช มว า ด วยส ขภาพสตร กร งวอช งต นของสหร ฐว า เง นบร จาคจานวนน จะนาไปใช ในสถานท ใหม เพ อช วยเหล อ ส ขภาพของเด กและสตร ในประเทศท กาล งพ ฒนา ด วยการฉ ดว คซ นให แก เด กเพ อป องก นโรคปอดอ กเสบ ท องร วง ไข มาลาเร ย รวมท งเช อเอชไอว สาเหต ของโรคเอดส เง นจานวนด งกล าวจะจ ายตลอด 5 ป ข างหน า นางเกตส ย งเร ยกร องต อเหล าผ นาโลกให บรรจ ประเด นช วยเหล อเด กและสตร เป นวาระสาค ญ 2-27

38 นอกจากน บ ล เกตส ร วมก บนายวอร เรน บ ฟเฟตต มหาเศรษฐ น กลงท น ช กชวนเพ อนมหา เศรษฐ ให บร จาคทร พย อย างน อยร อยละ 50 หร อคร งหน งเพ อการก ศลระหว างท ย งม ช ว ตอย และระบ ไว ใน พ น ยกรรม มหาเศรษฐ ท งสองได ทาบทามคนด งอย างโอปราห ว นฟร ย เจ าแม ทอล คโชว เทด เทอเนอร ผ ก อต งซ เอ นเอ น และจอร จ โซรอส พ อมดการเง นแล ว นายบ ฟเฟตต และนายเกตส ต งช อโครงการน ว า Giving Pledge และพยายามเช ญชวนผ ม ฐานะด ในอเมร กาให บร จาคทร พย เพ อการก ศล โดยนายอ ไลและ นางอ ด ธ โบรด นายจอห น ดอร น กลงท นร วมท น นายเจอร ร เลนเฟสท ผ ประกอบการด านส อและ นายจอห น มอร กร ดจ อด ตประธานกรรมการบร ษ ทซ สโก ซ สเตมส นายอ ไลและนางอ ด ธ โบรด ส ญญาว า จะบร จาคทร พย ส นร อยละ 75 ในช วงท ม ช ว ตอย และเส ยช ว ตแล ว (กร งเทพธ รก จออนไลน ว นท 9 ม ถ นายน พ.ศ. 2553) 2-28

39 บทท 3 ก จการเพ อส งคม 1. ความหมายของก จการเพ อส งคม คาว า ก จการเพ อส งคม น น ม ผ ให ความหมาย หร อคาอธ บาย ไว ในม มมองต างๆ เช น ก จการเพ อส งคม หมายถ ง ก จการท ม รายร บจากการขาย การผล ตส นค า หร อการให บร การ ท ถ ก ต งข นเพ อเป าหมายอย างช ดเจนต งแต เร มก อต ง หร อการกาหนดเพ มเต มท ปร บเปล ยนเป าหมายเป นเพ อการ แก ป ญหาและพ ฒนาช มชน ส งคม และส งแวดล อม เป นหล ก โดยไม ได ม เป าหมายในการสร างกาไรส งส ดต อ ผ ถ อห นและเจ าของเท าน น ล กษณะพ เศษของก จการเพ อส งคม ค อ กระบวนการผล ต การดาเน นก จการ รวมถ งผล ตภ ณฑ หร อบร การ จะต องไม ก อให เก ดผลเส ยต อเน องในระยะยาวต อส งคม ส ขภาวะ และ ส งแวดล อม ม การกาก บด แลก จการท ด ม ศ กยภาพท จะม ความย งย นทางการเง นได ด วยตนเอง ผลกาไรส วน ใหญ ถ กนาไปเพ อการลงท นกล บไปในการขยายผลเพ อการบรรล เป าหมายด งกล าว หร อค นผลประโยชน ให แก ส งคม หร อผ ให บร การ สามารถม ร ปแบบองค กรท หลากหลาย และม การนาปร ชญาเศรษฐก จพอเพ ยง มาใช (อภ ร กษ โกษะโยธ น อด ตผ ว าราชการกร งเทพมหานคร) ก จการเพ อส งคม เป นนว ตกรรมทางส งคมร ปแบบใหม ท อาศ ยท กษะทางธ รก จผนวกเข าก บ เป าหมายการแก ไขป ญหาและพ ฒนาองค รวมของส งคมอย างย งย น การสร างการตระหน กร แนวค ดด ๆ แบบน จะเป นแรงผล กด นสร างความเข มแข งของรากฐานทางส งคม สร างภ ม ค มก นต อการเผช ญ การเปล ยนแปลงในว กฤต สภาวะเศรษฐก จ ส งคม และส งแวดล อมในป จจ บ น (ช ยย ทธ ชานาญเล ศก จ กรรมการผ อานวยการ สถาบ นธ รก จเพ อส งคม ตลาดหล กทร พย แห งประเทศไทย) ก จการเพ อส งคม หมายถ ง ก จการท ใช กาไรจากการประกอบการเพ อว ตถ ประสงค ในการแก ไข หร อพ ฒนาส งคม ต างจาก Corporate Social Responsibility (CSR) ตรงท องค กรทา CSR ค อ องค กรเอกชน ท ย งคงม เป าหมายเพ อแสวงหากาไรส งส ด แต ต องการตอบแทนส งคม ขณะท ก จการเพ อส งคมม เป าหมาย ในการสร างกาไรควบค ไปก บการพ ฒนาส งคม (ดร.การด เล ยวไพโรจน อาจารย ประจาคณะพาณ ชยศาสตร และการบ ญช มหาว ทยาล ยธรรมศาสตร ) ก จการเพ อส งคม หมายถ ง หน วยงานท ด าเน นงานโดยใช ย ทธศาสตร แบบกลไกตลาด เพ อเป าหมายทางส งคมหร อส งแวดล อม การดาเน นงานของก จการเพ อส งคม ม งเน นเป าหมายหล ก ค อ (1) สร างผลกาไร (2) สร างสรรค ส งคม (3) สน บสน นส งแวดล อม เร ยกว า Triple Bottom Line โดยเป าหมาย 3-1

40 ทางการเง น ค อ การสร างรายได เพ อเพ มผลประโยชน ของส งคมหร อส งแวดล อม แทนท จะเป นผลประโยชน ของบร ษ ทหร อผ ถ อห นเหม อนธ รก จท วไป ก จการเพ อส งคมต างจาก CSR ตรงท ก จการเพ อส งคมม เป าหมาย ทางส งคมหร อส งแวดล อมเป นหล ก ขณะท CSR ม กเป นก จกรรมหร อโครงการเพ อส งคมของก จการท แสวงหากาไรตามปกต Social Enterprise เป นธ รก จเอกชนท ผล ตหร อค าขายโดยแสวงหากาไร แต กาไรจะ ค นส ส งคม แม บางท อาจต องจ ดสรรกาไรให ผ ลงท นบ างก ตาม ต างจาก CSR ท เป นโครงการเพ อส งคมของ ธ รก จท แสวงหากาไรส งส ด (ว ก พ เด ย) ธ รก จเพ อส งคม เป นก จการท ม ล กษณะสาค ญ ได แก ความเป นธ รก จท แสวงหากาไรเหม อนธ รก จ ท วไป แต ม ว ตถ ประสงค ท จะไม สร างความม งค งหร อผลตอบแทนกล บค นแก เจ าของหร อผ ถ อห นอย างเด ยว แต จะนากาไรท เก ดจากการทาธ รก จไปตอบแทนให แก ช มชน ส งคม หร อ ช วยจรรโลงร กษาทร พยากรและ สภาพแวดล อมโดยรวมของโลก รวมไปถ งการนาผลกาไรจากธ รก จเข าช วยแก ป ญหาให ก บช มชนและส งคม ในด านต างๆ เพ อนาไปส ส งคมท ม ค ณภาพช ว ตและส งแวดล อมท ด ข น (เรว ต ต นต ยานนท ในกร งเทพธ รก จ ออนไลน ) ก จการเพ อส งคม เป นทางเล อกระหว างท นน ยม ก บส งคมน ยมซ งล วนแต ม ข อด และข อเส ยด วยก น ท งส น โดยก จการเพ อส งคมม อ ดมการณ ของส งคมน ยมอย บ างเล กน อย ค อ การช วยเหล อส งคม และม แนวค ดท นน ยม ค อ ทาธ รก จเหม อนปกต ท กอย าง เพ ยงแต ไม ได แสวงหากาไรส งส ด แต ต องการให เก ดกาไร เพ อประโยชน ต อช มชนและส งคม เป นทางเล อกท ช วยให ส งคมของน าอย ย งข น ก จการเพ อส งคมไม ได เป น เพ ยงบร ษ ทท ต งข นมาเพ อทาการก ศลอย างเด ยว แต ม ว ตถ ประสงค อ นๆ เช น ไม ทาลายส งแวดล อม สร างสรรค ส งท ด ให ล กค า กาไรบางส วนกล บส เจ าของท น แต ส วนใหญ เป นไปเพ อการก ศล ทาให ส งคมไม ม การแก งแย ง ไม ทาลายส งแวดล อม และไม หาประโยชน จากกาไรส งส ด (รศ.ดร.วราภรณ สามโกเศส / ก จการเพ อส งคม เป นทางออกหน งในการแก ป ญหาเศรษฐก จและส งคมป จจ บ น ก จการเพ อส งคม ม ร ปแบบของการผสมผสานระหว างความคล องต ว ความม ประส ทธ ภาพ และความสามารถในการสร าง นว ตกรรมแบบผ ประกอบการ ร วมก บความม จ ตส าน กต อส งคมแบบน กพ ฒนาส งคมไว ด วยก น เพ อให สามารถแก ป ญหา ก จการเพ อส งคมอาจจะดาเน นการในร ปธ รก จเพ อเป นเคร องม อหาแหล งเง นท นสน บสน น ความต งใจท จะแก ไขป ญหาส งคมท ตนเองสนใจ หร ออาจไม ได ทาธ รก จ แต ดาเน นการอย างม ประส ทธ ภาพ และประส ทธ ผลในขณะท สามารถม เง นท นทาให โครงการน นดาเน นไปได อย างต อเน องไม ขาดตอน (ศ.ดร. เกร ยงศ กด เจร ญวงศ ศ กด และหน งส อสยามร ฐส ปดาห ว จารณ ) ก จการเพ อส งคม ม เป าหมายหล กอย สองประการด วยก น (Double Bottom-Line) เป าหมายแรก ค อ เพ อให ได กาไรหร อผลประกอบการท ด เหม อนธ รก จท วไป เป าหมายท สองซ งม ความสาค ญไม แพ ก น ค อ 3-2

41 แก ไขป ญหาให ก บส งคมหร อทาให ส งคมด ข น เช น กรณ ร านภ ฟ าท ม เป าหมายการดาเน นงานว า ม งเน นการ สร างวงจรการตลาดท ม ประส ทธ ภาพระหว างช มชนในท องถ นท รก นดารก บผ บร โภค รวมท งส งเสร มการ พ ฒนาผล ตภ ณฑ ในท องถ นและพ ฒนาอาช พให ประชาชนในถ นท รก นดาร การพ ฒนาคนและช มชนเพ อ สร างค ณภาพช ว ตท ด ข น หร อเว บ ebannok.com เป นโครงการส งเสร มอาช พ (ร านอ บ านนอก) ท สน บสน น ให คนไทย (ชาวเขา)ได ใช ฝ ม อผล ตส นค าห ตถกรรม โดยแก ไขป ญหาการเข ามาทางานในกร งเทพมหานคร ของชาวชนบท ซ งอาศ ยฝ ม อด านห ตถกรรมท ถ ายทอดจากร นส ร น ผล ตส นค าพ นเม องขายจนป จจ บ นเป นท ร จ กก นไปท วโลก (รศ.ดร.พส เดชะร นทร กร งเทพธ รก จออนไลน ว นจ นทร ท 12 มกราคม พ.ศ. 2552) จากน ยามหร อความหมายของก จการทางส งคมด งกล าวข างต นอาจกล าวสร ปได ว า ก จการเพ อ ส งคม หมายถ ง ก จการท ต งข นโดยม ว ตถ ประสงค ในการช วยเหล อส งคมและ/หร อส งแวดล อม โดยเป น ก จการท ดาเน นการในร ปแบบธ รก จท ไม แสวงหากาไรส งส ดหร อแสวงหากาไรอย างย ต ธรรม ผลประโยชน ท ก จการเพ อส งคมให ก บส งคมและ/หร อส งแวดล อม อาจเก ดจากก จกรรมต างๆ ท ก จการเพ อส งคม ดาเน นการ และ/หร อเก ดจากก จการเพ อส งคมนาเง นกาไรท ได มาช วยเหล อส งคมและ/หร อส งแวดล อม โดยม กาไรบางส วนหร อท งหมดกล บค นไปส ผ ถ อห น 2. ร ปแบบองค กรของก จการเพ อส งคม Mal Warwick ได จ ดประเภทก จการเพ อส งคมไว ด งน (1) องค กรภาคส งคมท ก อต งข นเพ อแสวงหากาไร และนากาไรมาใช จ ายในก จการท เป นประโยชน ต อส งคม เช น โรงพยาบาลนารายได จากการเก บค าจอดรถมาช วยสน บสน นค าใช จ ายบร หาร เป นต น (2) องค กรภาคธ รก จท ก อต งข นเพ อแสวงหากาไร แต นาผลกาไรท ได ร บกล บไปค นให ก บส งคม ช มชนในร ปแบบการบร จาค หร อช วยเหล อธ รก จท ทาประโยชน เพ อส งคม เช น Newman s Own เป นธ รก จ เก ยวก บอาหารท แสวงหาผลกาไร แต เม อธ รก จทากาไรได จะส งมอบกาไรท งหมดให แก หน วยงานทางด าน การศ กษา หร อหน วยงานท ร บบร จาคเพ อนาไปช วยเหล อส งคมต อไป (3) องค กรภาคส งคมท ก อต งข นเพ อแก ป ญหาส งคม ค อ องค กรท ไม แสวงหาผลกาไร ก อต งข นมา โดยม ว ตถ ประสงค เพ อช วยจ ดหางาน และสร างรายได ให คนท ย งไม ม งานทา (4) องค กรภาคธ รก จท ก อต งข นเพ อแก ไขป ญหาส งคม แต เป นองค กรท แสวงหาผลกาไร ธ รก จ ประเภทน จะให ความสนใจไปท ภารก จทางส งคม อาท เช น การช วยเหล อ และแก ไขป ญหาส งคมมากกว า 3-3

42 รายงานการศ กษาฉบ บสมบ รณ (Final Report) ภารก จด านอ น เช น ShoreBank ดาเน นก จการคล ายก บธนาคารท วไป แต จะอ ท ศตนเพ อการสร างความ เท าเท ยมก นทางเศรษฐก จและสร างสภาพแวดล อมท ม ความอ ดมสมบ รณ ให ก บช มชน นอกจากน ผลการศ กษาพบว าม ร ปแบบธ รก จเพ อส งคมอ กร ปแบบหน ง เร ยกว า ร ปแบบผสมผสาน (Hybrids) ค อ เป นธ รก จเพ อส งคมท ไม ใช ท งภาคส งคมและภาคธ รก จ แต เป นต วบ คคลหร อกล มบ คคลท มา ร วมก นจ ดต งธ รก จ โดยม จ ดย นอ ดมการณ ท ช ดเจนว าจะจ ดต งธ รก จข นเพ อการช วยเหล อส งคม ช มชน โดยเฉพาะ ด งต วอย างเช น Ben & Jerry เป นธ รก จท จ ดต งข นเพ อช วยส งคม ภารก จทางส งคมท Ben & Jerry ให ความสาค ญ ค อ การให ความช วยเหล อเด ก ครอบคร ว ส งแวดล อม และความย ต ธรรมทางส งคม นอกจากน Ben & Jerry สน บสน นธ รก จท จะมาเป น Franchise โดยจ ดต ง The Partnershop Program ข นเพ อสน บสน นด านต าง ๆ เช น ให ส วนลดในข อตกลงซ อ Franchise ท งน เพ อให ต วแทน Franchise สามารถดาเน นนโยบายด าน การช วยเหล อส งคมเหม อนด งเช นท Ben & Jerry ได ดาเน นการ Greyston Bakery เป นธ รก จท แสวงหาผลกาไร แต ก อต งข นมาเพ อช วยเหล อส งคมช มชนชาว Yonkers ในมลร ฐน วยอร ค ช มชนชาวYonkers เป นช มชนท ม ความยากจนจ งเป นบ นดาลใจท จะ ช วยเหล อส งคมโดยเฉพาะด านการป องก นโรคเอดส หร อช วยเหล อด านส ขภาพ การดาเน นธ รก จของ Housing Works Bookstore Café มาจากการนาเอาส นค าท บร ษ ทได มาจาก การบร จาคมาจาหน าย เพ อแลกเปล ยนเป นเง น และนาเง นรายได เหล าน นไปช วยเหล อส งคม 3. นโยบายของภาคร ฐในต างประเทศเก ยวก บก จการเพ อส งคม 3.1 ประเทศอ งกฤษ ประเทศอ งกฤษม ความก าวหน าในเร อง Social Enterprise หร อก จการเพ อส งคม ค อนข างมาก หล งจาก คาว า Social Enterprise เก ดข นคร งแรก ใน ป ค.ศ.1978 โดย Freer Spreckley จนกระท งปลายป ค.ศ แนวค ด Social Enterprise ได ถ กหย บยกข นใหม อ กคร งในร ปการจ ดต งท หลากหลาย เช น ร ปสหกรณ (Co-Operatives) ว สาหก จช มชน (Community Enterprises) องค กรอาสาสม คร (Enterprising Voluntary Organizations) เป นต น 3-4

43 ร ฐบาลอ งกฤษได จ ดต ง Social Enterprise Unit ข นในกระทรวงการค าและอ ตสาหกรรม เม อป ค.ศ.2002 ต อมาได พ ฒนาเป นส วนหน งของ Office of the Third Sector ในป ค.ศ.2006 เพ อทาหน าท ประสานงาน Social Enterprise และองค กรอ นท ไม ม งหว งกาไร โดย Social Enterprise ในประเทศอ งกฤษ ครอบคล มถ ง ธ รก จช มชน เครด ตย เน ยน เคร อข ายการค าขององค การก ศล สหกรณ เง นกองท นเพ อการ พ ฒนา และบร ษ ทท ต งข นเพ อดาเน นการท เป นสาธารณประโยชน ในป 2006 ร ฐบาลอ งกฤษได แต งต งร ฐมนตร ร บผ ดชอบภาคส วนท สาม (Minister for the Third Sector) เน องจากการเห นความสาค ญของภาคส วนท สามหร อกล มผ ด อยโอกาส ต อมานายกร ฐมนตร โทน แบลร ได ประกาศจ ดต งหน วยงานท ช อว าสาน กงานภาคส วนท สาม (Office of the Third Sector: OTS) อย ภายใต การด แลของสาน กงานคณะร ฐมนตร เป นองค กรท ทาหน าท สะท อน เส ยง กล มผ ท ด อยโอกาสใน ส งคมเพ อหาแนวทางในการประสานงานก บหน วยงานภาคร ฐ โดยม จ ดม งหมายในการเป นศ นย กลางในการ ประสานงานระหว างภาคร ฐก บภาคส วนท สามเพ อให ผ ด อยโอกาสในส งคมได ร บการช วยเหล ออย างท วถ ง โดย OTS ได จ ดทาแผนปฏ บ ต การก จการเพ อส งคมในเด อนพฤศจ กายน 2006 เป นแผนระยะ 10 ป ประเด นหล กท ทาให ร ฐบาลให ความสนใจก จการเพ อส งคม ค อ การแก ป ญหาและพ ฒนาโอกาส ทางส งคม ส งแวดล อมและส ขภาพในร ปแบบท ม ความย งย น สามารถขยายผลได ไม ส นส ด ต างก บการ สน บสน นโครงการเพ อส งคมท วไปท ม กจบลงเม อไม สามารถระดมท นหร อหมดระยะโครงการ รวมท งเป น การใช ระบบเสร น ยมทางเศรษฐก จมาใช ให เก ดประโยชน ต อส งคม เป นการพ ฒนาท ด งเอาหลายภาคส วน เศรษฐก จให ม ส วนร วม ซ งข นอย ก บความสามารถของภาคเอกชนท จะใช ความเป นผ ประกอบการมาพ ฒนา โอกาสทางส งคมให เก ดผลอย างย งย น บทบาทของภาคร ฐจ งเป นการสน บสน นในล กษณะการสร าง สภาพแวดล อมท เหมาะสมท ทาให เก ดการประกอบการเพ อส งคมผ านก จการต าง ๆ ม ความสะดวกและ สามารถก อให เก ดประส ทธ ภาพ รวมท งผล กด นและสน บสน นก จการเพ อส งคมให สามารถเข าถ งแหล ง เง นท น และลดอ ปสรรคการทางานร วมก บภาคธ รก จเอกชน รวมท งการจ ดต งคณะทางานเฉพาะก จ (Social Investment Task Force) ซ งเป นความร วมม อระหว าง UK Social Investment Forum และ Foundation and the Development Trusts Association เพ อทาหน าท ให คาแนะนาแก ร ฐบาลในประเด นการขยายต วของ กองท น Phoenix (กองท นเพ อเพ มศ กยภาพของช มชนโดยการกระต นการลงท นผ านทางส งคมและธ รก จ) การกาหนดให เครด ตทางภาษ ของการลงท นเพ อช มชน การให ความช วยเหล อของภาคร ฐแก กองท นร วม พ ฒนาช มชน และสน บสน นการพ ฒนาทางการเง นแก ช มชน โดยนโยบายหล กของการพ ฒนาก จการเพ อ ส งคมของภาคร ฐจาแนก ด งน (1) สร างว ฒนธรรมด านก จการเพ อส งคม ผ านการส อสารและเร ยนร ในส งคม เช น การเผยแพร แนวค ด หล กการและต วอย างก จการเพ อส งคมไปในวงกว าง ท งในหม คนร นใหม ท อย ในระบบการศ กษา 3-5

