G E H (ค) คานา

Size: px
Start display at page:

Download "G E H 2 2 0 1 (ค) คานา"

Transcription

1 ปกหน า

2 G E H (ข)

3

4 G E H (ข)

5 G E H (ค) คานา สม ดบ นท กเล มน เป นค ม อการจ ดการเร ยนการสอนรายว ชา GEH2201 การพ ฒนาตน ซ งทาง ส าน กว ชาการศ กษาท วไปฯได จ ดท าข นด วยม ว ตถ ประสงค เพ อให น กศ กษาได ใช ประโยชน ในการเร ยน รายว ชาน สม ดบ นท กเล มน จะม ประโยชน หากน กศ กษาใช สม ดบ นท กน ในขณะเร ยนไปพร อมก น และ บ นท กข อม ลหร อสาระท ผ สอนอธ บายเพ มเต ม ท าแบบทดสอบท ายบท อ านทบทวน หร อใช ในการศ กษา ค นคว าเพ มเต มก อนการเร ยนในช วโมงต อไป ซ งส าน กว ชาการศ กษาท วไปฯ หว งเป นอย างย งว าน กศ กษา จะใช สม ดบ นท กเล มน ให เก ดประโยชน ค มค ามากท ส ด คณะผ จ ดทา สาน กว ชาการศ กษาท วไปและ นว ตกรรมการเร ยนร อ เล กทรอน กส ภาคเร ยนท 1/2556

6 G E H (ก)

7 G E H (ก) สารบ ญ ห วเร อง หน า คานา (ก) สารบ ญ (ข) บ นท กช วยจา (ค) คาอธ บายรายว ชา GEH2201 การพ ฒนาตน 1 แผนการจ ดการเร ยนร 1 ปฏ ท นรายว ชา GEH2201 การพ ฒนาตน 4 หน วยการเร ยนท 1 แนวค ดพ นฐานพฤต กรรมมน ษย 5 หน วยการเร ยนท 2 ป จจ ยพ นฐานของพฤต กรรม 12 หน วยการเร ยนท 3 การร จ กตน 19 หน วยการเร ยนท 4 กระบวนการพ ฒนาตน 26 หน วยการเร ยนท 5 เทคน คท ใช ในการพ ฒนาตน 32 หน วยการเร ยนท 6 พฤต กรรมเส ยง 39 หน วยการเร ยนท 7 การดาเน นช ว ตในส งคมอย างม ค ณค า 46 หน วยการเร ยนท 8 ความส ขในช ว ต 52 เกณฑ การประเม นรายว ชา 58 เกณฑ การประเม นผลการเร ยน 58 ข นตอนการทาโครงงาน (Project) 59 โครงงาน ( Project ) 60 แบบฟอร มการน าเสนอโครงงานระยะท 1 64 แบบฟอร มการน าเสนอโครงงานระยะท 2 66 แบบฟอร มการน าเสนอโครงงานระยะท 2 70 ต วอย างการส งโครงงานฉบ บสมบ รณ 75 เกณฑ การประเม นโครงงานระยะท 1 86 เกณฑ การประเม นโครงงานระยะท 2 87 เกณฑ การประเม นโครงงานระยะท 3 88 กาหนดการส งงาน 89

8 G E H (ข)

9 G E H (1) คาอธ บายรายว ชา GEH2201 การพ ฒนาตน หล กการพ นฐานพฤต กรรมมน ษย แนวค ดทฤษฎ เทคน ค และว ธ การพ ฒนาตนท งการกาก บความ ค มตนเอง การพ ฒนาตนให เก ดศ กยภาพส งส ด การปฏ บ ต ตน การป องก นก บพฤต กรรมเส ยงในช ว ตอย าง เหมาะสม การดาเน นช ว ตท ม ค ณค าและสามารถดารงอย ในส งคมได อย างม ความส ขและการพ ฒนาไปส การ พ งตนเองอย างย งย น แผนการจ ดการเร ยนร ส ปดาห ท ห วข อ/รายละเอ ยด 1 หน วยท 1.แนวค ดพ นฐาน พฤต กรรมมน ษย -ความหมาย ประเภทและ องค ประกอบของพฤต กรรมมน ษย -เป าหมายและความสาค ญของ การศ กษาพฤต กรรม -ว ธ การศ กษาพฤต กรรม -กล มจ ตว ทยาเพ อความเข าใจ เก ยวก บพฤต กรรมมน ษย 2 ศ กษาด วยตนเองผ านระบบ E-Learning 3 หน วยท 2 ป จจ ยพ นฐานพฤต กรรม มน ษย -ป จจ ยพ นฐานทางช วว ทยา -ป จจ ยพ นฐานทางจ ตว ทยา -ป จจ ยพ นฐานทางส งคมว ทยา -ป จจ ยพ นฐานทางด านจร ยธรรม 4 ศ กษาด วยตนเองผ านระบบ E-Learning 5 หน วยท 3 การร จ กตน -ความหมายของตน -จ ดกาเน ดของตน -การร จ กตน จานวน ก จกรรมการเร ยน ช วโมง การสอน/ส อท ใช 3 1.การบรรยายในคาบเร ยน 2.แบบทดสอบประจาหน วยการ เร ยน 3.คาถามกระต นท ายคาบ 4.เพาเวอร พ อย ว ด ท ศน 5.ยกต วอย างโครงงานบร การ ว ชาการส งเสร มการเร ยนร ส ความ ย งย น 6.ยกต วอย างงานว จ ยป จจ ยท ส งผล ต อผลส มฤทธ ทางการเร ยนรายว ชา ศ กษาท วไป 7.บทเร ยนออนไลน ในระบบ E-Learning ศ กษาด วยตนเองและทาแบบฝ กห ด ในระบบ E-Learning 3 1.การบรรยายในคาบเร ยน 2.แบบทดสอบประจาหน วยการ เร ยน 3.คาถามกระต นท ายคาบ 4.เพาเวอร พ อย ว ด ท ศน 5.บทเร ยนออนไลน ในระบบ E-Learning ศ กษาด วยตนเองและทาแบบฝ กห ด ในระบบ E-Learning 3 1.การบรรยายในคาบเร ยน 2.แบบทดสอบประจาหน วยการ เร ยน 3.คาถามกระต นท ายคาบ ผ สอน อ.ชลลดา ช วณ ชชานนท อ.ภาณ ว ฒน ศ วะสก ลราช อ.กล ญญ เพชราภรณ

10 G E H (2) ส ปดาห ท ห วข อ/รายละเอ ยด -ความหมายและความสาค ญของ การร จ กตน -ภาพของตน -อ ตมโนท ศน -ว ธ การร จ กตน -การร จ กตนในร ปแบบปฏ ส มพ นธ ABC -ค ณค าของการร จ กตน -การประเม นตนเอง -แนวทางการส งเสร มการร จ กตนเอง 6 ศ กษาด วยตนเองผ านระบบ E-Learning 7 หน วยท 4 แนวค ด ทฤษฎ และ กระบวนการในการพ ฒนา -หล กการพ มนาตน -ธรรมชาต ของลาด บข นการ เปล ยนแปลงพฤต กรรมตนเอง -แนวค ดทฤษฎ ทางจ ตว ทยา -กระบวนการพ ฒนาตน -การสร างโปรแกรมพ ฒนาตน -ว ธ การทาให พฤต กรรมใหม คงอย -ว ธ การป องก นการกล บส สภาพเด ม 8 ศ กษาด วยตนเองผ านระบบ E-Learning 9 หน วยท 5 เทคน คและว ธ การใน การพ ฒนาตน -เทคน คการเปล ยนแปลงพฤต กรรม -เทคน คการเปล ยนแปลงความค ด -เทคน คการมองม มใหม -เทคน คการเปล ยนแปลงอารมณ ความร ส ก -การประย กต ใช เทคน คในการพ ฒนา ตนเฉพาะเร อง จานวน ช วโมง ก จกรรมการเร ยน การสอน/ส อท ใช 4.เพาเวอร พ อย ว ด ท ศน 5.บทเร ยนออนไลน ในระบบ E-Learning ศ กษาด วยตนเองและทาแบบฝ กห ด ในระบบ E-Learning 3 1.การบรรยายในคาบเร ยน 2.แบบทดสอบประจาหน วยการ เร ยน 3.คาถามกระต นท ายคาบ 4.เพาเวอร พ อย ว ด ท ศน 5.ยกต วอย างโครงงานบร การ ว ชาการส งเสร มการเร ยนร ส ความ ย งย น 6.ยกต วอย างงานว จ ยป จจ ยท ส งผล ต อผลส มฤทธ ทางการเร ยนรายว ชา ศ กษาท วไป 7.บทเร ยนออนไลน ในระบบ E-Learning ศ กษาด วยตนเองและทาแบบฝ กห ด ในระบบ E-Learning 3 1.การบรรยายในคาบเร ยน 2.แบบทดสอบประจาหน วยการ เร ยน 3.คาถามกระต นท ายคาบ 4.เพาเวอร พ อย ว ด ท ศน 5.บทเร ยนออนไลน ในระบบ E-Learning ผ สอน อ.ชลลดา ช วณ ชชานนท อ.ชลลดา ช วณ ชชานนท

11 G E H (3) ส ปดาห ท ห วข อ/รายละเอ ยด 10 ศ กษาด วยตนเองผ านระบบ E-Learning 11 หน วยท 6 การป องก นพฤต กรรม เส ยงในช ว ต -ความหมายและแนวค ดเก ยวก บ พฤต กรรมเส ยง -ประเภทของพฤต กรรมเส ยง -การจ ดการก บพฤต กรรมเส ยง จานวน ก จกรรมการเร ยน ช วโมง การสอน/ส อท ใช ศ กษาด วยตนเองและทาแบบฝ กห ด ในระบบ E-Learning 3 1.การบรรยายในคาบเร ยน 2.แบบทดสอบประจาหน วยการ เร ยน 3.คาถามกระต นท ายคาบ 4.เพาเวอร พ อย ว ด ท ศน 5.ยกต วอย างโครงงานบร การ ว ชาการส งเสร มการเร ยนร ส ความ ย งย น 6.ยกต วอย างงานว จ ยป จจ ยท ส งผล ต อผลส มฤทธ ทางการเร ยนรายว ชา ศ กษาท วไป 7.บทเร ยนออนไลน ในระบบ E-Learning ศ กษาด วยตนเองและทาแบบฝ กห ด ในระบบ E-Learning 3 1.การบรรยายในคาบเร ยน 2.แบบทดสอบประจาหน วยการ เร ยน 3.คาถามกระต นท ายคาบ 4.เพาเวอร พ อย ว ด ท ศน 5.บทเร ยนออนไลน ในระบบ E-Learning 12 ศ กษาด วยตนเองผ านระบบ E-Learning 13 หน วยท 7 การดาเน นช ว ตในส งคม อย างม ค ณค า -มน ษยส มพ นธ -ป จจ ยส วนบ คคลท สาค ญต อมน ษย ส มพ นธ -ทฤษฎ การเก ดความส มพ นธ ระหว าง บ คคล -ประเภทความส มพ นธ ระหว าง บ คคล -ข นตอนของการเก ดความส มพ นธ -การส อสารระหว างบ คคล 14 ศ กษาด วยตนเองผ านระบบ ศ กษาด วยตนเองและทาแบบฝ กห ด E-Learning ในระบบ E-Learning 15 หน วยท 8 การสร างความส ขในช ว ต 3 1.การบรรยายในคาบเร ยน 2.แบบทดสอบประจาหน วยการ เร ยน 3.คาถามกระต นท ายคาบ 4.เพาเวอร พ อย ว ด ท ศน 5.บทเร ยนออนไลน ในระบบ E-Learning ผ สอน อ.ชลลดา ช วณ ชชานนท อ.ชลลดา ช วณ ชชานนท รศ.ดร.ก ญชร ค าขาย

12 G E H (4) ส ปดาห ท ห วข อ/รายละเอ ยด 16 ศ กษาด วยตนเองผ านระบบ E-Learning 17 สอบว ดความร รายว ชาศ กษาท วไป จานวน ช วโมง ก จกรรมการเร ยน การสอน/ส อท ใช ศ กษาด วยตนเองและทาแบบฝ กห ด ในระบบ E-Learning ผ สอน หมายเหต 1. ศ กษาเพ มเต มในระบบ E-Learning อย างน อย 32 ช วโมง 2. ทาก จกรรมและศ กษาด วยตนเอง 96 ช วโมง

13 G E H (5) ปฏ ท นรายว ชา GEH2201 การพ ฒนาตน คร งท เน อหา 1 หน วยท 1 แนวค ดพ นฐานพฤต กรรมมน ษย 2 หน วยท 2 ป จจ ยพ นฐานพฤต กรรมมน ษย 3 หน วยท 3 การร จ กตน 4 หน วยท 4 แนวค ด ทฤษฎ และกระบวนการพ ฒนา 5 หน วยท 5 เทคน ค และว ธ การในการพ ฒนา 6 หน วยท 6 การป องก นพฤต กรรมเส ยงในช ว ต 7 หน วยท 7 การดาเน นช ว ตในส งคมอย างม ค ณค า 8 หน วยท 8 การสร างความส ขในช ว ต กล มเร ยน... ว น... เวลา... สถานท เร ยน หมายเหต

14 G E H (6) หน วยการเร ยนท 1 แนวค ดพ นฐานพฤต กรรมมน ษย ห วเร อง 1. ความหมายของประเภทพฤต กรรม 2. ว ธ การศ กษาพฤต กรรม 3. กล มแนวค ดทางจ ตว ทยา ผลล พธ การเร ยนร 1. บอกความหมายของพฤต กรรมได 2. อธ บายประเภทพฤต กรรมได 3. เล อกใช ว ธ การศ กษาพฤต กรรมได อย างเหมาะสม 4. ระบ ว ธ การศ กษาพฤต กรรมตามกล มแนวค ดทางจ ตว ทยา เน อหาสร ป ในการศ กษารายว ชาการพ ฒนาตน ต องอาศ ยองค ความร ท เก ยวก บพฤต กรรมของมน ษย ซ งในการจะ เข าใจเร องพฤต กรรมน นจ าเป นต องเข าใจถ งหล กการพ นฐานท เก ยวก บพฤต กรรม ได แก ความหมายของ พฤต กรรม ซ งหมายถ ง ท ก ๆ ส งท บ คคลท าซ งสามารถส งเกตได โดยตรง หร ออย ในกระบวนการทางจ ตใจ ซ ง ได แก ความค ด ความร ส ก และแรงข บซ งเป นประสบการณ ของแต ละบ คคลท ไม สามารถจะส งเกตได โดยตรง พฤต กรรมแบ งออกเป นประเภทต าง ๆ ตามเกณฑ ในการจาแนก 5 เกณฑ ได แก 1.การใช การส งเกตเป นเกณฑ จ าแนกจากพฤต กรรมได แก พฤต กรรมภายนอก และพฤต กรรมภายใน ซ งต างก เป นต วก าหนดซ งก นและก น 2.การใช แหล งก าเน ดพฤต กรรมเป นเกณฑ สามารถจ าแนกได เป น 2 ประเภท ได แก พฤต กรรมว ฒ ภาวะ(Maturity) ซ งเป นความพร อมท เก ดข นโดยม ธรรมชาต เป นต วก าหนดให เป นไป ไม ต องผ านประสบการณ หร อการฝ กฝน และพฤต กรรมท เก ดจากการเร ยนร (Learned) ซ งเป นผลมาจากการได ร บประสบการณ และการ ฝ กฝน 3.การใช ภาวะทางจ ตของบ คคลเป นเกณฑ จาแนกได เป น 2 ประเภทได แก พฤต กรรมท กระท าโดยร ต ว (Conscious) ค อพฤต กรรมท อย ในระด บจ ตส าน ก และพฤต กรรมท กระท าโดยไม ร ต ว(Unconscious) ค อ พฤต กรรมท อย ในระด บจ ตไร สาน ก หร อจ ตใต สาน ก 4.การใช การแสดงออกของอ นทร ย เป นเกณฑ จ าแนกได เป น 2 ประเภทได แก พฤต กรรมทางกาย (Physical activity) และพฤต กรรมทางจ ต (Psychological activity) 5.การใช การท างานของระบบประสาทเป นเกณฑ จ าแนกเป น 2 ประเภทค อ พฤต กรรมท ควบค มได (Voluntary) และพฤต กรรมท ควบค มไม ได (Involuntary)

