การศ กษาการใช พจนาน กรมและป ญหาในการใช พจนาน กรม ในว ชาการแปลเบ องต นของน ส ตว ชาเอกภาษาอ งกฤษ ช นป ท 3 มหาว ทยาล ยนเรศวร A Study of Dictionary Use and Problems in Using Dictionaries in an Introduction to Translation Class of Third-Year English Majors at Naresuan University ด ษฎ ร งร ตนก ล Dutsadee Roongrattanakool บทค ดย อ การว จ ยน ม ว ตถ ประสงค เพ อศ กษาการใช พจนาน กรมและป ญหาในการใช พจนาน กรมในว ชาการ แปลเบ องต น กล มต วอย างได แก น ส ตว ชาเอกภาษาอ งกฤษ ช นป ท 3 คณะมน ษยศาสตร มหาว ทยาล ย นเรศวร ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2552 จ านวน 51 คน ด าเน นการว จ ยในร ปแบบการว จ ยเช งส ารวจโดยใช แบบสอบถามและการส มภาษณ ว เคราะห ข อม ลเช งปร มาณโดยหาค าความถ และค าร อยละ ส วนข อม ลเช ง ค ณภาพใช การว เคราะห เน อหา ผลการว จ ยพบว าร ปแบบพจนาน กรมท น ส ตใช มากท ส ดในการแปล ค อ พจนาน กรมภาษาเด ยวและสองภาษา และชน ดท ใช บ อยท ส ดค อ พจนาน กรมอ เล กทรอน กส หน งส อ พจนาน กรม และพจนาน กรมในอ นเทอร เน ต ป ญหาในการใช พจนาน กรมอ งกฤษ-ไทยท พบมากท ส ดค อไม ม ค าศ พท หร อข อม ลท ต องการค นหา หาความหมายค าศ พท ท ต องการไม ได ว ธ การเร ยงหร อจ ดหมวดหม ค าศ พท อ านเข าใจยาก และป ญหาในการใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษท พบมากท ส ดค อไม เข าใจค าจ าก ด ความท ให ไว ในพจนาน กรม ไม ม คาศ พท หร อข อม ลท ต องการค นหา ส วนผลจากการส มภาษณ พบว าน ส ตส วน ใหญ เล อกใช พจนาน กรมอ งกฤษ-ไทยในการแปลและใช พจนาน กรมหลายชน ดหลายร ปแบบประกอบก น โดยเฉพาะพจนาน กรมอ เล กทรอน กส โดยส วนใหญ ม ป ญหาในการเล อกใช ค าศ พท ในพจนาน กรมด วยสาเหต หลายประการ อาท ไม ม ท กษะในการใช พจนาน กรม คาสาค ญ: การใช พจนาน กรม, ป ญหาในการใช พจนาน กรมในการแปล Abstract This research aims at studying dictionary use and problems in using dictionaries in an Introduction to Translation class at Naresuan University. The subjects included 51 third-year English majors in the first semester of the academic year 2009. The data were collected via a survey and an interview and were analyzed by means of frequency, percentage, and a content analysis. The survey results revealed that as to number of languages, the students used monolingual and bilingual dictionaries the most and that 3 kinds of dictionaries (electronic dictionary, book dictionary, and internet dictionary) were most frequently used. Problems with English-Thai dictionaries mostly
found were words/ information sought not found; meaning of words sought not found; and difficulties in understanding word/ information arrangement. Problems with English-English dictionaries included not understanding the given definition; words/ information sought not found; and meaning of words sought not found. The results of the interview revealed that most students chose to use English-Thai dictionaries and different kinds of dictionaries, especially electronic dictionaries in their translation and had problems with word selection because of various reasons including lack of dictionary skills. Key words: dictionary use, problems in using dictionaries in translation บทน า การใช พจนาน กรมเป นป จจ ยท สาค ญในการแปล ผ แปลส วนใหญ จ าเป นต องใช พจนาน กรม ในการหาความหมายศ พท สานวน ตลอดจนข อม ลอ นๆ ท ม อย ในพจนาน กรม อาจกล าวได ว าหาก ปราศจากพจนาน กรม การแปลคงจะประสบความสาเร จได ยาก ซานเชส รามอส (Sánchez Ramos, 2009) กล าวว าการหาความหมายค าศ พท ในพจนาน กรมเป นข นตอนส าค ญในกระบวนการแปล เน องจากพจนาน กรมให ข อม ลท ม ประโยชน มากต อผ แปล ผ แปลสามารถใช ประโยชน จากพจนาน กรม ได ท งในการหาความหมายของคาศ พท ใช ในการส งเกตชน ดของคาตามหล กไวยากรณ ตลอดจนใช เป นแม บทในการพ จารณาหล กเกณฑ ของภาษา (คร ภ กด ดอทคอม, 2556) ซ งด แรน และ โรดร เกซ (2013) ให ความเห นว าพจนาน กรมเป นแหล งข อม ลเพ มเต มในช นเร ยน ท าให ผ เร ยนใช ความค ดเป น อ นมากในเร องความหมายของค า การเล อกชน ดของพจนาน กรม การฝ กใช พจนาน กรม ว ธ การใช พจนาน กรม ล วนส งผลต อประส ทธ ภาพในการแปล ด งท วรรณา แสงอร ามเร อง (2545, หน า 248) แสดงความเห นไว ว า การใช พจนาน กรมได อย างถ กต อง หร อการร จ กว ธ การท ถ กต องในการค นหา คาศ พท เป นพ นฐานท สาค ญของการเป นผ แปลท ประสบความสาเร จได ในช นเร ยนการสอนแปล ท งผ เร ยนและผ สอนต องอาศ ยพจนาน กรมเป นเคร องม อส าค ญ ในการเร ยนการสอน แต โดยท วไปน น ผ สอนม กจะค ดว าผ เร ยนใช พจนาน กรมเป นอย ก อนแล ว จ งไม จ าเป นต องสอนการใช พจนาน กรมอ ก อย างไรก ตาม ด เหม อนว าย งม ความคลาดเคล อนอย ระหว างความคาดหมายและความเป นจร งเก ยวก บการใช พจนาน กรม (Neubach & Cohen, 1988) ม การพบอย เสมอว าผ เร ยนย งม ป ญหาในการใช พจนาน กรม เช น ใช พจนาน กรมไม เป นและไม ร ว ธ ใช ค าศ พท ซ งม หน าท ได หลายอย าง (ธนพล จาดใจด, 2546) ไม สามารถใช ประโยชน จากข อม ลท ม อย เป นอ นมากในพจนาน กรมได (Hulstijn & Atkins, 2011, Al-Salami, 2010) ม ป ญหาในการเล อก รายการหล กและรายการย อยท เหมาะสมของค าศ พท (Nesi & Haill, 2002) ซ งวาแรนโทลา (Varantola, 1998) กล าวว าผ แปลต องใช เวลาและความพยายามเป นอ นมากเม อค นหาข อม ลจาก
