เด ยว ท ม ม. 1-3 ม.4-6



Similar documents
รายการการแข งข นคอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus)

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห )

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

โปรแกรม Limbothai. โปรแกรม Limbothai -ห องเร ยนทางไกล หน วยท 2 การต ดต ง

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

การแข งข นท กษะว ชาการ ประจ าป การศ กษา 2551

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม

Life's Advantages and Disadvantages of Licensing

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร

(ผ ขอร บการประเม นตามหล กเกณฑ น สามารถส งคาขอร บการประเม นพร อมเอกสารท เก ยวข องได ตลอดป รอบป ละ 1 คร ง)

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน

ห วข อการประกวดแข งข น

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

รายละเอ ยดและเกณฑ การแข งข นท กษะว ชาช พ ประเภทว ชาอ ตสาหกรรมท องเท ยว

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

หล กเกณฑ การกาหนดต วช ว ดข อตกลงการประเม นผลการปฏ บ ต งาน บ คลากรสายสน บสน นว ชาการ คณะว ทยาศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ป พ.ศ. ๒๕๕๖

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

รายงานผลการใช แผนการจ ดการเร ยนร

ค ม อการใช งาน สาหร บคร ผ สอน,คร ท ปร กษา

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

กต กาและเกณฑ การประกวดแข งข นท กษะด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร ป การศ กษา 2556

1. ค ณสมบ ต ผ เข าร วมแข งข น 1.1 เป นน กเร ยนท ก าล งศ กษาอย ระด บช นประถมศ กษาตอนปลาย (ช นประถมศ กษาป ท 4-6) ประเภทค

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus)

หล กส ตรอบรมคอมพ วเตอร การต ดต งระบบปฏ บ ต การส าหร บเคร องคอมพ วเตอร ส วนบ คคล

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา

แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม ก นยายน 2553)

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

ว นท 14 ต ลาคม 2557 ระด บปฐมว ย

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

โครงการสอน ภาคเร ยนท ป การศ กษา คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

การใช โปรแกรมส าเร จร ป Microsoft Word 2003 ระด บ ปวช.

Transcription:

ก จกรรมการแข งข นมหกรรมการศ กษาก าวไกล พาท องถ นไทยส อาเซ ยน ของโรงเร ยนในส งก ด องค การบร หารส วนจ งหว ดกาฬส นธ คร งท 7 ว นท 29 พฤศจ กายน 2556 ณ โรงเร ยนจ มจ งพล งราษฎร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ท รายการ ประเภทการแข งข น ระด บช นการแข งข น เด ยว ท ม ม. 1-3 ม.4-6 1*/** โครงงานการงานอาช พและเทคโนโลย - (3) 2*/** ประด ษฐ เศษว สด เหล อใช - (3) 3*/** แกะสล กผ กผลไม - (3) 4*/** งานประด ษฐ จากใบตอง - (3) 5*/** ร อยมาล ย - (3) 6*/** จ ดสวนถาดแห ง - 7** ท กษะคอมฯ (การเข ยน Homepage โดยใช โปรแกรม Dreamweaver) (2) 8 การใช โปรแกรม Microsoft Power Point (office 2007) - 9 การใช โปรแกรม Microsoft Excel 2003 (office 2007) - 10 การส บค นข อม ล - 11 การสร างภาพเคล อนไหวAnimation - 12 การประกวด E-Book - 13*/** ประกวดส อคร - รวมก จกรรมแข งข นกล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย 13 ก จกรรม *= รายการท แข งข นระด บภาค **= รายการท แข งข นระด บประเทศ หมายเหต

1. การประกวดโครงงานการงานอาช พและเทคโนโลย 1. ระด บช นผ เข าประกวด น กเร ยนกาล งศ กษาอย ในโรงเร ยนส งก ดองค กรปกครองส วนท องถ น - ระด บช นประถมศ กษาป ท 4-6 - ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1-3 - ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 4-6 2. จานวนผ เข าประกวด 2.1 ผ เข าประกวดในแต ละระด บช นท มละไม เก น 3 คน แต ละคนเข าประกวดไม เก น 1โครงงาน 2.2 ให แต ละองค กรปกครองส วนท องถ นค ดเล อกโครงงานในแต ละระด บไม เก น 1 โครงงาน 3. เวลาท ใช ในการประกวด นาเสนอไม เก น 18 นาท / 1 โครงงาน 4. ว ธ การประกวด 4.1 ให ผ เข าแข งข นส งรายงานโครงงานฉบ บสมบ รณ จานวน 3 ช ด ( พ มพ ด วยกระดาษ A4 ) โดยส งให คณะกรรมการก อนการประกวดแข งข น 4.2 ผ เข าประกวดจ ดทาป ายแสดงโครงงาน ประกอบด วยว สด เป นแผ น 3 แผ น แผ นกลางม ขนาด 60x120 เซนต เมตร แผ นข างม ขนาด 60x60 เซนต เมตร โรงเร ยน... ช อโครงงาน... (ส ง ไม เก น 50 ซ.ม. ) 60 ซ.ม. 120 ซ.ม. 60 ซ.ม. 4.4 ผ เข าประกวดต องนาเสนอโครงงานต อคณะกรรมการ เพ อให คณะกรรมการซ กถาม 4.5 โครงงานท ส งเข าประกวด ต องไม เป นโครงงานท ลอกเล ยนแบบของผ อ นและต องเป น โครงงานท ผ านการค ดเล อกจากระด บภาคมาแล ว

