ต วช ว ดและสาระการเร ยนร แกนกลาง



Similar documents
ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร. รห ส ว

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus)

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus)

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ประถมศ กษาป ท 1

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

ประมวลรายว ชาเทคโนโลย สารสนเทศ 1 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย รห ส ง32101

ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน

สร ปแบบประเม นผลการส มมนา งานว จ ย ก าวไกล ม งส ศตวรรษใหม กรมทางหลวง ระหว างว นท ๒๗-๒๙ เมษายน ๒๕๕๔ ณ โรงแรมด ส ตปร นเซส อ าเภอเม อง จ งหว ดนครราชส มา

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ

บร การส บค นข อม ลหน งส อราชการ

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ

แผนการจ ดการเร ยนร แบบบ รณาการท 1 หน วยท - รห สว ชา สอนคร งท

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ในเขตโครงการชลประทานพ ษณ โลก ว นท 26 ส

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

รายงานการอบรมคร หล กส ตรพ ฒนาศ กยภาพคร ในการจ ดกระบวนการเร ยนร โดยใช ส อ ETV คร งท ๖ คร งท ๖ ว นท ๑๐ ม ถ นายน ๒๕๕๘ กศน.อาเภอนาตาล

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

การบร หารความร และการเร ยนร VII

กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary

Office of the Civil Service Commission (OCSC)

รายงานผลการใช แผนการจ ดการเร ยนร

มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา

แผนการจ ดการเร ยนร หน วยท 5

How To Get A Free Photobook From Thatoomhsp.Com.Com

กรรมการประสานงานภาคปกต อ.ส นต อ. สาว ตร

กระบวนการบ นท กรายการขอจ ายช าระเง น

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม ก นยายน 2553)

Transcription:

ต วช ว ดและ กล มสาระการเร ยนร ตามหล กส ตรแกนกลางการศ กษาข นพ นฐาน พ ทธศ กราช ๒๕๕๑ ท มา : กระทรวงศ กษาธ การ ต วช ว ดและ กล มสาระการเร ยนร ตามหล กส ตรแกนกลางการศ กษาข นพ นฐาน พ ทธศ กราช ๒๕๕๑

ต วช ว ดและ หน งส อเร ยน รายว ชาพ นฐาน สาระท ๑ มาตรฐาน ว ๑.๑ มาตรฐาน ว ๑.๒ ส งม ช ว ตก บกระบวนการดำารงช ว ต สาระท ๘ ธรรมชาต ของ และเทคโนโลย สาระท ๒ ช ว ตก บส งแวดล อม สาระท ๗ ดาราศาสตร และอวกาศ มาตรฐาน ว ๒.๑ มาตรฐาน ว ๒.๒ มาตรฐาน ว ๗.๑ มาตรฐาน ว ๗.๒ มาตรฐาน ว ๓.๑ มาตรฐาน ว ๓.๒ สาระท ๖ กระบวนการเปล ยนแปลงของโลก สาระท ๕ พล งงาน สาระท ๔ แรงและการเคล อนท มาตรฐาน ว ๖.๑ มาตรฐาน ว ๕.๑ มาตรฐาน ว ๔.๑ มาตรฐาน ว ๔.๒

ต วช ว ดและ หน งส อเร ยน รายว ชาพ นฐาน สาระท ๘ ธรรมชาต ของ และเทคโนโลย ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙, ๑๐, ๑๑, ๑๒ มาตรฐาน ว ๓.๑ มาตรฐาน ว ๓.๒ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙

มาตรฐาน ว ๓.๑ เข าใจสมบ ต ของสาร ความส มพ นธ ระหว างสมบ ต ของสารก บโครงสร างและแรงย ดเหน ยวระหว างอน ภาค ม กระบวนการส บเสาะ หาความร และจ ต ส อสารส งท เร ยนร และนำาความร ไปใช ประโยชน ต วช ว ดข อ ๑๑ ส บค นข อม ลและอธ บายโครงสร างอะตอม และส ญล กษณ น วเคล ยร ของธาต น กใช ข อม ลจากการศ กษา โครงสร างอะตอม สร างแบบจำาลองอะตอม แบบต างๆ ท ม พ ฒนาการอย างต อเน อง อะตอมประกอบด วยอน ภาคม ลฐาน สำาค ญ ๓ ชน ด ค อ โปรตอน น วตรอน และ อ เล กตรอน จำานวนโปรตอนในน วเคล ยส เร ยก ว า เลขอะตอม ผลรวมของจำานวนโปรตอน ก บน วตรอน เร ยกว า เลขมวล ต วเลขท งสอง น จะปรากฏอย ในส ญล กษณ น วเคล ยร ของ ไอโซโทปต างๆ ของธาต ต วช ว ดข อ ๒ ว เคราะห และอธ บายการจ ดเร ยงอ เล กตรอน ในอะตอม ความส มพ นธ ระหว างอ เล กตรอนใน ระด บพล งงานนอกส ดก บสมบ ต ของธาต และ การเก ดปฏ ก ร ยา อ เล กตรอนในอะตอมของธาต จะจ ด เร ยงอย ในระด บพล งงานต างๆ และในแต ละ ระด บพล งงานจะม จำานวนอ เล กตรอนเป นค า เฉพาะ อ เล กตรอนในระด บพล งงานนอกส ดจะ แสดงสมบ ต บางประการของธาต เช น ความ เป นโลหะ อโลหะ และเก ยวข องก บการเก ด ปฏ ก ร ยาของธาต น น ต วช ว ดข อ ๓ อธ บายการจ ดเร ยงธาต และท ำนายแนวโน ม สมบ ต ของธาต ในตารางธาต ตารางธาต ป จจ บ นจ ดเร ยงธาต ตาม เลขอะตอมและอาศ ยสมบ ต ท คล ายก น ทำาให สามารถทำานายแนวโน มสมบ ต ของธาต ใน ตารางธาต ได มาตรฐาน ว ๓.๑ มาตรฐาน ว ๓.๒ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙

มาตรฐาน ว ๓.๑ เข าใจสมบ ต ของสาร ความส มพ นธ ระหว างสมบ ต ของสารก บโครงสร างและแรงย ดเหน ยวระหว างอน ภาค ม กระบวนการส บเสาะ หาความร และจ ต ส อสารส งท เร ยนร และนำาความร ไปใช ประโยชน ต วช ว ดข อ ๔๑ ว เคราะห และอธ บายการเก ดพ นธะเคม ใน โครงผล กและในโมเลก ลของสาร แรงย ดเหน ยวระหว างไอออนหร อ อะตอมของธาต ให อย รวมก นเป นโครงผล ก หร อโมเลก ล เร ยกว า พ นธะเคม พ นธะเคม แบ งออกเป นพ นธะไอออน ก พ นธะโคเวเลนต และพ นธะโลหะ ต วช ว ดข อ ๕ ส บค นข อม ลและอธ บายความส มพ นธ ระหว างจ ดเด อด จ ดหลอมเหลว และสถานะ ของสารก บแรงย ดเหน ยวระหว างอน ภาคของ สาร จ ดเด อด จ ดหลอมเหลว และสถานะ ของสาร ม ความเก ยวข องก บแรงย ดเหน ยว ระหว างอน ภาคของสารน น สารท อน ภาคย ด เหน ยวก นด วยแรงย ดเหน ยวหร อพ นธะเคม ท แข งแรงจะม จ ดเด อดและจ ดหลอมเหลวส ง สารในสถานะของแข งอน ภาคย ดเหน ยวก น ด วยแรงท แข งแรงกว าสารในสถานะของเหลว และแก สตามลำาด บ มาตรฐาน ว ๓.๑ มาตรฐาน ว ๓.๒ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙

มาตรฐาน ว ๓.๒ เข าใจหล กการและธรรมชาต ของการเปล ยนแปลงสถานะของสาร การเก ดสารละลาย การเก ดปฏ ก ร ยา ม กระบวนการส บเสาะหาความ ร และจ ต ส อสารส งท เร ยนร และนำาความร ไปใช ประโยชน ต วช ว ดข อ ๑๑ ทดลอง อธ บาย และเข ยนสมการของ ปฏ ก ร ยาเคม ท วไปท พบในช ว ตประจ ำว น รวม ท งอธ บายผลของสารเคม ท ม ต อส งม ช ว ตและ ส งแวดล อม ในช ว ตประจำาว นจะพบเห นปฏ ก ร ยา เคม จำานวนมาก ท งท เก ดในธรรมชาต และ มน ษย เป นผ กระทำา ปฏ ก ร ยาเคม เข ยนแทน ได ด วยสมการเคม มน ษย นำาสารเคม มาใช ประโยชน ท งใน บ าน ในทางการเกษตรและอ ตสาหกรรม แต สารเคม บางชน ดเป นอ นตรายต อส งม ช ว ตและ ส งแวดล อม ต วช ว ดข อ ๒ ทดลองและอธ บายอ ตราการเก ดปฏ ก ร ยา เคม ป จจ ยท ม ผลต ออ ตราการเก ดปฏ ก ร ยาเคม และน ำความร ไปใช ประโยชน ปร มาณของสารต งต นหร อผล ตภ ณฑ ท เปล ยนแปลงไปต อหน วยเวลา เร ยกว า อ ตรา การเก ดปฏ ก ร ยาเคม และปร มาณของสารท เปล ยนแปลงไปน น อาจว ดจากค าความเข ม ข น ปร มาตร หร อมวลของสาร ซ งข นอย ก บ ล กษณะของสาร ความเข มข น พ นท ผ ว อ ณหภ ม ต วเร ง ปฏ ก ร ยาเป นป จจ ยท ม ผลต ออ ตราการเก ด ปฏ ก ร ยาเคม การควบค มป จจ ยเหล าน เพ อ ทำาให ปฏ ก ร ยาเก ดข นในอ ตราท เหมาะสม สามารถนำามาใช ให เป นประโยชน ได ต วช ว ดข อ ๓ ส บค นข อม ลและอธ บายการเก ดป โตรเล ยม กระบวนการแยกแก สธรรมชาต และการกล น ล ำด บส วนน ำม นด บ การสลายต วของซากพ ชและซาก ส ตว ท ท บถมอย ใต ทะเลอย างต อเน องภายใต อ ณหภ ม และความด นส งนานน บล านป จะ เก ดเป นป โตรเล ยม โดยม ได ท งสถานะของแข ง ของเหลว หร อแก ส ซ งม สารประกอบ ไฮโดรคาร บอนหลายชน ดรวมก น และอาจม สารประกอบอ นๆ ปะปนอย ด วย การนำาแก สธรรมชาต มาใช ประโยชน จะ ต องผ านกระบวนการแยกแก ส ส วนของเหลว หร อนำ ำม นด บจะแยกโดยการกล นลำาด บส วน มาตรฐาน ว ๓.๑ มาตรฐาน ว ๓.๒ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙

มาตรฐาน ว ๓.๒ เข าใจหล กการและธรรมชาต ของการเปล ยนแปลงสถานะของสาร การเก ดสารละลาย การเก ดปฏ ก ร ยา ม กระบวนการส บเสาะหาความ ร และจ ต ส อสารส งท เร ยนร และนำาความร ไปใช ประโยชน ต วช ว ดข อ ๔ ส บค นข อม ลและอภ ปรายการน ำผล ตภ ณฑ ท ได จากการแยกแก สธรรมชาต และการกล น ล ำด บส วนน ำม นด บไปใช ประโยชน รวมท งผล ของผล ตภ ณฑ ต อส งม ช ว ตและส งแวดล อม ม เทน อ เทน โพรเพน และบ วเทน เป น ผล ตภ ณฑ ท ได จากการแยกแก สธรรมชาต และกล นลำาด บ ส วนนำ ำม นด บ นำามาใช เป น เช อเพล งและสารต งต น ส วนผล ตภ ณฑ อ นๆ ซ งม จำานวนอะตอมคาร บอนเพ มข น นำาไปใช ประโยชน แตกต างก น ก า ร ส ม ผ ส ต ว ทำ า ล ะ ล า ย แ ล ะ ไฮโดรคาร บอนบางชน ดในร ปของไอและ ของท ใช แล วอาจเป นอ นตรายต อส ขภาพได รวมถ งการกำาจ ดอย างไม ถ กว ธ ก จะม ผลต อส ง แวดล อมด วย ต วช ว ดข อ ๕๑ ทดลองและอธ บายการเก ดพอล เมอร สมบ ต ของพอล เมอร พอล เมอร เป นสารประกอบท โมเลก ลม ขนาดใหญ เก ดจากมอนอเมอร จำานวนมาก เช อมต อก นด วยพ นธะโคเวเลนต ม ท งท เก ด ในธรรมชาต และส งเคราะห ข น ปฏ ก ร ยาท มอนอเมอร รวมก นเป น พอล เมอร เร ยกว า ปฏ ก ร ยาพอล เมอไรเซช น ซ งอาจเป นแบบควบแน น หร อแบบต อเต ม พอล เมอร ม หลายชน ด แต ละชน ดอาจม สมบ ต บางประการเหม อนก นและบางประการ แตกต างก น ต วช ว ดข อ ๖ อภ ปรายการน ำพอล เมอร ไปใช ประโยชน รวมท งผลท เก ดจากการผล ตและใช พอล เมอร ต อส งม ช ว ตและส งแวดล อม พอล เมอร นำาไปใช ประโยชน ได แตกต าง ก น ตามสมบ ต ของพอล เมอร ชน ดน นๆ เช น ใช พลาสต กทำาภาชนะ ใช เส นใยส งเคราะห ทำา เคร องน งห ม พอล เมอร ส งเคราะห ท นำาไปใช ประโยชน ในช ว ตประจำาว นบางชน ดสลายต ว ยาก การใช อย างฟ มเฟ อยและไม ระม ดระว ง อาจก อให เก ดป ญหาต อส งม ช ว ตและส ง แวดล อมได มาตรฐาน ว ๓.๑ มาตรฐาน ว ๓.๒ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙

มาตรฐาน ว ๓.๒ เข าใจหล กการและธรรมชาต ของการเปล ยนแปลงสถานะของสาร การเก ดสารละลาย การเก ดปฏ ก ร ยา ม กระบวนการส บเสาะหาความ ร และจ ต ส อสารส งท เร ยนร และนำาความร ไปใช ประโยชน มาตรฐาน ว ๓.๑ มาตรฐาน ว ๓.๒ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙ ต วช ว ดข อ ๗ ทดลองและอธ บายองค ประกอบ ประโยชน และปฏ ก ร ยาบางชน ดของคาร โบไฮเดรต คาร โบไฮเดรตจ ดเป นแหล งพล งงาน ของส งม ช ว ต พบได ท วไปในช ว ตประจำาว น เช น นำ ำตาล แป ง เซลล โลส และไกลโคเจน โดยม นำ ำตาลเป นหน วยย อยสำาค ญ ซ ง ประกอบด วยธาต C H และ O การตรวจ สอบชน ดของนำ ำตาลทำาได โดยใช สารละลาย เบเนด กต ต วช ว ดข อ ๘ ทดลองและอธ บายองค ประกอบ ประโยชน และปฏ ก ร ยาบางชน ดของไขม นและน ำม น ไขม นและนำ ำม นเป นสารประกอบ ไตรกล เซอไรด เก ดจากการรวมต วของกรด ไขม นก บกล เซอรอล กรดไขม นม ท งชน ดอ ม ต วและไม อ มต ว ซ งสามารถตรวจสอบได โดย ใช สารละลายไอโอด น ไขม นและนำ ำม นนำามาใช ประโยชน ได ท ง การบร โภคและใช ในอ ตสาหกรรม การบร โภค ไขม นท ขาดความระม ดระว งจะเป นอ นตราย ต อส ขภาพได ต วช ว ดข อ ๙๑ ทดลองและอธ บายองค ประกอบ ประโยชน และปฏ ก ร ยาบางชน ดของโปรต นและกรดน ว คล อ ก โปรต นเป นสารท ช วยในการเจร ญ เต บโต เสร มสร างและซ อมแซมเน อเย อ หน วย ย อยของโปรต นค อ กรดอะม โน ซ งม ท ง กรดอะม โนจำาเป นและไม จำาเป น ม ธาต องค ประกอบสำาค ญค อ C H O N การทดสอบ โปรต นในอาหารใช สารละลาย CuSO 4 ก บ NaOH กรดน วคล อ กเป นสารโมเลก ลใหญ คล ายโปรต น ประกอบด วย ธาต C H O N ท พบในเซลล ของส งม ช ว ต ม ๒ ชน ด ค อ DNA และ RNA ซ งเก ยวข องก บกระบวนการ ถ ายทอดทางพ นธ กรรม