พจนาน กรมต างๆ อน ง จากประสบการณ การสอนแปลของผ ว จ ย พบว าผ เร ยนย งไม เข าใจว ธ ใช พจนาน กรมและใช พจนาน กรมได ไม ม ประส ทธ ภาพเท าท ควร ท าให ไม สามารถหาความหมายศ พท จากพจนาน กรมได อย างถ กต องเหมาะสม และจากผลการว จ ยป ญหาในการแปลของน ส ตว ชาเอก ภาษาอ งกฤษ ช นป ท 3 ท เร ยนว ชาการแปลเบ องต น ผ เร ยนระบ ว าม ป ญหาในการเล อกใช ค าศ พท มากท ส ด (ด ษฎ ร งร ตนก ล, 2553) นอกจากน งานว จ ยเก ยวก บการใช พจนาน กรมและป ญหาในการ ใช พจนาน กรมของผ เร ยนการแปลน นย งม ไม มากน ก ด วยเหต ผลด งกล าว จ งควรม การศ กษาการใช พจนาน กรมและป ญหาในการใช พจนาน กรม ของผ เร ยนเพ อหาแนวทางในการพ ฒนาความสามารถในการใช พจนาน กรมและแก ไขป ญหาในการใช พจนาน กรมในการแปลของน ส ต อ นจะส งผลให การเร ยนการสอนแปลม ประส ทธ ภาพมากข น ว ตถ ประสงค ของการว จ ย 1. เพ อศ กษาการใช พจนาน กรมในว ชาการแปลเบ องต นของน ส ตว ชาเอกภาษาอ งกฤษ ช นป ท 3 คณะมน ษยศาสตร มหาว ทยาล ยนเรศวร 2. เพ อศ กษาป ญหาในการใช พจนาน กรมในว ชาการแปลเบ องต นของน ส ต กล มต วอย าง กล มต วอย างในการว จ ย ได แก น ส ตว ชาเอกภาษาอ งกฤษ ช นป ท 3 ท ลงทะเบ ยนเร ยนว ชา การแปลเบ องต น จ านวน 51 คน ในภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2552 เคร องม อท ใช ในการว จ ย เคร องม อท ใช ในการว จ ย ได แก แบบสอบถามการใช พจนาน กรมและป ญหาในการใช พจนาน กรมในการแปลของน ส ตว ชาเอกภาษาอ งกฤษ ช นป ท 3 และการส มภาษณ น ส ตจ านวน 9 คน แบบสอบถามม 3 ตอนค อ 1. ข อม ลท วไปของผ ตอบแบบสอบถาม 2. การใช พจนาน กรมใน การแปล 3.ป ญหาในการใช พจนาน กรมในการแปล โดยข อค าถามส งเคราะห จากเอกสารงานว จ ย ท เก ยวข องและประสบการณ ในการสอนแปลของผ ว จ ย ส วนการส มภาษณ น ส ตม กรอบค าถาม 2 ประเด น ค อการใช พจนาน กรมในการแปล และป ญหาในการใช พจนาน กรมในการแปล ว ธ ดาเน นงานว จ ย ผ ว จ ยด าเน นการว จ ยโดยว ธ การแจกแบบสอบถามการใช พจนาน กรมและป ญหาในการใช พจนาน กรมในว ชาการแปลเบ องต นให ก บน ส ตว ชาเอกภาษาอ งกฤษ ช นป ท 3 คณะมน ษยศาสตร
มหาว ทยาล ยนเรศวร ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2552 จ านวน 5 คน ตอนปลายภาค และเก บ รวบรวมแบบสอบถามค นภายในหน งส ปดาห จากน นผ ว จ ยดาเน นการส มภาษณ น ส ตจ านวน 9 คน โดยเล อกน ส ตท ม ผลการเร ยนด 3 คน ปานกลาง 3 คน และอ อน 3 คน เพ อเป นต วแทนของกล ม ต วอย าง ซ งคาถามในการส มภาษณ ครอบคล ม 2 ประเด น ค อ การใช พจนาน กรมและป ญหาในการใช พจนาน กรมในว ชาการแปลเบ องต น ด าเน นการว เคราะห ข อม ลท ได จากการตอบแบบสอบถามโดย หาค าความถ และค าร อยละ ว เคราะห ข อม ลจากการส มภาษณ โดยการว เคราะห เน อหา ส วนข นตอน ส ดท าย เป นการสร ปและอภ ปรายผลการว จ ย ผลการว จ ย ตอนท 1 ข อม ลท วไป ในการว เคราะห ข อม ลท วไปของน ส ตว ชาเอกภาษาอ งกฤษ ช นป ท 3 คณะมน ษยศาสตร มหาว ทยาล ยนเรศวร ท เร ยนว ชาการแปลเบ องต น ม รายละเอ ยดด งน จากจ านวนน ส ตท ตอบแบบสอบถาม 51 คน เป นน ส ตท ม ประสบการณ เร ยนภาษาอ งกฤษเป น เวลา 9 ป จ านวน 3 คน 10 ป จ านวน 7 คน 11 ป จ านวน 5 คน 12 ป จ านวน 12 คน 13 ป จ านวน 7 คน 15 ป จ านวน 12 คน 16 ป จ านวน 2 คน และ 17 ป จ านวน 3 คน น ส ตม เกรดเฉล ยอย ระหว าง 1.50-2.00 จ านวน 1 คน ระหว าง 2.01-2.50 จ านวน 14 คน ระหว าง 2.51-3.00 จ านวน 21 คน ระหว าง 3.01-3.50 จ านวน 12 คน ระหว าง 3.51-4.00 จ านวน 3 คน ตอนท 2 การใช พจนาน กรมในการแปล 1. ร ปแบบพจนาน กรมท น ส ตใช ในการแปล ในการว เคราะห ข อม ลร ปแบบการใช พจนาน กรมในว ชาการแปลเบ องต นของน ส ตว ชาเอก ภาษาอ งกฤษ ช นป ท 3 คณะมน ษยศาสตร มหาว ทยาล ยนเรศวร พบว าน ส ตใช พจนาน กรม 2 ร ปแบบ ค อ พจนาน กรมภาษาเด ยว ได แก พจนาน กรมไทย พจนาน กรมภาษาอ งกฤษ และพจนาน กรมสอง ภาษา ได แก พจนาน กรมอ งกฤษ-ไทย และพจนาน กรมไทย-อ งกฤษ โดยจ าแนกความถ ร อยละ และ เร ยงลาด บได ด งต อไปน
