บทท 2 ทฤษฎ และเอกสารท เก ยวข อง ในการศ กษาโครงงานเทคโนโลย สารสนเทศ ในห วข อการประย กต ใช Ubuntu ในการบร หาร จ ดการ Cluster และ Load balance ม ทฤษฎ และเอกสารท เก ยวข องก บ Cluster Server และ Load balancing บน Ubuntu linux รวมถ งงานว จ ยท เก ยวข อง โดยอธ บายถ งรายละเอ ยดและ หล กการท างานต างๆ ท ส าค ญ ด งต อไปน 2.1 ระบบเคร อข าย ระบบเคร อข ายคอมพ วเตอร หร อระบบเน ตเว ร ค ค อกล มของคอมพ วเตอร และอ ปกรณ ต างๆ ท ถ กน ามาเช อมต อก นเพ อให ผ ใช ในเคร อข ายสามารถต ดต อส อสารแลกเปล ยนข อม ล และใช อ ปกรณ ต างๆ ในเคร อข ายร วมก นได เคร อข ายน นม หลายขนาด ต งแต ขนาดเล กท เช อมต อก นด วยคอมพ วเตอร สองสามเคร อง เพ อใช งานในบ านหร อในบร ษ ทเล ก ๆ ไปจนถ งเคร อข ายขนาดใหญ ท เช อมต อก นท วโลก (http://th.wikipedia.org/wiki/เคร อข ายคอมพ วเตอร ) 2.1.1 ระบบเคร อข ายแบ งออกเป น 3 ประเภท ค อ 1) LAN (Local Area Network) ซ งแปลได ว า ระบบเคร อข ายขนาดเล ก ท ต องประกอบด วย Server และ Client โดยจะต องม คอมพ วเตอร ต งแต 2 เคร องข นไป ซ งจะท าหน าท เป นผ ให บร การและผ ใช โดยท ผ ให บร การ ซ งเป น Server น น จะเป นผ ควบค มระบบว าจะให การท าให การท างานเป นเช นไร และในส วนของ Server เองจะต องเป นเคร องคอมพ วเตอร ท ม สถานะภาพส ง เช นท างานเร ว สามารถอ าง หน วยความจ าได มาก ม ระด บการประมวลผลท ด และจะต องเป นเคร องท จะต องม ระยะการท างานท ยาวนาน เพราะว า Server จะถ กเป ดให ท างานอย ตลอดเวลา จ งเป นส งส าค ญอ กอย างหน ง (ชาญยศ ปล มป ต ว ร ยะเวช,เอกส ทธ เท ยมแก ว และคณะ.รอบร เร องแลน.กร งเทพฯ : โรงพ มพ ตะว นออก,2537,155 หน า.)
6 ภาพท 2-1 ระบบเคร อข าย LAN (ท มา http://www.rajsima.ac.th/media/patchara/work41101-1/page4-2.htm) 2) MAN (Metropolitan Area Network) ระบบเคร อข ายในเขตเม อง (Metropolitan Area Network) หมายถ ง ระบบ เคร อข ายท ม ขนาดใหญ กว าเคร อข ายท องถ น แต อาจเช อมต อก นด วยระบบการส อสารส าหร บสาขา หลาย ๆ แห งท อย ภายในเขตเม องเด ยวก นหร อหลายเขตเม องท อย ใกล ก น ระยะทางประมาณ 10 ก โลเมตร เช น การให บร การท งของร ฐและเอกชน อาจเป นบร การภายในหน วยงานหร อเป นบร การ สาธารณะก ได รวมถ งการให บร การระบบโทรท ศน ทางสาย (Cable Television) เช น บร ษ ท UBC ซ ง เป นระบบท ม สายเคเบ ลเพ ยงหน งหร อสองเส นโดยไม ม อ ปกรณ สล บช องส อสาร (Switching Element) ท าหน าท เก บก กส ญญาณหร อปล อยส ญญาณออกไปส ระบบอ น มาตรฐานของระบบ MAN ค อ IEEE 802.6 หร อเร ยกว า DQDB (Distributed Queue Dual Bus) ต วอย างการใช งานจร ง เช น ภายใน มหาว ทยาล ยหร อในสถานศ กษาจะม ระบบแมนเพ อเช อมต อระบบแลนของแต ละคณะว ชาเข าด วยก น เป นเคร อข ายเด ยวก นในวงกว างเทคโนโลย ท ใช ในเคร อข ายแมน ได แก ATM, FDDI และ SMDS ระบบ เคร อข ายแมนท จะเก ดในอนาคตอ นใกล ค อระบบท จะเช อมต อคอมพ วเตอร ภายในเม องเข าด วยก นโดย ผ านเทคโนโลย Wi-Max (http://regelearning.payap.ac.th/docu/mk380/f2.4.6.htm) ภาพท 2-2 ระบบเคร อข าย MAN (ท มา http://www.pracharach.ac.th/mywebsite/network.html)
7 3) WAN (Wide Area Network) ระบบเคร อข ายแบบ WAN หร อระบบเคร อข ายระยะไกล จะเป นระบบเคร อข ายท เช อมโยงเคร อข ายแบบท องถ นต งแต 2 เคร อข ายข นไปเข าด วยก นผ านระยะทางท ไกลมาก โดยการ เช อมโยงจะผ านช องทางการส อสารข อม ลสาธารณะของบร ษ ทโทรศ พท หร อ องค การโทรศ พท ของ ประเทศต างๆ เช น สายโทรศ พท แบบอนาล อก สายแบบด จ ตอล ดาวเท ยม ไมโครเวฟ เป นต น (http://rbu.rbru.ac.th/~bangkom/mnwan.htm) ภาพท 2-3 ระบบเคร อข าย WAN (ท มา http://www.pracharach.ac.th/mywebsite/network.html) 2.1.2 ประเภทของระบบเคร อข าย 1) Peer to Peer เป นระบบท เคร องคอมพ วเตอร ท กเคร องบนระบบเคร อข ายม ฐานเท าเท ยมก น ค อท ก เคร องสามารถจะใช ไฟล ในเคร องอ นได และสามารถให เคร องอ นมาใช ไฟล ของตนเองได เช นก น ระบบ Peer To Peer ม การท างาน แบบด สทร บ วท (Distributed System) โดยจะกระจายทร พยากรต างๆ ไปส เว ร กสเตช นอ นๆ แต จะม ป ญหาเร องการร กษาความปลอดภ ย เน องจากข อม ลท เป นความล บจะถ ก ส งออกไปส คอมพ วเตอร อ นเช นก น โปรแกรมท ท างานแบบ Peer To Peer ค อ Windows for Workgroup และ Personal Netware
8 ภาพท 2-4 แสดงการท างานแบบ Peer To Peer (ท มา http://www.pracharach.ac.th/mywebsite/network.html) 2) Client / Server เป นระบบการท างานแบบ Distributed Processing หร อการประมวลผลแบบ กระจาย โดยจะแบ งการประมวลผลระหว างเคร องเซ ร ฟเวอร ก บเคร องไคลเอ นต แทนท แอพพล เคช น จะท างานอย เฉพาะบนเคร องเซ ร ฟเวอร ก แบ งการค านวณของโปรแกรมแอพพล เคช น มาท างานบน เคร องไคลเอ นต ด วย และเม อใดท เคร องไคลเอ นต ต องการผลล พธ ของข อม ลบางส วน จะม การเร ยกใช ไปย ง เคร องเซ ร ฟเวอร ให น าเฉพาะข อม ลบางส วนเท าน นส งกล บ มาให เคร องไคลเอ นต เพ อท าการ ค านวณข อม ลน นต อไป ภาพท 2-5 แสดงการท างานแบบ Client / Server (ท มา http://www.oocities.org/yodole2001/work1_1desc.htm)
