บทท 3 ระเบ ยบและว ธ การศ กษา



Similar documents
แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการดาเน นงานโครงการบร หารความเส ยง สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตมหาสารคาม

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ส งท ส งมาด วย 2 แนวทางการจ ดเก บข อม ลบ คลากรและผ ร บบร การหร อผ ม ส วนได ส วนเส ย เพ อประเม นตามแบบ

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

การว จ ยในช นเร ยนป การศ กษา 2554

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

คณะศ กษาศาสตร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตมหาสารคาม กระทรวงการท องเท ยวและก ฬา

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง

สารบ ญตาราง ตารางท หน า

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

สร ปรายงานผลการดาเน นงานตามโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

ค ม อข นตอนการปฏ บ ต งาน การตรวจต ดตามค ณภาพภายใน

ห วข อการประกวดแข งข น

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

การพ ฒนาโปรแกรมฐานข อม ล ส าหร บแฟ มข อม ลในคอมพ วเตอร ส วนบ คคล

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ว ตถ ประสงค ระบบการจ ดเก บข อม ล ล กษณะท ส าค ญของระบบ ประโยชน ในการใช งานของสถาบ นอ ดมศ กษา การใช งานในป การศ กษา 2553

เจ าหน าท บร หารงานท วไป

๔. จ ดทาหน งส อแจ งให ผ ม หน าท เส ยภาษ ทราบ ธ นวาคม เพ อย นแบบแสดงรายการภาษ ป าย (ภ.ป.๑)

มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา

โดย คณะกรรมการประเม นผลการจ ดการความร โรงเร ยนนายเร อ (กองสถ ต และว จ ย โรงเร ยนนายเร อ) ม นาคม ๒๕๕๗

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

แบบทดสอบหล งเร ยน หน วยการเร ยนร ท 5

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

How To Read A Book

แบบรายงานความก าวหน าผลการด าเน นงานของโครงการกล มจ งหว ดภาคเหน อตอนบน 1 ป งบประมาณ พ.ศ ประจ าว นท 15 เด อน กรกฎาคม พ.ศ ประเภท ก จกรรม

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต แนวการสอน

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

การศ กษาผลกระทบทางด านส งคม-เศรษฐก จจาก การต งครรภ ของว ยร นในประเทศไทย กมลร ตน ส งขร ตน ศ นย อนาม ยท 8 นครสวรรค

การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

สอนโดย อาจารย อน นตพร วงศ ค า อาจารย ประจ าคณะบร หารธ รก จ สาขาว ชาการตลาด มหาว ทยาล ยเวสเท ร น จ งหว ดกาญจนบ ร

ความพ งพอใจในการอบรมคร งน อย ในระด บมาก ค อ 4.04 ค ดเป นร อยละ

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

ปฏ บ ต การคร งท 6 การใช โปรแกรมส าน กงาน คร งท 4

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

8. ความเห นอ น ๆ เก ยวก บผ "สม คร

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม

Transcription:

บทท 3 ระเบ ยบและว ธ การศ กษา การศ กษาเร องการร บร ค ณค าตราส นคาของผ บร โภคผ านอ ตล กษณ ตราส นคาบนถ ง ช อปป งไดด าเน นการตามระเบ ยบว ธ การศ กษา ด งน 3.1 ขอบเขตการศ กษา ในการศ กษาคร งน ม งเนนศ กษาถ งช อปป งของตราส นคาไทยท ม จ าหน ายอย ใน หางสรรพส นคาในจ งหว ดเช ยงใหม ซ งผ ศ กษาไดท าการเล อกตราส นคาเส อผาแฟช นและ เคร องประด บช นน าของไทย 5 ตราส นคา ไดแก DAPPER, AIIZ, JASPAL, CPS CHAPS และ CC DOUBLE O ซ งตราส นคาเหล าน เป นตราส นคาท ม ความแข งแกร งและเป นผ น าในตลาดแฟช น และเคร องแต งกายของไทย โดย Dapper ไดร บรางว ลการ นต ค ณภาพ ส ดยอดตราส นคายอดเย ยม แห งป 2008-2009 (Superbrands 2008-2009) (แดปเปอร ฉลองช ยซ เปอร แบรนด ส งแฟช นโชว ส ด พ เศษสะทอน 30 ป, 2552 : ออนไลน ), AIIZ เป นตราส นคายอดน ยมอ นด บหน งในกล มเส อผาและ เคร องแต งกายจากผลการส ารวจ Most Admired & Why We Buy 2008 ของน ตยสาร BrandAge (ศร ก ญญา มงคลศ ร, 2552 : ออนไลน ) และตราส นคา JASPAL, CPS CHAPS และ CC DOUBLE O น น เป นตราส นคาท ม อ ตราการเจร ญโตส งถ ง 20% ซ งสวนทางก บเศรษฐก จในป จจ บ นและย งเป น ตราส นคาท ไดร บการยอมร บท งจากในและต างประเทศเป นอย างด (Thai Brand : ไลฟ สไตล แบรนด แบบ ย สปาล กร ป, 2550 : ออนไลน ) ซ งตราส นคาเหล าน จ ดอย ในกล มตลาดมวลชน (Mass Market) ท ม ช องทางการจ ดจ าหน ายอย างท วถ งโดยม จ าหน ายตามหางสรรพส นคาช นน าท วท ง ประเทศท าใหผ บร โภคร จ กและค นเคยก บตราส นคาเป นอย างด 3.1.1 ขอบเขตเน อหา ในการศ กษาคร งน ไดท าการศ กษาการร บร ค ณค าตราส นคาของผ บร โภคผ านอ ต ล กษณ ตราส นคาบนถ งช อปป ง ด งน 1. การศ กษาการร บร ของผ บร โภคต อค ณค าตราส นคาโดยว ดผ าน 3 องค ประกอบไดแก ค ณค าดานประโยชน ใชสอย (Functional Values), ค ณค าทางดานอารมณ (Emotional Values) และ ค ณค าในการแสดงออกถ งต วตน (Self-Expressive Values)

20 2. การศ กษาภาพล กษณ อ ตล กษณ ตราส นคาเช งผลประโยชน (Benefit) ซ งม องค ประกอบ 3 ดาน ไดแก ค ณประโยชน ดานหนาท (Functional Benefit) ค ณประโยชน ดาน ส ญล กษณ (Symbolic Benefit) และค ณประโยชน ดานประสบการณ ในการใชส นคา (Experiential Benefit) โดยศ กษาผ านองค ประกอบของอ ตล กษณ ตราส นคาท ปรากฏบนถ งช อปป ง 3. การศ กษาความส มพ นธ ของภาพล กษณ อ ตล กษณ ตราส นคาเช ง ผลประโยชน (Benefit) 3 ดาน ไดแก ค ณประโยชน ดานหนาท (Functional Benefit) ค ณประโยชน ดานส ญล กษณ (Symbolic Benefit) และค ณประโยชน ดานประสบการณ ในการใชส นคา (Experiential Benefit) ก บค ณค าตราส นคา 3 ดาน ค อ ค ณค าดานประโยชน ใชสอย (Functional Values), ค ณค าทางดานอารมณ (Emotional Values) และ ค ณค าในการแสดงออกถ งต วตน (Self- Expressive Values) 3.1.2 ขอบเขตประชากร ประชากรในการศ กษาคร งน ค อผ บร โภคท ม อาย ระหว าง 18-35 ป ใน จ งหว ด เช ยงใหม เหต ผลท เล อกผ บร โภคในช วงอาย น เพราะเป นกล มท ม อ านาจซ อส ง ต ดส นใจซ อส นคาได ง ายหากเก ดความพ งพอใจ (เฉล มพล ไชยร ตนช ชวาลย, 2551: ออนไลน ) รวมท งม แนวโนมว าเป น ผ บร โภคส นคาแฟช น โดยส วนใหญ จะซ อส นคาแฟช นเพ อเสร มสถานภาพทางส งคม (Social Status) และสะทอนบ คล กภาพของตน (ส กร แมนช ยน ม ต, 2552: ออนไลน ) ซ งม จ านวนท งส น 420,581 คน (กรมการปกครอง, 2552: ออนไลน ) 3.1.3 ขนาดต วอย างและว ธ การค ดเล อกต วอย าง ในการศ กษาคร งน ก าหนดขนาดต วอย างจ านวน 400 ราย โดยก าหนดขนาดต วอย าง ท ความเช อม น 95% และใหม ความผ ดพลาดไดไม เก น 5% โดยใชส ตรการค านวณของ Taro Yamane จากจ านวนประชากรท งส น 420,581 คน ด งน 1 e n = 2 โดยแทนค า n = ขนาดของกล มต วอย าง N = ขนาดของประชากร e = ความคลาดเคล อน