ตาราง 1 แสดงค า ความถ ร อยละ และล าด บท ของร ปแบบพจนาน กรมท ใช ในการแปลของน ส ต ว ชาเอกภาษาอ งกฤษ ช นป ท 3 คณะมน ษยศาสตร มหาว ทยาล ยนเรศวร ล าด บท ร ปแบบพจนาน กรม ความถ ร อยละ 1 อ งกฤษ-ไทย, อ งกฤษ-อ งกฤษ, ไทย-อ งกฤษ 25 49.03 2 อ งกฤษ-ไทย, อ งกฤษ-อ งกฤษ, ไทย-อ งกฤษ, ไทย-ไทย 20 39.21 3 อ งกฤษ-อ งกฤษ 4 7.84 4 อ งกฤษ-ไทย 2 3.92 จากตาราง 1 พบว าร ปแบบพจนาน กรมท น ส ตว ชาเอกภาษาอ งกฤษ ช นป ท 3 คณะมน ษยศาสตร มหาว ทยาล ยนเรศวรใช ในการแปล ม ด งน 1) พจนาน กรมอ งกฤษ-ไทย อ งกฤษ- อ งกฤษ ไทย-อ งกฤษ จ านวน 25 คน ค ดเป นร อยละ 49.03 2) พจนาน กรมอ งกฤษ-ไทย อ งกฤษ-อ งกฤษ ไทย-อ งกฤษ ไทย-ไทย จ านวน 20 คน ค ดเป นร อยละ 39.21 3) พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษ จ านวน 4 คน ค ดเป นร อยละ 7.84 4) พจนาน กรมอ งกฤษ-ไทย จ านวน 2 คน ค ดเป นร อยละ 3.92 2. ชน ดของพจนาน กรมท น ส ตใช บ อยท ส ดในการแปล ในการว เคราะห ข อม ลชน ดของพจนาน กรมท น ส ตใช บ อยท ส ดในการแปล พบว าม ด งน ตาราง 2 แสดงค า ความถ ร อยละ และลาด บท ของชน ดของพจนาน กรมท น ส ตใช บ อยท ส ดในการแปล ล าด บท ชน ดของพจนาน กรมท น ส ตใช บ อยท ส ดในการแปล ความถ ร อยละ 1 พจนาน กรมอ เล กทรอน กส 28 54.90 2 หน งส อพจนาน กรม 12 23.53 3 พจนาน กรมในอ นเทอร เน ต 6 11.77 4 พจนาน กรมในม อถ อ 3 5.88 5 พจนาน กรมในซ ด รอม 2 3.92
จากตาราง 2 พบว าชน ดของพจนาน กรมท น ส ตใช บ อยท ส ดในการแปล ม ด งน 1) พจนาน กรม อ เล กทรอน กส จ านวน 28 คน ค ดเป นร อยละ 54.88 2) หน งส อพจนาน กรม จ านวน 12 คน ค ดเป น ร อยละ 23.52 3) พจนาน กรมในอ นเทอร เน ต จ านวน 6 คน ค ดเป นร อยละ 11.76 4) พจนาน กรมใน ม อถ อ จ านวน 3 คน ค ดเป นร อยละ 5.88 5) พจนาน กรมในซ ด รอม จ านวน 2 คน ค ดเป นร อยละ 3.92 3. ระด บความเข าใจว ธ การใช พจนาน กรมและส วนประกอบของพจนาน กรมชน ดต าง ๆ ของน ส ต ในการว เคราะห ระด บความเข าใจว ธ การใช พจนาน กรมและส วนประกอบของพจนาน กรม ชน ด ต าง ๆ ของน ส ต พบว าม ด งน ตาราง 3 แสดงค า ความถ และร อยละ ของระด บความเข าใจว ธ การใช พจนาน กรมและ ส วนประกอบของพจนาน กรมชน ดต าง ๆ ของน ส ต ระด บความเข าใจว ธ การใช พจนาน กรมและ ส วนประกอบของพจนาน กรมชน ดต าง ๆ ความถ ร อยละ พอใช 29 56.86 ด 21 41.18 ด มาก 1 1.96 จากตาราง 3 พบว าน ส ตม ความเข าใจว ธ การใช พจนาน กรมและส วนประกอบของพจนาน กรม ชน ดต างๆ ในระด บพอใช จ านวน 29 คน ค ดเป นร อยละ 56.86 ระด บด จ านวน 21 คน ค ดเป นร อยละ 41.18 ระด บด มาก จ านวน 1 คน ค ดเป นร อยละ 1.96 4. การอ านคาแนะนาในการใช พจนาน กรม ระบบส ญล กษณ คาย อ และข อม ลต างๆ ในพจนาน กรม ในการว เคราะห การอ านคาแนะนาในการใช พจนาน กรม ระบบส ญล กษณ คาย อ และข อม ล ต างๆ ในพจนาน กรมของน ส ต พบว าม ด งน
ตาราง 4 แสดงค า ความถ และร อยละ ของการอ านค าแนะน าในการใช พจนาน กรม ระบบ ส ญล กษณ คาย อ และข อม ลต าง ๆ ในพจนาน กรมน ส ต การอ านคาแนะน าในการใช พจนาน กรม ระบบส ญล กษณ คาย อ และข อม ลต างๆ ความถ ร อยละ ในพจนาน กรม อ าน 41 80.38 ไม อ าน 10 19.62 จากตาราง 4 พบว าน ส ตอ านคาแนะนาในการใช พจนาน กรม ระบบส ญล กษณ ค าย อ และ ข อม ลต างๆ ในพจนาน กรม จ านวน 41 คน ค ดเป นร อยละ 80.38 ไม อ านค าแนะน าในการใช พจนาน กรม ระบบส ญล กษณ ค าย อ และข อม ลต าง ๆ ในพจนาน กรม จ านวน 10 คน ค ดเป นร อยละ 19.62 5. ประสบการณ การเร ยนว ธ การใช พจนาน กรม ในการว เคราะห ประสบการณ การเร ยนว ธ การใช พจนาน กรมของน ส ต พบว าม ด งน ตาราง 5 แสดงค า ความถ และร อยละ ของประสบการณ การเร ยนว ธ การใช พจนาน กรมของน ส ต ประสบการณ การเร ยนว ธ การใช พจนาน กรม ความถ ร อยละ ไม ม ประสบการณ การเร ยนว ธ การใช พจนาน กรม 28 54.90 ม ประสบการณ การเร ยนว ธ การใช พจนาน กรม 23 45.10 จากตาราง 5 พบว าน ส ตไม ม ประสบการณ การเร ยนว ธ การใช พจนาน กรม จ านวน 28 คน ค ดเป นร อยละ 54.90 ม ประสบการณ การเร ยนว ธ การใช พจนาน กรม จ านวน 23 คน ค ดเป นร อยละ 45.10
6. ประเด นท น ส ตใช ในการหาข อม ลในพจนาน กรมเพ อใช ในการแปล ในการว เคราะห ข อม ลประเด นท น ส ตใช ในการหาข อม ลในพจนาน กรมเพ อใช ในการแปล พบว าม ด งน ตาราง 6 แสดงค า ความถ ร อยละ และลาด บท ของประเด นท น ส ตใช ในการหาข อม ลในพจนาน กรม เพ อใช ในการแปล ล าด บท ประเด นท น ส ตใช ในการหาข อม ลในพจนาน กรมเพ อใช ใน การแปล ความถ ร อยละ 1 ความหมายของคาศ พท ท จะแปล 47 92.15 2 คาศ พท ท ต องใช ในการแปล 42 82.35 3 ข อม ลต างๆ เช น ค าพ องความหมาย ค าตรงก น ข าม 30 58.82 คาปรากฏร วม (collocation) 4 การสะกดคาศ พท 17 33.33 5 ว ธ ใช คาศ พท และไวยากรณ 16 31.37 6 การออกเส ยงคาศ พท 15 29.41 7 ต วอย างประโยค 13 25.49 จากตาราง 6 พบว าประเด นท น ส ตใช ในการหาข อม ลในพจนาน กรมเพ อใช ในการแปลม ด งน 1) ความหมายของคาศ พท ท จะแปล จ านวน 47 คน ค ดเป นร อยละ 92.15 2) คาศ พท ท ต องใช ใน การแปลจ านวน 42 คน ค ดเป นร อยละ 82.35 3) ข อม ลต างๆ เช น ค าพ องความหมาย ค าตรง ก นข าม ค าปรากฏร วม (collocation) จ านวน 30 คน ค ดเป นร อยละ 58.82 4) การสะกดค าศ พท จ านวน 17คน ค ดเป นร อยละ 33.33 5) ว ธ ใช ค าศ พท และไวยากรณ จ านวน 16 คน ค ดเป นร อยละ 31.37 6) การออกเส ยงคาศ พท จ านวน 15 คน ค ดเป นร อยละ 29.41 7) ต วอย างประโยค จ านวน 13 คน ค ดเป นร อยละ 25.49 ตอนท 3 ป ญหาในการใช พจนาน กรมในการแปล 1. ป ญหาในการใช พจนาน กรมอ งกฤษ-ไทยในการแปล ในการว เคราะห ข อม ลป ญหาในการใช พจนาน กรมอ งกฤษ-ไทยในการแปลของน ส ต พบว า ม ด งน
