แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2556 โรงเร ยนกมลาไสย อาเภอกมลาไสย จ งหว ดกาฬส นธ สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 24 สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ การ
คาอน ม ต การใช แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2556 โรงเร ยนกมลาไสย สาน กงานเขตพ นท การศ กษา เขต 24 แผนปฏ บ ต การประจ าป การศ กษา 2556 จ ดท าข นโดยย ดว ส ยท ศน พ นธก จ กลย ทธ ของ ส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน (สพฐ.) และว ส ยท ศน เป าหมาย พ นธก จ ย ทธศาสตร กลย ทธ โรงเร ยนกมลาไสยเป นหล กในการจ ดท า คณะกรรมกาสถานศ กษาข นพ นฐานโรงเร ยนกมลาไสย พ จารณาแล วม มต ร วมก นว าสมควรให ใช แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษาฉบ บน เป นแนวทางในการดาเน นงานของโรงเร ยนได จ งลงนามเพ ออน ม ต การใช แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2556 ไว เป นหล กฐาน ลงนาม (นายว ระพงษ ว ระนาค นทร ) ประธานกรรมการสถานศ กษาข นพ นฐานโรงเร ยนกมลาไสย ลงนาม (นายก ตต พร อ นทะส ดา) ผ อานวยการโรงเร ยนกมลาไสย เลขาน การ กรรมการสถานศ กษาข นพ นฐานโรงเร ยนกมลาไสย
คานา กระทรวงศ กษาธ การและสาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานได กาหนดนโยบายและ วางกรอบ มาตรการ เพ อเป นการเช อมโยงกรอบแนวความค ดในการพ ฒนาการศ กษาข นพ นฐานส การปฏ บ ต โรงเร ยนกมลาไสยจ งได จ ดทาแผนปฏ บ ต ราชการประจาป การศ กษา 2556 ฉบ บน ข น เพ อใช เป นค ม อ ในการบร หารจ ดการภายใต วงเง นงบประมาณท ได ร บการจ ดสรรให เก ดประส ทธ ภาพ และประส ทธ ผลส งส ด โดยได คาน งถ งผลผล ตและผลล พธ ท เก ดก บผ เร ยนเป นหล ก โรงเร ยนกมลาไสยหว งเป นอย างย งว ากรอบแนวค ดในการด าเน นงานของโรงเร ยนกมลาไสย ในแผนปฏ บ ต ราชการประจาป งบประมาณฉบ บน จะเป นแนวทางให กล มงาน กล มสาระการเร ยนร และ ผ ท เก ยวข องท กคนใช เพ อบร หารจ ดการศ กษาตามภารก จท ได ร บมอบหมายให บรรล ผลตามเป าหมาย ท กาหนดไว อย างม ประส ทธ ภาพ แผนงานโรงเร ยนกมลาไสย
สารบ ญ คาอน ม ต การใช แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2555 คานา ส วนท 1 สภาพป จจ บ น -ประว ต โรงเร ยนกมลาไสย 2 ส วนท 2 แนวนโยบายการจ ดการศ กษา - นโยบายร ฐบาล : ด านการศ กษา 6 - นโยบายร ฐมนตร ว าการกระทรวงศ กษาธ การ (นายพงษ เทพ เทพกาญจนา) 8 - นโยบาย ว ส ยท ศน พ นธก จ สพฐ. 14 - ท ศทางการพ ฒนาค ณภาพการศ กษา ป งบประมาณ 2556 สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 24 (กาฬส นธ ) 16 - การจ ดวางท ศทางโรงเร ยนกมลาไสย 19 - ย ทธศาสตร กลย ทธ ต วช ว ดและมาตรการโรงเร ยนกมลาไสย 23 - มาตรฐานการศ กษาข นพ นฐานเพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา 31 ส วนท 3 งบประมาณดาเน นงานของโรงเร ยน - งบประมาณป การศ กษา 2556 37 ส วนท 4 โครงการ/ก จกรรม/งาน ท บรรจ ในแผนปฏ บ ต การ ป การศ กษา 2555 - โครงการ/ก จกรรมในแผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2556 43 จาแนกตามโครงสร างการบร หารงาน - โครงการ/ก จกรรมในแผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2556 60 จาแนกตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐานเพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา ภาคผนวก
ส วนท 1 สภาพป จจ บ น
ประว ต โรงเร ยนกมลาไสย โรงเร ยนกมลาไสยเป นโรงเร ยนม ธยมศ กษาประจาอาเภอกมลาไสย เป ดทาการสอนคร งแรกเม อ ว นท 17 พฤษภาคม 2492 ท ศาลาการเปร ยญ ว ดเกษมาคม ม ช อว า ใช อ กษรย อ ก.ส.4 เหต ท ทาการสอน ท ว ดเน องจาก การก อสร างอาคารเร ยนตามงบประมาณทางราชการบนท ด นสงวนย งไม เสร จ และต อมา ว นท 1 ก มภาพ นธ 2493 ได ย ายจากว ดมาเร ยนอาคารเร ยนใหม ท สร างเสร จเร ยบร อยแล วโดยม คร ใหญ คนแรก ค อ นายพลอย มหาแสน ท ต งป จจ บ น เลขท 184 หม 15 ถนนราษฎรบร หาร ต.กมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬส นธ โทรศ พท 043-899037 โทรสาร 043-899470 เวปไซด www.kls.ac.th ส ประจาโรงเร ยน ม วง-เหล อง ซ งได จากส ของดอกอ นทน ลและส ของดอกค ณ ม วง หมายถ ง ส แห งความม นคงทางว ชาการ เหล อง หมายถ ง ส แห งความเล อมใสในสถาบ น อ กษรย อ ก.ล.ส. ปร ชญาโรงเร ยน ว ชาก บว น ยต องไปด วยก น คต พจน ศ กษาด ม ว น ย ใฝ ค ณธรรม ตราประจาโรงเร ยน ดอกบ ว ตราประจาโรงเร ยน วงกลมใน ประกอบด วยดอกบ วต ม ดอกบ วบานและใบบ ว เป นดอกไม ท กล นหอมเป นส ญล กษณ ของ ความด บ วเป นพ ชท เก ดจากตมเปร ยบเสม อนน กเร ยนท เร มต นจากหลายสถาบ น ได เข ามาศ กษาในสถาบ นแห งน คร ได ให ความเอ ออาทรห วงใย เหม อนก บส เข ยวของดอกบ วอ นเป นส แห งความช มช น นาความร ไปใช ในทางท ด งามเหม อนดอกบ วท ส งกล นหอมพร อมท จะให ฝ กให ผลเปร ยบได ก บความสาเร จ ของน กเร ยน วงกลมภายนอก หมายถ ง ความเป นระเบ ยบ ม ว น ยและค ณธรรมท คร ได อบรมส งสอนตลอดมา การจ ดช นเร ยน พ.ศ. 2546 จ ดช นเร ยน 10-8-8-/8-8-8 รวม 50 ห องเร ยน พ.ศ. 2547 จ ดช นเร ยน 10-10-8-/8-8-8 รวม 52 ห องเร ยน พ.ศ. 2548 จ ดช นเร ยน 10-10-10-/8-8-8 รวม 54 ห องเร ยน พ.ศ. 2549 จ ดช นเร ยน 10-10-10-/9-8-8 รวม 55 ห องเร ยน พ.ศ. 2550 จ ดช นเร ยน 10-10-10-/8-8-8 รวม 54 ห องเร ยน พ.ศ. 2551 จ ดช นเร ยน 10-10-10-/9-8-9 รวม 56 ห องเร ยน พ.ศ. 2552 จ ดช นเร ยน 10-10-10-/9-7-8 รวม 54 ห องเร ยน พ.ศ. 2553 จ ดช นเร ยน 10-10-10-/10-9-8 รวม 57 ห องเร ยน พ.ศ. 2554 จ ดช นเร ยน 10-10-10/10-9-9 รวม 58 ห องเร ยน พ.ศ. 2555 จ ดช นเร ยน 10-10-10/10-10-10 รวม 60 ห องเร ยน พ.ศ. 2556 จ ดช นเร ยน 10-10-10/10-10-10 รวม 60 ห องเร ยน
เก ยรต ค ณโรงเร ยนกมลาไสย พ.ศ.2545 โรงเร ยนจ ดก จกรรมการเร ยนการสอนจร ยธรรมด เด น กรมการศาสนา พ.ศ.2546 เด กชาย ศ ภกร บาลลา ร บรางว ลรองชนะเล ศอ บด บ 1 ในการแข งข นเดาะบอล ระด บประเทศ ร นประชาชนท วไป มหกรรมก ฬาท องถ นไทค พ คร งท 2 ท จ งหว ดชลบ ร พ.ศ.2546 ถ วยรางว ลพระราชทานสมเด จพระเทพร ตนราชส ดาสยามบรมราชก มาร ในการแข งข น โปงลางประเภท ก. ในงานมหกรรมโปงลาง แพรวาและงานกาชาดจ งหว ดกาฬส นธ พ.ศ.2547 โรงเร ยนเร งส ฝ น Fast Track พ.ศ.2548 โรงเร ยนส งเสร มส ขภาพด เด นระด บทอง พ.ศ.2548 โรงเร ยนต นแบบโรงเร ยนในฝ น พ.ศ.2548 โรงเร ยนรางว ลพระราชทานระด บม ธยมศ กษาขนาดใหญ พ.ศ.2549 ศ นย ICT โรงเร ยนในฝ น พ.ศ.2550 ศ นย คณ ตศาสตร โรงเร ยนในฝ น พ.ศ.2551 ศ นย ว ฒนธรรมโรงเร ยน จ งหว ดกาฬส นธ พ.ศ.2552 -รางว ลชะเล ศการประกวดเร ยงความตามนโยบายสถานศ กษา 3 ด (3D) -รางว ลชนะเล ศการประกวดโครงงานประว ต ศาสตร ระด บภาค คร งท 7 ม ลน ธ เปรม ต ณส ลานนท ท มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ส รนาร จ งหว ดนครราชส มา -รางว ลชนะเล ศระด บประเทศ ประกวดการจ ดก จกรรมผลงานย วชนประก นภ ยด เด นโดย สาน กงานคณะกรรมการกาก บและส งเสร มการประกอบธ รก จประก นภ ย -รางว ลชนะเล ศการประกวดโครงงานว ทยาศาสตร สาขาช วว ทยาระด บ ม.ปลายระด บ ภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ ของสมาคมว ทยาศาสตร แห งประเทศไทยในพระบรมราช ปถ มภ -รางว ลชนะเล ศการประกวดโครงงานว ทยาศาสตร สาขากายภาพระด บ ม.ปลายระด บ ภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ ของสมาคมว ทยาศาสตร แห งประเทศไทยในพระบรมราช ปถ มภ -รางว ลชนะเล ศเหร ยญทองการแข งข นก จกรรมประด ษฐ งานใบตอง ประเภทพานบายส ส ขว ญ ในงานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยนภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ จ งหว ดอ บลราชธาน -รางว ลชนะเล ศเหร ยญทองการแข งข น ประเภทวงดนตร ล กท ง ในงานศ ลปห ตถกรรม น กเร ยนภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ จ งหว ดอ บลราชธาน พ.ศ.2553 -น กเร ยนสอบได คะแนนเต มว ชาภาษาไทยในการสอบ GAT-PAT คร งท 2,3 ประจาป 2553 โดยสถาบ นทดสอบทางการศ กษาแห งชาต (สทศ.) -รางว ลเหร ยญทอง เข ยนเร ยงความ ม.ต น งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยนระด บ ภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อ คร งท 60 ประจาป 2553 จ งหว ดอ ดรธาน -รางว ลเหร ยญทอง ท กษะภาษาไทย ม.ปลาย งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยนระด บ ภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ คร งท 60 ประจาป 2553 จ งหว ดอ ดรธาน -รางว ลเหร ยญทอง มารยาทไทย ม.ปลาย งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยนระด บ ภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ คร งท 60 ประจาป 2553 จ งหว ดอ ดรธาน -รางว ลเหร ยญทอง ละครประว ต ศาสตร งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยนระด บ ภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ คร งท 60 ประจาป 2553 จ งหว ดอ ดรธาน -รางว ลเหร ยญทอง เล าน ทานค ณธรรม งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยนระด บ ภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ คร งท 60 ประจาป 2553 จ งหว ดอ ดรธาน
