บ คล กส มพ นธ โดย นางสาวสลาล สมบ ต ม

Save this PDF as:
 WORD  PNG  TXT  JPG

Size: px
Start display at page:

Download "บ คล กส มพ นธ โดย นางสาวสลาล สมบ ต ม"

Transcription

1 บ คล กส มพ นธ สำน กหอสม ดกลาง โดย นางสาวสลาล สมบ ต ม ว ทยาน พนธ น เป นส วนหน งของการศ กษาตามหล กส ตรปร ญญาศ ลปมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาท ศนศ ลปศ กษา บ ณฑ ตว ทยาล ย มหาว ทยาล ยศ ลปากร ป การศ กษา 2556 ล ขส ทธ ของบ ณฑ ตว ทยาล ย มหาว ทยาล ยศ ลปากร

2 บ คล กส มพ นธ สำน กหอสม ดกลาง โดย นางสาวสลาล สมบ ต ม ว ทยาน พนธ น เป นส วนหน งของการศ กษาตามหล กส ตรปร ญญาศ ลปมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาท ศนศ ลปศ กษา บ ณฑ ตว ทยาล ย มหาว ทยาล ยศ ลปากร ป การศ กษา 2556 ล ขส ทธ ของบ ณฑ ตว ทยาล ย มหาว ทยาล ยศ ลปากร

3 PERSONA สำน กหอสม ดกลาง By Miss Slalee Sombutmee A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree Master of Fine Arts Program in Visual art education Graduate School, Silpakorn University Academic Year 2013 Copyright of Graduate School, Silpakorn University

4 : สาขาว ชาท ศนศ ลปศ กษา ค าส าค ญ: บ คล กภาพ สลาล สมบ ต ม : บ คล กส มพ นธ. อาจารย ท ปร กษาว ทยาน พนธ : อ.ดร.เตยงาม ค ปตะบ ตร และ อ.ดร.ว ส ตร โพธ เง น. 100 หน า. ว ทยาน พนธ ห วข อเร อง บ คล กส มพ นธ ม ว ตถ ประสงค ม งเน นให เห นถ ง บ คล กภาพของ บ คคลท ได ร บอ ทธ พลจากส งคมแวดล อมท แสดงออกผ านทางเส อผ าเคร องแต งกาย เพ อสร างผลงานท แสดงออกถ งความเช อมโยงส มพ นธ ทางบ คล กภาพของคนในส งคมโดยใช เส อผ าเคร องแต งกายท มน ษย เล อกสวมใส มาใช เป นว สด หล กท สามารถแสดงออกถ งต วตนและเป นต วแทนในการแสดงออก ของผ สวมใส ท ได ร บอ ทธ พลและเช อมโยงส มพ นธ จากคนและส งคมท แวดล อมอย างแยกก นไม ขาด โดยขอบเขตของการศ กษาได ท าการศ กษาข อม ลเช งจ ตว ทยาบ คล กภาพ ช วว ทยา พ นธ กรรม ส งคมศาสตร ประว ต ศาสตร เคร องแต งกายและผลงานศ ลป นท เก ยวข อง ท าการค ดเล อก กล มบ คคลท ต องการน าเสนอ ซ งเป นกล มบ คคลท ข าพเจ าม ความเก ยวโยงส มพ นธ ด วยใน ช ว ตประจ าว น ได แก บ คคลในสามกล ม ครอบคร ว กล มว ยน กศ กษา และกล มทางการเม อง โดย น าเสนอผลงานในร ปแบบผลงานสามม ต ท ใช ผ า เส อผ าและเคร องแต งกายเป นว สด หล ก โดยน ามา ปร บเปล ยนเช อมต อ เย บต ดเพ อสร างเป นร ปทรงใหม แต ย งคงซ งความร ส กเด มของความเป นเส อผ า และในขณะเด ยวก นก กลายเป นร ปทรงใหม ท เก ดจากการเช อมต อประสานหลายๆ ช นเข าด วยก น สร างสรรค เป นผลงานส อผสมสามม ต จ านวนสามช น ค อผลงานช ด Persona of Ideal Democracy, 2557 เทคน คส อผสม ขนาด 190x65x50 ซม., ผลงานช ด Teenage Dream, 2557 เทคน คส อผสม ขนาด 160x180 ซม., และผลงานช ด Family Portrait, 2557 เทคน คส อผสม ขนาด 100x100 ซม. จากการสร างสรรค งานว จ ยคร งน ข าพเจ าเก ดการเร ยนร และความเข าใจในโครงสร างทาง ส งคมได อย างล กซ งข น โครงสร างทางส งคมท ม อ ทธ พลถ ายเท เช อมโยงส มพ นธ และส งผลซ งก นและ ก นตลอดเวลา ซ งเป นข อเท จจร งทางส งคมท ว าบ คคลเป นผลผล ตของส งคม นอกจากน ย งเก ด กระบวนการเร ยนร และได พ ฒนาท งระบบความค ด การวางแผน และการสร างสรรค ผลงานศ ลปะ ท จะ สามารถน าไปต อยอดและพ ฒนาศ กยภาพให ด ย งข นไป สำน กหอสม ดกลาง สาขาว ชาท ศนศ ลปศ กษา บ ณฑ ตว ทยาล ยมหาว ทยาล ยศ ลปากร ลายม อช อน กศ กษา ป การศ กษา 2556 ลายม อช ออาจารย ท ปร กษาว ทยาน พนธ 1 2 ง

5 : MAJOR: VISAUL ARTS EDUCATION KEYWORD: PERSONALITY SLALEE SOMBUTMEE: PERSONA. THESIS ADVISOR: TOEINGAM GUPTABUTRA, Ph.D. AND WISUD PONGERN, Ph.D. 100 pp. This Thesis aims to understand the relationship personality; people s personality is influenced by environmental society in terms of attires. This piece of work represents the chain of idea between personalities of humans in the society and wearing clothes are worn by humans. These two relevant factors are able to express real identity and be as the representative of human beings who are influenced by the environmental society which circles the human life, importantly explicit the behaviours of humans. The extent of this thesis, the study focus on data of personality Psychology, Genetics and Biology, Sociology, history of attires, and involved workpieces of artists. Then, this research intends to present the specific group of people who researcher has relation with in everyday life, such as family, graduate students, and political members. The presentation displays in 3D and focus on three main materials: fabrics, attires, and wearing clothes. These materials are transformed, connected and sewed to build the new creative thinking of shape, however, still preserve the original-style feeling of clothing. Furthermore, this new shape shows the relation between various behaviours and the society, and then creates distinctly three 3D mixed media of workpieces following as Persona of Ideal Democracy (2557), 3D mixed media technic, size 190x65x50 cm., Teenage Dream (2557), 3D mixed media technic, size 160x180 cm., and Family Portrait (2557) 3D mixed media technic, size 100x100 cm. From Creating This Thesis, I have learned and understand the structure of society more deeply. The society s structure that always have an influence in relation transition that effect on each others. Moreover, This thesis develops my learning process as well as way of thinking, planning and creating an artworks that would be progressed and improve in the future. สำน กหอสม ดกลาง Program of Visual Arts Education Graduated School, Silpakorn University Student s Signature.. Academic Year 2013 Thesis Advisor s Signature จ

6 ก ตต กรรมประกาศ ว ทยาน พนธ ฉบ บน ส าเร จล ล วงไปได ด วยด เพราะได ร บความกร ณาจากอาจารย ดร. เตยงาม ค ปตะบ ตร อาจารย ดร.ว ส ตร โพธ เง น ท ปร กษาว ทยาน พนธ ท ให ความช วยเหล อและให ค าแนะน าท เป นประโยชน อย างย งต อผ ว จ ย รวมท งรองศาสตราจารย ปร ญญา ต นต ส ข ประธาน กรรมการ และรองศาสตราจารย สรรณรงค ส งหเสน ผ ทรงค ณว ฒ ในการตรวจศ ลปน พนธ ท ให ค าแนะน าท สามารถน าไปต อยอดในการสร างสรรค ผลงาน ขอกราบขอบพระค ณคณาจารย สาขา หล กส ตรและการน เทศน ท กท านท ให ความร ให ค าแนะน าและประสบการณ อ นม ค าย งแก ผ ว จ ย สำน กหอสม ดกลาง ขอขอบพระค ณเจ าของหน งส อ วารสาร เอกสาร บทความ เว บไซต และว ทยาน พนธ ท กเล ม ท ให ข อม ลท จ าเป นในการค นคว าว จ ย ค ณค าหร อประโยชน อ นเก ดจากว ทยาน พนธ เล มน ผ ว จ ยขอน อม บ ชาแด พระค ณบ ดา มารดา และคร บาอาจารย ฉ

7 สารบ ญ บทค ดย อภาษาไทย บทค ดย อภาษาอ งกฤษ. ก ตต กรรมประกาศ. สารบ ญภาพ... บทท 1 บทน า. 1 สำน กหอสม ดกลาง ความเป นมาและความส าค ญของป ญหา. 1 ความม งหมายและว ตถ ประสงค ของการสร างสรรค. 2 ขอบเขตของโครงการ.. 3 ข นตอนการศ กษา... 4 เวลาท ใช ในการศ กษา... 4 แหล งข อม ล อ ปกรณ ท ใช ในการสร างสรรค.. 4 ค าใช จ ายท งหมดในการว จ ย การเสนอผลงาน. 6 2 วรรณกรรมท เก ยวข อง.. 7 ความหมายและล กษณะของบ คล กภาพ.. 7 อ ทธ พลท ม ผลต อบ คล กภาพ.. 13 อ ทธ พลของโครงสร างทางช วว ทยาและพ นธ กรรม (Heredity) อ ทธ พลของส งแวดล อม (Environmental Situation).. 17 อ ทธ พลของป จจ ยเสร มอ นๆ ความหมายและน ยามของเส อผ าเคร องแต งกาย หน า ง จ ฉ ญ ช

8 บทท หน า แฟช น. 30 ความหมายของแฟช น องค ประกอบของแฟช น. 32 ศ ลป นท เก ยวข อง ว เว ยน เวสต ว ด (Vivienne Westwood) อ มร นทร บ พศ ร ล ซ ออร ต า (Lucy Orta) ว ธ ด าเน นการว จ ย ผลงานช ดท 1 Persona of Ideal Democracy ข นตอนการเก บข อม ล.. 56 ข นตอนการสร างแบบร าง สำน กหอสม ดกลาง ข นตอนการผล ต ผลงานช ดท 2 TEENAGE DREAM ข นตอนการเก บข อม ล.. 67 ข นตอนการสร างแบบร าง. 68 ข นตอนการผล ต ผลงานช ดท 3 Family Portrait ข นตอนการเก บข อม ล.. 74 ข นตอนการสร างแบบร าง. 75 ข นตอนการผล ต การว เคราะห ผลงาน ผลงานส าเร จช นท แนวความค ด องค ประกอบของงาน ซ

9 บทท หน า ผลงานส าเร จช นท แนวความค ด.. 88 องค ประกอบของงาน.. 89 ผลงานช นท ส าเร จช นท แนวความค ด องค ประกอบของงาน บทสร ป สำน กหอสม ดกลาง การอภ ปรายผล 94 ข อเสนอแนะ. 95 รายการอ างอ ง. 98 ประว ต ผ ว จ ย. 100 ฌ

10 สารบ ญภาพ ภาพท หน า 1 ชาวอ น วอ ทหร อชาวเอสก โม 29 2 ชาวแอฟร ก น ชาวฮาไวเอ ยน พน กงานด บเพล ง ชนเผ าน วก น ผ หญ งชาวม สล ม. 31 สำน กหอสม ดกลาง 7 การแต งกายในย ค การแต งกายในย ค การแต งกายในย ค ล กษณะการแต งกายย ค การแต งกายย ค การแต งกายย ค การแต งกายย ค การแต งกายย ค การแต งกายของเจ าหญ งไดอาน าในย ค การแต งกายย ค การแต งกายของพ งค ภาพกล มพ งค ชาวพม า กล มฮ ปป จอห น เลนนอน และโยโกะ โอโน ในการรณรงค ต อต านสงครามเว ยดนาม ว เว ยน เวสท ว ดและผลงานในย คแรก ผลงานช ด น กเร ยน ของอ มร นทร บ พศ ร ผลงานช ด Refuge Wears ของ Lucy Orta ผลงานช ด Nexus Architecture ของ Lucy Orta. 53 ญ

