STEM Education ก บการพ ฒนาท กษะในศตวรรษท 21



Similar documents
สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม ก นยายน 2553)

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร มหาว ทยาล ยเจ าพระยา (Knowledge Managements) ป การศ กษา 2556

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

ห วข อการประกวดแข งข น

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

รายละเอ ยดของรายว ชา หมวดท 1 ข อม ลท วไป

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ มหาว ทยาล ยราชภ ฏจ นทรเกษม

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา

Office of the Civil Service Commission (OCSC)

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

สายเทคน คการศ กษา โปรแกรมว ชาการบร หารการศ กษา ระด บปร ญญาตร (หล งอน ปร ญญา)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย รห ส ง32101

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กส ตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

เคร องม อประเม น สถานศ กษาแบบอย างการจ ดก จกรรมการเร ยนร และการบร หารจ ดการตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง (สถานศ กษาพอเพ ยง) ป

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

ตามนโยบายการบร หารพ ฒนาจ งหว ดชายแดนภาคใต สอดคล องก บการพ ฒนาการศ กษา ประจาป งบประมาณ พ.ศ ของกระทรวงศ กษาธ การ กศน.อาเภอมะน ง จ งหว ดสต ล...

รายงานการอบรมคร หล กส ตรพ ฒนาศ กยภาพคร ในการจ ดกระบวนการเร ยนร โดยใช ส อ ETV คร งท ๖ คร งท ๖ ว นท ๑๐ ม ถ นายน ๒๕๕๘ กศน.อาเภอนาตาล

กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

๒. ล กษณะโครงการ โครงการใหม

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

หน า ๔๓ เล ม ๑๓๐ ตอนพ เศษ ๑๕๖ ง ราชก จจาน เบกษา ๑๒ พฤศจ กายน ๒๕๕๖

แผนการจ ดการความร ป 54

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง

How To Get A Free Photobook From Thatoomhsp.Com.Com

ด านท 2 การบร หารหล กส ตร และงานว ชาการ

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus)

คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

การบร หารความร และการเร ยนร VII

ภาคผนวก แผนพ ฒนาบ คลากรองค การบร หารส วนต าบลล เล ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

Model การสร างองค ความร ท เป นประโยชน ผ านการเร ยนการสอน การท าว จ ย และการบร การ ว ชาการแก ส งคม บ ณฑ ตว ทยาล ยการจ ดการและนว ตกรรม ม นโยบายในการสร

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

มาตรฐานด านการพ ฒนาช มชนแห งการเร ยนร (2 มาตรฐาน 5 ต วบ งช ) มาตรฐานท 17 สถานศ กษาม การสน บสน นและใช แหล งเร ยนร และภ ม ป ญญาในท องถ น

ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง

มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ระด บค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน

มาตรฐานท 15 สถานการศ กษาม การจ ดก จกรรมส งเสร มค ณภาพเด กอย างหลากหลาย

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

Transcription:

STEM Education ก บการพ ฒนาท กษะในศตวรรษท 21 STEM Education and 21 st Century Skills Development พรท พย ศ ร ภ ทราช ย porntipkk@hotmail.com มหาว ทยาล ยศร นคร นทรว โรฒ บทค ดย อ ความเจร ญก าวหน าทางว ทยาศาสตร และเทคโนโลย ผลการว จ ยเก ยวก บสมอง และการเสนอแนวค ดเก ยวก บท กษะท จ ำเป นในศตวรรษท 21 ส งผลให กระบวนท ศน ทางการศ กษาเปล ยนแปลงไป การจ ดการศ กษาท กระด บเน นให ผ เร ยนเก ดการ พ ฒนาท กษะการค ดข นส ง เช น การค ดสร างสรรค การค ดแก ป ญหา การค ดแบบว จารณญาณ ฯลฯ รวมท งการพ ฒนาท กษะการ ส อสาร การใช เทคโนโลย เป นเคร องม อแสวงหาความร และการม ท กษะทางส งคม แนวโน มการจ ดการศ กษาจ งจ ำเป นต องบ รณา การท งด านศาสตร ต างๆ และบ รณาการการเร ยนในห องเร ยนและช ว ตจร ง ท ำให การเร ยนน นม ความหมายต อผ เร ยน ซ งผ เร ยน จะเห นประโยชน ค ณค าของการเร ยน และสามารถน ำไปใช ประโยชน ในช ว ตประจ ำว นได ซ งเป นการเตร ยมผ เร ยนในการเร ยน ต อไปในช นส งข น เก ดการเพ มโอกาสการท ำงานในอนาคต การเพ มม ลค า และการสร างความแข งแกร งให ก บประเทศด านเศรษฐก จ ได Abstract The development of science, technology, and research on brain, and the proposition concerning the skills necessary for the 21 st century influenced in educational paradigm change. Educationat all levels emphasized on their higher order thinking skills, such as creative thinking, problem solving, and critical thinking, etc., as well as developing students communication skills using technology as a tool for inquiry and acquisition of social skills. Integration of all subjects and learning, both in classroom and real life, is the primary trend in education to make learning meaningful to students. As a result, students would realize the value of their studies and could apply their knowledge to their everyday life and their continuing study, which would enlarge more job opportunity in the future, add more value, and build more national economy. บทน ำ โลกของการศ กษาได ม การเปล ยนแปลงไปอย างมากในศตวรรษท 21 เคร องม อเพ อแสวงหาความร ม ความส ำค ญมากกว า เน อหาความร ความเจร ญก าวหน าทางเทคโนโลย การส อสารท ำให ผ เร ยนสามารถค นหาความร ได ด วยตนเองจากแหล งต างๆ มากมายและตลอดเวลาท ต องการ ท ำให ห องเร ยนม ความแปลกตาไปจากท เป นอย ภาพของการท น กเร ยนหร อน ส ต น กศ กษาจะ ม คอมพ วเตอร พกพา (Notebook) แท บเล ต (Tablet) ไอแพด (ipad) หร อสมาร ทโฟน (Smart Phone) เป นอ ปกรณ การเร ยน จ งเป นเร องปกต ด งน นหน าท ของคร อาจารย ในการสอนจ งเปล ยนแปลงไปจากการย นหน าช น มาเป นการกระต นและอ ำนวย ความสะดวกในการเร ยน ท ำให ผ เร ยนเก ดการเร ยนร และพ ฒนาศ กยภาพของตนเองให มากท ส ด ด วยกระบวนท ศน ท เปล ยนแปลง ไปจ งท ำให เก ดแนวความค ดต อการจ ดการศ กษาน นเปล ยนแปลงไปด วย บทความน เข ยนข นโดยม งน ำเสนอสาระส ำค ญ 4 ประเด น ค อ ความหมายของ STEM Education ความจ ำเป นและผลการใช STEM Education ในต างประเทศ องค ประกอบของความ ร และท กษะในศตวรรษท 21 และแนวทางการพ ฒนาท กษะในศตวรรษท 21 ของไทยด วย STEM Education ป ท 33 ฉบ บท 2 เมษายน-ม ถ นายน 2556 49 7..indd 49

