บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บการว จ ย

Size: px
Start display at page:

Download "บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บการว จ ย"

Transcription

1 บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บการว จ ย การว จ ยเป นเคร องม อท ส าค ญของน กว ชาการในท กศาสตร ส าหร บการค นคว า หาข อความร ความจร งและเป นว ธ การท ม ความเช อถ อได มากกวาว ธ การแสวงหาความร ด วยว ธ การอ นๆ ความร ท ได จากการว จ ยกอให เก ดความเจร ญก าวหน าทางด านตางๆ มากมายอ นเป นประโยชน ท งด านว ทยาศาสตร และด านส งคมศาสตร ซ งเก ยวข องก บความ เป นอย ของมน ษย ท งส น โครงรางเน อหา 1.1 การแสวงหาความร ความจร งของมน ษย 1.2 ความหมายและกระบวนการว จ ย 1.3 ความจ าเป นและล กษณะของการว จ ย 1.4 ประเภทของการว จ ย 1.5 ประโยชน ของการว จ ย สาระส าค ญ 1. มน ษย ม ม นสมองเป นเล ศกวาส ตว ชน ดอ น ๆ ม ความค ดอยางล กซ งกวา และ ม ความอยากร อยากเห นหร อม ข อสงส ยอย ตลอดเวลา การแสวงหาความร ความจร งในส ง ท สงส ยได พ ฒนาการมาเร อย ๆ จากว ธ การท ไมม ระบบระเบ ยบ จนกระท งม ว ธ การท ม ระบบระเบ ยบนาเช อถ อได มากข น 2. การว จ ยหมายถ ง ว ธ การหร อกระบวนการในการแสวงหาความร ความจร ง ในส งท สงส ยหร อการค นหาค าตอบท เช อถ อได ซ งกระบวนการประกอบด วย การก าหนด ป ญหา การต งสมม ต ฐาน การเก บรวบรวมข อม ล การว เคราะห ข อม ล การสร ปผลและเข ยน รายงานการว จ ย MR 393(s) 1

2 3. การว จ ยม ความจ าเป นท จะท าให เราเก ดความเข าใจป ญหาตางๆ และ พฤต กรรมของมน ษย และส งคมได ถ กต องข น ล กษณะของการว จ ย เป นการกระท าท ให ได มาซ งของใหม ม ระบบระเบ ยบแบบแผนในการหาความร ม ความเป นปรน ย ม ระบบ ระเบ ยบในการเก บรวบรวมข อม ลท เช อถ อได ม การเข ยนรายงานข อค นพบ และเผยแพรให คนท วไปได ร บร 4. ประเภทของการว จ ยแบงได หลายแบบตามเกณฑ ท ใช ในการแบง ซ งแตละ เกณฑ ท ใช ในการแบงจะม ประเภทของการว จ ยคล ายๆก นค อ การว จ ยเช งประว ต ศาสตร การว จ ยเช งบรรยาย และการว จ ยเช งทดลอง 5. ผลงานว จ ยม ประโยชน มากมายท งในด านให ความร ใหมๆ และน าไปใช ประโยชน ในการปฏ บ ต งานตลอดจนในช ว ตประจ าว นของมน ษย อ กด วย จ ดประสงค การเร ยนร เม อศ กษาบทน จบแล วน กศ กษาจะสามารถ 1. อธ บายว ธ การแสวงหาความร ความจร งของมน ษย ได 2. บอกความหมายและกระบวนการว จ ยได 3. บอกล กษณะของงานว จ ยได 4. อธ บายความจ าเป นของการว จ ยได 5. อธ บายการว จ ยแตละประเภทได 6. บอกประโยชน ของการว จ ยได 2 MR 393(s)

3 เน อหา 1.1 การแสวงหาความร ความจร งของมน ษย มน ษย เป นส ตว ชน ดหน งท ม สมองเป นเล ศกวาส ตว ชน ดอ น ๆ ม ความค ดท เป น ระบบระเบ ยบและท ส าค ญมน ษย ม ความอยากร อยากเห นหร อเป นคนข สงส ยในเร องราว ตาง ๆ อย ตลอดเวลาไมวาจะเป นเร องรอบ ๆ ต วเอง และปรากฏการณ ในธรรมชาต เม อ เก ดสงส ยในเร องใดเร องหน งมน ษย ก จะพยายามหาข อความร ความจร งในเร องน นให ได ซ งพฤต กรรมอยางน เป นธรรมชาต ของมน ษย ต งแตอด ตกาลจนถ งป จจ บ น ว ธ การแสวงหา ความร ความจร ง ก ม ท งว ธ การท ไมนาเช อถ อเพราะไมกฎเกณฑ อะไร แตตอมาก ได ม การ พ ฒนาว ธ การหาข อความร ความจร งท เป นระบบระเบ ยบมากข น และนาเช อถ อได มากข น ว ธ การแสวงหาความร ความจร งหร อความเช อในป จจ บ นของมน ษย ม ว ธ การตาง ๆ ด งน 1. ตามค าบอกเลาของผ ม อ านาจ (Authority) เป นว ธ การหาความร ความจร งท ได จากบ คคลท เราให ความเคารพ เช อฟ งและน บถ อ ได แก บ ดา มารดา ญาต พ น อง คร - อาจารย พระ ผ ปกครอง ผ บ งค บบ ญชา เป นต น ความร ท ได จากว ธ น อาจไมสมเหต สมผล แตในช ว ตประจ าว นของคนเราก ใช ว ธ น ก นมาก เชนเราม ข อสงส ยวาท าไมคนเราเก ดมาจ ง ม ความเป นอย ท แตกตางก นมาก บางคนม ทร พย ส นเง นทองเหล อก นเหล อใช บางคนไมม จะก นในแตละว นถ าเราถามพระ พระทานก จะบอกก บเราวาชาต กอนคนเราท ากรรมมา แตกตางก นบางคนท าแตกรรมด ตลอด บางคนท าแตกรรมช ว ซ งส งท ท าในชาต กอนจะ สงผลมาย งชาต น ถ าเราเช อตามท พระทานบอกก จบ เราก จะไมม ข อสงส ยในเร องน อ ก ตอไป 2. ตามขนบธรรมเน ยมประเพณ และว ฒนธรรมท ส บทอดตอๆก นมา (Tradition) เป นว ธ การหาความร ความจร ง ในส งท ได ประพฤต ปฏ บ ต ส บทอดก นมาต งแตบรรพบ ร ษ แล วก ม การยอมร บและปฏ บ ต ตามตอก นมาเร อย ๆ ม การถายทอดจากคนร นหน งไปย งคน อ กร นหน ง เชน การแตงกาย การร บประทานอาหาร ก ร ยามารยาทในส งคม ก จกรรมของ ประเพณ ตางๆในส งคม เป นต น 3. โดยใช ประสบการณ ของตนเอง (Experience) เป นความร ท ได มาจาก ประสบการณ สวนต วเป นส งท ตนเองได พบได เห นมาจากการปฏ บ ต งานหร อจากการ ด ารงช ว ตแล วน ามารวบรวมหร อประมวลเป นความร ความเช อของตนเอง และได น าไป บอกเลา ส งสอนคนอ น เชน ประสบการณ ในการเร ยนหน งส อของตนเอง จะพยายามเร ยน MR 393(s) 3

4 ให เข าใจในห องเร ยนท กคร งถ าไมเข าใจจะพยายามซ กถามคร -อาจารย และเวลาใกล สอบ จะใช เวลาด หน งส อลวงหน าประมาณ 2 ส ปดาห ปฏ บ ต แบบน ตลอดมาผลการเร ยนได เกรด เฉล ยไมต ากวา 3.00 ท าให ตนเองม ความเช อวาว ธ การเร ยนแบบน ถ กต อง และย งได สอน ให ก บคนอ น หร อเพ อน ๆ ได น าว ธ การน ไปใช ในการเร ยนอย ตลอดเวลา 4. โดยว ธ การหย งร (Intuition) เป นความร ความจร งท ได มาด วยตนเอง ร ด วย ตนเองโดไมม ใครบอก บ คคลท จะใช ว ธ การอยางน ได ในการแสวงหาข อความร ความจร ง จะต องเป นผ ท ม สมาธ ส งมาก เชน พระพ ทธเจ าท ได ค นพบข อความร ท จะท าให มน ษย พ น ท กข ท เราเร ยกวา อร ยส ตย ส 5. ใช ความร ส กของตนเอง (Subjective) เป นการใช ความร ส กน กค ดเฉพาะของ ต วเองต ดส นใจเช อหร อไมเช อในส งใด โดยไมค าน งถ งหล กฐานหร อข อม ลจากภายนอกมา ประกอบ เชนเช อวาบทกลอนน ไพเราะมากกวาบทกลอนอ นๆ เพลงน ฟ งแล วไพเราะด มากกวาเพลงอ นๆ 6. ใช หล กเหต ผลเช งตรรกศาสตร ผ ท ให ก าเน ดว ธ การแสวงหาข อความร ความ จร งด วยว ธ การน ค อ อร สโตเต ล (Aristotle) ซ งทานเช อวามน ษย ได ความร ความจร ง ท เช อถ อได มาน นจะต องผานกระบวนการว เคราะห ตามหล กตรรกศาสตร หร อหล กเหต ผลท เร ยกวาว ธ อน มาน (Deductive reasoning) ซ งม องค ประกอบ ด งน ก. ข อตกลงหล ก (Major premise) หร อข อความร หล ก ซ งเป นข อความร ท คนท วไปยอมร บแล ววาเป นจร งเป นข อตกลงหร อส ญญาท ก าหนดข นเป นเกณฑ ให เป นท ยอมร บก นกอน ข. ข อตกลงยอย (Minor premise) หร อข อความร ยอย ซ งเป นข อความร ท เรา ยอมร บวาจร งด วยเหต ด วยผลอยางใดอยางหน งภายใต หร อสอดคล องก บข อตกลงหล ก ค. ข อสร ป (Conclusion) เป นข อความร ใหมท ได จากการสร ปโดยพ จารณา จากความส มพ นธ ของข อตกลงหล กและข อตกลงยอย ด งต วอยาง ต วอยาง 1 ข อตกลงหล ก ข อตกลงยอย ข อสร ป : ส ตว ท กชน ดต องตาย : ส น ขเป นส ตว : ส น ขต องตาย 4 MR 393(s)

