เทคน คเข ยนแผนการจ ดการเร ยนร ม งเน นสมรรถนะและแบบฟอร มแผนฯ (สร ปมาโดยย อ) 1. ห วเร อง (หมายถ งข อม ลห วกระดาษ) แผนการจ ดการเร ยนร ท... รห สว ชา....ช อว ชา.ส ปดาห ท...คร งท.. หน วยการเร ยนร ท ช อหน วย เวลา.ชม. ช วโมงท...-.. 2. สาระสาค ญ เป นการเข ยนสร ปประเด นของความร อาจเข ยนล กษณะของความหมาย ความสาค ญ หร อการ นาไปใช หล กการเข ยนสาระสาค ญ เข ยนด วยภาษาท กะท ดร ด สร ปโครงสร างของเร อง เข ยนให ครอบคล มจ ดประสงค เข ยนเป นประโยคบอกเล า เข ยนเป นความเร ยง (หร อเป นข อ ๆ แต ไม น ยม) คาก ร ยาท น ยมใช...(ช อเร อง)...เป น...(ข อความขยายช อเร อง)...(ช อเร อง)...หมายถ ง...(ข อความขยายช อเร อง)...(ช อเร อง)...ค อ...(ข อความขยายช อเร อง) 3. จ ดประสงค การเร ยนร ระด บของจ ดประสงค การเร ยนร ในการกาหนดจ ดประสงค การเร ยนร โดยท วไปจะแบ งเป น 2 ระด บ ค อ 1. จ ดประสงค ท วไป หร อจ ดประสงค ปลายทาง 2. จ ดประสงค เช งพฤต กรรมหร อจ ดประสงค นาทาง หร อจ ดประสงค เฉพาะ จ ดประสงค ท วไป จ ดประสงค ท วไปหร อจ ดประสงค ปลายทาง ค อ จ ดประสงค ท เป นเป าหมายสาค ญท ม งหว งให เก ดข นก บผ เร ยนในการเร ยนร แต ละเร องหร อแต ละหน วยการเร ยนร ล กษณะของจ ดประสงค ท วไป ม ด งน
1. ตอบสนองพฤต กรรมสาค ญของจ ดหมายหล กส ตร จ ดประสงค สาขาว ชา มาตรฐานว ชาช พ สาขาว ชา/สาขางาน จ ดประสงค รายว ชาและมาตรฐานรายว ชา 2. สะท อนค ณล กษณะท พ งประสงค ท เป นผลจากการเร ยนร โดยครอบคล มท งด านความร ความค ดความสามารถในการปฏ บ ต เจตคต และก จน ส ยท พ งประสงค 3. การเข ยนจ ดประสงค ท วไป จะใช คาก ร ยากว าง ๆ โดยเข ยนเป นข อ ๆ แต น อยข อ ครอบคล มส งท ต องการให เก ดข นก บผ เร ยนตามคาอธ บายรายว ชา เช น เพ อให ม ความร ความเข าใจ ตระหน ก เห นค ณค า สามารถ เป นต น จ ดประสงค เช งพฤต กรรม จ ดประสงค เช งพฤต กรรมต องส มพ นธ ก บจ ดประสงค ท วไป ครบท ง 3 ด าน สต ป ญญา(พ ทธ พ ส ย) ความร ความจา ความเข าใจ การนาไปใช การว เคราะห การ ส งเคราะห การประเม นค า ท กษะ(ท กษะพ ส ย) แสดงได ถ กล กษณะ ปฏ บ ต ถ กต อง แสดงได คล องแคล ว ทางานได รวดเร ว ถ กต อง เจตคต (จ ตพ ส ย) การร บ การตอบสนอง การเห นค ณค า การจ ดระเบ ยบ ล กษณะของจ ดประสงค เช งพฤต กรรม ม ด งน 1. สอดคล องก บจ ดประสงค ท วไปโดยแตกย อยออกมาจากจ ดประสงค ท วไป และแสดงถ ง รายการพฤต กรรมคาดหว งท จะทาให การเร ยนร บรรล ตามท กาหนดไว ในจ ดประสงค ท วไป 2. แสดงถ งการเปล ยนแปลงพฤต กรรมของผ เร ยนหล งจบการเร ยนร ในเร องหร อหน วยการ เร ยนร น น ๆ 3. การเข ยนจ ดประสงค เช งพฤต