ช ต มา เกต ษา Chutima Ketsa

Size: px
Start display at page:

Download "ช ต มา เกต ษา Chutima Ketsa"

Transcription

1 การประย กต ใช เทคน ค Lean ก บกระบวนการย ม-ค นหน งส อ Improving the borrow-return book process with Lean technique ช ต มา เกต ษา Chutima Ketsa สารน พนธ ฉบ บน เป นสวนหน งของการศ กษา ตามหล กส ตรว ทยาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาเทคโนโลย สารสนเทศ บ ณฑ ตว ทยาล ย มหาว ทยาล ยเทคโนโลย มหานคร ป การศ กษา 2553

2 ห วข อโครงงาน การประย กต ใช เทคน ค Lean ก บกระบวนการย ม-ค นหน งส อ น กศ กษา นางสาวช ต มา เกต ษา รห สน กศ กษา ปร ญญา ว ทยาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชา เทคโนโลย สารสนเทศ พ.ศ อาจารย ผ ควบค มโครงงาน ผศ.ดร.พนม เพชรจต พร อาจารย อ ไรพร เจตนช ย บทค ดยอ โครงงานฉบ บน ได น าเอาหล กการของล น (Lean) มาประย กต ใช ก บกระบวนการย ม-ค น หน งส อห องสม ด เพ อลดระยะเวลาในการจ ดการกระบวนการ, ระบบ, ทร พยากร และมาตรการ ตางๆ อยางเหมาะสม ทาให สามารถสงมอบผล ตภ ณฑ ได อยางถ กต องเหมาะสมในคร งแรกท ดาเน นการ โดยพยายามให เก ดความส ญเส ยน อยท ส ด (Minimum Waste) หร อม สวนเก นท ไม จ าเป นน อยท ส ด โดยความส ญเส ยด งกลาวน นไมได ประเม นจากผลล พธ ข นส ดท าย (Final Products) เพ ยงอยางเด ยว แตจะประเม นจากก จกรรมหร อกระบวนการท งหมดท ใช ทร พยากร โดยไมกอให เก ดม ลคาเพ ม (Non-value added) ในการผล ต ด งน นผ พ ฒนาจ งได น าเทคโนโลย บาร โค ดเข ามาชวย ซ งม บทบาทและอ านวยความสะดวกส าหร บห องสม ดท น ามาใช ในการ บร การย ม-ค นทร พยากรสารสนเทศในห องสม ด I

3 ก ตต กรรมประกาศ สารน พนธ ฉบ บน สาเร จลงได ด วยด ด วยการให คาปร กษา และคาแนะน าตางๆท ด จาก ผศ.ดร.พนม เพชรจต พร และอาจารย ท กทานท กร ณาให คาแนะน า ตลอดจนแนวทางในการ แก ไขป ญหาอ นเป นประโยชน ตอผ ทาการศ กษาจนสาเร จล ลวงไปด วยด ขอขอบค ณบ ณฑ ตศ กษา คณะว ทยาการและเทคโนโลย สารสนเทศ ท ให ความชวยเหล อ ในเร องตางๆ ส ดท ายน สารน พนธ ฉบ บน สาเร จล ลวงด วยด ค ณคาและประโยชน อ นพ งมาจากสาร น พนธ ฉบ บน ข าพเจ าขอมอบแดผ ม พระค ณท กทาน ช ต มา เกต ษา II

4 สารบ ญ หน า บทค ดยอ I ก ตต กรรมประกาศ II สารบ ญ III สารบ ญตาราง V สารบ ญร ป VI บทท 1 บทน า 1.1 กลาวน า กรณ ศ กษา ป ญหาท เก ดข น แนวทางการแก ไขป ญหา ว ตถ ประสงค ของโครงงาน ขอบเขตของโครงงาน ประโยชน ของโครงงาน ข นตอนในการดาเน นงาน 3 บทท 2 ทฤษฎ ท เก ยวข อง 2.1 กลาวน า งานว จ ยท เก ยวข อง ทฤษฎ ท เก ยวข อง Lean Operation ทฤษฎ ECRS เทคโนโลย รห สแทง (Barcode) ระบบฐานข อม ล (Microsoft SQL Server 2000) บทสร ป 28 บทท 3 การออกแบบ 3.1 กลาวน า การเก บข อม ล โครงสร างของระบบ Context Diagram Data Flow Diagram Data Dictionary of Data Store Entity Relationship Diagram 45 III

5 สารบ ญ (ตอ) หน า 3.8 Mapping Entity-Relationship Diagram Database Schema ระบบคอมพ วเตอร 52 บทท 4 การดาเน นงาน 4.1 กลาวน า การจ ดต งท มงาน การจ ดหาซอฟแวร สน บสน นการดาเน นงาน การวางแผนงาน น าแผนปฏ บ ต งานไปดาเน นการ สร ปผลการดาเน นงาน 54 บทท 5 ผลการทดลอง 5.1 กลาวน า ผลการต ดต งระบบสารสนเทศบนเคร องแมขายภายในองค กร ผลทดสอบระบบสารสนเทศตามกรณ ทดสอบ หน าจอประกอบผลการทดสอบ ความแตกตางของระบบงานเด มและระบบงานใหม 68 บทท 6 สร ปและว จารณ 6.1 สร ปผลการดาเน นโครงงาน ป ญหา และอ ปสรรค ข อเสนอแนะ 71 เอกสารอ างอ ง 73 ภาคผนวก ก 75 ภาคผนวก ข 78 IV

6 สารบ ญตาราง หน า ตารางท 1.1 ตารางการดาเน นงานโครงงาน 5 ตารางท 2.1 Toolkit ของระบบการผล ตแบบล น (Greene, 2002) 17 ตารางท 2.1 Toolkit ของระบบการผล ตแบบล น (Greene, 2002)(ตอ) 18 ตารางท 2.2 ต วอยางการต งคาถามด วย 5W1H 21 ตารางท 2.2 ต วอยางการต งคาถามด วย 5W1H (ตอ) 22 ตารางท 3.1 Book_Category 47 ตารางท 3.2 Provide_Type 47 ตารางท 3.3 Publishers 48 ตารางท 3.4 Book 48 ตารางท 3.5 Book_Copy 49 ตารางท 3.6 Book_Status 49 ตารางท 3.7 Main_Group 49 ตารางท 3.8 Main_Type 50 ตารางท 3.9 Borrow_Type_Permission 50 ตารางท 3.10 Borrow_Permission 50 ตารางท 3.11 Borrow 50 ตารางท 3.12 Borrow_Status 51 ตารางท 3.13 Fine 51 ตารางท 3.14 Fine_Status 51 ตารางท 5.1 ตารางเปร ยบเท ยบการทางานท งกอนและหล งการปร บปร งกระบวนการ 67 V

7 สารบ ญร ป หน า ร ปท 2.1 เวลาท งหมดในการดาเน นงาน 11 ร ปท 2.2 หล กการ ECRS เพ อปร บปร งข นตอนการทางาน 20 ร ปท 2.3 โครงสร างบาร โค ด 24 ร ปท 2.4 ต วอยางเคร องอานบาร โค ดประเภทตางๆ 26 ร ปท 2.5 ร ปแบบจาลองของสถาป ตยกรรม 2 Tier 27 ร ปท 2.6 โฮมเพจของ Microsoft 27 ร ปท 3.1 ข นตอนการร บหน งส อใหมของบรรณาร กษ 30 ร ปท 3.2 ข นตอนการย ม-ค น หน งส อของน กศ กษาแตละคน 30 ร ปท 3.3 ภาพรวมของระบบเด ม 31 ร ปท 3.4 การร บหน งส อเข าซ งน าเทคโนโลย ของบาร โค ดเข ามาชวยในการทางาน 32 ร ปท 3.5 โครงสร างของระบบ 33 ร ปท 3.6 Context Diagram ของระบบห องสม ด 34 ร ปท 3.7 Data Flow Diagram Level 1 35 ร ปท 3.8 Data Flow Diagram Level 1 (ตอ) 36 ร ปท 3.9 Data Flow Diagram Level 2 Process 1 การจ ดการข อม ลสมาช ก 37 ร ปท 3.10 Data Flow Diagram Level 2 Process 2 การร บหน งส อใหม 38 ร ปท 3.11 Data Flow Diagram Level 2 Process 3 การย มหน งส อ 38 ร ปท 3.12 Data Flow Diagram Level 2 Process 4 การค นหน งส อ 39 ร ปท 3.13 Data Flow Diagram Level 2 Process 5 การออกรายงาน 40 ร ปท 3.14 Entity-Relationship Diagram 46 ร ปท 5.1 การ Login ( เข าส ระบบ ) 55 ร ปท 5.2 การจ ดการหน งส อ 56 ร ปท 5.3 การเพ มหน งส อใหม 57 ร ปท 5.4 การลบข อม ล 57 ร ปท 5.6 ตรวจสอบเหต การณ ของระบบ ( ข อม ลระบบ -> เหต การณ ) 58 ร ปท 5.6 การจ ดการบ ญช ผ ใช ระบบ 59 ร ปท 5.7 การกาหนดส ทธ ( ข อม ลระบบ -> กาหนดส ทธ ) 60 ร ปท 5.8 งานบร การการย มหน งส อ 61 ร ปท 5.9 งานบร การการค นหน งส อ 63 VI

8 สารบ ญร ป หน า ร ปท 5.10 งานบร การคาปร บ 64 ร ปท 5.11 ออกเอกสาร Barcode 64 ร ปท 5.12 เปร ยบเท ยบเวลากอนปร บปร งและหล งการปร บปร งกระบวนการ 66 ร ปท 5.13 เปร ยบเท ยบจานวนก จกรรมกอนปร บปร งและหล งการปร บปร งกระบวนการ 67 ร ปท 5.14 เปร ยบเท ยบจานวนบ คลากรกอนปร บปร งและหล งการปร บปร งกระบวนการ 67 VII

9 บทท 1 บทน า 1.1 กลาวน า ป จจ บ นเทคโนโลย สารสนเทศได เข ามาม บทบาทตอโลกย คป จจ บ นเป นอยางมาก ไมวา จะเป นองค กรธ รก จ อ ตสาหกรรม การธนาคาร หร อแม แตวงการการศ กษา ห องสม ดเป นองค กร หน งซ งได น าเทคโนโลย สารสนเทศเข ามาใช ในการท างาน โดยเฉพาะอยางย งในห องสม ด ว ทยาล ย ได ม การน าเทคโนโลย สารสนเทศมาใช เพ อรองร บภารก จในการบร การสารน เทศใน อนาคต เน องจากปร มาณการใช สารน เทศม การเพ มข นอยางมากมายท งผ ใช สารน เทศท เพ ม จานวนข น และปร มาณการใช สารน เทศท เพ มข นตอผ ใช แตละคน เทคโนโลย สารสนเทศจ งถ อ เป นส งท ชวยลดป ญหาความไมสะดวกลาช าและเพ มความรวดเร วในให การบร การ ห องสม ดจ ดเป นสถาบ นท ทาหน าท จ ดเก บรวบรวมสารน เทศมาเป นเวลานานแล ว แต ระบบและว ธ การจ ดเก บหน งส อและสารสนเทศตางๆ ในห องสม ดย คกอนซ งจ ดจาแนกประเภท หน งส อและให บร การด านตางๆ แกผ ใช ในระบบท ทาด วยม อท งหมดไมสามารถตอบสนองความ ต องการในการใช สารน เทศจากแหลงใดแหลงหน ง หร อจากห องสม ดแหงใดแหงหน งเพ ยงแหง เด ยว อ กท งผ ใช ไมสามารถรอคอยสารน เทศท ห องสม ดจะต องใช เวลานานในการค นหาและ รวบรวมให แกผ ใช ได ในการแก ไขป ญหาด งกลาวห องสม ดจ งม ความจาเป นท จะต องรวมม อและ พ งพาอาศ ยก นมากข นเน องด วยการม ทร พยากรจานวนจาก ดของห องสม ด ไมม ห องสม ดแหงใด สามารถม สารน เทศท กอยางท ผ ใช ต องการอยางครบถ วน และเม อผนวกก บความต องการใช สารน เทศท รวดเร ว ห องสม ดจ งหล กเล ยงไมได ท จะต องน าเทคโนโลย สารสนเทศ ได แก เทคโนโลย คอมพ วเตอร ท ใช ในการจ ดเก บและค นค นสารน เทศ ห องสม ดจ งจ าเป นต อง เปล ยนแปลงระบบการจ ดเก บและค นค นสารน เทศในห องสม ดให เป นระบบอ ตโนม ต เพ อจ ดเก บ ส อ ในท กร ปแบบ และเช อมโยงการทางานในข นตอนตางๆ ของห องสม ดเข าด วยก น 1.2 กรณ ศ กษา ว ทยาล ยแหงหน งในเขตกร งเทพมหานคร ซ งม บ คลากรประมาณ 60 คน น กศ กษาภาค ปกต ภาคพ เศษและภาคสมทบ ประมาณ 1,080 คน ป จจ บ นทางห องสม ดว ทยาล ยแหงน ได ม หน งส อ ส อ ส งพ มพ ม จานวนมากและม จานวน ผ ท มาใช บร การเพ มข นท กป จากการดาเน นงานท ผานมาห องสม ดท เป ดให บร การด วยระบบม อ หน งส อบนช นตางๆย งไมม การระเบ ยนหน งส อหร อส ญล กษณ ท บงบอกหมวดหม อยางช ดเจน ทาให น กศ กษาท เข ามาท เข ามาใช บร การไมได ร บความสะดวกสบาย อ กท งเจ าหน าท ห องสม ด ประสบป ญหาในเร องการให บร การลาช า เน องจากทาด วยระบบม อเป นสวนใหญ โดยม เพ ยง การร บหน งส อเข าเทาน นท บ นท กข อม ลลงระบบคอมพ วเตอร 1

10 1.3 ป ญหาท เก ดข น ในชวงเวลาพ กเท ยงหร อชวงเวลาท หน งส อในร านจาหนายหน งส อ หน งส อเลมน นๆหมด หร อชวงท น กศ กษาต องการค นคว าหาความร เพ มเต มในว นเร ยน จะส งเกตเห นวาน กศ กษาสวน ใหญจะรอค วในการย ม หน งส อเป นเวลานาน เน องจากบรรณาร กษ จะทาการบ นท กหน งส อท กๆ เลมลงระบบคอมพ วเตอร โดยท ระยะเวลาการย ม ค นจะเป นเวลานานหลายนาท จ งทาให การใช ห องสม ดไมเป นท พ งพอใจแกผ ใช บร การ 1.4 แนวทางการแก ไขป ญหา จากป ญหาท ได กลาวมาในห วข อท 1.3 จะได หาแนวทางในการแก ไขป ญหาท เก ดใน องค กร เพ อขจ ดป ญหาให หมดไปหร อให น อยลงท ส ด โดยผ พ ฒนาได น า ล น (Lean) เข ามาชวย โดย Lean (ล น) ค อ การออกแบบและการจ ดการกระบวนการ, ระบบ, ทร พยากร และมาตรการ ตางๆ อยางเหมาะสม ทาให สามารถสงมอบผล ตภ ณฑ ได อยางถ กต องเหมาะสมในคร งแรกท ดาเน นการ โดยพยายามให เก ดความส ญเส ยน อยท ส ด (Minimum Waste) หร อม สวนเก นท ไม จ าเป นน อยท ส ด โดยความส ญเส ยด งกลาวน นไมได ประเม นจากผลล พธ ข นส ดท าย (Final Products) เพ ยงอยางเด ยว แตจะประเม นจากก จกรรมหร อกระบวนการท งหมดท ใช ทร พยากร โดยไมกอให เก ดม ลคาเพ ม (Non-value added) ในการผล ต ด งน นผ พ ฒนาจ งได น าเทคโนโลย บาร โค ดเข ามาชวย ซ งม บทบาทและอานวยความสะดวกส าหร บห องสม ดท น ามาใช ในการ บร การย ม-ค นทร พยากรสารสนเทศในห องสม ด โดยน าระบบใหมเข ามาชวย 1.5 ว ตถ ประสงค ของโครงงาน การพ ฒนาระบบห องสม ดม ว ตถ ประสงค หล กในการดาเน นงาน ด งน เพ อพ ฒนาห องสม ดเข าส ระบบอ เล กทรน กส เพ อพ ฒนาระบบเทคโนโลย บาร โค ด เพ องานย ม ค นหน งส อ เพ อสงเสร มให น กศ กษาเป นผ ท ร กการอาน การพ ฒนาระบบห องสม ด นอกจากใช ในงานห องสม ดจะชวยให การจ ดระบบการจ ดเก บ การค นหา และการเผยแพรสารน เทศของห องสม ดให งาย สะดวก และรวดเร ว ท งย งชวยลด ภาระงานประจาของห องสม ดในข นตอนตางๆ ได 1.6 ขอบเขตของโครงงาน โครงงานน เป นการใช ล น เป นเคร องม อขจ ดความส ญเปลา ให การบร การท เพ มค ณคา น แบงออกเป น 2 สวน ค อ สวนการทางานเก ยวก บฐานข อม ล และสวนต ดตอก บผ ใช ผานทางหน าเว บ สวนของการทางานเก ยวก บฐานข อม ล 2

11 - สามารถจ ดการก บฐานข อม ลได เชน เปล ยนแปลงโครงสร างของข อม ลหน งส อ เพ มหน งส อ เปล ยนช อหน งส อ หร อการเปล ยนประเภทข อม ลของหน งส อ - สามารถกาหนดผ ใช งานได - สามารถแก ไข เพ ม ตรวจสอบ ลบ เปล ยนแปลง ข อม ลผ ใช ได สวนต ดตอก บผ ใช ผานทางหน าเว บ ก. การย มค น ม ค ณสมบ ต - สามารถตรวจสอบรายการย มหน งส อได - สามารถตรวจสอบประว ต การย มหน งส อได ข. คาปร บ ม ค ณสมบ ต - สามารถตรวจสอบคาปร บได เม อย มหน งส อเก นกาหนด 1.7 ประโยชน ของโครงงาน ประโยชน ของการพ ฒนาระบบห องสม ดอ ตโนม ต ม หลายประการ สามารถสร ปได ด งน ลดภาระงานท ม ปร มาณมาก และลดความซ าซ อนในการทางาน ชวยให สามารถ ปฏ บ ต งานได อยางรวดเร วในระยะเวลาอ นส น ชวยเพ มประส ทธ ภาพในการให บร การ ท งด านค ณภาพและปร มาณ ซ งห องสม ด สามารถจ ดให ม บร การใหมๆ ท ท นสม ยเพ มข น และปร บปร งการบร การท ม อย เด มให ด ย งข น อานวยความสะดวกในการรวมม อระหวางห องสม ด และชวยลดคาใช จายตางๆ ได 1.8 ข นตอนในการดาเน นงาน ข นตอนในการดาเน นงาน เม อท าการว เคราะห และหาแนวทางการแก ไขป ญหาของ กระบวนการท เก ดข น ซ งลาด บข นตอนได เป นด งน ว เคราะห และออกแบบ - รวบรวมความต องการขอผ ใช งาน - ว เคราะห ป ญหา - ค นคว าทฤษฎ และหล กการ - ออกแบบระบบฐานข อม ล - เล อกเคร องม อท จะน ามาใช - ออกแบบแผนการต ดต ง - ออกแบบแผนการทดสอบ เข ยนโปรแกรมและทดสอบระบบ - ศ กษาโปรแกรม VB.NET - เข ยนโปรแกรม 3

12 - ทดสอบและแก ไขข อผ ดพลาดของโปรแกรมในสวนของ ผ ด แลระบบ และ ผ ใช งาน ประเม นผลและสร ปผล - ประเม นผลการทางานและสร ปผล 4

