แผนการจ ดการเร ยนร ท 1



Similar documents
ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus)

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

แผนการจ ดการเร ยนร หน วยท 5

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus)

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

โปรแกรม Limbothai. โปรแกรม Limbothai -ห องเร ยนทางไกล หน วยท 2 การต ดต ง

คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

คาอธ บายรายว ชา

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ)

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห )

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

Life's Advantages and Disadvantages of Licensing

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน

แผนการจ ดการเร ยนร แบบบ รณาการท 1 หน วยท - รห สว ชา สอนคร งท

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง

กรอบแนวค ดการประเม นผลการ ปฏ บ ต งาน

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม ก นยายน 2553)

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus)

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

โรงเร ยนนวม นทราช น ท ศ บด นทรเดชา โครงการสอนรายภาคเร ยน รายว ชา ง30252 คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จ านวน

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

ค ม อการใช งาน สาหร บคร ผ สอน,คร ท ปร กษา

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

โครงการสอน ภาคเร ยนท ป การศ กษา คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

รายงานผลการใช แผนการจ ดการเร ยนร

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล

ประมวลรายว ชาเทคโนโลย สารสนเทศ 1 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1

แผนการจ ดการเร ยนร ช อว ชา พฤต กรรมผ บร โภค ช อหน วย การแบ งส วนตลาดก บพฤต กรรมผ บร โภค ช อเร องหร อช องาน จานวนช วโมง สาระสาค ญ จ ดประสงค การเร ยนร

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55

เพ อนาเสนอผลงานว จ ยท ได ร บท น สวทช.ภาคเหน อท เป นงานว จ ยเพ อแก ไขและ พ ฒนาท องถ น

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม

ด านท 2 การบร หารหล กส ตร และงานว ชาการ

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย รห ส ง32101

แบบประเม นผลตนเองก อนเร ยนหน วยท 9

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

(ผ ขอร บการประเม นตามหล กเกณฑ น สามารถส งคาขอร บการประเม นพร อมเอกสารท เก ยวข องได ตลอดป รอบป ละ 1 คร ง)

ห วข อการประกวดแข งข น

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง

EO/2 ระบบปฏ บ ต การ Windows XP

แผนการสอน/แผนการเร ยนร ภาคทฤษฎ

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 บ ณฑ ตว ทยาล ย มหาว ทยาล ยราชธาน

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด

Transcription:

แผนการจ ดการเร ยนร ท 1 กล มสาระการเร ยนร.การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชา และเทคโนโลย ช อหน วยการเร ยนร ประโยชน และโทษของ เวลา ๖ ช วโมง เร อง ประโยชน ของ เวลา ๔ ช วโมง 1. มาตรฐานการเร ยนร มาตรฐาน ง 3.1 เข าใจ เห นค ณค า และใช กระบวนการเทคโนโลย สารสนเทศใน การส บค นข อม ล การเร ยนร การส อสาร การแก ป ญหา การทางาน และอาช พอย างม ประส ทธ ภาพ ประส ทธ ผล และม ค ณธรรม 2. ต วช ว ด มฐ.ง 3.1 ป. ๔/3 บอกประโยชน และโทษจากการใช งาน 3. สาระสาค ญ สามารถประย กต ใช งานได หลากหลาย ทาให เก ดประโยชน มากมายต อการสร างช นงาน ท งช นงานในร ปแบบเอกสารส งพ มพ ภาพน ง และม ลต ม เด ย การต ดต อส อสารก บผ อ นจากการใช บร การไปรษณ ย อ เล กทรอน กส และสนทนาออนไลน และการสร างความบ นเท งจากการเล นเกม การด ภาพยนตร และการฟ งเพลง 4. สาระการเร ยนร 4.1 ความร 1. อธ บายประโยชน ของได (K) 4.2 ท กษะ/กระบวนการ 2. ม ท กษะในแสวงหาความร เก ยวก บประโยชน ของ(P) 4.3 ค ณล กษณะ 3. เห นความสาค ญของการม มารยาทและม ความร บผ ดชอบการใช งานให เก ด ประโยชน (A)