44 คนทางานและผ ส งอาย นอกจากการส อสารก บประชาชนแล วย งม การส อสารไปย งภาคธ รก จ และภาคร ฐ เพ อให ร จ ก โดยแสวงโอกาสท จะร วมม อก บก จการเพ อส งคมในล กษณะท เก ดประโยชน ก บท กฝ าย (win-win) ต วอย าง เช น การส งเสร มและสร างความตระหน กถ งการเป น Social Enterprise ให เพ มมากข นใน กล มเยาวชน ซ งเป นอ กหน งนโยบายของร ฐท สน บสน นการศ กษาในโรงเร ยนผ านเง นท นก จกรรมทาง CSR 180 ล านปอนด โดยจ ดการแข งข น Make Your Mark สาหร บเยาวชนคร งแรกในป 2006 ม รางว ลให ก บ เยาวชนท เป น Social Enterprise ด เด น ปรากฏว าม น กเร ยนกว า 30,000 คนท วประเทศเข าร วมโครงการและ ค นเง นกล บให โครงการภายในหน งเด อน เม อส นส ดโครงการคาดว าม การเก ดม ลค าเพ มในระบบเศรษฐก จ ถ ง 1.2 ล านปอนด ด วยเง นเพ ยง 10 ปอนด ของเด ก 30,000 คนด งกล าว เคมเปญน ได ร บความยอมร บมากกว า ม ประส ทธ ภาพและค มค าในการสร างการร บร เร ยนร ในก จการเพ อส งคม (2) การพ ฒนาศ กยภาพของก จการเพ อส งคม โดยเฉพาะการสน บสน นให เก ดองค กรกลาง จานวนมากท สามารถเข าไปช วยก จการเพ อส งคมในการพ ฒนาศ กยภาพแต ละด าน เช น การวางแผนธ รก จ การจ ดการทางการเง น ภาษ กฏหมาย การตลาด การระดมท น รวมท งม ความร วมม อก บหลายหน วยงานใน การจ ดการฝ กอบรมประเด นด งกล าว (3) การพ ฒนาช องทางการเข าถ งเง นท นต างๆ เช น การพ ฒนากองท นสน บสน นก จการเพ อ ส งคมท งขนาดเล ก กลาง และใหญ รวมท งการพ ฒนากลไกการเง นในล กษณะเร ยกว า Wholesale Bank คล าย ก บกองท นขนาดใหญ ท สามารถปล อยก ให สถาบ นการเง นด านส งคม และนาไปลงท นในก จการเ พ อส งคม ต างๆ การเป ดโอกาสให ทางานก บองค กรภาคร ฐ เช น กรณ กระทรวงสาธารณส ขท เห นว าก จการเพ อ ส งคมสามารถช วยเสร มระบบบร การส ขภาพและกลไกการสร างเสร มส ขภาพอย างม ประส ทธ ภาพ ย งย นและ สามารถลดการลงท นของร ฐในประเด นด งกล าว จ งเก ดการพ ฒนากองท นเพ อก จการเพ อส งคมในประเด น ส ขภาพ ซ งม กระทรวงสาธารณส ขเป นผ ลงท นหล ก อ กหน วยงานหน งท ให ความสนใจ ค อ กระทรวง ย ต ธรรม พบว าก จการเพ อส งคมสามารถใช เป นเคร องม อในการด แล ฟ นฟ และพ ฒนาอาช พให ก บน กโทษ รวมท งผ ท เพ งถ กปล อยต วได อย างม ประส ทธ ภาพเม อเปร ยบเท ยบก บโครงการคล ายก นท กระทรวงเป น ผ ดาเน นการเอง โดยเฉพาะประส ทธ ภาพของก จการเพ อส งคมในการลดอ ตราท น กโทษจะกล บเข าไปใน วงจรอาชญากรรมอ กคร งจนต องถ กจ บและเข ามาในกระบวนการย ต ธรรมอ กซ งเป นค าใช จ ายมหาศาล ของ 3-6

45 ภาคร ฐ นอกจากน ย งม การปร บปร งและทาค ม อกระบวนการจ ดซ อเพ อเป ดโอกาสให ก จการเพ อส งคมเข า มาร วมแข งข นเสนอราคาในงานของร ฐอย างย ต ธรรมและโปร งใสด วย องค กร หน วยงาน และเคร อข ายเก ยวข องก บก จการเพ อส งคมม การรวมต วก นเป นองค กรต ว เร ยกว า Social Enterprise Coalition ทาหน าท สร างความเช อมโยงร วมม อในหม เคร อข ายและองค กร ภายนอก โดยต วอย างของ Social Enterprise ท เป นท ร จ กก นด ในประเทศอ งกฤษ เช น The Big Issue ภ ตตาคาร Fifteen บร ษ ทช อกโกแลต Divide Chocolate เป นต น อ งกฤษม Social Enterprise มากถ ง 62,000 แห ง รวมก นแล วม รายได 27 พ นล านปอนด ค ดเป นร อยละ 1 ของ GDP ในประเทศอ งกฤษ และจากผล ส ารวจความค ดเห นประชาชนอ งกฤษพบว าม ถ งร อยละ 30 ท ต องการทางานให ก บองค กรแบบ Social Enterprise เพราะได ร บผลตอบแทนเหม อนภาคเอกชน แต ทางานม ความหมายกว า 3.2 ประเทศส งคโปร ส งคโปร เป นประเทศในภ ม ภาคเอเช ยท ม การสน บสน น Social Enterprise อย างเด นช ด โดยม การจ ดต ง Ministry of Community Development Youth and Sports (MCYS) ท ม งช วยเหล อคนส งคโปร ท ม รายได ต าให สามารถช วยเหล อตนเองได โดยการจ ดต งกองท นก จการเพ อส งคม (Social Enterprise Fund) หร อ SEF กองท นเหล าน เป นผ ให เง นท นสน บสน นเร มต นสาหร บผ ประกอบการเพ อส งคม ส งคโปร ได ออก นโยบายความช วยเหล อด านต าง ๆ เพ อกระต นความส มพ นธ ระหว างร ฐบาลก บองค กรช มชนและ ผ ด อยโอกาส รวมถ งการจ ดต งคณะกรรมการ Social Enterprise Committee (SEC) โดยม เป าหมายเพ อ กระต นความร บผ ดชอบทางส งคมของธ รก จ การสร างก จการเพ อส งคมท ม ความชานาญด านส งแวดล อมและ สร างว ฒนธรรมการเป นผ ประกอบการเพ อส งคม นอกจากน ส งคโปร ย งให การสน บสน นเยาวชน เช นเด ยวก บอ งกฤษและแคนาดา โดยม The National Youth Council (NYC) ท ม งพ ฒนาผ นาเยาวชนและ ความสร างสรรค จ ดทาโครงการ Young Change Makers (YCM) สน บสน นเยาวชนท ม อาย ระหว าง ป ท งรายบ คคลหร อเป นกล ม เพ อให เก ดการทาประโยชน แก ช มชนท องถ น และ Youth Leadership Development Grant (YLDG) โดย NYC เป นผ ให เง นท นสน บสน นพ ฒนาความสามารถของผ นาเยาวชน ให สามารถเข าไปช วยเหล อช มชนได นอกจากน นกระทรวงศ กษาธ การของส งคโปร ย งได จ ดเทศกาล Singapore Youth Festival (SYF) เป นเทศกาลประจาป เพ อเฉล มฉลองความสาเร จของเยาวชนท ได เข าร วมก จกรรม Co-Curricular Activities (CCAs) และความเป นผ นา 3-7

46 4. ผ ประกอบการเพ อส งคมในประเทศไทย ผลจากการเก ดแนวค ดก จการเพ อส งคม ทาให เก ดการต นต วในการทาก จการเพ อส งคม ส งเกตได จากองค กรท เคยดาเน นการในร ปสมาคม ต างห นมาทาธ รก จในล กษณะก จการเพ อส งคม เพ อหาเง นมาใช จ าย ในการดาเน นงานในส วนท ทาเพ อส งคม เพ อต ดป ญหาท ต องพ งพาเง นจากการบร จาคและจากต างประเทศท ไม สม าเสมอและม แนวโน มลดลง ทางออกในการแก ไขป ญหาก ค อการก อต งก จการท ดาเน นแบบธ รก จ เอกชน เพ ยงแต ล กษณะของธ รก จเน นไปในเช งส งคม และบางแห งแม เน อหาไม ได ม งไปในเช งส งคม แต ก นาเง นกาไรมาใช ในก จกรรมเพ อส งคม จากการท ผ ประกอบก จการเพ อส งคมส วนใหญ มาจาก NGO จ งอาจจะย งขาดความเช ยวชาญด าน การบร หารจ ดการเช งธ รก จ ม ข อจาก ดด านเง นท น จ งทาให ประสบความสาเร จไม มากเท าท ควร และบางแห ง ถ งก บไม สามารถดาเน นการเพ อให บรรล เป าหมายท วางไว การสร างความเข มแข งให ก บธ รก จเหล าน ในด าน การบร หารจ ดการจ งเป นส งสาค ญ รวมท งการสน บสน นด านเง นท นก เป นส งสาค ญ เน องจากธ รก จเพ อส งคม ส วนใหญ ผลตอบแทนไม จ งใจ ประกอบก บไม ม หล กประก น และม จ ดอ อนด านการบร หารจ ดการ ทาให สถาบ นการเง นไม ปล อยเง นก การดาเน นก จการเพ อส งคมในป จจ บ นย งไม ได ม การสน บสน นพ เศษแตกต างจากธ รก จท วไป จ งทา ให ผ สนใจเข ามาทาธ รก จเพ อส งคมม ไม มาก การใช มาตรการจ งใจให ม ผ สนใจทาก จการเพ อส งคมมากข น สามารถดาเน นการได ด วยมาตรการด านภาษ โดยให ส ทธ ประโยชน ด านภาษ แก ก จการเพ อส งคม รวมถ ง มาตรการอ นๆ เช น มาตรการสน บสน นให ก จการเพ อส งคมสามารถเข าถ งแหล งเง นท นได ง ายข น การพ ฒนา ศ กยภาพด านการบร หารจ ดการด านต างๆ เป นต น การดาเน นก จการเพ อส งคมในป จจ บ นในประเทศไทย แม จะม การต นต ว และม การจ ดต งก นมากข น แต ก ย งม ไม มากน ก ส วนใหญ ย งเป นก จการขนาดเล กท ดาเน นโดยกล มท ม ประสบการณ จากการช วยเหล อ พ ฒนาส งคมในบทบาทของ NGO มาก อน ย งไม ม ภาคธ รก จท ให ความสนใจเข ามาทาก จการเพ อส งคมอย าง จร งจ ง และย งไม ม ก จการเพ อส งคมขนาดใหญ ท สามารถช วยเหล อผ ด อยโอกาสเป นจานวนมาก ๆ ด งเช น กรณ ธนาคารกราม น ธนาคารเพ อคนจน ท ก อต งโดยนายโมฮ มหม ด ย น ส น กเศรษฐศาสตร ชาวบ งคลาเทศท ได ร บรางว ลโนเบลสาขาส นต ภาพในป ค.ศ ซ งป จจ บ นธนาคารกราม นขยายสาขาออกท วประเทศ บ งกลาเทศ ม สาขารวม 2,226 แห ง เป นต น 3-8

47 ต วอย างร ปแบบและประเภทของก จการเพ อส งคมในประเทศไทย เช น เคร อข ายองค กรช มชน เช น กล มออมทร พย คลองเป ยะ กล มส จจะออมทร พย คร ชบ ยอดแก ว เป นองค การการเง นช มชน เป นต น องค กรสาธารณประโยชน เช น โครงการดอยต ง ม ลน ธ แม ฟ าหลวง และร าน Cabbages & Condoms เป นธ รก จท จ ดต งเพ อทางานเพ อส งคม หน วยราชการและร ฐว สาหก จ เช น ม ลน ธ โรงพยาบาลอภ ยภ เบศร ผ ประกอบการใหม ท บ กเบ กโดยผ ประกอบการเพ อส งคม เช น น ตยสาร BE และบร ษ ท Open Dream เป นต น ธ รก จเอกชนท วไปท ม การทาเร อง CSR บางธ รก จม การต งองค กรเพ อเช อมโยงก บเคร อข าย ช มชน เช น ร านเลมอนฟาร ม เป นต น สถาบ นการศ กษา เช น โรงเร ยนร งอร ณ Thai Tribal Crafts Fair Trade 5. ภาคร ฐก บการส งเสร มก จการเพ อส งคม ร ฐบาลได จ ดต งคณะกรรมการสร างเสร มก จการเพ อส งคมข น ม ศ นย ค ณธรรมเป นเลขาน การ เพ อ สร างการร บร และสร างความเข าใจถ งความหมาย บทบาทของก จการเพ อส งคมต อการพ ฒนาประเทศอย าง ย งย น โดยร ฐบาลเน นความร วมม อเอ อเฟ อต อก นไม เบ ยดเบ ยนระหว างก จการต าง ๆ เป นฐานในการสร าง ระบบเศรษฐก จแบบใหม อย างเป นร ปธรรม เพ อแก ไขป ญหาส งคม ส ขภาวะ และส งแวดล อมควบค ไปก บ การสร างรายได ให องค กร เช อว าจะเป นทางหน งในการพ ฒนาประเทศอย างย งย น ท ม ท งรายได ความ เจร ญก าวหน าและไม สร างป ญหาให ส งแวดล อม ทาให ส งคมอ ดมไปด วยทร พยากรท ม ค ณค าและประชาชน ม ความส ข ร ฐบาลได จ ดทาแผนแม บทสร างเสร มก จการเพ อส งคม (พ.ศ พ.ศ. 2557) โดยกาหนด ย ทธศาสตร 3 ด าน ค อ 1 (1) การสร างการร บร และเร ยนร เร องก จการเพ อส งคมในประเทศไทย ม มาตรการในการเช อมโยง ก บสถาบ นการศ กษา การพ ฒนาหล กส ตรท เน นแผนธ รก จเพ อส งคม ส งเสร มการส มมนาการประช ม 1 เด นหน าแผนปฏ ร ปประเทศ ด งเอกชนทาก จการเพ อส งคม, กร งเทพธ รก จ, ว นพฤห สบด ท 13 พฤษภาคม พ.ศ

48 ท เก ยวข องก บก จการเพ อส งคม การจ ดประกวดต นแบบก จการเพ อส งคมในประเทศไทย และการพ ฒนา ฐานข อม ล (2) พ ฒนาร ปแบบและการส งเสร มข ดความสามารถของก จการเพ อส งคม การเช อมโยงก บศ นย บ มเพาะต างๆ ท ม อย แล ว จ ดต งศ นย บ มเพาะก จการเพ อส งคมในองค กรภาคร ฐโดยเฉพาะ และการพ ฒนา เคร อข ายศ นย บ มเพาะธ รก จของมหาว ทยาล ยให ม เน อหาและศ กยภาพเพ อบ มเพาะก จการเพ อส งคม การพ ฒนาร ปแบบเฉพาะก จการเพ อส งคมในประเทศไทย และการยกร างหร อแก ไขกฎหมายท เก ยวข อง (3) พ ฒนาช องทางการเข าถ งแหล งเง นท นและทร พยากรสาหร บก จการเพ อส งคม เน องจากก จการ เพ อส งคมม กประสบป ญหาในการเข าถ งแหล งเง นท น เน องจากสถาบ นการเง นย งย ดต ดอย ก บร ปแบบเด ม ค อต องใช หล กทร พย ในการค าประก น จ งจาเป นต องม กลไกในการทาให เก ดการสน บสน นเง นในร ปแบบ ใหม ๆ โดยภาคร ฐให การสน บสน นแก ก จการเพ อส งคมโดยสร างกฎระเบ ยบท เอ อต อการดาเน นงานและ นโยบายสน บสน นทางการเง นท งในร ปเง นให เปล า กองท นรวม และดอกเบ ยเง นก ต า เคร องม อลดความเส ยง หร อการจ ดต งกองท น Social Enterprises จ ดทากฎหมายจดทะเบ ยนเป น Social Enterprises และส งเสร ม นโยบายทางภาษ เช น การให ส ทธ ประโยชน ทางภาษ Social Enterprise เพ อเป นการส งเสร มให เก ดการสร าง ผ ประกอบการ Social Enterprise ใหม ในประเทศให มากข น โดยเป าหมายและกรอบระยะเวลาการทางาน ค อ (1) ระยะส น ภายใน 1 ป ทาเร องกลไกการทางานก บภาคร ฐท ย งย น โดยจ ดต งสาน กงานสร างเสร ม ก จการเพ อส งคม การสร างองค ความร การเช อมโยงก บมหาว ทยาล ย การเช อมโยงเคร อข ายต วอย าง (2) ระยะกลาง ภายใน 3 ป ทาให ส งคมได ร บร เร ยนร เร องก จการเพ อส งคม และบทบาทก จการ เพ อส งคมในการข บเคล อนแก ป ญหาส งคมและพ ฒนาประเทศ โดยก จการเพ อส งคมสามารถเข าถ งแหล งท น และทร พยากรเพ อการก อต ง ขยายขนาดก จการหร อขยายแนวค ดธ รก จเพ อส งคมอย างย งย น (3) ระยะยาว ภายใน 5 ป เก ดก จการเพ อส งคมจานวนมาก และหลากหลายท งในเช งพ นท และ เช งประเด น ม ส ดส วนก จการเพ อส งคมท เพ มข น ประมาณ ร อยละ 20 ต อป 3-10