11 ภาพท หน า 25 กล ม กปปส. เคล อนขบวนส ผ งธนบ ร ผ านถนนจร ญสน ทวงศ วนกล บผ าน สะพานซ งฮ 7 ม.ค บรรยากาศการเคล อนขบวนของกล ม กปปส. เพ อเช ญชวนให ประชาชนร วม ข บไล น.ส.ย งล กษณ ช นว ตร บรรยากาศพ นท ช มน มเวท ราชด าเน นว นท 4 ธ นวาคม ผ ช มน มเวท สวนล มพ น ว นท 15 ม นาคม แบบร างผลงาน ช ดPersona of Ideal Democracy ผลท ได จากการย อมผ ากระสอบ ผลท ได จากการย อมผ าขาวม า ผลท ได จากการย อมเส อทหาร 63 สำน กหอสม ดกลาง 33 ส ท ใช ในการย อมผ า การย อมร อน ข นตอนการเย บลงรายละเอ ยด ข นตอนการข นห นและเย บประกอบ ภาพ screenshot จากผลงาน Persona of Ideal Democracy ผลงานส าเร จ Persona of Ideal Democracy ภาพแสดงรายละเอ ยดผลงาน Persona of Ideal Democracy การเช ดห น Marionettes ภาพกระบวนการสร างแบบร างผลงานช นท 2 Teenage Dream อ ปกรณ ในการสกร นผ า ข นตอนการสกร น แผนผ งการวางเส อเพ อเย บต ด ข นตอนการเย บจ กรไฟฟ า สายอ ปกรณ อ เล คโทรน คส. 72 ฎ

12 ภาพท หน า 48 ข นตอนการแขวนช นงาน ส วนต วแขวน ผลงานช น Teenage Dream ภาพแสดงรายละเอ ยดผลงานของงานช นท 2 Teenage Dream ผลงาน Teenage Dreem เสร จสมบ รณ ข นตอนการสร างแบบร างผลงานช นท 3 Family Portrait ภาพบนท กการแสดงส หน าของพ อ ภาพบ นท กการแสดงส หน าของแม. 78 สำน กหอสม ดกลาง 55 ภาพบนท กการแสดงส หน าของพ สาวคนโต ภาพบ นท กการแสดงส หน าของข าพเจ า ภาพบ นท กการแสดงส หน าของน องสาวคนเล ก ภาพใบหน าท ซ อนก นโดยใช โปรแกรม Adobe Phtoshop CS ข นตอนการสร างแพทเท ร นผ าด บ ผ าช ฟองท พ มพ โดยเทคน คอ งค เจ ท ข นตอนการเย บข นโครงเส อผ า ข นตอนการต ดต ง ภาพแสดงรายละเอ ยดผลงานของงานช นท 3 Family Portrait ผลงานส าเร จช นท 3 Family Portrait ผลงานส าเร จ Persona of Ideal Democracy,190 x 65 x 50 ซม.,ส อผสม ภาพผลงานส าเร จ Teenage Dream ส อผสม ผลงานช นท 3 Family Portrait ส อผสม 92 ฏ

13 บทท 1 บทน า ความเป นมาและความส าค ญของป ญหา บ คล กภาพ หมายถ ง สภาพน ส ยจ าเพาะของคน ตรงก บค าภาษาอ งกฤษ ว า Personality มาจากรากศ พท ภาษาลาต นว า Persona ซ งแปลว าหน ากากหร อห วโขนท ต ว ละครสวมใส 1 บ คล กภาพค อล กษณะปรากฏภายนอกและล กษณะภายในของบ คคล น บต งแต ร ปร างหน าตาก ร ยาท าทาง เจตคต แรงจ งใจ สต ป ญญา ความค ดเห น ความสามารถ ปฏ ก ร ยาตอบสนองทางอารมณ ล กษณะประจ าต วต างๆ ความร ส กท บ คคลน นๆ ม ต อตนเอง ประสบการณ และส วนท เหล อค างจากประสบการณ บ คล กภาพจ งเป นล กษณะเฉพาะของ บ คคล ซ งองค ประกอบสองประการท ม ผลต อบ คล กภาพของคน ได แก โครงสร างทางช วว ทยาและ พ นธ กรรมก บสภาพแวดล อมในพ ฒนาการของช ว ตต งแต แรกเก ด ซ งอ ทธ พลจากสภาพแวดล อมในพ ฒนาการของช ว ตต งแต แรกเก ดหร อท เร ยกว า ส งแวดล อมระหว างบ คคล (interpersonal environment) หมายถ งส งแวดล อมท เก ยวก บ ความส มพ นธ ระหว างบ คคล โดยการท บ คคลคนหน งม บ คคลอ น ๆ เข าไปเก ยวข องและบ คคลท เข า ไปเก ยวข องจ ดเป นส งแวดล อมของบ คคลน น ต วอย างเช น อ ทธ พลและความส มพ นธ ในครอบคร ว พ อแม เป นส งแวดล อมระหว างบ คคลท ม อ ทธ พลต อบ คล กภาพของล ก หากบรรยากาศภายในบ าน เต มไปด วยความร กความอบอ น พ อแม แสดงออกซ งความร กความผ กพ นธ ล กก จะเต บโตมาอย าง สมบ รณ ส งผลให บ คล กภาพภายนอกเป นต วของต วเอง ม ความม นใจ ในทางตรงก นข ามเด กท เต บโตมาในครอบคร วท หย าร างหร อพ อแม แยกทางก น ม โอกาสส งท จะไม กล าม ครอบคร ว ไม เช อ สำน กหอสม ดกลาง 1 Basic Personality, เข าถ งเม อ 11 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก psychologytoday.com/basics/personality 1

14 2 ในช ว ตค ไม กล าต ดส นใจและไม ม นใจในต วเอง นอกจากอ ทธ พลจากครอบคร วท ส งผลถ ง บ คล กภาพภายในย งม อ ทธ พลจากส งคมแวดล อมท ส งผลถ งการแสดงออกทางบ คล กภาพภายนอก ตามทฤษฎ การเร ยนร ทางส งคม (social learning view of motivation) ในแนวค ดของ Cornell Montgomery ทฤษฎ น กล าวว าแรงจ งใจเก ดจากการเร ยนร ทางส งคม โดยเฉพาะอย างย งการสร าง เอกล กษณ และการเล ยนแบบจากบ คคลท ตนเองช นชมหร อคนท ม ช อเส ยงในส งคม เช น การ เล ยนแบบก นในกล มเพ อนซ งได ร บอ ทธ พลจากการเล ยนแบบต วแบบท เป นบ คคลม ช อเส ยงหร อ เป นท ยอมร บในกล มอ กท ยกต วอย างเช น ในป จจ บ นกล มว ยร นไทยม พฤต กรรมเล ยนแบบดารา น กแสดงจากประเทศเกาหล ว ยร นในกล มเด ยวก นม กม การแสดงออกทางบ คล กภาพผ านทางการ แต งกาย ทรงผม ล กษณะท าทาง รวมไปถ งการท าศ ลยกรรม ไปในท ศทางเด ยวก น และการ เล ยนแบบจะม อ ทธ พลมากน อยข นอย ก บโอกาสท ได เข าใกล ช ดและใช เวลาร วมก บกล มคนเหล าน น การเล ยนแบบในร ปแบบน จะเก ดข นบ อยคร งและเปล ยนแปลงได รวดเร วในส งคม เป นปรากฏกา รณท เร ยกว า แฟช น (fashion) 2 จากการท ส งคมม อ ทธ พลต อบ คล กภาพของมน ษย เป นอย างมากจนสามารถกล าวได ว าบ คคลเป นผลผล ตของส งคม อ ทธ พลจากส งคมแวดล อมสามารถก าหนดกรอบสร างท ศทาง ตลอดจนเป นเบ าหลอมหล กท สร างความเป นต วตนและการแสดงออกทางบ คล กของบ คคลน น บ คล กภาพและต วตนของคนท ได ร บอ ทธ พลจากส งส มพ นธ และคนท ส มพ นธ แวดล อมเป นไปตาม ธรรมชาต และแยกก นไม ขาด สะท อนให เห นถ งการด ารงอย ของป จเจกบ คคลซ งไม สามารถต ดขาด จากส งคมและไม สามารถแยกจากก นได อย างอ สระ ไม สามารถอย โดดเด ยวล าพ งโดยไม ม ความส มพ นธ ซ งก นและก นได สำน กหอสม ดกลาง ความม งหมายและว ตถ ประสงค ของการศ กษา ศ กษาบ คล กภาพของคนท ได ร บอ ทธ พลจากส งคมแวดล อมท แสดงออกผ านทางเส อผ า เคร องแต งกาย เพ อสร างผลงานท แสดงออกถ งความเช อมโยงส มพ นธ ทางบ คล กภาพของคนใน ส งคมโดยใช ผ า เส อผ า และเคร องแต งกายซ งเปร ยบก บเปล อกท มน ษย เล อกสวมใส มาใช เป นว สด 2 ศร เร อน แก วก งวาล, ทฤษฎ จ ตว ทยาบ คล กภาพ (ร เขา ร เรา),พ มพ คร งท 16 (กร งเทพฯ: หมอชาวบ าน, 2554),

15 3 หล กเพ อแสดงออกถ งต วตนและเป นเสม อนต วแทนในการแสดงออกความร ส กน กค ด น ส ยใจคอ ตลอดจนความค ดความเช อของผ สวมใส ท ได ร บอ ทธ พลและเช อมโยงส มพ นธ จากคนและส งคมท แวดล อม โดยน าเส อผ าเคร องแต งกายในประเภทต างๆ เช นเส อผ ชาย เส อผ หญ ง กระโปรงกางเกง แบบต างๆ เคร องแบบ ตลอดจนผ าและเคร องแต งกายประเภทอ นๆ ท สามารถแสดงออกถ งบ คล ก ต วตน มาปร บเปล ยนเช อมต อ เย บต ดเพ อสร างเป นร ปทรงใหม โดยคงซ งความร ส กเด มของความ เป นเส อผ าแต ในขณะเด ยวก นก กลายเป นร ปทรงใหม ท เก ดจากการเช อมต อประสานหลายๆ ช นเข า ด วยก น ในร ปแบบของผลงานสามม ต ท สามารถแสดงออกถ งความส มพ นธ เช อมโยงก นของบ คล ก ของคนในส งคม สำน กหอสม ดกลาง ขอบเขตการศ กษา 1. ขอบเขตทางเน อหา น าเสนอข อม ลเก ยวก บอ ทธ พลท ม ผลต อบ คล กภาพของคน ในด านของ ความส มพ นธ ของคนและส งคมท ม อ ทธ พลถ ายทอดเช อมโยงซ งก นและก นอย างสามารถแยกออก จากก นได อย างเป นอ สระ โดยศ กษาบ คคลในสามกล มซ งเป นกล มท ข าพเจ าเก ยวโยงส มพ นธ ในช ว ตประจ าว น ได แก 1.1 ครอบคร ว 1.2 กล มว ยร นน กศ กษา 1.3 กล มทางการเม อง 2. ขอบเขตทางร ปแบบ น าเสนอผลงานศ ลปน พนธ ในร ปแบบผลงานสามม ต โดยใช เส อผ าเคร องแต งกายท หลากหลายเป น ว สด หล ก โดยให ผลงานแสดงออกถ งความเช อมโยงส มพ นธ ก นของคนในส งคม 3. ขอบเขตด านเทคน ค ใช เทคน คการต ดเย บประกอบก บการท าเรซ นเพ อสร างเส อผ าเคร องแต งกายให เป นงานสามม ต ท เป นร ปทรงใหม ท หลากหลาย

16 4 ข นตอนของการศ กษา 1. ผลงานช นท 1 Persona of Ideal Democracy 1.1 ข นตอนการเก บข อม ล 1.2 ข นตอนการสร างแบบร าง 1.3 ข นตอนการผล ต 2. ผลงานช นท 2 Teeanage Dream 2.1ข นตอนการเก บข อม ล 2.2 ข นตอนการสร างแบบร าง 2.3 ข นตอนการผล ต 3. ผลงานช นท 3 3.1ข นตอนการเก บข อม ล 3.2 ข นตอนการสร างแบบร าง 3.3 ข นตอนการผล ต สำน กหอสม ดกลาง เวลาท ใช ในการว จ ย งานว จ ยช นน ใช เวลารวมท งส น 6เด อน โดยเร มต นงานว จ ยในเด อน มกราคม พ.ศ เด อนม ถ นายน พ.ศ.2557 และน าเสนอศ ลปน พนธ ภายในเด อน ส งหาคม พ.ศ แหล งข อม ล 1. แหล งข อม ลภาคเอกสาร ได แก หอสม ดแห งชาต ห องสม ดศ ลปากร และข อม ลจาก อ นเตอร เนต 2. แหล งข อม ลภาคสนาม ได แก เวท การช มน มของกล ม กปปส. และบ านของผ ว จ ย อ ปกรณ ท ใช ในการสร างสรรค 1. อ ปกรณ 1.1 จ กรเย บผ าไฟฟ า 1.2 กล องบ นท กภาพ

