แผนพ ฒนาบ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา (พ.ศ )

Size: px
Start display at page:

Download "แผนพ ฒนาบ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา (พ.ศ. 2558 2561)"

Transcription

1 แผนพ ฒนาบ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา (พ.ศ ) ปร บปร งแก ไข พ.ศ. 2558

2 2 คานา แผนพ ฒนาบ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา พ.ศ น จ ดท าข นภายใต กรอบ นโยบายและท ศทางการบร หารมหาว ทยาล ยพะเยา พ.ศ โดยม ว ตถ ประสงค เพ อใช เป นแนวทางในการบร หารงานบ คคลของมหาว ทยาล ยพะเยา ท งในระด บมหาว ทยาล ย ระด บส วนงานว ชาการ และระด บหน วยงานภายในมหาว ทยาล ย ซ งประกอบไปด วยข อม ลพ นฐาน ของมหาว ทยาล ยพะเยา ข อม ลและสถ ต บ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา และรายละเอ ยดของ แผนการพ ฒนาบ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา พ.ศ การจ ดท าแผนพ ฒนาบ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยาน ได ให ความส าค ญต อนโยบาย การบร หารงานของอธ การบด มหาว ทยาล ยพะเยา และสอดคล องก บท ศทางการพ ฒนา มหาว ทยาล ยตามปณ ธาน ป ญญาเพ อความเข มแข งของช มชน และว ส ยท ศน ท ว า มหาว ทยาล ยพะเยา ม งเน นพ ฒนาไปส การเป นมหาว ทยาล ยสมบ รณ แบบ (Comprehensive University) ท ร บใช ส งคม (Community Engagement) ม งเน นปฏ บ ต ภารก จด านการผล ตบ ณฑ ต ท ม ค ณภาพ และได มาตรฐานสากล ส ประชาคมเศรษฐก จอาเซ ยน (ASEAN Economic Community) และพ ฒนาองค ความร ส ช มชนให เข มแข งและส งคมเป นส ข จะเป นรากฐานท ส าค ญของการพ ฒนา ประเทศ ให น าไปส การแข งข นได แบบย งย นในประชาคมโลก รวมท งรองร บตามมาตรฐานและต ว บ งช ค ณภาพของส าน กงานคณะกรรมการการอ ดมศ กษา (สกอ.) มาตรฐานและต วบ งช ของ ส าน กงานร บรองมาตรฐานและประเม นค ณภาพการศ กษา (สมศ.) และเกณฑ หร อนโยบายต าง ๆ ท เก ยวข อง กองการเจ าหน าท ส าน กงานอธ การบด มหาว ทยาล ยพะเยา หว งเป นอย างย งว า แผนพ ฒนาบ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา พ.ศ น จะสามารถพ ฒนาบ คลากรของ มหาว ทยาล ยให ม ค ณภาพ ตามนโยบายของมหาว ทยาล ยพะเยา ดร.นายแพทย ว ช ย เท ยนถาวร รองอธ การบด

3 3 สารบ ญ หน า คานา 2 บทท 1 บทนา 1.1 ประว ต ความเป นมาของมหาว ทยาล ยพะเยา ปร ชญา ปณ ธาน ว ส ยท ศน ว ตถ ประสงค ค าน ยมร วม และพ นธก จ โครงสร างองค กรของมหาว ทยาล ยพะเยา โครงสร างการบร หารงานของมหาว ทยาล ยพะเยา คณะกรรมการบร หารมหาว ทยาล ยพะเยา 12 บทท 2 ข อม ลและสถ ต บ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา 2.1 สภาพป จจ บ นด านบ คลากรของมหาว ทยาล ยพะเยา จานวนบ คลากร จ าแนกตามสายงาน จานวนบ คลากร จ าแนกตามค ณว ฒ จานวนบ คลากร จ าแนกตามตาแหน งทางว ชาการ จานวนผ ร บท นและจ านวนผ ลาศ กษาต อ จานวนพน กงานมหาว ทยาล ยท จะเกษ ยณอาย ในป งบประมาณ 17 พ.ศ การว เคราะห สภาพแวดล อมของการบร หารงานด านบ คลากร การว เคราะห ความต องการกาล งคนของมหาว ทยาล ยพะเยา 23 บทท 3 แผนการพ ฒนาบ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา พ.ศ เหต ผลและความจ าเป น ว ตถ ประสงค ของการจ ดท าแผนพ ฒนาบ คลากร ประเด นย ทธศาสตร เพ อการพ ฒนาบ คลากร แผนย ทธศาสตร การพ ฒนาบ คลากรของมหาว ทยาล ยพะเยา 29 ระยะ 4 ป (พ.ศ ) 3.5 ความสอดคล องก บย ทธศาสตร และค าน ยมร วมของมหาว ทยาล ยพะเยา 52

4 4 สารบ ญ (ต อ) หน า 3.6 แผนการการจ ดสรรท นการศ กษาให ก บบ คลากรของมหาว ทยาล ยพะเยา 57 ประจาป งบประมาณ แนวทางการพ ฒนาบ คลากรตามสมรรถนะของมหาว ทยาล ยพะเยา 57 บทท 4 มาตรการและกลไกในการต ดตามประเม นผลและการปร บแผนพ ฒนาบ คลากร 4.1 การต ดตาม ประเม นผลการดาเน นงานตามโครงการ ต วบ งช และค าเป าหมายของแผนพ ฒนาบ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา 63 พ.ศ ภาคผนวก มาตรฐานกาหนดต าแหน ง ต วแบบสมรรถนะ (Competency Model) มหาว ทยาล ยพะเยา

5 5 บทท 1 บทน า 1.1 ประว ต ความเป นมาของมหาว ทยาล ยพะเยา มหาว ทยาล ยพะเยา ก อนได ร บการยกฐานะเป นมหาว ทยาล ยในก าก บของร ฐ ได อย ภายใต การด แลของมหาว ทยาล ยนเรศวร และการสร างความเสมอภาคทางการศ กษา ซ งได ตระหน กถ งความส าค ญของการกระจายโอกาส ประกอบก บมหาว ทยาล ยได พ จารณาร วมก บ ผ ว าราชการจ งหว ดและสมาช กผ แทนราษฎรจ งหว ดพะเยา รวมท งผ แทนจากภาคร ฐและเอกชน ในการแก ป ญหาเร องรายได และการศ กษาของประชากรในจ งหว ดพะเยา ซ งโดยเฉล ยอย ในระด บต า จ งได จ ดโครงการกระจายโอกาสทางการศ กษาส จ งหว ดพะเยาข น เพ อตอบสนองนโยบายของ ทบวงมหาว ทยาล ย ท สน บสน นให มหาว ทยาล ยขยายเขตการศ กษาออกส ภ ม ภาค โดยม ว ตถ ประสงค หล กเพ อยกฐานะเป นมหาว ทยาล ยเอกเทศในอนาคต ทบวงมหาว ทยาล ยจ งได พ จารณาน าเสนอ คณะร ฐมนตร พ จารณาให ความเห นชอบ ต อมาคณะร ฐมนตร ในคราวประช มเม อว นท 8 ต ลาคม พ.ศ.2539 ได ม มต ให ใช ช อว า ว ทยาเขตสารสนเทศพะเยา ซ งการจ ดการเร ยนการสอนระยะเร มแรก ได ใช อาคารของโรงเร ยนพะเยาพ ทยาคมเป นการช วคราว ส าหร บสถานท ต งถาวร มหาว ทยาล ย นเรศวร ได ร วมก บทางจ งหว ดพะเยาจ ดหาสถานท ต ง ณ บร เวณต าบลแม กา อ าเภอเม อง จ งหว ด พะเยา ประกอบด วยท ด นจ านวน 5,727 ไร เม อการก อสร างได แล วเสร จ จ งได ย ายมาสถานท ต งถาวร และเป ดการเร ยนการสอนต งแต ป พ.ศ.2542 เป นต นมา ต อมา เม อว นท 21 กรกฎาคม พ.ศ.2550 ในคราวประช มคร งท 13 (4/2550) สภามหาว ทยาล ยนเรศวร ได ม มต ให เปล ยนช อ มหาว ทยาล ยนเรศวร ว ทยาเขตสารสนเทศพะเยา เป น มหาว ทยาล ยนเรศวร พะเยา เม อว นท 12 กรกฎาคม พ.ศ.2553 พระบาทสมเด จพระเจ าอย ห วภ ม พลอด ลยเดช ได ม พระบรมราชโองการโปรดเกล าฯ ให ตราพระราชบ ญญ ต มหาว ทยาล ยพะเยา พ.ศ.2553 ข น และ ประกาศในราชก จจาน เบกษา เม อว นท 16 กรกฎาคม พ.ศ.2553 จ งถ อได ว า มหาว ทยาล ยพะเยา ได แยกออกจากมหาว ทยาล ยนเรศวร เป นมหาว ทยาล ยในก าก บของร ฐ ท ไม เป นส วนราชการ อย างเต มร ปแบบ ถ อได ว าเป นข าวท น าย นด ส าหร บชาวจ งหว ดพะเยา ท ม สถาบ นอ ดมศ กษาท ม ค ณภาพผ านการผล ตบ ณฑ ตและมหาบ ณฑ ตออกมาร บใช ส งคมและประเทศชาต อย างมากมาย ด วยการน าของอธ การบด และคณะผ บร หารท ม ประสบการณ และว ส ยท ศน ท ร ดไปข างหน าอย าง ไม หย ดย ง เพ อให มหาว ทยาล ยพะเยาเป นมหาว ทยาล ยสมบ รณ แบบอย างแท จร ง

6 6 1.2 ปร ชญา ปณ ธาน ว ส ยท ศน ว ตถ ประสงค ค าน ยมร วม และพ นธก จ ปร ชญา ช ว ตท เป นอย ด วยป ญญา ประเสร ฐท ส ด หร อ ปญ ญาช ว เสฏฐช ว นาม A Life of Wisdom Is the Most Wondrous of All ปณ ธาน ป ญญาเพ อความเข มแข งของช มชน หร อ Wisdom for Community Empowerment ว ส ยท ศน มหาว ทยาล ยพะเยา ม งเน นการพ ฒนาไปส การเป นมหาว ทยาล ยสมบ รณ แบบ (Comprehensive University) ร บใช ส งคม (Community Engagement) ม งปฏ บ ต ภารก จด านการผล ต บ ณฑ ตท ม ค ณภาพส ประชาคมอาเซ ยน (Asean Economic Community) และได มาตรฐานสากล พ ฒนาองค ความร ส ช มชนให ช มชนเข มแข งและส งคมเป นส ข จะเป นรากฐานท ส าค ญของการพ ฒนา ประเทศ เพ อให นาไปส การแข งข นได อย างย งย นในประชาคมโลก ว ตถ ประสงค (จ ดเน น) ร วมก นท งมหาว ทยาล ย (Core purposes) 5 ประการ 1. เพ อจ ดการเร ยนการสอนท เน นให น ส ตอย และเร ยน (Live and Learn) อย างม ความส ข จบ ไปม งานทา และเป นคนด ของส งคม 2. เพ อท าการท าว จ ยท เน นป ญญารวมหม (Collective Intelligence) เค ยงค ช มชน (สน บสน น แนวค ด OUOP One University One Province) 3. เพ อบร การว ชาการ โดยเน นการใช ป ญญารวมหม เพ อพ ฒนาความเข มแข งของช มชน (Community Empowerment) 4. เพ อท าน บ าร งภ ม ป ญญา ศ ลปะ ว ฒนธรรม และส งแวดล อมของท องถ น (Local Wisdom) ส สากล 5. เพ อบร หารจ ดการอย างม ประส ทธ ภาพ ประส ทธ ผล และย ดม นในธรรมาภ บาล (Good Governance) ค าน ยมร วมก นท งมหาว ทยาล ย (Core Value) ใช ค าน ยมร วมก นท งมหาว ทยาล ย (Core Values) โดยย ดหล กค ด 7 ประการ เพ อให เก ด ว ฒนธรรมองค กร ท ม ความไว เน อเช อใจซ งก นและก น (Mutual Trust) เก ดเป นองค กรแห งการเร ยนร (Learning Organization) และท าให เก ดความเป นสากล (Internationalization) ซ งจะสอดร บ ส งเสร ม และเป นป จจ ยแห งความสาเร จของปณ ธานและว ตถ ประสงค ประกอบด วย

7 1. Competence - หล กความร ความสามารถ (ให ความสาค ญก บผ ท ม ความสามารถ ส งเป นอ นด บแรกก อนเสมอ) (จ งเป นหน าท ของท กคนในองค กรท จะต องช วยก นยกระด บความร ความสามารถของตนเองให ด ย งข นตลอดเวลา) (เพ อส งเสร มสน บสน นให เก ด Competitiveness และ Leadership) 2. Freedom หล กเสร ภาพ (ม เสร ภาพท จะค ดท จะท างานให บรรล ว ตถ ประสงค ของมหาว ทยาล ย) (เพ อส งเสร ม สน บสน นให เก ด Excellence) (ท าให เก ดความเป นเล ศท หลากหลาย ตามท ตนเองถน ดหร อเช ยวชาญ) 3. Justice หล กความถ กต อง ย ต ธรรม (ม ความถ กต องและย ต ธรรมในห วใจตลอด เวลา) (ม ค ณธรรมและจรรยาบรรณ) (ทาให เก ดความเคารพน บถ อ และความไว เน อเช อใจซ งก นและ ก น) 4. Generosity หล กความม น าใจ (ม น าใจช วยเหล อเก อก ลก น โดยให ถ อเป น ส ทธ ของผ ท อ อนแอกว าท จะได ร บความช วยเหล อและเป น หน าท ของผ ท เข มแข งกว าท จะต องให การช วยเหล อ) (ทาให เก ดว ฒนธรรมการอย ร วมก นอย างม ความส ข) 5. Team Learning and Working หล กการแลกเปล ยนเร ยนร และท างานเป นท ม (เน นการเร ยนร จากการทางานและการดาเน นช ว ต) (ทาให เก ดป ญญารวมหม ) 6. Shared Vision หล กการม เป าหมายร วมก น (ม เป าหมายในการท างานร วมก น) (ทาให เก ดพล งสาม คค ) (ทาให เก ดเป นองค กรแห งการเร ยนร ) 7. Local and Global Spirit - หล กความเช อมโยงระหว างช มชนและสากล (ย ดคต องค ความร ท ผล ตและท ใช เป นระด บสากล ส วนจ ตว ญญาณอย ท การร บใช ช มชนและส งคมไทย ) (ทาให เก ดความเป นสากล หร อ Internationalization) พ นธก จ มหาว ทยาล ยพะเยา ม งกระจายโอกาสและสร างความเสมอภาคทางการศ กษาให ก บ ประชาชนในเขตภาคเหน อตอนบน 7 จ งหว ด ได แก พะเยา แพร นาน ล าพ น ล าปาง เช ยงราย แม ฮ องสอน และภ ม ภาคอ นด วย โดยจ ดการเร ยนการสอนในสาขาท เป นความต องการของท องถ น ภ ม ภาค และประเทศ เพ อให ผ ส าเร จการศ กษาม งานท า ท งกล มสาขาทางด านว ทยาศาสตร และ เทคโนโลย กล มสาขาทางด านว ทยาศาสตร ส ขภาพ และกล มสาขาทางด านส งคมศาสตร ซ งม พ นธก จท สาค ญ 5 ด าน ด งน 7

8 1. ด านการผล ตบ ณฑ ต มหาว ทยาล ยพะเยาม ภารก จหล กท ต องท าการพ ฒนาทร พยากรมน ษย ท กระด บ ให สอดคล องก บกรอบมาตรฐานค ณว ฒ ระด บอ ดมศ กษา (TQF) โดยม งเน นการสร างบ ณฑ ตให ม ค ณธรรม จร ยธรรม ม ความร ม ท กษะทางป ญญา ม ท กษะทางความส มพ นธ ระหว างบ คคลและ ความร บผ ดชอบ ม ท กษะทางการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและการใช เทคโนโลย สารสนเทศ เพ อให สามารถท างานได ท กแห งท วโลก โดยจะต องพ ฒนาศ กยภาพและความสามารถของอาจารย ควบค ไปก บการพ ฒนามาตรฐานทางด านว ชาการด วย การจ ดการศ กษาในอนาคตมองว าจะต องหา ว ธ การและร ปแบบท หลากหลายย งข น ด งน น จ งต องสน บสน นการจ ดการศ กษาต อเน อง ให ครอบคล มท งกล มเป าหมายก อนเข าส ตลาดแรงงาน ซ งจะต องปร บปร งร ปแบบ และว ธ การสอน รวมท งเน อหาสาระให เท าท นการพ ฒนาทางว ชาการ และว ชาช พในสาขาว ชาต างๆด วย 2. ด านการว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยาม งส งเสร มการว จ ยและพ ฒนา เพ อการพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมท ม ร ปแบบซ บซ อนข น เช น การว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย เพ ออ ตสาหกรรมสม ยใหม ท ใช ท นป ญญา มากกว าท นแรงงาน หร อว ตถ ด บ การว จ ยเพ อเพ มประส ทธ ภาพการใช ทร พยากร การฟ นฟ และการ อน ร กษ ส งแวดล อม การว จ ยเช งอ ตสาหกรรม การว จ ยด านว ทยาศาสตร ส ขภาพ และการพ ฒนา ระบบบร การด านสาธารณส ข ตลอดจนการว จ ยเพ อการพ ฒนาส งคม เป นต น โดยมหาว ทยาล ยได ให ความสาค ญในการแก ป ญหาของช มชนและม งเน นการว จ ยพ นฐานโดยควบค ไปก บการว จ ยประย กต ในสาขาต างๆให ม ประส ทธ ภาพ เพ อนาไปส การเร ยนการสอนท ม ประส ทธ ผล และม ค ณภาพช ว ตของ ช มชนท ด ตลอดจนเพ มข ดความสามารถในการพ งพาตนเองได อย างแท จร งในระยะยาว โดยจะต อง สร างผ น าในการว จ ยให สามารถด าเน นการในล กษณะห นส วนหร อการสร างเคร อข ายก บสถาบ นท ม ช อเส ยงท งในและต างประเทศ เพ อพ ฒนาค ณภาพน กว จ ยให นาไปส ความเป นเล ศได เร วข น 3. ด านการบร การว ชาการ มหาว ทยาล ยพะเยาม งเน นการบร การว ชาการในร ปแบบท หลากหลายมากย งข น เช น การ บร การเพ อพ ฒนาค ณภาพการศ กษาและค ณภาพช ว ต โดยอาศ ยองค ความร จากช มชนร วมก บ บ คลากรของมหาว ทยาล ย การบร การทางด านการแพทย และสาธารณส ข การให บร การบาง ประเภท โดยใช ศ กยภาพของช มชนและว สด เหล อใช มาท างานว จ ยเพ อสร างม ลค าให ก บช มชน โดย สร างความร วมม อก บองค กรปกครองส วนท องถ นในเขตภาคเหน อตอนบน และองค กรภาคเอกชน เพ อช วยในการสร างจ ดแข งและการยอมร บของส งคมโดยท วไป 8

9 4. ด านการทาน บาร งศ ลปว ฒนธรรม มหาว ทยาล ยพะเยาม งพ ฒนาการผสมผสานทางว ฒนธรรม และการม ส วนร วมในประชาคม โลกทางด านเศรษฐก จ โดยการทาน บาร งและอน ร กษ ศ ลปว ฒนธรรมของส งคมไทย เป นรากฐานของ การพ ฒนาอย างม ด ลยภาพ ซ งรวมถ งการศ กษาความเป นไทยให เข าใจอย างถ องแท เพ อน าไปส การ สงวนและร กษาความแตกต างทางประเพณ และว ฒนธรรม ตลอดจนการอย ร วมก นในประชาคมโลก อย างม เอกล กษณ และศ กด ศร โดยเสร มสร างว ฒนธรรมและค าน ยมท พ งประสงค ให เก ดข นก บบ คคล องค กร และส งคม โดยเป นเป าหมายสาค ญท ต องดาเน นการ 5. ด านการบร หาร มหาว ทยาล ยพะเยาต องพ ฒนาไปส การเป นมหาว ทยาล ยท ม ค ณภาพ และได มาตรฐานใน ระด บสากล โดยการพ ฒนาให เป นมหาว ทยาล ยร บใช ส งคม (Community Engagement) และให ได ร บ การยอมร บในระด บชาต และระด บนานาชาต การปฏ บ ต ภารก จไม ว าจะเป นการผล ตบ ณฑ ต การว จ ย การบร การว ชาการ และการท าน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม จะต งเป าหมายให น าไปส ความม นคงและ ความย งย นของเศรษฐก จ ส งคม ส ขภาวะ พล งงาน ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม โดยย ดหล ก ประส ทธ ภาพ ประส ทธ ผล และธรรมาภ บาลเป นสาค ญ 9

10 โครงสร างองค กรของมหาว ทยาล ยพะเยา โครงการจ ดต งศ นย ภาษา โครงการจ ดต งศ นย ภ ม ภาคเทคโนโลย อวกาศและ ภ ม สารสนเทศภาคเหน อ กองกลาง กองการเจ าหน าท กองก จการน ส ต กองคล ง กองแผนงาน กองอาคารสถานท กองบร หารงานว จ ยและประก นค ณภาพการศ กษา กองบร การการศ กษา ศ นย บรรณสารและส อการศ กษา ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร ศ นย ให บร การและสน บสน นน ส ตพ การ โรงเร ยนสาธ ตมหาว ทยาล ยพะเยา โครงการจ ดต งศ นย การเร ยนร ทางอ เล กทรอน กส โครงการจ ดต งศ นย ศ ลปว ฒนธรรมล านนา (ไต) ศ นย เคร องม อกลาง ศ นย บ มเพาะว สาหก จมหาว ทยาล ยพะเยา(UPBI) ศ นย เคร อข ายความร วมม อเพ อพ ฒนาเช งพ นท แบบ สร างสรรค (ABC) ศ นย ส ตว ทดลอง อ ทยานว ทยาศาสตร มหาว ทยาล ยพะเยา ว ทยาล ยการจ ดการ ว ทยาล ยการศ กษา ว ทยาล ยพล งงานและ ส งแวดล อม ว ทยาเขตเช ยงราย หน วยตรวจสอบภายใน มหาว ทยาล ยพะเยา หน วยงานระด บกองและม ฐานะเท ยบเท ากอง ส วนงานอ น (คณบด ) ส วนงานว ชาการ ส วนงานร หาร (ผ อำนวยกำ รกอง/ศ นย ) สาน กงานสภามหาว ทยาล ยพะเยา ว ทยาล ย (คณบด ) คณะ (คณบด ) คณะเกษตรศาสตร และทร พยากรธรรมชาต คณะว ทยาศาสตร คณะว ทยาศาสตร การแพทย คณะศ ลปศาสตร คณะน ต ศาสตร คณะแพทยศาสตร คณะเภส ชศาสตร คณะพยาบาลศาสตร คณะสหเวชศาสตร คณะว ศวกรรมศาสตร คณะเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร คณะว ทยาการจ ดการและสารสนเทศศาสตร คณะสถาป ตยกรรมศาสตร และ ศ ลปกรรมศาสตร คณะท นตแพทยศาสตร คณะร ฐศาสตร และส งคมศาสตร ศ นย การแพทย และ โรงพยาบาล มหาว ทยาล ยพะเยา

11 โครงสร างการบร หารงานของมหาว ทยาล ยพะเยา นายกสภามหาว ทยาล ยพะเยา กรรมการสภามหาว ทยาล ยพะเยาผ ทรงค ณว ฒ อธ การบด มหาว ทยาล ยพะเยา (ผ อำนวยกำรกอง/ศ นย ) รองอธ การบด รองอธ การบด ฝ ายวางแผนและพ ฒนา รองอธ การบด ฝ ายว ชาการ รองอธ การบด ฝ ายว จ ยและประก นค ณภาพ รองอธ การบด ฝ ายบร หาร รองอธ การบด ฝ ายก จการน ส ต รองอธ การบด ฝ ายก จการพ เศษ

12 คณะกรรมการบร หารมหาว ทยาล ยพะเยา อธ การบด มหาว ทยาล ยพะเยา ประธานกรรมการ รองอธ การบด กรรมการ ผ ช วยอธ การบด กรรมการ ห วหน าส วนงานว ชาการ กรรมการ รองอธ การบด ฝ ายว ชาการ กรรมการและเลขาน การ ผ อานวยการกองกลาง ผ ช วยเลขาน การ ผ อานวยการกองบร การการศ กษา ผ ช วยเลขาน การ

13 13 บทท 2 ข อม ลและสถ ต บ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา 2.1 สภาพป จจ บ นด านบ คลากรของมหาว ทยาล ยพะเยา ป จจ บ นมหาว ทยาล ยพะเยา ม บ คลากรท งส น 1,624 คน (ข อม ล ณ เด อนส งหาคม 2557) โดยม บ คลากรสายว ชาการ จานวน 909 คน และบ คลากรสายบร การ 715 คน ด งน จานวนบ คลากร จาแนกตามสายงาน ด านบ คลากร สายว ชาการ สายบร การ รวม ผ บร หาร ผ ทรงค ณว ฒ ผ ม ความร ความสามารถพ เศษ ผ เกษ ยณอาย ราชการ พน กงาน ,503 พน กงานราชการ ล กจ างช วคราว รวม ,624

14 14 จานวนบ คลากร จาแนกตามค ณว ฒ บ คลากร/ว ฒ การศ กษา ต ากว า ปร ญญาตร ปร ญญาโท ปร ญญา รวม ปร ญญาตร เอก สายว ชาการ สายบร การ รวม ,624

15 15 จานวนบ คลากร จาแนกตามตาแหน งทางว ชาการ บ คลากร/ตาแหน งทางว ชาการ ผศ. รศ. ศ. รวม ผ บร หาร ผ ทรงค ณว ฒ ผ ม ความร ความสามารถพ เศษ ผ เกษ ยณอาย ราชการ พน กงาน พน กงานราชการ ล กจ างช วคราว รวม

16 16 จานวนผ ร บท นและจานวนผ ลาศ กษาต อ ระด บ ต างประเทศ ในประเทศ รวม ปร ญญาเอก ปร ญญาโท ปร ญญาตร รวม

17 17 จ านวนพน กงานมหาว ทยาล ย ท จะเกษ ยณอาย ในป งบประมาณ พ.ศ บ คลากร/ป งบประมาณ สายว ชาการ สายบร การ รวม

18 2.2 การว เคราะห สภาพแวดล อมของการบร หารงานด านบ คลากร การว เคราะห สภาพแวดล อมของการบร หารงานบ คลากร เป นการว เคราะห สภาพแวดล อม ภายใน ประกอบด วย การว เคราะห จ ดแข งและจ ดอ อนในการบร หารงานบ คคล และการว เคราะห สภาพแวดล อมภายนอก ประกอบด วย การว เคราะห โอกาส และอ ปสรรคในการบร หารงานบ คคล โดยได ม การระดมสมองบ คลากรระด บบร หารและระด บปฏ บ ต การของท กส วนงานในมหาว ทยาล ย ร วมก นว เคราะห สภาพแวดล อมด งกล าว โดยม ผลการว เคราะห ด งตารางต อไปน การว เคราะห สภาพแวดล อมด านการบร หารจ ดการ (Management) จ ดแข ง(S) จ ดอ อน(W) โอกาส(O) อ ปสรรค(T) ม ห า ว ท ย า ล ย ม ก า ร ก า ห น ด น โ ย บ า ย ก า ร บร หารงานบ คลากรไว อย างช ดเจน และม การ ข บเคล อนตามนโยบาย อย างต อเน อง ม การแปลงนโยบายไปส การปฏ บ ต ได ไม เต มท เน องจากเป นหน วยงาน ใหม ท อย ในช วงเร มต นการ จ ดองค กรและจ ดคนเข า ทางาน ในย ค ป จจ บ นม คนท ม ควา มร คว ามส ามารถ จ า น ว น ม า ก ท า ใ ห มหาว ทยาล ย ม โอกาส ค ดเล อกคนท ม ความร ค วามสามารถ เข ามา ทางาน นโยบายภาคร ฐม การ จ าก ดอ ตราก าล ง ท าให มหาว ทยาล ยขาดแคลน อ ตราบ คลากร 18 ผ บร หารมหาว ทยาล ยให ค ว า ม ส า ค ญ ก บ ก า ร พ ฒ น า บ ค ล า ก ร ท ง การศ กษาต อในระด บ ปร ญญาเอก และการขอ ตาแหน งทางว ชาการ ม ห า ว ท ย า ล ย ม ท น สน บสน นการศ กษาต อ จ าก ด และอาจารย ส วน ใหญ บรรจ ใหม จ งท าให ม ก า ร ข อ ต า แ ห น ง ท า ง ว ชาการจานวนน อย มหาว ทยาล ยสามารถ ข อ ร บ ก า ร ส น บ ส น น ท นการศ กษาจากแหล ง ท นภายนอกได ม สถาบ นการศ กษาใหม เก ดข นหลายแห ง และม สถาบ นการศ กษาเก าท เป นค แข งในการขอร บการ สน บสน นท นการศ กษา

19 การว เคราะห สภาพแวดล อม ด านคน (Man) จ ดแข ง(S) จ ดอ อน(W) โอกาส(O) อ ปสรรค(T) ผ บ ร ห า ร ง า น บ ค ค ล ม ก า ร เ ป ล ย น แ ป ล ง สถาบ นอ ดมศ กษาไทยให ระด บส งของมหาว ทยาล ย เ ป น ผ ม ค ว า ม ร ความสามารถและให ค ว า ม ส า ค ญ ต อ ก า ร บร หารงานบ คคล ผ บร หารระด บส งท ด แล ด านการบร หารงานบ คคล อาจท าให การข บเคล อน นโยบายบางอย างล าช า ความสาค ญต อการ พ ฒนาบ คลากร และม โครงการ/ก จกรรมพ ฒนา บ คลากรระด บบร หาร หลายอย าง มหาว ทยาม บ คลากรท ปฏ บ ต ห น าท ด า นกา ร บร หารงานบ คคลส วน ใ ห ญ เ ป น ผ ม ค ว า ม ร ค ว า ม ส า ม า ร ถ แ ล ะ ม ประสบการณ ส ง บ ค ล า ก ร ท ท า ห น า ท บร หารงานบ คคลของส วน งานบางส วนงานท เป น พน กงานใหม และย งไม ม ความร ความช านาญด าน การบร หารงานบ คคล กระแสโลกให ความส าค ญ ต อการพ ฒนาท นมน ษย ผ ปฏ บ ต หน าท ด านบ คลากร จ งม โอกาสได ร บการ พ ฒนา

20 การว เคราะห สภาพแวดล อม ด านเง น (Money) จ ดแข ง(S) จ ดอ อน(W) โอกาส(O) อ ปสรรค(T) มหาว ทยาล ยพะเยาม การ ม ห า ว ท ย า ล ย ม ม แหล งท นสน บสน นการ จ ด ส ร ร ง บ ป ร ะ ม า ณ ส น บ ส น น ก า ร พ ฒ น า บ คลากรอย างต อเน อง งบประมาณจ าก ด จ งไม เพ ยงพอต อการพ ฒนา บ คลากรท กคน พ ฒนาบ คลากรหลายแห ง ท มหาว ทยาล ยสามารถ ขอร บการสน บสน นได มหาว ทยาล ยพะเยาม การ จ ด ส ร ร ง บ ป ร ะ ม า ณ สน บสน นการศ กษาต อ ของพน กงานสายว ชาการ อย างต อเน อง งบประมาณท นการศ กษา ย งไม เพ ยงพอต อการ สน บสน นการศ กษาต อ ของอาจารย ได ครบตาม ความต องการในช วงเวลา ต าง ๆ ม แ ห ล ง ท น ก า ร ศ ก ษ า ภา ย น อ ก หลายแห ง ท มหาว ทยาล ยสามารถ ขอร บการสน บสน นได

21 การว เคราะห สภาพแวดล อมด าน เคร องม ออ ปกรณ (Machine) จ ดแข ง(S) จ ดอ อน(W) โอกาส(O) อ ปสรรค(T) มหาว ทยาล ยพะเยาม เคร องม อ อ ปกรณ และ บ คลากรบางส วนย งขาด ท ก ษ ะ ใ น ก า ร ใ ช ง า น ม เทคโนโลย เคร องม อ และอ ปกรณ สม ยใหม ท เทคโนโลย เคร องม อ และ อ ปกรณ สม ยใหม ม ราคา เทคโนโลย สม ยใหม ท เคร องม อ อ ปกรณ และ สามารถท างานได รวดเร ว ส ง และม การเปล ยนแปลง สน บสน นการปฏ บ ต งาน ข อ ง บ ค ล า ก ร อ ย า ง ค ร บ ถ ว น แ ล ะ ม ประส ทธ ภาพ เทคโนโลย และอ ปกรณ บางส วนหมดอาย การใช งานแล ว และม ประส ทธ ภาพส ง ร น อ ย า ง ร ว ด เ ร ว ต า ม กระแสเทคโนโลย ท าให มหาว ทยาล ยไม สามารถ จ ดซ อจ ดหามาได มากน ก

22 การว เคราะห สภาพแวดล อม ด านศ ลธรรม (Morality) จ ดแข ง(S) จ ดอ อน(W) โอกาส(O) อ ปสรรค(T) มหาว ทยาล ยพะเยาม การ ม บ คลากรบางส วนท ไม ม กฎหมาย ระเบ ยบ และ จ ดท าระ เบ ยบว าด วย ค ณธรรมจร ยธรรมของ พน กงานไว อย างช ดเจน และม การเผยแพร ท า ความเข าใจแก บ คลากร อย างต อเน อง เข าใจ และไม ปฏ บ ต ตาม ระเบ ยบว าด วยค ณธรรม จร ยธรรมของพน กงาน เกณฑ ท เก ยวข องด าน ค ณธรรมจร ยธรรมของ หน วยงานภายนอกหลาย แห งท นามาปร บใช ก บ มหาว ทยาล ยได

23 การว เคราะห ความต องการกาล งคนของมหาว ทยาล ยพะเยา การว เคราะห ความต องการกาล งคนของมหาว ทยาล ยพะเยา เป นการศ กษาว เคราะห จ านวน อ ตราก าล งของบ คลากรในป จจ บ น และแผนความต องการเพ มก าล งคนในช วงป งบประมาณ พ.ศ เพ อใช เป นแผนการจ ดหาก าล งคนมาปฏ บ ต งานในมหาว ทยาล ยพะเยา ด งตาราง ต อไปน ความต องการบ คลากรสายว ชาการ ป งบประมาณ พ.ศ คณะ / สาขาว ชา จานวน บ คลากร ป จจ บ น คณะศ ลปศาสตร สาขาว ชาพ ฒนาส งคม สาขาว ชาภาษาจ น 12 สาขาว ชาร ฐศาสตร 17 สาขาว ชาภาษาอ งกฤษ 49 1 _ สาขาว ชาภาษาไทย 17 สาขาว ชาญ ป น 10 สาขาว ชาฝร งเศส 8 คณะน ต ศาสตร สาขาว ชาน ต ศาสตร คณะว ทยาการจ ดการและสารสนเทศศาสตร สาขาว ชาการบ ญช สาขาว ชาท องเท ยว สาขาว ชาประชาส มพ นธ สาขาว ชาการจ ดการธ รก จ สาขาว ชาเศรษฐศาสตร สาขาว ชาส อสารส อใหม สาขาว ชาการเง นและการธนาคาร สาขาว ชาการตลาด สาขาว ชาการจ ดการทร พยากรมน ษย สาขาว ชาธ รก จการบ น สาขาว ชาการโรงแรม สาขาว ชาการส อสารการตลาด คณะว ทยาศาสตร สาขาว ชาเคม สาขาว ชาช วว ทยา ความต องการเพ ม (ป งบประมาณ) รวม ต องการ เพ ม รวม ท งส น

24 24 คณะ / สาขาว ชา จานวน บ คลากร ป จจ บ น สาขาว ชาฟ ส กส สาขาว ชาคณ ตศาสตร สาขาว ชาสถ ต สาขาว ชาอ ตสาหกรรมเคม และเทคโนโลย ว สด สาขาว ชาว ทยาศาสตร และเทคโนโลย การก ฬา คณะเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร สาขาว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ สาขาว ชาว ทยาการคอมพ วเตอร สาขาว ชาว ศวกรรมคอมพ วเตอร สาขาว ชาเทคโนโลย สารสนเทศ สาขาว ชาภ ม สารสนเทศศาสตร สาขาว ชาว ศวกรรมสารสนเทศและการส อสาร สาขาว ชาว ศวกรรมซอฟต แวร สาขาว ชาเทคโนโลย คอมพ วเตอร กราฟฟ กและม ลต ม เด ย สาขาว ชาเทคโนโลย คอมพ วเตอร เกมส และแอน เมช น สาขาว ชาเทคโนโลย คอมพ วเตอร เคล อนท คณะว ศวกรรมศาสตร สาขาว ชาว ศวกรรมไฟฟ า สาขาว ชาว ศวกรรมเคร องกล สาขาว ชาว ศวกรรมโยธา สาขาว ชาว ศวกรรมอ ตสาหการ ว ทยาล ยพล งงานและส งแวดล อม สาขาว ชาว ศวกรรมส งแวดล อม สาขาว ชาว ทยาศาสตร ส งแวดล อม สาขาว ชาพล งงานทดแทน คณะเกษตรศาสตร และทร พยากรธรรมชาต สาขาว ชาเกษตรศาสตร (พ ชศาสตร ) สาขาว ชาเกษตรศาสตร (ส ตวศาสตร ) สาขาว ชาประมง สาขาว ชาเทคโนโลย ช วภาพ สาขาว ชาความปลอดภ ยทางอาหารในธ รก จเกษตร สาขาว ชาว ทยาศาสตร และเทคโนโลย การอาหาร คณะสถาป ตยกรรมศาสตร และศ ลปกรรมศาสตร สาขาว ชาศ ลปะและการออกแบบ ความต องการเพ ม (ป งบประมาณ) รวม ต องการ เพ ม รวม ท งส น

25 25 คณะ / สาขาว ชา จานวน บ คลากร ป จจ บ น สาขาว ชาสถาป ตยกรรมศาสตร บ ณฑ ต สาขาว ชาศ ลปะการแสดง สาขาว ชาสถาป ตยกรรมภายใน สาขาว ชาภ ม สถาป ตยกรรม สาขาว ชาด ร ยางค ศาสตร สาขาว ชาสถาป ตยกรรมเม องและช มชน คณะเภส ชศาสตร สาขางว ชาบร บาลเภส ชกรรม คณะแพทยศาสตร สาขาว ชาสาธารณส ขศาสตร แขนงว ชาอนาม ยส งแวดล อม สาขาว ชาสาธารณส ขศาสตร แขนงว ชาอนาม ยช มชน สาขาว ชาอาช วอนาม ยและความปลอดภ ย สาขาว ชาเวชก จฉ กเฉ น สาขาว ชาแพทยศาสตร บ ณฑ ต สาขาว ชาการส งเสร มส ขภาพ สาขาว ชาแพทย แผนจ น คณะว ทยาศาสตร การแพทย สาขาว ชาจ ลช วว ทยา 21-1 สาขาว ชาช วเคม สาขาว ชาสร รว ทยา สาขาว ชากายว ภาคศาสตร สาขาว ชาโภชนาการและโภชนบาบ ด คณะพยาบาลศาสตร สาขาว ชาพยาบาลศาสตร คณะสหเวชศาสตร สาขาว ชาเทคน คการแพทย สาขาว ชากายภาพบาบ ด สาขาว ชาร งส เทคน ค คณะท นตแพทยศาสตร สาขาว ชาท นตแพทยศาสตร รวมท งส น ความต องการเพ ม (ป งบประมาณ) รวม ต องการ เพ ม รวม ท งส น