-เป นต วแทนจ งหว ดกาฬส นธ เข าแข งข นช งแชมป ประเทศไทย ณ ศ นย การค า เซ ยร ร งส ต ได ร บรางว ลชนะเล ศ ห นยนต บ งค บม อ สารวจดาวนพเคราะห ระด บ ม.ปลาย -รางว ลเหร ยญทอง การวาดภาพลายเส นระด บ ม.ต น ในงานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน ระด บประเทศ คร งท 60 ประจาป การศ กษา 2553 ณ อาคารชาเลนเจอร เม องทองธาน ค อ นายฌานนท ต นธนาภ น นท พ.ศ.2554 -เป นต วแทนภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อเข าแข งข นวงดนตร ล กท งประเภท ข ในงาน ศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน ระด บประเทศท เม องทองธาน ได รางว ลเหร ยญทอง -จ ดก จกรรม EIS Towards ASEAN North-Eastern Region 1 st ว นท 3 ก มภาพ นธ พ.ศ.2555 -ผลการประเม นค ณภาพภายนอก รอบท 3 โดย สมศ.ค อ สมควรได ร บรองมาตรฐาน การศ กษา ได คะแนนเฉล ย 81.71 อย ในระด บ ด -ลงนามความร วมม อทางการศ กษาก บประเทศในกล มอาเซ ยน 3 ประเทศได แก 1.ประเทศลาว 1 โรงเร ยน ค อ โรงเร ยน Souksavath College กร งเว ยงจ นทน 2.ประเทศเว ยดนาม 2 โรงเร ยนค อ โรงเร ยน Quoe Hoc High School และ โรงเร ยน Nguyen Hue High School ในจ งหว ด Hue 3.ประเทศก มพ ชา 1 โรงเร ยน ค อ โรงเร ยน Samdach Ouv High School เม อง Siem Reap พ.ศ.2555 -จ ดงาน Kalasin ASEAN Youth Camp คร งท 1 ม น กเร ยนต วแทน 10 ประเทศเข าร วม -รางว ลเหร ยญทอง โครงงานคณ ตศาสตร ม.ต น ในงานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยนระด บภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อ คร งท 62 ประจาป การศ กษา 2555 ณ จ งหว ดช ยภ ม -รางว ลเหร ยญทอง โครงงานว ทยาศาสตร ประเภทส งประด ษฐ ม.ต น ในงานศ ลปห ตถกรรม น กเร ยนระด บภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ คร งท 62 ประจาป การศ กษา 2555 ณ จ งหว ดช ยภ ม -รางว ลเหร ยญทอง ห นยนต บ งค บม อ ม.ต น ในงานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยนระด บภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อ คร งท 62 ประจาป การศ กษา 2555 ณ จ งหว ดช ยภ ม -รางว ลเหร ยญทอง การแข งข นทาน าพร กผ กสดเคร องเค ยง ม.ต น ในงานศ ลปห ตถกรรม น กเร ยนระด บภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ คร งท 62 ประจาป การศ กษา 2555 ณ จ งหว ดช ยภ ม -รางว ลเหร ยญทอง แกะสล กผ กผลไม ม.ปลาย ในงานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยนระด บภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อ คร งท 62 ประจาป การศ กษา 2555 ณ จ งหว ดช ยภ ม -รางว ลเหร ยญทอง การแข งข นวงดนตร ล กท ง ประเภท ก ในงานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน ระด บภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ คร งท 62 ประจาป การศ กษา 2555 ณ จ งหว ดช ยภ ม -รางว ลเหร ยญทอง เพ อนท ปร กษา YC ม.ปลาย ในงานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยนระด บภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อ คร งท 62 ประจาป การศ กษา 2555 ณ จ งหว ดช ยภ ม
ส วนท 2 แนวนโยบายการจ ดการศ กษา
นโยบายร ฐบาล : ด านการศ กษา แถลงเม อว นท 26 ส งหาคม 2554 นโยบายท จะดาเน นการภายในช วงระยะ 4 ป ของร ฐบาลช ดน นโยบายด านการศ กษา ได กาหนดไว ใน นโยบายส งคมและค ณภาพช ว ต ซ งม สาระสาค ญ ด งน 1. เร งพ ฒนาค ณภาพการศ กษา โดยการปฏ ร ประบบความร ของส งคมไทย อ นประกอบด วย การยกระด บองค ความร ให ได มาตรฐานสากล จ ดให ม โครงการตาราแห งชาต ท บรรจ ความร ท ก าวหน าและได มาตรฐาน ท งความร ท เป นสากลและภ ม ป ญญาท องถ น ส งเสร มการอ าน พร อมท งส งเสร ม การเร ยนการสอนภาษาต างประเทศและภาษาถ น จ ดให ม ระบบการจ ดการความร ปฏ ร ปหล กส ตร การศ กษาท กระด บให รองร บการเปล ยนแปลงของโลกและท ดเท ยมก บมาตรฐานสากลบนความเป นท องถ น และความเป นไทย เพ มผลส มฤทธ ของการศ กษาท กระด บช น โดยว ดผลจากการผ านการทดสอบมาตรฐาน ในระด บชาต และนานาชาต ขจ ดความไม ร หน งส อให ส นไปจากส งคมไทย จ ดให ม คร ด เพ ยงพอในท ก ห องเร ยน ให ม โรงเร ยนและสถาบ นอาช วศ กษาค ณภาพส งในท กพ นท พ ฒนามหาว ทยาล ยเข าส ระด บโลก พ ฒนาระบบการศ กษาให ผ เร ยนม ความร ค ค ณธรรม ม งการสร างจร ยธรรมในระด บป จเจก รวมท งสร าง ความตระหน กในส ทธ และหน าท ความเสมอภาค และด าเน นการให การศ กษาเป นพ นฐานของส งคม ประชาธ ปไตยท แท จร ง ปร บปร งโครงสร างระบบบร หารการศ กษาโดยการกระจายอ านาจส พ นท ให เสร จ สมบ รณ โดยเร มจากพ นท ท ม ความพร อม 2. สร างโอกาสทางการศ กษา กระจายโอกาสทางการศ กษาในส งคมไทย โดยคาน งถ ง การสร างความเสมอภาคและความเป นธรรมให เก ดข นแก ประชากรท กกล ม ซ งรวมถ งผ ยากไร ผ ด อยโอกาส ผ พ การ ผ บกพร องทางกายและการเร ยนร รวมท งชนกล มน อย โดยส งเสร มการให ความร ต งแต อย ในครรภ มารดาถ งแรกเก ด ให ได ร บการด แลอย างม ประส ทธ ภาพท งแม และเด ก สน บสน นการจ ดการศ กษาตามว ย และพ ฒนาการอย างม ค ณภาพ ต งแต ก อนว ยเร ยนจนจบการศ กษาข นพ นฐาน โดยจ ดให ม ระบบสะสมผล การศ กษาและการเท ยบโอนเพ อขยายโอกาสให กว างขวางและลดป ญหาคนออกจากระบบการศ กษา นอกจากน จะดาเน นการลดข อจาก ดของการเข าถ งการศ กษาระด บอ ดมศ กษาและอาช วศ กษา ช นส ง โดยจ ดให ม โครงการเง นก เพ อการศ กษาท ผ กพ นก บรายได ในอนาคต โดยให ผ ก เร มใช ค นต อเม อม รายได เพ ยงพอท จะเล ยงต วได พ กชาระหน แก ผ เป นหน กองท นก ย มเพ อการศ กษา โดยปร บเปล ยนการชาระ หน เป นระบบท ผ กพ นก บรายได ในอนาคต ปร บปร งระบบการค ดเล อกเข าศ กษาต อท กระด บให เอ อต อการ กระจายโอกาส โดยเฉพาะอย างย งจะจ ดให ม ระบบค ดเล อกกลาง เพ อเข าศ กษาต อในมหาว ทยาล ยท ม ประส ทธ ภาพและเป นธรรม ดาเน น โครงการ ๑ อาเภอ ๑ ท น เพ อเป ดโอกาสให เด กไทยได ไปเร ยนต อ ต างประเทศ จ ดการศ กษาช มชนเพ อม งให เก ดส งคมแห งการเร ยนร และการศ กษาตลอดช ว ต
3. ปฏ ร ปคร ยกฐานะให เป นว ชาช พช นส งอย างแท จร ง โดยปฏ ร ประบบการผล ตคร ให ม ค ณภาพ ท ดเท ยมก บนานาชาต สร างแรงจ งใจให คนเร ยนด และม ค ณธรรมเข าส ว ชาช พคร ปร บปร งระบบเง นเด อน และค าตอบแทนคร พ ฒนาระบบความก าวหน าของคร โดยใช การประเม นเช งประจ กษ ท อ งข ดความสามารถ และว ดส มฤทธ ผลของการจ ดการศ กษาเป นหล ก จ ดระบบการศ กษาและฝ กอบรมเพ อพ ฒนาค ณภาพคร อย างต อเน อง แก ป ญหาหน ส นคร โดยการพ กชาระหน และการปร บโครงสร างหน ตามนโยบาย แก ป ญหาหน คร วเร อนของร ฐบาล พ ฒนาระบบภ ม สารสนเทศเพ อใช ใน การกระจายคร ขจ ดป ญหาการขาดแคลนคร ใน สาระว ชาหล ก เช น คณ ตศาสตร ว ทยาศาสตร และภาษา 4. จ ดการศ กษาข นอ ดมศ กษาและอาช วศ กษาให สอดคล องก บตลาดแรงงานท งในเช งปร มาณ และค ณภาพ โดยกระบวนการสร างประสบการณ ระหว างเร ยนอย างเหมาะสม และสน บสน นการสร าง รายได ระหว างเร ยน และสน บสน นให ผ สาเร จการศ กษาม งานทาได ท นท โดยความร วมม อระหว างแหล งงาน ก บสถานศ กษา ส งเสร มให ศ นย อบรมอาช วศ กษาเพ อให น กเร ยน น กศ กษา และประชาชนสามารถเร ยนร หา ประสบการณ ก อนไปประกอบอาช พ โดยให สถาบ นอาช วศ กษาดาเน นการร วมก บผ เช ยวชาญในแต ละอาช พ รวมท งจ ดให ม ศ นย ซ อมสร างประจาช มชนเพ อฝ กฝนช างฝ ม อและการสร างท กษะในการให บร การแก ประชาชน ท งน จะดาเน นการร วมก บภาคเอกชนอย างจร งจ ง เพ อส งเสร มการศ กษาในสายอาช วศ กษาให เป นท ยอมร บและสามารถม รายได ส งตามความสามารถ 5. เร งพ ฒนาการใช เทคโนโลย สารสนเทศเพ อการศ กษาให ท ดเท ยมก บนานาชาต โดยใช เป น เคร องม อในการเร งยกระด บค ณภาพและการกระจายโอกาสทางการศ กษา จ ดให ม ระบบการเร ยนแบบ อ เล กทรอน กส แห งชาต เพ อเป นกลไกในการเปล ยน กระบวนท ศน การเร ยนร ให เป นแบบผ เร ยนเป น ศ นย กลางและเอ อให เก ดการ เร ยนร ตลอดช ว ต พ ฒนาเคร อข