5 ต วอยาง 2 ข อตกลงหล ก ข อตกลงยอย ข อสร ป : ส งท เจร ญงอกงามท กชน ดเป นส งท ม ช ว ต : ห นงอกห นย อยม การเจร ญงอกงาม : ห นงอกห นย อยเป นส งท ม ช ว ต การหาข อความร ความจร ง โดยใช หล กเหต ผลอาจจะได ข อสร ปหร อความร ไม ถ กต องเพราะข นอย ก บความถ กต องของข อตกลงหล กและข อตกลงยอย ถ าข อตกลงท ง 2 ไมถ กต องหร อไมเป นจร งข อสร ปหร อความร ก ไมเป นจร งด วย ด งต วอยาง 2 แตม ความ สมเหต สมผลตามว ธ การอน มาน ตอมาฟรานซ ส เบคอน (Francis Bacon) ชาวอ งกฤษได ว จารณ ว ธ หาข อความร ของอร สโตเต ลวาว ธ น ไมได ให ความร อะไรใหมเก ดข นมาเลยเขาได เสนอว ธ หาความร ท เร ยกวาว ธ อ ปมาน (Inductive reasoning) โดยเร มต นค นหาความร ความจร งยอย ๆ กอน โดยการส งเกต แล วจ งสร ปไปส ความร ความจร งท เป นหล กหร อกฎ ซ งว ธ น จะม ล กษณะ ตรงก นข ามก บว ธ อน มานของอร สโตเต ล ต วอยาง 1 เหล ก : ได ร บความร อนจะขยายต ว ทองแดง : ได ร บความร อนจะขยายต ว แทงแก ว : ได ร บความร อนไมขยายต ว เง น : ได ร บความร อนจะขยายต ว แทงยาง : ได ร บความร อนไมขยายต ว สร ป : โลหะเม อได ร บความร อนจะขยายต วได ด กวาอะโลหะ ต วอยาง 2 ส น ข : ม จม กไว หายใจ แมว : ม จม กไว หายใจ หม : ม จม กไว หายใจ คน : ม จม กไว หายใจ สร ป : ส ตว ม จม กไว หายใจ MR 393(s) 5

6 7. โดยใช ว ธ การทางว ทยาศาสตร (Scientific method) น กว ทยาศาสตร ช อ ชารส ดาร ว น (Charies Darwin) ได น าเอาว ธ การอน มาน (Deductive method) และ ว ธ การอ ปมาน (Inductive method) มารวมเข าด วยก น รวมเร ยกวา ว ธ การอน มานและ อ ปมาน (Deductive-inductive method) หร อเร ยกวาว ธ การทางว ทยาศาสตร (Scientific method) ซ งเป นว ธ การหาข อความร ความจร งท สามารถท ากล บไปกล บมาได หลายคร งจน เก ดความแนใจแล วจ งจะสร ปออกมาเป นข อความร ความจร ง ซ งว ธ การทางว ทยาศาสตร ประกอบด วยข นตอนด งน 7.1. การส งเกต เป นการส งเกตโดยใช ประสาทส มผ สท ง 5 ค อ ห ตา จม ก ล น และผ วกาย ใช หลายๆอยาง หร ออยางใดอยางหน ง ซ งจะกอให เก ดข อสงส ย หร อ ป ญหาตามมาวา ส งท ส งเกตเห นน นม นค ออะไร ท าไม อยางไร ซ งข นตอนน เป นข นตอนท ส าค ญท ส ดของน กว ทยาศาสตร 7.2. การทดสอบสมม ต ฐาน จากป ญหาในข อ 7.1 ม การคาดเดาค าตอบไว อยางไรบ างและม เหต ผลอะไรท น ามาสน บสน นในการคาดเดาค าตอบในคร งน 7.3. ทดสอบสมม ต ฐานท ได ต งไว ในข อ 7.2 ท กข อ ซ งเป นการหาข อม ลหร อ หล กฐาน โดยการทดลอง เพ อน าข อม ลมาว เคราะห ต ความหมายและลงข อสร ปวาจะ ยอมร บหร อปฏ เสธสมม ต ฐานท ต งไว 7.4. การท าซ าหร อทดลองซ า ในการทดลองทางว ทยาศาสตร จะท าใน ห องปฏ บ ต การซ งสามารถท าซ าได หลายคร งจนเก ดความม นใจในผลท เก ดข นจ งจะย ต การ ทดลอง และลงข อสร ปหร อต ดส นใจวาจะยอมร บหร อปฏ เสธสมม ต ฐาน แล วเข ยนรายงาน ข อค นพบเพ อเผยแพรตอไป ต วอยาง น าท เราใช อย เด มมน ษย คงไมร วาประกอบด วยธาต อะไรบ าง แตจาก การส มผ สด วยม อร ส กเหลวๆและเป ยกม อ ก เก ดข อสงส ยวา ม นประกอบด วยอะไร ก เก ด กระบวนการท จะหาค าตอบข นมาโดยการทดลอง ก พบวาสามารถแยกน าออกได และ ทดสอบพบวาน าประกอบด วยธาต อ อกซ เจน ( Ο 2 ) ก บธาต ไฮโดรเจน ( Η 2 ) และเราก สามารถรวมธาต ท ง 2 ชน ดเข าด วยก นได กล บเป นน าเหม อนเด ม ซ งสามารถท ากล บไป 6 MR 393(s)

7 กล บมาได หลายคร งและได ผลเหม อนก นท กคร งจ งสร ปได วาน า ( Η 2 Ο) ประกอบด วยธาต อ อกซ เจน ( Ο 2 ) และธาต ไฮโดรเจน ( Η 2 ) ก จกรรม ว ธ หาความร ความจร งของมน ษย ม อะไรบ าง 2. ว ธ หาความร ความจร งแบบใดท นาเช อถ อมากท ส ด เพราะอะไร 3. ว ธ การอน มานก บว ธ การอ ปมานตางก นอยางไร MR 393(s) 7

8 เน อหา 1.2 ความหมายและกระบวนการว จ ย ความหมายของการว จ ย การว จ ยมาจากค าภาษาอ งกฤษวา Research ประกอบด วยค าสองค ารวมก นค อ Re ซ งหมายถ งท ากล บไปกล บมาหร อท าซ าสวนค าวา Search หมายถ งการค นหาส งหน งส งใดท อยากจะร ถ าน าค าสองค ามารวมก นเป น Research ก จะหมายถ งการค นหาส งใดส งหน งท อยากจะร ซ าก นหลาย ๆ คร งจนเก ดความ ม นใจจ งจะย ต นอกจากน การว จ ยย งม ความหมายในล กษณะอ นอ กท น กว จ ยได ให ความหมายไว ด งน การว จ ย หมายถ ง ว ธ การค นหาข อความร ใหม ว ธ การใหมหร อส งประด ษฐ ใหม ๆ โดยอาศ ยว ธ การทางว ทยาศาสตร (Scientific method) หร อกระบวนการให ได มาซ ง ข อความร ท นาเช อถ อได โดยอาศ ยการส งเกต และการน รน ย (Deduction) เป นหล ก หร ออ กความหมายหน งของการว จ ยท ม ความหมายคอนข างละเอ ยดกวาท กลาว มา การว จ ย หมายถ ง ว ธ การหร อกระบวนการในการแสวงหาข อความร ความจร ง หร อ ค าตอบจากป ญหาท เก ดข น และเป นข อความร ความจร งท เช อถ อได ซ งจะต อง ประกอบด วยพยานหล กฐานหร อข อม ลย นย นท ได มาอยางม ระเบ ยบแบบแผน จากความหมายของการว จ ยท บอกวาการว จ ยเป นกระบวนการท น าเอาว ธ การ ทางว ทยาศาสตร (Scientific method) มาใช ซ งเป นว ธ การแสวงหาความร ท เช อถ อได สามารถตรวจสอบความถ กต องได ด วยข อม ลเช งประจ กษ (Empirical data) กระบวนการว จ ย (Research methodology) ประกอบด วยข นตอนด งน ข นท 1 ก าหนดป ญหา ป ญหาท จะท าว จ ยม ท มาหลายแหลง การก าหนดป ญหา จะต องก าหนดให ช ดเจนวาเราต องการค าตอบในเร องอะไรบ าง เม อม ป ญหาช ดเจนแล ว ข นตอนตอไปก จะเข ยนได งายข น ข นท 2 ต งสมม ต ฐานการว จ ย เป นข นของการคาดเดาค าตอบของป ญหาไว ลวงหน ากอนลงม อเก บข อม ล ซ งเป นค าตอบท เช อถ อได ด วยเหต ด วยผลหร อทฤษฎ ของ ผ ท าว จ ย ข นท 3 การเก บรวบรวมข อม ล เป นข นการตรวจสอบสมม ต ฐานโดยใช ข อม ลหร อ หล กฐานวาสน บสน นสมม ต ฐานหร อไม ถ าไมสน บสน นก แสดงวาสมม ต ฐานน นผ ด 8 MR 393(s)

