8. กลย ทธ การบร หารโครงการ



Similar documents
โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

การบ รณาการแผนงานโครงการ ของกระทรวงทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ก บจ งหว ด และกล มจ งหว ด โดย นางสาวจาร ภา อย พ ล ผ อ านวยการส าน กตรวจและประเม นผล

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

How To Read A Book

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

Office of the Civil Service Commission (OCSC)

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

ค าน า คณะคร ศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต 31 ม นาคม พ.ศ. 2556

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554

หน วยงาน : งานเวชระเบ ยน ระบ หน วยงานท เก ยวข อง : - ท กหน วยงานท ใช งานระบบโปรแกรมบร หารงานโรงพยาบาล ทบทวนโดย ผ แทนฝ ายบร หาร... (นายพงษ ศ กด สมใจ)

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

การจ ดท ารายงานและเอกสารประกอบการสม คร

แผนการจ ดการความร ป สาขาบร หารการศ กษา Show and share

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

มาตรฐานการปฏ บ ต งาน เร อง การควบค มเอกสาร PE - EMC ตรวจสอบโดย

กองส ขภาพจ ตส งคม ฉบ บท A แก ไขคร งท 0 ระเบ ยบปฏ บ ต ท P-EP-03 ประกาศใช : 1 เมษายน 2548 SMH เร อง การจ ดท าฐานข อม ลระบาดว ทยาส ขภาพจ ต หน าท : 1/5

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

การบร หารความร และการเร ยนร VII

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม ก นยายน 2553)

ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน

แนวปฏ บ ต ท ด (Good Practice) กระบวนการปฏ บ ต งานท ม ค ณภาพ (Quality Work Porcedure)

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล

ประโยชน ท คาดว าจะได ร บ

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

ความร บ คลากรด าน งบประมาณ การเง น และพ สด ม.ย.-ต.ค. 53 เก ยวก บการจ ดการความร ของหน วยงาน

ค ม อการใช โปรแกรมจ ดเก บเอกสาร PSO ส าน กงานป องก นควบค มโรคท 5 จ งหว ดนครราชส มา *********************

แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554 ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม

ย ทธศาสตร การดาเน นงานด านเด ก ตามแผนพ ฒนาเด กและเยาวชนแห งชาต พ.ศ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

2. การฝ กอบรม 2.1 โครงการพ ฒนา เพ อพ ฒนาและเสร มสร าง เท าก บจ านวน เท าก บจ านวน การฝ กอบรม ภายในป บ คลากรม ค ณธรรม ส าน กปล ด ทดสอบตามแบบ

ค ม อการปฏ บ ต งาน งานบร หารธ รการและงานสารบรรณ

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

หล กเกณฑ การกาหนดต วช ว ดข อตกลงการประเม นผลการปฏ บ ต งาน บ คลากรสายสน บสน นว ชาการ คณะว ทยาศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ป พ.ศ. ๒๕๕๖

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

How To Get A Free Photobook From Thatoomhsp.Com.Com

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55

ภาคผนวก แผนพ ฒนาบ คลากรองค การบร หารส วนต าบลล เล ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

Transcription:

8. กลย ทธ การบร หารโครงการ ในบทน จะกล าวถ งแผนการบร หารจ ดการเพ อให โครงการและก จกรรมต างๆ ในแผนแม บทเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร ของกรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน สามารถบรรล ว ตถ ประสงค ตาม เป าหมาย ได แก โครงสร างการบร หารจ ดการ การต ดตาม เคร องม อในการบร หารและการประเม นผล รวมถ งการก าหนดบ คลากรท ร บผ ดชอบโดยตรง และม ต วช ว ดความส าเร จในหลายม ต และหลายระด บ ท ง ม ต เช งปร มาณและเช งค ณภาพ ท งน ความส าเร จของระบบสารสนเทศจะเก ดข นได ต องประสานความร วมม อของบ คลากรจากท ก ระด บของกรมพ น จฯ ต งแต ระด บบร หารและการจ ดการของกรมพ น จฯ ระด บการปฏ บ ต งานจากหน วยงาน ท ด าเน นภารก จหล กของกรมพ น จฯ ตลอดจนถ งหน วยงานท ด แลระบบเทคโนโลย สารสนเทศและการ ส อสาร 8.1 การบร หารจ ดการ การบร หารจ ดการและต ดตามผลการท างานตามแผนแม บทเทคโนโลย สารสนเทศและการ ส อสาร ของกรมพ น จฯ ควรด าเน นการโดยม โครงสร างการบร หารจ ดการ ด งน คณะกรรมการนโยบายเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร ของกรมพ น จฯ ประกอบด วย ผ บร หารระด บส งด านเทคโนโลย สารสนเทศ (CIO) ของกรมพ น จฯ เป นประธาน ห วหน าศ นย ข อม ลและ สารสนเทศเป นเลขาน การ และผ เช ยวชาญ ผ ตรวจราชการกรม และต วแทนหน วยงานในส งก ดของกรม พ น จฯ เป นกรรมการ คณะกรรมการช ดน ม หน าท ต ดตามและก าก บการพ ฒนาและการบ รณาการ เทคโนโลย สารสนเทศของกรมพ น จฯ และท าการประชาส มพ นธ ความก าวหน าของการพ ฒนาตามแผน แม บทให ก บหน วยงานในส งก ดกรมพ น จฯ ประธานคณะกรรมการนโยบายเทคโนโลย สารสนเทศและการ ส อสาร สามารถแต งต งคณะท างานย อยเพ อช วยด าเน นการให ภารก จท ก าหนดม ความคล องต วมากข น การบร หารจ ดการและต ดตามผลการท างานตามแผนแม บทเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสารส าหร บ กรมพ น จฯ สามารถแสดงได ด งร ปท 8-1 คณะท างานประจ าโครงการสารสนเทศในแต ละโครงการ คณะกรรมการประกอบด วย ต วแทน ของหน วยงานเจ าของระบบ และเจ าหน าท ของศ นย ข อม ลและสารสนเทศเป นกรรมการและเลขาน การ โดย ควรให ต วแทนจากหน วยงานเจ าของระบบเป นห วหน าคณะท างานเน องจากเป นผ ม ส วนได เส ยโดยตรงจาก โครงการระบบสารสนเทศ คณะท างานประจ าโครงการน ต องรายงานผลการท างานต อประธาน คณะกรรมการนโยบายเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร กรมพ น จฯ เป นประจ า กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-1

ให ม การต งคณะอน กรรมการท างานตามย ทธศาสตร ท าหน าท ในการวางแผนการท างานในแต ละย ทธศาสตร และให รายงานผลการท างานต อคณะกรรมการนโยบายเทคโนโลย สารสนเทศและการ ส อสาร ของกรมพ น จฯ เป นประจ าท ก 3 เด อน ให ม การต งคณะท างานด านการส อสาร (Communication Team) เพ อท าหน าท ประสานงาน ระหว างคณะอน กรรมการท างานตามย ทธศาสตร พร อมท งต องท าหน าท ว เคราะห ประเม นแผนการท างาน ของท กย ทธศาสตร ในภาพรวม เพ อรายงานต อคณะกรรมการนโยบายเทคโนโลย สารสนเทศและการ ส อสาร และท าการประชาส มพ นธ ความก าวหน าของการพ ฒนาตามแผนแม บทฯ ให ก บหน วยงานในส งก ด กรมพ น จฯ การบร หารจ ดการและต ดตามผลการท างานตามแผนแม บทฯ สามารถแสดงได ด งร ปท 8-2 ร ปท 8-1 ผ งโครงสร างคณะกรรมการนโยบายเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร กรมพ น จฯ กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-2

คณะกรรมการนโยบายเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร Knowledge Database คณะอน กรรมการ ท างานตาม ย ทธศาสตร ท 1 คณะอน กรรมการ ท างานตาม ย ทธศาสตร ท 2 คณะท างานด านการส อสาร (Communication Team) คณะอน กรรมการ ท างานตาม ย ทธศาสตร ท 3 คณะอน กรรมการ ท างานตาม ย ทธศาสตร ท 4 ร ปท 8-2 แผนผ งการบร หารจ ดการและต ดตามผลการท างานตามแผนแม บทฯ นอกจากน เพ อให การพ ฒนางานตามแผนแม บทเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสารของกรม พ น จฯ ได ด าเน นการอย างม ประส ทธ ภาพและบ งเก ดผลในทางปฏ บ ต ควรม การด าเน นการด งน ก าหนดให การด าเน นการตามแผนแม บทเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสารเป นส วนหน งของ ค าร บรองการปฏ บ ต ราชการ ของกรมพ น จฯ เพ อให เก ดการสน บสน นด านงบประมาณอย างเป นร ปธรรม ให ท กหน วยงานจ ดท าแผนปฏ บ ต การท วไปและแผนปฏ บ ต การประจ าป ด านเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสารของกรมพ น จฯ ท สอดคล องก บแผนแม บทเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร เพ อให เก ดความสอดคล องและได ร บความสน บสน นอย างช ดเจนในการด าเน นงาน สร างความเข าใจแก ผ เก ยวข องท กระด บของกรมพ น จฯ เพ อให ม ความร ความเข าใจ ในแผน แม บทเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสารของกรมพ น จฯ ให เก ดความยอมร บและน าแผนไปส การปฏ บ ต กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-3

8.2 กลย ทธ ในการด าเน นการตามย ทธศาสตร จากแผนงาน โครงการ และระบบสารสนเทศท กรมพ น จฯ จะด าเน นการจ ดท า จ ดหา อาจจะใช ว ธ การจ ดซ อหร อการจ ดจ างท าในแต ละป งบประมาณตามท ก าหนดในแผนด าเน นการ กรมพ น จฯ ควรม การวางแผน ก าหนดกลย ทธ ในการบร หารจ ดการด าเน นการและควบค มการด าเน นการ ให โครงการ ด งกล าวเป นไปตามว ตถ ประสงค และเป าหมายของโครงการ โดยม กลย ทธ หร อแนวทางในการบร หารระบบ สารสนเทศ ในแต ละย ทธศาสตร ด งน 8.2.1 กลย ทธ ในการด าเน นการตามย ทธศาสตร ท หน ง การบ รณาการข อม ลและการพ ฒนา ระบบความม นคงปลอดภ ยระบบเทคโนโลย สารสนเทศ 1.) ศ กษาและก าหนดมาตรฐานร ปแบบข อม ล แบบฟอร มรายงาน ท จะใช ในระบบ สารสนเทศเพ อสน บสน นการปฏ บ ต งานภายในกรมพ น จฯ ให สามารถ ต ดต อส อสารและเช อมโยงข อม ลภายในได 2.) การก าหนดมาตรฐานร ปแบบข อม ลควรพ จารณาป จจ ยท จะท าให การน าเข าข อม ล ม ความสะดวกรวดเร ว เช น การก าหนดมาตรฐานร ปแบบข อม ลให ก าหนดตาม หร อสอดคล องก บร ปแบบของหน วยงานท ม ฐานข อม ลช ดน นอย แล ว เพ อท จะ สามารถน าเข าข อม ลช ดท ต องการได อย างสะดวกจากฐานข อม ลของหน วยงานน น โดยท ไม ต องพ มพ ใหม 3.) ศ กษาและก าหนดค าอธ บายเพ มเต มของช ดข อม ลในแผนท ข อม ล 4.) รวบรวมและก าหนดค าอธ บายของค าศ พท และข อม ลทางบร หารและทาง เทคโนโลย ท ใช ในการท างานของกรมพ น จฯ เพ อความเข าใจท ตรงก น 5.) การน าเข าข อม ลเป นข นตอนท ส าค ญของการบ รณาการข อม ล เพราะถ าระบบ สารสนเทศและการจ ดเก บข อม ลถ กบ รณาการเร ยบร อยแล ว แต ข อม ลไม ม การ น าเข า หร อถ กปร บปร งให ถ กต องและเป นป จจ บ นในเวลาท เหมาะสม การใช งาน ระบบสารสนเทศและข อม ลจะไม เก ดประโยชน อย างแท จร ง ด งน นจ งควรส งเสร ม ผล กด นให กระบวนการน าเข าข อม ลม ประส ทธ ภาพ โดยส งเสร มให การน าเข า ข อม ลด าเน นการจากแหล งต นทาง ค อ ก าหนดมาตรการให เจ าของข อม ลเป นผ น าเข าหร อปร บปร งข อม ลโดยตรง เพ อให เก ดความร บผ ดชอบต อความถ กต อง และเป นป จจ บ นของข อม ลมากข น ส าหร บมาตรการท น ามาใช สามารถเป นท ง มาตรการด านการบ งค บและการส งเสร ม โดยม การกระต นในร ปแบบต างๆ แต กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-4

จะต องม การพ ฒนาระบบสารสนเทศและเคร องม อเพ อรองร บการท างานในการ น าเข าข อม ลด วย 6.) การด าเน นการเร องความม นคงของข อม ล ต องเป นการด าเน นการในภาพรวมหร อ การบ รณาการท งด านนโยบายและระบบ ควรต องม การค าน งถ ง การร กษา ความล บ (Secrecy) การพ ส จน ผ สร างข อม ลและก จกรรม (Authentication) การ ตรวจสอบการล กลอบเปล ยนแปลงข อม ล (Integrity) โดยค าน งถ งภ ยค กคามใน ร ปแบบต างๆ เช น การล กลอบส าเนาข อม ลอ เล กทรอน กส เป นต น 8.2.2 กลย ทธ ในการด าเน นการตามย ทธศาสตร ท สอง การพ ฒนาเทคโนโลย สารสนเทศและ การส อสารเพ อสน บสน นกระบวนการพ น จและค มครองเด กและเยาวชนอย างม ประส ทธ ภาพและครบวงจร และย ทธศาสตร ท สาม การพ ฒนาเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสารเพ อการบร หารจ ดการองค กร อย าง ม ประส ทธ ภาพ 1.) ควรม การก าหนดแนวทางการด าเน นงานเพ อสน บสน นการพ ฒนาระบบ สารสนเทศ ด งน 1.1) ให ท กหน วยงานจ ดต งคณะท างานด านพ ฒนากระบวนการท างาน เพ อ อธ บายข นตอนการท างาน ออกแบบ ปร บปร ง จ ดท าข อเสนอ และเข ยน ผ งการท างาน (Workflow Diagram) พ ฒนาเป นเอกสารค ม อปฏ บ ต งาน ประกอบการประก นค ณภาพ โดยม การปร บปร งเป นรายป หร อเม อม การ เปล ยนแปลงคร งใหญ 1.2) การออกแบบระบบซอฟต แวร ของโครงการระบบสารสนเทศของ กรมพ น จฯ ให ใช สถาป ตยกรรมระบบท ม การบ รณาการข อม ลต างๆ ของ กรมพ น จฯ ออกแบบให ใช แหล งข อม ลต นฉบ บแหล งเด ยว (Single Original Source of Information) ลดการป อนข อม ลซ าซ อน (Re-entry) ม ส วนของการแลกเปล ยนข อม ลเข าและออกจากระบบ ใช สถาป ตยกรรม ซอฟต แวร แบบ n-tier ในส วนของการเร ยกใช งานของผ ใช งานใช ระบบ สารสนเทศแบบเว บเบส (Web-based Technology) และการออกแบบ และพ ฒนาระบบจะต องค าน งถ งการร กษาความม นคงปลอดภ ยของระบบ สารสนเทศ และระบบท งหมดในภาพรวม รวมท งออกแบบให ม การใช รห สผ านของระบบสารสนเทศแบบรวมศ นย กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-5

