โครงสรางหล กส ตรสถานศ กษา
|
|
|
- วันพล บุตโต
- 10 years ago
- Views:
Transcription
1 โครงสรางหล กส ตรสถานศ กษา ๑๘ ระด บช นประถมศ กษา ( ป. ๑ ๓ ) กล มสาระการเร ยนร / ก จกรรม เวลาเร ยน ( ช วโมง / ป ) ประถมศ กษาป ท ๑ ประถมศ กษาป ท ๒ ประถมศ กษาป ท ๓ รห สว ชา ชม./ป รห สว ชา ชม./ป รห สว ชา ชม./ป รายว ชาพ นฐาน ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ภาษาไทย ท ๑๑๑๐๑ ๒๐๐ ท ๑๒๑๐๑ ๒๐๐ ท ๑๓๑๐๑ ๒๐๐ คณ ตศาสตร ค ๑๑๑๐๑ ๒๐๐ ค ๑๒๑๐๑ ๒๐๐ ค ๑๓๑๐๑ ๒๐๐ ว ทยาศาสตร ว ๑๑๑๐๑ ๘๐ ว ๑๒๑๐๑ ๘๐ ว ๑๓๑๐๑ ๘๐ ส งคมศ กษาศาสนาและว ฒนธรรม ศาสนา ศ ลธรรม จร ยธรรม หน าท พลเม อง ว ฒนธรรม และการดาเน นช ว ตในส งคม เศรษฐศาสตร ภ ม ศาสตร ประว ต ศาสตร ส ๑๑๑๐๑ ส ๑๑๑๐๒ (๑๒๐) ๘๐ ๔๐ ส ๑๒๑๐๑ ส ๑๒๑๐๒ (๑๒๐) ๘๐ ๔๐ ส ๑๓๑๐๑ ส ๑๓๑๐๒ (๑๒๐) ๘๐ ๔๐ ส ขศ กษาและพลศ กษา พ ๑๑๑๐๑ ๘๐ พ ๑๒๑๐๑ ๘๐ พ ๑๓๑๐๑ ๘๐ ศ ลปะ ศ ๑๑๑๐๑ ๘๐ ศ ๑๒๑๐๑ ๘๐ ศ ๑๓๑๐๑ ๘๐ การงานอาช พและเทคโนโลย ง ๑๑๑๐๑ ๔๐ ง ๑๒๑๐๑ ๔๐ ง ๑๓๑๐๑ ๔๐ ภาษาอ งกฤษ อ ๑๑๑๐๑ ๔๐ อ ๑๒๑๐๑ ๔๐ อ ๑๓๑๐๑ ๔๐ รายว ชาเพ มเต ม ๔๐ ๔๐ ๔๐ คอมพ วเตอร ง ๑๑๒๐๑ ๔๐ ง ๑๒๒๐๑ ๔๐ ง ๑๓๒๐๑ ๔๐ ก จกรรมพ ฒนาผ เร ยน ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ก จกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ก จกรรมน กเร ยน ล กเส อ เนตรนาร ชมรม/ช มน ม ก จกรมเพ อส งคม และ สาธารณประโยชน (๗๐) ๔๐ ๓๐ (๗๐) ๔๐ ๓๐ (๗๐) ๔๐ ๓๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ รวมเวลาเร ยนท งหมด (ชม./ป ) ๑๐๐๐ ๑๐๐๐ ๑๐๐๐ หมายเหต โรงเร ยนบ านนาด จ ดเวลาเร ยนเปนรายป ตามสาระการเร ยนร ในหล กส ตร โดยม เวลาเร ยน ป ละ ๑๐๐๐ ช วโมง ว นละ ๕ ช วโมง และจ ดเวลาทาก จกรรมซ อมเสร มเพ มอ กว นละ ๑ ช วโมง
2 ระด บช นประถมศ กษา ( ป. ๔ ๖ ) ๑๙ กล มสาระการเร ยนร / ก จกรรม เวลาเร ยน ( ช วโมง / ป ) ประถมศ กษาป ท ๔ ประถมศ กษาป ท ๕ ประถมศ กษาป ท ๖ รห สว ชา ชม./ป รห สว ชา ชม./ป รห สว ชา ชม./ป รายว ชาพ นฐาน ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ภาษาไทย ท ๑๔๑๐๑ ๑๖๐ ท ๑๕๑๐๑ ๑๖๐ ท ๑๖๑๐๑ ๑๖๐ คณ ตศาสตร ค ๑๔๑๐๑ ๑๖๐ ค ๑๕๑๐๑ ๑๖๐ ค ๑๖๑๐๑ ๑๖๐ ว ทยาศาสตร ว ๑๔๑๐๑ ๘๐ ว ๑๕๑๐๑ ๘๐ ว ๑๖๑๐๑ ๘๐ ส งคมศ กษาศาสนาและว ฒนธรรม ศาสนา ศ ลธรรม จร ยธรรม หน าท พลเม อง ว ฒนธรรม และการดาเน นช ว ตในส งคม เศรษฐศาสตร ภ ม ศาสตร ประว ต ศาสตร ส ๑๔๑๐๑ ส ๑๔๑๐๒ (๑๒๐) ๘๐ ๔๐ ส ๑๕๑๐๑ ส ๑๕๑๐๒ (๑๒๐) ๘๐ ๔๐ ส ๑๖๑๐๑ ส ๑๖๑๐๒ (๑๒๐) ๘๐ ๔๐ ส ขศ กษาและพลศ กษา พ ๑๔๑๐๑ ๘๐ พ ๑๕๑๐๑ ๘๐ พ ๑๖๑๐๑ ๘๐ ศ ลปะ ศ ๑๔๑๐๑ ๘๐ ศ ๑๕๑๐๑ ๘๐ ศ ๑๖๑๐๑ ๘๐ การงานอาช พและเทคโนโลย ง ๑๔๑๐๑ ๘๐ ง ๑๕๑๐๑ ๘๐ ง ๑๖๑๐๑ ๘๐ ภาษาอ งกฤษ อ ๑๔๑๐๑ ๘๐ อ ๑๕๑๐๑ ๘๐ อ ๑๖๑๐๑ ๘๐ รายว ชาเพ มเต ม ๔๐ ๔๐ ๔๐ คอมพ วเตอร ง ๑๔๒๐๑ ๔๐ ง ๑๕๒๐๑ ๔๐ ง ๑๖๒๐๑ ๔๐ ก จกรรมพ ฒนาผ เร ยน ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ก จกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ก จกรรมน กเร ยน ล กเส อ เนตรนาร ชมรม/ช มน ม (๗๐) ๔๐ ๓๐ (๗๐) ๔๐ ๓๐ (๗๐) ๔๐ ๓๐ ก จกรมเพ อส งคม และ ๑๐ ๑๐ ๑๐ สาธารณประโยชน รวมเวลาเร ยนท งหมด (ชม./ป ) ๑๐๐๐ ๑๐๐๐ ๑๐๐๐ หมายเหต โรงเร ยนบ านนาด จ ดเวลาเร ยนเปนรายป ตามสาระการเร ยนร ในหล กส ตร โดยม เวลาเร ยน ป ละ ๑๐๐๐ ช วโมง ว นละ ๕ ช วโมง และจ ดเวลาทาก จกรรมซ อมเสร มเพ มอ ก ๑ ช วโมง
3 คาอธ บายรายว ชา กล มสาระการเร ยนร ภาษาไทย ๒๐ กล มสาระการเร ยนร ภาษาไทย ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ท เวลา 200 ช วโมง/ป ศ กษาการอ านและเข ยนพย ญชนะ สระ และวรรณย กต ต วเลขไทย การสะกดคา การอ านแบบแจกล ก และ การอ านเป นคา การอ านและการเข ยนต วสะกดท ตรงตามมาตราและไม ตรงตามมาตรา การผ นวรรณย กต และ ความหมายของคา ข อความ และประโยค คาท ม ร ปวรรณย กต และไม ม ร ปวรรณย กต เร องส น ว ธ อ าน ร อยแก วและบทอาขยาน มารยาทในการพ ดส อสารในช ว ตประจาว น การฟ งคาแนะนา คาส ง และการปฏ บ ต อย างม มารยาท การพ ดแสดงความค ดเห นตามความเป นจร ง และใช ถ อยคาอย างส ภาพต อส งท ฟ ง อ าน หร อด ศ กษาการค ดว เคราะห จากการอ านหร อฟ งวรรณกรรม ม มารยาทในการอ านและท องจาบทอาขยานตามท กาหนดให เข ยนเร องจากภาพ และบอกข อค ดของวรรณกรรมร อยแก วและร อยกรองส าหร บเด ก โดยใช การฝ กท กษะกระบวนการทางภาษา ท งในด านการฟ ง การพ ด การอ าน และการเข ยน เพ อให เก ดเจตคต ท ด ต อการเร ยนว ชาภาษาไทย ต งใจเร ยนและม ส วนร วมในก จกรรมการเร ยน ค นคว าหา ความร จากแหล งการเร ยนร ต างๆ อย างสม าเสมอ ซ กถามและส บค นเพ อหาข อม ล ม ความรอบคอบในการ ทางาน ใช ภาษาไทยได อย างถ กต อง เหมาะสม ม มารยาทในการพ ด การอ าน การเข ยน และการฟ ง ท 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5, ป.1/6, ป.1/7, ป.1/8 ท 2.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 ท 3.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5 ท 4.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4 ท 5.1 ป.1/1, ป.1/2 รวม 22
4 คาอธ บายรายว ชาภาษาไทย กล มสาระการเร ยนร ภาษาไทย ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ท เวลา 200 ช วโมง/ป ๒๑ ศ กษาและฝ กปฏ บ ต เก ยวก บการอ านออกเส ยง คา คาคล องจอง ข อความ และบทร อยกรองง ายๆ วรรณคด และวรรณกรรม พร อมอธ บายความหมายของคา และข อความท อ าน อ านข อเข ยนเช งอธ บาย และปฏ บ ต ตามคาส งหร อข อแนะนา อ านหน งส อตามความสนใจอย างสม าเสมอและน าเสนอเร องท อ าน สามารถ บอกและเข ยนพย ญชนะ สระ วรรณย กต และเลขไทย การเข ยนเร องส นๆ เก ยวก บประสบการณ ตามจ นตนาการ ค ดลายม อต วบรรจงเต มบรรท ด และสามารถเล อกใช ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ นได เหมาะสมก บกาลเทศะ ร องบทร องเล นสาหร บเด กในท องถ น ท องจาบทอาขยานตามท กาหนด และบท ร อยกรองท ม ค ณค าตามความสนใจ พ ดส อสารได ช ดเจนตรงตามว ตถ ประสงค พ ดแสดงความค ดเห นและ ความร ส กจากเร องท ฟ งและด ฟ งคาแนะนา คาส งท ซ บซ อน และปฏ บ ต ตาม พร อมบอกสาระสาค ญของเร องท ฟ งและด และฝ กต งคาถามและตอบคาถามเก ยวก บเร องท อ าน ศ กษาและว เคราะห วรรณกรรมและร อยแก ว สาหร บเด กเร อง น ทานสานร ก สาม คค ค อพล ง ร กแท ของแม ส กวาพ ดจาให ร ค ด ของขว ญว นเก ด เพ อระบ ข อค ดท ให จาการอ านทาให ปร บใช ในช ว ตประจาว น โดยใช การฝ กท กษะกระบวนการทางภาษา ท งในด านการฟ ง การพ ด การอ าน และการเข ยนกระบวนการ ค ด กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการกล ม เพ อให เก ดเจตคต ท ด ต อการเร ยนว ชาภาษาไทย ต งใจเร ยนและม ส วนร วมในก จกรรมการเร ยน ค นคว าหา ความร จากแหล งการเร ยนร ต างๆ อย างสม าเสมอ ซ กถามและส บค นเพ อหาข อม ล ม ความรอบคอบในการทางาน ใช ภาษาไทยได อย างถ กต อง เหมาะสม ม มารยาทในการพ ด การอ าน การเข ยน และการฟ ง นาความร ท ให จาก การศ กษาไปประย กต ใช ในช ว ตจร ง ท 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8 ท 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4 ท 3.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7 ท 4.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5 ท 5.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 รวม 29
5 คาอธ บายรายว ชาภาษาไทย กล มสาระการเร ยนร ภาษาไทย ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ท เวลา 200 ช วโมง / ป ๒๒ อ านออกเส ยงค า ข อความ เร องส นๆ และบทร อยกรองง ายๆ อธ บายความหมายของค าและข อความท อ าน ค ดลายม อต วบรรจงเต มบรรท ด เข ยนสะกดค าและบอกความหมายของค า ต งค าถามและตอบค าถามเช ง เหต ผลเก ยวก บเร องท อ าน ม มารยาทในการอ าน เข ยนบรรยายเก ยวก บส งใดส งหน งได อย างช ดเจน เข ยนเร อง ตามจ นตนาการ ม มารยาทในการเข ยน พ ดส อสารได ช ดเจนตามว ตถ ประสงค ม มารยาทในการฟ ง การด และการ พ ด เข ยนจดหมายลาคร ระบ ชน ดและหน าท ของค าในประโยค แต งประโยคง ายๆ ร จ กเพลงพ นบ านและเพลง กล อมเด ก อ านหน งส อตามความสนใจอย างสม าเสมอและนาเสนอเร องท อ าน อ านข อเข ยนเช งอธ บายและปฏ บ ต ตามค าส งหร อข อแนะน า แต งค าคล องจองและค าขว ญ แสดงความค ดเห นเก ยวก บวรรณคด ท อ าน ท องจ าบท อาขยานตามท ก าหนดและบทร อยกรองตามความสนใจ ล าด บเหต การณ และคาดคะเนเหต การณ จากเร องท อ าน โดยระบ เหต ผลประกอบ สร ปความร และข อค ดจากเร องท อ าน เล ารายละเอ ยดเก ยวก บเร องท ฟ งและด ท งท เป น ความร และความบ นเท ง บอกสาระสาค ญจากการฟ งและด ต งคาถามและตอบค าถามเก ยวก บเร องท ฟ งและด พ ด แสดงความค ดเห นและความร ส กจากเร องท ฟ งและด เล อกใช ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ นได เหมาะสมก บ กาลเทศะและโอกาส อ านข อเข ยนเช งอธ บายและปฏ บ ต ตามค าส งหร อข อแนะน า เข ยนบ นท กประจ าว น และใช พจนาน กรมค นหาความหมายของคา โดยใช กระบวนการทางภาษา ได แก กระบวนการอ าน กระบวนการเข ยน กระบวนการฟ ง กระบวนการ พ ด และการด การค ด เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และน าความร ไป ประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จ ตสาน กร กภาษาไทย และม ค าน ยมท ด ต อภาษาไทย ท1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9 ท2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6 ท3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6 ท4.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6 ท5.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4 รวม 31
6 คาอธ บายรายว ชาภาษาไทย กล มสาระการเร ยนร ภาษาไทย ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ท เวลา 160 ช วโมง/ป ๒๓ ศ กษาและฝ กท กษะทางภาษาผ านกระบวนการอ าน การเข ยน การฟ ง การด และการพ ด การอ าน ออกเส ยงบทร อยแก ว บทร อยกรอง อธ บายความหมายของคา ประโยค และสานวน อ านเร องส นๆ ตามเวลาท กาหนด ตอบคาถาม แยกข อเท จจร ง ข อค ดเห น คาดคะเนเหต การณ จากเร องท อ านโดยระบ เหต ผลประกอบ สร ป ความร และข อเท จจร ง ค ดลายม อต วบรรจง เข ยนส อสารด วยแผนภาพโครงเร อง แผนภาพความค ด ย อความ เข ยนจดหมายส วนต ว เข ยนบ นท ก เข ยนรายงาน เข ยนเร องตามจ นตนาการ จาแนกข อเท จจร ง ข อค ดเห นจากการฟ งและด พ ดสร ปความ พ ดแสดงความร ความค ดเห นและความร ส ก ต งคาถามตอบเช ง เหต ผล พ ดรายงานเร องหร อประเด นท ศ กษา สะกดคา บอกความหมายของคา ระบ ชน ดและหน าท ของคา ในประโยค การใช พจนาน กรม แต งบทร อยกรอง คาขว ญ และบอกความหมายของส านวน เปร ยบเท ยบ ภาษาไทยก บภาษาถ น พร อมท งระบ ข อค ดจากน ทานพ นบ าน น ทานคต ธรรม อธ บายข อค ดจากการอ าน เพ อ นาไปใช ในช ว ตจร ง ร องเพลงพ นบ าน ท องจาบทอาขยาน และบทร อยกรองท ม ค ณค าตามความสนใจ ม น ส ยร กการอ าน ม มารยาทในการอ าน เข ยน ฟ ง ด และการพ ด โดยใช ท กษะกระบวนการทางภาษา กระบวนการค ด และประเม นค า เพ อให เก ดเจตคต ท ด ต อ การเร ยนว ชาภาษาไทย ต งใจเร ยนและม ส วนร วมในก จกรรมการเร ยน ค นคว า หาความร จากแหล งการเร ยนร ต างๆ อย างสม าเสมอ ซ กถามและศ กษาเพ อหาข อม ล ม ความรอบคอบในการ ทางาน ใช ภาษาไทยได อย างถ กต อง เหมาะสม ม มารยาทในการพ ด การอ าน การเข ยน และการฟ ง เพ อให เก ด ผลส มฤทธ ทางภาษาอ นเป นเอกล กษณ และมรดกของชาต ท 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8 ท 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8 ท 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6 ท 4.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7 ท 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4 รวม 33
7 คาอธ บายรายว ชาภาษาไทย กล มสาระการเร ยนร ภาษาไทย ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ท เวลา 160 ช วโมง/ป ศ กษาและฝ กปฏ บ ต การอ านออกเส ยงบทร อยแก วและบทร อยกรอง งานเข ยนเช งอธ บาย คาส ง ข อแนะนาวรรณคด และวรรณกรรมท อ าน และหน งส อท ม ค ณค าตามความสนใจ พร อมอธ บายความหมายของ คา ประโยค และข อความท อ าน อธ บายความหมายโดยน ย แสดงความค ดเห นจากเร องท อ าน การเข ยนส อสาร เข ยนย อความ เข ยนจดหมาย เข ยนแผนภาพโครงเร องและแผนภาพความค ด และเข ยน เร องราวในร ปแบบต างๆ รวมถ งการกรอกแบบรายการต างๆ สามารถเล อกฟ งและด อย างม ว จารณญาณ และพ ด แสดงความร ความค ด และความร ส กในโอกาสต างๆ อย างสร างสรรค พร อมสามารถเข าใจธรรมชาต ของภาษา และหล กภาษาไทย อาท การระบ ชน ดและหน าท ของคาในประโยค จาแนกส วนประกอบของประโยค การ เปร ยบเท ยบภาษาไทยมาตรฐานก บภาษาถ น สามารถบอกคาภาษาต างประเทศในภาษาไทย การใช คาราชาศ พท และสานวนได ถ กต อง ได อย างม มารยาทในการฟ ง การพ ด การด และการเข ยน ศ กษาวรรณคด และวรรณกรรม เร อง น ทานพ นบ านไทย น อมราล กพระค ณคร เพล นอ านงานพระราชน พนธ กระเช าใบน อยของนางส ดา แม โพสพ ม ตรแท พระส งข พบพระบ ดามารดา บ วน อยค อยคล บาน ให สร ปเร อง ระบ ความร และข อค ดท ได อธ บาย ค ณค าของเร องท อ าน ท องบทอาขยานตามท กาหนด และบทร อยกรองท ม ค ณค าตามความสนใจ โดยใช การฝ กท กษะกระบวนการทางภาษา ท งในด านการฟ ง การพ ด การอ าน และการเข ยน ผ านกระบวนการค ด กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการกล ม เพ อให เก ดเจตคต ท ด ต อการเร ยนว ชาภาษาไทย ต งใจเร ยนและม ส วนร วมในก จกรรมการเร ยน ค นคว าหา ความร จากแหล งการเร ยนร ต างๆ อย างสม าเสมอ ซ กถามและส บค นเพ อหาข อม ล ใช ภาษาไทยได อย างถ กต อง เหมาะสม และนามาประย กต ใช ในช ว ตจร ง พร อมร กษาภาษาไทยไว เป นสมบ ต ของชาต ๒๔ ท 1.1 ป. 5/1, ป. 5/2, ป. 5/3, ป. 5/4, ป. 5/5, ป. 5/6, ป. 5/7, ป. 5/8 ท 2.1 ป. 5/1, ป. 5/2, ป. 5/3, ป. 5/4, ป. 5/5, ป. 5/6, ป. 5/7, ป. 5/8, ป. 5/9 ท 3.1 ป. 5/1, ป. 5/2, ป. 5/3, ป. 5/4, ป. 5/5 ท 4.1 ป. 5/1, ป. 5/2, ป. 5/3, ป. 5/4, ป. 5/5, ป. 5/6, ป. 5/7 ท 5.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 รวม 34
8 คาอธ บายรายว ชาภาษาไทย ๒๕ กล มสาระการเร ยนร ภาษาไทย ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ท เวลา 160 ช วโมง / ป อ านเร องส นๆ อย างหลากหลายโดยจ บเวลาแล วถามเก ยวก บเร องท อ าน อ านหน งส อตามความสนใจ และอธ บายค ณค าท ได ร บ ม มารยาทในการอ าน ว เคราะห ชน ดและหน าท ของคาในประโยค อ านออกเส ยงบท ร อยแก วและบทร อยกรองได ถ กต อง อธ บายการนาความร และความค ดจากเร องท อ านไปต ดส นใจแก ป ญหาใน การดาเน นช ว ต ค ดลายม อต วบรรจงเต มบรรท ดและคร งบรรท ด ม มารยาทในการฟ ง การด และการพ ด เข ยนย อ ความจากเร องท อ าน รวบรวมและบอกความหมายของคาภาษาต างประเทศท ใช ในภาษาไทย แสดงความค ดเห น จากวรรณคด หร อวรรณกรรมท อ าน พ ดแสดงความร ความเข าใจจ ดประสงค ของเร องท ฟ งและด ต งคาถามและ ตอบคาถามเช งเหต ผลจากเร องท ฟ ง และด ใช คาได เหมาะสมก บกาลเทศะและบ คคล อธ บายค ณค าวรรณคด หร อ วรรณกรรมท อ าน แยกข อเท จจร งและข อค ดเห นจากเร องท อ าน ว เคราะห ความน าเช อถ อจากการฟ งและด ส อ โฆษณาอย างม เหต ผล อ านหน งส อตามความสนใจและอธ บายค ณค าท ได ร บ ม มารยาทในการอ าน เข ยนส อสาร โดยใช คาถ กต อง ช ดเจน และเหมาะสม ม มารยาทในการเข ยน พ ดรายงานเร องหร อประเด นท ศ กษาค นคว าจาก การฟ ง การด และการสนทนา ระบ ล กษณะของประโยค อธ บายความหมายของคา ประโยค และข อความท เป น โวหาร เข ยนเร ยงความ ว เคราะห และเปร ยบเท ยบสานวนท เป นคาพ งเพยและส ภาษ ต พ ดโน มน าวอย างม เหต ผล และน าเช อถ อ อ านงานเข ยนเช งอธ บาย คาส ง ข อแนะนา และปฏ บ ต ตาม เข ยนแผนภาพโครงเร องและแผนภาพ ความค ด เข ยนจดหมายส วนต ว แต งบทร อยกรอง ท องจาบทอาขยานตามท กาหนดและบทร อยกรองตามความ สนใจ อธ บายความหมายของข อม ลจากการอ านแผนผ ง แผนท แผนภ ม และกราฟ กรอกแบบรายการต างๆ เข ยน เร องตามจ นตนาการและสร างสรรค เล าน ทานพ นบ านท องถ นตนเอง และน ทานพ นบ านของท องถ นอ น โดยใช กระบวนการทางภาษา ได แก กระบวนการอ าน กระบวนการเข ยน กระบวนการฟ ง กระบวนการ พ ด และการด การค ด เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และนาความร ไป ประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จ ตสาน กร กภาษาไทย และม ค าน ยมท ด ต อภาษาไทย ท 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9 ท 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9 ท 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6 ท 4.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6 ท 5.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4 รวม 34
9 คาอธ บายรายว ชาคณ ตศาสตร ๒๖ กล มสาระการเร ยนร คณ ตศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ค เวลา 200 ช วโมง... ศ กษา ฝ กท กษะการค ดคานวณ และฝ กการแก ป ญหาในสาระต อไปน จานวนน บ 1 ถ ง 100 และ 0 การใช จานวนบอกปร มาณท ได จากการน บ การเข ยนและการอ านต วเลข ฮ นด อารบ ก และต วเลขไทยแสดงจานวน การน บเพ มท ละ 1 ท ละ 2 และการน บลดท ละ 1 การบอกหล ก ค าของเลขโดดในแต ละหล ก การบวก การลบ และโจทย ป ญหา การเข ยนต วเลขแสดงจ านวนในร ปกระจาย การ เปร ยบเท ยบจานวน การใช เคร องหมาย = > < การเร ยงลาด บจานวนไม เก นห าจานวน ความหมายของการ บวก และการใช เคร องหมาย + การบวกท ไม ม การทด ความหมายของการลบ และการใช เคร องหมาย การบวก จานวนท ม ผลบวกไม เก น 100 การลบจานวนท ม ต วต งไม เก น 100 การลบท ไม ม การกระจาย การบวก ลบ ระคน โจทย ป ญหาการบวก การลบ โจทย ป ญหาการบวก ลบ ระคน และการสร างโจทย ป ญหาการบวก การลบ การเปร ยบเท ยบความยาว การว ดความยาวโดยใช หน วยท ไม ใช หน วยมาตรฐาน การเปร ยบเท ยบน าหน ก การช งโดยใช หน วยท ไม ใช หน วยมาตรฐาน การเปร ยบเท ยบปร มาตรและความจ การตวงโดยใช หน วยท ไม ใช หน วยมาตรฐาน ช วงเวลาในแต ละว น จานวนว นและช อว นในส ปดาห ร ปสามเหล ยม ร ปส เหล ยม ร ปวงกลม และร ปวงร แบบร ปของจานวนท เพ มข นท ละ 1 ท ละ 2 แบบร ปของจานวนท ลดลงท ละ 1 แบบร ปของร ปท ม ร ปร าง ขนาด หร อส ท ส มพ นธ ก นอย างใดอย างหน ง โดยใช ท กษะและกระบวนการทางคณ ตศาสตร ในการแก ป ญหาในสถานการณ ต างๆ ได อย างเหมาะสม ร จ กใช ว ธ การท หลากหลายในการแก ป ญหา เพ อให ม ความร ความเข าใจ ม ท กษะในการค ดคานวณ การแก ป ญหา การให เหต ผล การส อสาร ส อความหมายทางคณ ตศาสตร และสามารถนาไปใช ในการเร ยนร ส งต างๆ และใช ในช ว ตประจาว นอย าง สร างสรรค ม ระเบ ยบ ม ความร บผ ดชอบ ม ว จารณญาณ และม ความเช อม นในตนเอง สามารถทางานอย างเป น ระบบ รวมท งเห นค ณค าและม เจตคต ท ด ต อคณ ตศาสตร ค 1.1 ป.1/1, ป.1/2 ค 1.2 ป.1/1, ป.1/2 ค 2.1 ป.1/1, ป.1/2 ค 3.1 ป.1/1 ค 4.1 ป.1/1, ป.1/2 ค 6.1 ป.1-3/1 ป.1-3 /2 ป.1-3/3 ป.1-3/4 ป.1-3/5 ป.1-3/6 รวม 15
