การประเม นผลโครงการ แบบซ ปโมเดล (CIPP Model)



Similar documents
โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

ห วข อการประกวดแข งข น

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

สารบ ญตาราง ตารางท หน า

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

How To Read A Book

การบร หารโครงการว จ ย #3

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร

แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

การจ ดท ารายงานและเอกสารประกอบการสม คร

บทท 5 การประเม นและรายงานผล

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

การวางแผน (Planning)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

การตรวจสอบการด าเน นงาน (Performance Audit)

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

คณะศ กษาศาสตร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตมหาสารคาม กระทรวงการท องเท ยวและก ฬา

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

ต วอย างการจ ดท าแผนพ ฒนาสถาบ นร ปแบบต าง ๆ ในโครงการพ ฒนาค ณภาพการศ กษาส ความเป นเล ศ

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login

How To Get A Free Photobook From Thatoomhsp.Com.Com

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

2. การฝ กอบรม 2.1 โครงการพ ฒนา เพ อพ ฒนาและเสร มสร าง เท าก บจ านวน เท าก บจ านวน การฝ กอบรม ภายในป บ คลากรม ค ณธรรม ส าน กปล ด ทดสอบตามแบบ

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

การว เคราะห ความเส ยงตามหล กธรรมาภ บาล

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม ก นยายน 2553)

แผนปฏ บ ต งานโครงการพ ฒนาระบบบร หารจ ดการคล งข อสอบและการทดสอบมาตรฐานฝ ม อแรงงาน ด วยระบบอ เล กทรอน กส (Test Bank for e-testing System)

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล

บทสร ปส าหร บผ บร หาร

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แนวทาง การจ ดท าแผนการด าเน นงาน (Action Plan)

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน

สร ปรายงานผลการดาเน นงานตามโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

แผนปฏ บ ต การพ ฒนาสถาบ นครอบคร วจ งหว ดประจวบค ร ข นธ ประจาป พ.ศ (Action Plan) ม.ค. 58 ธ.ค. 57 พ.ย. 57 ก.พ. 58

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช

การว เคราะห และประเม นความเส ยงโครงการ

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด

แนวทางการดาเน นงาน การควบค มภายใน ของ อ.ส.ค.

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

ย ทธศาสตร ท... ความเส ยง : ด าน... หน วยงาน :... NPRU-RM1 การว เคราะห ความเส ยง แหล งท มาความเส ยง เก ดจากป จจ ย ภายใน (๖) ล าด บ ความ เส ยง (๑๑)

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

เคร องม อประเม น สถานศ กษาแบบอย างการจ ดก จกรรมการเร ยนร และการบร หารจ ดการตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง (สถานศ กษาพอเพ ยง) ป

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

รายงานผลการดาเน นงานโครงการบร หารความเส ยง สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตมหาสารคาม

Transcription:

การประเม นผลโครงการ แบบซ ปโมเดล (CIPP Model) ส วนประเม นผล สนผ. บทน า ในการด าเน นงานตามโครงการหร อการบร หารโครงการไม ว าจะเป นโครงการของร ฐร ฐว สาหก จ หร อเอกชนก ตาม จะต องม การวางแผนโครงการโดยก าหนดเป นว ตถ ประสงค และเป าหมายไว เพ อคาดหว ง ผลล พธ ท จะเก ดข นภายหล ง เม อวางแผนโครงการและม การว เคราะห ความเป นไปได ของโครงการ ตลอดจนการออกแบบโครงการเป นอย างด แล ว ผ ท ม อานาจก จะทาการค ดเล อกโครงการและอน ม ต โครงการ ต อไป ต อจากน นก จะม องค การน าโครงการไปปฏ บ ต หร อท เราเร ยกว า การบร หารโครงการ (Project Management) บ คคลท วไปม กจะค นเคยก บค ากล าวท ว า ถ าการวางแผนโครงการด ก เท าก บงาน ส าเร จไปแล วคร งหน ง แต ในความเป นจร งแล วการวางแผนโครงการท ด แค จะช วยเพ มโอกาสส าหร บ ความสาเร จเท าน น แต ก ม ใช เป นหล กประก นความส าเร จของนโยบาย/แผนงาน/โครงการสาธารณะท งหมด ท งน เพราะความส าเร จหร อความล มเหลวของนโยบาย/แผนงาน โครงการต างๆ จะต องผ านกระบวนการ ต างๆ อ กมาก โดยเฉพาะกระบวนการบร หารโครงการและการประเม นผลโครงการ ถ าจะกล าวให เข าใจง ายๆ ก ค อการวางแผน (Planning) เป นเร องของ การค ด การด าเน นการหร อการบร หาร (Implementation / Operation) เป นเร องของ การทา ส วนการประเม นผล (Evaluation)ก ค อ การเท ยบ ระหว างการค ดก บการกระทาน นเองการประเม นผลจ งเป นข นตอนส ดท ายท จะท าให ทราบว า การปฏ บ ต งาน ตามโครงการน นบรรล ว ตถ ประสงค หร อไม เพ ยงใด ม การเบ ยงเบนไปจากส งท ค ดไว หร อไม ถ าเบ ยงเบนจะ ได หาว ธ ปร บปร งแก ไขความคาดหว งก บการปฏ บ ต จร งน นเป นไปในท ศทางเด ยวก นให ได โดยเฉพาะใน ป จจ บ นการบร หารการพ ฒนาประเทศม ได ประเม นเฉพาะผลส าเร จของโครงการจากผลผล ต (Output) ท ได จากการด าเน นโครงการเท าน น แต ความส าเร จของโครงการจะต องพ จารณาท งผลผล ต (Output) ผลล พธ (Outcome) และผลกระทบ (Impact) ด วย ซ งเราเร ยกว า การบร หารแบบม งผลส มฤทธ (Result Base Management) ด งน นการท จะทราบถ งผลส มฤทธ ของโครงการต าง ๆ ได น น จาเป นจะต องอาศ ยกระบวนการ ต ดตามและประเม นผลท เป นระบบ

2 ความหมายของการประเม นผลโครงการ การประเม นผลโครงการ หมายถ ง กระบวนการท ม งแสวงหาคาตอบว านโยบาย/แผนงาน/โครงการ บรรล ตามว ตถ ประสงค และเป าหมายท ก าหนดไว หร อไม เพ ยงใด โดยม มาตรฐานและเคร องม อในการว ดท แม นตรงและเช อถ อได การประเม นผลจ งคล ายก บการหาใครส กคนหน งเอากระจกมาส องให เราเห น หน าตาต วเองว า สวยงามด แล วหร อย ง ม ข อบกพร องอะไรบ าง จะได ปร บปร งแก ไขตนเอง จ ดม งหมายของการประเม นผลโครงการ ม กจะม ค าถามอย ตลอดเวลาว า ประเม นผลเพ ออะไร หร อ ประเม นผลไปท าไม ปฏ บ ต งาน ตามโครงการแล วไม ม การประเม นผลไม ได หร อ ตอบได เลยว าการบร หารแนวใหม หร อการบร หารในระบบ เป ด (Open System) น นถ อว าการประเม นผลเป นข นตอนท ส าค ญมากซ งจ ดม งหมายของการประเม นผล โครงการม ด งน 1. เพ อสน บสน นหร อยกเล ก การประเม นผลจะเป นเคร องม อช วยต ดส นใจว าควรจะยกเล กโครงการ หร อสน บสน นให ม การขยายผลต อไป โดยเฉพาะการม โครงการใหม ๆ ย งม ได จ ดท าในร ปของโครงการ ทดลอง (Experimental) ซ งม โอกาสจะผ ดพลาดหร อล มเหลวได ง าย ความล มเหลวของโครงการจ งม ใช ความ ล มเหลวของผ บร หารเสมอไป ด งน นถ าเราประเม นผลแล วโครงการน นส าเร จตามท ก าหนดว ตถ ประสงค และเป าหมายไว ก ควรด าเน นการต อไป แต ถ าประเม นผลแล วโครงการน นม ป ญหา หร อม ผลกระทบเช งล บากกว า เราก ควรยกเล กไป 2. เพ อทราบถ งความก าวหน าของการปฏ บ ต งานตามโครงการ ว าเป นไปตามท กาหนดว ตถ ประสงค และเป าหมาย หร อกฎเกณฑ หร อมาตรฐานท กาหนดไว เพ ยงใด 3. เพ อปร บปร งงาน ถ าเราน าโครงการไปปฏ บ ต แล ว พบว าบางโครงการไม ได เส ยท งหมดแต ก ไม บรรล ว ตถ ประสงค ท ก าหนดไว ท กข อ เราควรน าโครงการน นมาปร บปร งแก ไขให ด ข น โดยพ จารณาว า โครงการน นบกพร องในเร องใด เช น ขาดความร วมม อของประชาชน ข ดต อค าน ยมของประชาชน ขาดการ ประชาส มพ นธ หร อสมรรถนะขององค การท ร บผ ดชอบต า เม อเราทราบผลของการประเม นผล เราก จะได ปร บปร งแก ไขให ตรงประเด น 4. เพ อศ กษาทางเล อก (Alternative) โดยปกต ในการนาโครงการไปปฏ บ ต น น ผ บร หารโครงการจะ พยายามแสวงหาทางเล อกท ด ท ส ด จากทางเล อกอย างน อย 2 ทางเล อก ด งน นการประเม นผลจะเป นการ เปร ยบเท ยบทางเล อก ก อนท จะต ดส นใจเล อกทางเล อกใดปฏ บ ต ท งน เพ อลดความเส ยงให น อยลง 5. เพ อขยายผล ในการนาโครงการไปปฏ บ ต ถ าเราไม ม การต ดตามและประเม นผลอย างต อเน อง เรา อาจจะไม ทราบถ งความส าเร จของโครงการ แต ถ าเราประเม นผลโครงการเป นระยะ สม าเสมอผลปรากฏว า โครงการน นบรรล ผลสาเร จตามท ก าหนดว ตถ ประสงค เราก ควรจะขยายผลโครงการน นต อไป แต การขยาย ผลน นม ได หมายความว าจะขยายไปได ท กพ นท การขยายผลต องค าน งถ งม ต ของประชากร เวลา สถานท