สาระท ๘ ธรรมชาต ของและเทคโนโลย ใช กระบวนการทางและจ ตในการส บเสาะหาความร การแก ป ญหา ร ว าปรากฏการณ ทางธรรมชาต ท เก ดข น ส วนใหญ ม ร ปแบบท แน นอน สามารถอธ บายและตรวจสอบได ภายใต ข อม ลและเคร องม อท ม อย ในช วงเวลาน นๆ เข าใจว า เทคโนโลย ส งคม และส งแวดล อม ม ความเก ยวข องส มพ นธ ก น ต วช ว ดข อ ๑ ต งค ำถามท อย บนพ นฐาน ของความร และความเข าใจทาง หร อความสนใจ หร อจากประเด นท เก ดข นในขณะ น น ท สามารถท ำการส ำรวจตรวจ สอบหร อศ กษาค นคว าได อย าง ครอบคล มและเช อถ อได ต วช ว ดข อ ๒ สร างสมมต ฐานท ม ทฤษฎ รองร บ หร อคาดการณ ส งท จะพบ หร อสร างแบบจ ำลอง หร อสร างร ป แบบ เพ อน ำไปส การส ำรวจตรวจ สอบ ต วช ว ดข อ ๓ ค นคว ารวบรวมข อม ลท ต อง พ จารณาป จจ ยหร อต วแปรส ำค ญ ป จจ ยท ม ผลต อป จจ ยอ น ป จจ ยท ควบค มไม ได และจ ำนวนคร งของ การส ำรวจตรวจสอบ เพ อให ได ผล ท ม ความเช อม นอย างเพ ยงพอ ต วช ว ดข อ ๔ เล อกว สด เทคน คว ธ อ ปกรณ ท ใช ในการส งเกต การว ด การส ำรวจ ตรวจสอบอย างถ กต องท งทางกว าง และล กในเช งปร มาณและค ณภาพ ต วช ว ดข อ ๕ รวบรวมข อม ลและบ นท กผล การส ำรวจตรวจสอบอย างเป น ระบบถ กต อง ครอบคล มท งในเช ง ปร มาณและค ณภาพ โดยตรวจ สอบความเป นไปได ความเหมาะ สมหร อความผ ดพลาดของข อม ล สาระท ๘ ธรรมชาต ของ และเทคโนโลย ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙, ๑๐, ๑๑, ๑๒

สาระท ๘ ธรรมชาต ของและเทคโนโลย ใช กระบวนการทางและจ ตในการส บเสาะหาความร การแก ป ญหา ร ว าปรากฏการณ ทางธรรมชาต ท เก ดข น ส วนใหญ ม ร ปแบบท แน นอน สามารถอธ บายและตรวจสอบได ภายใต ข อม ลและเคร องม อท ม อย ในช วงเวลาน นๆ เข าใจว า เทคโนโลย ส งคม และส งแวดล อม ม ความเก ยวข องส มพ นธ ก น ต วช ว ดข อ ๖ จ ดกระท ำข อม ล โดยค ำน งถ ง การรายงานผลเช งต วเลขท ม ระด บ ความถ กต อง และน ำเสนอข อม ล ด วยเทคน คว ธ ท เหมาะสม ต วช ว ดข อ ๗ ว เคราะห ข อม ล แปลความ หมายข อม ล และประเม นความ สอดคล องของข อสร ป หร อสาระ ส ำค ญ เพ อตรวจสอบก บสมมต ฐาน ท ต งไว ต วช ว ดข อ ๘ พ จารณาความน าเช อถ อของว ธ การและผลการส ำรวจตรวจสอบ โดยใช หล กความคลาดเคล อนของ การว ดและการส งเกต เสนอแนะ การปร บปร งว ธ การส ำรวจตรวจ สอบ ต วช ว ดข อ ๙ น ำผลของการส ำรวจตรวจสอบ ท ได ท งว ธ การและองค ความร ท ได ไปสร างค ำถามใหม น ำไปใช แก ป ญหาในสถานการณ ใหม และใน ช ว ตจร ง ต วช ว ดข อ ๑๐ ตระหน กถ งความส ำค ญในการ ท จะต องม ส วนร วมร บผ ดชอบการ อธ บาย การลงความเห น และการ สร ปผลการเร ยนร ท น ำเสนอต อสาธารณชนด วยความ ถ กต อง สาระท ๘ ธรรมชาต ของ และเทคโนโลย ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙, ๑๐, ๑๑, ๑๒