5. ก จกรรมการเร ยนร ข นท 1 ข นนำเข ำส บทเร ยน 1. คร ถามว า น กเร ยนคนใดเคยใช บ าง และใช ทาส งใดบ าง ๒. คร ส มน กเร ยน 2-3 คนตอบคาถามให เพ อนฟ ง ข นท 2 ข นสอน ข นท 3 ข นสร ป ๑. คร อธ บายเก ยวก บประโยชน จากการใช งาน หน วยการเร ยนร ท ๓ ประโยชน และโทษของ จากใบความร ท ๓.๑ เร อง ประโยชน ของ โดยแสดงช นงานท สร างจากประกอบการอธ บาย ๒. คร เป ดส อการสอน Microsoft Office 2007 เร อง ประโยชน ของ ๓. คร แบ งกล มน กเร ยน กล มละ ๓ คน ให น กเร ยนท าใบงานท ๓.๑ เร อง ประโยชน ของ 1. ผ สอนส มน กเร ยนท ละกล ม นาเสนอผลสร ปการอภ ปราย 2. คร และน กเร ยนร วมก นสร ปเก ยวก บประโยชน ของ 6. ส อ อ ปกรณ และแหล งการเร ยนร 1. เคร องท ต อเช อมระบบอ นเทอร เน ตและต วอย างเว บไซต สาหร บค นข อม ล 2. ใบความร ท 3.๑ เร อง ประโยชน ของ 3. ใบงานท ๓.๑ เร อง ประโยชน ของ 4. หน งส อเร ยนสาระการเร ยนร พ นฐาน เทคโนโลย สารสนเทศ ป.๔ 5. หน งส อแบบฝ กห ดสาระการเร ยนร พ นฐาน เทคโนโลย สารสนเทศ ป. ๔ 6. ส อการสอนโดยใช โปรแกรม Microsoft Powerpoint 2007 เร อง ประโยชน ของ

7. การว ดและประเม นผลการเร ยนร เป าหมาย หล กฐาน ว ธ ว ด เคร องม อว ด สาระสาค ญ สามารถ ประย กต ใช งานได หลากหลาย ทาให เก ด ประโยชน มากมายต อ การสร างช นงาน ท ง ช นงานในร ปแบบ เอกสารส งพ มพ ภาพน ง และม ลต ม เด ย การต ดต อส อสารก บ ผ อ นจากการใช บร การ ไปรษณ ย อ เล กทรอน กส และ สนทนาออนไลน และ การสร างความบ นเท ง จากการเล นเกม การด ภาพยนตร และการฟ ง เพลง - ใบงานท 3.1 เร อง ประโยชน ของ - แบบประเม นตนเอง ด านการเร ยนและ การทางาน การ ทางานเป นกล ม การศ กษาค นคว า ค ณธรรม จร ยธรรม ค าน ยมท พ ง ประสงค - ใบงานท 3.1 เร อง ประโยชน ของ - แบบประเม นตนเอง ด านการเร ยนและ การทางาน - การประเม นผลการ ทางานเป นกล ม - การประเม นผล การศ กษาค นคว า - การประเม นผล ค ณธรรม จร ยธรรม ค าน ยมท พ ง ประสงค - ใบงานท 3.1 เร อง ประโยชน ของ - แบบประเม นตนเอง ด านการเร ยนและ การทางาน การ ทางานเป นกล ม การศ กษาค นคว า ค ณธรรม จร ยธรรม ค าน ยมท พ ง ประสงค

เป าหมาย หล กฐาน ว ธ ว ด เคร องม อว ด ต วช ว ด มฐ.ง 3.1 ป. ๔/3 บอกประโยชน และโทษ จากการใช งาน ต วช ว ด มฐ.ง 3.1 ป. ๔/3 บอกประโยชน และโทษ จากการใช งาน ค ณล กษณะ 1. เห นความสาค ญ ของการม มารยาทและ ม ความร บผ ดชอบการ ใช งานให เก ดประโยชน - ใบงานท 3.1 เร อง ประโยชน ของ การศ กษาค นคว า ค ณธรรม จร ยธรรม ค าน ยมท พ งประสงค - แบบส งเกตความ สนใจและความ ต งใจในการทา ก จกรรมของ น กเร ยน - ใบงานท 3.1 เร อง ประโยชน ของ - การประเม นผล การศ กษาค นคว า - การประเม นผล ค ณธรรม จร ยธรรม ค าน ยมท พ งประสงค - แบบส งเกตความ สนใจและความ ต งใจในการทา ก จกรรมของ น กเร ยน - ใบงานท 3.1 เร อง ประโยชน ของ การศ กษาค นคว า ค ณธรรม จร ยธรรม ค าน ยมท พ งประสงค - แบบส งเกตความ สนใจและความ ต งใจในการทา ก จกรรมของ น กเร ยน 8. ก จกรรมเสนอแนะ น กเร ยนควรไปศ กษาเพ มเต มจากหน งส อต อไปน - หน งส อท เก ยวข องก บประโยชน และโทษของ

9. ข อเสนอแนะของห วหน าสถานศ กษาหร อผ ท ได ร บมอบหมาย ได ทาการตรวจแผนการจ ดการเร ยนร ของนายช เก ยรต เม องกร งแล วม ความเป นด งน 9.1 เป นแผนการจ ดการเร ยนร ท ด มาก ด ด พอใช ควรปร บปร ง 9.2 การจ ดก จกรรมได นาเอากระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นสาค ญมาใช ในการสอนได อย างเหมาะสม ท ย งไม เน นผ เร ยนเป นสาค ญ ควรปร บปร งพ ฒนาต อไป 9.3 เป นแผนการจ ดการเร ยนร ท นาไปใช ได จร ง ควรปร บปร งก อนนาไปใช 9.4 ข อเสนอแนะอ นๆ......... ลงช อ... (...) ตาแหน ง...