ความหมาย แนวค ดและล กษณะของ STEM Education STEM Education ค อการสอนแบบบ รณาการข าม กล มสาระว ชา (Interdisciplinary Integration) ระหว าง ศาสตร สาขาต างๆ ได แก ว ทยาศาสตร (Science: S) เทคโนโลย (Technology: T) ว ศวกรรมศาสตร (Engineer: E) และ คณ ตศาสตร (Mathematics: M) โดยน ำจ ดเด นของธรรมชาต ตลอดจนว ธ การสอนของแต ละสาขาว ชามาผสมผสานก นอย าง ลงต ว เพ อให ผ เร ยนน าความร ท กแขนงมาใช ในการแก ป ญหา การค นคว า และการพ ฒนาส งต างๆ ในสถานการณ โลกป จจ บ น ซ งอาศ ยการจ ดการเร ยนร ท คร ผ สอนหลายสาขาร วมม อก น เพราะในการท างานจร งหร อในช ว ตประจ ำว นน นต องใช ความ ร หลายด านในการท างานท งส น ไม ได แยกใช ความร เป นส วนๆ นอกจากน STEM Education ย งเป นการส งเสร มการพ ฒนา ท กษะส าค ญในโลกโลกาภ ว ตน หร อท กษะท จ ำเป นส ำหร บ ศตวรรษท 21 อ กด วย (Dejarnette, 2012; Wayne. 2012; Breiner, Harkness, Johnson, & Koehler, 2012). ท งน STEM Education เป นการจ ดการศ กษาท ม แนวค ด และล กษณะด งน (Dejarnette, 2012; Wayne. 2012; Breiner, et al., 2012; ธว ช ช ตตระการ, 2555; ร กษพล ธนาน วงศ, 2556; อภ ส ทธ ธงไชย และคณะ, 2555) 1. เป นการบ รณาการข ามกล มสาระว ชา (Interdisciplinary Integration) น นค อเป นการบ รณาการ ระหว างศาสตร สาขาต างๆ ได แก ว ทยาศาสตร (S) เทคโนโลย (T) ว ศวกรรมศาสตร (E) และ คณ ตศาสตร (M) ท งน ได น ำจ ด เด นของธรรมชาต ตลอดจนว ธ การสอนของแต ละสาขาว ชามา ผสมผสานก นอย างลงต ว กล าวค อ ว ทยาศาสตร (S) เน นเก ยวก บความเข าใจใน ธรรมชาต โดยน กการศ กษาม กช แนะให อาจารย คร ผ สอนใช ว ธ การสอนว ทยาศาสตร ด วยกระบวนการส บเสาะ (Inquirybased Science Teaching) ก จกรรมการสอนแบบแก ป ญหา (Scientific Problem-based Activities) ซ งเป นก จกรรมท เหมาะก บผ เร ยนระด บประถมศ กษา แต ไม เหมาะก บผ เร ยน ระด บม ธยมศ กษา หร อมหาว ทยาล ย เพราะท ำให ผ เร ยนเบ อ หน ายและไม สนใจ แต การสอนว ทยาศาสตร ใน STEM Education จะท ำให น กเร ยนสนใจ ม ความกระต อร อร น ร ส ก ท าทายและเก ดความม นใจในการเร ยน ส งผลให ผ เร ยนสนใจท จะเร ยนในสาขาว ทยาศาสตร ในระด บช นท ส งข นและประสบ ความส ำเร จในการเร ยน เทคโนโลย (T) เป นว ชาท เก ยวก บกระบวนการ แก ป ญหา ปร บปร ง พ ฒนาส งต างๆ หร อกระบวนการต างๆ เพ อตอบสนองความต องการของคนเรา โดยผ านกระบวนการ ท ำงานทางเทคโนโลย ท เร ยกว า Engineering Design หร อ Design Process ซ งคล ายก บกระบวนการส บเสาะ ด งน น เทคโนโลย จ งม ได หมายถ งคอมพ วเตอร หร อ ICT ตามท คนส วน ใหญ เข าใจ ว ศวกรรมศาสตร (E) เป นว ชาท ว าด วยการค ด สร างสรรค พ ฒนานว ตกรรมต างๆ ให ก บน ส ตน กศ กษาโดยใช ความร ทางว ทยาศาสตร คณ ตศาสตร และเทคโนโลย ซ งคน ส วนใหญ ม กเข าใจว าเป นว ชาท สามารถเร ยนได แต จากการ ศ กษาว จ ยพบว าแม แต เด กอน บาลก สามารถเร ยนได ด เช นก น คณ ตศาสตร (M) เป นว ชาท ม ได หมายถ งการน บ จ ำนวนเท าน น แต เก ยวก บองค ประกอบอ นท ส ำค ญ ประการ แรกค อกระบวนการค ดคณ ตศาสตร (Mathematical Thinking) ซ งได แก การเปร ยบเท ยบ การจ ำแนก/จ ดกล ม การ จ ดแบบร ป และการบอกร ปร างและค ณสมบ ต ประการท สอง ภาษาคณ ตศาสตร เด กจะสามารถถ ายทอดความค ดหร อ ความเข าใจความค ดรวบยอด (Concept) ทางคณ ตศาสตร ได โดยใช ภาษาคณ ตศาสตร ในการส อสาร เช น มากกว า น อยกว า เล กกว า ใหญ กว า ฯลฯ ประการต อมาค อการส งเสร มการค ด คณ ตศาสตร ข นส ง (Higher-Level Math Thinking) จาก ก จกรรมการเล นของเด กหร อการท ำก จกรรมในช ว ตประจ ำว น 2. เป นการบ รณาการท สามารถจ ดสอนได ในท กระด บ ช น ต งแต ช นอน บาล ม ธยมศ กษาตอนปลายโดยพบว าใน ประเทศสหร ฐอเมร กาได ก ำหนดเป นนโยบายทางการศ กษาให แต ละร ฐน ำ STEM Education มาใช ผลจากการศ กษาพบว า คร ผ สอนใช ว ธ การสอนแบบ Project-based Learning, Problem-based Learning, Design-based Learning ท ำให น กเร ยนสามารถสร างสรรค พ ฒนาช นงานได ด และถ าคร ผ สอนสามารถใช STEM Education ในการสอนได เร วเท าใดก จะย งเพ มความสามารถและศ กยภาพผ เร ยนได มากข นเท าน น ซ งในขณะน ในบางร ฐของประเทศสหร ฐอเมร กาม การน ำ STEM Education ไปสอนต งแต ระด บว ยก อนเร ยน (Preschool) ด วย นอกจาก STEM Education จะเป นการบ รณาการ ศาสตร ท ง 4 สาขาด งท กล าวข างต นแล ว ย งเป นการบ รณาการ ด านบร บท (Context Integration) ท เก ยวข องก บช ว ตประจ ำ ว นอ กด วย ซ งจะท ำให การสอนน นม ความหมายต อผ เร ยน ท ำให ผ เร ยนเห นค ณค าของการเร ยนน นๆ และสามารถน ำไป ใช ประโยชน ในช ว ตประจ ำว นได ซ งจะเพ มโอกาสการท ำงาน การเพ มม ลค า และสามารถสร างความแข งแกร งให ก บประเทศ ด านเศรษฐก จได 50 วารสารน กบร หาร Executive Journal 7..indd 50

