บทท 11 โปรแกรมท ใช ในการค านวณ (Microsoft Excel 2000)

Similar documents
ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล

การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save)

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง

MICROSOFT EXCEL 2007 การใช โปรแกรมค านวณ ด วย MICROSOFT EXCEL 2007 คร อ มาพร บร ร กษ

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน

คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

การจ ดการระบบต ดต อเราโดย Web Admin สามารถแบ งออกเป น 6 ห วข อ ด งน

ใช Excel ต ดเกรด ง ายน ดเด ยว

การจ ดและตกแต งข อความ

ใบความร ช ดท 1 กระดาษ ค านวณ หน วยการเร ยนร ท 4 เร มต นร จ กก บโปรแกรมไมโครซอฟท เอ กเซล เร อง ความร เบ องต นเก ยวก บโปรแกรมไมโครซอฟท เอ กเซล

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ CONTROL MENU INFORMATION PORT

How To Use Powerpoint And Powerpoint 2.2 On A Computer Or Tablet

ล กษณะพ เศษของเอ กเซล ม ด งน

ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

ค ม อการใช งานเว บไซต สาเร จร ป. FreeWebFree.com

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

ท มา สถาบ น กศน. ภาคกลาง

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

ความร เก ยวก บโปรแกรม Microsoft Excel 2007

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

การท างานเก ยวก บ Paragraph

User Manual Editor Tool Proposal V1.0

เร อง การออกแบบงานนาเสนอ และ เทคน คการจ ดการภาพน ง

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

บทท 2 การเข าและออกจากตารางท างาน

บทท 1 การใช งาน Microsoft Excel 2007 เบ องต น

การใช งานโปรแกรม Microsoft Word ร น 2002 และ 2003

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เม อเข าระบบตามหน วยงานแล ว จะพบหน าจอ ระบบจ ดการเว บไซต

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การใช งานโปรแกรม Microsoft Word ร น 2002 และ 2003

ใบความร หน วยท 10 โปรแกรมประมวลผลค าก บการจ ดการแฟ มข อม ล

แบบทดสอบก อนเร ยน เร อง การใช งานโปรแกรม Microsoft Excel 2007 ค าช แจง ให น กเร ยนเล อกข อท ถ กต องแล วท าเคร องหมาย X ลงในกระดาษค าตอบ

บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส

ใบความร ท 10 หน วยการเร ยนร สร างสรรค ตารางสวย รายว ชา คอมพ วเตอร 3 เร องการสร างฐานข อม ลเบ องต น เร อง การใช งานม มมองแผ นข อม ลตาราง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

หน วยท 1 การใช โปรแกรม Microsoft Word

5. หน าต างโปรแกรมและการจ ดการแฟ มงาน

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

การพ มพ /แก ไขเอกสาร โหมดการพ มพ ภาษาไทย / ภาษาอ งกฤษ

EO/2 ระบบปฏ บ ต การ Windows XP

การบ นท กโน ตดนตร ไทยด วยโปรแกรมส าเร จร ป Microsoft Excel

ค ม อการใช งานโปรแกรม

เอกสารประกอบการเร ยนรายว ชาเพ มเต ม

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

การใช งาน Microsoft Word 2013

การใช Microsoft Excel ในการค านวณทางการเง น ตอนท 4

การน าค าพ ก ด XY มาสร างข อม ล Point และ Polygon ด วยโปรแกรม ArcGIS 9.2

หล กส ตร Microsoft Office Excel 2010

การตรวจสอบการต ดต งโปรแกรมสแกนเอกสารและการด ภาพสแกน ค ม อทางด านเทคน ค

บทท 3 การท างานก บตาราง ร จ กตาราง

ค ม อ ระบบบร หารโปรแกรมงานทะเบ ยนและว ดผลการศ กษา ส าหร บผ ด แลระบบ

How To Get A Free Ride From A Car To The Beach

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห )

Pivot Table และ Pivot Chart... 1 ต วอย างท ข นตอนการสร าง Pivot Table และ Pivot Chart... 6 ต วอย างท

รห สว ชา CCOO6 ว ชา เสร มการใช โปรแกรมตารางงาน 1 ผ สอน อาจารย ศร ส ดา ร กสก ล ระด บช น ปวช.2 สาขาว ชาการขาย

ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน

การใช งานระบบโปรแกรม

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

โปรแกรมบร หารจ ดการโรงพ มพ

เป นเมน ท ใช ในการจ ดการภาพเอกกสาร โดยม รายละเอ ยดด งน

การใช งาน Microsoft Access การเร ยกใช โปรแกรม Start > All Programs > Microsoft Office > Microsoft Office Access 2007

การออกจากโปรแกรมฝ กพ มพ (Microsoft word)