กรรม ผ จ ดการเร ยนร ควรพ จารณาโดยคาน งถ งส งต อไปน 3.1 ควรเข ยนให ครอบคล มท งด านพ ทธ พ ส ย ท กษะพ ส ยและจ ตพ ส ย แต การเข ยน จ ดประสงค เช งพฤต กรรมด านจ ตพ ส ยน นอาจทาได ยากเพราะผ สอนไม สามารถส งเกตได โดยตรง ในกรณ น ถ าไม สามารถเข ยนเป นจ ดประสงค เช งพฤต กรรม อาจเข ยนเป นจ ดประสงค เฉพาะ เช น ใช คาว า บอกค ณค า บอกประโยชน เพ อสะท อนให เห นพฤต กรรมของผ เร ยนว าม ความตระหน กหร อเห นถ งค ณค าของส งน น ๆ 3.2 จ ดประสงค เช งพฤต กรรมต องม ล กษณะช ดเจน ร ดก ม ไม คล มเคร อ เพ อให สามารถ เข าใจได ตรงก น และสามารถส งเกตได หร อว ดได 3.3 จ ดประสงค เช งพฤต กรรมท สมบ รณ จะประกอบด วย 3 องค ประกอบ ค อ พฤต กรรมท คาดหว ง สถานการณ /เง อนไข และเกณฑ โดยแต ละข อจะต องระบ พฤต กรรมท คาดหว งเพ ยง 1 พฤต กรรม และควรพ จารณาเล อกคากร ยาท แสดงพฤต กรรมท คาดหว งให ถ กต องตามระด บข นของพฤต กรรมการเร ยนร ท เก ดข นก บผ เร ยนด งกล าวมาแล ว
บางกรณ อาจจะเว นการเข ยนสถานการณ /เง อนไขไว ในฐานะท เข าใจก น หากพ จารณาว า จ ดประสงค น นสมบ รณ พอ หร อไม ระบ เกณฑ ของพฤต กรรมโดยนาไปกาหนดไว ในเกณฑ การประเม นแทน นอกจากน ควรละเว นการเข ยนส วนขยายท ไม จาเป นด วย สร ปองค ประกอบของจ ดประสงค การเร ยนร เช งพฤต กรรม จ ดประสงค การเร ยนร เช งพฤต กรรม ท สมบ รณ ม 3 องค ประกอบ ด งน 1 พฤต กรรมท คาดหว ง 2 สถานการณ /เง อนไขท ทาให เก ดพฤต กรรม 3 เกณฑ /ระด บความสามารถของพฤต กรรม ถ าจาเป นเข ยนได ไม ครบ ส วนท ขาดไม ได เลย ค อ พฤต กรรมท คาดหว ง ต วอย างจ ดประสงค เช งพฤต กรรม ท สถานการณ /เง อนไข พฤต กรรมท คาดหว ง เกณฑ 1 ฟ งคาอธ บายการเล นต อคา สามารถเล นต อคา ได ถ กต อง 2 เม อกาหนดข อความให สามารถอ านและเข ยนให ถ กวรรคตอน ได ถ กต อง 3 เม ออ านบทความเก ยวก บ สามารถเข ยนคาขว ญ ได อย างน อย 1 คาขว ญ การเกษตรแล ว 4 หล งจากศ กษาคาใหม แล ว สามารถเข ยนตามคาบอก ได อย างน อย 8 ใน 10 ค า 5 สาธ ตให ด แล ว สามารถปฏ บ ต ได ถ กต อง การใช ถ อยคา ถ อยคาท บ งช พฤต กรรมด านสต ป ญญา(พ ทธ พ ส ย) จา...(ความร ความจา) ให ความหมาย...ได บอกเร องราว...ได ช...ได จ บค...ได กล าวเป นข อความ/ถ อยคา...ได เล อก...ได เข ยนโครงร าง...ได
ใจ...(ความเข าใจ) แยกแยะ...ได อธ บาย...ได แปลความ...ได เปล ยนข อความ...ได ให เหต ผล...ได ขยายความ...ได คาดคะเน...ได ย อความ...ได อ างอ ง...ได ยกต วอย าง...ได ใช...(การนาไปใช ) ปฏ บ ต...ได คานวณ...ได แสดง...ได สาธ ต...ได ส มพ นธ เร อง...ได ทาให ด...ได ว...(ว เคราะห ) แยก...ได แยกแยะ...ได จาแนก...ได แบ งกล ม...ได อ างอ ง...ได แสดงเป นแผนภาพ...ได เปร ยบเท ยบ ว เคราะห...ได
