แผนการบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๖๐ จ ดท าโดย ส าน กงานเลขาน การคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ปร บปร ง คร งท ๑ (เมษายน ๒๕๕๒)
ค าน า แผนการบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน พ.ศ. 2550-2560 ฉบ บน เป นฉบ บปร บปร ง คร งท 1 จ ดท าข นเพ อภายใต กรอบย ทธศาสตร และแผนกลย ทธ คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ป 2549-2565 (ปร บปร ง ปร บปร งคร งล าส ดเม อ มกราคม 2551) โดยอาศ ยข อม ลเช ง ประจ กษ จากหลายส วน อาท เช น ข อม ลการว เคราะห ภาระงานเพ อประกอบการว เคราะห อ ตราก าล งของ มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน รายงานการส ารวจความต องการฝ กอบรมของบ คลากรสายสน บสน น คณะ ว ศวกรรมศาสตร ในช วงป พ.ศ. 2550-2560 ค ม อการปฏ บ ต งานด านการเจ าหน าท คณะว ศวกรรมศาสตร ข อค ดเห น ข อเสนอแนะจากการประเม นความพ งพอใจในการใช บร การส าน กงานเลขาน การ ตลอดจน ข อเสนอแนะจากคณะกรรมการตรวจประเม นค ณภาพการศ กษาในช วงการประเม นในป การศ กษา 2547-2548- 2549-2550 ซ งได เสนอให คณะว ศวกรรมศาสตร น าข อสร ปจากการประเม นผลการปฏ บ ต งานของบ คลากรเพ อ จ ดท าแผนพ ฒนาบ คลากรอย างเป นร ปธรรม ท งน งานการเจ าหน าท คณะว ศวกรรมศาสตร ใคร ขอขอบค ณผ บร หารและบ คลากรท กท านท ม ส วน ร วมให ข อม ลในการจ ดท าเอกสารฉบ บน ให เสร จล ล วงไปด วยด และหว งว าเอกสารฉบ บน จะเป นประโยชน ใน การด าเน นงานด านการพ ฒนาทร พยากรบ คคลของคณะว ศวกรรมศาสตร ต อไป ธ ระพงษ วงศ บ ญ เจ าหน าท บร หารงานท วไป 8 ระด บ 8 ห วหน าส าน กงานเลขาน การ คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน เมษายน 2552
สารบ ญ เร อง หน า 1.บทน า 1 1.1 กรอบแนวค ดและเน อหา 1 1.2 ข อม ลท วไปของมหาว ทยาล ยอ บลราชธาน 3 2. ย ทธศาสตร คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน 5 2.1 ข อม ลท วไปของคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน 5 2.2 ข อม ลทางกายภาพ 6 2.3 ย ทธศาสตร และท มาของย ทธศาสตร 7 2.4 การจ ดท าย ทธศาสตร คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน 9 2.5 แผนการร บน กศ กษาสาขาว ศวกรรมศาสตร 18 3. นโยบายและระบบ 19 3.1 การประก นค ณภาพการศ กษา -QA Principal 19 3.2 นโยบายด านการบร หารงานบ คคล (Human Resource Management Policies) 19 3.3 ระบบการบร หารงานบ คคล (Human Resource Management System ) 20 3.4 โครงการสร างองค กร (Organization) 21 3.5 หน วยงานและภารก จในความร บผ ดชอบ 23 4. การว เคราะห ความต องการอ ตราก าล งและแผนอ ตราก าล ง 27 4.1 การว เคราะห อ ตราก าล ง (Workforce Analysis) 27 4.2 หล กเกณฑ ข นตอนการ ว ธ การในการว เคราะห อ ตราก าล ง 27 4.3 หล กทฤษฎ หร อเทคน คท ใช ในการว เคราะห อ ตราก าล ง 27 4.4 ผลการว เคราะห และการก าหนดแผนอ ตราก าล งป 2550-2560 (Workforce Analysis and Manpower Planning) 31 5. การพ ฒนาทร พยากรบ คคล 55 5.1 บทน า 55 5.2 ย ทธศาสตร การพ ฒนาทร พยากรบ คคล 55 5.3 เป าหมายการพ ฒนาทร พยากรบ คคล 60 5.4 แผนพ ฒนาทร พยากรบ คคล 61 6. ค าตอบแทนและสว สด การ 64 6.1 ระบบค าตอบแทน 64 6.2 ระบบสว สด การและส ทธ ประโยชน 64
7. ระบบการประเม น 66 7.1 บ คลากรสายอาจารย 66 7.2 บ คลากรสายสน บสน น 66 8. ระบบความก าวหน าในสายว ชาช พ 72 8.1 ข าราชการสายว ชาการ 72 8.2 ข าราชการสายสน บสน น 73 8.3 กล มล กจ างประจ า 76 8.4 กล มพน กงานมหาว ทยาล ย 76 8.5 กล มล กจ างช วคราว 76 9. การร กษาไว และการเกษ ยณ 78 9.1 บทน า 78 9.2 การด าเน นการ 78 9.3 ค ณภาพช ว ต 79 9.4 การเกษ ยณอาย ราชการและส ทธ ประโยชน ท ข าราชการพ งได เม อพ นจากราชการโดยไม ม ความผ ด 79 10. บรรณาน กรม 81 11. ภาคผนวก 83
1 1. บทน า Introduction 1.1 กรอบแนวค ดและเน อหา ทร พยากรบ คคล ค อส งม ม ค าท ส ดขององค กร เป นค าส าค ญของปร ชญาการบร หารองค กรให เก ด ความก าวหน าและม ประส ทธ ภาพส งส ดท ได ร บการยอมร บอย างแพร หลายในท กวงการ น บต งแต ย คของการปฏ ร ป ระบบบร หารจ ดการ แนวความค ดปร บร อระบบ( Re-engineering) ได เร มข นและกลายเป นการเปล ยนแปลงระบบการ บร หารองค กรจากท เคยค ดว า คนเป นเพ ยง 1 ใน 4 ป จจ ยการผล ต (4 M : Man Money Material Management ) พ ฒนา มาเป น คน เป น M ท ส าค ญท ส ด ใน 4M จากน นก พ ฒนาต อไป เป น คน ไม ใช ป จจ ยการผล ต แต เป นทร พยากรบ คคล ขององค กร และเป น ทร พยากรมน ษย :Human Resource) จนถ งเป น ท นมน ษย ซ งเป นการพ ฒนาข นส ดยอดจาก การค ดกล บด านท เคยมองว า คนงานในอด ตจะเน นหน กไปท งานท ต องใช แรงงาน เทคโนโลย สม ยใหม ไปเปล ยนโฉม หน าของคนและงานจากอด ตท เน นแต การใช แรงงานมาใช ความร และท กษะมากข น หร อ องค กรจะไม ประสบ ความส าเร จเลยหากได เฉพาะแรงงาน แต จะต องได จ ตใจท มเทด วย การบร หารคนและงานเป นห วข อท ซ บซ อนมาก ห วข อหน งด วยเหต ผลท ว า หน ง คนงานเป นทร พยากรบ คคลไม ใช เคร องจ กร ล กษณะของคนแต ละคนก แตกต างก น ออกไป สอง เราต องถามว าบร ษ ทในฐานะของสถาบ นท ส าค ญในส งคมต องท าอะไรให คนงานท าตามความสามารถให ล ล วงไป และต องถามคนงานในฐานะมน ษย และประชากร หร อป จเจกบ คคล ว าต องม หน าท ท าอะไรให บร ษ ทบ าง ส ดท าย การบร หารคนงานจะต องท าให ค าใช จ ายเก ยวก บค าแรงงาน และแรงงานท เป นรายได ของคนงานม การประสาน สอดคล องก น หากเราพ จารณาคนงานท ว าเป นทร พยากรชน ดหน งซ งสามารถใช หร อจ บวางท ใดก ได จะเป นการมองในเช ง จ กรกลมากเก นไป ซ งจร งๆ แล วคนม ค ณสมบ ต พ เศษท ทร พยากรท วไปไม ม ค อ ความสามารถในการประสานงาน จ นตนาการ ม ว จารณญาณ ด งน น เราจ งต องม ค าว า บ คคล ซ งแสดงความเป นมน ษย พ วงท ายไปก บค าว าทร พยากร กลายเป น ทร พยากรบ คคล ทร พยากรบ คคลจะต องได ร บการกระต นและส งเสร มในกระบวนการท างาน ซ งจะต อง เป นการกระต นและส งเสร มในเช งบวก บ คคลหน งจะต องเป นผ ควบค มตนเอง ในเร องค ณภาพและปร มาณงานท ตนเอง ท า (น ตยสาร mba. ฉบ บท 25. Cover Story5. บร หารคนก บงาน. น.67-72.) จากความส าค ญด งกล าวจ งเป นท มาของแนวค ดเร องการวางแผนอ ตราก าล งคนและการพ ฒนาทร พยากรมน ษย ขององค กรอย างเป นระบบ ช ดเจนและระม ดระว งเพราะเร องของทร พยากรมน ษย ม ความละเอ ยดอ อนและเก ยวโยงก บ ท กระบบ ท กโครงสร างท ย ดโยงก นเป นองค กรและความส มพ นธ ก บผล ตภาพผล ตผลขององค กร ด งน น กรอบแนวค ดและเน อหาของการท าเอกสารฉบ บน จ งม งด าเน นตามกระบวนการท เร มจากการทบทวน ข อม ลว เคราะห จ ดอ อนจ ดแข ง ป ญหา อ ปสรรคและโอกาสของ คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ด วย เทคน ค SWOT ท เคยด าเน นการไว แล วและน าไปส การก าหนดว ส ยท ศน (Vision) ประเด นย ทธศาสตร (Strategic Issue) เป าประสงค (Goals) ย ทธศาสตร (Strategies) แผนงาน (Action Plan) โครงสร างองค กร (Organization) ระบบทร พยากร บ คคล(Human Resources)และต าแหน ง (Position) ภายใต แนวค ดหล ก : สรรหา พ ฒนา ร กษา ตามล าด บ โดยแสดง ได ตามร ปท 1.1 และจากน นจ งจะน าไปส กระบวนการในการจ ดท าแผนอ ตราก าล ง(Manpower Planning) ตามร ปท 1.2
2 แผนงาน 5 ป S W O T Vision Strategic Issue Goal (KPI / target) Strategies System& Policies Organization Human Resources Manpower Planning Position ร ปท 1.1 กรอบแนวค ดในการจ ดท าแผนอ ตราก าล ง ท มา : ป ณรส มาลาก ล ณ อย ธยา.2549.การพ ฒนาระบบบร หารราชการแผ นด นของไทย จากนโยบายส การปฏ บ ต สรรหา Manpower planning พ ฒนา ร กษา ร ปท 1.2 กระบวนการในการจ ดท าแผนอ ตราก าล ง ท มา : ก ตต ศ กด ส าเภาเง น.2550.การบร หารทร พยากรบ คคลย คใหม และการพ ฒนาองค กร
3 1.2 ข อม ลท วไปของมหาว ทยาล ยอ บลราชธาน มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน เม อป พ ทธศ กราช 2530 น นม ฐานะเป นว ทยาล ยอ บลราชธาน ในส งก ด มหาว ทยาล ยขอนแก น เร มต นก อสร างด วยงบประมาณราว 16 ล านบาท ในป 2531 ต อมา ในป พ ทธศ กราช 2533 จ ง ถ กยกฐานะเป นมหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ตามพระราชบ ญญ ต มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน พ.ศ. 2533 ประกาศ ในราช ก จจาน เบกษา เม อว นท 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 ถ อเป นมหาว ทยาล ยล าด บท 19 ในส งก ดทบวงมหาว ทยาล ย สภา มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ได แต งต ง รองศาสตราจารย สมจ ตต ยอดเศรณ ด ารงต าแหน งอธ การบด เป นคนแรก มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ในระยะเร มก อต ง ประกอบด วย 4 คณะและ 1 สถาบ น ค อ คณะว ทยาศาสตร คณะ เกษตรศาสตร คณะว ศวกรรมศาสตร คณะเภส ชศาสตร และสถาบ นภาษาและว ฒนธรรม น บแต บ ดน น มหาว ทยาล ย เจร ญก าวหน าข นโดยล าด บ ภายหล ง สถาบ นภาษาและว ฒนธรรม เปล ยนเป นคณะศ ลปศาสตร ในป พ.ศ. 2542 และ มหาว ทยาล ยได ก อต งส าน กว ทยบร การ ส าน กคอมพ วเตอร และเคร อข าย คณะบร หารศาสตร คณะศ ลปประย กต และการ ออกแบบ คณะน ต ศาสตร คณะร ฐศาสตร และโครงการจ ดต งคณะแพทยศาสตร และการสาธารณส ข ตามล าด บ มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ต งอย ณ ก โลเมตรท 10 ถนนวาร นช าราบ - เดชอ ดม ต าบลเม องศร ไค อ าเภอวาร น ช าราบ จ งหว ดอ บลราชธาน ม พ นท ท งหมดประมาณ 5,117 ไร เฉพาะเขตการศ กษาม พ นท ประมาณ 450 ไร (ร ปท 1.1) และม เว บไซท ค อ http://www.ubu.ac.th ปณ ธาน พ ฒนาความร ม งส ป ญญา พร อมค ณค าค ณธรรม ปร ชญา มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน สร างสต และป ญญาแก ส งคม บนพ นฐานความพอเพ ยง 1 ว ส ยท ศน เป นมหาว ทยาล ยแห งค ณภาพ ท เน นนว ตกรรมการจ ดการเร ยนร เพ อเพ มข ดความสามารถของบ ณฑ ตและ ประชาชนบนฐานภ ม ป ญญาอ สานใต และอน ภ ม ภาคล มน าโขง 2 พ นธก จ 1. ผล ตบ ณฑ ตท ม ค ณภาพมาตรฐานในระด บสากล ม ค ณธรรมน าความร ค ดเป น ท าเป น และ ด ารงช ว ตบน พ นฐานพอเพ ยง 2. ว จ ยและสร างนว ตกรรมเพ อให เก ดองค ความร ใหม และผลงานสร างสรรค ท สามารถน าไปประย กต ใช ได อย างม ความส ข และพอเพ ยง 3. บร การว ชาการแก ส งคมเพ อช ว ตท ด ของประชาชน และสร างม ลค าเพ มในก จกรรมต างๆ ของช มชนและ อ ตสาหกรรมท องถ นอ สานใต และอน ภ ม ภาคล มน าโขง เพ อก อให เก ดท กษะเพ ยงพอ ต อการพ ฒนาตนเองและ ประเทศชาต 4. ท าน บ าร ง ฟ นฟ ศ ลปว ฒนธรรมอ นด งามของท องถ น และภ ม ภาคอ นเพ อให เก ดการเร ยนร ร บร และร กษา ไว ภายใต บร บทโลกาภ ว ตน 1 และ 2 ปร บปร งในเด อนมกราคม พ.ศ. 2551
4 ย ทธศาสตร 3 1. พ ฒนาอาจารย และบ คลากรเพ อเตร ยมความพร อมต อการพ ฒนามหาว ทยาล ยในย คท ม การเปล ยนแปลงอย าง รวดเร ว (ย ทธศาสตร ใหม ) 2. พ ฒนาน กศ กษาให เก ดท กษะ ม เคร องม อ ม ความร ในทฤษฎ พ นฐานและสามารถน าความร ไปค ดแก ป ญหาใน พ นท ได จร ง 3. ส งเสร มการว จ ยและสร างนว ตกรรม เพ อให เก ดองค ความร ใหม และผลงานสร างสรรค ท สามารถน าไปใช เพ มข ด ความสามารถของช มชนในท องถ น และประเทศให อย ได อย างม ความส ข 4. เสร มสร างความเป นเล ศทางด านฐานข อม ล องค ความร และผ ร ในอ สานใต และอน ภ ม ภาคล มน าโขงเพ อการ บร การว ชาการแก ช มชนและสร างค ณค าและม ลค าเพ มให ก บมหาว ทยาล ยผ านการเร ยนร ร วมก บช มชน 5. ส งเสร ม ท าน บ าร งและฟ นฟ ร ปแบบ และความค ดทางศ ลปะและว ฒนธรรมอ นด งามของท องถ นและชาต โดย การซ มซ บเข าส ว ถ การด ารงช ว ตเพ อรองร บ การเปล ยนแปลงภายใต ความหลากหลายทางว ฒนธรรม 6. บร หารด วยหล กธรรมาภ บาลเพ อพ ฒนาองค กรและบ คลากรให ม ค ณภาพและม ความส ข เป าหมาย 1. เป นมหาว ทยาล ยท ม ความหลากหลายในสาขาว ชาต าง ๆ ท สามารถตอบสนองความต องการ ทางด าน ว ชาการของช มชนในท องถ น โดยเน นส วนตะว นออกของภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ 2. เป นมหาว ทยาล ยท สร างบ ณฑ ตให เป นก าล งส าค ญของประเทศ อ นจะน าไปส การพ ฒนาช มชน ส งคม และ เศรษฐก จ เพ อก อให เก ดความศานต ส ขอย างย งย น 3. เป นมหาว ทยาล ยท ม ศ กยภาพเป นศ นย หล กในการสร างและถ ายทอดเทคโนโลย ต าง ๆ ของส วนตะว นออก ของภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ และ 4. เป นมหาว ทยาล ยท ม ระบบการบร หารงานท ม ประส ทธ ภาพ โดยเน นท ผลการปฏ บ ต งานท คล องต ว โปร งใส และตรวจสอบได ตามแนวทางของมหาว ทยาล ยในก าก บของร ฐ แนวทางการพ ฒนา 1. เน นน กศ กษา ช มชน และคนจนเป นส าค ญ 2. เน นพ นท ร บผ ดชอบ 8 จ งหว ด ในเขตอ สานใต และตะว นออก ซ งประกอบด วย อ บลราชธาน อ านาจเจร ญ ยโสธร ศร สะเกษ ส ร นทร บ ร ร มย ม กดาหาร และนครพนม 3. สร างเคร อข ายพ นธม ตรมหาว ทยาล ยอ บลราชธาน เพ อความร วมม อในการพ ฒนาโดยอาจจะประกอบด วย เคร อข ายองค กรท องถ น เคร อข ายราชการ เคร อข ายองค กรภาคเอกชน เคร อข ายประชาชนกล มต างๆ (เกษตรกร กล ม อาช พ สม ชชา ฯลฯ) และเคร อข ายธ รก จ (หอการค า สภาอ ตสาหกรรม สโมสร ฯลฯ) 4. จ ดท าแผนย ทธศาสตร ท ก 5 ป 5. จ ดท าแผนปฏ บ ต การประจ าป ท เป นจร งเป นจ งและโดนใจท กฝ าย โดยเฉพาะอย างย งน กศ กษาและช มชน 6. ประเม นผลจากต วช ว ดผลการด าเน นงาน (Key Performance Indicators: KPIs) 3 ปร บปร งใน เด อนมกราคม พ.ศ. 2551
5 2. ย ทธศาสตร คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน Strategy 2.1 ข อม ลท วไปของคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน เด มเป นภาคว ชาว ศวกรรมศาสตร ส งก ดว ทยาล ย อ บลราชธาน ได เป ดด าเน นการร บน กศ กษาร นแรกในป การศ กษา 2531 ในสาขาว ศวกรรมเคร องกล ต อมาในป พ.ศ. 2533 ถ กยกฐานะเป นคณะว ศวกรรมศาสตร พร อม ๆ ก บเม อว ทยาล ยอ บลราชธาน ถ กยกฐานะเป นมหาว ทยาล ย อ บลราชธาน ตามพระราชบ ญญ ต มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน พ.ศ. 2533 ประกาศในราชก จจาน เบกษา เม อว นท 29 กรกฎาคม 2533 ในเบ องต นประกอบด วย 3 ภาคว ชา ค อ ว ศวกรรมเคร องกล ว ศวกรรมไฟฟ าและอ เล กทรอน กส และ ว ศวกรรมอ ตสาหการ ต อมาได จ ดต งภาคว ชาว ศวกรรมโยธา และภาคว ชาว ศวกรรมเคม ตามล าด บ ซ งในป จจ บ นคณะ ว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน จ ดการเร ยนการสอนท งหมด 5 ภาคว ชา ม การเร ยนการสอนระด บ บ ณฑ ตศ กษา (ปร ญญาโท และเอก) ในสาขาว ศวกรรมส งแวดล อม ว ศวกรรมเคร องกล ว ศวกรรมอ ตสาหการ และ ว ศวกรรมโยธา โดยม แผนท จะเป ดการเร ยนการสอนระด บบ ณฑ ตศ กษา ในสาขาว ศวกรรมไฟฟ าและอ เล กทรอน กส ใน ป 2552 คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ต งปณ ธานท จะเป นสต ป ญญาของส งคม ท เอ ออ านวยให ส งคมแก ป ญหาและพ ฒนาไปอย างสมด ลและย งย น โดยการพ ฒนาความเป นเล ศทางว ชาการเพ อการบร หารจ ดการ เทคโนโลย ทร พยากร ธรรมชาต และส งแวดล อม อย างม ประส ทธ ภาพและประหย ด ม ว ส ยท ศน ท จะเป นก าล งหล กใน การศ กษา ว จ ยและพ ฒนางานด านว ศวกรรมของภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ โดยม เป าประสงค ค อ จ านวนและค ณภาพ ของบ ณฑ ตเพ มข น จ านวนงานว จ ย ส งประด ษฐ นว ตกรรม และการถ ายทอดเทคโนโลย เพ มข น จ านวนความร วมม อ ก บองค กรอ น ๆ ในภ ม ภาคเพ มข น ส ญล กษณ ส ญล กษณ ของคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ม ล กษณะเป นสากล เช นเด ยวก บส ญล กษณ ของ คณะว ศวกรรมศาสตร แทบท กสถาบ น ค อ ประกอบด วยส ญล กษณ ของมหาว ทยาล ย ล อมรอบด วยเฟ องส เหล อง บนพ น ส แดงเล อดหม ซ งเป นส สากลของคณะว ศวกรรมศาสตร ท กสถาบ น ภายในเฟ องและเหน อส ญล กษณ มหาว ทยาล ย ม ค า ว า คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน และ Faculty of Engineering Ubon Ratchathani University (ร ปท 2.1) ส ประจ าคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ค อ ส เล อดหม คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ย อ บลราชธาน ม หมายเลขโทรศ พท 0-4535-3300 หมายเลขโทรสาร 0-4535-3333 และเว บไซท http://www.eng.ubu.ac.th ร ปท 2.1 ส ญล กษณ คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน
6 2.2 ข อม ลทางกายภาพ อาคารเร ยน ห องปฏ บ ต การและโรงประลอง คณะว ศวกรรมศาสตร ม อาคารเร ยน ห องปฏ บ ต การ และโรงประลอง (Academic building, Laboratory and Workshop) ในความร บผ ดชอบ ด งน อาคาร EN 1 เป นอาคารปฏ บ ต การทางว ศวกรรมโยธาและว ศวกรรมเคม (CE & ChE) อาคาร EN 2 เป นอาคารปฏ บ ต การทางว ศวกรรมอ ตสาหการและว ศวกรรมเคม (IE & ChE) อาคาร EN 3 เป นอาคารปฏ บ ต การทางว ศวกรรมเคร องกล และว ศวกรรมอ ตสาหการ (ME & IE) อาคาร EN 4 เป นอาคารปฏ บ ต การทางว ศวกรรมเคร องกล (ME) อาคาร EN 5 เป นอาคารปฏ บ ต การทางว ศวกรรมอ ตสาหการ (IE) อาคาร EN 6 อาคารเร ยนรวม ห องประช ม ส มมนา ส าน กงานภาคว ชา ส าน กงานคณบด ศ นย คอมพ วเตอร งาน บร การสารสนเทศทางการศ กษา (Classroom, Seminar, Computer, IT, Library, Dean Office) อาคาร CLB 1 (เฉพาะ ช น 1 และช น 2) เป นอารคารปฏ บ ต การทางว ศวกรรมไฟฟ า (EE) โดยม รายละเอ ยดเก ยวก บพ นท ใช สอย ด งน อาคาร พ นท ใช สอย (ตารางเมตร) EN-1 EN-2 EN-3 EN-4 EN-5 EN-6 CLB-1 รวม Total สร างเม อ พ.ศ. Year 2531 2532 2532 2533 2537 2546 2534 จ านวนช น Stories 1 1/2 1 1/2 1 1/2 1 1/2 3 6 3 ห องเร ยน Rooms - - - 82 988 2,991 1,248 5,309 สารสนเทศ IT 160 - - - - 1,329-1,489 คอมพ วเตอร Comp. - - 140 47-500 - 687 ห องปฏ บ ต การ Workshop 950 997 709 1,135 1,856 850 252 6,749 ห องพ กอาจารย Faculty 198 53 615 43 148 1,590 356 3,003 ส าน กงาน Office - - - - - 955-955 ห องประช ม Meeting room. - 0 58 - - 1,338-1,396 ว สด หร อเคร องม อ Store 8 53 0 14 - - - 75 ห องปฏ บ ต การเคม Lab. 177 517 - - - - - 694 ห องน าและอ นๆ Toilet 51 52 35 35 51 1,260 180 1,664 ท ว าง Circulation 276 239 573 84 562 6,065 1,037 8,836 รวม 1,820 1,911 2,130 1,440 3,605 16,876 3,073 30,855 ตารางท 1 อาคารและพ นท ใช สอยของคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน
7 พ นท ในรอบเขตการศ กษาในความร บผ ดชอบ คณะว ศวกรรมศาสตร ม พ นท ในเขตการศ กษาท ได ร บมอบหมายจากมหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ให ด แล จ านวน 68,964 ตรม. ได แก พ นท รอบอาคาร EN 1-2-3-4-5-6 พ นท ในความด แลของ คณะว ศวกรรมศาสตร ร ปท 2.2 พ นท ในความด แลของคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ท มา : http://web.ubu.ac.th/aboutubu/ubumap.html 2.3 ย ทธศาสตร และท มาของย ทธศาสตร คณะว ศวกรรมศาสตร ได ก าหนดงแผนกลย ทธ หร อแผนย ทธศาสตร เพ อใช เป นกรอบช น าท ศทางท ช วยให หน วยงาน หร อองค กรพ ฒนาตนเองได ท นก บสภาพ และการเปล ยนแปลงได อย างเหมาะสม โดยให ความส าค ญก บ การศ กษาว เคราะห บร บท และสภาพแวดล อมภายนอกหน วยงานเป นประเด นส าค ญ ภายใต ระบบงบประมาณแบบ ม งเน นผลงาน (Performance Based Budgeting) ซ งส าน กงบประมาณก าหนดให ส วนราชการและหน วยงานในส งก ด จ ดท าก อนท จะกระจายอ านาจด านงบประมาณโดยการจ ดสรรงบประมาณลงไปย งหน วยงานและภาคว ชา แผนย ทธศาสตร ของคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน เก ดข นจากความร วมม อของบ คลากร ของคณะว ศวกรรมศาสตร ท ช วยก นระดมศ กยภาพผ านกระบวนการส มมนาบ คลากรและการประช มเช งปฏ บ ต การ เพ อ ผล กด นให เก ดการใช ทร พยากร เพ อการพ ฒนาอย างม ประส ทธ ภาพและม เป าหมายขององค กรอย างช ดเจน อ นจะ น าไปส ความส าเร จของการปฏ ร ปการศ กษาและสอดคล องก บย ทธศาสตร ของมหาว ทยาล ยอ บลราชธาน และ ย ทธศาสตร ของชาต โดยม กระบวนจ ดท าอย างเป นระบบ ค อ
