แผนพ ฒนาบ คลากร (Human Resource Development Plan)



Similar documents
๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

2. การฝ กอบรม 2.1 โครงการพ ฒนา เพ อพ ฒนาและเสร มสร าง เท าก บจ านวน เท าก บจ านวน การฝ กอบรม ภายในป บ คลากรม ค ณธรรม ส าน กปล ด ทดสอบตามแบบ

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แผนพ ฒนาบ คลากร ศ นย การศ กษาว ทยาล ยทองส ข พ ษณ โลก ป งบประมาณ 2555

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

How To Read A Book

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ

แผนพ ฒนาส นน บาตสหกรณ แห งประเทศไทย ฉบ บท 5 พ.ศ

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

การปฏ บ ต งานด านการทาน บาร งศ ลปว ฒนธรรม มหาว ทยาล ยราชภ ฏศร สะเกษ

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

ตามนโยบายการบร หารพ ฒนาจ งหว ดชายแดนภาคใต สอดคล องก บการพ ฒนาการศ กษา ประจาป งบประมาณ พ.ศ ของกระทรวงศ กษาธ การ กศน.อาเภอมะน ง จ งหว ดสต ล...

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน

สารบ ญตาราง ตารางท หน า

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.

ห วข อการประกวดแข งข น

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

การบร หารความร และการเร ยนร VII

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด

เคร องม อประเม น สถานศ กษาแบบอย างการจ ดก จกรรมการเร ยนร และการบร หารจ ดการตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง (สถานศ กษาพอเพ ยง) ป

การบ รณาการแผนงานโครงการ ของกระทรวงทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ก บจ งหว ด และกล มจ งหว ด โดย นางสาวจาร ภา อย พ ล ผ อ านวยการส าน กตรวจและประเม นผล

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต

มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ระด บค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน

แผนการจ ดการความร ป สาขาบร หารการศ กษา Show and share

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554

แผนการจ ดการความร ป 54

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน

ประโยชน ท คาดว าจะได ร บ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ย ทธศาสตร การพ ฒนาบ คลากรด านการจ ดการค ณภาพ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลกร งเทพ พ.ศ

ภาคผนวก แผนพ ฒนาบ คลากรองค การบร หารส วนต าบลล เล ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

หน วยเคล อนท เพ อความปลอดภ ยด านอาหาร

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

Office of the Civil Service Commission (OCSC)

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

แผนพ ฒนาบ คลากร ป 2556 ผ ร บผ ดชอบหล ก กล มย ทธศาสตร และสารสนเทศ สาน กงานเกษตรจ งหว ดภ เก ต

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

แผนพ ฒนาบ คลากรกองกลาง ส าน กงานอธ การบด มหาว ทยาล ยนครพนม ประจ าป งบประมาณ พ.ศ

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม ก นยายน 2553)

แผนการประก นค ณภาพการศ กษา ประจาป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม ก นยายน 2554)

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

ค าน า คณะคร ศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต 31 ม นาคม พ.ศ. 2556

การจ ดท ารายงานและเอกสารประกอบการสม คร

ช อต าแหน งในสายงานและระด บต าแหน ง

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร

แผนปฏ บ ต งานโครงการพ ฒนาระบบบร หารจ ดการคล งข อสอบและการทดสอบมาตรฐานฝ ม อแรงงาน ด วยระบบอ เล กทรอน กส (Test Bank for e-testing System)

Transcription:

ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาบ คลากร (Human Resource Development Plan) สาน กงานคณะกรรมการพ ฒนาการ เศรษฐก จและส งคมแห งชาต 1

สารบ ญ ส วนท 1: ข อม ลท วไป 1-7 1.1 อานาจหน าท ตามกฎหมาย 1 1.2 ว ส ยท ศน ว ฒนธรรมองค กร และค าน ยม ของ สศช. 3 1.3 โครงสร าง สศช. และกรอบอ ตรากาล งป จจ บ น 5 ส วนท 2: การทบทวนบทบาทภารก จและกาล งคน 8-18 2.1 บทบาทภารก จในป จจ บ นของ สศช. 8 2.2 บทบาทภารก จในอนาคต 5-10 ป ข างหน า 10 2.3 องค ความร ท ม อย ในป จจ บ น 1 3 2.4 องค ความร ท จาเป นเพ อรองร บบทบาทภารก จในอนาคต 1 6 2.5 องค ความร และอ ตรากาล งท ต องการ 1 7 ส วนท 3: มาตรการในการบร หารและพ ฒนากาล งคน 19-28 3.1 การเกล ยอ ตรากาล ง 1 9 3.2 การเตร ยมความพร อม 21 3.3 การพ ฒนาบ คลากร 22 3.4 การเตร ยมกาล งคนโดยท นศ กษา/ฝ กอบรม 2 5 3.5 การถ ายทอดแลกเปล ยนองค ความร 28 ส วนท 4: แผนพ ฒนากาล งคนโดยท นศ กษา/ฝ กอบรม 2 9-30 เอกสารแนบ 1. อ ตรากาล งแยกตามสาน ก 32 2. จานวนข าราชการ สศช.(ระด บชานาญการพ เศษลงมา) จาแนกตามว ฒ การศ กษา 33 2

แผนพ ฒนาบ คลากร (Human Resource Development Plan) สาน กงานคณะกรรมการพ ฒนาการเศรษฐก จและส งคมแห งชาต ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 จ ดทาเม อเด อนเมษายน พ.ศ. 2555 สาน กงานคณะกรรมการเศรษฐก จและส งคมแห งชาต (สศช.) ม บทบาทในฐานะเป นหน วยงานท กาหนดนโยบายและ วางแผนย ทธศาสตร การพ ฒนาประเทศ หน วยงานข อม ลเศรษฐก จและส งคมเช งล ก รวมท งการม งไปส องค การความร สม ยใหม จ งม ความจาเป นอย างย งในการเสร มสร างท กษะ ความร และความสามารถให ก บบ คลากร เพ อให การ ปฏ บ ต หน าท ดาเน นไปอย างม ประส ทธ ภาพ เท ยงตรง และม จร ยธรรมของว ชาช พ โดยเฉพาะอย างย งต องม ความสามารถเท าท นก บบร บทการเปล ยนแปลงของโลกด านต างๆ ท งเศรษฐก จ ส งคม ส งแวดล อมและ ทร พยากรธรรมชาต ท เก ดข นและเป นเง อนไขสาค ญต อการจ ดทาแนวทางพ ฒนาประเทศและประเด นนโยบาย สาธารณะ ซ งเป นภารก จหล กท สาค ญของสาน กงานฯ ด งน นสาน กงานฯ จ งต องจ ดทาแผนพ ฒนาบ คลากร ( Human Resource Development Plan) ข น เพ อใช ในการวางกรอบการพ ฒนาข าราชการ สศช. ได อย างครบถ วน ท วถ ง และในท กม ต สาขาว ชาท ม ความจาเป นและขาดแคลน ส วนท 1: ข อม ลท วไป เป นข อม ลเก ยวก บสาน กงานฯ ในเร องท วไปท งในส วนอานาจหน าท ตามกฎหมายหล กและระเบ ยบอ นๆ ท สาค ญ รวมท งว ส ยท ศน พ นธก จ ย ทธศาสตร การปฏ บ ต งาน และโครงสร างสาน กงานฯ เพ อสร างความเข าใจขอบเขตและ ล กษณะการปฏ บ ต งานของสาน กงานฯ 1.1 อานาจหน าท ตามกฎหมาย 1.1.1 ภารก จตามกฎกระทรวง : สาน กงานคณะกรรมการพ ฒนาการเศรษฐก จและส งคมแห งชาต ม อานาจ หน าท ตามกฎกระทรวงการแบ งส วนราชการ พ.ศ. 2551 โดยม อานาจหน าท ด งน 1) ศ กษาและว เคราะห ภาวะเศรษฐก จและส งคม เพ อเสนอแนะจ ดหมายและนโยบายแห งการพ ฒนา เศรษฐก จและส งคมของประเทศ 2) พ จารณาแผนงานและโครงการพ ฒนาของส วนราชการและร ฐว สาหก จ 3) ศ กษาเก ยวก บกาล งเง น กาล งคน และทร พยากรอ นท ม อย และอาจหามาได และการจ ดหาทร พยากร ด งกล าวเพ อประโยชน ของร ฐ 4) จ ดทาข อเสนอโดยหาร อก บส วนราชการท ม หน าท เก ยวก บงบประมาณแผ นด นในเร องท เก ยวก บ รายจ ายประจาป ของส วนราชการและร ฐว สาหก จ สาหร บส นทร พย ถาวรหล กท เพ มข นเพ อใช ในการ พ ฒนา รวมท งจานวนเง นท ใช จ ายเพ อการน ไม ว าจ ายจากงบประมาณแผ นด น เง นก ย ม เง นกาไรท ได สะสมไว หร อเง นอ นใดก ตาม 5) ศ กษาและว เคราะห รายจ ายท จ ายจร งสาหร บการสร างและการบาร งร กษาส นทร พย ถาวรหล กท ใช ในการพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมเพ อให คาแนะนาเก ยวก บการแก ไขรายจ ายเหล าน น 1

6) ศ กษาและว เคราะห รายจ ายจร งสาหร บการจ ดบร การทางเศรษฐก จและส งคมเพ อให คาแนะนา เก ยวก บการแก ไขรายจ ายเหล าน น 7) พ จารณาให คาแนะนาและกาหนดหล กการให ส วนราชการและร ฐว สาหก จเพ อจ ดทาแผนงานและ โครงการพ ฒนาท จะขอความช วยเหล อจากต างประเทศในทางว ชากร การเง น การก ย มและการ ดาเน นการ รวมท งการให ความช วยเหล อแก ต างประเทศ 8) ต ดตามและประเม นผลการพ ฒนาตามแผนพ ฒนาการเศรษฐก จและส งคมแห งชาต และรายงานผล ต อสาธารณะ พร อมท งต ดตามและประเม นแผนงานและโครงการพ ฒนาของส วนราชการและ ร ฐว สาหก จ โดยคาน งถ งหล กการของผลผล ตและผลล พธ และให คาแนะนาเก ยวก บการเร งร ด ปร บปร ง หร อล อมเล กแผนงานและโครงการพ ฒนาอ นหน งอ นใดเม อเห นสมควร 9) ปฏ บ ต การอ นใดตามท กฎหมายกาหนดให เป นอานาจหน าท ของสาน กงานคณะกรรมการพ ฒนาการ เศรษฐก จและส งคมแห งชาต หร อตามท นายกร ฐมนตร หร อคณะร ฐมนตร มอบหมาย 1.1.2 ภารก จพ เศษ: นอกเหน อจากอานาจหน าท ด งกล าวข างต นแล ว สาน กงานฯ ย งได ร บมอบหมายจาก คณะร ฐมนตร ให ทาหน าท เป นสาน กงานเลขาน การของคณะกรรมการนโยบายระด บชาต ท ม นายกร ฐมนตร หร อ รองนายกร ฐมนตร ท ได ร บมอบหมายเป นประธานคณะกรรมการ สาน กงานเหล าน จ ดต งข นภายใต ระเบ ยบสาน กนายกร ฐมนตร หร อคาส งสาน กนายกร ฐมนตร ให เป นหน วยงานภายใน สาน กงานฯ เพ อทาหน าท ในการประสานแผนท คาบเก ยวระหว างหลายหน วยงาน รวมท งสน บสน นให ม การจ ดทาแผนปฏ บ ต การและประสานแผนปฏ บ ต การในความร บผ ดชอบของหน วยปฏ บ ต ต างๆ ให เป นไปตามนโยบายของร ฐบาล และแนวทางของแผนพ ฒนาฯ 1) ป จจ บ น สาน กงานฯ ร บผ ดชอบการบร หารสาน กงานท ทาหน าท ฝ ายเลขาน การของ คณะกรรมการนโยบายระด บชาต รวม 8 คณะได แก (1) คณะกรรมการร วมภาคร ฐและเอกชนเพ อแก ไขป ญหาทางเศรษฐก จ (กรอ.) (2) คณะกรรมการพ ฒนาความร วมม อทางเศรษฐก จก บประเทศเพ อนบ าน (กพบ.) (3) คณะกรรมการพ ฒนาข ดความสามารถในการแข งข นของประเทศ (กพข.) (4) คณะกรรมการบร หารการพ ฒนาพ นท พ เศษถนนราชดาเน น (กบพร.) (5) คณะกรรมการอานวยการจ ดระบบศ นย ราชการ (กศร.) (6) คณะกรรมการพ ฒนาระบบการบร หารจ ดการขนส งส นค าและบร การของประเทศ (กบส.) (7) คณะกรรมการนโยบายเศรษฐก จสร างสรรค แห งชาต (กคส.) (8) คณะกรรมการพ ฒนาเกษตรกรรมอย างย งย น (กกย.) 2) ภารก จท ได ร บมอบหมายจากร ฐบาลตามนโยบายพ เศษเพ มเต ม 4 คณะ ได แก (1) คณะกรรมการเพ อให ความช วยเหล อ ฟ นฟ เย ยวยาผ ได ร บผลกระทบจากสถานการณ อ ทกภ ยด าน เศรษฐก จ อ ตสาหกรรม และความเป นอย ของประชาชน (กศอ.) ม รองนายกร ฐมนตร (นายก ตต ร ตน ณ ระนอง) เป นประธานกรรมการ และ สศช. เป นฝ ายเลขาน การ ประเม น สถานการณ ว เคราะห ผลกระทบด านเศรษฐก จ รวมท งเสนอแนะมาตรการ กาหนดแนวทาง แผนงานและโครงการในการช วยเหล อฟ นฟ เย ยวยาให แก ภาคเกษตร ท อย อาศ ย และภาคธ รก จ รวมถ งการฟ นฟ น คมอ ตสาหกรรม พ จารณากล นกรองโครงการตามข อเสนอของส วนราชการเพ อ นาเสนอ (2) คณะกรรมการเพ อให ความช วยเหล อ ฟ นฟ เย ยวยาผ ได ร บผลกระทบจากสถานการณ อ ทกภ ย (กฟย.) 2

