เล มท 4 ว ธ การจ ดก จกรรม ปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ กองส ขศ กษา กรมสน บสน นบร การส ขภาพ กระทรวงสาธารณส ข
เล มท 4 ว ธ การจ ดก จกรรม ปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
คำนำ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ ม เป าหมายเพ อให ประชาชนเก ดการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพท ถ กต อง ซ งจะส งผลให ลดความร นแรงของโรคและไม เก ดผ ป วยรายใหม ในโรคท สามารถป องก นได เอกสาร ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ เป นความร พ นฐานท แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ สามารถนำไปประย กต ใช ใน การจ ดก จกรรมการเร ยนร เพ อปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพของประชาชน ท งในระด บบ คคล กล มบ คคลและช มชน โดยบ รณาการแนวทางในการจ ดการ เร ยนร ระหว างว ธ การจ ดก จกรรมการเร ยนร การจ ดป จจ ยแวดล อมท เอ อ ต อการเร ยนร การส อสารส ขภาพในช มชน และการใช ส อเพ อการปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพท เหมาะสม หว งเป นอย างย งว า เอกสารเล มน จะเป นประโยชน สำหร บแกนนำ ปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพระด บช มชนหร อเคร อข ายส ขภาพท เก ยวข องนำไป ประย กต ใช ในการจ ดก จกรรมการเร ยนร เพ อปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพของ ประชาชนต อไป กองส ขศ กษา เมษายน 2556
สารบ ญ หน า _ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 5 _ การจ ดก จกรรมการเร ยนร เพ อปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 6 s เทคน คการจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 8 ระด บบ คคล s เทคน คการจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 11 ระด บกล มบ คคล s เทคน คการจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 26 ระด บช มชน s การส อสารส ขภาพในช มชน 31 s ส อเพ อการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 34 _ การจ ดป จจ ยแวดล อมท เอ อต อการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 38 s ป จจ ยแวดล อมทางกายภาพ 39 s ป จจ ยแวดล อมทางช วภาพ 39 s ป จจ ยแวดล อมทางเศรษฐก จ ส งคม 40 s หล กการจ ดป จจ ยแวดล อมท เอ อต อ 41 การปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ _ คำถามท ายบท 44
การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ ในการดำเน นการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพน น ส งหน งท แกนนำ ปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพจำเป นท จะต องม ค อ ความร และความเข าใจ เก ยวก บว ธ การจ ดก จกรรมการเร ยนร เพ อการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ ซ งม หลากหลายว ธ การ และม ข นตอน/กระบวนการใช ท แตกต างก นออกไป การเร ยนร ว ธ การท เหมาะสมก บกล มเป าหมายแต ละระด บ จะทำให สามารถ เล อกใช ได อย างถ กต องและเก ดประส ทธ ผลส งส ด แต ในการจ ดก จกรรม ปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพน น การจ ดก จกรรมการสอน/ให ความร อย างเด ยว ไม ใช ส งท เพ ยงพอ จำเป นท จะต องม การจ ดป จจ ยแวดล อมท เอ อต อการเร ยนร ด งกล าวด วย และนอกจากน นในกระบวนการของการเร ยนให เก ดความ ตระหน ก ร บร และการเปล ยนแปลงพฤต กรรมส ขภาพน น การส อสารส ขภาพ น บว าเป นส งจำเป น ซ งหากม การใช ประกอบก บส อท เหมาะสม ก จะย งเป นการ เสร มแรงให การปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพน นเป นไปในท ศทางท แกนนำ ปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพต องการได ง ายข น บ คคล กล มบ คคล ช มชน เก ดการเปล ยนแปลง พฤต กรรมส ขภาพท ถ กต อง การจ ดก จกรรมปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพ การจ ดก จกรรม การเร ยนร เพ อปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพ การจ ดป จจ ยแวดล อม เพ อการปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพ ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 5
การจ ดก จกรรมการเร ยนร เพ อปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ การจ ดก จกรรมการเร ยนร เพ อปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ ค อ กระบวนการท ม งให บ คคล กล มบ คคล รวมถ งช มชนเก ดการเปล ยนแปลง พฤต กรรม ความค ด ให เป นไปในท ศทางท จะส งเสร มให เก ดภาวะส ขภาพท ด ซ งพบว า โดยท วไปแล วคนเราสามารถเก ดการเร ยนร เพ อการปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพได จากหลากหลายทาง เช น การได ย น การส มผ ส การอ าน หร อการใช ส อเทคโนโลย ต างๆ เป นต น การเร ยนร ของคนในแต ละว ยจะแตกต างก น เด กม กจะเร ยนร ด วยการเร ยนในห องเร ยน หร อการซ กถาม ในขณะท ผ ใหญ ม กเร ยนร ด วยประสบการณ ท ม อย ป ญหาส ขภาพท เก ดข นในป จจ บ น ม สาเหต ส วนใหญ มาจากการม พฤต กรรมส ขภาพท ไม พ งประสงค ของบ คคล จ งจำเป นท จะต องม การจ ดการ เร ยนร ด านส ขภาพ เพ อนำไปส การปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพให ม พฤต กรรมท เหมาะสม ซ งแนวทางในการจ ดการเร ยนร น น เป นบทบาทหน าท สำค ญท แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพควรท จะนำเสนอหร อจ ดให ก บ บ คคล กล มบ คคล หร อช มชน โดยอาศ ยเทคน คการจ ดก จกรรมปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพท เหมาะสมในแต ละระด บ 6 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
ว ธ การจ ดก จกรรมการเร ยนร เพ อปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ ว ธ การจ ดก จกรรม การเร ยนร ระด บบ คคล ระด บกล มบ คคล ระด บช มชน _ การสนทนา _ การให คำปร กษา ทางส ขภาพเป นรายบ คคล _ การบรรยาย _ การสาธ ต _ การลงม อปฎ บ ต _ การใช กรณ ต วอย าง/ บ คคลต นแบบ _ การใช สถานการณ จำลอง _ การแสดงบทบาทสมมต _ การบรรยายหม _ การอภ ปรายหม _ การระดมพล งสมอง _ การใช แผนท ความค ด _ การจ ดม มความร ด านส ขภาพ _ การจ ดป ายน เทศ _ การจ ดน ทรรศการ _ การจ ดเวท ประชาคม _ การจ ดทำโครงการ แก ป ญหาส ขภาพ ในระด บช มชน _ การรณรงค ด านส ขภาพ ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 7
1. เทคน คการจ ดก จกรรม ปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ ระด บบ คคล การจ ดการเร ยนร เพ อปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพรายบ คคลน น ม ความสำค ญค อนข างมากในการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ เน องจากเป น กระบวนการท ก อให เก ดการส อสารแบบสองทาง ระหว างแกนนำปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพก บประชาชนท ม ป ญหาทางส ขภาพ โดยม ว ธ การท สามารถ นำมาประย กต ใช ได แก การสนทนาและการให คำปร กษาทางส ขภาพเป นรายบ คคล 1.1 การสนทนา การสนทนาม กม ล กษณะเป นการแลกเปล ยนระหว างผ พ ดก บผ ฟ ง ซ งการสนทนาระหว างแกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพก บประชาชนท ม ป ญหาส ขภาพ เป นการส อสารทางส ขภาพในระด บบ คคลต อบ คคล ท ทำให เก ด การร บร ป ญหาและความต องการทางส ขภาพได อย างช ดเจน และเก ดความ เข าใจท ล กซ ง นำไปส การให คำแนะนำทางส ขภาพท เหมาะสม โดยแกนนำ ปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ ควรจะต องดำเน นการด งน 8 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