10 คาอธ บายรายว ชาคณ ตศาสตร ๒๗ กล มสาระการเร ยนร คณ ตศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ค เวลา 200 ช วโมง... ศ กษา ฝ กท กษะการค ดคานวณ และฝ กการแก ป ญหาโดยใช ท กษะและกระบวนการทางคณ ตศาสตร ใน การแก ป ญหาในสถานการณ ต างๆ ได อย างเหมาะสม ร จ กใช ว ธ การท หลากหลายในการแก ป ญหา เพ อให ม ความร ความเข าใจ ม ท กษะในการค ดคานวณ การแก ป ญหา การให เหต ผล การส อสาร ส อความหมายทาง คณ ตศาสตร และสามารถนาไปใช ในการเร ยนร ส งต างๆ และใช ในช ว ตประจาว นอย างสร างสรรค ม ระเบ ยบ ม ความร บผ ดชอบ ม ว จารณญาณ และม ความเช อม นในตนเอง สามารถทางานอย างเป นระบบ รวมท งเห นค ณค า และม เจตคต ท ด ต อคณ ตศาสตร ในสาระต อไปน จานวนน บไม เก น 1,000 การอ านและการเข ยนต วเลขฮ นด อารบ ก ต วเลขไทย และต วหน งส อ หล กและ ค าของเลขโดด การใช 0 เพ อย ดตาแหน งของหล ก และการเข ยนต วเลขในร ปกระจาย การเปร ยบเท ยบจานวน สองจานวนท ม จานวนหล กไม เท าก น การเปร ยบเท ยบจานวนสองจานวนท ม จานวนหล กเท าก น การใช เคร องหมาย = > < การเร ยงลาด บจานวน การน บเพ มท ละ 5 ท ละ 10 และท ละ 100 การน บลดท ละ 2 ท ละ 10 และท ละ 100 จานวนค และจานวนค การบวกจานวนท ม ผลบวกไม เก น 1,000 การบวกตามแนวต ง(ไม ม ทด) การบวกตามแนวต ง (ม ทด) การบวกตามแนวนอน (ไม ม ทด) การบวกตามแนวนอน (ม ทด) การสล บท ของการบวก การบวกจานวนสามจานวนท ม ผลบวกไม เก น 1,000 โจทย ป ญหาการบวกจานวนท ม ผลบวกไม เก น 1,000 การสร างโจทย ป ญหาการบวกจากจานวน ประโยคส ญล กษณ และข อความ การลบจานวนท ม ต วต งไม เก น 1,000 การลบตามแนวต ง (ไม ม การกระจาย) การลบตามแนวต ง (ม การกระจาย) โจทย ป ญหาการลบจานวนท ม ต วต งไม เก น 1,000 การสร างโจทย ป ญหาการลบจากจานวน ประโยคส ญล กษณ และข อความ การบวกและการ ค ณ การค ณจานวนท ม หน งหล กก บจานวนท ม สองหล ก การสล บท การค ณ การนาส ตรค ณมาใช การหาผลค ณ ของ 0 ก บจานวนใดๆ การค ณจานวนท ม หน งหล กก บ 10, 20, 30,..., 90 การค ณจานวนท ม หน งหล กก บ จานวนท ม สองหล ก โจทย ป ญหาการค ณ การลบและการหาร การใช เคร องหมายหาร ( ) ความส มพ นธ ของ การค ณและการหาร การหารท ต วหารและผลหารม หน งหล ก การหารลงต ว การหารไม ลงต ว โจทย ป ญหาการ หารและการสร างโจทย ป ญหาการหารจากจานวน ประโยคส ญล กษณ และข อความ การบวก ลบ ค ณ หารระคน โจทย ป ญหาการบวก ลบ ค ณ หารระคน การว ดความยาว เคร องม อว ดท ม หน วยมาตรฐาน การว ดความยาวและความส ง หน วยว ดความยาวเป น เมตร การว ดระยะทาง การเปร ยบเท ยบความยาว ความส ง และระยะทางในหน วยเด ยวก น ความส มพ นธ ระหว าง เมตรก บเซนต เมตร โจทย ป ญหาเก ยวก บการว ดความยาว การช งโดยใช เคร องช งท ม หน วยมาตรฐานเป นก โลกร ม การช งน าหน กเป นก โลกร มและข ด การเปร ยบเท ยบน าหน ก โจทย ป ญหาเก ยวก บการช ง การบอกเวลาบน หน าป ดนาฬ กา (ช วง 5 นาท ) การอ านและการเข ยนช วงเวลากลางว นและกลางค นเป นนาฬ กา การบอกและการ เข ยนช วงเวลากลางว นและกลางค นเป นนาฬ กาก บนาท การอ านและการเข ยนเพ อบอกว น เด อน ป จากปฏ ท น เง นเหร ยญและธนบ ตร การเปร ยบเท ยบค าของเง นเหร ยญและธนบ ตร การแลกเง น การบอกจานวนเง น เง นทอน
11 โจทย ป ญหาเก ยวก บเง น การตวง เคร องตวงมาตรฐาน การตวงของเหลว การตวงส งของให ม ปร มาตร 1 ล ตร การเปร ยบเท ยบปร มาตรของส งของ การหาความจ ของภาชนะ การเปร ยบเท ยบความจ โจทย ป ญหาเก ยวก บการ ตวง ร ปเรขาคณ ตสองม ต การเข ยนร ปเรขาคณ ตโดยใช แบบของร ปเรขาคณ ต ร ปเรขาคณ ตสามม ต การ จาแนกร ปเรขาคณ ตสองม ต ก บร ปเรขาคณ ตสามม ต แบบร ปและความส มพ นธ ของจานวนท เพ มข นท ละ 5 ท ละ 10 และท ละ 100 แบบร ปและความ ส มพ นธ ของจานวนท ลดลงท ละ 2 ท ละ 10 และท ละ 100 แบบร ปและความส มพ นธ ของร ป ๒๘ ค 1.1 ป.2/1, ป.2/2 ค 1.2 ป.2/1, ป.2/2 ค 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6 ค 2.2 ป.2/1 ค 3.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 ค 3.2 ป.2/1 ค 4.1 ป.2/1, ป.2/2 ค 6.1 ป.1-3/1, ป.1-3 /2, ป.1-3/3, ป.1-3/4, ป.1-3/5, ป.1-3/6 รวม 23
12 คาอธ บายรายว ชาคณ ตศาสตร ๒๙ กล มสาระการเร ยนร คณ ตศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ค เวลา 200 ช วโมง... การเข ยนต วเลขฮ นด อารบ ก ต วเลขไทย และต วหน งส อแสดงจานวน การอ านต วเลขฮ นด อารบ กและ ต วเลขไทย การน บเพ มท ละ 3 ท ละ 4 ท ละ 25 และท ละ 50 การน บลดท ละ 3 ท ละ 4 ท ละ 5 ท ละ 25 และท ละ 50 หล กและค าของเลขโดดในแต ละหล ก และการใช 0 เพ อย ดตาแหน งของหล ก การเข ยนต วเลขแสดง จานวนในร ปกระจาย การเปร ยบเท ยบจานวนและการใช เคร องหมาย การเร ยงลาด บจานวนไม เก นห าจานวน การบวก การลบ การค ณจานวนหน งหล กก บจานวนไม เก นส หล ก การค ณจานวนสองหล กก บ จานวนสองหล ก การหารท ต วต งไม เก นส หล กและต วหารม หน งหล ก การบวก ลบ ค ณ หารระคน โจทย ป ญหา การบวก การลบ การค ณ การหาร และการบวก ลบ ค ณ หารระคน การสร างโจทย ป ญหาการบวก การลบ การค ณ การหาร การว ดความยาว การเล อกเคร องม อว ดความยาวท เหมาะสม การเปร ยบเท ยบความยาว การคาดคะเน น าหน ก การตวง การเล อกเคร องตวง การเปร ยบเท ยบปร มาตรของส งของและความจ ของภาชนะ การ คาดคะเนปร มาตรของส งของและความจ ของภาชนะ การเข ยนบอกเวลาโดยใช จ ดและการอ าน ความส มพ นธ ของหน วยความยาว หน วยการช ง และหน วยเวลา การเข ยนจานวนเง นโดยใช จ ดและการอ าน โจทย ป ญหา เก ยวก บการว ดความยาว การช ง ปร มาตรและความจ เง น เวลา การอ านและเข ยนบ นท กรายร บรายจ าย การ อ านและเข ยนบ นท กก จกรรมหร อเหต การณ ท ระบ เวลา การบอกชน ดของร ปเรขาคณ ตสองม ต ท เป นส วนประกอบของส งของท ม ล กษณะเป นร ปเรขาคณ ตสาม ม ต ร ปท ม แกนสมมาตร จ ด เส นตรง ร งส ส วนของเส นตรง จ ดต ด ม ม และส ญล กษณ การเข ยนร ป เรขาคณ ตสองม ต การบอกร ปเรขาคณ ตต างๆ ท อย ในส งแวดล อมรอบต ว แบบร ปของจานวนท เพ มท ละ 3 ท ละ 4 ท ละ 25 ท ละ 50 แบบร ปของจ านวนท ลดลงท ละ 3 ท ละ 4 ท ละ 5 ท ละ 25 และท ละ 50 แบบร ปซ า และแบบร ปของร ปท ม ร ปร าง ขนาด หร อส ท ส มพ นธ ก นสองล กษณะ การเก บรวบรวมข อม ลและการจาแนกข อม ลเก ยวก บตนเองและส งแวดล อมใกล ต วท พบเห นใน ช ว ตประจาว น การอ านแผนภ ม ร ปภาพและแผนภ ม แท ง โดยใช ว ธ การท หลากหลายแก ป ญหา ใช ความร ท กษะและกระบวนการทางคณ ตศาสตร ในการ แก ป ญหาในสถานการณ ต างๆ ให เหต ผลประกอบการต ดส นใจและสร ปผล ใช ภาษาและส ญล กษณ ทาง คณ ตศาสตร ในการส อสาร การส อความหมาย และการนาเสนอ การเช อมโยงความร ต างๆ ในคณ ตศาสตร และเช อมโยงคณ ตศาสตร ก บศาสตร อ นๆ ม ความค ดร เร มสร างสรรค เพ อให เก ดความร ความเข าใจเก ยวก บจานวนน บและศ นย การดาเน นการของจานวน การแก ป ญหา เก ยวก บการบวก การลบ ความยาว ระยะทาง น าหน ก ปร มาตร ความจ เวลา เง น ร ปสามเหล ยม ร ป ส เหล ยม ร ปวงกลม ร ปวงร ทรงส เหล ยมม มฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก จ ด ส วนของเส นตรง ร งส เส นตรง ม ม แบบร ป และสามารถรวบรวมข อม ล จาแนกข อม ล และอภ ปรายประเด นต างๆ จากแผนภ ม ร ปภาพและ แผนภ ม แท ง
13 ค 1.1 ป.3/1, ป.3/2 ค 3.2 ป.3/1, ป.3/2 ค 1.2 ป.3/1, ป.3/2 ค 4.1 ป.3/1, ป.3/2 ค 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6 ค 5.1 ป.3/1, ป.3/2 ค 2.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ค 6.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6 ค 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 รวม 28 ๓๐
14 คาอธ บายรายว ชาคณ ตศาสตร ๓๑ กล มสาระการเร ยนร คณ ตศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ค เวลา 160 ช วโมง... ศ กษา ฝ กท กษะการค ดคานวณ และฝ กการแก ป ญหาในสาระต อไปน การเข ยนและการอ านต วเลขฮ นด อารบ ก ต วเลขไทย และต วหน งส อแสดงจานวนน บ หล ก และค าของ เลขโดดในแต ละหล กของจานวนน บ การใช 0 เพ อย ดตาแหน งของหล ก การบวก ลบ ค ณ หารจานวนท ม หลาย หล กและโจทย ป ญหาการบวก ลบ ค ณ และหาร การเข ยนต วเลขแสดงจานวนในร ปกระจาย ความหมาย การ เข ยน การอ านเศษส วน และทศน ยมหน งตาแหน ง การเปร ยบเท ยบและเร ยงลาด บจานวนน บ เศษส วนท ม ต วส วน เท าก น และทศน ยมหน งตาแหน ง การบวก การลบ การค ณจานวนหน งหล กก บจานวนท มากกว า ส หล ก การค ณจานวนมากกว าหน งหล กก บจานวนมากกว าสองหล ก การหารท ต วหารไม เก นสามหล ก การบวก ลบ ค ณ หารระคน การเฉล ย โจทย ป ญหาการบวก ลบ ค ณ หาร โจทย ป ญหาการบวก ลบ ค ณ หารระคน การ สร างโจทย ป ญหาการบวก ลบ ค ณ หาร การบวกและการลบเศษส วนท ม ต วส วนเท าก น ความส มพ นธ ของหน วยความยาว หน วยการช ง หน วยการตวง หน วยเวลา การหาพ นท เป นตารางหน วย และตารางเซนต เมตร การหาพ นท ของร ปส เหล ยมม มฉาก การบอกเวลาจากหน าป ดนาฬ กาเป นนาฬ กาและนาท การเข ยนบอกเวลาโดยใช จ ดและการอ าน การบอกระยะเวลา การคาดคะเนความยาว น าหน ก และปร มาตรหร อ ความจ โจทย ป ญหาเก ยวก บความยาว การช ง การตวง เง น และเวลา การเข ยนบ นท กรายร บ รายจ าย การอ านและ การเข ยนบ นท กก จกรรมหร อเหต การณ ท ระบ เวลา และการอ านตารางเวลา ส วนประกอบของม ม การเข ยนช อและส ญล กษณ แทนม ม ชน ดของม ม เส นขนานและส ญล กษณ แสดง การขนาน ส วนประกอบของร ปวงกลม ร ปส เหล ยมม มฉาก ร ปส เหล ยมจ ต ร สและร ปส เหล ยมผ นผ า ร ปท ม แกนสมมาตร และการประด ษฐ ลวดลายโดยใช ร ปเรขาคณ ต แบบร ปของจานวนท เพ มข นหร อลดลงท ละเท าๆ ก น แบบร ปของร ปเรขาคณ ตและร ปอ นๆ การเก บรวบรวมข อม ลและการจาแนกข อม ล การอ านแผนภ ม ร ปภาพ แผนภ ม แท ง การอ านตาราง การ เข ยนแผนภ ม ร ปภาพ และแผนภ ม แท ง โดยใช ท กษะและกระบวนการทางคณ ตศาสตร ในการแก ป ญหาในสถานการณ ต างๆ ได อย างเหมาะสม ร จ กใช ว ธ การท หลากหลายในการแก ป ญหา เพ อให ม ความร ความเข าใจ ม ท กษะในการค ดคานวณ การแก ป ญหา การให เหต ผล การส อสาร ส อความหมายทางคณ ตศาสตร และสามารถนาไปใช ในการเร ยนร ส งต างๆ และใช ในช ว ตประจาว นอย าง สร างสรรค ม ระเบ ยบ ม ความร บผ ดชอบ ม ว จารณญาณและม ความเช อม นในตนเอง สามารถทางานอย างเป น ระบบ รวมท งเห นค ณค าและม เจตคต ท ด ต อคณ ตศาสตร
15 ค 1.1 ป.4/1, ป.4/2 ค 1.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ค 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4 ค 2.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ค 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5 ค 3.2 ป.4/1 ค 4.1 ป.4/1, ป.4/2 ค 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ค 6.1 ป.4-6/1, ป.4-6/2, ป.4-6/3, ป.4-6/4, ป.4-6/5, ป.4-6/6 รวม 29 ๓๒
16 คาอธ บายรายว ชาคณ ตศาสตร ๓๓ กล มสาระการเร ยนร คณ ตศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ค เวลา 160 ช วโมง... พ น ศ กษา ฝ กท กษะการค ดคานวณ และฝ กการแก ป ญหาเก ยวก บความร และนาไปประย กต ใช ในสาระต อไปน จานวนน บท มากกว า 100,000 หล กและค าของต วเลขในแต ละหล ก และค าประมาณเป นจานวนเต มส บ เต มร อย เต ม การบวก การลบ การค ณ การหารจานวน โจทย ป ญหาการบวก การลบ การค ณ การหาร การบวก ลบ ค ณ หารระคน ของจานวนน บ โจทย ป ญหาการบวก ลบ ค ณ หารระคน การสร างโจทย ป ญหาการบวก การลบ การค ณ การหาร และการบวก ลบ ค ณ หารระคนของจานวนน บ เศษส วน ความหมายของเศษส วน การอ านและการเข ยนเศษส วนแท เศษเก น จานวนคละ การเปร ยบเท ยบเศษส วนท ม ต วส วนเท าก น การใช เคร องหมายแสดงการเปร ยบเท ยบ การบวก การลบเศษส วนท ม ต วส วนเท าก น เศษส วนท เท าก บจานวนน บ เศษส วนท เท าก น การเข ยนเศษส วนในร ปจานวนคละ การเข ยนจานวนคละในร ปเศษเก น การเปร ยบเท ยบและเร ยงลาด บ เศษส วนท ต วส วนต วหน งเป นพห ค ณของต วส วนอ กต วหน ง การบวก ลบเศษส วนท ต วส วนต วหน งเป นพห ค ณของต วส วนอ กต ว หน ง การค ณเศษส วนก บจานวนน บ การค ณเศษส วนก บเศษส วน การหารเศษส วนด วยจานวนน บ การหารจานวนน บด วย เศษส วน การหารเศษส วนด วยเศษส วน การบวก ลบ ค ณระคนของเศษส วน โจทย ป ญหาการบวก ลบ ค ณ หารเศษส วน โจทย ป ญหาการบวก ลบ ค ณระคนของเศษส วน ทศน ยม ความหมายของทศน ยม การอ าน การเข ยนทศน ยมไม เก นสองตาแหน ง การเปร ยบเท ยบทศน ยมไม เก นสอง ตาแหน ง การบวก การลบทศน ยมไม เก นสองตาแหน ง การค ณทศน ยมไม เก นสองตาแหน งก บจานวนน บ การค ณทศน ยมหน ง ตาแหน งก บทศน ยมหน งตาแหน ง และการบวก ลบ ค ณระคนของทศน ยม ความยาวรอบร ปส เหล ยมม มฉาก และความยาวรอบร ปสามเหล ยม และโจทย ป ญหาเก ยวก บความยาวรอบร ปส เหล ยม ม มฉาก และร ปสามเหล ยม การหาพ นท ของร ปส เหล ยมม มฉาก การหาพ นท ร ปสามเหล ยม การแก ป ญหาโจทย เก ยวก บการหาพ นท ของร ป ส เหล ยมม มฉาก และโจทย ป ญหาเก ยวก บการหาพ นท ของร ปสามเหล ยม ความส มพ นธ ของหน วยการว ดปร มาตรหร อความจ ท ม หน วยเป นล กบาศก เมตร ล กบาศก เซนต เมตร การหาปร มาตรเป น ล กบาศก หน วย ล กบาศก เซนต เมตร และล กบาศก เมตร การหาปร มาตรหร อความจ ของทรงส เหล ยมม มฉากโดยใช ส ตร ร ปเรขาคณ ตสามม ต ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปร ซ ม พ ระม ด การว ดขนาดของม มโดยใช โปรแทรกเตอร การสร างม มโดยใช โปรแทรกเตอร การหาขนาดของม มกล บ เส นทแยงม ม เส นขนาน การสร างเส นขนานให ผ านจ ดท กาหนดให โดยใช ไม ฉาก การบอกล กษณะ ความส มพ นธ และจาแนกร ปส เหล ยมจ ต ร ส ร ปส เหล ยมผ นผ า ร ปส เหล ยม ขนมเป ยกป น ร ปส เหล ยมด านขนาน ร ปส เหล ยมคางหม ร ปส เหล ยมร ปว าว บอกล กษณะ ส วนประกอบ ความส มพ นธ และจาแนกร ปสามเหล ยมแบ งตามล กษณะของด าน แบ งตามล กษณะของม ม ส วนประกอบของร ปสามเหล ยม ม มภายในของร ป สามเหล ยม การสร างร ปส เหล ยมม มฉาก การสร างร ปสามเหล ยม ส วนประกอบของร ปวงกลม และสมบ ต พ นฐานของร ปวงกลม การสร างร ปวงกลม
17 แบบร ปอ นๆ แบบร ปของจานวนน บท ม ความส มพ นธ แบบเพ มข นหร อลดลงคร งละเท าๆ ก น แบบร ปของร ปเรขาคณ ตและ ร อยละ ความหมาย การอ าน และการเข ยนร อยละ การเข ยนเศษส วนท ต วส วนเป นต วประกอบของ 10 และ 100 ในร ปทศน ยมและร อยละ การเข ยนร อยละในร ปเศษส วนและทศน ยม การเข ยนทศน ยมไม เก นสองตาแหน งในร ปเศษส วนและ ร อยละ โจทย ป ญหาร อยละในสถานการณ ต าง ๆ รวมถ งโจทย ป ญหาร อยละเก ยวก บการหากาไร ขาดท น การลดราคา และการหา ราคาขาย สถ ต และความน าจะเป นเบ องต น การเก บรวบรวมข อม ล และการจาแนกข อม ล การเข ยนแผนภ ม แท งท ม การย นระยะ ของเส นแสดงจานวน และการอ านแผนภ ม แท งเปร ยบเท ยบ การคาดคะเนเก ยวก บการเก ดข นของเหต การณ ต างๆ โดยใช ท กษะและกระบวนการทางคณ ตศาสตร ในการแก ป ญหาในสถานการณ ต างๆ ได อย างเหมาะสม ร จ กใช ว ธ การท หลากหลายในการแก ป ญหา เพ อให ม ความร ความเข าใจ ม ท กษะในการค ดคานวณ การแก ป ญหา การให เหต ผล การส อสาร ส อความหมายทางคณ ตศาสตร และสามารถนาไปใช ในการเร ยนร ส งต างๆ และใช ในช ว ตประจาว นอย างสร างสรรค ม ระเบ ยบ ม ความร บผ ดชอบ ม ว จารณญาณ และม ความเช อม นในตนเอง สามารถทางานอย างเป นระบบ รวมท งเห นค ณค าและม เจตคต ท ด ต อคณ ตศาสตร ค 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ค 1.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ค 1.3 ป.5/1 ค 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5 ค 2.2 ป.5/1 ค 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ค 3.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ค 4.1 ป.5/1 ค 5.1 ป.5/1, ป.5/2 ค 5.2 ป.5/1 ค 6.1 ป.4-6/1, ป.4-6 /2, ป.4-6/3, ป.4-6/4, ป.4-6/5, ป.4-6/6 รวม 29 ๓๔
18 คาอธ บายรายว ชาคณ ตศาสตร ๓๕ กล มสาระการเร ยนร คณ ตศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ค เวลา 160 ช วโมง... การบอกค าประมาณใกล เค ยงจานวนเต มหม น เต มแสน และเต มล าน การเปร ยบเท ยบและเร ยงลาด บเศษส วน การบวก การลบ การค ณ การหารเศษส วนและจานวนคละ การบวก ลบ ค ณ หารระคนของเศษส วนและจานวนคละ การแก โจทย ป ญหาการบวก การลบ การค ณ การ หาร และการบวก ลบ ค ณ หารระคนของเศษส วน การบอกความหมาย การอ าน และการเข ยนทศน ยมสามตาแหน ง การบอกหล ก ค าประจาหล ก และ ค าของเลขโดดในแต ละหล กของทศน ยมสามตาแหน ง การเข ยนทศน ยมในร ปกระจาย การเปร ยบเท ยบและ เร ยงลาด บทศน ยมไม เก นสามตาแหน ง การเข ยนทศน ยมไม เก นสามตาแหน งในร ปเศษส วน และการเข ยน เศษส วนท ต วส วนเป นต วประกอบของ 10, 100, 1,000 ในร ปทศน ยม การบวก การลบ การค ณ การหาร และการบวก ลบ ค ณ หารระคนของทศน ยมท ม ผลล พธ เป นทศน ยมไม เก นสามตาแหน ง การแก โจทย ป ญหา การบวก การลบ การค ณ การหาร และการบวก ลบ ค ณ หารระคนของทศน ยม การสร างโจทย ป ญหาการ ค ณ การหาร และการค ณ หารระคนของทศน ยม การบอกค าประมาณใกล เค ยงทศน ยมหน งตาแหน ง และสอง ตาแหน ง การแก โจทย ป ญหาร อยละในสถานการณ ต างๆ รวมถ งโจทย ป ญหาร อยละเก ยวก บการหากาไร ขาดท น การลดราคา การหาราคาขาย การหาราคาท น และดอกเบ ย การบวก การค ณ และการบวก ลบ ค ณ หารระคนโดยใช สมบ ต การสล บท สมบ ต การเปล ยนหม และสมบ ต การแจกแจงในการค ดคานวณ การแก โจทย ป ญหาและการสร างโจทย ป ญหาการบวก การลบ การ ค ณ การหาร และการบวก ลบ ค ณ หารระคนของจานวนน บ การหาต วประกอบ จานวนเฉพาะ และต วประกอบเฉพาะ การหา ห.ร.ม. การหา ค.ร.น. การบอกท ศ การบอกตาแหน งโดยใช ท ศ การใช มาตราส วน การอ านแผนผ ง การเข ยนแผนผ งแสดง ส งต างๆ การเข ยนแผนผ งแสดงเส นทางการเด นทาง การเข ยนแผนผ งโดยส งเขป การหาพ นท ของร ปส เหล ยมโดยใช ความยาวของด าน การหาพ นท ของร ปส เหล ยมโดยใช สมบ ต ของ เส นทแยงม ม การคาดคะเนพ นท ของร ปส เหล ยม การแก โจทย ป ญหาเก ยวก บความยาวรอบร ปและพ นท ของร ป ส เหล ยม การบอกสมบ ต ของเส นทแยงม มของร ปส เหล ยม การสร างร ปส เหล ยมเม อกาหนดความยาวของด าน และขนาดของม ม หร อเม อก าหนดความยาวของเส นทแยงม ม การหาความยาวรอบร ปวงกลม หร อความยาวรอ บวง การหาพ นท ของร ปวงกลม การแก โจทย ป ญหาเก ยวก บความยาวรอบร ป และพ นท ของร ปวงกลม บอกส วนประกอบของร ปเรขาคณ ตสามม ต (ทรงส เหล ยมม มฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปร ซ ม พ ระม ด) การพ จารณาร ปคล ของร ปเรขาคณ ตสามม ต (ทรงส เหล ยมม มฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปร ซ ม พ ระม ด) การประด ษฐ ร ปเรขาคณ ตสามม ต การแก โจทย ป ญหาเก ยวก บปร มาตรหร อความจ ของ ทรงส เหล ยมม มฉาก
19 การพ จารณาเส นขนานโดยอาศ ยม มแย ง การพ จารณาเส นขนานโดยอาศ ยผลบวกของขนาดของม ม ภายในท อย บนข างเด ยวก นของเส นต ดเป น 180 องศา การแก ป ญหาโดยใช ความส มพ นธ ของแบบร ป การหาต วไม ทราบค าหน งต วจากสมการเช งเส น การแก สมการโดยใช สมบ ต ของการเท าก นเก ยวก บการ บวก การลบ การค ณ หร อการหาร การแก โจทย ป ญหาด วยสมการ การอ านแผนภ ม แท งเปร ยบเท ยบ กราฟเส น และแผนภ ม ร ปวงกลม การเข ยนแผนภ ม แท ง เปร ยบเท ยบ และกราฟเส น การคาดคะเนเก ยวก บการเก ดข นของเหต การณ ต างๆ โดยใช คาท ม ความหมายเช นเด ยวก บคาว า เก ดข นอย างแน นอน อาจจะเก ดข นหร อไม ก ได ไม เก ดข นอย างแน นอน โดยใช ว ธ การท หลากหลายแก ป ญหา ใช ความร ท กษะและกระบวนการทางคณ ตศาสตร และ เทคโนโลย ในการแก ป ญหาในสถานการณ ต างๆ ให เหต ผลประกอบการต ดส นใจ และสร ปผล ใช ภาษาและ ส ญล กษณ ทางคณ ตศาสตร ในการส อสาร การส อความหมาย และการน าเสนอ เช อมโยงความร ต างๆ ใน คณ ตศาสตร และเช อมโยงคณ ตศาสตร ก บศาสตร อ นๆ และม ความค ดร เร มสร างสรรค เพ อให เก ดความร ความเข าใจเก ยวก บจ านวนน บและสมบ ต เก ยวก บจ านวน เศษส วน ทศน ยมสาม ตาแหน ง ร อยละ การแก โจทย ป ญหาการบวก การลบ การค ณ การหาร และการบวก ลบ ค ณ หารระคน ต ว ประกอบของจ านวนน บ ท ศและแผนผ ง ร ปส เหล ยม ร ปวงกลม ร ปเรขาคณ ตสามม ต เส นขนาน การ แก ป ญหาเก ยวก บแบบร ป สมการและการแก สมการ การเข ยนและอ านแผนภ ม และกราฟเส น การคาดคะเน เก ยวก บการเก ดข นของเหต การณ ต างๆ ค1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6 /3 ค3.2 ป.6/1, ป.6/2 ค1.2 ป.6/1, ป.6/2 ค4.1 ป.6/1 ค1.3 ป.6/1, ป.6/2 ค4.2 ป.6/1 ค1.4 ป.6/1, ป.6/2 ค5.1 ป.6/1, ป.6/2 ค2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ค5.2 ป.5/1 ค2.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ค6.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6 ค3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 รวม 31 ๓๖
