... ให ไว ณ ว นท... พ.ศ... เป นป ท.. ในร ชกาลป จจ บ น



Similar documents
ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดสว สด การแก บ คลากร กรณ การจ ดสว สด การอาคารท พ กข าราชการกระทรวงย ต ธรรม กองการเจ าหน าท ส าน กงานปล ดกระทรวงย ต ธรรม

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม

สารบ ญตาราง ตารางท หน า

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

ค ม อการปฏ บ ต งาน งานบร หารธ รการและงานสารบรรณ

8. ความเห นอ น ๆ เก ยวก บผ "สม คร

ข อ ๓ การขออน ญาตน าเข าว ตถ อ นตราย ให ย นหน งส อขออน ญาตน าเข าตามแบบ วอ./อก.๑๒

ห วข อการประกวดแข งข น

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

ประโยชน ท คาดว าจะได ร บ

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

(ผ ขอร บการประเม นตามหล กเกณฑ น สามารถส งคาขอร บการประเม นพร อมเอกสารท เก ยวข องได ตลอดป รอบป ละ 1 คร ง)

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

ภาคผนวก แผนพ ฒนาบ คลากรองค การบร หารส วนต าบลล เล ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ

Office of the Civil Service Commission (OCSC)

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

หน า ๗ เล ม ๑๒๖ ตอนท ๔๗ ก ราชก จจาน เบกษา ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๒ กฎกระทรวง

พ ธ เป ดการประช มส มมนา โดย นายสมศ กด โชต ร ตนะศ ร ผ อานวยการสาน กงบประมาณ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

พระราชกฤษฎ กา หล กเกณฑ และว ธ การ บร หารก จการบ านเม องท ด พ.ศ. 2546

แผนการจ ดการความร (KM Action Plan) กล มพ ฒนาระบบบร หาร

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม

มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ระด บค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

ค ม อข นตอนการปฏ บ ต งาน การตรวจต ดตามค ณภาพภายใน

การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ

เคร องม อประเม น สถานศ กษาแบบอย างการจ ดก จกรรมการเร ยนร และการบร หารจ ดการตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง (สถานศ กษาพอเพ ยง) ป

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร

การปฏ บ ต งานด านการทาน บาร งศ ลปว ฒนธรรม มหาว ทยาล ยราชภ ฏศร สะเกษ

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

การจ ดท ารายงานและเอกสารประกอบการสม คร

เทศบาลเม องปรกฟ า อ าเภอเกาะจ นทร จ งหว ดชลบ ร

เอกสารการร บฟ งความค ดเห น

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

๔. จ ดทาหน งส อแจ งให ผ ม หน าท เส ยภาษ ทราบ ธ นวาคม เพ อย นแบบแสดงรายการภาษ ป าย (ภ.ป.๑)

หล กเกณฑ การกาหนดต วช ว ดข อตกลงการประเม นผลการปฏ บ ต งาน บ คลากรสายสน บสน นว ชาการ คณะว ทยาศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ป พ.ศ. ๒๕๕๖

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ

ค ม อ การจ ดทาฐานข อม ลเพ อการจ ดทาเอกสารงบประมาณ ฉบ บท 5 รายงานภาวะเศรษฐก จและการคล ง สาหร บ ร ฐว สาหก จ องค การมหาชน กองท นและเง นท นหม นเว ยน

ระเบ ยบส าน กนายกร ฐมนตร

/ งานบร หารท วไป

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง

กรรมการประสานงานภาคปกต อ.ส นต อ. สาว ตร

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

ค ม อการปฏ บ ต งาน สาน กงานอาคารสถานท กล มอานวยการกลาง มหาว ทยาล ยศร ปท ม บางเขน จ ดทาเม อ 17 เมษายน พ.ศ. 2557

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย

แผนปฏ บ ต การจ ดเก บภาษ โรงเร อนและท ด น ประจาป 2558

ประเด นการประเม น มคกส และหล กฐานการตรวจประเม น

เค าโครงเร องท จะบรรยาย 1. คด ปกครองเก ยวก บส งแวดล อม 2. การกาหนดประเด น 3. การเตร ยมการก อนจ ดทาความเห น 4. เทคน คในการเข ยนความเห น 5.

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (

ระเบ ยบคณะกรรมการการเล อกต ง ว าด วยเง นส งเสร มประส ทธ ภาพการปฏ บ ต งานท ด ของพน กงานและล กจ างประจ าของส าน กงานคณะกรรมการการเล อกต ง พ.ศ.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus)

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

พ ธ เป ดการประช มส มมนา

Transcription:

ราง พระราชบ ญญ ต การจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด ภาคร ฐ พ.ศ....... ใหไว ณ ว นท... พ.ศ.... เป นป ท.. ในร ชกาลป จจ บ น พระบาทสมเด จพระปรม นทรมหาภ ม พลอด ลยเดช ม พระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา โดยท เป นการสมควรม กฎหมายวาดวยการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด ภาคร ฐ จ งทรงพระกร ณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบ ญญ ต ข นไว โดยคาแนะนาและย นยอมของ สภาน ต บ ญญ ต แหงชาต ด งตอไปน มาตรา ๑ ภาคร ฐ พ.ศ.... พระราชบ ญญ ต น เร ยกวา พระราชบ ญญ ต การจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด มาตรา ๒ พระราชบ ญญ ต น ใหใชบ งค บเม อพนกาหนดหน งรอยแปดส บว นน บแตว น ประกาศในราชก จจาน เบกษาเป นตนไป มาตรา ๓ บรรดากฎหมาย กฎ ระเบ ยบ และขอบ งค บใดๆ ในสวนท ม บ ญญ ต ไวแลว ในพระราชบ ญญ ต น หร อซ งข ดหร อแยงก บบทบ ญญ ต แหงพระราชบ ญญ ต น ใหใชพระราชบ ญญ ต น แทน มาตรา ๔ ในพระราชบ ญญ ต น การจ ดซ อจ ดจาง หมายความวา การไดมาซ งพ สด โดยการซ อ จาง เชา แลกเปล ยน หร อ โดยว ธ อ นตามท กาหนดในกฎกระทรวง พ สด หมายความวา ส นคา งานบร การ งานกอสราง การจางท ปร กษา และการจางออกแบบ และควบค มงาน รวมถ งการดาเน นการอ นท กาหนดในกฎกระทรวง ส นคา หมายความวา ว สด คร ภ ณฑ ท ด น ส งปล กสราง ว ตถ อ นใดท งท ม ร ปรางและไมม ร ปราง รวมตลอดท งงานบร การท รวมอย ในส นคาน นดวย แตม ลคาของงานบร การตองไมส งกวาม ลคาของ ส นคาน น งานบร การ หมายความวา งานจางบร การจากบ คคลธรรมดาหร อน ต บ คคลท ม อาช พ ใหบร การ

๒ งานกอสราง หมายความวา การดาเน นการกอสรางอาคาร สาธารณ ปโภค หร อส งปล กสราง อ นใด และการซอมแซม ตอเต ม ปร บปร ง ร อถอน หร อการกระทาอ นท ม ล กษณะเด ยวก นตออาคาร สาธารณ ปโภค หร อส งปล กสราง รวมตลอดท งงานบร การท รวมอย ในงานกอสรางน นดวย แตม ลคาของงาน บร การตองไมส งกวาม ลคาของงานกอสรางน น การจางท ปร กษา หมายความวา การจางบร การจากบ คคลธรรมดาหร อน ต บ คคลเพ อเป น ผ ใหค าปร กษาหร อแนะน าแกหนวยงานของร ฐในดานว ศวกรรม สถาป ตยกรรม ผ งเม อง กฎหมาย เศรษฐศาสตร การเง น การคล ง ส งแวดลอม ว ทยาศาสตร เทคโนโลย สาธารณส ข การออกแบบ การควบค มงาน การศ กษาว จ ยท วไปรวมถ งการศ กษาว จ ยเช งนโยบาย หร อดานอ นท กาหนดในกฎกระทรวง การจางออกแบบและควบค มงาน หมายความวา การจางบร การจากบ คคลธรรมดาหร อ น ต บ คคลท ประกอบธ รก จบร การดานออกแบบและควบค มงานกอสราง การบร หารพ สด หมายความวา การเก บ เบ กจาย ย ม ตรวจสอบ บ าร งร กษา และการ จาหนายพ สด ราคากลาง หมายความวา ราคามาตรฐานหร อราคาท ไดมาจากการคานวณตามหล กเกณฑ ท คณะกรรมการกาก บราคากลางกาหนด เพ อใชเป นฐานสาหร บเปร ยบเท ยบราคาท ผ ย นขอเสนอไดย นเสนอ ไวซ งสามารถจ ดซ อจ ดจางไดจร ง และใหหมายความรวมถ งราคาท ไดมาจากฐานขอม ลราคาอางอ งของพ สด ท กรมบ ญช กลางจ ดทา จากการส บราคาจากทองตลาด ราคาท เคยซ อหร อจางคร งหล งส ดภายในระยะเวลา สองป งบประมาณ หร อว ธ อ นใดตามหล กเกณฑ ว ธ การ หร อแนวทางปฏ บ ต ของหนวยงานของร ฐน นๆ เง นงบประมาณ หมายความวา งบประมาณรายจายประจาป งบประมาณรายจายเพ มเต ม และเง นซ งหนวยงานของร ฐไดร บไวโดยไมตองน าสงคล งเป นรายไดแผนด นตามกฎหมาย และให หมายความรวมถ งเง นก และเง นชวยเหล อ และเง นอ นตามท กาหนดในกฎกระทรวง หนวยงานของร ฐ หมายความวา ราชการสวนกลาง ราชการสวนภ ม ภาค ราชการสวนทองถ น ร ฐว สาหก จตามกฎหมายวาดวยว ธ การงบประมาณ องค การมหาชน องค กรอ สระตามร ฐธรรมน ญ มหาว ทยาล ยในกาก บของร ฐ หนวยงานอ สระของร ฐ และหนวยงานอ นตามท กาหนดในกฎกระทรวง เจาหนาท หมายความวา เจาหนาท ของร ฐท ม หนาท เก ยวก บการจ ดซ อจ ดจางหร อการ บร หารพ สด หร อผ ท ไดร บมอบหมายจากผ ม อานาจใหปฏ บ ต หนาท เก ยวก บการจ ดซ อจ ดจางหร อการ บร หารพ สด คณะกรรมการนโยบาย หมายความวา คณะกรรมการนโยบายการจ ดซ อจ ดจางและการ บร หารพ สด ภาคร ฐ คณะกรรมการว น จฉ ย หมายความวา คณะกรรมการว น จฉ ยป ญหาการจ ดซ อจ ดจางและ การบร หารพ สด ภาคร ฐ คณะกรรมการกาก บราคากลาง หมายความวา คณะกรรมการกาก บราคากลางและ ข นทะเบ ยนผ ประกอบการ คณะกรรมการความรวมม อ หมายความวา คณะกรรมการความรวมม อป องก นการท จร ต คณะกรรมการพ จารณาอ ทธรณ หมายความวา คณะกรรมการพ จารณาอ ทธรณ และ ขอรองเร ยน

ร ฐมนตร หมายความวา ร ฐมนตร ผ ร กษาการตามพระราชบ ญญ ต น ๓ มาตรา ๕ ใหร ฐมนตร วาการกระทรวงการคล งร กษาการตามพระราชบ ญญ ต น และใหม อานาจออกกฎกระทรวง เพ อปฏ บ ต การตามพระราชบ ญญ ต น กฎกระทรวงน น เม อไดประกาศในราชก จจาน เบกษาแลวใหใชบ งค บได หมวด ๑ บทท วไป มาตรา ๖ เพ อใหการปฏ บ ต เก ยวก บการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด โดยใชเง น งบประมาณ เป นไปอยางม ประส ทธ ภาพและเก ดความค มคาตอภารก จของร ฐ ใหหนวยงานของร ฐปฏ บ ต ตามแนวทางของพระราชบ ญญ ต กฎกระทรวง และระเบ ยบท ออกตามความในพระราชบ ญญ ต น เพ อใหการดาเน นงานของร ฐว สาหก จเก ดความย ดหย นและม ความคลองต ว หากร ฐว สาหก จ ใดประสงค จะจ ดใหม ระเบ ยบ หร อขอบ งค บ หร อขอบ ญญ ต เก ยวก บการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด ข นใชเอง ก ใหกระทาได โดยตองดาเน นการใหสอดคลองก บหล กเกณฑ การจ ดซ อจ ดจางและการบร หาร พ สด ตามแนวทางของพระราชบ ญญ ต น ระเบ ยบ หร อข อบ งค บ หร อข อบ ญญ ต ตามวรรคสอง ต องได ร บความเห นชอบจาก คณะกรรมการนโยบาย และใหประกาศในราชก จจาน เบกษา มาตรา ๗ พระราชบ ญญ ต น ม ใหใชบ งค บแก (๑) องค กรตรวจสอบการใชอานาจร ฐตามร ฐธรรมน ญ (๒) การดาเน นการของร ฐว สาหก จท เก ยวก บการพาณ ชย โดยตรง ท ม ล กษณะเป นการผล ต หร อจาหนาย หร อบร การเพ อหารายได (๓) การดาเน นการจ ดหาย ทโธปกรณ และการบร การทางทหารโดยว ธ ร ฐบาลตอร ฐบาล (๔) การดาเน นการโดยใชเง นก และเง นชวยเหล อ ท ส ญญาหร อขอกาหนดในการใหเง นก หร อ เง นชวยเหล อกาหนดไวเป นอยางอ น กรณ ตามวรรคหน ง ใหหนวยงานของร ฐจ ดใหม กฎหร อระเบ ยบเก ยวก บการจ ดซ อจ ดจางและ การบร หารพ สด ตามหล กเกณฑ และแนวทางของพระราชบ ญญ ต น โดยอยางนอยตองม หล กการในเร องของ ความค มคา โปรงใส ม ประส ทธ ภาพและประส ทธ ผล และตรวจสอบได การยกเวนไมใหน าบทบ ญญ ต แหงพระราชบ ญญ ต น มาใชบ งค บแกการด าเน นการใด ใหตราเป นพระราชกฤษฎ กาตามขอเสนอของคณะกรรมการนโยบาย มาตรา ๘ การจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด ของหนวยงานของร ฐตองกอใหเก ด ประโยชน ส งส ดแกสาธารณะ และตองสอดคลองก บหล กการด งตอไปน