49 รายงานการศ กษาฉบ บสมบ รณ (Final Report) 6. นโยบายสว สด การส งคม นโยบายสร างร ฐสว สด การของร ฐบาลนายอภ ส ทธ เวชชาช วะ นายกร ฐมนตร ต งแต เข าบร หาร ประเทศต นป พ.ศ.2552 ปรากฏว าม นโยบายในล กษณะสว สด การส งคมมากมายท ใช งบประมาณเพ อดาเน น โครงการต าง ๆ ไปแล วราว 3 แสนล านบาท ม ท งโครงการท ม ผลผ กพ นต องบประมาณระยะยาวและ โครงการระยะส นเพ อแก ป ญหาเฉพาะหน า รวมไปถ งการจ ดสว สด การในล กษณะการลดภาระค าครองช พ 2 เม อจาแนกนโยบายจ ดระบบสว สด การส งคมของร ฐบาล ประกอบด วย 8 กล มหล กด งน กล มท 1 เป นการจ ดสรรงบประมาณให ประชาชนโดยตรงแบบถาวร ซ งเป นรายจ ายประจาใน งบงบประมาณแต ละป 27, ล านบาท เช น โครงการส งเสร มอาสาสม ครสาธารณส ขประจาหม บ าน โดยร ฐบาลได จ ายค าตอบแทนแก อาสาสม ครสาธารณส ขประจาหม บ านในป พ.ศ จานวน 976,343 คน งบประมาณ 3, ล านบาท การช วยเหล อเบ ยย งช พผ ส งอาย ท ม อาย 60 ป ข นไปคนละ 500 บาท ในป พ.ศ จานวน 5.44 ล านคน เป นเง น 21,963 ล านบาท และการช วยเหล อเบ ยย งช พคนพ การ คนละ 500 บาท จานวน 982,460 คน ท เร มเบ กจ ายในเด อนเมษายน พ.ศ ใช งบประมาณป ละ ล านบาท รวมถ งการปร บข นเง นเด อนข าราชการในช วงคร งป หล งป งบประมาณ 2554 งบประมาณ 1.3 หม นล านบาท กล มท 2 การจ ดสรรงบประมาณอ ดหน นรายห วในโครงการสว สด การส งคมด านการศ กษาและ สาธารณส ข ประมาณ 108, ล านบาท ได แก โครงการเร ยนฟร 15 ป โดยสน บสน นตาราในว ชาหล ก ให แก โรงเร ยน จ ดให ม ช ดน กเร ยน อ ปกรณ การเร ยนฟร และสน บสน นค าใช จ ายอ น ๆ ให แก น กเร ยน ท วประเทศ 12,474,611 คน งบประมาณ 19, ล านบาท โครงการหล กประก นส ขภาพถ วนหน า เพ มการจ ดสรรงบอ ตราเหมาจ ายรายห วจาก 2,202 บาท ในป พ.ศ เป น 2, บาท ในป พ.ศ หร อเพ มข น 199 บาท ครอบคล มประชากร ล านคน งบประมาณรวม 89, ล านบาท กล มท 3 การจ ดสรรงบประมาณส าหร บเกษตรกร ในโครงการประก นรายได เกษตรกร ม เกษตรกร ท ทาส ญญาประก นรายได เกษตรกรผ ปล กข าวนาป ม นสาปะหล ง และข าวโพดเล ยงส ตว จานวน 3.95 ล านราย รวมงบประมาณท ใช ในป พ.ศ จานวน 27,943 ล านบาท กล มท 4 การจ ดสรรงบประมาณสาหร บกองท นสว สด การส งคมต าง ๆ วงเง นรวมประมาณ 19,095 ล านบาท ประกอบด วย การเพ มวงเง นกองท นให ก ย มเพ อการศ กษาเพ มอ ก 10,000 ล านบาท จาก 26,000 2 กร งเทพธ รก จ ฉบ บว นท 5 กรกฎาคม พ.ศ

50 รายงานการศ กษาฉบ บสมบ รณ (Final Report) ล านบาท เป น 36,000 ล านบาท การจ ดสรรงบประมาณให สถาบ นพ ฒนาองค กรช มชน กระทรวงการพ ฒนา ส งคมและความม นคงของมน ษย ใช ส าหร บก อสร างท อย อาศ ยของคนจนเม อง ในโครงการบ านม นคง ในป งบประมาณ พ.ศ จานวน 3,000 ล านบาท โครงการส งเสร มการจ ดต งกองท นสว สด การช มชน โดยร ฐบาลสน บสน นงบประมาณ ล านบาท เพ อสมทบเข ากองท นสว สด การช มชน ในอ ตรา 1 ต อ 1 จานวน 5,100 กองท นท วประเทศ การจ ดต งกองท นเศรษฐก จพอเพ ยง 21,716 หม บ าน งบประมาณ 5, ล านบาท กล มท 5 การจ ดสรรงบประมาณช วยเหล อในโครงการระยะส น ประมาณ 24,803 ล านบาท ประกอบด วย โครงการเช คช วยชาต เพ อช วยเหล อค าครองช พแก ผ ประก นตนในระบบประก นส งคมและ เจ าหน าท ของร ฐ จานวน 17,903 ล านบาท โครงการเพ มศ กยภาพผ ว างงาน เพ อสร างม ลค าเศรษฐก จและ ส งคมในช มชนหร อโครงการต นกล าอาช พ เพ อฝ กอบรมคนว างงานจานวน 319,658 คน งบประมาณ 6,900 ล านบาท ไม รวมงบประมาณช วยเหล อในช วงเหต การณ ความไม สงบอ กราว 1,000 ล านบาท ลดค าครองช พ 3.71 หม นล านบาท กล มท 6 การจ ดสรรงบประมาณสาหร บลดค าครองช พของประชาชน ในมาตรลดภาระค าครองช พ ของประชาชนต งแต เด อนก มภาพ นธ พ.ศ ถ งป จจ บ นท ครม.ม มต ให ขยายระยะเวลาดาเน นโครงการ จนถ งส นเด อน ธ.ค.น ใช งบประมาณรวมท งส น 37, ล านบาท แบ งเป นโครงการน าประปาฟร ต งแต 1 ก มภาพ นธ พ.ศ ถ ง 31 ม นาคม พ.ศ จานวน 7, ล านบาท โครงการค าไฟฟ าฟร ต งแต 1 ก มภาพ นธ พ.ศ ถ งส นเด อนธ นวาคม พ.ศ จานวน 23, ล านบาท โครงการรถเมล ฟร ต งแต 1 ก มภาพ นธ พ.ศ ถ งส นเด อนธ นวาคม พ.ศ จานวน 4, ล านบาท และโครงการรถไฟฟร จานวน 1,851 ล านบาท แก ป ญหาหน ท งใน-นอกระบบ หม นล านบาท กล มท 7 ได แก การแก ไขป ญหาหน ส น ท งการแก ไขป ญหาหน นอกระบบ การปร บโครงสร างหน และฟ นฟ อาช พของเกษตรกรท เป นสมาช กกองท นฟ นฟ และพ ฒนาเกษตรกร ท เป นหน ไม ก อให เก ดรายได (เอ นพ แอล) ด วยการพ กชาระเง นต นคร งหน งหร อร อยละ 50 และดอกเบ ยท งหมดไว ก อน แล วให เกษตรกร ผ อนชาระหน ต นเง นก ท เหล อจานวนร อยละ 50 ให หมดภายในระยะเวลาไม เก น 15 ป ก จะได ร บการยกเว น ไม เก บเง นต นและดอกเบ ยท พ กไว ท งหมด ใช งบประมาณไปแล วราว 10,000 ล านบาท การให ความช วยเหล อเกษตรกรประมาณ 9 แสนราย ท ประสบป ญหาภ ยแล ง จนทาให ขาดรายได ไป ประมาณ เด อน ส วนใหญ เป นล กหน ของ ธ.ก.ส. จะได ร บการพ กชาระหน ให เป นเวลา 1 เด อน และงด 3-12

51 ค ดอ ตราดอกเบ ยจานวน 1 เด อนคร ง โดยร ฐบาลจะจ ดงบประมาณเพ อชาระส วนต างของดอกเบ ยค นให ก บ ธ.ก.ส.ค ดเป นวงเง นประมาณ ล านบาท กล มท 8 การกระจายการถ อครองท ด น โดยมอบเอกสารส ทธ ส.ป.ก ใน 2 ส วน ค อ ท ด นของ ร ฐ จานวน 103,402 รายพ นท 1.45 ล านไร และท ด นเอกชน 29,550 ราย พ นท 489,900 ไร ใน 39 จ งหว ด และจ ดท ด นเพ อท อย อาศ ยแก เกษตรกร 58,565 ราย พ นท 36,092 ไร และออกหน งส ออน ญาตให เข าทา ประโยชน ในท ด น กสน. 3 แก สมาช กน คมสหกรณ จานวน 1,599 ราย พ นท 17,007 ไร และ กสน. 5 จานวน 3,609 ราย พ นท 52,304 ไร นอกจากน ย งม การนาท ด นราชพ สด จานวน 1 ล านไร เพ อให เกษตรกรเช าทาการเกษตร ได ดาเน นการแล วในป พ.ศ.2552 จานวน 114,376 ไร จานวนเกษตรกร 6,894 ราย และในป พ.ศ ได ต งเป าหมายดาเน นการต อเน องจานวน 50,000 ไร 7. ความค ดเห นด านการลดความเหล อมล าทางส งคม กรณ เหต การณ ช มน มท ราชประสงค ได จ ดประเด นให ท กฝ ายห นมาให ความสนใจเร องการปฏ ร ป ประเทศไทยอย างจร งจ งและเป นท มาของ "โรดแมป" ปรองดองของร ฐบาล โดยเฉพาะป ญหาความเหล อม ล าด านรายได ส ทธ และการเข าถ งโอกาสในส งคมไทย ซ งเป นท ยอมร บว าม มานาน แต ไม ได ร บการด แล แก ไขอย างจร งจ ง ไม ว าจากร ฐบาลย คใด การแก ป ญหาท ด ท ส ด ค อ การแก ท เหต แห งป ญหา ถ าความเป น ธรรมม จร ง ก ไม ม ใครสามารถใช ความเป นธรรมเป นเคร องม อในการสร างว กฤตได น นค อ ท มาการจ ด เสวนาในห วข อ "เศรษฐก จเต บโตไม ได ภายใต ส งคมท ล มเหลว" จ ดโดยเคร อข ายประชาชน คณะกรรมการ น กธ รก จเพ อส งแวดล อมไทย และเคร อข ายธ รก จเพ อส งคมและส งแวดล อม เม อว นท 12 ม ถ นายน พ.ศ ในเวท เสวนาและผ ท มาร วมร บฟ ง ม ต วแทนจากท กภาค เข าร วมแสดงความค ดเห นท หลากหลาย ท งม ต การ มองป ญหาและการแก ป ญหา แต ม "จ ดร วม" ตรงก นว า ถ งเวลาต อง "ปฏ ร ป" ประเทศไทยอย างจร งจ งแล ว "สมเก ยรต ต งก จวาน ช" รองประธานสถาบ นว จ ยเพ อการพ ฒนาประเทศไทย (ท ด อาร ไอ) มองว าป ญหาความ เหล อมล าของส งคมไทยม หลายทางเล อก แต ม ทางเด ยวท เหมาะสมก บไทย ค อ ต องกระจายรายได โดยใช นโยบายร ฐสว สด การ ทาให ประชาธ ปไตยม นคง เหม อนอย างประเทศตะว นตก ถ าจะป ดช องว างคนเม องคน ชนบท ป ดช องว างชนช น ป ดช องว างรายได เป นความจาเป นเร งด วนท ต องทา 2 อย าง ค อ เร องส ทธ ต องม หล กค าประก นส ทธ และการบ งค บใช ให ส ทธ น นเป นไปได ต องม สว สด การเป นห วใจการแก ป ญหาความ ข ดแย งในอนาคต สาหร บประเทศไทย นายท นไทย น กธ รก จไทย น าจะม บทบาทเป นเสม อน "โซ ข อกลาง" 3-13

52 ในการเป นต วเช อมระหว าง คนท ด อยส ทธ ในส งคมซ งอย นอกระบบ ก บคนช นนาในส งคม โดยม ว ธ เช อมได 2 ว ธ ค อ 3 (1) ทาธ รก จอย างม ความร บผ ดชอบต อส งคม หร อ CSR กล มธ รก จจะช วยลดความเหล อมล าทาง ส งคมได (2) ร ฐบาลต องผล กด นกฎหมาย และสามารถบ งค บใช กฎหมาย อาท เช น การค มครองส งแวดล อม การฝ กอบรมแรงงาน ผล กด นให ม นโยบายสาธารณะ ความเป นธรรมในการแข งข น จะต องไม ท จร ต คอร ร ปช น คนช นกลาง และน กธ รก จขนาดเล ก หร อน กธ รก จท ม จ ดประสงค ต องการปฏ ร ประบบจะม โอกาสและบทบาทสาค ญมากในการลดความเหล อมล าของส งคมไทย สมเก ยรต พ นภ ย ต วแทนเคร อข ายภาคประชาชน ช ให เห นว าป ญหาใหญ ของชาวบ าน ค อ เร องท ด น เพราะพ น องประชาชนส วนหน งเข าไม ถ งทร พยากร โดยเฉพาะท ด น แต น กการเม อง ผ ม อ ทธ พล กล บม ท ด น 100 ไร 1,000 ไร แต ประชาชนหลายแสนคนไม ม ท ด น ส งคมมองเห นหร อไม ปร ดา คงแป น ต วแทนม ลน ธ ช มชนไท ระบ ว า ขณะน ป ญหาท ใหญ ท ส ดค อเร องท ด น จากข อม ล พบว าม คนประมาณร อยละ 10 ท ถ อครองท ด นมากกว า 100 ไร อ กร อยละ 90 ถ อครองท ด นโดยเฉล ยไม เก น 1 ไร ป ญหาท ด นในขณะน ค อ ม ประมาณ 1 ล านครอบคร วท ม ท ด นพ พาทก บท ด นร ฐ จากการประกาศเขตป า สงวนฯ เขตอ ทยานแห งชาต ทาให ไปท บท หม บ าน หร อหม บ านท บท ป าก ไม ทราบได ประเด นน ชาวบ าน เสนอว าต องทาแผนท พ พาทระหว างร ฐก บช มชน เพราะว าม นม การต ดต นไม เพ กถอนเอกสารส ทธ และจ บ ดาเน นคด ชาวบ าน มณเฑ ยร บ ญต น อ ปนายกสมาคมคนตาบอดแห งประเทศไทย ม ความเห นสน บสน นแนวค ดเร อง Social Enterprise หร อ Social Entrepreneur ท ร ฐจาเป นต องส งเสร ม เพราะเช อว าเป นทางออกหน งของการ ลดป ญหาความเหล อมล า นว ตกรรมท งหลายท เก ดจาก Social Entrepreneur จะเป นแรงด งทร พยากรท เคยถ ก จ ดสรรไม เป นธรรม ลงไปกระจายส ท องถ นได มากข น 8. กรณ ศ กษา : ผ ประกอบการเพ อส งคม ก จการเพ อส งคมท ดาเน นการอย ในประเทศไทย ท จ ดได ว าเข าข ายก จการเพ อส งคมย งม ไม มากน ก แต ก ม กรณ ต วอย างท น าสนใจ และสามารถใช เป นกรณ ศ กษาส าหร บการว เคราะห หาจ ดอ อน จ ดแข งของ 3 เศรษฐก จเต บโตไม ได ถ าส งคม...ล มเหลว ประชาชาต ธ รก จ ป ท 34 ฉบ บท 4219 ว นท 17 ม ถ นายน พ.ศ

53 ก จการเพ อส งคมเหล าน เพ อนาไปส การหามาตรการท เหมาะสมในการช วยเหล อเพ อสร างความเข มแข ง และ สร างแรงจ งใจให ม การดาเน นก จการในร ปของก จการเพ อส งคมมากข น ในบทท 4 จะเป นการศ กษาก จการ เพ อส งคมเป นกรณ ต วอย างในเช งล ก สาหร บในห วข อน จะเป นการนาเสนอกรณ ต วอย างท ส บค นจากเอกสาร ต างๆ ท งในประเทศและต างประเทศ (1) บร ษ ท สวนเง นม มา จ าก ด แรงบ นดาลใจในการก อต ง บร ษ ท สวนเง นม มา จาก ด เร มจากการค นพบ จ ดอ อน ขององค กร พ ฒนาเอกชน (NGOs) แบบเด ม ท ต องพ งพาแหล งท นภายนอก ไม สามารถสร างรายได เพ อเล ยงต วเอง ขณะท องค กรธ รก จก ม งเน นกาไร โดยละเลยส งคมจ งเป นแรงบ นดาลใจให สร างบร ษ ทท ม แนวค ดเท ยบเค ยง ก บคาว า ผ ประกอบการเพ อส งคม ข นมา นายส ล กษณ ศ วะร กษ กล าวถ งการเร มต นธ รก จด วยแนวค ดว า ถ าต องการทางานเพ อส งคม แต ต องรอการสน บสน นป จจ ยจากแหล งท นอาจไม เพ ยงพอหร อไม ม เลย หากทาธ รก จท สามารถเป นต ว ข บเคล อนงานด านส งคม ใส ใจป ญหาส งคม ช มชน ส งแวดล อม และศ กยภาพของมน ษย อ กท งสามารถ ก อให เก ดรายได ท จะกล บค นส ส งคม ช มชน และกล บไปสน บสน นองค กรไม หว งผลกาไร (NGO) ได น าจะ เป นแนวทางพ ฒนาท ย งย นอย างแท จร ง บร ษ ท สวนเง นม มา จาก ด ภายใต แกนนาของ อาจารย ส ล กษณ ก อต งเม อว นท 27 ม นาคม พ.ศ เพ อดาเน นธ รก จไปพร อมก บก จกรรมทางส งคม ประกอบด วย ผ ถ อห นท งจากองค กรด านส งคม และ น กธ รก จท ใส ใจป ญหาส งคม ช มชน และส งแวดล อม แนวค ดการทาธ รก จ บร ษ ท สวนเง นม มา จาก ด ดาเน นการผล ตหน งส อในแนว กระบวนท ศน ใหม ท งด านการศ กษา ศ ลปะ เศรษฐก จ ว ทยาศาสตร ฯลฯ ถ งแม จะไม ใช กระแสหล กของส งคม แต ก ม ตลาดเฉพาะของต วเอง ท สาค ญย งม ค แข ง ไม มากน ก เพราะต องใช ท งความสามารถในเช งธ รก จ ควบค ก บ ความสนใจเร องราวทางส งคม เคล ดล บส าค ญ ค อ การทาตลาดเช งส งคม (Social Marketing) เป นการ ประชาส มพ นธ หน งส อและบร ษ ท โดยไม ใช แค การถามและตอบ (Q&A) เหม อนก บบร ษ ทหน งส อท วไป แต ม กระบวนการแลกเปล ยนเร ยนร และก จกรรมทางส งคมควบค ไปด วยเสมอ ทาให ยากท ค แข ง จะเข ามา แย งช งตลาดได เพราะขาดความเข าใจท ล กซ งและความพร อมท จะลงท นในจ ดแข งน จนกระท งป จจ บ น บร ษ ทสามารถเผยแพร กระบวนท ศน ใหม ทางส งคมและส งแวดล อมในวงกว าง อย างไรก ตาม หน งส อน บ 100 เล มท พ มพ จาหน ายน น ย งคงเป น หน งส อแปล ถ งร อยละ 80 ด งน นว ส ยท ศน ของบร ษ ทท นอกจาก พยายามผล กด น กระบวนท ศน ใหม โดยผ านส อและก จกรรมท หลากหลายแล ว ย งต องการพ ฒนาคนร น 3-15