13 ตารางท 1.1 ตารางการดาเน นงานโครงงาน 5

14 บทท 2 ทฤษฎ ท เก ยวข อง 2.1 กลาวน า ในป จจ บ นน ระบบบงช อ ตโนม ต (Automatic Identification) หร อ Auto ID ถ กน ามาใช และพ ฒนาไปอยางมากท งในภาคอ ตสาหกรรม กระบวนการผล ต การขนสงว ตถ ด บ ฯลฯ ระบบ บงช อ ตโนม ต จะถ กน ามาใช ในการจ ดเก บข อม ล ระบ สถานะของคน ส ตว ส งของ เชนส นค าท เรา ให ความสนใจ ระบบบงช อ ตโนม ต ท เป นท ร จ กและใช งานอยางแพรหลายท ส ดค อ ระบบบาร โค ด (Barcode System) ซ งสามารถพบเห นได ท วไปในช ว ตประจาว น เน องจากม ต นท นตอหนวยท ต า งายตอการใช งานจ งเป นเหต ผลให บาร โค ดถ กน ามาใช ในการจ ดการห องสม ด ห องสม ดจ ง ต องปร บปร งเปล ยนแปลงระบบการดาเน นงาน การบร หารงานให ท นตอกระแสการปร บเปล ยน ของโลก เพราะป จจ บ นความก าวหน าทางเทคโนโลย สารสนเทศ สงผลให โลกเปล ยนแปลงไป จากย คอ ตสาหกรรม เข าส ย คส งคมขาวสาร หร อย คสารสนเทศ ทาให เก ดการเปล ยนแปลง ร ปแบบในการเร ยนร ของมน ษย เป นอยางมากซ งการเปล ยนแปลงด งกลาวส บเน องมาจากพล ง และศ กยภาพของเทคโนโลย สารสนเทศท ชวยให จ ดการสารสนเทศจานวนมหาศาล ลดข อจาก ด ทางด านเวลา ระยะทาง สงผลให เก ดการแลกเปล ยนข อม ลขาวสารได ท กเวลา และท กสถานท ด งน นห องสม ดย คใหมต องปร บปร งร ปแบบการให บร การแบบใหมเพราะแนวโน มของการใช ห องสม ดในป จจ บ นได เปล ยนแปลงไปกลาวค อ น กศ กษา อาจารย จะใช คอมพ วเตอร ในการค นหา สารสนเทศมากข น และม การให บร การสารสนเทศในร ปส ออ เล กทรอน กส แทนการใช สารสนเทศ จากส อส งพ มพ 2.2 งานว จ ยท เก ยวข อง ว ช ย รว พ น [1] การปร บปร งค ณภาพและความสามารถในการผล ตเทป Plastic(2540) ว ทยาน พนธ ฉบ บน กลาวถ งการปร บปร งค ณภาพและความสามารถในการผล ตท ให ประส ทธ ภาพส งสามารถน าว ธ การออกแบบแผนการทดลองโดยอาศ ยหล กสถ ต เข ามาประย กต เพ อท จะท าให ผล ตภ ณฑ ม ความนาเช อถ อส ง และชวยเพ มประส ทธ ภาพในการท างานโดยม จ ดม งหมายเพ อศ กษาป จจ ยท ม ผลตอแรงด งเทป และหาคาป จจ ยเหลาน นท ทาให คาแรงด งเทป ใกล เค ยง 70 Gram ซ งเป นความต องการของล กค า การว เคราะห ข อม ลใช ทฤษฎ การทดลองแบบ แฟคทอเร ยลและการว เคราะห ถดถอยเช งพห ค ณส าหร บสร างแบบจ าลองพร อมท าการหา ความส มพ นธ ระหวางต วแปรท งสอง ดาว นทร มานะจ ตต [2] การเพ มประส ทธ ภาพการผล ตแผนวงจร อ เล คทรอน คส ด วยการปร บปร งข นตอนการผล ต พ.ศ : การศ กษาน กลาวถ งการเพ ม ประส ทธ ภาพการผล ตแผนวงจรอ เล คทรอน คส ด วยการปร บปร งข นตอนการผล ตเพ อลดเวลาใน 6

15 กระบวนการผล ต โดยจะกาจ ดข นตอนการผล ตท ไมจาเป นออกไป ซ งจะสามารถตอบสนองความ ต องการของล กค าได อยางรวดเร วและย งรวมถ งการท าให ต นท นการผล ตลดลงด วย โดยม จ ดม งหมายเพ อยกเล กกระบวนการอบว ตถ ด บซ งกระบวนการน จะใช เวลาท งหมด 12 ช วโมง ซ งม ว ตถ ประสงค เพ อลดป ญหาการย ดหดของแผนงานระหวางผานกระบวนการทางเคม และความร อน ในการผล ต ซ งข นตอนการอบน เป นข อแนะน ามาจากผ ผล ตว ตถ ด บ การศ กษาโดยการท าการ ทดลองทางสถ ต ซ งใช ทฤษฎ การออกแบบเช งแฟคทอเร ยล 2 ป จจ ย เพ อหาความส มพ นธ ของต ว แปรท งสอง ธเนศร โกว ทว ฒนช ย [3] การลดและการควบค มต นท นสาธารณ ปการ อ ตสาหกรรมการผล ตพ ว ซ พ.ศ : การศ กษาน ม จ ดประสงค เพ อลดและควบค มต นท นการ ผล ตสาธารณ ปการให อย ในเกณฑ ต า ได ม การลดต นท นน าม นเตาโดยว ธ การลดความด นการผล ต ไอน า น าคอนเดนเสตกล บเข าถ งพ กน าป อนให มากท ส ด ต ดต งระบบน าท งอ ตโนม ต ท หม อไอน า จ ด แผนการทาความสะอาดหม อไฟห วฉ ดน าม น ควบค มประส ทธ ภาพการเผาไหม การลดต นท นด าน ไฟฟ า โดยว ธ ลดการร วของอากาศอ ด ลดช วโมงการทางานของป มน าท ผล ตน าหลอเย นและระบบ บาบ ดน าเส ย การลดต นท นคาจ างเง นเด อนและคาซอมบาร งโดยว ธ การปร บปร งประส ทธ ภาพการ ทางานของพน กงาน และการปร บปร งระบบซอมบาร งเช งป องก น ซ งทาให ต นท นการผล ตลดลง นอกจากน นย งได ม การศ กษาถ งว ธ การควบค มต นท นอย ในระด บต า โดยว ธ การผล ตเช งสถ ต และ ควบค มด วยระบบเอกสาร บ ญเล ศ ชาญว ท ตก ล [4] "การปร บปร งขนย ายว สด กอสร าง(อ ฐ)กรณ ศ กษา ห างห นสวนจ าก ด น. ว ท ตกอสร าง พ.ศ : การศ กษาน ได กลาวถ ง ว ธ การขนย ายว สด กอสร าง (อ ฐ) โดยม การออกแบบอ ปกรณ ขนย ายและว ธ การขนย าย ซ งทาการเปร ยบเท ยบระหวาง ว ธ การขนย าย (อ ฐ) แบบเด ม ค อการขนย ายด วยกระป องทาได คร งละ ก อน และการขน ย ายด วยว ธ ท ปร บปร งใหม จะทาได คร งละ 60 ก อน ด วยว ธ ท ปร บปร งข นมาใหมจะลดการแตกห ก ของอ ฐลงได 10 % ลดคาแรงการขนย ายลงได เม อเปร ยบเท ยบก บแบบเกา รวมถ งสามารถเพ ม ประส ทธ ภาพการทางานได 3.3 เทา ค ดโดยรวมแล วสามารถต นท นได 271,875 บาทตอป ส ร มา ค าทอง [5] (2546) ได ศ กษาถ งการปร บปร งการผล ตโดยใช ว ธ ต นท นตามก จกรรมในโรงงานผล ตส อไม เพ อการเร ยนร สาหร บเด ก ได เก บรวบรวมและจาแนก ข อม ลออกเป น 3 กล ม ได แก ต นท นว ตถ ด บทางตรง ต นท นแรงงงานทางตรง ต นท นโสห ยการผล ต ท สามารถค ดเข าส ผล ตภ ณฑ โดยตรงจากน นจะทาการจ ดสรรลงส ก จกรรมตางๆ โดยพ จารณา ปร มาณก จกรรมท ผล ตน นๆ ใช ไปโดยใช โปรแกรมคอมพ วเตอร ท จ ดทาข นเป นเคร องม อในการ จ ดเก บและประมวลผลข อม ล ผลการว จ ยท ได เม อเปร ยบเท ยบก บโครงสร างต นท นแบบเด ม สามารถแบงผลการว จ ยออกเป น 3 กล ม ค อกล มท ขาดท น 14.8 % กล มท ขาดท นในสวนกาไร 14.8 % และกล มท แสดงวาม สวนของกาไรเพ มข นมากกวาท ได กาหนดไว 70.4 % ณรงค เร าร งอร ณ [6] ( 2549) ได ศ กษาปร บปร งกระบวนการประกอบ 7

16 แผงวงจร อ เลคทรอน กส เพ อลดต นท น โดยศ กษาว ธ การว เคราะห กระบวนการโดยการสร าง แผนภ ม กระบวนการเพ อหาการส ญเส ยของเวลาในกระบวนการประกอบแผนวงจรไฟฟ า รวมก บ การใช ว ธ ECRS (Eliminate, Combine, Re-arrange,Simplify และ 5W1H โดยสามารถลด กระบวนการท ม การประกอบท งหมด 21 กระบวนการ เคล อนย าย 14.5 เมตร ใช พน กงาน ท งหมด 14 คน และใช เวลาผล ต ว นาท /4 ช น ให เหล อ 13 กระบวนการ การเคล อนย าย 8 เมตร ใช พน กงานท งหมด 8 คน ใช เวลาในการผล ต ว นาท /4 ช น วราภรณ เฆมว บ ลย [7] (2534) ศ กษาสภาพความต องการใช คอมพ วเตอร ในห องว ทยาศาสตร ส ขภาพ แล วเปร ยบเท ยบองค ประกอบในการต ดส นใจน า คอมพ วเตอร มาใช ประเภทของงานในห องสม ดท ใช คอมพ วเตอร ระบบคอมพ วเตอร และ โปรแกรมท ใช ระหวางกล มห องสม ดท ใช คอมพ วเตอร ก บกล มท ม โครงการจะน าคอมพ วเตอร เข า มาใช ประชากรท ใช ในการว จ ยเป นผ บร หารห องสม ด จานวน 37 คน และบรรณาร กษ จานวน 33 คน ซ งบรรณาร กษ ห องสม ดท ใช คอมพ วเตอร จานวน 11 แหง และห องสม ดท จะน าคอมพ วเตอร มาใช จานวน 22 แหง ใช แบบสอบถามเป นเคร องม อในการว จ ย ผลการว จ ยพบวา องค ประกอบ ท ใช ในการต ดส นใจน าคอมพ วเตอร มาใช และโปรแกรมท ใช ห องสม ดท งสองกล มไมแตกตางก น ศ ร กาญจน ศร เคล อบ [8] (2538) ทาการสารวจสภาพและแนวโน มการใช งานโปรแกรมคอมพ วเตอร ห องสม ดของมหาว ทยาล ยในประเทศจานวน 36 แหง สามารถ จาแนกโปรแกรมออกได เป น 3 ประเภทค อ โปรแกรมสาเร จร ป โปรแกรมท พ ฒนาข นเองและ โปรแกรมบ รณาการ (Intergrated System) ผลการว จ ยพบวา ห องสม ดว ทยาล ยใช โปรแกรม สาเร จร ปในการจ ดการฐานข อม ลมากท ส ด โดยเฉพาะโปรแกรม Mini/Micro CDS/ISIS สาหร บ โปรแกรมท พ ฒนาข นเองเก ดจากการประย กต ใช การเข ยนโปรแกรมสาหร บการจ ดการฐานข อม ล เชน dbase, FoxPro, HyPlus, FoxBase และ Paradox สวนโปรแกรมบ รณาการน ยมใช 3 โปรแกรมค อ Dynix Innopac และ VTLS จากการศ กษางานว จ ยเก ยวก บการศ กษาสภาพและ ความต องการใช คอมพ วเตอร ในงานห องสม ด พบวา สวนใหญเป นการว จ ยเช งสารวจโดยศ กษา เก ยวก บสภาพการใช ก จกรรมหร องานห องสม ดท ใช ฮาร ดแวร ซอฟต แวร ป จจ ยในการต ดส นใจ แนวทางการน าคอมพ วเตอร มาใช รวมถ งป ญหาการน าคอมพ วเตอร มาใช ในการดาเน นการม เพ ยงการว จ ยของ วราภรณ เฆมว บ ลย (2534) เทาน นท ได ศ กษาเปร ยบเท ยบความต องการใน การน าคอมพ วเตอร มาใช ในงานห องสม ดว ทยาศาสตร ส ขภาพ ระหวางกล มผ ใช งานคอมพ วเตอร ก บกล มท น ามาใช แล ว 2.3 ทฤษฎ ท เก ยวข อง หล กการในการเล อกเคร องม อ ท ใช ในการแก ป ญหาน นม ได หลายแนวทาง โดยจะเน นใน การกาจ ดความส ญเปลาในกระบวนการหร อการปฏ บ ต งาน เพ อให การไหลของงานและข อม ล ขาวสารเป นไปอยางสะดวก ซ งผ จ ดทาได เล อก การร อปร บระบบทางธ รก จ, ล น และทฤษฎ ECRS ซ งม รายละเอ ยดและความแตกตางก น ด งน 8

17 การร อปร บระบบทางธ รก จ (Business Process Reengineering) การร อปร บระบบทางธ รก จ เป นการออกแบบกระบวนการหล กของธ รก จ (Core business process) ข นมาใหมโดยไมม เค าโครงรางเด มอย เลย เพ อกอให เก ดการปร บปร งอยาง รวดเร วแกผล ตผล ระยะเวลาในการผล ต และค ณภาพ โดยว ธ การทาค อ - ปร บเปล ยนการม งเน นค ณคาขององค กรเก ยวก บความต องการของล กค าเส ยใหม - ออกแบบกระบวนการหล กใหม ท วไปม กจะใช IT เข าชวยปร บปร ง/แก ไข - ปร บเปล ยนร ปแบบธ รก จไปเป นแบบกล มข ามสายงาน (cross-functional team) เพ อจะ ได ร บผ ดชอบกระบวนการรวดเด ยวต งแตต นจนจบ - ค ดร ปแบบพ นฐานขององค การร ปแบบใหม รวมถ งเร องเก ยวก บคนด วย - ปร บปร งกระบวนการธ รก จตาง ๆ ท วท งองค การ การน าการร อปร บระบบทางธ รก จ เพ อปร บปร งค ณภาพโดยการลดงานท กระจายการ ทางานออกเป นสวนยอย ๆ กอให เก ดเจ าของกระบวนการอยางช ดเจน ผ ทางานสนองตอบตอ ผลล พธ งานได มากข นและสามารถว ดประส ทธ ภาพของเขาได ช ดเจน การปร บเปล ยนแบบน ม กจะมองไปในเช งการน าเทคโนโลย สารสนเทศ หร อระบบ อ ตโนม ต เข ามาแทนกระบวนการทางานด วยม อ ทาการร อปร บระบบ การดาเน นการแบบล น (Lean Operations) การด าเน นการแบบล น ค อ กรรมว ธ การและปร ชญาท ม งเน นไปในการขจ ดความส ญ เปลา (waste) ในกระบวนการตาง ๆ และลดระยะเวลาต งแตล กค าสงส นค า ผล ต และจ ดสง ส นค าไปถ งม อล กค า การลดความส ญเปลาซ งไมกอให เก ดประโยชน จะท าให บร ษ ทม ค ณภาพส งข น ม ผล ตผลเพ มข น ปฏ ส มพ นธ และความรวดเร วระหวางบร ษ ทก บล กค าได ร บการ ปร บปร งห วใจของ Lean Operations ค อ get the right things to the right place, at the right time, in the right quantities, while minimizing waste ความส ญเปลา หมายถ ง ความไมม ประโยชน ไมม ค ณคา ไมจาเป น หร อไมค มคา การ พ จารณาความส ญเปลาจะต องพ จารณาในภาพรวมท งหมด ท งระยะส นและระยะยาว ท งความ ส ญเปลาทางตรงท เห นได ช ดเจนและทางอ อมหร อความส ญเปลาแฝงท เห นได ไมช ด และต อง พ จารณาถ งความส ญเปลารวมท เก ดจากท กฝายเข าด วยก น ความส ญเปลาอาจไมจาเป นต อง เป นความส ญเปลาทางตรงท สามารถต คาได เป นต วเง น แตอาจอย ในร ปของการเส ยเวลา ส นเปล องแรงงาน เก ดความเม อยล า เส ยว ตถ ด บ เส ยโอกาส ส นเปล องพล งงาน ฯลฯ 5 ข นตอนในการปร บการไหลของกระบวนการ (Process Flow) 1) บงช การดาเน นงานท กอให เก ดม ลคา 9

18 2) ระบ ข นตอนหล ก ๆ ท กอให เก ดม ลคาออกมา 3) ขจ ดก จกรรมท ไมกอให เก ดม ลคาออกไป 4) พ งม นใจวา ม ส นค าให ก บล กค าเม อต องการ 5) ทาการปร บปร งกระบวนการอยางตอเน อง การน าล นมาใช เพ อลดภาระการใช งานของเคร องม อตาง ๆ ออกแบบโรงงาน คล งส นค า และกระบวนการตาง ๆ เพ อเพ มประส ทธ ภาพการท างานของพน กงานและเคร องจ กร ลด จานวนพน กงานท ต องใช ทางานหน ง ๆ ให สาเร จ เพ มประส ทธ ภาพในการจ ดเก บว ตถ ด บใน คล งส นค าและการเต มเต ม ปร บปร งการให บร การแกล กค า สร างร ปแบบใหม ๆ ในการจ ดเก บ ว ตถ ด บในคล งส นค า ปร บปร งภาพล กษณ ตาง ๆ เชน บร การฉ บไว ต นท นลดลง เป นต น ทฤษฎ ECRS การม เคร องม อเคร องใช ท ท นสม ย เข ามาใช ในสาน กงานจะทาให การปฏ บ ต งานเป นไปได ด วยความรวดเร วถ กต องนอกจากน จะต องค นหาและก าหนดเวลาสวนเก นและเวลาไร ประส ทธ ภาพให ได โดยการศ กษาการทางานหร อ โดยการใช หล กการส งเกตงายๆ วาการทางานใด แล วไมเก ดผลงานหร อทาเสร จแล วส ญเปลาถ อ เป นเวลาสวนเก นและการไมทาอะไรเลย เชน อย ใน สภาพ รอ หลบ หล ก เล ยง และ หย ด ถ อเป นเวลาไร ประส ทธ ภาพ การก าหนด ประเภทเวลาด งกลาวได จะทาให การทางานด ข นหากได ม การศ กษาและดาเน นการเป นข นเป นตอน ตามแนวทางด งกลาวน และได ร บความรวมม อรวมใจจาก คนท เก ยวข องในกระบวนการทางานเช อ ได วาสามารถปร บปร งการทางานโดยลดข นตอนและระยะเวลาดาเน นการจากเด มลงได ซ งจะทาให การทางานม ประส ทธ ภาพและตอนสนองความต องการได อยางแท จร งเป นไปตามแนวทางของการ บร หารท ด หล กท วไปในการปร บปร งข นตอนการงาน ด วยหล กการ ECRS การทางานด ข นหากได ม การศ กษาและดาเน นการเป นข นเป นตอนตามแนวทางด งกลาว น และได ร บความรวมม อรวมใจจาก คนท เก ยวข องในกระบวนการทางานเช อได วาสามารถ ปร บปร งการทางานโดยลดข นตอนและระยะเวลาดาเน นการจากเด มลงได การลดข นตอนและ การเพ มประส ทธ ภาพของการทางานเป นส งจ าเป นในกระบวนการผล ต จ งจ าเป นท ต องท า เพ อให สามารถตอบสนองให ตรงความต องการของล กค า ในการน ผ ปฏ บ ต งานจะต องม ความร ความเข าใจในงานท ตนปฏ บ ต และสามารถศ กษาเพ อปร บปร งประส ทธ ภาพในการทางานได ด วยตนเอง ด งน นเทคน คการลดข นตอนและเพ มประส ทธ ภาพในการทางานจ งม ความจาเป นท ผ ปฏ บ ต งานจะต องทราบและสามารถน าไปประย กต ใช งานก บกระบวนการผล ตในหนวยงานของ ตนได ในการเพ มประส ทธ ภาพการทางานน นทาได อย 2 ทางค อ 1. การทางานให รวดเร วข น 2. ทางานให ม ความผ ดพลาดน อยลง ท งน ถ าพ จารณาถ งเทคน คในการทางานให รวดเร วข นไมใชเพ ยงแตเรงทางานให รวดเร ว ข น แตทางานในส งท เป นเน องานจร งๆ โดยไมเส ยเวลาไปก บการส ญเส ยเพ อให เก ดเน องานเทา 10