๔ (๑) ค มคา โดยพ สด ท จ ดซ อจ ดจางตองม ค ณภาพหร อค ณล กษณะท ตอบสนองว ตถ ประสงค ในการใชงานของหนวยงานของร ฐมากท ส ด ม ราคาท เหมาะสม และม แผนการบร หารพ สด ท เหมาะสมและ ช ดเจน (๒) โปรงใส โดยการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด ตองกระทาโดยเป ดเผย เป ดโอกาสให ม การแขงข นอยางเป นธรรม ม หล กฐานการดาเน นงานช ดเจน และม การเป ดเผยขอม ลการจ ดซ อจ ดจางและ การบร หารพ สด ในท กข นตอน (๓) ม ประส ทธ ภาพและประส ทธ ผล โดยตองม การวางแผนการจ ดซ อจ ดจางและการบร หาร พ สด ลวงหนาเพ อใหการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด เป นไปอยางตอเน อง และม การประเม นและ เป ดเผยผลส มฤทธ ของการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด ท กป (๔) ตรวจสอบได โดยตองม การเก บขอม ลการดาเน นการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด อยางเป นระบบเพ อประโยชน ในการตรวจสอบ มาตรา ๙ ท กรายโดยเทาเท ยมก น ในการดาเน นการจ ดซ อจ ดจาง หนวยงานของร ฐตองปฏ บ ต ตอผ ประกอบการ มาตรา ๑๐ การกาหนดค ณล กษณะเฉพาะของพ สด ท จะจ ดซ อจ ดจาง ใหหนวยงานของร ฐ คาน งถ งค ณภาพ เทคน ค และว ตถ ประสงค ของการจ ดซ อจ ดจางพ สด น น กรณ เป นพ สด ท ม ค ณล กษณะเฉพาะท จาเป นตองระบ ย หอ หร อแหลงกาเน ด หร อประเทศ ผ ผล ต ใหระบ หร อเท ยบเทาไวดวย เวนแตพ สด ท จะจ ดซ อจ ดจางตามว ตถ ประสงค น นม ย หอเด ยว มาตรา ๑๑ ภายใตบ งค บมาตรา ๖๕ หนวยงานของร ฐตองเก บขอเสนอของผ ย นขอเสนอ ท กรายเป นความล บ หามม ใหเป ดเผยขอเสนอของผ ย นขอเสนอในสวนท เป นสาระสาค ญและเป นขอม ลทางเทคน ค ของผ ย นขอเสนอ ซ งอาจกอใหเก ดการไดเปร ยบเส ยเปร ยบระหวางผ ย นขอเสนอดวยก นตอผ ซ งม ได เก ยวของก บการจ ดซ อจ ดจางคร งน นหร อตอผ ย นขอเสนอรายอ น เวนแตเป นการเป ดเผยขอม ลตอผ ม อานาจหนาท ตามกฎหมาย หร อการดาเน นการตามกฎหมาย มาตรา ๑๒ ในแตละป ใหหนวยงานของร ฐจ ดทาแผนการจ ดซ อจ ดจางประจาป และประกาศ เผยแพรในระบบเคร อขายสารสนเทศของกรมบ ญช กลางและของหนวยงานของร ฐ ตามว ธ การท กรมบ ญช กลางกาหนด และใหป ดประกาศโดยเป ดเผย ณ สถานท ป ดประกาศของหนวยงานของร ฐน น เวนแตเป นการจ ดซ อจ ดจางพ สด ตามมาตรา ๕๕ (๑) (ค) (ฉ) และ (๒) (ข) (ง) (ฉ) มาตรา ๖๙ (๓) (ง) และมาตรา ๘๐ (๓) ไมตองดาเน นการตามวรรคน หล กเกณฑ ว ธ การ และรายละเอ ยดการจ ดทาแผนการจ ดซ อจ ดจางตามวรรคหน ง และการ เปล ยนแปลงแผน ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด

๕ มาตรา ๑๓ หนวยงานของร ฐตองจ ดใหม การบ นท กรายงานกระบวนการจ ดซ อจ ดจาง และจ ดเก บไวอยางเป นระบบเพ อประโยชน ในการตรวจด ขอม ลเม อม การรองขอ การจ ดทาบ นท กรายงานกระบวนการจ ดซ อจ ดจางและการรองขอเพ อตรวจด บ นท กรายงาน ด งกลาว ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด มาตรา ๑๔ ในการดาเน นการจ ดซ อจ ดจาง ผ ท ม หนาท ดาเน นการตองไมเป นผ ม สวนไดเส ย ก บผ ย นขอเสนอหร อค ส ญญาในงานน น ท งน คณะกรรมการนโยบายอาจออกระเบ ยบ เพ อกาหนด รายละเอ ยดเพ มเต มไดตามความจาเป น เพ อประโยชน ในการดาเน นการ มาตรา ๑๕ เพ อใหการจ ดซ อจ ดจางเป นไปโดยเร ยบรอยและไมกอใหเก ดความเส ยหายตอ หนวยงานของร ฐ ในกรณ ท หนวยงานของร ฐไดดาเน นการกระบวนการจ ดซ อจ ดจางในข นตอนหน งข นตอน ใดผ ดพลาดหร อผ ดหลงเล กนอยและไมกอใหเก ดการไดเปร ยบเส ยเปร ยบระหวางผ ย นขอเสนอดวยก น กระบวนการจ ดซ อจ ดจางน นยอมไมเส ยไป ในกรณ ท ม ป ญหาการปฏ บ ต ตามวรรคหน ง ให หน วยงานของร ฐเสนอเร องตอ คณะกรรมการนโยบายเป นผ ว น จฉ ยช ขาด ไมวากระบวนการจ ดซ อจ ดจางน นจะส นส ดแลวหร อไม หมวด ๒ การม สวนรวมของภาคประชาชน มาตรา ๑๖ เพ อประโยชน ในการป องก นการท จร ตในการจ ดซ อจ ดจางภาคร ฐ หนวยงานของ ร ฐอาจจ ดใหภาคประชาชนเขามาม สวนรวมในกระบวนการจ ดซ อจ ดจางในข นตอนหน งข นตอนใดก ได เพ อใหเก ดความโปรงใสในการดาเน นการจ ดซ อจ ดจาง ในการด าเน นการตามวรรคหน ง ให ม การจ ดท าขอตกลงค ณธรรม (Integrity Pact) ตามโครงการความรวมม อป องก นการท จร ตในการจ ดซ อจ ดจางภาคร ฐ ซ งเป นการทาขอตกลงรวมก น ระหวางหนวยงานของร ฐเจาของโครงการและผ เขาย นขอเสนอ โดยท งสองฝ ายตองตกลงก นวาจะไมกระทา การท จร ตในการจ ดซ อจ ดจาง และอาจใหม ผ ส งเกตการณ ซ งม ความร ความเช ยวชาญ และประสบการณ ท จาเป นตอโครงการจ ดซ อจ ดจางน นๆ เขารวมส งเกตการณ ในกระบวนการจ ดซ อจ ดจาง โดยผ ส งเกตการณ ตองม ความเป นกลาง และไมเป นผ ม สวนไดเส ยในโครงการจ ดซ อจ ดจางน น แลวใหรายงานความเห นพรอม ขอเสนอแนะตอคณะกรรมการความรวมม อทราบดวย ผ ส งเกตการณ ท ไดเขารวมส งเกตการณ ในกระบวนการจ ดซ อจ ดจางตามวรรคสอง หากพบวา ม การท จร ตในกระบวนการจ ดซ อจ ดจางในข นตอนหน งข นตอนใด นอกจากรายงานใหคณะกรรมการ ความรวมม อทราบแลว ใหม การเผยแพรรายงานด งกลาวตอสาธารณชนดวย ในกรณ ท เห นสมควร คณะกรรมการความรวมม ออาจกาหนดว ธ การอ นเพ ออานวยความ สะดวกใหภาคประชาชนเขามาม สวนรวมในกระบวนการจ ดซ อจ ดจางภาคร ฐดวยก ได ตามหล กเกณฑ และ ว ธ การท กาหนดในกฎกระทรวง

๖ หมวด ๓ คณะกรรมการ สวนท ๑ คณะกรรมการนโยบายการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด ภาคร ฐ มาตรา ๑๗ ใหม คณะกรรมการนโยบายการจ ดซ อจ ดจ างและการบร หารพ สด ภาคร ฐ ประกอบดวย ร ฐมนตร วาการกระทรวงการคล งหร อร ฐมนตร ชวยวาการกระทรวงการคล งท ร ฐมนตร วาการ กระทรวงการคล งมอบหมายเป นประธานกรรมการ ปล ดกระทรวงการคล ง ปล ดสาน กนายกร ฐมนตร ปล ดกระทรวงเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร อ ยการส งส ด เลขาธ การคณะกรรมการกฤษฎ กา เลขาธ การคณะกรรมการป องก นและปราบปราบการท จร ตแหงชาต ผ วาการตรวจเง นแผนด น ผ อานวยการ สาน กงบประมาณ ผ อานวยการสาน กงานคณะกรรมการนโยบายร ฐว สาหก จ อธ บด กรมสงเสร มการ ปกครองทองถ น และผ ทรงค ณว ฒ ซ งร ฐมนตร แตงต งอ กไมเก นเจ ดคนเป นกรรมการ โดยในจ านวนน ใหแตงต งจากผ แทนภาคเอกชนท มาจากองค กรเศรษฐก จและสภาว ชาช พท ม กฎหมายรองร บอยางนอย หาคน ใหอธ บด กรมบ ญช กลางเป นกรรมการและเลขาน การ และใหขาราชการของกรมบ ญช กลาง ซ งอธ บด กรมบ ญช กลางมอบหมายจานวนไมเก นสองคนเป นผ ชวยเลขาน การ มาตรา ๑๘ กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ตองม ความร ความเช ยวชาญดานว ศวกรรม สถาป ตยกรรม การกอสราง การเง นการคล ง การบร หารจ ดการ เทคโนโลย สารสนเทศ หร อดานอ นๆ ท เก ยวของและเป น ประโยชน ตอการดาเน นงานของคณะกรรมการนโยบาย และตองไมเป นขาราชการการเม อง ผ ดารงตาแหนง ทางการเม อง สมาช กสภาทองถ น หร อผ บร หารทองถ น กรรมการหร อผ ดารงตาแหนงอ นในพรรคการเม อง หร อเจาหนาท ของพรรคการเม อง อ กได มาตรา ๑๙ กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ม วาระอย ในตาแหนงคราวละสามป และอาจไดร บแตงต ง มาตรา ๒๐ เม อกรรมการผ ทรงค ณว ฒ พนจากตาแหนงตามวาระ ใหดาเน นการแตงต งใหม ภายในหกส บว น ในระหวางท ย งม ไดม การแตงต งกรรมการผ ทรงค ณว ฒ ข นใหม ใหกรรมการผ ทรงค ณว ฒ ซ งพนจากตาแหนงตามวาระอย ในตาแหนงเพ อดาเน นงานตอไปจนกวากรรมการผ ทรงค ณว ฒ ซ งไดร บ แตงต งใหมเขาร บหนาท เม อ มาตรา ๒๑ นอกจากการพนจากตาแหนงตามวาระ กรรมการผ ทรงค ณว ฒ พนจากตาแหนง (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) เป นบ คคลลมละลาย

