ท าไมต องเร ยนว ทยาศาสตร กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ว ทยาศาสตร ม บทบาทส าค ญย งในส งคมโลกป จจ บ นและอนาคต เพราะว ทยาศาสตร เก ยวข อง ก บท กคนท งในช ว ตประจ าว นและการงานอาช พต าง ๆ ตลอดจนเทคโนโลย เคร องม อเคร องใช และ ผลผล ตต าง ๆ ท มน ษย ได ใช เพ ออ านวยความสะดวกในช ว ตและการท างาน เหล าน ล วนเป นผลของ ความร ว ทยาศาสตร ผสมผสานก บความค ดสร างสรรค และศาสตร อ น ๆ ว ทยาศาสตร ช วยให มน ษย ได พ ฒนาว ธ ค ด ท งความค ดเป นเหต เป นผล ค ดสร างสรรค ค ดว เคราะห ว จารณ ม ท กษะส าค ญในการ ค นคว าหาความร ม ความสามารถในการแก ป ญหาอย างเป นระบบ สามารถต ดส นใจโดยใช ข อม ล ท หลากหลายและม ประจ กษ พยานท ตรวจสอบได ว ทยาศาสตร เป นว ฒนธรรมของโลกสม ยใหม ซ งเป น ส งคมแห งการเร ยนร (knowledge-based society) ด งน นท กคนจ งจ าเป นต องได ร บการพ ฒนาให ร ว ทยาศาสตร เพ อท จะม ความร ความเข าใจในธรรมชาต และเทคโนโลย ท มน ษย สร างสรรค ข น สามารถน า ความร ไปใช อย างม เหต ผล สร างสรรค และม ค ณธรรม เร ยนร อะไรในว ทยาศาสตร กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ม งหว งให ผ เร ยนได เร ยนร ว ทยาศาสตร ท เน นการเช อมโยง ความร ก บกระบวนการ ม ท กษะส าค ญในการค นคว าและสร างองค ความร โดยใช กระบวนการในการส บ เสาะหาความร และการแก ป ญหาท หลากหลาย ให ผ เร ยนม ส วนร วมในการเร ยนร ท กข นตอน ม การท า ก จกรรมด วยการลงม อปฏ บ ต จร งอย างหลากหลาย เหมาะสมก บระด บช น โดยได ก าหนดสาระส าค ญ ไว ด งน ส งม ช ว ตก บกระบวนการด ารงช ว ต ส งม ช ว ต หน วยพ นฐานของส งม ช ว ต โครงสร างและ หน าท ของระบบต าง ๆ ของส งม ช ว ต และกระบวนการด ารงช ว ต ความหลากหลายทางช วภาพ การถ ายทอดทางพ นธ กรรม การท างานของระบบต าง ๆ ของส งม ช ว ต ว ว ฒนาการและความหลากหลาย ของส งม ช ว ต และเทคโนโลย ช วภาพ ช ว ตก บส งแวดล อม ส งม ช ว ตท หลากหลายรอบต ว ความส มพ นธ ระหว างส งม ช ว ตก บ ส งแวดล อม ความส มพ นธ ของส งม ช ว ตต าง ๆ ในระบบน เวศ ความส าค ญของทร พยากรธรรมชาต การใช และจ ดการทร พยากรธรรมชาต ในระด บท องถ น ประเทศ และโลก ป จจ ยท ม ผลต อการอย รอดของ ส งม ช ว ตในสภาพแวดล อมต าง ๆ สารและสมบ ต ของสาร สมบ ต ของว สด และสาร แรงย ดเหน ยวระหว างอน ภาค การเปล ยน สถานะ การเก ดสารละลายและการเก ดปฏ ก ร ยาเคม ของสาร สมการเคม และการแยกสาร
แรงและการเคล อนท ธรรมชาต ของแรงแม เหล กไฟฟ า แรงโน มถ วง แรงน วเคล ยร การออกแรงกระท าต อว ตถ การเคล อนท ของว ตถ แรงเส ยดทาน โมเมนต การเคล อนท แบบต าง ๆ ใน ช ว ตประจ าว น พล งงาน พล งงานก บการด ารงช ว ต การเปล ยนร ปพล งงาน สมบ ต และปรากฏการณ ของ แสง เส ยง และวงจรไฟฟ า คล นแม เหล กไฟฟ า ก มม นตภาพร งส และปฏ ก ร ยาน วเคล ยร ปฏ ส มพ นธ ระหว างสารและพล งงานการอน ร กษ พล งงาน ผลของการใช พล งงานต อช ว ตและส งแวดล อม กระบวนการเปล ยนแปลงของโลก โครงสร างและองค ประกอบของโลก ทร พยากรทางธรณ สมบ ต ทางกายภาพของด น ห น น า อากาศ สมบ ต ของผ วโลก และบรรยากาศ กระบวนการเปล ยนแปลง ของเปล อกโลก ปรากฏการณ ทางธรณ ป จจ ยท ม ผลต อการเปล ยนแปลงของบรรยากาศ ดาราศาสตร และอวกาศ ว ว ฒนาการของระบบส ร ยะ กาแล กซ เอกภพ ปฏ ส มพ นธ และผล ต อส งม ช ว ตบนโลก ความส มพ นธ ของดวงอาท ตย ดวงจ นทร และโลก ความส าค ญของเทคโนโลย อวกาศ ธรรมชาต ของว ทยาศาสตร และเทคโนโลย กระบวนการทางว ทยาศาสตร การส บเสาะหา ความร การแก ป ญหา และจ ตว ทยาศาสตร
ค ณภาพผ เร ยน จบช นประถมศ กษาป ท ๓ เข าใจล กษณะท วไปของส งม ช ว ต และการด ารงช ว ตของส งม ช ว ตท หลากหลาย ในส งแวดล อมท องถ น เข าใจล กษณะท ปรากฏและการเปล ยนแปลงของว สด รอบต ว แรงในธรรมชาต ร ปของ พล งงาน เข าใจสมบ ต ทางกายภาพของด น ห น น า อากาศ ดวงอาท ตย และดวงดาว ต งค าถามเก ยวก บส งม ช ว ต ว สด และส งของ และปรากฏการณ ต างๆ รอบต ว ส งเกต ส ารวจ ตรวจสอบโดยใช เคร องม ออย างง าย และส อสารส งท เร ยนร ด วยการเล าเร อง เข ยน หร อ วาดภาพ ใช ความร และกระบวนการทางว ทยาศาสตร ในการด ารงช ว ต การศ กษาหาความร เพ มเต ม ท าโครงงานหร อช นงานตามท ก าหนดให หร อตามความสนใจ แสดงความกระต อร อร น สนใจท จะเร ยนร และแสดงความซาบซ งต อส งแวดล อมรอบต ว แสดงถ งความม เมตตา ความระม ดระว งต อส งม ช ว ตอ น ท างานท ได ร บมอบหมายด วยความม งม น รอบคอบ ประหย ด ซ อส ตย จนเป นผลส าเร จ และ ท างานร วมก บผ อ นอย างม ความส ข จบช นประถมศ กษาป ท ๖ เข าใจโครงสร างและการท างานของระบบต างๆ ของส งม ช ว ต และความส มพ นธ ของ ส งม ช ว ตท หลากหลายในส งแวดล อมท แตกต างก น เข าใจสมบ ต และการจ าแนกกล มของว สด สถานะของสาร สมบ ต ของสารและการท าให สารเก ดการเปล ยนแปลง สารในช ว ตประจ าว น การแยกสารอย างง าย เข าใจผลท เก ดจากการออกแรงกระท าก บว ตถ ความด น หล กการเบ องต นของแรงลอยต ว สมบ ต และปรากฏการณ เบ องต นของแสง เส ยง และวงจรไฟฟ า เข าใจล กษณะ องค ประกอบ สมบ ต ของผ วโลก และบรรยากาศ ความส มพ นธ ของดวง อาท ตย โลก และดวงจ นทร ท ม ผลต อการเก ดปรากฎการณ ธรรมชาต ต งค าถามเก ยวก บส งท จะเร ยนร คาดคะเนค าตอบหลายแนวทาง วางแผนและส ารวจ ตรวจสอบโดยใช เคร องม อ อ ปกรณ ว เคราะห ข อม ล และส อสารความร จากผลการส ารวจ ตรวจสอบ
