หล กส ตรศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารการศ กษา
|
|
|
- วรรณ เก่งงาน
- 10 years ago
- Views:
Transcription
1 หล กส ตรศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารการศ กษา พ ทธศ กราช 2553 หล กส ตรใหม พ ทธศ กราช 2553 บ ณฑ ตว ทยาล ย ว ทยาล ยเช ยงราย - 1 -
2 สารบ ญ หมวด หน า หมวด 1 ข อม ลท วไป 3 หมวด 2 ข อม ลเฉพาะของหล กส ตร 5 หมวด 3 ระบบการจ ดการศ กษา การด าเน นการ และโครงสร างของหล กส ตร 6 หมวด 4 ผลการเร ยนร กลย ทธ การสอนและประเม นผล 17 หมวด 5 หล กเกณฑ ในการประเม นผลน กศ กษา 27 หมวด 6 การพ ฒนาคณาจารย 28 หมวด 7 การประก นค ณภาพหล กส ตร 29 หมวด 8 การประเม นและปร บปร งการด าเน นการของหล กส ตร
3 หล กส ตรศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารการศ กษา หล กส ตรใหม พ ทธศ กราช 2553 ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ว ทยาล ยเช ยงราย คณะ/สาขาว ชา : บ ณฑ ตว ทยาล ย หมวดท 1. ข อม ลท วไป 1 ช อหล กส ตร ภาษาไทย : หล กส ตรศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารการศ กษา ภาษาอ งกฤษ : Master of Education Program in Educational Administration 2 ช อปร ญญาและสาขาว ชา ภาษาไทย ช อเต ม : ศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ต (การบร หารการศ กษา) อ กษรย อ : ศษ.ม. (การบร หารการศ กษา) ภาษาอ งกฤษ ช อเต ม : Master of Education ( Educational Administration) อ กษรย อ : M.Ed. (Educational Administration) 3 ว ชาเอกหร อความเช ยวชาญเฉพาะของหล กส ตร - 4 จ านวนหน วยก ตท เร ยนตลอดหล กส ตร จ านวนหน วยก ตรวมตลอดหล กส ตร 36 หน วยก ต 5 ร ปแบบของหล กส ตร 5.1 ร ปแบบ : เป นหล กส ตรระด บบ ณฑ ตศ กษา การบร หารการศ กษามหาบ ณฑ ต 5.2 ภาษาท ใช : เป นหล กส ตรสอนเป น ภาษาไทย 5.3 การร บเข าศ กษา : ร บน กศ กษาไทยและน กศ กษาต างประเทศท สามารถพ ด ฟ ง อ าน เข ยน และเข าใจภาษาไทยได อย างด 5.4 ความร วมม อก บสถาบ นอ น : เป นหล กส ตรเฉพาะของว ทยาล ย ท จ ดการเร ยนการสอนโดยตรง 5.5 การให ปร ญญาแก ผ ส าเร จการศ กษา : ให ปร ญญาเพ ยงสาขาว ชาเด ยว 6 สถานภาพของหล กส ตรและการพ จารณาอน ม ต / เห นชอบหล กส ตร 6.1 เป นหล กส ตรใหม จะเร มใช ในภาคการศ กษาท 1 ป การศ กษา สภาว ชาการว ทยาล ย ให ความเห นชอบ เม อว นท 17 เด อน ก มภาพ นธ พ.ศ สภาว ทยาล ย อน ม ต การเป ดสอนหล กส ตร เม อว นท 25 เด อน ก มภาพ นธ พ.ศ องค กรว ชาช พค ร สภา ให ความเห นชอบ เม อว นท...เด อน...พ.ศ
4 7 ความพร อมในการเผยแพร หล กส ตรท ม ค ณภาพและมาตรฐาน หล กส ตรม ความพร อมเผยแพร ค ณภาพและมาตรฐานตามมาตรฐาน เร มภายในภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา อาช พท สามารถประกอบอาช พได หล งส าเร จการศ กษา ผ บร หารสถานศ กษา และผ บร หารการศ กษา 9 ช อ ต าแหน ง และค ณว ฒ การศ กษาของอาจารย ผ ร บผ ดชอบหล กส ตร 1 นาย อ นทร จ นทร เจร ญ ค.อ.ด. /การว จ ยและพ ฒนาหล กส ตร, สถาบ นเทคโนโลย พระจอมเกล าพระนครเหน อ 2 นาย อ มพร ศ ร บ ญมา Ph.D./Higher Education, 2521 Iowa State University U.S.A 3 นาย ว ศ ษฎ ช มวรฐาน Ed.D / Curriculum and Instruction, 2519 Columbia University, U.S.A 4 นาย บ ญร กษ ต ณฑ เจร ญร ตน กศ.ม. / การว ดผลการศ กษา, 2516 ว ทยาล ยว ชาการศ กษา ประสานม ตร 5 นาย สมพร ไชยะ Ph.D. / A.C.I.in Voc.Ed, University of Nebraska-Lincoln, U.S.A. 10 สถานท จ ดการเร ยนการสอน ว ทยาล ยเช ยงราย อ.เม อง จ.เช ยงราย 11 สถานการณ ภายนอกหร อการพ ฒนาท จ าเป นต องน ามาพ จารณาในการวางแผนหล กส ตร 11.1 สถานการณ หร อการพ ฒนาทางเศรษฐก จ ว ทยาล ยม ความพร อมด านสถานท งบประมาณด าเน นการ รายได จากค าเล าเร ยนสามารถด าเน นการได ร นละไม น อยกว า 30 คน หากไม เพ ยงพอว ทยาล ยสามารถจ ดงบประมาณส ารองได 11.2 สถานการณ หร อการพ ฒนาทางส งคมและว ฒนธรรม สถานการณ ภายในว ทยาล ยม หล กส ตรระด บประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ต (ป.บ ณฑ ต) สาขาว ชาช พคร ท ผ จบ การศ กษาม พ นฐานสามารถเร ยนต อระด บปร ญญาโทสาขาน ได เป นอย างด ส วนป จจ ยทางส งคมภายนอกน น พระราชบ ญญ ต สภาคร และบ คลากรทางการศ กษา 2546 ก าหนดให ผ บร หารสถานศ กษาและผ บร หารการศ กษาจะต องจบการศ กษาด านบร หารการศ กษา เท าน น จ งม ผ สนใจท เข าศ กษาหล กส ตรน มาก 12 ผลกระทบจาก ข อ 11 ต อการพ ฒนาหล กส ตรและความเก ยวข องก บพ นธก จของสถาบ น 12.1 การพ ฒนาหล กส ตร ได ม คณะกรรมการพ ฒนาและประเม นหล กส ตรร บผ ดชอบร บผ ดชอบในการพ ฒนาและประเม นหล กส ตรน โดย ต องได ร บความเห นชอบจากสภาว ชาการว ทยาล ย และสภาว ทยาล ยตามล าด บ และจะต องม การปร บปร งหล กส ตรท ก ๆ 5 ป - 4 -
5 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา 12.2 ความเก ยวข องก บพ นธก จของว ทยาล ย ม ความเก ยวข องก บพ นธก จของว ทยาล ยเช ยงรายในประเด น ด งน ผล ตบ ณฑ ตท ม ความร สามารถปฏ บ ต งานได จร ง ม ค ณธรรม ความเป นสากล และม ส าน กร กแผ นด น สร างงานว จ ย เผยแพร ความร และให บร การว ชาการในสาขาว ชาท ม ความส าค ญต อการพ ฒนาเศรษฐก จ ส งคม และเทคโนโลย ในท องถ น ประเทศ และอน ภ ม ภาคล มน าโขงตอนบน ส งเสร มค าน ยมในการเช ดช คนด ม ความร บผ ดชอบต อส งคมและการปกครองแบบธรรมาภ บาล ร วมอน ร กษ ฟ นฟ และพ ฒนาขนบธรรมเน ยม ประเพณ และว ฒนธรรมล านนาให ม นคงและย งย น 13 ความส มพ นธ ก บหล กส ตรอ นท เป ดสอนในคณะ/ภาคว ชาอ นของสถาบ น ว ทยาล ยให น กศ กษาประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ตว ชาช พคร ท ก าล งศ กษาอย ในภาคเร ยนส ดท ายและสนใจจะเร ยนระด บ ปร ญญาโทน นสามารถเล อกเร ยนว ชาในหล กส ตรเป นว ชาเล อกได โดยจะต องม ผลการเร ยนเฉล ยไม ต ากว า 3.50 ของค าเต มเป น 4.00 หมวดท 2. ข อม ลเฉพาะของหล กส ตร 1 ปร ชญา ความส าค ญ และว ตถ ประสงค ของหล กส ตร 1.1 ปร ชญาของหล กส ตร ว ทยาล ยเช ยงราย ม แนวค ดความเช อส งส ดว า มหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารการศ กษาท พ งประสงค และม ค ณค าต อการ พ ฒนาสถานศ กษาและระบบการศ กษาท จะส าเร จการศ กษาจากว ทยาล ย จะต องม ท งมาตรฐานความร มาตรฐานประสบการณ และ มาตรฐานจรรยาบรรณท งของว ชาช พคร และว ชาช พผ บร หารอย างส ง โดยความค ดความเช อส งส ดด งกล าว ว ทยาล ยจะต องน าลงส การปฏ บ ต ของหล กส ตรให ได มาตรฐานส งด งกล าวให จงได 1.2 ว ตถ ประสงค เพ อผล ตมหาบ ณฑ ตการบร หารและจ ดการการศ กษาท ม จรรยาบรรณ ค ณธรรม จร ยธรรม และม ความส าน ก ทางส งคม เพ อผล ตมหาบ ณฑ ตการบร หารและจ ดการการศ กษาท ม ความร ประสบการณ และภาวะผ น าทางการบร หารจ ดการ การศ กษาตามมาตรฐานแห งพระราชบ ญญ ต การศ กษา เพ อผล ตมหาบ ณฑ ตการบร หารและจ ดการการศ กษาท สามารถว จ ย และประย กต ใช ผลงานว จ ยเพ อพ ฒนา การบร หารและการจ ดการการศ กษาท ม ค ณภาพ เพ อผล ตมหาบ ณฑ ตการบร หารและจ ดการการศ กษาให ม ความค ดสร างสรรค ใฝ ร และความเป นผ น าท ม ค ณภาพ 2 แผนพ ฒนาปร บปร ง การพ ฒนาและปร บปร งเปล ยนแปลงหล กส ตรน จะม ข นท ก ๆ 5 ป โดยในป ท 4 ของการใช หล กส ตรจะม การศ กษาว จ ย เพ อน าข อม ลมาเป นแนวทางการปร บปร งหล กส ตร ซ งจะต องปร บปร งและด าเน นตามข นตอนเสร จภายในป ท 5 และพร อมใช หล กส ตรใหม ในป การศ กษาถ ดไป - 5 -
6 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา หมวดท 3. ระบบการจ ดการศ กษา การด าเน นการ และโครงสร างของหล กส ตร 1 ระบบการศ กษา 1.1 ระบบ การจ ดการศ กษาใช การจ ดการเร ยนการสอนเป นระบบทว ภาคม ช วงเวลาการศ กษา ค อ - ภาคเร ยนท หน ง เด อนม ถ นายน ก นยายน - ภาคเร ยนท สอง เด อนพฤศจ กายน ม นาคม 1.2 การจ ดการศ กษาภาคฤด ร อน อาจจ ดให ก บผ ก าล งจบการศ กษาแต ย งตกค างบางรายว ชา 1.3 การเท ยบเค ยงหน วยก ตในระบบทว ภาค ไม ม การจ ดการศ กษาท ใช ระบบอ นนอกจากระบบทว ภาค 2 การด าเน นการหล กส ตร 2.1 ว นเวลาในการด าเน นการเร ยนการสอน ม ด งน ว นเสาร เวลา น. และ น. ว นอาท ตย เวลา น. และ น. 2.2 ค ณสมบ ต ของผ เข าศ กษา ต องเป นผ ส าเร จการศ กษาระด บปร ญญาตร และ/หร อประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ต (ป.บ ณฑ ต) สาขาด านการศ กษา เช น สาขา ว ชาช พคร สาขาบร หารการศ กษา สาขาการสอน สาขาว ชาพ ฒนาหล กส ตร หร อสาขาว ชาท ส มพ นธ ก น หร อค ณว ฒ ท เท ยบเท าจาก สถาบ นในประเทศ หร อต างประเทศท ได ร บการร บรองมาตรฐานจาก ก.พ. หร อส าน กงานคณะกรรมการการอ ดมศ กษา ผ ส าเร จการศ กษาระด บประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ตหากเข าศ กษาต อในระด บปร ญญาโทให เท ยบโอนหน วยก ตได ไม เก น ร อย ละ 40 ของหล กส ตร 2.3 ป ญหาของน กศ กษาแรกเข า ไม ม ประสบการณ สอนหร อการบร หารน อยกว า 2 ป 2.4 กลย ทธ ในการด าเน นการเพ อแก ไขป ญหา / ข อจ าก ดของน กศ กษาในข อ 2.3 หากน กศ กษาไม ม ประสบการณ ตามข อ 2.3 ให เร ยนว ชาเม อแรกเข าเพ มเต ม 2 รายว ชา ค อ 1) ความเป นคร และการบร หารจ ดการช นเร ยน (3 หน วยก ต) 2) หล กส ตรและการออกแบบการจ ดการเร ยนร (3 หน วยก ต) 2.5 แผนการร บน กศ กษาและผ ส าเร จการศ กษาในระยะ 5 ป จ านวนน กศ กษาท จะร บเข าศ กษาในหล กส ตรศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารการศ กษา และจ านวนผ ท คาด ว าจะจบในแต ละป การศ กษา เป นระยะเวลา 5 ป การศ กษาโดยเร มต งแต ป การศ กษาท เป ดสอนหล กส ตรน น ตามรายละเอ ยด ด งน - 6 -
7 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา จ านวน น กศ กษา/ช นป ตารางแสดงจ านวนน กศ กษาและผ ท คาดว าจะส าเร จการศ กษา ป การศ กษาท ร บเข าและป ท จะส าเร จการศ กษา ป การศ กษา ป การศ กษา ป การศ กษา ป การศ กษา นป ท ป การศ กษา 2557 ช ช นป ท รวม จ านวนผ ท คาดว า จะส าเร จการศ กษา 2.6 งบประมาณตามแผน งบประมาณรายร บ (หน วย: บาท) น กศ กษาช าระค าใช จ ายแบบเหมาจ ายตลอดหล กส ตร 120,000 บาท จ านวนร บเข า 30 คน ค ดเป นรายร บ 3,600,000 บาท งบประมาณรายจ าย ก. งบด าเน นการ ใช ร วมก บงบด าเน นการของว ทยาล ยท ใช จ ายในการศ กษาเป นหล ก แต ม ในส วนของการจ างบ คลากร และ อาจารย ผ สอน และให ท นการศ กษา ด งน 1) บ คลากร ปร ญญาตร 1 อ ตรา ค ดเป น 96,000 บาท/ ป 2) อาจารย ปร ญญาเอก 1 อ ตรา ค ดเป น 360,000 บาท/ ป 3) ค าสอนและบร การอาจารย พ เศษ ประมาณ 180 ช วโมง/ป ช วโมงละ 1,400 บาท ค ดเป น 242,000 บาท 4) ท นการศ กษา 4 ราย/ ป ค ดเป นเง น 480,000 บาท ข. งบลงท น 1) การปร บปร งห องเร ยน จ านวน 1 ห อง ค ดเป น 100,000 บาท/ ป 2) ห อง Micro Teaching จ านวน 1 ห อง ค ดเป น 150,000 บาท/ ป 3) อ ปกรณ คอมพ วเตอร, LCD 1 ช ด ค ดเป น 100,000 บาท/ ป 2.7 ระบบการศ กษา ระบบการศ กษาเป นการเร ยนการสอนแบบช นเร ยน 2.8 การเท ยบโอนหน วยก ต รายว ชาและการลงทะเบ ยนเร ยนข ามสถาบ นอ ดมศ กษา น กศ กษาท เคยศ กษาในสถาบ นอ ดมศ กษาอ นมาก อน เม อเข าศ กษาหล กส ตรน สามารถเท ยบโอนหน วยก ตได ตาม ประกาศว ทยาล ยเช ยงราย ท 004/2552 เร อง การเท ยบโอนรายว ชา และหน วยก ตผ ส าเร จการศ กษาระด บประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ต (ป.บ ณฑ ต) ว ชาช พคร เข าศ กษาต อระด บปร ญญาโทการบร หารการศ กษา ลงว นท 14 ต ลาคม
8 3 หล กส ตรและอาจารย ผ สอน 3.1 หล กส ตร หล กส ตรศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารการศ กษา แยกเป น 2 แผน น กศ กษาสามารถเล อกศ กษาแผนใด แผนหน ง ค อ จ านวนหน วยก ต รวมตลอดหล กส ตร 36 หน วยก ต แผน ก แบบ ก 2 ท าว ทยาน พนธ ซ งม ค าเท ยบได ไม น อยกว า 12 หน วยก ต และศ กษารายว ชาบ งค บและว ชาเล อกอ กไม น อยกว า 24 หน วยก ต แผน ข แผนการศ กษาท ไม ต องท าว ทยาน พนธ แต เน นการศ กษารายว ชาบ งค บและว ชาเล อกไม น อยกว า 30 หน วยก ต และต องม การศ กษาอ สระจ านวน 6 หน วยก ต โครงสร างหล กส ตร แผน ก แบบ ก 2 ม การศ กษารายว ชาต าง ๆ และม การท าว ทยาน พนธ รวมตลอดหล กส ตรไม น อยกว า 36 หน วยก ต ด งน รายละเอ ยด จ านวนหน วยก ต 1. จ านวนหน วยก ตตลอดหล กส ตร องค ประกอบของหล กส ตร 2.1 หมวดว ชาเฉพาะ กล มว ชาบ งค บ กล มว ชาเล อก หมวดว ชาว ทยาน พนธ 12 แผน ข ม การศ กษารายว ชาต าง ๆ และม การศ กษาอ สระ รวมตลอดหล กส ตรไม น อยกว า 36 หน วยก ต ด งน รายละเอ ยด จ านวนหน วยก ต 1. จ านวนหน วยก ตตลอดหล กส ตร องค ประกอบของหล กส ตร 2.1 หมวดว ชาเฉพาะ กล มว ชาบ งค บ กล มว ชาเล อก หมวดว ชาการศ กษาอ สระ 6-8 -
9 3.1.3 รายว ชาและจ านวนหน วยก ต หมวดว ชาเฉพาะ หน วยก ต (ทฤษฎ ปฏ บ ต - ศ กษาด วยตนเอง) หน วยก ต ท ศ กษา แผน ก แบบ ก2 หน วยก ต ท ศ กษา แผน ข กล มว ชาบ งค บ ภาวะผ น าก บการเปล ยนแปลง : ทฤษฎ หล กการ และ 3 (3-0-6) กระบวนการบร หารการศ กษา การว จ ยการศ กษา 3 (3-0-6) การบร หารเทคโนโลย สารสนเทศ ม ลต ม เด ย และ 3 (3-0-6) นว ตกรรมการเร ยนร ส มมนาจรรยาบรรณส าหร บผ บร หารสถานศ กษาและ 3 (3-0-6) ผ บร หารการศ กษา กล มว ชาเล อก การวางแผนการศ กษา และการประก นค ณภาพ 3 (3-0-6) การศ กษา การบร หารบ คคลและก จการน กเร ยน 3 (3-0-6) การบร หารงานว ชาการ และทร พยากรทางการศ กษา 3 (3-0-6) การประชาส มพ นธ และสร างความส มพ นธ ช มชน 3 (3-0-6) การจ ดการการศ กษาและทร พยากร 3 (3-0-6) การพ ฒนาหล กส ตร 3 (3-0-6) การน เทศการศ กษา 3 (3-0-6) จ ตว ทยาการบร หาร 3 (3-0-6) การบร หารโครงการ 3 (3-0-6) กฎหมายการศ กษา 3 (3-0-6) ส มมนาการบร หารการศ กษา 3 (3-0-6) ท กษะกระบวนการค ดเพ อการบร หารการศ กษา 3 (3-0-6) การจ ดการทางการเง นส าหร บผ บร หาร 3 (3-0-6) ผ บร หารม ออาช พ 3 (3-0-6) การจ ดการความเคร ยดส าหร บผ บร หาร 3 (3-0-6) การพ ฒนาบ คล กภาพส าหร บผ บร หาร 3 (3-0-6) การบร หารการศ กษาตามแนวปร ชญาเศรษฐก จ พอเพ ยง 3 (3-0-6) - 9 -
10 หมวดว ชาว ทยาน พนธ และการศ กษาอ สระ หน วยก ต (ทฤษฎ ปฏ บ ต - ศ กษาด วยตนเอง) หน วยก ต ท ศ กษา กล มว ชาว ทยาน พนธ เฉพาะแผน ก แบบ ก ว ทยาน พนธ มหาบ ณฑ ต 12 ( ) กล มว ชาการศ กษาอ สระ เฉพาะแผน ข การศ กษาอ สระ 6 (0-12-6) หมายเหต : หมายถ ง ว ชาบ งค บ : หมายถ ง ว ชาเล อก ป ท 1 ป ท / แสดงแผนการศ กษา แผนการศ กษา แผน ก แบบ ก 2 ภาคการศ กษาท 1 ภาคการศ กษาท ภาวะผ น าก บการเปล ยนแปลง : ทฤษฎ หล กการ 3 (3-0-6) 764xx หร อ 763xx กล มว ชาเล อก 3 (3-0-6) และกระบวนการบร หารการศ กษา การว จ ยการศ กษา 3 (3-0-6) 764xx หร อ 763xx กล มว ชาเล อก 3 (3-0-6) การบร หารเทคโนโลย สารสนเทศ ม ลต ม เด ย และ 3 (3-0-6) 764xx หร อ 763xx กล มว ชาเล อก 3 (3-0-6) นว ตกรรมการเร ยนร ส มมนาจรรยาบรรณส าหร บผ บร หารสถานศ กษา 3 (3-0-6) 764xx หร อ 763xx กล มว ชาเล อก 3 (3-0-6) และผ บร หารการศ กษา รวม 12( ) รวม 12( ) ภาคการศ กษาท ว ทยาน พนธ มหาบ ณฑ ต 12( ) ป ท 1 ป ท /2 รวม 12( ) ป ท 1 ป ท /2 แผนการศ กษา ป ท 1 แผน ข ภาคการศ กษาท 1 ภาคการศ กษาท ภาวะผ น าก บการเปล ยนแปลง : ทฤษฎ หล กการ 3 (3-0-6) 764xx หร อ 763xx กล มว ชาเล อก 3 (3-0-6) และกระบวนการบร หารการศ กษา การว จ ยการศ กษา 3 (3-0-6) 764xx หร อ 763xx กล มว ชาเล อก 3 (3-0-6) การบร หารเทคโนโลย สารสนเทศ ม ลต ม เด ย และ 3 (3-0-6) 764xx หร อ 763xx กล มว ชาเล อก 3 (3-0-6) นว ตกรรมการเร ยนร ส มมนาจรรยาบรรณส าหร บผ บร หารสถานศ กษา 3 (3-0-6) 764xx หร อ 763xx กล มว ชาเล อก 3 (3-0-6) และผ บร หารการศ กษา รวม 12( ) รวม 12( ) ภาคการศ กษาท 1 ภาคการศ กษาท 2 764xx หร อ 763xx หร อ 762xx กล มว ชาเล อก 3 (3-0-6) การศ กษาอ สระ 6(0-12-6) 764xx หร อ 763xx หร อ 762xx กล มว ชาเล อก 3 (3-0-6) รวม 6(6-0-12) รวม 6(0-12-6) ป ท /2-10 -
11 3.1.5 ค าอธ บายรายว ชา หมวดว ชาเฉพาะ กล มว ชาบ งค บ ภาวะผ น าก บการเปล ยนแปลง : ทฤษฎ หล กการ และกระบวนการบร หารการศ กษา 3 (3-0-6) (Leadership and Changes: Theory, Principles and Process of Educational Administration) ทฤษฎ ภาวะผ น า ภาวะผ น าของผ บร หารสถานศ กษาและผ บร หารการศ กษาต อการเปล ยนแปลงการศ กษา หล กการและ ทฤษฎ การบร หารการศ กษา การประก นค ณภาพการศ กษา ระบบและกระบวนการบร หารและการจ ดการการศ กษาย คใหม การสร าง องค ความร ในการบร หารจ ดการศ กษา การสร างว ส ยท ศน ในการบร หาร การจ ดการเช งกลย ทธ ว ว ฒนาการโครงสร างและ กระบวนการบร หารการศ กษา สภาพป จจ บ น ป ญหาและแนวโน มการบร หารการศ กษาไทย และกฎหมายเก ยวข องก บการศ กษา การว จ ยการศ กษา 3 (3-0-6) (Educational Research and Methodology) ทฤษฎ แนวค ด ความหมาย ความส าค ญและหล กการว จ ยทางการศ กษา และความร ความเข าใจเก ยวก บ ระเบ ยบว ธ ว จ ยทาง การว จ ยทางการว จ ยเช งปร มาณ และเช งค ณภาพ ร ปแบบการว จ ยรวมถ งการว จ ยในช นเร ยน กระบวนการว จ ย แนวค ดในการก าหนด ป ญหาการว จ ย การออกแบบการว จ ย การสร างเคร องม อ และการรวบรวมข อม ล การใช สถ ต เพ อการว เคราะห ข อม ล การต ความ และ การแปลผลข อม ล การค นคว า ศ กษางานว จ ยท เก ยวข องก บการศ กษา และการพ ฒนาค ณภาพการเร ยนร การเข ยนเค าโครงการว จ ย และรายงานการว จ ย การน าเสนอและการประเม นงานว จ ย การฝ กปฏ บ ต จร งเพ อประย กต และน ากระบวนการว จ ยไปใช ในการ พ ฒนาค ณภาพการจ ดการเร ยนการสอน พ ฒนาผ เร ยนและบ รณาการจ ดการเร ยนร ก บการว จ ยปฏ บ ต การในช นเร ยน การบร หารเทคโนโลย สารสนเทศ ม ลต ม เด ย และนว ตกรรมการเร ยนร 3 (3-0-6) (Information Technology Multi-media Management and Learning Innovation) ความร ความเข าใจเก ยวก บนว ตกรรมและเทคโนโลย บทบาทของนว ตกรรมและเทคโนโลย ต อการจ ดการศ กษาและการ บร หาร เทคโนโลย สารสนเทศเพ อการศ กษา การบร หาร และการจ ดการเร ยนร การสร างบรรยากาศใหม ๆ เพ อส งเสร มการเร ยนร ของน กเร ยนและคร ในโรงเร ยน กฎหมายท เก ยวข องก บเทคโนโลย การบร หารการศ กษา ส มมนาจรรยาบรรณส าหร บผ บร หารสถานศ กษาและผ บร หารการศ กษา 3 (3-0-6) (Seminar on Professional Ethics for School and Educational Administrator) ศ กษาค ณธรรมและจร ยธรรมส าหร บผ บร หาร จรรยาบรรณของว ชาช พผ บร หารสถานศ กษา จรรยาบรรณของว ชาช พ ผ บร หารการศ กษา การพ ฒนาจร ยธรรมผ บร หารให ปฏ บ ต ตนในกรอบค ณธรรม การบร หารจ ดการท ด (Good Governance) การ ส งเสร มและพ ฒนาให ผ ร วมงานม ค ณธรรมและจร ยธรรมท เหมาะสม
12 กล มว ชาเล อก การวางแผนการศ กษา และการประก นค ณภาพการศ กษา 3 (3-0-6) (Educational Planning and Quality Assurance) พ นฐานทางเศรษฐก จ ส งคม การเม องและเทคโนโลย ระบบและทฤษฎ การวางแผน การว เคราะห และก าหนดนโยบาย การศ กษา การวางแผนพ ฒนาค ณภาพการศ กษา การพ ฒนาและประเม นนโยบายการศ กษาท งระด บชาต ท องถ น และระด บ สถานศ กษา หล ก องค ประกอบ และกระบวนการในการประก นค ณภาพการศ กษาภายใน และภายนอก ประเม นผลและต ดตาม ตรวจสอบค ณภาพและมาตรฐานการศ กษาของสถานศ กษา จ ดท ารายงานผลการประเม นตนเอง บทบาทของผ บร หารในการประก น ค ณภาพการศ กษา การบร หารบ คคลและก จการน กเร ยน 3 (3-0-6) (Personnel and Student Management) ศ กษาหล กการบร หารงานบ คคล การค ดสรรบ คคลและพ ฒนาให สามารถปฏ บ ต หน าท ได อย างม ประส ทธ ภาพ การจ ด บ คคลให เหมาะสมก บหน าท ร บผ ดชอบ เสร มสร างขว ญก าล งใจและให ค าปร กษาในการแก ป ญหาการท างานให แก คร และบ คลากร ในสถานศ กษา การบร หารให น กเร ยนม ค ณธรรม จร ยธรรม ค าน ยมและค ณล กษณะท พ งประสงค ระบบการด แลช วยเหล อน กเร ยน การจ ดก จกรรมส งเสร มและพ ฒนาผ เร ยน การจ ดก จกรรมพ เศษเพ อพ ฒนาศ กยภาพผ เร ยนในด านต างๆ การบร หารงานว ชาการ และทร พยากรทางการศ กษา 3 (3-0-6) (Administration of Academic Affairs and Educational Resources) ศ กษาการบร หารจ ดการเร ยนร ท ย ดผ เร ยนเป นส าค ญ หล กการและร ปแบบการพ ฒนาหล กส ตร พ ฒนาหล กส ตรท องถ น หล กการ แนวค ด กลย ทธ การน เทศการศ กษา การวางแผนและการประเม นผลการน เทศการศ กษา หล กการและเทคน คการว ดและ ประเม นผลทางการศ กษา ระเบ ยบว ธ ว จ ยทางการศ กษา การประย กต ใช สถ ต และคอมพ วเตอร ส งเสร มให ม การว จ ยเพ อพ ฒนาค ณภาพ การจ ดการเร ยนร การจ ดวางระบบควบค มภายใน ระบบบร หารและจ ดการทร พยากรภายในสถานศ กษา ระบบงานสารบรรณได อย างม ประส ทธ ภาพ บร หารจ ดการงบประมาณอย างถ กต องและเป นระบบ เทคน คการบร หารจ ดการสภาพแวดล อมทางกายภาพ ภายในสถานศ กษาเพ อการจ ดการเร ยนร และกฎหมายท เก ยวข องก บงานธ รการ การเง น พ สด และอาคารสถานท การประชาส มพ นธ และสร างความส มพ นธ ช มชน 3 (3-0-6) (Public and Community Relations) หล กการประชาส มพ นธ บร หารจ ดการข อม ลข าวสารส ผ เร ยน คร และบ คลากรในสถานศ กษา เผยแพร ข อม ล ข าวสารและ ก จกรรมของสถานศ กษาส ช มชน ย ทธศาสตร ท เหมาะสมในการประชาส มพ นธ กลย ทธ การสร างความส มพ นธ ช มชน ม เป าหมายใน การช วยเหล อช มชน และเป ดโอกาสให ช มชนม ส วนร วม ระดมทร พยากรและภ ม ป ญญาท องถ นเพ อส งเสร มการจ ดการศ กษา