15 G E H (7) พฤต กรรมของมน ษย น นแยกออกเป นป จจ ยย อยๆ เร ยกว า องค ประกอบของพฤต กรรม ได แก 1.การร บร (Perception)เป นการแปลความหมายจากการส มผ ส 2.การเร ยนร (Learning)เป นการเปล ยนแปลงพฤต กรรมของบ คคลอย างค อนข างถาวร 3.การค ด(Thinking) เป นกระบวนการของสมอง ในการสร างส ญล กษณ หร อภาพให ปรากฏในสมอง แบ งเป น 2 ล กษณะได แก 3.1ความค ดรวบยอด (Concept) เป นล าด บข นท เก ดจากการท างานของสมองในการจ ดกล ม หร อการสร ปรวมท จะทาความเข าใจในส งต างๆท ได ร บร เพ อให เก ดความช ดเจน 3.2จ นตนาการ (Imagination) เป นการสร างภาพข นในสมองตามความน กค ดของตนเอง 4.สต ป ญญา(Intelligence) เป นความสามารถในต วบ คคลท ทราบได จากพฤต กรรมท บ คคลแสดงออก 5.เจตคต (Attitude) เป นความร ส กท แสดงออกมาในทางบวกหร อทางลบ ต อบ คคลหร อส งหน งส งใด 6.อารมณ (Emotion) เป นสภาวะทางจ ตใจท ม ต อส งเร า ซ งม ผลต อร างกายและการแสดงพฤต กรรม 7.ความเช อ(Beliefs) เป นการยอมร บน บถ อเช อม นในส งใดส งหน งท อาจต งอย พ นฐานของความค ด เหต ผลท สามารถพ ส จน ได หร ออาจต งอย บนพ นฐานของการยอมร บ ศร ทธา โดยปราศจากเหต ผลหร อการ พ ส จน ใดๆ จ งเป นป จจ ยหน งท ทาให เก ดพฤต กรรม ศาสตร ทางจ ตว ทยาได พ ฒนาว ธ การศ กษาพฤต กรรมไว มากมายโดยม เป าหมายเพ อการอธ บาย พฤต กรรม เข าใจพฤต กรรม พยากรณ พฤต กรรมและควบค มพฤต กรรม ความร เก ยวก บพฤต กรรมม ความส าค ญ ในหลายด าน ได แก ช วยให ผ ศ กษาเก ดความเข าใจตนเองและผ อ น ช วยบรรเทาป ญหาส งคมอ กท งช วย เสร มสร างพ ฒนาค ณภาพช ว ต ว ธ การในการศ กษาพฤต กรรมถ กน ามาใช ในการแสวงหาความร ต าง ๆ เก ยวก บ พฤต กรรม กระทาได 7 ว ธ ประกอบด วย 1.การทดลอง (Experimental Method) เป นการศ กษาพฤต กรรมในทางจ ตว ทยาท เป นว ทยาศาสตร ส งมาก โดยม งศ กษาความส มพ นธ เช งเหต และผลระหว างเหต การณ สองเหต กรณ และเหต การณ ท เป นเหต เร ยกว า ต วแปรอ สระ (Tndependent Variable) ส วนเหต การณ ท เป นผล เร ยกว า ต วแปรตาม (Dependent Variable) การปฏ บ ต ต อต วแปรอ สระ เร ยกว า การจ ดกระทา (Treatment) 2.การสารวจ (Survey Method) เป นการศ กษาในเช งว ทยาศาส ตร เช นก น แม ว าจะไม เข มข น น กก ย งม ว ธ การศ กษาต วแปรเหม อนการทดลอง แต ความส มพ นธ ระหว างต วแปรจะเป นเหต เป นผลแก ก นไม ได และผ ศ กษาไม ม การจ ดกระทาต อต วแปร กระทาเพ ยงแค ศ กษาต วแปรอย างม ระบบในสถานการณ ท พบ 3.การตรวจสอบจ ตตนเอง (Introspection Method) เป นว ธ การท บ คคลส งเกตตนเองหร อส ารวจ ตนเอง โดยการให บ คคลพ จารณาความร ส กของตนเอง ส ารวจตรวจสอบตนเอง แล วรายงานถ งสาเหต และ ความร ส กของตนเองออกมา 4.ว ธ ทางคล น ก (Clinical Method) เป นการศ กษาพฤต กรรมแบบล ก (In-Depth Study) รายใด รายหน งโดยใช เคร องม อหลาย ๆ อย าง เพ อให ได ข อม ลหลาย ๆ ด าน และใช ระยะเวลานานเพ อให ทราบสาเหต ของพฤต กรรมของบ คคลน น ๆ ตลอดจนได ข อความร ใหม ๆ ท จะนาไปใช ก บกรณ อ น ๆ ได 5.การส งเกตอย างม ระบบ (Systematic Observation) พฤต กรรมเป นจ านวนไม น อย จ าเป นต อง ศ กษาในสถานการณ ปกต ท สถานการณ น นเก ดข น โดยการเฝ าส งเกตและบ นท กพฤต กรรมของกล มต วอย างซ ง เร ยกว า การส งเกตอย างม ระบบว ธ การน ต องน ยามพฤต กรรมท จะส งเกตให ช ดเจนและว ดได เร ยกว า น ยาม ปฏ บ ต การ (Operational Definition) 6.การใช แบบสอบถาม (Questionnaire) การใช แบบสอบถามเหมาะสาหร บในการศ กษาพฤต กรรม ของบ คคลท ม จานวนมาก ๆ และต องการค าตอบอย างรวดเร ว ท าให ประหย ดเวลาค าใช จ ายอ นๆแบบสอบถาม

16 G E H (8) ท ใช จะต องเป นเคร องม อท ม ความเป นมาตรฐาน ม ค ณภาพ ม ความเท ยงตรง ม ความเช อม นได สามารถว ดในส ง ท เราต องการจะว ด 7.การทดสอบทางจ ตว ทยา (Psychological Testing) แบบทดสอบทางจ ตว ทยาเป นเคร องม อท ใช ว ด ล กษณะพฤต กรรมท แอบแฝงอย ภายในต วบ คคลซ งเป นส งท บ คคลพยามยามปกป ดซ อนเร นไว จะโดยร ต วหร อไม ร ต วก ตาม แนวท ศนะของกล มจ ตว ทยาเก ยวก บพฤต กรรมมน ษย ม ช อต าง ๆ ก นตามการให เหต ผลเก ยวก บความ พยายามท จะอธ บายท มาของพฤต กรรม แนวท ศนะหล กม ด วยก น 6 แนวท ศนะ ได แก 1.แนวท ศนะของกล มจ ตว ทยาโครงสร างน ยม (Structuralism) กล มน ม ความเช อว าจ ตม องค ประกอบ เป น 2 ส วน ค อ กายก บจ ต ท งสองส วนทางานส มพ นธ ก น 2.แนวท ศนะของกล มจ ตว ทยาหน าท น ยม (Functionalism) กล มหน าท น ยมสนใจท จะศ กษาเก ยวก บ โครงสร างของจ ตเช นเด ยวก บกล มโครงสร างน ยม แต น กจ ตว ทยากล มน ให ความส าค ญก บการท างานของจ ตว าม หน าท อย างไร และม กระบวนการอย างไร ท จะส งผลต อการแสดงออกของบ คคล 3.แนวท ศนะของกล มจ ตว ทยาจ ตว เคราะห (Psychoanalysis) แนวค ดของกล มจ ตว เคราะห น ช วยให เห นความผ ดปกต ของพฤต กรรม เข าใจผ ม ป ญหา เป นแนวทางในการบ าบ ดร กษาความผ ดปกต และอาจช วยให ระว งต วเองม ให จ ตของตนผ ดปกต ไปได 4.แนวท ศนะของกล มจ ตว ทยาพฤต กรรมน ยม (Behaviorism) น กจ ตว ทยาในกล มพฤต กรรมน ยมเน น ศ กษาเฉพาะพฤต กรรมท ส งเกตได อย างช ดเจน ซ งได แก พฤต กรรมภายนอก โดยเช อว าเราจะทราบถ งเร องราว ของจ ตก โดยศ กษาจากพฤต กรรมท แสดงออก จ ดเป นกล มท อธ บายพฤต กรรมซ งม งท าความเข าใจบ คคลจากส ง ท เป นร ปธรรม 5.แนวท ศนะของกล มจ ตว ทยาเกสต ลท (Gestalt psychology) แนวความค ดของกล มเกสต ลท ให ความสาค ญก บการศ กษาพฤต กรรมโดยส วนรวมท งหมด จะแยกศ กษาท ละส วนไม ได 6.แนวท ศนะของกล มจ ตว ทยามน ษย น ยม (Humanism) ความเช อเบ องต นของกล มจ ตว ทยามน ษย น ยม ค อ มน ษย ม จ ตใจ ต องการความร ก ความอบอ น ความเข าใจ มน ษย แต ละคนเป นผ ซ งพยายามท จะร ส ก เข าใจตนเอง และต องการบรรล ศ กยภาพส งส ดของตน (self actualization) ท กคนต างม งสร างความเป น มน ษย ท สมบ รณ ให แก ตนถ าเขาได ร บการยอมร บ จ ดเร มต นของการพ ฒนาตน จ งอย ท การยอมร บตนเองและ ผ อ นให ได ก อน บ คคลท พร อมต อการปร บปร งตนเองควรจะได ม ส ทธ ออกแบบช ว ต ท เหมาะสมตามท ศทาง ของเขา ในการศ กษารายว ชาการพ ฒนาตน เม อผ เร ยนเร ยนรายว ชาน จบลง ควรเก ดการเปล ยนแปลงตนเองไป ในหลายๆด านด งน 1.ด านร างกาย เป นการปร บปร งบ คล กภาพ หร อเปล ยนแปลงร ปร างล กษณะทางกายภาพของตน 2.ด านการเร ยน เป นการปร บปร งล กษณะน ส ยทางการเร ยน เพ อเพ มผลส มฤทธ ในการเร ยน 3.ด านพฤต กรรมส วนตนและส งคม เป นการปร บน ส ยส วนต วบางประเภทท ทา ให เก ดผลเส ยต อตนเอง และการอย ร วมก บผ อ นในส งคม 4.ด านการลดหร อเล กพฤต กรรมเสพต ดป นการลดหร อเล กพฤต กรรมต ดสารเสพต ดบางประเภท โดยมากจะได แก บ หร และเคร องด มม นเมา

17 G E H (9) ก จกรรมในช นเร ยน 1. ผ เร ยนศ กษาเน อหาจากเอกสารประกอบการเร ยนในหน วยการเร ยนท 1 2. ผ เร ยนเข าฟ งการบรรยายระบบการเร ยนกล มใหญ 3. ผ เร ยนปฏ บ ต ก จกรรมร วมก บผ สอนในการเร ยนกล มใหญ 4. ผ เร ยนสารวจพฤต กรรมตนเอง ก จกรรมประจาหน วย ศ กษาค นคว าด วยตนเองผ านระบบ E-Learning หน วยการเร ยนท 1 คาส ง: 1.ให น กศ กษาทบทวนบทเร ยนผ านระบบ E-Learning ท เว บไซต รายว ชาตามท กาหนดให ด งน

18 G E H (10) หน วยการเร ยนท 1 แนวค ดพ นฐานพฤต กรรมมน ษย ผ งความค ดประจาหน วย (Mind Map)

19 บ นท กการเร ยนประจาหน วย G E H (11)

20 บ นท กการเร ยนประจาหน วย G E H (12)

21 G E H (13) หน วยการเร ยนท 2 ป จจ ยพ นฐานของพฤต กรรมมน ษย ห วเร อง 1. ป จจ ยพ นฐานทางช วว ทยา 2. ป จจ ยพ นฐานทางจ ตว ทยา 3. ป จจ ยพ นฐานทางส งคมว ทยา 4. ป จจ ยพ นฐานทางจร ยธรรม ผลล พธ การเร ยนร 1. ว เคราะห ป จจ ยพ นฐานของพฤต กรรมมน ษย ในด านต างๆ 2. นาป จจ ยพ นฐานของพฤต กรรมมน ษย มาประย กต ใช ในช ว ตประจาว น เน อหาสร ป ป จจ ยพ นฐานสาหร บพฤต กรรมมน ษย ค อ หล กการหร อความร ซ งช วยให เข าใจ พฤต กรรมมน ษย ได ช ดเจนถ องแท ย งข น ป จจ ยพ นฐานของพฤต กรรม ท สาค ญได แก 1.ป จจ ยพ นฐานทางช วภาพ กล าวถ ง 1) พ นธ กรรมล กษณะท ถ ายทอดไปส ร นล กร นหลานด วยกระบวนการทางช วว ทยา ม สาร ช วเคม ท สาค ญ ค อ ด เอ นเอ ซ งเป นสารพ นธ กรรมและทาหน าท ด วยการเป นย น ย นจ งม หน าท ในการ บ นท กล กษณะต าง ๆ ของบ คคลเอาไว ทาให บ คคลม ล กษณะต าง ๆ ตามบรรพบ ร ษของตน 2) การทางานของระบบประสาท ระบบประสาท เป นสาค ญท ส ดในร างกายในการร บร และ การแสดงพฤต กรรม ควบค มกลไกท งหมดของปฏ ก ร ยาภายในร างกาย จาแนกได 2 ส วนใหญ ๆ ค อ ระบบประสาทส วนกลาง และระบบประสาทส วนนอก 3) สมอง (Brain) เป นศ นย กลางของการบ ญชาการและศ นย รวมข อม ล ประสบการณ ท งหมด ของส งม ช ว ต รวมท งย งเป นศ นย ควบค มการแสดงออกทางพฤต กรรมด วย 4) ระบบต อมต าง ๆ (Glands System) ต อม (Glands) ค อ กล มเซลล จานวนหน งท มา รวมก น โดยม ใยผ งผ ด ทาหน าท เป นต วย ดโยง ระบบต อมในร างกายจาแนกได เป น 2 ประเภท ค อ ต อมม ท อ (Duct Glands or Exocrine Glands) เป นต อมท ม หน าท ผล ตของเหลวและต อมไร ท อ (Ductless Glands or Endocrine Glands) เป นต อมท ทาหน าท ผล ตสารเคม ชน ดหน งท เร ยกว า ฮอร โมน (Hormone)

22 G E H (14) 5) กล ามเน อ เป นระบบท ทาให ร างกายสามารถแสดงพฤต กรรมการเคล อนไหว การ เคล อนไหวส วนต าง ๆ ของร างกายน นเป นผลมาจากการหดและการคลายต วของกล ามเน อ กล ามเน อของ ร างกายแบ งได ตามร ปร างและหน าท ได 3 ประเภท ค อ กล ามเน อลาย กล ามเน อเร ยบ กล ามเน อห วใจ 2.ป จจ ยพ นฐานทางจ ตว ทยา กล าวถ ง 1) การร บร ส มผ สและการร บร การร บส มผ ส (Sensation) ค อ กระบวนการท เก ดข นก บ ร างกายภายหล งเม อม ส งเร าในร ปแบบต างๆ การร บร (Perception) เป นข นตอนท เก ดข นภายหล งจากการเก ด กระบวนการร บส มผ สข นก บร างกาย เม อส งเร ามากระต นอว ยวะร บส มผ ส และส งไปย งสมองเพ อแปล ความหมายให ร และเข าใจ 2) การเร ยนร ท ม อ ทธ พลต อพฤต กรรม เป นการเปล ยนแปลงไปของพฤต กรรมท คงทนถาวร เก ดจากประสบการณ และการฝ กฝน ไม ใช เก ดข นจากว ฒ ภาวะ ทฤษฎ ท เก ยวข องก บการเร ยนร ท จะกล าวถ ง ได แก ทฤษฎ การวางเง อนไขแบบคลาสส ค (Classical Conditioning) ทฤษฎ การวางเง อนไขแบบการกระทา (Operant Conditioning) ทฤษฎ การเร ยนร แบบเช อมโยง (Connectionism Theory) ทฤษฎ การเร ยนร ด วย การหย งร (Insight Learning) ทฤษฎ การเร ยนร ทางส งคม (Social Learning Theory) และกล มทฤษฎ มน ษย น ยม (Humanism) 3) แรงจ งใจ (Motive) และ การจ งใจ (Motivation) พฤต กรรมของมน ษย ท เก ดข น เก ด เพราะมน ษย ม ความต องการ และความต องการน ทาให มน ษย ม แรงข บในการแสดงพฤต กรรมเพ อจะให ได มาซ ง ส งท ต องการน น ๆ แรงจ งใจ หมายถ ง ส งท เร าหร อกระต นอ นทร ย ให ม พฤต กรรมไปส เป าหมาย ส วนการจ งใจ หมายถ ง การใช ส งล อใจเพ อให ทาหน าท เร าหร อกระต นอ นทร ย ให กระทาพฤต กรรมตามท ปรารถนาแบ งเป น แรงจ งใจทางด านร างกาย (Physiological) แรงจ งใจท วไปท ไม ใช การเร ยนร หร อแรงจ งใจท วไป (Unlearned or General Motives) และแรงจ งใจทางส งคม (Social Motives) ทฤษฎ ท เก ยวข องก บแรงจ งใจท จะกล าวถ ง ได แก ทฤษฎ ลดแรงข บ (The drive reduction theory) ทฤษฎ การต นต ว (Arousal Theory) และทฤษฎ การกระต น (Cue-Stimulus Theory Or Non drive Theory) 3.ป จจ ยพ นฐานทางส งคม มน ษย เป น ส ตว ส งคม ม ความต องการอย ร วมก บผ อ น และบางกรณ ก จาเป นต องอย รวมก น เป นกล ม เป นช มชน เป นส งคม กระบวนการของกล ม กระบวนการทางส งคม และ ส งแวดล อม หร อว ฒนธรรม จ งม ส วนสาค ญใน การกาหนดล กษณะ พฤต กรรมของมน ษย 1) ระบบของส งแวดล อม ม ผ ให น ยามของส งแวดล อมไว ด งน ส งแวดล อมได แก เหต การณ หร อ สภาวะใด ๆ ท อย นอกอ นทร ย ท ม ผลต อหร อ ได ร บผลจากการกระทา และพ ฒนาการของมน ษย แนวค ดในการ เข าใจความส มพ นธ ระหว างพฤต กรรมของมน ษย ก บส งแวดล อมได กล าวถ งระบบท ม ความส มพ นธ ก น ด งน ระบบจ ลภาค ระบบปฏ ส มพ นธ ระบบภายนอก ระบบมหภาค และระบบเหต การณ 2) กระบวนการส งคมประก ต เป นกระบวนการท สถาบ นต าง ๆ ในส งคมได กล อมเกลา อบรม หร อให การเร ยนร แก สมาช กในส งคมว าอะไรควรทา อะไรเป นข อห าม ทาให เก ดปท สถาน ระเบ ยบ และ ว ฒนธรรมของกล มท ท กคนต องคาน งถ งในการเป นสมาช กท ด ของส งคมน น 3) กล มท ม อ ทธ พลต อพฤต กรรม กล มเป นการรวมต วก นของบ คคล เพ อทาก จกรรมร วมก น โดยม ว ตถ ประสงค เฉพาะอย างใดอย างหน ง ม ขนาดแตกต างก น คนคนหน งอาจเป นสมาช กของกล มหลาย กล ม ในขณะเด ยว พฤต กรรม ของเขา ในฐานะสมาช ก ของกล มต องสอดคล อง ก บล กษณะของกล มน น กล มท กกล มย อม ม ค ณล กษณะเฉพาะของตนเอง ล กษณะท สาค ญได แก บทบาท (Roles) ปท สถาน (Norms) สถานะภาพ (Status)