ใช ความร และกระบวนการทางว ทยาศาสตร ในการด ารงช ว ต และการศ กษาความร เพ มเต ม ท าโครงงานหร อช นงานตามท ก าหนดให หร อตามความสนใจ แสดงถ งความสนใจ ม งม น ร บผ ดชอบ รอบคอบและซ อส ตย ในการส บเสาะหาความร ตระหน กในค ณค าของความร ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย แสดงความช นชม ยกย อง และ เคารพส ทธ ในผลงานของผ ค ดค น แส ดงถ ง ค วาม ซ า บซ ง ห วงใย แสดง พ ฤ ต ก รรมเก ย วก บ ก ารใช การด แล ร ก ษ า ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อมอย างร ค ณค า ท างานร วมก บผ อ นอย างสร างสรรค แสดงความค ดเห นของตนเองและยอมร บฟ งความ ค ดเห นของผ อ น จบช นม ธยมศ กษาป ท ๓ เข าใจล กษณะและองค ประกอบท ส าค ญของเซลล ส งม ช ว ต ความส มพ นธ ของการท างาน ของระบบต างๆ การถ ายทอดล กษณะทางพ นธ กรรม เทคโนโลย ช วภาพ ความหลากหลาย ของส งม ช ว ต พฤต กรรมและการตอบสนองต อส งเร าของส งม ช ว ต ความส มพ นธ ระหว าง ส งม ช ว ตในส งแวดล อม เข าใจองค ประกอบและสมบ ต ของสารละลาย สารบร ส ทธ การเปล ยนแปลงของสารใน ร ปแบบของการเปล ยนสถานะ การเก ดสารละลายและการเก ดปฏ ก ร ยาเคม เข าใจแรงเส ยดทาน โมเมนต ของแรง การเคล อนท แบบต างๆ ในช ว ตประจ าว น กฎการ อน ร กษ พล งงาน การถ ายโอนพล งงาน สมด ลความร อน การสะท อน การห กเหและความ เข มของแสง เข าใจความส มพ นธ ระหว างปร มาณทางไฟฟ า หล กการต อวงจรไฟฟ าในบ าน พล งงาน ไฟฟ าและหล กการเบ องต นของวงจรอ เล กทรอน กส เข าใจกระบวนการเปล ยนแปลงของเปล อกโลก แหล งทร พยากรธรณ ป จจ ยท ม ผลต อการ เปล ยนแปลงของบรรยากาศ ปฏ ส มพ นธ ภายในระบบส ร ยะ และผลท ม ต อส งต างๆ บนโลก ความส าค ญของเทคโนโลย อวกาศ เข าใจความส มพ นธ ระหว างว ทยาศาสตร ก บเทคโนโลย การพ ฒนาและผลของการพ ฒนา เทคโนโลย ต อค ณภาพช ว ตและส งแวดล อม ต งค าถามท ม การก าหนดและควบค มต วแปร ค ดคาดคะเนค าตอบหลายแนวทาง วางแผน และลงม อส ารวจตรวจสอบ ว เคราะห และประเม นความสอดคล องของข อม ล และสร าง องค ความร
ส อสารความค ด ความร จากผลการส ารวจตรวจสอบโดยการพ ด เข ยน จ ดแสดง หร อใช เทคโนโลย สารสนเทศ ใช ความร และกระบวนการทางว ทยาศาสตร และเทคโนโลย ในการด ารงช ว ต การศ กษา หาความร เพ มเต ม ท าโครงงานหร อสร างช นงานตามความสนใจ แสดงถ งความสนใจ ม งม น ร บผ ดชอบ รอบคอบ และซ อส ตย ในการส บเสาะหาความร โดยใช เคร องม อและว ธ การท ให ได ผลถ กต องเช อถ อได ตระหน กในค ณค าของความร ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย ท ใช ในช ว ตประจ าว นและการ ประกอบอาช พ แสดงความช นชม ยกย องและเคารพส ทธ ในผลงานของผ ค ดค น แสดงถ งความซาบซ ง ห วงใย ม พฤต กรรมเก ยวก บการใช และร กษาทร พยากรธรรมชาต และ ส งแวดล อมอย างร ค ณค า ม ส วนร วมในการพ ท กษ ด แลทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ในท องถ น ท างานร วมก บผ อ นอย างสร างสรรค แสดงความค ดเห นของตนเองและยอมร บฟ งความ ค ดเห นของผ อ น จบช นม ธยมศ กษาป ท ๖ เข าใจการร กษาด ลยภาพของเซลล และกลไกการร กษาด ลยภาพของส งม ช ว ต เข าใจกระบวนการถ ายทอดสารพ นธ กรรม การแปรผ น ม วเทช น ว ว ฒนาการของ ส งม ช ว ต ความหลากหลายของส งม ช ว ตและป จจ ยท ม ผลต อการอย รอดของส งม ช ว ต ในส งแวดล อมต างๆ เข าใจกระบวนการ ความส าค ญและผลของเทคโนโลย ช วภาพต อมน ษย ส งม ช ว ตและ ส งแวดล อม เข าใจชน ดของอน ภาคส าค ญท เป นส วนประกอบในโครงสร างอะตอม การจ ดเร ยงธาต ในตารางธาต การเก ดปฏ ก ร ยาเคม และเข ยนสมการเคม ป จจ ยท ม ผลต ออ ตราการ เก ดปฏ ก ร ยาเคม เข าใจชน ดของแรงย ดเหน ยวระหว างอน ภาคและสมบ ต ต างๆ ของสารท ม ความส มพ นธ ก บแรงย ดเหน ยว เข าใจการเก ดป โตรเล ยม การแยกแก สธรรมชาต และการกล นล าด บส วนน าม นด บ การน า ผล ตภ ณฑ ป โตรเล ยมไปใช และผลต อส งม ช ว ตและส งแวดล อม เข าใจชน ด สมบ ต ปฏ ก ร ยาท ส าค ญของพอล เมอร และสารช วโมเลก ล เข าใจความส มพ นธ ระหว างปร มาณท เก ยวก บการเคล อนท แบบต างๆ สมบ ต ของคล นกล ค ณภาพของเส ยงและการได ย น สมบ ต และโทษของคล นแม เหล กไฟฟ า ก มม นตภาพร งส และพล งงานน วเคล ยร
เข าใจกระบวนการเปล ยนแปลงของโลกและปรากฏการณ ทางธรณ ท ม ผลต อส งม ช ว ต และส งแวดล อม เข าใจการเก ดและว ว ฒนาการของระบบส ร ยะ กาแล กซ เอกภพและความส าค ญของ เทคโนโลย อวกาศ เข าใจความส มพ นธ ของความร ว ทยาศาสตร ท ม ผลต อการพ ฒนาเทคโนโลย ประเภทต างๆ และการพ ฒนาเทคโนโลย ท ส งผลให ม การค ดค นความร ทางว ทยาศาสตร ท ก าวหน า ผล ของเทคโนโลย ต อช ว ต ส งคม และส งแวดล อม ระบ ป ญหา ต งค าถามท จะส ารวจตรวจสอบ โดยม การก าหนดความส มพ นธ ระหว างต ว แปรต างๆ ส บค นข อม ลจากหลายแหล ง ต งสมมต ฐานท เป นไปได หลายแนวทาง ต ดส นใจ เล อกตรวจสอบสมมต ฐานท เป นไปได วางแผนการส ารวจตรวจสอบเพ อแก ป ญหาหร อตอบค าถาม ว เคราะห เช อมโยง ความส มพ นธ ของต วแปรต างๆ โดยใช สมการทางคณ ตศาสตร หร อสร างแบบจ าลองจาก ผลหร อความร ท ได ร บจากการส ารวจตรวจสอบ ส อสารความค ด ความร จากผลการส ารวจตรวจสอบโดยการพ ด เข ยน จ ดแสดง หร อใช เทคโนโลย สารสนเทศ อธ บายความร และใช กระบวนการทางว ทยาศาสตร ในการด ารงช ว ต การศ กษาหาความร เพ มเต ม ท าโครงงานหร อสร างช นงานตามความสนใจ แสดงถ งความสนใจ ม งม น ร บผ ดชอบ รอบคอบและซ อส ตย ในการส บเสาะหาความร โดยใช เคร องม อและว ธ การท ให ได ผลถ กต องเช อถ อได ตระหน กในค ณค าของความร ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย ท ใช ในช ว ตประจ าว น การ ประกอบอาช พ แสดงถ งความช นชม ภ ม ใจ ยกย อง อ างอ งผลงาน ช นงานท เป นผลจากภ ม ป ญญาท องถ นและการพ ฒนาเทคโนโลย ท ท นสม ย แสดงความซาบซ ง ห วงใย ม พฤต กรรมเก ยวก บการใช และร กษาทร พยากรธรรมชาต และ ส งแวดล อมอย างร ค ณค า เสนอต วเองร วมม อปฏ บ ต ก บช มชนในการป องก น ด แล ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อมของท องถ น แสดงถ งความพอใจ และเห นค ณค าในการค นพบความร พบค าตอบ หร อแก ป ญหาได ท างานร วมก บผ อ นอย างสร างสรรค แสดงความค ดเห นโดยม ข อม ลอ างอ งและเหต ผล ประกอบ เก ยวก บผลของการพ ฒนาและการใช ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย อย างม ค ณธรรมต อส งคมและส งแวดล อม และยอมร บฟ งความค ดเห นของผ อ น
