Free Powerpoint Templates Page 1



Similar documents
โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส

ข อสอบเข ามหาว ทยาล ยขอนแก น บทท 15 เร อง ไฟฟ าและแม เหล ก

คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ

ไฟฟ าและการใช ประโยชน

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

บทท 4 ต วแบบการมอบหมายงาน (Assignment Model)

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง

การแก ไขข อม ลอ ตราใน ท าเน ยบก าล งพลอ เล กทรอน กส ปร บปร ง เม อ 12 ก.ย. 57

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม ก นยายน 2553)

การจ ดและตกแต งข อความ

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ

ภาพท 2 แสดงหน าการท ารายงานส นค าคงคล ง

การใช Microsoft Excel ในการค านวณทางการเง น ตอนท 4

หน วยท 5 เร อง ไดแอค ไทรแอคและการใช งาน

เป นเมน ท ใช ในการจ ดการภาพเอกกสาร โดยม รายละเอ ยดด งน

เทคน คการตรวจสอบความถ กต องของ ข อม ล. Error Detection and Correction

การแปลค าพ ก ดจากลองจ จ ดละต จ ดท เป น องศา ล ปดา ฟ ล ปดา ให เป นทศน ยม

การพ มพ /แก ไขเอกสาร โหมดการพ มพ ภาษาไทย / ภาษาอ งกฤษ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save)

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

การจ ดท ารายงานว จ ยส วนเน อหา

ค ม อการใช งานโปรแกรม

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต

การตรวจสอบการต ดต งโปรแกรมสแกนเอกสารและการด ภาพสแกน ค ม อทางด านเทคน ค

ค ม อการใช งาน สาหร บคร ผ สอน,คร ท ปร กษา

เร อง การออกแบบงานนาเสนอ และ เทคน คการจ ดการภาพน ง

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

เอกสารประกอบการสอน. รายว ชา การใช โปรแกรม Authorware 7 (ง 30203) นายร งโรจน เจนเจตว ทย

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

สอนโดย อาจารย อน นตพร วงศ ค า อาจารย ประจ าคณะบร หารธ รก จ สาขาว ชาการตลาด มหาว ทยาล ยเวสเท ร น จ งหว ดกาญจนบ ร

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

How To Read A Book

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

การว เคราะห ข อสอบ ( Item Analysis )

แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา

How To Understand The 3Rd Edition Of The Book \"Theory Of Mind\"

User Manual Editor Tool Proposal V1.0

Add your company slogan บทท 1 กลศาสตร การเคล อนท และการเคล อนท ในแนว เส นตรง มหาว ทยาล ยราชภ ฏนครสวรรค LOGO

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary

เม อเข าระบบตามหน วยงานแล ว จะพบหน าจอ ระบบจ ดการเว บไซต

บทท 8 การจ ดการโครงงาน (Project Management)

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

ค ม อการใช งานระบบ รายงานการต ดตามความพ งพอใจล กค า ภายหล งส งมอบรถใหม 3 ว น ออนไลน (Courtesy call online)

ใบความร. เร อง การแทรกอ กษรศ ลป (WordArt) (Word Processing Software)

การท างานเก ยวก บ Paragraph

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

ค ม อการต ดต งส อการเร ยนช นประถมศ กษาป ท 2 ในคอมพ วเตอร พกพา (Tablet)

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

ค ม อการใช งานระบบ E-Office ระบบสาน กงานอ เล คทรอน คส

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

MICROSOFT EXCEL 2007 การใช โปรแกรมค านวณ ด วย MICROSOFT EXCEL 2007 คร อ มาพร บร ร กษ

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

เร อง การสร างอ กษรศ ลป แผนผ งองค กร และแผนภ ม

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.


งานสถ ต และรายงาน. (Statistic & Reporting Module) ค ม อการใช งานระบบห องสม ดอ ตโนม ต สพฐ. เวอร ช น 3 1

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ CONTROL MENU INFORMATION PORT

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน

การใช โปรแกรมสำเร จร ป Excel ในการทดสอบแบบเอฟ และ ท

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

ใช Excel ต ดเกรด ง ายน ดเด ยว

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน

ตอนท 3 การนาเข าข อม ล

การจ ดการระบบต ดต อเราโดย Web Admin สามารถแบ งออกเป น 6 ห วข อ ด งน

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

บทท 8 ระบบขอใช บร การถ ายเอกสารและอ ดส าเนาอ เล กทรอน กส

ร ปท หน าจอ การค นหาการจ ดสรรอาคารบ านพ ก

How To Use Powerpoint And Powerpoint 2.2 On A Computer Or Tablet

ค ม อว ธ การต งค าเคร องถ ายเอกสาร ให ใช งานฟ งก ช น Scan และว ธ ต ดต งโปรแกรมท ใช ในการ Scan