บ นท กผลการจ ดการเร ยนร 1. ผลการสอน 2. ป ญหาและอ ปสรรค 3. แนวทางแก ไข/พ ฒนา ลงช อ... ( นายช เก ยรต เม องกร ง ) ตาแหน ง คร ข อเสนอแนะของผ บร หาร (ตรวจสอบ/น เทศ/เสนอแนะ/ร บรอง) ลงช อ... (...) ตาแหน ง...

ใบความร ท ๓.๑ เร อง ประโยชน ของ ประโยชน ของ 1. ด านการศ กษา - ช วยนาเสนอข อม ลได หลากหลายร ปแบบ - ช วยรวบรวมข อม ลต าง ๆ ไว ในแหล งข อม ลเด ยวก น - ช วยให ผ เร ยนสามารถศ กษาหาความร ได ด วยตนเอง - ช วยแลกเปล ยนและนาเสนอแนวความค ดของผ เร ยนและผ อ น 2. ด านการส อสาร - ช วยประหย ดเวลาและค าใช จ ายในการต ดต อส อสาร - เป นส อกลางในร บและส งข อม ลจากท หน งไปย งอ กท หน ง - ช วยกระจายข อม ลจากแหล งข อม ลหน งไปย งผ ใช ท กคน 3. ด านการบร หารประเทศ - เป นช องทางการร บร ข อม ลจากประชาชน - เป นช องทางการนาเสนอข อม ลไปส ประชาชน - ส งเสร มการแสดงออกซ งประชาธ ปไตย - เพ มท ศนคต ท เก ยวก บการบร หารประเทศด านบวกให แก ประชาชน 4. ด านส งคมศาสตร - ช วยเก บข อม ลสถ ต ด านส งคมศาสตร - ช วยคานวณแนวโน มป ญหาท อาจเก ดข นในอนาคต - ช วยนาเสนอข อม ลในร ปแบบของกราฟ แผนภ ม หร อภาพ 3 ม ต ทาให สามารถ เปร ยบเท ยบข อม ลต าง ๆ ได ง ายย งข น 5. ด านว ศวกรรม - ช วยออกแบบและคานวณโครงสร างบ านและอาคาร - สร างโมเดลจาลองก อนการสร างโมเดลจร ง - ควบค มการทางานด านก อสร างท ม ความละเอ ยดอ อน - ช วยประมวลผลและประเม นสถานการณ ท อาจเก ดป ญหาข นในอนาคต 6. ด านว ทยาศาสตร - ช วยเก บและประมวลผลข อม ลในงานว จ ยและการทดลองต าง ๆ - เช อมต อก บอ ปกรณ ทางว ทยาศาสตร เพ อเพ มประส ทธ ภาพของอ ปกรณ น น - ช วยทางานว จ ยหร องานทดลองท ม ความละเอ ยดและม ขนาดท เล ก ๆ ได - สร างแบบจาลองงานทดลองเพ อลดความผ ดพลาดจากการทดลองก บของจร ง 7. ด านการแพทย - ลดความผ ดพลาดและเพ มความแม นยาในการว น จฉ ยและร กษาโรค - เผยแพร ข อม ลเก ยวก บการด แลร กษาส ขภาพ - ช วยลดเวลาในการ กษาโรค

8. ด านอ ตสาหกรรม - ช วยควบค มการผล ตช นงานให ได ปร มาณและค ณภาพตามต องการ - ช วยทางานในพ นท เส ยงภ ยหร องานท มน ษย ไม สามารถท าได - ช วยลดป ญหาการขาดแคลนแรงงาน - ช วยคานวณปร มาณว ตถ ด บ ส นค า และกาไร 9. ด านธ รก จ - เป นช องทางในการนาเสนอส นค า - ช วยตรวจสอบและส งซ อส นค าต าง ๆ - ขยายโอกาสทางธ รก จให แก ผ ท ม เง นท นต า - ช วยคานวณต วเลขทางธ รก จได อย างแม นยา - เพ มความสะดวกในการซ อและขายส นค าจากท วโลก 10. ด านธนาคาร - ลดข นตอนในการดาเน นงาน - ช วยอานวยความสะดวกให แก ผ ใช บร การธนาคาร ทาให สามารถจ ดการด านการเง นได ท กท ตลอดเวลา - ช วยเก บข อม ลล กค าไว ในส วนกลาง ทาให สามารถตรวจสอบข อม ลของล กค าได จากท ก ธนาคาร 11. ด านสาน กงาน - ใช สร างงานนาเสนอในร ปแบบท น าสนใจ - ช วยประหย ดค าใช จ ายในการพ มพ เอกสาร - ช วยเก บข อม ลท เป นประโยชน ต อการต ดส นใจของผ บร หาร