สาระท ๑ ส งม ช ว ตก บกระบวนการด ารงช ว ต มาตรฐาน ว ๑.๑ เข าใจหน วยพ นฐานของส งม ช ว ต ความส มพ นธ ของโครงสร าง และหน าท ของระบบต างๆ ของส งม ช ว ตท ท างานส มพ นธ ก น ม กระบวนการ ส บเสาะหาความร ส อสารส งท เร ยนร และน าความร ไปใช ในการด ารงช ว ตของตนเองและด แลส งม ช ว ต ต วช ว ดช นป ๑. เปร ยบ เท ยบความ แตกต าง ระหว าง ส งม ช ว ตก บ ส งไม ม ช ว ต ๒. ส งเกต ล กษณะและ หน าท ของ โครงสร าง ภายนอกของ พ ชและส ตว ๑. ทดลอง น า แสง เป นป จจ ย ท จ าเป นต อ การด ารงช ว ต ของพ ช ๒. อธ บาย อาหาร น า อากาศ เป น ป จจ ยท จ าเป น ต อการ ด ารงช ว ต และการเจร ญ เต บโตของพ ช และส ตว และ น าความร ไป ใช - ๑. ทดลองและ อธ บายหน าท ของท อล าเล ยง และปากใบ ของพ ช ๒. อธ บาย น า แก สคาร บอน - ไดออกไซด แสง และ คลอโรฟ ลล เป นป จจ ยท จ าเป น บางประการต อ การเจร ญเต บโต และการ ส งเคราะห ด วยแสงของ พ ช ๑. ส งเกต และระบ ส วน ประกอบของ ดอกและ โครงสร าง ท เก ยวข อง ก บการ ส บพ นธ ของพ ชดอก ๒. อธ บาย การส บพ นธ ของพ ชดอก การขยาย พ นธ พ ช และ น าความร ไป ใช ๑. อธ บายการ เจร ญเต บโต ของมน ษย จากว ยแรก เก ดจนถ งว ย ผ ใหญ ๒. อธ บาย การท างาน ท ส มพ นธ ก น ของระบบย อย อาหาร ระบบ หายใจ และ ระบบ หม นเว ยน เล อดของ มน ษย ๑. ส งเกตและ อธ บายร ปร าง ล กษณะ ของเซลล ของ ส งม ช ว ต เซลล เด ยว และเซลล ของ ส งม ช ว ต หลายเซลล ๒. ส งเกตและ เปร ยบเท ยบ ส วน ประกอบ ส าค ญของ เซลล พ ชและ เซลล ส ตว ๑. อธ บาย โครงสร าง และการ ท างาน ของระบบ ย อยอาหาร ระบบ หม นเว ยน เล อด ระบบ หายใจ ระบบข บถ าย ระบบ ส บพ นธ ของ มน ษย และ ส ตว รวมท ง ระบบ ประสาทของ มน ษย - ๑. ทดลอง การร กษาด ลยภาพของเซลล ของ ส งม ช ว ต ๒. ทดลองกลไกการ ร กษาด ลยภาพของน า ในพ ช ๓. ส บค นข อม ล กลไกการควบค มด ลยภาพ ของน า แร ธาต และอ ณหภ ม ของ มน ษย และส ตว อ น ๆ และน า ความร ไปใช ๔. อธ บายเก ยวก บระบบ ภ ม ค มก นของร างกายและน า ความร ไปใช ในการด แลร กษาส ขภาพ
๓. ส งเกต ล กษณะ หน าท และ ความ ส าค ญของ อว ยวะ ภายนอกของ มน ษย ตลอดจนการ ด แลร กษา ส ขภาพ ต วช ว ดช นป ๓. ส ารวจ - ๓. ทดลองและ ๓. อธ บาย ๓. ว เคราะห ๓. ทดลองและ ๒. อธ บาย - อธ บาย การ ว ฏจ กรช ว ต สารอาหาร อธ บายหน าท ความ ส มพ นธ พ ชและส ตว ตอบสนองของ ของพ ชดอก และอภ ปราย ของส วน ของระบบ สามารถ พ ชต อแสง เส ยง บางชน ด ความจ าเป นท ประกอบ ท ต างๆ ของ ตอบสนองต อ และการส มผ ส ๔. อธ บาย ร างกาย ต อง ส าค ญของ มน ษย และ แสง อ ณหภ ม ๔. อธ บาย การส บพ นธ ได ร บ เซลล พ ชและ น าความร ไป และการ พฤต กรรม และการ สารอาหาร เซลล ส ตว ใช ส มผ ส ๔. ของส ตว ขยายพ นธ ในส ดส วน ๔. ทดลองและ ๓. ส งเกต ทดลองและ ท ตอบสนอง ของส ตว ท เหมาะสม อธ บาย อธ บาย ร างกาย ต อแสง ๕. อภ ปราย ก บเพศและว ย กระบวนการ พฤต กรรมของ ของมน ษย อ ณหภ ม ว ฏจ กรช ว ต สารผ านเซลล มน ษย และ สามารถ การส มผ ส และ ของส ตว โดยการแพร ส ตว ท ตอบสนอง น าความร ไปใช บางชน ด และออสโมซ ส ตอบสนองต อ ต อแสง และน า ๕. ทดลอง ส งเร าภายนอก อ ณหภ ม และ ความร ไปใช หาป จจ ย และภายใน การส มผ ส บางประการ ๔. อธ บาย ๕. อธ บาย ท จ าเป นต อ หล กการและ ป จจ ย การส งเคราะห ผลของการใช ท จ าเป น ด วยแสงของ เทคโนโลย ต อการ พ ช ช วภาพในการ ด ารงช ว ต ว าแสง ขยายพ นธ และการเจร ญ คลอโรฟ ลล ปร บปร งพ นธ เต บโตของ แก สคาร บอน และเพ ม มน ษย ไดออกไซด น า เป นป จจ ย ท จ าเป นต อง ใช ในการ ส งเคราะห ด วย แสง ผลผล ตของ ส ตว และ น าความร ไปใช
ต วช ว ดช นป ๖. ทดลอง ผลท ได จาก การ ส งเคราะห ด วยแสง ของพ ช ๗. อธ บาย ความส าค ญ ของ กระบวนการ ส งเคราะห ด วยแสง ของพ ชต อ ส งม ช ว ตและ ส งแวดล อม ๘. ทดลอง กล มเซลล ท เก ยวข อง ก บการล าเล ยง น าของพ ช ๕. ทดลอง ว เคราะห สารอาหาร ในอาหาร ม ปร มาณ พล งงาน และส ดส วน ท เหมาะสม ก บเพศและ ว ย ๖. อภ ปราย ผลของสาร เสพต ดต อ ระบบต าง ๆ ของร างกาย และแนวทาง ในการ ป องก น ตนเองจาก สารเสพต ด
ต วช ว ดช นป ๙. ส งเกต โครงสร าง ท เก ยวก บ ระบบล าเล ยง น าและ อาหารของ พ ช ๑๐. ทดลอง โครงสร าง ของดอกท เก ยวข องก บ การส บพ นธ ของพ ช ๑๑. อธ บาย กระบวนการ ส บพ นธ แบบอาศ ย เพศของพ ช ดอกและการ ส บพ นธ
ต วช ว ดช นป แบบไม อาศ ยเพศ ของพ ช โดยใช ส วนต างๆ ของ พ ชเพ อช วยใน การ ขยายพ นธ ๑๒. ทดลองและ อธ บาย การตอบ สนอง ของพ ช ต อแสง น า และการ ส มผ ส ๑๓. อธ บาย หล กการและผล ของการใช เทคโนโลย ช วภาพในการ ขยายพ นธ ปร บปร งพ นธ เพ มผลผล ตของ พ ชและ น าความร ไปใช
สาระท ๑ ส งม ช ว ตก บกระบวนการด ารงช ว ต มาตรฐาน ว ๑.๒ เข าใจกระบวนการและความส าค ญของการถ ายทอดล กษณะทางพ นธ กรรม ว ว ฒนาการของส งม ช ว ต ความหลากหลายทางช วภาพ การใช เทคโนโลย ช วภาพ ท ม ผลกระทบต อมน ษย และส งแวดล อม ม กระบวนการส บเสาะหาความร และจ ตว ทยาศาสตร ส อสารส งท เร ยนร และน าความร ไปใช ต วช ว ดช นป ๑. ระบ ล กษณะของ ส งม ช ว ต ในท องถ น และน ามา จ ดจ าแนก ๑. อธ บาย ของพ ชและ ส ตว ใน ท องถ น ๑. อภ ปราย ล กษณะต างๆ ของส งม ช ว ต - ๑. ส ารวจ เปร ยบเท ยบ และระบ ล กษณะของ ตนเองก บคน ในครอบคร ว โดยใช ล กษณะ ๒. อธ บาย ภายนอก การถ ายทอด มน ษย และส เป นเกณฑ ล กษณะทาง ใกล ต ว ๒. เปร ยบเท ยบ และระบ ล กษณะท คล ายคล งก น ของพ อแม ก บล ก พ นธ กรรม ของส งม ช ว ต ในแต ละร น - - - ๑. ส งเกตและ อธ บาย ล กษณะของ โครโมโซม ท ม หน วย พ นธ กรรม หร อย น ในน วเคล ยส ๒. อธ บาย ความส าค ญ ของสาร พ นธ กรรมหร อ ด เอ นเอ และ กระบวนการ ถ ายทอด ล กษณะทาง พ นธ กรรม ๑. อธ บายกระบวนการถ ายทอด สารพ นธ กรรม การแปรผ นทาง พ นธ กรรม ม วเทช น และการเก ด ความหลากหลายทางช วภาพ ๒. ส บค นข อม ลและอภ ปรายผล ของเทคโนโลย ช วภาพท ม ต อ งแวดล อมและน า ความร ไปใช ๓. ส บค นข อม ลและอภ ปรายผล ของความหลากหลายทางช วภาพ ท ม ต อมน ษย และส งแวดล อม ๔. อธ บายกระบวนการค ดเล อก ตามธรรมชาต และผลของการ ค ดเล อกตามธรรมชาต ต อความ หลากหลายของส งม ช ว ต
ต วช ว ดช นป ๓. อธ บาย ล กษณะท คล ายคล งก น ของพ อแม ก บ ล กว าเป นการ ถ ายทอด ล กษณะทาง พ นธ กรรม และน าความร ไป ใช ๔. ส บค น ข อม ลและ อภ ปราย เก ยวก บ ๓. จ าแนกพ ช ออกเป น พ ชดอก และ พ ชไม ม ดอก ๔. ระบ ล กษณะของ พ ชดอกท เป น พ ชใบเล ยง เด ยว และพ ช ใบเล ยงค โดย ๓. อภ ปราย โรคทาง พ นธ กรรม ท เก ดจาก ความผ ดปกต ของย นและ โครโมโซม และน าความร ไปใช ๔. ส ารวจ ความ หลากหลาย ทางช วภาพ ส งม ช ว ต บางชน ด ท ส ญพ นธ ไปแล ว และ ท ด ารงพ นธ มาจนถ ง ป จจ บ น ใช ล กษณะ ภายนอก เป นเกณฑ ๕. จ าแนก ส ตว ออกเป น กล มโดยใช ล กษณะ ภายในบาง ล กษณะและ ล กษณะ ภายนอก เป นเกณฑ ในท องถ น ท ท าให ส งม ช ว ต ด ารงช ว ตอย ได อย างสมด ล ๕. อธ บายผล ของความ หลากหลาย ทางช วภาพ
ต วช ว ดช นป ท ม ต อมน ษย ส ตว พ ช และ ส งแวดล อม ๖. อภ ปราย ผลของ เทคโนโลย ช วภาพต อการ ด ารงช ว ตของ มน ษย และ ส งแวดล อม