(3) คณะกรรมการย ทธศาสตร เพ อการฟ นฟ และสร างอนาคตประเทศ (กยอ.) โดยม นายว รพงษ รามางก ร เป นประธานกรรมการและ สศช. เป นฝ ายเลขาน การทาหน าท หน าท ใน การ (3.1) จ ดทาย ทธศาสตร เพ อการฟ นฟ และสร างอนาคตประเทศ 3.2) ( ระดมความค ดเห นและ ความร เพ อจ ดทาข อเสนอแนะเช งนโยบายในการกาหนดกาหนดย ทธศาสตร ประเทศในระยะยาว รวมท งจ ดทาข อเสนอในการจ ดต งองค กรถาวร ว ธ การบร หารจ ดการ การบร หารการเง น การสร าง ความเข าใจแก ประชาชน แนวทางการปฏ บ ต ราชการแผ นด นในการฟ นฟ และพ ฒนา และข อเสนอ อ นใดท เป นประโยชน ต อการแก ไขป ญหาว กฤต ของประเทศจากภ ยธรรมชาต ในระยะยาวและวาง อนาคตการพ ฒนาประเทศอย างย งย น เพ อเสนอต อคณะร ฐมนตร ( 3.3) รายงานผลการ ปฏ บ ต งานให คณะร ฐมนตร ทราบเป นประจา หร อตามความเหมาะสมหร อจาเป นเร งด วน 3.4) ( ให ความเห นชอบในการว าจ างท ปร กษาหร อผ เช ยวชาญ เพ อปฏ บ ต งานท เก ยวข องก บความ ร บผ ดชอบของคณะกรรมการ กยอ. (3.5) แต งต งท ปร กษา คณะอน กรรมการ หร อคณะทางาน เพ อปฏ บ ต หน าท ต างๆ ตามท มอบหมาย และ (3.6) ดาเน นการอ นใดตามท นายกร ฐมนตร หร อ คณะร ฐมนตร มอบหมาย (4) คณะกรรมการย ทธศาสตร เพ อวางระบบการบร หารจ ดการทร พยากรน า (กยน.) โดยม ดร.ส เมธ ต นต เวชก ล เป นประธาน และ สศช. เป นฝ ายเลขาน การ 1.2 ว ส ยท ศน ว ฒนธรรมองค กร และค าน ยม ของ สศช. เพ อให การดาเน นงานของ สศช. สามารถกาหนดย ทธศาสตร การพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมของประเทศบน พ นฐานหล กว ชาการ ม ความเช อม นในข อม ล รวมท งสอดคล องก บการเปล ยนแปลงของบร บทการพ ฒนาท ง ทางด านเศรษฐก จ ส งคม และการเม อง ตลอดจนม ท ศทางการพ ฒนาท สมด ล ม ประส ทธ ภาพส ง และเพ อ ประโยชน ส ขของประชาชนเป นหล ก จ งได กาหนดว ส ยท ศน ว ฒนธรรมองค กร ค าน ยมองค กร พ นธก จ และ ย ทธศาสตร การปฏ บ ต งานขององค กรไว ด งน 1.2.1 ว ส ยท ศน สศช. หน วยงานหล กในการวางแผนและจ ดทาย ทธศาสตร การพ ฒนาประเทศ ส ความสมด ลและย งย น ท ย ดประโยชน ส วนรวม ท นต อการเปล ยนแปลง และม ประส ทธ ภาพส ง 1.2.2 ว ฒนธรรมองค กร 1) เป นองค การท ม งส ความเป นเล ศทางด านว ชาการ 2) เป นองค การท ม ความร บผ ดชอบต อสาธารณะและส งคม 3) ม ระบบธรรมาภ บาล 4) บ คลากรของสาน กงานฯ เป นทร พยากรอ นม ค าท ส ดขององค กร 1.2.3 ค าน ยมองค กร ม งม น ท มเท พ ฒนา ประเทศ เพ อประโยชน ส ขแก ส งคม ด วยค ณธรรม ตามหล กว ชาการอย าง ม ออาช พ 1.2.4 พ นธก จ จากบทบาทหน าท ตามพระราชบ ญญ ต พ ฒนาการเศรษฐก จและส งคมแห งชาต พ.ศ. 2521 และ กฎหมายสาค ญๆ ท เก ยวข องก บ สศช. จ งได กาหนดพ นธก จสาค ญ 3 ประการ เพ อให องค กรก าวท น ต อย คโลกาภ ว ตน ได แก การเป นหน วยงานย ทธศาตร หน วยงานข อม ลเศรษฐก จและส งคมเช งล ก และหน วยงานความร สม ยใหม โดยม ภารก จท สาค ญๆ ภายใต แต ละพ นธก จ ด งน 3

พ นธก จท 1 หน วยงานย ทธศาสตร (Strategic Unit) จ ดทาย ทธศาสตร การพ ฒนาระด บชาต และ การพ ฒนาในระด บต างๆ รวมท งให คาปร กษาร ฐบาล ประสานการแปลงนโยบายและ ย ทธศาสตร ของร ฐบาลไปส การปฏ บ ต ตลอดจนต ดตามประเม นผลนโยบายของร ฐบาล พ นธก จท 2 หน วยงานข อม ลเศรษฐก จและส งคมเช งล ก (Intelligent Unit) โดยเป นหน วยงาน ว เคราะห ข อม ลและเฝ าระว งภ ยเศรษฐก จและส งคมของร ฐบาล (Warning Center) ตลอดจนเป นหน วยเจาะข อม ลเช งล กต างประเทศท ม ผลกระทบต อเศรษฐก จและ ส งคมไทย เพ อใช ในการวางแผนเช งย ทธศาสตร บร หารเศรษฐก จและส งคมของประเทศ พ นธก จท 3 หน วยงานความร สม ยใหม (Knowledge Organization) ท เสาะแสวงหาและพ ฒนา องค ความร ใหม ๆ สาหร บการพ ฒนาประเทศ ซ งเพ ยบพร อมด วยบ คลากรท ม ความร ความสามารถในการวางแผนย ทธศาสตร การว เคราะห และการประสานงานเพ อ ผล กด นการพ ฒนาประเทศอย างม ประส ทธ ภาพ 1.2.5 ย ทธศาสตร สศช. ภาระหน าท ของ สศช. เป นภาระหน าท ท ได กาหนดไว ในพระราชบ ญญ ต พ ฒนาการเศรษฐก จและส งคม แห งชาต พ.ศ. 2521 และกฎหมายอ นท เก ยวข องด งกล าวข างต น โดยสามารถจาแนกตามกลย ทธ ได ด งน กลย ทธ ท 1: การวางแผนย ทธศาสตร การพ ฒนาให ม ความย งย นและสมด ลในระยะยาว โดยจ ดทา ว ส ยท ศน การพ ฒนาประเทศระยะยาว วางแผนและจ ดทานโยบายบร หารเศรษฐก จมหภาค วางแผนย ทธศาสตร การพ ฒนาเฉพาะเพ มเต ม จ ดทาแผนการบร หารราชการแผ นด นเม อ คณะร ฐมนตร ได แถลงนโยบายต อร ฐสภาแล ว จ ดทารายงานสถานการณ เศรษฐก จและ ส งคมของประเทศ บร หารจ ดการแผนการลงท นของประเทศ กลย ทธ ท 2: การบร หารจ ดการองค กรให ม ประส ทธ ภาพส งและนาไปส องค กรแห งการเร ยนร ด วย การปฏ ร ปบทบาทและโครงสร างองค กร การปฏ ร ปกระบวนการดาเน นงาน การ ประย กต ใช เทคโนโลย สารสนเทศ ในกระบวนการ ดาเน นงาน การบร หารจ ดการเคร อข าย การสร างองค ความร และการถ ายถอดองค ความร กลย ทธ ท 3: การเสร มสร างศ กยภาพบ คลากรในการวางแผนและกาหนดย ทธศาสตร การพ ฒนา ด วยการ พ ฒนาบ คลากรให สอดคล องก บภารก จ และความต องการของ สศช. จ ดต งส วน งานการพ ฒนาบ คคลากรข น พ ฒนาหล กส ตรอบรมท พ ฒนาสมรรถนะหล ก และสมรรถนะ ประจากล มงาน แลกเปล ยนบ คลากรก บหน วยงานภายนอกเพ อให เก ดการเร ยนร และสร าง สมประสบการณ จ ดทาระบบระบบการประเม นผลการปฏ บ ต งานของบ คลากร สร าง แรงจ งใจให สศช. เป นองค กรท ม บ คลากรท ม ความสามารถ โดยม เส นทางความก าวหน า ทางอาช พท ช ดเจน และจ ดทาระบบผ ฝ กสอนงานท ม ท มงานผสมผสานรองร บเพ อให เก ด การเร ยนร งานระหว างบ คลากรท ม ความเช ยวชาญแต ละสาขาภายใน สศช. กลย ทธ ท 4: การเสร มสร างว ฒนธรรม จร ยธรรม และธรรมาภ บาลขององค กร ท นาไปส ภาพล กษณ ท ด ด วยการเสร มสร างและพ ฒนาว ฒนธรรม จร ยธรรม และธรรมาภ บาล ท ประชาคม สศช. ยอมร บ เสร มสร างกระบวนการเร ยนร พ ฒนาท กษะความเป นผ นา ม ว ฒนธรรม และ 4

ธรรมาภ บาล รณรงค และส งเสร มค าน ยมสร างสรรค และจรรยาบรรณว ชาช พของ ข าราชการ จ ดทาฐานข อม ลการพ ฒนาเศรษฐก จและส งคม ท ประชาชนและภาค เคร อข าย รวมท งหน วยงานท เก ยวข องสามารถเข าถ งฐานข อม ลได โดยง ายและเป นธรรม และจ ดทา ระบบข อม ลเก ยวก บสาเหต และว ธ การต างๆ ของการท จร ตคอร ร ปช น กลย ทธ ท 5: การ พ ฒนาสภาพแวดล อมองค กร เพ อค ณภาพช ว ตท ด ข น โดยการปร บปร ง สภาพแวดล อมทางกายภาพ ท งภายในและภายนอกองค กร ปร บปร งระบบสว สด การ น นทนาการและส นทนาการ สน บสน นโครงการหร อก จกรรมท สร างสมานฉ นท ในท กระด บ ระหว างผ บร หารก บข าราชการ/ผ ปฏ บ ต งาน และระหว างข าราชการก บผ ปฏ บ ต งาน ด วยก นเอง พ ฒนาระบบเทคโนโลย สารสนเทศ เพ อการเพ มประส ทธ ภาพขององค กรและ บ คลากร จ ดก จกรรมประชาส มพ นธ รณรงค และปล กฝ งข าราชการและบ คลากรให ม ท ศนคต และพฤต กรรมในการปฏ บ ต ภารก จและในการให บร การท ด 1.3 โครงสร าง สศช.และกรอบอ ตรากาล งป จจ บ น 1.3.1 โครงสร างองค กร สศช. สศช. ได แบ งโครงสร างออกองค กรออกเป น 15 สาน ก 2 กล มงาน และแบ งการบร หารองค กร ออกเป น 6 กล มภารก จ ประกอบด วย 1) ภารก จด านเศรษฐก จ ได แก สาน กบ ญช ประชาชาต สาน กพ ฒนาข ดความสามรถในการแข งข น ทางเศรษฐก จ สาน กย ทธศาสตร และการวางแผนเศรษฐก จมหภาค สาน กว เคราะห โครงการ ลงท นภาคร ฐ 2) ภารก จด านส งคม ได แก สาน กพ ฒนาฐานข อม ลและต วช ว ดภาวะส งคม สาน กย ทธศาสตร ด าน นโยบายสาธารณะ สาน กย ทธศาสตร และการวางแผนพ ฒนาทางส งคม 3) ภารก จด านปร บโครงสร างเกษตร ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ได แก สาน กวางแผน การเกษตร ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม 4) ภารก จด านพ ฒนาภ ม ภาคและพ นท ได แก สาน กพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมภาคเหน อ สาน ก พ ฒนาเศรษฐก จและส งคมภาคใต สาน กพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ และสาน กพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมภาคกลาง สาน กย ทธศาสตร และการวางแผนพ ฒนาพ นท 5) ภารก จด านการต ดตามและประเม นผล ได แก สาน กประเม นผลและเผยแพร การพ ฒนา 6) ภารก จด านบร หารและอานวยการ ได แก สาน กงานเลขาธ การ กล มพ ฒนาระบบบร หาร และ กล มตรวจสอบภายใน 5

1.3.2 กรอบอ ตรากาล งในป จจ บ น: สศช. ม ข าราชการตามกรอบอ ตรากาล ง จานวน 56 1 คน ม กาล งคนจร ง 487 อ ตรา และตาแหน ง ว าง 80 อ ตรา โดยม รายละเอ ยดอ ตรากาล ง ด งน ตาแหน ง กรอบ อ ตรากาล ง 1. น กบร หาร น กบร หาร ระด บส ง 14 2. น กบร หาร(ผ อานวยการสาน ก) ผ อานวยการ ระด บส ง 15 3. ว ชาการ(ผ เช ยวชาญ) น กว เคราะห นโยบายและแผน ระด บเช ยวชาญ 20 4. ตาแหน งประเภทว ชาการ ระด บชานาญการพ เศษ ชานาญการ 435 ปฏ บ ต การ 5. ตาแหน งประเภทท วไป ระด บชานาญงาน ปฏ บ ต งาน 77 รวม 561 หมายเหต : กรอบอ ตรากาล งท งหมดของ สศช. 561 ตาแหน ง (รายละเอ ยดอ ตรากาล งแยกตามสาน กปรากฏตามเอกสารแนบ) 1.2.1 จานวนข าราชการ/เจ าหน าท ตาแหน งระด บส ง สศช. ม ข าราชการตามกรอบอ ตรากาล ง จานวน 56 1 คน ม ข าราชการท ดารงตาแหน งระด บส ง จานวน 49 คน โดยม รายละเอ ยดอ ตรากาล ง ด งน 6

ตาแหน ง กรอบ อ ตรากาล ง 1. น กบร หาร น กบร หาร ระด บส ง 14 2. น กบร หาร (ผ อานวยการสาน ก) ผ อานวยการ ระด บส ง 15 3. ว ชาการ (ผ เช ยวชาญ) น กว เคราะห นโยบายและแผน ระด บเช ยวชาญ 20 รวม 49 1.3.3 จานวนข าราชการ/เจ าหน าท 1) ข อม ลข าราชการ : สศช. ม ข าราชการตามกรอบอ ตรากาล ง จานวน 56 1 คน ม ข าราชการ/ เจ าหน าท จานวน 487 คน โดยม รายละเอ ยดอ ตรากาล ง ด งน ตาแหน ง กรอบ อ ตรากาล ง 1. ตาแหน งประเภทว ชาการ ระด บชานาญการพ เศษ ชานาญการ ปฏ บ ต การ 376 2. ตาแหน งประเภทท วไป ระด บชานาญงาน ปฏ บ ต งาน 62 รวม 438 2) ข อม ลน กเร ยนท น/Hipps/New Wave: ประเภท จานวน 1. น กเร ยนท นร ฐบาล 23 2. ผ เข าร วมโครงการระบบข าราชการผ ม ผลส มฤทธ ส ง 11 3. ผ เข าร วมโครงการพ ฒนาผ นาคล นล กใหม ในราชการไทย 10 รวม 44 7