26 ความต องการบ คลากรสายบร การ ป งบประมาณ พ.ศ หน วยงาน / กอง / คณะ จานวน บ คลากร ป จจ บ น หน วยตรวจสอบภายใน โครงการจ ดต งศ นย การเร ยนร อ เล กทรอน กส โครงการจ ดต งศ นย ศ ลปว ฒนธรรมฯ (ไต) โรงเร ยนสาธ ตมหาว ทยาล ยพะเยา กองแผนงาน กองกลาง กองการเจ าหน าท กองก จการน ส ต กองคล ง กองบร การการศ กษา กองบร หารงานว จ ยและประก นค ณภาพการศ กษา กองอาคารสถานท คณะเกษตรศาสตร และทร พยากรธรรมชาต คณะเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร คณะเภส ชศาสตร คณะแพทยศาสตร คณะน ต ศาสตร คณะพยาบาลศาสตร คณะว ทยาการจ ดการและสารสนเทศศาสตร คณะว ทยาศาสตร คณะว ทยาศาสตร การแพทย คณะว ศวกรรมศาสตร คณะศ ลปศาสตร คณะสถาป ตยกรรมศาสตร และศ ลปกรรมศาสตร คณะสหเวชศาสตร คณะท นตแพทยศาสตร ว ทยาเขตเช ยงราย ว ทยาล ยการศ กษาต อเน อง ว ทยาล ยพล งงานและส งแวดล อม ศ นย ให บร การและสน บสน นน ส ตพ การ ศ นย บรรณสารและส อการศ กษา ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร สาน กงานสภามหาว ทยาล ยพะเยา รวมจานวนบ คลากรสายบร การ ความต องการเพ ม (ป งบประมาณ) รวม ต องการ เพ ม รวมท งส น

27 เหต ผลและความจาเป น บทท 3 แผนการพ ฒนาบ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา พ.ศ ทร พยากรบ คคล ถ อเป นทร พย ส นท ม ค าและม ความส าค ญอย างย งท จะท าให องค กรท งหลาย ประสบความส าเร จได อย างย งย น โดยเฉพาะอย างย งในย คของการเปล ยนแปลงท รวดเร วและ สล บซ บซ อนอย างในป จจ บ น ท าให ยากต อการคาดหมายมากข นเร อย ๆ ท งด านเศรษฐก จ การเม อง ส งคม และเทคโนโลย ท ส าค ญย งไปกว าน นค อ การแข งข นท ร นแรงข นท งภายในประเทศและค แข งข น จากต างประเทศ องค กรต างๆจ งต องให ความส าค ญก บการพ ฒนาบ คลากรขององค กร เพ อให เป น เคร องม อเช งกลย ทธ ท จะช วยผล กด นความสาเร จและสามารถสร างค ณค าขององค กรให เก ดข นได อย าง ย งย น มหาว ทยาล ยพะเยาได เห นถ งความส าค ญด านการพ ฒนาบ คลากร โดยม งเน นความเป นเล ศด าน ค ณภาพของบ คลากร อ นเป นกลไกส าค ญในการข บเคล อนองค กรไปส ความก าวหน า โดยเฉพาะการ พ ฒนาท กษะและความช านาญในว ชาช พ ให สามารถปร บต วให เข าก บสภาพแวดล อมท เปล ยนแปลงไป สามารถสร างองค ความร ใหม และน ามาปร บใช ในการพ ฒนาองค กรได อย างเหมาะสม สน บสน นให บ คลากรเพ มพ นความร อย างต อเน อง และส งเสร มให สามารถถ ายทอดความร การปฏ บ ต งานไปย ง บ คคลอ นท เก ยวข องได จ งได จ ดท าแผนพ ฒนาบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ ส าหร บใช เป นเคร องม อในการบร หารจ ดการงานด านทร พยากรบ คคลและการพ ฒนาบ คลากรให สามารถผล กด นการดาเน นงานของมหาว ทยาล ยให บรรล ผลส าเร จตามท กาหนดต อไป 3.2 ว ตถ ประสงค ของการจ ดทาแผนพ ฒนาบ คลากร 1. เพ อพ ฒนาระบบการพ ฒนาบ คลากรของมหาว ทยาล ยพะเยาให ม ความเข มแข ง สอดคล องก บ ย ทธศาสตร และสามารถข บเคล อนไปส การบรรล ว ส ยท ศน พ นธก จ ของมหาว ทยาล ย 2. เพ อจ ดท าแผนการจ ดหาและพ ฒนาบ คลากรของมหาว ทยาล ยพะเยาและใช เป นกรอบหร อ แนวทางในการบร หารงานบ คคลให ม ประส ทธ ภาพ 3. เพ อใช เป นเคร องม อในการพ จารณา ควบค ม ก าก บ และจ ดสรรอ ตราก าล งให หน วยงาน ต างๆภายในมหาว ทยาล ยให เป นไปตามเป าหมายของแผนพ ฒนาบ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา 4. เพ อใช เป นฐานข อม ลส าหร บการวางแผนในการพ ฒนาก าล งคนในด านการศ กษาต อ ว จ ย ฝ กอบรม ด งาน ฯลฯ

28 5. เพ อพ ฒนาค าน ยมร วมของบ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยาให เก ดว ฒนธรรมองค กร ท ม ความไว เน อเช อใจซ งก นและก น (Mutual Trust) เก ดเป นองค กรแห งการเร ยนร (Learning Organization) และท า ให เก ดความเป นสากล (Internationalization) ซ งจะสอดร บ ส งเสร ม และเป นป จจ ยแห งความส าเร จของ ปณ ธานและว ตถ ประสงค ของมหาว ทยาล ยพะเยา 3.3 ประเด นย ทธศาสตร เพ อการพ ฒนาบ คลากร ประเด นย ทธศาสตร ท 1 บ านน าอย ประกอบด วย 4 กลย ทธ และ 18 ต วช ว ด ประเด นย ทธศาสตร ท 2 งานได ผล ประกอบด วย 23 กลย ทธ และ 27 ต วช ว ด ประเด นย ทธศาสตร ท 3 คนเป นส ข ประกอบด วย 4 กลย ทธ และ 5 ต วช ว ด 28

29 แผนย ทธศาสตร การพ ฒนาบ คลากรของมหาว ทยาล ยพะเยา ระยะ 4 ป (พ.ศ ) ประเด นย ทธศาสตร ท 1 บ านน าอย กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย 1.ส งเสร มสน บสน นก จกรรม สร างความส มพ นธ และความ ส ขร วมก นภายใต หล กการ Healthy Workplace เพ อท าให มห า ว ทยาล ยพะเยาเป น องค กรท น าอย 1.สะอาด 1.1 การสร างความตระหน ก ในเ ร อ ง ก า ร ร ก ษ า ค ว า ม สะอาดให ก บท กหน วยงาน ภายในมหาว ทยาล ยรวมถ ง สถานประกอบการภายใน มหาว ทยาล ย 1.2 ร กษาความสะอาดส ง อ านวยความสะดวก ในท สาธารณะ เช น โรงอาหาร โรงจอดรถ ห องน า สวน ฯลฯ 1.จ านวนหน วยงานท เข าร วม โครงการ Big Cleaning Day 100% 2.จ านวนก จกรรมท ส งเสร ม ความสะอาดในท ท างานและ สถานประกอบการภายใน มหาว ทยาล ย 3.ระด บความพ งพอใจของ ผ ใช บร การหน วยงานหร อ สถานประกอบการภายใน มหาว ทยาล ยต อความสะอาด ข อ ง ห น ว ย ง า น / ส ถ า น ประกอบการ 4.ระด บความพ งพอใจของ ผ ใช บร การส งอ านวยความ สะดวกในท สาธารณะ โครงการ/ก จกรรม 1.โครงการ Big Cleaning Day 2. ก จกรรมส งเสร มความ สะอาดในท ท างานและสถาน ป ร ะ ก อ บ ก า ร ภ า ย ใ น มหาว ทยาล ย 3.โครงการตรวจความสะอาด ร านค าและสถานประกอบการ ภายในมหาว ทยาล ยพะเยา แผนปฏ บ ต การ ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ กองอาคาร (ป ละ 2 คร ง) สถานท (ตลอดท งป ) ท กหน วยงาน กองการ (ตลอดท งป ) เจ าหน าท และ คณะ แพทยศาสตร

30 30 แผนปฏ บ ต การ กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ 2.ปลอดภ ย 2.1 การสร างความตระหน ก ในเร องความปลอดภ ยในการ ทางาน 1.จานวนโครงการ/ก จกรรมท สร างความตระหน กในเร อง ของการร กษาความปลอดภ ย ในการทางาน 2.จานวนพน กงานข บรถท เข า อบรมโครงการอบรมพน กงาน 1.โครงการสร างความตระหน ก ในเร องของการร กษาความ ปลอดภ ยในการทางาน 2.โครงการอบรมพน กงานข บ รถยนต เก ยวก บมารยาทในการ ข บข และการเคารพกฎจราจร (ตลอดท งป ) (ตลอดท งป ) ท กหน วยงาน กองการ เจ าหน าท ข บรถยนต 3.การลดอ บ ต เหต ท เก ดจาก 3.การตรวจสภาพรถยนต โดยสารของมหาว ทยาล ยให อย (ตลอดท งป ) พน กงานข บรถ การทางานและการจราจร ในสภาพพร อมใช งาน ภายในมหาว ทยาล ยให เป น ศ นย 4.การตรวจสอบเคร องม อ เคร องใช ในห องปฏ บ ต การให (ตลอดท งป ) ท กหน วยงาน 4.จานวนหน วยงานท เข าร วม อย ในสภาพพร อมใช งาน การซ กซ อมแผนอ บ ต ภ ยภายใน มหาว ทยาล ย 5.การซ กซ อมแผนอ บ ต ภ ย ภายในมหาว ทยาล ย (ป ละ 1 คร ง) ท กหน วยงาน

31 31 แผนปฏ บ ต การ กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ 3.ไร มลพ ษ 3.1 การสร างความตระหน ก ด านการจ ดการทร พยากร ธรรมชาต และส งแวดล อม รวมไปถ งการส งเสร มการ ประหย ดพล งงาน เพ อการ เป นมห าว ทยาล ย ส เ ข ย ว 1.จ านวนก จกรรมท น าไปส การ จ ดการทร พยากรธรรมชาต แ ล ะ ส ง แ ว ด ล อ ม ภ า ย ใ น มหาว ทยาล ย 2.จ านวนหน วยงานท เข าร วม ก จกรรมส งเสร มการประหย ด พล งงานภายในมหาว ทยาล ย 1. ก จกรรมท เ ก ยวก บก า ร จ ดการทร พยากรธรรมชาต แ ล ะ ส ง แ ว ด ล อ ม ภ า ย ใ น มหาว ทยาล ย 2.โครงการ/ก จกรรมท ส งเสร ม การประย ดพล งงานภายใน มหาว ทยาล ย (ตลอดท งป ) (ตลอดท งป ) กองอาคาร สถานท ท กหน วยงาน Green University 4.ม ช ว ตช วา 4.1 การสร างเสร มส ขภาวะ ใ ห ก บ บ ค ล า ก ร ท ง ด า น ร างกายและจ ตใจเพ อความ พร อมในการทางาน 1.จ านวนโครงการ/ก จกรรมท ส งเสร มให บ คลากรออกก าล ง การ 2.จ านวนก จกรรมท ให ความร เก ยวก บส ขภาพแก บ คลากร 3.จ านวนบ คลากรท เข าร วม โครงก ารปฏ บ ต ธรรมและ 1.โครงการ/ก จกรรมท ส งเสร ม ให บ คลากรออกกาล งกาย 2.ก จกรรมให ความร เก ยวก บ ส ขภาพแก บ คลากร 3.โครงการปฏ บ ต ธรรมและ อบรมธรรมะแก บ คลากร (ตลอดท งป ) (ตลอดท งป ) (ป ละ 1 คร ง) คณะ แพทยศาสตร คณะ แพทยศาสตร กองการ เจ าหน าท อบรมธรรมะ 90%

32 กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย 2.สร างเคร อข ายทางว ชาการ 1.ศ กษาด งานหล กส ตรของ 1.จ านวนเคร อข ายทางว ชาการ ท เ ข ม แ ข ง ท ง ภ า ย ใ น แ ล ะ มหาว ทยาล ยพะเยา ท ม ก า ร ด า เ น น ก า ร อ ย า ง ต างประเทศ เพ อให บ คลากร 2. การจ ดท าแผนเคร อข าย ต อเน อง พ ฒนาข ดความสามารถทาง ทางว ชาการ ท งในประเทศ ว ชาการให ส งข น และต างประเทศ 3.ส ดส วนของอาจารย ประจ า 1.การสน บสน นการศ กษา 1.ร อยละของอาจารย ประจ าท ท ม ค ณว ฒ ระด บปร ญญาเอก ให แก บ คลากรสายว ชาการให ม ว ฒ ทางการศ กษาเป นไปตาม หร อเท ยบเท าต ออาจารย ได ร บก ารศ กษาในระด บ เกณฑ มาตรฐานของ สกอ. ประจ าท เพ มข น และได ร บ ปร ญญาเอก 2.จ านวนอาจารย ท ม ค ณว ฒ การพ ฒนาท กษะด านภาษา 2.สน บสน นให อาจารย ได ร บ ร ะ ด บ ป ร ญ ญ า เ อ ก ห ร อ อ งกฤษอย างต อเน อง ก า ร พ ฒ น า ท ก ษ ะ ภ า ษ า เท ยบเท าไม น อยกว าร อยละ อ งกฤษอย างต อเน อง 50 ใน 10 ป พ.ศ จ านวนอาจารย ท เด นทางไป อบรมหล กส ตรภาษาอ งกฤษ ระยะส นในต างประเทศ ป ละไม น อยกว า 50 คน โครงการ/ก จกรรม 1.โครงการ/ก จกรรมศ กษาด งานหล กส ตรของมหาว ทยาล ย พะยา 2.โครงการ/ก จกรรมจ ดท าแผน เคร อข ายทางว ชาการท งใน ประเทศและต างประเทศ 1.จ ดสรรท นการศ กษาให บ คลการสายว ชาการ 2. โ ค ร ง ก า ร พ ฒ น า ท ก ษ ะ ภาษาอ งกฤษแก อาจารย 32 แผนปฏ บ ต การ ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ คณะ/ว ทยาล ย (ป ละ 1 คร ง) ระยะ 1 ป และ 5 ป (ป ละ 1 คร ง) กองบร การ การศ กษา กองการ (ป ละ 1 คร ง) เจ าหน าท

33 33 แผนปฏ บ ต การ กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ 4.ส ดส วนของอาจารย ประจ า ท ม ต าแหน งทางว ชาการ (ผศ. รศ. และ ศ.) ท เพ มข น 1.การให ความร ความเข าใจ เก ยวก บระเบ ยบและข อ ปฏ บ ต ต างๆท เก ยวข องก บ การขอตาแหน งทางว ชาการ 1.ร อยละท เพ มข นของอาจารย ประจาท ม ตาแหน งทางว ชาการ ร อยละ 5 ต อป ของผ ด ารง ต าแหน งรองศาสตราจารย 1.โครงกา รเสวนาการข อ ตาแหน งทางว ชาการ 2. จ ด ท า ร ะ บ บ ต ด ต า ม ใ ห บ คลา กรสายว ช า ก า รท ม (ป ละ 1 คร ง) (ตลอดท งป ) 2.การต ดตามให บ คลากรสาย และร อยละ 15 ต อป ของ ระยะเวลาครบก าหนดท าการ กองการ ว ชาการท ม ระยะเวลาครบ ผ ด า ร ง ต า แ ห น ง ผ ช ว ย ขอตาแหน งทางว ชาการ เจ าหน าท ก าหนดท าการขอต าแหน ง ทางว ชาการ ศาสตราจารย 3.จ ดท าประกาศค าตอบแทน พ เศษส าหร บบ คลากรท ได ร บ 3.การให เง นรางว ลส าหร บผ ท แต งต งให ด ารงต าแหน งทาง ได ร บตาแหน งทางว ชาการ ว ชาการ

34 34 ประเด นย ทธศาสตร ท 2 งานได ผล กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย 1.สร างแรงจ งใจให บ คลากรม 1.ก า ร ตรวจสอบประว ต 1.ร อยละของบ คลากรท ไม ม ค ณธรรม จร ยธรรม บ คลากร ประว ต คด อาญาต อจ านวน 2.การประชาส มพ นธ เก ยวก บ บ คลากรประจ าท งหมดของป โทษทางว น ยให บ คลากร น น ทราบโดยท วก น 2.ร อยละของบ คลากรท ถ ก สอบสวนว น ย 2.บ คลากรสายว ชาการได ร บ 1.การส งเสร มและสน บสน น 1.ร อยละของบ คลากรสาย การพ ฒนาศ กยภาพทางด าน ให บ คลการสายว ชาการได ร บ ว ชาการท ได ร บการพ ฒนา เทคน คกา รสอนโดยเน น การพ ฒนาศ กยภาพทาง ศ กยภาพทางด านเทคน คการ ผ เร ยนเป นสาค ญ ด านเทคน การสอนโดยเน น สอนโดยเน นผ เร ยนเป นสาค ญ ผ เร ยนเป นสาค ญ 3.การพ ฒนาแนวทางการ 1.ส งเสร มให บ คลากรสาย 1.ร อยละของบ คลากรสาย ส อ น ร ป แ บ บ ใ ห ม แ ล ะ ไ ด ว ชาการได ร บการพ ฒนาแนว ว ชาการท ได ร บการพ ฒนาแนว ม า ต ร ฐ า น ส า ก ล ท เ ป น ทางการสอนร ปแบบใหม และ ทางการสอนร ปแบบใหม และ ประโยชน ให ก บบ คลากรสาย ได มาตรฐานสากลท เป น ไ ด ม า ต ร ฐ า น ส า ก ล ท เ ป น ว ชาการ ประโยชน ประโยชน โครงการ/ก จกรรม 1.โครงการตรวจสอบประว ต บ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา 2. โ ค ร ง ก า ร อ บ ร ม ก า ร ใ ช ระเบ ยบ ข อบ งค บ ประกาศ และค าส งของมหาว ทยาล ย พะเยา (ป ละ 1 คร ง) 1.โครงการฝ กอบรมเทคน ค การสอนโดยเน นผ เร ยนเป น สาค ญ 1.โครงการ/ก จกรรมพ ฒนา แนวทางการสอนร ปแบบใหม ท ได มาตรฐานสากล เช น การ สอนแบบ I-class room และ การสอนเพ อพ ฒนาบ ณฑ ตใน ศตวรรษท 21 แผนปฏ บ ต การ ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ (ตลอดท งป ) กองการ (ป ละ 1 คร ง) เจ าหน าท (ป ละ 1 คร ง) กอบร การ การศ กษา กอบร การ (ป ละ 1 คร ง) การศ กษา

35 35 แผนปฏ บ ต การ กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ 4. ก า ร พ ฒ น า ศ ก ย ภ า พ บ คลากรสายว ชาการทางด าน เทคน คก ารสอนเพ อผล ต บ ณฑ ตตามอ ตล กษณ ของ มหาว ทยาล ย 1.ส งเสร มให บ คลากรสาย ว ชาการได ร บการพ ฒนา ศ กยภาพทางด านเทคน คการ สอนเพ อผล ตบ ณฑ ตตาม อ ตล กษณ ของมหาว ทยาล ย 1.ร อยละของบ คลากรสาย ว ชาการท ได ร บการพ ฒนา ศ กยภาพทางด านเทคน คการ สอนเพ อผล ตบ ณฑ ตตาม อ ตล กษณ ของมหาว ทยาล ย 1.โครงกา ร/ก จกรรมกา ร พ ฒ น า ศ ก ย ภ า พ ท า ง ด า น เ ทคน คการสอนเพ อผล ต บ ณฑ ตตามอ ตล กษณ ของ มหาว ทยาล ย เช นเทคน คด าน ค ณธรรม จร ยธรรมและสอน ส นทร ยศ ลป (ป ละ 1 คร ง) กอบร การ การศ กษา 5.บ คลากรสายว ชาการได ร บ ความร ความเข าใจในระบบ การจ ดการเร ยนการสอนและ การให คาปร กษาแก น ส ต 1.ส งเสร มให ได ร บความร ความเ ข าใจในระ บบกา ร จ ดการเร ยนการสอนและการ ให ค าปร กษาด านการเร ยน การสอนแก น ส ต 1.ร อยละของบ คลากรสาย ว ชาการท ได ร บการพ ฒนาให เข าใจในระบบการจ ดการเร ยน การสอนและการให ค าปร กษา แก น ส ต 1.โครงการปฐมน เทศอาจารย ใหม 2.โครงการอบรมอาจารย ท ปร กษา (ป ละ 1 คร ง) (ป ละ 1 คร ง) กองการ เจ าหน าท กองก จการน ส ต/ กองบร การ 2. จ านวนอาจารย อาจารย ท เข าร วมโครงการปฐมน เทศ การศ กษา 6.บ คลากรสายว ชาการได ร บ การแลกเปล ยนเร ยนร เพ อ พ ฒนาศ กยภาพในการท างาน 1.ส งเสร มให บ คลากรสาย ว ชาการได ร บการแลกเปล ยน เร ยนร เพ อพ ฒนาศ กยภาพใน 1.ร อยละของบ คลากรสาย ว ชาการท ได ร บการแลกเปล ยน เร ยนร เพ อพ ฒนาศ กยภาพใน 1. ก จกรรมการแลกเปล ยน เร ยนร ตามความสนใจของ อาจารย (ป ละ 1 คร ง) กอบร การ ด านการจ ดการเร ยนการสอน การท างานด านการจ ดการ เร ยนการสอน การท างานด านการจ ดการ เร ยนการสอน การศ กษา

36 36 กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย 7. ก า ร พ ฒ น า ศ ก ย ภ า พ 1.การส งเสร มและสน บสน น 1.จ านวนบ คลากรท เข าร วม บ คลากรสา ยบร การด า น ให บ คลการสายบร การได ร บ โครงการปฐมน เทศ ว ชาการและ/หร อว ชาช พ การพ ฒนา โดยการฝ กอบรม 2.ร อยละของบ คลากรสาย ด งาน ส มมนา และศ กษาต อ บร กา รท ได ร บการพ ฒนา ความร และ/หร อท กษะใน ว ชาช พ ตลอดจนปฏ บ ต งานท เก ยวข อง 8.สร างม ระบบต ดตามผลการ 1. ก า รต ด ตา ม ผ ล ก า ร น า 1.ร อยละของบ คลากรท เข าร บ น าความร และท กษะท ได จาก ความร และท กษะท ได จาก ก า ร ฝ ก อ บ ร ม ด า น ต า ง ๆ การพ ฒนามาใช ในการจ ดการ ก า ร พ ฒ น า ม า ใ ช ใ น ก า ร สามารถน าความร และท กษะท สอนตลอดจนปฏ บ ต งานท จ ด ก า ร ส อ น ต ล อ ด จ น ได มาใช ในการจ ดการสอน เก ยวข อง ปฏ บ ต งานท เก ยวข อง ตลอดจนปฏ บ ต งานท เก ยวข อง 9. ก า ร พ ฒ น า ร ะ บ บ ก า ร 1. ก า ร พ ฒ น า ร ะ บ บ ก า ร 1.ร อยละของผลการประเม น ประเม นผลการปฏ บ ต งานของ ประเม นผลการปฏ บ ต งาน บ คลากรอย ในระด บด บ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา ของบ คลากรมหาว ทยาล ย พะเยาให ม ประส ทธ ภาพ โครงการ/ก จกรรม 1.โครงการปฐมน เทศบ คลากร ใหม สายบร การ 2.ส งเสร มและสน บสน นให บ ค ล ก า ร ส า ย บ ร ก า ร ไป ฝ กอบรม ด งาน ส มมนา 3.จ ดสรรท นการศ กษา ให บ คลการสายบร การ 1.โครงการต ดตามผลการน า ความร และท กษะท ได จากการ พ ฒนามาใช ในการจ ดการสอน ตลอดจนปฏ บ ต งานท เก ยวข อง 1. การปร บปร งระบบการ ประเม นผลการปฏ บ ต งานของ บ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา ให ม ประส ทธ ภาพ แผนปฏ บ ต การ ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ ท กหน วยงาน (ป ละ 1 คร ง) กองการ (ตลอดท งป ) เจ าหน าท ท กหน วยงาน (ตลอดท งป ) (ป ละ 1 คร ง) กองการ เจ าหน าท

37 37 แผนปฏ บ ต การ กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ 10.พ ฒนาระบบการบร หาร งานบ คคลท ม มาตรฐานและ สร างขว ญก าล งใจท ด แก 1. ก า ร ส ร า ง ร ะ บ บ ก า ร บร หารงานบ คคลท โปร งใส เท ยงธรรมและตรวจสอบได 1. ร อยละความพ งพอใจของ บ ค ล า ก ร ต อ ร ะ บ บ ก า ร บร หารงานบ คคล 1. โครงการประเม นระบบการ บร หารงานบ คคล 2. โครงการส งเสร มการม ส วน (ป ละ 1 คร ง) กองการ บ คลากรท กระด บ 2. การเป ดโอกาสให บ คลากร ร วมในการพ ฒนาระบบการ เจ าหน าท ภายในและภายนอกม ส วน บร หารงานบ คคล ร วมมากข น 11.เพ มการต ดต อส อสารสอง 1.การเพ มช องทางการส อสาร 1.ระด บการร บร ข าวสารของ 1. เคร อข ายน กประชาส มพ นธ ทางภายในองค กรและเร ง ป ร ะ ช า ส ม พ น ธ ง า น ข อ ง และประชาส มพ นธ ผลงาน ส ภายนอกท ท วถ ง และตรง น ส ตและบ คลากร มหาว ทยาล ยพะเยา (ตลอดท งป ) กองกลาง มหาว ทยาล ยในเช งร กแก ก บความต องการของกล ม ประชาคมภายนอก เป าหมาย 1 2. ป ร บ ป ร ง โ ค ร ง ส ร า ง หน วยงานและกฎระเบ ยบ ข อบ งค บให ม ความย ดหย น และคล องต วในการปฏ บ ต 1.การปร บปร งโครงสร าง องค กร ระบบ ระเบ ยบ ให ม ค ว า ม ค ล อ ง ต ว ย ด ห ย น เหมาะก บร ปแบบการบร หาร 1.จ านวนคร งของการทบทวน ปร บปร งโครงสร างหน วยงาน และกฎระเบ ยบ 1.โครงการปร บปร งโครงสร าง หน วยงาน 2.โครงการปร บปร งระเบ ยบ ข อบ ง ค บต า ง ๆ เ พ อ ค ว า ม (ป ละ 1 คร ง) กองการ เจ าหน าท จ ดการภายในองค กร เหมาะสมในการบร หารงาน ภายในองค กร (ป ละ 1 คร ง)

38 38 แผนปฏ บ ต การ กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ 13.บ คลากรม ว ฒนธรรมการ เร ยนร และท างานร วมก นเป น ท ม ม ส าน กร กสถาบ นขย นส 1.การส งเสร มว ฒนธรรม องค กรท เน นการม ส วนร วม และท างานเป นท มท งภายใน 1.จ านวนโครงการ/ก จกรรมใน การส งเสร มว ฒนธรรมองค กร 2.ร อยละของบ คลากรท เข า 1.โครงการพ ฒนาเทคน คการม ส วนร วมในการข บเคล อนแผน ย ทธศาสตร ส แผนปฏ บ ต การ (ป ละ 1 คร ง) ท กหน วยงาน งานหน ก และข ามหน วยงาน ร วมการส งเสร มว ฒนธรรม 2.โ ค ร ง ก า ร ส ม ม น า เ ช ง องค กรท จบหล กส ตร ปฏ บ ต การการปร บปร งการ ทางานอย างต อเน อง 14.การส งเสร มและสน บสน น 1.การพ ฒนาระบบการจ ด 1.จ านวนหน วยงานท ใช KM 1.โครงการการจ ดการความร ก จกรรมการแลกเปล ยน เร ยนร ท วท งองค กรรวมถ ง การความร (KM) ท ม ประ ส ทธ ภาพสามารถน าไปประ เป นเคร องม อในการพ ฒนาคน พ ฒนางาน (KM) (ตลอดท งป ) สน บสน นทร พยากรในการจ ด ย กต ใช ในการปฏ บ ต งานได 2.ร อยละโครงการ/ก จกรรมท ท กหน วยงาน ก จกรรม เพ อสร างความ 2.การสน บสน นทร พยากรใน น า KM ไปใช เป นเคร องม อใน เข มแข งให แก ช มชนน กปฏ บ ต การจ ดก จกรรมการจ ดการ การดาเน นงานโครงการ (Community of Practice) ความร (KM) 15.การส งเสร มและสน บสน น ก จกรรมพ ฒนางานบนหล ก การของวงจร R2R 1.การส งเสร มก จกรรม R2R 1. จ านวนหน วยงานท ประสบ ความส าเร จจากการใช R2R เป นเคร องม อท ใช พ ฒนาคน 1. โครงการเสร มสร างความร การใช R2R เป นเคร องม อ พ ฒนางาน (ป ละ 1 คร ง) กองการ เจ าหน าท พ ฒนางาน

39 39 กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย 16.การสร างความพ งพอใจใน 1.การพ ฒนาค ณภาพช ว ตของ 1.ระด บความพ งพอใจของ การทางานให ก บบ คลากร บ คลากร บ คลากรในการท างานไม ต า กว าระด บด โครงการ/ก จกรรม 1.การจ ดให ม ระบบสว สด การ ในด านต างๆให เพ ยงพอและ เหมาะสม 2.การอบรมให ความร เก ยวก บ สว สด การของมหาว ทยาล ย พะเยา 3.การพ ฒนาระบบค าตอบ แทน ให ม ประส ทธ ภาพ แผนปฏ บ ต การ ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ กองการ (ป ละ 1 คร ง) เจ าหน าท 17.การสร างผ บร หารหน าใหม 1.พ ฒนาบ คลากรเพ อเตร ยม 1.จ านวนบ คลากรท ผ านการ 1.โครงการพ ฒนาบ คลากรเพ อ กองการ ท ม ศ ก ย ภาพและม ความ พร อมเข าส ต าแหน งบร หารใน ความพร อมในการเข าส ตาแหน งบร หารในท กระด บ เ ข า ร ว ม โ ค ร ง ก า ร พ ฒ น า บ คลากรเพ อเข าส ต าแหน ง เข าส ตาแหน งบร หารในท ก ระด บ (ป ละ 1 คร ง) เจ าหน าท ท กระด บ บร หาร 18.Target Setting ก าหนด 1. ก า ห น ด แ น ว ท า ง แ ล ะ 1. ม เป าหมายและแนวทางการ กองบร หาร เป าหมายและแนวทางการ เป าหมายร วมก น ดาเน นงานท ช ดเจน งานว จ ยและ ดาเน นงานให เป นท ร บร ท วก น 2. ช แจงท าความเข าใจให ประก นค ณภาพ ทราบโดยท วก น การศ กษา และ คณะ/ว ทยาล ย

40 40 แผนปฏ บ ต การ กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ 19.Area and Issue ใช พ นท และประเด นท ม ผลกระทบส ง เป นศ นย กลางในการบ รณา การ การทางานและเป นแหล ง เ ร ย น ร ร ว ม ก น จ า ก ก า ร ปฏ บ ต งานจร ง 1. เล อกพ นท ท ผ น าช มชน ต งใจจร งและม ความเข มแข ง 1.1 นาน ส ตลงพ นท ในอ าเภอท ร บ ผ ด ช อ บ ห ร อ พ น ท เป าหมาย 1.2 เล อกพ นท โดยการม ส วน ร วมของท กภาคส วน โดยม เกณฑ ท ผ น าช มชนม ความ ต งใจจร ง และม ความเข มแข ง และช มชนม ความพร อมท จะ ร วมม อ 2. เล อกประเด นท ม ผลกระทบส ง 2.1 ก าหนดประเด นจากการ ลงพ นท แบบม ส วนร วม 2.2 เล อกประเด นท เป นการ ส น บ ส น น โ อ ก า ส ห ร อ แก ป ญหาท เป นความต องการ ของช มชน และม ผลกระทบ ส งเป นลาด บ 1. จ านวน Success Model ท ม ผลกระทบส งและพร อมท จะ เป นแหล งเร ยนร ให ก บผ อ น กองบร หาร งานว จ ยและ ประก นค ณภาพ การศ กษา และ คณะ/ว ทยาล ย

41 41 แผนปฏ บ ต การ กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ ก าหนดประเด นจาก การลงพ นท แบบม ส วนร วม เล อกประเด นท เป นการ ส น บ ส น น โ อ ก า ส ห ร อ แก ป ญหาท เป นความต องการ กองบร หาร ของช มชน และม ผลกระทบ งานว จ ยและ ส งเป นลาด บ ประก นค ณภาพ 2. 3 พ น ท แ ล ะ ป ร ะ เ ด น การศ กษา และ สามารถเป นแหล งเร ยนร ร ว คณะ/ว ทยาล ย มาก นจากการปฏ บ ต จร ง เป นช มชนท พร อมจะ เร ยนร และช วยเหล อตนเอง 2.4 ม แผนการด าเน นงานได มากกว า 3 ป สามารถเป นแหล ง เร ยนร ของผ อ น

42 42 แผนปฏ บ ต การ กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ 20. Intergration บ รณาการ 1. สร างความเข าใจโครงสร าง 1. ม บ รณาการ การท างาน พ นธก จ ศาสตร ภาค และ ในการทางานท เป นบ รณาการ ด านว จ ย บร การว ชาการและ งบประมาณในการดาเน นงาน ด านต าง ๆ ท าน งบ าร งศ ลปว ฒนธรรมจน 1.1 บ รณาการการว จ ยก บ เ ก ด เ ป น เ อ ก ล ก ษ ณ ข อ ง การเร ยนการสอน, การ ม ห า ว ท ย า ล ย แ ล ะ ม ก า ร บร การว ชาการ, การท าน เช อมโยงก บการจ ดการเร ยน กองบร หาร บาร งศ ลปว ฒนธรรมก จกรรม การสอนหล กส ตร งานว จ ยและ น ส ต ประก นค ณภาพ 1.2 บ รณาการ การท างานก บ การศ กษา และ คณะ/ว ทยาล ยอ นในพ นท คณะ/ว ทยาล ย ดาเน นการ 1.3 บ รณาการ การท างาน ของมหาว ทยาล ย ก บช มชน ก บองค ก ร ภา ย น อก แ ล ะ แหล งท น 1. 4 จ ดสรรงบประ มา ณ สน บสน นเพ ยงยอดเด ยวให หน วยงานระด บคณะ บร หาร ความจาเป น สาหร บ

43 43 แผนปฏ บ ต การ กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ โครงการว จ ยบร การว ชาการ และทาน บาร งศ ลปว ฒนธรรม โดยท า ค ว า ม เ ข า ใ จก อ น จ ดสรร 21.Networking สร างเคร อ 1. ภายในมหาว ทยาล ย 1. ม เคร อข ายการท างานท ข ายการท างาน เพ อเสร ม 1.1 ยกระด บและปร บเปล ยน เข มแข งท งภายในและภายนอก สร างพล งซ งก นและก น โครงสร างพ นฐานเพ อการ มหาว ทยาล ย บร หารจ ดการงานว จ ย กองบร หาร -ป ร บ โ ค ร ง ส ร า ง ร ะ บ บ งานว จ ยและ ม ห า ว ท ย า ล ย ใ ห ม ค ว า ม ประก นค ณภาพ เข มแข ง การศ กษา และ -ปร บโครงสร างระด บคณะให คณะ/ว ทยาล ย ส า ม า ร ถ ด า เ น น ง า น สอดคล องก บมหาว ทยาล ย 1.2 สน บสน นให ม การท างาน ร วมก นระหว างคณะ

44 44 แผนปฏ บ ต การ กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ -ม โครงสร างและผ ร บผ ดชอบ ในการบร หารงานว จ ย -พ ฒ น า ค ณ า จ า ร ย ใ ห สามารถรองร บการว จ ยของ กองบร หาร คณะและมหาว ทยาล ย งานว จ ยและ 2. ภานอกมหาว ทยาล ย ประก นค ณภาพ 2.1 บร หารจ ดการงานว จ ย การศ กษา และ โดยม ส วนร วมจากช มชนและ คณะ/ว ทยาล ย องค กรภายนอกท ร บผ ดชอบ ของช มชน 2. 2 แ ส ว ง ห า แ ห ล ง ท น สน บสน น 22.Support and Reward 1. ต นน า 1. ม ระบบกลไกบร หารจ ดการ กองบร หาร ส งเสร มและสน บสน นท งต น 1.1 สร างระบบและกลไก ด า นว จ ยท ม ประส ทธ ภา พ งานว จ ยและ น า กลางน า และปลายน า สน บสน น ผ ล ง า น ว จ ย ท ง ร ะ ด บ ประก นค ณภาพ เพ อสร างขว ญก าล งใจ และ -ก าหนดนโยบายท ศทางและ มหาว ทยาล ยและคณะได การศ กษา และ ขยายผลส มฤทธ เป าหมาย มาตรฐานตามเกณฑ ค ณภาพ คณะ/ว ทยาล ย

45 45 แผนปฏ บ ต การ กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ -พ ฒนาศ กยภาพการว จ ย ของสกอ.และสมศ. ข อ ง อ า จา ร ย น ส ต แ ล ะ บ คลากรสายสน บสน น -พ ฒนาค ณภาพของข อเสนอ โครงการว จ ย กองบร หาร -ก า ห น ด ภ า ร ะ ง า น ใ ห งานว จ ยและ เหมาะสม ประก นค ณภาพ -ปร บปร งระเบ ยบการเง น การศ กษา และ เพ อความคล องต ว คณะ/ว ทยาล ย -จ ดทาค ม อปฏ บ ต งาน -จ ดทาฐานข อม ลผลงานว จ ย -จ ดท าฐานข อม ลการจ ดการ งานว จ ย -อ านวยความสะดวกด าน ส ถ า น ท แ ล ะ เ ค ร อ ง ม อ สน บสน น

46 46 แผนปฏ บ ต การ กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ 1. 2 จ ด ห า แ ล ะ จ ด ส ร ร งบประมาณสน บสน น -จ ดหาแหล งท นสน บสน น การว จ ยเพ มเต ม -จ ดท าประกาศเกณฑ การ สน บสน นท นว จ ย กองบร หาร -โครงการจ ดประช มเพ อ งานว จ ยและ ช แ จ ง เ ป ด ร บ ข อ เ ส น อ ประก นค ณภาพ โครงการว จ ยบร การว ชาการ การศ กษา และ และทาน บาร งศ ลปว ฒนธรรม คณะ/ว ทยาล ย -จ ด ส ร ร ง บ ป ร ะ ม า ณ ส น บ ส น น ใ น ล ก ษ ณ ะ บ รณาการด านพ นธก จ 3. ปลายน า 3.1 สน บสน นการเผยแพร -โครงการประช มว ชาการ พะเยาว จ ย (งบประมาณ สน บสน นจากส วนบร หาร กลาง)

47 47 แผนปฏ บ ต การ กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ -โ ค ร ง ก า ร น ท ร ร ศ ก า ร โครงการ 1 คณะ 1 โมเดล -โ ค ร ง ก า ร น ท ร ร ศ ก า ร โครงงานน ส ต -โ ค ร ง ก า ร น ท ร ร ศ ก า ร เผย แ พ ร ผ ล ง า น ร ะ ด บ กองบร หาร บ ณฑ ตศ กษา งานว จ ยและ -ก า ร จ ดท า ว า รสารของ ประก นค ณภาพ มหาว ทยาล ยพะเยา การศ กษา และ -โครงการให ความร ด าน คณะ/ว ทยาล ย ส ทธ บ ตรและอน ส ทธ บ ตร -โครงการอ นเน องมาจาก พระราชดาร ฯ (อพ.สธ.) -โครงการจ ดการความร ด าน การว จ ยเพ อเผยแพร 3.2 สน บสน นเง นรางว ล เผยแพร ผลงานว จ ย -จ ดท นสน บสน นการเผยแพร ผลงานว จ ย

48 48 แผนปฏ บ ต การ กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ -ใ ห ร า ง ว ล เ ผ ย แ พ ร ผลงานว จ ย 23. Execution ก า ร จ ดก า ร 1. ก าหนดเป าหมายของท ก 1. เก ดผลส มฤทธ ตาม Main เพ อให เก ดผลส มฤทธ โดยใช Main KPI และท กหน วยงาน KPI ท ก KPIs และท กหน วยงาน QA และ KM เป นเคร องม อ 1.1 กาหนดค าเป าหมาย Main KPI ของแผนงานด านการว จ ย ระด บมหาว ทยาล ย กองบร หาร 1.2 ก าหนดค าเป าหมาย งานว จ ยและ Main KPI ของแผนงานด าน ประก นค ณภาพ การว จ ยระด บคณะ การศ กษา และ 2. ก าหนดให ม กลไกความ คณะ/ว ทยาล ย ร บผ ดชอบงานว จ ย 2.1 ก าหนดความร บผ ดชอบ แ ล ะ ร บ ผ ด ช อ บ ร ะ ด บ มหาว ทยาล ย 2.2 ก าหนดความร บผ ดชอบ และร บผ ดชอบระด บคณะ