3 สถานการณ ต างๆ เช น โครงการปล กพ ชเม องหนาวจะประสบความส าเร จด ในพ นท ภาคเหน อ แต ถ าขยายผล ไปย งภ ม ภาคอ นอาจจะไม ได ผลด เสมอไป เพราะต องคาน งถ งล กษณะภ ม ประเทศ ภ ม อากาศ เช อชาต ค าน ยม ฯลฯ ด งน นส งท ต องค าน งถ งค อ ส งท น าไปในพ นท หน งอาจได ผลด แต น าไปขยายผลในพ นท หน งอาจไม ได ผล หร อ ส งท เคยทาได ผลด ในช วงเวลาหน ง อาจจะไม ได ผลด ในอ กช วงเวลาหน ง ร ปแบบการประเม นผลแบบ CIPP Model ค าว า ร ปแบบ หร อแบบจ าลอง ภาษาอ งกฤษใช ค าว า Model ซ งหมายถ ง ว ธ การท บ คคลใด บ คคลหน งได ถ ายทอดความค ด ความเข าใจ ตลอดจนจ นตนาการท ม ต อปรากฏการณ หร อเร องราวใด ๆ ให ปรากฏโดยใช การส อสารในล กษณะต าง ๆ เช น ภาพวาด ภาพเหม อน แผนภ ม แผนผ ง ฯลฯ เพ อให เข าใจได ง าย และสามารถน าเสนอเร องราวได อย างม ระบบ ( เยาวด รางช ยก ล ว บ ลย ศร. 2542 : 27 ) ในการ ประเม นผลโครงการน นม แนวค ดและโมเดลหลายอย าง แต ในท น ใคร ขอเสนอแนวค ดและโมเดลการ ประเม นแบบซ ป หร อ CIPP Model ของสต ฟเฟ ลบ ม (Stufflebeam) เพราะเป นโมเดลท ได ร บการยอมร บ ก นท วไปในป จจ บ นแนวค ดของสต ฟเฟ ลบ ม เน นการแบ งแยกบทบาทของการท างานระหว างฝ ายประเม น ก บฝ ายบร หารออกจากก นอย างเด นช ด กล าวค อฝ ายประเม นม หน าท ระบ จ ดหา และน าเสนอสารสนเทศ ให ก บฝ ายบร หาร ส วนฝ ายบร หารม หน าท เร ยกหาข อม ล และน าผลการประเม นท ได ไปใช ประกอบการ ต ดส นใจ เพ อดาเน นก จกรรมใดๆ ท เก ยวข องแล วแต กรณ ท งน เพ อป องก นการม อคต ในการประเม น ประเด นการประเม นตามร ปแบบ CIPP Model สต ฟเฟ ลบ ม ได กาหนดประเด นการประเม นออกเป น 4 ประเภท ตามอ กษรภาษาอ งกฤษต วแรกของ CIPP Model ซ งม รายละเอ ยดด งน 1. การประเม นสภาวะแวดล อม (Context Evaluation : C ) เป นการประเม นก อนการด าเน นการโครงการ เพ อพ จารณาหล กการและเหต ผล ความจ าเป นท ต อง ดาเน นโครงการ ประเด นป ญหา และความเหมาะสมของเป าหมายโครงการ เช น โครงการอาหารเสร มแก เด ก ว ยก อนเร ยน เราจะต องว ดส วนส ง และช งน าหน ก ตลอดจน ด ห ด เหา กลากเกล อน ของเด กก อน 2. การประเม นป จจ ยน าเข า (Input Evaluation : I ) เป นการประเม นเพ อพ จารณาถ งความเป นไปได ของโครงการ ความเหมาะสม และความพอเพ ยง ของทร พยากรท จะใช ในการด าเน นโครงการ เช น งบประมาณ บ คลากร ว สด อ ปกรณ เวลา ฯลฯ รวมท ง เทคโนโลย และแผนการดาเน นงาน