ส ง...(ส งเคราะห ) สร าง...ได สร ป...ได ประกอบ...ได ประ...(ประเม นค า) เก ดความพอใจ เห นความแตกต าง เปร ยบเท ยบ...ได สร ปความ...ได ว จารณ...ได แปลความ...ได ทานาย...ได ถ อยคาท บ งช พฤต กรรมด านท กษะ(ท กษะพ ส ย) แสดงได ถ กล กษณะ ว ายน า โยนล กบอล ว ง ปฏ บ ต ถ กต อง เล อย เจาะ ตอกตะป ต ดต งเคร องม อ แสดงได คล องแคล ว เล นเป ยโน
ส ไวโอล น เต นราถ กจ งหวะ ทางานได รวดเร วถ กต องและสวยงาม พ มพ ด ด เข ยนหน งส อ ทางานได คล องแคล วและปลอดภ ย ข บรถ ทางานต างๆ ถ อยคาท บ งช พฤต กรรมด านเจตคต (จ ตพ ส ย) การร บ สอบถาม ทาตาม ย ดถ อ เล อก บรรยาย ช บอกตาแหน งท ต ง บอกช อ การตอบสนอง ตอบ ช วยเหล อ ทาตาม อธ บาย ปฏ บ ต เสนอ รายงาน
การเห นค ณค า ทาให เสร จ อธ บาย ร เร ม ร วม กระทา เช อเช ญ การจ ดระเบ ยบ จ ด รวม เปร ยบเท ยบ ช ส งการ เปล ยนแปลง จ ดระเบ ยบ เตร ยมการ ต วอย างการเข ยนจ ดประสงค การเร ยนร แสดงจ ดประสงค ท วไปส มพ นธ ก บเช งพฤต กรรม จ ดประสงค ท วไป จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ด านพ ทธ พ ส ย 1. เพ อให ม ความร เก ยวก บฟ นและการร กษา ความสะอาดของฟ น 1.1 บอกความหมายของคาว า ฟ น ได 1.2 ระบ ป ญหาท เก ดข นจากการไม ด แลร กษา ความสะอาดของฟ นได 1.3 อธ บายว ธ การแปรงฟ นท ถ กว ธ ได ด านท กษะพ ส ย 2. เพ อให สามารถแปรงฟ นได ถ กว ธ 2.1 สาธ ตการแปรงฟ นท ถ กว ธ ก บห นจาลองได 2.2 แปรงฟ นของตนเองอย างถ กต องได
ด านจ ตพ ส ย 3. เพ อให ตระหน กในการความสาค ญของการ ร กษาความสะอาดของฟ น 3.1 แปรงฟ นท กคร งหล งจากร บประทานอาหาร 3.2 บอกค ณค าความสาค ญของการแปรงฟ นท ถ กว ธ ได ต วอย างจ ดประสงค ท วไป และจ ดประสงค เช งพฤต กรรม พอแสดงให เห นช ดเจน ด งน จ ดประสงค ท วไป ประธาน + กร ยารวมๆ + เร องท จ ดการเร ยนร + เกณฑ กว างๆ เช น 1 ผ เร ยน + ประด ษฐ + เคร องแขวนจากเปล อกหอย + ได 2 ผ เร ยน + หา + ปร มาตรด นถม + ได 3 ผ เร ยน + เข ยน + สมการการสมด ล + ได จ ดประสงค เช งพฤต กรรม พฤต กรรม(กร ยา) + เร องย อยท จะจ ดการเร ยนร + เกณฑ 1.1 เล อก+เปล อกหอยท จะนามา+ประด ษฐ เคร องแขวน+ได อย างเหมาะสม 1.2 ออกแบบ+เคร องแขวน+ได ภายในเวลาท กาหนด 1.3 บอก +ข นตอนการประด ษฐ เคร องแขวนด วยเปล อกหอย+ได ถ กต อง 1.4 อภ ปรายถ ง +ประโยชน ของเปล อกหอย+ได อย างน อย 3 ประการ 2.1 คานวณ + ปร มาตรด นถม + ได ถ กต อง 2.2... 2.3... 3.1 บอกข นตอน + การเข ยนสมการการสมด ล + ได ถ กต อง 3.2... 3.3...
