แผนการจ ดการเร ยนร หน วยท 5 136
แผนการจ ดการเร ยนร ท 5 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 สาระท 4 เทคโนโลย สารสนเทศ มาตรฐาน ง 4.1 หน วยการเร ยนร ท 5 เวลาเร ยน 8 คาบ เร อง สานฝ นโครงงาน มาตรฐานการเร ยนร มาตรฐาน ง 4.1 เข าใจ เห นค ณค า และใช กระบวนการเทคโนโลย สารสนเทศใน การส บค นข อม ล การเร ยนร การส อสาร การแก ป ญหา การท างานและอาช พ อย างม ประส ทธ ภาพ ประส ทธ ผล และม ค ณธรรม มาตรฐานการเร ยนร ช วงช น ข อท 7. เข าใจหล กการพ ฒนาโครงงานท ม การใช เทคโนโลย สารสนเทศ ข อท 10. ใช คอมพ วเตอร ช วยในการประมวลผลข อม ลให เป นสารสนเทศเพ อประกอบการต ดส นใจ ข อท 11. ใช เทคโนโลย สารสนเทศน าเสนองานในร ปแบบท เหมาะสมตรงตามว ตถ ประสงค ๆ ของงาน ข อท 12. ใช คอมพ วเตอร สร างงานอย างม จ ตส าน กและม ความร บผ ดชอบ ผลการเร ยนร ท คาดหว ง 1. อธ บายความหมาย ความส าค ญและหล กการพ ฒนาโครงงานได 2. ใช เทคโนโลย สารสนเทศน าเสนองานในร ปแบบท เหมาะสมได 3. จ าแนกประเภทของโครงงาน บอกข นตอนการท า และการเข ยนเค าโครง ของโครงงานได 4. ใช คอมพ วเตอร สร างงานได อย างม จ ตส าน กและม ความร บผ ดชอบ สาระส าค ญ โครงงานคอมพ วเตอร จะท าให ผ เร ยนม ความร มากและกว างข น ร จ กค นคว าหาข อม ลเพ อน ามา ประมวลผล และสร ปผล ข นตอนการท าโครงงาน เร มโดยการเล อกเร องท สนใจ ศ กษาขอบเขต เข ยนเค า โครงของโครงงานท จะท า ลงม อท าโครงงาน เร มเข ยนรายงานและน าเสนอผลหร อผลสร ปของโครงงาน เทคโนโลย สารสนเทศช วยสร างความสะดวกสบายในการด าเน นช ว ตของมน ษย และม บทบาทท ส าค ญในการใช งานด านต าง ๆ เช น การศ กษา บ นเท ง การทหาร การใช เทคโนโลย สารสนเทศอย างม ค ณธรรม จ งเป นส งท ท คนควรต องปฏ บ ต เพ อการอย ร วมก นอย างม ความส ข 137
จ ดประสงค การเร ยนร ด านความร 1. ร เข าใจ และอธ บายความหมาย ความส าค ญของโครงงานได 2. ร เข าใจ และจ าแนกประเภทโครงงานได 3. ร และเข าใจข นตอนการท าโครงงานและเข ยน เค าโครง โครงงานได ด านท กษะกระบวนการ 1. เล อกใช เทคโนโลย น าเสนองานในร ปแบบท เหมาะสมได 2. สร างโครงงานคอมพ วเตอร ได อย างเหมาะสม 3. ท างานอย างเป นระบบ ม ค ด ว เคราะห วางแผนท ด ด านค ณล กษณะ 1. ม เจตคต ท ด ต อการเร ยนว ชา ง 40105 - ม ความร บผ ดชอบต องานท ได ร บมอบหมาย - ม ความตรงต อเวลา - ม ความซ อส ตย - ม ความต งใจ - ม ค ณธรรมในการใช งานอ นเตอร เน ต ค อเข าเว บไซต ท เหมาะสม 2. เห นค ณค าในการใช คอมพ วเตอร สร างงานอย างม จ ตส าน กและความร บผ ดชอบ สาระการเร ยนร หน วยการเร ยนร ท 5 : สานฝ นโครงงาน - โครงงานคอมพ วเตอร - ประเภทของโครงงาน - ว ธ ด าเน นการท าโครงงาน - องค ประกอบของเค าโครงงาน - จรรยาบรรณของผ ใช คอมพ วเตอร ส อการเร ยนร /แหล งการเร ยนร 1. ส อออนไลน 2. อ นเทอร เน ต 3. file น าเสนอผลงานของน กเร ยน 4. ต วอย างโครงงานคอมพ วเตอร 138