๗ (๔) เป นคนไรความสามารถหร อคนเสม อนไรความสามารถ (๕) ไดร บโทษจาค กโดยคาพ พากษาถ งท ส ดใหจาค ก เวนแตเป นโทษสาหร บความผ ดท ได กระทาโดยประมาทหร อความผ ดลห โทษ (๖) ขาดค ณสมบ ต หร อม ล กษณะตองหามตามมาตรา ๑๘ (๗) ร ฐมนตร ใหออกเพราะหยอนความสามารถ บกพรองหร อท จร ตตอหนาท หร อม ความ ประพฤต เส อมเส ย เม อม กรณ ตามวรรคหน ง และย งไมไดแตงต งกรรมการผ ทรงค ณว ฒ ข นใหม ใหกรรมการ ผ ทรงค ณว ฒ ท เหล ออย ปฏ บ ต หนาท ตอไปได มาตรา ๒๒ ใหคณะกรรมการนโยบายม อานาจและหนาท ด งตอไปน (๑) เสนอแนะนโยบายการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด ภาคร ฐตอคณะร ฐมนตร (๒) เสนอแนะแนวทางในการพ ฒนาและปร บปร งประส ทธ ภาพการจ ดซ อจ ดจางและการ บร หารพ สด ภาคร ฐตอคณะร ฐมนตร เพ อใหเก ดความเป นธรรมและม ประส ทธ ภาพย งข น (๓) เสนอความเห นตอร ฐมนตร ในการตราพระราชกฤษฎ กา และการออกกฎกระทรวง ตามพระราชบ ญญ ต น (๔) ต ความและว น จฉ ยป ญหาท เก ดข นจากการใชบ งค บตามพระราชบ ญญ ต น (๕) วางระเบ ยบ หล กเกณฑ และแนวทางปฏ บ ต เพ อดาเน นการตามพระราชบ ญญ ต น (๖) กาก บด แลการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด ภาคร ฐของหนวยงานของร ฐใหเป นไป ตามแนวทางของพระราชบ ญญ ต น (๗) กาหนดมาตรฐานการปฏ บ ต งานและจรรยาบรรณของเจาหนาท (๘) จ ดทารายงานเก ยวก บการปฏ บ ต ตามพระราชบ ญญ ต น เสนอคณะร ฐมนตร อยางนอย ป ละหน งคร ง (๙) ปฏ บ ต หนาท อ นตามท กาหนดในพระราชบ ญญ ต น (๑๐) ดาเน นการอ นท ร ฐมนตร หร อคณะร ฐมนตร มอบหมาย ผลการดาเน นการตาม (๔) (๗) และ (๘) ใหประกาศในระบบเคร อขายสารสนเทศของ กรมบ ญช กลางตามว ธ การท กรมบ ญช กลางกาหนด ระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนดตาม (๕) ใหประกาศในราชก จจาน เบกษา มาตรา ๒๓ การประช มของคณะกรรมการนโยบาย ตองม กรรมการมาประช มไมนอยกวา ก งหน งของจานวนกรรมการท งหมดจ งจะเป นองค ประช ม ใหประธานกรรมการเป นประธานในท ประช ม ถาประธานกรรมการไมมาประช มหร อไมอาจ ปฏ บ ต หนาท ได ใหกรรมการท มาประช มเล อกกรรมการคนหน งเป นประธานในท ประช ม การว น จฉ ยช ขาดของท ประช มใหถ อเส ยงขางมาก กรรมการคนหน งใหม เส ยงหน งในการ ลงคะแนน ถาคะแนนเส ยงเทาก น ใหประธานในท ประช มออกเส ยงเพ มข นอ กเส ยงหน งเป นเส ยงข ขาด กรรมการท ม สวนไดเส ยในเร องท ม การพ จารณา จะเขารวมประช มหร อออกเส ยงลงคะแนน ในเร องด งกลาวม ได

๘ มาตรา ๒๔ ใหคณะกรรมการนโยบายม อานาจแตงต งคณะอน กรรมการข นมาคณะหน งหร อ หลายคณะ เพ อกระทาการอยางหน งอยางใดตามท คณะกรรมการนโยบายมอบหมายก ได และใหนาความ ในมาตรา ๒๓ มาใชโดยอน โลม สวนท ๒ คณะกรรมการว น จฉ ยป ญหาการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด ภาคร ฐ มาตรา ๒๕ ใหม คณะกรรมการว น จฉ ยป ญหาการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด ภาคร ฐ ประกอบดวย ปล ดกระทรวงการคล งเป นประธานกรรมการ อธ บด กรมบ ญช กลาง ผ แทนสาน กงานปล ด สาน กนายกร ฐมนตร ผ แทนสาน กงานอ ยการส งส ด ผ แทนสาน กงานคณะกรรมการกฤษฎ กา ผ แทนสาน ก งบประมาณ ผ แทนสาน กงานการตรวจเง นแผนด น ผ แทนสาน กงานคณะกรรมการป องก นและปราบปราบ การท จร ตแหงชาต ผ แทนกรมสงเสร มการปกครองทองถ น และผ ทรงค ณว ฒ ซ งปล ดกระทรวงการคล ง แตงต งอ กไมเก นเจ ดคนเป นกรรมการ โดยในจานวนน ใหแตงต งจากผ แทนภาคเอกชนท มาจากองค กร เศรษฐก จและสภาว ชาช พท ม กฎหมายรองร บอยางนอยหาคน ใหอธ บด กรมบ ญช กลางแตงต งขาราชการของกรมบ ญช กลางคนหน งเป นกรรมการและ เลขาน การ และอ กสองคนเป นผ ชวยเลขาน การ มาตรา ๒๖ ใหนาความในมาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ มาใชบ งค บ ก บกรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในสวนท ๒ ดวยโดยอน โลม มาตรา ๒๗ ใหคณะกรรมการว น จฉ ยม อานาจและหนาท ด งตอไปน (๑) เสนอแนะแนวทางการปร บปร งแกไขป ญหาเก ยวก บการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด ตอคณะกรรมการนโยบาย (๒) ให ค าปร กษาแนะน าแกเจ าหน าท หร อหนวยงานของร ฐเก ยวก บการปฏ บ ต ตาม พระราชบ ญญ ต น (๓) ต ความและว น จฉ ยป ญหาขอหาร อเก ยวก บการปฏ บ ต ตามระเบ ยบท ออกตามความใน พระราชบ ญญ ต น (๔) อน ม ต ยกเวน หร อผอนผ นการไมปฏ บ ต ตามระเบ ยบท ออกตามความในพระราชบ ญญ ต น และระเบ ยบ หร อขอบ งค บ หร อขอบ ญญ ต ท ออกตามความในมาตรา ๖ วรรคสาม (๕) เสนอความเห นตอปล ดกระทรวงการคล งในการพ จารณาส งใหผ ย นขอเสนอหร อค ส ญญา เป นผ ท งงาน การพ จารณาอ ทธรณ คาส งลงโทษใหเป นผ ท งงาน และการเพ กถอนรายช อผ ท งงาน (๖) เร ยกใหเจาหนาท ท เก ยวของหร อบ คคลอ นใดมาช แจงหร อใหถอยคา หร อใหสงเอกสาร หร อหล กฐานท เก ยวของก บเร องท พ จารณา (๗) จ ดทารายงานเก ยวก บป ญหาและอ ปสรรคในการดาเน นการจ ดซ อจ ดจางและการบร หาร พ สด ภาคร ฐเสนอคณะกรรมการนโยบาย อยางนอยป ละหน งคร ง

๙ (๘) ดาเน นการอ นท คณะกรรมการนโยบาย ร ฐมนตร หร อคณะร ฐมนตร มอบหมาย ผลการดาเน นการตาม (๓) (๔) และ (๗) ใหประกาศในระบบเคร อขายสารสนเทศของ กรมบ ญช กลางตามว ธ การท กรมบ ญช กลางกาหนด มาตรา ๒๘ ใหคณะกรรมการว น จฉ ยม อานาจแตงต งคณะอน กรรมการ เพ อปฏ บ ต การอยาง หน งอยางใดตามท คณะกรรมการว น จฉ ยมอบหมาย มาตรา ๒๙ ใหนาความในมาตรา ๒๓ มาใชบ งค บก บการประช มของคณะกรรมการว น จฉ ย และคณะอน กรรมการโดยอน โลม สวนท ๓ คณะกรรมการกาก บราคากลางและข นทะเบ ยนผ ประกอบการ มาตรา ๓๐ ใหม คณะกรรมการกาก บราคากลางและข นทะเบ ยนผ ประกอบการตามสาขา ตางๆ ตามความเหมาะสม ประกอบดวย ปล ดกระทรวงการคล งเป นประธานกรรมการ อธ บด กรมบ ญช กลาง ผ แทนสาน กงบประมาณ ผ แทนสาน กงานการตรวจเง นแผนด น ผ แทนสาน กงานคณะกรรมการป องก นและ ปราบปรามการท จร ตแหงชาต และผ ทรงค ณว ฒ ซ งปล ดกระทรวงการคล งแตงต งจากผ ท ม ความร ความ เช ยวชาญในสาขาน นๆ ดานละไมนอยกวาเจ ดคนแตไมเก นส บเอ ดคนเป นกรรมการ โดยในจานวนน ให แตงต งจากผ แทนภาคเอกชนซ งเก ยวของก บงานในสาขาน นๆ ท มาจากองค กรเศรษฐก จและสภาว ชาช พท ม กฎหมายรองร บอยางนอยหาคน ใหอธ บด กรมบ ญช กลางแตงต งขาราชการของกรมบ ญช กลางคนหน งเป นกรรมการและ เลขาน การ และอ กสองคนเป นผ ชวยเลขาน การ มาตรา ๓๑ ใหนาความในมาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ มาใชบ งค บ ก บกรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในสวนท ๓ ดวยโดยอน โลม มาตรา ๓๒ ใหคณะกรรมการกาก บราคากลางม อานาจและหนาท ด งตอไปน (๑) กาหนดหล กเกณฑ และว ธ การกาหนดราคากลาง (๒) กาก บด แลการกาหนดราคากลางใหเป นไปตามแนวทางของพระราชบ ญญ ต น (๓) ใหคาปร กษาแนะน าแกเจาหนาท หร อหนวยงานของร ฐเก ยวก บการดาเน นการตาม หล กเกณฑ และว ธ การกาหนดราคากลาง (๔) ต ความและว น จฉ ยป ญหาขอหาร อเก ยวก บหล กเกณฑ และว ธ การกาหนดราคากลาง (๕) อน ม ต ยกเวน หร อผอนผ นกรณ ท ไมสามารถปฏ บ ต ตามรายละเอ ยดหล กเกณฑ และ ว ธ การกาหนดราคากลางตาม (๑) (๖) พ จารณาขอรองเร ยนกรณ ท เห นวาหนวยงานของร ฐม ไดปฏ บ ต ใหเป นไปตามหล กเกณฑ และว ธ การกาหนดราคากลาง

๑๐ (๗) กาหนดหล กเกณฑ ว ธ การ และเง อนไขในการข นทะเบ ยนและการเพ กถอนทะเบ ยน ผ ประกอบการท ม ค ณสมบ ต เขารวมการจ ดซ อจ ดจางก บหนวยงานของร ฐ (๘) จ ดทารายงานเก ยวก บป ญหาและอ ปสรรคในการดาเน นการกาหนดราคากลางของ หนวยงานของร ฐ และการข นทะเบ ยนผ ประกอบการท ม ค ณสมบ ต เขารวมการจ ดซ อจ ดจางก บหนวยงาน ของร ฐเสนอคณะกรรมการนโยบาย อยางนอยป ละหน งคร ง (๙) ดาเน นการอ นท คณะกรรมการนโยบาย ร ฐมนตร หร อคณะร ฐมนตร มอบหมาย ผลการดาเน นการตาม (๑) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ใหประกาศในระบบเคร อขาย สารสนเทศของกรมบ ญช กลางตามว ธ การท กรมบ ญช กลางกาหนด มาตรา ๓๓ คณะกรรมการกาก บราคากลางตองพ จารณาทบทวนหล กเกณฑ และว ธ การ กาหนดราคากลาง อยางนอยป ละหน งคร ง เม อไดทบทวนหล กเกณฑ และว ธ การกาหนดราคากลางตามวรรคหน งแลว ใหประกาศใน ระบบเคร อขายสารสนเทศของกรมบ ญช กลางดวย มาตรา ๓๔ ให คณะกรรมการก าก บราคากลางม อ านาจแตงต งคณะอน กรรมการ เพ อปฏ บ ต การอยางหน งอยางใดตามท คณะกรรมการกาก บราคากลางมอบหมาย มาตรา ๓๕ ใหนาความในมาตรา ๒๓ มาใชบ งค บก บการประช มของคณะกรรมการกาก บ ราคากลางและคณะอน กรรมการโดยอน โลม สวนท ๔ คณะกรรมการความรวมม อป องก นการท จร ต มาตรา ๓๖ ให ม คณะกรรมการความรวมม อป องก นการท จร ต ประกอบด วย ปล ด กระทรวงการคล งเป นประธานกรรมการ อธ บด กรมบ ญช กลาง ผ แทนสาน กงานอ ยการส งส ด ผ แทนสาน กงาน คณะกรรมการกฤษฎ กา ผ แทนสาน กงบประมาณ ผ แทนสาน กงานการตรวจเง นแผนด น ผ แทนสาน กงาน คณะกรรมการป องก นและปราบปรามการท จร ตแหงชาต ผ แทนสาน กงานพ ฒนาการเศรษฐก จและส งคม แหงชาต ผ แทนสาน กงานคณะกรรมการนโยบายร ฐว สาหก จ และใหม ผ แทนองค กรเอกชนท สน บสน นการ ตอตานการท จร ตคอร ร ปช นซ งปล ดกระทรวงการคล งแตงต งอ กไมเก นหาคนเป นกรรมการ ใหอธ บด กรมบ ญช กลางแตงต งขาราชการของกรมบ ญช กลางคนหน งเป นกรรมการและ เลขาน การ และอ กสองคนเป นผ ชวยเลขาน การ มาตรา ๓๗ ใหคณะกรรมการความรวมม อม อานาจและหนาท ด งตอไปน (๑) กาหนดแนวทาง และว ธ การในการดาเน นงานโครงการความรวมม อป องก นการท จร ต ในการจ ดซ อจ ดจางภาคร ฐ (๒) กาหนดร ปแบบและเน อหาของขอตกลงค ณธรรม หร อการดาเน นการในร ปแบบอ น