9 ข นท 4 การว เคราะห ข อม ล เป นข นของการจ าแนกข อม ลเพ อตอบประเด น ป ญหาตาง ๆให ครบท กข อ เพราะในการท าว จ ยเร องหน งอาจจะม ป ญหาหลายประเด นท จะต องหาค าตอบ ข อม ลท ได มาช ดหน งอาจจะต องจ าแนกออกเพ อตอบป ญหาตามเพศ ตามอาช พและตามกล มอาย เป นต น ในข นน จะม สถ ต บรรยายและสถ ต อ างอ งเข ามา เก ยวข อง ข นท 5 สร ปผลและเข ยนรายงานการว จ ย หล งจากการว เคราะห ข อม ลแล วจะม การสร ปผลการว จ ยหร อสร ปค าตอบตามประเด นป ญหาตาง ๆ ให ช ดเจนวาป ญหาน ค าตอบค ออะไร ถ าม หลายป ญหาจะน ยมสร ปเป นข อ ๆ ตามป ญหา เม อท าว จ ยท กข นตอน เสร จแล วส ดท ายจะต องเข ยนเป นรายงานเพ อเผยแพรตอไป ก จกรรม ตามความค ดเห นของทาน การว จ ยหมายถ งอะไร 2. Scientific method ก บ Research methodology เหม อนก นหร อตางก น อยางไร MR 393(s) 9

10 เน อหา 1.3 ความจ าเป นและล กษณะของการว จ ย ความจ าเป นของการว จ ย เคยได ย นค าพ ดหลายๆคนจะพ ดในท านองเด ยวก น วาการว จ ยทางด านส งคมศาสตร ไมม ประโยชน ท าเสร จแล วก เก บใสต ไว เฉยๆหร อวางไว บนห ง ส เอางบประเม นไปท มให ก บการว จ ยทางด านว ทยาศาสตร เทคโนโลย และทางด าน การแพทย จะม ประโยชน มากกวา บางคนก ต งค าถามแรงๆวา การว จ ยทางส งคมศาสตร ไม จ าเป นท จะต องท าให ย งยาก เส ยท งเวลา เง น ความเจร ญร งเร องของบ านเม องในอด ตก ไม เห นจะต องพ งพาการว จ ยอยางเชนท ท าอย ป จจ บ นน หร อวาการว จ ยน เป นเพ ยง เคร องประด บบารม ของผ ท อ างต วเองวาเป นน กว ชาการ เพ อต องการจะยกระด บต วเองให ส งกวาคนท วๆไป ถ าเป นการว จ ยเก ยวก บทางด านว ทยาศาสตร ก พอจะเห นความจ าเป น อาท เชน ว ทยาศาสตร การแพทย ช วะ เคม ฟ ส กส เป นต น เพราะส งเหลาน อย นอกเหน อ ความสามารถท วไปของมน ษย ยากท จะท าความเข าใจได โดยงายโดยสาม ญส าน กหร อ ประสาทส มผ สแตถ าเหต การณ หร อปรากฏการณ เก ยวก บส งคมหร อบ คคลในส งคมแล วก ไมนาจะต องท าการว จ ยอะไรมากมาย เพราะม นเป นประสบการณ โดยตรงของบ คคลท วไป อย แล ว เชนคนสวนมากร วาท าไมเด กว ยร นจ งเกเรเท ยวเตรก นมาก คนสวนมากร วาท าไม จ งเก ดการคอร ปช นก นมากท กวงการอาช พ และคนสวนมากก ร วาครอบคร วแตกแยกเก ด จากสาเหต อะไรบ าง ท กลาวมาน ล วนแตเป นส งท เราพ ดค ยก นเก อบตลอดเวลา และไมเคย สงส ยแม แตน ดเด ยววาส งท เราพ ดค ยน ถ กต องหร อไม พ จารณาก นแตเพ ยงวาคนไหนม ประสบการณ มากกวาความค ดเห นของเขาท แสดงออกมาก จะเป นท ยอมร บมากกวาคนท ม ประสบการณ น อยกวา ด งน นการว จ ยเก ยวก บทางด านส งคมศาสตร ก จะเข าท านองท าเร อง งายให เป นเร องยาก ในทางตรงก นข ามก บท กลาวมา ซ งในความเป นจร งแล วพฤต กรรมของมน ษย และส งคมเป นเร องท สล บซ บซ อนมาก ไมใชเป นเร องท จะสามารถเข าใจได งาย ๆ ด งท เรา ค ด หร อเป นเร องท ผ วเผ นด งท เราเห น ในสม ยป จจ บ นน ประชากรเพ มมากข น เทคโนโลย ม ความเจร ญก าวหน าอยางรวดเร ว ส งคมและว ฒนธรรมของมน ษย ก ได เปล ยนแปลงเร วข น จนบางคร งท าให เราส บสน ส งท เก ดในส งคมท าให เราเข าใจยากข นท กท เราคงจะตระหน ก ด วาป ญหาท มน ษย เราแก ยากค อป ญหาของมน ษย เอง ไมใชป ญหาทางธรรมชาต ป ญหา ทางธรรมชาต มน ษย สามารถแก ไขให ส าเร จล ลวงไปได หลายเร อง และสามารถจะแก ไขได 10 MR 393(s)

11 ตอไปอยางไมม ท ส นส ด แตป ญหาของมน ษย เองหร อป ญหาส งคมของต วเองซ งเป นป ญหา เด มๆ มน ษย เราพยายามแก ไขมาต งแตสม ยอด ตกาลแตก แก ไขไมได ส าเร จเบ ดเสร จ เน องจากมน ษย เราม ข อจ าก ดในการแก ป ญหาของต วเองหลายประการ แตประการหน งท ส าค ญก ค อ การขาดความร ท แท จร งเก ยวก บต วเองและส งคมของต วเอง เราค ดวาเราเข าใจ ท ง ๆ ท เราไมเข าใจมากน ก ในการท จะเข าใจความสล บซ บซ อนของปรากฏการณ ในทาง ส งคมน น จ าเป นท เราจะต องเข าใจถ งล กษณะท ส าค ญ ๆ บางประการของปรากฏการณ ทางส งคมหร อของพฤต กรรมมน ษย กอน สร ปพอส งเขปได ด งน 1. เหต การณ ทางส งคมและพฤต กรรมของมน ษย ไมได เก ดข นอยางไมม ระเบ ยบ แบบแผนในทางตรงก นข าม เราม กจะพบวาเหต การณ ตางๆท เก ดข นน น เป นไปตาม กฎเกณฑ และระเบ ยบแบบแผนของการเก ดเหต การณ น นๆเสมอในท านองเด ยวก นก บ เหต การณ ท เก ดข นในธรรมชาต เชน ความเจร ญทางอ ตสาหกรรมท าให ความส มพ นธ ระหวางบ คคลในส งคมเป นแบบไมย ดอารมณ สวนต วเป นหล ก บางท น กใฝฝ นหร อน ก อ ดมการณ พยามยามท จะเสนอร ปแบบใหมๆของพฤต กรรมและความส มพ นธ ทางส งคม แตก ต องประสบก บความล มเหลว ก เพราะเขาเสนอร ปแบบท อย นอกเหน อ ระเบ ยบ กฎเกณฑ เชนเด ยวก บการเสนอวาจะท าให ว ตถ หดต วเม อถ กความร อน เพราะฉะน นการท บางคนพยายามเสนอร ปแบบส งคมท ปราศจากชนช น จ งเป นท สงส ยแกบ คคลจ านวนมาก วาส งคมท ปราศจากชนช นอาจจะม ความหมายเด ยวก นก บไฟท ปราศจากความร อน ซ ง เป นไปไมได ในโลกแหงความจร ง การว จ ยเทาน นท จะบอกได อยางแนนอนวาพฤต กรรม ตางๆของมน ษย และส งคมน นม ระบบระเบ ยบการเก ดอยางไร 2. ปรากฏการณ ในทางส งคมหร อพฤต กรรมของมน ษย น น โดยท วไปแล วม กจะ เก ดข นจากหลายๆสาเหต ไมใชสาเหต ใดสาเหต หน งการเก ดโดยสาเหต เด ยวน นหายาก ต วอยางเชน ถ าเราค ดวาการท คน ฆาต วตาย น นเก ดจากสาเหต เพ ยงอยางเด ยวค อ ความ ผ ดหว ง ก น บวาเป นความค ดท ผ ดไมตรงก บโลกแหงความจร ง ย งไปกวาน นสาเหต หลาย สาเหต ของส ง ๆ หน งน นม ได ปรากฏออกมาในร ปแบบเด ยวก นท กกรณ ไป ปรากฏการณ บางอยางเก ดจากสาเหต ท 1 สาเหต ท 2 และสาเหต ท 3 รวมก น ต วอยาง เชน การท ผ หญ งจะกลายเป นโสเภณ น นจะต องเก ดจากการบ บค นทางเศรษฐก จ การศ กษาต าและ ความหยอนยานในเร องศ ลธรรมของหลอนรวมก น เหต เพ ยงอยางใดอยางหน งน นไมท าให คนเรากลายเป นโสเภณ ได สวนในอ กหลาย ๆ กรณ น น สาเหต ท งหลายอาจจะรวมก นใน MR 393(s) 11