ตาราง 7 แสดงค า ความถ ร อยละ และลาด บท ของป ญหาในการใช พจนาน กรมอ งกฤษ-ไทยในการแปล ล าด บท ป ญหาในการใช พจนาน กรมอ งกฤษ-ไทยในการแปล ความถ ร อยละ 1 ไม ม ค าศ พท หร อข อม ลท ต องการค นหา เช น ต วอย างประโยคหร อ 25 49 ข อม ลทางไวยากรณ 2 หาความหมายคาศ พท ท ต องการไม ได 19 37.24 3 ว ธ การเร ยงหร อจ ดหมวดหม คาศ พท อ านเข าใจยาก 8 15.68 4 ไม เข าใจส ญล กษณ คาย อ คาก าก บคาศ พท ท ใช ในพจนาน กรม 3 5.88 5 ไม ร จะใช คาศ พท ต วไหนเพราะไม ร บร บท 1 1.96 จากตาราง 7 พบว าป ญหาในการใช พจนาน กรมอ งกฤษ-ไทยในการแปลของน ส ตม ด งน 1) ไม ม คาศ พท หร อข อม ลท ต องการค นหา เช น ต วอย างประโยคหร อข อม ลทางไวยากรณ จ านวน 25 คน ค ดเป นร อยละ 49 2) หาความหมายค าศ พท ท ต องการไม ได จ านวน 19 คน ค ดเป นร อยละ 37.24 3) ว ธ การเร ยงหร อจ ดหมวดหม ค าศ พท อ านเข าใจยาก จ านวน 8 คน ค ดเป นร อยละ 15.68 4) ไม เข าใจส ญล กษณ คาย อ คาก าก บคาศ พท ท ใช ในพจนาน กรม จ านวน 3 คน ค ดเป นร อยละ 5.88 5) ไม ร จะใช คาศ พท ต วไหนเพราะไม ร บร บท จ านวน 1 คน ค ดเป นร อยละ 1.96 2. ป ญหาในการใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษในการแปล ในการว เคราะห ข อม ลป ญหาในการใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษในการแปลของน ส ต พบว าม ด งน ตาราง 8 แสดงค า ความถ ร อยละ และลาด บท ของป ญหาในการใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษใน การแปล ล าด บท ป ญหาในการใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษในการแปล ความถ ร อยละ 1 ไม เข าใจคาจ าก ดความท ให ไว ในพจนาน กรม 24 47.04 2 ไม ม ค าศ พท หร อข อม ลท ต องการค นหา เช น ต วอย างประโยคหร อ 12 23.52 ข อม ลทางไวยากรณ
3 หาความหมายคาศ พท ท ต องการไม ได 8 15.68 4 ไม ร ว าจะเร มต นหาคาศ พท ท ต องการอย างไร 6 11.76 5 ว ธ การเร ยงหร อจ ดหมวดหม คาศ พท อ านเข าใจยาก 1 1.96 6 ไม เข าใจส ญล กษณ คาย อ คาก าก บคาศ พท ท ใช ในพจนาน กรม 4 7.84 จากตาราง 8 พบว าป ญหาในการใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษในการแปลของน ส ตม ด งน 1) ไม เข าใจคาจ าก ดความท ให ไว ในพจนาน กรม จ านวน 24 คน ค ดเป นร อยละ 47.04 2) ไม ม คาศ พท หร อข อม ลท ต องการค นหา เช น ต วอย างประโยคหร อข อม ลทางไวยากรณ จ านวน 12 คน ค ดเป น ร อยละ 23.52 3) หาความหมายคาศ พท ท ต องการไม ได จ านวน 8 คน ค ดเป นร อยละ 15.68 4) ไม ร ว าจะเร มต นหาคาศ พท ท ต องการอย างไร จ านวน 6 คน ค ดเป นร อยละ 11.76 5) ว ธ การเร ยงหร อจ ด หมวดหม ค าศ พท อ านเข าใจยาก จ านวน 5 คน ค ดเป นร อยละ 9.80 6) ไม เข าใจส ญล กษณ ค าย อ คาก าก บคาศ พท ท ใช ในพจนาน กรม จ านวน 4 คน ค ดเป นร อยละ 7.84 7) หาค าศ พท ให สอดคล อง ก บบร บท จ านวน 1 คน ค ดเป นร อยละ 1.96 3. ป ญหาในการใช พจนาน กรมไทย-อ งกฤษในการแปล ในการว เคราะห ข อม ลป ญหาในการใช พจนาน กรมไทย-อ งกฤษในการแปลของน ส ต พบว าม ด งน ตาราง 9 แสดงค า ความถ ร อยละ และลาด บท ของป ญหาในการใช พจนาน กรมไทย-อ งกฤษในการแปล ลาด บท ป ญหาในการใช พจนาน กรมไทย-อ งกฤษในการแปล ความถ ร อยละ 1 ไม ม ค าศ พท หร อข อม ลท ต องการค นหา เช น ต วอย างประโยค 31 60.76 หร อข อม ลทางไวยากรณ 2 ไม เข าใจคาจ าก ดความท ให ไว ในพจนาน กรม 9 17.64 3 หาคาศ พท ให สอดคล องก บบร บทไม ได 7 13.72 4 ว ธ การเร ยงหร อจ ดหมวดหม คาศ พท อ านเข าใจยาก 5 9.80 จากตาราง 9 พบว าป ญหาในการใช พจนาน กรมไทย-อ งกฤษในการแปลของน ส ตม ด งน 1) ไม ม ค าศ พท หร อข อม ลท ต องการค นหา เช น ต วอย างประโยคหร อข อม ลทางไวยากรณ จ านวน 12 คน ค ดเป นร อยละ 23.52 2) ไม เข าใจคาจ าก ดความท ให ไว ในพจนาน กรม จ านวน 9 คน ค ดเป น
ร อยละ 17.64 3) หาค าศ พท ให สอดคล องก บบร บทไม ได จ านวน 7 คน ค ดเป นร อยละ 13.72 4) ว ธ การเร ยงหร อจ ดหมวดหม คาศ พท อ านเข าใจยาก จ านวน 5 คน ค ดเป นร อยละ 9.80 4. สาเหต ของป ญหาในการใช พจนาน กรมในการแปลของน ส ต ในการว เคราะห ข อม ลสาเหต ของป ญหาในการใช พจนาน กรมในการแปลของน ส ต พบว าม ด งน ตาราง 10 แสดงค า ความถ ร อยละ และลาด บท ของสาเหต ของป ญหาในการใช พจนาน กรมในการแปล ล าด บท สาเหต ของป ญหาในการใช พจนาน กรมในการแปล ความถ ร อยละ 1 ไม ม ท กษะในการใช พจนาน กรม 25 49 2 ไม ค นเคยก บการใช พจนาน กรม 19 37.24 3 ไม ได เร ยนและฝ กว ธ การใช พจนาน กรมมาก อน 12 23.52 4 พจนาน กรมใช งานได ยาก 7 13.72 5 ไม ค อยม ส านวนหร อประโยคต วอย าง ทาให น าคาศ พท ไปใช ได