โครงสรางหล กส ตรสถานศ กษา ๑๘ ระด บช นประถมศ กษา ( ป. ๑ ๓ ) กล มสาระการเร ยนร / ก จกรรม เวลาเร ยน ( ช วโมง / ป ) ประถมศ กษาป ท ๑ ประถมศ กษาป ท ๒ ประถมศ กษาป ท ๓ รห สว ชา ชม./ป รห สว ชา ชม./ป รห สว ชา ชม./ป รายว ชาพ นฐาน ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ภาษาไทย ท ๑๑๑๐๑ ๒๐๐ ท ๑๒๑๐๑ ๒๐๐ ท ๑๓๑๐๑ ๒๐๐ คณ ตศาสตร ค ๑๑๑๐๑ ๒๐๐ ค ๑๒๑๐๑ ๒๐๐ ค ๑๓๑๐๑ ๒๐๐ ว ทยาศาสตร ว ๑๑๑๐๑ ๘๐ ว ๑๒๑๐๑ ๘๐ ว ๑๓๑๐๑ ๘๐ ส งคมศ กษาศาสนาและว ฒนธรรม ศาสนา ศ ลธรรม จร ยธรรม หน าท พลเม อง ว ฒนธรรม และการดาเน นช ว ตในส งคม เศรษฐศาสตร ภ ม ศาสตร ประว ต ศาสตร ส ๑๑๑๐๑ ส ๑๑๑๐๒ (๑๒๐) ๘๐ ๔๐ ส ๑๒๑๐๑ ส ๑๒๑๐๒ (๑๒๐) ๘๐ ๔๐ ส ๑๓๑๐๑ ส ๑๓๑๐๒ (๑๒๐) ๘๐ ๔๐ ส ขศ กษาและพลศ กษา พ ๑๑๑๐๑ ๘๐ พ ๑๒๑๐๑ ๘๐ พ ๑๓๑๐๑ ๘๐ ศ ลปะ ศ ๑๑๑๐๑ ๘๐ ศ ๑๒๑๐๑ ๘๐ ศ ๑๓๑๐๑ ๘๐ การงานอาช พและเทคโนโลย ง ๑๑๑๐๑ ๔๐ ง ๑๒๑๐๑ ๔๐ ง ๑๓๑๐๑ ๔๐ ภาษาอ งกฤษ อ ๑๑๑๐๑ ๔๐ อ ๑๒๑๐๑ ๔๐ อ ๑๓๑๐๑ ๔๐ รายว ชาเพ มเต ม ๔๐ ๔๐ ๔๐ คอมพ วเตอร ง ๑๑๒๐๑ ๔๐ ง ๑๒๒๐๑ ๔๐ ง ๑๓๒๐๑ ๔๐ ก จกรรมพ ฒนาผ เร ยน ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ก จกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ก จกรรมน กเร ยน ล กเส อ เนตรนาร ชมรม/ช มน ม ก จกรมเพ อส งคม และ สาธารณประโยชน (๗๐) ๔๐ ๓๐ (๗๐) ๔๐ ๓๐ (๗๐) ๔๐ ๓๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ รวมเวลาเร ยนท งหมด (ชม./ป ) ๑๐๐๐ ๑๐๐๐ ๑๐๐๐ หมายเหต โรงเร ยนบ านนาด จ ดเวลาเร ยนเปนรายป ตามสาระการเร ยนร ในหล กส ตร โดยม เวลาเร ยน ป ละ ๑๐๐๐ ช วโมง ว นละ ๕ ช วโมง และจ ดเวลาทาก จกรรมซ อมเสร มเพ มอ กว นละ ๑ ช วโมง
ระด บช นประถมศ กษา ( ป. ๔ ๖ ) ๑๙ กล มสาระการเร ยนร / ก จกรรม เวลาเร ยน ( ช วโมง / ป ) ประถมศ กษาป ท ๔ ประถมศ กษาป ท ๕ ประถมศ กษาป ท ๖ รห สว ชา ชม./ป รห สว ชา ชม./ป รห สว ชา ชม./ป รายว ชาพ นฐาน ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ภาษาไทย ท ๑๔๑๐๑ ๑๖๐ ท ๑๕๑๐๑ ๑๖๐ ท ๑๖๑๐๑ ๑๖๐ คณ ตศาสตร ค ๑๔๑๐๑ ๑๖๐ ค ๑๕๑๐๑ ๑๖๐ ค ๑๖๑๐๑ ๑๖๐ ว ทยาศาสตร ว ๑๔๑๐๑ ๘๐ ว ๑๕๑๐๑ ๘๐ ว ๑๖๑๐๑ ๘๐ ส งคมศ กษาศาสนาและว ฒนธรรม ศาสนา ศ ลธรรม จร ยธรรม หน าท พลเม อง ว ฒนธรรม และการดาเน นช ว ตในส งคม เศรษฐศาสตร ภ ม ศาสตร ประว ต ศาสตร ส ๑๔๑๐๑ ส ๑๔๑๐๒ (๑๒๐) ๘๐ ๔๐ ส ๑๕๑๐๑ ส ๑๕๑๐๒ (๑๒๐) ๘๐ ๔๐ ส ๑๖๑๐๑ ส ๑๖๑๐๒ (๑๒๐) ๘๐ ๔๐ ส ขศ กษาและพลศ กษา พ ๑๔๑๐๑ ๘๐ พ ๑๕๑๐๑ ๘๐ พ ๑๖๑๐๑ ๘๐ ศ ลปะ ศ ๑๔๑๐๑ ๘๐ ศ ๑๕๑๐๑ ๘๐ ศ ๑๖๑๐๑ ๘๐ การงานอาช พและเทคโนโลย ง ๑๔๑๐๑ ๘๐ ง ๑๕๑๐๑ ๘๐ ง ๑๖๑๐๑ ๘๐ ภาษาอ งกฤษ อ ๑๔๑๐๑ ๘๐ อ ๑๕๑๐๑ ๘๐ อ ๑๖๑๐๑ ๘๐ รายว ชาเพ มเต ม ๔๐ ๔๐ ๔๐ คอมพ วเตอร ง ๑๔๒๐๑ ๔๐ ง ๑๕๒๐๑ ๔๐ ง ๑๖๒๐๑ ๔๐ ก จกรรมพ ฒนาผ เร ยน ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ก จกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ก จกรรมน กเร ยน ล กเส อ เนตรนาร ชมรม/ช มน ม (๗๐) ๔๐ ๓๐ (๗๐) ๔๐ ๓๐ (๗๐) ๔๐ ๓๐ ก จกรมเพ อส งคม และ ๑๐ ๑๐ ๑๐ สาธารณประโยชน รวมเวลาเร ยนท งหมด (ชม./ป ) ๑๐๐๐ ๑๐๐๐ ๑๐๐๐ หมายเหต โรงเร ยนบ านนาด จ ดเวลาเร ยนเปนรายป ตามสาระการเร ยนร ในหล กส ตร โดยม เวลาเร ยน ป ละ ๑๐๐๐ ช วโมง ว นละ ๕ ช วโมง และจ ดเวลาทาก จกรรมซ อมเสร มเพ มอ ก ๑ ช วโมง
คาอธ บายรายว ชา กล มสาระการเร ยนร ภาษาไทย ๒๐ กล มสาระการเร ยนร ภาษาไทย ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ท 11101 เวลา 200 ช วโมง/ป ศ กษาการอ านและเข ยนพย ญชนะ สระ และวรรณย กต ต วเลขไทย การสะกดคา การอ านแบบแจกล ก และ การอ านเป นคา การอ านและการเข ยนต วสะกดท ตรงตามมาตราและไม ตรงตามมาตรา การผ นวรรณย กต และ ความหมายของคา ข อความ และประโยค คาท ม ร ปวรรณย กต และไม ม ร ปวรรณย กต เร องส น ว ธ อ าน ร อยแก วและบทอาขยาน มารยาทในการพ ดส อสารในช ว ตประจาว น การฟ งคาแนะนา คาส ง และการปฏ บ ต อย างม มารยาท การพ ดแสดงความค ดเห นตามความเป นจร ง และใช ถ อยคาอย างส ภาพต อส งท ฟ ง อ าน หร อด ศ กษาการค ดว เคราะห จากการอ านหร อฟ งวรรณกรรม ม มารยาทในการอ านและท องจาบทอาขยานตามท กาหนดให เข ยนเร องจากภาพ และบอกข อค ดของวรรณกรรมร อยแก วและร อยกรองส าหร บเด ก โดยใช การฝ กท กษะกระบวนการทางภาษา ท งในด านการฟ ง การพ ด การอ าน และการเข ยน เพ อให เก ดเจตคต ท ด ต อการเร ยนว ชาภาษาไทย ต งใจเร ยนและม ส วนร วมในก จกรรมการเร ยน ค นคว าหา ความร จากแหล งการเร ยนร ต างๆ อย างสม าเสมอ ซ กถามและส บค นเพ อหาข อม ล ม ความรอบคอบในการ ทางาน ใช ภาษาไทยได อย างถ กต อง เหมาะสม ม มารยาทในการพ ด การอ าน การเข ยน และการฟ ง ท 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5, ป.1/6, ป.1/7, ป.1/8 ท 2.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 ท 3.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5 ท 4.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4 ท 5.1 ป.1/1, ป.1/2 รวม 22
คาอธ บายรายว ชาภาษาไทย กล มสาระการเร ยนร ภาษาไทย ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ท 12101 เวลา 200 ช วโมง/ป ๒๑ ศ กษาและฝ กปฏ บ ต เก ยวก บการอ านออกเส ยง คา คาคล องจอง ข อความ และบทร อยกรองง ายๆ วรรณคด และวรรณกรรม พร อมอธ บายความหมายของคา และข อความท อ าน อ านข อเข ยนเช งอธ บาย และปฏ บ ต ตามคาส งหร อข อแนะนา อ านหน งส อตามความสนใจอย างสม าเสมอและน าเสนอเร องท อ าน สามารถ บอกและเข ยนพย ญชนะ สระ วรรณย กต และเลขไทย การเข ยนเร องส นๆ เก ยวก บประสบการณ ตามจ นตนาการ ค ดลายม อต วบรรจงเต มบรรท ด และสามารถเล อกใช ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ นได เหมาะสมก บกาลเทศะ ร องบทร องเล นสาหร บเด กในท องถ น ท องจาบทอาขยานตามท กาหนด และบท ร อยกรองท ม ค ณค าตามความสนใจ พ ดส อสารได ช ดเจนตรงตามว ตถ ประสงค พ ดแสดงความค ดเห นและ ความร ส กจากเร องท ฟ งและด ฟ งคาแนะนา คาส งท ซ บซ อน และปฏ บ ต ตาม พร อมบอกสาระสาค ญของเร องท ฟ งและด และฝ กต งคาถามและตอบคาถามเก ยวก บเร องท อ าน ศ กษาและว เคราะห วรรณกรรมและร อยแก ว สาหร บเด กเร อง น ทานสานร ก สาม คค ค อพล ง ร กแท ของแม ส กวาพ ดจาให ร ค ด ของขว ญว นเก ด เพ อระบ ข อค ดท ให จาการอ านทาให ปร บใช ในช ว ตประจาว น โดยใช การฝ กท กษะกระบวนการทางภาษา ท งในด านการฟ ง การพ ด การอ าน และการเข ยนกระบวนการ ค ด กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการกล ม เพ อให เก ดเจตคต ท ด ต อการเร ยนว ชาภาษาไทย ต งใจเร ยนและม ส วนร วมในก จกรรมการเร ยน ค นคว าหา ความร จากแหล งการเร ยนร ต างๆ อย างสม าเสมอ ซ กถามและส บค นเพ อหาข อม ล ม ความรอบคอบในการทางาน ใช ภาษาไทยได อย างถ กต อง เหมาะสม ม มารยาทในการพ ด การอ าน การเข ยน และการฟ ง นาความร ท ให จาก การศ กษาไปประย กต ใช ในช ว ตจร ง ท 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8 ท 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4 ท 3.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7 ท 4.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5 ท 5.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 รวม 29
คาอธ บายรายว ชาภาษาไทย กล มสาระการเร ยนร ภาษาไทย ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ท 13101 เวลา 200 ช วโมง / ป ๒๒ อ านออกเส ยงค า ข อความ เร องส นๆ และบทร อยกรองง ายๆ อธ บายความหมายของค าและข อความท อ าน ค ดลายม อต วบรรจงเต มบรรท ด เข ยนสะกดค าและบอกความหมายของค า ต งค าถามและตอบค าถามเช ง เหต ผลเก ยวก บเร องท อ าน ม มารยาทในการอ าน เข ยนบรรยายเก ยวก บส งใดส งหน งได อย างช ดเจน เข ยนเร อง ตามจ นตนาการ ม มารยาทในการเข ยน พ ดส อสารได ช ดเจนตามว ตถ ประสงค ม มารยาทในการฟ ง การด และการ พ ด เข ยนจดหมายลาคร ระบ ชน ดและหน าท ของค าในประโยค แต งประโยคง ายๆ ร จ กเพลงพ นบ านและเพลง กล อมเด ก อ านหน งส อตามความสนใจอย างสม าเสมอและนาเสนอเร องท อ าน อ านข อเข ยนเช งอธ บายและปฏ บ ต ตามค าส งหร อข อแนะน า แต งค าคล องจองและค าขว ญ แสดงความค ดเห นเก ยวก บวรรณคด ท อ าน ท องจ าบท อาขยานตามท ก าหนดและบทร อยกรองตามความสนใจ ล าด บเหต การณ และคาดคะเนเหต การณ จากเร องท อ าน โดยระบ เหต ผลประกอบ สร ปความร และข อค ดจากเร องท อ าน เล ารายละเอ ยดเก ยวก บเร องท ฟ งและด ท งท เป น ความร และความบ นเท ง บอกสาระสาค ญจากการฟ งและด ต งคาถามและตอบค าถามเก ยวก บเร องท ฟ งและด พ ด แสดงความค ดเห นและความร ส กจากเร องท ฟ งและด เล อกใช ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ นได เหมาะสมก บ กาลเทศะและโอกาส อ านข อเข ยนเช งอธ บายและปฏ บ ต ตามค าส งหร อข อแนะน า เข ยนบ นท กประจ าว น และใช พจนาน กรมค นหาความหมายของคา โดยใช กระบวนการทางภาษา ได แก กระบวนการอ าน กระบวนการเข ยน กระบวนการฟ ง กระบวนการ พ ด และการด การค ด เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และน าความร ไป ประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จ ตสาน กร กภาษาไทย และม ค าน ยมท ด ต อภาษาไทย ท1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9 ท2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6 ท3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6 ท4.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6 ท5.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4 รวม 31
คาอธ บายรายว ชาภาษาไทย กล มสาระการเร ยนร ภาษาไทย ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ท 14101 เวลา 160 ช วโมง/ป ๒๓ ศ กษาและฝ กท กษะทางภาษาผ านกระบวนการอ าน การเข ยน การฟ ง การด และการพ ด การอ าน ออกเส ยงบทร อยแก ว บทร อยกรอง อธ บายความหมายของคา ประโยค และสานวน อ านเร องส นๆ ตามเวลาท กาหนด ตอบคาถาม แยกข อเท จจร ง ข อค ดเห น คาดคะเนเหต การณ จากเร องท อ านโดยระบ เหต ผลประกอบ สร ป ความร และข อเท จจร ง ค ดลายม อต วบรรจง เข ยนส อสารด วยแผนภาพโครงเร อง แผนภาพความค ด ย อความ เข ยนจดหมายส วนต ว เข ยนบ นท ก เข ยนรายงาน เข ยนเร องตามจ นตนาการ จาแนกข อเท จจร ง ข อค ดเห นจากการฟ งและด พ ดสร ปความ พ ดแสดงความร ความค ดเห นและความร ส ก ต งคาถามตอบเช ง เหต ผล พ ดรายงานเร องหร อประเด นท ศ กษา สะกดคา บอกความหมายของคา ระบ ชน ดและหน าท ของคา ในประโยค การใช พจนาน กรม แต งบทร อยกรอง คาขว ญ และบอกความหมายของส านวน เปร ยบเท ยบ ภาษาไทยก บภาษาถ น พร อมท งระบ ข อค ดจากน ทานพ นบ าน น ทานคต ธรรม อธ บายข อค ดจากการอ าน เพ อ นาไปใช ในช ว ตจร ง ร องเพลงพ นบ าน ท องจาบทอาขยาน และบทร อยกรองท ม ค ณค าตามความสนใจ ม น ส ยร กการอ าน ม มารยาทในการอ าน เข ยน ฟ ง ด และการพ ด โดยใช ท กษะกระบวนการทางภาษา กระบวนการค ด และประเม นค า เพ อให เก ดเจตคต ท ด ต อ การเร ยนว ชาภาษาไทย ต งใจเร ยนและม ส วนร วมในก จกรรมการเร ยน ค นคว า หาความร จากแหล งการเร ยนร ต างๆ อย างสม าเสมอ ซ กถามและศ กษาเพ อหาข อม ล ม ความรอบคอบในการ ทางาน ใช ภาษาไทยได อย างถ กต อง เหมาะสม ม มารยาทในการพ ด การอ าน การเข ยน และการฟ ง เพ อให เก ด ผลส มฤทธ ทางภาษาอ นเป นเอกล กษณ และมรดกของชาต ท 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8 ท 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8 ท 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6 ท 4.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7 ท 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4 รวม 33
คาอธ บายรายว ชาภาษาไทย กล มสาระการเร ยนร ภาษาไทย ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ท 15101 เวลา 160 ช วโมง/ป ศ กษาและฝ กปฏ บ ต การอ านออกเส ยงบทร อยแก วและบทร อยกรอง งานเข ยนเช งอธ บาย คาส ง ข อแนะนาวรรณคด และวรรณกรรมท อ าน และหน งส อท ม ค ณค าตามความสนใจ พร อมอธ บายความหมายของ คา ประโยค และข อความท อ าน อธ บายความหมายโดยน ย แสดงความค ดเห นจากเร องท อ าน การเข ยนส อสาร เข ยนย อความ เข ยนจดหมาย เข ยนแผนภาพโครงเร องและแผนภาพความค ด และเข ยน เร องราวในร ปแบบต างๆ รวมถ งการกรอกแบบรายการต างๆ สามารถเล อกฟ งและด อย างม ว จารณญาณ และพ ด แสดงความร ความค ด และความร ส กในโอกาสต างๆ อย างสร างสรรค พร อมสามารถเข าใจธรรมชาต ของภาษา และหล กภาษาไทย อาท การระบ ชน ดและหน าท ของคาในประโยค จาแนกส วนประกอบของประโยค การ เปร ยบเท ยบภาษาไทยมาตรฐานก บภาษาถ น สามารถบอกคาภาษาต างประเทศในภาษาไทย การใช คาราชาศ พท และสานวนได ถ กต อง ได อย างม มารยาทในการฟ ง การพ ด การด และการเข ยน ศ กษาวรรณคด และวรรณกรรม เร อง น ทานพ นบ านไทย น อมราล กพระค ณคร เพล นอ านงานพระราชน พนธ กระเช าใบน อยของนางส ดา แม โพสพ ม ตรแท พระส งข พบพระบ ดามารดา บ วน อยค อยคล บาน ให สร ปเร อง ระบ ความร และข อค ดท ได อธ บาย ค ณค าของเร องท อ าน ท องบทอาขยานตามท กาหนด และบทร อยกรองท ม ค ณค าตามความสนใจ โดยใช การฝ กท กษะกระบวนการทางภาษา ท งในด านการฟ ง การพ ด การอ าน และการเข ยน ผ านกระบวนการค ด กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการกล ม เพ อให เก ดเจตคต ท ด ต อการเร ยนว ชาภาษาไทย ต งใจเร ยนและม ส วนร วมในก จกรรมการเร ยน ค นคว าหา ความร จากแหล งการเร ยนร ต างๆ อย างสม าเสมอ ซ กถามและส บค นเพ อหาข อม ล ใช ภาษาไทยได อย างถ กต อง เหมาะสม และนามาประย กต ใช ในช ว ตจร ง พร อมร กษาภาษาไทยไว เป นสมบ ต ของชาต ๒๔ ท 1.1 ป. 5/1, ป. 5/2, ป. 5/3, ป. 5/4, ป. 5/5, ป. 5/6, ป. 5/7, ป. 5/8 ท 2.1 ป. 5/1, ป. 5/2, ป. 5/3, ป. 5/4, ป. 5/5, ป. 5/6, ป. 5/7, ป. 5/8, ป. 5/9 ท 3.1 ป. 5/1, ป. 5/2, ป. 5/3, ป. 5/4, ป. 5/5 ท 4.1 ป. 5/1, ป. 5/2, ป. 5/3, ป. 5/4, ป. 5/5, ป. 5/6, ป. 5/7 ท 5.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 รวม 34
คาอธ บายรายว ชาภาษาไทย ๒๕ กล มสาระการเร ยนร ภาษาไทย ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ท 16101 เวลา 160 ช วโมง / ป อ านเร องส นๆ อย างหลากหลายโดยจ บเวลาแล วถามเก ยวก บเร องท อ าน อ านหน งส อตามความสนใจ และอธ บายค ณค าท ได ร บ ม มารยาทในการอ าน ว เคราะห ชน ดและหน าท ของคาในประโยค อ านออกเส ยงบท ร อยแก วและบทร อยกรองได ถ กต อง อธ บายการนาความร และความค ดจากเร องท อ านไปต ดส นใจแก ป ญหาใน การดาเน นช ว ต ค ดลายม อต วบรรจงเต มบรรท ดและคร งบรรท ด ม มารยาทในการฟ ง การด และการพ ด เข ยนย อ ความจากเร องท อ าน รวบรวมและบอกความหมายของคาภาษาต างประเทศท ใช ในภาษาไทย แสดงความค ดเห น จากวรรณคด หร อวรรณกรรมท อ าน พ ดแสดงความร ความเข าใจจ ดประสงค ของเร องท ฟ งและด ต งคาถามและ ตอบคาถามเช งเหต ผลจากเร องท ฟ ง และด ใช คาได เหมาะสมก บกาลเทศะและบ คคล อธ บายค ณค าวรรณคด หร อ วรรณกรรมท อ าน แยกข อเท จจร งและข อค ดเห นจากเร องท อ าน ว เคราะห ความน าเช อถ อจากการฟ งและด ส อ โฆษณาอย างม เหต ผล อ านหน งส อตามความสนใจและอธ บายค ณค าท ได ร บ ม มารยาทในการอ าน เข ยนส อสาร โดยใช คาถ กต อง ช ดเจน และเหมาะสม ม มารยาทในการเข ยน พ ดรายงานเร องหร อประเด นท ศ กษาค นคว าจาก การฟ ง การด และการสนทนา ระบ ล กษณะของประโยค อธ บายความหมายของคา ประโยค และข อความท เป น โวหาร เข ยนเร ยงความ ว เคราะห และเปร ยบเท ยบสานวนท เป นคาพ งเพยและส ภาษ ต พ ดโน มน าวอย างม เหต ผล และน าเช อถ อ อ านงานเข ยนเช งอธ บาย คาส ง ข อแนะนา และปฏ บ ต ตาม เข ยนแผนภาพโครงเร องและแผนภาพ ความค ด เข ยนจดหมายส วนต ว แต งบทร อยกรอง ท องจาบทอาขยานตามท กาหนดและบทร อยกรองตามความ สนใจ อธ บายความหมายของข อม ลจากการอ านแผนผ ง แผนท แผนภ ม และกราฟ กรอกแบบรายการต างๆ เข ยน เร องตามจ นตนาการและสร างสรรค เล าน ทานพ นบ านท องถ นตนเอง และน ทานพ นบ านของท องถ นอ น โดยใช กระบวนการทางภาษา ได แก กระบวนการอ าน กระบวนการเข ยน กระบวนการฟ ง กระบวนการ พ ด และการด การค ด เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และนาความร ไป ประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จ ตสาน กร กภาษาไทย และม ค าน ยมท ด ต อภาษาไทย ท 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9 ท 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9 ท 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6 ท 4.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6 ท 5.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4 รวม 34
