Introduction to Public Administration Dr.Churairat Chullachakkawat



Similar documents
มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

สารบ ญตาราง ตารางท หน า

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

2. การฝ กอบรม 2.1 โครงการพ ฒนา เพ อพ ฒนาและเสร มสร าง เท าก บจ านวน เท าก บจ านวน การฝ กอบรม ภายในป บ คลากรม ค ณธรรม ส าน กปล ด ทดสอบตามแบบ

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร

: Master of Public Health Program (Public Health Administration) M.P.H. (Public Health Administration)

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

Life's Advantages and Disadvantages of Licensing

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ภาคผนวก แผนพ ฒนาบ คลากรองค การบร หารส วนต าบลล เล ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

บทท 5 การประเม นและรายงานผล

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

เจ าหน าท บร หารงานท วไป

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

(ผ ขอร บการประเม นตามหล กเกณฑ น สามารถส งคาขอร บการประเม นพร อมเอกสารท เก ยวข องได ตลอดป รอบป ละ 1 คร ง)

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม ก นยายน 2553)

How To Get A Free Photobook From Thatoomhsp.Com.Com

สายเทคน คการศ กษา โปรแกรมว ชาการบร หารการศ กษา ระด บปร ญญาตร (หล งอน ปร ญญา)

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

๑๓.๐๐ ๑๓.๔๕ น. เอกสารหล กฐานประกอบการขอร บใบอน ญาต ๑๓.๔๕ ๑๔.๑๕ น. แบบค าขอร บใบอน ญาตประกอบก จการไฟฟ าฉบ บ ปร บปร ง และว ธ การใช

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

Office of the Civil Service Commission (OCSC)

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101

รายงานผลการด าเน นงาน โครงการฝ กอบรมเช งปฏ บ ต การหล กส ตร เทคโนโลย การปล กเล ยงพรรณไม น าโดยไม ใช ด น ร นท 3

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (

How To Read A Book

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ

แบบฟอร ม 2 แผนการจ ดการความร (KM

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ส งท ส งมาด วย 2 แนวทางการจ ดเก บข อม ลบ คลากรและผ ร บบร การหร อผ ม ส วนได ส วนเส ย เพ อประเม นตามแบบ

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

แผนปฏ บ ต การพ ฒนาสถาบ นครอบคร วจ งหว ดประจวบค ร ข นธ ประจาป พ.ศ (Action Plan) ม.ค. 58 ธ.ค. 57 พ.ย. 57 ก.พ. 58

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

ค ม อการจ ดท าแผนพ ฒนาองค การ กรมส งเสร มการปกครองท องถ น

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ร ปท หน าจอ การค นหาการจ ดสรรอาคารบ านพ ก

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

เพ อนาเสนอผลงานว จ ยท ได ร บท น สวทช.ภาคเหน อท เป นงานว จ ยเพ อแก ไขและ พ ฒนาท องถ น

Transcription:

1. เพ อให ผ เร ยนม ความร ความเข าใจถ งแนวค ดร ฐประศาสนศาสตร เปร ยบเท ยบและการบร หาร การพ ฒนา 2. เพ อให ผ เร ยนได เข าใจถ งภาพรวม แนวทางการศ กษาและพ ฒนาการของร ฐประศาสนศาสตร เปร ยบเท ยบและการบร หารการพ ฒนา 3. เพ อให ผ เร ยนเข าใจความส มพ นธ ของร ฐประศาสนศาสตร เปร ยบเท ยบก บแนวค ดของการ บร หารการพ ฒนา

1. ความหมายของร ฐประศาสนศาสตร เปร ยบเท ยบ ให ความหมายร ฐประศาสนศาสตร เปร ยบเท ยบว า เท ยบเค ยงก นเพ อให เห นถ ง

2. ประโยชน ท ได ร บจากการศ กษาร ฐประศาสนศาสตร เปร ยบเท ยบ 1) ร ล กษณะเฉพาะของระบบบร หารในแต ละช วงเวลา หร อของประเทศต าง ๆ - จะท าให ทราบภาพความแตกต างและความคล ายคล งของระบบบร หาร - ท าให สามารถก าหนดทฤษฎ หร อหล กเกณฑ 2) การทราบถ งสาเหต และป จจ ยต างๆ ท ท าให ระบบบร หารหน งม ประส ทธ ภาพ ในประเทศหน งหร อในสม ยหน ง แต ใช แล วไม ได ผลอย างม ประส ทธ ภาพในอ ก ประเทศหน งหร อสม ยหน ง - จะเป นประโยชน ต อผ บร หารประเทศท าความเข าใจอย างถ กต องและหาทางแก ไข ป องก นความผ ดพลาดท อาจเก ดข น