1. การเร มการสนทนา ต องพ จารณาว าผ ท เราสนทนาด วยม ความสน ทสนมใกล ช ดก น มากน อยเพ ยงใด จ งจะสนทนาในห วข อท ควรยกเป นประเด น เป นเร องท ไม ใช เร อง ล กซ งท ต องการร เป นพ เศษและไม ใช เป นเร องท อาจนำไปส ความข ดแย งได ง าย การสนทนาพ งระว งไม ละลาบละล วงในเร องส วนต ว ท ทำให ค สนทนาอ ดอ ดใจ โดยเฉพาะคนท เพ งร จ กก นใหม ๆ เวลาถามอะไรถ าเขาล งเล หร อท าท ไม อยาก ตอบไม ควรร กเร าหร อถามซ ำ ข อสำค ญต องพยายามระว งต ว ค ดก อนพ ด ค ดก อนถาม ไม ควรพ ดเร อยๆ โดยไม ได ค ด เพราะอาจเป นป ญหาใหญ ตามมา ภายหล ง 2. ข อควรปฎ บ ต ในระหว างการสนทนา 2.1 เป นน กฟ งท ด ใช วาจาไพเราะ 2.2 พ ดแต เร องท ทำให ค สนทนาหร อผ อย ในกล มสบายใจ และเร อง ท ไม เป นผลเส ยก บใคร 2.3 เม อม ข อข ดแย งในระหว างการสนทนา ต องพยายามไกล เกล ย ไม ให เก ดความร าวฉาน 2.4 อย าข ดคอค สนทนา เพราะจะเก ดความไม เป นม ตร และไม ควร จะข ามไปพ ดเร องอ นในขณะท ค สนทนากำล งเพล ดเพล นเก ยวก บเร องเด ม 2.5 อย าผ กขาดการสนทนาแต ผ เด ยว ในขณะเด ยวก นก ไม ควร ทำต วเป นเพ ยงผ ร บฟ งเฉย ๆ ควรซ กถามหร อพ ดโต ตอบในช วงท เหมาะสมเพ อ แสดงว าเป นผ ฟ งท ด และสนใจเร องท กำล งสนทนาอย 2.6 ถ าต องฟ งเร องท ไม สบอารมณ ควรฟ งอย างสงบ อย าล กหน มา เฉย ๆ ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 9
3. การจบการสนทนา การจบการสนทนาควรจบด วยความน มนวล เพ อสร างความร ส ก ท ด ต อก นต อไป ไม ควรจบการสนทนาอย างกระท นห น เพราะอาจทำให ค สนทนา ไม สบายใจว าได ทำอะไรผ ดพลาดหร อพ ดให เราเก ดความไม สบายใจข น เช นเด ยวก น ไม ควรใช เวลาสนทนาเน นนานเก นไปจนน ารำคาญและน าเบ อหน าย จนทำให เขาร ส กไม อยากสนทนาด วยในคร งต อๆ ไป 1.2 การให คำปร กษาทางส ขภาพเป นรายบ คคล การให คำปร กษาเป นกระบวนการช วยเหล อ ให บ คคลได สำรวจ ตนเอง จนเก ดความเข าใจตนเอง และการลงม อปฏ บ ต อย างเหมาะสม เพ อการ แก ป ญหา การปร บต ว การเปล ยนแปลงพฤต กรรมท พ งปรารถนา การบร หาร จ ดการช ว ตท เหมาะสม จนนำไปส การพ ฒนาตนเองให เป นผ ท ม ความเจร ญ งอกงามส วนบ คคล โดยในกระบวนการน จะประกอบด วยบ คคล 2 ฝ ายค อ _ ผ ให ความช วยเหล อ หร อท เร ยกว าผ ให คำปร กษา ซ งจะต องเป นผ ท ได ร บการฝ กอบรมเก ยวก บท กษะทางด านการช วยเหล อ มาเป นอย างด _ ฝ ายของผ มาขอความช วยเหล อซ งเป นผ ท ม ป ญหา ม ความ ค บข องใจและความไม สบายใจต างๆ ท ย งไม สามารถจ ดการก บความร ส กด งกล าวได จ งม ความต องการท จะแสวงหาความช วยเหล อเพ อแก ไขป ญหาเหล าน น _ โดยม หล กการท สำค ญของการช วยเหล อ ค อ ผ ให ความช วยเหล อ จะต องสร างส มพ นธภาพท ด ให เก ดข น และให คำปร กษาท เหมาะสม 10 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
2. เทคน คการจ ดก จกรรม ปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ ระด บกล มบ คคล การจ ดการเร ยนร เพ อปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพในระด บ กล มบ คคลท แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพสามารถนำมาประย กต ใช ได แก การบรรยาย การสาธ ต การลงม อปฏ บ ต การใช กรณ ต วอย าง/บ คคล ต นแบบ การใช สถานการณ จำลอง การแสดงบทบาทสมมต การอภ ปรายหม การบรรยายหม การระดมพล งสมอง การใช แผนท ความค ด การจ ดม มความร ด านส ขภาพ การจ ดป ายน เทศ และการจ ดน ทรรศการ 2.1 การบรรยาย การบรรยายเป นการพ ดท แสดงถ งความร ความเข าใจ ตลอดจนความ ค ดเห นต าง ๆ ของผ พ ดเพ อให เก ดความเข าใจและเร ยนร ในเร องน น ๆ ต อผ ฟ ง ซ งม ข นตอนของการจ ดการเร ยนร ด งน 1) ก อนการบรรยาย แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ ควรท จะ 1. หาข อม ลเก ยวก บผ ฟ งและสภาพแวดล อมล วงหน า 2. เตร ยมเน อหาสาระ 3. จ ดแบ งเวลาในการบรรยายในแต ละเน อหาให เหมาะสม 2) ระหว างดำเน นการบรรยาย 1. เม อจะเร มต นบรรยายควรสนทนาอย างเป นก นเองก บผ ฟ งเพ อปร บ อารมณ ให พร อมสำหร บการบรรยาย 2. การใช เส ยงควรจะให ได ย นช ดเจนโดยท วถ งก น ถ าเป นเร องสำค ญ ควรจะเน นหร อย ำเป นพ เศษ ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 11
3. สร างบรรยากาศให ด งด ดใจในการฟ ง ควรใช ส อประกอบการ บรรยายเพ อผ อนคลายบรรยากาศท น าเบ อหน าย 4. ท งช วงจ งหวะของการบรรยายให เหมาะสมตามเน อหาท จะ บรรยาย 5. ใช ภาษาท ฟ งแล วเข าใจง าย ถ าไม จำเป นไม ควรจะใช ภาษาต าง ประเทศ 6. เป ดโอกาสให ผ ฟ งได บ นท กข อความท ม สาระสำค ญโดยการพ ดช า ๆ และท งจ งหวะให เหมาะสม 7. แทรกต วอย างท เป นจร งระหว างการบรรยายบ อย ๆ 8. ก อนจะจบการบรรยายสร ปเน อหาท ได บรรยายมาอย างย อ ๆ ซ ำอ กคร งหน ง พร อมท งเป ดโอกาสให ผ ฟ งได ซ กถามในข อสงส ยต าง ๆ 3) เม อจบการบรรยาย ควรจะม การประเม นผลการ บรรยาย โดยส งเกตปฏ ก ร ยาของผ ฟ ง ระหว างการบรรยาย หร อจ ดให ม การ ประเม นหล งจากจบการบรรยาย 2.2 การสาธ ต การสาธ ต เป นการแสดงโดยใช เคร องม อประกอบ เพ อช วยให ผ ด เข าใจ อย างแจ มแจ งในเร องท ต องการจะให ร การสาธ ตจ งเป นว ธ ท น ยมใช ก นมากใน เร องท ต องการช กชวนให ผ ด ปฏ บ ต ตามหร อเปล ยนความเช อ ท ศนคต และ ค าน ยม เช น การใส ห วงค มกำเน ด การแปรงฟ นถ กว ธ การตรวจเบาหวานด วย ตนเอง เป นต น ซ งม ข นตอนของการจ ดการเร ยนร ด งน 12 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
1) ก อนการสาธ ต 1. วางแผนล วงหน า โดยพ จารณาส วนไหนของเน อหาท ควรจะใช ว ธ การสาธ ต 2. กำหนดว ตถ ประสงค ของการสาธ ตให ช ดเจน ว าต องการให ผ ด เก ด อะไรบ าง 3. ศ กษาข อม ลเก ยวก บระด บความร และประสบการณ เด มของผ ด โดยละเอ ยด เพ อจะได จ ดการสาธ ตให สอดคล องก บความต องการของผ ด 4. จ ดข นตอนของการสาธ ตให เป นไปตามลำด บ พร อมท งเตร ยม เน อหาในแต ละข นตอนให พร อม 5. จ ดเตร ยมว สด และเคร องม อท จำเป นจะต องใช ให พร อมและทำการ ทดสอบล วงหน า 6. ถ าจะต องม ผ ช วยการสาธ ต จะต องกำหนดบทบาทให ช ดเจน 7. เตร ยมสถานท ให พร อมโดยจ ดท น งให ผ ด ท กคนสามารถมองเห นได อย างท วถ ง 8. เตร ยมผ ฟ งโดยการบอกว ตถ ประสงค และอธ บายข นตอนต าง ๆ ของการสาธ ตให ร ล วงหน า 2) ระหว างดำเน นการสาธ ต 1. อธ บายให ด ร ว ากำล งทำอะไร ทำไม จ งต องทำและผลท จะเก ดข นค ออะไร 2. ดำเน นการสาธ ตตามข นตอนท เตร ยม โดยให ผ ด ได เห นอย างช ดเจนท กข นตอน 3. เน นความสำค ญของส งท ต องการให ร และจะต องอธ บายจนแน ใจ ว าเข าใจ จ งค อยดำเน นข นต อไป ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 13
4. ระหว างการสาธ ตจะต องเน นส งท ควรต องจำหร อต องปฏ บ ต 5. ขณะท ดำเน นการสาธ ตจะต องกระต นผ ด ให ม ส วนร วมโดยการถาม ให ตอบหร อให ลองทายด ว าอะไรจะเก ดข น 6. คอยส งเกตปฏ ก ร ยาของผ ด ว าแสดงความเข าใจหร อเบ อหน าย มากน อยแค ไหน เพ อจะได ปร บการสาธ ตให น าสนใจมากย งข น 7. แจกเอกสารประกอบการสาธ ตเพ อให ผ ด สามารถต ดตามการ สาธ ตในข นตอนต าง ๆ ได 3) เม อจบการสาธ ต ควรม การประเม นผลการสาธ ตโดยการซ กถาม หร อส งเกตปฏ ก ร ยาของผ ด 2.3 การลงม อปฏ บ ต การจ ดการเร ยนร เพ อปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพน น ท สำค ญ ประการหน งค อ การสร างท กษะส ขภาพ ซ งว ธ การจ ดการเร ยนร แบบน จะให ประสบการณ ตรงก บผ เข าร วมก จกรรม เน องจากเน นให ลงม อปฏ บ ต จร ง เป นการจ ดการเร ยนร ท ม งให เก ดการผสมผสานระหว างทฤษฎ และภาคปฏ บ ต โดยล กษณะสำค ญท พบค อ การลงม อปฏ บ ต ม กดำเน นการภายหล งการสาธ ต การทดลองหร อการบรรยายทางส ขภาพมาแล ว การเร ยนร โดยการปฏ บ ต จ งเป นการฝ กฝนความร ความเข าใจจากทฤษฎ ส ขภาพท เร ยนมาโดยเน นการ ฝ กท กษะส ขภาพให เก ดข น ม ข นตอนการจ ดการเร ยนร 1. ข นเตร ยม แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ ต องกำหนด จ ดม งหมายของการฝ กปฏ บ ต รายละเอ ยดของข นตอนการทำงาน เตร ยมส อ ส ขภาพต าง ๆ ให พร อม 14 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