4. การเข ยนสาระการเร ยนร /เน อหาสาระ/เน อหา ห วข อใหญ (ต วหนาขนาด 18 ช ดขอบพอด ) ห วข อรอง (ต วหนาขนาด 16 ย อหน าเข ามา 7 ต วอ กษรธรรมดาขนาด 16 พ มพ ต วท 8) ห วข อย อย (ต วหนาขนาด 16 ย อหน าเข ามาอ ก 3 ต วอ กษรธรรมดาขนาด 16 พ มพ ต วท 4) ถ าต องย อหน าอ ก (ต วธรรมดาขนาด 16 ย อหน าเข ามาอ ก 3 ต วอ กษรธรรมดาขนาด 16 พ มพ ต วท 4) สาระการเร ยนร ท สมบ รณ ให ใส ในภาคผนวก ในล กษณะของใบความร เอกสารประกอบ (เอกสารประกอบการจ ดการเร ยนร เอกสารประกอบการเร ยนร ) 5. การเข ยนก จกรรมการเร ยนร (กระบวนการจ ดการเร ยนร ) สนองจ ดประสงค ครบท กข อ (ห ามขาด) ควรม การนา การจ ดการเร ยนร การสร ป อย างเป นระบบ จ ดก จกรรมโดยเน นให ผ เร ยนเป นศ นย กลาง(ผ เร ยนเป นผ กระทาและได ปฏ บ ต จร ง) เน นก จกรรมท แปลกใหม ส งเสร มความค ดสร างสรรค ของผ เร ยน ให ผ เร ยนร ส กสน กและม ความส ขในการเร ยน การเข ยนข นตอนการประกอบก จกรรมต องม รายละเอ ยดอย างช ดเจนให คนอ นสามารถนาไปใช ได ด วย (ทาอะไร ทาอย างไร เพ ออะไร) การแนบรายละเอ ยดของก จกรรมในภาคผนวก ต องกล าวโยงไว ให ช ดเจน 6. ส อ/แหล งการจ ดการเร ยนร ส อ หมายถ ง ว สด อ ปกรณ และว ธ การ ควรย ดหล ก หาง าย ประหย ด สร างสรรค เหมาะสม ม ล กษณะสาค ญด งน 1. กระต นความสนใจเก ดความร ส กอยากเร ยน 2. เข าใจหน วยการเร ยนได ง ายข น จากนามธรรมเป นร ปธรรม ประหย ดเวลาและเข าใจตรงก น 3. สามารถย อขยายส งท จะเร ยนร แทนของจร งได 4. จาได นานกว าการฟ งอย างเด ยว 5. ม ส วนสร างเสร มความค ดสร างสรรค ของผ เร ยน 7. การว ดผลประเม นผล
ต องเข ยน เคร องม อว ดผลประเม นผล ว ธ การว ดผลประเม นผลไว ให ช ดเจน เช น โดยใช การส งเกต การซ กถาม การส มภาษณ การตรวจผลงาน (แบบฝ ก แบบฝ กห ด ใบงาน รายงาน ) การทดสอบ การ ประเม นผลตามสภาพท แท จร งโดยใช แฟ มสะสมผลงาน/แฟ มพ ฒนางาน( Portfolio ) และอ น ๆ ระบ เกณฑ การว ดผลประเม นผล ท งน ต องครอบคล มจ ดประสงค ครบถ วน 8. ก จกรรมเสนอแนะ/งานท มอบหมาย ใบมอบหมายงาน (เช นมอบหมายให ทาแบบฝ กห ด มอบหมายให ทารายงาน มอบหมายให ส บค น ข อม ลทาง IT) ควรเข ยนก จกรรมเสนอแนะ เพราะจะทาให เห นว าย งม แนวทางเร ยนร ได อ กหลากหลาย งานท มอบหมาย แล วแต ความเหมาะสมของแผนฯ น นๆ 9. เอกสารอ างอ ง/บรรณาน กรม เล อกใช ว ธ เข ยนเอกสารอ างอ ง(ไม เก น 4 เอกสาร/เล ม)/บรรณาน กรม(5 เอกสาร/เล ม ข นไป) ของ สถาบ นใดสถาบ นหน งเป นแนวทาง 10. บ นท กหล งการจ ดการเร ยนร รห สว ชา...รายว ชา...