20 คาอธ บายรายว ชาว ทยาศาสตร ๓๗ กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ว เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห ความแตกต างระหว างส งม ช ว ตก บส งไม ม ช ว ต ล กษณะหน าท ของโครงสร างภายนอก ของพ ชและส ตว ล กษณะ หน าท และความสาค ญของอว ยวะภายนอกของมน ษย ตลอดจนการด แลร กษาส ขภาพ ล กษณะของส งม ช ว ตในท องถ น และนามาจ ดจาแนกโดยใช ล กษณะภายนอกเป นเกณฑ ล กษณะหร อสมบ ต ของ ว สด ท ใช ทาของเล น ของใช ในช ว ตประจาว น จาแนกว สด ท ใช เป นของเล น ของใช การด ง การผล กว ตถ องค ประกอบและสมบ ต ทางกายภาพของด นในท องถ น ในท องฟ าม ดวงอาท ตย ดวงจ นทร และดวงดาว โดยใช กระบวนการทางว ทยาศาสตร การส บเสาะหาความร การสารวจ ตรวจสอบ การส บค นข อม ล และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร ม ความสามารถในการต ดส นใจ เห น ค ณค าของการนาความร ไปใช ประโยชน ในช ว ตประจาว น ม จ ตว ทยาศาสตร จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ว 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 ว 1.2 ป.1/1 ว 3.1 ป.1/1, ป.1/2 ว 4.1 ป.1/1 ว 6.1 ป.1/1 ว 7.1 ป.1/1 ว 8.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5, ป.1/6, ป.1/7 รวมท งส น 16
21 คาอธ บายรายว ชาว ทยาศาสตร ๓๘ กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ว เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห ป จจ ยในการดารงช ว ต การแสดงพฤต กรรมท ตอบสนองต อส งเร า ของพ ช ส ตว และ มน ษย ประโยชน ของพ ชและส ตว การจาแนกประเภทของด น โดยใช สมบ ต ทางกายภาพเป นเกณฑ ชน ด สมบ ต และการเล อกใช ว สด ท ใช ทาของเล น ของใช แรงท เก ดจากแม เหล ก ประโยชน ของแม เหล ก การเก ดแรงไฟฟ า ผล ของแรงไฟฟ า พล งงานไฟฟ า การเปล ยนร ปพล งงานไฟฟ า และดวงอาท ตย แหล งพล งงานโลก โดยใช กระบวนการทางว ทยาศาสตร การส บเสาะหาความร การสารวจ ตรวจสอบ การส บค นข อม ล และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร ม ความสามารถในการต ดส นใจ เห นค ณค าของการนาความร ไปใช ประโยชน ในช ว ตประจ าว น ม จ ตว ทยาศาสตร จร ยธรรม ค ณธรรมและค าน ยม ท เหมาะสม ว 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5 ว 1.2 ป.2/1 ว 3.1 ป.2/1, ป.2/2 ว 4.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 ว 5.1 ป.2/1, ป.2/2 ว 6.1 ป.2/1 ว 7.1 ป.2/1 ว 8.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8 รวม 23
22 คาอธ บายรายว ชาว ทยาศาสตร ๓๙ กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ว เวลา 80 ช วโมง... ส บค นข อม ล สารวจ อภ ปราย เปร ยบเท ยบ และอธ บาย ล กษณะต างๆ ของส งม ช ว ตใกล ต ว ล กษณะท คล ายคล งก นของพ อแม ก บล ก การถ ายทอดล กษณะทางพ นธ กรรม และนาความร ไปใช ประโยชน ส งม ช ว ตบาง ชน ดท ส ญพ นธ ไปแล ว และท ดารงพ นธ มาจนถ งป จจ บ น ส งแวดล อมในท องถ นตน ความส มพ นธ ของส งม ช ว ต ก บส งแวดล อม ทร พยากรธรรมชาต และการใช ทร พยากรธรรมชาต ในท องถ น การใช ทร พยากรธรรมชาต ท ก อให เก ดป ญหาส งแวดล อมในท องถ น การใช ทร พยากรธรรมชาต อย างประหย ด ค มค า และม ส วนร วมในการ ปฏ บ ต แหล งพล งงานธรรมชาต ท ใช ผล ตไฟฟ า ความสาค ญของพล งงานไฟฟ า การใช ไฟฟ าอย างประหย ดและ ค มค า จาแนก สารวจ ทดลอง อภ ปราย และอธ บาย ชน ดและสมบ ต ของว สด ท เป นส วนประกอบของของเล น ของใช การใช ประโยชน ของว สด แต ละชน ด ผลของการเปล ยนแปลงท เก ดข นก บว สด เม อถ กแรงกระทา หร อทา ให ร อนข น หร อทาให เย นลง ประโยชน และอ นตรายท เก ดข นเน องจากการเปล ยนแปลงของว สด ผลของการ ออกแรงท กระทาต อว ตถ การตกของว ตถ ส พ นโลก แรงท โลกด งด ดว ตถ สมบ ต ทางกายภาพของน าจากแหล ง น าในท องถ น และนาความร ไปใช ประโยชน ส วนประกอบของอากาศ ความสาค ญของอากาศ และการเคล อนท ของอากาศท ม ผลจากความแตกต างของอ ณหภ ม การข น-ตกของดวงอาท ตย ดวงจ นทร การเก ดกลางว น กลางค น และการกาหนดท ศ โดยใช กระบวนการทางว ทยาศาสตร และจ ตว ทยาศาสตร ในการส บเสาะหาความร การสารวจ ตรวจสอบ การส บค นข อม ล บ นท ก จ ดกล มข อม ล การอภ ปราย และการแก ป ญหาเพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการนาความร ไปประย กต ใช ใน ช ว ตประจาว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จ ตว ทยาศาสตร จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท ด ต อ ว ทยาศาสตร เทคโนโลย และส งแวดล อม ว1.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4 ว5.1 ป.3/1, ป.3/2 ว2.1 ป.3/1 ว6.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ว2.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ว7.1 ป.3/1 ว3.1 ป.3/1, ป.3/2 ว8.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ว3.2 ป.3/1, ป.3/2 ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8 ว4.1 ป.3/1, ป.3/2 รวม 28
23 คาอธ บายรายว ชาว ทยาศาสตร ๔๐ กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ว เวลา 80 ช วโมง. ทดลองและอธ บายหน าท ของท อล าเล ยงและปากใบของพ ช น า แก สคาร บอนไดออกไซด แสง และ คลอโรฟ ลล เป นป จจ ยท จ าเป นบางประการต อการเจร ญเต บโต และการส งเคราะห ด วยแสงของพ ช การ ตอบสนองของพ ชต อแสง เส ยง และการส มผ ส พฤต กรรมของส ตว ท ตอบสนองต อแสง อ ณหภ ม และการส มผ ส การเคล อนท ของแสงจากแหล งก าเน ด การสะท อนของแสงท ตกกระทบว ตถ การจ าแนกว ตถ ตามล กษณะการ มองเห นจากแหล งกาเน ดแสง การห กเหของแสงเม อผ านต วกลางโปร งใสสองชน ด การเปล ยนแสงเป นพล งงาน ไฟฟ า แสงขาวประกอบด วยแสงส ต างๆ การเก ดด น ชน ดและสมบ ต ของด นท ใช ปล กพ ชในท องถ น การสร าง แบบจาลองเพ ออธ บายล กษณะของระบบส ร ยะ โดยใช กระบวนการทางว ทยาศาสตร และจ ตว ทยาศาสตร ในการส บเสาะหาความร การส ารวจ ตรวจสอบ การส บค นข อม ล การแก ป ญหา และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และน าความร ไปประย กต ใช ใน ช ว ตประจ าว น ม จ ตว ทยาศาสตร จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท ด ต อว ทยาศาสตร เทคโนโลย และ ส งแวดล อม ว 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4 ว 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6 ว 6.1 ป.4/1, ป.4/2 ว 7.1 ป.4/1 ว 8.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8 รวมท งส น 21
24 คาอธ บายรายว ชาว ทยาศาสตร ๔๑ กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ว เวลา 80 ช วโมง... ทดลองและอธ บายการถ ายทอดล กษณะทางพ นธ กรรมของส งม ช ว ต การส บพ นธ การขยายพ นธ และ ว ฏจ กรช ว ตของพ ชและส ตว การจาแนกพ ชเป นพ ชดอก พ ชไม ม ดอก พ ชใบเล ยงเด ยวและพ ชใบเล ยงค โดยใช ล กษณะภายนอกเป นเกณฑ การจาแนกส ตว เป นส ตว ม กระด กส นหล งและส ตว ไม ม กระด กส นหล ง โดยใช ล กษณะภายนอกและล กษณะภายในเป นเกณฑ ประเภท สมบ ต และการเล อกใช ว สด ในช ว ตประจาว น ล กษณะ ของแรงล พธ ความด นอากาศ ความด นของของเหลว แรงพย งของของเหลว แรงเส ยดทานและประโยชน ของ แรงเส ยดทาน การเก ดเส ยง ล กษณะและอ นตรายของเส ยง การเก ดเมฆ หมอก น าค างและล กเห บ การเก ดว ฏจ กร น า การว ดอ ณหภ ม ความช น และความกดอากาศ การเก ดลมและการนาไปใช ประโยชน การเก ดท ศและ ปรากฏการณ การข น-ตกของดวงดาว โดยใช กระบวนการทางว ทยาศาสตร และจ ตว ทยาศาสตร ในการส บเสาะหาความร การสารวจ ตรวจสอบ การส บค นข อม ล การแก ป ญหา และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และนาความร ไปประย กต ใช ใน ช ว ตประจาว น ม จ ตว ทยาศาสตร จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท ด ต อว ทยาศาสตร เทคโนโลย และ ส งแวดล อม ว 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5 ว 1.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5 ว 3.1 ป.5/1, ป.5/2 ว 4.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4 ว 4.2 ป.5/1 ว 5.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4 ว 6.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4 ว 7.1 ป.5/1 ว 8.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7, ป.5/8 รวม 34
25 คาอธ บายรายว ชาว ทยาศาสตร ๔๒ กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ว เวลา 80 ช วโมง... ศ กษาว เคราะห สารวจ ทดลอง อธ บาย การเจร ญเต บโตของมน ษย จากว ยแรกเก ดจนถ งว ยผ ใหญ สารอาหาร และความจาเป นท ร างกายต องได ร บสารอาหารในส ดส วนท เหมาะสมก บเพศและว ย การทางานท ส มพ นธ ก นของระบบ ย อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหม นเว ยนเล อดของมน ษย ความส มพ นธ ของกล มส งม ช ว ตในแหล งท อย ต างๆ ความส มพ นธ ของส งม ช ว ตก บส งม ช ว ตในร ปของโซ อาหารและสายใยอาหาร ความส มพ นธ ระหว างการดารงช ว ตของ ส งม ช ว ตก บสภาพแวดล อมในท องถ น แหล งทร พยากรในท องถ นท เป นประโยชน ต อการดารงช ว ต ผลของการเพ มข น ของประชากรมน ษย ต อการใช ทร พยากร ธรรมชาต สาเหต ของการเปล ยนแปลงส งแวดล อมและผลท เก ดข น การด แลร กษาทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ในท องถ น ศ กษาว เคราะห ทดลอง อธ บาย สมบ ต ของสารในสถานะของแข ง ของเหลว แก ส และการจาแนกสารเป น กล มโดยใช สถานะและเกณฑ อ น การแยกสารโดยว ธ ต างๆ สมบ ต ของสารเม อเก ดการละลาย การเปล ยนสถานะ และการเก ดสารใหม การเปล ยนแปลงของสารท ก อให เก ดผลต อส งม ช ว ตและส งแวดล อม สารท ใช ในช ว ตประจาว น การเล อกใช สาร การต อวงจรไฟฟ า สมบ ต ของต วนาไฟฟ าและฉนวนไฟฟ า แม เหล กไฟฟ าและประโยชน ของ แม เหล กไฟฟ า สมบ ต และการจาแนกประเภทของห น ประโยชน ของห นในท องถ น กระบวนการเปล ยนแปลงของ ห น ธรณ พ บ ต ภ ยท ม ต อมน ษย และสภาพแวดล อมในท องถ นและว ธ ป องก น การเก ดฤด ข างข นข างแรม ส ร ย ปราคา และจ นทร ปราคา และการนาความร ไปใช ประโยชน ความก าวหน าของเทคโนโลย อวกาศ และประโยชน ของ เทคโนโลย อวกาศ โดยใช กระบวนการทางว ทยาศาสตร และจ ตว ทยาศาสตร ในการส บเสาะหาความร การสารวจตรวจสอบ การส บค นข อม ล การแก ป ญหา และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร ม ความสามารถต ดส นใจ และนาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จ ตว ทยาศาสตร จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท ด ต อว ทยาศาสตร เทคโนโลย และส งแวดล อม ว1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ว2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ว2.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5 ว3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5 ว3.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ว5.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5 ว6.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ว7.1 ป.6/1 ว7.2 ป.6/1 ว8.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป. 6/7, ป.6/8 รวม 37
26 คาอธ บายรายว ชาส งคมศ กษา ศาสนาและว ฒนธรรม ๔๓ กล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนา และว ฒนธรรม ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ส เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห พ ทธประว ต หร อประว ต ของศาสดาท ตนน บถ อ แบบอย างการด าเน นช ว ต และข อค ดจากประว ต สาวก ชาดก/เร องเล าและศาสน กชนต วอย างตามท ก าหนด ความหมาย ความส าค ญและเคารพพระร ตนตร ย ปฏ บ ต ตาม หล กธรรม โอวาท 3 ในพระพ ทธศาสนาหร อศาสนาท ตนน บถ อ สวดมนต แผ เมตตา ม สต บ าเพ ญประโยชน ต อว ด แสดงตน เป นพ ทธมามกะหร อศาสน กชนของศาสนาท ตนน บถ อ ปฏ บ ต ในศาสนพ ธ พ ธ กรรมและว นส าค ญทางศาสนาตามท ก าหนดได ถ กต อง ประโยชน และปฏ บ ต ตนเป นสมาช กท ด ของครอบคร วและโรงเร ยน ศ กษา ว เคราะห ความสามารถและความด และผลจากการกระท าของตนเอง ผ อ น โครงสร าง บทบาท หน าท ของ สมาช กในครอบคร ว โรงเร ยน บทบาท ส ทธ หน าท ของตนเองในครอบคร วและโรงเร ยน ม ส วนร วมในการต ดส นใจ และท า ก จกรรมในครอบคร วและโรงเร ยนตามกระบวนการประชาธ ปไตย ส นค าและบร การท ใช ประโยชน ในช ว ตประจ าว น การใช จ ายเง นในช ว ตประจ าว นไม เก นต วและประโยชน ของการออม การใช ทร พยากรในช ว ตประจ าว นอย างประหย ด ความจ าเป น ของการทางานท ส จร ต แยกแยะส งต าง ๆ รอบต วท เก ดข นเองตามธรรมชาต และท มน ษย สร างข น ความส มพ นธ ของต าแหน ง ระยะ ท ศของส งต าง ๆ รอบต ว ท ศหล ก ใช แผนผ งง าย ๆ ในการแสดงตาแหน งของส งต างๆ ในห องเร ยนการเปล ยนแปลงของ อากาศในรอบว น ส งต างๆ ท เก ดข นตามธรรมชาต ท ส งผลต อความเป นอย ของมน ษย การเปล ยนแปลงของสภาพแวดล อมท อย รอบต ว การจ ดระเบ ยบส งแวดล อมท บ านและช นเร ยน โดยใช กระบวนการค ด กระบวนการส บค นข อม ล กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการทางส งคม กระบวนการกล ม กระบวนการเผช ญสถานการณ และแก ป ญหา เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถน าไปปฏ บ ต ในการด าเน นช ว ต ม ค ณธรรม จร ยธรรม ม ค ณล กษณะอ นพ ง ประสงค ในด านร กชาต ศาสน กษ ตร ย ซ อส ตย ส จร ต ม ว น ย ใฝ เร ยนร ม ความร บ ผ ดชอบ ร กความเป นไทย ม จ ตสาธารณะ สามารถดาเน นช ว ตอย างส นต ส ขในส งคมไทยและส งคมโลก ส 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4 ส 1.2 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 ส 2.1 ป.1/1, ป.1/2 ส 2.2 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 ส 3.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 ส 3.2 ป.1/1 ส 5.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5 ส 5.2 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 รวม 24
27 คาอธ บายรายว ชาส งคมศ กษา ศาสนาและว ฒนธรรม ๔๔ กล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนา และว ฒนธรรม ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ส เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห เร องความส าค ญขงพระพ ทธศาสนาในฐานะเป นเอกล กษณ ของชาต ไทย ประว ต ศาสนา ค มภ ร และหล กธรรมของศาสนาต างๆ การปฏ บ ต ตนในพ ธ กรรมทางศาสนา การท าความด ตามหล กธรรม ของศาสนา ข อตกลง กฎ ระเบ ยบ ในครอบคร ว โรงเร ยน และช มชน การยอมร บความแตกต างของบ คคลใน ส งคม ส ทธ ส วนบ คคล การม ส วนร วมในก จกรรมของช มชน บทบาทอ านาจของบ คคล มรรยาทไทย เช น การ แสดงความเคารพ การเด น การย น การน ง การนอน เป นต น อาช พในช มชน รายร บ-รายจ ายของครอบคร วและ ตนเอง การออมเง น การซ อขายแลกเปล ยน ผ ผล ต ผ บร โภค ผ ซ อ ผ ขาย ทร พยากรการผล ต ส งแวดล อม ทร พยากรธรรมชาต ความส าค ญ การเปล ยนแปลงการร กษาและฟ นฟ ส งแวดล อม ต าแหน งของส งต างๆ เคร องม อทางภ ม ศาสตร โลกและปรากฏการณ ทางธรรมชาต โดยใช กระบวนการค ด กระบวนการส บค นข อม ล กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการกล ม กระบวนการแก ป ญหา กระบวนการทางส งคม เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถน าไปปฏ บ ต ในการด าเน นช ว ต ม ค ณธรรมจร ยธรรม ม ค ณล กษณะอ นพ งประสงค ในด านร กชาต ศาสนา พระมหากษ ตร ย ม หล กธรรมในการด าเน นช ว ต ร กความเป นไทย ม จ ตสาธารณะ และสามารถดาเน นช ว ตในส งคมได อย างส นต ส ข ส 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7 ส 1.2 ป.2/1, ป.2/2 ส 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4 ส 2.2 ป.2/1, ป.2/2 ส 3.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4 ส 3.2 ป.2/1, ป.2/2 ส 5.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 ส 5.2 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4 รวม 28
28 คาอธ บายรายว ชาส งคมศ กษา ศาสนาและว ฒนธรรม ๔๕ กล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนา และว ฒนธรรม ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ส เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห เร องความสาค ญของพระพ ทธศาสนาหร อศาสนาท ตนน บถ อในฐานะท เป นรากฐาน สาค ญของว ฒนธรรมไทย ประว ต ศาสดาของศาสนา หล กธรรมของศาสนา ศาสนว ตถ ศาสนสถาน ศาสน บ คคลและการปฏ บ ต ตนท เหมาะสม ประเพณ ว ฒนธรรม พฤต กรรมในการดาเน นช ว ตของตนเองและผ อ น ว นหย ดราชการ บ คคลสาค ญในท องถ น บทบาทหน าท ของสมาช กของช มชนในการม ส วนร วมในก จกรรม ต างๆ ตามกระบวนการประชาธ ปไตย ความแตกต างของกระบวนการต ดส นใจ การเปล ยนแปลงในช นเร ยน โรงเร ยนและช มชน การผล ตและการบร โภค ส นค าและบร การท ร ฐจ ดหาให ภาษ ท ต งและล กษณะทาง กายภาพ ความส มพ นธ ระหว างล กษณะทางกายภาพและว ฒนธรรมช มชน แผนผ ง แผนท และภาพถ าย สภาพแวดล อมของช มชนในอด ตและป จจ บ น สภาพแวดล อมท ม ผลต อการดาเน นช ว ต ล กษณะของเม องและ ชนบท มลพ ษท เก ดจากมน ษย และผลกระทบของส งแวดล อมท ม ต อมน ษย โดยใช กระบวนการค ด กระบวนการส บค นข อม ล กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการทางส งคม กระบวนการกล ม กระบวนการแก ป ญหา เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถนาไปปฏ บ ต ในการดาเน นช ว ต ม ค ณธรรมจร ยธรรม ม ค ณล กษณะอ นพ งประสงค ในด านร กชาต ศาสนา พระมหากษ ตร ย ม หล กธรรมในการดาเน นช ว ต ร กความ เป นไทย ม จ ตสาธารณะและสามารถดาเน นช ว ตในส งคมได อย างส นต ส ข ส 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4 ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7 ส 1.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ส 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4 ส 2.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ส 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ส 3.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ส 5.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ส 5.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ป.3/4, ป.3/5 รวม 31