2. ข นดำเน นการ แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพให ความร และ ท กษะทางส ขภาพท เป นพ นฐานในการปฏ บ ต มอบหมายงานท ปฏ บ ต เป นกล ม หร อรายบ คคล 3. ข นสร ป แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพและผ เข าร วม ก จกรรม ช วยก นสร ปก จกรรมการปฏ บ ต งาน ซ งในกระบวนการของการ ปร บเปล ยนพฤต กรรมน นการให ผลสะท อนป อนกล บท นท จะทำให ผ เข าร วม ก จกรรมเก ดการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพไปในท ศทางท พ งประสงค มากข น 4. ข นประเม นผล เป นข นตอนของการส งเกตพฤต กรรมส ขภาพของ ผ เข าร วมก จกรรมท เป นพฤต กรรมปลายทาง ว าม การเปล ยนแปลงหร อไม เช น พฤต กรรมการออกกำล งกาย ว าม การออกกำล งกายถ กต อง สม ำเสมอหร อไม อย างไร 2.4 การใช กรณ ต วอย าง /บ คคลต นแบบ การใช กรณ ต วอย างหร อบ คคลต นแบบ เป นว ธ การท ม งช วยให ผ เข าร วม ก จกรรมฝ กฝนการเผช ญและแก ป ญหาทางส ขภาพโดยไม ต องรอให เก ด ป ญหาจร ง เป นว ธ การท เป ดโอกาสค ดว เคราะห และเร ยนร ความค ดของผ อ น ช วยให ม ม มมองทางส ขภาพท กว างข น ม ข นตอนสำค ญค อ 1. แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ / ผ เข าร วมก จกรรมนำเสนอ กรณ ต วอย างหร อบ คคลต นแบบ 2. ผ เข าร วมก จกรรมศ กษากรณ ต วอย าง หร อบ คคลต นแบบ 3. ผ เข าร วมก จกรรมอภ ปรายประเด นคำถามเพ อหาคำตอบ ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 15
4. แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ และผ เข าร วมก จกรรม อภ ปรายคำตอบ 5. แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ และผ เข าร วมก จกรรม อภ ปรายเก ยวก บป ญหา ว ธ แก ป ญหา และสร ปการเร ยนร ทางส ขภาพท ได ร บ ในทางปฏ บ ต น น นอกจากการท เราจะเร ยนร จากกรณ ต วอย างหร อ บ คคลต นแบบแล วน น เราอาจท จะสามารถพ ฒนาให กล มประชาชน เป าหมายม พฤต กรรมส ขภาพท ด ข นได โดยการจ ดประกวดบ คคลต นแบบ เพ อให เก ดการแข งข นหร อพ ฒนาพฤต กรรมส ขภาพให ด ข น และทำให เราได บ คคลต นแบบทางส ขภาพมากข นในช มชน สามารถท จะหย บยกเป นกรณ ศ กษาต อไปได ในอนาคต 2.5 การใช สถานการณ จำลอง ในบางคร งการจ ดการเร ยนร เพ อปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพน น ก อาจไม สามารถท จะใช สถานการณ จร งมาเป นส อในการจ ดการเร ยนร ได การจ ดการเร ยนร โดยใช สถานการณ จำลองจ งเป นอ กทางเล อกหน ง โดยม ข นตอน การจ ดการเร ยนร ด งน 1. ข นเตร ยม แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพเตร ยม สถานการณ โดยกำหนดจ ดม งหมายของการเร ยนร เล อกร ปแบบและข นตอน ท เหมาะสม เข ยนเน อหารายละเอ ยดและอ ปกรณ ท ต องใช 16 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
2. ข นดำเน นการ แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพอธ บาย บทบาทหร อกต กา ว ธ การเล น ว ธ การประเม นผลแล วทำการแบ งกล มผ เข าร วม ก จกรรม ให ปฏ บ ต ก จกรรมท กำหนด โดยม แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรม ส ขภาพให คำแนะนำ ด แลการเล น ส งเกต จดบ นท ก และประเม นผ เข าร วม ก จกรรมเป นรายบ คคล 3. ข นสร ป แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพจะช วยสร ปด วยการ ว เคราะห กระบวนการเร ยนร เปร ยบเท ยบบทเร ยนท ได ร บจากสถานการณ จำลองก บโลกแห งความเป นจร ง หร อเช อมโยงก จกรรมท ปฏ บ ต ไปแล วก บ ว ถ ช ว ต 2.6 การแสดงบทบาทสมมต การแสดงบทบาทสมมต ค อ กระบวนการท ผ สอนใช ในการช วยให ผ เร ยนเก ดการเร ยนร ตามว ตถ ประสงค ท กำหนด โดยการให ผ เร ยนสวมบทบาท ในสถานการณ ซ งม ความใกล เค ยงก บความเป นจร ง และแสดงออกมาตาม ความร ส กน กค ดของตน โดยม ข นตอนการจ ดการเร ยนร โดยใช บทบาทสมมต ด งน 1. ข นเตร ยมการ ได แก การเตร ยมจ ดประสงค ของการแสดงบทบาท สมมต ให แน ช ดและเฉพาะเจาะจงว าต องการให ผ เร ยนเก ดความร ความเข าใจ อะไรบ างจากการแสดง และการเตร ยมสถานการณ สมมต ให สอดคล องก บ จ ดประสงค ท กำหนดไว 2. ข นดำเน นการ โดยจะต องม การเล อกผ แสดง เตร ยมความพร อม ของผ แสดง และจ ดฉากการแสดง ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 17
3. ข นว เคราะห และอภ ปรายผลการแสดง เป นข นท จะช วยให ผ เร ยนได รวบรวมข อม ลต าง ๆ ท ได ส งเกตเห นและนำมาว เคราะห อภ ปรายจนเก ด เป นการเร ยนร ท ม ความหมายสำหร บตนเอง 4. ข นแสดงเพ มเต ม หล งจากการว เคราะห และอภ ปรายผลการแสดง แล ว กล มอาจจะเสนอแนวทางใหม ๆ ในการแก ป ญหาหร อการต ดส นใจ แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพอาจจะให ม การแสดงเพ มเต มก ได 5. ข นแลกเปล ยนประสบการณ และสร ป หล งจากอภ ปรายเก ยวก บการแสดง แล วแกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพควรกระต นให ผ เร ยนได แลกเปล ยน ประสบการณ ท ม ส วนส มพ นธ หร อเก ยวข องก บเร องท ได ศ กษาแก ก นและก น 2.7 การบรรยายหม การบรรยายหม เป นล กษณะของการให ความร แก ผ ฟ งโดยกล มบ คคล ประมาณ 3 5 คน โดยท กล มบ คคลด งกล าว ควรท จะเป นผ ม ความร และ ประสบการณ ในเร องท จะบรรยาย และม ผ ดำเน นการบรรยายเป นผ ท คอยเช อมข อม ล ของผ ร วมบรรยายแต ละคน ในการดำเน นงานน นจะมอบหมายให ผ ร วมบรรยาย แต ละคนม หน าท พ ดในส วนใดส วนหน งของเร องท จะบรรยายเป นตอน ๆ ต ดต อก น จนจบเร อง โดยกระบวนการของการบรรยายหม น น สามารถดำเน นการได ด งน 1) ก อนการบรรยายหม 1. ควรท จะม การจ ดเตร ยมสถานท /อ ปกรณ ในการบรรยายหม ให พร อม เช น l จ ดท น งสำหร บผ ฟ งให สบายและสามารถมองเห นหน า ผ บรรยายท กคน และสามารถล กข นเด นเข าออกได เม อต องการจะถามหร อ แสดงความค ดเห นเพ มเต ม 18 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
l สถานท ควรม ขนาดพอเหมาะก บจำนวนผ ฟ ง ม เวท เคร อง ขยายเส ยง และแสงสว างพอเหมาะ l ควรจ ดท น งสำหร บผ บรรยายในล กษณะร ปคร งวงกลมหร อ เป นแถวตรงโดยจ ดให ผ นำการบรรยายน งอย ตรงกลาง l จ ดเตร ยมอ ปกรณ ต าง ๆ ท จำเป นจะต องใช ในการบรรยายให พร อม 2. ผ ดำเน นการบรรยาย ควรเช ญผ บรรยายท กท านมาประช มก น ก อนถ งว นท จะทำการบรรยายเพ อปร กษาหาร อและแบ งห วข อท จะบรรยาย พร อมท งกำหนดเวลาท แต ละคนจะบรรยาย และอาจจะขอร องให ผ ร วม ประกอบเตร ยมเอกสารมาแจกผ ฟ งด วยหากพอจะจ ดทำได 2) ระหว างการบรรยายหม จะสามารถแบ งบทบาทออกเป น 2 ฝ าย ค อ 1. ผ ดำเน นการบรรยาย จะต องดำเน นการด งน 1.1 นำผ บรรยายท กคนข นบนเวท และเร มการบรรยายตามเวลาท กำหนด 1.2 กล าวเป ดการบรรยาย บอกว าจะบรรยายเร องอะไร พร อม ท งกล าวแนะนำผ บรรยายท กคนตามลำด บ 1.3 เช ญผ บรรยายแต ละท านบรรยายตามลำด บท ได จ ดเอาไว 1.4 จ บประเด นสำค ญ ๆ และจดบ นท กไว เพ อสร ปอย างย อ ๆ หล งจากท ผ บรรยายได บรรยายจบ 1.5 เม อผ บรรยายได บรรยายเสร จท กคนแล ว ควรจะต องเช ญให บรรยายเพ มเต มในส งท ผ บรรยายแต ละท านต องการจะเพ มเต ม 1.6 เป ดโอกาสให ผ ฟ งได ถามคำถาม พร อมท งทำหน าท ตอบ คำถามด วยตนเองบ าง หร อจ ายคำถามให ผ บรรยายท านอ นตอบบ าง ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 19