3) จะช วยให เก ดความเข าใจถ งป จจ ยสภาพแวดล อมต าง ๆ ว าม อ ทธ พลต อการ บร หารประเทศ - ซ งแต ละประเทศม ความแตกต างในบร บทสภาพแวดล อมทางการเม อง เศรษฐก จ ส งคม เทคโนโลย - จะท าให ผ น าประเทศสามารถปร บปร งระบบบร หารให สอดคล องก บสภาพแวดล อม 4) ท าให เข าใจในความคล ายคล ง และข อแตกต างในพฤต กรรมของข าราชการ และระบบบร หารของประเทศต างๆ - จะเป นประโยชน ช วยให ผ ไปปฏ บ ต งานในต างประเทศ สามารถปฏ บ ต งานได ด ย งข น โดยอาศ ยข อม ลเช งเปร ยบเท ยบเป นพ นฐานการปฏ บ ต งาน 5) จะท าให ร ว าระบบบร หารท เป นอย ม ข อด หร อข อบกพร องอย างไร ท ต อง แก ไขบ าง ท าให ผ น าประเทศสามารถน าส วนท ด อ กประเทศหน งหร อในอ กเวลา หน งมาปร บใช ได

เป นการสร างองค ความร ทางว ชาการ เป นการสร างองค ความร ทางว ชาการ เน องจากการศ กษาข อคล ายคล งหร อ ความแตกต างในเร องการบร หาร จะเป นสมมต ฐานของการต งทฤษฏ หร อการ สร างองค ความร ข นมาใหม เพ ออธ บายปรากฏการณ ทางการบร หารท เป นอย ก อให เก ดความร ความเข าใจในเร องของโครงสร าง กระบวนการ และ พฤต กรรมของหน วยงานและข าราชการ และสภาพแวดล อมของแต ละส งคม เป นการน าไปประย กต ใช ในทางปฏ บ ต เพ อพ ฒนาปร บปร งระบบการบร หารให ม ประส ทธ ภาพ และช วยสร าง ความเจร ญก าวหน าของประเทศได

3. พ ฒนาการของการศ กษาร ฐประศาสนศาสตร เปร ยบเท ยบ พ ฒนาการของการศ กษาร ฐประศาสนศาสตร เปร ยบเท ยบท ผ านมา ในอด ตจนถ งป จจ บ น สามารถแบ งออกได 3 กระแสหล ก ด งน 1. การศ กษาเปร ยบเท ยบระบบบร หาร (the Comparative Study of Administration) หร อ CSA - เร มศตวรรษท 19 เป นการศ กษาเปร ยบเท ยบระบบบร หารของประเทศตะว นตก ด วยก น จะเน นการศ กษาประว ต ศาสตร การบร หาร ต วบทกฎหมาย และสถาบ นทางการ บร หารและการปกครองเป นส าค ญ 2. การศ กษาเปร ยบเท ยบของกล มการบร หารเปร ยบเท ยบ (the Comparative public Administration of the Comparative Administation Group หร อ CPA-CAG) - หล งสงครามโลกคร งท 2 น กว ชาการด านร ฐประศาสนศาสตร ชาวอเมร กาโดยการน า ของ Fred Riggs ศ กษาระบบบร หารและระบบราชการของประเทศโลกท 3 เพ อใช เป น เคร องม อในการบร หารการพ ฒนาและการพ ฒนาประโยชน - โดยกล มไม ล มหลงหร อย ดต ดก บว ฒนธรรมตะว นตกเป นหล ก

3. การศ กษาเปร ยบเท ยบร ฐประศาสนศาสตร แนวใหม (the New Comparative Public Administration หร อ New CPA) - เร มต งแต กลางป ค.ศ. 1970 จนถ งป จจ บ น ศ กษาการบร หารประเทศโลกท 3 ให ความสนใจก บข อเท จจร งป ญหาต างๆ ท เก ดข นจร ง ในระบบบร หาร มากกว าการสร างต ว แบบและทฤษฎ ใหม - สนใจศ กษาการพ ฒนาควบค ก บการบร หารโครงการพ ฒนาต าง ๆในใจศ กษาเร อง การน านโยบายไปปฏ บ ต ม ใช เน นการพ ฒนาระบบราชการแต เพ ยงอย างเด ยว - ให ความสนใจก บประชาชนท ได ร บประโยชน หร อถ กกระทบกระเท อนจากนโยบาย และโครงการพ ฒนาของร ฐ