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

Transcription:

Page 1

เฟสและเฟสเซอร Page 2

เวกเตอร ส ญล กษณ ท ใช แทนปร มาณไฟฟ าด วยห วล กศร ความ ยาวของล กศรและท ศทางท เก ด สามารถน าไปใช แทน ได ท (งขนาด ก าล ง และท ศทางท เก ดของแรงด น กระแส และก าล งงานไฟฟ า ท ศทางเคล อนท เวกเตอร (ก) ส ญล กษณ E=5v 45 (ข) ขนาดแรงด น ค) ขนาดและท ศทางกระแส Page 3

เฟส(Phase) ค อ ความแตกต างก นของเวลาหร อม มท เก ดส ญญาณไฟฟ า กระแสสล บข (นมามากกว าหน งส ญญาณ เร ยกม มท แตกต าง ก นว าม มเฟส (Phase Angle) Page 4

เฟส (Phase) เป นคล นไซน 2 ส ญญาณม เฟสต างก น 90 แรงด นท (งสองม ความถ 50 Hz แรงด น E1 ม ระด บแรงด น 100V เก ดข (นท เฟสปกต 0 หร อ เวลา 0 ms แรงด น E2 ม ระด บแรงด น 75V เก ดข (นช ากว าแรงด น E1 เป น ม ม 90 หร อเวลาต างก น 5 ms ระด บแรงด นของ E1และ E2 ม ค าแรงด นส งส ดในเวลาท แตกต างก นอย 5 ms เสมอ การพ จารณาเฟสของส ญญาณไฟฟ ากระแสสล บ ต อง พ จารณาจากปร มาณไฟฟ าท ม ความถ เด ยวก น จ งสามารถเปร ยบเท ยบ เฟสก นได ถ าหากม ความถ ไม เท าก น ม ช อเร ยกเฟสในล กษณะต าง ๆ แตกต างก นไป ความส มพ นธ ระหว างปร มาณไฟฟ าท เปร ยบเท ยบก บเฟส ท เก ดข (นแตกต างก น ถ าหากเป นเฟสน าหน า(Leading Phase) จะถ ก แทนด วยเคร องหมายบวก (+) และถ าหากเป นเฟสล าหล ง(Lagging Phase) จะถ กแทนด วยเคร องหมายลบ (-) Page 5

เฟสเหม อนก น ค อ ร ปคล นไฟฟ ากระแสสล บสองส ญญาณเก ดข (น พร อมก น ซ อนท บก นพอด คล นส ญญาณท (งสองจะม ความแรง เท าก นหร อต างก นก ได แต ต องม ท ศทางการเก ดคล นเหม อนก น เป นร ปคล นไซน ของแรงด น e และกระแส i ม เฟสเหม อนก น ค อ เร มเก ดคล น ไซน ท ต าแหน ง 0 เหม อนก น สามารถเข ยนสมการแรงด นและกระแสออกมาได ด งน ( Free Powerpoint e Templates = Em Sinωt i = Im Sinωt Page 6

เฟสตรงข ามก น ค อ ร ปคล นไฟฟ ากระแสสล บสองส ญญาณเก ดข (นพร อมก น ซ อนท บก นพอด คล นส ญญาณท (งสองจะม ความแรงเท าก นหร อต างก นก ได แต ต องม ท ศทางการเก ดคล นตรงข ามก น เช น ส ญญาณท 1 เร มต นเก ดคล น บวก ส ญญาณท 2 ต องเร มต นเก ดคล นลบ ส ญญาณท (งสองม ม มเฟสต างก น 180 หร อ rad เป นร ปคล นไซน ของแรงด น e และกระแส i ม เฟสตรงก นข าม สามารถเข ยน สมการแรงด นและกระแสออกมาได ด งน ( Free Powerpoint e Templates = Em Sin ωt i = - Im Sin ωt Page 7