สาระท ๒ ช ว ตก บส งแวดล อม มาตรฐาน ว ๒.๑ เข าใจส งแวดล อมในท องถ น ความส มพ นธ ระหว างส งแวดล อมก บส งม ช ว ต ความส มพ นธ ระหว างส งม ช ว ตต าง ๆ ในระบบน เวศ ม กระบวนการ ส บเสาะหาความร และจ ตว ทยาศาสตร ส อสารส งท เร ยนร และน าความร ไปใช ต วช ว ดช นป ๑. ส ารวจ ส งแวดล อม ในท องถ น ของตนและ อธ บาย ความส มพ นธ ของส งม ช ว ต ๑. ส ารวจและ อภ ปรายความ ส มพ นธ ของ กล มส งม ช ว ต ในแหล ง ท อย ต าง ๆ ๒. อธ บาย ๑. ส ารวจ ระบบน เวศ ต างๆ ในท องถ นและ อธ บายความ ส มพ นธ ของ องค ประกอบ ๑. อธ บายด ลยภาพของระบบน เวศ ๒. อธ บายกระบวนการ เปล ยนแปลงแทนท ของส งม ช ว ต ๓. อธ บายความส าค ญของ ความหลากหลายทางช วภาพ และ เสนอแนะแนวทางในการด แลและ ร กษา ก บ ความส มพ นธ ภายในระบบ ส งแวดล อม ของส งม ช ว ตก บ ส งม ช ว ตในร ป ของโซ อาหาร และสายใยอาหาร ๓. ส บค นข อม ล ความส มพ นธ ระหว างการ ด ารงช ว ตของ น เวศ ๒. ว เคราะห ความส มพ นธ ของการ ถ ายทอด พล งงาน ของส งม ช ว ต ในร ปของ โซ อาหารและ สายใยอาหาร
ต วช ว ดช นป ส งม ช ว ตก บ สภาพแวดล อม ในท องถ น ๓. อธ บาย ว ฏจ กรน า ว ฏจ กร คาร บอน และ ความส าค ญ ท ม ต อระบบ น เวศ ๔. อธ บาย ป จจ ยท ม ผลต อ การ เปล ยนแปลง ขนาดของ ประชากร ในระบบน เวศ
สาระท ๒ ช ว ตก บส งแวดล อม มาตรฐาน ว ๒.๒ เข าใจความส าค ญของทร พยากรธรรมชาต การใช ทร พยากรธรรมชาต ในระด บท องถ น ประเทศ และโลกน าความร ไปใช ในในการจ ดการ ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ในท องถ นอย างย งย น ต วช ว ดช นป ๑. ส ารวจ ๑. ส บค นข อม ล ๑. ว เคราะห ๑. ว เคราะห สภาพป ญหา สาเหต ทร พยากร และอภ ปราย สภาพป ญหา ของป ญหาส งแวดล อมและ ธรรมชาต และ แหล งทร พยากร ส งแวดล อม ทร พยากรธรรมชาต ในระด บ อภ ปรายการใช ธรรมชาต ทร พยากร ท องถ น ระด บประเทศ และระด บ ทร พยากร ในแต ละท องถ น ธรรมชาต โลก ธรรมชาต ท เป น ในท องถ น และ ๒. อภ ปรายแนวทางในการ ในท องถ น ต อการด ารงช ว ต เสนอแนวทาง ป องก น แก ไข ป ญหา ส งแวดล อม ๒. ระบ การใช ๒. ว เคราะห ผล ในการ แก ไข และทร พยากรธรรมชาต ทร พยากร ของการเพ มข น ป ญหา ๓. วางแผนและด าเน นการเฝ า ธรรมชาต ของประชากร ๒. อธ บาย ระว ง อน ร กษ และพ ฒนา ท ก อให เก ด มน ษย ต อ การ แนวทาง ส งแวดล อมและทร พยากร ป ญหา ใช ทร พยากร การร กษา ธรรมชาต ส งแวดล อม ธรรมชาต สมด ลของ ในท องถ น ๓. อภ ปรายผล ระบบน เวศ ๓. อภ ปรายและ ต อส งม ช ว ต ๓. อภ ปราย น าเสนอการใช จากการ การใช ทร พยากร เปล ยนแปลง ทร พยากร ธรรมชาต อย าง ส งแวดล อม ธรรมชาต อย าง ประหย ด ค มค า ท งโดยธรรมชาต ย งย น และม ส วนร วม และโดยมน ษย ในการปฏ บ ต
ต วช ว ดช นป ๔. อภ ปราย ๔. ว เคราะห แนวทาง ในการด แล การใช ร กษาทร พยากร ทร พยากร ธรรมชาต และ ธรรมชาต ส งแวดล อม ตามปร ชญา ๕. ม ส วนร วม เศรษฐก จ ในการด แล พอเพ ยง ร กษาส งแวดล อม ๕. อภ ปราย ในท องถ น ป ญหา ส งแวดล อม และเสนอ แนะแนวทาง การแก ป ญหา ๖. อภ ปราย และม ส วนร วม ในการด แล และอน ร กษ ส งแวดล อม ในท องถ น อย างย งย น
๑. ส งเกต และระบ ล กษณะ ท ปรากฏ หร อสมบ ต ของว สด ท ใช ท า ของเล น ของใช ในช ว ต ประจ าว น ๒. จ าแนก ว สด ท ใช ท า ของเล น ของใช ใน ช ว ต ประจ าว น รวมท งระบ เกณฑ ท ใช จ าแนก สาระท ๓ สารและสมบ ต ของสาร มาตรฐาน ว ๓.๑ เข าใจสมบ ต ของสาร ความส มพ นธ ระหว างสมบ ต ของสารก บโครงสร างและแรงย ดเหน ยวระหว างอน ภาค ม กระบวนการส บเสาะ หา ความร และจ ตว ทยาศาสตร ส อสารส งท เร ยนร น าความร ไปใช ต วช ว ดช นป ๑. ระบ ๑. จ าแนก ๑. ทดลอง ๑. ทดลอง ๑. ทดลองและ ๑. ส ารวจ ชน ดและ ชน ดและ จ าแนกสารเป น เปร ยบเท ยบ สมบ ต ของ สมบ ต ของ สมบ ต ของ กล มโดยใช องค ประกอบ สมบ ต ของ ว สด ท เป น ว สด ชน ด ต าง ของแข ง เน อสารหร อ สมบ ต ของ ว สด ท น ามา ส วนประกอ ๆ เก ยวก บ ของเหลว และ ขนาดอน ภาค ธาต และสาร ท าของเล น บ ความย ดหย น แก ส เป นเกณฑ ประกอบ ของใช ของของเล น ความแข ง ๒. จ าแนกสาร ๒. ส บค น ในช ว ต ของใช ความเหน ยว เป นกล มโดย สมบ ต ของสาร ข อม ลและ ประจ าว น ๒. อธ บาย การน าความ ในแต ละกล ม เปร ยบเท ยบ ๒. เล อกใช การใช ร อน การน า สมบ ต ของ ว สด และ ไฟฟ า และ ธาต โลหะ ส งของต างๆ ของว สด ความหนาแน น ธาต อโลหะ แต ละชน ด ธาต ก งโลหะ ได อย าง เหมาะสม และ ปลอดภ ย ๒. ส บค น ข อม ลและ อภ ปรายการน า ว สด ไปใช ใน ช ว ต ประจ าว น ใช สถานะหร อ เกณฑ อ น ท ก าหนดเอง ๓. ทดลองและ อธ บายว ธ การ แยกสารบาง ชน ดท ผสมก น โดยการร อน การตกตะกอน การกรอง การระเห ด การ ระเหยแห ง ๒. อธ บาย สมบ ต และการ เปล ยนสถานะ ของสาร โดยใช แบบจ าลองการ จ ดเร ยงอน ภาค ของสาร ๓. ทดลองและ อธ บายสมบ ต ความเป นกรด เบส ของ สารละลาย และธาต ก มม นตร งส และน า ความร ไปใช ๓. ทดลอง การหล กการ ๑. ส บค นข อม ล โครงสร างอะตอม และส ญล กษณ น วเคล ยร ของธาต ๒. ว เคราะห การจ ด เร ยงอ เล กตรอนในอะตอม ความส มพ นธ ระหว างอ เล กตรอน ในระด บพล งงานนอกส ดก บสมบ ต ของธาต และการเก ดปฏ ก ร ยา ๓. อธ บายการจ ดเร ยงธาต และ ท านายแนวโน มสมบ ต ของธาต ใน ตารางธาต ๔. ว เคราะห การเก ด พ นธะเคม ในโครงผล กและใน โมเลก ล ของสาร ๕. ส บค นข อม ล ความส มพ นธ ระหว างจ ดเด อด จ ดหลอมเหลว และสถานะของสาร ก บแรงย ดเหน ยวระหว างอน ภาค ของสาร
ต วช ว ดช นป ๔. ส ารวจ และจ าแนก ประเภทของ สารต างๆ ท ใช ในช ว ต ประจ าว น โดยใช สมบ ต และการใช ของสารเป น เกณฑ ๕. อภ ปราย การเล อกใช สารแต ละ ประเภทได อย างถ กต อง และ ปลอดภ ย ๔.ตรวจสอบ ค า ph ของ สารละลาย และน า ความร ไปใช แยกสารด วย ว ธ การกรอง การตกผล ก การสก ด การกล น และโคร มาโทกราฟ และน าความร ไปใช -
