แผนการจ ดการเร ยนร ท...



Similar documents
แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

Life's Advantages and Disadvantages of Licensing

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

การจ าแนกจ ดประสงค การเร ยนร

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห )

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ)

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

(ผ ขอร บการประเม นตามหล กเกณฑ น สามารถส งคาขอร บการประเม นพร อมเอกสารท เก ยวข องได ตลอดป รอบป ละ 1 คร ง)

รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus)

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus)

คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร

แผนการจ ดการเร ยนร แบบบ รณาการท 1 หน วยท - รห สว ชา สอนคร งท

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

แผนการจ ดการเร ยนร หน วยท 5

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แบบทดสอบหล งเร ยน หน วยการเร ยนร ท 5

หล กเกณฑ การกาหนดต วช ว ดข อตกลงการประเม นผลการปฏ บ ต งาน บ คลากรสายสน บสน นว ชาการ คณะว ทยาศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ป พ.ศ. ๒๕๕๖

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

ประมวลรายว ชาเทคโนโลย สารสนเทศ 1 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101

ห วข อการประกวดแข งข น

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

คาอธ บายรายว ชา

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

การเข ยนรายงานโครงงานว ทยาศาสตร บทท 4-5 ม ปลาก ต ว

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต

โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

ค ม อการใช งาน สาหร บคร ผ สอน,คร ท ปร กษา

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา

โปรแกรม Limbothai. โปรแกรม Limbothai -ห องเร ยนทางไกล หน วยท 2 การต ดต ง

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

แผนการจ ดการเร ยนร ม งเน นสมรรถนะอาช พ และบ รณาการปร ชญาเศรษฐก จพอเพ ยง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

สร ปรายงานผลการดาเน นงานตามโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

Transcription:

เทคน คเข ยนแผนการจ ดการเร ยนร ม งเน นสมรรถนะและแบบฟอร มแผนฯ (สร ปมาโดยย อ) 1. ห วเร อง (หมายถ งข อม ลห วกระดาษ) แผนการจ ดการเร ยนร ท... รห สว ชา....ช อว ชา.ส ปดาห ท...คร งท.. หน วยการเร ยนร ท ช อหน วย เวลา.ชม. ช วโมงท...-.. 2. สาระสาค ญ เป นการเข ยนสร ปประเด นของความร อาจเข ยนล กษณะของความหมาย ความสาค ญ หร อการ นาไปใช หล กการเข ยนสาระสาค ญ เข ยนด วยภาษาท กะท ดร ด สร ปโครงสร างของเร อง เข ยนให ครอบคล มจ ดประสงค เข ยนเป นประโยคบอกเล า เข ยนเป นความเร ยง (หร อเป นข อ ๆ แต ไม น ยม) คาก ร ยาท น ยมใช...(ช อเร อง)...เป น...(ข อความขยายช อเร อง)...(ช อเร อง)...หมายถ ง...(ข อความขยายช อเร อง)...(ช อเร อง)...ค อ...(ข อความขยายช อเร อง) 3. จ ดประสงค การเร ยนร ระด บของจ ดประสงค การเร ยนร ในการกาหนดจ ดประสงค การเร ยนร โดยท วไปจะแบ งเป น 2 ระด บ ค อ 1. จ ดประสงค ท วไป หร อจ ดประสงค ปลายทาง 2. จ ดประสงค เช งพฤต กรรมหร อจ ดประสงค นาทาง หร อจ ดประสงค เฉพาะ จ ดประสงค ท วไป จ ดประสงค ท วไปหร อจ ดประสงค ปลายทาง ค อ จ ดประสงค ท เป นเป าหมายสาค ญท ม งหว งให เก ดข นก บผ เร ยนในการเร ยนร แต ละเร องหร อแต ละหน วยการเร ยนร ล กษณะของจ ดประสงค ท วไป ม ด งน