23 G E H (15) 4.ป จจ ยพ นฐานทางจร ยธรรม 1) ความหมายของจร ยธรรม กล าวถ ง แนวทางหร อหล กในการประพฤต ท ถ กต องด งาม เป น ล กษณะท ส งคมต องการ ก อให เก ดประโยชน ต อตนเอง ผ อ น และส งคม 2) ประเภทของจร ยธรรม แบ งเป นจร ยธรรมภายนอก เป นจร ยธรรมท บ คคลแสดงออกทาง พฤต กรรมภายนอก และจร ยธรรมภายใน เป นจร ยธรรมท เก ยวข องก บความร ส กน กค ดหร อท ศนคต ของบ คคล 3) ทฤษฎ ท เป นต นกาเน ดของจร ยธรรม ในท น จะกล าวถ ง ทฤษฎ อ ทธ พลของส งคม ทฤษฎ พ ฒนาการล กษณะท ส งเสร มจร ยธรรม ทฤษฎ การเร ยนร ทาง ส งคม (Social Learning Theory) ทฤษฎ จ ต ว เคราะห (Psychoanalytic Theory) กระบวนการทางานของป จจ ยเหล าน ทาให มน ษย ม ความแตกต าง ระหว างบ คคล และอาจแสดง พฤต กรรม ท แตกต างก น ภายใต สถานการณ เด ยวก น

24 G E H (16) ก จกรรมในช นเร ยน 1. ผ เร ยนศ กษาเน อหาจากเอกสารประกอบการเร ยนในหน วยการเร ยนท 2 2. ผ เร ยนเข าฟ งการบรรยายระบบการเร ยนกล มใหญ 3. ผ เร ยนปฏ บ ต ก จกรรมร วมก บผ สอนในการเร ยนกล มใหญ ก จกรรมประจาหน วย ศ กษาค นคว าด วยตนเองผ านระบบ E-Learning และก จกรรมประจาหน วยการเร ยนท 2 (5 คะแนน) คาส ง : ให น กศ กษาทบทวนบทเร ยน และก จกรรมประจาหน วยการเร ยนท 2 ในระบบ E-Learning ท เว บไซต รายว ชา ตามท กาหนดให ด งน

25 G E H (17) ผ งความค ดประจาหน วย (Mind Map) หน วยการเร ยนท 2 ป จจ ยพ นฐานพฤต กรรมมน ษย

26 บ นท กการเร ยนประจาหน วย G E H (18)

27 บ นท กการเร ยนประจาหน วย G E H (19)

28 G E H (20) หน วยการเร ยนท 3 การร จ กตนเอง ห วเร อง 1. ความหมายของตน หร ออ ตตา (Self) 2. จ ดกาเน ดของตน 3. การร จ กตน (Self Knowledge) - อ ตมโนท ศน (Self Concept) - ว ธ การร จ กตน 4. ประโยชน ของการร จ กตนเอง 5. การประเม นตนเอง 6. แนวทางการส งเสร มการร จ กตนเอง ผลล พธ การเร ยนร 1. ร จ กและเข าใจตนเองตลอดจนกาหนดจ ดม งหมายของช ว ตเพ อพ ฒนาศ กยภาพแห งตน 2. ว เคราะห ตนเองและเช อมโยงผลท ได ไปส การพ ฒนาตน 3. รวบรวมและกล นกรองสารสนเทศเพ อการร จ กตนเองได อย างเหมาะสม 4. ประย กต ความร ไปใช ให เก ดประโยชน แก ตนเองและผ อ น เน อหาสร ป การร ว าตนค อใคร ค อ การร จ กตนเอง ซ งหมายถ ง การท บ คคลร บร ส งต าง ๆ ท เก ยวก บตนเองไว เป น ความค ดรวบยอดเก ยวก บตน การร จ กตนเองจ าเป นต องศ กษา ส ารวจ ตรวจสอบให ครอบคล มท กด าน ท งใน ด านด ไม ด 1.ความหมายของตน หร ออ ตตา (Self) ประกอบด วยส วนต างๆท รวมก นแสดงความเป นสถานภาพ ของบ คคล ซ งบ คคลน นจะร บร ตนเองได และขณะเด ยวก นผ อ นก ได ร บร ด วย ความร ส กน กค ดว าเป นต วเรา ของเรา ด วยเหต น คนท กคนจ งม ต วตน หร อ อ ตตา ด วยก นท กคน ต างก นเพ ยงว า ต วตนของใครจะ ได ร บการข ดเกลาหร อยกระด บให ส งข น จนเข าใจธรรมชาต ของท กส งในโลกมากกว าก น 2.จ ดกาเน ดของตน ช วงว ยแรกเก ดทารกย งไม สามารถแยกแยะต วตนของเขาออกจากส งแวดล อมได ต ทารกก เร มม ปฏ ก ร ยาต อบ คคลและส งแวดล อม ต อมาความเป นต วตนของเขาจะเห นได ช ดเจนข นเม อม พ ฒนาการทางภาษา ความร ส กอยากร จ กตนเองน จ งเร มม มาต งแต ว ยทารกตอนปลาย จ งกล าวได ว าใน ระยะแรกน นบ ดามารดา ป นบ คคลส าค ญท ม อ ทธ พลต อการพ ฒนาอ ตมโนท ศน ของเด ก และเม อเด กเต บโตข นก

29 G E H (21) ม ปฏ ก ร ยาก บบ คคลอ นๆ ประสบการณ และการประเม นผลทางส งคมท ได ร บเป นปรากฏการณ ท ร บร เฉพาะตน ด งน นช วงอาย แรกเก ดถ งว ยแรกร น (0-14 ป ) จ งถ อว าเป นว ยแห งการสร างต วตน ครอบคร วจ งม ความส าค ญ อย างย งในการป พ นฐานต วตนและอ ตมโนท ศน ของบ คคลต งแต เด ก ตามว ย ตามว ฒ ภาวะ และจาก ประสบการณ แห งตนต อไปจนตลอดช ว ต 3.การร จ กตน (Self Knowledge) 1) อ ตมโนท ศน (Self Concept) การท จะร จ กและเข าใจตนเองน น บ คคลต องเข าใจโลก ภายในของตนท เร ยกว าอ ตมโนท ศน ซ งจะเป นต วก าหนดบ คล กภาพของบ คคลให กระท าไปตามท ตนร บร อ ตมโนท ศน ม โครงสร าง 3 ส วนด วยก นค อ ตนตามความเป นจร ง (Real self) ตนตามการ ร บร (Perceived self) และตนตามอ ดมคต (Ideal self) ท งน หากอ ตมโนท ศน ท ง 3 ส วนม ความ สอดคล องก น น นย อมแสดงว าบ คคลผ น นปร บต วได ด ม โอกาสประสบความส าเร จส ง ม ความส ข หากอ ตมโนท ศน ท ง 3 ส วนไม ค อยสอดคล องก น น นย อมแสดงว าผ น นปร บต วได ไม ด 2) ว ธ การร จ กตนว ธ ท จะท าให ร จ กและเข าใจตนเองม อย หลายว ธ เช นว ธ การพ จารณาจาก องค ประกอบต างๆของส งคมและในบร บทท เก ยวข อง การศ กษาตนเพ อให ร จ กตนท แท จร ง และ น ามาส การเช อมโยงส มพ นธ ก บบ คคลอ นในส งคมได ด ตลอดจนเป นพ นฐานน าไปส การพ ฒนาตน ต อไป ว ธ ท จะทาให ร จ กและเข าใจตนเองท กล าวในท น ได แก 2.1) การร บร ร ปแบบของตน ทฤษฎ ต วตน (Self Theory) อธ บายว ามน ษย ท กคนม ต วตน 3 แบบ ค อ ตนท ตนมองเห นหร อตนตามการร บร (Perceived Self หร อ Self Concept) ตนท เป นจร ง (Real Self) และ ตนในอ ดมคต (Ideal Self) ทฤษฎ ของไวล ย (Wylie, 1968) ได อธ บายถ งโครงสร างของอ ตมโนท ศน โดยแบ งออกเป น 2 ชน ด ค อ 1) อ ตมโนท ศน ท เป นจร ง (Actual Self- Concept)สามารถแบ งได เป น 2 ประเภทค อ อ ตมโนท ศน ท ร บร จากส งคม (Social Self Concept) และอ ตมโนท ศน ท ร บร จากตน (Private Self- Concept) 2)อ ตมโนท ศน ในอ ดมคต (Ideal Self-Concept) ค 2.2) การร จ กตนในบร บทของส งแวดล อม แนวค ดของโจเซฟ ล ฟท และแฮร อ งแฮม Joseph Luft and Harry Ingham อาจเร ยกว า ทฤษฎ หน าต างห วใจของโจฮาร ซ งม ว ตถ ประสงค เพ อม งแสดงให เข าใจถ ง การตระหน กร ตนของบ คคล ใน สถานการณ ท แสดงพฤต กรรมต ดต อก บบ คคลอ น น นค อก อนท บ คคลจะ ยอมร บผ อ นได น น จาเป นท บ คคลจะต องร จ กและยอมร บตนเองเส ยก อน ตนตามทฤษฎ การเช อมโยงความค ด หร อ จ ดย นของช ว ต (Life Position) โดยม แนวค ดว า บ คคลม ความค ดเช อมโยงระหว างการร บร ตนเองและร บร ผ อ น การแสดงออกของบ คคลก จะเป นไปตามความค ดท ตน เปร ยบเท ยบไว การเปร ยบเท ยบการแสดงออกในล กษณะต างๆเหล าน ท า ให เก ดเป นเจตคต ส วนตนและแนวโน มท จะแสดงออกพฤต กรรมเม อม โอกาส ตนตามทฤษฎ การว เคราะห เช อมโยงส มพ นธ (Transactional Analysis =TA) ทฤษฎ การว เคราะห เช อมโยงส มพ นธ ใช ในการว เคราะห พฤต กรรม

30 G E H (22) การส อสารระหว างบ คคล 2 คน ซ งสาระส าค ญของทฤษฎ เสนอว า คนแต ละคนม สภาวะต วตนร วมอย 3 ส วนด วยก น ค อ สภาวะเด ก สภาวะผ ใหญ และสภาวะพ อแม บ คคลแต ละคนจะม ล กษณะการแสดงออกท ง 3 ส วนรวมก น แต จะม ส วนใดมากน อยหร อแสดงออกในสถานการณ ใดย อม แตกต างก นไปในแต ละบ คคล 2.3) การร จ กตนในร ปแบบของปฏ ส มพ นธ ABC พฤต กรรมของมน ษย น น น กจ ตว ทยาได จ าแนกออก เป น 3 ด านใหญ ๆ ค อ ร ส ก (Affection) กระท า (Behavior/action) และค ด (Cognition) โดยม แนวค ดหล กว า พฤต กรรมมน ษย เป นปฏ ส มพ นธ (Interaction) ระหว าง ด านท ง 3 ซ งอาจกล าวได ว า ถ าบ คคลร ว าป ญหาของตนเองเก ด ท ด านใด การพ ฒนาตนจะ กระทาได ง ายข น 4.ค ณค าของการร จ กตนเอง การร จ กตนเอง ท าให ม ความเข าใจในภาวะไหวและความม นคงต างๆของ ต วเอง เข าใจจ ดอ อนจ ดแข งของคนแต ละประเภทตามความเป นจร ง ท าให เก ดความเข าใจและเห นใจท งตนเอง และผ อ น ช วยให ร เท าท นตนเอง ส งผลให ละความย ดม นถ อม นในต วตนของตนได ง ายข น 5.การประเม นตนเองด วยกระบวนการทางจ ตว ทยาการว ดทางจ ตว ทยาเป นการว ดค ณล กษณะภายในท ไม สามารถส งเกตได โดยตรง เช น สต ป ญญาความฉลาดทางอารมณ ผลส มฤทธ ทางการเร ยน อารมณ ความร ส ก ความค ด ความเห น เจตคต เป นต น สามารถจาแนกว ธ การศ กษาพฤต กรรมมน ษย เพ อทาความร จ ก ตนเองและผ อ นอย หลายว ธ ได แก การส งเกต (Observation) การรายงานตนเอง (Self report) การส มภาษณ (Interview) การใช แบบสอบถาม (Questionnaire) การใช แบบทดสอบ (Tasting) 6.แนวทางการส งเสร มการร จ กตนเอง บ คคลจะต องร จ กตนเองอย างน อยใน 3 ล กษณะค อ อ ปน ส ยของ ตนเอง ล กษณะส วนรวมของตน และบทบาทของตน การเร ยนร จ กตนเองอย างถ องแท น บเป นกระบวนการ เร ยนร ท สาค ญมากย งกว าการเร ยนร ใดๆ การเร ยนร จ กตนเองเป นกระบวนการเร ยนร ระยะยาวตลอดท งช ว ต อ น นามาซ งความส ขและเป นรากฐานของความสาเร จในช ว ต

31 G E H (23) ก จกรรมในช นเร ยน 1. ผ เร ยนศ กษาเน อหาจากเอกสารประกอบการเร ยนในหน วยการเร ยนท 3 2. ผ เร ยนเข าฟ งการบรรยายระบบการเร ยนกล มใหญ 3. ผ เร ยนปฏ บ ต ก จกรรมร วมก บผ สอนในการเร ยนกล มใหญ ก จกรรมประจาหน วย ศ กษาค นคว าด วยตนเองผ านระบบ E-Learning และก จกรรมประจาหน วยการเร ยนท 3 (5 คะแนน) คาส ง : ให น กศ กษาทบทวนบทเร ยน และก จกรรมประจาหน วยการเร ยนท 3 ในระบบ E-Learning ท เว บไซต รายว ชา ตามท กาหนดให ด งน

32 G E H (24) ผ งความค ดประจาหน วย (Mind Map) หน วยการเร ยนท 3 การร จ กตน

33 บ นท กการเร ยนประจาหน วย G E H (25)

34 บ นท กการเร ยนประจาหน วย G E H (26)