ายสารสนเทศเพ อการศ กษา พ ฒนาระบบ ไซ เบอร โฮม ท สามารถส งความร มาย งผ เร ยนโดยระบบอ นเทอร เน ตความเร วส ง ส งเสร มให น กเร ยนท ก ระด บช นได ใช อ ปกรณ คอมพ วเตอร แท บเล ตเพ อการศ กษา ขยายระบบโทรท ศน เพ อการศ กษาให กว างขวาง ปร บปร งห องเร ยนนาร องให ได มาตรฐานห องเร ยนอ เล กทรอน กส รวมท งเร งดาเน นการให กองท นเพ อ พ ฒนาเทคโนโลย เพ อการศ กษา สามารถดาเน นการตามภารก จได 6. สน บสน นการว จ ยและพ ฒนาเพ อสร างท นป ญญาของชาต พ ฒนามหาว ทยาล ยให ม งส การเป น มหาว ทยาล ยว จ ยระด บโลก ระดมสรรพกาล งเพ อพ ฒนาระบบเคร อข ายการว จ ยแห งชาต เพ อสร างท นทาง ป ญญาและนว ตกรรม ผล กด นให ประเทศสามารถพ งตนเองได ทางเทคโนโลย เพ อนาไปส การสร างรากฐาน ใหม ของเศรษฐก จฐานนว ตกรรม จ ดต งศ นย ความเป นเล ศเพ อการว จ ยสาหร บสาขาว ชาท จาเป น พ ฒนา โครงสร างการบร หารงานว จ ยของชาต โดยเน นความส มพ นธ อย างเหมาะสมและ ม ประส ทธ ภาพระหว าง องค กรบร หารงานว จ ยก บสถาบ นอ ดมศ กษา 7. เพ มข ดความสามารถของทร พยากรมน ษย เพ อรองร บการเป ดเสร ประชาคมอาเซ ยน โดย ร วมม อก บภาคเอกชนและสถาบ นการศ กษาในการวางแผนการผล ตและพ ฒนากาล งคนให ม ค ณภาพและ ปร มาณเพ ยงพอ สอดคล องตามความต องการของภาคการผล ตและบร การ เร งร ดการจ ดทามาตรฐาน ค ณว ฒ ว ชาช พร บรองสมรรถนะการปฏ บ ต งานตามมาตรฐานอาช พ และการจ ดท ามาตรฐานฝ ม อแรงงานให ครบท กอ ตสาหกรรม
นโยบายร ฐมนตร ว าการกระทรวงศ กษาธ การ (นายพงศ เทพ เทพกาญจนา) และร ฐมนตร ช วยว าการกระทรวงศ กษาธ การ (นายเสร มศ กด พงษ พาน ช) ว นจ นทร ท 5 พฤศจ กายน 2555 ณ ห องประช มราชว ลลภ กระทรวงศ กษาธ การ ร ฐมนตร ว าการกระทรวงศ กษาธ การ (นายพงศ เทพ เทพกาญจนา) ได มอบนโยบายและแนว ทางการทางานแก ผ บร หารระด บส งของกระทรวงศ กษาธ การ ในว นแรกท เข าร บต าแหน งอย างเป นทางการ เม อว นจ นทร ท ๕ พฤศจ กายน ๒๕๕๕ ท ห องประช มราชว ลลภ สร ปด งน ให ช วยพ ฒนาการศ กษาอย างเข มแข ง โดยอาศ ยผ ท ม ความรอบร ท งภายใน-ภายนอก กระทรวง ขอให ช วยก นทางานพ ฒนาการศ กษาไทยอย างเข มแข ง ท งน แม จะได ร บการศ กษามาจาก สถาบ นการศ กษาของกระทรวงศ กษาธ การ แต ก ต องยอมร บว าไม ใช ผ ท อย ในแวดวงการศ กษาต งแต ช วงท เร มทางาน แม อาจจะม โอกาสไปสอนหน งส อ เป นกรรมการสภามหาว ทยาล ย นายกสภามหาว ทยาล ยอย บ าง แต หากพ ดถ งประสบการณ ต างๆ ด านการศ กษาแล ว ท านท งหลายท อย ในกระทรวงศ กษาธ การถ อว า รอบร มากกว า แม ว าท านจะม ความรอบร แล ว แต เช อว าส งท ท านรอบร ก ย งเป นส วนหน งของการศ กษาไทย เท าน น เพราะเราย งม ผ ท ม ความรอบร อ กมากท ไม ได อย ในกระทรวง หร ออย ในกระทรวงแต ไม ได อย ใน ห องน การศ กษาเป นห วใจการแข งข นของประเทศ เร องของการศ กษาน น ท กประเทศถ อเป นห วใจของการพ ฒนาประเทศ เพราะในโลกย ค ป จจ บ นท แข งข นก นด วยความร ความสามารถ และค ณภาพของคน ไม ได แข งข นท จานวนคนหร อทร พยากร เหม อนในอด ต การท จะข บเคล อนการศ กษาแต ละคร งใช เวลานานมาก เพราะเก ยวข องก บบ คลากรผ สอน กว า ๘ แสนกว าคน และผ เร ยนอ กหลายล านคน จ งใช เวลานานกว าการพ ฒนาอ นๆ เช น การสร าง รถไฟฟ า มาก แต หากไม ข บเคล อนและไม ทาอย างต อเน อง ผลก จะไม เก ด กระทรวงศ กษาธ การ จะม ท มการทางานท จะเข ามาร วมผล กด นนโยบายการศ กษาของ ร ฐบาล และจะม ส วนช วยเร องกฎหมายต างๆ ซ งหลายท านเป นสมาช กสภาผ แทนราษฎรหลายสม ย ขณะเด ยวก น ม คาถามจากคนท วไปว าการศ กษาไทยอย ในระด บน าพอใจหร อไม คาตอบ ค อย งไม อย ในระด บท น าพอใจ จากการว ดก นในระด บนานาชาต ท เร ยกว า Program for International Student Assessment : PISA ซ งเป นโครงการประเม นผลน กศ กษานานาชาต ได ประเม นผลในกล ม ประเทศ OECD จานวน ๓๔ ประเทศ และประเทศท ไม ใช สมาช ก OECD อ ก ๓๑ ประเทศ รวมเป น ๖๕ ประเทศ ปรากฏว า ในเร องของการอ าน ว ทยาศาสตร คณ ตศาสตร น น ประเทศไทยอย ในลาด บ ประมาณท ๕๐ ท งสามด าน โดยในระด บอาเซ ยนส งกว าประเทศอ นโดน เซ ยเท าน น ส วนประเทศระด บแนว หน า เช น ส งคโปร เกาหล ญ ป น ต ดอ นด บ ๑ ใน ๕ ซ งสถาบ นส งเสร มการสอนว ทยาศาสตร และเทคโนโลย (สสวท.) ทราบข อม ลน ด ว าเด กไทยเร ยนเยอะ คร สอนเยอะ แต เร ยนร น อย น ค อผลสร ปทาง ว ทยาศาสตร ค อ การศ กษาไทยใช เวลาเร ยนเยอะ แต เร ยนร น อย เด กเคร ยด และจบออกไปแล ว ย งส เขาไม ได
ให กระทรวงศ กษาธ การม บทบาทข บเคล อนนโยบายด านอ นๆ ของร ฐบาลด วย ไม เน น เฉพาะการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การต องร วมก นข บเคล อนในส วนของนโยบายร ฐบาล ซ งไม ใช นโยบายท เป นนโยบายเร งด วนและนโยบายท เก ยวก บด านการศ กษาโดยตรงเท าน น แต กระทรวงศ กษาธ การจะต องม บทบาทในการข บเคล อนนโยบายต างๆ เช น การเร งผล ตบ คลากรทางการแพทย และสาธารณส ขให เพ ยงพอ ซ งปรากฏในนโยบายร ฐบาลข อ ๔.๓ น น แม จะไม เก ยวก บการศ กษา แต การผล ตบ คลากรทางการแพทย และสาธารณส ข ผ ร บผ ดชอบในการผล ตค อ สกอ. หร อการสร างฐานคนท ม ความร ความช านาญ และ ความค ดสร างสรรค ต อยอดความร สร างนว ตกรรม ซ งกาหนดไว ในนโยบายเศรษฐก จของร ฐบาลน น ศธ. จาเป นต องเข าไปดาเน นการด วย เป นต น ฉะน นจ งม อ กหลายนโยบายท ศธ.จะต องเข าไปข บเคล อนหร อ ทางานร วมก บกระทรวงอ นๆ ซ งจะเห นว าบางเร องอาจจะไม ใช เร องของกระทรวงโดยตรง แต ก ต อง ดาเน นการร วมก น เช น การแก ไขป ญหายาเสพต ด เป นต น ประกาศ ๑๐ นโยบาย กระทรวงศ กษาธ การท จะข บเคล อน ร ฐมนตร ว าการกระทรวงศ กษาธ การ (นายพงศ เทพ เทพกาญจนา) จะนานโยบายของ ร ฐบาลมาข บเคล อนให ต อเน องต งแต นโยบายสม ยร ฐมนตร ว าการกระทรวงศ กษาธ การสองท าน ค อ นาย วรว จน เอ ออภ ญญก ล และศาสตราจารย ดร.ส ชาต ธาดาธารงเวช เพราะเป นนโยบายร ฐบาลท จะต อง ข บเคล อนไปให ประสบความส าเร จให ได ส วนในรายละเอ ยดท ผ บร หารกระทรวงศ กษาธ การ พ จารณาว า ม อะไรจะปร บปร งให ด ข น หร อดาเน นการไปแล วประสบป ญหาอ ปสรรค ก ต องมาหาร อก นต อไป สาหร บ นโยบายท ผ บร หารควรให ความสาค ญและข บเคล อนการทางาน โดยสร ปม ด งน ๑) เร งพ ฒนาค ณภาพการศ กษาและค ณภาพผ ศ กษา ซ งถ อเป นเร องสาค ญท ขอให ท ก คนให ความสนใจ โดยม ประเด นย อย ด งน - การปฏ ร ปหล กส ตรการศ กษาท กระด บ เน องจากป จจ บ นโลกม การเปล ยนแปลงไป อย างรวดเร วมาก และจากผลการประเม นด านการศ กษาของเด กไทยท พบว าเด กเร ยนเยอะ แต ร น อย จ ง ควรม การทบทวนว า เด กควรจะเร ยนอะไรเพ อให เก ดการเร ยนร ต อ รวมท งเน อหาสาระในหล กส ตร ท ควรจะเน นพ นฐานคณ ตศาสตร เพ อต อยอดการผล กด นเร องการผล ตน กว ทยาศาสตร และคณ ตศาสตร สาหร บภาษาอ งกฤษก ม ความจาเป น เพราะจากผลการประเม นของบร ษ ท Education First ท รายงาน โดย New York Times ได ประเม น ๕๔ ประเทศท ไม ใช ภาษาอ งกฤษเป นภาษาแม พบว าประเทศไทยอย ใน ๕ อ นด บส ดท าย ด งน น กระทรวงศ กษาธ การจะต องด าเน นการอย างไรในเร องการใช ภาษาอ งกฤษของเด กไทย รวมท งการใช ภาษาไทยด วย เพราะการอ านเราก ย งม ป ญหา รวมท งควรสร างจ ตสาน กและค าน ยมท ถ กต อง ให แก เด กด วย - การผล ตคนให ตรงก บอ ปสงค ท งภายในประเทศและระด บสากล ขณะน ประเทศ ขาดบ คลากรด านการแพทย ว ศวกรรมศาสตร ว ทยาศาสตร รวมท งพยาบาลท สามารถใช ภาษาอ งกฤษได จ ง ม ความจาเป นท จะต องผล ตคนให ตรงก บอ ปสงค ต วอย างค อในขณะน ม บร ษ ทไทยไปลงท นซ อก จการ ใน ต างประเทศ เช น โรงงานถล งเหล กท อ งกฤษ ก ต องการบ คลากรของไทยไปทางานในต างประเทศ เช นเด ยวก บบางประเทศ เช น ญ ป น ซ งเข ามาเป ดก จการในเม องไทย ก จาเป นต องใช คนญ ป นเข ามาทางาน ในเม องไทยด วย ด งน นคนไทยจะต องม ศ กยภาพเพ ยงพอท จะไปท างานในต างประเทศได รวมท งเป นการ เตร ยมคนเข าส ประชาคมอาเซ ยนด วย โดยคร อาจารย จะต องแนะนาน กเร ยนน กศ กษาต งแต ต น หากสนใจ เร ยนในสาขาท ขาดแคลน เช น อ ตสาหกรรมยานยนต หร อเร ยนพยาบาลท สามารถใช ภาษาอ งกฤษได เม อ เป ดประชาคมอาเซ ยนก จะม งานรองร บและม รายได ท ด แต หากเล อกเร ยนในสายส งคมหร อสาขาว ชา ท ม คน