คาอธ บายรายว ชาคณ ตศาสตร ๒๖ กล มสาระการเร ยนร คณ ตศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ค 11101 เวลา 200 ช วโมง... ศ กษา ฝ กท กษะการค ดคานวณ และฝ กการแก ป ญหาในสาระต อไปน จานวนน บ 1 ถ ง 100 และ 0 การใช จานวนบอกปร มาณท ได จากการน บ การเข ยนและการอ านต วเลข ฮ นด อารบ ก และต วเลขไทยแสดงจานวน การน บเพ มท ละ 1 ท ละ 2 และการน บลดท ละ 1 การบอกหล ก ค าของเลขโดดในแต ละหล ก การบวก การลบ และโจทย ป ญหา การเข ยนต วเลขแสดงจ านวนในร ปกระจาย การ เปร ยบเท ยบจานวน การใช เคร องหมาย = > < การเร ยงลาด บจานวนไม เก นห าจานวน ความหมายของการ บวก และการใช เคร องหมาย + การบวกท ไม ม การทด ความหมายของการลบ และการใช เคร องหมาย การบวก จานวนท ม ผลบวกไม เก น 100 การลบจานวนท ม ต วต งไม เก น 100 การลบท ไม ม การกระจาย การบวก ลบ ระคน โจทย ป ญหาการบวก การลบ โจทย ป ญหาการบวก ลบ ระคน และการสร างโจทย ป ญหาการบวก การลบ การเปร ยบเท ยบความยาว การว ดความยาวโดยใช หน วยท ไม ใช หน วยมาตรฐาน การเปร ยบเท ยบน าหน ก การช งโดยใช หน วยท ไม ใช หน วยมาตรฐาน การเปร ยบเท ยบปร มาตรและความจ การตวงโดยใช หน วยท ไม ใช หน วยมาตรฐาน ช วงเวลาในแต ละว น จานวนว นและช อว นในส ปดาห ร ปสามเหล ยม ร ปส เหล ยม ร ปวงกลม และร ปวงร แบบร ปของจานวนท เพ มข นท ละ 1 ท ละ 2 แบบร ปของจานวนท ลดลงท ละ 1 แบบร ปของร ปท ม ร ปร าง ขนาด หร อส ท ส มพ นธ ก นอย างใดอย างหน ง โดยใช ท กษะและกระบวนการทางคณ ตศาสตร ในการแก ป ญหาในสถานการณ ต างๆ ได อย างเหมาะสม ร จ กใช ว ธ การท หลากหลายในการแก ป ญหา เพ อให ม ความร ความเข าใจ ม ท กษะในการค ดคานวณ การแก ป ญหา การให เหต ผล การส อสาร ส อความหมายทางคณ ตศาสตร และสามารถนาไปใช ในการเร ยนร ส งต างๆ และใช ในช ว ตประจาว นอย าง สร างสรรค ม ระเบ ยบ ม ความร บผ ดชอบ ม ว จารณญาณ และม ความเช อม นในตนเอง สามารถทางานอย างเป น ระบบ รวมท งเห นค ณค าและม เจตคต ท ด ต อคณ ตศาสตร ค 1.1 ป.1/1, ป.1/2 ค 1.2 ป.1/1, ป.1/2 ค 2.1 ป.1/1, ป.1/2 ค 3.1 ป.1/1 ค 4.1 ป.1/1, ป.1/2 ค 6.1 ป.1-3/1 ป.1-3 /2 ป.1-3/3 ป.1-3/4 ป.1-3/5 ป.1-3/6 รวม 15
คาอธ บายรายว ชาคณ ตศาสตร ๒๗ กล มสาระการเร ยนร คณ ตศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ค 12101 เวลา 200 ช วโมง... ศ กษา ฝ กท กษะการค ดคานวณ และฝ กการแก ป ญหาโดยใช ท กษะและกระบวนการทางคณ ตศาสตร ใน การแก ป ญหาในสถานการณ ต างๆ ได อย างเหมาะสม ร จ กใช ว ธ การท หลากหลายในการแก ป ญหา เพ อให ม ความร ความเข าใจ ม ท กษะในการค ดคานวณ การแก ป ญหา การให เหต ผล การส อสาร ส อความหมายทาง คณ ตศาสตร และสามารถนาไปใช ในการเร ยนร ส งต างๆ และใช ในช ว ตประจาว นอย างสร างสรรค ม ระเบ ยบ ม ความร บผ ดชอบ ม ว จารณญาณ และม ความเช อม นในตนเอง สามารถทางานอย างเป นระบบ รวมท งเห นค ณค า และม เจตคต ท ด ต อคณ ตศาสตร ในสาระต อไปน จานวนน บไม เก น 1,000 การอ านและการเข ยนต วเลขฮ นด อารบ ก ต วเลขไทย และต วหน งส อ หล กและ ค าของเลขโดด การใช 0 เพ อย ดตาแหน งของหล ก และการเข ยนต วเลขในร ปกระจาย การเปร ยบเท ยบจานวน สองจานวนท ม จานวนหล กไม เท าก น การเปร ยบเท ยบจานวนสองจานวนท ม จานวนหล กเท าก น การใช เคร องหมาย = > < การเร ยงลาด บจานวน การน บเพ มท ละ 5 ท ละ 10 และท ละ 100 การน บลดท ละ 2 ท ละ 10 และท ละ 100 จานวนค และจานวนค การบวกจานวนท ม ผลบวกไม เก น 1,000 การบวกตามแนวต ง(ไม ม ทด) การบวกตามแนวต ง (ม ทด) การบวกตามแนวนอน (ไม ม ทด) การบวกตามแนวนอน (ม ทด) การสล บท ของการบวก การบวกจานวนสามจานวนท ม ผลบวกไม เก น 1,000 โจทย ป ญหาการบวกจานวนท ม ผลบวกไม เก น 1,000 การสร างโจทย ป ญหาการบวกจากจานวน ประโยคส ญล กษณ และข อความ การลบจานวนท ม ต วต งไม เก น 1,000 การลบตามแนวต ง (ไม ม การกระจาย) การลบตามแนวต ง (ม การกระจาย) โจทย ป ญหาการลบจานวนท ม ต วต งไม เก น 1,000 การสร างโจทย ป ญหาการลบจากจานวน ประโยคส ญล กษณ และข อความ การบวกและการ ค ณ การค ณจานวนท ม หน งหล กก บจานวนท ม สองหล ก การสล บท การค ณ การนาส ตรค ณมาใช การหาผลค ณ ของ 0 ก บจานวนใดๆ การค ณจานวนท ม หน งหล กก บ 10, 20, 30,..., 90 การค ณจานวนท ม หน งหล กก บ จานวนท ม สองหล ก โจทย ป ญหาการค ณ การลบและการหาร การใช เคร องหมายหาร ( ) ความส มพ นธ ของ การค ณและการหาร การหารท ต วหารและผลหารม หน งหล ก การหารลงต ว การหารไม ลงต ว โจทย ป ญหาการ หารและการสร างโจทย ป ญหาการหารจากจานวน ประโยคส ญล กษณ และข อความ การบวก ลบ ค ณ หารระคน โจทย ป ญหาการบวก ลบ ค ณ หารระคน การว ดความยาว เคร องม อว ดท ม หน วยมาตรฐาน การว ดความยาวและความส ง หน วยว ดความยาวเป น เมตร การว ดระยะทาง การเปร ยบเท ยบความยาว ความส ง และระยะทางในหน วยเด ยวก น ความส มพ นธ ระหว าง เมตรก บเซนต เมตร โจทย ป ญหาเก ยวก บการว ดความยาว การช งโดยใช เคร องช งท ม หน วยมาตรฐานเป นก โลกร ม การช งน าหน กเป นก โลกร มและข ด การเปร ยบเท ยบน าหน ก โจทย ป ญหาเก ยวก บการช ง การบอกเวลาบน หน าป ดนาฬ กา (ช วง 5 นาท ) การอ านและการเข ยนช วงเวลากลางว นและกลางค นเป นนาฬ กา การบอกและการ เข ยนช วงเวลากลางว นและกลางค นเป นนาฬ กาก บนาท การอ านและการเข ยนเพ อบอกว น เด อน ป จากปฏ ท น เง นเหร ยญและธนบ ตร การเปร ยบเท ยบค าของเง นเหร ยญและธนบ ตร การแลกเง น การบอกจานวนเง น เง นทอน
โจทย ป ญหาเก ยวก บเง น การตวง เคร องตวงมาตรฐาน การตวงของเหลว การตวงส งของให ม ปร มาตร 1 ล ตร การเปร ยบเท ยบปร มาตรของส งของ การหาความจ ของภาชนะ การเปร ยบเท ยบความจ โจทย ป ญหาเก ยวก บการ ตวง ร ปเรขาคณ ตสองม ต การเข ยนร ปเรขาคณ ตโดยใช แบบของร ปเรขาคณ ต ร ปเรขาคณ ตสามม ต การ จาแนกร ปเรขาคณ ตสองม ต ก บร ปเรขาคณ ตสามม ต แบบร ปและความส มพ นธ ของจานวนท เพ มข นท ละ 5 ท ละ 10 และท ละ 100 แบบร ปและความ ส มพ นธ ของจานวนท ลดลงท ละ 2 ท ละ 10 และท ละ 100 แบบร ปและความส มพ นธ ของร ป ๒๘ ค 1.1 ป.2/1, ป.2/2 ค 1.2 ป.2/1, ป.2/2 ค 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6 ค 2.2 ป.2/1 ค 3.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 ค 3.2 ป.2/1 ค 4.1 ป.2/1, ป.2/2 ค 6.1 ป.1-3/1, ป.1-3 /2, ป.1-3/3, ป.1-3/4, ป.1-3/5, ป.1-3/6 รวม 23
คาอธ บายรายว ชาคณ ตศาสตร ๒๙ กล มสาระการเร ยนร คณ ตศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ค 13101 เวลา 200 ช วโมง... การเข ยนต วเลขฮ นด อารบ ก ต วเลขไทย และต วหน งส อแสดงจานวน การอ านต วเลขฮ นด อารบ กและ ต วเลขไทย การน บเพ มท ละ 3 ท ละ 4 ท ละ 25 และท ละ 50 การน บลดท ละ 3 ท ละ 4 ท ละ 5 ท ละ 25 และท ละ 50 หล กและค าของเลขโดดในแต ละหล ก และการใช 0 เพ อย ดตาแหน งของหล ก การเข ยนต วเลขแสดง จานวนในร ปกระจาย การเปร ยบเท ยบจานวนและการใช เคร องหมาย การเร ยงลาด บจานวนไม เก นห าจานวน การบวก การลบ การค ณจานวนหน งหล กก บจานวนไม เก นส หล ก การค ณจานวนสองหล กก บ จานวนสองหล ก การหารท ต วต งไม เก นส หล กและต วหารม หน งหล ก การบวก ลบ ค ณ หารระคน โจทย ป ญหา การบวก การลบ การค ณ การหาร และการบวก ลบ ค ณ หารระคน การสร างโจทย ป ญหาการบวก การลบ การค ณ การหาร การว ดความยาว การเล อกเคร องม อว ดความยาวท เหมาะสม การเปร ยบเท ยบความยาว การคาดคะเน น าหน ก การตวง การเล อกเคร องตวง การเปร ยบเท ยบปร มาตรของส งของและความจ ของภาชนะ การ คาดคะเนปร มาตรของส งของและความจ ของภาชนะ การเข ยนบอกเวลาโดยใช จ ดและการอ าน ความส มพ นธ ของหน วยความยาว หน วยการช ง และหน วยเวลา การเข ยนจานวนเง นโดยใช จ ดและการอ าน โจทย ป ญหา เก ยวก บการว ดความยาว การช ง ปร มาตรและความจ เง น เวลา การอ านและเข ยนบ นท กรายร บรายจ าย การ อ านและเข ยนบ นท กก จกรรมหร อเหต การณ ท ระบ เวลา การบอกชน ดของร ปเรขาคณ ตสองม ต ท เป นส วนประกอบของส งของท ม ล กษณะเป นร ปเรขาคณ ตสาม ม ต ร ปท ม แกนสมมาตร จ ด เส นตรง ร งส ส วนของเส นตรง จ ดต ด ม ม และส ญล กษณ การเข ยนร ป เรขาคณ ตสองม ต การบอกร ปเรขาคณ ตต างๆ ท อย ในส งแวดล อมรอบต ว แบบร ปของจานวนท เพ มท ละ 3 ท ละ 4 ท ละ 25 ท ละ 50 แบบร ปของจ านวนท ลดลงท ละ 3 ท ละ 4 ท ละ 5 ท ละ 25 และท ละ 50 แบบร ปซ า และแบบร ปของร ปท ม ร ปร าง ขนาด หร อส ท ส มพ นธ ก นสองล กษณะ การเก บรวบรวมข อม ลและการจาแนกข อม ลเก ยวก บตนเองและส งแวดล อมใกล ต วท พบเห นใน ช ว ตประจาว น การอ านแผนภ ม ร ปภาพและแผนภ ม แท ง โดยใช ว ธ การท หลากหลายแก ป ญหา ใช ความร ท กษะและกระบวนการทางคณ ตศาสตร ในการ แก ป ญหาในสถานการณ ต างๆ ให เหต ผลประกอบการต ดส นใจและสร ปผล ใช ภาษาและส ญล กษณ ทาง คณ ตศาสตร ในการส อสาร การส อความหมาย และการนาเสนอ การเช อมโยงความร ต างๆ ในคณ ตศาสตร และเช อมโยงคณ ตศาสตร ก บศาสตร อ นๆ ม ความค ดร เร มสร างสรรค เพ อให เก ดความร ความเข าใจเก ยวก บจานวนน บและศ นย การดาเน นการของจานวน การแก ป ญหา เก ยวก บการบวก การลบ ความยาว ระยะทาง น าหน ก ปร มาตร ความจ เวลา เง น ร ปสามเหล ยม ร ป ส เหล ยม ร ปวงกลม ร ปวงร ทรงส เหล ยมม มฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก จ ด ส วนของเส นตรง ร งส เส นตรง ม ม แบบร ป และสามารถรวบรวมข อม ล จาแนกข อม ล และอภ ปรายประเด นต างๆ จากแผนภ ม ร ปภาพและ แผนภ ม แท ง
ค 1.1 ป.3/1, ป.3/2 ค 3.2 ป.3/1, ป.3/2 ค 1.2 ป.3/1, ป.3/2 ค 4.1 ป.3/1, ป.3/2 ค 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6 ค 5.1 ป.3/1, ป.3/2 ค 2.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ค 6.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6 ค 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 รวม 28 ๓๐
คาอธ บายรายว ชาคณ ตศาสตร ๓๑ กล มสาระการเร ยนร คณ ตศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ค 14101 เวลา 160 ช วโมง... ศ กษา ฝ กท กษะการค ดคานวณ และฝ กการแก ป ญหาในสาระต อไปน การเข ยนและการอ านต วเลขฮ นด อารบ ก ต วเลขไทย และต วหน งส อแสดงจานวนน บ หล ก และค าของ เลขโดดในแต ละหล กของจานวนน บ การใช 0 เพ อย ดตาแหน งของหล ก การบวก ลบ ค ณ หารจานวนท ม หลาย หล กและโจทย ป ญหาการบวก ลบ ค ณ และหาร การเข ยนต วเลขแสดงจานวนในร ปกระจาย ความหมาย การ เข ยน การอ านเศษส วน และทศน ยมหน งตาแหน ง การเปร ยบเท ยบและเร ยงลาด บจานวนน บ เศษส วนท ม ต วส วน เท าก น และทศน ยมหน งตาแหน ง การบวก การลบ การค ณจานวนหน งหล กก บจานวนท มากกว า ส หล ก การค ณจานวนมากกว าหน งหล กก บจานวนมากกว าสองหล ก การหารท ต วหารไม เก นสามหล ก การบวก ลบ ค ณ หารระคน การเฉล ย โจทย ป ญหาการบวก ลบ ค ณ หาร โจทย ป ญหาการบวก ลบ ค ณ หารระคน การ สร างโจทย ป ญหาการบวก ลบ ค ณ หาร การบวกและการลบเศษส วนท ม ต วส วนเท าก น ความส มพ นธ ของหน วยความยาว หน วยการช ง หน วยการตวง หน วยเวลา การหาพ นท เป นตารางหน วย และตารางเซนต เมตร การหาพ นท ของร ปส เหล ยมม มฉาก การบอกเวลาจากหน าป ดนาฬ กาเป นนาฬ กาและนาท การเข ยนบอกเวลาโดยใช จ ดและการอ าน การบอกระยะเวลา การคาดคะเนความยาว น าหน ก และปร มาตรหร อ ความจ โจทย ป ญหาเก ยวก บความยาว การช ง การตวง เง น และเวลา การเข ยนบ นท กรายร บ รายจ าย การอ านและ การเข ยนบ นท กก จกรรมหร อเหต การณ ท ระบ เวลา และการอ านตารางเวลา ส วนประกอบของม ม การเข ยนช อและส ญล กษณ แทนม ม ชน ดของม ม เส นขนานและส ญล กษณ แสดง การขนาน ส วนประกอบของร ปวงกลม ร ปส เหล ยมม มฉาก ร ปส เหล ยมจ ต ร สและร ปส เหล ยมผ นผ า ร ปท ม แกนสมมาตร และการประด ษฐ ลวดลายโดยใช ร ปเรขาคณ ต แบบร ปของจานวนท เพ มข นหร อลดลงท ละเท าๆ ก น แบบร ปของร ปเรขาคณ ตและร ปอ นๆ การเก บรวบรวมข อม ลและการจาแนกข อม ล การอ านแผนภ ม ร ปภาพ แผนภ ม แท ง การอ านตาราง การ เข ยนแผนภ ม ร ปภาพ และแผนภ ม แท ง โดยใช ท กษะและกระบวนการทางคณ ตศาสตร ในการแก ป ญหาในสถานการณ ต างๆ ได อย างเหมาะสม ร จ กใช ว ธ การท หลากหลายในการแก ป ญหา เพ อให ม ความร ความเข าใจ ม ท กษะในการค ดคานวณ การแก ป ญหา การให เหต ผล การส อสาร ส อความหมายทางคณ ตศาสตร และสามารถนาไปใช ในการเร ยนร ส งต างๆ และใช ในช ว ตประจาว นอย าง สร างสรรค ม ระเบ ยบ ม ความร บผ ดชอบ ม ว จารณญาณและม ความเช อม นในตนเอง สามารถทางานอย างเป น ระบบ รวมท งเห นค ณค าและม เจตคต ท ด ต อคณ ตศาสตร
ค 1.1 ป.4/1, ป.4/2 ค 1.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ค 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4 ค 2.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ค 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5 ค 3.2 ป.4/1 ค 4.1 ป.4/1, ป.4/2 ค 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ค 6.1 ป.4-6/1, ป.4-6/2, ป.4-6/3, ป.4-6/4, ป.4-6/5, ป.4-6/6 รวม 29 ๓๒
คาอธ บายรายว ชาคณ ตศาสตร ๓๓ กล มสาระการเร ยนร คณ ตศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ค 15101 เวลา 160 ช วโมง... พ น ศ กษา ฝ กท กษะการค ดคานวณ และฝ กการแก ป ญหาเก ยวก บความร และนาไปประย กต ใช ในสาระต อไปน จานวนน บท มากกว า 100,000 หล กและค าของต วเลขในแต ละหล ก และค าประมาณเป นจานวนเต มส บ เต มร อย เต ม การบวก การลบ การค ณ การหารจานวน โจทย ป ญหาการบวก การลบ การค ณ การหาร การบวก ลบ ค ณ หารระคน ของจานวนน บ โจทย ป ญหาการบวก ลบ ค ณ หารระคน การสร างโจทย ป ญหาการบวก การลบ การค ณ การหาร และการบวก ลบ ค ณ หารระคนของจานวนน บ เศษส วน ความหมายของเศษส วน การอ านและการเข ยนเศษส วนแท เศษเก น จานวนคละ การเปร ยบเท ยบเศษส วนท ม ต วส วนเท าก น การใช เคร องหมายแสดงการเปร ยบเท ยบ การบวก การลบเศษส วนท ม ต วส วนเท าก น เศษส วนท เท าก บจานวนน บ เศษส วนท เท าก น การเข ยนเศษส วนในร ปจานวนคละ การเข ยนจานวนคละในร ปเศษเก น การเปร ยบเท ยบและเร ยงลาด บ เศษส วนท ต วส วนต วหน งเป นพห ค ณของต วส วนอ กต วหน ง การบวก ลบเศษส วนท ต วส วนต วหน งเป นพห ค ณของต วส วนอ กต ว หน ง การค ณเศษส วนก บจานวนน บ การค ณเศษส วนก บเศษส วน การหารเศษส วนด วยจานวนน บ การหารจานวนน บด วย เศษส วน การหารเศษส วนด วยเศษส วน การบวก ลบ ค ณระคนของเศษส วน โจทย ป ญหาการบวก ลบ ค ณ หารเศษส วน โจทย ป ญหาการบวก ลบ ค ณระคนของเศษส วน ทศน ยม ความหมายของทศน ยม การอ าน การเข ยนทศน ยมไม เก นสองตาแหน ง การเปร ยบเท ยบทศน ยมไม เก นสอง ตาแหน ง การบวก การลบทศน ยมไม เก นสองตาแหน ง การค ณทศน ยมไม เก นสองตาแหน งก บจานวนน บ การค ณทศน ยมหน ง ตาแหน งก บทศน ยมหน งตาแหน ง และการบวก ลบ ค ณระคนของทศน ยม ความยาวรอบร ปส เหล ยมม มฉาก และความยาวรอบร ปสามเหล ยม และโจทย ป ญหาเก ยวก บความยาวรอบร ปส เหล ยม ม มฉาก และร ปสามเหล ยม การหาพ นท ของร ปส เหล ยมม มฉาก การหาพ นท ร ปสามเหล ยม การแก ป ญหาโจทย เก ยวก บการหาพ นท ของร ป ส เหล ยมม มฉาก และโจทย ป ญหาเก ยวก บการหาพ นท ของร ปสามเหล ยม ความส มพ นธ ของหน วยการว ดปร มาตรหร อความจ ท ม หน วยเป นล กบาศก เมตร ล กบาศก เซนต เมตร การหาปร มาตรเป น ล กบาศก หน วย ล กบาศก เซนต เมตร และล กบาศก เมตร การหาปร มาตรหร อความจ ของทรงส เหล ยมม มฉากโดยใช ส ตร ร ปเรขาคณ ตสามม ต ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปร ซ ม พ ระม ด การว ดขนาดของม มโดยใช โปรแทรกเตอร การสร างม มโดยใช โปรแทรกเตอร การหาขนาดของม มกล บ เส นทแยงม ม เส นขนาน การสร างเส นขนานให ผ านจ ดท กาหนดให โดยใช ไม ฉาก การบอกล กษณะ ความส มพ นธ และจาแนกร ปส เหล ยมจ ต ร ส ร ปส เหล ยมผ นผ า ร ปส เหล ยม ขนมเป ยกป น ร ปส เหล ยมด านขนาน ร ปส เหล ยมคางหม ร ปส เหล ยมร ปว าว บอกล กษณะ ส วนประกอบ ความส มพ นธ และจาแนกร ปสามเหล ยมแบ งตามล กษณะของด าน แบ งตามล กษณะของม ม ส วนประกอบของร ปสามเหล ยม ม มภายในของร ป สามเหล ยม การสร างร ปส เหล ยมม มฉาก การสร างร ปสามเหล ยม ส วนประกอบของร ปวงกลม และสมบ ต พ นฐานของร ปวงกลม การสร างร ปวงกลม
แบบร ปอ นๆ แบบร ปของจานวนน บท ม ความส มพ นธ แบบเพ มข นหร อลดลงคร งละเท าๆ ก น แบบร ปของร ปเรขาคณ ตและ ร อยละ ความหมาย การอ าน และการเข ยนร อยละ การเข ยนเศษส วนท ต วส วนเป นต วประกอบของ 10 และ 100 ในร ปทศน ยมและร อยละ การเข ยนร อยละในร ปเศษส วนและทศน ยม การเข ยนทศน ยมไม เก นสองตาแหน งในร ปเศษส วนและ ร อยละ โจทย ป ญหาร อยละในสถานการณ ต าง ๆ รวมถ งโจทย ป ญหาร อยละเก ยวก บการหากาไร ขาดท น การลดราคา และการหา ราคาขาย สถ ต และความน าจะเป นเบ องต น การเก บรวบรวมข อม ล และการจาแนกข อม ล การเข ยนแผนภ ม แท งท ม การย นระยะ ของเส นแสดงจานวน และการอ านแผนภ ม แท งเปร ยบเท ยบ การคาดคะเนเก ยวก บการเก ดข นของเหต การณ ต างๆ โดยใช ท กษะและกระบวนการทางคณ ตศาสตร ในการแก ป ญหาในสถานการณ ต างๆ ได อย างเหมาะสม ร จ กใช ว ธ การท หลากหลายในการแก ป ญหา เพ อให ม ความร ความเข าใจ ม ท กษะในการค ดคานวณ การแก ป ญหา การให เหต ผล การส อสาร ส อความหมายทางคณ ตศาสตร และสามารถนาไปใช ในการเร ยนร ส งต างๆ และใช ในช ว ตประจาว นอย างสร างสรรค ม ระเบ ยบ ม ความร บผ ดชอบ ม ว จารณญาณ และม ความเช อม นในตนเอง สามารถทางานอย างเป นระบบ รวมท งเห นค ณค าและม เจตคต ท ด ต อคณ ตศาสตร ค 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ค 1.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ค 1.3 ป.5/1 ค 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5 ค 2.2 ป.5/1 ค 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ค 3.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ค 4.1 ป.5/1 ค 5.1 ป.5/1, ป.5/2 ค 5.2 ป.5/1 ค 6.1 ป.4-6/1, ป.4-6 /2, ป.4-6/3, ป.4-6/4, ป.4-6/5, ป.4-6/6 รวม 29 ๓๔