19 เด มในเวลาส นลง หร อเน องานมากข นในระยะเวลาเทาเด ม หร อเก ดเน องานมากข นในเวลาส นลง ท งน ในการทางานให เก ดเน องานมากข นค อพยายามลดส งส ญเส ยออกจากการทางานได มากท ส ด สวนของความส ญเส ย เวลา ท งหมด ของงาน ภายใต เง อนไข ตางๆ สวนของเน องานจร ง สวนของความส ญเส ย ร ปท 2.1 เวลาท งหมดในการดาเน นงาน จากเคร องม อการจ ดการข างต น เคร องม อท เหมาะสมท จะน ามาใช ในการจ ดการระบบ ย ม- ค นหน งส อห องสม ด ค อ การดาเน นการแบบล น และทฤษฎ ECRS เพราะการดาเน นการ แบบล น เป นการด าเน นการเปล ยนแปลงท งายข น อ นจะชวยให องค กรบรรล ถ งค ณภาพท ด ต นท นต า และเวลาในการทางานส น สวนการเล อกทฤษฎ ECRS โดยการใช หล กการส งเกต งายๆ วาการทางานใดแล วไมเก ดผลงานหร อทาเสร จแล วส ญเปลาถ อ เป นเวลาสวนเก นและการ ไมทาอะไรเลย ผลท ได ร บจากการใช การดาเน นการแบบล น และทฤษฎ ECRS น นแบงออกได เป นข อๆ ด งน ค อ - ลดภาระงานท ม ปร มาณมาก และลดความซ าซ อนในการทางาน - ชวยให สามารถปฏ บ ต งานได อยางรวดเร วในระยะเวลาอ นส น - ชวยเพ มประส ทธ ภาพในการให บร การ ท งด านค ณภาพและปร มาณ ซ งห องสม ด สามารถจ ดให ม บร การใหมๆ ท ท นสม ยเพ มข น - ปร บปร งการบร การท ม อย เด มให ด ย งข น อ านวยความสะดวกในการรวมม อระหวาง ห องสม ด และชวยลดคาใช จายตางๆได 11

20 2.4 การดาเน นการแบบล น (Lean Operation) ประว ต และน ยามการผล ตแบบล น หล งสงครามโลกคร งท 1 Henry Ford และ Alfred Sloan จากบร ษ ท General Motors ได เปล ยนระบบการผล ตจากการผล ตท ต องอาศ ยเฉพาะชางผ ช านาญงาน (Craft Production) ไปเป นการผล ตจานวนมาก (การผล ตท ต องอาศ ยเฉพาะชางผ ชานาญงาน) ซ งม หล กการอย บนพ นฐานของการเน นความประหย ดท เก ดจากขนาด (Economies of Scale) ค อ การผล ตส นค าออกมาคร งละมากๆ เพ อให เก ดคาใช จายตอหนวยท ต าท ส ด เน องจากเคร องจ กร ท ม ราคาแพงและไมม ความย ดหย น หล งจากสงครามโลกคร งท 2 Eiji Toyada และ Taiichi Ohno ว ศวกรของบร ษ ทโต โยต า ประเทศญ ป นได ศ กษาตอและกอให เก ดระบบการผล ตแบบโตโยต า (Toyota Production System) ข น ค อการผล ตตามความต องการของตลาดเฉพาะท ตลาดต องการเทาน น จ งได ร บ ความน ยมละถ กน ามาใช อยางกว างขวาง ซ งการผล ตแบบโตโยต าน นจะเป นการเปล ยนแปลง หล กการผล ตให เป นร ปแบบการผล ตแบบด ง (Pull System) โดยเฉพาะการศ กษาและน าเอา ระบบซ ปเปอร มาเก ตท ไมสามารถวางแผนการขายเป นจานวนแนนอนตายต วในแตละว นได มา ใช เน องจากล กค าม ความต องการแตกตางก น ทาให ต องคอยตรวจเช คส นค าและคอยเต มส นค า อย เสมอ พร อมท งได ศ กษาการเพ มผลผล ตและค ณภาพตามระบบของ และรวมก บระบบ Just In Time ด วย จากหล กการพ นฐานของการผล ตแบบโตโยต า ซ งม ว ตถ ประสงค เพ อกาจ ดวามส ญเปลา และผล ตส นค าให ได ตรงความต องการของล กค าน จ งน าไปส ระบบการผล ตแบบล น (Lean Manufacturing, Lean Production หร อ Lean Thinking) ท ม ท งความย ดหย นและความกระช บ ซ งจะม งเน นไปท การผล ตผล ตภ ณฑ หร อการบร การท ล กค าต องการโดยการทาความเข าใจใน กระบวนการผล ต บงช ความส ญเส ยภายในกระบวนการเหลาน นและจาก ดความส ญเส ยเหลาน น ท ละข นตอนอยางตอเน อง โดยสามารถอธ บายระบบการผล ตแบบล นเปร ยบเท ยบก บชางผ ชานาญงาน และ การผล ตท ต องอาศ ยเฉพาะชางผ ชานาญงาน ได ด งน Craft Production ค อ ผ ผล ตต องเป นผ ท ม ความเช ยวชาญส ง เป นการทางานแบบงายๆ แตต องม เคร องม อท ย ดหย นท จะสามารถทาอะไรก ได ตามท ล กค าต องการ ต วอยางอ ตสาหกรรม ท ผล ตแบบน เชน การผล ตเฟอร น เจอร งานเก ยวก บการออกแบบและตกแตง และรถแขงน าเข า จากตางประเทศเป นต น เราม กชอบการทางานแบบชางผ ช านาญงาน แตป ญหาท เก ดข นค อ ส นค าท เป นงานฝ ม อน จะม คาใช จายท ส งมาก ด งน น จ งม การพ ฒนาการผล ตแบบ การผล ตท ต อง อาศ ยเฉพาะชางผ ชานาญงาน ข นมาใช ในชวงต นศตวรรษท 20 เพ อเป นทางเล อกอ กทางหน ง การผล ตท ต องอาศ ยเฉพาะชางผ ช านาญงาน ค อ ผ ออกแบบผล ตภ ณฑ ต องเป น ผ เช ยวชาญเฉพาะด าน และผ ผล ตอาจไมม ท กษะหร อม บ างในการทางานก บเคร องจ กรราคาแพง เคร องจ กรแตละต วใช ผล ตส นค าชน ดเด ยวผล ตส นค าออกมาคร งละมากๆ เน องจาก เคร องจ กรม ราคาแพงและไมม ความย ดหย น การผล ตแบบน จะม บ ฟเฟอร จ านวนมาก ม การจ ดสง 12

21 นอกเหน อจากปกต ต องม คนงานและพ นท เสร ม เพ อให แนใจได วาการผล ตจะไมเก ดป ญหา เพราะคาใช จายในการต ดต งเคร องสาหร บผล ตช นงานใหมแตละคร งส งมาก การผล ตแบบน จะต องจ ดเก บแบบมาตรฐานในการผล ต (Standard Designs) ไว นานท ส ดทาท จะเป นไปได ผล ร บท ได ค อ ล กค าจายเง นน อยกวาแตพน กงานเก ดความเบ อหนายและไมม กะจ ตกะใจทางาน การผล ตแบบล น ค อการน าข อด ของ การผล ตท ต องอาศ ยเฉพาะชางผ ชานาญงาน และ การผล ตจานวนมากมารวมก น และหล กเล ยงคาใช จายท ส งของแบบแรกและลดความไมย ดหย น ของแบบท สองแล วทาการจ างท มท ประกอบด วยพน กงานท ม ความสามารถหลายด านในท กๆ ระด บขององค กร และใช งานแบบม ความย ดหย นส ง และเพ มการใช เคร องจ กรอ ตโนม ต ในการ ผล ตส นค าในหลากหลายร ปแบบ เน องจากวา การผล ตแบบล น จะใช ท กอยางน อยกวาการผล ตแบบ การผล ตท ต องอาศ ย เฉพาะชางผ ชานาญงาน ค อใช แคคร งหน งของแรงงานคนท งหมดในโรงงาน คร งหน งของพ นท ในโรงงาน คร งหน งของเง นลงท นในการซ ออ ปกรณ /เคร องม อ และคร งหน งของเวลาท ใช ในการ พ ฒนาผล ตภ ณฑ ใหมๆ ด งน นพ นท ในการเก บส นค าคงคล งจ งลดเหล อน อยกวาคร งหน งของท เคยต องการ ผลท ได ค อ ในการผล ตจะได ความหลากหลายของผล ตภ ณฑ มากกวา ว ตถ ประสงค ท แตกตางก นระหวางการผล ตแบบ การผล ตท ต องอาศ ยเฉพาะชางผ ชานาญงาน และการผล ตแบบล นค อ การผล ตแบบการผล ตจานวนมาก จะต องต งเป าหมายหล ก เพ อต วของม นเอง ค อ ต องด พอ หมายถ ง หากม จ ดบกพรองต องอย ในระด บท สามารถยอมร บ ได ม การกาหนดระด บส งส ดท จะยอมร บได ของส นค าคงคล ง แตถ าเป น Lean Producer จะเป น การกาหนดจ ดม งหมายท มองเห นภาพได ช ดเจน เชน คาใช จายต องลดลงอยางตอเน อง ต องไมม ช นงานเส ย ไมม ส นค าคงคล ง และม ความหลากหลายของผล ตภ ณฑ การผล ตแบบล นจะชวยเปล ยนแปลงว ธ การท างานของคนแตไมได เปล ยนแปลง แนวความค ด พน กงานหลายคนจะพบวางานของพวกเขา ม ความท าทายมากข น และม ยอด ผล ตเพ มข นในขณะเด ยวก น พวกเขาจะพบวางานของพวกเขา กดด นข น เพราะวาว ตถ ประสงค หล กของการผล ต แบบล นค อการผล กความร บผ ดชอบไปให ท กระด บขององค กร ความร บผ ดชอบ หมายถ งการท จะต องด แลช นงานน มากเป นพ เศษ และต องคอยระว งไมให ม ความเส ยหายเก ดข น ในทานองเด ยวก น การผล ตแบบล นได เปล ยนความหมายของคาวา ม ออาช พ ซ งม กจะ ถ กฝ กให เคยช นก บการท จะต องสร างความก าวหน าอยางตอเน อง เพ อให ม ความร เพ มข น และม ความชานาญในเร องเฉพาะด านเป นพ เศษ เพ อท จะก าวหน าตอไป เชน เป นห วหน าแผนกบ ญช ห วหน าแผนกว ศวกรรมฝายผล ต เป นต น การผล ตแบบล นจาเป นต องม การเร ยนร มากกวาการ เป นม ออาช พและสามารถน าไปประย กต ใช อยางสร างสรรค ภายในท ม น ยามของคาวา ล น เม อเป ดพจนาน กรมจะแปลวา ผอมหร อบาง หร อเข าใจได งายๆก ค อ ไมม สวนเก น ถ าน ามาพ ดในทานองว สาหก จการผล ต (Manufacturing Enterprise) หมายถ ง การออกแบบและจ ดการอยางถ กต องเหมาะสมในคร งแรกท ด าเน นการและม งเน นถ ง 13

22 กระบวนการท เพ มค ณคา ซ งว ธ การน จะเป นว ธ การทางานท ป องก นความผ ดพลาดท เก ดข นได อยางสมบ รณ แบบ และเป นแนวทางท กอนให เก ดการปร บต วในสภาวะการแขงข นท ข นอย ก บ เวลาเพ อให องค กรม ความคลองต ว (Agility) ใช ทร พยากรอยางจาก ด สะดวกรวดเร ว ลดต นท น ลดเวลาท ไมจาเป นและเพ มค ณภาพในระบบการผล ต หล กการของระบบการผล ตแบบล น ในป ค.ศ Jim Womack ได น าเสนอแนวค ดของระบบน ในหน งส อ Machine that Changed the World และให หล กการในการน าไปใช ไว 5 ประการ ด งน ค ณคา (Value) ต องร วาล กค าต องการอะไร และทาการผล ตให ได ตามความต องการของ ล กค า หากเราผล ตส งท ล กค าไมต องการ ก ค อการส ญเปลา กระบวนการท ไร การส ญเปลา (Waste-free) เป นกระบวนการท ดาเน นไปอยางถ กต อง โดยต องใช เวลาและความพยายามท จะก าจ ดการส ญเปลาออกจากกระบวนการ ด งน น กระบวนการท สร างค ณคาจ งเป นส งสาค ญ ล กค าจะเป นคนส ดท ายท กาหนดค ณคา ด วยเหต น ความส ญเปลาประเภทหน งของ Muda ค อกระบวนการท ล กค าไมต องการ บร ษ ทท ผล ตแบบ ล นจะดาเน นการเพ อ กาหนดความแมนยาของค ณคาในต วส นค า และกาหนดถ งความสามารถ ของส นค าในการเสนอราคาให ก บล กค า หร ออ กแงหน ง บร ษ ทท ผล ตแบบล นจะทางานเพ อทา ความเข าใจและบอกวาล กค าต องการซ ออะไร บร ษ ทท ผล ตแบบล นจะม การปร บปร งพ นฐาน ส นค า การบร หารองค กรและพน กงานไปจนถ งแผนกการผล ต แผนภาพการไหลของค ณคา (Value Steam Mapping) ค อการเข ยนแผนภาพของ กระบวนการ เพ อแสดงให เห นถ งการไหลของว ตถ ด บและข อม ลในกระบวนการการผล ตของ ผล ตภ ณฑ น นๆ และทาการกาจ ดกระบวนการท ไมกอให เก ดม ลคาเพ มออกไป แผนภาพกระบวนการสามารถทาได โดยสร างแผนภาพการไหลของค ณคา (VSM) โดย ท Value Steam ค อ ก จกรรมหร องานท งหมด (เป นส งกอให เก ดค ณคาเพ มและไมม ค ณคาเพ ม) ท ทาให เก ดผล ตภ ณฑ ให ก บล กค า ด งน นแผนภาพการไหลของค ณคา ก ค อการเข ยนแผนภาพ แสดงถ งการไหลของว ตถ ด บและข อม ลสารสนเทศในการผล ตของกระบวนการตางๆ การไหล (Flow) ผล ตภ ณฑ ควรไหลผานกระบวนการเพ มค ณคาอยางตอเน องและ สม าเสมอ ปราศจากการรอคอย ซ งจะน าไปส การม ระด บส นค าคงคล งเป นศ นย การไหลแบบตอเน อง จะท าให ชวงการผล ตม ชวงเวลาน า (Lead Time) น อย ทาให สามารถวางแผนการผล ตแบบ ผล ตตามคาส ง แทนแบบการผล ตเพ อเก บ และการควบค มการ ปร บเร ยบการผล ตทาให ปร มาณการผล ตก บปร มาณความต องการของล กค าใกล เค ยงก น เป น การป องก นความส ญเปลาจากการผล ตมากเก นไป การไหลแบบตอเน องโดยปราศจากการรอ คอยจะน าไปส การม ระด บว สด ส นค าคงคล งเป นศ นย การก าจ ดความส ญเปลาจากการคง คล งส นค าและการปร บเร ยบการผล ตท เหมาะสมทาให สามารถสล บเปล ยนผล ตภ ณฑ ได งายและ เก ดความย ดหย นในกระบวนการ 14

23 การด ง (Pull) ค อการผล ตส นค าตามปร มาณท ล กค าต องการในชวงเวลาท ต องการ เพ อ เป นการกาจ ดส นค าคงคล งในแนวความค ดแบบ ล น ส นค าคงคล งหร อว สด คงคล งจะถ กพ จารณา เป นเร องการส ญเปลา ฉะน นการผล ตส นค าใดๆ ก ตามท ขายไมได จะเป นการส ญเปลา เชนเด ยวก น ด งน นส งสาค ญก ค อ ทาตามความต องการของล กค าท แท จร ง โดยการด งผล ตภ ณฑ เข าส ระบบ เร มจาก 3 หล กการแรกในการปร บปร ง หล กการน เป นการผล ตตามปร มาณท เพ ยงพอในชวงเวลาท ต องการ ว ตถ ประสงค ของการผล ตแบบท นเวลาพอด ค อ การสร างความ สมด ล และความส มพ นธ ของปร มาณการผล ตก บความต องการเพ อกาจ ดความส ญเปลาท มาก เก นไป แตในการปฏ บ ต ความต องการเปล ยนแปลงตลอดเวลา จ งได น า Task Time มาใช เป น เคร องม อในการจ ดสมด ลของการไหล ซ งหล กการน ม ความสาค ญมากเพราะการกาจ ดความส ญ เปลาน จะทาในข นตอนน โดยการเคล อนย ายว สด คงคล งเหลาน ออกไป ความสมบ รณ แบบ (Perfection) ค อการเพ มค ณคาให ได มากท ส ด โดยการ พ ฒนาการปร บปร งอยางตอเน อง (Continuous Improvement) องค ประกอบ 3 ประการท แนวค ดแบบล นม งเน น ค อ 1. บรรล ถ งการออกแบบผล ตภ ณฑ และก จกรรมในกระบวนการผล ต ซ งม ค ณล กษณะและเป นกระบวนการเพ มค ณคาในสายตาของล กค า 2. เป นการวางโครงสร างระบบการไหลอยางตอเน อง ระบบคงคล งเป นศ นย การ ผล ตท นเวลาพอด ของเส ยเป นศ นย 3. ความสมบ รณ แบบ ค อการเพ มค ณคามากท ส ด โดยการปร บปร งอยางตอเน อง หร อ Kaizen ซ งการประเม นผลต องปร บปร งได ด งน นการบร การและการดาเน นงานข นตอไป ควรจะค าน งถ งการปร บปร งอยางตอเน องท เป นไปได การว ดประส ทธ ภาพโดยการการ เปร ยบเท ยบสมรรถนะ (Benchmarking) และการใช Balance Scorecard รวมถ งการทางานเป น ท มและการค นหาสภาพความต องการท จะเปล ยนแปลงตามสภาพแวดล อม สร ปจากหล กการท ง 5 ได วา ระบบการผล ตแบบล น จะม งเน นไปท การผล ตผล ตภ ณฑ หร อ การบร การท ล กค าต องการ โดยการทาความเข าใจในกระบวนการผล ต และบงช ความส ญเปลา ภายในกระบวนการเหลาน น และกาจ ดความส ญเปลาเหลาน นท ละข นตอนอยางตอเน อง ซ ง ความส ญเปลาม ท งหมด 7 อยางด งน 1. การผล ตมากเก นไป (Overproduction) ค อ การผล ตท เร วกวา มากกวา หร อเสร จ กอนท กระบวนการตอไปจะต องการ เก ดจากการพยากรณ ไมเหมะสม ทาให ม เวลาทาท ยาวนาน ต องใช พ นท ในการจ ดเก บมากข น และส นเปล องทร พยากรในการบร หารจ ดการ 2. การรอคอย (Waiting) การรอคอยตางๆ ในขณะทาการผล ต เชน การรอการต ง เคร องรอคอยว สด หร อ รอช นงานเป นต น แสดงให เห นถ งการใช เวลาอยางไมม ประส ทธ ภาพ ทาให เก ดความลาช าในการผล ตและสงมอบ เก ดต นท นส ญเปลา 3. การขนย าย (Transportation) ค อ การเคล อนย ายว สด ตางๆ ท งในสวนของพ นท ใน การเก บร กษาคงคล งและระหวางกระบวนการผล ต อาจเก ดจากการวางผ งโรงงานท ไมด การจ ด 15