8 1. การว เคราะห ศ กยภาพการพ ฒนา (SWOT Analysis) โดยพ จารณาป จจ ยต างๆ ท งภายนอก และภายใน องค กร เพ อก าหนดจ ดแข งจ ดอ อน โอกาส และอ ปสรรค อ นเป นพ นฐานส าค ญในการวางแผนย ทธศาสตร โดยได ผล ว เคราะห ศ กยภาพการพ ฒนา - SWOT Analysis จากป จจ ยแวดล อมภายในและภายนอก คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน พบจ ดแข ง (Strengths), จ ดอ อน (Weakness) โอกาส (Opportunities) และอ ปสรรค (Threats) ด งน ประเด น จ ดแข ง (Strengths : S) จ ดอ อน (Weakness: W) โอกาส (Opportunities: O) อ ปสรรค (Threats: T) ตารางท 2 การว เคราะห SWOT รายการ 1) ความเป นสถาบ นใหม ม พ นท ว างส าหร บการพ ฒนาอ กมาก 2) ม ความสามารถบร การว ชาการแก อ ตสาหกรรมและช มชน 3) คณาจารย ส วนใหญ ม ค ณว ฒ ส ง เป นคนร นใหม อาย เฉล ยค อนข างน อย และม จ ตส าน ก ด ในการพ ฒนาองค กร 4) ม โครงสร างหล กส ตรท ท นสม ย 5) หล กส ตรสามารถตอบสนองความต องการของภาคอ ตสาหกรรมได ด 6) ได เปร ยบเช งพ นท (เป นคณะว ศวกรรมศาสตร ท อย ในพ นท อ สานตอนล างสามารถ รองร บน กเร ยน/ประชาชนท ต องการศ กษาในพ นท ใกล เค ยงรวมท งประเทศเพ อน บ าน) 1) การส งเสร มว ฒนธรรมท ด ขององค กร* 2) การกระต นต ดตามนโยบายไปส การปฏ บ ต * 3) การจ ดสรรงบประมาณย งไม เหมาะสมก บภารก จของแต ละหน วยงาน* 4) ขาดการว เคราะห การตลาด* 5) ป ญหาเร องค ณภาพน กศ กษา* 6) การประชาส มพ นธ ย งไม ส มฤทธ ผล* 7) การเช อมต อ (Connection) ก บภาคอ ตสาหกรรม* 8) ขาดข อม ลพ นฐานของท องถ นในการต ดส นใจ* 1) อ ปสงค ของการศ กษาระด บอ ดมศ กษาส งข น 2) อ ปสงค ของภาคอ ตสาหกรรมส งข น 3) โอกาสของคณะในการก าหนดท ศทางของตนเอง 4) โอกาสในการเช อมต อนโยบายของคณะฯ ก บนโยบายส าค ญ ของร ฐบาล 1) การแข งข นระหว างสถาบ นการศ กษา 2) งบประมาณลดลง 3) ค าน ยมของส งคมในการเข าเร ยนในสถาบ นเก าแก
9 หมายเหต (*) ภายหล ง จ ดอ อนด งกล าวได ถ กแก ไข โดยย ทธศาสตร แผนกลย ทธ และเป าหมาย ซ งปรากฏผลส มฤทธ ในกระบวนประก นค ณภาพ 2. การน าผลของการว เคราะห ศ กยภาพมาก าหนดเป นว ส ยท ศน เป าประสงค ประเด นย ทธศาสตร และ ย ทธศาสตร ซ งจะท าให คณะว ศวกรรมศาสตร เป นองค กรท เห นท ศทาง เป าหมาย และประเด นย ทธศาสตร ส าค ญ (Strategic Issues) ประกอบด วย 1) การผล ตบ ณฑ ต 2) การผล ตงานว จ ย ส งประด ษฐ นว ตกรรม และการถ ายทอด เทคโนโลย 3) การสร างเคร อข ายความร วมม อก บองค กรอ นๆ การพ ฒนาค ณภาพช ว ตของบ คลากร และ 4) การปร บปร ง ระบบการบร หารงาน 3. การน าย ทธศาสตร ไปแปลงเป นกลย ทธ มาตรการ แผนงานและโครงการ เพ อน าย ทธศาสตร ท ได ก าหนด ไว แล วไปส การปฏ บ ต ปร ชญา คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน จะเป นสต ป ญญาของส งคม ท เอ ออ านวยให ส งคมแก ป ญหา และพ ฒนาไปอย างสมด ลและย งย น โดยการพ ฒนาความเป นเล ศทางว ชาการ เพ อการบร หารจ ดการเทคโนโลย ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม อย างม ประส ทธ ภาพและประหย ด ว ส ยท ศน เป นก าล งหล กในการศ กษา ว จ ยและพ ฒนาด านว ศวกรรมของภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ เป าประสงค 1) จ านวนและค ณภาพของบ ณฑ ตเพ มข น 2) จ านวนงานว จ ย ส งประด ษฐ นว ตกรรม และการถ ายทอด เทคโนโลย เพ มข น 3) จ านวนความร วมม อก บองค กรอ นๆ ในภ ม ภาคเพ มข น 4) ส งเสร มค ณภาพช ว ตของบ คลากร 5) วางย ทธศาสตร การเตร ยมความพร อมของระบบการบร หารเพ อเป นมหาว ทยาล ยในก าก บ ประเด นย ทธศาสตร 1) การผล ตบ ณฑ ต2) การผล ตงานว จ ย ส งประด ษฐ นว ตกรรม และการถ ายทอดเทคโนโลย 3) การสร างเคร อข ายความร วมม อก บองค กรอ นๆ 4) การพ ฒนาค ณภาพช ว ตของบ คลากร 5) การปร บปร งระบบการ บร หารงาน 2.4 การจ ดท าย ทธศาสตร คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน เพ อให บรรล ตามว ส ยท ศน คณะว ศวกรรมศาสตร ได ก าหนดย ทธศาสตร (Strategies)ในช วงป 2546-2548ไว 5 ข อ ค อ1) การเพ มศ กยภาพในการผล ตบ ณฑ ต 2) การเพ มข ดความสามารถด านการว จ ย การพ ฒนาส งประด ษฐ นว ตกรรมและการถ ายทอดเทคโนโลย 3) ย ทธศาสตร การสร างเคร อข ายทางว ชาการก บสถาบ นการศ กษาอ ตสาหกรรม และช มชน 4) การส งเสร มว ฒนธรรมองค กรและการพ ฒนาค ณภาพช ว ตของบ คลากร 5) การเตร ยมความพร อมของ ระบบการบร การเพ อเป นมหาว ทยาล ยในก าก บ แต ในป 2549 คณะได ปร บย ทธศาสตร เพ อให ครอบคล มมาตรฐาน ค ณภาพตามกรอบการประเม นค ณภาพและได น าย ทธศาสตร ไปแปลงเป นกลย ทธ มาตรการ ด งน
10 ย ทธศาสตร ท 1. ค ณภาพบ ณฑ ต กลย ทธ ท 1.การขยายโอกาสทางการศ กษา เป าประสงค 1.ให น กศ กษาในพ นท ยากจน ได ม โอกาสทางการศ กษามากข น ต วช ว ด ร อยละการเพ มข นของจ านวนน กศ กษาท ยากจน ด อยโอกาส เป าหมาย ร อยละ 5 ต อป มาตรการ 1. ปร บปร งระบบโควตาให ม ประส ทธ ภาพมากข น 2. ให ท นศ กษาแก น กเร ยนท ผลการเร ยนด ให กว างขวางมากข น 3. จ ดท าระบบ GIS ของโรงเร ยนในพ นท บร การ 4. ให ท นการศ กษาแก น กเร ยนท ผ าน ค าย Olympic ว ชาการสน บสน นการศ กษาทางเล อก กลย ทธ ท 2.การประชาส มพ นธ เป าประสงค 1.ประชาส มพ นธ คณะว ศวกรรมศาสตร และมหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ต วช ว ด ประชาส มพ นธ คณะว ศวกรรมศาสตร และมหาว ทยาล ยอ บลราชธาน เป าหมาย ร อยละ 5 ต อป มาตรการ 1. การส งเสร มก จกรรมน กศ กษาท สามารถสร างช อเส ยง 2. การส งเสร มก จกรรมของสมาคมศ ษย เก า 3. การจ ดก จกรรมร วมก บอาจารย แนะแนวของโรงเร ยนระด บม ธยมศ กษา 4. สน บสน นการประกวดส งประด ษฐ ในระด บม ธยมและอาช วศ กษา กลย ทธ ท 3.สร างแรงจ งใจให น กศ กษาท าผลการเร ยนให ด ข น เป าประสงค 1.ให น กศ กษาม ระด บผลการเร ยนในเกณฑ ด ต วช ว ด ร อยละของน กศ กษาท ม ผลการเร ยนอย ในเกณฑ ด เพ มข น เป าหมาย ร อยละ 10 ต อภาคการศ กษา มาตรการ 1. ม รางว ลเช ดช เก ยรต ให ก บน กศ กษาท ม ผลการเร ยนเป นอ นด บ 1 และ 2 ของภาคว ชา 1. ให ท นการศ กษาน กศ กษาป จจ บ นท ม ผลการเร ยนด 2. ให ท นการศ กษาต อในระด บบ ณฑ ตศ กษา 3. ม ระบบประก นการได งาน ของน กศ กษาท ม ผลการเร ยนด 4. เท ยบโอนให น กศ กษาโครงการพ เศษท ม ผลการเร ยนด เข าส ระบบปกต โดยไม ต องสอบ Entrance ใหม 5. ประกาศช อผ ท าคะแนนส งส ดในการสอบแต ละภาคการศ กษาบน Web Site กลย ทธ ท 4. เพ มค ณภาพของการผล ตบ ณฑ ต เป าประสงค น กศ กษาท ส าเร จการศ กษาม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด 1.ร อยละของบ ณฑ ตท ได งานท า 2.รายได เร มต นของบ ณฑ ต 3.ความพ งพอใจของนายจ าง
11 เป าหมาย ร อยละ 90 ต อภาคการศ กษา มาตรการ 1. พ ฒนาค ณภาพงานบร การน กศ กษา 2. ก าหนดหล กส ตรให สอดคล องก บความต องการของภาคอ ตสาหกรรม 3. ปร บปร งระบบอาจารย ท ปร กษา 4. ร กษาส ดส วนการเพ มของอาจารย ให ม ความส มพ นธ ก บการเพ มของน กศ กษา 5. ให ความส าค ญก บรายว ชาฝ กงานและว ชาช พมากข นแก ป ญหาผลการศ กษาในว ชาพ นฐานทาง คณ ตศาสตร และว ทยาศาสตร กลย ทธ ท 5. เพ มค ณสมบ ต พ เศษให ก บบ ณฑ ต เป าประสงค น กศ กษาท ส าเร จการ ศ กษาม ประส ทธ ภาพตรง ม ค ณสมบ ต ตามความต องการของตลาดแรงงาน ต วช ว ด ร อยละของน กศ กษาท ได งานท า เป าหมาย ร อยละ 90 ต อภาคการศ กษา มาตรการ 1. จ ดการสอนภาษาอ งกฤษให ก บน กศ กษา 2. เพ มส ดส วนการใช ว ทยากรท ม ประส ทธ ภาพส งจากภายนอก 3. อบรมหล กส ตร (Course) พ เศษ ให น กศ กษา เพ อเพ มความสามารถในการใช เทคโนโลย ใหม 4. ส งเสร มก จกรรมของน กศ กษา ย ทธศาสตร ท 2. งานว จ ยและงานสร างสรรค กลย ทธ ท 1. เพ มแรงจ งใจในการท าว จ ย เป าประสงค เพ อให อาจารย ท าว จ ยมากข น ต วช ว ด ร อยละการเพ มข นของจ านวนผลงานว จ ย เป าหมาย ร อยละ 5 ต อป มาตรการ 1. ก าหนดหล กเกณฑ เง นเพ มพ เศษ 2. น าระบบภาระงานว จ ยมาใช 3. ส งเสร มการน าผลการว จ ยไปส การจดล ขส ทธ และส ทธ บ ตร 4. กระต นให อาจารย ท าการว จ ยผนวกก บการสอน 5. จ ดสรรงบประมาณในการเผยแพร งานว จ ย กลย ทธ ท 2. ยกระด บมาตรฐานงานว จ ย เป าประสงค 1.ให อาจารย สร าง สรรค งานว จ ยใหม ๆ มากข น 2.ให น กศ กษาม โอกาสน าเสนอปร ญญาน พนธ ต อบ คคลภาย นอกมากข น ต วช ว ด 1.ร อยละท เพ มข นของจ านวนผลงานว จ ย 2.ม โครงการ ว จ ยร วมก บหน วยงานภายนอก เป าหมาย ร อยละ 5 ต อป มาตรการ 1. พ ฒนาระบบฐานข อม ลเพ อการค นคว าและว จ ย
12 2. ให ม Workshop พ เศษ ส าหร บส งประด ษฐ และนว ตกรรม 3. สร างโครงการสหว ทยาการ (Multidisciplinaries) ของคณะ 4. ยกระด บมาตรฐานของโครงงานน กศ กษา 5. ออกวารสารว ชาการท ม มาตรฐานส ง 6. จ ดประกวดโครงงานน กศ กษา และงานว จ ยท กป ย ทธศาสตร ท 3. การบร การว ชาการ กลย ทธ ท 1. การสร างเคร อข ายทางว ชาการก บสถาบ นการศ กษาอ น เป าประสงค ให บร การทางว ชาการแก ช มชน ต วช ว ด ร อยละท เพ มข นของจ านวนโครงการบร การว ชาการท สร างสรรค เป าหมาย ร อยละ 5 ต อป มาตรการ 1. ส งเสร มการถ ายทอดเทคโนโลย ให ก บสถาบ นการศ กษาอ น 2. พ ฒนาระบบการแลกเปล ยนน กศ กษา และ Staff ก บสถาบ นอ นท งในและนอกประเทศ 3. ม การส ารวจและใช ฐานข อม ลของน กว จ ย ในสถาบ นการศ กษาอ น 4. จ ดประช มว ชาการร วมก บสถาบ นการศ กษาอ น กลย ทธ ท 2. สร างเคร อข ายทางว ชาการก บภาคอ ตสาหกรรมและช มชน เป าประสงค 1. เก ดความร วมม อในการให บร การทางว ชาการแก ช มชน 2. สร างความ ส มพ นธ ทางว ชาการอ นด ระหว างภาคร ฐก บภาค อ ตสาหกรรมและความส มพ นด าน เทคโนโลย และภ ม ป ญญาท องถ น ก บช มชน ต วช ว ด ร อยละท เพ มข นของจ านวนก จ กรรมท เป นความร วมม อระหว างคณะว ศวกรรม ศาสตร ก บภาค อ ตสาหกรรมและช มชน เป าหมาย ร อยละ 5 ต อป มาตรการ 1. ส ารวจและใช ฐานข อม ลของสภาอ ตสาหกรรมและหอการค าอย างเป นระบบ 2. จ ดให ม MOU ก บอ ตสาหกรรมขนาดใหญ และเป นตลาดแรงงานท ม ศ กยภาพ 3. ใช ระบบท ปร กษาร วม (สถาบ นอ ดมศ กษา: อ ตสาหกรรม) ในการท าโครงงานน กศ กษา 4. จ ดก จกรรมทางด านว ทยาศาสตร และเทคโนโลย ท อย ในความสนใจของประชาชน 5. สน บสน นให ม การว จ ยเพ อต อยอดภ ม ป ญญาท องถ น 6. จ ดก จกรรมท เป นประโยชน ก บการพ ฒนาช มชนรอบๆ มหาว ทยาล ย 7. จ ดว น Open Day ของคณะว ศวกรรมศาสตร 8. ส งเสร มการท าโครงงานน กศ กษาท แก ป ญหาในภาคอ ตสาหกรรมและช มชน
13 ย ทธศาสตร ท 4. การท าน บ าร งศ ลปและว ฒนธรรม กลย ทธ ท 1. ส งเสร มว ฒนธรรมท ด ขององค กร เป าประสงค เก ดว ฒนธรรมและความ ส มพ นธ ท ด ข นในองค กร ต วช ว ด ความพ งพอใจของบ คลากรท ม ต อค ณภาพช ว ตการท างาน (QWL) เป าหมาย ผ ปฏ บ ต งานม ความส มพ นธ อ นด ต อก น ส งผลให ระบบการท างานม ประส ทธ ภาพ มาตรการ 1. สน บสน นให ม ม มกาแฟภายในคณะ 2. สน บสน นก จกรรมสร างความส มพ นธ ระหว างบ คลากร 3. ปร บโครงสร างบ คลากรระหว างสายว ชาการ และสายสน บสน นให ม ส ดส วนท เหมาะสมมากข น 4. ปร บปร งสโมสรของคณะให ด ข น ย ทธศาสตร ท 5. พ ฒนาสถาบ นและบ คลากร กลย ทธ ท 1. กระจายอ านาจและภาระงานให ภาคว ชามากข น เป าประสงค เพ อให องค กรม ธรรมาภ บาลส งข น ต วช ว ด องค ประกอบของธรรมาภ บาล เป าหมาย ท กคนในองค กรม ส วนร วม มาตรการ 1. มอบอ านาจการบร หารงานบางส วนให ภาคว ชา 2. เพ มเจ าหน าท สายสน บสน นให ภาคว ชา 3. ใช อ ตราส วน อาจารย ต อน กศ กษา ในการจ ดอ ตราก าล งสายอาจารย ให แก ภาคว ชา กลย ทธ ท 2. ปร บปร งระบบการบร หารงาน เป าประสงค 1.ม ระบบสารสนเทศเพ อการบร หารจ ดการอย างม ประส ทธ ภาพ 2.ม ระบบตรวจสอบภายในท ม ประส ทธ ภาพ เช อถ อได 3.ระบบรายงานผลด าเน นงานท นสม ย น าเช อถ อ อ างอ งได ต วช ว ด ม การรายงานผลการด าเน นงานโดยใช ระบบสารสนเทศเพ อการบร หารจ ดการ เป าหมาย ม โปรแกรมส าเร จร ปหร อระบบฐานข อม ลท ม ประส ทธ ภาพ มาตรการ 1. พ ฒนาระบบสารสนเทศ เพ อการบร หารและการจ ดการ 2. พ ฒนาระบบจ ดการฐานข อม ลเพ อการต ดส นใจ 3. พ ฒนาระบบการตรวจสอบภายในท เน นผลงานตามย ทธศาสตร 4. ปร บปร งระบบการรายงานให ถ กต องและรวดเร ว กลย ทธ ท 3. พ ฒนาค ณภาพช ว ตของบ คลากร เป าประสงค บ คลากรม ค ณภาพช ว ตด ต วช ว ด จงร กภ กด องค กร เป าหมาย สภาพแวดล อมในการท างานด มาตรการ 1. ให ม ค าตอบแทนท เหมาะสมก บภาระงาน
14 2. จ ดส งแวดล อมในห องท างานให เหมาะสมมากข น 3. จ ดส งแวดล อมให ม ความร มร นมากย งข น 4. ม สถานท จอดยานพาหนะท เหมาะสม กลย ทธ ท 4. พ ฒนาความร ของบ คลากร เป าประสงค บ คลากรม ความร ความสามารถในงานเพ มข น ต วช ว ด การปฏ บ ต งานม ประส ทธ ภาพ เป าหมาย ประส ทธ ภาพการปฏ บ ต งานเพ มมากข น สามารถว ดได จาก 1)ความรวดเร วในการท างาน2)ความ รอบร ในงาน 3)ความถ กต องของข อ ม ลท เก ยว ก บงาน 4)ระยะเวลาการปฏ บ ต งานท เหมาะสม 5)งาน ไม ค าง มาตรการ 1. จ ดอบรมเพ มพ นความร ด านการใช โปรแกรมคอมพ วเตอร ใหม ๆ 2. จ ดอบรมความร ด านภาษาอ งกฤษ 3. ส งเสร มการศ กษาด งานท หน วยงาน/สถาบ นภายนอก 4. ส งเสร มการเข าร วมอบรม/ส มมนา ท จ ดโดยหน วยงาน/สถาบ นภายนอก 5. ส งเสร มด านจร ยธรรมให แก บ คลากร ย ทธศาสตร ท 6. หล กส ตรและการเร ยนการสอน กลย ทธ ท 1. ปร บปร งและพ ฒนาการศ กษา เป าประสงค น กศ กษาท ส าเร จการศ กษาม ประส ทธ ภาพตรง ม ค ณสมบ ต ตามความต องการของตลาดแรงงาน ต วช ว ด ร อยละของน กศ กษาท ได งานท า เป าหมาย ร อยละ 90 ต อป การศ กษา มาตรการ 1. ปร บปร งและพ ฒนาหล กส ตรให ม ความท นสม ย ม ความย ดหย น สอดคล องก บความต องการของ ท องถ นและภ ม ภาค 2. ส งเสร มการพ ฒนาหล กส ตรสหว ทยาการ ท บ รณาการความร หลากหลายสาขาว ชา รวมท งความร ท องถ นและเทคโนโลย ท เหมาะสม 3. สามารถเข าถ งระบบ Computer ของมหาว ทยาล ยจากบ าน กลย ทธ ท 2. พ ฒนาการเร ยนการสอน เป าประสงค น กศ กษาก บอาจารย ผ สอนม ความส มพ นธ อ นด ต อก น ต วช ว ด ร อยละของน กศ กษาท สอบผ านในรายว ชา เป าหมาย ร อยละ 90 ต อป การศ กษา มาตรการ 1. จ ดอบรมให อาจารย ใหม 2. ส งเสร มการสอน โดยเน นผ เร ยนเป นส าค ญ 3. ม ระบบการประเม นการสอนของอาจารย ท เหมาะสม 4. ส งเสร มการเร ยนร ด วยตนเอง
15 5. จ ดท า E-Learning อย างน อยร อยละ 50 ของรายว ชาท เป ดสอน ย ทธศาสตร ท 7. การประก นค ณภาพ กลย ทธ ท 1. พ ฒนาระบบการประก นค ณภาพทางการศ กษา เป าประสงค เพ อยกระด บมาตรฐานระบบการประก นค ณภาพทางการศ กษา ต วช ว ด ม เกณฑ มาตรฐานและต วช ว ดค ณภาพทางการศ กษาเช อถ อได เป าหมาย ต วช ว ดค ณภาพการศ กษาสอด คล องก บย ทธศาสตร ของหน วยงาน มหาว ทยาล ยและย ทธศาสตร ชาต มาตรการ 1. ม มาตรฐานและต วช ว ดค ณภาพการศ กษาท สอดคล องก บย ทธศาสตร มหาว ทยาล ยและย ทธศาสตร ชาต 2. ม ระบบการจ ดการฐานข อม ลเพ อการต ดส นใจท เป นระบบ และสอดคล องก บการประก นค ณภาพ ทางการศ กษา กลย ทธ ท 2. พ ฒนาระบบการประก นค ณภาพทางการศ กษา เป าประสงค เพ อยกระด บมาตรฐานระบบการประก นค ณภาพทางการศ กษา ต วช ว ด ม เกณฑ มาตรฐานและต วช ว ดค ณภาพทางการศ กษาเช อถ อได เป าหมาย ต วช ว ดค ณภาพทางการศ กษาสอดคล องก บย ทธศาสตร ของหน วยงาน มหาว ทยาล ยและย ทธศาสตร ชาต มาตรการ 1. ม มาตรฐานและต วช ว ดค ณภาพการศ กษาท สอดคล องก บย ทธศาสตร มหาว ทยาล ยและย ทธศาสตร ชาต 2. ม ระบบการจ ดการฐานข อม ลเพ อการต ดส นใจท เป นระบบ และสอดคล องก บการประก นค ณภาพ ทางการศ กษา 3. การม ส วนร วมของท กฝ ายในการประก นค ณภาพการศ กษา 4. แต งต งต วแทนกรรมการประก นค ณภาพท ม ต วแทนมาจากท กหน วยงาน 5. ประชาส มพ นธ การประก นค ณภาพอย างต อเน อง 6. น าผลการประก นค ณภาพด านต าง ๆ มาปร บปร งแก ไข หมายเหต ย ทธศาสตร กลย ทธ เป าประสงค ต วช ว ด มาตรการ และเป าหมาย น เป นย ทธศาสตร ท ถ กปร บปร งในป 2549
16 ย ทธศาสตร การจ ดสรร งบประมาณ ย ทธศาสตร ท 2 พ ฒนาคนและส งคมท ม ค ณภาพ (552.4986 ล านบาท) ย ทธศาสตร ท 3 ปร บโครงสร างเศรษฐก จให ขยายต ว อย างสมด ล (33.5012 ล านบาท) แผน งบประมาณ สร างส งคมแห งการเร ยนร ตลอดช ว ต พ ฒนาคนให ม ความร ค ค ณธรรมและ จร ยธรรม (542.5731 ล านบาท) อน ร กษ ส บทอดประเพณ ว ฒนธรรมฯ และพ ฒนาภ ม ป ญญา (9.9255 ล านบาท) พ ฒนาว ทยาศาสตร เทคโนโลย ว จ ย และนว ตกรรม (33.5012 ล านบาท) เป าหมาย บร การ กระทรวง ประชาชนได ร บการศ กษาและการเร ยนร ตลอดช ว ตท ม มาตรฐาน ค ณภาพ (542.5731 ล านบาท) ประชาชนได ร บความร และเข าใจเก ยวก บ ศ ลปว ฒนธรรมไทย (9.9255 ล านบาท) การเพ มการว จ ยและพ ฒนาเพ อตอบสนอง ท ศทางการพ ฒนาประเทศและเพ มจ านวน ศ นย บ มเพาะว สาหก จในสถาบ นการศ กษา (33.5012 ล านบาท) เป าหมาย ให บร การ หน วยงาน ขยายการผล ตบ ณฑ ต และพ ฒนาค ณภาพ การศ กษาท เพ มข นตาม ความต องการของตลาด (237.4450 ล านบาท) หน วยงานและผ ร บ บร การ ได ร บบร การว ชา การและองค ความร เพ อ พ ฒนาตนเอง หน วยงาน และช มชน (18.1826 ล านบท) เร งร ดการผล ต ก าล งคนด าน ว ทยาศาสตร และ เทคโนโลย เพ มข น (286.9455 ล านบาท) ผ ร บบร การม ความร ค ณ ธรรม ค ณภาพ ร วมพ ฒนาส งคม (9.9255 ล านบาท) หน วยงานภาคร ฐและเอกชน/ผ ร บบร การได ร บ บร การความร นว ตกรรมและน าผลงานว จ ยไป ใช ในการพ ฒนาองค ความร ในการพ ฒนาด าน ต างๆ เพ มข น (33.5012 ล านบาท) ผลผล ต โครงการ และ งบประมาณ ผ ส าเร จการศ กษาด าน ส งคมศาสตร (169.5170 ล านบาท) โครงการผล ตแพทย และพยาบาลเพ ม (67.9280 ล านบาท) ผลงานบร การว ชาการ (18.1826 ล านบท) คณะว ศวกรรมศาสตร (2.3688 ล านบาท) ย ทธศาสตร ท 3 ผ ส าเร จการศ กษา ด านว ทยาศาสตร ส ขภาพ (70.3486 ล านาท) ผ ส าเร จการศ กษา ด านว ทยาศาสตร และ เทคโนโลย (216.5969 ล านบาท) ผลงานท าน บ าร ง ศ ลปว ฒนธรรม ( 9.9255 ล านบาท) คณะว ศวกรรมศาสตร (0.9262 ล านบาท) ย ทธศาสตร ท 4 ผลงานว จ ยเพ อสร าง องค ความร (11.7298 ล านบาท) ผลงานว จ ยเพ อ ถ ายทอดเทคโนโลย (21.7714 ล านบาท) คณะว ศวฯ (1.5093 ล านบาท) ย ทธศาสตร ท 2 คณะว ศวฯ (2.2691 ล านบาท) ย ทธศาสตร ท 2 คณะว ศวกรรมศาสตร (30,4183 ล านบาท) ย ทธศาสตร ท 1, 5, 6, 7 หมายเหต มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน คณะว ศวกรรมศาสตร ม.อบ. ร ปท 2.3 ความเช อมโยงย ทธศาสตร คณะว ศวกรรมศาสตร ย ทธศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ย ทธศาสตร ระด บกระทรวงและย ทธศาสตร ระด บชาต ท มา : คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน.2550.แผนย ทธศาสตร คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน 2549-2650. จากแผนภ ม แสดงความเช อมโยงระหว างย ทธศาสตร ข างต น สามารถสร ปความเช อมโยงระหว างย ทธศาสตร ของคณะ ว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ก บย ทธ ศาสตร ศาสตร ชาต ด งแสดงในตารางท 2.3
17 ตารางท 2.3 สร ปความเช อมโยงระหว างย ทธศาสตร คณะว ศวกรรมศาสตร ม.อบ ก บย ทธ ศาสตร ศาสตร ชาต ย ทธศาสตร คณะว ศวกรรมศาสตร ย ทธศาสตร ชาต 1 ค ณภาพบ ณฑ ต 2 พ ฒนาคนและส งคมท ม ค ณภาพ 2 การว จ ยและงานสร างสรรค 3 การปร บโครงสร างเศรษฐก จให ขยายต วอย างสมด ล 3 บร การว ชาการ 2 พ ฒนาคนและส งคมท ม ค ณภาพ 4 ท าน บ าร งศ ลปะและว ฒนธรรม 2 พ ฒนาคนและส งคมท ม ค ณภาพ 5 พ ฒนาสถาบ นและบ คลากร 2 พ ฒนาคนและส งคมท ม ค ณภาพ 6 หล กส ตรและการเร ยนการสอน 2 พ ฒนาคนและส งคมท ม ค ณภาพ 7 ประก นค ณภาพ 2 พ ฒนาคนและส งคมท ม ค ณภาพ ผล ตบ ณฑ ต เพ มศ กยภาพในการ แข งข นของประเทศ ว จ ยและสร างสรร บร การว ชาการ เสร มสร างการพ ฒนาท ย งย นของประเทศ ท าน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม พ ฒนาส งคม การแก ไข ป ญหาความยากจน และ ยกระด บค ณภาพช ว ต พ ฒนาสถาบ นและบ คลากร หล กส ตร และการเร ยนการสอน ความม นคงของชาต การ ต างประเทศ การอ านวย ความย ต ธรรม ระบบประก นค ณภาพ การบร หารการจ ดการ ประเทศ ร ปท 2.4 ความเช อมโยงย ทธศาสตร คณะคณะว ศวกรรมศาสตร ม.อบ และย ทธศาสตร ชาต ท มา : คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน.2550.แผนย ทธศาสตร คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน 2549-2560.