เร ยนจานวนมากแล ว อาจไม ม โอกาสได ทางานตามสาขาท เร ยน หร ออาจต องไปทางานในสาขาอ น ท ไม ได เร ยน ซ งในเร องน นายกร ฐมนตร ได เน นให กระทรวงศ กษาธ การผล ตคนให เพ ยงพอต อความต องการของ อ ตสาหกรรมยานยนต ค อในส วนของอาช วศ กษาท จะต องเน นท งด านคอมพ วเตอร และว ศวกรรม ยาน ยนต - การปล กฝ งค ณธรรมและจ ตสาน กประชาธ ปไตย โดย กระทรวงศ กษาธ การได ดาเน นการเร องการปฏ บ ต ธรรมของน กเร ยนน กศ กษา ซ งเป นเร องท ด เพราะการปล กฝ งเร องเหล าน ไม ควร ทาเป นคร งคราว แต ควรม การปฏ บ ต อย างต อเน อง โดยเม อต นป ๒๕๕๕ ตนได ร บเช ญให ไปด งานท ประเทศ ญ ป น ซ งเป นประเทศท ม ความเป นว น ยมาก โดยได ม โอกาสไปด งานโรงเร ยนประถมศ กษา เพราะ เหต การณ ส นาม ท ผ านมา ญ ป นได ต อส ก บเหต การณ ด งกล าว ซ งเห นประชาชนม ว น ยในการต อแถวได อย าง ยอดเย ยม จากการด งานพบว าได เห นการฝ กอบรมด านว น ยต งแต เล กๆ เก ยวก บการแบ งหน าท การ ช วยเหล อซ งก นและก น และความเส ยสละในห องเร ยน ท งน หากเรานาแนวทางโรงเร ยนว ถ พ ทธ หร อด าเน น โครงการคร พระสอนศ ลธรรม รวมท งการดาเน นโครงการปฏ บ ต ธรรมสาหร บผ บร หารของอด ต ร ฐมนตร ว าการกระทรวงศ กษาธ การ(ศาสตราจารย ดร.ส ชาต ธาดาธารงเวช) ก ถ อเป นนโยบายท ด เพราะ เม อได ผลในทางท ด ข น ก ควรดาเน นการต อไป - การพ ฒนาค ณภาพคร อาจารย โดยเฉพาะด านท ขาดแคลน ซ งผลการประเม นต างๆ พบว าม คร ท สอนไม ตรงตามสาขาจานวนมาก ด งน นจ งจะต องพ ฒนาคร ผ สอนเหล าน รวมท งคร บรรจ ใหม ให ม ค ณภาพเช นก นด วย นอกจากน ได ร บทราบป ญหาคนท ม ความร ในสาขาท ขาดแคลน เช น ด านภาษา ว ทยาศาสตร คณ ตศาสตร ท เต มใจจะเข ามาช วยสอน แต ต ดป ญหาไม สามารถสอนได เพราะไม ม ใบ ประกอบว ชาช พคร แต ความจร งค อบ คคลเหล าน นสามารถสอนในมหาว ทยาล ยได ได ร บทราบว า มหาว ทยาล ยเช ญไปสอนได แต จะไปช วยสอนประจาในโรงเร ยนไม ได ซ งต องยอมร บว าหลายท านม ความร มากกว าคร ท เราม อย เพราะเป นสาขาท เราขาดแคลน หร อกรณ ท นาน กศ กษาจากอ งกฤษเข ามาช วยสอนใน โรงเร ยน ก ย งพบป ญหาเช นก น ท จร งแล วหากเป นการช วยสอนไม น าจะม ป ญหา เพราะไม ใช เป นคร ประจา โดยเฉพาะธ รก จต างๆ ซ งม Corporate Social Responsibility : CSR อย แล ว แทนท จะไปทาส โรงเร ยน อาจเป นการช วยสอนน าจะด กว าด วยซ าไป - การใช เทคโนโลย สารสนเทศให เป นประโยชน ในการยกระด บค ณภาพการศ กษา เข าใจว าจะม หลายโรงเร ยนท ทาได ด ม การจ ดระบบการศ กษาท ด และม โรงเร ยนไปด เป นต วอย าง ซ ง กระทรวงศ กษาธ การควรจะไปด ว าโรงเร ยนใดท จ ดการศ กษาได ด ม ร ปแบบต างๆ หลากหลายและเป น ต วอย างให โรงเร ยนอ นพ จารณานาไปปร บใช ได จ งควรจะม การกระจายแนวความค ดด ๆ เหล าน เพ มข น ต อไป ๒) การสร างโอกาสทางการศ กษา ซ งจะครอบคล ม ๒ เร อง ค อ - สร างโอกาสทางการศ กษาให ครอบคล มผ ยากไร ผ ด อยโอกาส ผ พ การท พลภาพ อย างท วถ ง เช น โครงการ ๑ อาเภอ ๑ ท น ซ งในสม ยร ฐบาลของนายกร ฐมนตร พ.ต.ท.ดร.ท กษ ณ ช นว ตร ได เน นให โอกาสแก คนท ยากไร แต ในระยะหล งได เป ดโอกาสให ม การสอบแข งข น ใครสอบได ด ก จะได ร บท น จ งต องการให พ จารณาด วยว าถ งแม จะม ท นสาหร บเด กเก ง แต คงต องพ จารณาท นสาหร บผ ยากไร เพ มเต ม ด วย ม ฉะน น คนท ยากไร ก จะเส ยโอกาสท จะไปศ กษาต อในต างประเทศ รวมท งด านความเสมอภาคต างๆ ด วย
- การศ กษาต อเน องตลอดช ว ต เช นการจ ดการศ กษาของสาน กงานส งเสร มการศ กษา นอกระบบและการศ กษาตามอ ธยาศ ย (กศน.) ซ งส งผลให ผ ท อย ว ยทางานได ยกระด บต วเอง พ ฒนาให รองร บก บการเข าส ประชาคมอาเซ ยน ต อไปเราจะเป นส งคมผ ส งอาย เพราะคนอาย ๖๐ ป ย งสามารถทา อะไรได อ กมาก เพราะคนท อย ในว ยทางานรองร บไม เพ ยงพอ ในหลายประเทศให คนท อาย มากแล ว แต ไม ส ง มากเก นไปกล บมาเป นป จจ ยการผล ตอย เราจะดาเน นการให ท านเหล าน ได ร บการพ ฒนาเร องความร การ ประกอบอาช พ เพ อให กล บมาเป นกาล งการผล ตของส งคม ม ฉะน นเด กร นหล งเราจะแบกร บพวกเราไม ไหว เพราะจานวนน อย แต ผ ส งอาย ของเราม จานวนมากกว า ๓) การนาส นต ส ขส ๓ จ งหว ดชายแดนภาคใต กระทรวงศ กษาธ การจะต องประสานงาน ร วมก บหน วยงานอ นๆ ไม ว าจะเป นศ นย อานวยการบร หารจ งหว ดชายแดนภาคใต (ศอ.บต.) และกอง อานวยการร กษาความม นคงภายในราชอาณาจ กร (กอ.รมน.) ดาเน นการเร องน ขณะน นายกร ฐมนตร ได บอกว า ต องเน นการศ กษาในการแก ไขป ญหาความไม สงบส ขใน ๓ จ งหว ดชายแดนภาคใต ซ ง กระทรวงศ กษาธ การต องม บทบาทย างมากในเร องน ๔) การแก ไขป ญหายาเสพต ด ท ผ านมา กระทรวงศ กษาธ การดาเน นการอย แล ว แต ต อง เข มแข ง ต ดตามใกล ช ด ในสถานศ กษาต องไม ม ยาเสพต ด ซ งในสม ยก อนเร ยกว า "โรงเร ยนส ขาว" ๕) แท บเล ต จะจ ดหาในป น สาหร บน กเร ยนช นประถมศ กษาป ท ๑ และช นม ธยมศ กษา ป ท ๑ โดยขอให ด แลในเร องการจ ดหา โดยให ม การแข งข นอย างเป นธรรมและโปร งใส ท ส าค ญเน อหาสาระใน แท บเล ตต องม การพ ฒนาเน อหาให ม ความน าสนใจสาหร บเด ก เพ อให เด กได เร ยนร ๖) การว จ ย เป นเร องสาค ญ แต ท ผ านมาเหต ท งบประมาณการว จ ยลดลง ก เพราะว จ ยไป แล วคนไม เห นการนาไปใช ประโยชน แต หากว จ ยแล วสามารถนาไปใช ประโยชน ต อภาคการผล ต เป น ประโยชน ต อภาคอ นๆ งบประมาณว จ ยจะไหลเทมาท งจากภาคร ฐและเอกชน แนวทางแก ไขอย างแรกค อ ขอให ไปด งานว จ ยท ทาไว แล ว ท อย บนช น บนห งท งหลาย งานว จ ยใดท นามาปร บใช เป นประโยชน ประย กต ใช ได ภาคการผล ต ภาคอ ตสาหกรรม ภาคธ รก จ หร อภาคส งคม นามาป ดฝ น แล วให คนได เห นว า ส งท ว จ ยไปแล วใช ได จร ง เป นประโยชน จร ง อย างท สอง เวลาจะว จ ยอะไร หากได ม การท างานร วมก บคนท จะใช ผลงานว จ ย เช น ภาคธ รก จ หากว จ ยแล วภาคธ รก จได ประโยชน หมายความว าแทนท ร ฐจะต องเส ย งบอ ดหน นงานว จ ยเอง ๑๐๐% ธ รก จอาจจะร บท ง ๑๐๐% หร ออาจจะม ส วนร วมก ได อย างน ก จะเห นว าทา แล วได ประโยชน ขอให น กว จ ยท งหลาย นอกจากว จ ยทางด านว ทยาศาสตร หร อส งคมศาสตร แท ๆ ก ทาไป ส วนหน ง แต ส วนท นาไปใช ได จร ง ประย กต ใช ได จร ง ก ต องม ซ งจะเป นส วนท ท าให คนเห นความสาค ญของ งานว จ ย และเราจะได พ ฒนาส งเสร มงานว จ ยก นมากกว าน ๗) กองท นต งต วได ขณะน เม อพ จารณาผ ท จะเข าร วมโครงการแล ว พบว าม ความพร อม พอสมควร สามารถดาเน นการนโยบายด งกล าวได นอกจากน ผ ประกอบการท งหลาย โดยเฉพาะ ผ ประกอบการใหม ๆ ท ม ระบบช วยสน บสน น ก สามารถดาเน นการในส วนท ชานาญ แต ส วนท ไม ชานาญอาจ ม ระบบท ม ผ ดาเน นการให ซ งอาจไปจ างอ กประเภทหน งมาดาเน นการ เช น ผ ประกอบการบางราย เก งใน ด านการผล ต แต เร องการท าบ ญช การบร หารต างๆ อาจม ระบบใดเข ามาช วยด แลตรงน หร อไม ๘) การผล กด นการปฏ ร ปการเม องเพ อให ม ร ฐธรรมน ญของประชาชน ซ งเป นนโยบาย ของร ฐบาลเช นก น โดย กระทรวงศ กษาธ การจะม ส วนร วมในการรณรงค ทาความเข าใจ และร บฟ งความ ค ดเห นของประชาชน
๙) งบประมาณ กระทรวงศ กษาธ การเป นกระทรวงท ได ร บงบประมาณมากท ส ด แต ส งท จะขอให พ จารณาค องบลงท น โดยขอให เร งดาเน นการให ม การเบ กจ าย โครงการเด ยวก นให เร มดาเน นการ ต งแต ต นป งบประมาณ ให เง นลงไปในระบบเศรษฐก จ เพ อช วยระบบเศรษฐก จของประเทศด วย อย าไป ปล อยค างท อจนกระท งปลายป งบประมาณ และการจ ดซ อจ ดจ างก ให ดาเน นการตามระบบท โปร งใส หาก ไม จาเป นต องใช ว ธ กรณ พ เศษ ก ขอให จ ดซ อจ ดจ างโดยระบบปกต เพ อจะได เก ดการแข งข นอย างเป นธรรม ๑๐) ย ดหล กการบร หารก จการบ านเม องท ด - ความโปร งใส ไม ม การท จร ตคอร ปช น นายกร ฐมนตร (นางสาวย งล กษณ ช นว ตร) ย าให ด แลเร องการท จร ตคอร ปช นอย างเต มท ต องพยายามไม ให เก ดข อครหา โดยเฉพาะเร องการซ อขาย ตาแหน ง เพราะหากหน วยงานใดท ม ข อครหาเก ยวก บการซ อขายตาแหน ง ก หล กไม พ นท จะม การท จร ต คอร ปช นตามมา ซ งจะส งผลให คนท ทางานอย างเข มแข ง ตรงไปตรงมา ทางานอย างท มเท ก จะหมด กาล งใจ จ งขอให ช วยก นด แล ให ด - การล วงละเม ดทางเพศในสถานศ กษา อ กส วนหน งท ม ข าวบ อยๆ ถ อเป นเร อง สาค ญเร องหน ง ค อ การล วงละเม ดทางเพศในสถานศ กษา ระหว างคร ก บน กเร ยน อาจารย ก บน กศ กษา และในส วนของบ คลากรทางการศ กษา ซ งจะต องไม ให คนในวงการเด ยวก นมาทาอะไรท เป นการล วงละเม ด ทางเพศ หากเราดาเน นการอย างจร งจ ง เร องเหล าน ก จะน อยลง แต หากเราไม เอาจร ง ด เป นเร องท ไม ให ความสนใจ ก จะเก ดเร องน ข นบ อยๆ ในสถานศ กษา - ประส ทธ ภาพ นายกร ฐมนตร ได กล าวถ งโรงเร ยนขนาดเล กมาก ซ งผลประเม น ค ณภาพการศ กษาอย ในระด บท ต า แต หากเราจ ดระบบร บส งเด กจากโรงเร ยนขนาดเล กด อยค ณภาพ ไป เร ยนอ กโรงเร ยนแห งหน งท ต งห างไกลออกไป แต ม ค ณภาพด กว า โดยผ ปกครองไม เส ยค าใช จ ายเพ มข น ก จะทาให เด กได ร บการศ กษาท ด ข น รวมท งเป นการประหย ดงบประมาณด วย แต การด าเน นการจะต องไม ม ป ญหาเร องมวลชน ค อชาวบ านก ไม ต ดใจ และจ ดระบบว ธ การท ด ในการร บส งน กเร ยนอย างสะดวก ตรงน ค อส วนท จะช วยก นพ ฒนาข นมา พร อมก นน ร ฐมนตร ช วยว าการกระทรวงศ กษาธ การ (นายเสร มศ กด พงษ พาน ช) กล าวเสร มว า เน องจากร ฐมนตร ว าการกระทรวงศ กษาธ การเป นน กกฎหมาย ด งน นจ งจะเข ามาผล กด น กฎหมายต างๆ ท ย งค างอย เพ อให คร ม ค ณภาพช ว ตท ด ข น ไม ว าจะเป นการแก ไขพระราชบ ญญ ต เง นเด อน เง นว ทยฐานะ และเง นประจาตาแหน งข าราชการคร และบ คลากรทางการศ กษาท เง นเด อนเต มข น ให เง นเด อนไหลล นได สะดวกข น โดยให สามารถไปร บเง นเด อนในอ นด บข นต อไปได เช น อ นด บ คศ.