1. ตอบสนองพฤต กรรมสาค ญของจ ดหมายหล กส ตร จ ดประสงค สาขาว ชา มาตรฐานว ชาช พ สาขาว ชา/สาขางาน จ ดประสงค รายว ชาและมาตรฐานรายว ชา 2. สะท อนค ณล กษณะท พ งประสงค ท เป นผลจากการเร ยนร โดยครอบคล มท งด านความร ความค ดความสามารถในการปฏ บ ต เจตคต และก จน ส ยท พ งประสงค 3. การเข ยนจ ดประสงค ท วไป จะใช คาก ร ยากว าง ๆ โดยเข ยนเป นข อ ๆ แต น อยข อ ครอบคล มส งท ต องการให เก ดข นก บผ เร ยนตามคาอธ บายรายว ชา เช น เพ อให ม ความร ความเข าใจ ตระหน ก เห นค ณค า สามารถ เป นต น จ ดประสงค เช งพฤต กรรม จ ดประสงค เช งพฤต กรรมต องส มพ นธ ก บจ ดประสงค ท วไป ครบท ง 3 ด าน สต ป ญญา(พ ทธ พ ส ย) ความร ความจา ความเข าใจ การนาไปใช การว เคราะห การ ส งเคราะห การประเม นค า ท กษะ(ท กษะพ ส ย) แสดงได ถ กล กษณะ ปฏ บ ต ถ กต อง แสดงได คล องแคล ว ทางานได รวดเร ว ถ กต อง เจตคต (จ ตพ ส ย) การร บ การตอบสนอง การเห นค ณค า การจ ดระเบ ยบ ล กษณะของจ ดประสงค เช งพฤต กรรม ม ด งน 1. สอดคล องก บจ ดประสงค ท วไปโดยแตกย อยออกมาจากจ ดประสงค ท วไป และแสดงถ ง รายการพฤต กรรมคาดหว งท จะทาให การเร ยนร บรรล ตามท กาหนดไว ในจ ดประสงค ท วไป 2. แสดงถ งการเปล ยนแปลงพฤต กรรมของผ เร ยนหล งจบการเร ยนร ในเร องหร อหน วยการ เร ยนร น น ๆ 3. การเข ยนจ ดประสงค เช งพฤต กรรม ผ จ ดการเร ยนร ควรพ จารณาโดยคาน งถ งส งต อไปน 3.1 ควรเข ยนให ครอบคล มท งด านพ ทธ พ ส ย ท กษะพ ส ยและจ ตพ ส ย แต การเข ยน จ ดประสงค เช งพฤต กรรมด านจ ตพ ส ยน นอาจทาได ยากเพราะผ สอนไม สามารถส งเกตได โดยตรง ในกรณ น ถ าไม สามารถเข ยนเป นจ ดประสงค เช งพฤต กรรม อาจเข ยนเป นจ ดประสงค เฉพาะ เช น ใช คาว า บอกค ณค า บอกประโยชน เพ อสะท อนให เห นพฤต กรรมของผ เร ยนว าม ความตระหน กหร อเห นถ งค ณค าของส งน น ๆ 3.2 จ ดประสงค เช งพฤต กรรมต องม ล กษณะช ดเจน ร ดก ม ไม คล มเคร อ เพ อให สามารถ เข าใจได ตรงก น และสามารถส งเกตได หร อว ดได 3.3 จ ดประสงค เช งพฤต กรรมท สมบ รณ จะประกอบด วย 3 องค ประกอบ ค อ พฤต กรรมท คาดหว ง สถานการณ /เง อนไข และเกณฑ โดยแต ละข อจะต องระบ พฤต กรรมท คาดหว งเพ ยง 1 พฤต กรรม และควรพ จารณาเล อกคากร ยาท แสดงพฤต กรรมท คาดหว งให ถ กต องตามระด บข นของพฤต กรรมการเร ยนร ท เก ดข นก บผ เร ยนด งกล าวมาแล ว