คาอธ บายรายว ชาคณ ตศาสตร ๓๕ กล มสาระการเร ยนร คณ ตศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ค 16101 เวลา 160 ช วโมง... การบอกค าประมาณใกล เค ยงจานวนเต มหม น เต มแสน และเต มล าน การเปร ยบเท ยบและเร ยงลาด บเศษส วน การบวก การลบ การค ณ การหารเศษส วนและจานวนคละ การบวก ลบ ค ณ หารระคนของเศษส วนและจานวนคละ การแก โจทย ป ญหาการบวก การลบ การค ณ การ หาร และการบวก ลบ ค ณ หารระคนของเศษส วน การบอกความหมาย การอ าน และการเข ยนทศน ยมสามตาแหน ง การบอกหล ก ค าประจาหล ก และ ค าของเลขโดดในแต ละหล กของทศน ยมสามตาแหน ง การเข ยนทศน ยมในร ปกระจาย การเปร ยบเท ยบและ เร ยงลาด บทศน ยมไม เก นสามตาแหน ง การเข ยนทศน ยมไม เก นสามตาแหน งในร ปเศษส วน และการเข ยน เศษส วนท ต วส วนเป นต วประกอบของ 10, 100, 1,000 ในร ปทศน ยม การบวก การลบ การค ณ การหาร และการบวก ลบ ค ณ หารระคนของทศน ยมท ม ผลล พธ เป นทศน ยมไม เก นสามตาแหน ง การแก โจทย ป ญหา การบวก การลบ การค ณ การหาร และการบวก ลบ ค ณ หารระคนของทศน ยม การสร างโจทย ป ญหาการ ค ณ การหาร และการค ณ หารระคนของทศน ยม การบอกค าประมาณใกล เค ยงทศน ยมหน งตาแหน ง และสอง ตาแหน ง การแก โจทย ป ญหาร อยละในสถานการณ ต างๆ รวมถ งโจทย ป ญหาร อยละเก ยวก บการหากาไร ขาดท น การลดราคา การหาราคาขาย การหาราคาท น และดอกเบ ย การบวก การค ณ และการบวก ลบ ค ณ หารระคนโดยใช สมบ ต การสล บท สมบ ต การเปล ยนหม และสมบ ต การแจกแจงในการค ดคานวณ การแก โจทย ป ญหาและการสร างโจทย ป ญหาการบวก การลบ การ ค ณ การหาร และการบวก ลบ ค ณ หารระคนของจานวนน บ การหาต วประกอบ จานวนเฉพาะ และต วประกอบเฉพาะ การหา ห.ร.ม. การหา ค.ร.น. การบอกท ศ การบอกตาแหน งโดยใช ท ศ การใช มาตราส วน การอ านแผนผ ง การเข ยนแผนผ งแสดง ส งต างๆ การเข ยนแผนผ งแสดงเส นทางการเด นทาง การเข ยนแผนผ งโดยส งเขป การหาพ นท ของร ปส เหล ยมโดยใช ความยาวของด าน การหาพ นท ของร ปส เหล ยมโดยใช สมบ ต ของ เส นทแยงม ม การคาดคะเนพ นท ของร ปส เหล ยม การแก โจทย ป ญหาเก ยวก บความยาวรอบร ปและพ นท ของร ป ส เหล ยม การบอกสมบ ต ของเส นทแยงม มของร ปส เหล ยม การสร างร ปส เหล ยมเม อกาหนดความยาวของด าน และขนาดของม ม หร อเม อก าหนดความยาวของเส นทแยงม ม การหาความยาวรอบร ปวงกลม หร อความยาวรอ บวง การหาพ นท ของร ปวงกลม การแก โจทย ป ญหาเก ยวก บความยาวรอบร ป และพ นท ของร ปวงกลม บอกส วนประกอบของร ปเรขาคณ ตสามม ต (ทรงส เหล ยมม มฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปร ซ ม พ ระม ด) การพ จารณาร ปคล ของร ปเรขาคณ ตสามม ต (ทรงส เหล ยมม มฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปร ซ ม พ ระม ด) การประด ษฐ ร ปเรขาคณ ตสามม ต การแก โจทย ป ญหาเก ยวก บปร มาตรหร อความจ ของ ทรงส เหล ยมม มฉาก
การพ จารณาเส นขนานโดยอาศ ยม มแย ง การพ จารณาเส นขนานโดยอาศ ยผลบวกของขนาดของม ม ภายในท อย บนข างเด ยวก นของเส นต ดเป น 180 องศา การแก ป ญหาโดยใช ความส มพ นธ ของแบบร ป การหาต วไม ทราบค าหน งต วจากสมการเช งเส น การแก สมการโดยใช สมบ ต ของการเท าก นเก ยวก บการ บวก การลบ การค ณ หร อการหาร การแก โจทย ป ญหาด วยสมการ การอ านแผนภ ม แท งเปร ยบเท ยบ กราฟเส น และแผนภ ม ร ปวงกลม การเข ยนแผนภ ม แท ง เปร ยบเท ยบ และกราฟเส น การคาดคะเนเก ยวก บการเก ดข นของเหต การณ ต างๆ โดยใช คาท ม ความหมายเช นเด ยวก บคาว า เก ดข นอย างแน นอน อาจจะเก ดข นหร อไม ก ได ไม เก ดข นอย างแน นอน โดยใช ว ธ การท หลากหลายแก ป ญหา ใช ความร ท กษะและกระบวนการทางคณ ตศาสตร และ เทคโนโลย ในการแก ป ญหาในสถานการณ ต างๆ ให เหต ผลประกอบการต ดส นใจ และสร ปผล ใช ภาษาและ ส ญล กษณ ทางคณ ตศาสตร ในการส อสาร การส อความหมาย และการน าเสนอ เช อมโยงความร ต างๆ ใน คณ ตศาสตร และเช อมโยงคณ ตศาสตร ก บศาสตร อ นๆ และม ความค ดร เร มสร างสรรค เพ อให เก ดความร ความเข าใจเก ยวก บจ านวนน บและสมบ ต เก ยวก บจ านวน เศษส วน ทศน ยมสาม ตาแหน ง ร อยละ การแก โจทย ป ญหาการบวก การลบ การค ณ การหาร และการบวก ลบ ค ณ หารระคน ต ว ประกอบของจ านวนน บ ท ศและแผนผ ง ร ปส เหล ยม ร ปวงกลม ร ปเรขาคณ ตสามม ต เส นขนาน การ แก ป ญหาเก ยวก บแบบร ป สมการและการแก สมการ การเข ยนและอ านแผนภ ม และกราฟเส น การคาดคะเน เก ยวก บการเก ดข นของเหต การณ ต างๆ ค1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6 /3 ค3.2 ป.6/1, ป.6/2 ค1.2 ป.6/1, ป.6/2 ค4.1 ป.6/1 ค1.3 ป.6/1, ป.6/2 ค4.2 ป.6/1 ค1.4 ป.6/1, ป.6/2 ค5.1 ป.6/1, ป.6/2 ค2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ค5.2 ป.5/1 ค2.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ค6.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6 ค3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 รวม 31 ๓๖
คาอธ บายรายว ชาว ทยาศาสตร ๓๗ กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ว 11101 เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห ความแตกต างระหว างส งม ช ว ตก บส งไม ม ช ว ต ล กษณะหน าท ของโครงสร างภายนอก ของพ ชและส ตว ล กษณะ หน าท และความสาค ญของอว ยวะภายนอกของมน ษย ตลอดจนการด แลร กษาส ขภาพ ล กษณะของส งม ช ว ตในท องถ น และนามาจ ดจาแนกโดยใช ล กษณะภายนอกเป นเกณฑ ล กษณะหร อสมบ ต ของ ว สด ท ใช ทาของเล น ของใช ในช ว ตประจาว น จาแนกว สด ท ใช เป นของเล น ของใช การด ง การผล กว ตถ องค ประกอบและสมบ ต ทางกายภาพของด นในท องถ น ในท องฟ าม ดวงอาท ตย ดวงจ นทร และดวงดาว โดยใช กระบวนการทางว ทยาศาสตร การส บเสาะหาความร การสารวจ ตรวจสอบ การส บค นข อม ล และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร ม ความสามารถในการต ดส นใจ เห น ค ณค าของการนาความร ไปใช ประโยชน ในช ว ตประจาว น ม จ ตว ทยาศาสตร จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ว 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 ว 1.2 ป.1/1 ว 3.1 ป.1/1, ป.1/2 ว 4.1 ป.1/1 ว 6.1 ป.1/1 ว 7.1 ป.1/1 ว 8.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5, ป.1/6, ป.1/7 รวมท งส น 16
คาอธ บายรายว ชาว ทยาศาสตร ๓๘ กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ว 12101 เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห ป จจ ยในการดารงช ว ต การแสดงพฤต กรรมท ตอบสนองต อส งเร า ของพ ช ส ตว และ มน ษย ประโยชน ของพ ชและส ตว การจาแนกประเภทของด น โดยใช สมบ ต ทางกายภาพเป นเกณฑ ชน ด สมบ ต และการเล อกใช ว สด ท ใช ทาของเล น ของใช แรงท เก ดจากแม เหล ก ประโยชน ของแม เหล ก การเก ดแรงไฟฟ า ผล ของแรงไฟฟ า พล งงานไฟฟ า การเปล ยนร ปพล งงานไฟฟ า และดวงอาท ตย แหล งพล งงานโลก โดยใช กระบวนการทางว ทยาศาสตร การส บเสาะหาความร การสารวจ ตรวจสอบ การส บค นข อม ล และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร ม ความสามารถในการต ดส นใจ เห นค ณค าของการนาความร ไปใช ประโยชน ในช ว ตประจ าว น ม จ ตว ทยาศาสตร จร ยธรรม ค ณธรรมและค าน ยม ท เหมาะสม ว 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5 ว 1.2 ป.2/1 ว 3.1 ป.2/1, ป.2/2 ว 4.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 ว 5.1 ป.2/1, ป.2/2 ว 6.1 ป.2/1 ว 7.1 ป.2/1 ว 8.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8 รวม 23
คาอธ บายรายว ชาว ทยาศาสตร ๓๙ กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ว 13101 เวลา 80 ช วโมง... ส บค นข อม ล สารวจ อภ ปราย เปร ยบเท ยบ และอธ บาย ล กษณะต างๆ ของส งม ช ว ตใกล ต ว ล กษณะท คล ายคล งก นของพ อแม ก บล ก การถ ายทอดล กษณะทางพ นธ กรรม และนาความร ไปใช ประโยชน ส งม ช ว ตบาง ชน ดท ส ญพ นธ ไปแล ว และท ดารงพ นธ มาจนถ งป จจ บ น ส งแวดล อมในท องถ นตน ความส มพ นธ ของส งม ช ว ต ก บส งแวดล อม ทร พยากรธรรมชาต และการใช ทร พยากรธรรมชาต ในท องถ น การใช ทร พยากรธรรมชาต ท ก อให เก ดป ญหาส งแวดล อมในท องถ น การใช ทร พยากรธรรมชาต อย างประหย ด ค มค า และม ส วนร วมในการ ปฏ บ ต แหล งพล งงานธรรมชาต ท ใช ผล ตไฟฟ า ความสาค ญของพล งงานไฟฟ า การใช ไฟฟ าอย างประหย ดและ ค มค า จาแนก สารวจ ทดลอง อภ ปราย และอธ บาย ชน ดและสมบ ต ของว สด ท เป นส วนประกอบของของเล น ของใช การใช ประโยชน ของว สด แต ละชน ด ผลของการเปล ยนแปลงท เก ดข นก บว สด เม อถ กแรงกระทา หร อทา ให ร อนข น หร อทาให เย นลง ประโยชน และอ นตรายท เก ดข นเน องจากการเปล ยนแปลงของว สด ผลของการ ออกแรงท กระทาต อว ตถ การตกของว ตถ ส พ นโลก แรงท โลกด งด ดว ตถ สมบ ต ทางกายภาพของน าจากแหล ง น าในท องถ น และนาความร ไปใช ประโยชน ส วนประกอบของอากาศ ความสาค ญของอากาศ และการเคล อนท ของอากาศท ม ผลจากความแตกต างของอ ณหภ ม การข น-ตกของดวงอาท ตย ดวงจ นทร การเก ดกลางว น กลางค น และการกาหนดท ศ โดยใช กระบวนการทางว ทยาศาสตร และจ ตว ทยาศาสตร ในการส บเสาะหาความร การสารวจ ตรวจสอบ การส บค นข อม ล บ นท ก จ ดกล มข อม ล การอภ ปราย และการแก ป ญหาเพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการนาความร ไปประย กต ใช ใน ช ว ตประจาว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จ ตว ทยาศาสตร จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท ด ต อ ว ทยาศาสตร เทคโนโลย และส งแวดล อม ว1.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4 ว5.1 ป.3/1, ป.3/2 ว2.1 ป.3/1 ว6.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ว2.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ว7.1 ป.3/1 ว3.1 ป.3/1, ป.3/2 ว8.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ว3.2 ป.3/1, ป.3/2 ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8 ว4.1 ป.3/1, ป.3/2 รวม 28
คาอธ บายรายว ชาว ทยาศาสตร ๔๐ กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ว 14101 เวลา 80 ช วโมง. ทดลองและอธ บายหน าท ของท อล าเล ยงและปากใบของพ ช น า แก สคาร บอนไดออกไซด แสง และ คลอโรฟ ลล เป นป จจ ยท จ าเป นบางประการต อการเจร ญเต บโต และการส งเคราะห ด วยแสงของพ ช การ ตอบสนองของพ ชต อแสง เส ยง และการส มผ ส พฤต กรรมของส ตว ท ตอบสนองต อแสง อ ณหภ ม และการส มผ ส การเคล อนท ของแสงจากแหล งก าเน ด การสะท อนของแสงท ตกกระทบว ตถ การจ าแนกว ตถ ตามล กษณะการ มองเห นจากแหล งกาเน ดแสง การห กเหของแสงเม อผ านต วกลางโปร งใสสองชน ด การเปล ยนแสงเป นพล งงาน ไฟฟ า แสงขาวประกอบด วยแสงส ต างๆ การเก ดด น ชน ดและสมบ ต ของด นท ใช ปล กพ ชในท องถ น การสร าง แบบจาลองเพ ออธ บายล กษณะของระบบส ร ยะ โดยใช กระบวนการทางว ทยาศาสตร และจ ตว ทยาศาสตร ในการส บเสาะหาความร การส ารวจ ตรวจสอบ การส บค นข อม ล การแก ป ญหา และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และน าความร ไปประย กต ใช ใน ช ว ตประจ าว น ม จ ตว ทยาศาสตร จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท ด ต อว ทยาศาสตร เทคโนโลย และ ส งแวดล อม ว 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4 ว 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6 ว 6.1 ป.4/1, ป.4/2 ว 7.1 ป.4/1 ว 8.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8 รวมท งส น 21
คาอธ บายรายว ชาว ทยาศาสตร ๔๑ กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ว 15101 เวลา 80 ช วโมง... ทดลองและอธ บายการถ ายทอดล กษณะทางพ นธ กรรมของส งม ช ว ต การส บพ นธ การขยายพ นธ และ ว ฏจ กรช ว ตของพ ชและส ตว การจาแนกพ ชเป นพ ชดอก พ ชไม ม ดอก พ ชใบเล ยงเด ยวและพ ชใบเล ยงค โดยใช ล กษณะภายนอกเป นเกณฑ การจาแนกส ตว เป นส ตว ม กระด กส นหล งและส ตว ไม ม กระด กส นหล ง โดยใช ล กษณะภายนอกและล กษณะภายในเป นเกณฑ ประเภท สมบ ต และการเล อกใช ว สด ในช ว ตประจาว น ล กษณะ ของแรงล พธ ความด นอากาศ ความด นของของเหลว แรงพย งของของเหลว แรงเส ยดทานและประโยชน ของ แรงเส ยดทาน การเก ดเส ยง ล กษณะและอ นตรายของเส ยง การเก ดเมฆ หมอก น าค างและล กเห บ การเก ดว ฏจ กร น า การว ดอ ณหภ ม ความช น และความกดอากาศ การเก ดลมและการนาไปใช ประโยชน การเก ดท ศและ ปรากฏการณ การข น-ตกของดวงดาว โดยใช กระบวนการทางว ทยาศาสตร และจ ตว ทยาศาสตร ในการส บเสาะหาความร การสารวจ ตรวจสอบ การส บค นข อม ล การแก ป ญหา และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และนาความร ไปประย กต ใช ใน ช ว ตประจาว น ม จ ตว ทยาศาสตร จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท ด ต อว ทยาศาสตร เทคโนโลย และ ส งแวดล อม ว 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5 ว 1.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5 ว 3.1 ป.5/1, ป.5/2 ว 4.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4 ว 4.2 ป.5/1 ว 5.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4 ว 6.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4 ว 7.1 ป.5/1 ว 8.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7, ป.5/8 รวม 34
คาอธ บายรายว ชาว ทยาศาสตร ๔๒ กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ว 16101 เวลา 80 ช วโมง... ศ กษาว เคราะห สารวจ ทดลอง อธ บาย การเจร ญเต บโตของมน ษย จากว ยแรกเก ดจนถ งว ยผ ใหญ สารอาหาร และความจาเป นท ร างกายต องได ร บสารอาหารในส ดส วนท เหมาะสมก บเพศและว ย การทางานท ส มพ นธ ก นของระบบ ย อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหม นเว ยนเล อดของมน ษย ความส มพ นธ ของกล มส งม ช ว ตในแหล งท อย ต างๆ ความส มพ นธ ของส งม ช ว ตก บส งม ช ว ตในร ปของโซ อาหารและสายใยอาหาร ความส มพ นธ ระหว างการดารงช ว ตของ ส งม ช ว ตก บสภาพแวดล อมในท องถ น แหล งทร พยากรในท องถ นท เป นประโยชน ต อการดารงช ว ต ผลของการเพ มข น ของประชากรมน ษย ต อการใช ทร พยากร ธรรมชาต สาเหต ของการเปล ยนแปลงส งแวดล อมและผลท เก ดข น การด แลร กษาทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ในท องถ น ศ กษาว เคราะห ทดลอง อธ บาย สมบ ต ของสารในสถานะของแข ง ของเหลว แก ส และการจาแนกสารเป น กล มโดยใช สถานะและเกณฑ อ น การแยกสารโดยว ธ ต างๆ สมบ ต ของสารเม อเก ดการละลาย การเปล ยนสถานะ และการเก ดสารใหม การเปล ยนแปลงของสารท ก อให เก ดผลต อส งม ช ว ตและส งแวดล อม สารท ใช ในช ว ตประจาว น การเล อกใช สาร การต อวงจรไฟฟ า สมบ ต ของต วนาไฟฟ าและฉนวนไฟฟ า แม เหล กไฟฟ าและประโยชน ของ แม เหล กไฟฟ า สมบ ต และการจาแนกประเภทของห น ประโยชน ของห นในท องถ น กระบวนการเปล ยนแปลงของ ห น ธรณ พ บ ต ภ ยท ม ต อมน ษย และสภาพแวดล อมในท องถ นและว ธ ป องก น การเก ดฤด ข างข นข างแรม ส ร ย ปราคา และจ นทร ปราคา และการนาความร ไปใช ประโยชน ความก าวหน าของเทคโนโลย อวกาศ และประโยชน ของ เทคโนโลย อวกาศ โดยใช กระบวนการทางว ทยาศาสตร และจ ตว ทยาศาสตร ในการส บเสาะหาความร การสารวจตรวจสอบ การส บค นข อม ล การแก ป ญหา และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร ม ความสามารถต ดส นใจ และนาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จ ตว ทยาศาสตร จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท ด ต อว ทยาศาสตร เทคโนโลย และส งแวดล อม ว1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ว2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ว2.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5 ว3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5 ว3.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ว5.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5 ว6.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ว7.1 ป.6/1 ว7.2 ป.6/1 ว8.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป. 6/7, ป.6/8 รวม 37