54 รายงานการศ กษาฉบ บสมบ รณ (Final Report) ใหม ให สามารถผล ตผลงานในเช งกระบวนท ศน ด านส งคมและส งแวดล อมให เพ มมากข นท งในเช งปร มาณ และค ณภาพ โดยหว งว าความค ดและเคร อข ายท บร ษ ทได พ ฒนามาหลายป จะช วยทาให เก ด น กเข ยนหน า ใหม เพ มมากข น แน นอนว า รากฐานของการเข ยน ค อ การอ าน สาน กพ มพ จ งย งคงเร งพ ฒนา เผยแพร และ จ ดก จกรรมอย างต อเน อง เพ อทาให ส งคมไทยเป น ส งคมอ ดมป ญญา (Wisdom Society) ทาให ความ แตกต างระหว างสวนเง นม มาก บธ รก จท วไป ค อ การต งต นจาก ใจ ใจนา ธ รก จตาม ไม ม งเน นการหาผล กาไรเป นหล ก ขณะท บร ษ ทท วไปม กจะต งบร ษ ทโดยม งเน นการหาผลกาไร เม อทาก จการไปได ส กระยะ หน งจ งมาสนใจท จะทาก จกรรมเพ อส งคมหร อ CSR ส งท ม งหว ง ค อ การเป นแรงกระต น เพ อสร างกระแส ให เป นแนวทางแก องค กรธ รก จอ น ช วงเร มต นหน งส อท พ มพ ออกมาขายได ไม มากน ก กว าจะพ มพ ซ าคร งท 2 ก ผ านไป 5 ป แต ป จจ บ นหน งส อท พ มพ ออกมาม เก นกว า 100 เล มแล ว และบางเล มสามารถพ มพ ซ าได ภายในเวลาไม ก เด อน โดยได ร บความสนใจจากสถาบ นต าง ๆ มาขอซ อคร งละมาก ๆ ต งแต ป พ.ศ สวนเง นม มา เร มได ร บ ความสนใจจากองค กรต าง ๆ ท งการส งซ อหน งส อ การขอคาปร กษาในเร องการจ ดก จกรรมส มมนา จนกระท งได ร บ ท น จากสาน กงานกองท นสน บสน นการสร างเสร มส ขภาพ (สสส.) เพ อจ ดทาโครงการ เคร อข ายตลาดส เข ยว เพ อเผยแพร และสน บสน นการสร างเศรษฐก จส เข ยว (Green Economy) ให ประสบ ความส าเร จในประเทศไทย สวนเง นม มากาล งอย ในช วงวงจรแห งการเจร ญเต บโต และสามารถเผยแพร กระบวนท ศน ใหม ทางส งคมออกไปส สาธารณะชนในวงกว างได อย างทรงพล ง ประเภทผล ตภ ณฑ /บร การ สวนเง นม มา ม งเน นการเผยแพร กระบวนท ศน ใหม ทางส งคม อย างครบวงจร ด งน นผล ตภ ณฑ และบร การจ งม หลากหลาย สามารถจาแนกตามประเภท ด งน (1) สาน กพ มพ พ มพ หน งส อ 8 ประเภทท เน นทางความค ด ม มมองและโลกท ศน ใหม ได แก หมวดการศ กษาองค รวม หมวดว ถ ช ว ตใหม หมวดธ รก จและผ นาใหม หมวดช วประว ต เพ อแรงบ นดาลใจ หมวดศ ลปะวรรณกรรมแห งช ว ต หมวดส งคมและการเปล ยนแปลง หมวดศาสนธรรมเพ อส งคมร วมสม ย และหมวดกระบวนท ศน ใหม (2) ร านหน งส อศ กษ ตสยาม เป นสถานท ส าหร บผ คนมาน งเล นได พล กอ านหน งส อ เป นการ บ มเพาะอ ปน ส ยร กการอ านหร อวางรากฐานว ฒนธรรมหน งส อให ม นคง ย งน กอ านร นใหม สนใจพ ดค ย ถกเถ ยงและอภ ปรายก นด วยป ญหาต างๆ ย งสมควรม ท ทางให ผ คนได ใช ต งแต ป พ.ศ สวนเง นม มา เปล ยนช อร านเป น สวนเง นม มา เพ อสร างแบรนด ท ช ดเจนให ก บผ บร โภค (3) ส นค าห ตถกรรมพ นบ าน เช น ผ าฝ ายไม ฟอก ย อมส ธรรมชาต ตามแบบแผนพ นบ าน ไม ม งเน นให เป นอ ตสาหกรรมเพราะอาจกระทบก บว ถ ช ว ตของชาวบ านซ งปกต จะปล กพ ชหม นเว ยน และทา 3-16

55 รายงานการศ กษาฉบ บสมบ รณ (Final Report) ห ตถกรรมตามฤด กาลท เน นให รายได แก ชาวบ านอย างย ต ธรรมและไม กดราคา ด วยเห นค ณค าของผล ตภ ณฑ ท ม ความเป นธรรมชาต และความ งามแท (4) จ ดส มมนา เสวนา ประช ม ตามประเด นด านส งคมและส งแวดล อมท ให ความสนใจ โดย เช ญผ เข ยนหน งส อของทางสาน กพ มพ มาปาฐกถาและเสวนาแลกเปล ยน โดยไม จาก ดท การประชาส มพ นธ หน งส อ แต ย งเป นการเผยแพร แนวค ดและสร างเคร อข ายของผ ท สนใจอ กด วย (5) โครงการพ เศษ เช น เคร อข ายตลาดส เข ยวท ได ร บท นจากส าน กงานกองท นสน บสน นการ สร างเสร มส ขภาพ (สสส.) เป นต น โอกาสการเต บโตทางธ รก จ ป จจ บ นม สาน กพ มพ เก ดข นมาแข งข นก นเป นจานวนมาก อย างไรก ตามกล มล กค าของ สวนเง นม มา ม ล กษณะเฉพาะค อนข างมาก ด งน นจ งม ค แข งไม มากน ก โดยเฉพาะคนท จะ ทาหน งส อประเภทน ได จะต องม ความร ความเข าใจก จกรรมเพ อส งคมเป นอย างด ทาให ยากท สาน กพ มพ ท วไป จะสามารถเข ามาแข งข นได ป ญหาสาค ญของ สวนเง นม มา จ งน าจะอย ท การขยายตลาดมากกว าความร นแรง จากการแข งข น โดยเฉพาะคนไทยย งค อนข างล าหล งในเร องก จกรรมเพ อส งคม แต ในอนาคตเม อกระแส เพ อส งคม ได เต บโตอย างย งย นในประเทศพ ฒนาก ม แนวโน มว าตลาดของสวนเง นม มาจะขยายออกไปอย าง กว างขวาง โดยในช วงท ผ านมาก ได พ ส จน ความจร งข อน เป นอย างด สวนเง นม มาได สร างรากฐานและ ตราส นค า (Brand) จนเป นท ร จ กของคนในวงกว างแล ว เม อบวกก บกระแสโลกท กาล งห นมาสนใจเร อง ก จกรรมเพ อส งคมและส งแวดล อม ก ย งทาให บร ษ ทม โอกาสเต บโตส งมาก บร ษ ทย งเล อกท จะส อสารก บ ผ บร โภคอย างกว างขวาง ผ านทางหน งส อ เว บไซต งานส มมนา และโครงการพ เศษ เช น เคร อข ายตลาดส เข ยว โครงการ GNH ท งหมดได ช วยทาให ธ รก จของสวนเง นม มาได ร บการต อยอดและบอกต อในกล มผ บร โภคท อาจ ม ความต องการและรสน ยมท แตกต างก นได ร จ กและกลายเป นล กค าของบร ษ ทมากย งข นในอนาคต สวนเง นม มา เช อว าการทาก จกรรมเพ อส งคมไม ควรปฏ เสธ ความงาม เหม อนก บท NGOs ส วนใหญ เช อถ อก น ด งน นสาน กพ มพ จ งให ความสาค ญก บ การออกแบบ หน งส อเพ อให ม ส นทร ยะและ เป นกลย ทธ ทางการตลาดท ทาให ส นค าของตนเองโดดเด นสะด ดตาจากค แข ง เม อวางเร ยงก นในร านหน งส อ ท วประเทศ ปร ชญาในการออกแบบท ใช ค อ วะบ -ซะบ ท เน นความงามท อ งก บธรรมชาต แสวงหา ส นทร ยะท ามกลางความไม ย งย นของสรรพส ง ย งกว าน นสาน กพ มพ ควรจะม บ คล ก เฉพาะต ว เพ อให คน จดจาได ในท ส ดก จะกลายเป นแฟนประจา โดยสวนเง นม มาจะเล อกพ มพ เฉพาะหน งส อท เข าก บบ คล ก น นค อ กระบวนท ศน ใหม ในเร องต างๆ ไม ว าจะเป นว ทยาศาสตร การศ กษา ศ ลปะ ฯลฯ นอกจากน สาน กพ มพ ย งม การทา Social Marketing ในร ปแบบต าง ๆ นอกจากสอดคล องก บอ ดมการณ ในการก อต ง สวนเง นม มาแล ว ย งช วยในการประชาส มพ นธ หน งส อของสาน กพ มพ อ กด วย 3-17

56 บทบาทการแก ป ญหาทางส งคม/ส งแวดล อม ป จจ บ นผล ตภ ณฑ และบร การของบร ษ ท ได ม ส วน ช วยแก ป ญหาทางส งคมและส งแวดล อม ด งน (1) หน งส อ เน องจาก บ คล ก ของสาน กพ มพ ค อ การเผยแพร กระบวนท ศน ใหม ทางส งคม ท งในเช งการศ กษา ว ทยาศาสตร ศาสนา ศ ลปะ เศรษฐก จ ส งแวดล อม ฯลฯ ป จจ บ นได ต พ มพ หน งส อออกมา เก นกว า 100 รายการแล ว บางรายการม การต พ มพ ซ าหลายคร ง องค กรต างๆ เช น มหาว ทยาล ย กระทรวง บร ษ ท ได ส งซ อไปเผยแพร ให ก บบ คลากร ย อมทาให เน อหาทางส งคม ท บร ษ ทต องการนาเสนอได ซ มซ บเข าไปในจ ตใจและความค ดของบ คลากรบางส วนย อมแปรเปล ยนเป นการกระทาทางส งคม (2) การปาฐกถาและเสวนา เน องจากบร ษ ทเข าใจถ ง ข อจาก ด หน งส อท ม อ ทธ พลต อจ ตใจ ของผ คน ด งน นจ งได ม การเช ญผ เข ยนมาร วมสนทนาก บน กอ าน เพ อเป ดโอกาสให ผ อ านท สนใจในเร อง เด ยวก นสามารถมาแลกเปล ยนสนทนาและต อยอดความร ก นได น าจะนาไปส การสร างกล มเคล อนไหวทาง ส งคมในอนาคตได น บว า หน งส อ และ วงเสวนา เป นการส อสารทางส งคมท สน บสน นก น ทาให แนวค ดเพ อส งคมและส งแวดล อม สามารถนาไปส การเปล ยนแปลงได มากกว าใช เพ ยงส อใดส อหน งเพ ยง อย างเด ยว หล งจากงานเสวนาหลายต อหลายคร งได ม ผ ฟ งจานวนหน งบ งเก ดแรงบ นดาลใจ และต ดต อเข ามา เพ อขอความช วยเหล อในการจ ดก จกรรมเพ อส งคม จ งน บว าบร ษ ทประสบความส าเร จในการสร างความ เปล ยนแปลงทางส งคมในระด บหน ง (3) เคร อข ายตลาดส เข ยว หล งจากท บร ษ ทสร างอ ทธ พลทางความค ดผ านต วหน งส อและวง เสวนามาระด บหน งแล ว จ งได ร บท นจากหน วยงานภายนอก เพ อให เป นต วกลางประสานเคร อข ายเพ อส งคม และส งแวดล อม โดยเฉพาะ เคร อข ายตลาดส เข ยว ได เป นต วกลางประสานระหว างผ ผล ต ผ บร โภค และ ตลาด ล าส ดได จ ดต ง ตลาดน ดส เข ยว บร เวณอาคาร Regent House โดยพ อค าแม ค าสามารถบร หารงาน ก นเองได นอกจากน ย งเข าไปให คาแนะนาก บผ ผล ตในการลดการใช สารเคม โดยเสนอความช วยเหล อด าน ตลาดและผ บร โภคให ก บผ ผล ตท เข าร วมโครงการ ป จจ บ น เคร อข ายตลาดส เข ยว ม ผ ประกอบการรายย อย เข าร วมโครงการ ราย ม สมาช กบอกร บข าวสารข อม ลหลายพ นคน โดยม แผนงานท จะขยายเคร อข าย ก จกรรม และนว ตกรรมใหม ๆ ออกไปในพ นท ต าง ๆ ท วประเทศ (2) บร ษ ท ธ รก จเพ อพ ฒนาการศ กษาและชนบท จ าก ด บร ษ ท ธ รก จเพ อพ ฒนาการศ กษาและชนบท จาก ด หร อ BREAD (Business for Rural Education and Development Co., Ltd.) ก อต งโดยค ณม ช ย ว ระไวทยะ เพ อให เป นองค กรธ รก จร ปแบบใหม 3-18

57 เร ยกว า "ธ รก จเพ อส งคม" (Business for Social Progress) หร อ Social Enterprise ม ว ตถ ประสงค เพ อหา รายได จากการดาเน นธ รก จไปใช ในการพ ฒนาค ณภาพช ว ตของช มชนในชนบทให ด ข น สมาคมพ ฒนาประชากรและช มชน ดาเน นการผ านองค กรเอกชนสาธารณประโยชน ทางด าน การศ กษา เก อก ลช ว ตและการพ ฒนาช มชนมากว า 30 ป องค กรเอกชนสาธารณประโยชน ต างๆ ในเคร อข าย ไม ว าจะเป น สมาคม ม ลน ธ ศ นย พ ฒนาชนบท โรงเร ยน ว ทยาล ย หน วยงานเหล าน ได ช วยเหล อและส งผลต อ ค ณภาพช ว ตของประชาชนจานวนมากม งให ม ช ว ตท ด ข น ผ านโครงการต าง ๆ มากกว า 200 โครงการ ทาหน าท ในพ นท ครอบคล ม 137 อาเภอ ใน 46 จ งหว ดท วประเทศ BREAD ก อต งในป พ.ศ.2552 เพ อหารายได จากธ รก จเพ อใช ในองค กรสาธารณประโยชน ใน เคร อข าย โดยนาผลกาไรท ได ท งหมดหล งห กสารองและขยายธ รก จแล วไปใช ในก จกรรมด านการศ กษาและ การพ ฒนาค ณภาพช ว ตในชนบท ย ดหล กทาธ รก จอย างโปร งใส ม ค ณธรรม จร ยธรรม ม จ ดย นช ดเจนในการ ช วยเหล อส งคมและพ ฒนาประส ทธ ภาพการทางานเท ยบเท าองค กรธ รก จเอกชนช นนา ธ รก จของ BREAD จ งม งจ ดหาและจาหน ายส นค า/บร การท สร างค ณค าเช งธ รก จแก องค กรธ รก จประเภทต าง ๆ และผ บร โภค โดยค ดสรรส นค าและบร การท ม ค ณภาพเป นหล ก ท ส าค ญ ค อ พ นธม ตรทางธ รก จท ม ส าน กร บผ ดชอบต อ ส งคมร วมก น ตลอดจนผ ประกอบการในช มชน รวมถ งงานฝ กอบรมส มมนาเพ อพ ฒนาองค กร และประสาน ก จกรรม CSR ต างๆ ต วอย างการดาเน นงานของ BREAD เช น โรงเร ยนลาปลายมาศพ ฒนา ต งข นท จ งหว ดบ ร ร มย เม อป พ.ศ โดยม ลน ธ เจมส คลาร คแห งประเทศอ งกฤษสน บสน นงบประมาณในการก อสร างและ ดาเน นการสอนต งแต ช นอน บาลถ งประถม โรงเร ยนน เป นการศ กษาแบบให เปล าเพ อสร างเยาวชนร นใหม ในชนบทให ได ร บโอกาสเข าถ งการศ กษาท ด โดยม ว ส ยท ศน ค อ ผ เร ยนเร ยนร อย างม ความส ขเต มศ กยภาพ เป นคนด และคนเก ง พร อมด วยค ณธรรม ภ ม ป ญญา ป จจ บ นย งเป นโรงเร ยนต วอย างของประเทศได ร บการ ประเม นจากคณะประเม นจากมหาว ทยาล ยแทสมาเน ย ออสเตรเล ย ว าเป นโรงเร ยนท ม ค ณภาพระด บโลกด วย เป นท มาของ "ข าวโรงเร ยน" ผล ตภ ณฑ ข าวหอมมะล 100% ในล กษณะข าวถ งเพ อการบร โภค โดยม BREAD เป นผ จ ดจาหน าย ข าวถ งน ผล ตโดยความร วมม อของน กเร ยน คร ผ ปกครองและช มชนใกล เค ยงของ โรงเร ยนลาปลายมาศพ ฒนา และวางจาหน ายท เซ นทร ลฟ ดฮอลล ท อปซ เปอร มาร เก ต ร านใบจาก และ ร านเลมอนกร น ม ท งขนาดใหญ และขนาดเล กท บรรจ เพ ยง 1 อ ม ด วยส ส นถ งท สดใส ท งส ฟ าท ส อถ งเพศชาย และส ชมพ ท ส อถ งเพศหญ ง ช สโลแกน "ข าวท กคา เพ อสร างเด กด และขจ ดความยากจน" การปล กข าวและ จาหน ายน เป นการช วยเหล อพ อแม เด กน กเร ยนท ปล กข าวก นมากในบร เวณโรงเร ยน จ งเป นการช วยท ง น กเร ยนและผ ปกครอง ส าหร บเง นรายได จากการขายข าวก จะได นากล บไปพ ฒนาโรงเร ยน ข าวโรงเร ยน ออกส ท องตลาด เด อนแรกม ยอดขายส งถ ง 5 พ นถ ง โดยต งเป าว าในอนาคตจะใส ความร เข าไปในถ งด วย เช น 3-19

58 อาจสอดแทรกเร องราวของความร ด านร ฐธรรมน ญ ส ทธ มน ษยชน ความร เร องเอดส และด วยขนาดเล ก พอเหมาะ จ งม แผนท จะทาข าวถ งส เหล องสาหร บใส บาตรด วย อ กธ รก จท เอ อต อส งคม ค อ ร านอาหารแคบเบจส แอนด คอนดอมส และโรงแรมเบ ร ดส แอนด บ ส แคบเบจส แอนด คอนดอมส ท พ ทยา ขนาด 54 ห องท เป ดบร การมา 7 ป ย งเป นรายได ท หม นเว ยน กล บไปช วยเหล อส งคมจานวนมาก ประเม นว าการจ ดหารายได จากท งภาคธ รก จและส งคมท ใช ไปในด าน CSR ไม ต ากว าป ละ 100 ล านบาท การทางานมากว า 33 ป ของค ณม ช ยฯ จ งสะท อนออกมาด วยรางว ลแมกไซไซ สาขาบร การ สาธารณะ ประจาป พ.ศ จากม ลน ธ รามอน แมกไซไซ และรางว ลประชากรแห งสหประชาชาต ประจาป พ.ศ จากองค การสหประชาชาต ย งไม น บรวมรางว ลและประกาศเก ยรต ค ณอ นๆ อ กมากมาย ด วยประสบการณ ในการพ ฒนาช มชนกว า 40 ป ค ณม ช ย ว ระไวทยะ พบว าการช วยเหล อแบบแจกเง นหร อ ประชาสงเคราะห ไม สามารถประสบความสาเร จในการพ ฒนาช มชนให พ นจากความยากจนได เพราะการ ช วยเหล อร ปแบบน ไม ได เพ มท กษะใหม ๆ ไม ได สร างการพ งพาตนเองและความเข มแข งให ก บช มชน แต กล บสร างว ฒนธรรมการขอและรอความช วยเหล อให เพ มข น ด งน นการจ ดการแนวค ดแบบองค รวมต อง เน นพ ฒนาท กษะทางธ รก จและการเข าถ งแหล งท นเพ อประกอบธ รก จ สร างรายได ขณะเด ยวก นความสาเร จ ของช มชนจะไม ย งย นถ าขาดการพ ฒนาองค กรช มชนท เข มแข ง ภายใต กระบวนการจ ดการตนเอง (3) โครงการพ ฒนาดอยต ง ม ลน ธ แม ฟ าหลวงและโครงการพ ฒนาดอยต ง (พ นท ทรงงาน) อ นเน องมาจากพระราชดาร ก อต งข นตามพระราชปณ ธานของสมเด จพระศร นคร นทราบรมราชนน ม จ ดม งหมายเพ อกาจ ดการปล กฝ น และฟ นฟ พ นท ป าในภาคเหน อ ต งแต โครงการพ ฒนาดอยต งฯ เร มข นเม อป พ.ศ โครงการ ฯ ได นาการ พ ฒนาทางเล อกในการดารงช ว ตท ย งย น (Sustainable Alternative Livelihood Development) หร อ SALD มาใช เพ อช วยเหล อคนด อยโอกาสในส งคม โดยม งพ ฒนาค ณภาพช ว ตด านสาธารณส ข เพ มโอกาสทาง การศ กษา ปล กฝ งจ ตสาน กร กส งแวดล อม และให ทางเล อกทางเศรษฐก จท ย งย น 4 นอกจากโครงการจะประสบความสาเร จในเขตภาคเหน อและบร เวณเขตชายแดนพม าแล ว ย งม การขยายผลไปประเทศอ น ๆ ท ต องการความช วยเหล อ ได แก สหภาพพม า อ นโดน เซ ย และอ ฟกาน สถาน