๒ ท เง นเด อนเต มข นให ร บเง นเด อนในอ นด บ คศ.๓ ได ซ งทราบว าขณะน กาล งอย ระหว างการพ จารณาของ คณะกรรมการกฤษฎ กา รวมท งจะดาเน นการโครงการคร ค นถ น ซ ง ศาสตราจารย ดร.ส ชาต ธาดาธารงเวช อด ตร ฐมนตร ว าการกระทรวงศ กษาธ การได ด าเน นการไปแล ว เพ อให คร ได ม โอกาสกล บไปด แลครอบคร ว ตามเป าหมายของโครงการ นอกจากน จะต ดตามการขอเล อนว ทยฐานะของคร ว า จะม ว ธ อย างไรท จะม ทางเล อกให ผลงานของคร ได ร บการพ จารณาเร วข น ซ งป ญหาอาจเป นเพราะม ผ อ านผลงานทางว ชาการไม เพ ยงพอ จ ง ต องไปพ จารณาว าจะม ทางเล อกอย างไรเพ อให คร ได เล อนว ทยฐานะเร วข น เพราะบางคนส งผลงานไปนาน แล วจนใกล จะเกษ ยณ อาย ราชการแต ก ย งไม ได ร บการพ จารณา ส วนเร องเด กน กเร ยนต องการให เน นเร อง ค ณธรรมจร ยธรรมควบค ไปก บการเร ยนการสอน ซ งตรงน อาจต องมาพ จารณาว าจะต องนาหล กส ตรหน าท พลเม องกล บมาใช หร อไม อย างไร
ร ฐมนตร ช วยว าการกระทรวงศ กษาธ การ (นายเสร มศ กด พงษ พาน ช) กล าวด วยว า ม แนวค ดท จะด าเน นการงานในหลายด าน ได แก การให ความร เร องเพศศ กษา การทาบ ญช คร วเร อน โครงการในพระราชดาร เศรษฐก จพอเพ ยง เกษตรทฤษฎ ใหม ศ นย ศ ลปาช พ OTOP ภ ม ป ญญาท องถ น ปราชญ ชาวบ าน รวมท งการเตร ยมความพร อมของบ คลากร น กเร ยน น กศ กษา เพ อรองร บการเข าส ประชาคมอาเซ ยนอ กด วย แหล งข อม ล ข าวสาน กงานร ฐมนตร ๒๘๗/๒๕๕๕ http://www.moe.go.th/websm/2012/nov/287.html
นโยบาย ว ส ยท ศน พ นธก จ สพฐ. ป 2556 ว ส ยท ศน สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานเป นองค กรหล กข บเคล อนค ณภาพการศ กษา ข นพ นฐานของประเทศไทยให ได มาตรฐานสากลและส งเท ยบเท าค าเฉล ยของโลก ภายในป 2563 รวมท งลดช องว างของโอกาสและค ณภาพการศ กษา พ นธก จ พ ฒนาส งเสร ม และสน บสน นการจ ดการศ กษาให ประชากรว ยเร ยนท กคนได ร บการศ กษาอย างม ค ณภาพ โดยเน นการพ ฒนาผ เร ยนเป นสาค ญเพ อให ผ เร ยนม ความร ม ค ณธรรมจร ยธรรม ม ความสามารถ ตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐานและพ ฒนาส ค ณภาพระด บสากล ภาพความสาเร จ ม งส โรงเร ยนค ณภาพ : เร ยนด วยก จกรรม อ าน คณ ต และค ดว เคราะห ให ด ภาษาอ งกฤษให ได จ ดเน น 1.ม งเน นการยกระด บค ณภาพการศ กษาส สากล (Raise the Bar) 1.1 ยกระด บผลส มฤทธ ทางการเร ยน 5 กล มสาระว ชาหล กเพ มข นอย างน อยร อยละ 5 และเพ มศ กยภาพน กเร ยนด านเทคโนโลย และด านภาษาอ งกฤษเตร ยมพร อมส ประชาคมอาเซ ยน 1.2 น กเร ยนช นประถมศ กษาป ท 3 ท กคนอ านออก เข ยนได ค ดเลขเป นและน กเร ยนช น ประถมศ กษาป ท 6 ท กคนอ านคล อง เข ยนคล อง และค ดค านวณท ซ บซ อนข น 1.3น กเร ยนท กคนม คามสาน กในความร กชาต ไทย และว ถ ช ว ตตามหล กปร ชญาเศรษฐก จ พอเพ ยงและเป นม ตรก บส งแวดล อม 1.4 สถานศ กษาท กแห งม ระบบประก นค ณภาพภายในท เข มแข งและผ านการร บรองจาก การประเม นค ณภาพภายนอก 2.ม งลดช องว างทางการศ กษา (Fill the Gap) 2.1 การพ ฒนาการศ กษาในพ นท ชนบท ได แก โรงเร ยนขยายโอกาสทางการศ กษา โรงเร ยนด ประจาอาเภอ โรงเร ยนด ประจาตาบล และการบร หารจ ดการโรงเร ยนขนาดเล ก 2.2 น กเร ยนและสถานศ กษาในเขตพ ฒนาพ เศษเฉพาะก จจ งหว ดชายแดนภาคใต ได ร ยการ พ ฒนาอย างท วถ งและม ค ณภาพ 3.คร ม ศ กยภาพอย างส งด านการจ ดการเร ยนร พ ฒนาคร และผ บร หารโรงเร ยนให ย ดม นในจรรยาบรรณและม ศ กยภาพอย างส งด านการ จ ดการเร ยนการสอนให ประสบผลสาเร จโดยเน นการจ ดสรรเง นก อนให โรงเร ยนต ดส นใจพ ฒนาคร ของตนเองตามความต องการจาเป นในว นหย ดหร อป ดเทอม 4.สพท.ปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างเข มแข ง เน นให สาน กงานเขตพ นท การศ กษาน เทศต ดตามความก าวหน าของโรงเร ยนเป นรายโรง และแทรกแซงหร อช วยเหล อแก ไขการดาเน นงาน หากโรงเร ยนไม สามารถปฏ บ ต งานได ตาม เป าหมาย
1.ผ เร ยนท กคนม ค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐานและพ ฒนาส ความเป นเล ศ 2.ประชากรว ยเร ยนท กคนไดร บโอกาสในการศ กษาข นพ นฐานต งแต อน บาลจนจบการศ กษาข น พ นฐานอย างม ค ณภาพท วถ งและเสมอภาค 3.คร และบ คลากรทางการศ กษาสามารถปฏ บ ต งานได อย างม ประส ทธ ภาพเต มตามศ กยภาพ 4.สพท.และสถานศ กษาม ความเข มแข งตามหล กธรรมาภ บาลและเป นกลไกข บเคล อนการศ กษา ข นพ นฐานส ค ณภาพระด บมาตรฐานสากล 5.การศ กษาในเขตพ ฒนาพ เศษเฉพาะก จจ งหว ดชายแดนภาคใต ได ร บการพ ฒนาค ณภาพคร และ บ คลากรม ความปลอดภ ยม นคง กลย ทธ สพฐ. กลย ทธ ท 1 พ ฒนาค ณภาพและมาตรฐานการศ กษาท กระด บตามหล กส ตรและส งเสร มความสามารถด าน เทคโนโลย เพ อเป นเคร องม อในการเร ยนร กลย ทธ ท 2 ปล กฝ งค ณธรรมจร ยธรรมความสาน กในความเป นชาต ไทยและว ถ ช ว ตตามหล กปร ชญาของ เศรษฐก จพอเพ ยง กลย ทธ ท 3 ขยายโอกาสทางการศ กษาให ท วถ งครอบคล มผ เร ยนให ได ร บโอกาสในการพ ฒนาเต มตาม ศ กยภาพ กลย ทธ ท 4 พ ฒนาคร และบ คลากรทางการศ กษาท งระบบให สามารถจ ดการเร ยนการสอนได อย างม ค ณภาพ กลย ทธ ท 5 พ ฒนาประส ทธ ภาพการบร หารจ ดการศ กษาตามแนวทางการกระจายอานาจทางการศ กษา หล กธรรมาภ บาลเน นการม ส วนร วมจากท กภาคส วนและความร วมม อก บองค กรส วนท องถ น เพ อส งเสร มและสน บสน นการจ ดการศ กษา กลย ทธ ท 6 พ ฒนาการศ กษาในเขตพ นท จ งหว ดชายแดนภาคใต
ท ศทางการพ ฒนาค ณภาพการศ กษา ป งบประมาณ 2556 สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 24 (กาฬส นธ ) ภายใต กรอบนโยบายของร ฐบาล กระทรวงศ กษาธ การ สาน กงานคณะกรรมการการศ กษา ข นพ นฐาน (สพฐ.) สาน กงานงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 24 (กาฬส นธ ) จ งกาหนดท ศทาง การศ กษา ป งบประมาณ 2556 ด งน ว ส ยท ศน สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 24 เป นองค กรช นนาในการข บเคล อนค ณภาพ การศ กษาระด บม ธยมศ กษาจ งหว ดกาฬส นธ ให ส งเท ยบเท ามาตรฐานสาน กงานคณะกรรมการการศ กษา ข นพ นฐาน ภายในป 2558 พ นธก จ พ ฒนา ส งเสร มและสน บสน นการจ ดการศ กษาระด บม ธยมศ กษา ให ผ เร ยนท กคนได ร บการศ กษา อย างม ค ณภาพ โดยเน นการพ ฒนาผ เร ยนเป นสาค ญ เพ อให ม ความร ม ค ณธรรม จร ยธรรมและม ความสามารถตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน และพ ฒนาส ค ณภาพระด บสากล 1.ประชากรว ยเร ยน ได ร บโอกาสในการศ กษาระด บม ธยมศ กษาอย างม ค ณภาพ และท วถ ง 2.ผ เร ยนระด บม ธยมศ กษาท กคนม ค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน และพ ฒนาส ค ณภาพ ระด บสากล 3.คร และบ คลากรทางการศ กษาปฏ บ ต งานได อย างม ประส ทธ ภาพ และพ ฒนาศ กยภาพส สากล 4.สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 24 และสถานศ กษาในส งก ดม ความเข มแข ง สามารถข บเคล อนการศ กษาระด บม ธยมศ กษา ให ม ค ณภาพเป น 1 ใน 10 ของประเทศ 5.ท กภาคส วนม ส วนร วมพ ฒนาค ณภาพการศ กษาระด บม ธยมศ กษา จ ดเน น 1.ยกระด บผลส มฤทธ ทางการเร ยน 2.ยกระด บค ณภาพโรงเร ยนขนาดเล ก 3.ข บเคล อนระบบด แลช วยเหล อน กเร ยน 4.น กเร ยน คร และบ คลากรทางการศ กษาท กคน ม ความพร อมเข าส ประชาคมอาเซ ยน 5.ปล กฝ งค ณธรรม ความสาน กในความเป นชาต ไทย และว ถ ช ว ตตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จ พอเพ ยง