9 2.1.3 ร ปแบบการเช อมต อของระบบเคร อข าย LAN Topology 1) ระบบ Bus การเช อมต อแบบบ สจะม สายหล ก 1 เส น เคร องคอมพ วเตอร ท งเซ ร ฟเวอร และ ไคลเอ นต ท กเคร องจะต องเช อมต อสายเคเบ ลหล กเส นน โดยเคร องคอมพ วเตอร จะถ กมองเป น Node เม อเคร องไคลเอ นต เคร องท หน ง (Node A) ต องการส งข อม ลให ก บเคร องท สอง (Node C) จะต องส ง ข อม ล และแอดเดรสของ Node C ลงไปบนบ สสายเคเบ ลน เม อเคร องท Node C ได ร บข อม ลแล วจะ น าข อม ล ไปท างานต อท นท (http://regelearning.payap.ac.th/docu/mk380/f2.4.6.htm) ภาพท 2-6 แสดงการท างานของระบบ Bus (ท มา http://www.pattana.ac.th/e_book/computer/net_student/web/6_7.html) 2) ระบบ Ring การเช อมต อแบบวงแหวน เป นการเช อมต อจากเคร องหน งไปย งอ กเคร องหน ง จนครบ วงจร ในการส งข อม ลจะส งออกท สายส ญญาณวงแหวน โดยจะเป นการส งผ านจากเคร องหน ง ไปส เคร องหน งจนกว าจะถ งเคร องปลายทาง ป ญหาของโครงสร างแบบน ค อ ถ าหากม สายขาดในส วนใดจะ ท า ให ไม สามารถส งข อม ลได ระบบ Ring ม การใช งานบนเคร องตระก ล IBM ก นมาก เป นเคร องข าย Token Ring ซ งจะใช ร บส งข อม ลระหว างเคร องม น หร อเมนเฟรมของ IBM ก บเคร องล กข ายบนระบบ ภาพท 2-7 แสดงการท างานของระบบ Ring (ท มา http://home.kku.ac.th/regis/student/kk/page3.html)
10 3) ระบบ Star การเช อมต อแบบสตาร น จะใช อ ปกรณ Hub เป นศ นย กลางในการเช อมต อ โดยท ท ก เคร องจะต องผ าน Hub สายเคเบ ลท ใช ส วนมากจะเป น UTP และ Fiber Optic ในการส งข อม ล Hub จะเป นเสม อนต วทวนส ญญาณ (Repeater) ป จจ บ นม การใช Switch เป นอ ปกรณ ในการเช อมต อซ งม ประส ทธ ภาพการท างานส งกว า (http://www.bcoms.net/network/intro.asp, 2553) ภาพท 2-8 แสดงการท างานของระบบ Star (ท มา http://saithammachannetwork.blogspot.com/) 4) ระบบ Hybrid เป นการเช อมต อท ผสมผสานเคร อข ายย อยๆ หลายส วนมารวมเข าด วยก น เช น น าเอา เคร อข ายระบบ Bus, ระบบ Ring และ ระบบ Star มาเช อมต อเข าด วยก น เหมาะส าหร บบาง หน วยงานท ม เคร อข ายเก าและใหม ให สามารถท างานร วมก นได ซ งระบบ Hybrid Network น จะม โครงสร างแบบ Hierarchical หร อ Tree ท ม ล าด บช นในการท างานด วยก น ค อ จะม เคร อข าย คอมพ วเตอร ย อยหลายๆ เคร อข ายเพ อให เก ดประส ทธ ภาพส งส ดในการท างานเคร อข ายบร เวณกว าง เป นต วอย างเคร อข ายผสมท พบเห นก นมากท ส ด เคร อข ายแบบน จะเช อมต อเคร อข าย เล ก-ใหญ หลากหลาย แบบเข าด วยก นเป นเคร อข ายเด ยวซ งเคร อข ายท ถ กเช อมต ออาจจะอย ห างก นคนละ จ งหว ดหร ออาจจะอย คน ละประเทศก เป นได 4.1 การเข าถ งระยะไกล ค ณสมบ ต เด นอย างหน งของเคร อข ายแบบผสมก ค อ ผ ใช สามารถเช อมต อก บ เคร อข ายจากระยะไกลเช น อย ท บ าน หร ออย ภาคสนามได ในการเช อมต อก จะได คอมพ วเตอร ส งโมเด ม หม นส ญญาณให ว งผ านสายโทรศ พท ไปเช อมต อก บเคร อข าย หล งจากการเช อมต อผ ใช สามารถเข า ไปเร ยกใช ข อม ลได เสม อนก บว าก าล งใช เคร อข ายท บร ษ ท 4.2 การบร หารเคร อข าย เน องจากเคร อข ายผสมเป นการผสมผสานเคร อข ายหลายแบบเข าด วย ก น ซ งแต ละเคร อข ายก ม รายละเอ ยดทางเทคน คแตกต างก นไป ด งน น การบร หารเคร อข ายก อาจจะยากกว า
11 เคร อข ายแบบอ น ๆด วยเหต น บร ษ ทท ม เคร อข ายผสมขนาดใหญ ของต วเองก ม กจะต งแผนกท ท าหน าท ด แลและบร หารเคร อข ายน โดยเฉพาะ 4.3 ค าใช จ าย โดยปกต เคร อข ายแบบผสมจะม ราคาแพงกว าเคร อข ายแบบต างๆ เพราะ เคร อข ายแบบน เป นเคร อข ายขนาดใหญ และม ความซ บซ อนส ง นอกจากน ย งต องม การลงท นเก ยวก บ ระบบร กษาความปลอดภ ยมากกว าเคร อข ายอ นอ กด วยเน องจากเป นการเช อมต อระยะไกล (http://www.bcoms.net/network/intro.asp, 2553) ภาพท 2-9 แสดงการท างานของระบบ Hybrid (ท มา http://home.kku.ac.th/regis/student/kk/page3.html) 5) เคร อข ายแบบไร สาย (Wireless LAN) เคร อข ายท ใช เป นระบบแลน (LAN) ท ไม ได ใช สายเคเบ ลในการเช อมต อ น นค อระบบ เคร อข ายแบบไร สาย ท างานโดยอาศ ยคล นว ทย ในการร บส งข อม ล ซ งม ประโยชน ในเร องของการไม ต องใช สายเคเบ ล เหมาะก บการใช งานท ไม สะดวกในการใช สายเคเบ ล โดยไม ต องเจาะผน งหร อเพดาน เพ อวางสาย เพราะคล นว ทย ม ค ณสมบ ต ในการทะล ทะลวงส งก ดขวางอย าง ก าแพง หร อพน งห องได ด แต ก ต องอย ในระยะท าการ หากเคล อนย ายคอมพ วเตอร ไปไกลจากร ศม ก จะขาดการต ดต อได การใช เคร อข ายแบบไร สายน สามารถใช ได ก บคอมพ วเตอร พ ซ และโน ตบ ก และต องใช การ ดแลนแบบไร สาย มาต ดต ง รวมถ งอ ปกรณ ท เร ยกว า Access Point ซ งเป นอ ปกรณ จ ายส ญญาณส าหร บระบบเคร อข าย ไร สายม หน าท ร บส งข อม ลก บการ ดแลนแบบไร สาย (http://www.bcoms.net/network/intro.asp, 2553)
12 2.1.4 อ ปกรณ เคร อข าย การเช อมต อเคร องคอมพ วเตอร ให กลายเป น LAN หร อ WAN ได น นจะต องอาศ ยส งท เร ยกว า อ ปกรณ เคร อข าย (Network Device) ม ด วยก นท งหมด 6 ชน ด ได แก 1) อ ปกรณ ทวนส ญญาณ (Repeater) อ ปกรณ ทวนส ญญาณ ท างานใน Layer ท 1 OSI Model เป นอ ปกรณ ท ท า หน าท ร บ ส ญญาณด จ ตอลเข ามาแล วสร างใหม (Regenerate) ให เป นเหม อน ส ญญาณ (ข อม ล) เด มท ส งมาจาก ต นทาง จากน นค อยส งต อออกไปย งอ ปกรณ ต วอ น เหต ท ต องใช Repeater เน องจากว าการ ส ง ส ญญาณไปในต วกลางท เป นสายส ญญาณน น เม อระยะทางมากข นแรงด นของส ญญาณจะลดลงเร อย ๆ จ งไม สามารถส งส ญญาณในระยะทางไกล ๆ ได ด งน นการใช Repeater จะท าให สามารถ ส ง ส ญญาณไปได ไกลข น โดยท ส ญญาณไม ส ญหาย ภาพท 2-10 แสดงการเช อมต อ Repeater เข าก บเคร อข าย (ท มา https://sites.google.com/site/00nattapon/5-1-xu-pk-rnu) จากภาพท 2-10 จะเห นว าเคร องคอมพ วเตอร ใน Segment 1 (Segment หมายถ ง ส วนย อย ๆ ของเคร อข าย LAN) เช อมต ออย ก บคอมพ วเตอร ใน Segment 2 แต ท งสองเคร องน ม ระยะห างก นมาก จ งต องใช Repeater แต จะกระจายส ญญาณท ทวนน นออกไปย งคอมพ วเตอร ท ก เคร องท เช อมต ออย ก บฮ บ ภาพท 2-11 แสดงการเช อมต อคอมพ วเตอร เข าก บเคร อข าย โดยใช Hub (ท มา https://sites.google.com/site/00nattapon/5-1-xu-pk-rnu)