ส วนท 2: การทบทวนบทบาทภารก จและกาล งคน ในการวางแผนพ ฒนาบ คลากรของสาน กงานฯ จาเป นต องทบทวนบทบาทภารก จของหน วยงานว าม บทบาทภารก จ ในการปฏ บ ต งานท งในป จจ บ นและอนาคต เพ อท จะได วางแผนการเสร มสร างพ ฒนาบ คลากรให ม ศ กยภาพท สอดคล องและรองร บก บการปฏ บ ต ภารก จขององค กรต อไป 2.1 บทบาทภารก จป จจ บ นของ สศช. 2.1.1 บทบาทตามม ต พ นธก จของ สศช. บทบาทของสาน กงานฯ ในป จจ บ นในฐานะหน วยงานวางแผนย ทธศาสตร ชาต จาเป นต องม งเน นการ ดาเน นงานท เท าท น (dynamism) ก บการเปล ยนแปลงบร บทการพ ฒนาท งด านเศรษฐก จ ส งคม และส งแวดล อม พร อมท งหน าท ท ได ร บมอบหมายจากร ฐบาล โดยสามารถสร ปบทบาทตามม ต พ นธ ก จของสาน กงานฯ ได ด งน 1) หน วยงานย ทธศาสตร เป นหน วยงานย ทธศาสตร ท สามารถบ รณาการและข บเคล อนงานด าน ย ทธศาสตร และแผนได ท ง 3 ม ต ค อ ภารก จตามอานาจหน าท นโยบายร ฐบาล และม ต เช ง พ นท 2) หน วยงานข อม ลเศรษฐก จและส งคมเช งล ก ท งในประเทศและต างประเทศ เพ อใช ในการ วางแผนเช งย ทธศาสตร บร หารเศรษฐก จและส งคมของประเทศ 3) หน วยงานความร สม ยใหม ท ประกอบด วยบ คลากรท ม ความร ความสามารถในการวางแผน ย ทธศาสตร การว เคราะห และการประสานงานเพ อผล กด นการพ ฒนาประเทศอย างม ประส ทธ ภาพ 2.1.2 บทบาทตามม ต การแบ งส วนราชการ ตามกฎกระทรวงแบ งส วนราชการสาน กงานคณะกรรมการพ ฒนาการเศรษฐก จและส งคมแห งชาต สาน กนายกร ฐมนตร พ.ศ. 2551 ได กาหนดให สศช. ม การแบ งส วนราชการเป นระด บสาน ก จานวน 15 สาน ก และ 2 กล มงาน โดยม อานาจหน าท โดยสร ป ด งน 1) สาน กงานเลขาธ การ ดาเน นการเก ยวก บงานบร หารและอานวยการด านต างๆ อาท งาน งบประมาณ งานบร หารงานบ คคล งานพ ฒนาข าราชการ งานว เทศส มพ นธ และงาน ประชาส มพ นธ และห องสม ด รวมท งงานกฎหมายเพ อการพ ฒนา และงานเลขาน การของ คณะกรรมการพ ฒนาการเศรษฐก จและส งคมแห งชาต และคณะกรรมการอ นตามท ได ร บ มอบหมาย 2) สาน กบ ญช ประชาชาต ว เคราะห และจ ดทาสถ ต บ ญช รายได ประชาชาต รวมท งสถ ต บ ญช รายได ภาคและจ งหว ด งบด ลแห งชาต และสถ ต บ ญช ท สาค ญอ นๆ ได แก สถ ต บ ญช เศรษฐก จ และเง นท น สถ ต ตารางป จจ ยการผล ตและผลผล ต สถ ต ตารางอ ปสงค และอ ปทาน บ ญช บร วาร ตลอดจนศ กษาและพ ฒนาระบบบ ญช ประชาชาต ของประเทศให เป นไปตามระบบสากล รวมท งพ ฒนาและประสานการจ ดทาระบบฐานข อม ลเศรษฐก จและส งคม 3) สาน กประเม นผลและเผยแพร การพ ฒนา ต ดตามและประเม นผลการพ ฒนาประเทศ ตาม ย ทธศาสตร ของแผนพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมแห งชาต และนโยบายของร ฐบาล และว เคราะห และพ ฒนาด ชน ช ว ดผลการพ ฒนา และพ ฒนาเคร องม อช ว ดและเกณฑ มาตรฐาน การ 8

ประเม นผลให เป นไปตามมาตรฐานสากล ตลอดจนจ ดทารายงานผลการพ ฒนาเศรษฐก จและ ส งคมของประเทศเสนอต อสาธารณชน 4) สาน กพ ฒนาข ดความสามารถในการแข งข นทางเศรษฐก จ วางแผนและจ ดทาแนวทาง มาตรการ นโยบาย และย ทธศาสตร พ ฒนาความสามารถในการแข งข นทางเศรษฐก จของ ประเทศทางด านอ ตสาหกรรม พาณ ชยกรรม การท องเท ยว การลงท น และการบร การ อย าง เท าท นโลกาภ ว ตน รวมท งประสานภาคส วนท เก ยวข องเพ อร วมก นแก ไขป ญหาอ ปสรรค วางแผน และผล กด นย ทธศาสตร ไปส การปฏ บ ต พ ฒนาองค ความร ระบบฐานข อม ล ต วช ว ด และเกณฑ มาตรฐานท เก ยวข องก บระด บความสามารถในการแข งข นทางเศรษฐก จของ ประเทศ และประสานส การปฏ บ ต ภายใต กรอบความร วมม อทางเศรษฐก จในระด บอน ภ ม ภาค และประเทศเพ อบ าน 5) สาน กพ ฒนาฐานข อม ลและต วช ว ดภาวะส งคม วางระบบและปร บปร งฐานข อม ลและ ต วช ว ดทางด านส งคมและช มชน จ ดทารายงานภาวะส งคมรายไตรมาสและรายป และ รายงานการต ดตามและประเม นผลโครงการทางด านส งคมตามแผนพ ฒนาเศรษฐก จและ ส งคมแห งชาต และแผนการบร หารราชการแผ นด นต อสาธารณะ รวมท งต ดตาม ความก าวหน าผลการดาเน นงานด านส งคมตามแผนปฏ บ ต ราชการของหน วยงานท เก ยวข อง เพ อเสนอแนะแนวทางปร บปร งการทางานให ม ประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลมากย งข น 6)-9) สาน กพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมภาค 4 สาน ก ได แก สาน กใน ภาคกลาง (จ.นนทบ ร ) ภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ (จ.ขอนแก น) ภาคใต (จ.สงขลา) และภาคเหน อ (จ.เช ยงใหม ) แต ละแห งม ภารก จในการจ ดทาย ทธศาสตร การพ ฒนาภาครวมท งการแปลงไปส การปฏ บ ต รวมท งจ ดทาระบบฐานข อม ลและรายงานว เคราะห ภาวะการพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมภาค ตลอดจนต ดตามการดาเน นงานตามนโยบายท สาค ญของร ฐบาลและการประเม นผลการ พ ฒนาภาคในแต ละช วงของแผนพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมแห งชาต 10) สาน กย ทธศาสตร ด านนโยบายสาธารณะ ว เคราะห สถานการณ และสภาพแวดล อม เพ อ กาหนดย ทธศาสตร การพ ฒนาประเทศตามปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง และกาหนดแนว ทางการพ ฒนาเศรษฐก จ ส งคม และช มชนบนพ นฐานความสมด ล ม นคง และย งย น รวมท ง พ ฒนาระบบฐานข อม ลและจ ดทาต วช ว ด เพ อการต ดตามและประเม นผลการข บเคล อน ย ทธศาสตร ด านนโยบายสาธารณะ ด านเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการพ ฒนาระด บช มชน ปฏ บ ต หน าท ในฐานะหน วยทะเบ ยนกลางของธนาคารสมอง รวมท งประสานและเช อมโยง เคร อข ายต างๆ เพ อให ว ฒ อาสาในนาความร ประสบการณ และความเช ยวชาญ มารวมเป น พล งในการพ ฒนาในท กระด บ 11) สาน กย ทธศาสตร และการวางแผนพ ฒนาทางส งคม ว เคราะห การเปล ยนแปลงท งในและ นอกประเทศท ม ผลกระทบต อส งคมไทย และกาหนดย ทธศาสตร การพ ฒนาส งคมท สอดคล อง ก บการปร บโครงสร างส งคมไทยให เหมาะสมก บสถานการณ รวมท งประสานและสน บสน น การข บเคล อน ตลอดจนศ กษาและว จ ยประเด นท นทางส งคม และจ ดทาข อเสนอแนะเช ง นโยบายท เก ยวข องก บย ทธศาสตร ด านส งคม และต ดตามความก าวหน าและประเม นผลการ ดาเน นงาน 12) สาน กย ทธศาสตร และการวางแผนพ ฒนาพ นท วางแผนย ทธศาสตร การพ ฒนาพ นท สาค ญ ทางเศรษฐก จของประเทศตามนโยบายร ฐบาล ต ดตามประสานการข บเคล อนแผนพ ฒนา 9

พ นท เฉพาะและพ นท พ เศษไปส การปฏ บ ต ประเม นผลการพ ฒนาพ นท เฉพาะและพ นท พ เศษ ประสานนโยบายความม นคงของชาต ต ดตามการระจายอานาจจากส วนกลางไปส ภ ม ภาค และท องถ น และประสานการบร หารงานของกล มจ งหว ดและจ งหว ดให เป นไปตามเป าหมาย ของประเทศ 13) สาน กย ทธศาสตร และการวางแผนเศรษฐก จมหภาค วางแผนและจ ดทาย ทธศาสตร การ พ ฒนาเศรษฐก จด านมหภาคของประเทศ ว เคราะห ต ดตาม และประเม นสถานการณ ทาง เศรษฐก จ รวมท งสร างและพ ฒนาองค ความร และระบบฐานข อม ลเก ยวก บระบบเต อนภ ยทาง เศรษฐก จของประเทศ ตลอดจนว เคราะห และจ ดทากรอบนโยบายการคล ง รวมท งประสาน ก บหน วยงานท เก ยวข องในการจ ดทาย ทธศาสตร งบประมาณและแผนเง นก ต างประเทศ 14) สาน กวางแผนการเกษตร ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ว เคราะห เสนอแนะและ ประสานงาน เพ อกาหนดนโยบาย ย ทธศาสตร มาตรการ แผนงาน และโครงการในการ พ ฒนาด านการเกษตร ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม เพ อม งส การพ ฒนาท สมด ลและ ย งย น รวมท งการพ ฒนาระบบข อม ลและด ชน ช ว ดเพ อต ดตามความก าวหน าและประเม นผล ส มฤทธ ของการดาเน นการตามนโยบาย ย ทธศาสตร มาตรการ แผนงานและโครงการพ ฒนา ด านการเกษตร ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อมให สามารถเป นเคร องม อในการกาก บ การดาเน นการและปร บปร งนโยบายฯ ด งกล าวต อไป 15) สาน กว เคราะห โครงการลงท นภาคร ฐ จ ดทานโยบายและย ทธศาสตร การพ ฒนาด าน โครงสร างพ นฐาน ว เคราะห แผนงานหร อโครงการพ ฒนาของส วนราชการและร ฐว สาหก จ และโครงการท ร ฐร วมลงท นก บเอกชนด านโครงสร างพ นฐาน ต ดตามและประเม นผลการ พ ฒนาและการดาเน นงานด านโครงสร างพ นฐาน และให คาแนะนาในการปร บปร งหร อแก ไข ป ญหาจากการดาเน นงาน รวมท งการทบทวนโครงการ นอกจากน สศช. ย งม กล มงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร เพ อพ ฒนาการบร หารของส วนราชการให เก ดผล ส มฤทธ ม ประส ทธ ภาพ และค มค า และ กล มงานตรวจสอบภายใน เพ อทาหน าท หล กในการตรวจสอบการ ดาเน นงานภายในส วนราชการ และสน บสน นการปฏ บ ต งานของ สศช. 2.2 บทบาทภารก จในอนาคต 5 10 ป ข างหน า บทบาทของสาน กงานฯ ในฐานะหน วยงานย ทธศาสตร หน วยงานข อม ลเศรษฐก จและส งคมเช งล ก และ หน วยงานความร สม ยใหม ท สศช. ให ความสาค ญมาอย างต อเน อง ย งม ความสอดคล องก บภารก จการ ปฏ บ ต งานในอนาคต เน องจากเป นบทบาทท สามารถสะท อนและตอบสนองต อสถานการณ ทางเศรษฐก จและ ส งคม ท งภายในและภายนอกประเทศท เปล ยนแปลงอย างรวดเร วท ส งผลกระทบต อความเป นอย ของ ประชาชนอย างกว างขวาง พร อมท งหน าท ท ได ร บมอบหมายจากร ฐบาลท ม เพ มข น ท งน ภารก จขององค กรท จะต องให ความสาค ญเพ มข นในอนาคตภายใต บทบาทต างๆ ม ด งน 2.2.1 บทบาทหน วยงานย ทธศาสตร ซ งทาหน าท ในการให คาปร กษาแก ร ฐบาล ( Think Tank) ประสาน การแปลงนโยบายและย ทธศาสตร การพ ฒนาไปส การปฏ บ ต ปฏ บ ต ภารก จในประเด นเร งด วนตามท ร ฐบาลมอบหมาย (Emerging Issues) ข บเคล อนงานด านย ทธศาสตร และแผนได ตาม Agenda Based ภารก จตามหน าท โครงสร างของ สศช.และ Area - Based ภารก จด านการพ ฒนาพ นท และภาค ตลอดจนเป นหน วยต ดตามและประเม นผล จ ดทาต วช ว ดการพ ฒนา และการดาเน นงานตามนโยบายของร ฐบาล โดยม ภารก จท จะเป นบทบาทสาค ญในอนาคต ด งน 10

1) ภารก จการจ ดทาและข บเคล อนแผนพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมแห งชาต ฉบ บท ซ งเป นแผนกลย ทธ 11 ชาต ระยะ 5 ป (พ.ศ. 2555-2559) ท จะใช ข บเคล อนการพ ฒนาประเทศท งด านเศรษฐก จ ส งคม ส งแวดล อม และทร พยากรธรรมชาต 2) ภารก จพ เศษในการเป นฝ ายเลขาน การคณะกรรมการะด บชาต อาท คณะกรรมการร ฐมนตร เศรษฐก จ คณะกรรมการพ ฒนาระบบการบร หารจ ดการขนส งส นค าและบร การของประเทศ คณะกรรมการ อานวยการจ ดระบบศ นย ราชการ คณะกรรมการร วมภาคร ฐและเอกชนเพ อแก ไขป ญหาทางเศรษฐก จ คณะกรรมการพ ฒนาข ดความสามารถในการแข งข นของประเทศ และคณะกรรมการนโยบายเศรษฐก จ สร างสรรค แห งชาต 3) ต ดตามประเม นผลการพ ฒนาประเทศตามแผนพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมแห งชาต การ ต ดตามประเม นผลนโยบายสาค ญของร ฐบาล การตรวจสอบประเม นผลภาคราชการ กล ม กระทรวงด านเศรษฐก จและส งคม การต ดตามประเม นผลบร บทการพ ฒนาท เปล ยนแปลงไปท ง ภายนอกและภายใน ตลอดจนการพ ฒนาด ชน และต วช ว ดเพ อใช ในการต ดตามประเม นผล แผนพ ฒนาฯ ฉบ บท 11 (2555-2559) เพ อใช ประกอบในการจ ดทาข อเสนอแนะเช งย ทธศาสตร และช แนะแนวทางการพ ฒนาฯ 4) ประสานนโยบาย แผนงาน และอานวยการ เพ อตอบสนองภารก จท ได ร บมอบหมายเฉพาะ และประเด นเร งด วนตามท ร ฐบาลมอบหมาย เช น ในการจ ดทาแผนบร หารราชการแผ นด น คา ของบประมาณ นโยบายร ฐบาล การรายงานผลการดาเน นงานตามนโยบายของร ฐบาล และการ อภ ปรายไม ไว วางใจร ฐบาล ปฏ บ ต ภารก จในประเด นเร งด วนอ นๆ ตามท ร ฐบาลมอบหมาย (Emerging Issues) 2.2.2 บทบาทหน วยงานข อม ลเศรษฐก จและส งคมเช งล ก เป นหน วยงานท สามารถเจาะล กข อม ล เศรษฐก จและส งคม ท งในประเทศและต างประเทศท ม ผลกระทบต อเศรษฐก จและส งคมไทย เพ อ นามาใช ในการวางแผนเช งย ทธศาสตร และบร หารเศรษฐก จให ก บร ฐบาลและประเทศ ด แลเฝ าระว ง การเปล ยนแปลง เศรษฐก จและส งคม ( Warning Center) ท งในแง โอกาสและข อจาก ด ตลอดจน พ ฒนาระบบฐานข อม ลเพ อการวางแผนและต ดตามการประเม นผลการพ ฒนาท งด านเศรษฐก จ ส งคม ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม โดยม ภารก จท จะเป นบทบาทสาค ญในอนาคต ด งน 1) จ ดทาระบบฐานข อม ลและต วช ว ดท เก ยวข องก บการพ ฒนาเศรษฐก จ ส งคม ส งแวดล อม และทร พยากรธรรมชาต ระบบการจ ดเก บเอกสารอ างอ งอ นจาเป นต อการวางแผน กาหนด นโยบาย และต ดตามประเม นผลการพ ฒนา โดยเฉพาะอย างย งการจ ดทาด ชน ช ว ด ความก าวหน าของประเทศ ด ชน ว ดการกระจายรายได เพ อกาหนดย ทธศาสตร การกระจาย รายได และการลดความเหล อมล า 2) ประสานความร วมม อระหว างภาคร ฐ ภาคเอกชน สถาบ นการศ กษา และภาคประชาชน ให เป นกลไกสน บสน นการพ ฒนาข ดความสามารถในการดาเน นย ทธศาสตร ชาต ย ทธศาสตร การ พ ฒนาประเทศตามปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง 3) ประสานความร วมม อระหว างประเทศในกรอบความร วมม อท งระด บภ ม ภาคและอน ภ ม ภาค ตามแผนงานการพ ฒนาความร วมม อทางเศรษฐก จระหว างประเทศในระด บภ ม ภาคและอน ภ ม ภาค เช น GMS และIMT-GT 11