13 76321 การจ ดการการศ กษาและทร พยากร 3 (3-0-6) (Educational Resource Management) หล กการและระบบการจ ดการศ กษา เทคน คการบร หารจ ดการศ กษาให ม ค ณภาพ ประส ทธ ภาพ บทบาทของผ บร หารใน การส งเสร มการม ส วนร วมของช มชนและท องถ นในการจ ดการศ กษา การแสวงหาและใช ทร พยากรทางการศ กษา การบร หาร ทร พยากรบ คคล การบร หารจ ดการแหล งการเร ยนร ส งแวดล อมและพล งงาน การบร หารจ ดการงบประมาณ การเง นและบ ญช ได อย างถ กต อง โปร งใสและตรวจสอบได วางระบบการบร หารจ ดการทร พยากรได อย างม ประส ทธ ภาพ การพ ฒนาหล กส ตร 3 (3-0-6) (Curriculum Development) ปร ชญา แนวค ดและทฤษฎ การศ กษา ว ว ฒนาการและระบบการจ ดการศ กษาของไทย ว ส ยท ศน และแผนพ ฒนาการศ กษา ของไทย ทฤษฎ ท เก ยวข องก บหล กส ตรและการพ ฒนาหล กส ตร ป ญหาและแนวโน มในการพ ฒนาหล กส ตร หล กส ตรการศ กษา มาตรฐานและมาตรฐานช วงช นของหล กส ตร การพ ฒนาหล กส ตรสถานศ กษา ว เคราะห ปร บปร ง พ ฒนาและประเม นหล กส ตรได ท งก อนและหล งการใช หล กส ตร การเป นผ น าในการพ ฒนาหล กส ตรและก าก บต ดตามการจ ดท าหล กส ตรท สอดคล องก บความ ต องการและความจ าเป นของท องถ น การน เทศการศ กษา 3 (3-0-6) (Educational Supervision) ทฤษฎ หล กการ ร ปแบบ เทคน ค และก จกรรมการน เทศการศ กษา การวางโครงการและการประเม นโครงการน เทศ การศ กษา การน เทศการเร ยนการสอนและการน เทศภายในสถานศ กษา บทบาท หน าท และท กษะในการน เทศการศ กษาของผ บร หาร สถานศ กษาและผ บร หารการศ กษา ว เคราะห ป ญหา แนวทางแก ป ญหา ฝ กปฏ บ ต การพ ฒนาเคร องม อและท กษะของผ น เทศการศ กษา การประย กต ใช ผลการว จ ย และการใช การน เทศเพ อพ ฒนาค ณภาพการศ กษา การจ ดการเร ยนร ตามแนวการจ ดการศ กษาท พรบ. การศ กษาแห งชาต ก าหนด จ ตว ทยาการบร หาร 3 (3-0-6) (Management Psychology) ทฤษฎ ทางจ ตว ทยาท เก ยวข องก บการบร หาร ทฤษฎ แรงจ งใจ จ ตว ทยาการปร บพฤต กรรมมน ษย จ ตว ทยาการให ค าปร กษา การว เคราะห เช งจ ตว ทยาเพ อแก ป ญหาพฤต กรรมในองค การ เทคน คการน าทฤษฎ จ ตว ทยามาประย กต ใช ในการบร หารการศ กษา การบร หารโครงการ 3 (3-0-6) (Project Management) ว เคราะห แนวค ด หล กการ ทฤษฎ และกระบวนการบร หารโครงการ เทคน คว ธ การว เคราะห การเล อกแนวทางการบร หาร และพ ฒนาโครงการ การใช ผลการประเม น การต ดตามผลโครงการเพ อพ ฒนาค ณภาพการศ กษา
14 76203 กฎหมายการศ กษา 3 (3-0-6) (Educational Laws) ความร เก ยวก บ กฎหมายร ฐธรรมน ญ พระราชบ ญญ ต กฎระเบ ยบ และข อบ งค บท เก ยวข องก บการจ ดการศ กษา ศ กษา ว เคราะห กรณ ต วอย างการใช กฎหมายทางการศ กษา ป ญหาและแนวทางการแก ป ญหา ส มมนาการบร หารการศ กษา 3 (3-0-6) (Seminar in Educational Administration) หล กและกระบวนการส มมนา การเร ยนร และการแก ป ญหา เล อกห วข อหร อป ญหาในการส มมนาทางการบร หารการศ กษา การม ส วนร วมในการแสดงความค ดเห น การท างานเป นกล มในการเร ยนร การแก ป ญหา และการด าเน นการจ ดส มมนาในสถานการณ จร ง ท กษะกระบวนการค ดเพ อการบร หารการศ กษา 3 (3-0-6) (Thinking Skills for Educational Administration) การค ดและกระบวนทางความค ดของมน ษย การพ ฒนาความค ด การฝ กท กษะการค ดแบบต างๆ การค ดเช งสร างสรรค การ ค ดเช งว พากษ ฯลฯ การค ดตามกระบวนการทางว ทยาศาสตร การค ดทางการบร หารจ ดการ การค ดในการแก ป ญหาตรรกศาสตร และ การใช เหต ผล การใช ข อม ลเพ อการต ดส นใจ เร ยนร เทคน คการค ดแบบต างๆ และกรณ ศ กษาท เก ดข นในการบร หารการศ กษา การจ ดการทางการเง นส าหร บผ บร หาร 3 (3-0-6) (Financial Management for Administrator) ว เคราะห หล กการ แนวค ด ทฤษฎ การบร หารการเง นและงบประมาณ แนวใหม ท เก ยวข องก บการจ ดการศ กษาท งภาคร ฐ และเอกชน กลย ทธ เทคน คและว ธ การในการจ ดการทางการเง นและงบประมาณ การว เคราะห ต นท นผลผล ต จ ดค มท น ค าใช จ ายต อ ห วของหน วยผล ต การพยากรณ แนวโน มทางการเง น การจ ดหาเง นท น การบร หารเง นท น ส นทร พย หน ส น และสภาพคล อง การ จ ดสรรเง นท น การบร หารความเส ยง การตรวจสอบ ต ดตาม ประเม นผลการใช จ ายเง น งบประมาณ และการน าเทคโนโลย ท ท นสม ย มาช วยในการบร หารจ ดการและต ดส นในทางการเง น ผ บร หารม ออาช พ 3 (3-0-6) (Professional Administrator) ว เคราะห ค ณล กษณะน กบร หารม ออาช พท พ งประสงค พ ฒนาความเป นน กบร หารม ออาช พ โดยเฉพาะการเป นผ ใฝ ร ใฝ เร ยน และม ว ส ยท ศน ภาวะผ น า ว ฒ ภาวะทางอามรณ ของผ บร หาร มน ษย ส มพ นธ และความสามารถในการท างานร วมก บผ อ น ความ ร บผ ดชอบ การเป นผ ท ม ค ณธรรม จร ยธรรม จรรยาบรรณทางว ชาช พ องค การว ชาช พและการม ส วนร วมในองค การว ชาช พ การ พ ฒนาสมรรถภาพและบ คล กภาพของน กบร หารการศ กษา
15 76208 การจ ดการความเคร ยดส าหร บผ บร หาร 3 (3-0-6) (Stress Management for Administrator) ธรรมชาต ของความเคร ยด สาเหต ของความเคร ยด การเผช ญก บความต งเคร ยดในร ปแบบต างๆ บ คล กภาพก บความเคร ยด ผลของความเคร ยด การบร หารจ ดการความเคร ยด กรณ ศ กษาเก ยวก บเทคน คในการบร หารความเคร ยดของผ บร หาร ผลงานว จ ยและ การศ กษาท เก ยวข องก บการบร หารความเคร ยดในร ปแบบต างๆ การพ ฒนาบ คล กภาพส าหร บผ บร หาร 3 (3-0-6) (Personality for Administrator) ท กษะทางส งคม การกล าวในโอกาสต างๆ ก จกรรมเสร มสร างบ คล กภาพ อาท การแต งกาย การร บประทานอาหารแบบ สากล ล ลาศและก ฬาส าหร บผ บร หาร การบร หารการศ กษาตามแนวปร ชญาเศรษฐก จพอเพ ยง 3 (3-0-6) (Education Management in Sufficient Economy) ปร ชญา แนวค ด หล กการ กระบวนการการบร หารการศ กษาตามแนวเศรษฐก จพอเพ ยง การน าแนวปร ชญาเศรษฐก จ พอเพ ยงส การบร หารการศ กษา หมวดว ชาว ทยาน พนธ และการศ กษาอ สระ กล มว ชาว ทยาน พนธ ว ทยาน พนธ มหาบ ณฑ ต 12( ) (Master Thesis) น กศ กษาจะต องศ กษา เร ยบเร ยง ว ทยาน พนธ ตามแนวทางท สาขาว ชาเห นชอบภายใต การก าก บด แลของอาจารย ท ปร กษา และคณะกรรมการบร หารหล กส ตร โดยจะต องพ มพ เผยแพร ผลการว จ ยในวารสารว ชาการท ม การตรวจสอบโดยคณะผ เช ยวชาญ (Peer Reviewers) และ/หร อ น าเสนอในท ประช มว ชาการท ม การพ มพ เผยแพร ผลการประช มว ชาการน นๆ เป นเอกสาร กล มว ชาการศ กษาอ สระ การศ กษาอ สระ 6(0-12-6) (Independent Study Paper) น กศ กษาจะต องท าการศ กษาอ สระ เร ยบเร ยง การศ กษาค นคว าเป นเอกสาร ตามแนวทางท สาขาว ชาเห นชอบภายใต การ ก าก บด แลของอาจารย ท ปร กษาและคณะกรรมการบร หารหล กส ตร ส งเอกสารและสอบปากเปล าข นส ดท าย
16 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา 3.2 ช อ สก ล เลขประจ าต วบ ตรประชาชน ต าแหน งและค ณว ฒ ของอาจารย อาจารย ประจ าหล กส ตร อาจารย ประจ าหล กส ตรศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารการศ กษา ม หน าท หล กทางด านการสอน และการว จ ย และปฏ บ ต หน าท เต มเวลาตามภาระงานท ร บผ ดชอบในหล กส ตร ซ งประจ าตลอดระยะเวลาท จ ดการศ กษาตามหล กส ตร และม ค ณว ฒ ตรงหร อส มพ นธ ก บสาขาว ชาท เป ดสอนไม น อยกว า 3 คน จ าแนกได ด งน ค ณว ฒ อาจารย ค ณว ฒ ปร ญญาเอก ค ณว ฒ ปร ญญาโท จ านวน / คน 3 2 รายช ออาจารย ประจ าหล กส ตร ม ด งน ล าด บ ต าแหน งทางว ชาการ ช อ สก ล ค ณว ฒ / สาขาว ชา สถาบ นท จบ / ป การศ กษาท จบ ท 1 ดร.อ นทร จ นทร เจร ญ* กศ.บ. (คณ ตศาสตร -ฟ ส กส ) ว ทยาล ยว ชาการศ กษาพระนคร 2514 กศ.ม. (บร หารการศ กษา) ม.ศร นคร นทรว โรฒ บางแสน 2528 ค.อ.ม. (บร หารอาช วศ กษา) เทคโนโลย พระจอมเกล าพระนครเหน อ 2536 ค.อ.ด. (การว จ ยและพ ฒนาหล กส ตร) เทคโนโลย พระจอมเกล าพระนครเหน อ ดร.อ มพร ศ ร บ ญมา* B.Sc. (Mathematics) M.S. (Secondary Education) Ph.D. (Higher Education) 3 ดร.ว ศ ษฎ ช มวรฐาย * กศ.บ. (ม ธยมศ กษา) M.S. in Ed (School Administration) M.Ed (Curriculum and Instruction) Ed.D (Curriculum and Instruction) 4 รศ.บ ญร กษ ต ณฑ เจร ญร ตน กศ.บ. (คณ ตศาสตร ) ประกาศน ยบ ตรช นส งว ชาเฉพาะการ ว ดผลการศ กษา กศ.ม. (การว ดผลการศ กษา) Cert in Classroom Testing and Measurement in Secondary Science 5 รศ.ดร.สมพร ไชยะ B.Sc (Ind.Arts) M.S. (Ind.Ed) Bemidji State Ph.D. (A.C.I. in Voc.Ed) * หมายถ ง อาจารย ผ ร บผ ดชอบหล กส ตร Marshall University U.S.A./ 2513 Marshall University U.S.A. / 2514 Iowa State University U.S.A / 2521 ว ทยาล ยว ชาการศ กษาประสานม ตร / 2503 Emporia State University, U.S.A. / 2510 Columbia University, U.S.A / 2518 Columbia University, U.S.A / 2519 ว ทยาล ยว ชาการศ กษา บางแสน จ ชลบ ร / 2510 ว ทยาล ยว ชาการการศ กษา ประสานม ตร / 2511 ว ทยาล ยว ชาการศ กษา ประสานม ตร / 2516 Seameo Regional Center for Education in Science and Mathematics (RECSAM MALAYSIA) 2529 University of Eastern Philippines, Philippines University Minnesota, U.S.A. University of Nebraska-Lincoln, U.S.A
17 3.2.2 อาจารย พ เศษ รายช ออาจารย พ เศษ ม ด งน ล าด บท ต าแหน งทางว ชาการ ช อ - สก ล ค ณว ฒ / สาขาว ชา ส งก ดหน วยงาน 1 รศ.ดร.ช ช พ พ ทธประเสร ฐ กศ.ด. (การบร หารการศ กษา) คณะศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยเช ยงใหม 2 ผศ.ดร.ทศพล อาร น จ Ph.D. (การบร หารการศ กษา) คณะคร ศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏ เช ยงราย 3 รศ.ดร.สมศ กด ภ ว ภาดาวรรธน Ph.D. (Specialized in Research and Methodology) คณะศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยเช ยงใหม หมวดท 4. ผลการเร ยนร กลย ทธ การสอนและการประเม นผล 1. การพ ฒนาค ณล กษณะพ เศษของน กศ กษา ค ณล กษณะพ เศษ กลย ทธ หร อก จกรรมของน กศ กษา ด านบ คล กภาพ ม การสอดแทรกเร อง การแต งกาย การเข าส งคม เทคน คการเจรจาส อสาร การม มน ษยส มพ นธ ท ด และการวางต วในการท างานในบางรายว ชาท เก ยวข อง ด านภาวะผ น า และความร บผ ดชอบตลอดจนม - ก าหนดให ม รายว ชาซ งน กศ กษาต องท างานเป นกล มและม การก าหนด ว น ยในตนเอง ห วหน ากล มในการท ารายงานตลอดจน ก าหนดให ท กคนม ส วนร วมในการ น าเสนอรายงาน เพ อเป นการฝ กให น กศ กษาสร างภาวะผ น าและการเป น สมาช กกล มท ด - ม ก จกรรมน กศ กษาท มอบหมายให น กศ กษาหม นเว ยนก นเป นห วหน าใน การด าเน นก จกรรม เพ อฝ กให น กศ กษาม ความร บผ ดชอบ - ม กต กาท จะสร างว น ยในตนเอง เช น การเข าเร ยนตรงเวลาเข าเร ยนอย าง สม าเสมอการม ส วนร วมในช นเร ยน เสร มความกล าในการแสดงความ ค ดเห น จร ยธรรม และจรรยาบรรณว ชาช พ ม การให ความร ถ งผลกระทบต อส งคม และข อกฎหมายท เก ยวข องก บการท า ความผ ดเก ยวก บว ชาช พทางการศ กษารวมท งความร และแนวปฏ บ ต ของ จรรยาบรรณว ชาช พผ บร หารสถานศ กษาและผ บร หารการศ กษา
18 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา 2. การพ ฒนาผลการเร ยนร ในแต ละด าน 2.1 ค ณธรรม จร ยธรรม ผลการเร ยนร ด านค ณธรรม จร ยธรรม น กศ กษาต องม ค ณธรรม จร ยธรรมเพ อให สามารถด าเน นช ว ตร วมก บผ อ นในส งคมอย างราบร นและเป นประโยชน ต อส วนรวม นอกจากน นว ชาช พทางการศ กษาย งเก ยวข องก บความม นคงของประเทศ ความปลอดภ ยในช ว ต อาจารย ท สอนในแต ละว ชาต องพยายามสอดแทรกเร องท เก ยวก บส งต อไปน ท ง 7 ข อ เพ อให น กศ กษาสามารถพ ฒนาค ณธรรม จร ยธรรมไปพร อมก บ ว ทยาการต าง ๆ ท ศ กษา รวมท งอาจารย ต องม ค ณสมบ ต ด านค ณธรรม จร ยธรรมอย างน อย 7 ข อตามท ระบ ไว (1) ตระหน กในค ณค าและค ณธรรม จร ยธรรม เส ยสละ และซ อส ตย ส จร ต (2) ม ว น ย ตรงต อเวลา และความร บผ ดชอบต อตนเอง ว ชาช พและส งคม (3) ม ภาวะความเป นผ น าและผ ตาม สามารถท างานเป นท มและสามารถแก ไขข อข ดแย งและล าด บความส าค ญ (4) เคารพส ทธ และร บฟ งความค ดเห นของผ อ น รวมท งเคารพในค ณค าและศ กด ศร ของความเป นมน ษย (5) เคารพกฎระเบ ยบและข อบ งค บต าง ๆ ขององค กรและส งคม (6) สามารถว เคราะห ผลกระทบจากการใช คอมพ วเตอร ต อบ คคลองค กรและส งคม (7) ม จรรยาบรรณทางว ชาการและว ชาช พ กลย ทธ การสอนท ใช พ ฒนาการเร ยนร ด านค ณธรรม จร ยธรรม ก าหนดให ม ว ฒนธรรมองค กร เพ อเป นการปล กฝ งให น กศ กษาม ระเบ ยบว น ย โดยเน นการเข าช นเร ยนให ตรงเวลา ตลอดจนการแต งกายท เป นแบบอย างได น กศ กษาต องม ความร บผ ดชอบโดยในการท างานกล มน นต องฝ กให ร หน าท ของการเป น ผ น ากล มและการเป นสมาช กกล ม ม ความซ อส ตย โดยต องไม กระท าการท จร ตในการสอบหร อลอกการบ านของผ อ น เป นต น นอกจากน อาจารย ผ สอนท กคนต องสอดแทรกเร องค ณธรรม จร ยธรรมในการสอนท กรายว ชา รวมท งม การจ ดก จกรรมส งเสร ม ค ณธรรม จร ยธรรม เช น การยกย องน กศ กษาท ท าด ท าประโยชน แก ส วนรวม เส ยสละ กลย ทธ การประเม นผลการเร ยนร ด านค ณธรรม จร ยธรรม - ประเม นจากการตรงเวลาของน กศ กษาในการเข าช นเร ยน การส งงานตามก าหนดระยะเวลาท มอบหมายและการ ร วมก จกรรม - ประเม นจากการม ว น ยและพร อมเพร ยงของน กศ กษาในการเข าร วมก จกรรมเสร มหล กส ตร - ปร มาณการท าท จร ตในการสอบ - ประเม นจากความร บผ ดชอบในหน าท ท ได ร บมอบหมาย 2.2 ความร ผลการเร ยนร ด านความร น กศ กษาต องม ความร เก ยวก บว ชาช พทางการบร หารการศ กษา ม ค ณธรรม จร ยธรรม และความร เก ยวก บสาขาว ชา ท ศ กษาน นต องเป นส งท น กศ กษาต องร เพ อใช ประกอบอาช พและช วยพ ฒนาส งคม ด งน นมาตรฐานความร ต องครอบคล มส งต อไปน (1) ม ความร และความเข าใจเก ยวก บหล กการและทฤษฎ ท ส าค ญในเน อหาสาขาการบร หารการศ กษา (2) สามารถว เคราะห ป ญหา เข าใจและอธ บายความต องการทางการบร หารการศ กษา รวมท งประย กต ความร ท กษะ การใช เคร องม อท เหมาะสมก บการแก ไขป ญหา (3) สามารถว เคราะห ปร บปร งและ/หร อประเม นองค ประกอบต าง ๆ ของการบร หารการศ กษาให ตรงตาม ข อก าหนด
19 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา (4) สามารถต ดตามความก าวหน าและว ว ฒนาการการบร หารการศ กษา รวมท งการน าไปประย กต ใช ได (5) ร เข าใจและสนใจพ ฒนาความร ความช านาญทางการบร หารการศ กษาอย างต อเน อง (6) ม ความร ในแนวกว างของสาขาว ชาการบร หารการศ กษา เล งเห นการเปล ยนแปลง และเข าใจผลกระทบของ เทคโนโลย ใหม ๆ (7) ม ประสบการณ ในการพ ฒนาและ/หร อการประย กต ทฤษฎ การบร หารการศ กษาเพ อใช งานได จร ง (8) สามารถบ รณาการความร ในสาขาว ชาการบร หารการศ กษาก บความร ในศาสตร อ น ๆ ท เก ยวข อง การทดสอบมาตรฐานน สามารถท าได โดยการทดสอบจากข อสอบของแต ละว ชาในช นเร ยน ตลอดระยะเวลาท น กศ กษาอย ในหล กส ตร กลย ทธ การสอนท ใช พ ฒนาการเร ยนร ด านความร ใช การเร ยนการสอนในหลากหลายร ปแบบ โดยเน นหล กการทางทฤษฎ และประย กต ทางปฏ บ ต ในสภาพแวดล อม จร ง โดยท นต อการเปล ยนแปลงทางเทคโนโลย ท งน ให เป นไปตามล กษณะของรายว ชาตลอดจนเน อหาสาระของรายว ชาน น ๆ นอกจากน ควรจ ดให ม การเร ยนร จากสถานการณ จร งโดยการศ กษางานหร อเช ญผ เช ยวชาญท ม ประสบการณ ตรงมาเป นว ทยากร พ เศษเฉพาะเร อง ตลอดจนการศ กษาด งานและจ ดการส มมนาทางว ชาการ กลย ทธ การประเม นผลการเร ยนร ด านความร ประเม นจากผลส มฤทธ ทางการเร ยนและการปฏ บ ต ของน กศ กษา ในด านต าง ๆ ค อ (1) การทดสอบย อย (2) การสอบกลางภาคเร ยนและปลายภาคเร ยน (3) ประเม นจากรายงานท น กศ กษาจ ดท า (4) ประเม นจากการน าเสนอรายงานในช นเร ยน 2.3 ท กษะทางป ญญา ผลการเร ยนร ด านท กษะทางป ญญา น กศ กษาต องสามารถพ ฒนาตนเองและประกอบว ชาช พได โดยพ งตนเองได เม อจบการศ กษาแล ว ด งน นน กศ กษา จ าเป นต องได ร บการพ ฒนาท กษะทางป ญญาไปพร อมก บค ณธรรม จร ยธรรม และความร เก ยวก บสาขาการบร หารการศ กษา ในขณะ ท สอนน กศ กษา อาจารย ต องเน นให น กศ กษาค ดหาเหต ผล เข าใจท มาและสาเหต ของป ญหา ว ธ การแก ป ญหารวมท งแนวค ดด วย ตนเอง ไม สอนในล กษณะท องจ า น กศ กษาต องม ค ณสมบ ต ต าง ๆ จากการสอนเพ อให เก ดท กษะทางป ญญาด งน (1) ค ดอย างม ว จารญาณและอย างเป นระบบ (2) สามารถส บค น ต ความและประเม นทางด านการบร หารการศ กษา เพ อใช ในการแก ไขป ญหาอย างสร างสรรค (3) สามารถรวบรวม ศ กษา ว เคราะห และสร ปประเด นป ญหาและความต องการ (4) สามารถประย กต ความร และท กษะก บการแก ไขป ญหาทางการบร หารการศ กษาได อย างเหมาะสม การว ดมาตรฐานในข อน สามารถท าได โดยการออกข อสอบท ให น กศ กษาแก ป ญหา อธ บายแนวค ดของการแก ป ญหา และว ธ การแก ป ญหาโดยการประย กต ความร ท เร ยนมา กลย ทธ การสอนท ใช ในการพ ฒนาการเร ยนร ด านท กษะทางป ญญา (1) กรณ ศ กษาทางการบร หารการศ กษา (2) การอภ ปรายกล ม (3) ให น กศ กษาม ประสบการณ ตรง
20 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา กลย ทธ การประเม นผลการเร ยนร ด านท กษะทางป ญญา ประเม นตามสภาพจร งจากผลงาน และการปฏ บ ต ของน กศ กษา เช น ประเม นจากการน าเสนอรายงานในช นเร ยน การทดสอบโดยใช แบบทดสอบหร อส มภาษณ เป นต น 2.4 ท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความร บผ ดชอบ ผลการเร ยนร ด านท กษะความส มพ นธ ระหว างต วบ คคลและความร บผ ดชอบ น กศ กษาต องออกไปประกอบอาช พซ งส วนใหญ ต องเก ยวข องก บคนท ไม ร จ กมาก อน คนท มาจากสถาบ นอ น ๆ และคนท จะมาเป นผ บ งค บบ ญชา หร อคนท จะมาอย ใต บ งค บบ ญชา ความสามารถท จะปร บต วให เข าก บกล มคนต าง ๆ เป นเร อง จ าเป นอย างย ง ด งน นอาจารย ต องสอดแทรกว ธ การท เก ยวข องก บค ณสมบ ต ต าง ๆ ต อไปน ให น กศ กษาระหว างท สอนว ชา หร ออาจ ให น กศ กษาไปเร ยนว ชาทางด านส งคมศาสตร ท เก ยวก บค ณสมบ ต ต าง ๆ น (1) สามารถส อสารก บกล มคนหลากหลายและสามารถสนทนาท งภาษาไทยและภาษาต างประเทศอย างม ประส ทธ ภาพ (2) สามารถให ความช วยเหล อและอ านวยความสะดวกแก การแก ป ญหาสถานการณ ต าง ๆ ในกล มท งในบทบาท ของผ น า หร อในบทบาทของผ ร วมท มท างาน (3) สามารถใช ความร ในศาสตร มาช น าส งคมในประเด นท เหมาะสม (4) ม ความร บผ ดชอบในการกระท าของตนเองและร บผ ดชอบงานในกล ม (5) สามารถเป นผ ร เร มแสดงประเด นในการแก ไขสถานการณ ท งส วนต วและส วนรวม พร อมท งแสดงจ ดย นอย าง พอเหมาะท งของตนเองและของกล ม (6) ม ความร บผ ดชอบการพ ฒนาการเร ยนร ท งของตนเองและทางว ชาช พอย างต อเน อง ค ณสมบ ต ต าง ๆ น สามารถว ดระหว างการท าก จกรรมร วมก น กลย ทธ การสอนท ใช ในการพ ฒนาการเร ยนร ด านท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความร บผ ดชอบ ใช การสอนท ม การก าหนดก จกรรมให ม การท างานเป นกล ม การท างานท ต องประสานงานก บผ อ นข ามหล กส ตร หร อต องค นคว าหาข อม ลจากการส มภาษณ บ คคลอ น หร อผ ม ประสบการณ โดยม ความคาดหว งในการเร ยนร ด านท กษะ ความส มพ นธ ระหว างต วบ คคลและความสามารถในการร บผ ดชอบ ด งน (1) สามารถท างานก บผ อ นได เป นอย างด (2) ม ความร บผ ดชอบต องานท ได ร บมอบหมาย (3) สามารถปร บต วเข าก บสถานการณ และว ฒนธรรมองค กรท ไปปฏ บ ต งานได เป นอย างด (4) ม มน ษย ส มพ นธ ท ด ก บผ ร วมงานในองค กรและก บบ คคลท วไป (5) ม ภาวะผ น า กลย ทธ การประเม นผลการเร ยนร ด านท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความร บผ ดชอบ ประเม นจากพฤต กรรมและการแสดงออกของน กศ กษาในการน าเสนอรายงานกล มในช นเร ยน ส งเกตจาก พฤต กรรมท แสดงออกในการร วมก จกรรมต าง ๆ และความครบถ วนช ดเจนตรงประเด นของข อม ล 2.5 ท กษะการว เคราะห เช งต วเลข การส อสาร และการใช เทคโนโลย สารสนเทศ ผลการเร ยนร ด านท กษะการว เคราะห เช งต วเลข การส อสาร และการใช เทคโนโลย สารสนเทศ (1) ม ท กษะในการใช เคร องม อท จ าเป นท ม อย ในป จจ บ นต อการท างานท เก ยวก บคอมพ วเตอร
21 (2) สามารถแนะน าประเด นการแก ไขป ญหาโดยใช สารสนเทศทางคณ ตศาสตร หร อการแสดงสถ ต ประย กต ต อ ป ญหาท เก ยวข องอย างสร างสรรค (3) สามารถส อสารอย างม ประส ทธ ภาพท งปากเปล าและการเข ยน เล อกใช ร ปแบบของส อการน าเสนออย าง เหมาะสม (4) สามารถใช สารสนเทศและเทคโนโลย ส อสารอย างเหมาะสม การว ดมาตรฐานน อาจท าได ในระหว างการสอน โดยอาจให น กศ กษาแก ป ญหา ว เคราะห ประส ทธ ภาพของว ธ แก ป ญหา และให น าเสนอแนวค ดของการแก ป ญหา ผลการว เคราะห ประส ทธ ภาพ ต อน กศ กษาในช นเร ยน อาจม การว จารณ ในเช ง ว ชาการระหว างอาจารย และกล มน กศ กษา กลย ทธ การสอนท ใช ในการพ ฒนาการเร ยนร ด านท กษะการว เคราะห เช งต วเลข การส อสาร และการใช เทคโนโลย สารสนเทศ จ ดก จกรรมการเร ยนร ในรายว ชาต าง ๆ ให น กศ กษาได ว เคราะห สถานการณ จ าลอง และสถานการณ เสม อนจร ง และน าเสนอการแก ป ญหาท เหมาะสม เร ยนร เทคน คการประย กต หล กทฤษฎ การบร หารการศ กษาในหลากหลายสถานการณ กลย ทธ การประเม นผลการเร ยนร ด านท กษะการว เคราะห เช งต วเลข การส อสาร และการใช เทคโนโลย สารสนเทศ ประเม นจากเทคน คการน าเสนอโดยใช ทฤษฎ การเล อกใช เคร องม อทางเทคโนโลย สารสนเทศ หร อคณ ตศาสตร และสถ ต ท เก ยวข อง (1) ประเม นจากความสามารถในการอธ บาย ถ งข อจ าก ด เหต ผลในการเล อกใช เคร องม อต าง ๆ การอภ ปราย กรณ ศ กษาต าง ๆ ท ม การน าเสนอต อช นเร ยน 3. แผนท แสดงการกระจายความร บผ ดชอบมาตรฐานผลการเร ยนร จากหล กส ตรส รายว ชา (Curriculum Mapping) แสดงให เห นว าแต ละรายว ชาในหล กส ตรร บผ ดชอบต อผลการเร ยนร ใดบ าง (ตามท ระบ ในหมวดท 4 ข อ 2) โดยระบ ว าเป น ความร บผ ดชอบหล กหร อความร บผ ดชอบรอง ซ งบางรายว ชาอาจไม น าส ผลการเร ยนร บางเร องก ได จะแสดงเป นเอกสารแนบท ายก ได ผลการเร ยนร ในตารางม ความหมาย ด งน ค ณธรรม (1) ตระหน กในค ณค าและค ณธรรม จร ยธรรม เส ยสละ และซ อส ตย ส จร ต (2) ม ว น ย ตรงต อเวลา และความร บผ ดชอบต อตนเองและส งคม (3) ม ภาวะความเป นผ น าและผ ตาม สามารถท างานเป นท มและสามารถแก ไขข อข ดแย งและล าด บความส าค ญ (4) เคารพส ทธ และร บฟ งความค ดเห นของผ อ น รวมท งเคารพในค ณค าและศ กด ศร ของความเป นมน ษย (5) เคารพกฎระเบ ยบและข อบ งค บต าง ๆ ขององค กรและส งคม (6) สามารถว เคราะห ผลกระทบจากการใช ทฤษฎ การบร หารบ คคลในองค กรและส งคม (7) ม จรรยาบรรณทางว ชาการและว ชาช พ ความร (1) ม ความร และความเข าใจเก ยวก บหล กการและทฤษฎ ท ส าค ญในเน อหาท ศ กษา (2) สามารถว เคราะห ป ญหา เข าใจและอธ บายความต องการทางการบร หารการศ กษา รวมท งประย กต ความร ท กษะ และ การใช เคร องม อท เหมาะสมก บการแก ไขป ญหา