ไม ด 2 3.92 6 พจนาน กรมม คาไม หลากหลาย เป นว ชาการมากไป 1 1.96 7 พจนาน กรมม คาศ พท ให เล อกหลายค า แต ไม ร จะเล อกคาใด 1 1.96 จากตาราง 10 พบว าสาเหต ของป ญหาในการใช พจนาน กรมในการแปลของน ส ตม ด งน 1) ไม ม ท กษะในการใช พจนาน กรม จ านวน 25 คน ค ดเป นร อยละ 49 2) ไม ค นเคยก บการใช พจนาน กรม จ านวน 19 คน ค ดเป นร อยละ 37.24 3) ไม ได เร ยนและฝ กว ธ การใช พจนาน กรมมาก อน จ านวน 12 คน ค ดเป นร อยละ 23.52 4) พจนาน กรมใช งานได ยาก จ านวน 7 คน ค ดเป นร อยละ 13.72 5) ไม ค อยม สานวนหร อประโยคต วอย าง ทาให นาคาศ พท ไปใช ได ไม ด จ านวน 2 คน ค ดเป นร อยละ 3.92 6) พจนาน กรมม คาไม หลากหลาย เป นว ชาการมากไป จ านวน 1 คน ค ดเป นร อยละ 1.96 7) พจนาน กรม ม คาศ พท ให เล อกหลายคา แต ไม ร จะเล อกคาใดจ านวน 1 คน ค ดเป นร อยละ 1.96 ตอนท 4 ผลการว เคราะห ข อม ลจากการส มภาษณ จากการส มภาษณ น ส ตว ชาเอกภาษาอ งกฤษ ช นป ท 3 ท เร ยนว ชาการแปลเบ องต น จ านวน 9 คน สามารถสร ปเป นประเด นได ด งต อไปน
การใช พจนาน กรมในการแปล 1. น ส ตเร มใช พจนาน กรมภาษาเด ยว (อ งกฤษ-อ งกฤษ) ในระด บช นเร ยนท แตกต างก นไป ม ต งแต ในระด บช นประถมศ กษาไปจนถ งระด บอ ดมศ กษา โดยส วนใหญ ได ร บการแนะน าให เร มใช โดยคร ผ สอน แต บางคนเร มใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษ ด วยตนเองโดยเห นคร และเพ อนน กเร ยน ใช ก อน จ งเร มใช บ าง นอกจากน บางคนเร มใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษเน องจากต องใช ในก จกรรม การเร ยนการสอนท คร มอบหมายให ใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษเพ ออ านหาข อม ลและตอบค าถาม และสาหร บน ส ตบางคนท เร มใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษในระด บอ ดมศ กษาน นเน องจากต องใช ในการเร ยนว ชาส ทศาสตร เบ องต น 2. ในการเร ยนร การใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษน น น ส ตท ได ร บการส มภาษณ ส วนใหญ ต างเร ยนร และฝ กใช ด วยตนเอง โดยบางคนอาจได ร บค าแนะน าจากผ สอนบ าง แต ไม ได เร ยนหร อ ได ร บการฝ กให ใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษในช นเร ยนโดยตรง ส วนใหญ มาเร มใช มากข นในการ เร ยนว ชาการแปลเบ องต น โดยผ สอนจะแนะน าว ธ การใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษในการหา ความหมายค าศ พท หร อเล อกค าศ พท โดยอาศ ยบร บทเป นหล ก และจากน นก ฝ กใช อย างต อเน องมา เร อยๆ 3. ในการเล อกใช พจนาน กรมในการแปล น ส ตส วนใหญ เล อกใช หน งส อพจนาน กรมอ งกฤษ- ไทย แต เม อมาเร ยนว ชาการแปลเบ องต น ผ สอนแนะน าให ฝ กใช พจนาน กรมภาษาเด ยว (อ งกฤษ- อ งกฤษ) เพ มข น จ งเล อกใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษมากข นในการหาความหมาย ซ งผ เร ยนพบว า ท าให เข าใจค าศ พท ภาษาอ งกฤษท เจ าของภาษาใช ด ข น ส งผลให เข าใจภาษาต นฉบ บท ตนแปล มากข น แต น ส ตกล าวว าต องม ความอดทนในการเป ดหาคาศ พท และทาความเข าใจความหมายท เป น ภาษาอ งกฤษ ซ งบางคนกล าวว าถ าเวลาในการแปลม ไม มากพอ หร ออ านแล วก ย งไม เข าใจ ภาษาต นฉบ บ ก จะไม ใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษ น ส ตหลายคนน ยมใช พจนาน กรมอ เล กทรอน กส เน องจากสะดวกในการพกพาและม องค ประกอบคล ายก บหน งส อพจนาน กรม เพ ยงแต ข อม ลจะม น อยกว าถ าเท ยบก บหน งส อพจนาน กรมเล มใหญ นอกจากน ย งพบ ว าน ส ตบางคนเล อกใช พจนาน กรมในม อถ อโดยม เหต ผลส าค ญค อ สะดวกในการใช เพราะใช ได ท นท และสะดวกในการ พกพา แต ม ค าศ พท ให เล อกไม มากน ก แต น ส ตบางคนเล อกใช พจนาน กรมในอ นเทอร เน ตเพราะ ม ข อม ลมากและหลากหลายร ปแบบ ท าให น ส ตเล อกใช ได ตามความสะดวกและความสนใจ แต บางคร งก ม ข อม ลให มากเก นไป ท าให น ส ตต ดส นใจไม ถ กว าจะเล อกค าศ พท หร อความหมายใดด และบางท ก ไม สามารถเข าใช อ นเทอร เน ตได เสมอไป
4. เม อทาการแปลน น น ส ตท ให ส มภาษณ ระบ ว าส วนใหญ ใช พจนาน กรมหลายชน ดและหลาย ร ปแบบประกอบก น ไม ว าจะเป นพจนาน กรมภาษาเด ยวหร อสองภาษา หน งส อพจนาน กรม พจนาน กรมในอ นเทอร เน ต พจนาน กรมอ เล กทรอน กส พจนาน กรมในซ ด รอม ท งน เพ อให ได ค าศ พท และสานวนท ใกล เค ยงก บภาษาต นฉบ บมากท ส ด ซ งถ าใช พจนาน กรมร ปแบบเด ยว หร อแค ชน ดเด ยว อาจท าให ม ข อม ลน อย ไม เพ ยงพอต อการต ดส นใจเล อกค าศ พท น ส ตกล าวว าบางคร ง ถ าด แค คาจ าก ดความในพจนาน กรมสองภาษาอาจไม เพ ยงพอ ต องหาข อม ลเพ มในพจนาน กรมภาษาเด ยว และพจนาน กรมชน ดต างๆ ก ให ข อม ลมากน อยแตกต างก นไป ซ งถ าย ดการใช พจนาน กรมเพ ยงชน ด เด ยวก ทาให แปลได จ าก ดและอาจแปลผ ดพลาดได 5. สาหร บองค ประกอบท ท าให พจนาน กรมสะดวกต อการใช น น น ส ตส วนใหญ ม ความเห นว า ส งส าค ญในพจนาน กรมค อว ธ อธ บายค าศ พท ซ งควรอ านเข าใจง าย และต วอย างการใช ค าศ พท ท มากพอ และควรอ านเข าใจง ายเช นก