17 5 1.3 คอมพ วเตอร 1.4 ห นผ าและห นเป าลม 1.5 สม ดสเก ต 1.6 บล อคสกร น 1.7 ยางปาดบล อค 1.8 โทรท ศน 1.9 เคร องเล นซ ด 2.ว สด 2.1 เข ม ด าย 2.2 ผ ากระสอบ 2.3 ผ าด บ 2.4 ผ าช ฟอง 2.5 ผ าขาวม า 2.6 กระสอบข าว 2.7 เคร องแบบ ทหาร หมอ พยาบาล น กเร ยน น กศ กษา 2.8 ส สกร นส ตรน าย ห อเอสเค ส น าเง น ขาว แดง และชมพ สะท อนแสง 2.9 น ายาเช ดบล อคย ห อ Scala 2.10 เส นเอ น 2.11 สายอ ปกรณ อ เลคทรอน คส ชน ดต างๆ (สายแลนด สายเคเบอ ลท ว สายไฟ สายชาร จแบตโทรศ พท ม อถ อ สายล าโพง สายท ว สายเคร องเส ยง สายโทรศ พท สายห ฟ ง) 2.12 ผ ากาว 2.13 แผ นอะคร ล ค 2.14 โครงเหล ก 2.15 เคร องประด บ Ready Made ของกล ม กปปส. (สต กเกอร กระด ม ต างห นกหว ด) 2.16 ส ย อมร อนย ห อโดโซ ส น าเง นและแดง สำน กหอสม ดกลาง

18 6 ค าใช จ ายท งหมดในการว จ ย (โดยประมาณ) 60,000 บาท การเสนอผลงาน ร วมแสดงผลงานในน ทรรศการผ หญ งประหลาด ณ People Gallery หอ ศ ลปว ฒนธรรมกร งเทพมหานคร ว นท 3-29 พฤษภาคม 2557 สำน กหอสม ดกลาง

19 1.ความหมายและล กษณะของบ คล กภาพ บทท 2 วรรณกรรมท เก ยวข อง บ คล กภาพค อล กษณะเฉพาะต างๆ ของบ คคลท ปรากฏให คนภายนอกสามารถเห น และร ส กได ถ งความเป นเอกล กษณ เฉพาะของป จเจกบ คคล บ คล กภาพเป นส งท ย าให เห นถ งความ แตกต างระหว างบ คคล พฤต กรรมของบ คคลท แสดงออกหร อตอบสนองต อส งแวดล อม ว ธ ปร บตน ต าง ๆ ในสภาพแวดล อม ว ถ ทางด าเน นช ว ต ตลอดจนระบบความค ด ความเช อ เจตคต ค าน ยม อ ดมคต ความต องการ ความถน ด อารมณ รวมไปถ งสร ระว ทยาและล กษณะภายนอก โดยม ผ ให ความหมายของบ คล กภาพไว แตกต างก น ด งน Lazarus กล าวว า บ คล กภาพม รากศ พท มาจากภาษาลาต น ค อ Persona ซ ง หมายถ ง หน ากากท ต วละครของกร ก และโรม นสวมใส เวลาออกแสดงและหน ากากน จะบอกให ทราบถ งบทบาทของต วละครท แสดง สำน กหอสม ดกลาง ในความหมายของ เช ดศ กด โฆวาส นธ บ คล กภาพ หมายถ งล กษณะน ส ย(Traits) ท รวมก นเป นแบบฉบ บเฉพาะต วของบ คคลและเป นส งท ย าให เห นถ งความแตกต างระหว างบ คคล ซ ง พ จารณาได จากร ปแบบพฤต กรรมของบ คคลน นท แสดงออกหมายถ ง ล กษณะปรากฏภายนอกและ ล กษณะภายในของบ คคลน บต งแต ร ปร างหน าตาก ร ยาท าทาง เจตคต แรงจ งใจ สต ป ญญา ความค ดเห น ความสามารถ ปฏ ก ร ยาตอบสนองทางอารมณ ล กษณะหร อการตอบสนอง (Interaction) ต อส งแวดล อม ในความหมายของ เอนกก ล กร แสง บ คล กภาพ หมายถ งบ คล กภาพของบ คคลเป นผลรวมของ ค ณสมบ ต และล กษณะต าง ๆ ท ม อ ทธ พลต อร ปแบบของพฤต กรรมว ธ ปร บตนต อสถานการณ ต าง ๆ ในสภาพแวดล อม ว ถ ทางด าเน นช ว ต ตลอดจนระบบความค ด ความเช อ เจตคต ค าน ยม และ อ ดมคต ในความหมายของ ศร เร อน แก วก งวาน บ คล กภาพ หมายถ งล กษณะเฉพาะต วของ บ คคล ในด านต างๆ ท งภายนอกและภายในค อส วนท มองเห นได ยากแต ต องทราบด วยการอน มาน 7

20 เช น สต ป ญญา ควานถน ด ล กษณะ อารมณ ประจ าต ว ความใฝ ฝ นปรารถนา ปร ชญาช ว ต ค าน ยม ความสนใจ เป นต น ล กษณะต างๆ ของบ คล กภาพ ไม สามารถแยกออกเป นส วน ๆ จากก นได โดย เด ดขาด ท ก ๆ ล กษณะบ คล กภาพ ต างม ความส มพ นธ ต อก นและก น และม ผลกระทบต อก นและ ก น เป นประด จล กโซ บ คล กภาพ ของมน ษย ถ กหล อหลอมและประสมประสานด วย พ นธ กรรม ว ฒนธรรม การเร ยนร ว ธ ปร บต วของบ คคลและส งแวดล อม ท เป นนามธรรมและว ตถ ธรรม บ คล กภาพของมน ษย ไม ว าด านใดๆ เป นส งท ไม ตายต ว เปล ยนแปลงไปตามกาลเวลา การ เร ยนร และส งแวดล อมทางส งคมและว ตถ ธรรม บ คล กภาพของแต ละบ คคล ม ท งส วนท เป นล กษณะ ผ วเผ นและส วนท เป นน ส ยแท จร ง บางส วนของบ คล กภาพถ กซ อนเร น หร อถ กป ดบ งอ าพรางโดยจง ใจและไม จงใจ บ คล กภาพของบ คคลม ท งส วนร วมซ งเป นล กษณะสากลของมน ษย ท กชาต ท ก ภาษา และม ส วนซ งเร ยกก นว าล กษณะ เฉพาะต ว ในความหมายของ ส ภวรรณ พ นธ จ นทร บ คล กภาพ หมายถ งล กษณะของพฤต กรรม โดยส วนรวมของบ คคลท งหมด ท ม การท างานประสานส มพ นธ เป นหน วยเด ยวก น ท งจากล กษณะ ภายในและภายนอกและเป นแบบอย างของความประพฤต เฉพาะของแต ละบ คคลอ นเก ดจากการท บ คคลม ปฏ ส มพ นธ ก บส งแวดล อมในส งคมหร อจากประสบการณ ซ งม ผลถ งล กษณะต างๆ ของ พฤต กรรมของบ คคล เช น ความสนใจ เชาว ป ญญา ตลอดจนล กษณะอ น ๆ รวมเข าด วยก น ในความหมายของ โรเบ ร ต อ. ซ ลเวอร แปลโดยส ปราณ สนธ ร ตนและคณะ บ คล กภาพ หมายถ งผลร วมอย างม ระบบของพฤต กรรมต าง ๆ ตลอดจนเจตคต และค าน ยมซ งแสดงให เห นถ ง ล กษณะน ส ยเฉพาะต วบ คคล ด งน นจ ตว ทยาบ คล กภาพจ งเป นศาสตร ท ม งศ กษาน ส ยของบ คคลซ ง ช วยให มองเห นว าแต ละคนแตกต างก นอย างไร ในความหมายของ Ruch บ คล กภาพจะครอบคล มความหมายสองประการต อไปน ค อ ประการแรก บ คล กภาพค อพฤต กรรมภายนอกท แสดงออกมาของแต ละบ คคล (Personality as the Individual is External Behavior) และร ปแบบของการแสดงออกของพฤต กรรมท สามารถ ส งเกตเห น ซ งม หลายร ปแบบ เช น การแสดงออกทางส หน า แววตา ท าทาง ก ร ยาอาการ การพ ด การแต งกาย ตลอดท งการแสดงความค ดเห น ท งวาจาและการเข ยนเป นลายล กษณ อ กษร เป นต น และประการท สอง บ คล กภาพค อต วของบ คคลน นหร อต วตน (Personality as Self) โดยต วตนจะ แสดงพฤต กรรมต างๆ ออกมา ในความหมายของ Allport บ คล กภาพ หมายถ งกระบวนการผสมผสานในบ คคล อ น เก ดจากการท างานของระบบร างกาย และจ ตใจ รวมถ งปฏ ก ร ยาของบ คล ท โต ตอบส งเร า ทาง ส งคมท ม อ ทธ พลต อเขาด วย ซ งเป นส งก าหนดพฤต กรรมและความค ด บ คล กภาพ หมายถ ง สำน กหอสม ดกลาง 8

21 ล กษณะเฉพาะต วของแต ละบ คคลท ม ปฏ ก ร ยาต อส งเร าในส งคมและเป นค ณสมบ ต ในการปร บ ตนเองให เข าก บส งแวดล อมของบ คคลน น ในความหมายของ Hilgard and Atkison บ คล กภาพ หมายถ ง ล กษณะรวมของบ คคล และว ธ การแสดงออกของพฤต กรรมของแต ละบ คคลซ งเป นเคร องก าหนดว ธ การปร บต วของแต ละ บ คคลในส งแวดล อมของเขา บ คล กภาพจ งเป นแบบอย างท งหมดซ งเก ดจากการผสมผสานของ โครงสร างความประพฤต ความสนใจ เจตคต สต ป ญญา ความถน ด ตลอดจนล กษณะอ น ๆ เข า ด วยก น ในความหมายของ Edward บ คล กภาพ หมายถ งแบบอย างของความประพฤต ของแต ละบ คคล ซ งเก ดจากโครงสร างทางกายภาพและประสบการณ ในอด ตอ นม ผลต อโครงสร าง ทางด านอารมณ และล กษณะน ส ยของบ คคลน น ในความหมายของ Guildford บ คล กภาพ สามารถได แบ งล กษณะของบ คล กภาพของ บ คคลออกเป น 7 ล กษณะ ค อ ทางด านความสนใจ เจตคต ความต องการ ความถน ด อารมณ สร รว ทยา และล กษณะภายนอก ล กษณะท ง 7 อย างน จะท างานประสานส มพ นธ ( Integrated Whole ) เป นหน วยเด ยวก น ในความหมายของ Citing Cattell บ คล กภาพ หมายถ งส งท เก ยวข องก บพฤต กรรม ท งหมดของบ คคล ท งพฤต กรรมท เป ดเผยและพฤต กรรมท ซ อนเร นอย ภายในต วของบ คคล ในความหมายของ Gilliland บ คล กภาพ หมายถ งการท บ คคลม ปฏ ส มพ นธ ก บ ส งแวดล อมท าให บ คคลเก ดการเร ยนร และแสดงพฤต กรรมตอบสนองต อสภาพแวดล อมน นๆ ล กษณะของบ คล กภาพแบ งได เป น บ คล กภาพภายในและภายนอกบ คล กภาพภายใน หมายถ งความเป นต วตนของบ คคล ท ไม ได ปรากฎให เห นได อย างช ดเจน คนภายนอกจะส งเกต เห น ได จากการคล กคล ใกล ช ด หร อใช เวลาด วย บ คล กภาพภายในได แก 1. ความร ( Knowledge or attainments ) หมายถ ง ความร ทางว ชาศ กษาท วไป ความร ทางว ชาเฉพาะ ว ชาช พต างๆ ความร ความสามารถพ เศษ ประสบการณ ในการท างานเป น ต น 2. สต ป ญญา ( Intelligence ) หมายถ งความเฉล ยวฉลาด ความรอบร ความ รอบคอบ ความม ไหวพร บและการแก ป ญหาเฉพาะหน า 3. ความสนใจ ( Interests ) หมายถ งความเอาใจใส ความสนใจของแต ละคนว าม ความ สนใจในเร องราวต างๆมากน อยเพ ยงไร เช น การเม อง งานอด เรก ว ชาการต าง ๆ ท เร ยน เป น ต น สำน กหอสม ดกลาง 9