บางกรณ อาจจะเว นการเข ยนสถานการณ /เง อนไขไว ในฐานะท เข าใจก น หากพ จารณาว า จ ดประสงค น นสมบ รณ พอ หร อไม ระบ เกณฑ ของพฤต กรรมโดยนาไปกาหนดไว ในเกณฑ การประเม นแทน นอกจากน ควรละเว นการเข ยนส วนขยายท ไม จาเป นด วย สร ปองค ประกอบของจ ดประสงค การเร ยนร เช งพฤต กรรม จ ดประสงค การเร ยนร เช งพฤต กรรม ท สมบ รณ ม 3 องค ประกอบ ด งน 1 พฤต กรรมท คาดหว ง 2 สถานการณ /เง อนไขท ทาให เก ดพฤต กรรม 3 เกณฑ /ระด บความสามารถของพฤต กรรม ถ าจาเป นเข ยนได ไม ครบ ส วนท ขาดไม ได เลย ค อ พฤต กรรมท คาดหว ง ต วอย างจ ดประสงค เช งพฤต กรรม ท สถานการณ /เง อนไข พฤต กรรมท คาดหว ง เกณฑ 1 ฟ งคาอธ บายการเล นต อคา สามารถเล นต อคา ได ถ กต อง 2 เม อกาหนดข อความให สามารถอ านและเข ยนให ถ กวรรคตอน ได ถ กต อง 3 เม ออ านบทความเก ยวก บ สามารถเข ยนคาขว ญ ได อย างน อย 1 คาขว ญ การเกษตรแล ว 4 หล งจากศ กษาคาใหม แล ว สามารถเข ยนตามคาบอก ได อย างน อย 8 ใน 10 ค า 5 สาธ ตให ด แล ว สามารถปฏ บ ต ได ถ กต อง การใช ถ อยคา ถ อยคาท บ งช พฤต กรรมด านสต ป ญญา(พ ทธ พ ส ย) จา...(ความร ความจา) ให ความหมาย...ได บอกเร องราว...ได ช...ได จ บค...ได กล าวเป นข อความ/ถ อยคา...ได เล อก...ได เข ยนโครงร าง...ได

ใจ...(ความเข าใจ) แยกแยะ...ได อธ บาย...ได แปลความ...ได เปล ยนข อความ...ได ให เหต ผล...ได ขยายความ...ได คาดคะเน...ได ย อความ...ได อ างอ ง...ได ยกต วอย าง...ได ใช...(การนาไปใช ) ปฏ บ ต...ได คานวณ...ได แสดง...ได สาธ ต...ได ส มพ นธ เร อง...ได ทาให ด...ได ว...(ว เคราะห ) แยก...ได แยกแยะ...ได จาแนก...ได แบ งกล ม...ได อ างอ ง...ได แสดงเป นแผนภาพ...ได เปร ยบเท ยบ ว เคราะห...ได

ส ง...(ส งเคราะห ) สร าง...ได สร ป...ได ประกอบ...ได ประ...(ประเม นค า) เก ดความพอใจ เห นความแตกต าง เปร ยบเท ยบ...ได สร ปความ...ได ว จารณ...ได แปลความ...ได ทานาย...ได ถ อยคาท บ งช พฤต กรรมด านท กษะ(ท กษะพ ส ย) แสดงได ถ กล กษณะ ว ายน า โยนล กบอล ว ง ปฏ บ ต ถ กต อง เล อย เจาะ ตอกตะป ต ดต งเคร องม อ แสดงได คล องแคล ว เล นเป ยโน

ส ไวโอล น เต นราถ กจ งหวะ ทางานได รวดเร วถ กต องและสวยงาม พ มพ ด ด เข ยนหน งส อ ทางานได คล องแคล วและปลอดภ ย ข บรถ ทางานต างๆ ถ อยคาท บ งช พฤต กรรมด านเจตคต (จ ตพ ส ย) การร บ สอบถาม ทาตาม ย ดถ อ เล อก บรรยาย ช บอกตาแหน งท ต ง บอกช อ การตอบสนอง ตอบ ช วยเหล อ ทาตาม อธ บาย ปฏ บ ต เสนอ รายงาน

