การใช โปรแกรม โปรแกรมประมวลผลคำ ประมวลผลคำ ชนธ ญ ว ฒนส ทธ

Size: px
Start display at page:

Download "การใช โปรแกรม โปรแกรมประมวลผลคำ ประมวลผลคำ ชนธ ญ ว ฒนส ทธ"

Transcription

1 การใช โปรแกรม ประมวลผลคำ โปรแกรมประมวลผลคำ รห สว ชา หล กส ตรประกาศน ยบ ตรว ชาช พ พ ทธศ กราช 2556 กล มว ชาช พเล อก สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ISBN เร ยบเร ยงโดย ข อม ลทางบรรณาน กรมของสำาน กหอสม ดแห งชาต National Library of Thailand Cataloging in Publication Data. โปรแกรมประมวลผลคำา.-- กร งเทพฯ : คอมพ วเตอร เอจ เทคโนโลย, หน า. พ มพ คร งท 1 ราคา 249 บาท ป ท พ มพ เว ร ดโปรเซสซ ง. I ISBN สงวนล ขส ทธ ตามพระราชบ ญญ ต ล ขส ทธ ห ามลอกเล ยนแบบ เคร องหมายการค าอ นท อ างถ งอ นๆ เป นล ขส ทธ ของบร ษ ทน นๆ จ ดพ มพ และจ ดจำาหน ายโดย บร ษ ท คอมพ วเตอร เอจ เทคโนโลย จำาก ด 1108/20 ศ นย การค าพระโขนง ถ.ส ข มว ท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม โทร โทรสาร [email protected] 1

2 โปรแกรมประมวลผลคำ ล กษณะว ชา โปรแกรมประมวลผลค า (Word Processing) จ ดประสงค รายว ชา เพ อให 1. ม ความร ความเข าใจเก ยวก บหล กการท างานของโปรแกรมจ ดพ มพ เอกสาร 2. ผล ตเอกสารโดยใช โปรแกรมประเภทจ ดพ มพ เอกสาร 3. ม ค ณธรรม จร ยธรรม และค าน ยมท ด ในการใช คอมพ วเตอร สมรรถนะรายว ชา 1. แสดงความร เก ยวก บหลกการท างานของโปรแกรมจ ดพ มพ เอกสาร (Word Processing) และความร เก ยวกบเอกสาร 2. ออกแบบ และผล ตเอกสารตามการใช งาน 3. จ ดท าเอกสารราชการเอกสารธ รก จและเอกสารเช งว ชาการโดยใช โปรแกรมจ ดพ มพ เอกสาร ค าอธ บายรายว ชา ศ กษาและปฏ บ ต เก ยวก บหล กการท างานของโปรแกรมจ ดพ มพ เอกสาร (Word Processing) ในการพ มพ และตกแต ง การสร างตารางข อม ล การจ ดท าเอกสารร ปแบบต างๆ หน งส อราชการ จดหมายธ รก จ แผ นพ บ เอกสารว ชาการ การสร างจดหมายเว ยน การพ มพ ซองจดหมาย การพ มพ สมการคณ ตศาสตร การพ มพ เช งอรรถ การท าด ชน การพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ 2

3 การใช โปรแกรม ประมวลผลคำ คำ นำ แบบเร ยนโปรแกรมประมวลผลคำา ท จ ดทำาโดยบร ษ ท คอมพ วเตอร เอจ เทคโนโลย จำาก ดน เหมาะสำาหร บผ ท สนใจท วไป หร อน กศ กษาในหล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ม งเน นให น กศ กษาได เร ยนร เพ อนำาไปใช งานได จร ง โดยครอบคล มเน อหาท ม ในหล กส ตรท กด าน แม จะม โปรแกรม Word 2010 ออกมาแล ว แต ก เช อว าม อ กหลายว ทยาล ยท ย งใช Word 2007 อย นอกจากน Word 2007 และ 2010 ม ความคล ายคล งก นมาก อ ก ท งรร.เอกชนบางแห งก ม ได ม งบประมาณพอท จะเปล ยนเวอร ช นได ท น อย างไรก ด ในเล มน ผ อ านอาจม หร อไม ม พ นฐานโปรแกรม Word 2007 มาก อน หน งส อจะลงรายละเอ ยดความสามารถการทำางานของโปรแกรม Word 2007 อย างเจาะล ก เพ อเป นตำาราคนคว าเพ มเต มหร อทบทวนได อ ก ด วยเม อจบการศ กษาไปแล ว เพ อให ผ อ านม ความรอบร เก ยวก บโปรแกรม เพ อเป นพ นฐานก อนท จะสามารถประย กต ใช ได อย างอ สระ หร อนำาไปใช ศ กษาต อในว ชาโปรแกรมประมวลผลคำาประย กต ผ สอนและน กศ กษา ควรเล อกเน นจ ดท เป นพ นฐานเป นพ เศษ เพ อให เร ยนร และม ท กษะในการ ใช ความสามารถพ นฐานได อย างคล องแคล ว และสามารถเร ยนร เพ มเต ม ในข อท สนใจเป นพ เศษ ส ดท ายผ เข ยนหว งว าผ อ านจะได เร ยนร การใช งาน ของ Word 2007 แล วสามารถนำาไปใช ได เป นอย างด ต อไป และผ สอน สามารถต ดตามก บทางสำาน กพ มพ สำาหร บเล มปร บปร ง Word 2010 ต อไป 3

4 โปรแกรมประมวลผลคำ สารบ ญ ล กษณะรายว ชา 2 คำานำา 3 หน วยท 1 โปรแกรมประมวลผลคำาและการใช งานเบ องต น 6 หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร 28 หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร 87 หน วยท 4 การสร างและแก ไขตาราง 166 หน วยท 5 การพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ 188 หน วยท 6 การสร างเอกสารจดหมายเว ยน 201 หน วยท 7 การอ างอ ง 237 หน วยท 8 การการทำางานร วมก น 263 หน วยท 9 เคร องม อจ ดการว ตถ (Tools) 278 บรรณาน กรม 289 4

5 โปรแกรมประมวลผลคำ หน วยการเร ยนร รายว ชาโปรแกรมประมวลผลค า หมวดท กษะว ชาช พ กล มว ชาช พเล อก สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ หล กส ตรประกาศน ยบ ตรว ชาช พ จำานวนหน วยการเร ยนร 9 หน วย จำานวน 54 ช วโมง หน วย ท ช อหน วยการเร ยน สาระการเร ยนร 1 โปรแกรมประมวลผลคำาและการ ความหมาย ประว ต ความเป นมา และความ ใช งานเบ องต น สำาค ญของโปรแกรมประมวลผลคำา การใช งานโปรแกรมประมวลผลคำาเบ องต น 2 การสร างและแก ไขเอกสาร การสร างเอกสาร การบ นท กเอกสาร การ เป ด-ป ดโปรแกรม การปร บร ปแบบต วอ กษร และย อหน า การใช เคร องม อต างๆ ในการ แก ไขเอกสาร 3 การตกแต งเอกสาร การจ ดหน ากระดาษ การแทรกร ปวาด ร ป ทรง ร ปภาพ 4 การสร างและแก ไขตาราง การใช งานเคร องม อในการสร างและแก ไข ตาราง 5 การพ มพ เอกสารออกทาง เคร องพ มพ การใช คำาส งพ มพ เอกสาร การด ต วอย างเอก สารก อนพ มพ และการพ มพ เอกสารด วน 6 การสร างเอกสารจดหมายเว ยน การใช เคร องม อในการสร างจดหมาย ซอง จดหมาย และจดหมายเว ยน 7 การอ างอ ง การสร างสารบ ญ การแทรกเช งอรรถ การอ างอ งแหล งข อม ลและการสร าง บรรณาน กรม การใส คำาอธ บายภาพ การ สร างด ชน 8 การการทำางานร วมก น การใส ความค ดเห น การแก ไขเอกสารร วมก น และการป องก นเอกสาร 9 เคร องม อจ ดการว ตถ (Tools) เคร องม อจ ดการว ตถ ต างๆ ร ปภาพ ร ปวาด SmartArt Text Box WordArt Equation และ Header & Footer จำานวน ช วโมง

6 โปรแกรมประมวลผลคำ หน วยท 1 โปรแกรมประมวลผลคำ และการใช งานเบ องต น สาระการเร ยนร 1. ความหมายและความส าค ญของโปรแกรมประมวลผลค า 2. ประว ต ความเป นมาของโปรแกรมประมวลผลค า 3. การใช งานเบ องต น ส วนประกอบหล ก 4. การท างานก บข อความ 5. การใช งานค ย บอร ด จ ดประสงค 1. เพ อให น กศ กษาได ทราบถ งความหมายและความส าค ญ ของโปรแกรมประมวลผลค า 2. เพ อให น กศ กษาได ทราบความเป นมาของโปรแกรม ประมวล-ผลค าในอด ต 3. เพ อให น กศ กษาได ทราบถ งส วนประกอบของโปรแกรมเบ องต น 4. เพ อให น กศ กษาม ท กษะในการใช งานโปรแกรมพร อมท ง ค ย บอร ดในเบ องต น 6

7 โปรแกรมประมวลผลคำ โปรแกรมประมวลผลค า โปรแกรมประมวลผลค า (Word Processor) ค อซอฟต แวร คอมพ วเตอร (Computer Software) ท ใช ในการจ ดทำาเอกสารประเภทข อความเป นหล ก เช นการจ ดทำาบ นท กข อความ จดหมาย รายงาน และหน งส อต างๆ เป นต น โปรแกรมประมวลผลค าในย คเร มต น ร ปท 1.1 ภาพหน าจอ WordPerfect v. 5.1 for DOS ร ปท 1.2 ภาพหน าจอ WordStar for DOS โปรแกรมประมวลผลคำาในย คแรก (ต งแต ช วงป คร สต ทศวรรษ 1980) ท คอมพ วเตอร ส วนบ คคล (Personal Computer:PC) เร มเป นท แพร หลายได แก WordPerfect XyWrite Microsoft Word เป นต น ซ งในช วงเวลาน นโปรแกรมเหล าน ทำางานบนระบบ ปฏ บ ต การ DOS และใช คำาส งข อความในการทำางาน โปรแกรมเป นส วนใหญ ย งไม ม กราฟ กสวยงามเหม อน โปรแกรมสม ยใหม ในป จจ บ น ส วนคอมพ วเตอร ชน ด Macintosh ซ งจำาหน ายโดยบร ษ ท Apple ม โปรแกรม MacWrite ท ใช ในงานประมวลผลคำา ในประเทศไทยน นในย คเร มแรกโปรแกรมประมวลผล คำาท เป นท น ยมใช ค อโปรแกรม WordStar ซ งสามารถ ใช งานในภาษาอ งกฤษได อย างเด ยว ต อมาในป 2529 นายแพทย ช ษณะ มะกรสาร ได สร างโปรแกรมราชว ถ หร อช ออย างไม เป นทางการ ราชว ถ เว ร ด (หร อเว ร ด- ราชว ถ ) ซ งเข ยนจากภาษาแอสเซมบล (Assembly) ท งหมด ต อมาจ งเก ดโปรแกรม CU Writer ข นในป 2532 และเป ดให ใช เป นโปรแกรมสาธารณะ หน วยท 1 การใช โปรแกรมเบ องต น ร ปท 1.3 ภาพหน าจอ ราชว ถ เว ร ด พ ซ (RW) for DOS 7

8 โปรแกรมประมวลผลคำ โปรแกรม Microsoft Word ร ปท 1.4 ภาพหน าจอ Microsoft Word v. 5.0 for DOS (v หน าจอคล ายก นหมด) ส วนโปรแกรมท ม การพ ฒนาอย าง ยาวนานและถ กใช แพร หลายมากใน ป จจ บ น ค อโปรแกรม Microsoft Office Word โดยบร ษ ทไมโครซอฟต (Microsoft) ประเทศสหร ฐอเมร กา ท ถ กพ ฒนาต งแต ป 1983 ในช อ Multi- Tool Word สำาหร บระบบปฏ บ ต การ Xenix และ MS-DOS ต อมาจ งถ ก เปล ยนช อเป น Microsoft Word ในป 1991 Microsoft Word 5.5 บน MS-DOS เป นเร มเป นท แพร หลายอย างส ง โดยเร มม การ ใช เมาส ในการส งงานโปรแกรมเป นคร งแรก จากน น Microsoft จ งผล ต Microsoft Word 1.0 ตามด วยเวอร ช น 2.0 บน Microsoft Windows ในป เด ยวก น และเร มเปล ยนมาใช เวอร ช นในร ป แบบแบบป คร สตศ กราชในป 1995 ค อ Microsoft Word 95 ออกจำาหน าย ร ปท 1.5 ภาพหน าจอ Microsoft Word 2010 Microsoft ได พ ฒนาโปรแกรม Word เร อยมาจนถ ง Microsoft Word 2007 ในป 2007 เป นคร งแรกท Microsoft ได ใช นามสก ลไฟล.docx แทนท นามสก ลไฟล.doc ท ได ใช มาแต เร ม แรก และได ใช ระบบแถบร บบอน (Ribbon Bar) เป นคร งแรกแทน Tool Bar และได ร บความน ยมใช อย างแพร หลายจนป จจ บ น อย างไรก ด แม ว าป จจ บ นจะ Microsoft จะได ผล ต Microsoft Word จนถ ง เวอร ช น 2010 แต Microsoft Word 2007 ก คงจะเป นท น ยมใช อ กระยะหน ง เน องจากองค กร ต างๆ ม ต นท นในการจ ดหาและใช เวลาในเร ยนร การประย กต ใช ซอฟต แวร ในระบบน นเอง 8

9 โปรแกรมประมวลผลคำ โปรแกรม OpenOffice.org นอกจากโปรแกรม Microsoft Word แล วน น ย งม โปรแกรม ประมวลผลคำา OpenOffice.org Writer ซ งเป นส วนหน งของช ด OpenOffice.org หร อเร ยกส นๆ ว า OOo หร อ OpenOffice ซ ง ประกอบด วยส วนอ นๆ เช น โปรแกรมตาราง โปรแกรมนำา เสนอผลงาน โปรแกรมฐานข อม ล OOo เป นโปรแกรมแบบ open ร ปท 1.6 ภาพหน าจอ OpenOffice.org Writer source โดยหมายถ งโปรแกรมท ถ กพ ฒนาโดยกล มน กเข ยนโปรแกรมอ สระ เป ดให ใช ฟร โดยไม เส ยค าใช จ าย เด ม OOo ถ กพ ฒนามาจากโปรแกรม StarOffice ซ งต อมาถ กบร ษ ท Sun Microsystem ประเทศสหร ฐอเมร กา เข าซ อ และถ กเป ดเผย Source Code (ข อม ลการเข ยนโปรแกรม) ส สาธารณะในป ค.ศ.1999 เพ อให น กเข ยนโปรแกรมอ สระเข าพ ฒนาโปรแกรมโดยส งคมออนไลน ป จจ บ น บร ษ ท IBM (International Business Machines) ประเทศสหร ฐอเมร กา ได เข ามา ร วมพ ฒนา OOo โดยบรรจ เข าเป นส วนหน งของโปรแกรม Lotus Notes โปรแกรม Google Docs: Document โปรแกรม Document ในระบบ Google Docs โดย บร ษ ท Google ประเทศสหร ฐอเมร กา เป นโปรแกรมประมวลผลคำาอ กร ปแบบหน งท ใช เทคโนโลย Cloud Computing โดยน ยมเร ยกว า ระบบประมวลผลแบบกล มแมฆ ซ งโปรแกรมจะทำางานบน Browser (โปรแกรมท องเว ปไซต เช น Internet Explorer หร อ Firefox) โดยไม ต องต ดต งโปรแกรมอ นเพ มเต ม การประมวล ผลคำาหล กจะถ กส งไปประมวลผลย งเคร องข ายท ห างไกลออกไปแล วถ กส งกล บมาย งเคร อง คอมพ วเตอร ของผ ใช งาน โดยโปรแกรม Document น จะม ล กษณะเร ยบง าย จ งทำางานได ไม ซ บซ อน (เวอร ช นป จจ บ น) เหมาะสำาหร บเอกสารข อความท วๆ ไป งานท ซ บซ อนอย างเอกสาร จดหมายราชการหร อจดหมายธ รก จไทยจะทำาได ไม ด น ก หน วยท 1 การใช โปรแกรมเบ องต น 9

10 โปรแกรมประมวลผลคำ ร ปท 1.7 ภาพหน าจอ Google Docs: Document ความส าค ญของโปรแกรมประมวลผลค า ในย คก อนท จะม เคร องคอมพ วเตอร ส วนบ คคลออก จำาหน ายในราคาย อมเยาว น น ในสถานท ราชการ สำาน กงานเอกชนต างๆ น ยมใช เคร องพ มพ ด ดหร อ เคร องพ มพ ด ดไฟฟ าในการผล ตเอกสารชน ดต างๆ โปรแกรมประมวลคำาน นได เข ามาแทนท การใช งาน เคร องพ มพ ด ดได อย างม ประส ทธ ภาพ เน องจาก สามารถเห นร ปแบบเหม อนพ มพ และสามารถแก ไข ข อความได อย างอ สระก อนท จะจ ดพ มพ ทำาให เก ด ความสะดวกรวดเร ว สามารถนำาเอกสารเด มมาพ มพ ใหม ได โดยไม ต องพ มพ ด ดใหม ท ละหน าเหม อนการใช เคร องพ มพ ด ด เอกสารม ความสะอาดเร ยบร อย สวยงามปราศจากรอยลบแก ไข และม ความคมช ดมากกว าเคร องพ มพ ด ดเน องจากเคร องพ มพ สม ย ใหม ทำาให น ำาหน กต วหน งส อม ความเท าก น ไม เข มจางต างก นเหม อนการใช เคร องพ มพ ด ด นอกจาก น นย งม ความสามารถต างๆ ในการประสานงาน การแทรกร ปภาพ และข อค ดเห น การทำาห วกระดาษ ท ายกระดาษ การประสานการทำางานก บฐานข อม ลทำาให การจ าหน าจดหมายและซองจดหมาย จำานวนมากได อย างรวดเร ว และย งม ความสามารถอ นๆ อ กมากมายท ทำาให การผล ตงานเอกสาร ม ประส ทธ ภาพ เร ยบร อยสวยงาม รวดเร ว ทำาซ ำาได ง าย 10

11 โปรแกรมประมวลผลคำ การเป ดโปรแกรม 1. กด ป มเร ม (Start Button) 2. เล อก All Programs >>เล อก Microsoft Office จากเมน >> เล อก Microsoft Office Word 2007 ส วนประกอบของแถบเคร องม อในโปรแกรมช ด Office 2007 แถบเคร องม อของ MS Word ร น (เวอร ช น) 2007 น นม ส วนประกอบด งต อไปน 1. ป มล ด Quick Buttons 2. แถบเคร องม อล ด Quick Access Toolbar 3. แถบเคร องม อ Ribbon Bar หน วยท 1 การใช โปรแกรมเบ องต น ป มล ด (Quick Button) 1. ป ม New เป นป มสำาหร บใช ในการสร างเอกสารใหม 2. ป ม Open เป นป มสำาหร บใช ในการเป ดไฟล ท ถ กจ ดเก บไว แล ว 3. ป ม Convert ทำาให ไฟล ท ถ กสร างด วยเวอร ช นเก ากว า 2007 ถ กเปล ยนให เป นร ปแบบ Microsoft Office Open XML เช น file.doc กลายเป น file.docx 4. ป ม Save เพ อจ ดเก บไฟล ท ทำางานอย ถ าย งไม ม การต งช อไฟล มาก อน โปรแกรมจะให ต งช อไฟล ใหม น น สามารถเล อกนามสก ลของเอกสารได หลายแบบ แต ถ าม ช อไฟล แล ว โปรแกรมจะจ ดเก บท บลงช อเด ม 11

12 โปรแกรมประมวลผลคำ ป ม Save As เป นป มสำาหร บบ นท กเอกสารโดยจะเป ดโอกาสให จ ดเก บในช อหร อ นามสก ลของเอกสารท แตกต างออกไป และ/หร อในแฟ มท แตกต างออกไป 6. ป ม Print เป นป มสำาหร บการจ ดการด านการพ มพ 7. ป ม Prepare เป นป มสำาหร บเล อกทำางานเตร ยมเอกสาร และตรวจสอบก อนการเผย แพร เอกสาร 8. ป ม Send เป นป มสำาหร บส งเอกสารเป นอ เมล หร อแนบเอกสารนามสก ล.pdf หร อส ง Internet Fax 9. ป ม Publish เป นป มสำาหร บสร างและส งเอกสารสำาหร บใช งานบนเคร อข าย หร อสร าง เป น Blog 10. ป ม Close เป นป มสำาหร บป ดโปรแกรม

13 โปรแกรมประมวลผลคำ การใช แถบเคร องม อเบ องต น (Ribbon) ส วนประกอบของแถบเคร องม อ (Ribbon) แถบเคร องม อประกอบด วย ส วนหล กๆ ด งน หน วยท 1 การใช โปรแกรมเบ องต น 1. แท บ (Tab) 2. เมน (Menu) 3. ป มต วเล อก (Options) แท บ (Tab) 1. แท บ Home (หน าแรก) 2. แท บ Insert (แทรก) 3. แท บ Page Layout (เค าโครงหน ากระดาษ) 4. แท บ References (การอ างอ ง) 5. แท บ Mailings (การส งจดหมาย) 6. แท บ Review (ตรวจทาน) 7. แท บ View (ม มมอง) 13

14 โปรแกรมประมวลผลคำ ส วนประกอบและเทคน คอ นๆ การเปล ยนหน วยไม บรรท ด 1. กดป ม MS Office 2. กดป ม Word Option 3. เล อกห วข อซ ายม อ Advance 4. เล อนหน าลงมาท ห วข อ Display 5. เล อก Show measurements in units of: เป นหน วยท ต องการ การก นหน าและก นหล ง 1. ก นหน า (Left Margin) ค อ ระยะจากขอบกระดาษด านซ ายม อ 2. ก นหล ง (Right Margin) ค อ ระยะจากขอบกระดาษด านขวาม อ 3. เย องบรรท ดแรก (First Line Indent) ค อ ระยะเร มต นต วอ กษรต วแรกของ ย อหน าบนบรรท ดแรก (เม อข นย อหน าใหม แล วกดป ม Tab โปรแกรมจะจ ดระยะ เย องบรรท ดแรกให ท นท ) 4. เย องซ าย (Left Indent) หร อ ก นหน าลอย (Hanging Indent) ค อ ระยะท บรรท ดท สองและบรรท ดท เหล อของย อหน าจะเร มต น คล ก-ลากท สามเหล ยมเป นการ ปร บระยะเฉพาะเย องซ าย หากคล ก-ลากท ส เหล ยมปร บท งเย องบรรท ดแรกและเย องซ าย 5. เย องขวา (Right Indent) ค อระยะทางขวาส ดของย อหน าท สามารถวางต วอ กษร ต วส ดท ายของบรรท ดได 14

15 โปรแกรมประมวลผลคำ การเปล ยนค าเร มต นของระยะแท บหย ดต งต น ระยะแท บหย ดต งต นค อค าระยะห างระหว างการกดป มแท บบนค ย บอร ดแต ละคร งท เอกสารน นๆ จะใช (ค าเร มต นเป น 0.5 น ว หร อ 1.27 ซม.) 1. ไปท แท บ Page Layout (หร อ แท บ Home) 2. ในเมน Page Setup (หร อ Paragraph) เล อกป มเร ยก Paragraph Window 3. เล อกป ม Tabs 4. ใส ค าในช อง Default Tab Stops หน วยท 1 การใช โปรแกรมเบ องต น 15

16 โปรแกรมประมวลผลคำ การป ดเอกสาร ใช ในกรณ ท ต องการป ดเอกสารแต ไม ต องการป ดโปรแกรม เพ อให สามารถเป ดเอกสารใหม หร อ เอกสารอ นมาใช ได ท นท ไม ต องรอการเป ดโปรแกรมข นมาใช ใหม 1. ให กดป ม Office 2. แล วเล อก Close หากย งไม ได จ ดเก บเอกสารโปรแกรม จะถามให จ ดเก บเอกสารหร อไม a. กดป ม Yes จะเหม อนการกดป ม Save โปรแกรมจะจ ดเก บท บลงบนช อป จจ บ น หาก ย งไม ได ต งช อเอกสารโปรแกรมจะให ต งช อ ก อนป ดเอกสาร b. กดป ม No โปรแกรมจะไม ทำาการจ ดเก บการ เปล ยนแปลงหล งจากการบ นท กคร งส ดท าย c. กดป ม Cancel โปรแกรมจะยกเล กการป ด เอกสาร แล วกล บไปย งเอกสารท เป ดอย ป จจ บ น การป ดโปรแกรม ป ดโดยการใช ป มกากบาท ท ม มขวาบน จะป ดเอกสารป จจ บ น หากเอกสารท เป ดอย เป น เอกสารส ดท าย การใช ป มกากบาทจ งจะเป นการป ดโปรแกรม หากต องการป ดโปรแกรม (ป ดเอกสารท งหมด) 1. กดป ม Office 2. เล อกม มขวาล าง Exit Word โปรแกรมจะป ด เอกสารท ละอ นจนหมด 16

17 โปรแกรมประมวลผลคำ การใช แท บ View (ม มมอง) แท บ View ใช สำาหร บจ ดการการแสดงผลของโปรแกรมบนจอภาพมอน เตอร ทำาให ล กษณะของเอก- สารท ปรากฏ เหมาะก บการทำางานก บเอกสารต างๆ ท อาจม ขนาดแตกต างก นไป หร อม ความต องการ ขยายภาพให เห นช ดเจน รวมไปถ งการแสดงเคร องม อต างๆ เป นต น หน วยท 1 การใช โปรแกรมเบ องต น เมน Document Views (ม มมองเอกสาร) Document Views ค อการจ ดการม มมองใน การสร างและแก ไขข อความ เราอาจจ ดให เหม อน ก บเอกสารจร งเหม อนพ มพ หร อ แสดงผลเอกสาร ขยายใหญ สำาหร บอ านง ายๆ หร อ แสดงผลแบบ เว บเพจ หร อแสดงโครงสร างเอกสารแบบไม คำาน ง ถ งการจ ดหน ากระดาษ หร อจะแสดงเป นโครงร างข อความแบบง ายๆ ก ได 1. ป ม Print Layout (เค าโครงเหม อนพ มพ ) ป ม น จะถ กเล อกเป นค าเร มต นอย แล วเม อเร มสร าง เอกสาร โดยจะแสดงต วอย างเหม อนการพ มพ จร ง หร อ เร ยกว าแบบ WYSIWYG (What you see is what you get) ทำาให สามารถคาดเดาหน าตา ล กษณะของเอกสารล วงหน าได อย างแม นยำา 17

18 โปรแกรมประมวลผลคำ 2. ป ม Full Screen Reading (การอ านแบบเต มหน าจอ) ใช สำาหร บการอ านโดย เฉพาะ และย งม แถบเคร องม อด านบนค อ a. Save (จ ดเก บ) จ ดเก บเอกสาร เพ อเก บบ นท กการเน นและข อค ดเห นท ได ทำาไว เม อเป ดม มมองน b. Print (พ มพ ) พ มพ เอกสารด วนออกทางเคร องพ มพ c. Tools (เคร องม อต างๆ) เป ดเมน เคร องม อช วยในการอ านและตรวจทาน ประกอบด วย Research (ค นคว า) เร ยก Research Panel (บานหน าต างการค นคว า) Text Highlight (เน นข อความ) New Comment (สร างข อค ดเห น) Find (ค นหา) d. Highlight (การเน น) เน นข อความให เด นช ด e. Comments (ข อค ดเห น) แทรกข อค ดเห น 18

19 โปรแกรมประมวลผลคำ f. Previous (ไปก อนหน า) ไปย งหน าก อนหน าน g. Screen number (เลขหน าจอ) แสดงเลขหน าจอป จจ บ น h. Next (ไปถ ดไป) ไปย งหน าถ ดไป i. View Options (ต วเล อกม มมอง) แสดงต วเล อก Don t Open Attachments in Full Screen (ไม เป ด Attachment ใน ระบบเต มจอ) เม อเป ดจาก MS SharePoint Services จะไม แสดงเอกสารแนบเต ม หน าจอ Increase Text Size (ปร บต วอ กษรให ใหญ ข น) เป นการช วคราว Decrease Text Size (ปร บต วอ กษรให เล กลง) เป นการช วคราว) Show One Page (แสดง 1 หน า) Show Two Pages (แสดง 2 หน า) Show Printed Page (แสดงเหม อนพ มพ ) Margin Settings (ต งค าระยะกระดาษ) Allow Typing (อน ญาตให แก ไข) ปรกต จะต งค าม ให แก ไขได เล อก ข อน เพ อแก ไขขณะเล อกโหมดอ าน หน วยท 1 การใช โปรแกรมเบ องต น 19

20 โปรแกรมประมวลผลคำ 20 Track Changes (ต ดตามการเปล ยนแปลง) เร มต ดตามการ เปล ยนแปลงขณะอ านและแก ไข Show Comments and Changes (แสดงข อค ดเห นและการ เปล ยนแปลง) เล อกแสดงมาร กอ ปท ต องการขณะอ าน Show Original/Final Document (แสดงต นฉบ บ/ฉบ บแก ไข ส ดท าย) j. Close (ป ดการอ านแบบเต มจอภาพ) ป ดโหมดการอ านแบบเต มจอ 3. ป ม Web Layout (เค าโครงเว บ) แสดงร ปแบบเหม อนแสดงในเว บเบราเซอร เหม อนก บเป นเอกสาเว บ (HTML) 4. ป ม Outline (เค าร าง) แสดงร ปแบบเป น ช อเร อง ห วเร อง ข อย อย 5. ป ม Draft (แบบร าง) แสดงร ปแบบข อความเหม อนเป นกระดาษแผ นเด ยวท ม ความยาวมากๆ ต งแต ต นจนจบเอกสาร ไม ม การแบ งเป นหน าๆ เมน Show/Hide (แสดง/ซ อน) เน องจากโปรแกรม Word ม เคร องไม เคร องม อ หลายอย างให เล อกใช ตามความต องการของแต ละ บ คคล ทำาให ต องม การแสดง/ซ อนเคร องม อเพ อให ได ประส ทธ ภาพส งส ดในการทำางานบนหน าจอท จำาก ด 1. Ruler (ไม บรรท ด) เป ด-ป ดการแสดงไม บรรท ดด านบนหน ากระดาษ 2. Gridlines (เส นตาราง) เป ด-ป ดการแสดงเส นตาราง 3. Message Bar (แถบข อความ) เป ด-ป ดข อความเต อนต างๆ 4. Document Map (ผ งเอกสาร) เป ด-ป ดการแสดงผ งเอกสาร หากเล อกจะไม สามารถแสดงแบบ Thumbnails ได เล อกได อย างใดอย างหน ง 5. Thumbnails (ร ปขนาดย อ) เป ด-ป ดร ปขนาดย อ เล อกแล วจะไม สามารถ เล อก Document Map ได เล อกได เพ ยงอย างใดอย างหน ง

21 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Zoom (ย อ/ขยาย) เมน ย อ/ขยาย เป นประโยชน มากในการจ ดการเอกสารเพราะ บางคร งต วอ กษรเล กเก นไปจนมองไม เห น หร อ การจ ดระยะ ก นหน าก นหล งให สวยงาม ก ล วนต องอาศ ยการย อ/ขยายม ม มองท เหมาะสมด วยก นท งส น 1. ป ม Zoom (ย อ/ขยาย) ใช ส าหร บ เป ดหน าต างเล อกร อยละของการ ย อขยาย และเล อกร ปแบบการ ย อ/ขยายตามต องการ หน วยท 1 การใช โปรแกรมเบ องต น 2. ป ม 100% (แสดงร อยเปอร เซนต ) 3. ป ม One Page (หน งหน า) 4. ป ม Two Pages (สองหน า) 5. ป ม Page width (ความกว างของหน า) เมน Window (หน าต าง) นอกจากเราจะสามารถ ใช การย อ/ขยายเอกสาร เพ อจ ดการได อย างม ประส ทธ ภาพแล ว การ แสดงเอกสารเด ยวก นหร อหลายเอกสารแสดงหน าท จ ดต างๆ ก น ทำาให การทำางานรวดเร ว สะดวกมากย งข น โปรแกรมออกแบบให ม การเพ มและจ ดการหน าต างท เป ดข นมาได อย างด 1. ป ม New Window (สร างหน าต าง) เป ดหน าต างใหม ข นมา (เอกสารเด ยวก น) 21

22 โปรแกรมประมวลผลคำ 2. ป ม Arrage All (จ ดเร ยงท งหมด) จ ดเร ยงหน าต างท งหมดท เป ดข นมาพร อม ก น 3. ป ม Split (แยก) แยกเอกสารเป นสองหน าต างในแนวนอน โดยโปรแกรมจะ แสดงเส นส เทาให วางต าแหน งการแยกท ต องการ 4. ป ม View Side by Side (แสดงแบบเค ยงข างก น) คนละหน าต าง 22

23 โปรแกรมประมวลผลคำ 5. ป ม Synchronous Scrolling (การเล อนไปในทางเด ยวก น) เล อนม มมองของ ท งสองหน าต างๆ ไปพร อมก น ไม แยกก น ด วยเมาส ใช เพ อเท ยบเค ยงก น 6. ป ม Reset Window Position (ต งค าต าแหน งหน าต างใหม ) เพ อให เน อท ของ หน าต างแต ละบานม ขนาดเท าๆ ก น 7. ป ม Switch Windows (สล บหน าต าง) สล บหน าต างท จะเท ยบเค ยงด ไปมา หน วยท 1 การใช โปรแกรมเบ องต น 23

24 โปรแกรมประมวลผลคำ แบบทดสอบหน วยท 1 1. ข อใดม ใช โปรแกรมประมวลผลค าบน ระบบปฏ บ ต การ DOS a. WordPerfect b. XyWrite c. Microsoft Word d. MacWrite 2. ผ ใดค ดค นผล ตโปรแกรมราชว ถ เว ร ด a. Bill Gates b. Steve Jobs c. Mark Zuckerberg d. นพ.ช ษณะ มะกรสาร 3. โปรแกรม ราชว ถ เว ร ด สร างมาจากภาษา คอมพ วเตอร ชน ดใด a. C b. C+ c. C# d. Assembly 4. ช อเด มของโปรแกรม Microsoft Word ค อ a. WordStart b. XyWord c. Multi-Tool d. WordPerfect 5. นามสก ลไฟล ข อใดไม สามารถเป ดบน โปรแกรม Microsoft Word a..doc b..docx c..jpg d. เป ดได ท กข อ 6. ข อใดถ กพ ฒนามาเป น OpenOffice.org a. WordStar b. StarOffice c. Sun Microsystem d. Java 7. Google Docs ใช เทคโนโลย ใด a. Cloud Computing b. Rainbow Computing c. Sun Microsystem d. OpenOffice.org 8. ข อใดม ใช ข อได เปร ยบของโปรแกรม ประมวลผลค าเม อเท ยบก บเคร องพ มพ ด ด ไฟฟ า a. ความคมช ด b. ความรวดเร ว c. การแทรกร ปภาพ d. ความสามารถในการแก ไข 9. การบ นท กเอกสารเป นอ กช อหน งให เล อก ค าส งใด a. Record b. Save as c. Save 24

25 d. Note 10. หากต องการส งเอกสารเป นอ เมลต องใช ค า ส งใด a. Send b. c. Export d. Save as 11. การสร างเอกสารใหม ให เล อก a. Quick Button b. Ribbon Bar c. Insert Tab d. ผ ดหมดท กข อ 12. ข อใดม ใช แท บในแถบเคร องม อ Ribbon เบ องต น a. Home b. Insert c. Format d. View 13. การเปล ยนหน วยไม บรรท ดให เล อก a. View Tab b. Review Tab c. Home Tab d. Word Options 14. เย องบรรท ดแรกค อ a. ระยะเร มต นอ กษรต วแรกจากขอบ กระดาษซ ายม อ โปรแกรมประมวลผลคำ b. ระยะเร มต นอ กษรต วแรกของย อหน า c. ระยะเร มต นอ กษรต วแรกจากขอบกระ ดาษขวาม อ d. ระยะเร มต นอ กษรต วแรกของบรรท ดท สองของย อหน า 15. เย องซ าย (Left Indent) ม อ กช อหน งว า a. Left Margin b. First Line Indent c. Hanging Indent d. Left Edge 16. การต งค าแท บหย ดต งต นท าได โดยเล อก a. View Tab b. Page Layout Tab c. Insert Tab d. Home Tab 17. หากต องการต งค าแท บหย ดให ทศน ยมจ ด ตรงก นให ใช a. Center Tab b. Right Tab c. Decimal Tab d. Bar Tab 18. หากต องการป ดเอกสารท เป ดอย ต องเล อก ค าส งใด a. Close b. Exit c. Dismiss d. Esc 25

26 โปรแกรมประมวลผลคำ 19. หากต องการออกจากโปรแกรมต องเล อก ข อใด a. Close b. Exit c. Dismiss d. Esc 20. Print Layout แสดงผลเหม อนพ มพ เป น แบบท เร ยกว า a. WWW b. WYSIWSG c. WYSIWYG d. HTML 21. ม มมองแบบ Draft ค อ a. แสดงแบบ Plain Text b. แสดงเอกสารไม แบ งหน า c. แสดงโครงร างเอกสาร d. แสดงเหม อนเอกสารเว บ c. Two Page d. Page width 24. ถ าต องการแบ งเอกสารเด ยวเป นสอง หน าต างวางข างก นต องเล อกข อใด a. New Window b. Arange All c. Split d. View Side by Side 25. ถ าต องการให หน าต าง Scroll (เล อน) ไป พร อมๆ ก นต องเล อกข อใด a. View Side by Side b. Synchornous Scrolling c. Reset Window Position d. Scroll Simultaneously 22. Document Map ค อ a. แผนท เอกสาร b. ผ งเอกสาร c. โครงร างเอกสาร d. การวางแผนเอกสาร 23. หากต องการปร บหน าจอแสดงเอกสารให ได 200% ต องเล อกข อใด a. Zoom b. One Page 26

27 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมหน วยท 1 ก จกรรมท 1. รายงานการค นคว า เร อง โปรแกรมประมวลผลคำาในอด ต : จงเล อกทำา รายงานค นคว าเก ยวก บโปรแกรมประมวลผลคำาในอด ตหร อโปรแกรมประมวลผลคำาท ม อย ใน ท องตลาด พร อมภาพประกอบ โดยม ต วอย างห วข อด งต อไปน 1. ช อโปรแกรม 2. รายละเอ ยดของโปรแกรม เช น a. บร ษ ทผ ผล ต b. ป ท ผล ต c. เวอร ช น 3. ประว ต ความเป นมา 4. ข อเด นและข อด อยของโปรแกรม ก จกรรมท 2. รายงานการค นคว า เร อง ข อแตกต างระหว าง Microsoft Worrd 2007 ก บ โปรแกรมอ น : จงทำารายงานการค นคว าเก ยว โปรแกรมประมวลผลคำาอ นและ MS Word 2007 เพ อให ได ทราบถ งความแตกต างของท งสองโปรแกรม 27

28 โปรแกรมประมวลผลคำ หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร สาระการเร ยนร 1. การสร างเอกสารใหม การบ นท กเอกสาร 2. การสร างและแก ไขเอกสารด วยแท บ Home จ ดประสงค 1. เพ อให น กศ กษาม ท กษะในการสร างเอกสาร และการ บ นท กเอกสาร เม อใช โปรแกรมประมวลผลค า 2. เพ อให น กศ กษาม ท กษะในการแก ไขเอกสาร จ ดร ปแบบ อ กษร ย อหน า ร ปแบบข อความ และการค นหาและ แทนท เม อใช โปรแกรมประมวลผลค า 28

29 โปรแกรมประมวลผลคำ การสร างเอกสารใหม 1. กดป มล ด (Quick Button) 2. เล อก New โปรแกรมจะเป ดหน าต าง ข นมา 3. เล อก Blank Document หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร 29

30 โปรแกรมประมวลผลคำ การจ ดเก บเอกสาร 1. กดป ม Office 2. เล อก จ ดเก บ Save หร อ จ ดเก บเป น Save as 3. ต งช อไฟล 4. กดป ม Save ข อแตกต างระหว าง Save และ Save as ป มจ ดเก บ (Save) หากเอกสารย งไม ถ กต งช อโปรแกรมจะให ผ ใช ต งช อและเล อกแฟ มท จะจ ด เก บก อน หากม ช อเอกสารแล วจะไม ม การถามช อเอกสารอ ก แต จะเก บบ นท กลงบนเอกสาร ป จจ บ นท เป ดอย ป มจ ดเก บเป น (Save as ) โปรแกรมจะเป ดให ต งช อเอกสาร และแฟ มท จ ดเก บใหม หากจ ด เก บในช อเด มและในแฟ มเด ม โปรแกรมจะให ย นย นในการจ ดเก บท บบนเอกสารเด ม ข อม ลเด ม จะถ กท บด วยข อม ลใหม และไม สามารถเร ยกค นกล บมาได 30

31 โปรแกรมประมวลผลคำ การสร างและแก ไขเอกสารด วย แท บ Home แท บ Home เป นแท บพ นฐานท ถ กใช งานสร างและแก ไขบ อยท ส ด เป นแท บท รวบรวมเอาการจ ดการ ร ปแบบข อความต างๆ ไว เม อต องการจ ดร ปแบบข อความหร อย อหน าให กล บมาท แท บ Home เสมอ ส วนประกอบของแท บ Home แท บ Home ประกอบด วยเมน ด งน 1. เมน Clipboard 2. เมน Font 3. เมน Paragraph เมน Clipboard 4. เมน Styles 5. เมน Editing เมน Clipboard (คล ปบอร ด) ความจร งแล วเป นเมน ท ถ กใช อย เสมอ และม ประโยชน ต อการ จ ดการข อความต างๆ อย างมาก แต เมน น หากเม อเท ยบก บการใช ค ย ล ด ค ย ล ดจะม ความรวดเร ว กว า อย างไรก ตามเมน น ม กจะต องใช ค ก นก บการเล อกข อความด วย เมาส หร อค ย บอร ด หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร การเล อกข อความ การเล อกข อความโดยใช เมาส ลาก 1. คล กเมาส เพ อตำาแหน งเคอร เซอร ท ห วหร อท ายข อความ 2. แล วลากเมาส ไปย งตำาแหน งท ายข อความ (หร อห วข อความ) โดยไม ต องปล อยคล ก 3. ปล อยคล กเม อแถบส ฟ าคล มข อความท ต องการท งหมด 31

32 โปรแกรมประมวลผลคำ คล ก ปล อย ลาก การเล อกข อความโดยการใช เมาส + Shift 1. คล กเมาส เพ อวางตำาแหน งเคอร เซอร ท ห วหร อท ายข อความ 2. กด Shift พร อมก บคล กท ท ายข อความ (หร อห วข อความอ กด านหน ง) คล ก คล ก+Shift การเล อกบรรท ด การเล อกบรรท ดทำาได โดย 1. วางเมาส ไปท หน าบรรท ดน นๆ ตรงตำาแหน งท เคอร เซอร เปล ยนเป นร ป แล วคล กหน ง คร งเพ อเล อกบรรท ดเด ยว หร อคล กแล วลากเพ อเล อกหลายบรรท ดตามต องการ 2. บรรท ดท เล อกจะถ กคล ม คล ก คล ก แล วลาก เล อกบรรท ดเด ยว เล อกหลายบรรท ด 32

33 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Clipboard (คล ปบอร ด) น นม ป มต างๆ ด งน 1. ป ม Cut (ต ดข อความ) 2. ป ม Copy (ค ดลอกข อความ) 3. ป ม Format Painter (ค ดลอกร ปแบบ) 4. ป ม Paste (วางข อความ) 5. ป ม เป ดหน าต าง Clipboard ป ม Cut (ต ดข อความ) ป ม Cut ใช ต ดข อความ ใช ค ก บป ม Paste (วางข อความ) เม อต องการต ดข อความให ทำาด งน 1. ทำาการเล อกข อความ ว ตถ ร ปร างหร อกล องข อความ a. ทำาอย างใดอย างหน งต อไปน ข อความท ถ ก เล อกจะหายไป และถ กเก บไว ในคล ปบอร ด 1. กดป ม Cut (ต ด) ในแท บ Home หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร 2. หร อ คล กขวาเพ อแสดงเมน แล วเล อก Cut (ต ด) 3. หร อ ใช กด Ctrl + X (ค ย ล ด) 2. กดเคอร เซอร ท ตำาแหน งท ต องการวาง แล วกดป มPaste (วางข อความ) โปรแกรมจะ ทำาการวางข อความหร อว ตถ น นๆ a. กดป มPaste (วาง) ในแท บ Home b. หร อ คล กขวาเพ อแสดงเมน แล วเล อก Paste (วางข อความ) c. หร อ ใช กด Ctrl + V 33