29 คาอธ บายรายว ชาส งคมศ กษา ศาสนาและว ฒนธรรม ๔๖ กล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนา และว ฒนธรรม ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ส เวลา 80 ช วโมง ศ กษา ความสาค ญของพระพ ทธศาสนาหร อศาสนาท ตนน บถ อ สร ปพ ทธประว ต ต งแต บรรล ธรรมจนถ งประกาศ ธรรม หร อประว ต ศาสดาท ตนน บถ อหร อปฏ บ ต ตนตามแบบอย างการดาเน นช ว ตและข อค ดจากประว ต สาวก ชาดก เร องเล า และศาสน กชนต วอย าง แสดงความเคารพพระร ตนตร ย ปฏ บ ต ตามไตรส กขาและหล กธรรมโอวาท 3 ในพระพ ทธศาสนา หร อ หล กธรรมของศาสนาท ตนน บถ อ ช นชมการทาความด ของตนเอง บ คคลในครอบคร ว โรงเร ยน และช มชน ตามหล กศาสนา พร อมท งบอกแนวปฏ บ ต ในการดาเน นช ว ต สวดมนต แผ เมตตา ม สต ม สมาธ ในพระพ ทธศาสนา หร อการพ ฒนาจ ตตามแนวทาง ของศาสนาท ตนน บถ อ ปฏ บ ต ตนตามหล กธรรมของศาสนาท ตนน บถ อหร อปฏ บ ต ตนเป นพลเม องด ตามว ถ ประชาธ ปไตย เป น ผ นา ผ ตามท ด ว เคราะห ส ทธ พ นฐานท เด กท กคนพ งได ร บตามกฎหมาย ศ กษา ว เคราะห ความแตกต างทางว ฒนธรรมของกล มคนในท องถ น เสนอว ธ การท จะอย ร วมก นอย างส นต ส ข อานาจ อธ ปไตย ความสาค ญของระบอบประชาธ ปไตย บทบาทหน าท ของพลเม องในกระบวนการเล อกต ง ความสาค ญของสถาบ น พระมหากษ ตร ย ตามระบอบประชาธ ปไตยอ นม พระมหากษ ตร ย ทรงเป นประม ข ป จจ ยท ม ผลต อการเล อกซ อส นค าและบร การ ส ทธ พ นฐานและร กษาผลประโยชน ในฐานะผ บร โภค หล กการของเศรษฐก จพอเพ ยงและนาไปใช ในช ว ตประจาว น ความส มพ นธ ทางเศรษฐก จของคนในช มชน หน าท เบ องต นของเง น ใช แผนท และภาพถ ายระบ ล กษณะสาค ญทางกายภาพ แหล งทร พยากรและส งต างๆ ในจ งหว ดของตนเอง ความส มพ นธ ของส งต างๆ ท อย ในจ งหว ด สภาพแวดล อมทางกายภาพท ส งผลต อการดาเน นช ว ต การเปล ยนแปลงสภาพแวดล อมและผลท เก ดจากการเปล ยนแปลงน น และม ส วนร วมในการอน ร กษ ส งแวดล อมในจ งหว ด โดยใช กระบวนการค ด กระบวนการส บค นข อม ล กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการทางส งคม กระบวนการกล ม กระบวนการเผช ญสถานการณ และแก ป ญหา เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถนาไปปฏ บ ต ในการดาเน นช ว ต ม ค ณธรรม จร ยธรรม ม ค ณล กษณะอ นพ งประสงค ในด านร กชาต ศาสน กษ ตร ย ซ อส ตย ส จร ต ม ว น ย ใฝ เร ยนร ร กความ เป นไทย ม จ ตสาธารณะ สามารถดาเน นช ว ตอย างส นต ส ขในส งคมไทยและส งคมโลก ส 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8 ส 1.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ส 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5 ส 2.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ส 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ส 3.2 ป.4/1, ป.4/2 ส 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ส 5.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 รวม 30
30 คาอธ บายรายว ชาส งคมศ กษา ศาสนาและว ฒนธรรม ๔๗ กล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนา และว ฒนธรรม ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ส เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห เร องความสาค ญของศาสนาท ตนน บถ อในฐานะเป นมรดกทางว ฒนธรรม และเป นหล ก ในการพ ฒนาชาต ไทย ประว ต ศาสนาและศาสดาของศาสนาต างๆ หล กธรรมและพ ธ กรรมของศาสนาต างๆ สถานภาพของบ คคลในส งคม การปฏ บ ต ตนเป นพลเม องด ตามว ถ ประชาธ ปไตย ค ณล กษณะ ของพลเม องด ส ทธ เด ก ว ฒนธรรมไทย และภ ม ป ญญาท องถ น การปกครองส วนท องถ น ป จจ ยการผล ต เทคโนโลย ในการ ผล ตส นค าและบร การ พฤต กรรมของผ บร โภค ส นค าและบร การในช มชน เศรษฐก จพอเพ ยง สหกรณ ธนาคารและบทบาทหน าท ดอกเบ ย การฝากเง น และการถอนเง น การก ย มเง น ต าแหน ง ระยะ ท ศทางของ ภ ม ภาคของตน ล กษณะภ ม ล กษณ ท ส าค ญของภาคต างๆ ความส มพ นธ ของล กษณะทางกายภาพ และล กษณะ ส งคมในภ ม ภาค สภาพแวดล อมทางกายภาพท ม อ ทธ พลต อการต งถ นฐาน และการย ายถ นฐานของประชากร อ ทธ พลของส งแวดล อมทางธรรมชาต ผลท เก ดจากการท าลายสภาพแวดล อม แนวทางอน ร กษ และร กษา สภาพแวดล อมในภ ม ภาค โดยใช กระบวนการค ด กระบวนการส บค นข อม ล กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการทางส งคม กระบวนการกล ม กระบวนการแก ป ญหา เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถน าไปปฏ บ ต ในการด าเน นช ว ต ม ค ณธรรมจร ยธรรม ม ค ณล กษณะอ นพ งประสงค ในด านร กชาต ศาสนา พระมหากษ ตร ย ม หล กธรรมในการด าเน นช ว ต ร กความเป นไทย ม จ ตสาธารณะ และสามารถดาเน นช ว ตในส งคมได อย างส นต ส ข ส 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7 ส 1.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ส 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4 ส 2.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ส 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ส 3.2 ป.5/1, ป.5/2 ส 5.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ส 5.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 รวม 28
31 คาอธ บายรายว ชาส งคมศ กษา ศาสนาและว ฒนธรรม ๔๘ กล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนา และว ฒนธรรม ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ส เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห เร องความส าค ญของพระพ ทธศาสนาในฐานะเป นศาสนาประจ าชาต และความส าค ญของ ศาสนาท ตนน บถ อ ประว ต ศาสดา หล กธรรมส าค ญของศาสนาต างๆ พ ธ กรรมทางศาสนา กฎหมายท เก ยวก บ ช ว ตประจาว น ประโยชน ของการปฏ บ ต ตามกฎหมาย ความหมาย ประเภท การเปล ยนแปลง ความแตกต าง การ อน ร กษ ว ฒนธรรม ข าวและเหต การณ การปกครองส วนท องถ น ก จกรรมประชาธ ปไตย การเล อกต ง บทบาทของ ผ ผล ตและผ บร โภค การใช ทร พยากรอย างย งย น ระบบเศรษฐก จ หน วยเศรษฐก จ ความส มพ นธ ทางเศรษฐก จ ภาษ ส ทธ ผ บร โภคและผ ใช แรงงาน การรวมกล มเช งเศรษฐก จ ล กษณะทางกายภาพของประเทศไทย ความส มพ นธ ระหว างล กษณะทางกายภาพก บภ ยธรรมชาต ภ ม ล กษณ ท ม ต อภ ม ส งคมของไทย ส งแวดล อม ความส มพ นธ ระหว างมน ษย ก บส งแวดล อม ความเส อมโทรมของทร พยากรและส งแวดล อมและผลกระทบท เก ดข น แนวการใช และการอน ร กษ ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม โดยใช กระบวนการค ด กระบวนการส บค นข อม ล กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการทางส งคม กระบวนการกล ม กระบวนการแก ป ญหา เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถน าไปปฏ บ ต ในการด าเน นช ว ต ม ค ณธรรมจร ยธรรม ม ค ณล กษณะอ นพ งประสงค ในด านร กชาต ศาสนา พระมหากษ ตร ย ม หล กธรรมในการด าเน นช ว ต ร กความเป นไทย ม จ ตสาธารณะ และสามารถดาเน นช ว ตในส งคมได อย างส นต ส ข ส 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9 ส 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4 ส 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5 ส 2.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ส 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ส 3.2 ป.6/1, ป.6/2 ส 5.1 ป.6/1, ป.6/2 ส 5.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 รวม 31
32 ๔๙ คาอธ บายรายว ชาประว ต ศาสตร รายว ชา ประว ต ศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ส เวลา 40 ช วโมง/ป... ศ กษา ช อว น เด อน ป และการน บช วงเวลาตามปฏ ท นท ใช ในช ว ตประจาว น เร ยงลาด บเหต การณ ใน ช ว ตประจาว นตามว นเวลาท เก ดข น ประว ต ความเป นมาของตนเองและครอบคร วโดยสอบถามผ เก ยวข อง ความ เปล ยนแปลงของสภาพแวดล อม ส งของ เคร องใช หร อการดาเน นช ว ตของตนเองก บสม ยของพ อแม ป ย า ตา ยาย เหต การณ ท เก ดข นในอด ตท ม ผลกระทบต อตนเองในป จจ บ น ความหมายและความสาค ญของส ญล กษณ สาค ญของชาต ไทย สถานท สาค ญซ งเป นแหล งว ฒนธรรมในช มชน ส งท ตนร กและภาคภ ม ใจในท องถ น โดยใช กระบวนการค ด กระบวนการส บค นข อม ล กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการทางส งคม กระบวนการกล ม กระบวนการเผช ญสถานการณ และแก ป ญหา เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถนาไปปฏ บ ต ในการดาเน นช ว ต ม ค ณธรรม จร ยธรรม ม ค ณล กษณะอ นพ งประสงค ในด านร กชาต ศาสน กษ ตร ย ซ อส ตย ส จร ต ม ว น ย ใฝ เร ยนร ร กความ เป นไทย ม จ ตสาธารณะ สามารถดาเน นช ว ตอย างส นต ส ขในส งคมไทยและส งคมโลก ส 4.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 ส 4.2 ป.1/1, ป.1/2 ส 4.3 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 รวม 8
33 ๕๐ คาอธ บายรายว ชาประว ต ศาสตร รายว ชา ประว ต ศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ส เวลา 40 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห อธ บาย การใช คาระบ เวลาท แสดงเหต การณ ในอด ต ป จจ บ น และอนาคต การลาด บ เหต การณ ท เก ดข นในครอบคร วหร อในช วงช ว ตของตนเอง โดยใช หล กฐานท เก ยวข อง การเปล ยนแปลงว ถ ช ว ตประจาว นของคนในช มชนของตนจากอด ตถ งป จจ บ น และผลกระทบท เก ดข นต อว ถ ช ว ตของคนในช มชน บ คคลท ทาประโยชน ต อท องถ นหร อประเทศชาต ว ฒนธรรม ประเพณ และภ ม ป ญญาไทยท ภาคภ ม ใจ และควร อน ร กษ ไว โดยใช กระบวนการส บค นข อม ล ว ธ การทางประว ต ศาสตร กระบวนการค ด กระบวนการกล ม กระบวนการทางส งคม เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถใช ว ธ การทางประว ต ศาสตร มาว เคราะห เหต การณ ต างๆ อย าง เป นระบบ ตระหน กถ งความสาค ญของเหต การณ ต างๆ ม ความร ก ความภ ม ใจ และธารงความเป นไทย สามารถ ดาเน นช ว ตอย างส นต ส ขในส งคมไทยและส งคมโลก ส 4.1 ป.2/1, ป.2/2 ส 4.2 ป.2/1, ป.2/2 ส 4.3 ป.2/1, ป.2/2 รวม 6
34 ๕๑ คาอธ บายรายว ชาประว ต ศาสตร รายว ชา ประว ต ศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ส เวลา 40 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ลาด บเหต การณ สาค ญของโรงเร ยนและช มชน โดยระบ หล กฐานและ แหล งข อม ลท เก ยวข อง การเท ยบศ กราชท สาค ญตามปฏ ท นท ใช ในช ว ตประจาว น ป จจ ยท ม อ ทธ พลต อการต งถ น ฐานและพ ฒนาการของช มชน ล กษณะท สาค ญของขนบธรรมเน ยม ประเพณ และว ฒนธรรมของช มชน ความ เหม อนและความต างทางว ฒนธรรมของช มชนตนเองก บช มชนอ นๆ พระนามและพระราชกรณ ยก จโดยส งเขป ของพระมหากษ ตร ย ไทยท เป นผ สถาปนาอาณาจ กรไทย พระมหากษ ตร ย ในร ชกาลป จจ บ น และว รกรรมของ บรรพบ ร ษไทยท ม ส วนปกป องประเทศชาต โดยใช กระบวนการส บค นข อม ล ว ธ การทางประว ต ศาสตร กระบวนการค ด กระบวนการกล ม กระบวนการทางส งคม เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถใช ว ธ การทางประว ต ศาสตร มาว เคราะห เหต การณ ต างๆ อย างเป นระบบ ตระหน กถ งความสาค ญของเหต การณ ต างๆ ม ความร ก ความภ ม ใจ และธารงความเป นไทย สามารถดาเน นช ว ตอย างส นต ส ขในส งคมไทยและส งคมโลก ส 4.1 ป.3/1, ป.3/2 ส 4.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ส 4.3 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 รวม 8
35 ๕๒ คาอธ บายรายว ชาประว ต ศาสตร รายว ชา ประว ต ศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ส14102 เวลา 40 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห การน บช วงเวลาเป นทศวรรษ ศตวรรษ และสห สวรรษ ย คสม ยในการศ กษาประว ต ของ มน ษยชาต โดยส งเขป ประเภทหล กฐานท ใช ในการศ กษาความเป นมาของท องถ น การต งหล กแหล งและ พ ฒนาการของมน ษย ย คก อนประว ต ศาสตร และย คประว ต ศาสตร โดยส งเขป ยกต วอย างหล กฐานท พบในท องถ น ท แสดงพ ฒนาการของมน ษยชาต ในด นแดนไทย พ ฒนาการของอาณาจ กรส โขท ย ด านการเม อง การปกครอง และเศรษฐก จโดยส งเขป ประว ต และผลงานของบ คคลสาค ญสม ยส โขท ย ภ ม ป ญญาไทยท สาค ญ สม ยส โขท ยท น าภาคภ ม ใจและควรค าแก การอน ร กษ โดยใช กระบวนการค ด กระบวนการส บค นข อม ล กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการทางส งคม กระบวนการกล ม กระบวนการเผช ญสถานการณ และแก ป ญหา เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถนาไปปฏ บ ต ในการดาเน นช ว ต ม ค ณธรรม จร ยธรรม ม ค ณล กษณะอ นพ งประสงค ในด านร กชาต ศาสน กษ ตร ย ซ อส ตย ส จร ต ม ว น ย ใฝ เร ยนร ร กความ เป นไทย ม จ ตสาธารณะ ส 4.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ส 4.2 ป.4/1, ป.4/2 ส 4.3 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 รวม 8
36 ๕๓ คาอธ บายรายว ชาประว ต ศาสตร รายว ชา ประว ต ศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ส15102 เวลา 40 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ความเป นมาของท องถ นโดยใช หล กฐานท หลากหลาย ข อม ลจากแหล งต างๆ เพ อใช ตอบคาถามทางประว ต ศาสตร ความแตกต างระหว างความจร งก บข อเท จจร งเก ยวก บเร องราวในท องถ น อ ทธ พลของอารยธรรมอ นเด ยและจ นท ม ต อไทย และเอเช ยตะว นออกเฉ ยงใต อ ทธ พลของว ฒนธรรมต างชาต ท ม ต อส งคมไทยป จจ บ น พ ฒนาการของอาณาจ กรอย ธยา และธนบ ร ป จจ ยท ส งเสร มความเจร ญร งเร องทางเศรษฐก จ และการปกครองของอาณาจ กรอย ธยา ประว ต และผลงานของบ คคลสาค ญสม ยอย ธยาและธนบ ร ท น าภาคภ ม ใจ ภ ม ป ญญาไทยท สาค ญในสม ยอย ธยาและธนบ ร ท น าภาคภ ม ใจ และควรค าแก การอน ร กษ โดยใช กระบวนการส บค นข อม ล ว ธ การทางประว ต ศาสตร กระบวนการค ด กระบวนการกล ม กระบวนการทางส งคม เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถใช ว ธ การทางประว ต ศาสตร มาว เคราะห เหต การณ ต างๆ อย างเป นระบบ ตระหน กถ งความสาค ญของเหต การณ ต างๆ ม ความร ก ความภาคภ ม ใจ และธารงความ เป นไทย สามารถดาเน นช ว ตอย างส นต ส ขในส งคมไทยและส งคมโลก ส 4.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 ส 4.2 ป.5/1, ป.5/2 ส 4.3 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4 รวม 9
37 ๕๔ คาอธ บายรายว ชาประว ต ศาสตร รายว ชา ประว ต ศาสตร ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ส16102 เวลา 40 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห อธ บาย นาเสนอ ความสาค ญของว ธ การทางประว ต ศาสตร ในการศ กษาเร องราวทาง ประว ต ศาสตร อย างง ายๆ ข อม ลจากหล กฐานท หลากหลายในการทาความเข าใจเร องราวความสาค ญในอด ต สภาพส งคม เศรษฐก จ และการเม อง การปกครองของประเทศเพ อนบ านในป จจ บ น ความส มพ นธ ของกล ม อาเซ ยน พ ฒนาการของไทยสม ยร ตนโกส นทร ป จจ ยท ส งเสร มความเจร ญร งเร องทางเศรษฐก จและการปกครอง ไทยสม ยร ตนโกส นทร ผลงานของบ คคลสาค ญด านต างๆ สม ยร ตนโกส นทร ภ ม ป ญญาไทยท สาค ญสม ย ร ตนโกส นทร ท น าภาคภ ม ใจและควรค าแก การอน ร กษ โดยใช กระบวนการส บค นข อม ล ว ธ การทางประว ต ศาสตร กระบวนการค ด กระบวนการกล ม กระบวนการทางส งคม เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถใช ว ธ การทางประว ต ศาสตร มาว เคราะห เหต การณ ต างๆ อย างเป นระบบ ตระหน กถ งความสาค ญของเหต การณ ต างๆ ม ความร ก ความภ ม ใจ และธารงความเป นไทย สามารถดาเน นช ว ตอย างส นต ส ขในส งคมไทยและส งคมโลก ส 4.1 ป.6/1, ป.6/2 ส 4.2 ป.6/1, ป.6/2 ส 4.3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4 รวม 8
38 คาอธ บายรายว ชาส ขศ กษา และพลศ กษา ๕๕ กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา พ เวลา 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ล กษณะและหน าท ของอว ยวะภายนอกท ม การเจร ญเต บโตและพ ฒนาการไปตามว ย สมาช กในครอบคร ว ความร กความผ กพ นของสมาช กในครอบคร ว ส งท ช นชอบและความภาคภ ม ใจในตนเอง ล กษณะและความแตกต างระหว างเพศชายและเพศหญ ง อาการเจ บป วยท เก ดข นก บตนเอง ส งท ทาให เก ด อ นตรายภายในบ านและโรงเร ยน สาเหต ของการเก ดอ นตรายจากการเล น ปฏ บ ต ตนในการด แลร กษาอว ยวะภายนอก การด แลตนเองตามหล กส ขบ ญญ ต แห งชาต เม อม อาการ เจ บป วยเบ องต น การขอความช วยเหล อจากผ อ นเม อเก ดเหต ร ายท บ านและโรงเร ยน การป องก นอ นตรายภายใน บ านและโรงเร ยน ท เก ดจากการเล น ม ท กษะในการปฏ บ ต ก จกรรมการเคล อนไหวร างกายแบบอย ก บท แบบเคล อนท แบบใช อ ปกรณ ประกอบ การเล นเกมเบ ดเตล ด ตามกฎ กต กา ข อตกลงในการเล นเกมตามคาแนะนา โดยใช ท กษะกระบวนการปฏ บ ต ท กษะการเคล อนไหวร างกาย กระบวนการค ด การส บค นข อม ล การแก ป ญหา และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร ม ความสามารถต ดส นใจ และ นาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม การพ ฒนาทางด านร างกาย จ ตใจ อารมณ ส งคม และม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม พ 1.1 ป.1/1, ป.1/2 พ 2.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 พ 3.1 ป.1/1, ป.1/2 พ 3.2 ป.1/1, ป.1/2 พ 4.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 พ 5.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 รวม 15
39 คาอธ บายรายว ชาส ขศ กษา และพลศ กษา ๕๖ กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา พ เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห ล กษณะ หน าท และว ธ การด แลร กษาของอว ยวะภายในท ม การเจร ญเต บโตและ พ ฒนาการไปตามว ย ร จ ก เข าใจ และด แลตนเองและสมาช กในครอบคร ว ร และปฏ บ ต ตามบทบาทหน าท ของ สมาช กในครอบคร ว บทบาทของเพ อน และความภาคภ ม ใจในตนเองพร อมปฏ บ ต พฤต กรรมท เหมาะสมก บเพศ ปฏ บ ต ตนให เป นผ ม ส ขภาพท ด เล อกก นอาหารท ม ประโยชน ร จ กการเล อกของใช และของเล นท เหมาะสมและ ไม เก ดอ นตราย เม อม อาการเจ บป วยสามารถบอกล กษณะอาการ สาเหต และการร กษาเบ องต นท เหมาะสม ปฏ บ ต ตนในการป องก นอ บ ต เหต ท เก ดข นทางน า ทางบก และอ คค ภ ย การปฏ บ ต ตามค าแนะนาในการใช ยาอย าง เหมาะสม และระบ โทษของสารเสพต ด สารอ นตรายใกล ต วและว ธ การป องก นท เหมาะสม ม ท กษะในการปฏ บ ต ก จกรรมการเคล อนไหวร างกายแบบอย ก บท แบบเคล อนท แบบใช อ ปกรณ ประกอบ การเล นเกมเบ ดเตล ด ตามกฎ กต กา ข อตกลงในการเล นเกมตามคาแนะนา เพ อให เก ดความสน กสนาน และปลอดภ ย โดยใช ท กษะกระบวนการค ดว เคราะห กระบวนการปฏ บ ต ท กษะการเคล อนไหวร างกาย การส บค น ข อม ล การแก ป ญหา การระดมสมอง และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ ม ท กษะส อสารส งท เร ยนร สามารถต ดส นใจ และนาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม การพ ฒนาทางด านร างกาย จ ตใจ อารมณ ส งคม และม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม พ 1.1 พ 2.1 พ 3.1 พ 3.2 พ 4.1 พ 5.1 รวม 21 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4 ป.2/1, ป.2/2 ป.2/1, ป.2/2 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5
40 คาอธ บายรายว ชาส ขศ กษา และพลศ กษา ๕๗ กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา พ เวลา 80 ช วโมง... ศ กษาว เคราะห เปร ยบเท ยบ จาแนก อธ บาย ล กษณะการเจร ญเต บโตของร างกายมน ษย การเจร ญ เต บโตของตนเองก บเกณฑ มาตรฐาน ป จจ ยท ม ผลต อการเจร ญเต บโต ความสาค ญและความแตกต างของ ครอบคร วท ม ต อตนเอง การสร างส มพ นธภาพในครอบคร วและกล มเพ อน พฤต กรรมท นาไปส การถ กล วงละเม ด ทางเพศและว ธ การหล กเล ยง การต ดต อและว ธ การป องก นการแพร กระจายของโรค อาหารหล ก 5 หม การก นอาหารท หลากหลายครบ 5 หม ในส ดส วนท เหมาะสมตามปร มาณของอาหารในธงโภชนาการ อธ บายและปฏ บ ต ตนในการปฏ เสธพฤต กรรมท นาไปส การถ กล วงละเม ดทางเพศ การแปรงฟ นให สะอาดอย างถ กว ธ ความปลอดภ ยจากอ บ ต เหต ในบ าน โรงเร ยนและการเด นทาง การขอความช วยเหล อจาก บ คคลและแหล งต างๆ เม อเก ดเหต ร ายหร ออ บ ต เหต การปฐมพยาบาลเม อบาดเจ บจากการเล น การสร างเสร ม สมรรถภาพทางกายตามคาแนะนา ปฏ บ ต ก จกรรมควบค มการเคล อนไหวร างกายขณะอย ก บท เคล อนท ใช อ ปกรณ ประกอบอย างม ท ศทาง เคล อนไหวแบบบ งค บท ศทางในการเล นเกมเบ ดเตล ด การสร างเสร มสมรรถภาพทางกายตามกฎ กต กา และ ข อตกลงของการออกกาล งกาย การเล นเกม และการละเล นพ นเม อง โดยใช ท กษะกระบวนการปฏ บ ต ท กษะการเคล อนไหวร างกาย กระบวนการค ดในการส บค นข อม ล การแก ป ญหาและการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร ม ความ สามารถต ดส นใจ และนาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม การพ ฒนาทางด านร างกาย จ ตใจ อารมณ ส งคม และม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม พ 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 พ 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 พ 3.1 ป.3/1, ป.3/2 พ 3.2 ป.3/1, ป.3/2 พ 4.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5 พ 5.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 รวม 18