การเห นค ณค า ทาให เสร จ อธ บาย ร เร ม ร วม กระทา เช อเช ญ การจ ดระเบ ยบ จ ด รวม เปร ยบเท ยบ ช ส งการ เปล ยนแปลง จ ดระเบ ยบ เตร ยมการ ต วอย างการเข ยนจ ดประสงค การเร ยนร แสดงจ ดประสงค ท วไปส มพ นธ ก บเช งพฤต กรรม จ ดประสงค ท วไป จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ด านพ ทธ พ ส ย 1. เพ อให ม ความร เก ยวก บฟ นและการร กษา ความสะอาดของฟ น 1.1 บอกความหมายของคาว า ฟ น ได 1.2 ระบ ป ญหาท เก ดข นจากการไม ด แลร กษา ความสะอาดของฟ นได 1.3 อธ บายว ธ การแปรงฟ นท ถ กว ธ ได ด านท กษะพ ส ย 2. เพ อให สามารถแปรงฟ นได ถ กว ธ 2.1 สาธ ตการแปรงฟ นท ถ กว ธ ก บห นจาลองได 2.2 แปรงฟ นของตนเองอย างถ กต องได

ด านจ ตพ ส ย 3. เพ อให ตระหน กในการความสาค ญของการ ร กษาความสะอาดของฟ น 3.1 แปรงฟ นท กคร งหล งจากร บประทานอาหาร 3.2 บอกค ณค าความสาค ญของการแปรงฟ นท ถ กว ธ ได ต วอย างจ ดประสงค ท วไป และจ ดประสงค เช งพฤต กรรม พอแสดงให เห นช ดเจน ด งน จ ดประสงค ท วไป ประธาน + กร ยารวมๆ + เร องท จ ดการเร ยนร + เกณฑ กว างๆ เช น 1 ผ เร ยน + ประด ษฐ + เคร องแขวนจากเปล อกหอย + ได 2 ผ เร ยน + หา + ปร มาตรด นถม + ได 3 ผ เร ยน + เข ยน + สมการการสมด ล + ได จ ดประสงค เช งพฤต กรรม พฤต กรรม(กร ยา) + เร องย อยท จะจ ดการเร ยนร + เกณฑ 1.1 เล อก+เปล อกหอยท จะนามา+ประด ษฐ เคร องแขวน+ได อย างเหมาะสม 1.2 ออกแบบ+เคร องแขวน+ได ภายในเวลาท กาหนด 1.3 บอก +ข นตอนการประด ษฐ เคร องแขวนด วยเปล อกหอย+ได ถ กต อง 1.4 อภ ปรายถ ง +ประโยชน ของเปล อกหอย+ได อย างน อย 3 ประการ 2.1 คานวณ + ปร มาตรด นถม + ได ถ กต อง 2.2... 2.3... 3.1 บอกข นตอน + การเข ยนสมการการสมด ล + ได ถ กต อง 3.2... 3.3...

