ต วช ว ดและ กล มสาระการเร ยนร ตามหล กส ตรแกนกลางการศ กษาข นพ นฐาน พ ทธศ กราช ๒๕๕๑ ท มา : กระทรวงศ กษาธ การ ต วช ว ดและ กล มสาระการเร ยนร ตามหล กส ตรแกนกลางการศ กษาข นพ นฐาน พ ทธศ กราช ๒๕๕๑
ต วช ว ดและ หน งส อเร ยน รายว ชาพ นฐาน สาระท ๑ มาตรฐาน ว ๑.๑ มาตรฐาน ว ๑.๒ ส งม ช ว ตก บกระบวนการดำารงช ว ต สาระท ๘ ธรรมชาต ของ และเทคโนโลย สาระท ๒ ช ว ตก บส งแวดล อม สาระท ๗ ดาราศาสตร และอวกาศ มาตรฐาน ว ๒.๑ มาตรฐาน ว ๒.๒ มาตรฐาน ว ๗.๑ มาตรฐาน ว ๗.๒ มาตรฐาน ว ๓.๑ มาตรฐาน ว ๓.๒ สาระท ๖ กระบวนการเปล ยนแปลงของโลก สาระท ๕ พล งงาน สาระท ๔ แรงและการเคล อนท มาตรฐาน ว ๖.๑ มาตรฐาน ว ๕.๑ มาตรฐาน ว ๔.๑ มาตรฐาน ว ๔.๒
ต วช ว ดและ หน งส อเร ยน รายว ชาพ นฐาน สาระท ๘ ธรรมชาต ของ และเทคโนโลย ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙, ๑๐, ๑๑, ๑๒ มาตรฐาน ว ๓.๑ มาตรฐาน ว ๓.๒ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข าใจสมบ ต ของสาร ความส มพ นธ ระหว างสมบ ต ของสารก บโครงสร างและแรงย ดเหน ยวระหว างอน ภาค ม กระบวนการส บเสาะ หาความร และจ ต ส อสารส งท เร ยนร และนำาความร ไปใช ประโยชน ต วช ว ดข อ ๑๑ ส บค นข อม ลและอธ บายโครงสร างอะตอม และส ญล กษณ น วเคล ยร ของธาต น กใช ข อม ลจากการศ กษา โครงสร างอะตอม สร างแบบจำาลองอะตอม แบบต างๆ ท ม พ ฒนาการอย างต อเน อง อะตอมประกอบด วยอน ภาคม ลฐาน สำาค ญ ๓ ชน ด ค อ โปรตอน น วตรอน และ อ เล กตรอน จำานวนโปรตอนในน วเคล ยส เร ยก ว า เลขอะตอม ผลรวมของจำานวนโปรตอน ก บน วตรอน เร ยกว า เลขมวล ต วเลขท งสอง น จะปรากฏอย ในส ญล กษณ น วเคล ยร ของ ไอโซโทปต างๆ ของธาต ต วช ว ดข อ ๒ ว เคราะห และอธ บายการจ ดเร ยงอ เล กตรอน ในอะตอม ความส มพ นธ ระหว างอ เล กตรอนใน ระด บพล งงานนอกส ดก บสมบ ต ของธาต และ การเก ดปฏ ก ร ยา อ เล กตรอนในอะตอมของธาต จะจ ด เร ยงอย ในระด บพล งงานต างๆ และในแต ละ ระด บพล งงานจะม จำานวนอ เล กตรอนเป นค า เฉพาะ อ เล กตรอนในระด บพล งงานนอกส ดจะ แสดงสมบ ต บางประการของธาต เช น ความ เป นโลหะ อโลหะ และเก ยวข องก บการเก ด ปฏ ก ร ยาของธาต น น ต วช ว ดข อ ๓ อธ บายการจ ดเร ยงธาต และท ำนายแนวโน ม สมบ ต ของธาต ในตารางธาต ตารางธาต ป จจ บ นจ ดเร ยงธาต ตาม เลขอะตอมและอาศ ยสมบ ต ท คล ายก น ทำาให สามารถทำานายแนวโน มสมบ ต ของธาต ใน ตารางธาต ได มาตรฐาน ว ๓.๑ มาตรฐาน ว ๓.