59 อ กด วย โดยนา การพ ฒนาทางเล อกในการดารงช ว ตท ย งย น ไปปร บใช และแก ป ญหาให เหมาะสมก บ สภาพภ ม ส งคมของแต ละพ นท โครงการพ ฒนาดอยต งฯ เน นการแก ไขท รากป ญหาและพ ฒนาท ย งย น เพ อม งพ ฒนาเพ มม ลค า ให ภ ม ป ญญาท องถ นและทร พยากรในพ นท เน นพ ฒนาฝ ม อแรงงานและใช เทคโนโลย ท เหมาะสม รวมท ง พ ฒนาให คนสร างรายได และม อาช พไม ใช การให เปล า โครงการพ ฒนาดอยต งม การทางาน 2 ส วน ค อ ก จกรรมเช งธ รก จ เช น การเพาะเน อเย อ การผล ตและจาหน ายผล ตผลทางการเกษตร แปรร ปอาหาร ห ตถกรรม งานป น การท องเท ยว เป นต น หน วย ธ รก จต าง ๆ สร างรายได ป ละประมาณ 465 ล านบาท ร ฐบาลสน บสน นป ละ 23 ล าน โดยส งผลกาไรให ฝ าย พ ฒนาส งคมโครงการพ ฒนาดอยต งและโครงการอ นของม ลน ธ แม ฟ าหลวง ซ งดาเน นก จกรรมพ ฒนาช มชน และส งคมท ไม สร างรายได เช น การปล กป า การพ ฒนาอาช พ การให ความร และการศ กษา เป นต น (4) ม ลน ธ กระจกเงา เด กดอยส ญชาต ไทย ศ นย ข อม ลคนหายเพ อต อต านการค ามน ษย อ านสร างชาต กองท นเส อผ า ม อสอง ร านอ บ านนอก เหล าน ค อ โครงการนว ตกรรมพ ฒนาส งคมด ๆ ผลงานจากม ลน ธ กระจกเงา หร อ The Mirror Foundation 5 คนหน มสาวน กก จกรรมท งในร วและนอกร วมหาว ทยาล ย 5 คน ก บช อเม อคร งแรกเร มก อต งว า กล มศ ลปว ฒนธรรมกระจกเงา และรวมต วเพ อนอาสาสม ครใจด ทาก จกรรมพ ฒนาส งคมก นมาต งแต ช วง ปลายป พ.ศ และเข าอย ภายใต ม ลน ธ โกมลค มทอง ก จกรรมช วงแรกของกระจกเงา ค อ การละคร เพ อส งคม ทาค ายเยาวชน ตระเวนไปตามโรงเร ยนและพ นท ช มชนท วประเทศไทย ป หน งม การแสดง รอบ ทาให เก ดส งคมแห งการเร ยนร ประเด นส งคมพ นท ต าง ๆ กล มกระจกเงาจ งเร มเป นท ร จ ก สร างผลงานและช อเส ยงเพ มมากข น เม อป พ.ศ กระจกเงาม ป ญหาทางการเง นอย างหน ก เน องจากการทาก จกรรมแก ส งคมท ไม หว งรายได ทาให สมาช กหลายคนจาใจต องลาออกไปเหล ออย เพ ยง 10 คน จ งร วมก นหาทางออกและเร ม ค ดนาแนวทางการบร หารจ ดการแบบธ รก จเข ามาประย กต ใช เร มมองหาการสน บสน นจากแหล งท น หาว ธ สร างรายได เพ อนามาใช จ ายในองค กรและเล ยงต วเองอย างย งย น โดยไม ท งเป าหมายเด ม ค อ การแก ป ญหา

60 ส งคม ต อมาจากกล มศ ลปว ฒนธรรมเปล ยนมาเป นม ลน ธ กระจกเงา ทางานด านส งคมหลากหลายด านแล วแต ความสนใจของสมาช ก ล กษณะเด นขององค กร ค อ โครงสร างการทางานร วมก นแบบแนวนอน ท กคน สามารถด แลโครงการได แต ละท มงานม ห วหน าหน งคน ทาให เก ดสภาพแวดล อมท เอ ออานวยเหมาะสมก บ คนร นใหม ได ค ดนอกกรอบเพ อสรรค สร างไอเด ยเป นนว ตกรรมเพ อส งคม รายได ของม ลน ธ ได มาจากการดาเน นโครงการ เช น โครงการส งเสร มอาช พ ร านอ บ านนอก ร บซ อส นค าห ตถกรรมจากชาวเขาชนขายผ านระบบออนไลน ท งในและต างประเทศ เป นโอกาสทาง การตลาดท เฟ องฟ เต บโตอย างต อเน อง กระจกเงาทางานเน นไปท ว ตถ ประสงค หล กใหญ 3 อย าง น นค อ การสร างคน สร างนว ตกรรมและสร างความเปล ยนแปลงให ส งคม คน ของกล มกระจกเงา ท งท จ งหว ด เช ยงรายและกร งเทพมหานคร ม ประมาณ 50 คน แต ละป ย งม คนจานวนมากมายสนใจเข าร วมเป น อาสาสม ครและน กศ กษาฝ กงานอ กป ละประมาณ 300 คน สร างน กก จกรรมท ใส ใจส งคมมาช วยก นค นค ด พ ฒนาผล ตภ ณฑ โครงการต างๆ สร างเด กร นใหม ให วงการพ ฒนาส งคมอย างม ประส ทธ ภาพและขยายการ ร บร เป นกระบอกเส ยงให งานของม ลน ธ เป นอย างด ม ลน ธ กระจกเงาก าวข นเป น สถาบ นนว ตกรรมเพ อส งคม ท ม งสร างระบบบร หารเพ อว จ ย เข มข นให เข าถ งความจร งอ นนาไปส การแก ป ญหาส งคมแบบไม จาก ดอย ในกรอบความค ดเฉพาะด านใด ด านหน ง เป ดใจกว างต อเร องราวทางส งคมท พร อมตอบสนองต อปรากฏการณ และความต องการใหม ท เก ด ในส งคมเสมอ โครงการของม ลน ธ กระจกเงาม งม นสร างการเปล ยนแปลงท ย งย นให แก ส งคมไทย หลากหลายด าน เช น ส งเสร มช มชนท องถ นให เก ดการรวมกล มแก ไขป ญหาของช มชนด วยตนเอง ส งเสร ม ด านการศ กษาเร ยนร ของเด กและเยาวชน ส งเสร มการใช เทคโนโลย สารสนเทศพ ฒนาส งคม เช น โครงการ อ านสร างชาต ท ม ลน ธ ได ค ดค นนว ตกรรมจ ดการก บหน งส อบร จาค โดยผ ร บสามารถเล อกร บหน งส อท ต องการได ส งเสร มการค มครองส ทธ มน ษยชน เช น โครงการเด กดอยส ญชาต ไทย ท ม ลน ธ พยายามประสานงานก บหน วยงานด านนโยบาย ช วยให เด กกว า 600,000 คนได ส ญชาต ไทย ตามส ทธ พ นฐานท พวกเขาสมควรได ร บ โครงการศ นย ข อม ลคนหายเพ อต อต านการค ามน ษย ม ลน ธ กระจกเงาเป นองค กรพ ฒนา เอกชนแห งแรกท เป นศ นย กลางร บแจ งคนหายและช วยประสานการต ดตามช วยเหล อ สร างระบบเศรษฐก จช มชนให เข มแข ง สร างจ ตสาน กการอน ร กษ ทร พยากรธรรมชาต และ ส งแวดล อม เช น โครงการกองท นเส อผ าม อสอง เป นต น หล งจากลองผ ดลองถ กและส งสมประสบการณ ทางานเพ อส งคม ท กว นน ม ลน ธ กระจกเงาม การ สร างระบบบร หารท ม ประส ทธ ภาพมากข นเพ อให สามารถนาทร พยากรจากท ต าง ๆ มาใช ตอบสนองความ 3-22

61 ต องการแก ไขป ญหาส งคมท ม มากมาย โดยเช อในนว ตกรรมการทดลองใช ว ธ ท แตกต างอย างไม ย อท อ รวมท งทาหน าท เป นกระจกสะท อนเงาเร องราวความเป นจร งของส งคมและให ความช วยเหล อผ คนท ได ร บ ผลกระทบจากความเปล ยนแปลงของส งคมต อไป (5) บร ษ ท ท ว บ รพา จ าก ด บร ษ ท ท ว บ รพา จาก ด เป นต วอย างผ ประกอบการท เน นให ความร และสร างความตระหน กแก คนในส งคมไทยให เห นม มมองช ว ตกล มคนต าง ๆ โดยบร ษ ทดาเน นการผล ตหลายรายการ เช น รายการ จ ดเปล ยน คนค นคน กบนอกกะลา เป นต น น บเป นรายการร ปแบบใหม ท พล กโฉมจากร ปแบบเด ม เป นรายการท ประสบผลสาเร จ โดยเป นส อท คนในส งคมไทยสามารถเข าถ งและร บร อย างกว างขวาง ได ร บ ความน ยมและเป นท ร จ กของคนในส งคมไทยอย างมาก บร ษ ทอย รอดและแข งข นในตลาดได ด วยการหา โฆษณา กว าท ว บ รพาจะก าวพ นจากจ ดต งต นต องผ านช วงเวลาการพ ส จน ต วตนจนสามารถสร างความเช อว า ท ว ไม ใช ส มปทานหาเง นแต ทาเพ อส งคม กระท งสร างพล งทางส งคมและทาเพ อส งคมได สาเร จ แต ละข นจะ ใช "ศร ทธา"ก บ"ความเช อ"ให ผ ชมร ส กร วมไปก บส งท นาเสนอ 6 ท ศทางบร หารงานของท ว บ รพากาหนดเป นย ทธศาสตร 4 ข น จากจ ดย นอย างช ดเจนต งแต ต นท ประกาศก บสาธารณะว า ท ว บ รพาก าวจากจ ดเร มต นจากการหาพ นท ต วตน ส ก าวท 2 พ ส จน ต วตนจนสร าง ความเช อว าท ว ไม ใช ส มปทานหาเง น แต ทาเพ อส งคม และก าวส ย ทธศาสตร ข นท 3 สร างพล งทางส งคมและ ทาเพ อส งคมได สาเร จ และย ทธศาสตร ข นท 4 ท ว บ รพาจะเป นองค กรสร างแรงบ นดาลใจ ปล กฝ งจ ตสาน ก เต มร ปแบบและช ดเจน ด งน นส งท ทาน บจากน ค อ ทาอย างไรให องค กรเข าไปม ส วนร วมข บเคล อนส งคม โดยเฉพาะการสร างความเปล ยนแปลงกระบวนความค ดของผ ร บให เข มข นมากย งข น (6) บร ษ ท ค ดการด จ าก ด บร ษ ท ค ดการด จาก ด หร อ Think Social Enterprise ก อต งเพ อร บจ างออกแบบกลไกส งคม (Social Architect) โดยผ ก อต งค อ ณ ฐพงษ จาร วรรณพงศ ผ ม ประสบการณ ท งเป นน กธ รก จ น กส งคม และ น กว ชาการ ม ความเช อว าธ รก จสามารถทาเพ อส งคมได และการทาเพ อส งคมไม จาเป นต องเป นเอ นจ โอ

62 รายงานการศ กษาฉบ บสมบ รณ (Final Report) เท าน น Social Enterprise เป นธ รก จท อย รอดได ด วยพล งของส งคม ซ งม บทพ ส จน จากต างประเทศแล ว โดยเฉพาะประเทศอ งกฤษท ม กรณ ศ กษามากมาย ทาให ร ฐบาลอ งกฤษเปล ยนม มมองและให เง นท น สน บสน นธ รก จเหล าน ให อย ได ป จจ บ นกล บกลายเป นธ รก จเพ อส งคมเป นหน งในภาคธ รก จข บเคล อน เศรษฐก จให ก บประเทศอ งกฤษ 7 งานแรกท ดาเน นการค อ การออกแบบเช ยงใหม ให เป นเม องน าอย ภายใต งบประมาณจาก สสส. และความร วมม อจากช มชน น กว ชาการ ธ รก จ หน วยงานราชการในเช ยงใหม รวมพล งเปล ยนโฉมหน า เช ยงใหม เพ อยกระด บค ณภาพช ว ต ส งคม และส งแวดล อม ท องเท ยวโดยใช เวลาตามต ดการเปล ยนโฉม 1 ป เต ม เร ม 1 มกราคม พ.ศ โดยคาดหว งว าการร บจ างด ไซน เม องเช ยงใหม น จะช วยลดปร มาณขยะลง ร อยละ 30 ภายใน 3 เด อน ช วยประหย ดงบประมาณได ป ละ 60 ล านบาท ลดน าเส ยจากการต ดต งบ อด ก ไขม นให ก บ 1 หม นคร วเร อน จากน นจะม การปล กต นไม ร วมก นเพ อเป นส ญล กษณ ปฏ บ ต การน หากสามารถเนรม ตให เช ยงใหม กล บมาสดใสได อย างท หว ง เช ยงใหม จะเป น ต นแบบ การสร างเม องใหม เหต ท เล อกเช ยงใหม เพราะเช ยงใหม ม ความเป นต วแทนเม องใหญ ท ม ป ญหา ท งป ญหาส งแวดล อม ขยะ ค ณภาพช ว ต ขณะท กร งเทพมหานครม ขนาดใหญ เก นไป ทาให ทาส าเร จยาก แต เช ยงใหม ป ญหาย ง สามารถจ ดการได หากสาเร จจะเก ดการ ทาซ า ในเม องอ น ๆ ได แต ส งสาค ญของการเปล ยนโฉมเม องใหม อย ท การรวมพล งก น เพราะแต ละป ญหาล วนแต เป นป ญหาใหญ การจ ดการเพ ยงลาพ งท กงานทาได ยากหมด หากเคร อข ายรวมก นเป นการ Synergy งานยากก ง าย ถ าทาได จะเก ดการขยายไปท อ นต อ โดยให ท กคนทาใน ส งท ถน ด ซ งจะเป นต วค ณมหาศาล เก ดแรงเหว ยงเพ อสร างส งคมใหม ได นอกจากโครงการออกแบบเช ยงใหม ให น าอย แล ว บร ษ ทฯ ย งม โครงการท เป นประโยชน เพ อส งคมอ นๆ ท ม แผนจะดาเน นการ ซ งหากดาเน นการได ส าเร จก จะก อให เก ดประโยชน ต อส งคมและ ผ ด อยโอกาส เช น โครงการยกระด บค ณภาพช ว ตคนพ การ ด วยการเปล ยนบ านคนธรรมดาให เหมาะก บคน พ การหร อแม แต ผ ส งว ยท อาจจะต องใช รถเข น แต สามารถเด นไปได ท วบ านแทนการอ ดอ อย แต ในห อง โดยใช กระบวนการออกแบบเข ามา โดยใช งบประมาณไม มาก โดยม การถ ายทอดผ านรายการ เร ยลล ต 10 ตอนจบ โดยร วมม อก บท ว บ รพาในการถ ายทอด โครงการน จะช วยสร างแรงบ นดาลใจให คนท วไปเช อว า การปร บปร งบ านเพ อคนแก คนพ การเป นเร องทาได และจะส งต อองค ความร เหล าน ให แก คณะสถาป ตย มหาว ทยาล ยต าง ๆ เพ อยกระด บค ณภาพช ว ตคนพ การท วประเทศ 7 กร งเทพธ รก จ ฉบ บว นท 15 ธ นวาคม พ.ศ

63 รายงานการศ กษาฉบ บสมบ รณ (Final Report) การดาเน นงานของบร ษ ทฯ เป นแนวค ดใหม ท ทาให ส งคมด ข น ขณะเด ยวก นก ได สร างธ รก จให อย ได เป นแนวค ดท ต างจากเอ นจ โอย คเก าท รอแต เง นบร จาคข บเคล อนด วยใจ แต แนวค ดและกระบวนการ ค ดเป นการสร าง พล งมวลชน (People Power) ใช น าด ทดแทนน าเส ยให คนในส งคมร ส กต องการทาด ใน ส งท เขาทาได โดยไม ได ปฏ เสธท นน ยมแต เป นการสร างสรรค ทางออกใหม ให ส งคม ไม ใช แค ช นชมก นใน กล มเล ก (7) ธนาคารกราม น ศาสตราจารย ม ฮ มหม ด ย น ส (Muhammad Yunus) เจ าของรางว ลโนเบลสาขาส นต ภาพป ค.ศ เป นบ คคลท ม แนวค ดท ม ประโยชน ต อส งคมอย างมาก โดยเฉพาะการปร บกระบวนท ศน การทาธ รก จ เพ อกาไรส งส ด (Maximize Profit) เป นการ Minimize Poverty หร อการลดจานวนคนยากจนให เหล อน อย ท ส ดและเพ มค ณภาพช ว ตให ก บคน หล กการดาเน นธ รก จของม ฮ มหม ด ย น ส ค อ ต องม กาไร ธ รก จต อง ทาให ผ ลงท นได เง นต วเองกล บค นไป แต กาไรของธ รก จไม ต องส งมาก เม อสามารถค นท นให เจ าของเง นได แล ว บร ษ ทก ย งต องดาเน นต อไปได โดยใช กาไรเป นท นดาเน นงาน กาไรส วนหน งจะต องค นกล บส ส งคม อ กส วนใช สาหร บขยายก จการเพ อก อประโยชน ให แก ประชาชนในพ นท อ นต อไป เป นแนวค ดท สอดคล อง ก บปร ชญาเศรษฐก จพอเพ ยง ศาสตราจารย ม ฮ มหม ด ย น ส อาจารย คณะเศรษฐศาสตร มหาว ทยาล ยจ ตตะกอง บ งกลาเทศ พบว าชาวบ านในหม บ านใกล ก บมหาว ทยาล ยเป นหน นอกระบบ รวมก นแล วก เป นจานวนเง นไม มาก จ งต ดส นใจคว กกระเป านาเง นส วนต วจานวน 27 ดอลลาร ให ชาวบ านไปไถ หน ซ งจากเง นจานวนน สามารถไถ หน ได ถ ง 42 ราย โดยเขาไม ค ดดอกเบ ย ไม ต องม หล กประก น และไม ม กาหนดส งค น แต ย น ส ก ทราบด ว าการแก ไขเง นก นอกระบบน น ต องทาอย างเป นระบบ และต องเป นการแก ไขป ญหาอย างย งย น ไม ใช แค ฉาบฉวย หร อไฟไหม ฟาง ย น สจ งได ไปพบนายธนาคารท องถ นเพ อเสนอให ธนาคารปล อยเง นก แก คนจน ช วยให พวกเขาหล ดพ นจากวงจรอ บาทว ของการก เง นนอกระบบและความยากจน แต ได ร บการ ปฏ เสธโดยอ างข อกฎหมายและกฎเกณฑ ของธนาคาร โดยเฉพาะท ศนคต ท ว าคนจน เป นคนท ไม น าเช อถ อ ขาดหล กประก นและธนาคารม ความเส ยงท จะส ญเง นท ให ก ย น สจ งเสนอแนวค ดไมโครเครด ต(Microcredit) ให ร ฐบาลบ งกลาเทศพ จารณา โดยม สมม ต ฐานจากประสบการณ ของตนเองว าแท จร งแล วชาวบ านท ยากจน ไม ได ต องการเง นท มากมายอะไร แต ไม สามารถก เง นจากธนาคารได เพราะขาดส งท จะมาค าประก นน นเอง แนวค ดของย น สได ร บการขนามนามว า ทฤษฎ ไมโครเครด ตฉบ บย น ส เพราะก อนหน าน ได เคยม การนา ทฤษฎ ไมโครเครด ตมาใช ในแผนการมาร แชลล เพ อช วยเหล อประชาชนประเทศต าง ๆ ในย โรปท ประสบภ ย จากสงครามโลกคร งท สองมาก อน ร ฐบาลบ งกลาเทศได ให ความเห นชอบก บข อเสนอของย น สและดาเน น การก อต งธนาคารกราม นหร อธนาคารชนบทข นในป ค.ศ ชาวบ านท ยากจนสามารถมาก เง นเท าท จา 3-25