3. เป นการสอนท ท ำให ผ เร ยนเก ดพ ฒนาการด านต างๆ อย างครบถ วน และสอดคล องก บแนวการพ ฒนาคนให ม ค ณภาพในศตวรรษท 21 เช น ด านป ญญา ผ เร ยนเข าใจในเน อหาว ชา ด านท กษะการค ด ผ เร ยนพ ฒนาท กษะการค ด โดยเฉพาะการค ดข นส ง เช น การค ดว เคราะห การค ด สร างสรรค ฯลฯ ด านค ณล กษณะ ผ เร ยนม ท กษะการท ำงานกล ม ท กษะการส อสารท ม ประส ทธ ภาพ การเป นผ น ำตลอดจนการ น อมร บค ำว พากษ ว จารณ ของผ อ น จากแนวค ดข างต นน กการศ กษาก ย งได ม บ รณาการ ศาสตร อ นประกอบเพ อให การจ ดการศ กษา STEM Education น นครอบคล มและพ ฒนาผ เร ยนได อย างแท จร งแบบรอบด าน เช น การจ ดการศ กษา STEAM Education ท ม การบ รณาการ ศ ลปะ (A) ท ำให ท ำให ผ เร ยนม โอกาสถ ายทอดหร อประย กต ใช แนวค ดส ำค ญ (Concept) ด วยความค ดสร างสรรค และม จ นตนาการย งข น ผ เร ยนย งสามารถส อสารความค ดของตนเอง ในร ปแบบของดนตร และการเคล อนไหว การส อสารด วยภาษา ท าทางหร อการวาดภาพ หร อการสร างโมเดลจ ำลอง ท ำให ช น งานน นๆ ม องค ประกอบด านความส นทร ย และความสวยงาม เพ มข น เก ดเป นช นงานท ม ความสมบ รณ ท งการใช งานและ ความสวยงาม (ยศว ร สายฟ า, 2555) การจ ดการศ กษา STE2AM Education ท เน นเพ มเต มให ผ เร ยนตระหน กเก ยว ค ณธรรม จร ยธรรม (Ethics: E2) ท เป นองค ประกอบส วน ส ำค ญประการหน งท จะท ำให เป นคนด ความจ ำเป นและผลการใช STEM Education ใน ต างประเทศ อาจกล าวได ว า STEM Education ม จ ดเร มต นมาจาก ประเทศสหร ฐอเมร กา ซ งพบว าข ดความสามารถของประเทศ ไม ได เป นอ นด บหน งในหลายๆ ด านด งท เคยเป นมา ในขณะท หลายๆ ประเทศท วโลกม ความก าวหน าไปมาก โดยพบว า ผล การทดสอบ โครงการประเม นผลน กเร ยนนานาชาต (Program for International Student Assessment หร อ PISA) และ ทดสอบด านคณ ตว ทยาศาสตร ระด บสากล (Trends in International Mathematics and Science Study หร อ TIMSS) ของสหร ฐอเมร กาน นต ำกว าหลายประเทศ คะแนน ว ชาว ทยาศาสตร และคณ ตศาสตร ลดลง ซ งแสดงให เห นถ ง ความถดถอยของการจ ดการศ กษาในป ค.ศ. 2006 เม อเท ยบ ก บป ค.ศ. 2003 รวมท งรายงานของ Phi Delta Kappan ท ประเม นว าน กเร ยนอเมร ก นท ำคะแนนได ต ำท ส ดในโจทย แก ป ญหา (Bellanca & Brandt, 2010; Dejarnette, 2012) นอกจากน น น กเร ยน น กศ กษาท สนใจเร ยนทางด าน ว ทยาศาสตร คณ ตศาสตร ลดจ ำนวนลง ประชากรว ยท ำงาน ทางด านว ทยาศาสตร เทคโนโลย และว ศวกรรมเองก ม จ านวน น อยลงเช นก น ในการน ผลการศ กษาระบ ว า ประชากรระด บ ค ณภาพท ส ำเร จการศ กษาระด บปร ญญาเอกด านว ทยาศาสตร และก ำล งท ำงานน นส วนใหญ เป นคนต างชาต มากกว าเป นชาว อเมร ก นเอง น นหมายถ งการขาดแคลนทร พยากรมน ษย ส ง ผลให เก ดป ญหาด านเศรษฐก จตามมา ด งน น นโยบายการ ศ กษาแบบ STEM Education จ งเป นแนวทางท จะช วยแก ป ญหาด งกล าวได โดยคาดหว งว า จะช วยยกระด บผลการ ทดสอบต างๆ เช น PISA ให ส งข น ส งผลให ประชากรม ค ณภาพ และส งผลให สามารถแก ป ญหาของชาต ในด านอ นๆ ได (Rachel, 2008) ซ งในการน ำนโยบายลงส การปฏ บ ต น นพบว าร ฐบาล ได ท มเทงบประมาณด าน STEM Education เป นจ ำนวนมาก ม โรงเร ยนต างๆ ในเก อบ 40 ร ฐ ท ใช STEM Education มา เป นระยะเวลาหน งแล ว (National Research Council of the National Academes, 2011) นอกจากน ย งม การ ประกาศใช แผนการศ กษา Education to Innovate เพ อเร ง กระต นให STEM Education เป นร ปธรรมและประสบผล ส ำเร จ ม การใช กลย ทธ ต างๆ เช น การประกาศแผนการสร าง กล มคร ต นแบบในการสอนว ชาว ทยาศาสตร คณ ตศาสตร เทคโนโลย และว ศวกรรมศาสตร โดยเร ยกว า STEM Master Teaching Corps ซ งน กการศ กษาเหล าน จะเป นผ น ำในการ ศ กษาด าน STEM Education จะเป นผ ท ร เร มจ ดประกาย ความค ดให น กเร ยน และช วยให กล มส งคมของพวกเขาเจร ญ เต บโตมากข น (กระทรวงว ทยาศาสตร และเทคโนโลย, สถาน เอกอ ครราชท ตไทย ประจ ำกร งวอช งต น ด.ซ., 2555) นอกจากประเทศสหร ฐอเมร กาแล ว ในประเทศอ นๆ ต างก ต นต วและให ความสนใจ STEM Education เช นก น เช น ในประเทศจ น อ นเด ย ฯลฯ โดยในป 2558 ประเทศจ นจะผล ต บ ณฑ ตท ส ำเร จการศ กษาระด บปร ญญาตร ท เก ยวก บ ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย หร อ STEM Degree ประมาณ 3.5 ล านคน ซ งไม รวมในระด บปร ญญาโท และปร ญญาเอก โดยจ ำนวนบ ณฑ ตท จ นจะผล ตน นม จ ำนวนเก นคร งของท ท ก ประเทศรวมก นผล ต ซ งแสดงถ งความส ำค ญของสถานการณ STEM Education ในอนาคต ส วนในประเทศไทย ขณะน ภาค ส วนท เก ยวข อง เช น สถาบ นการสอนว ทยาศาสตร และ เทคโนโลย (สสวท.) ก ได ให ความส ำค ญและศ กษาแนวทางเพ อ จะได ใช STEM Education ในการเร ยนการสอนต อไป (เอเอส ท ว ผ จ ดการออนไลน, 2556) ป ท 33 ฉบ บท 2 เมษายน-ม ถ นายน 2556 51 7..indd 51