๑๑ (๓) ค ดเล อกโครงการจ ดซ อจ ดจาง เพ อเขารวมโครงการความรวมม อป องก นการท จร ตใน การจ ดซ อจ ดจางภาคร ฐ (๔) ค ดเล อกผ ส งเกตการณ เพ อเขารวมโครงการความรวมม อป องก นการท จร ตในการจ ดซ อ จ ดจางภาคร ฐ (๕) จ ดทารายงานผลการประเม นโครงการจ ดซ อจ ดจางท เขารวมโครงการความรวมม อ ป องก นการท จร ตในการจ ดซ อจ ดจางภาคร ฐเสนอคณะกรรมการนโยบาย อยางนอยป ละหน งคร ง ผลการดาเน นการตาม (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) ใหประกาศในระบบเคร อขายสารสนเทศ ของกรมบ ญช กลางตามว ธ การท กรมบ ญช กลางกาหนด มาตรา ๓๘ ใหคณะกรรมการความรวมม อม อานาจแตงต งคณะอน กรรมการ เพ อปฏ บ ต การ อยางหน งอยางใดตามท คณะกรรมการความรวมม อมอบหมาย มาตรา ๓๙ ใหนาความในมาตรา ๒๓ มาใชบ งค บก บการประช มของคณะกรรมการความ รวมม อและคณะอน กรรมการโดยอน โลม สวนท ๕ คณะกรรมการพ จารณาอ ทธรณ และขอรองเร ยน มาตรา ๔๐ ใหม คณะกรรมการพ จารณาอ ทธรณ และขอรองเร ยน ประกอบดวย ปล ด กระทรวงการคล งเป นประธานกรรมการ อธ บด กรมบ ญช กลาง ผ แทนสาน กงานอ ยการส งส ด ผ แทน สาน กงานคณะกรรมการกฤษฎ กา ผ แทนสาน กงบประมาณ ผ แทนสาน กงานการตรวจเง นแผนด น ผ แทน สาน กงานคณะกรรมการป องก นและปราบปราบการท จร ตแหงชาต ผ แทนสาน กงานคณะกรรมการนโยบาย ร ฐว สาหก จ ผ แทนกรมสงเสร มการปกครองทองถ น และผ ทรงค ณว ฒ ซ งปล ดกระทรวงการคล งแตงต งอ ก ไมเก นเจ ดคนเป นกรรมการ โดยในจานวนน ใหแตงต งจากผ แทนภาคเอกชนท มาจากองค กรเศรษฐก จและ สภาว ชาช พท ม กฎหมายรองร บอยางนอยหาคน ใหอธ บด กรมบ ญช กลางแตงต งขาราชการของกรมบ ญช กลางคนหน งเป นกรรมการและ เลขาน การ และอ กสองคนเป นผ ชวยเลขาน การ มาตรา ๔๑ ใหนาความในมาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ มาใชบ งค บ ก บกรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในสวนท ๕ ดวยโดยอน โลม มาตรา ๔๒ ใหคณะกรรมการพ จารณาอ ทธรณ ม อานาจและหนาท ด งตอไปน (๑) พ จารณาและว น จฉ ยอ ทธรณ ตามมาตรา ๑๑๔ (๒) พ จารณาขอรองเร ยนกรณ ท เห นวาหนวยงานของร ฐม ไดปฏ บ ต ใหเป นไปตามแนวทางของ พระราชบ ญญ ต กฎกระทรวง และระเบ ยบท ออกตามความในพระราชบ ญญ ต น

๑๒ (๓) เร ยกใหเจาหนาท ท เก ยวของหร อบ คคลอ นใดมาช แจงหร อใหถอยคา หร อใหสงเอกสาร หร อหล กฐานท เก ยวของก บเร องท พ จารณา (๔) จ ดทารายงานเก ยวก บป ญหาและอ ปสรรคในการด าเน นการพ จารณาอ ทธรณ และ ขอรองเร ยนเสนอคณะกรรมการนโยบาย อยางนอยป ละหน งคร ง (๕) ดาเน นการอ นท คณะกรรมการนโยบาย ร ฐมนตร หร อคณะร ฐมนตร มอบหมาย ผลการดาเน นการตาม (๑) (๒) และ (๔) ใหประกาศในระบบเคร อขายสารสนเทศของ กรมบ ญช กลางตามว ธ การท กรมบ ญช กลางกาหนด มาตรา ๔๓ ให คณะกรรมการพ จารณาอ ทธรณ ม อ านาจแตงต งคณะอน กรรมการ เพ อปฏ บ ต การอยางหน งอยางใดตามท คณะกรรมการพ จารณาอ ทธรณ มอบหมาย มาตรา ๔๔ ใหนาความในมาตรา ๒๓ มาใชบ งค บก บการประช มของคณะกรรมการพ จารณา อ ทธรณ และคณะอน กรรมการโดยอน โลม หมวด ๔ องค กรสน บสน นด แลการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด ภาคร ฐ มาตรา ๔๕ ใหกรมบ ญช กลางม หนาท ในการด แลและพ ฒนาระบบการจ ดซ อจ ดจางผาน ระบบอ เล กทรอน กส และการประกาศเผยแพรขอม ลเก ยวก บการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด ภาคร ฐ ในระบบเคร อขายสารสนเทศของกรมบ ญช กลาง เพ อใหสาธารณชนสามารถเขาตรวจด ได มาตรา ๔๖ ใหกรมบ ญช กลางจ ดทาฐานขอม ลราคาอางอ งของพ สด เพ อใหหนวยงานของร ฐ ใชเป นขอม ลประกอบการจ ดซ อจ ดจางพ สด น น และใหเผยแพรฐานขอม ลด งกลาวในระบบเคร อขาย สารสนเทศของกรมบ ญช กลาง การกาหนดราคาอางอ งของพ สด ตองคาน งถ งราคาตลาดของพ สด น น และการกาหนดราคา อางอ งของพ สด อยางเด ยวก นจะไมใชราคาเด ยวก นท วประเทศก ได กรมบ ญช กลางตองปร บปร งฐานขอม ลตามวรรคหน ง อยางนอยป ละสองคร ง มาตรา ๔๗ ใหกรมบ ญช กลางม หนาท รวบรวม ว เคราะห และประเม นผลการปฏ บ ต งานตาม พระราชบ ญญ ต น และจ ดทารายงานเก ยวก บป ญหาและอ ปสรรคพรอมขอเสนอแนะเพ อพ ฒนาและ ปร บปร งประส ทธ ภาพการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด ภาคร ฐเสนอคณะกรรมการนโยบายท กป เพ อประโยชน ในการด าเน นการตามวรรคหน ง ใหหนวยงานของร ฐสงรายงานผลการ ปฏ บ ต งานตามพระราชบ ญญ ต น ตอกรมบ ญช กลาง ตามหล กเกณฑ ว ธ การ และเง อนไขท กาหนดใน กฎกระทรวง รายงานตามวรรคหน ง เม อคณะกรรมการนโยบายใหความเห นชอบแลว ใหประกาศในระบบ เคร อขายสารสนเทศของกรมบ ญช กลาง

๑๓ มาตรา ๔๘ ใหกรมบ ญช กลางม หนาท ในการจ ดใหม การฝ กอบรมเพ อสงเสร มและพ ฒนา เจาหนาท ใหม ความร ความเช ยวชาญเก ยวก บการจ ดซ อจ ดจางและการบร หารพ สด ภาคร ฐตามหล กว ชาช พ ท งน กรมบ ญช กลางจะดาเน นการเองหร อจะดาเน นการรวมก บหนวยงานอ นท เก ยวของก ได เจาหนาท ผ ดารงตาแหนงท มาตรฐานกาหนดตาแหนงกาหนดใหม หนาท เก ยวก บการจ ดซ อ จ ดจางและการบร หารพ สด ในหนวยงานท ตนส งก ด ซ งผานการอบรมหล กส ตรท กรมบ ญช กลางกาหนดตาม วรรคหน ง ใหไดร บคาตอบแทนตามหล กเกณฑ และอ ตราท กระทรวงการคล งกาหนด มาตรา ๔๙ ใหกรมบ ญช กลางทาหนาท เป นสาน กงานเลขาน การของคณะกรรมการนโยบาย คณะกรรมการว น จฉ ย คณะกรรมการกาก บราคากลาง คณะกรรมการความรวมม อ และคณะกรรมการ พ จารณาอ ทธรณ ร บผ ดชอบงานธ รการ งานประช ม การศ กษาหาขอม ลและก จการตางๆ ท เก ยวก บงานของ คณะกรรมการด งกลาว หมวด ๕ การข นทะเบ ยนผ ประกอบการ มาตรา ๕๐ ผ ประกอบการกอสรางท จะเขารวมการจ ดจางงานกอสรางก บหนวยงานของร ฐ ตองเป นผ ท ไดข นทะเบ ยนไวก บกรมบ ญช กลาง ตามหล กเกณฑ ว ธ การ และเง อนไขในการข นทะเบ ยน ผ ประกอบการกอสรางท คณะกรรมการกาก บราคากลางกาหนด โดยจะตองเป ดโอกาสใหผ ประกอบการ กอสรางท กรายม ส ทธ ขอข นทะเบ ยนไดตลอดเวลา ในการจ ดจางงานกอสรางใดท กรมบ ญช กลางย งไมไดจ ดใหม การข นทะเบ ยนผ ประกอบการ กอสราง ใหไดร บการยกเวนไมตองดาเน นการตามวรรคหน ง มาตรา ๕๑ ในกรณ ท เห นสมควร คณะกรรมการกาก บราคากลางอาจกาหนดใหม การข น ทะเบ ยนผ ประกอบการอ นสาหร บพ สด ประเภทหน งประเภทใดไวก บกรมบ ญช กลางดวยก ได ตาม หล กเกณฑ ว ธ การ และเง อนไขในการข นทะเบ ยนผ ประกอบการท คณะกรรมการกาก บราคากลางกาหนด โดยจะตองเป ดโอกาสใหผ ประกอบการท กรายม ส ทธ ขอข นทะเบ ยนไดตลอดเวลา มาตรา ๕๒ ใหกรมบ ญช กลางประกาศรายช อผ ประกอบการกอสรางและผ ประกอบการอ น ท ไดข นทะเบ ยนไวแลวในระบบเคร อขายสารสนเทศของกรมบ ญช กลาง และใหปร บปร งความถ กตองของ ขอม ลใหเป นป จจ บ นท กคร งท ม การเปล ยนแปลงขอม ล ในกรณ ท กรมบ ญช กลางไดข นทะเบ ยนผ ประกอบการกอสรางและผ ประกอบการอ นตามวรรค หน งไวแลว หนวยงานของร ฐไมตองจ ดใหม การข นทะเบ ยนผ ประกอบการประเภทน นอ ก และใหหนวยงาน ของร ฐกาหนดค ณสมบ ต ผ เขารวมการจ ดซ อจ ดจางตามมาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑ ในประกาศเช ญชวนให เขารวมการจ ดซ อจ ดจางดวย ว ธ การย นขอข นทะเบ ยนผ ประกอบการกอสรางและผ ประกอบการอ น และอ ตราคาธรรมเน ยม การขอข นทะเบ ยน ใหเป นไปตามท กาหนดในกฎกระทรวง

๑๔ หมวด ๖ การจ ดซ อจ ดจาง มาตรา ๕๓ บทบ ญญ ต ในหมวดน ใชบ งค บก บการจ ดซ อจ ดจางพ สด ยกเวนการจางท ปร กษา และการจางออกแบบและควบค มงาน มาตรา ๕๔ การจ ดซ อจ ดจางพ สด อาจกระทาไดโดยว ธ ด งตอไปน (๑) ว ธ ประกาศเช ญชวนท วไป ไดแก การท หนวยงานของร ฐเช ญชวนผ ประกอบการท วไป ท ม ค ณสมบ ต ตรงตามเง อนไขท หนวยงานของร ฐกาหนดใหเขาย นขอเสนอ (๒) ว ธ ค ดเล อก ไดแก การท หนวยงานของร ฐเช ญชวนเฉพาะผ ประกอบการท ม ค ณสมบ ต ตรง ตามท กาหนดซ งตองไมนอยกวาสามรายใหเขาย นขอเสนอ เวนแตในงานน นม ผ ประกอบการท ม ค ณสมบ ต ตรงตามท กาหนดนอยกวาสามราย (๓) ว ธ เฉพาะเจาะจง ไดแก การท หนวยงานของร ฐเช ญชวนผ ประกอบการท ม ค ณสมบ ต ตรง ตามท กาหนดรายใดรายหน งใหเขาย นขอเสนอ หร อใหเขามาเจรจาตอรองราคาก บหนวยงานของร ฐโดยตรง และใหรวมถ งการท หนวยงานของร ฐไดต ดตอเพ อจ ดซ อจ ดจางพ สด น นก บผ ประกอบการโดยตรงภายใต เง อนไขตามมาตรา ๕๕ (๒) (ข) มาตรา ๕๕ การจ ดซ อจ ดจางพ สด ใหหนวยงานของร ฐเล อกใชว ธ ประกาศเช ญชวนท วไปกอน เวนแต (๑) กรณ ด งตอไปน ใหใชว ธ ค ดเล อก (ก) ใชว ธ ประกาศเช ญชวนท วไปแลว แตไมม ผ ย นขอเสนอ หร อขอเสนอน นไมไดร บ การค ดเล อก (ข) พ สด ท ตองการจ ดซ อจ ดจางม ค ณล กษณะเฉพาะเป นพ เศษหร อซ บซอน หร อตอง ผล ต กอสราง หร อใหบร การโดยผ ประกอบการท ม ฝ ม อโดยเฉพาะ หร อม ความชานาญเป นพ เศษ หร อม ท กษะส ง และผ ประกอบการน นม จานวนจาก ด (ค) ม ความจ าเป นเรงดวนท ตองใชพ สด น นอ นเน องมาจากเก ดเหต การณ ท ไมอาจ คาดหมายได ซ งหากใชว ธ ประกาศเช ญชวนท วไปจะทาใหไมท นตอความตองการใชพ สด (ง) เป นพ สด ท โดยล กษณะของการใชงาน หร อม ขอจาก ดทางเทคน คท จาเป นตองระบ ย หอเป นการเฉพาะ (จ) เป นพ สด ท จาเป นตองซ อโดยตรงจากตางประเทศ หร อดาเน นการโดยผานองค การ ระหวางประเทศ (ฉ) เป นพ สด ท ใชในราชการล บ หร อเป นงานท ตองปกป ดเป นความล บของทางราชการ หร อท เก ยวก บความม นคงของประเทศ (ช) เป นงานจางซอมพ สด ท จาเป นถอดตรวจ ใหทราบความชาร ดเส ยหายเส ยกอน จ งจะประมาณคาซอมได เชน งานจางซอมเคร องจ กร เคร องม อกล เคร องยนต เคร องไฟฟ า หร อเคร อง อ เล กทรอน กส เป นตน