สาระท ๓ สารและสมบ ต ของสาร มาตรฐาน ว ๓.๒ เข าใจหล กการและธรรมชาต ของการเปล ยนแปลงสถานะของสาร การเก ดสารละลาย การเก ดปฏ ก ร ยา ม กระบวนการส บเสาะ หาความร และ จ ตว ทยาศาสตร ส อสารส งท เร ยนร และน าความร ไปใช ต วช ว ดช นป ๑. ทดลอง ผล ของการ เปล ยนแปลง ท เก ดข นก บ ว สด เม อถ ก แรงกระท า หร อท าให ร อนข นหร อ ท าให เย นลง ๒. อภ ปราย และ อ นตรายท อาจ ๑. ทดลองและ อธ บายสมบ ต ของสาร เม อสารเก ด การละลายและ เปล ยนสถานะ ๒. ว เคราะห การ เปล ยนแปลง ท ท าให เก ด สารใหม และม สมบ ต เปล ยนแปลง ไป ๑. ทดลอง ว ธ เตร ยม สารละลาย ท ม ความ เข มข นเป น ร อยละ และ อภ ปราย การน าความร เก ยวก บ สารละลาย ไปใช ๑. ทดลอง การ เปล ยนแปลง สมบ ต มวล และพล งงาน เม อสาร เก ดปฏ ก ร ยา เคม รวมท ง อธ บายป จจ ย ท ม ผลต อการ เก ด ปฏ ก ร ยา เคม ๑. ทดลอง อธ บายและเข ยนสมการ ของปฏ ก ร ยาเคม ท วไป ท พบในช ว ตประจ าว น รวมท ง อธ บายผลของสารเคม ท ม ต อ ส งม ช ว ตและส งแวดล อม ๒. ทดลองอ ตราการ เก ดปฏ ก ร ยาเคม ป จจ ยท ม ผลต อ อ ตราการเก ดปฏ ก ร ยาเคม และน า ความร ไปใช ๓. ส บค นข อม ลการเก ด ป โตรเล ยม กระบวนการแยกแก ส ธรรมชาต และการกล นล าด บส วน น าม นด บ
ต วช ว ดช นป เก ดข น ๓. อภ ปราย ๔. ส บค นข อม ลและอภ ปราย เน องจากการ การ การน าผล ตภ ณฑ ท ได จากการแยก เปล ยนแปลง เปล ยนแปลง แก สธรรมชาต และการกล นล าด บ ของสารท ของว สด ส วนน าม นด บไปใช ก อให เก ดผล ต อส งม ช ว ต และ ส งแวดล อม ๒. ทดลอง การเปล ยน- แปลงสมบ ต มวลและ พล งงาน ของสาร เม อสาร เปล ยน สถานะและ เก ดการ ละลาย ๓. ทดลอง ป จจ ยท ม ผล ต อการ เปล ยน สถานะ และ การละลาย ของสาร ๒. ทดลอง อธ บายและ เข ยนสมการ เคม ของ ปฏ ก ร ยาของ สารต าง ๆ และน า ความร ไปใช ๓. ส บค น ข อม ลและ อภ ปรายผล ของสารเคม ปฏ ก ร ยาเคม ต อส งม ช ว ต และ ส งแวดล อม รวมท งผลของผล ตภ ณฑ ต อส งม ช ว ต และส งแวดล อม ๕. ทดลองการเก ดพอล เมอร สมบ ต ของพอล เมอร ๖. อภ ปรายการน าพอล เมอร ไปใช รวมท งผลท เก ดจาก การผล ตและใช พอล เมอร ต อ ส งม ช ว ตและส งแวดล อม ๗. ทดลอง องค ประกอบ และ ปฏ ก ร ยาบางชน ดของ คาร โบไฮเดรต ๘. ทดลอง องค ประกอบ และ ปฏ ก ร ยาบางชน ดของไขม นและ น าม น
ต วช ว ดช นป ๔. ส บค น ข อม ลและ อธ บายการ ใช สารเคม อย างถ กต อง ปลอดภ ย ว ธ ป องก นและ แก ไข อ นตรายท เก ดข นจาก การใช สารเคม ๙. ทดลอง องค ประกอบ และ ปฏ ก ร ยาบางชน ดของโปรต น และ กรดน วคล อ ก
สาระท ๔ แรงและการเคล อนท มาตรฐาน ว ๔.๑ เข าใจธรรมชาต ของแรงแม เหล กไฟฟ า แรงโน มถ วง และแรงน วเคล ยร ม กระบวนการส บเสาะหาความร ส อสารส งท เร ยนร และน าความร ไป ใช อย างถ กต องและม ค ณธรรม ต วช ว ดช นป ๑. ทดลอง การด งหร อ การผล กว ตถ ๑. ทดลองและ อธ บายแรงท เก ดจาก แม เหล ก ๒. อธ บาย การน าแม เหล ก มาใช ๓. ทดลอง แรงไฟฟ าท เก ดจากการถ ว ตถ บางชน ด ๑. ทดลองและ อธ บายผลของ การออกแรง ท กระท าต อ ว ตถ ๒. ทดลอง การตกของ ว ตถ ส พ นโลก แรงท โลก ด งด ดว ตถ ๑. ทดลองและ อธ บายการหาแรง ล พธ ของแรงสอง แรง ซ งอย ใน แนวเด ยวก นท กระท าต อว ตถ ๒. ทดลอง ความด นอากาศ ๓. ทดลอง ความด นของ ของเหลว ๔. ทดลองและ อธ บายแรงพย งของ ของเหลว การ ลอยต ว และการจม ของว ตถ ๑. ส บค น ข อม ล และ อธ บายปร มาณ สเกลาร ปร มาณ เวกเตอร ๒. ทดลอง ระยะทาง การกระจ ด อ ตราเร วและ ความเร ว ในการเคล อนท ของว ตถ ๑. ทดลองและ อธ บายการหาแรง ล พธ ของแรง หลายแรง ใน ระนาบเด ยวก นท กระท าต อว ตถ ๒. อธ บายแรง ล พธ ท กระท าต อ ว ตถ ท หย ดน ง หร อว ตถ เคล อนท ด วยความเร ว คงต ว ๑. อธ บาย ความเร งและผล ของแรงล พธ ท ท าต อว ตถ ๒. ทดลองและ อธ บายแรงก ร ยา และแรง ปฏ ก ร ยา ระหว างว ตถ และน าความร ไปใช ๓. ทดลองและ อธ บายแรงพย ง ของของเหลว ท กระท าต อว ตถ ๑. ทดลองความส มพ นธ ระหว างแรงก บ การเคล อนท ของ ว ตถ ในสนามโน มถ วง การน าความร ไปใช ๒. ทดลอง ความส มพ นธ ระหว างแรงก บ การ เคล อนท ของอน ภาคในสนามไฟฟ า และน าความร ไปใช ๓. ทดลองความ ส มพ นธ ระหว างแรงก บการเคล อนท ของอน ภาคในสนาม แม เหล ก และ น าความร ไปใช ๔. ว เคราะห แรง น วเคล ยร และแรงไฟฟ าระหว าง อน ภาคในน วเคล ยส
สาระท ๔ แรงและการเคล อนท มาตรฐาน ว ๔.๒ เข าใจล กษณะการเคล อนท แบบต างๆ ของว ตถ ในธรรมชาต ม กระบวนการส บเสาะหาความร และจ ตว ทยาศาสตร ส อสารส งท เร ยนร และน าความร ไปใช ต วช ว ดช นป ๑. ทดลอง แรงเส ยดทาน และน าความร ไปใช ๑. ทดลองและ อธ บายความ แตกต างระหว าง แรงเส ยดทาน สถ ตก บแรง และน าความร ไปใช ๒. ทดลองและ ว เคราะห โมเมนต ของแรง และน าความร ไปใช ๓. ส งเกต และ อธ บายการ เคล อนท ของ ว ตถ ท เป น แนวตรง และ แนวโค ง ๑. อธ บายและทดลองความ ส มพ นธ ระหว างการกระจ ด เวลา ความเร ว ความเร งของการ เคล อนท ในแนวตรง ๒. ส งเกตการเคล อนท แบบโพรเจกไทล แบบวงกลม และ แบบฮาร มอน กอย างง าย ๓. อภ ปรายผลการส บค นและ เก ยวก บการเคล อนท แบบโพรเจกไทล แบบวงกลม และแบบฮาร มอน กอย างง าย
สาระท ๕ พล งงาน มาตรฐาน ว ๕.๑ เข าใจความส มพ นธ ระหว างพล งงานก บการด ารงช ว ต การเปล ยนร ปพล งงาน ปฏ ส มพ นธ ระหว างสารและพล งงาน ผลของการใช พล งงานต อช ว ต และส งแวดล อม ม กระบวน การส บเสาะหาความร ส อสารส งท เร ยนร และน าความร ไปใช ต วช ว ดช นป ๑. ทดลอง ได ว าไฟฟ าเป น พล งงาน ๒. ส ารวจและ ยกต วอย าง เคร องใช ไฟฟ าในบ านท เปล ยน พล งงานไฟฟ า เป นพล งงาน อ น ๑. บอกแหล ง พล งงาน ธรรมชาต ท ใช ผล ตไฟฟ า ๒. อธ บาย ความส าค ญ ของพล งงาน ไฟฟ าและ เสนอว ธ การใช ไฟฟ าอย าง ประหย ดและ ปลอดภ ย ๑. ทดลองและ อธ บายการ เคล อนท ของแสง จากแหล งก าเน ด ๒. ทดลองและ อธ บายการ สะท อนของแสง ท ตกกระทบว ตถ ๓. ทดลองและ จ าแนกว ตถ ตาม ล กษณะการ มองเห นจาก แหล งก าเน ดแสง ๑. ทดลองและ อธ บายการเก ด เส ยงและการ เคล อนท ของเส ยง ๒. ทดลองและ อธ บายการเก ด เส ยงส ง เส ยงต า ๓. ทดลองและ อธ บายเส ยงด ง เส ยงค อย ๔. ส ารวจและ อภ ปราย อ นตรายท เก ดข นเม อฟ ง เส ยงด งมาก ๆ ๑. ทดลอง การต อ วงจรไฟฟ า อย างง าย ๒. ทดลอง ต วน าไฟฟ า และฉนวน ไฟฟ า ๓. ทดลองและ อธ บายการต อ เซลล ไฟฟ า แบบอน กรม และน าความร ไปใช ๑. ทดลองและ อธ บาย อ ณหภ ม และ การว ดอ ณหภ ม ๒. ส งเกต และ อธ บายการถ าย โอนความร อน และน าความร ไปใช ๓. อธ บาย การ ด ดกล น การ คายความร อน โดยการแผ ร งส และน าความร ไปใช ๑. ทดลองและ อธ บายการ สะท อนของ แสง การห กเห ของแสง และ น าความร ไปใช ๒. อธ บายผล ของความสว าง ท ม ต อมน ษย และส งม ช ว ต อ น ๆ ๑. อธ บายงาน พล งงานจลน พล งงานศ กย โน มถ วง กฎ การอน ร กษ พล งงาน และ ความส มพ นธ ระหว าง ปร มาณเหล าน รวมท งน า ความร ไปใช ๑. ทดลองสมบ ต ของ คล นกล ความส มพ นธ ระหว าง อ ตราเร ว ความถ และ ความยาวคล น ๒. อธ บายการเก ดคล นเส ยงบ ตส ของเส ยง ความเข มเส ยง ระด บ ความเข มเส ยง การได ย นเส ยง ค ณภาพเส ยง และน าความร ไปใช ๓. อภ ปรายผลการส บค นข อม ล เก ยวก บมลพ ษทางเส ยงท ม ต อ ส ขภาพของมน ษย และการเสนอ ว ธ ป องก น