13 จากภาพท 2-11 เป นการใช Hub ในการเช อมต อคอมพ วเตอร เข าก บเคร อ ข าย ซ งท Hub จะม พอร ต (Port) ใช ส าหร บเป นช องทางในการเช อมต อ ระหว าง Hub ก บเคร อง คอมพ วเตอร หร ออ ปกรณ เคร อข ายต วอ น ๆ จากร ปน หากเคร องคอมพ วเตอร ใน Segment 1 ต องการส งข อม ลหาก นภายใน Segment จะต องส งผ าน Hub แล ว Hub จะทวนส ญญาณและส งต อ ข อม ลน นออกไป ท เคร องคอมพ วเตอร ท กเคร องท เช อมต ออย ก บ Hub ท าให ข อม ลน นถ กส งไปใน Segment 2 ด วย แต ไม ม เคร องคอมพ วเตอร ปลายทางอย ใน Segment 2 น อย แล ว จ งเป นการท าให ความหนาแน นของข อม ลในเคร อข ายส งเก นความจ าเป น ซ งเป นข อเส ยของ Hub (http://www.tsu.ac.th/cst/course/computer_it/network/repeator.html, 2553) 2) บร ดจ (Bridge) บร ดจ ท างานใน Layer ท 2 ของ OSI Mode เป นอ ปกรณ ท ใช ส าหร บเช อมต อ Segment ของเคร อข าย 2 Segment หร อ มากกว าเข าด วยก น โดย Segment เหล าน นจะต องเป น เคร อข ายท ใช Data Link Protocol ต วเด ยวก น และ Network Protocol ต วเด ยวก น เช น ต อ Token Ring LAN (LAN ท ใช Topology แบบร ง และใช โปรโตคอล Token Ring) 2 Segment เข า ด วยก น หร อต อ Ethernet LAN (LAN ท ใช Topology แบบบ ส และใช โปรโตคอล Ethernet) 2 Segment เข าด วยก น เป นต น Bridge ม ความสามารถมากกว า Hub และ Repeater กล าวค อ สามารถกรองข อม ลท จะส งต อได โดยการตรวจสอบว า ข อม ลท ส งน นม ปลายทางอย ท ใด หากเคร อง ปลายทางอย ภายใน Segment เด ยวก น ก บเคร องส ง ก จะส งข อม ลน นไปใน Segment เด ยวก น เท าน น ไม ส งไป Segment อ น แต หากว าข อม ลม ปลายทางอย ท Segment อ น ก จะส งข อม ลไปใน Segment ท ม เคร องปลายทางอย เท าน น ท าให สามารถจ ดการ ก บความหนาแน นของข อม ลได ม ประส ทธ ภาพมากข น ด งร ปด งต อไปน ภาพท 2-12 การท างานของ Bridge (ท มา http://www.klongsiam.com/18.2/53631172/index.htm)
14 3) เราเตอร (Router) เราเตอร จะร บ ข อม ลเป นแพ กเก ตเข ามาตรวจสอบแอดเดรสปลายทาง จากน นน ามา เปร ยบเท ยบก บตารางเส นทางท ได ร บการโปรแกรมไว เพ อหาเส นทางท ส งต อ หากเส นทาง ท ส งมาจาก อ เทอร เน ต และส งต อออกช องทางของ Port WAN ท เป นแบบจ ดไปก จะม การปร บปร งร ปแบบ ส ญญาณให เข าก บมาตรฐานใหม เพ อส งไปย งเคร อข าย WAN ได ป จจ บ นอ ปกรณ เราเตอร ได ร บการ พ ฒนาไปมากท าให การใช งานเราเตอร ม ประส ทธ ภาพ โดยเฉพาะเม อเช อมอ ปกรณ เราเตอร หลาย ๆ ต วเข าด วยก นเป นเคร อข ายขนาดใหญ เราเตอร สามารถท างานอย างม ประส ทธ ภาพ โดยการหา เส นทางเด นท ส นท ส ด เล อกตามความเหมาะสมและแก ป ญหาท เก ดข นเองได เม อเทคโนโลย ทาง ด าน อ เล กทรอน กส ได ร บการพ ฒนาให ม ข ดความสามารถในการท างานได เร วข น จ งม ผ พ ฒนาอ ปกรณ ท ท า หน าท ค ดแยกแพ กเก ต หร อเร ยกว า "สว ตช แพ กเก ต ข อม ล" (Data Switched Packet) โดยลด ระยะเวลาการตรวจสอบแอดเดรสลงไป การค ดแยกจะกระท าในระด บวงจรอ เล กทรอน กส เพ อให การ ท างานม ประส ทธ ภาพ เช งความเร วและความแม นย าส งส ด อ ปกรณ สว ตช ข อม ลจ งม เวลาหน วงภายใน ต วสว ตช ต ามาก จ งสามารถน ามาประย กต ก บงานท ต องการเวลาจร ง เช น การส งส ญญาณเส ยง ว ด โอ ได ด (http://brocade.tarad.com/, 2553) ภาพท 2-13 การท างานของเราเตอร (ท มา http://www.klongsiam.com/18.2/53631172/index.htm)
15 4) สว ตช (Switch) อ ปกรณ สว ตช ม หลายแบบ หากแบ งกล มข อม ลเป นแพ กเก ตเล ก ๆ และเร ยกใหม ว า "เซล" (Cell) กลายเป น "เซลสว ตช " (Cell Switch) หร อท ร จ กก นในนาม "เอท เอ มสว ตช " (ATM Switch) ถ าสว ตช ข อม ลในระด บเฟรมของอ เทอร เน ต ก เร ยกว า "อ เทอร เน ตสว ตช " (Ethernet Switch) และถ าสว ตช ตามมาตรฐานเฟรมข อม ลท เป นกลาง และสามารถน าข อม ลอ นมาประกอบ ภายในได ก เร ยกว า "เฟรมร เลย " (Frame Relay) อ ปกรณ สว ตช ง จ งเป นอ ปกรณ ท ใช เทคโนโลย ใหม และม แนวโน มท จะพ ฒนาให ใช ก บความเร วของการร บส งข อม ลจ านวนมาก เช น เฟรมร เลย (Frame Relay) และเอท เอ ม สว ตช (ATM Switch) สามารถสว ตช ข อม ลขนาดหลายร อยล านบ ตต อว นาท ได เทคโนโลย น จ งเป นเทคโนโลย ท ก าล งได ร บความน ยม การออกแบบและจ ดร ป แบบเคร อข ายองค กรท เป น "อ นทราเน ต" ซ งเช อมโยงได ท งระบบ LAN และ WAN จ งต องอาศ ยอ ปกรณ เช อมโยงต าง ๆ เหล าน อ ปกรณ เช อมโยง ท งหมดน รองร บมาตรฐานการเช อมต อได หลากหลายร ปแบบ เช น จาก เคร อข ายพ นฐานเป นอ เทอร เน ต ก สามารถเช อมเข าส ATM Switch, Frame Relay, or Bridge, Router ได ท าให ขนาดของเคร อข ายม ขนาดใหญ ข น 5) เกตเวย (Gateway) เป นอ ปกรณ ฮาร ดแวร ท เช อมต อเคร อข ายต างประเภทเข าด วยก น เช น การใช เกตเวย ในการเช อมต อเคร อข