64 รายงานการศ กษาฉบ บสมบ รณ (Final Report) เป นได โดยไม ต องม หล กทร พย ค าประก น ธนาคารกราม นม หล กการท แตกต างจากธนาคารท วไป กล าวค อ ธนาคารท วไปประเม นค าของคนจากทร พย ส นหร อสถานะทางส งคม คนท ม เง นมากหร อเครด ตด ก ได ร บ ความไว วางใจจากธนาคาร แต ธนาคารกราม นเช อถ อในค ณค าและศ กยภาพของมน ษย แม ว ามน ษย จะม ความ ยากด ม จนต างก น แต ถ าได ร บโอกาสท เท าเท ยมก น มน ษย ย อมสามารถท จะพ ฒนาตนเองไปส สถานะท ด และ ช ว ตความเป นอย ท ด ข นได เร มขยายโครงการไปท เม องท นเกล (Tangail District) ทางตอนเหน อของเม องด ก กา (Dakka) โมเดลใหม ของธ รก จเพ อส งคม ย น สต งใจให กราม นเป น ธนาคารเพ อคนจน ต งแต แรก เขาจ ง ต องค ดค นโมเดลใหม ในการดาเน นธ รก จ เร ยกว า โมเดลกราม น ต างจากโมเดลธนาคารพาณ ชย ท วไปท เร ยก ทร พย ส นเป นหล กประก น ส ญญาเง นก ท เป นลายล กษณ อ กษรและรายได ประจาอ นสม าเสมอของล กหน คนจนผ ไม ร หน งส อไม ม โอกาสเข าถ งแหล งเง นก ป จจ ยท นาไปส ความสาเร จของธนาคารกราม น แบ งได เป น 3 ประการ ด งต อไปน 8 1) ย ดม นเป าหมายท จะเป นธนาคารพาณ ชย แสวงหากาไร ไม ใช องค กรการก ศลท เอาเง น บร จาคมา แจก ให คนจน ค อ การนาบร การของสถาบ นการเง นไปส คนจน โดยเฉพาะผ หญ ง 3 ใน 4 ของ ประชากรเพ อช วยให เขาต อส ก บความยากจน ม กาไรเล ยงต ว และฐานะม นคง เหล าน เป นเป าหมายรวมท เก ด จากว ส ยท ศน ทางส งคมและเศรษฐก จ ทาให ธนาคารกราม นเป น ธ รก จเพ อส งคม ม กลไกช วยป องก น ป ญหาบ ดเบ อนแรงจ งใจของล กหน หร อน กเศรษฐศาสตร เร ยกว า Moral Hazard ม กเก ดข นในกรณ ท คนจน ค ดว าเง นก เป น เง นให เปล า ไม จาเป นต องใช ค น ทาให นาเง นก ไปใช จ ายในการอ ปโภคบร โภคแทนท จะ นาไป ลงท น ในก จกรรมท สามารถออกดอกออกผล นาเง นมาชาระดอกเบ ยและเง นต นได 2) การสร างกระบวนการและกลไกท เอ ออานวยให คนจนชาระหน ได เม อธนาคารกราม น ต องการทาธ รก จก บคนจนท ไม ม หล กประก น ย น สจ งต องค ดค นว ธ การใหม ๆ ท จะช วยให ล กหน สามารถ ชาระหน ได เพ อช วยให คนจนชาระหน ได เช น ระบบอน ม ต เง นก แบบกล ม (Solidarity Groups) และ ช วยเหล อก นเองเป นกล มเล ก ๆ ท รวมต วก นขอก เง นและสมาช กกล มแต ละคนค าประก นก นเองท สน บสน น ให แต ละคนประสบความส าเร จด วยตนเอง แต ละกล มม จานวน 5 คน ต องร บผ ดชอบก น เม อปล อยก ให ล กหน 2 คนในกล มแล ว ล กค าอ ก 3 รายต องรอจนกว าเพ อนในกล มจะใช เง นค นให ก บธนาคารเสร จส น เส ยก อน ว ธ น เป นการใช แรงกดด นทางส งคมสร างแรงจ งใจให ชาระหน ตรงเวลา เพราะคนท ชาระหน ไม ได แต เพ อนร วมกล มทาได คงจะถ กกดด นหร อได ร บการช วยเหล อจากเพ อนร วมกล มให ชาระหน ให ได ด วย

65 เพราะเง นก ท กราม นให คร งแรกม จานวนน อย ล กหน ในกล มต องชาระหน ให ครบจานวน ก อนท จะอน ม ต เง นก ก อนต อไป 3) การให การศ กษาและมอบอานาจแก คนจน ย น สเร ยกโมเดลธ รก จของเขาว า Trust-Based Banking ค อ ธนาคารท ม ความเช อม นในศ กยภาพคนจนในฐานะล กหน แต ลาพ งความเช อม นข อน ไม พอท จะช วยร บประก นได ว า คนจนท กคนจะสามารถชาระหน ค นได เพราะพวกเขาอาจไม เคยร จ กว น ยในการ ใช เง น ว ธ บร หารเง นหร อล ทางการลงท นเพ อยกระด บค ณภาพช ว ต ม ต ด านการศ กษาของกราม นจะช วยเหล อ ล กหน ให พ นความจนอย างย งย น โดยให การศ กษาล กหน เก ยวก บท กษะบร หารเง นและว น ยการใช จ าย สน บสน นให ล กหน กาหนดเป าหมาย เช น ส งคม การศ กษา และส ขภาพ เป นเป าหมายช ว ตของตน เป าหมาย เหล าน ย งเป น ด ชน ความจน ย น สใช ในการประเม นผลว า แต ละป ม ล กหน กราม นก คร วเร อนท หล ดพ นจาก ความยากจนได ป ค.ศ.1983 กราม นได เปล ยนฐานะธนาคารเป นอ สระจากร ฐ โดยจดทะเบ ยนท บ งกลาเทศ ได ร บ ความช วยเหล ออย างเป นทางการจากนายธนาคารต าง ๆ ในสหร ฐอเมร กา เช น ชอร แบงก (Shore Bank) ธนาคารพ ฒนาช มชนในช คาโก (A Community Development Bank in Chicago) ภายใต โครงการให เง น ช วยเหล อจากม ลน ธ ฟอร ดและเร มดาเน นการในร ปแบบธ รก จอย างจร งจ งเม อป ค.ศ.1989 ช วงเร มต น ธนาคารกราม นจ ดต งโดยเอกชนและใช ว ธ บร หารแบบเอกชนเน นการออมของสมาช กและให ก ย มด วยเง น เพ ยงเล กน อย เน นการพ งต วเอง โดยใช ท นต วเองท ม งให สมาช กร จ กพ งต วเอง จ ดเด นของธนาคารกราม น ค อ ผ ก ย มเก อบท งหมด (ร อยละ 97) เป นผ หญ ง ม อ ตราการใช ค นเก อบท งหมด รวมท งสามารถทาธ รก จจนแตก ต วไปส ธ รก จประเภทอ นได อ ก เช น การส อสาร พล งงาน การศ กษา โทรคมนาคม อ นเตอร เน ต และเส อผ า ธนาคารกราม นย งเน นการว จ ยปฏ บ ต การเพ อปร บปร งองค การ การฟ งความค ดเห นของท ปร กษาและศ กษา ค แข งรายอ น เม อป ค.ศ.2006 สามารถปล อยส นเช อได ถ ง 5.72 พ นล านเหร ยญดอลลาร แก ผ ก ย มถ ง 6.61 ล านคน ท ส าค ญการปล อยก น นไม ต องใช หล กทร พย มาค าประก น เป นการจ ดการธ รก จท วางอย บน พ นฐานของค ณธรรม หล กการน ทาให กล มต องร บผ ดชอบก นซ งเป นหล กสาค ญท ทาให ธนาคารอย รอดเม อ ธนาคารเต บโตแล ว ธนาคารย งได ขยายส นเช ออ นแก คนจนอ ก นอกจากส นเช อรายย อยแล วย งม ส นเช อ การศ กษาส นเช อท อย อาศ ย ส นเช อการประมงและชลประทาน ส นเช อการลงท น การทอผ า รวมท ง ให บร การธนาคารอย างการร บฝากเง น ธ รก จกราม นอย บนพ นฐานค ณธรรมและความเช อใจระหว างล กค า ก บธนาคารท ม งสร างความเป นอย ของประชาชน น นค อ หากรากต นไม อ อนแอธ รก จก คงอย ไม ได ว ธ การ ของธนาคารกราม น จ งเป นการบาร งร กษารากต นไม เพ อสร างความม นคงให ก บธ รก จ แนวค ดด งกล าวส งผลให โมฮ มหม ด ย น ส น กเศรษฐศาสตร ผ เอ ออาร เด นหน าโครงการพ ฒนา ความเป นอย ของประชากรในบ งคลาเทศได ร บรางว ลโนเบลสาขาส นต ภาพในป ค.ศ ป จจ บ นธนาคาร 3-27

66 รายงานการศ กษาฉบ บสมบ รณ (Final Report) กราม นขยายสาขาออกท วประเทศบ งกลาเทศและย งคงให ส นเช อรายย อยแก คนจนในชนบท เม อกลางป ค.ศ ธนาคารกราม นม สาขารวม 2,226 แห ง ความส าเร จตามโมเดลกราม น (Grameen Model) เป นแรง กระต นให เก ดการทาอย างเด ยวก นในประเทศท กาล งพ ฒนา แม แต ประเทศอ ตสาหกรรมอย างสหร ฐอเมร กา นาแบบอย างการให ส นเช อรายย อยตามแบบกราม นไปแล วกว า 43 ประเทศ นอกจากการให ส นเช อรายย อยแล ว ธนาคารกราม นย งม โครงการขจ ดความยากจนอ กหลาย โครงการ เช น โครงการท ให เง นก รายย อยแก ขอทานโดยไม นาเอากฎเกณฑ ของธนาคารท ม อย แล วมาใช แต กาหนดกฎหมายใหม ข นมาอย าง เง นก ไม ม ดอกเบ ยใด ๆ การจ ายค นจะให เม อใดก ได เช น ขอทานท ก ไป 100 ตากา (ประมาณ 1.50 ดอลลาร จะจ ายค นเพ ยง 2 ตากาต อส ปดาห (ประมาณ 3.4 เซ นต ) ผ ก ย มจะได ร บประก นช ว ตโดยไม ต องเส ยค าใช จ ายใด ๆ ธนาคารไม ได บ งค บให ผ ก เล กอาช พขอทาน แต กระต นให ใช เง นก ไปลงท นหารายได จากการขายส นค าราคาถ ก เม อป ค.ศ.2005 ขอทานประมาณ 45,000 คน ก เง นไป 28.7 ล านตากา หร อ 441,538 ดอลลาร และจ ายค น ล านตากาหร อ 210,154 ดอลลาร ขณะน โครงการน ได เปล ยนขอทาน 78,000 คนในบ งกลาเทศ ให กลายเป นพ อค า และ 2,000 คนในจานวนน บอกว า พวกเขา เล กขอทานอย างเด ดขาดแล ว หล งจากท เป นขอทานก นมาหลายช วอาย คน แนวค ดธนาคารเพ อคนจนของโมฮ มหม ด ย น ส ถ กนาไปปฏ บ ต ตามเก อบท วท กม มโลก ก อให เก ด อ ตสาหกรรมส นเช อเพ อคนยากจนท ม ม ลค าถ ง 9 พ นล านดอลลาร โดยม ธนาคารและองค กรก ศลย กษ ใหญ ระด บโลกเข ามาเก ยวข อง อาท เช น Citigroup, Deutsche Bank และม ลน ธ Bill & Melinda Gates Foundation เป นอ ตสาหกรรมท ต งอย บนความเช อท ว า ไม จาเป นท จะต องทาให คนร ส กกล วว าจะต องถ กย ดทร พย ส น จ งจะสามารถกระต นให พวกเขาจ ายค นหน ธนาคารกราม นรายงานว าอ ตราการจ ายค นหน ของธนาคารอย ท ร อยละ 98 เป นอ ตราท ส งกว ามาตรฐานอ ตสาหกรรมอย างมาก สาหร บหน ท ม หล กทร พย ค าประก น Microcredit เป นเพ ยงส วนหน งของส งท ย น สต งใจจะทาให ส าเร จตามแนวค ด Social Enterprise แนวค ดใหม ของเขา ค อ การรวมผลประโยชน ของบร ษ ทเข าก บการพ ฒนาเศรษฐก จ ด วยว ธ การท ย งไม เคยม ใครลองทามาก อน กล าวค อ การให บร ษ ทรวมโมเดลธ รก จแบบไม แสวงหากาไรเข าไว ในผลกาไรขาดท น ของบร ษ ท ทาให บร ษ ทไม เพ ยงแต ย งคงสามารถสร างรายได แต ย งทาความด กล บค นส ส งคม รวมท งค นผล กาไรท ได ร บกล บค นส ช มชนท บร ษ ททามาหาก นอย ด วย ย น สเช อว าหากสามารถสร าง ก จการเพ อส งคม แบบน ข นมาได สาเร จ คงจะทาให โลกน น าอย ข นอ กมาก ย น สไม ได ค ดว าแนวค ดท นน ยมตลาดเสร ซ งม กาไร เป นแรงจ งใจของ Adam Smith เป นแนวค ดท ผ ดพลาด แต เขาค ดว าป ญหา ค อ ม นถ กต ความแคบเก นไป ว ธ ค ดแบบด งเด มเก ยวก บระบบท นน ยม ค อ ท นน ยมจะก อให เก ดผ สร างความม งค งและผ แข งข นเป นผ กระจายความม งค งน นด วยการสร างงานและโอกาสเพ อผลด ของส งคม แต ย น สช ว าแนวค ดน จะใช ไม ได ผล ในภ ม ภาคส วนใหญ ของโลก เห นได จากผลการศ กษาของสหประชาชาต พบว า คนร ารวยท ส ดในโลกม อย 3-28

67 เพ ยงหย บม อเด ยว ค อ ร อยละ 2 ของประชากรโลกและส วนใหญ เป นชาวอเมร ก น ย โรป และญ ป น เป นเจ าของความม งค งมากกว าคร งหน งของความม งค งท งโลก ขณะท ประชากรโลกอ ก 3 พ นล านคน หร อ เก อบคร งหน งของประชากรโลกท งหมดย งคงยากจน แสดงว าแนวค ดด งเด มของท นน ยมใช ไม ได ผลย น ส เห นว าน ไม อาจโทษตลาดท ไม ม ประส ทธ ภาพ การคอร ร ปช นและการปกครองแบบเผด จการได เพ ยงอย าง เด ยว เพราะแม แต สหร ฐอเมร กาเป นประเทศท ร ารวยท ส ดในโลกและม ระบบตลาดท ม ประส ทธ ภาพ ท งไม ได ปกครองแบบเผด จการ แต ก ย งคงม ประชากรถ ง 36 ล านคน ท ม ค ณภาพช ว ตอย ต ากว าเส นความ ยากจน ย น ส ช ว าเหต ท เป นเช นน นเพราะเราม กต ความความหมายของท นน ยมค บแคบเก นไป ทาให ป ญหา หลายอย างในโลกน ย งคงแก ไขไม ได เพราะม วแต หลงใหลก บความสาเร จของตลาดเสร จนไม เคยกล าท จะต ง คาถามก บระบบท นน ยม แต ย น ส ไม ได ต องการล มล างระบบท นน ยม แต เขากาล งเร ยกร องให ท กคนห นมา ทาความเข าใจก บระบบท นน ยมอย างถ องแท ย น สไม ใช เจ าของแนวค ดก จการท ไม หว งผลกาไรหร อทาธ รก จ เพ อส งคม แต เขากาล งนาโมเดลธ รก จแบบน มาใช ในแบบท ไม เคยม ใครทามาก อน แนวค ดการทาธ รก จแบบ Social Enterprise ของเขาเสนอความค ดว าจะเป นอย างไร ถ าเราไม ใช แต เพ ยงต วเลขรายได และผลกาไร เท าน นมาเป นต วว ดผลประกอบการของบร ษ ท หากบร ษ ทยาจะรายงานผลกาไรขาดท นพร อมก บจานวนช ว ต ของคนท ได ร บการช วยช ว ตจากยาท บร ษ ทขายและบร ษ ทอาหารรายงานจานวนเด กท รอดพ นจากสภาวะ ท พโภชนาการจากอาหารท บร ษ ทขาย น นค อ หากบร ษ ทสามารถออกห นท ม พ นฐานการตอบแทนค นแก ส งคม น กลงท นจะเล อกซ อห นของบร ษ ทท ช วยช ว ตคนได มากกว าบร ษ ทอ นและขายท งห นบร ษ ทท ก อ มลพ ษต อส งแวดล อมมากกว าบร ษ ทอ นด วยการท บร ษ ทสามารถระดม ท นทางส งคม (Social Capital) เพ อนามาลงท นสร างธ รก จท ย งย น ซ งเป นธ รก จท ไม ได ม งผลกาไรเป นแรงจ งใจแต เพ ยงอย างเด ยว บร ษ ทก อาจสามารถร กเข าส ตลาดใหม และขยายธ รก จหล กของตน ขณะเด ยวก นก สามารถปร บปร งค ณภาพช ว ตของ คนในส งคมให ด ข นไปพร อมก นได เช น Sajeda Begum จากหม บ านแห งหน งใกล ก บกร งด กกาเม องหลวง ของบ งกลาเทศได ร บเง นก ก อนแรกจากโครงการเง นก ส าหร บขอทานของกราม นเพ ยง 1,000 ตากาหร อ ประมาณ 15 ดอลลาร เธอใช เง นเล กน อยน ซ อไข จากตลาดในตอนเช านากล บบ านไปต มแล วขายในราคาท บวกข นไปเพ ยง 2 เซ นต ให แก คนงานโรงงานหล งเล กงานกาไรเพ ยง 40 เซ นต ต อว นท เธอได ร บเพ ยงพอท จะ เล ยงครอบคร วและจ ายค นหน ให แก กราม นได ในท ส ด ขณะน เธอเล กขอทานแล วและหว งว าจะสามารถก เง น ได อ ก 3-4,000 ตากาหร อประมาณ ดอลลาร เพ อขยายธ รก จเล ก ๆ ของเธอ ธนาคารกราม นย งทาให หญ งชาวบ งกลาเทศอ กจานวนมากสามารถพ งต วเองได ทางการเง นจนสามารถไปจากสาม ท ข มเหงร งแก ภรรยา พวกเธอสามารถเป นเจ าของบ านท ม ช อของพวกเธอเป นเจ าของ ไม ต องจ ายค าส นสอดให แก สาม ม อาย ย นยาวข น ได ร บโภชนาการและอนาม ยท ด ข น รวมท งสามารถด แลครอบคร วด ข น พวกเธอสามารถ ก าวข ามสถานภาพทางชนช นท ต ดต วมาแต กาเน ดได ผ านการเป นผ ประกอบการและได ร บการศ กษา 3-29

68 แม ว าแนวค ดส นเช อเพ อคนจนในบ งกลาเทศผ านธนาคารกราม นได ช วยให ล กค าคนจนหล ดพ นจาก ความยากจนถ งร อยละ 5 ต อป ทาให อ ตราการลดความยากจนของบ งกลาเทศด ข นจากร อยละ 1 เป นเก อบ ร อยละ 2 แต ย น สต องเผช ญการต อต านอย างหน กในบ งกลาเทศ โดยเฉพาะแนวค ดการให อานาจทาง เศรษฐก จแก ผ หญ งถ อเป นการเปล ยนแปลงอย างถ งราก ทาให กราม นตกเป นเป าการวางระเบ ดหลายคร ง ประเด นหน งท กราม นถ กโจมต มากท ส ด ค อ จานวนเง นท ให คนจนก น นน อยเก นกว าท จะสร างความแตกต าง ได เพ ยงแค ต อช ว ตคนจนไปว น ๆ โดยไม ได ส งผลด ท แท จร งอะไรก บการขจ ดความยากจน ย น สยอมร บว า เขาเป นผ ทาลายว ฒนธรรม แต เขาเห นว าว ฒนธรรมหาใช ส งท หย ดน งอย ก บท หากเราย งคงอย ก บส งเด ม ๆ เราก จะไม ก าวพ นไปไหน เช นเด ยวก บหากม วแต ย ดต ดก บแนวค ดเก าก จะย าอย ก บท เขาจ งไม ต องการย ดต ด อย ก บเพ ยงแนวค ดส นเช อเพ อคนจน แต กาล งเสนอแนวค ดใหม Social Enterprise ท ด เหม อนว าอาจส งผล ล อล นท งโลกได เหม อนก บท Microcredit เคยทาได ท ม ส วนช วยขจ ดความยากจนในโลกอย างได ผล 9 (8) กราม น ดาโนน ฟ ดส กราม น ดาโนน ฟ ดส (Grameen Danone Foods) เป นก จการร วมท นระหว างสององค กรช น นาของโลก ค อ ดาโนนจากฝร งเศส ก บธนาคารกราม นจากบ งคลาเทศ ก อต งในป ค.ศ เร มทาธ รก จ ป ค.ศ ดาโนนเป นบร ษ ทผล ตภ ณฑ นมท ใหญ ท ส ดในโลก ม ส วนแบ งการตลาดอ นด บ 1 ในหมวด ผล ตภ ณฑ นม อ นด บ 2 ในหมวดน าด มบรรจ ขวดและอาหารเด ก และอ นด บ 3 หมวดโภชนาการทาง การแพทย (Medical Nutrition) ม พน กงานกว า 80,000 คน รายได กว า 150,220 ล านย โร ธนาคารกราม นเป น ธนาคารเพ อคนจน แห งแรกของโลกท ปล อยก ให ก บคนจนเป นหล กโดยไม เร ยกหล กประก น ก อต งโดย ม ฮ มหม ด ย น ส (Muhammad Yunus) น กเศรษฐศาสตร ชาวบ งคลาเทศผ บ กเบ กส นเช อเพ อคนจน (Microcredit) จนประสบความสาเร จท ม ผ นาโมเดลน ไปใช ท วโลก ย น สได ร บรางว ลโนเบลสาขาส นต ภาพ ร วมก บธนาคารท เขาก อต งในป ค.ศ พ นธก จของกราม น ดาโนน ฟ ดส ค อ การบรรเทาความยากจนด วยการส งมอบส ขภาพด ผ าน อาหารให ก บเด ก ๆ ด วยโมเดลธ รก จเฉพาะต วซ งย ดเอาช มชนเป นห วใจ กราม น ดาโนน ฟ ดส ย ดเป าหมาย ด วยส งคมและส งแวดล อมเป นห วใจของโมเดลธ รก จ แม ว าบร ษ ทจะต องทากาไร (โรงงานแรก ๆ ต องม กาไร พอท จะเอาไปลงท นก อสร างโรงงานต อไป) เหน อส งอ นใดจะว ดความส าเร จโครงการน จากหล กเกณฑ 9 เปร ยบเท ยบกองท นหม บ านไทยก บธนาคารกราม น. มต ชนรายว น ว นท 6 เมษายน พ.ศ ป ท 30 ฉบ บท ก โลกด วยโยเก ร ต น ตยสารผ จ ดการ ม นาคม พ.ศ