4. การเข ยนสาระการเร ยนร /เน อหาสาระ/เน อหา ห วข อใหญ (ต วหนาขนาด 18 ช ดขอบพอด ) ห วข อรอง (ต วหนาขนาด 16 ย อหน าเข ามา 7 ต วอ กษรธรรมดาขนาด 16 พ มพ ต วท 8) ห วข อย อย (ต วหนาขนาด 16 ย อหน าเข ามาอ ก 3 ต วอ กษรธรรมดาขนาด 16 พ มพ ต วท 4) ถ าต องย อหน าอ ก (ต วธรรมดาขนาด 16 ย อหน าเข ามาอ ก 3 ต วอ กษรธรรมดาขนาด 16 พ มพ ต วท 4) สาระการเร ยนร ท สมบ รณ ให ใส ในภาคผนวก ในล กษณะของใบความร เอกสารประกอบ (เอกสารประกอบการจ ดการเร ยนร เอกสารประกอบการเร ยนร ) 5. การเข ยนก จกรรมการเร ยนร (กระบวนการจ ดการเร ยนร ) สนองจ ดประสงค ครบท กข อ (ห ามขาด) ควรม การนา การจ ดการเร ยนร การสร ป อย างเป นระบบ จ ดก จกรรมโดยเน นให ผ เร ยนเป นศ นย กลาง(ผ เร ยนเป นผ กระทาและได ปฏ บ ต จร ง) เน นก จกรรมท แปลกใหม ส งเสร มความค ดสร างสรรค ของผ เร ยน ให ผ เร ยนร ส กสน กและม ความส ขในการเร ยน การเข ยนข นตอนการประกอบก จกรรมต องม รายละเอ ยดอย างช ดเจนให คนอ นสามารถนาไปใช ได ด วย (ทาอะไร ทาอย างไร เพ ออะไร) การแนบรายละเอ ยดของก จกรรมในภาคผนวก ต องกล าวโยงไว ให ช ดเจน 6. ส อ/แหล งการจ ดการเร ยนร ส อ หมายถ ง ว สด อ ปกรณ และว ธ การ ควรย ดหล ก หาง าย ประหย ด สร างสรรค เหมาะสม ม ล กษณะสาค ญด งน 1. กระต นความสนใจเก ดความร ส กอยากเร ยน 2. เข าใจหน วยการเร ยนได ง ายข น จากนามธรรมเป นร ปธรรม ประหย ดเวลาและเข าใจตรงก น 3. สามารถย อขยายส งท จะเร ยนร แทนของจร งได 4. จาได นานกว าการฟ งอย างเด ยว 5. ม ส วนสร างเสร มความค ดสร างสรรค ของผ เร ยน 7. การว ดผลประเม นผล

ต องเข ยน เคร องม อว ดผลประเม นผล ว ธ การว ดผลประเม นผลไว ให ช ดเจน เช น โดยใช การส งเกต การซ กถาม การส มภาษณ การตรวจผลงาน (แบบฝ ก แบบฝ กห ด ใบงาน รายงาน ) การทดสอบ การ ประเม นผลตามสภาพท แท จร งโดยใช แฟ มสะสมผลงาน/แฟ มพ ฒนางาน( Portfolio ) และอ น ๆ ระบ เกณฑ การว ดผลประเม นผล ท งน ต องครอบคล มจ ดประสงค ครบถ วน 8. ก จกรรมเสนอแนะ/งานท มอบหมาย ใบมอบหมายงาน (เช นมอบหมายให ทาแบบฝ กห ด มอบหมายให ทารายงาน มอบหมายให ส บค น ข อม ลทาง IT) ควรเข ยนก จกรรมเสนอแนะ เพราะจะทาให เห นว าย งม แนวทางเร ยนร ได อ กหลากหลาย งานท มอบหมาย แล วแต ความเหมาะสมของแผนฯ น นๆ 9. เอกสารอ างอ ง/บรรณาน กรม เล อกใช ว ธ เข ยนเอกสารอ างอ ง(ไม เก น 4 เอกสาร/เล ม)/บรรณาน กรม(5 เอกสาร/เล ม ข นไป) ของ สถาบ นใดสถาบ นหน งเป นแนวทาง 10. บ นท กหล งการจ ดการเร ยนร รห สว ชา...รายว ชา...ส ปดาห ท...คร งท... ระด บช น...กล ม... สาขางาน...สาขาว ชา... 10.1 ผลการจ ดการเร ยนร (ข อด ข อด อย) 10.2 ป ญหาและอ ปสรรค 10.3 แนวทางแก ไข 10.4 ข อเสนอแนะ (ถ าม ) หมายเหต บ นท กข อม ลท นอกเหน อจากข อ 9.1 ถ ง 9.4 เช น ตรงก บไปราชการ ตรงก บหย ด น กข ตฤกษ ม ข อแนะนาด งน ให ท านบ นท กขออน ญาตสอนชดเชยในว นท ผ เร ยนว างคร ว างตรงก นและม เวลา พ กของน กเร ยนเพ ยงพอ หร อว นเสาร หร อแลกช วโมงท เท าก น ไม แนะนาให สอนแทนเพราะคร ท านอ น สอนแทนม ใช ต วเรา ม ใช ผลงานของเรา เราจะรายงานผลการจ ดการเร ยนร อย างไร