4) ประสานความร วมม อก บองค กรความร วมม อระหว างประเทศ อาท World Bank, ADB, UNDP, JICA 5) การประเม นความค มค าการปฏ บ ต ภารก จภาคร ฐ เพ อสร างความร ความเข าใจในหล กการ และแนวทางการประเม นความค มค าการปฏ บ ต ภารก จภาคร ฐ รวมท งการพ ฒนาต วช ว ดและ การจ ดทาฐานข อม ล 6) ปฏ บ ต หน าท ในฐานะหน วยทะเบ ยนกลางของว ฒ อาสาธนาคารสมอ ง และเป นต วกลาง ประสานเช อมโยงเคร อข าย ส งเสร มให ว ฒ อาสาได นาความร ประสบการณ และความเช ยวชาญ มาช วยทางานเพ อการพ ฒนาประเทศ 2.2.3 หน วยงานความร สม ยใหม ทาหน าท สน บสน นการว จ ยพ ฒนาแนวค ดหร อเคร องม อใหม ๆ ท จะช วย ข บเคล อนย ทธศาสตร ไปส การปฏ บ ต อย างเป นร ปธรรมมาก ข น เพ ยบพร อมด วยบ คลากรท ม ความร ความสามารถในการคาดการณ อนาคต ว เคราะห ในหลายม ต อย างเป นระบบ และแปลงแนวค ดให เป นร ปธรรมในทางปฏ บ ต ได (Strategist), ความสามารถในการอธ บายข อม ลและผลการว เคราะห ให เป นท เข าใจ (Analyst) และความสามารถในการนาแผนไปส การปฏ บ ต ( Catalyst) ม ความเข าใจ และบร หารผ ม ส วนได ส วนเส ย และแก ไขป ญหาเฉพาะหน าได โดยม ภารก จท จะเป นบทบาทสาค ญใน อนาคต ด งน 1) การจ ดการความร ดาเน นการพ ฒนาองค ความร เพ อสน บสน นการวางแผนการพ ฒนาท ม ศ กยภาพส งของประเทศ อาท จ ดทาแผนการจ ดการองค ความร เร องแนวค ดและร ปแบบ องค การร วมดาเน นงานระหว างภาคร ฐและเอกชน (Public Private Partnership : PPP) 2) สน บสน นการศ กษาว จ ย พ ฒนาแนวค ดหร อเคร องม อใหม ๆ ท จะช วยข บเคล อนย ทธศาสตร ไปส การปฏ บ ต อย างเป นร ปธรรมมากข น อาท ศ กษาว จ ยประเด นท เก ยวข องก บการพ ฒนา โครงสร างพ นฐานของประเทศ วางแนวทางการข บเคล อนภาคการเกษตร ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ส ส งคมคาร บอนต า ( Green Society) แนวค ดในเร อง ย ทธศาสตร การเจร ญเต บโตของภ ม ภาคเอเปค แนวค ดในเร องการรวมต วทางเศรษฐก จของ อาเซ ยน และแผนแม บทความเช อมโยงระหว างก นในอาเซ ยน แนวค ดในเร องย ทธศาสตร แผนงานการพ ฒนาความร วมม อทางเศรษฐก จระหว างประเทศในระด บภ ม ภาคและอน ภ ม ภาค 3) ปร บร ปแบบการทางาน ให ม ระบบพ เล ยง ( Mentoring and Coaching) และส งเสร ม การศ กษา ฝ กอบรม ด งาน และส มมนาฯ เพ อพ ฒนาองค ความร และศ กยภาพของบ คลากร เพ อให พร อมร บต อปฏ บ ต ภารก จด านการวางแผน ข บเคล อน และต ดตามประเม นผลการ พ ฒนาท งด าน เศรษฐก จ ส งคม เกษตร ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ความเช อมโยง ก บการพ ฒนาโครงสร างพ นฐานภายในภ ม ภาค และอน ภ ม ภาค ตลอดจนความร และแนวทาง การเตร ยมความพร อมร บในเร องการรวมกล มทางเศรษฐก จของอาเซ ยน ( ASEAN Community) 4) เสร มสร างความส มพ นธ ประสานความร วมม อในโครงการพ ฒนาต างๆ แลกเปล ยน ความร ก บผ เช ยวชาญและผ ท เก ยวข องท งภายในประเทศและต างประเทศ ในประเด นท เก ยวข อง แลกเปล ยนบ คลากรระหว าง สศช. ก บองค กรระหว างประเทศ / องค กร ต างประเทศ เพ อเสร มสร างเคร อข ายการทางานร วมก น ในอ นท จะก อให เก ดประโยชน ส งส ด ต อการพ ฒนาองค กรและประเทศโดยรวม 12

5) เป นองค กรกลางในการสร างเคร อข ายการศ กษาว จ ยและเร ยนร เก ยวก บปร ชญาของ เศรษฐก จพอเพ ยง เพ อสน บสน นให ภาคส วนต างๆ น อมนาไปปฏ บ ต โดยเฉพาะการ เสนอแนะ แนวทาง ในการดาเน นโครงการพ ฒนาตามปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยงโดยม ม ลน ธ สถาบ นว จ ยและพ ฒนาประเทศตามปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยงเป นแกนนาหล กใน การข บเคล อนร วมก บภาคการพ ฒนาต างๆ 2.3 องค ความร ท ม อย ในป จจ บ น องค ความร ของเจ าหน าท และผ บร หาร สศช. ท งในแง ว ฒ การศ กษาและการฝ กอบรมท ผ านมา ม องค ประกอบ ด งน 2.3.1 การศ กษา จากข อม ลค ณว ฒ ของข าราชการ สศช. ในป จจ บ นท ปฏ บ ต งานจร งม อย รวม 487 คน แยกเป น 2 ระด บ ได แก ระด บผ บร หาร (ระด บเช ยวชาญข นไป) จานวน 4 9 คน และระด บปฏ บ ต งาน (ชานาญ การพ เศษลงมา) จานวน 438 คน ส วนใหญ จบการศ กษาระด บปร ญญาโท ต างประเทศข นไป และม ความร ด านเศรษฐศาสตร และบร หารธ รก จ โดยสร ปรายละเอ ยดได ด งน 1) องค ความร ข าราชการระด บผ บร หาร ผ บร หารของ สศช. แยกเป นระด บเลขาธ การ 1 คน รองเลขาธ การฯ 6 คน ท ปร กษา 7 คน ผ อานวยการสาน ก 15 คน และน กว ชาการระด บเช ยวชาญ 20 คน รวม 49 คน (1) ผ บร หารของ สศช. ส วนใหญ จบการศ กษาระด บปร ญญาโทข นไป จานวน 36 คนหร อ ร อยละ 73.47 และจบการศ กษาจากต างประเทศ จานวน 22 คนหร อร อยละ 44.90 โดย ม ผ บร หารท จบปร ญญาเอก 10 คน แยกเป นต างประเทศ 9 คนและในประเทศ 1 คน (2) ผ บร หารของ สศช. ส วนใหญ จบการศ กษาด านเศรษฐศาสตร จานวน 2 5 คนหร อร อยละ 51.02 รองลงมาจบการศ กษาด านบร หารและร ฐศาสตร ด านนโยบายและการวางแผน ด านว ทยาศาสตร และอ นๆ ตามลาด บ 2) องค ความร ข าราชการระด บปฏ บ ต งาน ข าราชการระด บปฏ บ ต งานค อข าราชการของ สศช. ท งหมดท ยกเว นกล มผ บร หาร ม จานวน 438 คนหร อร อยละ 89.94 ของข าราชการท งหมด ซ งปฏ บ ต งานอย ตามสาน กและกล มงาน ต างๆ (1) ข าราชการระด บปฏ บ ต งานส วนใหญ จบการศ กษาระด บปร ญญาโทข นไป จานวน 2 58 คนหร อร อยละ 52.98 และจบการศ กษาจากต างประเทศ จานวน 86 คนหร อร อยละ 19.63 โดยม ผ บร หารท จบปร ญญาเอก 17 คน แยกเป นต างประเทศ 1 2 คนและใน ประเทศ 5 คน (2) ข าราชการระด บปฏ บ ต งานส วนใหญ จบการศ กษาด านบร หารและเศรษฐศาสตร จานวน 149 คน (ร อยละ 3 4.02) และ 1 26 คน (ร อยละ 28.77) ตามลาด บ รองลงมาจบ การศ กษาด านร ฐศาสตร ส งคมศาสตร และอ นๆ 13

ค ณว ฒ การศ กษาและสาขาว ชาของของข าราชการ สศช. (ณ ว นท 31 ม นาคม 2555) ลาด บ กล มผ บร หาร กล มผ ปฏ บ ต งาน สาขาว ชา ตร โท เอก รวม <ตร ตร โท เอก รวม รวมท งส น 1. เศรษฐศาสตร 3 16 6 25-36 86 4 126 151 2. นโยบายและการวางแผน - 3-3 - - 3 3 6 9 3. ส งคมศาสตร - - - - - 8 10 2 20 20 4. ร ฐศาสตร - 5-5 - 22 17 1 40 45 5. บร หาร - 3 2 5 28 50 70 1 149 154 6. ว ทยาศาสตร - 2-2 - 1 8 2 11 13 7. อ นๆ - 7 2 9-19 64 3 86 95 รวม 3 36 10 49 28 136 258 16 438 487 ว ฒ การ ศ กษา 1. กล มผ บร หาร ว ฒ การศ กษาของข าราชการท งหมด (แยกในประเทศ และ ต างประเทศ) ปร ญญาเอก ปร ญญาโท ปร ญญาตร ต ากว าปร ญญาตร ใน ป.ท. ตปท. ใน ป.ท. ตปท. ใน ป.ท. ตปท. ใน ป.ท. ตปท. ชาย - 6 8 8 3 - - - 25 หญ ง 1 3 6 14 - - - - 24 รวม 1 9 14 22 3 - - - 49 ร อยละ 2.04 18.37 28.57 44.90 6.12 0.00 0.00 0.00 100.00 2. กล มข าราชการ สศช. ชาย 5 6 53 39 35-6 - 144 หญ ง - 6 117 47 101-23 - 294 รวม 5 12 170 86 136-29 - 438 ร อยละ 1.14 2.74 38.81 19.63 31.05 0.00 6.62 0.00 100.00 รวม 2.3.2 ผลการพ ฒนาบ คลากร สร ปผลการดาเน นงานด านการพ ฒนาบ คลากร ป งบประมาณ 2553 2555 1) ผลการพ ฒนาบ คลากร ป งบประมาณ 2553 สาน กงานฯ ได ดาเน นการตามแผนพ ฒนาบ คลากร โดยม ว ตถ ประสงค เพ อม งเน นการพ ฒนาตามมาตรฐาน และแนวทางการกาหนดความร ความสามารถ ท กษะ และสมรรถนะท จาเป นสาหร บตาแหน งประเภท ท วไป ว ชาการ และอานวยการ โดยม การดาเน นการจ ดอบรมและส งบ คลากรเข าอบรมท งส น 92 หล กส ตร (การจ ดหล กส ตร In-house Training รวม 13 หล กส ตร และส งข าราชการฝ กอบรมหล กส ตร 14

ภายนอก 79 หล กส ตร) ม จานวนผ เข าอบรมรวม 1,011 คน ใช งบประมาณท งส น 6,191,646 บาท แบ งเป น (1) หล กส ตรเพ อพ ฒนาความร ความสามารถ และท กษะท จาเป นสาหร บการปฏ บ ต งาน ดาเน นการ 4 หล กส ตร (11 คร ง) ม ผ เข าอบรม 290 คน ส งไปอบรมหล กส ตรภายนอก 6 หล กส ตร จานวน 19 คน ใช งบประมาณรวมท งส น 1,157,834 บาท (2) หล กส ตรเพ อพ ฒนาสมรรถนะหล ก ( Core Competency) ดาเน นการ 3 หล กส ตร ม ผ เข าอบรม 246 คน ส งไปอบรมหล กส ตรภายนอก 1 หล กส ตร จานวน 3 คน ใช งบประมาณ 797,481 บาท (3) หล กส ตรเพ อพ ฒนาสมรรถนะด านการบร หารจ ดการ (Management Competency) ดาเน นการ 1 หล กส ตร ม ผ เข าอบรม 26 คน ส งไปอบรมหล กส ตรภายนอก 3 หล กส ตร จานวน 6 คน ใช งบประมาณ 619,661 บาท (4) หล กส ตรเพ อพ ฒนาสมรรถนะเฉพาะด าน ( Functional Competency) ดาเน นการ 4 หล กส ตร ม ผ เข าอบรม 219 คน ส งไปอบรมหล กส ตรภายนอก 9 หล กส ตร จานวน 96 คน ใช งบประมาณ 3,615,320 บาท (5) หล กส ตรอ นๆ จานวน 1 หล กส ตร ม ผ เข าร บการอบรมรวม 45 คน ใช งบประมาณท งส น 1,350 บาท 2) ผลการพ ฒนาบ คลากร ป งบประมาณ 2554 สาน กงานฯ ได ดาเน นการตามแผนพ ฒนาบ คลากร โดยม ว ตถ ประสงค เพ อม งเน นการพ ฒนาตามมาตรฐาน และแนวทางการกาหนดความร ความสามารถ ท กษะ และสมรรถนะท จาเป นสาหร บตาแหน งประเภท ท วไป ว ชาการ และอานวยการ โดยม การดาเน นการจ ดอบรมและส งบ คลากรเข าอบรมท งส น 66 หล กส ตร (การจ ดหล กส ตร In-house Training รวม 18 หล กส ตร และส งข าราชการฝ กอบรมหล กส ตร ภายนอก 48 หล กส ตร) ม จานวนผ เข าอบรมรวม 960 คน ใช งบประมาณท งส น 5,864,588.35 บาท แบ งเป น (1) หล กส ตรเพ อพ ฒนาความร ความสามารถ และท กษะท จาเป นสาหร บการปฏ บ ต งาน ดาเน นการ 4 หล กส ตร (6 คร ง) ม ผ เข าอบรม 214 คน ใช งบประมาณรวมท งส น 1,031,012.80 บาท (2) หล กส ตรเพ อพ ฒนาสมรรถนะหล ก ( Core Competency) ดาเน นการ 5 หล กส ตร ม ผ เข าอบรม 441 คน ใช งบประมาณ 984,365.55 บาท (3) หล กส ตรเพ อพ ฒนาสมรรถนะด านการบร หารจ ดการ (Management Competency) ดาเน นการ 1 หล กส ตร ม ผ เข าอบรม 31 คน ใช งบประมาณ 50,142 บาท (4) หล กส ตรเพ อพ ฒนาสมรรถนะเฉพาะด าน ( Functional Competency) ดาเน นการ 6 หล กส ตร ม ผ เข าอบรม 180 คน ใช งบประมาณ 2,689,438 บาท (5) การส งข าราชการเข าร บการอบรมหล กส ตรภายนอก จานวน 48 หล กส ตร ม ผ เข าร บการอบรมรวม 94 คน ใช งบประมาณท งส น 1,109,600 บาท ประกอบด วยหล กส ตรผ บร หาร จานวน 13 หล กส ตร ม ผ เข าร บการอบรม 17 คน ใช งบประมาณ 761,000 บาท และหล กส ตรสาหร บเจ าหน าท จานวน 35 หล กส ตร ผ เข าอบรม 77 คน ใช งบประมาณ 348,600 บาท 15