ใบงานท ๓.๑ เร อง ประโยชน ของ หน วยการเร ยนร ท 1 ประโยชน ของ เวลา 20 นาท ต วช ว ด มฐ.ง 3.1 ป. ๔/3 บอกประโยชน และโทษจากการใช งาน คาช แจง ให น กเร ยนตอบคาถามต อไปน 1. ด านการศ กษา 2. ด านการส อสาร 3. ด านการบร หารประเทศ 4. ด านส งคมศาสตร 5. ด านว ศวกรรม 6. ด านว ทยาศาสตร 7. ด านการแพทย

8. ด านอ ตสาหกรรม 9. ด านธ รก จ 10. ด านธนาคาร 11. ด านสาน กงาน

ส อการสอนโดยใช โปรแกรม Microsoft Powerpoint 2007 เร อง ประโยชน และโทษ

แบบส งเกตความสนใจและความต งใจในการทาก จกรรมของน กเร ยน ช อน กเร ยน...ช น... ก จกรรม...ว นท... รายการ ปฏ บ ต ไม ปฏ บ ต 1. เร มต นงานท ได ร บมอบหมายท นท 2. ทางานเสร จเร ยบร อยตามเวลาท กาหนด 3. ขอคาแนะนาจากคร หร อเพ อเม อไม เข าใจ 4. ทาก จกรรมด วยความสน กสนานและเต มใจ 5. ม ส วนร วมในการทาก จกรรมอย างสม าเสมอ 6. ช วยเหล อแนะนาเพ อนในการทาก จกรรมตามสมควร 7. สนใจศ กษาหาความร เพ มเต มด วยตนเอง รวมคะแนน หมายเหต 1. ข อใดท น กเร ยนปฏ บ ต ได คะแนน 1 คะแนน ไม ปฏ บ ต ได คะแนน 0 คะแนน 2. เกณฑ การประเม นจากแบบส งเกตอาจกาหนด ด งน 7 คะแนน ด มาก 5-6 คะแนน ด 3-4 คะแนน พอใช 1-2 คะแนน ควรปร บปร ง 3. คร อาจส มเล อกน กเร ยนเท าท สามารถส งเกตได ในการส งเกตแต ละคร งโดยหม นเว ยนไปจนครบท ก คนในห อง

แบบประเม นผลการทางานเป นกล ม ว ชา...รห สว ชา...ระด บช น...ภาคเร ยนท...ป การศ กษา... ช อกล ม... ข อท ห วข อการประเม น 1 คณะทางาน 2 ความร บผ ดชอบต อหน าท 3 ข นตอนการทางาน 4 เวลาเร ยน 5 ความร วมม อในการทางาน รวม เกณฑ การให คะแนน 4 3 2 1 รวม (20) ระด บค ณภาพ คะแนน 16 20 หมายถ ง ด มาก คะแนน 11 15 หมายถ ง ด คะแนน 6 10 หมายถ ง พอใช คะแนน 1-5 หมายถ ง ปร บปร ง

รายละเอ ยดเกณฑ การให คะแนนแบบประเม นผลการทางานเป นกล ม ประเด น การประเม น 1. คณะทางาน ม ประธาน เลขาน การ ผ นา เสนอ ผ ร วมงาน 2. ความ ร บผ ดชอบ ต อหน าท 3. ข นตอน การทางาน เกณฑ การให คะแนน 4 3 2 1 ท กคนม หน าท และความ ร บผ ดชอบต อ หน าท ของตนเอง - ค ดเล อกและ เตร ยมข อม ลได เหมาะสม - ม การวางแผน การทางาน - ม การเตร ยม ว สด อ ปกรณ - ม การปฏ บ ต ตามแผนและ พ ฒนางาน 4. เวลา เสร จก อนกาหนด และงานม ค ณภาพ 5. ความร วมม อ ในการทางาน ท กคนม ส วนร วม และให ความ ร วมม ออย างเต มท ขาดองค ประกอบ 1 อย าง ม ผ ม หน าท แต ไม ร บผ ดชอบ 1 คน ขาด 1 ข นตอน หร อไม ช ดเจน เสร จตามกาหนด และงานม ค ณภาพ 80% ของกล มม ส วนร วมและให ความร วมม อ ขาดองค ประกอบ 2 อย าง ม ผ ม หน าท แต ไม ร บผ ดชอบ 2 คน ขาด 2 ข นตอน หร อไม ช ดเจน เสร จไม ท น กาหนด แต งาน ม ค ณภาพ 60% ของกล มม ส วนร วมและให ความร วมม อ ขาดองค ประกอบ 2 อย างข นไป ม ผ ม หน าท แต ไม ร บผ ดชอบ 2 คน ข นไป ขาดมากกว า 2 ข นตอนข นไป เสร จไม ท น กาหนด และงาน ไม ม ค ณภาพ 40% ของกล มม ส วนร วมและให ความร วมม อ