ต วช ว ดช นป ๔. ทดลอง การ ห กเหของแสง เม อผ านต วกลาง โปร งใสสอง ชน ด ๕. ทดลอง การเปล ยนแสง เป นพล งงาน ไฟฟ าและน า ความร ไปใช ๖. ทดลองและ อธ บายแสงขาว ประกอบด วย แสงส ต าง ๆ และ น าความร ไปใช ๔. ทดลอง การต อหลอด ไฟฟ าท งแบบ อน กรม แบบ ขนาน และน า ความร ไปใช ๕. ทดลอง การเก ดสนาม แม เหล กรอบ สายไฟท ม กระแสไฟฟ า ผ าน และน า ความร ไปใช ๔. อธ บาย สมด ลความ ร อนและผล ของความร อน ต อการขยายต ว ของสาร และ น าความร ไปใช ใน ช ว ตประจ าว น ๓. ทดลองและ อธ บายการ ด ดกล นแสงส การมองเห นส ของว ตถ และ น าความร ไปใช ๒. ทดลอง ความส มพ นธ ระหว างความ ต างศ กย กระแสไฟฟ า ความต านทาน และน าความร ไป ใช ๓. ค านวณ พล งงานไฟฟ า ของเคร องใช ไฟฟ า และน า ความร ไปใช ๔. อธ บายคล นแม เหล กไฟฟ า สเปกตร มคล นแม เหล กไฟฟ า และ น าเสนอผลการส บค นข อม ล เก ยวก บ และการ ป องก นอ นตรายจากคล น แม เหล กไฟฟ า ๕. อธ บายปฏ ก ร ยาน วเคล ยร ฟ ช ช น ฟ วช น และความส มพ นธ ระหว างมวลก บพล งงาน
ต วช ว ดช นป ๔. ส งเกตและ อภ ปรายการต อ ๖. ส บค นข อม ลเก ยวก บพล งงาน ท ได จากปฏ ก ร ยาน วเคล ยร และผล วงจรไฟฟ าใน ต อส งม ช ว ต และส งแวดล อม บ านอย างถ กต อง ๗. อภ ปรายผลการส บค นข อม ล ปลอดภ ย และ เก ยวก บโรงไฟฟ าน วเคล ยร ประหย ด ๕. อธ บายต ว และการน าไปใช ต านทาน ๘. อธ บายชน ดและสมบ ต ของ ไดโอด ทรานซ สเตอร และทดลองต อ วงจร อ เล กทรอน กส เบ องต น ท ม ร งส จากธาต ก มม นตร งส ๙. อธ บายการเก ดก มม นตภาพ ร งส และบอกว ธ การตรวจสอบร งส ในส งแวดล อม การใช ผลกระทบต อส งม ช ว ตและ ส งแวดล อม ทรานซ สเตอร
๑. ส ารวจ ทดลอง องค ประกอบ และสมบ ต ทางกายภาพ ของด น ในท องถ น สาระท ๖ กระบวนการเปล ยนแปลงของโลก มาตรฐาน ว ๖.๑ เข าใจกระบวนการต าง ๆ ท เก ดข นบนผ วโลกและภายในโลก ความส มพ นธ ของกระบวนการต าง ๆ ท ม ผลต อการเปล ยนแปลงภ ม อากาศ ภ ม ประเทศ และส ณฐานของโลก ม กระบวนการส บเสาะหาความร และจ ตว ทยาศาสตร ส อสารส งท เร ยนร และน าความร ไปใช ต วช ว ดช นป ๑. ส ารวจ และจ าแนก ๑. ส ารวจและ อธ บายสมบ ต ๑. ส ารวจและ อธ บายการเก ด ๑. ส ารวจ ทดลองและ ๑. ส บค นและ อธ บาย ๑. ส ารวจ ทดลองและ ประเภทของ ทางกายภาพ ด น ๒.ระบ ชน ด อธ บายการ องค ประกอบ อธ บายล กษณะ ด นโดยใช ของน าจาก และสมบ ต ของ เก ดเมฆ และการ แบ งช น ของช นหน าต ด สมบ ต ทาง แหล งน าใน ด น ท ใช ปล ก หมอก น าค าง บรรยากาศท ปก กายภาพเป น ท องถ น และน า พ ช ใน ฝน และ คล มผ วโลก เกณฑ และน า ท องถ น ล กเห บ ๒. ทดลองและ ความร ไป ๒. ทดลอง อธ บาย ใช การเก ด ความส มพ นธ ระหว าง ความร ไปใช ๒. ส บค น ข อม ลและ อภ ปรายส วน ประกอบของ อากาศและ ความส าค ญ ของอากาศ ๓. ทดลอง อธ บายการ เคล อนท ของ อากาศท ม ผล จากความ แตกต างของ อ ณหภ ม ว ฏจ กรน า ๓. ออกแบบ และสร าง เคร องม อ อย างง าย ในการว ด อ ณหภ ม ความช น และความกด อากาศ ๑. อธ บาย จ าแนก ประเภทของ ห น โดยใช ล กษณะของ ห น สมบ ต ของ ห นเป นเกณฑ และน าความร ไปใช ๒. ส ารวจ การ เปล ยนแปลง ของห น ๓. ส บค น ธรณ พ บ ต ภ ย ท ม ผลต อ มน ษย และ สภาพแวดล อม ในท องถ น อ ณหภ ม ความช นและ ความกดอากาศ ท ม ผลต อ ปรากฏการณ ทางลมฟ าอากาศ ๓. ส งเกต ว เคราะห และ อภ ปราย การเก ด ปรากฏการณ ด น สมบ ต ของ ด น และ กระบวนการเก ด ด น ๒. ส ารวจ ว เคราะห และ อธ บายการใช และ การปร บปร ง ค ณภาพ ของด น ๓. ทดลอง เล ยนแบบ เพ อ อธ บาย กระบวนการเก ด และล กษณะ องค ประกอบของ ห น ๑. ส บค นหล กการ ใน การแบ งโครงสร างโลก ๒. ทดลองเล ยนแบบ กระบวนการเปล ยนแปลงทางธรณ ภาค ของโลก ๓. ทดลองเล ยนแบบ กระบวนการเก ดภ เขา รอยเล อน รอยคด โค ง แผ นด นไหว ภ เขาไฟระเบ ด ๔. ส บค นความ ส าค ญ ของปรากฏการณ ทางธรณ ว ทยา แผ นด นไหว ภ เขาไฟระเบ ด ท ส งผลต อ ส งม ช ว ตและส งแวดล อม ๕. ส ารวจ ว เคราะห การ ล าด บช นห น จากการวางต ว ของช น ห น ซากด กด าบรรพ และโครงสร าง ทางธรณ ว ทยา เพ ออธ บายประว ต ความเป นมา ของพ นท ๖. ส บค น ว เคราะห ของข อม ลทางธรณ ว ทยา
ต วช ว ดช นป ๔. ทดลอง การเก ดลม และน าความร ไปใช ในช ว ต ประจ าว น ทางลมฟ า อากาศท ม ผล ต อมน ษย ๔. ส บค น ว เคราะห และแปล ความหมาย ข อม ลจากการ พยากรณ อากาศ ๕. ส บค น ว เคราะห และ อธ บายผล ของลมฟ า อากาศต อการ ด ารง ช ว ต ของส งม ช ว ต และ ส งแวดล อม ๔. ทดสอบ และส งเกต องค ประกอบ และสมบ ต ของ ห น เพ อ จ าแนก ประเภทของ ห น และน า ความร ไปใช ๕. ตรวจสอบ ล กษณะทาง กายภาพของ แร และการ น าไปใช
ต วช ว ดช นป ๖. ส บค น ว เคราะห และ อธ บายป จจ ย ทางธรรมชาต และการ กระท าของ มน ษย ท ม ผล ต อการ เปล ยนแปลง อ ณหภ ม ของ โลก ร โหว โอโซน และ ฝนกรด ๖ ส บค น กระบวนการ เก ด ล กษณะ และสมบ ต ของ ป โตรเล ยม ถ านห น ห น น าม น และ การน าไปใช ๗. ส ารวจ ๗. ส บค น ว เคราะห และ อธ บายผล ของภาวะโลก ร อน ร โหว โอโซน และ ฝนกรด ท ม ต อ ส งม ช ว ตและ ส งแวดล อม ล กษณะแหล ง น าธรรมชาต การใช และการ อน ร กษ แหล ง น า ในท องถ น
ต วช ว ดช นป ๘. ทดลอง เล ยนแบบ และ อธ บาย การ เก ดแหล งน า บนด น แหล ง น าใต ด น ๙. ทดลอง เล ยนแบบ กระบวนการ ผ พ งอย ก บท การกร อน การพ ดพา การท บถม การตกผล ก และผลของ กระบวนการ ด งกล าว ๑๐. ส บค น สร าง แบบจ าลอง และ อธ บาย โครงสร างและ องค ประกอบ ของโลก
สาระท ๗ ดาราศาสตร และอวกาศ มาตรฐาน ว๗.๑ เข าใจว ว ฒนาการของระบบส ร ยะ กาแล กซ และเอกภพ การปฏ ส มพ นธ ภายในระบบส ร ยะ และผลต อส งม ช ว ตบนโลก ม กระบวนการส บเสาะ หา ความร และจ ตว ทยาศาสตร การส อสารส งท เร ยนร และน าความร ไปใช ต วช ว ดช นป ๑. ระบ ว า ในท องฟ าม ดวงอาท ตย ดวงจ นทร และดวงดาว ๑. ส บค นและ อภ ปราย ความส าค ญของ ดวงอาท ตย ๑. ส งเกต การข นตกของ ดวงอาท ตย ดวงจ นทร การเก ด กลางว น กลางค น และ การก าหนด ท ศ ๑. สร าง แบบจ าลองเพ อ อธ บายล กษณะ ของระบบส ร ยะ ๑. ส งเกต การเก ดท ศ และ ปรากฏการณ การข นตกของ ดวงดาวโดย ใช แผนท ดาว ๑. สร าง แบบจ าลอง การเก ดฤด ข างข น ข างแรม ส ร ย ปราคา จ นทร ปราคา และน าความร ไปใช ๑. ส บค นและ อธ บายความ ส มพ นธ ระหว าง ดวง อาท ตย โลก ดวงจ นทร และ ดาวเคราะห อ น ๆ และผลท เก ดข นต อ ส งแวดล อม และส งม ช ว ต บนโลก ๒. ส บค นและ อธ บาย องค ประกอบ ของเอกภพ กาแล กซ และ ระบบส ร ยะ ๑. ส บค นการเก ด และว ว ฒนาการของระบบส ร ยะ กาแล กซ และเอกภพ ๒. ส บค นธรรมชาต และว ฒนาการของดาวฤกษ