ก จกรรม/กระบวนการเร ยนร คาบท (1-6) เร องโครงงานคอมพ วเตอร คร น าต วอย างโครงงานคอมพ วเตอร มาให น กเร ยนด แล วพ ดช กน าให น กเร ยนอยากร ว ธ หร อ กระบวนการให ได มาซ งช นงานท ปรากฏ 1. ให น กเร ยนเร ยนร ความหมาย ประเภท ว ธ การท า การเข ยนเค าโครง ร ปแบบการน าเสนอ โครงงาน จากส อช วยสอน เร อง โครงงานคอมพ วเตอร 2. ให น กเร ยนเข ยนเค าโครงโครงงานท สนใจ (กล มละ 3-5 คน/1โครงงาน) 3. ให น กเร ยนน าเสนอเค าโครงโครงงาน 4. คร ด ขอบเขตของโครงงานท น กเร ยนเสนอ และให ค าแนะน า ส าหร บกล มท ผ านการน าเสนอ เค าโครงโครงงานแล ว ก ให ด าเน นการท าโครงงาน และคร จะเป นผ ให ค าปร กษาหร อแนะน า ช วยเหล อ 5. เม อครบก าหนดเวลา ให น กเร ยนน าเสนอโครงงาน ในร ปแบบการเข ยนรายงาน และการ น าเสนอด วย Power Point 6. คร ผ จ ดท า และเพ อน ร วมก นประเม นโครงงาน ตามเกณฑ ท ก าหนดไว 7. คร ให แนวค ดหร อข อค ดเพ อให น กเร ยนสามารถพ ฒนาช นงานให ด ย งข นในโอกาสต อไป คาบท (7-8) เร องจรรยาบรรณของผ ใช คอมพ วเตอร คร ถามน กเร ยนว า น กเร ยนร จ กค าว า Hacker หร อไม (ค ออะไร) โดยถามต อว าเค าค อใคร ท าอะไร เหมาะสมหร อไม ถ าม Hacker มาก ๆ จะเป นอย างไร จากน นคร เกร นน าเข าส บทเร ยน 1. คร ยกต วอย างป ญหาท เก ดจากการใช เทคโนโลย สารสนเทศในทางท ผ ดให น กเร ยนฟ ง 2. คร ให น กเร ยนแบ งกล ม กล มละ 5 คน ช วยก นหาข าวท เป นป ญหาท เก ดจากการใช เทคโนโลย สารสนเทศในทางท ผ ด 3. ให สมาช กในกล มร วมก นว เคราะห ถ งสาเหต ของป ญหาและเสนอแนะแนวทางการแก ไขป ญหา ด งกล าว 4. ให น กเร ยนออกแบบการน าเสนอเพ อรณรงค ให ท กคนใช เทคโนโลย สารสนเทศอย างม ค ณธรรมจร ยธรรม โดยเล อกใช ซอฟต แวร ตามความถน ดของน กเร ยน 5. ให ต วแทนกล มออกน าเสนอหน าช นเร ยนในคาบถ ดไป 6. คร กล าวสร ปเก ยวก บเร องจรรยาบรรณของผ ใช คอมพ วเตอร 139
การว ดผลและการประเม นผล ว ธ การว ด/ส งท ว ด/เคร องม อว ด 1. ประเม นความร 1.1 ผลการใช งานโปรแกรมท ศ กษา/ช นงานท ได (คาบท 1-6) 1.2 การแสดงความค ดเห น (คาบท 7-8) 2. ประเม นผลการปฏ บ ต งาน 2.1 ท างานตามท ได ร บมอบหมาย 3. เคร องม อในการประเม น 3.1 แบบประเม นภาระงานท ได ร บมอบหมายของผ เร ยน (คาบท 1-6) 3.2 แบบประเม นค ณภาพผลงาน (คาบท 1-6,7-8) 3.3 แบบส งเกตพฤต กรรมการท างานของกล ม (คาบท 1-6) 3.4 แบบส งเกตการณ ปฏ บ ต งานกล ม (คาบท 1-6) เกณฑ การว ดและประเม นผล การประเม นผล ประเม นโดยถ อเกณฑ ผ านส าหร บผ ท ได คะแนนจากการว ดผลงานท ปรากฏ ร อยละ 60 ข นไป 140