2.5 แผนการร บน กศ กษาสาขาว ศวกรรมศาสตร 2.5.1 แผนการร บน กศ กษา คณะว ศวกรรมศาสตร ป การศ กษา 2551-2555 ว ธ การร บเข า ป การศ กษา 18 โดยว ธ ร บตรง ใช ผลการเร ยน (โควตา) ร บตรงอ นๆ สายอาช พ (ปวช,ปวส) 19 จ งหว ด 8 จ งหว ด โครงการ พ เศษ โควตา ก ฬา โอล มป ก ว ชาการ ระบบกลาง Admissions ป การศ กษา 2551 10 200 150 20 5 5 240 630 ป การศ กษา 2552 10 210 170 20 5 5 250 670 ป การศ กษา 2553 10 210 170 20 5 5 250 670 ป การศ กษา 2554 10 210 170 20 5 5 250 670 ป การศ กษา 2555 10 210 170 20 5 5 250 670 หมายเหต เร มร บน กศ กษาสาขาว ศวกรรมส งแวดล อมต งแต ป การศ กษา 2551 จ านวน 40 คน รวม
19 3. นโยบายและระบบ System & Policies 3.1 การประก นค ณภาพการศ กษา -QA Principal คณะว ศวกรรมศาสตร ได ม การประก นค ณภาพการศ กษา ต งแต ป พ.ศ. 2541 เป นต นมา โดยการประย กต ระบบ TQM (Total Quality Management) หล กการ 5 ส. เป นพ นฐาน และหล กการของพ ทธศาสนา ค อ อ ทธ บาท 4 (ฉ นทะ ว ร ยะ จ ตตะ ว ม งสา) เป นหล กในการท างาน ท งน ได ก าหนดมาตรฐานการท างานในส วนต างๆรวม 9 องค ประกอบ (ตามเกณฑ ของส าน กงานคณะกรรมการ การอ ดมศ กษา) และม การวางนโยบายสน บสน นการประก นค ณภาพการศ กษารวม 6 นโยบาย 3.1.1 นโยบายสน บสน นการประก นค ณภาพการศ กษา 6 ด าน - Six categories of QA. policy 1. นโยบายด านการเร ยนการสอนและพ ฒนาน กศ กษา 2. นโยบายด านการว จ ย 3. นโยบายด านการให บร การทางว ชาการ 4. นโยบายด านการท าน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม 5. นโยบายด านการบร หาร 6. นโยบายด านการประก นค ณภาพการศ กษา 3.1.2 องค ประกอบค ณภาพ 9 องค ประกอบ - Quality Factors 1. ปร ชญา ปณ ธาน ว ตถ ประสงค Vision, Mission, Goal & Target 2. การเร ยนการสอน Academic 3. ก จกรรมพ ฒนาการศ กษา Student Development 4. การว จ ย Research 5. การบร การว ชาการแก ส งคม Academic Services 6. การท าน บ าร งศ ลปะว ฒนธรรม Art & Culture Promotion 7. การบร หารและจ ดการ Administration & Management 8. การเง นและงบประมาณ Finance & Budgeting 9. ระบบและกลไกการประก นค ณภาพ Quality Process & Procedure 3.2 นโยบายด านการบร หารงานบ คคล (Human Resource Management Policies) 1. วางแผนก าล งคนอย างเหมาะสมตามกรอบเป าหมายภารก จ 2. ก าหนดกระบวนการค ดเล อกคนเข าส ต าแหน งด วยระบบค ณธรรม และด าเน นการด วยความเป นธรรม โปร งใส ตรวจสอบได
20 3. ส งเสร มและพ ฒนาค ณภาพช ว ตของบ คลากรให ม ค ณภาพช ว ตและสว สด การท ด อ นจะน าไปส ความ จงร กภ กด องค กร 4. จ ดระบบการประเม นผลงานท ม ประส ทธ ภาพเป นธรรม เพ อก าหนดค าตอบแทน ส ทธ ประโยชน สว สด การ ท เหมาะสมก บภาระงาน สมรรถนะและผลการปฏ บ ต งาน 5. วางแผน ส งเสร ม และ พ ฒนาบ คลากรเพ อให ม ความร ความสามารถเหมาะสมในการเล อนระด บ ต าแหน ง ตามเส นทางก าวหน าตามต าแหน งงาน (Career path) และเก ดความก าวหน าในสายงานหร อว ชาช พท ครองอย 6. พ ฒนาบ คลากรม ความร ความสามารถในงานเพ มข นเพ อการปฏ บ ต งานม ประส ทธ ภาพ ประส ทธ ผลโดย สามารถว ดได จากความรวดเร วในการท างาน ความรอบร ในงาน ความถ กต องของข อม ลท เก ยวก บงาน ระยะเวลาการ ปฏ บ ต งานท เหมาะสม 7. สน บสน นการจ ดอบรมเพ มพ นความร ด านการใช โปรแกรมคอมพ วเตอร ใหม ๆ ความร ด านภาษาอ งกฤษ 8. ส งเสร มการเข าร วมอบรม/ส มมนา ท จ ดโดยหน วยงาน/สถาบ นภายนอก 9. ส งเสร มด านจร ยธรรมให แก บ คลากร 3.3 ระบบการบร หารงานบ คคล (Human Resource Management System ) คณะว ศวกรรมศาสตร ใช ระบบบร หารงานบ คคล ตามกฎหมาย โดยแยกตามประเภทของบ คลากรได แก 1. พระราชบ ญญ ต ระเบ ยบข าราชการพลเร อนในสถาบ นอ ดมศ กษา พ.ศ. 2547 แก ไขเพ มเต ม (ฉบ บท 2) พ.ศ. 2551 กฎกระทรวงศ กษาธ การ และประกาศ ก.พ.อ. ส าหร บบ คลากรท เป นข าราชการ 2. ระเบ ยบกระทรวงการคล ง ส าหร บบ คลากรท เป นล กจ างประจ า 3. ข อบ งค บสภา มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ส าหร บบ คลากรท เป นพน กงานและล กจ างช วคราว โดยม กระบวนการด านบร หารงานบ คคลและแนวปฏ บ ต โดยส งเขป ด งน 3.3.1 การสรรหา (Recruitment) คณะว ศวกรรมศาสตร ม ระบบการสรรหาทร พยากรบ คคลโดยย ดระบบค ณธรรม (Merit System) ท งน เป นไปตามพระราชบ ญญ ต ระเบ ยบระเบ ยบข าราชการพลเร อนในสถาบ นอ ดมศ กษา พ.ศ. 2547 และหล กเกณฑ และ ว ธ การท คณะกรรมการข าราชการพลเร อนในสถาบ นอ ดมศ กษา ( ก.พ.อ.) ก าหนดไว ค อ - ว ธ การสอบแข งข น - ว ธ การสอบค ดเล อก - ว ธ การค ดเล อก 3.3.2 การจ ายค าตอบแทนและสว สด การ ข าราชการใช ระบบการจ ายเง นเด อนและเง นประจ าต าแหน ง ตามพระราชกฤษฎ กาว าด วยเง นเด อนและ เง นประจ าต าแหน ง ล กจ างประจ าใช ระบบค าจ างตามระเบ ยบกระทรวงการคล ง พน กงานได ร บค าจ างโดยอ งตามต าแหน งของข าราชการและได ร เง นค าสว สด การตามข อบ งค บสภา มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ว าด วยการจ ายเง นค าสว สด การ
21 ล กจ างช วคราวได ร บค าจ างโดยอ งตามต าแหน งของข าราชการ 3.3.3 ระบบการประเม น บ คลากรท กต าแหน งจะต องถ กประเม นผลการปฏ บ ต งานอย างน อยป ล 2 คร ง ตามรอบการประเม น ค อ รอบท 1 ในช วงเด อนต ลาคม ถ ง ม นาคม รอบท 2 ในช วงเด อนเมษายนถ ง เด อนก นยายน ท งน ม แบบประเม นแยกตามสายงานค อ แบบประเม นสายอาจารย และแบบประเม นบ คลากรสาย สน บสน น (รายละเอ ยดปรากฏในห วข อท 7 ระบบการประเม น) 3.3.4 ความก าวหน า (Career Path) ในคณะว ศวกรรมศาสตร บ คลากรในสายงานต างๆ สามารถ ม ความก าวหน าในสายงานอาช พของตน ตามประเภทของบ คลากร เช น ข าราชการ พน กงานมหาว ทยาล ย ล กจ างประจ า และล กจ างช วคราว โดยความก าวหน าในสายว ชาช พของแต ละต าแหน งและสายงาน ปรากฏตามรายละเอ ยดในห วข อท 8 (ระบบความก าวหน าในสายว ชาช พ) 3.3.5 ระบบการพ ฒนา (Training&Developmaent) คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ม การพ ฒนาบ คลากรหลายร ปแบบ เช น 1.) การให ลาศ กษาต อ 2.) การฝ กอบรม ด งาน 3.) การสอนงาน ( Coaching) 4.) การฝ กในการปฏ บ ต งานจร ง (On the Job Training) 5.) การจ ดการความร ในองค กร 6.) การศ กษาด วยตนเอง 3.4 โครงการสร างองค กร (Organization) คณะว ศวกรรมศาสตร ม โครงสร างการบร หารงาน ด งรายละเอ ยดในร ปท 3
22 ร ปท 3 โครงสร างการบร หารงานของคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน
23 3.5 หน วยงานและภารก จในความร บผ ดชอบ จากโครงสร างองค กรในข อ 3.4 คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ม การจ ดแบ งหน วยงาน ภายในตามประกาศทบวงมหาว ทยาล ย ด งน 1. ภาคว ชาว ศวกรรมเคร องกล Department of Mechanical Engineering ร บผ ดชอบภารก จการสอนตาม หล กส ตร ว ศวกรรมศาสตรบ ณฑ ตสาขาว ศวกรรมเคร องกล (วศ.บ.ว ศวกรรมเคร องกล) ว จ ย และบร การทางว ชาการ เก ยวก บงานทางด านว ศวกรรมเคร องกลในสาขาหล กๆ ด งน กลศาสตร การออกแบบเคร องจ กรกล และว ศวกรรมยานยนต ( Mechanics, Machine Design & AutomotiveX อ ณหพลศาสตร และพล งงาน (Thermodynamic & Energy) ว ศวกรรมควบค ม และระบบอ ตโนม ต (Control Engineering & Automation) การประย กต กลศาสตร ของไหล และความร อน (Applied Fluid Mechanics & Heat Transfer) 2. ภาคว ชาว ศวกรรมอ ตสาหการ - Department of Industrial Engineering ร บผ ดชอบภารก จการสอนตาม หล กส ตร ว ศวกรรมศาสตรบ ณฑ ตสาขาว ศวกรรมอ ตสาหการ (วศ.บ.ว ศวกรรมอ ตสาหการ) ว จ ย และบร การทางว ชาการ เก ยวก บงานทางด านว ศวกรรมอ ตสาหการในสาขาหล กๆ ด งน การว จ ยการด าเน นงาน (Operation Research) การวางแผนจ ดการงานอ ตสาหกรรม และควบค มการผล ต (Industrial Planning, Management, and Production Control) โลหะว ทยาและว สด ศาสตร (ผล ตและปร บปร งค ณสมบ ต ว สด ) ( Metallurgy & Material Science) ว ศวกรรมการผล ต การควบค มการท างานโดยอ ตโนม ต (Production Engineering & Automatic Control) 3. ภาคว ชาว ศวกรรมไฟฟ าและอ เล กทรอน กส - Department of Electrical and Electronics Engineering ร บผ ดชอบภารก จการสอนตามหล กส ตร ว ศวกรรมศาสตรบ ณฑ ตสาขาว ศวกรรมไฟฟ าและอ ล กทรอน กส (วศ.บ. ว ศวกรรมไฟฟ าและอ เล กทรอน กส ) ว จ ย และบร การทางว ชาการ เก ยวก บงานทางด านว ศวกรรมไฟฟ าในสาขาหล กๆ ด งน ว ศวกรรมไฟฟ าก าล ง (ว เคราะห ออกแบบระบบผล ตและส งก าล งไฟฟ า) (Power System) ว ศวกรรมไฟฟ าส อสาร (การแพร กระจายของคล น การประมวลผลส ญญาณ) (Telecommunication) ว ศวกรรมอ เล กทรอน กส (ออกแบบวงจร เทคโนโลย วงจรรวมแบบด จ ตอล) (Electronics) ว ศวกรรมคอมพ วเตอร (พ ฒนาวงจร เก บและจ ดการข อม ล ว ศวกรรมซอฟท แวร ) (Computer Engineering) 4. ภาคว ชาว ศวกรรมโยธา - Department of Civil Engineering ร บผ ดชอบภารก จการสอนตามหล กส ตร ว ศวกรรมศาสตรบ ณฑ ตสาขาว ศวกรรมโยธา (วศ.บ.ว ศวกรรมโยธา) ว จ ย และบร การทางว ชาการ เก ยวก บงานทางด าน ว ศวกรรมโยธาในสาขาหล กๆ ด งน ว ศวกรรมส ารวจ (Surveying) ว ศวกรรมทาง และว ศวกรรมขนส ง (Highway & Transportation Engineering) ว ศวกรรมทร พยากรน า (ชลศาสตร และอ ทกว ทยา) (Water Resources Engineering) ว ศวกรรมเทคน คธรณ (Geo-technical Engineering)
24 ว ศวกรรมโครงสร าง และว สด (Structural Eng. & Materials) บร หารจ ดการงานก อสร าง และเทคโนโลย ในการก อสร าง (Construction Management & Technology) 5. ภาคว ชาว ศวกรรมเคม - Department of Chemical Engineering & Environmental Engineering ร บผ ดชอบภารก จการสอนตามหล กส ตร ว ศวกรรมศาสตรบ ณฑ ตสาขาว ศวกรรมเคม (วศ.บ.ว ศวกรรมเคม ) ว จ ย และ บร การทางว ชาการ เก ยวก บงานทางด านว ศวกรรมเคม ช วภาพและว ศวกรรมส งแวดล อม ในสาขาหล กๆ ด งน กระบวนการทางเคม และอ ตสาหกรรมเคม Chemical Process & Industry การจ ดการและเทคโนโลย ส งแวดล อม Environmental Management and Technology เทคโนโลย ช วภาพ Bio-technology ว สด ศาสตร Material Science (Polymer) ท งน ภาคว ชาว ศวกรรมเคม ม โครงการท จะเป ดสอนในหล กส ตรว ศวกรรมศาสตรบ ณฑ ตสาขาว ศวกรรม ส งแวดล อม(วศ.บ.ว ศวกรรมส งแวดล อม) อ กหน งหล กส ตร เร มต งแต ป การศ กษา 2551 เป นต นไป 6. ส าน กงานเลขาน การ Office of the Secretary ร บผ ดชอบงานด านการบร หารจ ดการท วไปของคณะ ด งน 1.สน บสน นการบร หารงานของคณะในด านต างๆ เช น การจ ดท าแผนงาน งบประมาณ การ บร หารงานบ คคล ข อม ลและสารสนเทศต างๆ ตลอดจน จ ดหาจ ดเตร ยมว สด อ ปกรณ การศ กษาเพ อให บร การการเร ยน การสอน 2.บร การและอ านวยความสะดวกด านข อม ลสารสนเทศแก ฝ ายบร หาร และบ คลากรภายในคณะ เช น การจ ดระบบเอกสาร และระบบคอมพ วเตอร 3.ประสานการด าเน นงานก บหน วยงานท งภายในและภายนอก เพ ออ านวยความสะดวกในด านการ เร ยนการสอน การฝ กงาน การว จ ย การบร การว ชาการ 4.ควบค มและตรวจสอบการด าเน นการต างๆ ให เป นไปตามระเบ ยบ และข นตอนรวมท งพ ฒนาและ ปร บปร งระบบเอให การดด าเน นงานเป นไปด วยความสะดวกรวดเร วเป นท พ งพอใจของผ ท ต ดต อประสานงาน 5.ด แลการจ ดการในด านความสะอาด ความปลอดภ ย ระบบไฟฟ า โทรศ พท ประปา โสตท ศน ปกรณ ต างๆ อาคารและพ นท โดยรอบ 6.ร บผ ดชอบงานประชาส มพ นธ เพ อเผยแพร ช อเส ยงและภาพพจน ท ด ของคณะ รายละเอ ยดโดยส งเขปของหน วยงานในส าน กงานเลขาน การ 6.1 งานการเง น ร บผ ดชอบ การเบ ก จ าย เง นจากแหล งงบประมาณ ค อ เง นกองท นส งเสร มละพ ฒนาการผล ตบ ณฑ ตของคณะ ว ศวกรรมศาสตร เง นรายได และเง นงบประมาณแผ นด นในท กหมวด ค อ ค าตอบแทน ค าใช สอย ค าว สด ค าคร ภ ณฑ เง นอ ดหน น เป นต น การจ ดท าบ ญช ท เก ยวข องก บระบบการเง นท กหมวด การต ดตามเร งร ด การเบ กจ าย ให ม การใช งบประมาณตามแผนงาน การจ ดท ารายการใช จ ายเง นรายเด อน
25 6.2 งานพ สด ร บผ ดชอบ การจ ดซ อจ ดจ างว สด คร ภ ณฑ การจ างเหมาบร การ การท าทะเบ ยนควบค มคร ภ ณฑ และว สด การส งซ อมบ าร งร กษาคร ภ ณฑ 6.3 งานสารบรรณ ร บผ ดชอบ การร บ ส ง และจ ดเก บหน งส อราชการ การร างและโต ตอบหน งส อท วไป การแจ งเว ยน หน งส อ ท วไปภายในคณะฯ การตรวจสอบเอกสารเก ยวก บสว สด การต าง ๆ เช น การเบ กค าเช าบ าน ค าร กษาพยาบาล ค าการศ กษาบ ตร เง นประจ าต าแหน งผ บร หาร การต ดต อและท าเร องการเด นทางไปราชการส าหร บบ คลากรภายในคณะฯ การจ ดระบบและควบค มระบบการใช โทรศ พท / โทรสารท กหมายเลขภายในคณะฯ ประสานงานการเด นทางไปราชการของผ บร หาร(คณบด รองคณบด ) ประสานงานต ดต อก บหน วยงานต าง ๆ ให ก บผ บร หาร ประสานงานน ดหมาย จ ดประช ม และร บรองแขกส าค ญของคณะฯ จ ดพ มพ เอกสาร ส าเนาเอกสาร หน งส อเฉพาะก จส าหร บผ บร หาร การจ ดท าส อประชาส มพ นธ ต างๆ เพ อให ข อม ลข าวสารเก ยวก บคณะแก บ คคลท วไป 6.4 งานการเจ าหน าท ร บผ ดชอบ ประสานงานเก ยวก บส ทธ ประโยชน ต าง ๆ แก บ คลากรภายในคณะฯ ตรวจสอบระบบการบร หารงานบ คคลให เป นไปตามระเบ ยบราชการ จ ดท าโครงการส งเสร ม และพ ฒนาบ คลากรให ม ประส ทธ ภาพในการท างาน ประสานงานก จกรรมต าง ๆ ท เก ยวข องก บงานบ คลากร ว เคราะห อ ตราก าล ง และน าเสนอข อม ลด านบ คลากรแก ผ บร หารเพ อวางแผนด านบ คลากร การประสานงานเก ยวก บท นศ กษาต อ ฝ กอบรม ด งาน ท ให ผ านกรมว เทศสหการ 6.5 หน วยอาคารสถานท (การซ อมบ าร งและภ ม ท ศน ) ร บผ ดชอบ การปร บปร ง ด แลร กษาภ ม ท ศน รอบอาคารเร ยนรวม 1 EN1 EN2 EN3 EN4 EN5 EN6 การซ อมบ าร งอ ปกรณ และเคร องม อต างในอาคารท ร บผ ดชอบ ประสานงานก บงานอาคารและสถานท เก ยวการด แลร กษาระบบสารธารณ ปโภคในอาคาร เช น ระบบไฟฟ า น าประปา โทรศ พท 6.6 หน วยยานพาหนะ ร บผ ดชอบ การให บร การรถต และรถยนต น ง และการซ อมบ าร ง 6.7 หน วยเทคโนโลย ทางการศ กษา ร บผ ดชอบ การให บร การอ ปกรณ โสตท ศนศ กษาเพ อการเร ยนการสอน
26 การจ ดห องเร ยนและอ ปกรณ ท จ าเป น การให บร การห องจ ดอบรมส มมนาและห องประช ม 6.8 หน วยผล ตเอกสาร ร บผ ดชอบ การให บร การถ ายเอกสารประกอบการสอนและการผล ตเอกสารประกอบการสอนเป นร ปเล ม ควบค มการตรวจสอบการจ างเหมาเอกชนเพ อถ ายเอกสารและจ ดซ อว สด ท เก ยวข อง 6.9 งานบร การสารสนเทศทางว ศวกรรม ร บผ ดชอบ การให บร การห องสม ดและสารสนเทศของคณะ การจ ดหาทร พยากรเพ อการศ กษาค นคว าและอ างอ ง การพ ฒนา การส งเสร มการเร ยนร ด วยตนเอง 6.10 งานบร การคอมพ วเตอร และระบบเคร อข าย ร บผ ดชอบ การให บร การห องปฏ บ ต การคอมพ วเตอร การจ ดหาทร พยากรเพ อให บร การด านคอมพ วเตอร แก บ คลากรและเพ อการเร ยนการสอน การพ ฒนา ระบบ ข อม ลสารสนเทศเพ อการบร หารจ ดการ 6.11 งานนโยบายและแผน ร บผ ดชอบ การจ ดท าแผนงาน และงบประมาณประจ าป ต ดตามผลและรายงานผลการปฏ บ ต งานตามแผนต อผ บร หาร ว เคราะห การจ ดท าแผนงานให เป นไปตามแนวนโยบาย ประสานงานโครงการ/ ก จกรรมต าง ๆ ภายในคณะฯ 6.12 งานว ชาการ ร บผ ดชอบ การบร การอาจารย พ เศษ / อาจารย ประจ า ในการจ ดการเร ยนการสอน ตารางการใช ห องเร ยน และอ ปกรณ โสตฯ ท กห องภายในคณะฯ ท าเร องเบ กค าสมนาค ณ ค าสอนพ เศษ อาจารย ประจ า / อาจารย พ เศษ ประสานงานการผล ตและจ ดเก บส อสารสอน 6.13 งานก จการน กศ กษา ร บผ ดชอบ อ านวยความสะดวกและสน บสน นทร พยากรท จ าเป นเก ยวก บงานด านท นการศ กษา การฝ กงานน กศ กษา โครงการ / ก จกรรมของน กศ กษา 6.14 หน วยสน บสน นการว จ ย และบร การว ชาการ ร บผ ดชอบ การอ านวยความสะดวกและสน บสน นทร พยากรท จ าเป นเก ยวก บประสานงานงานว จ ย งานโครงการ / ก จกรรมการบร การว ชาการ การท าน บ าร งศ ลปะ ว ฒนธรรม การประช มเช งปฏ บ ต การ การส มมนาเก ยวการว จ ย และ การส งเสร มงานว จ ย และบร การว ชาการ
27 4. การว เคราะห ความต องการอ ตราก าล งและแผนอ ตราก าล ง Workforce Analysis & Manpower Planning 4.1 การว เคราะห อ ตราก าล ง (Workforce Analysis) การว เคราะห อ ตราก าล งขององค กรเป นส งส าค ญท ต องด าเน นการในกระบวนการวางแผนก าล งคน เพ อให สามารถค านวณก าล งคนท เหมาะสมท จะใช งานตามแผนงานขององค การรวมท งเป นเคร องม ออย างหน งท จะใช เพ อการ ทบทวนตรวจสอบก าล งคนท องค การท ม ในป จจ บ นว าม ความเหมาะสมหร อไม เม อม การท าแผนก าล งคนใหม สร าง เกณฑ มาตรฐานในการว เคราะห ก าล งคนในองค การ จ ดต งหน วยงานใหม การขยายงานหร อลดงานในหน วยงานเด ม การเปล ยนแปลงว ธ การท างานหร อน าเทคโนโลย ใหม มาใช หร อเม อต องการตรวจหร อทบทวนการใช ก าล งคนท ม อย 4.2 หล กเกณฑ ข นตอนการ ว ธ การในการว เคราะห อ ตราก าล ง ในการว เคราะห อ ตราก าล งคร งน ได ด าเน นการตามข นตอน ด งต อไปน 1. ศ กษาข อม ลพ นฐาน ท วไป ค อ ปร ชญา ว ส ยท ศน พ นธก จ โครงสร าง แผนย ทธศาสตร ของคณะ ว ศวกรรมศาสตร 2. ขอบเขตภาระหน าท ของหน วยงานท จะท าการว เคราะห อ ตราก าล ง (Functional Description) ซ งได แก ภาคว ชาว ศวกรรมเคร องกล ภาคว ชาว ศวกรรมไฟฟ าและอ เล กทรอน กส ภาคว ชาว ศวกรรมโยธา ภาคว ชา ว ศวกรรมเคม ภาคว ชาว ศวกรรมอ ตสาหการ และ ส าน กงานเลขาน การ 3. หาป จจ ยว ดงาน (Task) และหน วยน บ โดย ส วนท เป นภาคว ชาใช ป จจ ยว ดงานจากเกณฑ มาตรฐานภาระ งานของอาจารย ต อน กศ กษา 4. หาปร มาณงานแต ละงานท ต องท า 5. ค านวณอ ตราก าล งท ต องใช ในแต ละงาน (Task) 6. สร ปอ ตราก าล งรวมของแต ละหน วยงาน หมายเหต ป จจ ยว ดงาน หมายถ ง ผลข นส ดท าย (Out put) อ นเก ดจากการปฏ บ ต งานของพน กงาน ซ งก อให เก ดการเพ ม ผลผล ต (Productivity) ขององค การ ซ งอาจออกมาในร ปของผลผล ต (Products) หร อบร การ (Services) หน วยน บ หมายถ ง หน วยน บของผลงาน ซ งอาจม หน วยเป นช นงาน โครงการ หร อ เป นหน วยน บของเวลา เช น นาท ช วโมง หร อว น เป นต น 4.3 หล กทฤษฎ หร อเทคน คท ใช ในการว เคราะห อ ตราก าล ง เทคน คท ใช ในการว เคราะห อ ตราก าล งท ใช ก นท วไป ม 3 ว ธ ค อ
28 1. เทคน คเดลฟาย (Delphi Technique) ว เคราะห อ ตราก าล ง โดยอาศ ยด ลยพ น จของผ บร หาร (Management Judgement) หร ออาศ ยความร และประสบการณ ของผ ช านาญการ ซ งท างานเก ยวข องก บงานในหน วยงานท ท าการ ว เคราะห น น ท งน โดยอาศ ยรากฐานข อเท จจร งท อ างอ งได 2.ว ธ เปร ยบเท ยบอ ตราส วน (Ratio) เปร ยบเท ยบอ ตราส วนแบบต างๆ ค อ อ ตราส วนประส ทธ ภาพ (Output - Input Ratio) อ ตราส วนพน กงานก บอ ปกรณ อ ตราส วนผ ใต บ งค บบ ญชาก บผ บ งค บบ ญชา อ ตราส วนก าล งคนในงานท เก ยวข องก น และ อ ตราส วนอ ตราก าล งหล กก บอ ตราก าล งเสร ม 3. การใช เทคน คการว ดงาน (Work Measurement Technique) ท งน การว เคราะห อ ตราก าล งของคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน เน องจากในแต ละส วนงาน มล กษณะงานท แตกต างก นออกไปตามภารก จ ด งน นใช เทคน คในการว เคราะห อ ตราก าล งโดยผสมผสานก นหลายว ธ ตามล กษณะงานของหน วยงานน นๆ ด งน 1. เดลฟายเทคน ค (Delphi Technique) ใช เพ อการว เคราะห งานของหน วยย อยๆ ค อ เจ าหน าท หน วยผล ต เอกสาร และเจ าหน าท หน วยประก นค ณภาพ 2. ว ธ เปร ยบเท ยบอ ตราส วน (Ratio) 2.1 อ ตราส วนประส ทธ ภาพ (Output - Input Ratio) ค อ จ านวนผลงานท จะได ร บจากผ ปฏ บ ต งาน 1 คน โดยเฉล ย อาจค ดจากจ านวนช นงาน หร อใช บร การท มาต ดต อ หร อพ นท ในการปฏ บ ต งาน ซ งจะถ กก าหนดข นจากการหาร อร วมก นของห วหน างาน น กว เคราะห งานและผ ช านาญการ ซ งอ ตราก าล งท จะใช ว ธ การค านวณโดยว ธ น ได แก ต าแหน งอาจารย คร ปฏ บ ต การและช าง เทคน คท ท าหน าท ช วยสอนว ชาปฏ บ ต การ การค านวณก าล งคนโดยใช อ ตราส วนประส ทธ ภาพ ม ว ธ ค ดด งน ก าล งคนท ต องการ = ปร มาณงานท ต องท าตามแผนงาน อ ตราส วนประส ทธ ภาพ ค านวณจากพ นท ก าหนดเกณฑ มาตรฐานต อตารางเมตรในการให บร การของพน กงาน 1 คน ท ต องร บผ ดชอบด แลใน พ นท และค านวณพ นท ท ม ท งหมด ด งน น จ านวนพน กงานท ต องการ = พท.ท งหมด (ตรม.) เกณฑ มาตรฐานต อตารางเมตรในการให บร การของพน กงาน 1 คน อ ตราก าล งท จะใช ว ธ การค านวณโดยว ธ น ได แก คนสวน และ จนทหน วยเทคโนโลย ทางการศ กษา