5. เกณฑ การให คะแนน เต ม 100 คะแนน ด งน ตอนท 1 ความค ดร เร มสร างสรรค ( 23 คะแนน ) เกณฑ การให คะแนน คะแนน 1. ความแปลกใหม ของป ญหาและการนาไปใช 5 2. การนาไปใช ในช ว ตประจาว น 5 3. การออกแบบการทดลอง (ให คะแนนท กข อ) - ความเป นไปได 3 - ม ลาด บข นตอนและการดาเน นการทดลองตามลาด บข นตอน 4 - ม การอภ ปรายสร ป ประเด นป ญหา 4 - การทดลองเหมาะสมก บเน อหา 2 ตอนท 2 การเข ยนรายงาน ( 27 คะแนน ) เกณฑ การให คะแนน คะแนน 1. ความถ กต องตามแบบฟอร ม (เล อกให คะแนน 1 ข อ) - ม องค ประกอบครบ 2 - ถ าขาดต งแต 2 องค ประกอบข นไป 1 2. การใช ภาษา คาศ พท ทางว ทยาศาสตร 10 - ผ ดหล กคาศ พท ห กคาละ 1 คะแนน 3. การใช ว ธ การทางว ทยาศาสตร (เล อกให คะแนน 1 ข อ) - ม ครบท กข นตอนและเร ยงลาด บถ กต อง 10 - ม ครบท กข นตอนและเร ยงลาด บไม ถ กต อง 9 - ม ครบท กข นตอน แต เร ยงลาด บไม ถ กต อง 8 - ม ไม ครบท กข นตอน และเร ยงลาด บไม ถ กต อง 7 4. การแสดงการบ นท กผลอย างเพ ยงพอ (เล อกให คะแนน 1 ข อ) - ม การนาเสนอข อม ลท สาค ญได ครบถ วนท กประเด น 5 - นาเสนอข อม ลท สาค ญไม ครบถ วน 1 ประเด น 4 - นาเสนอข อม ลท สาค ญไม ครบถ วน 2 ประเด น 3 - นาเสนอข อม ลท สาค ญไม ครบถ วน 3 ประเด น 2

ตอนท 3 การจ ดแสดงผลงาน ( 20 คะแนน ) เกณฑ การให คะแนน คะแนน 1. ถ กต องตามแบบฟอร ม (ให คะแนนท กข อ) - เสนอร ปแบบ แผนภ ม ตารางผ ด ถ กต ดคะแนน 2 - แผงจ ดแสดงโครงงานไม ถ กต องถ กต ดคะแนน 3 2. ความถ กต องเหมาะสมของการใช ว สด อ ปกรณ (เล อกให คะแนน 1 ข อ) - ใช ว สด ท ม ราคาถ ก ว สด ท ม ในท องถ นหร อว สด ท เหล อใช และเหมาะสม 5 - ใช ว สด ราคาแพง แต เหมาะสม 4 - ใช ว สด ราคาแพง แต ไม เหมาะสม 2 3. ความปราณ ตสวยงาม (เล อกให คะแนน 1 ข อ) - แข งแรง สวยงาม ละเอ ยด 5 - แข งแรง สวยงาม ไม ละเอ ยด 4 - แข งแรง ไม สวยงาม ละเอ ยด 3 - ไม แข งแรง สวยงาม ไม ละเอ ยด 2 - ไม แข งแรง ไม สวยงาม ละเอ ยด 1 4. ความเหมาะสมในการนาเสนอข อม ล (เล อกให คะแนนเฉพาะข อท ถ กต อง) - ข อม ลท เสนอเหมาะสมก บเน อหา 1 - ข อม ลท เสนอช ดเจน สอดคล องก บเน อหา 1 - ม การนาเสนอหลายร ปแบบ 1 - ป ายท แสดงโครงงานถ กต องตามขนาดท กาหนด 1 - ม ข อม ลครบสมบ รณ ( ตามหล กการทฤษฎ ) 1

ตอนท 4 การอภ ปรายปากเปล า ( 30 คะแนน ) เกณฑ การให คะแนน คะแนน 1. การนาเสนอ (ให คะแนนท กข อ) - บอกช อโครงงาน 2 - อภ ปรายเหต ผลช ดเจน 2 - ว ธ การนาเสนอช ดเจน 2 - ม การสาธ ตหร อแสดงเหต ผล 2 - บ คล ก ล กษณะถ อยคา 2 2. การตอบข อซ กถามช ดเจน (เล อกให คะแนน 1 ข อ) - ตอบตามประเด นป ญหาท กประเด น ผ ฟ งเข าใจง าย 20 - ตอบไม ตรงประเด นป ญหา 1 ประเด น 15 - ตอบไม ตรงประเด นป ญหา 2 ประเด น 10 ** หมายเหต การต ดส นของคณะกรรมการถ อเป นท ส นส ด 1. เวลาท ใช ในการนาเสนอไม เก น 9 นาท และเวลาตอบข อซ กถามไม เก น 9 นาท 2. สามารถนาเสนอด วยว ธ การฉายภาพข ามศ รษะ หร อคอมพ วเตอร 3. แผงจ ดแสดงโครงงานต องถ กต องตามแบบ สสวท. 5. รางว ลการประกวดท กระด บช น รางว ลเก ยรต บ ตร - รางว ลเก ยรต บ ตรชมเชย คะแนนต งแต 50-59 คะแนน

2. การประกวดการประด ษฐ ของใช จากเศษว สด เหล อใช 1.ระด บการแข งข น แบ งเป น 3 ระด บ ค อ ระด บช นประถมศ กษาป ท 4-6 ประด ษฐ ของเล น ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1-3 ประด ษฐ ของใช ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 4-6 ประด ษฐ ของประด บตกแต งบ าน 2.จานวนผ เข าแข งข น ผ เข าแข งข นแต ละระด บช น เป นท มๆละ 3 คน 3.ระยะเวลาท ใช ในการแข งข น 3 ช วโมง 4.ว ธ การดาเน นการแข งข น 1. จะต องเป นว สด ท เหล อใช ไม จาก ดร ปร าง ชน ดและแบบ 2. สามารถนามาใช ได จร ง ม ความคงทนตามล กษณะงาน 3. สามารถนาว สด อ นมาประกอบตกแต งได เล กน อย 4. ผ เข าแข งข นต องเตร ยมว สด อ ปกรณ ท งหมดมาเอง 5. ส วนประกอบของช นงานท กช นต องทาในเวลาท เข าแข งข นเท าน น 5.หล กเกณฑ การให คะแนน เกณฑ การให คะแนน คะแนน 1. กระบวนการทางาน (เป นท ม เป นข นตอน) 20 2. ม ความค ดร เร มสร างสรรค 25 3. ประโยชน ใช สอย 25 4. ม ความประณ ตสวยงาม 20 5. เก บว สด อ ปกรณ และพ นท ใช งานเร ยบร อย 10 7. รางว ลการประกวดท กระด บช น รางว ลเก ยรต บ ตร - 8. รางว ลเก ยรต บ ตรชมเชย ผลการต ดส นของคณะกรรมการถ อเป นท ส นส ด คะแนนต งแต 50-59 คะแนน

3. การประกวดแกะสล กผ กและผลไม 1. ระด บการแข งข น แบ งเป น 3 ระด บ ค อ ระด บช นประถมศ กษาป ท 4-6 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1-3 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 4-6 2. จานวนผ เข าแข งข น ผ เข าแข งข นแต ละระด บช น เป นท มๆละ 3 คน 3. ระยะเวลาท ใช ในการแข งข น 3 ช วโมง 4. การดาเน นการประกวด ผ เข าประกวดแกะสล กผ กผลไม ดาเน นการแกะสล กผ กและผลไม เสร จแล วให นาผลงานท แกะสล กเสร จแล ว นามาจ ดประด บตกแต งเป นร ปทรงต างๆตามความค ดร เร มสร างสรรค 5. การเตร ยมว สด อ ปกรณ 5.1ให ผ เข าร วมประกวดจ ดซ อและจ ดหาอ ปกรณ ต าง ๆ ในการประด ษฐ และตกแต ง ตลอดจน เคร องม อและอ ปกรณ ในการจ ดทาต าง ๆ ให ผ เข าร วมการประกวดจ ดเตร ยมมาเอง 5.2 เคร องม อท ใช ในการแกะสล กต องไม เป นเคร องม อท ใช แกะสาเร จร ป เช น ม ดท ใช ห นออก มาแล วเป นลวดลายต าง ๆ สาเร จร ป 5.3 ไม อน ญาตให ผ เข าประกวดจ ดเตร ยม ต ด เกลา แกะสล ก ตกแต งร ปทรงใด ๆ มาก อน 5.4 ให ผ เข าประกวดแกะสล กผ กผลไม 3 ชน ด ด งน มะละกอ แครอท แคนตาล ป ฟ กทอง ส วนผลไม อ นๆ สามารถนามาประด บตกแต งได 6. หล กเกณฑ การให คะแนน เกณฑ การให คะแนน คะแนน 1. การเตร ยมว สด และเคร องม อถ กต องตามท กาหนด 5 2. ปฏ บ ต ถ กต องตามข นตอน 15 3. ร ปทรงเหมาะสม 15 4. ความประณ ต เร ยบร อย สวยงาม 20 5. ความประหย ด 10 6. ความร วมม อในการทางานในหม คณะ 10 7. ความค ดร เร มสร างสรรค ในการจ ดตกแต ง 15 8. การจ ดเก บ ทาความสะอาด 10

7. รางว ลการประกวดท กระด บช น รางว ลเก ยรต บ ตร - รางว ลเก ยรต บ ตรชมเชย คะแนนต งแต 50-59 คะแนน 8. ผลการต ดส นของคณะกรรมการถ อเป นท ส นส ด หมายเหต หากฝ าฝ นในข อ 5.3 จะต ดส ทธ ออกจากการแข งข น

4. การประกวดงานประด ษฐ จากใบตอง 1.ระด บช นผ เข าแข งข น แบ งเป น 3 ระด บ ค อ ระด บช นประถมศ กษาป ท 4-6 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1-3 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 4-6 2. จานวนผ เข าร วมประกวด ผ เข าแข งข นแต ละระด บช น เป นท มๆละ 3 คน 3. ระยะเวลาท ใช ในการแข งข น 3 ช วโมง 4. การดาเน นการประกวด ระด บช นประถมศ กษาป ท 4-6 1. ให น กเร ยนประด ษฐ งานใบตอง 1 ช ด ประกอบด วย - การห อทรง ส ง - การห อทรงเต ย - การห อขนมเท ยน - ถาดรอง ( เป นวงกลมเส นผ านศ นย กลาง 10 12 น ว ส งไม เก น 4 น ว ) และให นาผลงานมาจ ดเข าช ดก นให สวยงามและเหมาะสม 2. การเตร ยมว สด อ ปกรณ 1) ให ผ เข าร วมประกวดจ ดซ อและจ ดหาอ ปกรณ ต างๆ ในการประด ษฐ และตกแต ง ตลอดจนเคร องม อและอ ปกรณ ในการจ ดทาต างๆให ผ เข าร วมการประกวดจ ดเตร ยมมาเอง 2) อน ญาตให ผ เข าประกวดทาความสะอาดใบตองและฉ กใบตองเป นแผ น ๆได แต ไม อน ญาตให เจ ยนใบตอง 3) ไม อน ญาตให ผ เข าประกวดจ ดตกแต งมาก อน 3. หล กเกณฑ การให คะแนน ( คะแนนเต ม 100 คะแนน ) 1) การเตร ยมว สด อ ปกรณ - การเจ ยนใบตอง การฉ กใบตองให เหมาะสมก บงาน 5 คะแนน 2) ความถ กต องตามประเภทท กาหนด 30 คะแนน - การห อร ปทรงต างๆ ขนาดเหมาะสม 15 คะแนน - ถาดรอง ( เป นวงกลมเส นผ านศ นย กลาง 10 12 น ว ส งไม เก น 4 น ว) 15 คะแนน 3) ความค ดร เร มสร างสรรค 10 คะแนน 4) ความประณ ต เร ยบร อย สวยงาม 25 คะแนน

5) ความร วมม อในการทางาน 10 คะแนน 6) งานเสร จตามเวลากาหนด 10 คะแนน 7) การจ ดเก บทาความสะอาด 10 คะแนน ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1-3 และระด บช นม ธยมศ กษาป ท 4-6 1. จ ดทาเป นพานบายศร ส ขว ญ ขนาดความส ง 3 ช น 2.ให น กเร ยนนาว สด อ ปกรณ ท จาเป นต องใช ในการจ ดทา เช น พานเง นพานทอง ขนาดเส นผ าศ นย กลางขอบในของพานอ นล างส ด อย ระหว าง 9 11 น ว ใบตองท ทาความสะอาดฉ ก ตามขนาดเหมาะสม ดอกไม ท ย งไม ได แปรร ป และว สด อ ปกรณ อ น ๆ ท เก ยวข องย งไม แปรร ป นามาให คณะกรรมการ ตรวจสอบก อนการประกวด ให จ ดเป นพานบายศร ส ขว ญ ขนาดความส ง 3 ช น 5. การเตร ยมว สด อ ปกรณ 5.1 ให ผ เข าประกวดจ ดหาเคร องม อและอ ปกรณ ต างๆในการประด ษฐ และตกแต ง มาเอง 5.2 ไม อน ญาตให ผ เข าประกวดจ ดตกแต งมาก อนการประกวด 6. หล กเกณฑ การให คะแนน เกณฑ การให คะแนน คะแนน 1. ขนาด ร ปทรง และส ดส วน 20 2. ความประณ ต สวยงาม 25 3. ความค ดร เร มสร างสรรค 20 4. ความถ กต องตามความหมาย 20 5. ความสะอาด เป นระเบ ยบเวลาปฏ บ ต งานและหล งทางาน 5 6. งานเสร จตามเวลาท กาหนด 10 7. รางว ลการประกวดท กระด บช น รางว ลเก ยรต บ ตร - รางว ลเก ยรต บ ตรชมเชย คะแนนต งแต 50-59 คะแนน 8. ผลการต ดส นของคณะกรรมการถ อเป นท ส นส ด หมายเหต ในระด บช นม ธยมศ กษา หากฝ าฝ นในข อ 2 จะต ดส ทธ ออกจากการแข งข น

5. การร อยมาล ยดอกไม สด 1.ระด บช นผ เข าแข งข น แบ งเป น 3 ระด บ ค อ ระด บช นประถมศ กษาป ท 4-6 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1-3 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 4-6 2.จานวนผ เข าแข งข น 1.แข งข นเป นท ม ๆ ละ 3 คน - ระด บช นประถมศ กษาป ท 4-6 แข งข น ร อยมาล ยคล องม อ - ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1-3 แข งข นร อยมาล ยคล องคอ - ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 4-6 แข งข นร อยมาล ยคล องคอ 3.ว ธ ดาเน นการและรายละเอ ยดหล กเกณฑ การแข งข น 3.1 ว ธ การประกวด - ระด บช วงช นท 2 ( ป.4-6 ) 3.1.1 ให ผ เข าประกวดร อยมาล ยคล องม อ 1 พวง 3.1.2 ให ผ เข าประกวดเตร ยมพานเง นหร อพานทองพร อมผ ารองมาเอง นาผลงานท เสร จแล ววางบนพานเง นหร อพานทองท ม ขนาดเหมาะสมก บพวงมาล ย พร อมต ดป ายช อ-นามสก ล โรงเร ยน อาเภอ จ งหว ด ของผ เข าประกวด ( เข ยนต วบรรจง ) แล วนาไปจ ดแสดงในท ท ผ จ ดการ ประกวดจ ดเตร ยมไว ให - ระด บช วงช นท 3 ( ม.1-3 ) - ระด บช วงช นท 4 ( ม.4-6 ) 3.1.3 ให ผ เข าประกวดร อยมาล ยคล องคอ ประกอบร บบ นสาหร บใช ในงานมงคล 3.1.4 ให ผ เข าประกวดเตร ยมพานเง นหร อพานทองพร อมผ ารองมาเอง นาผลงานท เสร จแล ววางบนพานเง นท ม ขนาดเหมาะสมก บพวงมาล ย พร อมต ดป ายช อ-นามสก ล โรงเร ยน อาเภอ จ งหว ด ของผ เข าประกวด ( เข ยนต วบรรจง ) แล วนาไปจ ดแสดงในท ท ผ จ ดการประกวดจ ดเตร ยมไว ให 3.2 การเตร ยมว สด อ ปกรณ 3.2.1 ให ผ เข าประกวดจ ดซ อและจ ดหาอ ปกรณ ต างๆ ในการประด ษฐ และตกแต ง ตลอดจนเคร องม อและอ ปกรณ ในการจ ดทาต างๆ ให ผ เข าประกวดจ ดเตร ยมมาเอง 3.2.2 อน ญาตให ผ เข าประกวดจ ดเตร ยมฉ ก ต ด เด ดกล บดอกไม มาก อนได 3.2.3 ไม อน ญาตให ผ เข าประกวดจ ดเตร ยม ต ด เกลา แกะสล ก ตกแต งร ปทรงใดๆ มาก อน 3.2.4 ไม อน ญาตให ผ เข าประกวดตกแต งกล บหร อส วนประกอบอ นๆ มาก อนท จะทา การประกวด หมายเหต *** หากฝ าฝ นในข อ 3.2.3 จะต ดส ทธ ออกจากการประกวด

4. เกณฑ การให คะแนน เต ม 100 คะแนน ด งน เกณฑ การให คะแนน คะแนน 1. ความพร อมในการจ ดเตร ยมว สด และเคร องม อ 10 2. ความถ กต องของงานตามประเภทท กาหนด 10 3. ปฏ บ ต งานได ถ กต องตามข นตอนท กาหนด 10 4. ล กษณะน ส ยในการทางาน 10 5. ส ส น ร ปทรงสวยงาม 10 6. ความร วมม อในการทางาน 5 7. ความค ดร เร มสร างสรรค 10 8. เสร จท นตามเวลาท กาหนด 10 9. ผลงานประณ ต สวยงาม เร ยบร อย ม ความคงทน 25 หมายเหต การต ดส นของคณะกรรมการถ อเป นท ส นส ด 5. รางว ลการประกวดท กระด บช น รางว ลเก ยรต บ ตร - รางว ลเก ยรต บ ตรชมเชย คะแนนต งแต 50-59 คะแนน

6. การแข งข นการจ ดสวนถาดแห ง 1. ระด บช นผ เข าประกวด ( ท มผสม 4 คน ) - น กเร ยน จานวน 1 คน - คร / ผ อานวยการโรงเร ยน จานวน 1 คน - นายก / ผ บร หาร ส งก ดองค กรปกครองส วนท องถ น จานวน 1 คน - ผ ปกครอง จานวน 1 คน 2. จานวนผ เข าประกวด อปท.ส งเข าประกวดละ 1 ท ม (ท มผสม) 3. เวลาท ใช ในการประกวด 1 ช วโมง 4. ว ธ การประกวด และการจ ดเตร ยมว สด อ ปกรณ 4.1 การจ ดเตร ยมว สด อ ปกรณ 4.1.1 ล กษณะของภาชนะท ใช เป นจานรองกระถาง เป นด นเผาทรงกลมชน ดไม เคล อบ ขนาดเส นผ านศ นย กลาง 11-13 น ว 4.1.2 พ นธ ไม และว สด อ ปกรณ - พ นธ เป นพ นธ ท ใช จ ดสวนถาดแห ง ไม ต ากว า 3 ชน ด - ว สด ประกอบ เช น ห น กรวด ไม อ นๆ ให คาน งถ งความเป นธรรมชาต - ว สด ปล ก ม ความเหมาะสมก บการเจร ญเต บโตของพ นธ ไม 4.1.3 ให ผ เข าร วมแข งข นเตร ยมว สด อ ปกรณ มาเอง ได แก - อ ปกรณ เข ยนแบบ 1 ช ด - พ นธ ไม ว สด ประกอบ - ภาชนะท ใช จ ด - กระป องฉ ดน า 4.2 ว ธ การประกวด 4.2.1 ให ผ เข าประกวดเข ยนแบบแปลนแผนให เสร จก อนลงม อจ ด 4.2.2 ผ เข าประกวดลงม อจ ดสวนถาดแห งตามแบบแปลนท ได กาหนดไว 4.2.3 ผ ร วมแข งข นต องพร อมก อนเวลาไม น อยกว า 10 นาท หมายเหต ผ จ ดการประกวดจ ดเตร ยมจานรองกระถาง ทรายหยาบและละเอ ยด ต กตาจ ดสวนขนาด เล กให ก บผ เข าประกวด

5. เกณฑ การให คะแนน เต ม 100 คะแนน ด งน เกณฑ การให คะแนน คะแนน 1. ความสมด ล 10 2. ความกลมกล นและความสวยงาม 15 3. ความแตกต าง 10 4. ความปราณ ต 15 5. ความถ กต องตามเกณฑ 10 6. การเล อกใช พ นธ ไม และว สด ประกอบ 15 7. การเข ยนแบบแปลน 10 8. จ ดเด น 15 หมายเหต การต ดส นของคณะกรรมการถ อเป นท ส นส ด 6. รางว ลการประกวดท กระด บช น รางว ลเก ยรต บ ตร - รางว ลเก ยรต บ ตรชมเชย คะแนนต งแต 50-59 คะแนน

7. การใช โปรแกรม Microsoft Power Point 1. ระด บช นผ เข าแข งข น แบ งเป น 3 ระด บ ค อ ระด บช นประถมศ กษาป ท 4-6 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1-3 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 4-6 2. ประเภทและจานวนผ เข าประกวด ผ เข าแข งข นแต ละระด บช น จานวน 1 คน 3. รายละเอ ยดและหล กเกณฑ การแข งข น ระด บช นประถมศ กษาป ท 4-6 ใช เวลาแข งข น 3 ช วโมง ตอนท 1 ภาคความร เน อหาตามหล กส ตรสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ระด บช นประถมศ กษาป ท 4-6 จานวน 10 ข อ 10 คะแนน ตอนท 2 ภาคปฏ บ ต ทาการส บค นข อม ลและนาเสนอข อม ลด วยโปรแกรม MS- Power Point ตามเน อหาท กาหนด จานวน 7-10 สไลด (เกณฑ การต ดส น เน อหา ตามท คณะกรรมการกาหนด) คะแนน 90 คะแนน เกณฑ การต ดส นให คะแนน (ภาคปฏ บ ต ) - ความสวยงาม 20 คะแนน - ความค ดร เร มสร างสรรค 10 คะแนน - ความสาเร จของผลงาน 20 คะแนน - ส อความหมายได ช ดเจนสอดคล องก บห วเร อง 20 คะแนน - การใช ล กษณะพ เศษในการนาเสนอ 20 คะแนน ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1-3 และระด บช นม ธยมศ กษาป ท 4-6 1. ใช โปรแกรม Power Point 2. เน อหากรรมการแจ งก อนการแข งข น 3. ทร พยากร ข อม ล ร ปภาพ จะจ ดเตร ยมให โดยคณะกรรมการ 4. ใช คอมพ วเตอร ส วนกลาง 5.ใช เวลา 1 ช วโมง 6. ผลการต ดส นของคณะกรรมการถ อเป นท ส นส ด 7. เกณฑ การให คะแนน 100 คะแนน - การจ ดเก บ 5 คะแนน - การใช เอฟเฟกส 10 คะแนน - ความถ กต องสมบ รณ ของเน อหา 20 คะแนน - ความสวยงาม 20 คะแนน

- ความเช อมโยง 10 คะแนน - การม ภาพประกอบท เหมาะสม 15 คะแนน - การนาเสนอ 20 คะแนน 4. รางว ลการประกวดท กระด บช น รางว ลเก ยรต บ ตร - รางว ลเก ยรต บ ตรชมเชย คะแนนต งแต 50-59 คะแนน 5. ผลการต ดส นของคณะกรรมการถ อเป นท ส นส ด

8. การใช โปรแกรม Microsoft Excel 2003 1. ระด บช นผ เข าแข งข น แบ งเป น 3 ระด บ ค อ ระด บช นประถมศ กษาป ท 4-6 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1-3 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 4-6 2. จานวนผ เข าประกวด ผ เข าแข งข นแต ละระด บช น จานวน 1 คน 3. รายละเอ ยดและหล กเกณฑ การแข งข น 3.1 ใช โปรแกรม MS Excel 2003 3.2 โจทย ท ใช ในการแข งข น (กรรมการแจ งก อนการแข งข น) 3.3 ใช คอมพ วเตอร ส วนกลาง 3.4 ใช เวลา 1 ช วโมง 3.5 ผลการต ดส นของคณะกรรมการถ อเป นท ส นส ด 4. เกณฑ การให คะแนน 100 คะแนน 4.1ต งค าหน ากระดาษ และจ ดพ มพ ถ กต องตามแบบท กาหนดให 20 คะแนน 4.2 จ ดร ปแบบตารางได ตรงตามแบบท กาหนดให 20 คะแนน 4.3 ทาการคานวณได ผลล พธ ถ กต องตามโจทย ท กาหนด (โดยการใช ส ตร) 30 คะแนน 4.4 สามารถสร างและเล อกใช กราฟได เหมาะสมก บข อม ล 20 คะแนน 4.5 ทาเสร จภายในเวลาท กาหนดให 10 คะแนน 5. รางว ลการประกวดท กระด บช น รางว ลเก ยรต บ ตร - รางว ลเก ยรต บ ตรชมเชย คะแนนต งแต 50-59 คะแนน 6. ผลการต ดส นของคณะกรรมการถ อเป นท ส นส ด

9. การส บค นข อม ล 1. ระด บช นผ เข าแข งข น แบ งเป น 3 ระด บ ค อ ระด บช นประถมศ กษาป ท 4-6 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1-3 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 4-6 2. จานวนผ เข าประกวด ผ เข าแข งข นแต ละระด บช น จานวน 1 คน 3. รายละเอ ยดและหล กเกณฑ การแข งข น 3.1 ใช โปรแกรม Microsoft Word และส บค นข อม ลทางอ นเตอร เน ต 3.2 เน อหากรรมการแจ งก อนการแข งข น 3.3 ใช คอมพ วเตอร ส วนกลาง 3.4 ใช เวลา 1 ช วโมง 3.5 ผลการต ดส นของคณะกรรมการถ อเป นท ส นส ด 4. เกณฑ การให คะแนน 100 คะแนน 4.1 ข อม ลท ส บค นสอดคล องก บห วข อท กาหนด 30 คะแนน 4.2 จานวน Website ท ส บค นสอดคล องก บห วข อ 10 คะแนน 4.3 ความสาเร จของผลงาน 10 คะแนน 4.4 ความค ดร เร มสร างสรรค 20 คะแนน 4.5 ท นเวลา 10 คะแนน 4.6 การจ ดร ปแบบอกสารถ กต องตามหล กว ชาการ 20 คะแนน 5. รางว ลการประกวดท กระด บช น รางว ลเก ยรต บ ตร - รางว ลเก ยรต บ ตรชมเชย คะแนนต งแต 50-59 คะแนน 6. ผลการต ดส นของคณะกรรมการถ อเป นท ส นส ด

10. การเข ยน Homepage โดยใช โปรแกรม Dream weaver หร อ FrontPage 1. ระด บช นผ เข าแข งข น แบ งเป น 3 ระด บ ค อ ระด บช นประถมศ กษาป ท 4-6 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1-3 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 4-6 2. จานวนผ เข าแข งข น ระด บช นประถมศ กษาป ท 4-6 จานวน 2 คน ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1-3 และ ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 4-6 ระด บช นละ 1 คน 3. รายละเอ ยดและหล กเกณฑ การแข งข น 3.1 ใช โปรแกรม Dream weaver หร อ Frontpage 3.2 เน อหากรรมการแจ งก อนการแข งข น 3.3 ทร พยากร ข อม ล ร ปภาพ จะจ ดเตร ยมให โดยคณะกรรมการ 3. 4 ใช คอมพ วเตอร ส วนกลาง 3.5 ใช เวลา 2 ช วโมง 3. 6 ผลการต ดส นของคณะกรรมการถ อเป นท ส นส ด 4. เกณฑ การให คะแนน 100 คะแนน 4.1 Link ในหน าเด ยวก นตามเกณฑ ท กาหนดให ถ กต อง 10 คะแนน 4.2 Link ไปหน า Webpage ท กาหนดได ถ กต อง 10 คะแนน 4.3 Link ไป Homepage อ นท กาหนดได ถ กต อง 10 คะแนน 4.4 Link ไป E-mail อ น ๆ ท กาหนดได ถ กต อง 10 คะแนน 4.5 แทรกร ปภาพตามท กาหนดได ถ กต อง 10 คะแนน 4.6 สร างคอล มน ตามท กาหนดได ถ กต อง 10 คะแนน 4.7 สร างเฟรมตามท กาหนดได ถ กต อง 10 คะแนน 4.8 แทรกภาพเคล อนไหวตามท กาหนดได ถ กต อง 10 คะแนน 4.9 ความค ดสร างสรรค 10 คะแนน 4.10 ความสวยงาม เหมาะสม ถ กต อง 10 คะแนน 5. รางว ลการประกวดท กระด บช น

รางว ลเก ยรต บ ตร - รางว ลเก ยรต บ ตรชมเชย คะแนนต งแต 50-59 คะแนน

11. การสร างภาพเคล อนไหว Animation (Adobe Flash CS3) 1. ระด บช นผ เข าแข งข น แบ งเป น 2 ระด บ ค อ ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1-3 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 4-6 2. จานวนผ เข าแข งข น ผ เข าแข งข นแต ละระด บช น จานวน 1 คน 3. รายละเอ ยดและหล กเกณฑ การแข งข น 3.1 ใช โปรแกรม Adobe Flash CS3 3.2 สร างเป นเร องส น 1 นาท 3.3 เน อหา (กรรมการแจ งก อนการแข งข น) 3.4 ใช คอมพ วเตอร ส วนกลาง 3.5 ใช เวลา 2 ช วโมง 3.6 ผลการต ดส นของคณะกรรมการถ อเป นท ส นส ด 4. เกณฑ การให คะแนน 100 คะแนน 4.1 ความค ดสร างสรรค 20 คะแนน 4.2 ความสวยงาม 20 คะแนน 4.3 ความสอดคล องก บเน อหา 15 คะแนน 4.4 การสร างภาพและลายเส น 15 คะแนน 4.5 การจ ดองค ประกอบของภาพ 10 คะแนน 4.6 การใช คาส ง Action Script 10 คะแนน 4.7 เวลาในการแสดงภาพ 10 คะแนน 5. รางว ลการประกวดท กระด บช น รางว ลเก ยรต บ ตร - รางว ลเก ยรต บ ตรชมเชย คะแนนต งแต 50-59 คะแนน