แบบประเม นภาระงานท มอบหมายของผ เร ยน รายว ชา ง 40105 การงานอาช พและเทคโนโลย (คอมพ วเตอร ) ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 4 (สาระพ นฐาน) กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย โรงเร ยนคณะราษฎรบ าร ง จ งหว ดยะลา *************************************************** ช อ-นามสก ล...ห อง เลขท. ห วข อเร องของงานท มอบหมาย. ******************** ค าช แจง ให น กเร ยนประเม นภาระงานท มอบหมาย ในประเด นต อไปน 1. น กเร ยนร ส กอย างไร ต อภาระงานท มอบหมาย 2. น กเร ยนปฏ บ ต อะไรได ด ท ส ดจากงานท มอบหมาย 3. น กเร ยนควรจะปร บปร งแก ไขเก ยวก บอะไรบ างจากงานท มอบหมาย 4. น กเร ยนค ดว างานท มอบหมายน ม ประเด นอะไรท ยากท ส ด 5.น กเร ยนร ส กอย างไรต อระด บคะแนนท ได และน กเร ยนคาดหว งว าควรจะได ระด บคะแนนเท าไร 6. น กเร ยนก อนก าหนดเป าหมายของการท างาน ตามท มอบหมายในคร งต อไปไว อย างไร 141
เกณฑ การประเม นค ณภาพผลงาน ผลงานของ นาย/นางสาว ช น. นาย/นางสาว ช น. นาย/นางสาว ช น. ค าช แจง การตรวจผลงานน กเร ยน โดยจ ดระด บค ณภาพเป น 3 ระด บ ตามเกณฑ ต อไปน ระด บ 3 ได คะแนน 7 10 คะแนน น กเร ยนสามารถปฏ บ ต ตามกระบวนการแก ป ญหาได ครบท กข นตอน น กเร ยนสามารถท างานร วมก บผ อ นได ตามข นตอนของกระบวนการท างานเป นกล มท กข นตอน ผลงานม ข อม ลท ถ กต องครบถ วนสมบ รณ ตามจ ดประสงค ของก จกรรม ผลงานของน กเร ยนม ภาพประกอบช ดเจน ถ กต องตามจ ดประสงค ของก จกรรม น กเร ยนสามารถรายงานผลการปฏ บ ต ก จกรรมหน าช นเร ยนได อย างถ กต องช ดเจน ระด บ 2 ได คะแนน 4 6 คะแนน น กเร ยนสามารถปฏ บ ต ตามกระบวนการแก ป ญหาได แต ไม ครบท กข นตอน น กเร ยนสามารถท างานร วมก บผ อ นได ตามข นตอนของกระบวนการท างานเป นกล มแต ไม ครบ ท กข นตอน ผลงานม ข อม ลท ถ กต องสมบ รณ พอสมควรตามจ ดประสงค ของก จกรรม ผลงานของน กเร ยนม ภาพประกอบถ กต องพอสมควรตามจ ดประสงค ของก จกรรม น กเร ยนสามารถรายงานผลการปฏ บ ต ก จกรรมหน าช นเร ยนได ถ กต องพอสมควร ระด บ 1 (ต องแก ไข) ได คะแนน 0 3 คะแนน น กเร ยนไม สามารถปฏ บ ต ตามกระบวนการแก ไขป ญหาได น กเร ยนไม สามารถท างานร วมก บผ อ นได ผลงานม ข อม ลท ถ กต องเป นส วนน อย ไม สอดคล องก บจ ดประสงค ของก จกรรม ผลงานไม ม ภาพประกอบหร อม ภาพประกอบ แต ไม ตรงตามจ ดประสงค ของก จกรรม น กเร ยนไม สามารถรายงานผลการปฏ บ ต ก จกรรมหน าช นเร ยนได 142
สร ปผลการประเม นผลงาน การประเม นผล โดย ตนเอง ( ) ด ( ) พอใช ( ) ต องแก ไข ข อเสนอแนะ (ลงช อ).. การประเม นผล โดย ( ) เพ อน ( ) ผ ปกครอง ( ) ด ( ) พอใช ( ) ต องแก ไข ข อเสนอแนะ (ลงช อ).. การประเม นผล โดย คร คะแนนเต ม 10 ได คะแนน ( ) ด คะแนน 7 10 คะแนน ( ) พอใช คะแนน 4 6 คะแนน ( ) ต องแก ไข คะแนน 0 3 คะแนน ข อเสนอแนะ (ลงช อ).. 143