๒ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข าใจสมบ ต ของสาร ความส มพ นธ ระหว างสมบ ต ของสารก บโครงสร างและแรงย ดเหน ยวระหว างอน ภาค ม กระบวนการส บเสาะ หาความร และจ ต ส อสารส งท เร ยนร และนำาความร ไปใช ประโยชน ต วช ว ดข อ ๔๑ ว เคราะห และอธ บายการเก ดพ นธะเคม ใน โครงผล กและในโมเลก ลของสาร แรงย ดเหน ยวระหว างไอออนหร อ อะตอมของธาต ให อย รวมก นเป นโครงผล ก หร อโมเลก ล เร ยกว า พ นธะเคม พ นธะเคม แบ งออกเป นพ นธะไอออน ก พ นธะโคเวเลนต และพ นธะโลหะ ต วช ว ดข อ ๕ ส บค นข อม ลและอธ บายความส มพ นธ ระหว างจ ดเด อด จ ดหลอมเหลว และสถานะ ของสารก บแรงย ดเหน ยวระหว างอน ภาคของ สาร จ ดเด อด จ ดหลอมเหลว และสถานะ ของสาร ม ความเก ยวข องก บแรงย ดเหน ยว ระหว างอน ภาคของสารน น สารท อน ภาคย ด เหน ยวก นด วยแรงย ดเหน ยวหร อพ นธะเคม ท แข งแรงจะม จ ดเด อดและจ ดหลอมเหลวส ง สารในสถานะของแข งอน ภาคย ดเหน ยวก น ด วยแรงท แข งแรงกว าสารในสถานะของเหลว และแก สตามลำาด บ มาตรฐาน ว ๓.๑ มาตรฐาน ว ๓.๒ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข าใจหล กการและธรรมชาต ของการเปล ยนแปลงสถานะของสาร การเก ดสารละลาย การเก ดปฏ ก ร ยา ม กระบวนการส บเสาะหาความ ร และจ ต ส อสารส งท เร ยนร และนำาความร ไปใช ประโยชน ต วช ว ดข อ ๑๑ ทดลอง อธ บาย และเข ยนสมการของ ปฏ ก ร ยาเคม ท วไปท พบในช ว ตประจ ำว น รวม ท งอธ บายผลของสารเคม ท ม ต อส งม ช ว ตและ ส งแวดล อม ในช ว ตประจำาว นจะพบเห นปฏ ก ร ยา เคม จำานวนมาก ท งท เก ดในธรรมชาต และ มน ษย เป นผ กระทำา ปฏ ก ร ยาเคม เข ยนแทน ได ด วยสมการเคม มน ษย นำาสารเคม มาใช ประโยชน ท งใน บ าน ในทางการเกษตรและอ ตสาหกรรม แต สารเคม บางชน ดเป นอ นตรายต อส งม ช ว ตและ ส งแวดล อม ต วช ว ดข อ ๒ ทดลองและอธ บายอ ตราการเก ดปฏ ก ร ยา เคม ป จจ ยท ม ผลต ออ ตราการเก ดปฏ ก ร ยาเคม และน ำความร ไปใช ประโยชน ปร มาณของสารต งต นหร อผล ตภ ณฑ ท เปล ยนแปลงไปต อหน วยเวลา เร ยกว า อ ตรา การเก ดปฏ ก ร ยาเคม และปร มาณของสารท เปล ยนแปลงไปน น อาจว ดจากค าความเข ม ข น ปร มาตร หร อมวลของสาร ซ งข นอย ก บ ล กษณะของสาร ความเข มข น พ นท ผ ว อ ณหภ ม ต วเร ง ปฏ ก ร ยาเป นป จจ ยท ม ผลต ออ ตราการเก ด ปฏ ก ร ยาเคม การควบค มป จจ ยเหล าน เพ อ ทำาให ปฏ ก ร ยาเก ดข นในอ ตราท เหมาะสม สามารถนำามาใช ให เป นประโยชน ได ต วช ว ดข อ ๓ ส บค นข อม ลและอธ บายการเก ดป โตรเล ยม กระบวนการแยกแก สธรรมชาต และการกล น ล ำด บส วนน ำม นด บ การสลายต วของซากพ ชและซาก ส ตว ท ท บถมอย ใต ทะเลอย างต อเน องภายใต อ ณหภ ม และความด นส งนานน บล านป จะ เก ดเป นป โตรเล ยม โดยม ได ท งสถานะของแข ง ของเหลว หร อแก ส ซ งม สารประกอบ ไฮโดรคาร บอนหลายชน ดรวมก น และอาจม สารประกอบอ นๆ ปะปนอย ด วย การนำาแก สธรรมชาต มาใช ประโยชน จะ ต องผ านกระบวนการแยกแก ส ส วนของเหลว หร อนำ ำม นด บจะแยกโดยการกล นลำาด บส วน มาตรฐาน ว ๓.๑ มาตรฐาน ว ๓.