4 3. การประเม นกระบวนการ (Process Evaluation : P ) เป นการประเม นเพ อหาข อบกพร องของการด าเน นโครงการ ท จะใช เป นข อม ลในการพ ฒนา แก ไข ปร บปร ง ให การด าเน นการช วงต อไปม ประส ทธ ภาพมากข น และเป นการตรวจสอบก จกรรม เวลา ทร พยากรท ใช ในโครงการ ภาวะผ น า การม ส วนร วมของประชาชนในโครงการโดยม การบ นท กไว เป น หล กฐานท กข นตอน การประเม นกระบวนการน จะเป นประโยชน อย างมากต อการค นหาจ ดเด น หร อจ ดแข ง (Strengths) และจ ดด อย (Weakness) ของนโยบาย / แผนงาน/โครงการซ งม กจะไม สามารถศ กษาได ภายหล ง จากส นส ดโครงการแล ว 4. การประเม นผลผล ต (Product Evaluation : P ) เป นการประเม นเพ อเปร ยบเท ยบผลผล ตท เก ดข นก บว ตถ ประสงค ของโครงการ หร อมาตรฐานท กาหนดไว รวมท งการพ จารณาในประเด นของการย บ เล ก ขยาย หร อปร บเปล ยนโครงการแต การประเม นผล แบบน ม ได ให ความสนใจต อเร องผลกระทบ (Impact) และผลล พธ ( Outcomes ) ของนโยบาย / แผนงาน / โครงการเท าท ควร ด งน นอกจากน สต ฟเฟ ลบ ม ได น าเสนอประเภทของการต ดส นใจท สอดคล องก บประเด นท ประเม น 1. การต ดส นใจเพ อการวางแผน (Planning Decisions) เป นการต ดส นใจท ใช ข อม ลจากการประเม น สภาพแวดล อมท ได นาไปใช ในการกาหนดจ ดประสงค ของโครงการ ให สอดคล องก บแผนการดาเน นงาน 2. การต ดส นใจเพ อกาหนดโครงสร างของโครงการ (Structuring Decisions) เป นการต ดส นใจท ใช ข อม ลจากป จจ ยน าเข าท ได น าไปใช ในการก าหนดโครงสร างของแผนงาน และข นตอนของการด าเน นการ ของโครงการ 3. การต ดส นใจเพ อน าโครงการไปปฏ บ ต (Implementation Decisions) เป นการต ดส นใจท ใช ข อม ล จากการประเม นกระบวนการ เพ อพ จารณาควบค มการดาเน นการให เป นไปตามแผน และปร บปร งแก ไขการ ดาเน นการให ม ประส ทธ ภาพมากท ส ด 4. การต ดส นใจเพ อทบทวนโครงการ (Recycling Decisions) เช น การต ดส นใจเพ อใช ข อม ลจากการ ประเม นผลผล ต ( Output ) ท เก ดข น เพ อพ จารณาการย ต / ล มเล ก หร อขยายโครงการท จะน าไปใช ในโอกาส ต อไป จากข อม ลเก ยวก บประเด นการประเม นแบบ CIPP ท ง 4 ประการและประเภทของการต ดส นใจ ด งกล าวข างต น พอจะสร ปความส มพ นธ ระหว างประเภทของการประเม นก บการต ดส นใจ ด งแผนภ ม ท 1