1.7 กล าวป ดการบรรยายด วยการสร ปเร องราวท ได บรรยายมา ท งหมดอย างย อ ๆ อ กคร งหน ง พร อมท งกล าวขอบค ณผ ร วมบรรยายและผ ฟ ง พร อมท งกล าวป ดการบรรยาย 2. ผ บรรยาย ควรจะต องปฏ บ ต ด งน 2.1 จ ดและเร ยบเร ยงเร องท เตร ยมเพ อบรรยายเป นอย างด 2.2 แสดงสถ ต อย างช ดเจนในกรณ ท จำเป นต องใช 2.3 พยายามพ ดให ช ดเจนน าฟ ง และใช ภาษาท เข าใจง าย 2.4 ร กษาเวลาในการบรรยาย 3) เม อจบการบรรยายหม ควรม การประเม นผลการบรรยายหม โดย การส งเกตปฏ ก ร ยาของผ เข าร วมร บฟ งการบรรยาย 2.8 การอภ ปรายหม การอภ ปรายหม ม ล กษณะคล ายคล งก บการบรรยายหม ค อ เป นว ธ การ ท เช ญผ ท ม ความร และม ประสบการณ มากในแขนงเด ยวก นหร อต างแขนง ก นจำนวนประมาณ 3-6 คน มาร วมอภ ปรายในห วข อเร องหร อป ญหาต าง ๆ ท เป นท สนใจของผ ฟ ง จะต างก นก ตรงท ในการอภ ปรายน นผ ร วมอภ ปรายม เสร ภาพอย างกว างขวาง สามารถแสดงความค ดเห นในเร องท อภ ปรายได จะพ ดไปในแนวใดอย างใดก ได ไม จำเป นต องพ ดจำก ดอย เพ ยงห วข อใด ห วข อหน งเท าน น และในขณะท ดำเน นการอภ ปราย ผ ร วมอภ ปรายสามารถท จะ ซ กถามป ญหาหร อข อข องใจระหว างก น และก นได สำหร บเวลาท ใช ในการ อภ ปรายแต ละรอบน น ประมาณ 10 15 นาท และอภ ปรายก น 1 2 รอบ ส ดแล วแต เวลาท กำหนดให โดย กระบวนการของการอภ ปรายหม น น สามารถดำเน นการได ด งน 20 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
1) ก อนการอภ ปรายหม 1. ผ ดำเน นการอภ ปราย ควรท จะพบปะคณะผ อภ ปรายล วงหน า เพ อทำความร จ ก ประสานงานและตกลงก นในขอบเขตของการอภ ปราย ห วข อ อภ ปราย และกำหนดช วงเวลาให เหมาะสม 2. จ ดท น งสำหร บผ ร วมอภ ปรายให เร ยบร อย โดยจ ดให ผ ท พ ดเก งน ง คนละม มโต ะ ผ ท พ ดไม เก งควรจะน งตรงกลาง 2) ระหว างการอภ ปรายหม จะสามารถแบ งบทบาทออกเป น 2 ฝ าย ค อ 1. ผ ดำเน นการอภ ปราย จะต องดำเน นการด งน 1.1 แนะนำคณะผ อภ ปรายท ก ๆ คนตามลำด บ 1.2 กล าวนำการอภ ปราย โดยการช แจงถ งเหต ท นำเอาห วข อเร อง น นมาพ ด 1.3 ขณะท ผ อภ ปรายกำล งพ ด ต องต งใจฟ งพร อมท งสร ปประเด น สำค ญ ๆ เอาไว สำหร บสร ปหล งจากท ผ พ ดแต ละคนพ ดเสร จแล ว 1.4 พยายามทำให บรรยากาศการอภ ปรายเป นก นเองตลอดเวลา 1.5 ร วมการอภ ปรายโดยการถามป ญหาเพ อความกระจ าง 1.6 สร ปตอนท ายของการอภ ปรายให ช ดเจนอ กคร งหน ง 2. ผ อภ ปราย ควรจะต องปฏ บ ต ด งน 2.1 พ ดให ช ดเจน ตรงประเด น และไม ออกนอกเร อง 2.2 ใช เวลาในการพ ดให เหมาะสม ไม ผ กขาดการพ ดคนเด ยวและ ใช ภาษาท ส ภาพ 2.3 ขณะท ผ อภ ปรายอ นพ ด จะต องต ดตามฟ งโดยตลอด พร อมท ง จดข อความอย างย อ ๆ เพ อท จะได พ ดหร ออภ ปรายให ต อเน องก น ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 21
3) เม อจบการอภ ปรายหม ควรม การประเม นผลการอภ ปรายหม โดยการส งเกตปฏ ก ร ยาของผ เข าร วมร บฟ งการอภ ปรายหม 2.9 การระดมพล งสมอง เทคน คน ม ล กษณะสำค ญ ค อ ม การแบ งผ เข าร วมก จกรรมเป น กล มเล ก ๆ ช วยก นค ดหาคำตอบหร อทางเล อก สำหร บป ญหาส ขภาพท กำหนด ให มากท ส ดและเร วท ส ดเท าท จะทำได แล วช วยก นพ จารณาเล อกทางเล อกท ด ท ส ดในการแก ป ญหาส ขภาพ หร อการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพในกล ม ของตนเอง ซ งอาจม มากกว าหน งแนวทางก ได โดยม ข นตอนในการระดมสมอง 1. กำหนดป ญหาส ขภาพ 2. แบ งกล มเข าร วมก จกรรม และอาจเล อกประธานหร อเลขา เพ อช วยในการอภ ปรายป ญหาส ขภาพและบ นท กผล 3. สมาช กท กคนในกล มช วยก นค ดหาคำตอบหร อทางเล อกสำหร บ ป ญหาส ขภาพท กำหนดให มากท ส ดภายในเวลาท กำหนด โดยป ญหาส ขภาพ ของแต ละกล มอาจเป นป ญหาเด ยวก นหร อต างก นก ได 4. ค ดเล อกเฉพาะทางเล อกในการแก ป ญหาส ขภาพท น าจะเป นไปได หร อเหมาะสมท ส ด 5. แต ละกล มนำเสนอผลงานของตน 6. อภ ปรายและสร ปผล 22 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
2.10 การใช แผนท ความค ด การทำแผนท ความค ด น นพ ฒนาจากการจดบ นท กแบบเด มๆ ท บ นท ก เป นต วอ กษร เป นบรรท ด เป นแถว โดยด นสอหร อปากกา มาเป นการบ นท ก เป นคำ ภาพ ส ญล กษณ แบบแผ เป นร ศม ออก รอบๆ ศ นย กลางเหม อนการ แตกแขนงของก งไม โดยใช ส ส นให น าสนใจ โดยสามารถนำมาประย กต ใช ก บการจ ดการ เร ยนร ส ขภาพได อย างหลากหลาย ท งในส วน ของการนำไปใช ก บก จกรรมส ขภาพในช ว ต ส วนต ว การวางแผนป ญหาส ขภาพ การต ดส น ใจแก ป ญหา การนำเสนอ ฯลฯ 2.11 การจ ดม มความร ด านส ขภาพ ม มความร เป นแหล งรวบรวมเอกสาร หน งส อต างๆ นานาชน ด ส งพ มพ ชน ดต างๆ และส อโสตท ศน ต างๆ ซ งให ความร ความบ นเท ง อาจจะ รวมไปถ งการใช เวลาพ กผ อน เหมาะสำหร บการเข ามาใช เวลาว างให เก ด ประโยชน หร อเพ อการเข ามาศ กษา หาความร ให ก บตนเอง สถานท ด งกล าวม การแบ งส ดส วนช ดเจน ม พ นท พอสมควร ม ต ม ช นเร ยง หน งส อ ซ งถ กจ ดเร ยงอย างเป น ระเบ ยบพอท จะเห นภาพได ว า ค อ ม มความร น นเอง ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 23
2.12 การจ ดป ายน เทศ ป ายน เทศ หร อท เร ยกก นท วไปว าบอร ดความร เป นแผ นป ายส อ ท ศนว สด ท ประกอบด วย ภาพ ส ญล กษณ ว สด ของจร ง จำลอง ต วอ กษรข อความ ส นๆ ท ม การออกแบบลำด บข นตอนให เหมาะสมก บการเร ยนร ของผ ด และนำ มาต ดต งเพ อแสดงให ผ ด เก ดความร ความเข าใจ เก ดแนวความค ด ได ร บข อม ล ข าวสารและเน อหาว ชาการใหม ๆ ท จะต องเร ยนร ต อไป หร อใช ช วยในการ อธ บายเร องราวต างๆ ให เก ดความเข าใจได ด และรวดเร วย งข น นอกจากน ย งใช ในการทบทวนความร บทเร ยน หร อเหต การณ ท ได เร ยนร ไปแล วให จดจำและ นำไปใช ประโยชน ต อไปได ป ายน เทศต างก บป ายประกาศท วๆ ไป ค อ ม ร ปภาพ ส ญล กษณ ว สด และต วอ กษรข อความส นๆ ช วยอธ บายเสร มให ผ ด เก ดการเร ยนร ได ด ข น ส วนป ายประกาศจะม ต วอ กษรข อความเป นใหญ ป ายน เทศจ งจ ดให ด ม ใช จ ด มาให อ านป ายประกาศ ป ายน เทศม หลายร ปแบบให เล อกใช ได ตามความเหมาะสม ก บล กษณะงาน สภาพการณ หร อทร พยากรท ม อย และหาได ง ายในท องถ นน น ร ปแบบการต ดต งป ายน เทศม หลายแบบ เช น แบบต ดถาวร แบบเคล อนท ได แบบต ง แบบแขวน แบบพ บได เป นต น โดยท ว สด ท ใช ทำป ายน เทศ ม มากมายหลายชน ด เช น กระดาษชานอ อย กระดาษอ ด ไม อ ด ผ า เส อกก ร วไม ไผ ตะแกรงไม ไผ สาน ตะแกรงลวด ตะแกรงเหล ก เช อกข ง ลวดข ง ฯลฯ เป นต น ซ งแกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพสามารถท จะสร างสรรค ได ด วยตนเอง โดยเน นการใช ว สด ท หาได ง ายในท องถ นของตนเอง 24 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
2.13 การจ ดน ทรรศการ น ทรรศการเป นส อประเภทก จกรรมท นำเอาส อหลายๆ ชน ด มาจ ดแสดง ณ ท ใดท หน ง เพ อให คนด ได ร บข อม ลอ นเป นประโยชน ต อตนเอง ต อบ คคลในครอบคร ว และช มชน ซ งกำล งได ร บความน ยมอย างแพร หลาย ในย คป จจ บ น ไม ว าจะเป นการจ ดน ทรรศการเก ยวก บเร องของส ขภาพอนาม ย การแพทย และสาธารณส ข ศ ลปว ฒนธรรม การศ กษาและการประชาส มพ นธ ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 25
3. เทคน คการจ ดก จกรรม ปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ ระด บช มชน การจ ดการเร ยนร เพ อปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพในระด บช มชน ท แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพสามารถนำมาประย กต ใช ได แก การจ ด เวท ประชาคมด านส ขภาพ การจ ดทำโครงการแก ป ญหาส ขภาพในระด บช มชน และการรณรงค ด านส ขภาพ เป นต น 3.1 การจ ดเวท ประชาคมด านส ขภาพ ประชาคม เป นการรวมต วของสมาช กในช มชนเพ อรวมก นทำก จกรรม ต างๆ ของช มชนด วยตนเอง เช น การแก ไขป ญหาของช มชน การกำหนด ข อตกลงร วมก น โดยกระบวนการม ส วนร วมของประชาชนท ม ว ตถ ประสงค หร อสนใจในเร องเด ยวก น เป นการรวมต วก นตามสถานการณ หร อสภาพ ป ญหาท เก ดข น การดำเน นการเวท ประชาคมน น ม ข นตอนด งน 26 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