24 ช นงานไมเป นระเบ ยบ ทาให ส ญเส ยแรงงานและเวลาในการขนสงเพ มข น กอให เก ดต นท นท ส งข น และอาจได ร บความเส ยหายระหวางการเคล อนย ายหลายข นตอน 4. กระบวนการท ไมเหมาะสม (Inappropriate Processing) ค อ การใช เคร องม อท ไม ถ กต องมาตรฐานในการทางานไมเพ ยงพอ การจ ดล าด บงานไมเหมาะสม การน าเคร องจ กร ใหญๆท ม กาล งการผล ตส งมาผล ตส นค าจานวนน อยท ให เส ยคาใช จาย ต นท น เวลา และแรงงาน เก นความจาเป น 5. การเก บว สด คงคล ง (Unnecessary Inventory) ค อการเก บคงคล งไว มากเก นไป ทาให เก ดเวลาทาท ยาวนาน เส ยพ นท ในการจ ดเก บ คาใช จายในการจ ดเก บและต นท นจม ความ เส อมสภาพและล าสม ยของว สด 6. การเคล อนท ท ไมจาเป น (Unnecessary Motions) ค อ การเคล อนท เคล อนไหว ของพน กงานผ ดหล กการเคล อนไหว ม ทาทางการทางานท ไมเหมาะสม เชน การโค งต ว การ เอ อมหย บเป นต น ทาให เก ดความเม อยล าและสงผลตอการทางาน ทาให เก ดอ บ ต เหต ได งาย นอกจากน การจ ดวางผ งและการจ ดลาด บงานท ไมเหมาะสม ทาให เส ยเวลาในการเคล อนท มาก ข น 7. ของเส ย ( Defects) ได แก ผล ตภ ณฑ ท ไมได ค ณภาพ ความเส ยหายขณะผล ตหร อ ขนย าย ทาให เส ยเวลาแรงงานในการตรวจสอบแก ไข เก ดต นท นส ญเปลา จากกระบวนการกาจ ดความส ญเปลาน น ม ท งหมด 7 อยาง โดยสามารถน ามาประย กต ให เข าก บระบบ โดยห วข อท 2 และ ห วข อท 4 ซ งห วข อท 2 และ ห วข อท 4 ม รายละเอ ยดด งน การรอคอย (Waiting) การรอคอยตางๆ ในขณะทากระบวนการย ม-ค น เชน การรอค ว นานในการย ม-ค นหน งส อ ซ งทาให เก ดความลาช าในการทางานและสงมอบ เก ดต นท นส ญเปลา กระบวนการท ไมเหมาะสม (Inappropriate Processing) ค อ การใช เคร องม อท ไม ถ กต องมาตรฐานในการทางานไมเพ ยงพอ การจ ดลาด บงานไมเหมาะสม การทาเอกสารด วยม อ โดยการท างานในแตละข นตอน ถ าน กศ กษามารอค วนาน และบรรณาร กษ ย งใช งานโดย โปรแกรมเด ม ซ งจะเก ดการรอนาน และเส ยเวลา และแรงงานเก นความจาเป น เคร องม อท ใช ในการผล ตแบบล น ว ธ จะชวยให การผล ตแบบล นบรรล เป าหมายท ต องการน นม อย หลายว ธ ซ งว ธ เหลาน เร ยกได วาเป นเคร องม อของการผล ตแบบล น (Lean Tool) ซ ง Greene (2002) ได พ ฒนา Toolkit ของการผล ตแบบล น ท รวบรวมเคร องม อไว มากถ ง 26 ต ว 16

25 ตารางท 2.1 Toolkit ของระบบการผล ตแบบล น (Greene, 2002) ลาด บ เคร องม อ ประเภท ช ออ น 1 5s Flow : Housekeeping Standardize 2 Set-up Reduction Flexibility Single Minute Exchange ofdies,smed 3 Production to takt time Flow Line arity 4 Standard Work Flow : Standard Operation Routine Standardize 5 Method Sheets Flow : Standardize Graphical Work Instructions, Standard Wprl Omstrictons 6 Flow Cells Throughput Cell Layout, Cellular Manufacturing, Continuous Flow cells, U-shaped Cells 7 Visual Controls Flow : Standardize Visual Factory, Management by Sight, Visual Production Controls, Visual Material controls, Visual Work Controls 8 One-Piece Flow Flow Continuous flow 9 Mixed-Model Flexibility Mixed-model, Mixed Model Production Scheduling 10 Point-of-Use Material Throughput Vendor Managed Inventory, Storage Supermarkets 11 Smoothed Production Flexibility Level-loading, Production Scheduling Smoothing 12 Pull Production Flow : Material Kanban, Pull, Replenishment Scheduling 13 Cross-Trained Workforce Flexibility Flexible work force,rotating Jobs, Muliskilled workforce 14 Lean Kaizen Events Continuous Improvement Kaizen Baitz,Accelerated 17

26 ตารางท 2.1 Toolkit ของระบบการผล ตแบบล น (Greene, 2002) (ตอ) ลาด บ เคร องม อ ประเภท ช ออ น 15 Total Productive Flow Autonomous Maintenance Maintenance Maintenance 16 Reliability-Centered Maintenance Flow Maintenance 17 Preventive Maintenance Flow Maintenance 18 Predictive Maintenance Flow Maintenance 19 Autonomation Throughput : Jidoka, source inspection Quality 20 Mistake-Proofing Throughput : Pokayoke,Error-proofing Quality 21 Self-Check Inspection Throughput : Quality 22 Successive Check Inspection Throughput : Quality 23 Line Stop Throughput : Jidoka Quality 24 Design-of- Experiments Continuous Improvement 25 Root Cause Analysis Continuous 5 why s Improvement 26 Statistical Process Control Continuous Improvement จากข อม ลข างต น เคร องม อท ใช ในการผล ตแบบล นโดยการทาให เป นอ ตโนม ต และ การ ป องก นความผ ดพลาด (Mistake-Proofing) โดยการท าให เป นอ ตโนม ต จ งได น าเทคโนโลย บาร โค ด มาชวยในกระบวนการย ม-ค นหน งส อเพ อลดระยะเวลาในการเข าค วรอย มหน งส อ ซ ง เม อใช เทคโนโลย บาร โค ด จะทาให เจ าหน าท น กศ กษา ม ความพ งพอใจในการเข าใช งาน สวน การป องก นความผ ดพลาด โดย Dr.Shingo แบงความผ ดพลาดไว 10 ประเภทค อ ความ 18

27 ผ ดพลาดจากการล ม จากการไมเข าใจ จากการระบ ช หร อมอง จากการขาดท กษา จากการ เจตนาข ามข นตอนหร อละเลย จากการขาดจ ตสาน ก จากการต ดส นใจช า จากการขาดมาตรฐาน จากการตกใจ จากการจงใจให เก ดความเส ยหาย โดยความผ ดพลาดเหลาน ป องก นได และเม อ น ามาประย กต ใช ในระบบ จะสามารถชวยในเร องการกาจ ดความส ญเปลาได ม ด งน การพ ฒนาปร บปร งอยางตอเน อง (Continuous Improvement) ซ งเคร องม อของล นท ใช 1. Lean Kaizen Events (Kaizen Blitz, Accelerated Improvement Workshop (AIW)) Kaizen เป นศ พท ภาษาญ ป น แปลวา การปร บปร ง (Improvement) ซ งเป นแนวค ดท น ามาใช ในการบร หารการจ ดการอยางม ประส ทธ ผล โดยม งเน นท การม สวนรวมของพน กงานท ก คน รวมก นแสวงหาแนวทางใหมๆ เพ อปร บปร งว ธ การทางานและสภาพแวดล อมในการทางาน ให ด ข นอย เสมอ ห วใจสาค ญอย ท ต องม การปร บปร งอยางตอเน องไมม ท ส นส ด (Continuous Improvement) ความสาค ญในกระบวนการของ Kaizen ค อ การใช ความร ความสามารถของพน กงาน มาค ดปร บปร งงาน โดยใช การลงท นเพ ยงเล กน อย ซ งกอให เก ดการปร บปร งท ละเล กท ละน อย คอยๆเพ มพ นข นอยางตอเน อง ตรงข ามก บแนวค ดของ Innovation หร อ นว ตกรรม ซ งเป นการ เปล ยนแปลงขนานใหญ ท ต องใช เทคโนโลย ซ บซ อนระด บส ง ด วยเง นลงท นจานวนมหาศาล ด งน นไมวาจะอย ในสภาวะเศรษฐก จแบบใด เราก สามารถใชว ธ การ Kaizen เพ อปร บปร งได 2. การออกแบบการทดลอง (Design-of-Experiments) เป นการใช เคร องม อทางสถ ต ใน การว เคราะห กระบวนการเพ อหาต วแปรท ม ผลกระทบตอผลท ปรากฏ 3. การว เคราะห หาสาเหต (Root Cause Analysis) (5 Whys) เป นเทคน คในการแก ไข ป ญหา โดยพยายามเจาะล กถ งรากเหง าของป ญหาเพ อป องก นไมให ป ญหาน นเก ดข นอ ก 4. การควบค มกระบวนการโดยอาศ ยสถ ต (Statistical Process Control) เป นการใช ผ ง ควบค ม (Control Charts) เพ อศ กษากระบวนการ และหาวาเม อไรท กระบวนการเก ดภาวะ Out of Control 5. การแก ป ญหาโดยอาศ ยกล มท างาน (Team-Based Problem Solving) (Quality Circles, Self-Direct Work Teams) ค อ การหาทางแก ไขป ญหาท เก ดข นในกระบวนการผล ต โดยม การประช มท มงานเป นประจาท กว นหร อท กส ปดาห 2.5 ทฤษฎ ECRS นอกเหน อจาก ใช เคร องม ออ ปกรณ เข าชวย การม เคร องม อเคร องใช ท ท นสม ย เข ามา ใช ในสาน กงานจะทาให การปฏ บ ต งานเป นไปได ด วยความรวดเร วถ กต องนอกจากน จะต องค นหา และกาหนดเวลาสวนเก นและเวลาไร ประส ทธ ภาพให ได โดยการศ กษาการทางานหร อ โดยการใช หล กการส งเกตงายๆ วาการทางานใดแล วไมเก ดผลงานหร อทาเสร จแล วส ญเปลาถ อ เป นเวลา สวนเก นและการไมทาอะไรเลย เชน อย ในสภาพ รอ หลบ หล ก เล ยง และ หย ด ถ อ 19

28 เป นเวลาไร ประส ทธ ภาพ การก าหนดประเภทเวลาด งกลาวได จะทาให การทางานด ข นหากได ม การศ กษาและดาเน นการเป นข นเป นตอนตามแนวทางด งกลาวน และได ร บความรวมม อรวมใจจาก คนท เก ยวข องในกระบวนการท างานเช อได วาสามารถปร บปร งการทางานโดยลดข นตอนและ ระยะเวลาดาเน นการจากเด มลงได ซ งจะท าให การท างานม ประส ทธ ภาพและตอนสนองความ ต องการได อยางแท จร งเป นไปตามแนวทางของการบร หารท ด หล กท วไปในการปร บปร งข นตอน การงาน ด วยหล กการ ECRS ปร บปร ง 4. Simplify 3. Re-arrange 2. Combine 1. Eliminate ร ปท 2.2 หล กการ ECRS เพ อปร บปร งข นตอนการทางาน 1. ลดกระบวนการท ไมจาเป นออก (E: Eliminate) ต ด ได แก การต ดทอนหร อย บ สวนท ไมจาเป นออกน บวา เป นเร องสาค ญอยางย งในการปร บปร งงาน เพราะการทางานในส งท ไม จาเป นแล วเป นการส นเปล องโดย เปลาประโยชน และเป นการทางานท ส ญเปลาโดยม ได อะไรตอบ แทนเลย 2. รวมกระบวนการเข าด วยก น (C: Combine) รวม ได แก การรวมสวนท เหล อหร อ สวนท จาเป นเข าด วยก นแล วปร บปร งให ด ข นเม อได ต ดส งท ไมจาเป นออกไปแล วก ต องจ ดระบบงาน เส ยใหม โดยเอางานสวนท เหล อและสวนท จาเป นตางๆ มารวมก นแล วปร บปร งให ด ข นเอางานท คล ายๆ ก นมารวมไว ด วยก น 3. เร ยบเร ยงกระบวนการหร อฝ งของกระบวนการใหม (R: Re-arrange) เปล ยน ข นตอน ได แกการลาด บข นตอนการทางานใหมให กระช บส นกวาท เป น อย เด ม หร อการส บเปล ยน ข นตอนใหมเพ อให การทางานคลองต วย งข น 4. ปร บการทางานในกระบวนการให งายข น (S : Simplify) ทาให งาย ได แก การ ท างานให งายหร อปร บปร งสวนท จ าเป นให ด ข น ในการปฏ บ ต งานน นม กจะม งานท ย งยาก 20

29 สล บซ บซ อนม ข นตอนมากควรทากระบวนการให เร ยบงายข นท กคน เข าใจได งายหากเป นไปได ให จ ดบร การแบบเบ ดเสร จประชาชนสามารถต ดตอได ในท เด ยว ท งน โดยการพ จารณาเทคน คการต งคาถาม ซ งเป นว ธ การท เราถามท กส งท กอยางท กระทาและไมถ อวาส งใดๆ ท จะต องอย อยางท เป นอย โดยม จ ดประสงค ท จะหาหนทางเล อกใหม หร อการรวมเข าก นเป นของใหม หร อแนวความค ดใหม การพ จารณาตรวจตราข อม ลว ธ การทางาน ท บ นท กมาเพ อว เคราะห ว ธ การทางานจะใช เทคน คการต งคาถาม เพ อ ชวยให กาหนดแนวทางใน การปร บปร งว ธ การทางาน เทคน คการต งคาถามน เร ยกโดยยอวา 5W1H จะใช เป นกระบวนการ ต งคาถามตรวจสอบข อม ล หร อว ธ การทางานท ม อย โดยใช กล มคาถาม 2 กล ม ค อ 1.กล ม What, Where, When, Who, and How (5W 1H) สาหร บตรวจสอบ - เป าหมายและขอบขายของงานแตละก จกรรม - บ คลากรท ทางานแตละก จกรรม - สถานท ทางาน - ลาด บข นตอนการทางานแตละก จกรรม - ว ธ การทางาน 2. กล ม Why เพ อพ ฒนาแนวทางการปร บปร งว ธ การทางานโดยจะตรวจสอบเหต ผล ความเหมาะสมของว ธ การทางานและเป ดโอกาสในการเสนอทางเล อกอ นๆ ในการใช ต งคาถาม ทาอะไร ถ า สามารถอธ บายถ งงานท ทาวาทาอะไรและเข าใจในส งท ทาจะถ กถามตอไปวา เหต ใด ต องทา เพ อตรวจสอบความเข าใจเป าหมายและขอบขายของงาน ถ าม เหต ผลตอบได แสดงวางาน น นม ความจาเป นต องทา จะถ กถามตอไปวา ม อยางอ นท ทาได ไหม เพ อให เก ดค ด วาอาจจะม อยางอ นท ทาได ด กวา งายกวา และสามารถบรรล ว ตถ ประสงค ของงานได ในทานองตรงก นข ามถ า ไมสามารถตอบได วา ทาอะไร แสดงวาไมเข าใจงานท ทาหร อส กแตทาตามคาส งโดยไมร วาทา อะไร การตอบคาถามทาให เก ดความเข าใจเป าหมายและขอบขายของงานมากข น หร อทาให ร วา จร งๆ แล วไมม ประโยชน อะไรเลยในการทางานน นๆ สามารถต ดส นใจขจ ดงานท ไมจาเป นออกไป ได การใช คาถามในทานองเด ยวก นสาหร บการตรวจสอบความเหมาะสมของคนทางาน สถานท ทางาน ลาด บข นตอนการทางาน และว ธ การในแตละข นตอนการทางานจ งได ประโยชน ในทานอง เด ยวก น ชวยให สามารถกาหนดแนวทางการปร บปร งว ธ การทางานอยางได ผล ตารางท 2.2 ต วอยางการต งคาถามด วย 5W1H ส งท ต องการหา ต วอยางคาถาม จ ดประสงค ว ตถ ประสงค ทาอะไร? : ทาไมต องทา? Eliminate สถานท กาล งต องทาท ไหน?: ทาไมต องทาท น น ลาด บข น ทาเม อไหร? : ทาไมต องทาเวลาน น? Combine + Re-arrange บ คคล ใครคนทา? : ทาไมคนน น? 21

30 ตารางท 2.2 ต วอยางการต งคาถามด วย 5W1H (ตอ) ส งท ต องการหา ต วอยางคาถาม จ ดประสงค ว ธ การ ทาอยางไร? : ทาไมต องทาอยางน น? Simplify 2.6 เทคโนโลย รห สแทง (Barcode) รห สแทง (Barcode) หร อเร ยกท บศ พท วา บาร โค ด ค อ ส ญล กษณ ท ม ร ปแบบเป น แทง (Bar) ท ม ความหนาและบางแตกตางก น เพ อใช แทนข อม ล (Code) ต วเลขฐานสอง สามารถแยกแยะหร อระบ ให ส งของแตละช นม ความแตกตางก นได ล กษณะทางกายภาพของ บาร โค ด เป นแถบรห สร ปลายทางส ดา (Bar) และแถบขาว (Space) เร ยงขนานก นคล ายทาง ม าลาย แตขนาดความหนาและแถบระยะหางม ล กษณะเป นส ญล กษณ เฉพาะ (Symbology) ท กาหนดข นตามเลขท กาก บอย ขนาดของแถบบาร โค ด ม ความยาวแตกตางก นข นก บการใช งาน และร ปแบบบาร โค ดท พบเป นก นมากในส นค าผล ตภ ณฑ ตางๆ อาจอย ในร ปแถบกระดาษ กาว ภาพพ มพ กระดาษหอผล ตภ ณฑ หร อเป นสวนหน งของผล ตภ ณฑ เลยก ได ประว ต ความเป นมาของบาร โค ด เร มในป ค.ศ ในประเทศสหร ฐอเมร กา ได ม การจ ดต งคณะกรรมการ เฉพาะก จด านพาณ ชย ข นสาหร บค นคว ารห สมาตรฐาน และส ญล กษณ ท สามารถชวยก จการ ด านอ ตสาหกรรม ค.ศ คณะกรรมการเฉพาะก จฯ ได จ ดพ มพ บาร โค ดระบบ UPC (Uniform Product Code) ข น เป นคร งแรกสาหร บต ดบนส นค าตางๆ ในวงการอ ตสาหกรรมใช สาหร บควบค มยอดการขาย และส นค าคงคล ง ค.ศ กล มประเทศทางย โรปจ ดต งคณะทางานด านว ชาการข น เพ อสร างระบบ บาร โค ดเร ยกวา EAN (European Article Number) และป ค.ศ สมาคม EAN ถ กจ ดต ง ข นครอบคล มประเทศในย โรปและประเทศอ นๆ ของโลกยกเว นอเมร กาเหน อ ตอมาได เปล ยน ช อเป น IANA (International Article Numbering Association) แตอ กษรยอย งคงใช EAN ระบบบาร โค ดของย โรปถ กพ ฒนาจากระบบ UPC และได พ ฒนาให ม ความสามารถเชนเด ยวก บ ระบบ UPC ประเทศไทยน าระบบ EAN เข ามาใช ต งแตป พ.ศ โดย Thai Product Numbering Association TPNA ได ร บการแตงต งให เป นนายทะเบ ยนในการร บสม ครสมาช ก ระบบบาร โค ด ทาหน าท ร บจดทะเบ ยนสมาช กบาร โค ดในระบบ EAN ท งน เพ อส นค าท ผล ต ภายในประเทศได มาตรฐานสากล และเพ อประโยชน แกผ ผล ต ผ สงออก ผ ซ อ ผ ค าปล ก จนป พ.ศ TPNA ได โอนส ทธ การเป นนายทะเบ ยนให ก บสภาอ ตสาหกรรมแหงประเทศไทย รห สประจาของประเทศไทยค อ 885 ระบบ EAN ตามระบบสากลของ EAN International 22