๑๕ (๒) กรณ ด งตอไปน ใหใชว ธ เฉพาะเจาะจง (ก) ใชท งว ธ ประกาศเช ญชวนท วไปและว ธ ค ดเล อก หร อใชว ธ ค ดเล อกแลว แตไมม ผ ย นขอเสนอ หร อขอเสนอน นไมไดร บการค ดเล อก (ข) การจ ดซ อจ ดจางพ สด ท ม การผล ต จ าหนาย หร อใหบร การท วไป และม วงเง น ในการจ ดซ อจ ดจางคร งหน งไมเก นวงเง นตามท กาหนดในกฎกระทรวง (ค) การจ ดซ อจ ดจางพ สด ท ม ผ ประกอบการซ งม ค ณสมบ ต โดยตรงเพ ยงรายเด ยว หร อ การจ ดซ อจ ดจางพ สด จากผ ประกอบการซ งเป นต วแทนจ าหนายหร อต วแทนผ ใหบร การโดยชอบดวย กฎหมายเพ ยงรายเด ยวในประเทศไทยและไมม พ สด อ นท จะใชทดแทนได (ง) ม ความจาเป นตองใชพ สด น นโดยฉ กเฉ นเน องจากอ บ ต ภ ยหร อธรรมชาต พ บ ต ภ ย และการจ ดซ อจ ดจางโดยว ธ ประกาศเช ญชวนท วไปหร อว ธ ค ดเล อกอาจกอใหเก ดความลาชาและอาจทาให เก ดความเส ยหายรายแรง (จ) พ สด ท จะจ ดซ อจ ดจางเป นพ สด ท เก ยวพ นก บพ สด ท ไดจ ดซ อจ ดจางไวกอนแลว และม ความจาเป นตองจ ดซ อจ ดจางเพ มเต มเพ อความสมบ รณ หร อตอเน องในการใชพ สด น น โดยม ลคา ของพ สด ท จ ดซ อจ ดจางเพ มเต มจะตองไมส งกวาพ สด ท ไดจ ดซ อจ ดจางไวกอนแลว (ฉ) เป นพ สด ท จะขายทอดตลาดโดยหนวยงานของร ฐ องค การระหวางประเทศ หร อ หนวยงานของตางประเทศ (ช) เป นพ สด ท เป นท ด นและส งกอสรางซ งจาเป นตองซ อเฉพาะแหง (ซ) กรณ อ นท กาหนดในกฎกระทรวง สาหร บหนวยงานของร ฐในตางประเทศหร อม ก จกรรมท ตองปฏ บ ต ในตางประเทศ จะจ ดซ อ จ ดจางโดยใชว ธ ค ดเล อกหร อว ธ เฉพาะเจาะจง โดยไมใชว ธ ประกาศเช ญชวนท วไปกอนก ได คณะกรรมการนโยบายอาจออกระเบ ยบ เพ อกาหนดรายละเอ ยดเพ มเต มไดตามความจาเป น เพ อประโยชน ในการดาเน นการ มาตรา ๕๖ กระบวนการจ ดซ อจ ดจางพ สด ในหมวดน ดวยว ธ การทางอ เล กทรอน กส ในระบบ เคร อขายสารสนเทศของกรมบ ญช กลาง ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด มาตรา ๕๗ เพ อประโยชน ของภาคร ฐโดยรวม หนวยงานของร ฐแหงหน งแหงใดอาจ ดาเน นการจ ดซ อจ ดจางพ สด ใหก บหนวยงานของร ฐแหงอ นๆ ก ได ตามกรอบขอตกลงระหวางหนวยงาน ของร ฐผ จ ดซ อจ ดจางก บค ส ญญา การด าเน นการตามวรรคหน ง ตองค าน งถ งความค มคาและว ตถ ประสงค ในการใชงาน เป นสาค ญ ท งน หล กเกณฑ และว ธ การดาเน นการ ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด มาตรา ๕๘ เพ อประโยชน ในการจ ดทารางขอบเขตของงานหร อรายละเอ ยดของพ สด ท จะ จ ดซ อจ ดจางและรางเอกสารเช ญชวน กอนดาเน นการจ ดซ อจ ดจางพ สด ดวยว ธ ประกาศเช ญชวนท วไป หนวยงานของร ฐอาจจ ดใหม การร บฟ งความค ดเห นรางขอบเขตของงานหร อรายละเอ ยดของพ สด ท จะ จ ดซ อจ ดจางและรางเอกสารเช ญชวนจากผ ประกอบการกอนก ได

๑๖ หล กเกณฑ ว ธ การ และระยะเวลาการร บฟ งความค ดเห นรางขอบเขตของงานหร อรายละเอ ยด ของพ สด ท จะจ ดซ อจ ดจางและรางเอกสารเช ญชวนเพ อนาไปใชเป นเอกสารเช ญชวน ใหเป นไปตามระเบ ยบ ท คณะกรรมการนโยบายกาหนด มาตรา ๕๙ กอนดาเน นการจ ดจางงานกอสราง หนวยงานของร ฐตองจ ดใหม แบบร ปรายการ งานกอสรางซ งหนวยงานของร ฐจะดาเน นการจ ดทาเอง หร อดาเน นการจ ดจางตามพระราชบ ญญ ต น ในหมวด ๘ ก ได ในกรณ จาเป นตองม การจางแบบเหมารวม (Lump Sum Turnkey) หล กเกณฑ และว ธ การ จางแบบเหมารวม ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด มาตรา ๖๐ ในการดาเน นการจ ดซ อจ ดจางพ สด แตละคร ง ใหผ ม อานาจแตงต งผ ร บผ ดชอบ การดาเน นการจ ดซ อจ ดจางน น ซ งจะกระทาโดยคณะกรรมการดาเน นการจ ดซ อจ ดจางหร อเจาหนาท คนใด คนหน งก ได องค ประกอบ องค ประช ม และหนาท ของผ ร บผ ดชอบการดาเน นการจ ดซ อจ ดจาง ใหเป นไป ตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด คาตอบแทนผ ร บผ ดชอบการด าเน นการจ ดซ อจ ดจางตามวรรคหน ง ใหเป นไปตามท กระทรวงการคล งกาหนด มาตรา ๖๑ ใหหนวยงานของร ฐจ ดทาประกาศและเอกสารเช ญชวนใหทราบเป นการท วไปวา หนวยงานของร ฐจะดาเน นการจ ดซ อจ ดจางพ สด ใด ว น เวลา สถานท ย นขอเสนอ และเง อนไขอ นๆ ประกาศและเอกสารเช ญชวนตามวรรคหน ง ใหประกาศเผยแพรในระบบเคร อขายสารสนเทศ ของกรมบ ญช กลางและของหนวยงานของร ฐตามว ธ การท กรมบ ญช กลางกาหนด และใหป ดประกาศโดย เป ดเผย ณ สถานท ป ดประกาศของหนวยงานของร ฐน น ในการน หนวยงานของร ฐจะเผยแพรประกาศและ เอกสารเช ญชวนด งกลาว โดยว ธ การอ นดวยก ได พรอมท งใหสงประกาศและเอกสารเช ญชวนใหสาน กงาน การตรวจเง นแผนด นหร อสาน กงานการตรวจเง นแผนด นภ ม ภาค แลวแตกรณ ทราบดวย หล กเกณฑ ว ธ การ และรายละเอ ยดการจ ดทาประกาศและเอกสารเช ญชวน รวมถ งระยะเวลา การประกาศเช ญชวน ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด มาตรา ๖๒ ภายใตบ งค บมาตรา ๖๑ ใหหนวยงานของร ฐประกาศรายละเอ ยดขอม ลราคา กลางและการค านวณราคากลางในระบบเคร อขายสารสนเทศของกรมบ ญช กลาง ตามว ธ การท กรมบ ญช กลางกาหนด และในประกาศและเอกสารเช ญชวนใหเขารวมการจ ดซ อจ ดจางดวย มาตรา ๖๓ ภายใตบ งค บมาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑ ผ ท จะเขาย นขอเสนอในการจ ดซ อ จ ดจางของหนวยงานของร ฐ อยางนอยตองม ค ณสมบ ต ด งตอไปน (๑) ม ความสามารถตามกฎหมาย (๒) ไมเป นบ คคลลมละลาย (๓) ไมอย ระหวางเล กก จการ

๑๗ (๔) ไมเป นบ คคลซ งอย ระหวางถ กระง บการย นขอเสนอหร อทาส ญญาก บหนวยงานของร ฐ ตามมาตรา ๑๐๑ (๕) ไมเป นบ คคลซ งถ กแจงเว ยนช อใหเป นผ ท งงานของหนวยงานของร ฐตามมาตรา ๑๐๔ ใหหนวยงานของร ฐกาหนดเป นเง อนไขในประกาศและเอกสารเช ญชวนวา ผ ท จะเขาย น ขอเสนอตองแสดงหล กฐานถ งข ดความสามารถและความพรอมท ตนม อย ในว นย นขอเสนอดวย มาตรา ๖๔ ในการพ จารณาค ดเล อกขอเสนอ ใหหนวยงานของร ฐดาเน นการโดยพ จารณาถ ง ประโยชน สาธารณะและว ตถ ประสงค ของการใชงานเป นสาค ญ โดยใหคาน งถ งเกณฑ ด งตอไปน (๑) ตนท นของพ สด น นตลอดอาย การใชงาน (๒) มาตรฐานของส นคาหร อบร การ (๓) บร การหล งการขาย (๔) พ สด ท ร ฐตองการสงเสร มหร อสน บสน น (๕) การประเม นผลการปฏ บ ต งานของผ ประกอบการ (๖) ราคา (๗) เกณฑ อ นท กาหนดในกฎกระทรวง พ สด ท ร ฐตองการสงเสร มหร อสน บสน นตาม (๔) ใหเป นไปตามท กาหนดในกฎกระทรวง ในการพ จารณาค ดเล อกขอเสนอตามวรรคหน ง หนวยงานของร ฐอาจเล อกใชเกณฑ ใดเกณฑ หน งหร อหลายเกณฑ ก ได ประกอบก บเกณฑ ราคา และตองกาหนดนาหน กของแตละเกณฑ ใหช ดเจนดวย แตหากหนวยงานของร ฐไมอาจเล อกใชเกณฑ อ นประกอบและจาเป นตองใชเกณฑ เด ยวในการพ จารณา ค ดเล อก ใหใชเกณฑ ราคา เม อพ จารณาข อเสนอประกอบก บเกณฑ ท หนวยงานของร ฐใช ในการพ จารณาแล ว การพ จารณาเล อกขอเสนอใหจ ดเร ยงลาด บตามคะแนน ขอเสนอใดท ม คะแนนส งส ดใหหนวยงานของร ฐ เล อกขอเสนอของผ ย นขอเสนอรายน น ใหหนวยงานของร ฐประกาศเกณฑ ท ใชในการพ จารณาค ดเล อกและนาหน กของแตละเกณฑ ไวในประกาศและเอกสารเช ญชวนใหเขารวมการจ ดซ อจ ดจางดวย มาตรา ๖๕ ใหหนวยงานของร ฐประกาศผลผ ชนะการจ ดซ อจ ดจางและเหต ผลสน บสน น ในระบบเคร อขายสารสนเทศของกรมบ ญช กลางและของหนวยงานของร ฐตามว ธ การท กรมบ ญช กลาง กาหนด และใหป ดประกาศโดยเป ดเผย ณ สถานท ป ดประกาศของหนวยงานของร ฐน น มาตรา ๖๖ หนวยงานของร ฐอาจประกาศยกเล กการจ ดซ อจ ดจางท ไดดาเน นการไปแลวได ในกรณ ด งตอไปน (๑) หนวยงานของร ฐน นไมไดร บการจ ดสรรเง นงบประมาณท จะใชในการจ ดซ อจ ดจาง หร อ เง นงบประมาณท ไดร บการจ ดสรรไมเพ ยงพอท จะดาเน นการจ ดซ อจ ดจางน นตอไป (๒) ม การกระท าท เข าล กษณะเป นการสมยอมก นในการเสนอราคา ตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด

๑๘ (๓) การด าเน นการตามกระบวนการจ ดซ อจ ดจางตอไปอาจกอใหเก ดความเส ยหายแก หนวยงานของร ฐ หร อกระทบตอประโยชน สาธารณะ (๔) กรณ อ นท กาหนดในกฎกระทรวง เม อม การยกเล กการจ ดซ อจ ดจาง ใหหนวยงานของร ฐแจงใหผ ประกอบการซ งมาร บหร อซ อ เอกสารเช ญชวนท กรายเพ อทราบถ งเหต ผลท ตองยกเล กการจ ดซ อจ ดจางคร งน น ประกาศตามวรรคหน ง ใหประกาศในระบบเคร อขายสารสนเทศของกรมบ ญช กลางและของ หนวยงานของร ฐตามว ธ การท กรมบ ญช กลางกาหนด และใหป ดประกาศโดยเป ดเผย ณ สถานท ป ดประกาศ ของหนวยงานของร ฐน น ในการน หนวยงานของร ฐจะเผยแพรประกาศด งกลาว โดยว ธ การอ นดวยก ได มาตรา ๖๗ รายละเอ ยดกระบวนการและข นตอนการจ ดซ อจ ดจางพ สด ท ไมไดบ ญญ ต ไวใน หมวดน ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด หมวด ๗ การจางท ปร กษา มาตรา ๖๘ การจางท ปร กษาอาจกระทาไดโดยว ธ ด งตอไปน (๑) ว ธ ประกาศเช ญชวนท วไป ไดแก การท หนวยงานของร ฐเช ญชวนท ปร กษาท วไปท ม ค ณสมบ ต ตรงตามเง อนไขท หนวยงานของร ฐกาหนดใหเขาย นขอเสนอ (๒) ว ธ ค ดเล อก ไดแก การท หนวยงานของร ฐเช ญชวนเฉพาะท ปร กษาท ม ค ณสมบ ต ตรง ตามท กาหนดซ งตองไมนอยกวาสามรายใหเขาย นขอเสนอ เวนแตในงานน นม ท ปร กษาท ม ค ณสมบ ต ตรง ตามท กาหนดนอยกวาสามราย (๓) ว ธ เฉพาะเจาะจง ไดแก การท หนวยงานของร ฐเช ญชวนท ปร กษาท ม ค ณสมบ ต ตรงตามท กาหนดรายใดรายหน งใหเขาย นขอเสนอ หร อใหเขามาเจรจาตอรองราคาก บหนวยงานของร ฐโดยตรง ด งตอไปน มาตรา ๖๙ การจางท ปร กษาใหหนวยงานของร ฐเล อกใชว ธ ใดว ธ หน ง ตามหล กเกณฑ (๑) การจางท ปร กษาโดยว ธ ประกาศเช ญชวนท วไป ใหใชก บงานท ไมย งยากซ บซอน และม ท ปร กษาซ งสามารถทางานน นไดเป นการท วไป (๒) การจางท ปร กษาโดยว ธ ค ดเล อก ใหกระทาไดในกรณ ด งตอไปน (ก) ใชว ธ ประกาศเช ญชวนท วไปแลว แตไมม ผ ย นขอเสนอ หร อขอเสนอน นไมไดร บการ ค ดเล อก (ข) เป นงานท ม ความย งยากซ บซอน หร องานท ม ล กษณะพ เศษ ซ งม ท ปร กษาในงานท จะ จางน นจานวนจาก ด (๓) การจางท ปร กษาโดยว ธ เฉพาะเจาะจง ใหกระทาไดในกรณ ด งตอไปน (ก) ใชท งว ธ ประกาศเช ญชวนท วไปและว ธ ค ดเล อก หร อใชว ธ ค ดเล อกแลว แตไมม ผ ย น ขอเสนอ หร อขอเสนอน นไมไดร บการค ดเล อก

๑๙ (ข) การจางท ม วงเง นคาจางคร งหน งไมเก นวงเง นตามท กาหนดในกฎกระทรวง (ค) เป นงานท จ าเป นตองใหท ปร กษารายเด มทาตอจากงานท ไดทาไวแลวเน องจาก เหต ผลทางเทคน ค (ง) เป นงานท ม ความจาเป นเรงดวนหร อท เก ยวก บความม นคงของชาต หากลาชาจะ เส ยหายแกราชการหร อความม นคงของชาต (ฉ) งานอ นท กาหนดในกฎกระทรวง คณะกรรมการนโยบายอาจออกระเบ ยบ เพ อกาหนดรายละเอ ยดเพ มเต มไดตามความจาเป น เพ อประโยชน ในการดาเน นการ มาตรา ๗๐ กระบวนการจางท ปร กษาในหมวดน ดวยว ธ การทางอ เล กทรอน กส ในระบบ เคร อขายสารสนเทศของกรมบ ญช กลาง ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด มาตรา ๗๑ ท ปร กษาท จะเขารวมการเสนองานก บหนวยงานของร ฐ ตองเป นท ปร กษาท ไดข น ทะเบ ยนไวก บศ นย ขอม ลท ปร กษา กระทรวงการคล ง เวนแตจะม หน งส อร บรองวาไมม ท ปร กษาเป นผ ให บร การในงานท จางน น หร อเป นการจางท ปร กษาของหนวยงานของร ฐในตางประเทศ ว ธ การย นขอข นทะเบ ยนท ปร กษา และอ ตราคาธรรมเน ยมการขอข นทะเบ ยน ใหเป นไปตามท กาหนดในกฎกระทรวง ในกรณ ท เห นสมควร คณะกรรมการนโยบายอาจกาหนดหล กเกณฑ การข นทะเบ ยนท ปร กษา ไวเป นอยางอ นก ได มาตรา ๗๒ ในการดาเน นการจางท ปร กษาแตละคร ง ใหผ ม อานาจแตงต งคณะกรรมการ ดาเน นการจางท ปร กษา เพ อร บผ ดชอบในการดาเน นการจางท ปร กษาน น องค ประกอบ องค ประช ม และหนาท ของคณะกรรมการดาเน นการจางท ปร กษา ใหเป นไป ตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด คาตอบแทนคณะกรรมการด าเน นการจ างท ปร กษาตามวรรคหน ง ให เป นไปตามท กระทรวงการคล งกาหนด มาตรา ๗๓ ในการพ จารณาค ดเล อกขอเสนอ ใหหนวยงานของร ฐดาเน นการโดยพ จารณาถ ง ความค มคาและว ตถ ประสงค ของการจางท ปร กษาเป นสาค ญ โดยใหคาน งถ งเกณฑ ด งตอไปน (๑) ประสบการณ ของท ปร กษา (๒) ว ธ การบร หารและว ธ การปฏ บ ต งาน (๓) จานวนบ คลากร (๔) ประเภทของท ปร กษาท ร ฐตองการสงเสร มหร อสน บสน น (๕) ขอเสนอทางดานการเง น (๖) เกณฑ อ นท กาหนดในกฎกระทรวง

กฎกระทรวง ๒๐ ประเภทของท ปร กษาท ร ฐตองการสงเสร มหร อสน บสน นตาม (๔) ใหเป นไปตามท กาหนดใน มาตรา ๗๔ ภายใตบ งค บมาตรา ๗๓ ในการพ จารณาค ดเล อกขอเสนอ ใหเป นไปตามเกณฑ ในการพ จารณาและการใหนาหน ก ด งตอไปน (๑) กรณ การจางท ปร กษาเพ อดาเน นงานประจาหร องานท ม มาตรฐานเช งค ณภาพตามหล ก ว ชาช พอย แลว ใหหนวยงานของร ฐค ดเล อกผ ย นขอเสนอท ผานเกณฑ ดานค ณภาพซ งเสนอราคาต าส ด (๒) กรณ การจางท ปร กษาท ไมซ บซอน หร อเป นไปตามมาตรฐานของหนวยงานของร ฐ ให หนวยงานของร ฐค ดเล อกผ ย นขอเสนอท ผานเกณฑ ดานค ณภาพและไดคะแนนรวมดานค ณภาพและดาน ราคามากท ส ด (๓) กรณ การจางท ปร กษาท ม ความซ บซอน ใหหนวยงานของร ฐค ดเล อกผ ย นขอเสนอท ได คะแนนดานค ณภาพมากท ส ด เพ อประโยชน ในการพ จารณาค ดเล อกขอเสนอตามวรรคหน ง คณะกรรมการนโยบายอาจออก ระเบ ยบ เพ อกาหนดรายละเอ ยดเพ มเต มไดตามความจาเป น มาตรา ๗๕ การจ ดทาประกาศเช ญชวนท ปร กษาใหเขารวมการย นขอเสนอ และการประกาศ ผลผ ชนะการจางท ปร กษา ใหนาความในมาตรา ๖๑ และมาตรา ๖๕ มาใชบ งค บโดยอน โลม มาตรา ๗๖ รายละเอ ยดกระบวนการและข นตอนการจางท ปร กษาท ไมไดบ ญญ ต ไวใน หมวดน ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด หมวด ๘ การจางออกแบบและควบค มงาน มาตรา ๗๗ การจางออกแบบและควบค มงานอาจกระทาไดโดยว ธ ด งตอไปน (๑) ว ธ ประกาศเช ญชวนท วไป (๒) ว ธ ค ดเล อก (๓) ว ธ เฉพาะเจาะจง (๔) ว ธ ประกวดแบบ มาตรา ๗๘ ว ธ ประกาศเช ญชวนท วไป ใหใชก บงานจางท ม ล กษณะไมซ บซอน และม วงเง น งบประมาณคากอสรางตามท กาหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗๙ ว ธ ค ดเล อก เป นงานจางท หนวยงานของร ฐเช ญชวนผ ใหบร การท ม ค ณสมบ ต ตรง ตามท กาหนดไมนอยกวาสามรายใหเขาย นขอเสนอ โดยคาน งถ งฐานะทางน ต บ คคล ค ณว ฒ และประว ต การทางาน จานวนสถาปน กและหร อว ศวกรท ประจาและไมประจา หล กฐานแสดงผลงานท ไดเคยปฏ บ ต

๒๑ มาแลว ตลอดจนแนวทางปฏ บ ต ในการใหบร การ เวนแตในงานน นม ผ ใหบร การท ม ค ณสมบ ต ตรงตามท กาหนดนอยกวาสามราย ท งน ใหกระทาไดในกรณ ด งตอไปน (๑) ใหใชก บงานจางท ม วงเง นงบประมาณคากอสรางตามท กาหนดในกฎกระทรวง (๒) เป นงานจางท ม ล กษณะซ บซอนปานกลาง (๓) เป นงานเก ยวก บการออกแบบหร อความค ด เชน ร ปแบบส งกอสราง ซ งหนวยงานของร ฐ ไมม ขอม ลเพ ยงพอท จะกาหนดรายละเอ ยดเบ องตนได มาตรา ๘๐ ว ธ เฉพาะเจาะจง เป นงานจางท หนวยงานของร ฐเล อกจางผ ใหบร การรายใด รายหน งซ งเคยทราบหร อเคยเห นความสามารถแลวและเป นผ ใหบร การท ม หล กฐานด ตามท คณะกรรมการ ดาเน นการจางโดยว ธ เฉพาะเจาะจงไดพ จารณาเสนอแนะ ท งน ใหกระทาไดในกรณ ด งตอไปน (๑) ใหใชก บงานจางท ม วงเง นงบประมาณคากอสรางตามท กาหนดในกฎกระทรวง (๒) เป นงานจางท ม ล กษณะซ บซอนมาก (๓) เป นงานท ม ความจาเป นเรงดวนหร อท เก ยวก บความม นคงของชาต หากลาชาจะเส ยหาย แกราชการหร อความม นคงของชาต (๔) งานอ นท กาหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๘๑ ว ธ ประกวดแบบ เป นงานจ างท หนวยงานของร ฐเช ญชวนผ ให บร การท ม ค ณสมบ ต ตรงตามท กาหนดใหเขาย นขอเสนอ เพ อออกแบบงานกอสรางท ม ล กษณะพ เศษ เป นท เช ดช ค ณคาทางดานศ ลปกรรมหร อสถาป ตยกรรมของชาต หร องานอ นท กาหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๘๒ เพ อประโยชน ในการดาเน นการจางออกแบบและควบค มงานตามมาตรา ๗๘ มาตรา ๗๙ มาตรา ๘๐ และมาตรา ๘๑ คณะกรรมการนโยบายอาจออกระเบ ยบ เพ อกาหนดรายละเอ ยด เพ มเต มไดตามความจาเป น มาตรา ๘๓ กระบวนการจ างออกแบบและควบค มงานในหมวดน ด วยว ธ การทาง อ เล กทรอน กส ในระบบเคร อขายสารสนเทศของกรมบ ญช กลาง ให เป นไปตามระเบ ยบ ท คณะกรรมการนโยบายกาหนด มาตรา ๘๔ ในการจางผ ใหบร การออกแบบและควบค มงาน ผ ใหบร การตองม ใบอน ญาต ประกอบว ชาช พสถาป ตยกรรมหร อว ศวกรรม แลวแตกรณ ผ ใหบร การตามวรรคหน งท เป นน ต บ คคล ตองเป นผ ท ไดข นทะเบ ยนไวก บสภาว ชาช พน นๆ ดวย มาตรา ๘๕ ผ ใหบร การออกแบบและควบค มงานท เป นค ส ญญาก บหนวยงานของร ฐตองไมม สวนไดเส ยก บผ ประกอบการกอสรางในงานน น