กลย ทธ กลย ทธ ท 1 พ ฒนาค ณภาพและมาตรฐานการศ กษาระด บม ธยมศ กษาตามหล กส ตรและส งเสร ม ความสามารถทางเทคโนโลย เพ อเป นเคร องม อในการเร ยนร สนองจ ดเน น สพฐ. จ ดเน น สพฐ. ท 1 น กเร ยนม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนกล มสาระการเร ยนร หล ก เพ มข นโดยผลการทดสอบระด บชาต (O-Net) เพ มข นอย างน อยร อยละ 3 จ ดเน น สพฐ. ท 8 น กเร ยน คร และบ คลากรทางการศ กษาท กคน ม ความพร อม เข าส ประชาคมอาเซ ยน ม ภ ม ค มก นต อการเปล นแปลงและส งคมหพ ว ฒนธรรม จ ดเน น สพฐ. ท 9 สถานศ กษาท กแห งได ร บการพ ฒนาอย างเต มศ กยภาพ ม ระบบประก นค ณภาพภายในท เข มแข ง และได ร บการร บรองจากการประเม นภายนอก กลย ทธ ท 2 ปล กฝ งค ณธรรม ความสาน กในความเป นชาต ไทย และว ๔ช ว ตตามหล กปร ชญาของ เศรษฐก จพอเพ ยง สนองจ ดเน น สพฐ. จ ดเน น สพฐ. ท 4 น กเร ยนท กคนม ความสาน กในความเป นไทย ม จ ตสาธารณะ และอย อย างพอเพ ยง กลย ทธ ท 3 ส งเสร มให ผ เร ยนได ร บโอกาสทางการศ กษาระด บม ธยมศ กษาให ท วถ ง ครอบคล ม และ พ ฒนาเต มตามศ กยภาพ สนองจ ดเน น สพฐ. จ ดเน น สพฐ. ท 6 ประชากรว ยเร ยนท กคนม โอกาสเข าถ งบร การทางการศ กษา ด วยทางเล อกท หลากหลาย เพ อลดอ ตราเด กตกหล น ออกกลางค น ส งเสร มการเร ยนต อหร อการประกอบ อาช พ กลย ทธ ท 4 ส งเสร ม พ ฒนาคร และบ คลากรทางการศ กษาในส งก ด ให สามารถจ ดการเร ยน การ สอนได อย างม ค ณภาพ สนองจ ดเน น สพฐ. จ ดเน น สพฐ. ท 8 น กเร ยน คร และบ คลากรทางการศ กษาท กคน ม ความพร อม เข าส ประชาคมอาเซ ยน ม ภ ม ค มก นต อการเปล ยนแปลง และส งคมพห ว ฒนธรรม กลย ทธ ท 5 ระดมทร พยากรจากท กภาคส วนให ม ส วนร วมในการส งเสร ม สน บสน น การจ ดการ ศ กษาระด บม ธยมศ กษาให ม ค ณภาพ สนองจ ดเน น สพฐ. จ ดเน น สพฐ. ท 9 สถานศ กษาท กแห งได ร บการพ ฒนาอย างเต มศ กยภาพ ม ระบบประก นค ณภาพภายในท เข มแข ง และได ร บการร บรองจากการประเม นภายนอก จ ดเน น สพฐ. ท 10 สาน กงานเขตพ นท การศ กษาท กแห งม ค ณภาพตามมาตรฐาน ของสาน กงานเขตพ นท การศ กษา
เป าหมายความสาเร จ ป การศ กษา 2555 2558 1.สถานศ กษาม คะแนนเฉล ยผลส มฤทธ ทางการเร ยนของน กเร ยนในกล มสาระการเร ยนร 8 กล ม สาระไม น อยกว าร อยละ 50 2.สถานศ กษาผ านการร บรองมาตรฐานการประเม นค ณภาพภายนอกโดยม ผลการประเม นระด บด ข นไปไม น อยกว าร อยละ 80 3.สถานศ กษาท กแห งจ ดทาหล กส ตรท เอ อต อการพ ฒนาค ณภาพของน กเร ยน ม การใช แหล งเร ยนร และการสร างเคร อข าย ความร วมม อ จากช มชน สถาบ นการศ กษา แหล งว ชาการ สถานประกอบการ และ ภ ม ป ญญาท องถ น เพ อการจ ดการะบวนการเร ยนร ให เช อมโยงสอดคล องก บแผนพ ฒนาเศรษฐก จและส งคม ของจ งหว ดและกล มจ งหว ด 4.สถานศ กษาท กแห งม การพ ฒนาคร และม ผลการประเม นมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน มาตรฐานท 10 คร ม ความสามารถจ ดการเร ยนการสอนอย างม ประส ทธ ภาพ และเน นผ เร ยนเป นสาค ญอย ในระด บด และด มาก 5.สถานศ กษาจ ดระบบด แลช วยเหล อน กเร ยน ท เสร มสร างพ ฒนาการของน กเร ยนเต มตาม ศ กยภาพสอดคล องก บค ณล กษณะอ นพ งประสงค และสมรรถนะสาค ญตามท กาหนดไว ในหล กส ตร แกนกลางการศ กษาข นพ นฐาน พ.ศ.2551 6.สถานศ กษาได ร บการพ ฒนาให ม มาตรฐานค ณภาพเป นท ยอมร บของส งคมและสามารถพ ฒนาส ความเป นเล ศ เท ยบเค ยงมาตรฐานสากลเพ มข น 7.สถานศ กษาม ความพร อมด านอาคารสถานท คร ภ ณฑ อ ปกรณ ส อเทคโนโลย สอดคล องก บ แผนการจ ดช นเร ยน 8.สถานศ กษาม คร เพ ยงพอ อ ตราส วนคร ต อน กเร ยนเป นไปตามเกณฑ ม คร ครบท กกล มสาระการ เร ยนร เพ ยงพอต อแผนการจ ดช นเร ยน 9.สถานศ กษาม อ ตราส วนน กเร ยนต อคอมพ วเตอร ต ากว า 2 : 1 และสามารถใช เทคโนโลย สารสนเทศทางการศ กษาเป นเคร องม อสาหร บเพ มประส ทธ ภาพการบร หารจ ดการศ กษาและการจ ดการ เร ยนร สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 24 ม หน วยงานกาก บ ประสาน ส งเสร มการจ ด การศ กษา ท งหมด 55 แห ง ซ งเป นหน วยปฏ บ ต การในการจ ดการศ กษา เพ อให ภารก จต างๆตอบสนองภาพ ป ญหาและรองร บการข บเคล อนนโยบายของร ฐบาล กระทรวงศ กษาธ การ และสาน กงานคณะกรรมการ การศ กษาข นพ นฐาน
การจ ดวางท ศทางโรงเร ยนกมลาไสย ว ส ยท ศน โรงเร ยนกมลาไสย เป นโรงเร ยนช นนาด านค ณภาพการศ กษาพ ฒนาส สากล (World Class) พ นธก จ 1. พ ฒนาหล กส ตรการเร ยนการสอน 2. พ ฒนาคร และบ คลากรทางการศ กษา 3. พ ฒนาค ณภาพผ เร ยน 4. พ ฒนาระบบบร หารจ ดการ Key Words : -Leader -Quality of Education -Develop -World Class ต วแปรค ณภาพ -ค ณภาพผ บร หาร -ค ณภาพ รองฯ ผอ. -ค ณภาพ ผช. ค ณภาพคร ค ณภาพน กเร ยน -ค ณภาพห วหน า รองห วหน า, staff เป าหมายค ณภาพ 1. เกณฑ การจบหล กส ตร ม.ต น ม.ปลาย 5 ข อ 2. ค ณล กษณะอ นพ งประสงค 8 ข อ 3. สมรรถนะท ต องการตามหล กส ตร 5 ข อ 4. ค ณภาพน กเร ยนตามเกณฑ การประเม นค ณภาพภายนอกของ สมศ. 5 ข อ
เกณฑ การจบหล กส ตร 1.เร ยนว ชาพ นฐานและเพ มเต ม ไม เก น 81 หน วยก ต ม.ต น เป นว ชาพ นฐาน 66 หน วยก ต, ม.ปลาย เป นว ชาพ นฐาน 41 หน วยก ต ว ชาเพ มเต มตามโรงเร ยนกาหนด 2.ได หน วยก ตตลอดหล กส ตรไม น อยกว า 77 หน วยก ต ม.ต น ว ชาพ นฐาน 66 หน วยก ต ว ชาเพ มเต ม 11 หน วยก ต ม.ปลาย ว ชาพ นฐาน 41 หน วยก ต ว ชาเพ มเต ม 36 หน วยก ต 3.ผ านเกณฑ การประเม นการอ าน ค ดว เคราะห และเข ยน 4.ผ านเกณฑ การประเม นค ณล กษณะอ นพ งประสงค 5.ผ านเกณฑ ก จกรรมพ ฒนาผ เร ยนท กก จกรรม ค ณล กษณะอ นพ งประสงค ของผ เร ยน (ร กชาต ศาสน กษ ตร ย ซ อส ตย ส จร ต-ม ว น ย ใฝ เร ยนร อย อย างพอเพ ยง งามเน น เป นไทย ใจสาธารณะ) หล กส ตรแกนกลางการศ กษาข นพ นฐาน พ ทธศ กราช 2551 กาหนดค ณล กษณะอ นพ งประสงค ของน กเร ยนโรงเร ยนกมลาไสย 8 ข อ ด งน 1. ร กชาต ศาสน กษ ตร ย ต วช ว ด 1.1 เป นพลเม องท ด ของชาต 1.2 ธารงไว ซ งความเป นไทย 1.3 ศร ทธา ย ดม น และปฏ บ ต ตนตามหล กศาสนา 1.4 เคารพเท ดท นสถาบ นพระมหากษ ตร ย 2. ซ อส ตย ส จร ต ต วช ว ด 2.1 ประพฤต ตรงตามความเป นจร งต อคนเองท งกาย และวาจา ใจ 2.2 ประพฤต ตรงตามเป นจร งต อผ อ นท ง กาย วาจา ใจ 3. ม ว น ย ต วช ว ด 3.1 ประพฤต ตามข อตกลง กฎเกณฑ ระเบ ยบข อบ งค บของครอบคร ว โรงเร ยน และส งคม 4. ใฝ เร ยนร ต วช ว ด 4.1 ต งใจเพ ยรพยายามในการเร ยน และเข าร วมก จกรรมการเร ยนร 4.2 แสวงหาความร ร จากแหล งเร ยนร ต าง ๆ ท งภายในและภายนอกโรงเร ยนด วยการเล อกใช ส อ อย างเหมาะสม สร ปเป นองค ความร และสามารถนาไปใช ในช ว ตประจาว นได
5. อย อย างพอเพ ยง ต วช ว ด 5.1 ดาเน นช ว ตอย างพอประมาณ ม เหต ผล รอบคอบ ม ค ณธรรม 5.2 ม ภ ม ค มก นในต วท ด ปร บต วเพ ออย ในส งคมได อย างม ความส ข 6. ม งม นในการทางาน ต วช ว ด 6.1 ต งใจและร บผ ดชอบในหน าท การงาน 6.2 ทางานด วยเพ ยรพยายามและอดทนเพ อให สาเร จตามเป าหมาย 7. ร กความเป นไทย ต วช ว ด 7.1 ภาคภ ม ใจในขนบธรรมเน ยมประเพณ ศ ลปะ ว ฒนธรรมไทยและม ความกต ญญ กตเวท 7.2 เห นค ณค าและใช ภาษาไทยในการส อสารได อย างถ กต องเหมาะสม 7.3 อน ร กษ และส บทอดภ ม ป ญญาไทย 8. ม จ ตสาธารณะ ต วช ว ด 8.1 ช วยเหล อผ อ นด วยด วยความเต มใจโดยไม หว งผลตอบแทน 8.2 เข าร วมก จกรรมท เป นประโยชน ต อโรงเร ยน ช มชน และส งคม สมรรถนะท ต องการตามหล กส ตร (ส อสาร การค ด แก ป ญหา ช ว ต ใช เทคโนโลย ) 1.ความสามารถในการส อสาร 2.ความสามารถในการค ด 3.ความสามารถในการแก ป ญหา 4.ความสามารถในการใช ท กษะช ว ต 5.ความสามารถในการใช เทคโนโลย ค ณภาพน กเร ยนตามเกณฑ การประเม นค ณภาพภายนอกของ สมศ. (ส ขภาพสมบ รณ ค ณธรรมเด น ค ดเป นทาเป น ผ านเกณฑ ผลส มฤทธ ตลอดช ว ตเร ยนร ) 1.น กเร ยนม ส ขภาพกาย ส ขภาพจ ตด 2.น กเร ยนม ค ณธรรม จร ยธรรมและค ณล กษณะอ นพ งประสงค 3.น กเร ยนใฝ ร เร ยนร อย างต อเน อง 4.น กเร ยนค ดเป น ทาเป น
ย ทธศาสตร กลย ทธ ต วช ว ด และมาตรการ โรงเร ยนกมลาไสย ย ทธศาสตร ท 1 การพ ฒนาหล กส ตรและการเร ยนการสอน ย ทธศาสตร ท 2 การพ ฒนาคร และบ คลากรทางการศ กษา ย ทธศาสตร ท 3 พ ฒนาค ณภาพผ เร ยน ย ทธศาสตร ท 4 การพ ฒนาระบบบร หารจ ดการ ย ทธศาสตร ท 1 การพ ฒนาหล กส ตรและการเร ยนการสอน กลย ทธ ท 1 พ ฒนาหล กส ตรสถานศ กษาและหล กส ตรท องถ น 1.ม หล กส ตรสถานศ กษาท สนองความต องการของท องถ น 2.ม หล กส ตรท องถ นท ได ร บการพ ฒนาครบท กกล มสาระการเร ยนร กลย ทธ ท 2 ยกระด บผลส มฤทธ ทางการเร ยนให ส งข น 1.ผลการเร ยนน กเร ยนท กคนท มาเร ยนต องได ผลการเร ยนต งแต ระด บ 1 ข นไป (ปลอด 0 ร มส) 2.ผลส มฤทธ ทางการเร ยนของโรงเร ยน (GPA) ไม ต ากว า 2.80 3.ผลการทดสอบระด บชาต (O-Net) ได คะแนนเฉล ยส งกว าระด บประเทศ 4.น กเร ยนท มาเร ยนตามหล กส ตรต องสาเร จการศ กษาท กคน 5.คร ท กคนต องว เคราะห ผลการประเม นเพ อใช ในการสอนซ อมเสร มและ ปร บปร งการสอน กลย ทธ ท 3 พ ฒนาหล กส ตรส งเสร มน กเร ยนท ม ความสามารถพ เศษตามความต องการของผ เร ยน 1.จ ดทาหล กส ตรส งเสร มน กเร ยนท ม ความสามารถพ เศษ 8 สาขา ว ทย -คณ ตฯ ศ ลปะ ดนตร นาฏศ ลป ก ฬา การงานอาช พและเทคโนโลย KMC ภาษาท 3 กลย ทธ ท 4 พ ฒนาส อนว ตกรรม เทคโนโลย การเร ยนการสอนและแหล งเร ยนร 1.ม ส อและนว ตกรรมท ท นสม ยครบท กรายว ชา 2.คร ท กคนใช ส อและนว ตกรรมท ท นสม ยในการจ ดการเร ยนการสอน 3.คร ท กคนม การพ ฒนาและบ าร งร กษาส อและนว ตกรรม 4.ม เคร องคอมพ วเตอร และอ ปกรณ พ วงต อเพ ยงพอ 5.ม ระบบอ นเทอร เน ตท สมบ รณ และเพ ยงพอ 6.ม แหล งเร ยนร ภายในโรงเร ยนท สมบ รณ และเพ ยงพอ 7.น กเร ยนท กคนได ใช แหล งเร ยนร ภายนอกโรงเร ยน