49 49 แผนปฏ บ ต การ กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ 3. ต ดตามผลการด าเน นการ ด านว จ ย 3.1 ต ดตามผ านกระบวนการ IQA และ EQA กองบร หาร 3.2 ต ดตามผ านกระบวนการ งานว จ ยและ ประเม นผ บร หาร ประก นค ณภาพ 4. จ ดเวท แลกเปล ยนเร ยนร การศ กษา และ เพ อขยายผลส มฤทธ คณะ/ว ทยาล ย 4.1 จ ดเวท แลกเปล ยนเร ยนร เพ อขยายผลส มฤทธ 4.2 ยกย องชมเชย และให รางว ล

50 50 ย ทธศาสตร ท 3 คนเป นส ข กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย 1.การช นชมความส าเร จของ 1.ช นชมบ คลากรในแนวทาง 1.ร อยละหน วยงานท เข าร วม บ คลากรเป นประจ า และ Healthy Workplace ก จกรรมภา ย ใ ต ห ล ก กา ร สม าเสมอ Healthy Workplace 2.จานวนการจ ดก จกรรมช นชม ผ ลงาน/ความส า เ ร จของ บ คลา กรท งในระ ด บมห า ว ทยาล ยและหน วยงาน 2. ก า ร ส ร า ง เ ค ร อ ข า ย 1. กา รส งเสร มกา รสร าง 1.จ านวนโครงการ/ก จกรรมท ความส มพ นธ บ คลากรแบบ เ ค ร อ ข า ย ค ว า ม ส ม พ น ธ เก ยวก บการสร างเคร อข าย ม ส วนร วม บ ค ล า ก ร ท ง ภ า ย ใ น ความส มพ นธ บ คลากรท ง มหาว ทยาล ยและภายนอก ภา ย ใ น มห า ว ทยาล ย แ ล ะ แบบม ส วนร วม ภายนอกแบบม ส วนร วม แผนปฏ บ ต การ โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ 1.โครงการประกวดหน วยงาน และสถานประกอบการสะอาด น า อ ย ป ล อ ด ภ ย ใ ส ใ จ ส งแวดล อม 2.โครงการ UP Awards 2.1 ด านการให บร การ 2.2 ด านการแต งกาย 2.3 ด านความม น าใจ 2.4 ด านว ชาการ 1.โครงการแข งก ฬาบ คลากร มหาว ทยาล ยพะเยาประจาป 2.โครงการ มพ. เย ยมไข ให กาล งใจบ คลากร 3. โครงการอย ร ก จากอาล ย (ป ละ 1 คร ง) (ป ละ 1 คร ง) (ป ละ 1 คร ง) (ตลอดท งป ) (ตลอดท งป ) ท กหน วยงาน กองการเจ าหน าท 4.การเข าร วมแข งข นก ฬา บ คลากร สกอ. (ป ละ 1 คร ง)

51 51 กลย ทธ มาตรการ ต วบ งช /ค าเป าหมาย 3. ก า ร ส ง เ ส ร ม ส ข ภ า พ บ คลากร 1. ก า ร ส ง เ ส ร ม ส ข ภ า พ บ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา แ ล ะ ก า ร บ ร ก า ร ท า ง การแพทย เคล อนท 1.จ านวนบ คลากรท เข าร วม โครงการ/ก จกรรมท เก ยวก บ การส งเสร มส ขภาพบ คลากร มหาว ทยาล ยพะเยาและการ บร การทางการแพทย เคล อนท แผนปฏ บ ต การ โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ผ ร บผ ดชอบ 1. โ ครงการตรวจส ข ภา พ ประจ าป ส าหร บบ คลากร มหาว ทยาล ยพะเยา 2.โครงการ มพ. ห วงใย ใส ใจ บ คลากร 3.การประก นภ ยอ บ ต เหต ส วน บ ค ค ล ก ล ม บ ค ล า ก ร มหาว ทยาล ยพะเยา (ป ละ 1 คร ง) (ตลอดท งป ) (ป ละ 1 คร ง) กองการเจ าหน าท และคณะ แพทยศาสตร 4.การเพ มค ณค าบ คลากรท ง ในม ต ของความสามารถอย าง ม ออาช พ ความม งม น ท มเท 1. ก า รสร าง ระบบ Talent Management 1.จ านวนโครงการก จกรรมท ส น บ ส น น ก ล ม Talent Management 1.โครงการสร างระบบ Talent Management - ด านการเร ยนการสอน (ป ละ 1 คร ง) กองการเจ าหน าท ความร ก เอ ออาทร เห น ค ณค าของก นและก น น าไปส ความจงร กภ กด ต อองค กร - ด านการว จ ย - ด านการบร การว ชาการ - ด านการบร หารจ ดการ

52 ความสอดคล องก บย ทธศาสตร และค าน ยมร วมของมหาว ทยาล ยพะเยา ประเด นย ทธศาสตร การพ ฒนาบ คลากรของมหาว ทยาล ย ประเด นย ทธศาสตร ท 1 บ านน าอย กลย ทธ ท 1 ส งเสร มสน บสน นก จกรรมสร างความ ส มพ นธ และความ ส ขร วมก น ภายใต หล กการ Healthy Workplace เพ อทาให มหาว ทยาล ยพะเยาเป นองค กร ท น าอย กลย ทธ ท 2 สร างเคร อข ายทางว ชาการ ท เข มแข งท งภายในและต างประเทศ เพ อให บ คลากรพ ฒนาข ดความสามารถทางว ชาการให ส งข น กลย ทธ ท 3 ส ดส วนของอาจารย ประจาท ม ค ณว ฒ ระด บปร ญญาเอก หร อเท ยบเท า ต ออาจารย ประจ าท เพ มข น และได ร บการพ ฒนาท กษะด านภาษา อ งกฤษอย าง ต อเน อง กลย ทธ ท 4 ส ดส วนของอาจารย ประจ าท ม ต าแหน งทางว ชาการ (ผศ. รศ. และ ศ.) ท เพ มข น ความสอดคล องก บย ทธศาสตร และค าน ยมร วมของมหาว ทยาล ยพะเยา สอดคล องก บย ทธศาสตร ข อท สอดคล องก บค าน ยมร วม ข อท (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7)

53 ประเด นย ทธศาสตร การพ ฒนาบ คลากรของมหาว ทยาล ย ประเด นย ทธศาสตร ท 2 งานได ผล ความสอดคล องก บย ทธศาสตร และค าน ยมร วมของมหาว ทยาล ยพะเยา สอดคล องก บย ทธศาสตร ข อท สอดคล องก บค าน ยมร วม ข อท (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) กลย ทธ ท 1 สร างแรงจ งใจให บ คลากรม ค ณธรรม จร ยธรรม กลย ทธ ท 2 บ คลากรสายว ชาการได ร บการพ ฒนาศ กยภาพทางด านเทคน คการ สอนโดยเน นผ เร ยนเป นสาค ญ กลย ทธ ท 3 การพ ฒนาแนวทางการสอนร ปแบบใหม และได มาตรฐานสากลท เป น ประโยชน ให ก บบ คลากรสายว ชาการ กลย ทธ ท 4 การพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรสายว ชาการทางด านเทคน คการสอนเพ อ ผล ตบ ณฑ ตตามอ ตล กษณ ของมหาว ทยาล ย กลย ทธ ท 5 บ คลากรสายว ชาการได ร บความร ความเข าใจในระบบการจ ดการเร ยน การสอนและการให คาปร กษาแก น ส ต กลย ทธ ท 6 บ คลากรสายว ชาการได ร บการแลกเปล ยนเร ยนร เพ อพ ฒนาศ กยภาพ ในการทางานด านการจ ดการเร ยนการสอน กลย ทธ ท 7 การพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรสายบร การด านว ชาการและ/หร อว ชาช พ 53

54 54 ประเด นย ทธศาสตร การพ ฒนาบ คลากรของมหาว ทยาล ย ประเด นย ทธศาสตร ท 2 งานได ผล กลย ทธ ท 8 สร างม ระบบต ดตามผลการน าความร และท กษะท ได จากการพ ฒนา มาใช ในการจ ดการสอนตลอดจนปฏ บ ต งานท เก ยวข อง กลย ทธ ท 9 การพ ฒนาระบบการประเม นผลการปฏ บ ต งานของบ คลากร มหาว ทยาล ยพะเยา กลย ทธ ท 10 พ ฒนาระบบการบร หาร งานบ คคลท ม มาตรฐานและสร าง ขว ญกาล งใจท ด แก บ คลากรท กระด บ กลย ทธ ท 11 เพ มการต ดต อส อสารสองทางภายในองค กรและเร งประชาส มพ นธ งานของมหาว ทยาล ยในเช งร กแก ประชาคมภายนอก กลย ทธ ท 12 ปร บปร งโครงสร างหน วยงานและกฎระเบ ยบ ข อบ งค บให ม ความ ย ดหย นและคล องต วในการปฏ บ ต กลย ทธ ท 13 บ คลากรม ว ฒนธรรมการเร ยนร และท างานร วมก นเป นท ม ม ส าน กร ก สถาบ นขย นส งานหน ก ความสอดคล องก บย ทธศาสตร และค าน ยมร วมของมหาว ทยาล ยพะเยา สอดคล องก บย ทธศาสตร ข อท สอดคล องก บค าน ยมร วม ข อท (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7)

55 ประเด นย ทธศาสตร การพ ฒนาบ คลากรของมหาว ทยาล ย ประเด นย ทธศาสตร ท 2 งานได ผล กลย ทธ ท 14 การส งเสร มและสน บสน นก จกรรมการแลกเปล ยนเร ยนร ท วท งองค กร รวมถ งสน บสน นทร พยากรในการจ ดก จกรรม เพ อสร างความเข มแข งให แก ช มชน น กปฏ บ ต (Community of Practice) กลย ทธ ท 15 การส งเสร มและสน บสน นก จกรรมพ ฒนางานบนหล กการของวงจร R2R ความสอดคล องก บย ทธศาสตร และค าน ยมร วมของมหาว ทยาล ยพะเยา สอดคล องก บย ทธศาสตร ข อท สอดคล องก บค าน ยมร วม ข อท (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) กลย ทธ ท 16 การสร างความพ งพอใจในการทางานให ก บบ คลากร กลย ทธ ท 17 การสร างผ บร หารหน าใหม ท ม ศ กยภาพและม ความพร อมเข า ส ตาแหน งบร หารในท กระด บ กลย ทธ ท 18 Target Setting ก าหนดเป าหมายและแนวทางการด าเน นงานให เป นท ร บร ท วก น กลย ทธ ท 19 Area and Issue ใช พ นท และประเด นท ม ผลกระทบส ง เป นศ นย กลางใน การบ รณาการ การทางานและเป นแหล งเร ยนร ร วมก นจากการปฏ บ ต งานจร ง กลย ทธ ท 20 Intergration บ รณาการพ นธก จ ศาสตร ภาค และงบประมาณในการ ดาเน นงาน กลย ทธ ท 21 Networking สร างเคร อ ข ายการทางาน เพ อเสร ม สร างพล งซ งก นและก น 55

56 ประเด นย ทธศาสตร การพ ฒนาบ คลากรของมหาว ทยาล ย ประเด นย ทธศาสตร ท 2 งานได ผล กลย ทธ ท 22 Support and Reward ส งเสร มและสน บสน นท งต นน า กลางน า และ ปลายน า เพ อสร างขว ญกาล งใจ และขยายผลส มฤทธ กลย ทธ ท 23 Execution การจ ดการเพ อให เก ดผลส มฤทธ โดยใช QA และ KM เป น เคร องม อ ประเด นย ทธศาสตร ท 3 คนเป นส ข ความสอดคล องก บย ทธศาสตร และค าน ยมร วมของมหาว ทยาล ยพะเยา สอดคล องก บย ทธศาสตร ข อท สอดคล องก บค าน ยมร วม ข อท (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) กลย ทธ ท 1 การช นชมความสาเร จของบ คลากรเป นประจาและสม าเสมอ กลย ทธ ท 2 การสร างเคร อข ายความส มพ นธ บ คลากรแบบม ส วนร วม กลย ทธ ท 3 การส งเสร มส ขภาพบ คลากร 56 กลย ทธ ท 4 การเพ มค ณค าบ คลากรท งในม ต ของความสามารถอย างม ออาช พ ความม งม น ท มเท ความร ก เอ ออาทร เห นค ณค าของก นและก น น าไปส ความ จงร กภ กด ต อองค กร

57 แผนการการจ ดสรรท นการศ กษาให ก บบ คลากรของมหาว ทยาล ยพะเยา ในช วงป งบประมาณ ประเภทของท น แผนการการจ ดสรรท นการศ กษาให ก บบ คลากร รวม ในช วงป งบประมาณ (ท น) ท นภายในประเทศ ท นต างประเทศ ท นละไม เก น 1,500,000 บาท / ป ท นต างประเทศ ท นละไม เก น 800,000 บาท / ป หมายเหต 3.8 แนวทางการพ ฒนาบ คลากรตามสมรรถนะของมหาว ทยาล ยพะเยา จากการว เคราะห ว ส ยท ศน เป าหมาย และสภาพแวดล อมในการพ ฒนาบ คลากรท งจ ดแข ง จ ดอ อน โอกาส และอ ปสรรคในแต ละด านแล ว ได ก าหน ด แนวทางการพ ฒนาบ คลากร โครงการ และก จกรรมต าง ๆ ต อไปน แนวทางท 1 การมอบหมายงาน ว เคราะห สมรรถนะและความถน ดของบ คลากรเพ อมอบหมายงานให เหมาะสมก บความถน ดและตรงก บภาระงานท ร บผ ดชอบ

58 โครงการ/ก จกรรมท จะดาเน นการ โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ในช วงป งบประมาณ ผ ร บผ ดชอบ 1. ว เคราะห ศ กยภาพบ คลากร เพ อมอบหมายหน าท อย างเหมาะสม ท กหน วยงาน 2. จ ดทารายละเอ ยดงานในแต ละต าแหน ง (Job Description) ให ม ความช ดเจน - - กองการเจ าหน าท 58 แนวทางท 2 การพ ฒนาบ คลากร 1) ก าหนดให บ คลากรจ ดท าแผนพ ฒนาตนเอง (Individual Development Plan) และต ดตามการด าเน นการตามแผนฯ เพ อการพ ฒนาตนเอง อย างต อเน อง 2) ส งเสร มให บ คลากรพ ฒนาค ณว ฒ และตาแหน งทางว ชาการ โดยกาหนดเป าหมายท ช ดเจนเป นรายบ คคล 3) ส ารวจความต องการในการพ ฒนาสมรรถนะในการปฏ บ ต งานส าหร บบ คลากรในท กต าแหน ง แล วด าเน นการพ ฒนาสมรรถนะของบ คลากร ตามความเหมาะสม

59 โครงการ/ก จกรรมท จะดาเน นการ โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ในช วงป งบประมาณ ผ ร บผ ดชอบ 1. จ ดทาแผนพ ฒนาตนเองส าหร บบ คลากรท กคน ท กหน วยงาน 2. สารวจสมรรถนะท ต องการสาหร บบ คลากรในแต ละตาแหน ง เพ อพ ฒนาตามความเหมาะสม 3. สน บสน นการเข าร วมโครงการอบรม ส มมนา เพ อพ ฒนาท กษะ ว ชาช พแก บ คลากรตามความต องการ 4. จ ดสรรงบประมาณและแสวงหาแหล งท นเพ อสน บสน นการศ กษาต อ แก บ คลากรท งสายว ชาการและสายสน บสน น ท กหน วยงาน ท กหน วยงาน ท กหน วยงาน 5. โครงการพ ฒนาผ บร หารท กระด บ กองการเจ าหน าท 6. โครงการพ ฒนาสมรรถนะบ คลากรท กระด บ กองการเจ าหน าท 7. โครงการต ดตามผลการนาความร และท กษะท ได จากการพ ฒนามาใช ในการจ ดการสอนตลอดจนปฏ บ ต งานท เก ยวข อง ท กหน วยงาน 59

60 60 แนวทางท 3 การบร หารทร พยากรบ คคล 1) พ ฒนาระบบฐานข อม ลภายในองค กร 2) ส งเสร มให บ คลากรม ความร ก ศร ทธา ม นใจ และม ความจงร กภ คด ต อองค กร 3) จ ดทาแผนพ ฒนาบ คลากรท งระยะส นและระยะยาว โดยม การประเม นเป นประจาท กป โครงการ/ก จกรรมท จะดาเน นการ โครงการ/ก จกรรม 1. สน บสน นการเข าร วมการอบรม เพ อสร างจ ตบร การแก บ คลากร ท กระด บ ระยะเวลาดาเน นการ ในช วงป งบประมาณ ผ ร บผ ดชอบ กองการเจ าหน าท 2. จ ดทาแผนพ ฒนาบ คลากร ระยะ 1 ป กองการเจ าหน าท 3. จ ดทาแผนพ ฒนาบ คลากร ระยะ 5 ป กองการเจ าหน าท 4. จ ดทาโครงการการจ ดการความร (KM) แก บ คลากรในท กๆด าน กองบร หารงานว จ ยฯ 5. นาระบบเทคโนโลย สารสนเทศมาใช สน บสน นการปฏ บ ต งาน ท งด านการให บร การ การสอน และการบร หาร ท กหน วยงาน

61 61 แนวทางท 4 การประเม นผลการปฏ บ ต งาน 1) จ ดให ม การประเม นผลการปฏ บ ต งานในท กๆด าน และนาผลจากการประเม นไปใช อย างแท จร ง 2) จ ดให ม การประเม นผลการปฏ บ ต งานของผ บร หารท กระด บ โครงการ/ก จกรรมท จะดาเน นการ โครงการ/ก จกรรม ระยะเวลาดาเน นการ ในช วงป งบประมาณ ผ ร บผ ดชอบ การประเม นความพ งพอใจในการให บร การของบ คลากรท กระด บ ท กหน วยงาน 2. ปร บปร งระบบการประเม นผลการปฏ บ ต งานให ม ประส ทธ ภาพ ท กหน วยงาน

62 62 บทท 4 มาตรการและกลไกในการต ดตามประเม นผลและการปร บแผนพ ฒนาบ คลากร 4.1 การต ดตาม ประเม นผลการดาเน นงานตามโครงการ กองการเจ าหน าท ด าเน นการก าก บต ดตามและประเม นผลการด าเน นงานตามแผนพ ฒนา บ คลากร ป ละ 1 คร ง โดยหน วยงานต างๆภายในมหาว ทยาล ยพะเยารายงานผลการด าเน นงานด งกล าว ให มหาว ทยาล ยพะเยาทราบ และนาผลการประเม นไปปร บปร งแผนพ ฒนาบ คลากรในป ต อไป ก จกรรมและเป าหมาย - แบบสอบถามการต ดตามและประเม นผลโครงการ - แบบรายงานผลการดาเน นงานของส วนงาน - สร ปรายงานการต ดตามและประเม นผลแผนพ ฒนาบ คลากร ระยะ 4 ป - การนาเสนอมหาว ทยาล ยพะเยา - การเผยแพร ประชาส มพ นธ ไปย งท กหน วยงานภายในมหาว ทยาล ยพะเยา - การประช มเพ อระดมความค ดจากคณะกรรมการการจ ดท าแผนพ ฒนาบ คลากร ของมหาว ทยาล ยพะเยา เพ อน าผลการประเม นมาปร บแผนพ ฒนาบ คลากรในป ต อไป ระยะเวลาการดาเน นการ ระยะเวลา 4 ป (พ.ศ ถ ง พ.ศ. 2561)

63 63 แผนการด าเน นงาน ระยะเวลาการดาเน นงาน ก จกรรม จ ดทาแผนพ ฒนาบ คลากรและน าเสนอมหาว ทยาล ยพะเยา 2. จ ดส งแบบต ดตามการดาเน นงานโครงการ/ก จกรรม ตามแผนพ ฒนาบ คลากรให หน วยงานท ร บผ ดชอบ 3. สร ปรายงานการต ดตามและประเม นผลแผนพ ฒนาบ คลากรและนาเสนอมหาว ทยาล ยพะเยา 4. นาเสนอมหาว ทยาล ยพะเยา 5. เผยแพร ประชาส มพ นธ แผนพ ฒนาบ คลากรไปย งท กหน วยงานภายในมหาว ทยาล ย 6. ประช มเพ อระดมความค ดเห นจากคณะกรรมการจ ดทาแผน พ ฒนาบ คลากรของมหาว ทยาล ย เพ อน าผลการ ประเม นมาปร บปร งแผนพ ฒนาบ คลากรในป ต อไป 4.2 ต วบ งช และค าเป าหมายของแผนพ ฒนาบ คลากรมหาว ทยาล ยพะเยา พ.ศ แผนพ ฒนาบ คลากรน เป นแผนท ถ ายทอดแผนกลย ทธ ลงส การปฏ บ ต เพ อให เก ดการด าเน นการจร งตามกลย ทธ จ งได ก าหนดต วบ งช และค าเป าหมาย เพ อว ดความสาเร จของการดาเน นการตามแผนปฏ บ ต การ ด งน ต วบ งช : ระด บความส าเร จในการดาเน นโครงการในแผนปฏ บ ต การประจาป ค าเป าหมาย : ร อยละ 80 ต วบ งช : ระด บผลส มฤทธ ตามต วช ว ดในระด บโครงการในแผนปฏ บ ต การประจาป ค าเป าหมาย : ร อยละ 80

64 มาตรฐานกาหนดตาแหน ง

65 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ว ชาการ สายงาน ล กษณะงานโดยท วไป สอนและว จ ย สายงานน คล มถ งต าแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานเก ยวก บการเร ยนการสอน การศ กษา การอบรม และการว จ ยค นคว าในสาขาว ชาการและว ชาช พช นส ง การให คาปร กษา แนะน า แก น ส ตน กศ กษา การ ให บร การทางว ชาการแก ส งคม การทะน บาร งศ ลปะและว ฒนธรรม และปฏ บ ต งานอ นท เก ยวข อง ช อของตาแหน ง ต าแหน งในสายงานน ม ช อต าแหน ง ด งน ค อ ศาสตราจารย รองศาสตราจารย ผ ช วยศาสตราจารย อาจารย ก.พ.อ. กาหนดให ม ต าแหน งว ชาการ เม อว นท ๒๑ ก นยายน ๒๕๕๓

66 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ว ชาการ ช อสายงาน สอนและว จ ย ช อตาแหน ง อาจารย หน าท ความร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งานเก ยวก บการเร ยนการสอน การศ กษา การอบรม และการว จ ยค นคว าในสาขาว ชา การ และว ชาช พช นส ง การให ค าปร กษา แนะน า แก น ส ตน กศ กษา การให บร การทางว ชาการแก ส งคม การทะน บาร งศ ลปะและว ฒนธรรม และปฏ บ ต งานอ นตามท ได ร บมอบหมาย ล กษณะงานท ปฏ บ ต สอนว ชาการหร อว ชาช พในสาขาว ชาต างๆ ตามท ได ร บมอบหมาย ค นคว าว จ ยทางว ชาการ ช นส ง เป นท ปร กษาของน ส ตน กศ กษาทางด านว ชาการและก จกรรมน ส ตน กศ กษา ให บร การทาง ว ชาการแก ส งคม ทะน บาร งศ ลปะและว ฒนธรรม และปฏ บ ต หน าท อ นท เก ยวข อง โดยปฏ บ ต ภารก จตาม หล กค ณธรรม จร ยธรรมและจรรยาบรรณว ชาช พ ค ณสมบ ต เฉพาะสาหร บตาแหน ง ๑. ได ร บปร ญญาโท หร อเท ยบได ไม ต ากว าน ในสาขาว ชาท ม การสอนในสถาบ นอ ดมศ กษา หร อ ๒. ได ร บปร ญญาเอก หร อเท ยบได ไม ต ากว าน ในสาขาว ชาท ม การสอนในสถาบ นอ ดมศ กษา บทเฉพาะกาล ส าหร บกรณ ผ ท บรรจ เข าร บราชการ โดยใช ว ฒ ปร ญญาตร ก อนท ก.พ.อ. จะม มต ก าหนด มาตรฐานก าหนดต าแหน งน ให ย งคงด ารงต าแหน งอาจารย ต อไปได โดยม เง อนไขในการพ ฒนาบ คคล ด งกล าว ให ได ร บว ฒ การศ กษาในระด บท ส งข นโดยเร ว

67 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ว ชาการ ช อสายงาน สอนและว จ ย ช อตาแหน ง ผ ช วยศาสตราจารย หน าท ความร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งานเก ยวก บการเร ยนการสอน การศ กษา การอบรม และการว จ ยค นคว าในสาขาว ชา การ และว ชาช พช นส ง การให ค าปร กษา แนะน า แก น ส ตน กศ กษา การให บร การทางว ชาการแก ส งคม การทะน บาร งศ ลปะและว ฒนธรรม และปฏ บ ต งานอ นตามท ได ร บมอบหมาย ล กษณะงานท ปฏ บ ต สอนว ชาการหร อว ชาช พช นส งในสาขาว ชาต างๆ ตามท ได ร บมอบหมายโดยต องใช ท กษะและ ความช านาญในการสอน ค นคว าว จ ยทางว ชาการช นส งท ทาให เก ดความก าวหน าทางว ชาการและ น าไปใช ประโยชน ได ควบค มและตรวจสอบการว จ ยค นคว าอ นเป นส วนหน งของการศ กษาของน ส ต น กศ กษา เป นท ปร กษาของน ส ตน กศ กษาทางด านว ชาการและก จกรรมน ส ตน กศ กษา ให บร การทาง ว ชาการแก ส งคม ทะน บ าร งศ ลปะและว ฒนธรรม และปฏ บ ต งานอ นท เก ยวข อง โดยปฏ บ ต ภารก จตาม หล กค ณธรรม จร ยธรรมและจรรยาบรรณว ชาช พ ค ณสมบ ต เฉพาะสาหร บตาแหน ง ๑. ม ค ณสมบ ต เฉพาะสาหร บต าแหน งอาจารย ตามข อ ๑ และได ด ารงต าแหน งอาจารย มาแล ว ไม น อยกว า ๕ ป ม ความร ความสามารถและความช านาญในการสอน ม ผลงานทางว ชาการโดยได ผ าน การประเม นตามประกาศ ก.พ.อ. เร องหล กเกณฑ และว ธ การพ จารณาแต งต งบ คคลให ดารงต าแหน ง ผ ช วยศาสตราจารย และข อบ งค บสภาสถาบ นอ ดมศ กษาว าด วยเร องด งกล าว หร อ ๒. ม ค ณสมบ ต เฉพาะสาหร บต าแหน งอาจารย ตามข อ ๒ และได ดารงต าแหน งอาจารย มาแล ว ไม น อยกว า ๒ ป ม ความร ความสามารถและความช านาญในการสอน ม ผลงานทางว ชาการโดยได ผ าน การประเม นตามประกาศ ก.พ.อ. เร องหล กเกณฑ และว ธ การพ จารณาแต งต งบ คคลให ดารงต าแหน ง ผ ช วยศาสตราจารย และข อบ งค บสภาสถาบ นอ ดมศ กษาว าด วยเร องด งกล าว ข อยกเว น กรณ ท ม ค ณสมบ ต เฉพาะสาหร บต าแหน งอาจารย ตามบทเฉพาะกาล และได ด ารงต าแหน ง อาจารย มาแล วไม น อยกว า ๙ ป ม ความร ความสามารถและความช านาญในการสอน ม ผลงานทาง ว ชาการโดยได ผ านการประเม นตามประกาศ ก.พ.อ. เร องหล กเกณฑ และว ธ การพ จารณาแต งต งบ คคล ให ดารงตาแหน งผ ช วยศาสตราจารย และข อบ งค บสภาสถาบ นอ ดมศ กษาว าด วยเร องด งกล าว

68 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ว ชาการ ช อสายงาน สอนและว จ ย ช อตาแหน ง รองศาสตราจารย หน าท ความร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งานเก ยวก บการเร ยนการสอน การศ กษา การอบรม และการว จ ยค นคว าในสาขาว ชา การ และว ชาช พช นส ง การให ค าปร กษา แนะน า แก น ส ตน กศ กษา การให บร การทางว ชาการแก ส งคม การทะน บาร งศ ลปะและว ฒนธรรม และปฏ บ ต งานอ นตามท ได ร บมอบหมาย ล กษณะงานท ปฏ บ ต สอนว ชาการหร อว ชาช พช นส งในสาขาว ชาต างๆ ตามท ได ร บมอบหมายโดยต องใช ท กษะ และ ความช านาญพ เศษในการสอน ค นคว าว จ ยทางว ชาการช นส งท ทาให เก ดความก าวหน าทางว ชาการ และนาไปประย กต และบ รณาการได อย างกว างขวาง ควบค มและตรวจสอบการว จ ยค นคว าอ นเป นส วน หน งของการศ กษาของน ส ตน กศ กษา เป นท ปร กษาของน ส ตน กศ กษาทางด านว ชาการและก จกรรมน ส ต น กศ กษา ให บร การทางว ชาการแก ส งคม ทะน บ าร งศ ลปะและว ฒนธรรม และปฏ บ ต งานอ นท เก ยวข อง โดยปฏ บ ต ภารก จตามหล กค ณธรรม จร ยธรรมและจรรยาบรรณว ชาช พ ค ณสมบ ต เฉพาะสาหร บตาแหน ง ได ดารงตาแหน งผ ช วยศาสตราจารย มาแล วไม น อยกว า ๓ ป ม ความร ความสามารถและ ความ ช านาญพ เศษในการสอน และม ผลงานทางว ชาการ โดยได ผ านการประเม นตามประกาศ ก.พ.อ. เร อง หล กเกณฑ และว ธ การพ จารณาแต งต งบ คคลให ด ารงต าแหน งรองศาสตราจารย และข อบ งค บ สภา สถาบ นอ ดมศ กษาว าด วยเร องด งกล าว

69 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ว ชาการ ช อสายงาน สอนและว จ ย ช อตาแหน ง ศาสตราจารย หน าท ความร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งานเก ยวก บการเร ยนการสอน การศ กษา การอบรม และการว จ ยค นคว าในสาขาว ชา การ และว ชาช พช นส ง การให ค าปร กษา แนะนา แก น ส ตน กศ กษา การให บร การทางว ชาการแก ส งคม การทะน บาร งศ ลปะและว ฒนธรรม และปฏ บ ต งานอ นตามท ได ร บมอบหมาย ล กษณะงานท ปฏ บ ต สอนว ชาการหร อว ชาช พช นส งในสาขาว ชาต างๆ ตามท ได ร บมอบหมายโดยต องใช ท กษะ และ ความเช ยวชาญในการสอน ค นคว าว จ ยทางว ชาการช นส งท ทาให เก ดองค ความร ใหม และนว ตกรรม ท เป นประโยชน ต อวงว ชาการและว ชาช พในระด บประเทศและ/หร อนานาชาต ควบค มและตรวจสอบ การ ว จ ยค นคว าอ นเป นส วนหน งของการศ กษาของน ส ตน กศ กษา เป นท ปร กษาของน ส ตน กศ กษาทางด าน ว ชาการและก จกรรมน ส ตน กศ กษา ให ค าแนะนาปร กษาทางด านว ชาการแก คณาจารย ให บร การทาง ว ชาการแก ส งคม ทะน บ าร งศ ลปะและว ฒนธรรม และปฏ บ ต งานอ นท เก ยวข อง โดยปฏ บ ต ภารก จตาม หล กค ณธรรม จร ยธรรมและจรรยาบรรณว ชาช พ ค ณสมบ ต เฉพาะสาหร บตาแหน ง ได ด ารงต าแหน งรองศาสตราจารย มาแล วไม น อยกว า ๒ ป ม ความร ความสามารถและ ความ เช ยวชาญในการสอน และม ผลงานทางว ชาการ โดยได ผ านการประเม นตามประกาศ ก.พ.อ. เร อง หล กเกณฑ และว ธ การพ จารณาแต งต งบ คคลให ด ารงต าแหน งศาสตราจารย และข อบ งค บสภาสถาบ น อ ดมศ กษาว าด วยเร องด งกล าว

70 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง เจ ำหน ำท บร หำรงำนท วไป ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำงๆ ท ปฏ บ ต งำนบร หำรจ ดกำรภำยในส ำน กงำนและกำรบร หำร รำชกำรท วไป ซ งม ล กษณะงำนท ต องปฏ บ ต ตำมแต จะได ร บค ำส งโดยไม จ ำก ดขอบเขตหน ำท เช น กำรศ กษำว เครำะห เก ยวก บข อม ล สถ ต กำรรำยงำน ช วยวำงแผนและต ดตำมงำน กำรต ดต อน ดหมำย จ ดงำนร บรองและงำนพ ธ ต ำงๆ เตร ยมเร องและเตร ยมกำรส ำหร บกำรประช ม จดบ นท ก และเร ยบเร ยง รำยงำนกำรประช มทำงว ชำกำร และรำยงำนอ นๆ ท ำเร องต ดต อก บหน วยงำนและบ คคลต ำงๆท งใน ประเทศและต ำงประเทศ ต ดตำมผลกำรปฏ บ ต งำนตำมต ท ประช มหร อผลกำรปฏ บ ต งำนตำมค ำส ง ห วหน ำ ส วนรำชกำร หร อม ล กษณะงำนท ต องปฏ บ ต เก ยวก บกำรควบค ม และบร หำรงำนหลำยด ำน ด วยก นเช น งำนสำรบรรณ งำนบร หำรทร พยำกรบ คคล งำนจ ดระบบงำน งำนบร หำรงบประมำณ งำน กำรเง นและบ ญช งำนพ สด งำนบร หำรอำคำรสถำนท งำนเอกสำร งำนระเบ ยบแบบแผน งำนรวบรวม ข อม ลสถ ต งำนส ญญำ เป นต น และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต น โดยใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำรท ำงำน ปฏ บ ต งำนเก ยวก บกำรบร หำรจ ดกำรภำยในส ำน กงำนหร อกำรบร หำรรำชกำรท วไป ภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำนอ นตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำงๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ศ กษำ รวบรวมข อม ล สถ ต สร ปรำยงำน เพ อสน บสน นกำรบร หำรส ำน กงำนในด ำนต ำงๆ เช น งำนบร หำรทร พยำกรบ คคล งำนบร หำรงบประมำณ งำนบร หำรแผนปฏ บ ต รำชกำรงำนบร หำร อำคำรสถำนท และงำนส ญญำต ำงๆ เป นต น (๒) ปฏ บ ต งำนเลขำน กำรของผ บร หำร เช น กำรกล นกรองเร อง กำรจ ดเตร ยมเอกสำรส ำหร บ กำรประช ม เป นต น เพ อไม ให เก ดข อผ ดพลำดในกำรว น จฉ ยส งกำรของผ บร หำร (๓) จ ดเตร ยมกำรประช ม บ นท กและเร ยบเร ยงรำยงำนกำรประช ม และรำยงำนอ นๆ เพ อให กำรบร หำรกำรประช มม ประส ทธ ภำพและบรรล ว ตถ ประสงค ของหน วยงำน (๔) ท ำเร องต ดต อก บหน วยงำนและบ คคลต ำงๆ ท งในประเทศและต ำงประเทศ เพ อให กำร ดำเน นงำนบรรล เป ำหมำยตำมท กำหนดไว (๕) ช วยต ดตำมกำรปฏ บ ต ตำมมต ของท ประช ม หร อกำรปฏ บ ต ตำมค ำส งของผ บร หำรของ หน วยงำน เพ อกำรรำยงำนและเป นข อม ลประกอบกำรพ จำรณำของผ บ งค บบ ญชำต อไป

71 ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของท มงำนประสำนงำน ก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว ๔. ด ำนกำรบร กำร ตอบป ญหำ ช แจง และให ค ำแนะน ำเก ยวก บงำนในควำมร บผ ดชอบ ในระด บเบ องต นแก หน วยงำนรำชกำร เอกชน หร อประชำชนท วไป เพ อให ผ ท เก ยวข องได ทรำบข อม ลและเก ดควำมเข ำใจใน งำนท ร บผ ดชอบ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

72 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง น กตรวจสอบภำยใน ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำงๆ ท ปฏ บ ต งำนตรวจสอบป องก นกำรร วไหลเส ยหำย ในกำรใช จ ำยเง นและทร พย ส นของทำงรำชกำร กำรต ดตำมและประเม นผลกำรปฏ บ ต งำนในฐำนะท เป นเคร องม อ ของผ บร หำร ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำรตรวจสอบกำรด ำเน นงำน กำรบร หำรจ ดกำร กำรงบประมำณ กำรเง น กำรบ ญช กำรพ สด ของหน วยงำนในส งก ดของส วนรำชกำร ให สอดคล องก บ แผนงำน โครงกำร และนโยบำยของส วนรำชกำร ก ำหนดหล กเกณฑ กำรประเม นควำมเส ยง กำร ประเม นประส ทธ ภำพระบบกำรควบค มภำยใน และเทคน คว ธ กำรตรวจสอบ เสนอแนะนโยบำยและแนว ทำงกำรตรวจสอบ มำตรกำร กำรควบค มภำยใน และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต น ท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำร ทำงำน ปฏ บ ต งำนเก ยวก บงำนตรวจสอบภำยใน ภำยใต กำรกำก บ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำนอ น ตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำงๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) รวบรวมและตรวจสอบควำมถ กต องและควำมน ำเช อถ อของข อม ล ต วเลข หล กฐำนกำรท ำ ส ญญำ และเอกสำรต ำงๆ ทำงด ำนกำรเง น กำรบ ญช เพ อให กำรตรวจสอบด ำเน นไปอย ำงถ กต องและ ได ผลตรงก บหล กฐำนท เก ดข นจร ง (๒) ตรวจสอบกำรปฏ บ ต งำนเก ยวก บกำรบร หำรงบประมำณ กำรเง น พ สด และทร พย ส น รวมท งกำรบร หำรด ำนอ นๆ ของส วนรำชกำร เพ อด แลให กำรใช งบประมำณและทร พยำกรเป นไปอย ำง ประหย ด ม ประส ทธ ภำพส ง และตรงตำมว ตถ ประสงค ท กำหนด (๓) จ ดท ำรำยงำนกำรตรวจสอบรำยเด อน เพ อเสนอข อตรวจพบและข อเสนอแนะให ผ บ งค บบ ญชำหร อหน วยงำนต นส งก ดร บทรำบผลกำรด ำเน นงำน ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรทำงำนท ร บผ ดชอบ ร วมดำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำนเพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร งแก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย

73 ๔. ด ำนกำรบร กำร ฝ กอบรม ให คำปร กษำ เสนอแนะว ธ กำรปร บปร งกำรปฏ บ ต งำนแก หน วยร บตรวจและเจ ำหน ำท ระด บรองลงมำ และตอบข อซ กถำมและช แจงเร องต ำงๆ เก ยวก บงำนในหน ำท พร อมท งช วยแก ป ญหำ ข อข ดแย งในหน วยงำนท ร บผ ดชอบ เพ อให กำรปฏ บ ต งำนถ กต องและม ประส ทธ ภำพย งข นให ค ำแนะน ำ ตอบป ญหำ และช แจง เก ยวก บงำนตรวจสอบภำยในท ตนม ควำมร บผ ดชอบ ในระด บเบ องต นแก หน วยงำนรำชกำร เอกชน หร อประชำชนท วไป เพ อให ผ ท สนใจได ทรำบข อม ลและควำมร ต ำงๆท เป น ประโยชน ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำกำรบ ญช สำขำว ชำบร หำรธ รก จ หร อสำขำว ชำเศรษฐศำสตร หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งหร อหลำยสำขำว ชำ ด งกล ำวในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำกำรบ ญช สำขำว ชำบร หำรธ รก จ หร อสำขำว ชำเศรษฐศำสตร หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งหร อหลำยสำขำว ชำ ด งกล ำวในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก นในสำขำว ชำกำรบ ญช สำขำว ชำบร หำรธ รก จ หร อสำขำว ชำเศรษฐศำสตร หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งหร อหลำยสำขำว ชำ ด งกล ำว ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