คาอธ บายรายว ชาส งคมศ กษา ศาสนาและว ฒนธรรม ๔๓ กล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนา และว ฒนธรรม ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ส 11101 เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห พ ทธประว ต หร อประว ต ของศาสดาท ตนน บถ อ แบบอย างการด าเน นช ว ต และข อค ดจากประว ต สาวก ชาดก/เร องเล าและศาสน กชนต วอย างตามท ก าหนด ความหมาย ความส าค ญและเคารพพระร ตนตร ย ปฏ บ ต ตาม หล กธรรม โอวาท 3 ในพระพ ทธศาสนาหร อศาสนาท ตนน บถ อ สวดมนต แผ เมตตา ม สต บ าเพ ญประโยชน ต อว ด แสดงตน เป นพ ทธมามกะหร อศาสน กชนของศาสนาท ตนน บถ อ ปฏ บ ต ในศาสนพ ธ พ ธ กรรมและว นส าค ญทางศาสนาตามท ก าหนดได ถ กต อง ประโยชน และปฏ บ ต ตนเป นสมาช กท ด ของครอบคร วและโรงเร ยน ศ กษา ว เคราะห ความสามารถและความด และผลจากการกระท าของตนเอง ผ อ น โครงสร าง บทบาท หน าท ของ สมาช กในครอบคร ว โรงเร ยน บทบาท ส ทธ หน าท ของตนเองในครอบคร วและโรงเร ยน ม ส วนร วมในการต ดส นใจ และท า ก จกรรมในครอบคร วและโรงเร ยนตามกระบวนการประชาธ ปไตย ส นค าและบร การท ใช ประโยชน ในช ว ตประจ าว น การใช จ ายเง นในช ว ตประจ าว นไม เก นต วและประโยชน ของการออม การใช ทร พยากรในช ว ตประจ าว นอย างประหย ด ความจ าเป น ของการทางานท ส จร ต แยกแยะส งต าง ๆ รอบต วท เก ดข นเองตามธรรมชาต และท มน ษย สร างข น ความส มพ นธ ของต าแหน ง ระยะ ท ศของส งต าง ๆ รอบต ว ท ศหล ก ใช แผนผ งง าย ๆ ในการแสดงตาแหน งของส งต างๆ ในห องเร ยนการเปล ยนแปลงของ อากาศในรอบว น ส งต างๆ ท เก ดข นตามธรรมชาต ท ส งผลต อความเป นอย ของมน ษย การเปล ยนแปลงของสภาพแวดล อมท อย รอบต ว การจ ดระเบ ยบส งแวดล อมท บ านและช นเร ยน โดยใช กระบวนการค ด กระบวนการส บค นข อม ล กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการทางส งคม กระบวนการกล ม กระบวนการเผช ญสถานการณ และแก ป ญหา เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถน าไปปฏ บ ต ในการด าเน นช ว ต ม ค ณธรรม จร ยธรรม ม ค ณล กษณะอ นพ ง ประสงค ในด านร กชาต ศาสน กษ ตร ย ซ อส ตย ส จร ต ม ว น ย ใฝ เร ยนร ม ความร บ ผ ดชอบ ร กความเป นไทย ม จ ตสาธารณะ สามารถดาเน นช ว ตอย างส นต ส ขในส งคมไทยและส งคมโลก ส 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4 ส 1.2 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 ส 2.1 ป.1/1, ป.1/2 ส 2.2 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 ส 3.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 ส 3.2 ป.1/1 ส 5.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5 ส 5.2 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 รวม 24
คาอธ บายรายว ชาส งคมศ กษา ศาสนาและว ฒนธรรม ๔๔ กล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนา และว ฒนธรรม ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ส 12101 เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห เร องความส าค ญขงพระพ ทธศาสนาในฐานะเป นเอกล กษณ ของชาต ไทย ประว ต ศาสนา ค มภ ร และหล กธรรมของศาสนาต างๆ การปฏ บ ต ตนในพ ธ กรรมทางศาสนา การท าความด ตามหล กธรรม ของศาสนา ข อตกลง กฎ ระเบ ยบ ในครอบคร ว โรงเร ยน และช มชน การยอมร บความแตกต างของบ คคลใน ส งคม ส ทธ ส วนบ คคล การม ส วนร วมในก จกรรมของช มชน บทบาทอ านาจของบ คคล มรรยาทไทย เช น การ แสดงความเคารพ การเด น การย น การน ง การนอน เป นต น อาช พในช มชน รายร บ-รายจ ายของครอบคร วและ ตนเอง การออมเง น การซ อขายแลกเปล ยน ผ ผล ต ผ บร โภค ผ ซ อ ผ ขาย ทร พยากรการผล ต ส งแวดล อม ทร พยากรธรรมชาต ความส าค ญ การเปล ยนแปลงการร กษาและฟ นฟ ส งแวดล อม ต าแหน งของส งต างๆ เคร องม อทางภ ม ศาสตร โลกและปรากฏการณ ทางธรรมชาต โดยใช กระบวนการค ด กระบวนการส บค นข อม ล กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการกล ม กระบวนการแก ป ญหา กระบวนการทางส งคม เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถน าไปปฏ บ ต ในการด าเน นช ว ต ม ค ณธรรมจร ยธรรม ม ค ณล กษณะอ นพ งประสงค ในด านร กชาต ศาสนา พระมหากษ ตร ย ม หล กธรรมในการด าเน นช ว ต ร กความเป นไทย ม จ ตสาธารณะ และสามารถดาเน นช ว ตในส งคมได อย างส นต ส ข ส 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7 ส 1.2 ป.2/1, ป.2/2 ส 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4 ส 2.2 ป.2/1, ป.2/2 ส 3.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4 ส 3.2 ป.2/1, ป.2/2 ส 5.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 ส 5.2 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4 รวม 28
คาอธ บายรายว ชาส งคมศ กษา ศาสนาและว ฒนธรรม ๔๕ กล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนา และว ฒนธรรม ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ส 13101 เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห เร องความสาค ญของพระพ ทธศาสนาหร อศาสนาท ตนน บถ อในฐานะท เป นรากฐาน สาค ญของว ฒนธรรมไทย ประว ต ศาสดาของศาสนา หล กธรรมของศาสนา ศาสนว ตถ ศาสนสถาน ศาสน บ คคลและการปฏ บ ต ตนท เหมาะสม ประเพณ ว ฒนธรรม พฤต กรรมในการดาเน นช ว ตของตนเองและผ อ น ว นหย ดราชการ บ คคลสาค ญในท องถ น บทบาทหน าท ของสมาช กของช มชนในการม ส วนร วมในก จกรรม ต างๆ ตามกระบวนการประชาธ ปไตย ความแตกต างของกระบวนการต ดส นใจ การเปล ยนแปลงในช นเร ยน โรงเร ยนและช มชน การผล ตและการบร โภค ส นค าและบร การท ร ฐจ ดหาให ภาษ ท ต งและล กษณะทาง กายภาพ ความส มพ นธ ระหว างล กษณะทางกายภาพและว ฒนธรรมช มชน แผนผ ง แผนท และภาพถ าย สภาพแวดล อมของช มชนในอด ตและป จจ บ น สภาพแวดล อมท ม ผลต อการดาเน นช ว ต ล กษณะของเม องและ ชนบท มลพ ษท เก ดจากมน ษย และผลกระทบของส งแวดล อมท ม ต อมน ษย โดยใช กระบวนการค ด กระบวนการส บค นข อม ล กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการทางส งคม กระบวนการกล ม กระบวนการแก ป ญหา เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถนาไปปฏ บ ต ในการดาเน นช ว ต ม ค ณธรรมจร ยธรรม ม ค ณล กษณะอ นพ งประสงค ในด านร กชาต ศาสนา พระมหากษ ตร ย ม หล กธรรมในการดาเน นช ว ต ร กความ เป นไทย ม จ ตสาธารณะและสามารถดาเน นช ว ตในส งคมได อย างส นต ส ข ส 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4 ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7 ส 1.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ส 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4 ส 2.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ส 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ส 3.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ส 5.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ส 5.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ป.3/4, ป.3/5 รวม 31
คาอธ บายรายว ชาส งคมศ กษา ศาสนาและว ฒนธรรม ๔๖ กล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนา และว ฒนธรรม ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ส 14101 เวลา 80 ช วโมง ศ กษา ความสาค ญของพระพ ทธศาสนาหร อศาสนาท ตนน บถ อ สร ปพ ทธประว ต ต งแต บรรล ธรรมจนถ งประกาศ ธรรม หร อประว ต ศาสดาท ตนน บถ อหร อปฏ บ ต ตนตามแบบอย างการดาเน นช ว ตและข อค ดจากประว ต สาวก ชาดก เร องเล า และศาสน กชนต วอย าง แสดงความเคารพพระร ตนตร ย ปฏ บ ต ตามไตรส กขาและหล กธรรมโอวาท 3 ในพระพ ทธศาสนา หร อ หล กธรรมของศาสนาท ตนน บถ อ ช นชมการทาความด ของตนเอง บ คคลในครอบคร ว โรงเร ยน และช มชน ตามหล กศาสนา พร อมท งบอกแนวปฏ บ ต ในการดาเน นช ว ต สวดมนต แผ เมตตา ม สต ม สมาธ ในพระพ ทธศาสนา หร อการพ ฒนาจ ตตามแนวทาง ของศาสนาท ตนน บถ อ ปฏ บ ต ตนตามหล กธรรมของศาสนาท ตนน บถ อหร อปฏ บ ต ตนเป นพลเม องด ตามว ถ ประชาธ ปไตย เป น ผ นา ผ ตามท ด ว เคราะห ส ทธ พ นฐานท เด กท กคนพ งได ร บตามกฎหมาย ศ กษา ว เคราะห ความแตกต างทางว ฒนธรรมของกล มคนในท องถ น เสนอว ธ การท จะอย ร วมก นอย างส นต ส ข อานาจ อธ ปไตย ความสาค ญของระบอบประชาธ ปไตย บทบาทหน าท ของพลเม องในกระบวนการเล อกต ง ความสาค ญของสถาบ น พระมหากษ ตร ย ตามระบอบประชาธ ปไตยอ นม พระมหากษ ตร ย ทรงเป นประม ข ป จจ ยท ม ผลต อการเล อกซ อส นค าและบร การ ส ทธ พ นฐานและร กษาผลประโยชน ในฐานะผ บร โภค หล กการของเศรษฐก จพอเพ ยงและนาไปใช ในช ว ตประจาว น ความส มพ นธ ทางเศรษฐก จของคนในช มชน หน าท เบ องต นของเง น ใช แผนท และภาพถ ายระบ ล กษณะสาค ญทางกายภาพ แหล งทร พยากรและส งต างๆ ในจ งหว ดของตนเอง ความส มพ นธ ของส งต างๆ ท อย ในจ งหว ด สภาพแวดล อมทางกายภาพท ส งผลต อการดาเน นช ว ต การเปล ยนแปลงสภาพแวดล อมและผลท เก ดจากการเปล ยนแปลงน น และม ส วนร วมในการอน ร กษ ส งแวดล อมในจ งหว ด โดยใช กระบวนการค ด กระบวนการส บค นข อม ล กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการทางส งคม กระบวนการกล ม กระบวนการเผช ญสถานการณ และแก ป ญหา เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถนาไปปฏ บ ต ในการดาเน นช ว ต ม ค ณธรรม จร ยธรรม ม ค ณล กษณะอ นพ งประสงค ในด านร กชาต ศาสน กษ ตร ย ซ อส ตย ส จร ต ม ว น ย ใฝ เร ยนร ร กความ เป นไทย ม จ ตสาธารณะ สามารถดาเน นช ว ตอย างส นต ส ขในส งคมไทยและส งคมโลก ส 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8 ส 1.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ส 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5 ส 2.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ส 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ส 3.2 ป.4/1, ป.4/2 ส 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ส 5.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 รวม 30
คาอธ บายรายว ชาส งคมศ กษา ศาสนาและว ฒนธรรม ๔๗ กล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนา และว ฒนธรรม ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ส 15101 เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห เร องความสาค ญของศาสนาท ตนน บถ อในฐานะเป นมรดกทางว ฒนธรรม และเป นหล ก ในการพ ฒนาชาต ไทย ประว ต ศาสนาและศาสดาของศาสนาต างๆ หล กธรรมและพ ธ กรรมของศาสนาต างๆ สถานภาพของบ คคลในส งคม การปฏ บ ต ตนเป นพลเม องด ตามว ถ ประชาธ ปไตย ค ณล กษณะ ของพลเม องด ส ทธ เด ก ว ฒนธรรมไทย และภ ม ป ญญาท องถ น การปกครองส วนท องถ น ป จจ ยการผล ต เทคโนโลย ในการ ผล ตส นค าและบร การ พฤต กรรมของผ บร โภค ส นค าและบร การในช มชน เศรษฐก จพอเพ ยง สหกรณ ธนาคารและบทบาทหน าท ดอกเบ ย การฝากเง น และการถอนเง น การก ย มเง น ต าแหน ง ระยะ ท ศทางของ ภ ม ภาคของตน ล กษณะภ ม ล กษณ ท ส าค ญของภาคต างๆ ความส มพ นธ ของล กษณะทางกายภาพ และล กษณะ ส งคมในภ ม ภาค สภาพแวดล อมทางกายภาพท ม อ ทธ พลต อการต งถ นฐาน และการย ายถ นฐานของประชากร อ ทธ พลของส งแวดล อมทางธรรมชาต ผลท เก ดจากการท าลายสภาพแวดล อม แนวทางอน ร กษ และร กษา สภาพแวดล อมในภ ม ภาค โดยใช กระบวนการค ด กระบวนการส บค นข อม ล กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการทางส งคม กระบวนการกล ม กระบวนการแก ป ญหา เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถน าไปปฏ บ ต ในการด าเน นช ว ต ม ค ณธรรมจร ยธรรม ม ค ณล กษณะอ นพ งประสงค ในด านร กชาต ศาสนา พระมหากษ ตร ย ม หล กธรรมในการด าเน นช ว ต ร กความเป นไทย ม จ ตสาธารณะ และสามารถดาเน นช ว ตในส งคมได อย างส นต ส ข ส 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7 ส 1.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ส 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4 ส 2.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ส 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ส 3.2 ป.5/1, ป.5/2 ส 5.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ส 5.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 รวม 28
คาอธ บายรายว ชาส งคมศ กษา ศาสนาและว ฒนธรรม ๔๘ กล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนา และว ฒนธรรม ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ส 16101 เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห เร องความส าค ญของพระพ ทธศาสนาในฐานะเป นศาสนาประจ าชาต และความส าค ญของ ศาสนาท ตนน บถ อ ประว ต ศาสดา หล กธรรมส าค ญของศาสนาต างๆ พ ธ กรรมทางศาสนา กฎหมายท เก ยวก บ ช ว ตประจาว น ประโยชน ของการปฏ บ ต ตามกฎหมาย ความหมาย ประเภท การเปล ยนแปลง ความแตกต าง การ อน ร กษ ว ฒนธรรม ข าวและเหต การณ การปกครองส วนท องถ น ก จกรรมประชาธ ปไตย การเล อกต ง บทบาทของ ผ ผล ตและผ บร โภค การใช ทร พยากรอย างย งย น ระบบเศรษฐก จ หน วยเศรษฐก จ ความส มพ นธ ทางเศรษฐก จ ภาษ ส ทธ ผ บร โภคและผ ใช แรงงาน การรวมกล มเช งเศรษฐก จ ล กษณะทางกายภาพของประเทศไทย ความส มพ นธ ระหว างล กษณะทางกายภาพก บภ ยธรรมชาต ภ ม ล กษณ ท ม ต อภ ม ส งคมของไทย ส งแวดล อม ความส มพ นธ ระหว างมน ษย ก บส งแวดล อม ความเส อมโทรมของทร พยากรและส งแวดล อมและผลกระทบท เก ดข น แนวการใช และการอน ร กษ ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม โดยใช กระบวนการค ด กระบวนการส บค นข อม ล กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการทางส งคม กระบวนการกล ม กระบวนการแก ป ญหา เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถน าไปปฏ บ ต ในการด าเน นช ว ต ม ค ณธรรมจร ยธรรม ม ค ณล กษณะอ นพ งประสงค ในด านร กชาต ศาสนา พระมหากษ ตร ย ม หล กธรรมในการด าเน นช ว ต ร กความเป นไทย ม จ ตสาธารณะ และสามารถดาเน นช ว ตในส งคมได อย างส นต ส ข ส 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9 ส 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4 ส 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5 ส 2.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ส 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ส 3.2 ป.6/1, ป.6/2 ส 5.1 ป.6/1, ป.6/2 ส 5.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 รวม 31
๔๙ คาอธ บายรายว ชาประว ต ศาสตร รายว ชา ประว ต ศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ส 11102 เวลา 40 ช วโมง/ป... ศ กษา ช อว น เด อน ป และการน บช วงเวลาตามปฏ ท นท ใช ในช ว ตประจาว น เร ยงลาด บเหต การณ ใน ช ว ตประจาว นตามว นเวลาท เก ดข น ประว ต ความเป นมาของตนเองและครอบคร วโดยสอบถามผ เก ยวข อง ความ เปล ยนแปลงของสภาพแวดล อม ส งของ เคร องใช หร อการดาเน นช ว ตของตนเองก บสม ยของพ อแม ป ย า ตา ยาย เหต การณ ท เก ดข นในอด ตท ม ผลกระทบต อตนเองในป จจ บ น ความหมายและความสาค ญของส ญล กษณ สาค ญของชาต ไทย สถานท สาค ญซ งเป นแหล งว ฒนธรรมในช มชน ส งท ตนร กและภาคภ ม ใจในท องถ น โดยใช กระบวนการค ด กระบวนการส บค นข อม ล กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการทางส งคม กระบวนการกล ม กระบวนการเผช ญสถานการณ และแก ป ญหา เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถนาไปปฏ บ ต ในการดาเน นช ว ต ม ค ณธรรม จร ยธรรม ม ค ณล กษณะอ นพ งประสงค ในด านร กชาต ศาสน กษ ตร ย ซ อส ตย ส จร ต ม ว น ย ใฝ เร ยนร ร กความ เป นไทย ม จ ตสาธารณะ สามารถดาเน นช ว ตอย างส นต ส ขในส งคมไทยและส งคมโลก ส 4.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 ส 4.2 ป.1/1, ป.1/2 ส 4.3 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 รวม 8
๕๐ คาอธ บายรายว ชาประว ต ศาสตร รายว ชา ประว ต ศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ส 12102 เวลา 40 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห อธ บาย การใช คาระบ เวลาท แสดงเหต การณ ในอด ต ป จจ บ น และอนาคต การลาด บ เหต การณ ท เก ดข นในครอบคร วหร อในช วงช ว ตของตนเอง โดยใช หล กฐานท เก ยวข อง การเปล ยนแปลงว ถ ช ว ตประจาว นของคนในช มชนของตนจากอด ตถ งป จจ บ น และผลกระทบท เก ดข นต อว ถ ช ว ตของคนในช มชน บ คคลท ทาประโยชน ต อท องถ นหร อประเทศชาต ว ฒนธรรม ประเพณ และภ ม ป ญญาไทยท ภาคภ ม ใจ และควร อน ร กษ ไว โดยใช กระบวนการส บค นข อม ล ว ธ การทางประว ต ศาสตร กระบวนการค ด กระบวนการกล ม กระบวนการทางส งคม เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถใช ว ธ การทางประว ต ศาสตร มาว เคราะห เหต การณ ต างๆ อย าง เป นระบบ ตระหน กถ งความสาค ญของเหต การณ ต างๆ ม ความร ก ความภ ม ใจ และธารงความเป นไทย สามารถ ดาเน นช ว ตอย างส นต ส ขในส งคมไทยและส งคมโลก ส 4.1 ป.2/1, ป.2/2 ส 4.2 ป.2/1, ป.2/2 ส 4.3 ป.2/1, ป.2/2 รวม 6