แบบประเม นตนเองด านการเร ยนและการทางาน ช อ...ช น...เลขท... รายว ชา... ระด บค ณภาพ 5 หมายถ ง สม าเสมอ 4 หมายถ ง ปานกลาง 3 หมายถ ง น อย 2 หมายถ ง น อยท ส ด 1 หมายถ ง ไม ม เลย เกณฑ การประเม น 1. ม ความต งใจ กระต อร อร นในการเร ยน 2. ม ความชอบท ทาก จกรรมการเร ยนการสอนท กคร ง 3. ให ความช วยเหล อ แนะน าเพ อนได 4. ร บผ ดชอบตนเองในการท างาน 5. เห นประโยชน จากการท างานของตนเองท กคร ง 6. ส งงานท กคร ง ตรงเวลา 7. ม ความส ขในการเร ยน ระด บค ณภาพ 5 4 3 2 1 เกณฑ การประเม นผล 1. ได คะแนนรวมไม น อยกว า 20 คะแนน ถ อว าผ านเกณฑ การประเม น 2. นาคะแนนมาค ดเท ยบเป นคะแนนในส วนของท กษะกระบวนการ โดย 2.1 ได คะแนนช วง 14-16 ค ดเป น 1 คะแนน 2.2 ได คะแนนช วง 17-19 ค ดเป น 2 คะแนน 2.3 ได คะแนนช วง 20 ค ดเป น 3 คะแนน

แบบส งเกตความสนใจและความต งใจในการทาก จกรรมของน กเร ยน ช อน กเร ยน...ช น... หน วยการเร ยนร... เร อง... สาระว ชา... รายการ ปฏ บ ต ไม ปฏ บ ต 1. เร มต นงานท ได ร บมอบหมายท นท 2. ทางานเสร จเร ยบร อยตามเวลาท กาหนด 3. ขอคาแนะนาจากคร หร อเพ อเม อไม เข าใจ 4. ทาก จกรรมด วยความสน กสนานและเต มใจ 5. ม ส วนร วมในการทาก จกรรมอย างสม าเสมอ 6. ช วยเหล อแนะนาเพ อนในการทาก จกรรมตามสมควร 7. สนใจศ กษาหาความร เพ มเต มด วยตนเอง รวมคะแนน หมายเหต 1. ข อใดท น กเร ยนปฏ บ ต ได คะแนน 1 คะแนน ไม ปฏ บ ต ได คะแนน 0 คะแนน 2. เกณฑ การประเม นจากแบบส งเกตอาจกาหนด ด งน 7 คะแนน ด มาก 5-6 คะแนน ด 3-4 คะแนน พอใช 1-2 คะแนน ควรปร บปร ง 3. คร อาจส มเล อกน กเร ยนเท าท สามารถส งเกตได ในการส งเกตแต ละคร งโดยหม นเว ยน ไปจนครบท กคนในห อง

แผนการจ ดการเร ยนร ท ๒ กล มสาระการเร ยนร.การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชา และเทคโนโลย ช อหน วยการเร ยนร ประโยชน และโทษของ เวลา ๖ ช วโมง เร อง โทษของ เวลา ๒ ช วโมง 1. มาตรฐานการเร ยนร มาตรฐาน ง 3.1 เข าใจ เห นค ณค า และใช กระบวนการเทคโนโลย สารสนเทศใน การส บค นข อม ล การเร ยนร การส อสาร การแก ป ญหา การทางาน และอาช พอย างม ประส ทธ ภาพ ประส ทธ ผล และม ค ณธรรม 2. ต วช ว ด มฐ.ง 3.1 ป. ๔/3 บอกประโยชน และโทษจากการใช งาน 3. สาระสาค ญ เป นอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศท ทางานตามคาส งของผ ใช ท เป นมน ษย ถ า หากมน ษย ขาดจ ตสาน ก ขาดความร บผ ดชอบ แบ งเวลาไม ถ กต อง และใช งานอย างไม เหมาะสม ก ให โทษต อผ ใช ท งในด านร างกายและส งคม 4. สาระการเร ยนร 4.1 ความร 1. อธ บายโทษของได (K) 4.2 ท กษะ/กระบวนการ 2. ม ท กษะในแสวงหาความร เก ยวก บโทษของ(P) 4.3 ค ณล กษณะ 3. เห นความสาค ญของการม มารยาทและม ความร บผ ดชอบการใช งานให เก ด ประโยชน (A)