กลย ทธ ท 5 การสร างเคร อข ายและส งคมแห งการเร ยนร 1.ม การเร ยนร ผ านระบบอ นเทอร เนตของโรงเร ยนโดยให บร การท งผ สอนและ ผ เร ยนภายในโรงเร ยนและช มชนภายนอก 2.ม การส บค นและต ดต อหน วยงานท งภาคร ฐและเอกชน ภายในและ ต างประเทศท ม web site หร อโครงการ บร การท เป นประโยชน และส งเสร ม การเร ยนร ของผ เร ยนให กว างไกลย งข น 3.ม การเก บรวบรวมส ออ เล กทรอน กส อย างเป นระบบและให บร การส อ อ เลคทรอน คส ผ านระบบอ นเทอร เนต กลย ทธ ท 6 กระต น ส งเสร มให คร พ ฒนาเทคน คว ธ สอนเพ อส งเสร มความค ดและความกล า แสดงออกของผ เร ยน 1.คร ท กคนพ ฒนาเทคน คและว ธ สอน 2.น กเร ยนม ความสามารถในการค ดว เคราะห ค ดส งเคราะห และกล าแสดงออก กลย ทธ ท 7 ส งเสร มน กเร ยนท ม ความสามารถพ เศษเข าแข งข นในระด บภาค ประเทศ และ ระด บสากล 1.น กเร ยนท ม ความสามารถพ เศษด านต างๆเข าแข งข นในระด บภาค ประเทศ และระด บสากล 2.น กเร ยนท เข าแข งข นระด บภาคได ร บรางว ลเหร ยญทองอย างน อย 10 รายการ 3.น กเร ยนท เข าแข งข นระด บประเทศได ร บรางว ลเหร ยญทองอย างน อย 5 รายการ 4.น กเร ยนท เข าแข งข นระด บสากลได ร บรางว ลอย างน อย 2 รายการ กลย ทธ ท 8 กระต น ส งเสร มให คร ท กคนทาว จ ยในช นเร ยน 1.คร ท กคนทาว จ ยในช นเร ยนอย างน อยป ละ 1 เร อง กลย ทธ ท 9 จ ดการเร ยนการสอนร ปแบบ EIS ท กรายว ชา ยกเว นภาษาไทย ศาสนาและ ว ฒนธรรมไทย 1.เป ดสอนหล กส ตรการจ ดการเร ยนการสอน โดยใช ภาษาอ งกฤษแบบ บ รณาการ (EIS) ท กระด บช น ท กรายว ชา ยกเว นภาษาไทย ศาสนาและ ว ฒนธรรมไทย
ย ทธศาสตร ท 2 การพ ฒนาคร และบ คลากรทางการศ กษา กลย ทธ ท 1 ส งเสร มคร และบ คากรทางการศ กษาม ค ณธรรม จร ยธรรม จรรยาบรรณทาง ว ชาช พคร และจ ตอาสา 1.คร และบ คลากรทางการศ กษาท กคนผ านการอบรมค ณธรรม จร ยธรรม จรรยาบรรณทางว ชาช พคร ป ละ 1 คร ง กลย ทธ ท 2 พ ฒนาคร และบ คากรทางการศ กษาให ม ความสามารถในการใช เทคโนโลย สารสนเทศ 1.คร ท กคนม ความสามารถในการใช เทคโนโลย สารสนเทศ ผล ตส อ นว ตกรรม และเผยแพร ส อ นว ตกรรมในกล มเคร อข าย กลย ทธ ท 3 ส งเสร ม พ ฒนาคร และบ คลากรให ม ว ฒ ทางการศ กษาส งข น 1.คร และบ คลากรทางการศ กษา 99 % ม ว ฒ ทางการศ กษาไม ต ากว าปร ญญาตร 2.คร และบ คลากรทางการศ กษาจบปร ญญาโทร อยละ 40 กลย ทธ ท 4 พ ฒนา ส งเสร มว ทยฐานะ คร และบ คลากรทางการศ กษา 1.คร ท กคนท ม ค ณสมบ ต ตามเกณฑ แต ละอ นด บผ านเกณฑ การประเม น ว ทยฐานะ กลย ทธ ท 5 ผล กด นให ม การสร างเคร อข ายและแลกเปล ยน คร และบ คลากรทางการศ กษา 1.ม เคร อข ายทางว ชาการท งในประเทศและต างประเทศครบท กสาขาว ชา 2.ม การแลกเปล ยนและศ กษาด งานระหว างโรงเร ยนในเคร อข าย 3.คร และบ คลากรได ไปแลกเปล ยนเร ยนร ด านภาษา ศ ลปะและว ฒนธรรมก บ ต างประเทศ กลย ทธ ท 6 สน บสน นให คร เป นสมาช ก ชมรม สมาคมว ชาช พ 1.คร ท กคนได เข าร วมเป นสมาช กว ชาช พของตนเองอย างน อย 1 สาขา กลย ทธ ท 7 สน บสน นคร และบ คลากรทางการศ กษา เข าร บการประช ม ส มมนา และศ กษาด งาน 1.คร ท กคนเข าร วมประช มอบรม ส มมนา
ย ทธศาสตร ท 3 พ ฒนาค ณภาพผ เร ยน กลย ทธ ท 1 ปล กฝ งน กเร ยนให ม ค ณธรรม จร ยธรรมและค าน ยมอ นพ งประสงค 1.น กเร ยนม ว น ยและความร บผ ดชอบ 2.น กเร ยนม ความซ อส ตย ส จร ต 3.น กเร ยนม ความกต ญญ กตเวท 4.น กเร ยนม ความเมตตา กร ณา โอบอ อมอาร เอ อเฟ อเผ อแผ และไม เห นแก ต ว 5.พอเพ ยง 6.น กเร ยนม จ ตสาธารณะ 7.น กเร ยนร กประชาธ ปไตย 8.ร กความเป นไทย 9.ปกป องสถาบ น กลย ทธ ท 2 ส งเสร มการค ดว เคราะห ส งเคราะห ม ว จารณญาณ ม ความค ดสร างสรรค ไตร ตรองละม ว ส ยท ศน 1.น กเร ยนม ท กษะการค ดว เคราะห ส งเคราะห สร ปความค ดอย างเป นระบบ และม การค ดแบบองค รวม 2.น กเร ยนม ท กษะการค ดอย างม ว จารณญาณและค ดไตร ตรอง 3.น กเร ยนม ท กษะการค ดสร างสรรค และจ นตนาการ 4.น กเร ยนสร างสรรค ประด ษฐ ผลงานเข าแข งข นในระด บประเทศ กลย ทธ ท 3 พ ฒนาการจ ดก จกรรมพ ฒนาผ เร ยน 1.น กเร ยนท กคนม เป าหมายช ว ตตนเองท ช ดเจน 2.น กเร ยนท กคนเป นพลเม องด และปร บเปล ยนพฤต กรรมการอย ในส งคมได อย างม ความส ข 3.น กเร ยนท กคนได พ ฒนาศ กยภาพของตนตามความสามารถ ความถน ดและ ความสนใจ 4.น กเร ยนท ม ความสามารถพ เศษได เข าแข งข นในระด บสากล กลย ทธ ท 4 ส งเสร มให น กเร ยนม ท กษะในการแสวงหาความร ด วยตนเอง ร กการเร ยนร และพ ฒนาตนเอง 1.น กเร ยนท กคนม น ส ยร กการอ าน สนใจแสวงหาความร จากแหล งเร ยนร รอบต ว 2.น กเร ยนม ภาวะผ นา 3.น กเร ยนท กคนใช ห องสม ดเป นแหล งเร ยนร และส อต างๆท งภายในและ ภายนอกโรงเร ยน
กลย ทธ ท 5 ปล กฝ งให น กเร ยนร กการทางาน สามารถทางานร วมก บผ อ นได และม เจตคต ท ด ต ออาช พส จร ต 1.น กเร ยนท กคนสามารถวางแผนการทางานตามลาด บข นตอนอย างม ประส ทธ ภาพ 2.น กเร ยนท กคนร กการทางาน สามารถปร บต วและท างานร วมก บผ อ นได 3.น กเร ยนท กคนม เจตคต ท ด ต ออาช พส จร ตและหาความร เก ยวก บอาช พท ตน สนใจ กลย ทธ ท 6 ส งเสร มให น กเร ยนม ส ขน ส ยและส ขภาพท ด 1.น กเร ยนท กคนร จ กด แลส ขภาพ ส ขน ส ยและออกกาล งกายอย างสม าเสมอ 2.น กเร ยนม น าหน ก ส วนส งและม สมรรถภาพทางกายตามเกณฑ กลย ทธ ท 7 ส งเสร มให ผ เร ยนม ส นทร ภาพและล กษณะน ส ยด านศ ลปะ ดนตร และก ฬา 1.น กเร ยนท กคนได เข าร วมก จกรรมด านศ ลปะ ดนตร และก ฬา 2.ต วแทนน กเร ยนท เข าร วมแข งข นระด บประเทศท งด านศ ลปะ ดนตร และก ฬา และได ร บรางว ลอย างน อยระด บเหร ยญทองแดง กลย ทธ ท 8 ภาวะผ นา 1.น กเร ยนท กคนม ภาวะผ นา 2.น กเร ยนท กคนสามารถทางานร วมก บผ อ นได อย างม ความส ข 3.กาหนดบทบาทหน าท ของแต ละคนให ช ดเจน กลย ทธ ท 9 ส งเสร มพ ฒนาผ เร ยนให ม ความพร อมส ประชาคมอาเซ ยนและประชาคมโลก 1.น กเร ยนส อสารโดยใช ภาษาอ งกฤษได 2.น กเร ยนได ไปแลกเปล ยนเร ยนร ในภาษา ศ ลปะและว ฒนธรรมก บต างประเทศ
ย ทธศาสตร ท 4 การพ ฒนาระบบบร หารจ ดการ กลย ทธ ท 1 ปร บปร งโครงสร างการบร หาร 1.แยกสายงานให ช ดเจนระหว างฝ ายปฏ บ ต การสอนและฝ ายสน บสน น 2.ปร บปร งสาน กงานระด บโรงเร ยน ระด บกล มงาน/กล มสาระการเร ยนร ให เอ อ ต อการบรรล เป าหมาย 3.กาหนดขอบขาย บทบาทและหน าท ของบ คลากรแต ละคนให ช ดเจน กลย ทธ ท 2 ส งเสร มการสร างเคร อข ายทางว ชาการ 1.ม เคร อข ายทางว ชาการเป นสถาบ นอ ดมศ กษาและโรงเร ยนม ธยมศ กษาท งใน และต างประเทศ 2.ม เคร อข ายคร ภ ม ป ญญาหลากหลายสาขาอาช พ กลย ทธ ท 3 ปร บปร งระบบบร หารจ ดการโดยให คร บ คลากรน กเร ยน และช มชนม ส วนร วม 1.ให คร บ คลากร น กเร ยนและช มชน ม ส วนร วมในการวางแผนการดาเน นงาน และการประเม นผลการทางานในร ปของคณะกรรมการ 2.ผลงานหร อผลการทางานเป นท พ งพอใจของท กฝ ายเก น 50% กลย ทธ ท 4 พ ฒนาการบร หารจ ดการโดยย ดหล กธรรมาภ บาล 1.คร และบ คลากรท กกล มงาน/กล มสาระ นาหล กธรรมาภ บาลมาใช ในการ ทางาน 2.ก จกรรม โครงการและบร การต างๆท กรายการต องย ดหล กธรรมาภ บาล กลย ทธ ท 5 รณรงค อน ร กษ ส งแวดล อมและพล งงาน 1.คร บ คลากรและน กเร ยนท กคน ม จ ตสาน กและร วมก นอน ร กษ 2.โรงเร ยนสะอาด บรรยากาศด ร มร น สวยงาม ม สาระ เป นแหล งเร ยนร ธรรมชาต ได ด 3.โรงเร ยนสามารถประหย ดพล งงานไฟฟ า ประปา โทรศ พท และน าม นเช อเพล ง ได อย างน อยป ละ 20% 4.ปร บปร ง พ ฒนาอาคารสถานท ให ม ความพร อมและเพ ยงพอ กลย ทธ ท 6 นาเทคโนโลย มาใช ในการบร หารจ ดการ 1.ม การร บส งเอกสารต างๆทาง email และ sms (คาส งโรงเร ยน บ นท กข อความ รายงานต างๆ) 2.ม การประช ม online 3.จ ดหาอ ปกรณ ส อและเทคโนโลย มาใช ในการบร หารให เพ ยงพอ 4.ใช ว ธ การต างๆในการบร หาร ได แก TQM BSC PMS เป นต น
กลย ทธ ท 7 ปร บปร งระบบการกาก บต ดตาม น เทศ และประเม นผล ด วยระบบการบร หาร ผลการปฏ บ ต งาน (PMS : Performance Management System) 1.ม การน เทศการสอนและการปฏ บ ต งานอย างต อเน อง 2.ม การกาก บต ดตามและประเม นผลการทางานตามบทบาทและหน าท ของ บ คลากรแต ละคน 3.คร และบ คลากรทางานบรรล เป าหมายท ต งไว ท กคน กลย ทธ ท 8 พ ฒนาระบบการประก นค ณภาพภายในและมาตรฐานการศ กษา 1.ทบทวนและก าหนดมาตรฐานการศ กษาของโรงเร ยน 2.กาหนดผ ร บผ ดชอบหร อเจ าภาพในการจ ดทาโครงการ เก บรวบรวมข อม ล จ ดทารายงานค ณภาพแต ละมาตรฐาน 3.จ ดทา SAR ให แล วเสร จภายในเด อนเมษายนของท กป กลย ทธ ท 9 ระดมทร พยากรเพ อการศ กษา 1.ระดมเง นบร จาคจากผ ปกครองด วยความสม ครใจให ได ป ละอย างน อย 3 ล าน 2.ระดมท นจากผ ม จ ตศร ทธา ศ ษย เก า หน วยงานต างๆท งภาคร ฐและเอกชนเพ อ จ ดการศ กษาอย างน อยป ละ 2 ล านบาท