2.) กรมพ น จฯ ควรม การก าหนดและปร บปร งมาตรฐานต างๆ ของระบบสารสนเทศ เพ อให ผ พ ฒนาระบบสารสนเทศปฏ บ ต ตาม เช น 2.1) การออกแบบมาตรฐานร ปแบบการต ดต อก บผ ใช งาน (Unified User Interface) ให ท กโครงการสารสนเทศออกแบบในแนวทางเด ยวก น จะท า ให ผ ใช สามารถเร ยนร ว ธ การท างานก บระบบต างๆ ได ง าย เพ อความ คล องต วและย ดหย นในการปร บเปล ยน 2.2) การออกแบบมาตรฐานหร อพจนาน กรมข อม ล ซ งจะก าหนดช อเร ยก น ยาม ต วอย าง การปร บปร ง และรายละเอ ยดทางเทคน คอ นท เพ ยงพอต อ การน าไปออกแบบฐานข อม ล เพ อให ผ พ ฒนาระบบสารสนเทศสามารถ บ รณาการข อม ลต างๆ ของกรมพ น จฯ ได อย างสะดวกและคล องต ว 2.3) มาตรฐานด านเทคโนโลย สารสนเทศในร ปของซอฟต แวร ฮาร ดแวร และ บ คลากร เพ อให การจ ดหา การใช งานร วมก นและการปฏ บ ต หน าท เป นไป ด วยประส ทธ ภาพท ด และเหมาะสม 2.4) ต องม การก าหนดว ธ และฟ งก ช นการน าเข าและการส งออกข อม ล เพ อการ น าเข าและการส งออก และใช ร ปแบบมาตรฐานกลางเช น XML ถ า ระบบงานหร อระบบสารสนเทศเด มม ข อม ลท ต องการน าเข าในระบบ สารสนเทศท พ ฒนาข น จะต องก าหนดให บร ษ ทผ พ ฒนาระบบสารสนเทศ ท าการถ ายโอนข อม ล (Data Migration) ตลอดจนท าการตรวจสอบความ ถ กต องของข อม ลท ถ กถ ายโอนด วย 2.5) ออกแบบข อก าหนดของการด าเน นการของการบ าร งร กษา ระบบ เทคโนโลย สารสนเทศท ต องม การบ าร งร กษาอย างต อเน องไม ต ากว า 3 ป ท งฮาร ดแวร และซอฟต แวร 2.6) ควรพ ฒนาระบบสารสนเทศส าหร บการต ดตาม รายงานการท างาน และ เป นเคร องม อส อสารของโครงการพ ฒนาระบบสารสนเทศของกรมพ น จฯ ซ งจะช วยท าให ท กฝ ายสามารถต ดตามความก าวหน าและการ เปล ยนแปลงโครงการเทคโนโลย สารสนเทศท กโครงการ ได ตลอด ระยะเวลา กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-6

3.) การจ ดจ างบร ษ ทเพ อพ ฒนาระบบสารสนเทศควรพ จารณาด าเน นการข นตอน ด งน 3.1) ในการสร างข อก าหนดการจ างจะต องม การตรวจสอบความสอดคล องของ โครงการก บแผนแม บทเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร 3.2) การจ ดจ างบร ษ ทภายนอกพ ฒนาระบบสารสนเทศ ส าหร บระบบ สารสนเทศท สน บสน นการปฏ บ ต งานตามพ นธก จขององค กร ควรต ง คณะท างานในล กษณะผ ร วมงานก บบร ษ ทผ พ ฒนา เพ อก าก บ ด แลและ เร ยนร การท างานในท กข นตอน 3.3) เม อม การค ดเล อกบร ษ ทได แล ว จะต องม การประช มสร างความเข าใจ ร วมก นของบ คลากรท เก ยวข องท กฝ าย อ นได แก บ คลากรของหน วยงาน เจ าของระบบงานในฐานะท ม ความเข าใจในกระบวนงานทางธ รก จ บ คลากรของบร ษ ทผ พ ฒนาระบบสารสนเทศในฐานะผ ลงม อพ ฒนา และ บ คลากรของกล มงานข อม ลและสารสนเทศในฐานะท เป นผ ประสานงาน เพ อสร างความช ดเจนในกระบวนการท างานทางคอมพ วเตอร ท ต องการ และการประสานการท างานเพ อให การพ ฒนาตามโครงการฯ เป นไปอย าง ม ประส ทธ ภาพ 3.4) ม การสร างข อก าหนดความต องการระบบ (System Requirement Specification) ก าหนดข อม ลท ใช ในการทดสอบระบบ การประช มร วมก น เพ อท าความเข าใจก บเจ าของระบบงานก อนท าการตรวจร บเอกสาร รายละเอ ยดความต องการเบ องต น 3.5) ใช ว ธ ท าการพ ฒนาระบบต นแบบ (Prototype System) เพ อให ผ ใช งานได เห นข นตอนการท างานต วอย างและซ กซ อมความเข าใจก อนต ดส นใจให พ ฒนาระบบในรายละเอ ยด 3.6) ก าหนดให บร ษ ทผ ร บจ างจ ดท าเอกสารประกอบการรายงาน ความก าวหน าอย างต อเน องรวมถ งให บร ษ ทจ ดท าค ม อระบบเพ อการ บ าร งร กษาด แลระบบสารสนเทศ และค ม อผ ใช งาน ส าหร บการใช งาน กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-7