12 ร ปแบบอ น ๆ เชน สาเหต ท 1 ท าให เก ดสาเหต ท 2 ท าให เก ดสาเหต ท 3. เร ยงล าด บ กอนหล ง แล วจ งจะเก ดส งใดส งหน งข นมา จะร รายละเอ ยดอ นสล บซ บซ อนอยางน ได ก ต อง อาศ ยการว จ ยเทาน น ล กษณะของการว จ ย การว จ ยเป นกระบวนการหร อว ธ การท ให ได มาซ งความร ความจร งจากส งท สงส ยหร อป ญหาซ งม ล กษณะหร อการกระท าด งน 1. เป นการกระท าท ให ได มาซ งของใหม เชน ความร ใหม ว ธ การใหม แบบแผน ใหม อ ปกรณ เคร องม อเคร องใช ใหม ๆ ซ งของใหมเหลาน อาจจะได มาจากค ดข นใหมหร อ ปร บปร งพ ฒนามาจากของเกาก ได 2. เป นการกระท าท ต องใช ความร ความเช ยวชาญ น นค อผ ว จ ยจะต องเป นผ ม ความร ความเช ยวชาญเก ยวก บเทคน คว ธ การตาง ๆ ในการว จ ย และเน อหาของเร องท จะ ท าว จ ยด วย 3. ม ความเป นปรน ย น นค อผลของการว จ ยต องปราศจากอคต ใด ๆ ปราศจาก การใช ความร ส กน กค ดหร อความค ดเห นของผ ว จ ยในการลงข อสร ปผลการว จ ย ซ งส ง เหลาน สามารถตรวจสอบได ถ าม การท าว จ ยซ าผลการว จ ยก จะเหม อนเด ม 4. ผลของการว จ ยต องม ความเช อถ อได น นค อเคร องม อตาง ๆ ท ใช ในการเก บ รวบรวมข อม ลต องม ค ณภาพท งด านความเท ยงตรงและความเช อม น การเก บรวบรวม ข อม ลต องม ระบบแบบแผนการว เคราะห ข อม ลก ต องถ กต องด วยจ งจะสงผลไปย งผลของ การว จ ยให ม ความเช อถ อได 5. การท าว จ ยเม อท าเสร จแล วต องม การเข ยนรายงาน เพ อเผยแพรข อค นพบตอ สาธารณชนให ร บร ถ าเช อก จะได น าข อความร ไปใช ประโยชน แตถ าไมเช อก จะเก ดการ ว พากว จารณ ก นตอไป ก จกรรม ตามความค ดเห นของทาน การว จ ยม ความจ าเป นหร อไม อยางไร 2. ล กษณะของการว จ ยนอกเหน อจากเน อหา 1.3 ย งม ล กษณะอะไรอ กบ าง 12 MR 393(s)

13 เน อหา 1.4 ประเภทของการว จ ย ประเภทของงานว จ ยทางส งคมศาสตร และการศ กษา ย งไมม การแบงประเภทได แนนอนข นอย ก บผ เข ยนแตละคนวาจะแบงอยางไรย ดหล กเกณฑ อะไร ซ งย งม ความเป น อ ตน ยส ง แตถ งอยางไรผ เข ยนก ได รวบรวมประเภทของงานว จ ยท ผ เข ยนทานตาง ๆ ได แบงประเภทของการว จ ยข นด งจะได กลาวตอไปน การแบงประเภทของการว จ ยโดยย ดตามเกณฑ ของน กว จ ยแตละคนม ด งน เสลท ซ (Selltiz) ได แบงการว จ ยทางด านส งคมศาสตร ออกเป น 3 ประเภท ค อ 1. การว จ ยข นส ารวจ หร อการว จ ยข นน า ( Exploratory research or pilot study) เป นการว จ ยในขอบเขตแคบๆเพ อหาแนวทางในการท าว จ ยท ม ขอบเขตกว างขวางข น หร อเพ อเป นแนวทางการต งสมม ต ฐานการว จ ย การว จ ยท านองน ม ล กษณะความย ดหย น ส งม ล กษณะของการทดลองศ กษา เพ อให ได ความร ในเบ องต นมาเป นแนวทางท ช ดเจนอ ก คร งหน ง กอนเร มต นท าการว จ ยจร ง 2. การว จ ยเช งบรรยาย (Descriptive research) เป นการว จ ยท ม งบรรยายหร อ พรรณาสภาพท ถ กต องของปรากฏการณ ท เก ดข น หร อการว จ ยโดยม จ ดม งหมายเพ อ ศ กษาความส มพ นธ ระหวางต วแปรตาง ๆ 3. การว จ ยเช งทดลอง (Experimental research) เป นการว จ ยท ม จ ดม งหมาย เพ อทดสอบสมม ต ฐานในเช งเหต และผลระหวางต วแปรอ สระก บต วแปรตาม โดยม กล ม ทดลอง กล มควบค มและม การปฏ บ ต การหร อจ ดกระท าตอกล มทดลองเพ อด ผลท เก ดข น เคอร ล งเจอร (Kerlinger) ได แบงงานว จ ยทางส งคมศาสตร ออกเป น 4 ประเภท ค อ 1. การว จ ยทดลองในห องปฏ บ ต การ (Laboratory experiment) เป นการว จ ยท ม ง หาความส มพ นธ ในเช งเหต และผลระหวางต วแปรอ สระก บต วแปรตาม ภายใต สภาพการณ ท ควบค มต วแปรเก นตางๆได เป นอยางด 2. การว จ ยเช งทดลองในสนาม (Field experiment) เป นการว จ ยท ม งจะหา ความส มพ นธ เช งเหต และผลระหวางต วแปรอ สระก บต วแปรตามเหม อนก น แตระด บการ ควบค มต วแปรเก นท าได อยางจ าก ด การทดลองท านองน ม กเป นเร องทางส งคมศาสตร ซ ง เป นการทดลองในสภาพการณ จร ง MR 393(s) 13

14 3. การศ กษาภาคสนาม (Field studies) เป นการว จ ยย อนหล ง (Ex-Pos factor research) หล งจากข อเท จจร งหร อคาของต วแปรตาง ๆ เก ดข นแล ว โดยม งค นหา ความส มพ นธ ระหวางคาของต วแปรท เก ดข นในทางส งคม หร อสภาพการณ ท เป นจร งใน ส งคม 4. การว จ ยเช งส ารวจ (Survey research) เป นการว จ ยท ม จ ดม งหมายเพ อ ส ารวจเหต การณ ตางๆของต วแปรท เก ดข นในขณะน หร อในป จจ บ นวาม มากน อยแคไหน อยางไร จากการแบงประเภทการว จ ยของเสลท ซและเคอร ล งเจอร จะเห นวาม ความ คล ายคล งก น กลาวค อจะแบงการว จ ยออกเป นการว จ ยทดลองเหม อนก น การว จ ยเช ง บรรยายก ครอบคล มการศ กษาภาคสนามและการว จ ยส ารวจ การว จ ยข นน าก เป นการว จ ย ในภาคสนามเหม อนก น แวน ดาเลน (Van Dalen) ได แบงการว จ ยทางการศ กษาออกเป น 3 ประเภท ค อ 1. การว จ ยเช งประว ต ศาสตร (Historical research) เป นการว จ ยท เก ยวข องก บ เร องท เก ดข นในอด ตวาเป นอยางไร จร งหร อไม ซ งใช ข อม ลหร อหล กฐานจากเอกสารตางๆ จากสม ดขอย ใบลาน หล กศ ลาจาร ก โบราณสถาน โบราณว ตถ เค าโครงกระด ก เป นต น 2. การว จ ยเช งบรรยาย (Descriptive research) เป นการว จ ยท ม งบรรยายหร อ พรรณาสภาพความจร งของปรากฏการณ ใดปรากฏการณ หน งท เก ดข นในส งคม 3. การว จ ยเช งทดลอง (Experimental research) เป นการว จ ยท ผ ว จ ยต องสร าง สถานการณ ข นมาแล วส งเกตผลท เก ดข น ผลการว จ ยเราสามารถสร ปได วาอะไรเป นต ว แปรเหต อะไรเป นเป นต วแปรผล ซ งจะน าไปส กฎแหงเหต และผลหร อเร ยกวา Causal laws การแบงประเภทของการว จ ยทางการศ กษาตามแนวของ แวน ดาเลน น บวา ได ร บการยอมร บส งเพราะเป นการแบงประเภทท คอนข างจะช ดเจนกวาน กว จ ยทานอ นท กลาวมา ตอไปน จะได กลาวถ งประเภทของการว จ ยเช งบรรยายอยางละเอ ยดเพราะเป น การว จ ยท เราได ท าก นมากในทางส งคมศาสตร 14 MR 393(s)