21 แทนค าตามส ตรไดผลด งน n = 420,581 = 399.62 1+420,581 (0.05) 2 ว ธ การค ดเล อกกล มต วอย าง ใชการส มต วอย างแบบไม เป นไปตามความน าจะเป น (Non Probability Sampling) ค อ การส มแบบสะดวก (Convenience Sampling) ก บผ บร โภค เป าหมายท มาซ อส นคา (Shopping) ในหางสรรพส นคาในจ งหว ดเช ยงใหม ซ งม 2 แห ง ค อ เซ นทร ล พลาซ า เช ยงใหม แอร พอร ต และเซ นทร ลกาดสวนแกว ซ งในการเก บขอม ลโดยใชแบบสอบถาม น นผ ศ กษาไดเก บจากกล มต วอย างในจ านวนเท า ๆ ก น ด งน ตารางท 1 รายช อตราส นคาเส อผาแฟช นและเคร องประด บของไทยในจ งหว ดเช ยงใหม ท ใชใน การศ กษา ตราส นคา จ านวนกล มต วอย าง ผ ชาย(คน) จ านวนกล มต วอย าง ผ หญ ง(คน) JASPAL 40 40 80 รวม CPS CHAPS 40 40 80 CC DOUBLE O 40 40 80 AIIZ 40 40 80 DAPPER 40 40 80 รวม 200 200 400 การเก บแบบสอบถามม ข นตอนด งน 1. ท าการคนหาผ ตอบแบบสอบถามท เป นล กคาของตราส นคาท ง 5 ตราส นคา ในหางสรรพส นคาในจ งหว ดเช ยงใหม โดยใชการสอบถาม 2. หากผ ตอบแบบสอบถามเคยใชผล ตภ ณฑ หร อเป นล กคาของตราส นคาใดก ใหตอบแบบสอบถามของตราส นคาน น ซ งผ ศ กษาสามารถเก บแบบสอบถามไดตามจ านวนท ก าหนดไว