29 ค านวณจากจ านวนผ ใช บร การท มาต ดต อ ก าหนดเกณฑ มาตรฐานในการให บร การ ของพน กงานประจ า ท จะต องสามารถบร การล กค าได คนละก รายต อว น จากการพยากรณ ปร มาณผ ใช บร การท มาต ดต อโดยอาศ ยสถ ต ข อม ลท ผ านมา ว าจะม ผ ใช บร การมาต ดต อเฉล ย ประมาณว นละก ราย ด งน น จ านวนพน กงานท ต องการ = จ านวนผ ใช บร การมาต ดต อเฉล ยต อว น เกณฑ มาตรฐานในการให บร การต อว นของพน กงาน อ ตราก าล งท จะใช ว ธ การค านวณโดยว ธ น ได แก บรรณาร กษ 2.2 อ ตราส วนพน กงานก บอ ปกรณ เป นเทคน คท ใช ในการค านวณก าล งคนของงานบางล กษณะ โดยพ จารณาจากเคร องม อ เคร องจ กร หร ออ ปกรณ ท ใช ในการท างาน เช น พน กงานข บรถ ต อ จ านวนรถยนต พน กงานร บโทรศ พท ต อ จ านวนโทรศ พท หร อพน กงานจ ายน าม น ต อ ห วจ ายน าม น พน กงานบ นท กข อม ลคอมพ วเตอร ต อ เคร องคอมพ วเตอร เป นต น ในคร งน ใช เพ อการว เคราะห งานของ ต าแหน งพน กงานข บรถและช างเทคน คประจ าภาคว ชาท ไม ได ท าหน าท ช วยสอน 3. เทคน คการว ดงาน (Work Measurement Technique) การว เคราะห อ ตราก าล ง โดยการศ กษาจากข นตอนการไหลของงาน (Workflow) และม การว ดเวลาท ใช ในการ ท างานแต ละข นตอนท เร ยกว า Time and Motion Study แล วน าผลท ได จากการว ดงานไปก าหนดเวลามาตรฐานในการ ท างานเพ อน าไปใช ในการค านวณอ ตราก าล งท เหมาะสมก บปร มาณงานของหน วยงาน ว ธ การว ดงาน เพ อก าหนดเวลามาตรฐานในการท างาน ท าได หลายว ธ ด วยก น ค อ 3.1 การประมาณงานโดยผ ช านาญการ ใช ส าหร บงานประเภทท ต องใช เทคน คส งหร อใช ความช านาญพ เศษ เฉพาะด าน ต องให ผ ช านาญการในเทคน คสาขาน นเป นผ ประมาณการว าควรใช เวลาเท าใด 3.2 การจ บเวลา (Time Study) เป นการส งเกตการณ และจ บเวลาการท างานของเจ าหน าท พร อมบ นท กผล การจ บเวลาไว โดยอาจต องท าซ าประมาณ 2-3 หนในเวลาท ต างก นแล ว ก าหนดเป นเวลามาตรฐานในการท างานข นใช ส าหร บงานท ท าซ า ๆ ก นและใช เทคน คเหม อน ๆ ก น เป นงานท ใช เทคน คไม ส งน ก เช น งานธ รการ งานพ สด งาน ประกอบช นส วนเคร องจ กร เป นต น 3.3 การใช เวลามาตรฐานท ม อย แล ว โดยการน าเวลามาตรฐานท ม ผ ท าการศ กษาว จ ยและก าหนดเป นเวลา มาตรฐานไว และม ผ ยอมร บน าไปใช โดยท วไป ซ งส วนใหญ จะเป นเวลามาตรฐานเก ยวก บการท างานท ม การเคล อนไหว ร างกายในการท างาน เช น เวลามาตรฐานในการพ มพ ด ด การลงทะเบ ยนร บ-ส งเอกสารเข า-ออก การถ ายเอกสาร เป น ต น ในงานท ใช เทคโนโลย ช นส งในการท างาน โดยม เคร องม อ เคร องจ กร หร อเทคน คช นส งในการปฏ บ ต งาน อาจม ค ม อก าหนดข นตอนในการท างานและเวลาท จะต องใช ในการท างานแต ละข นตอนไว ด วย เจ าหน าท ว เคราะห ก สามารถหาเวลามาตรฐานได จากการศ กษาข นตอนในการท างานจากค ม อด งกล าวได
30 3.4 ว เคราะห จากบ นท กการปฏ บ ต งานของเจ าหน าท (Work Time Log) โดยการให เจ าหน าท บ นท กการ ท างานในช วงเวลาต าง ๆ ในแต ละว น ว าม การปฏ บ ต งานอะไรบ าง แล วน าผลรวมของเวลาท รวบรวมได ไปเปร ยบเท ยบ ก บผลงานท เสร จในช วงท ท าการว เคราะห น น เพ อน าไปค านวณและก าหนดเวลามาตรฐานในการท างานแต ละงาน ว ธ น ใช ส าหร บงานท ม ผ ปฏ บ ต หลายคน และใช เทคน คการท างานคล าย ๆ ก น และม ผลงานท สามารถว ด เป นปร มาณช นงานได 3.5 ว เคราะห จากทางเด นของงาน (Work Flow) โดยการศ กษารายละเอ ยดข นตอนการท างานจากใบ พรรณนาหน าท งาน (Job Description) หร อจากการส มภาษณ ผ ปฏ บ ต งานและค านวณเวลาท ต องใช ท งหมด ต งแต จ ดเร มต นของงานจนถ งจ ดเสร จส นของงาน ซ งจะได เวลาท างานมาตรฐานของงานแต ละล กษณะท จะน าไปค านวณ ก าล งคนรวมของหน วยงานน นต อไป ท งน ในการว ดงานของบ คลากรสายสน บสน นท ปฏ บ ต งานด านบร หารและธ รการจะใช ว ธ ท 3.5 ค อ ว เคราะห จากทางเด นของงาน (Work Flow) โดยได ศ กษารายละเอ ยดข นตอนการท างานจากใบพรรณนาหน าท งาน (Job Description)ของบ คลากรแต ละงานแล วค านวณเวลาท ต องใช ท งหมด ต งแต จ ดเร มต นของงานจนถ งจ ดเสร จส น ของงาน ซ งจะได เวลาท างานมาตรฐานของงานแต ละล กษณะท จะน าไปค านวณก าล งคนรวมของหน วยงานน น โดย ค านวณ ด งน อ ตราก าล งท ต องการ = ปร มาณงานใน 1 ป x เวลามาตรฐานต องาน 1 ช น เวลาท างานของบ คลากร 1 คน ต อ 1 ป ปร มาณงานใน 1 ป ได จากการศ กษาแผนงานขององค การหร อจากการเก บรวบรวมสถ ต ผลงานท ผ านมา (ท าได จากการเก บข อม ลย อนหล งประมาณ 3 ป และน ามาหาค าเฉล ย) ว ธ หาเวลาท างานของบ คลากร 1 คนต อ 1 ป ม ข นตอนในการค านวณ ด งน 1. ค านวณว นท างานของเจ าหน าท 1 คน ต อ 1 ป ด งน จ านวนว นท างานต อส ปดาห 5 ว นx 52 ส ปดาห = 260 ว น ต อป ห ก - ว นหย ดตามประเพณ = 13 ว น (ตามข อบ งค บบร ษ ท) - ว นลาพ กผ อนประจ าป = 10 ว น - ว นลาก จ ลาป วย เฉล ย = 7 ว น ว นท างานของเจ าหน าท 1 คน ใน 1 ป = 230 ว น 2. ค านวณว นท างานของพน กงาน ใน 1 ว น ด งน 0 เวลาท าการของหน วยงานใน 1 ว น = 7 ช วโมง 0 - เวลาพ กเท ยง = 1 ช วโมง - เวลาปฏ บ ต ก จธ ระส วนต ว = 15% ของเวลาท างาน 1 ว น (Allowance Time) ในท น ไม น ามาค ด
0 ค ณด วย จ านวนนาท ต อ 1 ช วโมง = 60 นาท เวลาท างานของเจ าหน าท ใน 1 ว น = 420 นาท 31 3. หาเวลาท างานของพน กงาน 1 คน ต อ 1 ป ได ด งน เวลาท างานของพน กงาน 1 คนใน 1 ป ส ปดาห = จ านวนว นท างาน 1 ป x จ านวนเวลาท างานต อ 1 ว น = 230 ว น x 420 นาท = 96,600 นาท ต อป หร อ 1,610 ช วโมง ต อป ท งน ในการว เคราะห อ ตราก าล งคร งน ได ใช ว ธ เทคน คการว ดงาน (Work Measurement Technique) น ก บ เจ าหน าท ของงานการเง น งานพ สด งานการเจ าหน าท งานสารบรรณ งานว ชาการ งานนโยบายและแผน งานก จการ น กศ กษา งานบร การคอมพ วเตอร และระบบเคร อข าย หน วยซ อมบ าร ง หน วยพ ฒนาระบบข อม ลและสารสนเทศเพ อ การบร หารจ ดการ หน วยสน บสน นการว จ ยและบร การว ชาการ งานบ ณฑ ตศ กษา และห วหน าส าน กงานเลขาน การ 4.4 ผลการว เคราะห และการก าหนดแผนอ ตราก าล งป 2550-2560 (Workforce Analysis and Manpower Planning) จากการว เคราะห ตามหล กเกณฑ ข างต น ปรากฏผลการว เคราะห โดยแยกตามสายงาน/หน วยงาน ด งน 4.4.1 สายอาจารย 4.4.1.1 หล กเกณฑ และข อก าหนดในการค านวณกรอบอ ตราก าล ง การก าหนดกรอบอ ตราก าล งอาจารย ม หล กเกณฑ และข อก าหนดในการค านวณกรอบอ ตราก าล งท ก าหนดไว จากหลายส วน ค อ 1) ส าน กงานคณะกรรมการการอ ดมศ กษา ก าหนดเกณฑ ในการก าหนดกรอบอ ตราก าล งตามภาระงานของหน วยงานโดยแยกตามว ตถ ประสงค /ว ธ ค ด ด งน ก. ค ดตามเกณฑ มาตรฐานในการร บน ส ต น กศ กษาแต ละกล มสาขา โดยพ จารณาจากส ดส วนจ านวนอาจารย ต อจ านวนน กศ กษาส าหร บสาขาว ชาต างๆท ส าน กงานคณะกรรมการ การอ ดมศ กษาก าหนด ด งน ค อ 1. ส งคมศาสตร ศ ลปศาสตร มน ษยศาสตร และศ กษาศาสตร ส ดส วน 1 : 25 ขยายการร บได ไม เก น 1 : 75 2. ศ ลปกรรมศาสตร และสถาป ตยกรรมศาสตร ส ดส วน 1:8 ขยายได ไม เก น 1:20 3. ว ศวกรรมศาสตร ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย ส ดส วน 1:20 ขยายได ไม เก น 1:60 4. เกษตรศาสตร ส ดส วน 1:20 ขยายได ไม เก น 1:50 5. สาธารณส ขศาสตร พยาบาลศาสตร และเภส ชศาสตร ส ดส วน 1:8 ขยายได ไม เก น 1:30 6. แพทยศาสตร ส ตวแพทย และท นตแพทย ส ดส วน 1:8 ขยายได ไม เก น 1:10 (ท มา http://www.bangkokbiznews.com/2006/02/14/ww17_1701_news.php?newsid=11326)
32 ข.ค ดตามภาระงานของต าแหน ง ด งน ในการก าหนดกรอบภาระงานของบ คลากรของสถาบ นอ ดมศ กษาน น ส าน กงานคณะกรรมการการอ ดมศ กษา ได ก าหนดกรอบไว ด งน สายผ สอน พ จารณาจากภาระงานสอนของอาจารย (Teaching Load) โดยม เกณฑ ในการค านวณ ค อ ระด บปร ญญาตร หร อต ากว า ใช เกณฑ 10 หน วยช วโมง/ส ปดาห /ภาคการศ กษา หร อ 30 ช วโมงท า การ(ส าหร บการสอนภาคปฏ บ ต ค ดอ ตราส วน 1.5 ช วโมงปฏ บ ต = 1 ช วโมงบรรยาย) ระด บบ ณฑ ตศ กษา ใช เกณฑ 6 หน วยช วโมง/ส ปดาห /ภาคการศ กษา สายสน บสน นการสอน แบ งออกเป น -สายสน บสน บสน นว ชาการ ต าแหน งท ปฏ บ ต งานในห องปฏ บ ต การ พ จารณาจากจ านวนห อง ล กษณะการใช ห อง อ ปกรณ และประเภทเคร องม อของห องปฏ บ ต การว าม ความจ าเป นต องม ผ ร บผ ดชอบตลอดระยะเวลาการปฏ บ ต งาน หร อไม ต าแหน งท ปฏ บ ต งานด านว จ ย ก าหนดอ ตราก าล งตามกล มสาขาการว จ ยหล กของ สถาบ นอ ดมศ กษา ในแต ละกล มสาขาว จ ยจะม ผ ร บผ ดชอบเป นท ม ท มละ 3 อ ตรา -สายบร หารและธ รการท วไป ก าหนดให 1 ต าแหน งต องม ภาระงานไม น อยกว า 35 ช วโมงท าการต อส ปดาห หร อ 230 ว น / ป (อ างอ งตาม หน งส อส าน กงานคณะกรรมการการอ ดมศ กษา ท ศธ 0502(2)/ ว.15 ลว. 19 ก นยายน 2550) ค. ค ดตามหล กการว เคราะห ภาระงานโดยใช ว ธ การ FTES การก าหนดอ ตราก าล งสายว ชาการ (สาย ก.) ก าหนดโดยการว เคราะห ภาระงานสอนตามจ านวนน กศ กษาเต ม เวลา (Full Time Equivalent Students : FTES) หมายถ ง จ านวนน ส ตท ได จากการลงทะเบ ยนเร ยนในหล กส ตรต าง ๆ ตาม เกณฑ มาตรฐานส าน กงานคณะกรรมการการอ ดมศ กษา ก าหนดหน วยก ตเพ อใช ในการค านวณจ านวนน ส ตเต มเวลาในระด บการศ กษาต าง ๆ โดย ม กระบวนการ ว เคราะห ตามจ านวนหน วยก ตน ส ต (Student Credit Hours : SCH) หมายถ ง ผลรวมของผลค ณระหว างจ านวนน ส ตท ลงทะเบ ยนเร ยนก บหน วยก ตของแต ละรายว ชาท ภาคว ชา หร อคณะน นเป ดสอนโดยใช ส ตรการค านวณ ด งน n SCH = C i 1 i S i เม อ C i หมายถ ง จ านวนหน วยก ตของแต ละรายว ชา S i หมายถ ง จ านวนน ส ตท ลงทะเบ ยนเร ยนในแต ละรายว ชา i หมายถ ง รายว ชาท i n n หมายถ ง จ านวนรายว ชาท เป ดสอนท งหมด ระด บปร ญญาตร FTES (ภาคการศ กษา) = SCH 18
33 (ป การศ กษา) = รวมก นแล วหารด วย 2 ก จะได FTES ของป การศ กษา SCH หร อ อาจใช ว ธ น าค า FTES ท ง 2 ภาคการศ กษามา 36 ระด บบ ณฑ ตศ กษา FTES (ภาคการศ กษา) = (ป การศ กษา) = SCH 12 SCH หร อ อาจใช ว ธ น าค า FTES ท ง 2 ภาคการศ กษามา 24 รวมก นแล วหารด วย 2 ก จะได FTES ของป การศ กษา การปร บค าน ส ตเต มเวลา(FTES) ระด บบ ณฑ ตศ กษาเป นระด บปร ญญาตร ม เกณฑ ในการปร บค าโดยใช เกณฑ ตามหน งส อทบวงมหาว ทยาล ย(เด ม) ท ทม. 0202.4 /18629 ลงว นท 24 ส งหาคม 2544 โดยพ จารณาจากส ดส วน อาจารย 1 คนต อจ านวนน ส ต อ ตราส วนเม อเพ มจ านวนน ส ต 1.5 เท า ปรากฏรายละเอ ยดด งน ตารางท 4.1 ส ดส วนอาจารย 1 คนต อจ านวนน กศ กษาตามเกณฑ ของ สกอ. ระด บปร ญญาตร คณะ/สาขาว ชา เกณฑ อาจารย : น ส ตเต มเวลา 1. คณะศ กษาศาสตร 1 ต อ 23 2. คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร 1 ต อ 27 3. คณะการบ ญช และการจ ดการ 1 ต อ 27 4. คณะศ ลปกรรมศาสตร 1 ต อ 12 5. คณะเภส ชศาสตร 1 ต อ 6 6. คณะว ทยาศาสตร 1 ต อ 15 7. คณะเทคโนโลย 1 ต อ 15 8. คณะว ศวกรรมศาสตร 1 ต อ 15 9. คณะว ทยาการสารสนเทศ (ยกเว นสาขาว ชา สารสนเทศศาสตร 1 ต อ 15 และส อสารมวลชน 1 ต อ 27) 10. คณะสถาป ตยกรรมศาสตร ฯ (ยกเว น สาขานฤม ตศ ลป 1 ต อ 12) 1 ต อ 6 11. คณะพยาบาลศาสตร 1 ต อ 6 12. คณะแพทยศาสตร 1 ต อ 6 13. ว ทยาล ยการเม องการปกครอง 1 ต อ 27 14. คณะสาธารณส ขศาสตร 1 ต อ 6 15. คณะการท องเท ยวและการโรงแรม 1 ต อ 27
34 ระด บบ ณฑ ตศ กษา กล มสาขาว ชา เกณฑ อาจารย : น ส ตเต มเวลา 1. มน ษยศาสตร และส งคมศาสตร 1 ต อ 15 2. ว ทยาศาสตร ส ขภาพ 1 ต อ 6 3. ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย 1 ต อ 7.5 (ซ งว ธ น ได รวมภาระงานด านการบร การ การว จ ย และการบร หาร ) นอกจากน ว ธ การว เคราะห ภาระงาน อาจใช เกณฑ ส ดส วน อาจารย : น กศ กษา ตามหล กเกณฑ ในการค านวณ ค าใช จ ายบ คลากรใหม ส าหร บสถาบ นการศ กษา ของส าน กงบประมาณ พ.ศ. 2545 ด งแสดงในตาราง ต อไปน ตารางท 4.2 แสดงเกณฑ มาตรฐานกลาง ส าหร บการจ ดท าค าขอก าหนดอ ตราเพ มใหม ระด บปร ญญาตร สาขาว ชาต าง ๆ อ ตราส วน สาขาว ชา ว จ ตรศ ลป 1 : 12 ศ กษาศาสตร มน ษยศาสตร ส งคมศาสตร บร หารธ รก จ เศรษฐศาสตร 1 : 25 ว ทยาศาสตร ว ศวกรรมศาสตร เกษตรศาสตร อ ตสาหกรรมเกษตร 1 : 15 แพทยศาสตร ท นตแพทยศาสตร เภส ชศาสตร เทคน คการแพทย พยาบาลศาสตร ส ตวแพทยศาสตร 1 : 6 ระด บปร ญญาตร สาขาว ชาสถาป ตยกรรมศาสตร สถาป ตยกรรมศาสตร 1 : 6 ระด บบ ณฑ ตศ กษา ส งคมศาสตร และมน ษยศาสตร 1 : 15 ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย 1 : 7.5 แพทยศาสตร และว ชาท เก ยวข องก บส ขภาพ 1 : 6 ท มา : หล กเกณฑ ในการค านวณค าใช จ ายบ คลากรใหม ส าหร บสถาบ นการศ กษา เอกสารส าน กงบประมาณ พ.ศ. 2545 2) มาตรฐานภาระงานข นต า ส าหร บสายผ สอน คณะว ศวกรรมศาสตร คณะกรรมการบร หารงานบ คคลข าราชการพลเร อนในมหาว ทยาล ย(ก.ม.)ได ก าหนดให มหาว ทยาล ยก าหนด ภาระงานทางว ชาการข นต าส าหร บต าแหน งอาจารย ข นต งแต ป 2542 แต เน องจากภาระงานท ก าหนดอาจกระทบต อผ ด ารงต าแหน งทางว ชาการบางส วนซ งย งไม ม ผลงานทางว ชาการ ด งน นจ งได ก าหนดบทเฉพาะการข นและให ใช ได เป น เวลา 3 ป น บต งแต เด อนต ลาคม 2543 และหล งจากน นต งแต ว นท 1 ต ลาคม 2546 ให เร มใช ภาระงานท อ.ก.ม.
35 มหาว ทยาล ยก าหนดข นเอง ซ งจากการก าหนดภาระงานข นต า จะท าให ม ผลต อการขอก าหนดต าแหน ง ผศ. รศ. และ ศ. ซ งต องใช ค ณสมบ ต และภาระงานข นต าของอาจารย เป นฐานค ณสมบ ต เบ องต น อ.ก.ม. มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน จ ง ก าหนดมาตรฐานภาระงานข นต าไว 30-35 ช วโมงต อส ปดาห แต เน องจากในคณะต างๆม การจ ดการเร ยนการสอนใน สาขาท แตกต างก น ด งน น จ งให คณะต างๆ ก าหนดภาระงานและว ธ ภาระงานข นมาก อน จากน น มหาว ทยาล ยจะน าไป สร ปเป นภาพรวมต อไปซ ง คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ได ก าหนดภาระงานข นต าไว และได ร บ ความเห นชอบจากท ประช มคณะกรรมการประจ าคณะว ศวกรรมศาสตร ในการประช มคร งท 1/2546 เม อว นศ กร ท 21 ก มภาพ นธ พ.ศ. 2546 ด งน ตารางท 4.3 ภาระงานข นต าของอาจารย คณะว ศวกรรมศาสตร ก าหนดภาระงานข นต า 30 ช วโมง/ส ปดาห /ภาคการศ กษา 1. การค ดภาระงานให ก าหนดด งน 2.1ภาระงานสอน ว ธ ค ด ค ดเป นภาระงาน ว ชาทฤษฎ สอนเด ยวอย างน อย 1ว ชา/ภาคเร ยน - สอนทฤษฎ 1 หน วยก ต/ 1ชม. 9 ชม./สปด. - เตร ยมการสอน 1 หน วยก ต/ 1ชม. - ทบทวนให นศ. นอกเวลา,ตรวจข อสอบ 1 หน วยก ต/ 1ชม. ควบค มภาคปฏ บ ต การ อย างน อย 3 ชม./ส ปดาห - น บตามชม.การควบค มจร ง ตามการควบค มจร ง 3 ชม./สปด. การควบค มโครงงาน อย างน อย 2โครงงาน/ป - ระด บปร ญญาตร 3 ชม./ 1 โครงงาน 3 ชม./สปด. - ระด บปร ญญาโท 6 ชม./ 1 โครงงาน 6 ชม./สปด. - ระด บปร ญญาเอก 9 ชม./ 1 โครงงาน 9 ชม./สปด. 1.2 เป นอาจารย ท ปร กษา - อย างน อย 1กล ม( เฉล ย 5 คน)/ภาคเร ยน 1 ชม./คน/ว น 5 ชม./สปด. 1.3 งานต พ มพ บทความทางว ชาการ - อย างน อยป ละ 1เร อง 3 ชม./สปด. 3 ชม./สปด. 2.4 งานว จ ย - อย างน อย 2ป /1เร อง 12 ชม./สปด. 12 ชม./สปด. 2.5 งานด านบร การว ชาการ,ท าน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม - อย างน อย 1คร ง/ป 3 ชม./สปด. 3 ชม./สปด. 2.6 งานเข ยนต าราทางว ชาการ - อย างน อย 5 ป / เล ม(ให แจ งต อผ ม อ านาจประเม นในต น 3 ชม./สปด. 3 ชม./สปด. รอบการประเม น)
36 2.7 งานด านบร หาร - ต าแหน งคณบด - ต าแหน งรองอธ การบด - ต าแหน งรองคณบด /ผ ช วยอธ การบด /ห วหน าภาค - ต าแหน งห วหน างาน/ประธานกรรมการโครงการ/ เลขาน การโครงการ/ห วหน าศ นย ฯลฯ 3. แนวค ดในการก าหนดภาระงานข นข นต า 27 ชม./สปด. 12 ชม./สปด. 12 ชม./สปด. 6 ชม./สปด. 27 ชม./สปด. 12 ชม./สปด. 12 ชม./สปด. 6 ชม./สปด. เพ อเป นการเสนอแนวทางให อาจารย เล อกเน นภาระงานตามความถน ดค องานสอนหร องานว จ ย และเน นให เก ดความหลากหลายแต ผสมผสานในการน าเสนอภาระงานภายใต กรอบภาระงานหล กท สามารถช ว ดได อย างเป นร ปธรรม 4. ต วอย างการค านวณภาระงาน 4.1 กรณ เน นงานสอน 1. สอนทฤษฎ 3 หน วยก ต 1ว ชา ได ภาระงาน 9 ชม. 2. ควบค มปฏ บ ต การ 2 กล ม ได ภาระงาน 6 ชม. 3. เป นอาจารย ท ปร กษา ได ภาระงาน 5 ชม. 4. ควบค มโครงงาน 2 โครงงาน ได ภาระงาน 6 ชม. 5. งานต พ มพ บทความทางว ชาการ ได ภาระงาน 3 ชม. 6. งานบร การว ชาการ ได ภาระงาน 3 ชม. รวม 32 ชม. 4.2 กรณ เน นงานว จ ย 1. สอนทฤษฎ 3 หน วยก ต 1ว ชา ได ภาระงาน 9 ชม. 2. ท างานว จ ย 1 โครงการ ได ภาระงาน 12 ชม. 3. เป นอาจารย ท ปร กษา ได ภาระงาน 5 ชม. 4. ควบค มโครงงาน 2 โครงงาน ได ภาระงาน 6 ชม. รวม 32 ชม. 4.4.1.2 ผลการว เคราะห ว เคราะห โดยใช เทคน ค ด งน 1) ว ธ เปร ยบเท ยบอ ตราส วน (Ratio) แบบ อ ตราส วนประส ทธ ภาพ (Output - Input Ratio) การค านวณก าล งคนโดยใช อ ตราส วนประส ทธ ภาพ ม ว ธ ค ดด งน ก าล งคนท ต องการ = ปร มาณงานท ต องท าตามแผนงาน อ ตราส วนประส ทธ ภาพ
37 ด งน น กรณ ท 1 ค ดตามเกณฑ ส ดส วนอาจารย ต อน กศ กษาการร บน กศ กษาตามกล มสาขา ก าล งคนท ต องการ = ปร มาณงานท ต องท าตามแผนงาน อ ตราส วนประส ทธ ภาพ ก าล งอาจารย ท ต องการ = ปร มาณน กศ กษาท ต องม ตามแผนงาน อ ตราส วนประส ทธ ภาพ เม อ ปร มาณงานท ต องท าตามแผนงาน ค อ จ านวนน กศ กษาท ร บเข าตามแผน และอ ตราส วนประส ทธ ภาพค อ อาจารย 1 คน ต อน กศ กษาตามแผนร บ 20 คน แสดงผลการค านวณได ตามตางท 4.4, 4.5, 4.6
38 ตารางท 4.4 จ านวนน กศ กษาท กช นป ตามแผนการร บน กศ กษา คณะว ศวกรรมศาสตร ป การศ กษา 2551 2560 ภาคว ชา 2560 2559 2558 2557 2556 2555 2554 2553 2552 2551 2550 แผน ข อม ลจร ง ป 1 ตามแผนร บ (ย งไม แยกสาขา) 670 670 670 670 670 670 670 670 670 630 724 ว ศวกรรมเคร องกล 139 139 139 139 139 139 139 139 139 139 159 88 ว ศวกรรมอ ตสาหการ 139 139 139 139 139 139 139 139 139 139 159 103 ว ศวกรรมไฟฟ า 139 139 139 139 139 139 139 139 139 139 159 81 ว ศวกรรมโยธา 139 139 139 139 139 139 139 139 139 139 159 61 ว ศวกรรมเคม 76 76 76 76 76 76 76 76 76 76 87 50 ว ศวกรรมส งแวดล อม 40 40 40 40 40 40 40 40 40 0 0 รวม 670 670 670 670 670 670 670 670 670 630 724 383 ประมาณยอดรวม น กศ กษาท กช นป 2680 2680 2680 2680 2680 2680 2640 2694 2488 2107 1642 1462
39 ตารางท 4.5 คาดการณ จ านวนน กศ กษาของแต ละภาคว ชาในช วงป การศ กษา 2550-2560 ภาคว ชา 2560 2559 2558 2557 2556 2555 2554 2553 2552 2551 2550 แผน ข อม ล จร ง ว ศวกรรมเคร องกล (22%) 416 416 416 416 416 416 416 416 436 411 278 203 ว ศวกรรมอ ตสาหการ(22%) 416 416 416 416 416 416 416 416 436 411 307 245 ว ศวกรรมไฟฟ า(22%) 416 416 416 416 416 416 416 416 436 394 251 117 ว ศวกรรมโยธา(22%) 416 416 416 416 416 416 416 416 436 383 160 111 ว ศวกรรมเคม (12%) 227 227 227 227 227 227 227 227 238 219 118 91 ว ศวกรรมส งแวดล อม(ป ละ40คน)* 120 120 120 120 120 120 120 80 40 - - - ค ดตามจ านวนน กศ กษาท เข าภาคในช นป 2-3-4(ไม ห กจ านวนตกออก) *ว ศวกรรมส งแวดล อม เร มร บน กศ กษาป 2551
40 ตารางท 4.6 จ านวนอาจารย ท ควรจะม ของแต ละสาขาว ชา (อ ตรา 1:20)ในแต ละป การศ กษา ภาคว ชา 2560 2559 2558 2557 2556 2555 2554 2553 2552 2551 2550 ตาม แผน ร บ ตาม แผน ร บ ว ศวกรรมเคร องกล 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 19.6 16.6 ว ศวกรรมอ ตสาหการ 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 19.6 17.0 ว ศวกรรมไฟฟ า 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 18.7 14.6 ว ศวกรรมโยธา 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 20.8 18.2 13.2 ว ศวกรรมเคม 11.3 11.3 11.3 11.3 11.3 11.3 11.3 11.3 11.4 10.4 7.9 ว ศวกรรมส งแวดล อม 6.0 6.0 6.0 6.0 6.0 6.0 6.0 4.0 2.0 0.0 0.0 รวมอ ตราท งคณะท ควรม 100.5 100.5 100.5 100.5 100.5 100.5 100.5 98.5 96.8 86.5 69.4 ป ดเศษข น 101 คน 101 คน 101 คน 101 คน 101 คน 101 คน 101 คน 99 คน 97 คน 87 คน 70 คน
41 กรณ ท 2 ค ดตามมาตรฐานภาระงานของต าแหน งอาจารย จากช วโมงสอนต อส ปดาห เม อ ปร มาณงานท ต องท าตามแผนงาน ค อ จ านวนหน วยช วโมงข นต าต อส ปดาห และอ ตราส วนประส ทธ ภาพค อ 10 ช วโมงต อส ปดาห ก าล งคนท ต องการ(อาจารย ) = จ านวนหน วยช วโมงรวมของภาคว ชา (ต อส ปดาห ) จ านวนช วโมงข นต าต อส ปดาห = จ านวนหน วยช วโมงรวมของภาคว ชา (ต อส ปดาห ) จ านวนช วโมงข นต าต อส ปดาห แสดงผลการค านวณได ตามตางท 4.7, 4.8, 4.9, 4.10, 4.11, 4.12