1. การเตร ยมการก อนการท าเวท ประชาคม ในข นตอนน ผ ดำเน นการ ประชาคม จะต องจ ดเตร ยมเร องต อไปน l การเตร ยมประเด นท ต องการในเวท ประชาคม l การเตร ยมข อม ลเก ยวก บกล มท จะดำเน นการประชาคม l การเตร ยมข นตอน เคร องม อ และอ ปกรณ ส าหร บการท า ประชาคม l การเตร ยมแนวค าถาม l การเตร ยมท มงานจ ดเวท ประชาคม 2. กระบวนการด าเน นการเวท ประชาคม ม ข นตอนด งน 2.1) การท าความร จ กก นระหว างผ เข าร วมอภ ปราย และท มงาน จ ดการ 2.2) บอกว ตถ ประสงค ของการจ ดเวท ประชาคม 2.3) การเกร นน าเข าส ท มาท ไปของประเด นส าหร บการอภ ปราย ในเวท ประชาคม 2.4) การวางกฏ และระเบ ยบของการจ ดเวท ประชาคมร วมก น 2.5) การอภ ปรายประเด นหร อป ญหา 2.6) การสร ป 3. กระบวนต ดตาม-ประเม นผล เป นข นตอนการต ดตาม ไปด ว า ม การด าเน นการอย างใดอย างหน งหร อไม ตามท ได ตกลงก นไว เป นข นตอนท จ าเป นต องเป ดโอกาสให ประชาชนหร อผ ท ม ส วนเก ยวข องได เข ามาม ส วนร วมในการต ดตามผล โดยอาจจะก าหนดบทบาทหน าท ท าแผนการ ต ดตาม และก าหนดว ธ การต ดตามร วมก น และม การต ดตามร วมก นอย าง สม ำเสมอตามแผนท วางไว ในขณะท ข นตอนของการประเม นผล จะดำเน นเพ อ ตรวจสอบการเปล ยนแปลงภายหล งการจ ดเวท ประชาคมว าประชาชนม ค ณภาพช ว ตท ด ข นหร อไม เม อม การจ ดการอย างใดอย างหน งแล ว และเพ อ ประเม นท งประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลของกระบวนการจ ดเวท ประชาคม ท งหมดว า ได ร บความร วมม อมากน อยเพ ยงใด ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 27
3.2 การจ ดทำโครงการแก ป ญหาส ขภาพในระด บช มชน ว ธ การจ ดการเร ยนร เพ อปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพแบบโครงการ เป นว ธ การจ ดการเร ยนร ท ให ประชาชนในช มชน ได ม การจ ดทำโครงการส ขภาพ และดำเน นงานให สำเร จตามโครงการน น น บว าเป นการจ ดการเร ยนร ท สอดคล องก บสภาพช ว ตจร งของผ เข าร วมก จกรรม โดยจะต องเร มทำงานน ด วยการต งป ญหา ดำเน นการแก ป ญหาด วยการลงม อทำจร ง เช น การดำเน นการ โครงการช มชนร กษ สะอาด โครงการจ ดต งสหกรณ ผ กปลอดสารพ ษเพ อ ส ขภาพ เป นต น โดยม ข นตอนในการจ ดการเร ยนร ด งน 1. สร างท มงาน การจ ดต งท มในการดำเน นงานปร บเปล ยนพฤต กรรม ส ขภาพของช มชน โดยม แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพระด บช มชน เป นแกนหล กในการข บเคล อน และร วมดำเน นการในพ นท 2. จ ดทำแผนงาน/โครงการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ เป นข นท ม ค ณค าต อประชาชนในช มชนเป นอย างมาก ค อ ประชาชนในช มชนจะช วยก น วางแผนว าทำอย างไรจ งจะบรรล ถ งจ ดม งหมายของส ขภาพ หร อการปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพท ตนเองหร อช มชนต องการได จะใช ว ธ การใดในการ ทำก จกรรมท เหมาะสมต อการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพหร อการแก ป ญหา ส ขภาพน นๆ 3. จ ดการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพหร อดำเน นการก จกรรม เป นข น ลงม อกระทำก จกรรมส ขภาพ หร อลงม อแก ป ญหาตามแผนงาน/โครงการ ท กำหนด แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพคอยส งเสร มให ประชาชน ในช มชนได กระทำตามความม งหมายท กำหนดไว ให ค ดและต ดส นใจ ด วยตนเองให มากท ส ดและควรช แนะให ประชาชนในช มชนร จ กว ดผลการทำ ก จกรรมน นๆ เป นระยะๆ เพ อเป นผลสะท อนป อนกล บให ก บตนเอง เช น การช งน ำหน กสม ำเสมอในกล มผ ป วยโรคอ วน เป นต น 28 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
4. ข นประเม นผล เป นข นตอนท ประชาชนในช มชนทำการประเม นผลว า ก จกรรมหร อโครงการส ขภาพท ทำน นบรรล ตามความม งหมายท ต งไว หร อไม ม ข อบกพร องอย างไรและควรแก ไขให ด ข นได อย างไร 3.3 การรณรงค ด านส ขภาพ การรณรงค เป นก จกรรมการส อสารเพ อโน มน าวใจ โดยม การกำหนด ช ดก จกรรมการส อสารท วางแผนไว ล วงหน า รวมถ งการกระทำต างๆ เพ อ แพร กระจายข าวสาร โดยผ านส อจำนวนหน ง ณ ช วงเวลาท กำหนด เพ อให สารเข าถ งประชาชนกล มเป าหมายได มากท ส ด หร อค มค ามากท ส ดต อความ พยายามลงท นลงแรงในการดำเน นงานเพ อปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพใน ช มชนน น การรณรงค เป นว ธ การหน งท ทำให ประชาชนเก ดความสนใจและ ต นต วท งต อป ญหาส ขภาพและการเข ามาม ส วนร วมในการแก ป ญหาส ขภาพของ ช มชน โดยม ข นตอนการดำเน นการด งน 1. เก บรวบรวมข อม ลกล มเป าหมายผ ร บสาร/ประเด นป ญหา/ หล กการ เหต ผล/ความค ดเห น/ข อม ลด านแรงจ งใจ/ ท ศนคต ของกล มเป าหมาย ตลอดจนพฤต กรรมกล มเป าหมายผ บร โภค/ผ ใช บร การหร อประชาชน 2. วางแผนการณรงค โดยจะต องม การดำเน นการด งน l กำหนดว ตถ ประสงค และเป าหมายท ช ดเจน l กำหนดประเด นหล กท ต องการรณรงค l กำหนดกล มเป าหมายหล ก กล มเป าหมายรอง l กำหนดระยะเวลาการรณรงค l เตร ยมงบประมาณและทร พยากรอ นๆ ในการดำเน นการ ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 29
3. การเล อกใช ส อในการรณรงค l กำหนดชน ดของส อท ต องใช ความบ อย/ความครอบคล ม ช วงเวลาท ต องการ l กำหนดเน อหาและร ปแบบข าวสาร กระช บ เข าใจ l จำง าย ไม ซ บช อน 4. นำแผนไปปฏ บ ต (Implementation) โดยกำหนดว นส นส ดของการ รณรงค โดยผ านส อท ได ม การเล อก หร อกำหนดไว 5. ประเม นผลการรณรงค และการทำงาน เพ อว ดประส ทธ ภาพ/ ประส ทธ ผลของการเผยแพร และการใช ส อ ท งน เพ อจะได นำผลจากการ ประเม นมาใช เป นประโยชน และวางกลย ทธ ต อไป 30 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
การส อสารส ขภาพในช มชน การดำเน นงานส อสารส ขภาพในช มชน เป นป จจ ยสำค ญประการหน ง ท จะทำให ช มชนม ส ขภาพด การม ส วนร วมของประชาชนในช มชนในด าน การส อสารส ขภาพเป นส งจำเป น โดยพบว า การส อสารส ขภาพในช มชนน น จะเป นการถ ายทอดข อม ลข าวสารด านส ขภาพโดยผ านส อประเภทใดก ได ซ งข อม ลข าวสารด านส ขภาพน นจะม การไหลเว ยนจากท กทางท งภายในช มชน และไปส ภายนอกช มชน โดยอาศ ยส งแวดล อมทางการส อสารต างๆ ตามว ถ การดำเน นช ว ตของช มชนน นๆ อาท เช น การใช ส อพ นบ านเป นเคร องม อส อสาร ส ขภาพ ด งพบว า ม การใช เพลงพ นบ าน หมอลำ กลอนลำ ท ส อถ งคำสอนด าน ส ขภาพต าง ๆ การใช เหต การณ ประเพณ เป นจ งหวะ โอกาส ในการส อสาร เช น การรณรงค งดเหล าเข าพรรษา เป นต น ในขณะเด ยวก นก พบว า ภาคธ รก จ น นม การใช การส อสารท ส งผลท งบวกและลบ ด งจะเห นว าม การโฆษณาขาย ส นค าส ขภาพต าง ๆ โดยอ างอ งประโยชน ต อร างกายเก นจร ง การส อสารเป นองค ประกอบสำค ญของการพ ฒนาในท กแง ม ม และ ท กระด บในการส งเสร มส ขภาพ การส อสารเป นกลไกในการเช อมร อยให เก ด การเปล ยนแปลงโดยเฉพาะในระด บบ คคล ช มชน และท สำค ญค อ การส อสาร ทำหน าท ในการสร างการม ส วนร วมของช มชน การส อสารส ขภาพท ม การนำ มาใช และสร างการม ส วนร วมได ด ค อ ส อพ นบ าน ซ งเป นร ปแบบของการส อสาร ทางว ฒนธรรมท ได ร บการส งสมและส บทอดมาอย างเป นระบบ และก อเก ด เป นการส อสารท เป นเอกล กษณ ของคนในส งคม เช น ประเพณ การละเล นและ พ ธ กรรมต าง ๆ อาท เช น การรำมโนราห ของทางใต การต มโฮมส อนขว ญของ ยโสธร ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 31