22 3.2 ว ธ การศ กษา 3.2.1 ขอม ลและแหล งขอม ล 1) ขอม ลปฐมภ ม (Primary Data) เป นขอม ลท เก บรวบรวมจากแหล งขอม ล เบ องตน ขอม ลส วนน ไดจากการตอบแบบสอบถามของกล มต วอย างในพ นท ท ก าหนดไวใน ขอบเขตการศ กษา จ านวน 400 ช ด 2) ขอม ลท ต ยภ ม (Secondary Data) โดยการคนควาและรวบรวมขอม ลจากแหล ง ต าง ๆ เช น หน งส อ วารสาร บทความ เอกสาร งานว จ ยท เก ยวของ และการคนควาขอม ลผ านทาง ระบบอ นเทอร เน ต 3.2.2 เคร องม อท ใชในการศ กษา เคร องม อท ใชในการศ กษาคร งน ไดแก แบบสอบถามเพ อเก บขอม ลจากกล มต วอย าง ซ งในการศ กษาคร งน ใชแบบสอบถามท งหมด 5 ช ด ไดแก แบบสอบถามเร องการร บร ค ณค าตรา ส นคาของผ บร โภคผ านอ ตล กษณ ตราส นคาบนถ งช อปป งของตราส นคา JASPAL, CPS CHAPS, CC DOUBLE O, AIIZ และ DAPPER โดยแบบสอบถาม 1 ช ดจะแบ งออกเป น 3 ส วน ด งน ส วนท 1 แบบสอบถามขอม ลส วนต วเก ยวก บผ ตอบแบบสอบถาม ประกอบไปดวย เพศ อาย ระด บการศ กษา อาช พ รายได และตราส นคาท ช นชอบและซ อเป นประจ า โดยใชค าถามใน ล กษณะใหเล อกตอบ (Multiple choices) ส วนท 2 แบบสอบถามเก ยวก บการร บร ภาพล กษณ ตราส นคาผ านองค ประกอบ ของอ ตล กษณ ตราส นคาท ปรากฏบนถ งช อปป ง โดยว ดภาพล กษณ ตราส นคาเช งผลประโยชน (Benefit) ซ งม องค ประกอบ 3 ดาน ไดแก ค ณประโยชน ดานหนาท (Functional Benefit) ค ณประโยชน ดานส ญล กษณ (Symbolic Benefit) และค ณประโยชน ดานประสบการณ ในการใช ส นคา (Experiential Benefit) ซ งผ ศ กษาไดน าแบบสอบถามน ไปทดลองใชก บกล มต วอย างจ านวน 30 คนเพ อหาความเช อม นของแบบสอบถาม (Reliability) โดยการหาค าความสอดคลองภายใน (Internal Consistency) พ จารณาจากค าส มประส ทธ สหส มพ นธ อ ลฟา (Alpha Coefficient) ของ Cronbach ในแต ละองค ประกอบ ด งน องค ประกอบท 1 ค ณประโยชน ดานหนาท ไดค าความน าเช อถ อในร ปของ ส มประส ทธ แอลฟาของครอนบาค (Cronbach s Alpha) เท าก บ 0.769 องค ประกอบท 2 ค ณประโยชน ดานส ญล กษณ ไดค าความน าเช อถ อในร ป ของส มประส ทธ แอลฟาของครอนบาค (Cronbach s Alpha) เท าก บ 0.825

23 องค ประกอบท 3 ค ณประโยชน ดานประสบการณ ในการใชส นคา ไดค า ความน าเช อถ อในร ปของส มประส ทธ แอลฟาของครอนบาค (Cronbach s Alpha) เท าก บ 0.892 ส วนท 3 แบบสอบถามเก ยวก บการร บร ค ณค าตราส นคาโดยว ดผ าน 3 องค ประกอบ ไดแก ค ณค าดานประโยชน ใชสอย (Functional Values), ค ณค าทางดานอารมณ (Emotional Values) และ ค ณค าในการแสดงออกถ งต วตน (Self-Expressive Values) ซ งผ ศ กษาไดน าแบบสอบถามน ไป ทดลองใชก บกล มต วอย างจ านวน 30 คนเพ อหาความเช อม นของแบบสอบถาม (Reliability) โดย การหาค าความสอดคลองภายใน (Internal Consistency) พ จารณาจากค าส มประส ทธ สหส มพ นธ อ ลฟา (Alpha Coefficient) ของ Cronbach ในแต ละองค ประกอบ ด งน องค ประกอบท 1 ค ณค าดานประโยชน ใชสอย ไดค าความน าเช อถ อในร ป ของส มประส ทธ แอลฟาของครอนบาค (Cronbach s Alpha) เท าก บ 0.827 องค ประกอบท 2 ค ณค าทางดานอารมณ ไดค าความน าเช อถ อในร ปของ ส มประส ทธ แอลฟาของครอนบาค (Cronbach s Alpha) เท าก บ 0.862 องค ประกอบท 3 ค ณค าในการแสดงออกถ งต วตน ไดค าความน าเช อถ อใน ร ปของส มประส ทธ แอลฟาของครอนบาค (Cronbach s Alpha) เท าก บ 0.791 3.2.3 การว เคราะห ขอม ล ขอม ลท ไดจากแบบสอบถามผ ศ กษาไดน ามาท าการว เคราะห โดยใชสถ ต เช ง พรรณนา (Descriptive Statistic) โดยการน าเสนอเป นตาราง ความถ รอยละ และค าเฉล ย โดยให ความส าค ญแบบมาตราส วนประมาณค า (Rating Scale) ตามแนวค ดของ Likert 5 ระด บ ซ งม หล กเกณฑ การใหคะแนนและแปลความหมายของระด บค าเฉล ย ด งน (ว วรรยา ประเสร ฐวงษ, 2552) เกณฑ การใหคะแนน ระด บความค ดเห น คะแนน ไม เห นดวยอย างย ง 1 ไม เห นดวย 2 เฉยๆ 3 เห นดวย 4 เห นดวยอย างย ง 5

24 เกณฑ การแปลความหมายค าเฉล ย คะแนนเฉล ย การแปลความหมาย 1.00-1.80 ไม เห นดวยอย างย ง 1.81-2.60 ไม เห นดวย 2.61-3.40 เฉย ๆ 3.41-4.20 เห นดวย 4.21-5.00 เห นดวยอย างย ง ในส วนของการแปลผลการร บร ค ณค าตราส นคาและภาพล กษณ อ ตล กษณ ตราส นคา เช งผลประโยชน ท ปรากฏบนถ งช อปป งน น ไดแบ งระด บคะแนนดวยว ธ หาความกวางของอ นตร ภาพช น (ร ตนา ศ ร พาน ช, 2533) ออกเป นสามช วง ด งน อ นตรภาคช น = พ ส ย / จ านวนช น = (5 1) / 3 = 1.33 การร บร ค ณค าตราส นคา คะแนน 3.68 5.00 หมายถ ง ระด บการร บร ค ณค าตราส นคามาก คะแนน 2.34 3.67 หมายถ ง ระด บการร บร ค ณค าตราส นคาปานกลาง คะแนน 1.00 2.33 หมายถ ง ระด บการร บร ค ณค าตราส นคานอย จากหล กเกณฑ ด งกล าว สามารถก าหนดการแปลการร บร ค ณค าตราส นคาได ด งน การร บร ค ณค าตราส นคาอย ในระด บมาก ค อ การท ผ บร โภคม ความร เก ยวก บตรา ส นคามากซ งเป นผลมาจากความค นเคยก บตราส นคา ม ความร ส กก บตราส นคาในเช งบวก และตรา ส นคาน นม ความแตกต างสามารถสะทอนค ณค าตราส นคาไดอย างโดดเด นและช ดเจน การร บร ค ณค าตราส นคาอย ในระด บปานกลาง ค อ การท ผ บร โภคม ความร เก ยวก บ ตราส นคาอย ในระด บปานกลางซ งเป นผลมาจากผ บร โภคม ความค นเคยก บตราส นคาไม มากน ก ท า ใหร ส กเฉยๆก บตราส นคา และตราส นคาน นอาจจะย งม ความแตกต างไม มากพอในท จะท าให ผ บร โภคเก ดความร ส กเช งบวกก บตราส นคาได

25 การร บร ค ณค าตราส นคาอย ในระด บนอย ค อ การท ผ บร โภคม ความร เก ยวก บตรา ส นคานอยซ งเป นผลมาจากไม ม ความค นเคยก บตราส นคา ม ความร ส กก บตราส นคาในเช งลบ และ ตราส นคาน นไม ม ความแตกต างก บตราส นคาอ นๆ การร บร ภาพล กษณ อ ตล กษณ ตราส นคาเช งผลประโยชน ท ปรากฏบนถ งช อปป ง คะแนน 3.68 5.00 หมายถ ง ภาพล กษณ ตราส นคาเช งผลประโยชน ท ปรากฏบน ถ งช อปป งม ความโดดเด นมาก คะแนน 2.34 3.67 หมายถ ง ภาพล กษณ ตราส นคาเช งผลประโยชน ท ปรากฏบน ถ งช อปป งม ความโดดเด นปานกลาง คะแนน 1.00 2.33 หมายถ ง ภาพล กษณ ตราส นคาเช งผลประโยชน ท ปรากฏบน ถ งช อปป งไม ม ความโดดเด น 3.2.4 สถ ต ท ใชในการศ กษา ขอม ลท เก บรวบรวมไดจะน ามาว เคราะห ดวยเคร องคอมพ วเตอร โดยใชโปรแกรม สถ ต ส าเร จร ปเพ อการว จ ยทางส งคมศาสตร (Statistical Package for the Social Science, SPSS) ซ ง สถ ต ท ใช ม ด งน 1. สถ ต บรรยาย (Descriptive Statistics) เพ อใชในการอธ บายล กษณะขอม ล ไดแก การแจกแจงความถ รอยละ (Percentage) ค าเฉล ย (Mean) และส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ซ งใชในการว ดการกระจายต วของขอม ล เช น ถาช ดขอม ลม การกระจายมาก ค าส งเกต แต ละค าจะอย ห างจากค าเฉล ยมาก จ งท าใหส วนเบ ยงเบนมาตรฐานม ค ามาก ในทางกล บก นหากช ด ขอม ลม การกระจายนอย ค าส งเกตแต ละค าจะเกาะกล มอย ใกลๆค าเฉล ย จ งท าใหส วนเบ ยงเบน มาตรฐานม ค านอย 2. สถ ต อน มาน (Inferential Statistics) ทดสอบความส มพ นธ ระหว างต วแปรดวย การค านวณค าส มประส ทธ สหส มพ นธ แบบเพ ยร ส น (Pearson s Product Moment Correlation Coefficient) ซ งม เกณฑ การแปลความหมายค าส มประส ทธ ระด บความส มพ นธ ก าหนด ด งน (ช ศร วงศ ร ตนะ, 2546 : 316) ค า 0.00 หมายถ ง ไม ม ความส มพ นธ ค าต ากว า 0.30 หมายถ ง ม ความส มพ นธ ในระด บต า ค าระหว าง 0.30 0.70 หมายถ ง ม ความส มพ นธ ในระด บปานกลาง ค าระหว าง 0.70 0.90 หมายถ ง ม ความส มพ นธ ในระด บส ง ค าส งกว า 0.90 หมายถ ง ม ความส มพ นธ ในระด บส งมาก

26 ในส วนของการศ กษาความส มพ นธ ของภาพล กษณ อ ตล กษณ ตราส นคาเช ง ผลประโยชน ท ม ต อองค ประกอบค ณค าตราส นคา 3 ดาน ค อ ค ณค าดานประโยชน ใชสอย (Functional Values), ค ณค าทางดานอารมณ (Emotional Values) และ ค ณค าในการแสดงออกถ ง ต วตน (Self-Expressive Values) น นใชการว เคราะห หาความส มพ นธ ของต วแปรโดยว ธ การ ว เคราะห การถดถอยพห ค ณ (Multiple Regression Analysis) ซ งเป นการศ กษาอ ทธ พลของต วแปร อ สระหลายต วรวมก นม ผลกระทบต อต วแปรตาม สมการถดถอยพห ค ณจะช ใหเห นความส มพ นธ เฉล ยระหว างต วแปรอ สระน ท ม ต อต วแปรตาม ท าใหสามารถใชความส มพ นธ น พยากรณ ต วแปร ตามได 3.3 สถานท ใชในการด าเน นการศ กษาและรวบรวมขอม ล ในการศ กษาคร งน ใชสถานท ในการด าเน นการศ กษาและรวบรวมขอม ลด งน 1. หางสรรพส นคาในจ งหว ดเช ยงใหม 2 แห งด งน เซ นทร ลพลาซ า เช ยงใหม แอร พอร ต เซ นทร ลกาดสวนแกว 2. คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเช ยงใหม 3.4 ระยะเวลาในการด าเน นการศ กษา ในการศ กษาคร งน ไดท าการรวบรวมขอม ลเบ องตน สรางแบบสอบถาม เก บ รวบรวมขอม ล ว เคราะห ขอม ลและสร ปผล จ ดท าน าเสนอรายงาน ใชเวลาท งส น 10 เด อน ต งแต เด อนม ถ นายน พ.ศ. 2553 ถ งเด อน ม นาคม พ.ศ. 2554 ท งน ช วงท จ ดเก บขอม ลค อ เด อนต ลาคม พ.ศ. 2553