74 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง บ คลำกร ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำงๆ ท ปฏ บ ต งำนเก ยวก บกำรบร หำรและกำรพ ฒนำทร พยำกร บ คคล ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำรศ กษำ ว เครำะห และด ำเน นกำรเก ยวก บกำรวำงระบบ มำตรฐำน หล กเกณฑ และว ธ กำรบร หำรทร พยำกรบ คคล กำรวำงแผนทร พยำกรบ คคล กำรก ำหนด ต ำแหน ง กำรให ได ร บเง นเด อนและเง นประจ ำต ำแหน ง กำรสรรหำ กำรบรรจ และกำรแต งต ง กำรฝ ก อบรมและพ ฒนำข ำรำชกำรและบ คลำกรอ น กำรเสร มสร ำงแรงจ งใจในกำรปฏ บ ต รำชกำร กำรร กษำ จรรยำและว น ย กำรออกจำกรำชกำร กำรค มครองระบบค ณธรรม และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำรท ำงำน ปฏ บ ต งำนด ำนกำรบร หำรหร อกำรพ ฒนำทร พยำกรบ คคล ภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำ ตรวจสอบ และ ปฏ บ ต งำนอ นตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำงๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ศ กษำ รวบรวม และว เครำะห ข อม ลท งในและต ำงประเทศ เพ อประกอบกำรวำงระบบกำร จ ดทำมำตรฐำนหร อหล กเกณฑ เก ยวก บกำรบร หำรทร พยำกรบ คคลภำคร ฐ หร อของส วนรำชกำร (๒) ศ กษำ รวบรวม ตรวจสอบ และว เครำะห ข อม ลสำรสนเทศ เพ อประกอบกำรด ำเน นงำน เก ยวก บกำรบร หำรทร พยำกรบ คคล (๓) ศ กษำ รวบรวม และว เครำะห ข อม ล เพ อประกอบกำรก ำหนดควำมต องกำรและควำม จ ำเป นในกำรพ ฒนำทร พยำกรบ คคล กำรวำงแผนทำงก ำวหน ำในอำช พ กำรจ ดหล กส ตรและกำร ถ ำยทอดควำมร กำรจ ดสรรท นกำรศ กษำ และกำรด แลน กเร ยนท นและบ คลำกรภำคร ฐในต ำงประเทศ รวมถ งกำรวำงแผนและเสนอแนะนโยบำยหร อย ทธศำสตร กำรพ ฒนำทร พยำกรบ คคลของส วนรำชกำร และแผนกำรจ ดสรรท นกำรศ กษำและกำรฝ กอบรม (๔) ศ กษำ รวบรวมข อม ลและว เครำะห งำน เพ อประกอบกำรก ำหนดต ำแหน ง และกำรวำงแผน อ ตรำกำล งของส วนรำชกำร (๕) ศ กษำ รวบรวม และว เครำะห ข อม ล เพ อประกอบกำรวำงหล กเกณฑ กำรบร หำรผลกำร ปฏ บ ต งำน และกำรบร หำรค ำตอบแทน (๖) ศ กษำ รวบรวม ตรวจสอบข อม ล ถ อยค ำ ข อเท จจร ง เพ อประกอบกำรด ำเน นกำรทำงว น ย กำรร กษำว น ยและจรรยำ (๗) ศ กษำ ว เครำะห ข อม ล เพ อพ ฒนำระบบพ ท กษ ค ณธรรม

75 (๘) ด ำเน นกำรเก ยวก บกระบวนกำรสรรหำและเล อกสรร เพ อบรรจ และแต งต งผ ม ควำมร ควำมสำมำรถให ดำรงตำแหน ง ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบ ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำน หร อ โครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำยและผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนด (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร ง แก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) ให ค ำแนะน ำ ช แจง ตอบป ญหำเบ องต นแก หน วยงำนรำชกำร เอกชน ข ำรำชกำรพน กงำน หร อเจ ำหน ำท ของร ฐ หร อประชำชนท วไป เก ยวก บกำรบร หำรและกำรพ ฒนำทร พยำกรบ คคลเพ อสร ำง ควำมเข ำใจและสน บสน นงำนตำมภำรก จของหน วยงำน (๒) ให บร กำรข อม ล เก ยวก บกำรบร หำรและกำรพ ฒนำทร พยำกรบ คคล เพ อสน บสน นภำรก จ ของบ คคลหร อหน วยงำนและใช ประกอบกำรพ จำรณำก ำหนดนโยบำย แผนงำน หล กเกณฑ และ มำตรกำรต ำงๆ (๓) ด ำเน นกำรจ ดสว สด กำรและกำรส งเสร มสภำพแวดล อมในกำรท ำงำน เพ อเพ มพ น ประส ทธ ภำพกำรปฏ บ ต งำน ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

76 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง น กแนะแนว ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำงๆ ท ปฏ บ ต งำนแนะแนวกำรศ กษำและอำช พ แก น ส ตน กศ กษำ ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำรแนะแนวทำงกำรศ กษำ กำรแนะแนวอำช พ กำรทดสอบเพ อแนะ แนว กำรบร กำรเก ยวก บท นกำรศ กษำ งำนบร กำรสนเทศ และงำนบร กำรจ ดหำงำนต ำงๆ หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต น โดยปฏ บ ต หน ำท อย ำงใดอย ำงหน งหร อหลำยอย ำง เช น บร กำรสนเทศ บร กำรให กำรปร กษำ บร กำรทดสอบ บร กำรจ ดหำงำน และบร กำรจ ดท นกำรศ กษำ และ ให กำรปร กษำเก ยวก บท นกำรศ กษำ งำนท ปฏ บ ต นอกจำกจะเป นบร กำรว ชำช พท ให โดยตรงต อน ส ต น กศ กษำแล วผ ปฏ บ ต งำนย งต องประสำนงำนก บฝ ำยว ชำกำร ฝ ำยบร กำร ผ ปกครองน กศ กษำ และ หน วยงำนอ นๆ ท งในและนอกสถำบ นอ ดมศ กษำ เป นต น ให ค ำปร กษำ แนะน ำในกำรปฏ บ ต งำนแก เจ ำหน ำท ระด บรองลงมำและแก น กศ กษำท มำร บกำรฝ กห ดงำน ตอบป ญหำและช แจงเร องต ำงๆ เก ยวก บงำนในหน ำท และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ศ กษำ และว เครำะห กำรแนะแนวกำรศ กษำ ศ กษำ ว เครำะห ว จ ยอำช พต ำงๆวำงแผนกำร แนะแนวกำรศ กษำกำรแนะแนวอำช พ วำงแผนพ ฒนำงำนสว สด กำรน กศ กษำ วำงโครงกำรเก ยวก บกำร บร หำรงำนในหอพ กน กศ กษำ และเสนอแนะเก ยวก บกำรแนะแนวกำรศ กษำ วำงโครงกำรกำรส ำรวจ เก บรวบรวมข อม ล กำรว เครำะห ข อม ลสถ ต แนวอำช พต ำงๆ (๒) ต ดตำมประเม นผล ศ กษำ ค นคว ำ ว เครำะห หร อส งเครำะห งำนด ำนแนะแนวกำรศ กษำและ อำช พ (๓) บร กำรสนเทศ บร กำรให กำรปร กษำ บร กำรทดสอบ บร กำรจ ดหำงำน และบร กำรจ ด ท นกำรศ กษำ และให กำรปร กษำเก ยวก บท นกำรศ กษำ ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนงำนก บฝ ำยว ชำกำร ฝ ำยบร กำร ผ ปกครองน กศ กษำ และหน วยงำนอ นๆ ท งในและ นอกสถำบ นอ ดมศ กษำ ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของ ท มงำน ประสำนงำนก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว

77 ๔. ด ำนกำรบร กำร ตอบป ญหำ ช แจง และให ค ำแนะน ำเก ยวก บงำนในควำมร บผ ดชอบในระด บเบ องต นแก หน วยงำนรำชกำร เอกชน หร อประชำชนท วไป เพ อให ผ ท เก ยวข องได ทรำบข อม ลและเก ดควำมเข ำใจใน งำนท ร บผ ดชอบ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำจ ตว ทยำ หร อ สำขำว ชำใดสำขำว ชำหน ง ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะ งำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำจ ตว ทยำ หร อ สำขำว ชำใดสำขำว ชำหน ง ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะ งำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำจ ตว ทยำ หร อ สำขำว ชำใดสำขำว ชำหน ง ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะ งำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

78 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง น กประชำส มพ นธ ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำงๆ ท ปฏ บ ต งำนประชำส มพ นธ ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บ กำรส ำรวจ รวบรวม ร บฟ งควำมค ดเห นของประชำชน กำรเก บรวบรวมข อม ลข ำวสำรและเอกสำร ควำมร ในด ำนต ำงๆ เพ อกำรด ำเน นกำรประชำส มพ นธ กำรจ ดปำฐกถำ กำรจ ดส มมนำ กำรจ ด น ทรรศกำร เพ อเผยแพร ข ำวสำรควำมร ควำมเข ำใจเก ยวก บกำรด ำเน นงำนหร อผลงำนของหน วยงำน หร อของมหำว ทยำล ย หร อนโยบำยของร ฐบำล กำรเผยแพร ศ ลปว ฒนธรรมของชำต เพ อเป นส อ เช อมโยงระหว ำงร ฐบำลก บประชำชน กำรควบค ม กำรตรวจสอบ กำรด ำเน นงำนกระจำยเส ยง ท งทำง สถำน ว ทย กระจำยเส ยงและสถำน ว ทย โทรท ศน ให เป นไปตำมแผนงำนและนโยบำยกำรประชำส มพ นธ หร อตำมกฎหมำย และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต น ท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำร ทำงำน ปฏ บ ต งำนเก ยวก บประชำส มพ นธ ภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำนอ นตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำงๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) จ ดก จกรรมตำมโครงกำรประชำส มพ นธ ท งในและต ำงประเทศ โดยประสำนงำนก บ หน วยงำนท เก ยวข อง เพ อให กำรดำเน นงำนประชำส มพ นธ บรรล ผลสำเร จตำมเป ำหมำย (๒) ส ำรวจควำมค ดเห นของประชำชน และรวบรวมข อม ลข ำวสำรต ำงๆ และสร ปผลเพ อเป น ข อม ลในกำรดำเน นกำรประชำส มพ นธ (๓) ศ กษำ ค นคว ำข อม ล ว เครำะห เพ อประกอบกำรว จ ย วำงแผนกำรประชำส มพ นธ และ ต ดตำมผล (๔) จ ดทำเอกสำร และผล ตบทควำมเพ อกำรประชำส มพ นธ และเผยแพร ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร ง แก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย

79 ๔. ด ำนกำรบร กำร ให บร กำรข อม ลกำรประชำส มพ นธ แก ประชำชนและหน วยงำนต ำง ๆ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำน เทศศำสตร สำขำว ชำกำรส อสำรมวลชน สำขำว ชำกำรประชำส มพ นธ หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งหร อหลำย สำขำว ชำด งกล ำว ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำน เทศศำสตร สำขำว ชำกำรส อสำรมวลชน สำขำว ชำกำรประชำส มพ นธ หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งหร อหลำย สำขำว ชำด งกล ำว ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำน เทศศำสตร สำขำว ชำกำรส อสำรมวลชน สำขำว ชำกำรประชำส มพ นธ หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งหร อหลำย สำขำว ชำด งกล ำว ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

80 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง น กว เครำะห นโยบำยและแผน ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำงๆ ท ปฏ บ ต งำนเก ยวก บกำรว เครำะห นโยบำยและกำรวำงแผนซ ง ม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำรศ กษำ ว เครำะห ว จ ย ประสำนแผน ประมวลแผนพ จำรณำเสนอแนะ เก ยวก บนโยบำยและเป ำหมำยของส วนรำชกำร หร อนโยบำย แผนงำน และโครงกำรทำงเศรษฐก จ ส งคม กำรเม อง กำรบร หำร หร อควำมม นคงในระด บประเทศ รวมถ งประเด นป ญหำทำงเศรษฐก จ กำรเม อง และส งคม ท งในและต ำงประเทศ เพ อประกอบกำรก ำหนดนโยบำย จ ดท ำแผนหร อโครงกำร ของส วนรำชกำร หร อใช เป นข อม ลส ำหร บก ำหนดย ทธศำสตร กำรพ ฒนำในระด บประเทศแล วแต กรณ และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำร ท ำงำน ปฏ บ ต งำนเก ยวก บกำรว เครำะห นโยบำยและกำรวำงแผน ภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำนอ นตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำงๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) รวบรวม ว เครำะห และประมวลนโยบำยของร ฐบำลและสถำนกำรณ เศรษฐก จ กำรเม อง และส งคมท งในและต ำงประเทศ เพ อน ำมำสร ปเสนอประกอบกำรก ำหนดนโยบำยและเป ำหมำยของ ส วนรำชกำร หร อนโยบำย แผนงำน และโครงกำรทำงเศรษฐก จ ส งคม กำรเม อง กำรบร หำร หร อควำม ม นคง (๒) รวบรวมข อม ล และศ กษำว เครำะห เบ องต น เก ยวก บภำรก จหล กและแผนกลย ทธ ของส วน รำชกำร หร อท ศทำงกำรพ ฒนำเศรษฐก จ ส งคม กำรเม อง เพ อวำงแผนก ำหนดแผนกำรปฏ บ ต งำนหร อ โครงกำรให สำมำรถบรรล ภำรก จท กำหนดไว (๓) ว เครำะห นโยบำยของส วนรำชกำร หร อนโยบำย แผนงำน และโครงกำรทำงเศรษฐก จ ส งคม กำรเม อง กำรบร หำร หร อควำมม นคง และเสนอข อค ดเห นเพ อช วยจ ดท ำแผนกำรปฏ บ ต งำน แผนงำน โครงกำร หร อก จกรรมได ตำมว ตถ ประสงค ท ต งไว (๔) ส ำรวจ รวบรวม และประมวลผลข อม ลกำรด ำเน นงำนตำมนโยบำยร ฐบำลและประเด น ป ญหำทำงเศรษฐก จ กำรเม อง และส งคม ท งในและต ำงประเทศ เพ อเป นข อม ลส ำหร บกำรจ ดท ำ แผนงำน หร อกำหนดย ทธศำสตร (๕) ศ กษำว เครำะห ควำมส มพ นธ ระหว ำงย ทธศำสตร และนโยบำยของร ฐบำล เพ อประกอบกำร เสนอแนะแนวทำงกำรประสำนผล กด นย ทธศำสตร และนโยบำย ตลอดจนกำรต ดตำมประเม นผลให สอดคล องไปในแนวทำงเด ยวก น

81 ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร งแก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) รวบรวมข อม ล เพ อเผยแพร และถ ำยทอดองค ควำมร ท เก ยวก บกำรจ ดทำแผนงำนโครงกำร (๒) ให ค ำปร กษำ แนะน ำ ตอบป ญหำ และช แจงเร องต ำงๆ เก ยวก บงำนนโยบำยและแผน เพ อ แก ป ญหำในกำรปฏ บ ต งำน ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

82 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง น กว จ ย ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำงๆ ท ปฏ บ ต งำนเก ยวก บกำรว เครำะห ว จ ย ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำรศ กษำ ทดสอบ ว เครำะห เพ อประโยชน ในทำงว ชำกำร กำรเผยแพร ควำมร และกำร แก ป ญหำต ำงๆ ทำงกำรศ กษำ ว ทยำศำสตร ส งคม เศรษฐก จ กำรเม อง เป นต น หร อเพ อกำรอ นใด ตำมท ได ร บมอบหมำยและปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นเก ยวก บงำนว จ ย โดยปฏ บ ต หน ำท อย ำงใดอย ำงหน ง หร อหลำยอย ำง เช น ศ กษำ ทดสอบ รวบรวม ว เครำะห ข อม ล สถ ต เก ยวก บเร องท จะท ำกำรว จ ย และ จ ดท ำรำยงำนผลกำรศ กษำ ทดสอบ รวบรวม ว เครำะห เพ อน ำไปพ จำรณำหำทำงแก ไขป ญหำ และ วำงแผนด ำเน นงำนในด ำนต ำงๆ ก ำหนดห วข อเร องในกำรท ำว จ ยและรำยละเอ ยดในกำรจ ดหำข อม ล ก ำหนดห วข อในกำรศ กษำและประเม นผล จ ดท ำรำยงำน ผลกำรว จ ยเร องต ำงๆ ช วยน กว จ ยระด บส ง ศ กษำค นคว ำ ว จ ย เร องหน งเร องใดตำมท ได ร บมอบหมำย ฝ กอบรมให ค ำปร กษำแนะน ำในกำร ปฏ บ ต งำนแก เจ ำหน ำท ระด บรองลงมำ และแก น กศ กษำท มำฝ กปฏ บ ต งำน ตอบป ญหำและช แจงเร อง ต ำงๆ เก ยวก บงำนในหน ำท และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข องโดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำงๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ก ำหนดโครงกำรว จ ยและเทคน คในกำรว เครำะห ว จ ย ปฏ บ ต งำนว จ ยเพ อพ ฒนำแนวทำง ว ธ กำรในงำนว จ ย ศ กษำ ค นคว ำ ทดลอง รวบรวม ว เครำะห หร อส งเครำะห ข อม ล หร อว จ ยเพ อก ำหนด ล กษณะและมำตรฐำนในกำรปฏ บ ต งำนด ำนกำรว จ ย (๒) สร ปรำยงำน เสนอแนะและด ำเน นกำรเก ยวก บงำนว จ ย ปร บปร งรำยงำนผลกำรว จ ยศ กษำ ค นคว ำ หำว ธ กำรในกำรแก ไขป ญหำเก ยวก บงำนว จ ย (๓) ฝ กอบรมให คำปร กษำแนะนำในกำรปฏ บ ต งำนแก เจ ำหน ำท ระด บรองลงมำและแก น กศ กษำ ท มำฝ กปฏ บ ต งำน ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว

83 (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร ง แก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข อง เพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) รวบรวมข อม ล เพ อเผยแพร และถ ำยทอดองค ควำมร ท เก ยวก บงำนว จ ย แก หน วยงำนท เก ยวข อง เกษตรกร ผ ประกอบกำร และประชำชนท วไป เพ อให สำมำรถน ำควำมร ไปใช ปฏ บ ต ให เก ด ประโยชน (๒) ให ค ำปร กษำ แนะน ำ ตอบป ญหำ และช แจงเร องต ำงๆ เก ยวก บงำนว จ ยเพ อแก ป ญหำใน กำรปฏ บ ต งำนและสำมำรถดำเน นงำนได อย ำงม ประส ทธ ภำพ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

84 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง น กว ชำกำรเกษตร ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนทำงว ชำกำรเกษตร ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำรศ กษำ ค นคว ำ ทดลอง และว เครำะห ว จ ยทำงกำรเกษตร เช น กำรเพำะปล ก กำรปร บปร ง พ นธ กำรขยำยพ นธ กำรค ดพ นธ ต ำนทำนโรคและศ ตร พ ช กำรว เครำะห ด น กำรจ ดและร กษำมำตรฐำน พ นธ พ ช กำรศ กษำ ว เครำะห ว จ ยเพ อควบค มพ นธ พ ช ว ตถ ม พ ษ และป ยเคม กำรให ค ำปร กษำ แนะน ำ และสำธ ตงำนว ชำกำรเกษตร เป นต น และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต น ท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำร ท ำงำน ปฏ บ ต งำนเก ยวก บงำนว ชำกำรเกษตร ภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำนอ น ตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ศ กษำ พ ฒนำ ระบบกำรควบค ม กำรผล ต กำรจ ำหน ำย กำรน ำเข ำ กำรส งออกพ ชพ นธ พ ช ป ย ว ตถ ม พ ษ ยำง รวมท งศ กษำ พ ฒนำระบบกำรค มครองพ นธ พ ช และกำรค ำพ ชตำมอน ส ญญำเพ อให เป นไปตำมกฎหมำย (๒) ศ กษำ ค นคว ำ ว เครำะห ว จ ย และพ ฒนำด ำนพ ช เก ยวก บกำรอน ร กษ ด ำนพฤกษศำสตร เทคโนโลย ช วภำพ กำรปร บปร งพ นธ กำรขยำยพ นธ ว ทยำกำรด ำนพ นธ กำรเขตกรรมกำรอำร กขำ งำน ว ทยำกำรก อนและหล งกำรเก บเก ยว กำรแปรร ปเพ อเพ มม ลค ำและพ ฒนำผล ตภ ณฑ รวมท งงำนด ำน กำรผล ตสำรบำร งพ ช และอ น ๆ เพ อให ได เทคโนโลย ท เหมำะสมทำงกำรเกษตร และช วยพ ฒนำผลผล ต ให ได มำตรฐำนและปลอดภ ยท งผ ผล ตและผ บร โภค รวมท งผลกระทบของภ ม อำกำศต อกำรเกษตร (๓) ศ กษำ ค นคว ำ ว เครำะห ว จ ยและพ ฒนำเก ยวก บด น น ำและกำรชลประทำน ป ยว ตถ ม พ ษ กำรเกษตร เพ อเพ มผลผล ตพ ชและปร บปร งด นให ม ค ณภำพ (๔) ศ กษำ ว เครำะห สถำนกำรณ กำรผล ต กำรตลำดของพ ช ส นค ำเกษตรและส นค ำเกษตร แปรร ป เช น ปร มำณกำรผล ต กำรตลำด รำคำผลผล ต ภ ยธรรมชำต ศ ตร พ ช และประเทศค แข ง (๕) ศ กษำ ทดสอบ ว เครำะห และว จ ยเก ยวก บงำนพ ฒนำท ด นด ำนกำรอน ร กษ ด นและน ำกำร ปร บปร งบ ำร งด น กำรแก ไขด นท ม ป ญหำ กำรว เครำะห สภำพกำรใช ท ด นและกำรวำงแผนกำรใช ท ด น เพ อกำรพ ฒนำท ด น (๖) ศ กษำ ค นคว ำ ว จ ย และพ ฒนำด ำนหม อนไหม เพ อพ ฒนำผล ตภ ณฑ ให ได มำตรฐำนสำกล อน ร กษ ค มครองหม อนไหมและไม ย อมส ตลอดจนพ ฒนำภ ม ป ญญำท องถ น และตรวจสอบหล กฐำน

85 กำรผล ตผ ำไหมเพ อกำรออกใบร บรองตำมมำตรฐำน รวมท งตรวจสอบเพ อกำร ร บรองมำตรฐำน ผล ตภ ณฑ หม อนและไหม (๗) ส งเสร มและสน บสน นในกำรให บร กำรว ชำกำร ถ ำยทอดเทคโนโลย ทำงด ำนกำรเกษตรและ ป จจ ยกำรผล ตและภ ม ป ญญำท องถ นท งด ำนพ ชและไหม ตลอดจนกำรฝ กอบรมและสำธ ตเพ อให เกษตรกรและผ ท เก ยวข องได นำไปใช ประโยชน (๘) ให บร กำรด ำนว ชำกำรทำงกำรเกษตรเก ยวก บกำรว น จฉ ย ตรวจสอบ ว เครำะห ป จจ ยกำร ผล ต โรคแมลงศ ตร พ ช ว ชพ ช กำรตรวจสอบร บรองผล ตผล ผล ตภ ณฑ พ ช และกำรเต อนภ ยกำรระบำด ของโรคแมลงศ ตร พ ช เพ อกำรป องก นกำจ ดท เหมำะสม ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรทำงำนท ร บผ ดชอบ ร วมดำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร ง แก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) รวบรวม จ ดท ำข อม ล กำรจ ดท ำรำยงำนเก ยวก บสำรสนเทศทำงกำรเกษตร เพ อใช ในกำร ปฏ บ ต งำนของเจ ำหน ำท และให บร กำรข อม ลแก ผ ผล ต ผ ประกอบกำรและผ เก ยวข อง (๒) ให ค ำปร กษำ แนะน ำ จ ดท ำส อเผยแพร ควำมร ทำงว ชำกำรเกษตรแก หน วยงำนท เก ยวข อง เกษตรกร ผ ประกอบกำร และประชำชนท วไป เพ อให สำมำรถนำควำมร ไปใช ปฏ บ ต ให เก ดประโยชน (๓) ให ค ำปร กษำ แนะน ำ ในงำนด ำนว ชำกำรแก เจ ำหน ำท ระด บรองลงมำ เพ อให สำมำรถ ดำเน นงำนได อย ำงม ประส ทธ ภำพ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำเกษตรศำสตร สำขำว ชำว ทยำศำสตร ช วภำพ หร อสำขำว ชำว ทยำศำสตร กำยภำพ หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งหร อ หลำยสำขำว ชำด งกล ำว ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำม ร บผ ดชอบและล กษณะ งำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำเกษตรศำสตร สำขำว ชำว ทยำศำสตร ช วภำพ หร อสำขำว ชำว ทยำศำสตร กำยภำพ หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งหร อ

86 หลำยสำขำว ชำด งกล ำว ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำม ร บผ ดชอบและล กษณะ งำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำเกษตรศำสตร สำขำว ชำว ทยำศำสตร ช วภำพ หร อสำขำว ชำว ทยำศำสตร กำยภำพ หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งหร อ หลำยสำขำว ชำด งกล ำว ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะ งำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

87 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ว ชำช พเฉพำะ ช อตำแหน ง น กว ชำกำรคอมพ วเตอร ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนทำงว ทยำกำรคอมพ วเตอร ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำรศ กษำ ว เครำะห ก ำหนดค ณล กษณะของเคร อง จ ดระบบต ดต ง เช อมโยงระบบ เคร องคอมพ วเตอร ศ กษำ ว เครำะห ออกแบบเก ยวก บช ดค ำส งระบบ ช ดค ำส งประย กต รวมถ งกำร เข ยนค ม ออธ บำยกำรใช คำส งต ำง ๆ กำหนดค ณล กษณะ ต ดต งและใช เคร องม อช ดค ำส ง ส อสำรกำรจ ด และบร หำรระบบสำรสนเทศ ให ค ำปร กษำแนะน ำ อบรมเก ยวก บว ทยำกำรคอมพ วเตอร ด ำนต ำง ๆ แก บ คคล หร อหน วยงำนท เก ยวข อง ต ดตำมควำมก ำวหน ำของเทคโนโลย ใหม ๆ และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำร ท ำงำน ปฏ บ ต งำนเก ยวก บว ทยำกำรคอมพ วเตอร ภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำน อ นตำมท ได ร บมอบหมำยโดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ต ดต งเคร องคอมพ วเตอร ส วนบ คคล ช ดค ำส งระบบปฏ บ ต กำร ช ดค ำส งส ำเร จร ประบบ เคร อข ำยคอมพ วเตอร และอ ปกรณ ท เก ยวข อง เพ ออ ำนวยกำรให งำนเทคโนโลย สำรสนเทศในควำม ร บผ ดชอบดำเน นไปได อย ำงรำบร นและสอดคล องก บควำมต องกำรของหน วยงำน (๒) ประมวลผลและปร บปร งแก ไขแฟ มข อม ล เพ อให ข อม ลท ได ถ กต องแม นยำมำกท ส ด (๓) ทดสอบค ณสมบ ต ด ำนเทคน คของระบบ เพ อให ระบบม ค ณสมบ ต ท ถ กต องตรงตำมควำม ต องกำรและสภำพกำรใช งำนของหน วยงำนอย เสมอ (๔) เข ยนช ดค ำส งตำมข อก ำหนดของระบบงำนประย กต และระบบข อม ลท ได วำงแผนไว แล ว เพ อสน บสน นกำรปฏ บ ต งำนเทคโนโลย สำรสนเทศให ดำเน นไปได อย ำงรำบร น (๕) เข ยนช ดค ำส ง ทดสอบควำมถ กต องของค ำส ง แก ไขข อผ ดพลำดของค ำส งเพ อให ระบบปฏ บ ต กำรทำงำนได อย ำงถ กต องแม นยำและม ประส ทธ ภำพมำกท ส ด (๖) ช วยรวบรวมข อม ลและว เครำะห ควำมต องกำรของระบบงำนประย กต และระบบข อม ลของ หน วยงำนท ไม ซ บซ อน เพ อพ ฒนำระบบงำนเทคโนโลย สำรสนเทศในหน วยงำนให ม ประส ทธ ภำพ และ ตรงตำมควำมต องกำรของหน วยงำนมำกท ส ด (๗) ช วยรวบรวมข อม ลและว เครำะห ออกแบบ และพ ฒนำระบบงำนประย กต เพ อให ได ระบบงำนประย กต ท ตรงตำมค ณล กษณะและควำมต องกำรของหน วยงำน

88 (๘) รวบรวมข อม ลประกอบกำรกำหนดค ณล กษณะเฉพำะของเคร องคอมพ วเตอร และอ ปกรณ ระบบเคร อข ำย ระบบงำนประย กต และระบบสำรสนเทศ กำรจ ดกำรระบบ กำรท ำงำนเคร องกำรต ดต ง ระบบเคร องเพ อให ได อ ปกรณ คอมพ วเตอร ท เป นมำตรฐำนเด ยวก นท งหน วยงำน และตรงตำมควำม ต องกำร ล กษณะกำรใช งำนของหน วยงำน ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรทำงำนท ร บผ ดชอบ ร วมดำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนงำนท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำนเพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร งแก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) ช วยจ ดท ำค ม อระบบและค ม อผ ใช เพ ออ ำนวยควำมสะดวกแก ผ ใช ให สำมำรถใช งำน คอมพ วเตอร ได ด วยตนเอง (๒) ด ำเน นกำรฝ กอบรมหร อถ ำยทอดควำมร สน บสน นกำรใช ระบบงำนท พ ฒนำแก เจ ำหน ำท ผ ใช งำนหร อเจ ำหน ำท ระด บรองลงมำ (๓) ปฏ บ ต งำนร วมก บผ ใช ในกำรนำระบบไปใช ในกำรปฏ บ ต งำน เพ อช วยเหล อผ ใช หำกม ป ญหำ หร อข อสงส ยในกำรใช งำนเคร องคอมพ วเตอร ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำใดสำขำว ชำ หน งทำงคอมพ วเตอร หร อในสำขำว ชำท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและ ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน ง ทำงคอมพ วเตอร หร อในสำขำว ชำท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและ ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำใดสำขำว ชำ หน งทำงคอมพ วเตอร หร อในสำขำว ชำท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและ ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

89 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง น กว ชำกำรเง นและบ ญช ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนทำงว ชำกำรเง นและบ ญช ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำรเง น กำรงบประมำณ กำรบ ญช ท วไปของส วนรำชกำร กำรศ กษำ ว เครำะห ต ดตำม ประเม นผล กำรใช จ ำยเง น กำรว เครำะห ฐำนะทำงกำรเง นและบ ญช กำรว เครำะห งบประมำณ กำร พ ฒนำระบบงำนคล ง ตรวจสอบควำมถ กต องของกำรลงบ ญช ประเภทต ำง ๆ และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำร ทำงำน ปฏ บ ต งำนเก ยวก บว ชำกำรเง นและบ ญช ภำยใต กำรกำก บ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำนอ น ตำมท ได ร บมอบหมำยโดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) จ ดทำบ ญช เอกสำรรำยงำนควำมเคล อนไหวทำงกำรเง น ท งเง นในและเง นนอกงบประมำณ เง นท นหม นเว ยน เพ อแสดงสถำนะทำงกำรเง นและใช เป นฐำนข อม ลท ถ กต องตำมระเบ ยบว ธ กำรบ ญช ของส วนรำชกำร (๒) รวบรวมข อม ล และรำยงำนกำรเง นของส วนรำชกำร เพ อพร อมท จะปร บปร งข อม ลให ถ กต องและท นสม ย (๓) จ ดท ำและจ ดสรรงบประมำณแก หน วยงำนของร ฐ เพ อให กำรจ ดสรรงบประมำณตรงก บ ควำมจำเป นและว ตถ ประสงค ของแต ละหน วยงำน (๔) ศ กษำว เครำะห ผลกำรใช จ ำยเง นงบประมำณของหน วยงำนภำคร ฐ เพ อให กำรใช จ ำยเง น เป นไปอย ำงม ประส ทธ ภำพและใช เป นแนวทำงในกำรปร บปร งกำรจ ดทำและจ ดสรรงบประมำณ (๕) ด แลกำรร บและจ ำยเง น สถำนะทำงกำรเง น ตรวจสอบเอกสำรส ำค ญกำรร บ-จ ำยเง น เพ อให กำรร บ-จ ำยเง นขององค กรม ประส ทธ ภำพ กำรปฏ บ ต กำรถ กต องตำมระเบ ยบปฏ บ ต ของรำชกำร (๖) ถ ำยทอดควำมร ด ำนกำรเง นและบ ญช แก เจ ำหน ำท ระด บรองลงมำ เช น ให ค ำแนะน ำในกำร ปฏ บ ต งำน วำงโครงกำรกำหนดหล กส ตรและฝ กอบรม จ ดท ำค ม อประจ ำส ำหร บกำรฝ กอบรมและว ธ ใช อ ปกรณ เคร องม อท ถ กต อง เป นต น เพ อถ ำยทอดควำมร ท เป นประโยชน ในกำรปฏ บ ต งำนตำมมำตรฐำน และข อกำหนด ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด

90 ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร ง แก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) ให คำแนะนำ ตอบป ญหำและช แจงเก ยวก บงำนกำรเง นและบ ญช ท ตนม ควำมร บผ ดชอบ ใน ระด บเบ องต นแก หน วยงำนรำชกำร เอกชน หร อประชำชนท วไป เพ อให ผ ท สนใจได ทรำบข อม ลและ ควำมร ต ำง ๆ ท เป นประโยชน (๒) จ ดเก บข อม ลเบ องต น ท ำสถ ต ปร บปร ง หร อจ ดท ำฐำนข อม ลหร อระบบสำรสนเทศท เก ยวก บงำนกำรเง นและบ ญช เพ อให สอดคล องและสน บสน นภำรก จของหน วยงำน และใช ประกอบกำร พ จำรณำกำหนดนโยบำย แผนงำน หล กเกณฑ มำตรกำรต ำง ๆ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำกำรบ ญช สำขำว ชำกำรเง นและกำรธนำคำร หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งท เก ยวข องทำงด ำนบ ญช หร อในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำกำรบ ญช สำขำว ชำกำรเง นและกำรธนำคำร หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งท เก ยวข องทำงด ำนบ ญช หร อในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำกำรบ ญช สำขำว ชำกำรเง นและกำรธนำคำร หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งท เก ยวข องทำงด ำนบ ญช หร อในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

91 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง น กว ชำกำรช ำงศ ลป ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนทำงช ำงศ ลป ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บ กำรร ำงและออกแบบท วไปในกำรจ ดท ำภำพฉำกกำรประด ษฐ ต วอ กษรและกำรตกแต งอำคำรสถำนท เข ยนภำพ เข ยนต วอ กษร ป นภำพและจ ำลองแบบพ มพ เข ยนแผนภ ม แสดงข อม ลทำงสถ ต วำงร ปเล มให ถ กต องตำมรำยละเอ ยดทำงว ชำกำรต ำง ๆ เพ อประกอบค ำบรรยำย กำรจ ดท ำหน งส อจ ดเอกสำร เผยแพร กำรจ ดท ำแผ นป ำยประชำส มพ นธ และแผ นภำพในกำรจ ดแสดงน ทรรศกำรต ำง ๆ และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำร ท ำงำน ปฏ บ ต งำนเก ยวก บว ชำกำรช ำงศ ลป ภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำนอ น ตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ศ กษำ ค นคว ำ รวบรวมข อม ลท เก ยวข องทำงด ำนศ ลปกรรม และงำนช ำงส บหม เพ อเป น ข อม ลในกำรออกแบบ เข ยนแบบ อน ร กษ สร ำงสรรค งำนด ำนศ ลปกรรม และรวบรวมองค ควำมร ใน กำรจ ดทำเอกสำรทำงว ชำกำร (๒) ออกแบบ เข ยนแบบ อน ร กษ สร ำงสรรค งำนศ ลปกรรม และงำนช ำงส บหม เพ อกำรส บทอด สร ำงสรรค เผยแพร และประชำส มพ นธ (๓) ซ อมงำนศ ลปกรรมและงำนช ำงส บหม เพ ออน ร กษ ผลงำนศ ลปกรรมของไทยให คงอย ต อไป (๔) ร วมจ ดท ำส อประชำส มพ นธ เพ อเสร มสร ำงควำมเข ำใจแก ประชำชน และส บทอด ศ ลปว ฒนธรรม (๕) ร วมจ ดน ทรรศกำรด ำนศ ลปกรรม เพ อเผยแพร และประชำส มพ นธ ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร งแก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย

92 ๔. ด ำนกำรบร กำร ให คำแนะนำควำมร ด ำนศ ลปกรรมแก บ คคล หร อหน วยงำนท เก ยวข อง เพ อเผยแพร ควำมร ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำว จ ตรศ ลป และ ประย กต ศ ลป หร อสำขำว ชำสถำป ตยกรรมศำสตร หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งหร อหลำยสำขำว ชำ ด งกล ำว ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำว จ ตรศ ลป และ ประย กต ศ ลป หร อสำขำว ชำสถำป ตยกรรมศำสตร หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งหร อหลำยสำขำว ชำ ด งกล ำว ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำว จ ตรศ ลป และประย กต ศ ลป หร อสำขำว ชำสถำป ตยกรรมศำสตร หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งหร อหลำย สำขำว ชำด งกล ำว ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. กำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

93 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน งในสำยงำน น กว ชำกำรพ สด ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนทำงว ชำกำรพ สด ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำรศ กษำ ว เครำะห รำยละเอ ยดของพ สด เพ อก ำหนดมำตรฐำนและค ณภำพกำรร ำงส ญญำ ซ อและส ญญำจ ำง กำรเสนอควำมเห นเก ยวก บพ สด กำรวำงระบบเก ยวก บระเบ ยบ และว ธ ปฏ บ ต งำน ด ำนกำรพ สด และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต น ท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำร ท ำงำน ปฏ บ ต งำนเก ยวก บงำนว ชำกำรพ สด ภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำนอ น ตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) รวบรวมและศ กษำข อม ลในงำนพ สด เพ อกำหนดค ณภำพและมำตรฐำนของพ สด (๒) ตรวจสอบและด แลกำรจ ดซ อจ ดจ ำงแบบต ำง ๆ เช น กำรตกลงรำคำ กำรสอบรำคำ ประกวดรำคำ ว ธ พ เศษ และว ธ กรณ พ เศษ เพ อให เป นไปตำมระเบ ยบของส ำน กนำยกร ฐมนตร ว ำด วย กำรพ สด (๓) จ ดท ำรำยละเอ ยดบ ญช หร อทะเบ ยนค มทร พย ส นเก ยวก บค ณล กษณะเฉพำะของว สด เพ อให สำมำรถตรวจสอบว สด ต ำง ๆ ได โดยสะดวก (๔) ซ อมแซมและด แลร กษำพ สด ในครอบครองเพ อให ม สภำพท พร อมใช งำน (๕) จ ำหน ำยพ สด เม อช ำร ดหร อเส อมสภำพ หร อไม จ ำเป นในกำรใช งำนทำงรำชกำรอ กต อไป เพ อให พ สด เก ดประโยชน ให แก ทำงรำชกำรได มำกท ส ด (๖) ถ ำยทอดควำมร ด ำนงำนพ สด แก เจ ำหน ำท ระด บรองลงมำ เช น ให ค ำแนะน ำในกำร ปฏ บ ต งำน วำงโครงกำรกำหนดหล กส ตรและฝ กอบรม จ ดท ำค ม อประจ ำส ำหร บกำรฝ กอบรมและว ธ ใช อ ปกรณ เคร องม อท ถ กต อง เป นต น เพ อถ ำยทอดควำมร ท เป นประโยชน ในกำรปฏ บ ต งำนตำมมำตรฐำน และข อกำหนด ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว

94 (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร งแก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) ให คำแนะนำ ตอบป ญหำและช แจงเก ยวก บงำนพ สด ท ตนม ควำมร บผ ดชอบในระด บเบ องต น แก หน วยงำนรำชกำร เอกชน หร อประชำชนท วไป เพ อให ผ ท สนใจได ทรำบข อม ลและควำมร ต ำง ๆท เป น ประโยชน (๒) จ ดเก บข อม ลเบ องต น ท ำสถ ต ปร บปร ง หร อจ ดท ำฐำนข อม ลหร อระบบสำรสนเทศท เก ยวก บงำนพ สด เพ อให สอดคล องและสน บสน นภำรก จของหน วยงำนและใช ประกอบกำรพ จำรณำ กำหนดนโยบำย แผนงำน หล กเกณฑ มำตรกำรต ำง ๆ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