42 ตารางท 4.7 สร ปจ านวนภาระงานเป นหน วยช วโมงรายภาคว ชา (1)สร ปจ านวนภาระงานเป นหน วยช วโมงรายภาคว ชา ระด บปร ญญาตร ภาคว ชา ภาคการศ กษาท 1/2548 ภาคการศ กษาท 2/2548 ภาคการศ กษาท 1/2549 ภาคการศ กษาท 2/2549 ภาคการศ กษาท 1/2550 เฉล ย 5 ภกศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ภก ศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ภก ศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ภก ศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ภกศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ภก ศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ภก ศ. เคร อง กล อ ตสา หการ 60.0 44.0 104.0 1,560.0 89.0 52.0 141.0 2,115.0 54.0 40.0 94.0 1,410.0 92.0 74.0 166.0 2,490.0 71.0 44.0 115.0 1,725.0 73.2 50.8 124.0 1,860.0 75.0 60.0 135.0 2,025.0 105.0 88.0 193.0 2,895.0 85.0 70.0 155.0 2,325.0 116.0 102.7 218.7 3,280.0 93.0 73.3 166.3 2,495.0 94.8 78.8 173.6 2,604.0 เคม 46.0 16.0 62.0 930.0 49.0 16.0 65.0 975.0 52.0 16.0 68.0 1,020.0 64.0 16.0 80.0 1,200.0 49.0 16.0 65.0 975.0 52.0 16.0 68.0 1,020.0 โยธา 57.0 26.0 83.0 1,245.0 62.0 24.0 86.0 1,290.0 64.5 22.0 86.5 1,297.5 73.0 26.0 99.0 1,485.0 73.0 22.0 95.0 1,425.0 65.9 24.0 89.9 1,348.5 ไฟฟ า 124.0 74.7 198.7 2,980.0 87.0 81.3 168.3 2,525.0 103.0 98.0 201.0 3,015.0 78.0 62.0 140.0 2,100.0 102.0 84.0 186.0 2,790.0 98.8 80.0 178.8 2,682.0 รวม 362.0 220.7 582.7 8,740.0 392.0 261.3 653.3 9,800.0 358.5 246.0 604.5 9,067.5 423.0 280.7 703.7 10,555.0 388.0 239.3 627.3 9,410.0 384.7 249.6 634.3 9,514.5
43 ตารางท 4.8 สร ปจ านวนภาระงานเป นหน วยช วโมงรายภาคว ชา ระด บบ ณฑ ตศ กษา (2) สร ปจ านวนภาระงานรายภาคว ชา ระด บบ ณฑ ตศ กษา ภาคว ชา ภาคการศ กษาท 1/2548 ภาคการศ กษาท 2/2548 ภาคการศ กษาท 1/2549 ภาคการศ กษาท 2/2549 ภาคการศ กษาท 1/2550 เฉล ย 5 ภกศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ภก ศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ภก ศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ภก ศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ภก ศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ภก ศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ภก ศ. เคร อง กล อ ตสา หการ 13.0-13.0 195.0 6.0-6.0 90.0 26.0-26.0 390.0 12.0-12.0 180.0 23.0-23.0 345.0 16.0-16.0 240.0 30.0-30.0 450.0 12.0-12.0 180.0 23.0 2.0 25.0 375.0 21.0-21.0 315.0 30.0-30.0 450.0 23.2 0.4 23.6 354.0 เคม 61.0-61.0 915.0 56.0-56.0 840.0 65.0-65.0 975.0 63.0-63.0 945.0 65.0-65.0 975.0 62.0-62.0 930.0 โยธา 22.0 4.0 26.0 390.0 47.0 6.0 53.0 795.0 46.0 8.0 54.0 810.0 32.0 12.0 44.0 660.0 46.0 12.0 58.0 870.0 38.6 8.4 47.0 705.0 ไฟฟ า - - - - - - - - - - - - - - - - รวม 126.0 4.0 130.0 1,950.0 121.0 6.0 127.0 1,905.0 160.0 10.0 170.0 2,550.0 128.0 12.0 140.0 2,100.0 164.0 12.0 176.0 2,640.0 139.8 8.8 148.6 2,229.0
44 ภาค ว ชา ตารางท 4.9 สร ปจ านวนภาระงานเป นหน วยช วโมงรายภาคว ชา ท กระด บ (3) สร ปจ านวนภาระงานรายภาคว ชา (1)+(2) รวมท กระด บ ภาคการศ กษาท 1/2548 ภาคการศ กษาท 2/2548 ภาคการศ กษาท 1/2549 ภาคการศ กษาท 2/2549 ภาคการศ กษาท 1/2550 เฉล ย 5 ภกศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ ภกศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ ภกศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ ภกศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ ภกศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ ภกศ. บ ป ชม./ สปด. ชม./ ภกศ. คร อง กล อ ตสา หการ 73.0 44.0 117.0 105.0 60.0 165.0 เคม 107.0 16.0 123.0 โยธา 79.0 30.0 109.0 ไฟฟ า 124.0 74.7 198.7 รวม 488.0 224.7 712.7 1,755.0 2,475.0 1,845.0 1,635.0 2,980.0 10,69 0.0 95.0 52.0 147.0 117.0 88.0 205.0 105.0 16.0 121.0 109.0 30.0 139.0 87.0 81.3 168.3 513.0 267.3 780.3 2,205. 0 3,075. 0 1,815. 0 2,085. 0 2,525. 0 11,705.0 80.0 40.0 120.0 108. 0 117. 0 110. 5 103. 0 518. 5 72.0 180.0 16.0 133.0 30.0 140.5 98.0 201.0 256.0 774.5 1,800.0 2,700.0 1,995.0 2,107.5 3,015.0 11,61 7.5 104.0 74.0 178.0 137.0 102.7 239.7 127.0 16.0 143.0 105.0 38.0 143.0 78.0 62.0 140.0 551.0 292.7 843.7 2,670.0 3,595.0 2,145.0 2,145.0 2,100.0 12,65 5.0 94.0 44.0 138.0 123.0 73.3 196.3 114.0 16.0 130.0 119.0 34.0 153.0 102.0 84.0 186.0 552.0 251.3 803.3 2,070.0 2,945.0 1,950.0 2,295.0 2,790.0 12,05 0.0 89.2 50.8 140.0 118.0 79.2 197.2 114.0 16.0 130.0 104.5 32.4 136.9 98.8 80.0 178.8 524.5 258.4 782.9 2,100.0 2,958.0 1,950.0 2,053.5 2,682.0 11,74 3.5 หมายเหต บ=บรรยาย, ป=ปฏ บ ต การ,สปด.=ส ปดาห,ภกศ.=ภาคการศ กษา
45 ตารางท 4.10 สร ปจ านวนอาจารย (คน) ตามเกณฑ ภาระงานรายภาคว ชาระด บปร ญญาตร (4) สร ปจ านวนอาจารย (คน) ตามเกณฑ ภาระงานรายภาคว ชา ระด บปร ญญาตร เกณฑ 10 หน วยช วโมงต อคนต อส ปดาห ภาคว ชา ภาคการศ กษาท 1/2548 ภาคการศ กษาท 2/2548 ภาคการศ กษาท 1/2549 ภาคการศ กษาท 2/2549 ภาคการศ กษาท 1/2550 เฉล ย 5 ภกศ. เคร อง กล อ ตสา หการ 6.0 4.4 10.4 8.9 5.2 14.1 5.4 4.0 9.4 9.2 7.4 16.6 7.1 4.4 11.5 7.3 5.1 12.4 7.5 6.0 13.5 10.5 8.8 19.3 8.5 7.0 15.5 11.6 10.3 21.9 9.3 7.3 16.6 9.5 7.9 17.4 เคม 4.6 1.6 6.2 4.9 1.6 6.5 5.2 1.6 6.8 6.4 1.6 8.0 4.9 1.6 6.5 5.2 1.6 6.8 โยธา 5.7 2.6 8.3 6.2 2.4 8.6 6.5 2.2 8.7 7.3 2.6 9.9 7.3 2.2 9.5 6.6 2.4 9.0 ไฟฟ า 12.4 7.5 19.9 8.7 8.1 16.8 10.3 9.8 20.1 7.8 6.2 14.0 10.2 8.4 18.6 9.9 8.0 17.9
46 ตารางท 4.11 สร ปจ านวนอาจารย (คน) ตามเกณฑ ภาระงานรายภาคว ชาระด บบ ณฑ ตศ กษา (5)สร ปจ านวนอาจารย (คน) ตามเกณฑ ภาระงานรายภาคว ชา ระด บบ ณฑ ตศ กษาเกณฑ 6 หน วยช วโมงต อคนต อส ปดาห ภาคว ชา ภาคการศ กษาท 1/2548 ภาคการศ กษาท 2/2548 ภาคการศ กษาท 1/2549 ภาคการศ กษาท 2/2549 ภาคการศ กษาท 1/2550 เฉล ย 5 ภกศ. เคร อง กล อ ตสา หการ 2.2-2.2 1.0-1.0 4.3-4.3 2.0-2.0 3.8-3.8 2.7-2.7 5.0-5.0 2.0-2.0 3.8 0.3 4.2 3.5-3.5 5.0-5.0 3.9 0.1 3.9 เคม 10.2-10.2 9.3-9.3 10.8-10.8 10.5-10.5 10.8-10.8 10.3-10.3 โยธา 3.7 0.7 4.3 7.8 1.0 8.8 7.7 1.3 9.0 5.3 2.0 7.3 7.7 2.0 9.7 6.4 1.4 7.8 ไฟฟ า - - - - - - - - - - - - - - - - - - - รวม 21.0 0.7 21.7 325.0 20.2 1.0 21.2 317.5 26.7 1.7 28.3 425.0 21.3 2.0 23.3 350.0 27.3 2.0 29.3 440.0 23.3 1.5 24.8 371.5
47 ตารางท 4.12 สร ปจ านวนอาจารย (คน) ตามเกณฑ ภาระงานรายภาคว ชารวมท กระด บ ภาคว ชา ภาคการศ กษาท 1/2548 เคร อง กล อ ตสา หการ (6)สร ปจ านวนอาจารย (คน) ตามเกณฑ ภาระงานรายภาคว ชา (4)+(5) ภาคการศ กษาท 2/2548 รวมท กระด บ ภาคการศ กษาท 1/2549 ภาคการศ กษาท 2/2549 ภาคการศ กษาท 1/2550 เฉล ย 5 ภกศ. 8.2 4.4 12.6 9.9 5.2 15.1 9.7 4.0 13.7 11.2 7.4 18.6 10.9 4.4 15.3 10.0 5.1 15.1 12.5 6.0 18.5 12.5 8.8 21.3 12.3 7.3 19.7 15.1 10.3 25.4 14.3 7.3 21.6 13.3 7.9 21.3 เคม 14.8 1.6 16.4 14.2 1.6 15.8 16.0 1.6 17.6 16.9 1.6 18.5 15.7 1.6 17.3 15.5 1.6 17.1 โยธา 9.4 3.3 12.6 14.0 3.4 17.4 14.1 3.5 17.7 12.6 4.6 17.2 15.0 4.2 19.2 13.0 3.8 16.8 ไฟฟ า 12.4 7.5 19.9 8.7 8.1 16.8 10.3 9.8 20.1 7.8 6.2 14.0 10.2 8.4 18.6 9.9 8.0 17.9 รวม 57.2 22.7 79.9 59.4 27.1 86.5 62.5 26.3 88.8 63.6 30.1 93.7 66.1 25.9 92.1 61.8 26.4 88.2 หมายเหต บ=บรรยาย, ป=ปฏ บ ต การ,สปด.=ส ปดาห,ภกศ.=ภาคการศ กษา เกณฑ ค ด ชม.ปฏ บ ต การ 1.5 ชม.= 1 =บรรยายในท น เป นต วเลขท ค านวณแล ว
48 ด งน น หากค ดตามเกณฑ ภาระงานงานสอนต อส ปดาห แล ว ค าเฉล ยจาก 5 ภาคการศ กษา พบว า จ านวนอาจารย ท แต ละ ภาคต องการ ค อ 1. ภาคว ชาว ศวกรรมเคร องกล อย างน อยจ านวน 15.1 คน 2. ภาคว ชาว ศวกรรมอ ตสาหการ อย างน อยจ านวน 21.3 คน 3. ภาคว ชาว ศวกรรมเคม อย างน อยจ านวน 17.1 คน 4. ภาคว ชาว ศวกรรมโยธา อย างน อยจ านวน 16.8 คน 5. ภาคว ชาว ศวกรรมไฟฟ าและอ เล กทรอน กส อย างน อยจ านวน 17.9 คน รวมท กภาคว ชา อย างน อยจ านวน 88.2 คน กรณ ท 3 ค ดตามมาตรฐานภาระงานสอนตามจ านวนน กศ กษาเต มเวลาเท ยบเท า (Full Time Equivalent Students : FTES) เม อ ปร มาณงานท ต องท าตามแผนงาน ค อ ภาระงานสอนและเกณฑ มาตรฐาน ก าล งคนท ต องการ = ปร มาณงานท ต องท าตามแผนงาน อ ตราส วนประส ทธ ภาพ ก าล งอาจารย ท ต องการ = FTES อ ตราส วนประส ทธ ภาพ (1: 15) เม อ ปร มาณงานท ต องท าตามแผนงาน ค อ จ านวนน กศ กษา เต มเวลา และอ ตราส วนประส ทธ ภาพค อ อาจารย 1 คน ต อน กศ กษาเต มเวลา แสดงผลการค านวณได ตามตางท 5.13
49 ภาคว ชา ME ตารางท 4.13 จ านวนน กศ กษาเท ยบเท า คณะว ศวกรรมศาสตร ป การศ กษา 2547-2550 (2) (4) (1) (3) FTES ป จ านวน จ านวน FTESระด บ FTESระด บ ผลรวม การศ กษา อาจารย อาจารย ปร ญญาตร บ ณฑ ตศ กษา (1)+(3) (1:15) (1:7.5) จ านวน อาจารย ท ควรม (2)+(4) 2547 158.83 10.59 23.22 3.10 182.05 13.68 2548 163.36 10.89 38.28 5.10 201.64 15.99 2549 182.64 12.18 46.75 6.23 229.39 18.41 IE 2547 149.81 9.99 - - 149.81 9.99 2548 206.89 13.79 16.33 2.18 223.22 15.97 2549 219.69 14.65 66.50 8.87 286.19 23.51 Che 2547 32.69 2.18 45.00 6.00 77.69 8.18 2548 46.92 3.13 69.25 9.23 116.17 12.36 2549 60.67 4.04 50.92 6.79 111.59 10.83 CE 2547 68.14 4.54 - - 68.14 4.54 2548 65.19 4.35 64.67 8.62 129.86 12.97 2549 68.11 4.54 79.75 10.63 147.86 15.17 EE 2547 203.94 13.60 - - 203.94 13.60 2548 161.14 10.74 - - 161.14 10.74 2549 90.94 6.06 - - 90.94 6.06 รวม 2547 613.41 40.89 68.22 9.10 681.63 49.99 2548 643.50 42.90 188.53 25.14 832.03 68.04 2549 622.05 41.47 243.92 32.52 865.97 73.99 เฉล ย 3 ป 626.32 41.75 166.89 22.25 793.21 64.01
50 4.4.2 สายสน บสน บสน นว ชาการ 4.4.2.1 หล กเกณฑ และข อก าหนดในการค านวณกรอบอ ตราก าล ง ต าแหน งท ปฏ บ ต งานในห องปฏ บ ต การ ของภาคว ชาต างๆ ได แก ต าแหน ง 1.) คร และ 2.) ช างเทคน ค ซ งม หน าท ในการช วยสอนว ชาปฏ บ ต การและเตร ยมห องปฏ บ ต การ ท งน ตามเกณฑ ของส าน กงาน คณะกรรมการการอ ดมศ กษาน นให พ จารณาจากจ านวนห อง ล กษณะการใช ห อง อ ปกรณ และประเภทเคร องม อของ ห องปฏ บ ต การว าม ความจ าเป นต องม ผ ร บผ ดชอบตลอดระยะเวลาการปฏ บ ต งานหร อไม และเม อพ จารณาแล ว ล กษณะ การใช ห องปฏ บ ต การอ ปกรณ และประเภทเคร องม อของห องปฏ บ ต การคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน จะเป นไปตามช วโมงปฏ บ ต การ ด งน น จ งว เคราะห อ ตราก าล งของบ คลากรกล มน โดยอ งตามข อม ลภาระงานสอนว ชา ปฏ บ ต การของอาจารย และค ดช วโมงจร งตามภาระงานสอน ท งน เน องจากระยะเวลาการสอน เร มต นและส นส ด พร อมๆก บการสอนของอาจารย จ งใช เกณฑ ภาระงานเด ยวก นอ บอาจารย ค อ 10 ช งโมง ต อคนต อส ปดาห 4.4.2.2 ผลการว เคราะห เม อ ปร มาณงานท ต องท าตามแผนงาน ค อ จ านวนหน วยช วโมงข นต าต อส ปดาห และอ ตราส วนประส ทธ ภาพค อ 10 ช วโมงต อส ปดาห ก าล งคนท ต องการ(คร /ช างเทคน ค) = จ านวนหน วยช วโมงรวมของภาคว ชา (ต อส ปดาห ) จ านวนช วโมงข นต าต อส ปดาห = จ านวนหน วยช วโมงรวมของภาคว ชา (ต อส ปดาห ) จ านวนช วโมงข นต าต อส ปดาห แสดงผลการค านวณได ตามตางท 5.14-5.15
51 ภาคว ชา ตารางท 4.14 สร ปจ านวนภาระงานว ชาปฏ บ ต การเป นหน วยช วโมงรายภาคว ชา ระด บปร ญญาตร ภาค ภาค ภาค ภาค ภาค การศ กษาท การศ กษาท การศ กษาท การศ กษาท การศ กษาท 1/2548 2/2548 1/2549 2/2549 1/2550 เฉล ย 5 ภกศ. ชม./สปด. ชม./สปด. ชม./สปด. ชม./สปด. ชม./สปด. ชม./ สปด. ว ศวกรรมเคร องกล 44.0 52.0 40.0 74.0 44.0 50.8 ว ศวกรรมอ ตสาหการ 60.0 88.0 70.0 102.7 73.3 78.8 ว ศวกรรมเคม 16.0 16.0 16.0 16.0 16.0 16.0 ว ศวกรรมโยธา 26.0 24.0 22.0 26.0 22.0 24.0 ว ศวกรรมไฟฟ า 74.7 81.3 98.0 62.0 84.0 80.0 รวม 220.7 261.3 246.0 280.7 239.3 249.6 ภาคว ชา ตารางท 4.15 สร ปจ านวนอ ตราบ คลากรสายสน บสน นว ชาการท ต องการ(คน) ในการช วยสอนว ชาปฏ บ ต การตามหน วยช วโมงรายภาคว ชา ระด บปร ญญาตร ภาค การศ กษาท 1/2548 ภาค การศ กษาท 2/2548 ภาค การศ กษาท 1/2549 ภาค การศ กษาท 2/2549 ภาค การศ กษาท 1/2550 เฉล ย 5 ภกศ. คน คน คน คน คน คน ว ศวกรรมเคร องกล 4.4 5.2 4.0 7.4 4.4 5.1 ว ศวกรรมอ ตสาหการ 6.0 8.8 7.0 10.3 7.3 7.9 ว ศวกรรมเคม 1.6 1.6 1.6 1.6 1.6 1.6 ว ศวกรรมโยธา 2.6 2.4 2.2 2.6 2.2 2.4 ว ศวกรรมไฟฟ า 7.5 8.1 9.8 6.2 8.4 8.0 รวม 22.1 26.1 24.6 28.1 23.9 25.0
52 4.4.3 สายบร หารและธ รการท วไป 4.4.3.1 ผลการว เคราะห หน วยงาน ปร มาณงาน ต อป เกณฑ มาตรฐาน ว เคราะห โดยว ธ เทคน คการว ดงาน (Work Measurement Technique) หน วย ว ด จ านวน คนท ต องม 1 สารบรรณ 5,788.23 1,610.00 ช วโมง 3.60 2 การเจ าหน าท 2,023.08 1,610.00 ช วโมง 1.26 3 การเง น 9,043.57 1,610.00 ช วโมง 5.62 4 พ สด 3,305.50 1,610.00 ช วโมง 2.05 5 นโยบายและแผน 3,228.50 1,610.00 ช วโมง 2.01 6 ว ชาการ 4,790.33 1,610.00 ช วโมง 2.98 7 ก จการน กศ กษา 4,999.50 1,610.00 ช วโมง 3.11 8 บร การคอมพ วเตอร และระบบเคร อข าย 5,609.17 1,610.00 ช วโมง 3.48 9 งานสน บสน นการว จ ยและบร การว ชาการ 2,066.00 1,610.00 ช วโมง 1.28 10 งานบ ณฑ ตศ กษา 1,637.25 1,610.00 ช วโมง 1.02 13 หน วยซ อมบ าร ง 4,876.00 1,610.00 ช วโมง 3.03 14 หน วยพ ฒนาระบบข อม ลและสารสนเทศ เพ อการบร หารจ ดการ 1,794.50 1,610.00 ช วโมง 1.11 15 งานประก นค ณภาพ 1,610.00 1,610.00 ช วโมง 1.00 16 หน วยผล ตเอกสาร 1,622.77 1,610.00 ช วโมง 1.01 17 ห วหน าส าน กงานเลขาน การ 1,984.25 1,610.00 ช วโมง 1.23 ว เคราะห โดยว ธ อ ตราส วนประส ทธ ภาพ โดยค านวณจากพ นท ในการปฏ บ ต งาน หมายเหต 18 หน วยภ ม ท ศน 68,964.00 8,000.00 ตรม. 8.62 1คน/1600 ตรว.ว นX5 ว น 19 หน วยเทคโนโลย ทางการศ กษา 5,309.00 2,500.00 ตรม. 2.12 ว เคราะห โดยว ธ อ ตราส วนประส ทธ ภาพ โดยค านวณจากจ านวนผ ใช บร การ 20 บร การสารสนเทศทางว ศวกรรม 1,462.00 500 คน 2.92 ใช ว ธ เปร ยบเท ยบอ ตราส วน (Ratio) แบบ อ ตราส วนพน กงานก บอ ปกรณ เกณฑ สกอ.บรรณาร กษ 1 ต อ น กศ กษา 500 21 หน วยยานพาหนะ 2 1 ค น 2.00 1 คน ต อ 1 ค น รวมอ ตราท ควรจะม 49.44 อ ตราท ม ในป จจ บ น 37.00 อ ตราท ควรขอเพ ม 12.44
53 4.4.3.1 อธ บายการว เคราะห หล กเกณฑ และข อก าหนดในการค านวณกรอบอ ตราก าล ง หน วยงานท 1-15 ก าหนดให 1 ต าแหน งต องม ภาระงานไม น อยกว า 35 ช วโมงท าการต อส ปดาห หร อ 230 ว น / ป เม อค านวณอ ตราก าล งโดยใช เทคน คการว ดงาน อ ตราก าล งท ต องการ = ปร มาณงานใน 1 ป X เวลามาตรฐานต องาน 1 ช น เวลาท างานของพน กงาน 1 คน ต อ 1 ป ปร มาณงานใน 1 ป ได จากการศ กษาแผนงานขององค การหร อจากการเก บรวบรวมสถ ต ผลงานท ผ านมา หน วยงานท 16-17 ใช ว ธ เดลไฟ (Delphi Technique) โดยหน วยผล ตเอกสารในป จจ บ นใช ว ธ การจ างเหมาเอกชนด าเน นการ ยกเว น กรณ การจ ดท าข อสอบ จ งจ าเป นต องม เจ าหน าท ท ท าหน าท ตรวจสอบเอกสารท เอกชนด าเน นการก อนเสนอเร องขออน ม ต เบ กจ าย และ ต องม เจ าหน าท จ ดท าข อสอบในการสอบกลางภาคและสอบปลายภาค รวมถ งการด แลเคร องถ ายเอกสารท เป นคร ภ ณฑ ของ คณะเอง จ งต องม เจ าหน าท ปฏ บ ต งานประจ าด านน อย างน อย 1 คน ส วนหน วยประก นค ณภาพน น จ าเป นต องม เจ าหน าท ประสานงานเพ อท าหน าท เลขาน การ คณะกรรมการประก นค ณภาพ ประสานการจ ดเก บรวมรวมข อม ลและการจ ดท ารายงานการประเม นตนเอง จ งต องม เจ าหน าท ปฏ บ ต งานประจ าด านน อย างน อย 1 คน หน วยงานท 18-19 ใช ว ธ อ ตราส วนประส ทธ ภาพ (Output - Input Ratio) แบบท 2.1.3 ค านวณจากพ นท ก าหนดเกณฑ มาตรฐานต อตารางเมตรในการให บร การของพน กงาน 1 คน ท ต องร บผ ดชอบด แลใน พ นท และค านวณพ นท ท ม ท งหมด ด งน น พ นท ร บผ ดชอบของคณะว ศวกรรมศาสตร ม ท งหมด 68,964 ตรม.และคน สวนหน งคนก าหนดพ นท ร บผ ดชอบ คนละ 5 ไร (8,000 ตรม.) คนสวน จ านวนพน กงานท ต องการ = พท.ท งหมด (ตรม.) เกณฑ มาตรฐานต อตารางเมตรในการให บร การของพน กงาน 1 คน ด งน น จ านวนคนสวนท ต องการ = 68,964 = 8.62 คน 8,000
54 เจ าหน าท โสตท ศนศ กษา จ านวนพน กงานท ต องการ = พท.ท งหมด (ตรม.) เกณฑ มาตรฐานต อตารางเมตรในการให บร การของพน กงาน 1 คน ด งน น จ านวนเจ าหน าท โสตท ศนศ กษาท ต องการ = 5,309 = 2.1 คน 2,500 หน วยงานท 20 ใช ว ธ อ ตราส วนประส ทธ ภาพ (Output - Input Ratio) แบบค านวณจากจ านวนผ ใช บร การ ค อน กศ กษา ตามเกณฑ ผ ปฏ บ ต งานในห องสม ดสถาบ นอ ดมศ กษา ตามประกาศทบวงมหาว ทยาล ย เร อง มาตรฐานห องสม ดสถาบ นอ ดมศ กษา พ.ศ. 2544 ข อ 3.3.1 ค อ (1) ถ าจ านวนน กศ กษาท งหมดไม เก น 10,000 คน ให ใช ส ดส วนน กศ กษา 500 คน ต อบรรณาร กษ 1 คน ส วนจ านวนน กศ กษาท เก น 10,000 คน แรก ข นไป ให ใช ส ดส วนน กศ กษาท กๆ 2,000 คน ต อบรรณาร กษ 1 คน (2) จ านวนหน งส อ 150,000 เล มต อบรรณาร กษ 1 คน และจ านวนหน งส อท เพ มข นในแต ละป ท กๆ 20,000 เล ม ต อ บรรณาร กษ 1 คน บรรณาร กษ จ านวนพน กงานท ต องการ = จ านวนน กศ กษาท งหมด (คน) เกณฑ มาตรฐานต อตารางเมตรในการให บร การของพน กงาน 1 คน ด งน น จ านวนบรรณาร กษ ท ต องการ = 1,462 = 2.9 คน 500 หน วยงานท 21 ใช ว ธ เปร ยบเท ยบอ ตราส วน (Ratio) แบบ อ ตราส วนพน กงานก บอ ปกรณ ซ งเป นเทคน คท ใช ในการ ค านวณก าล งคนของงานบางล กษณะ โดยพ จารณาจากเคร องม อ เคร องจ กร หร ออ ปกรณ ท ใช ในการท างาน ท งน คณะว ศวกรรมศาสตร ม รถยนต จ านวน 2 ค น ด งน น จ านวนพน กงานข บรถยนต ท ต องการ = 2 คน
55 5. การพ ฒนาทร พยากรบ คคล Human Resource Development 5.1 บทน า ทร พยากรบ คคล ค อส งท ม ค าท ส ดขององค กร เป นบทสร ปของปร ชญาการบร หารองค กรให เก ด ความก าวหน าและม ประส ทธ ภาพส งส ดท ได ร บการยอมร บอย างแพร หลายในท กวงการ ในป จจ บ นถ กยกให ม ความส าค ญเป น ท นมน ษย ทร พยากรบ คคลไม ใช เคร องจ กร ล กษณะของคนแต ละคนน นแตกต างก นออกไป องค กร ต องส งเสร มสน บสน นให ทร พยากรบ คคลท าตามความสามารถให ล ล วงไปจนเก ดผล ตภาพท ด แก องค กร ทร พยากร บ คคลจะต องได ร บการกระต นและส งเสร มในกระบวนการท างาน ซ งจะต องเป นการกระต นและส งเสร มในเช งบวก ด งน น การวางแผนอ ตราก าล งคนและการพ ฒนาทร พยากรมน ษย ขององค กรจ งต องท าอย างเป นระบบ ช ดเจน และระม ดระว งเพราะเร องของทร พยากรมน ษย ม ความละเอ ยดอ อนและเก ยวโยงก บท กระบบ ท กโครงสร างท ย ดโยงก น เป นองค กรและความส มพ นธ ก บผล ตภาพผล ตผลขององค กร และกรอบแนวค ดและเน อหาของการพ ฒนาทร พยากร บ คคลจ งต องตระหน กถ ง ว ส ยท ศน (Vision) ประเด นย ทธศาสตร (Strategic Issues) เป าประสงค (Goals) ย ทธศาสตร (Strategies) แผนงาน (Action Plans) โครงสร างองค กร (Organization) ระบบบร หารทร พยากรบ คคล(Human Resources Management ) ภายใต แนวค ดหล ก : สรรหา พ ฒนา ร กษา ตามล าด บ 5.2 ย ทธศาสตร การพ ฒนาทร พยากรบ คคล มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ก าได ก าหนดประเด นการพ ฒนาทร พยากรบ คคลไว ใน แผนย ทธศาสตร ของ มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ในช วงป พ.ศ. 2551 2560 ใน ย ทธศาสตร ท 1 พ ฒนาอาจารย และบ คลากรเพ อเตร ยมความ พร อมต อการพ ฒนามหาว ทยาล ยในย คท ม การเปล ยนแปลงอย างรวดเร ว โดยม กลย ทธ ด งน 1. ปร บความค ดของอาจารย และบ คลากรเก ยวก บการพ ฒนาอ ดมศ กษาตามกรอบแผนอ ดมศ กษาระยะยาว 15 ป (2551-2565) คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน จ งก าหนดกรอบการเร ยนร ขององค กรและบ คลากร ด งแสดง ในร ปท 5.1 และ 5.2