๕๑ คาอธ บายรายว ชาประว ต ศาสตร รายว ชา ประว ต ศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ส 13102 เวลา 40 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ลาด บเหต การณ สาค ญของโรงเร ยนและช มชน โดยระบ หล กฐานและ แหล งข อม ลท เก ยวข อง การเท ยบศ กราชท สาค ญตามปฏ ท นท ใช ในช ว ตประจาว น ป จจ ยท ม อ ทธ พลต อการต งถ น ฐานและพ ฒนาการของช มชน ล กษณะท สาค ญของขนบธรรมเน ยม ประเพณ และว ฒนธรรมของช มชน ความ เหม อนและความต างทางว ฒนธรรมของช มชนตนเองก บช มชนอ นๆ พระนามและพระราชกรณ ยก จโดยส งเขป ของพระมหากษ ตร ย ไทยท เป นผ สถาปนาอาณาจ กรไทย พระมหากษ ตร ย ในร ชกาลป จจ บ น และว รกรรมของ บรรพบ ร ษไทยท ม ส วนปกป องประเทศชาต โดยใช กระบวนการส บค นข อม ล ว ธ การทางประว ต ศาสตร กระบวนการค ด กระบวนการกล ม กระบวนการทางส งคม เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถใช ว ธ การทางประว ต ศาสตร มาว เคราะห เหต การณ ต างๆ อย างเป นระบบ ตระหน กถ งความสาค ญของเหต การณ ต างๆ ม ความร ก ความภ ม ใจ และธารงความเป นไทย สามารถดาเน นช ว ตอย างส นต ส ขในส งคมไทยและส งคมโลก ส 4.1 ป.3/1, ป.3/2 ส 4.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ส 4.3 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 รวม 8
๕๒ คาอธ บายรายว ชาประว ต ศาสตร รายว ชา ประว ต ศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ส14102 เวลา 40 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห การน บช วงเวลาเป นทศวรรษ ศตวรรษ และสห สวรรษ ย คสม ยในการศ กษาประว ต ของ มน ษยชาต โดยส งเขป ประเภทหล กฐานท ใช ในการศ กษาความเป นมาของท องถ น การต งหล กแหล งและ พ ฒนาการของมน ษย ย คก อนประว ต ศาสตร และย คประว ต ศาสตร โดยส งเขป ยกต วอย างหล กฐานท พบในท องถ น ท แสดงพ ฒนาการของมน ษยชาต ในด นแดนไทย พ ฒนาการของอาณาจ กรส โขท ย ด านการเม อง การปกครอง และเศรษฐก จโดยส งเขป ประว ต และผลงานของบ คคลสาค ญสม ยส โขท ย ภ ม ป ญญาไทยท สาค ญ สม ยส โขท ยท น าภาคภ ม ใจและควรค าแก การอน ร กษ โดยใช กระบวนการค ด กระบวนการส บค นข อม ล กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการทางส งคม กระบวนการกล ม กระบวนการเผช ญสถานการณ และแก ป ญหา เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถนาไปปฏ บ ต ในการดาเน นช ว ต ม ค ณธรรม จร ยธรรม ม ค ณล กษณะอ นพ งประสงค ในด านร กชาต ศาสน กษ ตร ย ซ อส ตย ส จร ต ม ว น ย ใฝ เร ยนร ร กความ เป นไทย ม จ ตสาธารณะ ส 4.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ส 4.2 ป.4/1, ป.4/2 ส 4.3 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 รวม 8
๕๓ คาอธ บายรายว ชาประว ต ศาสตร รายว ชา ประว ต ศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ส15102 เวลา 40 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ความเป นมาของท องถ นโดยใช หล กฐานท หลากหลาย ข อม ลจากแหล งต างๆ เพ อใช ตอบคาถามทางประว ต ศาสตร ความแตกต างระหว างความจร งก บข อเท จจร งเก ยวก บเร องราวในท องถ น อ ทธ พลของอารยธรรมอ นเด ยและจ นท ม ต อไทย และเอเช ยตะว นออกเฉ ยงใต อ ทธ พลของว ฒนธรรมต างชาต ท ม ต อส งคมไทยป จจ บ น พ ฒนาการของอาณาจ กรอย ธยา และธนบ ร ป จจ ยท ส งเสร มความเจร ญร งเร องทางเศรษฐก จ และการปกครองของอาณาจ กรอย ธยา ประว ต และผลงานของบ คคลสาค ญสม ยอย ธยาและธนบ ร ท น าภาคภ ม ใจ ภ ม ป ญญาไทยท สาค ญในสม ยอย ธยาและธนบ ร ท น าภาคภ ม ใจ และควรค าแก การอน ร กษ โดยใช กระบวนการส บค นข อม ล ว ธ การทางประว ต ศาสตร กระบวนการค ด กระบวนการกล ม กระบวนการทางส งคม เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถใช ว ธ การทางประว ต ศาสตร มาว เคราะห เหต การณ ต างๆ อย างเป นระบบ ตระหน กถ งความสาค ญของเหต การณ ต างๆ ม ความร ก ความภาคภ ม ใจ และธารงความ เป นไทย สามารถดาเน นช ว ตอย างส นต ส ขในส งคมไทยและส งคมโลก ส 4.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ส 4.2 ป.5/1, ป.5/2 ส 4.3 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4 รวม 9
๕๔ คาอธ บายรายว ชาประว ต ศาสตร รายว ชา ประว ต ศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ส16102 เวลา 40 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห อธ บาย นาเสนอ ความสาค ญของว ธ การทางประว ต ศาสตร ในการศ กษาเร องราวทาง ประว ต ศาสตร อย างง ายๆ ข อม ลจากหล กฐานท หลากหลายในการทาความเข าใจเร องราวความสาค ญในอด ต สภาพส งคม เศรษฐก จ และการเม อง การปกครองของประเทศเพ อนบ านในป จจ บ น ความส มพ นธ ของกล ม อาเซ ยน พ ฒนาการของไทยสม ยร ตนโกส นทร ป จจ ยท ส งเสร มความเจร ญร งเร องทางเศรษฐก จและการปกครอง ไทยสม ยร ตนโกส นทร ผลงานของบ คคลสาค ญด านต างๆ สม ยร ตนโกส นทร ภ ม ป ญญาไทยท สาค ญสม ย ร ตนโกส นทร ท น าภาคภ ม ใจและควรค าแก การอน ร กษ โดยใช กระบวนการส บค นข อม ล ว ธ การทางประว ต ศาสตร กระบวนการค ด กระบวนการกล ม กระบวนการทางส งคม เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถใช ว ธ การทางประว ต ศาสตร มาว เคราะห เหต การณ ต างๆ อย างเป นระบบ ตระหน กถ งความสาค ญของเหต การณ ต างๆ ม ความร ก ความภ ม ใจ และธารงความเป นไทย สามารถดาเน นช ว ตอย างส นต ส ขในส งคมไทยและส งคมโลก ส 4.1 ป.6/1, ป.6/2 ส 4.2 ป.6/1, ป.6/2 ส 4.3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4 รวม 8
คาอธ บายรายว ชาส ขศ กษา และพลศ กษา ๕๕ กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา พ 11101 เวลา 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ล กษณะและหน าท ของอว ยวะภายนอกท ม การเจร ญเต บโตและพ ฒนาการไปตามว ย สมาช กในครอบคร ว ความร กความผ กพ นของสมาช กในครอบคร ว ส งท ช นชอบและความภาคภ ม ใจในตนเอง ล กษณะและความแตกต างระหว างเพศชายและเพศหญ ง อาการเจ บป วยท เก ดข นก บตนเอง ส งท ทาให เก ด อ นตรายภายในบ านและโรงเร ยน สาเหต ของการเก ดอ นตรายจากการเล น ปฏ บ ต ตนในการด แลร กษาอว ยวะภายนอก การด แลตนเองตามหล กส ขบ ญญ ต แห งชาต เม อม อาการ เจ บป วยเบ องต น การขอความช วยเหล อจากผ อ นเม อเก ดเหต ร ายท บ านและโรงเร ยน การป องก นอ นตรายภายใน บ านและโรงเร ยน ท เก ดจากการเล น ม ท กษะในการปฏ บ ต ก จกรรมการเคล อนไหวร างกายแบบอย ก บท แบบเคล อนท แบบใช อ ปกรณ ประกอบ การเล นเกมเบ ดเตล ด ตามกฎ กต กา ข อตกลงในการเล นเกมตามคาแนะนา โดยใช ท กษะกระบวนการปฏ บ ต ท กษะการเคล อนไหวร างกาย กระบวนการค ด การส บค นข อม ล การแก ป ญหา และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร ม ความสามารถต ดส นใจ และ นาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม การพ ฒนาทางด านร างกาย จ ตใจ อารมณ ส งคม และม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม พ 1.1 ป.1/1, ป.1/2 พ 2.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 พ 3.1 ป.1/1, ป.1/2 พ 3.2 ป.1/1, ป.1/2 พ 4.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 พ 5.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 รวม 15
คาอธ บายรายว ชาส ขศ กษา และพลศ กษา ๕๖ กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา พ 12101 เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห ล กษณะ หน าท และว ธ การด แลร กษาของอว ยวะภายในท ม การเจร ญเต บโตและ พ ฒนาการไปตามว ย ร จ ก เข าใจ และด แลตนเองและสมาช กในครอบคร ว ร และปฏ บ ต ตามบทบาทหน าท ของ สมาช กในครอบคร ว บทบาทของเพ อน และความภาคภ ม ใจในตนเองพร อมปฏ บ ต พฤต กรรมท เหมาะสมก บเพศ ปฏ บ ต ตนให เป นผ ม ส ขภาพท ด เล อกก นอาหารท ม ประโยชน ร จ กการเล อกของใช และของเล นท เหมาะสมและ ไม เก ดอ นตราย เม อม อาการเจ บป วยสามารถบอกล กษณะอาการ สาเหต และการร กษาเบ องต นท เหมาะสม ปฏ บ ต ตนในการป องก นอ บ ต เหต ท เก ดข นทางน า ทางบก และอ คค ภ ย การปฏ บ ต ตามค าแนะนาในการใช ยาอย าง เหมาะสม และระบ โทษของสารเสพต ด สารอ นตรายใกล ต วและว ธ การป องก นท เหมาะสม ม ท กษะในการปฏ บ ต ก จกรรมการเคล อนไหวร างกายแบบอย ก บท แบบเคล อนท แบบใช อ ปกรณ ประกอบ การเล นเกมเบ ดเตล ด ตามกฎ กต กา ข อตกลงในการเล นเกมตามคาแนะนา เพ อให เก ดความสน กสนาน และปลอดภ ย โดยใช ท กษะกระบวนการค ดว เคราะห กระบวนการปฏ บ ต ท กษะการเคล อนไหวร างกาย การส บค น ข อม ล การแก ป ญหา การระดมสมอง และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ ม ท กษะส อสารส งท เร ยนร สามารถต ดส นใจ และนาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม การพ ฒนาทางด านร างกาย จ ตใจ อารมณ ส งคม และม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม พ 1.1 พ 2.1 พ 3.1 พ 3.2 พ 4.1 พ 5.1 รวม 21 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4 ป.2/1, ป.2/2 ป.2/1, ป.2/2 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5
คาอธ บายรายว ชาส ขศ กษา และพลศ กษา ๕๗ กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา พ 13101 เวลา 80 ช วโมง... ศ กษาว เคราะห เปร ยบเท ยบ จาแนก อธ บาย ล กษณะการเจร ญเต บโตของร างกายมน ษย การเจร ญ เต บโตของตนเองก บเกณฑ มาตรฐาน ป จจ ยท ม ผลต อการเจร ญเต บโต ความสาค ญและความแตกต างของ ครอบคร วท ม ต อตนเอง การสร างส มพ นธภาพในครอบคร วและกล มเพ อน พฤต กรรมท นาไปส การถ กล วงละเม ด ทางเพศและว ธ การหล กเล ยง การต ดต อและว ธ การป องก นการแพร กระจายของโรค อาหารหล ก 5 หม การก นอาหารท หลากหลายครบ 5 หม ในส ดส วนท เหมาะสมตามปร มาณของอาหารในธงโภชนาการ อธ บายและปฏ บ ต ตนในการปฏ เสธพฤต กรรมท นาไปส การถ กล วงละเม ดทางเพศ การแปรงฟ นให สะอาดอย างถ กว ธ ความปลอดภ ยจากอ บ ต เหต ในบ าน โรงเร ยนและการเด นทาง การขอความช วยเหล อจาก บ คคลและแหล งต างๆ เม อเก ดเหต ร ายหร ออ บ ต เหต การปฐมพยาบาลเม อบาดเจ บจากการเล น การสร างเสร ม สมรรถภาพทางกายตามคาแนะนา ปฏ บ ต ก จกรรมควบค มการเคล อนไหวร างกายขณะอย ก บท เคล อนท ใช อ ปกรณ ประกอบอย างม ท ศทาง เคล อนไหวแบบบ งค บท ศทางในการเล นเกมเบ ดเตล ด การสร างเสร มสมรรถภาพทางกายตามกฎ กต กา และ ข อตกลงของการออกกาล งกาย การเล นเกม และการละเล นพ นเม อง โดยใช ท กษะกระบวนการปฏ บ ต ท กษะการเคล อนไหวร างกาย กระบวนการค ดในการส บค นข อม ล การแก ป ญหาและการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร ม ความ สามารถต ดส นใจ และนาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม การพ ฒนาทางด านร างกาย จ ตใจ อารมณ ส งคม และม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม พ 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 พ 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 พ 3.1 ป.3/1, ป.3/2 พ 3.2 ป.3/1, ป.3/2 พ 4.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5 พ 5.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 รวม 18
คาอธ บายรายว ชาส ขศ กษา และพลศ กษา ๕๘ กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา พ 14101 เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห การเจร ญเต บโตและพ ฒนาการของร างกายและจ ตใจตามว ย (ในช วงอาย 9-12 ป ) ความสาค ญของกล ามเน อกระด กและข อท ม ผลต อการเจร ญเต บโตและพ ฒนาการ การด แลร กษากล ามเน อ กระด กและข อให ทางานอย างม ประส ทธ ภาพ ค ณล กษณะของความเป นเพ อนและสมาช กท ด ของครอบคร ว พฤต กรรมท เหมาะสมก บเพศของตนตามว ฒนธรรมไทย ว ธ การปฏ เสธการกระทาท เป นอ นตรายและไม เหมาะสมในเร องเพศ ผลพ ฒนาการของตนเองในการออกกาล งกาย เล นเกม และเล นก ฬา ความส มพ นธ ระหว าง ส งแวดล อมก บส ขภาพ การจ ดส งแวดล อมท ถ กส ขล กษณะและเอ อต อส ขภาพ สภาวะอารมณ และความร ส ก ผลท ม ต อส ขภาพ ข อม ลบนฉลากอาหารและผล ตภ ณฑ ส ขภาพ ความสาค ญของการใช ยาและหล กการใช ยาอย างถ ก ว ธ ว ธ ปฐมพยาบาล ผลเส ยของการส บบ หร และด มส รา ปฏ บ ต แสดงคาพ ดหร อท าทาง พฤต กรรมท เหมาะสมก บเพศของตนตามว ฒนธรรมไทย ว ธ การปฐม พยาบาลเม อได ร บอ นตรายจากการใช ยาผ ด สารเคม แมลงส ตว ก ดต อยและการบาดเจ บจากการเล นก ฬา ปฏ บ ต ก จกรรม ทดสอบ ควบค มการเคล อนไหวในล กษณะผสมผสานได ท งแบบอย ก บท แบบ เคล อนท และแบบใช อ ปกรณ ประกอบ กายบร หารม อเปล าประกอบจ งหวะ เกมเล นเล ยนแบบและก จกรรม แบบผล ด การเล นก ฬาพ นฐาน ตามกฎ กต กาการเล น สมรรถภาพทางกาย โดยใช ท กษะกระบวนการปฏ บ ต ท กษะการเคล อนไหวร างกาย กระบวนการค ด การส บค นข อม ล การแก ป ญหา และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร ม ความสามารถต ดส นใจ และ นาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม การพ ฒนาทางด านร างกาย จ ตใจ อารมณ ส งคม และม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม พ 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 พ 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 พ 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4 พ 3.2 ป.4/1, ป.4/2 พ 4.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4 พ 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 รวม 19
๕๙ คาอธ บายรายว ชาส ขศ กษา และพลศ กษา กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา พ 15101 เวลา 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห อธ บายความสาค ญและการด แลระบบย อยอาหารและระบบข บถ ายท ม ผลต อส ขภาพ การเจร ญเต บโต และพ ฒนาการ อธ บายการเปล ยนแปลงทางเพศ การด แลตนเอง และการวางต วท เหมาะสม ก บ เพศตามว ฒนธรรมไทย อธ บายความสาค ญของการม ครอบคร วท อบอ นตามว ฒนธรรมไทย และระบ พฤต กรรม ท พ งประสงค และไม พ งประสงค ในการแก ไขป ญหาความข ดแย งในครอบคร วและกล มเพ อนว เคราะห ป จจ ยท ม อ ทธ พลต อการใช สารเสพต ดและผลกระทบของการใช ยาและสารเสพต ดท ม ต อร างกาย จ ตใจ อารมณ ส งคม และสต ป ญญา ปฏ บ ต ตนเพ อความปลอดภ ยจากการใช ยาและหล กเล ยงสารเสพต ด และว เคราะห อ ทธ พลของส อ ท ม ต อพฤต กรรมส ขภาพ ปฏ บ ต ตนตามหล กส ขบ ญญ ต แห งชาต และค นหาข อม ลข าวสารเพ อใช สร างเสร มส ขภาพ ว เคราะห ส อ โฆษณาในการต ดส นใจเล อกซ ออาหารและผล ตภ ณฑ ส ขภาพอย างม เหต ผล ว ธ ปฏ บ ต ตนเพ อป องก นโรคท พบ บ อยในช ว ตประจาว น ปฏ บ ต ก จกรรม ทดสอบ ควบค มการเคล อนไหวแบบผสมผสาน และควบค มตนเองเม อใช ท กษะการ เคล อนไหวตามแบบท กาหนด การร บแรง การใช แรง และความสมด ล ออกกาล งกายอย างม ร ปแบบและปฏ บ ต ตามกฎ กต กา การเล นเกมก ฬาไทยและก ฬาสากล ปฏ บ ต ตนตามส ทธ ของตนเองและไม ละเม ดส ทธ ของผ อ น ยอมร บความแตกต างระหว างบ คคลในการเล นเกมก ฬา และม น าใจน กก ฬา โดยใช ท กษะกระบวนการปฏ บ ต ท กษะการเคล อนไหวร างกาย กระบวนการค ดว เคราะห กระบวนการ กล ม การส บค นข อม ล การแก ป ญหา และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ ม ท กษะส อสารส งท เร ยนร สามารถต ดส นใจและนาความร ไป ประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม การพ ฒนาทางด านร างกาย จ ตใจ อารมณ ส งคม และม จร ยธรรม ค ณธรรมและ ค าน ยมท เหมาะสม พ 1.1 ป.5/1, ป.5/2 พ 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 พ 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6 พ 3.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4 พ 4.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5 พ 5.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5 รวม 25
๖๐ คาอธ บายรายว ชาส ขศ กษา และพลศ กษา กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา พ 16101 เวลา 80 ช วโมง... ศ กษาว เคราะห อธ บาย และระบ ความสาค ญและว ธ ด แลร กษาระบบส บพ นธ ระบบไหลเว ยนโลห ต และระบบหายใจท ม ผลต อส ขภาพ การเจร ญเต บโต และพ ฒนาการ ความสาค ญของการสร างและร กษา ส มพ นธภาพก บผ อ น พฤต กรรมเส ยงท อาจนาไปส การม เพศส มพ นธ การต ดเช อเอดส และการต งครรภ ก อนว ย อ นควร พฤต กรรมในการป องก นและแก ไขป ญหาส งแวดล อมท ม ผลต อส ขภาพ ผลกระทบท เก ดจากการระบาด ของโรคและแนวทางการป องก นโรคต ดต อสาค ญท พบในประเทศไทย พฤต กรรมท บ งบอกถ งความร บผ ดชอบต อส ขภาพของส วนรวม ผลกระทบจากความร นแรงของภ ยธรรมชาต ท ม ต อร างกาย จ ตใจ และส งคม ว ธ ปฏ บ ต ตนเพ อความปลอดภ ยจากธรรมชาต สาเหต ของการต ดสารเสพต ดและการหล กเล ยง สารเสพต ด ศ กษาว เคราะห อธ บาย ปฏ บ ต ก จกรรม ประเม นท กษะ การเคล อนไหวร างกายร วมก บผ อ น ในล กษณะแบบผล ดและแบบผสมผสานท งแบบอย ก บท เคล อนท ใช อ ปกรณ ประกอบ การเคล อนไหวประกอบ เพลง การเคล อนไหวในเร องการร บแรง การใช แรง และความสมด ลในการเคล อนไหวร างกาย ในการเล นเกม เล นก ฬา ท กษะกลไกในการปร บปร งเพ มพ นความสามารถของตนเองและผ อ นในการเล นก ฬา ประโยชน และหล กการออกกาล งกายเพ อส ขภาพ สมรรถภาพทางการ การสร างเสร มบ คล กภาพ เกมท ใช ท กษะ การวางแผน ก จกรรมน นทนาการ ก ฬาไทย ก ฬาสากล ประเภทบ คคลและประเภทท ม กลว ธ การร กและการ ป องก น ก จกรรมทดสอบและสร างเสร มสมรรถภาพทางกาย ตามว ธ ปฏ บ ต กฎ กต กา ได อย างปลอดภ ย สน กสนาน สาม คค และม น าใจน กก ฬา โดยใช ท กษะกระบวนการปฏ บ ต ท กษะการเคล อนไหวร างกาย กระบวนการค ด ในการส บค นข อม ล การแก ป ญหา และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร ม ความสามารถต ดส นใจ และนาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม การพ ฒนาทางด านร างกาย จ ตใจ อารมณ ส งคม และม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม พ 1.1 ป.6/1, ป.6/2 พ 4.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4 พ 2.1 ป.6/1, ป.6/2 พ 5.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 พ 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5 พ 3.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6 รวม 22