22 (3) สามารถว เคราะห ออกแบบ ต ดต ง ปร บปร งระบบการบร หารให ตรงตามข อก าหนด (4) สามารถต ดตามความก าวหน าทางว ชาการและว ว ฒนาการการบร หารการศ กษา (5) ร เข าใจและสนใจพ ฒนาความร ความช านาญทางการบร หารการศ กษาอย างต อเน อง (6) ม ความร ในแนวกว างของสาขาว ชาท ศ กษาเพ อให เล งเห นการเปล ยนแปลง และเข าใจผลกระทบของเทคโนโลย ใหม ๆ (7) ม ประสบการณ ในการพ ฒนาและ/หร อการประย กต ซอฟแวร ท ใช งานในการบร หาร (8) สามารถบ รณาการความร ในท ศ กษาก บความร ในศาสตร อ น ๆ ท เก ยวข อง ท กษะทางป ญญา (1) ค ดอย างม ว จารณญาณและอย างเป นระบบ (2) สามารถส บค น ต ความ และประเม นการบร หารงานเพ อใช ในการแก ไขป ญหาอย างสร างสรรค (3) สามารถรวบรวม ศ กษา ว เคราะห และสร ปประเด นป ญหาและความต องการ (4) สามารถประย กต ความร และท กษะก บการแก ไขป ญหาทางการบร หารได อย างเหมาะสม ท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความร บผ ดชอบ (1) สามารถส อสารก บกล มคนหลากหลายและสามารถสนทนาท งภาษาไทยและภาษาต างชาต อย างม ประส ทธ ภาพ (2) สามารถให ความช วยเหล อและอ านวยความสะดวกแก การแก ป ญหาสถานการณ ต าง ๆ ในกล มท งในบทบาทของผ น า หร อในบทบาทของผ ร วมท มท างาน (3) สามารถใช ความร ในศาสตร มาช น าส งคมในประเด นท เหมาะสม (4) ม ความร บผ ดชอบในการกระท าของตนเองและร บผ ดชอบงานในกล ม (5) สามารถเป นผ ร เร มแสดงประเด นในการแก ไขสถานการณ ท งส วนต วและส วนรวม พร อมท งแสดงจ ดย นอย างพอเหมาะ ท งของตนเองและของกล ม (6) ม ความร บผ ดชอบการพ ฒนาการเร ยนร ท งของตนเองและทางว ชาช พอย างต อเน อง ท กษะการว เคราะห เช งต วเลข การส อสาร และการใช เทคโนโลย สารสนเทศ (1) ม ท กษะในการใช เคร องม อท จ าเป นท ม อย ในป จจ บ นต อการท างานท เก ยวก บการบร หารการศ กษา (2) สามารถแนะน าประเด นการแก ไขป ญหาโดยประย กต ต อป ญหาท เก ยวข องอย างสร างสรรค (3) สามารถส อสารอย างม ประส ทธ ภาพท งปากเปล าและการเข ยน เล อกใช ร ปแบบของส อการน าเสนออย างเหมาะสม (4) สามารถใช หล กทฤษฎ การบร หารได อย างเหมาสม
23 แผนท แสดงการกระจายความร บผ ดชอบมาตรฐานผลการเร ยนร จากหล กส ตรส รายว ชา (Curriculum Mapping) ความร บผ ดชอบหล ก ความร บผ ดชอบรอง รายว ชา 1. ค ณธรรม จร ยธรรม 2. ความร ท กษะทาง ป ญญา 4. ท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความ ร บผ ดชอบ 5. ท กษะการ ว เคราะห เช ง ต วเลข การ ส อสาร และการ ใช เทคโนโลย สารสนเทศ รห สว ชา ช อว ชา ภาวะผ น าก บการเปล ยนแปลง : ทฤษฎ หล กการ และกระบวนการบร หาร การศ กษา การว จ ยการศ กษา การบร หารเทคโนโลย สารสนเทศ ม ลต ม เด ย และนว ตกรรมการเร ยนร ส มมนาจรรยาบรรณส าหร บผ บร หาร สถานศ กษาและผ บร หารการศ กษา การวางแผนการศ กษา และการประก น ค ณภาพการศ กษา การบร หารบ คคลและก จการน กเร ยน การบร หารงานว ชาการ และทร พยากร ทางการศ กษา
24 รายว ชา 1. ค ณธรรม จร ยธรรม 2. ความร ท กษะทาง ป ญญา 4. ท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความ ร บผ ดชอบ 5. ท กษะการ ว เคราะห เช ง ต วเลข การ ส อสาร และการ ใช เทคโนโลย สารสนเทศ รห สว ชา ช อว ชา การประชาส มพ นธ และสร าง ความส มพ นธ ช มชน การจ ดการการศ กษาและทร พยากร การพ ฒนาหล กส ตร การน เทศการศ กษา จ ตว ทยาการบร หาร การบร หารโครงการ กฎหมายการศ กษา ส มมนาการบร หารการศ กษา ท กษะกระบวนการค ดเพ อการบร หาร การศ กษา การจ ดการทางการเง นส าหร บผ บร หาร
25 รายว ชา 1. ค ณธรรม จร ยธรรม 2. ความร 3. ท กษะทาง ป ญญา 4. ท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความ ร บผ ดชอบ 5. ท กษะการ ว เคราะห เช ง ต วเลข การ ส อสาร และการ ใช เทคโนโลย สารสนเทศ รห สว ชา ช อว ชา ผ บร หารม ออาช พ การจ ดการความเคร ยดส าหร บผ บร หาร การพ ฒนาบ คล กภาพส าหร บผ บร หาร การบร หารการศ กษาตามแนวปร ชญา เศรษฐก จพอเพ ยง ว ทยาน พนธ มหาบ ณฑ ต การศ กษาอ สระ
26 1. ค ณธรรม จร ยธรรม 1) ตระหน กในค ณค าและค ณธรรม จร ยธรรม เส ยสละ และซ อส ตย ส จร ต 2) ม ว น ย ตรงต อเวลา และความร บผ ดชอบต อตนเองและส งคม 3) ม ภาวะความเป นผ น าและผ ตาม สามารถท างานเป นท มและสามารถแก ไขข อข ดแย ง และล าด บความส าค ญ 4) เคารพส ทธ และร บฟ งความค ดเห นของผ อ น รวมท งเคารพในค ณค าและศ กด ศร ของ ความเป นมน ษย 5) เคารพกฎระเบ ยบและข อบ งค บต าง ๆ ขององค กรและส งคม 6) สามารถว เคราะห ผลกระทบจากการใช คอมพ วเตอร ต อบ คคลองค กรและส งคม 7) ม จรรยาบรรณทางว ชาการและว ชาช พ 4. ท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความร บผ ดชอบ 1)สามารถส อสารก บกล มคนหลากหลายและสามารถสนทนาท งภาษาไทยและ ภาษาต างประเทศอย างม ประส ทธ ภาพ 2) สามารถให ความช วยเหล อและอ านวยความสะดวกแก การแก ป ญหาสถานการณ ต าง ๆ ในกล มท งในบทบาทของผ น า หร อในบทบาทของผ ร วมท มท างาน 3) สามารถใช ความร ในศาสตร มาช น าส งคมในประเด นท เหมาะสม 4) ม ความร บผ ดชอบในการกระท าของตนเองและร บผ ดชอบงานในกล ม 5)สามารถเป นผ ร เร มแสดงประเด นในการแก ไขสถานการณ ท งส วนต วและส วนรวม พร อมท งแสดงจ ดย นอย างพอเหมาะท งของตนเองและของกล ม 6) ม ความร บผ ดชอบการพ ฒนาการเร ยนร ท งของตนเองและทางว ชาช พอย างต อเน อง 2. ความร 1) ม ความร และความเข าใจเก ยวก บหล กการและทฤษฎ ท ส าค ญในเน อหาท ศ กษา 2) สามารถว เคราะห ป ญหา เข าใจและอธ บายความต องการทางคอมพ วเตอร รวมท ง ประย กต ความร ท กษะ และการใช เคร องม อท เหมาะสมก บการแก ไขป ญหา 3)สามารถว เคราะห ออกแบบ ต ดต ง ปร บปร งระบบคอมพ วเตอร ให ตรงตามข อก าหนด 4)สามารถต ดตามความก าวหน าทางว ชาการและว ว ฒนาการคอมพ วเตอร 5)ร เข าใจและสนใจพ ฒนาความร ความช านาญทางคอมพ วเตอร อย างต อเน อง 6)ม ความร ในแนวกว างของสาขาว ชาท ศ กษาเพ อให เล งเห นการเปล ยนแปลง และเข าใจ ผลกระทบของเทคโนโลย ใหม ๆ 7)ม ประสบการณ ในการพ ฒนาและ หร อการประย กต ซอฟต แวร ท ใช งานได จร ง / 8) สามารถบ รณาการความร ในท ศ กษาก บความร ในศาสตร อ น ๆ ท เก ยวข อง 5. ท กษะการว เคราะห เช งต วเลข การส อสาร และเทคโนโลย สารสนเทศ 1) ม ท กษะในการใช เคร องม อท จ าเป นท ม อย ในป จจ บ นต อการท างานท เก ยวก บ คอมพ วเตอร 2) สามารถแนะน าประเด นการแก ไขป ญหาโดยใช สารสนเทศทางคณ ตศาสตร หร อการ แสดงสถ ต ประย กต ต อป ญหาท เก ยวข องอย างสร างสรรค 3)สามารถส อสารอย างม ประส ทธ ภาพท งปากเปล าและการเข ยน เล อกใช ร ปแบบของส อ การน าเสนออย างเหมาะสม 4)สามารถใช สารสนเทศและเทคโนโลย ส อสารอย างเหมาะสม 3. ท กษะทางป ญญา 1) ค ดอย างม ว จารณญาณและอย าง เป นระบบ 2) สามารถส บค น ต ความ และ ประเม นสารสนเทศ เพ อใช ในการ แก ไขป ญหาอย างสร างสรรค 3)สามารถรวบรวม ศ กษา ว เคราะห และสร ปประเด นป ญหาและความ ต องการ 4)สามารถประย กต ความร และท กษะ ก บการแก ไขป ญหาทางคอมพ วเตอร ได อย างเหมาะสม
27 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา หมวดท 5. หล กเกณฑ ในการประเม นผลน กศ กษา 1. กฎระเบ ยบหร อหล กเกณฑ ในการให ระด บคะแนน (เกรด) การว ดผลและการส าเร จการศ กษาเป นไปตามข อบ งค บว ทยาล ยเช ยงรายว าด วยการศ กษาระด บบ ณฑ ตศ กษา พ.ศ (ภาคผนวก ก) 2. กระบวนการทวนสอบมาตรฐานผลส มฤทธ ของน กศ กษา 2.1 การทวนสอบมาตรฐานผลการเร ยนร ขณะน กศ กษาย งไม ส าเร จการศ กษา ให ก าหนดระบบการทวนสอบผลส มฤทธ การเร ยนร ของน กศ กษาเป นส วนหน งของระบบการประก นค ณภาพภายในของ สถาบ นอ ดมศ กษาท จะต องท าความเข าใจตรงก นท งสถาบ น และน าไปด าเน นการจนบรรล ผลส มฤทธ ซ งผ ประเม นภายนอกจะต อง สามารถตรวจสอบได การทวนสอบในระด บรายว ชาควรให น กศ กษาประเม นการเร ยนการสอนในระด บรายว ชา ม คณะกรรมการพ จารณาความ เหมาะสมของข อสอบให เป นไปตามแผนการสอน ม การประเม นข อสอบโดยผ ทรงค ณว ฒ ภายนอก การทวนสอบในระด บหล กส ตรสามารถท าได โดยม ระบบประก นค ณภาพภายในสถาบ นการศ กษาด าเน นการทวนสอบ มาตรฐานผลการเร ยนร และรายงานผล 2.2 การทวนสอบมาตรฐานผลการเร ยนร หล งจากน กศ กษาส าเร จการศ กษา การก าหนดกลว ธ การทวนสอบมาตรฐานผลการเร ยนร ของน กศ กษา ควรเน นการท าว จ ยส มฤทธ ผลของการประกอบอาช พ ของบ ณฑ ต ท ท าอย างต อเน องและน าผลว จ ยท ได ย อนกล บมาปร บปร งกระบวนการการเร ยนการสอน และหล กส ตรแบบครบวงจร รวมท งการประเม นค ณภาพของหล กส ตรและหน วยงานโดยองค กรระด บสากล โดยการว จ ยอาจจะท าด าเน นการด งต วอย างต อไปน (1) ภาวการณ ได งานท าของบ ณฑ ต ประเม นจากบ ณฑ ตแต ละร นท จบการศ กษา ในด านของระยะเวลาในการหางานท า ความเห นต อความร ความสามารถ ความม นใจของบ ณฑ ตในการประกอบการงานอาช พ (2) การตรวจสอบจากผ ประกอบการ โดยการขอเข าส มภาษณ หร อการแบบส งแบบสอบถาม เพ อประเม นความพ งพอใจ ในบ ณฑ ตท จบการศ กษาและเข าท างานในสถานศ กษาน น ๆ ในคาบระยะเวลาต าง ๆ เช น ป ท 1 ป ท 5 เป นต น (3) การประเม นต าแหน ง และหร อความก าวหน าในสายงานของศ กษามหาบ ณฑ ต (4) การประเม นจากบ ณฑ ตท ไปประกอบอาช พ ในแง ของความพร อมและความร จากสาขาว ชาท เร ยนรวมท งสาขาอ น ๆ ท ก าหนดในหล กส ตร ท เก ยวเน องก บการประกอบอาช พของบ ณฑ ต รวมท งเป ดโอกาสให เสนอข อค ดเห นในการปร บปร งหล กส ตร ให ด ย งข นด วย (5) ความเห นจากผ ทรงค ณว ฒ ภายนอก ท มาประเม นหล กส ตร หร อ เป นอาจารย พ เศษ ต อความพร อมของน กศ กษาในการ เร ยน และสมบ ต อ น ๆ ท เก ยวข องก บกระบวนการเร ยนร และการพ ฒนาองค ความร ของน กศ กษา 3. เกณฑ การส าเร จการศ กษาตามหล กส ตร น กศ กษาได ศ กษาส าเร จรายว ชาครบถ วนหน วยก ตอย างน อยท ก าหนดของหล กส ตรและปฏ บ ต ตามข อก าหนดครบถ วน ตามท ก าหนดในหล กส ตร ซ งได ก าหนดให ม การศ กษา 2 แผนโดยน กศ กษาสามารถเล อกแผนใดแผนหน ง ด งน 3.1 การส าเร จการศ กษาของน กศ กษาท เล อกศ กษาแผน ก แบบ ก น กศ กษาจะต องสอบผ านท กรายว ชาตามหล กส ตร(ระด บ C+ เป นอย างต า) และม คะแนนเฉล ยตลอดท ง หล กส ตรไม ต ากว า 3.00 จ งจะขอเสนอว ทยาน พนธ และสอบปากเปล าข นส ดท าย
28 3.1.2 บ ณฑ ตว ทยาล ยจะต งคณะกรรมการสอบว ทยาน พนธ ข นส ดท าย ประกอบด วยอาจารย ประจ าและ ผ ทรงค ณว ฒ นอกสถาบ น น กศ กษาม ส ทธ ขอสอบว ทยาน พนธ ให ผ านได ไม เก น 2 คร ง น กศ กษาจะต องเผยแพร ผลการว จ ยในวารสารท ม Peer Review หร อน าเสนอในท ประช มว ชาการ ระด บชาต ท ม การจ ดท ารายงานการประช ม (Proceeding) 3.2 การส าเร จการศ กษาของน กศ กษาท เล อกศ กษาแผน ข การสอบประมวลความร (Comprehensive Examination) 1) น กศ กษาจะต องสอบผ านท กรายว ชาตามหล กส ตร (ระด บ C+ เป นอย างต า) รวมถ งการศ กษาอ สระ และม คะแนนเฉล ยสะสมตลอดหล กส ตรไม ต ากว า 3.00 จ งจะม ส ทธ ย นค าร องต อบ ณฑ ตว ทยาล ย เพ อขอสอบประมวลความร 2) น กศ กษาจะต องย นความจ านงขอสอบประมวลความร ตามว น และเวลา ท บ ณฑ ตว ทยาล ยเป นผ ก าหนด 3) การสอบประมวลความร ประกอบด วยว ชาบ งค บท กว ชา 4) น กศ กษาม ส ทธ สอบประมวลความร 2 คร ง แต ไม เก นระยะเวลาการศ กษา บ ณฑ ตว ทยาล ยจะต งคณะกรรมการสอบประมวลความร ประกอบด วยอาจารย ประจ าและผ ทรงค ณว ฒ นอกสถาบ น 3.3 รายละเอ ยดอ นๆตามประกาศของว ทยาล ย หมวดท 6. การพ ฒนาคณาจารย 1. การเตร ยมการส าหร บอาจารย ใหม (1) ม การปฐมน เทศแนะแนวการสอนแก อาจารย ก อนเป ดการสอนแต ละภาคการศ กษา เพ อให ม ความร และเข าใจนโยบาย ของว ทยาล ยและหล กส ตรท สอน (2) ส งเสร มอาจารย ให ม การเพ มพ นความร สร างเสร มประสบการณ เพ อส งเสร มการสอนและการว จ ยอย างต อเน อง การ สน บสน นด านการศ กษาต อ ฝ กอบรม ด งานทางว ชาการและว ชาช พในองค กรต าง ๆ การประช มทางว ชาการท งในประเทศและ/หร อ ต างประเทศ หร อการลาเพ อเพ มพ นประสบการณ 2. การพ ฒนาความร และท กษะให แก คณาจารย 2.1 การพ ฒนาท กษะการจ ดการเร ยนการสอน การว ดและการประเม นผล (1) ส งเสร มอาจารย ให ม การเพ มพ นความร สร างเสร มประสบการณ เพ อส งเสร มการสอนและการว จ ยอย างต อเน องโดย การสน บสน นด านการศ กษาต อ ฝ กอบรม ด งานทางว ชาการและว ชาช พในองค กรต าง ๆ การประช มทางว ชาการท งในประเทศและ/ หร อต างประเทศ หร อการลาเพ อเพ มพ นประสบการณ (2) การเพ มพ นท กษะการจ ดการเร ยนการสอนและการประเม นผลให ท นสม ย 2.2 การพ ฒนาว ชาการและว ชาช พด านอ น ๆ (1) การม ส วนร วมในก จกรรมบร การว ชาการแก ช มชนท เก ยวข องก บการพ ฒนาความร และค ณธรรม (2) ม การกระต นอาจารย ท าผลงานทางว ชาการสายตรงในสาขาการบร หารการศ กษา
29 (3) ส งเสร มการท าว จ ยสร างองค ความร ใหม เป นหล กและเพ อพ ฒนาการเร ยนการสอนและม ความเช ยวชาญในสาขา ว ชาช พเป นรอง (4) สร างสรรค งบประมาณส าหร บการท าว จ ย (5) จ ดให อาจารย ท กคนเข าร วมกล มว จ ยต าง ๆ (6) จ ดให อาจารย เข าร วมก จกรรมบร การว ชาการต าง ๆ หมวดท 7. การประก นค ณภาพหล กส ตร 1. การบร หารหล กส ตร ในการบร หารหล กส ตร จะม คณะกรรมการประจ าหล กส ตร อ นประกอบด วยรองคณบด ฝ ายว ชาการ ผ อ านวยการหล กส ตร หร อห วหน าภาค และอาจารย ผ ร บผ ดชอบหล กส ตรร บผ ดชอบ โดยม คณบด เป นผ ก าก บด แลและคอยให ค าแนะน า ตลอดจนก าหนด นโยบายปฏ บ ต ให แก อาจารย ผ ร บผ ดชอบหล กส ตร อาจารย ผ ร บผ ดชอบหล กส ตร จะวางแผนการจ ดการเร ยนการสอนร วมก บผ บร หารของคณะและอาจารย ผ สอน ต ดตามและ รวบรวมข อม ล ส าหร บใช ในการปร บปร งและพ ฒนาหล กส ตรโดยกระท าท กป อย างต อเน อง เป าหมาย การด าเน นการ การประเม นผล 1. จ ดให หล กส ตรสอดคล องก บมาตรฐาน ว ชาช พการบร หารการศ กษาระด บสากล 2. ปร บปร งหล กส ตรให ท นสม ยโดยม การ พ จารณาปร บปร งหล กส ตรท ก ๆ 5 ป สม าเสมอ 1. พ ฒนาหล กส ตรให ท นสม ยโดย อาจารย และน กศ กษาสามารถก าว ท นหร อเป นผ น าในการสร างองค ความร ใหม ๆ ทางด านการบร หาร การศ กษา 2. กระต นให น กศ กษาเก ดความใฝ ร ม แนวทางการเร ยนท สร างท ง ความร ความสามารถในว ชาการ ว ชาช พท ท นสม ย 3. ตรวจสอบและปร บปร ง หล กส ตรให ม ค ณภาพมาตรฐาน 4. ม การประเม นมาตรฐานของ หล กส ตรอย างสม าเสมอ 3. จ ดแนวทางการเร ยนในว ชาเร ยนให ม ท ง ภาคทฤษฎ และภาคปฏ บ ต และม แนว ทางการเร ยนหร อก จกรรมประจ าว ชาให น กศ กษาได ศ กษาความร ท ท นสม ยด วย ตนเอง 4. จ ดให ม ผ สน บสน นการเร ยนร และหร อ ผ ช วยสอน เพ อกระต นให น กศ กษาเก ด ความใฝ ร 5. ก าหนดให อาจารย ท สอนม ค ณว ฒ ไม ต า กว าปร ญญาโทหร อเป นผ ม ประสบการณ หลายป ม จ านวนคณาจารย ประจ าไม น อย กว าเกณฑ มาตรฐาน 6. สน บสน นให อาจารย ผ สอนเป นผ น า ในทางว ชาการ และหร อเป นผ เช ยวชาญ ทางว ชาช พบร หารการศ กษา หร อในด านท เก ยวข อง - หล กส ตรท สามารถอ างอ งก บมาตรฐานท ก าหนดโดยหน วยงานว ชาช พด านการบร หาร การศ กษา ม ความท นสม ยและม การปร บปร ง - จ านวนว ชาเร ยนท ม ภาคปฏ บ ต และว ชา เร ยนท ม แนวทางให น กศ กษาได ศ กษาค นคว า ความร ใหม ได ด วยตนเอง - จ านวนและรายช อคณาจารย ประจ าประว ต อาจารย ด านค ณว ฒ ประสบการณ และการ พ ฒนาอบรมของอาจารย - จ านวนบ คลากรผ สน บสน นการเร ยนร และ บ นท กก จกรรมในการสน บสน นการเร ยนร - ผลการประเม นการเร ยนการสอนอาจารย ผ สอน และการสน บสน นการเร ยนร ของ ผ สน บสน นการเร ยนร โดยน กศ กษา - ประเม นผลโดยคณะกรรมการท ประกอบด วยอาจารย ภายในว ทยาล ย ท ก 2 ป - ประเม นผลโดยคณะกรรมการผ ทรงค ณว ฒ ภายนอก ท ก ๆ 5 ป
30 7. ส งเสร มอาจารย ประจ าหล กส ตรให ไปด งานในหล กส ตรหร อว ชาการท เก ยวข องท ง ในและต างประเทศ 8. ม การประเม นหล กส ตรโดย คณะกรรมการผ ทรงค ณว ฒ ภายในท กป และภายนอกอย างน อยท ก 5 ป 9. จ ดท าฐานข อม ลทางด านน กศ กษา อาจารย อ ปกรณ เคร องม อว จ ย งบประมาณ ความร วมม อก บต างประเทศ ผลงานทาง ว ชาการท กภาคการศ กษาเพ อเป นข อม ลใน การประเม นของคณะกรรมการ 10. ประเม นความพ งพอใจของหล กส ตร และการเร ยนการสอน โดยบ ณฑ ตท ส าเร จ การศ กษา - ประเม นผลโดยบ ณฑ ตผ ส าเร จการศ กษาท ก ๆ 2 ป 2 การบร หารทร พยากรการเร ยนการสอน 2.1 การบร หารงบประมาณ คณะจ ดสรรงบประมาณประจ าป เพ อจ ดซ อต ารา ส อการเร ยนการสอน โสตท ศน ปกรณ และว สด คร ภ ณฑ คอมพ วเตอร อย างเพ ยงพอเพ อสน บสน นการเร ยนการสอนในช นเร ยนและสร างสภาพแวดล อมให เหมาะสมก บการเร ยนร ด วยตนเองของ น กศ กษา 2.2 ทร พยากรการเร ยนการสอนท ม อย เด ม คณะม ความพร อมด านหน งส อ ต ารา และการส บค นผ านฐานข อม ลโดยม ส าน กหอสม ดกลางท ม หน งส อด านการบร หาร จ ดการและด านอ น ๆ รวมถ งฐานข อม ลท จะให ส บค น ม หน งส อ ต าราเฉพาะทาง นอกจากน ย งม อ ปกรณ ท ใช สน บสน นการจ ดการ เร ยนการสอนอย างพอเพ ยง 2.3 การจ ดหาทร พยากรการเร ยนการสอนเพ มเต ม ประสานงานก บห องสม ดว ทยาล ย ในการจ ดซ อหน งส อและต าราท เก ยวข อง เพ อบร การให อาจารย และน กศ กษาได ค นคว า และใช ประกอบการเร ยนการสอน ในการประสานงานการจ ดซ อหน งส อน น อาจารย ผ สอนและน กศ กษาแต ละรายว ชาจะม ส วนร วมในการเสนอแนะรายช อหน งส อ ตลอดจนส ออ น ๆ ท จ าเป น นอกจากน อาจารย พ เศษท เช ญมาสอนบางรายว ชาและบาง ห วข อ ก ม ส วนในการเสนอแนะรายช อหน งส อ ส าหร บให ห องสม ดว ทยาล ยจ ดซ อหน งส อด วย 2.4 การประเม นความเพ ยงพอของทร พยากร ม เจ าหน าท ประจ าห องสม ดของว ทยาล ย ซ งจะประสานงานการจ ดซ อจ ดหาหน งส อเพ อเข าห องสม ดว ทยาล ย และท า หน าท ประเม นความพอเพ ยงของหน งส อ ต ารา นอกจากน ม เจ าหน าท ด านโสตท ศนอ ปกรณ ซ งจะอ านวยความสะดวกในการใช ส อ ของอาจารย แล วย งต องประเม นความพอเพ ยงและความต องการใช ส อของอาจารย ด วย โดยม รายละเอ ยดด งตารางต อไปน
31 เป าหมาย การด าเน นการ การประเม นผล จ ดให ม ห องเร ยน ห องปฏ บ ต การ คอมพ วเตอร ทร พยากร ส อและ ช องทางการเร ยนร ท เพ ยบพร อม เพ อสน บสน นท งการศ กษาใน ห องเร ยน นอกห องเร ยน และเพ อ การเร ยนร ได ด วยตนเอง อย าง เพ ยงพอ ม ประส ทธ ภาพ 1. จ ดให ม เคร อข ายและห องปฏ บ ต การ Micro Teaching ท ม ท งเคร องคอมพ วเตอร อ ปกรณ ต าง ๆ และพ นท ท น กศ กษาสามารถศ กษาทดลอง หาความร เพ มเต มได ด วยตนเองด วยจ านวนและประส ทธ ภาพท เหมาะสมเพ ยงพอ 2. จ ดให ม ห องสม ดให บร การท งหน งส อต ารา และส อ ด จ ท ลเพ อการเร ยนร - จ านวนน กศ กษาลงเร ยนในว ชา เร ยนท ม การฝ กปฏ บ ต ด วยอ ปกรณ ต าง ๆ - สถ ต ของจ านวนหน งส อต ารา และ ส อด จ ท ล ท ม ให บร การ และสถ ต การใช งานหน งส อต ารา ส อด จ ท ล - ผลส ารวจความพ งพอใจของ น กศ กษาต อการให บร การ ทร พยากรเพ อการเร ยนร และ การปฏ บ ต การ 3 การบร หารคณาจารย 3.1 การร บอาจารย ใหม ม การค ดเล อกอาจารย ใหม ตามระเบ ยบและหล กเกณฑ ของมหาว ทยาล ยโดยอาจารย ใหม จะต องม ค ณว ฒ การศ กษาระด บ ปร ญญาโทข นไปในสาขาการบร หารการศ กษาหร อสาขาว ชาท เก ยวข อง 3.2 การม ส วนร วมของคณาจารย ในการวางแผน การต ดตามและทบทวนหล กส ตร คณาจารย ผ ร บผ ดชอบหล กส ตร และผ สอน จะต องประช มร วมก นในการวางแผนจ กการเร ยนการสอนประเม นผลและให ความเห นชอบการประเม นผลท กรายว ชา เก บรวบรวมข อม ลเพ อเตร ยมไว ส าหร บการปร บปร งหล กส ตร ตลอดจนปร กษาหาร อ แนวทางท จะท าให บรรล เป าหมายตามหล กส ตร และได บ ณฑ ตเป นไปตามค ณล กษณะท พ งประสงค 3.3 การแต งต งคณาจารย พ เศษ ส าหร บอาจารย พ เศษถ อว าม ความส าค ญมาก เพราะจะเป นผ ถ ายทอดประสบการณ ตรงจากการปฏ บ ต มาให ก บน กศ กษา ด งน นบ ณฑ ตว ทยาล ยจ งก าหนดนโยบายว าส วนหน งของรายว ชาจะต องม การเช ญอาจารย พ เศษหร อว ทยากรมาบรรยายอย างน อย ว ชาละ 3 ช วโมง และอาจารย พ เศษน น ไม ว าจะสอนท งรายว ชาหร อบางช วโมงจะต องเป นผ ม ประสบการณ ตรง หร อม ว ฒ การศ กษา อย างต าปร ญญาโท และหร อม ต าแหน งทางว ชาการ 4 การบร หารบ คลากรสน บสน นการเร ยนการสอน 4.1 การก าหนดค ณสมบ ต เฉพาะส าหร บต าแหน ง บ คลากรสายสน บสน นควรม อย างน อยว ฒ ปร ญญาตร ท เก ยวข องก บภาระงานท ร บผ ดชอบ และม ความร ด านเทคโนโลย สารสนเทศ หร อทางการศ กษา 4.2 การเพ มท กษะความร เพ อการปฏ บ ต งาน บ คลากรต องเข าใจโครงสร างและธรรมชาต ของหล กส ตร และจะต องสามารถบร การให อาจารย สามารถใช ส อการสอนได อย างสะดวก ซ งจ าเป นต องให ม การฝ กอบรมเฉพาะทาง เช น การเตร ยมห องปฏ บ ต การคอมพ วเตอร ในว ชาท ม การฝ กปฏ บ ต 5 การสน บสน นและการให ค าแนะน าน กศ กษา 5.1 การให ค าปร กษาด านว ชาการอ น ๆ แก น กศ กษา
32 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา คณะม การแต งต งอาจารย ท ปร กษาทางว ชาการให แก น กศ กษาท กคน โดยน กศ กษาท ม ป ญหาในการเร ยนสามารถปร กษาก บ อาจารย ท ปร กษาทางว ชาการได โดยอาจารย ท กคนจะต องท าหน าท อาจารย ท ปร กษาทางว ชาการให แก น กศ กษา 5.2 การอ ทธรณ ของน กศ กษา กรณ ท น กศ กษาม ความสงส ยเก ยวก บผลการประเม นผลในรายว ชาใดสามารถท จะย นค าร องขอด กระดาษค าตอบในการสอบ ตลอดจนด คะแนนและว ธ การประเม นของอาจารย ในแต ละรายว ชาได 6 ความต องการของตลาดแรงงาน ส งคม และ/หร อความพ งพอใจของผ ใช บ ณฑ ต ส าหร บความต องการผ ส าเร จการศ กษาด านการบร หารการศ กษาน น คาดว าม ความต องการก าล งคนด านน ส งมาก เพราะม กฎหมายก าหนดว าผ จะเป นผ บร หารสถานศ กษาหร อผ บร หารการศ กษาต องเป นผ จบการศ กษาทางการบร หารการศ กษาเท าน น 7 ต งบ งช ผลการด าเน นงาน (Key Performance Indicators) ผลการด าเน นการบรรล ตามเป าหมายต วบ งช ท งหมดอย ในเกณฑ ด ต อเน อง 2 ป การศ กษาเพ อต ดตามการด าเน นการ ท งน เกณฑ การประเม นผ าน ค อ ม การด าเน นงานตามข อ 1 5 และอย างน อยร อยละ 80 ของต วบ งช ผลการด าเน นงานท ระบ ไว ในแต ละป ด ชน บ งช ผลการด าเน นงาน ป ท 1 ป ท 2 (1) อาจารย ประจ าหล กส ตรอย างน อยร อยละ 80 ม ส วนร วมในการประช มเพ อวางแผน ต ดตาม และทบทวนการด าเน นงานหล กส ตร (2) ม รายละเอ ยดของหล กส ตร ท สอดคล องก บมาตรฐานค ณว ฒ สาขา/สาขาว ชา (3) จ ดท ารายงานผลการด าเน นการของรายว ชา หล งส นส ดภาคการศ กษาท เป ดสอนให ครบท กรายว ชา (4) จ ดท ารายงานผลการด าเน นการของหล กส ตร ภายใน 60 ว น หล งส นส ดป การศ กษา (5) ม การทวนสอบผลส มฤทธ ของน กศ กษาตามมาตรฐานผลการเร ยนร ท ก าหนดใน มคอ.3&4 (ถ าม ) อย างน อยร อยละ 25 ของรายว ชาท เป ดสอนในแต ละป การศ กษา (6) ม การพ ฒนา/ปร บปร งการจ ดการเร ยนการสอน กลย ทธ การสอน หร อการ ประเม นผลการเร ยนร จากผลการประเม นการด าเน นงาน (7) อาจารย ใหม (ถ าม ) ท กคน ได ร บการปฐมน เทศหร อค าแนะน าด านการจ ดการเร ยน การสอน (8) อาจารย ประจ าท กคนได ร บการพ ฒนาทางว ชาการ และ/หร อว ชาช พ อย างน อยป ละ หน งคร ง (9) จ านวนบ คลากรสน บสน นการเร ยนการสอน (ถ าม ) ได ร บการพ ฒนาว ชาการ และ/ หร อว ชาช พ ไม น อยกว าร อยละ 50 ต อป (10) ระด บความพ งพอใจของน กศ กษาป ส ดท าย/บ ณฑ ตใหม ท ม ต อค ณภาพหล กส ตร เฉล ยไม น อยกว า 3.5 จากคะแนน 5.0 (11) ระด บความพ งพอใจของผ ใช บ ณฑ ตท ม ต อบ ณฑ ตใหม เฉล ยไม น อยกว า 3.5 จาก คะแนนเต ม 5.0 (12) น กศ กษาม งานท าภายใน 1 ป หล งจากส าเร จการศ กษา ไม ต ากว าร อยละ 80 (13) บ ณฑ ตท ได งานท าได ร บเง นเด อนเร มต นไม ต ากว าเกณฑ ก.พ. ก าหนด