ายท เป นคอมพ วเตอร ประเภทพ ซ (PC) เข าก บคอมพ วเตอร ประเภทแมคอ นทอช (MAC) เป นต น Gateway ประต ส อสาร ช องทางส าหร บเช อมต อข ายงานคอมพ วเตอร ท ต างชน ดก นให สามารถต ดต อ ส อสารก นได โดยท าให ผ ใช บร การของคอมพ วเตอร หน งหร อในข ายงานหน งสามารถ ต ดต อ เข าส เคร องบร การหร อข ายงานท ต างประเภทก นได ท งน โดยการใช อ ปกรณ ท เร ยกว า "บร ดจ " (Bridges) โดยโปรแกรมคอมพ วเตอร จะท าให การแปลข อม ลท จ าเป นให นอกจากในด านของข ายงาน เกตเวย ย งเป นอ ปกรณ ในการเช อมต อข ายงานบร เวณเฉพาะท (LAN) สองข ายงานท ม ล กษณะ ไม เหม อนก นให สามารถเช อมต อก นได หร อจะเป นการเช อมต อข ายงานบร เวณเฉพาะท เข าก บข ายงาน บร เวณกว าง (WAN) หร อต อเข าก บม น คอมพ วเตอร หร อต อเข าก บเมนเฟรมคอมพ วเตอร ก ได เช น ก น ท งน เน องจากเกตเวย ม ไมโครโพรเซสเซอร และหน วยความจ าของตนเอง Gateway จะเป นอ ปกรณ ท ม ความสามารถมากท ส ดค อสามารถเคร อข ายต างชน ดก นเข า ด วยก นโดยสามารถเช อมต อ LAN ท ม หลายๆโปรโตคอลเข าด วยก นได และย งสามารถใช สายส งท ต างชน ดก น ต ว Gateway จะสามารถ สร างตาราง ซ งสารารถบอกได ว าเคร องเซ ร ฟเวอร ไหนอย ภายใต Gateway ต วใด และจะสามารถ ปร บปร งข อม ลตามเวลาท ต งเอาไว เป นจ ดต อเช อมของเคร อข ายท าหน าท เป นทางเข าส ระบบเคร อข าย ต าง ๆ บนอ นเตอร เน ต ในความหมายของ Router ระบบเคร อข ายประกอบด วย Node ของ Gateway และ Node ของ Host เคร องคอมพ วเตอร ของผ ใช ในเคร อข าย และคอมพ วเตอร ท เคร องแม ข ายม ฐานะเป น Node แบบ Host ส วนเคร องคอมพ วเตอร ท ควบค มการจราจรภายในเคร อข าย หร อผ ให บร การ อ นเตอร เน ต ค อ Node แบบ Gateway ในระบบเคร อข ายของหน วยธ รก จ เคร องแม ข ายท เป น Node แบบ Gateway ม กจะท าหน าท เป นเคร องแม ข ายแบบ Proxy และเคร องแม ข ายแบบ Firewall
16 นอกจากน Gateway ย งรวมถ ง Router และ Switch Gateway เป นอ ปกรณ อ เล คทรอน กส ท ช วยใน การส อสารข อม ล หน าท หล กของเกตเวย ค อช วยท าให เคร อข ายคอมพ วเตอร 2 เคร อข ายหร อมากกว า ท ม ล กษณะไม เหม อนก น ค อล กษณะของการเช อมต อ( Connectivity ) ของเคร อข ายท แตกต างก น และม โปรโตคอลส าหร บการส ง - ร บ ข อม ลต างก น เช น LAN เคร อหน งเป นแบบ Ethernet และใช โปรโตคอลแบบอะซ งโครน สส วน LAN อ กเคร อข ายหน งเป นแบบ Token Ring และใช โปรโตคอลแบบ ซ งโครน สเพ อให สามารถต ดต อก นได เสม อนเป นเคร อข าย เด ยวก น เพ อจ าก ดวงให แคบลงมา เกตเวย โดยท วไปจะใช เป นเคร องม อส ง - ร บข อม ลก นระหว างLAN 2เคร อข ายหร อLANก บเคร องคอมพ วเตอร เมนเฟรม หร อระหว าง LANก บ WANโดยผ านเคร อข ายโทรศ พท สาธารณะเช น X.25แพ คเกจสว ตซ เคร อข าย ISDN เทเล กซ หร อเคร อข ายทางไกลอ น ๆ (http://blog.eduzones.com/banny/3474) 2.2 Cluster Server Cluster Server เป นระบบคอมพ วเตอร คล สเตอร ท ประย กต ใช หล กการกระจายภาระงาน (Load Balancing) บร การเว บ ให ก บเคร องเว บเซ ร ฟเวอร หลายเคร องช วยก นท างาน เพ อให ระบบสามารถ รองร บก บปร มาณผ ใช งานเว บท เข ามาใช งานพร อมก น จ านวนมากได ระบบคล สเตอร ม งแก ไขป ญหา 2 เร องระบบไม สามารถให บร การได และ ระบบตอบสนองช า โดยเจาะจงลงไปในส วนของเคร อง คอมพ วเตอร ท ให สามารถให บร การได ตลอดเวลา โดยม อ ตราการหย ดให บร การต าท ส ด การท าใน ล กษณะน ทางคอมพ วเตอร เราเร ยนก นว า High Availability เร ยกส น ๆ ว า HA ในภาษาว ชาการบ าน เราจะใช ค าว า "ภาวะทนต อความผ ดพร องส ง" ซ งจะแบ งว ธ การท างานออกได เป น 2 ร ปแบบด งต อไปน 2.2.1 Active / Standby หร อ Fail Over ในร ปแบบน จะพบในล กษณะของการท างานของเคร องคอมพ วเตอร 2 เคร องร วมก น โดยท เคร องให บร การหล ก (Active) ค อยให บร การอย และเคร องส ารอง (Standby) ท า หน าท ในการปร บปร งข อม ลต าง ๆ ให เหม อนก บเคร องหล กอย เสมอ และค อยตรวจสอบว าเคร องหล ก ย งให บร การได เป นปรกต อย หร อไม ถ าพบว าเคร องหล กไม สามารถให บร การได เคร องส ารองจะ ให บร การแทน 2.2.2 Active / Active ร ปแบบน เคร องคอมพ วเตอร ท กเคร องในระบบ จะให บร การในงานเด ยวท งหมด ซ งใน ระบบอาจจะม หลายเคร อง ถ าม เคร องใดเคร องหน งให บร การไม ได เคร องท เหล อก ย งคงให บร การอย เพ ยงแต ผ ใช งานอาจจะร ส กว าระบบให บร การช าลง เหต เพราะม เคร องให บร การน อยลงน นเอง
17 ภาพท 2-14 หล กการท างานของ Web Cluster Diagram (ท มา http://www.itdestination.com/training/courses/adv-cluster/) หล กการท างานของเว บคล สเตอร เม อเคร อง Load Balance ได ร บ Request มา ต ว Load Balance จะน า Request น น ไปกระจายโหลดไปย งเคร องเซ ร ฟเวอร ต าง ๆ ท อย ในระบบ เว บคล สเตอร โดยม อ ลกอร ท มหลาย ๆ ร ปแบบ เช น 1) Round-Robin 2) Weighted Round 3) Robin Scheduling 4) Lease Connection 5) Weight Lease Connection และเม อเคร องเซ ร ฟเวอร ได ร บ Request แล ว ก จะตอบกล บไปย งเคร องไคลเอ นต ซ งจะม ว ธ ตอบกล บ ท เป นท น ยม 2 ว ธ ค อ ว ธ ตอบกล บแบบ NAT และ แบบ Direct Route (http://www.clusterkit.co.th/webcluster.php, 2553) ความหมายของ Cluster ม หลายความหมาย ท แตกต างก นไป แต ความหมาย ของ Cluster Solution ส าหร บ MPP จะพ ดถ งการท า HA (High Availability) เป นหล ก ค อร ปแบบ ล กษณะของระบบท ออกแบบมาเพ อให ม ความคงอย ส ง โดยม การสน บสน นการท างานแทนก นในระบบ เม อเคร องใดเคร องหน งเก ดผ ดพลาด จะม อ กเคร องท เตร ยมพร อมส าหร บการท างานแทนท นท เหมาะ