น ท งน รวมถ งข อม ลอ นๆ อาท ค าอธ บายในค ม อการใช พจนาน กรม คาย อ ส ญล กษณ ตลอดจนร ปภาพ ซ งช วยให น ส ตใช งานได สะดวกในการแปล ป ญหาในการใช พจนาน กรมในการแปล 1. น ส ตท ให ส มภาษณ ส วนใหญ พบป ญหาในการเล อกใช ค าศ พท ในพจนาน กรมเน องจาก หลายๆ สาเหต ด งน 1.1 ไม เข าใจบร บทของค าศ พท ท ต องการแปลปรากฏ เม อหาความหมายของค าศ พท น น ในพจนาน กรม จ งไม ม เป าหมายและส งช แนะในการหาความหมาย ท าให ไม สามารถแปลค าศ พท ให เข าก บบร บทได 1.2 ไม สามารถต ดส นใจเล อกค าศ พท ท จะใช งานได เน องจากม ค าศ พท ในพจนาน กรม ให เล อกหลายคาและไม เข าใจความหมายท ให มาอย างช ดเจน 1.3 บางคร งคาศ พท ในพจนาน กรมก ไม ม ต วอย างการใช ค าศ พท ในบร บทท ต องการจะแปล หร อถ าม ก อาจไม ตรงก บบร บทท ต องการ จ งไม สามารถต ดส นใจเล อกคาท เหมาะสมได 2. หาคาศ พท ท ต องการในพจนาน กรมไม เจอ น ส ตระบ ว าอาจเป นเพราะวงศ พท ในพจนาน กรม ม จ านวนน อยไป หร อป ญหาอาจเก ดจากต วน ส ตเองท ไม ร ว าจะเร มต นหาคาศ พท จากจ ดใด 3. อ านค าอธ บายศ พท ในพจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษไม เข าใจ ซ งน ส ตยอมร บว าอาจเป น เพราะตนเองม ความเข าใจพ นฐานในเร องศ พท และไวยากรณ ไม ด พอ 4. อ านส ญล กษณ และค าย อในพจนาน กรมไม เข าใจ ท าให ไม เข าใจข อม ลท งหมดท ให มาและ ใช งานในการแปลได ไม เต มท
5. การหาความหมายค าศ พท ในพจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษต องใช เวลามากส าหร บน ส ต ทาให ก นเวลาในการแปล ข อเสนอแนะของน ส ตเก ยวก บพจนาน กรมและการใช พจนาน กรมในการแปล 1. ควรม การสอนและฝ กการใช พจนาน กรมชน ดต างๆ เพ อใช งานในการแปลโดยตรงมากกว า ให น ส ต ค นคว าและฝ กใช งานเอง หร อถ าน ส ตม พ นฐานการใช พจนาน กรมมาแล ว ก ควรม การอบรมเพ มเต ม โดยเฉพาะเร องการหาคาศ พท ในการแปล 2. ควรม การสอนการว เคราะห คาศ พท ในบร บทท จะต องแปลก อนใช พจนาน กรม 3. พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษควรม ต วอย างการใช ค าศ พท ในบร บทต างๆ มากข นเพ อให ผ แปลได เล อกใช ให เหมาะก บบร บทท จะต องแปล 4. พจนาน กรมอ งกฤษ-ไทยควรให ความหมายค าศ พท ท หลากหลายมากข น บางคร ง ความหมายคาศ พท ท ให มาม น อยและจ าก ดมาก ไม เอ อต อการแปล 5. พจนาน กรมควรปร บปร งว ธ การอธ บายค าศ พท การใช ค าย อและส ญล กษณ ให อ านเข าใจ ง ายข นเพราะบางคร งต องใช เวลามากในการทาความเข าใจเร องเหล าน ก อนท จะแปลได สร ปและอภ ปรายผล ผลการว จ ยคร งน สามารถสร ปและอภ ปรายผลได ด งน 1. ผลการว จ ยพบว า น ส ตว ชาเอกภาษาอ งกฤษ ช นป ท 3 คณะมน ษยศาสตร มหาว ทยาล ย นเรศวรท เร ยนว ชาการแปลเบ องต น ม การใช พจนาน กรม 2 ร ปแบบในการแปล ค อ พจนาน กรมภาษาเด ยวและพจนาน กรมสองภาษา โดยใช พจนาน กรมอ งกฤษ-ไทย อ งกฤษ-อ งกฤษ และไทย-อ งกฤษ มากท ส ด ท งน เน องจากในรายว ชาการแปลท เร ยน น ส ตต องฝ กแปลจาก ภาษาอ งกฤษเป นภาษาไทยและจากภาษาไทยเป นภาษาอ งกฤษ จ งต องค นหาค าศ พท และ ความหมายของค าศ พท ไปมาระหว างสองภาษาน เป นอ นมาก และในการท างานแปล บางคร งน ส ต จ าเป นต องเข าใจค าจ าก ดความของค าศ พท ในภาษาต นฉบ บเองก อน ถ งจะสามารถแปลเป นภาษา ปลายทางได จ งจ าเป นต องใช พจนาน กรมภาษาเด ยวในการแปลด วย การใช พจนาน กรมท ง 2 ร ปแบบของน ส ตน สอดคล องก บผลการว จ ยของซานเชส รามอส (Sánchez Ramos, 2009) ท พบว าผ ท เร ยนว ชาการแปลเบ องต น และว ชาการแปลระด บกลางในมหาว ทยาล ย Jaume I ประเทศ สเปน ต างใช พจนาน กรมภาษาเด ยวและพจนาน กรมสองภาษาเช นก น ท งน การใช พจนาน กรมท ง
2 ร ปแบบแสดงให เห นว าผ เร ยนพยายามแก ป ญหาค าศ พท โดยหาข อม ลให ได มากท ส ดจาก พจนาน กรมท ง 2 ร ปแบบ ซ งในข อม ลจากการส มภาษณ น ส ตระบ ว าส วนใหญ ใช พจนาน กรมหลาย ชน ดหลายร ปแบบประกอบก นเพ อให ได ค าศ พท และส านวนท ใกล เค ยงก บภาษาต นฉบ บมากท ส ด สอดคล องก บท พ โอทรอสก สร ปไว ว าพจนาน กรมภาษาเด ยวและพจนาน กรมสองภาษาต างเสร มให ซ งก นและก น และต างก ให ข อม ลอ นท ตนไม ม ให ก บผ ใช (Koren, 2011) 2. จากผลการว จ ย พบว าชน ดของพจนาน กรมท น ส ตใช บ อยท ส ดในการแปล ได แก พจนาน กรมอ เล กทรอน กส หน งส อพจนาน กรม และพจนาน กรมในอ นเทอร เน ต ท งน อาจเน องจาก พจนาน กรมท ง 3 ชน ดน ม ข อม ลเก ยวก บคาศ พท เป นจ านวนมาก สอดคล องก บประเด นท น ส ตใช มาก ในการหาข อม ลในพจนาน กรมในการแปล ซ งได แก 1) ความหมายของคาศ พท ท จะแปล 2) คาศ พท ท ต องใช ในการแปล 3) ข อม ลต างๆ เช นค าพ องความหมาย ค าตรงก นข าม ค าปรากฏร วม (collocation) ซ งสอดคล องก บผลการว จ ยของล ว (Lew, 2011) และถ ง (Tang, 1997) ท พบว าผ เร ยน ใช พจนาน กรมหาข อม ลในเร องความหมาย ค าศ พท ท ตรงก นในภาษาอ งกฤษและภาษาแม เป น ส วนใหญ และตรงก บท จต พร เหล อสน ก (2543) ระบ ค อจ ดม งหมายของผ เร ยนส วนใหญ น นใช พจนาน กรมส าหร บหาความหมายของค าศ พท