แบบส งเกตพฤต กรรมการท างานของกล ม ผลงานของ นาย/นางสาว ช น. นาย/นางสาว ช น. นาย/นางสาว ช น. ค าช แจง การประเม นการท างานของกล ม โดยจ ดระด บค ณภาพเป น 3 ระด บ โดยท าเคร องหมาย / ลงในช อง ท ตรงก บความเป นจร ง ด งต อไปน 1 2 3 4 5 6 7 8 พฤต กรรม การ วางแผน ในการ ท างาน การแบ ง งานก น ร บผ ดชอบ การร บฟ ง ความ ค ดเห นของ สมาช ก การ น าเสนอ ผลงาน ความค ด ร เร ม สร างสรรค รวม คะแนน กล ม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15 เกณฑ การประเม น ให คะแนน 1 ถ าการท างานน นอย ในระด บต องปร บปร ง ให คะแนน 2 ถ าการท างานน นอย ในระด บพอใช (ต องพ ฒนา) ให คะแนน 3 ถ าการท างานน นอย ในระด บด ๖ให ร กษาระด บไว ) ข อส งเกตอ น ๆ (ลงช อ)..(ผ ประเม น) 144
โรงเร ยนคณะราษฎรบ าร ง จ งหว ดยะลา แบบส งเกตการปฏ บ ต งานกล ม เร อง ท ช อ - สก ล การม ส วน ร วม สร างสรรค งานกล ม ความม น าใจ เอ อเฟ อ ช วยเหล อ ผ อ น การยอมร บ ความ ค ดเห นของ ผ อ น การ ปฏ บ ต งาน ด วยความ เต มใจ 5 5 5 5 รวม คะแนน 20 คะแนน หมายเหต การประเม นก าหนดเกณฑ การให คะแนนด งน ให ค าน าหน กตามท ก าหนด การก าหนด เกณฑ ต ดส นผ านคะแนนรวมเท าก บ 12 1.ถ าน กเร ยนผ านท ง 4 ประเด น น าหน กคะแนนเท าก บ 16 ให ด 2. ถ าน กเร ยนผ านท ง 4 ประเด น น าหน กคะแนนเท าก บ 12 พอใช 3. ถ าน กเร ยน ได น าหน กคะแนนน อยกว า 12 ควรปร บปร ง 145
บ นท กผลการจ ดการเร ยนร คร งท 1 (คาบท 1-6) แผนการจ ดการเร ยนร หน วยท...เวลา...ช วโมง/คาบ ภาคเร ยนท...ป การศ กษา... เร อง... ว น/เด อน/ป (ท สอน)...เวลา...(คาบ...) รห สว ชา...ช อว ชา...ช น... ผ สอน...กล มสาระการเร ยนร... 1. ผลท เก ดก บผ เร ยน 2. ป ญหา / อ ปสรรค/ส งท ต องการพ ฒนา. 3. แนวทาง/ว ธ การสอน/ร ปแบบการสอน/เทคน คท ใช พ ฒนาหร อแก ไขป ญหา 4. แนวทางการปร บปร งการเร ยนการสอนคร งต อไป (ลงช อ) (ลงช อ) (นางสาวพฤศจ อ นอก) (นางพรเพ ญ ขว ญพ ทล ง) คร ฝ กสอน คร พ เล ยง../ /../ / 146
บ นท กผลการจ ดการเร ยนร คร งท 2 (คาบท 7-8) แผนการจ ดการเร ยนร หน วยท...เวลา...ช วโมง/คาบ ภาคเร ยนท...ป การศ กษา... เร อง... ว น/เด อน/ป (ท สอน)...เวลา...(คาบ...) รห สว ชา...ช อว ชา...ช น... ผ สอน...กล มสาระการเร ยนร... 1. ผลท เก ดก บผ เร ยน 2. ป ญหา / อ ปสรรค/ส งท ต องการพ ฒนา. 3. แนวทาง/ว ธ การสอน/ร ปแบบการสอน/เทคน คท ใช พ ฒนาหร อแก ไขป ญหา 4. แนวทางการปร บปร งการเร ยนการสอนคร งต อไป (ลงช อ) (ลงช อ) (นางสาวพฤศจ อ นอก) (นางพรเพ ญ ขว ญพ ทล ง) คร ฝ กสอน คร พ เล ยง../ /../ / 147
ต วอย างส อหน วยการเร ยนร ท 5 148
149