15 ประเภทของการว จ ยเช งบรรยาย แบงได 3 ประเภท ค อ 1. การศ กษาส ารวจ (Survey studies) เป นการศ กษาหาข อเท จจร งตาม สภาพการณ หร อเหต การณ ท เก ดข นในส งคม เพ อม งประมวลและรายงานสภาพการณ น น ๆ เชนการส ารวจโรงเร ยน การส ารวจช มชน การส ารวจตลาด การส ารวจความค ดเห น ส ารวจเจตคต ส ารวจพฤต กรรม และการส ารวจป ญหาตางๆในส งคม เป นต น 2. การศ กษาความส มพ นธ ภายในระหวางก น (Interelationship studies) เป น การศ กษาความส มพ นธ ระหวางต วแปรท จะศ กษาภายในเหต การณ เด ยวก น แบงออกได เป น 5 ประเภท ค อ 2.1 การศ กษาเฉพาะกรณ (Case studies) เป นการศ กษาต ดตามกรณ ใด กรณ หน งหร อเหต การณ ใดเหต การณ หน งอยางละเอ ยด เชน การศ กษาเด กคนใดคนหน ง วาท าไมขาดเร ยนเป นประจ า ท าไมช มชนน จ งได ร บการยกยองวาอย อยางเศรษฐก จ พอเพ ยงจนได ร บรางว ลด เดน เป นต น 2.2 การต ดตามผล (Follow-up studies) เป นการศ กษาเช งประเม น หล กส ตรหร อโปรแกรมวาผ ท ส าเร จไปแล วม ความร ความสามารถปฏ บ ต งานตามหล กส ตร หร อโปรแกรมได หร อไมอยางไร 2.3 การศ กษาเปร ยบเท ยบเช งเหต ผล (Causal comparative studies) เป นการศ กษาความส มพ นธ ระหวางต วแปรในเช งเปร ยบเท ยบ เชน การศ กษา เปร ยบเท ยบผลส มฤทธ ในการเร ยนของน กเร ยนท ม ภ ม หล งตางก นทางด าน ท อย อาศ ย อาช พของบ ดามารดา ระด บการศ กษาของบ ดามารดา ฐานะทางครอบคร วเป นต น 2.4 การศ กษาสหส มพ นธ (Correlation studies) เป นการศ กษาความ ส มพ นธ ระหวางต วแปร 2 ต ว หร อมากกวา 2 ต วแปรข นไป เชน การศ กษาความส มพ นธ ระหวางล าด บท การเก ดในครอบคร วก บความสามารถในการเร ยนร การศ กษา ความส มพ นธ ระหวางสต ป ญญาก บพฤต กรรมทางด านค ณธรรมจร ยธรรมของเยาวชนไทย ถ าเป นการศ กษาความส มพ นธ ระหวางต วแปรมากกวา 2 ต วแปร เชน การศ กษาป จจ ยท ม อ ทธ พลตอพฤต กรรมทางด านค ณธรรม จร ยธรรมของเยาวชนไทย ซ งป จจ ยจะม มากหร อ หลายต วแปร MR 393(s) 15

16 2.5 การว เคราะห เอกสาร (Documentary analysis) เป นการศ กษาหา ความส มพ นธ ระหวางเหต การณ หร อเร องราวตางๆท ปรากฏในเอกสาร วาม ความส มพ นธ ก นหร อเก ยวข องก นอยางไร 3. การศ กษาเช งพ ฒนาการ (Development studies) เป นการว จ ยเช งเพ อ บรรยายเก ยวก บการเปล ยนแปลงหร อพ ฒนาการท เก ดข นของส งใดส งหน ง เร องใดเร อง หน งหร อเหต การณ ใดเหต การณ หน ง เม อเวลาผานไป แบงการว จ ยแบบน ออกเป น 2 ประเภท ด งน 3.1 การศ กษาความเจร ญเต บโต (Growth studies) เป นการศ กษาความ เจร ญเต บโตของส งใดส งหน ง เชนการเจร ญเต บโตของชนเผาใดเผาหน ง การศ กษาความ เจร ญเต บโตของหนวยงานใดหนวยงานหน งเป นต น ว ธ การท ศ กษาจะใช เทคน คการศ กษา ระยะยาว (Longitudinal studies) หร อ เทคน คการศ กษาภาคต ดขวาง (Cross sectional studies) เพ อหาคาเฉล ยในแตละชวงเวลาแล วน ามาเปร ยบเท ยบก น 3.2 การศ กษาแนวโน ม (Trend studies) เป นการศ กษาเพ อบรรยายสภาพ เหต การณ ในอด ต ตอมาถ งป จจ บ นเพ อเอาผลไปท านายเหต การณ ในอนาคต เชน การศ กษาแนวโน มจ านวนน กศ กษาท เข าเร ยนมหาว ทยาล ยรามค าแหง ว ธ การเราจะต อง ศ กษาจ านวนน กศ กษาในแตละป ในอด ตจนถ งป จจ บ น เพ อน าผลไปท านายจ านวน น กศ กษาในอนาคต การแบงประเภทของการว จ ย นอกจากย ดหล กตามการแบงประเภทการว จ ยของ น กการศ กษาท กลาวมาแล วเราย งสามารถจ ดแบงประเภทโดยอาศ ยหล กเกณฑ ท ใช ในการ แบงได ด งน 1. แบงตามจ ดม งหมายของการว จ ย โดยพ จารณาการน าผลของการว จ ยไปใช แบงออกได เป น 2 ประเภท ด งน 1.1 การว จ ยพ นฐาน (Basic research) หร อการว จ ยบร ส ทธ (Pure research) เป นการว จ ยท ม งหาความร เพ ยงอยางเด ยว ผลของการว จ ยจะออกมาเป นกฎ หร อทฤษฎ ซ งจะใช เป นพ นฐานในการน าไปใช ศ กษาค นคว าส าหร บการว จ ยประย กต ตอไป 1.2 การว จ ยประย กต (Applied research) เป นการว จ ยท ม งน าผลการว จ ย ไปใช ประโยชน เป นการว จ ยท ท าตอจากการว จ ยพ นฐาน 16 MR 393(s)

17 2. แบงตามล กษณะของข อม ล โดยพ จารณาจากล กษณะของข อม ลท ใช ในการ ว จ ย แบงออกได เป น 2 ประเภทด งน 2.1 การว จ ยเช งค ณภาพ (Qualitative research) เป นการว จ ยท ใช ข อม ลเป น ข อความบรรยายล กษณะท แตกตางก นของส งท จะศ กษาหร อต วแปรซ งเป นข อม ลท ท าเป น ปร มาณหร อต วเลขไมได เชน การศ กษาว ฒนธรรมของชาวไทยภ เขา การศ กษาประเพณ ของชาวไทยใหญ การศ กษาช ว ตความเป นอย ของส ตว ปาบร เวณเขาใหญ เป นต น 2.2 การว จ ยเช งปร มาณ (Quantitative research) เป นการว จ ยท ใช ข อม ล เป นปร มาณหร อต วเลขแทนล กษณะท แตกตางก นของส งท จะศ กษาหร อต วแปร เชน การศ กษาเจตคต ทางการเม องของประชาชนในกร งเทพมหานคร การศ กษาสต ป ญญาของ เด กไทย การเปร ยบเท ยบผลส มฤทธ ทางการเร ยนระหวางการสอนแบบรอบร ก บการสอน ตามปกต เป นต น 3. แบงตามว ธ การว จ ย โดยพ จารณาจากเทคน คว ธ การท าว จ ยท แตกตางก น แบงออกได เป น 3 ประเภท ด งน 3.1 การว จ ยเช งประว ต ศาสตร (Historical research) เป นการว จ ยเก ยวก บ เร องราวในอด ตท ผานมาซ งไมควรต ากวา 10 ป ข อม ลหร อหล กฐานท จะใช ในการว จ ย ได แก โบราณสถาน โบราณว ตถ สม ดขอย ใบลาน จดหมายเหต หล กศ ลาจาร ก เป นต น 3.2 การว จ ยเช งบรรยาย (Descriptive research) เป นการว จ ยเก ยวก บ เร องราวในป จจ บ น โดยใช ข อม ลในขณะน นหร อกอนหน าน นมาใช บรรยายปรากฏการณ หร อเหต การณ ในป จจ บ น การว จ ยประเภทน ย งแบงออกได เป น การว จ ยเช งส ารวจ การ ว จ ยเช งความส มพ นธ และการว จ ยเช งพ ฒนาการ เป นต น 3.3 การว จ ยเช งทดลอง (Experimental research) เป นการว จ ยท ผ ว จ ยต อง สร างสถานการณ ข นแล วน าไปทดลองหร อใช ภายใต การควบค มแล วส งเกตผลท เก ดข น ตามมา 4. แบงตามท มาของข อความร โดยพ จารณาข อความร หร อผลของการว จ ยท ได มาเป นเกณฑ ในการแบง ม 2 ประเภท ด งน 4.1 การว จ ยเช งประจ กษ (Empirical research) เป นการว จ ยซ งข อความร ท ได จะต องเป นไปตามข อม ลหร อหล กฐานท รวบรวมมาเพ อย นย นความร น น MR 393(s) 17