เฟสเล อน ค อ ร ปคล นไฟฟ ากระแสสล บสองส ญญาณเก ดข (นในเวลาไม พร อมก น คล นส ญญาณท (งสองจะม ความแรงเท าก นหร อต างก นก ได แต ต องม เวลาการเก ดคล นไม พร อมก น ส ญญาณท (งสองม ม มเฟสต างก นมากกว า 0 แต น อยกว า 180 เฟสเล อนม 2 ล กษณะค อ เฟสเล อนแบบน าหน าและเฟสเล อน แบบล าหล ง ล กษณะร ปคล นไฟฟ ากระแสสล บม เฟสเล อน (ก) เฟสเล อนน าหน า Page 8

เฟสเล อน (ข) เฟสเล อนล าหล ง Page 9

ต วอย าง 3.1 ถ ากระแส iน าหน าแรงด น e เป น 25 ส ญญาณม ความถ 50 Hz ค ากระแสส งส ดไหลในวงจร 15 A จงค านวณหาค ากระแสช วขณะท เวลา 8 ms Page 10

ว ธ ท า ค ากระแส i น าหน าแรงด น e เป นม ม 25 เข ยนเป นสมการกระแสช วขณะได น าม ม 144 แทนค า i = 15 sin (144 + 25 ) = 15 sin 169 = 15 (0.1908) i = 2.862 A Page 11

เฟสเซอร ไดอะแกรม เฟสเซอร ไดอะแกรม (Phasors Diagram) หร อแผนภาพ เฟสเซอร เป นการใช เวกเตอร เพ อเข ยนแทนส ญญาณไฟฟ า กระแสสล บ ท ม ขนาดคงท และความเร วเช งม มคงท เส นตรงและห ว ล กศรหน งเส นแทนปร มาณไฟฟ าหน งส ญญาณ E, I ร วมเฟส I ม เฟสน าหน า E เป นม ม 30 I ม เฟสล าหล ง E เป นม ม 45 Page 12

ว ธ การเข ยนเฟสเซอร ไดอะแกรม 1.ก าหนดแกนอ างอ ง โดยท วไปจะใช เส นตรงแนวแกนนอนเป นแกน อ างอ ง 2.ก าหนดความยาวของเส นตรงเฟสเซอร จะต องให ม ขนาด พอเหมาะก บหน ากระดาษโดยปกต ความยาวของเส นตรงเฟสเซอร แรงด นจะใช สเกลแยกก นก บความยาวเส นตรงเฟสเซอร กระแส เน องจากแรงด นก บกระแสม หน วยว ดไม เหม อนก น เช น แรงด น เท าก บ 100V ส วนกระแสม ค าเท าก บ 2 A ด งน 0นถ าใช สเกล เด ยวก นจะท าให เส นตรงเฟสเซอร กระแส ม ขนาดความยาวเพ ยง เล กน อยเม อเท ยบก บเส นตรงเฟสเซอร แรงด นซ งไม เหมาะสมก น 3.ว ดขนาดม มเฟสของวงจรไฟฟ า หมายถ ง จะต องว ดขนาดม ม ระหว างแรงด นก บกระแสให ถ กต องหร อกะระยะให เหมาะสมและ เข ยนห วล กศรท ปลายส ดของเส นตรงเฟสเซอร ท กเส น Page 13

ว ธ การเข ยนเฟสเซอร ไดอะแกรม 4.เข ยนขนาดม มเฟส จะต องเข ยนม มเฟสก าก บไว ท กคร 0ง โดยอ างอ งก บ แกนอ างอ ง หร อระหว างเส นตรงเฟสเซอร ท อย ใกล ก น ยกเว น ก.ไม ต องบอกขนาดม มเฟส เม อม มเฟสเท าก บศ นย (Inphase) ข.ไม ต องบอกขนาดม มเฟส เม อเส นตรงเฟสเซอร อย ตรงข ามก บ แกนอ างอ ง หร อต 0งฉากก บแกนอ างอ ง 90 องศาหร อ 270 องศา 5.ก าหนดเคร องหมายบวกหร อลบระหว างเส นตรงเฟสเซอร จะก าหนด เพ อบอกให ทราบว าเฟสน าหน า (Leading Phase) หร อล าหล ง (Lagging Phase) ม ข อก าหนด ด งน 0 5.1 จะถ อว าเฟสน าหน าและม ท ศทางเป นบวก เม อพ จารณา ท ศทางทวนเข มนาฬ กา 5.2 จะถ อว าเฟสล าหล งและม ท ศทางเป นลบเม อพ จารณา ท ศทางตามเข มนาฬ กา Page 14