41 คาอธ บายรายว ชาส ขศ กษา และพลศ กษา ๕๘ กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา พ เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห การเจร ญเต บโตและพ ฒนาการของร างกายและจ ตใจตามว ย (ในช วงอาย 9-12 ป ) ความสาค ญของกล ามเน อกระด กและข อท ม ผลต อการเจร ญเต บโตและพ ฒนาการ การด แลร กษากล ามเน อ กระด กและข อให ทางานอย างม ประส ทธ ภาพ ค ณล กษณะของความเป นเพ อนและสมาช กท ด ของครอบคร ว พฤต กรรมท เหมาะสมก บเพศของตนตามว ฒนธรรมไทย ว ธ การปฏ เสธการกระทาท เป นอ นตรายและไม เหมาะสมในเร องเพศ ผลพ ฒนาการของตนเองในการออกกาล งกาย เล นเกม และเล นก ฬา ความส มพ นธ ระหว าง ส งแวดล อมก บส ขภาพ การจ ดส งแวดล อมท ถ กส ขล กษณะและเอ อต อส ขภาพ สภาวะอารมณ และความร ส ก ผลท ม ต อส ขภาพ ข อม ลบนฉลากอาหารและผล ตภ ณฑ ส ขภาพ ความสาค ญของการใช ยาและหล กการใช ยาอย างถ ก ว ธ ว ธ ปฐมพยาบาล ผลเส ยของการส บบ หร และด มส รา ปฏ บ ต แสดงคาพ ดหร อท าทาง พฤต กรรมท เหมาะสมก บเพศของตนตามว ฒนธรรมไทย ว ธ การปฐม พยาบาลเม อได ร บอ นตรายจากการใช ยาผ ด สารเคม แมลงส ตว ก ดต อยและการบาดเจ บจากการเล นก ฬา ปฏ บ ต ก จกรรม ทดสอบ ควบค มการเคล อนไหวในล กษณะผสมผสานได ท งแบบอย ก บท แบบ เคล อนท และแบบใช อ ปกรณ ประกอบ กายบร หารม อเปล าประกอบจ งหวะ เกมเล นเล ยนแบบและก จกรรม แบบผล ด การเล นก ฬาพ นฐาน ตามกฎ กต กาการเล น สมรรถภาพทางกาย โดยใช ท กษะกระบวนการปฏ บ ต ท กษะการเคล อนไหวร างกาย กระบวนการค ด การส บค นข อม ล การแก ป ญหา และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร ม ความสามารถต ดส นใจ และ นาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม การพ ฒนาทางด านร างกาย จ ตใจ อารมณ ส งคม และม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม พ 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 พ 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 พ 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4 พ 3.2 ป.4/1, ป.4/2 พ 4.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4 พ 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 รวม 19
42 ๕๙ คาอธ บายรายว ชาส ขศ กษา และพลศ กษา กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา พ เวลา 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห อธ บายความสาค ญและการด แลระบบย อยอาหารและระบบข บถ ายท ม ผลต อส ขภาพ การเจร ญเต บโต และพ ฒนาการ อธ บายการเปล ยนแปลงทางเพศ การด แลตนเอง และการวางต วท เหมาะสม ก บ เพศตามว ฒนธรรมไทย อธ บายความสาค ญของการม ครอบคร วท อบอ นตามว ฒนธรรมไทย และระบ พฤต กรรม ท พ งประสงค และไม พ งประสงค ในการแก ไขป ญหาความข ดแย งในครอบคร วและกล มเพ อนว เคราะห ป จจ ยท ม อ ทธ พลต อการใช สารเสพต ดและผลกระทบของการใช ยาและสารเสพต ดท ม ต อร างกาย จ ตใจ อารมณ ส งคม และสต ป ญญา ปฏ บ ต ตนเพ อความปลอดภ ยจากการใช ยาและหล กเล ยงสารเสพต ด และว เคราะห อ ทธ พลของส อ ท ม ต อพฤต กรรมส ขภาพ ปฏ บ ต ตนตามหล กส ขบ ญญ ต แห งชาต และค นหาข อม ลข าวสารเพ อใช สร างเสร มส ขภาพ ว เคราะห ส อ โฆษณาในการต ดส นใจเล อกซ ออาหารและผล ตภ ณฑ ส ขภาพอย างม เหต ผล ว ธ ปฏ บ ต ตนเพ อป องก นโรคท พบ บ อยในช ว ตประจาว น ปฏ บ ต ก จกรรม ทดสอบ ควบค มการเคล อนไหวแบบผสมผสาน และควบค มตนเองเม อใช ท กษะการ เคล อนไหวตามแบบท กาหนด การร บแรง การใช แรง และความสมด ล ออกกาล งกายอย างม ร ปแบบและปฏ บ ต ตามกฎ กต กา การเล นเกมก ฬาไทยและก ฬาสากล ปฏ บ ต ตนตามส ทธ ของตนเองและไม ละเม ดส ทธ ของผ อ น ยอมร บความแตกต างระหว างบ คคลในการเล นเกมก ฬา และม น าใจน กก ฬา โดยใช ท กษะกระบวนการปฏ บ ต ท กษะการเคล อนไหวร างกาย กระบวนการค ดว เคราะห กระบวนการ กล ม การส บค นข อม ล การแก ป ญหา และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ ม ท กษะส อสารส งท เร ยนร สามารถต ดส นใจและนาความร ไป ประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม การพ ฒนาทางด านร างกาย จ ตใจ อารมณ ส งคม และม จร ยธรรม ค ณธรรมและ ค าน ยมท เหมาะสม พ 1.1 ป.5/1, ป.5/2 พ 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3 พ 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6 พ 3.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4 พ 4.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5 พ 5.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5 รวม 25
43 ๖๐ คาอธ บายรายว ชาส ขศ กษา และพลศ กษา กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา พ เวลา 80 ช วโมง... ศ กษาว เคราะห อธ บาย และระบ ความสาค ญและว ธ ด แลร กษาระบบส บพ นธ ระบบไหลเว ยนโลห ต และระบบหายใจท ม ผลต อส ขภาพ การเจร ญเต บโต และพ ฒนาการ ความสาค ญของการสร างและร กษา ส มพ นธภาพก บผ อ น พฤต กรรมเส ยงท อาจนาไปส การม เพศส มพ นธ การต ดเช อเอดส และการต งครรภ ก อนว ย อ นควร พฤต กรรมในการป องก นและแก ไขป ญหาส งแวดล อมท ม ผลต อส ขภาพ ผลกระทบท เก ดจากการระบาด ของโรคและแนวทางการป องก นโรคต ดต อสาค ญท พบในประเทศไทย พฤต กรรมท บ งบอกถ งความร บผ ดชอบต อส ขภาพของส วนรวม ผลกระทบจากความร นแรงของภ ยธรรมชาต ท ม ต อร างกาย จ ตใจ และส งคม ว ธ ปฏ บ ต ตนเพ อความปลอดภ ยจากธรรมชาต สาเหต ของการต ดสารเสพต ดและการหล กเล ยง สารเสพต ด ศ กษาว เคราะห อธ บาย ปฏ บ ต ก จกรรม ประเม นท กษะ การเคล อนไหวร างกายร วมก บผ อ น ในล กษณะแบบผล ดและแบบผสมผสานท งแบบอย ก บท เคล อนท ใช อ ปกรณ ประกอบ การเคล อนไหวประกอบ เพลง การเคล อนไหวในเร องการร บแรง การใช แรง และความสมด ลในการเคล อนไหวร างกาย ในการเล นเกม เล นก ฬา ท กษะกลไกในการปร บปร งเพ มพ นความสามารถของตนเองและผ อ นในการเล นก ฬา ประโยชน และหล กการออกกาล งกายเพ อส ขภาพ สมรรถภาพทางการ การสร างเสร มบ คล กภาพ เกมท ใช ท กษะ การวางแผน ก จกรรมน นทนาการ ก ฬาไทย ก ฬาสากล ประเภทบ คคลและประเภทท ม กลว ธ การร กและการ ป องก น ก จกรรมทดสอบและสร างเสร มสมรรถภาพทางกาย ตามว ธ ปฏ บ ต กฎ กต กา ได อย างปลอดภ ย สน กสนาน สาม คค และม น าใจน กก ฬา โดยใช ท กษะกระบวนการปฏ บ ต ท กษะการเคล อนไหวร างกาย กระบวนการค ด ในการส บค นข อม ล การแก ป ญหา และการอภ ปราย เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร ม ความสามารถต ดส นใจ และนาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม การพ ฒนาทางด านร างกาย จ ตใจ อารมณ ส งคม และม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม พ 1.1 ป.6/1, ป.6/2 พ 4.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4 พ 2.1 ป.6/1, ป.6/2 พ 5.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 พ 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5 พ 3.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6 รวม 22
44 ๖๑ คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ รายว ชา ท ศนศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ศ เวลา 30 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห ร ปร าง ล กษณะ และขนาดของส งต างๆ รอบต วในธรรมชาต และส งท มน ษย สร างข น ความร ส กท ม ต อธรรมชาต และส งแวดล อมรอบต ว การใช ว สด อ ปกรณ ต างๆ สร างงานท ศนศ ลป การ ทดลองใช ส ด วยเทคน คง ายๆ การวาดภาพระบายส ตามความร ส กของตนเอง โดยใช ท กษะกระบวนการทางท ศนศ ลป ในการสร างและนาเสนอผลงานท ศนศ ลป การเล อกใช ว สด อ ปกรณ ท เหมาะสม การว เคราะห การว พากษ ว จารณ ค ณค างานท ศนศ ลป เพ อให เห นค ณค างานท ศนศ ลป เข าใจความส มพ นธ ระหว างท ศนศ ลป ประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม นาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว นให เก ดประโยชน ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยม ท เหมาะสม ศ 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5 ศ 1.2 ป.1/1 รวม 6
45 คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๖๒ รายว ชา ดนตร -นาฏศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ศ เวลา 50 ช วโมง/ป... ศ กษา อธ บาย ส งต างๆ ท ก อกาเน ดเส ยงท แตกต างก น ล กษณะของเส ยงด ง-เบา อ ตราความเร วของ จ งหวะ Tempo การอ านบทกลอนและร องเพลงประกอบจ งหวะ การม ส วนร วมในก จกรรมดนตร อย างสน กสนาน ความเก ยวข องของเพลงท ใช ในช ว ตประจาว น ท มาของบทเพลงในท องถ น ความน าสนใจ ของบทเพลงในท องถ น การเคล อนไหวล กษณะต างๆ การใช ภาษาท าและการประด ษฐ ท าประกอบเพลง การ แสดงประกอบเพลงท เก ยวก บธรรมชาต ส ตว การเป นผ ชมท ด การละเล นของเด กไทย การแสดงนาฏศ ลป โดยใช ท กษะกระบวนการทางดนตร และนาฏศ ลป ในการแสดงออกทางดนตร และนาฏศ ลป อย าง สร างสรรค การว เคราะห ว พากษ ว จารณ ค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป เพ อให เห นค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป ท เป นมรดกทางว ฒนธรรม ภ ม ป ญญาท องถ น ภ ม ป ญญาไทย และสากล และเข าใจความส มพ นธ ระหว างดนตร -นาฏศ ลป ก บประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม และการน า ความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 2.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5 ศ 2.2 ป.1/1, ป.1/2 ศ 3.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 ศ 3.2 ป.1/1, ป.1/2 รวม 12
46 คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๖๓ รายว ชา ท ศนศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ศ เวลา 30 ช วโมง/ป... บรรยายร ปร าง ร ปทรงท พบในธรรมชาต และส งแวดล อม ระบ ท ศนธาต ท อย ในส งแวดล อมและงาน ท ศนศ ลป โดยเน นเร อง เส น ส ร ปร าง และร ปทรง และสร างงานท ศนศ ลป ต างๆ โดยใช ท ศนธาต ท เน น เส น ร ปร าง ม ท กษะพ นฐานในการใช ว สด อ ปกรณ สร างงานท ศนศ ลป 3 ม ต สร างภาพปะต ดโดยการต ดหร อฉ ก กระดาษ วาดภาพเพ อถ ายทอดเร องราวเก ยวก บครอบคร วของตนเอง และเพ อนบ าน โดยเล อกงานท ศนศ ลป และ บรรยายถ งส งท มองเห น รวมถ งเน อหา เร องราว สร างสรรค งานท ศนศ ลป เป นร ปแบบงานโครงสร าง เคล อนไหว อภ ปรายความสาค ญของงานท ศนศ ลป ท พบเห นในช ว ตประจาว น และงานท ศนศ ลป ประเภทต างๆ ในท องถ น โดยเน นการสร างงาน และว สด อ ปกรณ ท ใช โดยใช ท กษะกระบวนการทางท ศนศ ลป ในการสร างและนาเสนอผลงานท ศนศ ลป การเล อกใช ว สด อ ปกรณ ท เหมาะสม การว เคราะห การว พากษ ว จารณ ค ณค างานท ศนศ ลป เพ อให เห นค ณค างานท ศนศ ลป เข าใจความส มพ นธ ระหว างท ศนศ ลป ประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม นาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว นให เก ดประโยชน ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยม ท เหมาะสม ศ 1.1 ป.2/1 ป.2/1 ป.2/3 ป.2/4 ป.2/5 ป.2/6 ป.2/7 ป.2/8 ศ 1.2 ป.2/1 ป.2/2 รวม 10
47 คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๖๔ รายว ชา ดนตร -นาฏศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ศ เวลา 50 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห จาแนกแหล งกาเน ดของเส ยงท ได ย น ค ณสมบ ต ของเส ยงส ง-ต า ด ง-เบา ยาว-ส น ของดนตร สามารถเคาะจ งหวะหร อเคล อนไหวร างกายให สอดคล องก บเน อหาในบทเพลง ร องเพลงง ายๆ ท เหมาะสมก บว ยได พร อมบอกความหมายและความสาค ญของเพลงปล กใจและเพลงสอนใจ เข าใจล กษณะของเส ยงร องและเส ยงเคร องดนตร ท ใช ในบทเพลง แสดงและเข าร วมก จกรรมทางดนตร ในโอกาสพ เศษ อาท การเคล อนไหวอย างม ร ปแบบ การเคล อนไหวท สะท อนอารมณ ของตนเองอย างอ สระ แสดงท าทางเพ อส อความหมายแทนคาพ ด ใช ภาษาท าและนาฏยศ พท ประกอบจ งหวะ และระบ มารยาทในการ ชมการแสดง ระบ ท มา ว ธ การเล น กต กา และเล นการละเล นพ นบ าน และสามารถเช อมโยงส งท พบเห นใน การละเล นพ นบ านก บส งท พบเห นในการดารงช ว ตของคนไทย โดยใช ท กษะกระบวนการทางดนตร และนาฏศ ลป ในการแสดงออกทางดนตร และนาฏศ ลป อย าง สร างสรรค การว เคราะห ว พากษ ว จารณ ค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป เพ อให เห นค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป ท เป นมรดกทางว ฒนธรรม ภ ม ป ญญาท องถ น และเข าใจ ความส มพ นธ ระหว างดนตร -นาฏศ ลป ก บประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม และการนาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5 ศ 2.2 ป.2/1, ป.2/2 ศ 3.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5 ศ 3.2 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 รวม 15
48 คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๖๕ รายว ชา ท ศนศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ศ เวลา 30 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห อภ ปราย อธ บาย จาแนก ร ปร าง ร ปทรงในธรรมชาต ส งแวดล อม และงานท ศนศ ลป ท ศนธาต ของส งต างๆ ในธรรมชาต ส งแวดล อม และงานท ศนศ ลป โดยเน นเร อง เส น ส ร ปร าง ร ปทรง และพ นผ ว การจ ดกล มท ศนธาต ท เน นในงานท ศนศ ลป น นๆ ล กษณะร ปร าง ร ปทรงในงานการออกแบบ ส งต างๆ ท ม ในบ านและโรงเร ยน ว สด อ ปกรณ ท ใช สร างงานท ศนศ ลป ประเภทงานวาด งานป น งานพ มพ ภาพ การวาดภาพระบายส ส งของรอบต ว การวาดภาพถ ายทอดความค ด ความร ส กจากเหต การณ ช ว ต จร ง ส งท ช นชมและส งท ควรปร บปร งในงานท ศนศ ลป ของตนเอง การใช ว สด อ ปกรณ สร างสรรค งานป น เหต ผลและว ธ การในการสร างงานท ศนศ ลป โดยเน นเทคน ค และว สด อ ปกรณ ท มาของงานท ศนศ ลป ในท องถ น การใช ว สด อ ปกรณ และว ธ การสร างงานท ศนศ ลป ในท องถ น โดยใช ท กษะกระบวนการทางท ศนศ ลป ในการสร างและนาเสนอผลงานท ศนศ ลป การเล อกใช ว สด อ ปกรณ ท เหมาะสม การว เคราะห การว พากษ ว จารณ ค ณค างานท ศนศ ลป เพ อให เห นค ณค างานท ศนศ ลป เข าใจความส มพ นธ ระหว างท ศนศ ลป ประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม นาความร ไปประย กต ใช ในช ว ต ประจาว น ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9, ป.3/10 ศ 1.2 ป.3/1, ป.3/2 รวม 12
49 คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๖๖ รายว ชา ดนตร -นาฏศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ศ เวลา 50 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห ฝ กปฏ บ ต อธ บาย ร ปร าง ล กษณะของเคร องดนตร ท เห นและได ย นในช ว ตประจาว น การใช ร ปภาพหร อส ญล กษณ แทนจ งหวะเคาะ บทบาทหน าท ของเพลงท ได ย น การนาดนตร ไปใช ใน ช ว ตประจาว น การข บร องและบรรเลงดนตร ง ายๆ การแสดงความค ดเห นเก ยวก บเส ยงดนตร เส ยงข บร องของ ตนเองและผ อ น การเคล อนไหวท าทางสอดคล องก บอารมณ เพลงท ฟ ง ล กษณะเด นและเอกล กษณ ของดนตร ท องถ น ความสาค ญและประโยชน ของดนตร ต อการดาเน นช ว ต การสร างสรรค การเคล อนไหวในร ปแบบต างๆ ในสถานการณ ส นๆ การแสดงท าทางประกอบเพลงตามร ปแบบนาฏศ ลป บทบาทหน าท ของผ แสดงและผ ชม การม ส วนร วมในก จกรรมการแสดงท เหมาะสมก บว ย ประโยชน ของการแสดงนาฏศ ลป ในช ว ตประจาว น การ แสดงนาฏศ ลป ท เคยเห นในท องถ น ส งท เป นล กษณะเด นและเอกล กษณ ของการแสดงนาฏศ ลป ความสาค ญ ของการแสดงนาฏศ ลป โดยใช ท กษะกระบวนการทางดนตร และนาฏศ ลป ในการแสดงออกทางดนตร และนาฏศ ลป อย าง สร างสรรค การว เคราะห ว พากษ ว จารณ ค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป เพ อให เห นค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป ท เป นมรดกทางว ฒนธรรม ภ ม ป ญญาท องถ นภ ม ป ญญาไทย และสากล และเข าใจความส มพ นธ ระหว างดนตร -นาฏศ ลป ก บประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม และการนาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7 ศ 2.2 ป.3/1, ป.3/2 ศ 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5 ศ 3.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 รวม 17
50 คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๖๗ รายว ชา ท ศนศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ศ เวลา 30 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห เปร ยบเท ยบ อภ ปราย จาแนก บรรยาย ร ปล กษณะของร ปร าง ร ปทรงในธรรมชาต ส งแวดล อม และงานท ศนศ ลป ท ศนธาต ของส งต างๆ ในธรรมชาต ส งแวดล อม และงานท ศนศ ลป โดยเน นเร อง เส น ส ร ปร าง ร ปทรง พ นผ ว และพ นท ว าง อ ทธ พลของส วรรณะอ น และส วรรณะเย นท ม ต ออารมณ มน ษย การ วาดภาพระบายส โดยใช ส วรรณะอ น และส วรรณะเย น ถ ายทอดความร ส กและจ นตนาการ การใช ว สด อ ปกรณ สร างสรรค งานพ มพ ภาพและงานวาดภาพระบายส ล กษณะภาพท เน นการจ ดระยะ ความล ก น าหน ก และแสงเงา การถ ายทอดความค ด ความร ส กผ านงานท ศนศ ลป ของตนเองและผ อ น งานท ศนศ ลป ในเหต การณ และงานเฉล ม ฉลองของว ฒนธรรมท องถ น งานท ศนศ ลป ท มาจากว ฒนธรรมต างๆ โดยใช ท กษะกระบวนการทางท ศนศ ลป ในการสร างและน าเสนอผลงานท ศนศ ลป การเล อกใช ว สด อ ปกรณ ท เหมาะสม การว เคราะห การว พากษ ว จารณ ค ณค างานท ศนศ ลป เพ อให เห นค ณค างานท ศนศ ลป เข าใจความส มพ นธ ระหว างท ศนศ ลป ประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม นาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8, ป.4/9 ศ 1.2 ป.4/1, ป.4/2 รวม 11
51 คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๖๘ รายว ชา ดนตร -นาฏศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ศ เวลา 50 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห อธ บายโครงสร างของบทเพลง ความหมายของเน อหาในบทเพลง การเคล อนท ข น-ลง ของท านอง ร ปแบบจ งหวะ และความเร วของจ งหวะ เคร องหมายและส ญล กษณ ทางดนตร ประเภทของเคร อง ดนตร เส ยงของเคร องดนตร แต ละประเภท การใช และการด แลร กษาเคร องดนตร ความส มพ นธ ของว ถ ช ว ตก บ ผลงานดนตร การอน ร กษ ว ฒนธรรมทางดนตร ศ กษา อธ บาย ว พากษ ว จารณ ความเป นมาของนาฏศ ลป หล กและว ธ การปฏ บ ต นาฏศ ลป การใช ภาษาท า และนาฏยศ พท ประกอบเพลงปล กใจและเพลงพระราชน พนธ การใช ศ พท ทางการละครในการถ ายทอดเร องราว การประด ษฐ ท าทางหร อท าราประกอบจ งหวะพ นเม อง การแสดงนาฏศ ลป ประเภทค และหม การเล าเร อง การชม การแสดง โดยใช ท กษะกระบวนการทางดนตร และนาฏศ ลป ในการแสดงออกทางดนตร และนาฏศ ลป อย าง สร างสรรค การว เคราะห ว พากษ ว จารณ ค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป เพ อให เห นค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป ท เป นมรดกทางว ฒนธรรม ภ ม ป ญญาท องถ น ภ ม ป ญญาไทย และสากล และเข าใจความส มพ นธ ระหว างดนตร -นาฏศ ลป ก บประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม และการน า ความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7 ศ 2.2 ป.4/1, ป.4/2 ศ 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5 ศ 3.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4 รวม 18