4. อนาคตของร ฐประศาสนศาสตร เปร ยบเท ยบ ได อธ บายภาพอนาคตของการศ กษาร ฐประศาสนศาสตร เปร ยบเท ยบ ว า

ได สร ปภาพอนาคตของการศ กษาร ฐประศาสนศาสตร เปร ยบเท ยบ ไว 4 กระแสหล กใหญ ๆ ด งน 1. ศ กษานโยบาย สาธารณะ เปร ยบเท ยบท เน น ภาคปฏ บ ต 2. เปล ยนจาก การศ กษาเปร ยบเท ยบ องค การระหว าง ประเทศ 3. ไม ให ศ กษาจ าก ด เฉพาะระบบราชการ ควรศ กษาองค การ ภาคร ฐ ภาคเอกชน องค การระด บ ภ ม ภาค และ นานาชาต 4. ศ กษาระบบราชการ เปร ยบเท ยบ โดยค าน ง ความแตกต างของ ระบบราชการประเทศ ต าง ๆ เช น คนร ารวย หร อยากจนของระบบ ราชการในแต ละ ประเทศ

1. ความหมายของการบร หารการพ ฒนา กล าวว า การบร หารการพ ฒนาตรงก บภาษาอ งกฤษท ง 2 ค า ด งน

2. ค ณล กษณะของการบร หารการพ ฒนา อธ บายว า การบร หารการพ ฒนาม ล กษณะร วมก นอย างน อย 4 ประการ ด งน 1. การบร หารการพ ฒนาม ความหมายท บ งช ถ งสภาพภ ม ศาสตร (geographical) 2. การบร หารการพ ฒนาเป นผลพวง หร อเก ดจากองค ประกอบของการบร หาร การพ ฒนาการเม อง เศรษฐก จและส งคม ฯลฯ 3. การบร หารการพ ฒนาเป นกระบวนการของความเคล อนไหวจากสภาพการณ หน งไปส เป าหมายใดเป าหมายหน ง 4. การบร หารการพ ฒนาม ความหมายท บ งช ว า ประเทศท ก าล งพ ฒนาหาก ต องการเจร ญรอยตามประเทศท พ ฒนาแล ว จะต องปฏ บ ต ภารก จท เหม อนก น หร อคล ายคล งก บภารก จของประเทศท พ ฒนา

3. จ ดสนใจของร ฐประศาสนศาสตร ท ม ต อการบร หารการพ ฒนา อธ บายว า การบร หารการพ ฒนาได พ ฒนาตนเองเป นสาขาว ชาหน ง โดยเฉพาะ ด วยเหต ผล 3 ประการ 1. การบร หารการพ ฒนาได ม งเน นพลว ตรขององค ประกอบทางส งคมมากกว า แนวทางการศ กษาอ นๆ 2. การบร หารการพ ฒนาให ความส าค ญก บการประย กต มากกว าการบร หาร เปร ยบเท ยบ 3. การบร หารการพ ฒนาม งแสวงหาแนวทางท จะแก ไขป ญหาต างๆ ในโลกของ ความเป นจร งมากกว าการบร หารเปร ยบเท ยบ

4. ความส มพ นธ ระหว างร ฐประศาสนศาสตร เปร ยบเท ยบก บการบร หารการพ ฒนา 1. การบร หารการพ ฒนาเป นแนวการศ กษาท ส าค ญด านหน งของร ฐประศาสนศาสตร เปร ยบเท ยบ เสม อนว ชาพ ว ชาน อง - โดยร ฐประศาสนศาสตร เปร ยบเท ยบม ก าเน ดมาก อนการบร หารการพ ฒนา 2. ท ง 2 ว ชา ก าเน ดข นโดยม ว ตถ ประสงค เพ อเพ มพ นองค ความร ใหม ๆ 3. ภายหล งร ฐประศาสนศาสตร เปร ยบเท ยบเส อมความน ยมลง การบร หารการพ ฒนาได เจร ญก าวหน าข น และได ร บความน ยมศ กษาอย างกว างขวางในประเทศท ก าล งพ ฒนา