๒๒ มาตรา ๘๖ ในการดาเน นการจางออกแบบและควบค มงานแตละคร ง ใหผ ม อานาจแตงต ง คณะกรรมการดาเน นการจางโดยว ธ ประกาศเช ญชวนท วไป คณะกรรมการดาเน นการจางโดยว ธ ค ดเล อก คณะกรรมการดาเน นการจางโดยว ธ เฉพาะเจาะจง และคณะกรรมการดาเน นการจางโดยว ธ ประกวดแบบ เพ อร บผ ดชอบในการดาเน นการจางออกแบบและควบค มงานน น องค ประกอบ องค ประช ม และหนาท ของคณะกรรมการตามวรรคหน ง ใหเป นไปตามระเบ ยบ ท คณะกรรมการนโยบายกาหนด คาตอบแทนคณะกรรมการตามวรรคหน ง ใหเป นไปตามท กระทรวงการคล งกาหนด มาตรา ๘๗ ในการพ จารณาค ดเล อกผ ใหบร การออกแบบและควบค มงาน ใหหนวยงานของ ร ฐพ จารณาค ดเล อกผ ใหบร การท ม แนวค ดของงานจางท ไดคะแนนดานค ณภาพมากท ส ด อ ตราคาจางออกแบบและควบค มงาน ใหเป นไปตามท กาหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๘๘ การจ ดทาประกาศเช ญชวนผ ใหบร การออกแบบและควบค มงานใหเขารวมการ ย นขอเสนอ และการประกาศผลผ ชนะการจางออกแบบและควบค มงาน ใหนาความในมาตรา ๖๑ และ มาตรา ๖๕ มาใชบ งค บโดยอน โลม มาตรา ๘๙ รายละเอ ยดกระบวนการและข นตอนการจ างออกแบบและควบค มงาน ท ไมไดบ ญญ ต ไวในหมวดน ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด หมวด ๙ การทาส ญญา มาตรา ๙๐ หนวยงานของร ฐตองทาส ญญาตามแบบและเง อนไขท คณะกรรมการนโยบาย กาหนด โดยไดร บความเห นชอบจากสาน กงานอ ยการส งส ด การทาส ญญารายใดถาจาเป นตองม ขอความหร อรายการแตกตางไปจากต วอยางส ญญาท คณะกรรมการนโยบายกาหนด โดยม สาระสาค ญตามท กาหนดไวในต วอยางส ญญาและไมทาใหหนวยงาน ของร ฐเส ยเปร ยบ ก ใหกระทาได เวนแตเห นวาจะม ป ญหาในทางเส ยเปร ยบหร อไมร ดก มพอ ก ใหสงราง ส ญญาน นไปใหสาน กงานอ ยการส งส ดพ จารณากอน ในกรณ ท ไมอาจทาส ญญาตามต วอยางท คณะกรรมการนโยบายกาหนดได และจาเป นตองราง ส ญญาข นใหม ใหสงรางส ญญาน นไปใหสาน กงานอ ยการส งส ดพ จารณากอน เวนแตการทาส ญญาตามแบบ ท เคยผานการพ จารณาของสาน กงานอ ยการส งส ดมาแลว ก ใหกระทาได ในกรณ จาเป นตองทาส ญญาเป นภาษาตางประเทศ ใหทาเป นภาษาอ งกฤษ แตตองม คาแปล ต วส ญญาและเอกสารแนบทายส ญญาเฉพาะท สาค ญเป นภาษาไทยไวดวย เวนแตการทาส ญญาตามต วอยาง ส ญญาท คณะกรรมการนโยบายกาหนด ไมตองแปลเป นภาษาไทย

๒๓ การทาส ญญาของหนวยงานของร ฐในตางประเทศ จะทาส ญญาเป นภาษาอ งกฤษหร อภาษา ของประเทศท หนวยงานน นต งอย โดยผานการพ จารณาของผ เช ยวชาญหร อผ ร กฎหมายของหนวยงานของ ร ฐน นๆ ก ได มาตรา ๙๑ หนวยงานของร ฐอาจจ ดทาขอตกลงเป นหน งส อโดยไมทาเป นส ญญาก ได เฉพาะกรณ ด งตอไปน (๑) การจ ดซ อจ ดจางโดยว ธ เฉพาะเจาะจงตามมาตรา ๕๕ (๒) (ข) (ง) (ฉ) หร อการจาง ท ปร กษาโดยว ธ เฉพาะเจาะจงตามมาตรา ๖๙ (๓) (ข) (๒) การจ ดซ อจ ดจางจากหนวยงานของร ฐ (๓) กรณ ท ค ส ญญาสามารถสงมอบพ สด ไดครบถวนภายในหาว นทาการน บต งแตว นถ ดจาก ว นทาขอตกลงเป นหน งส อ (๔) การเชา ซ งผ เชาไมตองเส ยเง นอ นใดนอกจากคาเชา (๕) กรณ อ นท กาหนดในกฎกระทรวง ในกรณ การจ ดซ อจ ดจางท ม วงเง นไมเก นตามท กาหนดในกฎกระทรวง จะไมทาขอตกลงเป น หน งส อไวตอก นก ได มาตรา ๙๒ ในกรณ ท ม ความจาเป นตองแกไขส ญญาหร อขอตกลง ใหอย ในด ลพ น จของผ ม อานาจท จะพ จารณาอน ม ต ใหแกไขเปล ยนแปลงได หากการแกไขน นไมทาใหหนวยงานของร ฐเส ยประโยชน หร อเป นการแกไขเพ อประโยชน แกหนวยงานของร ฐหร อประโยชน สาธารณะ แตตองอย ภายใต ว ตถ ประสงค เด ม และถาม การเพ มวงเง นจะตองปฏ บ ต ตามกฎหมายวาดวยว ธ การงบประมาณหร อกฎหมาย อ นท เก ยวของ การแกไขเปล ยนแปลงส ญญาหร อขอตกลงตามวรรคหน ง หากม ความจาเป นตองเพ มหร อลด วงเง น หร อเพ มหร อลดระยะเวลาสงมอบหร อระยะเวลาในการทางาน ใหตกลงพรอมก นไป เพ อประโยชน ในการป องก นการแกไขส ญญาหร อขอตกลงโดยไมเป นไปตามว ตถ ประสงค เด ม คณะกรรมการนโยบายอาจออกระเบ ยบ เพ อกาหนดรายละเอ ยดและเง อนไขเพ มเต มไดตามความจาเป น มาตรา ๙๓ ใหหนวยงานของร ฐประกาศเผยแพรสาระสาค ญของส ญญาหร อขอตกลงท ได ลงนามแลว รวมถ งการแกไขเปล ยนส ญญาหร อขอตกลงในระบบเคร อขายสารสนเทศของกรมบ ญช กลาง และของหนวยงานของร ฐตามว ธ การท กรมบ ญช กลางกาหนด มาตรา ๙๔ ใหหนวยงานของร ฐสงสาเนาส ญญาหร อขอตกลงเป นหน งส อ ใหสาน กงาน การตรวจเง นแผนด นหร อสาน กงานการตรวจเง นแผนด นภ ม ภาค แลวแตกรณ และกรมสรรพากร ภายใน สามส บว นน บแตว นทาส ญญาหร อขอตกลงเป นหน งส อ ท งน ภายในวงเง นท กาหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙๕ รายละเอ ยดกระบวนการและข นตอนการทาส ญญาท ไมไดบ ญญ ต ไวในหมวดน ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด

๒๔ หมวด ๑๐ การบร หารส ญญาและการตรวจร บพ สด มาตรา ๙๖ ใหหนวยงานของร ฐจ ดใหม ผ ร บผ ดชอบการบร หารส ญญาและการตรวจร บพ สด ซ งแตงต งโดยผ ม อานาจเพ อทาการบร หารส ญญาและตรวจร บพ สด ใหเป นไปตามส ญญาหร อขอตกลงน น ซ งจะกระทาโดยคณะกรรมการตรวจร บพ สด หร อเจาหนาท คนใดคนหน งก ได องค ประกอบ องค ประช ม และหนาท ของผ ร บผ ดชอบการบร หารส ญญาและการตรวจร บพ สด ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด คาตอบแทนผ ร บผ ดชอบการบร หารส ญญาและการตรวจร บพ สด ตามวรรคหน ง ใหเป นไป ตามท กระทรวงการคล งกาหนด มาตรา ๙๗ การจางกอสรางท ม ข นตอนการด าเน นการเป นระยะๆ อ นจ าเป นตองม การ ควบค มงานอยางใกลช ด หร อม เง อนไขการจายเง นเป นงวดตามความกาวหนาของงาน ใหม ผ ควบค มงาน ซ งแตงต งโดยผ ม อานาจเพ อร บผ ดชอบในการควบค มงานกอสรางน น การแตงต งผ ควบค มงาน ค ณสมบ ต และหนาท ของผ ควบค มงาน ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด คาตอบแทนผ ควบค มงานตามวรรคหน ง ใหเป นไปตามท กระทรวงการคล งกาหนด มาตรา ๙๘ การงดหร อลดคาปร บใหแกค ส ญญา หร อการขยายเวลาทาการตามส ญญาหร อ ขอตกลง ใหอย ในด ลพ น จของผ ม อานาจท จะพ จารณาไดตามจานวนว นท ม เหต เก ดข นจร ง เฉพาะกรณ ด งตอไปน (๑) เหต เก ดจากความผ ด หร อความบกพรองของหนวยงานของร ฐ (๒) เหต ส ดว ส ย (๓) เหต เก ดจากพฤต การณ อ นหน งอ นใดท ค ส ญญาไมตองร บผ ดตามกฎหมาย หล กเกณฑ และว ธ การของดหร อลดคาปร บใหแกค ส ญญา หร อการขยายเวลาทาการตาม ส ญญาหร อขอตกลง ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด มาตรา ๙๙ ในกรณ ท ม เหต บอกเล กส ญญาหร อขอตกลงตามกฎหมาย หร อม เหต อ นเช อได วาผ ขายหร อผ ร บจางไมสามารถสงมอบงานหร อทางานใหแลวเสร จภายในระยะเวลาท กาหนด หร อเหต อ น ตามท กาหนดไวในส ญญาหร อขอตกลง ใหอย ด ลพ น จของผ ม อานาจท จะบอกเล กส ญญาหร อขอตกลงก บ ค ส ญญา การตกลงก บค ส ญญาท จะบอกเล กส ญญาหร อขอตกลง ใหผ ม อานาจพ จารณาไดเฉพาะกรณ ท เป นประโยชน แกหนวยงานของร ฐโดยตรงหร อเพ อประโยชน สาธารณะ หร อเพ อแกไขขอเส ยเปร ยบของ หนวยงานของร ฐในการท จะปฏ บ ต ตามส ญญาหร อขอตกลงน นตอไป มาตรา ๑๐๐ รายละเอ ยดกระบวนการและข นตอนการบร หารส ญญาและการตรวจร บพ สด ท ไมไดบ ญญ ต ไวในหมวดน ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด

๒๕ หมวด ๑๑ การประเม นผลการปฏ บ ต งานของผ ประกอบการ มาตรา ๑๐๑ เพ อประโยชน ของหนวยงานของร ฐ ในการพ จารณาค ดเล อกผ ย นขอเสนอท จะ เขามาเป นค ส ญญาก บหนวยงานของร ฐใหเป นไปอยางม ประส ทธ ภาพ ใหม การประเม นผลการปฏ บ ต งาน ของผ ประกอบการท เขารวมกระบวนการจ ดซ อจ ดจางก บหนวยงานของร ฐ การประเม นผลการปฏ บ ต งานตามวรรคหน ง ใหพ จารณาถ งความสามารถในการปฏ บ ต งาน ตามส ญญาของค ส ญญาเป นสาค ญ ผ ประกอบการรายใดท ม ผลการประเม นไมผานเกณฑ ท กาหนด จะถ กระง บการย นขอเสนอ หร อทาส ญญาก บหนวยงานของร ฐไวช วคราว จนกวาจะม ผลการปฏ บ ต งานเป นไปตามเกณฑ ท กาหนด หล กเกณฑ และว ธ การประเม นผลการปฏ บ ต งานของผ ประกอบการ ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด มาตรา ๑๐๒ ผลการประเม นการปฏ บ ต งานของผ ประกอบการตามมาตรา ๑๐๑ ใหเป นสวน หน งของการพ จารณาค ดเล อกค ณสมบ ต ของผ ย นขอเสนอก บหนวยงานของร ฐ มาตรา ๑๐๓ ในกรณ ท เห นสมควร คณะกรรมการนโยบายอาจกาหนดว ธ การอ นในการ ประเม นผลการปฏ บ ต งาน เพ อประโยชน ในการพ ฒนาและปร บปร งประส ทธ ภาพการจ ดซ อจ ดจางและการ บร หารพ สด ภาคร ฐใหม ประส ทธ ภาพย งข น ตามหล กเกณฑ และว ธ การท กาหนดในกฎกระทรวง หมวด ๑๒ การท งงาน มาตรา ๑๐๔ ในกรณ ท ปรากฏวาผ ย นขอเสนอหร อค ส ญญาของหนวยงานของร ฐกระทาการ ด งตอไปน โดยไมม เหต ผลอ นสมควร ใหถ อวาผ ย นขอเสนอหร อค ส ญญาน นกระทาการอ นม ล กษณะเป นการ ท งงาน (๑) เป นผ ท ไดร บการค ดเล อกแลวไมยอมไปทาส ญญาหร อขอตกลงเป นหน งส อก บหนวยงาน ของร ฐภายในเวลาท กาหนด (๒) ค ส ญญาของหนวยงานของร ฐหร อผ ร บจางชวงท หนวยงานของร ฐอน ญาตใหร บชวงงาน ได ไมปฏ บ ต ตามส ญญาหร อขอตกลงเป นหน งส อน น (๓) เม อปรากฏวาผ ย นขอเสนอหร อค ส ญญาของหนวยงานของร ฐกระทาการอ นม ล กษณะเป น การข ดขวางการแขงข นราคาอยางเป นธรรม เสนอราคาท ม ผลประโยชน รวมก น หร อกระทาการโดย ไมส จร ต (๔) เม อปรากฏวาผลการปฏ บ ต ตามส ญญาของท ปร กษาม ขอบกพรอง ผ ดพลาด หร อ กอใหเก ดความเส ยหายแกหนวยงานของร ฐอยางรายแรง (๕) กรณ อ นท กาหนดในกฎกระทรวง