องค ประกอบของความร และท กษะในศตวรรษท 21 ท กษะท จ ำเป นในศตวรรษท 21 ม จ ดเร มต นมาจาก การประช มร วมก นของน กว ชาการหลากหลายสาขาใน สหร ฐอเมร กามาประช มร วมก น โดยร ฐบาลต องการพ ฒนา ค ณภาพประชากรประเทศเพ อยกระด บข ดความสามารถของ ประเทศก บนานาชาต และต องการให ประชากรน นม ค ณภาพ และศ กยภาพในส งคม สามารถด ำรงช ว ตอย ในโลกท ม การ เปล ยนแปลงต างๆ อย างรวดเร ว ท งน องค ประกอบในด าน ต างๆ ท ควรเก ดข นในผ เร ยนจากการจ ดการศ กษาในศตวรรษ ท 21 (21 st Century Student Outcomes) ได แก ความร ท กษะ ความเช ยวชาญ (The Partnership for 21 st Century Skills, 2009) ด งต อไปน ภาพท 1 A Framework for 21 st Century Skills ท มา: The Partnership for 21 st Century Skills (2009) 1. ความร ในว ชาหล กและเน อหาประเด นท ส ำค ญ ส ำหร บศตวรรษท 21 (Core Subjects and 21 st Century Themes) ได แก ภาษาอ งกฤษ การอ าน ศ ลปะในการใช ภาษา ภาษาต างประเทศ คณ ตศาสตร เศรษฐศาสตร ว ทยาศาสตร ศ ลปะ ภ ม ศาสตร ประว ต ศาสตร หน าท พลเม อง และการ ปกครอง ซ งควรครอบคล มเน อหาในสาขาใหม ๆ ท ม ความ ส ำค ญต อการท ำงานและช มชน แต สถาบ นการศ กษาไม ได ให ความส ำค ญ ได แก จ ตส ำน กต อโลก ความร พ นฐานด านการ เง น เศรษฐก จ ธ รก จ และการเป นผ ประกอบการ ความร พ น ฐานด านพลเม อง และความตระหน กในส ขภาพและสว สด ภาพ 2. ท กษะการเร ยนร และนว ตกรรม (Learning and Innovation Skills) ได แก ความค ดสร างสรรค และนว ตกรรม (Creativity and Innovation) ซ งครอบคล มไปถ ง การค ดแบบสร างสรรค การท ำงานอย าสร างสรรค ร วมก บผ อ น และการน ำความค ด น นไปใช อย างสร างสรรค การค ดเช งว พากษ และการแก ป ญหา (Critical Thinking and Problem Solving) หมายความรวมถ งการ ค ดอย างม เหต ผล การค ดเช งระบบ การค ดต ดส นใจและการ ค ดแก ป ญหา การส อสารและการร วมม อ (Communication and Collaboration) ซ งเน นการส อสารโดยใช ส อร ปแบบ ต างๆ ท ม ประส ทธ ภาพ ช ดเจน และการท ำงานร วมก บผ อ น อย างม ประส ทธ ภาพ 3. ท กษะด านสารสนเทศ ส อ และเทคโนโลย (Information, Media and Technology Skills) ซ งใน ศตวรรษท 21 น น บได ว าม ความเจร ญก าวหน าทางเทคโนโลย มาก ด งน นผ เร ยนจ งควรม ท กษะด งต อไปน ค อ การร เท าท นสารสนเทศ (Information Literacy) การร เท าท นส อ (Media Literacy) การร เท าท นเทคโนโลย สารสนเทศ (ICT (Information, Communications & Technology) Literacy) 4. ท กษะช ว ตและการท างาน (Life and Career Skills) ในการด ำรงช ว ตและในการท ำงานน นไม เพ ยงต องการ คนท ม ความร ความสามารถในเน อหาความร หร อท กษะการ ค ดเท าน น หากแต ย งต องการผ ท สามารถท ำงานในบร บทท ม ความซ บซ อนมากข นอ กด วย ท กษะท จ ำเป น ได แก ความย ดหย นและความสามารถในการปร บต ว (Flexibility and Adaptability) ความค ดร เร มและการช น าตนเอง (Initiative and Self Direction) ท กษะทางส งคมและการเร ยนร ข ามว ฒนธรรม (Social and Cross-cultural Skills) การเพ มผลผล ตและความร ร บผ ด (Productivity and Accountability) ความเป นผ น าและความร บผ ดชอบ (Leadership and Responsibility) 52 วารสารน กบร หาร Executive Journal 7..indd 52