3) ผลการพ ฒนาบ คลากร ป งบประมาณ 2555 (1 ต ลาคม 2554 31 ม นาคม 2555) สาน กงานฯ ได ร บจ ดสรรงบประมาณโครงการพ ฒนาบ คลากร 6. 5 ล านบาท จากแผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ 2555 โดยได ดาเน นการและใช งบประมาณท งส น 1,688,685.43 บาท ด งน (1) หล กส ตรท ดาเน นการเอง : รวม 9 หล กส ตร ม ผ อบรมรวม 317 คน ใช งบประมาณรวม 916,185.43 บาท (2) การส งข าราชการไปอบรมหล กส ตรภายนอก รวม 9 หล กส ตร ม ผ เข าร บการอบรมรวม 20 คน ใช งบประมาณรวม 772,500 บาท สาน กงานฯ ม แผนดาเน นการจ ดฝ กอบรมอ ก จานวน 9 หล กส ตร โดยใช งบประมาณคงเหล อจากท ได ร บ การจ ดสรรและดาเน นการแล ว จานวน 4,811,314.57 บาท ด งน หล กส ตร ระยะเวลา สถานท ระด บ/จานวน งบประมาณ 1. 1. การอบรมหล กส ตร ไทยก บประชาคมเศรษฐก จ 6 ม.ย. ส.ค. 55 โรงแรมใน ระด บ ชช. / ชพ. 1,600,000 อาเซ ยน และศ กษาด งาน (ทฤษฎ 6 ว น ด งาน 4 ว น) กทม. ด งาน จานวน 31 คน / ร น 2. 2. การอบรมหล กส ตรห วหน างานย คใหม ส.ค. 55 โรงแรมใน ระด บ ชก. / ชพ. 200,000 (3 ว น) ตจว. จานวน 30-35 คน 3. 3. การพ ฒนาความค ดอย างเป นระบบ กค. 55 โรงแรมใน ระด บ ปก. / ชก. 200,000 (System Thinking) (2 ว น) ตจว. จานวน 30 คน 4. 4. การอบรม Strategic Planning เพ อเสร มสร าง ม.ย. 55 โรงแรมใน ระด บ ปก. / ชก. 200,000 องค ความร ในการวางแผนกลย ทธ (2 ว น) ตจว. จานวน 30 คน 1. 5. การอบรมหล กส ตร "นโยบายการพ ฒนา ก.ค. 55 เป นต นไป โรงแรมใน ระด บ ชก. / ชพ. 2,400,000 เศรษฐก จ ส งคม และส งแวดล อม" อาท ตย ละ 1 ว น กทม.และด งาน จานวน 30-35 คน / ร น 2. 6. เทคน คการเข ยนหน งส อราชการและ ก.ค. 55 ห องประช ม ระด บ ปก. / ชก. 50,000 จดรายงานการประช ม (3 ว น) สศช. จานวน 30 คน 5. 7. โครงการสร างสรรค องค กรเป นเล ศ คนทางาน 2 คร งๆ ละ 2-3 ห องประช ม ท กระด บ 25,000 เป นส ข ช วโมง สศช. ประมาณ 50-100 คน 6. 8. โครงการแลกเปล ยนเร ยนร NESDB ( KM Talk) เด อนละ 2 คร ง ห องประช ม ท กระด บ 50,000 สศช. จานวน 30 คน / คร ง 7. 9. โครงการเสร มสร างองค ความร ด านเศรษฐก จ 1 ว น แหล งศ กษาด ท กระด บ 50,000 ส งคม ส งแวดล อม และเศรษฐก จพอเพ ยง งานต างจ งหว ด ประมาณ 50 คน 8. 10. ส งบ คลากรเข าร บการอบรมหล กส ตรภายนอก ท กระด บ 36,314.57 2.4 องค ความร ท จาเป นเพ อรองร บบทบาทภารก จในอนาคต จากการว เคราะห บทบาทภารก จในอนาคตของ สศช. ซ งเป นหน วยงานวางแผนและพ ฒนาย ทธศาสตร ประเทศ จะเห นได ว าองค ความร ท บ คลากร สศช. ต องม เพ อรองร บภารก จด านต างๆ ควรเป นสาขาว ชาท ม ความหลากหลายเช นท ผ านมา เน องจากเป นสาขาว ชาท ม ความสอดคล องก บภารก จหล กเช นท ผ านมา อย างไรก ตาม สาน กงานฯ จะม งเน นมากข นในสาขาว ชาเอกท สร างความร ความเช ยวชาญในเช งล กเฉพาะ ด านมากย งข น เพ อประโยชน ในการวางแผนและพ ฒนาประเทศในท กม ต และท กสาขาว ชา ด งน 16

2.4.1 เศรษฐศาสตร เศรษฐศาสตร มหภาค เศรษฐศาสตร เช งปร มาณหร อเศรษฐม ต พ ฒนาเศรษฐก จ เศรษฐศาสตร อ ตสาหกรรมหร อส งแวดล อม เศรษฐศาสตร เกษตร/สหกรณ /การพ ฒนา เศรษฐศาสตร ส งแวดล อม/การพ ฒนา/การจ ดการส งแวดล อม/ Health Economics & Policy 2.4.2 การวางแผนย ทธศาสตร การพ ฒนา/บร หารร ฐก จ Government/ Public Policy/Fiscal Policy/ Public Finance/ International Development Studies/ Regional Development/ Sustainable Development/ Development Studies/ International Economics/ การ บร หารจ ดการระบบขนส งและโลจ สต กส ระหว างประเทศ / นโยบายด านโครงสร างพ นฐาน /การวาง แผนพ ฒนาภาคหร อเม อง / การจ ดการนว ตกรรม Food and Fuel /การประเม นผลนโยบายแผน และโครงการ 2.4.3 บร หารธ รก จ การเง น /Financial Engineering/ การเจรจาการค าระหว างประเทศ /International Trade and Finance 2.4.4 ส งคมศาสตร เศรษฐศาสตร ส งคม ประชากรศาสตร ส งคมผ ส งอาย Community Based Development 2.4.5 การจ ดการทร พยากรและส งแวดล อม Energy and Resource Policy and Practices/ Energy Policy/ Earth and Environmental Science Policy/ Climate Change Policy/ Environment and Natural Resource Policy/ Food and Agricultural Security Policy 2.4.6 สาขาอ นๆ อาท สถ ต เพ อการว จ ย เช น สถ ต ประย กต ( Applied Statistics) คณ ตศาสตร และเศรษฐ ม ต การใช เคร องม อทางสถ ต เพ อการว เคราะห การพ ฒนาด ชน เพ อการพ ฒนา / Evaluation and Measurement/ ว ทยาศาสตร / ว ศวกรรมศาสตร /การจ ดการฐานข อม ล / เทคโนโลย สารสนเทศ / Commercial Law/ Project Evaluation/ Monitoring /กฎหมายเพ อการพ ฒนา 2.5 องค ความร และอ ตรากาล งท ต องการ จากองค ความร ท ได ทบทวนเพ อให สอดร บก บภารก จท ต องปฏ บ ต ในอนาคต จะเห นได ว าเป นองค ความร ใน ล กษณะสหสาขาว ชาท ครอบคล มความร ด านการพ ฒนาในท กสาขาว ชา โดยเฉพาะสาขาท เป นความร ใหม จาก บร บทการเปล ยนแปลงของโลกท กระทบต อประเทศไทย ซ ง ณ ป จจ บ นตาแหน งว างในอ ตราน กว ชาการของ สศช. ท สามารถบรรจ เป นน กว เคราะห นโยบายและแผน ได จานวน 19 คน จ งม ความต องการบ คลากรท ม ความร ความเช ยวชาญในสาขาว ชาด งต อไปน บทบาทภารก จในอนาคต 5 10 ป ข างหน า 1. หน วยงานย ทธศาสตร 2. หน วยงานข อม ลเศรษฐก จ และส งคมเช งล ก 3. หน วยงานองค ความร สม ยใหม องค ความร และอ ตรากาล งคนท ต องการ ประเภท/ตาแหน ง: นวค.ปก. องค ความร (สาขาว ชา): ป.โท/เอก เศรษฐศาสตร สาขาว ชาเอก: เศรษฐศาสตร มหภาค เศรษฐศาสตร เช งปร มาณ หร อเศรษฐม ต พ ฒนาเศรษฐก จเศรษฐศาสตร อ ตสาหกรรมหร อ ส งแวดล อม เศรษฐศาสตร เกษตร/สหกรณ /การพ ฒนา เศรษฐศาสตร ส งแวดล อม/การพ ฒนา/การจ ดการส งแวดล อม / Health Economics & Policy ระยะเวลาท ต องการ: ป งปม. 2554-2556 สร ปความต องการ กาล งคนในอนาคต 8 อ ตรา 17

บทบาทภารก จในอนาคต 5 10 ป ข างหน า องค ความร และอ ตรากาล งคนท ต องการ ประเภท/ตาแหน ง: นวค.ปก. องค ความร (สาขาว ชา): ป.โท/เอก การวางแผนย ทธศาสตร การ พ ฒนา/ บร หารร ฐก จ สาขาว ชาเอก: การวางแผนย ทธศาสตร การพ ฒนา/บร หารร ฐก จ Government/ Public Policy/Fiscal Policy/ Public Finance/ International Development Studies/ Regional Development/ Sustainable Development/ Development Studies/ International Economics/ การ บร หารจ ดการระบบขนส งและโลจ สต กส ระหว างประเทศ / นโยบายด านโครงสร างพ นฐาน /การวางแผนพ ฒนาภาคหร อ เม อง/ การจ ดการนว ตกรรม Food and Fuel /การประเม นผล นโยบายแผนและโครงการ ระยะเวลาท ต องการ: ป งปม. 2554-2556 ประเภท/ตาแหน ง: นวค.ปก. องค ความร (สาขาว ชา): ป.โท/เอก บร หารธ รก จ/บร หารร ฐก จ สาขาว ชาเอก : การเง น Financial Engineering การเจรจา การค าระหว างประเทศ International Trade and Finance ระยะเวลาท ต องการ: ป งปม. 2554-2556 ประเภท/ตาแหน ง: นวค.ปก. องค ความร (สาขาว ชา): ป.โท/เอก ส งคมศาสตร สาขาว ชาเอก: เศรษฐศาสตร ส งคม ประชากรศาสตร ส งคม ผ ส งอาย Community Based Development ระยะเวลาท ต องการ: ป งปม. 2554-2556 ประเภท/ตาแหน ง: นวค.ปก. องค ความร (สาขาว ชา) : ป.โท การจ ดการทร พยากรและ ส งแวดล อม สาขาว ชาเอก: การจ ดการทร พยากรและส งแวดล อม Energy and Resource Policy and Practices/ Energy Policy/ Earth and Environmental Science Policy/ Climate Change Policy/ Environment and Natural Resource Policy/ Food and Agricultural Security Policy ระยะเวลาท ต องการ: ป งปม. 2554-2556 สร ปความต องการ กาล งคนในอนาคต 4 อ ตรา 3 อ ตรา 2 อ ตรา 2 อ ตรา รวมท งส น 19 อ ตรา 18

ส วนท 3: มาตรการในการบร หารและพ ฒนากาล งคน ในการบร หารและพ ฒนากาล งคนของ สศช. ได ม งเน นให บ คลากรของสาน กงานฯ ม ความร ความสามารถในการ ปฏ บ ต ภารก จได อย างม ประส ทธ ภาพอย างเท าท นบร บทการเปล ยนแปลงของโลกในป จจ บ น โดยสาน กงานฯ ม เป าประสงค หล กในการบร หารและพ ฒนากาล งคน ค อ ด งด ดผ ม ศ กยภาพ-ร กษาไว -พร อมในการทางานอย างเต ม ศ กยภาพ 3.1 การเกล ยอ ตรากาล ง สาน กงานฯ ได พ จารณาทบทวนแผนย ทธศาสตร การพ ฒนาองค กรแล ว เห นว าม ความจาเป น ต องปร บ โครงสร างภายในขององค กร เพ อให สามารถรองร บภารก จท ได ร บมอบหมาย ตลอดจนเพ อเป นการเพ ม ประส ทธ ภาพการบร หารจ ดการองค กรโดยรวม นอกจากน การพ จารณาปร บโครงสร างภายในของ สศช. ย งสอดคล องก บมต ครม. เม อว นท 16 ก นยายน 2553 ท ม มต เห นชอบการขยายระยะเวลาของมาตรการ ระง บการขอจ ดต งหน วยงานใหม โดยม ข อยกเว นกรณ (3) การยกฐานะส วนราชการภายในกรม ซ งม การ ปร บปร งงานให ม ค ณภาพส งข นโดยไม ม ผลทาให ค าใช จ ายเพ มข น ท งน โครงสร างภายในขององค กรท จะ ปร บปร ง ม สาระสาค ญสร ปได ด งน 3.1.1 จ ดต ง สาน กย ทธศาสตร และประสานความร วมม อระหว างประเทศ เพ อร บผ ดชอบในการ เสนอแนะท ศทาง นโยบาย และย ทธศาสตร ความร วมม อก บประเทศเพ อนบ าน รวมท งการพ ฒนา ภายในประเทศเพ อเช อมโยงก บประเทศเพ อนบ าน ภายใต กรอบความร วมม อของแผนงาน GMS, ACMECS, IMT-GT และ BIMSTEC ตลอดจน แผนแม บทว าด วยการเช อมโยงระหว างก นของ อาเซ ยน (Master Plan on ASEAN Connectivity) ท จะดาเน นงานผ าน 3 เสาหล ก ได แก ประชาคมเศรษฐก จ อาเซ ยน ประชาคมส งคมว ฒนธรรม อาเซ ยน และประชาคมการเม องความ ม นคงอาเซ ยน ให สามารถดาเน นการได อย างม ประส ทธ ภาพและเป นเอกภาพ เพ อความม นคง ส นต ส ขและความเจร ญร งเร องในภ ม ภาค ตามท คณะร ฐมนตร ได ม มต เม อว นท 24 ก มภาพ นธ 2552 เห นชอบการแต งต งคณะกรรมการพ ฒนาความร วมม อทางเศรษฐก จก บประเทศเพ อนบ าน (กพบ.) โดยม เลขาธ การคณะกรรมการพ ฒนาการเศรษฐก จและส งคมแห งชาต เป นกรรมการและ เลขาน การ นอกจากน น สศช.ย ง ม บทบาทการศ กษาว เคราะห และจ ดทาข อเสนอแนะย ทธศาสตร ระหว างประเทศในภาพรวม ภายใต กรอบความร วมม อ กรอบเจรจาการค าต างๆ รวมท งการ ต ดตามและประเม นผลนโยบายและย ทธศาสตร ระหว างประเทศ และท สาค ญย งทาหน าท หน วยงานข อม ลเศรษฐก จเช งล ก ( Intelligence Unit) โดยการต ดตามและประมวลข อม ล ข าวสาร รวมท งจ ดทาข อว เคราะห ท ท นเหต การณ และระบบส ญญาณเต อนภ ยทางเศรษฐก จ ซ ง บทบาทด งกล าวแตกต างจากหน วยงานท เก ยวข องก บภารก จการพ ฒนาระหว างประเทศอ นท เน น ภารก จในเช งปฏ บ ต หร อเฉพาะด าน อาท คณะกรรมการนโยบายเศรษฐก จระหว างประเทศ (ส งก ดกระทรวงพาณ ชย ) สาน กงานความร วมม อเพ อการพ ฒนาระหว างประเทศ (ส งก ด กระทรวงการต างประเทศ) สาน กงานความร วมม อพ ฒนาเศรษฐก จก บประเทศเพ อนบ าน (องค กรมหาชน ในกาก บกระทรวงการคล ง) เป นต น อ กท ง การดาเน นภารก จท ผ านมาของ 19