31 ภายใต การบร หารงานของสถาบ นส ญล กษณ รห สแทงไทย EAN Thailand หมายเลข 885 จะ ชวยสร างภาพล กษณ ท ด ให ก บส นค าไทยในตลาดตางประเทศ โดยท ผ ประกอบธ รก จจะสามารถ ตรวจสอบได วา 885 เป นของประเทศไทย ชองทางหร อโอกาสทางการตลาดของส นค าไทยจะ กว างข น สามารถน าส นค าไทยไปส ตลาดใหญๆ ได โดยงาย รห สแทงประจาประเทศ เปร ยบเสม อนการประกาศเอกราชในทางระบบเศรษฐก จ เพราะส นค าจากกวา 91 ประเทศท ว โลกใช ระบบ EAN ม เลขหมายประจาแตละประเทศ หมายเลขจะพ มพ อย 2 หร อ 3 ตาแหนง แรกท อย ใกล รห สแทง การใช หมายเลข EAN ประจาประเทศ ทาให ค แขงทางการค าท วโลก ทราบวาประเทศไทยเป นประเทศท ม มาตรฐานการผล ตส งระด บหน งท สามารถแจ งแหลงผล ต ส นค าออกท ควรใช รห สแทง ค อ ส นค าอ ปโภคบร โภคเก อบท กชน ด หร อส นค าสาเร จร ปตางๆ ซ งจะชวยสร างความเช อถ อให ก บผ ซ อ หร อผ น าเข าในประเทศได เป นอยางด โดยสวนใหญจะ พ มพ รห สแทงลงบนส นค าเลย หร ออาจไมจาเป นต องต ดบนต วส นค าก ได หล กการจ ดระบบการทางานของบาร โค ด หล กการจ ดระบบการทางานของบาร โค ดม สวนประกอบของระบบด งน 1. สวนการเตร ยมข อม ลการเล อกโปรแกรมบาร โค ดการจ ดเลขรห ส การจ ดทาแถบ บาร โค ด การพ มพ แถบบาร โค ด และการป อนข อม ลเข าคอมพ วเตอร 2. สวนของซอฟต แวร การพ ฒนาโปรแกรมเพ อใช ในการเข ยนระบบการทางาน 3. สวนของฮาร ดแวร ได แกเคร องคอมพ วเตอร ฮาร ดด สก เคร องพ มพ และเคร อง อานบาร โค ด สวนประกอบของบาร โค ด สวนประกอบของบาร โค ดไว วาส ญล กษณ ของบาร โค ดท ใช ก นม การกาหนด ข นมาหลายร ปแบบ ตามมาตรฐานของแตละองค กร และตามจ ดประสงค ของการใช งาน แตโดยท วๆ ไปแล วบาร โค ดจะม สวนประกอบตางๆ ด งตอไปน 1. Quiet Zone เป นบร เวณท วางเปลาไมม การพ มพ ข อความใดๆ โดยจะอย กอนและหล งบาร โค ด 2. Start/ Stop Character เป นบร เวณแถบแทงหร อชองวาง เพ อเตร ยมส งให เซนเซอร เร มต น หร อหย ดบาร โค ด 3. Data เป นบร เวณแถบแทงหร อชองวางท แทนข อม ลตางๆ ท เราต องการ 4. Check Digit เป นบร เวณแถบแทงท ไว สาหร บเก บคาต วเลข เพ อตรวจสอบ ในข อม ลสวน Dataเพ อให ม นใจวาถ กต องแมนยา หล กการทางานของบาร โค ด รห สบาร โค ดประกอบด วย 3 สวนด งน 1. สวนลายเส น ซ งเป นลายเส นส ขาว (โปรงแสง) และส ดา ม ขนาดความ กว างของลายเส นตามมาตรฐานแตละชน ดของบาร โค ด 23

32 2. สวนข อม ลต วอ กษร เป นสวนท แสดงความหมายของช ดข อม ลลายเส น สาหร บให อานเข าใจ 3. สวนแถบวาง เป นสวนท เคร องอานบาร โค ดใช กาหนดขอบเขตของบาร โค ด และกาหนดคาให ก บส ขาว (ความเข มข องการสะท อนแสงในส ของพ นผ วแต ละชน ดท ใช แทนส ขาว) โดยท กเส นจะม ความยาวเทาก นเร ยงตามลาด บใน แนวนอนจากซ ายไปขวา แถบส ท งส ขาวและส ดาท ม ความกว างจะแทนคาเป น 1 และแถบส ท ม ความแคบ (หร อมองด วยตาเหม อนเป นเส นตรงเล กๆ) ท งขาวและดาจะม คาเป น 0 แถบขาวและดาท ม ล กษณะและช อท ใช ค อ 1. แถบส ดาท ม ความกว างมากกวาเร ยกวา แถบกว าง (Wide Bar) ถ าม ความ กว างน อยเร ยกวา แถบแคบ (Narrow Bar) 2. ชองวางหร อแถบส ขาวท ม ความกว างมากกวาเร ยกวา ชองวางกว าง (Wide Space) ถ าม ความกว างน อยเร ยกวา ชองวางแคบ (Narrow Space) ร ปท 2.3 โครงสร างบาร โค ด บาร โค ดประกอบด วยแถบส ดาและส ขาว โดยความกว างของแถบส ดาสล บขาวเป นรห ส แทนข อม ล เร ยงจากซ ายไปขวา การถอดรห สจาเป นต องทาบความกว างของแถบดาและแถบ ขาวน าไปเท ยบก บตารางมาตรฐานเคร องอานบาร โค ด ประกอบด วยห วอานอ นฟาเรด (Infrared) แบบปากกา และแบบวงจรถอดรห สการใช งานเร มต นด วยการกวาดห วอานผานบาร โค ด ซ ง ห วอานจะม ต วตรวจจ บแสงสะท อนไปจ ด ชนวนวงจรอ เล กทรอน กส ท าให เก ดคล น ส ญญาณไฟฟ าแบบพ ลส โดยความกว างของร ปคล นจะเป นส ดสวนก บความกว างของแถบโค ด ตอจากน นวงจรถอดรห สจะตรวจสอบความกว างของร ปคล นแล วน าไปเปร ยบเท ยบก บแถบขาว ดาท งหมด ท แทนข อม ลต วเลขหร อต วอ กษร โดยปกต เคร องอานจะตอเข าก บคอมพ วเตอร ด งน นวงจรภายในเคร องอานจะสงข อม ลต วเลขท ถอดรห สได ไปย งคอมพ วเตอร เพ อประมวลผล ตอไป 24

33 2.6.5 เซนเซอร อานบาร โค ด เซนเซอร อานบาร โค ดสวนใหญแล วแบงออกเป น 2 ชน ดค อ 1. แบบ Laser จะใช อานบาร โค ดท ต ดในสายการผล ต ซ ปเปอร มาร เก ต และ คล งส นค า หล กการท างานค อ ล าแสงเลเซอร ถ กปลอยออกจาก เลเซอร ไดโอดมากระทบก บกระจกแบบหลายเหล ยม เพ อท จะสแกน บาร โค ด เม อลาแสงเลเซอร กระทบบาร โค ดจะกระจายออก และถ กสงมา ท โฟโต ไดโอด ล กษณะของลาแสงท กระจายตามบาร โค ดจะถ กแปลงไปเป น ส ญญาณอะนาลอก (Analog) จากน นทาการแปลงส ญญาณเป นด จ ตอล (Digital) ล กษณะของส ญญาณด จ ตอล จะข นอย ก บขนาดของแทง และ ท วางในแถบบาร โค ด จากน นก จะแปลงรห สเป นข อม ลผานพอร ต คอมพ วเตอร เพ อให คอมพ วเตอร ไปประมวลผลหร อเก บข อม ลไว ใช 2. แบบ CCD จะใช อานบาร โค ดท ต ดช นงานท ม ขนาดเล ก เชน หลอดทดลอง แผงวงจร ท ช นงานก บต วอานใกล ก น หล กการทางานค อ หลอด LED จะ เปลงแสงมากระทบบาร โค ดแล วสะท อนมาท เซนเซอร CCD Image เพ อ จ บภาพของบาร โค ดข นมาเป นข อม ลเก บไว ใช งานตอไป การสแกนของ เซนเซอร อานบาร โค ดจะม 2 แบบค อ แบบ Single Scan จะปลอยลาแสง ขวางในการสแกน 1 แถว ซ งเหมาะแกการเคล อนท ของบาร โค ดแบบ Picket Fence Direction และแบบ Raster Scan จะปลอยลาแสงขวางใน การสแกนหลายแถว แม บาร โค ดท พ มพ จะค ณภาพไมด ก สามารถอานคาได ถ กต อง การสแกนแบบน เหมาะส าหร บการเคล อนท ของบาร โค ดแบบ Ladder Direction เคร องอานบาร โค ด เคร องอานบาร โค ดสามารถแบงตามล กษณะการใช งานได ด งน 1. Moving Beam Scanner เคร องอานอย ก บท แตแสงฉายกวาดไปท ส นค า เพ อหาบาร โค ดท กาก บบนส นค าน น 2. Fixed Beam Scanner เคร องอานอย ก บท ลาแสงไมเคล อนท ส นค า เคล อนท ผานจ ดท แสงฉาย 3. Hand Held Scanner เคร องอานท ต องใช คนควบค มและถ อได เหมาะ สาหร บการอานบาร โค ดของส นค าท ม ขนาดใหญเคล อนท ยาก เชน ม วน กระดาษใหญท ผล ตจากโรงงาน 4. Wand Scanner เคร องอานท ให แสงส แดงอ นฟราเรดในการอานต องใช เคร องอานส มผ สก บแถบบาร โค ด 5. Hand Held Laser Scanner เคร องอานท ม หล กการทางานแบบ Moving Beam Scanner ท ให แสงเลเซอร 25

34 ร ปท 2.4 ต วอยางเคร องอานบาร โค ดประเภทตางๆ 2.7 ระบบฐานข อม ล (Microsoft SQL Server 2005) พ นฐานการใช งาน SQL Server 2005 Enterprise Edition เพ อท จะใช SQL Server 2005 ทาหน าท เป นฐานข อม ลในการทาระบบ Client/Server หร อม ช อเร ยกในเช งเทคน ควา การทาระบบโดยอาศ ยสถาป ตยกรรม 2 ระด บช น แบบจาลองของสถาป ตยกรรม 2 ระด บช น (2-Tier Architecture Model) แนวความค ดม ลฐานของการทาไคลเอนต / เซ ร ฟเวอร (Client/Server) ก ค อ การแบงหน าท หร อแบงงาน (Task) ให ก บเคร องคอมพ วเตอร แตละเคร องทาหน าท ของตนเอง โดยต ดตอก นเป นระบบเคร อขาย (Network System) เชน เคร องท ทาหน าท เก บข อม ลอยาง เด ยว เคร องท ทาหน าท แดงข อม ล เป นต น การแบงเชนน จะม ศ พท เร ยกวา Tier ด งน น ไคลเอนต / เซ ร ฟเวอร จ งม จานวน 2 ระด บช น ค อ 1. เคร องทาหน าท เก บข อม ล จะม ศ พท เร ยกวา ระด บช นข อม ล หร อ เซ ร ฟเวอร 2. เคร องท ทาหน าท แสดงข อม ล จะเร ยกวา ระด บช นการนาเสนอข อม ล หร อ ไคลเอนต อาจกลาวได วา เคร องท ทาหน าท เก บข อม ลควรท จะม เคร องเด ยว สวน เคร องท ทาหน าท แสดงข อม ลสามารถม ได หลายเคร อง แตท งน ก ต องข นอย ก บว ธ การทางานของ ระบบ ขนาดของระบบ และองค ประกอบอ นๆ ท ผ ออกแบบระบบเป นผ กาหนดด วย 26

35 Server Data Tier Data Tier Business Rules Client Presentation Tier ร ปท 2.5 ร ปแบบจาลองของสถาป ตยกรรม 2 Tier ในการแสดงข อม ลของช นการน าเสนอข อม ล ท จะร องขอข อม ลไปย ง ระด บช นข อม ล จะต องกระทาผานทางต วกลางซ งม หน าท กาหนดกฎ กต กา หร อเง อนไขในการต ดตอก บ ระด บช นข อม ล ต วกลางท กลาวถ งจะม ศ พท เร ยกวา ระด บช นเช งธ รก จ หร อ กฎเกณฑ เช งธ รก จ ซ งจะคอยกาก บช นการน าเสนอข อม ล แตละต วท ต ดตอมาให สามารถทางานคล องก บข อกาหนด ของ ระด บช นข อม ล ในย คป จจ บ น สถาป ตยกรรม 2 ระด บช น ไมใชเคร องไกลต วอ กตอไป ขณะท ค ณเข า เว บไซต เพ อด ข อม ล ขาวสารตางๆ ท แสดงอย ในโฮมเพจ ค ณกาล งอย ในสถาป ตยกรรม 2 Tier แล ว เพราะวาข อม ลท แสดงออกมาไมได อย ในเคร องคอมพ วเตอร ของค ณ แตถ ก เว บเบราเซอร (Web Browser) น ามาจากเคร องคอมพ วเตอร ท ทาหน าท เป นโฮสต (Host) ซ งต งอย ท ไหนก ไม ทราบ เก บข อม ลของโฮมเพจด งกลาวไว ด งน นจ งกลาวได วาเคร อขายอ นเตอร เน ตก ค อ สถาป ตยกรรม 2 ระด บช น ประเภทหน งน นเอง Web Server Web Browser ASP HTTP HTML Server Data Tier ร ปท 2.6 โฮมเพจของ Microsoft 27

36 ในการศ กษาสถาป ตยกรรม 2 ระด บช น ส งท ต องสนใจค อ แตละ ระด บช น ม ซอฟต แวร ใดท ทาหน าท อย เชน เว บเบราเซอร ค อ IE (Internet Explorer) เป นซอฟต แวร ในฝ ง ระด บช นการน าเสนอข อม ล ทาหน าท แสดงข อม ล สวนฝ งระด บช นข อม ล ม เว บเซ ร ฟเวอร ค อ IIS เป นซอฟต แวร ซ งทาหน าท ต ดตอไป ย งฐานข อม ล เพ อน าข อม ลออกมา โดยม โปรโตคอล HTTP คอยกาหนดกฎ กต กา ทาหน าท เป น Business Rules ด งน นสถาป ตยกรรม 2 ระด บช น หมายถ ง การใช แอพพล เคช นของ VB.NET ทา หน าท เป นระด บช นการน าเสนอข อม ล โดยม Microsoft SQL Server 2000 Enterprise Edition ทาหน าท เป น ระด บช นกฎเกณฑ เช งธ รก จ 2.8 บทสร ป การให ความสาค ญและย ดถ อหล กการล น มาปฏ บ ต จ งเป นจ ดเร มต นท ด ของการพ ฒนา ข ดความสามารถขององค กร โดยประย กต ใช หล กการอยางตอเน องและม แบบแผน หล กการล น จ งจะประสบผลสาเร จได ก ตอเม อผ บร หารส งส ดขององค กรม ความม งม นและผล กด นอยางจร งจ ง 28

37 บทท 3 การออกแบบ 3.1 กลาวน า ห องสม ดว ทยาล ย ม หน งส อประมาณ 12,000 เลม ให บร การอาจารย บ คลากร และ น กศ กษาจานวน 1,140 คน และเป ดให บร การตลอดเวลาให บร การงานย ม ค น หน งส อเป น งานหล ก ท ผานมาทางห องสม ดให บร การท ทาด วยระบบม อ (Manual) ม การบ นท กข อม ลท ก อยางลงในเอกสาร ทาให เก ดป ญหาความลาช าในการทางาน หน งส อสวนมากย งไมม ส ญล กษณ ท บงบอกถ งหมวดหม ท จ ดเจนทาให เก ดความย งยากแกผ ใช บร การในการหาหน งส อตางๆ อ กท ง ย งป ญหาเร องความผ ดพลาดของเจ าหน าท และสมาช กเอง เชน สมาช กท าหน งส อหายการ ต ดตามหน งส อท ส ญหายทาได ยาก การค ดคาปร บ รวมไปถ งการบ นท กสถ ต และการทารายงาน สร ปเพ อน าเสนอผ บร หาร 3.2 การเก บข อม ล เพ อเป นการแก ไขป ญหาของระบบงานด งกลาว ผ จ ดทาจ งได พ ฒนาระบบย มค น หน งส อ โดยการน าโปรแกรมบร หารห องสม ดค อโปรแกรมในการจ ดการห องสม ดมาใช ในการจ ดเก บ ฐานข อม ลหน งส อ และบ นท กข อม ลตางๆ เพ อประโยชน ในการเร ยกใช และเพ มประส ทธ ภาพใน การทางาน รวมไปถ งการทาสถ ต ย ม ค น โดยได พ ฒนาโปรแกรมพ มพ รห สแถบเพ มเต ม และ ต ดต งระบบอ นทราเน ตในห องสม ดให เป นเคร อขายขนาดเล กท จะท าให ผ มาใช บร การและผ ให บร การม ความสะดวกมากย งข น รวมถ งระบบการสร ปรายงานประจาว นได ซ งจะม การน าผล การดาเน นงานมาว เคราะห เพ อน าเสนอผ บร หารในการน าไปต ดส นใจเพ อน าไปปร บปร งการ ให บร การในคร งตอไป กระบวนการทางานป จจ บ นจะเข ยนได ด งน การเก บข อม ลน น ผ จ ดทาได จ ดเก บข อม ล ออกเป น 2 ชวงเวลา ค อ ชวงเวลาการร บหน งส อใหมของบรรณาร กษ โดยการร บหน งส อใหมน น บรรณาร กษ จะใช เวลาท งส น 25 นาท ตอหน งส อ 1 เลม และชวงเวลาในการย ม ค นหน งส อของ น กศ กษาแตละคน โดยม น กศ กษาทาการย มหน งส อ 10 คน โดยบรรณาร กษ จะทาการบ นท ก ข อม ลของน กศ กษาแตละคนประมาณ 20 นาท ซ งจะเห นได วาการรอค วของน กศ กษาจะใช เวลานานมาก โดยม กระบวนการด งน 29

38 ข นตอนการร บหน งส อใหมของบรรณาร กษ ใช เวลาท งส น 25 นาท ร ปท 3.1 ข นตอนการร บหน งส อใหมของบรรณาร กษ ข นตอนการย ม-ค น หน งส อของน กศ กษาแตละคน ใช เวลาท งส น 20 นาท ร ปท 3.2 ข นตอนการย ม-ค น หน งส อของน กศ กษาแตละคน จะเห นได วาข นตอนตางๆใช เวลานานในการให บร การ ซ งต วแปรท ม ผลในการทางานค อ 1. เวลา โดยการทางานแบบเกาใช เวลาในแตละข นตอนนาน ในข นตอนการร บหน งส อ ใหมของบรรณาร กษ ใช เวลาท งส น 25 นาท และข นตอนการย ม-ค น หน งส อของน กศ กษาแตละ คน ใช เวลาท งส น 20 นาท ด งน นบร การท สะดวกรวดเร วในการย ม-ค น ยอมทาให ผ ใช บร การม ความประท บใจและประหย ดเวลาให ก บบ คลากรเป นอยางด บาร โค ดจ งเข ามาม บทบาท เน องจากบาร โค ดสามารถน ามาประย กต ใช เพ อเพ มความรวดเร วในการเข าถ งข อม ลของส นค า หร อสารสนเทศได อยางรวดเร วและลดข อผ ดพลาดในการบ นท กข อม ล ด งน นจ งน าเทคโนโลย บาร โค ดเข ามาใช ในงานห องสม ด 2. อ ปกรณ เอกสาร ท บรรณาร กษ ใช ในการท ากระบวนการย ม-ค น อ ปกรณ ท บรรณาร กษ ใช สวนใหญเป นสม ดบ นท กเลมใหญ โดยการร บหน งส อเข าใหมท กคร งต องการจด ลงสม ด เพราะโปรแกรมท ใช ในป จจ บ นไมครอบคล ม ด งน นจ งเป นการเส ยเวลามา 3. โปรแกรมเด มท ใช ป จจ บ นโปรแกรมท ใช ป จจ บ นเป นแบบเกา ด งน นการทางานย งไม เป นอ ตโนม ต ซ งบ างคร งการทางานย งม ผ ดพลาดในการบ นท กข อม ลอย บ าง 30

39 ร ปท 3.3 ภาพรวมของระบบเด ม จากร ปท 3.3 ผ จ ดทาได น า ล น มาชวยลดในข นตอนท (1) ค อเจ าหน าท จ ดระบบหน งส อ โดยในข นตอนน เด มเป นการจ ดหน งส อโดยการบ นท กข อม ลลงในคอมพ วเตอร เทาน น เม อน า เทคโนโลย บาร โค ดเข ามาชวยจ ดการ จ งทาให เจ าหน าท ห องสม ดลดเวลาในการจ ดหมวดหม และ จ ดเก บข อม ลหน งส อได สวนในข นตอนท (2) ค อ การกรอกเอกสารในการย ม ค นหน งส อ ในระบบเด มข นตอนใน การย มค นหน งส อย งเป นแบบ การกรอกแบบฟอร ม เน องจากน กศ กษาไมม บ ตรน กศ กษาท ม 31

40 บาร โค ด แตเม อน าเทคโนโลย บาร โค ดมาต ดท บ ตรน กศ กษา ข นตอนในกรอกเอกสารและข นตอน การย มค นหน งส อส นลง ระบบย ม-ค นหน งส อห องสม ดน น จะน าเทคโนโลย สารสนเทศประย กต ใช ตรงสวนของการ ร บหน งส อเข า และการย ม- ค น หน งส อ ซ งน าเทคโนโลย ของบาร โค ดเข ามาชวยในการทางาน ซ งม ข นตอนการทางานด งน ร ปท 3.4 การร บหน งส อเข าซ งน าเทคโนโลย ของบาร โค ดเข ามาชวยในการทางาน 32