18 4.2 การว จ ยแบบทางการ (Formal research) เป นการว จ ยซ งข อความร ท ได เป นไปตามหล กเหต ผลทางตรรกศาสตร หร อใช การอน มาน (Deduction) เป นหล กจะเป น การว จ ยทางด านคณ ตศาสตร และทางด านปร ชญา 5. แบงตามเวลา โดยพ จารณาเวลาท เก ยวข องก บการว จ ยท ท าอย วาเป น ผลการว จ ยในชวงเวลาใด แบงออกได เป น 3 ประเภท ด งน 5.1 การว จ ยเช งประว ต ศาสตร (Historical research) เป นการว จ ยท เก ยวข องก บเร องราวในอด ต และข อความร ท ได จากการว จ ยก เป นข อความร ในอด ต 5.2 การว จ ยรวมสม ย (Contemporaneous research) เป นการว จ ยท เก ยวข องก บเร องราวในป จจ บ น หร ออาจจะเร ยกวาการว จ ยเช งบรรยาย 5.3 การว จ ยเช งอนาคต (Futuristic research) เป นการว จ ยท ม งท านาย สภาพการณ หร อเหต การณ ในอนาคตข างหน า หร อเป นข อความร ในอนาคตน นเอง 6. แบงตามศาสตร หร อสาขาว ชาท เก ยวข อง โดยพ จารณาเน อหาของการว จ ย แบงออกเป น 2 ประเภท ด งน 6.1 การว จ ยสาขาว ทยาศาสตร เป นการว จ ยท เก ยวข องก บปรากฏการณ ทางธรรมชาต ส งท ม ช ว ตและส งท ไมม ช ว ต ได แก สาขาว ทยาศาสตร สาขาแพทย ศาสตร สาขาเภส ชศาสตร สาขาสาธารณส ขศาสตร สาขาว ศวกรรมศาสตร สาขาเกษตรศาสตร 6.2 การว จ ยสาขาส งคมศาสตร เป นการว จ ยท เก ยวข องก บปรากฏการณ ทางส งคมสภาพแวดล อม ว ฒนธรรม เพ อศ กษาความเป นมาหร อพฤต กรรมของมน ษย ใน ส งคม แบงออกได เป นสาขาตาง ๆ อ กด งน สาขาปร ชญา สาขาส งคมว ทยา สาขาน ต ศาสตร สาขาเศรษฐศาสตร 18 MR 393(s)

19 6.2.5 สาขาร ฐศาสตร สาขาศ กษาศาสตร สาขาบร หารธ รก จ การแบงประเภทของการว จ ยท กลาวมา ใช เกณฑ ในการแบงแตกตางก น จะใช เกณฑ อะไรในการแบงก ข นอย ก บการก าหนดของหนวยงานน นๆ ประโยชน ของการแบง ประเภทก เพ อใช ในการจ ดเก บไว เป นหมวดหม ส าหร บอ านวยความสะดวกในการศ กษา ค นคว าได งายข น ก จกรรม ตามความค ดเห นของทาน การว จ ยควรแบงออกเป นก ประเภทอะไรบ าง 2. ทานม เหต ผลอยางไรในการแบงการว จ ยตามข อ 1 3. การว จ ยเช งบรรยายก บการว จ ยเช งทดลองตางก นอยางไร MR 393(s) 19

20 เน อหา 1.5 ประโยชน ของการว จ ย การว จ ยน บวาม ประโยชน อยางมากในป จจ บ น ซ งจะเห นได วาศาสตร ท ม ความ เจร ญก าวหน าอยางรวดเร วน นเก ดจากม การท าว จ ย หร อม การศ กษาค นคว าหาความร ใหม ๆ อย ตลอดเวลาซ งจะเห นได ช ดเจนในศาสตร ทางด านการแพทย แตถ าศาสตร ใด น กว ชาการในศาสตร น นไมคอยได ท าการว จ ยก นหร อท าการว จ ยแล วก ไมได น าไปใช ประโยชน ศาสตร น นๆก จะเจร ญก าวหน าช า ผลงานท ได จากการท าว จ ยกอให เก ด ประโยชน หลายอยางซ งก ข นอย ก บจ ดม งหมายของผ ท าว จ ยเองวาต องการน าผลการว จ ย ไปใช อะไร แตพอจะสร ปได เป นข อ ๆ ด งน 1. กอให เก ดความร ใหม ๆ เพ มมากข น ในสาขาว ชาท ท าว จ ยซ งเป นการว จ ยท ม งแสวงหาข อความร ความจร งในส งท ย งไมม ใครร อาจจะเป นกฎ หร อทฤษฎ 2. กอให เก ดเทคโนโลย ใหม ๆ ท ท นสม ยอย เสมอซ งเป นการว จ ยท ม งประด ษฐ หร อสร างอ ปกรณ ท จะน ามาใช เพ ออ านวยความสะดวกให แกมน ษย 3. ใช เป นข อม ลในการก าหนดนโยบาย หร อวางแผนในการปฏ บ ต งาน ซ งเป น การว จ ยเพ อหาข อม ลในด านตาง ๆ ส าหร บน ามาใช ในการบร หารในหนวยงาน 4. ชวยให ได แนวทางในการเล อกว ธ ปฏ บ ต ในการท างานวาจะเล อกว ธ ใดท ประหย ด รวดเร วและได ผลด ท ส ด 5. ชวยในการให แก ป ญหาตาง ๆ ได ตรง และอยางม เหต ม ผลท เช อถ อได 6. ใช ในการต ดตามและประเม นผลของหนวยงานหร อโครงการตาง ๆ จะท าให เราทราบถ งผลส าเร จของงานหร อโครงการวาม มากน อยแคไหน ม ป ญหาอ ปสรรคในการ ปฏ บ ต อะไรบ าง เพ อน ามาใช เป นข อม ลในการแก ไขปร บปร งโครงการตอไป 7. ชวยให ได เทคน คส าหร บการพ ฒนาบ คลากรและหนวยงานให ม ประส ทธ ภาพ มากย งข น ก จกรรม งานว จ ยทางการศ กษาน าไปใช ประโยชน อะไรบ าง 2. รอบ ๆ ต วทานม อะไรบ างท เก ดจากผลงานว จ ย 20 MR 393(s)

21 สร ปบทท 1 เน อหา 1.1 การแสวงหาความร ความจร งของมน ษย ว ธ การแสวงหาความร ความจร งของมน ษย ม ว ธ การด งน 1. ตามค าบอกเลาของผ ม อ านาจ 2. ตามขนบธรรมเน ยมประเพณ 3. ใช ประสบการณ ของตนเอง 4. โดยว ธ การหย งร ของตนเอง 5. ใช ความร ส กของตนเอง 6. ใช หล กเหต ผลเช งตรรกศาสตร 7. ใช ว ธ ทางว ทยาศาสตร เน อหา 1.2 ความหมายและกระบวนการว จ ย การว จ ย หมายถ ง ว ธ การหร อกระบวนการในการแสวงหาความร ความจร งหร อ ค าตอบจากป ญหาหร อข อสงส ย กระบวนการว จ ย ได ใช ว ธ การทางว ทยาศาสตร ม ข นตอนตาง ๆ ด งน ข นท 1 ก าหนดป ญหา ข นท 2 ต งสมม ต ฐานการว จ ย ข นท 3 การเก บรวบรวมข อม ล ข นท 4 การว เคราะห ข อม ล ข นท 5 สร ปผล และเข ยนรายงานการว จ ย เน อหา 1.3 ความจ าเป นและล กษณะของการว จ ย การว จ ยทางส งคมศาสตร หร อทางการศ กษาน บวาม ความจ าเป นมากท จะท าให เราได เข าใจเหต การณ และพฤต กรรมของมน ษย ได อยางถ กต อง เพราะพฤต กรรมตาง ๆ ของมน ษย ในส งคมป จจ บ นน ม ความสล บซ บซ อนมาก ยากท จะเข าใจได โดยใช สาม ญส าน ก ป ญหาบางอยางมองด แล วเราค ดวาเราร เก ดจากสาเหต อะไรโดยใช ความร ส กแตความจร ง MR 393(s) 21

22 แล วไมงายอยางท ค ดเพราะบางป ญหาม สาเหต สล บซ บซ อนมากมายหลายสาเหต ด งน น การว จ ยจะชวยเราได เป นอยางด ล กษณะของการว จ ยสร ปได ด งน 1. เป นการกระท าท ให ได มาซ งของใหม 2. ต องใช ความร ความสามารถในการท า 3. ม ความเป นปรน ย 4. ม ความเช อถ อได 5. ม การเข ยนเป นรายงาน เน อหา 1.4 ประเภทของการว จ ย การแบงประเภทของการว จ ยม การแบงหลายแบบตามเกณฑ ท ใช ในการแบงซ ง สร ปแล วนาจะม เพ ยง 3 ประเภทท น ยมแบงก นค อ 1. การว จ ยเช งประว ต ศาสตร 2. การว จ ยเช งบรรยาย 3. การว จ ยเช งทดลอง เน อหา 1.5 ประโยชน ของการว จ ย การว จ ยถ าเราน ามาใช ก จะกอให เก ดประโยชน มากมาย แตถ าท าเสร จแล วเก บไว เฉย ๆ ก จะไมม ประโยชน ซ งประโยชน ท ได พอสร ปได ด งน เพ มพ นความร ในสาขาว ชาท ท ามากข น ม เทคโนโลย ใหมๆ มากข น ใช ในการวางแผน ใช ในการปฏ บ ต งานอยางม ประ ส ทธ เป นต น แบบฝ กห ดบทท 1 1. จงอธ บายการแสวงหาความร ความจร งของมน ษย มาให เข าใจ 2. จงบอกความหมายและกระบวนการว จ ยมากอยางละเอ ยด 3. การว จ ยทางการศ กษาม ความจ าเป นอยางไร 4. ผลงานว จ ยม ล กษณะอยางไร 5. การแบงประเภทของการว จ ยแบงได อยางไรบ าง 6. การว จ ยม ประโยชน อยางไร 22 MR 393(s)

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา ศ กษา / ปฏ บ ต............... โดย............. เพ อ.............. สาระ...............