35 G E H (27) หน วยการเร ยนท 4 แนวค ดทฤษฎ และกระบวนการในการพ ฒนาตน ห วเร อง 1. แนวค ดทฤษฎ ทางจ ตว ทยาเก ยวก บการพ ฒนาตน 2. กระบวนการพ ฒนาตน 3. การสร างโปรแกรมพ ฒนาตน 4. ว ธ การทาให พฤต กรรมใหม คงอย และถ ายโยงไปส สภาพการณ ใหม 5. ว ธ การป องก นการกล บส สภาพเด ม ผลล พธ การเร ยนร 1. อธ บายหล การและกระบวนการพ ฒนาตนได อย างถ กต อง 2. ว เคราะห สาเหต ของพฤต กรรมท เป นป ญหาตามแนวค ดทฤษฎ ทางจ ตว ทยา 3. การสร างโปรแกรมการปร บเปล ยนพฤต กรรมตนเองได ช ดเจน 4. กาหนดแผนการด าเน นการปร บเปล ยนพฤต กรรมตนเองอย างเหมาะสมก บสภาพจร ง เน อหาสร ป 1.หล กการสาค ญของการพ ฒนาตน ได แก 1) การพ ฒนาตนต องเก ดจากความเต มใจและสม ครใจ 2) ผ ท ต องการพ ฒนาตน ต องเป นผ ท ม บทบาทหล กในการลงม อพ ฒนาตน 3) มน ษย ท กคนม ความสามารถท จะ ควบค มป จจ ยภายนอกและป จจ ยภายในตนเองได 4) ม จ ดม งหมายเพ อการแก ไข ป องก น และการสร างเสร ม 5) การพ ฒนาตนเป นกระบวนการเร ยนร ท ต อเน องตลอดช ว ต 2.ธรรมชาต ของลาด บข นของการเปล ยนแปลงพฤต กรรมตนเอง (Stages of Change) ข นก อนไตร ตรอง (Precontemplation stage) ผ ท อย ในข นน จะย งไม เก ดการตระหน ก ว าพฤต กรรมท ตนเองกระทาอย น นจะส งผลให เก ดความเส ยหายต อตนเองในอนาคต จ งย ง ไม ม ความต งใจท จะกระทา การใดๆเพ อ เปล ยนแปลงพฤต กรรมตนเอง ข น ไตร ตรอง (Contemplation state) ผ ท อย ในข นน ม กจะพ ดว า ฉ นต องการเล ก/ฉ น ไม อยากเป นอย างน แล ว เป นข นท บ คคลร ว าตนเองม ป ญหาและค ดท จะแก ไขอย างจร งจ ง ข น เตร ยมการ (Preparation) ผ ท อย ใน ข นน จะม การวางแผนท จะเปล ยนแปลง พฤต กรรมตนเอง ข นลงม อเปล ยนแปลงตนเอง (Action stage) ผ ท อย ในข นน จะพยายามปร บเปล ยน พฤต กรรมตนเองเพ อเอาชนะป ญหาท เป นอย ให ได ซ งต องอาศ ยความม งม นและแน วแน

36 G E H (28) ข นการร กษาไว ซ งพฤต กรรมใหม (Maintenance stage) เป นข นท บ คคลทาการป องก น ม ให พฤต กรรมเด มของตนเองย อนมาอ ก 3.แนวค ดทฤษฎ ทางจ ตว ทยาท สาค ญในการพ ฒนาตน ม 3 แนวค ด ค อ แนวค ดจ ตว ทยาพฤต กรรมน ยม (Behavioral Approach) ในท ศนะของน กจ ตว ทยาแนว พฤต กรรมน ยมเช อว า ส งท ม อ ทธ พลต อพฤต กรรมมน ษย ค อ ส งแวดล อมหร อสภ าพการณ ท นาให บ คคลทาพฤต กรรม และผลท บ คคลได ร บจากการกระทาและพฤต กรร แนวค ดจ ตว ทยาป ญญาน ยม (Cognitive Approach) น กจ ตว ทยาป ญญาน ยม เช อว า พฤต กรรมของบ คคลถ กกา หนดโดยกระบวนการทางป ญญา ซ งม ความหมายครอบคล มถ ง ป จจ ยต าง ๆ ท เก ยวข องอย ในกระบวนการค ด แนวค ดจ ตว ทยาพฤต กรรมป ญญาน ยม (Cognitive-Behavioral Approach) น กจ ตว ทยา แนวพฤต กรรมป ญญาน ยมม ความเช อท ผสมผสานระหว างแนวค ดพฤต กรรมน ยมและ ป ญญาน ยม โดยเช อว า ท งสภาพแวดล อม ป จจ ยทางความค ดและอารมณ ความร ส กและ ผลกรรมท บ คคลได ร บจากการทาพฤต กรรม ต างส งผลต อพฤต กรรมมน ษย 4.กระบวนการพ ฒนาตน ประกอบด วยข นตอนท ส าค ญ 4 ข นตอน ค อ 1) การระบ พฤต กรรม เป าหมาย 2) การวางแผน 3) การลงม อปฏ บ ต ตาม และ 4) การประเม นประส ทธ ภาพของแผน 5. การสร างโปรแกรมการพ ฒนาตน เป นการวางข นตอนของการพ ฒนาตนอย างม ระบบ ซ ง ประกอบด วย 9 ข นตอน ค อ 1) การส ารวจหร อท าความร จ กตนเอง 2) เล อกล กษณะของตนเองท ต องการ พ ฒนาเพ ยง 1 ล กษณะ 3) ระบ พฤต กรรมเป าหมายให ช ดเจน 4) การเก บรวบรวมและว เคราะห ข อม ลพ นฐาน ก อนการพ ฒนาตน 5) การว เคราะห ข อม ล พ นฐาน 6) ข นการวางแผนการด าเน นการพ ฒนาตน 7) การลงม อ ปฏ บ ต ตามแผน และบ นท กผล ท เก ดข น 8) ข นการประเม นประส ทธ ภาพของโปรแกรม และ 9) การร กษา พฤต กรรมใหม ให คงอย และย ต โครงการพ ฒนาตนเม อบรรล เป าหมาย 6. ว ธ การทาให พฤต กรรมใหม คงอย และถ ายโยงไปส สภาพการณ ใหม การวางแผนเพ อให พฤต กรรม ใหม คงอย ตลอดไปและสามารถถ ายโยงพฤต กรรมใหม ไปส สภาพการณ ใหม ได ในช วงต น ๆ ของการย ต โครงการ อาจจาเป นต องอาศ ยการให รางว ลตนเองอย บ าง โดยเฉพาะความภ ม ใจในตนเองเป นแรงเสร มท สาค ญของตนเอง ลดการเสร มแรงตนเอง เม อสามารถบรรล เป าหมายได แล ว เตร ยมการถ ายโยงการกระทาพฤต กรรมใหม ไปส สภาพการณ อ น ๆ 7. ว ธ การป องก นการกล บส สภาพเด ม หล กเล ยงสภาพการณ ท จะกระต นให บ คคลกล บไปม พฤต กรรมเด มอ ก จ ดการก บสภาพการณ น นให ได เม อต องเจอการจ ดการก บสถานการณ เส ยงจาเป นต องม ท กษะ ด งน นบ คคลจ งต องพ ฒนาท กษะจ ดการก บสภาพการณ น นให ได เม อต องเจอ ป องก นท ก ๆ ความผ ดพลาดท เก ดจากการกล บค นไปม พฤต กรรมเด มอ ก การวางแผนใหม เม อพลาดพล งกล บไปท าพฤต กรรมเด ม

37 G E H (29) ก จกรรมในช นเร ยน 1. ผ เร ยนศ กษาเน อหาจากเอกสารประกอบการเร ยนในหน วยการเร ยนท 4 2. ผ เร ยนเข าฟ งการบรรยายระบบการเร ยนกล มใหญ 3. ผ เร ยนปฏ บ ต ก จกรรมร วมก บผ สอนในการเร ยนกล มใหญ ก จกรรมประจาหน วย ศ กษาค นคว าด วยตนเองผ านระบบ E-Learning และก จกรรมประจาหน วยการเร ยนท 4 (5 คะแนน) คาส ง : ให น กศ กษาทบทวนบทเร ยน และก จกรรมประจาหน วยการเร ยนท 4 ในระบบ E-Learning ท เว บไซต รายว ชา ตามท กาหนดให ด งน

38 G E H (30) หน วยการเร ยนท 4 แนวค ด ทฤษฎ และกระบวนการในการพ ฒนาตน ผ งความค ดประจาหน วย (Mind Map)

39 บ นท กการเร ยนประจาหน วย G E H (31)

40 บ นท กการเร ยนประจาหน วย G E H (32)

41 G E H (33) หน วยการเร ยนท 5 เทคน คและว ธ การในการพ ฒนาตน ห วเร อง 1. เทคน คทางจ ตว ทยาท ใช ในการพ ฒนาตนเอง - เทคน คการเปล ยนแปลงพฤต กรรม - เทคน คการเปล ยนแปลงความค ด - เทคน คการเปล ยนแปลงอารมณ ความร ส ก 2. การประย กต ใช เทคน คในการพ ฒนาตนเฉพาะเร อง - การควบค มตนเอง - การจ ดการตนเอง - การกาก บตนเอง - การจ ดการเวลา - การจ ดการก บการผ ดว นประก นพร ง - การแสดงออกเพ อย นย นส ทธ ตนเอง - การจ ดการควบค มน าหน ก - การจ ดการพฤต กรรมการส บบ หร และการด มส รา ผลล พธ การเร ยนร 1. เข าใจเทคน คและว ธ การในการปร บเปล ยนพฤต กรรมตนเองได อย างถ กต อง 2. เล อกเทคน คหร อว ธ การปร บเปล ยนพฤต กรรมตนเองได อย างเหมาะสม 3. ประย กต ใช เทคน คทางจ ตว ทยาในการปร บเปล ยนพฤต กรรมสอดคล องก บสาเหต ของท ท าให พฤต กรรมไม พ งประสงค ได เน อหาสร ป 1.เทคน คทางจ ตว ทยาท ใช ในการพ ฒนาตน เทคน คและว ธ การท ไม ย งยาก ซ งสามารถน าไป ประย กต ใช ตามความเหมาะสมก บพฤต กรรมเป าหมายของตนเองได ซ งแบ งออกเป น 3 กล ม ด งน ค อ 1) เทคน คการเปล ยนแปลงพฤต กรรมตนเอง ซ งได แก เทคน คการจ ดการควบค มส งเร า (Stimulus Control) และเทคน คการจ ดการให ผลกรรมตนเอง (Consequence Control)

42 G E H (34) เทคน คการจ ดการควบค มส งเร า (Stimulus Control) การควบค มส งเร าในการพ ฒนาตน หมายถ ง การท บ คคลเปล ยนแปลงพฤต กรรมตนเอง โดยจ ดการก บส งเร าใน สภาพแวดล อมท เก ยวข องก บ พฤต กรรมท ไม พ งประสงค แยกได เป น 3 เทคน คย อย ได แก กาจ ดหร อหล กเล ยงส งเร า เป นการทาให ส งเร าท เป นต วกระต นให เราทา พฤต กรรมท ไม พ งประสงค น นหายไป หร อหล กเล ยงไม ไปพบเห นส งน น กาหนดส งเร าท เฉพาะเจาะจง หมายถ งการกาหนดพฤต กรรมท เคยท ามาก เก นไป ให ลดลง โดยทาให โอกาสของการเก ดพฤต กรรมน นอย เฉพาะท หร อ เฉพาะคร งคราวเท าน น การเปล ยนส งเร าเพ อไม ให เก ดพฤต กรรมท ไม พ งประสงค เทคน คการจ ดการให ผลกรรมตนเอง (Consequence Control) การท บ คคลจ ดการให บางส งบางอย างท ตนเองชอบหร อพอใจแก ตนเองหล งจากท สามารถทาพฤต กรรมท พ งประสงค ได ตามท กาหนด ไว แล ว เพ อให ตนเองม กาล งใจ ทาพฤต กรรมท พ งประสงค น นซ า อ กต อๆไป ซ งส งท ให แก ตนเองแล วม ผลทา ให ม พฤต กรรมน นซ าอ ก เร ยกว า ต วเสร มแรง แบ งออกเป น 3 ประเภท ได แก ต วเสร มแรงท เป นส งของ ต ว เสร มแรงภายใน และ ต วเสร มแรงท เป นก จกรรม ว ธ การเสร มแรงตนเองท ม ประส ทธ ภาพ ม ล กษณะสาค ญ ได แก ต องกาหนดเกณฑ ไว ให ช ดเจน ต องให การเสร มแรงท นท เม อตนเองสามารถท าพฤต กรรมเป าหมายได ตามท ก าหนด ต องให ในปร มาณท เหมาะสม 2) เทคน คการเปล ยนแปลงความค ด (Changing Cognition) เป นเทคน คและว ธ การท ใช สาหร บการพ ฒนาตนทางด านความค ด ม 3 ว ธ ด งน เทคน คการหย ดความค ดทางลบ (Thought Stopping) เป นเทคน คสาหร บ แก ไขพฤต กรรมการค ดท ไม เหมาะสม หร อในกรณ ท บ คคลม ความค ดแง ลบใน เร องใดเร องหน งผ ดข นมาในสมองบ อย ๆ ม ข นตอนด งน 1) ท กคร งท ความค ด ทางลบน นผ ดข นมาในสมอง ให ตะโกนบอกตนเองว า หย ด (ซ งหมายถ ง หย ด ค ด) แล วผ อนคลายโดยการผ อนลมหายใจเข าออกล ก ๆ ช า ๆ ส ก 2-3 คร ง 2) แทนท ความค ดท างลบโดย การบอกตนเองด วยข อความทางบวก เทคน คการมองม มใหม (Reframing) เป นว ธ การเปล ยนความค ดโดยการหา แง ม มมองทางบวกท เป นไปได ในเหต การณ หร อข อม ลทางลบ หร อการมองหาผล ทางบวกท เราอาจได ร บจากเหต การณ ร าย ๆท เรากาล งเผช ญอย เทคน คบ นได 5 ข นของการมองโลกแง ด (Positive Thinking) ได แก มอง ต วเองว าด มองคนอ นว าด มองส งเหล ออย ไม ใช ส งท ขาดหาย หม นบอกส งด ๆ ก บต วเอง และใช ประโยชน จากคาว าขอบค ณ 3) เทคน คการเปล ยนแปลงอารมณ ความร ส ก (Changing Affect) เป นเทคน คและว ธ การ ท ใช สา หร บพ ฒนาตนทางด านอารมณ ความร ส ก ในท น กล าวถ งเพ ยง 2 เทคน ค 1) เทคน คการว เคราะห ความ เก ยวข องส มพ นธ ระหว างอารมณ ความร ส กก บความค ดและพฤต กรรม 2) เทคน คการผ อนคลาย (Relaxation) 2. การประย กต ใช เทคน คในการพ ฒนาตนเฉพาะเร อง นาเสนอว ธ การพ ฒนาตนเฉพาะเร อง 8 ว ธ ได แก

43 G E H (35) 1. การควบค มตนเอง (Self-Control) อย บนพ นฐานความเช อว า พฤต กรรมของบ คคล ถ ก ควบค มโดยป จจ ย 2 ประการ ค อ ส งเร าหร อสภาพแวดล อมของบ คคล และผลกรรมท บ คคลได ร บหล งจากท ทา พฤต กรรมน น 2. การจ ดการตนเอง (Self-Management) เป นร ปแบบหน งของการควบค มตนเองในการ เปล ยนแปลงพฤต กรรม โดยใช การเปล ยนแปลงทางป ญญา 3. การก าก บตนเอง (Self-Regulatory) เป นกระบวนการท บ คคลปร บเปล ยนพฤต กรรม ตนเองให ไปส พฤต กรรมเป าหมายตามท ตนต องการปร บปร ง โดยบ คคลน นท าการวางแผน ควบค ม และก าก บ พฤต กรรมของตนด วยต วเองอย างม ระบบ 4. การจ ดการเวลา (Time Management) หมายถ ง การใช เวลาอย างม ประส ทธ ภาพเพ อให บรรล เป าหมายท สาค ญ 5. การจ ดการก บการผ ดว นประก นพร ง(Procrastination Management) การ ผ ดว นประก นพร ง หมายถ ง การผ ดผ อนหร อเล อนเวลาของการกระท าบางอย างท ตนเองเช อว าม ประโยชน ออกไปโดยไม ม ความจาเป น ซ งถ าการผ ดผ อนหร อเล อนน นสร างความย งยากให เก ดข นก บตนแล ว เร ยกว า เป น ป ญหาท ควรได ร บการเปล ยนแปลง 6. การแสดงออกเพ อย นย นส ทธ ตนเอง (Assertiveness) การย นย นส ทธ ของตนเอง (Assertiveness) เป นการแสดงออกของบ คคลอย างเคารพในส ทธ ของตนเองและผ อ น โดยสามารถย นย นส ทธ ของตนเองได อย างจร งใจ เป ดเผยและช ดเจน ในขณะเด ยวก นก ไม ละเม ดส ทธ ของผ อ น 7. การจ ดการควบค มน าหน ก/ป ญหาการก น (Weight Management) หมายถ ง การท าให น าหน กของตนเองอย ในเกณฑ ท เหมาะสม ด งน นการควบค มน าหน กจ งม ความหมายท งควบค มน าหน กท มาก เก นไปและท น อยเก นไปให อย ในเกณฑ พอด 8. การจ ดการพฤต กรรมการส บบ หร และการด มส รา(Smoking and Drinking Management)