4.) ควรม การก าหนดแนวทางการจ ดหาและด าเน นการเก ยวก บอ ปกรณ คอมพ วเตอร และโครงสร างพ นฐานด านเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร ด งน 4.1) การจ ดซ อ เช าซ อ หร อเช าอ ปกรณ คอมพ วเตอร ควรสน บสน น สถาป ตยกรรมตามมาตรฐานขององค กร โดยเน นการใช ทร พยากรร วมก น ให เก ดประโยชน ส งส ด 4.2) ม การต งงบประมาณ จ ดวางระบบการบ าร งร กษาอ ปกรณ คอมพ วเตอร ท ง ในเช งป องก นและในเช งบ าร งร กษา เม อหมดระยะเวลาประก น พร อม จ ดเก บข อม ลการบ าร งร กษาลงระบบสารสนเทศ 4.3) จ ดต งงบประมาณในการปร บปร งระบบคอมพ วเตอร ให ท นสม ย และม ความสามารถสอดคล องก บปร มาณข อม ลท ต องให บร การตามพ นธก จ โดยต องม การจ ดเก บสถ ต การใช บร การ ข อเสนอแนะจากผ ใช บร การ เพ อ เป นเหต ผลในการพ จารณาปร บปร งระบบ 8.2.3 กลย ทธ ในการด าเน นการตามย ทธศาสตร ท ส การใช เทคโนโลย สารสนเทศเพ อพ ฒนา บ คลากรและการสร างองค กรแห งการเร ยนร กรมพ น จฯ ควรจ ดให ม การพ ฒนาบ คลากรเพ อให ม ท กษะและความสามารถในการใช งาน เทคโนโลย สารสนเทศได อย างม ประส ทธ ภาพ โดยเฉพาะอย างย งส าหร บกรมพ น จฯ ควรม การบร หาร จ ดการและด าเน นการในการใช เทคโนโลย สารสนเทศและการส อสารเพ อพ ฒนาบ คลากรและสร างองค กร แห งการเร ยนร ท เหมาะสม ด งรายละเอ ยดแนวทางการจ ดการด งน 1.) แนวทางการพ ฒนาบ คลากรเพ อรองร บการใช งานระบบสารสนเทศ ในระหว าง จ ดจ างบร ษ ทภายนอกพ ฒนาระบบสารสนเทศ กรมพ น จฯ ควรก าหนดบ คลากร และก าหนดหน าท ความร บผ ดชอบท ช ดเจนในการด แลต ดตามระบบสารสนเทศท ก าล งพ ฒนา และเข าใจในกระบวนการท างานของระบบพร อมท จะท าการวางแผน ก าก บการแก ไขปร บปร งระบบและบร หารจ ดการระบบเม อม ความต องการ นอกจากน กรมพ น จฯ ต องส งบ คลากรด งกล าวไปฝ กอบรมในห วข อท เก ยวข องก บ การบร หารระบบสารสนเทศ ด งกล าว 2.) แนวทางการพ ฒนาบ คลากรให ม การเร ยนร อย างต อเน อง 3.) ก าหนดหล กส ตรในการพ ฒนาบ คลากรให ม ความเช ยวชาญในสายงานโดยใช ระบบสารสนเทศเป นเคร องม อ อาท การว เคราะห และสร ปผลข อม ลจากระบบ กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-8

สารสนเทศ เพ อจ ดท าข อม ลส าหร บผ บร หาร ว ธ การน าเสนอข อม ลเพ อการ ต ดส นใจแนวทางการน าเสนอข อม ล 4.) ก าหนดระเบ ยบให บ คลากรต องศ กษารายงานหร อน าเสนอองค ความร และม การ จ ดท ารายงานและเก บบ นท ก 8.2.4 การบร หารทร พยากรเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสารให ม ความม นคงและเก ดผล ประโยชน ส งส ด 1.) การบร หารจ ดการการใช งานทร พยากรเทคโนโลย สารสนเทศ ทร พยากรเทคโนโลย สารสนเทศเป นทร พยากรท ม ม ลค าในการลงท นท ส ง ด งน น ในการใช งานจะต องม นโยบายและการบร หารจ ดการเพ อให เก ดความม นคงและประโยชน ส งส ดต อการ ท างานขององค กร ซ งม รายละเอ ยดด งน 1.1) การบร หารจ ดการช วงเวลาการใช งาน ควรม การว เคราะห ช วงเวลาการใช งาน ความส าค ญและความจ าเป นในการใช งานของระบบงานสารสนเทศ ต างๆ เพ อท าการก าหนดนโยบายและการบร หารจ ดการ จ ดสรร ตารางเวลาการอน ญาตให ใช งานระบบสารสนเทศเหล าน นในแต ละ ช วงเวลา เพ อกระจายการใช ทร พยากรเทคโนโลย ได อย างเหมาะสมตลอด ช วงเวลาท ต องการ 1.2) การใช งานเคร อข ายอ นเทอร เน ต ต องม การก าหนดนโยบายการใช อ นเทอร เน ตในเวลาท างานปกต ให เหมาะสม เพ อป องก นไม ให ระบบ เคร อข ายม ความหนาแน นของการจราจรท มากเก นไป จนกระท ง ระบบงานสารสนเทศท ต องการใช งานไม สามารถท างานได อย างม ประส ทธ ภาพ 1.3) การบร หารจ ดการการร กษาความม นคงปลอดภ ยของเทคโนโลย สารสนเทศ ซ งเป นเร องท ต องด าเน นการท งด านว ฒนธรรมการท างาน ขององค กรและเทคโนโลย ท งน องค ประกอบท ส าค ญท ต องค าน ง ค อ นโยบาย หน วยงานบร หาร กระบวนงานเคร องม อเพ อการร กษาความ ม นคงปลอดภ ย เช น ระเบ ยบการน าส าเนาข อม ลมาใช งาน การท าให เก ด นโยบายการร กษาความม นคงปลอดภ ยในภาพรวมและการปฏ บ ต ท เคร งคร ด จ าเป นต องม หน วยงานท เป นเจ าภาพประสานงานการวาง นโยบายการร กษาความม นคงปลอดภ ยของเทคโนโลย สารสนเทศของท ก กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-9

หน วยงานท เก ยวข อง และต องบร หารจ ดการให เก ดการตรวจสอบการ บ งค บใช นโยบายในด านของกระบวนงานต องม การก าหนดกระบวนการ ท างานและการตรวจสอบจากท งภายในและภายนอก 1.4) การบร หารจ ดการด านการใช บร การระบบสารสนเทศจากภายนอก หน วยงานควรม นโยบายในด านการใช ระบบสารสนเทศนอกองค กร ซ ง อาจท าให เก ดป ญหาด านความม นคงของระบบได เช น การใช ระบบเมลล สาธารณะซ งอาจเก ดเหต การณ ไม คาดค ดได เช น ความล บร วไหล เป น ต น 2.) การบร หารจ ดการการจ างพ ฒนาระบบเทคโนโลย สารสนเทศท เป นความล บ กรมพ น จฯ ม ภารก จและข อม ลท สามารถม ผลกระทบต อช ว ตของประชาชนและ บ คลากรของกรมพ น จฯ ได ด งน นการจ างพ ฒนาระบบสารสนเทศท ม ความล บและม ความส าค ญต อการ ท างาน ควรด าเน นการด วยความรอบคอบ เพราะอาจจะท าให ระบบสารสนเทศเหล าน อย ภายใต ภาวะ ความเส ยงต อการจ โจม จ งอาจพ จารณาใช ว ธ การว าจ างด วยว ธ พ เศษตามเง อนไขในระเบ ยบพ สด ใน ระหว างการด าเน นการไม ว าจะอย ในข นตอนของการให ข อม ลก บบร ษ ทเพ อให ท าข อเสนอโครงการ ต องให บร ษ ทท ร บผ ดชอบและบ คลากรของบร ษ ทท เก ยวข องลงนามในส ญญาไม เป ดเผยข อม ล (Non-Disclosure Agreement) ก บกรมพ น จฯ นอกจากน กรมพ น จฯ และบร ษ ทจะต องม มาตรการบร หารจ ดการ ก าก บและ ควบค มการพ ฒนาให เป นไปตามมาตรการร กษาความม นคงปลอดภ ยท ก าหนด ในส วนของการพ ฒนา ระบบควรจ ดสร างข อม ลทดสอบและให พ ฒนาและทดสอบระบบก บข อม ลช ดน เม อพ ฒนาเสร จแล วจ งส งให ทางกรมพ น จฯ เป นผ ทดสอบโดยการใช ข อม ลจร ง 3.) การบร หารจ ดการการว าจ างด าเน นการ (Outsource Management) กรมพ น จฯ อาจจ าเป นต องม การว าจ างด าเน นการหร อบางคร งเร ยกว าการจ าง เหมาบร การ (Outsource) ส าหร บการบร หารจ ดการและซ อมบ าร งร กษาระบบเทคโนโลย สารสนเทศ เพ อให ได ประโยชน ส งส ดจ งควรท างานร วมก บบร ษ ทผ ให บร การ (Outsourcer) ในการปร บแต งระบบ และ เก บรวบรวมข อม ลการท างานท จะม ประโยชน ต อการพ ฒนาระบบและจ ดหาระบบท เหมาะสมในอนาคต เพ อประโยชน ส งส ดของกรมพ น จฯ ส าหร บด านการร กษาความม นคงปลอดภ ย กรมพ น จฯ ต องบ งค บบร ษ ทผ ให บร การลงนามในส ญญาไม เป ดเผยข อม ล (Non-Disclosure Agreement) เพ อป องก นไม ให บร ษ ทเหล าน อ างความเป นเจ าของข อม ลหร อใช ข อม ลในทางท ท าให เก ดความเส ยหายต อกรมพ น จฯ และบ คคลท เก ยวข องก บข อม ลน น นอกจากน ส าน กงาน ควรก าหนดนโยบายและด าเน นการบร หารจ ดการบร ษ ทผ กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-10