52 คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๖๙ รายว ชา ท ศนศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ศ เวลา 30 ช วโมง/ป... บรรยายเก ยวก บจ งหวะ ตาแหน งของส งต างๆ ท ปรากฏในส งแวดล อมและงานท ศนศ ลป เปร ยบเท ยบความ แตกต างระหว างงานท ศนศ ลป ท สร างสรรค ด วยว สด อ ปกรณ และว ชาการท แตกต างก น และบอกประโยชน และ ค ณค าของงานท ศนศ ลป ท ม ผลต อช ว ตของคนในส งคม จากน นระบ ป ญหาในการจ ดองค ประกอบศ ลป และการ ส อความหมายในงานท ศนศ ลป ของตนเอง และบอกว ธ การปร บปร งงานให ด ข น วาดภาพโดยใช เทคน คของแสงเงา น าหน ก และวรรณะส สร างสรรค งานป นจากด นน าม นหร อ ด นเหน ยว โดยเน นการถ ายทอดจ นตนาการสร างสรรค งานพ มพ ภาพ โดยเน นการจ ดวางตาแหน งของ ส งต างๆ ในภาพ ระบ บรรยาย อภ ปราย เก ยวก บล กษณะร ปแบบของงานท ศนศ ลป ในแหล งเร ยนร หร อน ทรรศการศ ลปะ และงานท ศนศ ลป ท สะท อนว ฒนธรรมและภ ม ป ญญาในท องถ น โดยใช ท กษะกระบวนการทางท ศนศ ลป ในการสร างและนาเสนอผลงานท ศนศ ลป การเล อกใช ว สด อ ปกรณ ท เหมาะสม การว เคราะห การว พากษ ว จารณ ค ณค างานท ศนศ ลป เพ อให เห นค ณค างานท ศนศ ลป เข าใจความส มพ นธ ระหว างท ศนศ ลป ประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม นา ความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 1.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 ป.5/6 ป.5/7 ศ 1.2 ป.5/1 ป.5/2 รวม 9
53 คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๗๐ รายว ชา ดนตร -นาฏศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ศ เวลา 50 ช วโมง/ป... ศ กษาระบ องค ประกอบดนตร ในเพลงท ใช ในการส ออารมณ จาแนกล กษณะของเส ยงข บร องและเคร องดนตร ท อย ในวงดนตร ประเภทต างๆ อ าน เข ยนโน ตดนตร ไทยและสากล 5 ระด บเส ยง สามารถใช เคร องดนตร บรรเลง จ งหวะและทานอง ร องเพลงไทยหร อเพลงสากลท เหมาะสมก บว ย ด นสดง ายๆ โดยใช ประโยคเพลงแบบถาม- ตอบ นาดนตร มาร วมก บก จกรรมในการแสดงออกตามจ นตนาการ สามารถอธ บายความส มพ นธ ระหว างดนตร ก บประเพณ ในว ฒนธรรมต างๆ บอกค ณค าของดนตร ท มาจากว ฒนธรรมท ต างก น เข าใจและแสดงออกทางนาฏศ ลป อย างสร างสรรค โดยเน นการใช ภาษาท าและนาฏยศ พท ในการส อ ความหมายและการแสดงออก บรรยายองค ประกอบของนาฏศ ลป พร อมแสดงท าทางประกอบเพลงหร อ เร องราวตามความค ดของตน ม ส วนร วมในกล มก บการเข ยนเค าโครงเร องบทละครส นๆ เปร ยบเท ยบท มาของ การแสดงนาฏศ ลป ช ดต างๆ และบอกประโยชน ท ได ร บจากการชมการแสดง เปร ยบเท ยบการแสดงประเภท ต างๆ ของไทยในแต ละท องถ น ระบ หร อแสดงนาฏศ ลป นาฏศ ลป พ นบ านท สะท อนถ งว ฒนธรรมและประเพณ โดยใช ท กษะกระบวนการทางดนตร และนาฏศ ลป ในการแสดงออกทางดนตร และนาฏศ ลป อย าง สร างสรรค ว เคราะห ว พากษ ว จารณ ค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป เพ อให เห นค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป ท เป นมรดกทางว ฒนธรรม ภ ม ป ญญาท องถ น ภ ม ป ญญาไทย และสากล เข าใจความส มพ นธ ระหว างดนตร -นาฏศ ลป ประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม และการนาความร ไป ประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ศ 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7 ศ 2.2 ป.5/1, ป.5/2 ศ 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6 ศ 3.2 ป.5/1, ป.5/2 รวม 17
54 คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๗๑ รายว ชา ท ศนศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ศ เวลา 30 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห อภ ปราย อธ บาย หล กการจ ดขนาด ส ดส วน ความสมด ลในการสร างงานท ศนศ ลป การสร างงานท ศนศ ลป โดยใช หล กการของร ปและพ นท ว าง การใช ส ค ตรงข ามในการถ ายทอดความค ด และอารมณ การสร างงานท ศนศ ลป โดยใช ส ค ตรงข าม หล กการจ ดขนาด ส ดส วน และความสมด ล การสร าง งานท ศนศ ลป ร ปแบบ 2 ม ต และ 3 ม ต โดยใช หล กการของแสงเงาและน าหน ก การสร างสรรค งานป น โดยใช หล กการลดและเพ ม การสร างงานท ศนศ ลป เป นแผนภาพ แผนผ ง และภาพประกอบ บทบาทของงาน ท ศนศ ลป ในช ว ตประจาว นและส งคม อ ทธ พลของศาสนา และว ฒนธรรมท ม ต องานท ศนศ ลป ในท องถ น โดยใช ท กษะกระบวนการทางท ศนศ ลป ในการสร างและนาเสนอผลงานท ศนศ ลป การเล อกใช ว สด อ ปกรณ ท เหมาะสม การว เคราะห การว พากษ ว จารณ ค ณค างานท ศนศ ลป เพ อให เห นค ณค างานท ศนศ ลป เข าใจความส มพ นธ ระหว างท ศนศ ลป ประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม นาความร ไปประย กต ใช ในช ว ต ประจาว น ม จร ยธรรม ม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7 ศ 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 รวม 10
55 คาอธ บายรายว ชาศ ลปะ ๗๒ รายว ชา ดนตร -นาฏศ ลป กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ศ เวลา 50 ช วโมง/ป... ศ กษา ว เคราะห ฝ กปฏ บ ต อธ บาย บรรยายเพลงท ฟ ง โดยอาศ ยองค ประกอบดนตร และศ พท ส งค ต การจาแนกประเภทและบทบาทหน าท เคร องดนตร ไทยและเคร องดนตร ท มาจากว ฒนธรรมต างๆ การอ าน เข ยน โน ตไทยและโน ตสากลทานองง ายๆ การใช เคร องดนตร บรรเลงประกอบการร องเพลง ด นสด ท ม จ งหวะและ ทานองง ายๆ การบรรยายความร ส กท ม ต อดนตร การแสดงความค ดเห นเก ยวก บทานองจ งหวะ การประสานเส ยง และค ณภาพเส ยงของเพลงท ฟ ง การอธ บายเร องราวของดนตร ไทยในประว ต ศาสตร การจาแนกดนตร ท มาจาก ย คสม ยท ต างก น การอภ ปรายอ ทธ พลของว ฒนธรรมต อดนตร ในท องถ น การสร างสรรค การเคล อนไหวและการ แสดง โดยเน นการถ ายทอดล ลาหร ออารมณ การออกแบบเคร องแต งกายหร ออ ปกรณ ประกอบการแสดงอย าง ง ายๆ การแสดงนาฏศ ลป และละครอย างง ายๆ การบรรยายความร ส กของตนเองท ม ต องานนาฏศ ลป และการ ละครอย างสร างสรรค การแสดงความค ดเห นในการชมการแสดง การอธ บายความส มพ นธ ระหว างนาฏศ ลป และการละครก บส งท ประสบในช ว ตประจาว น การอธ บายส งท ม ความสาค ญต อการแสดงนาฏศ ลป และละคร และระบ ประโยชน ท ได ร บจากการแสดงหร อชมการแสดงนาฏศ ลป และละคร โดยใช ท กษะกระบวนการทางดนตร และนาฏศ ลป ในการแสดงออกทางดนตร และนาฏศ ลป อย าง สร างสรรค การว เคราะห ว พากษ ว จารณ ค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป เพ อให เห นค ณค างานดนตร และนาฏศ ลป ท เป นมรดกทางว ฒนธรรม ภ ม ป ญญาท องถ น ภ ม ป ญญาไทย และสากล และเข าใจความส มพ นธ ระหว างดนตร -นาฏศ ลป ก บประว ต ศาสตร และว ฒนธรรม และการนา ความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ศ 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6 ศ 2.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ศ 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6 ศ 3.2 ป.6/1, ป.6/2 รวม 17
56 คาอธ บายรายว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย ๗๓ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ง เวลา 40 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห ว ธ การทางานเพ อช วยเหล อตนเอง ส งเกตการใช เคร องม อ เคร องใช และว ธ ทางาน จาก การสาธ ต ทดลองปฏ บ ต และนาผลมาอภ ปราย กาหนดเป นแนวทางในการทางาน ฝ กการทางานโดยเน นข นตอน กระบวนการและน ส ยการทางาน ส งเกตการปฏ บ ต งานและผลงาน แล วนามาอภ ปรายหาข อบกพร องและ ว ธ แก ไข เพ อให ม ความร ความเข าใจและม ท กษะเบ องต น และทางานร วมก บสมาช กในครอบคร วได ปร บปร ง งานอย เสมอ เห นค ณค าของการทางานและม น ส ยร กการท างาน ศ กษาข อม ลท สนใจและแหล งข อม ลท อย ใกล ต ว บอกหน าท และประโยชน ของอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศ โดยใช กระบวนการการทางาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการท างาน กล ม เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการท างาน และ น าความร ท เร ยนไปประย กต ใช ในช ว ตประจ าว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และ ค าน ยมท เหมาะสม และม จ ตสาน กในการอน ร กษ ส งแวดล อม ง 1.1 ป. 1/1 ป. 1/2 ป. 1/3 ง 3.1 ป. 1/1 ป. 1/2 รวม 5
57 คาอธ บายรายว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย ๗๔ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ง เวลา 40 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห ว ธ การทางานเพ อช วยเหล อตนเอง ครอบคร ว และส วนรวม เล อกใช ว สด อ ปกรณ เคร องม อ เคร องใช ในการทางานได อย างเหมาะสมก บล กษณะงาน โดยการสาธ ต ทดลองปฏ บ ต และนาผลมา อภ ปราย กาหนดเป นแนวทางในการทางาน ฝ กการทางานโดยเน นข นตอนกระบวนการและน ส ยการทางาน ส งเกตการปฏ บ ต งานและผลงาน แล วนามาอภ ปรายหาข อบกพร องและว ธ แก ไข เพ อให ม ความร ความเข าใจและ ม ท กษะเบ องต น และทางานร วมก บสมาช กในครอบคร วได ปร บปร งงานอย เสมอ เห นค ณค าของการทางานและ ม น ส ยร กการทางาน ศ กษาและปฏ บ ต การสร างช นงานของเล น ของใช อย างง ายโดยการกาหนดป ญหาหร อความต องการ แล วรวบรวมข อม ลเพ อออกแบบโดยถ ายทอดความค ดเป นภาพร าง2 ม ต ลงม อสร างและประเม นผลโดยเล อกใช ว สด อ ปกรณ อย างถ กว ธ ม ความค ดสร างสรรค และม การจ ดการส งของเคร องใช ด วยการนากล บมาใช ซ าอย างม จ ตสาน กท ด ศ กษา รวบรวม และอธ บายเก ยวก บข อม ลและการรวบรวมข อม ลจากแหล งการเร ยนร ท น าสนใจตาม ประเภทของแหล งข อม ล โดยบอกประโยชน และเก บร กษาแหล งข อม ลเพ อนามาใช ให เก ดประโยชน ได บอกช อและหน าท ของอ ปกรณ พ นฐานท เป นส วนประกอบหล กของคอมพ วเตอร โดยใช กระบวนการการทางาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการท างาน กล ม เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการท างาน และ น าความร ท เร ยนไปประย กต ใช ในช ว ตประจ าว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และ ค าน ยมท เหมาะสม และม จ ตสาน กในการอน ร กษ ส งแวดล อม ง 1.1 ป. 2/1 ป. 2/2 ป. 2/3 ง 2.1 ป. 2/1 ป. 2/2 ป. 2/3 ป. 2/4 ง 3.1 ป. 2/1 ป. 2/2 ป. 2/3 รวม 10
58 คาอธ บายรายว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย ๗๕ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ง เวลา 40 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห เหต ผลในการท างานให บรรล เป าหมาย โดยท างานตามเป าหมายท วางไว อย างเป น ข นตอนกระบวนการทางาน ด วยความขย น อดทน ร บผ ดชอบ และซ อส ตย เข าใจและปฏ บ ต งานโดยใช พล งงาน และทร พยากรอย างประหย ด และค มค า ปฏ บ ต ตนอย างม มารยาทในการทางาน บอกความหมายและความส าค ญ ของอาช พ สร างของเล น ของใช อย างง ายๆ โดยกาหนดป ญหาหร อความต องการ รวบรวมข อม ล ออกแบบโดย ถ ายทอดความค ดเป นภาพร าง 2 ม ต ลงม อสร าง และประเม นผล เล อกใช ส งของเคร องใช ในช ว ตประจ าว นอย าง สร างสรรค ม การจ ดการส งของเคร องใช ด วยการน ากล บมาใช ใหม ค นหาข อม ลอย างม ข นตอน และน าเสนอ ข อม ลในล กษณะต างๆ การด แลร กษาอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศ โดยใช กระบวนการการท างาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห กระบวนการ เทคโนโลย และกระบวนการทางานกล ม เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการท างาน และน าความร ท เร ยนไปประย กต ใช ในช ว ตประจ าว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม และม จ ตสาน กในการอน ร กษ ส งแวดล อม ง 1.1 ง 2.1 ง 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ป.3/1, ป.3/2 รวม 8
59 คาอธ บายรายว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย ๗๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ง เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห เหต ผลในการท างานให บรรล เป าหมาย โดยท างานตามเป าหมายท วางไว อย างเป น ข นตอนกระบวนการท างาน ด วยความขย น อดทน ร บผ ดชอบ และซ อส ตย เข าใจและปฏ บ ต งานโดยใช พล งงานและทร พยากรอย างประหย ด และค มค า ปฏ บ ต ตนอย างม มารยาทในการท างาน บอกความหมายและ ความสาค ญของอาช พ บอกช อและหน าท ของอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศ หล กการท างานเบ องต นของคอมพ วเตอร ใช กระบวนการค ดว เคราะห เพ อสร ปประโยชน และโทษจากการใช งานคอมพ วเตอร ระบบปฏ บ ต การคอมพ วเตอร เพ อการท างาน น าความร และท กษะมาสร างช นงานจากจ นตนาการโดยใช โปรแกรมกราฟ กด วยความ ร บผ ดชอบ โดยใช กระบวนการท างาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการท างาน กล ม เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการท างาน และน าความร ท เร ยนไปประย กต ใช ในช ว ตประจ าว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม และม จ ตสาน กในการอน ร กษ ส งแวดล อม ง 1.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ง 3.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5 ง 4.1 ป.4/1 รวม 10
60 คาอธ บายรายว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย ๗๗ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ง เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห อธ บายเหต ผลในการทางานแต ละข นตอนถ กต องตามกระบวนการทางาน ใช ท กษะการ จ ดการในการทางานอย างเป นระบบ ประณ ต และม ความค ดสร างสรรค ปฏ บ ต ตนอย างม มารยาทในการทางานก บ สมาช กในครอบคร ว ม จ ตสาน กในการใช พล งงานและทร พยากรอย างประหย ดและค มค า อธ บายความหมายและว ว ฒนาการของเทคโนโลย สร างส งของเคร องใช ตามความสนใจอย างปลอดภ ย โดยกาหนดป ญหาหร อความต องการ รวบรวมข อม ล เล อกว ธ การ ออกแบบโดยถ ายทอดความค ด เป นภาพร าง 3 ม ต ลงม อสร างและประเม นผล นาความร และท กษะการสร างช นงานไปประย กต ในการสร างส งของเคร องใช ม ความค ดสร างสรรค อย างน อย 2 ล กษณะ ในการแก ป ญหาหร อสนองความต องการ เล อกใช เทคโนโลย ใน ช ว ตประจาว นอย างสร างสรรค ต อช ว ต ส งคม และม การจ ดการส งของเคร องใช ด วยการแปรร ปแล วนากล บมาใช ใหม สารวจ ค นหา รวบรวมข อม ลท สนใจ และเป นประโยชน จากแหล งข อม ลต างๆ ท เช อถ อได ตรงตาม ว ตถ ประสงค สร างงานเอกสารเพ อใช ประโยชน ในช ว ตประจาว นด วยความร บผ ดชอบ ข อม ลท เก ยวก บ อาช พ ต างๆ ในช มชน ระบ ความแตกต างของอาช พ โดยใช กระบวนการการทางาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการท างาน กล ม เพ อให เก ดความร ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการท างาน และน า ความร ท เร ยนไปประย กต ใช ในช ว ตประจ าว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และ ค าน ยมท เหมาะสม และม จ ตสาน กในการอน ร กษ ส งแวดล อม ง 1.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ง 2.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 ง 3.1 ป.5/1 ป.5/2 ง 4.1 ป.5/1 ป.5/2 รวม 13
61 คาอธ บายรายว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย ๗๘ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ง เวลา 80 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห อธ บาย และอภ ปรายแนวทางในการท างาน และปร บปร งการท างานแต ละข นตอน โดย ใช ท กษะการจ ดการในการท างานและม ท กษะการท างานร วมงาน ปฏ บ ต ตนอย างม มารยาทในการท างานก บ ครอบคร วและผ อ น ส ารวจตนเองเพ อวางแผนในการเล อกอาช พและระบ ความร ความสามารถ และค ณธรรมท ส มพ นธ ก บอาช พท สนใจ อธ บายส วนประกอบของเทคโนโลย โดยสร างส งของเคร องใช ตามความสนใจอย างปลอดภ ย โดยกาหนด ป ญหาหร อความต องการ รวบรวมข อม ล เล อกว ธ การ ออกแบบโดยถ ายทอดความค ดเป นภาพร าง 3 ม ต หร อแผนท ความค ด ลงม อสร างและประเม นผล แล วนาความร และท กษะการสร างช นงานไปประย กต ในการสร างส งของ เคร องใช การบอกหล กการเบ องต นของการแก ป ญหา การใช คอมพ วเตอร ในการค นหา ข อม ล การเก บร กษาข อม ลท เป นประโยชน ในร ปแบบต างๆ การนาเสนอข อม ลในร ปแบบท เหมาะสมโดยเล อกใช ซอฟต แวร ประย กต และใช คอมพ วเตอร ช วยสร างช นงานจากจ นตนาการหร องานท ท าในช ว ตประจาว น อย างม จ ตสาน กและม ความ ร บผ ดชอบ โดยใช กระบวนการการท างาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการ ทางานกล ม เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการท างาน และน าความร ท เร ยนไปประย กต ใช ในช ว ตประจ าว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม และม จ ตสาน กในการอน ร กษ ส งแวดล อม ง 1.1 ง 2.1 ง 3.1 ง 4.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5 ป.6/1, ป.6/2 รวม 13
62 คาอธ บายรายว ชาภาษาอ งกฤษ ๗๙ กล มสาระการเร ยนร ภาษาต างประเทศ ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา อ เวลา 40 ช วโมง... เข าใจคาส งท ใช ในห องเร ยน ระบ ต วอ กษรและเส ยง อ านออกเส ยงและสะกดคาง ายๆ ถ กต องตามหล กการอ าน เข าใจคา กล มคา และความหมายเก ยวก บตนเอง ครอบคร ว โรงเร ยน ส งแวดล อมใกล ต ว อาหาร เคร องด ม และน นทนาการ บทอ านเก ยวก บเร องใกล ต ว หร อน ทานท ม ภาพประกอบ คาศ พท เก ยวก บสาระการเร ยนร อ น เข าใจบทสนทนาท ใช ในการท กทาย กล าวลา ขอบค ณ ขอโทษ ประโยค/ข อความท ใช แนะนาตนเอง คาศ พท สานวนและประโยคท ใช บอกความต องการ ท ใช ขอและให ข อม ลเก ยวก บตนเอง บ คคลและเร องใกล ต ว เข าใจ ภาษาท าทางในการส อสารของเจ าของภาษา ความแตกต างของต วอ กษรและเส ยงต วอ กษรของภาษาอ งกฤษและ ภาษาไทย โดยใช กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกล มในการฝ กออกเส ยง ฟ ง/พ ด ถามตอบ และ สนทนาโต ตอบ เพ อให น กเร ยนเก ดความร ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร สนใจเข าร วมก จกรรมทาง ภาษาและว ฒนธรรม รวมถ งการรวบรวมความร และแสวงหาความเพล ดเพล นจากภาษาอ งกฤษ รห ส ต 1.1.1, ต 1.1.2, ต 1.1.3, ต ต 1.2.1, ต 1.2.2, ต 1.2.3, ต ต ต 2.1.1, ต 2.1.2, ต ต ต ต ต รวมท งหมด 16
63 คาอธ บายรายว ชาภาษาอ งกฤษ ๘๐ กล มสาระการเร ยนร ภาษาต างประเทศ ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา อ เวลา 40 ช วโมง... เข าใจค าส งและค าขอร องง ายๆ ระบ ต วอ กษรและเส ยง อ านออกเส ยงสะกดค าและอ านประโยคง ายๆ ถ กต องตามหล กการอ าน เข าใจค า กล มค า ประโยคเด ยว (simple sentence) และความหมายเก ยวก บตนเอง ครอบคร ว โรงเร ยน ส งแวดล อมใกล ต ว อาหาร เคร องด มและน นทนาการ บทอ านเก ยวก บเร องใกล ต ว หร อ น ทานท ม ภาพประกอบ ค าศ พท เก ยวก บสาระการเร ยนร อ น เข าใจประโยค บทสนทนาท ใช ในการท กทาย กล าวลา ขอบค ณ ขอโทษ ประโยค/ข อความท ใช แนะน าตนเอง ค าศ พท ส านวนและประโยคท ใช บอกความ ต องการ ท ใช ขอและให ข อม ลเก ยวก บตนเอง บ คคลและเร องใกล ต ว เข าใจภาษาท าทางในการส อสารของ เจ าของภาษา ความแตกต างของต วอ กษรและเส ยงต วอ กษรของภาษาอ งกฤษและภาษาไทย โดยใช กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกล มในการฝ กออกเส ยง ฟ ง/พ ด ถามตอบ และ สนทนาโต ตอบ เพ อให น กเร ยนเก ดความร ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร สนใจเข าร วมก จกรรมทาง ภาษาและว ฒนธรรม รวมถ งการรวบรวมความร และแสวงหาความเพล ดเพล นจากภาษาอ งกฤษ รห ส ต 1.1 (1-4) ต 1.2 (1-4) ต 1.3 (1) ต 2.1 (1-3) ต 2.2 (1) ต 3.1 (1) ต 4.1 (1) ต 4.2 (1) รวมท งหมด 16
64 คาอธ บายรายว ชาภาษาอ งกฤษ ๘๑ กล มสาระการเร ยนร ภาษาต างประเทศ ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา อ เวลา 40 ช วโมง... เข าใจค าส งและค าขอร องท ฟ งหร ออ าน อ านออกเส ยงค า สะกดค า อ านกล มค า ประโยคและบทพ ดเข า จ งหวะง ายๆ ถ กต องตามหล กการอ าน เข าใจคา กล มคา ประโยคเด ยว ส ญล กษณ และความหมายเก ยวก บตนเอง ครอบคร ว โรงเร ยน ส งแวดล อมใกล ต ว อาหาร เคร องด ม เวลาว าง และน นทนาการ เข าใจประโยค บท สนทนา บทอ านเก ยวก บเร องใกล ต ว หร อน ทานง ายๆ ค าศ พท เก ยวก บกล มสาระการเร ยนร อ น เข าใจประโยค บทสนทนาท ใช ในการท กทาย กล าวลา ขอบค ณ ขอโทษ ประโยค/ข อความท ใช แนะน าตนเอง ค าศ พท สานวนและประโยคท ใช บอกความร ส กของตนเองเก ยวก บส งต างๆใกล ต ว หร อเก ยวก บก จกรรมต างๆ ตามแบบ ท ฟ ง เพ อใช ขอและให ข อม ลง ายๆ เก ยวก บตนเอง และเร องใกล ต ว เข าใจภาษาท าทางในการส อสารของเจ าของ ภาษา บอกความแตกต างของเส ยง ต วอ กษร คา กล มคา ประโยค และข อความของภาษาอ งกฤษและภาษาไทย โดยใช กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกล มในการฝ กออกเส ยง ฟ ง/พ ด ถา มตอบ และ สนทนาโต ตอบ เพ อให น กเร ยนเก ดความร ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร สนใจเข าร วมก จกรรมทาง ภาษาและว ฒนธรรม รวมถ งการรวบรวมความร และแสวงหาความเพล ดเพล นจากภาษาอ งกฤษ รห ส ต 1.1 (1-4) ต 1.2 (1-4) ต 1.3 (1-2) ต 2.1 (1-3) ต 2.2 (1) ต 3.1 (1) ต 4.1 (1) รวมท งหมด 16
65 คาอธ บายรายว ชาภาษาอ งกฤษ ๘๒ กล มสาระการเร ยนร ภาษาต างประเทศ ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา อ เวลา 80 ช วโมง... เข าใจคาส ง คาขอร องและคาแนะนาง ายๆท ฟ งหร ออ าน สะกดคา อ านออกเส ยงคา กล มคา ประโยค ข อความง ายๆ และบทพ ดเข าจ งหวะถ กต องตามหล กการอ าน เล อก / ระบ ภาพ หร อส ญล กษณ หร อเคร องหมาย ตรงตามความหมายของประโยค และข อความส นๆท ฟ งหร ออ าน ตอบคาถามจากเร องท ฟ ง บทสนทนา และ น ทานง ายๆ เข าใจความแตกต างของเส ยง ต วอ กษร คา กล มคา ประโยค และข อความของภาษาอ งกฤษและ ภาษาไทย เข าใจเทศกาล / ว นสาค ญ / งานฉลอง และช ว ตความเป นอย ง ายๆของเจ าของภาษา ความเหม อนและ ความแตกต างระหว างเทศกาล และงานฉลองตามว ฒนธรรมของเจ าของภาษาก บของไทย และเข าร วมก จกรรม ทางภาษาและว ฒนธรรมท เหมาะก บว ย สนทนาท กทาย กล าวลา ขอบค ณ ขอโทษ พ ดแทรกอย างส ภาพ แนะนา ตนเอง เพ อน พร อมตอบร บ ใช คาส ง คาขอร อง และคาอน ญาตง ายๆ โดยทา ท าทางประกอบอย างส ภาพตาม มารยาทส งคม และว ฒนธรรมของเจ าของภาษา พ ด / เข ยนเพ อแสดงความค ดเห นง ายๆ แสดงความต องการของ ตนเอง และขอความช วยเหล อในสถานการณ ต างๆ รวมท งให ข อม ลเก ยวก บตนเอง เพ อนและครอบคร ว เพ อ แสดงความร ส กของตนเอง เก ยวก บเร องใกล ต ว และก จกรรมต างๆ ระบ / เช อมโยงความส มพ นธ ของภาพก บคา หร อกล มคา โดยใช ภาพ แผนภ ม แผนภาพและแผนผ ง โดยใช กระบวนการสอนภาษา กระบวนการกล ม และกระบวนการค ด ในการฝ กออกเส ยง ฟ ง พ ด อ านและเข ยน เพ อให น กเร ยนเก ดความร ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร สนใจเข าร วมก จกรรมทาง ภาษาและว ฒนธรรม รวมถ งการรวบรวมความร และแสวงหาความเพล ดเพล นจากภาษาอ งกฤษ รห ส ต , ต.1.1.2, ต.1.1.3, ต ต , ต.1.2.2, ต.1.2.3, ต.1.2.4, ต ต , ต.1.3.2, ต ต , ต.2.1.2, ต ต , ต ต ต ต รวมท งหมด 20
66 คาอธ บายรายว ชาภาษาอ งกฤษ ๘๓ กล มสาระการเร ยนร ภาษาต างประเทศ ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา อ เวลา 80 ช วโมง... เข าใจค าส ง ค าขอร อง และค าแนะน าง ายๆ ท ฟ งหร ออ าน อ านออกเส ยงประโยค ข อความ และ บท กลอนส นๆ ถ กต องตามหล กการอ าน ระบ / วาดภาพ ส ญล กษณ หร อเคร องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข อความส นๆ ท ฟ งหร ออ าน บอกใจความส าค ญ และตอบค าถามจากเร องท ฟ ง บทสนทนา และน ทานง ายๆ หร อเร องส น พ ด / เข ยนโต ตอบในการส อสารระหว างบ คคล ใช ค าส ง ค าขอร อง ค าขออน ญาต และให ค าแนะน า ง ายๆ พ ด / เข ยนแสดงความต องการ ขอความช วยเหล อ ตอบร บและปฏ เสธการให ความช วยเหล อในสถานการณ ง ายๆ พ ด / เข ยนเพ อขอและให ข อม ลเก ยวก บตนเอง เพ อน ครอบคร ว และเร องใกล ต ว พ ด / เข ยนแสดงความร ส ก ของตนเองเก ยวก บเร องใกล ต ว ก จกรรมต างๆ พร อมท งให เหต ผลส นๆ ประกอบ เข ยนภาพ แผนผ ง และ แผนภ ม แสดงข อม ลต างๆ ตามท ฟ งหร ออ าน ใช ถ อยค า น าเส ยง และก ร ยาท าทางอย างส ภาพตามมารยาทส งคม และว ฒนธรรมของเจ าของภาษา ตอบค าถาม / บอกความส าค ญของเทศกาล / ว นส าค ญ / งานฉลอง / ช ว ตความ เป นอย ของเจ าของภาษา และเข าร วมก จกรรมทางภาษาและว ฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหม อน / ความ แตกต างระหว างการออกเส ยงประโยคชน ดต างๆ การใช เคร องหมาย วรรคตอน การล าด บค าตามโครงสร าง ประโยคของภาษาต างประเทศและภาษาไทย บอกความเหม อน / ความแตกต างระหว างเทศกาล งานฉลอง และ ประเพณ ของเจ าของภาษา ค นคว า รวบรวมคาศ พท ท เก ยวข องก บกล มสาระการเร ยนร อ น และน าเสนอด วยการพ ด และการเข ยน ใช ภาษาในการส อสารในสถานการณ ต างๆ ท เก ดข นในห องเร ยนและสถานศ กษา และใช ภาษาต างประเทศในการส บค น รวบรวมข อม ล โดยใช กระบวนการสอนภาษา กระบวนการกล ม และกระบวนการค ด ในการฝ กออกเส ยง ฟ ง พ ด อ าน และเข ยน เพ อให ผ เร ยนเก ดความร ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร สนใจเข าร วมก จกรรมทางภาษาและ ว ฒนธรรม รวมถ งการรวบรวมความร และแสวงหาความเพล ดเพล นจากภาษาอ งกฤษ รห ส ต 1.1 (1-4) ต 1.2 (1-5) ต 1.3 (1-3) ต 2.1 (1-3) ต 2.2 (1-2) ต 3.1 (1) ต 4.1 (1) ต 4.2 (1) รวมท งหมด 20
67 คาอธ บายรายว ชาภาษาอ งกฤษ ๘๔ กล มสาระการเร ยนร ภาษาต างประเทศ ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา อ เวลา 80 ช วโมง... เข าใจค าส ง ค าขอร อง ภาษาท าทาง ค าแนะน าในสถานศ กษา และส งคมรอบต ว อ านออกเส ยงค า กล มค า และประโยคง าย ๆ ตามหล กการอ านออกเส ยง เข าใจประโยค ข อความส นๆ บทสนทนา เร องส นๆ เร องเล า และน ทาน ใช ภาษาง ายๆ เพ อสร างความส มพ นธ ระหว างบ คคล แสดงความต องการของตน เสนอ ความช วยเหล อแก ผ อ น แลกเปล ยนความค ดเห น แสดงความร ส ก และบอกเหต ผล ขอและให ข อม ล อธ บาย เก ยวก บบ คคล และส งต างๆ ท พบเห นในช ว ตประจ าว น ตนเอง ส งแวดล อม ส งคมใกล ต ว ครอบคร ว โรงเร ยน อาหาร เคร องด ม เวลาว าง น นทนาการ การซ อขาย ลมฟ าอากาศ น าเสนอความค ดรวบยอด ความ ค ดเห นเก ยวก บเร องต างๆ ท ใกล ต วได อย างม ว จารณญาณ น าเสนอบทเพลง บทกว ตามความสนใจด วยความ สน กสนาน เข าใจร ปแบบ พฤต กรรม และการใช ถ อยค า ส านวนในการต ดต อปฏ ส มพ นธ ตามว ฒนธรรมของ เจ าของภาษา ร จ กขนบธรรมเน ยม ประเพณ เทศกาล งานฉลองในว ฒนธรรมของเจ าของภาษา เข าใจควา ม แตกต างระหว างภาษาอ งกฤษก บภาษาไทยในเร องเส ยง สระ พย ญชนะ ค า วล ประโยค และข อความง ายๆ เข าใจความเหม อนและความแตกต างระหว างว ฒนธรรมของเจ าของภาษาก บของไทยท ม อ ทธ พลต อการใช ภาษา เห นประโยชน ของการร ภาษาอ งกฤษในการแสวงหาความร ความบ นเท ง และการเข าส ส งคม สนใจเข าร วม ก จกรรมทางภาษาและว ฒนธรรม เข าใจและถ ายทอดเน อหาสาระภาษาอ งกฤษง ายๆ ท เก ยวข องก บกล มสาระ การเร ยนร อ นๆ ใช ภาษาเพ อส อสารตามสถานการณ ต างๆ ก บบ คคลภายในสถานศ กษา อาช พต างๆ ใน สถานการณ จาลอง และการปฏ บ ต งานร วมก บผ อ นอย างม ความส ข ต 1.1 ป. 6/1, ป. 6/2, ป 6./3, ป. 6/4 ต 1.2 ป. 6/1, ป. 6/2, ป.6/3, ป. 6/4, ป. 6/5 ต 1.3 ป. 6/1, ป. 6/2, ป. 6/3 ต 2.1 ป. 6/1, ป. 6/2, ป. 6/3 ต 2.2 ป. 6/1, ป. 6/2 ต 3.1 ป. 6/1 ต 4.1 ป. 6/1 ต 4.2 ป. 6/1 รวมท งหมด 20
68 ๘๕ คาอธ บายรายว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร คอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 1 รห สว ชา ง เวลา 200 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห ข อม ลของส งของท สนใจอาจเป นข อม ลเก ยวก บบ คคล ส ตว ส งของ เร องราว และ เหต การณ ต างๆ แหล งข อม ลท อย ใกล ต ว ประกอบด วย บ าน ห องสม ด ผ ปกครอง คร หน งส อพ มพ รายการ โทรท ศน อ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศ เช น คอมพ วเตอร ว ทย โทรท ศน กล องด จ ท ล โทรศ พท ม อถ อ ประโยชน ของอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศ ประกอบด วย ใช ในการเร ยน ใช วาดภาพ ใช ต ดต อส อสาร โดยใช กระบวนการการทางาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการท างาน กล ม เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการท างาน และ น าความร ท เร ยนไปประย กต ใช ในช ว ตประจ าว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และ ค าน ยมท เหมาะสม และม จ ตสาน กในการอน ร กษ ส งแวดล อม ง 3.1 ป. 1/1 ป. 1/2 รวม 2
69 ๘๖ คาอธ บายรายว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร คอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 2 รห สว ชา ง เวลา 200 ช วโมง... ศ กษา รวบรวม และอธ บายเก ยวก บข อม ลและการรวบรวมข อม ลจากแหล งการเร ยนร ท น าสนใจตาม ประเภทของแหล งข อม ล โดยบอกประโยชน และเก บร กษาแหล งข อม ลเพ อนามาใช ให เก ดประโยชน ได ศ กษาและอธ บายช อและหน าท ของอ ปกรณ ท เป นส วนประกอบหล ก หล กการทางานเบ องต นของ คอมพ วเตอร ใช กระบวนการค ดว เคราะห เพ อสร ปประโยชน ของระบบปฏ บ ต การคอมพ วเตอร เพ อการใช งาน คอมพ วเตอร เบ องต น และด แลร กษาเคร องคอมพ วเตอร อย างถ กว ธ โดยใช กระบวนการการทางาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการท างาน กล ม เพ อให เก ดความร ความเข าใจ และใช กระบวนการเทคโนโลย สารสนเทศในการส บค นข อม ล การ เร ยนร การส อสาร ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ง 3.1 ป. 2/1 ป. 2/2 ป. 2/3 รวม 3
70 ๘๗ คาอธ บายรายว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร คอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 3 รห สว ชา ง เวลา 200 ช วโมง... บอกความหมาย ความส าค ญ ประโยชน และการฝ กการท างานตามข นตอน ม ความค ดร เร มสร างสรรค ในการท างาน ท างานด วยความร บผ ดชอบ ม ความต งใจ เอาใจใส ต องาน สร างส มพ นธภาพท ด ร กน ส ยการ ทางาน ช วยเหล อซ งก นและก น นาเทคโนโลย คอมพ วเตอร ในช ว ตประจาว น เข าใจความหมายของข อม ลและสารสนเทศ ส วนประกอบหล กของคอมพ วเตอร และอ ปกรณ ต อพ วง ฝ กท กษะการพ มพ ด ดภาษาไทย ม ท กษะการใช คอมพ วเตอร ระบบปฏ บ ต การ Windows การจ ดการไฟล และ โฟลเดอร การเก บข อม ล สามารถใช อ นเตอร เน ตค นหา จ ดเก บข อม ลและร ปภาพ เพ อน ามาประย กต ใช ก บการ ทางานโปรแกรมประมวลผลคา ให ผ เร ยนฝ กการค นหา และร กการเร ยนร ง 3.1 ป3/1, ป3/2 รวม 2
71 ๘๘ คาอธ บายรายว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร คอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 4 รห สว ชา ง เวลา 200 ช วโมง... ศ กษา ว เคราะห ช อและหน าท ของอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศ หล กการท างานเบ องต นของ คอมพ วเตอร ใช กระบวนการค ดว เคราะห เพ อสร ปประโยชน และโทษจากการใช งานคอมพ วเตอร ระบบปฏ บ ต การคอมพ วเตอร เพ อการท างาน น าความร และท กษะมาสร างช นงานจากจ นตนาการโดยใช โปรแกรมกราฟ กด วยความร บผ ดชอบ โดยใช กระบวนการท างาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการท างาน กล ม เพ อให เก ดความร ความค ด ความเข าใจ สามารถส อสารส งท เร ยนร และเห นค ณค าของการท างาน และน าความร ท เร ยนไปประย กต ใช ในช ว ตประจ าว น ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม และม จ ตสาน กในการอน ร กษ ส งแวดล อม ง 3.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5 รวม 5
72 ๘๙ คาอธ บายรายว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร คอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 5 รห สว ชา ง เวลา 200 ช วโมง... ศ กษา และรวบรวมข อม ลท น าสนใจและเป นประโยชน จากแหล งข อม ลต างๆท เช อถ อได ตรงตาม ว ตถ ประสงค และประมวลผลข อม ลอย างเป นระบบเพ อน ามาใช ให เก ดประโยชน ศ กษา และว เคราะห ความสาค ญ การใช งานของคอมพ วเตอร ใช กระบวนการค ดว เคราะห เพ อสร ป ประโยชน จากการใช งานคอมพ วเตอร ระบบปฏ บ ต การคอมพ วเตอร เพ อการทางาน น าความร และท กษะมา สร างงานเอกสารด วยซอฟต แวร เพ อใช ประโยชน ในช ว ตประจาว นด วยความร บผ ดชอบ และเป นผ ม มารยาทใน การใช ซอฟต แวร ท ด โดยใช กระบวนการทางาน กระบวนการปฏ บ ต กระบวนการค ดว เคราะห และกระบวนการทางาน กล ม เพ อให เก ดความร ความเข าใจ และใช กระบวนการเทคโนโลย สารสนเทศในการส บค นข อม ล การ เร ยนร การส อสาร ม ความสามารถในการต ดส นใจ ม จร ยธรรม ค ณธรรม และค าน ยมท เหมาะสม ง 3.1 ป.5/1 ป.5/2 รวม 2
73 ๙๐ คาอธ บายรายว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร คอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 6 รห สว ชา ง เวลา 200 ช วโมง... ฝ กท กษะและกระบวนการทางานเก ยวก บตารางการคานวณ (Microsoft Excel) การเร ยกใช โปรแกรม การสร างสม ดงานใหม การใส ข อม ลลงในตาราง ปร บขนาดและช องตาราง จ ดร ปแบบเซลล การใส ส ตรคานวณ ค ดลอกข อม ล ค ดลอกส ตร ย ายข อม ล ลบเซลล แทรกเซลล การต งช อ ย ายและลบ Worksheet สร างกราฟ และ การส งพ มพ การทาปฏ ท นปฏ บ ต งานประจาป การศ กษารายเด อน การทาบ ญช รายร บ-รายจ ายของตนเอง การ ออกแบบตารางบ นท กจานวนน กเร ยนในแต ละช นเร ยน การทาบ ญช รายช อภายในห องเร ยน การเก บบ นท ก คะแนนและรวมคะแนนของตนเอง การบ นท กส วนส งและน าหน กของตนเองและเพ อนๆ พร อมท งคานวณหา สภาวะโภชนาการของแต ละคน การค นหาข อม ลรายการส นค าจากอ นเทอร เน ตและนามาจ ดทารายการส นค า โดยใช กระบวนการทาง เทคโนโลย สารสนเทศและภ ม ป ญญาท องถ น กระบวนการสร างความค ดรวบยอด กระบวนการฝ กปฏ บ ต กระบวนการออกแบบ กระบวนการจ ดการ กระบวนการแก ป ญหา กระบวนการค ดว เคราะห ม น ส ยร กการ ทางาน ร กการค นคว า ม ความร บผ ดชอบ ทางานร วมก บผ อ นได อย างม ความส ขม สมาธ ในการทางานจนสามารถ นาท กษะปฏ บ ต งานไปใช ในช ว ตประจาว นได ง 3.1 ป6/1, ป6/2, ป6/3, ป6/4, ป6/5 รวม 5
74 คาอธ บาย ก จกรรมพ ฒนาผ เร ยน ๙๑ ก จกรรมพ ฒนาผ เร ยน ม งใหผ เร ยนไดพ ฒนาตนเองตามศ กยภาพ พ ฒนาอยางรอบดานเพ อความ เปนมน ษยท สมบ รณ ท งรางกาย สต ปญญา อารมณ และส งคม เสร มสรางใหเปนผ ม ศ ลธรรม จร ยธรรม ม ระเบ ยบว น ย ปล กฝงและสรางจ ตสาน กของการทาประโยชนเพ อส งคม สามารถจ ดการตนเองได และอย รวมก บผ อ นอยางม ความส ข ก จกรรมพ ฒนาผ เร ยน แบงเปน ๓ ล กษณะ ด งน ๑. ก จกรรมแนะแนว เปนก จกรรมท สงเสร มและพ ฒนาผ เร ยนใหสอดคลองก บความสามารถความถน ดและความสนใจ โดย คาน งถ งความแตกตางระหวางบ คคล ดวยกระบวนการทางจ ตว ทยาการแนะแนว ใหสอดคลองครอบคล มดาน การศ กษา อาช พสวนต วและส งคม ก จกรรมสาค ญในการพ ฒนาไดแก ก จกรรมการร จ ก เขาใจและเห นค ณคาใน ตนเองและผ อ น ก จกรรมการปร บต วและดารงช ว ต ก จกรรมแสวงหาและใชขอม ลสารสนเทศ ก จกรรมการ ต ดส นใจและแกปญหา เป นต น ๑. เก ดการเร ยนร ร จ ก เข าใจ ร ก และเห นค ณค าในตนเองและผ อ น ๒. เก ดการเร ยนร สามารถวางแผนการเร ยน อาช พ รวมท งการดาเน นช ว ตและส งคม ๓. เก ดการเร ยนร สามารถปร บต วได อย างเหมาะสม และอย ร วมก บผ อ นได อย างม ความส ข
75 ๒. ก จกรรมน กเร ยน เปนก จกรรมท ม งพ ฒนาความม ระเบ ยบว น ย ความเปนผ น า ผ ตามท ด ม ความร บผ ดชอบในการทางานร วมก น การร จ กแกปญหา การต ดส นใจท เหมาะสม ความม เหต ผล การชวยเหล อแบงปนก น เอ ออาทรและสมาน ฉ นท โดยจ ดใหสอดคลองก บความสามารถ ความถน ด และความสนใจของผ เร ยน ใหผ เร ยนไดปฏ บ ต ดวย ตนเองในท กข นตอน ไดแก การศ กษาว เคราะห วางแผน ปฏ บ ต ตามแผนประเม นและปร บปร งการทางานเน น การทางานรวมก นเปนกล มตามความเหมาะสม และสอดคลองก บว ฒ ภาวะของผ เร ยน บร บทของสถานศ กษา และทองถ น ก จกรรมน กเร ยนประกอบดวย ๙๒ ๒.๑ ก จกรรมล กเส อ เนตรนาร เปนก จกรรมท ม งพ ฒนาความม ระเบ ยบว น ย ความเปนผ น าผ ตามท ด ความร บผ ดชอบ การทางานรวม ก นการร จ กแกปญหา การต ดส นใจท เหมาะสม ความม เหต ผล การชวยเหล อ แบงปนก น การประน ประนอมเพ อสงเสร มใหผ เร ยนเจร ญเต บโตเปนผ ใหญท ม ความสมบ รณ พรอมท งดานราง กาย จ ตใจ อารมณ ส งคมและสต ปญญา เปนตน ๑. ม น ส ยในการส งเกต จดจา เช อฟ ง และพ งตนเอง ๒. ม ความซ อส ตย ส จร ต ม ระเบ ยบว น ย และเห นอกเห นใจผ อ น ๓. ร จ กบาเพ ญตนเพ อสาธารณประโยชน ๔. ร จ กทาการฝ ม อและฝ กฝนการทาก จกรรมต างๆ ตามความเหมาะสม ๕. ร จ กร กษาและส งเสร มจาร ตประเพณ ว ฒนธรรม และความม นคงของประเทศชาต ๒.๒ ก จกรรมช มน มหร อชมรม เปนก จกรรมท สงเสร มและพ ฒนาผ เร ยนใหสอดคลองก บความสามารถ ความถน ด และความสนใจ โดย เนนใหผ เร ยนปฏ บ ต ดวยตนเอง ต งแตการศ กษาว เคราะหวางแผน ปฏ บ ต ตามแผน ประเม นและปร บปร งการ ทางาน เนนการทางานรวมก นเปนกล ม ก จกรรมสาค ญในการพ ฒนา ไดแก ช มน มหร อชมรมตางๆ ท สถานศ กษา กาหนดข นตามความเหมาะสมและสอดคลองก บว ฒ ภาวะของผ เร ยนและบร บทของสถานศ กษาและทองถ น ๑. ปฏ บ ต ก จกรรมตามความสนใจ ความถน ด และความต องการของตน ๒. พ ฒนาความร ความสามารถด านการค ดว เคราะห ส งเคราะห ให เก ดประสบการณ ท งทางว ชาการ และว ชาช พตามศ กยภาพ ๓. ใช เวลาให เก ดประโยชน ต อตนเองและส วนรวม ๔. ทางานร วมก บผ อ นได ตามว ถ ประชาธ ปไตย
76 ๓. ก จกรรมเพ อส งคมและสาธารณประโยชน ๙๓ เปนก จกรรมท สงเสร มใหผ เร ยนไดทาประโยชนตามความสามารถ ความถน ดและความสนใจใน ล กษณะอาสาสม คร เพ อแสดงถ งความร บผ ดชอบความด งาม ความเส ยสละตอส งคม ม จ ตใจม งทาประโยชน ตอครอบคร ว ช มชนและส งคม ก จกรรมสาค ญไดแก ก จกรรมบาเพ ญประโยชน ก จกรรมสรางสรรคส งคม ก จกรรมดารงร กษา ส บสานศาสนา ศ ลปะและว ฒนธรรม ก จกรรมพ ฒนานว ตกรรมและเทคโนโลย เพ อส งคม เปนตน ๑. บาเพ ญตนให เป นประโยชน ต อครอบคร ว โรงเร ยน ช มชน ส งคม และประเทศชาต ๒. ออกแบบการจ ดก จกรรมเพ อส งคมและสาธารณประโยชน อย างสร างสรรค ตามความถน ดและ ความสนใจในล กษณะอาสาสม คร ๓. พ ฒนาศ กยภาพในการจ ดก จกรรมเพ อส งคมและสาธารณประโยชน ได อย างม ประส ทธ ภาพ ๔. ปฏ บ ต ก จกรรมเพ อส งคมและสาธารณประโยชน จนเก ดค ณธรรมจร ยธรรมตามค ณล กษณะอ นพ ง ประสงค ๕. ม จ ตสาธารณะและใช เวลาว างให เป นประโยชน
รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด
130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ
ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร
ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว
โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101
โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101 คร ผ สอน ม สกรรณ การ โพธ วงศ ระด บช น ประถมศ กษาป ท 3 ม ธยมศ กษาป ท. ภาคเร ยนท 1-2 / 2557 ล กษณะว ชา สาระพ นฐาน สาระเพ มเต ม ก จกรรมพ
แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร
(แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ
ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.
ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.1 ค ณธรรม และจร ยธรรมในการดาเน นช ว ต 3.8 1.2 ม จ ตสาธารณะ 3.9 1.ผลรวมด านค ณธรรม
คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒
เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ
โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย รห ส ง32101
โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย รห ส ง32101 คร ผ สอน ม สจ รฐา ก จเจร ญ ระด บช น ประถมศ กษาป ท. ม ธยมศ กษาป ท 5 ภาคเร ยนท 1 /2557 ล กษณะว ชา สาระพ นฐาน สาระเพ มเต
กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ประถมศ กษาป ท 1
กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร ประถมศ กษาป ท สาระและมาตรฐานการเร ยนร สาระท : ส งม ช ว ตก บกระบวนการดารงช ว ต มาตรฐาน ว. : หน วยพ นฐานของส งม ช ว ต ความส มพ นธ ของโครงสร างและหน าท ของระบบต างๆ ของส งม ช
เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ
เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ (๕.๑) ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล
แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม
(ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท
ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก
ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ
โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก
โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว
เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖
เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/
๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท
๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก
แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า
แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ
สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ
การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร
อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus)
1 อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus) ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ ง 347 จานวน 1.0 หน วยก ต ( คาบ/ส ปดาห ) ระด บม ธยมศ กษาตอนปลาย ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 5 กล มสาระการงานอาช พและเทคโนโลย
แผนการจ ดการเร ยนร ท
แผนการจ ดการเร ยนร ท ว ชา...รห สว ชา...ช น... หน วยการเร ยนร ท...เร อง...เวลา...ช วโมง หน วยการเร ยนร ย อยท...เร อง...เวลา...ช วโมง บ รณาการในงานด านต าง ๆ ของโรงเร ยน หล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง งานสวนพฤกษศาสตร
บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน
สาระการเร ยนร : ประโยชน แท แก มหาชน 1 บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน หล กการ ร ศ กยภาพ ร จ นตนาการ ร ประโยชน สาระการเร ยนร เร ยนร การว เคราะห ศ กยภาพของป จจ ยศ กษา จ นตนาการเห นค ณ สรรค สร างว ธ การ
โดย : อ ญชนา กล นเท ยน
โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค
แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท
ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************
แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร
แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน
การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน
การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม
แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔
แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก
มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.
มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค
แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา
แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา ศ กษา / ปฏ บ ต............... โดย............. เพ อ.............. สาระ...............
โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก
โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) 2. ช อรายว ชา คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ
คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา
คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา มาตรฐานรายว ชา 1. อธ บายความหมาย หน าท และส วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคา
ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง
ง1201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มการงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 80 ช วโมง ศ กษา ค นคว า การใช โปรแกรม Windows Movie Maker สร าง Music video ส วนต ว ต ดต อเพลงและว ด โอ การใช โปรแกรม Internet
ห วข อการประกวดแข งข น
ช อโครงการ การประกวดแข งข นท กษะด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร ห วข อการประกวดแข งข น เทคโนโลย สร างสรรค หน วยงานท ร บผ ดชอบ บร ษ ท สงขลาฟ น ชช ง จาก ด ล กษณะโครงการ ประกวดแข งข นช งท นการศ กษา ระยะเวลาดาเน นการ
สารบ ญตาราง ตารางท หน า
สารบ ญ บทท หน า บทสร ปผ บร หาร I 1 บทนา 1 หล กการและเหต ผล 1 ว ตถ ประสงค และเป าหมาย 2 ขอบเขตของการว จ ย 2 ประโยชน ท ได ร บจากการว จ ย 4 น ยามศ พท เฉพาะ 4 กรอบแนวค ดของการว จ ย 7 2 แนวค ด ทฤษฎ และงานว
โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน
หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท
KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±
KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof
ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม
ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ
ประมวลรายว ชาเทคโนโลย สารสนเทศ 1 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1
ประมวลรายว ชาเทคโนโลย สารสนเทศ 1 ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1 ช อรายว ชา เทคโนโลย สารสนเทศ 1 รห สว ชา ง 21103 1 /ส ปดาห 0.5 หน วยก ต กล มสาระเร ยนร งานอาช พและเทคโนโลย ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 1/1-1/10 ภาคเร ยนท
แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น
แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ
ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง
แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)
การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)
หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) ว ชา การใช โปรแกรมน าเสนอข อม ล รห สว ชา - ระด บ ปวช. ปวส. สาขางาน คอมพ วเตอร ธ รก จ ป การศ กษา / 6 ผ สอน นางจ ราย บ ญมาปล ก ล กษณะว ชา ทฤษฎ +ปฏ บ ต มาตรฐานรายว ชา. อธ
งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห )
แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน หน วยท สาระการเร ยนร จ ดประสงค การเร ยนร ก จกรรมการเร
จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ
ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล
รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...
มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว
เน อหาว ชาต างๆท เร ยน ภาคเร ยนท 1/2553 ป.1
เน อหาว ชาต างๆท เร ยน ภาคเร ยนท 1/2553 ป.1 กล มสาระการเร ยนร ว ชาภาษาไทย กลางภาคเร ยนท 1 ฉบ บท 1 (ความเข าใจทางภาษา) 1. อ านเร อง ข อความแล วตอบค าถาม 2. เล อกค าลงมาเต มลงในช องว าง 3. ค าตรงข าม 4.
แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ)
แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ) สาขาว ชา กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย จ านวน.0 หน วยก ต (40 คาบ) รายว ชา ง0 การเข ยนโปรแกรมเบ องต น เวลา คาบ/ส ปดาห ระด บช น ม ธยมศ
โรงเร ยนเซนต จอห นเทคโนโลย แผนการเร ยนหล กส ตรประกาศน ยบ ตรว ชาช พ พ ทธศ กราช 2545 (ปร บปร ง พ.ศ. ชม. รห สว ชา รายว ชา นก ชม.
ประเภทว ชาพาณ ชยกรรม สาขาว ชาพณ ชยการ สาขางานการขาย ภาคเร ยนท 1 ภาคเร ยนท 2 1.1 ว ชาสาม ญท วไป ( 18 นก.) 1.1 ว ชาสาม ญท วไป ( 18 นก.) 2000-1201 ภาษาอ งกฤษเพ อการส อสาร 1 2 2 2000-1202 ภาษาอ งกฤษเพ อการส
สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ
คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข
เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต
เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต องใช เคร องม อประกอบการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน
แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ
แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค
มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา
1 มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา รห สว ชา TACC 3214 ช อรายว ชา การบ ญช ข นต น จ านวนหน วยก ต 3(2-2-5) บรรยาย 2 ช วโมง 10 นาท /ส ปดาห ภาคการศ กษาท 2 ปฏ บ ต 2 ช วโมง 10 นาท /ส ปดาห ป การศ กษา 2556
แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ
ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม
เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง
แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต
Life's Advantages and Disadvantages of Licensing
แผนการจ ดการเร ยนร ท 1 หน วยการเร ยนร ท 2 เร อง การบร หารและพ ฒนาตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง รห สว ชา ส32102 รายว ชา ส งคมศ กษา ช นม ธยมศ กษาป ท 5 กล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนาและว ฒนธรรม ภาคเร
บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน
ค ม อผ ด แลระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน บทท 3 การบร หารจ ดการระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชนระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน - ๑ บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน เจ าหน าท ผ ใช งานระบบสารสนเทศภ
อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus)
1 อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus) ว ชา เทคโนโลย สารสนเทศ ง23101 จานวน 1 หน วยก ต (2คาบ/ส ปดาห ) ระด บม ธยมศ กษาตอนต น ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 3 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย
การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง )
หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) ว ชา พ มพ ด ดไทยด วยคอมพ วเตอร รห สว ชา 0- ระด บ ปวช. ปวส. สาขางาน คอมพ วเตอร ธ รก จ ป การศ กษา / 6 ผ สอน นางจ ราย บ ญมาปล ก ล กษณะว ชา ทฤษฎ +ปฏ บ ต มาตรฐานรายว ชา. บอกส
หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น
หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น (สมรรถนะท 2 การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น) (เวลา 55 ช วโมง) แนวค ด เป นหล กส ตรท จ ดข นเพ อให ความร ในการบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น เม อเก ดป ญหาเพ ยงเล
รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ
ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ
แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ
แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร
กรรมการประสานงานภาคปกต อ.ส นต อ. สาว ตร
หมายเหต ป 2 การจ ดการ 11 การบ ญช 7 การท องเท ยว 12 การจ ดการ 9 คอมพ วเตอร การบ ญช การท องเท ยว 10 201 57 THT 223 การวางแผนการจ ดนาเท ยว THT 112 จ ตบร การ อ.ดวงดาว ส ขภาพ ส ขภาพ ส ขภาพ ส ขภาพ มหาล ยกร งเทพส
รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน
แผนบร หารการสอน รายว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ รห สว ชา 3524301 จ านวน 3 หน วยก ต 3 ช วโมง ว ชาท ต องเร ยนมาก อน : 3521101 (การเง นธ รก จ) และ 3521102 (การบ ญช 2) ค าอธ บายรายว ชา ศ กษาเก ยวก บการพ ฒนาและว
หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author
หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT
กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน
ส มมนา- การเตร ยมการก อนการ โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ผ ร บผ ดชอบ ข นตอนการปฏ บ ต งาน มาตรฐานค ณภาพงาน ค ามาตรฐาน หล กฐาน การจ ดเตร ยมสถานท และอาคารโรงงาน การเตร ยมการด าน การตลาด
1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )
1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน
แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร
แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า จ ดท าโดย กล มการเจ าหน าท ส าน กเลขาน การกรม แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า ในป
2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย
1.ว ตถ ประสงค การแข งข นการใช โปรแกรมสาน กงาน ( MS-Office 2010 ) งานน ทรรศการเป ดบ านว ชาช พ คร งท 4 ป การศ กษา 2557 ว นท แข งข น 12 ก มภาพ นธ 2558 ณ ว ทยาล ยอาช วศ กษาออมส นอ ปถ มภ ระด บม ธยมศ กษาตอนต
๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม
ใบงานท ๔.๑ (ทดสอบปฏ บ ต ) เร องการใช เคร องม อโปรแกรม Microsoft Office Word 2007 ว ชา ง ๒๐๒๐๑ การใช โปรแกรมเพ อการปฏ บ ต งาน รายว ชาเพ มเต ม หน วยการเร ยนร ท ๔ ช อหน วย ซอฟต แวร งานพ มพ เอกสาร ช นม ธยมศ
ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน
ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน หน วยท ช อหน วย/ห วข อการสอน จ านวน (ช วโมง) 1 จร ยธรรมและความร บผ ดชอบในการใช คอมพ วเตอร และ ระบบสารสนเทศ 1.1 จร ยธรรมในการใช ระบบคอมพ วเตอร 1.2 จรรยาบรรณในการใช คอมพ วเตอร
การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.
การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด
Office of the Civil Service Commission (OCSC)
Office of the Civil Service Commission (OCSC) 1 การพ ฒนาระบบงานบร หารทร พยากรบ คคล 1. ระบบสารสนเทศทร พยากรบ คคลระด บกรม (DPIS) 2. ระบบสารสนเทศทร พยากรบ คคลระด บจ งหว ด (PPIS) 3. ระบบสารสนเทศข าราชการพลเร
การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557
การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย
แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research
แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) Operation Research คาอธ บายรายว ชา หล กการเบ องต นเก ยวก บโครงสร างและแบบจ าลองทางคณ ตศาสตร ทฤษฎ การต ดส นใจ การ เล ยนแบบทางสถ
ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง
ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง (เอกสารประกอบการประช มปฏ บ ต การช แจงและซ กซ อมความเข าใจการสร างข อสอบ Online) สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 5 :ส งห บ ร :ลพบ ร :ช ยนาท:อ างทอง:
ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ
ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04
บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)
ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน
ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ
ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.
ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ
ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล
แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.
แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค
ร ท นพฤต กรรมและป ก จจ ยเส จจ ย ยง:: บ หร เหล า และอ บ บ หร เหล า ต เ และอ บ หต ในสถานประกอบการ านประกอ 28 มกราคม 2013
ร ท นพฤต กรรมและป จจ ยเส ยง: บ หร เหล า และอ บ ต เหต ในสถานประกอบการ 28 มกราคม 2013 ความหมายของส ขภาวะ ส ขภาวะ หมายถ ง การท บ คคลม ส ขภาพด ครบ 4 ด าน ได แก ก า ย ห ม า ย ถ ง ก า ร ม ร า ง ก า ย ท ส ม บ
ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login
1 ระบบงานบร หารงานเคร อข าย ระบบงานบร หารงานเคร อข าย เป นระบบงานท เก บรวบรวมข อม ล เก ยวก บเคร อข ายต างๆ ประกอบด วย องค กรสว สด การส งคมและอาสาสม คร รวมท งข อม ลในด านอ นๆ เป นต นว าก จกรรมการด าเน นงาน
มาตรฐานด านการพ ฒนาช มชนแห งการเร ยนร (2 มาตรฐาน 5 ต วบ งช ) มาตรฐานท 17 สถานศ กษาม การสน บสน นและใช แหล งเร ยนร และภ ม ป ญญาในท องถ น
96 มาตรฐานด านการพ ฒนาช มชนแห งการเร ยนร (2 มาตรฐาน 5 ต วบ งช ) มาตรฐานท 17 สถานศ กษาม การสน บสน นและใช แหล งเร ยนร และภ ม ป ญญาในท องถ น ต วบ งช ท 17.1 ม การจ ดทาข อม ลสารสนเทศแหล งเร ยนร และภ ม ป ญญาท
โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล
มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม
แบบทดสอบหล งเร ยน หน วยการเร ยนร ท 5
216 แบบทดสอบหล งเร ยน หน วยการเร ยนร ท 5 รายว ชา ท 30206 การใช ห องสม ด เร อง การทารายงาน ช นม ธยมศ กษาป ท 4 จ ดประสงค การเร ยนร เพ อประเม นผลความก าวหน าการเร ยนร ของน กเร ยนในเร อง การทารายงาน คาแนะนา
แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558
แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 ค าน า ด วยคณะร ฐมนตร ได ประกาศใช แผนการบร หารราชการแผ นด น พ.ศ.2555 2558(ราชก จจาน เบกษา เล ม 128 ตอนพ เศษ 109 ง ว นท 21 ก นยายน 2554) เป นกรอบแนวทางการบร หารราชการตลอดวาระการด
การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา
การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา ในป พ.ศ.2546 กรมอ ต น ยมว ทยาสามารถลดระยะเวลาการปฏ บ ต ราชการเก นกว าร อยละ 50 ซ งมากกว ามต คณะร ฐมนตร ท ให ส วนราชการลดข นตอนลง 30-50% และได ร
แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน
แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน หน วยท สาระการเร ยนร จ ดประสงค การเร ยนร ก จกรรมการเร
ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย
ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย จ ดท าโดย นางสาวพ ไลพรรณ โพธ สม ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย ค ม อการใช
ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง
ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ ( และบ คคลภายนอก) ตาแหน ง ค ณสมบ ต เฉพาะตาแหน ง 1. ผ ตรวจสอบ ระด บ 4 (ด าน IT) / หญ ง ปร ญญาตร ทางด านคอมพ วเตอร ตามท กพ. ร บรอง - ผ ม ประสบการณ ในการตรวจสอบ
แผนการจ ดการเร ยนร ม งเน นสมรรถนะอาช พ และบ รณาการปร ชญาเศรษฐก จพอเพ ยง
แผนการจ ดการเร ยนร ม งเน นสมรรถนะอาช พ และบ รณาการปร ชญาเศรษฐก จพอเพ ยง รห สว ชา 3000-0101 ว ชาการพ ฒนางานด วยระบบค ณภาพและเพ มผลผล ต สาขาว ชาการขายและการตลาด หล กส ตรประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.)
ค าอธ บายรายว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย ว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย 3 รห ส ง 23101 สาระพ นฐาน กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท
ค าอธ บายรายว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย ว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย 3 รห ส ง 23101 สาระพ นฐาน กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 3 เวลาเร ยน 40 ช วโมง หน วยการเร ยน 1.0 หน วยก ต ศ
ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...
ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************
ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได
แบบบ นท กหน วยการเร ยนร หน วยการเร ยนร ท 5 เร องโครงคอมพ วเตอร รห สว ชา ง32212 ช อว ชาการเข ยนโปรแกรมข นส ง กล มสาระการเร ยนร การอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 5 ภาคเร ยนท 2 เวลา 8 ช วโมง ผ สอน นายณ
แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน
แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน พ จารณา 4 เร อง เร องการบร หารจ ดการ การออกแบบและปร บแบบไม ให ล าช า (ม ระยะเวลากาหนด และข นตอนเหม อนการออกแบบปกต ) เร องการเปล ยนแปลงรายการต องให กองแบบแผนร
แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร
แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท
สายเทคน คการศ กษา โปรแกรมว ชาการบร หารการศ กษา ระด บปร ญญาตร (หล งอน ปร ญญา)
458 สายเทคน คการศ กษา โปรแกรมว ชาการบร หารการศ กษา ระด บปร ญญาตร (หล งอน ปร ญญา) จ ดประสงค เฉพาะ 1. เพ อให ผ ศ กษาเก ดความร ความเข าใจทฤษฎ และหล กการของการบร หารการศ กษา สามารถ ประย กต ทฤษฎ การบร หารไปใช