44 G E H (36) ก จกรรมในช นเร ยน 1. ผ เร ยนศ กษาเน อหาจากเอกสารประกอบการเร ยนในหน วยการเร ยนท 5 2. ผ เร ยนเข าฟ งการบรรยายระบบการเร ยนกล มใหญ 3. ผ เร ยนปฏ บ ต ก จกรรมร วมก บผ สอนในการเร ยนกล มใหญ ก จกรรมประจาหน วย ศ กษาค นคว าด วยตนเองผ านระบบ E-Learning และก จกรรมประจาหน วยการเร ยนท 5 (5 คะแนน) คาส ง : ให น กศ กษาทบทวนบทเร ยน และก จกรรมประจาหน วยการเร ยนท 5 ในระบบ E-Learning ท เว บไซต รายว ชา ตามท กาหนดให ด งน

45 G E H (37) หน วยการเร ยนท 5 เทคน คและว ธ การในการพ ฒนาตน ผ งความค ดประจาหน วย (Mind Map)

46 บ นท กการเร ยนประจาหน วย G E H (38)

47 บ นท กการเร ยนประจาหน วย G E H (39)

48 G E H (40) หน วยการเร ยนท 6 การป องก นพฤต กรรมเส ยงในช ว ต ห วเร อง 1.ความหมายและแนวค ดเก ยวก บพฤต กรรมเส ยง 2. ประเภทของพฤต กรรมเส ยง - ความส มพ นธ ทางเพศท ไม พร อม - การใช สารเสพต ด - พฤต กรรมกระทาผ ด - การต ดอ นเทอร เน ต - การพน น - การเป นหน บ ตรเครด ต 3.การจ ดการก บพฤต กรรมเส ยง ผลล พธ การเร ยนร 1. บอกความหมายของพฤต กรรมเส ยงได 2. อธ บายแนวค ดหล กของพฤต กรรมเส ยงครบถ วน 3. บอกว ธ แก ป ญหาเม อตนเองคาดว าจะเผช ญพฤต กรรมเส ยงประเภทต างๆ 4. ระบ ว ธ ร บม อก บพฤต กรรมเส ยง เน อหาสร ป 1.ความหมายและแนวค ดเก ยวก บพฤต กรรมเส ยง พฤต กรรมเส ยง (Risk behavior) หมายถ ง พฤต กรรมท เก ยวข องก บแนวโน มในการปร บต ว บกพร อง อาจเป นอ นตรายท งก บตนเองและผ อ น และเป นอ ปสรรคต อการพ ฒนาตน ประเภทของความส มพ นธ ทางเพศโดยไม พร อม การใช สารเสพต ด การกระท าผ ด การพน น การต ดอ นเตอร เน ตและการเป นหน บ ตร เครด ต แนวค ดเร องพฤต กรรมเส ยงม 2 แนวค ดท ตรงก นข ามก น แนวค ดแรก มองว าการเส ยงเป น ป ญหา เม อมองในม มน ม กจะกล าวถ งการเปล ยนแปลงทางส งคมควบค ก นไปก บพ ฒนาการของเด ก สาหร บ แนวค ดท สองเป นม มมองตรงก นข าม ค อ มองว าการเส ยงค อโอกาส ซ งเห นได จากเหต การณ ในอด ตจ านวนมาก ท การเส ยงแสดงถ งความเข มแข ง ความซ อส ตย และการทดสอบต างโดยเป าหมายเป นการท าทายและการ เร ยนร โดยม การแตกแนวค ดย อยจากแนวค ดหล ก 2 แนวค ดด งกล าวด งน

49 G E H (41) พฤต กรรมป ญหา แนวค ดแรกน ตรวจสอบปฏ ส มพ นธ ท เก ดข นในพฤต กรรมเส ยงระหว าง ระบบ 3 ระบบได แก ระบบบ คล กภาพ ระบบการร บร ส งแวดล อม และระบบพฤต กรรม การแสวงหาส มผ สท เป นส งเร า แนวค ดน เสนอว าม ความแตกต างทางช วภาพท ส งผลต อ ล กษณะทางบ คล กภาพท ส มพ นธ ก บการพฤต กรรมเส ยงของแต ละบ คคล โดยจะแปรไป ตามความสามารถในการร บร ส งเร า การเร ยนร ทางส งคม แนวค ดท สามเห นว าพฤต กรรมเส ยงเป นพฤต กรรมส งคมท เก ดจาก การเร ยนร การต ดส นใจ ตามแนวค ดน เห นว าว ยร นท ม พฤต กรรมเส ยงเป นเพราะไม เข าใจว าตนเอง กาล งเส ยง หากว ยร นเข าใจข อเท จจร งของสถาณการณ ท ตนกาล งเผช ญอย ก จะเต มใจ เล อกแสดงพฤต กรรมท ควรจะเป น การประเม นความเส ยงต ากว าท ควร ในแนวค ดน เสนอว าว ยร นม กละเลยหร อเพ กเฉยหร อ ประเม นผลล พธ ท เก ดจากพฤต กรรมเส ยงต า ด วยเหต น จ งมองแต ส งท ตนเองจะได ร บ มากกว าจะมองว าม อ นตรายจากพฤต กรรมเส ยง การถ อว าการเส ยงเป นเร องปรกต ของว ยร น ถ อว าเป นช วงของพ ฒนาการมากกว าป ญหา นอกจากน นย งเห นว าการกล าเส ยงส มพ นธ ทางอ อมก บความเช อม นใน ตนเองและการ น บถ อตนเอง 2. ประเภทของพฤต กรรมเส ยง - ความส มพ นธ ทางเพศท ไม พร อม ได แก พฤต กรรมเส ยงในเร อง การต งครรภ นอก สมรสของว ยร น การตอบสนองต อการต งครรภ โดยไม พร อม และการต ดโรคจากเพศส มพ นธ - การใช สารเสพต ด ได แก สารระเหย ก ญชา ยาบ าหร อแอมเฟตาม น (Amphetamine) เฮโรอ น ยาอ เคร องด มท ม สารแอลกอฮอล และบ หร - พฤต กรรมกระทาผ ด หมายถ ง พฤต กรรมท ส งคมไม ยอมร บ จะม ขอบข ายกว าง ต งแต ละเม ดกฎระเบ ยบในระด บโรงเร ยน ก อกวนส งคม และรวมไปถ งการทาผ ดกฎหมาย - การต ดอ นเทอร เน ต เป นการใช เวลาก บอ นเตอร เน ทมากจนถ งข นหมกม นและไม สามารถใช ช ว ตด วยการต ดต อก บคนอ นๆในช ว ตจร งได อย างม ความส ข - การพน น การเล นพน นจนต ดน น ม ข นตอนโดยท วไป 3 ข น ข นแรกค อ การได ร บ ประสบการณ ของการได ซ งก อให เก ดความส ข ข นท สอง ค อ ข นของการเส ย ถ งแม ว าจะเส ยก ม กจะร ส กว าย งม การได อย และอาจจะได ในคราวต อไป และข นท สาม ค อ ข นส นหว ง ข นน ผ ท เล นพน นจะร ส กต นตระหนก เพราะ ร ด ว าตนม ป ญหาทางการเง นท แก ไม ได เก ดความก งวล ฟ งซ าน ส ญเส ย หร อก ออาชญากรรมเพราะบ คคลท อย ข นน ม กจะเป นบ คคลท ม ความเคร ยดอย างหน ก - การเป นหน บ ตรเครด ต เก ดจาก ความม เครด ตของตนเองทาให หน วยงานการเง น ย นด ให เราจ ายเง นไปอนาคตไปก อนแล วผ อนชาระใช ภายหล ง ซ งม กจะทาให ผ ถ อบ ตรไม ระว งต ว ใช จ าย ฟ มเฟ อยและไม สามารถจะหาเง นมาชาระหน ได 3.การจ ดการก บพฤต กรรมเส ยง

50 G E H (42) พฤต กรรมเส ยง (Risk behavior) หมายถ ง พฤต กรรมท เก ยวข องก บแนวโน มในการปร บต วบกพร อง อาจเป นอ นตรายท งก บตนเองและผ อ น และเป นอ ปสรรคต อการพ ฒนาตน ประเภทของความส มพ นธ ทางเพศ โดยไม พร อม การใช สารเสพต ด การกระทาผ ด การพน น การต ดอ นเตอ เน ตและการเป นหน บ ตรเครด ต การจ ดการก บพฤต กรรมเส ยง ได แก การป องก น การต ดตามข อม ลข าวสาร และ การสร าง สภาพแวดล อมเช งบวกด วยการคบเพ อน การควบค มพฤต กรรม ได แก การม สต ส มปช ญญะ การส งเกตและบ นท กพฤต กรรม การใช กระบวนการ ป ญญาเพ อการต ดส นใจ และการสร างแรงจ งใจ

51 G E H (43) ก จกรรมในช นเร ยน 1. ผ เร ยนศ กษาเน อหาจากเอกสารประกอบการเร ยนในหน วยการเร ยนท 6 2. ผ เร ยนเข าฟ งการบรรยายระบบการเร ยนกล มใหญ 3. ผ เร ยนปฏ บ ต ก จกรรมร วมก บผ สอนในการเร ยนกล มใหญ ก จกรรมประจาหน วย ศ กษาค นคว าด วยตนเองผ านระบบ E-Learning และก จกรรมประจาหน วยการเร ยนท 6 (5 คะแนน) คาส ง : ให น กศ กษาทบทวนบทเร ยน และก จกรรมประจาหน วยการเร ยนท 6 ในระบบ E-Learning ท เว บไซต รายว ชา ตามท กาหนดให ด งน

52 G E H (44) หน วยการเร ยนท 6 การป องก นพฤต กรรมเส ยงในช ว ต ผ งความค ดประจาหน วย (Mind Map)

53 บ นท กการเร ยนประจาหน วย G E H (45)

54 บ นท กการเร ยนประจาหน วย G E H (46)

55 G E H (47) หน วยการเร ยนท 7 การดาเน นช ว ตในส งคมอย างม ค ณค า ห วเร อง 1. มน ษยส มพ นธ - ป จจ ยสาค ญส วนบ คคลท สาค ญต อมน ษยส มพ นธ - ทฤษฎ การเก ดความส มพ นธ ระหว างบ คคล - ประเภทของความส มพ นธ ระหว างบ คคล 2. การส อสารระหว างบ คคล - ความหมาย จ ดประสงค และกระบวนการของการส อสาร - ว ธ การส อสาร - ป ญหาและอ ปสรรคในการต ดต อส อสาร - การเพ มประส ทธ ภาพการต ดต อส อสาร - ผลล พธ การเร ยนร 1. พ ฒนาป จจ ยส วนบ คคลท สาค ญต อการสร างความส มพ นธ ท ย งย นระหว างบ คคล 2. สร างท กษะการส อสารท ม ประส ทธ ภาพ 3. ม สมรรถนะในการทางานร วมก บผ อ น เน อหาสร ป 1. มน ษยส มพ นธ ป จจ ยส าค ญส วนบ คคลท ส าค ญต อมน ษยส มพ นธ การเพ มประส ทธ ภาพการ ต ดต อส อสารการด าเน นช ว ตในส งคมอย างม ค ณค า นอกจากต องพ ฒนาตนแล วย ง ต องม การปฏ บ ต ตนท สร างค ณค าก บผ อ นด วย ในท น ประกอบด วย มน ษย ส มพ นธ การส อสาร และการท างานร วมก น มน ษย ส มพ นธ เป นศาสตร ท ศ กษาถ ง ความส มพ นธ มน ษย ในสถานการณ ต าง ๆ โดยม จ ดม งหมายท จะน าความร น นมา เข าใจตนเองและเร ยนร ว ธ ท จะต ดต อก บคนอ นอย างเหมาะสม ป จจ ยส าค ญส วน

56 G E H (48) บ คคลท สาค ญต อมน ษย ส มพ นธ ได แก บ คล กภาพ การร บร ค าน ยม เจตคต และการ เร ยนร เพราะท งหมดน อย เบ องหล งการแสดงพฤต กรรมต อก นระหว างมน ษย ทฤษฎ การเก ดความส มพ นธ ระหว างบ คคลส าหร บทฤษฎ ท ใช อธ บายการเก ด ความส มพ นธ ระหว างมน ษย น นท สาค ญ ได แก ทฤษฎ ผลล พธ ท อธ บายว า คนส มพ นธ ก นเพราะได ร บความพ งพอใจก บความส มพ นธ น น นอกจากน นย งม ทฤษฎ อ นๆ เช น การม เจตคต คล ายก น การเต มความแตกต างให สมบ รณ การเปร ยบเท ยบทางส งคม และการเสร มแรง เป นต น ประเภทของความส มพ นธ ระหว างบ คคล โดยท วไปความส มพ นธ ระหว างมน ษย จ าแนกออกเป น 3 ระด บ ได แก ระด บคนร จ ก ระด บเพ อน และระด บล กซ ง แต ละ ระด บใดล วนม ปท สถานในการส มพ นธ และการเก ดความส มพ นธ ระหว างมน ษย ย งม ข นตอน ประกอบด วย การเร มความส มพ นธ การสร างความส มพ นธ การร กษา ความส มพ นธ และการจบความส มพ นธ 2. การส อสารระหว างบ คคล ความหมาย จ ดประสงค และกระบวนการของการส อสาร การต ดต อส อสารเป น กระบวนการท ผ ส งสาร ส งสารไปย งผ ร บสาร โดยม งสร างความเข าใจร วมก นและ ตรงก น โดยผ านภาษาถ อยคาและภาษาท าทาง ว ธ การส อสาร จากการว เคราะห กระบวนการส อสารปรากฏว า องค ประกอบเบ องต น ของการต ดต อส อสารน น ได แก ผ ส งสาร สาร ส อ และผ ร บสาร ป ญหาและอ ปสรรคในการต ดต อส อสาร ป ญหาและอ ปสรรคในกระบวนการส อสาร สาเหต หล กมาจาก การกรองออก การเล อกร บร และอารมณ ขณะส อสาร การเพ มประส ทธ ภาพการต ดต อส อสารการดาเน นช ว ตในส งคมอย างม ค ณค านอกจาก ต องพ ฒนาตนแล วย งต องม การปฏ บ ต ตนท สร างค ณค าก บผ อ นด วย ในท น ประกอบด วย มน ษย ส มพ นธ การส อสาร และการท างานร วมก น มน ษย ส มพ นธ เป นศาสตร ท ศ กษาถ งความส มพ นธ มน ษย ในสถานการณ ต าง ๆ โดยม จ ดม งหมายท จะนาความร น นมาเข าใจตนเองและเร ยนร ว ธ ท จะต ดต อก บคนอ นอย างเหมาะสม การแก ไขป ญหาการส อสารกระท าได โดยการเพ มประส ทธ ภาพของการส อสาร ซ ง ท กษะสาค ญท ควรตระหน กและฝ กให เก ด ได แก การฟ ง การใช ภาษาท าทาง การใช ภาษาถ อยคาให สอดคล องก บแบบของพฤต กรรมบ คคล การให และร บข อต ชม 3.ในการทางานร วมก บกล มบ คคลท ม ความแตกต างก นเพ อนาความแตกต างมาใช ประโยชน ควรใช หล ก ของการท างานเป นท ม การพ ฒนาข นเป นท มประกอบด วย ข นก อต ง ข นห วเล ยวห วต อ ข นก าหนดปท สถาน และข นแสดงออก ต อมาภายหล งได ม ข นท ห าค อข นเล กท ม ท กข นตอนของพ ฒนาการของท มจะม องค ประกอบ 3 ประการ ค อ ความต องการของป จเจกบ คคล ความต องการของท ม และความต องการในภาระงาน บทบาท ของการเป นสมาช กท มน น ต องบร หารตนเองได อ ท ศตน ม ศ กยภาพในการท างานและม ค ณธรรมจร ยธรรม ม ท กษะในการท างานร วมก บคนอ นท ต างออกไปจากตน และแก ไขป ญหาความข ดแย งท เก ดข นด วยว ธ การท สร างสรรค

57 G E H (49) ก จกรรมในช นเร ยน 1. ผ เร ยนศ กษาเน อหาจากเอกสารประกอบการเร ยนในหน วยการเร ยนท 7 2. ผ เร ยนเข าฟ งการบรรยายระบบการเร ยนกล มใหญ 3. ผ เร ยนปฏ บ ต ก จกรรมร วมก บผ สอนในการเร ยนกล มใหญ ก จกรรมประจาหน วย ศ กษาค นคว าด วยตนเองผ านระบบ E-Learning หน วยการเร ยนท 7 คาส ง : ให น กศ กษาทบทวนบทเร ยน หน วยการเร ยนท 7 ในระบบ E-Learning ท เว บไซต รายว ชา ตามท ก าหนดให ด งน