ส อพ นบ านม บทบาทสำค ญก บการส อสารส ขภาพ ค อ การสร างการม ส วนร วม จ งเป นการส อสารท สามารถสร างการเปล ยนแปลงส พฤต กรรม ส ขภาพท ม ความต อเน อง กรณ ต วอย างส อพ นบ าน เช น โครงการกลองสะบ ดไชย ทางภาคเหน อ การทำประเพณ ขว ญข าว เพ อส งเสร มส ขภาวะทาง จ ตว ญญาณ ส อพ นบ านท ม บทบาทในการสอนสต เช น การฝ กรำมโนราห ส อพ นบ านก บการสอนส งท ยาก เช น การสอนในเร องเพศ ซ งน บว าเป นเร องยาก ก ม นำมาประย กต ใช ได เช น การใช ค าวซอในการสอนเพศศ กษาของทาง ภาคเหน อ (ค าวซอเป นวรรณกรรมท ส บเน องมาจากค าวธรรมซ งแต งข นเพ อ ใช เทศน ให ชาวบ านฟ งท ว ด สำหร บผ ท ไม ได มาฟ งท ว ด ก ได อาศ ยฟ งค าวซอแทน เพราะค าวซอม เน อเร องทำนองเด ยวก นก บค าวธรรมแต ต างก นในร ปแบบของ การประพ นธ ) เป นต น การส อสารส ขภาพในช มชนน น เป นการนำท กษะต างๆมาใช ในการ รวบรวมความค ดเห นของประชาชนในช มชน และม การเคล อนย ายทร พยากร ต างๆท ม อย ในช มชนมาใช เพ อสน บสน นให เก ดนโยบาย กฎหมาย หร อเพ อ ก อให เก ดการม องค กรท แน ช ดในการร บผ ดชอบงานด านการปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพในช มชน แนวทางของการดำเน นงานส อสารส ขภาพในช มชนน น จะต องเน น การทำก จกรรมตามท ได ร วมก นวางแผนไว กล าวค อ แกนนำปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพจะต องม บทบาทในการร วมวางแผนในการส อสาร ด านส ขภาพก บประชาชนในช มชน ซ งในกระบวนการดำเน นงานน นอาจม การปร บเปล ยนแผนการดำเน นงานได ตามสถานการณ ท เปล ยนแปลงไป เพ อให เข าก บช มชนมากท ส ด และควรท จะม การประช ม ปร กษาหาร อ ก บท มดำเน นงานระหว างท ม การส อสารส ขภาพ 32 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
หล กการสำค ญของการจ ดการส อสารส ขภาพในช มชน 1. ทำการส อสารให ครอบคล ม ค อ ให ประชาชนในท กครอบคร ว ได ร บร ข อม ลข าวสาร โดยสามารถทำการตรวจสอบได โดยการทำแผนท ช มชน และวางจ ดท เป นแหล งแพร ข อม ลข าวสารให กระจายครอบคล มท งช มชน 2. จ ดก จกรรมการส อสารอย างสม ำเสมอ และการสร างกระแสให ช มชนเห นความสำค ญของป ญหาส ขภาพในช มชน รวมถ งเห นความสำค ญของ การจ ดระบบการส อสารส ขภาพในช มชน เพ อกระต นให ประชาชนต นต วในการ ร บข อม ลข าวสารและแก ไขป ญหาด วยตนเอง ซ งการส อสารส ขภาพหร อการเผยแพร ข อม ลข าวสารความร แก ประชาชนในช มชน ม เทคน คและว ธ การต างๆ ท สามารถนำไปใช ในหลายๆ ว ธ ด งน 1. การสร างโอกาสพบปะ และพ ดค ยเร องส ขภาพ 2. การพ ดหร อให ข อม ลข าวสารในท ช มชน 3. การจ ดกล มสนทนา 4. การประช มกล ม 5. การจ ดเวท ประชาคม เพ อกำหนดข อตกลงหร อมาตรการทาง ส งคมร วมก น 6. การต ดป ายประชาส มพ นธ 7. การจ ดม มความร ด านส ขภาพ 8. การประกาศผ านหอกระจายข าว เส ยงตามสาย 9. การส อสารผ านว ทย ช มชน 10. การรณรงค และจ ดก จกรรมต างๆในช มชน 11. การจ ดต งศ นย เทคโนโลย การส อสารส ขภาพ หร อศ นย ส อช มชน 12. การจ ดมหกรรมส ขภาพในช มชน เป นต น ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 33
ส อเพ อการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ ส อเพ อการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ หมายถ ง เคร องม อท จะช วย เอ อต อการดำเน นการให ความร ทางส ขภาพ ให เป นไปตามจ ดประสงค ท ต งไว สามารถทำให เก ดประสบการณ ในการเร ยนร เปล ยนแปลงพฤต กรรมส ขภาพใน ทางท ด ช วยให ผ ร บเก ดความร ความเข าใจ ม เจตคต และสามารถนำความร ท ได ร บไปประย กต ใช ในช ว ตประจำว นได อย างเหมาะสม ส อท นำมาใช ในการถ ายทอดข าวสารส กล มเป าหมาย สามารถแบ ง ประเภทตามล กษณะของส อ ได ด งน ค อ 1. ส อบ คคล หมายถ ง ต วบ คคลท ทำหน าท ถ ายทอดเร องราวต าง ๆ ส บ คคลอ น จ ดได ว าเป นส อท ได ร บความสนใจ และม ประส ทธ ภาพ โดยเฉพาะ ในด านการโน มน าวจ ตใจ และม อ ทธ พลสำค ญในการเป นต วอย างของผ ร บการ ส อความด วยการปฏ บ ต ต วเองให เป นแบบอย างท ด ให ผ อ นเล ยนแบบ ส อบ คคล ได แก เจ าหน าท สาธารณส ข ผ นำช มชน อสม. พระสงฆ ผ นำศาสนา ผ นำภ ม ป ญญาพ นบ าน/ปราชญ ชาวบ าน หมอพ นบ าน ส อท เป นบ คคลในทาง ประว ต ศาสตร หร อส อท อาจถ ายทอดออกมาเป นความเช อท ม ต อค าน ยม ความเช อทางส ขภาพ ก ม อ ทธ พลต อจ ตใจของคนไทยในแง การรณรงค ด าน ส ขภาพ เช น ความเช อต อหลวงพ อว ดไร ข งต อแนวทางการสร างเสร มส ขภาพ เป นต น 2. ส อส งพ มพ เป นส อท ม ความสำค ญและม ความจำเป นอย างย ง ในการดำเน นงานปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ เพ อให ความร ความเข าใจแก ประชาชนในเร องส ขภาพอนาม ย และเผยแพร ก จกรรมการดำเน นงานของ หน วยงาน เพ อก อให เก ดความเข าใจและสร างภาพล กษณ ท ด แก ประชาชน เช น ใบปล ว แผ นพ บ หน งส อเผยแพร เล มเล ก เอกสารแนะนำประกอบโปสเตอร จดหมายข าว ภาพพล ก จ ลสาร วารสาร เป นต น 34 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
3. ส อมวลชน หมายถ ง ช องทางท สามารถส อสารให เข าถ งคนจำนวน มากท ม ความหลากหลายได อย างรวดเร ว ภายในเวลาเด ยวก น หร อใกล เค ยงก น ได แก ว ทย กระจายเส ยง ว ทย โทรท ศน หน งส อพ มพ น ตยสาร หอกระจายข าว สถาน ว ทย ช มชน ด งท ได กล าวไว แล วในเร องของการส อสารส ขภาพ 4. ส ออ เล กทรอน กส ค อ ส อเฉพาะก จท ผล ตออกมาในร ปแสงและ เส ยง เช น เทปบ นท กเส ยง ว ด ท ศน ภาพยนตร สไลด หอกระจายข าว เว บไซด ออนไลน 5. ส อพ นบ าน หมายถ ง ส อท อาจเป นบ คคล คณะบ คคล ตลอดจน เคร องม อ อ ปกรณ เก ยวก บการแสดง ก จกรรม และว ฒนธรรมการดำรงอย ท กประเภท โดยเป นส อท ชาวบ านสร างสรรค ข นและย ดถ อปฏ บ ต ส บเน องก นมาแต โบราณกาล เช น เพลง ล เก หมอลำ ตะล ง ตลอดจนประเพณ และพ ธ กรรมต าง ๆ 6. ส อก จกรรม ได แก การจ ดแสดงน ทรรศการ การจ ดประกวด การจ ดขบวนแห การจ ดรถเคล อนท การจ ดสนทนากล ม เป นต น หล กการเล อกใช ส อ ในการเล อกใช ส อส ขภาพ แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพจะ ต องต งว ตถ ประสงค ในการจ ดการเร ยนร ให แน นอนก อน เพ อใช ว ตถ ประสงค น น เป นต วช นำในการเล อกส อท เหมาะสม นอกจากน ย งม หล กการอ น ๆ ท ใช ใน การประกอบการพ จารณา เช น 1. ส อน นต องส มพ นธ ก บเน อหาบทเร ยนและจ ดม งหมายท จะสอน 2. เล อกส อท ม เน อหาถ กต อง ท นสม ย น าสนใจและเป นส อท จะให ผล ต อการเร ยนการสอนมากท ส ด ช วยให ผ เร ยนเข าใจเน อหาว ชาน นได ด เป นลำด บข นตอน ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 35
3. เป นส อท เหมาะสมก บว ย ระด บช น ความร และประสบการณ ของผ เร ยน 4. ส อน นควรสะดวกในการใช ม ว ธ ใช ไม ซ บซ อนย งยากจนเก นไป 5. ต องเป นส อท ม ค ณภาพเทคน คการผล ตส อท ด ม ความช ดเจนและ เป นจร ง 6. ม ราคาไม แพงจนเก นไป หร อถ าจะผล ตเองต องค มก บเวลาและ การลงท น นอกจากน แล วการจะเล อกส อมาใช ในการจ ดการเร ยนร อย างม ประส ทธ ภาพน น แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพจะต องม ความร ความ สามารถและท กษะในเร องต าง ๆ ด งน 1. กำหนดว ตถ ประสงค /จ ดม งหมายในการเร ยนการสอนได อย างช ดเจน 2. ระบ จ ดม งหมายในการนำส อมาใช ได เช น l ประกอบหร อร วมในก จกรรมการเร ยนการสอน l ใช นำเข าส บทเร ยน l ใช ในการประกอบคำอธ บาย l ใช เพ อเพ มพ นประสบการณ แก ผ เร ยน l ใช เพ อสร ปบทเร ยน 3. ต องเข าใจล กษณะเฉพาะของส อแต ละชน ดว าสามารถ เร าความสนใจ และให ความหมายต อประสบการณ การเร ยนร แก ประชาชน กล มเป าหมายได อย างไรบ าง เช น l หน งส อและส อส งพ มพ ใช เพ อเป นความร พ นฐานและอ างอ ง l ของจร งและของจำลอง ใช เพ อให ผ เร ยนได ร บประสบการณ ตรง l แผนภ ม แผนภาพและแผนสถ ต ใช เพ อต องการเน นหร อเพ อ แสดงให เห นส วนประกอบหร อเปร ยบเท ยบข อม ล l สไลด ใช เพ อเสนอภาพน งขนาดใหญ ให ผ เร ยนเห นท งช นหร อใช เพ อการเร ยนรายบ คคลก ได 4. ต องม ความร เก ยวก บแหล งของส อการเร ยนการสอนท งภายใน และภายนอกช มชน 36 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