5 แผนภ ม ท 1 : ความส มพ นธ ของการต ดส นใจ และประเภทของการประเม นแบบ CIPP Model เกณฑ และต วช ว ดความส าเร จ การประเม นผลโครงการน นต องม เกณฑ และต วช ว ด (Indicator) ระด บความส าเร จของโครงการให ทราบ ซ งโดยท วไปแล วเกณฑ ท ใช ในการประเม นผลโครงการ ( วรเดช จ นทรศร และไพโรจน ภ ทรนราก ล. 2541 : 44 ) ม ด งน 1. เกณฑ ประส ทธ ภาพ (Efficiency) ม ต วช ว ด เช น ส ดส วนของผลผล ตต อค าใช จ าย ผล ตภาพต อ หน วยเวลา ผล ตภาพต อกาล งคน ระยะเวลาในการให บร การ 2. เกณฑ ประส ทธ ผล (Effectiveness) ม ต วช ว ดเช น ระด บการบรรล เป าหมาย ระด บการบรรล ตาม เกณฑ มาตรฐาน ระด บการม ส วนร วม ระด บความเส ยงของโครงการ 3. เกณฑ ความพอเพ ยง (Adequacy) ม ต วช ว ด เช น ระด บความพอเพ ยงของทร พยากร 4. เกณฑ ความพ งพอใจ (Satisfaction) ม ต วช ว ด เช น ระด บความพ งพอใจ 5. เกณฑ ความเป นธรรม (Equity) ม ต วช ว ดค อ การให โอกาสก บผ ด อยโอกาส ความเป นธรรม ระหว างเพศ ระหว างกล มอาช พ ฯลฯ 6. เกณฑ ความก าวหน า (Progress) ม ต วช ว ด เช น ผลผล ตเปร ยบเท ยบก บเป าหมายรวมก จกรรมท ท า แล วเสร จ ทร พยากร และเวลาท ใช ไป

6 7. เกณฑ ความย งย น ( Sustainability ) ต วช ว ด เช น ความอย รอดของโครงการด านเศรษฐก จ สมรรถนะด านสถาบ น ความเป นไปได ในด านการขยายผลของโครงการ 8. เกณฑ ความเส ยหายของโครงการ ( Externalities ) ม ต วช ว ด เช น ผลกระทบด านส งแวดล อม ผลกระทบด านเศรษฐก จ ผลกระทบด านส งคมและว ฒนธรรม เป นต น ส าหร บต วช ว ด (Indicators) ความส าเร จของโครงการน น หมายถ งข อความท แสดงหร อระบ ประเด นท ต องการจะว ดหร อประเม น หร อต วแปรท ต องการจะศ กษา โดยจะม การระบ ล กษณะท ค อนข าง เป นร ปธรรม ท งส วนท ม ล กษณะเช งปร มาณ และส วนท แสดงล กษณะเช งค ณภาพ หล กการสร างต วช ว ดท ด ในการสร างต วช ว ดท ด จาเป นจะต องม หล กการท ใช เป นเป าหมายในการดาเน นการด งน 1. เล อกใช / สร างต วช ว ดท เป นต วแทนท สาค ญเท าน น 2. คาอธ บาย หร อการกาหนดต วช ว ดควรเป นวล ท ม ความช ดเจน 3. ต วช ว ดอาจจะกาหนดได ท งเช งปร มาณ และเช งค ณภาพก ได 4. ควรนาจ ดประสงค ของโครงการ หร อประเด นการประเม นมากาหนดต วช ว ด 5. การเก บรวบรวมข อม ลเก ยวก บต วช ว ดควรรวบรวมข อม ลท งจากแหล งปฐมภ ม และท ต ยภ ม ยกต วอย างการจ าแนกประเภทของต วช ว ดตามล กษณะของส งท ได ร บการประเม น เช น ต วช ว ดด านบร บท ( Context ) : ต วช ว ดสามารพ จารณาได จากส งต างๆ ด งน 1. สภาวะแวดล อมของ ก อนม โครงการ (ป ญหาว กฤต) 2. ความจาเป น หร อความต องการขณะน น และอนาคต 3. ความเข าใจร วมก นของท กฝ ายท เก ยวข องก บโครงการ ต วช ว ดด านป จจ ยน าเข า ( Input ) : ต วช ว ดสามารถพ จารณาได จากส งต างๆ ด งน 1. ความช ดเจนของว ตถ ประสงค ของโครงการ 2. ความพร อมของทร พยากร เช น งบประมาณ คน ว สด อ ปกรณ เวลา กฎระเบ ยบ 3. ความเหมาะสมของข นตอนระหว างป ญหา สาเหต ของป ญหา และก จกรรม ต วช ว ดด านกระบวนการ ( Process ) : ต วช ว ดสามารถพ จารณาได จากส งต างๆ ด งน 1. การตรวจสอบก จกรรม เวลา และทร พยากรของโครงการ 2. ความยอมร บของประชาชนและหน วยงานท เก ยวข องก บโครงการในพ นท 3. การม ส วนร วมของประชาชน และหน วยงานท เก ยวข องก บโครงการ 4. ภาวะผ นาในโครงการ