แนวทางพ ฒนาท กษะในศตวรรษท 21 ของไทยด วย STEM Education แนวค ดในการจ ดการศ กษาของไทยในป จจ บ นเปล ยน แปลงหลายๆ ด าน ท งเช งค ณภาพและปร มาณ กล าวค อ ม การ เน นค ณภาพ ความสามารถของผ สอน ลดปร มาณ ความซ ำ ซ อนของเน อหา ม การน ำผลการศ กษาทางว ทยาศาสต ด าน สมองและจ ตว ทยา การเร ยนร ของมน ษย มาปร บเปล ยนว ธ การจ ดการศ กษาท กระด บท งในการจ ดการศ กษาข นพ นฐาน และอ ดมศ กษา ม การศ กษาว จ ยและน ำผลการว จ ยมาปร บ เปล ยนการจ ดการศ กษาให ม ค ณภาพมากข น ม การจ ดการ ประช มเช งว ชาการจากท กภาคส วนท เก ยวข องเพ อกระต นให น กการศ กษาได เห นความส ำค ญและน ำไปใช เพ อข บเคล อน นโยบายทางการจ ดการศ กษาท ม งเน นให ผ เร ยนม ท กษะท จ ำเป นในศตวรรษท 21 ในส วนของผ ปฏ บ ต การ เช น คร อาจารย ก ม การปร บเปล ยนว ธ การจ ดการเร ยนการสอน ให ความส ำค ญและให ผ เร ยนม บทบาทมากข น ม ใช ว ธ การจ ดการ เร ยนการสอนร ปแบบต างๆ มาใช เพ อพ ฒนาท กษะท จ ำเป นใน ศตวรรษท 21 โดยเฉพาะอย างย ง ท กษะการค ด เช น การ จ ดการสอนแบบบ รณาการ การสอนโดยใช ใครงงาน การสอน โดยใช ว จ ยเป นฐาน ฯลฯ จากการปร บเปล ยนกระบวนท ศน ใน การจ ดการศ กษาของไทยด งต วอย างท กล าวข างต นน ย อม แสดงให เห นถ งความพร อมของไทยในการน ำ STEM Education มาส กระบวนการจ ดการศ กษา การน ำแนวค ดต างๆ มาปร บเปล ยนแนวทางในการ จ ดการศ กษาเด มน น จ ำเป นอย างย งท น กการศ กษา ผ ท เก ยวข อง คร อาจารย และผ บร หารจะต องว เคราะห และ ท ำความเข าใจอย างถ องแท เพ อท จะน ำไปใช ได อย างถ กต อง การน ำ STEM Education มาใช ในประเทศไทยก เช นเด ยวก น เพ อป องก นม ให เก ดความเข าใจคลาดเคล อน ซ งจะส งผลให เก ด ผลกระทบในการจ ดการศ กษาในอนาคต หร อส งผลให การใช STEM Education ไม บรรล เป าหมาย โดยม กม ผ เข าใจว า การ สอนด วย STEM Education เป นการสอนเฉพาะว ชา ว ทยาศาสตร ก บคณ ตศาสตร เท าน น เน องด วยการจ ดการเร ยน ร ในหล กส ตรท วไปจะเน นท สองว ชาน เป นหล ก นอกจากน น ย งม ผ เข าใจว า STEM Education หมายถ งการค ดค นหร อ พ ฒนาแนวทางการจ ดการเร ยนร แบบใหม เพ อส งเสร มการ เร ยนร ในแต ละสาขาว ชา หร อบางคนก เข าใจว าเป นการสอนท เน นความร ด านว ทยาศาสตร และคณ ตศาสตร เป นแกน และน ำ ความร ด านเทคโนโลย และว ศวกรรมมาเพ มเต มให สมบ รณ ข น (อภ ส ทธ ธงไชย และคณะ, 2555) ด งน น เพ อให การน ำ STEM Education มาใช ในประเทศไทยให บรรล เป าหมาย และจ ด ประสงค ตามหล กการท กล าวไว ในข างต นอย างม ประส ทธ ภาพ การท ำความเข าใจท ถ กต อง การศ กษาถ ง ข อด ผลการศ กษา ว จ ย องค ประกอบหร อป จจ ยต างๆ ท เก ยวข อง รวมท งการเต ร ยมพร อมก บการใช STEM Education ในประเด นต อไปน จ งเป นส งท ท กฝ ายควรพ จารณา (Rachel, 2008; Bybee, 2009; The Wheelock College Aspire Institute, 2010; Bybee, 2011; Rapporteur, 2011; Carr, Bennetti, & Strobe, 2011; ยศว ร สายฟ า, 2555) 1. หล กส ตร/บทเร ยน STEM Education โดยท การ สอนของ STEM Education เป นการสอนแบบบ รณาการ และ เป นนโยบายหล กของการจ ดการศ กษาในประเทศ สหร ฐอเมร กาด งกล าวแล วข างต น หล กส ตร มาตรฐาน และ ต วช ว ดของท ง 4 ว ชา กล าวค อ ว ทยาศาสตร เทคโนโลย ว ศวกรรมศาสตร และคณ ตศาสตร จ งเป นก ญแจส ำค ญท จะ ท ำให การจ ดการศ กษาด วย STEM Education ในระด บการ ศ กษาข นพ นฐานประสบความส ำเร จ ส งผลให น กเร ยนม ความ ร พ นฐานเพ อเข าศ กษาต อในะด บอ ดมศ กษาได ท งน แต ละร ฐ ได ม หล กส ตร เน อหา บทเร ยนต างๆ ของ STEM Education เพ อให คร ผ สอนท กระด บสามารถค นหาและเข าถ งในส อและ แหล งเร ยนร ได เป นอย างด ส งผลให คร สามารถน ำหล กส ตร ส อ บทเร ยนน นไปใช ได อย างสะดวก โดยม การศ กษา ว จ ยและน ำ ผลท ได การศ กษาว จ ยน นมาเป นแนวค ดในการแก ไขปร บปร ง ต อไป ส ำหร บประเทศไทยเม อพ จารณาด านความพร อมของ หล กส ตรท ง 4 กล มว ชา ของหล กส ตรแกนกลางการศ กษาข น พ นฐาน พ ทธศ กราช 2551 จะเห นได ว า ประเทศไทยม เพ ยง หล กส ตรว ทยาศาสตร (S) เทคโนโลย (T) และคณ ตศาสตร (M) เท าน น แต ไม พบว าม หล กส ตรว ศวกรรมศาสตร ปรากฏอย าง ช ดเจนในระด บการศ กษาข นพ นฐาน จะม ก เป นเพ ยงล กษณะ การสอดแทรกอย ในว ชาเทคโนโลย และว ทยาศาสตร เท าน น ด งน น การสร างความช ดเจน ต อเน องและสอดคล องของแต ละ หล กส ตรว ชาจ งม ความส ำค ญ เพราะจะเป นแนวทางให คร ผ สอนน ำไปจ ดการเร ยนการสอนได นอกจากความพร อมด าน หล กส ตรท ง 4 ว ชาแล ว ความพร อมด านส อ บทเร ยน กระบวนการว ดและประเม นผลท ช ดเจน ก ม ความส ำค ญท ำให ประเทศไทยสามารถใช STEM Education ได 2. การพ ฒนาคร ประจ ำการ (Professional Development) ผ ท ม บทบาทและเป นป จจ ยหน งให STEM Education ประสบความส ำเร จ ค อ อาจารย ผ สอน ด งจะเห น ได จากประสบการณ ความส ำเร จของโรงเร ยนต างๆ ใน สหร ฐอเมร กาท ม การเตร ยมการของหน วยงานในการอบรม เพ อให ความร คร ในการเตร ยมการสอน ในส วนของ ป ท 33 ฉบ บท 2 เมษายน-ม ถ นายน 2556 53 7..indd 53