มาตรฐานการศ กษาข นพ นฐานเพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา จานวน 15 มาตรฐาน (ประกาศใช 16 ก มภาพ นธ 2554) ประกอบด วย 5 ด าน 15 มาตรฐาน ได แก 1. มาตรฐานค ณภาพผ เร ยน ม 6 มาตรฐาน ด งน มฐ. 1 ผ เร ยนม ส ขภาวะท ด และม ส นทร ยภาพ ต วบ งช 1.1 ม ส ขน ส ยในการด แลส ขภาพและออกกาล งกายสม าเสมอ 1.2 ม น าหน ก ส วนส ง และม สมรรถภาพทางกายตามเกณฑ 1.3 ป องก นตนเองจากส งเสพต ดให โทษและหล กเล ยงตนเองจากสภาวะท เส ยงต อ ความร นแรง โรคภ ย อ บ ต เหต และป ญหาทางเพศ 1.4 เห นค ณค าในตนเอง ม ความม นใจกล าแสดงออกอย างเหมาะสม 1.5 ม มน ษยส มพ นธ ท ด และให เก ยรต ผ อ น 1.6 สร างผลงานจากการเข าร วมก จกรรมด านศ ลปะ ดนตร /ก ฬา/น นทนาการ มฐ. 2 ผ เร ยนม ค ณธรรม จร ยธรรม และค าน ยมท พ งประสงค ต วบ งช 2.1 ม ค ณล กษณะท พ งประสงค ตามหล กส ตร 2.2 เอ ออาทรผ อ นและกต ญญ กตเวท ต อผ ม พระค ณ 2.3 ยอมร บความค ดและว ฒนธรรมท แตกต าง 2.4 ตระหน ก ร ค ณค า ร วมอน ร กษ และพ ฒนาส งแวดล อม มฐ. 3 ผ เร ยนม ท กษะแสวงหาความร ด วยตนเอง ร กเร ยนร และพ ฒนาตนเองอย างต อเน อง ต วบ งช 3.1 ม น ส ยร กการอ านและแสวงหาความร ด วยตนเองจากห องสม ด แหล งเร ยนร และ ส อต าง ๆ 3.2 ม ท กษะในการอ านฟ ง ด พ ด เข ยน และต งคาถามเพ อค นคว าหาความร เพ มเต ม 3.3 เร ยนร ร วมก นเป นกล มแลกเปล ยนความค ดเห นเพ อการเร ยนร ระหว างก น 3.4 ใช เทคโนโลย ในการเร ยนร และเสนอผลงาน มฐ. 4 ผ เร ยนม ความสามารถในการค ดอย างเป นระบบ ค ดสร างสรรค ต ดส นใจแก ป ญหา อย างม เหต ผล ต วบ งช 4.1 สร ปความค ดจากเร องท อ าน ฟ ง และด และส อสารโดยการพ ดหร อเข ยนตามความ ค ดของตนเอง 4.2 นาเสนอว ธ ค ด ว ธ แก ป ญหาด วยภาษาหร อว ธ การของตนเอง 4.3 กาหนดเป าหมาย คาดการณ ต ดส นใจแก ป ญหาโดยม เหต ผลประกอบ 4.4 ม ความค ดร เร มและสร างสรรค ผลงานด วยความภาคภ ม ใจ
มฐ. 5 ผ เร ยนม ความร และท กษะท จาเป นตามหล กส ตร ต วบ งช 5.1 ผลส มฤทธ ทางการเร ยนแต ละกล มสาระเป นไปตามเกณฑ 5.2 ผลการประเม นสมรรถนะสาค ญตามหล กส ตรเป นไปตามเกณฑ 5.3 ผลการประเม นการอ าน ค ดว เคราะห และเข ยนเป นไปตามเกณฑ 5.4 ผลการทดสอบระด บชาต เป นไปตามเกณฑ มฐ. 6 ผ เร ยนม ท กษะในการทางาน ร กการทางาน สามารถทางานร วมก บผ อ นได และม เจตคต ท ด ต ออาช พส จร ต ต วบ งช 6.1 วางแผนการทางานและดาเน นการจนสาเร จ 6.2 ทางานอย างม ความส ขม งม นพ ฒนางานและภ ม ใจในตนเอง 6.3 ทางานร วมก บผ อ นได 6.4 ม ความร ส กท ด ต ออาช พส จร ตและหาความร เก ยวก บอาช พท ตนเองสนใจ 2. มาตรฐานด านการจ ดการศ กษา ม 6 มาตรฐาน ด งน มฐ. 7 คร ปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ต วบ งช 7.1 คร ม การก าหนดเป าหมายค ณภาพผ เร ยนท งด านความร ท กษะกระบวนการ สมรรถนะ และค ณล กษณะท พ ง ประสงค 7.2 คร ม การว เคราะห ผ เร ยนเป นรายบ คคลและใช ข อม ลใน การวางแผนการจ ดการ เร ยนร เพ อพ ฒนาศ กยภาพของผ เร ยน 7.3 คร ออกแบบและจ ดการเร ยนร ท ตอบสนองความแตกต างระหว างบ คคลและ พ ฒนาการทางสต ป ญญา 7.4 คร ใช ส อและเทคโนโลย ท เหมาะสมผนวกก บการนาบร บทและภ ม ป ญญาของ ท องถ นมาบ รณาการในการจ ดการเร ยนร 7.5 คร ม การว ดและประเม นผลท ม งเน นการพ ฒนาการเร ยนร ของผ เร ยนด วยว ธ การ ท หลากหลาย 7.6 คร ให คาแนะนา คาปร กษาและแก ไขป ญหาให แก ผ เร ยนท งด านการเร ยนและ ค ณภาพช ว ตด วยความเสมอภาค 7.7 คร ม การศ กษาว จ ยและพ ฒนาการจ ดการเร ยนร ในว ชาท ตนเองร บผ ดชอบและ ใช ผลในการปร บการสอน 7.8 คร ประพฤต ปฏ บ ต ตนเป นแบบอย างท ด และเป นสมาช กท ด แก สถานศ กษา 7.9 คร จ ดการเร ยนการสอนตามว ชาท ได ร บมอบหมายเต มเวลาเต มความสามารถ
มฐ. 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ต วบ งช 8.1 ผ บร หารม ว ส ยท ศน ภาวะผ นา และความค ดร เร มท เน นการพ ฒนาผ เร ยน 8.2 ผ บร หารใช หล กการบร หารแบบม ส วนร วมและใช ข อม ลผลการประเม นหร อ ผลการว จ ยเป นฐานค ดท งด านว ชาการและการจ ดการ 8.3 ผ บร หารสามารถบร หารจ ดการการศ กษาให บรรล เป าหมายตามท กาหนดไว ใน แผนปฏ บ ต การ 8.4 ผ บร หารส งเสร มและพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรให พร อมร บการกระจายอานาจ 8.5 น กเร ยน ผ ปกครอง และช มชนพ งพอใจผลการบร หารการจ ดการศ กษา 8.6 ผ บร หารให คาแนะน า คาปร กษาทางว ชาการและเอาใจใส การจ ดการศ กษา เต มศ กยภาพและเต มเวลา มฐ. 9 คณะกรรมการสถานศ กษาและผ ปกครอง ช มชนปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ต วบ งช 9.1 คณะกรรมการสถานศ กษาร และปฏ บ ต หน าท ตามท ระเบ ยบกาหนด 9.2 คณะกรรมการสถานศ กษากาก บต ดตาม ด แล และข บเคล อนการด าเน นงาน สถานศ กษาให บรรล ผลสาเร จตามเป าหมาย 9.3 ผ ปกครองและช มชนเข ามาม ส วนร วมในการพ ฒนา มฐ. 10 สถานศ กษาม การจ ดหล กส ตรกระบวนการเร ยนร และก จกรรมพ ฒนาค ณภาพผ เร ยนอย าง รอบด าน ต วบ งช 10.1 หล กส ตรสถานศ กษาเหมาะสมและสอดคล องก บท องถ น 10.2 จ ดรายว ชาเพ มเต มท หลากหลายให ผ เร ยนเล อกเร ยนตามถน ดความสามารถและ ความสนใจ 10.3 จ ดก จกรรมพ ฒนาผ เร ยนท ส งเสร มและตอบสนองความต องการความสามารถความ ถน ดและความสนใจของผ เร ยน 10.4 สน บสน นให คร จ ดกระบวนการเร ยนร ท ให ผ เร ยนได ลงม อปฏ บ ต จร งจนสร ปความร ได ด วยตนเอง 10.5 น เทศภายในกาก บ ต ดตามตรวจสอบและนาผลไปปร บปร งการเร ยนการสอนอย าง สม าเสมอ 10.6 จ ดระบบด แลช วยเหล อผ เร ยนท ม ประส ทธ ภาพและครอบคล มถ งผ เร ยนท กคน
มฐ. 11 สถานศ กษาม การจ ดสภาพแวดล อมและการบร การท ส งเสร มให ผ เร ยนพ ฒนาเต ม ศ กยภาพ ต วบ งช 11.1 ห องเร ยน ห องปฏ บ ต การ อาคารเร ยนม นคง สะอาด ปลอดภ ย ม ส งอานวยความ สะดวก พอเพ ยง อย ในสภาพใช การได ด สภาพแวดล อมร มร น และม แหล ง เร ยนร สาหร บผ เร ยน 11.2 จ ดโครงการ ก จกรรมท ส งเสร มส ขภาพอนาม ยและความปลอดภ ยของผ เร ยน 11.3 จ ดห องสม ดท ให บร การส อและเทคโนโลย สารสนเทศท เอ อให ผ เร ยนเร ยนร ด วย ตนเองหร อเร ยนร แบบม ส วนร วม มฐ. 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษาตามท ก าหนดในกฎกระทรวง ต วบ งช 12.1 กาหนดมาตรฐานการศ กษาของสถานศ กษา 12.2 จ ดทาและดาเน นการตามแผนพ ฒนาการจ ดการศ กษาของสถานศ กษาท ม งพ ฒนา ค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาของสถานศ กษา 12.3 จ ดระบบข อม ลสารสนเทศและใช สารสนเทศในการบร หารจ ดการเพ อพ ฒนา ค ณภาพสถานศ กษา 12.4 ต ดตามตรวจสอบ และประเม นค ณภาพภายในตามมาตรฐานการศ กษาของ สถานศ กษา 12.5 นาผลการประเม นค ณภาพท งภายในและภายนอกไปใช วางแผนพ ฒนาค ณภาพ การศ กษาอย างต อเน อง 12.6 จ ดทารายงานประจาป ท เป นรายงานการประเม นค ณภาพภายใน 3. มาตรฐานด านการสร างส งคมแห งการเร ยนร ม 1 มาตรฐาน ด งน มฐ. 13 สถานศ กษาม การสร าง ส งเสร ม สน บสน น ให สถานศ กษาเป นส งคมแห งการเร ยนร ต วบ งช 13.1 ม การสร างและพ ฒนาแหล งเร ยนร ภายในสถานศ กษาและใช ประโยชน จากแหล ง เร ยนร ท งภายในและภายนอกสถานศ กษา เพ อพ ฒนาการเร ยนร ของผ เร ยนและ บ คลากรของสถานศ กษา รวมท งผ ท เก ยวข อง 13.2 ม การแลกเปล ยนเร ยนร ระหว างบ คลากรภายในสถานศ กษา ระหว างสถานศ กษา ก บครอบคร ว ช มชนและองค กรท เก ยวข อง
4. มาตรฐานด านอ ตล กษณ ของสถานศ กษา ม 1 มาตรฐาน ด งน มฐ. 14 การพ ฒนาสถานศ กษาให บรรล เป าหมายตามว ส ยท ศน ปร ชญาและจ ดเน นท กาหนด ต วบ งช 14.1 จ ดโครงการ ก จกรรมท ส งเสร มให ผ เร ยนบรรล ตามเป าหมายว ส ยท ศน ปร ชญา และ จ ดเน นของสถานศ กษา 14.2 ผลการดาเน นงานส งเสร มให ผ เร ยนบรรล ตามเป าหมาย ว ส ยท ศน ปร ชญา และ จ ดเน นของ สถานศ กษา 5. มาตรฐานด านมาตรการส งเสร ม ม 1 มาตรฐาน ด งน มฐ. 15 การจ ดก จกรรมตามนโยบาย จ ดเน นแนวทางปฏ ร ปการศ กษาเพ อพ ฒนาและส งเสร ม สถานศ กษาให ยกระด บค ณภาพส งข น ต วบ งช 15.1 จ ดโครงการ ก จกรรมพ เศษเพ อตอบสนองนโยบาย จ ดเน น ตามแนวทางการปฏ ร ป การศ กษา 15.2 ผลการดาเน นงานบรรล ตามเป าหมาย
ส วนท 3 งบประมาณ ดาเน นงานของโรงเร ยน
ส วนท 4 โครงการ/ก จกรรม/งาน ท บรรจ ในแผนปฏ บ ต การป การศ กษา 2556
ภาคผนวก