18 ส าหร บการใช งาน ในระบบฐานข อม ล หร อระบบท ต องการความม นคงส ง เช น ระบบฐานข อม ล ท ส าค ญมากๆ อย างเช น ระบบโรงพยาบาลท ระบบ ต องร นตลอด 24 ชม. จ งม ความจ าเป นท จะต องเพ ม ความม นคงของระบบให มากท ส ด โดยการสร าง Cluster ท ม มากกว าหน งเคร อง และ ต งค าเป น แบบ High Availability เพ อท าให คอมพ วเตอร สามารถท างานแทนก นในกรณ ท เคร องใดเคร องหน ง ผ ดพลาดหร อเก ดการเส ยหายข น โดยระบบจะย งคงท างานได ด วยการท างานของอ กเคร องทดแทนต ว ท เส ยหาย Cluster เป นร ปแบบการรองร บการใช งาน และการเข าถ งจากหลายๆ โหนด โดยม ข อม ล ปลายทางเด ยวก น ซ งข อม ลปลายทางจะต องถ กเก บอย ใน Share Storage หร อ SAN ( Storage Area Network ) โดยเน อท ส าหร บจ ดเก บจะต องถ กแบ งอย างน อย 2 Partition ท จ าเป น ซ งส วนท จ ดเก บ คอนฟ ก Cluster เร ยกว า Quorum จะท าหน าท ในการ เก บค าท จ าเป นและส งให เคร องแต ละ โหนดท างานภายใต ข อก าหนดด านคอนฟ ก ท เหม อนก น เป นส วนท ส าค ญ ถ าส วนน หายไป ระบบ Cluster จะท างานไม ได หร อจะล มไปน นเอง ส วนอ ก 1 Partition จะเป นท จ ดเก บ Data ของ ระบบงาน ประโยชน ท ได ร บ ค อการท างานแบบ High Availability ซ งจะช วยลดเวลา Downtime ของระบบให น อยลงไป ส าหร บกรณ ท ระบบเก ดความเส ยหายท ม ผลมาจาก Hardware ต างๆเช น Main board, CPU, Ram, Raid โดยเฉพาะป ญหาจาก Hard disk ซ งแม ว าเราจะรองร บการ แก ป ญหาด วยการท า Mirror แล วก ตามแต บางคร งก ย งไม สามารถตอบโจทย หร อแก ไขป ญหาด งกล าวน ได หร อแม กระท งผลท เก ดจาก Firmware Server ม ป ญหา เม อเก ดป ญหาน ข นมาโดยปกต เราต องใช เวลาส าหร บการซ อมแซมเพ อแก ป ญหาด งกล าวโดยอาจต องใช เวลานานตามแต อาการ ซ งถ าระบบ ไม ได ท า Cluster แล ว ย อมจะหมายถ งการป ดระบบเพ อแก ป ญหา แต ถ าเป นระบบ Cluster แล ว ระบบจะย งคงสามารถด าเน นการต อไปได เพ ยงแค Server อ ก Node ท Standby อย จะถ ก Active ข นมาท างานโดยอ ตโนม ต ซ ง ผ ใช แทบจะไม ร ส กเลยว าระบบม ป ญหาเก ดข นแต อย างใด (http://www.clusterkit.co.th/webcluster.php, 2553) 2.3 Load Balancing ค อการจ ดกล มของคอมพ วเตอร หลายๆต วเพ อแบ งงานก น หร อกระจาย Load การใช งานของ User ไปย งคอมพ วเตอร ภายในกล ม เพ อให สามารถร บจ านวน User ท เข ามาใช งานได มากข น หร อ สามารถร บงานท เข ามาได มากข น นอกจากน นย งม ค ณสมบ ต ของ Fail Over ค อหากม คอมพ วเตอร ภายในกล มไม สามารถท างานได เช น Server เก ดล มอย หร อไม สามารถร บงานหร อ User เพ มได เน องจาก Resource ท ใช ท างานไม พอ ต ว Load Balancer ท เป นต วแจก Load ให คอมพ วเตอร ภายในกล มก จะส ง Load ไปย งคอมพ วเตอร เคร องอ นๆแทน จนกว าคอมพ วเตอร เคร องน นจะกล บมา ใช งานได ใหม
19 2.3.1 การท างานของ Load Balancer น นม 3 ล กษณะด วยก นได แก 1). Round-Robin เป นการส ง Traffic ไปย ง Server ภายในกล มวนไปเร อยๆ 2). Sticky เป นการส ง Traffic โดยย ดต ดก บ Session ท User เคยเข าไปใช งาน เช น ถ า userเคยเข าไปใช ใน Server ท 1 ภายในกล ม Traffic ของ user คนน นก จะถ กส งไปย ง Server 1 เท าน น 3). Work Load เป นการส ง Traffic โดยด ท Performance ของ Server ภายในกล มเป น ส าค ญเช นหาก Server A ม งานมากกว า Server B ต ว load Balancerก จะส งTrafficไปย ง Server A ป ญหาหล กของคนท า Web Site ขนาดใหญ ค อ จะท าอย างไรให ระบบสามารถรองร บ การใช งานของ Users จ านวนมาก ๆ ได เทคน คหน งท ม การใช อย างแพร หลาย ค อ การท า Load Balance เป นเทคน คท ช วยแบ งงานท เข ามาจาก User ให กระจายไปในกล มของ Server ท เตร ยมไว เซ ร ฟเวอร ฟาร ม ในเซ ร ฟเวอร 1 เคร อง อาจม มากกว า 1 บร การ กระบวนการตรวจสอบว า บร การ ต าง ๆ ย งท างานอย หร อไม สามารถกระจายงานให ก บเซ ร ฟเวอร ต าง ๆ ได อย างเหมาะสม ม ความสามารถท า Application Level Health Check ได ซ งเป นกระบวนการตรวจสอบว าบร การ ต าง ๆ ย งสามารถให บร การได อย างเหมาะสมหร อไม หากตรวจสอบแล วพบว า บร การของเซ ร ฟเวอร ต วใดไม สามารถให บร การได จะไม ส งงานไปย งบร การของเซ ร ฟเวอร น น ๆ สามารถ ท า Content Management ได เพ อหล กเล ยงป ญหาข อม ลซ าซ อน ยากแก การอ พเดทข อม ลได เหม อนก นในท ก ๆ ระบบ ท าให ม ระบบท จะเก ดข อม ลซ าซ อนก นน อยท ส ด ม การแบ งการเก บข อม ลเป นไดเร คทรอร แล ว ก าหนดเซ ร ฟเวอร แต ละต วว าต องร บผ ดชอบการเก บข อม ลไดเร คทรอร ใดบ าง Load Balancer จะท า การ Redirect ข อม ลให ตรงก บ URL ท ร องขอมาสามารถท า Session Persistence ได เป นการท เซ ร ฟเวอร ท ร บบร การใดๆ ต องด าเน นการต อจนจบ Session ม ว ธ ในการด าเน นการ ค อ Cookie Bases Switching, Cookie Based Hashing, SSL ID Switching เป น High Availability Load Balance เป นการออกแบบสามารถต ดต งระบบ Load Balance ในสองร ปแบบ ค อ Active-Active ส าหร บเพ มความสามารถในการให บร การ (Scalability) และ Active-Standby ส าหร บเพ มความ พร อมในการใช งาน (Fault Tolerant) ท า Global Server Load Balance ได เป นการประย กต การ ท า Load Balance ให สามารถรองร บการให บร การจากท วโลกได ส วนใหญ เป นการให บร การเว บไซต ม เทคน คท ใช ค อ DNS, HTTP Redirect และการใช Load Balance ในป จจ บ นม Solution Application Delivery ส าหร บ องค กรท ม Application ขนาดใหญ จะม web คล ายก บร ปแบบการน าส ง Server Load Balancer ได ถ กพ ฒนาข นมาเพ อให web site เหล าน นม การท างานได อย างต อเน องและม สามารถรองร บการให บร การได อย างม ประส ทธ ภาพ โดยม Application Delivery Controller เป นต วช วยบร หารจ ดการ ซ งเป นระบบ Internet-based ม ความน าเช อถ อด านประส ทธ ภาพและความปลอดภ ย (http://brocade.tarad.com/)