41 จากร ปท 3.4 เป นข นตอนการร บหน งส อใหม ซ งเม อน าเทคโนโลย บาร โค ดเข ามาใช จะ เห นได วาระยะเวลาในการดาเน นงานส นลง 3.3 โครงสร างของระบบ ระบบจะสามารถแบงออกเป น 2 สวนใหญๆ ค อ สวนภายในองค กร และสวนภายนอก องค กรได ด งน สวนภายในองค กร ประกอบด วย เคร องย งบาร โค ด ใช ร บข อม ลเข าโดยการย งท แถบบาร โค ด เคร องเซ ฟเวอร ใช สาหร บร บข อม ลท ได จากการย งข อม ลจากเคร องย งบาร โค ด ฐานข อม ล ใช สาหร บการบ นท กข อม ล เว บเซ ฟเวอร ใช สาหร บให บร การแสดงข อม ลผานทางหน าเว บบราวเซอร สวนภายนอกองค กร ผ ใช งาน เป นบ คคลท สามารถด ข อม ลได Database Internet Web Bases server Web sever ` Internet Offline Application User ` Barcode ร ปท 3.5 โครงสร างของระบบ 33

42 3.4 Context Diagram 0 ร ปท 3.6 Context Diagram ของระบบห องสม ด 34

43 3.5 Data Flow Diagram 4 1 D1 D2 D5 D3 2 D2 D6 D2 ร ปท 3.7 Data Flow Diagram Level 1 35

44 3 D1 D3 D4 - D2 D4-4 D7 D4 - D2 D3 D7 D1 D4-5 D1 D5 D5 - D7 - D1 ร ปท 3.8 Data Flow Diagram Level 1 (ตอ) 36

45 1.1 D D D D3 1.8 ร ปท 3.9 Data Flow Diagram Level 2 Process 1 การจ ดการข อม ล 37

46 D2 2.1 D6 2.2 D2 2.3 ร ปท 3.10 Data Flow Diagram Level 2 Process 2 การร บหน งส อใหม 3.1 D1 D3 D4-3.2 D2 3.3 D4 - ร ปท 3.11 Data Flow Diagram Level 2 Process 3 การย มหน งส อ 38

47 4.1 D7 D4-4.2 D2 D3 4.3 D D1 D4 - ร ปท 3.12 Data Flow Diagram Level 2 Process 4 การค นหน งส อ 39

48 5.1 D7 5.2 D6 5.3 D2 - D4 - D1 ร ปท 3.13 Data Flow Diagram Level 2 Process 5 การออกรายงาน 3.6 Data Dictionary of Data Flow Diagram Data Dictionary of Data Flow Diagram level 2 of process 1 ข อม ลสมาช กใหม = รห สสมาช ก + ช อ + นามสก ล + ท อย + เลขท บ ตรประชาชน + เบอร โทรศ พท รายละเอ ยดข อม ลสมาช กท แก ไข = ช อ + นามสก ล + ท อย + เลขท บ ตรประชาชน + เบอร โทรศ พท ข อม ลสมาช กท แก ไขแล ว = ช อ + นามสก ล + ท อย + เลขท บ ตรประชาชน + เบอร โทรศ พท ข อม ลหน งส อใหม = รห สหน งส อ + ช อหน งส อ + ว นท ร บหน งส อ + จานวนหน งส อ + ประเภทหน งส อ รายละเอ ยดหน งส อท แก ไขแล ว = ช อหน งส อ + ว นท ร บหน งส อ + จานวนหน งส อ ข อม ลหน งส อท แก ไขแล ว = ช อหน งส อ + ว นท ร บหน งส อ + จานวนหน งส อ ข อม ลประเภทสมาช กใหม = รห สประเภทสมาช ก + ช อประเภทสมาช ก รายละเอ ยดประเภทสมาช กท แก ไข = รห สประเภทสมาช ก + ช อประเภทสมาช ก 40

49 ข อม ลประเภทสมาช กท แก ไขแล ว = รห สประเภทสมาช ก + ช อประเภทสมาช ก ข อม ลส ทธ ในการย ม = รห สส ทธ การย ม + ช อส ทธ การย ม + จานวนการย ม รายละเอ ยดข อม ลส ทธ ในการย มท แก ไข = รห สส ทธ การย ม + ช อส ทธ การย ม + จานวนการย ม ข อม ลส ทธ การย มท แก ไขแล ว = รห สส ทธ การย ม + ช อส ทธ การย ม + จานวนการย ม รายละเอ ยดสมาช ก = รห สสมาช ก + ช อ + นามสก ล + ท อย + เลขท บ ตรประชาชน + เบอร โทรศ พท ข อม ลสมาช ก = รห สสมาช ก + ช อ + นามสก ล + ท อย + เลขท บ ตรประชาชน + เบอร โทรศ พท ข อม ลสมาช กท แก ไขแล ว = ช อ + นามสก ล + ท อย + เบอร โทรศ พท รห สร บหน งส อลาส ด = รห สหน งส อ ข อม ลหน งส อใหม = ช อหน งส อ + รายละเอ ยดหน งส อ + ว นท ร บ หน งส อ ข อม ลหน งส อ = ช อหน งส อ + รายละเอ ยดหน งส อ + ว นท ร บ หน งส อ ข อม ลหน งส อท แก ไขแล ว = ช อห น ง ส อ + ร า ย ล ะ เ อ ย ด ห น ง ส อ + รายละเอ ยดประเภทสมาช ก = รห สสมาช ก + ช อ + นามสก ล + ท อย + เลขท บ ตรประชาชน + เบอร โทรศ พท ข อม ลประเภทสมาช กใหม = รห สสมาช ก + ช อ + นามสก ล + ท อย + เลขท บ ตรประชาชน + เบอร โทรศ พท ข อม ลประเภทสมาช ก = รห สประเภทสมาช ก + ช อประเภทสมาช ก ข อม ลประเภทสมาช กแก ไข = รห สประเภทสมาช ก + ช อประเภทสมาช ก รายละเอ ยดส ทธ การย ม = รห สส ทธ การย ม + ช อส ทธ การย ม + จานวนการย ม ข อม ลส ทธ การย ม = รห สส ทธ การย ม + ช อส ทธ การย ม + จานวนการย ม ข อม ลแก ไขส ทธ การย ม = รห สส ทธ การย ม + ช อส ทธ การย ม + จานวนการย ม Data Dictionary of Data Flow Diagram level 2 of process 2 ข อม ลหน งส อ = ช อหน งส อ + รายละเอ ยดหน งส อ + ว นท ร บ หน งส อ 41

50 รายละเอ ยดหน งส อใหม = ช อหน งส อ + รายละเอ ยดหน งส อ + ว นท ร บ หน งส อ ใบเร ยกหน งส อ = รห สหน งส อ ข อม ลการร บหน งส อ = ช อหน งส อ + รายละเอ ยดหน งส อ + ว นท ร บ หน งส อ ข อม ลหน งส อ = ช อหน งส อ + รายละเอ ยดหน งส อ + ว นท ร บ หน งส อ รายละเอ ยดหน งส อ = ช อหน งส อ + รายละเอ ยดหน งส อ + ว นท ร บ หน งส อ ข อม ลสถานะหน งส อ = ว นท ร บหน งส อ + จานวนหน งส อ หมายเลขเร ยกหน งส อ = รห สหน งส อ + รห สบาร โค ด Data Dictionary of Data Flow Diagram level 2 of process 3 ข อม ลสมาช ก = รห สน กศ กษา รายการหน งส อท ย ม = รห สหน งส อ + ช อหน งส อ + จานวนท ย ม ตรวจสอบสถานะหน งส อ = รห สหน งส อ ว นท ค นหน งส อ = ว นท ย มหน งส อ + รห สส ทธ การย ม รายละเอ ยดสมาช ก = ช อ + นามสก ล ส ทธ การให ย ม = รห สน กศ กษา + รห สการย ม จานวนหน งส อท ย ม = จานวนหน งส อท ย ม + รห สส ทธ การย ม ข อม ลหน งส อ = รห สหน งส อ รายละเอ ยดหน งส อ = จานวนหน งส อท ย ม + รห สส ทธ การย ม สถานะการย มหน งส อ = สถานะการย มหน งส อ รายละเอ ยดการย มหน งส อ = จานวนหน งส อท ย ม + รห สส ทธ การย ม + รห ส น กศ กษา + ว นท ย ม สถานะการย มหน งส อใหม = สถานะการย ม Data Dictionary of Data Flow Diagram level 2 of process 4 ข อม ลหน งส อท ย ม = รห สหน งส อ คาปร บ = รห สส ทธ การย ม + รห สน กศ กษา + รห ส หน งส อ + ว นท ย ม ข อม ลการชาระเง น = สถานการณ ชาระเง น ใบเสร จ = รห สน กศ กษา + ช อ + นามสก ล + จานวน คาปร บ 42

51 ข อม ลน กศ กษา = รห สน กศ กษา + เลขท บ ตรประชาชน รายละเอ ยดการย ม = รห สน กศ กษา + รห สหน งส อ รายละเอ ยดคาปร บ = รห สหน งส อ + ว นท ย ม + รายละเอ ยดการย ม รายละเอ ยดการย มหน งส อ = รห สหน งส อ + ว นท ย ม + รายละเอ ยดการย ม ข อม ลหน งส อท ย ม = รห สหน งส อ + ว นท ย ม + รายละเอ ยดการย ม ว นท ย มหน งส อ = ว นท ย มหน งส อ สถานะหน งส อค น = สถานะหน งส อ ส ทธ การให ย ม = รห สส ทธ การย ม + รห สน กศ กษา ข อม ลการปร บ = รห สหน งส อ + ว นท ย ม + รายละเอ ยดการย ม ข อม ลสมาช ก = รห สน กศ กษา Data Dictionary of Data Flow Diagram level 2 of process 5 รายงานคาปร บ = รห สหน งส อ + ว นท ย ม + รายละเอ ยดการย ม + ช อ + นามสก ล รายงานการร บหน งส อเข า = รห สหน งส อ + ช อหน งส อ + ว นท ร บหน งส อ + ท มาหน งส อ รายงานรายช อผ ท ย มค นหน งส อ = รห สน กศ กษา + ช อ + นามสก ล + จานวน หน งส อท ย ม ข อม ลคาปร บ = รห สหน งส อ + ว นท ย ม + รายละเอ ยดการย ม + ช อ + นามสก ล ข อม ลการร บหน งส อ = รห สหน งส อ + ช อหน งส อ + ว นท ร บหน งส อ + ท มาหน งส อ ข อม ลหน งส อ = รห สหน งส อ + ช อหน งส อ + รายละเอ ยด หน งส อ + ว นท ร บหน งส อ ข อม ลการย ม-ค นหน งส อ = รห สน กศ กษา + ช อ + นามสก ล + จานวน หน งส อท ย ม ข อม ลสมาช ก = รห สสมาช ก + ช อ + นามสก ล + ท อย + เลขท บ ตรประชาชน + เบอร โทรศ พท 3.7 Data Dictionary Of Data Store D1: ข อม ลสมาช ก = รห สสมาช ก + ช อ + นามสก ล + ท อย + เบอร โทร + เลขท บ ตรประชาชน D2: ข อม ลหน งส อ = รห สหน งส อ + ช อหน งส อ + ช อผ แตง + สาน กพ มพ + ISBN + ว นท ร บหน งส อ 43

52 D3: ข อม ลส ทธ การย ม = รห สส ทธ การย ม + ช อส ทธ การย ม + จานวน การย ม D4: ข อม ลการย ม-ค นหน งส อ = รห สการย ม + รห สสมาช ก + รห สหน งส อ + รายละเอ ยดหน งส อ D5: ข อม ลประเภทสมาช ก = รห สประเภทสมาช ก + ช อประเภทสมาช ก D6: ข อม ลการร บหน งส อ = รห สการร บหน งส อ + ว นท ร บหน งส อ + จานวนหน งส อท ร บ + รายละเอ ยดการได ร บ หน งส อ D7: ข อม ลคาปร บ = รห สการย ม + ว นท ย ม + รห สสมาช ก + รห ส หน งส อ + กาหนดว นค น + สถานะการย ม 44

53 3.7 Entity-Relationship Diagram ร ปท 3.14 Entity-Relationship Diagram 45

54 3.8 Mapping Entity-Relationship Diagram Book_Category (book_category_id, book_category_fine, book_category_name) Provide_Type (provide_type_id, provide_type_name) Publishers (publisher_id, publisher_name, publisher_address, publisher_road, publisher_district, publisher_province, publisher_postcode, publisher_telephone, publisher_fax, publisher_website ) Book (book_id, book_isbn, book_author, book_edition, book_month, book_year, book_heading, book_keyword, book_attribute, book_pagination, book_issue, book_page_number, book_department, book_abstarct, book_user_created, book_created_date, book_series, book_translator, book_note, book_category_id(fk), provide_type_id(fk), publisher_id(fk), main_type_id(fk)) Book_Copy (book_copy_id, book_copy_code, book_copy_code_key, book_copy_bookcase, book_copy_date_in, book_copy_cancel_date, book_copy_cancel_reason, book_provider, book_call_number, created_date, created_by, book_status_id(fk), book_id(fk)) Book_Status (book_status_id, book_status_name) Main_Status (main_status_id, main_status_name) Main_Type (main_type_id, main_type_name,main_type_code, main_group_id(fk)) Borrow_Type_Permission (borrow_type_permission(fk), main_type_id(fk), comment ) Borrow_Permission (borrow_type_permission, borrow_permission_name, borrow_permission_period, borrow_permission_amount) Borrow (borrow_id, media_code, book_name, 46

55 borrow_user_created, borrow_return_date, return_date, return_period, return_staff_by, borrow_status_id(fk)) Borrow_Status (borrow_status_id, borrow_status_name) Fine (fine_id, cal_amount, created_date, created_by, pay_date, pay_staff_by, comment, fine_status_id(fk), borrow_id(fk) ) Fine_Status (fine_status_id, fine_status_name) 3.9 Database Schema ตารางท 3.1 Book_Category Field Type Size KEY Comment book_category_id Int 10 PK book_category_fine int 10 book_category_name VarChar 50 ตารางท 3.2 Provide_Type Field Type Size KEY Comment provide_type_id int 10 PK provide_type_name VarChar 50 ตารางท 3.3 Publishers Field Type Size KEY Comment publisher_id Int 10 PK publisher_name Varchar 50 publisher_address VarChar 80 publisher_road VarChar 50 publisher_district VarChar 30 publisher_province VarChar 30 47

56 ตารางท 3.3 Publishers (ตอ) Field Type Size KEY Comment publisher_postcode VarChar 10 publisher_telephone VarChar 50 publisher_fax VarChar 50 publisher_website VarChar 150 ตารางท 3.4 Book Field Type Size KEY Comment book_id int 5 PK book_isbn VarChar 20 PK book_author VarChar 30 book_edition VarChar 2 book_month VarChar 20 book_year VarChar 4 book_heading VarChar 60 book_keyword VarChar 60 book_attribute VarChar 50 book_pagination VarChar 10 book_issue VarChar 30 book_page_number VarChar 150 book_department VarChar 80 book_abstarct VarChar 500 book_user_created VarChar 150 book_created_date date 10 book_series VarChar 150 book_translator VarChar 30 book_note VarChar 200 book_category_id(fk) int 10 FK provide_type_id(fk) int 10 FK publisher_id(fk) int 10 FK main_type_id(fk)) int 10 FK 48

57 ตารางท 3.5 Book_Copy Field Type Size KEY Comment book_copy_id Int 10 PK book_copy_code VarChar 50 book_copy_code_key Int 10 book_copy_bookcase VarChar 200 book_copy_date_in date 20 book_copy_cancel_date date 20 book_copy_cancel_reason VarChar 50 book_provider VarChar 50 book_call_number VarChar 150 created_date date 10 created_by VarChar 20 book_status_id(fk) Int 10 FK book_id(fk) int 10 FK ตารางท 3.6 Book_Status Field Type Size KEY Comment book_status_id int 10 PK book_status_name Varchar 50 ตารางท 3.7 Main_Group Field Type Size KEY Comment main_group_id int 3 PK main_group_name VarChar 50 49

58 ตารางท 3.8 Main_Type Field Type Size KEY Comment main_type_id int 10 PK main_type_name VarChar 50 main_type_code int 2 main_group_id int 10 FK ตารางท 3.9 Borrow_Type_Permission Field Type Size KEY Comment borrow_type_permission(fk) int 10 PK,FK main_type_id(fk) int 10 PK,FK comment VarChar 50 ตารางท 3.10 Borrow_Permission Field Type Size KEY Comment borrow_type_permission VarChar 3 PK borrow_permission_name VarChar 10 borrow_permission_period Int 10 borrow_permission_amount int 10 ตารางท 3.11 Borrow Field Type Size KEY Comment borrow_id Int 3 PK media_code VarChar 7 book_name VarChar 20 borrow_user_created VarChar 150 borrow_return_date date 10 return_date date 10 return_period int 10 return_staff_by VarChar

59 ตารางท 3.11 Borrow(ตอ) Field Type Size KEY Comment borrow_status_id(fk) int 10 ตารางท 3.12 Borrow_Status Field Type Size KEY Comment borrow_status_id int 10 PK borrow_status_name VarChar 30 ตารางท 3.13 Fine Field Type Size KEY Comment fine_id int 3 PK cal_amount VarChar 7 created_date date 10 created_by VarChar 20 pay_date date 10 pay_staff_by VarChar 150 comment VarChar 150 fine_status_id(fk) int 10 borrow_id(fk) int 10 ตารางท 3.14 Fine_Status Field Type Size KEY Comment fine_status_id int 10 PK fine_status_name VarChar 50 51

60 3.10 ระบบคอมพ วเตอร ใช ระบบเคร อขายท ม เคร องแมขาย (Server) และเคร องล กขาย (Client) สถาป ตยกรรม ทางด านระบบคอมพ วเตอร แบบแบงส นป นสวนแบบหน งท น าเอาคอมพ วเตอร มากกวา 1 เคร อง มาเช อมตอด วยระบบเคร อขาย (Computer Network) โดยม จ ดประสงค เพ อต องการให เก ดการ ใช ข อม ลรวมก นระหวางเคร องคอมพ วเตอร ในเคร อขายน น ภายใต ค ณสมบ ต ด งน - เคร องคอมพ วเตอร ท เช อมตอก นเป นระบบประกอบด วยเคร องคอมพ วเตอร ท ทาหน าท เป นเคร องล กและเคร องคอมพ วเตอร ท เป นเคร องแมขาย - ฐานข อม ลจะถ กจ ดเก บไว ในเคร องคอมพ วเตอร ท ทาหน าท เป นเคร องแมขาย - โปรแกรมท ทาหน าท เร ยกใช ข อม ลจากฐานข อม ลจะทางานอย บนเคร องคอมพ วเตอร ท เป นเคร องล ก - ค ณสมบ ต ของเคร องแมขายเป นระบบปฏ บ ต การว นโดวน 2000 (Windows 2000) หนวยประมวลผลกลางเพนเท ยม 4 หนวยความจา 562 MB ฮาร ดด สหร อท เก บข อม ล ขนาด 80 G หน าจอปร บความละเอ ยดได ท 1024x768 จ ด ซ ด รอม 52 X - ค ณสมบ ต ของเคร องล กเป นระบบปฏ บ ต การว นโดวน เอ กพ (Windows XP ) หนวย ประมวลผลกลางเพนเท ยม 4 หนวยความจา 128 MB ฮาร ดด ส หร อท เก บข อม ลขนาด 40 G หน าจอปร บความละเอ ยดได ท 1024x768 pixel ซ ด รอม 52X 52