5. ก จกรรมการเร ยนร ข นท 1 ข นนำเข ำส บทเร ยน 1. คร ถามว า จากประสบการณ ของน กเร ยนเคยใช นานท ส ดก ช วโมง และใช เพ อทาอะไรบ าง 2. น กเร ยนร วมก นตอบและอภ ปรายคาถามของคร แล วค ดเล อกน กเร ยนท เคยใช นานท ส ด ๒-๓ คน ออกมาเล าประสบการณ ในการใช และ กล าวถ งผลเส ยของการใช นาน ๆ ข นท 2 ข นสอน ข นท 3 ข นสร ป ๑. คร อธ บายเก ยวก บโทษน จากการใช งาน หน วยการเร ยนร ท ๓ ประโยชน และโทษของ จากใบความร ท ๓.๒ เร อง โทษของ โดยแสดงช นงานท สร างจากประกอบการอธ บาย ๒. คร เป ดส อการสอน Microsoft Office 2007 เร อง โทษของ ๓. คร แบ งกล มน กเร ยน กล มละ ๓ คน ให น กเร ยนท าใบงานท ๓.๒ เร อง โทษของ 1. ผ สอนส มน กเร ยนท ละกล ม นาเสนอผลสร ปการอภ ปราย 2. คร และน กเร ยนร วมก นสร ปเก ยวก บโทษของ 6. ส อ อ ปกรณ และแหล งการเร ยนร 1. เคร องท ต อเช อมระบบอ นเทอร เน ตและต วอย างเว บไซต สาหร บค นข อม ล 2. ใบความร ท 3.๒ เร อง โทษของ 3. ใบงานท ๓.๒ เร อง โทษของ 4. หน งส อเร ยนสาระการเร ยนร พ นฐาน เทคโนโลย สารสนเทศ ป.๔ 5. หน งส อแบบฝ กห ดสาระการเร ยนร พ นฐาน เทคโนโลย สารสนเทศ ป. ๔ 6. ส อการสอนโดยใช โปรแกรม Microsoft Powerpoint 2007 เร อง โทษของ

7. การว ดและประเม นผลการเร ยนร เป าหมาย หล กฐาน ว ธ ว ด เคร องม อว ด สาระสาค ญ เป น อ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศท ทางาน ตามคาส งของผ ใช ท เป นมน ษย ถ าหาก มน ษย ขาดจ ตสาน ก ขาดความร บผ ดชอบ แบ งเวลาไม ถ กต อง และใช งานอย างไม เหมาะสม ก ให โทษต อผ ใช ท งใน ด านร างกายและส งคม - ใบงานท ๓.๒ เร อง โทษของ - แบบประเม นตนเอง ด านการเร ยนและ การทางาน การ ทางานเป นกล ม การศ กษาค นคว า ค ณธรรม จร ยธรรม ค าน ยมท พ ง ประสงค - ใบงานท ๓.๒ เร อง โทษของ - แบบประเม นตนเอง ด านการเร ยนและ การทางาน - การประเม นผลการ ทางานเป นกล ม - การประเม นผล การศ กษาค นคว า - การประเม นผล ค ณธรรม จร ยธรรม ค าน ยมท พ ง ประสงค - ใบงานท ๓.๒ เร อง โทษของ - แบบประเม นตนเอง ด านการเร ยนและ การทางาน การ ทางานเป นกล ม การศ กษาค นคว า ค ณธรรม จร ยธรรม ค าน ยมท พ ง ประสงค

เป าหมาย หล กฐาน ว ธ ว ด เคร องม อว ด ต วช ว ด มฐ.ง 3.1 ป. ๔/3 บอกประโยชน และโทษ จากการใช งาน ต วช ว ด มฐ.ง 3.1 ป. ๔/3 บอกประโยชน และโทษ จากการใช งาน ค ณล กษณะ 1. เห นความสาค ญ ของการม มารยาทและ ม ความร บผ ดชอบการ ใช งานให เก ดประโยชน - ใบงานท ๓.๒ เร อง โทษของ การศ กษาค นคว า ค ณธรรม จร ยธรรม ค าน ยมท พ งประสงค - แบบส งเกตความ สนใจและความ ต งใจในการทา ก จกรรมของ น กเร ยน - ใบงานท ๓.๒ เร อง โทษของ - การประเม นผล การศ กษาค นคว า - การประเม นผล ค ณธรรม จร ยธรรม ค าน ยมท พ งประสงค - แบบส งเกตความ สนใจและความ ต งใจในการทา ก จกรรมของ น กเร ยน - ใบงานท ๓.๒ เร อง โทษของ การศ กษาค นคว า ค ณธรรม จร ยธรรม ค าน ยมท พ งประสงค - แบบส งเกตความ สนใจและความ ต งใจในการทา ก จกรรมของ น กเร ยน 8. ก จกรรมเสนอแนะ น กเร ยนควรไปศ กษาเพ มเต มจากหน งส อต อไปน - หน งส อท เก ยวข องก บประโยชน และโทษของ

9. ข อเสนอแนะของห วหน าสถานศ กษาหร อผ ท ได ร บมอบหมาย ได ทาการตรวจแผนการจ ดการเร ยนร ของนายช เก ยรต เม องกร งแล วม ความเป นด งน 9.1 เป นแผนการจ ดการเร ยนร ท ด มาก ด ด พอใช ควรปร บปร ง 9.2 การจ ดก จกรรมได นาเอากระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นสาค ญมาใช ในการสอนได อย างเหมาะสม ท ย งไม เน นผ เร ยนเป นสาค ญ ควรปร บปร งพ ฒนาต อไป 9.3 เป นแผนการจ ดการเร ยนร ท นาไปใช ได จร ง ควรปร บปร งก อนนาไปใช 9.4 ข อเสนอแนะอ นๆ......... ลงช อ... (...) ตาแหน ง...