แหล งในการสน บสน นส อ แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพสามารถใช บร การ และขอความ ร วมม อช วยเหล อด านส อเพ อการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพได จากหน วยงาน ของร ฐบาลและเอกชน ด งต อไปน 1. กระทรวงสาธารณส ข 11. สมาคมผ บร โภคแห งประเทศไทย 2. โรงพยาบาลและศ นย บร การ 12. คณะกรรมการส งแวดล อมแห งชาต ทางการแพทย และ สาธารณส ข ท งในส วนกลาง และส วนภ ม ภาค 3. ศ นย ว สด การศ กษา 13. สถาบ นมะเร งแห งชาต กระทรวงศ กษาธ การ 4. สำน กงานป องก นและ 14. สถาบ นโรคผ วหน ง ปราบปรามยาเสพต ด 5. สถานเสาวภา สภากาชาดไทย 15. สถาบ นส ขภาพเด กแห งชาต มหาราช น โรงพยาบาลจ ฬาลงกรณ 6. สมาคมส ขภาพจ ต แห งประเทศไทย 7. สำน กอนาม ย กร งเทพมหานคร 16. มหาว ทยาล ยต างๆ ของทบวงมหาว ทยาล ย เช น มหาว ทยาล ยมห ดล จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย เป นต น ซ งม คณะว ชาท เก ยวข องก บส ขภาพ 17. สถาบ นว จ ยประชากรและส งคม มหาว ทยาล ยมห ดล 8. องค การเภส ชกรรม 18. สถาบ นว จ ยประชากรศาสตร จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย 9. สมาคมปราบว ณโรค 19. หน วยงานองค การบร หารส วนท องถ นต างๆ เช น แห งประเทศไทย เทศบาล องค การบร หารส วนจ งหว ด 10. สำน กงานตำรวจแห งชาต 20. องค การและบร ษ ทเอกชนต างๆ ท เก ยวข องก บ ส ขภาพอนาม ย เป นต น ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 37
การจ ดป จจ ยแวดล อม ท เอ อต อการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ ป จจ ยแวดล อม ค อ ส งต างๆท อย รอบต วเรา และม ความส มพ นธ แนบแน นก บภาวะส ขภาพของคนเราอย างแยกไม ออก ป จจ ยแวดล อมม บทบาทมาก ท ส ดสำหร บส ขภาพและพฤต กรรมส ขภาพของบ คคล ป จจ ยส งแวดล อม บางประการอาจส งผลกระทบโดยตรง และบางประการอาจส งผลกระทบโดย ทางอ อม ซ งป จจ ยแวดล อมอาจแบ งได เป น 3 ประเภทใหญ ๆ ค อ ทางกายภาพ ทางช วภาพและทางเศรษฐก จ ส งคม ป จจ ยแวดล อม ทางกายภาพ การจ ดป จจ ยแวดล อม ท เอ อต อการปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพ ป จจ ยแวดล อม ทางช วภาพ ป จจ ยแวดล อม ทางเศรษฐก จ ส งคม 38 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
1. ป จจ ยแวดล อมทางกายภาพ ป จจ ยแวดล อมทางกายภาพ อาท เช น อาคารบ านเร อน ถนนหนทาง สภาพการจราจร แสง เส ยง มลภาวะทางอากาศ สถานท ในการออกกำล งกาย สวนสาธารณะ ภ ม อากาศ สภาพทางภ ม ศาสตร ส งแวดล อมเหล าน ล วนแต ม ผลกระทบท งในด านบวกและลบต อภาวะส ขภาพและพฤต กรรมส ขภาพของ บ คคล และช มชน โดยพบว า หากป จจ ยแวดล อมทางกายภาพม สภาวะท ด เช น ม อากาศท ปลอดโปร ง ไม ม มลพ ษ ก จะทำให ระบบการหายใจของมน ษย ด ข น แต ในทางกล บก นหากม มลพ ษเป นจำนวนมาก ต วอย างเช น การเก ดภาวะฝ น คว นไฟในเขตภาคเหน อของไทย ท ส งผลทำให คนม ป ญหาทางส ขภาพมากข น และไม สามารถทำให คนออกมาว งออกกำล งกายได ตามท เคยปฏ บ ต 2. ป จจ ยแวดล อมทางช วภาพ ป จจ ยทางช วภาพท สำค ญท ส ด ค อ มน ษย เน องจากเป นป จจ ยแวดล อม ท ม ความผ กพ นก นอย างใกล ช ด ไม ว าจะเป นภายในหร อภายนอกครอบคร ว หร อ ช มชนก ตาม โดยมน ษย น นเป นป จจ ยแวดล อมซ งก นและก น และม อ ทธ พลต อ ก นมากท ส ด ท งเช งอารมณ ความร ส ก และพฤต กรรม เม อบ คคลหน งม ความเคร ยด ว ตกก งวลและย งไม สามารถจ ดการก บความเคร ยดได ความเคร ยดน นจะ ถ ายทอดไปย งคนใกล ช ดได เพราะคนต องม ปฏ ส มพ นธ ก น จ งม การร บ-ส งอารมณ ความค ด ความร ส กก นตลอดเวลา ยกต วอย างเช น ความส มพ นธ ระหว างพ อแม หร อบ คคลท เล ยงด ม ผลต อพ ฒนาการด านจ ตใจและจร ยธรรมของเด กอย าง มาก ด งเช นท พบว า ป จจ บ นพ อแม จำนวนมากไม สามารถเล ยงล กด วยตนเอง ต องประกอบอาช พ ส วนหน งอาจนำล กไปฝากเล ยง ส วนหน งอาจปล อยปละ ละเลย และส วนหน งอาจปลดปล อยความต งเคร ยดท ตนเผช ญป ญหาเศรษฐก จ ส ล กอ นจะนำไปส พฤต กรรมก าวร าวร นแรงได นอกจากน ย งม ป จจ ยแวดล อม ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 39
ทางช วภาพอ นๆ เช น ส ตว เล ยงหร อต นไม ซ งพบว าในกรณ ของส ตว เล ยงน น บางคร งก เป นพาหะนำเช อส คน หร อต ดโรค และแพร โรคไปส คนได การเล ยงด จ งควรร จ กป องก นร กษา เพ อส ขภาพด วย ในขณะท ป จจ บ นพ นท ป าไม ลดลง ทำให เก ดผลกระทบต อระบบน เวศอย างกว างขวางด วยเช นก น 3. ป จจ ยแวดล อมทางเศรษฐก จ ส งคม ป จจ ยแวดล อมทางเศรษฐก จ ส งคม อาท เช น การเปล ยนแปลงทาง เศรษฐก จ ส งคม ทำให เก ดการแก งแย ง ต อส เพ อความอย รอดมากข น ในขณะ ท ม ความเจร ญด านการส อสารคอมพ วเตอร ทำให สามารถต ดต อก นได สะดวก รวดเร วไร พรมแดน แต ก พบว าเยาวชนบางกล มหมกม นอย ก บเคร องคอมพ วเตอร จนขาดการหล อเล ยงจ ตใจด วยสายใยส มพ นธภาพก บส งม ช ว ตรอบต ว ป ญหาการย ายถ น การอพยพย ายถ นเพ อแสวงหาแหล งดำรงช ว ตท มน ษย ค ดว าด กว าท เด ม ทำให เก ดความเคร ยดในการปร บต ว และเป นสาเหต หน ง ของการเก ดโรคหวาดระแวงได รวมถ งความส มพ นธ ในครอบคร วคลายลง สาเหต จากภาวะกดด นทางเศรษฐก จ ผ หญ งต องออกทำงานนอกบ านเพ อช วย หารายได เวลาอย พร อมหน าพร อมตา พ อแม ล กจ งลดน อยลง เม อผนวกก บ ป ญหาการว างงานในประเทศไทยท ม แนวโน มส งข นเน องจากจำนวนคนท เข าส ตลาดแรงงานเพ มมากข นท กท ขณะท ความต องการแรงงานท งภาคร ฐและ เอกชนเพ มข นเพ ยงเล กน อย ส งเหล าน จ งส งผลกระทบต อส ขภาพของคน อย างมาก 40 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
หล กการจ ดป จจ ยแวดล อม ท เอ อต อการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ การจ ดป จจ ยแวดล อมท เอ อต อการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ หมายถ ง การจ ดการก บส งต าง ๆ สภาวะแวดล อมท อย รอบ ๆ ต วประชาชน ท งท เป น ร ปธรรมและนามธรรม ซ งส งต างๆเหล าน ส งผลต อประชาชนท งทางบวกและทางลบ และม ผลกระทบต อประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการเร ยนร ด านส ขภาพของ ประชาชน เช น สภาพของช มชน หร อบ านเร อนท ถ กส ขล กษณะ ม แสงสว าง พอเพ ยง สะอาด สงบ อากาศถ ายเท ม ส งอำนวยความสะดวกท ม ค ณภาพเหมาะสม และสน บสน นการเร ยนร ด านส ขภาพ ยกต วอย างเช น ม สถานท ออกกำล งกาย ในช มชน หร อช มชนม การออกมาตรการทางส งคมในการควบค มป องก น สารเสพต ด เป นต น ซ งจะส งผลทางบวกต อประชาชน ทำให ประชาชน กล มเป าหมายเก ดการเร ยนร อย างม ความส ข ม ความต งใจและกระต อร อร น ในการเร ยนร ด านส ขภาพ การจ ดป จจ ยแวดล อมท เหมาะสมก บว ยและความต องการของ ประชาชนกล มเป าหมาย เป นส งท สน บสน นทำให ประชาชนม ความร ส กท อยาก เร ยนร และเก ดประส ทธ ภาพในการเร ยนร เพ มข น โดยพบว า ป จจ ยแวดล อม การเร ยนร ท เหมาะสมจะทำให ประชาชนกล มเป าหมายเก ดความประท บใจ เป นต วกระต นให ม ความสนใจและเก ดแรงจ งใจในการเร ยนร ม การปร บเปล ยน เจตคต ไปในทางท ด พ ฒนาบ คล กภาพ ทำให บรรยากาศในการเร ยนเอ อให ก จกรรมส ขภาพให ดำเน นไปอย างม ประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลมากท ส ด ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 41