ในภาษาท เร ยน ท งท แปลออกมาเป นภาษาแม และ ท ให ความหมายโดยใช ภาษาท เร ยน พจนาน กรมท ง 3 ชน ดด งกล าวน น ส ตม ความค นเคยในการใช งาน เน องจากหาข อม ลได สะดวก และม ใช ก นอย างแพร หลาย โดยเฉพาะพจนาน กรมอ เล กทรอน กส ซ งน ส ตใช งานมากเป นอ นด บหน งน น จากข อม ลการส มภาษณ น ส ตระบ ว าใช งานได สะดวกและง าย ต อการพกพา อ กท งย งสามารถฟ งการออกเส ยงค าศ พท ได อ กด วย ซ งสอดคล องก บท สเตอร ล ง (Sterling, 2010) กล าวว าน กเร ยนในเอเช ยม กม และใช พจนาน กรมอ เล กทรอน กส แบบพกพาก นเป น ส วนมาก นอกจากน ย งม ข อได เปร ยบในเร องความเร วในการค นหาศ พท (Koren, 2011) อน ง ผลการว จ ยพบว าน ส ตใช พจนาน กรมในอ นเทอร เน ตบ อยมากด วยเช นก นน น ซ งเป นท เข าใจได เพราะ ผ เร ยนม การเข าถ งอ นเทอร เน ตก นมากข น อ กท งได ร บการกระต นจากผ สอนให ส บค นข อม ลจาก อ นเทอร เน ตเพ มเพ อให ม ความร ความเข าใจคาศ พท ท ต องใช ในการแปลให มากท ส ด 3. ผลการว จ ยพบว าป ญหาในการใช พจนาน กรมอ งกฤษ-ไทยในการแปลท พบมากท ส ด ค อ 1) ไม ม คาศ พท หร อข อม ลท ต องการค นหา และ 2) หาความหมายคาศ พท ท ต องการไม ได ส วนป ญหา ในการใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษในการแปลท พบมากท ส ด ค อ 1) ไม เข าใจค าจ าก ดความท ให ไว ในพจนาน กรม 2) ไม ม ค าศ พท หร อข อม ลท ต องการค นหา เช น ต วอย างประโยคหร อข อม ล ทางไวยากรณ 3) หาความหมายค าศ พท ท ต องการไม ได สอดคล องก บผลการว จ ยของเนซ และ เฮล (Nesi & Haill, 2002) ท พบว าผ เร ยนม ป ญหาในการเล อกหาค าศ พท ท เหมาะสมจากรายการ
ค าศ พท ในพจนาน กรม ซ งจากผลการว จ ย น ส ตระบ เองว าสาเหต ของป ญหาเก ดจากการไม ม ท กษะ ในการใช พจนาน กรม ไม ค นเคยก บการใช พจนาน กรม และไม ได เร ยนและฝ กการใช พจนาน กรม มาก อน นอกจากน อาจเก ดจากสาเหต อ นได หลายประการ อาท ค าศ พท ท ผ เร ยนค นหาน น พจนาน กรมไม ได ครอบคล มถ งจร งๆ หร อ ในพจนาน กรมไม ได ให ความหมายค าศ พท ในบร บทท ผ เร ยนต องการหา เน องจากไม ม พจนาน กรมเล มใดจะสามารถให ค าศ พท หร อความหมายค าศ พท ท ครอบคล มท กบร บทได ซ งโคเรน (Koren, 2011) อธ บายว าผ ใช พจนาน กรมจะพบว าความหมาย ต างๆ ท พจนาน กรมให ไว น นใช ไม ได ก บค าศ พท ในบทอ านท ตนพบเสมอไป อน ง การท ผ เร ยน หา ความหมายค าศ พท ท ต องการไม ได อาจเป นเพราะผ เร ยนไม เข าใจหน าท ทางไวยากรณ ของค าศ พท และเน อหาบร บทท ค าศ พท น นปรากฏ จ งไม สามารถหาความหมายท เหมาะสมได และจากการ ส มภาษณ น ส ตระบ ว าไม เข าใจบร บทของค าศ พท ท ต องการแปลปรากฏ เม อหาความหมายของ คาศ พท น นในพจนาน กรม จ งไม ม เป าหมายและส งช แนะในการหาความหมาย ท าให ไม สามารถแปล ค าศ พท ให เข าก บบร บทได และจากการท น ส ตระบ ว าไม เข าใจค าจ าก ดความท ให ไว ในพจนาน กรม อ งกฤษ-อ งกฤษน นอาจเก ดจากม ความสามารถทางภาษาและความเข าใจในเน อหาของต นฉบ บ ไม เพ ยงพอ ด งท ฮ ลสต จน และแอทค นส (Hulstijn & Atkins, 2011) กล าวถ งต วแปรในการใช พจนาน กรมของผ ใช ว าส มพ นธ ก บความสามารถในภาษาต างประเทศและความร ในเน อหาของ ข อความท จะต องอ านหร อแปลของผ ใช ตลอดจนถ งว ธ การท พจนาน กรมน นๆ นาเสนอข อม ล ไม ว าจะ เป นการจ ดหมวดหม การวางร ปแบบข อม ล หร อภาษาท ใช อธ บายศ พท เป นต น 4. ส วนผลจากการส มภาษณ พบว าน ส ตส วนใหญ เล อกใช พจนาน กรมอ งกฤษ-ไทยใน การแปล แต เม อมาเร ยนว ชาการแปลเบ องต น จ งเล อกใช พจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษในการหา ความหมายศ พท มากข น และพบว าทาให เข าใจคาศ พท ท เจ าของภาษาใช ด ข นน น น าจะอภ ปรายได ว า เก ดจากการท น ส ตฝ กค นหาความหมายค าศ พท ในบร บทของภาษาต นฉบ บและจากการอ านภาษา ของเจ าของภาษาในพจนาน กรม มากข นในบร บทท หลากหลายมากข น จ งท าให เข าใจค าศ พท ท เจ าของภาษาใช ด ข น ซ งน าจะส งผลให ความเข าใจภาษาอ งกฤษโดยรวมด ข นด วย ส วนป ญหาในการ ใช พจนาน กรมในการแปล น ส ตส วนใหญ กล าวว าม ป ญหาในการเล อกใช ค าศ พท ในพจนาน กรมด วย สาเหต หลายประการ อาท ไม เข าใจบร บทของค าศ พท ท ต องการแปล ไม สามารถต ดส นใจเล อก คาศ พท ท จะใช งานได เน องจากม ค าศ พท ให เล อกหลายค า ไม เข าใจความหมายท ให มาอย างช ดเจน และป ญหาอ นๆ ได แก หาคาศ พท ท ต องการในพจนาน กรมไม เจอ อ านคาอธ บายศ พท ในพจนาน กรม อ งกฤษ-อ งกฤษไม เข าใจ การหาความหมายศ พท ในพจนาน กรมอ งกฤษ-อ งกฤษต องใช เวลามาก ท าให ก นเวลาในการแปล ล วนเป นป ญหาท เก ดจากต วผ เร ยนเองเป นส วนใหญ มากกว าจะเก ดจาก