95 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง น กว ชำกำรศ กษำ ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนว ชำกำรศ กษำพ เศษ ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำรให กำรศ กษำและฝ กอบรมคนตำบอด คนห หนวก คนท ม ควำมผ ดปกต ทำงกำรพ ดและกำร ได ย น คนร ำงกำยพ กำรทำงแขนขำและล ำต ว คนป ญญำอ อน และคนประเภทอ นท ม ป ญหำทำงส งคม ศ กษำป ญหำควำมบกพร องด ำนต ำง ๆ ตรวจว น จฉ ยควำมผ ดปกต ทำงกำรพ ดและกำรได ย น ส งเกต ควำมสนใจ ควำมสำมำรถในกำรเร ยนร ว ว ฒนำกำรทำงจ ตใจและอำรมณ เพ อประกอบกำรพ จำรณำ ของแพทย และเพ อใช เป นข อม ลในกำรค นคว ำว จ ย เก ยวก บควำมผ ดปกต ทำงกำรพ ด กำรได ย น และ ควำมผ ดปกต ทำงร ำงกำยจ ตใจและอำรมณ อ น ๆ พ ฒนำหล กส ตร ว ธ กำรสอนและว ธ กำรบ ำบ ดฟ นฟ สมรรถภำพด ำนต ำง ๆของบ คคลด งกล ำวให เหมำะสมและม ประส ทธ ภำพย งข น และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนท ยำกพอสมควรเก ยวก บงำนกำรศ กษำ โดยปฏ บ ต หน ำท อย ำงใดอย ำงหน งหร อ หลำยอย ำง ท ำหน ำท ช วยศ กษำว เครำะห เก ยวก บหล กส ตร แบบเร ยน กำรเท ยบควำมร กำรจ ดกำร ควำมร งำนก จกำรน กศ กษำ งำนว น ยและพ ฒนำน กศ กษำ งำนบร กำรและสว สด กำร งำนน กศ กษำว ชำ ทหำรกำรจ ดพ พ ธภ ณฑ กำรศ กษำ และกำรบร กำรและส งเสร มกำรศ กษำโดยใช เทคโนโลย ทำง กำรศ กษำซ งได แก กำรรวบรวมข อม ลเก ยวก บควำมต องกำรก ำล งคน หล กส ตร ต ำรำเร ยน ควำมร พ นฐำน ตลอดจนควำมต องกำร ด ำนกำรใช เทคโนโลย ทำงกำรศ กษำ จ ดประช มอบรมและส มมนำ เก ยวก บกำรศ กษำเผยแพร กำรศ กษำ เช น ออกรำยกำร ทำงว ทย โทรท ศน กำรเข ยนบทควำม จ ดท ำ วำรสำร หร อเอกสำรต ำง ๆ และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข องโดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ศ กษำ ว เครำะห ข อม ลเก ยวก บกำรศ กษำ เพ อเป นข อม ลประกอบกำรกำรพ ฒนำงำนด ำน กำรศ กษำและท เก ยวข อง (๒) ศ กษำ ว เครำะห ว จ ยเบ องต น เพ อประกอบกำรจ ดท ำข อเสนอนโยบำย แผน มำตรฐำน กำรศ กษำ หล กส ตร แบบเร ยน ต ำรำ ส อกำรเร ยนกำรสอน ส อกำรศ กษำ กำรผล ตและพ ฒนำส อ นว ตกรรม และเทคโนโลย กำรส งเสร มสน บสน นกำรจ ดกำรศ กษำ (๓) จ ดทำแผนงำน/โครงกำรต ำง ๆ เพ อส งเสร มสน บสน นกำรจ ดกำรศ กษำ (๔) ด ำเน นกำรเก ยวก บงำนทะเบ ยนและ เอกสำรด ำนกำรศ กษำ รวมท งปร บปร งให ท นสม ย เพ อ เป นหล กฐำนอ ำงอ งและให กำรส งเสร มสน บสน นกำรจ ดกำรศ กษำ

96 (๕) ส งเสร มสน บสน นกำรจ ดกำรศ กษำ เพ อให กำรจ ดกำรศ กษำม ค ณภำพและมำตรฐำน (๖) ต ดตำม ประเม นผลกำรด ำเน นงำน ก จกรรมและสร ปผลด ำนกำรศ กษำ ว เครำะห ว จ ยเพ อ พ ฒนำงำนด ำนกำรศ กษำ ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรทำงำนท ร บผ ดชอบ ร วมดำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร งแก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) จ ดบร กำรส งเสร มกำรศ กษำ เช น จ ดน ทรรศกำร ก จกรรม พ พ ธภ ณฑ ทำงกำรศ กษำและ แหล งเร ยนร เพ อให กำรบร กำรควำมร และบร กำรทำงด ำนกำรศ กษำและว ชำช พแก ประชำชนอย ำง ท วถ ง (๒) ผล ตค ม อ แนวทำงกำรอบรม เอกสำรทำงว ชำกำร รวมท งให ค ำแนะน ำปร กษำเบ องต นแก น กเร ยน น ส ต น กศ กษำและช มชน ประชำชนท วไป (๓) ด ำเน นกำรจ ดกำรประช มส มมนำว ชำกำรนำนำชำต จ ดประช มอบรมและส มมนำเก ยวก บ กำรแนะแนวกำรศ กษำและว ชำช พ เพ อส งเสร มควำมร ควำมเข ำใจและให แนวทำงกำรศ กษำและแนว ทำงกำรเล อกอำช พท เหมำะสมก บบ คคลท วไป (๔) เผยแพร กำรศ กษำ เช น จ ดรำยกำรว ทย โทรท ศน เข ยนบทควำม จ ดท ำวำรสำรส อ อ เล กทรอน กส เอกสำรต ำง ๆ รวมท งกำรใช เทคโนโลย ทำงกำรศ กษำอ น ๆ เพ อให ควำมร ด ำนกำรศ กษำ กำรแนะแนวกำรศ กษำและว ชำช พอย ำงท วถ งและม ค ณภำพ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

97 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน งในสำยงำน น กว ชำกำรโสตท ศนศ กษำ ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนทำงโสตท ศนศ กษำ ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำรรวบรวมข อม ลทำงว ชำกำร น ำมำด ดแปลงและเผยแพร ในร ปแบบของโสตท ศน ปกรณ ต ำง ๆ กำรเล อกใช เทคน คหร ออ ปกรณ ในกำรบรรยำย กำรประช ม กำรฝ กอบรม และน ทรรศกำรผล กำรปฏ บ ต งำนตำมโครงกำร และแผนงำนของส วนรำชกำรต ำง ๆ กำรควบค มกำรใช กำรจ ดหำ และ กำรเก บร กษำโสตท ศน ปกรณ ต ำง ๆ และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นเก ยวก บงำนด ำนว ชำกำรโสตท ศนศ กษำท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำร ปฏ บ ต งำนและต ดส นใจ ภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำหร อตรวจสอบ และ ปฏ บ ต งำนอ นตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) จ ดเตร ยมและควบค มกำรใช อ ปกรณ ประเภทเคร องเส ยง เคร องฉำย กำรผล ตว สด อ ปกรณ ท ใช ในกำรจ ดแสดงหร อบรรยำยเพ อให กำรแสดงหร อบรรยำยท ต องอำศ ยเคร องเส ยง หร อเคร องฉำย ดำเน นไปโดยควำมเร ยบร อย และเก ดควำมเหมำะสม (๒) ช วยเข ยน เร ยบเร ยง ค ำบรรยำยภำพ ค ำบรรยำยแผนภ ม บทรำยกำรว ทย ภำพยนตร หร อ โทรท ศน เพ อเผยแพร ควำมร หร อข อม ลอ นเป นประโยชน ในด ำนต ำง ๆ (๓) จ ดหำ ด แล ร กษำ ซ อมแซม เคร องเส ยง เคร องฉำย ตลอดจนว สด อ ปกรณ ต ำง ๆ ท ใช ใน กำรปฏ บ ต งำนเพ อให สำมำรถใช งำนได ด ประหย ดงบประมำณของหน วยงำน และด ำเน นงำนได อย ำงม ประส ทธ ภำพ ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร งแก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย

98 ๔. ด ำนกำรบร กำร ให คำปร กษำ แนะนำในด ำนกำรใช บำร งร กษำเคร องเส ยง เคร องฉำย ตลอดจนโสตท ศน ปกรณ แก หน วยงำนต ำง ๆ เพ อให สำมำรถดำเน นกำรด ำนโสตท ศนศ กษำได ม ประส ทธ ภำพมำกข น ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำโสตท ศนศ กษำ สำขำว ชำน เทศศำสตร สำขำว ชำวำรสำรศำสตร สำขำว ชำส อสำรมวลชน หร อสำขำว ชำเวชน ท ศน หร อ สำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งหร อหลำยสำขำว ชำด งกล ำว ซ งมหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำม ร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำโสตท ศนศ กษำ สำขำว ชำน เทศศำสตร สำขำว ชำวำรสำรศำสตร หร อสำขำว ชำส อสำรมวลชน หร อสำขำว ชำใด สำขำว ชำหน งหร อหลำยสำขำว ชำด งกล ำว ซ งมหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบ และล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำโสตท ศนศ กษำ สำขำว ชำน เทศศำสตร สำขำว ชำวำรสำรศำสตร หร อสำขำว ชำส อสำรมวลชน หร อสำขำว ชำใด สำขำว ชำหน งหร อหลำยสำขำว ชำด งกล ำว ซ งมหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบ และล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

99 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง น กว ทยำศำสตร ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนทำงว เครำะห ว จ ย และทดสอบทำงว ทยำศำสตร และเทคโนโลย ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำรทดสอบ ว เครำะห และว จ ยทำงว ทยำศำสตร และ เทคโนโลย สำขำต ำง ๆ เช น กำรว เครำะห ว ตถ ด บ แร ธำต อำหำร และผล ตภ ณฑ อ ตสำหกรรมเพ อ ร บรองหร อควบค มค ณภำพให เป นไปตำมกฎหมำย หร อเพ อใช ประโยชน ในกำรอ ตสำหกรรมกำรค ำ กำร เก บภำษ กำรด ำเน นกำรทำงคด หร อเพ อเผยแพร ควำมร แก ประชำชน กำรว จ ยทร พยำกรธรรมชำต ผล ตผลและผล ตผลพลอยได จำกอ ตสำหกรรมและเกษตรกรรมเพ อน ำมำใช ให เป นประโยชน กำรว จ ย เพ อปร บปร งค ณภำพของผล ตภ ณฑ ส นค ำ กำรว จ ยเร องกำรถนอมอำหำร กำรว เครำะห และตรวจสอบ ค ณภำพน ำ กำรกำหนดอ ตรำส วนกำรใช สำรเคม และแนะน ำกำรใช สำรเคม ก บน ำเพ อใช บร โภค เป นต น ปฏ บ ต งำนเก ยวก บกำรก ำหนดมำตรฐำนผล ตภ ณฑ อ ตสำหกรรม หร อกำรสอนว ชำว ทยำศำสตร และ ปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง ซ งต ำแหน งต ำง ๆ เหล ำน ม ล กษณะท จ ำเป นต องใช ผ ม ควำมช ำนำญในทำง ว ชำว ทยำศำสตร หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำร ท ำงำน ปฏ บ ต งำนเก ยวก บงำนว ทยำศำสตร และเทคโนโลย ภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำตรวจสอบ และ ปฏ บ ต งำนอ นตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ศ กษำค นคว ำและว เครำะห ข อม ล และร วมด ำเน นกำรว จ ย ด ำนว ทยำศำสตร และเทคโนโลย เพ อสร ำงองค ควำมร (๒) ว เครำะห ทดสอบ ตรวจสอบ ตรวจว ด ตรวจพ ส จน ว น จฉ ยทำงว ทยำศำสตร ของว ตถ ต วอย ำง สอบเท ยบเคร องม อ อ ปกรณ ว ด เพ อนำข อม ลไปใช ประโยชน ในด ำนต ำง ๆ ท เก ยวข อง (๓) ร วมปฏ บ ต งำนด ำนกำรร บรองระบบงำน กำรบร หำรจ ดกำรทดสอบควำมช ำนำญจ ดท ำ ฐำนข อม ลห องปฏ บ ต กำร ส งเสร มพ ฒนำห องปฏ บ ต กำรเพ อเพ มข ดควำมสำมำรถในกำรแข งข นทำง กำรค ำ (๔) ร วมศ กษำว เครำะห ว จ ย พ ฒนำหล กส ตรฝ กอบรมและถ ำยทอดควำมร และร วมด ำเน นกำร จ ดฝ กอบรม เพ อให สอดคล องก บควำมต องกำรและท นต อควำมก ำวหน ำของว ทยำกำรด ำน ว ทยำศำสตร และเทคโนโลย (๕) ศ กษำ ค นคว ำ ต ดตำมควำมร และพ ฒนำทร พยำกรสำรสนเทศว ทยำศำสตร และเทคโนโลย เพ อใช ประโยชน ด ำนต ำง ๆ ท เก ยวข อง

100 (๖) ร วมดำเน นงำนระบบประก นค ณภำพ เพ อให ผลกำรทดสอบเป นท น ำเช อถ อ ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร ง แก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) ให ค ำปร กษำ แนะน ำเบ องต นทำงด ำนว ทยำศำสตร และเทคโนโลย แก ผ ประกอบกำรส วน รำชกำร และประชำชนผ สนใจท วไป (๒) เผยแพร ถ ำยทอดควำมร ด ำนว ทยำศำสตร และเทคโนโลย ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำว ทยำศำสตร กำยภำพ สำขำว ชำว ทยำศำสตร ช วภำพ สำขำว ชำเภส ชศำสตร หร อสำขำว ชำว ศวกรรมศำสตร หร อ สำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งหร อหลำยสำขำว ชำด งกล ำว ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำว ทยำศำสตร กำยภำพ สำขำว ชำว ทยำศำสตร ช วภำพ สำขำว ชำเภส ชศำสตร หร อสำขำว ชำว ศวกรรมศำสตร หร อ สำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งหร อหลำยสำขำว ชำด งกล ำว ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำว ทยำศำสตร กำยภำพ สำขำว ชำว ทยำศำสตร ช วภำพ สำขำว ชำเภส ชศำสตร หร อสำขำว ชำว ศวกรรมศำสตร หร อ สำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งหร อหลำยสำขำว ชำด งกล ำว ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

101 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง น กว เทศส มพ นธ ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนทำงว เทศส มพ นธ ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำรต ดต อประสำนงำนก บองค กำรโลก องค กำรระหว ำงประเทศ ผ เช ยวชำญหร อเจ ำหน ำท ต ำงประเทศ หน วยช ำน ญพ เศษต ำง ๆ ตลอดจนกำรแปลเอกสำรและร ำงโต ตอบหน งส อภำษำต ำง ประเทศและปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำร ทำงำน ปฏ บ ต งำนด ำนว เทศส มพ นธ ภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำนอ นตำมท ได ร บ มอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ร ำง โต ตอบหน งส อเป นภำษำต ำงประเทศ งำนแปลเอกสำรภำษำไทยและภำษำต ำงประเทศ เพ อใช ในกำรต ดต อประสำนงำนก บองค กรระหว ำงประเทศ (๒) รวบรวมข อม ล ว เครำะห และต ดตำมประเม นผล จ ดท ำบ นท ก สร ปรำยงำนกำรประช ม ควำมร วมม อระหว ำงประเทศ เพ อนำเสนอผ บ งค บบ ญชำ (๓) จ ดเตร ยมข อม ลส ำหร บกำรเจรจำควำมร วมม อทำงว ชำกำรก บต ำงประเทศ เพ อให กำร ประช มเจรจำบรรล ผลตำมเป ำหมำยท กำหนด (๔) ส งเสร ม สน บสน น ด ำเน นกำรเก ยวก บท นกำรศ กษำ ฝ กอบรม ด งำน ผ เช ยวชำญว สด อ ปกรณ อำสำสม คร องค กำรพ ฒนำเอกชนและอ น ๆ ท เก ยวข องก บงำนควำมร วมม อ เพ อให กำร ดำเน นกำรเป นไปด วยควำมรำบร น ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรทำงำนท ร บผ ดชอบ ร วมดำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำยและผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนด (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร ง แก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย

102 ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) เผยแพร ควำมร ท วไปด ำนกำรต ำงประเทศแก ผ มำต ดต อ เพ อให เก ดควำมเข ำใจอ นด และ ถ กต อง เผยแพร ควำมร ให ค ำปร กษำและช แจงตอบป ญหำด ำนกำรต ำงประเทศแก ผ ท มำต ดต อเพ อให เก ดควำมเข ำใจอ นด และถ กต องตำมระเบ ยบกฎหมำย (๒) รวบรวมข อม ลเก ยวก บงำนด ำนต ำงประเทศ เพ อจ ดทำเป นฐำนข อม ล ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

103 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง น กเอกสำรสนเทศ ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งตำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนเอกสำรสนเทศหร อบรรณำร กษ ซ งม ล กษณะงำน เก ยวก บกำรจ ดหำ และค ดเล อกหน งส อและเอกสำรในสำขำว ชำเฉพำะ เข ำห องสม ดหร อศ นย เอกสำร ว เครำะห และจ ดหมวดหม หน งส อและเอกสำร ท ำบ ตรรำยกำรบรรณำน กรม ท ำดรรชน ท ำสำระส งเขป จ ดท ำค ม อกำรศ กษำ ค นคว ำ และแนะแนวกำรอ ำน กำรใช หน งส อและเอกสำรสำขำว ชำเฉพำะ ให บร กำรแก ผ ใช ห องสม ดหร อศ นย เอกสำร จ ดก จกรรมส งเสร มกำรอ ำน ศ กษำ ค นคว ำกำรจ ด ระบบงำนท เหมำะสมของห องสม ดหร อศ นย เอกสำร และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต น โดยใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำรท ำงำน เก ยวก บงำนเอกสำรสนเทศหร อบรรณำร กษ โดยปฏ บ ต หน ำท อย ำงใดอย ำงหน งหร อหลำยอย ำงเช น กำรพ จำรณำจ ดหำ และค ดเล อกเอกสำรเข ำห องสม ด กำรว เครำะห ให เลขหม หน งส อหร อเอกสำรท ำ ดรรชน ทำบรรณำน กรมสำระส งเขป ควบค มตรวจสอบกำรให บร กำรแก ผ ใช ห องสม ด ภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำนอ นตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) พ จำรณำจ ดหำ และค ดเล อกเอกสำรเข ำห องสม ดหร อศ นย เอกสำร (๒) กำรว เครำะห ให เลขหม หน งส อ หร อเอกสำร ทำดรรชน ทำบรรณำน กรมสำระส งเขป (๓) ควบค มตรวจสอบกำรให บร กำรแก ผ ใช ห องสม ด หร อศ นย เอกสำร (๔) พ จำรณำจ ดส ง หน งส อหร อเอกสำรแลกเปล ยนก บหน วยงำนต ำง ๆ ท งภำยในและนอก (๕) ศ กษำค นคว ำ เสนอแนะ ปร บปร ง แก ไข ระบบกำรทำงำนของห องสม ดหร อศ นย เอกสำร (๖) บร กำรแก ผ ใช ควบค มด แลร กษำ และตรวจสอบสภำพหน งส อหร อเอกสำร หร อ โสตท ศนว สด เพ อซ อมแซม หร อหำว ธ กำรเก บร กษำให ด ท ส ด (๗) จ ดโครงกำรส งเสร มกำรอ ำน ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว

104 (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร ง แก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด ำนกำรบร กำร ให ค ำแนะน ำ และตอบค ำถำมเก ยวก บข อม ล และกำรใช ทร พยำกรสำรสนเทศในห องสม ด เพ อให เก ดควำมสะดวกแก ผ ใช บร กำร ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

105 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง น ต กร ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนทำงกฎหมำย ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บ กำรพ จำรณำ ว น จฉ ยป ญหำกฎหมำย ร ำง และพ จำรณำตรวจร ำงข อบ งค บ กฎ ระเบ ยบและข อบ งค บท เก ยวข อง จ ดท ำน ต กรรม รวบรวมข อเท จจร งและพยำนหล กฐำนเพ อด ำเน นกำรทำงคด กำรสอบสวน ตรวจพ จำรณำดำเน นกำรเก ยวก บว น ยและกำรร องท กข หร ออ ทธรณ และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง ซ ง ตำแหน งต ำง ๆ เหล ำน ม ล กษณะท จำเป นต องใช ผ ม ควำมร ควำมช ำนำญในว ชำกำรทำงกฎหมำย หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำร ท ำงำน ปฏ บ ต งำนเก ยวก บงำนน ต กำรภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำนอ นตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนปฏ บ ต กำร (๑) เสนอควำมเห นแก ผ บ งค บบ ญชำในกำรตอบข อหำร อ หร อว น จฉ ยป ญหำกฎหมำยเก ยวก บ ระเบ ยบของทำงรำชกำรท ม ผลกระทบต อกำรด ำเน นงำนของหน วยงำน เพ อเป นข อม ลสน บสน นกำร พ จำรณำของผ บ งค บบ ญชำ (๒) ศ กษำ ว เครำะห และว จ ยเพ อปร บปร งกฎหมำย และระเบ ยบเก ยวก บหน วยงำนท ร บผ ดชอบ เพ อให ท นก บสถำนกำรณ และอ ำนวยควำมสะดวกในกำรท ำงำน โดยพ จำรณำถ งควำมเหมำะสมและ เป นธรรมต อท กฝ ำย (๓) ศ กษำข อม ล รวบรวมแสวงหำข อเท จจร งและข อกฎหมำย เสนอควำมเห นในกำรด ำเน นกำร เร องใด ๆ ท เก ยวก บว น ยข ำรำชกำร กำรร องท กข กำรพ ท กษ ระบบค ณธรรม รวมถ งกำรด ำเน นกำร ใด ๆ ตำมกฎหมำยปกครองท เก ยวข องก บกำรบร หำรรำชกำร และกำรดำเน นคด ของหน วยงำน (๔) ปฏ บ ต งำนฝ ำยเลขำน กำรของคณะกรรมกำรด ำนกฎหมำยเพ อจ ดประช มเสนอควำมเห น จ ดทำระเบ ยบ วำระ และรำยงำนกำรประช ม ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรทำงำนท ร บผ ดชอบ ร วมดำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนงำนท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว

106 (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร งแก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข อง เพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด ำนบร กำร ให ค ำปร กษำแนะน ำด ำนกฎหมำยแก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข อง เพ อสร ำงควำมเข ำใจใน ข อกฎหมำยท เป นป ญหำ และให ควำมร ถ งข อกฎหมำยท เก ยวข องเป นประโยชน ก บกำรด ำเน นงำนของ บ คคลหร อหน วยงำนด งกล ำว ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก นในสำขำว ชำน ต ศำสตร ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก นในสำขำว ชำน ต ศำสตร ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก นในสำขำว ชำน ต ศำสตร ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท ก.พ.อ. /ก.บ.ม.ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

107 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง บรรณำร กษ ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนบรรณำร กษ ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บ กำรจ ดหำและค ดเล อกหน งส อเข ำห องสม ด ว เครำะห และจ ดหมวดหม หน งส อ ท ำบ ตรรำยกำรท ำ บรรณำน กรม ท ำดรรชน ท ำสำระส งเขป จ ดท ำค ม อกำรศ กษำค นคว ำหน งส อในห องสม ด ให บร กำรแก ผ ใช ห องสม ด จ ดก จกรรมส งเสร มกำรอ ำน ศ กษำ ค นคว ำ กำรจ ดระบบงำนท เหมำะสมของห องสม ด และปฏ บ ต หน ำท อ น ๆ ท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต น ท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำร ท ำงำน ปฏ บ ต งำนเก ยวก บงำนบรรณำร กษ ภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำนอ น ตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) จ ดหำ ค ดเล อก ว เครำะห จ ำแนกหมวดหม ทร พยำกรสำรสนเทศ ประเภทส อส งพ มพ ส อ โสตท ศน และส ออ เล กทรอน กส ท ำรำยกำรบรรณำน กรม ด ชน สำระส งเขป และบ นท กลงฐำนข อม ล ระบบห องสม ดอ ตโนม ต เพ อเป นแหล งจ ดเก บและให บร กำร (๒) ศ กษำ ค นคว ำว ธ กำรและเทคน คใหม ๆ กำรใช เคร องม ออ ปกรณ ท ท นสม ยด ำน บรรณำร กษศำสตร และสำรน เทศศำสตร เพ อเสนอแนะปร บปร งกำรปฏ บ ต งำนห องสม ดท งด ำนว ชำกำร และกำรให บร กำร (๓) จ ดทำส อประชำส มพ นธ กำรใช ห องสม ดและจ ดก จกรรมในร ปแบบต ำง ๆ เพ อเผยแพร ข อม ล ข ำวสำร และส งเสร มให ผ ใช เก ดควำมสนใจในกำรเข ำใช บร กำร ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร ง แก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย

108 ๔. ด ำนกำรบร กำร ให ค ำแนะน ำ และตอบค ำถำมเก ยวก บข อม ล และกำรใช ทร พยำกรสำรสนเทศในห องสม ด เพ อให เก ดควำมสะดวกแก ผ ใช บร กำร ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำใดสำขำว ชำ หน งทำงบรรณำร กษศำสตร ทำงบรรณำร กษศำสตร และสำรน เทศศำสตร ทำงสำรสนเทศศ กษำ หร อ ทำงสำรน เทศศำสตร หร อทำงใดทำงหน งหร อหลำยทำงด งกล ำวในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสม ก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน ง ทำงบรรณำร กษศำสตร ทำงบรรณำร กษศำสตร และสำรน เทศศำสตร ทำงสำรสนเทศศ กษำ หร อทำง สำรน เทศศำสตร หร อทำงใดทำงหน งหร อหลำยทำงด งกล ำวในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บ หน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำใดสำขำว ชำ หน งทำงบรรณำร กษศำสตร ทำงบรรณำร กษศำสตร และสำรน เทศศำสตร ทำงสำรสนเทศศ กษำ หร อ ทำงสำรน เทศศำสตร หร อทำงใดทำงหน งหร อหลำยทำงด งกล ำวในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสม ก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ สำหร บตำแหน งน ได

109 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ว ชำช พเฉพำะ ช อตำแหน ง นำยแพทย ล กษณะงำนโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งต าง ๆ ท ปฏ บ ต งานทางการแพทย ซ งเก ยวข องโดยตรงต อช ว ต ส ขภาพและอนาม ยของประชาชน หร อปฏ บ ต งานส งเสร มส ขภาพและสายงานน คล มถ งต าแหน งต าง ๆ ท ปฏ บ ต การหร อให บร การป องก นโรคแก ประชาชน งานว เคราะห ว จ ย และช นส ตรโรค งานวางแผนทาง ว ชาการแพทย งานตรวจแนะน าให ค าปร กษาในว ชาการแพทย งานให การศ กษาและฝ กอบรมด าน การแพทย หร อการสาธารณส ขแก แพทย หร อเจ าหน าท ทางการสาธารณส ข หร อเจ าหน าท อ นท เก ยวข อง หร อบร หารงานในฐานะผ อ านวยการโรงพยาบาลหร อสถานพยาบาล หร อนายแพทย สาธารณส ขจ งหว ด ซ งต าแหน งต าง ๆ เหล าน ม ล กษณะท จ าเป นต องใช ผ ท ม ความร ความช านาญใน ว ชาการ หร อผ ประกอบว ชาช พทางการแพทย หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งานในฐานะผ ปฏ บ ต งานระด บต น ท "ต องใช ความร ความสามารถทางว ชาการในการ ทางาน ปฏ บ ต งานเก ยวก บการปฏ บ ต หร อให บร การทางการแพทย ภายใต การกาก บ แนะนา ตรวจสอบ และปฏ บ ต งานอ นตามท ได ร บมอบหมาย โดยม ล กษณะงานท ปฏ บ ต ในด านต าง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ตรวจ ว น จฉ ย ร กษาโรค ฟ นฟ ส งเสร มส ขภาพ ควบค ม ป องก นโรค และภ ยส ขภาพ เพ อให ประชาชนม ส ขภาพท ด และสามารถป องก นตนเองหร อบ คคลอ นๆ ท เก ยวข องให พ นจากโรคภ ยไข เจ บ (๒) ศ กษา ว เคราะห ว จ ยด านว ชาการแพทย และสาธารณส ข เบ องต น เพ อประกอบการพ ฒนา แนวทางการตรวจ ช นส ตร ว น จฉ ย บ าบ ดร กษา ฟ นฟ สมรรถภาพ ส งเสร ม ควบค ม ป องก น เพ อให ได องค ความร ทางว ชาการแพทย และสาธารณส ข ท สามารถน าไปปฏ บ ต ได อย างเหมาะสมก บภารก จของ ส วนราชการ (๓) รวบรวมข อม ลและศ กษาสภาวะส ขภาพของประชาชนในเขตพ นท ท ร บผ ดชอบ และแนวโน ม การเปล ยนแปลงท "ม ผลต อส ขภาพของประชาชน เพ อวางแผนการด าเน นงานตรวจ ว น จฉ ยร กษา ควบค ม ป องก น เฝ าระว ง ร กษาโรค และฟ นฟ ส งเสร มส ขภาพ ทางการแพทย และสาธารณส ขท เหมาะสมก บบร บทของพ นท (๔) ตรวจช นส ตรทางน ต เวชศาสตร และเหต ตายทางน ต เวชศาสตร ให เป นไปตามมาตรฐานทาง น ต เวชศาสตร เพ อให ทราบสาเหต ของการเส ยช ว ต ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด

110 ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร ง แก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) ให ค าแนะน า ตอบป ญหา และช 5แจง เก ยวก บงานการแพทย การควบค มป องก นโรค การ ฟ นฟ สภาพและการส งเสร มส ขภาพ ท ตนม ความร บผ ดชอบในระด บเบ องต น แก ผ ป วยและญาต หน วยงานราชการ เอกชน หร อประชาชนท ว ไป เพ อให ผ ท สนใจได ทราบข อม ลและความร ต างๆท เป น ประโยชน และสามารถนาไปปฏ บ ต ให ม ส ขภาพท "ด (๒) จ ดเก บข อม ลเบ องต น ท าสถ ต ปร บปร ง หร อจ ดท าฐานข อม ลหร อระบบสารสนเทศท เก ยวก บงานการแพทย และสาธารณส ข เพ อให สอดคล องและสน บสน นภารก จของหน วยงาน (๓) ถ ายทอดองค ความร เทคโนโลย ทางการแพทย และสาธารณส ข แก บ คลากรสาธารณส ข น กศ กษาและประชาชน เพ อให ม ความร ความเข าใจและสามารถปฏ บ ต งานได อย างถ กต องและม ประส ทธ ภาพ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑. ได ร บปร ญญาในสาขาว ชาแพทยศาสตร หร อค ณว ฒ อย างอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก นและ ได ร บใบอน ญาตประกอบว ชาช พสาขาเวชกรรม จากแพทยสภา ๒. ได ร บปร ญญาสาขาว ชาแพทยศาสตร หร อค ณว ฒ อย างอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น และ ได ร บใบอน ญาตประกอบว ชาช พสาขาเวชกรรม จากแพทยสภา และได ร บว ฒ บ ตรแสดงความความร ความชานาญในการประกอบว ชาช พเวชกรรม ของแพทยสภา หร อหน งส ออน ม ต บ ตรแสดงความร ๓. ได ร บปร ญญาหร อค ณว ฒ อย างอ นท ก.พ. ก าหนดว าใช เป นค ณสมบ ต เฉพาะส าหร บ ตาแหน งน ได และได ร บใบอน ญาตประกอบว ชาช พสาขาเวชกรรม จากแพทยสภา หร อ ได ร บใบอน ญาต ประกอบว ชาช พสาขาเวชกรรม จากแพทยสภา และได ร บว ฒ บ ตรแสดงความความร ความช านาญใน การประกอบว ชาช พเวชกรรม ของแพทยสภา หร อหน งส ออน ม ต บ ตรแสดงความร

111 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ว ชำช พเฉพำะ ช อตำแหน ง พยำบำล ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนกำรพยำบำล ซ งม ล กษณะงำนท ต องปฏ บ ต โดยผ ได ร บใบอน ญำตประกอบโรคศ ลปสำขำกำรพยำบำลหร อสำขำกำรพยำบำลและกำรผด งครรภ ช นหน ง ปฏ บ ต งำนส งเสร มและพ ฒนำบร กำรกำรพยำบำล และปฏ บ ต งำนตรวจว น จฉ ยและบ ำบ ดร กษำภำยใต กำรควบค มของแพทย โดยท ำหน ำท เป นผ ให บร กำร วำงแผนงำน ประสำนงำน ประเม นผลและบ นท ก ผลกำรให กำรพยำบำล ศ กษำ ว เครำะห ค ดค น พ ฒนำ กำรพยำบำลและควบค มกำรพยำบำลให เป นไป อย ำงม ค ณภำพและอย ในมำตรฐำน ส งเสร มและพ ฒนำควำมร ควำมสำมำรถทำงกำรพยำบำลให ก บ เจ ำหน ำท ท เก ยวข องก บงำนกำรพยำบำล จ ดสถำนท และเตร ยมอ ปกรณ ท ใช ในกำรร กษำพยำบำล ช วย แพทย ในกำรตรวจว น จฉ ยและบ ำบ ดร กษำ จ ดเตร ยมและส งเคร องม อในกำรผ ำต ด ช วยแพทย ในกำรใช ยำระง บควำมร ส กหร อใช เคร องม อพ เศษบำงประเภท เพ อกำรว น จฉ ยและบ ำบ ดร กษำ ตลอดจน ปฏ บ ต งำนกำรวำงแผนครอบคร วและกำรผด งครรภ กำรส งเสร มส ขภำพและป องก นโรค กำรฟ นฟ สภำพผ ป วย และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำร ท ำงำน ปฏ บ ต งำนเก ยวก บงำนพยำบำลว ชำช พ ภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำน อ น ๆตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ปฏ บ ต กำรพยำบำลข นพ นฐำนตำมมำตรฐำนว ชำช พ ในกำรให กำรพยำบำลแก ผ ใช บร กำร เพ อให ได ร บกำรด แลท ถ กต องเหมำะสมและปลอดภ ย (๒) ค ดกรอง ประเม นภำวะส ขภำพ ว เครำะห ป ญหำ ว น จฉ ยป ญหำ ภำวะเส ยงเพ อให กำร ช วยเหล อทำงน ต ว ทยำศำสตร กำรพยำบำลได อย ำงถ กต องเหมำะสมท นสถำนกำรณ และท นเวลำ (๓) บ นท ก รวบรวม ศ กษำว เครำะห ข อม ลด ำนกำรพยำบำลเบ องต น เพ อพ ฒนำกำรด แลผ ป วย ให เก ดควำมปลอดภ ย ส ขสบำย และม ประส ทธ ภำพ (๔) ส งเสร ม ป องก น ด แลร กษำ ฟ นฟ ส ขภำพประชำชน หร อกำรบร กำรอ นๆ ทำงด ำนส ขภำพ เพ อส ขภำพท ด ของประชำชน ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด

112 ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร ง แก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) สอน แนะนำ ให คำปร กษำเบ องต นแก ผ ใช บร กำรและครอบคร ว ช มชน เก ยวก บกำรส งเสร ม ป องก น ด แลร กษำ ฟ นฟ สมรรถภำพเพ อให ประชำชนสำมำรถด แลตนเองได (๒) ให บร กำรข อม ลทำงว ชำกำร จ ดเก บข อม ลเบ องต นเก ยวก บกำรพยำบำล เพ อให ประชำชน ได ทรำบข อม ลและควำมร ต ำง ๆ ท เป นประโยชน สอดคล องและสน บสน นภำรก จของหน วยงำนและใช ประกอบกำรพ จำรณำกำหนดนโยบำย แผนงำน หล กเกณฑ มำตรกำรต ำง ๆ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำกำรพยำบำล และได ร บใบอน ญำตประกอบว ชำช พสำขำกำรพยำบำลช นหน ง หร อสำขำกำรพยำบำลและกำรผด ง ครรภ ช นหน ง ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำกำรพยำบำล และได ร บใบอน ญำตประกอบว ชำช พสำขำกำรพยำบำลช นหน ง หร อสำขำกำรพยำบำลและกำรผด ง ครรภ ช นหน ง ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำกำรพยำบำล และได ร บใบอน ญำตประกอบว ชำช พสำขำกำรพยำบำลช นหน ง หร อสำขำกำรพยำบำลและกำรผด ง ครรภ ช นหน ง ๔.ได ร บปร ญญำหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะ ส ำหร บต ำแหน งน ได และได ร บใบอน ญำตประกอบว ชำช พสำขำกำรพยำบำลช นหน ง หร อสำขำกำร พยำบำลและกำรผด งครรภ ช นหน ง

113 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ว ชำช พเฉพำะ ช อตำแหน ง เภส ชกร ล กษณะงำนโดยท วไป สายงานน ครอบคล มถ งต าแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานด านเภส ชกรรม ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก ยวก บการผสม ปร งยา และเวชภ ณฑ ประเภทต างๆ การจ ายยาให คนไข ตามค าส งแพทย ใน โรงพยาบาล หร อหน วยงานอ นท เก ยวข องก บการร กษาพยาบาล และปฏ บ ต หน าท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งานในฐานะผ ปฏ บ ต งานระด บต น ท!ต องใช ความร ความสามารถทางว ชาการในการ ทางาน ปฏ บ ต งานเก ยวก บงานเภส ชกรรม ภายใต การกาก บ แนะนา ตรวจสอบ และปฏ บ ต งานอ นตามท ได ร บมอบหมาย โดยม ล กษณะงานท!ปฏ บ ต ในด านต าง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) บร การทางเภส ชกรรม เภส ชสาธารณส ขเบ องต น เพ อบรรล ผลการร กษา ป องก นควบค ม โรค และประชาชนเก ดความปลอดภ ยในการใช ยา สม นไพร ผล ตภ ณฑ ส ขภาพ (๒) ค มครองผ บร โภค ตรวจว เคราะห ประก นค ณภาพทางห องปฏ บ ต การเบ องต นด านยา สม นไพร ผล ตภ ณฑ และบร การส ขภาพ เพ อให ประชาชนได ร บการบร การ ได มาตรฐาน เป นธรรมและ ปลอดภ ย (๓) ศ กษา ค นคว า ว เคราะห ว จ ย ก าหนดแนวทาง ต ดตาม ประเม นผลทางว ชาการเบ องต น เพ อพ ฒนางานเภส ชกรรม เภส ชสาธารณส ข การค มครองผ บร โภค (๔) จ ดท า พ ฒนามาตรฐาน แนวทาง ค ม อเบ องต นทางเภส ชกรรม เภส ชสาธารณส ขการ ค มครองผ บร โภค สม นไพร ผล ตภ ณฑ ส ขภาพ การแพทย แผนไทย การแพทย ทางเล อก เพ อเพ ม ประส ทธ ภาพของงาน ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร ง แก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย

114 ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) ให ค าแนะน า ตอบป ญหา ช แจง เก ยวก บงานเภส ชกรรม เภส ชสาธารณส ข การค มครอง ผ บร โภคในระด บเบ องต นแก ผ ป วย ญาต หน วยงานราชการ เอกชน หร อประชาชนท วไป เพ อให ผ สนใจ ได ทราบข อม ลและความร ต างๆ ท เป นประโยชน (๒) จ ดเก บข อม ล ให บร การข อม ลเบ องต นทางเภส ชกรรม เภส ชสาธารณส ข การค มครอง ผ บร โภค เพ อให สอดคล อง สน บสน นภารก จของหน วยงาน และใช ประกอบการพ จารณาก าหนด แผนงาน หล กเกณฑ มาตรการต าง ๆ (๓) สอน น เทศ ฝ กอบรม ถ ายทอดความร เทคโนโลย ทางเภส ชกรรม เภส ชสาธารณส ขการ ค มครองผ บร โภคแก น กศ กษา บ คลากรสาธารณส ข เพ อให ม ความร ความเข าใจ สามารถปฏ บ ต งานได อย างถ กต อง ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑. ได ร บปร ญญาตร หร อค ณว ฒ อย างอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก นในสาขาว ชาเภส ชศาสตร และได ร บใบอน ญาตเป นผ ประกอบโรคศ ลปะสาขาเภส ชกรรมช นหน ง ๒. ได ร บปร ญญาโทหร อค ณว ฒ อย างอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก นในสาขาว ชาเภส ชศาสตร และได ร บใบอน ญาตเป นผ ประกอบโรคศ ลปะสาขาเภส ชกรรมช นหน ง ๓. ได ร บปร ญญาเอกหร อค ณว ฒ อย างอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก นในสาขาว ชาเภส ชศาสตร หร อได ร บว ฒ บ ตรแสดงความร ความชานาญในการประกอบว ชาช พเภส ชกรรม และได ร บใบอน ญาตเป น ผ ประกอบโรคศ ลปะสาขาเภส ชกรรมช นหน ง ๔. ได ร บปร ญญาหร อค ณว ฒ อย างอ นท ก.พ. ก าหนดว าใช เป นค ณสมบ ต เฉพาะส าหร บ ตาแหน งน ได และได ร บใบอน ญาตเป นผ ประกอบโรคศ ลปะสาขาเภส ชกรรมช นหน ง

115 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ว ชำช พเฉพำะ ช อตำแหน ง น กกำยภำพบำบ ด ล กษณะงำนโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งต าง ๆ ท ปฏ บ ต งานบ าบ ดร กษาผ ป วยด วยเคร องม อ และว ธ การทาง กายภาพบ าบ ด ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก ยวก บการบ าบ ดร กษาผ ป วยด วยโรคเก ยวก บกล ามเน อ โรคทางกระด ก โรคทางข อ โรคทางระบบประสาทและความพ การต าง ๆ ท เก ดจากโรคหร ออ บ ต เหต โดยว ธ กายภาพบ าบ ดโดยการใช ความร อน แสง เส ยง ไฟฟ า หล กกลศาสตร การด ด การด ง การนวด การบร หารร างกาย ตลอดจนการใช เคร องม อทางกายภาพบ าบ ดชน ดต าง ๆ เพ อฟ นฟ ป องก น ปร บปร ง แก ไขสมรรถภาพของส วนของร างกายท เส อมสภาพหร อพ การให กล บค นด ท งทางร ปและทางหน าท และปฏ บ ต หน าท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งานในฐานะผ ปฏ บ ต งานระด บต น ท!ต องใช ความร ความสามารถทางว ชาการในการ ท างาน ปฏ บ ต งานเก ยวก บด านกายภาพบ าบ ด ภายใต การก าก บ แนะน า ตรวจสอบ และปฏ บ ต งาน อ นตามท!ได ร บมอบหมาย โดยม ล กษณะงานท!ปฏ บ ต ในด านต าง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ปฏ บ ต การด านกายภาพบ าบ ดตามมาตรฐานว ชาช พ ในการให การบร การทาง กายภาพบาบ ดแก ผ ใช บร การ เพ อให ได ร บการบร การท ถ กต องเหมาะสม (๒) ค ดกรอง ตรวจประเม นทางกายภาพบ าบ ด ว เคราะห ป ญหา ว น จฉ ยป ญหา ภาวะเส ยง เพ อให การบร การทางกายภาพบาบ ดได อย างถ กต องเหมาะสมท นสถานการณ และท นเวลา (๓) บ นท ก รวบรวม ศ กษาว เคราะห ข อม ลเบ องต นทางกายภาพบ าบ ด เพ อพ ฒนาการบร การ ผ ป วยให ม ค ณภาพ (๔) ส งเสร ม ป องก น ด แลร กษา ฟ นฟ ส ขภาพประชาชน หร อการบร การอ นๆ ทางด าน กายภาพบาบ ด เพ อให ม ส ขภาพท ด ข น ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว

116 (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร ง แก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) สอน แนะนำ ให คำปร กษำเบ องต นแก ผ ใช บร กำรและครอบคร ว ช มชน เก ยวก บกำรส งเสร ม ป องก น ด แลร กษำ ฟ นฟ สมรรถภำพเพ อให ประชำชนสำมำรถด แลตนเองได (๒) ให บร กำรข อม ลทำงว ชำกำร จ ดเก บข อม ลเบ องต นเก ยวก บกำรพยำบำล เพ อให ประชำชน ได ทรำบข อม ลและควำมร ต ำง ๆ ท เป นประโยชน สอดคล องและสน บสน นภำรก จของหน วยงำนและใช ประกอบกำรพ จำรณำกำหนดนโยบำย แผนงำน หล กเกณฑ มำตรกำรต ำง ๆ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บว ฒ การศ กษาในระด บปร ญญาตร หร อค ณว ฒ อย างอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ใน สาขาว ชาว ทยาศาสตร การแพทย ทางกายภาพบ าบ ด และได ร บใบอน ญาตประกอบโรคศ ลปะสาขา กายภาพบาบ ด ๒.ได ร บว ฒ การศ กษาในระด บปร ญญาโทหร อค ณว ฒ อย างอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ใน สาขาว ชาว ทยาศาสตร การแพทย ทางกายภาพบ าบ ด และได ร บใบอน ญาตประกอบโรคศ ลปะสาขา กายภาพบาบ ด ๓.ได ร บว ฒ การศ กษาในระด บปร ญญาเอกหร อค ณว ฒ อย างอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ใน สาขาว ชาว ทยาศาสตร การแพทย ทางกายภาพบ าบ ด และได ร บใบอน ญาตประกอบโรคศ ลปะสาขา กายภาพบาบ ด ๔.ได ร บว ฒ การศ กษาในระด บปร ญญาหร อค ณว ฒ อย างอ นท ก.พ. ก าหนดว าใช เป น ค ณสมบ ต เฉพาะสาหร บตาแหน งน ได และได ร บใบอน ญาตประกอบโรคศ ลปะสาขากายภาพบาบ ด

117 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ว ชำช พเฉพำะ ช อตำแหน ง น กกำรแพทย แผนไทย ล กษณะงำนโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งต าง ๆ ท ปฏ บ ต งานด านเภส ชกรรมซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก ยวก บ การผสมและปร งยาและเวชภ ณฑ ประเภทต าง ๆ การจ ายยาให คนไข ตามค าส งแพทย ในโรงพยาบาล หร อหน วยงานอ นท เก ยวข องก บการร กษาพยาบาลและปฏ บ ต หน าท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งานในฐานะผ ปฏ บ ต งานระด บต น ท!ต องใช ความร ความสามารถทางว ชาการในการ ทางาน ปฏ บ ต งานเก ยวก บงานเภส ชกรรม ภายใต การกาก บ แนะนา ตรวจสอบ และปฏ บ ต งานอ นตามท ได ร บมอบหมาย โดยม ล กษณะงานท!ปฏ บ ต ในด านต าง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) บร การทางเภส ชกรรม เภส ชสาธารณส ขเบ องต น เพ อบรรล ผลการร กษา ป องก นควบค ม โรค และประชาชนเก ดความปลอดภ ยในการใช ยา สม นไพร ผล ตภ ณฑ ส ขภาพ (๒) ค มครองผ บร โภค ตรวจว เคราะห ประก นค ณภาพทางห องปฏ บ ต การเบ องต นด านยา สม นไพร ผล ตภ ณฑ และบร การส ขภาพ เพ อให ประชาชนได ร บการบร การ ได มาตรฐานเป นธรรมและ ปลอดภ ย (๓) ศ กษา ค นคว า ว เคราะห ว จ ย ก าหนดแนวทาง ต ดตาม ประเม นผลทางว ชาการเบ องต น เพ อพ ฒนางานเภส ชกรรม เภส ชสาธารณส ข การค มครองผ บร โภค (๔) จ ดท า พ ฒนามาตรฐาน แนวทาง ค ม อเบ องต นทางเภส ชกรรม เภส ชสาธารณส ขการ ค มครองผ บร โภค สม นไพร ผล ตภ ณฑ ส ขภาพ การแพทย แผนไทย การแพทย ทางเล อก เพ อเพ ม ประส ทธ ภาพของงาน ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร ง แก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย

118 ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) ให ค าแนะน า ตอบป ญหา ช แจง เก ยวก บงานเภส ชกรรม เภส ชสาธารณส ข การค มครอง ผ บร โภคในระด บเบ องต นแก ผ ป วย ญาต หน วยงานราชการ เอกชน หร อประชาชนท วไปเพ อให ผ สนใจได ทราบข อม ลและความร ต างๆ ท เป นประโยชน (๒) จ ดเก บข อม ล ให บร การข อม ลเบ องต นทางเภส ชกรรม เภส ชสาธารณส ข การค มครอง ผ บร โภค เพ อให สอดคล อง สน บสน นภารก จของหน วยงาน และใช ประกอบการพ จารณาก าหนด แผนงาน หล กเกณฑ มาตรการต าง ๆ (๓) สอน น เทศ ฝ กอบรม ถ ายทอดความร เทคโนโลย ทางเภส ชกรรม เภส ชสาธารณส ข การค มครอง ผ บร โภคแก น กศ กษา บ คลากรสาธารณส ข เพ อให ม ความร ความเข าใจ สามารถปฏ บ ต งานได อย าง ถ กต อง ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บว ฒ การศ กษาในระด บปร ญญาตร หร อค ณว ฒ อย างอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสาขาว ชาเภส ชศาสตร และได ร บใบอน ญาตเป นผ ประกอบโรคศ ลปะสาขาเภส ชกรรมช นหน ง ๒.ได ร บว ฒ การศ กษาในระด บปร ญญาตร หร อค ณว ฒ อย างอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสาขาว ชาเภส ชศาสตร และได ร บใบอน ญาตเป นผ ประกอบโรคศ ลปะสาขาเภส ชกรรมช นหน ง ๓.ได ร บว ฒ การศ กษาในระด บปร ญญาเอกหร อค ณว ฒ อย างอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก นใน สาขาว ชาเภส ชศาสตร หร อได ร บว ฒ บ ตรแสดงความร ความช านาญในการประกอบว ชาช พเภส ชกรรม และได ร บใบอน ญาตเป นผ ประกอบโรคศ ลปะสาขาเภส ชกรรมช นหน ง ๔.ได ร บว ฒ การศ กษาในระด บปร ญญาหร อค ณว ฒ อย างอ นท ก.พ. ก าหนดว าใช เป น ค ณสมบ ต เฉพาะส าหร บต าแหน งน ได และได ร บใบอน ญาตเป นผ ประกอบโรคศ ลปะสาขาเภส ชกรรม ช นหน ง

119 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ว ชำช พเฉพำะ ช อตำแหน ง น กว ชำกำรสำธำรณส ข ล กษณะงำนโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งท ปฏ บ ต งานทางด านการสาธารณส ข ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก ยวก บการศ กษา ว เคราะห ว จ ย ว น จฉ ยป ญหาพ ฒนาทางด านสาธารณส ข เช น การส ขศ กษา การ ส งเสร มส ขภาพ การส ขาภ บาล และการควบค มโรค เป นต น เพ อเสนอนโยบาย วางแผนงาน และ ด าเน นงานด านการสาธารณส ข ว ดและประเม นผล ก าหนดระบบและว ธ การด านน เทศ น เทศควบค ม ต ดตามผล และประเม นผลงานด านการสาธารณส ขการสอนและอบรมด านการสาธารณส ขและปฏ บ ต หน าท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งานในฐานะผ ปฏ บ ต งานระด บต น ท ต องใช ความร ความสามารถทางว ชาการในการ ท างาน ปฏ บ ต งานเก ยวก บงานด านว ชาการสาธารณส ข ภายใต การก าก บ แนะน าตรวจสอบ และ ปฏ บ ต งานอ นตามท ได ร บมอบหมาย โดยม ล กษณะงานท ปฏ บ ต ในด านต าง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ศ กษา ค นคว า ว เคราะห ว จ ย ส ารวจ รวบรวม ข อม ลทางว ชาการเบ องต นท ไม ซ บซ อน เก ยวก บงานด านสาธารณส ข เช น การส งเสร มส ขภาพ การเฝ าระว งโรค การควบค มป องก นโรคและภ ย ส ขภาพ และการฟ นฟ ส ขภาพ รวมท ง การด แลร กษาพยาบาล การจ ดบร การส ขภาพ การส ขศ กษาและ พฤต กรรมส ขภาพ การส ขาภ บาล อนาม ยส งแวดล อม พ ฒนาระบบกลไกและการบ งค บใช กฎหมาย สาธารณส ข เพ อช วยในการเสร มสร างระบบการสาธารณส ขท ด (๒) สร ปรายงานเก ยวก บการด าเน นงาน หร อรายงานการรวบรวมข อม ลทางว ชาการด าน สาธารณส ข เสนอผ บ งค บบ ญชา เพ อประกอบการวางแผนในการปฏ บ ต งาน (๓) ต ดตามผลการศ กษา ว เคราะห และว จ ยงานด านสาธารณส ข เพ อน ามาใช ในการปฏ บ ต งาน ให เหมาะสมก บสถานการณ ต าง ๆ (๔) ร วมพ ฒนาเน อหา องค ความร ค ณภาพมาตรฐานเก ยวก บงานด านสาธารณส ข และระบบ บร การส ขภาพ โดยบ รณาการแบบองค รวมว าด วยการค มครองและส งเสร มภ ม ป ญญา เก ยวก บงาน ด านสาธารณส ขและระบบบร การส ขภาพ และจ ดท าค ม อ แนวทางปฏ บ ต เอกสารว ชาการ ส อส ขศ กษา ประชาส มพ นธ เพ อให ประชาชน ม ความร สามารถ ป องก นตนเองจากโรคและภ ยส ขภาพ (๕) ปฏ บ ต การในการส งเสร มส ขภาพ อนาม ยส งแวดล อม การควบค มป องก นโรคและภ ย ส ขภาพ การเฝ าระว งโรค ร กษาเบ องต น และต ดตามฟ นฟ ส ขภาพในช มชน ด แลบ าร งร กษาเคร องม อ และอ ปกรณ ท พร อมใช งาน เพ อพ ฒนาระบบบร การสาธารณส ข อย างม ประส ทธ ภาพและท วถ ง

120 (๖) ช วยจ ดท าฐานข อม ลเบ องต นท เก ยวข องก บงานด านสาธารณส ข เช น ข อม ลของผ ป วยกล ม เส ยง บ คลากรทางด านบร การส ขภาพ ประชากร สถานะส ขภาพ ระบาดว ทยา ส งแวดล อมท เอ อต อ ส ขภาพ สถานประกอบการท งภาคร ฐและเอกชน องค กรภาค เคร อข าย เพ อน ามาใช ในการว เคราะห ในการปร บปร งระบบงานสาธารณส ขให ม ประส ทธ ภาพส งข น (๗) ให บร การค ดกรอง ตรวจว น จฉ ย ร กษาเบ องต น สอบสวนส บสวนโรค ต ดตามผ ป วย ผ ส มผ ส เพ อการเฝ าระว ง ควบค มป องก นโรคและภ ยส ขภาพ รวมท งส งเสร มส ขภาพ และฟ นฟ ส ขภาพ เพ อให ประชาชน ม ส ขภาพท ด (๘) ร วมประเม นส งแวดล อมการท างาน ประเม นสถานประกอบการ สถานบร การสาธารณะ สถานท สาธารณะทางด านอนาม ยส งแวดล อม เพ อการป องก นควบค มโรคและภ ยส ขภาพอย างม ประส ทธ ภาพ (๙) ช วยปฏ บ ต งานส งเสร ม ควบค ม ก าก บมาตรฐาน การบ งค บใช กฎหมายเก ยวก บการแพทย และสาธารณส ข และกฎหมายอ นท เก ยวข อง เพ อการค มครองผ บร โภคด านบร การและผล ตภ ณฑ ส ขภาพ ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร ง แก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด านการบร การ (๑) ตรวจสอบสภาพของเคร องม ออ ปกรณ ต างๆ ให ม ค ณภาพและเหมาะแก การน าไปใช งานอย เสมอ รวมท งสน บสน นงานอ นๆ ท เก ยวข องก บการให บร การทางสาธารณส ข เพ อให การบร การด งกล าว เป นไปอย างราบร น (๒) สน บสน นการถ ายทอดความร ทางว ชาการหร อเทคโนโลย แก บ คคลภายในหน วยงาน เพ อ เป นความร และให สามารถดาเน นงานให ม ประส ทธ ภาพ (๓) ให บร การทางว ชาการ เช น การจ ดท าเอกสาร ต ารา ค ม อ เอกสารส อเผยแพร ในร ปแบบ ต าง ๆ เพ อการเร ยนร และความเข าใจในระด บต าง ๆ ในงานด านสาธารณส ข (๔) ร วมปฏ บ ต การในการพ ฒนาศ กยภาพของบ คลากร และองค กร เพ อให เป นบ คลากรท ม ความชานาญ และปฏ บ ต งานได อย างม ประส ทธ ภาพ

121 (๕) น เทศงานด านสาธารณส ขให แก อาสาสม ครสาธารณส ขประจ าหม บ าน เพ อให สามารถ ปฏ บ ต งานในพ นท ได อย างถ กต องและม ประส ทธ ภาพ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญาตร หร อค ณว ฒ อย างอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสาขาว ชาสาธารณส ข ศาสตร สาขาว ชาการพยาบาล สาขาว ชาว ทยาศาสตร ช วภาพ สาขาว ชาว ทยาศาสตร กายภาพ สาขาว ชาแพทยศาสตร สาขาว ชาท นตแพทยศาสตร สาขาว ชาว ทยาศาสตร การแพทย ทางเทคน ค การแพทย หร อสาขาว ชาว ศวกรรมศาสตร ทางว ศวกรรมส งแวดล อม หร อสาขาว ชาใดสาขาว ชาหน ง หร อหลายสาขาว ชาด งกล าว ในทางท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและ ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญาโทหร อค ณว ฒ อย างอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสาขาว ชาสาธารณส ข ศาสตร สาขาว ชาการพยาบาล สาขาว ชาว ทยาศาสตร ช วภาพ สาขาว ชาว ทยาศาสตร กายภาพ สาขาว ชาแพทยศาสตร สาขาว ชาท นตแพทยศาสตร สาขาว ชาว ทยาศาสตร การแพทย ทางเทคน ค การแพทย สาขาว ชาเศรษฐศาสตร ทางเศรษฐศาสตร สาธารณส ข หร อสาขาว ชาว ศวกรรมศาสตร ทาง ว ศวกรรมส งแวดล อมหร อสาขาว ชาใดสาขาว ชาหน งหร อหลายสาขาว ชาด งกล าว ในทางท มหำว ทยำล ย เห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บปร ญญาเอกหร อค ณว ฒ อย างอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสาขาว ชาสาธารณส ข ศาสตร สาขาว ชาการพยาบาล สาขาว ชาว ทยาศาสตร ช วภาพ สาขาว ชาว ทยาศาสตร กายภาพ สาขาว ชาแพทยศาสตร สาขาว ชาท นตแพทยศาสตร สาขาว ชาว ทยาศาสตร การแพทย ทางเทคน ค การแพทย สาขาว ชาเศรษฐศาสตร ทางเศรษฐศาสตร สาธารณส ข หร อสาขาว ชาว ศวกรรมศาสตร ทาง ว ศวกรรมส งแวดล อมหร อสาขาว ชาใดสาขาว ชาหน งหร อหลายสาขาว ชาด งกล าว ในทางท มหำว ทยำล ย เห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บว ฒ การศ กษาในระด บปร ญญาหร อค ณว ฒ อย างอ นท ก.พ. ก าหนดว าใช เป น ค ณสมบ ต เฉพาะส าหร บต าแหน งน ได และได ร บใบอน ญาตเป นผ ประกอบโรคศ ลปะสาขาเภส ชกรรม ช นหน ง

122 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง ว ศวกร ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนทำงว ศวกรรมท วไป ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำรวำงแผนและโครงกำรปฏ บ ต งำนเก ยวก บว ศวกรรมท วไป กำรว เครำะห ว จ ย ค นคว ำ และ กำรออกแบบแปลนแผนผ งทำงด ำนว ศวกรรมท วไป กำรควบค มและบร หำรงำนว ศวกรรมท วไปและ ปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต น ท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำร ท ำงำน ปฏ บ ต งำนเก ยวก บว ศวกรรม ภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำนอ นตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ตรวจสอบแผนผ ง แผนปฏ บ ต กำร โครงสร ำง รำยกำรค ำนวณร ปแบบทำงว ศวกรรมต ำง ๆ ในงำนท ร บผ ดชอบให ถ กต องตำมหล กกฎหมำย หล กว ชำกำรและมำตรฐำนสำกล เพ อให เก ดควำม ม นคง แข งแรง ปลอดภ ยต อช ว ตและทร พย ส นของประชำชน (๒) หำข อม ลและตรวจสอบกรณ เก ดอ บ ต เหต ในโรงงำนอ ตสำหกรรม สถำนประกอบกำร กำรจรำจรและขนส ง เพ อช วยประสำนกำรก ภ ยและพ จำรณำส งกำรให เป นไปตำมกฎหมำยท เก ยวข อง (๓) ค นคว ำ ทดลอง และตรวจสอบกำรใช พล งงำนในอำคำรและโรงงำนอ ตสำหกรรมต ำง ๆเพ อ กำรอน ร กษ ประหย ดและปลอดภ ยในกำรใช พล งงำนของประเทศ (๔) ส ำรวจ ออกแบบ ว เครำะห ค นคว ำ ทดสอบและตรวจสอบปร มำณน ำ ค ณภำพน ำระบบ ประปำ และแหล งน ำธรรมชำต เพ อปฏ บ ต กำรอน ร กษ ฟ นฟ แหล งน ำในเขตพ นท ร บผ ดชอบ (๕) สำธ ตและถ ำยทอดเทคโนโลย เก ยวก บงำนว ศวกรรม และกำรจ ดกำรส งแวดล อมโดย ประย กต เทคโนโลย ท เหมำะสมจำกภ ม ป ญญำท องถ นและเทคโนโลย สำกล เพ อเพ มศ กยภำพของ ท องถ นและกำรม ส วนร วมในงำนว ศวกรรม และกำรจ ดกำรก บส งแวดล อม (๖) ตรวจสอบ ควบค ม ก ำก บ ด แลกำรประกอบก จกำร เพ อให กำรด ำเน นงำนของสถำน ประกอบกำรถ กต องตำมหล กเกณฑ ท วำงไว (๗) ตรวจสอบ กำรขอจดทะเบ ยน กำรแจ ง กำรขออน ญำต ต ดต ง ขยำย ย ำย ยกเล กต อ ใบอน ญำตกำรประกอบก จกำร เพ อให กำรประกอบก จกำรเป นไปตำมกฎหมำย หล กเกณฑ และเง อนไข ท กำหนดไว

123 (๘) ปฏ บ ต งำน ก ำก บด แลกำรซ อมบ ำร งร กษำ ผล ตและสอบเท ยบ เคร องม อและอ ปกรณ ว ทยำศำสตร ระบบไฟฟ ำ ระบบส อสำรและเคร องจ กรกล เพ อให สำมำรถปฏ บ ต งำนได อย ำงม ประส ทธ ภำพ (๙) ศ กษำ รวบรวม ว เครำะห ข อม ล ออกแบบ และก ำหนดร ปแบบรำยกำร เคร องม อ และ อ ปกรณ ว ทยำศำสตร ระบบไฟฟ ำ ระบบส อสำร และเคร องจ กรกล เพ อกำรผล ตและกำรพ ฒนำและ ปร บปร งประส ทธ ภำพกำรทำงำน ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนท ร บผ ดชอบ ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำน หร อ โครงกำรเพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนกำรท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำน เพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร ง แก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) ให คำแนะนำ ตอบป ญหำและช แจงเก ยวก บงำนว ศวกรรมต ำง ๆ ท อย ในควำมร บผ ดชอบใน ระด บเบ องต นแก ผ ประกอบกำร หน วยงำนรำชกำร เอกชน หร อประชำชนท วไป เพ อให ผ ท สนใจได ทรำบ ข อม ลและควำมร ต ำง ๆ ท เป นประโยชน (๒) จ ดเก บข อม ลเบ องต น ท ำสถ ต ปร บปร ง หร อจ ดท ำฐำนข อม ลหร อระบบสำรสนเทศท เก ยวก บงำนว ศวกรรมต ำง ๆ เพ อให สอดคล องและสน บสน นภำรก จของหน วยงำน และใช ประกอบกำร พ จำรณำกำหนดนโยบำย แผนงำน หล กเกณฑ มำตรกำรต ำง ๆ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญำตร หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำ ว ศวกรรมศำสตร หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำม ร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บปร ญญำโทหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำ ว ศวกรรมศำสตร หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำม ร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต

124 ๓.ได ร บปร ญญำเอกหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำ ว ศวกรรมศำสตร หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำม ร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บประกำศน ยบ ตรหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป น ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน งน ได

125 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ว ชำช พเฉพำะ ช อตำแหน ง เจ ำหน ำท ระบบงำนคอมพ วเตอร ล กษณะงำนโดยท วไป สายงานน ครอบคล มถ งต าแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานเก ยวก บระบบคอมพ วเตอร ท ม ล กษณะ งานท ปฏ บ ต เก ยวก บการศ กษา ว เคราะห ข อม ลชน ดต างๆ การสร าง ปร บปร ง ด ดแปลง จ ดระบบ วางแผน และแก ไขโปรแกรมคอมพ วเตอร ต างๆ ให เหมาะสมก บล กษณะข อม ลท ต องการประมวลผล การเข ยน ร ปแบบค าส งท จะน าไปใช ก บโปรดแกรมต างๆ การออกแบบรายละเอ ยดของงานท จะประมวลผลด วย เคร องคอมพ วเตอร การควบค ม ตรวจสอบ และแก ไขระบบการทางานของเคร องคอมพ วเตอร แล ว การ ให ค าแนะน าปร กษา และฝ กอบรมเก ยวก บงานในหน าท และท เก ยวข อง ตลอดจนการต ดตามความ เจร ญก าวหน าทางเทคโนโลย ด านคอมพ วเตอร เพ อพ ฒนาระบบการทางานให ท นสม ย หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นท ต องใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำร ท ำงำน ปฏ บ ต งานข นต นเก ยวก บการเข ยนค าส งให เคร องจ กรประมวลผลท างาน และปฏ บ ต งำนอ น ตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ท าหน าท ศ กษารายละเอ ยดของงานต างๆ ท ได ร บการเตร ยมการ ว เคราะห จ ดระบบและ วางแผนไว แล วสาหร บการประมวลผลด วยเคร องคอมพ วเตอร (๒) เข ยนร ปแบบของคาส งเคร องต างๆ ในระบบงานคอมพ วเตอร ให เหมาะสม (๓) ออกแบบรายละเอ ยดของงานท จะประมวลผลด วยเคร องคอมพ วเตอร (๔) สร าง ปร บปร ง ด ดแปลงและแก ไขโปรแกรมคอมพ วเตอร ต างๆ ให เหมาะสมก บล กษณะของ ข อม ลท ต องการประมวลผลด วยเคร องคอมพ วเตอร (๕) ควบค มและกาก บการปฏ บ ต งานให เป นไปตามข นตอนและเป าหมายท กาหนดไว (๖) ควบค ม ตรวจสอบและแก ไขระบบการท างานของเคร องคอมพ วเตอร ให ด าเน นไปตาม ข นตอนท วางไว (๗) ให คาแนะนา ปร กษาและตรวจสอบการปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ท ปฏ บ ต งานเก ยวก บระบบ คอมพ วเตอร เช น เจ าหน าท เตร ยมข อม ล เจ าหน าท บ นท กข อม ล เก บร กษาข อม ลน าเข า และผลท อย ใน สภาพท ครบถ วน และนาไปใช งานได สะดวก และปฏ บ ต หน าท อ นท เก ยวข อง ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรทำงำนท ร บผ ดชอบ ร วมดำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด

126 ๓. ด ำนกำรประสำนงำน (๑) ประสำนงำนท ำงำนร วมก นท งภำยในและภำยนอกท มงำนหร อหน วยงำนเพ อให เก ดควำม ร วมม อและผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว (๒) ช แจงและให รำยละเอ ยดเก ยวก บข อม ล ข อเท จจร งแก บ คคลหร อหน วยงำนท เก ยวข องเพ อ สร ำงควำมเข ำใจหร อควำมร วมม อในกำรด ำเน นงำนตำมท ได ร บมอบหมำย ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) ช วยจ ดท ำค ม อระบบและค ม อผ ใช เพ ออ ำนวยควำมสะดวกแก ผ ใช ให สำมำรถใช งำนระบบ คอมพ วเตอร ได ด วยตนเอง (๒) ด ำเน นกำรฝ กอบรมหร อถ ำยทอดควำมร สน บสน นกำรใช ระบบงำนท พ ฒนำแก เจ ำหน ำท ผ ใช งำนหร อเจ ำหน ำท ระด บรองลงมำ (๓) ปฏ บ ต งำนร วมก บผ ใช ในกำรนำระบบไปใช ในกำรปฏ บ ต งำน เพ อช วยเหล อผ ใช หำกม ป ญหำ หร อข อสงส ยในกำรใช งำนระบบเคร องคอมพ วเตอร ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑. ได ร บค ณว ฒ ปร ญญาตร หร อเท ยบได ไม ต ากว าน ทางว ทยาการคอมพ วเตอร หร อค ณว ฒ อ น ท เก ยวข อง ซ งม การศ กษาว ชาเก ยวก บโปรแกรมคอมพ วเตอร และระบบการท างานของเคร อง คอมพ วเตอร ไม น อยกว า ๑๕ หน วยก ต หร อ เก ยวข อง หร อ ๒. ได ร บค ณว ฒ ปร ญญาโท หร อเท ยบได ไม ต ากว าน ทางว ทยาการคอมพ วเตอร หร อสาขาอ นท ๓. ได ร บค ณว ฒ ปร ญญาเอก หร อเท ยบได ไม ต ากว าน ทางว ทยาการคอมพ วเตอร หร อสาขาอ น ท เก ยวข อง

127 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง น กก จกำรน กศ กษำ ล กษณะงำนโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งต าง ๆ ท ปฏ บ ต งานทางก จการน ส ตน กศ กษาซ ง ม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก ยวก บงานก จการน กศ กษาด านต าง ๆ เช น งานก จกรรมน กศ กษา งานว น ยและพ ฒนาน กศ กษา งานสว สด การน กศ กษา งานปกครอง และการน เทศก จกรรม เสร มหล กส ตรด านต าง ๆ หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต น โดยปฏ บ ต งานเก ยวก บงานก จการน กศ กษาด านต าง ๆ ซ งเป นบร การว ชาช พท ให แก น ส ตน กศ กษา รวมท งการควบค มหน วยงาน และปกครองผ อย ใต บ งค บ บ ญชา และ ปฏ บ ต หน าท อ นตามท ได ร บมอบหมาย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร ปฏ บ ต งานเก ยวก บงานก จการน กศ กษา โดยปฏ บ ต หน าท อย างใดอย างหน ง หร อหลายอย าง ใน งานก จการน กศ กษา อ นได แก (๑) งานก จการน กศ กษา (๒) งานว น ยและพ ฒนาน กศ กษา (๓) งานบร การและสว สด การ (๔) งานน กศ กษาว ชาทหาร (๕) ประสานงานก บฝ ายว ชาการ ฝ ายบร หาร ผ ปกครองน กศ กษา และหน วยงานอ นท งในและ นอกสถาบ นอ ดมศ กษา (๖) ควบค มด แลการปฏ บ ต งานของผ ใต บ งค บบ ญชา และประสานงานก บผ ร วมงานเข าร วม ประช มคณะกรรมการต าง ๆ ตามท ได ร บแต งต ง (๗) ต ดตามประเม นผลการปฏ บ ต งานเพ อหา ล ทางพ ฒนาบร การ และปร บปร งประส ทธ ภาพ การทางานของหน วยงาน ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนงำนก บฝ ำยว ชำกำร ฝ ำยบร กำร ผ ปกครองน กศ กษำ และหน วยงำนอ น ๆ ท งในและ นอกสถำบ นอ ดมศ กษำ ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของ ท มงำน ประสำนงำนก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว

128 ๔. ด ำนกำรบร กำร ตอบป ญหำ ช แจง และให ค ำแนะน ำเก ยวก บงำนในควำมร บผ ดชอบในระด บเบ องต นแก หน วยงำนรำชกำร เอกชน หร อประชำชนท วไป เพ อให ผ ท เก ยวข องได ทรำบข อม ลและเก ดควำมเข ำใจใน งำนท ร บผ ดชอบ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บปร ญญาตร หร อเท ยบได ไม ต ากว าน ทางการศ กษา หร อส งคมศาสตร หร อทางอ นท ก.ม. กาหนดว าใช เป นค ณสมบ ต เฉพาะสาหร บตาแหน งน ได หร อ ๒.ได ร บปร ญญาโทหร อเท ยบได ไม ต ากว าน ทางการศ กษา หร อทางส งคมศาสตร หร อทางอ นท ก.ม.กาหนดว าใช เป นค ณสมบ ต เฉพาะสาหร บตาแหน งน ได หร อ ๓.ได ร บปร ญญาเอกหร อเท ยบได ไม ต ากว าน ทางการศ กษา หร อทางส งคมศาสตร หร อทางอ นท ก.ม.กาหนดว าใช เป นค ณสมบ ต เฉพาะสาหร บตาแหน งน ได

129 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง คร ล กษณะงำนโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งต าง ๆ ท ปฏ บ ต งานช วยสอน ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก ยวก บการ สอนภาคปฏ บ ต แก น ส ตน กศ กษา สอนและให ค าปร กษาแนะน าแก น กเร ยนและให ค าแนะน าทางว ชาการ แก น ส ตน กศ กษา ให บร การทางว ชาการแก ส งคม และปฏ บ ต งาน อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต น โดยใช ควำมร ควำมสำมำรถทำงว ชำกำรในกำรท ำงำน ปฏ บ ต งานเก ยวก บงานสอน และให คาแนะนาปร กษาแก น ส ตน กศ กษา สอนภาคปฏ บ ต และให ค าแนะน า ทางว ชาการแก น ส ตน กศ กษา ให บร การทางว ชาการ แก ส งคม และปฏ บ ต งานอ นท เก ยวข อง โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) สอนทบทวน และสอนภาคปฏ บ ต การในสาขาว ชาต าง ๆ ท ได ร บมอบหมาย (๒) สอน ให คาแนะนาปร กษาและให คาแนะนาทางว ชาการแก น ส ตน กศ กษา (๓) ช วย ปฏ บ ต งานว จ ยให บร การทางว ชาการแก ส งคม (๔) ควบค มด แลการปฏ บ ต งานของผ อย ใต บ งค บบ ญชา รวมท งต ดตามประเม นผลการ ปฏ บ ต งาน และปฏ บ ต หน าท อ นท เก ยวข อง ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของท มงำนประสำนงำน ก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว ๔. ด ำนกำรบร กำร ตอบป ญหำ ช แจง และให ค ำแนะน ำเก ยวก บงำนในควำมร บผ ดชอบ ในระด บเบ องต นแก หน วยงำนรำชกำร เอกชน หร อประชำชนท วไป เพ อให ผ ท เก ยวข องได ทรำบข อม ลและเก ดควำมเข ำใจใน งำนท ร บผ ดชอบ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ได ร บปร ญญำตร หร อเท ยบได ไม ต ากว าน ในสาขาว ชาการท ม การสอนในมหาว ทยาล ย

130 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ประเภทตำแหน ง เช ยวชำญเฉพำะ ช อตำแหน ง คร ผ ด แลเด ก ล กษณะงำนโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งต าง ๆ ท ปฏ บ ต หน าท เก ยวก บการจ ดประสบการณ เร ยนร การส งเสร มการเร ยนร พ ฒนาผ เร ยน ให บร การทางว ชาการแก ส งคม และปฏ บ ต งานอ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต น โดยใช ความร ความสามารถทางว ชาการในการท างาน ปฏ บ ต งานทางว ชาการของศ นย พ ฒนาเด กเล ก โดยจะต องผ านการเตร ยมความพร อมและพ ฒนาอย าง เข มก อนแต งต งให ด ารงต าแหน ง และปฏ บ ต หน าท อ นตามท ได ร บมอบหมาย โดยม ล กษณะงานท ปฏ บ ต ในด าน ต าง ๆ ด งน ๑. ด านการปฏ บ ต การ (๑) ปฏ บ ต หน าท เป นผ พ ท กษ ส ทธ และปกป องเด กให ปลอดภ ย (๒) ปฏ บ ต หน าท ส งเสร มการเจร ญเต บโต โดยด แลเด กท งด านร างกาย จ ตใจ อารมณ ของเด ก โดยครอบคล ม การด แลด านอาหาร ความสะอาดของร างกาย การข บถ าย การออกก าล งกาย การให ความอบอ น การจ ดประสบการณ การเร ยนร ท ส งเสร มพ ฒนาการเด กในด านกล ามเน อม ดใหญ ด าน กล ามเน อม ดเล กและการปร บต ว ด านภาษา ด านส งคมและการช วยเหล อตนเอง (๓) ปฏ บ ต หน าท ในการส งเกตการณ เฝ าระว ง และบ นท ก การเจร ญเต บโต พ ฒนาการ และ พฤต กรรม เพ อนาไปส การค นหาสาเหต เพ อช วยเหล อและแก ไขได ท นท วงท (๔) ปฏ บ ต หน าท อบรม ส งสอน และจ ดก จกรรมเพ อพ ฒนาให เด กม ค ณล กษณะท พ งประสงค และค ณล กษณะตามว ย (๕) ปฏ บ ต หน าท ในการจ ดส งแวดล อมท ปลอดภ ยถ กส ขล กษณะ และม บรรยากาศท เหมาะสม ก บพ ฒนาการเด กท กๆ ด าน ท งภายใน และภายนอกอาคาร (๖) ปฏ บ ต ว ชาการของศ นย เด กเล กให สอดคล องก บเด ก และส งคมแวดล อม ปฏ บ ต งานร วมม อ ก บเคร อข ายการพ ฒนาเด ก ประสานส มพ นธ ระหว างศ นย พ ฒนาเด กเล ก ครอบคร ว และช มชน (๗) ปฏ บ ต งานอ นๆท เก ยวข องตามท ได ร บมอบหมาย ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของท มงำนประสำนงำน ก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว

131 ๔. ด ำนกำรบร กำร ตอบป ญหำ ช แจง และให ค ำแนะน ำเก ยวก บงำนในควำมร บผ ดชอบ ในระด บเบ องต นแก หน วยงำนรำชกำร เอกชน หร อประชำชนท วไป เพ อให ผ ท เก ยวข องได ทรำบข อม ลและเก ดควำมเข ำใจใน งำนท ร บผ ดชอบ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ๑. เป นผ สาเร จการศ กษาระด บปร ญญาตร สาขาว ชา ปฐมว ย /อน บาลศ กษา ๒. ม ใบอน ญาตประกอบว ชาช พคร ๓. เป นผ ม ใจร กเด ก อ อนโยน อารมณ ด ม จ ตใจแจ มใส ไม เคร ยด ม อ ปน ส ยส ข ม เย อกเย น และ ม ความอดทน ๔. ไม ม ประว ต ทาร ายหร อละเม ดส ทธ เด ก ๕. ม ส ขภาพแข งแรง ไม ม อาการเจ บป วยด วยโรคต ดต อ ๖. ร างกายสะอาด แต งกายสะอาด เร ยบร อย