22 4. น ส ยใจคอ ( Habit or disposition ) ได แก ล กษณะของคนโดยภาพรวม ๆ เช น เป น คนใจกว าง เส ยสละ เป นคนม ความพยายามเป นต น 5. เจตคต ( Attitude) ได แก สภาพความร ส กทางด านจ ตใจท เก ดจากประสบการณ และการเร ยนร ของบ คคลอ นเป นผลท าให เก ดม ท าท หร อม ความค ดเห นร ส กต อส งใดส งหน งใน ล กษณะท ชอบหร อไม ชอบ เห นด วยหร อไม เห นด วย 6. แนวความค ด (Thinking) เป นกระบวนการเก ดส ญญาล กษณ ในสมอง โดยท บ คคล เข าใจเหต การณ หน ง ๆ หร อส งหน ง ๆ ตลอดจนความส มพ นธ ระหว างส งของต าง ๆ และเหต การณ ต าง ๆ โดยไม จ าเป นต องมองเห นส งน นหร อเหต การณ น น ๆ ผ ท ท าการค ดม กจะด าเน นตาม กระบวนการต อไปน ค อ การเก ดภาพพจน (Images) เก ยวก บส งของเหต การณ ความปรารถนา หร อการต งค าถามแก ตนเองโดยใช การใช การพ ด เคร องหมาย และส ญล กษณ ต างๆ และการม ความค ดรวบยอด (Concept) เก ดข น ประเภทของความค ดได แก ความค ดตามใจต วเองและ ความค ดตามความเป นจร งด งน นแนวความค ด ( Concept ) จ งเป นการก าหนดร เป นความเข าใจ ข นส ดยอดเก ยวก บส งต าง ๆ ไว โดยละเอ ยดว าอะไรค ออะไร แตกต างจากส งอ นได อย างไร 1 ส วนบ คล กภาพภายนอกหมายถ งพฤต กรรมและล กษณะท ปรากฏณ ให คนภายนอก สามารถส งเกต เห นได ได แก การแสดงออกทางส หน า แววตา ท าทาง ก ร ยาอาการ การพ ด ร ปร าง หน าตา ผ วพรรณ ตลอดท งการแสดงความค ดเห น ท งวาจาและการเข ยนเป นลายล กษณ อ กษร ส ขภาพอนาม ย น าหน ก ความส ง ทรงผม การเด น และการแต งกาย ล กษณะของการแต งกายเป นบ คล กภาพท ปรากฏช ดและเป นภาพท แสดงให เห นถ ง ความเป นป จเจกอย างช ดเจน ม ข อส งเกต ทางส งคมจ ตว ทยาพ ดถ งการเล อกเส อผ าเคร องแต งกาย ว า เส อผ าแต ละล กษณะท าให แต ละคนม ความร ส กแตกต างก นไป ความค ดท บ คคลภายนอก มองเห นก ไม เหม อนเด มรวมถ งการปรากฏต วในแต ละคร งด วยเคร องแต งกายท แตกต างก นท าให ภาพล กษณ ของบ คคลด แตกต างก นไปได ร ปแบบบางอย างของเคร องแต งกายท าให ส งคมคาดหว ง ว าบ คคลผ สวมใส ม ล กษณะเป นเช นไร ม สถานะอะไร อาย เท าไร หร อม อาช พอะไร การแบ งแยกชน ช นหร อแบ งแยกกล ม เพ อต องการให ด แตกต างจากกล มชนอ น มน ษย พยายามหาว ธ ท จะท าให กล ม ของตนด แตกต างไปจากกล มอ นเพ อให ร บร ถ งล กษณะประจ ากล มของตนเองง ายในการจดจ าและ แยกแยะความแตกต าง ความสบายและล กษณะเฉพาะท ต องการ สำน กหอสม ดกลาง 10 1 Basic Personality, เข าถ งเม อ 11 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก

23 บ คล กภาพของแต ละคนม ผลต อการแต งกาย ท าให บ คคลแสดงออกในเร องการแต ง กายแตกต างก น บ คล กภาพโดยท วไปของบ คคลใดบ คคลหน ง เก ดจากความต องการสร างความ ประท บใจให ปรากฏต อผ ท พบเห น แต ความประท บใจน ไม ได ม นคง ยาวนานหร อน าเช อถ อได เสมอ ไป เช น บ คคลท ม บารม ม ท าทางน ายกย องน าเกรงขามในช วงเวลาหน ง อาจไม ได ร บความเช อถ อ ในเวลาต อมาก เป นได เช น พวกน กการเม อง เป นต น นอกจากน ความค ดของคนเราท ม ต อบ คคล อ น ๆ ก สามารถเปล ยนแปลงได ตลอดเวลา บ คล กภาพท แสดงออกอาจไม ใช บ คล กภาพท แท จร ง ของบ คคลน นเสมอไป นอกจากน คนส วนมากต องการแสดงออกถ งบ คล กภาพท ด ของตนเองต อ ผ อ น เพ อสร างความประท บใจต อเพ อนและผ ค นเคย การแต งกายช วยให สามารถแสดงออกถ ง บทบาทของตนเองในส งคมและบ คล กภาพได ด งน 1. เคร องแต งกายท ด งด ดความสนใจ สามารถสร างความประท บใจเม อแรกพบได และ สามารถใช เป นเคร องม อในการสร างภาพล กษณ และบ คล กของความความน าเช อถ อให ก บผ สวม ใส 2. การใช เคร องแต งกายเพ อสร างภาพล กษณ สามารถใช ได ตลอดเวลาข นอย ก บ อาย โอกาส การงาน ฯลฯ เช น ว ยร นอาจสวมช ดน กเร ยนในตอนกลางว นและเปล ยนเป นช ดล าลองเพ อ ส งสรรค ก บเพ อนในตอนเย น 3. เคร องแต งกายสามารถแสดงออกถ งความค ดความเช อ และท ศนคต หร อบ คล กภาพ ภายในของบ คคลได 4. การเล อกเคร องแต งกายท เหมาะสมสามารถช วยแก ไขข อบกพร องบ กล กภาพ 2 ภายนอกได เคร องแต งกายท ด ควรม ส วนช วยส งเสร มและสร างบ คล กภาพท ด ให ก บผ สวมใส การจ าแนกล กษณะบ คล กภาพร ปแบบท ใช ในการศ กษาล กษณะการแต งกายน ยมใช เกณฑ การจ าแนกของ Eduard Spranger ซ งแบ งล กษณะบ คล กภาพของคนออกเป น 6 กล มด งน 1. The theoretical type เป นผ ท ย ดถ อความถ กต อง ความจร ง ม ความร คงแก เร ยน เส อผ าท สำน กหอสม ดกลาง 2 บทท 1 ความหมายและความส าค ญของบ คล กภาพ, เข าถ งเม อ 12 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก /eb_chapter1.pdf 11

24 บ คคลเหล าน เล อกสวมใส จะเป นไปเพ อประโยชน อย างแท จร ง เหมาะก บอาช พการงาน ไม ตาม แฟช น 2. The economic type เป นบ คคลท ร จ กใช จ ายเง นและเวลาอย างค มค าท ส ด คน เหล าน จะจ ดการเก ยวเส อผ าของตนเองอย างม ระเบ ยบ แบบแผน วางแผนการใช จ ายเง นทองเพ อ ซ อเส อผ าอย างรอบคอบ 4. The social type เป นบ คคลท ให ความส าค ญก บบ คคลอ น การแต งกายจ งม ก หล กเล ยงเคร องแต งกายท ส งคมไม ยอมร บ 5. The political type เป าหมายของบ คคลในกล มน ค อการท าให ผ คนประท บใจและ แสวงหาอ านาจ การเล อกเคร องแต งกายจะเล อกท สามารถน าตนเองก าวเข าไปในส งคมหร อเป นท ด งด ดความสนใจของผ คน 6. The religious-philosophical type เป นกล มคนท ให ความส าค ญเก ยวก บอ ดมคต และความเร ยบง าย เส อผ าท คนเหล าน เล อกเน นท ความสบาย ไม หร หรา ไม ใช เพ อสร างความส ขท เก ดจากการแต งกายแต เพ อความเร ยบง ายของการด าเน นช ว ต 3 นอกจากบ คล กภาพด งกล าวข างต น ย งม ล กษณะของบ คคลในร ปแบบอ น ๆ ท ม ผลต อ การเล อกเคร องแต งกาย และม ความส มพ นธ ก บบ คล กภาพของคนเรา ซ งแสดงให เห นว าเคร องแต ง กายสามารถบ งบอกสภาวะจ ตใจ ส ขภาพและท ศนคต ของผ สวมใส ท ม ต อส งคมได ความส มพ นธ ระหว างบ คล กภาพก บการแต งกายเก ยวข องก บภาพล กษณ ท เก ดข นของ บ คคล ม ผลท าให เคร องแต งกายได ร บการพ ฒนาตามไปด วย ความส มพ นธ ระหว างบ คล กภาพและ การแต งกายน แยกออกเป น ความส มพ นธ ในด านส งคม (Sociological) ค อภาพล กษณ ท บ คคลอ น มองตนเองเม อสวมใส เส อผ าช ดน น และความส มพ นธ ในด านจ ตว ทยา (Psychological) ค อส งท บ คคลต องการให ผ อ นค ดเก ยวก บตนเองเม อสวมใส เส อผ าแต ละช ด 4 จากการให ความหมายของบ คล กภาพจากน กว ชาการท ได ยกมาข างต น สามารถสร ป ได ว า บ คล กภาพ ตรงก บภาษาอ งกฤษว า Personality ซ งม รากศ พท มาจากภาษาลาต น ค อ Persona ซ งหมายถ ง หน ากากท ต วละคร ของกร กและโรม นสวมใส เวลาออกแสดง และหน ากาก น จะบอกให ทราบถ งบทบาทของต วละครท แสดง บ คล กภาพหมายถ ง ล กษณะโดยรวมของบ คคลท สำน กหอสม ดกลาง 3 ความส าค ญของเส อผ า, เข าถ งเม อ 12 เมษายน 2557, เข าถ งได จากhttp://sites. google.com/site/sersthsastrbththi7/home/1 4 ศร เร อน แก วก งวาล, ทฤษฎ จ ตว ทยาบ คล กภาพ (ร เขา ร เรา), คร งท 16 (กร งเทพฯ: หมอชาวบ าน, 2554), หน า

25 ปรากฏให คนภายนอกสามารถส งเกต เห นและร ส กได ม ท งส วนท เป น ส วนร วม ซ งเป นล กษณะ สากลของมน ษย ท กชาต ท กภาษา และม ส วนซ งเร ยกก นว าล กษณะ เฉพาะต ว ท จะปรากฏและ เน นย าถ งเอกล กษณ และความแตกต างของแต ละบ คคล บ คล กภาพ สามารถแบ งได เป น 2 ล กษณะ ค อ บ คล กภาพภายนอก ได แก และร ปแบบของการแสดงออกของพฤต กรรมท สามารถ ส งเกตเห น เช น การแสดงออกทางส หน า แววตา ท าทาง ก ร ยาอาการ การพ ด การแต งกาย ร ปร าง หน าตา ผ วพรรณ ตลอดท งการแสดงความค ดเห น ท งวาจาและการเข ยนเป นลายล กษณ อ กษร เป น ต น และประการท สองค อบ คล กภาพภายในได แก น ส ยใจคอ การแสดงออกหร อตอบสนองต อ ส งแวดล อม ว ธ ปร บตนต างๆ ในสภาพแวดล อม ว ถ ทางด าเน นช ว ต ความเช อ ความร ส กน กค ด ความประพฤต ความสนใจ เจตคต สต ป ญญา ความถน ด การปร บต ว อารมณ ท อาจจะไม สามารถ ร บร ได ผ านการมองเห นจากบ คคลภายนอกอย างผ วเผ น แต ต องใช การส งเกต และความใกล ช ดใน การร บร ถ งบ คล กภายในของบ คคลน น ๆ ล กษณะต างๆ ของบ คล กภาพ ไม สามารถแยกออกจากก นได โดยเด ดขาด ท กล กษณะ ของบ คล กภาพต างม ความส มพ นธ ต อก นและก นและม ผลกระทบต อก นและก นแบบ ล กโซ บ คล กภาพของมน ษย ถ กหล อหลอมและผสมผสานด วยพ นธ กรรม ว ฒนธรรม การเร ยนร ว ธ ปร บต วของบ คคลและส งแวดล อม บ คล กภาพของมน ษย ไม ว าด านใดๆ เป นส งท ไม ตายต ว เปล ยนแปลงไปตามกาลเวลา การเร ยนร และส งแวดล อมทางส งคม บ คล กภาพของแต ละบ คคล ท งส วนท เป นล กษณะผ วเผ นและส วนท เป นน ส ยแท จร ง บางส วนของบ คล กภาพถ กซ อนเร นหร อถ ก ป ดบ งอ าพรางโดยจงใจและไม จงใจ สำน กหอสม ดกลาง อ ทธ พลท ม ผลต อบ คล กภาพ บ คคล กภาพของบ คคลจะเป นเช นไรน นข นอย ก บองค ประกอบหล ก ๆ สองประการท ม ผลโดยตรงต อการสร างต วตนบ คล ก ได แก โครงสร างทางช วว ทยาและพ นธ กรรมก บสภาพแวดล อม ในพ ฒนาการของช ว ตต งแต แรกปฏ สนธ ซ งองค ประกอบหล กท งสองอย างม อ ทธ พลต อบ คล กภาพ ของมน ษย ร วมก น แต ม ส ดส วนในการหล อหลอมมากน อยไม เท าก น ข นอย ก บป จจ ยหลายอย าง อ ทธ พลของโครงสร างทางช วว ทยาและพ นธ กรรม (Heredity) 5 บทท 1 ความหมายและความส าค ญของบ คล กภาพ, เข าถ งเม อ 12 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก /eb_chapter1.pdf