ส ปดาห ท...คร งท... ระด บช น...กล ม... สาขางาน...สาขาว ชา... 10.1 ผลการจ ดการเร ยนร (ข อด ข อด อย) 10.2 ป ญหาและอ ปสรรค 10.3 แนวทางแก ไข 10.4 ข อเสนอแนะ (ถ าม ) หมายเหต บ นท กข อม ลท นอกเหน อจากข อ 9.1 ถ ง 9.4 เช น ตรงก บไปราชการ ตรงก บหย ด น กข ตฤกษ ม ข อแนะนาด งน ให ท านบ นท กขออน ญาตสอนชดเชยในว นท ผ เร ยนว างคร ว างตรงก นและม เวลา พ กของน กเร ยนเพ ยงพอ หร อว นเสาร หร อแลกช วโมงท เท าก น ไม แนะนาให สอนแทนเพราะคร ท านอ น สอนแทนม ใช ต วเรา ม ใช ผลงานของเรา เราจะรายงานผลการจ ดการเร ยนร อย างไร
สภาพท วไปของแผนการจ ดการเร ยนร รห สว ชา...ช อว ชา จานวน.หน วยก ต..ชม./สป. หล กส ตร ประเภทว ชา.. สาขาว ชา.. จ ดประสงค รายว ชา 1.... 2.... 3.... 4.... 5.... มาตรฐานรายว ชา 1.... 2.... 3.... 4.... 5.... คาอธ บายรายว ชา........................
หน วยการเร ยนร รห สว ชา. ช อว ชา... จานวน... หน วยก ต... ชม./สป. ภาคเร ยนท... ป การศ กษา... ระด บ... สาขางาน... สาขาว ชา... หน วยการเร ยนร ท ช อหน วยการเร ยนร เวลา (ชม.) รวม
ตารางว เคราะห จ ดประสงค การเร ยนร รห สว ชา. ช อว ชา... จานวน... หน วยก ต... ชม./สป. ภาคเร ยนท... ป การศ กษา... ระด บ... สาขางาน... สาขาว ชา... หน วย การ เร ยนร ท ช อหน วย ระด บพฤต กรรมท พ งประสงค 1 2 พ ทธพ ส ย ท กษะ 3 4 5 6 พ ส ย จ ต พ ส ย เวลา (ชม.) หมายเหต ระด บพ ทธ พ ส ย 1 = ความทรงจา 2 ความเข าใจ 3 = การนาไปใช 4 = ว เคราะห 5 ส งเคราะห 6 = ประเม นค า
กาหนดการเร ยนร รห สว ชา. ช อว ชา... จานวน... หน วยก ต... ชม./สป. ภาคเร ยนท... ป การศ กษา... ระด บ... สาขางาน... สาขาว ชา... ส ปดาห ท (ว.ด.ป.) หน วยการ เร ยนร ท ช อหน วยการเร ยนร ช วโมงท เวลา (ชม.) รวม
แผนการจ ดการเร ยนร ท... รห สว ชา....ช อว ชา.ส ปดาห ท...คร งท.. หน วยการเร ยนร ท ช อหน วย เวลา.ชม. ช วโมงท...-.. 1. สาระสาค ญ (ความเร ยง).... 2. จ ดประสงค การเร ยนร 2.1 จ ดประสงค ท วไป (เป นข อๆ ครบ 3 ด าน นาจ ดประสงค ท วไป มาจากหน วยการเร ยนร ท... บางส วนกรณ หน วยการเร ยนร ท...ใหญ มาก แต ถ าหน วยการเร ยนร ท...เท าก บแผนการจ ดการเร ยนร ท...ให นาจ ดประสงค ท วไป มาท งหมด) 2.1.1 2.1.2 2.1.3 2.2 จ ดประสงค เช งพฤต กรรม (เป นข อๆ ครบ 3 ด าน แตกย อยจากจ ดประสงค ท วไป แต ไม ควรเก น 8 ข อ) 2.2.1 2.2.2 2.2.3 2.2.4 2.2.5 2.2.6 2.2.7 2.2.8