๖๑ คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ รายว ชา ท ศนศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ศ 11101 เวลา 30 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห ร ปร าง ล กษณะ และขนาดของส งต างๆ รอบต วในธรรมชาต และส งท มน ษย สร างข น ความร ส กท ม ต อธรรมชาต และส งแวดล อมรอบต ว การใช ว สด อ ปกรณ ต างๆ สร างงานท ศนศ ลป การ ทดลองใช ส ด วยเทคน คง ายๆ การวาดภาพระบายส ตามความร ส กของตนเอง โดยใช ท กษะกระบวนการทางท ศนศ ลป ในการสร างและนาเสนอผลงานท ศนศ ลป การเล อกใช ว สด อ ปกรณ ท เหมาะสม การว เคราะห การว พากษ ว จารณ ค ณค างานท ศนศ ลป เพ อให เห นค ณค างานท ศนศ ลป เข าใจความส มพ นธ ระหว างท ศนศ ลป ประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม นาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว นให เก ดประโยชน ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยม ท เหมาะสม ศ 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5 ศ 1.2 ป.1/1 รวม 6
คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๖๒ รายว ชา ดนตร -นาฏศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ศ 11101 เวลา 50 ช วโมง/ป... ศ กษา อธ บาย ส งต างๆ ท ก อกาเน ดเส ยงท แตกต างก น ล กษณะของเส ยงด ง-เบา อ ตราความเร วของ จ งหวะ Tempo การอ านบทกลอนและร องเพลงประกอบจ งหวะ การม ส วนร วมในก จกรรมดนตร อย างสน กสนาน ความเก ยวข องของเพลงท ใช ในช ว ตประจาว น ท มาของบทเพลงในท องถ น ความน าสนใจ ของบทเพลงในท องถ น การเคล อนไหวล กษณะต างๆ การใช ภาษาท าและการประด ษฐ ท าประกอบเพลง การ แสดงประกอบเพลงท เก ยวก บธรรมชาต ส ตว การเป นผ ชมท ด การละเล นของเด กไทย การแสดงนาฏศ ลป โดยใช ท กษะกระบวนการทางดนตร และนาฏศ ลป ในการแสดงออกทางดนตร และนาฏศ ลป อย าง สร างสรรค การว เคราะห ว พากษ ว จารณ ค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป เพ อให เห นค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป ท เป นมรดกทางว ฒนธรรม ภ ม ป ญญาท องถ น ภ ม ป ญญาไทย และสากล และเข าใจความส มพ นธ ระหว างดนตร -นาฏศ ลป ก บประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม และการน า ความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 2.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5 ศ 2.2 ป.1/1, ป.1/2 ศ 3.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 ศ 3.2 ป.1/1, ป.1/2 รวม 12
คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๖๓ รายว ชา ท ศนศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ศ 12101 เวลา 30 ช วโมง/ป... บรรยายร ปร าง ร ปทรงท พบในธรรมชาต และส งแวดล อม ระบ ท ศนธาต ท อย ในส งแวดล อมและงาน ท ศนศ ลป โดยเน นเร อง เส น ส ร ปร าง และร ปทรง และสร างงานท ศนศ ลป ต างๆ โดยใช ท ศนธาต ท เน น เส น ร ปร าง ม ท กษะพ นฐานในการใช ว สด อ ปกรณ สร างงานท ศนศ ลป 3 ม ต สร างภาพปะต ดโดยการต ดหร อฉ ก กระดาษ วาดภาพเพ อถ ายทอดเร องราวเก ยวก บครอบคร วของตนเอง และเพ อนบ าน โดยเล อกงานท ศนศ ลป และ บรรยายถ งส งท มองเห น รวมถ งเน อหา เร องราว สร างสรรค งานท ศนศ ลป เป นร ปแบบงานโครงสร าง เคล อนไหว อภ ปรายความสาค ญของงานท ศนศ ลป ท พบเห นในช ว ตประจาว น และงานท ศนศ ลป ประเภทต างๆ ในท องถ น โดยเน นการสร างงาน และว สด อ ปกรณ ท ใช โดยใช ท กษะกระบวนการทางท ศนศ ลป ในการสร างและนาเสนอผลงานท ศนศ ลป การเล อกใช ว สด อ ปกรณ ท เหมาะสม การว เคราะห การว พากษ ว จารณ ค ณค างานท ศนศ ลป เพ อให เห นค ณค างานท ศนศ ลป เข าใจความส มพ นธ ระหว างท ศนศ ลป ประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม นาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว นให เก ดประโยชน ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยม ท เหมาะสม ศ 1.1 ป.2/1 ป.2/1 ป.2/3 ป.2/4 ป.2/5 ป.2/6 ป.2/7 ป.2/8 ศ 1.2 ป.2/1 ป.2/2 รวม 10
คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๖๔ รายว ชา ดนตร -นาฏศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ศ 12101 เวลา 50 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห จาแนกแหล งกาเน ดของเส ยงท ได ย น ค ณสมบ ต ของเส ยงส ง-ต า ด ง-เบา ยาว-ส น ของดนตร สามารถเคาะจ งหวะหร อเคล อนไหวร างกายให สอดคล องก บเน อหาในบทเพลง ร องเพลงง ายๆ ท เหมาะสมก บว ยได พร อมบอกความหมายและความสาค ญของเพลงปล กใจและเพลงสอนใจ เข าใจล กษณะของเส ยงร องและเส ยงเคร องดนตร ท ใช ในบทเพลง แสดงและเข าร วมก จกรรมทางดนตร ในโอกาสพ เศษ อาท การเคล อนไหวอย างม ร ปแบบ การเคล อนไหวท สะท อนอารมณ ของตนเองอย างอ สระ แสดงท าทางเพ อส อความหมายแทนคาพ ด ใช ภาษาท าและนาฏยศ พท ประกอบจ งหวะ และระบ มารยาทในการ ชมการแสดง ระบ ท มา ว ธ การเล น กต กา และเล นการละเล นพ นบ าน และสามารถเช อมโยงส งท พบเห นใน การละเล นพ นบ านก บส งท พบเห นในการดารงช ว ตของคนไทย โดยใช ท กษะกระบวนการทางดนตร และนาฏศ ลป ในการแสดงออกทางดนตร และนาฏศ ลป อย าง สร างสรรค การว เคราะห ว พากษ ว จารณ ค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป เพ อให เห นค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป ท เป นมรดกทางว ฒนธรรม ภ ม ป ญญาท องถ น และเข าใจ ความส มพ นธ ระหว างดนตร -นาฏศ ลป ก บประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม และการนาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5 ศ 2.2 ป.2/1, ป.2/2 ศ 3.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5 ศ 3.2 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 รวม 15
คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๖๕ รายว ชา ท ศนศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ศ 13101 เวลา 30 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห อภ ปราย อธ บาย จาแนก ร ปร าง ร ปทรงในธรรมชาต ส งแวดล อม และงานท ศนศ ลป ท ศนธาต ของส งต างๆ ในธรรมชาต ส งแวดล อม และงานท ศนศ ลป โดยเน นเร อง เส น ส ร ปร าง ร ปทรง และพ นผ ว การจ ดกล มท ศนธาต ท เน นในงานท ศนศ ลป น นๆ ล กษณะร ปร าง ร ปทรงในงานการออกแบบ ส งต างๆ ท ม ในบ านและโรงเร ยน ว สด อ ปกรณ ท ใช สร างงานท ศนศ ลป ประเภทงานวาด งานป น งานพ มพ ภาพ การวาดภาพระบายส ส งของรอบต ว การวาดภาพถ ายทอดความค ด ความร ส กจากเหต การณ ช ว ต จร ง ส งท ช นชมและส งท ควรปร บปร งในงานท ศนศ ลป ของตนเอง การใช ว สด อ ปกรณ สร างสรรค งานป น เหต ผลและว ธ การในการสร างงานท ศนศ ลป โดยเน นเทคน ค และว สด อ ปกรณ ท มาของงานท ศนศ ลป ในท องถ น การใช ว สด อ ปกรณ และว ธ การสร างงานท ศนศ ลป ในท องถ น โดยใช ท กษะกระบวนการทางท ศนศ ลป ในการสร างและนาเสนอผลงานท ศนศ ลป การเล อกใช ว สด อ ปกรณ ท เหมาะสม การว เคราะห การว พากษ ว จารณ ค ณค างานท ศนศ ลป เพ อให เห นค ณค างานท ศนศ ลป เข าใจความส มพ นธ ระหว างท ศนศ ลป ประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม นาความร ไปประย กต ใช ในช ว ต ประจาว น ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9, ป.3/10 ศ 1.2 ป.3/1, ป.3/2 รวม 12
คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๖๖ รายว ชา ดนตร -นาฏศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ศ 13101 เวลา 50 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห ฝ กปฏ บ ต อธ บาย ร ปร าง ล กษณะของเคร องดนตร ท เห นและได ย นในช ว ตประจาว น การใช ร ปภาพหร อส ญล กษณ แทนจ งหวะเคาะ บทบาทหน าท ของเพลงท ได ย น การนาดนตร ไปใช ใน ช ว ตประจาว น การข บร องและบรรเลงดนตร ง ายๆ การแสดงความค ดเห นเก ยวก บเส ยงดนตร เส ยงข บร องของ ตนเองและผ อ น การเคล อนไหวท าทางสอดคล องก บอารมณ เพลงท ฟ ง ล กษณะเด นและเอกล กษณ ของดนตร ท องถ น ความสาค ญและประโยชน ของดนตร ต อการดาเน นช ว ต การสร างสรรค การเคล อนไหวในร ปแบบต างๆ ในสถานการณ ส นๆ การแสดงท าทางประกอบเพลงตามร ปแบบนาฏศ ลป บทบาทหน าท ของผ แสดงและผ ชม การม ส วนร วมในก จกรรมการแสดงท เหมาะสมก บว ย ประโยชน ของการแสดงนาฏศ ลป ในช ว ตประจาว น การ แสดงนาฏศ ลป ท เคยเห นในท องถ น ส งท เป นล กษณะเด นและเอกล กษณ ของการแสดงนาฏศ ลป ความสาค ญ ของการแสดงนาฏศ ลป โดยใช ท กษะกระบวนการทางดนตร และนาฏศ ลป ในการแสดงออกทางดนตร และนาฏศ ลป อย าง สร างสรรค การว เคราะห ว พากษ ว จารณ ค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป เพ อให เห นค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป ท เป นมรดกทางว ฒนธรรม ภ ม ป ญญาท องถ นภ ม ป ญญาไทย และสากล และเข าใจความส มพ นธ ระหว างดนตร -นาฏศ ลป ก บประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม และการนาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7 ศ 2.2 ป.3/1, ป.3/2 ศ 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5 ศ 3.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 รวม 17
คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๖๗ รายว ชา ท ศนศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ศ 14101 เวลา 30 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห เปร ยบเท ยบ อภ ปราย จาแนก บรรยาย ร ปล กษณะของร ปร าง ร ปทรงในธรรมชาต ส งแวดล อม และงานท ศนศ ลป ท ศนธาต ของส งต างๆ ในธรรมชาต ส งแวดล อม และงานท ศนศ ลป โดยเน นเร อง เส น ส ร ปร าง ร ปทรง พ นผ ว และพ นท ว าง อ ทธ พลของส วรรณะอ น และส วรรณะเย นท ม ต ออารมณ มน ษย การ วาดภาพระบายส โดยใช ส วรรณะอ น และส วรรณะเย น ถ ายทอดความร ส กและจ นตนาการ การใช ว สด อ ปกรณ สร างสรรค งานพ มพ ภาพและงานวาดภาพระบายส ล กษณะภาพท เน นการจ ดระยะ ความล ก น าหน ก และแสงเงา การถ ายทอดความค ด ความร ส กผ านงานท ศนศ ลป ของตนเองและผ อ น งานท ศนศ ลป ในเหต การณ และงานเฉล ม ฉลองของว ฒนธรรมท องถ น งานท ศนศ ลป ท มาจากว ฒนธรรมต างๆ โดยใช ท กษะกระบวนการทางท ศนศ ลป ในการสร างและน าเสนอผลงานท ศนศ ลป การเล อกใช ว สด อ ปกรณ ท เหมาะสม การว เคราะห การว พากษ ว จารณ ค ณค างานท ศนศ ลป เพ อให เห นค ณค างานท ศนศ ลป เข าใจความส มพ นธ ระหว างท ศนศ ลป ประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม นาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8, ป.4/9 ศ 1.2 ป.4/1, ป.4/2 รวม 11
คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๖๘ รายว ชา ดนตร -นาฏศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ศ 14101 เวลา 50 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห อธ บายโครงสร างของบทเพลง ความหมายของเน อหาในบทเพลง การเคล อนท ข น-ลง ของท านอง ร ปแบบจ งหวะ และความเร วของจ งหวะ เคร องหมายและส ญล กษณ ทางดนตร ประเภทของเคร อง ดนตร เส ยงของเคร องดนตร แต ละประเภท การใช และการด แลร กษาเคร องดนตร ความส มพ นธ ของว ถ ช ว ตก บ ผลงานดนตร การอน ร กษ ว ฒนธรรมทางดนตร ศ กษา อธ บาย ว พากษ ว จารณ ความเป นมาของนาฏศ ลป หล กและว ธ การปฏ บ ต นาฏศ ลป การใช ภาษาท า และนาฏยศ พท ประกอบเพลงปล กใจและเพลงพระราชน พนธ การใช ศ พท ทางการละครในการถ ายทอดเร องราว การประด ษฐ ท าทางหร อท าราประกอบจ งหวะพ นเม อง การแสดงนาฏศ ลป ประเภทค และหม การเล าเร อง การชม การแสดง โดยใช ท กษะกระบวนการทางดนตร และนาฏศ ลป ในการแสดงออกทางดนตร และนาฏศ ลป อย าง สร างสรรค การว เคราะห ว พากษ ว จารณ ค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป เพ อให เห นค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป ท เป นมรดกทางว ฒนธรรม ภ ม ป ญญาท องถ น ภ ม ป ญญาไทย และสากล และเข าใจความส มพ นธ ระหว างดนตร -นาฏศ ลป ก บประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม และการน า ความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7 ศ 2.2 ป.4/1, ป.4/2 ศ 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5 ศ 3.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4 รวม 18
คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๖๙ รายว ชา ท ศนศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ศ 15101 เวลา 30 ช วโมง/ป... บรรยายเก ยวก บจ งหวะ ตาแหน งของส งต างๆ ท ปรากฏในส งแวดล อมและงานท ศนศ ลป เปร ยบเท ยบความ แตกต างระหว างงานท ศนศ ลป ท สร างสรรค ด วยว สด อ ปกรณ และว ชาการท แตกต างก น และบอกประโยชน และ ค ณค าของงานท ศนศ ลป ท ม ผลต อช ว ตของคนในส งคม จากน นระบ ป ญหาในการจ ดองค ประกอบศ ลป และการ ส อความหมายในงานท ศนศ ลป ของตนเอง และบอกว ธ การปร บปร งงานให ด ข น วาดภาพโดยใช เทคน คของแสงเงา น าหน ก และวรรณะส สร างสรรค งานป นจากด นน าม นหร อ ด นเหน ยว โดยเน นการถ ายทอดจ นตนาการสร างสรรค งานพ มพ ภาพ โดยเน นการจ ดวางตาแหน งของ ส งต างๆ ในภาพ ระบ บรรยาย อภ ปราย เก ยวก บล กษณะร ปแบบของงานท ศนศ ลป ในแหล งเร ยนร หร อน ทรรศการศ ลปะ และงานท ศนศ ลป ท สะท อนว ฒนธรรมและภ ม ป ญญาในท องถ น โดยใช ท กษะกระบวนการทางท ศนศ ลป ในการสร างและนาเสนอผลงานท ศนศ ลป การเล อกใช ว สด อ ปกรณ ท เหมาะสม การว เคราะห การว พากษ ว จารณ ค ณค างานท ศนศ ลป เพ อให เห นค ณค างานท ศนศ ลป เข าใจความส มพ นธ ระหว างท ศนศ ลป ประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม นา ความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 1.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 ป.5/6 ป.5/7 ศ 1.2 ป.5/1 ป.5/2 รวม 9
คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๗๐ รายว ชา ดนตร -นาฏศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ศ 15101 เวลา 50 ช วโมง/ป... ศ กษาระบ องค ประกอบดนตร ในเพลงท ใช ในการส ออารมณ จาแนกล กษณะของเส ยงข บร องและเคร องดนตร ท อย ในวงดนตร ประเภทต างๆ อ าน เข ยนโน ตดนตร ไทยและสากล 5 ระด บเส ยง สามารถใช เคร องดนตร บรรเลง จ งหวะและทานอง ร องเพลงไทยหร อเพลงสากลท เหมาะสมก บว ย ด นสดง ายๆ โดยใช ประโยคเพลงแบบถาม- ตอบ นาดนตร มาร วมก บก จกรรมในการแสดงออกตามจ นตนาการ สามารถอธ บายความส มพ นธ ระหว างดนตร ก บประเพณ ในว ฒนธรรมต างๆ บอกค ณค าของดนตร ท มาจากว ฒนธรรมท ต างก น เข าใจและแสดงออกทางนาฏศ ลป อย างสร างสรรค โดยเน นการใช ภาษาท าและนาฏยศ พท ในการส อ ความหมายและการแสดงออก บรรยายองค ประกอบของนาฏศ ลป พร อมแสดงท าทางประกอบเพลงหร อ เร องราวตามความค ดของตน ม ส วนร วมในกล มก บการเข ยนเค าโครงเร องบทละครส นๆ เปร ยบเท ยบท มาของ การแสดงนาฏศ ลป ช ดต างๆ และบอกประโยชน ท ได ร บจากการชมการแสดง เปร ยบเท ยบการแสดงประเภท ต างๆ ของไทยในแต ละท องถ น ระบ หร อแสดงนาฏศ ลป นาฏศ ลป พ นบ านท สะท อนถ งว ฒนธรรมและประเพณ โดยใช ท กษะกระบวนการทางดนตร และนาฏศ ลป ในการแสดงออกทางดนตร และนาฏศ ลป อย าง สร างสรรค ว เคราะห ว พากษ ว จารณ ค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป เพ อให เห นค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป ท เป นมรดกทางว ฒนธรรม ภ ม ป ญญาท องถ น ภ ม ป ญญาไทย และสากล เข าใจความส มพ นธ ระหว างดนตร -นาฏศ ลป ประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม และการนาความร ไป ประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ศ 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7 ศ 2.2 ป.5/1, ป.5/2 ศ 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6 ศ 3.2 ป.5/1, ป.5/2 รวม 17
คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๗๑ รายว ชา ท ศนศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ศ 16101 เวลา 30 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห อภ ปราย อธ บาย หล กการจ ดขนาด ส ดส วน ความสมด ลในการสร างงานท ศนศ ลป การสร างงานท ศนศ ลป โดยใช หล กการของร ปและพ นท ว าง การใช ส ค ตรงข ามในการถ ายทอดความค ด และอารมณ การสร างงานท ศนศ ลป โดยใช ส ค ตรงข าม หล กการจ ดขนาด ส ดส วน และความสมด ล การสร าง งานท ศนศ ลป ร ปแบบ 2 ม ต และ 3 ม ต โดยใช หล กการของแสงเงาและน าหน ก การสร างสรรค งานป น โดยใช หล กการลดและเพ ม การสร างงานท ศนศ ลป เป นแผนภาพ แผนผ ง และภาพประกอบ บทบาทของงาน ท ศนศ ลป ในช ว ตประจาว นและส งคม อ ทธ พลของศาสนา และว ฒนธรรมท ม ต องานท ศนศ ลป ในท องถ น โดยใช ท กษะกระบวนการทางท ศนศ ลป ในการสร างและนาเสนอผลงานท ศนศ ลป การเล อกใช ว สด อ ปกรณ ท เหมาะสม การว เคราะห การว พากษ ว จารณ ค ณค างานท ศนศ ลป เพ อให เห นค ณค างานท ศนศ ลป เข าใจความส มพ นธ ระหว างท ศนศ ลป ประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม นาความร ไปประย กต ใช ในช ว ต ประจาว น ม จร ยธรรม ม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7 ศ 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 รวม 10
คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๗๒ รายว ชา ดนตร -นาฏศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ศ 16101 เวลา 50 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห ฝ กปฏ บ ต อธ บาย บรรยายเพลงท ฟ ง โดยอาศ ยองค ประกอบดนตร และศ พท ส งค ต การจาแนกประเภทและบทบาทหน าท เคร องดนตร ไทยและเคร องดนตร ท มาจากว ฒนธรรมต างๆ การอ าน เข ยน โน ตไทยและโน ตสากลทานองง ายๆ การใช เคร องดนตร บรรเลงประกอบการร องเพลง ด นสด ท ม จ งหวะและ ทานองง ายๆ การบรรยายความร ส กท ม ต อดนตร การแสดงความค ดเห นเก ยวก บทานองจ งหวะ การประสานเส ยง และค ณภาพเส ยงของเพลงท ฟ ง การอธ บายเร องราวของดนตร ไทยในประว ต ศาสตร การจาแนกดนตร ท มาจาก ย คสม ยท ต างก น การอภ ปรายอ ทธ พลของว ฒนธรรมต อดนตร ในท องถ น การสร างสรรค การเคล อนไหวและการ แสดง โดยเน นการถ ายทอดล ลาหร ออารมณ การออกแบบเคร องแต งกายหร ออ ปกรณ ประกอบการแสดงอย าง ง ายๆ การแสดงนาฏศ ลป และละครอย างง ายๆ การบรรยายความร ส กของตนเองท ม ต องานนาฏศ ลป และการ ละครอย างสร างสรรค การแสดงความค ดเห นในการชมการแสดง การอธ บายความส มพ นธ ระหว างนาฏศ ลป และการละครก บส งท ประสบในช ว ตประจาว น การอธ บายส งท ม ความสาค ญต อการแสดงนาฏศ ลป และละคร และระบ ประโยชน ท ได ร บจากการแสดงหร อชมการแสดงนาฏศ ลป และละคร โดยใช ท กษะกระบวนการทางดนตร และนาฏศ ลป ในการแสดงออกทางดนตร และนาฏศ ลป อย าง สร างสรรค การว เคราะห ว พากษ ว จารณ ค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป เพ อให เห นค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป ท เป นมรดกทางว ฒนธรรม ภ ม ป ญญาท องถ น ภ ม ป ญญาไทย และสากล และเข าใจความส มพ นธ ระหว างดนตร -นาฏศ ลป ก บประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม และการนา ความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6 ศ 2.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ศ 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6 ศ 3.2 ป.6/1, ป.6/2 รวม 17
คาอธ บายรายว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย ๗๓ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ง 11101 เวลา 40 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห ว ธ การทางานเพ อช วยเหล อตนเอง ส งเกตการใช เคร องม อ เคร องใช และว ธ ทางาน จาก การสาธ ต ทดลองปฏ บ ต และนาผลมาอภ ปราย กาหนดเป นแนวทางในการทางาน ฝ กการทางานโดยเน นข นตอน กระบวนการและน ส ยการทางาน ส งเกตการปฏ บ ต งานและผลงาน แล วนามาอภ ปรายหาข อบกพร องและ ว ธ แก ไข เพ อให ม ความร ความเข าใจและม ท กษะเบ องต น และทางานร วมก บสมาช กในครอบคร วได ปร บปร ง งานอย เสมอ เห นค ณค าของการทางานและม น ส ยร กการท างาน ศ กษาข อม ลท สนใจและแหล งข อม ลท อย ใกล ต ว บอกหน าท และประโยชน ของอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศ โดยใช กระบวนการการทางาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการท างาน กล ม เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการท างาน และ น าความร ท เร ยนไปประย กต ใช ในช ว ตประจ าว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และ ค าน ยมท เหมาะสม และม จ ตสาน กในการอน ร กษ ส งแวดล อม ง 1.1 ป. 1/1 ป. 1/2 ป. 1/3 ง 3.1 ป. 1/1 ป. 1/2 รวม 5
คาอธ บายรายว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย ๗๔ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ง 12101 เวลา 40 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห ว ธ การทางานเพ อช วยเหล อตนเอง ครอบคร ว และส วนรวม เล อกใช ว สด อ ปกรณ เคร องม อ เคร องใช ในการทางานได อย างเหมาะสมก บล กษณะงาน โดยการสาธ ต ทดลองปฏ บ ต และนาผลมา อภ ปราย กาหนดเป นแนวทางในการทางาน ฝ กการทางานโดยเน นข นตอนกระบวนการและน ส ยการทางาน ส งเกตการปฏ บ ต งานและผลงาน แล วนามาอภ ปรายหาข อบกพร องและว ธ แก ไข เพ อให ม ความร ความเข าใจและ ม ท กษะเบ องต น และทางานร วมก บสมาช กในครอบคร วได ปร บปร งงานอย เสมอ เห นค ณค าของการทางานและ ม น ส ยร กการทางาน ศ กษาและปฏ บ ต การสร างช นงานของเล น ของใช อย างง ายโดยการกาหนดป ญหาหร อความต องการ แล วรวบรวมข อม ลเพ อออกแบบโดยถ ายทอดความค ดเป นภาพร าง2 ม ต ลงม อสร างและประเม นผลโดยเล อกใช ว สด อ ปกรณ อย างถ กว ธ ม ความค ดสร างสรรค และม การจ ดการส งของเคร องใช ด วยการนากล บมาใช ซ าอย างม จ ตสาน กท ด ศ กษา รวบรวม และอธ บายเก ยวก บข อม ลและการรวบรวมข อม ลจากแหล งการเร ยนร ท น าสนใจตาม ประเภทของแหล งข อม ล โดยบอกประโยชน และเก บร กษาแหล งข อม ลเพ อนามาใช ให เก ดประโยชน ได บอกช อและหน าท ของอ ปกรณ พ นฐานท เป นส วนประกอบหล กของคอมพ วเตอร โดยใช กระบวนการการทางาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการท างาน กล ม เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการท างาน และ น าความร ท เร ยนไปประย กต ใช ในช ว ตประจ าว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และ ค าน ยมท เหมาะสม และม จ ตสาน กในการอน ร กษ ส งแวดล อม ง 1.1 ป. 2/1 ป. 2/2 ป. 2/3 ง 2.1 ป. 2/1 ป. 2/2 ป. 2/3 ป. 2/4 ง 3.1 ป. 2/1 ป. 2/2 ป. 2/3 รวม 10
คาอธ บายรายว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย ๗๕ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ง 13101 เวลา 40 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห เหต ผลในการท างานให บรรล เป าหมาย โดยท างานตามเป าหมายท วางไว อย างเป น ข นตอนกระบวนการทางาน ด วยความขย น อดทน ร บผ ดชอบ และซ อส ตย เข าใจและปฏ บ ต งานโดยใช พล งงาน และทร พยากรอย างประหย ด และค มค า ปฏ บ ต ตนอย างม มารยาทในการทางาน บอกความหมายและความส าค ญ ของอาช พ สร างของเล น ของใช อย างง ายๆ โดยกาหนดป ญหาหร อความต องการ รวบรวมข อม ล ออกแบบโดย ถ ายทอดความค ดเป นภาพร าง 2 ม ต ลงม อสร าง และประเม นผล เล อกใช ส งของเคร องใช ในช ว ตประจ าว นอย าง สร างสรรค ม การจ ดการส งของเคร องใช ด วยการน ากล บมาใช ใหม ค นหาข อม ลอย างม ข นตอน และน าเสนอ ข อม ลในล กษณะต างๆ การด แลร กษาอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศ โดยใช กระบวนการการท างาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห กระบวนการ เทคโนโลย และกระบวนการทางานกล ม เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการท างาน และน าความร ท เร ยนไปประย กต ใช ในช ว ตประจ าว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม และม จ ตสาน กในการอน ร กษ ส งแวดล อม ง 1.1 ง 2.1 ง 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ป.3/1, ป.3/2 รวม 8
คาอธ บายรายว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย ๗๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ง 14101 เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห เหต ผลในการท างานให บรรล เป าหมาย โดยท างานตามเป าหมายท วางไว อย างเป น ข นตอนกระบวนการท างาน ด วยความขย น อดทน ร บผ ดชอบ และซ อส ตย เข าใจและปฏ บ ต งานโดยใช พล งงานและทร พยากรอย างประหย ด และค มค า ปฏ บ ต ตนอย างม มารยาทในการท างาน บอกความหมายและ ความสาค ญของอาช พ บอกช อและหน าท ของอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศ หล กการท างานเบ องต นของคอมพ วเตอร ใช กระบวนการค ดว เคราะห เพ อสร ปประโยชน และโทษจากการใช งานคอมพ วเตอร ระบบปฏ บ ต การคอมพ วเตอร เพ อการท างาน น าความร และท กษะมาสร างช นงานจากจ นตนาการโดยใช โปรแกรมกราฟ กด วยความ ร บผ ดชอบ โดยใช กระบวนการท างาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการท างาน กล ม เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการท างาน และน าความร ท เร ยนไปประย กต ใช ในช ว ตประจ าว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม และม จ ตสาน กในการอน ร กษ ส งแวดล อม ง 1.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ง 3.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5 ง 4.1 ป.4/1 รวม 10
คาอธ บายรายว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย ๗๗ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ง 15101 เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห อธ บายเหต ผลในการทางานแต ละข นตอนถ กต องตามกระบวนการทางาน ใช ท กษะการ จ ดการในการทางานอย างเป นระบบ ประณ ต และม ความค ดสร างสรรค ปฏ บ ต ตนอย างม มารยาทในการทางานก บ สมาช กในครอบคร ว ม จ ตสาน กในการใช พล งงานและทร พยากรอย างประหย ดและค มค า อธ บายความหมายและว ว ฒนาการของเทคโนโลย สร างส งของเคร องใช ตามความสนใจอย างปลอดภ ย โดยกาหนดป ญหาหร อความต องการ รวบรวมข อม ล เล อกว ธ การ ออกแบบโดยถ ายทอดความค ด เป นภาพร าง 3 ม ต ลงม อสร างและประเม นผล นาความร และท กษะการสร างช นงานไปประย กต ในการสร างส งของเคร องใช ม ความค ดสร างสรรค อย างน อย 2 ล กษณะ ในการแก ป ญหาหร อสนองความต องการ เล อกใช เทคโนโลย ใน ช ว ตประจาว นอย างสร างสรรค ต อช ว ต ส งคม และม การจ ดการส งของเคร องใช ด วยการแปรร ปแล วนากล บมาใช ใหม สารวจ ค นหา รวบรวมข อม ลท สนใจ และเป นประโยชน จากแหล งข อม ลต างๆ ท เช อถ อได ตรงตาม ว ตถ ประสงค สร างงานเอกสารเพ อใช ประโยชน ในช ว ตประจาว นด วยความร บผ ดชอบ ข อม ลท เก ยวก บ อาช พ ต างๆ ในช มชน ระบ ความแตกต างของอาช พ โดยใช กระบวนการการทางาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการท างาน กล ม เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการท างาน และน า ความร ท เร ยนไปประย กต ใช ในช ว ตประจ าว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และ ค าน ยมท เหมาะสม และม จ ตสาน กในการอน ร กษ ส งแวดล อม ง 1.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ง 2.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 ง 3.1 ป.5/1 ป.5/2 ง 4.1 ป.5/1 ป.5/2 รวม 13
คาอธ บายรายว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย ๗๘ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ง 16101 เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห อธ บาย และอภ ปรายแนวทางในการท างาน และปร บปร งการท างานแต ละข นตอน โดย ใช ท กษะการจ ดการในการท างานและม ท กษะการท างานร วมงาน ปฏ บ ต ตนอย างม มารยาทในการท างานก บ ครอบคร วและผ อ น ส ารวจตนเองเพ อวางแผนในการเล อกอาช พและระบ ความร ความสามารถ และค ณธรรมท ส มพ นธ ก บอาช พท สนใจ อธ บายส วนประกอบของเทคโนโลย โดยสร างส งของเคร องใช ตามความสนใจอย างปลอดภ ย โดยกาหนด ป ญหาหร อความต องการ รวบรวมข อม ล เล อกว ธ การ ออกแบบโดยถ ายทอดความค ดเป นภาพร าง 3 ม ต หร อแผนท ความค ด ลงม อสร างและประเม นผล แล วนาความร และท กษะการสร างช นงานไปประย กต ในการสร างส งของ เคร องใช การบอกหล กการเบ องต นของการแก ป ญหา การใช คอมพ วเตอร ในการค นหา ข อม ล การเก บร กษาข อม ลท เป นประโยชน ในร ปแบบต างๆ การนาเสนอข อม ลในร ปแบบท เหมาะสมโดยเล อกใช ซอฟต แวร ประย กต และใช คอมพ วเตอร ช วยสร างช นงานจากจ นตนาการหร องานท ท าในช ว ตประจาว น อย างม จ ตสาน กและม ความ ร บผ ดชอบ โดยใช กระบวนการการท างาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการ ทางานกล ม เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการท างาน และน าความร ท เร ยนไปประย กต ใช ในช ว ตประจ าว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม และม จ ตสาน กในการอน ร กษ ส งแวดล อม ง 1.1 ง 2.1 ง 3.1 ง 4.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5 ป.6/1, ป.6/2 รวม 13
คาอธ บายรายว ชาภาษาอ งกฤษ ๗๙ กล มสาระการเร ยนร ภาษาต างประเทศ ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา อ 11101 เวลา 40 ช วโมง... เข าใจคาส งท ใช ในห องเร ยน ระบ ต วอ กษรและเส ยง อ านออกเส ยงและสะกดคาง ายๆ ถ กต องตามหล กการอ าน เข าใจคา กล มคา และความหมายเก ยวก บตนเอง ครอบคร ว โรงเร ยน ส งแวดล อมใกล ต ว อาหาร เคร องด ม และน นทนาการ บทอ านเก ยวก บเร องใกล ต ว หร อน ทานท ม ภาพประกอบ คาศ พท เก ยวก บสาระการเร ยนร อ น เข าใจบทสนทนาท ใช ในการท กทาย กล าวลา ขอบค ณ ขอโทษ ประโยค/ข อความท ใช แนะนาตนเอง คาศ พท สานวนและประโยคท ใช บอกความต องการ ท ใช ขอและให ข อม ลเก ยวก บตนเอง บ คคลและเร องใกล ต ว เข าใจ ภาษาท าทางในการส อสารของเจ าของภาษา ความแตกต างของต วอ กษรและเส ยงต วอ กษรของภาษาอ งกฤษและ ภาษาไทย โดยใช กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกล มในการฝ กออกเส ยง ฟ ง/พ ด ถามตอบ และ สนทนาโต ตอบ เพ อให น กเร ยนเก ดความร ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร สนใจเข าร วมก จกรรมทาง ภาษาและว ฒนธรรม รวมถ งการรวบรวมความร และแสวงหาความเพล ดเพล นจากภาษาอ งกฤษ รห ส ต 1.1.1, ต 1.1.2, ต 1.1.3, ต 1.1.4 ต 1.2.1, ต 1.2.2, ต 1.2.3, ต 1.2.4 ต 1.3.1 ต 2.1.1, ต 2.1.2, ต 2.1.3 ต 2.2.1 ต 3.1.1 ต 4.1.1 ต 4.2.1 รวมท งหมด 16
คาอธ บายรายว ชาภาษาอ งกฤษ ๘๐ กล มสาระการเร ยนร ภาษาต างประเทศ ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา อ 12101 เวลา 40 ช วโมง... เข าใจค าส งและค าขอร องง ายๆ ระบ ต วอ กษรและเส ยง อ านออกเส ยงสะกดค าและอ านประโยคง ายๆ ถ กต องตามหล กการอ าน เข าใจค า กล มค า ประโยคเด ยว (simple sentence) และความหมายเก ยวก บตนเอง ครอบคร ว โรงเร ยน ส งแวดล อมใกล ต ว อาหาร เคร องด มและน นทนาการ บทอ านเก ยวก บเร องใกล ต ว หร อ น ทานท ม ภาพประกอบ ค าศ พท เก ยวก บสาระการเร ยนร อ น เข าใจประโยค บทสนทนาท ใช ในการท กทาย กล าวลา ขอบค ณ ขอโทษ ประโยค/ข อความท ใช แนะน าตนเอง ค าศ พท ส านวนและประโยคท ใช บอกความ ต องการ ท ใช ขอและให ข อม ลเก ยวก บตนเอง บ คคลและเร องใกล ต ว เข าใจภาษาท าทางในการส อสารของ เจ าของภาษา ความแตกต างของต วอ กษรและเส ยงต วอ กษรของภาษาอ งกฤษและภาษาไทย โดยใช กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกล มในการฝ กออกเส ยง ฟ ง/พ ด ถามตอบ และ สนทนาโต ตอบ เพ อให น กเร ยนเก ดความร ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร สนใจเข าร วมก จกรรมทาง ภาษาและว ฒนธรรม รวมถ งการรวบรวมความร และแสวงหาความเพล ดเพล นจากภาษาอ งกฤษ รห ส ต 1.1 (1-4) ต 1.2 (1-4) ต 1.3 (1) ต 2.1 (1-3) ต 2.2 (1) ต 3.1 (1) ต 4.1 (1) ต 4.2 (1) รวมท งหมด 16
คาอธ บายรายว ชาภาษาอ งกฤษ ๘๑ กล มสาระการเร ยนร ภาษาต างประเทศ ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา อ 13101 เวลา 40 ช วโมง... เข าใจค าส งและค าขอร องท ฟ งหร ออ าน อ านออกเส ยงค า สะกดค า อ านกล มค า ประโยคและบทพ ดเข า จ งหวะง ายๆ ถ กต องตามหล กการอ าน เข าใจคา กล มคา ประโยคเด ยว ส ญล กษณ และความหมายเก ยวก บตนเอง ครอบคร ว โรงเร ยน ส งแวดล อมใกล ต ว อาหาร เคร องด ม เวลาว าง และน นทนาการ เข าใจประโยค บท สนทนา บทอ านเก ยวก บเร องใกล ต ว หร อน ทานง ายๆ ค าศ พท เก ยวก บกล มสาระการเร ยนร อ น เข าใจประโยค บทสนทนาท ใช ในการท กทาย กล าวลา ขอบค ณ ขอโทษ ประโยค/ข อความท ใช แนะน าตนเอง ค าศ พท สานวนและประโยคท ใช บอกความร ส กของตนเองเก ยวก บส งต างๆใกล ต ว หร อเก ยวก บก จกรรมต างๆ ตามแบบ ท ฟ ง เพ อใช ขอและให ข อม ลง ายๆ เก ยวก บตนเอง และเร องใกล ต ว เข าใจภาษาท าทางในการส อสารของเจ าของ ภาษา บอกความแตกต างของเส ยง ต วอ กษร คา กล มคา ประโยค และข อความของภาษาอ งกฤษและภาษาไทย โดยใช กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกล มในการฝ กออกเส ยง ฟ ง/พ ด ถา มตอบ และ สนทนาโต ตอบ เพ อให น กเร ยนเก ดความร ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร สนใจเข าร วมก จกรรมทาง ภาษาและว ฒนธรรม รวมถ งการรวบรวมความร และแสวงหาความเพล ดเพล นจากภาษาอ งกฤษ รห ส ต 1.1 (1-4) ต 1.2 (1-4) ต 1.3 (1-2) ต 2.1 (1-3) ต 2.2 (1) ต 3.1 (1) ต 4.1 (1) รวมท งหมด 16