26 พ นธ กรรม หมายถ ง กระบวนการทางช วว ทยาซ งส งม ช ว ตก อให เก ดข นก บอ กช ว ต หน ง และส งท ก อให เก ดข นน นรวมถ งป จจ ยท งหมดม ส วนสร างความเหม อนก น หร อกล าวอ กอย าง หน งว าพ นธ กรรม เป นป จจ ยถ ายทอดล กษณะต าง ๆ โดยผ านทางย น (Genes) น บต งแต ปฏ สนธ (Fertilization) เป นแนวโน มของล กหลานท จะพ ฒนาล กษณะหร อภาวะต าง ๆ ท ได ร บจากบรรพ บ ร ษโดยสายเล อด ซ งถ ายทอดมาส ล กหลานเช น ล กษณะทางกาย ความส ง ร ปร างหน าตา ผ วพรรณ โรคบางอย าง รวมถ งหม เล อด และล กษณะทางจ ตบางอย างเช น สต ป ญญา ล กษณะ น ส ยใจคอ อารมณ และส ญชาต ญาณ พ นธ กรรมม บทบาทต อช ว ต เป นส งก าหนดให ล กหลานม สภาพและสภาวะเป นอย างไร และม แนวโน มของพ ฒนาการเป นอย างไร ม ผลต การพ ฒนา บ คล กภาพซ งข นอย ก บการจ าก ดของพ นธ กรรมซ งถ ายทอดมาทางย น ซ งการถ ายทอดล กษณะ ต างๆ มาส ล กหลาน จะส งผลให ล กหลานม ล กษณะคล ายๆ ก บบรรพบ ร ษ ล กษณะท เป นพ นธ กรรม ท ควบค มโดยย นสามารถส งผลให ล กหลานน นแบ งได เป นสองทางค อ ล กษณะทางร างกายและ ล กษณะทางจ ต ล กษณะทางร างกาย ล กษณะของส ได แก ส ท ปรากฏอย ในส วนต างๆ ของร างกาย บางคน ม ส ผ วขาวหร อบางคนม ส ผ วเป นส แทนหร อน าตาล ส ของผ วหน งรวมไปถ งล กษณะความหยาบและ ความละเอ ยดของผ วหน ง ส ของเส นผม บางคนอาจม เส นผมตรง บางคนหย ก บางคนเส นผม หย กศก นอกจากน ย งม ส ท ปรากฏในน ยน ตา ส เหล าน จะเป นไปในล กษณะใดข นอย ก บล กษณะ ของส ของพ อแม และบรรพบ ร ษของตนเอง เช น พ อแม ม ผมส ด าล กท ออกมาก จะม ผมส ด า ด วย ล กษณะของส ต าง ๆ ในร างกายถ กก าหนดด วยพ นธ กรรม ล กษณะใบหน ารวมท งส วนประกอบต าง ๆ ของใบหน า ค อ ห ตา จม ก ร มฝ ปากหน าผาก แก ม ร ปหน าถ กก าหนดโดยล กษณะทางพ นธ กรรม ถ าเราส งเกตเพ อนใกล ต วเรา จะพบว า เพ อนบางคนม ร ปหน ากลม บางคนม ร ปหน าแบน บางคนม ร ปหน ายาวหร อบางคน สำน กหอสม ดกลาง 14 6 บ านจอมย ทธ, ส งท ก าหนดบ คล กภาพ (Personality Determinants), เข าถ งเม อ 12 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก

27 ม ร ปหน าเหล ยม เป นต น นอกจากน ล กษณะจม กของแต ละคนก จะแตกต างก นด วย เช น บางคน จม กโด ง บางคน จม กแบน ร ปของดวงตาก เช นก นบางคนม ตาสองช น บางคนม ช นเด ยว แม ว าจะ ไปท าศ ลยกรรมตาเป นสองช นแต เวลาคลอดบ ตรออกมาล กก ย งคงได ร บย นของแม ค อม ตาช น เด ยว นอกจากน ค วก เป นเร องของการถ ายทอดทางพ นธ กรรมเช นก น บางคร งเราอาจเห นคนม ค ว โก งเป นค นศร บางคนค วไม ม หร อค วบาง บางคนอาจค วส น ล กษณะของใบหน าถ ายทอดทาง พ นธ กรรม ล กษณะประจ าเพศ เช น เพศชายต องม หนวด ขน ม เส ยงห าวๆ กล ามเน อแข งแรง ส วนหญ งม พ ฒนาการทางกระด กเช งกราน ทรวงอกขยายใหญ เป นต น ส ง เหล าน ได มาแต ก าเน ดทางพ นธ กรรมโดยทางต อมไร ท อ (Endocrine gland) อย างไรก ด การท างาน ของต อมไร ท อข นอย ก บล กษณะทางพ นธ กรรมด วยเช นก น ส ดส วนของร างกาย เช นความส ง ล กจะส งหร อเต ยข นอย ก บพ อ แม ถ าพ อแม เป นคนเต ยล กก ม กจะเต ยด วย แม ว าจะเล ยงด ให อาหารด อย างไรความส งท เพ มข นก จะไม เก นย นท ก าหนดไว การท างานของร างกาย บางคนท างานด วยความเคร งเคร ยดแต บางคนก ท างานแบบสบาย ๆ หร อบางคนโตช าแต ก ม บางคนโตเร ว ท งน ข นอย ก บพ นธ กรรมบ งค บ การท างานต าง ๆ ของร างกาย เช น การท างานของระบบย อยอาหาร การเผาผลาญอาหาร หร อ ความถน ดต างๆ เช น บางคนถน ดท จะท างานใช สมองมากกว าการท างานท ใช ก าล งกายเป นต น เพศ การเก ดเป นเพศหญ งหร อเพศชายเป นส งท ถ ายทอดมาทาง พ นธ กรรมล กท เก ดจะเป นเพศหญ งหร อเพศชายข นอย ก บ Chromosome ของ Sperm ท จะเข าผสม ก บไข หม เล อด หม เล อดของล กจะเป นหม เด ยวก นก บหม เล อดของพ อ และแม แต ส วนปล กย อยของเล อดอาจแตกต างก น หม เล อดของคนม 4 หม ค อ A B O และ AB โรค โรคบางชน ดสามารถถ ายทอดทางพ นธ กรรมได โดยต ดไป ก บ Autosome เช นโรคเบาหวาน ลมบ าหม หร อข อบกพร องทางร างกายบางอย างก สามารถ ถ ายทอดทางพ นธ กรรมได เช น ตาบอดส ผ วเผ อก ศ รษะล าน เป นต น 7 สำน กหอสม ดกลาง 7 ศ นย พ ฒนาทร พยากรการศ กษา มหาว ทยาล ยมหาสารคาม, หล กการและแนวค ด เก ยวก บพ ฒนาการทางกาย จ ตและบ คล กภาพพ นธ กรรมและส งแวดล อม, เข าถ งเม อ 12, เมษายน 2557, เข าถ งได จาก /U03_02.html 15

28 2.1.2 ล กษณะทางจ ต ล กษณะทางจ ตท ได ร บทางพ นธ กรรมค อ สต ป ญญา ล กษณะน ส ย อารมณ และส ญชาตญาณ ส งเหล าน สามารถถ ายทอดจากพ อหร อแม ไปส ล กหลานได อ ทธ พลของ พ นธ กรรมต อบ คล กภาพน นม น กจ ตว ทยาเช อว า บ คล กล กษณะท ได ร บอ ทธ พลจากพ นธ กรรมมาก ท ส ดค อ สต ป ญญาความสามารถพ นฐานท ว ๆ ไป ความรวดเร วในการตอบสนองต อส งเร าการ แสดงปฏ ก ร ยาโต ตอบต อส งเร าต าง ๆ ท กษะในการเคล อนไหว การใช ส มผ สส งต าง ๆ ได ถ กต อง และละเอ ยดลออ ความรอบคอบ ความม ไหวพร บของคน เป นท ยอมร บก นว าสต ป ญญาของมน ษย น น ส วนหน งข นอย ก บข อม ลทางพ นธ กรรม ด งน น คนท ม พ นธ กรรมคล ายคล งก นก ควรจะม สต ป ญญาคล ายคล งก นด วยเหม อนอย างท เราม กได ย นอย เสมอว า ถ าพ อแม เป นคนฉลาด ล กก ม กจะฉลาดด วยในทางตรงข ามถ าพ อแม เป นคนโง ม สต ป ญญาในระด บต า ล กก ม กจะเป นคนโง สต ป ญญาต าด วยเช นก น ระด บสต ป ญญาท บ คคลม แตกต างก นเช นน ย อมม ผลต อความค ด ความจ า ความสามารถในการเร ยนร ส งต าง ๆ โดยสามารถว ดระด บสต ป ญญาได จากการว ดไอค ว ตามมาตรฐานด งน ต งแต 140 ช นไปถ อได ว าเป นอ จฉร ยะ ในระด บ ถ อว าฉลาด ระด บ ถ อว าปานกลาง ระด บ 69 ลงมาถ อว าป ญญาอ อน ระด บ 24 ลงมาจ ดอย ในประเภทโง ท ส ด ค อไม สามารถช วยเหล อต วเองได จากการศ กษาของศาสตราจารย กอดดาร ด(Goddard) เช อว าพ นธ กรรม ส าค ญกว าส งแวดล อม ในงานว จ ยของเขาพบว า บ คคลม โอกาสได ร บการถ ายทอดทางพ นธ กรรม เก ยวก บความม สต ป ญญาส งและความม สต ป ญญาต าอย ในเกณฑ ใกล เค ยงก น กล าวค อ ความม สต ป ญญาส งจะถ ายทอดได 46 % ในขณะท ความม สต ป ญญาต าจะถ ายทอดได ถ ง 54% และเชาว ป ญญาของบ คคลจะอย ในเกณฑ ส งส ดเม อม อาย ในช วงว ยร นตอนปลายก บว ยผ ใหญ ตอนต นค อ ประมาณอาย และจะคงสภาพอย เช นน น อาจจะเพ มข นหร อลดลงบ างแต ก ไม มากน ก 8 ล กษณะท ได ร บอ ทธ พลจากพ นธ กรรมรองลงมา ค อ น ส ยท แสดงอารมณ ประจ าต วของบ คคลเช น การเป นคนเจ าอารมณ การเป นคนม อารมณ ร าเร งแจ มใส ความเป นคน สำน กหอสม ดกลาง 16 8 เชาว ป ญญาและอารมณ, เข าถ งเม อ 12 เมษายน 2556, เข าถ งได จาก