33 หมวดท 8. การประเม นและปร บปร งการด าเน นการของหล กส ตร 1 การประเม นประส ทธ ผลของการสอน 1.1 การประเม นกลย ทธ การสอน ช วงก อนการสอนควรม การประเม นกลย ทธ การสอนโดยท มผ สอนหร อระด บภาคว ชา และ/หร อ การปร กษาหาร อก บ ผ เช ยวชาญด านหล กส ตรหร อว ธ การสอน ส วนช วงหล งการสอนควรม การว เคราะห ผลการประเม นการสอนโดยน กศ กษา และการ ว เคราะห ผลการเร ยนของน กศ กษา ด านกระบวนการน าผลการประเม นไปปร บปร ง สามารถท าโดยรวบรวมป ญหา/ข อเสนอแนะเพ อปร บปร งและก าหนด ประธานหล กส ตรและท มผ สอนน าไปปร บปร งและรายงานผลต อไป 1.2 การประเม นท กษะของอาจารย ในการใช แผนกลย ทธ การสอน การประเม นท กษะด งกล าวสามารถท าโดยการ - ประเม นโดยน กศ กษาในแต ละว ชา - การส งเกตการณ ของผ ร บผ ดชอบหล กส ตร/ประธานหล กส ตร และ/หร อท มผ สอน - ภาพรวมของหล กส ตรประเม นโดยบ ณฑ ตใหม - การทดสอบผลการเร ยนร ของน กศ กษาเท ยบเค ยงก บสถาบ นอ นในหล กส ตรเด ยวก น 2 การประเม นหล กส ตรในภาพรวม การประเม นหล กส ตรในภาพรวม โดยส ารวจข อม ลจาก - นศ.ป ส ดท าย / บ ณฑ ตใหม - ผ ว าจ าง - ผ ทรงค ณว ฒ ภายนอก รวมท งส ารวจส มฤทธ ผลของบ ณฑ ต 3 การประเม นผลการด าเน นงานตามรายละเอ ยดหล กส ตร ต องผ านการประก นค ณภาพหล กส ตรและจ ดการเร ยนการสอนตามมาตรฐานค ณว ฒ ระด บปร ญญาโทสาขาการบร หาร การศ กษา และต วบ งช เพ มเต มข างต น รวมท งการผ านการประเม นการประก นค ณภาพภายใน (IQA) 4 การทบทวนผลการประเม นและวางแผนปร บปร งหล กส ตรและแผนกลย ทธ การสอน - รวบรวมข อเสนอแนะ/ข อม ล จากการประเม นจากน กศ กษา ผ ใช บ ณฑ ต ผ ทรงค ณว ฒ - ว เคราะห ทบทวนข อม ลข างต น โดยผ ร บผ ดชอบหล กส ตร / ประธานหล กส ตร - เสนอการปร บปร งหล กส ตรและแผนกลย ทธ (ถ าม ) เอกสารแนบท าย ก. ข อบ งค บว ทยาล ยเช ยงรายว าด วยการศ กษาระด บบ ณฑ ตศ กษา พ.ศ ข. ข อม ลเพ มเต มหล กส ตรศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารการศ กษา พ.ศ (หล กส ตรใหม )
34 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา ข อบ งค บ ว ทยาล ยเช ยงราย ว าด วย การศ กษาระด บบ ณฑ ตศ กษา พ.ศ เพ อให การจ ดการศ กษาระด บบ ณฑ ตศ กษา เป นไปด วยความเร ยบร อยตามมาตรฐานการศ กษา และสอดคล องก บประกาศ กระทรวงศ กษาธ การ เร อง เกณฑ มาตรฐานหล กส ตรระด บบ ณฑ ตศ กษา พ.ศ และเร องแนวทางการบร หารเกณฑ มาตรฐาน หล กส ตรระด บอ ดมศ กษา พ.ศ อาศ ยอ านาจตามความในมาตรา 34(2) แห งพระราชบ ญญ ต สถาบ นอ ดมศ กษาเอกชน พ.ศ และมต สภาว ทยาล ยเช ยงราย ในการประช มคร งท 1/2552 เม อว นท เมษายน พ.ศ ให วางข อบ งค บว าด วย การศ กษาระด บ บ ณฑ ตศ กษา พ.ศ ไว ด งต อไปน หมวด 1 บทท วไป ข อ 1 ข อบ งค บน เร ยกว า ข อบ งค บว ทยาล ยเช ยงราย ว าด วย การศ กษาระด บบ ณฑ ตศ กษา พ.ศ ข อ 2 ข อบ งค บน ให ใช บ งค บส าหร บผ เข าศ กษา ต งแต ป การศ กษา 2552 เป นต นไป ข อ 3 ในข อบ งค บน ว ทยาล ย หมายถ ง ว ทยาล ยเช ยงราย อธ การบด หมายถ ง อธ การบด ว ทยาล ยเช ยงราย คณบด หมายถ ง คณบด ของบ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชา หมายถ ง สาขาว ชาของหล กส ตรระด บบ ณฑ ตศ กษา คณะกรรมการบร หารหล กส ตร หมายถ ง คณะกรรมการท ได ร บแต งต งจากอธ การบด เพ อร บผ ดชอบหล กส ตรระด บบ ณฑ ตศ กษา ผ อ านวยการหล กส ตร หมายถ ง ผ ท ว ทยาล ยแต งต งให เป นผ ร บผ ดชอบ การบร หารจ ดการเก ยวก บหล กส ตร การจ ดการเร ยนการสอน การพ ฒนาหล กส ตร การต ดตามประเม นผลหล กส ตร บ ณฑ ตว ทยาล ย หมายถ ง บ ณฑ ตว ทยาล ย ว ทยาล ยเช ยงราย คณะกรรมการประจ าบ ณฑ ตว ทยาล ย หมายถ ง คณะกรรมการประจ าบ ณฑ ตว ทยาล ยเช ยงราย น กศ กษา หมายถ ง ผ เข าร บการศ กษาในหล กส ตรส งกว าปร ญญาตร ในว ทยาล ยเช ยงราย
35 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา หล กส ตร หมายถ ง หล กส ตรสาขาว ชาต างๆในระด บบ ณฑ ตศ กษา ท สภาว ทยาล ยเช ยงรายให ความเห นชอบ ข อ 4 กรณ ท ข อบ งค บไม ได ก าหนดไว เป นการเฉพาะให ปฏ บ ต ตามเกณฑ มาตรฐานการศ กษาตามกฎหมายว าด วย การศ กษาแห งชาต และกฎหมายว าด วยสถาบ นอ ดมศ กษาเอกชน ตลอดจนข อก าหนด ข อบ งค บ และประกาศท เก ยวข อง ข อ 5 ให อธ การบด ร กษาการตามข อบ งค บน และอ านาจออกระเบ ยบ ประกาศ ค าส งว ทยาล ย เพ อให การปฏ บ ต เป นไป ตามข อบ งค บน หมวด 2 ระบบการศ กษา ข อ 6 ระบบการศ กษา ว ทยาล ย ใช ระบบการศ กษาแบบทว ภาค ระบบไตรภาค และระบบ Module การศ กษาในระบบทว ภาค แบ งเวลา การศ กษาในป หน งๆ เป น 2 ภาคการศ กษาปกต ค อ ภาคการศ กษาท 1 และภาคการศ กษาท 2 ภาคการศ กษาหน งๆ ม ระยะเวลา การศ กษาไม น อยกว า 15 ส ปดาห และอาจม ภาคฤด ร อนต อจาก ภาคการศ กษาท 2 อ ก 1 ภาคการศ กษา โดยม ระยะเวลาการศ กษาของ แต ละว ชาเท าก บหร อ เท ยบเค ยงก นได ก บระยะเวลาการศ กษาในภาคการศ กษาปกต การศ กษาในระบบไตรภาคแบ งเวลาการศ กษาในป การศ กษาหน งๆ เป น 3 ภาคการศ กษาปกต ซ งเป นภาค การศ กษาท บ งค บ ม ระยะเวลาในแต ละภาคการศ กษาไม น อยกว า 12 ส ปดาห และอาจเป ดภาคการศ กษาพ เศษเพ มได อ ก โดยใช ระยะเวลาการศ กษาของแต ละว ชาเท าก บหร อ เท ยบเค ยงก นได ก บระยะเวลาการศ กษาในภาคการศ กษาปกต การศ กษาระบบ Module ม ระยะเวลาการศ กษาตามก าหนดไว ในแต ละหล กส ตร ข อ 7 การค ดหน วยก ต 7.1 รายว ชาภาคทฤษฎ ระบบทว ภาคใช เวลาบรรยาย หร ออภ ปรายป ญหา ไม น อยกว า 15 ช วโมง และระบบ ไตรภาค ไม น อยกว า 12 ช วโมง ตลอดหน งภาคการศ กษาปกต ให ม ค าเท าก บ 1 หน วยก ต 7.2 รายว ชาภาคปฏ บ ต ระบบทว ภาคใช เวลาฝ กหร อทดลอง ไม น อยกว า 30 ช วโมง และระบบไตรภาค ไม น อยกว า 24 ช วโมง ตลอดหน งภาคการศ กษาปกต ให ม ค าเท าก บ 1 หน วยก ต 7.3 การฝ กงานหร อการฝ กภาคสนาม หร อการฝ กอ นๆ ระบบทว ภาคใช เวลาฝ ก ไม น อยกว า 45 ช วโมง และ ระบบไตรภาคไมน อยกว า 36 ช วโมง ตลอดหน งภาคการศ กษาปกต ให ม ค าเท าก บ 1 หน วยก ต 7.4 การท าโครงงานหร อก จกรรมการเร ยนอ นใดตามท ได ร บมอบหมาย ระบบทว ภาคใช เวลาท าโครงงาน หร อก จกรรมน นๆ ไม น อยกว า 45 ช วโมง และระบบไตรภาคไม น อยกว า 36 ช วโมง ตลอดหน งภาค การศ กษาปกต ให ม ค าเท าก บ 1 หน วยก ต 7.5 ว ทยาน พนธ หร อการค นคว าอ สระ ระบบทว ภาคใช เวลาศ กษาค นคว าไม น อยกว า 45 ช วโมง และระบบ ไตรภาคไม น อยกว า 36 ช วโมง ตลอดหน งภาคการศ กษาปกต ให ม ค าเท าก บ 1 หน วยก ต 7.6 การศ กษาในระบบ Module ต องใช เวลาศ กษาไม น อยกว า 15 ช วโมงต อ 1 หน วยก ต 7.7 การศ กษาบางรายว ชาท ม ล กษณะพ เศษแตกต างไปจากรายว ชาปกต อ น ว ทยาล ยอาจก าหนดหน วยก ต โดย ใช หล กเกณฑ อ นได ตามความเหมาะสม
36 หมวด 3 หล กส ตรและโครงสร างหล กส ตร ข อ 8 ข อ 9 หล กส ตรระด บบ ณฑ ตศ กษา ม ด งน 8.1 หล กส ตรประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ต เป นหล กส ตรส าหร บผ ส าเร จการศ กษาระด บปร ญญาตร ม ล กษณะ ส นส ดในต วเอง ม ใช เป นส วนหน งของหล กส ตรปร ญญาโท เน นการพ ฒนาน กว ชาการและน กว ชาช พให ม ความช านาญในสาขาว ชาเฉพาะ เพ อให ม ความร ความเช ยวชาญสามารถปฏ บ ต งานได ด ย งข น 8.2 หล กส ตรปร ญญาโท เป นหล กส ตรส าหร บผ ส าเร จการศ กษาระด บปร ญญาตร และระด บประกาศน ยบ ตร บ ณฑ ต เน นการพ ฒนาน กว ชาการและน กว ชาช พท ม ความร ความสามารถระด บส งในสาขาว ชาต างๆ โดยกระบวนการว จ ยเพ อให สามารถบ กเบ กแสวงหาความร ใหม ได อย างม อ สระ รวมท งม ความสามารถ ในการสร างสรรค จรรโลงความก าวหน าทางว ชาการ เช อมโยงและบ รณาการศาสตร ท ตนเช ยวชาญก บ ศาสตร อ นได อย างต อเน อง ม ค ณธรรมและจรรยาบรรณทางว ชาการและว ชาช พ 8.3 หล กส ตรประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ตช นส ง เป นหล กส ตรส าหร บผ ส าเร จการศ กษาระด บปร ญญาโทหร อ เท ยบเท า ม ล กษณะส นส ดในต วเองม ใช เป นส วนหน งของหล กส ตรปร ญญาเอก เน นการพ ฒนา น กว ชาการและน กว ชาช พให ม ความช านาญในสาขาว ชาเฉพาะ เพ อให ม ความร ความเช ยวชาญสามารถ ปฏ บ ต งานได ด ย งข น ผ ส าเร จการศ กษาระด บประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ตช นส ง หากต องการศ กษาต อระด บปร ญญา เอก ให ใช ค ณว ฒ ปร ญญาโทหร อเท ยบเท าเข าศ กษา ผ ส าเร จการศ กษาระด บปร ญญาตร ท ม ระยะเวลาการศ กษา 6 ป หร อเท ยบเท าปร ญญาโท สามารถเข าศ กษาต อในหล กส ตรระด บประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ตช นส งได โดยไม ต องเข าศ กษาหล กส ตร ระด บปร ญญาโทมาก อน 8.4 หล กส ตรปร ญญาเอก เป นหล กส ตรส าหร บผ ส าเร จการศ กษาระด บปร ญญาตร หร อเท ยบเท าท ม ผลการ เร ยนด มาก หร อระด บปร ญญาโทหร อเท ยบเท า เน นการพ ฒนาน กว ชาการและน กว ชาช พท ม ความร ความสามารถระด บส งในสาขาว ชาต างๆ โดยกระบวนการว จ ยเพ อให สามารถบ กเบ กแสวงหาองค ความร ใหม ได อย างอ สระ สามารถต พ มพ ผลงานในวารสารทางว ชาการระด บชาต หร อนานาชาต รวมท งม ความสามารถในการสร างสรรค จรรโลงความก าวหน าทางว ชาการ เช อมโยงและบ รณาการศาสตร ท ตน เช ยวชาญก บศาสตร อ นได อย างต อเน อง ม ค ณธรรมและจรรยาบรรณทางว ชาการและว ชาช พ โครงสร างหล กส ตร 9.1 ประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ตและประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ตช นส งให ม จ านวนหน วยก ตรวมตลอดหล กส ตร ไม น อยกว า 24 หน วยก ต ในระบบทว ภาค 9.2 ปร ญญาโท ให ม จ านวนหน วยก ตรวมตลอดหล กส ตร ไม น อยกว า 36 หน วยก ต ในระบบทว ภาค โดยแบ ง การศ กษาเป น 2 แผน ค อ แผน ก เป นแผนการศ กษาท เน นการว จ ยโดยม การท าว ทยาน พนธ ด งน
37 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา ข อ 10 ข อ 11 แบบ ก 1 ท าเฉพาะว ทยาน พนธ ซ งม ค าเท ยบได ไม น อยกว า 36 หน วยก ต หล กส ตรอาจ ก าหนดให เร ยนรายว ชาเพ มเต มหร อท าก จกรรมทางว ชาการอ นเพ มเต มข นก ได โดยไม น บหน วยก ต แต ละ ต องม ผลส มฤทธ ตามท หล กส ตรก าหนด แบบ ก 2 ท าว ทยาน พนธ ซ งม ค าเท ยบได ไม น อยกว า 12 หน วยก ต และศ กษางานรายว ชาใน ระด บบ ณฑ ตศ กษาอ กไม น อยกว า 12 หน วยก ต แผน ข เป นแผนการศ กษาท เน นการศ กษางานรายว ชา โดยไม ต องท าว ทยาน พนธ แต ต องม การค นคว า อ สระไม น อยกว า 3 หน วยก ต และไม เก น 6 หน วยก ต 9.3 ปร ญญาเอก แบ งการศ กษาเป น 2 แบบ โดยเน นการว จ ยเพ อพ ฒนาน กว ชาการและน กว ชาช พช นส ง ค อ แบบ 1 เป นแผนการศ กษาท เน นการว จ ยโดยม การท าว ทยาน พนธ ท ก อให เก ดความร ใหม หล กส ตรอาจ ก าหนดให เร ยนรายว ชาเพ มเต มหร อก จกรรมทางว ชาการอ นเพ มข นก ได โดยไม น บหน วยก ต แต จะต องม ผลส มฤทธ ตามท หล กส ตรก าหนด ด งน แบบ 1.1 ผ เข าศ กษาท ส าเร จปร ญญาโท จะต องท าว ทยาน พนธ ไม น อยกว า 48 หน วยก ต ใน ระบบทว ภาค แบบ 1.2 ผ เข าศ กษาท ส าเร จปร ญญาตร จะต องท าว ทยาน พนธ ไม น อยกว า 72 หน วยก ต ใน ระบบทว ภาค ท งน ว ทยาน พนธ ตาม แบบ 1.1 และแบบ 1.2 จะต องม มาตรฐานและค ณภาพเด ยวก น แบบ 2 เป นแผนการศ กษาท เน นการว จ ยโดยม การท าว ทยาน พนธ ท ม ค ณภาพส งและก อให เก ด ความก าวหน าทางว ชาการและว ชาช พและศ กษางานรายว ชาเพ มเต ม ด งน แบบ 2.1 ผ เข าศ กษาท ส าเร จปร ญญาโท จะต องท าว ทยาน พนธ ไม น อยกว า 36 หน วยก ต และ ศ กษางานรายว ชาในระด บบ ณฑ ตศ กษาอ กไม น อยกว า 12 หน วยก ต ในระบบทว ภาค แบบ 2.2 ผ เข าศ กษาท ส าเร จปร ญญาตร จะต องท าว ทยาน พนธ ไม น อยกว า 48 หน วยก ต และ ศ กษางานรายว ชาในระด บบ ณฑ ตศ กษาอ กไม น อยกว า 24 หน วยก ต ในระบบทว ภาค ท งน ว ทยาน พนธ ตามแบบ 2.1 และแบบ 2.2 จะต องม มาตรฐานและค ณภาพเด ยวก น ประเภทของหล กส ตร แบ งออกเป น 3 ประเภท ค อ 10.1 หล กส ตรปกต (Regular Program) หมายถ ง หล กส ตรในสาขาว ชาหน งท ใช ภาษาไทยเป นส อหล กใน การเร ยนการสอน และ/หร ออาจม บางรายว ชาท ใช ภาษาต างประเทศเป นส อในการเร ยนการสอนด วยก ได 10.2 หล กส ตรท ศ กษาเป นภาษาอ งกฤษ (English Program) หมายถ ง หล กส ตรในสาขาว ชาหน งท ใช ภาษาอ งกฤษเป นส อในการเร ยนการสอนท งหล กส ตร รวมท งการท าว ทยาน พนธ และการค นคว าอ สระ 10.3 หล กส ตรนานาชาต (International Program) หมายถ ง หล กส ตรท ม องค ความร และเน นหาสาระท ม ความเป นสากล และม การจ ดก จกรรมเพ อส งเสร มความเป นนานาชาต เพ อม งผล ตบ ณฑ ตให ม ค ณภาพ และมาตรฐาน โดยใช ภาษาต างประเทศเป นส อในการเร ยนการสอน ระยะเวลาการศ กษา 11.1 หล กส ตรประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ต และประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ตช นส ง ให ใช ระยะเวลาการศ กษาตาม หล กส ตรไม เก น 3 ป การศ กษา 11.2 หล กส ตรปร ญญาโท ให ใช ระยะเวลาการศ กษาตามหล กส ตรไม เก น 5 ป การศ กษา
38 11.3 หล กส ตรปร ญญาเอก ม หล กเกณฑ ด งน ส าหร บผ ท เข าศ กษาด วยว ฒ ปร ญญาตร ให ใช เวลาศ กษาไม เก น 8 ป การศ กษา ส าหร บผ ท เข าศ กษาด วยว ฒ ปร ญญาโท ให ใช เวลาศ กษาไม เก น 6 ป การศ กษา ในกรณ ท ใช ระยะเวลาศ กษาครบรายว ชาตามหล กส ตรท ก าหนดไว แล ว แต ย งไม ส าเร จ การศ กษาเน องจากรอผลการตอบร บการลงต พ มพ บทความว จ ยบทความส ดท าย ในการขอ ส าเร จการศ กษา สามารถขอขยายเวลาการศ กษาไม คร งละ 1 ภาคการศ กษาปกต และให ขยาย เวลาการศ กษาได ไม เก น 4 ภาคการศ กษาปกต โดยต องผ านการกล นกรองจากคณะกรรมการ บ ณฑ ตศ กษาประจ าหล กส ตร และได ร บอน ม ต จากคณะกรรมการประจ าบ ณฑ ตว ทยาล ย 11.4 การน บเวลาระยะการศ กษา ให น บจากว นเป ดภาคการศ กษาแรกท น กศ กษาเข าศ กษาในหล กส ตร หมวด 4 อาจารย และกรรมการควบค มการศ กษา ข อ 12 อาจารย บ ณฑ ตว ทยาล ย อาจารย บ ณฑ ตว ทยาล ย จะต องได ร บการแต งต งจากว ทยาล ย ตามค าแนะน าของคณบด บ ณฑ ตว ทยาล ย อาจารย บ ณฑ ตว ทยาล ยแบ งเป น 2 ประเภท ค อ อาจารย ประจ า และอาจารย พ เศษ 12.1 อาจารย ประจ า ค อ บ คลากรของว ทยาล ยท ได ร บการแต งต งเป นอาจารย ประจ าของหล กส ตรระด บ บ ณฑ ตศ กษา ซ งม ส วนร วมในกระบวนการการจ ดการเร ยนการสอนในหล กส ตรระด บบ ณฑ ตศ กษา 12.2 อาจารย พ เศษ ค อ บ คลากรภายนอกว ทยาล ยท ได ร บการแต งต งเป นอาจารย พ เศษของหล กส ตรระด บ บ ณฑ ตศ กษา ซ งเป นผ ท ม ความร ความช านาญในว ชาการหร อว ชาช พโดยประเม นจากผลงานการค นคว า ทางว ชาการ หร อม ผลงานปรากฏเป นท ยอมร บในวงการว ชาการหร อว ชาช พโดยท วไป ข อ 13 อาจารย บ ณฑ ตว ทยาล ย ม หน าท สอน สอบว ทยาน พนธ หร อเป นท ปร กษาว ทยาน พนธ หร อการค นคว าอ สระ โดย ต องท าการว ดผลการศ กษาตามว นและเวลาท ก าหนดไว ในตารางสอน สอบ และต องส งผลการศ กษาของว ชาท ท าหน าท สอนหร อท า หน าท ท ปร กษาว ทยาน พนธ หร อการค นคว าอ สระภายในภาคการศ กษาท ท าการสอนหร อท าหน าท ท ปร กษาว ทยาน พนธ หร อการ ค นคว าอ สระ ข อ 14 อาจารย ท ปร กษา อาจารย ท ปร กษาว ทยาน พนธ อาจารย ท ปร กษาการค นคว าอ สระ 14.1 อาจารย ท ปร กษาว ชาการ หมายถ ง อาจารย ประจ า ซ งคณบด แต งต งตามคณะกรรมการบร หารหล กส ตร เสนอ เพ อท าหน าท ให ค าปร กษาและค าแนะน าเก ยวก บการศ กษาท วไป 14.2 อาจารย ท ปร กษาว ทยาน พนธ หมายถ ง อาจารย บ ณฑ ตว ทยาล ยท คณบด แต งต งตามคณะกรรมการบร หาร หล กส ตรเสนอเพ อท าหน าท ให ค าแนะน า และควบค มด แลการท าว ทยาน พนธ ของน กศ กษา แบ งออกเป น 2 ประเภท ค อ อาจารย ท ปร กษาว ทยาน พนธ หล ก ต องเป นอาจารย ประจ าม ค ณว ฒ ปร ญญาเอกหร อเท ยบเท า หร อเป นผ ด ารงต าแหน งทางว ชาการไม ต ากว ารองศาสตราจารย ในสาขาว ชาน น หร อสาขาว ชา ท ส มพ นธ ก น และต องม ประสบการณ ในการท าว จ ยท ม ใช ส วนหน งของการศ กษาเพ อร บ ปร ญญา
39 อาจารย ท ปร กษาว ทยาน พนธ ร วม ต องเป นอาจารย บ ณฑ ตว ทยาล ยม ค ณว ฒ ปร ญญาเอกหร อ เท ยบเท า หร อเป นผ ด ารงต าแหน งทางว ชาการไม ต ากว ารองศาสตราจารย ในสาขาว ชาน น หร อ สาขาว ชาท ส มพ นธ ก น และต องม ประสบการณ ในการท าว จ ยท ม ใช ส วนหน งของการศ กษาเพ อ ร บปร ญญา 14.3 อาจารย ท ปร กษาการค นคว าอ สระ หมายถ ง อาจารย ของบ ณฑ ตว ทยาล ยท คณบด แต งต งตาม คณะกรรมการบร หารหล กส ตรเสนอเพ อท าหน าท ให ค าแนะน า และควบค มด แลการค นคว าอ สระของ น กศ กษา ข อ 15 อาจารย ผ สอน 15.1 ระด บประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ตและประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ตช นส ง ต องเป นอาจารย บ ณฑ ตว ทยาล ย ม ค ณว ฒ ไม ต ากว าปร ญญาโทหร อเท ยบเท า หร อเป นผ ด ารงต าแหน งทางว ชาการไม ต ากว าผ ช วยศาสตราจารย ในสาขาว ชาน นหร อ สาขาว ชาท ส มพ นธ ก น และต องม ประสบการณ ด านการสอนและการท าว จ ยท ม ใช ส วนหน งของการศ กษาเพ อร บปร ญญา 15.2 ระด บปร ญญาโท ต องเป นอาจารย บ ณฑ ตว ทยาล ย ม ค ณว ฒ ไม ต ากว าปร ญญาโทหร อเท ยบเท า หร อเป น ผ ด ารงต าแหน งทางว ชาการไม ต ากว าผ ช วยศาสตราจารย ในสาขาว ชาน นหร อสาขาว ชาท ส มพ นธ ก น และต องม ประสบการณ ด าน การสอนและการท าว จ ยท ม ใช ส วนหน งของการศ กษาเพ อร บปร ญญา 15.3 ระด บปร ญญาเอก ต องเป นอาจารย บ ณฑ ตว ทยาล ย ม ค ณว ฒ ไม ต ากว าปร ญญาโทหร อเท ยบเท า หร อ เป นผ ด ารงต าแหน งทางว ชาการไม ต ากว ารองศาสตราจารย ในสาขาว ชาน นหร อสาขาว ชาท ส มพ นธ ก น และต องม ประสบการณ ด าน การสอนและการท าว จ ยท ม ใช ส วนหน งของการศ กษาเพ อร บปร ญญา ข อ 16 อาจารย ผ สอบว ทยาน พนธ อาจารย ผ สอบว ทยาน พนธ ต องเป นอาจารย บ ณฑ ตว ทยาล ย ม ค ณว ฒ ปร ญญาเอกหร อเท ยบเท า หร อเป นผ ด ารง ต าแหน งทางว ชาการไม ต ากว ารองศาสตราจารย ในสาขาว ชาน นหร อสาขาว ชาท ส มพ นธ ก น และต องม ประสบการณ ด านการสอน และการท าว จ ยท ม ใช ส วนหน งของการศ กษาเพ อร บปร ญญา หมวด 5 การร บเข าเป นน กศ กษา ข อ 17 ค ณสมบ ต ของผ สม ครเข าเป นน กศ กษา 17.1 ระด บประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ต ผ สม ครจะต องส าเร จการศ กษาระด บปร ญญาตร หร อเท ยบเท า หร อก าล ง ศ กษาอย ในป การศ กษาส ดท ายของหล กส ตรระด บปร ญญาตร หร อเท ยบเท า และม ค ณสมบ ต อ นตามท ก าหนดไว ในหล กส ตร 17.2 ระด บปร ญญาโท ผ สม ครจะต องส าเร จการศ กษาระด บปร ญญาตร หร อเท ยบเท า หร อก าล งศ กษาอย ใน ป การศ กษาส ดท ายของหล กส ตรระด บปร ญญาตร หร อเท ยบเท า และม ค ณสมบ ต อ นตามท ก าหนดไว ในหล กส ตร 17.3 ระด บประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ตช นส ง ผ สม ครจะต องส าเร จการศ กษาระด บปร ญญาโท หร อเท ยบเท า หร อก าล งศ กษาอย ในป การศ กษาส ดท ายของหล กส ตรระด บปร ญญาโท และม ค ณสมบ ต อ นตามท ก าหนดไว ในหล กส ตร 17.4 ระด บปร ญญาเอก ผ สม ครจะต องส าเร จการศ กษาระด บปร ญญาโท หร อเท ยบเท า หร อส าเร จการศ กษา ระด บปร ญญาตร เก ยรต น ยม และม ค ณสมบ ต อ นตามท ก าหนดไว ในหล กส ตร
40 17.5 ไม เคยต องโทษตามค าพ พากษาของศาล เว นแต ในกรณ ท โทษน นเก ดจากความผ ดอ นได กระท าโดย ประมาท หร อความผ ดอ นเป นลห โทษ 17.6 ไม เคยเป นผ ม ความประพฤต เส ยหาย 17.7 ไม เป นคนว กลจร ต และไม เป นโรคต ดต อร านแรง หร อโรคอ นซ งส งคมร งเก ยจ ข อ 18 การร บเข าศ กษา 18.1 ว ธ การสม ครเข าเป นน กศ กษา ใช ว ธ การตามท ว ทยาล ยก าหนด โดยอาจม การทดสอบความร การสอบ ค ดเล อก การพ จารณาค ดเล อก หร อโดยว ธ อ นใดท คณะกรรมการบร หารหล กส ตรเห นสมควร 18.2 ในกรณ ท ผ สม ครก าล งรอผลการศ กษาระด บปร ญญาข นใดข นหน งอย การร บเข าศ กษาจะม ผลสมบ รณ เม อผ สม ครได แสดงหล กฐานว าส าเร จการศ กษาแล ว ก อนว นรายงานต วเป นน กศ กษา ตามว นเวลาท ว ทยาล ยก าหนด 18.3 บ ณฑ ตว ทยาล ยอาจพ จารณาอน ม ต ให ร บน กศ กษาระด บบ ณฑ ตศ กษาจากสถาบ นอ ดมศ กษาอ น ลงทะเบ ยนเร ยนรายว ชาตามความเห นชอบของคณะกรรมการบร หารหล กส ตร และปฏ บ ต ตามระเบ ยบ หร อประกาศว ทยาล ยท เก ยวข อง ข อ 19 การข นทะเบ ยนเป นน กศ กษา 19.1 ผ ท ได ร บการค ดเล อกเข าเป นน กศ กษา จะม สภาพเป นน กศ กษาต อเม อได ข นทะเบ ยนเป นน กศ กษาของ ว ทยาล ยแล ว 19.2 ผ ท ได ร บการค ดเล อกเข าเป นน กศ กษา ต องข นทะเบ ยนน กศ กษาด วยตนเองโดยน าหล กฐานตามท ว ทยาล ยก าหนดมารายงานต วต อฝ ายทะเบ ยนน กศ กษาของว ทยาล ย พร อมท งช าระเง นตามระเบ ยบท ว ทยาล ยก าหนด 19.3 ผ ท ได ร บการค ดเล อกเข าเป นน กศ กษาท ไม อาจมาข นทะเบ ยนตามว น เวลา และสถานท ท ว ทยาล ย ก าหนดจะหมดส ทธ ข นทะเบ ยนเป นน กศ กษา เว นแต จะได แจ งเหต ข ดข องให ว ทยาล ยทราบเป นลายล กษณ อ กษรภายในว นท ก าหนดให มารายงานต ว และเม อได ร บอน ม ต แล วมารายงานต วภายใน 7 ว นน บจากว นส ดท ายท ว ทยาล ยก าหนดให มารายงานต ว 19.4 ผ ท ได ร บการค ดเล อกให เข าเป นน กศ กษาระด บบ ณฑ ตศ กษาของว ทยาล ย จะข นทะเบ ยนเป นน กศ กษา เก นกว า 1 สาขาว ชาในขณะเด ยวก นไม ได ข อ 20 ประเภทน กศ กษา น กศ กษาบ ณฑ ตว ทยาล ย แบ งออกเป น 3 ประเภท ค อ 20.1 น กศ กษาสาม ญ หมายถ ง ผ ท บ ณฑ ตว ทยาล ยร บเข าเป นน กศ กษาโดยสมบ รณ เพ อเข าศ กษาในหล กส ตร ใดหล กส ตรหน ง 20.2 น กศ กษาทดลองเร ยน หมายถ ง ผ ท บ ณฑ ตว ทยาล ยร บเข าเป นน กศ กษาโดยม เง อนไข และต องปฏ บ ต ตามเง อนไขภายในระยะเวลาท ก าหนด หากสามารถปฏ บ ต ตามเง อนไขภายในระยะเวลาท ก าหนดจะเปล ยนสถานภาพจากน กศ กษา ทดลองเร ยนเป นน กศ กษาสาม ญ 20.3 น กศ กษาสมทบ หมายถ ง น กศ กษาท บ ณฑ ตว ทยาล ยร บให ลงทะเบ ยนเร ยนโดยไม ได ร บปร ญญาหร อ น กศ กษาจากสถาบ นอ ดมศ กษาอ นท ว ทยาล ยอน ญาตให ลงทะเบ ยนรายว ชาของว ทยาล ย