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

CryptBot e-office/e-document Alert TM

How To Get A Job At A Bank

เร อง การสร างอ กษรศ ลป แผนผ งองค กร และแผนภ ม

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login

ใช ExcEl อย างสมาร ทฉลาดยกก าล ง 2

บทท 6 การจ ดการก บข อม ลในแฟ มเอกสาร

ระบบ E-OFFICE เป นโปรแกรม ส าหร บบร หารงานในองค กร,บร ษ ท online ผ านระบบอ นเตอร เน ต หร อ Network

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

เร ยนร เจาะล ก ค ณล กษณะใหม ของการใช งานโปรแกรม MS Excel 2007

ค ม อการใช งาน ระบบรายงานผลการด าเน นงานค มครองผ บร โภคด านผล ตภ ณฑ ส ขภาพในส วนภ ม ภาค (แบบรายงาน คบส.)

ค ม อการใช งาน ส าหร บ ใช งานระบบ (จ งหว ด/ศ นย /กล ม) โครงการพ ฒนาระบบงานบร หารและจ ดการโครงการ กรมส งเสร มสหกรณ บร ษ ท บ ซโพเทนเช ยล จ าก ด

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

หน วยท 6. เร อง การใช งานโปรแกรมตารางงาน (Microsoft Excel) ส ปดาห ท 9 จ านวน 3 ช วโมง สาระการเร ยนร จ ดประสงค การเร ยนร

การใช งานส ตรและฟ งก ช นเอ กเซล2007

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย

แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน

ปฏ บ ต ก าร Microsoft Excel คร งท 1

Transcription:

บทท 11 โปรแกรมท ใช ในการค านวณ (Microsoft Excel 2000) ไมโครซอฟต เอ กเซล 2000 (Microsoft Excel 2000) เป นโปรแกรมประย กต ท ม ล กษณะ เป นตารางค านวณท ม ล กษณะ เป นตารางค านวณอ เล กทรอน กส (Spreadsheet หร อ worksheet) ตารางน เก ดจากการต เส นในแนวนอนและแนวต งต ดก นหลายๆเส น ท าให เก ดเป นช องส เหล ยม เล กๆ ข นมากมาย ในตารางอ เล กทรอน กส น สามารถบรรจ ข อม ลได หลายต วอ กษร ข อม ลท ป อน เช น ข อความ ต วเลข ส ตรทางคณ ตศาสตร และร ปภาพสามารถป อนได เหม อนโปรแกรมอ นๆ ภายใต ว นโดว แต จะเด นในเร องการค านวณ เพราะสามารถใส ส ตรการค านวณท ย งยากซ บซ อน และสามารถค านวณได อย างถ กต อง และรวดเร ว เช น เม อม การเปล ยนค าต วเลขท เป นต วต งจะท าให ผลล พธ ท ได ม การค านวณตามส ตรท เคยให ไว ก อนหน าได อย างอ ตโนม ต และรวดเร ว ด งน น โปรแกรมไมโครซอฟต เอ กเซลน จ งเหมาะก บงานด านบ ญช คณ ตศาสตร หร องานอ นๆ ท เก ยวก บ การค านวณ ไมโครซอฟต เอ กเซล 2000 นอกจากจะเป นโปรแกรมท เก งทางด านการค านวณแล ว ย ง สามารถท างานได หลากหลาย เช น พ มพ เอกสารได เหม อนก บไมรโครซอฟต เว ร ด ท างานด านการ จ ดการฐานข อม ล(Database) ได เหม อนก บไมโครซอฟต เอ กเซส หร ออาจจะม การน าเสนอข อม ลใน ล กษณะแผนภ ม (Chart) การวาดร ปในแบบกราฟ ก การสร างแบบฟอร มกรอกข อม ล การเข ยน โปรแกรมด วยมาโคร เป นต น แฟ มข อม ลของโปรแกรมไมโครซอฟต เอ กเซล เร ยกว า เว ร กบ ค (workbook ) แต ละ เว ร กบ คประกอบด วยตาราง หลายๆตาราง หร อท เร ยกว า เว ร กช ต (worksheet) เช น ในแฟ ม ประว ต ของพน กงานแฟ มหน ง(workbook)อาจประกอบไปด วยตาราง(worksheet) หลายตาราง เช น ตารางประว ต ส วนต ว ตารางประว ต การศ กษา ตารางว นลาหย ด ตารางค านวณอ ตราค าจ าง ตาราง บ ญช รายร บ-รายจ ายของหน วยงาน ตารางแสดงสถ ต ในร ปแบบกราฟ ซ งแต ละตารางท างาน แตกต างก นออกไป เช น ในตารางประว ต ส วนต วอาจจะม การบ นท กข อม ล และท าการค นหารายช อ พน กงาน ตารางค านวณอ ตราค าจ างก สามารถค านวณ ว น - เวลา ท างาน เพ อน ามาค ดเป นค าจ างได เป นต น