(ง) I ม เฟสน าหน า E 1 เป นม ม 20 และ E 2 ม เฟสล าหล ง E 1 เป นม ม 60 Page 15

ต วอย าง 3.2 ร ปคล นส ญญาณไซน 2 ส ญญาณเก ดข (น ม เฟสใน ล กษณะต างๆ จงเข ยนให อย ในร ปเฟสเซอร ไดอะแกรม สมการของแรงด นไฟฟ าช วขณะและ กระแสไฟฟ าช วขณะ ค อ e = Em sin( ω t + 0) = Em sin ω t i = Im sin( ω t + 0) = Im sin ω t สมการเฟสเซอร ค อ Em E= 0 2 Im I = 0 2 Page 16

ต วอย าง 3.2 ต อ Page 17

ต วอย าง 3.2 ต อ e= Emsin( ωt θ ) i= Imsin( ωt θ ) สมการของแรงด นไฟฟ าช วขณะและกระแสไฟฟ าช วขณะ ค อ e= Emsin( ωt θ ) i= Imsin( ωt θ ) สมการเฟสเซอร ค อ E I = = E m θ 2 Im θ 2 = E θ = I θ Page 18

ต วอย าง 3.2 ต อ Page 19 สมการของแรงด นไฟฟ าช วขณะและกระแสไฟฟ าช วขณะ ค อ ) Imsin( ) sin( θ ω θ ω + = + = t i t Em e สมการเฟสเซอร ค อ = = = = θ θ θ θ I I E E E m 2 Im 2

การรวมเวกเตอร เวกเตอร ท เข ยนข 0นมาในร ปเฟสเซอร ไดอะแกรมสามารถน ามารวมก น ได การหาขนาดและท ศทางผลล พธ ของเวกเตอร ท าได 3 ว ธ ค อ ใช ว ธ ต อ เวกเตอร ใช ส เหล ยมด านขนานรวมเวกเตอร และใช ว ธ แตกเวกเตอร ว ธ ต อเวกเตอร เป นว ธ การน าปร มาณไฟฟ าในร ปเวกเตอร แต ละส ญญาณเข ยน ต อก นไป โดยเข ยนให ขนาดและท ศทางท ถ กต องของแต ละเวกเตอร ต อเร ยง ตามล าด บก นไป จากต วแรกของเวกเตอร ไปจนถ งต วส ดท าย ลากผลล พธ เวกเตอร จากต นเวกเตอร ต วแรกไปหาปลายของเวกเตอร ต วส ดท าย ค าท ได ค อ เวกเตอร ผลล พธ ความยาวแทนขนาดของเวกเตอร ม มแทนเฟสของเวกเตอร Page 20

ต วอย างท 3.3 เฟสเซอร ไดอะแกรมของส ญญาณ 3 ส ญญาณ ม ขนาดและ ท ศทางเก ดข 0น แสดงด งร ปท 3.9 จงหาเวกเตอร ผลล พธ ท 0งขนาดและท ศทาง โดยว ธ ต อเวกเตอร Page 21

ต วอย างท 3.3 Page 22

ผลรวมของเวกเตอร จะได ขนาดและท ศทางของเวกเตอร ผลล พธ เป นแรงด นรวม ET = 6.5 V และ ม มเฟส θt = -145 Page 23

ว ธ ใช ส เหล ยมด านขนานรวมเวกเตอร เป นว ธ การน าปร มาณไฟฟ าในร ปเวกเตอร คร (งละหน งค มารวมก น โดย สร างส เหล ยมด านขนานจากปลายของเวกเตอร ท (งสอง จ ดต ดของเส นขนานท สร างเป นจ ดร บเวกเตอร ผลล พธ ลากจ ดเร มต นเวกเตอร ไปย งจ ดต ดเส นขนาน ขนาดและท ศทางของเวกเตอร ผลล พธ ท ได ค อผลรวมเวกเตอร ท (งสอง น า ผลล พธ เวกเตอร ท ได ไปสร างส เหล ยมใหม ก บเวกเตอร อ กค าหน ง ท าเช นน (ไป เร อย ๆ จนหมด ผลล พธ ส ดท ายของเวกเตอร ค อผลรวมของส ญญาณท (งหมด Page 24