29 เจ าท กข อารมณ เหล าน เช อก นว าม แนวโน มมาจากพ นธ กรรม และจากการศ กษางานว จ ยของท ม น กว จ ยจากอ สราเอล ระบ ว าการแสดงอารมณ บนใบหน าอาจเป นมรดกตกทอดมาทางกรรมพ นธ โดยพวกเขารายงานลงในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences ซ งเป น การย นย นแนวค ดของชาร ลส ดาร ว น (Charles Darwin) เม อ พ.ศ.2415 ท ช อ "การแสดงอารมณ ของมน ษย และส ตว " (The Expression of the Emotions in Man and Animals) ดาร ว นช ว า ความร ส กท ปรากฏบนใบหน าเป นส งท ถ ายทอดทางกรรมพ นธ ม การว จ ยเพ อตรวจสอบโดยน กว จ ย ของมหาว ทยาล ยไฮฟา (University of Haifa ) โดยการว เคราะห ส หน าของอาสาสม คร 21 คนท ตา บอดแต ก าเน ด รวมถ งส หน าของผ เข าร วมการทดลองท งหมด โดยถามถ งประสบการณ ความส ข ความเศร า โกรธ และเกล ยดช ง และบ นท กค าพ ด ส หน าและปฏ ก ร ยาของคนเหล าน ไว เพ อทดสอบ ว าบ คคลจะม ส หน าอย างไรเม อประสบก บอารมณ ต างๆ และเม อน าผลท ได มาเปร ยบเท ยบ น กว จ ย พบว าแม อาสาสม ครตาบอด และไม เคยเห นหน าญาต มาก อน แต การแสดงส หน ากล บเหม อนก น มากโดยเฉพาะเม อแสดงอารมณ ด านลบ ก ล เปเลก (Gili Peleg) จากสถาบ นว ว ฒนาการของ มหาว ทยาล ยไฮฟา (Institute of Evolution at the University of Haifa) ผ น าในการว จ ย กล าวว า ส งท พบค อ การแสดงส หน าเป นเอกล กษณ เฉพาะของครอบคร ว และเป นส งท ตกทอดมาทาง กรรมพ นธ บนพ นฐานของว ว ฒนาการ อ ทธ พลของส งแวดล อม (Environmental Situation) ความหมายและประเภทของส งแวดล อม ส งแวดล อม (Environment) หมายถ ง ท กส งท กอย างท อย รอบต วบ คคลน น ๆ เช น อาหาร อากาศ ท อย อาศ ย ศาสนา ญาต พ น อง ส งคม การเม อง น กจ ตว ทยาและน กส งคม ว ทยาต างก ให ความส าค ญของส งแวดล อมว า ส งแวดล อมเป นป จจ ยท ส าค ญในการก าหนด บ คล กภาพ น กจ ตว ทยาบางคนถ อว าบ คล กภาพเป นผลของส งแวดล อมมากกว าพ นธ กรรมโดย ส งแวดล อมจ ะเ ป น ส งก าหนดให เก ดพฤต กรรมหร อบ คล ก ภาพมาก กว าพ นธ กรรรม เช น John B. Watson เป นน กจ ตว ทยาในกล มพฤต กรรมน ยม เขาเช อในเร องส งแวดล อมมากกว า สำน กหอสม ดกลาง 17 9 bbc news, ASTV ผ จ ดการออนไลน, ร ปแบบส หน าบ งบอกอารมณ อาจ ถ ายทอดก นได ทางพ นธ กรรม, เข าถ งเม อ 20 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก manager.co.th/science /ViewNews.aspx?NewsID=

30 อ ทธ พลของพ นธ กรรม 10 นอกจากน ในทางจ ตว ทยา ส งแวดล อม หมายถ ง ว ตถ ต าง ๆ แรง และเง อนไขใน สภาพการณ ต างๆ ท เข ามาเก ยวข องก บบ คคล ส งแวดล อมจ งเป นส งต าง ๆ ท เข ามาเก ยวข องก บ บ คคลและไม เก ยวข องก บบ คคลแต อย รอบ ๆ ต วบ คคลถ อว าม อ ทธ พลต อบ คคลท งส น ส งแวดล อม ท กล าวค อ คน ส ตว ส งของและสถานการณ ต าง ๆ แบ งเป น 3 ประการด งน เม อม ส งเร าภายนอกท ม ผลต ออ นทร ย เข ามาเร าอ นทร ย (External Stimuli) และท าให อ นทร ย ม ปฏ ก ร ยาโต ตอบหร อตอบสนองจะท าให เก ดพฤต กรรม ส งเร าภายนอก ถ อเป นส งแวดล อมท ท าให อ นทร ย ตอบสนอง ส งแวดล อมท ม ผลต ออ นทร ย น นจะม หลายๆ อย างและจะม ความส มพ นธ เก ยวข องซ งก นและก น ค อม การท างานร วมก น และส งผลต ออ นทร ย ร วมก น ส งแวดล อมบางอย างจะเข ามาส มพ นธ ก นเป นพ เศษและจะเก ดเป น ส งเร าใหม ท ม ผลต ออ นทร ย 11 ด งน นจากล กษณะของส งแวดล อมท กล าวมา พอจะสร ปได ว า ส งแวดล อมท ม อ ทธ พล ต อพฤต กรรมของบ คคลม 2 ชน ด ค อ ส งแวดล อมภายในต วเองและส งแวดล อมภายนอก ใน การศ กษาพฤต กรรมส งแวดล อมท งสองอย างน พบว าจะส งผลซ งก นและก น โดยส งแวดล อม ภายนอกม กส งผลให เก ดพฤต กรรมของบ คคลมากกว า อย างไรก ด ท งส งแวดล อมภายในต วเองและ ส งแวดล อมภายนอกล วนแต ส งผลถ งบ คล กภาพของบ คคลท งส น และท เราสามารถส งเกตเห นก ค อ บ คล กภาพภายนอกของบ คคลน นเอง ด งน นในการศ กษาเราม กจะเน นสถานการณ ภายนอกท ท า ให เก ดพฤต กรรมและบ คล กภาพเป นส วนใหญ ส งแวดล อมท ม อ ทธ พลต อบ คล ก ส งแวดล อมทางว ฒนธรรม (Cultural Environment) ได แก ขนบธรรมเน ยม ประเพณ ภาษา ส อต างๆทางส งคม เป นต น ส งแวดล อมทางว ฒนธรรมม บทบาท สำน กหอสม ดกลาง ห วหน าหม เร ยน, ความร เบ องต นเร องการศ กษาพฤต กรรมมน ษย ก บการ พ ฒนาตน, เข าถ งเม อ 12 เมษายน 2557, จาก = ศร เร อน แก วก งวาล,ทฤษฎ จ ตว ทยาบ คล กภาพ (ร เขา ร เรา), พ มพ คร งท 16 (กร งเทพฯ:หมอชาวบ าน, 2554), 30.

31 ส งเสร มบ คล กภาพส วนบ คคลได มากประสบการณ ต างของบ คคลจะข นอย ก บส งแวดล อมทาง ว ฒนธรรมการแสดงพฤต กรรมต างๆ จะเป นไปตามแนวทางท ได เร ยนร และเข าใจ ส งแวดล อมระหว างบ คคล (Interpersonal environment) เป น ส งแวดล อมท เก ยวก บความส มพ นธ ระหว างบ คคล บ คคลคนหน งจะม บ คคลอ นๆ เข าไปเก ยวข อง บ คคลท เข าไปเก ยวข องจ ดเป นส งแวดล อมของบ คคลน น 13 ต วอย างเช น พ อแม เป นส งแวดล อมของ ล กท จะสร างช ว ตในบ านให ม บรรยากาศเป นไปในล กษณะอย างไร บ คล กภาพของล กๆ ก จะเป น เช นน นด วย ยกต วอย างเช น ในครอบคร วท พ อท าหน ท ห วหน าครอบคร วได สมบ รณ ประพฤต ตน เป นแบบอย างท ด ล กชายท ม ความส มพ นธ ท ด ก บพ อ จะเล ยนแบบความเป นส ภาพบ ร ษ ความ ส ข ม ความอ อนโยนน นจากพ อของตน ส วนล กสาวก จะเต บโตเป นก ลสตร ท ม ความประพฤต เหมาะสม ไม เร ยกร องหาความร กในล กษณะผ ด ๆ จากเพศตรงข าม ร กนวลสงวนต ว และเต บโต เป นผ ใหญ ท ม ค ณภาพ เป นคนท ม บ คล กภาพอบอ น ส ข ม อ อนโยน ในทางตรงก นข าม หากพ อ ประพฤต ตนไม เหมาะสม ก าวร าว เจ าช ท าร ายแม ล กชายหากไม ม พฤต กรรมเล ยนแบบพ อก อาจม แนวโน มท จะเบ ยงเบนทางเพศเม อโตข น เน องจากล กชายเห นแม เจ บปวดจะม ความฝ งใจ ไม อยาก เป นคนแบบพ อ ส วนล กสาวอาจม พฤต กรรมช งส กก อนห าม เร ยกร องความร กความสนใจจากเพศ ตรงข ามในทางท ผ ดปกต เพราะเข าใจว าตนไม ได ร บความร กจากพ ออย างเพ ยงพอ ส งแวดล อมท งสองประเภทน เปล ยนแปลงอย เสมอและเป นส งแวดล อมท ม จ านวนไม ตายต วและจะเข ามาบ รณาการท างานร วมก นโดยม บ คคลเป นศ นย กลาง ความส มพ นธ ของพ นธ กรรมและส งแวดล อม ผลการศ กษาอ ทธ พลของพ นธ กรรมและส งแวดล อมท ม ต อบ คคลพบว า ม ความส มพ นธ ก นโดยพ นธ กรรมเป นต วก าหนดขอบข ายของพ ฒนาการและม ส งแวดล อมเป นต ว ต ดส นว าบ คล กภาพหร อพฤต กรรมจะเป นไปในล กษณะอย างใด เช น ส งแวดล อมท เล อกสรรอย าง ด ก ไม สามารถจะเปล ยนแปลงคนท ระด บสต ป ญญาต ากว าปกต ให กลายเป นคนเฉล ยวฉลาด สำน กหอสม ดกลาง อ ทธ พลของพ นธ กรรมและส งแวดล อม, เข าถ งเม อ 15 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก 13 อ ทธ พลของพ นธ กรรมและส งแวดล อม, เข าถ งเม อ 15 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก 14 อ ทธพลท ม ผลต อบ คล กภาพ, เข าถ งเม อ 12 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก

32 ได หร อคนท ม บ คล กภาพเบ ยงเบนออกไปก ไม ใช สาเหต ของส งแวดล อมเพ ยงอย างเด ยว แต บ คคล น นม ความโน มเอ ยงอย ภายในต วเองท จะม บ คล กภาพเบ ยงเบนออกไปเป นท นเด มอย แล ว แนวค ด ของน กจ ตว ทยาบ คล กภาพก บพ นธ กรรม น กจ ตว ทยาซ งสร างทฤษฎ บ คล กภาพท ม ช อเส ยงหลาย คน เช น Kurt Lewin ไม ปฏ เสธพ นธ กรรมและว ฒ ภาวะแต เขาให ความเห นว าท งพ นธ กรรมและการ เจร ญเต บโตของว ฒ ภาวะเป นข อเท จจร งทางช วว ทยาซ งอย ภายนอกสนามช ว ต ด งน นทฤษฎ บ คล กภาพของเขาจ งเน นอ ทธ พลของส งแวดล อมว าม ผลต อพฤต กรรมมน ษย น กจ ตว ทยาจ งสร าง ทฤษฎ บ คล กภาพอ กคน ค อ Harry Stack Sullivan แม จะยอมร บว าสาเหต ทางกายเป นเง อนไข ของความเจร ญเต บโตของบ คล กภาพแต เขาลดความส าค ญทางด านน ลง ให เป นรองส งคมให เป น เคร องก าหนด พ ฒนาการทางจ ต โดยกล าวว าการเจร ญเต บโตของบ คล กภาพเป นไปตามหล ก จ ตว ทยาส งคม ซ งเราอาจจะพ จารณาว าความส มพ นธ ระหว างมน ษย ม ส วนในการสร างเอกล กษณ ของบ คล กภาพข นมา 2.3 อ ทธ พลของป จจ ยเสร มอ น ๆ อ ทธ พลของป จจ ยเสร มต าง ๆ ท เข ามาม อ ทธ พลต อบ คคลและท าให เก ด บ คล กภาพล กษณะต าง ๆ สามารถแยกอธ บายเป นข อ ๆ ด งน ค อ การเป นสมาช กของกล มต างๆ อาจกล าวได ว า กล มแรกท บ คคลเป นสมาช ก น นก ค อครอบคร ว ครอบคร วจะม บทบาทอย างมากต อการพ ฒนาบ คล กภาพท ส าค ญ ได แก การ ลอกแบบหร อลอกเล ยนแบบ (identification) ซ งเป นกระบวนการเล ยนแบบหร อเอาบ คคลท เป น แบบมาเป นต วอย างและพยายามเล ยนแบบให เหม อน รวมถ งการร บเอาส งท เป นนามธรรมเข าไว ใน จ ตใจตนเอง (internalization) เช น การร บเอาค าน ยม เจตคต ความเช อเข าไว เป นของตน ต อมา เม อบ คคลเร มโตข นเขาจะเร มเป นสมาช กของกล มทางส งคมอ น ๆ เช น กล มน กเร ยนในโรงเร ยน กล มน กศ กษาในมหาว ทยาล ย กล มเพ อน ๆ ในท ท างาน กล มสมาคมศ ษย เก า กล มพรรค การเม อง กล มทางธ รก จ กล มศาสนา เป นต น กล มเหล าน ล วนเป นแบบอย างให เก ดบ คล กภาพ ท งส นจากการเข าเป นสมาช กกล มบ คคลจะเร ยนร ในหลายส งหลายอย างรอบต วเขาเก ด กระบวนการทางส งคมหร อกระบวนการข ดเกลาทางส งคม ด งน นบ คคลจ งถ กข ดเกลาในกล ม มากมายในสภาพแวดล อมของต วเขาเอง ป จจ ยทางด านว ฒน ธรรม เ ป นท ยอมร บว าป จจ ยว ฒนธรรมเป น แนวความค ดทางด านมาน ษยว ทยาน น จะเป นต วก าหนดบ คล กภาพท ส าค ญบ คคลต างเช อชาต จะ ม ความแตกต างในการประพฤต ปฏ บ ต และบ คคลจะอย ภายใต ว ฒนธรรมในส งคมตน ด งน น เขา สำน กหอสม ดกลาง 20