สาน กงานคณะกรรมการพ ฒนาการเศรษฐก จและส งคมแห งชาต (สศช.) ย งไม ม การจ ดโครงสร าง อย างเป นทางการเพ อรองร บภารก จด งกล าว 3.1.2 ปร บปร งโครงสร างสาน กงานเลขาธ การให ม ประส ทธ ภาพย งข น เน องจากสาน กงานเลขาธ การ ม ภารก จหลากหลายม ต อาท ดาเน นการเก ยวก บงานสารบรรณ งานอาคารสถานท ยานพาหนะ งานช วยอานวยการ งานงบประมาณ งานการเง นและบ ญช งานจ ดซ อจ ดจ างพ สด งานทะเบ ยน และควบค มพ สด งานบร หารงานบ คคล งานพ ฒนาบ คลากร งานว เทศส มพ นธ งานประสาน คณะร ฐมนตร และร ฐสภา งานกฎหมายเพ อการพ ฒนา งานเลขาน การน กบร หาร งาน ประชาส มพ นธ ตลอดจนงานเลขาน การของคณะกรรมการพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมแห งชาต และคณะกรรมการอ นตามท ได ร บมอบหมาย ทาให การบร หารจ ดการไม คล องต ว ด งน นเพ อเป น การเพ มประส ทธ ภาพการดาเน นงานภายในของ สศช. จ งเห นควรบ รณาการการทางานท ม ความ เก ยวข องเข าไว ด วยก น โดย 1) บ รณาการงานบร หารและพ ฒนาทร พยากรบ คคลเข าด วยก น โดยจ ดต งเป น สาน กบร หารและ พ ฒนาทร พยากรบ คคล เพ อร บผ ดชอบภารก จการพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรโดยการจ ด หล กส ตรการฝ กอบรมแก ข าราชการระด บต างๆ โครงการท นศ กษาต อระด บปร ญญาโท/เอก/ ฝ กอบรมในต างประเทศ ตลอดจนโครงการความร วมม อในการแลกเปล ยนความร และการ เร ยนร ก บธนาคารโลก อ กท งภารก จด านบร หารงานบ คคล อ นได แก งานโครงสร างอ ตรากาล ง งานโครงสร างการแบ งงาน งานการวางแผนอ ตรากาล ง งานการกาหนดตาแหน ง งานการ ประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ งานการสรรหา งานการบรรจ แต งต ง งานการโอน การย าย การเล อนระด บ งาน การประเม นผลงานทางว ชาการ งานการจ ดทาส ญญาเก ยวก บ ท นการศ กษาท งในประเทศประต างประเทศ งานการจ ดทาหน งส อแต งต งผ แทนท งภายในและ ภายนอก สศช. งาน การจ ดทาทะเบ ยนประว ต งานการดาเน นการด านบาเหน จบานาญและ ประก นส งคม งานการขอพระราชทานเคร องราชอ สร ยาภรณ งานสว สด การ งานการพ ฒนา ระบบฐานข อม ลข าราชการของ สศช. ให เป นไปตามระบบการบร หารบ คลากรภาคร ฐด วยระบบ อ เล กทรอน กส (Government Personnel Management Information System : GPMIS) ซ งภารก จด งกล าวเป นภารก จท สามารถบ รณาการเข าด วยก น เพ อสน บสน นและส งเสร มให สศช. สามารถดาเน นการด านบร หารจ ดการและพ ฒนาทร พยากรบ คคลภาคร ฐแนวใหม ให สอดคล อง ก บท ศทางการพ ฒนาประเทศ โดยสามารถใช กาล งคนอย างค มค า ประหย ด เต มศ กยภาพ ได ประโยชน ส งส ดอย างเหมาะสมก บภารก จของ สศช. อ นเป นการเพ มประส ทธ ภาพการทางานท ด ย งข น 2) บ รณาการงานงบประมาณ งานการเง นและบ ญช งานจ ดซ อจ ดจ างพ สด งานทะเบ ยนและควบค มพ สด เข าด วยก น โดยจ ดต งเป น กองคล งและพ สด เพ อเพ ม ประส ทธ ภาพบร หารจ ดการด านการเง นและบ ญช งานงบประมาณ งานการพ สด งานบร หาร เง นกองท นต างๆ ท อย ในความด แลของ สศช. ให เป นไปอย างถ กต องตามระเบ ยบท เก ยวข อง ท งน การปร บโครงสร างด งกล าวข างต น เป นการดาเน นงานภายใต กรอบอ ตรากาล งและ งบประมาณ ท ได ร บจ ดสรร โดยไม ได ม การปร บเพ มงบประมาณและอ ตรากาล งแต อย างใด ซ งเป นไปตามมต ของ คณะกรรมการกาหนดเป าหมายและนโยบายกาล งคนภาคร ฐ (คปร.) 20

3.2 การเตร ยมความพร อม (แผนทดแทนอ ตรากาล ง และแผนสร างความต อเน องทดแทนตาแหน ง ) ในแต ละป สศช. จะม อ ตรากาล งว างลงด วยป จจ ยต างๆ เช น ข าราชการไม อย หร อไม อาจปฏ บ ต ราชการได ข าราชการครบเกษ ยณอาย ราชการ ลาออกจากราชการเพ อประกอบอาช พอ น โอนไปร บราชการต าง หน วยงาน และเกษ ยณอาย ราชการก อนกาหนด ด งน น เพ อให สศช. สามารถดาเน นงานตามภารก จท ได ร บ มอบหมายอย างต อเน อง เก ดความคล องต ว และทดแทนอ ตรากาล งท ว างลงได อย างม ประส ทธ ภาพ จ งได กาหนดแนวทางการดาเน นงานเตร ยมความพร อมเพ อทดแทนอ ตรากาล งท จะว างลง หร อไม อาจปฏ บ ต หน าท ได ด งน 3.2.1 ว เคราะห ประเม นความต องการกาล งคน และจ ดทาแผนอ ตรากาล งทดแทน โดยเป นการจ ดทา แผนในช วง 3 ป ข างหน าว าม ความจาเป นต องใช กาล งคนประเภทใด ระด บใด จานวนเท าไร เพ อจะ ได สามารถปฏ บ ต งานตามภารก จท อย ในอานาจหน าท และความร บผ ดชอบท ได ร บมอบหมายได อย าง ม ประส ทธ ภาพ 3.2.2 มอบหมายให ข าราชการปฏ บ ต หน าท ราชการ ในกรณ ท ผ ดารงตาแหน งซ งม ความสาหร บในการ บร หารงานของ สศช. ไม อย หร อไม อาจปฏ บ ต ราชการได ด งน 1) การมอบหมายให รองเลขาธ การฯ หร อท ปร กษาด านนโยบายและแผนงาน ทาหน าท ร กษา ราชการแทนเลขาธ การฯ ในกรณ ท เลขาธ การฯ ไม อย หร อไม อาจปฏ บ ต ราชการได 2) การมอบหมายให ท ปร กษาด านนโยบายและแผนงาน (น กว เคราะห นโยบายและแผน ทรงค ณว ฒ ) ทาหน าท ร กษาราชการแทนรองเลขาธ การฯ ในกรณ ท รองเลขาธ การฯ ไม อย หร อไม อาจปฏ บ ต ราชการได 3.2.3 สรรหาบ คคลท ม ความร ความสามารถ ท กษะ สมรรถนะ ประสบการณ ในการปฏ บ ต งาน และม ความเหมาะสม เพ อแต งต งให ดารงตาแหน งท จะว างลงให เร วท ส ด โดยเฉพาะอย างย งตาแหน ง ว างท ม ความสาค ญในการบร หารงาน ภายใน สศช. จะดาเน นการสรรหา ก อนท ข าราชการจะ เกษ ยณอาย ราชการ เพ อให ข าราชการได ถ ายทอดความร ความสามารถ และการเร ยนร งานในภารก จ อานาจหน าท ความร บผ ดชอบของตาแหน งท จะว างลง อ นนาไปส การสร างความต อเน องในบร หาร จ ดการและดาเน นงานในภารก จต างๆ ท ได ร บมอบหมาย 3.2.4 สรรหาและค ดเล อกบ คคลเพ อบรรจ และแต งต งเป นพน กงานราชการ หร อล กจ างช วคราว เพ อ ทดแทนอ ตรากาล งในตาแหน งสน บสน น ซ งปฏ บ ต งานในส วนท กระบวนการทางานไม ซ บซ อน ม ว ธ ปฏ บ ต อย างช ดเจนและเป นข นตอน อย ภายใต การควบค ม กาก บ ด แล และตรวจสอบอย างใกล ช ด ของจากห วหน างาน อ นนาไปส การดาเน นการตามนโยบายปร บขนาดกาล งคนภาคร ฐ 3.2.5 จ ดให ม การศ กษาอบรมหล กส ตรต างๆ เพ อพ ฒนาศ กยภาพของบ คลากรสาหร บเตร ยมความพร อม ส ตาแหน งท ม ความสาค ญซ งจะว างลงในอนาคต 3.2.6 นาเทคโนโลย ต างๆ มาใช ประย กต ใช เพ อทดแทนอ ตรากาล งท จะว างลง เช น การว เคราะห ข อม ล ด านสถ ต ต างๆ การจ ดเก บข อม ลต างๆ แบบอ เล กทรอน กส ซ งทาให สะดวกต อการค นหาและ นามาใช ให ข าราชการท กระด บเข าร บการอบรมเพ อให สามารถใช คอมพ วเตอร ในการปฏ บ ต อย างได อย างถ กต องและสามารถประย กต ใช ให สอดคล องก บหน าท ความร บผ ดชอบของแต ละบ คคล เป นต น 21

3.3 การพ ฒนาบ คลากร (แผนพ ฒนาข าราชการ) สาน กงานฯ ได ให ความสาค ญก บการพ ฒนา ศ กยภาพบ คลากรของ สศช. เป นอย างต อเน อง โดยได ม การ วางแผนกาล งคน เพ อเตร ยมความพร อมให แก บ คลากรให สามารถให ม สมรรถนะ ความร ความสามารถ และ ท กษะในการปฏ บ ต ภารก จและเพ มข ดความสามารและเพ มข ดความสามารถขององค กรในการข บเคล อน ย ทธศาสตร การพ ฒนาประเทศ นอกจากน น สาน กงานฯ ย ง ให ความสาค ญก บการพ ฒนาบ คลากรให ม สมรรถนะ เป นคนด คนเก ง เสร มสร างและพ ฒนาระบบบร หารจ ดการท ด ตามหล กธรรมาภ บาล เพ อพ ฒนา องค กรไปส ความเป นเล ศ ม เป าหมายผลผล ตและผลล พธ ท ก อให เก ด ประโยชน ส ขต อประชาชน ท งน ในการ วางแผนพ ฒนาบ คลากรของ สศช. ประจาป งบประมาณ 255 6 น ได นาหล กการสาค ญจาก พระราชบ ญญ ต ระเบ ยบข าราชการพลเร อน พ ทธศ กราช 2551 และย ทธศาสตร การพ ฒนาข าราชการ พ.ศ. 2552 2556 รวมท งมาตรฐานและแนวทางการกาหนดความร ความสามารถ ท กษะ และสมรรถนะท จาเป น สาหร บตาแหน งข าราชการพลเร อนสาม ญ มาใช เป นกรอบการจ ดทาแผนการพ ฒนาบ คลากร สศช. ด งน 3.3.1 แนวทางการเสร มสร างศ กยภาพบ คลากรในการวางแผนและกาหนดย ทธศาสตร การพ ฒนา 1) พ ฒนาบ คลากรให สอดคล องก บภารก จ และความต องการของสาน กงานฯ โดยได ร บการ จ ดสรรทร พยากรอย างเพ ยงพอ และได ร บการสน บสน นจากผ บ งค บบ ญชาอย างเต มท 2) แต งต งคณะกรรมการพ ฒนาบ คลากรและค ดเล อกผ สม ครร บท นศ กษา ฝ กอบรม ส มมนาของ สศช. โดยม ผ บร หารท กสายงานเป นคณะกรรมการเพ อร วมก นวางแผนบร หารและพ ฒนา กาล งคนของ สศช. ให สอดคล องก บแผนกลย ทธ องค กร 3) พ ฒนาหล กส ตรอบรมเพ อรองร บการพ ฒนาความร ความสามารถ ท กษะ และสมรรถนะท จาเป นสาหร บการปฏ บ ต งาน ซ งรวมถ งการพ ฒนาสมรรถนะหล ก สมรรถนะทางการบร หาร และสมรรถนะเฉพาะตามล กษณะงานท ปฏ บ ต 4) แลกเปล ยนบ คลากรก บหน วยงานช นนาท งในและต างประเทศ เพ อให เก ดการเร ยนร และสร าง สมประสบการณ ท งก บหน วยงานภาคร ฐ เอกชน สถาบ นการศ กษา และหน วยงาน ต างประเทศ 5) สร างระบบการประเม นผลการปฏ บ ต งานและระบบการประเม นสมรรถนะของบ คลากรท กคน โดยม การมอบหมายงานท ช ดเจน และสอดคล องก บเป าหมายรวมขององค กร 6) สร างแรงจ งใจให สศช. เป นองค กรท ม บ คลากรท ม ความสามารถ โดยม เส นทางความก าวหน า ทางอาช พท ช ดเจน และเป นองค กรช นนาองค กรหน งท สามารถด งด ดคนเก งให เข ามาร วมงานได 7) สร างระบบผ ฝ กสอนงาน( Mentoring & Coaching) โดยม ระบบท มงานผสมผสานรองร บ เพ อให เก ดการเร ยนร งานระหว างบ คลากรท ม ความเช ยวชาญแต ละสาขาภายในสาน กงานฯ 3.3.2 แนวทางการเสร มสร างว ฒนธรรม จร ยธรรม และธรรมาภ บาลขององค กร ท นาไปส ภาพล กษณ ท ด ในส วนท เก ยวข องก บการพ ฒนาบ คลากร ประกอบด วย 1) เสร มสร างและพ ฒนาว ฒนธรรม จร ยธรรม และธรรมาภ บาล ท ประชาคม สศช. ได ยอมร บให เป นส วนหน งของว ธ การดาเน นช ว ตในองค กร โดยการสอดแทรกในก จกรรมและส อต างๆ ใน องค กร เช น ในพ ธ การงานต างๆ ในหน วยงาน การปฐมน เทศ หร อการฝ กอบรมต างๆ โดยม การส อสารผ านส อท กประเภทด วยร ปแบบท หลากหลายอย างบ รณาการ และโดยเฉพาะอย าง 22