สภาพท วไปของแผนการจ ดการเร ยนร รห สว ชา...ช อว ชา จานวน.หน วยก ต..ชม./สป. หล กส ตร ประเภทว ชา.. สาขาว ชา.. จ ดประสงค รายว ชา 1.... 2.... 3.... 4.... 5.... มาตรฐานรายว ชา 1.... 2.... 3.... 4.... 5.... คาอธ บายรายว ชา........................

หน วยการเร ยนร รห สว ชา. ช อว ชา... จานวน... หน วยก ต... ชม./สป. ภาคเร ยนท... ป การศ กษา... ระด บ... สาขางาน... สาขาว ชา... หน วยการเร ยนร ท ช อหน วยการเร ยนร เวลา (ชม.) รวม

ตารางว เคราะห จ ดประสงค การเร ยนร รห สว ชา. ช อว ชา... จานวน... หน วยก ต... ชม./สป. ภาคเร ยนท... ป การศ กษา... ระด บ... สาขางาน... สาขาว ชา... หน วย การ เร ยนร ท ช อหน วย ระด บพฤต กรรมท พ งประสงค 1 2 พ ทธพ ส ย ท กษะ 3 4 5 6 พ ส ย จ ต พ ส ย เวลา (ชม.) หมายเหต ระด บพ ทธ พ ส ย 1 = ความทรงจา 2 ความเข าใจ 3 = การนาไปใช 4 = ว เคราะห 5 ส งเคราะห 6 = ประเม นค า

กาหนดการเร ยนร รห สว ชา. ช อว ชา... จานวน... หน วยก ต... ชม./สป. ภาคเร ยนท... ป การศ กษา... ระด บ... สาขางาน... สาขาว ชา... ส ปดาห ท (ว.ด.ป.) หน วยการ เร ยนร ท ช อหน วยการเร ยนร ช วโมงท เวลา (ชม.) รวม

แผนการจ ดการเร ยนร ท... รห สว ชา....ช อว ชา.ส ปดาห ท...คร งท.. หน วยการเร ยนร ท ช อหน วย เวลา.ชม. ช วโมงท...-.. 1. สาระสาค ญ (ความเร ยง).... 2. จ ดประสงค การเร ยนร 2.1 จ ดประสงค ท วไป (เป นข อๆ ครบ 3 ด าน นาจ ดประสงค ท วไป มาจากหน วยการเร ยนร ท... บางส วนกรณ หน วยการเร ยนร ท...ใหญ มาก แต ถ าหน วยการเร ยนร ท...เท าก บแผนการจ ดการเร ยนร ท...ให นาจ ดประสงค ท วไป มาท งหมด) 2.1.1 2.1.2 2.1.3 2.2 จ ดประสงค เช งพฤต กรรม (เป นข อๆ ครบ 3 ด าน แตกย อยจากจ ดประสงค ท วไป แต ไม ควรเก น 8 ข อ) 2.2.1 2.2.2 2.2.3 2.2.4 2.2.5 2.2.6 2.2.7 2.2.8