61 บทท 4 ข นตอนการดาเน นงาน 4.1 กลาวน า ในบทน จะเป นการกลาวถ งการดาเน นโครงงานเพ อให ได มา ซ งข อม ลในสวนตางๆจาก ข นตอนการว เคราะห ออกแบบระบบ โดยม เน อหาด งน 4.2 การจ ดต งท มงาน ในการจ ดทาโครงงานน ผ จ ดทาได เช ญอธ การบด บรรณาร กษ และเจ าหน าท ห องสม ด มาประช มพร อมก น เพ อช แจงถ งล กษณะการจ ดทาโครงงาน ตลอดจนว ธ การและข นตอนตางๆ ในการดาเน นงานให ทราบ และม สวนรวมในการดาเน นโครงงาน โดยจะม ท มงานดาเน นงานด งน 1. อธ การบด ม หน าท เป นคณะกรรมการ 2. บรรณาร กษ 1 คน ม หน าท เป นคณะกรรมการ 3. เจ าหน าท ห องสม ด 2 คน ม หน าท ม หน าท เป นคณะกรรมการรวม 4. อาจารย แผนกเทคโนโลย สารสนเทศ 1 คน (ผ จ ดทาโครงงาน) ม หน าท เป นห วหน า ท ม 4.3 การจ ดหาซอฟแวร สน บสน นการดาเน นงาน ข นตอนในการจ ดหาซอฟท แวร มาสน บสน นการดาเน นงานของโครงงานน ทางอาจารย แผนกเทคโนโลย สารสนเทศ ซอฟท แวร ท ม ความสามารถตรงตามท กาหนดไว มาเปร ยบเท ยบ สมรรถนะในการดาเน นงานให ตรงตามข อกาหนด เม อได ข อม ลด งกลาว จะทาการน ดประช ม บรรณาร กษ และเจ าหน าท ห องสม ด เพ อช แจงข อม ลซอฟท แวร ให ร บทราบ เม อทาการช แจง ข อม ลเสร จ ทางท มงานจะท าการค ดเล อก ซอฟท แวร ท ม ค ณสมบ ต ครบถ วนตรงตาม ความสามารถในการดาเน นงานท กาหนดไว 4.4 การวางแผนงาน ข นตอนในการวางแผนงาน จะน ากลย ทธ หล ก มาวางแผนเพ อกอให เก ด แผนกลย ทธ และกาหนดต วช ว ดประส ทธ ภาพ กาหนดเป าหมาย กาหนดโครงการก จกรรม ผ ร บผ ดชอบ และ งบประมาณ โดยในการวางแผนงานน อธ การบด บรรณาร กษ และเจ าหน าท ห องสม ด เข ามาม สวนรวมในการดาเน นงานข นตอนน โดยม แผนงานด งน 1. ศ กษาความต องการของผ ใช บร การห องสม ด เพ อการวางแผนงาน/โครงการ และการ พ ฒนาห องสม ด 53

62 2. จ ดทาแผนงาน/โครงการและปฏ บ ต งานการจ ดก จกรรมเพ อพ ฒนาค ณภาพและ ตอบสนองนโยบายของว ทยาล ยโดยเสนองาน/โครงการและงบประมาณรายจายในแตละ ป การศ กษา 3. ดาเน นงาน ประเม นผลการปฏ บ ต งาน สร ปและรายงานผลการปฏ บ ต งานตามแผนงาน/ โครงงาน 4. ดาเน นการตรวจสอบ ต ดตามการใช ผลผล ต โดย ก. ประเม นค ณภาพการปฏ บ ต งานตามท ได ร บมอบหมาย ข. วางแผนประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการดาเน นงานห องสม ด ค. ว เคราะห และประเม นความม ประส ทธ ภาพ ประหย ด และค มคาในการใช ทร พยากรของห องสม ด 5. ดาเน นการจ ดซ อ จ ดหาพ สด และควบค มการเบ กจายว สด ให เป นไปอยางถ กต องและ ประหย ด 6. จ ดระบบการเก บร กษาและการให บร การให เหมาะสม สะดวกและรวดเร ว 7. จ ดระเบ ยบและแนวปฏ บ ต การใช และการให บร การห องสม ด 8. จ ดก จกรรมสงเสร มร กการอาน อยางย งย น 9. ควบค มด แล บาร ง ร กษา และซอมแซมหน งส อให สามารถใช การได อยางม ประส ทธ ภาพ 10. บร การหน งส อ และ ส อการเร ยนการสอนแกกล ม กล มงาน งานและหนวยงานตาง ๆ 11. เผยแพร ประชาส มพ นธ งานห องสม ด ให กล มงาน งานและหนวยงานท เก ยวข องทราบ 12. ปฏ บ ต งานอ น ๆ ตามท ได ร บมอบหมาย 4.5 น าแผนปฏ บ ต งานไปดาเน นการ เม อได ข อม ลจากการวางแผนงานแล วจะทาการน าแผน ปฏ บ ต งานไปดาเน นการ โดยจะ ทาการแจ งให อธ การบด บรรณาร กษ และเจ าหน าท ห องสม ด ร บทราบถ งแผนปฏ บ ต งานวา ใครม หน าท ร บผ ดชอบงานอะไรบ าง เม อร บทราบแผนการด าเน นงานแล ว ท กคนท ม หน าท ๆ เก ยวข องดาเน นการปฏ บ ต งานท ได ร บมอบหมาย 4.6 สร ปผลการดาเน นงาน เม อ บรรณาร กษ และเจ าหน าท ห องสม ดท เก ยวข องในแผนปฏ บ ต งาน ดาเน นการตาม แผนงานท ได วางไว เสร จแล วจะทาการแจ งผลการดาเน นงาน ให อธ การบด ร บทราบท นท และ เจ าหน าท ห องสม ดท ร บผ ดชอบแตละต วช ว ดของแตละงาน จะเก บรวมรวมข อม ลจากแบบฟอร ม ท เก ยวข องในงานน นๆ สงให ฝายการเง น เป นผ จ ดเก บข อม ล 54

63 บทท 5 ผลการดาเน นงาน 5.1 กลาวน า ในบทน จะเป นการกลาวถ งผลล พธ ท ได จากข นตอนดาเน นใบบทท 4 ในการประย กต ใช แนวค ดแบบล นในการขจ ดความส ญเปลาออกจากกระบวนการจ ดการห องสม ดในป จจ บ น ซ ง รวมถ งการออกแบบระบบสารสนเทศท เป นเคร องม อต วหน งชวยลดความส ญเปลาใน กระบวนการ ซ งในข นตอนการน าเสนอผลการทดลองในบทน จะประกอบไปด วยรายละเอ ยด ด งน 1) ผลการต ดต งระบบห องสม ด 2) ผลการทดสอบระบบสารสนเทศตามกรณ ทดสอบ 3) ภาพประกอบผลการทดสอบ 5.2 ผลการต ดต งระบบสารสนเทศบนเคร องแมขายภายในองค กร การทดสอบในสวนของการต ดต งระบบสารสนเทศ จะม การน าเสนอผลการต ดต งระบบ สารสนเทศในร ปแบบของ รายงานผลการต ดต งระบบ ซ งเป นการตรวจสอบการต ดต งระบบ สารสนเทศเพ อให แนใจวาระบบจะสามารถให บร การจร งก บผ ใช งานภายในองค กรจร งได โดย รายละเอ ยดของผลการต ดต ง ตารางท 5.1 ลาด บข นตอนการต ดต งและทดสอบ ลาด บ รายละเอ ยด สถานะ 1. จ ดเตร ยมเคร องคอมพ วเตอร เซ ร ฟเวอร ผาน - CPU : Quad Core Xeon Pro X GHz - Memory : 1 GB - Hard Disk : 250 GB 2. จ ดเตร ยมระบบปฏ บ ต การเพ อรองร บการทางานของระบบ - OS : Windows Server 2003 R2 Enterprise Edition 3. จ ดเตร ยมเว บเซฟเวอร เพ อให บร การระบบสารสนเทศ ผาน ผาน - Internet Information Services

64 ตารางท 5.1 ลาด บข นตอนการต ดต งและทดสอบ (ตอ) ลาด บ รายละเอ ยด สถานะ 4. จ ดเตร ยมระบบการจ ดการฐานข อม ลของระบบสารสนเทศ ผาน - Microsoft SQL Server ทดสอบการเช อมโยงระบบเคร อขายภายในองค กร - สามารถเช อมโยงเคร อขายภายในองค กรได ผานระบบ เน ตเว ร คขององค กร 6. ทดสอบการเช อมโยงระบบสารสนเทศ และระบบจ ดการฐานข อม ล - ระบบสารสนเทศสามารถเร ยกใช ข อม ลจากระบบจ ดการ ฐานข อม ลผานระบบเคร อขาย ท งในสวนของ Windows Appliction และ Web Appliction 7. ทดสอบการเข าถ งระบบสารสนเทศ และฐานข อม ลจากผ ใช งานจร ง ผาน ผาน ผาน - สามารถเร ยกด ข อม ลผานระบบสารสนเทศผานเคร อขาย 5.3 ผลการทดสอบระบบสารสนเทศตามกรณ ทดสอบ ข นตอนการทดสอบระบบห องสม ด โดยม แนวทางการทดสอบโดยใช กรณ ทดสอบ ท กสวนการทางานของระบบ โดยผลการทดสอบม ผลด งตารางท 5.2 ตารางท 5.2 ตารางผลการทดสอบการทางานของระบบ ลาด บ รายละเอ ยด สถานะ 1. ทดสอบระบบสมาช ก ผาน 2. ทดสอบการกาหนดส ทธ การเข าถ งข อม ล ผาน 3. ทดสอบการเพ มและบ นท กข อม ล ผาน 4. ทดสอบการเพ มและบ นท กข อม ลพ นฐาน ผาน - ข อม ลสมาช ก - ข อม ลหน งส อ - ข อม ลประเภทหน งส อ 56

65 ตารางท 5.2 ตารางผลการทดสอบการทางานของระบบ (ตอ) ลาด บ รายละเอ ยด สถานะ 5. ทดสอบระบบค นหาข อม ล ผาน - ค นหาข อม ลน กศ กษา - ค นหาข อม ลหน งส อ - ค นหารายช ออาจารย และเจ าหน าท 6. ทดสอบระบบการออกรายงาน ผาน - รายงานหน งส อเข า - รายงานการส งซ อ - รายงานรายช อผ คงค างหน งส อ - รายงานสร ปรายช อผ ท ย มหน งส อมากท ส ด 5.4 หน าจอประกอบผลการทดสอบ ในข นตอนการเข างานโปรแกรมจะแบงออกเป น 2 สวน ท งในสวนของ Windows Application และ Web Application ซ งม ล กษณะการใช งานท แตกตางก น โดยหน าท หล กๆ ของ การใช งาน Windows Application ม ด งน 1. การบ นท กข อม ลพ นฐานตางๆ 2. บ นท กข อม ลการร บหน งส อและการเพ มหน งส อ 3. ออกรายงานตางๆ และในสวนของหน าท หล กของ Web Application ก จะเป นการแสดงข อม ลท งหมดท สามารถใช งานรวมก นท กแผนกท เก ยวข อง ซ งม รายละเอ ยดด งน 1. เข าส ระบบเพ อเข าใช งาน 2. แสดงรายละเอ ยดประว ต การย มหน งส อ ซ งภาพประกอบผลการทดสอบระบบในสวนน จะเป นการแสดงต วอยางหน าเว บเพจท ได จากการทดสอบระบบ และถ กอ างอ งจากผลการทดสอบในห วข อท

66 5.4.1 การ Login ( เข าส ระบบ ) ร ปท 5.1 การ Login ( เข าส ระบบ ) เม อผ ใช เข าส ระบบ จะปรากฏหน า Login ผ ใช สามารถทาตามข นตอนด งน 1. เม อเข ามาในระบบจะม รห สของผ ใช คร งส ดท ายปรากฏอย ถ าเป นรห สประจาต วของผ ใช เอง ทาข อ 3 และข อ 4 ได เลย ถ าไมใช ให ผ ใช คล กท เปล ยน 2. ใสรห สประจาต วของตนเอง 3. ใสรห สผาน 4. คล กป มเข าส ระบบ หร อ กด Enter เพ อเข าส ระบบ 58

67 5.4.2 การจ ดการหน งส อ ( งานพ ฒนาทร พยากร -> หน งส อ ) หน าหน งส อน ม สาหร บ เพ มหน งส อ, ค นหาหน งส อ, แก ไข และลบหน งส อ ร ปท 5.2 การจ ดการหน งส อ ข นตอนการค นหาหน งส อ 1. คล กท งานพ ฒนาทร พยากร 2. เล อกท หน งส อ จะปรากฏหน าตาง หน งส อ 3. ชองสาหร บกรอกคาค นหา โดยเล อกค นหาจากเง อนไขในข อ 4 4. เล อก เพ อค นหาตาม 5. ป มค นหาม ไว สาหร บ ค นหาจานวนหน งส อท ม อย ท งหมด หร อค นหาตาม เง อนไขใน ข อ 4 และคาค นหาในข อ 3 6. ข อม ลหน งส อในตาราง 7. เม อผ ใช คล กท ป มเพ ม เพ อเพ มหน งส อ จะปรากฏหน าตางรายละเอ ยดหน งส อ 59

68 5.4.3 การเพ มหน งส อใหม ร ปท 5.3 การเพ มหน งส อใหม เม อผ ใช กรอกข อม ลของหน งส อแล วสามารถคล กท ป มบ นท ก เพ อบ นท กข อม ล หน งส อ ได จะปรากฏหน าตางกร ณาย นย นการบ นท กข อม ล การลบข อม ลสาค ญ ร ปท 5.4 การลบข อม ล ป มลบข อม ล ม ไว สาหร บลบข อม ลในตาราง ในการลบข อม ลเม อคล กท ป มลบข อม ลจะ ปรากฏหน าตาง กร ณาย นย นการลบข อม ลสาค ญ ตรวจสอบเหต การณ ของระบบ ( ข อม ลระบบ -> เหต การณ ) 60

69 หน าเหต การณ ม ไว สาหร บผ ด แลระบบตรวจสอบเหต การณ การเข าใช งานท งหมดของ ระบบ เหต การณ น สามารถด ได อยางเด ยวไมสามารถแก ไขและลบได ร ปท 5.6 ตรวจสอบเหต การณ ของระบบ ( ข อม ลระบบ -> เหต การณ ) ข นตอนการตรวจสอบเหต การณ 1. คล กท เมน ข อม ลระบบ และเล อกเมน เหต การณ 2. จะปรากฏหน า เหต การณ จากน นสามารถคล กท ข อความ Event Viewer เพ อเล อก ด เหต การณ ตามน - Application - Security - System 3. เม อผ ใช เล อกคล กท เหต การณ ใด ในสวนน จะปรากฏข อความของเหต การณ น น ๆ 4. ข อม ลเหต การณ ตามท ผ ใช คล กเล อกเหต การณ เพ อด การจ ดการบ ญช ผ ใช ระบบ ( ข อม ลระบบ -> บ ญช ผ ใช ) บ ญช ผ ใช ระบบม ไว สาหร บกาหนดช อผ ใช ระบบ เพ มรายช อ, แก ไขรายช อ, กาหนด รห สผานในการเข าระบบ, กาหนดสถานะภาพของผ ใช, กาหนดส ทธ ของผ ใช และสามารถลบ ข อม ลผ ใช ได 61

70 ร ปท 5.6 การจ ดการบ ญช ผ ใช ระบบ ข นตอนการจ ดการบ ญช ผ ใช 1. เล อกเมน ข อม ลระบบ 2. เล อกท เมน ยอย บ ญช ผ ใช จะปรากฏหน าตาง รายช อเจ าหน าท 3. สวนน เป นสวนของการค นหารายช อเจ าหน าท สามารถค นหาได จาก คาค นหา ค นหาจากตาแหนงและค นหาจากสถานะของ เจ าหน าท 4. สวนน จะปรากฏข อม ลรายช อเจ าหน าท ตามท ผ ใช เล อกในข อ 3 5. ป มสาหร บเพ มรายช อเจ าหน าท เม อคล กจะปรากฏหน าตาง Add Staff ด งน การกาหนดส ทธ ( ข อม ลระบบ -> กาหนดส ทธ ) การกาหนดส ทธ น ผ ใช สามารถกาหนดส ทธ ของกล มแตละกล ม ในการเข าระบบมาแล ว สามารถเห นสวนไหนได บ าง สามารถกาหนดได จากหน าตางน 62

71 ร ปท 5.7 การกาหนดส ทธ ( ข อม ลระบบ -> กาหนดส ทธ ) ข นตอนการกาหนดส ทธ 1. คล กท เมน ข อม ลระบบ 2. เล อกท เมน ยอย กาหนดส ทธ จะปรากฏหน าตาง การกาหนดส ทธ 3. ผ ใช สามารถเล อกกล มท ต องการกาหนดส ทธ จากสวนน 4. เม อผ ใช เล อกกล มแล วสวนน จะปรากฏช อกล มท ผ ใช เล อก 5. สวนน เป นสวนของเมน ท งหมดของระบบ ผ ใช สามารถกาหนดให กล มเจ าหน าท สามารถมองเห นเม อเข าระบบมาโดยการด บเบ ลคล กท หน าช อเมน งานย ม-ค น ( งานบร การย ม-ค น -> งานย ม-ค น ) หน างานย มค นน เป นหน าท สามารถร บบาร โค ดจากรห สอาจารย, รห สน กศ กษา, รห ส เจ าหน าท, รห สหน งส อ, รห สวารสาร, การย ม, การค น ได ในหน าเด ยว หากการค นส อเก น กาหนดจะปรากฏป มคาปร บให ผ ใช สามารถคล กปร บได หากไมสงค นหน งส อตามกาหนดผ ย ม จะไมสามารถย มได ระบบจะไมให ทารายการ จนกวาผ ย มจะน าส อด งกลาวมาค นให เร ยบร อย 63

72 ร ปท 5.8 งานบร การการย มหน งส อ ข นตอนการย มหน งส อ/ส อ 1. คล กท งานบร การย ม- ค น 2. เล อกท งานย ม-ค น จะปรากฏหน าจอ การย ม/ค น 3. เล อกจากชองสถานะเป นย ม หร อย งบาร โค ดการย ม 4. จากน นผ ใช ต องกรอกข อม ลรห สของผ ย ม หร อย งบาร โค ดจากบ ตรประจาต วของผ ย ม 5. จะปรากฏข อม ลในชองทางด านขวาม อเป นรายละเอ ยดของผ ย ม ในรายละเอ ยด สถานะ หากเป นน กศ กษาท ม สถานะลาออก, ค ดช อออก หร อพ กการเร ยน หร อรอ ลงทะเบ ยน จะไมสามารถย มได สวนอาจารย หากม สถานะลาออกแล วก ไมสามารถ ย มได เชนก น จะปรากฏคาเต อนข อผ ดพลาด บ คคลด งกลาวไมอน ญาตให ใช บร การ 6. ในตารางท 2 จะเป นรายการหน งส อตกค าง หากผ ย มม หน งส อตกค างอย จะปรากฏ หล งจากท กรอกรห สผ ย มมาปรากฏให ผ ใช ทราบด วย กรณ หน งส อตกค างย งไม สงค นตามกาหนดระบบจะป ดผ ย มไมสามารถย มหน งส อใหมได จนกวาจะค นหน งส อ ท ตกค าง 7. ในกรณ ท หน งส อตกค างย งไมครบกาหนดค นผ ย มจะสามารถย มได จนกวาจะครบ จานวนท สามารถย มได 8. ข นตอนตอไปให ผ ใช กรอกรห สหน งส อลงในชองกรอกข อม ล หร อย งบาร โค ดท เลม หน งส อ หน งส อท ถ กย มแล วไมสามารถย งบาร โค ดได อ ก ระบบจะเต อนข นข อความ ส อด งกลาวได ถ กย มไปแล ว 64