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา การประเม นผลการส มมนา หมายถ ง กระบวนการในการจ ดเก บข อม ล และจ ดกระท าข อม ลเพ อให ทราบว า การดาเน นงานจ ดส มมนาตาม โครงการ ได บรรล ว

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

แบบเสนอโครงการว จ ยเพ อพ ฒนาการเร ยนร กองท นเพ อการว จ ย มหาว ทยาล ยราชภ ฏภ เก ต

แบบเสนอโครงการว จ ยเพ อพ ฒนาการเร ยนร กองท นเพ อการว จ ย มหาว ทยาล ยราชภ ฏภ เก ต แบบ สวกท. - 01 แบบเสนอโครงการว จ ยเพ อพ ฒนาการเร ยนร กองท นเพ อการว จ ย มหาว ทยาล ยราชภ ฏภ เก ต ---------------------------------- 1. ช อโครงการว จ ย 1.1 (ภาษาไทย).................... 1.2 (ภาษาอ งกฤษ)..................

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

ห วข อการประกวดแข งข น

ห วข อการประกวดแข งข น ช อโครงการ การประกวดแข งข นท กษะด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร ห วข อการประกวดแข งข น เทคโนโลย สร างสรรค หน วยงานท ร บผ ดชอบ บร ษ ท สงขลาฟ น ชช ง จาก ด ล กษณะโครงการ ประกวดแข งข นช งท นการศ กษา ระยะเวลาดาเน นการ

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต องใช เคร องม อประกอบการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด

More information

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.) ล าด บท หล กส ตร ประเภท ระยะเวลา จ านวน ยศ 1 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง กรมอ ทหารเร อ ช นป ท 1 ศ กษา 1 ป ต.ค.57 - ก.ย.58 77 - เพ อทดแทนก าล งพลในการซ อมสร างเร อ 2 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน แผนบร หารการสอน รายว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ รห สว ชา 3524301 จ านวน 3 หน วยก ต 3 ช วโมง ว ชาท ต องเร ยนมาก อน : 3521101 (การเง นธ รก จ) และ 3521102 (การบ ญช 2) ค าอธ บายรายว ชา ศ กษาเก ยวก บการพ ฒนาและว

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร ร จ กคอมพ วเตอร ป จ บ นคอมพ วเตอร เป นอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศท น ยมใช ก นอย างแพร หลาย โดยท วไปเราจะน าคอมพ วเตอร มาใช ในการท างานต าง ๆ เช นการค ดค านวณ การพ

More information

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ย ทธศาสตร ย ทธศาสตร ท 1 เสร มสร างจ ตส าน กและ ค าน ยมให หน วยงาน บร หารงานตาม หล

More information

LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม

LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม www.thatoomhsp.com เร อง พ ฒนาระบบรายงานโปรแกรม HOSxP สมาช ก ประกอบด วยเจ าหน าท ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ 2 คน นายธราท พย พรหมบ ตร ห วหน าศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ

More information

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101 โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101 คร ผ สอน ม สกรรณ การ โพธ วงศ ระด บช น ประถมศ กษาป ท 3 ม ธยมศ กษาป ท. ภาคเร ยนท 1-2 / 2557 ล กษณะว ชา สาระพ นฐาน สาระเพ มเต ม ก จกรรมพ

More information

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น (สมรรถนะท 2 การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น) (เวลา 55 ช วโมง) แนวค ด เป นหล กส ตรท จ ดข นเพ อให ความร ในการบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น เม อเก ดป ญหาเพ ยงเล

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553)

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการ ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการ ต วช ว ด เป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช จ ดประช มเพ อทบทวนแผนการจ ดการ

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development พ มพ คร งท 2 พฤศจ กายน 2552 การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development เร ยบเร ยงโดย ผศ.ดร.ส ราษฎร พรมจ นทร ภาคว ชาคร ศาสตร เคร องกล คณะคร ศาสตร อ ตสาหกรรม มหาว ทยาล ยเทคโนโลย พระจอมเกล าพระนครเหน อ พ

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

บทท 5 การประเม นและรายงานผล

บทท 5 การประเม นและรายงานผล 73 บทท 5 การประเม นและรายงานผล 75 บทท 5 การประเม นและรายงานผล ความหมายของการประเม นและรายงานผลพ ฒนาการของเด กเล ก การประเม นผล (Assessment) โดยท วๆ ไป หมายถ ง กระบวนการพ จารณา ต ดส นค ณภาพ หร อ ค ณล กษณะของพฤต

More information

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร ประกอบด วย 4 ข นตอน 1. การว เคราะห และกาหนดรายละเอ ยดของป ญหา 2. การวางแผนในการแก ป ญหา 3. การดาเน นการแก ป ญหา 4. การตรวจสอบและปร บปร ง ว เคราะห ป ญหาหร อความต องการ

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน http://recc.erc.or.th/ercnetwork โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 ความเป นมา ส าน กงานอ ตโนม ต เก ดจากความพยายามขององค กร ท จะท าให งาน ขององค กรถ กต อง รวดเร ว ตรวจสอบได และเจ าหน าท ขององค กร ไม ม ข อจ าก ดด านสถานท

More information

กองส ขภาพจ ตส งคม ฉบ บท A แก ไขคร งท 0 ระเบ ยบปฏ บ ต ท P-EP-03 ประกาศใช : 1 เมษายน 2548 SMH เร อง การจ ดท าฐานข อม ลระบาดว ทยาส ขภาพจ ต หน าท : 1/5

กองส ขภาพจ ตส งคม ฉบ บท A แก ไขคร งท 0 ระเบ ยบปฏ บ ต ท P-EP-03 ประกาศใช : 1 เมษายน 2548 SMH เร อง การจ ดท าฐานข อม ลระบาดว ทยาส ขภาพจ ต หน าท : 1/5 กองส งคม ฉบ บท A แก ไขคร งท 0 SMH เร อง การจ ดท าฐานข อม ล หน าท : 1/5 หน วยงาน : หน วยงานท เก ยวข อง : (ให ใส หน วยงานท เก ยวข อง) ผ จ ดเตร ยม คณะท างานจ ดท าเอกสาร.. () ผ ทบทวน ผ แทนฝ ายบร หารค ณภาพ..

More information

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ)

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ) แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ) สาขาว ชา กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย จ านวน.0 หน วยก ต (40 คาบ) รายว ชา ง0 การเข ยนโปรแกรมเบ องต น เวลา คาบ/ส ปดาห ระด บช น ม ธยมศ

More information

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2) หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) ว ชา การใช โปรแกรมน าเสนอข อม ล รห สว ชา - ระด บ ปวช. ปวส. สาขางาน คอมพ วเตอร ธ รก จ ป การศ กษา / 6 ผ สอน นางจ ราย บ ญมาปล ก ล กษณะว ชา ทฤษฎ +ปฏ บ ต มาตรฐานรายว ชา. อธ

More information

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช แผนการจ ดการ ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช A1 เป าหมาย เป าหมาย ต วช ว ด เกณฑ ป 2556 จานวนประด นท สาขาว ชาศ กษาศาสตร กาหนด ครอบคล

More information

คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ

คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ 1 คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ เอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ ประกอบด วย เอกสารประกอบการเร ยนท งหมด 8 เล ม ค อ เล มท 1 เร ยนร เศรษฐก จพอเพ ยง เล

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

เค าโครงเร องท จะบรรยาย 1. คด ปกครองเก ยวก บส งแวดล อม 2. การกาหนดประเด น 3. การเตร ยมการก อนจ ดทาความเห น 4. เทคน คในการเข ยนความเห น 5.