ต วช ว ดช นป ๓. ระบ ต าแหน งของ กล มดาว และ น าความร ไป ใช
สาระท ๗ ดาราศาสตร และอวกาศ มาตรฐาน ว ๗.๒ เข าใจความส าค ญของเทคโนโลย อวกาศท น ามาใช ในการส ารวจอวกาศ และทร พยากรธรรมชาต ด านการเกษตรและการส อสาร ม กระบวนการส บเสาะหาความร และจ ตว ทยาศาสตร ส อสารส งท เร ยนร และน าความร ไปใช อย างม ค ณธรรมต อช ว ตและส งแวดล อม ต วช ว ดช นป ๑. ส บค น อภ ปรายความ ก าวหน าและ ของ เทคโนโลย อวกาศ ๑. ส บค น และอภ ปราย ความ ก าวหน าของ เทคโนโลย อวกาศท ใช ส ารวจอวกาศ ว ตถ ท องฟ า สภาวะอากาศ ทร พยากร ธรรมชาต การเกษตร และการ ส อสาร ๑. ส บค นการส ง และค านวณความเร วในการโคจร ของดาวเท ยมรอบโลก ๒. ส บค น ของดาวเท ยมในด านต าง ๆ ๓. ส บค นการส ง และส ารวจอวกาศโดยใช ยาน อวกาศและสถาน อวกาศ
สาระท ๘ ธรรมชาต ของว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มาตรฐาน ว ๘.๑ ใช กระบวนการทางว ทยาศาสตร และจ ตว ทยาศาสตร ในการส บเสาะหาความร การแก ป ญหา ร ว าปรากฏการณ ทางธรรมชาต ท เก ดข นส วนใหญ ม ร ปแบบท แน นอน สามารถอธ บายและตรวจสอบได ภายใต ข อม ลและเคร องม อท ม อย ในช วงเวลาน นๆ เข าใจว า ว ทยาศาสตร เทคโนโลย ส งคม และ ส งแวดล อมม ความเก ยวข องส มพ นธ ก น ต วช ว ดช นป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ม. ๔ - ม. ๖ ๑.ต งค าถาม ๑.ต งค าถาม ๑.ต งค าถาม ๑. ต งค าถาม ๑. ต งค าถาม ๑.ต งค าถาม ๑. ต งค าถาม ๑. ต งค าถาม ๑. ต งค าถาม ๑. ต งค าถามท อย บนพ นฐาน เก ยวก บ เร อง เก ยวก บเร อง ท เก ยวก บเร อง ท เก ยวก บประเด น เก ยวก บ เก ยวก บ ท ก าหนด ท ก าหนด ท ก าหนด ของความร และความเข าใจ ท จะศ กษา จะศ กษา ตามท จะศ กษา ตามท หร อเร อง หร อ ประเด น ประเด น หร อ ประเด นหร อ ประเด นหร อ ประเด นหร อ ทางว ทยาศาสตร หร อความสนใจ ตามท ก าหนดให และ ก าหนดให และ สถานการณ หร อเร อง หร อ เร อง หร อ ต วแปร ต วแปร ต วแปร หร อจากประเด นท เก ดข นใน ก าหนดให หร อ ตามความ ตามความ ท จะศ กษา สถานการณ ท สถานการณ ท ท ส าค ญใน ท ส าค ญใน ท ส าค ญใน ขณะน น ท สามารถท าการส ารวจ ตาม ความ สนใจ สนใจ ตามท ก าหนดให จะศ กษา ตามท จะศ กษา ตามท การส ารวจ การส ารวจ การส ารวจ ตรวจสอบหร อศ กษาค นคว าได สนใจ ๒.วางแผน ๒.วางแผน และตามความ ก าหนด ให ก าหนดให และ ตรวจสอบ ตรวจสอบ ตรวจสอบ อย างครอบคล มและเช อถ อได ๒.วางแผน การส งเกต การส งเกต สนใจ และตามความ ตามความ หร อศ กษา หร อศ กษา หร อศ กษา ๒. สร างสมมต ฐานท ม ทฤษฎ การส งเกต ส ารวจ เสนอว ธ ส ารวจ ๒.วางแผน สนใจ สนใจ ค นคว าเร อง ค นคว าเร อง ค นคว าเร อง รองร บ หร อคาดการณ ส ารวจ ตรวจสอบ ตรวจสอบ การส งเกต เสนอ ๒.วางแผน ๒.วางแผน ท สนใจ ท สนใจ ท สนใจ ส งท จะพบ หร อสร างแบบจ าลอง ตรวจสอบ ศ กษาค นคว า ศ กษาค นคว า ว ธ ส ารวจ การส งเกต การส งเกต ได อย าง ได อย าง ได อย าง หร อสร างร ปแบบ เพ อน าไปส ศ กษาค นคว า โดยใช โดยใช ความค ด ตรวจสอบ หร อ เสนอการ เสนอการ ครอบคล ม ครอบคล ม ครอบคล ม การส ารวจตรวจสอบ โดยใช ความค ด ความค ด ของตนเอง ศ กษาค นคว า ส ารวจ ส ารวจ และเช อถ อได และเช อถ อได และเช อถ อได ๓. ค นคว ารวบรวมข อม ล ของตนเองและ ของตนเองของ ของกล มและ และคาดการณ ส ง ตรวจสอบ ตรวจสอบ ๒. สร าง ๒. สร าง ๒. สร าง ท ต องพ จารณาป จจ ยหร อต วแปร ของคร กล ม และ คาดการณ ส งท ท จะพบจากการ หร อศ กษา หร อศ กษา สมมต ฐาน สมมต ฐาน สมมต ฐาน ส าค ญ ป จจ ยท ม ผลต อป จจ ยอ น ๓. ใช ว สด ของคร จะพบจากการ ส ารวจตรวจสอบ ค นคว า และ ค นคว า ท สามารถ ท สามารถ ท สามารถ ป จจ ยท ควบค มไม ได และจ านวน อ ปกรณ ๓. ใช ว สด ส ารวจ ๓. เล อกอ ปกรณ คาดการณ ส งท คาดการณ ส ง ตรวจสอบได ตรวจสอบได ตรวจสอบได คร งของการส ารวจ ตรวจสอบ ในการส ารวจ อ ปกรณ ตรวจสอบ ท ถ กต อง จะพบจากการ ท จะพบจาก และวางแผน และวางแผน และวางแผน เพ อให ได ผลท ม ความเช อม น ตรวจสอบ และ เคร องม อ เหมาะสมในการ ส ารวจ การส ารวจ การส ารวจ การส ารวจ การส ารวจ อย างเพ ยงพอ บ นท กผลด วย ท เหมาะสม ส ารวจตรวจสอบ ตรวจสอบ ตรวจสอบ ตรวจสอบ ตรวจสอบ ตรวจสอบ ว ธ ง ายๆ ในการส ารวจ หลาย ๆ ว ธ หลาย ๆ ว ธ หลาย ๆ ว ธ
ต วช ว ดช นป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ม. ๔ - ม. ๖ ๔. จ ดกล ม ตรวจสอบ และ ๓.เล อกใช ว สด ๔. บ นท ก ๓.เล อกอ ปกรณ ๓. เล อกอ ปกรณ ๓.เล อกเทคน ค ๓.เล อกเทคน ค ๓.เล อกเทคน ค ๔. เล อกว สด เทคน คว ธ ข อม ลท ได จาก การส ารวจ ตรวจสอบและ บ นท กข อม ล ๔.จ ดกล มข อม ล เปร ยบเท ยบและ อ ปกรณ เคร องม อ ท เหมาะสมใน ข อม ลในเช ง ปร มาณ น าเสนอ ผลสร ปผล ท ถ กต อง เหมาะสม ในการส ารวจ และว ธ การส ารวจ ตรวจสอบท ถ ก ต องเหมาะสมให ว ธ การส ารวจ ตรวจสอบ ท งเช งปร มาณ ว ธ การส ารวจ ตรวจสอบ ท งเช งปร มาณ ว ธ การส ารวจ ตรวจสอบ ท งเช งปร มาณ อ ปกรณ ท ใช ในการส งเกต การ ว ด การส ารวจตรวจสอบ อย างถ กต องท งทางกว างและล ก น าเสนอผล น าเสนอผล การส ารวจ ๕. สร าง ตรวจสอบให ได ได ผลท และเช งค ณภาพ และเช งค ณภาพ และเช งค ณภาพ ในเช งปร มาณและค ณภาพ ๕. แสดง ๕.ต งค าถามใหม ตรวจสอบ และ ค าถามใหม เพ อ ข อม ลท เช อถ อ ครอบคล มและ ท ได ผลเท ยงตรง ท ได ผลเท ยงตรง ท ได ผลเท ยงตรง ๕. รวบรวมข อม ลและบ นท กผล ความค ดเห น ในการส ารวจ จากผลการส ารวจ ตรวจสอบ บ นท กข อม ล ๔.จ ดกล มข อม ล การส ารวจ ตรวจสอบ ต อไป ได ๔.บ นท กข อม ล เช อถ อได ๔. บ นท กข อม ล และปลอดภ ย โดยใช ว สด และ และปลอดภ ย โดยใช ว สด และ และปลอดภ ย โดยใช ว สด และ การส ารวจตรวจสอบอย างเป น ระบบถ กต อง ครอบคล มท งใน ตรวจสอบ ๖.