ย งต องม การจ ดการก บป จจ ยความเส ยงเช งพฤต กรรมท อาจม ผลกระทบทางลบต อว ถ ช ว ต ตาม แนวทางว ฒนธรรม และค าน ยมองค กร 2) เสร มสร างกระบวนการเร ยนร พ ฒนาท กษะความเป นผ นา ม ว ฒนธรรม และธรรมาภ บาลท พร อมร บการตรวจสอบและร บฟ งความเห นจากท กภาคส วน เพ อสามารถถ ายทอดและสร าง การเปล ยนแปลงให เก ดข นในท กระด บ 3) รณรงค และส งเสร มค าน ยมสร างสรรค และจรรยาบรรณว ชาช พของข าราชการ เพ อสร างผ ส จร ต ม ค ณธรรม ม ความกล าหาญในทางจร ยธรรม เน นการทางานท ใช ความสามารถและ ผลงาน ไม เน นช นยศและอาว โส โดยสร างว ฒนธรรมและส งแวดล อมใหม ให เอ อต อความค ด สร างสรรค 4) ปร บปร งกระบวนการให รางว ลและลงโทษ ให ดาเน นการด วยความรวดเร ว และปร บปร ง กระบวนการทางว น ยให เก ดผลในทางปฏ บ ต เพ อใช เป นกลไกในการป องก นการคอร ปช นอย าง ม ประส ทธ ภาพ รวมท งต องสอดคล องก บกลไกของภาคร ฐท ม โดยต องม การให รางว ลหร อ ลงโทษ รวมท งการสร างแบบอย างพน กงานด เด น 5) รณรงค และส งเสร มการดาเน นก จกรรมท แสดงความร บผ ดชอบต อส งคม ( Corporate Social Responsibility: CSR) เพ อปล กฝ งจ ตสาน กแก บ คลากร สศช. ให เป นท ง คนเก งและคนด ตลอดจน เพ อเสร มสร างความแข งแกร งในการปฏ บ ต หน าท ของข าราชการ สศช. สน บสน นการ ทาเพ อส งคมและกระต นให ภาค ในภาคส วนอ นๆ ท งภาคร ฐ ภาคประชาส งคม และภาคเอกชน ให ม ส วนร วมผล กด นและสน บสน นในเร อง CSR 3.3.3 โครงการ ฝ กอบรมเพ อการพ ฒนาบ คลากร แผนพ ฒนาบ คลากร สศช. ม ว ตถ ประสงค เพ อม งเน นการพ ฒนาตามมาตรฐานและแนวทางการ กาหนดความร ความสามารถ ท กษะ และสมรรถนะท จาเป นสาหร บตาแหน งประเภทท วไป ว ชาการ และอานวยการ โดยได กาหนดโครงการ/หล กส ตรฝ กอบรม และกาหนดเป าหมายในการดาเน นการ พ ฒนาหล กส ตรฝ กอบรม 4 ส วน ด งน 1) หล กส ตรเพ อพ ฒนาความร ความสามารถ และท กษะท จาเป นสาหร บปฏ บ ต งาน (ความร ความสามารถท ใช ในการปฏ บ ต งาน ความร เร องกฎหมายและกฎระเบ ยบราชการ การใช คอมพ วเตอร การใช ภาษาอ งกฤษ การคานวณ การจ ดการข อม ล) 2) หล กส ตรเพ อพ ฒนาสมรรถนะหล ก (การม งผลส มฤทธ บร การท ด การส งสมความเช ยวชาญใน งานอาช พ การย ดม นในความถ กต องชอบธรรมและจร ยธรรม และการทางานเป นท ม) 3) หล กส ตรเพ อพ ฒนาสมรรถนะทางการบร หาร (สภาวะผ นา ว ส ยท ศน การวาง กลย ทธ ภาคร ฐ ศ กยภาพเพ อนาการปร บเปล ยน การควบค มตนเอง และการสอนงานและการ มอบหมายงาน) 4) หล กส ตรเพ อพ ฒนาสมรรถนะตามล กษณะงานท ปฏ บ ต (มองภาพองค รวม การค ดว เคราะห และการส บเสาะหาข อม ล) 23

รายละเอ ยดโครงการฝ กอบรมเพ อการพ ฒนาบ คลากรประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 จานวน หล กส ตรอบรม ระด บ (คน) งบประมาณ (บาท) 1. หล กส ตรเพ อพ ฒนาความร ความสามารถ และท กษะท จาเป นสาหร บการปฏ บ ต งาน 195 1,133,500 (1) การอบรมการเข ยนหน งส อราชการและการจดรายงานการประช ม นวค. ปก./ชก. 30 47,000 (2) การอบรมความร ด านเทคโนโลย สารสนเทศ( Advance) ได แก - Microsoft SharePoint 2010 Overview for End Users - สถ ต แบบมาตรฐานส งโดยใช โปรแกรม SPSS ท กระด บ 90 76,500 - Advanced Pivot Table and Chart on Microsoft Excel 2007 (3) การส มมนาเช งปฏ บ ต การเพ อเสร มสร างส ขภาวะเพ อเพ ม ประส ทธ ภาพในการทางาน ระด บ ผชช. /ผอ. ลงมา 35 230,000 (4) การอบรมภาษาอ งกฤษ นวค. ปก. 20 80,000 (5) การพ ฒนาข าราชการใหม NESDB Future Team ร นท 4 ข าราชการใหม 10 500,000 (7) ส งข าราชการเข าร บการอบรมหล กส ตรภายนอก ท กระด บ 10 200,000 2. หล กส ตรเพ อพ ฒนาสมรรถนะหล ก (Core Competency) 290 1,195,000 (1) การอบรมค ณธรรม จร ยธรรม (โครงการองค กรเป นเล ศ การทางาน ท กระด บ 50-100 25,000 เป นส ข) (2) การอบรมการให บร การท ด และการทางานม งผลส มฤทธ เพ อพ ฒนา เจ าหน าท สาย 80 350,000 ศ กยภาพในการทางานให แก สายงานสน บสน น สน บสน น (3) การอบรมจ ตอาสาเพ อการพ ฒนาบร การท เป นเล ศเพ อพ ฒนาเทคน ค ล กจ างประจาและ 80 350,000 การให บร การ พขร. (4) หล กส ตรการเต มพล งสร างสรรค เพ อการทางานท ม ประส ทธ ภาพ พน กงานราชการ 70 270,000 (5) ส งข าราชการเข าร บการอบรมหล กส ตรภายนอก ท กระด บ 10 200,000 3. สมรรถนะด านการบร หารจ ดการ (Management Competency) 40 500,000 (1) การอบรมหล กส ตร ห วหน างานย คใหม นวค. ชก./ชพ. 30-35 200,000 (2) ส งข าราชการเข าร บการอบรมหล กส ตรภายนอก ท กระด บ 10 300,000 4. หล กส ตรเพ อพ ฒนาสมรรถนะเฉพาะด าน (Functional Competency) 240 5,171,500 (1) หล กส ตรไทยก บประชาคมเศรษฐก จอาเซ ยน ผอ./ชช. /ชพ. 30-35 1,800,000 (2) การอบรมหล กส ตร "นโยบายการพ ฒนาเศรษฐก จและส งคม" (Economic & Social Policy Development) นวค. ชก./ชพ. 30-35 2,800,000 (3) การอบรม Strategic Planning : Advance นวค. ชก./ชพ. 40 100,000 (4) การอบรมหล กส ตรการพ ฒนาความค ดอย างเป นระบบ (System Thinking) นวค. ปก./ชก. 30 100,000 (5) การอบรม Mind Mapping & Mind Manager นวค. ปก./ชก./ชพ. 30 50,000 (6) โครงการเสร มสร างองค ความร ด านเศรษฐก จ ส งคม ส งแวดล อม และ เศรษฐก จพอเพ ยง ท กระด บ 30-50 50,000 (6) โครงการแลกเปล ยนเร ยนร (KM Talk) ท กระด บ 30 50,000 (5) ส งข าราชการเข าร บการอบรมหล กส ตรภายนอก ท กระด บ 20 221,500 รวมท งหมด 8,000,000 หมายเหต : เป นวงเง นงบประมาณท ขอร บจ ดสรรประจาป งบประมาณ 2556 ณ เมษายน 2555 24

3.4 การเตร ยม กาล งคนโดยท นศ กษา/ฝ กอบรม สาน กงานฯ ได ให ความสาค ญก บการพ ฒนาบ คลากรเป นอย างมาก โดยได ส งเสร มให ข าราชการได ศ กษาต อและ เข าร วมการฝ กงาน (On the Job Training) ก บองค กรระหว างประเทศ ด งน 3.4.1 โครงการท นศ กษาระด บปร ญญาโท/เอก/อบรมในต างประเทศ สาน กงานฯ ได ให ความสาค ญในเร องการสร างบ คลากรร นใหม (New Investment) และเสร มสร าง ฐานความร ระยะยาว โดยการส งเสร มให บ คลากรศ กษาต อในระด บปร ญญาโทและปร ญญาเอกใน ต างประเทศ เพ อสร างและสรรหาบ คลากรร นใหม (New Wave) ท ม ศ กยภาพข นมารองร บการ ข บเคล อนย ทธศาสตร ของประเทศในระยะข างหน า ท ต องอาศ ยองค ความร และนว ตกรรมใหม ๆ รวมท ง ได ให ความสาค ญก บการจ ดส งบ คลากรไปฝ กอบรมระยะส นในต างประเทศ โดยในการดาเน นโครงการ ท นการศ กษาระด บปร ญญาโท/เอก/อบรมในต างประเทศ ได ม การกาหนดสาขาว ชาตามลาด บ ความสาค ญ รวมท งแนวทางการจ ดสรรท นและข นตอนการค ดเล อกไว ด งน 1) สาขาว ชา สาขาว ชาตามลาด บความสาค ญของสาน กงานฯ ในระด บปร ญญาเอก/โท และการอบรมใน ต างประเทศ สร ปได ด งน (1) สาขาว ชาในระด บปร ญญาเอก ประกอบด วย สาขาว ชา - Policy Studies / Public Policy - Sustainable Development - Socioeconomics / Sociology - Economics - International Economics/International Development - Environment and Natural Resource - Development Studies - สาขาว ชาอ นๆ ได แก Commercial Law สาขาว ชาเอก (Major) - Global Rules Related to Agricultural Trades, Environment and Intellectual Property Rights - Macroeconomic Modeling - Agricultural Policy and Food Security - Climate Change and Global Warming - Creative Economy - Education and Public Health Services Reform - Aging Society - Global Financial Architecture 25

(2) สาขาว ชาในระด บปร ญญาโท ประกอบด วย สาขาว ชา - Sustainable Development - Socioeconomics / Sociology - Policy Studies / Public Policy - Development Studies - Economics - Environment and Natural Resource - International Economics/International Development - สาขาว ชาอ นๆ ได แก Engineer / Management Information Systems / Project Evaluation / Monitoring / Commercial Law สาขาว ชาเอก (Major) - Aging Society - Education and Public Health Services Reform - Creative Economy Agricultural Policy and Food Security - Global Rules Related to Agricultural Trades, Environment and Intellectual Property Rights - Macroeconomic Modeling - Climate Change and Global Warming - Global Financial Architecture - สาขาว ชาอ นๆ ได แก Social Policy / Pure Economic / Quantitative Economic / Database Management (3) สาขาว ชาสาหร บหล กส ตรการฝ กอบรมต างประเทศ ประกอบด วย - ด าน Leadership อาท เช น High Performance People Skills for Leader, Leading Change: Strategy through to Implementation - ด านการวางแผนพ ฒนาเศรษฐก จ อาท เช น Principles of Development Economics: New Strategies for Growth and Poverty Reduction, Economics for Policy Making, Innovation for Economics Development - ด านการวางแผนย ทธศาสตร อาท เช น Developing Strategy for Value Creation, Planning for Change: A Strategic Approach, Developing Strategic Skills for Organizational Improvement - หล กส ตรเฉพาะด านเพ อพ ฒนาการปฏ บ ต งาน 3.4.2 โครงการความร วมม อแลกเปล ยนเร ยนร ก บธนาคารโลกและองค กรระหว างประเทศ สาน กงานฯ จะดาเน นการตามความร วมม อใน 3 โครงการ หล ก ด งน 1) โครงการแลกเปล ยนเร ยนร On the Job Training (OJT) ม แนวทางดาเน นการ ด งน (1) ระยะเวลาและสถานท ในการเข าร วมโครงการ: ระยะเวลาและสถานท ในการปฏ บ ต งาน ควรข นอย ก บเง อนไขของโครงการท ประสงค จะร บบ คลากรเข าร วมเป นสาค ญ โดยม 26