56 กรอบการเร ยนร ขององค การ (Organizational Learning)ท ต องการให เก ดข น (เพ อแก จ ดอ อน เร องการกระต นต ดตามนโยบายไปส การปฏ บ ต ) ว ส ยท ศน พ นธก จ ย ทธศาสตร แปลงนามธรรม ABSTRACT แปลงนโยบาย POLICY แปลงความค ด IDEA KM ใช ความร A C P D ใช ความร ให เป นร ปธรรม CONCRETE ส การด าเน นงาน OPERATION ส การกระท า ACTION องค กร: คณะว ศวะ บ คลากร ร ปท 5.1 กรอบการเร ยนร ขององค กร วงจรการเร ยนร ค ด สร างแนวค ด ส งเกต ไตร ตรอง ทดลอง ด ผล ท า ประสบการณ ตรง KM ท างานใหม เร ยนร จากการส งเกต ป ญหาท เคยเก ดต องไม เก ดซ า ภายใต เง อนไขและส งแวดล อมเด ม ต องร ว ธ ป องก น ท างานเด มซ าต อง เร วข น ช านาญข น ได ผลมากข น KM KM 2. จ ดท าแผนพ ฒนาอาจารย และบ คลากร ร ปท 5.2 วงจรการเร ยนร ขององค กร
57 คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน จ งก าหนดแผนบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร 2550-2560 ข นเพ อรองร บ 3. พ ฒนาค ณภาพผ บร หารและอาจารย คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน จ งก าหนดพ ฒนาค ณภาพผ บร หารและอาจารย ไว ในแผนบร หาร ทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร 2550-2560 4. ธ ารงร กษาและพ ฒนาอาจารย และบ คลากรอย างต อเน องเพ อให ม ประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลและม ความส ขในการท างานเพ อรองร บการปล ยนแปลงของส งคมและก อให เก ดผลงานท ม ค ณภาพ คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน จ งก าหนดกรอบแนวค ดในเร องน ตามร ปท 5.3 สร ปภาพรวม KM ค ณภาพงาน : ม ผล ตภาพ ประส ทธ ภาพ One stop service/ ว จ ยและพ ฒนา/ระบบQA/ ความถ กต อง+ความน าเช อถ อ ค าใช จ าย (Low Cost) ค ณภาพของบร การ (Good Quality) การให บร การ (Satisfied services) และความรวดเร ว ถ กต อง (speed+ accuracy)" KM ค ณภาพคน : Service minded อ อนน อมถ อมตน / อดทน/จ ตใจด ความค ดสร างสรรค ภาษา ความสามารถในการจ ดการ การวางแผน Multi function + IT ความสามารถด านว จ ย ค ณภาพช ว ตท บ าน : สว สด ภาพ ส ขภาพกาย ครอบคร ว เง นออม ค ณภาพช ว ตท ท างาน : สว สด การ ส ขภาพจ ต ส งแวดล อมด ความสาม คค การให เก ยรต การไว วางใจ ความม นคง ปลอดภ ย ส ขอนาม ย KM ร ปท 5.3 ภาพรวมการพ ฒนาบ คลากรของคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ท งน ม ความสอดคล องก บย ทธศาตร ของคณะว ศวกรรมศาสตร ในด านการพ ฒนาสถาบ นและบ คลากร ด งน
58 ย ทธศาสตร การพ ฒนาคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ในระยะ 10 ป (2549-2560) คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน 5.ย ทธศาสตร ด านการพ ฒนาสถาบ นและบ คลากร ย ทธศาสตร ท 1 พ ฒนาอาจารย และบ คลากรเพ อ เตร ยมความพร อมต อการพ ฒนามหาว ทยาล ยในย คท ม การเปล ยนแปลงอย างรวดเร ว กลย ทธ ของคณะว ศวะฯ มอบ. มาตรการ ความสอดคล องก บ กลย ทธ มอบ. (ท ปร บใหม ป 2551-2560) ช วงป 2551-2560 1. กระจายอ านาจและภาระงาน ให ภาคว ชามากข น 1. มอบอ านาจการบร หารงานบางส วนให ภาคว ชา 2. เพ มเจ าหน าท สายสน บสน นให ภาคว ชา 3. ใช อ ตราส วน อาจารย ต อน กศ กษา ในการจ ดอ ตราอาจารย ให แก ภาคว ชา 4. จ ดท าแผนกลย ทธ และแผนจ ดหา/ใช จ ายงบประมาณ (8.1 ข อ1-2) 2. ปร บปร งระบบการบร หารงาน 1. พ ฒนาระบบสารสนเทศ เพ อการบร หารและการจ ดการ (8.1 ข อ3) 2. พ ฒนาระบบจ ดการฐานข อม ลเพ อการต ดส นใจ (8.1 ข อ3) 3. พ ฒนาระบบการตรวจสอบภายในท เน นผลงานตามย ทธศาสตร 4. ปร บปร งระบบการรายงานให ถ กต องและรวดเร ว (8.1 ข อ4) 3. พ ฒนาค ณภาพช ว ตของ บ คลากร 9.จ ดท านโยบายและแผนการบร หารทร พยากรบ คคลท เป นร ปธรรม(7.4 ข อ 1) 10.พ ฒนาระบบและกลไกในการบร หารทร พยากรบ คคลท เป นการส งเสร ม สมรรถนะในการท างาน (7.4 ข อ 2) 11.ให ม ค าตอบแทนท เหมาะสมก บภาระงาน (7.4 ข อ 3) 12.จ ดส งแวดล อมในห องท างานและสร างบรรยากาศการท างานให เหมาะสมมาก ข น(7.4 ข อ 3) 13.จ ดส งแวดล อมให ม ความร มร นมากย งข น (7.4 ข อ 3) 14.ม สถานท จอดยานพาหนะท เหมาะสม (7.4 ข อ 3) 1. ปร บความค ดของอาจารย และบ คลากรเก ยวก บการ พ ฒนาอ ดมศ กษาตามกรอบแผนอ ดมศ กษาระยะยาว 15 ป (2551-2565) 1. ปร บความค ดของอาจารย และบ คลากรเก ยวก บการ พ ฒนาอ ดมศ กษาตามกรอบแผนอ ดมศ กษาระยะยาว 15 ป (2551-2565) 2. จ ดท าแผนพ ฒนาอาจารย และบ คลากร 4. ธ ารงร กษาและพ ฒนาอาจารย และบ คลากรอย าง ต อเน องเพ อให ม ประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลและม ความส ขในการท างานเพ อรองร บการปล ยนแปลงของ ส งคม
59 15.พ ฒนาระบบสว สด การและเสร มสร างส ขภาพท ด (7.4 ข อ 3) 16.ส งเสร มและพ ฒนาบ คลากรให ม ศ กยภาพและสามารถม โอกาสประสบ ความส าเร จและก าวหน าในอาช พอย างรวดเร วตามสายงาน (7.4 ข อ 4) 17.จ ดระบบประเม นความพ งพอใจของบ คลากร(7.4 ข อ 5) 4. พ ฒนาความร ของบ คลากร 18.จ ดอบรมเพ มพ นความร ด านการใช โปรแกรมคอมพ วเตอร ใหม ๆ 19.จ ดอบรมความร ด านภาษาอ งกฤษ 20.ส งเสร มการด งานท หน วยงาน/สถาบ น 21.ส งเสร มการเข าร วมอบรม/ส มมนา ท จ ดโดยหน วยงาน/สถาบ นภายนอก 22.ส งเสร มด านจร ยธรรมให แก บ คลากร 3. พ ฒนาค ณภาพผ บร หารและอาจารย 4. ธ ารงร กษาและพ ฒนาอาจารย และบ คลากรอย าง ต อเน องเพ อให ม ประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลและม ความส ขในการท างานเพ อรองร บการปล ยนแปลงของ ส งคม หมายเหต - ย ทธศาสตร การพ ฒนาคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ในระยะ 10 ป (2550-2560) ก าหนดให ครอบคล ม ถ ง ป 2549 ด วยเน องจากเป นป ท เร มแผนพ ฒนาฯ ฉบ บท 10 - ข อความในวงเล บเป นการบ งช การตอบสนองต วช ว ดการประก นค ณภาพตามเกณฑ สมศ.
60 5.3 เป าหมายการพ ฒนาทร พยากรบ คคล ภายใต กรอบนโยบายด านการบร หารงานบ คคล (Human Resource Management Policies) ตาม ข อ 3.2 ค อ 1. วางแผนก าล งคนอย างเหมาะสมตามกรอบเป าหมายภารก จ 2. ก าหนดกระบวนการค ดเล อกคนเข าส ต าแหน งด วยระบบค ณธรรม และด าเน นการด วยความเป นธรรม โปร งใส ตรวจสอบได 3. ส งเสร มและพ ฒนาค ณภาพช ว ตของบ คลากรให ม ค ณภาพช ว ตและสว สด การท ด อ นจะน าไปส ความจงร กภ กด องค กร 4. จ ดระบบการประเม นผลงานท ม ประส ทธ ภาพเป นธรรม เพ อก าหนดค าตอบแทน ส ทธ ประโยชน สว สด การท เหมาะสมก บภาระงาน สมรรถนะและผลการปฏ บ ต งาน 5. วางแผน ส งเสร ม และ พ ฒนาบ คลากรเพ อให ม ความร ความสามารถเหมาะสมในการเล อนระด บ ต าแหน งตาม เส นทางก าวหน าตามต าแหน งงาน (Career path) และเก ดความก าวหน าในสายงานหร อว ชาช พท ครองอย 6. พ ฒนาบ คลากรม ความร ความสามารถในงานเพ มข นเพ อการปฏ บ ต งานม ประส ทธ ภาพ ประส ทธ ผลโดยสามารถว ด ได จากความรวดเร วในการท างาน ความรอบร ในงาน ความถ กต องของข อม ลท เก ยวก บงาน ระยะเวลาการปฏ บ ต งานท เหมาะสม 7. สน บสน นการจ ดอบรมเพ มพ นความร ด านการใช โปรแกรมคอมพ วเตอร ใหม ๆ ความร ด านภาษาอ งกฤษ 8. ส งเสร มการเข าร วมอบรม/ส มมนา ท จ ดโดยหน วยงาน คณะว ศวกรรมศาสตร ม งพ ฒนาทร พยากรบ คคลของคณะเพ อให ม นคนท ม ค ณล กษณะ ด งน 1.) เป นคนม น าใจ ( Spirit) 2.) ไฝ หาความร ( Personal Mastery) 3.) ม ความว ร ยะ อ ตสาหะ ( Perservering) 4.) ม ความเป นธรรมและซ อส ตย ( Fairness&Integrity ) 5.) เห นแก ส วนรวม ( Altruism ) 6.) ร หน าท ในงาน ในครอบคร ว ( Morality & Ethics ) 7.) ม ท ศนคต ท ด ( Positive Attitude ) 8.) ม ว น ยและม ส มมาคารวะ ( Dicipline&Respectful ) 9.) ม เหต ม ผล ( Rational ) 10.) ร กษาช อเส ยงท งส วนต วและองค กร (Loyalty) หร อโดยสร ปบ คลากรคณะว ศวกรรมศาสตร ควรม ความเก งครอบคล ม 4 ด าน ค อ 1.) เก งงาน ( Working ) 2.) เก งคน ( Staffing ) 3.) เก งค ด ( Creating ) 4.) เก งเร ยน ( Learning )
61 5.4 แผนพ ฒนาทร พยากรบ คคล 5.4.1 กรอบแนวค ด การพ ฒนาทร พยากรบ คคลของคณะว ศวกรรมศาสตร ย ดกรอบแนวค ด การพ ฒนาใน 3 ล กษณะ ค อ - การพ ฒนาเพ อปร บปร งผลการปฏ บ ต งาน - การ พฒนาศ กยภาพของบ คลากร - การพ ฒนาระด บความสามารถในการท างาน ซ งสามารถน าไปส ระบบการว ดผล การพ ฒนาและใช ประโยชน ในกระบวนการบร หารงานบ คคลต อเน องไป ในล กษณะท สอดคล องก น ซ งสอดคล องก บแนวค ดขององค กรช นน าท ประสบความส าเร จอย างส งด านระบบ บร หารงานทร พยากรมน ษย หลายแห ง ด าน การว ด ผลท ได การน าไปใช ผลส มฤธ /การบรรล ระด บความสามารถใน เป าหมาย การท างาน (Achievement KPI) (Performance Level) ผลการปฏ บ ต งาน (Performance) ศ กยภาพ (Potential) ระด บความสามารถ (Competency) ประย กต โดยม ท มาจาก บจม. ป นซ เมนต ไทย ค ณล กษณะ (Chracteristic) Personal Leadership Managerial สมรรถนะ (Competency) Core Competency Functional Competency ระด บศ กยภาพของ คนท างาน (Potential Level) ระด บสมรรถนะ (Competency Level) การเล อนข น การเพ ม ค าจ าง ( Merit Increase) ความก าวหน า (Career Path) รางว ลพ เศษ ( Special Adjustment) การพ ฒนาบ คลากร 5.4.2 แผนปฏ บ ต การการบร หารทร พยากรบ คคล และโครงสร างหล กส ตรในการพ ฒนาบ คลากร (Training Roadmap) จากการประมวลข อม ลจากส วนต างๆภายใต กรอบว ส ยท ศน (Vision) ประเด นย ทธศาสตร (Strategic Issue) เป าประสงค (Goal) ย ทธศาสตร (Strategies) แผนงาน (Action Plan) โครงสร างองค กร (Organization) ระบบบร หาร ทร พยากรบ คคล(Human Resources Management ) และจากการท าแบบส ารวจความต องการฝ กอบรมของบ คลากรสาย สน บสน นในช วงป 2550-2560 สามารถจ ดท าแผนปฏ บ ต การการบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร 2550-2560 (ด ภาคผนวก)และโครงสร างหล กส ตรในการพ ฒนาทร พยากรบ คคลของคณะว ศวกรรมศาสตร ได ด งน
62 5.4.2.1 Training Roadmap ส าหร บบ คลากรสายอาจารย สายงาน 0-6 เด อน 6 เด อน- 1 ป 1-2 ป 2-4 ป 4 ป ข นไป ห วหน าภาคว ชา สอนและว จ ย ปฐมน เทศ เร ยนร เร ององค กร เทคน คการสอน ความร พ นฐานในการ ปฏ บ ต งาน การจ ดท าส อการ สอน การเข ยนข อเสนอ โครงการว จ ย การน าเสนองานอย าง ม ประส ทธ ภาพ การท างานเป นท ม การให ค าปร กษา E-Learning Electronic Personal Portfolio* การท าว จ ยในช น เร ยน ความค ดสร างสรรค และการระดมสมอง การเจรจาต อรอง การน าเสนองานอย างม ประส ทธ ภาพ การแก ป ญหาและการ ต ดส นใจ การพ ฒนาตนเอง การพ ฒนาภาวะผ น า การท างานเป นท ม หล กการบ งค บบ ญชา การบร หารข อเสนอแนะ การส มภาษณ และการสรร หา Stress management Time management Statistical Method for Quality Improvement การท างานเป นท ม Advance การเตร ยมต วเกษ ยณอาย * ปร บปร งเพ มเต ม 2551 ธรรมะ
63 5.4.2.1 Training Roadmap ส าหร บบ คลากรสายสน บสน น สายงาน 0-6 เด อน 6 เด อน- 1 ป 1-2 ป 2-4 ป 4 ป ข นไป ห วหน างานหร อเท ยบเท า ห วหน าภาคว ชาหร อเท ยบเท า ปฏ บ ต การ/ บร หารท วไป ปฐมน เทศ * ปร บปร งเพ มเต ม 2551 กล มห วข อด านความร พ นฐานในการปฏ บ ต งาน เร ยนร เร ององค กร เทคน คการให บร การท ด การเจรจาต อรอง การเจรจาต อรอง การส มภาษณ และการสรรหา คอมพ วเตอร เบ องต น Electronic Personal Portfolio * Stress management การท างานเป นท ม การท างานเป นท ม ความปลอดภ ยในการท างาน การแก ป ญหาและการต ดส นใจ Time management ระบบโปรแกรมร บส งเอกสาร การเข ยนรายงาน การบร หารความปลอดภ ย ความร เก ยวก บกฎหมายและข อบ งค บด านการบร หารงานบ คคล ส าหร บ ข าราชการ พน กงาน ล กจ าง ความร ในการพ ฒนางานและการประย กต การน าเสนองานอย างม ประส ทธ ภาพ การพ ฒนาความค ดสร างสรรค หล กการบ งค บบ ญชา เทคน คการสอนงานแบบ OJT การพ ฒนาภาวะผ น า ศ ลปะการพ ดและการส อสารท ม ประส ทธ ภาพ การบร หารข อเสนอแนะ ความร เก ยวก บการจ ดกระบวนการเร ยนร การจ ดก จกรรมเร ยนร แบบบ รณาการ การจ ดก จกรรมการเร ยนร แบบ e-learning Statistical Method for Quality Improvement การท าว จ ยสถาบ น ความร เก ยวการประก นค ณภาพ แนวทางการประเม นตนเองและการจ ดท า เทคน คการบร หารจ ดการ รายงานการประเม นตนเอง ค ณภาพ การพ ฒนาระบบข อม ลและสารสนเทศ คอมพ วเตอร และสารสนเทศ การสร างและพ ฒนาฐานข อม ลเบ องต น MS Excel ในงานส าน กงาน การจ ดท าเว บไซต การว เคราะห ข อม ลทางสถ ต ด วยโปรแกรมคอมพ วเตอร Internet ส าหร บงานส าน กงาน อ นๆ การท างานเป นท ม Advance การเตร ยมต วเกษ ยณอาย ธรรมะ
64 6. ค าตอบแทนและสว สด การ Compensation Management 6.1 ระบบค าตอบแทน 1. กล มข าราชการ ได ร บ - เง นเด อน เง นประจ าต าแหน ง (ตามพระราชกฤษฎ กาว าด วยเง นเด อนและเง นประจ าต าแหน ง) - ค าตอบแทนนอกเหน อจากเง นเด อน (ตามระเบ ยบกระทรวงการคล งว าด วยการเบ กจ ายเง น ค าตอบแทนนอกเหน อจากเง นเด อนของข าราชการและล กจ างประจ าของส วนราชการ พ.ศ.2547 ) - เง นเพ มการครองช พช วคราว(ตามระเบ ยบกระทรวงการคล ง ว าด วยเง นเพ มการครองช พช วคราว ส าหร บข าราชการและล กจ างประจ าของส วนราชการ พ.ศ. 2548 ) 2. กล มล กจ างประจ า ได ร บ - เง นค าจ าง (ตามระเบ ยบกระทรวงการคล งว าด วยล กจ างประจ าของส วนราชการ พ.ศ. 2537) - ค าตอบแทนนอกเหน อจากเง นเด อน (ตามระเบ ยบกระทรวงการคล งว าด วยการเบ กจ ายเง น ค าตอบแทนนอกเหน อจากเง นเด อนของข าราชการและล กจ างประจ าของส วนราชการ พ.ศ.2547 ) - เง นเพ มการครองช พช วคราว(ตามระเบ ยบกระทรวงการคล ง ว าด วยเง นเพ มการครองช พช วคราว ส าหร บข าราชการและล กจ างประจ าของส วนราชการ พ.ศ. 2548 ) 3. กล มพน กงาน ได ร บ - เง นเด อน - เง นค าสว สด การ - เง นค าประสบการณ - เง นเพ มการครองช พช วคราว(เท ยบเค ยง ตามระเบ ยบกระทรวงการคล ง ว าด วยเง นเพ มการครองช พ ช วคราวส าหร บข าราชการและล กจ างประจ าของส วนราชการ พ.ศ. 2548 ) 4. กล มล กจ างช วคราว ได ร บ - เง นเด อน - เง นเพ มการครองช พช วคราว(เท ยบเค ยง ตามระเบ ยบกระทรวงการคล ง ว าด วยเง นเพ มการครองช พ ช วคราวส าหร บข าราชการและล กจ างประจ าของส วนราชการ พ.ศ. 2548 ) นอกจากน บ คลากรท ปฏ บ ต งานสายว ชาการ ซ งได แก อาจารย และคร ปฏ บ ต การ ย งม ส ทธ เบ กค าสอนพ เศษ ตาม ระเบ ยบกระทรวงการคล งว าด วยการจ ายเง นค าสอนพ เศษ ในมหาว ทยาล ย (ฉบ บท 2) พ.ศ. 2538 ด วย 6.2 ระบบสว สด การและส ทธ ประโยชน - สว สด การค าร กษาพยาบาลกล มข าราชการและล กจ างประจ าจะได ร บตามระเบ ยบกระทรวงการคล ง
65 - สว สด การการเบ กค าการศ กษาของบ ตรกล มข าราชการและล กจ างประจ าจะได ร บตามระเบ ยบ กระทรวงการคล ง - สว สด การค าร กษาพยาบาลกล มพน กงานและล กจ างช วคราวจะได ร บตามกฎหมายประก นส งคม - ส ทธ ประโยชน ในการขอพระราชทานเคร องราชอ สร ยาภรณ - ส ทธ ประโยชน ในการลา (ของข าราชการ ล กจ างประจ า ล กจ างช วคราว ) ได แก การลาป วย การลาคลอดบ ตร การลาก จส วนต ว การลาพ กผ อน การลาอ ปสมบทหร อการลาไปประกอบพ ธ ฮ จย ( เฉพาะข าราชการ)การลาเข าร บการ ตรวจเล อกหร อเข าร บการเตร ยมพล ( เฉพาะข าราชการ) - ส ทธ ประโยชน ในการเป นสมาช กกองท นบ าเหน จบ านาญข าราชการ (กบข.) ส าหร บข าราชการ - ส ทธ ประโยชน ในการเป นสมาช กกองท นสว สด การล กจ าง (กสจ.) ส าหร บล กจ างประจ า - ส ทธ ประโยชน ในการได ร บการจ ดสรรให เข าพ กท พ กอาศ ยของมหาว ทยาล ย - ส ทธ ประโยชน ในการสม ครเป นสมาช กสหกรณ ออมทร พย - ส ทธ ประโยชน ในการน งรถร บส งของมหาว ทยาล ยเพ อมาปฏ บ ต งาน - ส ทธ ประโยชน ในการได ร บการจ ดสรรเง นก เพ อซ อท อย อาศ ยตามโครงการสว สด การของมหาว ทยาล ยและ โครงการท เป นความร วมม อระหว างร ฐก บสถาบ นการเง นต างๆ - ส ทธ ประโยชน ในการเป นสมาช กกบข. ข าราชการท เป นสมาช ก กบข. จะได ร บส ทธ ประโยชน ต างๆนอกเหน อจากเง นบ าเหน จ บ านาญตามส ตรซ ง ได ร บจากกระทรวงการคล งด งน 1) ส ทธ ในการร บเง นสมทบ สมาช กจะได ร บเง นสมทบจากร ฐในจ านวนเท าก บท สมาช กสะสมเป นประจ าท ก เด อน 2) ส ทธ ประโยชน ทางภาษ สมาช กสามารถน าใบแจ งยอดแนบพร อมแบบภ.ง.ด. 90 หร อ 91 เพ อยกเว นภาษ เง นได บ คคลธรรมดาในส วนของเง นสะสมเข า กบข. เฉพาะท ไม เก น 300,000 บาทในป ภาษ น น 3) ส ทธ ประโยชน อ นๆ สมาช กจะได ร บสว สด การต างๆตามท กบข. จะได จ ดให ม ข น
66 7. ระบบการประเม น Performance Appraisal คณะว ศวกรรมศาสตร ม การประเม นผลการปฏ บ ต งานของบ คลากรป ละ 2 คร ง โดยใช แบบประเม นผล การปฏ บ ต งานตามล กษณะงาน ด งน 7.1 บ คลากรสายอาจารย ใช แบบประเม นเร ยกว า แบบฟอร มการประเม นผลงาน ความสามารถ และค ณล กษณะของอาจารย โดยม องค ประกอบ ด งน 1.) ปร มาณงานในหน าท หล ก (60 คะแนน) ได แก งานสอน ( 20 คะแนน) งานเข ยนและปร บปร งเอกสารประกอบการสอน (5 คะแนน) งานอาจารย ท ปร กษางานโครงงานน กศ กษาหร อว ทยาน พนธ ( 10 คะแนน) การเข าร วมก จกรรมท เก ยวข องก บน กศ กษาอาจารย ท ปร กษาก จกรรมหร อช มน ม/ชมรม (5 คะแนน) งานเข ยนบทความว ชาการและงานว จ ย งานบร การว ชาการและงานท าน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม (20 คะแนน) 2.) งานในหน าท พ เศษท ได ร บมอบหมาย (10 คะแนน) 3.) ค ณภาพและค ณล กษณะในการท างาน (30 คะแนน) แยกเป น 6 ข อย อย ค อ - การอ ท ศเวลาให ก บงานราชการ - ความท มเทและค ณภาพในงานสอน - ความร วมม อประสานงานก บผ บ งค บบ ญชา - ความร วมม อประสานงานก บผ ร วมงาน - ความร บผ ดชอบต องานท ได ร บมอบหมาย - ความร วมม อในการประก นค ณภาพ หมายเหต เกณฑ การประเม นได ร บการปร บปร งล าส ด เม อเด อน ส งหาคม 2550 7.2 บ คลากรสายสน บสน น ใช แบบประเม นเร ยกว า แบบประเม นผลการปฏ บ ต งานเพ อประกอบการพ จารณาความด ความชอบ ส าหร บ บ คลากรสายสน บสน นการสอน โดยม องค ประกอบตามหล กอ ทธ บาท 4 ของพ ทธศาสนา ด งน องค ประกอบท 1 ฉ นทะ (ความพอใจในหน าท หน วยงาน องค กร) 25 คะแนน ม 4 ด าน ค อ 1.1 ทราบและเข าใจภาระงานตามค าส งโดยชอบของผ บ งค บบ ญชาท ระบ ใน Job Description ม ต วช ว ดและค าระด บจากน อยไปหามาก ด งน ระด บ 0 ไม ทราบภาระงานของตนเอง+ปร มาณน อย+ไม สนใจปฏ บ ต งานตามท ได ร บ มอบหมาย
67 ระด บ 1-2 ม ภาระงานก าหนดช ดเจน+ปร มาณไม มาก+ปฏ บ ต งานตามท ได ร บมอบหมาย ไม ได ครบท กอย าง ระด บ 3-4 ม ภาระงานก าหนดช ดเจน+ปร มาณปานกลาง+ปฏ บ ต งานตามท ได ร บมอบหมายท ก อย าง ระด บ 5 (ด มาก) ม ภาระงานก าหนดช ดเจน+ปร มาณมาก+ปฏ บ ต งานตามท ได ร บมอบหมายท กอย าง 1.2 การม ส วนร วมในการพ ฒนาหน วยงานและองค กร ม ต วช ว ดและค าระด บจากน อยไปหามาก ด งน ระด บ 0 ไม สนใจไม เคยเข าร วมก จกรรมส วนรวม เช นการประช ม การส มมนา ก จกรรม อบรม ระด บ 1-2 สนใจเข าร วมก จกรรมส วนรวม เช นการประช ม การส มมนา ก จกรรมอบรม น อย มาก ระด บ 3-4 สนใจเข าร วมก จกรรมส วนรวม เช นการประช ม การส มมนา ก จกรรมอบรม เป น ส วนมากเก อบท กก จกรรม ระด บ 5 (ด มาก) สนใจเข าร วมก จกรรมส วนรวม เช นการประช ม การส มมนา ก จกรรมอบรม ท ก ก จกรรม 1.3 การท างานร วมก บผ อ น ม ต วช ว ดและค าระด บจากน อยไปหามาก ด งน ระด บ 0 ไม สามารถท างานร วมก บผ อ น ม ข อข ดแย งเสมอๆ ระด บ 1-2 ชอบท างานคนเด ยวขาดท ศนคต เช งบวกในการท างานร วมก บผ อ น ต องให ผ อ นมา ประสานงานจ งจะให ความร วมม อและม ข อข ดแย งในการท างานบ อยๆ ระด บ 3-4 ม ท ศนคต เช งบวกในการท างานร วมก บผ อ น สามารถประสานงานและให ความ ร วมม อในการท างานก บท กๆคนโดยม ข อข ดแย งแต สามารถท างานจนส าเร จได ระด บ 5 (ด มาก) ม ท ศนคต เช งบวกในการท างานร วมก บผ อ น สามารถประสานงานและให ความ ร วมม อในการท างานก บท กๆคนโดยไม ม ข อข ดแย ง 1.4 การอ ท ศตนเพ อส วนรวม ม ต วช ว ดและค าระด บจากน อยไปหามาก ด งน ระด บ 0 ไม สนใจช วยปฏ บ ต งานในก จการของคณะ/มหาว ทยาล ย ท งในและนอกเวลา ราชการ ท างานเฉพาะว นเวลาราชการเท าน น ระด บ 1-2 ช วยปฏ บ ต งานในก จการของคณะ/มหาว ทยาล ยแม ไม ใช หน าท โดยตรง นานคร ง และเฉพาะกรณ ม ประโยชน ตอบแทน