132 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ประเภทตำแหน ง ท วไป ช อตำแหน ง ผ ด แลเด ก ล กษณะงำนโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งต าง ๆ ท ปฏ บ ต หน าท เก ยวก บการจ ดประสบการณ เร ยนร การส งเสร มการเร ยนร พ ฒนาผ เร ยน ให บร การทางว ชาการแก ส งคม และปฏ บ ต งานอ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต น โดยใช ความร ความสามารถทางว ชาการในการท างาน ปฏ บ ต งานทางว ชาการของศ นย พ ฒนาเด กเล ก โดยจะต องผ านการเตร ยมความพร อมและพ ฒนาอย าง เข มก อนแต งต งให ด ารงต าแหน ง และปฏ บ ต หน าท อ นตามท ได ร บมอบหมาย โดยม ล กษณะงานท ปฏ บ ต ในด าน ต าง ๆ ด งน ๑. ด านการปฏ บ ต การ (๑) ปฏ บ ต หน าท เป นผ พ ท กษ ส ทธ และปกป องเด กให ปลอดภ ย (๒) ปฏ บ ต หน าท ส งเสร มการเจร ญเต บโต โดยด แลเด กท งด านร างกาย จ ตใจ อารมณ ของเด ก โดยครอบคล ม การด แลด านอาหาร ความสะอาดของร างกาย การข บถ าย การออกก าล งกาย การให ความอบอ น การจ ดประสบการณ การเร ยนร ท ส งเสร มพ ฒนาการเด กในด านกล ามเน อม ดใหญ ด าน กล ามเน อม ดเล กและการปร บต ว ด านภาษา ด านส งคมและการช วยเหล อตนเอง (๓) ปฏ บ ต หน าท ในการส งเกตการณ เฝ าระว ง และบ นท ก การเจร ญเต บโต พ ฒนาการ และ พฤต กรรม เพ อนาไปส การค นหาสาเหต เพ อช วยเหล อและแก ไขได ท นท วงท (๔) ปฏ บ ต หน าท อบรม ส งสอน และจ ดก จกรรมเพ อพ ฒนาให เด กม ค ณล กษณะท พ งประสงค และค ณล กษณะตามว ย (๕) ปฏ บ ต หน าท ในการจ ดส งแวดล อมท ปลอดภ ยถ กส ขล กษณะ และม บรรยากาศท เหมาะสม ก บพ ฒนาการเด กท กๆ ด าน ท งภายใน และภายนอกอาคาร (๖) ปฏ บ ต หน าท ประสานส มพ นธ ระหว างศ นย พ ฒนาเด กเล ก ครอบคร ว และช มชน (๗) ปฏ บ ต งานอ นๆท เก ยวข องตามท ได ร บมอบหมาย ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของท มงำนประสำนงำน ก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว

133 ๔. ด ำนกำรบร กำร ตอบป ญหำ ช แจง และให ค ำแนะน ำเก ยวก บงำนในควำมร บผ ดชอบ ในระด บเบ องต นแก หน วยงำนรำชกำร เอกชน หร อประชำชนท วไป เพ อให ผ ท เก ยวข องได ทรำบข อม ลและเก ดควำมเข ำใจใน งำนท ร บผ ดชอบ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ๑. เป นผ ส าเร จการศ กษาระด บม ธยมศ กษาตอนปลาย หร อประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) ข นไป ๒. เป นผ ม ใจร กเด ก อ อนโยน อารมณ ด ม จ ตใจแจ มใส ไม เคร ยด ม อ ปน ส ยส ข ม เย อกเย น และ ม ความอดทน ๓. ไม ม ประว ต ทาร ายหร อละเม ดส ทธ เด ก ๔. ม ส ขภาพแข งแรง ไม ม อาการเจ บป วยด วยโรคต ดต อ ๕. ร างกายสะอาด แต งกายสะอาด เร ยบร อย

134 มาตรฐานก าหนดตาแหน ง ประเภทตำแหน ง ท วไป ช อตำแหน ง ผ ปฏ บ ต งำนว ทยำศำสตร กำรแพทย ล กษณะงำนโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งต าง ๆ ท ปฏ บ ต งานสน บสน นงานว ทยาศาสตร การแพทย ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก ยวก บการเตร ยมเคร องม อ อ ปกรณ น ายา อาหารเล ยงเช อเล ยงเซลล การเพาะเล ยงเช อ การเก บว ตถ ต วอย าง การช นส ตรหาจ ล นทร ย หาชน ดและความไวของเช อโรค หาสารต าง ๆ ด แลความสะอาดเร ยบร อยของห องปฏ บ ต การ ตลอดจนจ ดหา ซ อมแซม บ าร งร กษา เคร องม อทางว ทยาศาสตร และปฏ บ ต หน าท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งานสน บสน นงานว ทยาศาสตร การแพทย ท ไม ยาก ภายใต การก าก บตรวจสอบ โดยใกล ช ด หร อตามค าส ง หร อแบบ หร อแนวทางปฏ บ ต หร อค ม อท ม อย อย างช ดเจนหร อละเอ ยดถ ถ วน และปฏ บ ต หน าท อ นตามท ได ร บมอบหมาย โดยม ล กษณะงานท ปฏ บ ต ในด าน ต าง ๆ ด งน ๑. ด านการปฏ บ ต การ (๑) ปฏ บ ต หน าท เป นผ เตร ยมว ตถ ท จะช นส ตร หาจ ล นทร ย หร อหาสารบางชน ดซ งเป นสาเหต หร ออาการแห งโรค ได แก การเตร ยมอ จจาระ ป สสาวะ โลห ต น าเหล อง น าไขส นหล ง ช นเน อ อาหาร พ ช ผ ก น า ฯลฯ (๒) ทาความสะอาดเคร องม อเคร องใช และอ ปกรณ ท จะใช ว เคราะห ทดสอบ (๓) ช นส ตรทดสอบด วยกรรมว ธ ต าง ๆ เพาะ เล ยง แยกเช อ ทดสอบเช อ ท าลายเช อ ย อมส เช อ ตรวจสอบเช อจ ล นทร ย โดยกล องจ ลทรรศน บด ห น ช ง ตวง ว ดว สด ต างๆ ท ใช ในการปฏ บ ต งาน (๔) จ ดเตร ยมน ากล น น ายาเคม ส ตว ทดลอง อาหารเล ยงเช อ ฯลฯ (๕) ส งเกตอาการและปฏ ก ร ยาของส ตว ทดลอง ว เคราะห ทดสอบต าง ๆ อ านผลการว เคราะห ทดสอบ และช นส ตรโรคข นต น (๖) ช วยจดบ นท กและรวบรวมข อม ลต าง ๆ เก ยวก บผลช นส ตรโรคหร อการว เคราะห ทดสอบ ทางเทคน คการแพทย ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของท มงำนประสำนงำน ก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว

135 ๔. ด ำนกำรบร กำร ตอบป ญหำ ช แจง และให ค ำแนะน ำเก ยวก บงำนในควำมร บผ ดชอบ ในระด บเบ องต นแก หน วยงำนรำชกำร เอกชน หร อประชำชนท วไป เพ อให ผ ท เก ยวข องได ทรำบข อม ลและเก ดควำมเข ำใจใน งำนท ร บผ ดชอบ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บประกาศน ยบ ตรว ชาช พหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อ ทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บประกำศน ยบ ตรว ชำช พเทคน คหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก นใน สำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บประกำศน ยบ ตรว ชำช พช นส งหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บประกำศน ยบ ตรหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป น ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน งน ได

136 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ท วไป ช อตำแหน ง เจ ำหน ำท ห องปฏ บ ต กำรว ศวกรรมศำสตร (คร ช ำง) ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งตำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนทำงเทคน ค ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำร ควบค มด แลและซ อมบ าร งโสตท ศน ปกรณ เคร องม อ อ ปกรณ ต างๆ ว สด และคร ภ ณฑ อ นๆ ในห องปฏ บ ต กำร ให เก ดความปลอดภ ยและพร อมในการใช งาน ควบค มด แลการเบ ก-จ าย ว สด อ ปกรณ ห องเคร องม อช าง อ านวยความสะดวกในการจ ดเตร ยมว สด -เคร องม อ ห องปฏ บ ต การตามท ได ร บมอบหมายในแต ละภาคเร ยน รวมถ งให ค าปร กษาแนะน าการปฏ บ ต งานแก เจ าหน าท ระด บ รองลงมาและน ส ตน กศ กษาท มาฝ กปฏ บ ต งาน และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นซ งไม จ ำเป นต องใช ผ ส ำเร จกำรศ กษำระด บปร ญญำ ปฏ บ ต งำนด ำนกำรควบค มด แลอ ปกรณ เคร องม อเคร องใช ภำยในห องปฏ บ ต กำร รวมถ งให ค ำแนะน ำ ให บร กำรทำงด ำนว ชำกำร ช วยสอนและฝ กอบรมในสำขำว ชำทำงด ำนว ศวกรรมศำสตร แก น ส ต น กศ กษำท มำฝ กปฏ บ ต งำน และปฏ บ ต งำนอ นตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำน ต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ควบค มด แลและซ อมบ าร งโสตท ศน ปกรณ เคร องม อ อ ปกรณ ต างๆ ว สด และคร ภ ณฑ อ นๆ ในห องปฏ บ ต กำร ให เก ดความปลอดภ ยและพร อมในการใช งาน (๒) ควบค มด แลการเบ ก-จ าย ว สด อ ปกรณ ห องเคร องม อช าง (๓) อานวยความสะดวกในการจ ดเตร ยมว สด -เคร องม อ ห องปฏ บ ต การตามท ได ร บมอบหมาย ในแต ละภาคเร ยน (๔) ให ค าปร กษาแนะน าการปฏ บ ต งานแก เจ าหน าท ระด บรองลงมาและน ส ตน กศ กษาท มาฝ ก ปฏ บ ต งาน (๕) ตอบป ญหาช แจงเร องต างๆ ท เก ยวก บงานในหน าท (๖) ปฏ บ ต งานอ นตามท ผ บ งค บบ ญชามอบหมาย ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของท มงำนประสำนงำน ก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว

137 ๔. ด ำนกำรบร กำร ตอบป ญหำ ช แจง และให ค ำแนะน ำเก ยวก บงำนในควำมร บผ ดชอบ ในระด บเบ องต นแก หน วยงำนรำชกำร เอกชน หร อประชำชนท วไป เพ อให ผ ท เก ยวข องได ทรำบข อม ลและเก ดควำมเข ำใจใน งำนท ร บผ ดชอบ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บประกำศน ยบ ตรว ชำช พหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อ ทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บประกำศน ยบ ตรว ชำช พเทคน คหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก นใน สำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บประกำศน ยบ ตรว ชำช พช นส งหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บประกำศน ยบ ตรหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป น ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน งน ได

138 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ท วไป ช อตำแหน ง นำยช ำงเทคน ค ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งตำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนทำงเทคน ค ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำร ซ อม สร ำง ประกอบ ด ดแปลง ออกแบบ ต ดต ง เคร องจ กร เคร องยนต เคร องม อ และอ ปกรณ ต ำง ๆให เป นไปตำมแบบแปลนและรำยละเอ ยดท ก ำหนด ควบค มระบบงำนท ใช เคร องจ กร เคร องม อ และ อ ปกรณ ต ำง ๆ หลำยชน ดรวมก น ค ำนวณรำยกำรและประมำณรำคำเก ยวก บงำนด งกล ำว ช วยงำน ตรวจสอบ กำรประกอบว ชำช พว ศวกรรม ควบค มตำมกฎหมำยว ำด วยว ชำช พว ศวกรรมตำมท ได ร บ มอบหมำย ส ำรวจท องท เพ อก ำหนดเขตและสถำนท เก ยวก บกำรประก นภ ย และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นซ งไม จ ำเป นต องใช ผ ส ำเร จกำรศ กษำระด บปร ญญำ ปฏ บ ต งำนด ำนช ำงเทคน ค ตำมแนวทำง แบบอย ำง ข นตอน และว ธ กำรท ช ดเจน ภำยใต กำรก ำก บ แนะน ำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำนอ นตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ด แล ควบค ม ตรวจซ อมและบ ำร งร กษำ ระบบสำธำรณ ปโภค เคร องจ กร เคร องยนต เคร องม อ อ ปกรณ ต ำง ๆ ว สด และคร ภ ณฑ อ น ๆ ในควำมร บผ ดชอบ เพ อให เก ดควำมปลอดภ ยและ พร อมในกำรใช งำน (๒) ซ อม สร ำง ผล ต ประกอบ ด ดแปลง เข ยนหร อออกแบบ ต ดต ง เคร องจ กร เคร องยนต เคร องม อ อ ปกรณ ต ำง ๆ รวมท งกำรทดลองใช เคร องจ กร เคร องกล และส งก อสร ำง เพ อให เป นไปตำม หล กว ชำและมำตรฐำนงำนช ำง และให เก ดควำมปลอดภ ย ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของท มงำนประสำนงำน ก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว

139 ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) ให ค ำปร กษำ แนะน ำ จ ดท ำข อม ล ถ ำยทอดควำมร ท งในเช งท กษะเฉพำะด ำนและท กษะ ท วไปให แก บ คลำกรภำยในหน วยงำนท ร บผ ดชอบ หน วยงำนรำชกำร เอกชน และประชำชน เพ อให ม ควำมร ควำมสำมำรถและม ท กษะเหมำะสมแก กำรปฏ บ ต งำนในหน ำท (๒) ต ดต อประสำนก บหน วยงำนหร อเจ ำหน ำท ท เก ยวข องเพ อให กำรด ำเน นงำนเป นไปอย ำงม ประส ทธ ภำพและปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข องตำมท ได ร บมอบหมำย ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บประกำศน ยบ ตรว ชำช พหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อ ทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บประกำศน ยบ ตรว ชำช พเทคน คหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก นใน สำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บประกำศน ยบ ตรว ชำช พช นส งหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ใน สำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บประกำศน ยบ ตรหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป น ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน งน ได

140 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ท วไป ช อตำแหน ง ผ ปฏ บ ต งำนกำรเกษตร ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งตำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนด ำนกำรเกษตร ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บ กำรเกษตรด ำนต ำง ๆ เช น กำรเพำะปล ก กำรใช ป ย กำรปร บปร งด น กำรป องก นและก ำจ ดศ ตร พ ชกำร ส งเสร มและเผยแพร ว ชำกำรเกษตรแก เกษตรกร กำรควบค มกำรน ำเข ำและส งออกของพ ช และผล ตผล จำกพ ชและว สด กำรเกษตร ตลอดจนกำรช วยเหล อน กว ชำกำรเกษตรในกำรศ กษำ ค นคว ำ ทดลอง ว เครำะห ว จ ย เก ยวก บว ชำกำรเกษตร และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นซ งไม จ ำเป นต องใช ผ ส ำเร จกำรศ กษำระด บปร ญญำ ปฏ บ ต งำนด ำนกำรเกษตรตำมแนวทำงแบบอย ำง ข นตอน และว ธ กำรท ช ดเจนภำยใต กำรก ำก บแนะน ำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำนอ นตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ช วยท ำกำรศ กษำ ค นคว ำ ว จ ย พ ฒนำ ทดลอง ทดสอบ ว เครำะห ตรวจสอบ ร บรอง ทำงด ำนว ชำกำรเกษตร เพ อให ม กำรใช เทคโนโลย ท เหมำะสม (๒) ผล ต และให บร กำรด ำนพ ช และป จจ ยกำรผล ต เพ อให ได ผลผล ตตำมเป ำหมำย และม ค ณภำพตำมมำตรฐำน (๓) ปฏ บ ต กำรด ำนว ชำกำรเกษตร เช น กำรด ำเน นกำรให เป นไปตำมกฎหมำย กำรพ ฒนำท ด น กำรส งเสร มกำรเกษตร กำรจ ดกำรไร นำ กำรใช น ำชลประทำน เป นต น เพ อสน บสน นงำนว ชำกำรและ เผยแพร ควำมร แก เกษตรกร (๔) ช วยวำงแผน ส งเสร มกำรผล ต และจ ดท ำโครงกำรสน บสน นกำรผล ตของเกษตรกรเพ อเป น กำรเพ มผลผล ตของเกษตรกร ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของท มงำนประสำนงำน ก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) สำธ ต แนะน ำ ส งเสร ม ฝ กอบรม และถ ำยทอดเทคโนโลย กำรเกษตร เพ อน ำควำมร ไป ปฏ บ ต

141 (๒) ประสำนงำนก บหน วยงำนต ำง ๆ และแนะแนวทำงกำรแก ไขป ญหำกำรเกษตร เพ อให ม กำร แก ไขป ญหำอย ำงม ประส ทธ ภำพ ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บประกำศน ยบ ตรว ชำช พหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำ เกษตรศำสตร ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บประกำศน ยบ ตรเทคน ค หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำ เกษตรศำสตร ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บประกำศน ยบ ตรว ชำช พช นส ง หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ใน สำขำว ชำเกษตรศำสตร สำขำว ชำธ รก จเกษตรและสหกรณ ทำงธ รก จเกษตร หร อสำขำว ชำ อ ตสำหกรรมเกษตร หร อสำขำว ชำใดสำขำว ชำหน งด งกล ำว ในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บ หน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บประกำศน ยบ ตรหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป น ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน งน ได

142 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ท วไป ช อตำแหน ง ผ ปฏ บ ต งำนบร หำร ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนธ รกำรและงำนสำรบรรณ ซ งม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต เก ยวก บกำรร ำง โต ตอบ บ นท ก ย อเร อง ตรวจทำนหน งส อ กำรด ำเน นกำรเก ยวก บเอกสำรส ทธ ในทร พย ส นของทำงรำชกำร กำรด ำเน นกำรเก ยวก บพ สด คร ภ ณฑ กำรตรวจสอบหร อเปล ยนแปลง รำยกำรและเก บร กษำเอกสำรส ำค ญของทำงรำชกำร กำรรวบรวมข อม ลหร อจ ดเตร ยมเอกสำรกำร เตร ยมกำรประช มและจดบ นท กรำยงำนกำรประช ม และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นซ งไม จ ำเป นต องใช ผ ส ำเร จกำรศ กษำระด บปร ญญำ ปฏ บ ต งำนด ำนธ รกำร สำรบรรณ หร อบร กำรท วไป ตำมแนวทำง แบบอย ำง ข นตอน และว ธ กำรท ช ดเจน ภำยใต กำรกำก บ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏ บ ต งำนอ นตำมท ได ร บมอบหมำย โดยม ล กษณะงำน ท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ปฏ บ ต งำนธ รกำร งำนสำรบรรณ งำนบร กำรท วไป เช น กำรร บ-ส ง ลงทะเบ ยนร ำงหน งส อ โต ตอบ จ ดเตร ยมกำรประช ม กำรบ นท กข อม ล เพ อสน บสน นให งำนต ำง ๆ ด ำเน นไปได โดยสะดวก รำบร นและม หล กฐำนตรวจสอบได (๒) รวบรวมข อม ล จ ดเก บข อม ลสถ ต เอกสำร หล กฐำนหน งส อ ตำมระเบ ยบว ธ ปฏ บ ต เพ อ สะดวกต อกำรค นหำ และเป นหล กฐำนทำงรำชกำร (๓) ด ำเน นกำรเก ยวก บพ สด คร ภ ณฑ ของส ำน กงำน เพ อให ม อ ปกรณ ท ม ค ณภำพไว ใช งำนและ อย ในสภำพพร อมใช งำน (๔) รวบรวมรำยงำนผลกำรปฏ บ ต งำนและข อม ลต ำง ๆ น ำเสนอต อผ บ งค บบ ญชำ เพ อน ำไปใช เสนอแนะและปร บปร งกำรปฏ บ ต งำนต อไป ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของท มงำนประสำนงำน ก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว

143 ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) ต ดต อประสำนงำนก บบ คคลภำยในหน วยงำนเด ยวก นหร อหน วยงำนท เก ยวข อง เพ อให กำร ปฏ บ ต งำนเป นไปด วยควำมรำบร น (๒) ให บร กำรข อม ลแก ผ มำต ดต อรำชกำร เพ อให ได ร บข อม ลท จะนำไปใช ประโยชน ได ต อไป (๓) ผล ตเอกสำรต ำง ๆ เพ อสน บสน นกำรปฏ บ ต งำนตำมภำรก จของหน วยงำน และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข องตำมท ได ร บมอบหมำย ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บประกำศน ยบ ตรว ชำช พหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อ ทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บประกำศน ยบ ตรว ชำช พเทคน คหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ใน สำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บประกำศน ยบ ตรว ชำช พช นส งหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ใน สำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บประกำศน ยบ ตรหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป น ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน งน ได

144 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ท วไป ช อตำแหน ง พน กงำนธ รกำร ล กษณะงำนโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งต าง ๆ ท ปฏ บ ต งานธ รการและงานสารบรรณท ต องใช ความร ทางเทคน คหร อว ชาการ ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก ยวก บการร าง โต ตอบ บ นท ก ย อเร อง ตรวจทาน หน งส อท ต องใช ความร ทางเทคน คหร อว ชาการด านใดด านหน ง การดาเน นการเก ยวก บเอกสารส ทธ ใน ทร พย ส นของทางราชการ การต ดตามให ม การซ อมแซมและบ าร งร กษา การจ าหน ายยานพาหนะ ท ชาร ด เส อมสภาพ และการเบ กจ ายพ สด ทางช างการตรวจสอบ ลงหร อเปล ยนแปลงรายการและเก บ ร กษาเอกสารส าค ญของทางราชการ การรวบรวมข อม ลหร อจ ดเตร ยมเอกสาร จดบ นท กรายงานการ ประช ม และปฏ บ ต หน าท อ นท เก ยวข อง หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งานในฐานะผ ปฏ บ ต งานระด บต นซ งไม จ าเป นต องใช ผ ส าเร จการศ กษาระด บปร ญญา ปฏ บ ต งานธ รการและงานสารบรรณท ต องใช ความร ทางเทคน คหร อว ชาการภายใต การก าก บตรวจสอบ โดยท วไป หร อตามค าส งหร อแบบ หร อแนวทางปฏ บ ต ท ม อย อย างกว าง ๆ และปฏ บ ต หน าท อ นตามท ได ร บมอบหมาย โดยม ล กษณะงานท ปฏ บ ต ในด านต าง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ปฏ บ ต งำนธ รกำร งำนสำรบรรณ งำนบร กำรท วไป เช น กำรร บ-ส ง ลงทะเบ ยนร ำงหน งส อ โต ตอบ จ ดเตร ยมกำรประช ม กำรบ นท กข อม ล เพ อสน บสน นให งำนต ำง ๆ ด ำเน นไปได โดยสะดวก รำบร นและม หล กฐำนตรวจสอบได (๒) รวบรวมข อม ล จ ดเก บข อม ลสถ ต เอกสำร หล กฐำนหน งส อ ตำมระเบ ยบว ธ ปฏ บ ต เพ อ สะดวกต อกำรค นหำ และเป นหล กฐำนทำงรำชกำร (๓) ด ำเน นกำรเก ยวก บพ สด คร ภ ณฑ ของส ำน กงำน เพ อให ม อ ปกรณ ท ม ค ณภำพไว ใช งำนและ อย ในสภำพพร อมใช งำน (๔) รวบรวมรำยงำนผลกำรปฏ บ ต งำนและข อม ลต ำง ๆ น ำเสนอต อผ บ งค บบ ญชำ เพ อน ำไปใช เสนอแนะและปร บปร งกำรปฏ บ ต งำนต อไป (๕) เก บร กษา จ ดท าทะเบ ยนยานพาหนะ ต ดตามให ม การซ อมบ าร งร กษา ซ อมแซมตาม ก าหนดเวลาท ฝ ายเทคน คก าหนดไว จ าหน ายยานพาหนะท ช าร ดเส อมสภาพและการเบ กจ ายพ สด ทางช าง ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด

145 ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของท มงำนประสำนงำน ก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) ต ดต อประสำนงำนก บบ คคลภำยในหน วยงำนเด ยวก นหร อหน วยงำนท เก ยวข อง เพ อให กำร ปฏ บ ต งำนเป นไปด วยควำมรำบร น (๒) ให บร กำรข อม ลแก ผ มำต ดต อรำชกำร เพ อให ได ร บข อม ลท จะนำไปใช ประโยชน ได ต อไป (๓) ผล ตเอกสำรต ำง ๆ เพ อสน บสน นกำรปฏ บ ต งำนตำมภำรก จของหน วยงำน และปฏ บ ต หน ำท อ นท เก ยวข องตำมท ได ร บมอบหมำย ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บประกำศน ยบ ตรว ชำช พหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ในสำขำว ชำหร อ ทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บประกำศน ยบ ตรว ชำช พเทคน คหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ใน สำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๓.ได ร บประกำศน ยบ ตรว ชำช พช นส งหร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บเด ยวก น ใน สำขำว ชำหร อทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๔.ได ร บประกำศน ยบ ตรหร อค ณว ฒ /สำขำว ชำอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป น ค ณสมบ ต เฉพำะสำหร บตำแหน งน ได

146 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ท วไป ช อตำแหน ง พน กงำนเข ำและเย บเล ม ล กษณะงำนโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งต าง ๆ ท ปฏ บ ต งานท ต องให บร การเก ยวก บงานเข าและเย บเล ม ท วๆไป และปฏ บ ต งานตามท ผ บ งค บบ ญชามอบหมาย หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นซ งไม จ ำเป นต องใช ผ ส ำเร จกำรศ กษำระด บปร ญญำ ท าหน าท ให บร การเก ยวก บงานเข าและเย บเล ม หร อปฏ บ ต งานอ นใดท เก ยวข องและปฏ บ ต งานตามท ผ บ งค บบ ญชามอบหมาย โดยม ล กษณะงานท ปฏ บ ต ในด านต าง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ปฏ บ ต งานในการเร ยงหน า ต ดขอบกระดาษ ปร กระดาษ เก บเล มเข าปก เย บเล ม ห มปก เร ยงเล ม พ บเอกสารด วยม อหร อเคร องจ กร ต ดและพ บแบบ (๒) ด แลร กษาอ ปกรณ เคร องม อเคร องใช ในการเข าเล มและเย บเล ม (๓) ปฏ บ ต งานอ นใดท เก ยวข องและปฏ บ ต งานตามท ผ บ งค บบ ญชามอบหมาย ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของท มงำนประสำนงำน ก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) อำนวยควำมสะดวกและให บร กำรผ มำขอใช บร กำรด วยควำมเต มใจ และม จ ตบร กำร (๒) ประสำนงำนและให ค ำปร กษำในกำรใช งำนอ ปกรณ เคร องม อเคร องใช ในการเข าเล มและ เย บเล มให ก บผ ร วมงำนและบ คคลท วไป ค ณสมบ ต เฉพาะสาหร บตาแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บประกำศน ยบ ตรม ธยมศ กษำตอนต นข นไป หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บ เด ยวก นในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บค ณว ฒ อย ำงอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะส ำหร บต ำแหน ง น ได

147 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ท วไป ช อตำแหน ง พน กงำนข บรถยนต ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนเก ยวก บกำรข บรถยนต ท กประเภท เช นรถยนต ต รถยนต บ ส รถแทรกเตอร หร อรถประเภทอ น ๆ ซ งต องอำศ ยประสบกำรณ และควำมช ำนำญในกำรข บ ข รถยนต ตลอดจนต องม ควำมร ในกำรด แลร กษำเคร องยนต ท งภำยในและภำยนอก หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นซ งไม จ ำเป นต องใช ผ ส ำเร จกำรศ กษำระด บปร ญญำ โดยต องม ประสบกำรณ และควำมชำนำญในกำรข บข รถยนต กำรบ ำร งร กษำ ท ำควำมสะอำดรถยนต ให พร อมใช อย เสมอ และสำมำรถแก ไขข อข ดข องเล ก ๆ น อย ๆ ท เก ดจำกกำรใช งำนรถยนต ได โดยม ล กษณะงำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ด แล และทำหน ำท ข บรถยนต ให ก บผ มำขอใช บร กำร (๒) บำร งร กษำ ทำควำมสะอำดรถยนต ท ได ร บมอบหมำย (๓) แก ไขข อข ดข องเล ก ๆ น อย ๆ ท เก ดจำกกำรใช รถยนต ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของท มงำนประสำนงำน ก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) ให บร กำรผ มำขอใช บร กำรด วยควำมเต มใจ และม จ ตบร กำร (๒) ประสำนงำนและให คำปร กษำในกำรใช รถยนต ก บผ ร วมงำนและบ คคลท วไป ค ณสมบ ต เฉพาะสาหร บตาแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บประกำศน ยบ ตรประถมศ กษำตอนต นข นไป หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บ เด ยวก นในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต และ ได ร บใบอน ญำตข บข รถยนต สำธำรณะของกรมขนส งทำงบก ชน ดท ๒ ข นไป ๒.ได ร บค ณว ฒ อย ำงอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะส ำหร บต ำแหน งน ได และได ร บใบอน ญำตข บข รถยนต สำธำรณะของกรมขนส งทำงบก ชน ดท ๒ ข นไป

148 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ท วไป ช อตำแหน ง พน กงำนข บเคร องจ กรกลขนำดกลำง ล กษณะงำนโดยท วไป สำยงำนน คล มถ งต ำแหน งต ำง ๆ ท ปฏ บ ต งำนเก ยวก บกำรข บเคร องจ กรกลขนาดกลางชน ดใด ชน ดหน ง ด งต อไปน 1. รถแทรคเตอร ขนาดเคร องยนต ต ากว า 150 บ.เอช.พ.ลงมา 2. รถต กท กแบบ (LOADER ALL TYPES) ต ากว า 150 บ.เอช.พ. 3. รถกะบะเท ความจ ต งแต 5 10 ล กบาศก หลา 4. รถพ นยาง (BITUMINOUS BISTRIBUTER) 5. รถลากพ วงขนาดต งแต 20 ต นลงมา 6. รถต เส น (ROAD MARKER) 7. รถบดไอน าต งแต 8 ต นข นไป 8. รถบดส นสะเท อนต งแต 8 ต นข นไป 9. รถบดล อเหล ก 2 ล อ ต งแต 8 ต นข นไป 10. รถบดล อเหล ก 3 ล อ ต งแต 8 ต นข นไป 11. รถกล งต นแกะชน ดข บเคล อนด วยต วเองต งแต 8 ต นข นไป 12. รถบดล อยางชน ดข บเคร องด วยต วเองต งแต 8 ต นข นไป 13. รถยกแบบงาแชะ (FORK LIFT) เก นกว า 5 ต น 14. รถยกแบบแคร เครน (KARRY CRANE) เก นกว า 5 ต น 15. ปฏ บ ต งานอ นใดตามท ผ บ งค บบ ญชามอบหมาย ซ งต องอำศ ยประสบกำรณ และควำมช ำนำญในกำรข บเคร องจ กรกลขนาดกลางชน ดใด ชน ดหน ง ตลอดจนต องม ควำมร ในกำรด แลร กษำเคร องยนต ท งภำยในและภำยนอก หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นซ งไม จ ำเป นต องใช ผ ส ำเร จกำรศ กษำระด บปร ญญำ โดยต องม ประสบกำรณ และควำมช ำนำญในกำรข บเคร องจ กรกลขนาดกลางชน ดใดชน ดหน ง กำร บ ำร งร กษำ ท ำควำมสะอำดเคร องจ กรกลขนำดกลำงให ม สภำพพร อมใช อย เสมอ และสำมำรถแก ไข ข อข ดข องเล ก ๆ น อย ๆ ท เก ดจำกกำรใช งำนเคร องจ กรกลขนาดกลางชน ดใดชน ดหน งได โดยม ล กษณะ งำนท ปฏ บ ต ในด ำนต ำง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) ด แล และทำหน ำท ข บเคร องจ กรกลขนาดกลางชน ดใดชน ดหน ง

149 (๒) บำร งร กษำ ทำควำมสะอำดเคร องจ กรกลขนาดกลางชน ดใดชน ดหน ง ท ได ร บมอบหมำย (๓) แก ไขข อข ดข องเล กๆน อยๆ ท เก ดจำกกำรใช งำนเคร องจ กรกลขนาดกลางชน ดใดชน ดหน ง ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของท มงำนประสำนงำน ก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) ให บร กำรผ มำขอใช บร กำรด วยควำมเต มใจ และม จ ตบร กำร (๒) ประสำนงำนและให คำปร กษำในกำรใช งำนเคร องจ กรกลขนาดกลางชน ดใดชน ดหน ง ให ก บ ผ ร วมงำนและบ คคลท วไป ค ณสมบ ต เฉพาะสาหร บตาแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บประกำศน ยบ ตรประถมศ กษำตอนต นข นไป หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บ เด ยวก นในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต และ ได ร บใบอน ญำตข บข รถยนต สำธำรณะของกรมขนส งทำงบก ชน ดท ๒ ข นไป ๒.ได ร บค ณว ฒ อย ำงอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะส ำหร บต ำแหน งน ได และได ร บใบอน ญำตข บข รถยนต สำธำรณะของกรมขนส งทำงบก ชน ดท ๒ ข นไป

150 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ท วไป ช อตำแหน ง พน กงำนเปล ล กษณะงำนโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งต าง ๆ ท ปฏ บ ต งานท ต องอ านวยความสะดวกหร อบร การท วไป เก ยวก บการเคล อนย ายคนไข และปฏ บ ต งานตามท ผ บ งค บบ ญชามอบหมาย หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นซ งไม จ ำเป นต องใช ผ ส ำเร จกำรศ กษำระด บปร ญญำ ท าหน าท อ านวยความสะดวกหร อบร การท วไปเก ยวก บการเคล อนย ายคนไข หร อปฏ บ ต งานอ นใด ท เก ยวข องและปฏ บ ต งานตามท ผ บ งค บบ ญชามอบหมาย โดยม ล กษณะงานท ปฏ บ ต ในด านต าง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) เคล อนย ายคนไข ด วยเปลหาม รถเข นน งและรถเข นนอน (๒) ด แลร กษาเคร องม อต างๆท ใช ในการปฏ บ ต งาน (๓) ปฏ บ ต งานอ นใดท เก ยวข องและปฏ บ ต งานตามท ผ บ งค บบ ญชามอบหมาย ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของท มงำนประสำนงำน ก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) อำนวยควำมสะดวกและให บร กำรผ มำขอใช บร กำรด วยควำมเต มใจ (๒) ม จ ตบร กำร ค ณสมบ ต เฉพาะสาหร บตาแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑. ได ร บประกำศน ยบ ตรม ธยมศ กษำตอนต นข นไป หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บ เด ยวก นในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒. ได ร บค ณว ฒ อย ำงอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะส ำหร บต ำแหน ง น ได

151 มำตรฐำนกำหนดตำแหน ง ประเภทตำแหน ง ท วไป ช อตำแหน ง คนงำน ล กษณะงำนโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต าง ๆ ท ปฏ บ ต งานท ต องอานวยความสะดวกหร อบร การท วๆไป และ ปฏ บ ต งานตามท ผ บ งค บบ ญชามอบหมาย หน ำท ควำมร บผ ดชอบหล ก ปฏ บ ต งำนในฐำนะผ ปฏ บ ต งำนระด บต นซ งไม จ ำเป นต องใช ผ ส ำเร จกำรศ กษำระด บปร ญญำ ท าหน าท อ านวยความสะดวกหร อบร การท วๆไป ร บ ส งหน งส อ เด นหน งส อในส าน กงานและนอก สถานท หร อปฏ บ ต งานอ นใดท เก ยวข องและปฏ บ ต งานตามท ผ บ งค บบ ญชามอบหมาย โดยม ล กษณะ งานท ปฏ บ ต ในด านต าง ๆ ด งน ๑. ด ำนกำรปฏ บ ต กำร (๑) อานวยความสะดวกหร อบร การท วๆไป (๒) ร บ ส งหน งส อ เด นหน งส อในสาน กงานและนอกสถานท (๓) ปฏ บ ต งานอ นใดท เก ยวข องและปฏ บ ต งานตามท ผ บ งค บบ ญชามอบหมาย ๒. ด ำนกำรวำงแผน วำงแผนกำรท ำงำนของตนเอง ร วมด ำเน นกำรวำงแผนกำรท ำงำนของหน วยงำนหร อโครงกำร เพ อให กำรดำเน นงำนเป นไปตำมเป ำหมำย ผลส มฤทธ ท กำหนด ๓. ด ำนกำรประสำนงำน ประสำนกำรท ำงำนท ได ร บมอบหมำยให สอดคล องก บภำพรวมผลงำนของท มงำนประสำนงำน ก บสมำช กภำยในท มงำน ให ควำมช วยเหล อภำยในท มงำน เพ อให ได ผลส มฤทธ ตำมท กำหนดไว ๔. ด ำนกำรบร กำร (๑) อำนวยควำมสะดวกและให บร กำรผ มำขอใช บร กำรด วยควำมเต มใจ (๒) ม จ ตบร กำร ค ณสมบ ต เฉพาะสาหร บตาแหน ง ม ค ณว ฒ อย ำงใดอย ำงหน ง ด งต อไปน ๑.ได ร บประกำศน ยบ ตรประถมศ กษำตอนต นข นไป หร อค ณว ฒ อย ำงอ นท เท ยบได ในระด บ เด ยวก นในทำงท มหำว ทยำล ยเห นว ำเหมำะสมก บหน ำท ควำมร บผ ดชอบและล กษณะงำนท ปฏ บ ต ๒.ได ร บค ณว ฒ อย ำงอ นท ก.พ.อ./ ก.บ.ม. ก ำหนดว ำใช เป นค ณสมบ ต เฉพำะส ำหร บต ำแหน ง น ได

152 ต วแบบสมรรถนะ (Competency Model) มหาว ทยาล ยพะเยา

153 ต วแบบสมรรถนะ (Competency Model) มหาว ทยาล ยพะเยา ต วแบบสมรรถนะของมหาว ทยาล ยพะเยาควรม องค ประกอบสมรรถนะท ส าค ญ 4 องค ประกอบ ค อ สมรรถนะหล ก สมรรถนะการจ ดการ สมรรถนะท เก ยวข องก บหน าท และสมรรถนะ ประจ าต าแหน ง โดยองค ประกอบของสมรรถนะท ง 4 น จะประกอบด วยสมรรถนะ 3 ประเภท ค อ สมรรถนะด านความร สมรรถนะด านท กษะ และสมรรถนะด านค ณล กษณะ ซ งสามารถแสดงได ด งภาพ ต วแบบสมรรถนะ ออกแบบโดย ดร.พ รธร บ ณยร ตน พ นธ ภาคว ชาร ฐศาสตร และร ฐประศาสนศาสตร คณะส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยนเรศวร ด งน ค ณล กษณะ (Attribute) ความร (Knowledge) สมรรถนะหล ก ท กษะ (Skill) Core Competency สมรรถนะการจ ดการ Managerial Competency สมรรถนะท เก ยวข องก บหน าท Functional Competency สมรรถนะประจ าตาแหน ง Job Competency หากพ จารณาการจ ดโครงการการด าเน นภารก จ และการแบ งสายงานบ คลากรในมหาว ทยาล ย สามารถนามาจ ดทาเป นต วแบบสมรรถนะได ด งน 1.สมรรถนะหล ก (Core Competency) สาหร บบ คลากรท กคนท ต องม ร วมก น 2.สมรรถนะการจ ดการ (Managerial Competency) ส าหร บผ บร หารมหาว ทยาล ย ระด บห วหน า ภาคว ชาข นไป สาหร บในสายว ชาการ และระด บห วหน างานข นไปสาหร บในสายบร การ 3.สมรรถนะท เก ยวข องก บหน าท (Functional Competency) แยกตามสายงานของบ คลากร มหาว ทยาล ย (สายว ชาการและสายบร การ) มหาว ทยาล ย 4.สมรรถนะประจ าต าแหน ง (Job Competency) ก าหนดตามต าแหน งของท ปรากฏใน

154 รายการสมรรถนะหล ก มหาว ทยาล ยพะเยา (Core Competency List) สมรรถนะหล ก (Core Competency) ประเภท 1. การใส ใจในผลล พธ Result Oriented A 2. ความตระหน กในผ ร บบร การและการแข งข น Client and Competitiveness Understanding K 3. การม งเน นค ณภาพ Concern for Quality A 4. การว จ ยและพ ฒนาอย างสร างสรรค Research and Development S 5. การเร ยนร และปร บปร งอย างต อเน อง Continuous Learning and Improvement A 6. การสร างเคร อข ายและภาค Networking and Partnership S 7. จ ตสาน กและความผ กพ นต อองค กร Loyalty and Commitment Awareness A 8. จ ตสาน กธรรมาภ บาล Governance Awareness A หมายเหต : ประเภทสมรรถนะแบ งเป น 3 ประเภท ค อ K = Knowledge (ความร ) S = Skill (ท กษะ) A = Attribute (ค ณล กษณะ)