69 ท ไม ใช ต วเลขทางการเง น จานวนงานท สร างท งทางตรงและทางอ อม (ผ ผล ตนม พ อค าขายส ง คนขายนม ตามบ าน) ระด บส ขภาพเด กท ด กว าเด ม ระด บการร กษาส งแวดล อม กราม น ดาโนน ฟ ดส ต งเป าว าจะค ดค นผล ตภ ณฑ นมสาหร บคนจน โดยเฉพาะโยเก ร ตราคา ไม ถ ง 10 เซ นต ต อถ วยท ถ กพอท คนจนจะซ อได แต ต องมอบค ณค าทางโภชนาการอย างเพ ยงพอด วย ค อ ไม ต ากว าร อยละ 30 ของปร มาณแร ธาต ต างๆ ท มน ษย จาเป นต องได ร บในหน งว น ดาโนนไม อยากผล ตส นค าต ว ใหม ในโรงงานไฮเทคท ม อย แล ว เพราะต นท นจะส งเก นกาล งซ อของคนจน กระจายส นค ายาก และก อความ เส ยหายต อส งแวดล อม อาท เช น คาร บอนไดออกไซด จากการขนส งโดยเคร องบ น ด งน นบร ษ ทจ งก อต ง โรงงานขนาดเล กในพ นท ใช เทคโนโลย การผล ตท เป นม ตรต อส งแวดล อมและอาศ ยเคร อข ายสมาช กของ ธนาคารกราม นเป น กองท พมด ในการป อนว ตถ ด บ เช น นมว วและการกระจายส นค าให ถ งม อล กค าใน ชนบท การใช เคร อข ายกองท พมดของกราม นให เป นท ง ค ค า และ พน กงานขาย เป นนว ตกรรมท น า ประท บใจท ส ดของก จการน เพราะเท าก บย งป นน ดเด ยวได นกสามต ว นกต วแรก ค อ ว ธ น ช วยลดต นท น ค าแรงของดาโนนลงอย างมาก นกต วท สอง ค อ เป นช องทางการขายและกระจายส นค าท ม ประส ทธ ภาพส ง ในชนบท เพราะคนขายอาศ ยอย ตามหม บ านท เป นกล ม เป าหมายอย แล ว คนส วนใหญ น าจะไว ใจเพ อนบ าน มากกว าคนขายจากเม องกร ง นกต วส ดท าย ค อ ช วยเพ มรายได ให ก บสมาช กของกราม น ส วนใหญ เป นหญ ง ยากจนผ เป นล กหน ของธนาคารอย แล วเท าก บช วยลดความเส ยงท จะชาระหน ไม ได อ กทางหน ง โรงงานโยเก ร ตตามแนวค ดของย น สน อาจเป นการปฏ ว ต ว ธ ขจ ดป ญหาการขาดอาหารผ าน การสร างธ รก จท ย งย นตามแนวค ด Social Enterprise ของย น ส โรงงานแห งแรกเป ดในป ค.ศ ท เม อง โบกราทางตอนเหน อของบ งคลาเทศ ผล ตโยเก ร ตเสร มแร ธาต ท กว นจากนมว วท ร บซ อจากเกษตรกรรายย อย ภายใต ย ห อโศกต ดอย (Shoktidoi) วางขายตามร านโชว ห วยในร ศม 50 ก โลเมตรจากโรงงาน ตระเวรขายตาม บ านโดย สาวกราม น ท ได ร บค าคอมม ชช นจากการขายประมาณ 1 เซ นต ต อถ วย บร ษ ทคาดว าจะทากาไร จนถ งจ ดค มท นภายใน 2 ป ค อ ก อนป ค.ศ นอกจากโรงงานท โบกราจะม ต นท นการผล ตต ากว าท น ปกต ของบร ษ ทเก อบร อยละ 70 แล วโรงงานแห งน ย งใช นว ตกรรมเทคโนโลย มากมายเพ อให เป นม ตรต อ ส งแวดล อมและช มชนมากท ส ดอย างการใช ระบบก าซช วภาพซ งแปลงจากของเส ยในกระบวนการผล ตเป น เช อเพล งระบบไฟฟ าและความร อนบางส วนในโรงงานนว ตกรรม ทาให ดาโนนประกาศอย างภาคภ ม ใจว า แม โรงงานแห งน จะเล กกว าโรงงานอ นของดาโนนเก อบ 100 เท า ม นก ก าวหน ากว าโรงงานขนาดใหญ ของ บร ษ ทในอ นโดน เซ ย บราซ ล จ น และอ นเด ย ด านว ตถ ด บ กราม นดาโนน ช วยประสานงานก บธนาคาร กราม นให ปล อยส นเช อขนาดย อมให ก บเกษตรกรยากจนท ไม ม เง นพอซ ออาหารเล ยงว วท จาเป นต อการเพ ม ปร มาณนมว วให เพ ยงพอต อการ บซ อของโรงงานปร มาณมาก นอกจากน บร ษ ทย งช วยเกษตรกรรวมกล มก น เป นสหกรณ เพ อก อต งศ นย เก บนมว วในพ นท ซ งจะรวบรวมนมท ชาวบ านนามาส งไปขายโรงงานอ ก 3-31

70 ทอดหน ง แม แต ข นตอนการกระจายส นค าก ม ความท าทาย เพราะประเพณ บ งคลาเทศมองว าคนท ไปเคาะ ประต ตามบ านม แต ขอทานเท าน น ตอนแรกผ หญ งจ งไม กล าไปสม ครเป นพน กงานขายโยเก ร ต แม ว าจะม เครด ตในช มชนอย แล วฐานะสมาช กของกราม น บร ษ ทจ งต องออกแคมเปญรณรงค ให ความร ต อประชาชน ตามหม บ านต าง ๆ เพ อขจ ดภาพล กษณ ด งกล าว ในวงว ชาการเร ยกธ รก จท ช วยยกระด บช ว ตของคนจนว า Sustainable Livelihoods Business หร อ ธ รก จเพ อการดารงช ว ตท ย งย น บร ษ ทช นนาอย างย น ล เวอร และ กราม น ดาโนน ฟ ดส ทาธ รก จน กาล งเป นต วอย างให บร ษ ทอ นเร ยนร ว า ธ รก จสามารถสร างผลตอบแทนทาง ธ รก จและส งคมท ส งท งค ถ าค ดล กและทาจร งโดยใช ท นทางส งคม ความร วมม อจากท กภาคส วนให เก ด ประโยชน ส งส ด ขณะน ทางย น เซฟ (UNICEF) กาล งจ บตาความสาเร จของโรงงานโยเก ร ตบ กเบ กอย างใกล ช ด หากประสบความสาเร จ ย น เซฟอาจนาแนวค ดของย น สไปใช ท วโลก ในส วนของ Franck Riboud เป น CEO ของดาโนนมองว าการร วมท นต งโรงงานโยเก ร ตในบ งกลาเทศก บกราม น ตามแนวค ด Social Enterprise ของย น ส คร งน เป นการขยายเข าไปส ตลาดใหม ด วยผล ตภ ณฑ อาหารท ปร บปร งโภชนาการ น บเป นกลย ทธ การเต บโตสาหร บดาโนน หาใช เป นการทาการก ศลไม Riboud ย งเห นว า น ค อ จ ดแข งของแนวค ด Social Enterprise ของย น ส การท ม นเป นทาธ รก จไม ใช การก ศลจ งสามารถจะอย รอดได ด วยต วเอง ขณะท ผ ถ อห นก ชอบใจเพราะนอกจากได ร บผลตอบแทนท เป นต วเง นแล ว บร ษ ทย งทาให ผ ถ อห นร ส กว าได ทาด ต อส งคม และดาโนนอาจจะรายงานผลตอบแทนท ส งคมได ร บจากโรงงานโยเก ร ตท บ งกลาเทศในการรายงานผลกาไร ขาดท นของดาโนนพร อมก บรายได จากผล ตภ ณฑ ต วอ นของบร ษ ท 3-32

71 รายงานการศ กษาฉบ บสมบ รณ (Final Report) บทท 4 ผลการส ารวจการทา CSR ของภาคธ รก จ จากการส ารวจบร ษ ทต าง ๆ ท วประเทศ จานวน 405 แห ง ประกอบด วยบร ษ ทมหาชน ท จดทะเบ ยนในตลาดหล กทร พย จานวน 71 แห ง และบร ษ ทท วไป จานวน 334 แห ง เพ อทราบถ ง สถานการณ การทา CSR รวมท งป ญหาอ ปสรรคและข อเสนอแนะต างๆ โดยม ผลการสารวจด งน 1. ข อม ลท วไปเก ยวก บกล มต วอย าง บร ษ ทท สารวจม ข อม ลท วไปเก ยวก บก จการด งน (1) ส วนใหญ ร อยละ 69.1 ต งอย ในกร งเทพมหานครและปร มณฑล ร อยละ 30.9 ต งอย ใน ภ ม ภาค (แผนภาพท 4-1) (2) ส วนใหญ ร อยละ 58.5 เป นบร ษ ทในภาคอ ตสาหกรรม รองลงมา ได แก ภาคบร การ และภาคพาณ ชยกรรม ค ดเป น ร อยละ 21.0 และร อยละ 15.6 ตามลาด บ (แผนภาพท 4-2) (3) ส วนใหญ ร อยละ 54.1 ประกอบก จการนานกว า 10 ป ร อยละ 34.8 ประกอบก จการ ระหว าง 6-10 ป (แผนภาพท 4-3) (4) ส วนใหญ ร อยละ 58.8 ม พน กงานระหว าง คน รองลงมา ร อยละ 23.7 ม พน กงาน 1-49 คน และร อยละ 14.3 ม พน กงาน 500 ข นไป (แผนภาพท 4-4) (5) ร อยละ 36.8 ม ทร พย ส นรวม ล านบาท รองลงมา ร อยละ 28.6 ไม เก น 50 ล านบาท และร อยละ 17.3 มากกว า 1,000 ล านบาท (แผนภาพท 4-5) (6) ร อยละ 33.6 ม รายได รวม ล านบาท รองลงมา ร อยละ 24.2 ไม เก น 50 ล านบาท และร อยละ 19.3 มากกว า 1,000 ล านบาท (แผนภาพท 4-6) (7) ร อยละ 69.6 ไม ม คนต างชาต ถ อห น และร อยละ 30.4 ม ชาวต างชาต ถ อห น 4-1

72 แผนภาพท 4-1 ท ต งก จการ จ งหว ดอ นๆ, 30.9% กร งเทพมหานคร และปร มณฆล,69.1% แผนภาพท 4-2 ประเภทธ รก จหล ก บร การ, 21.0% อส งหาร มทร พย, 2.0% เกษตร, 3.0% พาณ ชยกรรม, 15.6% อ ตสาหกรรม, 58.5% แผนภาพท 4-3 ระยะเวลาประกอบก จการ ไม เก น 5 ป, 11.1% มากกว า 10 ป, 54.1% 6-10 ป, 34.8% 4-2

73 แผนภาพท 4-4 จ านวนพน กงาน 500 คน ข นไป, 14.3% ไม ระบ, 3.2% 1-49 คน, 23.7% คน, 58.8% แผนภาพท 4-5 ม ลค าทร พย ส นรวมของบร ษ ท ณ ป พ.ศ ,000 ล านบาท 6.9% มากกว า 1,000 ล านบาท 17.3% ไม เก น 50 ล านบาท 28.6% ล านบาท 10.4% ล านบาท 36.8% แผนภาพท 4-6 รายได รวมของบร ษ ทในป พ.ศ มากกว า 1,000 ล านบาท, 19.3% 501-1,000 ล านบาท, 7.4% ไม เก น 50 ล านบาท, 24.2% ล านบาท, 15.6% ล านบาท, 33.6% 4-3

74 แผนภาพท 4-7 การถ อห นของชาวต างชาต ชาวต างชาต ถ อห น, 30.4% ไม ม ชาวต างชาต ถ อห น, 69.6% 2. ประเภทและความต อเน องในการทา CSR ของภาคธ รก จ จากการสารวจพบว าบร ษ ทจานวนร อยละ ม การทา CSR ในขณะท ร อยละ 3.21 ไม ม การทา CSR ซ งส วนใหญ ม สาเหต มาจากไม ม ความร เก ยวก บ CSR ไม ม บ คลากรท จะร บผ ดชอบ ดาเน นการ และไม ม งบประมาณดาเน นการ (ตารางท 25 ในภาคผนวกท 1) บร ษ ทท ทา CSR ส วน ใหญ ร อยละ (96.4) ทา CSR ในล กษณะการบร จาคเง น และ / หร อส งของ เช น เพ อช วยเหล อ ผ ประสบสาธารณภ ยต าง ๆ ช วยเหล อผ ด อยโอกาส มอบท นการศ กษาแก ผ ด อยโอกาส เป นต น เน องจากเห นว าง ายและสะดวก รองลงมา ร อยละ 90.3 ม ความร บผ ดชอบต อล กค า เช น การพ ฒนา ส นค าให ม ค ณภาพส งข น การให ข อม ลท ถ กต องแก ล กค า เป นต น ร อยละ 89.8 ทาก จกรรมใน ล กษณะการพ ฒนาค ณภาพช ว ตพน กงาน / แรงงาน เช น การจ ดสว สด การแรงงานให แรงงาน / ครอบคร ว การจ ดอาหารกลางว นฟร เป นต น การพ ฒนาค ณภาพส งแวดล อม เช น การพ ฒนา สภาพแวดล อมในช มชน การจ ดก จกรรมขยะ Recycle เข าร วมก จกรรมลดโลกร อน การปล กป า เป น ต น ส าหร บก จกรรมเพ อแก ไขป ญหาความยากจน สร างความเป นธรรม และสร างโอกาสแก คน ระด บล าง ม การดาเน นการเพ ยง ร อยละ 56.9 โดยก จกรรมท ทา ได แก การส งเสร มการจ างงานใน ท องถ นหร อช มชน การจ างงานคนพ การ การจ ดเล ยงอาหารคนจน คนด อยโอกาส การสร างอาช พ/ ฝ กอาช พ การขายป จจ ยการผล ตในราคาต ากว าท องตลาด ให ก เง นโดยค ดดอกเบ ยในอ ตราต า เป นต น (แผนภาพท 4-8 และ 4-9) 4-4

75 บร ษ ทท จดทะเบ ยนในตลาดหล กทร พย ม ส ดส วนในการทา CSR แต ละประเภทส งกว า บร ษ ทท ไม ได จดทะเบ ยน โดยเฉพาะอย างย งก จกรรมเพ อช วยเหล อผ ด อยโอกาส การสร างอาคาร โรงเร ยน และการจ ดก จกรรมเพ อแก ไขป ญหาความยากจน (ตารางท 8 ในภาคผนวกท 1) เน องจาก เป นก จการขนาดใหญ ม ความพร อมมากกว าบร ษ ทท วไป และบร ษ ทท จดทะเบ ยนในตลาด หล กทร พย ม สถาบ นธ รก จเพ อส งคม (Corporate Social Responsibility Institute : CSRI) ท ทาหน าท เป นศ นย กลางในการส งเสร ม แนวค ด และว ธ ปฏ บ ต เก ยวก บการดาเน นธ รก จด วยความร บผ ดชอบ ต อส งคมและส งแวดล อมแก หน วยงานในภาคธ รก จ ได ทาหน าท ฝ กอบรมให ความร ด าน CSR ก บ บร ษ ทต างๆ ท จดทะเบ ยนในตลาดหล กทร พย ท สนใจ นอกจากน ย งม CSR Club หร อ เคร อข ายด าน ความร บผ ดชอบต อส งคมของบร ษ ทจดทะเบ ยนในตลาดหล กทร พย ฯ ซ งม แนวค ดม งม นในการ สร างเคร อข ายพล งแห งความด ด วยการสร างพ นท ให เก ดการแลกเปล ยนเร ยนร และการแบ งป น ประสบการณ ความร ความเช ยวชาญระหว างผ ปฏ บ ต งานด าน CSR ในแต ละองค กร ซ งจะเป นการ ช วยยกระด บการข บเคล อนงาน CSR ขององค กรให เก ดประส ทธ ภาพ ประส ทธ ผล ก อให เก ดค ณค า ก บท งองค กรและส งคม ท งย งสามารถตอบสนองความต องการของส งคมได อย างแท จร ง จะเห นว า บร ษ ทท จดทะเบ ยนในตลาดหล กทร พย น นม แหล งความร และสามารถเข าถ งความร เก ยวก บ CSR มากกว าบร ษ ทท วไป เน องจากม หน วยงานเฉพาะท คอยสน บสน น ส าหร บในด านความต อเน องของการทาก จกรรมน นพบว า บร ษ ทท ทาก จกรรมต อเน อง ม ส ดส วนน อยกว าบร ษ ทท ไม ทาก จกรรมต อเน อง ยกเว นก จกรรมเก ยวก บการส งเสร มการจ างงานใน ท องถ นหร อช มชน และการจ างงานคนพ การ ซ งพบว าม การทาก จกรรมต อเน องส งกว าท ไม ทา ต อเน อง (แผนภาพท 4-8 และ 4-9 และตารางท 8 ถ ง ตารางท 15 ในภาคผนวก 1) ด งน นการส งเสร ม ให บร ษ ทขนาดใหญ ท ม ความพร อมและม การทาก จกรรมประเภทแก ไขป ญหาความยากจน สร าง ความเป นธรรม และสร างโอกาสแก คนระด บล าง ให ทาก จกรรมอย างต อเน องจ งเป นส งท สาค ญใน การให ภาคธ รก จเข ามาม ส วนร วมในการแก ไขป ญหาด งกล าว 4-5

76 แผนภาพท 4-8 ล กษณะการทา CSR ของบร ษ ทต างๆ การบร จาคเง นและ/ส งของ การร บผ ดชอบต อล กค า การพ ฒนาค ณภาพช ว ตพน กงาน/แรงงาน การพ ฒนาค ณภาพส งแวดล อม การจ ดก จกรรมต างๆเพ อช วยเหล อผ ด อยโอกาส 63.0% 71.2% 96.4% 90.3% 89.9% การจ ดก จกรรมเพ อแก ปญหาความยากจน การสร างอาคารเร ยน/โรงเร ยน 30.6% 56.9% 0% 10% 20% 30% 40% 50% 60% 70% 80% 90% 100% แผนภาพท 4-9 ล กษณะการจ ดก จกรรมเพ อแก ป ญหาความยากจน สร างความเป นธรรม และสร างโอกาสแก คนระด บล าง การส งเสร มการจ างงานในท องถ นหร อช มชน การจ างงานคนพ การ การจ ดเล ยงอาหารคนจน คนด อยโอกาส การสร างอาช พ/ฝ กอาช พ ขายป จจ ยการผล ตในราคาต ากว าท องตลาด ให เง นก โดยค ดดอกเบ ยในอ ตราต า การก อสร างฝายชะลอน า / ข ดบ อน า การให ความช วยเหล อด านความร ทางว ชาการ การช วยเหล อในด านการหาตลาด การให ใช พ นท จาหน ายส นค า ให เครด ตในการซ อป จจ ยการผล ต การช วยเหล อในการพ ฒนาส นค า การร บซ อผลผล ตทางการเกษตรในราคาส งกว าท องตลาด การให ย มเคร องม ออ ปกรณ ทางการเกษตร อ นๆ 1.0% 19.4% 20.9%23.0% 18.6% 18.1% 15.6% 15.3% 15.3% 15.1% 14.5% 14.5% 11.7% 11.5% 40.6% 0% 10% 20% 30% 40% 50% นอกจากน ย งพบว า ระยะเวลาในการดาเน นธ รก จ ขนาดของก จการ รายได ของก จการ การถ อห นของชาวต างประเทศ และการจดทะเบ ยนในตลาดหล กทร พย ม ส ดส วนการทา CSR 4-6

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา ๒๓๑ แนวค ด กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษาเป นหน วยงานท สร างความเข มแข ง การบร หารด านว ชาการ ด านงบประมาณ ด านการบร

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

ห วข อการประกวดแข งข น

ห วข อการประกวดแข งข น ช อโครงการ การประกวดแข งข นท กษะด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร ห วข อการประกวดแข งข น เทคโนโลย สร างสรรค หน วยงานท ร บผ ดชอบ บร ษ ท สงขลาฟ น ชช ง จาก ด ล กษณะโครงการ ประกวดแข งข นช งท นการศ กษา ระยะเวลาดาเน นการ

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ส มมนา- การเตร ยมการก อนการ โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ผ ร บผ ดชอบ ข นตอนการปฏ บ ต งาน มาตรฐานค ณภาพงาน ค ามาตรฐาน หล กฐาน การจ ดเตร ยมสถานท และอาคารโรงงาน การเตร ยมการด าน การตลาด

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55 แผนจ ดทาข นตอนการดาเน นงาน แผนงาน/โครงการ ประจาป 555 โครงการเสร มสร างความร และประสบการณ ด านค ณธรรมแก เด กและเยาวชนท ประสบป ญหาทางส งคม หน วยงานศ นย พ ฒนาส งคม หน วยท 5 จ งหว ดลาพ น เป าหมายท งหมด 5 ราย

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ย ทธศาสตร ย ทธศาสตร ท 1 เสร มสร างจ ตส าน กและ ค าน ยมให หน วยงาน บร หารงานตาม หล

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

ตามนโยบายการบร หารพ ฒนาจ งหว ดชายแดนภาคใต สอดคล องก บการพ ฒนาการศ กษา ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 ของกระทรวงศ กษาธ การ กศน.อาเภอมะน ง จ งหว ดสต ล...