ให บร การไม ให สามารถเข าถ งข อม ลท ม ความล บและความส าค ญ อ กท งไม ควรให บร ษ ทผ ให บร การม รห สผ านส วนต วส าหร บการท างานเป นผ ด แลระบบในฐานะผ ด แลส งส ด บ คลากรของส าน กงานต องเป น ผ บร หารจ ดการรห สผ านส าหร บผ ด แลระบบในฐานะผ ด แลส งส ด ถ าบร ษ ทผ ให บร การจ าเป นต องท างานใน ฐานะผ ด แลส งส ดต องด าเน นการภายใต การควบค มด แลของบ คลากรผ ร บผ ดชอบโดยตรงของกรมพ น จฯ โดยบ คลากรของกรมพ น จฯ ต องเป นผ ป อนรห สผ านด วยตนเอง 8.2.5 กลย ทธ ในการบร หารรห สผ านของผ ด แลระบบและผ ใช งานระบบ การบร หารรห สผ านของผ ด แลระบบและผ ใช งานระบบม ความส าค ญอย างมากต อความ ม นคงและความน าเช อถ อของระบบและกระบวนการท างานของกรมพ น จฯ จ งควรม การก าหนดนโยบายให ถ อปฏ บ ต ด งแนวทางต วอย างต อไปน 1.) การก าหนดนโยบายการบร หารจ ดการรห สผ านของผ ด แลระบบของเคร อง คอมพ วเตอร แม ข ายและระบบสารสนเทศ ม รายละเอ ยดด งต วอย างแนวทาง ต อไปน 1.1) จ ดให ม การใช โปรแกรมสร างรห สผ านท ม ค ณสมบ ต เหมาะสม 1.2) จ ดสร างรห สผ านหล ก (Master Password) แล วเก บร กษาโดยประธาน คณะกรรมการนโยบายเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร กรมพ น จฯ หร อผ บร หารระด บส งขององค กรท ได ร บมอบหมาย ส าหร บการเก บร กษา ให เก บร กษาในซองเฉพาะ เซ นช อก าก บ และเก บไว ในท ปลอดภ ย แต ไม ควรเป นผ ปฏ บ ต หน าท ควบค มระบบ (System Programmer) เพ อการ ควบค มและตรวจสอบการเปล ยนแปลงระบบท งหมด 1.3) จ ดสร างรห สผ านส าหร บผ ปฏ บ ต หน าท ควบค มระบบ (System Administrator) จ านวน 2 ช ด ให เก บร กษาไว ท ผ ปฏ บ ต หน าท ควบค ม ระบบซ งเป นผ ใช งานหล กหน งช ด และท ห วหน ากล มงานข อม ลและ สารสนเทศเป นผ เก บร กษาอ กหน งช ดเพ อการส ารองการท างาน ซ งการ เก บร กษาให เก บร กษาในซองเฉพาะ เซ นช อก าก บ และเก บไว ในท ปลอดภ ย 1.4) ผ ปฏ บ ต หน าท ควบค มระบบท าหน าท อย างน อยด งต อไปน - เป นผ ควบค มและบร หารจ ดการในการปฏ บ ต งานก บเคร อง คอมพ วเตอร และระบบสารสนเทศท งหมด กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-11

- จ ดสร างรห สผ าน ส าหร บเจ าหน าท ผ ด แลโครงการระบบสารสนเทศ และส าหร บผ ใช ท วไป 1.5) การจ ดการก บรห สผ านระด บผ ปฏ บ ต หน าท ควบค มระบบและห วหน ากล ม งานข อม ลและสารสนเทศ ให ด าเน นการโดยว ธ ใดว ธ หน ง ด งน - ขออน ม ต ประธานคณะกรรมการนโยบายเทคโนโลย สารสนเทศและ การส อสาร ของกรมพ น จฯ ให จ ดการด วยตนเอง - ผ ปฏ บ ต หน าท ควบค มระบบหร อห วหน ากล มงานข อม ลและสารสนเทศ ขอรห สผ านหล กจากประธานคณะกรรมการนโยบายเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มาด าเน นการ โดยให ด าเน นการภายใต การ ด แลของประธานคณะกรรมการนโยบายเทคโนโลย สารสนเทศและการ ส อสาร หร อผ ท ได มอบหมาย หล งจากด าเน นการเร ยบร อยแล ว ประธานคณะกรรมการนโยบายเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร ต องเปล ยนรห สผ านหล กน นท นท และท าการเปล ยนรห สผ านหล กใน ซองเฉพาะด วย - ถ าผ ปฏ บ ต หน าท ควบค มระบบไม สามารถปฏ บ ต หน าท ได และม เหต จ าเป นต องใช รห สผ าน ให ห วหน ากล มงานข อม ลและสารสนเทศปฏ บ ต หน าท แทน หร อผ ท จ าเป นต องใช รห สผ านระด บผ ปฏ บ ต หน าท ควบค ม ระบบ ต องขอรห สผ านของห วหน ากล มงานข อม ลและสารสนเทศมาใช งาน ซ งเม อใช งานเสร จส นแล วห วหน ากล มงานข อม ลและสารสนเทศ จะต องเปล ยนรห สผ านของตนเองท นท - ท าการทดสอบรห สผ านหล ก (Master Password) ตามเวลาท ก าหนด แม ว าไม ม การใช งานก ตาม 2.) การก าหนดนโยบายการบร หารจ ดการรห สผ านของผ ใช งานระบบของเคร อง คอมพ วเตอร แม ข ายและระบบสารสนเทศ ม รายละเอ ยดด งต อไปน 2.1) จ ดให ม การสร างรห สผ านคร งแรกให ก บผ ใช งานระบบโดยว ธ การปกป ด และใช รห สผ านท คาดเดาได ยาก เช น ใช การส มรห สผ านให ก บผ ใช ระบบ แต ละคน 2.2) ก าหนดระเบ ยบการเล อกรห สผ านท คาดเดาได ยากและความร บผ ดชอบ การใช งานส าหร บผ ใช งานระบบ และประกาศให ผ ใช งานทราบโดยท วก น กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-12