41 หมวด 6 ค าเล าเร ยน ข อ 21 ว ทยาล ยก าหนดค าธรรมเน ยมแรกเข า และค าเล าเร ยนตลอดหล กส ตรจ าแนกตามหล กส ตรท เข าศ กษา โดยจ ดเก บ ค าเล าเร ยนเร ยกเก บรายภาคในอ ตราเด ยวก นท กภาคการศ กษาปกต ท ลงทะเบ ยน และอ ตราค าเล าเร ยนเร ยกเก บภาคการศ กษาฤด ร อน ท ลงทะเบ ยนตามแผนการศ กษาท ก าหนดไว ในหล กส ตร ซ งอ ตราค าเล าเร ยนเร ยกเก บรายภาคด งกล าวใช เฉพาะการศ กษารายว ชาใน ว ทยาล ยเท าน น ข อ 22 การช าระค าเล าเร ยนเร ยกเก บให เป นไปตามว ธ การ และระยะเวลาท ว ทยาล ยก าหนด การช าระเง นค าเล าเร ยนเร ยก เก บภายหล งระยะเวลาท ว ทยาล ยก าหนด โดยได ร บอน ม ต จากว ทยาล ย ต องช าระค าธรรมเน ยมการช าระเง นล าช า ตามอ ตราท สภา ว ทยาล ยให ความเห นชอบ การไม ช าระค าเล าเร ยนเร ยกเก บภายในระยะเวลาท ก าหนด โดยไม แจ งให ว ทยาล ยทราบล วงหน าผลการ ลงทะเบ ยนภาคการศ กษาน นจะถ กยกเล ก ข อ 23 การลงทะเบ ยนเร ยนซ า หร อลงทะเบ ยนรายว ชาอ นเพ มเต ม ภายหล งจากลงทะเบ ยนรายว ชาครบตามหล กส ตร และ/หร อระยะเวลาศ กษาครบตามแผนการศ กษา น กศ กษาจะต องช าระค าเล าเร ยนเร ยกเก บตามอ ตราท สภาว ทยาล ยให ความเห นชอบ ข อ 24 น กศ กษาท ลงทะเบ ยนรายว ชาครบตามหล กส ตร แต ย งท าว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ หร อ สารน พนธ ย งไม แล วเสร จ หร อไม ได ร บการประเม นผลเป นส ญล กษณ ท ม ความหมายว าส นส ดการท าว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ หร อสาร น พนธ ภายในภาคการศ กษาท ลงทะเบ ยนว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ หร อ สารน พนธ จะต องช าระค าเล าเร ยนเร ยกเก บตาม อ ตราท สภาว ทยาล ยให ความเห นชอบ หมวด 7 การเท ยบโอนผลการเร ยน ข อ 25 การเท ยบโอนผลการเร ยนจากการศ กษาในระบบ 25.1 ค ณสมบ ต ของผ ขอเท ยบโอนผลการเร ยนจากการศ กษาในระบบ ม ค ณสมบ ต ตามท ระบ ไว ในค ณสมบ ต ของผ เข าร บการศ กษาหล กส ตรน น เป นน กศ กษาของว ทยาล ย เป นหร อเคยเป นน กศ กษาของว ทยาล ย หร อสถาบ นการศ กษาระด บอ ดมศ กษาหร อเท ยบเท า โดยศ กษาในหล กส ตรท ส าน กงานคณะกรรมการการอ ดมศ กษาหร อหน วยงานของร ฐท ม อ านาจตามกฎหมายร บรองว ทยฐานะและ ร บรองปร ญญาแล ว 25.2 หล กเกณฑ การเท ยบว ชาและโอนหน วยก ตจากการศ กษาในระบบ เป นรายว ชาหร อกล มว ชาในหล กส ตรระด บอ ดมศ กษา หร อเท ยบเท าท ส าน กงาน คณะกรรมการการอ ดมศ กษาหร อหน วยงานของร ฐท ม อ านาจตามกฎหมายร บรอง เป นรายว ชาหร อกล มว ชาท ม เน อหาว ชาเท ยบเค ยงก นได หร อม เน อหาสาระครอบคล ม ไม น อยกว าสามในส ของรายว ชาหร อกล มว ชาท ขอเท ยบ โดยพ จารณาจากค าอธ บายรายว ชาตามหล กส ตรของสถาบ นอ ดมศ กษาเด ม
42 เท ยบเค ยงก บค าอธ บายรายว ชาตามหล กส ตรของว ทยาล ย และเป นรายว ชาหร อกล มว ชาท ม จ านวนหน วยก ต มากกว าหร อเท าก บ รายว ชาท ขอเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ต เป นรายว ชาหร อกล มว ชาท ได ร บการประเม นเป นส ญล กษณ ท ม แต มระด บคะแนนเป น ต วอ กษรไม ต ากว า B หร อ แต มระด บคะแนน 3.00 หร อเท ยบเท า เป นการเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ตระหว างรายว ชาต อรายว ชา และ/หร อ กล มว ชาต อ รายว ชา และ/หร อระหว างหลายรายว ชาต อหน งรายว ชาของหล กส ตรท ขอเท ยบ ซ งจ านวนหน วยก ตรวม ของท กรายว ชาหร อกล ม ว ชาท น ามาขอเท ยบจะต องมากกว าหร อเท าก บรายว ชาท ขอเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ต โดยแต ละรายว ชาของกล มว ชาหร อกล ม ว ชา ท น ามาขอเท ยบต องได ร บการประเม นเป นส ญล กษณ ท ม แต มระด บคะแนนเป นต วอ กษร ไม ต ากว า B หร อ แต มระด บคะแนน 3.00 หร อเท ยบเท า หร อได ระด บต วอ กษร S ท งน เม อได น ารายว ชาหน ง และ/หร อกล มรายว ชาหน งไปขอเท ยบเป นรายว ชาใดรายว ชา หน งแล ว ไม สามารถน ารายว ชา และ/หร อกล มรายว ชาน น ขอเท ยบไปย งรายว ชาอ นในหล กส ตรท ขอเท ยบ รายว ชาหร อกล มว ชาท ขอเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ต จะต องเป นรายว ชาหร อกล มว ชา ของช นป และภาคการศ กษาท ได อน ญาตให ม น กศ กษาเร ยนอย ตามหล กส ตรท ได ร บความเห นชอบแล ว การขอเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ตรายว ชาท ก าหนดให สอบผ านรายว ชาบ งค บก อน รายว ชาบ งค บก อนจะต องได ร บการพ จารณาให เท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ตด วยในคราวเด ยวก น หร อเคยลงทะเบ ยนรายว ชา บ งค บก อน และได ร บการประเม นเป นส ญล กษณ ท ม ความหมายว า สอบผ าน ซ งรายว ชาบ งค บก อนต องม เน อหาว ชาเท ยบเค ยงก น ได หร อม เน อหาสาระครอบคล มไม น อยกว าสามในส ของรายว ชาท ระบ เป นรายว ชาบ งค บก อนของรายว ชาในหล กส ตรท เข าศ กษา การขอเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ต ในรายว ชาว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระหร อ สารน พนธ ให เท ยบโอนหน วยก ตได บางส วน ตามหล กเกณฑ ท บ ณฑ ตว ทยาล ยก าหนด โดยความเห นชอบของสภาว ทยาล ย รายว ชาหร อกล มว ชา หร อว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ หร อสารน พนธ ในหล กส ตรท ส าเร จการศ กษาระด บปร ญญาโท ไม สามารถน ามาขอเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ต จ านวนหน วยก ตท ขอเท ยบว ชาเร ยนไม เก นสามในส ของจ านวนหน วยก ตรวม ของหล กส ตร ท ร บโอน และม ระยะเวลาท ศ กษาอย ในหล กส ตรท ร บโอนอย างน อย 1 ป การศ กษา โดยลงทะเบ ยนเร ยนรายว ชา และ/หร อ ว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ หร อสารน พนธ ตามหล กส ตรท เข าศ กษารวมแล วไม น อยกว าสามในส และ ใช ระยะเวลาศ กษาไม เก นระยะเวลาศ กษาของหล กส ตร ตามท ก าหนดไว ในข อบ งค บน จ งจะส าเร จการศ กษา จ านวนหน วยก ตรวมท ได ร บการเท ยบโอนจากการศ กษาในระบบ และ/หร อ การศ กษานอก ระบบ และ/หร อการศ กษาตามอ ธยาศ ย จะเท ยบได ไม เก นหน งในสามของจ านวนหน วยก ตรวมของหล กส ตรท ขอเท ยบ และม ระยะเวลาศ กษาในหล กส ตรอย างน อย 1 การศ กษา และใช ระยะเวลาศ กษาไม เก นระยะเวลาการศ กษาของหล กส ตร จ งจะส าเร จ การศ กษา การด าเน นการขอเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ต ต องด าเน นการภายในภาคการศ กษาแรก ท น กศ กษาเข าศ กษาในว ทยาล ย และน กศ กษาม ส ทธ ย นค าร องขอเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ตได เพ ยงคร งเด ยว โดยได ร บความ เห นชอบการเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ต จากคณะกรรมการว ชาการว ทยาล ย
43 25.3 การแสดงผลการเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ต และการค านวณแต มระด บคะแนนเฉล ยสะสม การเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ตต างสถาบ น ให แสดงผลรายว ชาหร อกล มว ชาท ได ร บ การเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ตไว ส วนหน งต างหาก โดยแสดงรายละเอ ยด ช อสถาบ นอ ดมศ กษาเด ม รห สรายว ชา ช อรายว ชา จ านวนหน วยก ต และระด บคะแนนต วอ กษร ในส วนท ายต อจากรายว ชาท ได ศ กษาในหล กส ตรของว ทยาล ย การเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ตภายในสถาบ น ให แสดงผลรายว ชาหร อกล มว ชาท ได ร บ การเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ตไว ส วนหน งต างหาก โดยแสดง รห สรายว ชา ช อรายว ชา จ านวนหน วยก ต และระด บคะแนน ต วอ กษร ในส วนต นก อนรายว ชาท ได ศ กษาในหล กส ตรท ร บโอน การค านวณแต มระด บคะแนนเฉล ยสะสม ให ค านวณเฉพาะผลการศ กษารายว ชา ท ได ศ กษา ในว ทยาล ย โดยอาศ ยว ธ การค านวณแต มระด บคะแนนเฉล ยสะสมตามข อบ งค บน ส าหร บรายว ชาหร อกล มว ชาท เท ยบโอนจากต าง สถาบ นจะไม น ามาค านวณแต มระด บคะแนนเฉล ยสะสม 25.4 นอกจากท ก าหนดไว ในข อบ งค บน บรรดาหล กเกณฑ การด าเน นการ การแสดงผลการเท ยบโอน รายว ชา และการค านวณแต มระด บคะแนนเฉล ยสะสมจากการเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ตจากการศ กษาในระบบ ให เป นไป ตามหล กเกณฑ หร อประกาศของส าน กงานคณะกรรมการการอ ดมศ กษา ตลอดจนระเบ ยบ ประกาศว ทยาล ยท เก ยวข องอ นๆ ค าธรรมเน ยมการเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ตจากการศ กษาในระบบให เป นไปตามอ ตราท สภาว ทยาล ยให ความเห นชอบ ข อ 26 การเท ยบโอนผลการเร ยนจากการศ กษานอกระบบ และ/หร อการศ กษาตามอ ธยาศ ย 26.1 ค ณสมบ ต ของผ ขอเท ยบโอนผลจากการศ กษานอกระบบ และ/หร อการศ กษาตามอ ธยาศ ย ม ค ณสมบ ต ตามท ระบ ไว ในค ณสมบ ต ของผ เข าร บการศ กษาหล กส ตรน น เป นน กศ กษาของว ทยาล ย 26.2 หล กเกณฑ การเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ตจากการศ กษานอกระบบ และ/หร อการศ กษาตาม อ ธยาศ ย การเท ยบความร จะเท ยบเป นรายว ชาหร อกล มว ชาตามหล กส ตรท ผ ขอเท ยบเข าร บการศ กษา ว ธ การประเม นเพ อเท ยบความร แต ละรายว ชาหร อกล มว ชา ได แก การทดสอบโดย แบบทดสอบมาตรฐาน การทดสอบโดยแบบทดสอบท สร างข น ผลการประเม นจากการอบรมจากหล กส ตร/สถาบ น/หน วยงานอ น ตามท ระบ ไว ในประกาศของว ทยาล ยท เก ยวข อง ผลการน าเสนอแฟ มสะสมงาน (Portfolio) หร ออาจใช ว ธ การประเม นร วมก น มากกว า 1 ว ธ ตามท ระบ ในประกาศของว ทยาล ยท เก ยวข อง กรณ ท ก าหนดให ม การประเม นร วมก นมากกว า 1 ว ธ ต องระบ ให การประเม นว ธ ใดว ธ หน ง เป นว ธ การประเม นหล ก โดยก าหนดให ม ค าน าหน กอย างน อยร อยละ 50 ซ งแต ละว ธ จะต องได ร บผลการประเม นเท ยบได ไม ต ากว า ระด บอ กษร B หร อแต มระด บคะแนน 3.00 หร อเท ยบเท า ท งน ว ธ การประเม นและเกณฑ การต ดส นการประเม นแต ละว ธ หร อหลายว ธ ให เป นไปตาม หล กเกณฑ ท สภาว ทยาล ยให ความเห นชอบ จ านวนหน วยก ตรวมท น าผลจากการศ กษานอกระบบ และ/หร อการศ กษาตามอ ธยาศ ยมาขอ เท ยบความร และโอนหน วยก ตมาย งหล กส ตรท เข าร บการศ กษา จะเท ยบได ไม เก นสามในส ของจ านวนหน วยก ตรวมของหล กส ตรท ขอเท ยบ และม ระยะเวลาท ศ กษาในหล กส ตรอย างน อย 1 ป การศ กษา และใช ระยะเวลาการศ กษาไม เก นระยะเวลาการศ กษาของ หล กส ตร ตามท ก าหนดไว ในข อบ งค บน จ งจะส าเร จการศ กษา
44 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา จ านวนหน วยก ตรวมท ได ร บการเท ยบโอนจากการศ กษานอกระบบ และ/หร อการศ กษาตาม อ ธยาศ ย และการศ กษาในระบบ จะเท ยบได ไม เก นสามในส ของจ านวนหน วยก ต รวมของหล กส ตรท ขอเท ยบ และม ระยะเวลาท ศ กษาในหล กส ตรอย างน อย 1 ป การศ กษา และ ใช ระยะเวลาศ กษาไม เก นระยะเวลาการศ กษาของหล กส ตร ตามท ก าหนดไว ใน ข อบ งค บน จ งจะส าเร จการศ กษา การด าเน นการขอเท ยบความร จากการศ กษานอกระบบ และ/หร อการศ กษาตามอ ธยาศ ยต อง ด าเน นการภายในส ปดาห แรกของการเป ดภาคการศ กษา ก อนการลงทะเบ ยนรายว ชา ท ต องการเท ยบความร ไม น อยกว า 1 ภาค การศ กษา และหากรายว ชาท ต องการเท ยบความร ก าหนดให ต องผ ายรายว ชาบ งค บก อน การด าเน นการเท ยบความร จะต องด าเน นการ หล งลงทะเบ ยนเร ยนและรายว ชาบ งค บก อนได ร บการประเม นผลเป นส ญล กษณ ท ม ความหมายว า สอบผ าน การประเม นเพ อเท ยบความร ให ม คณะกรรมการช ดหน ง จ านวนไม น อยกว า 5 คนท าหน าท ก าหนดรายละเอ ยดท เก ยวข อง และประเม นความร เพ อขอความเห นชอบจากคณะกรรมการว ชาการว ทยาล ย ท งน ต องประเม นความร ให แล วเสร จไม เก นส ปดาห แรกของภาคการศ กษาท น กศ กษาต องลงทะเบ ยนเร ยนรายว ชาท ต องการเท ยบโอนความร การแสดงผลการเท ยบความร ให แสดงผลรายว ชาหร อกล มว ชาท ได ร บการเท ยบว ชาเร ยน และโอนหน วยก ต ในภาคการศ กษาท ขอเท ยบความร โดยแสดงรายละเอ ยด รห สรายว ชา ช อรายว ชา จ านวนหน วยก ต ท ได ร บการ เท ยบความร พร อมบ นท กผลการเท ยบความร ตามว ธ การประเม น ด งน ผลการเท ยบความร จากการประเม นร วมก นมากกว า 1 ว ธ ให บ นท กผลการเท ยบ โอนความร ตามว ธ การประเม นหล ก ผลการเท ยบความร จากการทดสอบตามแบบทดสอบมาตรฐาน ให บ นท ก CS (Credit from Standardized Test) ผลการเท ยบความร จากการทดสอบท ไม ใช แบบทดสอบมาตรฐาน ให บ นท ก CE (Credit from Exam) ผลการเท ยบความร จากการประเม นการอบรมจากหล กส ตร/สถาบ น/หน วยงานอ น ให บ นท ก CT (Credit from Training) ผลการเท ยบความร จากการเสนอแฟ มสะสมงาน (Portfolio) ให บ นท ก CP (Credit from Portfolio) การค านวณแต มระด บคะแนนเฉล ยสะสม ให ค านวณเฉพาะผลการศ กษารายว ชา ท ได ศ กษาในว ทยาล ย โดยอาศ ยว ธ การค านวณแต มระด บคะแนนเฉล ยสะสม ตามข อบ งค บน นอกเหน อจากท ก าหนดไว ในข อบ งค บน บรรดาหล กเกณฑ การด าเน นการ การแสดงผลการ เท ยบโอนรายว ชาและการค านวณแต มระด บคะแนนเฉล ยสะสมจากการเท ยบโอนความร และการให หน วยก ตจากการศ กษานอก ระบบ และ/หร อการศ กษาตามอ ธยาศ ย ให เป นไปตามหล กเกณฑ หร อประกาศของส าน กงานคณะกรรมการการอ ดมศ กษา ค าธรรมเน ยมการเท ยบว ชาเร ยนและโอนหน วยก ตจากการศ กษานอกระบบ และ/หร อการศ กษาอ ธยาศ ย ให เป นไปตามอ ตราท สภา ว ทยาล ยให ความเห นชอบ ข อ 27 การเท ยบโอนท ไม เป นไปตามหล กเกณฑ ข างต น ให อย ในด ลยพ น จของคณะกรรมการการอ ดมศ กษา
45 หมวด 8 การลงทะเบ ยนรายว ชา ข อ 28 การลงทะเบ ยนและการเพ มหร อถอนว ชาเร ยน 28.1 การลงทะเบ ยนว ชาเร ยนแบ งออกเป น 2 ประเภทค อ การลงทะเบ ยนโดยน บหน วยก ตและค ดค าคะแนน (Credit) การลงทะเบ ยนโดยไม น บหน วยก ต (Audit) 28.2 การลงทะเบ ยนในภาคการศ กษาปกต ภาคการศ กษาปกต น กศ กษา ต องลงทะเบ ยนว ชาเร ยนไม เก น 15 หน วยก ต น กศ กษาในหล กส ตรปร ญญามหาบ ณฑ ต แผน ก แบบ ก 1 ท เข าศ กษาในภาคเร ยนท หน ง และ น กศ กษาในหล กส ตรปร ญญาด ษฎ บ ณฑ ต ท ย งสอบไม ผ านการสอบว ดค ณสมบ ต (Qualifying Examination) อาจได ร บการยกเว นไม ต องลงทะเบ ยนในภาคการศ กษาน นๆ โดยการอน ม ต ของคณบด ตามความเห นชอบของคณะกรรมการบร หารหล กส ตร ท งน ต องต อ ทะเบ ยนน กศ กษาและช าระค าธรรมเน ยมการศ กษาเต มตามอ ตราท ก าหนด 28.3 การลงทะเบ ยนในภาคการศ กษาฤด ร อน ในภาคการศ กษาฤด ร อน น กศ กษาจะลงทะเบ ยนว ชาเร ยนได ไม เก น 6 หน วยก ต 28.4 การลงทะเบ ยนว ชาเร ยนน อยกว าหร อมากกว าท ก าหนดในข อ 28.2 และ 28.3 จะกระท าได ในกรณ ท จ านวนหน วยก ตท เหล อตามหล กส ตรม จ านวนน อยกว า หร อมากกว าท ก าหนดไว ข างต น และจ าเป นต องส าเร จการศ กษาในภาค การศ กษาน นๆ ท งน ต องได ร บอน ม ต จากคณบด ตามความเห นชอบของคณะกรรมการบร หารหล กส ตร 28.5 น กศ กษาจะลงทะเบ ยนว ชาเร ยนซ าเพ อค ดค าคะแนนในว ชาท เคยลงทะเบ ยน และได ผลการเร ยนต งแต ระด บคะแนน B ข นไปแล วไม ได ในกรณ ท น กศ กษาเร ยนครบรายว ชาตามหล กส ตรแล ว แต ได คะแนนเฉล ยสะสมต ากว า 3.00 จะ สามารถลงทะเบ ยนว ชาเร ยนซ าเพ อค ดค าคะแนนในว ชาท เคยลงทะเบ ยนและได ผลการเร ยนต ากว าระด บคะแนน A ได 28.6 น กศ กษาท เร ยนรายว ชาครบตามหล กส ตรแล วแต ย งไม ส าเร จการศ กษา และน กศ กษาท ลาพ กการศ กษา จะต องช าระค าธรรมเน ยมร กษาสถานภาพการเป นน กศ กษาตามท ว ทยาล ยก าหนด 28.7 น กศ กษาสามารถลงทะเบ ยนว ชาท บรรจ อย ในแผนการเร ยนตามหล กส ตร หร อ รายว ชาท เท ยบเท าใน สถาบ นอ ดมศ กษาอ นเพ อน บเป นว ชาตามแผนการเร ยนตามหล กส ตรได เม อได ร บความเห นชอบจากอาจารย ท ปร กษา และได ร บ อน ม ต จากคณบด ข อ 29 เกณฑ การขอเพ มและการถอนว ชาเร ยน ให เป นไปตามประกาศของว ทยาล ย ข อ 30 การเปล ยนสาขาว ชา น กศ กษาอาจขอเปล ยนสาขาว ชาได เม อศ กษารายว ชาในสาขาว ชาเด มมาแล วไม น อยกว า 8 หน วยก ต ม รายว ชาท สามารถโอนเข าสาขาว ชาใหม ได ไม น อยกว า 6 หน วยก ต และท กว ชาท จะขอโอนต องได ระด บคะแนน B ข นไป หร อ S แล วแต กรณ และได ศ กษามาแล วไม เก น 3 ป ส าหร บหล กส ตรปร ญญามหาบ ณฑ ต แผน ก แบบ ก 1 และหล กส ตรปร ญญาด ษฎ บ ณฑ ต แบบ 1 น กศ กษาอาจ ขอเปล ยนสาขาว ชาได หล งจากท ได ลงทะเบ ยนเร ยนแล วอย างน อย 1 ภาคการศ กษา และได ศ กษามาแล วไม เก น 3 ป โดยม ศ กยภาพ ใน การท าว ทยาน พนธ ในสาขาว ชาใหม ได
46 การด าเน นการเปล ยนสาขาว ชาให เป นไปตามประกาศของบ ณฑ ตว ทยาล ย ข อ 31 การเปล ยนระด บการศ กษา น กศ กษาในหล กส ตรระด บท ต ากว า อาจได ร บการพ จารณาให โอนเข าศ กษาใน หล กส ตรระด บท ส งกว า หร อในทาง กล บก น น กศ กษาในหล กส ตรระด บท ส งกว า อาจได ร บการพ จารณาให โอนเข าศ กษาในหล กส ตรระด บท ต ากว าได ท งน ให เป นไปตาม เง อนไข ท ก าหนดไว ในหล กส ตรน นๆ และ/หร อประกาศของบ ณฑ ตว ทยาล ย หมวดท 9 การว ดและประเม นผลการศ กษา ข อ 32 การว ดและประเม นผลการศ กษาในระด บบ ณฑ ตศ กษา ม ด งน 32.1 การสอบรายว ชา น กศ กษาจะต องสอบรายว ชาท กรายว ชาท ลงทะเบ ยนเร ยน เว นแต รายว ชาท ได ถอน โดยถ กต องตามระเบ ยบ ให อาจารย ประจ าว ชาส งผลการสอบรายว ชาตามแบบฟอร มท บ ณฑ ตว ทยาล ยก าหนด ผ านความเห นชอบ ของภาคว ชาหร อคณะกรรมการบร หารหล กส ตรและคณบด แล วแจ งให บ ณฑ ตว ทยาล ยทราบ ภายใน 15 ว น น บจากว นสอบ 32.2 การสอบประมวลความร (Comprehensive Examination) เป นการสอบข อเข ยนหร อการสอบปากเปล า หร อการสอบท งสองแบบข างต น ส าหร บน กศ กษาในหล กส ตรปร ญญาโท แผน ข การสอบประกอบด วยว ชาในสาขาว ชาเอกเฉพาะ และสาขาว ชาท เก ยวข อง โดยให ม คณะกรรมการสอบประมวลความร ซ งคณะกรรมการบร หารหล กส ตร เสนอคณบด เป นผ พ จารณา แต งต ง 32.3 การสอบว ทยาน พนธ เป นการสอบเพ อประเม นผลงานว ทยาน พนธ ของน กศ กษาในหล กส ตรปร ญญาโท แผน ก และน กศ กษาในหล กส ตรปร ญญาเอก ประกอบด วย การตรวจอ านและประเม นค ณภาพผลงาน การทดสอบความร ของน กศ กษา ด วยว ธ การสอบปากเปล า และการประช มพ จารณาผลงานของกรรมการ โดยให ม คณะกรรมการสอบว ทยาน พนธ เป นผ สอบ 32.3 การสอบการศ กษาอ สระ เป นการสอบเพ อประเม นผลงานการศ กษาอ สระของ น กศ กษาในหล กส ตร ปร ญญาโท แผน ข โดยคณะกรรมการสอบการศ กษาอ สระ ประกอบด วย การตรวจอ านและประเม นค ณภาพผลงาน การทดสอบ ความร ของน กศ กษาด วยว ธ การสอบปากเปล า และการประช ม ต ดส นผลงานของกรรมการ 32.5 การสอบว ดค ณสมบ ต เป นการสอบข อเข ยน หร อการสอบปากเปล า หร อท งสองแบบในสาขาว ชาเอก และสาขาว ชาอ นท เก ยวข อง ส าหร บน กศ กษาในหล กส ตรปร ญญาเอก เพ อประเม นว าน กศ กษา ม ความสามารถท จะด าเน นการว จ ย โดยอ สระ โดยให ม คณะกรรมการสอบว ดค ณสมบ ต เป นผ สอบ ให ผ สอบผ านการสอบว ดค ณสมบ ต ม ส ทธ เสนอขออน ม ต เค าโครงว ทยาน พนธ ในระด บปร ญญาเอกได 32.6 การประเม นความร ความสามารถทางภาษาต างประเทศ ส าหร บน กศ กษาในหล กส ตรปร ญญาเอกให เป นไปตามประกาศของว ทยาล ย ข อ 33 การสอบประมวลความร การสอบว ดค ณสมบ ต และการประเม นความร ความสามารถทางภาษาต างประเทศ ตาม ข อ 32.2, 32.5, 32.6 ให บ ณฑ ตว ทยาล ย โดยความเห นชอบของคณะกรรมการประจ าบ ณฑ ตว ทยาล ยเป นผ ก าหนดหล กเกณฑ และ ว ธ การ ข อ 34 การประเม นผลการศ กษา ให กระท าเม อส นภาคการศ กษาแต ละภาค
47 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา ข อ 35 การประเม นผลรายว ชา ให ก าหนดระด บคะแนนหร อส ญล กษณ ซ งม ความหมาย และค าคะแนนด งน ระด บคะแนน ความหมาย ค าคะแนนต อหน วยก ต A ผลการประเม นข นด เย ยม (Excellent) 4.0 B+ ผลการประเม นข นด มาก (Very Good) 3.5 B ผลการประเม นข นด (Good) 3.0 C+ ผลการประเม นข นค อนข างด (Fairly Good) 2.5 C ผลการประเม นข นพอใช (Fair) 2.0 D+ ผลการประเม นข นอ อน (Poor) 1.5 D ผลการประเม นข นอ อนมาก (Very Poor) 1.0 F ผลการประเม นข นตก (Failed) 0.0 ส ญล กษณ ความหมาย I การว ดผลย งไม สมบ รณ (Incomplete) ใช ส าหร บรายว ชาท ม ค าคะแนน ในกรณ ใดกรณ หน งต อไปน (1) น กศ กษาไม สามารถเข าสอบโดยเหต ส ดว ส ยหร อ (2) น กศ กษาย งปฏ บ ต งานไม ครบเกณฑ ตามท ผ สอนก าหนด ท งน ต องได ร บอน ม ต จากคณบด ท เก ยวข อง S ผลการศ กษาเป นท พอใจ (Satisfactory) ใช ส าหร บรายว ชาท ลงทะเบ ยนโดยไม น บหน วยก ต (Audit) U ผลการศ กษาย งไม เป นท พอใจ (Unsatisfactory) ใช ส าหร บรายว ชาท ลงทะเบ ยนโดยไม น บหน วยก ต W ถอนว ชาเร ยนแล ว (Withdrawn) ใช ส าหร บรายว ชาท ได ร บอน ม ต ให ถอนหร อใช ในกรณ ท น กศ กษา ได ร บอน ม ต ให ลาพ กการศ กษา หร อใช ในกรณ ท น กศ กษาถ กส งพ กการศ กษาในภาคการศ กษาน น ข อ 36 การประเม นผลการสอบประมวลความร การสอบว ดค ณสมบ ต และการสอบภาษาต างประเทศ ให เป นด งน S (Satisfactory) หมายความว า สอบผ าน U (Unsatisfactory) หมายความว า สอบไม ผ าน การสอบประมวลความร และการสอบว ดค ณสมบ ต จะสอบได ไม เก น 2 คร ง ในแต ละหล กส ตร ส าหร บการสอบ ภาษาต างประเทศ ไม จ าก ดจ านวนคร งท สอบ ข อ 37 น กศ กษาท ได ระด บคะแนนต ากว า C หร อได U แล วแต กรณ ในหมวดว ชาบ งค บถ อว า ต ากว ามาตรฐาน ให ลงทะเบ ยนเร ยนซ า ข อ 38 การน บจ านวนหน วยก ตและค านวณคะแนนเฉล ยสะสม 38.1 ในกรณ ท น กศ กษาลงทะเบ ยนว ชาใดว ชาหน งมากกว า 1 คร ง ให น บจ านวนหน วยก ตตามหล กส ตรในว ชาน น เพ ยงคร งเด ยว 38.2 ในการค านวณคะแนนเฉล ยสะสม (Cumulative Grade Point Average) ให ค านวณจากท กรายว ชาท ม ค า คะแนน ในกรณ ท น กศ กษาลงทะเบ ยนเร ยนว ชาใดมากกว า 1 คร ง ให น าจ านวนหน วยก ตและค าคะแนนท ได ในคร งหล งส ด ไปใช ใน การค านวณคะแนนเฉล ยสะสม การค านวณคะแนนเฉล ยสะสมให ต งหารถ งทศน ยม 4 ต าแหน ง และให ป ดเศษเฉพาะทศน ยมท ม ค า ต งแต 5 ข นไป ต งแต ต าแหน งท 4 เพ อให เหล อทศน ยม 2 ต าแหน ง