คาอธ บายรายว ชาภาษาอ งกฤษ ๘๒ กล มสาระการเร ยนร ภาษาต างประเทศ ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา อ 14101 เวลา 80 ช วโมง... เข าใจคาส ง คาขอร องและคาแนะนาง ายๆท ฟ งหร ออ าน สะกดคา อ านออกเส ยงคา กล มคา ประโยค ข อความง ายๆ และบทพ ดเข าจ งหวะถ กต องตามหล กการอ าน เล อก / ระบ ภาพ หร อส ญล กษณ หร อเคร องหมาย ตรงตามความหมายของประโยค และข อความส นๆท ฟ งหร ออ าน ตอบคาถามจากเร องท ฟ ง บทสนทนา และ น ทานง ายๆ เข าใจความแตกต างของเส ยง ต วอ กษร คา กล มคา ประโยค และข อความของภาษาอ งกฤษและ ภาษาไทย เข าใจเทศกาล / ว นสาค ญ / งานฉลอง และช ว ตความเป นอย ง ายๆของเจ าของภาษา ความเหม อนและ ความแตกต างระหว างเทศกาล และงานฉลองตามว ฒนธรรมของเจ าของภาษาก บของไทย และเข าร วมก จกรรม ทางภาษาและว ฒนธรรมท เหมาะก บว ย สนทนาท กทาย กล าวลา ขอบค ณ ขอโทษ พ ดแทรกอย างส ภาพ แนะนา ตนเอง เพ อน พร อมตอบร บ ใช คาส ง คาขอร อง และคาอน ญาตง ายๆ โดยทา ท าทางประกอบอย างส ภาพตาม มารยาทส งคม และว ฒนธรรมของเจ าของภาษา พ ด / เข ยนเพ อแสดงความค ดเห นง ายๆ แสดงความต องการของ ตนเอง และขอความช วยเหล อในสถานการณ ต างๆ รวมท งให ข อม ลเก ยวก บตนเอง เพ อนและครอบคร ว เพ อ แสดงความร ส กของตนเอง เก ยวก บเร องใกล ต ว และก จกรรมต างๆ ระบ / เช อมโยงความส มพ นธ ของภาพก บคา หร อกล มคา โดยใช ภาพ แผนภ ม แผนภาพและแผนผ ง โดยใช กระบวนการสอนภาษา กระบวนการกล ม และกระบวนการค ด ในการฝ กออกเส ยง ฟ ง พ ด อ านและเข ยน เพ อให น กเร ยนเก ดความร ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร สนใจเข าร วมก จกรรมทาง ภาษาและว ฒนธรรม รวมถ งการรวบรวมความร และแสวงหาความเพล ดเพล นจากภาษาอ งกฤษ รห ส ต. 1.1.1, ต.1.1.2, ต.1.1.3, ต.1.1.4 ต. 1.2.1, ต.1.2.2, ต.1.2.3, ต.1.2.4, ต.1.2.5 ต. 1.3.1, ต.1.3.2, ต.1.3.3 ต. 2.1.1, ต.2.1.2, ต. 2.1.3 ต. 2.2.1, ต. 2.2.2 ต. 3.1.1 ต. 4.1.1 ต. 4.2.1 รวมท งหมด 20
คาอธ บายรายว ชาภาษาอ งกฤษ ๘๓ กล มสาระการเร ยนร ภาษาต างประเทศ ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา อ 15101 เวลา 80 ช วโมง... เข าใจค าส ง ค าขอร อง และค าแนะน าง ายๆ ท ฟ งหร ออ าน อ านออกเส ยงประโยค ข อความ และ บท กลอนส นๆ ถ กต องตามหล กการอ าน ระบ / วาดภาพ ส ญล กษณ หร อเคร องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข อความส นๆ ท ฟ งหร ออ าน บอกใจความส าค ญ และตอบค าถามจากเร องท ฟ ง บทสนทนา และน ทานง ายๆ หร อเร องส น พ ด / เข ยนโต ตอบในการส อสารระหว างบ คคล ใช ค าส ง ค าขอร อง ค าขออน ญาต และให ค าแนะน า ง ายๆ พ ด / เข ยนแสดงความต องการ ขอความช วยเหล อ ตอบร บและปฏ เสธการให ความช วยเหล อในสถานการณ ง ายๆ พ ด / เข ยนเพ อขอและให ข อม ลเก ยวก บตนเอง เพ อน ครอบคร ว และเร องใกล ต ว พ ด / เข ยนแสดงความร ส ก ของตนเองเก ยวก บเร องใกล ต ว ก จกรรมต างๆ พร อมท งให เหต ผลส นๆ ประกอบ เข ยนภาพ แผนผ ง และ แผนภ ม แสดงข อม ลต างๆ ตามท ฟ งหร ออ าน ใช ถ อยค า น าเส ยง และก ร ยาท าทางอย างส ภาพตามมารยาทส งคม และว ฒนธรรมของเจ าของภาษา ตอบค าถาม / บอกความส าค ญของเทศกาล / ว นส าค ญ / งานฉลอง / ช ว ตความ เป นอย ของเจ าของภาษา และเข าร วมก จกรรมทางภาษาและว ฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหม อน / ความ แตกต างระหว างการออกเส ยงประโยคชน ดต างๆ การใช เคร องหมาย วรรคตอน การล าด บค าตามโครงสร าง ประโยคของภาษาต างประเทศและภาษาไทย บอกความเหม อน / ความแตกต างระหว างเทศกาล งานฉลอง และ ประเพณ ของเจ าของภาษา ค นคว า รวบรวมคาศ พท ท เก ยวข องก บกล มสาระการเร ยนร อ น และน าเสนอด วยการพ ด และการเข ยน ใช ภาษาในการส อสารในสถานการณ ต างๆ ท เก ดข นในห องเร ยนและสถานศ กษา และใช ภาษาต างประเทศในการส บค น รวบรวมข อม ล โดยใช กระบวนการสอนภาษา กระบวนการกล ม และกระบวนการค ด ในการฝ กออกเส ยง ฟ ง พ ด อ าน และเข ยน เพ อให ผ เร ยนเก ดความร ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร สนใจเข าร วมก จกรรมทางภาษาและ ว ฒนธรรม รวมถ งการรวบรวมความร และแสวงหาความเพล ดเพล นจากภาษาอ งกฤษ รห ส ต 1.1 (1-4) ต 1.2 (1-5) ต 1.3 (1-3) ต 2.1 (1-3) ต 2.2 (1-2) ต 3.1 (1) ต 4.1 (1) ต 4.2 (1) รวมท งหมด 20
คาอธ บายรายว ชาภาษาอ งกฤษ ๘๔ กล มสาระการเร ยนร ภาษาต างประเทศ ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา อ 16101 เวลา 80 ช วโมง... เข าใจค าส ง ค าขอร อง ภาษาท าทาง ค าแนะน าในสถานศ กษา และส งคมรอบต ว อ านออกเส ยงค า กล มค า และประโยคง าย ๆ ตามหล กการอ านออกเส ยง เข าใจประโยค ข อความส นๆ บทสนทนา เร องส นๆ เร องเล า และน ทาน ใช ภาษาง ายๆ เพ อสร างความส มพ นธ ระหว างบ คคล แสดงความต องการของตน เสนอ ความช วยเหล อแก ผ อ น แลกเปล ยนความค ดเห น แสดงความร ส ก และบอกเหต ผล ขอและให ข อม ล อธ บาย เก ยวก บบ คคล และส งต างๆ ท พบเห นในช ว ตประจ าว น ตนเอง ส งแวดล อม ส งคมใกล ต ว ครอบคร ว โรงเร ยน อาหาร เคร องด ม เวลาว าง น นทนาการ การซ อขาย ลมฟ าอากาศ น าเสนอความค ดรวบยอด ความ ค ดเห นเก ยวก บเร องต างๆ ท ใกล ต วได อย างม ว จารณญาณ น าเสนอบทเพลง บทกว ตามความสนใจด วยความ สน กสนาน เข าใจร ปแบบ พฤต กรรม และการใช ถ อยค า ส านวนในการต ดต อปฏ ส มพ นธ ตามว ฒนธรรมของ เจ าของภาษา ร จ กขนบธรรมเน ยม ประเพณ เทศกาล งานฉลองในว ฒนธรรมของเจ าของภาษา เข าใจควา ม แตกต างระหว างภาษาอ งกฤษก บภาษาไทยในเร องเส ยง สระ พย ญชนะ ค า วล ประโยค และข อความง ายๆ เข าใจความเหม อนและความแตกต างระหว างว ฒนธรรมของเจ าของภาษาก บของไทยท ม อ ทธ พลต อการใช ภาษา เห นประโยชน ของการร ภาษาอ งกฤษในการแสวงหาความร ความบ นเท ง และการเข าส ส งคม สนใจเข าร วม ก จกรรมทางภาษาและว ฒนธรรม เข าใจและถ ายทอดเน อหาสาระภาษาอ งกฤษง ายๆ ท เก ยวข องก บกล มสาระ การเร ยนร อ นๆ ใช ภาษาเพ อส อสารตามสถานการณ ต างๆ ก บบ คคลภายในสถานศ กษา อาช พต างๆ ใน สถานการณ จาลอง และการปฏ บ ต งานร วมก บผ อ นอย างม ความส ข ต 1.1 ป. 6/1, ป. 6/2, ป 6./3, ป. 6/4 ต 1.2 ป. 6/1, ป. 6/2, ป.6/3, ป. 6/4, ป. 6/5 ต 1.3 ป. 6/1, ป. 6/2, ป. 6/3 ต 2.1 ป. 6/1, ป. 6/2, ป. 6/3 ต 2.2 ป. 6/1, ป. 6/2 ต 3.1 ป. 6/1 ต 4.1 ป. 6/1 ต 4.2 ป. 6/1 รวมท งหมด 20
๘๕ คาอธ บายรายว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร คอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ง 11102 เวลา 200 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห ข อม ลของส งของท สนใจอาจเป นข อม ลเก ยวก บบ คคล ส ตว ส งของ เร องราว และ เหต การณ ต างๆ แหล งข อม ลท อย ใกล ต ว ประกอบด วย บ าน ห องสม ด ผ ปกครอง คร หน งส อพ มพ รายการ โทรท ศน อ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศ เช น คอมพ วเตอร ว ทย โทรท ศน กล องด จ ท ล โทรศ พท ม อถ อ ประโยชน ของอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศ ประกอบด วย ใช ในการเร ยน ใช วาดภาพ ใช ต ดต อส อสาร โดยใช กระบวนการการทางาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการท างาน กล ม เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการท างาน และ น าความร ท เร ยนไปประย กต ใช ในช ว ตประจ าว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และ ค าน ยมท เหมาะสม และม จ ตสาน กในการอน ร กษ ส งแวดล อม ง 3.1 ป. 1/1 ป. 1/2 รวม 2
๘๖ คาอธ บายรายว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร คอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ง 12102 เวลา 200 ช วโมง... ศ กษา รวบรวม และอธ บายเก ยวก บข อม ลและการรวบรวมข อม ลจากแหล งการเร ยนร ท น าสนใจตาม ประเภทของแหล งข อม ล โดยบอกประโยชน และเก บร กษาแหล งข อม ลเพ อนามาใช ให เก ดประโยชน ได ศ กษาและอธ บายช อและหน าท ของอ ปกรณ ท เป นส วนประกอบหล ก หล กการทางานเบ องต นของ คอมพ วเตอร ใช กระบวนการค ดว เคราะห เพ อสร ปประโยชน ของระบบปฏ บ ต การคอมพ วเตอร เพ อการใช งาน คอมพ วเตอร เบ องต น และด แลร กษาเคร องคอมพ วเตอร อย างถ กว ธ โดยใช กระบวนการการทางาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการท างาน กล ม เพ อให เก ดความร ความเข าใจ และใช กระบวนการเทคโนโลย สารสนเทศในการส บค นข อม ล การ เร ยนร การส อสาร ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ง 3.1 ป. 2/1 ป. 2/2 ป. 2/3 รวม 3
๘๗ คาอธ บายรายว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร คอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ง 13102 เวลา 200 ช วโมง... บอกความหมาย ความส าค ญ ประโยชน และการฝ กการท างานตามข นตอน ม ความค ดร เร มสร างสรรค ในการท างาน ท างานด วยความร บผ ดชอบ ม ความต งใจ เอาใจใส ต องาน สร างส มพ นธภาพท ด ร กน ส ยการ ทางาน ช วยเหล อซ งก นและก น นาเทคโนโลย คอมพ วเตอร ในช ว ตประจาว น เข าใจความหมายของข อม ลและสารสนเทศ ส วนประกอบหล กของคอมพ วเตอร และอ ปกรณ ต อพ วง ฝ กท กษะการพ มพ ด ดภาษาไทย ม ท กษะการใช คอมพ วเตอร ระบบปฏ บ ต การ Windows การจ ดการไฟล และ โฟลเดอร การเก บข อม ล สามารถใช อ นเตอร เน ตค นหา จ ดเก บข อม ลและร ปภาพ เพ อน ามาประย กต ใช ก บการ ทางานโปรแกรมประมวลผลคา ให ผ เร ยนฝ กการค นหา และร กการเร ยนร ง 3.1 ป3/1, ป3/2 รวม 2
๘๘ คาอธ บายรายว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร คอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ง 14102 เวลา 200 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห ช อและหน าท ของอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศ หล กการท างานเบ องต นของ คอมพ วเตอร ใช กระบวนการค ดว เคราะห เพ อสร ปประโยชน และโทษจากการใช งานคอมพ วเตอร ระบบปฏ บ ต การคอมพ วเตอร เพ อการท างาน น าความร และท กษะมาสร างช นงานจากจ นตนาการโดยใช โปรแกรมกราฟ กด วยความร บผ ดชอบ โดยใช กระบวนการท างาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการท างาน กล ม เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการท างาน และน าความร ท เร ยนไปประย กต ใช ในช ว ตประจ าว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม และม จ ตสาน กในการอน ร กษ ส งแวดล อม ง 3.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5 รวม 5
๘๙ คาอธ บายรายว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร คอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ง 15102 เวลา 200 ช วโมง... ศ กษา และรวบรวมข อม ลท น าสนใจและเป นประโยชน จากแหล งข อม ลต างๆท เช อถ อได ตรงตาม ว ตถ ประสงค และประมวลผลข อม ลอย างเป นระบบเพ อน ามาใช ให เก ดประโยชน ศ กษา และว เคราะห ความสาค ญ การใช งานของคอมพ วเตอร ใช กระบวนการค ดว เคราะห เพ อสร ป ประโยชน จากการใช งานคอมพ วเตอร ระบบปฏ บ ต การคอมพ วเตอร เพ อการทางาน น าความร และท กษะมา สร างงานเอกสารด วยซอฟต แวร เพ อใช ประโยชน ในช ว ตประจาว นด วยความร บผ ดชอบ และเป นผ ม มารยาทใน การใช ซอฟต แวร ท ด โดยใช กระบวนการทางาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการทางาน กล ม เพ อให เก ดความร ความเข าใจ และใช กระบวนการเทคโนโลย สารสนเทศในการส บค นข อม ล การ เร ยนร การส อสาร ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ง 3.1 ป.5/1 ป.5/2 รวม 2
๙๐ คาอธ บายรายว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร คอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ง 16102 เวลา 200 ช วโมง... ฝ กท กษะและกระบวนการทางานเก ยวก บตารางการคานวณ (Microsoft Excel) การเร ยกใช โปรแกรม การสร างสม ดงานใหม การใส ข อม ลลงในตาราง ปร บขนาดและช องตาราง จ ดร ปแบบเซลล การใส ส ตรคานวณ ค ดลอกข อม ล ค ดลอกส ตร ย ายข อม ล ลบเซลล แทรกเซลล การต งช อ ย ายและลบ Worksheet สร างกราฟ และ การส งพ มพ การทาปฏ ท นปฏ บ ต งานประจาป การศ กษารายเด อน การทาบ ญช รายร บ-รายจ ายของตนเอง การ ออกแบบตารางบ นท กจานวนน กเร ยนในแต ละช นเร ยน การทาบ ญช รายช อภายในห องเร ยน การเก บบ นท ก คะแนนและรวมคะแนนของตนเอง การบ นท กส วนส งและน าหน กของตนเองและเพ อนๆ พร อมท งคานวณหา สภาวะโภชนาการของแต ละคน การค นหาข อม ลรายการส นค าจากอ นเทอร เน ตและนามาจ ดทารายการส นค า โดยใช กระบวนการทาง เทคโนโลย สารสนเทศและภ ม ป ญญาท องถ น กระบวนการสร างความค ดรวบยอด กระบวนการฝ กปฏ บ ต กระบวนการออกแบบ กระบวนการจ ดการ กระบวนการแก ป ญหา กระบวนการค ดว เคราะห ม น ส ยร กการ ทางาน ร กการค นคว า ม ความร บผ ดชอบ ทางานร วมก บผ อ นได อย างม ความส ขม สมาธ ในการทางานจนสามารถ นาท กษะปฏ บ ต งานไปใช ในช ว ตประจาว นได ง 3.1 ป6/1, ป6/2, ป6/3, ป6/4, ป6/5 รวม 5
คาอธ บาย ก จกรรมพ ฒนาผ เร ยน ๙๑ ก จกรรมพ ฒนาผ เร ยน ม งใหผ เร ยนไดพ ฒนาตนเองตามศ กยภาพ พ ฒนาอยางรอบดานเพ อความ เปนมน ษยท สมบ รณ ท งรางกาย สต ปญญา อารมณ และส งคม เสร มสรางใหเปนผ ม ศ ลธรรม จร ยธรรม ม ระเบ ยบว น ย ปล กฝงและสรางจ ตสาน กของการทาประโยชนเพ อส งคม สามารถจ ดการตนเองได และอย รวมก บผ อ นอยางม ความส ข ก จกรรมพ ฒนาผ เร ยน แบงเปน ๓ ล กษณะ ด งน ๑. ก จกรรมแนะแนว เปนก จกรรมท สงเสร มและพ ฒนาผ เร ยนใหสอดคลองก บความสามารถความถน ดและความสนใจ โดย คาน งถ งความแตกตางระหวางบ คคล ดวยกระบวนการทางจ ตว ทยาการแนะแนว ใหสอดคลองครอบคล มดาน การศ กษา อาช พสวนต วและส งคม ก จกรรมสาค ญในการพ ฒนาไดแก ก จกรรมการร จ ก เขาใจและเห นค ณคาใน ตนเองและผ อ น ก จกรรมการปร บต วและดารงช ว ต ก จกรรมแสวงหาและใชขอม ลสารสนเทศ ก จกรรมการ ต ดส นใจและแกปญหา เป นต น ๑. เก ดการเร ยนร ร จ ก เข าใจ ร ก และเห นค ณค าในตนเองและผ อ น ๒. เก ดการเร ยนร สามารถวางแผนการเร ยน อาช พ รวมท งการดาเน นช ว ตและส งคม ๓. เก ดการเร ยนร สามารถปร บต วได อย างเหมาะสม และอย ร วมก บผ อ นได อย างม ความส ข
๒. ก จกรรมน กเร ยน เปนก จกรรมท ม งพ ฒนาความม ระเบ ยบว น ย ความเปนผ น า ผ ตามท ด ม ความร บผ ดชอบในการทางานร วมก น การร จ กแกปญหา การต ดส นใจท เหมาะสม ความม เหต ผล การชวยเหล อแบงปนก น เอ ออาทรและสมาน ฉ นท โดยจ ดใหสอดคลองก บความสามารถ ความถน ด และความสนใจของผ เร ยน ใหผ เร ยนไดปฏ บ ต ดวย ตนเองในท กข นตอน ไดแก การศ กษาว เคราะห วางแผน ปฏ บ ต ตามแผนประเม นและปร บปร งการทางานเน น การทางานรวมก นเปนกล มตามความเหมาะสม และสอดคลองก บว ฒ ภาวะของผ เร ยน บร บทของสถานศ กษา และทองถ น ก จกรรมน กเร ยนประกอบดวย ๙๒ ๒.๑ ก จกรรมล กเส อ เนตรนาร เปนก จกรรมท ม งพ ฒนาความม ระเบ ยบว น ย ความเปนผ น าผ ตามท ด ความร บผ ดชอบ การทางานรวม ก นการร จ กแกปญหา การต ดส นใจท เหมาะสม ความม เหต ผล การชวยเหล อ แบงปนก น การประน ประนอมเพ อสงเสร มใหผ เร ยนเจร ญเต บโตเปนผ ใหญท ม ความสมบ รณ พรอมท งดานราง กาย จ ตใจ อารมณ ส งคมและสต ปญญา เปนตน ๑. ม น ส ยในการส งเกต จดจา เช อฟ ง และพ งตนเอง ๒. ม ความซ อส ตย ส จร ต ม ระเบ ยบว น ย และเห นอกเห นใจผ อ น ๓. ร จ กบาเพ ญตนเพ อสาธารณประโยชน ๔. ร จ กทาการฝ ม อและฝ กฝนการทาก จกรรมต างๆ ตามความเหมาะสม ๕. ร จ กร กษาและส งเสร มจาร ตประเพณ ว ฒนธรรม และความม นคงของประเทศชาต ๒.๒ ก จกรรมช มน มหร อชมรม เปนก จกรรมท สงเสร มและพ ฒนาผ เร ยนใหสอดคลองก บความสามารถ ความถน ด และความสนใจ โดย เนนใหผ เร ยนปฏ บ ต ดวยตนเอง ต งแตการศ กษาว เคราะหวางแผน ปฏ บ ต ตามแผน ประเม นและปร บปร งการ ทางาน เนนการทางานรวมก นเปนกล ม ก จกรรมสาค ญในการพ ฒนา ไดแก ช มน มหร อชมรมตางๆ ท สถานศ กษา กาหนดข นตามความเหมาะสมและสอดคลองก บว ฒ ภาวะของผ เร ยนและบร บทของสถานศ กษาและทองถ น ๑. ปฏ บ ต ก จกรรมตามความสนใจ ความถน ด และความต องการของตน ๒. พ ฒนาความร ความสามารถด านการค ดว เคราะห ส งเคราะห ให เก ดประสบการณ ท งทางว ชาการ และว ชาช พตามศ กยภาพ ๓. ใช เวลาให เก ดประโยชน ต อตนเองและส วนรวม ๔. ทางานร วมก บผ อ นได ตามว ถ ประชาธ ปไตย
๓. ก จกรรมเพ อส งคมและสาธารณประโยชน ๙๓ เปนก จกรรมท สงเสร มใหผ เร ยนไดทาประโยชนตามความสามารถ ความถน ดและความสนใจใน ล กษณะอาสาสม คร เพ อแสดงถ งความร บผ ดชอบความด งาม ความเส ยสละตอส งคม ม จ ตใจม งทาประโยชน ตอครอบคร ว ช มชนและส งคม ก จกรรมสาค ญไดแก ก จกรรมบาเพ ญประโยชน ก จกรรมสรางสรรคส งคม ก จกรรมดารงร กษา ส บสานศาสนา ศ ลปะและว ฒนธรรม ก จกรรมพ ฒนานว ตกรรมและเทคโนโลย เพ อส งคม เปนตน ๑. บาเพ ญตนให เป นประโยชน ต อครอบคร ว โรงเร ยน ช มชน ส งคม และประเทศชาต ๒. ออกแบบการจ ดก จกรรมเพ อส งคมและสาธารณประโยชน อย างสร างสรรค ตามความถน ดและ ความสนใจในล กษณะอาสาสม คร ๓. พ ฒนาศ กยภาพในการจ ดก จกรรมเพ อส งคมและสาธารณประโยชน ได อย างม ประส ทธ ภาพ ๔. ปฏ บ ต ก จกรรมเพ อส งคมและสาธารณประโยชน จนเก ดค ณธรรมจร ยธรรมตามค ณล กษณะอ นพ ง ประสงค ๕. ม จ ตสาธารณะและใช เวลาว างให เป นประโยชน