20 2.4 ระบบปฏ บ ต การ Linux 2.4.1 ล น กซ ค อ ระบบปฏ บ ต การแบบ 32 บ ต ท เป นย น กซ โคลน ส าหร บเคร องพ ซ และแจกจ ายให ใช ฟร สน บสน นการใช งานแบบหลากงานหลายผ ใช (Multiuser Multitasking) ม ระบบ X ว นโดวส ซ ง เป นระบบการต ดต อผ ใช แบบกราฟฟ กท ไม ข นก บโอเอสหร อฮาร ดแวร ใด ๆ (ม กใช ก นมากในระบบ ย น กซ ) และมาตรฐานการส อสาร TCP/IP ท ใช เป นมาตรฐานการส อสารในอ นเทอร เน ตมาให ในต ว ล น กซ ม ความเข าก นได (Compatible) ก บมาตรฐาน POSIX ซ งเป นมาตรฐานอ นเทอร เฟสท ระบบ ย น กซ ส วนใหญ จะต องม และม ร ปแบบบาง ส วนท คล ายก บระบบปฏ บ ต การย น กซ จากค าย Berkeley และ System V โดยความหมายทางเทคน คแล วล น กซ เป นเพ ยงเคอร เนล (Kernel) ของ ระบบปฏ บ ต การ ซ งจะท าหน าท ในด านของการจ ดสรรและบร หารโพรเซสงาน การจ ดการไฟล และ อ ปกรณ I/O ต าง ๆ แต ผ ใช ท วๆไปจะร จ กล น กซ ผ านทางแอพพล เคช นและระบบอ นเทอร เฟสท เขา เหล าน นเห น (เช น Shell หร อ X ว นโดวส ) ถ าค ณร นล น กซ บนเคร อง 386 หร อ 486 ของค ณ ม นจะ เปล ยนพ ซ ของค ณให กลายเป นย น กซ เวอร กสเตช นท ม ความสามารถส ง เคยม ผ เท ยบประส ทธ ภาพ ระหว างล น กซ บนเคร องเพนเท ยม และเคร องเวอร กสเตช นของซ นในระด บกลาง และได ผลออกมาว า ให ประส ทธ ภาพท ใกล เค ยงก น และนอกจากแพลตฟอร มอ นเทลแล ว ป จจ บ นล น กซ ย งได ท าการ พ ฒนาระบบเพ อให สามารถใช งานได บนแพลตฟอร มอ นๆด วย เช น DEC Alpha, Motorola Power-PC, MIPS เม อค ณสร างแอพพล เคช นข นมาบนแพลตฟอร มใดแพลตฟอร มหน งแล ว ค ณก สามารถย ายแอพพล เคช นของค ณไปว งบนแพลตฟอร มอ นได ไม ยาก ล น กซ ม ท มพ ฒนาโปรแกรมท ต อเน อง ไม จ าก ดจ านวนของอาสาสม ครผ ร วมงาน และส วนใหญ จะต ดต อก นผ านทางอ นเทอร เน ต เพราะท อย อาศ ยจร งๆของแต ละคนอาจจะอย ไกลคนละซ กโลกก ได และม แผนงานการพ ฒนาในระยะ ยาว ท าให เราม นใจได ว า ล น กซ เป นระบบปฏ บ ต การท ม อนาคต และจะย งคงพ ฒนาต อไปได ตราบนาน เท านาน (http://www.thaiall.com/os/os11.htm) 2.4.2 ประว ต ของล น กซ ว นท 5 ต ลาคม ค.ศ. 1991 น กศ กษาชาวฟ นแลนด Linus Benedict Torvald ก าล ง ศ กษาอย ท University of Helsinki ได เข ยนข อความโพสต ข นไปย งย สเน ต comp.os.minix ว าเขาได สร างระบบปฏ บ ต การขนาดเล กท เหม อนก บระบบปฏ บ ต การย น กซ ข น ช อว า Linux โดยเป นการ พ ฒนาต อมาจากระบบปฏ บ ต การ Minix ซ งพ ฒนาข นโดย Andy Tanenbaum อ นท จร ง Linux ต ว แรกได ม การเผยแพร เฉพาะ source code ไปก อนหน าน และถ อว าเป นเวอร ช น 0.01 โดย Linus ได เป ดให ดาวน โหลดได จาก ftp://nic.funet.filinux ท เผยแพร ในคร งน ม เวอร ช น 0.02 ซ งผ านการ คอมไพล แล ว และสามารถร นเชลล bash (GNU Bourne Again Shell) และ gcc (GNU C Compiler) ได รวมท งม ความสามารถอ น ๆ อ กเล กน อย ต งแต น นมาส งน ก เป นระบบปฏ บ ต การ ส าหร บบรรดาผ ท ม งานอด เรกเก ยวก บ kernel และ แฮกเกอร Linux เร มต นท เวอร ช น 0.02 พ ฒนาข นเป น 0.03 และกระโดดเป น 0.10 ด วยการพ ฒนาจากโปรแกรมเมอร จ านวนมากมายท วโลก จนถ งเวอร ช น 0.95 จนกระท งออกเป นเวอร ช น 1.0 อย างเป นทางการ (Official release) ในเด อน ม นาคม 1992 จากน นก พ ฒนาอย างต อเน องจนถ งว นน (ว นท เข ยน) เคอร เนล ของ Linux ม เวอร ช น ล าส ดเป น 2.2.3ณ ว นน Linux เป นระบบปฏ บ ต การประเภท Unix-liked ท สมบ รณ และได ร บความ สนใจอย างส ง ใครเลยจะร ว า โปรเจคของน กศ กษาท Torvald สร างข น จะก าวข นส ระด บ
21 mainstream operating system และเป นค แข งส าค ญในตลาดซอฟต แวร ระบบปฏ บ ต การ เช นท ก ว นน Linux ได แพร กระจายออกไปอย างกว างขวาง ภายใต ข อก าหนดของ Free Software ซ งม หน วยงานท ควบค มเง อนไข อย างเช น GNU จ งท าให ม ข อแตกต าง จากระบบปฏ บ ต การอ น ๆ ท ม การ จ าหน ายเช งธ รก จ และม ราคาแพง Linux ม การแปลงโปรแกรมไปส แพลตฟอร มอ น ๆ นอกจาก i386 ได แก Spark,Alpha และ Macintosh ท าให โปรแกรมเมอร ท วโลกห นมาให ความสนใจท จะพ ฒนา โปรแกรมข นสน บสน น Linux มาข น ส งผลให Linux ม ซอฟต แวร สน บสน นเป นจ านวนมาก และส วน ใหญ จะเป นซอฟต แวร ท ม ราคาถ ก หร อฟร และเป ดเผยโปรแกรมต นฉบ บ ( Open Source Code ) ตามเง อนไขของ GPL ( General Public License )จากการคาดการของ IDC (International Data Corporation of Framingham, Massachusetts) แจ งไว ว าการเต บโตของ Linux จะม ส วนแบ ง ตลาด ค ดเป นร อยละ 17.2 ในป ค.ศ. 1998 ในช วง 4-5 ป ท ผ านมา ม บร ษ ทซอฟต แวร หลายแห งได น าเคอร เนลของ Linux มา รวมเข าก บซอฟต แวร ท งแบบฟร และจ าหน ายเช งการค า เก ดเป น Linux Distribution ต าง ๆ ข น เป นจ านวนมากมาย เช น Red hat, Turbo Linux, SUSE, Slack ware ผล ตภ ณฑ ซอฟต แวร จาก ผ ผล ตเหล าน ช วยให การต ดต ง ใช งาน สะดวกมากย งข น ในราคาท ค มค ากว าระบบปฏ บ ต การอ น ๆ ในป จจ บ น ( ค.