68 ระด บ 3-4 ช วยปฏ บ ต งานในก จการของคณะ/มหาว ทยาล ยแม ไม ใช หน าท โดยตรง แม นอก เวลาราชการ แม ไม ม ค าตอบแทนใดๆ ตามสมควรแก โอกาส ระด บ 5 (ด มาก) ช วยปฏ บ ต งานในก จการของคณะ/มหาว ทยาล ย/ภารก จเร งด วนแม ไม ใช หน าท โดยตรง แม นอกเวลาราชการ แม ไม ม ค าตอบแทนใดๆท กๆคร งท ได ร บการร องขอหร อแจ งเพ อทราบ องค ประกอบท 2 ว ร ยะ (ความเพ ยรพยายามต อการท างานในหน าท ) 25 คะแนน ม 4 ด าน ค อ 2.1 เข าท างานตรงเวลา ม ต วช ว ดและค าระด บจากน อยไปหามาก ด งน ระด บ 0 ในรอบการประเม นเคยเข าท างานสายหร อกล บก อนเวลาเฉล ยเก นเด อนละ10 คร ง ระด บ 1-2 ในรอบการประเม นเคยเข าท างานสายหร อไม เคยกล บก อนเวลาเฉล ยเก นเด อนละ5 แต ไม เก น 10 คร ง ระด บ 3-4 ในรอบการประเม นเคยเข าท างานสายหร อไม เคยกล บก อนเวลาเฉล ยเก นเด อนละ5 คร ง ระด บ 5 (ด มาก) ในรอบการประเม นเคยเข าท างานสายหร อไม เคยกล บก อนเวลาเฉล ยเก นเด อนละ3 คร ง 2.2 ม การปฏ บ ต งานเต มศ กยภาพตามหน าท ประจ าและหน าท พ เศษ ม ต วช ว ดและค าระด บจากน อย ไปหามาก ด งน ระด บ 0 ภาระงานตามข อ 1.1+ ไม ม หน าท พ เศษท คณะหร อ มหาว ทยาล ยมอบหมาย+ ไม ใส ใจปฏ บ ต งาน ระด บ 1-2 ภาระงานตามข อ 1.1+ ไม ม หน าท พ เศษท คณะหร อ มหาว ทยาล ยมอบหมาย ระด บ 3-4 ภาระงานตามข อ 1.1+ ม หน าท พ เศษท คณะหร อ มหาว ทยาล ยมอบหมายบางเร อง และปฏ บ ต ได ครบถ วน ระด บ 5 (ด มาก) ภาระงานตามข อ 1.1+ ม หน าท พ เศษท คณะหร อ มหาว ทยาล ยมอบหมาย ค อนข างมากและปฏ บ ต ได ครบถ วนท งงานภายในคณะและงานมหาว ทยาล ย 2.3 ม การวางแผนและปฏ ท นในการท างาน ม ต วช ว ดและค าระด บจากน อยไปหามาก ด งน ระด บ 0 ไม ม แผนการปฏ บ ต งาน/โครงการท จะด าเน นการในป งบประมาณ ไม ม การวาง ปฏ ท นการท างานในรอบป ระด บ 1-2 ม เพ ยงช อโครงการท จะด าเน นการในป งบประมาณแต ไม ม รายละเอ ยดอะไรท ช ดเจน ระด บ 3-4 ม แผนการปฏ บ ต งาน/โครงการท จะด าเน นการในป งบประมาณ ม การวางปฏ ท น การท างานในรอบป แต ย งขาดความช ดเจน
69 ระด บ 5 (ด มาก) ม แผนการปฏ บ ต งาน/โครงการท จะด าเน นการในป งบประมาณ ม การวางปฏ ท น การท างานในรอบป อย างช ดเจน 2.4 ม การต ดตามงานและรายงานความก าวหน าเป นระยะ ม ต วช ว ดและค าระด บจากน อยไปหามาก ด งน ระด บ 0 ไม ม การรายงานการปฏ บ ต งานโดยแบบฟอร มรายงานท กเด อนและรายงานผ านท ประช มของหน วยงานเลย ระด บ 1-2 ม การรายงานการปฏ บ ต งานโดยแบบฟอร มรายงานท กเด อนและรายงานผ านท ประช มของหน วยงานแต ไม สม าเสมอ ระด บ 3-4 ม การรายงานการปฏ บ ต งานโดยแบบฟอร มรายงานท กเด อนหร อรายงานผ านท ประช มของหน วยงาน(อย างใดอย างหน ง) ระด บ 5 (ด มาก) ม การรายงานการปฏ บ ต งานโดยแบบฟอร มรายงานท กเด อนและรายงานผ านท ประช มของหน วยงาน องค ประกอบท 3 จ ตตะ (ความเอาใจใส ต องานในหน าท ) 25 คะแนน ม 4 ด าน ค อ 3.1 ม การปฏ บ ต งานตามแผนส าเร จโดยรอบคอบและตรงตามก าหนดเวลา ม ต วช ว ดและค าระด บจาก น อยไปหามาก ด งน ระด บ 0 ไม ม แผนการปฏ บ ต งาน/โครงการท จะด าเน นการในป งบประมาณ ไม ม การวาง ปฏ ท นการท างานในรอบป ระด บ 1-2 ม แผนการปฏ บ ต งาน/โครงการท จะด าเน นการในป งบประมาณ ม การวางปฏ ท น การท างานในรอบป และแต ปฏ บ ต ได น อยมาก ระด บ 3-4 ม แผนการปฏ บ ต งาน/โครงการท จะด าเน นการในป งบประมาณ ม การวางปฏ ท น การท างานในรอบป และแต ปฏ บ ต ไม ได ครบถ วน ระด บ 5 (ด มาก) ม แผนการปฏ บ ต งาน/โครงการท จะด าเน นการในป งบประมาณ ม การวางปฏ ท น การท างานในรอบป และปฏ บ ต ได ครบถ วน 3.2 ม การประเม นหน วยงานท ส งก ดจากผ ร บบร การ ม ต วช ว ดและค าระด บจากน อยไปหามาก ด งน ระด บ 0 (0 คะแนน)=ไม ม แบบประเม นและการส ารวจผลความพ งพอใจในการบร การเลย โดยต องม เอกสารแบบประเม นมาแสดงประกอบ ระด บ 5 (ด มาก) (5 คะแนน)=ในรอบการประเม น (6 เด อน) ม การส ารวจผลความพ งพอใจในการ บร การอย างน อย 1 คร ง
70 3.3 ผลความพ งพอใจจากผ ร บบร การ ม ต วช ว ดและค าระด บจากน อยไปหามาก ด งน ในรอบการประเม น 6 เด อน ม การส ารวจและม ผลผลความพ งพอใจ (5 คะแนน)= ระด บด มาก (4 คะแนน)= ระด บด (3 คะแนน)= ระด บปานกลาง (2 คะแนน)= ระด บพอใช (1 คะแนน)= ระด บควรปร บปร ง (0 คะแนน)= ไม ม การประเม นจากผ ร บบร การเลย โดยต องม รายงาน สร ปผลการประเม นมาแสดงประกอบ 3.4 ม การต ดตามและเก บรวบรวมข อม ล สถ ต ต วเลขท เก ยวข องก บงานของตน ม ต วช ว ดและค า ระด บจากน อยไปหามาก ด งน ระด บ 0 ไม ม ข อม ลเช งปร มาณในงานท ร บผ ดชอบเลย ระด บ 1-2 ม ข อม ลเช งปร มาณในงานท ร บผ ดชอบน อยมาก การจ ดเก บไม เป นระบบและไม ม การว เคราะห เพ อใช รายงานหร อเสนอผ บร หารเพ อพ จารณา ระด บ 3-4 ม ข อม ลเช งปร มาณในงานท ร บผ ดชอบแต จ ดเก บไม เป นระบบและไม ม การ ว เคราะห เพ อใช รายงานหร อเสนอผ บร หารเพ อพ จารณา ระด บ 5 (ด มาก) ม ข อม ลเช งปร มาณในงานท ร บผ ดชอบจ ดเก บอย างเป นระบบและม การว เคราะห เพ อใช รายงานหร อเสนอผ บร หารเพ อพ จารณา องค ประกอบท 4 ว ม งสา (การตรวจสอบแก ไข พ ฒนา ปร บปร งตนเอง) 25 คะแนน ม 4 ด าน ค อ 4.1 ม การเสนอแนะและปร บปร งงานของตนเอง ม ต วช ว ดและค าระด บจากน อยไปหามาก ด งน ระด บ 0 ไม ม การส ารวจข อบกพร อง จ ดอ อนจ ดแข งของงานในหน าท และไม ม การน าเสนอ ให ผ บ งค บบ ญชาทราบ ระด บ 1-2 ไม ม การส ารวจข อบกพร อง จ ดอ อนจ ดแข งของงานในหน าท และน าเสนอให ผ บ งค บบ ญชาทราบเม อถ กถามเท าน น ระด บ 3-4 ม การส ารวจข อบกพร อง จ ดอ อนจ ดแข งของงานในหน าท และน าเสนอให ผ บ งค บบ ญชาทราบ ระด บ 5 (ด มาก) ส ารวจข อบกพร อง จ ดอ อนจ ดแข งของงานในหน าท และน าเสนอให ผ บ งค บบ ญชา ทราบพร อมท งแนวทางในการปร บปร งแก ไขอย เสมอ 4.2 ม การเข าร บการพ ฒนาเพ อเพ มพ นความร ม ต วช ว ดและค าระด บจากน อยไปหามาก ด งน ระด บ 0 ไม ม ม การเข าร บการอบรม ส มมนา ศ กษาต อนอกเวลาราชการ เพ อเพ มพ นความร และท กษะในการท างานเลย
71 ระด บ 1-2 ม การ1.)เข าร บการอบรม หร อ2.)ส มมนา หร อ3.)ศ กษาต อนอกเวลาราชการ หร อ4.) ศ กษาด งานเพ อเพ มพ นความร และท กษะ อย างใดอย างหน งแต ไม ตรงก บการท างานในหน าท ระด บ 3-4 ม การ1.)เข าร บการอบรม หร อ2.)ส มมนา หร อ3.)ศ กษาต อนอกเวลาราชการ หร อ4.) ศ กษาด งานเพ อเพ มพ นความร และท กษะในการท างานในหน าท อย างใดอย างหน ง ระด บ 5 (ด มาก) ม การ1.)เข าร บการอบรม และ2.)ส มมนา หร อ3.)ศ กษาต อนอกเวลาราชการ หร อ4.) ศ กษาด งานเพ อเพ มพ นความร และท กษะในการท างานในหน าท ไปหามาก ด งน 4.3 ม การท าค ม อการใช บร การและม การเผยแพร หร อท าว จ ยองค กร ม ต วช ว ดและค าระด บจากน อย ระด บ 0 ไม ม อะไรเลย ระด บ 1-2 ม 1.) เอกสารแผ นพ บแจ งรายละเอ ยดข นตอนการท างาน ระด บ 3-4 ม 1.) ค ม อการท างานอย างเด ยว ระด บ 5 (ด มาก) ม 1.) การว จ ยสถาบ นและ2.)ค ม อการท างาน 4.4 ม การใช เทคโนโลย สารสนเทศ ม ต วช ว ดและค าระด บจากน อยไปหามาก ด งน ระด บ 0 ไม ม โปรแกรมส าเร จร ปเฉพาะท ใช ในงานท ช วยให ท างานได รวดเร วข น ไม ใช โปรแกรมส าน กงานท วไปได เช น WORD/Excel เลย ระด บ 1-2 ม 1.)โปรแกรมส าเร จร ปเฉพาะท ใช ในงานท ช วยให ท างานได รวดเร วข น หร อ2.)ใช โปรแกรมส าน กงานท วไปได เช น WORD/Excelเพ ยงอย างเด ยว ระด บ 3-4 ม 1.)โปรแกรมส าเร จร ปเฉพาะท ใช ในงานท ช วยให ท างานได รวดเร วข น หร อ2.)ใช โปรแกรมส าน กงานท วไปได เช น WORD/Excel และ 3.)ใช E-mail, Internet เพ อการแจ งข อม ลข าวสารและประกาศ ต างๆ (1หร อ 2 และ 3) ระด บ 5 (ด มาก) ม 1.)โปรแกรมส าเร จร ปเฉพาะท ใช ในงานท ช วยให ท างานได รวดเร วข นและ 2.)ใช โปรแกรมส าน กงานท วไปได เช น WORD/Excel และ 3.)ใช E-mail,Internet เพ อการแจ งข อม ลข าวสารและประกาศ ต างๆ (1+2+3) หมายเหต เกณฑ การประเม นได ร บการปร บปร งล าส ด เม อเด อน ก นยายน 2549
72 8. ระบบความก าวหน าในสายว ชาช พ Career Path 8.1 ข าราชการสายว ชาการ โครงสร างต าแหน งและความก าวหน าในสายว ชาช พ เป นไปตามตารางโครงสร างต าแหน งข าราชการพลเร อน ในสถาบ นอ ดมศ กษา ต าแหน งว ชาการตามมาตรา 18 (ก) ของพระราชบ ญญ ต ระเบ ยบข าราชการพลเร อนใน สถาบ นอ ดมศ กษา พ.ศ. 2547ท คณะกรรมการข าราชการพลเร อนในสถาบ นอ ดมศ กษา (ก.พ.อ.) ก าหนด ด งน ประเภท ช อสายงาน ช อต าแหน ง ระด บ ก) ต าแหน งว ชาการ (1 สายงาน, 4 ต าแหน ง) สอนและว จ ย หร อ ว จ ยโดยเฉพาะ 1.อาจารย 4-7 (ว ฒ ปร ญญาโท ปฏ บ ต งาน 5 ป ขอก าหนดต าแหน งส งข น เป นผ ช วยศาสตราจารย อาจารย (ว ฒ ปร ญญาเอก ปฏ บ ต งาน 2 ป ขอก าหนดต าแหน ง ส งข น เป นผ ช วยศาสตราจารย 2.ผ ช วยศาสตราจารย ปฏ บ ต งาน 3 ป 6-8 ขอก าหนดต าแหน งส งข น เป นรองศาสตราจารย 3.รองศาสตราจารย ปฏ บ ต งาน 2 ป 7-9 ขอก าหนดต าแหน งส งข น เป นศาสตราจารย 4.ศาสตราจารย 9-10,11
73 อาจารย ป.เอก 2 ป ป.โท 5 ป ป.ตร 9 ป ผ ช วยศาสตราจารย 3 ป รองศาสตราจารย 2 ป ศาสตราจารย ร ปท 8.1 แสดงเส นทางความก าวหน าในสายงานอาช พ ต าแหน งอาจารย ท งน บ คลาการสายว ชาการท ม สถานภาพเป นพน กงานมหาว ทยาล ยน นคณะกรรมการบร หารงานบ คคล มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ให ถ อโครงสร างต าแหน งและความก าวหน าในสายว ชาช พตามหล กเกณฑ น โดยอน โลม 8.2 ข าราชการสายสน บสน น โครงสร างต าแหน ง ครงสร างต าแหน งและความก าวหน าในสายว ชาช พ เป นไปตามตารางแสดงประเภท ต าแหน งข าราชการพลเร อนในสถาบ นอ ดมศ กษา ต าแหน งประเภทผ บร หาร ต าแหน งประเภทท วไปว ชาช พเฉพาะ หร อ เช ยวชาญเฉพาะ ตามพระราชบ ญญ ต ระเบ ยบข าราชการพลเร อนในสถาบ นอ ดมศ กษา พ.ศ. 2547 ท คณะกรรมการ ข าราชการพลเร อนในสถาบ นอ ดมศ กษา (ก.พ.อ.) ก าหนด ด งน
74 ปฏ บ ต การ ป.เอก 2 ป ป.โท 5 ป ป.ตร 9 ป --------- ปวส.12 ป ปวช.16 ป ช านาญการ 3 ป -------- ผ ม ประสบการณ เช ยวชาญ 2 ป เช ยวชาญพ เศษ ร ปท 8.2 แสดงเส นทางความก าวหน าในสายงานอาช พ ต าแหน งสายสน บสน นว ชาการ ปฏ บ ต การ ห วหน างาน, กล มงานภายในคณะ/ ส าน ก/กอง บร หารระด บต น (ผ อ านวยการกอง, ห วหน าส าน กงาน เลขาน การคณะ) ห วหน าส าน กงาน อธ การบด / ส าน กงานว ทยาเขต ร ปท 8.3 แสดงเส นทางความก าวหน าในสายงานต าแหน งบร หารของสายสน บสน นว ชาการ
75 โครงสร างระด บต าแหน งท ก.พ.อ.ก าหนด ต าแหน งประเภทผ บร หาร 1) ต าแหน งห วหน าหน วยงาน/กล มงานใน ระด บสถาบ นอ ดมศ กษา ได แก - ต าแหน งห วหน าส าน กงานอธ การบด ก าหนดเป นต าแหน งระด บ 8, 9 - ต าแหน งห วหน าส าน กงานว ทยาเขต ก าหนดเป นต าแหน งระด บ 8, 9 - ห วหน าหน วยงานท ม ล กษณะงานพ เศษ (โรงพยาบาล) - ต าแหน งห วหน าหน วยงานท ม ล กษณะงานท ใช ว ชาช พ ก าหนดเป นต าแหน งระด บ 8, 9 - ต าแหน งห วหน าหน วยงานท ม ล กษณะงานท ม ได ใช ว ชาช พ ก าหนดเป นต าแหน งระด บ 7, 8 2)ต าแหน งห วหน าหน วยงาน/กล มงานระด บกอง /ส าน กงานเลขาน การคณะหร อหน วยงานท เท ยบเท า - ต าแหน งผ อ านวยการกอง/กล มงานในส าน กงานอธ การบด / ก าหนดเป นต าแหน งระด บ 7-8 ส าน กงานว ทยาเขต - ต าแหน งห วหน าส าน กงานเลขาน การคณะหร อเท ยบเท า ก าหนดเป นต าแหน งระด บ 7, 8 3) ต าแหน งห วหน ากล มงานหร อเท ยบเท าภายในสถาบ น/ส าน ก/ ศ นย หร อหน วยงานท เท ยบเท า ซ งปฏ บ ต ภารก จหล กของ สถาบ นอ ดมศ กษา 4) ต าแหน งห วหน าหน วยงานภายในกอง/ส าน กงานเลขาน การ ก าหนดเป นต าแหน งระด บ 7 คณะ หร อหน วยงานท เท ยบเท า ต าแหน งประเภทท วไป ว ชาช พเฉพาะหร อเช ยวชาญเฉพาะ 1) กล มปฏ บ ต การระด บต น ซ งเป นสายงานท เร มต นจากระด บ 1 และ 2 โครงสร างระด บต าแหน งท ก.พ.อ.ก าหนด กรณ ต าแหน งตามว ฒ การศ กษา -บรรจ ว ฒ ปวช. หร อเท ยบเท า ก าหนดเป นต าแหน งระด บควบ 1-3 -บรรจ ว ฒ ปวส. หร อเท ยบเท า ก าหนดเป นต าแหน งระด บควบ 2-4 กรณ ต าแหน งท ม ประสบการณ -ว ฒ ปวช. ก าหนดเป นต าแหน งระด บ 4, 5 -ว ฒ ปวส. ก าหนดเป นต าแหน งระด บ 5, 6 กรณ ต าแหน งระด บช านาญการ ก าหนดเป นต าแหน งระด บ 6,7-8
76 2) กล มปฏ บ ต การระด บกลาง ซ งเป นสายงานท เร มต นจากระด บ 3 ข นไป โครงสร างระด บต าแหน งท ก.พ.อ.ก าหนด กรณ ต าแหน งตามว ฒ การศ กษา -บรรจ ปร ญญาตร หร อเท ยบเท า ก าหนดเป นต าแหน งระด บควบ 3-6 -บรรจ ว ฒ ปร ญญาโทหร อเท ยบเท า ก าหนดเป นต าแหน งระด บควบ 4-7 กรณ ต าแหน งระด บช านาญการ ก าหนดเป นต าแหน งระด บ 6, 7-8 กรณ ต าแหน งระด บเช ยวชาญและเช ยวชาญพ เศษ -เช ยวชาญ ก าหนดเป นต าแหน งระด บ 9 -เช ยวชาญพ เศษ ก าหนดเป นต าแหน งระด บ 10 8.3 กล มล กจ างประจ า ม ความก าวหน าตามล าด บ ด งน - กล มท 1 หมวดแรงงาน ก งฝ ม อ ฝ ม อ ฝ ม อพ เศษระด บต น - กล มท 2 หมวดฝ ม อพ เศษระด บกลาง - กล มท 3 หมวดฝ ม อพ เศษระด บส ง - กล มท 4 หมวดฝ ม อพ เศษเฉพาะ 8.4 กล มพน กงานมหาว ทยาล ย สายว ชาการ ม ความก าวหน าตามล าด บ ด งน 1. ต าแหน งอาจารย 2. ต าแหน งผ ช วยศาสตราจารย 3. ต าแหน งรองศาสตราจารย 4. ต าแหน งศาสตราจารย สายสน บสน น สามารถก าวหน าได 2 ทาง ค อ สายงานในต าแหน งประเภทท วไป ว ชาช พเฉพาะ และเช ยวชาญเฉพาะ 1. ระด บปฏ บ ต การ ม ความก าวหน าตามล าด บ ด งน 2. ระด บผ ช านาญการ 3. ระด บผ เช ยวชาญ 4. ระด บผ เช ยวชาญพ เศษ 8.5 กล มล กจ างช วคราว สามารถขอร บการประเม นเพ อปร บสภาพเป นพน กงานตามประกาศ มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ว า ด วยหล กเกณฑ ว ธ การและเง อนไขการปร บสภาพเป นพน กงาน พ.ศ. 2549 และสามารถก าวหน าตามเส นทาง ความก าวหน าของพน กงานต อไป
77 8.6 ก จกรรมโครงการ คณะว ศวกรรมศาสตร ม ก จกรรม โครงการท สน บสน นอาจารย และบ คลากรให ม ความค ด ร เร ม ในการจ ดท าผลงานทางว ชาการ ท จะใช เป นผลงานในการขอก าหนดต าแหน งทางว ชาการ อ นถ อเป นการส งเสร มให ม ความก าวหน าในสายงานอาช พอย างรวดเร ว เช น การขอก าหนดต าแหน งผ ช วยศาสตราจารย รองศาสตราจารย ศาสตราจารย ต าแหน งช านาญการ เช ยวชาญ เช น สายงาน การส งเสร ม แหล งข อม ล อาจารย ให ข อม ล/ความร เก ยวก บหล กเกณฑ ข นตอนและว ธ การขอ www.eng.ubu.ac.th/~personnel ก าหนดต าแหน งทางว ชาการ ให ข อม ลเทคน คการเข ยนต ารา/เอกสารทางว ชาการ www.eng.ubu.ac.th/~personnel การจ ดอบรมเทคน คการเข ยนต ารา/เอกสารทางว ชาการ ฐานข อม ลเพ อการแจ งเต อนการครบก าหนดระยะเวลาการ งานการเจ าหน าท ส าน กงานเลขาน การ ย นขอก าหนดต าแหน งทางว ชาการ จ ดท าค ม องานว จ ยเพ อส งเสร มให อาจารย บ คลากรท างาน ว จ ย http://web.eng.ubu.ac.th/~seminar/rese arch/ จ ดโครงการว นน กว จ ยส ญจรเพ อส งเสร ม สน บสน นให อาจารย ออกไปเย ยมชมหน วยงานต างๆและหาโจทย ว จ ย ร วมก น จ ดเง นค าตอบแทนการต พ มพ ผลงานทางว ชาการ จ ดท าวารสารว ชาการว ศวกรรมศาสตร ม.อบ. เพ อเป น แหล งต พ มพ ผลงานทางว ชาการ สายสน บสน น บร การให ค าปร กษาเร องการจ ดเตร ยมเอกสารและการ เตร ยมต วเพ อขอก าหนดต าแหน งช านาญการ ก าหนดให ม การจ ดท าค ม อการปฏ บ ต งานไว ในการ ประเม นผลการปฏ บ ต งานประจ าป เพ อให บ คลากรสาย สน บสน นม การพ ฒนาการจ ดท าค ม อการปฏ บ ต งานอย าง ต อเน องและใช เป นเอกสารประกอบการประเม นเพ อเล อน ระด บ และใช ประกอบการขอต าแหน งช านาญการใน อนาคต จ ดโครงการอบรม พ นฐานความร ม งส งานว จ ยเพ อ ช มชน เพ อส งเสร มให บ คลากรท างานว จ ย และสามารถ น าผลงานมาใช ในการขอต าแหน งช านาญการ http://web.eng.ubu.ac.th/~seminar/rese arch/ http://web.eng.ubu.ac.th/~seminar/rese arch/ http://web.eng.ubu.ac.th/~seminar/rese arch/ www.eng.ubu.ac.th/~personnel งานการเจ าหน าท ส าน กงานเลขาน การ หน วยสน บสน นการว จ ยและบร การ ว ชาการ คณะว ศวกรรมศาสตร
78 9. การร กษาไว และการเกษ ยณ Retain & Retire 9.1 บทน า คณะว ศวกรรมศาสตร เล งเห นความส าค ญของทร พยากรบ คคลท จะเป นพล งข บเคล อนภารก จของคณะ ให บรรลเป าหมายได ด งน นจ งตระหน กด ถ งความจ าเป นท จะต องธ ารงร กษาทร พยากรบ คคลท ค าย งเอาไว เพ อพ ฒนา ไปส ความเต บโตในอนาคต พร อมไปก บกระบวนการพ ฒนาทร พยากรบ คคล โดยเฉพาะการก าหนดโครงการ หร อ ก จกรรมการพ ฒนาทร พยากรบ คคล ท ค าน งถ งผลส มฤทธ เพ อให บรรล เป าหมายการพ ฒนาทร พยการกรบ คคลให สอดคล องก บ แผนกลย ทธ และเป าหมายของคณะว ศวกรรมศาสตร มากย งข น โดยม การด าเน นงานประก นค ณภาพ ควบค ไปในเวลาเด ยวก นเป นกระบวนการท เช อมโยงและต อเน อง 9.2 การด าเน นการ คณะว ศวกรรมศาสตร ได ก าหนดนโยบายและมาตรการด านการธ างรงร กษาบ คลากรท ม ค ณภาพไว ต งแต การ ก าหนดย ทธศาสตร ของคณะว ศวกรรมศาสตร ต งแต ช วงป 2546-2548 ย ทธศาสตร ท 5. ด านการพ ฒนาสถาบ นและ บ คลากร ในกลย ทธ ท 3 การพ ฒนาค ณภาพช ว ตของบ คลากร โดยม เป าประสงค ให บ คลากรม ค ณภาพช ว ตด เพ อจ งใจให เก ดความจงร กภ กด องค กร ท งน ม มาตรการท ส าค ญ เช น ให ม ค าตอบแทนท เหมาะสมก บภาระงาน จ ดส งแวดล อมใน ห องท างานให เหมาะสมม ส งแวดล อมให ม ความร มร นมากย งข น และต อมาได ปร บย ทธศาสตร ใหม เป นย ทธศาสตร การ พ ฒนาคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ในระยะ 10 ป (2549-2560) โดยวางกลย ทธ เก ยวก บการพ ฒนา ค ณภาพช ว ตของบ คลากรตามกรอบย ทธศาสตร ของมหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ป 2551-2560 ท ก าหนดย ทธศาสตร ด าน การธ ารงร กษาและพ ฒนาอาจารย และบ คลากรอย างต อเน องเพ อให ม ประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลและม ความส ขใน การท างานเพ อรองร บการปล ยนแปลงของส งคม ท งน ม มาตรการรองร บท ส าค ญๆ ค อ 1. จ ดท านโยบายและแผนการบร หารทร พยากรบ คคลท เป นร ปธรรม 2. พ ฒนาระบบและกลไกในการบร หารทร พยากรบ คคลท เป นการส งเสร มสมรรถนะในการท างาน 3. ให ม ค าตอบแทนท เหมาะสมก บภาระงาน 4. จ ดส งแวดล อมในห องท างานและสร างบรรยากาศการท างานให เหมาะสมมากข น 5. จ ดส งแวดล อมภายนอกอาคารให ม ความร มร นมากย งข น 6. ม สถานท จอดยานพาหนะท เหมาะสม 7. พ ฒนาระบบสว สด การและเสร มสร างส ขภาพท ด 8. ส งเสร มและพ ฒนาบ คลากรให ม ศ กยภาพและสามารถม โอกาสประสบความส าเร จและก าวหน าในอาช พ อย างรวดเร วตามสายงาน 9. จ ดระบบประเม นความพ งพอใจของบ คลากร
79 9.3 ค ณภาพช ว ต นอกจากส ทธ ประโยชน ต างๆ ท บ คลากรจะได ร บแล ว คณะว ศวกรรมศาสตร ม ความพยายามท จะสร างค ณภาพ ช ว ตท ด ให แก บ คลากรเพ อให สามารถท างานได อย างม ความส ข เก ดความร กและภ กด ต อองค กรผ านว ฒนธรรมการ ท างานท เป นก นเอง ด วยความสาม คค และช วยเหล อเก อก ลก น 1) จ ดระบบสาธารณ ปโภค ลานจอดรถ สนามก ฬา ห องออกก าล งกาย ระบบอ นเทอร เน ต เคร องม อและ อ ปกรณ ในการท างาน 2) จ ดห องท างานและสภาพแวดล อมท ด เอ อต อการท างานและม ส ขอนาม ย 3) ระบบร กษาความปลอดภ ย 4) ก จกรรมส งเสร มค ณภาพช ว ตท เป นร ปธรรม เช น โครงการเง นช วยเหล อค าท าศพกรณ บ คลากร หร อบ คคล ใกล ช ดในครอบคร วเส ยช ว ต (บ ดา มารดา บ ตร สาม หร อภรรยา) โครงการค ายส าหร บบ ตรหลานบ คลากรในช วงป ด ภาคเร ยน โครงการก ฬาและน นทนาการประจ าป โครงการตรวจส ขภาพประจ าป กองท นสว สด การบ คลากรคณะ ว ศวกรรมศาสตร 9.4 การเกษ ยณอาย ราชการและส ทธ ประโยชน ท ข าราชการพ งได เม อพ นจากราชการโดยไม ม ความผ ด บ าเหน จบ านาญข าราชการ ได แก บ าเหน จบ านาญปกต ซ งจะได ร บ เม อออกจากราชการด วยเหต ปกต เช น 1) ออกจากราชการเพราะทางราชการเล กหร อย บต าแหน งหร อม ค าส งให ออก โดยไม ม ความผ ดหร อ ออกตามบทบ ญญ ต ในร ฐธรรมน ญแห งราชอาณาจ กรไทย หร อทหารออกจากกองหน นเบ ยหว ด(เหต ทดแทน) 2)ออกจากราชการเพราะป วยเจ บท พพลภาพท แพทย ทางราชการร บรองว าไม สามารถร บราชการใน ต าแหน งหน าท ซ งปฏ บ ต อย ต อไปได ( เหต ท พพลภาพ) 3) ม อาย ครบ 60 ป บร บ รณ (เกษ ยณอาย ) หร ออาย ครบ 50 ป บร บ รณ แล วลาออก ( เหต ส งอาย ) 4) หร อกรณ ม เวลาราชการส าหร บค านวณบ าเหน จบ านาญ ครบ 30 ป บร บ รณ แล ว ทางราชการส งให ออก หร อผ ท ม เวลาราชการครบ 25 ป บร บ รณ แล ว ลาออก (เหต ร บราชการนาน) ท ง 4 เหต น ถ าม เวลาราชการ ไม ถ ง 10 ป ให ได ร บบ าเหน จ ถ าม เวลา 10 ป ข นไป ให ร บบ านาญหร อ จะขอร บบ าเหน จก ได ท งน ผ ท ม เวลาราชการครบ 10 ป แล วลาออก ไม ม ส ทธ ได ร บบ าเหน จบ านาญตามข อท กล าวมาแล ว แต ให ม ส ทธ ร บบ าเหน จ(ม.17) - ข าราชการท ถ กส งให ออกจากราชการท ถ อเสม อนว าผ น นลาออกจากราชการ ม ส ทธ ร บบ าเหน จ บ านาญ ด งน -ถ าม เวลาค านวณบ าเหน จบ านาญ 25 ป ข นไป ให ได ร บบ าเหน จบ านาญเหต ร บราชการนาน -ถ าม อาย ครบ 50 ป และม เวลาค านวณบ าเหน จบ านาญ ครบ 10 ป ข นไป ให ม ส ทธ ร บบ าเหน จเหต ส งอาย