๒๖ ใหปล ดกระทรวงการคล งโดยความเห นชอบของคณะกรรมการว น จฉ ยเป นผ ม อานาจส งให ผ ย นขอเสนอหร อค ส ญญาเป นผ ท งงาน และใหแจงเว ยนรายช อผ ท งงานใหหนวยงานของร ฐทราบดวย หล กเกณฑ และว ธ การพ จารณาส งให ผ ย นขอเสนอหร อค ส ญญาเป นผ ท งงาน และการแจง เว ยนรายช อผ ท งงาน ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด มาตรา ๑๐๕ ผ ท ถ กส งใหเป นผ ท งงานตามมาตรา ๑๐๔ อาจไดร บการเพ กถอนการเป น ผ ท งงานได ภายใตเง อนไขด งตอไปน (๑) ถ กแจงเว ยนรายช อใหเป นผ ท งงานมาแลวภายในระยะเวลาท กาหนดในกฎกระทรวง (๒) ในระหวางท ถ กแจงเว ยนรายช อใหเป นผ ท งงาน ไมไดเขาย นขอเสนอหร อทาส ญญาก บ หนวยงานของร ฐ (๓) กรณ อ นท กาหนดในกฎกระทรวง หล กเกณฑ และ ว ธ การขอเพ กถอนการเป นผ ท งงาน ให เป นไปตามระเ บ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด มาตรา ๑๐๖ เม อไดม การแจงเว ยนรายช อผ ท งงานตามมาตรา ๑๐๔ แลว หามหนวยงานของ ร ฐกอน ต ส มพ นธ ก บผ ท งงาน เวนแตจะไดม การเพ กถอนการเป นผ ท งงานตามมาตรา ๑๐๕ แลว หมวด ๑๓ การบร หารพ สด มาตรา ๑๐๗ ใหหนวยงานของร ฐจ ดใหม การควบค มและด แลพ สด ท อย ในความครอบครอง ใหเหมาะสม ค มคา และเก ดประโยชน ตอหนวยงานของร ฐมากท ส ด มาตรา ๑๐๘ การด าเน นการตามมาตรา ๑๐๗ ซ งรวมตลอดถ งการเก บ เบ กจาย ย ม ตรวจสอบ บาร งร กษา และการจาหนายพ สด ใหเป นไปตามระเบ ยบท คณะกรรมการนโยบายกาหนด หมวด ๑๔ การรองเร ยนและการอ ทธรณ มาตรา ๑๐๙ ผ ประกอบการท ไดเขารวมกระบวนการจ ดซ อจ ดจางพ สด ก บหนวยงานของร ฐ ม ส ทธ รองเร ยนเก ยวก บการจ ดซ อจ ดจางพ สด ในกรณ ท เห นวาหนวยงานของร ฐม ไดปฏ บ ต ใหเป นไปตาม หล กเกณฑ และว ธ การท กาหนดในพระราชบ ญญ ต น มาตรา ๑๑๐ การรองเร ยนตองทาเป นหน งส อลงลายม อช อผ รองเร ยน ในกรณ ผ รองเร ยน เป นน ต บ คคล ตองลงลายม อช อของกรรมการซ งเป นผ ม อานาจกระทาการแทนน ต บ คคลและประท บตรา ของน ต บ คคล

๒๗ ในหน งส อรองเร ยนตามวรรคหน ง ตองใชถอยคาส ภาพ และระบ ขอเท จจร งและเหต ผลอ น เป นเหต แหงการรองเร ยนใหช ดเจน พรอมแนบเอกสารหล กฐานท เก ยวของไปดวย ในกรณ ท เห นสมควร คณะกรรมการพ จารณาอ ทธรณ อาจกาหนดว ธ การรองเร ยนเป นอยางอ น ดวยก ได ตามหล กเกณฑ และว ธ การท กาหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๑๑ ใหผ ม ส ทธ รองเร ยนย นคารองเร ยนตอหนวยงานของร ฐน นภายในส บหาว น น บแตว นท ร หร อควรร ถ งเหต แหงการรองเร ยน มาตรา ๑๑๒ การรองเร ยนตามมาตรา ๑๐๙ ไมเป นการระง บกระบวนการจ ดซ อจ ดจางท อย ระหวางดาเน นการ เวนแตผ ม อานาจจะเห นสมควรใหระง บกระบวนการจ ดซ อจ ดจางด งกลาว มาตรา ๑๑๓ ใหหนวยงานของร ฐพ จารณาและว น จฉ ยขอรองเร ยน ใหแลวเสร จภายใน สามส บว นน บแตว นท ไดร บเอกสารหล กฐานครบถวน ผลการว น จฉ ยขอรองเร ยนตามวรรคหน ง ใหประกาศเผยแพรในระบบเคร อขายสารสนเทศ ของหนวยงานของร ฐ และใหสงไปประกาศในระบบเคร อขายสารสนเทศของกรมบ ญช กลางดวย มาตรา ๑๑๔ หากผ รองเร ยนไมพอใจผลการว น จฉ ยของหนวยงานของร ฐม ส ทธ อ ทธรณ คาว น จฉ ยน นตอคณะกรรมการพ จารณาอ ทธรณ ภายในส บหาว นน บแตว นท ไดร บแจงคาว น จฉ ยด งกลาว ใหคณะกรรมการพ จารณาอ ทธรณ พ จารณาอ ทธรณ ใหแลวเสร จภายในสามส บว นน บแตว นท ไดร บเอกสารหล กฐานครบถวน การว น จฉ ยของคณะกรรมการพ จารณาอ ทธรณ ใหเป นท ส ด หมวด ๑๕ บทกาหนดโทษ มาตรา ๑๑๕ ผ ใดเป นเจาหนาท ปฏ บ ต หร อละเวนการปฏ บ ต หนาท ตามพระราชบ ญญ ต น โดย ม ชอบเพ อใหเก ดความเส ยหายแกผ หน งผ ใด หร อปฏ บ ต หร อละเวนการปฏ บ ต หนาท ตามพระราชบ ญญ ต น โดยท จร ต ตองระวางโทษตามท กฎหมายกาหนดไวสาหร บการกระทาความผ ดน น ถาการกระทาความผ ดตามวรรคหน ง เก ดจากการส งการหร อไมส งการของผ ม อานาจหนาท ร บผ ดชอบในการดาเน นการในเร องน น ผ ม อานาจหนาท น นตองร บโทษเป นสองเทาของความผ ดท กาหนด ไวสาหร บการกระทาความผ ดตามวรรคหน ง

๒๘ บทเฉพาะกาล มาตรา ๑๑๖ รายช อผ ท งงานท ม อย กอนพระราชบ ญญ ต น ใชบ งค บ ใหถ อวาเป นรายช อ ผ ท งงานตามพระราชบ ญญ ต น การพ จารณาผ ท สมควรถ กส งใหเป นท งงานซ งเหต แหงการกระทาอ นม ล กษณะเป นผ ท งงาน เก ดข นกอนท พระราชบ ญญ ต น จะม ผลบ งค บใช ใหดาเน นการตามพระราชบ ญญ ต น มาตรา ๑๑๗ การดาเน นการจ ดซ อจ ดจางหร อการบร หารพ สด ท ไดดาเน นการตามระเบ ยบ สาน กนายกร ฐมนตร วาดวยการพ สด พ.ศ. ๒๕๓๕ และท แกไขเพ มเต ม ระเบ ยบสาน กนายกร ฐมนตร วาดวย การพ สด ดวยว ธ การทางอ เล กทรอน กส พ.ศ. ๒๕๔๙ หร อระเบ ยบ หร อขอบ งค บ หร อขอบ ญญ ต ของ หนวยงานอ นของร ฐ กอนว นท พระราชบ ญญ ต น ใชบ งค บและการตรวจร บและจายเง นย งไมแลวเสร จ ให ดาเน นการตามระเบ ยบ หร อขอบ งค บ หร อขอบ ญญ ต ด งกลาวตอไป มาตรา ๑๑๘ ในวาระเร มแรก ใหคณะกรรมการกาก บราคากลางกาหนดหล กเกณฑ และ ว ธ การกาหนดราคากลาง การข นทะเบ ยนและเพ กถอนทะเบ ยนผ ประกอบการท ม ค ณสมบ ต เขารวมการจ ดซ อ จ ดจางก บหนวยงานของร ฐตามมาตรา ๓๒ (๑) และ (๗) แหงพระราชบ ญญ ต น ใหแลวเสร จภายในหน งรอย แปดส บว นน บแตว นท พระราชบ ญญ ต น ใชบ งค บ ในระหวางระยะเวลาตามวรรคหน ง ใหหล กเกณฑ และรายละเอ ยดประกอบการคานวณราคา กลางงานกอสรางท คณะกรรมการกาก บหล กเกณฑ และตรวจสอบราคากลางงานกอสรางซ งคณะร ฐมนตร แตงต ง กาหนดไวแลวย งคงม ผลใชบ งค บตอไป และใหคณะกรรมการกาก บหล กเกณฑ และตรวจสอบราคา กลางงานกอสรางซ งคณะร ฐมนตร แตงต ง ย งคงม อานาจหนาท ตามท ม อย เด มจนกวาคณะกรรมการกาก บ ราคากลางจะไดกาหนดหล กเกณฑ และว ธ การกาหนดราคากลาง เพ อใชบ งค บตามพระราชบ ญญ ต น มาตรา ๑๑๙ ในวาระเร มแรก ใหกรมบ ญช กลางจ ดใหม การข นทะเบ ยนผ ประกอบการกอสราง ท ม ค ณสมบ ต เขารวมการจ ดจางงานกอสรางก บหนวยงานของร ฐตามมาตรา ๕๐ แหงพระราชบ ญญ ต น ใหแลวเสร จโดยเร ว ในระหวางท การข นทะเบ ยนผ ประกอบการกอสรางท ม ค ณสมบ ต เขารวมการจ ดจางงาน กอสรางก บหนวยงานของร ฐตามวรรคหน งย งไมแลวเสร จ ใหหนวยงานของร ฐไดร บยกเวนไมตองปฏ บ ต ตามมาตรา ๕๐ แหงพระราชบ ญญ ต น แตหากหนวยงานของร ฐใดม การจ ดทาบ ญช ผ ม ค ณสมบ ต เบ องตน ไวแลว ใหหนวยงานของร ฐน นใชบ ญช ผ ม ค ณสมบ ต เบ องตนท หนวยงานของร ฐไดค ดเล อกไวแลวตอไป จนกวาจะม การประกาศรายช อผ ประกอบการกอสรางท ม ค ณสมบ ต เขารวมการจ ดจางงานกอสรางก บ หนวยงานของร ฐตามมาตรา ๕๒ แหงพระราชบ ญญ ต น มาตรา ๑๒๐ ในวาระเร มแรก ใหคณะกรรมการความรวมม อกาหนดแนวทาง และว ธ การ ในการดาเน นงานโครงการความรวมม อป องก นการท จร ตในการจ ดซ อจ ดจางภาคร ฐตามมาตรา ๓๗ (๑) ใหแลวเสร จโดยเร ว

๒๙ ในระหวางการดาเน นการตามวรรคหน ง ใหนาแนวทางการดาเน นงานโครงการความรวมม อ ป องก นการท จร ตในการจ ดซ อจ ดจ างภาคร ฐท คณะกรรมการความรวมม อป องก นการท จร ตซ ง คณะร ฐมนตร แตงต ง กาหนดไวแลวย งคงม ผลใชบ งค บตอไป และใหคณะกรรมการความรวมม อป องก น การท จร ตซ งคณะร ฐมนตร แตงต ง ย งคงม อานาจหนาท ตามท ม อย เด มจนกวาคณะกรรมการความรวมม อ ตามพระราชบ ญญ ต น จะไดออกแนวทาง และว ธ การในการดาเน นงานโครงการความรวมม อป องก น การท จร ตในการจ ดซ อจ ดจางภาคร ฐ เพ อใชบ งค บตามพระราชบ ญญ ต น มาตรา ๑๒๑ ใหกรมบ ญช กลางจ ดทาฐานขอม ลราคาอางอ งของพ สด ตามมาตรา ๔๖ ใหแลว เสร จภายในสองป น บแตว นท พระราชบ ญญ ต น ม ผลใชบ งค บ ในระหวางท ฐานขอม ลตามวรรคหน งย งไมแลวเสร จ ใหหนวยงานของร ฐใชราคาท ไดจากการ ส บราคาจากทองตลาด หร อราคาท เคยซ อหร อจางคร งหล งส ดภายในระยะเวลาสองป งบประมาณแทนการ ใชราคาอางอ งของพ สด มาตรา ๑๒๒ ในระหวางท ย งม ไดออกกฎกระทรวงและระเบ ยบ เพ อปฏ บ ต การตาม พระราชบ ญญ ต น ใหนาระเบ ยบ หร อขอบ งค บ หร อขอบ ญญ ต หร อแนวทางปฏ บ ต ท กาหนดไวแลวซ งใชอย เด มมาใชบ งค บเทาท ไมข ดหร อแยงก บพระราชบ ญญ ต น โดยอน โลม และใหคณะกรรมการวาดวยการพ สด และคณะกรรมการวาดวยการพ สด ดวยว ธ การทางอ เล กทรอน กส หร อคณะกรรมการท เร ยกช ออยางอ น ตามระเบ ยบ หร อขอบ งค บ หร อขอบ ญญ ต ของหนวยงานของร ฐน น ม อานาจหนาท ตามท ม อย เด มจนกวา จะม การออกกฎกระทรวงและระเบ ยบ เพ อใชบ งค บตามพระราชบ ญญ ต น ในกรณ ท ไมอาจนาระเบ ยบ หร อขอบ งค บ หร อขอบ ญญ ต หร อแนวทางปฏ บ ต ท กาหนดไวแลว มาใชบ งค บไดตามวรรคหน ง การดาเน นการของหนวยงานของร ฐใหเป นไปตามท คณะกรรมการนโยบาย กาหนด มาตรา ๑๒๓ เพ อใหการปฏ บ ต ราชการเป นไปอยางม ประส ทธ ภาพและเก ดผลส มฤทธ ตอ ภารก จของร ฐ ภายในระยะเวลาสองป น บแตพระราชบ ญญ ต น ใชบ งค บ ให สาน กงาน ก.พ. จ ดสรร อ ตรากาล งใหกรมบ ญช กลางใหเพ ยงพอตอการปฏ บ ต งานตามพระราชบ ญญ ต น ผ ร บสนองพระบรมราชโองการ... นายกร ฐมนตร