ศ. 2001 ) ม การน า Linux มาใช งานในก จการต าง ๆ มากข น โดยท เน นไปท งานด าน ระบบเซ ร ฟเวอร และเคร อข ายเป นส วนใหญ ส วนการประย กต ใช งาน Linux เพ อใช งานเป น เคร องล ก ข าย หร อใช งานด านเดสทอปน นย งคงเป นช วงเร มต นเท าน น แต ก ม แนวโน มท ช ดเจนท จะพ ฒนา Linux เพ องานเดสทอปมากข นอย างต อเน อง ด งเช น Linux TLE 4.0 ของไทย หร อ Redmond Linux ของ ทางต างประเทศ ก ได พ ฒนา Linux เพ อใช งานด านน โดยเฉพาะ ซ งม ความเป นไปได ท ล น กซ จะเข ามาม บทบาทในระด บผ ใช ท วไป และสามารถทดแทนว นโดวส ได ในท ส ด (http://www.itdestination.com/articles/linux/history-of-linux.php) 2.5 Ubuntu อ บ นต (Ubuntu) เป นล น กซ ด สทร บ วช นท พ ฒนาต อมาจากเดเบ ยน การพ ฒนาสน บสน นโดย บร ษ ท Canonical Ltd ซ งเป นบร ษ ทของนายมาร ก ช ทเท ลเว ร ธ ช อของด สทร บ วช นน นมาจากค าใน ภาษาซ ล และภาษาโคซา (ภาษาในแอฟร กาใต ) ว า Ubuntu ซ งม ความหมายในภาษาอ งกฤษค อ "Humanity Towards Others" Ubuntu เป ดต วเป นคร งแรกเม อว นท 20 ต ลาคม ค.ศ. 2004 โดย เร มจากการแยกต วช วคราวออกมาท าจากโครงการ Debian GNU/Linux เม อเสร จส นคราวน นแล วก ได ม การออกต วใหม ๆท ก 6 เด อน และม การอ บเดตระบบอย เร อยๆ Ubuntu เวอร ช นใหม ๆท ออกมาก ได ใส GNOME เวอร ช นล าส ดเข าไปด วย โดยแผนการเป ดต วท กคร งจะออกหล งจาก GNOME ออก หน งเด อน ซ งตรงข ามก บทางฝ งท แยกออกมาจาก Debian อ นๆ เช นพวก MEPIS, Xandros, Linspire, Progeny และ Libranet ท งหมดล วนม กรรมส ทธ และไม เป ดเผยCode ซ งเป นส วนท อย ใน ร ปแบบธ รก จ Ubuntu เป นต วป ดฉากหล กการของ Debian และม การใช งานฟร มากท ส ดในเวลาน โล โก ของ Ubuntu ย งคงใช ร ปแบบเด มต งแต เป ดต วคร งแรก ซ งสร างโดย แอนด ฟ สส มอน ฟอนต ได ร บ การแจกมาจาก Lesser General Public License แล วก ได มาเป นโลโก Ubuntu ส วนประกอบต างๆ ของ Ubuntu ส วนใหญ ม พ นฐานมาจากความไม แน นอนของ Debian โดยท งสองใช Debian's deb package format และ APT/Synaptic เป นต วจ ดการการต ดต งส วนประกอบต างๆ Ubuntu ร วมม อ
22 ก บ Debian ในการผล กด นให เปล ยนกล บไปเป น Debian ถ งแม ว าว าได ม การว พากษ ว จารณ ว าไม น าจะเป นไปได ส วนประกอบของท งสองไม สามารถเข าก นได ผ พ ฒนา Ubuntu หลายๆคนว าม ต ว จ ดการรห สของส วนประกอบของDebianอย ภายในต วม นเอง อย างไรก ตาม แลน เมอด ก ผ ค ดค น Debian ได ว จารณ ในเร องความเข าก นไม ได ในหลายๆอย าง ระหว างส วนประกอบของ Ubuntu ก บ Debian กล าวไว ว า Ubuntu แตกต างเป นอย างมากจาก Debian ในเร องความเข าก นได น นค อ แผนการท จะแตกแยกโดยม ช อเร อกว า Grumpy Groundhog ม นควรจะม นคงแน นอนในการพ ฒนา และทดสอบ ผล กด นให ซอร สโค ด ออกไปโดยตรงจาก การควบค มการแก ไข ของโปรแกรมต างต างๆ และโปรแกรมประย กต น นก ได โอนย ายไปเป นส วนของ Ubuntu น นควรจะอน ญาตให เหล า Power Users และ Upstream Developers ในการทดสอบโปรแกรมส วนบ คคล พวกเขาน าจะได ท าหน าท ถ าโปรแกรมได ถ กก าหนดเป นส วนประกอบท ได ท าการแจกจ ายแล ว นอกจากน แล วย งต องการท จะสร างส วนประกอบข นมาด วยต วของพวกเขาเอง ม นควรจะสามารถ จ ดเตร ยมล วงหน า ก อนค าเต อนของการสร างท ผ ดพลาด บนโครงสร างท แตกต างก น ซ งเป นการ เตร ยมการเอาไว ของ ก มไปร กราวฮ อก ร วมม อก บ Debian Unstable ท กๆ 6 เด อน และก มไปร กราวฮ อก ได ท าให เป นซอฟแวร แบบสาธารณะแล ว ป จจ บ น Ubuntu ได ร บเง นท นจาก บร ษ ท Canonical ในว นท 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2005 นายมาร ก ช ทเท ลเว ร ธ และ บร ษ ทCanonical ประกาศ สร าง Ubuntu Foundation และเร มให ท นสน บสน น 10 ล านเหร ยญสหร ฐ จ ดม งหมายของการร เร ม ท แน นอนว าจะสน บสน นและพ ฒนา เวอร ช นต อๆไปข างหน าของ Ubuntu แต ในป ค.ศ. 2006 จ ดม งหมายก ได หย ดลง นาย มาร ก ช ทเท ลเว ร ธ กล าวว าจ ดม งหมายท จะได เง นท นฉ กเฉ นจาก ความส มพ นธ ก บบร ษ ทCanonical คงจบลง ในช วงเด อน u3585.กรกฎาคม ค.ศ. 2007 ได ม Ubuntu Live 2007ข น นายมาร ก ช ทเท ลเว ร ธ ประกาศว า Ubuntu 8.04 (ก าหนดการออกเด อน เมษายน ค.ศ. 2008) จะม การสน บสน น Long Term Support (LTS) เขาได ด งบร ษ ท Canonical มา เป นคณะกรรมการในการออกเวอร ช นการสน บสน นLTSใหม ๆท กๆ 2 ป (http://www.lovespacediary.com/e-books/8-ubuntu-linux.html) ภาพท 2-15 หน าจอการท างานของ Linux Ubuntu (ท มา http://forum.ubuntuclub.com/forum/topic,9955.0.html)