73 9. ในตารางท 1 จะปรากฏข อม ลของหน งส อเลมน น ๆ ม รายละเอ ยด เลขทะเบ ยน, เลขเร ยก, ช อหน งส อ, สถานะหน งส อ, ว นท ย ม และกาหนดค น ข อม ลในตารางจะทา การร บหน งส อได เทาจานวนท ผ ย มม ส ทธ ในการย มเทาน น 10. ข นตอนตอไปให ผ ใช คล กท ป ม บ นท ก หร อย งบาร โค ด SAVE ข อม ลในตารางท 1 จะถ กบ นท กเข าฐานข อม ล - ป มบ นท ก ม ไว สาหร บบ นท กการย ม/ค น - ป มลบ ม ไว สาหร บลบข อม ลแถวส ดท ายในตารางท 1 - ป มยกเล ก ม ไว สาหร บยกเล กข อม ลท งหมดในตารางท 1 - ป มล างข อม ล ม ไว สาหร บ ล างข อม ลในชองกรอกข อม ล, ข อม ล รายละเอ ยดผ ย ม, รายละเอ ยดในตารางท 1 และข อม ลในตารางท ต องการตรวจสอบวาย มได หร อไม โดยการย งบาร โค ดรห สผ ย มทานน นอ กคร ง ผ ใช จะตรวจสอบได ท ตารางท 2 จะปรากฏหน งส อท ถ กย มปรากฏข นในรายการหน งส อ ตกค าง 12. จะปรากฏข อความ บอกให ทราบวาส งชองกรอกข อม ลร บเข ามาค ออะไร เชน - รห สน กศ กษา ข อความจะเป น Student - รห สอาจารย และเจ าหน าท ข อความจะเป น Teacher - รห สหน งส อ ข อความจะเป น Book - รห สการย ม, การค น, ป มบ นท ก, ป มลบ, ป มยกเล ก และป มล างข อม ล ข อความ จะเป น Control 13. ในสวนน จะแสดง จานวนว นท ย มได และจานวนหน งส อท สามารถย มได เม อผ ย ม ย มหน งส อครบจานวนท สามารถย มได แล วจะไมสามารถย มหน งส อได อ กจนกวาจะ ค น 65

74 ร ปท 5.9 งานบร การการค นหน งส อ ข นตอนการค นหน งส อ/ส อ 1. คล กท งานบร การย ม- ค น 2. เล อกท งานย ม-ค น จะปรากฏหน าจอ การย ม/ค น 3. เล อกจากชองสถานะเป นค น หร อย งบาร โค ดการค น 4. ย งบาร โค ดรห สหน งส อท น ามาค น หร อกรอกรห สหน งส อเข าไปในชองกรอกข อม ล 5. ในตารางด านบนจะปรากฏข อม ลรายละเอ ยดหน งส อ เลขทะเบ ยน, เลขเร ยก, ช อ หน งส อ, สถานะ, ว นท ย ม, กาหนดค น, ว นท ค น และว นเก น ในกรณ หน งส อท ย งไม ถ กย มน ารห สมากรอกในหน าค น จะปรากฏคาเต อน ไมพบส อด งกลาวในฐานข อม ล การย ม 6. จากน นให คล กท ป มบ นท ก หร อย งบาร โค ดท SAVE ข อม ลในตารางด านบนจะถ ก บ นท กการค นลงในฐานข อม ล ในกรณ ค นเก นกาหนด เม อบ นท กแล ว ผ ใช ต องตรวจสอบอ กคร งโดยการย งบาร โค ดรห สบ ตรประจาต วผ ย มจะ ปรากฏป มคาปร บ และคาเต อนแจ งเป นขาวสาร พบบ คคลด งกลาวม ยอดคาปร บค างชาระ ผ ใช สามารถปร บได ในท นท หร อปร บท หล งได กรณ ปร บท นท ผ ใช สามารถคล กท ป ม คาปร บ จะปรากฏหน าจอคาปร บ 66

75 ร ปท 5.10 งานบร การคาปร บ การออกเอกสาร Barcode ( งานเอกสาร -> เอกสาร Barcode) ร ปท 5.11 ออกเอกสาร Barcode ข นตอนการออก Barcode 1. คล กท งานเอกสาร 2. เล อก เอกสาร Barcode จะปรากฏหน าตาง Barcode Pringting 67

76 3. เล อกชน ดส อท ต องการออก Barcode 4. หากผ ใช ต องการหาเป นบางเลม สามารถหาได จาก และกรอกคาค นหา ในชองคาค นหา 5. จากน นผ ใช สามารถคล กท ป มค นหา เพ อค นหาข อม ล 6. จะปรากฏข อม ลตามท ค นหาในตารางท 1 7. เล อกคล กแถวท ต องการออก Barcode หร อคล กท งหมด แล วคล กท ป ม น าข อม ลไปย งตารางท 2 8. ข อม ลท น ามาจากตารางท 1 เพ อพ มพ Barcode 9. จากน นผ ใช สามารถคล กท ป ม พ มพ Barcode จะปรากฏหน าตาง Barcode Pringting เพ อพ มพ เอกสาร Barcode เพ อ 10. ป ม ม ไว สาหร บน าข อม ลจากตารางท 2 ออก 11. ป ม ม ไว สาหร บ เคล ยร ข อม ลในตารางท 2 ท งหมด 12. แสดงจานวนข อม ลท งหมดในตารางท ความแตกตางของระบบงานเด มและระบบงานใหม ผลท เก ดข นหล งจากม การปร บปร งกระบวนการร องขอข อม ลใหม ด วยการนเทคโนโลย บาร โค ดเข ามาใช ในการจ ดการข อม ล เพ อให เก ดการไหลของกระบวนการทางานอยางตอเน อง น น ผลท ได สร ปได ด งน 68

77 ตารางท 5.3 ตารางเปร ยบเท ยบการทางานท งกอนและหล งการปร บปร งกระบวนการ เวลาน ารวมกอนและหล งการปร บปร ง ร ปท 5.12 เปร ยบเท ยบเวลากอนปร บปร งและหล งการปร บปร งกระบวนการ จากร ปท 5.12 เวลารวมของกระบวนการร องขอข อม ลลดลง เด มเจ าหน าท ต องใช เวลานาน2-3 ว น ลดลงเหล อเพ ยง ใช เวลาน อยกวา 3 นาท หร อหากพ จารณาจากเวลาในการ สร างค ณคากอนการปร บปร งใช เวลารวมท งส น 83 นาท แตภายหล งจากการปร บปร งลดเหล อ เพ ยง 3 นาท หร อลดลงถ ง 96 % 69

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM Chapter 8 การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM 1 เน อหา ล กษณะของ Activity Diagram ร ปแบบการใช Activity Diagram การระบ ส วนของข อม ลให แก ก จกรรม การจ ดระเบ ยบข อม ล การสร างท พ ก/เก บข อม ล การแบ

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด กระบวนการจ ดการความร (Knowledge Management process) 1.การบ งช ความร บ งช ความร ท จ าเป

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน หน วยท ช อหน วย/ห วข อการสอน จ านวน (ช วโมง) 1 จร ยธรรมและความร บผ ดชอบในการใช คอมพ วเตอร และ ระบบสารสนเทศ 1.1 จร ยธรรมในการใช ระบบคอมพ วเตอร 1.2 จรรยาบรรณในการใช คอมพ วเตอร

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร ร จ กคอมพ วเตอร ป จ บ นคอมพ วเตอร เป นอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศท น ยมใช ก นอย างแพร หลาย โดยท วไปเราจะน าคอมพ วเตอร มาใช ในการท างานต าง ๆ เช นการค ดค านวณ การพ

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา

การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา ในป พ.ศ.2546 กรมอ ต น ยมว ทยาสามารถลดระยะเวลาการปฏ บ ต ราชการเก นกว าร อยละ 50 ซ งมากกว ามต คณะร ฐมนตร ท ให ส วนราชการลดข นตอนลง 30-50% และได ร

More information

ห วข อการประกวดแข งข น

ห วข อการประกวดแข งข น ช อโครงการ การประกวดแข งข นท กษะด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร ห วข อการประกวดแข งข น เทคโนโลย สร างสรรค หน วยงานท ร บผ ดชอบ บร ษ ท สงขลาฟ น ชช ง จาก ด ล กษณะโครงการ ประกวดแข งข นช งท นการศ กษา ระยะเวลาดาเน นการ

More information

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 0 Course ID Course Name Time IT001 1 ว น หล กการและเหต ผล งานขายเป นห วใจของการด าเน นธ รก จ No Selling No Business ค ากล าวน คงไม ต องการค าอธ

More information

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน ค ม อผ ด แลระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน บทท 3 การบร หารจ ดการระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชนระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน - ๑ บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน เจ าหน าท ผ ใช งานระบบสารสนเทศภ

More information

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ อ. ร งล กษม รอดข า คณะว ทยาการจ ดการ มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนส น นทา 1 บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสารของระบบสารสนเทศ ว ตถ ประสงค 1. บอกความหมายของเอกสารระบบสารสนเทศได

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา ๒๓๑ แนวค ด กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษาเป นหน วยงานท สร างความเข มแข ง การบร หารด านว ชาการ ด านงบประมาณ ด านการบร

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ (๕.๑) ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล

More information

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net)

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net) 1 แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา () การประเม นการบร หารจ ดการศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาระด บสถานศ กษา เพ อให การด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาม ประส ทธ ภาพย งข น และน าไปส การพ ฒนาค

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

แผนปฏ บ ต งานโครงการพ ฒนาระบบบร หารจ ดการคล งข อสอบและการทดสอบมาตรฐานฝ ม อแรงงาน ด วยระบบอ เล กทรอน กส (Test Bank for e-testing System)

แผนปฏ บ ต งานโครงการพ ฒนาระบบบร หารจ ดการคล งข อสอบและการทดสอบมาตรฐานฝ ม อแรงงาน ด วยระบบอ เล กทรอน กส (Test Bank for e-testing System) 1 จ ดเตร ยมข อสอบมาตรฐานฯ 10 สาขา เพ อใช สาหร บนาร อง การทดลองระบบฯ พร อมจ ดทาโครงการฯ และแต งต ง ฝ ม อแรงงาน และศ นย เทคโนโลย กองแผนงานและ 2 ประช ม จ ดทาแผนปฏ บ ต งาน กาหนดร ปแบบฐานข อม ล การ ออกแบบหน

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/

More information

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม ใบงานท ๔.๑ (ทดสอบปฏ บ ต ) เร องการใช เคร องม อโปรแกรม Microsoft Office Word 2007 ว ชา ง ๒๐๒๐๑ การใช โปรแกรมเพ อการปฏ บ ต งาน รายว ชาเพ มเต ม หน วยการเร ยนร ท ๔ ช อหน วย ซอฟต แวร งานพ มพ เอกสาร ช นม ธยมศ

More information

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 ความเป นมา ส าน กงานอ ตโนม ต เก ดจากความพยายามขององค กร ท จะท าให งาน ขององค กรถ กต อง รวดเร ว ตรวจสอบได และเจ าหน าท ขององค กร ไม ม ข อจ าก ดด านสถานท

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘ แผนงาน/โครงการ ว ตถ ประสงค เป าหมาย ข นตอน ระยะเวลา งบประมาณ ผ ร บผ ดชอบ ต วช ว ด ๑. ย ทธศาสตร การ เสร มสร างและจ ดการ องค ความร และ นว ตกรรม ๑.๑ ว จ ยและพ ฒนาสร าง องค ความร และ นว ตกรรมการผล ตป ย ช วภาพท

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง (เอกสารประกอบการประช มปฏ บ ต การช แจงและซ กซ อมความเข าใจการสร างข อสอบ Online) สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 5 :ส งห บ ร :ลพบ ร :ช ยนาท:อ างทอง:

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการปฏ บ ต งาน ตอนท 1 ข อม ลของผ ร บการประเม น (เจ าหน าท บ คคลหร อเจ าหน าท ท เก ยวข องเป นผ กรอก) ตอนท 2 ภาระงานท ได ปฏ บ ต ในช วงระยะเวลาประเม น (ผ ร บการประเม นเป นผ

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) 2. ช อรายว ชา คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ

More information

สารบ ญตาราง ตารางท หน า

สารบ ญตาราง ตารางท หน า สารบ ญ บทท หน า บทสร ปผ บร หาร I 1 บทนา 1 หล กการและเหต ผล 1 ว ตถ ประสงค และเป าหมาย 2 ขอบเขตของการว จ ย 2 ประโยชน ท ได ร บจากการว จ ย 4 น ยามศ พท เฉพาะ 4 กรอบแนวค ดของการว จ ย 7 2 แนวค ด ทฤษฎ และงานว

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ 1. ว ตถ ประสงค เพ อให ว ทยาล ยม ระบบค ณภาพและบ คลากรท กฝ ายร วมก นต งปณ ธาน ความม งหว งท จะพ ฒนาว ทยาล ยไปส ความสาเร จ โดยร วมก นระดมพล งป ญญา และแรง บ นดาลใจสร างภาพท พ งประสงค ของว ทยาล ย โดยร วมก นกาหนด

More information

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน http://recc.erc.or.th/ercnetwork โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร

More information

มาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งาน (Standard Operation Procedure)

มาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งาน (Standard Operation Procedure) : SOP 1-3-01 ถ ง SOP 1-3-04 : SOP 1-5-01 ถ ง SOP 1-5-04 เลขท สาเนาเอกสาร :... งานสารบรรณ ด านบร หารและวางแผน คณะบร หารธ รก จและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลส วรรณภ ม งานจ ดเอกสาร SOP 1-5-01

More information

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus)

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus) 1 อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus) ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ ง 347 จานวน 1.0 หน วยก ต ( คาบ/ส ปดาห ) ระด บม ธยมศ กษาตอนปลาย ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 5 กล มสาระการงานอาช พและเทคโนโลย

More information

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ข นตอนการเสนอขออน ม ต โครงการ อาจารย ผ ร บผ ดชอบโครงการกรอกข อม ลโครงการทางเว บไซต หร อส งข อม ลโครงการให เจ าหน าท ประสานงานโครงการ เจ าหน าท ประสานงานโครงการตรวจสอบข

More information

LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม

LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม www.thatoomhsp.com เร อง พ ฒนาระบบรายงานโปรแกรม HOSxP สมาช ก ประกอบด วยเจ าหน าท ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ 2 คน นายธราท พย พรหมบ ตร ห วหน าศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ ( และบ คคลภายนอก) ตาแหน ง ค ณสมบ ต เฉพาะตาแหน ง 1. ผ ตรวจสอบ ระด บ 4 (ด าน IT) / หญ ง ปร ญญาตร ทางด านคอมพ วเตอร ตามท กพ. ร บรอง - ผ ม ประสบการณ ในการตรวจสอบ

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร แผน ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ (SU 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร ขอบเขต 3 การรวบรวมแนวปฏ บ ต ท ด จากการเร ยนการสอนรายว ชาเคร องม อเอก กล มเป าหมาย คณาจารย และน กศ กษา เป าหมาย

More information

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม ค ม อระบบรายงานการดาเน นงานรายเด อน (version 2.0) 1 ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม 1. เป นป มท ใช เพ อล างค าของข อม ลท ใช ในการกาหนดเง อนไขในการค นหาของแต ละเมน 2.

More information

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค

More information

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ส มมนา- การเตร ยมการก อนการ โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ผ ร บผ ดชอบ ข นตอนการปฏ บ ต งาน มาตรฐานค ณภาพงาน ค ามาตรฐาน หล กฐาน การจ ดเตร ยมสถานท และอาคารโรงงาน การเตร ยมการด าน การตลาด

More information

การวางแผน (Planning)

การวางแผน (Planning) การวางแผน (Planning) การวางแผน หมายถ งอะไร การพ จารณา และ ก าหนดแนวทางปฏ บ ต งาน ให บรรล เป าหมาย การคาดการณ หร อ คาดคะเนส งท ย งไม เก ดข น อย างใช ด ลยพ น จ สร ป...การวางแผน ค อ ความพยายามท เป นระบบ เพ

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง 17 ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง งานเอกสารม กจะม ปร มาณของงานเป นจ านวนมาก ด งน นการเล อนต าแหน ง เพ อ ไปย งจ ดท ต องการได อย างรวดเร ว จะท าให การท างานเอกสารน น ๆ เก ดผลส าเร จ อย างรวดเร วตามไปด

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น 1 สร ปรายงาน โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การการเผยแพร สารสนเทศ เร อง ว นท 23 ม นาคม 2554 ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ ช อโครงการ : เร อง หล กการและเหต ผล ป จจ บ นคอมพ วเตอร ได เข ามาม ส วนส าค ญมากต

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห )

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห ) แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน หน วยท สาระการเร ยนร จ ดประสงค การเร ยนร ก จกรรมการเร

More information

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได แบบบ นท กหน วยการเร ยนร หน วยการเร ยนร ท 5 เร องโครงคอมพ วเตอร รห สว ชา ง32212 ช อว ชาการเข ยนโปรแกรมข นส ง กล มสาระการเร ยนร การอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 5 ภาคเร ยนท 2 เวลา 8 ช วโมง ผ สอน นายณ

More information

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ)

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ) แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ) สาขาว ชา กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย จ านวน.0 หน วยก ต (40 คาบ) รายว ชา ง0 การเข ยนโปรแกรมเบ องต น เวลา คาบ/ส ปดาห ระด บช น ม ธยมศ

More information

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development พ มพ คร งท 2 พฤศจ กายน 2552 การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development เร ยบเร ยงโดย ผศ.ดร.ส ราษฎร พรมจ นทร ภาคว ชาคร ศาสตร เคร องกล คณะคร ศาสตร อ ตสาหกรรม มหาว ทยาล ยเทคโนโลย พระจอมเกล าพระนครเหน อ พ

More information

Nature4thai Application

Nature4thai Application ค ม อการใช งานระบบจ ดการเน อหา Nature4thai Application สถานการณ ประจาว นด านทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม User Manual หน า 1 ถ ง 12 สารบ ญ ค ม อการใช งานระบบจ ดการเน อหา (CMS) หน า คาแนะนาในการเตร ยมข

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System)

ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System) ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System) การบร หารงานต างๆของภาคร ฐและเอกชน จะต องม การจ ดประช มเป นประจ า ซ งตามปกต แล วต องม การส งหน งส อเช ญประช มพร อมระเบ ยบวาระการประช ม เพ อให ผ เข าร วมประช

More information

ÅÔ ÊÔ ÔìÁËÒÇÔ ÂÒÅÑÂàªÕ ãëáè. All rights reserved. Copyright by Chiang Mai University สารบาญ

ÅÔ ÊÔ ÔìÁËÒÇÔ ÂÒÅÑÂàªÕ ãëáè. All rights reserved. Copyright by Chiang Mai University สารบาญ ซ สารบาญ หน า ก ตต กรรมประกาศ ค บทค ดย อภาษาไทย ง บทค ดย อภาษาอ งกฤษ ฉ สารบาญตาราง ฎ สารบาญภาพ ฐ บทท 1 บทน า 1.1 หล กการและเหต ผล 1 1.2 ว ตถ ประสงค ของการศ กษา 3 1.3 ประโยชน ท จะได ร บจากการศ กษา 3 1.4

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม เอกสารสร ปรายงานการด าเน นโครงการก จกรรม ประกอบด วย ส วนท 1. ปกรายงาน ส วนท 2. ใบรองปก ( ปกใน ) ส วนท 3. ค าน า ส วนท 4. สารบ ญ ส วนท 5. โครงการท ได ร บการอน ม ต ส วนท 6. ก าหนดการ ส วนท 7. ส าเนาบ นท

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2 การใช Word ส าหร บท าว ทยาพนธ หร อ รายงานต างๆ ส วนแรกมาท าความร จ กก บ ล าด บเลข และ ห วเร อง ก อน ท ง 2 ส วนน จะสามารถท าไปใช ในการ สร าง สารบ ญ แบบอ ตโนม ต ได ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน

More information

รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล

รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล 1. ว ตถ ประสงค รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล 1.1 ช วยงานธ รการตามคาส งผ บ งค บบ ญชา 1.2 บ นท กข อม ลในระบบฐานข อม ล และเว ปไซด 1.2 พ มพ เอกสารราชการและงานอ น ๆ ตามค าส งผ บ งค บบ ญชา 1.4

More information

ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0

ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0 ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0 1 สารบ ญ เน อหา หน า ข นตอนการเข าใช งานระบบ... 2 ข นตอนการเปล ยนรห สผ านผ ใช งาน... 4 ข นตอนการใช

More information

เอกสารประกอบการจ ดท า

เอกสารประกอบการจ ดท า เอกสารประกอบการจ ดท า [Type your address] [Type your phone number] [Type your email address] โครงการพ ฒนาผ ประกอบการธ รก จอ ตสาหกรรม (คพอ.267) กร งเทพฯ โครงการพ ฒนาผ ประกอบการธ รก จอ ตสาหกรรม (คพอ.267)

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน

แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน หน วยท สาระการเร ยนร จ ดประสงค การเร ยนร ก จกรรมการเร

More information

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร ประกอบด วย 4 ข นตอน 1. การว เคราะห และกาหนดรายละเอ ยดของป ญหา 2. การวางแผนในการแก ป ญหา 3. การดาเน นการแก ป ญหา 4. การตรวจสอบและปร บปร ง ว เคราะห ป ญหาหร อความต องการ

More information