ตามนโยบายการบร หารพ ฒนาจ งหว ดชายแดนภาคใต สอดคล องก บการพ ฒนาการศ กษา ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 ของกระทรวงศ กษาธ การ กศน.อาเภอมะน ง จ งหว ดสต ล... ตามนโยบายการบร หารพ ฒนาจ งหว ดชายแดนภาคใต สอดคล องก บการพ ฒนาการศ กษา ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 ของกระทรวงศ กษาธ การ กศน.อาเภอมะน ง จ งหว ดสต ล... นโยบายการศ กษาตามว ตถ ประสงค ข อท 4 การพ ฒนาเป นไปอย างต

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย

More information

แผนการจ ดการความร ป 2555-2557 สาขาบร หารการศ กษา Show and share

แผนการจ ดการความร ป 2555-2557 สาขาบร หารการศ กษา Show and share แผนการป 2555-2557 Show and share ล าด บ ก จกรรม ก าหนดการด าเน นงาน ระยะเวลา ต วช ว ด เป าหมาย 1. ก จกรรมท 1 การบ งช 1.1 การประช มช แจงประกาศ และค าส งนโยบายการจ ดการ เคร องม อท ใช ในการ สน บสน นประเด

More information

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า จ ดท าโดย กล มการเจ าหน าท ส าน กเลขาน การกรม แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า ในป

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.

แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และ มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘) แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา ๒๕๕๗ (๑ ม ถ นายน พ.ศ.

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘ แผนงาน/โครงการ ว ตถ ประสงค เป าหมาย ข นตอน ระยะเวลา งบประมาณ ผ ร บผ ดชอบ ต วช ว ด ๑. ย ทธศาสตร การ เสร มสร างและจ ดการ องค ความร และ นว ตกรรม ๑.๑ ว จ ยและพ ฒนาสร าง องค ความร และ นว ตกรรมการผล ตป ย ช วภาพท

More information

สารบ ญตาราง ตารางท หน า

สารบ ญตาราง ตารางท หน า สารบ ญ บทท หน า บทสร ปผ บร หาร I 1 บทนา 1 หล กการและเหต ผล 1 ว ตถ ประสงค และเป าหมาย 2 ขอบเขตของการว จ ย 2 ประโยชน ท ได ร บจากการว จ ย 4 น ยามศ พท เฉพาะ 4 กรอบแนวค ดของการว จ ย 7 2 แนวค ด ทฤษฎ และงานว

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต 1. ช อแผนงาน แผนงานระบบอาจารย ท ปร กษา 2. ว ตถ ประสงค 1) ส งเสร มให อาจารย ท ปร กษาสามารถปฏ บ ต หน าท

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 ค าน า ด วยคณะร ฐมนตร ได ประกาศใช แผนการบร หารราชการแผ นด น พ.ศ.2555 2558(ราชก จจาน เบกษา เล ม 128 ตอนพ เศษ 109 ง ว นท 21 ก นยายน 2554) เป นกรอบแนวทางการบร หารราชการตลอดวาระการด

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม เอกสารสร ปรายงานการด าเน นโครงการก จกรรม ประกอบด วย ส วนท 1. ปกรายงาน ส วนท 2. ใบรองปก ( ปกใน ) ส วนท 3. ค าน า ส วนท 4. สารบ ญ ส วนท 5. โครงการท ได ร บการอน ม ต ส วนท 6. ก าหนดการ ส วนท 7. ส าเนาบ นท

More information

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.) ล าด บท หล กส ตร ประเภท ระยะเวลา จ านวน ยศ 1 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง กรมอ ทหารเร อ ช นป ท 1 ศ กษา 1 ป ต.ค.57 - ก.ย.58 77 - เพ อทดแทนก าล งพลในการซ อมสร างเร อ 2 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง

More information

โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา

โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา 1. ผ ร บผ ดชอบโครงการ อาจารย ขน ษฐา แซ ล ม และนายวช ราว ธ จ นผอง 2. หล กการและเหต ผล ในโลกป จจ บ นหน วยงานต าง ๆ ไม ว าจะเป นทางหน

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

เพ อนาเสนอผลงานว จ ยท ได ร บท น สวทช.ภาคเหน อท เป นงานว จ ยเพ อแก ไขและ พ ฒนาท องถ น

เพ อนาเสนอผลงานว จ ยท ได ร บท น สวทช.ภาคเหน อท เป นงานว จ ยเพ อแก ไขและ พ ฒนาท องถ น (1) เร อง งานว จ ยเพ อแก ไขและพ ฒนาท องถ น 2553 (2) ว น เด อน ป สถานท ท จ ด 2 กรกฎาคม 2553 โรงแรมแคนทาร ฮ ลล จ.เช ยงใหม (3) ว ตถ ประสงค ของการจ ด เพ อนาเสนอผลงานว จ ยท ได ร บท น สวทช.ภาคเหน อท เป นงานว

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

การวางแผน (Planning)

การวางแผน (Planning) การวางแผน (Planning) การวางแผน หมายถ งอะไร การพ จารณา และ ก าหนดแนวทางปฏ บ ต งาน ให บรรล เป าหมาย การคาดการณ หร อ คาดคะเนส งท ย งไม เก ดข น อย างใช ด ลยพ น จ สร ป...การวางแผน ค อ ความพยายามท เป นระบบ เพ

More information

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน พ จารณา 4 เร อง เร องการบร หารจ ดการ การออกแบบและปร บแบบไม ให ล าช า (ม ระยะเวลากาหนด และข นตอนเหม อนการออกแบบปกต ) เร องการเปล ยนแปลงรายการต องให กองแบบแผนร

More information

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ ผลการด าเน นงาน งานธ รการ 2 ผลการด าเน นงานของงานธ รการ ประจ าป การศ กษา 2549/ป งบประมาณ 2549 กองบร การการศ กษา มหาว ทยาล ยสงขลานคร นทร ว ทยาเขตป ตตาน ผลการด าเน นงานตามด ชน ช ว ด (KPIs) มาตรฐาน/ต วบ งช

More information

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา การประเม นผลการส มมนา หมายถ ง กระบวนการในการจ ดเก บข อม ล และจ ดกระท าข อม ลเพ อให ทราบว า การดาเน นงานจ ดส มมนาตาม โครงการ ได บรรล ว

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555 1 แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2555 2 แผนการจ ดการความร : การจ ดการความร เก ยวก บการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ พ นธก จ : การผล ตบ ณฑ ต กลย ทธ ท 1.2 : การพ ฒนาการเร ยนการสอนเพ อพ ฒนาค ณภาพน

More information

การบร หารความร และการเร ยนร VII

การบร หารความร และการเร ยนร VII สารบ ญ สารบ ญ สารบ ญ VII สารบ ญร ป XII แถลงการณ แบบอย างท ด เย ยมด านการบร หาร 1 1. หล กการ 7 1.1 อนาคตของบร ษ ทข นอย ก บความร ความสามารถของพน กงาน 8 (ก) บร ษ ทเต บใหญ ได ไม เก นความร ความสามารถของพน กงานท

More information

การบ รณาการแผนงานโครงการ ของกระทรวงทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ก บจ งหว ด และกล มจ งหว ด โดย นางสาวจาร ภา อย พ ล ผ อ านวยการส าน กตรวจและประเม นผล

การบ รณาการแผนงานโครงการ ของกระทรวงทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ก บจ งหว ด และกล มจ งหว ด โดย นางสาวจาร ภา อย พ ล ผ อ านวยการส าน กตรวจและประเม นผล การบ รณาการแผนงานโครงการ ของกระทรวงทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ก บจ งหว ด และกล มจ งหว ด โดย นางสาวจาร ภา อย พ ล ผ อ านวยการส าน กตรวจและประเม นผล Page 1 ช องทางในการของบประมาณ ของหน วยงานส วนภ ม ภาคในส

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน คณะผ บร หารการคล งประจ าจ งหว ดน าน โครงการเพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านรายจ ายและการบร หารจ ดการหน หล กส ตร เพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านการบร หารจ ดการหน 1. หล กการและเหต ผล ตามท ท มเฉพาะก จวาย

More information

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554 การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554 รายงานการประเม นตนเองตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการ (รายต วช ว ด) ( ) รอบ 6 เด อน ( / ) รอบ 9 เด อน ( ) รอบ 12

More information

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กฎหมายพล งงาน กฎหมาย พล งงาน พระราชบ ญญ ต การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน พ.ศ. 2535 (แก ไขเพ

More information

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร 19 สนว. แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน ก มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร องค ประกอบ จ ดแข ง แนวทางเสร มจ ดแข ง จ ดท ควรพ ฒนา ข อเสนอแนะในการปร บปร ง หล กฐาน/โครงการ

More information

และโรงเร ยนต ารวจตระเวนชายแดนน คมพ ท กษ ราษฎร

และโรงเร ยนต ารวจตระเวนชายแดนน คมพ ท กษ ราษฎร สร ปโครงการพ ฒนาค ณภาพการศ กษาโรงเร ยนต ารวจตระเวนชายแดน : โครงการพ ฒนาแหล งทร พยากรสารสนเทศเพ อการเร ยนร ของโรงเร ยนต ารวจตระเวนชายแดน ในจ งหว ดชายแดนภาคใต ๑.ม โครงการหร อก จกรรมท ได ร บมอบหมาย ๒. ค าส

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน ว ตถ ประสงค เพ อพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรผ เก ยวข องให ม ความร ความเข าใจ ความส าค ญในการก าหนดข อม ลพ นฐาน (Master File) และข อม ล พ นฐานท พ ฒนาข นมาใหม ในโปรแกรม BMS INVENTORY เพ

More information

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ KPI ผ ร บผ ดชอบ ประเด นการพ จารณา ผลการด าเน นงาน 5.1 ร อยละของอ ตราการ เบ กจ ายเง นงบประมาณ รายจ ายลงท น ทส.สบย. ผลการเบ กจ ายงบลงท น เท ยบก บ วงเง นงบประมาณท

More information

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ 1. ว ตถ ประสงค เพ อให ว ทยาล ยม ระบบค ณภาพและบ คลากรท กฝ ายร วมก นต งปณ ธาน ความม งหว งท จะพ ฒนาว ทยาล ยไปส ความสาเร จ โดยร วมก นระดมพล งป ญญา และแรง บ นดาลใจสร างภาพท พ งประสงค ของว ทยาล ย โดยร วมก นกาหนด

More information

แผนพ ฒนาส นน บาตสหกรณ แห งประเทศไทย ฉบ บท 5 พ.ศ. 2555 2559

แผนพ ฒนาส นน บาตสหกรณ แห งประเทศไทย ฉบ บท 5 พ.ศ. 2555 2559 1 แผนพ ฒนาส นน บาตสหกรณ แห งประเทศไทย ฉบ บท 5 พ.ศ. 2555 2559 ************************* คานา (Introduction) แผนพ ฒนาส นน บาตสหกรณ แห งประเทศไทย ฉบ บท 5 พ.ศ. 2555-2559 เป นแผน ท ม ความจาเป นต อการพ ฒนาองค

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 0 Course ID Course Name Time IT001 1 ว น หล กการและเหต ผล งานขายเป นห วใจของการด าเน นธ รก จ No Selling No Business ค ากล าวน คงไม ต องการค าอธ

More information

ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ มหาว ทยาล ยราชภ ฏจ นทรเกษม

ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ มหาว ทยาล ยราชภ ฏจ นทรเกษม ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ เม อว นท 22 ม ถ นายน 2544 ในขณะน นส งก ดส าน กงาน สภาสถาบ น ราชภ ฏ กระทรวงศ กษาธ การ ได ตกลงร วมม อก บโรงเร ยนม นบ ร โปล เทคน ค ในการด าเน นการจ ดต งศ

More information

ประโยชน ท คาดว าจะได ร บ

ประโยชน ท คาดว าจะได ร บ - ๑ - ช อโครงการ จ ดระบบงานด านธ รการของ กวก.ศวก.พร. เจ าของโครงการ กองว ทยาการ ศ นย ว ทยาการ กรมแพทย ทหารเร อ (กวก.ศวก.พร.) ผ ร บผ ดชอบ กองบ งค บการ กองว ทยาการ ศ นย ว ทยาการ กรมแพทย ทหารเร อ หล กการและเหต

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553)

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการ ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการ ต วช ว ด เป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช จ ดประช มเพ อทบทวนแผนการจ ดการ

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น 1 สร ปรายงาน โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การการเผยแพร สารสนเทศ เร อง ว นท 23 ม นาคม 2554 ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ ช อโครงการ : เร อง หล กการและเหต ผล ป จจ บ นคอมพ วเตอร ได เข ามาม ส วนส าค ญมากต

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด กระบวนการจ ดการความร (Knowledge Management process) 1.การบ งช ความร บ งช ความร ท จ าเป

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า แผนการท : 1 ประเด นย ทธศาสตร : ความเป นเล ศด านการว จ ยและนว ตกรรม องค ท จ าเป น : องค ด านงานว จ ยและนว ตกรรม แผนการ คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า 1.การบ งช 2.การสร างและ แสวงหา การประช มจ ดการประช

More information

ความร บ คลากรด าน งบประมาณ การเง น และพ สด ม.ย.-ต.ค. 53 เก ยวก บการจ ดการความร ของหน วยงาน

ความร บ คลากรด าน งบประมาณ การเง น และพ สด ม.ย.-ต.ค. 53 เก ยวก บการจ ดการความร ของหน วยงาน สร ปผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร รอบ 6 เด อน (ม ถ นายน พฤศจ กายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการความร ระยะเวลา ต วช ว ด เป าหมาย กล มเป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช ความร ประเด นการจ ดการ 1 ประเด

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

ร ท นพฤต กรรมและป ก จจ ยเส จจ ย ยง:: บ หร เหล า และอ บ บ หร เหล า ต เ และอ บ หต ในสถานประกอบการ านประกอ 28 มกราคม 2013

ร ท นพฤต กรรมและป ก จจ ยเส จจ ย ยง:: บ หร เหล า และอ บ บ หร เหล า ต เ และอ บ หต ในสถานประกอบการ านประกอ 28 มกราคม 2013 ร ท นพฤต กรรมและป จจ ยเส ยง: บ หร เหล า และอ บ ต เหต ในสถานประกอบการ 28 มกราคม 2013 ความหมายของส ขภาวะ ส ขภาวะ หมายถ ง การท บ คคลม ส ขภาพด ครบ 4 ด าน ได แก ก า ย ห ม า ย ถ ง ก า ร ม ร า ง ก า ย ท ส ม บ

More information

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ ส วนท ๑ การร บหน งส อ หน งส อร บ ค อ หน งส อได ร บเข ามาจากภายนอก ให เจ าหน าท ของหน วยงานสารบรรณ กลางปฏ บ ต ตามท ก าหนดไว ในส วนน ๑. จ ดล าด บความส าค ญและความเร งด วนของหน

More information

การบร หารความเส ยง กองการศ กษา ภาคพาย พ เช ยงใหม

การบร หารความเส ยง กองการศ กษา ภาคพาย พ เช ยงใหม ประเด นย ทธศาสตร 6.ด านการบร หารจ ดการแบบบ รณาการ การบร หาร กองการศ กษา ภาคพาย พ เช ยงใหม เป าประสงค โดยย ดประโยชน ส งส ดขององค กร (SPECIALISTS) /ป จจ ยเส ยง เป าประสงค ข อท 1.1 ม ระบบเทคโนโลย สารสนเทศ

More information

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555 แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. กรม: เจ าท า ประเภทกรม : ด านนโยบาย ด านบร การ กระทรวง คมนาคม ช อแผนพ ฒนาองค การ: การบร หารทร พยากรบ คคล หมวด : 5 การม งเน นทร พยากรบ คคล โอกาสในการปร บปร ง : เม อเท

More information

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต องใช เคร องม อประกอบการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน

More information

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา ศ กษา / ปฏ บ ต............... โดย............. เพ อ.............. สาระ...............

More information

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net)

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net) 1 แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา () การประเม นการบร หารจ ดการศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาระด บสถานศ กษา เพ อให การด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาม ประส ทธ ภาพย งข น และน าไปส การพ ฒนาค

More information

ผ ร นางว มลวรรณ วงษ สง า น กทร พยากรบ คคล ชานาญการพ เศษ

ผ ร นางว มลวรรณ วงษ สง า น กทร พยากรบ คคล ชานาญการพ เศษ ผ ร นางว มลวรรณ วงษ สง า น กทร พยากรบ คคล ชานาญการพ เศษ *** ทาความร จ ก ผ ร ของเรา *** ช อ : นางว มลวรรณ วงษ สง า ตาแหน ง : น กทร พยากรบ คคลชานาญการพ เศษ เบอร โทรศ พท : 0896925188 E-Mail Address : vimolwan_ann@hotmail.com

More information

เอกสารประกอบการจ ดท า

เอกสารประกอบการจ ดท า เอกสารประกอบการจ ดท า [Type your address] [Type your phone number] [Type your email address] โครงการพ ฒนาผ ประกอบการธ รก จอ ตสาหกรรม (คพอ.267) กร งเทพฯ โครงการพ ฒนาผ ประกอบการธ รก จอ ตสาหกรรม (คพอ.267)

More information

แผนการจ ดการความร (KM Action Plan) กล มพ ฒนาระบบบร หาร

แผนการจ ดการความร (KM Action Plan) กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนการจ ดการความร (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : 1 การบ งช ความร จ ดประช มภายในหน วยเพ อ ว เคราะห และตรวจสอบองค ความร ท ม อย และต องใช โครงการสรรหา พน กงาน สามารถบรรจ พน กงานได ตาม ความต องการ ระเบ ยบ

More information