58 G E H (50) หน วยการเร ยนท 7 การดาเน นช ว ตในส งคมอย างม ค ณค า ผ งความค ดประจาหน วย (Mind Map)

59 บ นท กการเร ยนประจาหน วย G E H (51)

60 บ นท กการเร ยนประจาหน วย G E H (52)

61 G E H (53) หน วยการเร ยนท 8 การสร างความส ขในช ว ต ห วเร อง 1. แนวค ดเร องความส ข 2. องค ประกอบของความส ข 3. บ คล กภาพแบบไร ส ขและม ส ข 4. ข อค ดสาหร บความส ข ผลล พธ การเร ยนร 1. บอกความหมายของความส ขในช ว ตของตนได 2. ระบ ส งท ทาให ช ว ตม ความส ข 3. อธ บายร ปแบบบ คล กภาพท ส งผลต อความส ข 4. ตรวจสอบบ คล กภาพของตนเองได ว าเป นแบบม ส ขหร อไร ส ข 5. บอกว ธ สร างความส ขในช ว ตของตนได เน อหาสร ป 1. แนวค ดเร องความส ขความส ข ความส ขเป นสภาวะทางจ ตหร อความร ส กท เป นความพ งพอใจ ความเบ กบาน ความ ย นด และร นเร ง ม กใช แทนก นก บคาว า ค ณภาพช ว ต ความส ขระด บป จเจกน น เป นระด บท แต ละ บ คคลประเม นค ณภาพช ว ตโดยรวมของตนในเช งบวก การว ดความส ขเป นเร องท ยากเพราะ ความส ขเป นอ ตน ย ค อ ข นอย ก บต วผ ตอบ ม แนวค ดหน งท พยายามศ กษาภาวะความเป นส ขของ บ คคลในเช งอ ตน ย ล กษณะส าค ญของแนวค ดน ได แก ภาวะของความส ขน นเป นม มมองส วนต ว ของผ ตอบและภาวะเป นส ขต องเก ดในช วงระยะยาวนานในระยะหน ง จ ดเน นในการศ กษาจะม ง ไปท ประสบการณ ช ว ตท ทาให เก ดความพ งพอใจและอารมณ ย นด เบ กบาน ต วแปรท เก ยวข องก บส ขภาวะแบบอ ตน ยท น าสนใจ ได แก การศ กษา รายได การ สมรส ความพ งพอใจในงาน ส ขภาพ ศาสนา ก จกรรม และเหต การณ ในช ว ต ในทางจ ตว ทยา น นศ กษาพบว าล กษณะทางบ คล กภาพของคนส งผลต อความส ขในช ว ต ท งน ม ร ปแบบท ใช อธ บาย ด งน

62 G E H (54) ร ปแบบของการกล บส เส นฐาน ซ งอธ บายว าเส นฐานความส ขของบ คคลถ กกา หนดไว ด วย ระบบรางว ลและการลงโทษ เหต การณ ท เก ดข นในช ว ตจะผล กด นบ คคลให ออกจากระบบ น เป นคร งคราว แต พอช วระยะหน งระบบน จะด งบ คคลกล บเข าส ระบบน อ กคร งหน ง ร ปแบบของส งคมประก ตทางอารมณ ร ปแบบน พยายามอธ บายความส มพ นธ ระหว าง บ คล กภาพก บความส ขโดยเน นไปท การเร ยนร ท ผ านมา ไม ว าจะเป นการเร ยน ร แบบวาง เง อนไข แบบปฏ บ ต การ การเล ยนแบบซ งแต ละคนได ร บประสบการณ การเร ยนร น มา ต งแต เก ด จนกระท งบ คคลยอมร บและสามารถแสดง อารมณ ของตนออกมาได ช ดเจน ตามประสบการณ เหล าน น ร ปแบบความเหมาะสมระหว างส งแวดล อมก บบ คคล แนวค ดหล กเบ องหล งของร ปแบบน พยายามอธ บายความเช อมโยงระหว างบ คล กภาพก บความส ขว าบ คคลจะร ส กม ความส ข ระด บใดข นอย ก บระด บท คนๆน นค นพบว าส งแวดล อมน าพอใจและส งแวดล อมจะน า พอใจท ส ดหากม ประสบการณ ว าส งแวดล อมน นเข าก นได ก บบ คล กภาพของตน ทฤษฎ เป าหมายน กทฤษฎ กล มน เช อว าบ คล กภาพหมายรวมถ งล กษณะเท าๆก บเป าหมาย ท บ คคลต องการบรรล ถ งเน อหาของเป าหมายและผลล พธ ไม ว าจะเป นความส าเร จหร อ ความล มเหลว ล วนส งผลต อความส ขของบ คคล 2. องค ประกอบของความส ข น กจ ตว ทยาย งได เสนอองค ประกอบเฉพาะของความส ขว าม อย 2 องค ประกอบหล ก อย างแรก ได แก ความร ส กเช งบวก และอย างท สอง ได แก ความพ งพอใจใน ช ว ต บ คล กภาพแบบไร ส ขและม ส ขน กจ ตว ทยาบ คล กภาพเช อว าการม ความส ขของคนเก ยวข องอย างย งก บ บ คล กภาพ ซ งในท น หากแยกออกเป น 2 ข ว ก จะได บ คล กภาพแบบไร ส ขและม ส ข บ คล กภาพแบบไร ส ข ซ ง ม กมองโลกในแง ร าย ขยายส งท เก ดข นเช งลบให มากเก นจร ง และพยายามค ดถ งส งท อาจเก ดข นได ในแง ร าย ท ส ดก อน ส วนบ คล กภาพแบบม ส ขเป นคนท มองโลกในแง ด เม อม เหต การณ ด ๆเก ดข นก จะเก บเอาส งด ท ได ไป เป นพล งข บเคล อนในการใช ช ว ตต อไป

63 G E H (55) ก จกรรมในช นเร ยน 1. ผ เร ยนศ กษาเน อหาจากเอกสารประกอบการเร ยนในหน วยการเร ยนท 8 2. ผ เร ยนเข าฟ งการบรรยายระบบการเร ยนกล มใหญ 3. ผ เร ยนปฏ บ ต ก จกรรมร วมก บผ สอนในการเร ยนกล มใหญ ก จกรรมประจาหน วย ศ กษาค นคว าด วยตนเองผ านระบบ E-Learning และก จกรรมประจาหน วยการเร ยนท 8 (5 คะแนน) คาส ง : ให น กศ กษาทบทวนบทเร ยน และก จกรรมประจาหน วยการเร ยนท 8 ในระบบ E-Learning ท เว บไซต รายว ชา ตามท กาหนดให ด งน

64 G E H (56) ผ งความค ดประจาหน วย (Mind Map) หน วยการเร ยนท 8 การสร างความส ขในช ว ต

65 บ นท กการเร ยนประจาหน วย G E H (56)

66 บ นท กการเร ยนประจาหน วย G E H (57)

67 G E H (58) เกณฑ การประเม นรายว ชา ห วข อ เกณฑ การประเม น 1. จ ตพ ส ย การม ส วนร วมในการเร ยน 10 % 2. ก จกรรมประจาหน วย 6 ก จกรรม 30 % 3. โครงงาน (Project) ช วงท 1 ส งข อเสนอโครงงาน (15%) 30 % ช วงท 2 การนาเสนอและ/หร อ สร ปรายงาน (15%) 4. การสอบว ดความร รายว ชาศ กษาท วไป 30 % รวม 100 % เกณฑ การประเม นผลการเร ยน ร อยละ ระด บผลการเร ยน ความหมาย A ด ยอดเย ยม A- ด เย ยม B+ ด มาก B ด B- ค อนข างด C+ ปานกลางค อนข างด C ปานกลาง C- ปานกลางค อนข างอ อน D+ ค อนข างอ อน D อ อน D- อ อนมาก 0 45 F ตก

68 ข นตอนการทาโครงงาน (Project) G E H (59) กระบวนการในการดาเน นงาน ว ธ การปฏ บ ต เร มกระบวนการ เร มต น 1 สารวจพฤต กรรมท ต องการ 1.น กศ กษาสารวจพฤต กรรมท ต องการพ ฒนาตนของตนเอง พ ฒนาตน 2 2.น กศ กษาสร างโปรแกรมพ ฒนาตน โดยวางแผนการพ ฒนา สร างโปรแกรม ในระยะเวลา 8 ส ปดาห และวางเป าหมายในแต ละส ปดาห ให การพ ฒนาตน ช ดเจน 3 โครงงานช วงท 1 การนาเสนอห วข อ 3.โครงงานช วงท 1 น กศ กษานาเสนอโปรแกรมพ ฒนาตนของ น กศ กษา ตามแบบฟอร มท กาหนด (ส งท อาคาร 34 สาน ก ส งนาเสนอ ไม อน ม ต ว ชาการศ กษาท วไปฯ) โครงงาน **ตรวจสอบผลการอน ม ต ตามว นเวลาท กาหนด -ผลอน ม ต : ให ดาเน นการตามข นตอนท 4 -ผลไม อน ม ต : ให กล บไปท ข นตอนท 1 แก ไขและส งใหม 4 อน ม ต 4.น กศ กษาพ ฒนาตนตามโครงงานท นาเสนอ ต งแต ส ปดาห ท ดาเน นงานตามโครงงานท นาเสนอ ส ปดาห ท พร อมบ นท กผล พร อมหล กฐาน เช น VDO,ร ปภาพ รวมท งป ญหาและอ ปสรรคในการพ มนาตน 5 โครงงานช วงท 2 การนาเสนอด วยวาจา 5.โครงงานช วงท 2 ให ต วแทนกล มจองเข าพบอาจารย ผ สอน เพ อรายงานผลการดาเน นโครงงานท ปฏ บ ต จร งในส ปดาห ท เข าพบอาจารย ผ สอนและรายงานผล 1 4 ของแต ละบ คคล รวมท งแนวทางในการนาการพ ฒนา การดาเน นงานด วยวาจา ตนส การบร การส งคมของกล ม ตามว นและเวลาท น กศ กษา จองเข าพบ 6 6.น กศ กษาพ ฒนาตนตามโปรแกรมครบกระบวนการ ต งแต ดาเน นการพ ฒนาตนครบกระบวนการ ส ปดาห ท 1-8 ดาเน นการน าการพ ฒนาตนส การบร การ พร อมนาการพ ฒนาตนส การบร การส งคม ส งคม และค ดเล อกว ธ การพ ฒนาตนของสมาช กใน พร อมถ าย VDO นาเสนอ 1 เร อง ต อ 1 กล ม 7 โครงงานช วงท 3 การส งโครงงาน 7.โครงงานช วงท 3 น กศ กษาส งถ าย VDO "การนาการพ ฒนา ส งการนาเสนอ การพ ฒนาตนส ส งคม ส นส ด ตนส การบร การส งคม" 1 เร อง ต อ 1 กล ม ในร ปแบบ CD และรายงานการพ ฒนาตนรายบ คคล ใส ซองส น าตาล ส งตาม กาหนดระยะเวลาท อาคาร 34 ห อง 3413 ส นส ดกระบวนการ

69 G E H (60) โครงงาน (Project) รายว ชา GEH2201 การพ ฒนาตน โครงงานน ม คะแนน 30 คะแนน แบ งคะแนนให เป น 3 ช วง ค อ - ช วงท 1 ส งห วข อนาเสนอโครงงาน 5 คะแนน - ช วงท 2 เข าพบอาจารย เพ อนาเสนอโครงงานด วยวาจา 10 คะแนน - ช วงท 3 ส ง CD การพ ฒนาตนส ส งคม 15 คะแนน โครงงานช วงท 1 การส งแบบฟอร มนาเสนอโครงงาน ให น กศ กษาท าโครงงานการพ มนาตน ตามข นตอนต อไปน 1. ให น กศ กษาสารวจพฤต กรรมตนเองท ต องการจะพ ฒนาตนเป นรายบ คคล บ นท กลงในแบบฟอร ม โครงงานระยะท 1 การสารวจพฤต กรรมตนเอง โดยจะพ มพ หร อเข ยนก ได แบบฟอร มสามารถดาวน โหลดได จากเว บไซต รายว ชา(http://www.geh2001.ssru.ac.th) 2. น กศ กษาจ บกล ม กล มละ 10 คน และต งช อกล ม พร อมนาโครงงานระยะท 1 ใส ซองส น าตาลส ง เป นกล ม พร อมพ มพ หน าปกรายงาน และใบร บส งโครงงาน ให เร ยบร อย โดยหน าปกรายงานนามาแปะบน ซองส น าตาล และใบร บส งโครงงาน ให ถ อนามาส งท อาคาร 3413 สาน กว ชาการศ กษาท วไปฯ ภายในว นท 23 ส.ค เวลา น. โครงงานช วงท 2 เข าพบอาจารย เพ อนาเสนอโครงงานด วยวาจา 3.ให น กศ กษาแต ละกล มจองเข าพบอาจารย ในว นและเวลาท กาหนด ต งแต ว นท 30 ส.ค. 6 ก.ย โดยจะแจ งรายละเอ ยดให ทราบในเว บไซต รายว ชา 4.ต ดตามประกาศรายช อว นเวลาท จองหน าเว บไซต รายว ชา 5.น กศ กษาท จองเข าพบอาจารย ให นาโครงงานระยะท 2 ท ปฎ บ ต จร งในส ปดาห ท 1 4 มานาเสนอ พร อมหล กฐาน ในว นและเวลาท จองเข าพบไว ตามแบบฟอร มโครงงานระยะท 2 ท กาหนดไว โดยจะพ มพ หร อ เข ยนก ได แบบฟอร มสามารถดาวน โหลดได จากเว บไซต รายว ชา(http://www.geh2001.ssru.ac.th) 6.น กศ กษาท จองเข าพบและไม มาพบตามว นเวลาท จอง และน กศ กษาท ไม จองเข าพบในช วงเวลาท เป ด ให จอง ให น กศ กษาต ดต อ ผ ช วยสอนประจารายว ชา ในว นท ต.ค เท าน น โดยสามารถต ดต อได ทาง Facebook รายว ชา, และต ดต อท ห อง 3413 สาน กว ชาการศ กษาท วไปฯ โครงงานช วงท 3 การส ง CD โดยการพ ฒนาตนส ส งคม 7.น กศ กษาดาเน นการทาโครงงานการพ ฒนาตนเองท งหมด 8 ส ปดาห ตามแบบฟอร มโครงงานระยะท 2 เม อน กศ กษาปฏ บ ต ครบ พร อมถ ายทา VDO การพ ฒนาตนส การบร การส งคม ลง CD 1 กล ม ต อ 1 เร อง 8.ให น กศ กษารวบรวมเอกสารท งหมดท น กศ กษาพ ฒนาตนเอง 8 ส ปดาห เย บม มให เร ยบร อยพร อม เข ยนช อ-นามสก ล รห สน กศ กษา กล มเร ยนให ช ดเจน (เป นรายบ คคล) 9.สมาช กกล ม รวบรวมเอกสารท งหมดในกล มรายบ คคลตามจานวนสมาช ก และ CD แนะนาว ธ การ พ ฒนาตนส ส งคม กล มละ 1 แผ น ใส ซองส น าตาล พร อมพ มพ ปกรายงานแปะหน าซองให เร ยบร อย ส งท ห อง 3413 ภายในว นท 25 พ.ย. 29 พ.ย เวลา น. เท าน น

70 G E H (61) ต วอย าง การพ มพ ปกรายงาน 1.เข าเว ปไซต รายว ชา หร อ 2.เล อกห วข อ ตรวจสอบคะแนน 3.ล อกอ น เข าระบบ Username = รห สน กศ กษา 11 หล ก Password = ว น/เด อน/พ.ศ.เก ด เช น 01/01/ เล อกห วข อ สร างปกรายงาน จากน นใส รายละเอ ยดตามแบบฟอร ม เสร จแล วพ มพ ออกมา รายละเอ ยด ปกรายงาน พ มพ ปกรายงาน

71 ต วอย าง หน าปกรายงาน G E H (62)

72 ต วอย าง ใบร บส งโครงงาน G E H (63)

73 G E H (64) ต วอย าง แบบฟอร มโครงงานระยะท 1

74 G E H (65) ต วอย าง แบบฟอร มโครงงานระยะท 1 ว ธ การสารวจตนเองของฉ น ผลการสารวจ พฤต กรรมท เล อกพ ฒนา ได แก... เป าหมายของการพ ฒนา ค อ... โปรแกรมพ ฒนาตนของฉ น ส ปดาห ท 1 เป าหมายในส ปดาห ส ปดาห ท 2 เป าหมายในส ปดาห ส ปดาห ท 3 เป าหมายในส ปดาห ส ปดาห ท 4 เป าหมายในส ปดาห ส ปดาห ท 5 เป าหมายในส ปดาห ส ปดาห ท 6 เป าหมายในส ปดาห ส ปดาห ท 7 เป าหมายในส ปดาห ส ปดาห ท 8 เป าหมายในส ปดาห......