ป จจ ยแวดล อมการเร ยนร เป นแหล งทร พยากรทางการเร ยน ซ งพบว า การจ ดสภาพแวดล อมการเร ยนร ในป จจ บ นน น สามารถทำได อย างกว างขวาง ยกต วอย างเช น การจ ดศ นย การเร ยนร ด านส ขภาพ ม มส อการเร ยนการสอน ซ งจะช วยให ท งประชาชนกล มเป าหมายและแกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ สามารถใช เป นแหล งค นคว าหาความร เพ มเต มได ตลอดเวลาท ต องการ เป นการส งเสร มการเร ยนร ด วยตนเอง สามารถจ ดก จกรรมการปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพได อย างด ซ งแนวทางปฏ บ ต ในการจ ดศ นย การเร ยนร ต างๆ น น ควรท ต องดำเน นการด งน 1. ศ กษาความต องการและป ญหาในการจ ดศ นย การเร ยนร / ม มความร ด านส ขภาพ เพ อให ได ข อม ลท จะนำมาจ ดป จจ ยแวดล อมได ถ กต อง ตรงตามความต องการของกล มเป าหมาย 2. ว เคราะห กล มเป าหมายท จะมาใช บร การว า เป นบ คคลในกล มใด ม ความต องการท เฉพาะเจาะจงต อเร องใดเร องหน งหร อไม อย างไร 3. ว เคราะห เน อหาท จะให บร การว า ม ความต องการเน อหาใด ตรงหร อสอดคล องก บความต องการของกล มเป าหมายหร อไม 4. กำหนดพ นท และบร เวณท เหมาะสม 5. ดำเน นการจ ดพ นท บร เวณต างๆ โดยเน นบรรยากาศท เอ อต อการ เร ยนร สามารถใช สอยพ นท ให เก ดประโยชน ส งส ด 6. กำหนดผ ร บผ ดชอบและข อปฏ บ ต ในการใช บร การ เพ อให ข อตกลง ร วมก นของสมาช กในการท จะก อให เก ดความราบร นในการดำเน นงาน 7. ม การกำหนดแผนในการ นำเสนอเน อหาด านส ขภาพท สอดคล อง ก บป ญหาในพ นท และความต องการของ ประชาชนกล มเป าหมายท ใช บร การ 42 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ การจ ดก จกรรมเพ อปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ ม จ ดม งหมายสำค ญ ท การปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ เพ อนำไปส ส ขภาวะท ด ซ งการจะปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพน นม เง อนไขต างๆ หลายประการ ท งท เป นป จจ ยภายในของบ คคล และป จจ ยภายนอกของบ คคล แต ท สำค ญค อ กล มเป าหมายท แกนนำปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพจะต องปร บพฤต กรรมน น จะต องม ส วนร วมในการปร บพฤต กรรม ด วยตนเอง แนวทางของการจ ดก จกรรมเพ อปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพท เน นให ประชาชนเข ามาม ส วนร วมจ งม ความจำเป นมากข น โดยดำเน นการร วมก บการใช ส อ ต างๆ และการบ รณาการว ธ การเร ยนร การส อสารส ขภาพในช มชน และงานต างๆ ท ม ความเก ยวข องเข าด วยก น จ งจะทำให กระบวนการจ ดการเร ยนร เพ อปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพท ดำเน นการน นประสบความสำเร จ ด งน น การเร ยนร เทคน ค กระบวนการจ ดก จกรรมท เหมาะสมจะช วยให การดำเน นงานปร บเปล ยนพฤต กรรม ส ขภาพ สามารถพ ฒนาไปจนม สภาพตามเง อนไขท ต องการ และม ค ณภาพตามมา ในท ส ด สำหร บเทคน คท เหมาะสมท จะนำมาใช ในการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ ก จะม ความแตกต างก นออกไป ตามบร บทและเง อนไขของกล มเป าหมาย ท ม ล กษณะของ สภาพป ญหา และค ณล กษณะส วนบ คคลท แตกต างก น ซ งแกนนำปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพต องกำหนดเป าหมายหร อว ตถ ประสงค ในการจ ดทำแผนงาน/ โครงการให ช ดเจน ว าต องการให เก ดการปร บเปล ยนในส งใดเป นสำค ญ และบรรล เป าหมาย ของการพ ฒนาพฤต กรรมส ขภาพได ในท ส ด ซ งนอกเหน อจากการจ ดก จกรรมการเร ยนร แล ว แกนนำปร บเปล ยน พฤต กรรมส ขภาพจะต องตระหน กว า พฤต กรรมส ขภาพน นม เร องของป จจ ยแวดล อม เข ามาเก ยวข องด วย การสร างความตระหน กและปร บท ศนคต ในการด แลส ขภาพ จ งต องดำเน นการควบค ไปก บการจ ดป จจ ยแวดล อม ท งด านกายภาพ ช วภาพ และ เศรษฐก จและส งคม เพ อเป นการสร างโอกาสในการเร ยนร ท จะปร บเปล ยนพฤต กรรม ส ขภาพให เป นไปในท ศทางท พ งประสงค รวดเร วข น หร อเสร มสร างให พฤต กรรม ส ขภาพด งกล าวม ความคงทนของพฤต กรรมมากข น ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 43
คำถามท ายบท 1. หากต องการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพของประชาชนในช มชนให ม การออกกำล งกาย มากข น นอกจากการอบรมให ความร แล ว ควรจะต องดำเน นการในส งใดเพ มเต มจ งจะ เหมาะสมท ส ด ก. จ ดสถานท ออกกำล งกายให เพ ยงพอ ข. ประชาส มพ นธ ผ านหอกระจายข าวของช มชน ค. แจกแผ นพ บความร ถ งประโยชน ของ การออกกำล งกาย ง. ไม ต องดำเน นการใด ๆ เพราะการอบรมอย าง เด ยวก เพ ยงพอแล ว 2. หากดำเน นการบรรยายรายกล มให ก บผ ป วยโรคเบาหวานแล วพบว าย งม บางคนท ไม ม การปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ เราควรจะดำเน นการตามข อใด ก. จ ดอภ ปรายหม ข. ให คำแนะนำรายบ คคล ค. จ ดก จกรรมแบบโครงการ ง. ให ศ กษาเพ มเต มในม มความร ด านส ขภาพ 3. การกระทำของบ คคลในข อใดท ถ อว าเป นการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพท เหมาะสม ท ส ด ก. ชดช อยว ากล าวต กเต อนล กสาวให เล ก เท ยวเตร ด วยถ อยคำท ร นแรง ค. ช ดช ยแก ป ญหาการใช ความร นแรงของ น กเร ยนท กคนด วยว ธ การท เหม อนก น ข. ชมช นยกต วอย างการกระทำของกล มเป าหมายท ไม เหมาะสมมาตำหน เพ อท จะไม ได กระทำอ ก ง. ชวนชมศ กษาพฤต กรรมการบร โภคของกรกนกว า แตกต างจากผ อ นอย างไร เพ อแก ไขให ตรงจ ด 4. แกนนำปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพคนใด ท ให ความร ความเข าใจด านส ขภาพแก ผ ร บบร การอย างเหมาะสมท ส ด ก. ก งกาญจน ช ให กล มเป าหมายร ถ ง พฤต กรรมท ไม เหมาะสม และให ปฏ บ ต ตามคำแนะนำของตนเอง ค. กชกร เน นการให เน อหาความร ก บ กล มเป าหมาย เพ อนำไปใช แก ป ญหา ของตนเอง ข. แกมเกด ให กล มเป าหมายว เคราะห พฤต กรรมของ ตนเองแล วหาว ธ การแก ไขร วมก น ง. ก องแก ว อบรมให ความร แก กล มเป าหมายตามท ได ร บคำส งจากเจ าหน าท สาธารณส ข 44 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
5. ว ธ การจ ดก จกรรมการเร ยนร ค ใดต อไปน ท ม ความคล ายคล งก นมากท ส ด ก. การสนทนา การระดมพล งสมอง ข. การบรรยาย - การสนทนา ค. การอภ ปรายหม การบรรยายหม ง. การสาธ ต สถานการณ จำลอง 6. เทคน คในการจ ดการเร ยนร เพ อปร บเปล ยนพฤต กรรมใดต อไปน ท สะท อนถ งการม ส วนร วมในการปร บเปล ยนพฤต กรรมตนเองของประชาชนในช มชนมากท ส ด ก. การบรรยายด วยว ทยากรท ม ความ ข. การสาธ ตและฝ กปฏ บ ต สามารถ ค. การจ ดทำโครงการส ขภาพร วมก น ง. การระดมพล งสมองเพ อแก ป ญหา 7. ป จจ ยแวดล อมในข อใดท ม อ ทธ พลต อการปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพมากท ส ด ก. ป จจ ยทางกายภาพ ข. ป จจ ยทางว ฒนธรรม ค. ป จจ ยด านมน ษย ง. ป จจ ยด านเศรษฐก จ 8. ส อพ นบ านม บทบาทสำค ญก บการส อสารส ขภาพในด านใดมากท ส ด ก. การอน ร กษ ภ ม ป ญญาไทย ข. การสร างการม ส วนร วมของช มชน ค. การลดค าใช จ าย ง. การสร างค ณค าแก แกนนำ 9. ส อในข อใดต อไปน ท สามารถกระจายข อม ลข าวสารได ครอบคล มพ นท มากท ส ด ก. ว ทย ช มชน ข. หอกระจายข าว ค. ป ายน เทศ ง. ได พอๆก น 10. หากต องการให น กเร ยนสามารถแปรงฟ นได อย างถ กต อง ควรท จะต องใช ส อใดประกอบ การเร ยนร ก. โปสเตอร ข. แบบจำลองฟ น ค. จ ลสาร ง. อ ปกรณ การแปรงฟ น ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ 45
เฉลย ข อ 1 ก ข อ 2 ข ข อ 3 ง ข อ 4 ข ข อ 5 ค ข อ 6 ค ข อ 7 ค ข อ 8 ข ข อ 9 ก ข อ 10 ง 46 ว ธ การจ ดก จกรรมปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ
ท ปร กษา ผศ.ดร. มณ ร ตน ธ ระว ว ฒน ภาคว ชาส ขศ กษาและพฤต กรรมศาสตร คณะสาธารณส ขศาสตร มหาว ทยาล ยมห ดล นางสาวเบญจมาศ ส รม ตรไมตร ผ อำนวยการกองส ขศ กษา คณะผ จ ดทำ ดร.อน นต มาลาร ตน นางว มลศร อ ท ยพ ฒนาช พ นางสาวธ ญชนก ข มทอง นางพ ณญาดา อำภ ยฤทธ นางสาวกำไลท พย ระน อย นางส น ล กษณ จ รส ตย ส นทร ภาคว ชาส ขศ กษา คณะพลศ กษา มหาว ทยาล ยศร นคร นทรว โรฒ ประสานม ตร กองส ขศ กษา กองส ขศ กษา กองส ขศ กษา สำน กงานสาธารณส ขจ งหว ดกำแพงเพชร สำน กงานสาธารณส ขจ งหว ดส ราษฎร ธาน
ปร บพฤต กรรม เปล ยนส ขภาพคนไทย ด วย...พล งข บเคล อนของช มชน ว ธ การจ ดก จกรรม ปร บเปล ยนพฤต กรรมส ขภาพ www.hed.go.th