33 จะประพฤต ตนตามประเพณ และว ฒนธรรมของส งคม และส งเหล าน จะกลายเป นส วนหน งของ บ คล กภาพของเขา ป จจ ยทางด านสถานการณ เน องจากสถานการณ ต าง ๆ น นม ล กษณะไม แน นอนและม การเปล ยนแปลงอย ตลอดเวลา บ คคลม ความจ าเป นท จะต องปร บต วเข าหา สถานการณ น น ๆ สถานการณ จ งม บทบาทกลายเป นต วก าหนดบ คล กภาพของบ คคล โดยใช กลไก การป องก นตนเอง (Defense mechanism) ซ งม หลายร ปแบบเช น หาเหต ผลเข าข างตนเอง (Rationalization) การทดแทน (Compensation) การถดถอย (Regression) การฝ นกลางว น (Day -dream) หร อการลอกเล ยนแบบ (Identification) เป นต น การอบรมเล ยงด (Socialization) เป นกระบวนการท บ คคลต องพบต งแต เก ด จนถ งวาระส ดท าย การอบรมเล ยงด เป นขบวนการส าค ญย งต อการพ ฒนาช ว ตและม อ ทธ พลต อ พฤต กรรมตามท ส งคมต องการ ช วยพ ฒนาบ คล กภาพของบ คคลภายใต ขนบธรรมเน ยม ว ฒนธรรม ประเพณ ของส งคม ประสบการณ ในว ยเด ก ความส มพ นธ ก บมารดาหร อต วแทนของมารดา และความส มพ นธ ในครอบคร วเป นส งท เด กจะเร ยนร และเล ยนแบบ จะส งเกตได ว า เด กม กจะม บ คล กภาพหลายอย างคล าย ๆ พ อแม หร อบ คคลท ใกล ช ดในว ยเด ก อ ทธ พลของว ฒนธรรมผลของ ว ฒนธรรม ศาสนา ความเช อจะม อ ทธ พลต อค าน ยมบ คคลและเจตคต ของบ คคล เช น การให ความส าค ญก บระบบอาว โสในส งคมไทยท าให บ คล กภาพของคนไทยส วนใหญ จะม ล กษณะอ อน น อมถ อมตน เหต การณ ท ผ านเข ามาในช ว ต บ คคลแต ละบ คคลจะได ร บประสบการณ ท ไม เหม อนก นต งแต เก ด เช น เป นบ ตรล าด บท เท าใด ก เป นป จจ ยท ส งผลต อบ คคล กภาพของบ คคล ด วย บทบาทท เปล ยนแปลงไปเหล าน จะม อ ทธ พลท าให บ คล กภาพของคนเปล ยนไป เช น บ คคล บางคนเม ออย ในครอบคร วจะม ล กษณะเป นเด กท าอะไรตามใจตนเอง แต เม อไปอย ในท ท างานม บทบาทเป นห วหน าหน วยงานก ม ล กษณะเป นผ ใหญ เป นผ น าท ด ม เหต ผล น นแสดงว าอ ทธ พลของ ส งคมม ผลต อการแสดงพฤต กรรมหร อบ คล กภาพของบ คคล 15 โดยสร ปการท บ คคลจะเป นอย างไรท งด านการแสดงออกทางบ คล กภาพผ านทางกาย และจ ตน น ม ผลรวมมาจากท งอ ทธ พลจากพ นธ กรรมและส งแวดล อมอ นๆ ในทางว ชาการ ย งม สำน กหอสม ดกลาง ศร เร อน แก วก งวาล, ทฤษฎ จ ตว ทยาบ คล กภาพ (ร เขา ร เรา), คร งท 16 (กร งเทพฯ: หมอชาวบ าน, 2554),

34 งานว จ ยท ถกเถ ยงโต แย งถ งอ ทธ พลระหว างพ นธ กรรมและส งแวดล อมว าส วนไหนท ม บทบาทและ เป นป จจ ยส าค ยมากกว าในการก าหนด ต กรอบ ออกแบบตลอดจนเป นเบ าหลอมให แต ละป จเจก บ คคลม ความเป นต วตนท แตกต างก นไป และในป จจ บ นย งไม ม งานว จ ยใดท สามารถสร ปได ว า อ ทธ พลใดม บทบาทส าค ญกว า แต ส งท สามารถสร ปได ค อ มน ษย เป นผลผล ตของส งคมและ ครอบคร ว ความเป นต วตนของมน ษย เก ดจากการสะสมหลอมรวมก นต งแต มน ษย น นเก ด และ ส งแวดล อมท เต บโตมา ส งแวดล อมของแต ละบ คคลจะเป นต วก าหนดและสร างบ คล กเฉพาะตนให แต ละคนแตกต างก น แต ขณะเด ยวก นม มน ษย คนไหนท ม ต วตนอ สระ ต ดขาดจากส งคม หร อม ต วตนโดยปราศจากอ ทธ พลจากภายนอก กล าวอ กอย างค อ มน ษย แต ละคนสร างความเป นป จเจก และล กษณะเฉพาะของตนจากอ ทธ พลของส งท ตนก าเน ด เต บโต และแวดล อมอย สำน กหอสม ดกลาง 3.ความหมายและน ยามของเส อผ าเคร องแต งกาย เคร องแต งกาย หมายถ งส งท มน ษย น ามาใช ห อห มร างกาย ท งเพ อปกป ดและปกป อง ร างกายจากอากาศร อนหนาว ส ตว ม พ ษ เช อโรคและอ นตรายต าง ตลอดจนใช สวมใส ตกแต ง ร างกายเพ อความสวยงาม การแต งกายของมน ษย แต ละเผ าพ นธ เป นเคร องช วยช น าให ร และเข าใจ ถ งสภาพของการด ารงช ว ตของมน ษย ในแต ละย คสม ย แต ละภ ม อากาศและภ ม ประเทศ ในย คก อนประว ต ศาสตร มน ษย ใช เคร องห อห มร างกายจากส งท ได มาจากธรรมชาต เช น ใบไม ใบหญ า หน งส ตว ขนนก ด น ส ต าง ๆ ฯลฯ มน ษย บางเผ าพ นธ ร จ กการใช ส ท ท ามาจาก ต นพ ช โดยน ามาเข ยนหร อส กตามร างกายเพ อใช เป นเคร องตกแต งแทนการใช เคร องห อห มร างกาย ต อมามน ษย ม การเร ยนร ถ งว ธ ท จะด ดแปลงการใช เคร องห อห มร างกายจากธรรมชาต ให ม ความ เหมาะสมและสะดวกต อการแต งกายเช น ม การผ ก ม ด สาน ถ ก ทอ อ ด ฯลฯ และม การว ว ฒนาการ เร อยมา จนถ งการร จ กใช ว ธ ต ดและเย บ จนในท ส ดได กลายมาเป นเทคโนโลย จนกระท งถ งป จจ บ นน ส วนป จจ ยท ม ผลต อความแตกต างของการแต งกายของมน ษย ตามแนวค ดของพวง ผกา ค โรวาธกล าวไว ว า ในทางฟ ส กส มน ษย เป นส ตว โลกท อ อนแอท ส ด ผ วหน งมน ษย จะบอบบาง กว าส ตว อ น จ งม ความจ าเป นต องม ส งมาปกป ดร างกายเพ อการด ารงช ว ตอย ได ส งน จ งเป นแรง กระต นท ส าค ญท ให มน ษย ขวนขวายท จะแต งกายเพ อสนองความต องการของ ตนเอง ส งคม และ อ น ๆ ประกอบก น ซ งความต องการของมน ษย น กออกแบบได แบ งความ ต องการของมน ษย ออกเป น 3 ล กษณะ ค อ 1. ความต องการพ น ฐานของมน ษย (Biological Needs) ได แก ป จจ ย 4 ค อ อาหาร เคร องน งห ม ท อย ยาร กษาโรค 22

35 2. ความต องการด านร างกาย (Physical Needs) เป นกระบวนการท เก ดข นเพ อ ตอบสนองความต องการพ นฐาน เพ อให ได ส งท มน ษย ต องการ 3. ความต องการด านจ ตว ทยา (Psychological Needs) เป นความต องการทางด าน จ ตใจของมน ษย ด านความงาม 16 นอกจากน อาจกล าวได ว า มน ษย ในย คโบราณต องแก ป ญหาพ นฐานในเร องป จจ ย 4 เป น อย างมาก และเป นความพยายามในการควบค มส งแวดล อมให เหมาะสมก บตนเอง ด งน น การแต งกายของมน ษย ก จะแตกต างก นออกไปตามม ลเหต ต อไปน 1. สภาพภ ม อากาศ ภ ม อากาศของประเทศเป นเหต ใหญ ท ท าให การแต งกายของแต ละประเทศม ความ แตกต างก น ประเทศท อย ในภ ม อากาศแถบเส นอาร คต ก ซ งม อากาศท หนาวเย นมาก มน ษย ในแถบ ภ ม ภาคน จะสวมเส อผ าซ งท ามาจากหน งหร อขนของส ตว เพ อให ความอบอ นแก ร างกาย ส วนใน ภ ม ภาคท ม อากาศร อนอบอ าว เส อผ าท สวมใส จะท าจากเส นใย ซ งท าจากฝ ายเพ อช วยให ระบาย ความร อนได ด หร อไม ก จะหาว ธ เพ อป องก นความร อนจากดวงอาท ตย โดยใช เช อกย อมด วยส เข มมา พ นต ว 2. ความเช อ ในทว ปอ ฟร กา เส อผ าไม ใช ส งจ าเป นส าหร บใช ในการป องก นจากสภาพอากาศ แต เขากล บน ยมใช พวกเคร องประด บต างๆ ท ท าจากห นหร อแก วส ต างๆ ซ งม อย ในธรรมชาต น ามา ตกแต งร างกายเพ อใช เป นเคร องลางหร อเคร องป องก นภ ต ผ ป ศาจ 3. ศ ตร ทางธรรมชาต ในภ ม ภาคเขตร อน มน ษย จะได ร บความร าคาญจากพวกส ตว ป กประเภทแมลงต างๆ ชนเผ าบางเผ าท ม กถ กส ตว และแมลงรบกวนจ งหาว ธ พอกร างกายด วยโคลนเพ อป องก นแมลงศ ตร ทางธรรมชาต ชนเผ าไอน ชาวพ นเม องโบราณของญ ป นร จ กใช กางเกงขายาวป องก นส ตว และแมลง 4. สภาพงานและอาช พ ในอด ต มน ษย ร จ กใช หน งส ตว และใบไม เพ อป องก นการถ กหนามเก ยวหร อถ กส ตว ก ด ต อยหน งส ตว และ ต อมาสามารถน าเอาใยจากต นแฟลกซ ( Flax ) มาทอเป นผ าท เร ยกก นว าผ า ล น น เม อความเจร ญทางด านว ทยาการม มากข น ก เร มม ส งท ผล ตเพ มข นอ กมากมายหลายชน ด สม ยศตวรรษท 19 เส อผ าม การว ว ฒนาการเพ มมากข น ม ผ ค ดประด ษฐ เส อผ าพ เศษเพ อให สำน กหอสม ดกลาง 23 สาสน ), พวงผกา ค โรวาท, ค ม อประว ต เคร องแต งกาย, พ มพ คร งท 4 (กร งเทพฯ: รวม