ประเทศไทยน น สถาบ นส งเสร มการสอนว ทยาศาสตร และ เทคโนโลย ซ งร บผ ดชอบเก ยวก บหล กส ตร การเร ยนการสอน ว ทยาศาสตร คณ ตศาสตร และเทคโนโลย น นก ได ม การ เตร ยมการศ กษาและวางแผนการใน STEM Education แล ว ม การอบรม เพ อให ความร แก บ คลากรในสถาบ น การจ ด ประช มหร อการร วมประช มว ชาการนานาชาต การเช ญผ ทรง ค ณว ฒ มาให ความร การศ กษาและวางแผนการว จ ย เพ อให STEM Education น นเป นร ปธรรม ท งน แผนการพ ฒนาคร ประจ ำการท ด ช ดเจน จะม ส วนช วยให ผ บร หารสถานศ กษา และคร ผ สอน เข าใจและสามารถน ำไปสอนได อย างม ประส ทธ ภาพ นอกจากน แล ว อาจารย ผ ทรงค ณว ฒ ในระด บ อ ดมศ กษาก ควรม บทบาทในการพ ฒนาคร ประจ ำการด วย ได แก การใช ระบบพ เล ยง (Mentoring System) เพ อช วยให คร ผ สอนในช มชนของตนม ความร และความเข าใจท ถ กต อง กระต นให คร สร างบรรยากาศการเร ยนร ท ปลอดภ ย เป นม ตร แนะน ำให คร สร างกระบวนการเร ยนร ท เก ดข นโดยผ เร ยนเป น ผ ลงม อกระท ำ ให ความช วยเหล อคร ในเร องของการวางแผน จ ดการหล กส ตร ตลอดจนให ก ำล งใจเพ อให คร ม ความม นใจ และม เจตคต ท ด ต อ STEM Education 3. การเตร ยมพร อมในการผล ตบ ณฑ ตเพ อเป นผ สอน STEM Education การศ กษาศาสตร ระบบการเตร ยมน ส ต น กศ กษาคร เพ อสอนใน STEM Education ม ความส ำค ญมาก เช นเด ยวก บการสอนในว ชาอ นๆ โดยจากการว จ ยพบว า ป จจ ย หน งท ท ำให เก ดความล มเหลวในการสอนว ทยาศาสตร ระด บ ประถมศ กษา ค อ คร ฝ กห ดม กขาดความม นใจในการสอน เพราะคร ฝ กสอนเหล าน นขาดประสบการณ หร อความร ทาง ด านว ทยาศาสตร ท ำให น กเร ยนได ร บประสบการณ ทาง ว ทยาศาสตร น อย เน นแต ความร ด านกฏหร อทฤษฎ ทาง ว ทยาศาสตร ด งน น การเตร ยมหล กส ตร และเน อหาการสอน STEM Education ส ำหร บน ส ต น กศ กษา ตลอดจนว ธ การ สอนท สอดคล องก บธรรมชาต ของท ง 4 ว ชา เช น เน นการ ส ำรวจตรวจสอบและปฏ บ ต ทางว ทยาศาสตร รวมท งความร ความเข าใจท ถ กต องเก ยวก บการจ ดการศ กษาในศตวรรษท 21 จะช วยให คร ฝ กสอนเหล าน นม ความม นใจมากข น นอกจากน สถาบ นอ ดมศ กษาท ผล ตคร ควรสร างระบบการผล ตคร ท ช ดเจนเพ อให เก ดประโยชน ต อผ มาเร ยนและระบบการศ กษา เช น ควรวางแผนการผล ตคร เพ อให ได คร ในสาขาท ส งคม ต องการ เป นการป องก นการผล ตคร ท เก นอ ตรา การพ จารณา อ ตราก ำล งของอาจารย ผ สอนต อจ ำนวนน กศ กษาเพ อให การ สอนม ค ณภาพ การสร างร ปแบบการน เทศก การเป นผ ช แนะ และพ เล ยง (Coaching and Mentoring) ให ก บคร ฝ กสอน เพ อให ม ความร และความม นใจในการปฏ บ ต สอน 4. การเตร ยมพร อมของสถานศ กษา ผ บร หารสถาน ศ กษา เป นป จจ ยหล กของความส ำเร จของการเปล ยนแปลง ต างๆ ในสถานศ กษา STEM Education ต องการผ บร หารม อ อาช พ กล าวค อ สามารถบร หารจ ดการอย างม ย ทธศาสตร เป น น กว ชาการ ม งพ ฒนากระบวนการเร ยนการสอนเป นหล ก เป ด โอกาสให ท กฝ ายเข ามาม ส วนร วมในการค ดและบร หาร สามารถสร างส มพ นธภาพท ด ระหว างครอบคร ว ช มชนและ สถานศ กษา ให ความส ำค ญการเปล ยนแปลงเพ อการพ ฒนา เป นผ น ำท ไม หย ดน ง พร อมท จะพ ฒนาว ชาช พของตนเองให ก าวท นการเปล ยนแปลงเสมอ และพร อมท จะประสานและ ท ำงานร วมก นก บท กฝ าย สน บสน นการจ ดการเร ยนการสอน ตลอดจนเป ดโอกาสให บ คคลภายนอกจากภาคส วนต างๆ เข า มาม บทบาท 5. การศ กษาว จ ยเพ อสน บสน น พ ฒนา STEM Education ป จจ บ นน กการศ กษาได ศ กษา ว จ ย และให ข อค ด เห นหลากหลายเก ยวก บ STEM Education ในต างประเทศ เช น การเร มสอน STEM Education ในระด บปฐมว ย เพ อ ตอบสนองต อการพ ฒนาทางสต ป ญญาโดยพาะอย างย งท ำให เด กเล กๆ พ ฒนาท กษะทางป ญญาด านว ศวกรรมศาสตร ได การใช ส อเทคโนโลย เช น ipad และ Tablet เพ อพ ฒนาการ สอน STEM Education ซ งพบว าเด กในระด บปฐมว ยสามารถ พ ฒนาได เป นอย างด (Aronin & Floyd, 2013) ท งน รายงาน ช ให เห นว า ความส ำเร จของ STEM Education นอกจากจะ เก ดจาก ความสอดคล องต อเน องของหล กส ตร ค ณภาพของ คร ผ สอน การม ระบบว ด ประเม นผลท ช ดเจน และเวลาท ใช ในการสอนแล ว ป จจ ยท จะผล กด นอ กประการหน ง ค อ การ ศ กษาว จ ยโดยร ฐ และผ ก ำหนดนโยบายทางการศ กษา ควร สน บสน นการท ำงานว จ ยเพ มข น (National Research Council of the National Academes, 2011) ซ งในส วน ของประเทศไทยน น การสน บสน นให SEM Education ประสบความส ำเร จ ควรมาจากหลายภาคส วนท งภาคร ฐและ เอกชน การร วมม อระหว างช มชน และสถาบ นอ ดมศ กษา เพ อ การว จ ย พ ฒนาหล กส ตร STEM Education ในบร บทของ ไทย การพ ฒนาคร ผ สอน การบร หารจ ดการสถานศ กษา ฯลฯ 54 วารสารน กบร หาร Executive Journal 7..indd 54

บทสร ป ส งคมโลกในขณะน ม การพ ฒนาเปล ยนแปลงอย าง รวดเร วโดยเฉพาะเทคโนโลย การส อสารซ งม ส วนช วยให เก ด การเปล ยนถ ายทอดข อม ลใหม ๆ หม นเว ยนอย ตลอดเวลาอย าง ไม ม ท ส นส ด ก อให เก ดปรากฏการณ ท เร ยกว า การไหลบ าของ ข าวสารข อม ล ว ทยาการด านว ทยาศาสตร และเทคโนโลย ม ส วนช วยให เศรษฐก จและส งคมเจร ญก าวหน า เก ดการค าท แข งข นก นท วโลก ด งน น จ งกล าวได ว า การเตร ยมผ เร ยนในว น น ให ม ท กษะท จ ำเป นในศตวรรษท 21 น น ม จ ดม งหมายเพ อ ให เยาวชนเหล าน นสามารถด ำรงช ว ตในส งคมโลกท ม การ เปล ยนแปลงได สามารถและพร อมท จะเผช ญหน าก บสภาพ ส งคม เศรษฐก จและเทคโนโลย ในอนาคต การต นต วและ เตร ยมพร อมต อการเปล ยนแปลงท เก ดข น การสร าง มหาอ ำนาจทางการศ กษาเพ อให ได ประชากรท ม ค ณภาพ จ ง เป นกลย ทธ ของการพ ฒนาชาต แนวทางหน ง ส ำหร บ ประเทศไทยการจ ดการศ กษาแบบบ รณาการท เน นให ความ ส ำค ญก บว ชาว ทยาศาสตร เทคโนโลย ว ศวกรรมศาสตร และ คณ ตศาสตร อย างเท าเท ยมก น หร อ STEM Education จ ง เป นร ปแบบการจ ดการศ กษาท ตอบสนองต อการเตร ยมคนไทย ร นใหม ในศตวรรษท 21 เพราะธรรมชาต ของท ง 4 ว ชาน ท ส ง เสร มให ผ เร ยนม ความร และความสามารถท จะด ำรงช ว ตได ด และม ค ณภาพในโลกของศตวรรษท 21 ท ม การเปล ยนแปลง อย างรวดเร ว ม ความเป นโลกาภ ว ตน ท ต งอย บนฐานความร และเต มไปด วยความก าวหน าทางเทคโนโลย อ กท งย งเป นว ชา ท ม ความส ำค ญก บการเพ มข ดความสามารถในการแข งข นทาง เศรษฐก จ การพ ฒนาค ณภาพช ว ตและความม งค งของประเทศ ได นอกจากน STEM Education ย งเป นการจ ดการศ กษาท สามารถพ ฒนาให ผ เร ยนน าความร ท กแขนงท งด านความร ท กษะการค ด และท กษะอ นๆ มาใช ในการแก ป ญหา การ ค นคว า สร าง และพ ฒนาค ดค นส งต างๆ ในโลกป จจ บ น การ เน นความเข าใจอย างล กซ ง การม ส วนร วมของผ เร ยนก บข อม ล เคร องม อทางเทคโนโลย การสร างความย ดหย นในเน อหาว ชา ความท าทาย ความสร างสรรค ความแปลกใหม และการแก ป ญหาอย างม ความหมายของบทเร ยนใน STEM Education จ งเหมาะท จะท ำให เยาวชนไทยร นใหม เก ดการเร ยนร และอย ในโลกแห งอนาคตได อย างแท จร ง บรรณาน กรม กระทรวงว ทยาศาสตร และเทคโนโลย, สถานเอกอ คร- ราชท ตไทย ประจ ำกร งวอช งต น ด.ซ. (2556). โอบามา ประกาศแผนการใหม ในการสร างกล ม ต นแบบ การสอน STEM (STEM Master Teaching Corps). ส บค นเม อ 2 ม นาคม 2556, จาก http://www.ostc. thaiembdc.org/test2012/stnews_sept12_5 ธว ช ช ตตระการ. (2555). การพ ฒนากระบวนการเร ยนร ว ทยาศาสตร เทคโนโลย และนว ตกรรมผ านโปรแกรม STEM. ส บค นเม อ 1 ม นาคม 2556, จาก www. deansci.com/th/downloads/stem.pdf ยศว ร สายฟ า. (2555). การเสร มสร าง ว ทย เทคโนโลย ศ ลปะ และคณ ตศาสตร ด วย STEAM Model. ส บค นเม อ 1 ม นาคม 2556, จาก http://www. educathai.com/workshop_download_handout_ download.php?id=60&page=4 ร กษพล ธนาน วงศ. (2556). รายงานสร ปการประช มเช ง ปฏ บ ต การ STEM Education. ส บค นเม อ 1 ม นาคม 2556, จาก http://www.slideshare.net/ focusphysics/stem-workshop-summary อภ ส ทธ ธงไชย และคณะ. (2555). สร ปการบรรยายพ เศษ เร อง Science, Technology, Engineering, and Mathematics Education: Preparing students for the 21 st Century. ส บค นเม อ 1 ม นาคม 2556, จาก http://designtechnology.ipst.ac.th/ uploads/stemeducation.pdf เอเอสท ว ผ จ ดการออนไลน. (2556). โละสอนแบบท องจ ำ ผ ด สะเต มศ กษา เร ยนว ทย -เทคโนฯปฏ บ ต เน นๆ. ส บค นเม อ 1 ม นาคม 2556, จาก http://www. manager.co.th/qol/viewnews.aspx?news ID=9560000005681 ป ท 33 ฉบ บท 2 เมษายน-ม ถ นายน 2556 55 7..indd 55

Aronin, S., & Floyd, K. K. (2013). Using an ipad in inclusive preschool classroom to introduce STEM concepts. Teaching Exceptional Children, 45(4), 34-39. Bellanca, J., & Brandt, R. (2010). 21 st Century skills rethinking how students learn. Bloomington, Solution Tree Press. Breiner, J. M., Carla, C. J., Harkness, S. S., & Koehler, C. M.. (2012). What is STEM? A discussion about conceptions of STEM in education and Shelly Sheats Harkness Partnerships. School Science and Mathematics, 112(1), 3-11. Bybee, R. W. (2009). K-12 engineering education standards: opportunities and barriers. Retrieved March 1, 2013, from http://www. nae.edu/file.aspx?id=15165 Bybee, R. W. (2011). Scientific and engineering practices in K 12 classrooms understanding: A framework for K 12 science education. Retrieved March 1, 2013, from http://www. nsta.org/about/standardsupdate/resources/ 201112_Framework-Bybee.pdf Carr, R. L., Bennetti V, L. D., & Strobe, J. O. (2012). Engineering in the K-12 STEM standards of the 50 U.S. States: An analysis of presence and extent. Retrieved March 1, 2013, from http://www.nysstemeducation.org/stem_ Docs/2012K-12STEM_in_USA.pdf Dejarnette. (2012). America s children: providing early exposure to STEM (science, technology, engineering and math) initiatives. Education, 133(1), 77 84. National Research Council of the National Academes. (2011). Successful K-12 STEM education: identifying effective approaches in science, technology, engineering, and mathematics. Washington D.C.: The National Academic Press. Rachel, B. J. (2008). Science, technology, engineering, and math. Retrieved March 5, 2013, from http://www.learning.com/press/ pdf/science-technology-engineering- Mathematics-STEM-Report.pdf Rapporteur, A. B. (2011). Successful STEM education: A workshop summary. Washington D.C.: The National Academic Press. The Partnership for 21 st Century Skills. (2011). Framework for 21 st century learning. Retrieved March 1, 2013, from http://www.p21.org/ storage/documents/1. p21_framework_2- pager.pdf The Wheelock College Aspire Institute. (2010). Strengthening STEM education in the early years: A plan for increasing the number of skilled pre K-6 STEM educators in the greater Boston Region. Retrieved April 1, 2013, from http://www.wheelock.edu/documents/news/ Foundation%20for%20the%20Future%20 Report. pdf Wayne, C. (2012). What is S.T.E.M. and why do I need to know? Retrieved February 2, 2013, from http://issuu.com/carleygroup/docs/ stem12online/1 56 วารสารน กบร หาร Executive Journal 7..indd 56