75 G E H (66) ต วอย าง แบบฟอร มโครงงานระยะท 2

76 G E H (67) ต วอย าง แบบฟอร มโครงงานระยะท 2 (**น กศ กษาต องปฏ บ ต ต งแต ส ปดาห ท 1-4) รายงานความก าวหน าของการปฏ บ ต จร ง ส ปดาห ท 1 ข อม ลพฤต กรรม...ก อน การพ ฒนา ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรม... ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = (การนาต วเลขในช องว นจ นทร -อาท ตย มาบวกก นแล วหารด วย 7) ข อม ลพฤต กรรม...ระหว างการพ ฒนาส ปดาห ท 1 ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรม... ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = (การนาต วเลขในช องว นจ นทร -อาท ตย มาบวกก นแล วหารด วย 7) ข อม ลพฤต กรรม...ระหว างการพ ฒนาส ปดาห ท 2 ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรม... ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = (การนาต วเลขในช องว นจ นทร -อาท ตย มาบวกก นแล วหารด วย 7) ข อม ลพฤต กรรม...ระหว างการพ ฒนาส ปดาห ท 3 ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรม... ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = (การนาต วเลขในช องว นจ นทร -อาท ตย มาบวกก นแล วหารด วย 7) ข อม ลพฤต กรรม...ระหว างการพ ฒนาส ปดาห ท 4 ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรม... ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = (การนาต วเลขในช องว นจ นทร -อาท ตย มาบวกก นแล วหารด วย 7)

77 G E H (68) จากการว เคราะห ข อม ลข างต นสามารถแจกแจงเป นกราฟได ด งน กราฟแสดง ป ญหาหร ออ ปสรรคท เก ดข นในระหว างดาเน นการพ ฒนาตนตามโปรแกรม แนวทางแก ไขป ญหาหร ออ ปสรรค(อ างอ งแนวค ดหร อทฤษฎ )

78 G E H (69) ร ปภาพประกอบการปฏ บ ต จร ง ส ปดาห ท 1-4 (ร ปภาพประกอบการปฏ บ ต จร งต งแต ส ปดาห ท 1-4 พร อมคาอธ บายสามารถใส ได ท งร ปส และร ปขาวดา) ส ปดาห ท 1 ส ปดาห ท 2 คาอธ บาย... คาอธ บาย ส ปดาห ท 3 ส ปดาห ท 4 คาอธ บาย... คาอธ บาย

79 G E H (70) ต วอย าง แบบฟอร มโครงงานระยะท 3

80 G E H (71) ต วอย าง แบบฟอร มโครงงานระยะท 3 (**น กศ กษาต องปฏ บ ต ต งแต ส ปดาห ท 5-8) การนาเสนอผลส ปดาห ท 1-4 อาจารย ให ข อเสนอแนะ จากการนาเสนออาจารย ได ข อเสนอแนะและม การปร บเปล ยนโปรแกรมการพ ฒนาตนด งน ข อม ลพฤต กรรม...ระหว างการพ ฒนาส ปดาห ท 5 ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรม... ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = (การนาต วเลขในช องว นจ นทร -อาท ตย มาบวกก นแล วหารด วย 7) ข อม ลพฤต กรรม...ระหว างการพ ฒนาส ปดาห ท 6 ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรม... ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = (การนาต วเลขในช องว นจ นทร -อาท ตย มาบวกก นแล วหารด วย 7) ข อม ลพฤต กรรม...ระหว างการพ ฒนาส ปดาห ท 7 ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรม... ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = (การนาต วเลขในช องว นจ นทร -อาท ตย มาบวกก นแล วหารด วย 7) ข อม ลพฤต กรรม...ระหว างการพ ฒนาส ปดาห ท 8 ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรม... ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = (การนาต วเลขในช องว นจ นทร -อาท ตย มาบวกก นแล วหารด วย 7)

81 G E H (72) จากการว เคราะห ข อม ลข างต นสามารถแจกแจงเป นกราฟได ด งน กราฟแสดง

82 G E H (73) สร ปผล การว เคราะห ผลการดาเน นการและประเม นประส ทธ ภาพของแผน 1 ผลการพ ฒนาตนเองของข าพเจ า เร อง.. สร ปผลได ด งน ป ญหาหร ออ ปสรรคท เก ดข นในระหว างการปฏ บ ต การดาเน นการพ ฒนาตน ค อ (1) (2) (3)... (4)... (5) 3 ว ธ การแก ป ญหาและเอาชนะอ ปสรรคท เก ดข นในระหว างการปฏ บ ต การดาเน นการพ ฒนาตน ค อ (1) (2) (3)... (4)... (5) การร กษาพฤต กรรมใหม ให คอย และย ต โครงการพ ฒนาตนเม อบรรล เป าหมาย 1 ว ธ การท ข าพเจ าจะร กษาพฤต กรรมใหม ให คงอย ค อ ข อค ดท ได จากการทาโครงงานพ ฒนาตนท นาไปส การพ ฒนาตนต อไป ค อ พฤต กรรมท ข าพเจ าค ดว าจะพ ฒนาตนเองเป นพฤต กรรมต อไป ค อ *****************************************

83 G E H (74) ร ปภาพประกอบการปฏ บ ต จร ง ส ปดาห ท 5-8 (ร ปภาพประกอบการปฏ บ ต จร งต งแต ส ปดาห ท 1-4 พร อมคาอธ บายสามารถใส ได ท งร ปส และร ปขาวดา) ส ปดาห ท 5 ส ปดาห ท 6 คาอธ บาย... คาอธ บาย ส ปดาห ท 7 ส ปดาห ท 8 คาอธ บาย... คาอธ บาย

84 ต วอย าง การส งร ปเล มโครงงาน ฉบ บสมบ รณ G E H (75)

85 G E H (76) ส วนท 1 หน าปก แปะซองส น าตาล และนาใบร บส งโครงงานถ อมาส งพร อมซองใส โครงงาน

86 ต วอย าง ใบร บส งโครงงาน G E H (77)

87 G E H (78) ส วนท 2 แบบฟอร มโครงงานระยะท 1 ต วอย าง โครงงานระยะท 1 ว ธ การสารวจตนเองของฉ น ผลการสารวจ 1... ใช การตรวจสอบจ ตตนเอง (อ างอ งตามหน งส อเร ยนการ... 1.เม อน กถ งพฤต กรรมการสอนของต วเองแล ว ต องการ... พ ฒนาตนหน า 7) สอนให ด ข นมากกว าเด ม ต องการให ผ เร ยนม ส วนร วม ใช การส งเกตพฤต กรรมการสอนรายว ชาพ ฒนาตนป ใช การส งเกตอย างม ระบบ(อ างอ งตามหน งส อเร ยนการ... การศ กษา2555 ภาคเร ยนท 1 พบว าผ เร ยนให ความสนใจ พ ฒนาตนหน า 7) ก บว ด ท ศน ท นามาเป ดในการเร ยนการสอน มากกว าการ บรรยาย และย งขาดการม ส วนร วมในช นเร ยน ทบทวนว ธ การสอนของตนเอง(อ างอ ง ท ศนา เขมมณ พบว าว ธ การสอนส วนใหญ ของตนเองค อร ปแบบการ 2550.ศาสตร การสอน.คร งท 5. กร งเทพฯ:สาน กพ มพ... แห งจ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย.)... บรรยาย จ งควรปร บปร งร ปแบบให ม ความน าสนใจ และสร างความม ส วนร วมก บผ เร ยนให มากข น พฤต กรรมท เล อกพ ฒนา ได แก พฤต กรรมทบทวนการสอน เป าหมายของการพ ฒนา ค อ ม พฤต กรรมทบทวนการสอนอย างน อย 10 ชม.(600 นาท )/ส ปดาห โปรแกรมพ ฒนาตนของฉ น ส ปดาห ท 1 เป าหมายในส ปดาห ทบทวนการสอนในแต ละบทท ง5บทท ได ร บมอบหมาย โดยใช เวลาช วง 20:00 22:00 น. (จ-ศ) ส ปดาห ท 2 เป าหมายในส ปดาห อ านหน งส อและเพ มเต มส อท ใช ในการสอนบทแรกท ได ร บมอบหมาย โดยใช เวลาช วง 20:00 22:00 น. (จ-ศ) ส ปดาห ท 3 เป าหมายในส ปดาห อ านหน งส อและเพ มเต มส อท ใช ในการสอนบทท สองได ร บมอบหมาย โดยใช เวลาช วง 20:00 22:00 น. (จ-ศ) ส ปดาห ท 4 เป าหมายในส ปดาห อ านหน งส อและเพ มเต มส อท ใช ในการสอนบทท สามท ได ร บมอบหมาย โดยใช เวลาช วง 20:00 22:00 น. (จ-ศ) ส ปดาห ท 5 เป าหมายในส ปดาห อ านหน งส อและเพ มเต มส อท ใช ในการสอนบทท ส ท ได ร บมอบหมาย โดยใช เวลาช วง 20:00 22:00 น. (จ-ศ) ส ปดาห ท 6 เป าหมายในส ปดาห อ านหน งส อและเพ มเต มส อท ใช ในการสอนบทท ห าท ได ร บมอบหมาย โดยใช เวลาช วง 20:00 22:00 น. (จ-ศ) ส ปดาห ท 7 เป าหมายในส ปดาห ทบทวนส อท ใช ในการสอนท กบทเร ยนท ได ร บมอบหมายและซ อมสอนเพ อ ตรวจสอบเวลา/ส อ/เทคน คท ใช ในการสอน โดยใช เวลาช วง 20:00 22:00 น. (จ-ศ) ส ปดาห ท 8 เป าหมายในส ปดาห เข ยนสร ปแผนการสอนท ใช ในการสอนท กบทเร ยนท ได ร บมอบหมายและซ อม สอนเพ อตรวจสอบเวลา/ส อ/เทคน คท ใช ในการสอน โดยใช เวลาช วง 20:00 22:00 น. (จ-ศ)

88 G E H (79) ส วนท 3 แบบฟอร มโครงงานระยะท 2 ข อม ลพฤต กรรม ทบทวนการสอน ก อน การพ ฒนา ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรมทบทวนการสอน (หน วย:นาท ) ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = นาท ข อม ลพฤต กรรม.ทบทวนการสอน ระหว างการพ ฒนาส ปดาห ท 1 ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรม...ทบทวนการสอน... (หน วย:นาท ) ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = นาท ข อม ลพฤต กรรมทบทวนการสอนระหว างการพ ฒนาส ปดาห ท 2 ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรม...ทบทวนการสอน... (หน วย:นาท ) ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = นาท ข อม ลพฤต กรรมทบทวนการสอน ระหว างการพ ฒนาส ปดาห ท 3 ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรม..ทบทวนการสอน(หน วย:นาท ) ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = นาท ข อม ลพฤต กรรมทบทวนการสอน ระหว างการพ ฒนาส ปดาห ท 4 ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรม..ทบทวนการสอน (หน วย:นาท ) ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = นาท

89 G E H (80) จากการว เคราะห ข อม ลข างต นสามารถแจกแจงเป นกราฟได ด งน กราฟแสดง พฤต กรรมการทบกวนการสอน ในระยะเวลา 4 ส ปดาห จากกราฟแสดงให เห นว าก อนการพ ฒนา(เส นด านล างส เทา)ใช เวลาทบทวนการสอนเพ ยง นาท ต อว น เน องจากม พฤต กรรมในช วงว นเสาร อาท ตย เท าน น ส ปดาห แรกในการพ ฒนาใช เวลาในการ ทบทวนเพ มข นเป น นาท และเพ มข นในส ปดาห ท สองเป น นาท ก อนจะคงท ในส ปดาห ท 3-4 ค อเวลา นาท ป ญหาหร ออ ปสรรคท เก ดข นในระหว างดาเน นการพ ฒนาตนตามโปรแกรม ในส ปดาห แรกในการพ ฒนาสามารถทาตามโปรแกรมได ในว นอ งคารและว นพฤห สบด โดยในว นพ ธ สามารถทบทวนได เพ ยงช วโมงเด ยว ว นจ นทร และว นศ กร น นไม สามารถทาตามโปรแกรมได เลยเน องจากม ภาระก จอ นในช วงน น แนวทางแก ไขป ญหาหร ออ ปสรรค(อ างอ งแนวค ดหร อทฤษฎ ) การแก ไขป ญหาข างต นทาโดยเปล ยนว นทบทวนการสอนเป นว นเสาร อาท ตย แต เน องจากย งจ ดเวลาไม ลง ต วและต ดพ นก บก จกรรมอ นๆจ งใช เทคน คการให ผลกรรมตนเองด วยการ... ซ งทาให ม พฤต กรรมการทบกวนการสอนเพ มข นตามลาด บ

90 G E H (81) ร ปภาพประกอบการปฏ บ ต จร งส ปดาห ท 1-4 คาอธ บาย ส ปดาห ท 1 ทบทวนการสอน คาอธ บาย ส ปดาห ท 2อ านหน งส อ&เพ มเต มบทแรก คาอธ บาย ส ปดาห ท 3อ านหน งส อ&เพ มเต มบท2 คาอธ บาย ส ปดาห ท 4อ านหน งส อเพ มเต มบท3

91 G E H (82) ส วนท 4 แบบฟอร มโครงงานระยะท 3 การนาเสนอผลส ปดาห ท 1-4 อาจารย ให ข อเสนอแนะ จากการนาเสนออาจารย ได ข อเสนอแนะและม การปร บเปล ยนโปรแกรมการพ ฒนาตนด งน จากการนาเสนอได ข อแนะนาว า โปรแกรมพ ฒนาตนสามารถปร บเปล ยนได เม อพบว ธ การท ด กว า จ งจ ดให ม พฤต กรรมทบทวนการสอนในว นอ งคาร-พฤห สบด และว นเสาร -ว นอาท ตย ส วนการให ผลกรรม ตนเองด วยว ธ การ...น นได ร บการสน บสน นและข อแนะนาให ลองใช ว ธ อ นๆ โดยเน นว า การพ ฒนาตนจะได ผลเม อเราต งใจทาอย างจร งจ งและม ความซ อส ตย ต อตนเอง โดยผลของการพ ฒนาตน เป นประโยชน ของเราเอง ข อม ลพฤต กรรมทบทวนการสอน ระหว างการพ ฒนาส ปดาห ท 5 ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรมทบทวนการสอน (หน วย:นาท ) ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = นาท ข อม ลพฤต กรรมทบทวนการสอน ระหว างการพ ฒนาส ปดาห ท 6 ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรมทบทวนการสอน (หน วย:นาท ) ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = นาท ข อม ลพฤต กรรมทบทวนการสอน ระหว างการพ ฒนาส ปดาห ท 7 ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรมทบทวนการสอน (หน วย:นาท ) ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = นาท ข อม ลพฤต กรรมทบทวนการสอน ระหว างการพ ฒนาส ปดาห ท 8 ว น จ นทร อ งคาร พ ธ พฤห สบด ศ กร เสาร อาท ตย พฤต กรรม พฤต กรรมทบทวนการสอน (หน วย:นาท ) ค าเฉล ยของพฤต กรรมต อส ปดาห = นาท

92 G E H (83) จากการว เคราะห ข อม ลข างต นสามารถแจกแจงเป นกราฟได ด งน กราฟแสดง พฤต กรรมทบทวนการสอน ในส ปดาห ท 5-8 โดยเปร ยบเท ยบก บส ปดาห ท 1-4 และก อนการ พ ฒนา จากกราฟแสดงให เห นว าในส ปดาห ท 5-8 พฤต กรรมทบทวนการสอน ใช เวลาค อนข างคงท โดย เพ มข นจากส ปดาห ท 4 เพ ยงเล กน อยค อจาก นาท เป น นาท และเม อเปร ยบเท ยบก บช วง ก อนการพ ฒนาพบว าการใช เวลาในการทบทวนการสอนม ความแตกต างก นถ ง นาท หร อประมาณ 1 ช วโมง 9 นาท น นเอง

93 G E H (84) ร ปภาพประกอบการปฏ บ ต จร งส ปดาห ท 5-8 คาอธ บาย ส ปดาห ท 5 อ านหน งส อ&เพ มเต มบท4 คาอธ บาย ส ปดาห ท 6 อ านหน งส อ&เพ มเต ม บท5 คาอธ บาย ส ปดาห ท 7 ทบทวนส อท ใช ในการสอน คาอธ บาย ส ปดาห ท 8ซ อมสอน ท กบทเร ยน