บ นท กผลการจ ดการเร ยนร 1. ผลการสอน 2. ป ญหาและอ ปสรรค 3. แนวทางแก ไข/พ ฒนา ลงช อ... ( นายช เก ยรต เม องกร ง ) ตาแหน ง คร ข อเสนอแนะของผ บร หาร (ตรวจสอบ/น เทศ/เสนอแนะ/ร บรอง) ลงช อ... (...) ตาแหน ง...

ใบความร ท ๓.๒ เร อง โทษของ 1. เส ยส ขภาพ : การใช ต ดต อก นเป นเวลานานจะทาให เก ดผลเส ยต อส ขภาพได เช น สายตา พร าม ว ปวดเม อยตามร างกาย เป นต น 2. ความส มพ นธ ก บคนรอบข างลดลง : ความส มพ นธ ก บคนในครอบคร วและคนรอบข างลดน อยลง เพราะ เวลาส วนใหญ จะถ กใช ไปก บการอย ท หน าจอ ท าให ขาดส งคมได

3. เก ดป ญหาส งคม : ทาให เก ดป ญหาส งคม เช นการล อลวงเพ อทาการม ด ม ร าย ซ งส วนใหญ เก ดข นก บว ย ของน กเร ยน เพราะเป นว ยท ไว ใจคนง าย จ งเป นช องทางให ม จฉาช พปฏ บ ต ในส งท ไม ด 4. เก ดการเล ยนแบบพฤต กรรมท ไม ด : เพราะส อท เห นทางอ นเทอร เน ตทาให เก ดการเล ยนแบบพฤต กรรม ต างๆ ท ไม เหมาะสม เช น การแสดงออกก บเพศตรงข ามอย างไม เหมาะสม หร อ แม กระท งการต งแก งก อ เหต ต างๆ เป นต น

ใบงานท ๓.2 เร อง โทษของ หน วยการเร ยนร ท 1 ประโยชน และโทษของ เวลา 20 นาท ต วช ว ด มฐ.ง 3.1 ป. ๔/3 บอกประโยชน และโทษจากการใช งาน คาช แจง ให น กเร ยนตอบคาถามต อไปน 1. ให น กเร ยนบอกโทษของมาอย างน อย 5 ข อ...........................

ส อการสอนโดยใช โปรแกรม Microsoft Powerpoint 2007 เร อง ประโยชน และโทษ

แบบส งเกตความสนใจและความต งใจในการทาก จกรรมของน กเร ยน ช อน กเร ยน...ช น... ก จกรรม...ว นท... รายการ ปฏ บ ต ไม ปฏ บ ต 1. เร มต นงานท ได ร บมอบหมายท นท 2. ทางานเสร จเร ยบร อยตามเวลาท กาหนด 3. ขอคาแนะนาจากคร หร อเพ อเม อไม เข าใจ 4. ทาก จกรรมด วยความสน กสนานและเต มใจ 5. ม ส วนร วมในการทาก จกรรมอย างสม าเสมอ 6. ช วยเหล อแนะนาเพ อนในการทาก จกรรมตามสมควร 7. สนใจศ กษาหาความร เพ มเต มด วยตนเอง รวมคะแนน หมายเหต 4. ข อใดท น กเร ยนปฏ บ ต ได คะแนน 1 คะแนน ไม ปฏ บ ต ได คะแนน 0 คะแนน 5. เกณฑ การประเม นจากแบบส งเกตอาจกาหนด ด งน 7 คะแนน ด มาก 5-6 คะแนน ด 3-4 คะแนน พอใช 1-2 คะแนน ควรปร บปร ง 6. คร อาจส มเล อกน กเร ยนเท าท สามารถส งเกตได ในการส งเกตแต ละคร งโดยหม นเว ยนไปจนครบท ก คนในห อง

แบบประเม นผลการทางานเป นกล ม ว ชา...รห สว ชา...ระด บช น...ภาคเร ยนท...ป การศ กษา... ช อกล ม... ข อท ห วข อการประเม น 1 คณะทางาน 2 ความร บผ ดชอบต อหน าท 3 ข นตอนการทางาน 4 เวลาเร ยน 5 ความร วมม อในการทางาน รวม เกณฑ การให คะแนน 4 3 2 1 รวม (20) ระด บค ณภาพ คะแนน 16 20 หมายถ ง ด มาก คะแนน 11 15 หมายถ ง ด คะแนน 6 10 หมายถ ง พอใช คะแนน 1-5 หมายถ ง ปร บปร ง