ระยะเวลาให ย ดหย นมากข นต งแต 2 5 เด อน และสถานท ปฏ บ ต งานข นก บความ เหมาะสมของโครงการ ได แก การเข าร วมท ธนาคารโลกและประเทศท สาม หร ออาจเข า ร วมท ธนาคารโลก ประเทศสหร ฐฯ อย างเด ยว หร อไปปฏ บ ต งานประเทศท สามอย าง เด ยว เป นต น (2) การสรรหาผ สม คร: สามารถดาเน นการได 2 ว ธ ด งน (2.1) สรรหาผ สม ครในสาขาท สศช. ประสงค จะส งบ คลากรไปร วมโครงการฯ : ใน สาขาท เก ยวข องก บการพ ฒนาเศรษฐก จ ส งคม ส งแวดล อม โครงสร างพ นฐาน งบประมาณ และอ นๆ อาท เช น ด านประเม นผล เป นต น (2.2) สรรหาบ คลากรให ตรงก บโครงการของธนาคารโลก : โดยธนาคารโลกจะ ดาเน นการแจ งโครงการท ม ความประสงค จะร บบ คลากรเข าฝ กงานระยะส นตาม โครงการ On the Job Training ซ งจะดาเน นการแจ งสาขาหร อโครงการให สศช. ทราบต อไป (3) กล มเป าหมาย: สศช. ได กาหนดกล มเป าหมายในการพ จารณาค ดเล อกข าราชการเข าร วม โครงการฯ ด งน (3.1) เป นข าราชการ สศช. หร อเป นข าราชการหน วยงานราชการอ นท สาน กงานฯ เห น ควรให ส งผ เข าร วมโครงการ เช น สาน กงบประมาณ เป นต น โดยจะต อง ม ประสบการณ ทางานอย างน อย 3 ป ข นไป (3.2) เป นผ ท สาเร จการศ กษาจากสถาบ นการศ กษาต างประเทศ หร อม ผลคะแนน ทดสอบภาษาอ งกฤษ TOEFL IELTS หร อสาน กงานความร วมม อเพ อการพ ฒนา ระหว างประเทศ (สพร.) กระทรวงการต างประเทศ 70 คะแนนข นไป (4) ค ณสมบ ต ของผ สม คร: ธนาคารโลกได กาหนดค ณสมบ ต ของผ สม ครในเบ องต น ด งน (4.1) ม ความร ความสามารถในการเร ยนร และสามารถสน บสน นการทางานของ ธนาคารโลกได เป นอย างด ( capable to learn and to contribute to the WB work (Technical skills)) (4.2) ม ความน าเช อถ อและท มเทในการทางาน ( reliable and committed (hard working and good personality)) (4.3) ม ความย ดหย นในการปฏ บ ต หน าท ( relatively flexible (on the issues to work on and the duration)) (5) กระบวนการค ดเล อกผ เข าร วมโครงการ: (5.1) กรณ ผ สม ครของ สศช.: คณะกรรมการพ ฒนาบ คลากรและค ดเล อกผ สม ครร บท น ศ กษา/ฝ กอบรม /ส มมนา ของ สศช.เป นผ พ จารณาค ดเล อกผ สม ครเข าร วม โครงการฯ (5.2) กรณ ผ สม ครหน วยงานราชการอ น : ให ห วหน าส วนราชการน น เป นผ พ จารณา เสนอช อผ เข าร วมโครงการฯ (6) การต ดตามประเม นผล : ผ เข าร วมโครงการต องส งรายงานการเข าร วมโครงการเสนอ ผ บร หารสายงานและห วหน าส วนราชการเพ อทราบ และนาเสนอรายงานผลเพ อเป นการ แลกเปล ยนและถ ายทอดองค ความร ในหน วยงาน 27

2) โครงการส งบ คลากรเข าอบรมหล กส ตรระยะส น ณ World Bank Institute (WBI) ธนาคารโลกจะส งข อม ลการอบรมระยะส นมาให สศช. พ จารณา และหากม ความเหมาะสม สอดคล อง และเป นประโยชน ต อการปฏ บ ต งานของบ คลากร สศช. สาน กงานฯ จะพ จาณาส ง ข าราชการเข าร วมโครงการเป นกรณ ๆ ไป 3) โครงการเช ญผ เช ยวชาญของธนาคารโลกมาบรรยาย ณ สศช. ธนาคารโลกจะแจ งผ เช ยวชาญและห วข อท จะมาบรรยาย และหากห วข อใดม ความเหมาะสม สอดคล อง และเป นประโยชน ต อการปฏ บ ต งานของบ คลากร สศช. สาน กงานฯ จะดาเน นการ จ ดให ม การบรรยาย ณ สศช. เพ อเป นการแลกเปล ยนและถ ายทอดองค ความร ต อไป โดยอาจ เช ญหน วยงานภายนอกท เก ยวข องมาร วมร บฟ งการบรรยายด วย 3.5 การ ถ ายทอดแลกเปล ยนองค ความร ในองค กร สาน กงานคณะกรรมการพ ฒนาการเศรษฐก จและส งคมแห งชาต ได ตระหน กถ งความสาค ญและความจาเป น ของการพ ฒนาองค กรไปส การเป นองค กรฐานความร (Knowledge-Based Organization) ซ งม งเน นการ สร าง การขยาย และการใช องค ความร เป น ฐานในการข บเคล อนงานย ทธศาสตร การพ ฒนาประเทศ เพ อให สามารถตอบสนองต อสภาวการณ ท เปล ยนแปลงอย างรวดเร ว ท งในระด บประเทศ และโลก จ งได พ ฒนา บ คลากรในองค กรให ได ม โอกาสเร ยนร และพ ฒนาศ กยภาพของตนเองให ม ความพร อมต อการปฏ บ ต ภารก จท ร บผ ดชอบ และถ ายทอดความร ท ได ร บให แก บ คลากรในองค กร เพ อเป ดโอกาสให ม การแลกเปล ยน ประสบการณ สามารถเข าถ งความร เพ อนาความร น นไปใช ในการจ ดการความร ในองค กรได อย างเป นระบบ และม ประส ทธ ภาพ สาน กงานฯ จ งได จ ดให ม โครงการแลกเปล ยนเร ยนร หร อ KM Talk โดยม ว ตถ ประสงค ด งน 3.5.1 เพ อร วมแลกเปล ยนประสบการณ การเร ยนร ความเห น แนวค ดและว ธ การพ ฒนาการเร ยนร ก บสาน ก ต างๆ ใน สศช. และสร างบรรยากาศของการแลกเปล ยนเร ยนร ในองค กร ระหว างก น เพ อนา ข อเสนอแนะมาใช ในการปร บปร งการว เคราะห ผลและการต ดตามประเม นผลในการปฏ บ ต งาน 3.5.2 เพ อสร างและพ ฒนาระบบบร หารจ ดการความร ใน สศช. ให เป นกลไกช วยยกระด บประส ทธ ภาพการ ทางานของเจ าหน าท สศช. ไปส ระด บท ส งข น 3.5.3 เพ อพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรและเสร มสร างฐาน ความร ระยะยาว และเพ อเสร มสร างสมรรถนะและ ยกระด บข ดความสามารถในการปฏ บ ต งานของบ คลากรโดยรวม เพ อนาความร และประสบการณ ท ได ร บมาพ ฒนาระบบบร หารจ ดการองค ความร ในองค กรให ม ประส ทธ ภาพ และพ ฒนากระบวนการ เร ยนร อย างต อเน องเป นระบบต อไป สาน กงานฯ ได กาหนดให ม การจ ด KM Talk อย างน อยเด อนละ 2 คร ง โดยขอบเขตในการดาเน นการเป นการ จ ดบรรยายเพ อแลกเปล ยนองค ความร ในในด านสาขาต างๆ ท งด านเศรษฐก จ ส งคม และส งแวดล อม โดยจะ เช ญบ คลากร สศช. หร อผ เช ยวชาญจากหน วยงานภายนอก ท ม ความร ม ประสบการณ ท งจากการทางานและ การเร ยนร จากการศ กษา/ฝ กอบรม/ส มมนาท งในและต างประเทศมาเป นผ บรรยายถ ายทอดองค ความร ใน เร องต างๆ โดยจ ดให ม การเสวนาเพ อแลกเปล ยนความร ระหว างก น เพ อให เก ดกระบวนการค ดและท กษะใหม ๆ เพ อสามารถพ ฒนาศ กยภาพของตนเองให ม การค ด มาใช ในการปร บปร งการว เคราะห ผลและการต ดตาม ประเม นผลการพ ด การกระทาในเช งสร างสรรค สามารถสน บสน นการทางานของเจ าหน าท สาน ก และองค กร ได อย างม ประส ทธ ภาพต อไปในอนาคต 28

ส วนท 4: แผนพ ฒนากาล งคนโดยท นศ กษา/ฝ กอบรม จากการทบทวนภารก จของสาน กงานฯ ท คาดว าจะต องดาเน นการในอนาคตแล วนามาพ จารณาว าต องม องค ความร ด านใดจ งจะสามารถผล กด นภารก จเหล าน นให ล ล วงไปได และเม อนามาเปร ยบเท ยบก บองค ความร ของบ คลากรท ม อย ในป จจ บ นจะสามารถเห นว าสาน กงานฯ ย งต องการกาล งคนท ม องค ความร ทางด านต างๆ อย อ กท งในระด บ ปร ญญาเอก และปร ญญาโท โดยสาน กงานฯ ม ความประสงค จะขอร บการจ ดสรรท นร ฐบาล 2 ประเภทท น ด งน 1. ท นสน บสน นย ทธศาสตร การพ ฒนาประเทศ ท ม ความสอดคล องก บนโยบายเป าหมาย (Policy Theme) ซ ง สน บสน นท ศทางการพ ฒนาประเทศ ระด บปร ญญาโท รวมท งส นจานวน 6 ท น เร ยงลาด บความสาค ญด งน ลา ด บ ประเภท ท น กล ม เป าหมาย ตาแหน ง ระด บ สาขาว ชา/ว ชาเอก ประเทศ Policy Theme 1 ปร ญญา เอก บ คคล ท วไป น กว เคราะห นโยบายและ แผน ปฏ บ ต การ Economics ว ชาเอก Economics Modeling USA,UK,NZ Australia 4,5 2 ปร ญญา เอก บ คคล ท วไป น กว เคราะห นโยบายและ แผน ปฏ บ ต การ Agricultural Economics ว ชาเอก Food and Agricultural Security USA,UK,NZ Australia 1 3 ปร ญญาโท บ คคล ท วไป น กว เคราะห นโยบายและ แผน ปฏ บ ต การ Development Studies ว ชาเอก Community Based Development/ Social Risk Management USA,UK,NZ Australia 3 4 ปร ญญาโท บ คคล ท วไป น กว เคราะห นโยบายและ แผน ปฏ บ ต การ Urban Development ว ชาเอก Urban Management and Development USA,UK,NZ Australia 3,4 5 ปร ญญาโท บ คคล ท วไป น กว เคราะห นโยบายและ แผน ปฏ บ ต การ International Trade / International Business ว ชาเอก International Trade / International Business USA,UK,NZ Australia 4,5 6 ปร ญญาโท บ คคล ท วไป น กว เคราะห นโยบายและ แผน ปฏ บ ต การ Public Policy ว ชาเอก Public Management USA,UK,NZ Australia 4,5 29

หมายเหต การจ ดลาด บความสาค ญของท น ส วนราชการจะต องนาท นประเภทต างๆ ท งท นศ กษาสาหร บบ คคล ท วไปและสาหร บข าราชการมาคละรวมก นก อนจ ดเร ยงลาด บความสาค ญของท นในภาพรวมของส วน ราชการ การระบ นโยบายเป าหมาย (Policy Theme) ท เก ยวข องให ระบ ด งน 1) การสร างความม นคงด านอาหารและการเกษตร 2) การสร างความม นคงด านพล งงานและทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม 3) การสร างความม นคงด าน Community Based Development 4) การสร างความเช อมโยงก บเศรษฐก จในภ ม ภาค 5) การสร างความเข มแข งของกลไกพ นฐานภาคร ฐอย างต อเน องย งย น 2. ท นร ฐบาลเพ อด งด ดผ ม ศ กยภาพส งท กาล งศ กษาอย ในสถาบ นการศ กษาในประเทศ ( UIS) : สาน กงานฯ ม ความประสงค จะขอร บการจ ดสรรท นด านเศรษฐศาสตร จานวน 10 ท น ประเภทท น กล ม เป าหมาย ตาแหน ง ระด บ สาขาว ชา ประเทศ ปร ญญาโท บ คคลท วไป น กว เคราะห นโยบายและ แผน ปฏ บ ต การ Economics USA,UK,NZ Australia ท งน รายละเอ ยดประกอบการขอร บการจ ดสรรท น ปรากฏตามเอกสารแนบ 30

เอกสารแนบ 1. อ ตรากาล งแยกตามสาน ก 2. จานวนข าราชการ สศช. (ระด บชานาญการพ เศษลงมา) จาแนกตามว ฒ การศ กษา 31

1. อ ตรากาล งแยกตามสาน ก สาน ก/กล มงาน อ ตรากาล ง ข าราชการ พน กงาน ล กจ าง ล กจ าง ปฏ บ ต งาน ตาแหน ง จร ง ว าง ราชการ ประจา ช วคราว รวม ผ บร หาร และเจ าหน าท 14 14-4 10-29 1. สาน กเลขาธ การ 82 76 6 24 38 3 141 2. สาน กบ ญช ประชาชาต 51 46 5 3 1-52 3. สาน กพ ฒนาข ดความสามารถใน 34 26 8 5 - - 36 การแข งข นทางเศรษฐก จ 4. สาน กประเม นผลและเผยแพร 30 24 6-1 - 29 การพ ฒนา 5. สาน กพ ฒนาฐานข อม ลและ 33 28 5 4 1-31 ต วช ว ดภาวะส งคม 6. สาน กย ทธศาสตร ด านนโยบาย 26 21 5 6 1-30 สาธารณะ 7. สาน กย ทธศาสตร และการ 40 36 4 2 1-37 วางแผนพ ฒนาทางส งคม 8. สาน กย ทธศาสตร และการ 33 29 4 7 1-43 วางแผนพ ฒนาพ นท 9. สาน กย ทธศาสตร และการ 54 44 10 2 1-49 วางแผนเศรษฐก จมหภาค 10. สาน กวางแผนการเกษตร 36 33 3-1 - 36 ทร พยากรธรรมชาต และ ส งแวดล อม 11. สาน กว เคราะห โครงการลงท น 45 33 12 1 1-37 ภาคร ฐ 12. สาน กพ ฒนาเศรษฐก จและส งคม 16 15 1 2 3-22 ภาคกลาง 13. สาน กพ ฒนาเศรษฐก จและส งคม 16 15 1 2 2 1 20 ภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ 14. สาน กพ ฒนาเศรษฐก จและส งคม 18 18-2 1 1 21 ภาคเหน อ 15. สาน กพ ฒนาเศรษฐก จและส งคม 17 17-2 3 1 23 ภาคใต 16 กล มพ ฒนาระบบบร หาร 13 10 3 3 1-15 17 กล มตรวจสอบภายใน 3 2 1 - - - 2 รวม 561 487 80 69 67 6 629 หมายเหต : ตาแหน งว าง ณ 31 ม นาคม 2555 จานวน 80 อ ตรา ส วนใหญ เป นตาแหน งปฏ บ ต การท รอการบรรจ 32

2 จานวนข าราชการ สศช.(ระด บชานาญการพ เศษลงมา) จาแนกตามว ฒ การศ กษา ลาด บ สาขาว ชา สายบร หาร สายเศรษฐก จ สายส งคม สายพ นท สายประเม นผล สาย สทว. <ตร ตร โท เอก <ตร ตร โท เอก <ตร ตร โท เอก <ตร ตร โท เอก <ตร ตร โท เอก <ตร ตร โท เอก รวม 1 เศรษฐศาสตร 3 9 36 1 9 14 1 7 12 1 1 7 10 14 1 126 2 นโยบายและการ วางแผน 1 2 1 1 1 6 3 ส งคมศาสตร 2 1 2 3 3 3 1 1 2 1 1 20 4 ร ฐศาสตร 5 2 3 3 1 1 3 7 3 2 1 4 5 40 5 บร หาร 7 29 13 9 6 18 1 7 4 8 2 4 16 1 2 2 2 5 13 149 6 ว ทยาศาสตร 1 1 1 2 1 5 11 7 อ นๆ 11 10 1 1 16 5 15 1 1 8 1 2 13 1 86 รวม 7 48 30 1 9 21 77 4 7 22 45 4 2 19 42 2 1 6 14 2 2 20 50 3 438 1