สาระท ๘ ธรรมชาต ของและเทคโนโลย ใช กระบวนการทางและจ ตในการส บเสาะหาความร การแก ป ญหา ร ว าปรากฏการณ ทางธรรมชาต ท เก ดข น ส วนใหญ ม ร ปแบบท แน นอน สามารถอธ บายและตรวจสอบได ภายใต ข อม ลและเคร องม อท ม อย ในช วงเวลาน นๆ เข าใจว า เทคโนโลย ส งคม และส งแวดล อม ม ความเก ยวข องส มพ นธ ก น ต วช ว ดข อ ๑๒ จ ดแสดงผลงาน เข ยนรายงาน และ/หร ออธ บายเก ยวก บแนวค ด กระบวนการ และผลของโครงงาน หร อช นงานให ผ อ นเข าใจ สาระท ๘ ธรรมชาต ของ และเทคโนโลย ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙, ๑๐, ๑๑, ๑๒ ต วช ว ดข อ ๑๑ บ นท กและอธ บายผลการส ำรวจ ตรวจสอบอย างม เหต ผล ใช พยาน หล กฐานอ างอ งหร อค นคว าเพ อ เต ม เพ อหาหล กฐานอ างอ งท เช อ ถ อได และยอมร บว าความร เด ม อาจม การเปล ยนแปลงได เม อม ข อม ลและประจ กษ พยานใหม เพ ม เต มหร อโต แย งจากเด ม ซ งท าทาย ให ม การตรวจสอบอย างระม ดระว ง อ นจะน ำมาส การยอมร บเป นความ ร ใหม

ต วช ว ดและ หน งส อเร ยน รายว ชาเพ มเต ม เคม ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ ภาคเร ยนท ๑ สาระท ๘ ธรรมชาต ของ และเทคโนโลย ใช กระบวนการทางและจ ตใน การส บเสาะหาความร การแก ป ญหา ร ว าปรากฏการณ ทางธรรมชาต ท เก ดข นส วนใหญ ม ร ปแบบท แน นอน สามารถอธ บายและตรวจสอบได ภายใต ข อม ลและ เคร องม อท ม อย ในช วงเวลาน นๆ เข าใจว า เทคโนโลย ส งคม และส งแวดล อม ม ความเก ยวข อง ส มพ นธ ก น เคม ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ ภาคเร ยนท ๑ มาตรฐาน ว ๓.๑ เข าใจสมบ ต ของสาร ความส มพ นธ ระหว างสมบ ต ของสารก บโครงสร างและแรงย ดเหน ยวระหว าง อน ภาค ม กระบวนการส บเสาะหาความร และ จ ต ส อสารส งท เร ยนร และนำาความร ไป ใช ประโยชน มาตรฐาน ว ๓.๒ เข าใจหล กการและธรรมชาต ของการเปล ยนแปลง สถานะของสาร การเก ดสารละลาย การเก ดปฏ ก ร ยา ม กระบวนการส บเสาะหาความร และจ ต ส อสารส งท เร ยนร และนำาความร ไปใช ประโยชน