แสดงความ เปร ยบเท ยบก บ ๖. แสดงความ ในเช งปร มาณ ในเช งปร มาณและ เคร องม อ เคร องม อ เคร องม อ เช งปร มาณและค ณภาพ โดย ๖. บ นท ก ค ดเห นเป นกล ม ส งท คาดการณ ค ดเห นและสร ป และ ค ณภาพ ค ณภาพ ว เคราะห ท เหมาะสม ท เหมาะสม ท เหมาะสม ตรวจสอบความเป นไปได ความ ผล และรวบรวม ไว และน าเสนอ ส งท ได เร ยนร และ และตรวจสอบผล ๔. รวบรวม ๔. รวบรวม ๔. รวบรวม เหมาะสมหร อความผ ดพลาดของ การส งเกต เป นความร ผล ๗. บ นท กและ ตรวจสอบผล ก บส งท ข อม ลจ ดกระท า ข อม ลจ ดกระท า ข อม ลจ ดกระท า ข อม ล ส ารวจ ตรวจสอบ โดยเข ยนภาพ หร อข อความ ๗. บ นท กและ อธ บายผลการ ส งเกต ส ารวจ ตรวจสอบ อย าง ๕..ต งค าถาม ใหม จากผลการ ส ารวจตรวจสอบ ๖.แสดงความ อธ บาย ผลการ ส ารวจ ตรวจสอบอย าง ตรงไปตรงมา ก บส งท คาดการณ ไว น าเสนอผลและ ข อสร ป คาดการณ ไว น าเสนอผลและ ข อสร ป ๕. สร างค าถาม ข อม ลเช ง ปร มาณและ ค ณภาพ ๕.ว เคราะห และ ข อม ลเช ง ปร มาณและ ค ณภาพ ๕.ว เคราะห และ ข อม ลเช ง ปร มาณและ ค ณภาพ ๕.ว เคราะห และ ๖. จ ดกระท าข อม ล โดย ค าน งถ งการรายงานผลเช งต ว เลขท ม ระด บความถ กต องและ น าเสนอข อม ลด วยเทคน คว ธ ส นๆ๗. ตรงไปตรงมา ค ดเห นและ ๘. น าเสนอ ๕.สร างค าถาม ใหม เพ อการ ประเม นความ ประเม นความ ประเม นความ ท เหมาะสม น าเสนอ ผลงาน ด วยวาจา ให ผ อ นเข าใจ โดยเข ยนภาพ แผนภาพหร อ ค าอธ บาย ๘.น าเสนอผลงาน ด วยวาจาให ผ อ น เข าใจ กระบวนการและ ผล ของงาน รวบรวมข อม ล จากกล มน าไปส การสร างความร ๗. บ นท กและ อธ บายผลการ ส งเกต ส ารวจ ตรวจสอบตาม ความเป นจร ง จ ดแสดงผลงาน โดยอธ บายด วย วาจา หร อเข ยน อธ บาย กระบวนการและ ผลของงานให ผ อ นเข าใจ ใหม เพ อการ ส ารวจ ตรวจสอบต อไป ๖.แสดงความ ค ดเห นอย าง อ สระ อธ บาย และสร ปส งท ได เร ยนร ส ารวจ ตรวจสอบต อไป ๖.แสดงความ ค ดเห นอย าง อ สระ อธ บาย ลงความเห นและ สร ปส งท ได เร ยนร สอดคล อง ของประจ กษ พยานก บข อสร ป ท งท สน บสน น หร อข ดแย ง ก บสมมต ฐาน และความ ผ ดปกต ของ สอดคล อง ของประจ กษ พยานก บข อสร ป ท งท สน บสน น หร อข ดแย ง ก บสมมต ฐาน และความ ผ ดปกต ของ สอดคล อง ของประจ กษ พยานก บข อสร ป ท งท สน บสน น หร อข ดแย ง ก บสมมต ฐาน และความ ผ ดปกต ของ
ต วช ว ดช นป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ม. ๔ - ม. ๖ ม แผนภาพ ๗. บ นท กและ ๗. บ นท ก ข อม ลจากการ ข อม ลจากการ ข อม ลจากการ ๗. ว เคราะห ข อม ล แปล ประกอบ อธ บายผลการ ส ารวจ ส ารวจ ส ารวจ ความหมายข อม ล และประเม น ค าอธ บาย ส ารวจ ผลการส ารวจ ตรวจสอบ ตรวจสอบ ตรวจสอบ ความสอดคล องของข อสร ป ๘. น าเสนอ ตรวจสอบตาม ตรวจสอบ ๖. สร าง ๖. สร าง ๖. สร าง หร อสาระส าค ญ เพ อตรวจสอบ จ ดแสดง ความเป นจร ง ตามความ แบบจ าลอง แบบจ าลอง แบบจ าลอง ก บสมมต ฐานท ต งไว ผลงาน ม การอ างอ ง เป นจร ง หร อร ปแบบ หร อร ปแบบ หร อร ปแบบ โดยอธ บาย ๘. น าเสนอ ม เหต ผล และ ท อธ บายผล ท อธ บายผล ท อธ บายผล ๘. พ จารณาความน าเช อถ อ หร อแสดงผล หร อแสดงผล หร อแสดงผล ของว ธ การและผลการส ารวจ ด วยวาจา จ ดแสดง ม ประจ กษ ของการ ของการ ของการ ตรวจสอบ โดยใช หล กความ และเข ยน ผลงาน โดย พยานอ างอ ง ส ารวจ ส ารวจ ส ารวจ คลาดเคล อน ของการว ดและ แสดง อธ บายด วย ๘. น าเสนอ ตรวจสอบ ตรวจสอบ ตรวจสอบ การส งเกต เสนอแนะการ กระบวนการ วาจา หร อเข ยน จ ดแสดง ๗. สร าง ๗. สร าง ๗. สร าง ปร บปร งว ธ การส ารวจตรวจสอบ และผล อธ บายแสดง ผลงาน ค าถามท ค าถามท ค าถามท ๙. น าผลของการส ารวจ ของงาน กระบวนการ โดยอธ บาย น าไปส การ น าไปส การ น าไปส การ ตรวจสอบท ได ท งว ธ การ ให ผ อ นเข าใจ และผล ของ ด วยวาจา งาน ให ผ อ น และเข ยน เข าใจ รายงานแสดง กระบวนการ และผล ของงาน ให ผ อ นเข าใจ ส ารวจ ตรวจสอบ ในเร องท เก ยวข อง และน า ความร ท ได ไปใช ในสถานการณ ใหม หร อ อธ บาย เก ยวก บ แนวค ด กระบวนการ และผลของ โครงงานหร อ ช นงานให ผ อ นเข าใจ ส ารวจ ตรวจสอบ ในเร องท เก ยวข อง และน า ความร ท ได ไปใช ในสถานการณ ใหม หร อ อธ บาย เก ยวก บ แนวค ด กระบวนการ และผลของ โครงงานหร อ ช นงานให ผ อ นเข าใจ ส ารวจ ตรวจสอบ ในเร องท เก ยวข อง และน า ความร ท ได ไปใช ในสถานการณ ใหม หร อ อธ บาย เก ยวก บ แนวค ด กระบวนการ และผลของ โครงงานหร อ ช นงานให ผ อ นเข าใจ และองค ความร ท ได ไปสร าง ค าถามใหม น าไปใช แก ป ญหา ในสถานการณ ใหม และในช ว ต จร ง ๑๐. ตระหน กถ งความส าค ญ ในการท จะต องม ส วนร วม ร บผ ดชอบการอธ บาย การลง ความเห น และการสร ปผล การเร ยนร ว ทยาศาสตร ท น าเสนอต อสาธารณชนด วยความ ถ กต อง
ต วช ว ดช นป ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ม. ๔ - ม. ๖ ๘. บ นท กและ อธ บายผลการ ส งเกตการส ารวจ ตรวจสอบ ๘. บ นท กและ อธ บายผลการ ส งเกตการส ารวจ ตรวจสอบ ๘. บ นท กและ อธ บายผลการ ส งเกตการส ารวจ ตรวจสอบ ค นคว าเพ มเต ม จากแหล งความร ต าง ๆ ให ได ข อม ลท เช อถ อ ได และยอมร บ การเปล ยนแปลง ความร ท ค นพบ เม อม ข อม ลและ ประจ กษ พยาน ใหม เพ มข นหร อ โต แย งจากเด ม ๙. จ ดแสดงผล งาน เข ยนรายงาน และ/หร ออธ บาย เก ยวก บแนวค ด กระบวนการ และ ผลของโครงงาน หร อช นงานให ผ อ นเข าใจ ค นคว าเพ มเต ม จากแหล งความร ต าง ๆ ให ได ข อม ลท เช อถ อ ได และยอมร บ การเปล ยนแปลง ความร ท ค นพบ เม อม ข อม ลและ ประจ กษ พยาน ใหม เพ มข นหร อ โต แย งจากเด ม ๙. จ ดแสดงผล งาน เข ยนรายงาน และ/หร ออธ บาย เก ยวก บแนวค ด กระบวนการ และ ผลของโครงงาน หร อช นงานให ผ อ นเข าใจ ค นคว าเพ มเต ม จากแหล งความร ต าง ๆ ให ได ข อม ลท เช อถ อ ได และยอมร บ การเปล ยนแปลง ความร ท ค นพบ เม อม ข อม ลและ ประจ กษ พยาน ใหม เพ มข นหร อ โต แย งจากเด ม ๙. จ ดแสดงผล งาน เข ยนรายงาน และ/หร ออธ บาย เก ยวก บแนวค ด กระบวนการ และ ผลของโครงงาน หร อช นงานให ผ อ นเข าใจ ๑๑. บ นท กผล การส ารวจตรวจสอบอย างม เหต ผล ใช พยานหล กฐานอ างอ ง หร อค นคว าเพ อเต ม เพ อหา หล กฐานอ างอ งท เช อถ อได และ ยอมร บว าความร เด ม อาจม การ เปล ยนแปลงได เม อม ข อม ล และประจ กษ พยานใหม เพ มเต ม หร อโต แย งจากเด ม ซ งท าทาย ให ม การตรวจสอบอย าง ระม ดระว ง อ นจะน ามาส การยอมร บ เป นความร ใหม ๑๒. จ ดแสดงผลงาน เข ยน รายงาน และ/หร ออธ บายเก ยวก บ แนวค ด กระบวนการ และผลของ โครงงานหร อช นงานให ผ อ น เข าใจ