ต วพจนาน กรม และจากข อม ลท พบว าน ส ตถ งร อยละ 54.90 ไม ม ประสบการณ การเร ยนว ธ การใช พจนาน กรมมาก อน ประกอบก บท น ส ตระบ ว าไม ม ท กษะและความค นเคยในการใช พจนาน กรม จ งควรท จะแก ป ญหาโดยเน นท การฝ กใช พจนาน กรมในการแปลให ม ประส ทธ ภาพมากข น ซ งน ส ตเอง ก ให ข อเสนอแนะว าควรม การสอนการว เคราะห คาศ พท ในบร บทท จะต องแปลก อนใช พจนาน กรมและ ควรม การสอนการใช พจนาน กรมชน ดต างๆ เพ อใช งานในการแปลโดยตรงมากกว าให น ส ตค นคว า และฝ กใช งานเอง หร อถ าน ส ตม พ นฐานการใช พจนาน กรมมาแล ว ก ควรม การอบรมเพ มเต ม โดยเฉพาะเร องการหาค าศ พท ในการแปล สอดคล องก บความเห นของเชน (Chen, 2010) วอลซ (Walz, 1990) น คโคร น (Nuccorini, 2011) และฮาร ทมาน (Hartmann, 2011) ซ งล วนเห นว าผ เร ยน ส วนใหญ ขาดท กษะการใช พจนาน กรมและเสนอว าควรม การสอนท กษะการใช พจนาน กรมให แก ผ เร ยนโดยตรง
บรรณาน กรม คร ภ กด ดอทคอม. (2556). การใช พจนาน กรม. [ออนไลน ]. เข าถ งได จาก : http://www.krupakdee.com/การใช พจนาน กรม/ (ว นท ค นข อม ล: 15 ส งหาคม 2556). จต พร เหล อสน ก. (2543). ด กช นนาร ก บความก าวหน าในการอ าน. วารสารคณะมน ษยศาสตร และ ส งคมศาสตร สถาบ นราชภ ฏส ร นทร. ป ท 6 ฉบ บท 1 (ม ถ นายน-ต ลาคม). หน า 47-52. ด ษฎ ร งร ตนก ล. (2553). การศ กษาป ญหาและกลว ธ ในการแก ป ญหาการแปลของน ส ตว ชาเอก ภาษาอ งกฤษ ช นป ท 3 มหาว ทยาล ยนเรศวร. วารสารมน ษยศาสตร มหาว ทยาล ย นเรศวร. ป ท 7 ฉบ บท 3 (ก นยายน-ธ นวาคม). หน า 31-45. ธนพล จาดใจด. (2546). เทคน คการแปลไทยเป นอ งกฤษ. พ มพ คร งท 5. กร งเทพฯ: ไทยเจร ญ การพ มพ. วรรณา แสงอร ามเร อง. (2545). ทฤษฎ และหล กการแปล. พ มพ คร งท 2. กร งเทพฯ: โรงพ มพ จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย. Al-Salami, N. (2010). The dictionary use at the University of Kufa: A case study. Retrieved on November 10, 2010, from kufa/2/nmber%203/nin.pdf. Chen, Y. (2010). Dictionary use and EFL learning. A contrastive study of pocket electronic dictionaries and paper dictionaries. International Journal of Lexicography, 23(3), 275-306. Duran, C. G. & Rodriguez L. A. (2013). The use of the dictionary as a teaching/ learning resource. Retrieved on August 15, 2013, from http://www.slideshare.net/diegofmacias/using-the-dictionary-as-a-teachng-tool. Hartmann, R. (2011). European dictionary culture. The Exeter case study of dictionary use among university students, against the wider context of the reports and recommendations of the thematic network project in the area of languages (1996-1999). Retrieved on October 15, 2011, from http://www.euralex.org/elx_proceedings/ Euralex2000/046_Reinhard%20HARTMANN_European%20Dictionary%20Culture_ The%20Exeter%20Case%20Study%20of%20Dictionary%20Use%20among%20U niversity%20students.pdf.
Hulstijn, J. H. & Atkins, B. T. S. (2011). Empirical research on dictionary use in foreign language learning: Survey and discussion. Retrieved on September 10, 2011, from http://dare. uva.nl/document/176766. Koren, S. (2011). Quality versus convenience: Comparison of modern dictionaries from the researcher s, teacher s and learner s points of view. Retrieved on November 2, 2011, from http: www.tesl-ej.org/wordpress/issues/volume2/ej07/ej07a2/?wscr=. Lew, R. (2011). A study in the use of bilingual and monolingual dictionaries by Polish learners of English: A preliminary report. Retrieved on December 27, 2011, from http://works.bepress.com/robert_lew/23. Nesi, H. & Haill, R. (2002). A study of dictionary use by international students at a British university. International Journal of Lexicography, 15(4), 277-305. Neubach, A. & Cohen, A. D. (1988). Processing strategies and problems encountered in the use of dictionaries. Journal of the Dictionary Society of North America, 10(1), 1-20. Nuccorini, S. (2011). On dictionary misuse. Retrieved on October 20, 2011, from http: www.euralex.org/elx_proceedings/euralex1994/66_euralex_stefania%20nuccorini %20-%20On%20Dictionary%20Misuse.pdf. Sánchez Ramos, M. (2009). Research on dictionary use. Retrieved on June 6, 2009, from http://accurapid.com/joural/32dictuse.htm. Sterling, J. (2010). The portable electronic dictionary: Faithful friend or faceless foe? Retrieved on December 8, 2010, from http://www.elgweb.net/ped-article.html. Tang, G. M. (1997). Pocket electronic dictionaries for second language learning: Help or hindrance? TESL Canada Journal, 15(1), 39-57. Varantola, K. (1998). Translators and their use of dictionaries. In B. T. S. Atkins (Ed.). Using Dictionaries. (pp. 179-192). TÜbingen: Niemeyer. Walz, J. (1990). The dictionary as a secondary source in language learning. The French Review, 64(1), 79-94.