48 หมวดท 10 การท าว ทยาน พนธ และการศ กษาอ สระ ข อ 39 การลงทะเบ ยนว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระกระท าได เม อน กศ กษาม ค ณสมบ ต ครบตามท แต ละหล กส ตร ก าหนด โดยได ร บความเห นชอบจากอาจารย ท ปร กษาว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ ท งน หล กเกณฑ อ นๆ ให เป นไปตาม ประกาศของว ทยาล ย ข อ 40 การควบค มว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ ให ม อาจารย ท ปร กษาหล ก 1 คน และอาจม อาจารย ท ปร กษาร วมได อ กตาม ความเหมาะสมแต ละกรณ ท งน ให เป นไปตามประกาศหร อข อก าหนดของว ทยาล ย ข อ 41 การประเม นผลความก าวหน าในการท าว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ 41.1 การประเม นผลความก าวหน าในการท าว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ ต องกระท าในท กภาค การศ กษา 41.2 อาจารย ท ปร กษาว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ ม หน าท ในการประเม นผลความก าวหน าในการท า ว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระของน กศ กษา และรายงานผลการประเม นต อคณะกรรมการบร หารหล กส ตรและบ ณฑ ตว ทยาล ย 41.3 ใช ส ญล กษณ S (Satisfactory) หมายถ ง ผลการประเม นความก าวหน าในการท าว ทยาน พนธ หร อ การศ กษาอ สระของน กศ กษาเป นท พอใจ ให อาจารย ท ปร กษาว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระประเม นความก าวหน าในการท า ว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระของน กศ กษา โดยระบ จ านวนหน วยก ตว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระท ได ร บการประเม นให ได ส ญล กษณ S ของน กศ กษาแต ละคน ในแต ละภาคการศ กษาน น แต ท งน ต องไม เก นจ านวนหน วยก ตท ลงทะเบ ยน (หากผลการ ประเม นพบว าไม ม ความก าวหน า จ านวนหน วยก ตท ได ในภาคการศ กษาน นๆ ให ม ค าเป น S เท าก บ 0 (ศ นย )) ต นฉบ บร างว ทยาน พนธ หร อรายงานการศ กษาอ สระท พร อมน าเสนอคณะกรรมการสอบ และต นฉบ บ ผลงานว ทยาน พนธ ท ต องต พ มพ หร อเผยแพร ตามเง อนไขท หล กส ตรก าหนด ให ถ อเป นส วนหน งของว ทยาน พนธ หร อการศ กษา อ สระ ซ งต องก าหนดจ านวนหน วยก ต ตามความเหมาะสมแล วแต กรณ 41.4 น กศ กษาท ลงทะเบ ยนว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระแล ว ได ร บการประเม นผลความก าวหน าเป น S เท าก บ 0 (ศ นย ) คณะกรรมการบร หารหล กส ตร ควรพ จารณาหาสาเหต ซ งอาจให น กศ กษาผ น นได ร บการพ จารณาให เปล ยนห วข อเร อง ว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระหร อเปล ยนอาจารย ท ปร กษาว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ หร ออ นๆแล วแต กรณ และ ผ อ านวยการหล กส ตรต องรายงานสาเหต และผลการพ จารณาต อคณบด เพ อหาข อย ต ข อ 42 ในกรณ ท น กศ กษาได ร บอน ม ต ให เปล ยนห วข อว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ ซ งม ผลต อการเปล ยนแปลง สาระส าค ญของเน อหาว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ ให อาจารย ท ปร กษาประเม นจ านวนหน วยก ต จากห วข อเด ม ท สามารถ น าไปใช ก บห วข อใหม ได แต ต องไม เก นจ านวนหน วยก ตท ผ านในห วข อเด ม ท งน ให น บจ านวนหน วยก ตด งกล าว เป นจ านวนหน วย ก ตท ผ านได ส ญล กษณ S ซ งสามารถน ามาน บเพ อส าเร จการศ กษาตามหล กส ตรได โดยต องได ร บอน ม ต จากคณบด โดยความ เห นชอบของคณะกรรมการบร หารหล กส ตรและให บ นท กการเปล ยนแปลงในประว ต การศ กษา ข อ 43 การสอบว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ 43.1 การสอบว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ ต องด าเน นการภายในเวลา 45 ว น หล งจากท น กศ กษาผ าน การประเม นผลความก าวหน าและได ส ญล กษณ S ครบตามจ านวนหน วยก ตรายว ชาว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระของหล กส ตร น นๆ
49 ในการรายงานการประเม นผลความก าวหน าคร งส ดท ายซ งน กศ กษาผ านและได ส ญล กษณ S ครบตาม จ านวนหน วยก ตรายว ชาว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระของหล กส ตรน น อาจารย ท ปร กษาต องเสนอให คณบด แต งต ง คณะกรรมการสอบว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ รวมท งให เสนอว นท จะท าการสอบไปพร อมก นด วย ในกรณ ท ไม สามารถด าเน นการสอบได ภายใน 45 ว น ให ถ อว า การได ส ญล กษณ S ในคร งการประเม น คร งส ดท ายเป นโมฆะ 43.2 การสอบว ทยาน พนธ ให คณะแต งต งคณะกรรมการสอบ ประกอบด วย ผ ทรงค ณว ฒ ภายนอกว ทยาล ยซ งไม ได เป น อาจารย ท ปร กษาร วมไม น อยกว า 1 คน อาจารย ประจ า ซ งไม ได เป นอาจารย ท ปร กษาไม น อยกว า 1 คน และอาจารย ท ปร กษา ว ทยาน พนธ หล ก ท งน อาจแต งต งอาจารย ท ปร กษาร วม (ถ าม ) เป นกรรมการสอบด วยก ได โดยให กรรมการคนใดคนหน งซ งไม ใช อาจารย ท ปร กษาเป นประธานคณะกรรมการสอบ อาจารย ประจ าและผ ทรงค ณว ฒ ภายนอกว ทยาล ย ท เป นกรรมการสอบว ทยาน พนธ ต องม ค ณว ฒ ปร ญญาเอกหร อเท ยบเท า หร อเป นผ ด ารงต าแหน งทางว ชาการไม ต ากว ารองศาสตราจารย ในสาขาว ชาน นหร อสาขาว ชาท ส มพ นธ ก น และต องม ประสบการณ ในการท าว จ ยท ม ใช ส วนหน งของการศ กษาเพ อร บปร ญญา ในกรณ ท ม ความจ าเป น คณบด โดยความเห นชอบของคณะกรรมการประจ าบ ณฑ ตว ทยาล ย อาจแต งต งผ เช ยวชาญเฉพาะเป นกรรมการสอบได ท งน ให เป นไปตามประกาศบ ณฑ ตว ทยาล ย การสอบว ทยาน พนธ ต องเป นแบบเป ด โดยการเป ดให ผ สนใจเข าร บฟ งการน าเสนอและ ตอบค าถามของผ เข าสอบได และคณะว ชาต องประกาศให ผ สนใจทราบก อนการสอบไม น อยกว า 7 ว น คณะกรรมการสอบว ทยาน พนธ ม อ านาจ ในการอน ญาตหร อไม อน ญาตให ผ เข าฟ งถามหร อแสดง ความเห นท เก ยวข องก บเน อหาของว ทยาน พนธ รวมท งการจ าก ดเวลาการถาม และการควบค มให ด าเน นการสอบเป นไปโดยเร ยบร อย ในว นสอบ จะต องม คณะกรรมการสอบไม น อยกว า 3 คน ซ งประกอบด วย อาจารย ประจ าซ ง ไม ได เป นอาจารย ท ปร กษาร วม ผ ทรงค ณว ฒ ภายนอกซ งไม ได เป นอาจารย ท ปร กษาร วม และอาจารย ท ปร กษาว ทยาน พนธ จ งจะถ อ ว าการสอบน นม ผลสมบ รณ ถ าคณะกรรมการสอบไม ครบตามจ านวนด งกล าวข างต น ให เล อนการสอบออกไป ในกรณ ท จ าเป นอาจเปล ยนแปลงกรรมการได โดยให คณะแต งต งซ อมกรรมการ ท งน จะต องก าหนดว นสอบคร งใหม ให ม เวลา พอสมควรแก การท กรรมการท แต งต งซ อมข นใหม จะได ใช ตรวจอ านว ทยาน พนธ ได ผ ประเม นผลการสอบต องเป นกรรมการสอบท อย ร วมในว นสอบ การประเม นผลโดยให น บ อาจารย ท ปร กษาเป น 1 เส ยง อาจารย ประจ าเป น 1 เส ยง และผ ทรงค ณว ฒ เป น 1 เส ยง และให ถ อผลการประเม นตามมต กรรมการ จ านวนไม น อยกว า 2 ใน 3 เส ยงของจ านวนกรรมการท งหมด 43.3 การสอบการศ กษาอ สระ ให คณะแต งต งคณะกรรมการสอบ ประกอบด วย อาจารย ประจ าหร อผ ทรงค ณว ฒ ซ งไม ได เป นอาจารย ท ปร กษาร วมไม น อยกว า 1 คน อาจารย ท ปร กษาการศ กษาอ สระ และอาจารย ท ปร กษาร วม (ถ าม ) โดยให กรรมการคนใด คนหน งเป นประธานคณะกรรมการสอบ ในว นสอบ จะต องม คณะกรรมการสอบไม น อยกว า 2 คน ซ งประกอบด วย อาจารย ประจ า หร อผ ทรงค ณว ฒ ซ งไม ได เป นอาจารย ท ปร กษาร วม และอาจารย ท ปร กษาการศ กษาอ สระ จ งจะถ อว าการสอบน นม ผลสมบ รณ
50 ถ าคณะกรรมการสอบไม ครบตามจ านวนด งกล าวข างต น ให เล อนการสอบออกไป ในกรณ ท จ าเป นอาจเปล ยนแปลงกรรมการได โดยให คณะแต งต งซ อมกรรมการ ท งน จะต องก าหนดว นสอบคร งใหม ให ม เวลาพอสมควรแก การท กรรมการท แต งต งซ อมข นใหม จะได ใช ตรวจอ านรายงานการศ กษาอ สระได ผ ประเม นผลการสอบต องเป นกรรมการสอบท กคน การประเม นผลโดยอาจารย ท ปร กษาและ อาจารย ท ปร กษาร วมให น บคะแนนเป น 1 เส ยง และให ถ อผลการประเม นตามมต กรรมการจ านวนไม น อยกว า 2 ใน 3 เส ยงของ จ านวนกรรมการท งหมด ข อ 44 การประเม นผลการสอบว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ แบ งเป น 4 ระด บค อ Excellent หมายความว า ผลการประเม นข นด เย ยม Good หมายความว า ผลการประเม นข นด Pass หมายความว า ผลการประเม นข นผ าน Fail หมายความว า ผลการประเม นข นตก การสอบตามน ยน จะสอบได ไม เก น 2 คร ง ข อ 45 ให ประธานคณะกรรมการสอบแจ งผลการสอบเป นลายล กษณ อ กษรแก คณบด และผ เข าสอบภายใน 3 ว นท าการ ถ ดจากว นสอบ 45.1 ในกรณ สอบผ านแต ต องม การแก ไขให ม บ นท กประเด นหร อรายการท ต องแก ไข พร อมท งม การอธ บาย ช แจงให ผ เข าสอบร บทราบ ท งน ผ เข าสอบต องแก ไขให แล วเสร จ และคณะกรรมการสอบให ความ เห นชอบภายใน 45 ว นน บจาก ว นสอบ หากไม สามารถด าเน นการได ท นตามก าหนดด งกล าวให ถ อว าไม ผ านในการสอบคร งน น ให คณะกรรมการสอบรายงานผล ข นส ดท ายต อคณบด 45.2 กรณ สอบไม ผ านคณะกรรมการต องสร ปสาเหต หล กของการพ จารณาไม ให ผ าน โดยบ นท กเป นลาย ล กษณ อ กษร รายงานต อคณบด ภายใน 3 ว นท าการถ ดจากว นสอบ ข อ 46 หากน กศ กษาขาดสอบโดยไม ม เหต ส ดว ส ย ให ถ อว าสอบไม ผ านในการสอบคร งน น ข อ 47 ผ สอบว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระคร งแรกไม ผ านตามข อ 45.2 ม ส ทธ ย นขอสอบคร งท 2 ได โดยต องเส ย ค าธรรมเน ยมหร อค าลงทะเบ ยนสอบตามท ว ทยาล ยก าหนด การให โอกาสสอบคร งท 2 น ไม เป นเหต ให ได ร บการยกเว น หร อม ต องปฏ บ ต ตามระเบ ยบหร อหล กเกณฑ ท ก าหนดไว ท อ นแต อย างใด ข อ 48 ร ปแบบการพ มพ การส งเล ม และล ขส ทธ ในว ทยาน พนธ หร อรายงานการศ กษาอ สระ 48.1 ร ปแบบการพ มพ ว ทยาน พนธ หร อรายงานการศ กษาอ สระ ให เป นไปตามท บ ณฑ ตว ทยาล ยก าหนด 48.2 น กศ กษาต องส งว ทยาน พนธ หร อรายงานการศ กษาอ สระฉบ บสมบ รณ ตามจ านวน ล กษณะ และ ระยะเวลาท บ ณฑ ตว ทยาล ยก าหนด 48.3 ล ขส ทธ หร อส ทธ บ ตรในว ทยาน พนธ หร อรายงานการศ กษาอ สระ เป นของว ทยาล ยน กศ กษาและ/หร อ อาจารย ท ปร กษาว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระเร องน นๆ สามารถน าไปเผยแพร ในเช งว ชาการได แต การน าเน อหาหร อผลจาก การศ กษาไปใช เพ อประโยชน อ น ให เป นไปตามหล กเกณฑ และว ธ การท ว ทยาล ยก าหนด กรณ ท การท าว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระได ร บท นว จ ยท ม ข อผ กพ นเก ยวก บล ขส ทธ หร อส ทธ บ ตร โดยได ร บความเห นชอบจากว ทยาล ย ให ด าเน นการตามข อผ กพ นน นๆ
51 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา หมวดท 11 การส าเร จการศ กษา ข อ 49 การส าเร จการศ กษา น กศ กษาจะส าเร จการศ กษาได ต องม ค ณสมบ ต ต อไปน 49.1 หล กส ตรประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ต และประกาศน ยบ ตรบ ณฑ ตช นส ง สอบได จ านวนหน วยก ตครบตามหล กส ตร ได คะแนนเฉล ยสะสมของรายว ชาตามหล กส ตร ไม ต ากว า หล กส ตรปร ญญาโท ม ความร ภาษาอ งกฤษผ านเกณฑ มาตรฐาน ตามประกาศของว ทยาล ย แผน ก แบบ ก 1 เสนอว ทยาน พนธ และสอบผ านการสอบปากเปล า ข นส ดท าย โดย คณะกรรมการสอบว ทยาน พนธ และผลงานว ทยาน พนธ จะต องได ร บการต พ มพ หร ออย างน อยด าเน นการให ผลงาน หร อส วนหน ง ของผลงานได ร บการยอมร บให ต พ มพ ในวารสารหร อส งพ มพ ทางว ชาการ หร อเสนอต อท ประช มว ชาการท ม รายงานการประช ม แผน ก แบบ ก 2 ศ กษารายว ชาครบถ วนตามท ก าหนดในหล กส ตร ได คะแนนเฉล ยสะสมไม ต ากว า 3.00 พร อมท งเสนอว ทยาน พนธ และสอบผ านการสอบปากเปล าข นส ดท าย โดยคณะกรรมการสอบว ทยาน พนธ และผลงาน ว ทยาน พนธ จะต องได ร บการต พ มพ หร ออย างน อยด าเน นการให ผลงานหร อส วนหน งของผลงานได ร บการยอมร บให ต พ มพ ใน วารสารหร อส งพ มพ ทางว ชาการ หร อเสนอต อท ประช มว ชาการท ม รายงานการประช ม แผน ข ศ กษารายว ชาครบถ วนตามท ก าหนดในหล กส ตร ได คะแนนเฉล ยสะสมไม ต ากว า 3.00 สอบผ านการสอบการศ กษาอ สระ และสอบผ านการสอบประมวลความร (Comprehensive Examination) ด วยข อเข ยนและ/ หร อปากเปล าในสาขาว ชาน น 49.3 หล กส ตรปร ญญาเอก ผ านเกณฑ การประเม นความร ความสามารถทางภาษาต างประเทศ ตามประกาศของบ ณฑ ต ว ทยาล ย สอบผ านการสอบว ดค ณสมบ ต (Qualifying Examination) แบบ 1 เสนอว ทยาน พนธ และสอบผ านการสอบปากเปล าข นส ดท าย โดยคณะกรรมการ สอบว ทยาน พนธ และผลงานว ทยาน พนธ จะต องได ร บการต พ มพ หร ออย างน อยด าเน นการให ผลงานหร อส วนหน งของผลงาน ได ร บการยอมร บให ต พ มพ ในวารสารหร อส งพ มพ ทางว ชาการท ม กรรมการภายนอกร วมกล นกรอง (Peer Review) ก อนการต พ มพ และเป นท ยอมร บในสาขาว ชาน น แบบ 2 ศ กษารายว ชาครบถ วนตามท ก าหนดในหล กส ตร ได คะแนนเฉล ยสะสมไม ต ากว า 3.00 พร อมท งเสนอว ทยาน พนธ และสอบผ านการสอบปากเปล าข นส ดท าย โดยคณะกรรมการสอบว ทยาน พนธ และผลงานว ทยาน พนธ จะต องได ร บการต พ มพ หร ออย างน อยด าเน นการให ผลงานหร อส วนหน งของผลงานได ร บการยอมร บให ต พ มพ ในวารสารหร อ ส งพ มพ ทางว ชาการท ม กรรมการภายนอกร วมกล นกรอง (Peer Review) ก อนการต พ มพ และเป นท ยอมร บในสาขาว ชาน น ข อ 50 ส าหร บน กศ กษาท ศ กษาในหล กส ตรซ งก าหนดให การต พ มพ ผลงานว ทยาน พนธ เป นส วนหน งของเง อนไขใน การส าเร จการศ กษาและน กศ กษาได ด าเน นการจนผ านเง อนไขการส าเร จการศ กษาอ นๆ ครบถ วนแล วแต อย ในระหว างรอการ ยอมร บให ต พ มพ ในวารสารหร อส งพ มพ ทางว ชาการท หล กส ตรก าหนดและน กศ กษาได ใช เวลาในการศ กษาครบตามระยะเวลาท
52 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา ก าหนดแล ว น กศ กษาสามารถย นค าร อง ขอขยายเวลาการศ กษาได คร งละ 1 ภาคการศ กษา แต ไม เก น 2 คร ง ท งน ให เป นไปตาม ประกาศว ทยาล ย ข อ 51 การขออน ม ต ปร ญญา 51.1 น กศ กษาผ คาดว าจะส าเร จการศ กษาในแต ละภาคการศ กษา ให ย นค าร องแสดงความจ านงขอส าเร จ การศ กษาต อคณะล วงหน าอย างน อย 30 ว น ก อนว นส นภาคการศ กษาท คาดว าจะส าเร จการศ กษาน น 52.2 น กศ กษาท จะได ร บการพ จารณาเสนอช อจากคณะเพ อขออน ม ต ปร ญญาต อสภาว ทยาล ยต องม ค ณสมบ ต ด งน เป นผ ส าเร จการศ กษาตามข อ ไม ค างช าระค าธรรมเน ยมต างๆ หร อม หน ส นก บว ทยาล ยหร อคณะ เป นผ ไม อย ในระหว างการด าเน นการทางว น ยน กศ กษา ส งว ทยาน พนธ หร อรายงานการศ กษาอ สระและเอกสารอ นๆ ท เก ยวข องท จ ดท าตามร ปแบบ และจ านวนท บ ณฑ ตว ทยาล ยก าหนด การเสนอช อผ ส าเร จการศ กษาเพ อขออน ม ต ปร ญญาต อสภาว ทยาล ย ให เป นไปตามท ว ทยาล ย ก าหนด ข อ 53 ในกรณ ท ม เหต ผลท จ าเป นและสมควร ว ทยาล ยอาจพ จารณาม ให ผ ส าเร จการศ กษาผ หน งผ ใดเข าร บปร ญญาบ ตร ก ได ท งน ให เป นไปตามหล กเกณฑ ท ว ทยาล ยก าหนด ข อ 54 การเพ กถอนปร ญญาหร อประกาศน ยบ ตร สภาว ทยาล ยอาจพ จารณาเพ กถอนปร ญญาหร อประกาศน ยบ ตรซ งได อน ม ต แก ผ ส าเร จการศ กษาผ หน งผ ใดไป แล วตามกรณ ด งต อไปน 54.1 ผ ส าเร จการศ กษาผ น น ไม ม ค ณสมบ ต ครบถ วนตามน ยของค ณสมบ ต ผ ม ส ทธ เข าศ กษา หร อผ ส าเร จ การศ กษา ของหล กส ตรท ตนได ส าเร จการศ กษา การเพ กถอนปร ญญาหร อประกาศน ยบ ตร ม ผลต งแต ว นท สภาว ทยาล ยได อน ม ต ปร ญญาหร อประกาศน ยบ ตรให ก บบ คคลน น 54.2 ว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ หร อผลงานทางว ชาการอ นท เป นองค ประกอบส าค ญต อการส าเร จ การศ กษาตามหล กส ตร ของผ ส าเร จการศ กษาผ น น ลอกเล ยนงานผ อ น หร อม ได กระท าด วยตนเอง การเพ กถอนปร ญญาหร อ ประกาศน ยบ ตร ให ม ผลต งแต ว นท สภาว ทยาล ยได อน ม ต ปร ญญาหร อประกาศน ยบ ตรให ก บบ คคลน น 54.3 ผ ส าเร จการศ กษาผ น นได กระท าการอ นเป นท เส อมเส ยร ายแรงต อว ทยาล ยหร อ ต อศ กด ศร แห งปร ญญา หร อประกาศน ยบ ตรท ตนได ร บ การเพ กถอนปร ญญาหร อประกาศน ยบ ตรในกรณ น ให ม ผลต งแต ว นท สภาว ทยาล ยม มต เพ กถอน หมวดท 12 สถานภาพของน กศ กษา ข อ 55 การลาพ กการศ กษา และการลาออกของน กศ กษา 55.1 น กศ กษาผ ประสงค จะลาพ กการศ กษาต องย นค าร องต อบ ณฑ ตว ทยาล ย โดยผ านการพ จารณาของ อาจารย ท ปร กษาท วไป หร ออาจารย ท ปร กษาว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระและผ อ านวยการหล กส ตรเพ อเสนอคณบด พ จารณา อน ม ต
53 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา 55.2 การลาพ กการศ กษาให ลาพ กได ไม เก น 2 ภาคการศ กษาปกต ตลอดหล กส ตร 55.3 น กศ กษาผ ได ร บอน ม ต ให ลาพ กการศ กษาต องช าระค าธรรมเน ยมส าหร บร กษาสถานภาพการเป น น กศ กษาภายใน 15 ว น หล งจากท ได ร บอน ม ต ให ลาพ กการศ กษา 55.4 น กศ กษาผ ประสงค จะลาออกจากการเป นน กศ กษาต องย นค าร องต อบ ณฑ ตว ทยาล ย โดยผ านการพ จารณา ของอาจารย ท ปร กษาท วไปหร ออาจารย ท ปร กษาว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ ผ อ านวยการหล กส ตรและคณบด เพ อเสนออธ การบด พ จารณาอน ม ต ข อ 56 การพ นสภาพการเป นน กศ กษา น กศ กษาจะพ นสภาพการเป นน กศ กษาต อเม ออย ในกรณ ใดกรณ หน งด งต อไปน 56.1 ตาย 56.2 ลาออกและได ร บอน ม ต แล ว 56.3 ส าเร จการศ กษา 56.4 ว ทยาล ยส งให ออก อ นเน องมาจากการฝ าฝ นระเบ ยบการลงทะเบ ยนและ การช าระค าธรรมเน ยม การศ กษา 56.5 เร ยนได จ านวนหน วยก ตไม เก นก งหน งจากจ านวนหน วยก ตรวมของรายว ชาท ม ค าคะแนนในหล กส ตร และได คะแนนเฉล ยสะสม ต ากว า เร ยนได จ านวนหน วยก ตเก นก งหน งจากจ านวนหน วยก ตรวมของรายว ชาท ม ค าคะแนนในหล กส ตร และได คะแนนเฉล ยสะสมต ากว า ไม ม ความก าวหน าในการท าว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระ 2 ภาคการศ กษาต ดต อก น โดยได ส ญล กษณ S เป น 0 ต ดต อก น 2 ภาคการศ กษา 56.8 สอบว ทยาน พนธ หร อสอบประมวลความร หร อสอบการศ กษาอ สระ หร อสอบว ดค ณสมบ ต คร งท สอง ไม ผ าน 56.9 หล งสอบคร งท 1 ไม ผ าน ไม ด าเน นการและ/หร อสอบว ทยาน พนธ หร อการศ กษาอ สระคร งท 2 ตาม ระยะเวลาท ก าหนด ใช เวลาการศ กษาครบตามท หล กส ตรก าหนดแล ว น กศ กษาสาม ญท คงสภาพเป นน กศ กษาทดลองศ กษาเก นระยะเวลาท ก าหนด ถ กลงโทษทางว น ยให ออกจากการเป นน กศ กษา ข อ 57 การขอกล บเข าเป นน กศ กษา น กศ กษาท พ นสภาพการเป นน กศ กษาตามข อ 56.2 และ 56.4 อาจขอสถานภาพการเป นน กศ กษาค นได ท งน ให เป นไปตามประกาศของบ ณฑ ตว ทยาล ย ประกาศ ณ ว นท 20 ม ถ นายน พ.ศ (ดร.พนม พงษ ไพบ ลย ) นายกสภาว ทยาล ยเช ยงราย
54 ข. ข อม ลเพ มเต ม หล กส ตรศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารการศ กษา พ ทธศ กราช ก าหนดการเป ดสอน เร มเป ดด าเน นการเร ยนการสอน ต งแต ภาคการศ กษาท 1 ป การศ กษา การค ดเล อกผ เข าศ กษา 5.1 โดยการสอบค ดเล อกและการส มภาษณ ของบ ณฑ ตว ทยาล ย ว ทยาล ยเช ยงราย และ/หร อ 5.2 โดยการร บเข าตามโครงการพ เศษของว ทยาล ยเช ยงราย 6 ระบบเวลาศ กษา 6.1 บ ณฑ ตว ทยาล ยจ ดการศ กษาแบบทว ภาคและภาคฤด ร อน โดยแบ งเป นภาคการศ กษาปกต ได แก ภาคการศ กษาท 1 ภาคการศ กษาท 2 และภาคฤด ร อน 6.2 หน งภาคการศ กษาปกต ม ระยะเวลาเร ยนไม น อยกว า 15 ส ปดาห ส าหร บภาคฤด ร อนม ก าหนดระยะเวลาและ จ านวนหน วยก ตท ม ส ดส วนเท ยบเค ยงก นได ก บภาคการศ กษาปกต 7 การค ดหน วยก ตรายว ชา 7.1 รายว ชาภาคทฤษฎ ท ใช เวลาบรรยาย หร ออภ ปรายป ญหาไม น อยกว า 15 ช วโมงต อภาคการศ กษาปกต ให ม ค า เท าก บ 1 หน วยก ตระบบทว ภาค 7.2 รายว ชาภาคปฏ บ ต ท ใช เวลาฝ กหร อทดลองไม น อยกว า 30 ช วโมงต อภาคการศ กษาปกต ให ม ค าเท าก บ 1 หน วยก ต ระบบทว ภาค 7.3 การศ กษาอ สระท ใช เวลาศ กษาค นคว าไม น อยกว า 45 ช วโมงต อภาคการศ กษาปกต ให ม ค าเท าก บ 1 หน วยก ต ระบบทว ภาค 7.4 ว ทยาน พนธ ท ใช เวลาศ กษาค นคว าไม น อยกว า 45 ช วโมงต อภาคการศ กษาปกต ให ม ค าเท าก บ 1 หน วยก ต ระบบทว ภาค 8 ระยะเวลาการศ กษา ระยะเวลาการศ กษาระด บปร ญญาโท จะต องใช เวลาเร ยนไม เก น 5 ป การศ กษาน บจากว นข นทะเบ ยนเป นน กศ กษา 9 การลงทะเบ ยนเร ยน 9.1 ในแต ละภาคการศ กษา น กศ กษาลงทะเบ ยนไม น อยกว า 3 หน วยก ต และต องไม เก น 15 หน วยก ต 9.2 ในแต ละภาคการศ กษาฤด ร อน น กศ กษาลงทะเบ ยนเร ยนได ไม เก น 9 หน วยก ต 10 การว ดผลและการส าเร จการศ กษา 10.1 การว ดผลการศ กษา การว ดผลการศ กษาแบ งเป น 8 ระด บ โดยใช ระด บคะแนนต วอ กษรและความหมายด งน
55 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา ระด บคะแนนต วอ กษร ความหมาย แต มระด บคะแนน A ด เย ยม (Excellent) 4.00 B+ ด มาก (Vary Good) 3.50 B ด (Good) 3.00 C+ ค อนข างด (Fairy Good) 2.50 C พอใช (Fair) 2.00 D+ อ อน (Poor) 1.50 D อ อนมาก (Very Poor) 1.00 F ตก (Failed) 0.00 นอกจากระด บคะแนนต วอ กษรด งกล าวข างต น ระด บคะแนนต วอ กษรต อไปน ใช เพ อแสดงว า M ขาดสอบ (Missing) I ย งไม สมบ รณ (Incomplete) W เพ กถอนโดยได ร บอน ม ต (Withdraw) S การเร ยนเป นท พอใจ (Satisfactory) U การเร ยนไม เป นท พอใจ (Unsatisfactory) IP การสอนย งไม ส นส ด (In Progress) X ย งไม ได ร บผลการสอบ (No Report) 10.2 การส าเร จการศ กษา น กศ กษาได ศ กษาส าเร จรายว ชาครบถ วนหน วยก ตอย างน อยท ก าหนดของหล กส ตรและปฏ บ ต ตามข อก าหนดครบถ วน ตามท ก าหนดในหล กส ตร ซ งได ก าหนดให ม การศ กษา 2 แผนโดยน กศ กษาสามารถเล อกแผนใดแผนหน ง ด งน การส าเร จการศ กษาของน กศ กษาท เล อกศ กษาแผน ก แบบ ก น กศ กษาจะต องสอบผ านท กรายว ชาตามหล กส ตร(ระด บ C+ เป นอย างต า) และม คะแนน เฉล ยตลอดท งหล กส ตรไม ต ากว า 3.00 จ งจะขอเสนอว ทยาน พนธ และสอบปากเปล าข นส ดท าย บ ณฑ ตว ทยาล ยจะต งคณะกรรมการสอบว ทยาน พนธ ข นส ดท าย ประกอบด วยอาจารย ประจ า และผ ทรงค ณว ฒ นอกสถาบ น น กศ กษาม ส ทธ ขอสอบว ทยาน พนธ ให ผ านได ไม เก น 2 คร ง น กศ กษาจะต องเผยแพร ผลการว จ ยในวารสารท ม Peer Review หร อน าเสนอในท ประช ม ว ชาการระด บชาต ท ม การจ ดท ารายงานการประช ม (Proceeding) การส าเร จการศ กษาของน กศ กษาท เล อกศ กษาแผน ข การสอบประมวลความร (Comprehensive Examination) 1) น กศ กษาจะต องสอบผ านท กรายว ชาตามหล กส ตร (ระด บ C+ เป นอย างต า) รวมถ งการศ กษา อ สระและม คะแนนเฉล ยสะสมตลอดหล กส ตรไม ต ากว า 3.00 จ งจะม ส ทธ ย นค าร องต อบ ณฑ ต ว ทยาล ยเพ อขอสอบประมวลความร