12. การประกวดหน งส ออ เล กทรอน กส (E-book) 1. ระด บช นผ เข าแข งข น แบ งเป น 2 ระด บ ค อ ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1-3 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 4-6 2. จานวนผ เข าแข งข น ผ เข าแข งข นแต ละระด บช น จานวน 1 คน 3. รายละเอ ยดและหล กเกณฑ การแข งข น 3.1 ใช โปรแกรม Flip Album pro6 3.2 เน อหา (กรรมการแจ งก อนการแข งข น) 3.3 ทร พยากร ข อม ล ร ปภาพ จะจ ดเตร ยมให โดยคณะกรรมการ 3.4 ใช คอมพ วเตอร ส วนกลาง 3.5 ใช เวลา 2 ช วโมง 3.6 ผลการต ดส นของคณะกรรมการถ อเป นท ส นส ด 4. เกณฑ การให คะแนน 100 คะแนน 4.1 ความสมบ รณ ของเน อหาและการออกแบบการนาเสนอ 20 คะแนน 4.2 การออกแบบร ปเล ม การออกแบบหน านาเสนอ 20 คะแนน 4.3 ความเหมาะสมของข อความ ต วอ กษร ร ปภาพประกอบ 20 คะแนน 4.4 ข อม ลครอบคล มเน อหาท กาหนด ตรงตามว ตถ ประสงค 20 คะแนน 4.5 เทคน คพ เศษ ความเป น Multimedia การใช คอมพ วเตอร ในการสร างงานได เหมาะสม 20 คะแนน 5. รางว ลการประกวดท กระด บช น รางว ลเก ยรต บ ตร - รางว ลเก ยรต บ ตรชมเชย คะแนนต งแต 50-59 คะแนน

13. การประกวดส อการเร ยนการสอนคร การงานอาช พและเทคโนโลย 1. ระด บผ เข าประกวด คร ผ สอนในโรงเร ยนส งก ดองค กรปกครองส วนท องถ น 2. เวลาท ใช ในการประกวด นาเสนอและกรรมการซ กถามไม เก น 12 นาท / 1 ส อ 3. ว ธ การประกวด 3.1 ผ เข าประกวดจะต องจ บลาด บ ก อนการประกวด 30 นาท 3.2 ผ เข าประกวดสามารถจ ดเตร ยมส อนว ตกรรมภายในห อง ก อนการประกวด 15 นาท 3.3 ผ เข าประกวดต องนาเสนอส อนว ตกรรมต อคณะกรรมการ เพ อให คณะกรรมการได ซ กถาม 4. เกณฑ การให คะแนน เต ม 100 คะแนน ด งน เกณฑ การให คะแนน คะแนน 1. ร ปแบบการผล ตส อ 1.1 ออกแบบส ออย างเป นระบบ เน อหาม ความส มพ นธ สอดคล องก บ แผนการเร ยนร 1.2 ส งเสร มและพ ฒนาความค ดสร างสรรค ของน กเร ยน 1.3 เป นส อท ไม ลอกเล ยนแบบผ อ นมาโดยตรง 1.4 เป นส อท ส งเสร มค ณธรรม จร ยธรรม ให แก น กเร ยน 20 2. ค ม อการผล ตและข นตอนการใช ส อ 2.1 ม เทคน คและกระบวนการผล ตท ช ดเจน 2.2 ม เน อหาสอดคล องก บสาระและมาตรฐานการเร ยนร 2.3 การนาเสนอส อเป นไปตามลาด บข นตอนของหล กว ชาการ 2.4 ความยากง ายเหมาะสมก บระด บช น / ช วงช น 2.5 ม ค ณค าและประโยชน ก บผ สอน และผ เร ยน 3. สร ปรายงานผลการนาไปใช 3.1 ม เอกสารรายงานผลการนาไปใช ท ถ กต องตามหล กว ชาการ 3.2 ม เอกสารเผยแพร เป นร ปธรรมเป นท ยอมร บและตรวจสอบได 3.3 ม เอกสารแสดงผลส มฤทธ ทางการเร ยนของน กเร ยนท เก ดจาการใช ส อ 3.4 รายงานการใช จ ดทาเพ อแสดงผล และย นย นประโยชน ของส อต อ การเร ยนการสอน ***ม ใช จ ดทาเพ อการประกวดส อเท าน น 20 20

4. ว สด อ ปกรณ ท ใช ในการผล ต 4.1 ม ความท นสม ยแปลกใหม 4.2 ม ความคงทน ประหย ด หาง ายในท องถ น 4.3 ใช ประกอบการสอนได ง ายและสะดวก 4.4 การจ ดแสดงเร ยบง าย และม ค ณค า 5. การนาเสนอต อคณะกรรมการ 5.1 ความเหมาะสมของเวลาในการนาเสนอ 5.2 ม เทคน คในการนาเสนอท เหมาะสมน าสนใจ 5.3 ม ความม นใจช ดเจนในการตอบคาถาม 5.4 บ คล กภาพ ท วงท วาจาของผ รายงาน หมายเหต การต ดส นของคณะกรรมการถ อเป นท ส นส ด 5. รางว ลการประกวดท กระด บช น 20 20 รางว ลเก ยรต บ ตร - รางว ลเก ยรต บ ตรชมเชย คะแนนต งแต 50-59 คะแนน