3. สาระการเร ยนร (ห วข อใหญ ห วข อรอง ห วข อย อย หร อม ข อความสาค ญกล าวนา) 3.1 3.1.1. 3.1.1.1. 3.1.1.2. 3.1.2. 3.1.2.1. 3.1.2.2. 3.2... 3.2.1. 3.2.1.1. 3.2.1.2. 4. ก จกรรมการเร ยนร /กระบวนการเร ยนร (เน นผ เร ยนเป นสาค ญ ด วย ว ธ การเร ยนร เทคน คการ เร ยนร กระบวนการเร ยนร ท หลากหลายเหมาะสมก บรายว ชา ควรบ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง แผนใดแผนหน งด วย).......... 5. ส อและแหล งการเร ยนร (ส อส งพ มพ นว ตกรรม ส อโสตท ศน และแหล งการเร ยนร ท หลากหลายเหมาะสมก บเร องน นๆ ในส วนน ใช เป นผลงานว ชาการได เช น ผลงานว ชาการค อ เอกสารประกอบการจ ดการเร ยนร ประกอบด วย ใบความร, แบบทดสอบก อนเร ยน-หล งเร ยน-

หน วยเร ยน-แบบฝ กห ด-แบบฝ ก-ใบก จกรรม, เฉลยแบบทดสอบก อนเร ยน-หล งเร ยน-หน วย เร ยน-แบบฝ กห ด-แบบฝ ก-ก จกรรม) 5.1 5.2 5.3 5.4 5.5 5.6 5.7 5.8 5.9 5.10 5.11 5.12 5.13 5.14 5.15 6. การว ดผลประเม นผล 6.1 ว ดผลประเม นผลตามจ ดประสงค (ครบท กข อ) 6.1.1... 6.1.2... 6.1.3... 6.2 เคร องม อว ดผลประเม นผล (เฉพาะท ใช จร งครอบคล มท กข อ) 6.2.1... 6.2.2... 6.2.3... 6.3 ว ธ ว ดผลประเม นผล (บอกว ธ ท ใช ) 6.3.1... 6.3.2... 6.3.3...

6.4 เกณฑ การว ดผลประเม นผล (กาหนดเกณฑ ผ าน) 6.4.1... 6.4.2... 6.4.3... 7. ก จกรรมเสนอแนะ/งานท มอบหมาย ใบมอบหมายงาน (เช นมอบหมายให ทาแบบฝ กห ด มอบหมายให ทารายงาน มอบหมายให ส บค น ข อม ลทาง IT) 7.1 ก จกรรมเสนอแนะ.. 7.2 งานท มอบหมาย.. 8. เอกสารอ างอ ง/บรรณาน กรม เล อกใช ว ธ เข ยนเอกสารอ างอ ง(ไม เก น 4 เอกสาร/เล ม)/บรรณาน กรม(5 เอกสาร/เล ม ข นไป) ของ สถาบ นใดสถาบ นหน งเป นแนวทาง)....

9. บ นท กหล งการจ ดการเร ยนร (เป นรายห อง/กล ม และเป นรายคร ง แยกแผ นจากข อ 8) หน วยการเร ยนร ท...แผนการจ ดการเร ยนร ท...ส ปดาห ท...คร งท...จานวน...ช วโมง ระด บช น...กล ม... สาขางาน...สาขาว ชา... 9.1 ผลการจ ดการเร ยนร (ข อด ข อด อย).. 9.2 ป ญหาและอ ปสรรค.. 9.3 แนวทางแก ไข.. 9.4 ข อเสนอแนะ(ถ าม ).. หมายเหต...(บ นท กข อม ลท นอกเหน อจากข อ 9.1 ถ ง 9.4 เช น ช วโมงสอน ตรงก บไปราชการ ตรงก บหย ดน กข ตฤกษ หน งความค ดคร ชอบ...ซ งได ร บคาแนะนามาจากคณะกรรมการ ช ดท 3 (เช งประจ กษ )ม ข อแนะนาด งน ให คร บ นท กขออน ญาตสอนชดเชยในว นท ผ เร ยนว างคร ว างตรงก น และม เวลาพ กของผ เร ยนเพ ยงพอ หร อว นเสาร หร อแลกช วโมงท เท าก น ไม แนะนาให สอนแทนเพราะคร ท านอ นสอนแทนม ใช ต วเรา ม ใช ผลงานของเรา เราจะรายงานผลการจ ดการเร ยนร อย างไร)............