94 G E H (85) สร ปผล การว เคราะห ผลการดาเน นการและประเม นประส ทธ ภาพของแผน 1 ผลการพ ฒนาตนเองของข าพเจ า เร อง พฤต กรรมทบทวนการสอน สร ปผลได ด งน สามารถเพ มพฤต กรรมทบทวนการสอนได อย างน อย 10 ชม.ต อส ปดาห หร อ นาท ต อ ว นต อส ปดาห โดยม การปร บโปรแกรมการพ ฒนาตนตามความเหมาะสมเน องจากในช วงแรกวางโปรแกรม ไว ในว นจ นทร ถ งว นศ กร ปรากฏว าไม สามารถทาตามโปรแกรมได จ งปร บเปล ยนว นโดยใช เป าหมายเด ม 2 ป ญหาหร ออ ปสรรคท เก ดข นในระหว างการปฏ บ ต การดาเน นการพ ฒนาตน ค อ (1) ไม สามารถทาตามโปรแกรมได ในช วงแรกเน องจากวางโปรแกรมไม สอดคล องก บความเป นจร ง (2) ขาดแรงจ งใจในการดาเน นการตามโปรแกรมฯ 3 ว ธ การแก ป ญหาและเอาชนะอ ปสรรคท เก ดข นในระหว างการปฏ บ ต การดาเน นการพ ฒนาตน ค อ (1) ปฏ บ ต ตามโปรแกรมท วางไว ก อนจะทบทวนการวางโปรแกรม และปร บเปล ยนโปรแกรมให สอดคล องก บความเป นจร งมากท ส ด (2) ให ผลกรรมตนเองเพ อเป นการสร างแรงจ งใจโดยใช ว ธ การ... การร กษาพฤต กรรมใหม ให คอย และย ต โครงการพ ฒนาตนเม อบรรล เป าหมาย 1 ว ธ การท ข าพเจ าจะร กษาพฤต กรรมใหม ให คงอย ค อถ ายโยงการทบทวนการสอนไปย งการทบทวน การเข ยนงานว จ ยและการเข ยนตารา 2 ข อค ดท ได จากการทาโครงงานพ ฒนาตนท นาไปส การพ ฒนาตนต อไป ค อ มน ษย ม ศ กยภาพซ อนอย จ งต องให เวลาในการพ ฒนาศ กยภาพน นๆให ม ประส ทธ ภาพมากข น เพ อสร างประโยชน ต อไป 3 พฤต กรรมท ข าพเจ าค ดว าจะพ ฒนาตนเองเป นพฤต กรรมต อไป ค อการทบทวนการเข ยนงานว จ ย และการเข ยนตารา ***************************************** เม อน กศ กษาทาโครงงานสมบ รณ ท ง 3 ระยะให ดาเน นการตามต วอย าง 1.ให น กศ กษารวบรวมเอกสารท งหมดท น กศ กษาพ ฒนาตนเอง 8 ส ปดาห เย บม มให เร ยบร อยพร อม เข ยนช อ-นามสก ล รห สน กศ กษา กล มเร ยนให ช ดเจน (เป นรายบ คคล) 2.สมาช กกล ม รวบรวมเอกสารท งหมดในกล มรายบ คคลตามจานวนสมาช ก และ CD แนะนาว ธ การ พ ฒนาตนส ส งคม กล มละ 1 แผ น ใส ซองส น าตาล พร อมพ มพ ปกรายงานแปะหน าซองให เร ยบร อย ส งท ห อง 3413 ภายในว นท 25 พ.ย. 29 พ.ย เวลา น. เท าน น

95 G E H (86) เกณฑ การประเม นโครงงาน ง เกณฑ การประเม นโครงงานระยะท 1 ตามกรอบค ณล กษณะบ ณฑ ตท พ งประสงค

96 เกณฑ การประเม นโครงงานระยะท 2 ตามกรอบค ณล กษณะบ ณฑ ตท พ งประสงค G E H (87)

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา ศ กษา / ปฏ บ ต............... โดย............. เพ อ.............. สาระ...............

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.

ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1. ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.1 ค ณธรรม และจร ยธรรมในการดาเน นช ว ต 3.8 1.2 ม จ ตสาธารณะ 3.9 1.ผลรวมด านค ณธรรม

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน

More information

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห )

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห ) แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน หน วยท สาระการเร ยนร จ ดประสงค การเร ยนร ก จกรรมการเร

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) Operation Research คาอธ บายรายว ชา หล กการเบ องต นเก ยวก บโครงสร างและแบบจ าลองทางคณ ตศาสตร ทฤษฎ การต ดส นใจ การ เล ยนแบบทางสถ

More information

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได แบบบ นท กหน วยการเร ยนร หน วยการเร ยนร ท 5 เร องโครงคอมพ วเตอร รห สว ชา ง32212 ช อว ชาการเข ยนโปรแกรมข นส ง กล มสาระการเร ยนร การอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 5 ภาคเร ยนท 2 เวลา 8 ช วโมง ผ สอน นายณ

More information

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ)

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ) แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ) สาขาว ชา กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย จ านวน.0 หน วยก ต (40 คาบ) รายว ชา ง0 การเข ยนโปรแกรมเบ องต น เวลา คาบ/ส ปดาห ระด บช น ม ธยมศ

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM Chapter 8 การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM 1 เน อหา ล กษณะของ Activity Diagram ร ปแบบการใช Activity Diagram การระบ ส วนของข อม ลให แก ก จกรรม การจ ดระเบ ยบข อม ล การสร างท พ ก/เก บข อม ล การแบ

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

การบร หารความร และการเร ยนร VII

การบร หารความร และการเร ยนร VII สารบ ญ สารบ ญ สารบ ญ VII สารบ ญร ป XII แถลงการณ แบบอย างท ด เย ยมด านการบร หาร 1 1. หล กการ 7 1.1 อนาคตของบร ษ ทข นอย ก บความร ความสามารถของพน กงาน 8 (ก) บร ษ ทเต บใหญ ได ไม เก นความร ความสามารถของพน กงานท

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน แผนบร หารการสอน รายว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ รห สว ชา 3524301 จ านวน 3 หน วยก ต 3 ช วโมง ว ชาท ต องเร ยนมาก อน : 3521101 (การเง นธ รก จ) และ 3521102 (การบ ญช 2) ค าอธ บายรายว ชา ศ กษาเก ยวก บการพ ฒนาและว

More information

LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม

LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม www.thatoomhsp.com เร อง พ ฒนาระบบรายงานโปรแกรม HOSxP สมาช ก ประกอบด วยเจ าหน าท ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ 2 คน นายธราท พย พรหมบ ตร ห วหน าศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร ประกอบด วย 4 ข นตอน 1. การว เคราะห และกาหนดรายละเอ ยดของป ญหา 2. การวางแผนในการแก ป ญหา 3. การดาเน นการแก ป ญหา 4. การตรวจสอบและปร บปร ง ว เคราะห ป ญหาหร อความต องการ

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต องใช เคร องม อประกอบการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน

More information

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน สาระการเร ยนร : ประโยชน แท แก มหาชน 1 บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน หล กการ ร ศ กยภาพ ร จ นตนาการ ร ประโยชน สาระการเร ยนร เร ยนร การว เคราะห ศ กยภาพของป จจ ยศ กษา จ นตนาการเห นค ณ สรรค สร างว ธ การ

More information

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus)

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus) 1 อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus) ว ชา เทคโนโลย สารสนเทศ ง23101 จานวน 1 หน วยก ต (2คาบ/ส ปดาห ) ระด บม ธยมศ กษาตอนต น ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 3 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus)

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus) 1 อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus) ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ ง 347 จานวน 1.0 หน วยก ต ( คาบ/ส ปดาห ) ระด บม ธยมศ กษาตอนปลาย ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 5 กล มสาระการงานอาช พและเทคโนโลย

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553)

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการ ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการ ต วช ว ด เป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช จ ดประช มเพ อทบทวนแผนการจ ดการ

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น (สมรรถนะท 2 การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น) (เวลา 55 ช วโมง) แนวค ด เป นหล กส ตรท จ ดข นเพ อให ความร ในการบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น เม อเก ดป ญหาเพ ยงเล

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน

แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน หน วยท สาระการเร ยนร จ ดประสงค การเร ยนร ก จกรรมการเร

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ม งเน นสมรรถนะอาช พ และบ รณาการปร ชญาเศรษฐก จพอเพ ยง

แผนการจ ดการเร ยนร ม งเน นสมรรถนะอาช พ และบ รณาการปร ชญาเศรษฐก จพอเพ ยง แผนการจ ดการเร ยนร ม งเน นสมรรถนะอาช พ และบ รณาการปร ชญาเศรษฐก จพอเพ ยง รห สว ชา 3000-0101 ว ชาการพ ฒนางานด วยระบบค ณภาพและเพ มผลผล ต สาขาว ชาการขายและการตลาด หล กส ตรประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.)

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555 1 แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2555 2 แผนการจ ดการความร : การจ ดการความร เก ยวก บการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ พ นธก จ : การผล ตบ ณฑ ต กลย ทธ ท 1.2 : การพ ฒนาการเร ยนการสอนเพ อพ ฒนาค ณภาพน

More information

ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System)

ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System) ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System) การบร หารงานต างๆของภาคร ฐและเอกชน จะต องม การจ ดประช มเป นประจ า ซ งตามปกต แล วต องม การส งหน งส อเช ญประช มพร อมระเบ ยบวาระการประช ม เพ อให ผ เข าร วมประช

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา การประเม นผลการส มมนา หมายถ ง กระบวนการในการจ ดเก บข อม ล และจ ดกระท าข อม ลเพ อให ทราบว า การดาเน นงานจ ดส มมนาตาม โครงการ ได บรรล ว

More information

รายละเอ ยดของรายว ชา หมวดท 1 ข อม ลท วไป

รายละเอ ยดของรายว ชา หมวดท 1 ข อม ลท วไป รายละเอ ยดของรายว ชา ช อมหาว ทยาล ย ว ทยาเขต/คณะ/ภาคว ชา มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนส น นทา คณะคร ศาสตร หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1 รห สและช อรายว ชา EDU104 Innovation and Information Technology in Education จ านวนหน

More information

ห วข อการประกวดแข งข น

ห วข อการประกวดแข งข น ช อโครงการ การประกวดแข งข นท กษะด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร ห วข อการประกวดแข งข น เทคโนโลย สร างสรรค หน วยงานท ร บผ ดชอบ บร ษ ท สงขลาฟ น ชช ง จาก ด ล กษณะโครงการ ประกวดแข งข นช งท นการศ กษา ระยะเวลาดาเน นการ

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง (เอกสารประกอบการประช มปฏ บ ต การช แจงและซ กซ อมความเข าใจการสร างข อสอบ Online) สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 5 :ส งห บ ร :ลพบ ร :ช ยนาท:อ างทอง:

More information

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ (๕.๑) ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล

More information

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย

More information

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย 1.ว ตถ ประสงค การแข งข นการใช โปรแกรมสาน กงาน ( MS-Office 2010 ) งานน ทรรศการเป ดบ านว ชาช พ คร งท 4 ป การศ กษา 2557 ว นท แข งข น 12 ก มภาพ นธ 2558 ณ ว ทยาล ยอาช วศ กษาออมส นอ ปถ มภ ระด บม ธยมศ กษาตอนต

More information

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา มาตรฐานรายว ชา 1. อธ บายความหมาย หน าท และส วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคา

More information

สร ปรายงานผลการดาเน นงานตามโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน

สร ปรายงานผลการดาเน นงานตามโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน สร ปรายงานผลการดาเน นงานตามโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน คณะศ กษาศาสตร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตมหาสารคาม คานา เอกสารรายงานผลการดาเน นงานโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน จ ดทาข นเพ

More information

มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา

มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา 1 มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา รห สว ชา TACC 3214 ช อรายว ชา การบ ญช ข นต น จ านวนหน วยก ต 3(2-2-5) บรรยาย 2 ช วโมง 10 นาท /ส ปดาห ภาคการศ กษาท 2 ปฏ บ ต 2 ช วโมง 10 นาท /ส ปดาห ป การศ กษา 2556

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.) ล าด บท หล กส ตร ประเภท ระยะเวลา จ านวน ยศ 1 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง กรมอ ทหารเร อ ช นป ท 1 ศ กษา 1 ป ต.ค.57 - ก.ย.58 77 - เพ อทดแทนก าล งพลในการซ อมสร างเร อ 2 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง

More information

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน ว ตถ ประสงค เพ อพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรผ เก ยวข องให ม ความร ความเข าใจ ความส าค ญในการก าหนดข อม ลพ นฐาน (Master File) และข อม ล พ นฐานท พ ฒนาข นมาใหม ในโปรแกรม BMS INVENTORY เพ

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2) หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) ว ชา การใช โปรแกรมน าเสนอข อม ล รห สว ชา - ระด บ ปวช. ปวส. สาขางาน คอมพ วเตอร ธ รก จ ป การศ กษา / 6 ผ สอน นางจ ราย บ ญมาปล ก ล กษณะว ชา ทฤษฎ +ปฏ บ ต มาตรฐานรายว ชา. อธ

More information

ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0

ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0 ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0 1 สารบ ญ เน อหา หน า ข นตอนการเข าใช งานระบบ... 2 ข นตอนการเปล ยนรห สผ านผ ใช งาน... 4 ข นตอนการใช

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 ความเป นมา ส าน กงานอ ตโนม ต เก ดจากความพยายามขององค กร ท จะท าให งาน ขององค กรถ กต อง รวดเร ว ตรวจสอบได และเจ าหน าท ขององค กร ไม ม ข อจ าก ดด านสถานท

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101 โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101 คร ผ สอน ม สกรรณ การ โพธ วงศ ระด บช น ประถมศ กษาป ท 3 ม ธยมศ กษาป ท. ภาคเร ยนท 1-2 / 2557 ล กษณะว ชา สาระพ นฐาน สาระเพ มเต ม ก จกรรมพ

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.

แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และ มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘) แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา ๒๕๕๗ (๑ ม ถ นายน พ.ศ.

More information

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555 แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. กรม: เจ าท า ประเภทกรม : ด านนโยบาย ด านบร การ กระทรวง คมนาคม ช อแผนพ ฒนาองค การ: การบร หารทร พยากรบ คคล หมวด : 5 การม งเน นทร พยากรบ คคล โอกาสในการปร บปร ง : เม อเท

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 0 Course ID Course Name Time IT001 1 ว น หล กการและเหต ผล งานขายเป นห วใจของการด าเน นธ รก จ No Selling No Business ค ากล าวน คงไม ต องการค าอธ

More information

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร ร จ กคอมพ วเตอร ป จ บ นคอมพ วเตอร เป นอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศท น ยมใช ก นอย างแพร หลาย โดยท วไปเราจะน าคอมพ วเตอร มาใช ในการท างานต าง ๆ เช นการค ดค านวณ การพ

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development พ มพ คร งท 2 พฤศจ กายน 2552 การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development เร ยบเร ยงโดย ผศ.ดร.ส ราษฎร พรมจ นทร ภาคว ชาคร ศาสตร เคร องกล คณะคร ศาสตร อ ตสาหกรรม มหาว ทยาล ยเทคโนโลย พระจอมเกล าพระนครเหน อ พ

More information

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net)

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net) 1 แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา () การประเม นการบร หารจ ดการศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาระด บสถานศ กษา เพ อให การด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาม ประส ทธ ภาพย งข น และน าไปส การพ ฒนาค

More information

แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554 ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม

แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554 ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม ช อโครงการ การพ ฒนาเว บไซต E-Learning รายว ชาการใช โปรแกรมน

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) 2. ช อรายว ชา คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ

More information

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ 1. ว ตถ ประสงค เพ อให ว ทยาล ยม ระบบค ณภาพและบ คลากรท กฝ ายร วมก นต งปณ ธาน ความม งหว งท จะพ ฒนาว ทยาล ยไปส ความสาเร จ โดยร วมก นระดมพล งป ญญา และแรง บ นดาลใจสร างภาพท พ งประสงค ของว ทยาล ย โดยร วมก นกาหนด

More information

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท บทท 1 ส วนเจ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง 1-1 ประกอบด วยผ ใช งานท เก ยวข อง 3 ส วนค อ ส วนเจ จ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง ส วนผ ใช งานน ท วไป ได แก ข าราชการท กคนของส าน กงานฯ

More information

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น 1 สร ปรายงาน โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การการเผยแพร สารสนเทศ เร อง ว นท 23 ม นาคม 2554 ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ ช อโครงการ : เร อง หล กการและเหต ผล ป จจ บ นคอมพ วเตอร ได เข ามาม ส วนส าค ญมากต

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ

คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ 1 คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ เอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ ประกอบด วย เอกสารประกอบการเร ยนท งหมด 8 เล ม ค อ เล มท 1 เร ยนร เศรษฐก จพอเพ ยง เล

More information