รายละเอ ยดเกณฑ การให คะแนนแบบประเม นผลการทางานเป นกล ม ประเด น การประเม น 1. คณะทางาน ม ประธาน เลขาน การ ผ นา เสนอ ผ ร วมงาน 2. ความ ร บผ ดชอบ ต อหน าท 3. ข นตอน การทางาน เกณฑ การให คะแนน 4 3 2 1 ท กคนม หน าท และความ ร บผ ดชอบต อ หน าท ของตนเอง - ค ดเล อกและ เตร ยมข อม ลได เหมาะสม - ม การวางแผน การทางาน - ม การเตร ยม ว สด อ ปกรณ - ม การปฏ บ ต ตามแผนและ พ ฒนางาน 4. เวลา เสร จก อนกาหนด และงานม ค ณภาพ 5. ความร วมม อ ในการทางาน ท กคนม ส วนร วม และให ความ ร วมม ออย างเต มท ขาดองค ประกอบ 1 อย าง ม ผ ม หน าท แต ไม ร บผ ดชอบ 1 คน ขาด 1 ข นตอน หร อไม ช ดเจน เสร จตามกาหนด และงานม ค ณภาพ 80% ของกล มม ส วนร วมและให ความร วมม อ ขาดองค ประกอบ 2 อย าง ม ผ ม หน าท แต ไม ร บผ ดชอบ 2 คน ขาด 2 ข นตอน หร อไม ช ดเจน เสร จไม ท น กาหนด แต งาน ม ค ณภาพ 60% ของกล มม ส วนร วมและให ความร วมม อ ขาดองค ประกอบ 2 อย างข นไป ม ผ ม หน าท แต ไม ร บผ ดชอบ 2 คน ข นไป ขาดมากกว า 2 ข นตอนข นไป เสร จไม ท น กาหนด และงาน ไม ม ค ณภาพ 40% ของกล มม ส วนร วมและให ความร วมม อ

แบบประเม นตนเองด านการเร ยนและการทางาน ช อ...ช น...เลขท... รายว ชา... ระด บค ณภาพ 5 หมายถ ง สม าเสมอ 4 หมายถ ง ปานกลาง 3 หมายถ ง น อย 2 หมายถ ง น อยท ส ด 1 หมายถ ง ไม ม เลย เกณฑ การประเม น 1. ม ความต งใจ กระต อร อร นในการเร ยน 2. ม ความชอบท ทาก จกรรมการเร ยนการสอนท กคร ง 3. ให ความช วยเหล อ แนะน าเพ อนได 4. ร บผ ดชอบตนเองในการท างาน 5. เห นประโยชน จากการท างานของตนเองท กคร ง 6. ส งงานท กคร ง ตรงเวลา 7. ม ความส ขในการเร ยน ระด บค ณภาพ 5 4 3 2 1 เกณฑ การประเม นผล 1. ได คะแนนรวมไม น อยกว า 20 คะแนน ถ อว าผ านเกณฑ การประเม น 2. นาคะแนนมาค ดเท ยบเป นคะแนนในส วนของท กษะกระบวนการ โดย 2.1 ได คะแนนช วง 14-16 ค ดเป น 1 คะแนน 2.2 ได คะแนนช วง 17-19 ค ดเป น 2 คะแนน 2.4 ได คะแนนช วง 20 ค ดเป น 3 คะแนน

แบบส งเกตความสนใจและความต งใจในการทาก จกรรมของน กเร ยน ช อน กเร ยน...ช น... หน วยการเร ยนร... เร อง... สาระว ชา... รายการ ปฏ บ ต ไม ปฏ บ ต 1. เร มต นงานท ได ร บมอบหมายท นท 2. ทางานเสร จเร ยบร อยตามเวลาท กาหนด 3. ขอคาแนะนาจากคร หร อเพ อเม อไม เข าใจ 4. ทาก จกรรมด วยความสน กสนานและเต มใจ 5. ม ส วนร วมในการทาก จกรรมอย างสม าเสมอ 6. ช วยเหล อแนะนาเพ อนในการทาก จกรรมตามสมควร 7. สนใจศ กษาหาความร เพ มเต มด วยตนเอง รวมคะแนน หมายเหต 1. ข อใดท น กเร ยนปฏ บ ต ได คะแนน 1 คะแนน ไม ปฏ บ ต ได คะแนน 0 คะแนน 2. เกณฑ การประเม นจากแบบส งเกตอาจกาหนด ด งน 7 คะแนน ด มาก 5-6 คะแนน ด 3-4 คะแนน พอใช 1-2 คะแนน ควรปร บปร ง 3. คร อาจส มเล อกน กเร ยนเท าท สามารถส งเกตได ในการส งเกตแต ละคร งโดยหม นเว ยน ไปจนครบท กคนในห อง