34 โปรแกรมประมวลผลคำ ป ม Copy (ค ดลอกข อความ) ในกรณ ของการค ดลอกจะคล ายก บการต ด แต ข อความหร อว ตถ ท ถ กเล อกจะไม ถ กต ดออก ไปจากเอกสาร (กด Ctrl + C แทนการกดป ม Copy ) ป ม Format Painter (ค ดลอกร ปแบบข อความ) เป นการนำาเอาร ปแบบของข อความท เล อกมาใช ก บส วนอ นของเอกสาร เช นค ดลอกเอา ส ส น ขนาด ฟอนต ของข อความ มาใช การใช Format Painter ให ทำาด งน คล ก 1. เล อกข อความท ต องการ หร อกดคล กขวาท ข อความท ต องการค ดลอกร ปแบบ 2. แล วกดป มค ดลอกร ปแบบ เคอร เซอร จะม ร ปแปรงทาส อย ด านซ ายม อ เพ อแสดง สถานะพร อมการระบายร ปแบบเล อกข อความหร อว ตถ ท ต องการระบายร ปแบบ 3. ใช เมาส คล กเล อกว ตถ หร อลากคล มข อความ โปรแกรมจะเปล ยนร ปแบบข อความหร อว ตถ ท เล อกให ตรงก บต นแบบ การคล กขวาเร ยก Format Painter จากเมน การคล กขวาเร ยกเมน Font น เป น Function (การใช งาน) แบบใหม ท Word ร นอ นก อนๆ ไม ม ป ม Format Painter ก ถ กบรรจ อย ในน ทำาให การใช งานสะดวกมากข น 34

35 โปรแกรมประมวลผลคำ ป ม เป ดกระดาน Clipboard ป มเป ดกระดาน Clip board (คล ปบอร ด) จะทำาการ เป ดรายการท ม การต ดหร อค ดลอกเอาไว แล ว 1. Info Bar (แถบข อม ล) บอกข อม ลจำานวนข อความ ท อย ในรายการ 2. Panel Option Menu (ต วเล อก กระดานคล ปบอร ด) ม 3 ต วเล อก สำาหร บ ย าย ย อ-ขยาย หร อ ป ด กระดานคล ปบอร ด 3. ป ม Close (ป ดกระดานคล ปบอร ด) กดเพ อป ดกระดาน 4. ป ม Paste All (วางข อความท งหมด) กดเพ อวางข อความท กรายการท เก บไว ใน กระดานคล ปบอร ดป จจ บ น 5. ป ม Clear All (ล างกระดานข อความ) กดเพ อล างข อความท กรายการท เก บไว ใน กระดานคล ปบอร ดป จจ บ น หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร 6. Item List (รายการข อความ) กดเล อกข อความรายการน นๆ เพ อวางข อความแทรกลง ตรงตำาแหน งเคอร เซอร 7. ป ม Clipboard Options (ต วเล อกคล ปบอร ด) กดเพ อแสดงเมน ด งต อไปน 35

36 โปรแกรมประมวลผลคำ a. Show Office Clipboard Automatically (แสดงออฟฟ สคล ปบอร ด อ ตโนม ต ) เม อเล อกต วเล อกน เม อทำาการกดป ม Copy ท เมน Clipboard ใน แท บ Home กระดานคล ปบอร ดจะแสดงข นอ ตโนม ต หากกด Ctrl+C จะไม แสดง กระดานคล ปบอร ดข นมา b. Show Office Clipboard when Ctrl+C Process Twice (แสดงออฟฟ ส คล ปบอร ดเม อกด Ctrl+C สองคร งต ดก น) เม อเล อกต วเล อกน หากทำาการกด Ctrl+C สองคร งต ดก น (กด Ctrl+C+C) กระดานคล ปบอร ดจะแสดงข นอ ตโนม ต c. Collect Without Showing Office Clipboard (เก บข อความโดยไม แสดง ออฟฟ สคล ปบอร ด) หากเล อกต วเล อกน ไม ว าจะเก บข อความไว ในคล ปบอร ด ด วยการกดป มในเมน หร อกด Crtl+C ก จะไม ม การแสดงคล ปบอร ด d. Show Office Clipboard Icon on Taskbar (แสดงไอคอนออฟฟ ส คล ปบอร ดบน Taskbar) หากเล อกต วเล อกน จะแสดงไอคอนออฟฟ สคล ปบอร ด บน Taskbar (อย ม มขวาล างของหน าจอ) e. Show Status Near Toolbar When Copying (แสดงหน าต างสถานะ คล ปบอร ดเม อท าการค ดลอก) หากเล อกต วเล อกน เม อทำาการค ดลอกหร อต ด จะ แสดงหน าต างสถานะเล กๆ ท ม มขวาล างเหน อแถบ Taskbar 36

37 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Font (ร ปแบบอ กษร) เม อเล อกข อความท ต องการแล วสามารถต งค าร ปแบบอ กษรได ด วยป มต อไปน 1. ร ปแบบต วอ กษร (Font Type) ผ ใช สามารถเล อกร ปแบบต วอ กษรต างๆ 2. ขนาดต วอ กษร (Font Size) ปร บขนาดต วอ กษร (ปรกต จดหมายใช 16 pt) 3. เพ มขนาดต วอ กษร (Grow Font) กดเพ อเพ มขนาดอ กษร 4. ลดขนาดต วอ กษร (Shrink Font) กดเพ อลดขนาดอ กษร 5. ล างร ปแบบต วอ กษร (ท งบรรท ด) (Clear Formatting) เล อกเพ อล างการจ ดร ป แบบต วอ กษรต าง เช น ต วหน า ต วเอ ยง ข ดเส นใต ออกไป 6. ต วหนา (Bold) เล อกเพ อเล อกต วอ กษรแบบหนา กดป มน แล วป มจะม ส เข มข น แสดง ว าเล อกต วหนาแล ว หากต องการยกเล กต วหนา ให กดป มน อ กคร งหน ง 7. ต วเอ ยง (Italic) เล อกเพ อเล อกต วอ กษรแบบเอ ยง กดป มน แล วป มจะม ส เข มข น แสดงว าเล อกต วเอ ยงแล ว หากต องการยกเล กต วเอ ยง ให กดป มน อ กคร งหน ง 8. ข ดเส นใต (เล อกแบบ/ส ของเส นใต ได ) (Underline) เล อกเพ อข ดเส นใต ข อความน น นอกจากน นย งสามารถเล อก แบบและส ของเส นใต ได หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร a. Line Types เล อกแบบเส นท บ เส นประ b. More Underlines... เล อกแบบเส นอ นๆ c. Underline Color เล อกส ของเส น 37

38 โปรแกรมประมวลผลคำ 9. ข ดฆ า (Strikethrough) เล อกเพ อเล อกต วอ กษรแบบข ดฆ า กดป มน แล วป มจะม ส เข มข น แสดงว าเล อกต วข ดฆ าแล ว หากต องการยกเล กต วข ดฆ า ให กดป มน อ กคร งหน ง 10. ต วห อย (Subscript) เล อกเพ อเล อกต วอ กษรแบบห อย กดป มน แล วป มจะม ส เข ม ข น แสดงว าเล อกต วห อยแล ว หากต องการยกเล กต วห อย ให กดป มน อ กคร งหน ง 11. ต วยกก าล ง (Superscript) เล อกเพ อเล อกต วอ กษรแบบยกกำาล ง กดป มน แล วป ม จะม ส เข มข น แสดงว าเล อกต วยกกำาล งแล ว หากต องการยกเล กต วยกกำาล ง ให กดป มน อ ก คร งหน ง 12. เปล ยนต วใหญ /เล ก (Change Case) ในการพ มพ ข อความภาษาอ งกฤษ การข น ต นอ กษรต วเล กหร อต วใหญ ม ความสำาค ญ Word สามารถช วยในการเปล ยนข อความให ม ต วอ กษรใหญ เล กตามต องการ a. Sentence case (แบบประโยค) ค อการเปล ยนข อความ ท เล อกให เป นร ปแบบประโยค ค อต วข นต นประโยคเป น ต วอ กษรต วใหญ (Capital) และลงท ายประโยคด วย จ ลภาค (Fullstop) b. lowercase (แบบต วพ มพ เล ก) เปล ยนข อความท เล อกเป นต วพ มพ เล กหมด ใช เล อก ข อความภายในประโยคท ไม ใช คำาข นต นประโยค c. UPPER CASE (แบบต วพ มพ ใหญ ) เปล ยนข อความท เล อกให เป นต วพ มพ ใหญ หมด ใช ก บช อเฉพาะเช นช อองค กร ร านค าต างๆ เช น TOYOTA SAMSUNG เป นต น d. Capitalize Each Word (แบบต วพ มพ ใหญ เฉพาะต วแรก) เปล ยนข อความท เล อกให แต ละคำาม ต วอ กษรต วแรกเป นต วพ มพ ใหญ ใช ก บการข น Title (ช อเร อง) หร อ Heading (ห วเร อง) เช น The World Is Flat e. toggle case (สล บเปล ยนต วพ มพ เล กและพ มพ ใหญ ) สล บแบบต วพ มพ เล กเป น ต วพ มพ ใหญ และเปล ยนต วพ มพ ใหญ เป นต วพ มพ เล ก 13. ใส ส เน นข อความ (Text Highlight Color) ใช ใส ส บนพ นหล งข อความท เล อก 38

39 โปรแกรมประมวลผลคำ 14. ใส ส ต วอ กษร (Font Color) ใช ใส ส ต วอ กษรในข อความท เล อก 15. ป มเป ดหน าต างต วเล อก Font แบ งเป น แท บ Font และแท บ Character Spacing หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร 39

40 โปรแกรมประมวลผลคำ ส ญล กษณ ท มองไม เห น ก อนจะทำาความร จ กการต งค าย อหน าจะต องร จ ก ส ญล กษณ ท มองไม เห น ในเอกสาร ส ญล กษณ ท มองไม เห นจะถ กใช แทนส วนประกอบของประโยค โดยสามารถเป ด-ป ดได ด วยป ม p ส ญล กษณ แทนเคร องหมายเว นวรรคในประโยค เช น ส ญล กษณ p แทนเคร องหมายข นย อหน าใหม หร อการกด Enter แสดงการส นส ด ย อหน า เช น ส ญล กษณ แทนเคร องหมายแท บ (Tab) ส ญล กษณ แสดงการต ดบรรท ด โดยย งไม ข นย อหน าใหม (กด Shift+Enter) 40

41 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Paragraph (การต งค าร ปแบบย อหน า) การต งค าร ปแบบย อหน าให คล กเล อกท ส วนใดส วนหน งของย อหน า แล วกดป มต งค าร ปแบบ ท ต องการ โปรแกรมจะประย กต ร ปแแบบลงบนย อหน าน นๆ 1. ป ม Bullets (ใส ส ญล กษณแสดงห วข อย อย) หากต องการเล อกแบบส ญล กษณแสดงห วข อย อย ให กดป มล กศรช ลงเพ อเป ด Bullets Library a. Bullet Library (ไลบราร /ห องสม ด/ รายการร ปแบบ ส ญล กษณ แสดงห วข อ ย อย) คล กเล อกเพ อเล อกร ป แบบท ต องการ หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร b. Change List Level (เปล ยนระด บรายการ) กดป ม ล กศรทางขวาจะแสดงรายการระด บข นของห วข อย อย ให เล อกลำาด บท ต องการ c. Define New Bullet... (ก าหนดส ญล กษณ แสดง ห วข อย อยใหม...) เม อกดคล กเล อกจะเป ดหน าต าง Define New Bullet เพ อสร างร ปแบบส ญล กษณ ห วข อย อยตามท ต องการได 41

42 โปรแกรมประมวลผลคำ 1. Symbol... (เล อกส ญล กษณ ใหม ) กดเพ อเข าส หน าการเล อกส ญล กษณ ท จะใช เป น ห วข อย อย เล อก Font หากม แบบอ กษรท ม ส ญล กษณ ท ต องการได 2. Picture...(เล อกใช ร ปภาพเป น ส ญล กษณ ) เล อกใช ร ปภาพท ต องโดยการกด ป ม Import... (นำาเข า) 3. Font... (เล อกใช ส ญล กษณ จากร ป แบบอ กษร (Font) อ น) 4. Alignment (การจ ดแนว) เล อก Left (ซ าย) Center (กลาง) Right (ขวา) เพ อ เล อกการวางส ญล กษณ ท จ ดแทรก ต วอย างเช น 5. Preview (ด ต วอย าง) ด ต วอย างการ ต งค า Bullets ภาพหน าจอหน าต าง Symbol สำาหร บใช เล อกเป น Bullet 42

43 โปรแกรมประมวลผลคำ 2. ป ม Numbering (จ ดร ปแบบหมายเลขห วข อ) ใช สำาหร บสร างรายการห วข อแบบหมายเลข เช น และ3. เร อยไป สามารถเล อกร ป แบบหมายเลขห วข อด วยการกดป มล กศรช ลงด านข างเพ อเป ด Numbering Library หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร a. Numbering Style List (ไลบราร /ห องสม ด/หร อรายการล าด บเลข) เล อกร ปแบบ ห วข อแบบหมายเลขแบบต างๆ b. Change List Level (เปล ยนล าด บเลข) เปล ยนลำาด บข นของรายการแบบหมายเลข คล กท ล กศรช ขวาเพ อเล อกลำาด บข นท ต องการ 43

44 โปรแกรมประมวลผลคำ c. Define New Number Format... (ก าหนดร ปต วเลขใหม...) เล อก เพ อเป ดหน าต าง 1. Number style (ล กษณะ ล าด บ) 2. Font (แบบอ กษร) 3. Number Format (ร ปแบบ หมายเลข) สามารถเพ มเต ม อ กษรหร อส ญล กษณ ต างๆ ได ก อนหร อหล งหมายเลขท กำาหนดได 4. Alignment (การจ ดวาง) เป นแบบเด ยวก บ Bullets ค อ ม Left Center และ Right 5. Preview (ด ต วอย าง) d. Set Numbering Value (ต งค าหมายเลข) ต งค าท แสดงเม อเล อกข อความรายการน นๆ 1. Start new list (เร มรายการใหม ) โปรแกรมจะเร มรายการแรก เช น 1. หร อ a. หร อ I. เป นต น 2. Continue from Previous List (ค า ต อจากรายการก อนหน า) 3. Advance value (skip numbers) (ต งค าข นส ง) ค อต งค าตามต องการโดยไม คำาน งถ งลำาด บท กำาล งทำาอย โดยข ามไปลำาด บท ต องการ 4. Set value to (ต งค าเป น) เล อกพ มพ กดป มข นลง เพ อต งค าตามต องการ 44

45 โปรแกรมประมวลผลคำ 3. ป ม Multilevel List (จ ดร ปแบบห วข อหลายช น) ใช สำาหร บการทำารายการห วข อแบบหลายช น เช น เป นต น กดป ม เพ อใช ค าต งต นท โปรแกรมม อย หร อกดป มล กศรช ลงด านข างเพ อสร างและแก ไขแบบตาม ต องการ a. View (ม มมอง) เล อก All (แสดง ท งหมด) Current List (แสดงเฉพาะ แบบรายการท ใช อย ) หร อ List Library (แสดงเฉพาะห องสม ดแบบ รายการ) b. Current List (แบบรายการท ใช ) แสดงแบบห วข อหลายช นท ใช อย ใน เอกสาร c. List Library (ห องสม ดแบบ รายการ) แสดงแบบห วข อหลายช น ท ม ในระบบ หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร d. Change List Level (เปล ยน ล าด บช นรายการ) การข นลำาด บห วข อย อย (ข นท ต ำากว า) ในกรณ ท ม ห วข อย อยให กด Tab หร อ คล กป ม (เพ มระยะขอบ) ห วข อหล กจะกลายเป นห วข อย อยท ต ำา กว า 45

46 โปรแกรมประมวลผลคำ e. Define New Multilevel List... (ก าหนดแบบห วข อหลายช นแบบใหม ) ภาพหน าจอต วอย าง Define New Multilevel List การจ ดการลำาด บห วข อให ต อเน องหร อเร มใหม (เร มน บ 1 ใหม ) 1. คล กท เลขลำาด บห วข อ จะแสดงพ นหล งเป นส เทาท งช ดลำาด บ 2. คล กขวา เพ อแสดงเมน แล วเล อก Continue Numbering เพ อแสดงเลขลำาด บต อจากเลขช ด ลำาด บก อนหน า หร อ เล อก Restart at 1 เพ อเร มลำาด บใหม 46

47 โปรแกรมประมวลผลคำ ร ปแบบรายการต วเลขแบบ Full context vs. No context เม อม การทำารายการต วเลขน น ม ร ปแบบท ทำาได อย สองแบบค อ 1. Full context (บร บทเต ม) หมายถ งการม ต วเลขห วข อของรายการต วเลขลำาด บท อย ส งกว า เช น 1. และ 1.a โดย 1. หมยถ งห วข อก อนหน าห วข อย อย a 2. No context (ไม ม บร บท) หมายถ งการท ต วเลขห วข อย อยไม แสดงต วเลขของห วข อใหญ เช น ห วข อก อนหน าเป น 1. ส วนห วข อย อยเป น a. No context Full context หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร การ update style เม อม การเปล ยนแปลงร ปแบบของรายลำาด บต วเลขในลำาด บใดๆ เช อมโยงก บ Style ท ต งไว แล ว (ด เมน Style ) จะม การเปล ยนแปลงไปตลอดท งเอกสาร จะม การถามก อนเพ อให แน ใจว าการ เปล ยนแปลงน นยอมร บได โดยผ ใช 47

48 โปรแกรมประมวลผลคำ f. Define New List Style... (ก าหนดแบบรายการห วข อแบบใหม ) เล อกสร าง รายการแบบหมายเลขหร อแบบส ญล กษณ ก ได เป นร ปแบบใหม เพ อเก บไว เร ยกใช ในโอกาสอ นๆ ภาพหน าจอต วอย างหน าต าง Define New List Style 48

49 โปรแกรมประมวลผลคำ 4. ป ม Decrease Indent (ลดระยะก นหน า) ใช ลดระยะของท งช ด ได แก เย องบรรท ด แรกและก นหน าลอย เป นการเล อนไปทางซ าย โดยจะจ ดระยะใหม ให พอด ก บค าต งต น (Default) ระยะ Tab ของรายการหมายเลขหร อส ญล กษณ ทำาให การจ ดร ปแบบม ความ สวยงามได ง ายๆ 5. ป ม Increase Indent (เพ มระยะก นหน า) เหม อนก บการใช งาน Decrease Indent แต เป นการเพ มระยะ เล อนไปทางขวา ให พอด ก บระยะ Tab ท ต งค าไว แล ว 6. ป ม Sort (จ ดเร ยงล าด บ) ให เล อกย อหน าท ต องการ แล วจ งกดป ม Sort จะเป ด หน าต างด งร ป a. Sort by (เร ยงล าด บตาม) เล อกส งท จะเร ยงลำาด บ ม ให เล อกระหว าง Paragraph (ย อหน า) หร อ Field1 (เขตข อม ล1) ปรกต การจ ดเร ยงลำาด บข อม ลใน Word จะใช ใน สถานะการณ ท ม รายการ (List) โดยประกอบด วย ห วข อหล กและรายการในห วข อน น รวมก นคล ายเป นตารางท ม หน งคอล มน โดยห วข อหล กทำาหน าท เป นเหม อน Header (ห วคอล มน ) ของรายการในห วข อน น ด งต วอย างต อไปน หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร ภาพหน าจอต วอย างหน าต าง Define New List Style 49

50 โปรแกรมประมวลผลคำ รายการท ย งไม ได จ ดเร ยง เปร ยบได ก บคอล มน แถวบนส ดค อ Head Row (แถวห วเร อง) รายการท เม อได จ ดเร ยงแล ว ต วอย างการเปร ยบเท ยบรายการต วเลขก บคอล มน b. เล อกเร ยงตามล าด บอ กษรต วแรกของย อหน า (Text) ตามหมายเลข (Number) หร อ ตามว นท (Date) แล วแต ชน ดของข อความในรายการน น c. Assending/Desending (เร ยงจากน อยไปหามาก/เร ยงจากมากไปหาน อย) d. My list has... Head row/no head row (รายการของฉ นม แถวห วข อ/ไม ม แถว ห วข อ) หากเล อกรายการท ม ห วข อและม รายการเป นลำาด บรองเหม อนด งต วอย าง ให เล อก Head row ถ าม เฉพาะรายการลำาด บข นเด ยว เล อก No head row 50

51 โปรแกรมประมวลผลคำ 7. Show/Hide Paragraph Masks/Symbols (เป ด/ป ดแสดงส ญล กษณ ท ซ อนอย ) การประมวลผลคำาของโปรแกรม Word จำาเป นจะต องใช ส ญล กษณ ท มองไม เห น เช น ส ญล กษณ จ ด. แทนเว นวรรค และส ญล กษณ แทนย อหน า และเป นการแบ งส วนต างๆ ออกจากก นอย างช ดเจน 8. ป ม Align Text Left (จ ดย อหน าช ดซ าย) การจ ดย อหน าช ดซ ายจะวางแนว ข อความแรกส ดของแต ละบรรท ดในย อหน าต ดระยะ ก นหน า (Left Margin) หร อ เย องบรรท ดแรก (First Line Indent) โดยระยะห างระหว างอ กษรเป นแบบปรกต และ ข อความส ดท ายของบรรท ดและย อหน าไม จำาเป นจะต องช ดต ด ก นหล ง (Right Margin) หร อ เย องขวา (Right Indent) โดยโปรแกรมจะทำาการต ดคำาให ปรกต 9. ป ม Center (จ ดย อหน าอย ก งกลาง) การจ ดย อหน าอย ก งกลางโดยมากใช ก บห ว เร อง ช อเร อง ช อบท หร อคำาลงท ายจดหมาย โปรแกรมจะทำาการคำานวนจ ดก งกลางของ บรรท ดและจ ดก งกลางระหว าง เย องบรรท ดแรก (First Line Indent) และ เย องขวา (Right Indent) (ไม ใช ระหว าง ก นหน า (Left Margin) และก นหล ง (Right Margin)) 10. ป ม Align Text Right (จ ดย อหน าช ดขวา) การจ ดย อหน าช ดขวาเหม อนก บการจ ด ย อหน าช ดซ ายเพ ยงแต ข อความส ดท ายของบรรท ดจะถ กจ ดอย ช ดก นหล งหร อเย องขวา 11. ป ม Justify (จ ดย อหน าช ดขอบซ ายขวา) การจ ดย อหน าแบบ Justify ค อการจ ดย อหน าโดยจะปร บระยะวรรคให ข อความท งบรรท ด ช ดท งขอบซ ายและขอบขวา โดยจะจ ดเพ ม-ลดเฉพาะระยะ Space (การเคาะเว นวรรค) ไม ได จ ดระยะระหว างอ กขระ 12. ป ม Thai Distributed (จ ดย อหน าแบบไทย) การจ ดย อหน าแบบ Thai Distributed จะจ ดข อความภาษาไทยได ด กว าแบบ Justify เน องจากโปรแกรมนอกจากจะจ ดระยะวรรคให ใหม แล ว ย งจ ดระยะระหว างต วอ กษรเพ อ ลดระยะวรรคท มากเก นไปเม อจ ดย อหน าแบบ Justify หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร 51

52 โปรแกรมประมวลผลคำ ต วอย าง การเปร ยบเท ยบการจ ดวางแนว แบบ Justify (บน) และแบบ Thai Distributed (ล าง) จะเห นว าช องไฟหร อระยะห างระหว างต วอ กษร ม การปร บปร งให ย ดหย น วรรค (1 space bar) จะแคบลงเพ อให ด สวยงามย งข น แล วแต ความชอบของผ ใช 13. ป ม Line Spacing (จ ดระยะบรรท ด) a. Line Spacing Dimension (เล อกระยะ บรรท ด) หน วยเป น Point (พอยท ) 1 point = 1/72 น ว = 0.35 ม ลล เมตร b. Line Spacing Options (เป ดหน าต าง Paragraph Options เพ อก าหนดค า เอง) (ด รายละเอ ยดเพ มเต มในส วนของ Paragraph Options) c. Add/Remove Space Before Paragraph (เพ ม/ลด ระยะบรรท ดก อนย อหน า) d. Add/Remove Space After Paragraph (เพ ม/ลด ระยะบรรท ดหล งย อหน า) 52

53 โปรแกรมประมวลผลคำ 14. ป ม Shading (ใส ส ข างหล งข อความ) 15. ป ม Border (ใส เส นขอบ) ก อนท จะใช ป ม Border จะต องทำาการเล อกข อความท ต องการเส ยก อน โดยหน งย อหน าจะเท าก บหน งช องหร อ เท ยบได ก บเซลล ในโปรแกรมตาราง หากเล อกส วนของ ข อความในย อน นๆ (เล อกไม ถ งหน งย อหน า) โปรแกรมจะ ถ อว าส วนท เล อกน นเป นหน งช องหร อหน งเซลล แต การใช งานจะทำาได แค การทำาเส นขอบรอบส วนของข อความ แต ไม สามารถใส เส นขอบเฉพาะส วน เช น ส วนบนหร อซ าย หร อขวาได เมน ส จากป ม Shading หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร ต วอย าง การเล อกสองย อหน าแล วกดเล อก All Borders ต วอย าง การเล อกส วนของข อความแล วกดเล อก ป ม Bottom Border จะเป นว าโปรแกรมสร างกรอบ ล อมรอบ แม ว าจะเล อกทำาเฉพาะ Bottom Border (เส นขอบล าง) 53

54 โปรแกรมประมวลผลคำ a. Bottom Border (ใส เส นขอบล าง) b. Top Border (ใส เส นขอบบน) c. Left Border (ใส เส นขอบซ าย) d. Right Border (ใส เส นขอบขวา) e. No Border (ไม ใส เส นขอบ) f. All Borders (ใส เส นขอบท กขอบ) g. Outside Borders (ใส เฉพาะเส นขอบนอก) h. Inside Borders (ใส เฉพาะเส นขอบภายใน) i. Inside Horizontal Border (ใส เฉพาะเส น ขอบภายในแนวนอน) j. Inside Vertical Border (ใส เฉพาะเส นขอบ ภายในแนวต ง) k. Diagonal Down Border (ใส เส นทะแยงลง) l. Diagonal Up Border (ใส เส นทะแยงข น) m. Horizontal Line (ใส เส นแนวนอน) เป นการ ใส เส นแนวนอนให ก บท งบรรท ด สามารถปร บระยะเร มต นเส นได โดยการปร บระยะเย อง บรรท ดแรก (First Line Indent) ก บ เย องขวา (Right Indent) และปร บความยาวของ เส นด วยการปร บก นหน าลอย (Hanging Indent) ก บ เย องขวา First Line Indent (เย องบรรท ดแรก) Right Indent (เย องขวา) Hanging Indent (ก นหน าลอย) Horizontal Line (เส นแนวนอน) จ ดเร มเส นแนวนอน เล อนตาม First Line Indent 54

55 โปรแกรมประมวลผลคำ การแทรกแถวและคอล มน หร อเซลล เล อกคล กขวาท ส วนของตาราง เล อก Insert เพ อแสดงเมน ทางด านล าง 1. Insert Columns to the Left (แทรก คอล มน ทางซ าย) เพ มคอล มน ใหม ทางซ ายม อ 2. Insert Columns to the Right (แทรก คอล มน ทางด านขวา) เพ มคอล มน ใหม ทางขวาม อ 3. Insert Rows Above (แทรกแถวด านบน) เพ มแถวใหม ด านบน 4. Insert Rows Below (แทรกแถวด านล าง) เพ มแถวใหม ด านล าง 5. Insert Cells... (แทรกเซลล...) เพ มเซลล ใหม โดยจะม เมน ให เล อกท ศทางขย บเซลล ป จจ บ นไป ทางด าน ขวาหร อทางด านล าง หร อแทรกแถวหร อ คอล มน n. Draw Table (วาดตาราง) เม อกดป ม เคอร เซอร จะเปล ยนเป นร ปด นสอ สามารถคล กลากเพ อวาดตารางได ตามใจชอบ ให ความย ดหย นมากกว าการสร างตาราง จากแท บ Insert แต ความเป นระเบ ยบจะน อยกว า o. View Gridlines (ด เส นบอกแนว) หากม การสร างตารางแบบ No border ค อไม ใส เส นขอบ การกดป ม View Gridlines จะทำาให โปรแกรมแสดงเส นประแทนแนวเส นขอบ ตาราง (ด งร ปด านล าง) เพ อให มองเห นได ง าย สะดวกต อการจ ดร ปแบบตาราง หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร p. Borders and Shading (ต วเล อกเส นขอบและใส ส ) กดป มเพ อเป ดหน าต างต วเล อก Borders and Shading ข นมา เป นการต งค าเส นขอบ และส ของตารางหร อส วนท เล อกอย างละเอ ยดได ตามความต องการ 55

56 โปรแกรมประมวลผลคำ 17. ป ม Paragraph Options (เป ดหน าต างต วเล อกย อหน า) ภาพหน าจอต วอย างหน าต าง Paragraph การจ ดแนวเส นขอบ ให ลากเมาส ไปท เส นขอบไม ว าจะเป น บน ล าง ของแถวท ต องการ เคอร เซอร จะเปล ยนเป นร ป เพ อให สามารถปร บระยะของเส นขอบบนหร อล างได หร อ ไปท เส นขอบ ซ าย ขวา ของคอล มน ท ต องการ เคอร เซอร จะเปล ยนเป นร ป เพ อให สามารถปร บระยะของเส นขอบซ ายหร อขวาได แนวเด ม คล กลาก 1. เล อนเคอเซอร ไปท เส นขอบ 2. คล ก-ลาก เพ อเล อนเส นขอบไปย งระยะท ต องการ 56

57 โปรแกรมประมวลผลคำ การต งระยะแท บหย ด แท บหย ด ค อจ ดท ต วอ กษรหร อเคอร เซอร หย ดเม อกดแป นแท บ คล กกำาหนดแท บบน ไม บรรท ดเม อต องการจ ดระยะข อความให ตรงเป นแนวม ระเบ ยบเร ยบร อย เม อกดแป น Tab บนค ย บอร ด ต วอ กษรหร อเคอร เซอร จะหย ดอย ท แท บใกล ส ดทางด านขวาม อ แท บม อย หลาย ประเภท ได แก แท บซ าย (Left Tab) ใช สำาหร บการจ ดให ข อความอย ช ดแท บทางด านซ าย แท บกลาง (Center Tab) ใช สำาหร บหร บการจ ดให ข อความอย ช ดแท บตรงก งกลาง แท บขวา (Right Tab) ใช สำาหร บการจ ดให ข อความอย ช ดแท บทางด านขวา แท บจ ดทศน ยม (Decimal Tab) ใช สำาหร บการจ ดต วเลขให จ ดทศน ยมตรงก น แท บแถบ (Bar Tab) ใช สำาหร บการสร างเส นแนวต งในแนวท ต งแท บแถบไว หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร การเปล ยนชน ดแท บหย ด * ให คล กท ป มท อย ซ ายส ดของไม บรรท ดจนได ส ญล กษณ ป มหย ดท ต องการ การยกเล กแท บ หากต องการยกเล กแท บให คล กท ส ญล กษณ แท บบนไม บรรท ดแล วลากแท บออกจากบร เวณน น ค ล ก แ ล ะ ล า ก ปล อยออกนอก ไม บรรท ด 57

58 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Style (ร ปแบบข อความ) เมน Style ประกอบด วย 2 ส วนหล กๆ ค อ 1. Style List (รายการร ปแบบข อความ) จะแสดงรายการร ปแบบข อความ 3-6 แบบท ใช ประจำา สามารถเล อนข นลงได เม อกดป มล กศรช ข น/ลง และกดป ม เพ อแสดงรายการ 58 a. Style List (รายการร ปแบบข อความ) แสดงรายการล กษณะอ กษรต างๆ b. Save Selection as a New Quick Style (จ ดเก บร ปแบบของส วนท เล อกเป น ร ปแบบใหม ) เล อกข อความแล วสามารถกดป มน เพ อสร างเป นร ปแบบข อความใหม โดยจะเป ดหน าต าง Create New Style from Formatting เพ อต งช อ Style ใหม เพ อจ ดเก บ และถ าหาก ต องการแก ไขร ปแบบเพ มเต มให กด ป ม *Modify... (ด ต อหน าถ ดไป)

59 โปรแกรมประมวลผลคำ หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร Properties 1. Name (ต งช อร ปแบบ) ต งช อร ปแบบท ต องการ 2. Style type (ชน ดร ปแบบ) ม ให เล อก 5 แบบ ในท น เป นแบบ Linked (paragraph and character) ค อปร บพร อมก นท งสองอย าง 59

60 โปรแกรมประมวลผลคำ 3. Style based on (เล อกร ปแบบรากฐาน) ค อการอ างอ งร ปแบบแบบ cascading (แปลว า ต อๆ ก นไป ) เช น Heading 3 ม ร ปแบบรากฐานมาจาก Heading 2 และ Heading 2 ม ร ปแบบรากฐานมาจาก Heading 1 ด งน นหาก เปล ยนแปลง font (ฟอนต หร อช ดแบบอ กษร) ท Heading 1 ช ดแบบอ กษรท Heading 2 และ Heading 3 ก จะเปล ยนไปตามน น แต ถ าเปล ยนช ดแบบอ กษรท Heading 2 แล ว น น ช ดแบบอ กษรของ Heading 3 จะเปล ยนไป แต ช ดแบบอ กษร Heading 1 จะ ไม เปล ยนแปลง โปรดส งเกต ว าแบบ Heading จะแยกออกจาก Body Text ทำาให การเปล ยนแปลง Heading จะไม กระทบ Body Text Heading 1 Heading 2 Heading 3 Heading 1 Heading 2 Heading 3 เปล ยนช ดแบบอ กษร Heading 1 เปล ยนช ดแบบอ กษร Heading 2 ไม เปล ยนช ดแบบอ กษร Heading 1 4. Style for following paragraph (เล อกร ปแบบส าหร บย อหน าต อไป) เป นการกำาหนดร ปแบบข อความของย อหน าต อไปท ตามมา ทำาให สะดวกในการ เข ยนข อความต อเน องก น ไม ต องค อยเล อกล กษณะให ก บย อหน า เคาะ Enter จะเร ม Style ท กำาหนด Formatting 5. Font Setting (ต งค าร ปแบบข อความ) ต งค าช ดแบบอ กษร ขนาด ทำาต วหนา ทำาต วเอ ยง ข เส นใต เป นต น 6. Paragraph Setting (ต งค าร ปแบบย อหน า) ต งค าการวางแนว ระยะบรรท ด เพ ม/ลดระยะห างระหว างย อหน า และเพ ม/ลดระยะก นหน า เป นต น 60

61 โปรแกรมประมวลผลคำ ต วเล อกอ นๆ 7. Add to Quick Style list (เพ มในรายการร ปแบบข อความด วน) 8. Automatically update (ปร บปร งเอกสารอ ตโนม ต ) เล อกเพ อปร บปร งส วน ต างๆ ท ใช ร ปแบบท เล อกในเอกสารน อ ตโนม ต 9. Only in this document (ใช เฉพาะก บเอกสารป จจ บ น) 10. New document based on this template (ใช ก บเอกสารท ใช ต นแบบน ) 11. Format (จ ดร ปแบบเพ มเต ม) กดป ม Format เพ อเป ดเมน ทางด านขวา รายการส วนใหญ จะเคยได กล าวถ งไปแล ว จะขอกล าวเฉพาะท ย งไม ได อ างถ งต อไปน a. Language (ภาษาท ใช ) เป นการต งค า เล อกภาษาของพจนาน กรมท ใช ในการ ตรวจคำา หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร Do not check spelling or grammar (ไม ท าการ ตรวจต วสะกดหร อไวยากรณ ) โปรแกรมจะทำาการตรวจคำาผ ด หร อไวยากรณ ท ผ ด (ใช ได ด เฉพาะ ในภาษาอ งกฤษ) Detect language automatically (ตรวจจ บภาษา ท ใช อ ตโนม ต ) เม อเล อก ข อความใดๆ โปรแกรมจะตรวจ เจอภาษาท ใช น นได เอง 61

62 โปรแกรมประมวลผลคำ b. Frame (กรอบ) เล อกเพ อสร างและต งค ากรอบเช อมโยงก บร ป แบบย อหน าน นๆ 1. Text Wrapping (ล อมข อความ) None (ไม ม การเว นรอบ) Around (ม การเว นรอบ) 2. Size (ขนาดกรอบ) เล อกการปร บขนาดแบบ Auto เพ อปร บ ขนาดกรอบอ ตโนม ต หร อเล อก Exactly (พอด ) เพ อเล อกขนาดท ต องการในช อง ว าง At ด วยการพ มพ หร อปร บล กศรข น ลง โดยสามารถปร บเล อกได ค อ Width (ความกว าง) Height (ความยาว) 3. Horizontal (การวางแนวนอน) เล อกตำาแหน ง (Position) การวางกรอบตามแนวนอน Left Right Center Inside Outside โดยอ างอ งจาก (Relative to) Margin (เว นจากขอบกระดาษ ก นหน า/ก นหล ง) Page (ขอบ กระดาษ) Column (คอล มน ) และสามารถเล อกระยะห างจากข อความ (Distance from text) เพ อให ข อความล อมรอบกรอบน น 4. Vertical (การวางแนวต ง) เหม อนก บ Horizontal แต เป นแนวต ง 5. Move with text (วางไว ก บข อความ) เล อกเพ อตร งกรอบไว ก บย อหน า 6. Lock anchor (ตร งต าแหน งหม ด) เล อกเพ อตร งกรอบไว ก บท 7. Remove Frame (เอากรอบออก) กดป มเพ อเอากรอบออก 62

63 โปรแกรมประมวลผลคำ c. Shortcut key (เส นทางล ด) หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร 1. Specify a command (ระบ ค าส งร ปแบบ) เล อกร ปแบบท จะสร าง ในรายการ 2. Specify keyboard sequence (ระบ ค ย ล ด) กดค ย ล ดเช น Crtl+G 3. Save changes in (จ ดเก บร ปแบบใน) เล อกจ ดเก บในต นแบบ Normal ท โปรแกรมใช เป นค าต งต นสำาหร บเอกสารใหม 4. Description (ค าอธ บายร ปแบบ) แสดงรายละเอ ยดของร ปแบบ 5. Assign (ป มก าหนดค ย ล ด) เม อกำาหนดค ย ล ดเร ยบร อยแล วกดป มน เพ อจ ดเก บการกดค ย ล ดไว 63

64 โปรแกรมประมวลผลคำ 6. Remove (ป มลบค ย ล ด) หากต องการลบค ย ล ดให เล อกร ปแบบและค ย ล ดท กำาหนดไว แล ว กดป มน การกำาหนดค ย ล ดก จะถ กลบไปในท นท 7. Reset All (ป มต งต นใหม ท งหมด) หากต องการล างและกล บไปใช ค ย ล ดท ต งค าไว แต ต น ให กดป มน การกำาหนดค ย ล ดท กแป นจะถ กล างออกไป (ต อ ในเมน Style) c. Clear Formatting (ล างการจ ดร ป แบบ) เล อกข อความท ต องการแล วกดป มน เพ อล างการจ ดร ปแบบข อความน น ข อความ น นจะเปล ยนเป นร ปแบบ Normal ค อร ปแบบ ปรกต d. Apply Styles (ใช ร ปแบบ) เม อ เล อกแล วจะเป ดหน าต าง Apply Style 1. Style Name (ช อร ป แบบ) เล อก ช อร ปแบบจากรายแบบหล นลง 2. Reapply (ใช ร ปแบบล าส ดอ กคร ง) ใช ร ปแบบท เพ งใช ไป 3. Modify (ด ดแปลง) กดเพ อเป ดหน าต าง Modify Style (ใช หน าต างล กษณะเด ยวก นก บหน าต าง Create New Style หน า 75) 4. ป ม Style (ร ปแบบ) กดป มเพ อเป ด Style Pane (กระดานร ป แบบ) ใช สำาหร บเข าถ ง Style ท งหมดได อย างรวดเร ว 5. AutoComplete style names (เต มช อร ปแบบอ ตโนม ต ) หากทำาการป อนช อร ปแบบด วยการพ มพ แทนท จะเล อกจาก รายการแบบหล นลง โปรแกรมสามารถช วยเต มช อร ปแบบ อ ตโนม ต หากเล อกกาเคร องหมายถ กหน าข อน 64

65 โปรแกรมประมวลผลคำ 2. ป ม Change Styles (เปล ยนร ปแบบข อความ) สามารถเล อกสร างหร อแก ไขร ป แบบข อความได เม อกดป มน แล วจะเป ดเมน ด านล าง a. Style Set (ช ดร ปแบบ) 1. Reset to Quick Styles from Template (ต งค ากล บไปย งร ปแบบด วน ของต นแบบ) หากม การด ดแปลงร ปแบบใดๆ แล วอยากใช ของเด มท อย ใน Template สามารถเล อกข อน ได เพ อย อนกล บไปใช ค าเด มของ Template 2. Reset Document Quick Styles (ต งค ากล บไปย งร ปแบบด วนของเอกสาร ป จจ บ น) หากม การนำาต นแบบมาใช ก บเอกสารป จจ บ น เล อกข อน เพ อเปล ยนร ป แบบไปใช ของเอกสารเม อแรกเร ม 3. Save as Quick Style Set (จ ดเก บเป นช ดร ปแบบด วน) เม อม การเปล ยนแปลง ค าร ปแบบต างๆ เช น Heading1 แล วสามารถจ ดเก บในช ดร ปแบบด วนเด ม Heading1 เพ อนำามาใช ในเอกสาร หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร b. Colors (ช ดส ) เล อกใช ช ดส ก บช ดร ปแบบด วนท ม อย เพ อปร บนำาไปใช ก บท งเอกสาร Create New Theme Colors (สร างช ดส ใหม ) เล อกเพ อเป ด หน าต างเล อกส สำาหร บช ดส 65

66 โปรแกรมประมวลผลคำ c. Fonts (ช ดร ปแบบอ กษร) เล อกช ดร ปแบบอ กษร จากรายการ Create New Theme Fonts (สร างแบบ อ กษรของช ดร ปแบบใหม ) 1. Latin text (ข อความละต น) Heading font (Latin) (เล อก แบบห วเร องของแบบอ กษร ละต น) Body font (Latin) (เล อกแบบ อ กษรของเน อความละต น) Sample (ต วอย าง) Complex script (ภาษาท ซ บซ อน เช นภาษาไทย) Heading font (Complex script) (เล อกแบบอ กษรของห วเร อง ภาษาไทย) Body font (Complex script) (เล อกแบบอ กษรของเน อความภาษาไทย) Sample (ต วอย าง) 3. Name (ต งช อช ดร ปแบบอ กษร) d. Set as Default (ต งเป นค าเร มต น) บางคร งการต งค าร ปแบบต างๆ อาจส บสนผ ดพลาด เรา สามารถกล บมาใช ค าเร มต นได ด วยการกดป มน

67 โปรแกรมประมวลผลคำ Right Click (คล กขวา) ท Style Gallery 1. Update [Style] to Match Selection (ปร บปร ง [ร ปแบบ] เพ อให ตรงตามการเล อก) เล อกเพ อนำาร ปแบบข อความท เคอร เซอร อย หร อเล อกอย มาใช ก บร ปแบบท ถ กคล กขวา 2. Modify (ปร บเปล ยน) เล อกเพ อปร บเปล ยนร ปแบบ โปรแกรมจะแสดงหน าต าง Modify Style เพ อต งค าเปล ยนแปลงร ปแบบข อความท ต องการ คล ายก บหน าต าง Create New Style from Formatting 3. Select All x Instance(s) (เล อกอ นสแตนซ x ท งหมด) โดย x แทนจำานวนร ปแบบท ประย กต ใช ท งหมดในเอกสาร หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร 4. Rename (เปล ยนช อ) เล อกเพ อเปล ยนช อร ปแบบท คล กขวา 5. Remove from Quick Style Gallery (เอาออกจากแกลเลอร ล กษณะด วน ) เอาร ป แบบน นออกจากแกลเลอร ไปเลย 6. Add Gallery to Quick Access Toolbar (เพ มแกลเลอร ลงในแถมเคร องม อด วน) เล อก เพ อสร างป ม Style Gallery ลงในแถบเคร องม อด วนบนม มซ ายบน เพ อเล อกร ปแบบท ต อง การได เม ออย ในแท บอ นท ไม ใช แท บ Home 67

68 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Editing (จ ดการ) 1. Find (ค นหา) (ค ย ล ดกด Ctrl+F) ใช สำาหร บ ค นหาข อความในเอกสาร กดท บร เวณ ไอคอน Find จะเป ดหน าต าง ค นหาและ แทนท และใช งานแท บ Find หากกดป ม ล กศรช ลงจะเป ดเมน ย อย a. Find (ค นหา) เล อกเพ อเป ดหน าต าง Find and Replace (ค นหาและแทนท ) พ มพ ข อความท ต องการค นหาลงไปในช อง Find what (ค นหาอะไร) โปรแกรมจะค นหา คำาท ต องการให และหากก อนกดป ม Find ได ทำาการเล อกข อความท ต องการค นหา ในเอกสารส วนอ นๆ ไว แล ว โปรแกรมจะทำาการค ดลอกข อความน นมาเต มในช อง Find what สามารถกดป ม Find Next เพ อค นหาคำาถ ดไปได ท นท ป ม Read Highlight (เน นส วนท อ าน) /Highlight All (เน นท งหมด) /Clear Highlighting (ล างการเน น) เม อทำาการค นหาข อความโปรแกรมจะทำาการ Highlight หร อเน นข อความน นเอง เราสามารถเล อกจะให เน นท กคำาท ตรงก นก บ คำาท ให โปรแกรมค นหา หร อจะเล อกเน นเฉพาะคำาท เจอล าส ด และสามารถล าง หร อยกเล กการเน นท กำาล งทำาอย ได (Clear Highlighting) 68

69 โปรแกรมประมวลผลคำ ป ม Find in (ค นหาใน) เล อกค นหา ใน Current Selection (ส วนท เล อกอย ป จจ บ น) หร อ Main Document (เอกสาร หล ก) ป ม Find Next (ค นหาถ ดไป) เม อเจอข อความท ต องการแล ว และต องการค นหา ข อความเด ยวก นท อย ถ ดไปในเอกสาร ให กดป มน b. Go To (ไปท ) เล อกเพ อเป ดหน าต าง Find and Replace และเป ดแท บ Go To (ไปท ) ใช เล อกไปย งส วนต างๆ ของเอกสาร หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร Go to what (ไปย ง) เล อกชน ดส วนของเอกสารท ต องการ เช น Page (หน า) Section (ส วน) บรรท ด (Line) ท ค นหน า (Bookmark) เป นต น Enter Page Number (ใส เลขหน า) ใส เลขหน าหร อระบ เลขของส วนน นๆ ของ เอกสาร เช น หน า 10 ส วนท 1 บรรท ดท 10 เป นต น และสามารถระบ ต วเลขท ส มพ นธ ก บส วนท เล อกป จจ บ นเช น ถ ดไปอ ก 10 หน า พ มพ +10 เป นต น Previous (ก อนหน า) / Next (ถ ดไป) เล อกไปข างหน าไปย งหน าถ ดไป หร อ ถอยหล งไปย งหน าก อนหน าน 69

70 โปรแกรมประมวลผลคำ 2. ป ม Replace (แทนท ) หล งจากเจอข อความท ค นหาแล ว สามารถแทนท ข อความน นด วยข อความท ต องการโดย กดป ม Replace เพ อเป ดแท บ Replace a. Find what (ส งท ค นหา) พ มพ ข อความสำาค ญท ต องการค นหา b. Replace with (แทนท ด วย) พ มพ ข อความท ต องการแทนท คำาท ใส ในช องด านบน c. ป ม Replace (แทนท ) กดป มเพ อแทนท ข อความในเอกสารท นท เฉพาะจ ดน น d. Replace All (แทนท ท งหมด) กดป มเพ อแทนท ข อความท ต องการท งหมดท กท ใน เอกสารป จจ บ น โปรแกรมจะแสดงผลการแทนท ข อความ สร ปแสดงจำานวนการแทนท e. Find Next (ค นหาถ ดไป) หากค นหาและแทนท ท ละข อความ เม อแทนท ข อความ แล วต องการค นหาข อความถ ดไปท ละข อความ กดป ม Find Next แล วจ งกดป ม Replace (หร อเปล ยนแปลงคำาท ต องแทนท ก อนหากต องการ) 3. ป ม Select (เล อก) a. Select All (เล อกท งหมด) เล อก ข อความและว ตถ ท งเอกสาร b. Select Objects (เล อกว ตถ ) โปรแกรมจะเปล ยนเคอร เซอร เป นล กศรส ขาวสำาหร บเล อกว ตถ โดยเฉพาะ c. Select Text with Similar Formatting (เล อกข อความท ร ปแบบเด ยวก น) เหมาะ สำาหร บตรวจด ร ปแบบต างๆ เพ อให การเปล ยนแปลงร ปแบบเป นไปตามต องการ 70

71 โปรแกรมประมวลผลคำ ต วเล อกการค นหาข อความ ในโปรแกรม Word 2007 เราสามารถเพ มต วเล อกในการค นหาข อความด วยการกดป ม More 1. Search All/Down/Up (ค นหา ท งหมด/ลง/ข น) All (ท งหมด) ค อการค นหาท งเอกสาร แม ว าจะส นส ดเอกสารแล วก จะวนมาค นหาท ต น เอกสาร และจะแจ งการส นส ดการค นหาเม อค นหาครบท งเอกสาร Down/Up (ข น/ลง) ค อการค นหาท ศทางเด ยว หากเล อก Down (ลง) จะค นหาจากบน ลงล างแล วจะส นส ดการค นหาท ท ายเอกสาร และ หากเล อก Up (ข น) จะค นหาจากล างข น บนแล วจะส นส ดการค นหารท ต นเอกสาร 2. Match case (ตรงตามต วพ มพ เล ก-ใหญ ) กำาหนดให ค นหาคำาท เหม อนท งต วพ มพ เล กและต ว พ มพ ใหญ เช น หากค นหาคำาว า Apple พร อม Match case จะข ามคำาว า apple ไป เพราะ ต วอ กษร a เป นต วพ มพ เล ก ไม ใช ต วพ มพ ใหญ 3. Find whole words only (ค นหาท งค าเท าน น) กำาหนดให ค นหาคำาท พ มพ ลงไปใน Find what เท าน น คำาท เป นคำาผสมอย ต ดก นในภาษาอ งกฤษ เช น ค นหาคำาว า sun (พระอาท ตย ) จะ ข ามคำาว า sunlight (แสงอาท ตย ) ไปย งคำาถ ดไป 4. Use wildcards (ใช อ กขระต วแทน) กำาหนดให สามารถใช wildcards หร ออ กขระต วแทน และส งเกต ว า Match case และ Find whole words only จะเป ดใช อย และเป นส จางลง ไม สามารถแก ไขได แสดงถ งว าเป นการค นหา ตรงตามต วพ มพ เล ก-ใหญ และ ค นหาท งคำาเท าน น หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร 71

72 โปรแกรมประมวลผลคำ การค นหาด วยต วเล อกเพ มเต มน นเหมาะก บการค นหาคำาในภาษาอ งกฤษเน องจากภาษาไทยจะ พ มพ คำาต อเน องไม ม เว นวรรคระหว างคำา ทำาให โปรแกรมข ามการค นหาไปแทบท งหมด? Question Mark (ปร ศน ) ใช แทนต วอ กษรต วเด ยว เช น พ มพ b?t จะหาเจอคำา ว า bit หร อ bat * Asterisk (เคร องหมายดอกจ นทร ) ใช แทนต วอ กษรก ต วก ได เช น พ มพ d*t จะหาเจอคำา ว า dot หร อ dentist (* แทน o หร อ entis ) < Less than (เคร องหมายน อยกว า) ใช หาคำานำาหน า เช น พ มพ <(pro) จะหาเจอคำา ว า program หร อ produce แต จะไม เจอคำาว า improper (เพราะ pro ไม ได นำาหน า) > More than (เคร องหมายมากกว า) ใช หาคำาลงท าย เช น พ มพ (ter)> จะหาเจอคำาว า acter หร อ sister แต จะไม เจอคำาว า internet (เพราะไม ม คำาว า ter ลงท าย) [ ] Square Brakets (วงเล บเหล ยม) ใช แทนต วอ กษรต วใดต วหน งในเคร องหมายวงเล บใหญ เช น พ มพ s[ia]t จะหาเจอคำาว า sit และ sat [-]... ใช แทนต วอ กษรต วใดต วหน งในช วง เช น พ มพ [c-f]at จะหาเจอคำาว า cat หร อ eat [!-]... ใช ยกเว นช วงต วอ กษร เช น พ มพ [!c-f]at จะหาเจอคำา ว า rat หร อ mat แต จะไม เจอคำาว า cat หร อ eat {n}... ใช แทนจำานวนต วอ กษรของต วอ กษรท อย ข างหน า เช น พ มพ gre{2}t ม ต ว e อย ข างหน า {2} จะหาเจอคำา ว า greet แต จะไม เจอคำาว า gret {n,}... ใช แทนจำานวนต วอ กษรท ซ ำาก นอย างน อย n ต ว เช น พ มพ gre{1,}t จะหาเจอคำาว า greet และ gret {n,m}... ใช แทนช วงของจำานวนคร งท ม ต วอ กษรซ ำาก น n ต ว เช น พ มพ 10{1,3} จะเจอจำานวน ใช แทนจำานวนต วอ กษรท อย ข างหน าหน งต วหร อมากกว า เช น พ มพ go@d จะหาเจอท งคำาว า god และ good \ Backslash (แบคสเแลช) ใช นำาหน าการค นหาอ กขระต วแทน เช น \? ค นหา เคร องหมายปร ศน (เคร องหมายคำาถาม) 72

73 โปรแกรมประมวลผลคำ 5. Sounds like (English) (เส ยงใกล เค ยงก น-ภาษาอ งกฤษ) ใช ค นหาคำาในภาษา อ งกฤษ(เท าน น) ท ม เส ยงเหม อนก น เช น their หร อ there dear หร อ deer 6. Find all word forms (English) (ค นหาท กร ปแบบของค า-ภาษาอ งกฤษ) ใช ในการหาคำา ภาษาอ งกฤษท อย ในร ปแบบต างๆ เช น พ มพ take จะเจอคำาว า took taken และ taking 7. Match prefix (ตรงตามค าน าหน า) สามารถค นหาอ กษรท นำาหน าคำาได ท ง ไทย-อ งกฤษ เช น พ มพ เป จะเจอคำาว า เปล า หร อ เปล ยน แต จะไม เจอคำาว า เป ด เป น หร อ ซาลาเปา 8. Match suffix (ตรงตามค าต อท าย) สามารถค นหาอ กษรท ลงท ายคำาได ท ง ไทย-อ งกฤษ เช น พ มพ อน จะค นเจอคำาว า เพ อน เด อน หร อ เหม อน 9. Ignore punctuation characters (ละเว นอ กขระเคร องหมายวรรคตอน) เล อกเพ อละเว น เคร องหมายวรรคตอนราวก บว าไม ได พ มพ เช น พ มพ ร กโลภ จะหาเจอคำาว า ร ก-โลภ ในคำาว า ร ก-โลภ-โกรธ-หลง 10. Ignore white-space characters (ละเว นอ กขระช องว าง) เล อกเพ อเว นอ กระช องว างเช น เคร องหมายวรรค (spacebar) อย างเช นเม อพ มพ ร กโลภโกรธหลง จะหาเจอคำาว า ร ก โลภ โกรธ หลง (*หากเล อกละเว นเคร องหมายวรรคตอน ก จะเจอคำาว า ร ก-โลภ-โกรธ-หลง ได ด วย) หน วยท 2 การสร างและแก ไขเอกสาร 73

74 โปรแกรมประมวลผลคำ การกดป มล ดบนค ย บอร ด (Keyboard Shortcuts) 1. Ctrl+C การค ดลอก 2. Ctrl+X การต ด (Cut) 3. Ctrl+V การวาง (Copy) 4. Ctrl+Z การเล กทำา (คำาส งล าส ด) (Undo) 5. Ctrl+L การจ ดย อหน าช ดซ าย (Left Alignment) 6. Ctrl+R การจ ดย อหน าช ดขวา (Right Alignment) 7. Ctrl+Shft+Spacebar แทรกวรรคท ถ กแยกไม ได 8. Ctrl+Hyphen แทรกเคร องหมาย _ ท ถ กแยกออกไม ได (สำาหร บภาษาอ งกฤษ) 9. Ctrl+B ทำาต วหนา (Bold) 10. Ctrl +I ทำาต วเอ ยง (Italic) 11. Ctrl +U ข ดเส นใต ข อความ (Underline) 12. Ctrl +SHFT+< ลดขนาดข อความ (Decreasing Font Size) 13. Ctrl +SHFT+> เพ มขนาดข อความ (Increaseing Font Size) 14. Ctrl +[ ลดขนาด 1 point 15. Ctrl +] เพ มขนาด 1 point 16. Ctrl+F ค นหาคำา (Find) 17. Ctrl+Shift+G น บจำานวนคำาจำานวนอ กษร 18. Ctrl+ (ป มล กศรช ขวา) ไปย งคำาถ ดไป 19. Ctrl+ (ป มล กศรช ซ าย) ไปย งคำาก อนหน า 74

75 แบบทดสอบหน วยท 2 1. ป มวาง (Paste) ใช ค ย ล ดใด a. Ctrl+C b. Ctrl+S c. Ctrl+V d. Ctrl+A 2. ใช ส าหร บ a. ย อขนาดต วอ กษร b. ลดระยะก นหน า c. ทำาต วหนา d. เปล ยนต วพ มพ เล ก-พ มพ ใหญ 3. ข อใดใช ค ดลอกร ปแบบข อความ a. b. c. d. 4. เม อใช ป ม แล ว เท าก บใช ร ปแบบ ข อความแบบใด a. Body Text b. Normal c. Average d. Heading 5. การเล อกแบบอ กษรภาษาอ งกฤษ ในต ว เล อกเมน Font ตรงก บข อใด a. Hispanic Text b. Latin Text โปรแกรมประมวลผลคำ c. Complex Script d. Simple Script 6. การเล อกแบบอ กษรภาษาไทย ในต วเล อก เมน Font ตรงก บข อใด a. Hispanic Text b. Latin Text c. Complex Script d. Simple Script 7. การท าต วน น ใช Effect ต วใด a. Emboss b. Engrave c. Superscript d. Outline 8. เคร องหมาย แทนส งใด a. เว นวรรค b. ข นย อหน าใหม c. ต ดบรรท ด d. แท บ 9. เคร องหมาย แทนส งใด a. เว นวรรค b. ข นย อหน าใหม c. ต ดบรรท ด d. แท บ 10. Kerning ค อ a. ระยะห างระหว างคำา b. ระยะเหล อมระหว างต วอ กษร 75

76 โปรแกรมประมวลผลคำ c. ระยะระหว างบรรท ด d. ระยะระหว างย อหน า 11. ป ม ค อ a. Numbers b. Arrows c. Kernings d. Bullets 12. ข อใดต อไปน ตรงก บการจ ดวางแนว Bullets ด งภาพด านล างน a. วางแนวแบบ Left b. วางแนวแบบ Center c. วางแนวแบบ Right d. วางแนวแบบ Justify 13. การลดระยะก นหน าให กดป ม a. b. c. d. 14. ค อป ม a. Cross Borders b. Inside Borders c. T Borders d. ถ กท กข อ 15. ข อใดตามหล งหมายเลข (Follow number with) ไม ได a. Enter b. Tab c. Space d. Nothing 16. ป ม Format Painter อย ในเมน ใด a. Home>Font b. Home>Paragraph 17. ป ม sort อย ในเมน ใด a. Home>Font b. Home>Paragraph c. Home>Clipboard 18. Desending หมายถ งการเร ยงจาก a. มากไปหาน อย b. น อยไปหามาก 19. ป ม Find อย ในเมน ใด a. Home>Clipboard b. Home>Style c. Home>Edit d. Home>Find 20. Mirror Indent ค อ a. การสะท อนเย องบรรท ดแรกก บเย องขวา b. การสะท อนระยะเย องหน าท วางค ก น c. การสะท อนระยะก นหน าก บก นหล ง d. การสะท อนระยะก นหน าลอยซ าย-ขวา 76

77 ก จกรรมหน วยท 2 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 1. การสร างเอกสาร : จงสร างเอกสารใหม โดยท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดโปรแกรมโดยไปท Start Button 2. เล อก All Programs 3. เล อก Microsoft Office เล อก Microsoft Word เม อโปรแกรมเป ดข นมาจะปรากฏ เอกสารใหม ช อว า Document1 หร อ เอกสาร1 (ด ช อเอกสารบน Title Bar) 6. สร างเอกสารใหม ด วยการเล อกท Quick Button (หร อ Office Button) 77

78 โปรแกรมประมวลผลคำ 7. เล อก New จากเมน 8. จะปรากฏหน าต าง New Document 9. เล อก Blank Document ด วย การด บเบ ลคล ก 10. เอกสารใหม Document2 จะปรากฏ ข น และม เคอร เซอร กระพร บท หน ากระดาษ พร อมป อนอ กษร 78

79 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 2. การบ นท กเอกสาร : จงบ นท กเอกสารโดยท าตามข นตอนด งต อไปน 1. เล อกป ม Quick Button 2. เล อกป ม Save 3. หน าต าง Save As จะเป ดข น แล ว เล อกโฟล เดอร พร อมต งช อเอกสาร (File Name) และ นามสก ลไฟล (Format) เป น Word Document ต งเป น ก จกรรมหน วยท 2-2.docx (เม อ เอกสารย งไม ได ถ กต งช อไว โปรแกรม จะให ต งช อเม อกดป ม Save และ ควรทำาท กคร งเม อสร างเอกสารใหม เพ อจ ดเก บเอกสารให เป นระเบ ยบ ต งแต ต น และป องก นไฟล ส ญหาย) เสร จ แล วกดป ม Save เอกสารจะถ ก บ นท กตามท ต องการ 79

80 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 3. การแก ไขเอกสาร : จงพ มพ ตามข อความด านล าง และเต มข อความ ตาม ข นตอนด งต อไปน (เต มค าในวงเล บ) 1. พ มพ ต อเน องจากก จกรรมท 2 ลงในเอกสารด วยข อความด านล างต อไปน 3. ก จกรรมท 3 1. ว ชาการใช โปรแกรมประมวลผลคำา 2. ก จกรรมหน วยท 2 8. (ช อสก ล) 4. การแก ไขเอกสาร 5. (ผ สอน) 6. (ระด บช น) 7. (ห อง) 9. ว นท เล อกป ม Quick Button 3. แล วเล อก Save As หน าต างจะเป ด เพ อให เล อกแฟ มท ต องการจ ดเก บ ต ง ช อเป น ก จกรรมหน วยท 2-3.docx 80

81 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 4. การใช ป ม Cut/Paste : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดไฟล ก จกรรมหน วยท 2-3.docx 2. ใช เมาส คล ก-ลากเพ อเล อกคล ม 3. ก จกรรมท 3 3. แล วกดป ม Cut (หร อกด Ctrl^X) 4. คล กเมาส ท หน าบรรท ดข อความคล ม 8. (ช อสก ล) 5. เสร จแล วกดป ม Paste เพ อวางข อความ 3. ก จกรรมท 3 6. บ นท กไฟล เป น ก จกรรมหน วยท 2-4.docx ก จกรรมท 5. การคล ก-ลากข อความ : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดไฟล ก จกรรมหน วยท 2-4.docx 2. ใช เมาส คล ก-ลากเพ อเล อกคล ม 8. (ช อสก ล) 3. ใช เมาส คล กท ข อความข างต นค างไว แล วลากไปย ง หน าข อ 9. ว นท (จะปรากฏเส นแนวต งแสดง ตำาแหน งการแทรกข อความ) แล วปล อยเพ อวางข อ ความน น 4. บ นท กไฟล เป น ก จกรรมหน วยท 2-5.docx 81

82 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 6. การใช กระดาน Clipboard : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดไฟล ก จกรรมหน วยท 2.2.docx 2. ใช เมาส คล ก-ลากเพ อเล อกคล ม 3. ก จกรรมท 3 3. แล วกดป ม Cut (หร อกด Ctrl^X) ข อความจะถ กเก บ อย ใน Clipboard 4. กดป ม เป ดกระดาน Clipboard 5. ใช เมาส คล ก-ลากเพ อเล อกคล ม 8. (ช อสก ล) 6. แล วกดป ม Cut (หร อกด Ctrl^X) ข อความจะถ ก เก บอย ใน Clipboard 7. คล กเมาส ท หน าข อความ 4. การแก ไขเอกสาร เพ อ วางเคอร เซอร 8. เสร จแล วคล กข อความ 3. ก จกรรมท 3 บน Clipboard เพ อวางข อความ 9. คล กเมาส ท หน าข อความ 9. ว นท เพ อวางเคอร เซฮร 10. เสร จแล วคล กข อความ 8. (ช อสก ล) บน Clipboard เพ อวางข อความ 11. บ นท กไฟล เป น ก จกรรมหน วยท 2-6.docx 82

83 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 7. การจ ดร ปแบบอ กษร : จงท าตามข นต อไปน 1. พ มพ ข อความจากข าว ท ม ความยาว 10 บรรท ด หร อ ใช คำาส ง Copy/Paste ข าวน น ลงในเอกสารใหม 2. แสดงการจ ดร ปแบบอ กษรด งต อไปน ให ก บข อความแต ละบรรท ด (ด ต วอย าง) a. ต วหนา f. ข ดฆ า b. ต วเอ ยง c. ข ดเส นใต ท บส ดำา g. ต วห อย h. ต วยกกำาล ง d. ข ดเส นใต แบบเส นประส ดำา i. ใส ส เน นข อความส เข ยว e. ข ดเส นใต ท บส แดง j. ต วอ กษรส ส ม 3. บ นท กไฟล เป น ก จกรรมหน วยท 2-7.docx ต วอย างก จกรรมท 7 83

84 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 8. การจ ดร ปแบบย อหน า จงท าตามข นต อไปน 1. พ มพ ข อความจากข าว ท ม ความยาว 3 ประโยค แล วแบ งออกเป น 3 บรรท ด หร อ ใช คำาส ง Copy/Paste ข าวน นลงในเอกสารใหม 2. ใช เมาส คล ก-ลากเล อกคล มข อความ 3 บรรท ด 3. กดป ม Copy เพ อค ดลอกย อหน าไว ใน Clipboard 4. กดคล กท ข อความใน Clipboard แล วจ ดร ปแบบย อหน าท ละ 3 บรรท ด ตามล กษณะ ด งต อไปน a. Bullet จำานวน 3 บรรท ด b. รายการลำาด บเลข หร อ Numbering จำานวน 3 บรรท ด c. รายการห วข อหลายช น หร อ Multi-Level List จำานวน 3 บรรท ด d. เย องย อหน าจำานวน 3 บรรท ด e. จ ดย อหน าช ดซ าย f. จ ดย อหน าตรงก งกลาง g. จ ดย อหน าช ดขวา h. จ ดย อหน าแบบ Thai Distributed i. เทส พ นหล งส ฟ า j. ใส กรอบให ก บย อหน าท ง 3 บรรท ด 5. บ นท กไฟล เป น ก จกรรมหน วยท 2-8.docx 84

85 โปรแกรมประมวลผลคำ ต วอย าง ก จกรรมท 8 85

86 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 9. รายงานการค นคว า : จงท ารายงานค นคว าท น กศ กษาสนใจ จ านวน 3 หน ากระดาษ ด วยต วหน งส อขนาด 16 pt. และ ใช การจ ดร ปแบบอ กษร 3 ชน ด และการจ ดร ปแบบย อหน า 3 ชน ด ให สวยงาม 86

87 โปรแกรมประมวลผลคำ หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร สาระการเร ยนร 1. การตกแต งเอกสารด วยการใช แท บ Insert 2. การตกแต งเอกสารด วยการใช แท บ Page Layout จ ดประสงค 1. เพ อให น กศ กษาได เร ยนร และม ท กษะในการตกแต งเอกสารด วยการ แทรกว ตถ ต างๆ ในเอกสาร 2. เพ อให น กศ กษาได เร ยนร และม ท กษะในการจ ดหน าเอกสารด วย เคร องม อต างๆ 87

88 โปรแกรมประมวลผลคำ การตกแต งเอกสารด วยการใช แท บ Insert เมน Page (หน า) 1. Cover Page (ใบปะหน าหร อหน าปก) a. Cover Page Built-in (ใบปะหน าท ม อย แล วภายใน) ใช ตกแต งเอกสารด วย ใบปะหน าท สวยงาม เราสามารถจะเล อกต นแบบหน าปกท ม อย แล วจากแกลเลอร (Gallery=พ นท แสดงแบบ) เม อเล อกแบบใดแบบหน งแล วโปรแกรมจะแทรกหน าปก ลงในลำาด บหน าส ด ต นแบบหน าปกน นจะเป ดโอกาสให ผ ใช สามารถเต มข อความ เช น ช อเร องเอกสาร ว นท ผ แต ง หร อบร ษ ท เป นต น แล วแต ชน ดของต นแบบหน าปกน นๆ b. Remove Current Cover Page (เอาหน าปกป จจ บ นออก) เล อกเพ อเอาหน าปก ป จจ บ นออก 88

89 โปรแกรมประมวลผลคำ c. Save Selection to Cover Page Gallery (บ นท กส วนท เล อกลงในแกลเลอร หน าปก) หากม การด ดแปลงหน าปกเพ มเต ม เช น เต มว ตถ ภาพ หร อ ช องว างสำาหร บ เต มข อความ ผ ใช สามารถจ ดเก บหน าปกด งกล าวเข าไว เป น ต นแบบหน าปก ในแกล- เลอร หน าปกเพ อเก บไว เล อกใช ภายหล งได โดยโปรแกรมจะเป ดหน าต าง Create New Building Block โดยเล อกเก บหน าปกไว ในแกลเลอร Cover Pages หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร 2. Blank Page (หน าเปล า) เม อกดป มแทรกหน าเปล า โปรแกรมจะแทรก หน าเปล าตรงจ ดท เคอร เซอร อย จำานวนหน งหน า 3. Page Break (ต วแบ งหน า) เม อกดป ม โปรแกรมจะข นหน าใหม ให ท นท ม ประโยชน มากเม อต องการให เอกสารข นหน าใหม ตรงจ ดท เคอร เซอร อย วางเคอร เซอร ตรงตำาแหน งท ต องการ กดป ม Page Break ข นหน าใหม ท ตำาแหน ง เคอร เซอร 89

90 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Ilustrations (ภาพประกอบ) 1. Picture (ร ปภาพ) เล อกเพ อแทรกภาพลงตรงเคอร เซอร โปรแกรมจะเป ด หน าต างเพ อสามารถเล อกภาพจากแฟ มท ต องการ เม อเล อกไฟล ท ต องการ แล วร ปภาพท ต องการจะปรากฏบนเอกสาร เพ อทำาการเคล อนย ายหร อจ ด ตำาแหน งต อไป 2. ClipArt (ภาพต ดปะ) เล อกแทรกภาพต ดปะลงในเอกสาร ภาพต ดปะเป น ภาพประกอบเน อหาสำาเร จท ม การจ ดทำาไว แล ว เม อกดป มจะทำาการเป ด กระดานภาพต ดปะ สามารถเป ด Clip Orgainzer ได เพ อด งภาพต ดปะท ม อย ในเคร องคอมพ วเตอร หร อ ด งภาพมาจากอ นเตอร เน ตได a. Search for (ค นหา) ใช ใส คำาใบ ในการค นหา b. Search in (ค นหาใน) เล อก collection ท ต องการ c. Result should be (ผลล พธ ควรเป น) เล อกชน ดไฟล d. Clip Gallery (แกลเลอร ภาพต ดปะ) แสดงคล ปต างๆ e. Organize clips (จ ดระเบ ยบภาพต ดปะ) เพ อเป ด Microsoft Clip Organizer ซ งใช จ ดการคล ปต างๆ f. Clip art on office Online (ภาพต ดปะบน Office Online) ค นหาคล ปจากอ นเตอร เน ต g. Tips for finding clips (เคล ดล บในการหาคล ป) 90

91 โปรแกรมประมวลผลคำ การปร บขนาดของว ตถ ต างๆ เม อม การแทรกว ตถ แล วบางคร งอาจจำาเป นต องปร บขนาดของว ตถ ให เหมาะสมก บพ นท ผ ใช สามารถ ทำาได โดยการเล อนเคอร เซอร ไปบนว ตถ ตรงตำาแหน งม มหร อก งกลางด านท ม เคร องหมายจ ดวงกลม หร อส เหล ยม เคอร เซอร น นจะเปล ยนเป นร ป หร อ แล วให คล ก-ลากเพ อทำาการปร บขนาด ตามต องการ การปร บขนาดของร ปภาพ 1. การปร บขนาดของร ปภาพท ม มของภาพ จะเป นการย อขยายขนาดของภาพโดยท ส ดส วน ของภาพไม เปล ยนแปลง 2. การปร บขนาดท จ ดก งกลางของด านของร ปภาพ จะสามารถบ ดเบ อนส ดส วนของภาพได โดยย ดหร อหดความยาวแนวน นเข าหร อออกไป 3. การปร บขนาดท จ ดก งกลางของด านของร ปภาพพร อกดแป น Ctrl จะทำาให การขยายด าน แนวน นเข าหร อออกจากแนว จ ดศ นย กลางของว ตถ ออกไปเท าๆ ก น และจำาทำาให ส ดส วน ของภาพถ กบ ดเบ อนได หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร ลากจากม มส ดส วนคงท ลากจากด านส ดส วนบ ดเบ อน ลากจากด าน+ Ctrl ส ดส วน บ ดเบ อน แต ขยายออกจากจ ด ศก.เท าๆ ก น 91

92 โปรแกรมประมวลผลคำ การปร บขนาดของร ปวาด 1. การปร บขนาดของร ปวาดท ม มหร อด านของร ป สามารถทำาได อย างอ สระ แต สามารถทำาให ส ดส วนบ ดเบ อนได 2. การปร บขนาดของร ปวาดพร อมกดแป น Ctrl สามารถปร บขนาดของร ปวาด ย อ-ขยาย แต ย งคงส ดส วนของร ปเด มไว ได ลากจากม มส ดส วนอ สระ ลากจากม ม+ Ctrl ส ดส วนคงท ลากจากด านขยายออกในแนวน นๆ 92

93 โปรแกรมประมวลผลคำ ชน ดแฟ มนามสก ลท สามารถใช ได ใน Clip Organizer Microsoft Windows Metafile Windows Bitmap Computer Graphics Metafile Graphics Interchange Format.emf,.wmf.bmp,.dib,.rle.cgm.gif Joint Photographic Experts Group.jpg Portable Network Graphics Macintosh PICT Tagged Image File Format Vector Markup Language Microsoft Windows Media.png.pct.tif.vml.avi,.asf,.asx,.rmi,.wma,.wax,.wav หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร 3. Shapes (ร ปร าง) เล อกเพ อแทรกร ปวาด ร ปทรงต างๆ ลงในเอกสาร โดย โปรแกรมจะเป ดไลบราล ให เล อกจากรายการ (ด ร ปหน าถ ดไป) a. Recently Used Shapes (ร ปร างท ใช ล าส ด) แสดงรายการร ปร างท เพ งใช ไปไม นานมาน หร อท เพ งใช ล าส ด b. Lines (เส น) แสดงรายการเส นแบบต างๆ รวมท งล กศรแบบเส น c. Basic Shapes (ร ปร างพ นฐาน) แสดงรายการร ปร างพ นฐาน เช น สามเหล ยม ส เหล ยม วงกลม หร อกล องข อความ d. Block Arrows (ล กศรแบบบล อค) แสดงรายการล กศรท ม ความหนา 93

94 โปรแกรมประมวลผลคำ e. Flow Charts (แผนผ งลำาด บงาน) แสดง ร ปแบบแผนผ งลำาด บงานแบบต างๆ โดย แผนผ งลำาด บงานม กใช แสดงข นตอนหร อ ลำาด บในการทำางาน f. Callouts (ค าบรรยายภาพ) แสดง รายการกรอบคำาบรรยายภาพ เช น กรอบ คำาพ ด คำาบรรยาย พร อมล กศรในแบบ ต างๆ g. Stars and Banners (ดาวและ แบนเนอร ) แสดงรายการร ปดาวท ม จำานวนแฉกแตกต างก น และแบนเนอร (ป าย) สำาหร บเน นข อความต างๆ h. New Drawing Canvas (สร างพ นท วาดร ป) เล อกเพ อสร างกรอบในเอกสาร เพ อใช สำาหร บแทรกร ปวาดหร อร ปทรง ต างๆ 4. SmartArt (ภาพตกแต งส าเร จ) เล อกเพ อแสดงรายการ SmartArt หร อ ร ปแบบอ ตโนม ต ท ช วยในการแสดงงานต างๆ ท จ ดไว สวยงามอย แล วระด บ หน ง โปรแกรมจะเป ดหน าต างแสดงรายการ a. All (ท งหมด) เล อกเพ อแสดงรายการ SmartArt ท กแบบ b. List (รายการ) เล อกสร างรายการ SmartArt แบบไม ม ลำาด บโดย โปรแกรมจะจ ดให ขนาดของกรอบท งทางต งและแนวนอนขยายใหญ ท ส ดเพ อการแสดงผล c. Process (กระบวนการ) แสดงกระบวนการ ความค บหน า ลำาด บข น ตอนในการทำางาน หร อ Work flow 94

95 โปรแกรมประมวลผลคำ d. Cycle (วงกลม หร อวงจร) ใช ก บวงจรท เว ยนกล บมาส จ ดเร มต นหร อ เป นวงกลม หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร e. Hierachy (ล าด บช น) โดยมากใช แสดงแผนผ งองค กร เพ อแสดง อำานาจในการต ดส นใจ f. Relationship (ความส มพ นธ ) ใช แสดงความส มพ นธ การเปร ยบ เท ยบ ความเช อมโยง ในแบบต างๆ g. Matrix (แมททร กซ ) ใช แสดงข อม ลตารางความส มพ นธ ทาง คณ ตศาสตร หร อแสดงข อม ลความส มพ นธ ของห วข อต งแต 2 เร องข น ไป เช น การวางตำาแหน งของตราส นค า (Brand Positioning) โดยด ภาพล กษณ ด านค ณภาพเม อเท ยบก บราคาเป นต น h. Pyramid (พ ระม ด) ใช แสดงความส มพ นธ ปร มาณตามร ปแบบพ ระม ด หงายหร อคว ำา เช น พ ระม ดของความต องการพ นฐานของมน ษย 5 อย าง ของมาสโลว (Maslow s hierachy of needs) ได แก ความ ต องการทางกายภาพ ความม นคงปลอดภ ย ความร กความเป นท ยอมร บ ความยกย องน บถ อ ความน บถ อในตนเอง เป นต น 95

96 โปรแกรมประมวลผลคำ 5. Chart (แผนภ ม ) เล อกเพ อแสดงรายการต วเล อกการสร างแผนภ ม ร ปแบบ ต างๆ เม อเล อกจะแสดงหน าต างรายการแผนภ ม อ ตโนม ต a. Template (ต นแบบ) เล อกต นแบบจากรายการท ม หร อได จ ดเก บไว ก อนหน าแล ว b. Column (คอล มน ) ใช แสดง ข อม ลท ต องการเปร ยบเท ยบทาง ด านปร มาณต อเวลาเม อเวลาม หน วยหยาบ เช น เด อน หร อ ป สามารถเล อกชน ดท แสดงแสดง ข อม ลแบบสะสมเพ อเปร ยบเท ยบได c. Line (เส น) แผนภ ม แบบเส นม ก ใช เพ อแสดงค าของห วข อชน ด ต างๆ เม อเวลาเปล ยนไป โดยแกน x แสดงเวลา ส วนแกน y แสดง ปร มาณ ม กน ยมใช มากกว าแบบ คอล มน เฉพาะเม อเวลาม หน วยละเอ ยด เช น ว น ช วโมง นาท 96

97 โปรแกรมประมวลผลคำ d. Pie (วงกลม) ม กใช แสดงส ดส วนร อยละของท งหมด หร อส ดส วนต อท งหมด เพ อแสดงส วนแบ งทางการ ตลาด เป นต น คล ายก บการแบ งเค กหร อพาย (Pie) น นเอง e. Bar (แท ง) คล ายก บแบบคอล มน แต สล บแกนก น ใช แสดงเปร ยบเท ยบก นระหว างช ดข อม ลหลายๆ ช ด ในช วงเวลาต างก น เป นต น f. Area (พ นท ) ใช คล ายก บแผนภ ม แบบเส น จะใช ได ด ในกรณ ท เปร ยบเท ยบกล มต งแต สองกล มท รวม ก นเป นปร มาณของท งหมด เช น แสดงยอดขายต อ ช วโมงท แสดงส นค า 3-4 รายการ สะสมรวมก นแสดง ให เห นยอดขายรวมในแต ละช วโมง เป นต น g. X Y (Scatter) ม กใช แสดงข อม ลทางสถ ต เพ อแสดง แนวโน มของความส มพ นธ ของสองแกนว าแปรผ น ตาม (ย ง x มาก y ย งมาก อาจแทนด วยส ตร x=ay) หร อแปรผ นผกผ น (ย ง x มาก y ย งน อย อาจแทน ด วยส ตร x= (a/y) ) h. Stock (ห น) ใช แสดงผลการค าขายห นในตลาดห น โดยแสดงข อม ลของราคา ณ เวลา เป ด-ป ด ตลาดห น ราคาส งส ด-ต ำาส ดของว น เปร ยบเท ยบเป นรายว น หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร i. Surface (พ นผ ว) ม กใช แสดงผลแบบสามม ต เช น ต องการแสดงอ ณภ ม ของพ นท ต างๆ ของประเทศ แบบสามม ต โดยแสดงล กษณะทางภ ม ศาสตร ด วย 3 แกน และแสดงอ ณหภ ม ด วยส ของพ นท บร เวณน น 97

98 โปรแกรมประมวลผลคำ j. Doughnut (แผนภ ม โดน ท) ใช คล ายก บแผนภ ม วงกลม แต แสดงเปร ยบเท ยบส ดส วนของข อม ลแต ละ ชน ดต อเวลาได ด โดยแบ งเป นแหวนหร อโดน ทหลาย วงตามเวลา เช น เด อน หร อ ป ต วอย างเช น ส วน แบ งทางการตลาด 3 บร ษ ท ในช วงเวลา 3 ป ต งแต ป เป นต น k. Bubble (แผนภ ม ฟอง) ม กใช ก บการแสดงข อม ลท ม มากกว าสองแกน โดยแกนท สามแสดงขนาดของ ช ดข อม ล เช น แสดงยอดขายของจำานวนช นของ ส นค าท เปล ยนไป แล วแสดงขนาดของส วนแบ งการ ตลาดด วยฟองสบ l. Radar (แผนภ ม เรดาร ) ม กใช ก บการแสดงข อม ลท ม หลายแกนและแสดงช ดข อม ลหลายช ด โดยแสดงค า ของข อม ลจากความห างจากจ ดศ นย กลาง เช น แสดง ค าของปร มาณน ำาฝนของเด อนต างๆ ในรอบป m. Manage Template (จ ดการแม แบบ) กดเพ อ แสดงแฟ มเอกสารแม แบบใน Windows Explorer n. Set as Default Chart (ต งเป นแผนภ ม เร มต น) เล อกเพ อใช แผนภ ม ท เล อกป จจ บ น เป นค าต วเล อกเม อเร มต นเล อกใช แผนภ ม คร งต อไป 98

99 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Links (การเช อมโยง) 1. Hyperlink (การเช อมโยงหลายม ต ) คล กคล มข อความ ในเอกสารป จจ บ น แล วกดป มน เพ อสร างการเช อมโยง- หลายม ต ไฮเปอร ล งค หร อ ล งค ค อจ ดเช อมโยงจาก เอกสารหน งไปย งเอกสารอ นหร อหน าเว ปเพจหร ออ เมล ในอ นเตอร เน ตได เช น เอกสารเผยแพร อ เล คทรทอน กส ต างๆ สร างการเช อมโยงหลายม ต ไว เพ อให ผ อ านสามารถ เข าถ งเว ปเพจได โดยง าย เม อกดป มแล ว จะเป ดหน าต าง เพ อสร างการเช อมโยงหลายม ต Insert Hyperlink หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร a. Link to (เช อมโยงไปย ง) ม ต วเล อกสามอย าง (ด ห วข อย อย) b. Text to display (ข อความท ใช แสดง) หากเล อกข อความไว แล วจะปรากฏในช อง น หากย งไม เล อก ให พ มพ ลงในช องน เพ อแทรกการเช อมโยงพร อมข อความน ตรง ตำาแหน งเคอร เซอร c. Screen Tip (ค าแนะน าบนหน าจอ) ค อข อความท แสดงข นเม อเคอร ช ท การเช อมโยง 99

100 โปรแกรมประมวลผลคำ d. Existing File or Web Page (ไฟล ท ม อย แล วหร อเว ปเพจ) e. Place in This Document (ต าแหน งในเอกสารป จจ บ น) f. Creat New Document (เอกสารใหม ) สร างเอกสารใหม เพ อเช อมโยงไปถ ง g. Address (ท อย อ เมล ) 2. Bookmark (ท ค นหน า) ท ค นหน าค อตำาแหน งบนเอกสาร (ท มองไม เห น) สามารถกำาหนด เป นจ ดเช อมโยงก บล งค (การเช อมโยง) ภายในหร อภายนอก เอกสารได ทำาได โดยการแทรกเคอร เซอร ตรงตำาแหน งท ต องการ แทรกท ค นหน าแล วกดป ม Bookmark แล วโปรแกรมจะทำาการเป ด หน าต าง Bookmark a. Bookmark name (ช อท ค น หน า) ต งช อท ค นหน าให สามารถ จดจำาได b. รายการท ค นหน า แสดงรายการ ท ค นหน าท ได สร างไว แล ว c. Add (เพ ม) เม อพ มพ ช อท ค น หน าแล ว กดป ม Add เพ อเพ ม ท ค นหน าในรายการ d. Delete (ลบ) หากต องการลบท ค นใด ให เล อกจากรายการแล วกด ป มน e. Go To (ไปย ง) เล อกท ค นหน าจากรายการแล วกดป มน เพ อไปย งท ค นหน าในเอกสาร f. Sort by (จ ดเร ยงโดย) เร ยงท ค นหน าในรายการ ได สองแบบค อ Name (ช อ) หร อ Location (สถานท หร อตำาแหน งของท ค นหน า) g. Hidden bookmarks (ซ อนท ค นหน า) เล อกเพ อไม แสดงท ค นหน าในเอกสาร 100

101 โปรแกรมประมวลผลคำ 3. Cross-reference (การอ างอ งโยง) Cross Reference ค อการอ างอ งเช อมโยงไปย งตำาแหน งของ เอกสาร โดยโปรแกรมจะเช อมโยงไปย งส วนต างๆ ของเอกสา รน นๆ เช น ตาราง หร อ คำาบรรยายใต ภาพ เม อม การเปล ยนแปลง ส วนน นๆ เช นแก ไขต วสะกดของคำาบรรยายใต ภาพ โปรแกรมก จะปร บปร งให อ ตโนม ต เม อผ ใช กำาล งเข ยนถ งส วนน นๆ ให กดป ม Cross-reference โปรแกรมจะเป ดหน าต าง หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร a. Reference type (ชน ดของการอ างอ ง) กล องแบบหล นลงเล อกชน ดการอ างอ ง เล อกชน ดการอ างอ งจากกล องแบบหล น * Numbered item (รายการล าด บเลข) * Heading (ห วเร อง) * Bookmark (ท ค นหน า) * Footnote (เช งอรรถ) คำาอธ บายใน หน าน น จะม การแทรกหมายเลขตรง ตำาแหน งเคอร เซฮร และให ผ ใช เต ม เช งอรรถได ท นท 101

102 โปรแกรมประมวลผลคำ * Endnote (อ างอ งท ายเร อง) ค อการอ างอ งท มาของข อความท ายเร อง โดย จะแทรกเลขตรงตำาแหน งเคอร เซอร แล วให ผ ใช เต มข อความท ายเร อง * Equation (สมการ) * Figure (ร ปภาพประกอบ) * Table (ตาราง) b. Insert reference to (แทรกการอ างอ งท ) เล อกส งท ต องการอ างถ ง เช นถ าเล อก Referene type เป น Heading ก จะสามารถเล อกท จะใส Heading text (ข อความท เป นห วเร อง) หร อ Page Number (เลขหน า) หร อ Heading Number (เลขห วเร อง ในกรณ ท ต งค า Heading เป นแบบ numbering) เป นต น Insert as hyperlink (แทรกการเช อมโยง) เล อกเพ อแทรกการเช อมโยงหลาย ม ต (hyperlink) ตรงตำาแหน งเคอร เซอร ป จจ บ น หากไม เล อกโปรแกรมจะแทรก แต ส วนท ต องการอ างอ งโยงเท าน น แต จะไม ทำาเป น hyperlink Separate numbers with (แบ งต วเลขด วย) ใช ในกรณ แทรกรายการลำาด บเลข เม อเล อก Reference type เป น Numbered item และ Insert reference to เป น Paragraph number (full context) ใช ได ต งแต level 2 เป นต น ไป ทำาให สามารถอ างอ งได ช ดเจน เช น ห วข อหล กค อ 1. พ ช ห วข อย อยค อ a. พ ช ใบเล ยงเด ยว เวลาอ างอ งสามารถแทรกต วอ กษรหร อส ญล กษณ เช นต องการแทรก เคร องหมาย - ระหว างลำาด บเลข 1. ก บ ห วข อย อย a ด งน นเม อแทรกจะ ได 1.-a c. For which [Reference type] (ส าหร บรายการชน ด...) เล อกส วนท ต องการจาก รายการด านล าง แล วกดป ม Insert โปรแกรมจะแทรกส วนท ต องการลงตรงตำาแหน ง เคอร เซอร 102

103 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Header & Footer (ห วกระดาษ & ท ายกระดาษ) โปรแกรมม คำาส งสำาหร บจ ดการห วกระดาษท ายกระดาษ เพ อให สะดวกต อการแก ไขในท กหน าของเอกสารอย าง อ ตโนม ต 1. ป ม Header (ห วกระดาษ) ค อป ม ปร บข อม ลเอกสารในส วนห วหร อส วน บนของเอกสาร เม อกดเล อกแล ว จะปราฏเมน ให เล อก a. Header Gallery (แกลเลอ- ร ห วกระดาษ) โปรแกรมม รายการห วการะดาษให เล อก ตามต องการ b. Edit Header (แก ไขห ว กระดาษ) เล อกเพ อเข าส โหมดแก ไขห วกระดาษ c. Remove Header (เอาห ว กระดาษออก) เล อกเพ อล างห วกระดาษป จจ บ นออกให ว างเปล า d. Save Selection to Header Gallery (บ นท กส วนท เล อกลงในแกลเลอร ห วกระดาษ) เล อกโดยการคล กลากส วนท ต องการ หร อคล กเล อกห วบรรท ดท กบรรท ดบนห วกระดาษ เพ อสร างส วนท เล อกเป นแม แบบใน Gallery หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร 2. ป ม Footer (ท ายกระดาษ) เล อกเพ อปร บส วนท ายของกระดาษ โดย โปรแกรมจะเป ดเมน ให เล อกต อไป a. Footer Gallery (แกลเลอร ท ายกระดาษ) เล อกแม แบบท ายกระดาษ ท ต องการเพ อแทรกลงในท ายกระดาษ 103

104 โปรแกรมประมวลผลคำ b. Edit Footer (แก ไขท าย กระดาษ) เล อกเพ อแก ไขส วน ท ายของหน ากระดาษ c. Remove Footer (เอาท าย กระดาษออก) เล อกเพ อล าง ท ายกระดาษป จจ บ นออก d. Save Selection to Footer Gallery (บ นท กส วนท เล อก ลงในแกลเลอร ท ายกระดาษ) การทำางานเหม อนก บส วนของ ห วกระดาษ 3. Page Number (หมายเลขหน า) เล อกเพ อแสดงเมน การแทรกหมายเลข หน าลงบนส วนต างๆ ของหน ากระดาษ สามารถเล อกการจ ดร ปแบบให ใส หมายเลขหน าลงบนส วนต างๆ ของ หน ากระดาษ และสามารถปร บปร ง และจ ดเก บไว ใช ต อไปได a. Top of Page (ด านบนของ หน า) แสดงแกลเลอร หมายเลข หน าท ส วนบนของหน า b. Bottom of Page (ด านล าง ของหน า) แสดงแกลเลอร หมายเลขหน าท ส วนท ายของหน า c. Page Margins (ระยะขอบกระดาษ) แสดงแกลเลอร หมายเลขหน าท ส วนท ายของหน า d. Current Position (ต าแหน งป จจ บ น) แทรกหมายเลขหน าแบบต างๆ ตรงตำาแหน งเคอร เซอร ป จจ บ น (เฉพาะในห วกระดาษและท ายกระดาษ) 104

105 โปรแกรมประมวลผลคำ e. Format Page Numbers (จ ดร ปแบบหมายเลขหน า) เป ดหน าต าง Page Number Format เพ อจ ดการร ปแบบหมายเลขหน า 1. Number format (ร ปแบบต วเลข) 2. Include chapter number (รวมหมายเลขของ บท) ใช ในกรณ ท เล อก Multilevel List ท ม การใช Chapter Heading จากเมน ในแท บ Home Chapter starts with style (เร มบทด วยล กษณะ) เล อก style ท ม อย Use separator (ใช ต วค น) เล อกต วข นระหว างหมายเลขของบทและหมายเลขหน า Examples (ต วอย าง) แสดงต วอย างของหมายเลขหน าท สร าง 3. Page numbering (การใส หมายเลขหน า) Continue from previous section (ต อเน องจากส วนก อนหน า) กำาหนด ให สร างหมายเลขหน าต อเน องจากส วนหร อ section ก อนหน าน Start at (เร มท ) กำาหนดเลขหน าให เร มตามท กำาหนด หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร f. Remove Page Numbers (เอาหมายเลขหน าออก) เล อกเพ อเอาการแทรกหมายเลขหน าท ม อย ท งหมดออกจาก เอกสาร 105

106 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Text (ข อความ) ม ต วเล อกการแทรกข อความหลากหลายร ปแบบ 1. Text Box (กล องข อความ) 2. Quick Parts (ส วนประกอบด วน) 3. WordArt (อ กษรศ ลป ) 4. Drop Cap (ต วอ กษรข นต นขนาดใหญ ) 5. Signature Line (บรรท ดลายเซ น) 6. Date & Time (ว นท และเวลา) 7. Object (ว ตถ ) Text Box (กล องข อความ) เล อกเพ อแทรกกล องข อความลงในหน าป จจ บ น โปรแกรมจะเป ด Text Box แกลเลอร เพ อให ผ ใช เล อกกล องข อความหลากหลาย ร ปแบบ หร อสามารถกำาหนดเองได อ กด วย a. Text Box Gallery (แกลเลอร กล อง ข อความ) เล อกแม แบบกล องข อความท ต องการเพ องแทรกลงในหน าป จจ บ น b. Draw Text Box (วาดกล องข อความ) เม อเล อกแล ว เคอร เซอร จะเปล ยนเป นร ป ล กษณะเคร องหมายบวก ผ ใช สามารถ วาดกล องข อความลงบนหน าตาม ต องการ c. Save Selection in Text Box Gallery (บ นท กส วนท เล อกลงใน แกลเลอร กล องข อความ) ใช เมาส เล อกกล องข อความท ต องการแล ว เล อกข อน เพ อบ นท กเป นแม แบบกล องข อความเพ มลงในแกลเลอร กล อง ข อความ

107 โปรแกรมประมวลผลคำ 2. Quick Parts (ส วนประกอบด วน) เล อกเพ อแทรกส วนประกอบท เป นข อม ลของ เอกสารเช น ช อไฟล ช อเร อง ช อล อคอ น (Log-in) ว นท ปร บปร ง เป นต น โปรแกรม จะเป ดเมน ด งร ปด านล าง a. Document Property (ค ณสมบ ต เอกสาร) เล อกเพ อแทรกค ณสมบ ต ต างๆ ของเอกสาร โปรแกรมจะแสดงเมน ให เล อก มากมาย b. Field (เขตข อม ล) เล อกเพ อแทรกเขต ข อม ลต างๆ ของเอกสาร เช น เลขหน า โปร- แกรมจะเป ดหน าต าง Field หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร 1. Catagories (ประเภท) เล อกประเภทของเขตข อม ลท ต องการ โปรแกรมจะแสดงรายการเขตข อม ลท ม อย ในแต ละประเภท 2. Field Names (ช อเขตข อม ล) เล อกช อเขตข อม ล โปรแกรมจะแสดง ค ณสมบ ต และต วเล อกเขตข อม ลด านข างเพ อรอการต งค าท ต องการ 3. Discription (ค าอธ บาย) อธ บายข อม ล field ท เล อก 107

108 โปรแกรมประมวลผลคำ c. Building Blocks Organizer (ต วจ ดระเบ ยบแบบเอกสารส าเร จร ป) Building Block ค อแบบหร อบล อคหร อ ส วนประกอบ ว ตถ ต างๆ ท สามารถนำา มาใช ได ท นท ผ ใช สามารถสร างส วนต างๆ แล วเล อกเพ อสร างไว ใช ในโอกาสต อไป Building Block Organizer ใช สำาหร บ จ ดการ แก ไขรายละเอ ยดของ Building Block ต างๆ โดย 1. Edit Properties (แก ไขค ณสมบ ต ) เล อกเพ อเป ดหน าต าง Modify Building Block a. Name (ช อ) ต งช อ Building Block b. Gallery (แกลเลอร ) เล อกแกล- เลอร ท ต องการนำาไปลงไว c. Category (ประเภท) เล อก ประเภทของ Building Block d. Description (ค าอธ บาย) ใส คำา อธ บายของ Building Block ท สร างน e. Save in (บ นท กใน) เล อกไฟล แม แบบท ต องการบ นท ก Building Block ไว f. Options (ต วเล อกส าหร บการ แทรกแบบต างๆ) 2. Delete (ลบ) เล อก Building Block แล วกด Delete เพ อลบออกจากรายการ 3. Insert (แทรก) เล อก Building Block ท ต องการแล ว กด Insert เพ อแทรก 108

109 โปรแกรมประมวลผลคำ d. Get More on Office Online (ร บข อม ลเพ มเต มบน Office Online) เล อก building block สำาเร จร ปอ นๆ จาก Office Online e. Save Selection to Quick Part Gallery (บ นท กส วนท เล อกลงใน แกลเลอร ส วนประกอบด วน) เล อกส วนท ต องการเพ อเพ มในแกลเลอร 7. WordArts (อ กษรศ ลป ) WordArts เป นการตกแต งข อความ เหมาะก บการใช ก บ ห วเร อง เพ อเน นให เก ดความโดดเด น น าสนใจ แต ไม เหมาะก บงานท เป นทางการ เม อเล อกแล วโปรแกรมจะเป ด WordArts แกลเลอร ให เล อกร ปแบบท ต องการ แล วโปรแกรมจะเป ดหน าต าง Edit WordArt Text หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร a. Font (ร ปแบบอ กษร) เล อกช ดแบบอ กษร ขนาด ต วหนา ต วเอ ยง ให ก บ ข อความ b. Text (ข อความ) พ มพ ข อความท ต องการลงในช องว าง เม อกดป ม OK โปรแกรมจะแทรก WordArt ลงตรงตำาแหน งเคอร เซอร พร อม ก บเป ดแท บ Format เพ อให สามารถปร บแต ง WordArt ต อไป 109

110 โปรแกรมประมวลผลคำ แทรก WordArt และ เป ดแท บ Format อ ตโนม ต 8. Drop Cap (ต วอ กษรข นต นขนาดใหญ ) Drop Cap ค อล กษณะการข นย อหน า ด วยต วอ กษรข นต นขนาดใหญ (และโดยเฉพาะเป นต วพ มพ ใหญ ในข อความภาษา อ งกฤษ) เพ อเพ มความสวยงามและความน าสนใจ เม อเล อกโปรแกรมจะเป ด เมน Drop Cap ให เล อก a. เมน Drop Cap None (ไม ใส ) Dropped (ท าต วข นต นขนาดใหญ ) In margin (อย ในก นหน า) b. Drop Cap Options (ต วเล อก) Position (None/Dropped/In margin) Options (ต วเล อก) เล อก Font (ร ปแบบช ด อ กษร) เล อก Line to drop (จำานวนบรรท ด ท จะเท าก บความส งของต วอ กษร) และเล อก Distance from text (ระยะห างจากข อความ) 110

111 โปรแกรมประมวลผลคำ ต วอย างบรรท ดลายเซ น ต วอย าง การใช Drop Cap (ต วข นต นขนาดใหญ ) 9. Signature Line (บรรท ดลายเซ น) เป นการแทรกบรรท ดลายเซ น อย างรวดเร ว โดยเม อกดคร งแรกโปรแกรมจะถามถ งการเล อกใช Digital Signature (ลายเซ นด จ ตอล) ซ งเป นบร การจากผ ค าใน Microsoft Office Marketplace โดยจะให บร การร บรองลายเซ น ด จ ตอล ประหน งเหม อนว าม การเซ นจร ง สามารถตรวจสอบลายเซ น ด จ ตอลว าเป นของแท หร อไม ได ด วย หากไม ต องการให กด ป ม OK เพ อ กำาหนดล กษณะของบรรท ดลายเซ นต อไป โปรแกรมจะเป ดหน าต างข น หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร a. Suggested signer (ผ เซ นช อท แนะน า) ให ใส ช อของผ ท จะลงนาม b. Suggested signer s title (ต าแหน งของผ เซ นช อท แนะน า) ใส ตำาแหน งของผ ลงนาม c. Suggested signer s address (ท อย อ เมล ของผ เซ นช อท แนะน า) ใส ท อย อ เมล ของผ ลงนาม 111

112 โปรแกรมประมวลผลคำ d. Instructions to the signer (ค าแนะน าส าหร บผ เซ นช อ) ใส คำาแนะนำา เพ ออธ บายความให ผ ลงนามทราบก อนเซ น ใช ได เฉพาะก บลายเซ นด จ ตอล เท าน น e. Allow the signer to add comments to the sign dialog (ให ผ เซ น ช อเพ มข อค ดเห นลงในกล องโต ตอบ การเซ นช อ ) หากต องการให ผ ลง นามสามารถแทรกข อค ดเห นได ให เล อกกาช องน f. Show sign date in signature line (แสดงว นท เซ นช อในบรรท ดลายเซ น) และหากต องการให แสดงว นท ลงนามด จ ตอลให เล อกกาช องน 10. Date & Time (ว นท และเวลา) กดป มเพ อท าการแทรกว นท และ เวลา โดยโปรแกรมจะให เล อกร ปแบบว นท และเวลาด งร ป a. Available formats (ร ปแบบท ม อย ) แสดงร ปแบบการจ ดว นท และเวลาท จะแทรก b. Language (ภาษา) เล อกภาษาท ใช โดยจะแสดงร ปแบบท ใช ในภาษาน นๆ ใน เมน ร ปแบบท ม อย ด านซ ายม อ เพราะ ในแต ละภาษาจะใช ร ปแบบต างก น เช น ภาษาไทยใช ว น/เด อน/ป แต ในระบบ สหร ฐอเมร กาจะใช เด อน/ว น/ป เป นต น จ งให เล อกภาษาก อนแล วจ งเล อก ร ปแบบท ต องการทางด านซ ายม อ c. Update automatically (ปร บปร งอ ตโนม ต ) เล อกเพ อปร บปร งว นท ท แทรกอ ตโนม ต เม อเป ดไฟล หร อเล อกเขตข อม ลว นท และเวลาแล วกดป ม F9 จะทำาให โปรแกรมปร บปร งให เป นว นท และเวลาป จจ บ นอ ตโนม ต d. Default (ค าเร มต น) เล อกเพ อต งค าว นท และเวลาป จจ บ นท จะแทรกให ตรงก บคอมพ วเตอร ท ใช อย 112

113 โปรแกรมประมวลผลคำ 11. Object (ว ตถ ) เล อกเพ อแทรกว ตถ โดยว ตถ ท จะแทรกน สามารถ เล อกท จะสร างใหม หร อสร างจากไฟล ได a. Create New (สร างใหม ) เล อกชน ดไฟล ท ต องการสร างใหม เป นว ตถ หากต องการแสดง เป นไอคอนในเอกสารให เล อก Display as Icon (แสดงเป นไอคอน) กด OK เพ อเป ดโปรแกรมท สามารถจ ดการชน ดไฟล ท ต องการได แล วสร าง ว ตถ ท ต องการ b. Create from File (สร างจากแฟ ม) เล อก สร างว ตถ จากไฟล ท ม อย แล ว เล อกไฟล ท ต องการ แล ว เล อก Link to file (เช อมโยงจากแฟ ม) หาก ต องการให ม การ update หร อปร บปร งข อม ล โดยเร ยกจากไฟล ใหม ท กคร งท เป ดไฟล และเล อก Display as Icon หากต องการแสดงเป นไอคอน หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร เมน Symbols (ส ญล กษณ ) เมน Symbols ม ไว สำาหร บแทรกส ญล กษณ ต างๆ ท นอกเหน อจากท ปรากฏอย บนค ย บอร ด โดยแบ งออกเป นสองกล มใหญ ๆ ค อ Equation (สมการ) และ Symbol (ส ญล กษณ ท วไป) 1. ป ม Equation (สมการ) โปรแกรม Word 2007 ถ กออกแบบให สามารถสร างสมการได อย างสวยงาม ซ งโดยปรกต แล วการสร าง สมการให สวยงามเป นเร องยาก เม อกดป ม Equation แล วจะแสดง Equation Gallery ซ งผ ใช สามารถเร ยกใช แบบสมการท ม อย แล วมา แทรกลงได 113

114 โปรแกรมประมวลผลคำ a. Equation Gallery (แกลเลอร สมการ) เล อกสมการพ นฐานจาก แกลเลอร เพ อแทรกลงในเอกสาร b. Insert New Equation (แทรก สมการใหม ) เล อกเพ อแทรกส ญ- ล กษณ ต างๆ ลงในสมการใหม ใน เอกสาร โปรแกรมจะเป ด แท บ Design ข นมาเพ อเป นต วช วยใน การสร างสมการให สวยงาม เล อก ส ญล กษณ ท ต องการจากป มต างๆ c. Save Selection to Equation Gallery (บ นท กส วนท เล อกลงใน แกลเลอร สมการ) เล อกสมการท ต องการโดยกดท แท บเล อกว ตถ แล วกด เล อกการใช งานน จากป ม Equation แท บเล อกว ตถ 2. ป ม Symbol (ส ญล กษณ ) เล อกเพ อเป ดแกลเลอร ข นมา โปรแกรมจะให เล อกส ญล กษณ ท ต องการ หร อเล อกเพ มเต มนอกเหน อจากท แสดงในแกล- เลอร ส ญล กษณ โดยเล อก More Symbolds 114

115 โปรแกรมประมวลผลคำ การตกแต งเอกสารด วยแท บ Page Layout เมน Themes (ช ดร ปแบบ) Themes หร อช ดร ปแบบ ค อแนวการตกแต งร ปแบบเอกสารให สวยงาม โดยม การกำาหนดร ปแบบอ กขระ ส อ กษร ส พ น และ Effect ต างๆ ตลอดท งเอกสาร โดยเมน Themes ม ป มต างๆ ด งน หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร 1. ป ม Themes (ช ดร ปแบบ) เม อเล อกแล ว โปรแกรมจะเป ด เมน Theme ให เล อก a. Theme Gallery (แกลเลอร ช ดร ปแบบ) ม ช ดร ปแบบให เล อกในร ปแบบต างๆ เม อเล อก โปรแกรมจะประย กต ช ดร ปแบบให ก บเอกสาร b. Reset to Theme from Template (ต ง ค าใหม ให เป นช ดร ปแบบจากแม แบบ) เล อก เพ อย อนกล บไปใช ค าต งต นของช ดร ปแบบท ใช อย ใช ในกรณ ท เก ดม การเปล ยนแปลงไปจากเด มมากแล ว ต องการย อนกล บมาใช ค าของช ดร ปแบบด งเด ม c. More Themes on Microsoft Office Online (ช ดร ปแบบเพ มเต ม) เล อก เพ อใช ช ดร ปแบบท ม อย บนเว ปไซต Microsoft Office Online 115

116 โปรแกรมประมวลผลคำ d. Browse for Themes (เร ยกด ช ดร ปแบบ) เล อกเพ อเล อกด ช ดร ปแบบท ม อย ท งหมด (รวมท นอกเหน อไปจากแกลเลอร ช ดร ปแบบ) e. Save Current Theme (บ นท กช ดร ปแบบป จจ บ น) เล อกเพ อจ ดเก บ การปร บเปล ยนจนถ งป จจ บ นเป นช ดร ปแบบใหม เพ อเก บไว ใช ในโอกาสต อไป 2. ป ม Colors (ส ช ดร ปแบบ) เล อกส ช ดร ป แบบท ม อย แล วภายใน โดยจะม ส กำาหนด ให ก บ ส อ กษรของห วเร อง ห วข อ พ น หล ง เส นต างๆ ไว อย แล ว โดยโปรแกรม จะเปล ยนการต งค าของส ให ก บส วนต างๆ ของเอกสารให อ ตโนม ต a. Theme Color Gallery (แกลเลอร ส ช ดร ปแบบ) เล อกส ช ดร ปแบบจากแกล เลอร ท ม อย แล ว b. Create New Theme Colors (สร างส ของช ดร ปแบบใหม ) เล อกแล วโปรแกรม จะเป ดหน าต างเพ อต งค าส ต างๆ ให ก บ ส วนต างๆ ของเอกสารด งต วอย างด าน ข าง (เหม อน Change Style ในบทท 2) Text/Background - Dark 1 เป นการเปล ยนส ข อความส เข ม เพ อ ใช ก บพ นหล งส อ อน Text/Background - Light 1 เป นการเปล ยนส ข อความส อ อน เพ อ ใช ก บพ นหล งส เข ม 116

117 โปรแกรมประมวลผลคำ Text/Background - Dark 2 เป นการเปล ยนส พ นหล งส เข ม เพ อใช ก บข อความส อ อน Text/Background - Liglht 2 เป นการเปล ยนส พ นหล งส อ อน เพ อ ใช ก บข อความส เข ม Accent เป นการต งโทนส ให ก บส วนอ นๆ ของเอกสาร เช น แผนภ ม Hyperlink เป นการต งค าส ให ก บจ ดเช อมโยงท ย งไม ได ถ กคล ก Followed Hyperlink เป นการต งค าส ให ก บจ ดเช อมโยงท ถ กคล กแล ว 3. ป ม Fonts (ช ดแบบอ กษร) เล อกช ดร ปแบบอ กษรท จะใช ก บช ดร ปแบบป จจ บ น โดยการกำาหนด Heading Font และ Body Font ให ก บ Latin และ Complex Script a. Theme Font Gallery (แกลเลอร ช ดแบบอ กษร) เล อกช ดแบบอ กษรท ม อย ภายในแล ว โดยโปรแกรม จะม ช ดแบบอ กษร ของห วเร องและเน อเร องเป น ช ดๆ ให เล อก หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร b. Create New Theme Fonts (สร างช ดแบบ อ กษรของช ดร ปแบบใหม ) โปรแกรมจะเป ด หน าต าง Create New Theme Fonts เพ อ ให ต งค า Font ให ก บ Heading และ Body ให ก บ ข อความแบบ Latin และ Complex Script เม อสร างแล วให ต งช อเพ อเพ มช ดร ปแบบลง ในแกลเลอร 117

118 โปรแกรมประมวลผลคำ 4. ป ม Effects (ล กษณะพ เศษ) ใช สำาหร บต งค าล กษณะพ เศษ (Effects) ให ก บ SmartArts ท งเอกสาร ทำาให สะดวกต อการปร บเปล ยนร ปแบบเอกสาร (โดย ค าล กษณะพ เศษน จะไม ม ผลก บ Shapes และ WordArts) ซ งผ ใช จำาเป นจะต อง เล อกร ปแบบจากเมน SmartArt Style ท ม Effects ก อนท จะเล อกเปล ยนเป น Effect ต างๆ (ไม ใช แบบ Simple Fill หร อ เต มแบบง าย เพราะไม ม ล กษณะพ เศษ ให เปล ยนเลย) โดยม ข นตอนด งน a. ให เล อกสร าง SmartArt ก อน จะปรากฏ SmartArt ท ต องการ b. เล อกแท บ Design แล วเล อกร ปแบบจากเมน SmartArt Style ท ร ปแบบม Effect (ไม ใช Simple Fill) เช น ม แสงเงา ม น น ม โปรงใส ไล โทน c. แล วจ งเล อกล กษณะพ เศษท ต องการโดยกดป ม Effects จากแท บ Page Layout โปรแกรมจะปร บเปล ยนล กษณะพ เศษให ตามต องการ 118

119 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Page Setup (ต งค าหน ากระดาษ) เมน ต งค าหน ากระดาษม ไว สำาหร บจ ดการเก ยวก บขนาดกระดาษ ส กระดาษ ระยะก นหน าก นหล ง การ กำาหนดจำานวนคอล มน และค าอ นๆ สำาหร บหน ากระดาษท กำาล งทำางานอย 1. ป ม Margins (ระยะขอบ) ใช สำาหร บต งระยะขอบหร อระยะก นหน าและก นหล งของ เอกสารน นเอง เม อกดแล วจะเป ดแกลเลอร Margin ข นมาเพ อให เล อกแบบท ต องการ a. Normal (ปรกต ) ค อการต งค าระยะขอบ แบบปรกต ค อ ม ระยะท งส ด าน 1 น ว เท า ก นหมดท กด าน b. Narrow (แคบ) ค อการต งค าระยะขอบ แบบแคบ ค อ ม ระยะเว นจากขอบท งส ด าน แคบกว าปรกต ค อ คร งน ว ทำาให ม เน อท ใน การใส เน อหาได มากกว าปรกต c. Moderate (ปานกลาง) ค อการต งค า ระยะขอบแบบปานกลาง ค อ ม ระยะเว น จากขอบบนและขอบล างปรกต แต ม ระยะ ก นหน าและหล ง น อยกว าปรกต ค อ 0.75 น ว d. Wide (กว าง) ค อการต งค าระยะขอบแบบกว าง ค อ ม ระยะเว นจากขอบบน และขอบล างปรกต แต ม ระยะก นหน าและหล ง มากกว าปรกต ค อ 2 น ว e. Mirrored (หน าค ) ค อการต งค าระยะขอบส าหร บหน าค โดยกำาหนดระยะ ภายใน/ภายนอก (Inside/Outside) แทนระยะ ซ าย/ขวา (Left/Right) โดย ระยะภายใน (Inside) หมายถ งระยะขอบท ห างจากด านท ใช เย บส นหน งส อหร อ เอกสาร ส วนระยะภายนอกหมายถ งระยะขอบท ห างจากด านตรงข ามส นหน งส อ หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร 119

120 โปรแกรมประมวลผลคำ f. Custom Margin (ระยะขอบแบบก าหนดเอง) ค อการก าหนดระยะขอบ เอง โดยเม อเล อกแล วจะเป ดหน าต าง Page Setup แสดงแท บ Margin เพ อ กำาหนดค าของระยะขอบได อ สระ Margins Top/Bottom/Left/Right (ระยะขอบ) กำาหนดระยะขอบบน/ ล าง/ซ าย/ขวา ได ตามท ต องการ Gutter (เย บกระดาษ) กำาหนดช องว างสำาหร บเย บกระดาษ Gutter position (ต าแหน งเย บกระดาษ) กำาหนดด านท เย บกระดาษ เป นด านซ ายหร อด านบน 2. ป ม Orientation (การวางแนว) ใช กำาหนดการวางแนว กระดาษท ใช พ มพ เอกสาร เม อเล อกจะเป ดเมน ให เล อกว าจะ วางแนวนอน (Landscape) หร อแนวต ง (Potrait) 3. ป ม Size (ขนาด) เม อเล อกจะแสดงเมน สำาหร บเล อกขนาด กระดาษท ใช พ มพ เอกสาร โดยจะม ขนาดกระดาษมาตรฐาน ท น ยมใช อย ในป จจ บ นให เล อก เช น ขนาด A4 210x297 cm ซ งเป นขนาดมาตรฐานสากล หร อ ขนาด Letter 8.5x11 น ว ซ งน ยมใช ในประเทศสหร ฐอเมร กา เป นต น 120

121 โปรแกรมประมวลผลคำ 4. ป ม Columns (คอล มน ) ใช สำาหร บเล อกจำานวนคอล มน สำาหร บเอกสารหร อส วนของ เอกสาร(Section) ในป จจ บ น โดยเม อเล อกแล วจะเป ดให เล อกจำานวนคอล มน หร อการ แบ งสองคอล มน แบบเอนไปทางซ ายหร อเอนไปทางขวา หร อเล อก More Columns เพ อเป ดหน าต าง หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร a. Presets (ค าท ต งไว ) ม ค าท ต งไว อ ตโนม ต ให เล อกเหม อนในเมน b. Number of columns (จ านวนคอล มน ) กดล กศรข น-ลงเพ อกำาหนด จำานวนคอล มน ท ต องการ c. Line Between (เส นค นระหว างคอล มน ) เม อม คอล มน ต งแต สองคอล มน ข นไปสามารถกาเคร องหมายถ กเพ อสร างเส นระหว างคอล มน d. Width and spacing (ความกว างและระยะห าง) เม อม คอล มน ต งแต สอง คอล มน ข นไป สามารถท จะกำาหนดระยะความกว างและระยะห างระหว าง ท งสองคอล มน ได e. Equal column width (ความกว างของคอล มน เท าก น) เล อกกา เคร องหมายถ กท ช องน เพ อกำาหนดให ท กคอล มน ม ความกว างเท าก น f. Apply to (น าไปใช ก บ) สามารถเล อกร ปแบบการนำาไปใช ได สามแบบค อ Whole Document (ท งเอกสาร) เป นการบ งค บให ท ก Section ปร บจำานวนคอล มน ให เป นไปตามท กำาหนด 121

122 โปรแกรมประมวลผลคำ This Point forward (จ ดน เป นต นไป) เม อเล อกข อน โปรแกรมจะ ทำาการแทรกต วแบ งส วน (Section Break) ให อ ต โนม ต (ด รายละเอ ยด เพ มเต มในข อ 5 ป ม Breaks ) และทำาการปร บคอล มน สำาหร บส วนน ต งแต จ ดน เป นต นไป รวมไปถ ง Section ท อย หล งจากน ด วย This Section (ส วนน ) เม อเล อกข อน โปรแกรมจะทำาการปร บจำานวน คอล มน ตามท กำาหนดให เฉพาะส วนท เคอร เซอร อย ป จจ บ น (หากไม ม การสร างต วแบ งส วน (Section Break) ก จะไม ม ต วเล อกน ปรากฏ) g. Start new column (เร มคอล มน ใหม ) เม อเล อก Apply to เป น This Point Forward (จ ดน เป นต นไป) สามารถเล อก Start new column ซ ง หมายถ งการแทรก Page Break แบบ Column ได ค อจะไปเร มจำานวน คอล มน ท กำาหนดในหน าต อไป 5. ป ม Breaks (ต วแบ ง) ใช สำาหร บข นหน าใหม หร อข นส วนใหม ของเอกสาร ต วแบ งแต ละ อย างม ประโยชน และถ กออกแบบให ทำางานต างก นเพ อว ตถ ประสงค หลายอย าง ทำาให สะดวกต อการแก ไขปร บปร ง และการต งค าหน ากระดาษท สวยงาม และย ดหย น a. Page Breaks (ต วแบ งหน า) ใช สำาหร บการข นหน าใหม ท นท แทนการเคาะ Enter ไปจนข นบรรท ดใหม ทำาให เม อแก ไขข อความก อนหน าต วแบ งหน าจะไม กระทบ การจ ดหน ากระดาษในหน าถ ดๆ ไป Page (หน า) ใช สำาหร บข นหน าใหม Column (คอล มน ) ใช สำาหร บการต งค าหน า กระดาษท ม สองคอล มน ข นไปเพ อข นคอล มน ใหม Text Wrapping (การต ดข อความ) ใช สำาหร บ เว ปเพจ เพ อแยกข อความออกจากว ตถ เช นร ปภาพ เม อแทรก Text Wrapping Break ข อความท อย ข างว ตถ จะข นบรรท ดใหม ด านล างว ตถ โดย ประหน งว าอย ในย อหน าเด ยวก น 122

123 โปรแกรมประมวลผลคำ b. Section Breaks (ต วแบ งส วน) ใช สำาหร บสร าง Section หร อส วนของเอกสาร เพ อใช ในการแบ ง เอกสารเป นส วนๆ สำาหร บต งค าหน ากระดาษได แตก- ต างก น เช น แบ งคอล มน ข นหน าใหม และย งสามารถ อ างอ ง Section 1, 2, หร อ 3 ในการพ มพ เอกสารได ด วย Next Page (หน าถ ดไป) ใช สำาหร บข นหน าใหม และข น Section ใหม ด วย Continuous (ต อเน อง) ใช สำาหร บข น Section ใหม ท ต อเน องก น เหม อนข นบรรท ดใหม ต อเน อง ก น แต ได ม การแบ งส วนของเอกสารแล ว เช น ใช ก บการเปล ยนจำานวนคอล มน ในหน าเด ยวก น Even Page (หน าค ) ใช สำาหร บข น Section ใหม โดยข ามไปข นหน า ใหม ท เป นเลขค เช น หน าป จจ บ นเป นเลขค เช นหน า 2 หากใช Even Page Section Break ก จะทำาให ข ามไปข นหน าใหม ท หน า 4 Odd Page (หน าค ) ใช สำาหร บข น Section ใหม โดยข ามไปข นหน า ใหม ท เป นเลขค เช น หน าป จจ บ นเป นเลขค เช นหน า 1 หากใช Odd Page Section Break ก จะทำาให ข ามไปข นหน าใหม ท หน า 3 หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร 6. ป ม Line Numbers (หมายเลขบรรท ด) ใช สำาหร บแสดงเลขบรรท ดในหน า เอกสาร สามารถเล อกได ด งเมน a. None (ไม ม ) ไม ม เลขบรรท ดแสดงในเอกสาร b. Continuous (ต อเน อง) ม เลขบรรท ดต อเน องไปจนจบเอกสาร c. Restart Each Page (เร มแต ละหน าใหม ) เร มใหม ท กหน า d. Restart Each Section (เร มแต ละส วนใหม ) เร มใหม ท กๆ คร งท ข นส วนใหม e. Suppress for Current Paragraph (ระง บส าหร บย อหน าป จจ บ น) เฉพาะ ย อหน าน ไม แสดงหมายเลขหน า 123

124 โปรแกรมประมวลผลคำ f. Line Numbering Options (ต วเล อกการใส หมายเลขบรรท ด) ต วเล อกอ นๆ สำาหร บการใส หมายเลขหน า 7. ป ม Hyphenation (การใส ย ต ภ งค ) Hyphen หร อ ย ต ภ งค หร อ - ใช สำาหร บการต ดคำาใดๆ ท ยาวเก นกว าก นหน าหล ง โดยโปรแกรมจะต ดคำาเพ อข น บรรท ดใหม และทำาให การต ดคำาสวยงามเหมาะสม เช น คำาว า น กเร ยน หาก ต องแบ งคำาเป นสองส วนเพ อข นบรรท ดใหม จะต องแบ งด วยย ต ภ งค ค อ น ก- เร ยน เป นต น ส วนใหญ จะใช ได ผลด ในภาษาอ งกฤษเพราะคำาในภาษาอ งกฤษ ม Prefix และ Suffix ทำาให การต ดคำาเป นไปได โดยง าย โดยเม อกดป มแล วจะ ปรากฏเมน a. None (ไม ม ) เล อกเพ อไม ม การใส ย ต ภ งค โดยโปรแกรม b. Automatic (อ ตโนม ต ) เล อกเพ อใส ย ต ภ งค อ ตโนม ต โดยโปรแกรม c. Manual (ด วยตนเอง) เล อกเพ อใส ย ต ภ งค ด วยตนเอง โดย โปรแกรมจะตรวจสอบการต ดคำาใหม แล วจะแสดงหน าต างเพ อ ถามความถ กต องของการต ดคำาก บผ ใช และจะแรเงาย ต ภ งค ท กำาล งตรวจสอบ หากโปรแกรมใส ย ต ภ งค ให ผ ดท สามารถแก ไขได โดยใช ล กศรเล อนเส นเคอร เซอร ไปย งตำาแหน งท ต องการใส ย ต ภ งค แล วกดป ม Yes เพ อย นย นตำาแหน งการแทรกย ต ภ งค 124

125 โปรแกรมประมวลผลคำ d. Hyphenation Options (ต วเล อกการใส ย ต ภ งค ) เม อเล อกจะ ปรากฏหน าต างต วเล อกด งร ป 1. Automatically Hyphenate document (ใส ย ต ภ งค ในเอกสารโดยอ ตโนม ต ) เหม อนการ เล อก Automatic 2. Hyphenate words in CAPS (ใส ย ต ภ งค ค า ท พ มพ ด วยพ มพ ใหญ ) เล อกใส ย ต ภ งค ให ก บคำา ภาษาอ งกฤษท เป นต วพ มพ ใหญ ตลอดท งคำาด วย 3. Hyphenation zone (ขอบเขตการใส ย ต ภ งค ) ต งค าระยะการใส ย ต ภ งค ค อการต งค าระยะห างจากก นหน าขวาท โปรแกรมจะเร มใส ย ต ภ งค หากคำาส ดท ายของบรรท ดเลยระยะด งกล าว โปรแกรมจะเร ม ใส ย ต ภ งค ให จะเห นได ช ดหากเล อกการจ ดย อหน าเป น Left (ช ดซ าย) เช น หากต งค า Hyphenation zone = 2 ซม. หากช องว างระหว างคำา ส ดท ายก บก นหน าขวาเก นกว า 2 ซม. โปรแกรมจะด งคำาในบรรท ดถ ด ไปมาใส ย ต ภ งค หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร เก นกว า 2 ซม. หล งใส ย ต ภ งค 4. Limit consecutive hyphens to (จ าก ดย ต ภ งค ท ตามมาไว ท ) ในบางข อความโดยเฉพาะท คอล มน ม ความกว างน อย (แคบ) ทำาให เก ดการใส ย ต ภ งค ต ดๆ ก นจำานวนมาก จ งต องเล อกข อน เพ อกำาหนด จำานวนย ต ภ งค ท อย ต ดก นต อเน องก นเพ อม ให ประโยคด กระจ ดกระจาย 5. Manual (ด วยตนเอง) เหม อนการเล อก ด วยตนเอง 125

126 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Page Background (พ นหล งของหน า) 1. Watermark (ลายน า) 2. Page Color (ส ของหน า) 3. Page Borders (เส นขอบของหน า) 1. ป ม Watermark (ลายน า) ลายน ำาค อการซ อนภาพหร อข อความท ม ความจางของส ไว บนพ นหล งของหน ากระดาษ ประโยชน ของการใส ลายน ำา ม หลายอย างแล วแต การประย กต ใช เช น ใช สำาหร บใส ตราส ญล กษณ หร อโลโก ของบร ษ ท หร อ ข อความป องก นการละเม ดล ขส ทธ เพ อป องก นการนำาไป ใช โดยไม ได ร บอน ญาต หร อแสดงความเป นเจ าของเอกสาร และยากต อการลอกเล ยนแบบ ใส ภาพต างๆ เพ อตกแต งให เก ดความสวยงาม โดยการใส ภาพน นควรปร บภาพให ม ล กษณะเป นโทนส เด ยว (Monotone) หร อม จำานวนส น อยท ส ด และม รายละเอ ยดน อยท ส ด เพ อให สะดวกต อการอ าน ใส คำาว า ต วอย าง (Sample) แสดงว าเป นเอกสารต วอย าง หร อ แบบร าง (Draft) เพ อแสดงว าเป นเอกสารแบบร างท ย งต องม การพ ฒนาอ ก ใส คำาว า สำาเนา หร อ Copy เพ อแสดงว าเป นการค ด สำาเนา ไม สามารถใช แทนเอกสารจร งได ใส คำาว า ห ามทำาสำาเนา หร อ Do Not Copy เพ อบอกผ อ านม ให ค ดสำาเนาเอกสารน ไม ว ากรณ ใดๆ 126

127 โปรแกรมประมวลผลคำ ใส คำาว า เป นความล บ หร อ Confidential เพ อแสดง ว าเป นเอกสารล บ ผ ใช ควรด แลม ให เอกสารตกหล นหร อเผย แพร ต อบ คคลภายนอกได ใส คำาว า ด วน หร อ Urgent หร อ ASAP (As Soon As Possible เพ อแสดงความเร งด วนของเอกสาร แสดงให ผ ส งเอกสารและผ ร บเอกสารร บร และตอบสนองท นท โดยเม อกดป ม Watermark แล วจะเป ดหน าต างด งร ป หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร a. Watermark Gallery (แกลเลอร ลายน า) ในแกลเลอร ลายน ำาม ร ป แบบให เล อกอย สามแบบค อ Confidential (ล บเฉพาะ) ใส คำาว า CONFIDENTIAL DO NOT COPY ล บเฉพาะ ห ามค ด-ลอก เป นลายน ำา Disclaimers (ค าแถลงการณ ปฏ เสธความร บผ ดชอบ) ใส คำาว า DRAFT SAMPLE แบบร าง ต วอย าง เป นลายน ำา Urgent (ด วน) ใส คำาว า URGENT ASAP ด วน หร อ ร บ เป นลายน ำา 127

128 โปรแกรมประมวลผลคำ b. Custom Watermark (ลายน า แบบก าหนดเอง) เม อเล อกแล วจะ เป ดหน าต างด งร ป No watermark (ไม ม ลายน า) เล อกเพ อยกเล ก การใส ลายน ำา Picture Watermark (ลายน าร ปภาพ) เล อกเพ อใช ร ปภาพเป น ลายน ำา * Scale (มาตราตราส วน) ม ให เล อกเป นร อยละของร ปภาพ * Washout (การชะล าง) เล อกเพ อทำาให ส ของลายน ำาจางลง Text Watermark (ลายน าข อความ) เล อกเพ อใช ข อความเป น ลายน ำา * Language (ภาษา) เล อกภาษาไทย/อ งกฤษ * Text (ข อความ) เล อกข อความท ปรากฏเป นลายน ำา (ไม สามารถท จะกำาหนดข อความเองได ) * Font (แบบอ กษร) เล อกแบบอ กษรท ต องการ * Size (ขนาด) เล อกขนาดอ กษรท ต องการ * Color (ส ) เล อกส ของข อความท ต องการ * Layout (เค าโครง) เล อกเค าโครงได สองแบบ ค อ Diagonal (เส นทแยงม ม) หร อ Horizontal (แนวนอน) c. Remove Watermark (เอาลายน าออก) เล อกข อน เพ อเอาลายน ำา ออก เหล อแต พ นหล งของเอกสารว างเปล า 128

129 โปรแกรมประมวลผลคำ 2. Page Color (ส ของหน า) ใช สำาหร บปร บส หร อลวดลายพ นหล งของ หน าเอกสารท งหมด เม อเล อกแล วจะเป ดเมน ให เล อก Theme Colors (ส ของช ดร ปแบบ) Standard Colors (ส มาตรฐาน) No Color (ไม ใส ส ) More Colors (ส เพ มเต ม) * Fill Effects (เต มล กษณะพ เศษ) เล อกเพ อเป ดหน าต าง Fill Effects ข นมา จะพบแท บส แท บท สามารถต งค าได แท บ Gradient ใช สำาหร บไล ส สองส สำาหร บใช ก บพ นหล ง a. Colors (ส ) เล อกจำานวนส ท ใช One color (ส เด ยว) เล อกใช ส เด ยวในการทำาพ นหล ง (ป ดการ ไล ความส ให กลมกล นก น) Two colors (สองส ) เล อกใช ส สองส สำาหร บพ นหล ง Preset (ส ท ต งไว ) เล อกส สองส จากท ต งค าไว แล ว b. Transparency (โปร งใส) ใช ใน การเต มล กษณะพ เศษให ก บพ นหล งของ หน าไม ได ให ข ามไปต งค าข อต อไป c. Shading styles (ล กษณะการแรเงา) เล อกการแรเงาแบบต างๆ Horizontal (แนวนอน) From corner (จากม ม) Vertical (แนวต ง) From center (จากก งกลาง) Diagonal up (เส นทแยงม มข น) Diagonal down (เส นทแยงม มลง) หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร 129

130 โปรแกรมประมวลผลคำ d. Variants (แวเร ยนต ) หร อต วเล อกหลากแบบให เล อกสำาหร บการ แรเงาพ นหล ง เม อเล อกการแรเงาแล วให เล อกแวเร ยนต ท ต องการ e. Rotate fill effect with shape (หม นการเต มล กษณะพ เศษก บ ร ปร าง) ใช ไม ได ก บการแรเงาพ นหล งของหน า ใช ได ก บการเต ม ล กษณะพ เศษให ก บร ปร าง 3. ป ม Page Borders (เส นขอบของหน า) เม อกดป ม โปรแกรมจะเป ดหน าต าง จ ดการเส นขอบเหม อนก บการจ ดร ปแบบ เส นขอบของตารางปรกต ผ ใช สามารถ จ ดการก บเส นขอบของหน ากระดาษ เหม อนก บของตาราง 130

131 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Paragraph (ย อหน า) เป นเมน สำาหร บการจ ดการย อหน าน นๆ โดยวาง เคอร เซอร ท ย อหน าท ต องการ แล วปร บค าต างๆ ตามต องการ a. Indent (การเย อง) Left (ซ าย) ต งค าเย องซ าย ของย อหน าน นๆ (ไม ใช ก นหน า) ม หน วย เด ยวก บไม บรรท ด เช น น ว หร อ เซนต เมตร Right (ขวา) ต งค าเย องขวา ของย อหน าน นๆ (ไม ใช ก นหล ง) ม หน วย เด ยวก บไม บรรท ด เช น น ว หร อ เซนต เมตร b. Spacing (ระยะห าง) Before (ก อน) ต งค าระหว างย อหน าป จจ บ นก บย อหน าท อย ก อนหน า ม หน วยเป น Point After (หล ง) ต งค าระหว างย อหน าป จจ บ นก บย อหน าท อย ถ ดไป ม หน วยเป น Point หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร ทบทวน 1. ก นหน า (Left Margin) 2. ก นหล ง (Right Margin) 3. เย องบรรท ดแรก (First Line Indent) 4. เย องซ าย (Left Indent) หร อ ก นหน าลอย (Hanging Indent) 5. เย องขวา (Right Indent) 131

132 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Arrange (จ ดเร ยง) เมน จ ดเร ยงม ไว สำาหร บจ ดการ ตำาแหน งว ตถ ต างๆ รวมไปถ งการ เร ยง การหม นว ตถ เพ อให เอกสารม ความสวยงามเป นระเบ ยบเร ยบร อย ตามต องการ 1. ป ม Position (ต าแหน ง) 2. ป ม Bring to Front (น าไปไว ข างหน าส ด) 3. ป ม Send to Back (ย ายไปไว ข างหล งส ด) 4. ป ม Text Wrapping (การต ดข อความ) 5. ป ม Align (จ ดแนว) 6. ป ม Group (จ ดกล ม) 7. ป ม Rotate (หม น) 1. ป ม Position (ต าแหน ง) เม อกดป ม โปรแกรมจะเป ดเมน เพ อเล อกตำาแหน งของ ภาพหร อว ตถ อ ตโนม ต ตามต องการ a. In Line with Text (แนวเด ยวก บ ข อความ) เล อกเพ อวางว ตถ ลงใน บรรท ด โปรแกรมจะแทรกว ตถ ลงใน ตำาแหน งแรกของย อหน า ผ ใช สามารถ ใช เมาส คล กลากว ตถ ไปย งตำาแหน ง- ใดๆ ในเอกสาร หร อใช การ cut และ paste เพ อวางว ตถ ไว ในตำาแหน งท ต องการต อไป 132

133 โปรแกรมประมวลผลคำ วางตำาแหน งแบบ In Line with Text เคอร เซอร เปล ยน เป นร ปล กศรส ท ศ คล ก-ลาก ปล อย การเล อนตำาแหน งว ตถ ในบรรท ดด วยการคล กลาก b. With Text Wrapping (โดยม การต ด ข อความ) เล อกวางตำาแหน งในเอกสารโดยม การต ดข อความล อมรอบว ตถ สามารถทำาได 9 ร ปแบบ ค อ หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร ซ ายบน ซ ายกลาง ขวาบน ซ ายกลาง กลางหน ากระดาษ ขวากลาง ซ ายล าง ล างกลาง ขวาล าง c. More Layout Options (ต วเล อกเค าโครงเพ มเต ม) จะเป ดหน าต าง Advance Layout เพ อต งค าเค าโครงหน ากระดาษ โดยจะม การจ ดร ปแบบ 2 แท บ ค อ แท บ Picture Position (ต าแหน งร ปภาพ) แท บ Text Wrapping (การต ดข อความ) 133

134 โปรแกรมประมวลผลคำ แท บ Picture Position (ต าแหน งร ปภาพ) เป นฟ งก ช น การจ ดตำาแหน งร ปภาพอย าง อ สระ แบ งออกเป นสามส วนค อ 1. Horizontal (แนวนอน) 2. Vertical (แนวต ง) 3. Options (ต วเล อก) 1. Horizontal (แนวนอน) สามารถกำาหนดได 4 แบบ ค อ Alignment (การจ ดแนว) ม การจ ดแนวได 3 แบบ ค อ Left (ซ าย) Center (ก งกลาง) และ Right (ขวา) โดยเล อกให ส มพ นธ ก บต วเล อกต างๆ เช น หน า กระดาษ หร อคอล มน เป นต น Book layout (เค าโครงหน งส อ) เป นการจ ดว ตถ ให เข าก บแนวเอกสารท ม ร ปแบบเป นหน งส อ โดยจะม 2 แบบให เล อกค อ วาง Inside (ภายใน) และ วาง Outside (ภายนอก) และเล อกส งท จะวางแนวค อ Margin (ระยะขอบ) หร อ Page (หน า) ของเอกสาร 134

135 โปรแกรมประมวลผลคำ Absolute Position (ต าแหน งส มบ รณ ) ค อการวางตำาแหน งว ตถ โดยการ กำาหนดพ ก ดในหน ากระดาษ หร อเร ยกได ว าการวางตำาแหน งว ตถ โดยอ สระ น นเอง เหมาะก บการใช เมาส คล ก-ลากเพ อวาง แล วจ งกำาหนดตำาแหน งท ต องการตามแนวนอน ทำาให การจ ดเร ยงเป นระเบ ยบสวยงาม โดยกำาหนด ระยะจากแนวต างๆ เช น คอล มน หร อ หน ากระดาษเป นต น Relative Position (ต าแหน งส มพ นธ ) ค อการวางตำาแหน งโดยกำาหนด เป นระยะท ร อยละของตามแนวต างๆ เช น ระยะก นซ าย-ขวา หร อขอบ กระดาษ เป นต น โดยย ดเอาตำาแหน งม มซ ายบนของว ตถ เป นหล ก หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร 50% relative to Page Vertical 50% relative to Page Horizontal ต วอย างการวางตำาแหน งแบบ Relative position 135

136 โปรแกรมประมวลผลคำ 2. Vertical (แนวต ง) จ ดวางแนวได 3 แบบคล ายก บแนวต ง 3. Options (ต วเล อก) ม 4 อย าง Move object with text (ย ายว ตถ พร อมก บข อความ) เม อเล อกแล ว เท าก บการวางจ ดย ดหร อ anchor (ร ปสมอเร อ) ไว ก บย อหน า หร อ บรรท ด เม อย อหน าหร อบรรท ดเล อนข นลงเน องจากการแก ไข ว ตถ ก จะย าย ตามไป ต วเล อกน ใช ควบค ก บต วเล อกอ นๆ ได แต บางคร งก จะไม ทำางาน เพราะเง อนไขข ดแย งก น Lock anchor (ล อคจ ดย ด) เม อเล อกแล วจ ดย ดจะถ กล อคไว แม ว าจะ ทำาการเคล อนย ายว ตถ ใช ควบค ไปก บคำาส งอ นๆ Allow overlap (วางซ อนได ) เม อเล อกแล วว ตถ จะสามารถวางซ อน เหล อมก นได ม เช นน นว ตถ จะไม สามารถวางซ อนก นได Layout in table cell (เค าโครงในเซลล ตาราง) เม อเล อกแล วจะ สามารถวางว ตถ ลงในตารางได โดยเม อต องการย ายว ตถ เข าไปในตาราง ให ลากจ ดย ดเข าไปย งเซลล ของตารางท ต องการ หากใช ร วมก บล อกจ ดย ดจะ ทำาให ว ตถ ไม สามารถย ายไปเซลล อ นๆ ได สร างว ตถ แต ไม สามารถ วางในตารางได เล อก Layout in table cell คล ก-ลากจ ดย ด มาย งเซลล ท ต องการ ต วอย างการวางว ตถ ลงในตาราง เม อปล อยคล ก ว ตถ จะถ กย ายเข า มาในตารางได 136

137 โปรแกรมประมวลผลคำ แท บ Text Wrapping (การต ดข อความ) ม ต วเล อก 3 ส วน ค อ 1. Wrapping Style (ล กษณะการต ดค า) 2. Wrap Text (ต ดข อความ) 3. Distance from text (ระยะห างจาก ข อความ) 1. Wrapping Style (ล กษณะการต ดค า) เล อกร ปแบบการต ดคำาท ต องการ ม ร ป แบบให เล อกเหม อนก บป ม Text Wrapping Square (จ ต ร ส) ค อร ปแบบการต ดข อความล อมรอบว ตถ เป นส เหล ยม (แต จะม ได ล อมรอบข อความเป นส เหล ยม จ ต ร ส ซ งหมายถ งส เหล ยมท ม ด าน เท าก นหมดท กด าน) Tight (ล อมรอบ) ค อร ปแบบการต ดข อความล อมรอบว ตถ ตามเส นรอบ ร ปว ตถ เฉพาะด านซ ายขวา เหมาะก บว ตถ ท เป น Vector เช น ทรงกลม สามเหล ยม หร อ Clip Art แต ไม ม การทะล ผ านภายในว ตถ หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร Vector Graphic ค อว ตถ ท ถ กสร างเส นต างๆ ด วยสมการเช งเส น ม การ คำานวนพ ก ดของจ ดและค าของเส นบนระนาบสองม ต เช นว ตถ ท สร างจาก โปรแกรม Adobe Illustrator หร อ Clip Art ท ดาวน โหลดมาจากเว บไซต Through (ทะล ผ าน) ค อร ปแบบการต ดข อความแบบท ข อความล อมรอบ เส นขอบรอบว ตถ ท งส ด าน และแทงทะล ผ านช องว างภายในต วว ตถ เอง ใช ได ก บว ตถ ประเภท Vector เหม อนก บร ปแบบ Tight Top and bottom (บนและล าง) ค อร ปแบบการต ดข อความให ว ตถ อย ระหว างสองบรรท ด หร อระหว างย อหน า โดยไม ม ข อความอย ด านข างของ ว ตถ เลย 137

138 โปรแกรมประมวลผลคำ Behind text (ข างหล งข อความ) ค อร ปแบบการต ดข อความแบบแสดง ว ตถ อย ด านหล งข อความ เหมาะก บการทำาพ นหล งของเอกสาร โดยควรจะ ปร บค าความโปร งแสง (Transparency) ของว ตถ ให มากข น (โปร งแสงมาก ข น) เช นปร บให ค า Transparency ม ค า 50% In front of text (ข างหน าข อความ) ค อร ปแบบการการต ดข อความล อม รอบว ตถ แบบแสดงว ตถ อย หน าข อความ น ยมใช น อยเพราะจะทำาให บดบ ง ข อความ และไม สามารถอ านข อความได In line with text (แนวเด ยวก บข อความ) ค อร ปแบบการต ดข อความ รอบว ตถ แบบแทรกว ตถ อย ในแนวเด ยวก บข อความ ประหน งว าเป นอ กษร ต วหน งท อย ในบรรท ดน น ว ตถ ท ใหญ มากจะทำาให บรรท ดน นม ระยะห าง ระหว างบรรดท ดส งกว างปรกต โดยฐานของว ตถ จะอย แนวเด ยวก บฐานของ ต วอ กษรอ นๆ ในบรรท ด 2. Wrap Text (ต ดข อความ) เป ดให เล อกได เม อเล อกการต ดข อความ 3 แบบ ค อ Square Tight และ Through เน องจากสามารถกำาหนดล กษณะการล อมว ตถ ท ง ซ ายและขวาได โดยม ให เล อก 4 แบบ ค อ Both sides (ท งสองด าน) ค อการจ ดข อความล อมว ตถ ท งทางซ ายและขวา Left only (ทางซ ายเท าน น) ค อการล อมว ตถ เฉพาะทางซ ายเท าน น Right only (ทางขวาเท าน น) ค อการล อมว ตถ เฉพาะทางขวาเท าน น Largest only (ด านใหญ ท ส ด) ค อการล อมว ตถ เฉพาะด านท ใหญ ท ส ด Wrap text: Both sides Wrap text: Largest only 138

139 โปรแกรมประมวลผลคำ 3. Distance from text (ระยะห างจากข อความ) ค อการต งค าระยะห าง ของว ตถ จากข อความ โดยสามารถปร บได ท งส ท ศทาง บน ล าง ซ าย และขวา 2. ป ม Bring to Front (น าไปไว ข างหน าส ด) เล อกว ตถ ท ต องการนำาไปไว หน าส ด (อย หน าว ตถ อ นๆ) แล วเล อกกดป ม Bring to Front ตรง ไอคอนด านบน หร อกดป มท ม ล กศรช ลงเพ อเป ดเมน ด งร ป สามารถเล อกได 3 แบบ ค อ a. Bring to Front (น าไปไว ข างหน าส ด) ค อการนำาว ตถ ไว หน าว ตถ อ นๆ ใช เหม อน ป มด านบนเมน หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร b. Bring Forward (น าไปข างหน า) ค อ การนำาไปไว ข างหน าว ตถ ท อย ข างหน าท ต ดก นท นท c. Bring in Front of Text (น าไปไว หน า ข อความ) ค อการนำาไปไว หน าข อความ 3. ป ม Send to Back (ย ายไปไว ข างหล งส ด) เล อกว ตถ ท ต องการนำาไปไว หล งส ด (อย หล งว ตถ อ นๆ) แล วเล อกกดป ม Send to Back คร ง บน หร อกดป มท ม ล กศรช ลงเพ อเป ดเมน ด งร ป สามารถ เล อกได 3 แบบ (คล ายก บ Bring to Front) 139

140 โปรแกรมประมวลผลคำ a. Send to Back (น าไปไว ข างหล งส ด) ค อการนำาว ตถ ไปไว หล งว ตถ อ นๆ ใช เหม อนป มด านบนเมน b. Send Backward (น าไปข างหล ง) ค อ การนำาไปไว ข างหล งว ตถ ท อย ข างหล งต ด ก นท นท c. Send Behind Text (น าไปไว หล ง ข อความ) ค อการนำาไปไว ข างหล ง ข อความ 4. ป ม Text Wrapping (การต ดข อความ) กดเพ อเป ดเมน ซ งเป นเหม อนทางล ดไป ย งฟ งก ช นต างใน หน าต าง Advance Layout >>Text Wrapping (ด รายละเอ ยด หน า 140) In Line with Text (แนว เด ยวก บข อความ) ค อร ปแบบการต ด ข อความรอบว ตถ แบบแทรกว ตถ อย ใน แนวเด ยวก บข อความ Square (จ ต ร ส) ค อร ปแบบการ ต ดข อความล อมรอบว ตถ เป นส เหล ยม (จร งๆ แล วไม ใช จ ต ร สหร อร ปส เหล ยม ด านเท า) Tight (ล อมรอบ) ค อร ปแบบ การต ดข อความล อมรอบว ตถ ตามเส น รอบร ปว ตถ เฉพาะด านซ ายขวา 140

141 โปรแกรมประมวลผลคำ d. Behind Text (ข างหล งข อความ) ค อร ปแบบการต ดข อความแบบ แสดงว ตถ อย ด านหล งข อความ e. In Front of Text (ข างหน าข อความ) ค อร ปแบบการการต ด ข อความล อมรอบว ตถ แบบแสดงว ตถ อย หน าข อความ f. Top and Bottom (บนและล าง) ค อร ปแบบการต ดข อความให ว ตถ อย ระหว างสองบรรท ด หร อระหว างย อหน า โดยไม ม ข อความอย ด านข าง ของว ตถ เลย g. Through (ทะล ผ าน) ค อร ปแบบการต ดข อความแบบท ข อความล อม รอบเส นขอบรอบว ตถ ท งส ด าน h. Edit Wrap Points (แก ไข จ ดต ด) ค อการแก ไขจ ดต ดของ เขตแนวป องก นม ให ข อความเข า มาซ อนท บในต วว ตถ ทำาให สร าง แนวป องก นท ม ร ปร างต างๆ ได ไม จำาเป นต องเป นส เหล ยมเท าน น ใช เมาส คล ก-ลากท จ ดส ดำาต างๆ แสดงจ ดต ดท สามารถเคล อนย าย ได เส นประส แดงแสดงขอบเขต ของการต ดข อความ ต วอย าง Wrap Points หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร i. More Layout Options (ต วเล อกเค าโครงเพ มเต ม) เล อกเพ อเป ด หน าต าง Advance Layout>>Text Wrapping สามารถทำาการแก ไขการ ต ดข อความได ตามต องการ (ด รายละเอ ยดหน า 157) 5. ป ม Align (การจ ดแนว) เม อกดป ม จะม เมน ตกลงมาให เล อกการจ ดแนวหลาย แบบ เพ อให ผ ใช สามารถจ ดแนวของว ตถ ต างๆ ให เป นระเบ ยบ โดยโปรแกรมจะ ย ดขอบ บน ล าง ซ าย ขวา และจ ดศ นย กลางของว ตถ ในการจ ดแนว 141

142 โปรแกรมประมวลผลคำ Align Left (จ ดช ดซ าย) เล อกเพ อจ ดว ตถ ต งแต สองส ง ข นไปให ม แนวขอบซ ายตรงก น โดยม ขอบซ ายของว ตถ ท อย ซ ายส ดเป นแนว หากเล อก Align to Page จะจ ดว ตถ ช ดขอบ ซ ายของหน า Align Center (จ ดก งกลาง) เล อกเพ อจ ดว ตถ ต งแต สอง ส งข นไปให ม แนวก งกลางของจ ดก งกลางว ตถ ตรงก นในแนวต ง โดยม จ ดก งกลางว ตถ ท ถ กเล อกท งหมดเป นแนว หากเล อก Align to Page จะจ ดว ตถ อย ก งกลางของหน าในแนวต ง Align Right (จ ดช ดขวา) เล อกเพ อจ ดว ตถ ต งแต สอง ส งข นไปให ม แนวขอบขวาตรงก น โดยม ขอบขวาของว ตถ ท อย ขวาส ดเป นแนว หากเล อก Align to Page จะจ ดว ตถ ช ด ขอบขวาของหน า Align Top (จ ดช ดด านบน) เล อกเพ อจ ดว ตถ ต งแต สอง ส งข นไปให ม แนวขอบบนตรงก น โดยม ขอบบนของว ตถ ท อย บนส ดเป นแนว หากเล อก Align to Page จะจ ดว ตถ ช ดขอบ บนของหน า Align Middle (จ ดตรงกลาง) เล อกเพ อจ ดว ตถ ต งแต สองส งข นไปให ม แนวก งกลางของจ ดก งกลางว ตถ ตรงก นในแนวนอน โดยม จ ดก งกลางว ตถ ท ถ กเล อกท งหมดเป นแนว หากเล อก Align to Page จะจ ดว ตถ อย ก งกลาง ของหน าในแนวนอน Align Bottom (จ ดช ดด านล าง) เล อกเพ อจ ดว ตถ ต งแต สองส งข นไป ให ม แนวขอบล างตรงก น โดยม ขอบล างของว ตถ ท อย ล างส ดเป นแนว หาก เล อก Align to Page จะจ ดว ตถ ช ดขอบล างของหน า Distribute Horizontally (กระจายแนวนอน) เล อกเพ อจ ดระยะ ในแนวนอนของว ตถ ท เล อก ให ม จ ดก งกลางว ตถ ของว ตถ ท กช นม ระยะห าง กระจายเท าๆ ก นในแนวนอน (ม ใช ระยะห างจากขอบว ตถ ถ งว ตถ อ กช นเท าก น) 142

143 โปรแกรมประมวลผลคำ Distribute Vertically (กระจายแนวต ง) เล อกเพ อจ ดระยะในแนว ต งของว ตถ ท เล อก ให ม จ ดก งกลางว ตถ ของว ตถ ท กช นม ระยะห างกระจาย เท าๆ ก นในแนวต ง (ม ใช ระยะห างจากขอบว ตถ ถ งว ตถ อ กช นเท าก น) Align to Page (จ ดช ดหน า) เล อกทำาเคร องหมายถ กข างหน าเพ อให การ จ ดระยะใช ขอบของหน ากระดาษเป นหล กในการคำานวณ ทำาให สามารถจ ด แนวว ตถ ช นเด ยวได Align to Margin (จ ดช ดระยะขอบ) เล อกทำาเคร องหมายถ กข างหน าเพ อ ให การจ ดระยะใช ระยะของซ าย-ขวา (Margins) เป นหล กในการคำานวณ ทำาให สามารถจ ดแนวว ตถ ช นเด ยวได Align Selected Objects (จ ดแนวว ตถ ท เล อก) เม อม การเล อกว ตถ มากกว า 1 ช น โปรแกรมจะเล อกข อน โดยอ ตโนม ต (เล อกว ตถ ได โดยการกด Shift ค างไว ระหว างเล อกว ตถ ท กต ว) View Gridlines (แสดงเส นตาราง) เล อกเพ อเป ดป ดแสดงเส นตาราง หร อ เส นกร ด เพ อแสดงแนวในการจ ดวางว ตถ หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร Grid Settings (การต งค าเส น ตาราง) เล อกเพ อต งค าการแสดงเส น ตาราง โดยโปรแกรมจะเป ดหน าต าง Drawing Grid ข นมา a. Object Snapping (การจ ดช ด ว ตถ ) เล อก Snap objects to other objects ค อการจ ดว ตถ ให ช ดก บว ตถ อ น หมายความว าเม อ ลากว ตถ มาใกล ก น ว ตถ จะด ดก น ทำาให ขอบช ดต ดก น 143

144 โปรแกรมประมวลผลคำ b. Grid settings (การต งค าเส นตาราง) สามารถกำาหนดระยะห างเส น แนวนอนและเส นแนวต งได ซ งก ค อค าของขนาดเซลล ในเส นตาราง กร ดน นเอง c. Grid Origin (จ ดเร มต นเส นตาราง) ค อการกำาหนดให เส นตารางถ ก วาดโดยเร มจากจ ดใด คล ายก บการเร มวาดแผนภ ม ในว ชาคณ ตศาสตร โดยสามารถกำาหนดจ ดท ส มพ นธ ก บระยะบนไม บรรท ดได หร อเล อก Use Margin (ใช ระยะขอบ) เพ อเร มต นการสร างตารางจากระยะขอบ d. Show Grid (แสดงเส นตาราง) เล อก Display Grid Lines on Screen (แสดงเส นตารางบนหน าจอ) เพ อแสดงเส นตาราง โดยเรา สามารถต งค าความถ ในการแสดงเส นตารางได ท งแนวนนอนและแนว ต ง (Vertical/Horizontal every...) เช น ท กๆ 5 ช องจะแสดงหน งเส น ทำาให เส นระหว าง 5 ช องน ไม แสดงในเอกสาร และหากเล อก Snap objects to grid when the gridlines are not displayed ก จะ สามารถจ ดว ตถ ให ช ดเส นตารางแม เม อไม ม การแสดงเส นตารางได e. Default (ค าเร มต น) เล อกเพ อต งค าท ต งแล วไว เป นค าเร มต นใน เอกสาร Normal.dot ซ งเป นแม แบบของเอกสารใหม 6. ป ม Group (การจ ดกล ม) เล อกเพ อจ ดว ตถ ให เป นกล ม และตร งตำาแหน งของว ตถ ในกล มให คงท อย างส มพ นธ ก น เราสามารถเคล อนย ายกล มว ตถ ไปได โดยตำาแหน ง ของว ตถ ภายในกล มส มพ นธ ก นไม เปล ยนแปลง Group (จ ดกล ม) เล อกเพ อจ ดกล ม โดยผ ใช ต องเล อกว ตถ ท ต องการควบค ไปก บการกดป ม Shift เพ อเล อกว ตถ หลายอ นพร อมก น แล วจ งเล อกป ม Group จากเมน Regroup (จ ดกล มใหม ) เล อกว ตถ ใดๆ ท เคยจ ดกล มมาก อนเพ อสร างกล ม เด มข นใหม อ กคร ง Ungroup (ยกเล กการจ ดกล ม) เล อกกล มท ต องการแล วกดป มน เพ อ ยกเล กการจ ดกล มป จจ บ น 144

145 โปรแกรมประมวลผลคำ 7. ป ม Rotate (การหม น) เล อกเพ อหม นว ตถ หร อกล มว ตถ ไปในท ศทางท ต องการ โดยใช จ ดศ นย กลางว ตถ เป นจ ดหม น ผ ใช ต องเล อกว ตถ ท ต องการเส ยก อนแล วจ งเล อกป ม Rotate เม อ เล อกแล วจะเป ดเมน ข นมา Rotate Right 90 (หม นขวา 90 ) เม อเล อกแล วว ตถ จะหม นไปทางขวา ตามเข มนาฬ กา Rotate Left 90 (หม นซ าย 90 ) เม อเล อกแล วว ตถ จะหม นไปทางซ าย ทวนเข มนาฬ กา Flip Vertical (พล กแนวต ง) เม อเล อกแล วว ตถ จะพล กไปในแนวต งคล าย ก บภาพสะท อนในกระจกเงาในแนวต ง หน วยท 3 การตกแต งเอกสาร Flip Horizontal (พล กแนวนอน) เม อเล อกแล วว ตถ จะพล กไปในแนว นอนคล ายก บภาพสะท อนในกระจกเงาในแนวนอน More Rotation Options (ต วเล อกการหม นเพ มเต ม) เล อกเพ อปร บ องศาในการหม นว ตถ ให ได ม มท ต องการ โดยเล อกจากห วข อ Rotate ใน แท บ Size แล วปร บค าองศาท ต องการจากล กศรข นลง 145

146 โปรแกรมประมวลผลคำ แบบทดสอบหน วยท 3 1. ข อใดค อการก าหนดความกว างคอล มน ของตารางให คงท a. AutoFit to content b. AutoFit to window c. Fixed column width d. Remember dimenstions for new tables 2. เม อต องการค นหาคล ป ข อใดใช เต มค าท ต องการค นหา a. Search in b. Search for c. Result should be d. Search on 3. ข อใดใช ส าหร บการแทรกผ งองค กร a. Recently Used Shapes b. Starts and Banners c. Flow charts d. Callouts 4. SmartArt ข อใดเหมาะส าหร บการใช แสดงความต องการอาหารท ง 5 หม a. Circle b. Process c. Pyramid d. Hierachy 5. Chart ข อใดเหมาะส าหร บการใช แสดง ส ดส วนร อยละของประชากรในแต ละภาค ในประเทศไทยต อประชากรท งหมด a. Pie d. Scatters b. Column c. Bar 6. ข อใดไม สามารถสร าง Hyperlink เช อม โยงไปถ งได a. Existing File or WebPage b. Address c. Place in This Document d. เช อมได ท กข อ 7. หากต องการแทรกเลขหน าในแนวต ง เว น ออกจากระยะก นหน า ให เล อกแทรก Page Number จากเมน ใด a. Top of Page b. Bottom of Page c. Page Margin d. Current Position 8. Quick Parts ใช ส าหร บแทรกส งใด a. ว ตถ b. ร ปภาพ c. ข อความ d. ถ กท กข อ 9. เม อแทรก WordArt โปรแกรมจะเป ดแท บ ใดเพ อจ ดการ WordArt a. Design b. Format c. Style d. Edit 10. เม อต องการแทรกสมการ ต องกดป มใด a. Equation b. Text c. WordArt d. Symbol 146

147 11. ป มใดไม ได อย ในเมน Theme a. Font b. Color c. Effects d. ท กข ออย ในเมน Theme 12. การปร บขนาดกระดาษควรใช ป มใด a. Margins b. Orientation c. Size d. Column 13. ป ม Effects ใช ต งค าให ก บอะไรเท าน น a. SmartArt b. Object c. WordArt d. Shape 14. การปร บแนวการวางกระดาษควรใช ป มใด a. Margins b. Orientation c. Size d. Column 15. การเล อกใส หมายเลขบรรท ดเพ อใเร มต น เลขบรรท ดใหม ท กๆ หน าควรเล อกข อใด a. None b. Continuous c. Restart Each Page d. Restart Each Section 16. การใส ลายน าให ก บเอกสารควรใช ค าส งใด a. Page Background b. Page Color โปรแกรมประมวลผลคำ c. Page Border d. Water Mark 17. การสร างพ นหล งแบบไล โทนส (Gradient) ควรใช ค าส งใด a. Page Background b. Page Color c. Page Border d. Water Mark 18. การใส ค า Indent: Left ในเมน Paragraph เท าก บการเคล อนย ายส วนใดบน ไม บรรท ด a. b. c. d. ผ ดท กข อ 19. การใส ค า Indent: Right ในเมน Paragraph เท าก บการเคล อนย ายส วนใดบน ไม บรรท ด a. b. c. d. ผ ดท กข อ 20. หากต องการวางว ตถ ไว ม มซ ายล าง ควรใช ป มใด a. Position b. Bring to Front c. Send to Back d. Align 21. หากต องการวางข อความล อมร ปภาพควร ใช ค าส งใด 147

148 โปรแกรมประมวลผลคำ a. Align b. Text Wrapping c. Send to Back d. Position 22. หากต องการวางว ตถ ให แนวขวาของว ตถ ท กช นให ตรงก นควรใช ค าส งใด a. Align b. Text Wrapping c. Send to Back d. Position 23. หากต องการวางว ตถ ท ต องการอย หล งว ตถ ท กช นควรใช ค าส งใด a. Send to back b. Send backward c. Send behind text d. Send back 24. หากต องการพล กว ตถ เหม อนภาพสะท อ นบนโต ะในแนวราบควรใช ค าส งใด a. Rotate Left 90 b. Rotate Right 90 c. Flip Vertical d. Flip Horizontal 25. หากต องการวางว ตถ ให ม ระยะห างจากขอบ กระดาษตามท ต องการ ควรใช ค าส งใด a. Alignment b. Book Layout c. Absolute Position d. Relative Position 26. หากต องการรวมว ตถ เข าเป นกล มเหม อน เด ม ควรใช ค าส งใด a. Position b. Ungroup c. Group d. Regroup 27. หากต องการวางว ตถ ซ อนท บก น ต องต งค า แท บ Picture position อย างไร a. Allow overlap b. Lock anchor c. Move object with text d. Layout in table cell 28. หากต องการล อมว ตถ ด วยข อความรอบร ป ทรงท ไม ใช ส เหล ยม ควรใช ค าส งใด a. Edit wrap points b. In Front of Text c. Through d. Behind Text 29. หากต องการกระจายระยะว ตถ ออกไปตาม แนวต งเท าๆ ก น ควรใช ค าส งใด a. Distribute Vertically b. Distribute Horizontally c. Distribute Evenly d. Distribute Align 30. หากต องการก าหนดจ ดเร มต นเส นตาราง ให ส มพ นธ ก บขอบกระดาษ ควรต งค า อย างไร a. Grid Setting b. Grid Origin c. Grid to page d. Grid to margin 148

149 ก จกรรมหน วยท 3 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 1. การสร างใบปะหน า (Cover Page) : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เม อได สร างเอกสารใหม แล ว คล กท แท บ Insert 2. เล อก Cover Page (ใบปะหน า) จากเมน Page 3. โปรแกรมจะเป ดไลบราร ข นมา เล อกใบปะหน าชน ดใดก ได 4. โปรแกรมจะเพ มใบปะหน าไว ท หน าแรกส ดของเอกสาร 5. พ มพ ช อเร องเอกสาร การ ตกแต งเอกสาร พ มพ ช อเร องรองเอกสาร MS Word 2007 ใส ว นท สร าง เอกสาร ส วน User Name โปรแกรมใส ให อ ตโนม ต 6. น กศ กษาอาจเต มข อความ ในข อ 5 แตกต างจากน ข นอย ก บร ปแบบของใบ ปะหน าท เล อก โดยใบปะ หน าแต ละแบบก เหมาะก บ สถานการณ ท แตกต างก นไป 7. บ น ท ก เ อ ก ส า ร เ ป น ก จกรรมหน วยท 3-1.docx 149

150 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 2. การแทรกหน าเปล า : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดเอกสาร ก จกรรมหน วยท 3-1.docx 2. พ มพ ข อความต อไปน ข อความส วนหน าข อความส วนหล ง 3. วางเคอร เซอร ท ระหว าง ข อความส วนหน า และ ข อความส วนหล ง 4. คล กท แท บ Insert 5. เล อก Blank page จากเมน Page 6. โปรแกรมจะแทรกหน าเปล าให อย หน าถ ดไป (ซ งท จร ง เป นการแทรกต วแบ งหน า (Page Break) 2 ต ว ตรง ตำาแหน งท เคอร เซอร อย ) โดยหน าเปล าจะอย ระหว างหน า แรกท ม ข อความ ข อความส วนหน า และหน าส ดท ายท ม ข อความ ข อความส วนหล ง 7. บ นท กเอกสารเป น ก จกรรมหน วยท 3-2.docx 150

151 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 3. การแทรก Page Break (ต วแบ งหน า) : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดเอกสาร ก จกรรมหน วยท 3-1.docx 2. พ มพ ข อความต อไปน ข อความส วนหน าข อความส วนหล ง 3. วางเคอร เซอร ท ระหว าง ข อความส วนหน า และ ข อความส วนหล ง 4. คล กท แท บ Insert 5. เล อก Page Break จากเมน Page 6. โปรแกรมจะแทรก ต วแบ งหน า ให ทำาให แบ งข อความ ออกเป นสองส วนโดยหน าแรกม ข อความ ข อความส วน หน า และหน าส ดท ายท ม ข อความ ข อความส วนหล ง 7. บ นท กเอกสารเป น ก จกรรมหน วยท 3-3.docx 151

152 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 4. การแทรกร ปภาพ : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดเอกสาร ก จกรรมหน วยท 3-1.docx 2. พ มพ ข อความลงในหน าว าง การแทรก ร ปภาพ แล วกด Enter ข นบรรท ดใหม 3. คล กท แท บ Insert 4. เล อก Picture จากเมน Illustrations 5. โปรแกรมจะเป ดหน าต างให เล อกเอกสาร ร ปภาพ แล วเล อกร ปภาพใดๆ จากแฟ มท ม อย (หร อภาพท ผ สอนจ ดหาหร อม คำาส งให จ ดหาไว ก อนเร มก จกรรม) 6. ร ปภาพแทรกลงในหน ากระดาษพอด ก บ ระยะก นหน าและหล ง 7. บ นท กเอกสารเป น ก จกรรมหน วยท 3-4.docx 152

153 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 5. การแทรกร ปวาด (Shape) : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดเอกสาร ก จกรรมหน วยท 3-4.docx 2. พ มพ ข อความลงในหน าว าง การแทรกร ป วาด (Shape) แล วกด Enter ข นบรรท ด ใหม 3. คล กท แท บ Insert 4. เล อก Shape จากเมน Illustrations 5. โปรแกรมจะเป ด Library ให เล อกร ปวาด หร อร ปทรงท ต องการสร าง 6. คล ก-ลากเมาส + Ctrl ตรงตำาแหน งท ต องการ บนเอกสาร เพ อกำาหนดขนาด กว างxส ง ของ ร ปวาดน นให เท าก น 7. บ นท กเอกสารเป น ก จกรรมหน วยท 3-5.docx 153

154 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 6. การแทรก SmartArt : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดเอกสาร ก จกรรมหน วยท 3-5.docx 2. คล กท บร เวณท ายข อความ การแทรกร ป วาด (Shape) 3. แล วเล อกแท บ Insert 4. เล อก Page Break จาก เมน Page เพ อข น หน าใหม 5. หากร ปวาด (ในต วอย างเป นร ปดาว) ย ายไป อย ท หน าใหม ให คล ก-ลากร ปดาวกล บมาวาง ท หน าเด ม 6. พ มพ ข อความ การแทรก SmartArt ลงใน หน าใหม แล วกด Enter ข นบรรท ดใหม 7. คล กท แท บ Insert 8. เล อก SmartArt จากเมน Illustrations 9. โปรแกรมจะเป ด Library ให เล อก SmartArt หลากหลายร ปแบบ 154

155 โปรแกรมประมวลผลคำ 10. เล อก Hierachy ท คอล มน ซ ายม อส ด เพ อเล อก SmartArt แบบแผนผ งองค กร 11. เล อกร ปแบบ Hierachy ในรายการด านขวา (หร อด บเบ ลคล ก) แล วกดป ม OK 12. SmartArt ท เล อกจะปรากฏในหน าใหม เต ม ข อความในช องบนส ดเป น ผ จ ดการ 13. เต มข อความในลำาด บถ ดมาเป น เลขาน การ 14. เต มข อความในลำาด บถ ดมาเป น ฝ ายการ ตลาด ฝ ายผล ต และ ฝ ายซ อมบำาร ง ตาม ลำาด บ 15. บ นท กเอกสารเป น ก จกรรมหน วยท 3-6.docx 155

156 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 7. การแทรกแผนภ ม : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดเอกสาร ก จกรรมหน วยท 3-6.docx แล วข นบรรท ดใหม ด านล างของแผนผ งองค กร 2. พ มพ ข อความ การแทรกแแผนภ ม แล วกด Enter ข นบรรท ดใหม 3. คล กท แท บ Insert 4. เล อก Chart จากเมน Illustrations 5. โปรแกรมจะเป ดหน าต างเพ อให เล อกชน ด แผนภ ม ท ต องการแทรก เล อกชน ดของ แผนภ ม ให เล อกแบบคอล มน หร อแผนภ ม แท งในคอล มน ซ าย 6. เล อกร ปแบบแผนภ ม แท งแบบแรกท ม การ เปร ยบเท ยบท ต องการด วยการด บเบ ลคล ก หร อเล อกแล วกดป ม OK 7. โปรแกรมจะแทรกหน าต างแผนภ ม ลงใน เอกสาร พร อมท งเป ดโปรแกรมตาราง Excel ข นมาเพ อให แก ไขช ดข อม ลและขนาดของช ด ข อม ล ให แก ไขตามน พ.ศ. ข าวโพด ข าวขาว ข าวสาล

157 โปรแกรมประมวลผลคำ 8. จะได ผลด งร ป 9. คล กท แผนภ ม เล อกแท บ Layout 10. เล อก Axis Titiles จากเมน Labels 11. เล อก Primary Horizontal Axis Title>>Title Below Axis 12. โปรแกรมจะเต ม Text Box สำาหร บใส ป าย ช อแกนแนวนอน พ มพ ป พ.ศ. 13. เล อก แท บ Layout>>Lables>>Axis Titles>> Primary Vertical Axis Title>>Rotated Title 14. โปรแกรมจะเต ม Text Box สำาหร บใส ป าย ช อแกนแนวต ง พ มพ ปร มาณผลผล ตต อป (ต น) 15. แล วบ นท กเป น ก จกรรมหน วยท 3-7.docx 157

158 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 8. การใส ห วกระดาษท ายกระดาษ : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดเอกสาร ก จกรรมหน วยท 3-7.docx แล วข นบรรท ดใหม ด านล างของแผนภ ม 2. พ มพ ข อความ การใส ห วกระดาษท ายกระ- ดาษ แล วกด Enter ข นบรรท ดใหม 3. คล กท แท บ Insert 4. เล อก Header จากเมน Header & Footer 5. เล อกแบบ Blank จากไลบราร 6. โปรแกรมจะเข าส โหมด Header อ ตโนม ต แล ว พ มพ การตกแต งเอกสาร ลงใน Text Box ท เป ดข นมาใหม 7. เล อกแท บ Insert>>Header&Footer>> Page Number>> เล อกแบบ Bottom of the Page แล วเล อกแบบท ต องการ 8. บ นท กเอกสารเป น ก จกรรมหน วยท 3-8.docx 158

159 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 9. การใส Text Box (กล องข อความ) : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดเอกสาร ก จกรรมหน วยท 3-8.docx 2. พ มพ ข อความ การใส Text Box (กล อง ข อความ) แล วกด Enter ข นบรรท ดใหม 3. คล กท แท บ Insert 4. เล อก Text Box จากเมน Text 5. เล อกแบบ Draw Text Box จากไลบราร 6. คล ก-ลากเพ อสร าง Text Box 7. พ มพ ข อความจำานวน 5 บรรท ดลงใน Text Box 8. บ นท กเอกสารเป น ก จกรรมหน วยท 3-9.docx คล ก-ลาก ก จกรรมท 10. การใส WordArt (อ กษรศ ลป ) : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดเอกสาร ก จกรรมหน วยท 3-9.docx 2. พ มพ ข อความ การใส WordArt (อ กษร ศ ลป ) แล วกด Enter ข นบรรท ดใหม 3. คล กท แท บ Insert 4. เล อก WordArt จากเมน Text 159

160 โปรแกรมประมวลผลคำ 5. เล อกร ปแบบ WordArt จากไลบราร 6. โปรแกรมจะเป ดหน าต างข นเพ อให ผ ใช สร าง ข อความท ต องการได พ มพ ข อความท ต องการลง ในช อง Your Text Here แล วเล อกร ปแบบ อ กษร ขนาด ต วเอ ยง หร อต วหนาตามต องการ จากน นกดป ม OK 7. ข อความท เข ยนจะปรากฏลงในเอกสาร 8. บ นท กเอกสารเป น ก จกรรมหน วยท 3-10.docx ก จกรรมท 11. การต งค าหน ากระดาษ 2 คอล มน : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดเอกสาร ก จกรรมหน วยท 3-10.docx 2. พ มพ ข อความ การต งค าหน ากระดาษ 2 คอล มน ให เคอร เซอร อย ท ายข อความ 3. คล กท แท บ Page Layout 4. เล อก Breaks จากเมน Page Setup 160

161 โปรแกรมประมวลผลคำ 5. เล อกแบบ Section Break เป นแบบ Continuous 6. เล อกแท บ Home>>Paragraph Menu>> เพ อแสดงต วแบ งส วน 7. เล อกแท บ Page Layout>>Page Setup>>Columns 8. แล วเล อก Two (เพ อเล อก 2 คอล มน ) โปรแกรม จะแบ งหน ากระดาษเป น 2 คอล มน หากลองคล กท ห วข อ การต งค าหน ากระดาษ จะเห นว าแบ งเป นเพ ยง 1 คอล มน 9. พ มพ ข อความ หร อค ดลอกข อความจากข าวด วยการ Copy-Paste ให ได อย างน อคร งหน ากระดาษ 10. คล กท ท ายข อความ แล วเล อก แท บ Page Layout>>Page Setup>>Breaks>>Section Break>>Continuous โปรแกรมจะแทรกเคร อง หมายแบ งส วนต อเน อง แล วจ ดหน ากระดาษให 2 คอล มน ม ข อความเท าๆ ก นเพ อเร มส วนใหม 11. เล อกแท บ Page Layout>>Page Setup>>Columns 12. แล วเล อก One เพ อต งค าหน ากระดาษให กล บมาเป น 1 คอล มน เหม อนปรกต 13. บ นท กเอกสารเป น ก จกรรมหน วยท 3-11.docx 161

162 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 12. การล อมข อความ : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดเอกสาร ก จกรรมหน วยท 3-11.docx 2. พ มพ ข อความ การล อมข อความ แล วกด Enter เพ อข นบรรท ดใหม 3. พ มพ ช อเร องและข อความหร อบทความ หร อค ดลอก ข อความจากข าวด วยการ Copy-Paste ให ได อย าง น อยหน งหน ากระดาษ 4. วางเคอร เซอร หน าบทความ คล กท แท บ Insert>>Illustrations>>Picture 5. เล อกไฟล ร ปภาพท เหมาะก บข อความ 6. ร ปภาพจะถ กวางลงในบรรท ด ปร บขนาดของ ร ปภาพให ม ความกว างขนาดคร งหน ากระดาษ เสร จแล ว 7. คล กท ร ปภาพแล วจะปรากฏแท บเพ มข น เล อก แท บ Format>>Arrange>>Position 8. เล อกตำาแหน ง ม มซ ายบนจากไลบราร 162

163 โปรแกรมประมวลผลคำ 9. คล กท ข อความ การล อมข อความ แล วเล อก แท บ Home>>Style>>Heading1 เพ อจ ดร ป แบบห วเร องให ก บข อความ และให Heading2 สำาหร บห วเร องของบทความท พ มพ 10. คล กวางเคอร เซอร ท ต วบทความท พ มพ แท บ Insert>>Text>>Drop Cap เล อก 11. เล อกแบบ Dropped จากเมน โปรแกรมจะนำา ต วอ กษรต วแรกไปทำาเป นต วอ กษรขนาดใหญ โดยตำาแหน งอาจจะผ ดพลาดเน องจากม ร ปภาพ ขวางอย ให คล ก-ลากท กรอบท แสดงเป นแรเงา เพ อจ ดวางตำาแหน งให สวยงาม 12. บ นท กเอกสารเป น ก จกรรมหน วยท 3-12.docx 163

164 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 13. การจ ดเร ยง (Align) และการจ ดกล ม (Group) : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดเอกสาร ก จกรรมหน วยท 3-12.docx 2. พ มพ ข อความ การจ ดเร ยง (Align) แล ว กด Enter เพ อข นบรรท ดใหม 3. เล อกแท บ View>>One Page จากเมน Zoom เพ อแสดงหน ากระดาษ 1 หน าเต ม จอแสดงผล 4. เล อกแท บ Insert>>Shapes>>วงกลม แล ว วาดวงกลม 1 วง 5. แล วคล ก-ลาก พร อมกด CtrlและShift เพ อ วาดวงกลมเพ ม อ ก 2 วงในแนวนอน โดยท Ctrl จะทำาให เคอร เซอร ม เคร องหมายบวก แสดงการทำาซ ำา ส วน Shift ทำาให ลากไปใน แนวขนานก บแกนนอน 6. ก อนหน าน โปรแกรมจะเป ดแท บ Format ข น ให เล อกร ปดาวจากเมน Insert Shapes แล ววาดร ปดาวข นหน งร ป ทำาเพ มอ กสองร ป แบบเด มซ อนเป นแถวท สองจากซ ายไปขวา 7. ให เล อกร ปส เหล ยมจากเมน Insert Shapes แล ววาดร ปส เหล ยมข นหน งร ป ทำาเพ มอ ก สองร ปซ อนเป นแถวท สามจากซ ายไปขวา 8. เล อกแท บ Home>>Edit>>Select เพ อ เล อก Select Objects จากเมน เคอร เซอร จะเปล ยนเป นร ปล กศร จาก น น เล อกร ปในแนวต ง (วงกลม ดาว ส เหล ยม)

165 โปรแกรมประมวลผลคำ แต ละคอล มน โดยคอล มน ท 1 เล อกแท บ Format>>Align>>Left จากไลบราร เพ อ จ ดเร ยงช ดซ าย 10. เล อกคอล มน ท 2 แล วเล อกแท บ Format>>Align>>Center จากไลบราร เพ อจ ดเร ยงให ก งกลางตรงก น 11. เล อกคอล มน ท 3 แล วเล อกแท บ Format>>Align>>Right จากไลบราร เพ อ จ ดเร ยงช ดขวา 12. เล อกว ตถ ในแกนนอนท ละแถว แล ว เล อก แท บ Format>>Arrange>> Group>>Group เพ อจ บกล มในแนวนอน 13. เล อกว ตถ ท งหมด แล วเล อกแท บ Format>> Arrange>>Align>>Distribute Vertically 14. เล อกว ตถ ในแกนนอนท ละแถว แล ว เล อก แท บ Format>>Arrange>> Group>>Ungroup เพ อยกเล กการจ บกล ม ในแนวนอน 15. เล อกว ตถ ในแกนต งท ละคอล มน แล ว เล อก แท บ Format>>Arrange>> Group>>Group เพ อจ บกล มในแนวต ง 16. เล อกว ตถ ท งหมด แล วเล อกแท บ Form at>>arrange>>align>>distribute Horizontally 17. บ นท กเอกสารเป น ก จกรรมหน วยท 3-13.docx 165

166 โปรแกรมประมวลผลคำ หน วยท 4 การสร างและแก ไขตาราง สาระการเร ยนร 1. การสร างตารางในโปรแกรมประมวลผลค า 2. การแก ไขตารางในโปรแกรมประมวลผลค า จ ดประสงค 1. เพ อให น กศ กษาร และท กษะในการสร างตารางใน โปรแกรมประมวลผลค า 2. เพ อให น กศ กษาม ท กษะในการแก ไขตารางในโปรแกรม ประมวลผลค า 166

167 โปรแกรมประมวลผลคำ การสร างและแก ไขตารางในโปรแกรมประมวลผลค า ตารางเป นส วนหน งท พบบ อยในเอกสารหลากหลายประเภท โปรแกรม MS Word 2007 สามารถ สร างและแก ไขตารางได เป นอย างด สามารถกำาหนดร ปแบบให ม ความสวยงาม และปร บแต งได ตาม ต องการ โดยม ความย ดหย นส ง เมน ตาราง 1. การแทรกตาราง ให กดป ม Table แล วเล อนเมาส ไปบนตารางด านล าง โปรแกรมจะเน นตารางเป นส แดงเท าก บ จำานวนคอล มน และแถวของตารางท จะ ทำาการแทรกใหม ส งเกต ได ว าบนห วเมน จะปรากฏเลขจำานวนคอล มน และแถว เช น 3x5 ค อ ตารางขนาด 3 คอล มน 5 แถว หน วยท 4 การสร างและแก ไขตาราง ต วอย างการเล อกแทรกตารางขนาด 3 คอล มน 5 แถว 167

168 โปรแกรมประมวลผลคำ Insert Table (แทรกตาราง) เล อก เพ อเป ดหน าต าง Insert Table ข นมาด งร ป a. Table size (ขนาดตาราง) Number of columns (จ านวน คอล มน ) พ มพ ต วเลขเพ อกำาหนด จำานวนคอล มน ท ต องการ Number of rows (จ านวนแถว) พ มพ ต วเลขเพ อกำาหนดจำานวนแถว ท ต องการ b. AutoFit behavior (ร ปแบบพอด การ ปร บอ ตโนม ต ) Fixed column width (ความกว างคอล มน คงท ) ปร บต วเลขข นลงเพ อกำาหนด ขนาดความกว างของคอล มน ให คงท AutoFit to contents (ปร บพอด อ ตโนม ต ก บเน อหา) หากเล อกข อน จะทำาให ขนาดความกว างคอล มน ถ กปร บให พอด อ ตโนม ต ก บเน อหา AutoFit to window (ปร บพอด อ ตโนม ต ก บหน าต าง) เม อเล อกข อน จะทำาให ขนาดของตารางถ กปร บให พอด อ ตโนม ต ก บหน าต าง c. Remember dimensions for new tables (จ าขนาดส าหร บตารางใหม ) เล อก กาเคร องหมายถ กข อน เพ อให โปรแกรมจดจำาเพ อใช ค าท กำาหนดแล วน ก บตารางใหม ท จะถ กสร างข นคราวต อไป 3. Draw Table (วาดตาราง) เม อกดป ม Draw Table แล วเคอร เซอร จะเปล ยนเป น ร ปด นสอ เพ อการวาดตาราง คล ก-ลากด นสอเป นกรอบส เหล ยมคร งแรกเพ อวาด กรอบตารางส เหล ยม คล ก-ลากจากด านส ด านเป นเส นตรงเพ อวาดเส นภายในตาราง 4. Convert Text to Table (แปลงข อความเป นตาราง) เล อกเพ อใช แปลงช ดข อความ เป นตาราง โดยใช เคร องหมายแท บแบ ง ช วยในการกำาหนดเซลล (Cell) (หน งช องตาราง)

169 โปรแกรมประมวลผลคำ ต วอย างการแปลงข อความเป นตารางโดยแบ งตารางท เคร องหมาย Tab 5. Excel Spreadsheet (กระดานค านวณ Excel) เล อกเพ อแทรกตาราง Excel ตรงตำาแหน งของเคอร เซอร ตาราง Excel ม จ ดเด นท สามารถใช ส ตรคำานวณได จ งม กน ยม ใช ก บตารางท ต องการใช การคำานวณ 6. Quick Table (ตารางด วน) เล อกเพ อเป ดแกลเลอร ตารางด วน แล วเล อกตาราง ท ต องการเพ อวางลงบนเคอร เซอร หร อเล อก save Selection ot Quick Table Gallery เพ อจ ดเก บตารางท สร างไว ในแกลเลอร หน วยท 4 การสร างและแก ไขตาราง 169

170 โปรแกรมประมวลผลคำ การแก ไขตาราง ในการแก ไขตารางน นจะทำาได เม อเล อกตารางหร อส วนหน งของตาราง แล วโปรแกรมจะเป ดช ด Table Tools ซ งประกอบด วย แท บ Design (ออกแบบ) และแท บ Layout (โครงสร าง) Table Tools (เคร องม อตาราง) เม อม การเล อกตารางหร อส วนของตาราง โปรแกรมจะเป ดแท บ 2 แท บใต ช อ Table Tools Design Tab (แท บออกแบบ) 170 เมน Table Style Options (ต วเล อกล กษณะตาราง) โปรแกรมม ต วเล อกสำาหร บการปร บแต งร ปแบบ ตารางอ ตโนม ต ท ม ให เล อก 1. Header Row (แถวส วนห ว) สำาหร บเล อก แสดงตารางแถวส วนห วซ งเป นแถวแรก จะม การเน น ส หร อ เส นขอบเป นพ เศษ 2. Total Row (แถวผลรวม) สำาหร บเล อกแสดงแถวผลรวมท ม เส นค 3. Banded Rows (แถวท เป นแถบส ) เล อกแสดงหร อไม แสดงแถบส ในแถวซ งช วย ทำาให สามารถไล ด ข อม ลตามแนวนอนได ง ายสบายตาย งข น 4. Banded Columns (คอล มน ท เป นแถบส ) เล อกแสดงหร อไม แสดงแถบส ใน คอล มน ซ งช วยทำาให สามารถไล ด ข อม ลตามแนวต งได ง ายสบายตาย งข น 5. First Column (คอล มน แรก) เล อกแสดงหร อไม แสดงล กษณะพ เศษของ คอล มน แรก 6. Last Column (คอล มน ส ดท าย) เล อกแสดงหร อไม แสดงล กษณะพ เศษของ คอล มน แรกหร อส ดท าย

171 โปรแกรมประมวลผลคำ Header Row First Column Last Column Total Row ต วอย างตารางท ม การจ ดร ปแบบและส วนประกอบของตาราง ต วอย าง Banded Row Table หน วยท 4 การสร างและแก ไขตาราง ต วอย าง Banded Column Table เมน Table Styles (ล กษณะตาราง) เมน Table Style ผ ใช สามารถเล อกร ปแบบตารางสำาเร จร ปได จากรายการ 1. Table Style Library (ร ปแบบตารางอ ตโนม ต ) ม ร ปแบบตารางสำาเร จร ปให เล อกใช หลากหลายแบบ 171

172 โปรแกรมประมวลผลคำ Layout Tab (แท บโครงสร าง) แท บน ใช สำาหร บจ ดการโครงสร างของตารางท งหมด ทำาให ตารางม ล กษณะท ตรงตาม ความต องการของผ ใช เมน Table (ตาราง) 1. Select (เล อกตาราง) ใช สำาหร บเล อกตารางท ละ แถวท ละคอล มน หร อเล อกท งตาราง 2. View Gridlines (ด เส นตาราง) สามารถเป ดด เส นตารางสำาหร บแนวกรอบท ไม ม เส นขอบ หน วยท 4 การสร างและแก ไขตาราง ก อนหน า 3. Properties (ค ณสมบ ต ) เป ดหน าต าง ค ณสมบ ต เพ อจ ดการโครงสร างของตาราง และค ณสมบ ต อ นๆ หล งเป ด View Gridlines 173

173 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Merge (ผสาน) 1. Merge Cells (ผสานเซลล ) ใช สำาหร บการผสาน (Merge) เข าด วยก น หากต องการผสานเซลล ต องทำาการเล อกเซลล ท ต องการก อน 2. Split Cells (แยกเซลล ) ใช สำาหร บการแยกเซลล (Split) ออกจากก น หากต องการแยกเซลล ให เล อกเซลล ท ถ กผสาน แล วท ต องการ 3. Split Table (แยกตาราง) ใช ในการแยกตาราง ให เล อกแถวท ต องการก อนกด ป ม จะทำาให ตารางถ กแบ งออกเป นสองตามแนวนอน เล อกเซลล ท ต องการผสาน คล ก ได เซลล ท ผสานแล ว ต วอย างการ Merge Cells หน วยท 4 การสร างและแก ไขตาราง เล อกเซลล ท ต องการแยก คล ก แยกเซลล ตามต องการ ป อนคอล มน เป น 1 แถวเป น 2 ต วอย างการ Split Cells เล อกตารางท ต องการแยก คล ก ต วอย างการ Split Table แยกตารางตามต องการ 175

174 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Alignment (การจ ดแนว) เม อม การพ มพ ข อความในตาราง เมน น จะช วย จ ดการการจ ดแนวของข อความตามความต องการ 1. Text Alignment (การจ ดแนวข อความ) จ ดตำาแหน งของข อความในเซลล ตามต องการ เล อกเซลล ท ต องการ เล อกการจ ดแนว ได การจ ดแนวของเซลล ท ต องการ 2. Text Direction (ท ศทางของข อความ) เล อกท ศทางข อความในตารางเป นแนว ต งหร อแนวนอน หม นสล บก นไปท กคร งท กดป ม Text Direction หน วยท 4 การสร างและแก ไขตาราง เล อกเซลล ท ต องการ คล ก ท ศทางหม นตาม เข มนาฬ กา คล ก อ กคร ง ท ศทางหม น อ กคร ง 3. Cell Margins (ระยะเว น) ต งค าระยะเว นจากกรอบของเซลล เล อกเซลล ท ต องการ คล ก ระยะเว น ขอบบน ป อนค า Top Cell Margin เป น

175 โปรแกรมประมวลผลคำ 3. Convert to Text (แปลงเป นข อความ) การเปล ยนจากตารางเป นข อความ คล ก คล กท ตาราง ต งค าส ญล กษณ แทนการแบ งระหว างเซลล ด วยส ญล กษณ Tab 4. Formula (ส ตร) ใส ส ตรของโปรแกรม Excel ในตาราง ตารางถ ก แปลงเป น ข อความ หน วยท 4 การสร างและแก ไขตาราง คล ก คล กท เซลล ท ต องการใส ส ตร ได ผลล พธ ลงในเซลล ท เล อก แก ไขส ตรถ าต องการ 179

176 แบบทดสอบหน วยท 4 1. Banded Row ค อ a. ใส ส ให แถว b. ลบแถว c. ห ามแถว d. ผ ดหมดท กข อ 2. หากต องการวาดเส นตาราง ใช ค าส ง a. Pen Color b. Pencil c. Line d. Draw Table 3. หากต องการลบเส นตาราง ใช ค าส ง a. Delete b. Eraser c. Modify d. Hide Line 4. หากต องการแสดงผลกรอบตารางท ไม ม เส นขอบ ใช ค าส ง a. Show Grids b. Show Guides c. View Gridlines d. View Lines โปรแกรมประมวลผลคำ 6. การเล อกแถวหร อคอล มน อย ในแท บใด a. Design b. Layout 7. การเล อกความหนาเส นขอบอย ในแท บใด a. Design b. Layout 8. การยกเล กการผสานเซลล ให ใช ค าส ง a. Unmerge Cell b. Split Cell c. Split Table d. Undo 9. การกระจายระยะคอล มน ให ใช ค าส ง a. Distribute Horizontally b. Distribute Vertically c. Distribute Rows d. Distribute Columns 10. การเร ยงล าด บข อม ลจากน อยไปหามาก a. Ascending b. Descending 5. การแทรกแถวหร อคอล มน อย ในแท บใด a. Design b. Layout 181

177 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมหน วยท 4 ก จกรรมท 1. การสร างตารางสอน : จงท าตามข นตอนด งต อไปน 1. เป ดเอกสารใหม จ ดหน ากระดาษให เป นแบบ Landscape ด วยการเล อก แท บ Page Layout>>Page Setup>>Orientation>> Landscape 2. เล อกแท บ Insert>>Table>>Insert Table 3. ป อนค า คอล มน =10 แถว=7 ลงในหน าต าง Insert Table ต งค าเป น AutoFit to Window 4. พ มพ ช วงเวลาในแต ละคาบในแถวบนส ด แล วพ มพ ว นของส ปดาห (จ นทร -เสาร ) ลงใน คอล มน ซ ายส ด พ มพ ห วแถวและคอล มน 5. คล กท ตาราง เล อกแท บ Design>>Draw Borders>>Draw Table 6. แล วคล กลากเส นทะแยงม มของเซลล ซ ายบน ส ดของตารางด งร ป 182

178 โปรแกรมประมวลผลคำ 11. เล อกคล มคอล มน แรกซ ายส ดต งแต คาบ จนถ ง เสาร แล วเล อกแท บ Layout>>Alignment>> เล อกหลายเซลล จ ดแนวก งกลาง เซลล ถ กจ ดแนว 12. ผสานเซลล ด านล างคอล มน โดยเล อกเซลล ท ต องการผสานแล วเล อก แท บ Layout >>Merge>>Merge Cells เพ อรวมเซลล เล อกเซลล ท ต อง การผสาน เล อก Merge Cells เซลล ท เล อกถ ก ผสาน 13. พ มพ ข อความ ก จกรรมหน าเสาธง เล อกเซลล ก จกรรมหน าเสาธง แล วเล อก แท บ Layout>>Alignment>>Text Direction (กดป ม 2 คร งเพ อปร บท ศทางให ได ด งร ป) 184 คล กท ข อความ คล ก ข อความเปล ยนท ศทาง ตามเข มนาฬ กา คล ก ข อความเปล ยนท ศทาง ตามเข มนาฬ กา

179 โปรแกรมประมวลผลคำ 17. ใส ส หร อแรเงาให ก บเซลล แสดงคาบเร ยน ด วยการคล กท เซลล ท ต องการแล วเล อกแท บ Design>>Table Styles>>Shading เล อกเซลล ท ต องการใส ส หร อ แรเงา เล อก Shading แล วเล อกส เซลล ถ กใส ส หร อแรเงา 18. ใส ส หร อแรเงาให ก บเซลล ห วแถวแสดงเวลา ด วยการคล กท เซลล ท ต องการแล วเล อกแท บ Design>>Table Styles>>Shading เล อกเซลล ท ต องการใส ส หร อ แรเงา เล อก Shading แล วเล อกส เซลล ถ กใส ส หร อแรเงา 19. ใส ส หร อแรเงาให ก บเซลล คอล มน แสดงว น ด วยการคล กท เซลล ท ต องการแล วเล อกแท บ Design>>Table Styles>>Shading 186 เล อกเซลล ท ต องการใส ส หร อ แรเงา เล อก Shading แล วเล อกส เซลล ถ กใส ส หร อแรเงา

180 โปรแกรมประมวลผลคำ หน วยท 5 การพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ สาระการเร ยนร 1. การเร ยกด เอกสารก อนพ มพ 2. การต งค าก อนพ มพ เอกสาร 3. การพ มพ เอกสารด วน จ ดประสงค 1. เพ อให น กศ กษาได เร ยนร และม ท กษะในการส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ 2. เพ อให น กศ กษาได เร ยนร และม ท กษะในการเร ยกด เอกสารก อนพ มพ 3. เพ อให น กศ กษาได เร ยนร และม ท กษะในการส งพ มพ เอกสารด วน 188

181 โปรแกรมประมวลผลคำ การพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ โปรแกรม MS Word 2007 ม คำาส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ซ งสามารถเร ยกด เอกสารก อน พ มพ ได เพ อให ม ความม นใจถ งผลท จะออกมา นอกจากน นย งม คำาส งต งค าในการพ มพ ต างๆ ท ช วยใน การพ มพ เอกสารอ กด วย ส วนประกอบของเคร องพ มพ เคร องพ มพ ประกอบด วยส วนต างๆ ด งน 1. ถาดป อนกระดาษ ใช สำาหร บป อนกระดาษเข าไป ในเคร องพ มพ โดยมากจะรองร บกระดาษขนาดท เล กกว า A4 หร อ Letter 2. ถาดร บเอกสารเม อพ มพ เสร จ ใช สำาหร บร บ เอกสารท พ มพ เสร จแล ว โดยมากจะต องเป ดออก ก อนเม อทำาการพ มพ 3. ป มเป ด/ป ดเคร องพ มพ ใช สำาหร บเป ดป ด เคร องพ มพ หากเป นเคร องชน ด InkJet เม อเร ม เป ดเคร องน นจะม การด งน ำาหม กจากตล บหม กเข า ส ห วพ มพ เพ อเป นการเตร ยมพร อมในการพ มพ 4. ป มหย ดการท างาน ใช สำาหร บกรณ ต องการหย ดการพ มพ เอกสารท นท โดยม ต องป อนคำาส ง ในเคร องคอมพ วเตอร 5. สายส ญญาณ ใช สำาหร บร บส ญญาณข อม ลจากเคร องคอมพ วเตอร มาเพ อจ ดพ มพ ออกมา เป นเอกสารตามต องการ ในสำาน กงานป จจ บ น สายน อาจจะไม ได เส ยบต อก บเคร องท กำาล ง เป ดเอกสารอย แต ต ดต งอย ก บเคร องเซ รฟ เวอร โดยจะใช การส งพ มพ ผ านระบบเน ทเวอร ค 6. สายไฟฟ า ใช สำาหร บจ ายไฟฟ าเข าเคร อง 7. ตล บหม ก ใช สำาหร บจ ายหม กสำาหร บการพ มพ บางสำาน กงานใช เคร องพ มพ ชน ดต ดต ง แท งค เต มหม กได จะไม ม การเปล ยนตล บแต ใช เต มหม กลงแท งค หน วยท 5 การพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ 189

182 โปรแกรมประมวลผลคำ 2. Status (สถานะ) แสดงสถานะของเคร องพ มพ ท เล อกว ากำาล ง ว าง หร อ กำาล ง พ มพ งานใดให ก บบ คคลอ นในเคร อข ายเด ยวก นหร อไม หร อ Idle แสดงถ งสถานะ ท ไม สามารถใช งานได อาจจะเน องจากม ได ต อสายส ญญาณ หร อย งม ได เป ดเคร อง 3. Type (ชน ด) แสดงชน ดของเคร องพ มพ 4. Where (ต าแหน ง) แสดงตำาแหน งของการเช อมต อ เช น USB001 เป นการเช อมต อ ทางช อง USB Port 5. Properties (ค ณสมบ ต ) เล อกเพ อต งค าค ณสมบ ต การพ มพ ส วนมากจะแตกต างก น ตามซอฟต แวร ของบร ษ ทผ ผล ตเคร องพ มพ 6. Find Printer (ค นหาเคร องพ มพ ) เล อกเพ อทำาการค นหาเคร องพ มพ อ นในเคร อข าย ท ย งม ได ถ กต ดต งบนเคร องคอมพ วเตอร 7. Print to file (พ มพ ไปเป นแฟ ม) ใช สำาหร บพ มพ ออกเป นไฟล.prn เพ อพ มพ ไฟล ออกทางเคร องพ มพ อ นท คล ายก นหร อบนเคร องคอมพ วเตอร อ น หน วยท 5 การพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ 191

183 โปรแกรมประมวลผลคำ 18. List of markup (รายการของมาร กอ ป) พ มพ รายการแสดงมาร กอ ป หร อ การ แก ไขข อความ ความค ดเห นต างๆ 19. Styles (ล กษณะ) พ มพ รายการแสดงล กษณะของข อความท ใช ในเอกสารท งหมด 20. Building Blocks entries (รายการแบบเอกสารส าเร จร ป) พ มพ รายการแสดง แบบเอกสารสำาเร จร ปท งหมด 21. Key assigments (การก าหนดค ย ) พ มพ รายการการกำาหนดค ย โดยผ ใช (ท ไม ใช ค า เร มต นของโปรแกรม) (เราสามารถกำาหนดค ย ล ดท ต องการในการทำางานอ ตโนม ต หร อ Macro) e. Print 22. All pages in range (หน ากระดาษท งหมดท อย ใน ช วง) พ มพ เอกสารท งหมดท อย ในช วงท กำาหนดด านบน 23. Odd pages (หน าค ) พ มพ ออกทางเคร องพ มพ เฉพาะหน าค 24. Even pages (หน าค ) พ มพ ออกทางเคร องพ มพ เฉพาะหน าค f. Zoom 25. Page per sheet (จ านวนหน าต อหน ากระดาษ) กำาหนดจำานวนหน าท จะพ มพ ออกมาในหน งหน า กระดาษ 26. Scale to paper size (ปร บเท าขนาดกระดาษ) เล อก ไม ม มาตราส วน หากพ มพ ลงในขนาดกระดาษท ตรงก บชน ดกระดาษท กำาหนดให ก บเอกสาร หร อเล อกชนาดกระดาษท ต องการพ มพ ออกมาบนกระดาษท ม อย ในเคร องพ มพ เช นพ มพ ขนาด A5 ลงใน A4 (A5 เท าก บคร งหน งของ A4) หน วยท 5 การพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ 193

184 โปรแกรมประมวลผลคำ Quick Print (พ มพ ด วน) ค อคำาส งสำาหร บใช พ มพ ด วนโดยจะใช การต งค าของเอกสารท ม อย แล วหร อม อย เด มก อนหน าท เคยพ มพ ไว โปรแกรมจะเล อกพ มพ ออกทางเคร องพ มพ ท เป นค าเร มต นของคอมพ วเตอร (Default) ทำาให สามารถผล ตเอกสารออกทางเคร องพ มพ ได ท นท หากต องการพ มพ เอกสารด วนให ทำาตาม ข นตอนด งน 1. เป ดเอกสารท ต องการพ มพ ด วน 2. เล อกป ม Quick Button 3. เล อก Print 4. เล อก Quick Print Print Preview (แสดงต วอย างก อนพ มพ ) ค อคำาส งเร ยกด เอกสารเหม อนพ มพ ทางหน าจอเพ อตรวจสอบความถ กต องก อนพ มพ ทำาให แน ใจ ว าเป ดเอกสารถ กต อง เอกสารม ความถ กต องทางด านการพ มพ ข อความ การจ ดหน ากระดาษ เป นต น หากต องการเร ยกด เอกสารต วอย างก อนพ มพ ให ทำาตามข นตอนด งน 1. เป ดเอกสารท ต องการพ มพ ด วน 2. เล อกป ม Quick Button 3. เล อก Print 4. เล อก Print Preview หน วยท 5 การพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ 195

185 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Page Setup (ต งค าหน ากระดาษ) 1. Margins (ระยะขอบ) เล อกเพ อต งค าระยะขอบใหม 2. Orientation (การวางแนว) เล อกเพ อต งค าการวางแนว เป น Potrait หร อ Landscape 3. Size (ขนาด) เล อกขนาดกระดาษท ต องการ เช น A4 Letter หร อ B5 เมน Zoom (ย อ/ขยาย) 1. Zoom (ย อ/ขยาย) เล อกเพ อเป ดหน าต างต ว เล อกการย อ/ขยายเพ อแสดงผล % (เท าขนาดจร ง) เล อกเพ อแสดงผลทาง หน าจอเท าขนาดพ มพ ออกจร ง 3. One Page (หน งหน า) เล อกเพ อ แสดงผลท ละหน า 4. Two Pages (สองหน า) เล อกเพ อ แสดงผลท ละสองหน า 5. Page Width (ความกว างของหน า) เล อกเพ อแสดงผลให ความกว างของ หน าพอด ก บหน าจอคอมพ วเตอร หน วยท 5 การพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ 197

186 แบบทดสอบหน วยท 5 1. ส วนประกอบของเคร องพ มพ ข อใดท า หน าท ร บข อม ลจากจากคอมพ วเตอร a. สายไฟฟ า b. สายส ญญาณ c. ถาดป อนกระดาษ d. ถาดร บเอกสาร 2. เคร องพ มพ อาจต ดต งบนเคร อข ายก บ a. เคร องเซ ร ฟเวอร b. เคร องแม คอ นทอช c. เคร องพ ซ d. เคร องถ ายเอกสาร 3. ต วเล อกในช อง Name ต องระว งส งใด a. ต วสะกดช อเคร องพ มพ b. การเส ยบสายส ญญาณ c. ช อเคร องพ มพ ท ถ กต อง d. สถานะเคร องพ มพ 4. สถานะเคร องพ มพ เป น Idle หมายถ ง a. เคร องพ มพ เป นท น ยม b. เคร องพ มพ ก าล งท างานอ น c. เคร องพ มพ หย ดท างาน d. เคร องพ มพ ม ได เส ยบสายส ญญาณ 5. การค นหาเคร องพ มพ ท ย งไม ได ถ กต ดต งใช a. Find now b. Find uninstall c. Find printer โปรแกรมประมวลผลคำ d. Find and replace 6. หากต องการกล บด านพ มพ เอง ใช ค าส ง a. Manual Flip b. Hand insert c. Hand draw d. Manual duplex 7. การพ มพ หน าเอกสารป จจ บ นให ใช ค าส ง a. Print now b. Print current page c. Print a page d. Print all 8. Collate หมายถ ง a. การพ มพ ท ละช ด b. การพ มพ ท ละหน า c. การพ มพ ส ส d. การพ มพ ค ณสมบ ต เอกสาร 9. การแสดงมาร กอ ปในเอกสารท พ มพ ให เล อก a. Document showing markup b. Markup list c. Style d. Document properties 10. หากต องการพ มพ ด วนให เล อก a. Quick Review b. Quick Button c. Quick Print d. Print now 199

187 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมหน วยท 5 ก จกรรมท 1. การพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ : จงพ มพ เอกสารจากก จกรรมท ได สร างไว จากหน วยการเร ยนร ท ผ สอนก าหนด ให ม ล กษณะสวยงาม และถ กต อง 200

188 โปรแกรมประมวลผลคำ หน วยท 6 การสร างและแก ไขจดหมายเว ยน สาระการเร ยนร 1. การสร างและแก ไขซองจดหมายเว ยน 2. การสร างและแก ไขจดหมายเว ยน จ ดประสงค 1. เพ อให น กศ กษาได เร ยนร และม ท กษะในการสร างซอง จดหมายเว ยน 2. เพ อให น กศ กษาได เร ยนร และม ท กษะในการสร าง จดหมายเว ยน 201

189 โปรแกรมประมวลผลคำ การใช งานแท บ Mailings (การส งจดหมาย) แท บ Mailings ม ไว สำาหร บการทำาเอกสารประเภทจดหมาย ซองจดหมาย จดหมายเว ยน (การสร าง เอกสารท จ าหน าถ งผ ร บจำานวนมาก) เป นต น เมน Create (สร าง) 1. ป ม Envelopes (ซองจดหมาย) ใช สำาหร บสร างซองจดหมาย 1 ซอง อย าง รวดเร ว โดยโปรแกรมจะเป ดหน าต าง Envelopes and Labels ข นมาด งร ป 202

190 โปรแกรมประมวลผลคำ ต วอย าง ผลการสร างจดหมายด วยป ม Envelopes ม มซ ายบนค อ Return Address ตรงกลางซองจดหมายค อ Delevery Address โดยจะม การใช Section Break Next Page เพ อข นหน าใหม แยกออกจากเอกสารป จจ บ น 204 ต วอย าง ผลการสร างป ายผน ก (Label) ด วยป ม Label โดยเล อก แบบ Full page of the same label บางคร งผลท ได ม การจ ดก น หน า-หล ง ไม สมบ รณ ให เล อก ท งหมด (Ctrl^A) แล วจ ดก นหน า- หล ง ของป ายผน กอ นแรก จะทำา การจ ดก นหน า-หล งของป ายผน ก ท กอ นท เหล อ

191 โปรแกรมประมวลผลคำ a. Address (ท อย ) Insert Address (แทรกท อย ) ใช สำาหร บเร ยกท อย จากฐาน ข อม ล Microsoft Office Outlook หร อ Microsoft Exchange Use return address (ใช ท อย ผ ส ง) เล อกกาเคร องหมายถ กท ช อง น เพ อใช ท อย ผ ส งในช องน ซ งผ ส งม กไม เปล ยนแปลงบ อย ค อผ ใช เป นหล ก) Address Box (กล องท อย ) ใช สำาหร บพ มพ ท อย ท ต องการให ปรากฏ ลงบนป ายผน กลงไป b. Print (พ มพ ) Full page of the same label (ป ายผน กแบบเด ยวก นท งแผ น) ใช ต งค าการส งพ มพ ป ายผน กให ท กแผ นผน ก ปรากฏท อย เด ยวก นหมด Single label (ป ายผน กเด ยว) เล อกพ มพ ป ายผน กเด ยว ใช หล กการ บอกคล ายพ ก ดของตาราง เช น แถวท 2 คอล มน ท 2 -- Row (แถว) เล อกลำาด บแถวจากบนลงล าง แถวบนส ดค อแถวท 1 -- Column (คอล มน ) เล อกลำาด บคอล มน จากซ ายไปขวา คอล มน ซ ายส ดค อคอล มน ท 1 c. Label (ป ายผน ก) แสดงรายละเอ ยดและต วอย างป ายผน ก d. Print (พ มพ ) ใช สำาหร บพ มพ ป ายผน กท นท e. New Document (เอกสารใหม ) ใช สำาหร บสร างป ายผน กบนเอกสารใหม โปรแกรมจะเป ดเอกสารใหม ท ม ล กษณะของป ายผน กให ท นท f. Options (ต วเล อก) เล อกเพ อต งค าป ายผน ก เช น ขนาดป ายผน ก ขนาด กระดาษสต กเกอร ระยะห างระหว างป ายตามแนวต งและแนวนอน เม อกด ป มน จะเป ดหน าต างต วเล อกข นมา g. E-Postage Properties (ค ณสมบ ต ไปรษณ ย อ เล กทรอน กส ) ใช ต งค า ค ณสมบ ต ของไปรษณ ย อ เล กทรอน กส หากม การต ดต ง Add-in น ไว 206

192 โปรแกรมประมวลผลคำ Labels (ป ายผน ก) เล อกเพ อสร างป ายผน กเพ อพ มพ ลงบนสต กเกอร โปรแกรมจะเป ดหน าต าง Label Options เพ อต งค าป ายผน ก Directory (ไดเรกทอร ) เล อกเพ อสร างไดเรกทอร (เช น รายการรายช อท อย ของน กเร ยนในช นป ) Normal Word Document (เอกสาร Word ปกต ) เล อกเพ อกล บมาใช ร ปแบบเอกสารปรกต ไม ม การเช อมโยงก บฐานข อม ล Step by Step Mail Merge Wizard (ต วช วยสร างจดหมายเว ยนท ละข น ตอน) เล อกเพ อให โปรแกรมแนะนำาการสร างจดหมายเว ยนท ละข นตอน โดย ปรกต แล วแบ งออกเป น 6 ข นตอน Step 1. Select document type (เล อกชน ด เอกสารท ต องการสร างเป นจดหมายเว ยน) การเล อกข นตอนน จะม ผลก บการเล อกข น ตอนต อๆ ไป โปรแกรมจะปร บขนาดเอกสาร ให อ ตโนม ต ให ตรงก บชน ดเอกสารท ต องการ การใช Mail Merge Wizard ผ ใช สามารถเล อกไปข างหน า หร อย อนกล บไปมาระ หว างข นตอนได ด วยการเล อก Next: และ Previous: ของ Mail Merge Panel แต ควรระว ง การเล อกแหล ง ข อม ลอาจจะต องทำาใหม อ กคร งหากย อนกล บไปก อน หน าน น 208

193 โปรแกรมประมวลผลคำ Step 4. Arrange (จ ดเร ยง) จ ดโครงสร างหน ากระดาษ แล วเล อกแทรกว ตถ ต างๆ -- Address block (ช องท อย ) เล อกแทรก ท อย จากฐานข อม ลท เล อกแล ว โปรแกรม จะเป ดหน าต าง Insert Address Block เพ อต งค าช องท อย รวมไปถ งการจ บโยงเขต ข อม ลให ถ กต องเข าด วยก น -- Greeting line (บรรท ดแสดงค าท กทาย) สร างบรรท ดแสดงคำาท กทายหร อคำาข นต น จดหมายโปรแกรมจะเป ดหน าต าง Insert Greeting Line -- Electronic postage (ไปรษณ ย จากเว บ) ใช ต งค าไปรษณ ย อ เล กทรอน กส -- More items (รายการเพ มเต ม) ใช สำาหร บ แทรกรายการตามใจชอบ โดยโปรแกรมจะ เป ดหน าต าง Insert Merge Field Address Block (ช องท อย ) (Insert Address Block) เม อเล อกเพ มผ ร บด วยการแทรก Address Block โปรแกรมจะเป ดหน าต าง Insert Address Block เพ อต งค าต างๆ ตามต องการ (ด ร ปหน าต างหน าถ ดไป) 1. Specity address elements (ระบ องค ประกอบท อย ) Insert recipient s name in this format (แทรกช อผ ร บในร ปแบบน ) เล อก ร ปแบบการเข ยนช อผ ร บ เล อกม หร อไม ม คำานำาหน า และ เล อกคำาต อท าย เช น...และครอบคร ว เป นต น Insert company name (แทรกช อบร ษ ท) กาเคร องหมายถ กหน าข อน เพ อแทรกช อบร ษ ทลงในช องท อย ด วย 210

194 โปรแกรมประมวลผลคำ 2. Preview (แสดงต วอย าง) แสดงต วอย างชองช องท อย ตามท ได ต งค าไว 3. Match Fields (จ บค เขตข อม ล) หากด จากต วอย างแล วช องท อย ย งแสดงไม ถ ก ต องหร อไม ครบถ วน อาจเป นไปได ว าช องข อม ลก บฐานข อม ลจ บค ได ไม ตรง จะ ต องกดป มน เพ อจ บค เขตข อม ล โดยโปรแกรมจะเป ดหน าต าง Match Fields Required for Address Block (จ าเป นส าหร บช องท อย ) ช องเหล าน ม ความจำาเป นจะต องจ บค ช อคอล มน ก บช อเขตข อม ล (ช อ นามสก ล คำาต อ ท าย...) ให ถ กต องเพ อให การแสดงผลท อย น นถ กต องครบถ วน Unique Identifier (ต วระบ ท ไม ซ าก น) ค อการระบ คอล มน ท บรรจ ข อม ล ท ม ล กษณะพ เศษไม ซ ำาก น หร อด ชน เช น รห สล กค า รห สน กเร ยน หร อเลข ท บ ตรประชาชนเป นต น Remember this matching for this set of data sources on this computer (จ าการจ บค เขตข อม ลน ส าหร บช ดแหล งข อม ลน ในเคอมพ ว เตอร เคร องน ) เล อกเพ อให จำาการจ บค ของฐานข อม ลน ไว ในคอมพ วเตอร เคร องน เพ อใช ในโอกาสต อไป ร ปแสดงภาพหน าจอ Merge Fields การจ บค เขตข อม ลเพ อใช ก บ Address Block 212

195 โปรแกรมประมวลผลคำ 2. Greeting line for invalid recipient names (บรรท ดแสดงค าท กทาย ส าหร บช อผ ร บท ไม ถ กต อง หร อไม ม เขตข อม ลน ในฐานข อม ล) เล อกร ปแบบ ในรายการแบบ drop down หร อพ มพ ลงไปในช องว างได เอง เช น เร ยน เจ า หน าท ผ เก ยวข อง เพ อแสดงร ปแบบใน Greeting line เม อไม ม ช อนามสก ลผ ร บ โปรแกรมจะแสดงร ปแบบน แทน 3. Preview (แสดงต วอย าง) แสดงด วอย าง Greeting Line 4. Match Fields (จ บค เขตข อม ล) เล อกจ บค เขตข อม ลเหม อน Address Block More Items (รายการเพ มเต ม) (Insert Merge Field) ค อการแทรกเขตข อม ลได อย างอ สระ 1. Insert (แทรก) เล อกการแทรก สองแบบ ค อ Address Fields (เขต ข อม ลท อย ) เล อกข อม ล ท อย ท เก บอย บนคอมพ ว- เตอร Database Fields (เขต ข อม ลของฐานข อม ล) เล อกเขตข อม ลท อย ในฐาน ข อม ลท เล อกแล ว 2. Fields (เขตข อม ล) แสดงเขตรายการข อม ลจากแบบท เล อกในข อหน ง 3. Match Fields (จ บค เขตข อม ล) เล อกจ บค เขตข อม ลเข าก บ Address Fields 4. ป ม Insert (แทรก) คล กวางตำาแหน งบนเอกสาร แล วคล กเล อกเขตข อม ลท ต องการ แล วกดป มน เพ อแทรกเขตข อม ลลงในเอกสาร 214

196 โปรแกรมประมวลผลคำ Step 5. Preview (ด ต วอย าง) กดท ป ม และ เพ อด ต วอย างการแทนท เขตข อม ลด วยข อม ลผ ร บ จร งๆ หร อเล อก Find a recipient เพ อค นหา ผ ร บคนใดคนหน ง Make changes (ท าการเปล ยนแปลง) เล อก Edit recipient list เพ อแก ไขรายการผ ร บ หร อกดป ม Exclude this recipient เพ อ ยกเว นการแสดงข อม ลของผ ร บรายน ในเอกสาร การเล อก Recipient ผ ใช สามารถเล อกผ ร บได ภายหล งโดยการใช ป ม Edit Recipient List ในเมน Start Mail Merge Step 6. Complete the merge (ท าการผสานให เสร จ สมบ รณ ) เล อกร ปแบบการผสานท ม ต วเล อกแตก ต างก นไปแล วแต ชน ดของ Mail Merge ท กำาล งทำาอย -- Print (พ มพ ) พ มพ รายการท นท -- Edit individual... (แก ไขแต ละ รายการ) ผสานรายการไปย ง เอกสารใหม เพ อแก ไข -- (อ เมล) อ เมลเอกสารไปย ง ผ ร บในรายการ -- To New Document (ไปเอกสาร ใหม ) เหม อนก บการแก ไขแต ละ รายการ ค อการผสานไปย งเอกสารใหม 216

197 โปรแกรมประมวลผลคำ 3. ป ม Edit Recipient list (แก ไขรายช อผ ร บ) เล อกเพ อแก ไขรายการผ ร บ โดย โปรแกรมจะเป ดหน าต างแสดงรายการผ ร บ หร อ Mail Merge Recipients ซ งสา- มารถแก ไขแต ละรายการได เลย a. Recipient List (รายการผ ร บ) ไม เล อกผ ร บใดๆ ได ด วยการเอาเคร องหมาย- ถ กออกจากช องส เหล ยม b. Data Source (แหล งข อม ล) หากต องการแก ไขเซลล ใดๆ ให เล อกไฟล ท ต องการในช องรายการ แล วเล อก ป ม Edit เม อแก ไขเสร จแล วจ งเล อกป ม Refresh เพ อแสดงผลท ได ร บการแก ไขแล ว c. Refine recipient list (ปร บปร งรายช อผ ร บ) ใช ปร บปร งรายช อผ ร บให สะดวกต อการตรวจสอบ ม คำาส งท ใช ได ต อไปน Sort (เร ยงล าด บ) Filter (กรอง) Find duplicates (ค นหารายการท ซ าก น) Find recipient (ค นหาผ ร บ) Validate addresses (ตรวจสอบท อย ) 218

198 โปรแกรมประมวลผลคำ ต วเล อก Comparison -- Field (เขตข อม ล) เล อกเขตข อม ลท ต องการจะกรอง -- Comparison (การเปร ยบเท ยบ) เล อกเง อนไขท ต องการใช ใน การกรอง -- Compare to (เปร ยบเท ยบก บ) เล อกหร อใส เกณฑ ในการกรอง ลงในช อง -- And (และ) หากต องการกรองมากกว าหน งคอล มน ให เล อก And หร อ Or โดยหากเล อก And จะแสดงรายการท ม ครบตาม เง อนไข และหากเล อก Or จะแสดงรายการท ตรงก บเง อนไข เพ ยงอย างเด ยวก ได หากเล อกท ง And และ Or หลายรายการ จำาเป นต องศ กษาตรรกศาสตร เพ มเต ม 3. Find duplicates (ค นหารายการท ซ าก น) โปรแกรมจะจ ดแสดงการ เปร ยบเท ยบรายากรท ซ ำาก นให อ ตโนม ต ผ ใช เพ ยงเล อกด ว าจะต องการ ลบรายการไหนออก โดยเอาเคร องหมายกากบาทออก 220

199 โปรแกรมประมวลผลคำ ป ม Insert Merge Field (แทรกเขตข อม ลผสาน) สำาหร บแทรกเขตข อม ลเพ ม เต ม โปรแกรมจะเป ดหน าต าง Insert Merge Field เหม อนก บใน Mail Merge Wizard 5. ป ม Rules (กฎ) ค อการแทรกเขตข อม ลท ม กฏ ในการแทรกข อม ล ช วยใส ข อม ลท ตรงตามข อ กำาหนดท ต งค าเอาไว เช น เง อนไข If...Then...Else หร อ Next Record โดยต องศ กษาการใช โปรแกรม ข นส งต อไป 6. ป ม Match Fields (จ บค เขตข อม ล) ค อการจ บค เขตข อม ลของแหล งข อม ลท เล อกให เข าก บเขตข อม ลท อย มาตรฐาน ของโปรแกรม ทำาให แทรก Address Block ได แม นยำาย งข น 7. ป ม Update Labels (ปร บปร งป าย ช อ) เม อม การปร บปร งป ายผน กในกรณ ท สร างเอกสารป ายผน ก (Label) เช น เพ ม เขตข อม ล จ ดระยะ หร อแม กระท งพ มพ ข อความหร อเว นวรรคลงไปใหม เม อกด ป ม Update Labels โปรแกรมจะปร บปร งป ายถ ดไปให เหม อนก บป ายแรกส ด เมน Preview Results (แสดงต วอย างผลล พธ ) 1. ป ม Preview Results (แสดงต วอย าง ผลล พธ ) โดยปรกต ผลล พธ ในการแทรก จะไม แสดง แต จะถ กแทนด วยเขตข อม ลท อย ในร ปแบบ <<ช อเขตข อม ล>> การกด ป มน จะทำาให เห นร ปแบบของผลล พธ ท จะได จากการพ มพ จร ง ทำาให สามารถเห น

200 โปรแกรมประมวลผลคำ ป ม Auto Check for Errors (ตรวจสอบ ข อผ ดพลาดอ ตโนม ต ) เล อกร ปแบบการ ตรวจสอบข อผ ดพลาด ได สามแบบ Simulate the merge and report errors in a new document (จ าลองการผสาน แล วรายงานข อผ ดพลาดไว ในเอกสารใหม ) Complete the merge, pausing to report each error as it occurs (ให ผสานเอกสารโดยหย ดช วขณะเพ อรายงานข อผ ดพลาดท เก ด ข นในแต ละคร ง) Complete the merge withoiut pausing, Report errors in a new document (ผสานจนเสร จโดยไม ต องหย ด แล วรายงานข อผ ด พลาดไว ในเอกสารใหม ) เมน Finish (เสร จส น) 1. ป ม Finish & Merge (เสร จส นและผสาน) เม อ ต งค าและจ ดร ปแบบเอกสารเร ยบร อยพร อมแก การผสานแหล งข อม ลเข าก บเอกสาร ให เล อกป มน โปรแกรมจะแสดงรายการเมน ให เล อก a. Edit Individual Documents (แก ไข แต ละเอกสาร) เล อกเพ อผสานเป นเอกสาร ใหม เพ อด ผลล พธ ท งหมดในการผสานก อน พ มพ ลงกระดาษ All (ท งหมด) ผสานท กรายการลงใน เอกสารใหม ท งหมด Current record (ระเบ ยนป จจ บ น) ผสานเฉพาะระเบ ยนป จจ บ นลง ในเอกสารใหม

201 การใช โปรแกรม ประมวลผลคำ 226 แบบทดสอบหน วยท 6 1. ท อย ผ ร บให พ มพ ลงในช องใดเม อเล อก สร างซองจดหมายด วยป ม Envelopes a. Delivery Address b. Return Address c. Address Block d. ถ กท กข อ 2. หากต องการพ มพ ป ายผน กเพ ยง 1 รายการจ านวนป ายเด ยวต องเล อกข อใด a. Full page of the same label b. Single Label c. One Label d. ผ ดท กข อ 3. หากต องการหน งส อร นควรเล อกสร าง Mail Merge ชน ดใด a. Letter b. Envelope c. Label d. Directory 4. หากต องการแทรก Address Block จะ ต องท าข อใดต อไปน เพ อให ข อม ลถ กต อง a. Matched Fields b. Linked Fields c. Insert Fields d. Add Fields 5. จดหมายภาษาไทยต องเล อกข อใดในช อง เคร องหมายลงท าย Greeting Line a. : b. ; c. none d. ถ กท กข อ 6. หากต องการแทรกเขตข อม ลจากฐาน ข อม ลต องเล อกข อใด a. Insert Address Block b. Insert Greeting Line c. Insert Fields d. More Items 7. หากต องการพ มพ รายการระเบ ยนข อม ล เข าไปในเขตข อม ลต างๆ เอง ควรเล อก a. Typing new list b. Use existing list c. Edit existing list d. Add new list 8. หากต องการค ดเอาระเบ ยนท ซ าออก ต อง เล อกข อใด a. Sorting b. Filtering c. Find Duplicates d. Find Recipients 9. ถ า Sort by=ภาค-descending Then by=จ งหว ด-Descending ข อใดมาก อนเป นอ นด บแรก a. ภาคกลาง อ ท ยธาน b. ภาคเหน อ ลำาปาง c. ภาคกลาง ช ยนาท d. ภาคเหน อ เช ยงราย 10. หากต องการผสานเขตข อม ลในเอกสาร ใหม ต องเล อกข อใด a. Edit Individual Documents b. Print Documents c. Send Messages d. New Document

202 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมหน วยท 6 ก จกรรมท 1. การสร างซองจดหมายเว ยน : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เล อก Quick Button>>New>>Blank Document 2. เล อกแท บ Mailings>>Create>>Envelopes โปรแกรมจะเป ดหน าต าง Envelopes & Labels 3. กดป ม Options เพ อต งค าซองจดหมาย 4. ต งค าซองจดหมาย Envelope size = Size 10 (4 1/8 x 9 1/2 in) แล วกดป ม OK 5. ป อนช อท อย ผ ส งในช อง Return Address โดย ใส ต วอย างด งท อย ด านล าง แล วกดป ม Add to Document บร ษ ท คอมพ วเตอร เอจ เทคโนโลย จำาก ด 1108/20 ถนนส ข มว ท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กร งเทพมหานคร

203 โปรแกรมประมวลผลคำ 9. เล อกแท บ Mailing>>Start Mail Merge>>Select Recipients>>Type New List... แล วโปรแกรมจะเป ดหน าต าง Insert Address Block 10. เล อกป ม Customize Columns โปรแกรมจะเป ดหน าต าง Customize Address List โดยจะแสดงรายช อ คอล มน ม อย ใน Address Block ไม ว าจะเป นช อ ท อย เม อง จ งหว ด รห ส ไปรษณ ย เป นต น 11. เล อก Last Name จากรายการแล ว เล อกป ม Add 12. พ มพ ช อคอล มน ใหม ว า Position แล วกดป ม OK โปรแกรมจะเพ มคอล มน Position ด านล างของ Last Name เสร จแล วกดป ม OK 13. เร มพ มพ ข อม ลท อย ผ ร บท จะใช ส งเป นจดหมายเว ยนท ส งถ งผ ร บหลายคน ให พ มพ ข อม ลในหน าถ ดไปงลงในตารางฐานข อม ล หากช องใดไม ม ข อม ลให เว นว างไว เสร จ แล วกดป ม OK 229

204 โปรแกรมประมวลผลคำ 15. ข นบรรท ดใหม แล วแทรกท อย โดยเล อกแท บ Mailing>>Write & Insert Fields>>Address Block 16. โปรแกรมจะเป ดหน าต าง Insert Address Block ให เล อกร ปแบบช อผ ร บแบบ Mr. Josh Randall Jr. โปรแกรมจะแสดงต วอย างให เห นท นท 17. และเล อกแทรกช อบร ษ ทด วยการเล อกข อ Insert Company Name แล วกดป ม OK 18. โปรแกรมจะแทรก <<AddressBlock>> ลงใน บรรท ดท วางเคอร เซอร 19. ด ผลล พธ ด วยการเล อกแท บ Mailling>>Preview Results>>Preview Results 20. บ นท กเป นเอกสาร ก จกรรมหน วยท 6-1.docx 231

205 โปรแกรมประมวลผลคำ ต วอย างซองจดหมายเว ยนท สำาเร จแล ว 232

206 โปรแกรมประมวลผลคำ 10. กด Enter 1 คร ง เพ อข นบรรท ดใหม แล ว พ มพ คำาว า เร ยน แล วเว นวรรค 2 คร ง แล ว พ มพ ท าน 11. เล อกแท บ Mailing>>Write & Insert Fields>>Insert Merge Field แล วเล อก Position จากรายการ แล วกด Enter 1 คร งเพ อข นบรรท ดใหม 12. จ ดก นหน าให ตรงก บแนวคำาว า <<Position>> แล ว พ มพ คำาว า ค ณ 13. แล วเล อกแท บ Mailing>> Write & Insert Fields>>Insert Merge Field แล วเล อก First Name แล วเว นวรรค แล วเล อก Last Name จากรายการ แล วกด Enter 1 คร ง เพ อข นบรรท ดใหม 14. พ มพ ข อความต อไปน เน องในโอกาศท บร ษ ท คอมพ วเตอร เอจ เทคโนโลย จำาก ด ม งานเป ดต ว ผล ตภ ณฑ ใหม ซอฟต แวร บร หารจ ดการทร พยากร Enterpiece ในว นท 25 พฤษภาคม พ.ศ จ งขอเร ยนเช ญท านมาร วมเป นเก ยรต ในงานด งกล าว ณ โรงแรมเลอคอบ (ท อย ตามแผนท ด งแนบ) เร มลงทะเบ ยนเวลา 9.00 น. และ ขอบพระค ณท านท ได ให ความอน เคราะห แก บร ษ ทฯ ด วยด เสมอมา 15. เล อกคล มข อความข างต นแล วจ ดเย องหน าให ตรงก บคำาว า <<Position>> 234

207 โปรแกรมประมวลผลคำ 20. แล วคล กท ท ว าง เพ อแทรกร ปภาพ ใน Header & Footer Tools เล อกแท บ Design>>Insert>>Picture แล วเล อกเอกสารโลโก ท ต องการแทรก แล วปร บขนาด โลโก ให สวยงาม 21. บ นท กเอกสารเป น ก จกรรมหน วยท 6-2.docx ต วอย างจดหมายเว ยนท สำาเร จแล ว 236

208 โปรแกรมประมวลผลคำ หน วยท 7 การอ างอ ง สาระการเร ยนร 1. การอ างอ งเพ อการสร างเอกสารทางว ชาการ จ ดประสงค 1. เพ อให น กศ กษาม ท กษะในการสร างเอกสารทางว ชาการท ม การอ างอ งแหล งท มาของข อม ลหร อสารสนเทศ 237

209 โปรแกรมประมวลผลคำ การอ างอ ง และการใช งานแท บ References การอ างอ ง หมายถ งการอ างถ ง การขยายความ หร อการเช อมโยง ข อความหร อส วนของเอกสาร หาก เป นเอกสารอ เลคทรอน กส แล วสามารถทำาให ข อม ลเช อมเข าถ งก นอย างง ายดาย และรวดเร ว เพ ยงใช เมาส คล กท การเช อมโยง ทำาให สามารถเร ยกด เช งอรรถ (ส วนขยายความด านล างของหน ากระดาษ) หร อ บรรณาน กรม (แหล งข อม ลท อ างอ งถ ง) ได อย างรวดเร ว การอ างอ งท ท าได โดย MS Word 2007 ส วนของเอกสารท โปรแกรม MS Word 2007 สามารถสร างการอ างอ งได ค อ 1. Table of Contents (สารบ ญ) ค อรายช อเร อง หร อบ ญช ช อเร องต างๆ ในเอกสาร ประเภท หน งส อ หร อ เอกสารท ม ความยาว อ างอ งถ งเลขหน าท ห วข อน นบรรจ อย 2. Footnotes (เช งอรรถ) ค อการอ างอ ง ท มา ของเน อหา หร อ ขยายความ เน อหา ส วนน นๆ โดยใส ต วเลขเช งอรรถไว ท ท ายข อความท ต องการแล วอ างอ งท มาหร อขยายความ ไว ท ส วนล างของหน ากระดาษ 3. Citation & Bibliography (ข อม ลอ างอ งและบรรณาน กรม) ค อการอ างอ ง แหล ง ท มา ของข อความท ค ดลอกมา หร อแหล งท มาของเน อหาท นำามาใช ในกระบวนการค ดท อ างถ ง โดยม กจะม ร ปแบบอย ในวงเล บ ม ช อนามสก ล และป ค.ศ.หร อพ.ศ. ท เข ยนบทความ หร อหน งส ออย ภายในวงเล บน น แล วสร างรายการเป นบรรณาน กรมไว ท ายบทความ ม ร ป แบบท เป นสากล 4. Captions (ค าอธ บายภาพ) ค อคำาอธ บายใต ภาพ ใช บรรยายอ างอ งส งท แสดงในเอกสาร เช น ร ปภาพ แผนภ ม แผนผ ง 238

210 โปรแกรมประมวลผลคำ หน าต าง Table of Content ใช สำ า ห ร บ ต ง ค า ต ว เ ล อ ก ต างเพ อให ได ร ปแบบตามท ต องการ a. Print Preview (แสดงต วอย างก อนพ มพ ) แสดงล กษณะสารบ ญ ก อนพ มพ Show page numbers (แสดงหมายเลขหน า) เล อกว าจะแสดง เลขหน าในสารบ ญหร อไม Right align page numbers (จ ดหมายเลขหน าช ดขวา) เล อก จ ดต วเลขสารบ ญให ช ดขวาตรงก นหมดหร อไม Tab leader (ต วน าแท บ) เล อกใส ส ญล กษณ ชน ดต างๆ ระหว าง ห วเร องและหมายเลขหน า เช น ใส จ ด หร อใส ข ด b. Web Preview (ต วอย างเว บ) แสดงล กษณะสารบ ญหากกำาล งสร าง เอกสารเว บอย Use hyperlinks instead of page numbers (ใช การเช อม โยงหลายม ต แทนหมายเลขหน า) เล อกเพ อไม ใส เลขหน าแต ทำาให ห วข อในสารบ ญท จะแสดงเป นการเช อมโยงหลายม ต เม อผ อ านคล ก ท การเช อมโยงจะนำาผ อ านไปย งห วข อน นๆ ท นท 240

211 โปรแกรมประมวลผลคำ Reset (ต งค าใหม ) เล อกเพ อกล บไปใช ค าท โปรแกรมถ กต ง ค าไว มาต งแต ต น e. Modify (ปร บเปล ยน) เล อกเพ อเป ดหน าต าง Style ข นมา โดยเล อก ร ปแบบสารบ ญท ต องการ แล วเล อกป ม Modify อ กท เพ อปร บเปล ยน ร ปแบบสารบ ญตามต องการ 242

212 โปรแกรมประมวลผลคำ ป ม Show notes (แสดงหมายเหต ) เล อกขณะท อย ท เช งอรรถท ต องการจะ แสดงข อความอ างอ ง แล วเล อกป มน เพ อไปย งข อความอ างอ งด งกล าว เมน Citations & Bibliography (ข อม ลอ างอ งและบรรณาน กรม) 1. ป ม Insert Citation (แทรกข อม ลอ างอ ง) เล อกเพ อเป ดเมน ข นมา a. Add New Source (เพ มแหล งข อม ลใหม ) ใช สำาหร บเพ มข อม ลเอกสารอ างอ ง โปรแกรมจะเร ยกหน าต างข นมา แล ว กรอกข อม ลในช องต างๆ โปรแกรมจะสร างฐานข อม ลเก บไว เพ อใช ในการสร าง บรรณาน กรมต อไป ซ งต องทำาก อนจะแทรกต วย ด (Placeholder) b. Add New Placeholder (เพ มต วย ดใหม ) ใช สำาหร บแทรกต วย ด (ตาม ร ปแบบการทำาข อม ลอ างอ งท เล อก) เช น (Smith, 2001) โดยต วย ดน จะม การเช อมโยงหลายม ต อย ในต ว c. Search Libraries (ค นไลบราร ) ใช สำาหร บค นหาข อม ลจากไลบราร ออนไลน ของไมโครซอฟต 2. ป ม Manage Sources (จ ดการแหล งข อม ล) โปรแกรมจะเป ดหน าต างเพ อ จ ดการแหล งข อม ล แหล งข อม ลอ างอ งท เคยปรากฏในเอกสารก อนหน าจะปรากฏ ใน Master List สามารถนำามาเร ยกใช ใหม ได หร อผ ใช สามารถสร างใหม ได เอง a. Search (ค นหา) ใส คำาหล กหร อ Keyword ในการค นหา b. Sort by (เร ยงล าด บ) เล อกการเร ยงลำาด บแหล ง ข อม ลอ างอ ง แล วเล อกร ปแบบการจ ดเร ยงได ส แบบ ค อ Sort by Author (ผ -แต ง) Sort by Tag (Placeholder name หร อต วย ด) โปรแกรมจะต งค าอ ตโนม ต โดยเอาต วอ กษรผสมก บเลขป ท แต ง แต ผ ใช สามารถ ปร บแก ได เอง) Sort by Title (ช อเร อง) หร อ Sort by year (ป ท พ มพ )

213 โปรแกรมประมวลผลคำ Master List (รายการต นแบบ) แสดงรายการแหล งข อม ลท เคยใช ใน เอกสารก อนหน ามาท งหมด สามารถใช ป ม Browse ในการเป ดข อม ล จากแหล งอ นด งท ได กล าวมาแล ว Current List (รายการป จจ บ น) แสดงรายการแหล งข อม ลในเอกสาร ป จจ บ นท งหมด และจะม เคร องหมายแสดงชน ดของรายการค อ 1. Cited source (แหล งข อม ลท อ างอ ง) 2. Placeholder source (แหล งข อม ลต วย ด) d. Preview (แสดงต วอย าง) แสดงต วอย างของการแทรกแหล งข อม ล ต วย ด (Citation) และการแสดงต วอย างแหล งข อม ลในบรรณาน กรม (Bibliography Entry) 3. ป ม Style (ล กษณะ) เล อกร ปแบบในการเข ยนข อม ลอ างอ ง โดยเป นมาตรฐาน การอ างอ งเอกสารทางว ชาการท ใช แพร หลาย เช น APA หร อ MLA ในประเทศ สหร ฐอเมร กาสำาหร บภาษาอ งกฤษ หร อ GB7714 สำาหร บภาษาจ น 4. ป ม Bibliography (บรรณาน กรม) เล อกเพ อเป ดเมน สำาหร บเล อกแทรก บรรณาน กรม น ยมแทรกไว ท ายเอกสาร เมน Captions (ค าอธ บายภาพ) 1. ป ม Insert Caption (แทรกค าอธ บายภาพ) สำาหร บใช แทรกคำาอธ บายภาพ โดยเล อกป มน เพ อเป ดหน าต าง Caption (คำาอธ บายภาพ) 246

214 โปรแกรมประมวลผลคำ 1. Chapter starts with style (เร มบทด วยล กษณะ) เล อก Style (ล กษณะ) ท ใช เข ยนห วเร องของบท โดยโปรแกรมจะนำาลำาด บของ Style ท เล อก ใช เป นหมายเลขกำาก บใต ภาพด วย 2. Use separator (ใช ต วค น) เล อกเพ อใช ต วค นระหว า ต วเลขบท และต วเลขร ปภาพ Examples (ต วอย าง) แสดง ต วอย างผลของการต งค าต วเลขคำา อธ บายใต ภาพ g. AutoCaption (ค าอธ บายภาพอ ตโนม ต ) ใช สำาหร บต งค าการแทรกคำา อธ บายภาพอ ตโนม ต โปรแกรมจะให เล อกชน ดไฟล ท ต องการแทรกคำา อธ บายภาพด วยเม อม การวางว ตถ ชน ดด งกล าวตามรายการ สามารถเล อก หร อสร าง ชน ด Label และตำาแหน ง เหม อนการต งค าคำาอธ บายภาพปรกต 2. ป ม Insert Table of Figures (แทรก สารบ ญภาพ) ใช สำาหร บแทรกสารบ ญภาพ สำาเร จร ป โดยโปรแกรมจะเป ดหน าต าง Table of Figures (ด หน าถ ดไป) โดยโครงสร างจะ คล ายคล งก นก บการแทรกสารบ ญ (TOC) 248

215 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Index (ด ชน ) Index หร อ ด ชน ค อรายการคำาท สำาค ญในเอกสาร หร อหน งส อ โดยม เลขหน าของห วข อท อ างถ งคำาๆ น นอย ในเอกสาร ทำาให การส บค นห วข อเก ยวก บคำา ใดคำาหน งในเอกสารสามารถทำาได อย างรวดเร ว 1. ป ม Mark Entry (ท าเคร องหมายรายการ) ใช สำาหร บทำาเคร องหมายคล มคำาท ต องการ เพ อทำาเป น Index (ด ชน ) โดยให เล อกคล ม (Highlight) คำา ท ต องการทำาเป นด ชน เส ยก อน แล วจ งกดป มน โปรแกรมจะเป ดหน าต าง Mark Index Entry ข นมา Index (ด ชน ) ใส Main entry (รายการ- หล ก) และ Subentry (รายการย อย) เช น Main entry ค อ ส ตว บก Subentry ค อ ม กระด กส นหล ง หร อ เล ยงล กด วยนม สามารถ ทำาให รายการย อยม มากกว าหน งคำา ได คล ายเป นห วข อย อย ว ธ การ Mark Entry ให ม รายการ- ย อยหร อ Subentry เช น 1. เม อใส ช ดแรก เช น ม Main entry ค อ ส ตว บก Subentry ค อ ม กระด กส นหล ง 2. เสร จแล วให ใส ช ดถ ดไปโดยให ม Main entry เหม อนเด ม เช นช ด ถ ดไปม Main Entry ค อ ส ตว บก และ Subentry ค อ เล ยงล ก ด วยนม จะทำาให ม Subentry สองคำาเม อแทรกด ชน ต วอย างด ชน ท ม รายการย อย 250

216 โปรแกรมประมวลผลคำ แบบทดสอบหน วยท 7 1. การอ างอ งม ใช ท าเพ อสาเหต ใด a. ความสวยงาม b. ความสะดวก c. ความรวดเร ว d. ถ กท กข อ 2. การแทรกสารบ ญส าเร จร ปท าได โดยใช a. Insert Table of Content b. Table of Content Bar c. Table of Content Template d. Table of Content Style 3. การเพ มข อความลงในสารบ ญควรท า อย างไรเพ อให เก ดความเช อมโยงด วย a. แท บ Insert>>text b. แท บ Reference>>Table of Content c. แท บ Reference>>Add Text d. แท บ Reference>>Update Table 4. หากต องการให สารบ ญม การเช อมโยง หลายม ต ไปย งห วข อท ต องการ ต องเล อก ข อใดต อไปน a. Show page numbers b. Right align page numbers c. Tab leader d. Use Hyperlinks instead of page numbers 5. การเล อกจ านวนระด บของสารบ ญท จะ แสดง ต องเล อกต งค าส งใด a. Format b. Style c. Show Level d. Options 6. หากต องการไปย งเช งอรรถก อนหน า ต อง เล อกข อใด a. Next Footnote b. Previous Footnote c. Next Endnote d. Show note 7. หากต องการไปย งหมายเหต ของเช งอรรถ หร ออ างอ งท ายเร องท ต องการต องเล อก a. Next Footnote b. Previous Footnote c. Next Endnote d. Show note 8. ข อใดต องท าก อนจะแทรก Placeholder เพ อท าข อม ลอ างอ งและบรรณาน กรม a. Add New Source b. Add New Placeholder c. Search Library d. Manage Source 9. ข อม ลอ างอ งปกต จะถ กเก บเป นไฟล ชน ดใด a..html b..xml c..dot d..doc 10. ข อใดค อรายการแหล งข อม ลท ถ กใช มา ก อนหน าน a. Current List b. Browse c. Master List d. Previous List 11. การแทรกบรรณาน กรมควรเล อกข อใด a. Insert Citation b. Bibliography 252

217 c. Add Source d. Manage Source 12. ต าแหน ง (Position) Caption ของ Figure หร อร ปภาพ ค อ a. Above selected item b. Below selected item c. Amongst selected item d. ผ ดท กข อ 13. ต าแหน ง (Position) Caption ของตาราง ค อ a. Above selected item b. Below selected item c. Amongst selected item d. ผ ดท กข อ โปรแกรมประมวลผลคำ 14. ต าแหน ง (Position) Caption ของ สมการ ค อ a. Above selected item b. Below selected item c. Amongst selected item d. ผ ดท กข อ 15. การสร าง Index ให แสดงช วงเลขหน า ต องเช อมโยงไปย ง a. Heading b. Bookmark c. Cross-reference d. Placeholder 253

218 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมหน วยท ก จกรรมท 1. การสร างสารบ ญ : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. สร างเอกสารใหม โดยเล อก Quick Button>>New>>Blank Document 2. พ มพ ข อความต อไปน (ไม ต องพ มพ ต วเลขทางด านซ าย) เลขบรรท ด 1 การอ างอ งท ทำาได โดย MS Word ส วนของเอกสารท โปรแกรม MS Word 2007 สามารถสร างการอ างอ งได ค อ 3 Table of Contents (สารบ ญ) 4 ค อรายช อเร อง หร อบ ญช ช อเร องต างๆ ในเอกสาร ประเภท หน งส อ หร อ เอกสารท ม ความยาว อ างอ งถ งเลขหน าท ห วข อน นบรรจ อย 5 Footnotes (เช งอรรถ) 6 ค อการอ างอ ง ท มา ของเน อหา หร อ ขยายความ เน อหาส วนน นๆ โดยใส ต วเลข เช งอรรถไว ท ท ายข อความท ต องการแล วอ างอ งท มาหร อขยายความไว ท ส วนล างของ หน ากระดาษ 7 Citation & Bibliography (ข อม ลอ างอ งและบรรณาน กรม) 8 ค อการอ างอ ง แหล งท มา ของข อความท ค ดลอกมา หร อแหล งท มาของเน อหาท นำา มาใช ในกระบวนการค ดท อ างถ ง โดยม กจะม ร ปแบบอย ในวงเล บ ม ช อนามสก ล และ ป ค.ศ.หร อพ.ศ. ท เข ยนบทความหร อหน งส ออย ภายในวงเล บน น แล วสร างรายการ เป นบรรณาน กรมไว ท ายบทความ ม ร ปแบบท เป นสากล 9 Captions (ค าอธ บายภาพ) 10 ค อคำาอธ บายใต ภาพ ใช บรรยายอ างอ งส งท แสดงในเอกสาร เช น ร ปภาพ แผนภ ม แผนผ ง 11 Index (ด ชน ) 12 ค อรายการของคำาสำาค ญท ใช ในเอกสาร ม กอย ท ายเอกสาร ผ ใช สามารถค นหาเน อหา เก ยวก บคำาน นๆ อ างอ งไปย งหน าท คำาน นถ กบรรจ อย ในเอกสาร

219 โปรแกรมประมวลผลคำ 7. ไปท หน าว างท เพ งสร าง คล กท บรรท ดแรก แล วเล อกแท บ References>>Table of Contents>>Table of Contents โปรแกรมจะเป ดไลบราร ลงมา เล อกร ปแบบ สารบ ญท ต องการ โปรแกรมจะแทรกสารบ ญอ ตโนม ต ให โดยเล อกเอาห วข อท ต งค า ร ปแบบเป น Heading 1 มาเป นห วข อในสารบ ญพร อมท งระบ เลขหน าและจ ดร ป แบบให จนเสร จ 8. บ นท กเอกสารเป น ก จกรรมหน วยท 7-1.docx 256

220 โปรแกรมประมวลผลคำ 3. แล วเล อกแท บ References>>Citation and Bibliography>>Insert Citation>>Add New Source 4. โปรแกรมจะเป ดหน าต าง Create Source แล วกรอกข อม ลตามภาพด านล าง จากน น จ งกดป ม OK 5. โปรแกรมจะสร างแหล งท มาของข อม ลลงในฐานข อม ล แล วแทรก Place Holder หร อต วย ดลงในเอกสารค อ (ว ฒนส ทธ, 2554) 258

221 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 4. การสร าง Caption (ค าอธ บายภาพ) : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดเอกสาร ก จกรรมหน วยท 7-3.docx 2. เราต องการจะแทรกภาพสารบ ญท สร างไว แล วในไฟล ท เป ด โดยเล อกจ บภาพหน าจอ ด งน นให ไปย งหน าท 1 ซ งแสดงรายการสารบ ญ เล อกแท บ View>>Zoom>>Page Width แล วเล อนจ ดหน าจอให สวยงาม 3. แล วกดป ม PrtSc (Printscreen) เพ อจ บภาพหน าจอขณะน น 4. ไปย งหน าท 2 ท ม ห วข อ Table of Contents.. ด วยการกดป ม Ctrl ค างไว แล ว คล กท ห วข อ Table of Contents... ในสารบ ญ โปรแกรมจะนำาไปหน าท ต องการด วยการเช อมโยง แล ว คล กเล อกตรงบรรท ดท ว างล างส ดของหน า (บรรท ดใหม ) เล อกแท บ Home>>Clipboard>>Paste เพ อวางภาพ 5. จากน นคล กเล อกภาพหน าจอ แล วเล อกแท บ References>>Captions>>Insert Caption เพ อแทรกคำาบรรยายใต ภาพ 260

222 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมท 5. การสร างด ชน : จงท าตามข นตอนต อไปน 1. เป ดเอกสาร ก จกรรมหน วยท 7-4.docx 2. เล อกคล มคำาว า สารบ ญ ในหน า 2 แล วเล อกแท บ References>>Index>>Mark Entry 3. โปรแกรมจะเป ดหน าต าง Mark Index Entry เพ อให ทำาเคร องหมาย กำาก บด ชน โดยทำาเป นข อความท ซ อนอย หน าต างน จะแสดงข นพร อม ข อความถ กเน นหร อไฮไลท ในช อง Main Entry 4. แล วเล อก Options>>Current Page เพ ออ างถ งเลขหน าป จจ บ น 5. เล อก Page Number Format>> Bold เพ อทำาเลขหน าเป นต วหนา 6. แล วเล อก Mark เพ อทำาเคร องหมาย ด ชน (หร อ Mark All เพ อแสดงเลขหน าของท กคำาท ปรากฏ) 7. ทำาแบบเด ยวก บคำาอ นๆ 4-5 คำา 8. บ นท กเป น ก จกรรมหน วยท 7-5.docx 262

223 โปรแกรมประมวลผลคำ หน วยท 8 การทำ งานร วมก น สาระการเร ยนร 1. การตรวจทาน 2. การใส ความค ดเห น 3. การป องก น จ ดประสงค 1. เพ อให น กศ กษาได เร ยนร และม ท กษะการตรวจทาน เอกสารด วยโปรแกรมประมวลผลค า 2. เพ อให น กศ กษาได เร ยนร และม ท กษะในการใส ความค ด เห นลงในเอกสารเม อม การท างานร วมก นเป นท ม 3. เพ อให น กศ กษาได เร ยนร และม ท กษะในการป องก นเอกสาร จากการแก ไขหร อเป ดเผยเม อต องท างานร วมก นเป นท ม 263

224 โปรแกรมประมวลผลคำ การท างานร วมก นด วยการใช แท บ Review (ตรวจทาน) แท บตรวจทานเป นเคร องม อสำาหร บการตรวจสอบความถ กต องของเอกสารและการประสานงาน ร วม-ม อในการสร างเอกสาร ทำาให เอกสารม ความถ กต องเร ยบร อย และเป นท พอใจของท กฝ ายท เก ยวข อง เมน Proofing (การพ ส จน อ กษร) 1. ป ม Spelling & Gramma (การสะกด และไวยากรณ ) ใช สำาหร บ ตรวจการสะกดคำาและไวยากรณ ท ใช โดยมากจะใช ตรวจคำาในภาษาอ งกฤษ สะกดผ ดจะม โดยปรกต แล วเม อพ มพ คำาในเอกสารจะม การตรวจต วสะกดและไวยากรณ เส นหย กใต คำา อ ตโนม ต โดยคำาท สะกดผ ด (ไม ม ในพจนาน กรมท ม ในโปรแกรม) จะแสดง เส นหย กส แดงข ดเส นใต อย ส วนไวยา-กรณ ท ผ ด (ภาษาอ งกฤษ ในภาษาไทย ย งไม ม การตรวจ) จะแสดงเส นหย กส เข ยวข ดเส นใต อย ผ ใช สามารถคล กขวา เพ อ เป ดด ต วเล อกการแก ไขคำา อย างไรก ด เม อกดป มน แล วจะเป ดหน าต าง Spelling and Grammar (การพ ส จน อ กษร) 264 ร ปหน าจอ หน าต าง Spelling and Gramma ต วท สะกด ผ ดจะแสดงเป นส แดง

225 โปรแกรมประมวลผลคำ h. ป ม Change (เปล ยน) กดป มน เพ อเปล ยนแปลงคำาท เล อกจาก Suggestions ไปแทนคำาส แดงในช องด านบน i. ป ม Change All (เปล ยนท งหมด) กดป มน เพ อเปล ยนแปลงคำาท เล อกจาก Suggestions ไปแทนคำาส แดงในช องด านบนท งหมดในเอกสาร j. ป ม AutoCorrect (แก ไขอ ตโนม ต ) กดป มน เพ อให โปรแกรมแก ไขคำาและ/ หร อไวยากรณ อ ตโนม ต k. ป ม Options (ต วเล อก) กดป มน เพ อเป ด Word Options ในส วน Proofing เพ อต งค าเก ยวก บการสะกดคำาและไวยากรณ ในโปรแกรม l. ป ม Undo (เล กท า) กดเพ อเล กทำารายการแก ไขล าส ดท เพ งทำาไป 2. ป ม Research (การค นคว า) ค อเคร องม อช วยใน การค นคว าเก ยวก บคำาท ปรากฏอย ในเอกสาร โดย สามารถเล อกคล มแล วกดป มน หร อ กดแป น Alt แล วคล กท คำาท ต องการค นคว า โดยโปรแกรมจะ เป ดแผงการค นคว าหร อ Research panel ข นมาแล วเช อมต อก บอ นเตอร เน ท เพ อค นคว าในฐานข อม ลต างๆ ท ได ทำา ข อตกลงก บ Microsoft เอาไว 3. ป ม Thesaurus (อรรถาภ ธาน) ค อ การค นหาคำาท ม ความหมายใกล เค ยงก น โดยคล กคำาท ต องการแล ว กดป มน โปรแกรมจะเป ด panel ข นมาเพ อแสดง ผลการค นหาคำาใกล เค ยงน 266

226 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Comments (ข อค ดเห น) Comments หร อข อค ดเห น ใช เพ อการทำางาน ประสานก น ใช คล ายก บต ดกระดาษโน ตไว ให ด ตรง ท ข ดเส นใต 1. ป ม New Comment (สร างข อค ดเห น) ลากคล มข อความหร อว ตถ ส วนท ต อง การแทรกข อค ดเห น แล วกดป มน เพ อเป ดการทำางานในโหมด Comments 2. ป ม Delete (ลบ) เล อก Comment ท ต องการ ลบแล วกดป มท ไอคอนเพ อลบ Comment ป จจ บ น หร อเล อกท ป มล กศรช ลงเพ อเป ดเมน Delete (ลบ) ลบเฉพาะ Comment ป จจ บ น Delete All Commets Shown (ลบข อค ดเห นท งหมดท แสดงอย ) Delete All Comments in Document (ลบข อค ดเห นท งหมดใน เอกสาร) 3. ป ม Previous (ก อนหน า) เล อกเพ อไปย งข อค ดเห นก อนหน าน 4. ป ม Next (ถ ดไป) เล อกเพ อไปย งข อค ดเห นถ ดไป เมน Tracking (การต ดตาม) ใช สำาหร บต ดตามการเปล ยนแปลง ในเอกสาร เพ อให ผ ท ใช เอกสารร วม ก น เห นถ งความเปล ยนแปลง 268

227 โปรแกรมประมวลผลคำ Show All Revisions in Line (แสดงการตรวจทานแก ไขท งหมดแบบ อ นไลน ) แสดงการแก ไขท งหมดในบรรท ด Show Only Comments and Formatting in Balloons (แสดง เฉพาะข อค ดเห นและการจ ดร ปแบบในบอลล น) ไม แสดงการเปล ยนแปลง ในบอลล น จะแสดงเฉพาะ Comments และ การจ ดร ปแบบ 3. ป ม Display for Review (แสดงเพ อ ตรวจทาน) ใช สำาหร บแสดงผลเปล ยน ไป-มาระหว างการมาร กอ ปแบบต างๆ และ แบบท ไม แสดง โดยโปรแกรมจะเป ดเมน drop down ลงมาเพ อให เล อกแบบท ต องการ ม ให เล อกส แบบ ค อ 270

228 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Changes (การเปล ยนแปลง) เม อม การต ดตามการเปล ยนแปลงแล ว จะต องม ผ ท ต ดส น ใจการเปล ยนแปลงในข นตอนส ดท าย โดยสามารถเล อกท ต วการเปล ยนแปลงน นๆ แล วเล อกยอมร บหร อไม ยอมร บการ เปล ยนแปลงน น 1. ป ม Accept (ยอมร บ) กดเพ อยอมร บการเปล ยนแปลงท เล อกอย 2. ป ม Reject (ปฏ เสธ) กดเพ อไม ยอมร บการเปล ยนแปลงท เล อกอย 3. ป ม Previous (ก อนหน า) ไปท การเปล ยนแปลงก อนหน า 4. ป ม Next (ถ ดไป) ไปท การเปล ยนแปลงถ ดไป เมน Compare (เปร ยบเท ยบ) ใช ในการเปร ยบเท ยบเอกสารสองฉบ บท ม การแก ไขปร บปร งแต ม ได ม การเป ด Tracking เอาไว หร อมาจากเอกสารประเภทอ นท ไม ใช Microsoft Word 1. ป ม Compare (เปร ยบเท ยบ) ใช สำาหร บเปร ยบเท ยบ ข อแตกต างเอกสาร สองฉบ บ เม อกด ป มโปรแกรมจะเป ด หน าต าง Compare Document สำาหร บ เล อกเอกสารท จะนำามา เปร ยบเท ยบ 272

229 โปรแกรมประมวลผลคำ -- Comments (ข อค ดเห น) -- Formatting (การจ ดร ปแบบ) -- Case Changes (การ เปล ยนแปลงต วพ มพ ) -- White space (ช องว าง) -- Tables (ตาราง) -- Headers and footers (ห ว กระดาษและท ายกระดาษ) -- Footnotes and endnotes (เช งอรรถและอ างอ งท ายเร อง) -- Textboxes (กล องข อความ) -- Fields (เขตข อม ล) Show changes (แสดงการเปล ยนแปลง) เล อกแสดงการเปล ยนแปลง -- Show changes at (แสดงการเปล ยนแปลงท ) -- Character level (ระด บอ กขระ) แสดงการเปล ยนแแปลงต ว อ กษร พย ญชนะ สระ หร อวรรณย กต -- Word level (ระด บค า) แสดงการเปล ยนแปลงในระด บคำา -- Show changes in (แสดงการเปล ยนแปลงใน) เล อกแสดงการ เปล ยนแปลงในเอกสารท ต องการ -- Original document (เอกสารต นฉบ บ) -- Revised document (เอกสารฉบ บตรวจทานแก ไข) -- New document (เอกสารใหม ) 2. ป ม Show Source Documents (แสดง เอกสารต นฉบ บ) ใช สำาหร บต งค าการแสดง เอกสารท งสองฉบ บทางขวาม อ โดยโปรแกรมจะ ม เมน ให เล อก Hide Source Documents (ซ อนเอกสารต นฉบ บ) แสดงแต ฉบ บรวม Show Original (แสดงเอกสารต นฉบ บ) แสดงต นฉบ บอย างเด ยว Show Reviesed (แสดงเอกสารฉบ บตรวจทาน) แสดงแต ฉบ บแก ไข Show Both (แสดงเอกสารท งสองแบบ) แสดงท งต นฉบ บและแก ไข 274

230 โปรแกรมประมวลผลคำ แบบทดสอบหน วยท 8 1. ค าท สะกดผ ดจะถ กข ดเส นใต เป นส อะไร a. ส แดง b. ส เข ยว c. ส น ำาเง น d. ส ม วง 2. หากไม ต องการแก ค าๆ หน ง ท สะกดผ ดท ก จ ดในเอกสาร ให เล อกป มใด a. Ignore Once b. Ignore All c. Add to Dictionary d. AutoCorrect 3. หากต องการบ นท กการแก ไข ควรเล อกข อ ใด เพ อประสานงานก บผ อ น a. Comments b. Track Changes c. Compare d. Protect 4. หากต องการเปร ยบเท ยบเอกสารสองฉบ บ ต องเล อกข อใด a. Comments b. Track Changes c. Compare d. Protect 5. หากต องการแทรกข อค ดเห น ต องเล อกข อ ใด เพ อประสานงานก บผ อ น a. Comments b. Track Changes c. Compare d. Protect 6. หากต องการให ผ ร วมงานตรวจแก ไขเอก สาร แต ป องก นม ให จ ดร ปแบบ ต องเล อก a. Comments b. Track Changes c. Compare d. Protect 7. หากต องการแสดงการแก ไขในบรรท ดต อง เล อกข อใด a. Show Revisions in Balloons b. Show All Revision in Line c. Show Only Comments and Formatting in Balloons d. Show Editing in Line 8. หากต องการแสดงมาร กอ ปพร อมต นฉบ บ ต องเล อกข อใด a. Final Showing Markup b. Final c. Original Showing Markup d. Original 9. หากไม ยอมร บการเปล ยนแปลงต องเล อก a. Accept b. Recept c. Decept d. Reject 10. หากต องการแสดงผลล พธ การเปร ยบเท ยบ ในเอกสารต นฉบ บ ต องเล อกข อใด a. Hide Source Documents b. Show Original c. Show Reviesed d. Show Both 276

231 โปรแกรมประมวลผลคำ ก จกรรมหน วยท 8 ก จกรรมท 1. การท างานร วมก น : จงจ บค ท ารายงานค นคว าร วมก นตามท ผ สอนก าหนด หร อตามห วข อด านล าง โดยต างคนต างท ารายงานของตน แล วแลกเปล ยน ก นเป นผ ตรวจทานและแสดงข อค ดเห น เช น การใช ภาษา ความถ กต องของ ข อม ล 1. การสร างและแก ไขเอกสารด วยโปรแกรมประมวลผลคำา 2. การตกแต งเอกสารด วยโปรแกรมประมวลผลคำา 3. การสร างและแก ไขตารางด วยโปรแกรมประมวลผลคำา 4. การสร างและแก ไขแผนภ ม ด วยโปรแกรมประมวลผลคำา 277

232 โปรแกรมประมวลผลคำ หน วยท 9 เคร องม อจ ดการว ตถ (Tools) สาระการเร ยนร 1. เคร องม อจ ดการว ตถ (Tools) ต างๆ ในโปรแกรมประมวล- ผลค า จ ดประสงค 1. เพ อให น กศ กษาได เร ยนร เก ยวก บเคร องม อในการจ ดการ ว ตถ ด วยโปรแกรมประมวผลค า 278

233 โปรแกรมประมวลผลคำ เคร องม อจ ดการว ตถ (Tools) โปรแกรม Word น นม เคร องม อและแท บท ซ อนอย แล วจะไม แสดงในเวลาปรกต แต จะเป ด เม อม การคล กท ว ตถ ต างๆ โดยจะเน นเป นส เหล องและม ป ายกำาก บบร เวณ Title Bar โดยปรกต แล วม 7 แบบ ค อ 1. Table Tools (ด หน วยท 4) 2. Picture Tools 3. Shape Tools 4. SmartArt Tools Picture Tools (เคร องม อร ปภาพ) 5. Text Box Tools 6. WordArt Tools 7. Equation Tools 8. Header & Footer Tools เม อม การแทรกภาพถ ายหร อภาพวาดลงในเอกสาร โปรแกรมจะปรากฏแท บ Format เพ อให จ ดการค ณสมบ ต ร ปถ าย เช น ความเข ม สว าง ย อขนาดภาพ เล อกกรอบ จ ดตำาแหน ง และกำา- หนดขนาดภาพ โดยเมน Arrange จะเหม อนในแท บ Page Layout แท บ Format (ร ปแบบ) เมน Adjust (ปร บ) เมน ใช สำาหร บปร บ ความสว าง (Brightness) ความ คมช ด (Contrast) เและใช เปล ยนส (Recolor) ใช สำาหร บแทนส ด วยส อ นหร อต งค าพ นหล งเป นโปร งใส (Set Transparent Color) ใช สำาหร บบ บอ ด(ขนาด)ร ปภาพ (Compress Picture) เปล ยนร ป (Change Picture) หร อต งค าร ปภาพใหม (Reset Picture) หน วยท 9 เคร องม อจ ดการว ตถ (Tools) 279

234 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Shadow Effects (ล กษณะพ เศษเงา) ใช สร างเงาของว ตถ อ ตโนม ตโดยเล อก Shadow Effects และ สามารถเล อกท ศทางได ตามต องการโดยกดป มข างๆ เมน 3-D Effects (ล กษณะพ เศษสามม ต ) ใช สร างร ปแบบสามม ต ให ก บว ตถ สองม ต โดยเล อก 3-D Effects ท ต องการและสามารถหม นว ตถ ในล กษณะท ต องการ SmartArt Tools (เคร องม อ SmartArt) ใช สำาหร บจ ดการก บ SmartArt ท สร างไว แล ว เพ อใส ร ปร างใหม ปร บโครงสร าง หร อเล อกร ป แบบท ต องการ โดยเม อเล อก SmartArt ท ต องการแล วจะปรากฏแท บข นสองแท บ Design Tab เมน Create Graphic (สร างกราฟ ก) ใช สำาหร บสร างร ปร างข นมาใหม (Add Shape) สามารถเพ มห วข อ (Add Bullet) สล บท ซ าย-ขวา (Right to Left) เปล ยนโครงสร างใหม (Layout) หร อ ปร บระด บข นท ต องการ (Promote/Demote) โดยสามารถเร ยกบานหน าต าง ข นมาเพ อแก ไขข อความ (Text Pane) หน วยท 9 เคร องม อจ ดการว ตถ (Tools) 281

235 โปรแกรมประมวลผลคำ แท บ Format เมน (ข อความ) ใช สำาหร บวาดกล องข อความ (Drawing Text Box) ปร บ ท ศทางข อความเป นแนวต งแนวนอน (Text Direction) สร างหร อล างการเช อมโยงหลายม ต (Create/Break Link) เมน (ล กษณะกล องข อความ) ใช สำาหร บเล อกล กษณะพ เศษ (Text Box Styles) ส เต ม (Shape Fill) ส กรอบ (Shape Outline) และเปล ยน ร ปร างกล องข อความ (Change Shape) WordArt Tools (เคร องม ออ กษรศ ลป ) WordArt Tools พร อมท งแท บ Format จะเป ดข นเม อทำาการเล อก WordArt ท ได สร างไว แล วหร อสร างใหม ซ งจะช วยปร บแต งล กษณะของ WordArt ต างๆ ได ตามต องการ หน วยท 9 เคร องม อจ ดการว ตถ (Tools) 283

236 โปรแกรมประมวลผลคำ แท บ Design เมน Tools (เคร องม อ) เมน น ใช สำาหร บแทรกสมการสำาเร จร ปท ม อย แล ว หร อ แก ไขร ปแบบให เป นแบบ Professional (ม ออาช พ) ซ งตรงตามว ธ การเข ยนสมการตามหล กคณ ตศาสตร Linear (เช งเส น) ซ งเป นร ปแบบบรรท ดเด ยว หร อ Normal Text (ข อความปรกต ) ซ งใช ใส สมการลงในข อความปรกต เมน Symbols (ส ญล กษณ ) ใช สำาหร บใส ส ญล กษณ ทางคณ ตศาสตร ลง ในสมการต นแบบหร อท สร างเองได เมน Structures (โครงสร าง) ใช สำาหร บแทรกโครงสร างสมการต างๆ ท พบเห นได ท วไปในว ชาคณ ตศาสตร ทำาให สามารถเข ยนล กษณะสมการแบบม ออาช พได อย างสวยงาม หน วยท 9 เคร องม อจ ดการว ตถ (Tools) 285

237 โปรแกรมประมวลผลคำ เมน Options (ต วเล อก) ใช สำาหร บเล อกท จะสร างห วกระดาษและท ายกระดาษ ของหน าแรกให แตกต างออกไปจากหน าอ นๆ (Different First Page) หร อ ต งให หน าค และหน าค แตกต างก นออกไป เมน Positions เมน น ใช สำาหร บปร บขนาดของห วและท ายกระดาษ (Header/Footer from Top/Bottom) และย ง สามารแทรกแท บเพ อจ ดแนว (Insert Alignment Tab) เมน Close เล อกป มป ดเพ อออกจากโหมด Header & Footer หน วยท 9 เคร องม อจ ดการว ตถ (Tools) 287

238 โปรแกรมประมวลผลคำ แบบทดสอบหน วยท 9 1. การเป ดใช งานเคร องม อจ ดการว ตถ ท าได โดย a. กดป ม F1 b. แท บ Home c. แทรกหร อเล อกว ตถ d. ถ กท กข อ 2. การปร บความสว างต องเล อกข อใด a. Brightness b. Contrast c. Recolor d. Set Transparent Color 3. การต งค าโปร งใสให ร ปภาพต องเล อกข อใด a. Brightness b. Contrast c. Recolor d. Set Transparent Color 4. การปร บระด บห วข อ SmartArt ให เป นห ว ข อใหญ ข น ต องเล อกข อใด a. Right to Left b. Layout c. Promote d. Demote 5. เราสามารถครอบต ดร ปภาพได จากเมน ใด a. เมน Adjust b. เมน Picture Styles c. เมน Size d. เมน Crop 6. หากต องการสร างว ตถ สามม ต ให ท าอย างไร a. สร างว ตถ สองม ต ก อน b. เล อก 3-D Effects c. เล อก d. เล อก 7. หากต องการแทรกร ปร างลงใน SmartArt ท ม อย แล ว ท าได โดย a. เล อก Promote b. เล อก Add Bullet c. เล อก Add Shape d. เล อก Layout 8. หากต องการเปล ยนท ศทางการเข ยนข อ ความจากแนวนอน (ซ าย-ขวา) เป นแนว ต ง (บน-ล าง) ให เล อก a. Vertical Text b. Text Direction c. Draw Vertical Box d. Change Direction 9. หากต องการปร บให ต วหน งส อ WordArt ม ความส งเท าก นต องเล อกข อใด a. Text Height b. Edit Text c. Even Height d. Height 10. หากต องการให สมการม ล กษณะถ กต อง ตามหล กการคณ ตศาสตร ต องเล อกข อใด a. Professional b. Linear c. Normal Text d. Mathematics 288

239 โปรแกรมประมวลผลคำ บรรณาน กรม ดวงพร เก ยงคำา. ท ปเด ด เคล ดล บ สร างงานจร งด วย Office พ มพ คร งท 1. กร งเทพฯ : โปรว ช น พ นจ นทร ธนว ฒนเสถ ยร. ป ยะ นากสงค. อ มร นทร เพ ชรก ล. Microsoft Office 2007 ฉบ บสมบ รณ. พ มพ คร งท 1. กร งเทพฯ : สำาน กพ มพ ซ มพล ฟาย Allen Wyatt. Word Tips Ribbon Interface. [ออนไลน ]. เข าถ งได จาก : tips.net/. (ว นท ค นข อม ล: 15 พฤศจ กายน 2554) Dian Chapman, MVP, MOS. Understanding Frames and Anchors in Word. [ออนไลน ]. เข าถ งได จาก: asp?id=482 (ว นท ค นข อม ล : 21 ต ลาคม 2554) James Marshall. Word Processing. [ออนไลน ]. เข าถ งได จาก : about.com/od/microsoftword2007. (ว นท ค นข อม ล: 15 พฤศจ กายน 2554) Jon Peltier, MVP. Surface and Contour Charts in Microsoft Excel. [ออนไลน ]. เข าถ งได จาก : (ว นท ค นข อม ล: 29 ก นยายน 2554) Michele McDonough. Radar Charts in Excel [ออนไลน ]. เข าถ งได จาก : brighthub.com/computing/windows-platform/articles/46004.aspx. (ว นท ค น ข อม ล: 29 ก นยายน 2554) Microsoft Corporation. [ออนไลน ]. เข าถ งได จาก (ว นท ค นข อมล : 16 ต ลาคม 2554) การสน บสน นของ Microsoft. [ออนไลน ]. เข าถ งได จาก : (ว นท ค นข อม ล: 15 พฤศจ กายน 2554) 289

240 โปรแกรมประมวลผลคำ แบบทดสอบหน วยท 9 1. การเป ดใช งานเคร องม อจ ดการว ตถ ท าได โดย a. กดป ม F1 b. แท บ Home c. แทรกหร อเล อกว ตถ d. ถ กท กข อ 2. การปร บความสว างต องเล อกข อใด a. Brightness b. Contrast c. Recolor d. Set Transparent Color 3. การต งค าโปร งใสให ร ปภาพต องเล อกข อใด a. Brightness b. Contrast c. Recolor d. Set Transparent Color 4. การปร บระด บห วข อ SmartArt ให เป นห ว ข อใหญ ข น ต องเล อกข อใด a. Right to Left b. Layout c. Promote d. Demote 5. เราสามารถครอบต ดร ปภาพได จากเมน ใด a. เมน Adjust b. เมน Picture Styles c. เมน Size d. เมน Crop 6. หากต องการสร างว ตถ สามม ต ให ท าอย างไร a. สร างว ตถ สองม ต ก อน b. เล อก 3-D Effects c. เล อก d. เล อก 7. หากต องการแทรกร ปร างลงใน SmartArt ท ม อย แล ว ท าได โดย a. เล อก Promote b. เล อก Add Bullet c. เล อก Add Shape d. เล อก Layout 8. หากต องการเปล ยนท ศทางการเข ยนข อ ความจากแนวนอน (ซ าย-ขวา) เป นแนว ต ง (บน-ล าง) ให เล อก a. Vertical Text b. Text Direction c. Draw Vertical Box d. Change Direction 9. หากต องการปร บให ต วหน งส อ WordArt ม ความส งเท าก นต องเล อกข อใด a. Text Height b. Edit Text c. Even Height d. Height 10. หากต องการให สมการม ล กษณะถ กต อง ตามหล กการคณ ตศาสตร ต องเล อกข อใด a. Professional b. Linear c. Normal Text d. Mathematics 288

241 โปรแกรมประมวลผลคำ บรรณาน กรม ดวงพร เก ยงคำา. ท ปเด ด เคล ดล บ สร างงานจร งด วย Office พ มพ คร งท 1. กร งเทพฯ : โปรว ช น พ นจ นทร ธนว ฒนเสถ ยร. ป ยะ นากสงค. อ มร นทร เพ ชรก ล. Microsoft Office 2007 ฉบ บสมบ รณ. พ มพ คร งท 1. กร งเทพฯ : สำาน กพ มพ ซ มพล ฟาย Allen Wyatt. Word Tips Ribbon Interface. [ออนไลน ]. เข าถ งได จาก : tips.net/. (ว นท ค นข อม ล: 15 พฤศจ กายน 2554) Dian Chapman, MVP, MOS. Understanding Frames and Anchors in Word. [ออนไลน ]. เข าถ งได จาก: asp?id=482 (ว นท ค นข อม ล : 21 ต ลาคม 2554) James Marshall. Word Processing. [ออนไลน ]. เข าถ งได จาก : about.com/od/microsoftword2007. (ว นท ค นข อม ล: 15 พฤศจ กายน 2554) Jon Peltier, MVP. Surface and Contour Charts in Microsoft Excel. [ออนไลน ]. เข าถ งได จาก : (ว นท ค นข อม ล: 29 ก นยายน 2554) Michele McDonough. Radar Charts in Excel [ออนไลน ]. เข าถ งได จาก : brighthub.com/computing/windows-platform/articles/46004.aspx. (ว นท ค น ข อม ล: 29 ก นยายน 2554) Microsoft Corporation. [ออนไลน ]. เข าถ งได จาก (ว นท ค นข อมล : 16 ต ลาคม 2554) การสน บสน นของ Microsoft. [ออนไลน ]. เข าถ งได จาก : (ว นท ค นข อม ล: 15 พฤศจ กายน 2554) 289

การจ ดและตกแต งข อความ

การจ ดและตกแต งข อความ ======================================================= หน า1 การจ ดและตกแต งข อความ การใช ข อความใน Dreamweaver 8 สามารถเหม อนโปรแกรมท เก ยวก บงานเอกสาร เช น Microsoft Office 1. การปร บเปล ยนภาษาการต

More information

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2 การใช Word ส าหร บท าว ทยาพนธ หร อ รายงานต างๆ ส วนแรกมาท าความร จ กก บ ล าด บเลข และ ห วเร อง ก อน ท ง 2 ส วนน จะสามารถท าไปใช ในการ สร าง สารบ ญ แบบอ ตโนม ต ได ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร

More information

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง 17 ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง งานเอกสารม กจะม ปร มาณของงานเป นจ านวนมาก ด งน นการเล อนต าแหน ง เพ อ ไปย งจ ดท ต องการได อย างรวดเร ว จะท าให การท างานเอกสารน น ๆ เก ดผลส าเร จ อย างรวดเร วตามไปด

More information

การพ มพ /แก ไขเอกสาร โหมดการพ มพ ภาษาไทย / ภาษาอ งกฤษ

การพ มพ /แก ไขเอกสาร โหมดการพ มพ ภาษาไทย / ภาษาอ งกฤษ 7 การพ มพ /แก ไขเอกสาร โหมดการพ มพ ภาษาไทย / ภาษาอ งกฤษ การพ มพ ข อความด วย Word สามารถพ มพ ผสมก นได ท งภาษาไทย และภาษา อ งกฤษ โดยตรวจสอบโหมดการพ มพ ได จากแถบงาน (Task Bar) ของ Windows ตรวจสอบโหมดการพ

More information

User Manual Editor Tool Proposal V1.0

User Manual Editor Tool Proposal V1.0 KMIT-GROUP CO., LTD. User Manual Editor Tool Proposal V1.0 2 User Manual Editor Tool Table of Content 1. ส วนเคร องม อท ไว ส าหร บ จ ดการข อม ล Content ท เป นข อความ.. 3 2. ส วนเคร องม อพ เศษ ไว ส าหร

More information

การใช งาน Microsoft Word 2013

การใช งาน Microsoft Word 2013 การใช งาน Microsoft Word 2013 หล กส ตรการเตร ยมความพร อมท กษะด านคอมพ วเตอร เพ อ เล อนระด บ/เปล ยนตาแหน ง/ปร บว ฒ การศ กษา อ งคณา ป ญญา สาน กคอมพ วเตอร และเคร อข าย มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน สารบ ญ 1) การต

More information

การท างานเก ยวก บ Paragraph

การท างานเก ยวก บ Paragraph Microsoft Office Word 2007 การท างานเก ยวก บ Paragraph หล งจากจบบทเร ยนน ค ณจะสามารถใช งานเก ยวก บ :- การเล อกช วงข อม ลในเอกสาร การเล อนต าแหน งในเอกสาร จ ดย อหน าเอกสาร, ก าหนดการเย อง ก าหนดระยะห างระหว

More information

การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save)

การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save) 12 การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save) ใช ไอคอน แทนการเร ยกเมน File, Save ได เม อสร างงานด วย Word ควรท าการจ ดเก บงานน นไว ในฮาร ดด สก จากน นจ งค อย ท าการค ดลอก (Copy) หร อย าย (Move) ไปไว ในแผ

More information

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน หน วยท ช อหน วย/ห วข อการสอน จ านวน (ช วโมง) 1 จร ยธรรมและความร บผ ดชอบในการใช คอมพ วเตอร และ ระบบสารสนเทศ 1.1 จร ยธรรมในการใช ระบบคอมพ วเตอร 1.2 จรรยาบรรณในการใช คอมพ วเตอร

More information

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง 27 การเช อมโยงภาพน ง บางคร งเราไม ต องการเสนอภาพตามล าด บ แต ต องการน าเสนอในล กษณะสล บไปมา หร อ ต องการแสดงข อม ลบนอ นเทอร เน ต หร อ แม แต เร ยกใช งานโปรแกรมอ น ๆ เช น CAI หร อ โปรแกรมประย กต อ น ๆ ก

More information

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท บทท 1 ส วนเจ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง 1-1 ประกอบด วยผ ใช งานท เก ยวข อง 3 ส วนค อ ส วนเจ จ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง ส วนผ ใช งานน ท วไป ได แก ข าราชการท กคนของส าน กงานฯ

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information

เอกสารประกอบการเร ยนรายว ชาเพ มเต ม

เอกสารประกอบการเร ยนรายว ชาเพ มเต ม 1 เอกสารประกอบการเร ยนรายว ชาเพ มเต ม ว ชาคอมพ วเตอร เร อง Microsoft PowerPoint 2010 ประส ทธ อ ดหน น โรงเร ยนบ านเม องแก ส าน กงานเขตพ นท การศ กษาประถมศ กษาส ร นทร เขต 2 สารบ ญ เร อง หน า ส วนประกอบของโปรแกรม

More information

หน วยท 1 การใช โปรแกรม Microsoft Word

หน วยท 1 การใช โปรแกรม Microsoft Word หน วยท 1 การใช โปรแกรม Microsoft Word สาระส าค ญ โปรแกรมเว ร ดโปรเซสช ง (Word Processing) หร อโปรแกรมไมโครซอฟต เว ร ด ค อโปรแกรม ท ใช เคร องคอมพ วเตอร ท าหน าท ในการประมวลผลค า การจ ดการค า ข อความ เอกสารให

More information

ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ CONTROL MENU INFORMATION PORT

ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ CONTROL MENU INFORMATION PORT ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ โปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ (Provincial-directory: P-dir) เป นโปรแกรมส าหร บแสดง รายช อ/ส บค นข อม ลหน วยงาน และรายช อห วหน าส วนราชการภายในจ งหว ด การท

More information

ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล

ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล 1. จงบอกถ งว ธ การเข าส โปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 2. Icon (ส ญร ป) ค ออะไรม หน าท ในการท างานอย างไร 3.

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

How To Use Powerpoint 1.2.2 And Powerpoint 2.2 On A Computer Or Tablet

How To Use Powerpoint 1.2.2 And Powerpoint 2.2 On A Computer Or Tablet 1 การเร มใช งานโปรแกรม หล งจากจบบทเร ยนน ค ณจะสามารถใช งานเก ยวก บ :- เร มใช งานโปรแกรม Microsoft PowerPoint ร จ กส วนประกอบของหน าจอโปรแกรม การสร างงานน าเสนอใหม จาก Template การสร างงานน าเสนอเปล า การบ

More information

เอกสารประกอบการต ดต ง OpenOffice.org

เอกสารประกอบการต ดต ง OpenOffice.org การต ดต ง OpenOffice.org ช ดต ดต ง OpenOffice.org ม ต วอย างร ปแบบช อไฟล OOo_3.2.1_Win_x86_install-wJRE_en- US.exe โดยม ความหมายด งน OOo เป นต วย อของ OpenOffice.org 3.2.1 แสดงร น (Version) ของโปรแกรม

More information

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร ร จ กคอมพ วเตอร ป จ บ นคอมพ วเตอร เป นอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศท น ยมใช ก นอย างแพร หลาย โดยท วไปเราจะน าคอมพ วเตอร มาใช ในการท างานต าง ๆ เช นการค ดค านวณ การพ

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง (เอกสารประกอบการประช มปฏ บ ต การช แจงและซ กซ อมความเข าใจการสร างข อสอบ Online) สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 5 :ส งห บ ร :ลพบ ร :ช ยนาท:อ างทอง:

More information

เป นเมน ท ใช ในการจ ดการภาพเอกกสาร โดยม รายละเอ ยดด งน

เป นเมน ท ใช ในการจ ดการภาพเอกกสาร โดยม รายละเอ ยดด งน ค าอธ บายส ญล กษณ ในการใช งานโปรแกรมเสร มส าหร บจ ดการภาพ เน องจากระบบจ ดเก บเอกสารอ เล กทรอน กส น ต องม การน าเข าภาพเอกสาร ซ งในระบบจะม โปรแกรมเสร มส าหร บจ ดการภาพเอกสาร ซ งรายละเอ ยดในการต ดต งสามารถด

More information

ใบงานท 2 การจ ดการเอกสาร

ใบงานท 2 การจ ดการเอกสาร ใบงานท 2 การจ ดการเอกสาร การต งค าหน ากระดาษแนวต ง และแนวนอน ใน Word2010 การจ ดวางหน ากระดาษของเอกสาร สามารถทาได ท งแนวต ง และแนวนอน ซ งม ว ธ การต งค าหน ากระดาษ ด งน 1. คล กแท บ เค าโครงหน ากระดาษ (Page

More information

เม อเข าระบบตามหน วยงานแล ว จะพบหน าจอ ระบบจ ดการเว บไซต

เม อเข าระบบตามหน วยงานแล ว จะพบหน าจอ ระบบจ ดการเว บไซต 1 เข าใช งานตามล งค http://www.qsds.go.th/ช อหน วยงาน/adminmanage เม อเข าระบบตามหน วยงานแล ว จะพบหน าจอ ระบบจ ดการเว บไซต หน าเว บจะประกอบไปด วยเมน ในการจ ดการเว บ สามารถเพ ม ลบ แก ไข เมน หร อข อม ล ต

More information

คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ

คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ การพ มพ งานหร อการป อนข อม ล - การพ มพ งานและการแก ไขงานท พ มพ การพ มพ คร งแรก คล กเล อกเซลล แล วพ มพ ได เลย ข อความท ม ความยาวมากกว า ความกว างของคอล มน จะท

More information

การใช งานโปรแกรม Microsoft Word ร น 2002 และ 2003

การใช งานโปรแกรม Microsoft Word ร น 2002 และ 2003 ภาคผนวก ข 81 การใช งานโปรแกรม Microsoft Word ร น 2002 และ 2003 โปรแกรมพ มพ เอกสาร ท น ยมใช งานในป จจ บ นค อโปรแกรม Microsoft Word ร น 2002 หร อ 2003 ซ งเป นส วนหน งของโปรแกรมช ดส าน กงาน (Microsoft Office)

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา มาตรฐานรายว ชา 1. อธ บายความหมาย หน าท และส วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคา

More information

การใช งานโปรแกรม Microsoft Word ร น 2002 และ 2003

การใช งานโปรแกรม Microsoft Word ร น 2002 และ 2003 การใช งานโปรแกรม Microsoft Word ร น 2002 และ 2003 โปรแกรมพ มพ เอกสาร ท น ยมใช งานในป จจ บ นค อโปรแกรม Microsoft Word ร น 2002 หร อ 2003 ซ งเป นส วนหน งของโปรแกรมช ดส าน กงาน (Microsoft Office) โดยขอเสนอเทคน

More information

บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส

บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส 3-1 บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส 3.1 ร จ กระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส ระบบการแจ งข าวประชาส มพ นธ ค อ โปรแกรมระบบงานท

More information

ท มา www.crnfe.ac.th/excelcontents.html สถาบ น กศน. ภาคกลาง

ท มา www.crnfe.ac.th/excelcontents.html สถาบ น กศน. ภาคกลาง โปรแกรม Microsoft Excel เป นโปรแกรมหน ง ท จ ดอย ในช ด Microsoft Office โปรแกรม MS Excel ม ช อเส ยง ในด าน การคานวณเก ยวก บต วเลข และการท าบ ญช ต าง ๆ การท างานของโปรแกรม ใช ตารางตามแนวนอน (rows) และแนวต

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

ค ม อการใช งานเว บไซต สาเร จร ป. FreeWebFree.com

ค ม อการใช งานเว บไซต สาเร จร ป. FreeWebFree.com ค ม อการใช งานเว บไซต สาเร จร ป FreeWebFree.com Page 2 of 23 สารบ ญ การเข าส ระบบ 3 การแก ไขส วนแสดงผลด านบนห วเว บไซต 4 การแก ไขส วนแสดงผลด านล างเว บไซต 5 การแก ไขเมน บาร, เมน บร การร านค า, เมน หมวดหม

More information

EO/2 ระบบปฏ บ ต การ Windows XP

EO/2 ระบบปฏ บ ต การ Windows XP การว เคราะห หล กส ตรฐานรายว ชา ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ รห ส 200-000 ระด บ ปวช ล กษณะว ชา ทฤฎ +ปฏ บ ต สาขางาน ช างอ เล กทรอน กส ป การศ กษา 2 255 ผ สอน ชาต ชาย ส วรรณช ญ ค าอธ บายรายว ชา ศ กษาและปฏ

More information

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 ความเป นมา ส าน กงานอ ตโนม ต เก ดจากความพยายามขององค กร ท จะท าให งาน ขององค กรถ กต อง รวดเร ว ตรวจสอบได และเจ าหน าท ขององค กร ไม ม ข อจ าก ดด านสถานท

More information

การออกจากโปรแกรมฝ กพ มพ (Microsoft word)

การออกจากโปรแกรมฝ กพ มพ (Microsoft word) 1. เล อกเมน แฟ ม 2. เล อกจบการท างาน การออกจากโปรแกรมฝ กพ มพ (Microsoft word) การจ ดเก บเอกสารท พ มพ เม อพ มพ งานเสร จ ก อนจะป ดโปรแกรม ควรจ ดเก บเอกสารก อนเพ อท เราจะได เร ยกใช เอกสารน ในคร งต อไปได ว

More information

บทท 6 การจ ดการก บข อม ลในแฟ มเอกสาร

บทท 6 การจ ดการก บข อม ลในแฟ มเอกสาร บทท 6 การจ ดการก บข อม ลในแฟ มเอกสาร. การยกเล กการท างานค าส งส ดท าย (Undo) เพ อการยกเล กการท างานท ผ ดพลาด โดยจะเร มต นยกเล กจากจ ดส ดท าย หร อค าส งส ดท ายย อนกล บไปเร อย ๆ จนกว าจะยกเล กค าส งการท

More information

โครงการสอน หล กส ตรประกาศน ยบ ตรว ชาช พ พ.ศ.2545 ปร บปร ง 2546 ประเภทว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ ว ชา การใช โปรแกรมประมวลผลค า รห สว ชา 2201-1001

โครงการสอน หล กส ตรประกาศน ยบ ตรว ชาช พ พ.ศ.2545 ปร บปร ง 2546 ประเภทว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ ว ชา การใช โปรแกรมประมวลผลค า รห สว ชา 2201-1001 โครงการสอน หล กส ตรประกาศน ยบ ตรว ชาช พ พ.ศ.2545 ปร บปร ง 2546 ประเภทว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ ว ชา การใช โปรแกรมประมวลผลค า รห สว ชา 2201-1001 โดย นางสาวอนงค แสงวงศ โรงเร ยนว ศวกรรมแหลมฉบ ง Laem Chabang

More information

การบ นท กโน ตดนตร ไทยด วยโปรแกรมส าเร จร ป Microsoft Excel

การบ นท กโน ตดนตร ไทยด วยโปรแกรมส าเร จร ป Microsoft Excel 1 การบ นท กโน ตดนตร ไทยด วยโปรแกรมส าเร จร ป Microsoft Excel การบ นท กทางดนตร (Notation) ของดนตร ไทยม หลายร ปแบบด วยก น เช น โน ตต วเลขไทย โน ตต วเลขอารบ ค โน ตต วอ กษรไทย และโน ตต วอ กษรต างชาต แล วแต

More information

5. หน าต างโปรแกรมและการจ ดการแฟ มงาน

5. หน าต างโปรแกรมและการจ ดการแฟ มงาน 5. หน าต างโปรแกรมและการจ ดการแฟ มงาน 5.1 ส วนประกอบของหน าต างโปรแกรมตารางค านวณ ส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม Microsoft Excel ประกอบด วย 1. แถบห วเร อง (Title bar) เป นแถบบนส ดของหน าต าง ใช แสดงช อของ

More information

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม ค ม อระบบรายงานการดาเน นงานรายเด อน (version 2.0) 1 ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม 1. เป นป มท ใช เพ อล างค าของข อม ลท ใช ในการกาหนดเง อนไขในการค นหาของแต ละเมน 2.

More information

เอกสารประกอบการเร ยน รายว ชาเพ มเต ม ว ชาคอมพ วเตอร เร อง MicrosoftWord 2010 ประส ทธ อ ดหน น โรงเร ยนบ านเม องแก

เอกสารประกอบการเร ยน รายว ชาเพ มเต ม ว ชาคอมพ วเตอร เร อง MicrosoftWord 2010 ประส ทธ อ ดหน น โรงเร ยนบ านเม องแก หน า 1 จาก 35 เอกสารประกอบการเร ยน รายว ชาเพ มเต ม ว ชาคอมพ วเตอร เร อง โรงเร ยนบ านเม องแก สารบ ญ เร อง หน า ส วนประกอบของโปรแกรม Microsoft Word 2010 3 การเพ ม และลบไอคอนค าส งในแถบเคร องม อด วนใน Microsoft

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรม Flip Album Vista Pro 7.0

ค ม อการใช งานโปรแกรม Flip Album Vista Pro 7.0 ค ม อการใช งานโปรแกรม Flip Album Vista Pro 7.0 โดย ฝ ายเทคโนโลย สารสนเทศ ว ทยาล ยเทคโนโลย ชลบ ร 1. การใช งานโปรแกรม 1. คล กป ม Start 2. คล ก All Programs 3. คล ก E-Book Systems 4. คล ก FlipAlbum Pro 2.

More information

ใบความร. เร อง การแทรกอ กษรศ ลป (WordArt) (Word Processing Software)

ใบความร. เร อง การแทรกอ กษรศ ลป (WordArt) (Word Processing Software) ใบความร เร อง การแทรกอ กษรศ ลป (WordArt) (Word Processing Software) การแทรกอ กษรศ ลป (WordArt) WordArt เป นองค ประกอบอ กส วนของโปรแกรม Word ท นามาใช ตกแต งเอกสาร โดยสามารถ ตกแต งให โค ง เป นร ปคร งวงกลม,

More information

ใบความร หน วยท 10 โปรแกรมประมวลผลค าก บการจ ดการแฟ มข อม ล

ใบความร หน วยท 10 โปรแกรมประมวลผลค าก บการจ ดการแฟ มข อม ล 88 การเป ดแฟ มข อม ล ใบความร หน วยท 10 โปรแกรมประมวลผลค าก บการจ ดการแฟ มข อม ล การเป ดแฟ มข อม ล ค อ การเป ดข อม ลท เคยพ มพ ไว อาจจะเป ดจากแผ นด สก หร อไดร ฟของงานท เคย ท าการบ นท กไว ในการเป ดแฟ มข อม

More information

ใช Excel ต ดเกรด ง ายน ดเด ยว

ใช Excel ต ดเกรด ง ายน ดเด ยว โครงการจ ดการความร ของคณะมน ษยศาสตร ฯ - ใช Excel ต ดเกรด ง ายน ดเด ยว ผ ช วยศาสตราจารย เพชรร ตน บร ส ทธ โปรแกรม Microsoft Office Excel เป นโปรแกรมประเภทสเปรดซ ท (Spreadsheet) หร อตารางค านวณอ เล กทรอน

More information

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม ใบงานท ๔.๑ (ทดสอบปฏ บ ต ) เร องการใช เคร องม อโปรแกรม Microsoft Office Word 2007 ว ชา ง ๒๐๒๐๑ การใช โปรแกรมเพ อการปฏ บ ต งาน รายว ชาเพ มเต ม หน วยการเร ยนร ท ๔ ช อหน วย ซอฟต แวร งานพ มพ เอกสาร ช นม ธยมศ

More information

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ ส วนท ๑ การร บหน งส อ หน งส อร บ ค อ หน งส อได ร บเข ามาจากภายนอก ให เจ าหน าท ของหน วยงานสารบรรณ กลางปฏ บ ต ตามท ก าหนดไว ในส วนน ๑. จ ดล าด บความส าค ญและความเร งด วนของหน

More information

ใบความร การใส ข อความลงในเว บเพจ

ใบความร การใส ข อความลงในเว บเพจ ใบความร หน วยการเร ยนร ท 5 การใส ข อความลงในเว บเพจ การใส ข อความลงในเว บเพจ ว ธ ใส ข อควมลงในเว บเพจสามารถทาได เหม อนก บโปรแกรมประเภท Microsoft Word ซ งเราสามารถ พ มพ ข อความท จ องการลงในพ นท สร างงานท

More information

การจ ดการระบบต ดต อเราโดย Web Admin สามารถแบ งออกเป น 6 ห วข อ ด งน

การจ ดการระบบต ดต อเราโดย Web Admin สามารถแบ งออกเป น 6 ห วข อ ด งน 1 การจ ดการระบบต ดต อเราโดย Web Admin สามารถแบ งออกเป น 6 ห วข อ ด งน ËÑÇ ŒÍ Í ข อความต ดต อ ประเภทข อความการต ดต อ ฟอร มข อความต ดต อ ข อม ลการต ดต อ แผนท ต ดต อ ต งค าการต ดต อ ŒÍ ÇÒÁµÔ µ Í เป นส วนส

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

MICROSOFT EXCEL 2007 การใช โปรแกรมค านวณ ด วย MICROSOFT EXCEL 2007 คร อ มาพร บร ร กษ

MICROSOFT EXCEL 2007 การใช โปรแกรมค านวณ ด วย MICROSOFT EXCEL 2007 คร อ มาพร บร ร กษ MICROSOFT EXCEL 2007 คร อ มาพร บร ร กษ โปรแกรม MICROSOFT EXCEL 2007 กระดาษท าการ (Worksheet) กราฟ โปรแกรมท ใช ส าหร บกรอก ข อความ ต วเลข และร ปภาพ ลง ในช องตารางท เร ยกว า เว ร ก ช ส (Worksheet) ซ งม จ

More information

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login 1 ระบบงานบร หารงานเคร อข าย ระบบงานบร หารงานเคร อข าย เป นระบบงานท เก บรวบรวมข อม ล เก ยวก บเคร อข ายต างๆ ประกอบด วย องค กรสว สด การส งคมและอาสาสม คร รวมท งข อม ลในด านอ นๆ เป นต นว าก จกรรมการด าเน นงาน

More information

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน ว ตถ ประสงค เพ อพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรผ เก ยวข องให ม ความร ความเข าใจ ความส าค ญในการก าหนดข อม ลพ นฐาน (Master File) และข อม ล พ นฐานท พ ฒนาข นมาใหม ในโปรแกรม BMS INVENTORY เพ

More information

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง )

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) ว ชา พ มพ ด ดไทยด วยคอมพ วเตอร รห สว ชา 0- ระด บ ปวช. ปวส. สาขางาน คอมพ วเตอร ธ รก จ ป การศ กษา / 6 ผ สอน นางจ ราย บ ญมาปล ก ล กษณะว ชา ทฤษฎ +ปฏ บ ต มาตรฐานรายว ชา. บอกส

More information

เอกสารประกอบการสอน. รายว ชา การใช โปรแกรม Authorware 7 (ง 30203) นายร งโรจน เจนเจตว ทย

เอกสารประกอบการสอน. รายว ชา การใช โปรแกรม Authorware 7 (ง 30203) นายร งโรจน เจนเจตว ทย เอกสารประกอบการสอน รายว ชา การใช โปรแกรม Authorware 7 (ง 30203) เร อง การน าเสนอด วย Decision Icon โดย นายร งโรจน เจนเจตว ทย โรงเร ยนท พท นอน สรณ อ าเภอท พท น จ งหว ดอ ท ยธาน ส าน กงานเขตพ นท การศ กษาม

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน http://recc.erc.or.th/ercnetwork โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร

More information

ค ม อ ระบบบร หารโปรแกรมงานทะเบ ยนและว ดผลการศ กษา ส าหร บผ ด แลระบบ

ค ม อ ระบบบร หารโปรแกรมงานทะเบ ยนและว ดผลการศ กษา ส าหร บผ ด แลระบบ ค ม อ ระบบบร หารโปรแกรมงานทะเบ ยนและว ดผลการศ กษา ส าหร บผ ด แลระบบ (Admin) ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา กระทรวงศ กษาธ การ 1 1. การก าหนดต าแหน งการเร ยกใช ข อม ล เล อกเมน File => Constant เมน น เป

More information

ใบความร ช ดท 1 กระดาษ ค านวณ หน วยการเร ยนร ท 4 เร มต นร จ กก บโปรแกรมไมโครซอฟท เอ กเซล เร อง ความร เบ องต นเก ยวก บโปรแกรมไมโครซอฟท เอ กเซล

ใบความร ช ดท 1 กระดาษ ค านวณ หน วยการเร ยนร ท 4 เร มต นร จ กก บโปรแกรมไมโครซอฟท เอ กเซล เร อง ความร เบ องต นเก ยวก บโปรแกรมไมโครซอฟท เอ กเซล ใบความร ช ดท หน วยการเร ยนร ท 4 เร มต นร จ กก บโปรแกรมไมโครซอฟท เอ กเซล เร อง ความร เบ องต นเก ยวก บโปรแกรมไมโครซอฟท เอ กเซล เวลา 0 นาท ล กษณะและความเป นมาของโปรแกรมไมโครซอฟท เอ กเซล โปรแกรมไมโครซอฟท เอ

More information

การใช โปรแกรมส าเร จร ป...

การใช โปรแกรมส าเร จร ป... Microsoft Office 2007 เป ดโปรแกรม Microsoft Office 2007 Title Bar 1. เป นแถบท ท าให ร ว า เอกสารของ Microsoft Office 2007 จะเร มต นด วยเอกสารท ข นต นด วย Document 2. 3. Office Button : จะม เมน ย อยให เล

More information

ค ม อการใชงาน SMS Corporate (http://tsms.ttt.co.th)

ค ม อการใชงาน SMS Corporate (http://tsms.ttt.co.th) ค ม อการใชงาน SMS Corporate () การเข าใชงาน TSMS พ มพ ชอล อกอ น (ชอสมาชก ) และ รห สผ าน ของผ ใชในชองสเหล ยม ด งร ปด านล าง ซงรห สผ าน จะเห นเป น (*) เท าน น เน องจากรห สผ านเป นความล บเฉพาะของแต ละบ คคล

More information

CryptBot e-office/e-document Alert TM

CryptBot e-office/e-document Alert TM CryptBot e-office/e-document Alert TM (ระบบแจ งเต อนเอกสารอ เล กทรอน กส ) สามารถแจ งเต อนเม อได ร บเอกสารอ เล กทรอน กส เข าใหม ผ านทางหน าจอ Desktop ได โดยไม ต อง Logon หร อ เป ด ระบบe-Office ค างไว หร

More information

ใบความร ท 10 หน วยการเร ยนร สร างสรรค ตารางสวย รายว ชา คอมพ วเตอร 3 เร องการสร างฐานข อม ลเบ องต น เร อง การใช งานม มมองแผ นข อม ลตาราง

ใบความร ท 10 หน วยการเร ยนร สร างสรรค ตารางสวย รายว ชา คอมพ วเตอร 3 เร องการสร างฐานข อม ลเบ องต น เร อง การใช งานม มมองแผ นข อม ลตาราง ใบความร ท 10 ว ชา คอมพ วเตอร 3 ง30203 (การสร างฐานข อม ลเบ องต น) เร อง การใช งานม มมองแผ นข อม ลตาราง หน วยการเร ยนร สร างสรรค ตารางสวย การเข าส ม มมองแผ นข อม ล(Datasheet) Datasheet เป นอ กม มมองหน งของ

More information

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน ค ม อผ ด แลระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน บทท 3 การบร หารจ ดการระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชนระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน - ๑ บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน เจ าหน าท ผ ใช งานระบบสารสนเทศภ

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง

ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง ง1201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มการงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 80 ช วโมง ศ กษา ค นคว า การใช โปรแกรม Windows Movie Maker สร าง Music video ส วนต ว ต ดต อเพลงและว ด โอ การใช โปรแกรม Internet

More information

บทท 1 เร มต นการใช งาน

บทท 1 เร มต นการใช งาน 1 บทท 1 เร มต นการใช งาน 1. เป ดโปรแกรม Internet Explorer ข นมา จากน นเข าเว บไซต ของส าน กงาน กศน.จ งหว ด ค อ http://lpa.nfe.go.th จากน น ใช เมาส คล กไปท กล อง e-office กศน.ล าปาง (ตามล กศร ช ) ด งภาพ

More information

การเร มต นใช งานโปรแกรม

การเร มต นใช งานโปรแกรม Microsoft Office Word 2007 โปรแกรมน ใช ส าหร บพ มพ งานเอกสารต างๆ เช น จดหมาย รายงาน หน งส อ ว ทยาน พนธ และจ ดร ปแบบให ด สวยงาม นอกจากน ย งสามารถสร างงานพ มพ แบบคอล มน (คล ายงานหน งส อพ มพ ) ได ด วย การเร

More information

บทท 3 การท างานก บตาราง ร จ กตาราง

บทท 3 การท างานก บตาราง ร จ กตาราง ร จ กตาราง บทท 3 การท างานก บตาราง ตารางประกอบด วย 2 ส วน ค อ แถว และ คอล มภ จ ดท ต ดก นระหว างแถวก บคอล มภ ค อ เซล ซ งแต ละเซลจะใช ใส ข อความหร อต วเลข นอกจากน ย งอาจใส ภาพหร อส ตรเพ อค านวณจากข อม ลท

More information

ปฏ บ ต การคร งท 6 การใช โปรแกรมส าน กงาน คร งท 4

ปฏ บ ต การคร งท 6 การใช โปรแกรมส าน กงาน คร งท 4 ปฏ บ ต การคร งท 6 การใช โปรแกรมส าน กงาน คร งท 4 ว ตถ ประสงค 1. ร จ กว ธ การในการสร างจดหมายเว ยน ในช ดโปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ศ 2003 ซ ง การท าจดหมายเว ยนน จะม เน อหาเด ยวก นแต ส งไปถ งผ ร บหลายคน โดยม

More information

เร อง การออกแบบงานนาเสนอ และ เทคน คการจ ดการภาพน ง

เร อง การออกแบบงานนาเสนอ และ เทคน คการจ ดการภาพน ง 194 เร อง การออกแบบงานนาเสนอ และ เทคน คการจ ดการภาพน ง การออกแบบงานนาเสนอ การสร างงานนาเสนอท แตกต างก บงานของผ อ นน น จะทาให งานนาเสนอด เป นเอกล กษณ ของผ สร างเอง และเป นการเพ มความน าสนใจให ก บงานนาเสนอน

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary www.thaihosclub.com ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary ข นตอนในการสม ครสมาช ก ในการสม ครสมาช ก ม ด วยก นอย 6 ข นตอนด งน 1. กรอกรห สโรงพยาบาล Hospcode

More information

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห )

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห ) แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน หน วยท สาระการเร ยนร จ ดประสงค การเร ยนร ก จกรรมการเร

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2) หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) ว ชา การใช โปรแกรมน าเสนอข อม ล รห สว ชา - ระด บ ปวช. ปวส. สาขางาน คอมพ วเตอร ธ รก จ ป การศ กษา / 6 ผ สอน นางจ ราย บ ญมาปล ก ล กษณะว ชา ทฤษฎ +ปฏ บ ต มาตรฐานรายว ชา. อธ

More information

ร ปท 5.1.1 หน าจอ การค นหาการจ ดสรรอาคารบ านพ ก

ร ปท 5.1.1 หน าจอ การค นหาการจ ดสรรอาคารบ านพ ก 1. 2. 3. 4. 5. งานสว สด การบ านพ ก เป นระบบท จ ดสรรอาคารบ านพ ก ให ก บเจ าหน าท ภายในทบ. โดยจ ดสรรอาคารให แต ละหน วย และ แต ละหน วย จะจ ดสรรอาคารให ก บเจ าหน าท ภายใน หน วย 5.1. ข นตอนค นหาอาคารบ านพ ก

More information

การใช งานเคร องม อ JCE Editor

การใช งานเคร องม อ JCE Editor การใช งานเคร องม อ JCE Editor การท างานของป มเคร องม อต างๆ จะเหม อนก บการใช งานเคร องม อใน Microsoft word เวลาใช งาน สามารถเอาเมาส ไปช ท Icon เคร องม อน นๆ ด ได ว า Icon แต ละต วม ความหมายและใช ท าอะไร

More information

เร อง การสร างอ กษรศ ลป แผนผ งองค กร และแผนภ ม

เร อง การสร างอ กษรศ ลป แผนผ งองค กร และแผนภ ม 177 เร อง การสร างอ กษรศ ลป แผนผ งองค กร และแผนภ ม การสร าง และ การปร บแต งอ กษรศ ลป เราสามารถสร างข อความให เป นอ กษรศ ลป ในร ปแบบต าง ๆ ท โปรแกรมม มาให และท าการ ปร บแต งค าต างๆของอ กษรศ ลป ให ม ร ปแบบอ

More information

U S E R T R A I N I N G. A C C O U N T I N G W E B R e d e s ig n

U S E R T R A I N I N G. A C C O U N T I N G W E B R e d e s ig n U S E R T R A I N I N G A C C O U N T I N G W E B R e d e s ig n ส าหร บ ผ ร บเหมาใหม ข นตอนส าหร บ พ มพ ใบแจ งหน ผ าน Web เข า Link: www.scglogistics.co.th หล งจากท ท าการแต งต ง ผรม.เสร จเร ยบร อยแล

More information

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย จ ดท าโดย นางสาวพ ไลพรรณ โพธ สม ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย ค ม อการใช

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information

ค ม อการใช งานระบบงานสารบรรณ E-Office ส าน กงานสาธารณส ขจ งหว ดพ ษณ โลก

ค ม อการใช งานระบบงานสารบรรณ E-Office ส าน กงานสาธารณส ขจ งหว ดพ ษณ โลก ค ม อการใช งานระบบงานสารบรรณ E-Office ส าน กงานสาธารณส ขจ งหว ดพ ษณ โลก เร มการใช งาน สามารถเข าหน าหล กของระบบงานสารบรรณโดยเข าท www.plkhealth.go.th/archivesn หร อเข าทางล งค ในหน าหล กเว บไซท ของส าน

More information

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ (๕.๑) ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล

More information

โปรแกรมระบบเผยแพร ผลงาน และนว ตกรรมทางการศ กษา (E-innovation)

โปรแกรมระบบเผยแพร ผลงาน และนว ตกรรมทางการศ กษา (E-innovation) โปรแกรมระบบเผยแพร ผลงาน และนว ตกรรมทางการศ กษา (E-innovation) จ ดท าโดย อภ ว ฒน ก นศร เว ยง กล มนโยบายและแผน ส าน กงานเขตพ นท การศ กษาเช ยงราย เขต 1 http://www.cri1.obec.go.th ค าน า โปรแกรมระบบเผยแพร

More information

ค ม อการใช งาน BLS iexcel

ค ม อการใช งาน BLS iexcel สารบ ญ บทนา 3 ว ธ การเร มใช งาน 3 ต วอย างการใช งาน BLS iexcel - การด ต วอย างท มาพร อมก บโปรแกรม 4 ต วอย างการใช งาน BLS iexcel - การใช งานข อม ล real time 5 ต วอย างการใช งาน BLS iexcel - การใช งานข

More information

การแก ไขข อม ลอ ตราใน ท าเน ยบก าล งพลอ เล กทรอน กส ปร บปร ง เม อ 12 ก.ย. 57

การแก ไขข อม ลอ ตราใน ท าเน ยบก าล งพลอ เล กทรอน กส ปร บปร ง เม อ 12 ก.ย. 57 การแก ไขข อม ลอ ตราใน ท าเน ยบก าล งพลอ เล กทรอน กส ปร บปร ง เม อ 12 ก.ย. 57 1. ผ ใช งานเข าส ระบบ PDX ท pdx.rta.mi.th เพ อเข าส หน า LOGIN ด งภาพด านล าง 2. เม อเข าส ระบบแล ว ไปท เมน ด านซ าย คล กท แล

More information

ส ปดาห ท ต วช ว ดการเร ยนร เน อหาการเร ยนร ภาระงาน หน วยท 1: เทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร 1 ใช ระบบปฏ บ ต การคอมพ วเตอร เพ อ การท างาน ง3.1 ป.

ส ปดาห ท ต วช ว ดการเร ยนร เน อหาการเร ยนร ภาระงาน หน วยท 1: เทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร 1 ใช ระบบปฏ บ ต การคอมพ วเตอร เพ อ การท างาน ง3.1 ป. สาระเทคโนโลย โครงสร างเน อหาการเร ยนร ช นประถมศ กษาป ท 4 ป การศ กษา 2555 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รห ส ง21101 2 น าหน กว ชา 80 คาบ / ป ส ปดาห ท ต วช ว ดการเร ยนร เน อหาการเร ยนร ภาระงาน

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรม

ค ม อการใช งานโปรแกรม ค ม อการใช งานโปรแกรม MS-Office 2007 ข นตอนท 1 การจ ดการเก ยวก บหน าเอกสาร... 1 1.1 การเพ มหน าเอกสารใหม... 1 1.2 การเพ มลดเอกสารท งหมด... 2 ข นตอนท 2 การก าหนดล กษณะต วอ กษร... 3 2.1 การสร างล กษณะใหม

More information