56 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา 2) น กศ กษาจะต องย นความจ านงขอสอบประมวลความร ตามว น และเวลา ท บ ณฑ ตว ทยาล ยเป นผ ก าหนด 3) การสอบประมวลความร ประกอบด วยว ชาบ งค บท กว ชา 4) น กศ กษาม ส ทธ สอบประมวลความร 2 คร ง แต ไม เก นระยะเวลาการศ กษา บ ณฑ ตว ทยาล ยจะต งคณะกรรมการสอบประมวลความร ประกอบด วยอาจารย ประจ าและ ผ ทรงค ณว ฒ นอกสถาบ น รายละเอ ยดอ นๆตามประกาศของว ทยาล ย 11 หล กเกณฑ การให รห สว ชาในหล กส ตร หล กท X X X X X หล กท 1 ค อ หมวดว ชา / บ ณฑ ตว ทยาล ย บ ณฑ ตว ทยาล ยระด บปร ญญาโท รห ส 7 หล กท 2 ค อ รห สหล กส ตร หล กส ตรศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารการศ กษา รห ส 6 หล กท 3 ค อ ว ชาบ งค บ / กล มว ชา กล มว ชาบ งค บ รห ส 5 กล มว ชาเล อกการบร หารสถานศ กษา รห ส 4 กล มว ชาเล อกการบร หารการศ กษา รห ส 3 กล มว ชาเล อกอ นๆท วไป รห ส 2 กล มหมวดว ทยาน พนธ และการศ กษาอ สระ รห ส 1 หล กท 4, 5 ค อ ล าด บรายว ชาภายในคณะ เร มต งแต 00, 01, 02, 03,, สถานท และอ ปกรณ การสอน สถานท และอ ปกรณ การสอนท ใช ในการจ ดการเร ยนการสอนในหล กส ตรศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาบร หาร การศ กษา ท ม อย แล วและท ต องการเพ มในอนาคต ด งรายละเอ ยดต อไปน 1 อาคารสถานท ท ม อย แล ว จ านวน 1 อาคาร ได แก อาคารเร ยน 9 2 อาคารสถานท ท ต องการเพ มในอนาคต จ านวน 1 อาคาร
57 ล าด บท ช อรายการคร ภ ณฑ จ านวนท ม จ านวนท ต องการเพ ม 1 อาคารเร ยน อาคารเร ยน 9-2 ห องสม ด 1 ห อง - 3 ห องประช ม 1 ห อง - 4 ห องอาหาร 1 ห อง - 5 ห องสโมสรน กศ กษา 1 ห อง - 6 ห องเร ยน 4 ห อง 4 ห อง 7 ห องคณบด 1 ห อง - 8 ห องพ กอาจารย 1 ห อง 1 ห อง 9 ห องส าน กงาน 1 ห อง - 10 ห องปฏ บ ต การคอมพ วเตอร 2 ห อง 1 ห อง 11 ศ นย หน งส อ - 1 ห อง 12 ศ นย พ ฒนาบ คลากร - 1 ห อง 13 ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา - 1 ห อง 14 เคร องคอมพ วเตอร 80 เคร อง 40 เคร อง 15 เคร องคอมพ วเตอร ส าน กงาน 2 เคร อง 4 เคร อง 16 เคร องพร นเตอร 1 เคร อง 1 เคร อง 13 ห องสม ด จ านวนหน งส อและเอกสารท เก ยวข องในสาขาว ชาท ม ในห องสม ดและท ต องการเพ ม จ านวนหน งส อท ม ในห องสม ด จ านวนท ต องการเพ ม ประเภท/รายการ จ านวนเล ม/รายการ ประเภท/รายการ จ านวนเล ม/รายการ หน งส อภาษาไทย 5459 หน งส อภาษาไทย 500 หน งส อภาษาอ งกฤษ 396 หน งส อภาษาอ งกฤษ 300 วารสารภาษาไทย 36 วารสารภาษาไทย 10 วารสารภาษาอ งกฤษ 15 วารสารภาษาอ งกฤษ 5 ส ออ เล กทรอน กส 162 ส ออ เล กทรอน กส การประก นค ณภาพของหล กส ตร การด าเน นงานประก นค ณภาพของหล กส ตรตามแนวทางและระบบประก นค ณภาพการศ กษาของบ ณฑ ตว ทยาล ย ว ทยาล ย เช ยงราย ค อ จ ดให ม (1) ระบบการควบค มค ณภาพ (Quality Control) ได แก ก าหนดมาตรฐานตามเกณฑ การประก นค ณภาพ หล กส ตรและน กศ กษาของว ทยาล ย และการพ ฒนาเพ อเข าส มาตรฐาน (2) ระบบการตรวจสอบค ณภาพ (Quality Audit) ได แก การ ตรวจสอบหล กส ตรก บมาตรฐานท ก าหนดไว และการปร บปร งตามเกณฑ มาตรฐาน รวมท งการรายงานผลการตรวจสอบประก น
58 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา ค ณภาพหล กส ตร และ (3) ระบบการประเม นค ณภาพ (Quality Assessment) ได แก การขอร บปร ญญา หร อการประเม นค ณภาพ หล กส ตรตามเกณฑ มาตรฐานท เก ยวข อง การด าเน นงานตามแนวทางของประกาศกระทรวงศ กษาธ การ เร อง เกณฑ มาตรฐานหล กส ตรระด บบ ณฑ ตศ กษา พ.ศ เก ยวก บการประก นค ณภาพของหล กส ตร ซ งประกอบด วยประเด นหล ก 4 ประเด น ค อ (1) การบร หารหล กส ตร (2) ทร พยากร ประกอบการเร ยนการสอน (3) การสน บสน นและการให ค าแนะน าน กศ กษา และ (4) ความต องการของตลาดแรงงาน ส งคม และ/ หร อความพ งพอใจของผ ใช บ ณฑ ต รวมท งการด าเน นงานตามแนวทางเก ยวก บการประก นค ณภาพของหล กส ตรของว ทยาล ย เช ยงราย และของบ ณฑ ตว ทยาล ย โดยก าหนดมาตรฐานและแนวทางการด าเน นงานแต ละประเด น ด งรายละเอ ยดด งต อไปน 1 การบร หารหล กส ตร หล กการส าค ญของการบร หารหล กส ตร ค อ ม งเน นความส าค ญของน กศ กษา เน นการม ส วนร วมและความพ ง พอใจของผ ม ส วนได เส ย และเน นการปร บปร งพ ฒนากระบวนการอย างต อเน อง รวมท งการด าเน นงานตามแนวทางเก ยวก บการ บร หารหล กส ตรของบ ณฑ ตว ทยาล ยและว ทยาล ยเช ยงราย โดยก าหนดมาตรฐานและแนวทางการด าเน นงานด งต อไปน กระบวนการบร หารหล กส ตร ด าเน นการตามหล กการและแนวทางการบร หารค ณภาพ (Quality Management) โดยใช กระบวนการบร หารแบบ PDCA ซ งม ข นตอนส าค ญค อการวางแผน (Plan) การลงม อปฏ บ ต ตามแผน (Do) การตรวจสอบ (Check) และการปร บปร งแก ไข (Act) ด งรายละเอ ยดต อไปน 1.1 การวางแผน การวางแผน หมายถ ง การเตร ยมความพร อม การว เคราะห หล กส ตร การก าหนดเป าหมายและแนว ทางการด าเน นงานเก ยวก บหล กส ตรไว ล วงหน า รวมท งการจ ดโครงสร างองค กรและการจ ดสรรทร พยากรด วย โดยด าเน นก จกรรม ด งน 1) เตร ยมความพร อม ได แก การเตร ยมการเก ยวก บข อม ลบ คลากรและทร พยากรต างๆในการใช และ การพ ฒนาหล กส ตร 2) ศ กษาข อม ลเบ องต น ได แก การว เคราะห และศ กษาผลการประเม นหล กส ตรเพ อการใช และการ พ ฒนาหล กส ตร 3) ด าเน นการก าหนดเป าหมายเก ยวก บหล กส ตร โดยด าเน นการก าหนดให สอดคล องก บปร ชญา และว ตถ ประสงค ของหล กส ตร และแผนพ ฒนาว ทยาล ยและบ ณฑ ตว ทยาล ย 4) ก าหนดว ธ การด าเน นงาน โดยก าหนดว ธ การ และโครงการหร อก จกรรมการด าเน นงานเพ อให บรรล เป าหมายท ก าหนดไว 5) จ ดโครงสร างและระบบบร หารหล กส ตร โดยจ ดท าแผนภ ม โครงสร างและค าส งการแต งต ง คณะกรรมการบร หารหล กส ตร จ ดแบ งส วนงาน ก าหนดหน าท และขอบข ายงานท ช ดเจน การใช ข อม ลจากแต ละหน วยงานเพ อการ บร หารจ ดการหล กส ตร และการบร หารโดยเน นการม ส วนร วมของบ คลากร 6) จ ดอาจารย ประจ าหล กส ตร ได แก อาจารย ผ ร บผ ดชอบหล กส ตร และอาจารย ผ สอนตามเกณฑ มาตรฐานและเป าหมายท ก าหนดไว โดยจ ดระบบการร บและค ดเล อกอาจารย ประจ าหล กส ตร จ ดท าฐานข อม ลรายช อและค ณว ฒ อาจารย ในหล กส ตรท งอาจารย ประจ าและอาจารย พ เศษในแต ละภาคการศ กษา จ ดอาจารย ท ม ค ณสมบ ต ครบถ วนในการท าหน าท อาจารย ผ ร บผ ดชอบหล กส ตร ก าหนดแนวทางและหล กเกณฑ การต ดตามประเม นผลอาจารย ประจ าหล กส ตร และการน าผลการ ประเม นมาปร บปร งเพ อร กษามาตรฐานและค ณภาพการศ กษา
59 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา 7) พ ฒนาคณาจารย ผ สอน โดยม งเน นให คณาจารย ม การพ ฒนาตนเองให เป นต วอย างท เป นร ปธรรม สามารถสร างแรงบ นดาลใจให แก ศ ษย ม ความเป นก ลยาณม ตรก บเพ อนร วมงาน น กศ กษาและบ คคลท วไป โดยใช แนวทางการ พ ฒนาค อ การม ส วนร วมในงานของคณะการพ ฒนาตนเอง การพ ฒนาว ชาช พ การสร างเสร มความร ด านว ชาช พ และการเร ยนร ตลอด ช ว ต 1.2 การลงม อปฏ บ ต ตามแผน การลงม อปฏ บ ต ตามแผน หมายถ ง การลงม อปฏ บ ต ตามระบบและกระบวนการ ว ธ การ และโครงการหร อ ก จกรรมท วางไว ให บรรล ผลและเป นไปตามปร ชญาและว ตถ ประสงค ของหล กส ตรและการน าหล กส ตรไปใช ตามแผน/ว ธ การ/ก จกรรม และโครงสร างท ก าหนดไว โดยด าเน นก จกรรม ด งน 1) จ ดระบบการร บด าเน นการค ดเล อกน กศ กษา โดยจ ดท าแผนงาน ว ธ การปฏ บ ต งานระบบการค ดเล อก อย างม ประส ทธ ภาพ การประเม นระบบการค ดเล อกน กศ กษาท กป การปร บปร งระบบการค ดเล อกน กศ กษา การก าหนดจ านวนน กศ กษา เข าเร ยนในหล กส ตรตามแผนการร บเข าศ กษาท กป การศ กษา การก าหนดค ณสมบ ต ของผ เข าเร ยน การทดสอบความร และการก าหนด เป าหมายจ านวนบ ณฑ ตท จบการศ กษาตามเวลาท ก าหนดในหล กส ตรไม ต ากว า 95% ของจ านวนท ร บเข า 2) ออกแบบและด าเน นการจ ดการเร ยนการสอน ตามระบบและแบบแผนของหล กส ตร โดยม การจ ดท า โครงการสอนระยะยาวไว ล วงหน า โครงการสอนระยะยาวม การกระจายรายว ชาและจ ดล าด บก อนหล งไว อย างเหมาะสมม การจ ดท าแนว การสอนร วมก น ม การวางแผนการประเม นผลร วมก นในหม ของ ผ ร บผ ดชอบการสอนรายว ชาเด ยวก น ม การประสานงานให เก ดความ ร วมม อในการใช ทร พยากรภายในและภายนอกว ทยาล ย ม การออกแบบกระบวนการส งเกต การส มภาษณ จากแหล งเร ยนร ในสถานการณ จร ง การม ส วนร วมในการประเม นการเร ยนร ของน กศ กษาหร อบ คคลอ น 3) ออกแบบการจ ดการเร ยนร ในรายว ชา โดยรายว ชาในหล กส ตรม ล กษณะบ รณาการและก าหนดความร สมรรถนะและประสบการณ ไว เป นแนวทางส าค ญ การจ ดการเร ยนร จ งควรด าเน นการ โดยคณะผ สอนหร อคณะกรรมการท ต องร วมม อก น ขยายรายละเอ ยดเป นแผนการจ ดการเร ยนร ให ม ค ณล กษณะส าค ญค อ (1) จ ดเป นหน วยการเร ยนร ท ระบ ผลล พธ ท เป นสาระและสมรรถนะ การเร ยนร รวมท งก จกรรม ส อการเร ยนร และการประเม นให ม ความเหมาะสมก บเวลา (2) ก าหนดภาระงานเป นรายบ คคลหร อรายบ คคล หร อรายกล มให ช ดเจนโดยเฉพาะการจ ดท าโครงงานการแก ป ญหา การฝ กท กษะ และการน าเสนอผลงานของน กศ กษา (3) การตรวจสอบ ความก าวหน าของการเร ยนร เพ อการปร บปร ง (4) การออกแบบกระบวนการ การส งเกต การส มภาษณ จากแหล งเร ยนร ในสถานการณ จร ง (5) การม ส วนร วมในการประเม นการเร ยนร ของน กศ กษาหร อบ คคลอ น (6) การก าหนดต วช ว ดและเกณฑ การประเม น และ (7) การเท ยบ โอนประสบการณ การเร ยนร (ถ าม ) 4) พ ฒนาแหล งการเร ยนร และการใช เทคโนโลย โดยม การเตร ยมการในเร องส าค ญ การสร างบทเร ยนเพ อ การเร ยนร ด วยตนเอง การจ ดท าค ม อการเร ยนร การเตร ยมฐานข อม ลและเคร อข าย การทดลองและการพ ฒนาส อหร อนว ตกรรม อ ปกรณ เคร องม อ ส าหร บการเร ยนร ภ ม ป ญญาท องถ น สถานศ กษา และช มชน 5) ให บร การด านหล กส ตร โดยประกาศการให บร การและก าหนดการให บร การท เป นลายล กษณ อ กษร ด าเน นการให บร การและประสานงานก บบ คคลและหน วยงานท เก ยวข องให ได ร บความสะดวกรวดเร ว 1.3 การตรวจสอบ การตรวจสอบ หมายถ ง การต ดตาม น เทศ ก าก บและว ดผลการด าเน นงานรวมท งการประเม นผลการ ด าเน นงานเก ยวก บหล กส ตรและการน าหล กส ตรไปใช เพ อศ กษาสภาพป ญหากระบวนการ ผล และค ณค าของการปฏ บ ต งาน ได แก 1) ต ดตาม น เทศ และก าก บการด าเน นงานตามแผนท ก าหนดไว
60 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา 2) ด าเน นการศ กษา รวบรวมข อม ล โดยจ ดท าเคร องม อเก บรวบรวมข อม ล ความค ดเห นของผ ใช บร การ รวมท งการประเม นการสอนของคณาจารย 3) ประเม นผลการจ ดการเร ยนร ในรายว ชาและการศ กษาตลอดหล กส ตร ตามแผนและว ธ การด าเน นงานท ก าหนดและจ ดท าข นในข นการวางแผนและการลงม อปฏ บ ต 4) ว เคราะห และประเม นผลการด าเน นงาน โดยเท ยบก บเป าหมายว ตถ ประสงค และปร ชญาของหล กส ตร รวมท งเกณฑ มาตรฐานท เก ยวข อง 1.4 การปร บปร งแก ไข การปร บปร งแก ไข หมายถ ง การปฏ บ ต การแก ไข ปร บปร งและพ ฒนาการด าเน นงานการพ ฒนาหล กส ตร และการใช หล กส ตร จากผลการตรวจสอบและการประเม นผลการปฏ บ ต งาน ได แก 1) ด าเน นการปร บปร งหล กส ตร การจ ดการเร ยนการสอน และการให บร การรวมท งว ธ การและโครงการ หร อก จกรรมเก ยวก บหล กส ตรและการเร ยนการสอนอย างเป นระบบโดยน าผลการตรวจสอบและผลการประเม นไปใช เป นแนวทางในการ ปร บปร งแก ไข 2) ด าเน นงานตามแนวทางท ปร บปร งและพ ฒนาข น 2 ทร พยากรประกอบการเร ยนการสอน การจ ดทร พยากรประกอบการเร ยนการสอน เน นความหลากหลาย ความเหมาะสมก บผ เร ยน และความม ประส ทธ ภาพ และประส ทธ ผล รวมท งการใช ทร พยากรร วมก นภายในบ ณฑ ตว ทยาล ย ภายในว ทยาล ย และระหว างสถาบ นการศ กษา ทร พยากรประกอบการเร ยนการสอนท ส าค ญ ค อ บ คลากร งบประมาณ อาคาร สถานท คร ภ ณฑ และอ ปกรณ การเร ยน ว สด และส อการเร ยนการสอน ป จจ ยเก อหน นด านระบบสารสนเทศ และแหล งเร ยนร ต าราและเอกสารประกอบหล กส ตรและการเร ยน การสอน ท ม ค ณล กษณะตามเกณฑ มาตรฐานหล กส ตรและเกณฑ การร บรองปร ญญาทางการศ กษา โดยก าหนดมาตรฐานและแนวทางการ ด าเน นงาน ด งต อไปน 2.1 บ คลากร บ คลากร หมายถ ง บ คลากรสายสน บสน นว ชาการท งด านงานธ รการและงานบร การอ นๆ โดยจ ดให บ คลากร ท งหมดของบ ณฑ ตว ทยาล ยม ส วนร วมสน บสน นว ชาการท งด านงานธ รการและงานบร หารอย างเพ ยงพอ และม การก าหนดบทบาทหน าท และความร บผ ดชอบอย างช ดเจน 2.2 งบประมาณ งบประมาณ หมายถ ง รายร บ และค าใช จ ายเก ยวก บหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด าเน นตามระบบ งบประมาณ ระเบ ยบ และแผนงานของบ ณฑ ตว ทยาล ย และว ทยาล ยเช ยงราย 2.3 อาคารสถานท อาคารสถานท หมายถ ง อาคารเร ยน ห องเร ยน ห องประกอบการเร ยนและสถานท ส าหร บการจ ดก จกรรม รวมท งการใช ช ว ตในว ทยาล ยของน กศ กษา ได แก อาคารสถานท ท งหมดของว ทยาล ย โดยด าเน นการ ค อจ ดห องเร ยนเพ อให เพ ยงพอก บ จ านวนน กศ กษาท งภาคทฤษฎ และภาคปฏ บ ต พ ฒนาค ณภาพของห องเร ยนท งภาคทฤษฎ และภาคปฏ บ ต ให อย ในเกณฑ ด การปร บปร ง อาคารสถานท การประเม นความพ งพอใจทางด านอาคารสถานท และการน าผลการประเม นมาปร บปร งอาคารสถานท
61 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา 2.4 คร ภ ณฑ และอ ปกรณ การเร ยนการสอน คร ภ ณฑ และอ ปกรณ การเร ยนการสอน หมายถ ง เคร องม อ เคร องใช และส งของท ใช ส าหร บการจ ดการเร ยน การสอน ของบ ณฑ ตว ทยาล ยและของว ทยาล ย โดยด าเน นการค อจ ดให ม การใช คร ภ ณฑ และอ ปกรณ ท งหมดร วมก นเพ อให เพ ยงพอก บ ผ ใช งาน จ ดการด แลคร ภ ณฑ อย างด ไม ช าร ดเส ยหาย และค ณภาพของอ ปกรณ การเร ยนและการว จ ยอย ในระด บด การจ ดงบประมาณ ซ อมแซมคร ภ ณฑ และบ าร งร กษาอ ปกรณ การประเม นผลความพ งพอใจด านคร ภ ณฑ และ อ ปกรณ การเร ยนและการว จ ย การบ นท กการใช งานของอ ปกรณ การเร ยนและการว จ ย การน าผลการประเม นมาปร บปร งด านคร ภ ณฑ 2.5 ว สด และส อการเร ยนการสอน ว สด และส อสารการเร ยนการสอน หมายถ ง ส งของส นเปล อง และส อท ใช จ ดและใช ประกอบการเร ยนการ สอน ด าเน นการ โดยม การส ารวจความต องการใช ว สด ของอาจารย ผ สอน จ ดระบบการจ ดซ อว สด อย างม ประส ทธ ภาพ จ ดหาจ านวนว สด เพ มเต มให ม เพ ยงพอก บความต องการ และจ ดระบบการควบค มการใช ว สด และการประเม นการใช ว สด อย างม ประส ทธ ภาพ 2.6 ป จจ ยเก อหน นด านระบบสารสนเทศและแหล งเร ยนร ป จจ ยเก อหน นด านระบบสารสนเทศและแหล งเร ยนร หมายถ ง ระบบข อม ลและสารสนเทศเพ อการเร ยนร ด าเน นการให ม บร การด านข อม ลสารสนเทศและระบบคอมพ วเตอร การพ ฒนาระบบสารสนเทศเพ อใช งานในฝ ายต างๆ การจ ดส อเพ อ ประชาส มพ นธ ข อม ล ข าวสาร การเช อมต อระบบสารสนเทศส ภายนอก และการด แลและซ อมบ าร งระบบคอมพ วเตอร ท เป นป จจ บ น สร างเคร อข ายความร วมม อก บหน วยงานในท องถ น เพ อเป นแหล งเร ยนร 2.7 ต าราและเอกสารประกอบหล กส ตรและการเร ยนการสอน ต าราและเอกสารประกอบหล กส ตรการเร ยนการสอน หมายถ ง ต าราและเอกสารประกอบการเร ยนการสอน ของคณาจารย โดยด าเน นการผล ตและจ ดหาเอกสารประกอบการสอนหร อต าราหล กประกอบการศ กษาค นคว าด วยตนเอง 3 การสน บสน นและการให ค าแนะน าน กศ กษา การสน บสน นและการให ค าแนะน าน กศ กษาเน นกระบวนการเร ยนร การแลกเปล ยนเร ยนร และการจ ดการความร ของ น กศ กษาและคณาจารย โดยด าเน นการก าหนดแนวทางค ณล กษณะ และบทบาทของผ เก ยวข องในการสน บสน นและการให ค าปร กษา ค อ อาจารย ท ปร กษาและระบบการสน บสน นการเร ยนการสอน โดยก าหนดมาตรฐานและแนวทางการด าเน นงานด งต อไปน 3.1 อาจารย ท ปร กษา อาจารย ท ปร กษาด าเน นการตามเกณฑ มาตรฐานหล กส ตรระด บบ ณฑ ตศ กษา พ.ศ ตามประกาศ กระทรวงศ กษา และด าเน นการเพ มเต ม ด งน 1) หล กส ตรก าหนดให น กศ กษาท กคนม อาจารย ท ปร กษา ตลอดระยะเวลา 1 ป หร อตลอดระยะเวลา ท น กศ กษาอย ในหล กส ตร เพ อให ค าแนะน าในการลงทะเบ ยน ตลอดจนให ค าแนะน าและความช วยเหล อในกรณ ท น กศ กษาประสบ ป ญหาในการเร ยนและป ญหาอ นๆ ท อาจส งผลกระทบต อการเร ยน 2) ม การแต งต งอาจารย ท ปร กษาทางว ชาการ 3) ม การก าหนดภาระหน าท อาจารย ท ปร กษาในการค าแนะน าก บน กศ กษา 4) อาจารย ท ปร กษาทางว ชาการม ความร ความสามารถในการให ค าปร กษาได 5) ม การจ ดระบบการต ดตามผลการให ค าปร กษา 6) ม การประเม นอาจารย ท ปร กษาทางว ชาการ 7) ม การน าผลการประเม นมาปร บปร งระบบการให ค าปร กษา
62 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา 3.2 ระบบสน บสน นการเร ยนการสอน 1) ม นโยบาย/แผนงานการพ ฒนาศ กษาให ม การพ ฒนาให ม การด าเน นช ว ตอย างม ค ณภาพท งด าน ร างกาย จ ตใจ อารมณ ส งคมและสต ป ญญา 2) ม การจ ดท าโครงการและด าเน นก จกรรมโดยน กศ กษาม ส วนร วม 3) จ ดให ม ฝ ายบร การว ชาการ ท จะให ค าแนะน าแก น กศ กษาในการแก ป ญหาต างๆ และประสานงาน รวมถ งให ข อม ลในการเร ยน 4) ม การต ดตามข อม ลการเร ยนของน กศ กษาอย างต อเน อง และแจ งผลการเร ยนในแต ละป ของ น กศ กษาให ผ ปกครองทราบ เพ อให ผ ปกครองได ใช เป นข อม ลในการด แลและส งเสร มน กศ กษาในปกครองของตนเองต อไป 5) ม ท นอ ดหน นน กศ กษาท ขาดแคลนท นทร พย 6) ด าเน นการให ท นก ย มเพ อการศ กษาตามนโยบายของร ฐบาล 4 ความต องการของตลาดแรงงาน ส งคม และ/หร อความพ งพอใจของผ ใช บ ณฑ ต ความต องการของตลาดแรงงาน ส งคม และ/หร อความพ งพอใจของผ ใช บ ณฑ ตด าเน นการศ กษา รวบรวม และ ว เคราะห ข อม ลความต องการของตลาดแรงงาน ส งคม และ/หร อความพ งพอใจของผ ใช บ ณฑ ต และด าเน นงานด านหล กส ตรให สอดคล อง ก บความต องการของตลอดแรงงาน ส งคม และ/หร อความพ งพอใจของผ ใช บ ณฑ ต การด าเน นงานเก ยวก บความต องการของตลาดแรงงาน ส งคม และ/หร อความพ งพอใจของผ ใช บ ณฑ ต โดยก าหนด มาตรฐานข อม ลและแนวทางการด าเน นงานด งต อไปน 4.1 ความร วมม อก บส งคม ความร วมม อก บส งคม ด าเน นการโดยร วมม อก บท กภาคส วนในส งคมเพ อพ จารณาข อม ลและแนวโน มความ ต องการของตลาดแรงงาน ส งคม และ/หร อความพ งพอใจของผ ใช บ ณฑ ต ได แก การก าหนดนโยบายและแผนความร วมม อก บภาคเอกชน หร อสถาบ นอ ดมศ กษารวมท งการจ ดโครงการความร วมม อก บภาคเอกชนหร อสถาบ นอ ดมศ กษาอ น การปร บปร งนโยบายและแผนงาน ให เป นโครงการท ท นสม ยสอดคล องก บสถานการณ ป จจ บ น 4.2 การศ กษาความต องการของตลาดแรงงานและส งคม การศ กษาความต องการของตลาดแรงงานและส งคม โดยจ ดท าโครงการส ารวจความต องการตลาดแรงงาน พ ฒนาเคร องม อด าเน นการส ารวจความต องการของตลาดแรงงาน การประช มส มมนาระหว างภาคการตลาดแรงงานก บสถาบ น และการ ด าเน นงานต ดตามแนวโน มความต องการของตลาดแรงงานอย างต อเน อง 4.3 การศ กษาความพ งพอใจของผ ใช บ ณฑ ต การศ กษาความพ งพอใจของผ ใช บ ณฑ ต ด าเน นการโดยจ ดท าเป นนโยบายและแผนงาน/โครงการท ช ดเจน พ ฒนาเคร องม อเก บรวบรวมระด บความพ งพอใจของนายจ าง/ผ ประกอบการ/ผ ใช บ ณฑ ต การส ารวจและการว เคราะห ผลแจ งให เก ยวข อง ด านการบร หารหล กส ตรทราบ รวมท งม การประเม นผลหล กส ตร โดยส ารวจข อม ลจากบ ณฑ ตท ส าเร จการศ กษาแล ว และส ารวจความพ ง พอใจของผ ใช บ ณฑ ต เพ อน าผลการประเม นมาใช ปร บปร งหล กส ตรและจ ดก จกรรมเสร มให ก บน กศ กษา เพ อปร บปร งจ ดอ อนของบ ณฑ ต
63 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา 5 การพ ฒนาหล กส ตร การพ ฒนาหล กส ตร ด าเน นการตามเกณฑ การร บรองปร ญญาทางการศ กษาของค ร สภา และตามแนวทางของ ประกาศกระทรวงศ กษาธ การเร องเกณฑ มาตรฐานหล กส ตรระด บบ ณฑ ตศ กษา พ.ศ เก ยวก บการพ ฒนาหล กส ตร ซ ง ประกอบด วยประเด นหล ก 2 ประเด น ค อ (1) การพ ฒนาหล กส ตร และ (2) การประเม นหล กส ตร รวมท งการด าเน นงานตามแนวทาง เก ยวก บการพ ฒนาหล กส ตรของบ ณฑ ตว ทยาล ยและว ทยาล ยเช ยงราย ด งต อไปน 5.1 การพ ฒนาหล กส ตร การพ ฒนาหล กส ตร ด าเน นการโดยใช แนวทางและหล กเกณฑ ด งต อไปน ก าหนดด ชน บ งช มาตรฐานและค ณภาพการศ กษาส าหร บหล กส ตร ด าเน นการก าหนดด ชน บ งช มาตรฐานและค ณภาพการศ กษา โดยจ าแนกเป น 2 ด าน ค อมาตรฐานการ บร หารและการจ ดการ และมาตรฐานว ชาการ ด งรายละเอ ยดต อไปน 1) ด านมาตรฐานการบร หารและการจ ดการ ได แก ม นโยบายและกลย ทธ ท ใช เป นท ศทางการบร หารจ ดการสอดคล องก บความต องการของ คร และท องถ นและประเทศ ม ระบบประก นค ณภาพการผล ตคร ท จะสร างความม นใจได ว าจะผล ตคร ท ม ค ณภาพตรง ตามความต องการของส งคม ม ระบบบร หารจ ดการการเง นท ด และม ประส ทธ ภาพ ม ระบบบร หารงานบ คคลท ม งพ ฒนาคนและพ ฒนางานให ม ประส ทธ ภาพ ม ระบบข อม ลสารสนเทศเพ อการผล ตและพ ฒนาคร ท เพ ยงพอและท นสม ย ก าหนดปฏ ท นปฏ บ ต การพ ฒนาหล กส ตรรวมท งก จกรรมและผ ร บผ ดชอบ ด าเน นการพ ฒนาหล กส ตร ตามแผนท ก าหนดไว ประชาพ จารณ หล กส ตร โดยผ ท เก ยวข อง เพ อร บฟ งความเห นและให ข อเสนอแนะในการ พ ฒนาหล กส ตร ขอความเห นชอบหล กส ตรและขอร บปร ญญา จากคณะกรรมการและหน วยงานท เก ยวข องแต ละระด บ ระด บคณะ ระด บสถาบ น ระด บส าน กงานคณะกรรมการการอ ดมศ กษา และระด บองค กรว ชาช พค ร สภา ตาม เง อนไขของเกณฑ มาตรฐาน ประกาศใช หล กส ตรใหม ตามความเห นชอบของคณะกรรมการท ม อ านาจหน าท หร อท เก ยวข อง การประเม นหล กส ตร การประเม นหล กส ตร ด าเน นตามหล กเกณฑ และแนวทางด งต อไปน เกณฑ การประเม นหล กส ตร เกณฑ การประเม นหล กส ตร จ ดให ม การประเม นเพ อพ ฒนาหล กส ตรอย างต อเน องท ก 5 ป ตามด ชน บ งช มาตรฐานและค ณภาพการศ กษาด งกล าวข างต น
64 ว ทยาล ยเช ยงราย CHIANGRAI COLLEGE บ ณฑ ตว ทยาล ย สาขาว ชาบร หารการศ กษา กระบวนการประเม นหล กส ตร กระบวนการประเม นหล กส ตร ด าเน นการตามแนวทางและกระบวนการประเม นหล กส ตรของบ ณฑ ตว ทยาล ย และว ทยาล ยเช ยงราย โดยม ข นตอนส าค ญด งน 1) แต งต งคณะกรรมการประเม นหล กส ตร ซ งประกอบด วยผ ท เก ยวข องท กระด บท กฝ าย 2) ก าหนดเป าหมายการประเม นหล กส ตร ตามเกณฑ มาตรฐานหล กส ตรท งในด านเน อหาและระยะเวลาในการ ประเม นหล กส ตร 3) ก าหนดปฏ ท นการประเม นหล กส ตรท งในด านก จกรรม ผ ร บผ ดชอบและงบประมาณท ใช 4) ด าเน นการประเม นหล กส ตร ตามแผนท ก าหนดไว 5) ตรวจสอบและน าเสนอผลการประเม นหล กส ตรต อคณะกรรมการหร อหน วยงานท เก ยวข องท งระด บคณะ และระด บว ทยาล ย รวมท งหน วยงานท เก ยวข อง
ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง
แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)
สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ
การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร
มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.
มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค
แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗
แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.
รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...
มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว
หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ
หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด
กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา
กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา ๒๓๑ แนวค ด กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษาเป นหน วยงานท สร างความเข มแข ง การบร หารด านว ชาการ ด านงบประมาณ ด านการบร
๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท
๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก
แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔
แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก
โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล
มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม
ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร
ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว
แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท
ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************
แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร
19 สนว. แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน ก มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร องค ประกอบ จ ดแข ง แนวทางเสร มจ ดแข ง จ ดท ควรพ ฒนา ข อเสนอแนะในการปร บปร ง หล กฐาน/โครงการ
แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กส ตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร
แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กสตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร *จ าเป น ตอนท ข อม ลท วไป ค าช แจง กรณาเล อกในช องท ตรงก บความเป นจร งของท าน สถานภาพ * ค าช แจง อาจารย ประจ าหล กส
แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร
แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท
แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555
1 แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2555 2 แผนการจ ดการความร : การจ ดการความร เก ยวก บการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ พ นธก จ : การผล ตบ ณฑ ต กลย ทธ ท 1.2 : การพ ฒนาการเร ยนการสอนเพ อพ ฒนาค ณภาพน
แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net)
1 แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา () การประเม นการบร หารจ ดการศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาระด บสถานศ กษา เพ อให การด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาม ประส ทธ ภาพย งข น และน าไปส การพ ฒนาค
รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553)
รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการ ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการ ต วช ว ด เป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช จ ดประช มเพ อทบทวนแผนการจ ดการ
โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน
หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท
ค ม อหล กส ตร สาขาว ชาการบร หารการศ กษา ภาคว ชาบร หารการศ กษาและอ ดมศ กษา คณะศ กษาศาสตร
ค ม อหล กส ตร สาขาว ชาการบร หารการศ กษา ภาคว ชาบร หารการศ กษาและอ ดมศ กษา คณะศ กษาศาสตร 1. ช อหล กส ตร ภาษาไทย ศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ต (การบร หารการศ กษา) ภาษาอ งกฤษ Master of Education Program in Educational
รายงานผลการประเม นมาตรฐาน
ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต
ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.
ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ย ทธศาสตร ย ทธศาสตร ท 1 เสร มสร างจ ตส าน กและ ค าน ยมให หน วยงาน บร หารงานตาม หล
บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)
ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน
สายเทคน คการศ กษา โปรแกรมว ชาการบร หารการศ กษา ระด บปร ญญาตร (หล งอน ปร ญญา)
458 สายเทคน คการศ กษา โปรแกรมว ชาการบร หารการศ กษา ระด บปร ญญาตร (หล งอน ปร ญญา) จ ดประสงค เฉพาะ 1. เพ อให ผ ศ กษาเก ดความร ความเข าใจทฤษฎ และหล กการของการบร หารการศ กษา สามารถ ประย กต ทฤษฎ การบร หารไปใช
ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...
ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************
ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.
4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร
การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.
การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด
รายงานผลการประเม นมาตรฐาน
ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ
รายละเอ ยดของรายว ชา หมวดท 1 ข อม ลท วไป
รายละเอ ยดของรายว ชา ช อมหาว ทยาล ย ว ทยาเขต/คณะ/ภาคว ชา มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนส น นทา คณะคร ศาสตร หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1 รห สและช อรายว ชา EDU104 Innovation and Information Technology in Education จ านวนหน
ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา
ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ
เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง
แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต
แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม
(ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท
ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.
ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.1 ค ณธรรม และจร ยธรรมในการดาเน นช ว ต 3.8 1.2 ม จ ตสาธารณะ 3.9 1.ผลรวมด านค ณธรรม
แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร
แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า จ ดท าโดย กล มการเจ าหน าท ส าน กเลขาน การกรม แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า ในป
แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร
(แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ
แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.
แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค
แผนการจ ดการความร ป 2555-2557 สาขาบร หารการศ กษา Show and share
แผนการป 2555-2557 Show and share ล าด บ ก จกรรม ก าหนดการด าเน นงาน ระยะเวลา ต วช ว ด เป าหมาย 1. ก จกรรมท 1 การบ งช 1.1 การประช มช แจงประกาศ และค าส งนโยบายการจ ดการ เคร องม อท ใช ในการ สน บสน นประเด
คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒
เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ
ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม
ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ
หน า ๔๓ เล ม ๑๓๐ ตอนพ เศษ ๑๕๖ ง ราชก จจาน เบกษา ๑๒ พฤศจ กายน ๒๕๕๖
หน า ๔๓ ประกาศคณะกรรมการค ร สภา เร อง สาระความร สมรรถนะและประสบการณ ว ชาช พของผ ประกอบว ชาช พคร ผ บร หารสถานศ กษา ผ บร หารการศ กษา และศ กษาน เทศก ตามข อบ งค บค ร สภา ว าด วยมาตรฐานว ชาช พ พ.ศ. ๒๕๕๖ อาศ
วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.
5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก
แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ
แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร
แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด
แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด กระบวนการจ ดการความร (Knowledge Management process) 1.การบ งช ความร บ งช ความร ท จ าเป
แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช
แผนการจ ดการ ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช A1 เป าหมาย เป าหมาย ต วช ว ด เกณฑ ป 2556 จานวนประด นท สาขาว ชาศ กษาศาสตร กาหนด ครอบคล
และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ
1. ว ตถ ประสงค เพ อให ว ทยาล ยม ระบบค ณภาพและบ คลากรท กฝ ายร วมก นต งปณ ธาน ความม งหว งท จะพ ฒนาว ทยาล ยไปส ความสาเร จ โดยร วมก นระดมพล งป ญญา และแรง บ นดาลใจสร างภาพท พ งประสงค ของว ทยาล ย โดยร วมก นกาหนด
3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน
คณะผ บร หารการคล งประจ าจ งหว ดน าน โครงการเพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านรายจ ายและการบร หารจ ดการหน หล กส ตร เพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านการบร หารจ ดการหน 1. หล กการและเหต ผล ตามท ท มเฉพาะก จวาย
รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด
130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ
แผนพ ฒนาบ คลากร ศ นย การศ กษาว ทยาล ยทองส ข พ ษณ โลก ป งบประมาณ 2555
แผนพ ฒนาบ คลากร ศ นย ว ทยาล ยทองส ข พ ษณ โลก ป งบ 2555 กลย ทธ โครงการ/ก จกรรม และการงบ 2555 เป าประสงค ต วช ว ด กลย ทธ โครงการ/ก จกรรม 1.พ ฒนาสมรรถนะ และท กษะของ บ คลากรตาแหน ง ท สามารถ ตอบสนอง ย ทธศาสตร
ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ
แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด
มาตรฐานท 15 สถานการศ กษาม การจ ดก จกรรมส งเสร มค ณภาพเด กอย างหลากหลาย
ด านท 1 ด านการบร หารจ ดการสถานศ กษา -โรงเร ยนนาหล กปร ชญามา ข บเคล อนในสถานศ กษาให เหมาะสมก บ สภาพและบร บทของสถานศ กษาโดยก าหนด เป นนโยบายในร ปแบบของว ส ยท ศน ค อ โรงเร ยนคงคาราม เป นโรงเร ยน มาตรฐานสากล
การบร หารความร และการเร ยนร VII
สารบ ญ สารบ ญ สารบ ญ VII สารบ ญร ป XII แถลงการณ แบบอย างท ด เย ยมด านการบร หาร 1 1. หล กการ 7 1.1 อนาคตของบร ษ ทข นอย ก บความร ความสามารถของพน กงาน 8 (ก) บร ษ ทเต บใหญ ได ไม เก นความร ความสามารถของพน กงานท
รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา
รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา ต าแหน ง. ว ทยฐานะ.. กล มสาระการเร ยนร. โรงเร ยนสตร ท งสง ส าน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 12 กระทรวงศ กษาธ การ 255.. 2 บ
โดย ... ป จจ บ นด ารงต าแหน ง... โรงเร ยน... อ าเภอ... จ งหว ด... สพป./สพม./สศศ...
แบบรายงานผลการปฏ บ ต งาน เพ อใช ประกอบการประเม นต วช ว ด และคะแนนการประเม น ภาค ค ความเหมาะสมก บต าแหน ง ส าหร บค ดเล อกบ คคลเพ อบรรจ และแต งต งให ด ารงต าแหน งศ กษาน เทศก โดย... ป จจ บ นด ารงต าแหน ง...
ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ
ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04
2. การฝ กอบรม 2.1 โครงการพ ฒนา เพ อพ ฒนาและเสร มสร าง เท าก บจ านวน เท าก บจ านวน การฝ กอบรม ภายในป บ คลากรม ค ณธรรม ส าน กปล ด ทดสอบตามแบบ
-12-1. การปฐมน เทศ 1.1 โครงการปฐมน เทศเพ อเสร มสร างวามร ความ ระด บของ เท าก บพน กงาน ปฐมน เทศ ช วงเวลาท พน กงานท บรรจ ใหม ก.อบต.จ งหว ด ทดสอบความร พน กงานใหม เข าใจเก ยวก บองค การ พน กงานส วน ส วนต าบลและ
แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร
แผน ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ (SU 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร ขอบเขต 3 การรวบรวมแนวปฏ บ ต ท ด จากการเร ยนการสอนรายว ชาเคร องม อเอก กล มเป าหมาย คณาจารย และน กศ กษา เป าหมาย
How To Read A Book
แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. กรม: เจ าท า ประเภทกรม : ด านนโยบาย ด านบร การ กระทรวง คมนาคม ช อแผนพ ฒนาองค การ: การบร หารทร พยากรบ คคล หมวด : 5 การม งเน นทร พยากรบ คคล โอกาสในการปร บปร ง : เม อเท
แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ
แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค
มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ระด บค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน
๑๓๒ มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน ว ธ การดาเน นการ ว ทยาล ยฯ จ ดให ม ระบบการประก นค ณภาพภายใน เพ อการพ ฒนาค ณภาพการศ กษาและพ ฒนา มาตรฐานการศ
โดย : อ ญชนา กล นเท ยน
โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค
การประเม นค ณภาพการศ กษาภายใน ระด บหล กส ตร
การประเม นค ณภาพการศ กษาภายใน ระด บหล กส ตร 1 การประเม นหล กส ตร ประเม นโดย สกอ. ท กๆ 3 ป ม 11 สาขา ท ม มคอ. 1 จะถ กประเม นโดย สกอ. สาขาท เหล อให มหาว ทยาล ยหาผ ประเม นเอง โดยมหาว ทยาล ยเป นผ แต งต ง และอบรมผ
ความร บ คลากรด าน งบประมาณ การเง น และพ สด ม.ย.-ต.ค. 53 เก ยวก บการจ ดการความร ของหน วยงาน
สร ปผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร รอบ 6 เด อน (ม ถ นายน พฤศจ กายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการความร ระยะเวลา ต วช ว ด เป าหมาย กล มเป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช ความร ประเด นการจ ดการ 1 ประเด
ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ มหาว ทยาล ยราชภ ฏจ นทรเกษม
ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ เม อว นท 22 ม ถ นายน 2544 ในขณะน นส งก ดส าน กงาน สภาสถาบ น ราชภ ฏ กระทรวงศ กษาธ การ ได ตกลงร วมม อก บโรงเร ยนม นบ ร โปล เทคน ค ในการด าเน นการจ ดต งศ
1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )
1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน
แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น
แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ
เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ
เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ (๕.๑) ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล
เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต
เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต องใช เคร องม อประกอบการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน
แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร
แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน
แผนปฏ บ ต การพ ฒนาสถาบ นครอบคร วจ งหว ดประจวบค ร ข นธ ประจาป พ.ศ. 2558. (Action Plan) ม.ค. 58 ธ.ค. 57 พ.ย. 57 ก.พ. 58
แผนปฏ บ ต การพ ฒนาสถาบ นครอบคร วจ งหว ดประจวบค ร ข นธ ประจาป พ.ศ. 25 ย ทธศาสตร ท 1 พ ฒนาศ กยภาพของครอบคร ว เป าหมาย 1. ครอบคร วม ศ กยภาพ และส มพ นธภาพท ด สามารถทาบทบาทหน าท ได อย างเหมาะสม 2. สมาช กของครอบคร
แผนกลย ทธ ทางด านว จ ยและบร การว ชาการ ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2558
แผนกลย ทธ ทางด านว จ ยและบร การว ชาการ ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2558 1 แผนกลย ทธ ทางด านการว จ ยและบร การว ชาการ ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2558 ปร ชญาคณะว ทยาการจ ดการ สร างคนด ม ค ณค า เสร มป ญญา พ ฒนาท องถ น
แผนการจ ดการความร มหาว ทยาล ยเจ าพระยา (Knowledge Managements) ป การศ กษา 2556
แผนการจ ดการความร มหาว ทยาล ยเจ าพระยา (Knowledge Managements) ป การศ กษา 2556 ค าน า มหาว ทยาล ยเจ าพระยา ตระหน กและให ความส าค ญก บการพ ฒนาสถาบ นส สถาบ นเร ยนร ว ตถ ประสงค เพ อให ท กคนในสถาบ นฯ สามารถ
โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก
โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว
แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558
แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 ค าน า ด วยคณะร ฐมนตร ได ประกาศใช แผนการบร หารราชการแผ นด น พ.ศ.2555 2558(ราชก จจาน เบกษา เล ม 128 ตอนพ เศษ 109 ง ว นท 21 ก นยายน 2554) เป นกรอบแนวทางการบร หารราชการตลอดวาระการด
ค าน า คณะคร ศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต 31 ม นาคม พ.ศ. 2556
ค าน า แผนการบร หารความเส ยงของคณะคร ศาสตร ประจ าป งบประมาณ 2556 จ ดท าข นเพ อให คณะคร ศาสตร ม ระบบในการบร หารความเส ยง โดย บร หารป จจ ยและควบค มก จกรรมรวมท งกระบวนการในการด าเน นงาน โครงการต างๆ เพ อลดเหต
ประกาศคณะกรรมการค ร สภา
หน า ๒๘๙ ประกาศคณะกรรมการค ร สภา เร อง สาระความร และสมรรถนะของผ ประกอบว ชาช พคร ผ บร หารสถานศ กษา และผ บร หารการศ กษาตามมาตรฐานความร และประสบการณ ว ชาช พ อาศ ยอ านาจตามความในข อ ๔ และข อ ๙ แห งข อบ งค
การจ ดท ารายงานและเอกสารประกอบการสม คร
- 1 - การจ ดท ารายงานและเอกสารประกอบการสม คร ร ปแบบรายงาน ประเภทการบร หารอ ตสาหกรรม ขนาดกลางและขนาดย อม 1. จ านวนช ดรายงานท ต องจ ดส ง จ านวน 10 ช ด 2. ต วอ กษร Cordia New 16 3. ก นหน า-ก นหล ง ก นหน า
แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า
แผนการท : 1 ประเด นย ทธศาสตร : ความเป นเล ศด านการว จ ยและนว ตกรรม องค ท จ าเป น : องค ด านงานว จ ยและนว ตกรรม แผนการ คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า 1.การบ งช 2.การสร างและ แสวงหา การประช มจ ดการประช
แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.
แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และ มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘) แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา ๒๕๕๗ (๑ ม ถ นายน พ.ศ.
หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author
หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT
: Master of Nursing Science Program in Nursing Administration. : Master of Nursing Science (Nursing Administration) : M.N.S. (Nursing Administration)
หล กส ตรพยาบาลศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารการพยาบาล (หล กส ตรปร บปร ง พ.ศ. 2551) 1. ช อหล กส ตร ภาษาไทย ภาษาอ งกฤษ 2. ช อปร ญญา ภาษาไทย ภาษาอ งกฤษ : พยาบาลศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารการพยาบาล
สร ปรายงานผลการดาเน นงานตามโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน
สร ปรายงานผลการดาเน นงานตามโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน คณะศ กษาศาสตร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตมหาสารคาม คานา เอกสารรายงานผลการดาเน นงานโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน จ ดทาข นเพ
แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา
แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา ศ กษา / ปฏ บ ต............... โดย............. เพ อ.............. สาระ...............
ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ
ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.
ย ทธศาสตร การพ ฒนาบ คลากรด านการจ ดการค ณภาพ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลกร งเทพ พ.ศ. 2555-2559
ย ทธศาสตร การพ ฒนาบ คลากรด านการจ ดการ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลกร งเทพ พ.ศ. 25552559 7 ม.ย.56 ว ส ยท ศน ผ นาด านการจ ดการในภ ม ภาคอาเซ ยน พ นธก จ ส งเสร มการจ ดการเร ยนการสอนด านการจ ดการ ส งเสร มการบร
อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus)
1 อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus) ว ชา เทคโนโลย สารสนเทศ ง23101 จานวน 1 หน วยก ต (2คาบ/ส ปดาห ) ระด บม ธยมศ กษาตอนต น ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 3 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย
รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา หมวดท 1 ข อม ลท วไป
มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา ว ทยาล ยคณะภาคว ชา มหาว ทยาล ยร งส ต คณะเทคโนโลย สารสนเทศ ภาคว ชาว ทยาการคอมพ วเตอร หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา CSC 100 เทคโนโลย สารสนเทศและการประย
ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง
ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ ( และบ คคลภายนอก) ตาแหน ง ค ณสมบ ต เฉพาะตาแหน ง 1. ผ ตรวจสอบ ระด บ 4 (ด าน IT) / หญ ง ปร ญญาตร ทางด านคอมพ วเตอร ตามท กพ. ร บรอง - ผ ม ประสบการณ ในการตรวจสอบ
แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า
แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ
ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก
ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ
: Master of Public Health Program (Public Health Administration) M.P.H. (Public Health Administration)
หล กส ตรสาธารณส ขศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารสาธารณส ข (หล กส ตรปร บปร ง พ.ศ.2552) 1. ช อหล กส ตร ภาษาไทย ภาษาอ งกฤษ 2. ช อปร ญญา ภาษาไทย ภาษาอ งกฤษ : สาธารณส ขศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารสาธารณส
