ส วนท ๒ การบร หารหล กส ตร สาระสาค ญของหล กส ตร ๑.๑ ปร ชญา สถาบ นพระบรมราชชนก ม ความเช อว าการพยาบาลเป นปฏ ส มพ นธ ระหว างพยาบาลก บผ ใช บร การบน พ นฐานการด แลแบบเอ ออาทร (Caring) ประกอบด วยความเอ ออาทรเช งว ทยาศาสตร (Scientific Caring) และความเอ อ อาทรเช งความเป นมน ษย (Humanistic Caring) รวมท งศาสตร ท เก ยวข องมาใช เช อมโยงในการด แลส ขภาพท กระยะของ ภาวะส ขภาพและความเจ บป วยของบ คคล ครอบคร ว ช มชนซ งม ศ กยภาพในการด แลตนเองภายใต บร บทและว ฒนธรรมท หลากหลาย การศ กษาพยาบาลเช อว าการเร ยนการสอนการพยาบาล เป นกระบวนการท ม งเน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดย บ รณาการศาสตร ทางการพยาบาล (Professional Meaning) ศาสตร ท เก ยวข องและการเร ยนร เก ยวก บผ ใช บร การ (Client Meaning) ในเช งส งคมว ทยา มาน ษยว ทยา ม กระบวนการแลกเปล ยนเร ยนร ระหว างผ เร ยน และผ สอนบน พ นฐานความเอ ออาทร ภายใต สภาพแวดล อมท เอ อต อการเร ยนร จากสภาพจร ง ด วยว ธ การจ ดการเร ยนการสอนท หลากหลาย เพ อให ได บ ณฑ ตม ความร ความสามารถเช งว ชาช พ ม ค ณธรรม จร ยธรรม ท กษะทางป ญญา ท กษะการค ดเช ง ว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและความส มพ นธ ระหว างบ คคล การใช เทคโนโลย สารสนเทศและท กษะการปฏ บ ต การ พยาบาลรวมท งม ภาวะผ นา สามารถแก ไขป ญหาได อย างเป นระบบตามการเปล ยนแปลงของส งคม ๑.๒ ว ตถ ประสงค ของหล กส ตร เม อสาเร จการศ กษา บ ณฑ ตม ค ณล กษณะด งน ๑. แสดงค ณล กษณะส วนบ คคลท จาเป นสาหร บผ ประกอบว ชาช พการพยาบาลด งต อไปน ๑.๑ เคารพในค ณค า ศ กด ศร และความเป นป จเจกท งของตนเองและผ อ น ๑.๒ ม ค ณธรรม จร ยธรรมและจรรยาบรรณว ชาช พในการดารงตนและการปฏ บ ต งาน ๑.๓ ค ดว เคราะห อย างเป นระบบและแก ป ญหาอย างสร างสรรค ท งท เก ยวก บการปฏ บ ต พยาบาลและ สถานการณ ท วไป ๑.๔ ม ภาวะผ นา สามารถบร หารจ ดการตนเองและงานท ได ร บผ ดชอบ ตลอดจนทางานร วมก บผ อ นได อย างม ประส ทธ ภาพ ๑.๕ ม ส ขภาวะและว ฒ ภาวะทางอารมณ ๑.๖ แสวงหาความร และเร ยนร ตลอดช ว ต ๑.๗ ม ท ศนคต ท ด และม ศร ทธาต อว ชาช พการพยาบาล ๒. ม ความรอบร ในศาสตร ทางการพยาบาลและศาสตร ท เก ยวข อง สามารถประย กต ใช ได อย างเหมาะสมใน การปฏ บ ต การพยาบาลข นพ นฐานและศ กษาต อในระด บส ง
๓. ปฏ บ ต การพยาบาลแบบองค รวมแก ผ ใช บร การท กช วงว ย ท กภาวะส ขภาพท กระด บของสถานบร การ ส ขภาพบนพ นฐานของความเอ ออาทร และความหลากหลายทางว ฒนธรรม โดยใช ศาสตร และศ ลปะทางการ พยาบาลและหล กฐานเช งประจ กษ ภายใต กฎหมายและจรรยาบรรณว ชาช พ ๔. ให ร กษาพยาบาลเบ องต นและการส งต อ (Referral) ผ ป วย ได ตามขอบเขตว ชาช พการพยาบาล ๕. ม ท กษะในการใช เทคโนโลย สารสนเทศและเทคโนโลย ทางการพยาบาลท ท นสม ยได อย างต อเน อง ๖. ม ท กษะการค ดว เคราะห เช งต วเลขและสามารถประย กต ใช หล กคณ ตสาสตร และสถ ต ในการพยาบาลได อย างเหมาะสม ๗. พ ฒนาศ กยภาพของบ คคล ครอบคร ว ช มชนให สามารถด แลตนเองทางด านส ขภาพตามบร บทและว ถ การ ดารงช ว ตได ๘. ร วมทาว จ ยและเล อกใช ประโยชน จากผลงานว จ ย ในการปฏ บ ต การพยาบาลได ๙. เล อกใช แหล งทร พยากร นว ตกรรม เทคโนโลย และภ ม ป ญญาท องถ น ในการปฏ บ ต การพยาบาลได อย าง เหมาะสม ๑๐. ส อสารก บผ ท เก ยวข องได อย างม ประส ทธ ภาพ ๑๑. อน ร กษ และร วมพ ฒนาสภาพแวดล อมท ม ผลต อส ขภาพได ว ทยาล ยวางแผนพ ฒนาปร บปร งการดาเน นการตลอดหล กส ตรเพ อผล ตบ ณฑ ตให สอดคล องก บเอกล กษณ และอ ตล กษณ ของสถาบ นพระบรมราชชนก ค อ เอกล กษณ สร างคนจากช มชนเพ อตอบสนองระบบส ขภาพช มชน อ ตล กษณ บร การส ขภาพด วยห วใจความเป นมน ษย ๑.๓. ระบบการจ ดการศ กษา ว ทยาล ยม จ ดการศ กษาตามระเบ ยบสถาบ นพระบรมราชชนกว าด วยการจ ดการศ กษาของสถานศ กษาในส งก ด พ.ศ. ๒๕๕๒ (ฉบ บปร บปร ง) และข อบ งค บมหาว ทยาล ยเช ยงใหม ว าด วยการศ กษาระด บปร ญญาตร สาขาว ชาพยาบาล ศาสตร สาหร บสถาบ นสมทบ พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยจ ดการศ กษาแบบทว ภาค แบ งป การศ กษาออกเป น ๒ ภาคการศ กษา ปกต ซ งเป นภาคการศ กษาบ งค บ ใช ระยะเวลาการศ กษาภาคการศ กษาละประมาณ ๑๕ ส ปดาห ภาคฤด ร อน ซ งเป น ภาคการศ กษาไม บ งค บ ใช ระยะเวลาการศ กษาประมาณ ๘ ส ปดาห โดยจ ดช วโมงเร ยนของแต ละกระบวนว ชาให เท าก บ ภาคการศ กษาปกต และม การจ ดการศ กษาภาคฤด ร อน ในการเร ยนช นป ท ๑ ช นป ท ๒ และช นป ท ๓ โดยกาหนดเวลา ตามหน วยก ตแต ละว ชา ด งน (๑) ว ชาภาคทฤษฎ ๑ หน วยก ต หมายถ ง ว ชาท ใช เวลาเร ยน ๑ ช วโมงต อส ปดาห เป นเวลา ๑ ภาค การศ กษา หร อใช เวลาเร ยนรวมก นไม น อยกว า ๑๕ ช วโมงในระด บปร ญญาตร (๒) ว ชาภาคทดลอง ๑ หน วยก ต หมายถ ง ว ชาท ใช ฝ กหร อทดลอง ๒ ช วโมงต อส ปดาห เป นเวลา ๑ ภาคการศ กษา หร อใช เวลาเร ยนรวมก นไม น อยกว า ๓๐ ช วโมงในระด บปร ญญาตร (๓) ว ชาภาคปฏ บ ต ๑ หน วยก ต หมายถ ง ว ชาท ใช ในการฝ กปฏ บ ต หร อฝ กภาค สนามภายในและ ภายนอกสถานท ๔-๖ ช วโมงต อส ปดาห เป นเวลา ๑ ภาคการศ กษา หร อใช เวลาเร ยนรวมก นไม น อยกว า ๖๐ ช วโมงใน ระด บปร ญญาตร
๑.๔. โครงสร างหล กส ตร ๑) จานวนหน วยก ต รวมตลอดหล กส ตร ๑๔๔ หน วยก ต ๒) โครงสร างหล กส ตร แบ งหมวดว ชาซ งสอดคล องก บท กาหนดไว ในเกณฑ มาตรฐานหล กส ตร ระด บอ ดมศ กษา ป พ.ศ. ๒๕๔๘ ของกระทรวงศ กษาธ การ ด งน ก. หมวดว ชาศ กษาท วไป ๓๐ หน วยก ต ๑) กล มว ชาภาษาและการส อสาร ๑๕ หน วยก ต ๒) กล มว ชาว ทยาศาสตร คณ ตศาสตร และเทคโนโลย ๖ หน วยก ต ๓) กล มว ชาส งคมศาสตร และมน ษย ศาสตร ๗ หน วยก ต ๔) กล มว ชาการเร ยนร ผ านก จกรรม ๒ หน วยก ต ข หมวดว ชาเฉพาะ ๑๐๘ หน วยก ต ๑) กล มว ชาพ นฐานว ชาช พ ๒๙ หน วยก ต ๒) กล มว ชาช พพยาบาล ๗๙ หน วยก ต - ทฤษฎ ๕๑ หน วยก ต - ปฏ บ ต ๒๘ หน วยก ต ค. หมวดว ชาเล อกเสร ๖ หน วยก ต การบร หารหล กส ตร ว ทยาล ยม การบร หารหล กส ตร ค อการนาหล กส ตรไปใช การกาก บ ต ดตาม และการประเม นหล กส ตรภายหล ง การเสร จส นป การศ กษา และตลอดหล กส ตร โดยม แนวปฏ บ ต การบร หารหล กส ตรด งน ๑.ว ทยาล ยกาหนดให กล มว ชาการทาหน าท บร หารหล กส ตรและดาเน นการจ ดการเร ยนการสอน และแต งต ง คณะ กรรมการหล กส ตร คณะกรรมการว ชาการ คณะกรรมการพ ฒนาการเร ยนการสอน คณะกรรมการพ ฒนาค ณภาพ ข อสอบ คณะกรรมการทวนสอบมาตรฐานผลการเร ยนร ทาหน าท ในการบร หารหล กส ตร การเร ยนการสอนด วย (รายละเอ ยด ในภาคผนวก) ๒.รองผ อานวยการกล มว ชาการประช มช แจง ทาความเข าใจแก อาจารย และบ คลากรเพ อเตร ยมความพร อมการ นาหล กส ตรไปใช ก อนเป ดภาคการศ กษาอย างน อย ๓ เด อน กรณ หล กส ตรใหม และ อย างน อย ๔-๖ ส ปดาห กรณ หล กส ตรปร บปร ง ๓. วางแผนการจ ดการเร ยนการสอนตลอดหล กส ตร (master plan) (๔ ป ) และเสนอต อคณะกรรมการ บร หาร เพ อให ข อค ดเห น ช แนะ และร บรอง ๔. วางแผนการจ ดการเร ยนการสอนรายป การศ กษา คลอบคล มท กช นป และเสนอต อคณะกรรมการ ว ชาการ เพ อให ข อเสนอแนะ แนวทางการจ ดการเร ยนการสอน และเห นชอบ ๕. ดาเน นการจ ดการเร ยนการสอนรายภาคการศ กษา ป การศ กษา ตามแผนการจ ดการเร ยนการสอนโดยกล ม งานจ ดการศ กษา กล มงานทะเบ ยน ว ดและประมวลผล และกล มว ชา อาจารย ผ ร บผ ดชอบว ชา และอาจารย ผ สอนตาม กลย ทธ การสอนและการประเม นผลท กาหนดไว ในรายละเอ ยดของหล กส ตร รายละเอ ยดรายว ชา และรายละเอ ยด ประสบการณ ภาคสนาม ให บรรล มาตรฐานผลการเร ยนร ท คาดหว งของสาขาพยาบาลศาสตร ภายใต การกาก บต ดตามของ รองผ อานวยการกล มว ชาการ
๖. ประเม นผลและทวนสอบผลการเร ยนร ของแต ละรายว ชาและประสบการณ ภาคสนามในแต ละภาคการศ กษา และอาจารย ผ สอนจ ดทารายงานผลการดาเน นของรายว ชา ซ งรวมถ งการประเม นผล และการทวนสอบผลการเร ยนใน รายว ชาท ร บผ ดชอบพร อมป ญหา/อ ปสรรคและข อเสนอแนะ โดยม ห วข ออย างน อยตาม แบบ มคอ.๕ (รายงานผลการ ดาเน นการของรายว ชา) และแบบ มคอ.๖(รายงานผลการดาเน นการของประสบการณ ภาคสนาม) ๗. ประมวล/ว เคราะห ประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการดาเน นการ และจ ดทารายงานผลการดาเน นการของ หล กส ตรในภาพรวมประจาป การศ กษาเม อส นป การศ กษา ตามแบบ มคอ.๗ (รายงานผลการดาเน นการของหล กส ตร) เพ อใช ในการพ จารณาปร บปร งและพ ฒนากลย ทธ การสอน กลย ทธ การประเม นผลและแก ไขป ญหาอ ปสรรคท เก ดข น ๘. ทารายงานผลการดาเน นการของหล กส ตร เม อครบรอบหล กส ตร (๔ ป ) ตามแบบ มคอ.๗ (รายงานผลการ ดาเน นการของหล กส ตร) และว เคราะห ประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลของการบร หารจ ดการหล กส ตรในภาพรวม ว า บ ณฑ ตบรรล มาตรฐานผลการเร ยนร ตามท คาดหว งไว หร อไม รวมท งนาผลการว เคราะห มาปร บปร งและพ ฒนาหล กส ตร และ/หร อการดาเน นการของหล กส ตรต อไป ด งแผนภ ม แสดงระบบและกลไกการบร หารหล กส ตรด งน