2.6 งานว จ ยท เก ยวข อง กร ด กองศร มา และคณะ. (2552: บทค ดย อ) Top Layer Networks (7) ได เสนอ IDS Load- Balancing Device เพ อช วยในการเก บหร อร กษา Application Level Sessions (Application ระด บต างๆ) ซ งการท างานของ Network (Network Traffic) จะถ กกระจายหร อท าให แยกออกจาก ก นตาม Session (กล ม) แล วถ กส งไปท ต ว Intrusion Detection Sensors อ น ถ งแม ว าหล กการของ Top Layer Network จะได ผลและสอดคล องก บการจ ดการระบบการขนส ง/เด นทางในเคร อข ายได เป นอย างด ท งในเร องประเภทและแหล งท มาแต ก ย งขาดกลไกในการข บเคล อนต ว Load Balancing อย Kruegel เสนอร ปแบบการสร าง Partition เพ อน าไปส การว เคราะห ความปลอดภ ยในระบบ เคร อข ายซ งจะรองร บ In-Depth และแสดงสภาวะการท างานของ Intrusion Detection บน High- Speed linksร ปแบบน ศ นย กลางจะอย ท ต ว Slicing mechanism ซ งจะท าหน าท ในการแยกข อม ล ต างๆ ออกเป น Subset ย อย แต อย างไรก ตามว ธ ของ Kruegel น นก ย งม โครงสร างท ซ บซ อนเก นไป มานพ ภาณ วนต วาท และคณะ. (2552: บทค ดย อ) Cluster Computing ค อระบบ คอมพ วเตอร ท ประกอบด วยคอมพ วเตอร มากกว า 1 เคร องต อเช อมก น และแต ละเคร องอาจม มากกว า 1 หน วยประมวลผล (CPU) โดยสามารถจ ดสรรให ใช ก บ CPU, ROM, RAM ร วมก นได ท าให ได ระบบ ท ม ประส ทธ ภาพส งและง ายต อการขยาย เพ อการใช ทร พยากรการค านวณและเข าถ งข อม ล ท อย กระจ ดกระจาย อย างม ประส ทธ ภาพและรวดเร วท นต อเหต การณ ป จจ บ นม การแข งข นเพ อน า เทคโนโลย ใหม เข าส ตลาดร นแรงข น เพ อให ส นค าสามารถขายได จ งต องเพ มค ณสมบ ต เข าไปในระบบ ของตนเพ อความได เปร ยบ เช น การใส Feature การท า Load Balance รวมเข าก บการท า Clustering เข าไปในส นค าของต วเอง ท าให เคร องคอมพ วเตอร ส วนบ คคล (Personal Computer : PC) ม ความสามารถส งข นไม ต างจากเคร องซ ปเปอร คอมพ วเตอร เม อเท ยบระหว างราคาก บ ประส ทธ ภาพท ได ร บส งผลให ประส ทธ ภาพส งข น มากในราคาท เท าเด ม ด งน นการเช อมระบบพ ซ เข า ด วยก นเพ อท างานเป นซ ปเปอร คอมพ วเตอร จ ง สามารถท าได เร ยกว า Beowulf Cluster ป ญหาอ ก อย างหน งท พบเม อใช ระบบราคาแพง ค อ ค าบ าร งร กษาท ส งมาก ส วนระบบ PC เป นเทคโนโลย ท คน ส วนใหญ ค นเคย ท าให สามารถบ าร งร กษาระบบได ง ายกว า นอกจากน น เม อเทคโนโลย น นเก า หร อ ช าไปแล ว การหาท นเพ มระบบจะเป นไปได ยาก ในขณะท ในระบบ PC Cluster การเพ มความสามารถ ท าได ท ละน อยในราคาท ถ กกว า นอกจากน นเคร องท น าออกจากระบบย งเอาไปใช ต อได รวมถ ง ความก าวหน าของ Software เช น ล น กซ (Linux) ท เป นระบบปฏ บ ต การฟร (Open Source) ท ม ประส ทธ ภาพส ง, ระบบโปแกรมแบบขนาน MPI (Message Passing Interface) และ PVM (Parallel Virtual Machine) ท าให สามารถสร างและใช ข ดความสามารถของระบบคล สเตอร ได เพ มมากข นด วย ส ทธ ช ย ไชยพรม (บทค ดย อ : พ.ศ. 2553) ได ศ กษาเร องการจ ดแบ งภาระงาน โดยรายงานฉบ บ น เป นการรายงานเก ยวก บการศ กษา รายงานการว จ ยของ การจ ดแบ งภาระงาน (Load Balancing) โดยได ท าการศ กษาค นคว าในเร องของการแบ งภาระงานของ เว บคล สเตอร โดย ใช เทคน คของ การ จ ดท าล บแบบเสม อนร วมก บการประเม นประส ทธ ภาพการให บร การของเว บเซ ร ฟเวอร จากทร พยากร ท ม อย ขณะน น เช น การท างานของ CPU RAM และ Connection กล าวค อใช โปรโตคอลในการจ บ กล มเพ อท า ให เว บเซ ร ฟเวอร จ ดล าด บในการให บร การก นเอง โดยก าหนดเป นล าด บเสม อน เว บ เซ ร ฟเวอร ล าด บแรกจะพ จารณาให บร การ ถ าหากทร พยากรของตนม เพ ยงพอ หล งจากให บร การแล วก จะถ กจ ดล าด บใหม ให อย ท ล าด บส ดท าย และล าด บรองลงไปได ขย บล าด บความส าค ญให มากข นท ละ 23
หน งล าด บ จนกระท งท กเคร องได มาเป นล าด บแรกและเว ยนไปเป นล าด บส ดท ายอ กคร งหล งท าให สามารถลดข นตอนการจ ดแบ งภาระงานท อาจจะเป นค อขวดของระบบเม อม การร องขอมากข นเร อย ๆ ได โชต มา ชาญน ก ล (บทค ดย อ : พ.ศ. 2552) ได ศ กษาเร องการ Load Balance Web Server ป จจ บ นการค นหาข อม ลบนอ นเตอร เน ต ม ความส าค ญมากต อการท างาน หร อการศ กษาหาความร ความเข าใจเพ มเต ม เพ อใช ในการแก ป ญหาต างๆ ในการท างาน ตอบข อสงส ยต างๆ และห วใจหล กท เป นช องทางท จะหาข อม ลบนอ นเตอร เน ต ค อ เว บไซต ในป จจ บ น เว บไซต ได เข ามาม บทบาทท ส าค ญอย างย งในการหาข อม ลบนอ นเตอร เน ตท าให การศ กษาค นคว าในด านต างๆ เป นไปได อย าง รวดเร ว และสะดวกมากย งข น โครงงานฉบ บน เป นการพ ฒนากรณ ศ กษาเก ยวก บการกระจายโหลด เพ อแบ งเบาภาระงานของเว บเซ ฟเวอร ท ม การเข าใช บร การเป นจ านวนมาก และสามารถน าทฤษฎ มา ประย กต ใช ในการเข ยนโปรแกรมได ด วยตนเอง กฤษฎา กาละแสง, กมลวรรณ ก ส นเท ยะ, น กร โพพ ท ก (บทค ดย อ : พ.ศ. 2553) ได ท า โครงงาน เร องCluster Server และ Load Balancing บน Ubuntu linux การศ กษาคร งน ม จ ดม งหมาย เพ อศ กษาระบบ Cluster Server และ Load Balancing บนระบบปฏ บ ต การ Ubuntu linux ผ ศ กษาได ก าหนดขอบเขตของการออกแบบและพ ฒนาระบบไว ค อ ต ดต งระบบปฏ บ ต การ Ubuntu linux ท เคร อง Server ท งหมด 4 เคร อง และต ดต งระบบปฏ บ ต การ Windows XP บน เคร อง Client ท าการเช อมต อก บระบบเคร อข ายด วย Switch และสายส ญญาณแบบ UTP แล วท า การประย กต ใช ระบบ Server Cluster ให สามารถท างานร วมก น และประย กต ใช ระบบ Load Balancing ให สามารถรองร บ User จ านวนมากได จากการศ กษาโครงงานน พบว าป จจ บ นระบบ Cluster Server และ Load Balancing บน Ubuntu linux น นม ข อจาก ดในเร องของการ Update ข อม ลของเว บ เพราะจะต องท าการ Update ของข อม ลให ก บท ก Node หร อเท าก บจ านวน Node ท เช อมต อเป นระบบ Cluster และย งพบว าทร พยากรท ใช ในการท าระบบจะต องเป นเคร องคอมพ วเตอร ท ม ประส ทธ ภาพส งและม การเช อมต อก บระบบเคร อข ายความเร วส ง เพ อประส ทธ ภาพท ด ในการใช ระบบ Server Cluster มากข น 24