7 ต วช ว ดด านผลผล ต ( Product ) : ต วช ว ดสามารถพ จารณาได จากส งต างๆ ด งน 1. อ ตราการม งานทาของประชาชนท ยากจน 2. รายได ของประชาชนท เข าร วมโครงการ 3. ความพ งพอใจของประชาชนท เข าร วมโครงการ ต วช ว ดด านผลล พธ ( Outcomes ) : ต วช ว ดสามารถพ จารณาได จากส งต างๆ ด งน 1. ค ณภาพช ว ตของตนเอง และครอบคร วตามเกณฑ มาตรฐาน 2. การไม อพยพย ายถ น 3. การม ส วนร วมในการพ ฒนาช มชน ต วช ว ดด านผลกระทบ ( Impact ) : ต วช ว ดสามารถพ จารณาได จากส งต างๆ ด งน 1. ผลกระทบทางบวก / เป นผลท คาดหว งจากการม โครงการ 2. ผลกระทบทางลบ / เป นผลท ไม คาดหว งจากโครงการ เกณฑ และต วช ว ดด งกล าวน สามารถใช เป นเคร องม อในการประเม นผลโครงการได ด ซ งจะ ครอบคล ม ม ต ด านเศรษฐก จ ส งคม ด านบร หารจ ดการ ด านทร พยากร และด านส งแวดล อม เป นต น นอกจากน นย งสามารถว ดถ งความส าเร จ และความล มเหลวของโครงการพ ฒนาต างๆ ของร ฐได ซ งในทาง ปฏ บ ต น กประเม นผล จะต องน าเกณฑ และต วช ว ดด งกล าวมาปร บใช ให เหมาะสมก บล กษณะ และบร บท ของโครงการด วย และจากการศ กษาถ งแนวค ดการประเม นโครงการของ สต ฟเฟ ลบ ม สร ปได ว าร ปแบบ การประเม นโครงการแบบ CIPP Model เป นร ปแบบการประเม นท ม ความต อเน องก นในการด าเน นงาน อย างครบวงจร ม การเก บรวมรวมข อม ลตามท ได ก าหนดไว แล วน าข อม ลท ได น นจ ดท าให เป นสารสนเทศ เพ อน าโครงการไปปฏ บ ต เพ อปร บปร งโครงการอย างท นท วงท โดยแบ งเป น 4 ด าน ค อ ด านบร บท ด านป จจ ยนาเข า ด านกระบวนการ และด านผลผล ต -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หน งส ออ างอ ง เยาวด รางช ยก ล ว บ ลย ศร. ( 2542 ). การประเม นโครงการแนวค ดและการปฏ บ ต. กร งเทพฯ : จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย. วรเดช จ นทรศร และไพโรจน ภ ทรนราก ล. ( 2541). การประเม นผลระบบเป ด. กร งเทพฯ : สมาคม ร ฐประศาสนศาสตร. สาน กงานสภาสถาบ นราชภ ฏ. ( 2545). ช ดว ชาการประเม นเพ อการพ ฒนา. กร งเทพฯ : สาน กมาตรฐาน การศ กษา.