๒ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข าใจหล กการและธรรมชาต ของการเปล ยนแปลงสถานะของสาร การเก ดสารละลาย การเก ดปฏ ก ร ยา ม กระบวนการส บเสาะหาความ ร และจ ต ส อสารส งท เร ยนร และนำาความร ไปใช ประโยชน ต วช ว ดข อ ๔ ส บค นข อม ลและอภ ปรายการน ำผล ตภ ณฑ ท ได จากการแยกแก สธรรมชาต และการกล น ล ำด บส วนน ำม นด บไปใช ประโยชน รวมท งผล ของผล ตภ ณฑ ต อส งม ช ว ตและส งแวดล อม ม เทน อ เทน โพรเพน และบ วเทน เป น ผล ตภ ณฑ ท ได จากการแยกแก สธรรมชาต และกล นลำาด บ ส วนนำ ำม นด บ นำามาใช เป น เช อเพล งและสารต งต น ส วนผล ตภ ณฑ อ นๆ ซ งม จำานวนอะตอมคาร บอนเพ มข น นำาไปใช ประโยชน แตกต างก น ก า ร ส ม ผ ส ต ว ทำ า ล ะ ล า ย แ ล ะ ไฮโดรคาร บอนบางชน ดในร ปของไอและ ของท ใช แล วอาจเป นอ นตรายต อส ขภาพได รวมถ งการกำาจ ดอย างไม ถ กว ธ ก จะม ผลต อส ง แวดล อมด วย ต วช ว ดข อ ๕๑ ทดลองและอธ บายการเก ดพอล เมอร สมบ ต ของพอล เมอร พอล เมอร เป นสารประกอบท โมเลก ลม ขนาดใหญ เก ดจากมอนอเมอร จำานวนมาก เช อมต อก นด วยพ นธะโคเวเลนต ม ท งท เก ด ในธรรมชาต และส งเคราะห ข น ปฏ ก ร ยาท มอนอเมอร รวมก นเป น พอล เมอร เร ยกว า ปฏ ก ร ยาพอล เมอไรเซช น ซ งอาจเป นแบบควบแน น หร อแบบต อเต ม พอล เมอร ม หลายชน ด แต ละชน ดอาจม สมบ ต บางประการเหม อนก นและบางประการ แตกต างก น ต วช ว ดข อ ๖ อภ ปรายการน ำพอล เมอร ไปใช ประโยชน รวมท งผลท เก ดจากการผล ตและใช พอล เมอร ต อส งม ช ว ตและส งแวดล อม พอล เมอร นำาไปใช ประโยชน ได แตกต าง ก น ตามสมบ ต ของพอล เมอร ชน ดน นๆ เช น ใช พลาสต กทำาภาชนะ ใช เส นใยส งเคราะห ทำา เคร องน งห ม พอล เมอร ส งเคราะห ท นำาไปใช ประโยชน ในช ว ตประจำาว นบางชน ดสลายต ว ยาก การใช อย างฟ มเฟ อยและไม ระม ดระว ง อาจก อให เก ดป ญหาต อส งม ช ว ตและส ง แวดล อมได มาตรฐาน ว ๓.๑ มาตรฐาน ว ๓.๒ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข าใจหล กการและธรรมชาต ของการเปล ยนแปลงสถานะของสาร การเก ดสารละลาย การเก ดปฏ ก ร ยา ม กระบวนการส บเสาะหาความ ร และจ ต ส อสารส งท เร ยนร และนำาความร ไปใช ประโยชน มาตรฐาน ว ๓.๑ มาตรฐาน ว ๓.๒ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙ ต วช ว ดข อ ๗ ทดลองและอธ บายองค ประกอบ ประโยชน และปฏ ก ร ยาบางชน ดของคาร โบไฮเดรต คาร โบไฮเดรตจ ดเป นแหล งพล งงาน ของส งม ช ว ต พบได ท วไปในช ว ตประจำาว น เช น นำ ำตาล แป ง เซลล โลส และไกลโคเจน โดยม นำ ำตาลเป นหน วยย อยสำาค ญ ซ ง ประกอบด วยธาต C H และ O การตรวจ สอบชน ดของนำ ำตาลทำาได โดยใช สารละลาย เบเนด กต ต วช ว ดข อ ๘ ทดลองและอธ บายองค ประกอบ ประโยชน และปฏ ก ร ยาบางชน ดของไขม นและน ำม น ไขม นและนำ ำม นเป นสารประกอบ ไตรกล เซอไรด เก ดจากการรวมต วของกรด ไขม นก บกล เซอรอล กรดไขม นม ท งชน ดอ ม ต วและไม