2.3) ผ ใช งานระบบต องถ กบ งค บให ท าการเปล ยนรห สผ านในการเร มใช งาน คร งแรก 2.4) ผ ด แลระบบต องตรวจสอบสถานะของการเข าใช งานคร งแรกของผ ใช งาน คร งแรกของผ ใช งานระบบ ถ าผ ใช งานระบบไม เข าท าการใช งานคร งแรก ภายในระยะเวลาท ก าหนด ผ ด แลระบบต องยกเล กส ทธ การใช งานของ ผ ใช งานระบบผ น น 2.5) ผ ด แลระบบต องท าการตรวจสอบรห สผ านของผ ใช งานระบบท งหมดด วย โปรแกรมค นหารห สผ าน ซ งม ใช งานอย โดยท วไป ถ าพบว าสามารถ ค นหารห สผ านของผ ใช งานระบบรายใดได ให ท าการเต อนผ ใช งานระบบ รายน นให ท าการเปล ยนแปลงรห สผ าน ถ ารห สผ านของผ ใช งานระบบราย ใดสามารถถ กค นหาได จ านวนคร งตามท ประกาศในระเบ ยบ หร อไม ยอม เปล ยนรห สผ านท ถ กค นหาได น น ผ ด แลระบบต องยกเล กส ทธ การใช งาน ของผ ใช งานระบบน นท นท 8.2.6 กลย ทธ ในการจ ดหาศ นย คอมพ วเตอร ส ารองและการจ ดเตร ยมความพร อมในการท างาน เม อระบบเทคโนโลย สารสนเทศข ดข อง การท างานในแต ละภารก จของกรมพ น จฯ จ าเป นต องม ข อม ลประกอบการต ดส นใจ ด งน นความต อเน องในการท างานของระบบเทคโนโลย สารสนเทศของกรมจ งม ความส าค ญมาก เพ อให บ คลากรของส าน กงาน สามารถต ดต อส อสารและค นหาข อม ลเพ อสน บสน นการได อย างต อเน อง ส วนประกอบท ส าค ญประการหน งค อระบบคอมพ วเตอร ซ งน บว าเป นเคร องม อสน บสน นการท างานท ส าค ญย งของกรม ถ าระบบคอมพ วเตอร ไม สามารถท างานได ตามปกต จะท าให งานของกรม อาจจะต อง หย ดชะง กโดยเฉพาะงานด านการต ดต อส อสารและการค นหาข อม ลเพ อการท างานส าค ญ ด งน น การจ ดหา ศ นย คอมพ วเตอร ส ารองจ งม ความจ าเป นส าหร บกรมพ น จฯ แต ต องจ ดหาและด าเน นการควบค ก บการ ปร บปร งและพ ฒนาองค กรเพ อเตร ยมความพร อมรองร บสถานการณ ท อาจเก ดข น และเก ดประโยชน ส งส ด ต อส าน กงาน ประเด นท ควรพ จารณาด าเน นการม ด งน 1.) ประเด นสถานท ต ดต ง ตามหล กการกรมพ น จฯ ควรม การพ จารณาต งศ นย คอมพ วเตอร ส ารอง (Disaster Recovery Center: DRC) เน องจากม ข อม ลท ส าค ญและม ภารก จท จ าเป นต อเน อง ซ งปรกต แล วจะเล อก สถานท คนละอาคารก น ซ งม ความเส ยงร วมก นของระบบไฟฟ า ภ ยธรรมชาต และอ บ ต ภ ยอ นๆ น อยท ส ด กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-13

2.) ประเด นสถาป ตยกรรมระบบคอมพ วเตอร ส ารองท จะจ ดหา ระบบคอมพ วเตอร ส ารองท จะจ ดหาในคร งน ควรสามารถเพ ยงพอเฉพาะการ ส ารองข อม ลหร อการสน บสน นส วนงานหล กของกรมพ น จฯ ในช วงเวลาว กฤต ไม จ าเป นต องม ข ด ความสามารถท าได ได เท าเท ยมก บระบบงานป จจ บ น นอกจากน ระบบการบ นท กข อม ลระหว างระบบ คอมพ วเตอร หล กก บระบบคอมพ วเตอร ส ารองน ไม จ าเป นต องเป นแบบ Real Time อาจพ จารณาใช การ ปร บข อม ลเป นระยะก ได เน องจากข อม ลของกรมพ น จฯ ไม ได ท างานในล กษณะของการปฏ บ ต หน าท แบบ ท นท และเพ อม ให งบประมาณส งเก นไปน ก 3.) ประเด นการจ ดเตร ยมความพร อมการปฏ บ ต งาน เพ อเตร ยมความพร อมในการท างาน จ งควรด าเน นการปร บปร งและพ ฒนาองค กร เพ อเตร ยมความพร อมรองร บสถานการณ ท อาจเก ดข น และเก ดประโยชน ส งส ดต อกรมพ น จฯ จ งควร จ ดเตร ยมแผนรองร บการเก ดเหต การณ หย ดชะง กของการให บร การด วยระบบคอมพ วเตอร ในระด บความ ร นแรงต างๆ รวมท งการถ กบ กร กด วยไวร สคอมพ วเตอร ส าหร บผ บร หารจ ดการระบบและผ ใช งานระบบ โดยม การท าเป นค ม อปฏ บ ต ช ดเจน และควรพ จารณาแบ งแยกประเภทงานท ต องท าในระหว างเก ดเหต ตาม ความส าค ญของงาน ความเร งด วนของงาน และล กษณะการพ งพาระบบคอมพ วเตอร เพ อให การก าหนด ขนาดและการลงท นของระบบคอมพ วเตอร ส ารองม ความเหมาะสมและค มค าส าหร บแผนรองร บการเก ด เหต การณ หย ดชะง กของการให บร การด วยระบบคอมพ วเตอร น จะต องม การด าเน นการซ กซ อมอย าง สม าเสมอเพ อให บ คลากรท เก ยวข องเข าใจ 8.3 การต ดตามประเม นผล และต วช ว ดความส าเร จ เพ อให การต ดตามประเม นผลแผนแม บทฯ เป นไปอย างม ประส ทธ ภาพ จ งต องม การก าหนด ต วช ว ดการด าเน นงานด งต อไปน 1.) พ ฒนาระบบสารสนเทศเพ อการต ดตามประเม นผล 2.) ก าหนดต วช ว ดเพ อบ งช ถ งความส าเร จของการด าเน นตามแผนแม บทฯ 3.) ให คณะท างานด านการส อสาร (Communication Team) ท าหน าท ต ดตาม ว เคราะห และประเม นผลความก าวหน าของการด าเน นงานตามแผนแม บทฯ ใน ภาพรวมและรายงานให คณะกรรมการนโยบายเทคโนโลย สารสนเทศและการ ส อสารทราบ กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-14

ต วช ว ดเพ อบ งบอกถ งความส าเร จของการด าเน นการตามแผนแม บทฯ ของกรมพ น จฯ สามารถ ว ดได จากการกระท าและต วช ว ดความส าเร จ ซ งสามารถแบ งแยกออกได เป น 2 ประเภท ค อ เป นต วช ว ด จากผลส าเร จเช งค ณภาพและเช งปร มาณของการด าเน นการตามแผนฯ โดยม ต วอย างด งต อไปน 8.3.1 ต วช ว ดจากผลส าเร จเช งค ณภาพของการด าเน นการตามแผนฯ 1.) ระด บความส าเร จในการพ ฒนาช องทางในการร บร ข าวสารของประชาชน 2.) ม การบ าร งร กษางานด านเทคโนโลย สารสนเทศอย างต อเน อง (ม บ คลากร บ าร งร กษาระบบ และด แลระบบอย างต อเน อง) 3.) ม การจ ดแบ งกล มบ คลากรทางด านเทคโนโลย สารสนเทศ ตามล กษณะของงาน เช น ผ ด แลระบบฐานข อม ล ผ ด แลระบบปฏ บ ต การ หร อผ บร หารระบบ เป นต น 4.) ม การปร บเปล ยนระบบสารสนเทศตามความจ าเป นอย างต อเน อง (ม บ คลากร ภายในหร อภายนอกปร บเปล ยนระบบอย างต อเน อง) 5.) บ คลากรภายในม ความพ งพอใจในสภาพแวดล อมด านเคร องม อเทคโนโลย สารสนเทศสน บสน นการปฏ บ ต งานมากข น เช น ม ความสะดวกสบาย (ว ดจาก แบบสอบถาม) 6.) ความต อเน องของการท างานของระบบเทคโนโลย สารสนเทศ (ว ดจากจ านวนคร ง และช วงเวลาการหย ดท างานของระบบเทคโนโลย สารสนเทศ) 7.) การท างานต างๆ ท ใช เทคโนโลย สารสนเทศมาช วย สามารถท าได โดยไม ต องป อน ข อม ลท ซ าซ อน ได ร บข อม ลท ม อย ในระบบเพ อประกอบการท างานอย างถ กต อง และเหมาะสม ตามส ทธ ม กระบวนการอ ตโนม ต เพ อช วยในการต ดส นใจและการ ท ารายงาน 8.3.2 ต วช ว ดจากผลส าเร จเช งปร มาณของการด าเน นการตามแผนฯ 1.) จ านวนโครงการประชาส มพ นธ รณรงค ให ความร ปล กจ ตส าน ก และสร างว น ย ท จ ดท าข นให ก บท กหน วยงานเท ยบก บแผนท ต งไว 2.) จ านวนร อยละของความส าเร จในการจ ดโครงการประชาส มพ นธ รณรงค ให ความร ปล กจ ตส าน ก และสร างว น ยท จ ดท าข นให ก บท กหน วยงาน 3.) ข นตอนท ใช ในการท างานลดลง เช น การจ ดท าจ ดสร าง การตรวจสอบ การ ต ดตาม การส งเอกสาร การรายงาน (จ านวนผ ท เก ยวข อง หร อจ านวนข นตอนการ ท างาน) กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-15

4.) ระยะเวลาท ใช ในการท างานลดลง เช น การจ ดท าจ ดสร าง การตรวจสอบ การ ต ดตาม การส งเอกสาร การรายงาน (หน วยของเวลา) 5.) จ านวนเอกสาร ข อม ล แบบฟอร ม รายงาน ท เก ยวข องม จ านวนลดลง (จ านวน แผ นของเอกสารต อจ านวนของธ รกรรม) 6.) จ านวนบ คลากรภายในท ม ท กษะการใช เคร องม อเทคโนโลย สารสนเทศท จ ดหา ตามแผนแม บทฯ (จ านวนผ เข าร บการฝ กอบรม จ านวนคร งการจ ดการฝ กอบรม จ านวนงบประมาณท ใช ) 7.) ลดการเก บข อม ลท ซ าซ อน ไม เป นเอกภาพ (ส ดส วนของข อม ลท ถ กจ ดเก บซ าซ อน ต อจ านวนข อม ลท ถ กจ ดเก บท งหมด) 8.) ม การใช ข อม ลร วมก น (จ านวนคร งการเข าใช ข อม ลท จ ดเก บท ส วนกลาง) 9.) ม การใช งานระบบสารสนเทศเพ มข น (น บจากจ านวนธ รกรรม หน วยเป นจ านวน ธ รกรรม) 10.) จ านวนร อยละของเวลาท เคร อข ายใช งานได (ส ดส วนของเวลาท เคร อข ายใช งาน ได ต อเวลาท งหมด) 11.) จ านวนร อยละของเวลาท เคร องคอมพ วเตอร ใช งานได (ส ดส วนของเวลาท เคร อง คอมพ วเตอร ใช งานได ต อเวลาท งหมด) 8.4 นโยบายและท ศทางการพ ฒนาด านเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร ในห วข อน จะกล าวถ งแนวค ดเช งนโยบายหร อท ศทางของการพ ฒนาด านระบบเทคโนโลย สารสนเทศ ซ งคณะท ปร กษาได รวบรวมและจ ดท าเป นแนวทางเพ อให ส วนงานเทคโนโลย สารสนเทศ น าไปใช ใช ส าหร บการก าหนดเป นนโยบายในการสน บสน นการประย กต ใช เทคโนโลย สารสนเทศและการ ส อสาร ด งต อไปน 8.4.1 การสร างป จจ ยสน บสน นและส งเสร มให ม การน าเทคโนโลย สารสนเทศเข ามาใช ก บการ ปฏ บ ต งานในท กระด บอย างเหมาะสม ในการจ ดท าโครงการน าเทคโนโลย สารสนเทศมาใช ผ ร บผ ดชอบโครงการและผ บร หาร จะต องม หน าท ร วมก นในการจ ดหาทร พยากรสน บสน นท งฮาร ดแวร และซอฟต แวร การฝ กอบรมบ คลากร การมอบหมายความร บผ ดชอบ การม ล าด บการปร บว ธ ท างานท เหมาะสม และมาตรการอ นๆ เพ อให ให เป นหน วยงานสามารถใช ระบบสารสนเทศโดยไม ม อ ปสรรค และม การส งเสร มให ม การใช เทคโนโลย กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-16

สารสนเทศ เช น การน บการปฏ บ ต งานก บระบบสารสนเทศเป นภาระงานเพ มเต ม การค ดเล อกการพ ฒนา ระบบสารสนเทศของหน วยงานและน ามาเป นต วอย างให หน วยงานอ นน าไปใช เป นต น 8.4.2 การจ ดท ามาตรฐานการปฏ บ ต งานและการปร บกระบวนการให ม ประส ทธ ภาพ หน วยงานต างๆ ต องม ความเข าใจในหน าท ความร บผ ดชอบและว ธ การปฏ บ ต งาน และม ความสามารถในการถ ายทอดว ธ ท างานหร อข นตอนการท างานให อย ในร ปของเอกสาร ม การประช มตกลง เพ อการสร างมาตรฐานการท างานและเอกสารท ใช งาน ตลอดจนสามารถเสนอแนะการปร บปร ง กระบวนการให ม ประส ทธ ภาพข นโดยการใช ระบบสารสนเทศเป นเคร องม อในการปฏ บ ต งาน โดย ร บผ ดชอบร วมก บหน วยงานกลางท เก ยวข องก บการท ามาตรฐานและส วนงานเทคโนโลย สารสนเทศ 8.4.3 ระบบสารสนเทศจะต องม การออกแบบให ท างานได อย างม ประส ทธ ภาพ ในการออกข อก าหนดของระบบสารสนเทศ นอกเหน อจากการท าให ระบบสามารถ ด าเน นการได ตามว ตถ ประสงค ของงานท เก ยวข องแล ว จะต องก าก บด แลให การออกแบบระบบค าน งถ ง การท างานก บระบบได อย างม ประส ทธ ภาพ เช น ลดการป อนข อม ลซ าซ อน การค นหาข อม ลเด มหร อ เก ยวข องโดยอ ตโนม ต หร อการออกแบบให ม การป อนข อม ลน อยท ส ด เป นต น 8.4.4 ระบบสารสนเทศจะต องม การออกแบบให ท างานโดยสอดคล องก บสถาป ตยกรรม เทคโนโลย สารสนเทศขององค กรท ก าหนดไว ในการออกข อก าหนดของระบบสารสนเทศ นอกเหน อจากการท าให ระบบสามารถ ด าเน นการได ตามว ตถ ประสงค ของงานท เก ยวข องแล ว จะต องก าก บด แลให การออกแบบระบบสอดคล อง ก บสถาป ตยกรรมท ก าหนด เช น การบ รณาการข อม ลก บระบบสารสนเทศอ น การใช แม ข ายและซอฟต แวร ระบบบร หารฐานข อม ลร วมก บระบบอ น การพ ฒนาโดยการใช มาตรฐานเทคโนโลย ท ก าหนดไว เป นต น 8.4.5 โครงการด านเทคโนโลย สารสนเทศ ควรก าหนดให ม ล กษณะด งน 1.) ม การศ กษาว เคราะห การท างานก บผ เก ยวข องครบท กระด บ 2.) ม การประชาส มพ นธ แผนงานล วงหน า เพ อการเตร ยมความพร อมของท กฝ าย โดยเฉพาะโครงการท ท างานร วมก บหน วยงานภายนอก 3.) ม การสร างและเก บข อม ลด ชน การว ดประส ทธ ภาพของโครงการก อนการ ด าเน นงาน กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-17

4.) ม การจ ดสรรงบประมาณของโครงการส าหร บการฝ กปฏ บ ต งานและช วยการ ท างานของบ คลากรในช วงแรกของการใช ระบบสารสนเทศ นอกเหน อจากการ พ ฒนาระบบงาน 5.) ม การประเม นโครงการหล งจากการใช งานระบบสารสนเทศจร งโดยผ ใช งานระบบ อย างรอบด าน และน ามาปร บปร งในขณะท ย งอย ในความร บผ ดชอบของผ พ ฒนา 6.) ม การเตร ยมการกรณ ระบบงานสารสนเทศเก ดความข ดข อง 8.4.6 การปร บปร งขอบเขตโครงการตามกรอบงบประมาณท ได ร บ ป จจ ยความส าเร จของการประย กต ใช ระบบสารสนเทศด านหน งค อความพร อมด าน จ านวนและค ณภาพของฮาร ดแวร และซอฟต แวร ในท น จะกล าวถ งหน วยงานระด บศ นย ฝ กและสถานพ น จฯ ซ งม จ านวนมากท วประเทศ ในป จจ บ นน ใช ว ธ การเกล ยจ านวนทร พยากรสารสนเทศให ก บหน วยงานด วย การหารเฉล ยตามจ านวนหน วยงาน แต เน องจากงบประมาณท ได ร บม กจะน อยกว าท ขอไป ด งน นเม อน า งบประมาณท น อยกว าท ขอไปมาเฉล ยตามจ านวนหน วยงานแล ว ท กหน วยงานจ งขาดแคลนอ ปกรณ เหม อนก นหมด คณะท ปร กษาขอให พ จารณาการม นโยบาย การสน บสน นทร พยากรสารสนเทศให ก บกล ม หน วยงานท ม การจ ดล าด บความเหมาะให ม ความเพ ยงพอในการปฏ บ ต งาน แล วต งงบประมาณเพ มเต มใน ป ต อไปโดยการปร บแผนแม บทเพ อน ามาสน บสน นให กล มหน วยงานท ย งไม ได ร บการจ ดสรร 8.4.7 การพ จารณาปร บปร งแผนแม บทเทคโนโลย สารสนเทศจะต องกระท าอย างสม าเสมอ ในแผนแม บทเทคโนโลย สารสนเทศท ผ านมา ม โครงการส าค ญหลายโครงการท ถ ก จ ดล าด บไว ในป แรก เพราะเป นรากฐานส าค ญของการออกแบบระบบ แต เน องจากไม ได ร บงบประมาณ สน บสน นจ งถ กระง บไว และโครงการเหล าน ไม ได ถ กทบทวนให น ามาบรรจ ไว แผนแม บทของในป ถ ดไป ด งน นโครงการเหล าน จ งถ กต ดออกไปเลย ซ งท าให ไม ได ร บประโยชน จากการวางแผนไว เท าท ควร โดยเฉพาะอย างย งโครงการท เป นพ นฐานของระบบสารสนเทศอ น เช น โครงการจ ดท ามาตรฐานข อม ล เป นต น ท งน การด าเน นการตามแผนแม บทเทคโนโลย สารสนเทศของภาคร ฐเป นการจ ดท าโดย หน วยงานผ ปฏ บ ต ภารก จฝ ายเด ยวโดยงบประมาณท ก าหนดไว ในแผนเป นการประเม นตามความจ าเป น แล วหน วยงานท เป นเจ าของแผนต องของบประมาณด งกล าวจากร ฐบาลและสภาผ แทน จ งม ความเป นไป ได ส งท งบท ประมาณท ได ร บจะเพ ยงบางส วนของท ขอไป หร ออาจไม ได ร บงบประมาณเลยก ได ด งน นเม อ หน วยงานได ร บยอดงบประมาณท ผ านการอน ม ต มาจร ง จะต องม การทบทวนการใช อ กคร งหน งว าจะ ด าเน นงานต อในล กษณะใด เช น โครงการเด มไว แต ลดจ านวนลง หร อปร บโครงการใหม โดยก าหนด กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-18

เป าหมายต าลง เป นต น โดยคณะท ปร กษาขอเสนอให หน วยงานควรม การทบทวนแผนแม บทเทคโนโลย สารสนเทศสองคร งในรอบป ค อเม อได ร บงบประมาณท อน ม ต แล ว และเม อก อนถ งรอบการพ จารณาค าขอ งบประมาณใหม 8.4.8 การด าเน นการด านมาตรการร กษาความม นคงปลอดภ ยระบบสารสนเทศ ตามสภาพการท างานในป จจ บ นมาตรการการร กษาความม นคงปลอดภ ยระบบ สารสนเทศของกรมพ น จย งต องปร บปร งเป นอย างเร งด วน โดยควรเน นการฝ กอบรมให บ คลากรม ความ ตระหน กถ งความเส ยง และความเส ยหายในร ปแบบต างๆ ท อาจเก ดจากการขาดความเข มงวดในการด แล ข อม ลท เป นความล บ หร อการละเม ดการร กษาความม นคงปลอดภ ยระบบเทคโนโลย สารสนเทศในร ปแบบ อ นๆ การงดเว นจากการใช ซอฟต แวร ผ ดกฏหมาย การเข าเว บไซด ท ไม เก ยวก บการท างาน เป นต น กรมพ น จและค มครองเด กและเยาวชน 8-19