80 -ถ าอาย ไม ครบ 50 ป ม เวลาค านวณบ าเหน จบ านาญครบ 10 ป แต ไม ถ ง 25 ป ให ม ส ทธ ร บเฉพาะ บ าเหน จ -ถ าม เวลาค านวณบ าเหน จบ านาญไม ครบ 10 ป ไม ม ส ทธ ร บบ าเหน จบ านาญ บ าเหน จบ านาญพ เศษ จะได ร บ เม อ 1) ข าราชการ พลทหารกองประจ าการ หร อบ คคลท ท าหน าท ทหารตามท กระทรวงกลาโหมก าหนด แล ว ได ร บอ นตราย พ การ เจ บป วยถ งท พพลภาพ เพราะกระท าตามหน าท ให ได ร บบ านาญปกต ท งบ านาญพ เศษด วย 2) ถ าได ร บบ าเหน จบ านาญไปแล ว หร อ พลทหารกองประจ าการ หร อบ คคลท ท าหน าท ทหารตามท กระทรวงกลาโหมก าหนด ได ออกจากราชการหร อพ นหน าท ไปแล ว ภายใน 3 ป ปรากฏช ดว าเก ดเจ บป วยท พพลภาพ อ นเน องมาจากสาเหต ในระหว างปฏ บ ต หน าท ก ม ส ทธ ได ร บบ านาญพ เศษ ถ าตายก ให ทายาทได ร บบ านาญพ เศษ ท งน ให จ ายต งแต ว นขอ ถ าร บบ าเหน จไปแล วก ให ได ร บบ านาญพ เศษอย างเด ยว 3) ผ ได ร บอ นตราย ตามข อ 1) แม จะย งไม ม ส ทธ ได ร บบ านาญปกต ก ให ได ร บบ านาญปกต ได 4) ผ ได ร บอ นตรายถ าเส ยช ว ตก อนได ร บบ าเหน จบ านาญพ เศษ ให ทายาทได ร บท งบ าเหน จตกทอด และบ านาญพ เศษด วย 5) ผ ท าหน าท ตามข อ 1 ส ญหายไป หร อเช อได ว าม อ นตรายถ งตาย เม อพ นก าหนด 2 เด อนน บแต ว น ส ญหายให ส นน ษฐานว าตายและให ทายาทได ร บบ านาญพ เศษ บ าเหน จตกทอด ทายาทจะได ร บเม อ 1) ข าราชการ ตายในระหว างร บราชการ ทายาท(ต องอาย ไม เก น 20 ป เว นแต ก าล งศ กษา ระด บอ ดมศ กษาหร อเท ยบเท า แต ต องไม เก น 26 ป หร อเว นแต เป นบ คคลพ การหร อท พพลภาพ) จะได ร บบ าเหน จตก ทอดเท าก บเง นเด อนส ดท าย ค ณเวลาราชการ 2) ตายในระหว างได ร บบ านาญปกต หร อม ส ทธ ได ร บบ านาญปกต หร อร บบ านาญพ เศษ ทายาทม ส ทธ ได ร บบ าเหน จตกทอด เป นจ านวน 30 เท า ของบ านาญรายเด อน (ข อยกเว นเหม อน ข อ 1) 3) บ าเหน จตกทอดรายใด ค านวณได ยอดต ากว า 3,000 บาท ให จ าย 3,000 บาท กองท นบ าเหน จบ านาญข าราชการ สมาช กท พ นสภาพด วยเหต ส งอาย,เหต ทดแทน,เหต ท พพลภาพ และเหต เส ยช ว ต สมาช กและทายาทจะได ร บ ยกเว นภาษ เง นได บ คคลธรรมดาในส วนของเง นท ได ร บจากกบข.ในป ท ได ร บเง นน น
81 10. บรรณาน กรม Bibliography ก ตต ศ กด ส าเภาเง น.การบร หารทร พยากรบ คคลย คใหม และการพ ฒนาองค กร,เอกสารประกอบการอบรม,2550. คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน.แผนย ทธศาสตร คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ป 2549-2550,2550. คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน.แผนย ทธศาสตร คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ป 2549-2560,2551. คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน.ค ม อประก นค ณภาพคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ป การศ กษา 2549,2549. ประกาศทบวงมหาว ทยาล ย เร อง มาตรฐานห องสม ดสถาบ นอ ดมศ กษา พ.ศ. 2544 ธ ระพงษ วงศ บ ญ.รายงานการส ารวจความต องการฝ กอบรมของบ คลากรสายสน บสน นคณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน ป 2550-2560:ฝ ายผล ตและบร การเอกสาร คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ย อ บลราชธาน, 2551. ธ ระพงษ วงศ บ ญ.ค ม อการปฏ บ ต งานด านการเจ าหน าท คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน :ฝ ายผล ต และบร การเอกสาร คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน, 2548. ธ ระพงษ วงศ บ ญ.ค ม อมาตรฐานก าหนดต าแหน งข าราชการพลเร อนในมหาว ทยาล ย :ฝ ายผล ตและบร การเอกสาร คณะ ว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน, 2548. ธ ระพงษ วงศ บ ญ.ก าวส ต าแหน งทางว ชาการ พ มพ คร งท 1.อ บลราชธาน : โรงพ มพ มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน, 2547. ธ ระพงษ วงศ บ ญ.รายงานการว เคราะห อ ตราก าล ง คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน :ฝ ายผล ต และ บร การเอกสาร คณะว ศวกรรมศาสตร มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน, 2548. มหาว ทยาล ยขอนแก น.หล กส ตรการพ ฒนาบ คลากรมหาว ทยาล ยขอนแก น พ.ศ. 2550-2553,2550. มหาว ทยาล ยขอนแก น.แผนปฏ บ ต การฝ ายทร พยากรบ คคล มหาว ทยาล ยขอนแก นประจ าป งบประมาณ 2551 (ต ลาคม 2550- ก นยายน 2551),2550. มหาว ทยาล ยขอนแก น.ค ม อระบบบร หารจ ดการเพ อการพ ฒนาผลการปฏ บ ต งาน:บ คลากรสายผ สอนมหาว ทยาล ยขอนแก น, 2550. มหาว ทยาล ยขอนแก น.ค ม อระบบบร หารจ ดการเพ อการพ ฒนาผลการปฏ บ ต งาน:บ คลากรสายสน บสน นมหาว ทยาล ยขอนแก น, 2550. มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน.รายละเอ ยดต วช ว ด KPI Template ประจ าป งบประมาณ 2550 มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน, 2550.
82 ส าน กงานว จ ยและระบบสารสนเทศ สถาบ นเพ มผลผล ตแห งชาต รายงานการว จ ยเร องการศ กษาหล กส ตรการพ ฒนาบ คลากรใน องค กรช นน า 5 แห ง http://www.bangkokbiznews.com/2006/02/14/ww17_1701_news.php?newsid=11326 http://web.eng.ubu.ac.th/~seminar/research/ http://www.reg.ubu.ac.th http://www.ubu.ac.th/~ub-plan/plan.html http://web.ubu.ac.th/aboutubu/ubumap.html
83 11. ภาคผนวก Appendix
ว ตถ ประสงค กลย ทธ ของคณะ ว ศวกรรมศาสตร มอบ. แผนปฏ บ ต การการบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร มอบ. ป การศ กษา 2550 ( ช วงเวลา 1 ม ถ นายน 2551-31 พฤษภาคม 2552 ก จกรรม/โครงการ กรอบแผนกลย ทธ 2550-2560 ความก าวหน า/ ผลงานเช งประจ กษ ในรอบป ท ผ านมา งบประมาณ ป 2551 (บาท) ผ ร บผ ดชอบ 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 1.สร างเสร มระบบ และกลไกในการ บร หารทร พยากร บ คคลเพ อพ ฒนา และธ ารงร กษาไว ให บ คลากรม ค ณภาพและ ประส ทธ ภาพ 1.กลย ทธ ท 2.การ ปร บปร งระบบการ บร หารงาน 1.1.1โครงการจ ดท าแผนงาน ด านการบร หารทร พยากร บ คคลคณะว ศวกรรมศาสตร ป 2550-2560 1.2.2สอบทานปร บปร ง แผนงานด านการบร หาร ทร พยากรบ คคลคณะ ว ศวกรรมศาสตร ป 2550-2560 1.1.3 ปร บเปล ยนองค กรให เหมาะสมเน นภาระงานตาม ความสามารถ และกระจาย อ านาจส หน วยงานย อย จ ดหาบ คลากรเพ มใน หน วยงานท ขาด และปร บ ย ายในหน วยงานท เก น / / / / / / / / / / / / / / / / 1.ด าเน นการในป 2550 ปร บปร งในป 2551,2555 1.จ างน กว ชาการเง น และบ ญช 1 ต าแหน ง งานการเจ าหน าท งานการเจ าหน าท ฝ ายบร หาร - 84 -
ว ตถ ประสงค กลย ทธ ของคณะ ว ศวกรรมศาสตร มอบ. แผนปฏ บ ต การการบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร มอบ. ป การศ กษา 2550 ( ช วงเวลา 1 ม ถ นายน 2551-31 พฤษภาคม 2552 ก จกรรม/โครงการ กรอบแผนกลย ทธ 2550-2560 ความก าวหน า/ ผลงานเช งประจ กษ ในรอบป ท ผ านมา งบประมาณ ป 2551 (บาท) ผ ร บผ ดชอบ 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 1.1.4 สร างระบบฐานข อม ล เพ อการต ดส นใจในท ก ๆ ด าน โครงการพ ฒนาโปรแกรม ร บส งเอกสาร-เว ยนเอกสาร สอบทาน/ปร บปร งระบบ สารสนเทศด านเอกสาร โครงการพ ฒนาโปรแกรม ส งซ อพ สด สอบทาน/ปร บปร งระบบ สารสนเทศด านพ สด โครงการพ ฒนาโปรแกรม การเง น สอบทาน/ปร บปร งระบบ สารสนเทศด านการเง น ฐานข อม ลบ คลากร / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / สอบทาน/ปร บปร งระบบ สารสนเทศด านบ คลากร / / / / / / / / / / 1.ก าล งด าเน นการ และม ความต อเน อง ไปป ต อไป 105,000 ส าน กงานเลขาน การ+ งานบร การคอมพ วเตอร งานการเจ าหน าท - 85 -
ว ตถ ประสงค กลย ทธ ของคณะ ว ศวกรรมศาสตร มอบ. แผนปฏ บ ต การการบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร มอบ. ป การศ กษา 2550 ( ช วงเวลา 1 ม ถ นายน 2551-31 พฤษภาคม 2552 ก จกรรม/โครงการ กรอบแผนกลย ทธ 2550-2560 ความก าวหน า/ ผลงานเช งประจ กษ ในรอบป ท ผ านมา งบประมาณ ป 2551 (บาท) ผ ร บผ ดชอบ 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 1.1.5 โครงการ/ก จกรรม ส งเสร มค าน ยมจงร กภ กด ต อ องค กร โครงการค ายเสร มความร และท กษะส าหร บบ ตร หลายบ คลากรในช วงป ด ภาคเร ยน โครงการท าบ ญป ใหม และ ก ฬาภายในคณะ ว ศวกรรมศาสตร ประจ าป 2551 1.1.6 สร างและพ ฒนาระบบ ประเม นค ณภาพงานในท ก ระด บ โดยเฉพาะระด บการ บร หาร 1.1.7 สร างระบบลงโทษ และ ระบบให รางว ลท เป นธรรม และเหมาะสม นอกเหน อจาก ระบบพ จารณาความด ความชอบ(เล อนข นหร อข น / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / 1.ด าเน นการ ส าน กงานเลขาน การ 10,000 ส าน กงานเลขาน การ 100,000 ส าน กงานเลขาน การ - งานประก นค ณภาพ - - 86 -
ว ตถ ประสงค กลย ทธ ของคณะ ว ศวกรรมศาสตร มอบ. แผนปฏ บ ต การการบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร มอบ. ป การศ กษา 2550 ( ช วงเวลา 1 ม ถ นายน 2551-31 พฤษภาคม 2552 ก จกรรม/โครงการ กรอบแผนกลย ทธ 2550-2560 ความก าวหน า/ ผลงานเช งประจ กษ ในรอบป ท ผ านมา งบประมาณ ป 2551 (บาท) ผ ร บผ ดชอบ 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2.สร างเสร มระบบ และกลไกในการ บร หารทร พยากร บ คคลท เป นการ ส งเสร มสมรรถนะ ในการปฏ บ ต งาน 1.กลย ทธ ท 3.พ ฒนา ค ณภาพช ว ตของ บ คลากร เง นเด อน) สอบทานและปร บปร งการ สรรหาบ คลากรเพ อ ประกาศเก ยรต ค ณและมอบ รางว ลบ คลการด เด น 2.1.1 จ ดท าเกณฑ ภาระงาน และบ คลากรท กระด บอย าง จร งจ ง และแม นย าเพ อการ ตรวจสอบและการเพ มลด / ปร บเปล ยนบ คลากรให เหมาะสม การตรวจสอบภาระงานและ ว ดงานเพ อการว เคราะห อ ตราก าล งท กต าแหน งท ก หน วยงาน 2.1.2 ก าหนดเกณฑ การ ประเม นผ บ งค บบ ญชา โดย ผ ใต บ งค บบ ญชา / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / - ส าน กงานเลขาน การ - - ท กหน วยงาน/ภาคว ชา - 87 -
ว ตถ ประสงค กลย ทธ ของคณะ ว ศวกรรมศาสตร มอบ. แผนปฏ บ ต การการบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร มอบ. ป การศ กษา 2550 ( ช วงเวลา 1 ม ถ นายน 2551-31 พฤษภาคม 2552 ก จกรรม/โครงการ กรอบแผนกลย ทธ 2550-2560 ความก าวหน า/ ผลงานเช งประจ กษ ในรอบป ท ผ านมา งบประมาณ ป 2551 (บาท) ผ ร บผ ดชอบ 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 โครงการประเม นบ คลากร สองทาง (Top down และ bottom up) โดยให ม ต วช ว ด ประส ทธ ภาพ ของบ คลากร แต ละระด บอย างช ดเจน / / / / / / / / / / / 2.1.3 ส งเสร มด านจร ยธรรม ให แก บ คลากร โครงการจ ดการบรรยาย ธรรมะ / / / / / / / / / / / 2.1.4 ต งคณะท างานประสาน และส งเสร มการปฏ บ ต งาน แต งต งคณะกรรมการ ประสานการปฏ บ ต งาน / / บ คลากรสายสน บสน น แต งต งรองห วหน าภาคว ชา / 6.จ ดสรรและจ ดหาท นพ ฒนา บ คลากรท กระด บ สร าง มาตรการให ท กคนพ ฒนา ตนเอง - งานประก นค ณภาพ - ส าน กงานเลขาน การ - - 88 -
ว ตถ ประสงค กลย ทธ ของคณะ ว ศวกรรมศาสตร มอบ. แผนปฏ บ ต การการบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร มอบ. ป การศ กษา 2550 ( ช วงเวลา 1 ม ถ นายน 2551-31 พฤษภาคม 2552 ก จกรรม/โครงการ กรอบแผนกลย ทธ 2550-2560 ความก าวหน า/ ผลงานเช งประจ กษ ในรอบป ท ผ านมา งบประมาณ ป 2551 (บาท) ผ ร บผ ดชอบ 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 3.สร างเสร มระบบ สว สด การและ เสร มสร างส ขภาพท ด และสร างบรรยากาศท ด ให บ คลากรท างานได อย างม ประส ทธ ภาพและอย อย างม ความส ข 1.กลย ทธ ท 3.พ ฒนา ค ณภาพช ว ตของ บ คลากร ค าใช จ ายส าหร บการพ ฒนา บ คลากรสายอาจารย ค าใช จ ายส าหร บการพ ฒนา บ คลากรสายสน บสน น 3.1.1 ม ก จกรรมต อนร บ อาจารย บ คลากรใหม ภายใน คณะ โดยแนะน าให ได ร จ กก น อย างท วถ ง จ ดให บ คลากรใหม เข าร วม การปฐมน เทศบ คลากรใหม ของ มหาว ทยาล ย อ บลราชธาน 3.1.2 จ ดส งแวดล อมในห อง ท างานและสร างบรรยากาศ การท างานให เหมาะสมมาก ข น / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / 150,000 ภาคว ชา 150,000 ส าน กงานเลขาน การ - งานการเจ าหน าท - 89 -
ว ตถ ประสงค กลย ทธ ของคณะ ว ศวกรรมศาสตร มอบ. แผนปฏ บ ต การการบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร มอบ. ป การศ กษา 2550 ( ช วงเวลา 1 ม ถ นายน 2551-31 พฤษภาคม 2552 ก จกรรม/โครงการ กรอบแผนกลย ทธ 2550-2560 ความก าวหน า/ ผลงานเช งประจ กษ ในรอบป ท ผ านมา งบประมาณ ป 2551 (บาท) ผ ร บผ ดชอบ 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 โครงการก จกรรม 5 ส. / / / / / / / / / / / 10,000 ส าน กงานเลขาน การ โครงการจ างเหมาท าความ สะอาด 3.1.3 จ ดส งแวดล อมรอบ อาคารให ม ความร มร นมาก ย งข น ปร บปร งภ ม ท ศน รอบกล ม อาคารว ศวกรรมศาสตร ปร บปร งสถานท จอด ยานพาหนะท เหมาะสม โครงการปร บปร งระบบท อ ระบายน าและป อ ฐต ว หนอนบร เวณท จอดรถหน า อาคารเร ยนรวมคณะ ว ศวกรรมศาสตร โครงการปร บปร งอาคาร EN-1-2-3-4-5 3.1.4 พ ฒนาระบบสว สด การ และเสร มสร างส ขภาพท ด / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / 1,089,200 ส าน กงานเลขาน การ - ส าน กงานเลขาน การ - ส าน กงานเลขาน การ - ภาคว ชา - 90 -
ว ตถ ประสงค กลย ทธ ของคณะ ว ศวกรรมศาสตร มอบ. แผนปฏ บ ต การการบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร มอบ. ป การศ กษา 2550 ( ช วงเวลา 1 ม ถ นายน 2551-31 พฤษภาคม 2552 ก จกรรม/โครงการ กรอบแผนกลย ทธ 2550-2560 ความก าวหน า/ ผลงานเช งประจ กษ ในรอบป ท ผ านมา งบประมาณ ป 2551 (บาท) ผ ร บผ ดชอบ 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 จ ดท าห องออกก าล งกายใน อาคารส าน กงาน โครงการตรวจส ขภาพ บ คลากรประจ าป 2550 3.1.5 ปร บปร งและพ ฒนา พ นท ใช สอยให เหมาะสม ปร บพ นท ใช สอยใน ส าน กงานเลขาน การ 3.1.6 ส งเสร มให บ คลากรท ก คนม ส วนร วมในก จกรรมหล ก ของคณะด วยความเต มใจ และ ร กองค กร โครงการประเพณ สงกรานต และรดน าด าห ว 3.1.7 ผ บร หารจ ดก จกรรมเพ อ ช ให เห นข อแตกต าง และสร าง ระบบรองร บการออกนอก ระบบ 3.1.8 ปร บค าตอบแทนท เหมาะสมก บภาระงาน / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / - ส าน กงานเลขาน การ 20,000 ส าน กงานเลขาน การ - ส าน กงานเลขาน การ ฝ ายบร หาร - ฝ ายบร หาร - 91 -
ว ตถ ประสงค กลย ทธ ของคณะ ว ศวกรรมศาสตร มอบ. แผนปฏ บ ต การการบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร มอบ. ป การศ กษา 2550 ( ช วงเวลา 1 ม ถ นายน 2551-31 พฤษภาคม 2552 ก จกรรม/โครงการ กรอบแผนกลย ทธ 2550-2560 ความก าวหน า/ ผลงานเช งประจ กษ ในรอบป ท ผ านมา งบประมาณ ป 2551 (บาท) ผ ร บผ ดชอบ 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 ปร บเง นเด อนและค าจ าง พน กงานเง นรายได และ ล กจ างช วคราว ร อยละ 4 ตามมต ครม. จ ายเง นช วยเหล อค าครอง ช พช วคราวพน กงานเง น รายได และล กจ างช วคราว ร อยละ 4 ตามมต ครม. / / / / งานการเจ าหน าท งานการเจ าหน าท 4.สร างเสร มระบบ ส งเสร มสน บสน น บ คลากรท ม ศ กยภาพส งให ม โอกาสประสบ ความส าเร จและ ก าวหน าในอาช พ อย างรวดเร วตาม 1.กลย ทธ ท 4. พ ฒนา ความร ของบ คลากร 3.1.9 โครงการส มมนา บ คลากรสายสน บสน น ประจ าป 4.1.1โครงการจ ดอบรมเพ อ ความร ข นพ นฐานในการ ท างาน / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / 100,000 ส าน กงานเลขาน การ งานการเจ าหน าท - 92 -
ว ตถ ประสงค กลย ทธ ของคณะ ว ศวกรรมศาสตร มอบ. แผนปฏ บ ต การการบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร มอบ. ป การศ กษา 2550 ( ช วงเวลา 1 ม ถ นายน 2551-31 พฤษภาคม 2552 ก จกรรม/โครงการ กรอบแผนกลย ทธ 2550-2560 ความก าวหน า/ ผลงานเช งประจ กษ ในรอบป ท ผ านมา งบประมาณ ป 2551 (บาท) ผ ร บผ ดชอบ 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 สายงาน โครงการท ประช มเพ อการ ถ ายทอดองค ความร และ ประสบการณ ท างานใน ระหว างบ คลากรสาย สน บสน น 4.1.2 ก จกรรมพ ฒนาความร และท กษะในว ชาช พของ บ คลากร โครงการอบรมท กษะการ พ ดในท ช มชน 4.1.3 โครงการจ ดอบรม ความร ในการพ ฒนางานและ การประย กต 4.1.4 โครงการจ ดอบรม ความร เก ยวก บการจ ด กระบวนการเร ยนร 4.1.5 โครงการจ ดอบรม/ ส มมนาความร เก ยวก บการ / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / 10,000 ส าน กงานเลขาน การ งานการเจ าหน าท งานการเจ าหน าท งานการเจ าหน าท งานการเจ าหน าท งานการเจ าหน าท - 93 -
ว ตถ ประสงค กลย ทธ ของคณะ ว ศวกรรมศาสตร มอบ. แผนปฏ บ ต การการบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร มอบ. ป การศ กษา 2550 ( ช วงเวลา 1 ม ถ นายน 2551-31 พฤษภาคม 2552 ก จกรรม/โครงการ กรอบแผนกลย ทธ 2550-2560 ความก าวหน า/ ผลงานเช งประจ กษ ในรอบป ท ผ านมา งบประมาณ ป 2551 (บาท) ผ ร บผ ดชอบ 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 ประก นค ณภาพ 4.1.6 โครงการจ ดอบรม หล กส ตรทางด าน คอมพ วเตอร และสารสนเทศ โครงการจ ดอบรม งานบร การคอมพ วเตอร / คอมพ วเตอร ในส าน กงาน ฯ จ ด KM เร องการใช Excel / / / / / / / / / / / ส าน กงานเลขาน การ จ ด KM เร องการใช โปรแกรมร บส งเอกสาร จ ด KM เร องการใช จ ด KM เร องการใช โปรแกรมส งซ อ พ สด 4.1.7 โครงการจ ดอบรม ความร ด านภาษาอ งกฤษ 4.1.8 โครงการศ กษาด งานท หน วยงาน/สถาบ นต างๆ 4.1.9 โครงการส งเสร มการเข า ร วมอบรม/ส มมนา ท จ ดโดย หน วยงาน/สถาบ นภายนอก / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / ส าน กงานเลขาน การ ส าน กงานเลขาน การ 60,000 ส าน กงานเลขาน การ ส าน กงานเลขาน การ/ ภาคว ชา - 94 -
ว ตถ ประสงค กลย ทธ ของคณะ ว ศวกรรมศาสตร มอบ. แผนปฏ บ ต การการบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร มอบ. ป การศ กษา 2550 ( ช วงเวลา 1 ม ถ นายน 2551-31 พฤษภาคม 2552 ก จกรรม/โครงการ กรอบแผนกลย ทธ 2550-2560 ความก าวหน า/ ผลงานเช งประจ กษ ในรอบป ท ผ านมา งบประมาณ ป 2551 (บาท) ผ ร บผ ดชอบ 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 5.สร างระบบการ ประเม นความพ ง พอใจของบ คลากร ท กระด บ 1.กลย ทธ ท 2.การ ปร บปร งระบบการ บร หารงาน 4.1.10 ก จกรรมจ ดการความร เก ยวก บระบบเส นทาง ความก าวหน า การขอต าแหน งทาง ว ชาการ- การขอต าแหน ง ช านาญการ- การเปล ยน ต าแหน ง การปร บสภาพ ล กจ างเป นพน กงาน 5.1.1 ประเม นความส าเร จใน การบรรล แผนการพ ฒนา บ คลากรท กกล ม ท งแผนระยะ ส น ระยะปานกลางและระยะ ยาว 5.1.2 จ ดประเม นความพ ง พอใจของบ คลากรท กระด บ ต อองค กร การประเม นความพ งพอใจ ในการใช บร การหน วยงาน ต างๆโดยผ ใช บร การ / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / งานการเจ าหน าท งานการเจ าหน าท งานประก นค ณภาพ ส าน กงานเลขาน การ - 95 -
ว ตถ ประสงค กลย ทธ ของคณะ ว ศวกรรมศาสตร มอบ. แผนปฏ บ ต การการบร หารทร พยากรบ คคล คณะว ศวกรรมศาสตร มอบ. ป การศ กษา 2550 ( ช วงเวลา 1 ม ถ นายน 2551-31 พฤษภาคม 2552 ก จกรรม/โครงการ กรอบแผนกลย ทธ 2550-2560 ความก าวหน า/ ผลงานเช งประจ กษ ในรอบป ท ผ านมา งบประมาณ ป 2551 (บาท) ผ ร บผ ดชอบ 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 5.1.3 สร างงานว จ ยสถาบ น โดยม ผ ร บผ ดชอบหล ก / / / / / / / / / 6.น าผลการประเม น ความพ งพอใจเสนอ ผ บร หารระด บส ง และม แนวทางใน การปร บปร งพ ฒนา เพ อให ด ข น 1.กลย ทธ ท 2.การ ปร บปร งระบบการ บร หารงาน 6.1.1 จ ดท ารายงานสร ป ประเม นผลการด าเน นงาน และข อเสนอเพ อปร บปร ง / / / / / / / / / / / งานประก นค ณภาพ - 96 -