155 รายการสมรรถนะการจ ดการ มหาว ทยาล ยพะเยา (Managerial Competency List) สมรรถนะการจ ดการ (Managerial Competency) ประเภท 1. จ ตส าน กความเป นผ ประกอบการ Entrepreneurship Awareness A 2. การเป นผ น าการเปล ยนแปลง Change Agent S 3. การกาก บด แลและให ค าปร กษา Trust Building and Monitoring and Consulting A 4. การสร างเสร มแรงจ งใจและการสร างความเข มแข งในการทางาน Motivation Building and Empowerment S 5. การจ ดการความร Knowledge Management S 6. การจ ดการความเส ยง Risk Management S 7. การจ ดการความข ดแย ง Conflict Management S 8. การจ ดการม งเน นผลส มฤทธ Result-Based Management S หมายเหต : ประเภทสมรรถนะแบ งเป น 3 ประเภท ค อ K = Knowledge (ความร ) S = Skill (ท กษะ) A = Attribute (ค ณล กษณะ) *สาหร บผ บร หาร

156 Functional Competency ของสายว ชาการ (อาจารย ผ ช วยศาสตราจารย รองศาสตราจารย และศาสตราจารย ) การม ว น ยในตนเอง Self-Discipline A จรรยาบรรณว ชาช พ Professional Ethics A ท กษะในการเข ยนและใช ภาษาเช งว ชาการ Academic Writing and Language Usage Skill S ความเช ยวชาญในองค ความร Knowledge Expertise K ท กษะในการส อสาร Communication Skill K Functional competency ของสายบร การ จ ตบร การ Service Mind A ความร วมม อและร บผ ดชอบต อองค กร Sharing Responsibility A ความเข าใจในระบบและการบวนการทางาน Working Process and System Understanding K การทางานเป นท ม Teamwork S การอานวยความสะดวก Facilitation S

157 Job Competency ของสายว ชาการ (อาจารย ผ ช วยศาสตราจารย รองศาสตราจารย และศาสตราจารย ) ท กษะในการสอนและฝ กอบรม Teaching and Training Skill S ความร ความสามารถในว ธ การว จ ย Research Method Expertise K ท กษะการให บร การเช งว ชาการ Academic Service Skill S การทาน บาร งศ ลปว ฒนธรรม Art and Cultural Fostering Skill K

158 Job Competency ของสายบร การ ลาด บ ตาแหน ง สมรรถนะประจาต าแหน ง 1 เจ าหน าท บร หารงานท วไป -การต ดต อประสานงาน -ความย ดหย นในการทางาน -การว เคราะห ข อม ลและการรายงาน 2 น กตรวจสอบภายใน -ความซ อส ตย ส จร ต -ความร ในด านการตรวจสอบภายใน -ความละเอ ยดรอบคอบ -ท กษะในการแสวงหาข อม ล 3 บ คลากร -การให ค าปร กษา -ความละเอ ยดรอบคอบ -การทางานได ด วยตนเอง 4 น กแนะแนว -การให ค าปร กษา -การร บฟ ง ความเข าใจ และการตอบสนอง -ความม นคงทางอารมณ 5 น กประชาส มพ นธ -ความม นคงทางอารมณ 6 น กว เคราะห นโยบายและ แผน -ท กษะในการออกแบบ -ท กษะในการต ดต อส อสาร -ความสามารถในการจ ดทาแผนและงบประมาณ -การว เคราะห ข อม ลและการรายงาน -ความละเอ ยดรอบคอบ 7 น กว จ ย -ความค ดร เร มสร างสรรค -ความเช ยวชาญในงาน -การออกแบบงานว จ ย 8 น กว ชาการเกษตร -ท กษะในการทดสอบทางว ทยาศาสตร -การช างส งเกต

159 ลาด บ ตาแหน ง สมรรถนะประจาต าแหน ง 9 น กว ชาการคอมพ วเตอร -ท กษะในการว เคราะห และออกแบบฐานข อม ล -ท กษะในการเข ยนโปรแกรม -การเร ยนร และการพ ฒนาตนเองด านเทคโนโลย -การจ ดระบบซอฟท แวร 10 น กว ชาการเง นและบ ญช -ท กษะในการเบ กจ ายเง นและควบค มงบประมาณ -ความซ อส ตย ส จร ต -ความละเอ ยดรอบคอบ 11 น กว ชาการช างศ ลป -ความชานาญในงานศ ลป -ท กษะในการออกแบบ -ความละเอ ยดรอบคอบ 12 น กว ชาการพ สด -ท กษะด านการจ ดซ อจ ดจ าง -ความละเอ ยดรอบคอบ -ความซ อส ตย ส จร ต 13 น กว ชาการศ กษา -การว เคราะห ข อม ลและการรายงาน -การให ค าปร กษา -การต ดต อประสานงาน 14 น กว ชาการโสตท ศนศ กษา -การควบค มด แลเคร องม อและอ ปกรณ โสตท ศนศ กษา -ท กษะในการผล ตส อ -ท กษะในการออกแบบ 15 น กว ทยาศาสตร -ท กษะในการทดสอบทางว ทยาศาสตร -การช างส งเกต 16 น กว เทศส มพ นธ -ท กษะการแปล -การตรวจสอบค ณภาพและการใช เคร องม อว ด/ทดสอบ -การต ดต อประสานงาน -ท กษะในการแสวงหาข อม ล

160 ลาด บ ตาแหน ง สมรรถนะประจาต าแหน ง 17 น กเอกสารสนเทศ -การบาร งร กษาทร พยากรห องสม ด -ท กษะในการแยกหมวดหม และจ ดเร ยง 18 น ต กร -ความซ อส ตย ส จร ต (ในว ชาช พ) -ความละเอ ยดรอบคอบ -การให ค าปร กษา 19 บรรณาร กษ -การบาร งร กษาทร พยากรห องสม ด -ท กษะในการแยกหมวดหม และจ ดเร ยง 20 นายแพทย -ความเข าใจผ อ น -ความละเอ ยดรอบคอบ -การให ค าปร กษา -การแก ไขป ญหาและการต ดส นใจ 21 พยาบาล -ความเข าใจผ อ น -ความละเอ ยดรอบคอบ -การให ค าปร กษา 22 เภส ชกร -การให ค าปร กษา -ความละเอ ยดรอบคอบ -ท กษะด านสต อกส นค า (คล งยา) -ความซ อส ตย ส จร ต 23 น กกายภาพบาบ ด -ความเข าใจผ อ น -ความร ด านการใช เคร องม อทางฟ ส กส (เคร องม อกายภาพ บาบ ด) -การให ค าปร กษา 24 น กการแพทย แผนไทย -การให ค าปร กษา -ความเข าใจผ อ น -ความละเอ ยดรอบคอบ

161 ลาด บ ตาแหน ง สมรรถนะประจาต าแหน ง 25 น กว ชาการสาธารณส ข -การให ค าปร กษา -ความเข าใจผ อ น -ความละเอ ยดรอบคอบ -จ ตส าน กด านความสะอาด 26 ว ศวกร -ความชานาญในงานด านเทคน ค -ท กษะการซ อมบาร ง (รวมคานวณและประมาณราคา) -จ ตส าน กด านความปลอดภ ย 27 เจ าหน าท ระบบงาน คอมพ วเตอร -การเร ยนร และพ ฒนาตนเองด านเทคโนโลย -ท กษะในการว เคราะห และออกแบบฐานข อม ล -ท กษะในการเข ยนโปรแกรม 28 คร -การให ค าปร กษา -ท กษะการสอนแนะนา -ความชานาญในงานด านเทคน ค 29 คร ผ ด แลเด ก -การให ค าปร กษา -ท กษะการสอนแนะน า -ความม นคงทางอารมณ -ความม นคงทางอารมณ 30 ผ ด แลเด ก -การให ค าปร กษา -ความละเอ ยดรอบคอบ -ความม นคงทางอารมณ -การแก ไขป ญหาและการต ดส นใจ 31 เจ าหน าท ห องปฏ บ ต การ ว ศวกรรมศาสตร (คร ช าง) -การให ค าปร กษา -ความละเอ ยดรอบคอบ -ท กษะการสอนแนะนา -ความชานาญในงานด านเทคน ค

162 ลาด บ ตาแหน ง สมรรถนะประจาต าแหน ง 32 เจ าหน าท เวชระเบ ยน -ท กษะในการแยกหมวดหม และจ ดเร ยง -การว เคราะห และรายงานผล 33 น กก จการน กศ กษา -การให ค าปร กษา -ความละเอ ยดรอบคอบ -การทางานได ด วยตนเอง 34 ผ ปฏ บ ต งานการเกษตร -ท กษะในการทดสอบทางว ทยาศาสตร -การช างส งเกต 35 ผ ปฏ บ ต งานบร หาร -การต ดต อประสานงาน -ความย ดหย นในการทางาน -การว เคราะห และรายงานผล 36 ผ ปฏ บ ต งานว ทยาศาสตร การแพทย -การใช เคร องม อว ด/ทดสอบ -การช างส งเกต -ความละเอ ยดรอบคอบ 37 นายช างเทคน ค -ความชานาญในงานด านเทคน ค -ท กษะการซ อมบาร ง (รวมคานวณและประมาณราคา) -จ ตส าน กด านความปลอดภ ย 38 พน กงานธ รการ -ความละเอ ยดรอบคอบ -ความย ดหย นในการทางาน 39 พน กงานเข าและเย บเล ม -ความร บผ ดชอบในงาน -ความละเอ ยดรอบคอบ 40 พน กงานข บรถยนต -จ ตส าน กด านความปลอดภ ย -ความร บผ ดชอบในงาน -ความละเอ ยดรอบคอบ 41 พน กงานข บเคร องจ กรกล ขนาดกลาง -จ ตส าน กด านความปลอดภ ย -ความร บผ ดชอบในงาน -ความละเอ ยดรอบคอบ

163 ลาด บ ตาแหน ง สมรรถนะประจาต าแหน ง 42 พน กงานแปล -ม จ ตส าน กด านความปลอดภ ย -ความคล องแคล วว องไว 43 คนงาน -ความร บผ ดชอบในงาน

164 พน กงานสายบร การ Job family น กว ชาการพ สด น กว ชาการเง นและบ ญช คร น กว จ ย เช ยวชาญพ เศษ ดารงต าแหน งเช ยวชาญ ไม น อยกว า 2 ป น กตรวจสอบภายใน เจ าหน าท บร หารงานท วไป น กว ชาการศ กษา น กว ชาการช างศ ลป ว ศวกร นวก.โสตท ศนศ กษา ชานาญการพ เศษ ดารงต าแหน งชานาญการ เช ยวชาญ ไม น อยกว า 3 ป ดารงต าแหน ง ป.ตร 9 ป ป.โท 5 ป ป.เอก 2 ป บ คลากร น กว ชาการคอมพ วเตอร น กว เคราะห นโยบายและแผน เจ าหน าท ระบบงานคอมฯ น กการแพทย แผนไทย น กว เทศส มพ นธ น กว ชาการเกษตร น กว ชาการสาธารณส ข น กประชาส มพ นธ บรรณาร กษ เภส ชกร น ต กร น กเอกสารสนเทศ น กว ทยาศาสตร น กแนะแนว นายแพทย น กกายภาพบาบ ด น กก จการน กศ กษา พยาบาล คร ผ ด แลเด ก

165 Job family (2) พน กงานสายว ชาการ อาจารย ผ ช วยศาสตราจารย รองศาสตราจารย ศาสตราจารย ดารงต าแหน งอาจารย และปฏ บ ต หน าท ในตาแหน งด งกล าว ด งน - ป.ตร 9 ป - ป.โท 5 ป - ป.เอก 2 ป ดารงต าแหน ง ผศ. และปฏ บ ต หน าท ในตาแหน งด งกล าวมา แล วไม น อยกว า 3 ป ดารงต าแหน ง รศ. และปฏ บ ต หน าท ในตาแหน งด งกล าวมา แล วไม น อยกว า 2 ป

166

แผนการบร หารและพ ฒนาบ คลากร กองการศ กษาท วไป ประจ าปงบประมาณ 2558-2562

แผนการบร หารและพ ฒนาบ คลากร กองการศ กษาท วไป ประจ าปงบประมาณ 2558-2562 แผนการบร หารและพ ฒนาบ คลากร กองการศ กษาท วไป ประจ าปงบประมาณ 2558-2562 กองการศ กษาท วไป ส าน กงานอธ การบด มหาว ทยาล ยนเรศวร ค าน า แผนการบร หารและพ ฒนาบ คลากรกองการศ กษาท วไป ประจ าปงบประมาณ 2558-2562

More information

แผนการพ ฒนาบ คลากร พ.ศ. 2555-2559 ของสาน กงานคณะกรรมการว จ ยแห งชาต

แผนการพ ฒนาบ คลากร พ.ศ. 2555-2559 ของสาน กงานคณะกรรมการว จ ยแห งชาต ชานาญ ประจา ช วคราว แผนบ คลากร พ.ศ. 2555-2559 ของสาน กงานคณะกรรมว จ ยแห งชาต แผน รายละเอ ยดกล โครง/ก จกรรม/หล กส ตร ร ปแบบ/ว ธ ในร ปแบบอ นๆ ต วช ว ดเป าประสงค /ต วช ว ดความสาเร จ 1 กล 1.1: สมรรถนะบ คลากรผ

More information

ค ม อปฏ บ ต งาน ฝ ายร บเข าศ กษาและทะเบ ยนประว ต

ค ม อปฏ บ ต งาน ฝ ายร บเข าศ กษาและทะเบ ยนประว ต ค ม อปฏ บ ต งาน ฝ ายร บเข าศ กษาและทะเบ ยนประว ต สมจ ตร ส วร กษ สาน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลธ ญบ ร เอกสารประกอบการปฏ บ ต งาน สาหร บบ คลากรสายสน บสน น ในสถาบ นอ ดมศ กษา

More information

ทฤษฎ ความคาดหว ง (Expectancy Theory)

ทฤษฎ ความคาดหว ง (Expectancy Theory) ทฤษฎ ความคาดหว ง (Expectancy Theory) เจตฑถ ดวงสงค ถ * บทความน เป นการน าเสนอทฤษฎ ทางด านการจ ดการ (Management Theory) ของ Victor H. Vroom ค อ ทฤษฎ ความคาดหว ง (Expectancy Theory) ในด านของเน อหาทฤษฎ และน

More information

ICT-Based University & Resource Optimization

ICT-Based University & Resource Optimization ICT-Based University & Resource Optimization In support of its strategies, Mahidol University aims to develop an ICT system, a management information system and a data warehouse for effective education,

More information

ASEAN-QA Stakeholder Conference 9 11 October 2013. Group C

ASEAN-QA Stakeholder Conference 9 11 October 2013. Group C Approaches to Capacity Building in Internal Quality Assurance ASEAN-QA Stakeholder Conference 9 11 October 2013 Group C Quality Assurance at Institutional Level 10 Assumptions and Hypotheses Acceptance

More information

Purpose of Performance Management

Purpose of Performance Management Purpose of Performance Management What is Performance Management? Set of interactions between the managers and employees over the course of the business year with the purpose p of: Promotions / Advancement

More information

PMQA หมวด 5 การม งเนนทร พยากรบ คคล ดร.ธนาว ขญ จ นดาประด ษฐ

PMQA หมวด 5 การม งเนนทร พยากรบ คคล ดร.ธนาว ขญ จ นดาประด ษฐ PMQA หมวด 5 การม งเนนทร พยากรบ คคล ดร.ธนาว ขญ จ นดาประด ษฐ ย ทธศาสตรการพ ฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. 2556-2561 เป/นย ทธศาสตรหล กท ใชในการพ ฒนาระบบราชการแบ4ง ออกเป/น 3 ห วขอ รวม 7 ประเด น เพ อ ยกระด บองคการส

More information

แนวทางการพ ฒนาบ คลากร

แนวทางการพ ฒนาบ คลากร แนวทางการพ ฒนาบ คลากร การพ ฒนาบ คลากรเป นส งท สาค ญและจาเป นอย างย ง ท งน เพ อให บ คลากรสามารถ ปฏ บ ต งานได อย างม ประส ทธ ภาพและเป นเส นทางความก าวหน าสาหร บบ คลากรท จะได ทราบว าจะ ได ร บการพ ฒนาและฝ

More information

»การพ ฒนาบ คลากร ความหมายของการพ ฒนาบ คลากร กล าวโดยสร ป ความส าค ญของการพ ฒนาบ คลากร

»การพ ฒนาบ คลากร ความหมายของการพ ฒนาบ คลากร กล าวโดยสร ป ความส าค ญของการพ ฒนาบ คลากร »การพ ฒนาบ คลากร เป นการแก ป ญหาเก ยวก บการบร หารงานบ คคล เน องจากความเจร ญของว ทยาการต าง ๆ ตลอดจนเทคน คในการทางานท เปล ยนแปลงอย เสมอ คนท ม ความร ความสามารถเหมาะสมก บตาแหน งหน าท ในสม ยหน ง ก อาจกลายเป

More information

ABBVIE PURCHASING AND SUPPLIER MANAGEMENT SUPPLIER PERFORMANCE PROGRAM

ABBVIE PURCHASING AND SUPPLIER MANAGEMENT SUPPLIER PERFORMANCE PROGRAM ABBVIE PURCHASING AND SUPPLIER MANAGEMENT SUPPLIER PERFORMANCE PROGRAM SUPPLIER PERFORMANCE PROGRAM Without question, supplier relationships have a significant impact on AbbVie s corporate success. AbbVie

More information

WORLD CLASS INDUSTRIAL ESTATES UTILITIES AND PROPERTY SOLUTIONS รายงานประจำป ANNUAL REPORT บร ษ ท เหมราชพ ฒนาท ด น จำก ด (มหาชน)

WORLD CLASS INDUSTRIAL ESTATES UTILITIES AND PROPERTY SOLUTIONS รายงานประจำป ANNUAL REPORT บร ษ ท เหมราชพ ฒนาท ด น จำก ด (มหาชน) รายงานประจำป 2556 ANNUAL REPORT 2013 WORLD CLASS INDUSTRIAL ESTATES UTILITIES AND PROPERTY SOLUTIONS บร ษ ท เหมราชพ ฒนาท ด น จำก ด (มหาชน) HEMARAJ LAND AND DEVELOPMENT PUBLIC COMPANY LIMITED ว ส ยท ศน

More information

Quality Assurance Components and Indicators

Quality Assurance Components and Indicators Quality Assurance Components and Indicators Component 1 Philosophy, Vision, Objectives and Plan Indicator 1.1 Planning Development Process (OHEC 1.1) Component 2 Production of Graduates Indicator 2.1 System

More information

Innovation & Learning the organisation s intellectual capital both human and non-human

Innovation & Learning the organisation s intellectual capital both human and non-human The Reality of Key Performance Indicators Balanced Scorecard Reporting was created by Robert S. Kaplan and David P.Norton and was devised to allow top executives to communicate and implement their key

More information

FM Trends and visions

FM Trends and visions FM Trends and visions DFM Konferencen January 28, 2010 Magnus Kuchler Partner, Ernst & Young Advisory Services FM Nirvana Our Dream! Proactive FM organisation with continuous new solutions to customers

More information

The essential competencies for QA professionals: Performance review and development activities

The essential competencies for QA professionals: Performance review and development activities The essential competencies for QA professionals: Performance review and development activities Organisational structure of ASHE Content: 1. What are the objectives of Performance Management system? 2.

More information

Qualities of Leadership Excellence at Sodexo. Competencies of a Sales Executive or Sales Vice President

Qualities of Leadership Excellence at Sodexo. Competencies of a Sales Executive or Sales Vice President Qualities of Leadership Excellence at Sodexo Competencies of a Sales Executive or Sales Vice President Helping You Reach Your Full Potential! This brochure is for you, the Sodexo sales executive or sales

More information

KPI for Software Development

KPI for Software Development KPI for Software Development iparadise www.chrisshayan.com KPI Risks Obtaining a good KPIs may sound easy but I believe there are few challenges in front of implementation of any measurements specially

More information

As of 29 August 2014 กองสนเทศเศรษฐก จ กรมเศรษฐก จระหว างประเทศ ลลนา ศร สอน (ต อ 14240) Tourism Statistics

As of 29 August 2014 กองสนเทศเศรษฐก จ กรมเศรษฐก จระหว างประเทศ ลลนา ศร สอน (ต อ 14240) Tourism Statistics Thailand s Economic Fact Sheet Economic Projections 2012 2013 2014 F GDP (billion US$) 366 387 380 Real GDP growth (%) 6.5 2.9 1.5-2.0 GDP per capita (US$) 5,389 5,673 5,545 Exports (billion US$) 225.9

More information

Management Conference

Management Conference A: How to Build Performance Management Performance Processes that Work Management Conference Ch i t h Mill Christopher Mills Core Measures How To Build Performance Management Processes That Work October

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน การประเม นผลการปฏ บ ต งาน สถาบ นบ ณฑ ตพ ฒนบร หารศาสตร

ค ม อการปฏ บ ต งาน การประเม นผลการปฏ บ ต งาน สถาบ นบ ณฑ ตพ ฒนบร หารศาสตร ค ม อการปฏ บ ต งาน การประเม นผลการปฏ บ ต งาน สถาบ นบ ณฑ ตพ ฒนบร หารศาสตร จ ดท าโดย นางสาวก ลธ ดา เลน ก ล บ คลากรปฏ บ ต การ กล มงานว จ ยและประเม นผลการปฏ บ ต งาน กองบร หารทร พยากรบ คคล ส าน กงานอธ การบด

More information

แบบฟอร ม 2.2 แบบฟอร มรายงานผลการด าเน นการในหมวด 2 กระบวนการจ ดท าแผนปฏ บ ต ราชการ หล กฐานอ างอ ง

แบบฟอร ม 2.2 แบบฟอร มรายงานผลการด าเน นการในหมวด 2 กระบวนการจ ดท าแผนปฏ บ ต ราชการ หล กฐานอ างอ ง แบบฟอร ม 2.2 แบบฟอร มรายงานผลการด าเน นการใน เกณฑ ค ณภาพการบร หาร SP 1 : ส วนราชการต องม การ ก าหนดข นตอน/ก จกรรม และกรอบเวลาท เหมาะสม รวมถ งม การ ระบ ผ ร บผ ดชอบอย าง ช ดเจนในการจ ดท า แผนปฏ บ ต ราชการ

More information

in a World Class Factory...

in a World Class Factory... in a World Class Factory... Maintenance Standards Visual Management of KPI s and Improvement activities Autonomous Maintenance Standards -1- in a World Class Factory... World Class Machine Management -2-

More information

ค ม อการใช งาน VirtualBox + ว ธ Share Folder and Map Drive

ค ม อการใช งาน VirtualBox + ว ธ Share Folder and Map Drive ค ม อการใช งาน VirtualBox + ว ธ Share Folder and Map Drive เสนอ อาจารย ก ตต ร กษ ม วงม งส ข โดย นางสาวปว ณา ชมส ข รห สน กศ กษา 115330505312-2 สสค.53-A นางสาวม ญช กา ขาพวง รห สน กศ กษา 115330505367-6 สสค.53-A

More information

Quality Assurance Model in Universities

Quality Assurance Model in Universities HRK German Rector s Conference Quality Assurance Model in Universities Assoc. Prof. Titi Savitri Prihatiningsih, MD, MA, M.Med.Ed, Ph.D AUNQA Quality Officer Topics Why an Internal QA System? Trends in

More information

Qualities of Leadership Excellence at Sodexo. Competencies of a District Manager

Qualities of Leadership Excellence at Sodexo. Competencies of a District Manager Qualities of Leadership Excellence at Sodexo Competencies of a District Manager Helping You Reach Your Full Potential! This brochure is for you, the Sodexo district manager. It will help you to understand:

More information

Human Resources People Strategy, 2014 to 2019 1. Human Resources People Strategy 2014 to 2019

Human Resources People Strategy, 2014 to 2019 1. Human Resources People Strategy 2014 to 2019 Human Resources People Strategy, 2014 to 2019 1 Human Resources People Strategy 2014 to 2019 2 Human Resources People Strategy, 2014 to 2019 Human Resources People Strategy, 2014 to 2019 Deliver academic

More information

Factors Affecting Knowledge Management of State Academic Libraries in Thailand to Prepare for the ASEAN Community

Factors Affecting Knowledge Management of State Academic Libraries in Thailand to Prepare for the ASEAN Community Factors Affecting Knowledge Management of State Academic Libraries in Thailand to Prepare for the ASEAN Community Warapan Apisuphachok Abstract This research aims to investigate factors which affect knowledge

More information

Performance Management in the Civil Service

Performance Management in the Civil Service Republic of Mauritius Performance Management in the Civil Service Understanding Performance Appraisal Forms and Performance Improvement Plans Performance Factors Excellent Good Poor Quality of Work Quantity

More information

Leadership Principles

Leadership Principles Leadership Principles Building value-based leadership. We have defined five values that form the shared foundation of our business practices. They provide orientation for all of our employees. Our leaders,

More information

a. A brief profile of the higher education system in your country: main policy, higher education providers, access to higher education etc.

a. A brief profile of the higher education system in your country: main policy, higher education providers, access to higher education etc. Indonesian National Accreditation Agency for Higher Education (BAN-PT) COUNTRY REPORT FOR THE ROUNDTABLE MEETING OF QUALITY ASSURANCE AGENCIES OF THE ORGANIZATION OF ISLAMIC CONFERENCE MEMBER COUNTRIES

More information

Internal Quality Assurance of Private Higher Education Institutions in Thailand: A Comparison of Quality Assessment Result in 2012

Internal Quality Assurance of Private Higher Education Institutions in Thailand: A Comparison of Quality Assessment Result in 2012 Catalyst ISSN: 0905-6931, Volume 8, No. 1, December 2013 Institute Press Internal Quality Assurance of Private Higher Education Institutions in Thailand: A Comparison of Quality Assessment Result in 2012

More information

Abbott Global Purchasing Services. Supplier Performance Program

Abbott Global Purchasing Services. Supplier Performance Program Abbott Global Purchasing Services Supplier Performance Program SUPPLIER PERFORMANCE PROGRAM Without question, supplier relationships have a significant impact on Abbott s corporate success. Abbott Global

More information

UNIVERSITY OF BRIGHTON HUMAN RESOURCE

UNIVERSITY OF BRIGHTON HUMAN RESOURCE UNIVERSITY OF BRIGHTON HUMAN RESOURCE STR ATEGY 2015 2020 Human Resources Strategy 2015 2020 01 INTRODUCTION In its Strategic Plan 2012 2015, the university has set out its vision, ambition and plans for

More information

Empowerment and Organizational Change

Empowerment and Organizational Change International Research Journal of Applied and Basic Sciences 2013 Available online at www.irjabs.com ISSN 2251-838X / Vol, 4 (1):1-5 Science Explorer Publications Empowerment and Organizational Change

More information

The ABC Wind Power Station Construction Project Management Performance Study. 15356-Project Performance Improvement

The ABC Wind Power Station Construction Project Management Performance Study. 15356-Project Performance Improvement The ABC Wind Power Station Construction Management Performance Study 15356- Performance Improvement Yi Gao 11672096 16-06-2014 Abstract At the present, there are too many academic researches concentrated

More information

Through its people imperative, Tanfeeth shows that Business Services Partners can add value well beyond cost savings

Through its people imperative, Tanfeeth shows that Business Services Partners can add value well beyond cost savings Through its people imperative, Tanfeeth shows that Business Services Partners can add value well beyond cost savings As the Gulf Cooperation Council s (GCC s) first large-scale Business Services organization,

More information

Enterprise Performance Management

Enterprise Performance Management RG Perspective Enterprise Performance Management An Executive-Level Implementation Guide 11 Canal Center Plaza Alexandria, VA 22314 HQ 703-548-7006 Fax 703-684-5189 www.robbinsgioia.com 2013 Robbins Gioia,

More information

The HR Director s Talent Challenge: Research report on Motivation and Engagement of staff in Higher Education institutions

The HR Director s Talent Challenge: Research report on Motivation and Engagement of staff in Higher Education institutions The HR Director s Talent Challenge: Research report on Motivation and Engagement of staff in Higher Education institutions Fierce competition for funding and the need to differentiate from other institutions

More information

การออกแบบหล กส ตรและท ศทางการเร ยนการสอนด านว ศวกรรม ส าหร บป พ.ศ. 2550 2559 Curriculum Design and Engineering Education Trend for Year 2007-2016

การออกแบบหล กส ตรและท ศทางการเร ยนการสอนด านว ศวกรรม ส าหร บป พ.ศ. 2550 2559 Curriculum Design and Engineering Education Trend for Year 2007-2016 การออกแบบหล กส ตรและท ศทางการเร ยนการสอนด านว ศวกรรม ส าหร บป พ.ศ. 2550 2559 Curriculum Design and Engineering Education Trend for Year 2007-2016 ผ ช วยศาสตราจารย ดร. ณฐา ค ปต ษเฐ ยร ภาคว ชาว ศวกรรมอ ตสาหการ

More information

Sales Coaching Achieves Superior Sales Results

Sales Coaching Achieves Superior Sales Results Sales Coaching Achieves Superior Sales Results By Stu Schlackman Sales Coaching Achieves Superior Sales Results Why Sales Coaching? As a sales leader your days go by quickly. You are constantly multi-tasking,

More information

Safety Culture-The Olympic Way. Improving construction health, safety and environmental culture at Imperial

Safety Culture-The Olympic Way. Improving construction health, safety and environmental culture at Imperial Safety Culture-The Olympic Way Improving construction health, safety and environmental culture at Imperial What is Safety Culture? Why is Safety Culture Important? Reasons for Implementing Safety Management

More information

Lean Solutions and training. Lean Office ก าวแรกส ความเป นเล ศ

Lean Solutions and training. Lean Office ก าวแรกส ความเป นเล ศ Lean Office Your first step towards business excellence ก าวแรกส ความเป นเล ศ ป ญหาท ม กพบ ในท ท างาน ข อม ลล กค า เส ยงต อการถ กขโมยหร อถ กขโมยโดยพน กงาน เน องจากขาดระบบ ควบค มท เหมาะสม ท เก บเอกสาร ไม

More information

GENDER DIVERSITY STRATEGY

GENDER DIVERSITY STRATEGY GENDER DIVERSITY STRATEGY Purpose TMB s Gender Diversity Strategy acknowledges the value of a gender diverse workforce and details our commitment to ensuring that all workplace policies support and enable

More information

ASEAN COMMUNITY VISION 2025

ASEAN COMMUNITY VISION 2025 ASEAN COMMUNITY VISION 2025 ASEAN Community Vision 2025 ASEAN COMMUNITY VISION 2025 1. We, the Heads of State/Government representing the peoples of the Member States of the Association of Southeast Asian

More information

HR Road to Leadership

HR Road to Leadership Bernard COULATY, Vice President Human Resources, Pernod Ricard Asia HR Road to Leadership 28 May 2013 HR Road to Leadership Shaping our Future with Asian Talents & Leaders who are Collectively Committed

More information

MANAGING PERFORMANCE @ OLD MUTUAL

MANAGING PERFORMANCE @ OLD MUTUAL MANAGING PERFORMANCE @ OLD MUTUAL A guide to the ACT NOW! Multi-Rater process Updated September 2014 MANAGING PERFORMANCE 02 Contents Introduction 03 Overview of process 04 The Welcome page 05 Changing

More information

2008 review 2013 review Targeted measures Targeted deadline. ENQA Criterion / ESG. February 2016/ Measures already taken. Level of compliance

2008 review 2013 review Targeted measures Targeted deadline. ENQA Criterion / ESG. February 2016/ Measures already taken. Level of compliance / ESG Level of compliance 2008 review 2013 review Targeted measures Targeted deadline Recommendations and suggestions Level of compliance Recommendations February 2016/ Measures already taken ESG 2.1:

More information

Overview of Performance Management

Overview of Performance Management Overview of Performance Management Individual Performance Plan Performance Review & Evaluation 1 Performance Management: Why Me? Why Now? 2 Purpose To Provide an Overview of: The Who, What, and Why of

More information

Quarter 2 Results 2015/16

Quarter 2 Results 2015/16 Quarter 2 Results 2015/16 Customer Contact Centre October 2015 Summary In Quarter 2 2015/16 overall contacts increased by 11.9% on the previous quarter, and 3.5% on the same period the previous year. The

More information

CATALOG 2012/2013 BINUS UNIVERSITY

CATALOG 2012/2013 BINUS UNIVERSITY Interior Design Introduction Coming to the year 2000, it was a time when the world; especially Indonesia had been free from crisis of economy. The construction center; especially property, was rapidly

More information

HOW TO BE BRAVE IN A WORLD OF RISK

HOW TO BE BRAVE IN A WORLD OF RISK HOW TO BE BRAVE IN A WORLD OF RISK OUR TAKING PHILOSOPHY RISK ONFOR A CHANGING WORLD Sometimes people confuse managing risk with eliminating risk. This often results in new ways of working being stifled

More information

Public Workshops - 5 Great Ways to Plan a Planning Trip

Public Workshops - 5 Great Ways to Plan a Planning Trip Scope of Work Presentation & Q&A Public Meeting January 27, 2014 Tonight 6:30 pm - 8:30 pm 6:45 presentation 7:00 q&a: moderated comments next steps informal discussions Bethesda Has Evolved Guided by

More information

KEY PERFORMANCE INDICATORS

KEY PERFORMANCE INDICATORS KEY PERFORMANCE INDICATORS Measure your performance against key business objectives. KPI stands for key performance indicators. Every business or industry needs to evaluate its success at reaching targets

More information

Chapter 2 Theoretical Framework JOB SATISFACTION OF EMPLOYEES

Chapter 2 Theoretical Framework JOB SATISFACTION OF EMPLOYEES Chapter 2 Theoretical Framework JOB SATISFACTION OF EMPLOYEES What is employee satisfaction? Employee satisfaction is the individual employee s general attitude towards the job. It is also an employee

More information

Cascading KPIs using the 9 Steps to Success

Cascading KPIs using the 9 Steps to Success Cascading KPIs using the 9 Steps to Success BSA uses the proven, disciplined framework, Nine Steps to Success, to systematically develop, implement, and sustain a strategic scorecard systems (see Figure

More information

Digital Dashboards In Terminal Operations Management

Digital Dashboards In Terminal Operations Management Digital Dashboards In Terminal Operations Management AAPA Marine Terminal Management Training Sept. 12, 2013- Long Beach CA Frank J. Mazzella, APL Ltd. Page 2 What are Dashboards? Real-Time Visualization

More information

: Master of Nursing Science Program in Nursing Administration. : Master of Nursing Science (Nursing Administration) : M.N.S. (Nursing Administration)

: Master of Nursing Science Program in Nursing Administration. : Master of Nursing Science (Nursing Administration) : M.N.S. (Nursing Administration) หล กส ตรพยาบาลศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารการพยาบาล (หล กส ตรปร บปร ง พ.ศ. 2551) 1. ช อหล กส ตร ภาษาไทย ภาษาอ งกฤษ 2. ช อปร ญญา ภาษาไทย ภาษาอ งกฤษ : พยาบาลศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการบร หารการพยาบาล

More information

How To Manage A Business

How To Manage A Business COREinternational s organizational effectiveness approach 174 Spadina Avenue, Suite 407 Toronto, ON M5T 2C2 Tel: 416-977-2673 or 800-361-5282 Fax: 866-766-2673 www.coreinternational.com Contents Introduction...

More information

Diversity Professionals Group Conference

Diversity Professionals Group Conference Diversity Professionals Group Conference Retention Session A: Onboarding/Socialization Quentin L. McCorvey, Sr. Senior Vice President of Diversity Strategies and Programs August 18, 2010 2 Orientation

More information

พ ทธน นณ ล นสะแกวงค 1, ร ชน วรรณ ต งภ กด 2, บ ญช บ ญล ข ตศ ร 3 Patthanun Loonsagaewong 1, Ratchaneewan Tangpakdee 2, Bunchoo Bunlikhitsiri 3

พ ทธน นณ ล นสะแกวงค 1, ร ชน วรรณ ต งภ กด 2, บ ญช บ ญล ข ตศ ร 3 Patthanun Loonsagaewong 1, Ratchaneewan Tangpakdee 2, Bunchoo Bunlikhitsiri 3 ผลของการใช ร ปแบบการให ผลป อนกล บท ต างก นในการเร ยนด วย โปรแกรมบทเร ยนแบบฝ กห ด เร องข อม ลและเทคโนโลย สารสนเทศท ม ต อผลส มฤทธ ทางการเร ยนและความคงทนในการเร ยนของน กเร ยน ช นประถมศ กษาป ท 3 Different

More information

The Key Performance Indicator Evaluation Process (KPI Process)

The Key Performance Indicator Evaluation Process (KPI Process) The Key Performance Indicator Evaluation Process (KPI Process) Aims Continuous improvement Quantitative and qualitative consultant, contractor and supply chain evaluation Identification and commendation

More information

Overview. Why EffectiveStaff

Overview. Why EffectiveStaff Overview Lanteria is a SharePoint based HRM solution that facilitates and automates the entire HR management cycle in a company. The organizes the central storage of all HR information, guides and supports

More information

API Q2 Specification for Quality Management System Requirements for Service Supply Organizations for the Petroleum and Natural Gas Industries

API Q2 Specification for Quality Management System Requirements for Service Supply Organizations for the Petroleum and Natural Gas Industries API Q2 Specification for Quality Management System Requirements for Service Supply Organizations for the Petroleum and Natural Gas Industries A Service Providers Perspective How is API Q2 Different ISO

More information

PROPOSAL FOR RECRUITMENT PROCESS OUTSOURCING

PROPOSAL FOR RECRUITMENT PROCESS OUTSOURCING PROPOSAL FOR RECRUITMENT PROCESS OUTSOURCING SUBMITTED BY: TYRO HUMAN RESOURCE (P) LIMITED N-4/243, IRC village, Bhubaneswar Tel: +91-674-6511376/6444665 E-mail: [email protected] www.tyrohr.com Why companies

More information

สถ ต การจ ดประช ม ส มมนา และอภ ปรายว ชาการ ประจ าป 2542 ล าด บท ว น เด อน ป เร อง ว ทยากร สถานท

สถ ต การจ ดประช ม ส มมนา และอภ ปรายว ชาการ ประจ าป 2542 ล าด บท ว น เด อน ป เร อง ว ทยากร สถานท สถ ต การจ ดประช ม ส มมนา และอภ ปรายว ชาการ ประจ าป 2542 1 24 ม ถ นาย 2542 ส งคมไทยก บการจ ดการป ญหาพ ทธศาสนา : ม มมองทาง ส งคมศาสตร กรณ ว ดธรรมกาย พระไพศาล ว สาโล ร.102 2 9 ก นยายน 2542 ประชาธ ปไตยในศตวรรษท

More information

Sponsored By: Contact Center Coaching Best Practices: Outstanding Agents Strengthen Your Brand

Sponsored By: Contact Center Coaching Best Practices: Outstanding Agents Strengthen Your Brand Sponsored By: Contact Center Coaching Best Practices: Outstanding Agents Strengthen Your Brand Table of Contents I. Executive Summary...1 II. Coaching is Not as Easy as it Looks...1 III. Building a Winning

More information

Ideapreneurship- HCL s Culture. Copyright 2012 HCL Technologies Limited www.hcltech.com

Ideapreneurship- HCL s Culture. Copyright 2012 HCL Technologies Limited www.hcltech.com Ideapreneurship- HCL s Culture 1 CULTURE: THE FORMULA OF SUCCESSFUL BUSINESS TRANSFORMATION WHAT SETS HIGH PERFORMING TEAMS APART FROM THE REST AND HELPS THEM TRANSFORM EVERYDAY BUSINESS TO A SUCCESS STORY?

More information

Our Purpose, Values and Principles

Our Purpose, Values and Principles Our Purpose, Values and Principles Our Purpose We will provide branded products and services of superior quality and value that improve the lives of the world s consumers. As a result, consumers will reward

More information

Mentoring: A Professional Development and Succession Planning Strategy

Mentoring: A Professional Development and Succession Planning Strategy Mentoring: A Professional Development and Succession Planning Strategy Presented by: Ruby H. Greene, MPA RHG Consulting Services Liza L. Long, RN Cobble Hill Health Center RHG Consulting Services 1 Mentoring

More information

NVAO s Accreditation of online Education

NVAO s Accreditation of online Education NVAO s Accreditation of online Education in a nutshell Lucien Bollaert Board of executives NVAO Visit Jordanian Universities 8 September 2015 Brussels contents Introduction to NVAO Introduction to Dutch

More information