รายงานสร ปส าหร บผ บร หาร โครงการเพ มประส ทธ ภาพการขนส งน าม นเช อเพล งของประเทศ บทสร ปผ บร หารฉบ บน เป นรายงานท สร ปประเด นส าค ญจากรายงานฉบ บสมบ รณ ของการศ กษา โครงการเพ มประส ทธ ภาพการขนส งน าม นเช อเพล งของประเทศท กรมธ รก จพล งงาน กระทรวงพล งงาน ได มอบหมายให สถาบ นป โตรเล ยมแห งประเทศไทย ท าการศ กษาเพ อก าหนดแนวทางการเพ มประส ทธ ภาพการ ขนส งน าม นเช อเพล งของประเทศไทย การจ ดท าบทสร ปผ บร หารฉบ บน เพ อความสะดวกของผ บร หาร กระทรวงพล งงานและหน วยงานท เก ยวข อง จ กได ร บทราบถ งผลของการศ กษาและพ จารณาน าข อเสนอแนะ ไปส การปฎ บ ต ได รวดเร วย งข น 1. บทน าโครงการศ กษา น าม นเช อเพล งเป นพล งงานประเภทหน งท ม บทบาทส าค ญในการพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมประเทศ อ ก ท งย งเป นพล งงานหล กในภาคการขนส ง โดยท ประเทศไทยม ความต องการใช น าม นเพ มข นและราคาน าม นม แนวโน มส งข นอย างต อเน อง ประเทศไทยซ งเป นประเทศท ต องน าเข าน าม นจากต างประเทศเป นส วนใหญ ต อง ใช จ ายเง นในการซ อน าม นจากต างประเทศเพ มข นท กป ด งน นจ งม ความจ าเป นเร งด วนในการหามาตรการและ แนวทางลดการใช น าม น กระทรวงพล งงานได ก าหนดนโยบายในด านการใช พล งงานของประเทศด วยการส งเสร มและสน บสน น การเพ มประส ทธ ภาพและลดการใช พล งงาน โดยเฉพาะน าม นท ต องน าเข าจากต างประเทศเป นส วนใหญ โดย มอบหมายให กรมธ รก จพล งงานก าหนดแนวทางการเพ มประส ทธ ภาพหร อการลดการใช น าม นในระบบการ ขนส งน าม นเช อเพล งท วประเทศ กรมธ รก จพล งงานจ งม ความจ าเป นเร งด วนท จะต องด าเน นโครงการศ กษา เพ อปร บปร งระบบการขนส ง น าม นเช อเพล งท วประเทศให ม ประส ทธ ภาพเพ มข น โดยให สอดคล องก บโครงการต างๆ ท ภาคร ฐด าเน นการอย ท งในป จจ บ นและแผนงานในอนาคต อาท แผนย ทธศาสตร การพ ฒนาระบบลอจ สต กส ของประเทศไทย (พ.ศ. 2550-2554) โครงการจ ดท าแผนแม บทโครงสร างพ นฐานการขนส งและการส ารองน าม นเช อเพล ง และ โครงการจ ดต งศ นย กลางการจ ายน าม นเช อเพล งในเขตกร งเทพมหานคร เป นต น ว ตถ ประสงค และขอบเขตของโครงการ ว ตถ ประสงค ส าค ญของโครงการเพ อจ ดท าแผนงานการปร บปร งระบบขนส งน าม นของประเทศให ม ประส ทธ ภาพส งส ด เพ อสร างความม นใจให แก ประชาชนในด านความปลอดภ ย และตอบสนองความต องการ ในการใช น าม นของประชาชนได อย างเพ ยงพอ 1
ขอบเขตของการศ กษาโครงการเพ มประส ทธ ภาพการขนส งน าม นเช อเพล งของประเทศไทยน ครอบคล ม รายละเอ ยดของการส ารวจและรวบรวมข อม ลพ นฐานต างๆ ท เก ยวข อง เช น ข อม ลโรงกล นและคล งน าม นท ว ประเทศ ข อม ลประชากรและสภาพช มชนบร เวณโดยรอบโรงกล นและคล งน าม น ระบบการร บและจ ายน าม น ของโรงกล นและคล งน าม น ข อม ลการแลกเปล ยนน าม นระหว างกล มผ ค าน าม น โดยพ จารณาท งข อจ าก ด ป ญหา เง อนไขต างๆ ท เป นอ ปสรรค ข อม ลการน าเข าและส งออกน าม นท งหมดของประเทศ การศ กษาและว เคราะห ครอบคล มความต องการใช น าม นเช อเพล งหล ก 4 ชน ด ได แก น าม นเบนซ น น าม นด เซล น าม นเคร องบ น (รวมน าม นก าด) และน าม นเตา ในแต ละพ นท ท วประเทศ และประมาณการความ ต องการน าม นเช อเพล งด งกล าวถ งป พ.ศ. 2565 รวมท งศ กษาว เคราะห การเพ มประส ทธ ภาพระบบการขนส งทาง ท อ ทางราง ทางรถยนต และทางเร อ ให ม ประส ทธ ภาพส งส ด ตลอดจนการก าหนดแนวทาง มาตรการ ร ปแบบ การขนส ง การออกแบบระบบขนส งน าม น ระบบการร บ-จ ายน าม น พร อมท งศ กษาผลกระทบส งแวดล อม เบ องต น (IEE) ผลกระทบด านการเง น (FIRR) ด านเศรษฐศาสตร (EIRR) และด านอ นๆ เพ อให การศ กษา ส าเร จตามเป าหมายของโครงการ แนวค ดและว ธ การด าเน นงาน แนวความค ดในการศ กษาคร งน ม งหว งให ม การพ ฒนาการบร หารจ ดการระบบขนส งน าม นเช อเพล ง ของประเทศ ให เป นไปอย างม ประส ทธ ภาพ เก ดประโยชน ส งส ด และสามารถตอบสนองความต องการจากท ก ภาคส วนต างๆ ท เก ยวข องได โดยอย บนพ นฐานของ ความสมด ลและการม ส วนของท กท กภาคส วนท เก ยวข อง สอดคล องก บย ทธศาสตร การพ ฒนาประเทศ รวมท งม ความเป นไปได ในทางปฏ บ ต และย งย น โดยค าน งถ ง ป จจ ยหล ก 3 ด าน ค อ ป จจ ยด านเศรษฐก จ ป จจ ยด านพล งงาน และป จจ ยด านส งคม 2. ภาพรวมธ รก จน าม นเช อเพล งของประเทศไทย ห วงโซ อ ปทานน าม นเช อเพล งส าหร บโครงการศ กษาน เร มต งแต การจ ดหาน าม นเช อเพล ง ท งท ได จาก การกล นน าม นด บของโรงกล นภายในประเทศ และการน าเข าจากต างประเทศ รวมท งการขนส งน าม นเช อเพล ง ชน ดต างๆ ไปย งคล งน าม นหล กด วยการขนส งหลายร ปแบบด วยก น ได แก ทางเร อ ทางท อ ทางรถไฟ และทาง รถบรรท ก ส าหร บเอทานอลและไบโอด เซลซ งใช ผสมก บน าม นเบนซ นและน าม นด เซลตามนโยบายของ ร ฐบาลน น จะถ กส งมาจากโรงงานผล ตโดยรถบรรท ก เพ อน ามาผสมก บน าม นเบนซ นพ นฐานและด เซลหม นเร ว ท โรงกล นหร อคล งน าม นเพ อจ ดส งไปย งสถาน บร การและผ ใช ต อไป ความต องการใช และการผล ตน าม นเช อเพล งภายในประเทศ ประเทศไทยม ความต องการใช พล งงานเพ มข นท กป โดยม อ ตราการเจร ญเต บโตเป นไปในท ศทาง เด ยวก นก บอ ตราการเจร ญทางเศรษฐก จของประเทศ การใช พล งงานแยกตามสาขาเศรษฐก จส วนใหญ ใช ใน ภาคขนส ง และภาคอ ตสาหกรรม รองลงมาได แก การใช ในภาคท อย อาศ ยและธ รก จ และภาคเกษตร ตามล าด บ 2
ในทศวรรษท ผ านมา ส ดส วนการใช พล งงานข นส ดท ายของประเทศไทยได เปล ยนแปลงไป โดยส ดส วน การใช ก าซธรรมชาต ถ านห นและล กไนต และไฟฟ าได เพ มข น ในขณะท ส ดส วนการใช น าม นเช อเพล งลดลง อย างไรก ตาม สถ ต การใช น าม นส าเร จร ปในป 2551 ย งคงม ส ดส วนส งท ส ดอย ท ร อยละ 47 ของการใช พล งงาน ข นส ดท ายท งหมด ซ งม ปร มาณโดยรวมเท าก บ 66.3 ล านต นเท ยบเท าน าม นด บ ร ปท 1 ความต องการและการจ ดหาพล งงานของประเทศไทย อ ตราการเต บโต 1981-1990, 1991-2000, 2001-2010, 2011-2020, 9% 7% 7% 5% ความต องการตามสาขาเศรษฐก จ ท อย อาศ ย และธ รก จ 24% ขนส ง 37% อ ตสาหกรรม 36% เกษตร 3% พล งงานหม นเว ยน พล งน า ถ านห น ก าซ น าม น ป 1981 1990 2000 2010 2020 น าม น 205 385 690 1,190 2,040 ก าซ 30 100 380 880 1,300 ถ านห น 20 75 180 330 740 พล งน า 0 10 35 20 45 พล งงานหม นเว ยน 105 185 160 320 340 รวม 360 755 1445 2740 4465 ท มา: ส าน กงานนโยบายและแผนพล งงาน ความต องการใช น าม นเช อเพล งในช วง 10 ป ท ผ านมา ม ส ดส วนการใช น าม นเตาลดลงมาก จากร อยละ 22 ของปร มาณการใช น าม นเช อเพล งท งหมดในป 2540 มาอย ท ร อยละ 8 ในป 2551 โดยเป นผลมาจากการส งเสร ม น าก าซธรรมชาต มาใช แทนน าม นเตาในการผล ตกระแสไฟฟ าและภาคอ ตสาหกรรม อย างไรก ตามส ดส วนการ ใช น าม นเช อเพล งส าหร บยานยนต ย งไม เปล ยนแปลงมาก เน องจากการใช พล งงานอ นทดแทนน าม นเบนซ นและ ด เซลในภาคการขนส งย งไม ส งผลเด นช ด 3
อย างไรก ด ในช วง 3 ป ท ผ านมา ราคาน าม นได ปร บต วส งข นมาก ร ฐบาลจ งม นโยบายส งเสร มการใช แก ส โซฮอล ไบโอด เซล และก าซธรรมชาต (ก าซเอ นจ ว )ในรถยนต รวมถ งการใช ก าซแอลพ จ เป นเช อเพล งส าหร บ รถยนต เพ มส งข นมาก ท าให ส ดส วนการใช เช อเพล งส าหร บยานยนต เปล ยนแปลงมากข น หากพ จารณาความต องการใช น าม นเช อเพล งรายภ ม ภาค พบว า ปร มาณการจ าหน ายเช อเพล งในเขต กร งเทพฯ และปร มณฑลม ส ดส วนส งส ดของประเทศ ค อ ร อยละ 42 รองลงมาค อ ภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อร อย ละ 13 ภาคใต และภาคตะว นออกเป นร อยละ 11 ร ปท 2 ส ดส วนปร มาณการจ าหน ายเช อเพล งแยกตามภ ม ภาคในป 2551 9% 13% 5% 9% 42% 11% 11% การผล ตน าม นเช อเพล งในประเทศ โรงกล นน าม นเช งพาณ ชย ในประเทศไทย ม ท งส น 7 โรง ค อ โรงกล นน าม นบางจาก โรงกล นน าม นเอส โซ โรงกล นน าม นไทยออยล โรงกล นน าม นระยอง โรงกล นน าม นสตาร ป โตรเล ยม โรงกล นน าม นไออาร พ ซ และโรงกล นระยองเพ ยวร ฟายเออร ซ งม ก าล งการผล ตโดยรวมในป 2551 ประมาณ 1,092 พ นบาร เรลต อว น ซ ง ก าล งการผล ตของโรงกล นน าม นในป จจ บ นเพ ยงพอก บความต องการใช น าม นเช อเพล งในประเทศอ กท งย งม ความสามารถในการขยายก าล งการผล ตเพ มเต มหากได ร บใบอน ญาตจากทางการ ด งน นระบบขนส งน าม น เช อเพล งของประเทศส วนใหญ จะเป นการขนส งจากโรงกล นภายในประเทศไปส ผ ใช ในภ ม ภาคต างๆ 4
การผล ตเอทานอล โรงงานผล ตเอทานอลในประเทศไทยท ด าเน นการผล ตแล วในป จจ บ นย งเป นโรงงานขนาดเล ก ก าล งการ ผล ตไม มากน ก ค อ 25,000-200,000 ล ตรต อว น ต งกระจายท วไปใกล แหล งว ตถ ด บในภาคกลาง ภาคตะว นตก และภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ แต หากพ จารณารวมถ งโรงงานผล ตเอทานอลเพ อใช เป นเช อเพล งท อย ระหว างการ ก อสร าง จะม ก าล งการผล ต 25,000-500,000 ล ตรต อว น นอกจากน โรงงานเอทานอลท อย ระหว างการก อสร างน ม การกระจายต วของโรงงานไปย งภาคตะว นออกมากข น การผล ตไบโอด เซล โรงงานผล ตไบโอด เซลท เป นผ ผล ตไบโอด เซล (บ 100) ท ได ร บความเห นชอบการจ าหน ายหร อม ไว เพ อ จ าหน ายจากกรมธ รก จพล งงาน ม จ านวน 14 แห ง (ข อม ล ณ เด อนกรกฎาคม 2552) ซ งม ก าล งการผล ตรวม 5.66 ล านล ตรต อว น โดยโรงงานต งกระจายไปตามภ ม ภาคต างๆ เช น ภาคเหน อ ภาคกลาง ภาคตะว นออก ภาค ตะว นตก และภาคใต ซ งม ก าล งการผล ตต งแต 50,000 1,200,000 ล ตรต อว น 3. นโยบาย แผนพ ฒนา และกฎระเบ ยบท เก ยวข องก บการขนส งน าม นเช อเพล ง นโยบายและย ทธศาสตร ด านพล งงาน ตลอดจนกฎระเบ ยบต างๆ ท เก ยวข องก บการก าหนดแนวทางการ เพ มประส ทธ ภาพการขนส งน าม นเช อเพล งของประเทศท ส าค ญม รายละเอ ยดโดยสร ปด งน นโยบายด านพล งงานของร ฐบาลป จจ บ น (โดยนายอภ ส ทธ เวชชาช วะ นายกร ฐมนตร ) ประกอบด วย 1) พ ฒนาพล งงานให ประเทศไทยสามารถพ งตนเองได โดยจ ดหาพล งงานให เพ ยงพอ ม เสถ ยรภาพ 2) ให นโยบายด านพล งงานทดแทนเป นวาระแห งชาต สน บสน นการผล ตและการใช พล งงานทดแทน จากเช อเพล งช วภาพและช วมวล และสน บสน นการผล ตและการใช พล งงานหม นเว ยนระด บช มชน 3) ก าก บด แลราคาพล งงานให อย ในระด บท เหมาะสม ม เสถ ยรภาพ และเป นธรรมต อประชาชน รวมท ง สะท อนต นท นท แท จร งมากท ส ด 4) ส งเสร มการอน ร กษ และประหย ดพล งงาน ท งในภาคคร วเร อน อ ตสาหกรรม บร การ และขนส ง และ สน บสน นการใช พล งงานอย างม ประส ทธ ภาพ 5) ส งเสร มการจ ดหาและการใช พล งงานท ให ความส าค ญต อส งแวดล อม ภายใต กระบวนการม ส วนร วม ของประชาชน เพ อลดผลกระทบต อส งแวดล อมและช มชนและลดปร มาณก าซเร อนกระจก ย ทธศาสตร ในการส งเสร มการอน ร กษ และประหย ดพล งงาน จากนโยบายท 4) ส งเสร มการอน ร กษ และประหย ดพล งงาน ท งในภาคคร วเร อน อ ตสาหกรรม บร การ และขนส ง และสน บสน นการใช พล งงานอย างม ประส ทธ ภาพ กระทรวงพล งงานได ก าหนดกลย ทธ ของนโยบาย ซ งรวมถ งการเพ มผลประหย ดพล งงานจากภาคอ ตสาหกรรมและภาคขนส งเป นหล ก ด งน น การปร บปร งระบบ 5
การร บ-จ ายน าม น และการเพ มประส ทธ ภาพการขนส งน าม นเช อเพล งของประเทศ จะช วยลดการใช พล งงาน และเพ มประส ทธ ภาพการใช พล งงานโดยรวมของประเทศได นโยบายด านพล งงานทดแทนและการส งเสร มเอทานอลและไบโอด เซลเป นเช อเพล ง จากการท ร ฐบาลได ก าหนดให นโยบายด านพล งงานทดแทนเป นวาระแห งชาต กระทรวงพล งงานได ก าหนดย ทธศาสตร การพ ฒนาพล งงานทดแทนอย างย งย นเป นย ทธศาสตร หน ง และจ ดท าแผนพ ฒนาพล งงาน ทดแทน พ.ศ. 2551-2565 ข น โดยก าหนดเป าหมายในการเพ มส ดส วนของการใช พล งงานทดแทนให เป นร อยละ 20 ของการใช พล งงานข นส ดท ายของประเทศ ในป 2565 การผล กด นการผล ตและการใช เช อเพล งช วภาพ (Biofuel) ได แก เอทานอลและไบโอด เซล ให เป นวาระ แห งชาต เป นเป าหมายหน งภายใต แผนการเพ มส ดส วนการใช พล งงานหม นเว ยนด งกล าว กระทรวงพล งงานโดย กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน (พพ.) จ งได จ ดท าแผนพ ฒนาแก สโซฮอล พ.ศ. 2551-2565 และ แผนพ ฒนาไบโอด เซล พ.ศ. 2551-2565 ข น โดยก าหนดเป าหมายให ม การใช เอทานอลว นละ 2.96 ล านล ตร เพ อ ทดแทน MTBE ในน าม นเบนซ น 95 และทดแทนเน อน าม นในน าม นเบนซ น 91 ภายในป 2554 และเพ มการใช เอทานอลเป นว นละ 9 ล านล ตร ในป 2565 ส วนการใช ไบโอด เซล ได ก าหนดเป าหมายให ม การใช ไบโอด เซลว น ละ 3 ล านล ตร เพ อทดแทนเน อน าม นในน าม นด เซล ภายในป 2554 และเพ มการใช ไบโอด เซลเป นว นละ 4.5 ล านล ตร ในป 2565 ซ งท ปร กษาได สร ปสาระส าค ญไว ในรายงานฉบ บสมบ รณ ร ปท 3 แผนพ ฒนาพล งงานทดแทน พ.ศ. 2551-2565 6
แผนและนโยบายการพ ฒนาภาคและเม องในประเทศไทย แผนและนโยบายการพ ฒนาเม องในประเทศไทยประกอบด วยแผนพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมแห งชาต ซ งได ม การถ ายทอดเป นย ทธศาสตร การพ ฒนาภาค ผ งภาคและผ งอน ภาค และผ งเม องรวม ซ งได สร ปและ รวบรวมสาระส าค ญไว ในรายงานฉบ บสมบ รณ อย างไรก ตาม แนวนโยบายการพ ฒนาเช งพ นท ตามท ได ปรากฏในแผนพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมแห งชาต อย างส บเน องมาโดยตลอดน น ได แสดงให เห นถ งพ ฒนาการจากแนวนโยบายท ม งเน นการพ ฒนานครหลวง จน ปร บเปล ยนเป นแนวนโยบายในการกระจายความเจร ญไปย งภ ม ภาคต างๆ โดยการพ ฒนาศ นย กลางความเจร ญ (Growth Pole) ซ งประกอบด วยเม องหล กและเม องรองท เช อมโยงก นอย างเป นระบบ รวมท งการขยายขอบเขต การพ ฒนาจากนครหลวงไปส กร งเทพมหานครและปร มณฑล และเช อมโยงก บการพ ฒนาพ นท ชายฝ งทะเล ตะว นออก ซ งได ขยายออกเป นภาคมหานคร จนกระท งในท ายท ส ดจ งได ม การก าหนดแนวทางการเช อมโยง ระหว างประเทศต างๆ ในอน ทว ป โดยม การพ ฒนาโครงข ายการเช อมโยงทางเศรษฐก จในแนวตะว นออก- ตะว นตก (East-West Economic Corridor) และโครงข ายการเช อมโยงทางเศรษฐก จในแนวเหน อ-ใต (North- South Economic Corridor) ท พาดผ านเม องศ นย กลางความเจร ญตลอดจนเม องชายแดนในภาคต างๆ ของ ประเทศไทย ซ ง แนวนโยบายเก ยวข องก บโครงการเพ มประส ทธ ภาพการขนส งน าม นของประเทศค อนข างมาก ร ปท 4 โครงข ายการเช อมโยงในแนวตะว นออก-ตะว นตก และแนวเหน อ-ใต 7
4. ระบบการขนส งน าม นเช อเพล งของประเทศไทย การขนส งน าม นเช อเพล งเป นการน าน าม นจากแหล งการผล ตหร อจ ดหาไปส งให ก บผ ใช น าม น ซ งการ พ จารณาเล อกใช ร ปแบบการขนส งจะข นก บ ท ต งของโรงกล นและคล งน าม น ระบบการร บและจ ายน าม น ระบบ การขนส ง และข อจ าก ดในการขนส ง โดยร ปแบบการขนส งท ผ ประกอบการแต ละรายเล อกใช ม ผลโดยตรงต อ ค าใช จ ายและประส ทธ ภาพการใช พล งงานในการขนส งน าม น การขนส งน าม นเช อเพล งของประเทศไทยในป จจ บ น การขนส งน าม นเช อเพล งจากโรงกล นน าม นไปย งผ ใช แบ งได เป น 2 ส วนหล กๆ ค อ o การขนส งปฐมภ ม (Primary Distribution) เป นการขนส งน าม นจากโรงกล นน าม นหร อคล งน าม น ขนาดใหญ ท ร บน าม นน าเข าจากต างประเทศไปย งคล งน าม นย อยในแต ละภ ม ภาค ซ งร ปแบบการ ขนส งปฐมภ ม ท ใช ในป จจ บ น ได แก ทางเร อ ท อ รถไฟและรถ o การขนส งท ต ยภ ม (Secondary Distribution) เป นการขนส งน าม นจากคล งน าม นไปย งผ ใช น าม น เช น สถาน บร การ โรงงานอ ตสาหกรรม และสนามบ น โดยการขนส งท ต ยภ ม จะใช การขนส งทาง รถบรรท กเป นหล ก เน องจากเป นร ปแบบการขนส งท สามารถเข าถ งกล มล กค าสถาน บร การน าม น หร อโรงงานอ ตสาหกรรมได สะดวก ยกเว นการขนส งน าม นเช อเพล งเคร องบ นไอพ น (Jet Fuel) ไป ย งสนามบ นดอนเม องและส วรรณภ ม ซ งท าการขนส งผ านระบบท อ และการขนส งน าม นให ล กค า โรงงานอ ตสาหกรรมท ม ท าเลท ต งต ดก บชายฝ งโดยทางเร อ การขนส งเอทานอล การขนส งเอทานอลเพ อน ามาใช เป นเช อเพล งในประเทศไทยเร มต นข นเม อเร มม การใช แก สโซฮอล ในช วงปลายป 2546 เอทานอลท ผล ตได จากโรงงานเอทานอลน นจะต องถ กแปลงสภาพ (Denatured) ด วยน าม น เบนซ นปร มาณร อยละ 0.5 ก อนท จะส งออกจากโรงงานโดยการขนส งทางรถบรรท กไปย งโรงกล นและคล ง น าม นในจ งหว ดต างๆ ท ม การผสมแก สโซฮอล ส าหร บโรงกล นน าม นจะต องผล ตน าม นเบนซ นพ นฐานเพ อผสม ก บเอทานอล และขนส งน าม นเบนซ นพ นฐานไปย งคล งน าม น โดยทางเร อ รถไฟ ท อ หร อรถบรรท ก ส วนแก ส โซฮอล ท ผสมแล วจะถ กขนส งจากคล งน าม นไปย งสถาน บร การ หร อไปย งคล งน าม นย อยโดยทางรถบรรท ก รถไฟหร อเร อต อไป การขนส งไบโอด เซล (B100) การขนส งไบโอด เซล (B100) เพ อน ามาใช เป นเช อเพล งทดแทนในประเทศไทย เร มข นในช วงปลายป 2547 เม อร ฐบาลส งเสร มการใช น าม นด เซล B2 และ B5 โดยไบโอด เซล (B100) จะถ กขนส งทางรถบรรท กไปย ง โรงกล นและคล งน าม นในจ งหว ดต างๆ ท ม การผสมน าม นด เซล B2 และ B5 ส าหร บโรงกล นน าม นจะต องผล ต น าม นด เซลพ นฐานเพ อผสมก บไบโอด เซล (B100) และขนส งน าม นด เซลพ นฐานไปย งคล งน าม น โดยทางเร อ 8
รถไฟ ท อ หร อรถบรรท ก ส วนน าม นด เซล B2 และ B5 ท ผสมแล วจะถ กขนส งทางรถบรรท กจากคล งน าม นไป ย งสถาน บร การ หร อไปย งคล งน าม นย อยโดยทางรถบรรท ก เร อและรถไฟต อไป 5. ผลการศ กษาแนวทางการเพ มประส ทธ ภาพการขนส งน าม นเช อเพล ง จากการศ กษาและว เคราะห แนวทางการเพ มประส ทธ ภาพการขนส งน าม นของประเทศ โดยการพ จารณา ป จจ ยท เก ยวข องต างๆ แบบองค รวม ประกอบด วย การศ กษาเช งปร มาณทางคณ ตศาสตร โดยใช แบบจ าลองโลจ สต กส และการศ กษาเช งค ณภาพโดยการระดมความค ดเห นจากผ เช ยวชาญ ตลอดจนการร บฟ งความค ดเห น จากหน วยงานราชการและผ ประกอบการท เก ยวข อง ในการเสนอแนะแนวทางการปร บปร งระบบการขนส ง น าม นเช อเพล งท เหมาะสมส าหร บประเทศไทยในอนาคต โดยพ จารณาความเหมาะสมท งในด านเทคน ค เศรษฐศาสตร ความปลอดภ ย ส งคมและส งแวดล อม เห นว า โครงข ายและร ปแบบการขนส งน าม นเช อเพล งท ม ประส ทธ ภาพและเหมาะสมของประเทศ ค อ การส งเสร มให ม การรวมศ นย การจ ดส งน าม นในแต ละภ ม ภาค โดยเฉพาะอย างย งน าม นเช อเพล งท ใช ส าหร บการขนส ง ซ งย งคงม ความต องการมากท วประเทศ การส งเสร ม การรวมศ นย การจ ดส งน าม นในแต ละภ ม ภาค ประกอบด วย การก าหนดคล งหล กในแต ละภ ม ภาคหร อปร บปร ง คล งเด มท ม ศ กยภาพให เป นคล งร วม และยกเล กการใช คล งเด มในเขตช มชนเม องท ไม จ าเป น รวมท งการสร าง เคร อข ายคล งใหม ซ งจากผลจากการศ กษาพบว า การสร างคล งน าม นหล กใหม ในภาคเหน อและภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อรวมท งการต อขยายแนวท อส งน าม นจากสระบ ร ไปย งศ นย การจ ดส งน าม นใหม ท ง 2 ภ ม ภาค จะท าให ระบบการขนส งน าม นของประเทศไทยม ประส ทธ ภาพเพ มข นและปลอดภ ยข น ด งน นระบบ การขนส งน าม นเช อเพล งในอนาคต ควรม ล กษณะด งน 1) การขนส งจากโรงกล นน าม นส คล งน าม นหล ก o ขนส งจากโรงกล นในภาคตะว นออกไปย งคล งกร งเทพฯ ช นใน (ช องนนทร, พระโขนง) โดย ทางเร อ o ขนส งจากโรงกล นในภาคตะว นออกไปย งคล งล าล กกาและคล งสระบ ร โดยทางท อ Thappline และขนส งจากโรงกล นในกร งเทพฯ ไปย งคล งบางปะอ นโดยทางท อ FPT o ขนส งจากโรงกล นในภาคตะว นออกไปย งคล งในภาคตะว นตก (สม ทรสาคร, สม ทรสงคราม) และคล งในภาคใต (ส ราษฎร ธาน, สงขลา) โดยทางเร อ 2) การขนส งจากคล งน าม นหล กส คล งน าม นภ ม ภาค ขนส งจากคล งสระบ ร ไปย งคล งศ นย กลางการจ ายน าม นในภาคเหน อและภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ โดยทางท อ 3) การขนส งจากคล งน าม นส สถาน บร การและโรงงาน ขนส งจากคล งน าม นหล กและคล งน าม นย อยในแต ละภ ม ภาคไปย งสถาน บร การและโรงงานต างๆ โดยทางรถบรรท ก หร อโดยทางเร อในกรณ ท โรงงานต งอย บร เวณร มน า 9
ร ปท 5 ระบบการขนส งน าม นเช อเพล งของไทยในอนาคต 10
แผนการด าเน นงานการเพ มประส ทธ ภาพการขนส งน าม นเช อเพล งโดยรวม แผนการด าเน นการเพ มประส ทธ ภาพการขนส งน าม นเช อเพล งแบ งตามระยะเวลาในการด าเน นการ สร ป ได ด งน 1) แผนการด าเน นการเพ มประส ทธ ภาพการขนส งน าม นเช อเพล งในระยะส น ประมาณ 1-3 ป (ป 2553-2555) o จ ดต ง คณะกรรมการส งเสร มและต ดตามการเพ มประส ทธ ภาพการขนส งน าม นเช อเพล ง เพ อ ก าหนดแนวทางการส งเสร มรวมท งการแก ไขป ญหาและอ ปสรรคของระบบการขนส งน าม น เช อเพล งตลอดจนประสานความร วมม อระหว างภาคร ฐและภาคเอกชนในการน านโยบายและ แผนงานไปส การปฏ บ ต อย างเป นร ปธรรม