อ มต ว ซ งสามารถตรวจสอบได โดย ใช สารละลายไอโอด น ไขม นและนำ ำม นนำามาใช ประโยชน ได ท ง การบร โภคและใช ในอ ตสาหกรรม การบร โภค ไขม นท ขาดความระม ดระว งจะเป นอ นตราย ต อส ขภาพได ต วช ว ดข อ ๙๑ ทดลองและอธ บายองค ประกอบ ประโยชน และปฏ ก ร ยาบางชน ดของโปรต นและกรดน ว คล อ ก โปรต นเป นสารท ช วยในการเจร ญ เต บโต เสร มสร างและซ อมแซมเน อเย อ หน วย ย อยของโปรต นค อ กรดอะม โน ซ งม ท ง กรดอะม โนจำาเป นและไม จำาเป น ม ธาต องค ประกอบสำาค ญค อ C H O N การทดสอบ โปรต นในอาหารใช สารละลาย CuSO 4 ก บ NaOH กรดน วคล อ กเป นสารโมเลก ลใหญ คล ายโปรต น ประกอบด วย ธาต C H O N ท พบในเซลล ของส งม ช ว ต ม ๒ ชน ด ค อ DNA และ RNA ซ งเก ยวข องก บกระบวนการ ถ ายทอดทางพ นธ กรรม
สาระท ๘ ธรรมชาต ของและเทคโนโลย ใช กระบวนการทางและจ ตในการส บเสาะหาความร การแก ป ญหา ร ว าปรากฏการณ ทางธรรมชาต ท เก ดข น ส วนใหญ ม ร ปแบบท แน นอน สามารถอธ บายและตรวจสอบได ภายใต ข อม ลและเคร องม อท ม อย ในช วงเวลาน นๆ เข าใจว า เทคโนโลย ส งคม และส งแวดล อม ม ความเก ยวข องส มพ นธ ก น ต วช ว ดข อ ๑ ต งค ำถามท อย บนพ นฐาน ของความร และความเข าใจทาง หร อความสนใจ หร อจากประเด นท เก ดข นในขณะ น น ท สามารถท ำการส ำรวจตรวจ สอบหร อศ กษาค นคว าได อย าง ครอบคล มและเช อถ อได ต วช ว ดข อ ๒ สร างสมมต ฐานท ม ทฤษฎ รองร บ หร อคาดการณ ส งท จะพบ หร อสร างแบบจ ำลอง หร อสร างร ป แบบ เพ อน ำไปส การส ำรวจตรวจ สอบ ต วช ว ดข อ ๓ ค นคว ารวบรวมข อม ลท ต อง พ จารณาป จจ ยหร อต วแปรส ำค ญ ป จจ ยท ม ผลต อป จจ ยอ น ป จจ ยท ควบค มไม ได และจ ำนวนคร งของ การส ำรวจตรวจสอบ เพ อให ได ผล ท ม ความเช อม นอย างเพ ยงพอ ต วช ว ดข อ ๔ เล อกว สด เทคน คว ธ อ ปกรณ ท ใช ในการส งเกต การว ด การส ำรวจ ตรวจสอบอย างถ กต องท งทางกว าง และล กในเช งปร มาณและค ณภาพ ต วช ว ดข อ ๕ รวบรวมข อม ลและบ นท กผล การส ำรวจตรวจสอบอย างเป น ระบบถ กต อง ครอบคล มท งในเช ง ปร มาณและค ณภาพ โดยตรวจ สอบความเป นไปได ความเหมาะ สมหร อความผ ดพลาดของข อม ล สาระท ๘ ธรรมชาต ของ และเทคโนโลย ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙, ๑๐, ๑๑, ๑๒
สาระท ๘ ธรรมชาต ของและเทคโนโลย ใช กระบวนการทางและจ ตในการส บเสาะหาความร การแก ป ญหา ร ว าปรากฏการณ ทางธรรมชาต ท เก ดข น ส วนใหญ ม ร ปแบบท แน นอน สามารถอธ บายและตรวจสอบได ภายใต ข อม ลและเคร องม อท ม อย ในช วงเวลาน นๆ เข าใจว า เทคโนโลย ส งคม และส งแวดล อม ม ความเก ยวข องส มพ นธ ก น ต วช ว ดข อ ๖ จ ดกระท ำข อม ล โดยค ำน งถ ง การรายงานผลเช งต วเลขท ม ระด บ ความถ กต อง และน ำเสนอข อม ล ด วยเทคน คว ธ ท เหมาะสม ต วช ว ดข อ ๗ ว เคราะห ข อม ล แปลความ หมายข อม ล และประเม นความ สอดคล องของข อสร ป หร อสาระ ส ำค ญ เพ อตรวจสอบก บสมมต ฐาน ท ต งไว ต วช ว ดข อ ๘ พ จารณาความน าเช อถ อของว ธ การและผลการส ำรวจตรวจสอบ โดยใช หล กความคลาดเคล อนของ การว ดและการส งเกต เสนอแนะ การปร บปร งว ธ การส ำรวจตรวจ สอบ ต วช ว ดข อ ๙ น ำผลของการส ำรวจตรวจสอบ ท ได ท งว ธ การและองค ความร ท ได ไปสร างค ำถามใหม น ำไปใช แก ป ญหาในสถานการณ ใหม และใน ช ว ตจร ง ต วช ว ดข อ ๑๐ ตระหน กถ งความส ำค ญในการ ท จะต องม ส วนร วมร บผ ดชอบการ อธ บาย การลงความเห น และการ สร ปผลการเร ยนร ท น ำเสนอต อสาธารณชนด วยความ ถ กต อง สาระท ๘ ธรรมชาต ของ และเทคโนโลย ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙, ๑๐, ๑๑, ๑๒
สาระท ๘ ธรรมชาต ของและเทคโนโลย ใช กระบวนการทางและจ ตในการส บเสาะหาความร การแก ป ญหา ร ว าปรากฏการณ ทางธรรมชาต ท เก ดข น ส วนใหญ ม ร ปแบบท แน นอน สามารถอธ บายและตรวจสอบได ภายใต ข อม ลและเคร องม อท ม อย ในช วงเวลาน นๆ เข าใจว า เทคโนโลย ส งคม และส งแวดล อม ม ความเก ยวข องส มพ นธ ก น ต วช ว ดข อ ๑๒ จ ดแสดงผลงาน เข ยนรายงาน และ/หร ออธ บายเก ยวก บแนวค ด กระบวนการ และผลของโครงงาน หร อช นงานให ผ อ นเข าใจ สาระท ๘ ธรรมชาต ของ และเทคโนโลย ต วช ว ดข อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙, ๑๐, ๑๑, ๑๒ ต วช ว ดข อ ๑๑ บ นท กและอธ บายผลการส ำรวจ ตรวจสอบอย างม เหต ผล ใช พยาน หล กฐานอ างอ งหร อค นคว าเพ อ เต ม เพ อหาหล กฐานอ างอ งท เช อ ถ อได และยอมร บว าความร เด ม อาจม การเปล ยนแปลงได เม อม ข อม ลและประจ กษ พยานใหม เพ ม เต มหร อโต แย งจากเด ม ซ งท าทาย ให ม การตรวจสอบอย างระม ดระว ง อ นจะน ำมาส การยอมร บเป นความ ร ใหม
ต วช ว ดและ หน งส อเร ยน รายว ชาเพ มเต ม เคม ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ ภาคเร ยนท ๑ สาระท ๘ ธรรมชาต ของ และเทคโนโลย ใช กระบวนการทางและจ ตใน การส บเสาะหาความร การแก ป ญหา ร ว าปรากฏการณ ทางธรรมชาต ท เก ดข นส วนใหญ ม ร ปแบบท แน นอน สามารถอธ บายและตรวจสอบได ภายใต ข อม ลและ เคร องม อท ม อย ในช วงเวลาน นๆ เข าใจว า เทคโนโลย ส งคม และส งแวดล อม ม ความเก ยวข อง ส มพ นธ ก น เคม ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ ภาคเร ยนท ๑ มาตรฐาน ว ๓.๑ เข าใจสมบ ต ของสาร ความส มพ นธ ระหว างสมบ ต ของสารก บโครงสร างและแรงย ดเหน ยวระหว าง อน ภาค ม กระบวนการส บเสาะหาความร และ จ ต ส อสารส งท เร ยนร และนำาความร ไป ใช ประโยชน มาตรฐาน ว ๓.๒ เข าใจหล กการและธรรมชาต ของการเปล ยนแปลง สถานะของสาร การเก ดสารละลาย การเก ดปฏ ก ร ยา ม กระบวนการส บเสาะหาความร และจ ต ส อสารส งท เร ยนร และนำาความร ไปใช ประโยชน