3. สาระการเร ยนร (ห วข อใหญ ห วข อรอง ห วข อย อย หร อม ข อความสาค ญกล าวนา) 3.1 3.1.1. 3.1.1.1. 3.1.1.2. 3.1.2. 3.1.2.1. 3.1.2.2. 3.2... 3.2.1. 3.2.1.1. 3.2.1.2. 4. ก จกรรมการเร ยนร /กระบวนการเร ยนร (เน นผ เร ยนเป นสาค ญ ด วย ว ธ การเร ยนร เทคน คการ เร ยนร กระบวนการเร ยนร ท หลากหลายเหมาะสมก บรายว ชา ควรบ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง แผนใดแผนหน งด วย).......... 5. ส อและแหล งการเร ยนร (ส อส งพ มพ นว ตกรรม ส อโสตท ศน และแหล งการเร ยนร ท หลากหลายเหมาะสมก บเร องน นๆ ในส วนน ใช เป นผลงานว ชาการได เช น ผลงานว ชาการค อ เอกสารประกอบการจ ดการเร ยนร ประกอบด วย ใบความร, แบบทดสอบก อนเร ยน-หล งเร ยน-
หน วยเร ยน-แบบฝ กห ด-แบบฝ ก-ใบก จกรรม, เฉลยแบบทดสอบก อนเร ยน-หล งเร ยน-หน วย เร ยน-แบบฝ กห ด-แบบฝ ก-ก จกรรม) 5.1 5.2 5.3 5.4 5.5 5.6 5.7 5.8 5.9 5.10 5.11 5.12 5.13 5.14 5.15 6. การว ดผลประเม นผล 6.1 ว ดผลประเม นผลตามจ ดประสงค (ครบท กข อ) 6.1.1... 6.1.2... 6.1.3... 6.2 เคร องม อว ดผลประเม นผล (เฉพาะท ใช จร งครอบคล มท กข อ) 6.2.1... 6.2.2... 6.2.3... 6.3 ว ธ ว ดผลประเม นผล (บอกว ธ ท ใช ) 6.3.1... 6.3.2... 6.3.3...
6.4 เกณฑ การว ดผลประเม นผล (กาหนดเกณฑ ผ าน) 6.4.1... 6.4.2... 6.4.3... 7. ก จกรรมเสนอแนะ/งานท มอบหมาย ใบมอบหมายงาน (เช นมอบหมายให ทาแบบฝ กห ด มอบหมายให ทารายงาน มอบหมายให ส บค น ข อม ลทาง IT) 7.1 ก จกรรมเสนอแนะ.. 7.2 งานท มอบหมาย.. 8. เอกสารอ างอ ง/บรรณาน กรม เล อกใช ว ธ เข ยนเอกสารอ างอ ง(ไม เก น 4 เอกสาร/เล ม)/บรรณาน กรม(5 เอกสาร/เล ม ข นไป) ของ สถาบ นใดสถาบ นหน งเป นแนวทาง)....
9. บ นท กหล งการจ ดการเร ยนร (เป นรายห อง/กล ม และเป นรายคร ง แยกแผ นจากข อ 8) หน วยการเร ยนร ท...แผนการจ ดการเร ยนร ท...ส ปดาห ท...คร งท...จานวน...ช วโมง ระด บช น...กล ม... สาขางาน...สาขาว ชา... 9.1 ผลการจ ดการเร ยนร (ข อด ข อด อย).. 9.2 ป ญหาและอ ปสรรค.. 9.3 แนวทางแก ไข.. 9.4 ข อเสนอแนะ(ถ าม ).. หมายเหต...(บ นท กข อม ลท นอกเหน อจากข อ 9.1 ถ ง 9.4 เช น ช วโมงสอน ตรงก บไปราชการ ตรงก บหย ดน กข ตฤกษ หน งความค ดคร ชอบ...ซ งได ร บคาแนะนามาจากคณะกรรมการ ช ดท 3 (เช งประจ กษ )ม ข อแนะนาด งน ให คร บ นท กขออน ญาตสอนชดเชยในว นท ผ เร ยนว างคร ว างตรงก น และม เวลาพ กของผ เร ยนเพ ยงพอ หร อว นเสาร หร อแลกช วโมงท เท าก น ไม แนะนาให สอนแทนเพราะคร ท านอ นสอนแทนม ใช ต วเรา ม ใช ผลงานของเรา เราจะรายงานผลการจ ดการเร ยนร อย างไร)............