11-2 11.1 การเข าใช งานโปรแกรมไมโครซอฟต เอ กเซล 2000 การเข าใช งานสามารถท าได ด งน ค อ 1. คล กท ป ม start 2. เล อกท program 3. เล อกโปรแกรม microsoft excel ภาพท 11.1 แสดงการเร ยกใช โปรแกรม microsoft excel ก จกรรมท 1 การเร ยกใช โปรแกรม microsoft excel ท าได อย างไร แนวการตอบ ด รายละเอ ยดจากห วข อการเข าใช งานโปรแกรมไมโครซอฟต เอ กเซล 2000

11-3 11.2 ส วนประกอบของ microsoft excel แถบช อเร อง แถบค าส ง แถบเคร องม อ เซลใช งาน แถบเล อน ภาพท 11.2 ส วนประกอบของโปรแกรม microsoft excel ม ส วนประกอบท ส าค ญด งน 1. แถบช อเร อง (title bar) : เป นส วนท ใช บอกถ งโปรแกรมและเอกสาร เร ยกใช 2. แถบค าส ง (menu bar) : เป นส วนท บรรจ ค าส งท จะต องใช ใน โปรแกรมน นๆ 3. แถบเคร องม อ (tool bar) : เป นเคร องม อท อย ในร ปของไอคอนม ไว ใช เพ อ ความสะดวก และรวดเร วในการใช งานแทน ค าส ง บนแถบ ค าส ง (menu bar) 4. กล องช อ (name box) : เป นส วนท บอกถ งท อย หร อต าแหน งของ เคอเซอร ท อย ป จจ บ น 5. แถบส ตร (formula bar) : เป นส วนท ใช ในการพ มพ ส ตรต างๆ ท จะใช ในการค านวณใน ไมโครซอฟ เอ กซ เซล การป อนส ตรจะต องข น ต นด วยเคร องหมาย = แล วตามด วยช อ เซล

11-4 6. Active cell : เซล ท ก าล งปฏ บ ต การอย 7. Work area : พ นท แผ นงาน ซ งรวมไปถ งองค ประกอบ ท งหมดท งเซล เส นตาราง ห วแถว และคอล มน แถบเล อน และแท บแผ นงาน 8. แท บแผ นงาน (sheet tab) : แท บท อย ใกล ก บด านล างของหน าต างสม ดงาน ท แสดงช อของแผ นงาน คล กแท บแผ นงานเพ อ ใช แผ นงานน น 9. แถบสถานะ (status bar) : แสดงข อม ลเก ยวก บค าส งท เล อกหร อความ ก าวหน าของการด าเน นการ ส วนทางด านขวา ของแถบสถานะจะแสดงว าแป นต าง ๆ เช น Caps lock, Num lock เป ดหร อป ดอย 10. แถบเล อน (scroll bar) : แถบเล อนแนวต งและแถบเล อนแนวนอน ก จกรรมท 2 จงอธ บายว าส วนประกอบแต ละส วนท างานได อย างไร แนวการตอบ ด รายละเอ ยดจากห วข อส วนประกอบของ microsoft excel 11.3 ประเภทของข อม ล ข อม ลท อย ในเว ร ก ช ท (worksheet) หร อสม ดงาน แบ งเป น 2 ประเภท ด งน 1. ค าคงท (constant) ได แก 1.1 ข อความ (text) ข อม ลท ไม น ามาค านวณ อาจเป นต วอ กษร ข อความ หร อ ต วเลขก ได ข อม ลชน ดต วอ กษรม ล กษณะด งน 1.1.1 เป นข อม ลท ม ต วอ กษร A-Z อย างน อย 1 ต วปนอย และไม ข นต นด วย เคร องหมาย + - * หร อ $ 1.1.2 ม ความยาวไม เก น 240 ต วอ กษร ถ าหากม ความยาวมากกว าความกว าง ของเซล ข อความน นจะถ กแสดงต อไปใน เซล ท อย ทางขวาม อตราบใดท เซล ทางขวาม อย งไม ม ข อม ล แถบสถานะ

11-5 1.1.3 ข อม ลชน ดน จะถ กจ ดให อย ช ดด านซ ายของ cell เสมอ และจะน ามา ค านวณไม ได 1.2 ค าต วเลข (numeric) ข อม ลท น ามาค านวณได และม ล กษณะด งน 1.2.1 ข อม ลท เร มต นด วยต วเลขใด ๆ รวมท งจ ดทศน ยมหร อ $ และต องไม ม ต ว อ กษรใด ๆ ปนอย 1.2.2 ถ าต วเลขต อท ายด วย % ค าจร งของต วเลขจะถ กหารด วย 100 แต ย งคง แสดงบนจอภาพเป นแบบท ป อนเข าไป 1.2.3 สามารถใช เคร องหมาย, หร อ $ ร วมก บต วเลขได 1.2.4 สามารถป อนข อม ลในร ป exponential ได เช น 2.05E+04 จะม ค าเท าก บ 2.5 ค ณ 10 ยกก าล ง 4 หร อ 25,000 น นเอง 1.2.5 ข อม ลจะถ กจ ดให อย ช ดขวาและน าไปค านวณได 1.3 ว นท (dates) ข อม ลท ประกอบด วย ว นท เด อนและป โดยเด อนน นสามารถ ก าหนดได ท งแบบต วเลข หร อต วอ กษร ข อม ลชน ดน สามารถน าไปค านวณได 1.4 เวลา (times) ข อม ลท ประกอบด วยช วโมงและนาท โดยม เคร องหมาย : ค น ข อม ลชน ดน สามารถน าไปค านวณได เช นเด ยวก น ก จกรรมท 3 ชน ดข อม ลของโปรแกรม microsoft excel ม ก ร ปแบบ อะไรบ าง แนวการตอบ ด รายละเอ ยดจากห วข อประเภทข อม ล 11.4 การป อนข อม ลและการแก ไขข อม ล การป อนข อม ล ข อม ลท จะป อนลงในโปรแกรมไมโครซอฟ เอ กซ เซล ม อย 3 ประเภท ข อม ลท เป น ต วเลข ข อม ลท เป นต วอ กษรและข อม ลท เป นส ตรหร อฟ งก ช น ซ งข อม ลแต ละประเภทม ว ธ การป อน ต างก นด งน 1. การป อนข อม ลท เป นต วอ กษร ท าได โดย เล อนแอคท ปเซล(active cell)ไปย งเซลท ต องการป อนข อม ล ถ าเป นต วอ กษรสามารถจะพ มพ ข อความลงไปได เลย แต ถ าข อม ลเป นต วเลข ท งหมดและต องการจะให เป นข อม ลประเภทต วอ กษรต องพ มพ เคร องหมาย น าหน าก อน การจ ด

11-6 ข อม ลในเซลทางโปรแกรมต งค าไว ให จะช ดทางซ ายของ เซล ต วอย าง ต องการป อนข อความว า คอมพ วเตอร ลงในเซล C4 และป อน จะได ผลล พธ ด งภาพท 11.3 ภาพท 11.3 แสดงผลล พธ การป อนข อม ลแบบต วอ กษร 2. การป อนข อม ลท เป นต วเลข ท าได โดยเล อนแอคท ปเซล(active cell)ไปย งต าแหน งท ต องการแล วพ มพ ต วเลขลงไปได เลย การจ ดข อม ลในเซลทางโปรแกรมต งค าไว ให จะช ดทางขวา ของ เซล ต วอย าง ต องการป อนข อม ล 45687 ลงในเซล C3 และ 1456 ลงในเซล D3 ผลล พธ ด งภาพท 11.4 ภาพท 11.4 แสดงผลล พธ การป อนข อม ลแบบต วเลข

11-7 3. การป อนข อม ล ส ตรและฟ งก ช น ท าได โดยเล อนเคอร เซอร ไปย งต าแหน งท ต องการ ก อนท จะพ มพ ส ตรหร อฟ งก ช นต องพ มพ เคร องหมาย = ก อนแล วจ งตามด วยส ตรหร อฟ งก ช น ต วอย าง ต องการท าการค านวณ 9+10-7 ลงในเซล F4 ด งภาพท 11.5 1 พ มพ การค านวณ ภาพท 11.5 แสดงการป อนข อม ล แบบการค านวณ ผลล พธ ท ได การแก ไขข อม ล การแก ไขข อม ลท าได 2 ว ธ ค อ 1. น าเมาส ช ท เซลท ต องการแก ไข แล วท าการด บเบ ลคล ก 2. เล อกเซลท ต องการแก ไข แล วกดป ม F2 ก สามารถท าการ แก ไขเซลท ต องการ ก จกรรมท 4 จงอธ บายว ธ การป อนข อม ลและการแก ไขข อม ล ว าสามารถท าได อย างไร แนวการตอบ ด รายละเอ ยดจากห วข อการป อนข อม ลและการแก ไขข อม ล

11-8 11.5 การจ ดร ปแบบเว ร กช ท (work sheet) การจ ดร ปแบบ เว ร กช ท หมายถ ง การจ ดให เว ร กช ท อย ในร ปแบบท ต องการ เช น การ ก าหนดระยะขอบ การก าหนดแนวการพ มพ การก าหนดความกว างของคอล มน ฯลฯ เป นต น 1. การจ ดร ปแบบ เว ร กช ท เก ยวข องก บค าส ง บน Menu 3 ค าส งค อ 1.1 ค าส งแฟ ม 1.2 ค าส งแทรก 1.3 ค าส งร ปแบบ 2. การจ ดร ปแบบ เว ร กช ท ด วยค าส ง แฟ ม ม ข นตอนด งน 2.1 เล อกค าส ง แฟ ม เล อกค าส งต งค าหน ากระดาษ จะปรากฏหน าต างส าหร บการก าหนดค าด งร ป ค าส าค ญท ม กถ กก าหนดเวลาใช งาน ค อ หน า ระยะขอบ และ ห วกระดาษ/ท ายกระดาษ

11-9 ภาพท 11.6 การต งค าหน ากระดาษ 3. การจ ดร ปแบบ เว ร กช ท ด วยค าส ง แทรก ม ส วนเก ยวข องก บการจ ดร ปแบบ เว ร กช ท 3 ค าส งท ใช มาก ค อ การแทรกเซล การแทรกคอล มน และ การแทรกแถว ม ข นตอนด งน 3.1 เล อกแทรก เล อกล กษณะการแทรกท ต องการด งภาพท 11.7 ภาพท 11.7 การแทรก 4. การจ ดร ปแบบ เว ร ก ช ท ด วยค าส ง ร ปแบบ ม ส วนเก ยวข องก บการจ ดร ปแบบ Worksheet 3 ค าส งท ใช มาก ค อ ร ปแบบเซล ร ปแบบคอล มน และ ร ปแบบแถว ม ข นตอนด งน 4.1 เล อกค าส งร ปแบบ 4.2 เล อกจ ดร ปแบบตามท ต องการด งภาพท 11.8 ภาพท 11.8 การจ ดร ปแบบเว ร กช ท ก จกรรมท 5 การจ ดร ปแบบเว ร กช ทของโปรแกรม microsoft excel สามารถท าได อย างไร แนวการตอบ ด รายละเอ ยดจากห วข อการจ ดร ปแบบเว ร กช ท (work sheet)

11-10 11.6 การจ ดร ปแบบข อม ล การจ ดร ปแบบข อม ล หมายถ ง การจ ดท าให ข อม ลท อย ใน เว ร ก ช ท อย ในร ปแบบท ผ ใช ต องการ เพ อประโยชน ในการง ายและสะดวก ต อการอ านข อม ล เช น การเปล ยนแบบต วอ กษร การ ก าหนดร ปแบบในการแสดงต วเลข การท าส พ นให แต ละCell ฯลฯ เป นต น 1. การจ ดร ปแบบข อม ลด วยแถบเคร องม อ ข นตอนในการจ ดร ปแบบม ด งน 1. เล อก บร เวณ ท ต องการ จ ดร ปแบบ (ท าแถบส ด า โดยการใช เมาส ลาก) 2. ใช ป มค าส ง บน tools bar 3. เล อกร ปแบบท ต องการ ภาพท 11.9 แสดง tools bar การจ ดร ปแบบข อม ลด วยเมน ข นตอนการจ ดร ปแบบด งน 1. เล อกเมน ร ปแบบ (Format) 2. เล อกค าส ง เซลล จะปรากฏกรอบการท างานด งน

11-11 (a) (b) ( c ) ( d ) ( e ) ( f ) ภาพท 11.10 แสดงการจ ดร ปแบบข อม ล a ต วเลข b การจ ดต าแหน ง c แบบอ กษร d เส นขอบ e ลวดลาย f การป องก น ก จกรรมท 6 การจ ดร ปแบบข อม ลของโปรแกรม microsoft excel สามารถท าได อย างไร แนวการตอบ ด รายละเอ ยดจากห วข อการจ ดร ปแบบข อม ล

11-12 11.7 ฟ งก ช น(function) ฟ งก ช นค อ ส ตรส าเร จร ปท ผ ใช สามารถเร ยกใช ได การป อนข อม ลประเภทส ตร จะต อง ข นต นด วยเคร องหมาย = แล วตามด วยช อ Cell หร อเคร องหมายอ น ๆ เช น =A1+A2 ซ งหมายถ ง น าข อม ลใน Cell ต าแหน ง A1 รวมก บ A2 เป นต น นอกจากน ย งสามารถน าหน าด วยเคร องหมาย @ หร อ = เพ อเร มต นการใช ฟ งก ช น เช น @SUM(A1..A2) หร อ =SUM(A1:A2) หมายถ งน าค าใน Cell 1 รวมก บ A2 เป นต น 1 ว ธ การป อนส ตร สามารถท าได ด งน ค อ 1.1 พ มพ ค าท จะน ามาค านวณโดยตรง เช น ต องการทราบค าผลรวมของค า 5 ก บ 10 ส ตรท ใช ค อ = 5+10 1.2 ระบ ต าแหน งเซลท จะน าค าในเซลน นมาใช ในการค านวณ เช น ต องการ ทราบค าผลรวมของค าท อย ในเซล A1 ก บค าท อย ในเซล A2 ส ตรท ใช ค อ =A1+A2 1.3 กดป ม enter หร อ คล กท แถบส ตร ต วอย างภาพการใช ฟ งก ช นการรวมเลขโดยใช เป นส ตร ท ต าแหน ง D2 ค อ =B2+C2 ภาพท 11.11 แสดงการใช ฟ งก ช น การรวมเลข 2 การใช ว ธ การ ออโตฟ ว(auto fill) ก บส ตร ในกรณ ท ม ความจ าเป นต องค านวณส ตรในล กษณะท ซ าๆ ก น แต ม การอ างอ งข อม ล ท แตกต าง ไม จ าเป นต องป อนส ตรท ละบรรท ด เน องจาก ไมโครซอฟ เอกซ เซล สามารถใช ว ธ การ ท าการค ดลอก ส ตรให โดยอ ตโนม ต ข นตอนการท าออโตฟ ว (auto fill) 1. คล กท เซลต นฉบ บ 2. เล อนต วช เมาส ไปบร เวณจ ดส เหล ยมส ด าเล กๆ บร เวณม มขวาของต วช เมาส (Cell Pointer) เมาส พอยท เตอร จะเปล ยนร ปร างเป นเคร องหมายบวก (+) 4. คล กเมาส ค างไว และลากเมาส ไปในท ศทางท ต องการ จะได ผลด งร ป 11.11

11-13 ภาพท 11.12 แสดงการใช เทคน ค Auto Fill 3 การอ างอ งต าแหน งท แน นอน ในกรณ ท ต องการส าเนาส ตรหร อย ายส ตร ซ งการส าเนาหร อย ายจะท าให ส ตร เปล ยนแปลงได การเปล ยนแปลงของส ตจะส มพ นธ ก บเซลท อ างอ งเสมอ โดยจะเร ยกการ เปล ยนแปลงน เป นแบบ relative หร อต วอย างได จากห วข อการใช ว ธ auto fill ท ผ านมา เช น ท เซล พ มพ ว า D2 =B2+C2 แล วท าส าเนาส ตรด วยการ auto ill ในคอล มน เด ยว ส ตรท ออกมาจะเป น ด งต วอย าง ต อไปน =B2+C2 =B3+C3 =B4+C4

11-14 4. การใช ฟ งก ช น 4.1 ฟ งก ช น sum เป นฟ งก ช นท ใช หาผลรวมของต วเลขท อย ในเซล ร ปแบบ =sum(b2 : C2) ค อ การค านวณการรวมค าต วเลขท อย ใน B2 ก บ C2 หร อ =sum(number1,number2) ส ตร ผลล พธ =sum(3,2) 5 =sum(-6,-5) -11 4.2 ฟ งก ช น Max เป นฟ งก ช นท ใช ในการหาค าส งส ดของช ดข อม ลท ระบ ยกเว นค า ตรรกศาสตร และข อความ ร ปแบบ =Max(Number1,Number2, ) ต วอย าง ส ตร ผลล พธ =Max(3,2,6,9) 9 =Max(-6,-5,-2) -2 4.3 ฟ งก ช น Min เป นฟ งก ช นท ใช ในการหาค าต าส ดของช ดข อม ลท ระบ ยกเว นค า ตรรกศาสตร และข อความ ร ปแบบ =Min(Number1,Number2, ) ต วอย าง ส ตร ผลล พธ = Min(3,2,6,9) 2 =Min(-6,-5,-2) -6

11-15 4.4 ฟ งก ช น average เป นฟ งก ช นท ใช ในการหาค าเฉล ยของช ดของข อม ล ร ปแบบ = average(number1,number2, ) ต วอย าง ส ตร ผลล พธ = Average(3,2,6,9) 5 = Average(-6,-4,-2) -4 = Average(2,8) 5 4.5 ฟ งก ช น round ฟ งก ช น round ใช ส าหร บก าหนดจ ดทศน ยมให ก บต วเลขท ต องการ ร ปแบบ = round (Number, decimal places) - number เป นต วเลขท ต องการก าหนดจ ดทศน ยม อาจเป นช อเซลก ได - decimal places ต วเลขท ใช ก าหนดว าจะก าหนดจ ดทศน ยม ซ ง สามารถเป นไปได ท งค าบวกและค าลบ ต วอย าง ส ตร ผลล พธ =Round(123.456,-2) 100 =Round(150.456,-2) 200 4.6 ฟ งก ช น Mod ใช หาค าตอบจากผลการหาร ค าตอบท ได จะไม ใช ส วนของผลหาร แต จะได เศษของผลหาร เช น 5/3 ค าตอบ จะเป น 2 ซ งม ร ปแบบด งน ร ปแบบ =Mod(dividend,divisor) - dividend หมายถ งต วต ง - Divisor หมายถ งต วหาร ต วอย าง ส ตร ค าตอบ =Mod(9,3) 0 =Mod(10,3) 1

11-16 4.7 ฟ งก ช น Upper,Lower,Proper เป นฟ งก ช นท ใช จ ดการก บอ กษรภาษาอ งกฤษ ค อท า ให เป นต วเล กต วใหญ ได โดยจะม ร ปแบบด งน ร ปแบบ =Upper(Text) =Lower(Text) =Proper(Text) ต วอย าง ก าหนดให เซล A1 ม ข อม ล ค อ Jiraporn Suksan ส ตร =Upper(A1) =Lower(A1) =Proper(A1) ค าตอบ INFORMATION TECHNOLOGY information technology Information Technology 4.9 ฟ งก ช น Rept เป นฟ งก ช นท ใช ส าหร บเต มเต มต วอ กษร หร อข อความลงในเซล ตามจ านวนต วเลขท ก าหนดให ท าซ า ร ปแบบ =Rept(text,repeat,number) - text หมายถ ง ต วหน งส อหร อข อความต นแบบ - repeat number หมายถ ง ต วเลขก าหนดจ านวนการท าซ า ต วอย าง ส ตร ค าตอบ =Rept( *,20) พ มพ * ออกมา 20 คร ง =Rept( A,10) พ มพ A ออกมา 10 คร ง ส ง โดยม ร ปแบบด งน ร ปแบบ 4.10 ฟ งก ช น IF เป นฟ งก ช นท สมารถน าไปประย กต ใช งานได มาก ม ความย ดหย น =If(condition test, value if true, value if false) - condition test เป นส วนท ใช ตรวจสอบเง อนไข ซ งสามารถ ก าหนดข นแบบใดก ได - value if true เป นส วนท จะกระท าก ต อเม อเก ด true จาก condition test

11-17 ต วอย าง ส ตร - value if false เป นส วนท กระท าก ต อเม อเก ด false จาก condition test ผลล พธ =IF(Max(A1:A5)>100,B1*10,0) ตอบ B1*10 เม อค าส งส ดของช วง A1:A5 มากกว า 100 ตอบ 0 เม อค าส งส ดของช วง A1 : A5 น อยกว าหร อ เท าก บ100 4.11 ฟ งก ช น VLOOKUP เป นค าส งในการค นหาข อม ล ซ งจะใช ค า Lookup Value ไปเปร ยบเท ยบก บคอล มน แรกของตารางข อม ลว าตรงก นหร อไม โดยร ปแบบของค าส งด งน = Vlookup(ต าแหน งอ างอ ง, ช วงข อม ลท ค นหา, จ านวนคอล มน ) ต วอย าง จากร ปท 11.13 แสดงการค นหาข อม ลโดยใช ค าส ง Vlookup ร ปท 11.13 แสดงการค นหาข อม ลโดยใช ค าส ง Vlookup ต าแหน งเซลล B3 เป นต าแหน งในการค นหาช อ โดยการอ างอ งจากต าแหน ง B2 ในช วง ข อม ลระหว าง G2 ถ ง I7 จากคอล มน ท 2 โดยใช ค าส ง Vlookup ด งต อไปน =VLOOKUP(B2,G3:I7,2) จากการใช ค าส งจะปรากฏผลค อ BIRD

11-18 ก จกรรมท 7 จงอธ บายฟ งก ช นต าง ๆ ว าม ร ปแบบอย างไร พร อมต วอย างของฟ งก ช นน น ๆ แนวการตอบ ด รายละเอ ยดจากห วข อฟ งก ช น 11.8 การจ ดเร ยงล าด บข อม ล (Sorting) การจ ดเร ยงล าด บข อม ล เป นการเร ยงข อม ลตามล าด บท ต องการ โดยเราสามารถท าได ด งน 1. เล อกข อม ลท ต องการจ ดเร ยงข นมา 2. คล มข อม ลท งหมดท ต องการน ามาจ ดเร ยง 3. เล อกเมน ข อม ล ภาพท 11.14 แสดงการการเร ยงล าด บข อม ล

11-19 จากภาพเป นการจ ดเร ยงข อม ลจากช อ นามสก ล จากมากไปน อย แล วกดป ม ตกลง จะ ได ผลการเร ยงข อม ลด งน ภาพท 11.15 แสดงผลการจ ดเร ยงข อม ล ก จกรรมท 8 การเร ยงล าด บข อม ลท าได อย างไร แนวการตอบ ด รายละเอ ยดจากห วข อการเร ยงล าด บข อม ล 11.9 การกรองข อม ลอ ตโนม ต การกรองข อม ลอ ตโนม ต เป นการเล อกเฉพาะข อม ลท ต องการไว ส วนข อม ลท เราไม ต องการจะถ กค ดออก ซ งม ว ธ การกรองอ ตโนม ต ด งน 1. เล อกข อม ลท เราต องการน ามากรอง 2. คล มข อม ลท เราต องการกรอง 3. เล อกเมน ข อม ล 4. เล อกค าส ง ต วกรอง และค าส งย อย ต วกรองอ ตโนม ต จะปรากฏด งภาพท 11.16

11-20 ภาพท 11. 16 แสดงการ กรองข อม ลอ ตโนม ต จะปรากฏต วกรองเก ดข นท ส วนหล งของช อข อม ล ซ งม ร ปเป นล กศรลงด งภาพท 11.17 ภาพท 11.17 แสดงการใช เทคน ค Auto Fill หากเราต องการกรองข อม ลคะแนนสอบคร งท 1 ท ม ขนาดมากกว าหร อเท าก บ 52 ท าได โดย 1. เล อกท ต วกรองของข อม ลคะแนนสอบคร งท 1 2. เล อกค าส ง ก าหนดเอง ด งภาพท 11.18 ภาพท 11.18 แสดงการใช เทคน ค Auto Fill

11-21 ภาพท 11. 19 แสดงว ธ รกรองข อม ล ผลล พธ ของข อม ลท กรองได ด งภาพท 11.20 ภาพท 11. 20 แสดงผลล พธ ของข อม ลท กรองได การเอาต วกรองออก ใช ว ธ เด ยวก บการเร ยกใช ต วกรอง ค อ 1. เล อกท เมน ข อม ล 2. เล อกท ค าส ง ต วกรอง และเล อก ต วกรองอ ตโนม ต ก จกรรมท 9 การกรองข อม ลข อม ลท าได อย างไร แนวการตอบ ด รายละเอ ยดจากห วข อการกรองข อม ล

11-22 11.10 การสร างแผนภ ม การสร างแผนภ ม เป นการแสดงกราฟจากข อม ลท ต องการ ในร ปแบบของกราฟต าง ๆ โดยการสร างแผนภ ม หร อกราฟน สามารถท าได ด งน 1. พ มพ ข อม ลท ต องการสร างกราฟ 2. คล มข อม ลท ต องการสร างกราฟ 3. เล อกเมน แทรก และ ค าส ง แผนภ ม ด งภาพ 11.21 ภาพท 11.21 แสดงการสร างแผนภ ม ข นตอนการสร างแผนภ ม 1. ข นท 1 เล อกชน ดแผนภ ม และชน ดของแผนภ ม ย อย ด งภาพท 11.22 ภาพท 11.22 แสดงการเล อกแผนภ ม จากภาพท 11.22 ให ท าการ Clickท ถ ดไป เพ อท างานต อไป

11-23 2. ข นท 2 ใส ช วงข อม ลท ต อการสร างกราฟ และช ดของข อม ล ด งภาพท 11.23 ภาพท 11.23 ข นตอนท 2 การสร างกราฟ จากภาพท 11.23 ให ท าการ Clickท ถ ดไป เพ อท างานต อไป 3. ข นท 3 การใส ช อแผนภ ม และแกนของเส นกราฟ ภาพท 11.24 ข นตอนท 3 การสร างกราฟ จากภาพท 11.24 ให ท าการ Clickท ถ ดไป เพ อท างานต อไป

11-24 4. ข นท 4 การวางกราฟท ได จากท สร างแล วว าจะให อย ท ใด - หากเล อกเป นแผ นงานใหม ค อ การน ากราฟท ได ไว ท แผ นงานใหม - หากเล อกเป นว ตถ ใน ค อ กรน ากราฟท ได ไว ในช ทท ท เด ยวก บท ข อม ลอย ภาพท 11.25 ข นตอนท 3 การสร างกราฟ จากภาพท 11.25 ให ท าการ Clickท เสร จส น ก จะได กราฟท เราต องการ ก จกรรมท 10 จงอธ บายการสร างแผนภ ม มาโดยละเอ ยด ว าสามารถท าได อย างไร แนวการตอบ ด รายละเอ ยดจากห วข อการสร างแผนภ ม