o ส งเสร มให เก ดการแลกเปล ยนน าม นระหว างผ ค ามากข น เพ อเพ มประส ทธ ภาพของระบบการ ขนส งน าม นโดยรวม - ลดความหลากหลายของผล ตภ ณฑ น าม น โดยก าหนดให ม น าม นเบนซ นพ นฐาน (Common Base Fuel) เพ ยงชน ดเด ยว ส าหร บกล มน าม นแก สโซฮอล (E10, E20, E85) เพ อให สามารถแลกเปล ยนน าม นพ นฐานและส วนผสมได สะดวกข น และช วยลด ค าใช จ ายในการขนส งและการบร หารผล ตภ ณฑ ของผ ค าน าม น ซ งในอนาคตร ฐควร ส งเสร มให ม การผสมน าม นแก สโซฮอล ได ท สถาน บร การน าม น เพ อช วยลดค าใช จ ายใน การขนส งน าม นและท าให ผ บร โภคม ความสะดวกมากข น - ลดข อจ าก ดด านกฎและระเบ ยบปฏ บ ต ในเร องภาษ ม ลค าเพ ม (VAT) เช น การอน ญาตให ผ ค าน าม นสามารถซ อ-ขายน าม นท ท าการแลกเปล ยนก นในราคาเด ยวก น ควรลดปร มาณ เอกสารรายงานภาษ ม ลค าเพ ม เพ อให เก ดความคล องต วในการแลกเปล ยนน าม นมากย งข น o ก าหนดบทบาทการใช คล งกร งเทพฯ ช นในอย างเหมาะสม เพ อตอบสนองความต องการใช และ สร างความม นใจด านความปลอดภ ยและส งแวดล อมให ก บประชาชน - ส งเสร มให โรงกล นในกร งเทพฯ จ ดส งน าม นผ านทางท อให คล งกร งเทพฯ ช นใน เพ อจ าย น าม นให ก บพ นท บร การในเขตกร งเทพฯ ช นใน หากปร มาณน าม น (Supply) จากโรงกล น ในกร งเทพฯ ไม เพ ยงพอ ก ให คล งกร งเทพฯ ช นในร บน าม นทางเร อจากโรงกล นในภาค ตะว นออกได - ลดบทบาทการใช ประโยชน คล งกร งเทพฯ ช นในโดยก าหนดให เก บปร มาณน าม นส ารอง ส าหร บจ ายท เหมาะสมให สอดคล องก บความต องการใช น าม นในเขตให บร การ เพ อลด ความเส ยงด านอ คค ภ ยและอ บ ต เหต น าม นร วไหล 11
o ส งเสร มการใช คล งน าม นร วมก น โดยพ จารณาจากคล งน าม นท ม ศ กยภาพในป จจ บ น เช น คล ง อย ธยา คล งสระบ ร คล งส ราษฎร ธาน คล งสงขลา เป นต น เพ อลดค าใช จ ายในการขนส ง และ ลดความเส ยงด านความปลอดภ ยและส งแวดล อมต อช มชน o ส งเสร มการขนส งน าม นผ านระบบท อป จจ บ น ทดแทนการขนส งในร ปแบบอ นๆ โดยใช แนวทาง/มาตรการด งต อไปน - ลดข อจ าก ดด านการจราจร โดยการผ อนผ นการก าหนดพ นท ห ามรถบรรท กน าม นว ง (Ban Zone) บร เวณรอยต อของกร งเทพฯ ก บปร มณฑล เพ อให คล งปลายท อสามารถจ ายน าม น ให ก บเขตปร มณฑลซ งไม ม การจ าก ดช วงเวลาการว งของรถบรรท กน าม นได เช น ถนนล า ล กกาต ดก บถนนพหลโยธ น บร เวณแยกอน สรณ สถานแห งชาต ดอนเม อง เพ อให รถบรรท กน าม นจากคล งล าล กกาสามารถเล ยวกล บเพ อไปย งถนนพหลโยธ นได - ลดข อจ าก ดในด านการจ ดการน าม นปนเป อนในระบบท อส ง (Interface) โดยอน ญาตให ขายเป นน าม นค ณภาพต าลงได เพ อลดต นท นการด าเน นงานของบร ษ ทท อส ง - ก าหนดให คล งปลายทางท อและระบบท อเป นเขตปลอดภาษ สรรพสาม ต เพ อลดภาระด าน ดอกเบ ยของภาษ สรรพสาม ต โดยไม ค ดภาษ เม อร บน าม นจากโรงกล นผ านระบบท อส ง แต ให ค ดภาษ คร งเด ยวเม อม การจ ายน าม นจากคล งปลายท อ 2) แผนการด าเน นการเพ มประส ทธ ภาพการขนส งน าม นเช อเพล งในระยะยาว 4 ป ข นไป (ป 2556+) o ส งเสร มการขนส งน าม นผ านระบบท อ โดยต อขยายแนวท อส งน าม นจากสระบ ร ไปย งภาคเหน อ และภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อของประเทศ เพ อให การขนส งทางท อทดแทนการขนส งใน ร ปแบบอ นๆ ซ งจะช วยเพ มประส ทธ ภาพของระบบท อส งน าม น ลดการใช พล งงานของ ประเทศ ตอบสนองต อการขยายต วของความต องการใช น าม นในประเทศ และรองร บการ ส งออกน าม นไปย งประเทศเพ อนบ านในอนาคต ท งน ภาคร ฐควรสน บสน นการลงท นโครงการส วนต อขยายของท อส งน าม นเน องจาก ระบบท อส งน าม นจะช วยเพ มประส ทธ ภาพของการขนส งน าม นของประเทศ และย งม ประโยชน ต อประเทศชาต อย างมากในด านการประหย ดพล งงาน ช วยลดความเส ยงด านความ ปลอดภ ยและผลกระทบด านส งแวดล อม รวมท งการสร างความม นคงทางด านการจ ดหา พล งงานในระยะยาวได โดยร ฐอาจสน บสน นเง นก ระยะยาวดอกเบ ยต า หร อร ฐร วมลงท นแล ว จ าหน ายห นให ก บสาธารณะชนในภายหล ง หร อร ฐใช งบประมาณสน บสน นโดยพ จารณาเป น โครงสร างพ นฐานโดยม เง อนไขให ผ ประกอบการค ดค าบร การในอ ตราท ต า o ส งเสร มการใช คล งศ นย จ ายน าม นร วม โดยก าหนดให คล งปลายท อเป นศ นย กลางการจ ายน าม น หล กให ก บความต องการในภาคเหน อและภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ เพ อให เก ดการประหย ด จากการเก บผล ตภ ณฑ และส วนผสมร วมก น และลดภาระการลงท นในด านความปลอดภ ยและ 12
ส งแวดล อมในอนาคตของคล งน าม น เน องจากลดการใช คล งน าม นย อยในภ ม ภาคท ต งอย ใน เขตเม องซ งม ช มชนอาศ ยอย หนาแน นลงได o ส งเสร มการใช ประโยชน ส งส ดจากท อส งท งสองระบบ เพ อเอ อประโยชน จากการแลกเปล ยน น าม นระหว างโรงกล นในกร งเทพฯ และโรงกล นในภาคตะว นออก - ศ กษาความเป นไปได ในการเช อมต อระบบท อส งน าม นท บร เวณเช ยงรากน อย เพ อให คล ง บางปะอ นสามารถร บน าม นจากโรงกล นมาบตาพ ดและศร ราชาได ท งน เพ อส งเสร มการ แลกเปล ยนน าม น เพ มประส ทธ ภาพของระบบการขนส งน าม นทางท อ และเพ มความ ม นคงในการจ ดหาพล งงานของประเทศในระยะยาว - ภาคร ฐควรพ จารณาเพ มบทบาทการบร หารจ ดการระบบท อส งน าม นเพ อลดป ญหาและ ช วยให ร ฐด าเน นนโยบายในการสน บสน นการขนส งน าม นทางท อได อย างคล องต วและม ประส ทธ ภาพมากย งข น เช น สน บสน นการควบรวมก จการของบร ษ ทท อส งท ง 2 ราย แนวทางการลงท นโครงการส วนต อขยายท อส งน าม น ข นตอนท ภาคร ฐควรจะด าเน นการม ด งต อไปน 1) ร ฐด าเน นการว เคราะห ผลตอบแทนทางการเง นและทางเศรษฐก จโดยละเอ ยด เพ อให ทราบถ งต ว เลขท แท จร งของโครงการ อาท ผลตอบแทนทางการเง น ผลตอบแทนทางเศรษฐก จและส งคม ท งน เม อส นส ดกระบวนการน ร ฐจะสามารถต ดส นใจว าควรจะเด นหน าเพ อลงท นหร อไม และมากน อย เพ ยงใด 2) ร ฐพ จารณาร ปแบบทางเล อกท เป นไปได โดยพ จารณาข อด /ข อเส ย และเง อนไขต างๆ 3) ร ฐควรศ กษาประเด นท เก ยวข องก บระเบ ยบและข อกฎหมายต างๆ โดยเฉพาะกฎหมายท เก ยวก บการ ลงท นในร ปแบบท ได เล อกหร อก าหนดไว และหากพบว าทางเล อกร ปแบบการลงท นท เล อกไว ไม สามารถท าได ในทางปฏ บ ต หร ออาจก อให เก ดอ ปสรรคท ท าให โครงการไม เป นไปตามท วางแผนไว ก สามารถพ จารณาเล อกทางเล อกร ปแบบการลงท นอ นๆ ต อไปได โดยย อนกล บไปในข นตอนท 2) 4) เม อพ จารณาประเด นข อกฎหมายแล วเสร จ ก จะเข าส กระบวนการจ ดเตร ยมเอกสารเพ อน าเสนอผ พ จารณาโครงการในล าด บช นต างๆ เช น การเสนอต อคณะร ฐมนตร เพ อให ความเห นชอบรวมถ ง พ จารณาแหล งเง นงบประมาณท จ าเป นต องใช และการน าเสนออ นๆ จากน นเม อโครงการได ร บการ เห นชอบแล วก จะน าไปส กระบวนการด าเน นงานโครงการต อไป 5) ข นตอนส ดท ายค อ ข นตอนการด าเน นโครงการ ซ งว ธ ท เหมาะสมและรวดเร วท ส ด ค อ การ มอบหมายให ผ ประกอบการขนส งทางท อป จจ บ นเป นผ ด าเน นโครงการในรายละเอ ยด เช น การ ออกแบบ การจ ดซ อจ ดจ าง การก อสร าง การด าเน นงานและการบ าร งร กษา โดยท ภาคร ฐม ส วนร วม 13
สร ปผลการศ กษา ในการต ดส นใจและควบค มด แลการด าเน นโครงการอย างใกล ช ด หร ออาจท าการจ ดจ างผ ท ม ความ เช ยวชาญมาเป นผ ควบค มโครงการแทนภาคร ฐต อไป การศ กษาโครงการเพ มประส ทธ ภาพการขนส งน าม นเช อเพล งของประเทศ โดยม ว ตถ ประสงค เพ อ ปร บปร งระบบขนส งน าม นเช อเพล งท วประเทศท กระบบให ม ประส ทธ ภาพส งส ด เพ อสร างความม นใจในด าน ความปลอดภ ย และตอบสนองต อความต องการใช น าม นเช อเพล งของประชาชนได อย างเพ ยงพอ และให สอดคล องก บแผนย ทธศาสตร การพ ฒนาระบบลอจ สต กส ของประเทศไทย (พ.ศ. 2550-2554) โดยพ จารณาถ งผล การศ กษาของโครงการอ นๆ ท เก ยวข อง ได แก โครงการจ ดต งศ นย กลางการจ ายน าม นเช อเพล งในเขต กร งเทพมหานคร และโครงการจ ดท าแผนแม บทโครงสร างพ นฐานการขนส งและการส ารองน าม นเช อเพล ง เพ อ เป นการสานต อให โครงการเหล าน เก ดผลอย างเป นร ปธรรมน น ได ผลสร ปด งน o การขนส งน าม นเช อเพล งป จจ บ นม ประส ทธ ภาพและความปลอดภ ยด พอสมควร การขนส งน าม นเช อเพล งของประเทศไทยได ร บการพ ฒนาอย างต อเน องโดยผ ประกอบการได ท าการ ปร บปร งระบบและร ปแบบขนส งน าม นอย เสมอเพ อตอบสนองความต องการใช น าม นของผ บร โภค อ กท งช มชน ท อาศ ยอย โดยรอบก ม ความพ งพอใจต อการด แลด านความปลอดภ ยของโรงกล นและคล งน าม น แต ด วยภาวะ ทางธ รก จท ม ผลตอบแทนต าในช วงท ผ านมา ท าให การลงท นเพ อปร บปร งโครงสร างพ นฐานการขนส งน าม นท ต องใช เง นลงท นส งท าได ค อนข างช า ผ ประกอบการส วนใหญ จ งย งคงต องใช ร ปแบบการขนส งท ม ประส ทธ ภาพต าและใช พล งงานในการขนส งส ง ซ งอาจก อให เก ดป ญหาด านส งคมและส งแวดล อมในอนาคตได โครงข ายและร ปแบบการขนส งน าม นเช อเพล งท สามารถเพ มประส ทธ ภาพของระบบขนส งโดยรวม ม ความม นคงในการจ ดหาและการทดแทนกรณ ฉ กเฉ นได ด อ กท ง เป นทางเล อกท ม ความปลอดภ ยและม ผลกระทบต อส งแวดล อมในระด บมาตรฐานท ส งคมและช มชนให การยอมร บ โดยม ข อเสนอระบบการขนส ง ของแต ละภ ม ภาคด งน - ภาคกลาง สามารถใช รถบรรท กมาร บน าม นจากคล งปลายท อ (คล งล าล กกาและคล งบางปะ อ น) - ภาคใต การขนส งทางเร อจะม ความเหมาะสม อย างไรก ตาม หากม โครงการพ ฒนาพ นท ชายฝ งทะเลภาคใต (Southern Seaboard) คงต องท าการศ กษาเพ อหาแนวทางการขนส งน าม น เช อเพล งท ม ประส ทธ ภาพและเหมาะสมก บพ นท ต อไป - ภาคตะว นตก ใช การขนส งทางเร อจะม ความเหมาะสมท ส ด โดยขนส งทางเร อจากโรงกล น มาย งคล งสม ทรสาครและสม ทรสงคราม - ภาคตะว นออก ใช การขนส งทางรถบรรท กน าม น เน องจากม ระยะทางไม ไกลจากโรงกล น 14
- ภาคเหน อและภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ ใช การขนส งทางท อและม คล งปลายท อเป นคล งศ นย จ ายภ ม ภาค o การเพ มประส ทธ ภาพการขนส งน าม นสามารถเร งร ดด าเน นการได การขนส งน าม นของประเทศไทยย งสามารถเพ มประส ทธ ภาพให ด ย งข นได โดยการสน บสน นให ม ศ นย กลางการจ ายน าม นภ ม ภาคและใช คล งน าม นร วมก นตามศ กยภาพ รวมท งส งเสร มการขนส งน าม นทางท อ ไปย งภาคเหน อและตะว นออกเฉ ยงเหน อ ซ งจะช วยให ระบบการขนส งน าม นเช อเพล งของประเทศม ประส ทธ ภาพย งข น นอกจากน การม ศ นย กลางการจ ายน าม นภ ม ภาคจะช วยลดจ านวนคล งน าม นให ม ความ เหมาะสม โดยเฉพาะคล งน าม นในภาคเหน อและภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อท ส วนใหญ ต งอย ในเขตการขยายต ว ของเม องและม ช มชนอาศ ยอย ค อนข างหนาแน น ซ งจะช วยลดความเส ยงด านความปลอดภ ยและผลกระทบ ส งแวดล อมของการม คล งน าม นต งอย ในเขตเม องได ซ งสอดคล องก บผลการศ กษาโครงการจ ดต งศ นย กลางการ จ ายน าม นเช อเพล งในเขตกร งเทพมหานครท เห นว าการใช งานคล งน าม นในกร งเทพฯ ช นในม แนวโน มลดลง เน องมาจากแนวโน มของป จจ ยภายนอกและข อจ าก ดในด านต างๆ ของคล งในอนาคต เช น ต นท นการด าเน นงาน เพ มข น การขยายต วของเม อง เป นต น o การเร งร ดการปร บปร งการขนส งน าม นเช อเพล งต องได ร บการสน บสน นจากภาคร ฐและความ ร วมม อจากภาคเอกชน การปร บปร งระบบการขนส งน าม นเช อเพล งด งกล าว จะช วยลดค าใช จ ายและประหย ดพล งงานใน การขนส งน าม นได มาก อ กท งย งช วยให ระบบการขนส งน าม นเช อเพล งของประเทศม ความปลอดภ ย และลด ผลกระทบทางด านส งคมและส งแวดล อม พร อมท งตอบสนองความต องการใช น าม นในอนาคตได อย างไรก ตาม แนวทางการเพ มประส ทธ ภาพโดยการต อขยายระบบท อส งน าม นไม ได ม ความค มค าในเช งเศรษฐศาสตร มากเพ ยงพอท จะจ งใจให ภาคเอกชนลงท นโครงการ ด งน นจ งจ าเป นต องได ร บการสน บสน นจากภาคร ฐ ซ งการ ผล กด นเพ อให เก ดการด าเน นการอย างเป นร ปธรรมได น น ม ป จจ ยหล กท ส าค ญ 2 ประการค อ การส งเสร มและ สน บสน นจากภาคร ฐและความร วมม อจากภาคเอกชน การจ ดต งคณะกรรมการส งเสร มและต ดตามการเพ มประส ทธ ภาพการขนส งน าม นเช อเพล งซ งเป น คณะกรรมการร วมระหว างระหว างภาคร ฐและเอกชนจะช วยเร งร ดการแก ไขป ญหาและอ ปสรรคของระบบการ ขนส งน าม น และประสานความร วมม อระหว างภาคร ฐและภาคเอกชนเพ อให ม การน านโยบายและแผนงานไปส การปฏ บ ต อย างเป นร ปธรรม และเก ดผลประโยชน ส งส ดต อประเทศโดยรวม 15