ว ธ ใช ส เหล ยมด านขนานรวมเวกเตอร ต อ (ข) หาผลรวมเวกเตอร Page 25

ว ธ แตกเวกเตอร เป นว ธ การน าปร มาณไฟฟ าในร ปเวกเตอร แต ละส ญญาณมา แตกเวกเตอร ออกให อย ในแนวแกน x และแกน y ด วยการหาขนาดและท ศทาง ของเวกเตอร ผลล พธ โดยใช ตร โกณม ต น าเวกเตอร ผลล พธ ในแนวแกน x และ แกน y แต ละส ญญาณมารวมก น จะได เวกเตอร ผลล พธ ส ดท าย หาขนาดและ ท ศทางออกมา ล กษณะการใช ว ธ แตกเวกเตอร Page 26

ต วอย างท 3.5 เฟสเซอร ไดอะแกรมของส ญญาณ 3 ส ญญาณ จงหาเวกเตอร ผลล พธ ท (งขนาดและท ศทาง ใช ว ธ แตก เวกเตอร Page 27

ว ธ ท า 1) แตกเวกเตอร E1 ให เป น E1x, E1y 2) แตกเวกเตอร E2 ให เป น E2x, E2y 3) แตกเวกเตอร E3 ให เป น E3x, E3y 4) หาผลรวมของเวกเตอร บนแกน x (Σ x) และหาผลรวมของเวกเตอร บนแกน y (Σy) 5) หาขนาดและท ศทางของเวกเตอร ผลล พธ ET ด วยตร โกณม ต 6) เข ยนเฟสเซอร ไดอะแกรมได Page 28

จากร ป (ก) E1x = E1 cos 30 = 17 cos 30 = 17 x 0.866 = 14.72 V E1y = E1 sin 30 = 17 sin 30 = 17 x 0.5 = 8.5 V E2x = E2 cos 60 = 13 cos 60 = 13 x 0.5 = 6.5 V E2y = E2 sin 60 = 13 sin 60 = 13 x 0.866 = 11.26 V E3x = E3 cos 60 = 27 cos 60 = 27 x 0.5 = 13.5 V E3y = E3 sin 60 = 27 sin 60 = 27 x 0.866 = 23.38 V Σx = (E2x + E3x ) E1x = (6.5 + 13.5) 14.42 = 5.28 Σy = E3y (E1y + E2y) = 23.38 (8.5 + 11.26) = 3.62 Page 29

(ข) หาเวกเตอร ผลล พธ ET จากร ป (ข) ข Page 30

แบบฝ กห ด 1. จงแสดงว ธ การหาเวกเตอร ผลล พธ โดยว ธ ต อเวกเตอร 2. จงแสดงว ธ การหาเวกเตอร ผลล พธ โดยว ธ ส เหล ยมด านขนาน Page 31

แบบฝ กห ด 3. แสดงการแตกเวกเตอร Z 4. จงแสดงว ธ การหาเวกเตอร ผลล พธ โดยว ธ แตกเวกเตอร Page 32

แบบฝ กห ดต อ 4.ถ าแรงด น V 1 อ นเฟสก บกระแส I และแรงด น V 2 ล าหล ง กระแส I อย เป นม ม 30 จงเข ยนเฟสเซอร ไดอะแกรมแสดง ความส มพ นธ ระหว างกระแส I ก บแรงด น V 1 และ V 2 5.ถ าแรงด น V 1 น าหน ากระแส I ไปเป นม ม 20 และแรงด น V 2 น าหน ากระแส I ไปเป นม ม 17.5 จงเข ยนเฟสเซอร ไดอะแกรมแสดงความส มพ นธ ระหว างกระแส I ก บแรงด น V 1 และ V 2 6. ถ าแรงด น V 1 ล าหล งกระแส I ไปเป นม ม 45 แรงด น V 2 น าหน ากระแส I ไปเป นม ม 65 และแรงด น V 3 น าหน า กระแส I ไปเป นม ม 20 จงเข ยนเฟสเซอร ไดอะแกรมแสดง ความส มพ นธ ระหว างกระแส I ก บแรงด น V 1,V 2 และ V 3 Page 33

เฉลยข อท 1 เฉลยข อท 2 เฉลยข อท 3 Page 34

เฉลยข อท 4 E1x = E1 cos 45 = 1.414 cos 30 = 1.414 x 0.707 = 1 V E1y = E1 sin 45 = 1.414 sin 30 = 1.414 x 0.707 = 1 V E2x = E2 cos (-60 ) = 1cos(-60 ) = 1 x 0.5 = 0.5 V E2y = E2 sin (-60 ) = 1sin(-60 ) = 1 x (-0.866) = -0.866 V Σx = E1x + E2x = 1 + 0.5 = 1.5 V Σy = E1y + (E2y) = 1 +(-0.866) = 1.866 V Page 35