เค าโครงเร องท จะบรรยาย 1. คด ปกครองเก ยวก บส งแวดล อม 2. การกาหนดประเด น 3. การเตร ยมการก อนจ ดทาความเห น 4. เทคน คในการเข ยนความเห น 5. เค าโครงเร องท จะบรรยาย 1. คด ปกครองเก ยวก บส งแวดล อม 2. การกาหนดประเด น 3. การเตร ยมการก อนจ ดทาความเห น 4. เทคน คในการเข ยนความเห น 5. การกาหนดคาบ งค บ 6. ต วอย างคาพ พากษาท น าสนใจ ความหมายของ คด ปกครองทางส

More information

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ ส วนท ๑ การร บหน งส อ หน งส อร บ ค อ หน งส อได ร บเข ามาจากภายนอก ให เจ าหน าท ของหน วยงานสารบรรณ กลางปฏ บ ต ตามท ก าหนดไว ในส วนน ๑. จ ดล าด บความส าค ญและความเร งด วนของหน

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง (เอกสารประกอบการประช มปฏ บ ต การช แจงและซ กซ อมความเข าใจการสร างข อสอบ Online) สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 5 :ส งห บ ร :ลพบ ร :ช ยนาท:อ างทอง:

More information

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน ค ม อผ ด แลระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน บทท 3 การบร หารจ ดการระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชนระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน - ๑ บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน เจ าหน าท ผ ใช งานระบบสารสนเทศภ

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

เพ อนาเสนอผลงานว จ ยท ได ร บท น สวทช.ภาคเหน อท เป นงานว จ ยเพ อแก ไขและ พ ฒนาท องถ น

เพ อนาเสนอผลงานว จ ยท ได ร บท น สวทช.ภาคเหน อท เป นงานว จ ยเพ อแก ไขและ พ ฒนาท องถ น (1) เร อง งานว จ ยเพ อแก ไขและพ ฒนาท องถ น 2553 (2) ว น เด อน ป สถานท ท จ ด 2 กรกฎาคม 2553 โรงแรมแคนทาร ฮ ลล จ.เช ยงใหม (3) ว ตถ ประสงค ของการจ ด เพ อนาเสนอผลงานว จ ยท ได ร บท น สวทช.ภาคเหน อท เป นงานว

More information

กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย

กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและ ทาไมต องเร ยนการงานอาช พและ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเป นกล มสาระท ช วยพ ฒนาให ผ เร ยน ม ความร ความเข าใจ ม ท กษะพ นฐานท จาเป นต อการด ารงช ว ต และร เท าท นการเปล

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

การวางแผน (Planning)

การวางแผน (Planning) การวางแผน (Planning) การวางแผน หมายถ งอะไร การพ จารณา และ ก าหนดแนวทางปฏ บ ต งาน ให บรรล เป าหมาย การคาดการณ หร อ คาดคะเนส งท ย งไม เก ดข น อย างใช ด ลยพ น จ สร ป...การวางแผน ค อ ความพยายามท เป นระบบ เพ

More information

งานว จ ยในช นเร ยน เร อง ส ารวจความต องการในการเร ยนว ชาการงานอาช พ ของน กเร ยนระด บประถมศ กษาป ท 1-2 ผ ว จ ย ม สร ชน วงศ เสวต

งานว จ ยในช นเร ยน เร อง ส ารวจความต องการในการเร ยนว ชาการงานอาช พ ของน กเร ยนระด บประถมศ กษาป ท 1-2 ผ ว จ ย ม สร ชน วงศ เสวต งานว จ ยในช นเร ยน เร อง ส ารวจความต องการในการเร ยนว ชาการงานอาช พ ของน กเร ยนระด บประถมศ กษาป ท 1-2 ผ ว จ ย ม สร ชน วงศ เสวต กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พอาช พและเทคโนโลย ป การศ กษา 2553 โรงเร ยนอ สส

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

เคร องม อประเม น สถานศ กษาแบบอย างการจ ดก จกรรมการเร ยนร และการบร หารจ ดการตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง (สถานศ กษาพอเพ ยง) ป 2554 2556

เคร องม อประเม น สถานศ กษาแบบอย างการจ ดก จกรรมการเร ยนร และการบร หารจ ดการตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง (สถานศ กษาพอเพ ยง) ป 2554 2556 ตอนท 1 ข อม ลท วไป เคร องม อประเม น สถานศ กษาแบบอย างการจ ดก จกรรมการเร ยนร และการบร หารจ ดการตามหล กปร ชญาของ (สถานศ กษาพอเพ ยง) ป 2554 2556 ************************************* 1. ช อสถานศ กษา... ส

More information

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท บทท 1 ส วนเจ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง 1-1 ประกอบด วยผ ใช งานท เก ยวข อง 3 ส วนค อ ส วนเจ จ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง ส วนผ ใช งานน ท วไป ได แก ข าราชการท กคนของส าน กงานฯ

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา...2557...

โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา...2557... วช.022_1 ไม เต มร ปแบบ โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา...2557... ช องานว จ ย การพ ฒนาการจ ดการเร ยนร แบบร วมม อท ม ผลต อผลส มฤทธ ทางการเร ยนว ชาคอมพ วเตอร เร อง การค านวณและการใช

More information

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus)

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus) 1 อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus) ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ ง 347 จานวน 1.0 หน วยก ต ( คาบ/ส ปดาห ) ระด บม ธยมศ กษาตอนปลาย ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 5 กล มสาระการงานอาช พและเทคโนโลย

More information

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการปฏ บ ต งาน ตอนท 1 ข อม ลของผ ร บการประเม น (เจ าหน าท บ คคลหร อเจ าหน าท ท เก ยวข องเป นผ กรอก) ตอนท 2 ภาระงานท ได ปฏ บ ต ในช วงระยะเวลาประเม น (ผ ร บการประเม นเป นผ

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 5 1. ว ตถ ประสงค เพ ออธ บายกระบวนการพ ฒนาบ

More information

แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ

แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ แบบสอบถามน ม ว ตถ ประสงค เพ อประเม นความค ดเห นเก ยวก บการจ ดประช ม สาหร บเป นข อม ลพ นฐานในการ

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน

ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน - 74 - ค ม อต ดต งโปรแกรมระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต (NRPM Offline) การต ดต งโปรแกรม NRMP Offline 1. ต

More information

แบบทดสอบหล งเร ยน หน วยการเร ยนร ท 5

แบบทดสอบหล งเร ยน หน วยการเร ยนร ท 5 216 แบบทดสอบหล งเร ยน หน วยการเร ยนร ท 5 รายว ชา ท 30206 การใช ห องสม ด เร อง การทารายงาน ช นม ธยมศ กษาป ท 4 จ ดประสงค การเร ยนร เพ อประเม นผลความก าวหน าการเร ยนร ของน กเร ยนในเร อง การทารายงาน คาแนะนา

More information

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net)

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net) 1 แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา () การประเม นการบร หารจ ดการศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาระด บสถานศ กษา เพ อให การด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาม ประส ทธ ภาพย งข น และน าไปส การพ ฒนาค

More information

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘ แผนงาน/โครงการ ว ตถ ประสงค เป าหมาย ข นตอน ระยะเวลา งบประมาณ ผ ร บผ ดชอบ ต วช ว ด ๑. ย ทธศาสตร การ เสร มสร างและจ ดการ องค ความร และ นว ตกรรม ๑.๑ ว จ ยและพ ฒนาสร าง องค ความร และ นว ตกรรมการผล ตป ย ช วภาพท

More information

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554 การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554 รายงานการประเม นตนเองตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการ (รายต วช ว ด) ( ) รอบ 6 เด อน ( / ) รอบ 9 เด อน ( ) รอบ 12

More information

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร 19 สนว. แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน ก มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร องค ประกอบ จ ดแข ง แนวทางเสร มจ ดแข ง จ ดท ควรพ ฒนา ข อเสนอแนะในการปร บปร ง หล กฐาน/โครงการ

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน สาระการเร ยนร : ประโยชน แท แก มหาชน 1 บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน หล กการ ร ศ กยภาพ ร จ นตนาการ ร ประโยชน สาระการเร ยนร เร ยนร การว เคราะห ศ กยภาพของป จจ ยศ กษา จ นตนาการเห นค ณ สรรค สร างว ธ การ

More information

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ ( และบ คคลภายนอก) ตาแหน ง ค ณสมบ ต เฉพาะตาแหน ง 1. ผ ตรวจสอบ ระด บ 4 (ด าน IT) / หญ ง ปร ญญาตร ทางด านคอมพ วเตอร ตามท กพ. ร บรอง - ผ ม ประสบการณ ในการตรวจสอบ

More information

แผนการจ ดการความร ป 2555-2557 สาขาบร หารการศ กษา Show and share

แผนการจ ดการความร ป 2555-2557 สาขาบร หารการศ กษา Show and share แผนการป 2555-2557 Show and share ล าด บ ก จกรรม ก าหนดการด าเน นงาน ระยะเวลา ต วช ว ด เป าหมาย 1. ก จกรรมท 1 การบ งช 1.1 การประช มช แจงประกาศ และค าส งนโยบายการจ ดการ เคร องม อท ใช ในการ สน บสน นประเด

More information

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ อ. ร งล กษม รอดข า คณะว ทยาการจ ดการ มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนส น นทา 1 บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสารของระบบสารสนเทศ ว ตถ ประสงค 1. บอกความหมายของเอกสารระบบสารสนเทศได

More information

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน ว ตถ ประสงค เพ อพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรผ เก ยวข องให ม ความร ความเข าใจ ความส าค ญในการก าหนดข อม ลพ นฐาน (Master File) และข อม ล พ นฐานท พ ฒนาข นมาใหม ในโปรแกรม BMS INVENTORY เพ

More information

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น 1 สร ปรายงาน โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การการเผยแพร สารสนเทศ เร อง ว นท 23 ม นาคม 2554 ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ ช อโครงการ : เร อง หล กการและเหต ผล ป จจ บ นคอมพ วเตอร ได เข ามาม ส วนส าค ญมากต

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information