36 เหมาะสมก บความต องการของผ สวมใส โดยเฉพาะผ ท ท างานประเภทต าง ๆ เช น กลาส เร อล า ปลาวาฬ คนงานเหม องแร เกษตรกร คนงานอ ตสาหกรรม ข าราชการทหาร ต ารวจ พน กงาน ด บเพล ง เป นต น อ นตรายต างๆท อาจเก ดข นได ในระหว างปฏ บ ต งาน ท าให ความต องการของ มน ษย ในด านเส อผ าม มากย งข น จนกระท งในป จจ บ นน เส อผ าท ผล ตข นมาน นได ม การปร บปร ง และตกแต งพ เศษเพ มมากข น เพ อให เหมาะสมก บอาช พต าง ๆ เช น ให ม ความคงทนต อสารเคม ทน ต อพ ษ และอ ณหภ ม นอกจากน ย งม การตกแต งพ เศษอ นอ ก อาท เช น ทนต อการซ กและท าความ สะอาด ก นกระส น ไม เป นส อไฟฟ า ไม ด ดซ มน า และไม เป นต วน าความร อน เป นต น 5. ขนบธรรมเน ยม ประเพณ และว ฒนธรรม เม อมน ษย ม สต ป ญญามากย งข น ม การอย รวมก นเป นกล มและจากการอย ร วมก น เป นหม คณะน เอง จ งจ าเป นต องม ระเบ ยบและกฎเกณฑ ท จะท าให อย ร วมก นอย างสงบส ข โดยไม ม การร กรานซ งก นและก น จากการปฏ บ ต ท กระท าส บต อก นมาน เอง ในท ส ดได กลายมาเป น ขนบธรรมเน ยม ประเพณ และว ฒนธรรมข น ในสม ยโบราณ เม อม การเฉล มฉลองประเพณ ส าค ญ ต างๆ เช น การเก ด การตาย การเก บเก ยวพ ชผล หร อเร มม การส งคมก บกล มอ นๆ ก จะม การประด บ หร อตกแต งร างกาย ให เก ดความสวยงามด วยเคร องประด บต างๆ เช น ขนนก หน งส ตว หร อทาส ตามร างกาย ม การส กหร อเจาะ บางคร งก วาดลวดลายตามส วนต างๆของร างกาย จากพ ฒนาการ ด งกล าวจนถ งป จจ บ นได ม การน น ามาประย กต ในการแต งหน า โดยผล ตเป น เคร องส าอางท ม ส ส น เช น ล ปสต ก อายแชร โดว เป นต น นอกจากน ม การส กตามร างกายซ งถ อว าเป นศ ลปะในสม ยอ ย ปต โบราณและจนป จจ บ นน การส กก เป นแฟช นของการแต งกายอย างหน งเหม อนก น เช น หญ งสาว เผ ามาคอนด จะท า ลวดลายบนแผ นหล ง โดยการแหวะผ วหน งให เป นร องแล วอ ดด วยห นให น น ข นมาเหม อนผ นผ าท ป กด วยไหม หญ งสาวท ม ลวดลายเช นน ถ อว าเป นคนสวยของชนเผ าเด ยวก น หร อการส กใบหน าของหญ งสาวเผ ามาคอนด เพ อให ด น าเกล ยดและป องก นพวกค าทาสจ บต วไปท า ทาร ณทางเพศ 6. ศาสนา ศาสนาม บทบาทส าค ญในการแต งกายเช นก น ท เห นได ช ดค อการแต งกายของชาว ม สล มท ม การแต งกายตามความเช อทางศาสนา ว ตถ ประสงค ส าค ญของการแต งกายในศาสนา อ สลาม ค อ การปกป ดส งพ งละอายของร างกาย โดยเฉพาะร างกายของผ หญ งม สล ม เพ อท จะไม ให ส วนหน งส วนใดของเร อนร างเพศหญ ง กระต นอารมณ ทางเพศของผ ชาย ซ งจะก อให เก ดความ เส ยหายข นในส งคม ผ หญ งม สล ม จะต องไม แต งกายด วยเส อผ าท ร ดร ป แนบเน อหร อเส อผ าท โปร ง บาง หร อม ร ท ท าให มองเห นผ วหน ง หร อเร อนร างภายใน ผ ชายม สล มจะต องไม ใส เส อผ าหร อแต ง สำน กหอสม ดกลาง 24

37 กายเล ยนแบบผ หญ งและผ หญ งจะต องไม ใส เส อผ า หร อแต งกายเล ยนแบบผ ชาย เพ อด ารงร กษา บ คล กและเอกล กษณ แห งเพศของต วเองไว ห ามม สล มชายสวมใส เส อผ าท ต ดมาจากผ าไหมและ สวมใส เคร องประด บทองค า เน องจากส งเหล าน เหมาะสมท จะเป นอาภรณ และเคร องประด บของ ผ หญ ง ห ามผ หญ งม สล มใส น าหอมออกนอกบ านเพราะไม ต องการให กล นน าหอม ไปกระต น ความร ส กของเพศตรงข าม แต ขณะเด ยวก น ก สน บสน นให ผ หญ ง โดยเฉพาะภรรยาใส น าหอมและ แต งกายให สะอาดสวยงามเม ออย ก บสาม 7. ความต องการด งด ดความสนใจจากเพศตรงข าม ตามธรรมชาต ของมน ษย เม อเจร ญเต บโตข น จะม ความต องการความสนใจจากเพศ ตรงก นข าม โดยจะม การแต งกายเพ อให เก ดความน าสนใจ เพ อให ได ร บความช นชม การยอมร บ จากเพศตรงข าม 8. เศรษฐก จและสภาพแวดล อม มน ษย ต องการการยอมร บจากบ คคลอ น เพ อสนองความต องการน จ งได ม ว ว ฒนาการของการออกแบบเคร องแต งกายของมน ษย เพ อตอบสนองความต องการของมน ษย ท ต องอาศ ยอย ในส งคมท เปล ยนแปลงไปอย เสมอ ว สด ท น ามาใช ก ม การเปล ยนแปลงปร บปร งให เข า ก บความเจร ญด านเทคโนโลย และเศรษฐก จ และบ งบอกสถานะภาพของผ สวมใส เส อผ าเคร อง แต งกายสามารถก าหนดภาพล กษณ ให บ คคล ท าให เก ดระด บชนช น ม การแบ งแยกก นตามฐานะ ทางเคร องประด บท แสดงฐานะ ยศ ต าแหน ง เช นเคร องราชย ช ดท เก ยวข องก บต าแหน งงาน ชนช น ระด บเจ านาย ชาวบ าน และกรรมกร 9. การแบ งแยกกล ม การเล อกเส อผ าเคร องแต งกายท ต องการแสดงออกถ งความเป นพวกพ องเด ยวก น แสดงถ งความแตกต าระหว างสถาบ น องค กร เช น เคร องแบบน กเร ยน นางพยาบาล หร อทหาร ตลอดจนแบ งกล มทางความค ดความเช อ เช นพระในศาสนาท ม หลายน กายก ม กม การแต งกายท แตกต างก น สำน กหอสม ดกลาง 25

38 ความพ งพอใจของตนเองเน นแสดงออกถ งรสน ยม ความชอบภาพล กษณ ท ตนต องการจะเป นและต องการให คนอ นเห น การแต งกาย ตามความพอใจหร อท เห นว าสวยงามตาม ความชอบของแต ละคน 17 สำน กหอสม ดกลาง 17 พวงผกา ค โรวาท, ค ม อประว ต เคร องแต งกาย, พ มพ คร งท 4 (กร งเทพฯ: รวม สาสน ), หน า 4-6.

39 ตารางท 1 แสดงม ลเหต และล กษณะการแต งกายของกล มบ คคลต าง ๆ ม ลเหต 1.สภาพภ ม ประเทศ และภ ม อากาศ กล มบ คคล ชาวอ น วอ ทหร อเอสก โม (Inuit /Eskimo) ล กษณะการแต งกาย อาศ ยในแถบข วโลกท ม อากาศหนาวจ ด จ งม การสวมเส อผ าท ท าจากขนส ตว ท ม ความหนา มาก ม หมวกคล มถ งศร ษะท เร ยกว า Anorak เพ อป องก นความหนาวและให ความอบอ นแก ร างกาย 2.ความเช อ ชาวแอฟร ก น (African) ประด บร างกายด วยล กป ดและห นส ตามความ เช อว าเป นเคร องลางสามารถป องก นภ ต ผ ป ศาจ 3.ศ ตร ทางธรรมชาต ชาวฮาไวเอ ยน (Hawaiian) เน องจากล กษณะภ ม ประเทศท อาศ ยอย แถบ ทะเลแปซ ฟ ค อากาศร อน จ งไม สวมเส อ ส วน กระโปรงท าข นจากหญ าเพ อป องก นแมลงซ งม มากในถ นท อย อาศ ย 4.สภาพงานและอาช พ พน กงานด บเพล ง (Fireman) ม ความจ าเป นต องสวมใส เคร องแต งกายท สามารถป องก นอ นตรายจากการท าหน าท ช ด ด บเพล งต องผล ตจากเน อผ าท ค ดค นและ ออกแบบมาเพ อก นความร อนและความช น จากภายนอกและภายใน 5.ว ฒนธรรม ชนเผ าน วก น (Nugini) ใช ส ด าทาหน าเพ อแสดงถ งความแข งแรงและ เป นล กผ ชายตามค าน ยมของเผ า 6.ศาสนา ม สล ม (Muslim) ใส เส อผ าท ปกคลมร างกายโดยไม เผยให เห น ร ปร าง เป ดเฉพาะส วนตา ผ าไม บาง ไม ร ดร ป ตามความเช อทางศาสนาว ตถ ประสงค ของการ แต งกายของชาวม สล มค อการปกป ดส งพ ง ละอาย โดยเฉพาะร างกายของผ หญ ง เพ อ ไม ให ส วนหน งส วนใดของร างกายกระต น อารมณ ทางเพศ 27

40 28 ภาพท 1 ชาวอ น วอ ทหร อชาวเอสก โม ท มา: Eskimo, เข าถ งเม อ 14 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก ภาพท 2 ชาวแอฟร ก น ท มา: African, เข าถ งเม อ 14 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก /pin/ /

41 29 ภาพท 3 ชาวฮาไวเอ ยน ท มา: Hawaiian Postcard, เข าถ งเม อ 14 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก charlieosborn.com/vh-gallery-3/index.s.html ภาพท 4 พน กงานด บเพล ง ท มา: Fireman, เข าถ งเม อ 14 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก htto://www.thaitextile.org org/iu/article_iu.php?id=arc

42 30 ภาพท 5 ชนเผ าน วก น ท มา: Human race, เข าถ งเม อ 14 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก com/forum/topic/858) ภาพท 6 ผ หญ งชาวม สล ม ท มา: Muslim women, เข าถ งเม อ 14 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก spot.com /2013/12/islamic-discourses-on-veiling-hijab.html 3. แฟช น จากความจ าเป นทางส งแวดล อมท เป นป จจ ยให มน ษย ออกแบบและแต งกายใน ล กษณะท แตกต างก นไปตามท เอ อและเหมาะสมและเป นไปตามความจ าเป นของช ว ตประจ าว น เช น เขตร อนสวมเส อผ าบางเบา เขตหนาวสวมเส อผ าท สร างความอบอ น เส อผ าท สามารถป องก น อ นตรายจากธรรมชาต ชนเผ าไม ม ศาสนาสร างเคร องลางจากว สด ธรรมชาต ความจ าเป นจาก สภาพงานท ต องผล ตเคร องแต งกายท เหมาสมก บการท าหน าท ศาสนา ว ฒนธรรม ความเช อ ประเพณ ต าง ๆ ท ท าให กล มคนม ล กษณะของการแต งกายท ไม ซ าก น แต ว ว ฒนาการของเคร องแต ง กายไม ได หย ดท ความจ าเป นหล กในการช ว ต แต ม พ ฒนาการตามส งคมและว ฒนธรรมใหม ๆ ต อมา ไม หย ดน ง เม อมน ษย ม การต ดต อค าขาย ไปมาหาส และเร มส งผ านทางว ฒนธรรมซ งก นและก น ม

43 ผลต อมน ษย ในการพ ฒนาและปร บปร งเคร องแต งกาย ความจ าเป นถ กพ ฒนาส ความสวยงาม ค าน ยม รสน ยม การสร างเอกล กษณ เส อผ าท เคยสวมใส เฉพาะกล มหร อชนเผ าของตนเองท ส บ ทอดก นมา เก ดการผสมผสานระหว างว ฒนธรรม เก ดการน าเอาว ฒนธรรมของคนอ นมา ประย กต ใช และก อให เก ดความเปล ยนแปลงทางว ฒนธรรมท ละน อย และกลายเป นล กษณะท ม นคงในส งคม น ามาซ งค าน ยมของส งคมในเวลาน น ๆ หร อท เร ยกว าแฟช น 3.1 ความหมายของแฟช น แฟช นเป นค าท มาจากภาษาอ งกฤษว า Fashion โดยพจนาน กรมของ ราชบ ณฑ ตยสถาน ได ให ความหมายของค าน ว า "สม ยน ยมหร อว ธ การท น ยมก นท วไปช วระยะเวลา หน ง" เป นการยอมร บจนเก ดเป นค าน ยม ม กระบวนการเก ดภาษาใหม ซ งเป นช วงเวลาหน งเท าน น แฟช น เป นส งท จ บต องได และจ บต องไม ได ท ท าให เก ดรสน ยมร วม เก ดการยอมร บในส งคมเล ก ใหญ ในเวลาส น ซ งตอบโจทย และแสดงอะไรบางอย าง แฟช นไม ได จ าก ดแค เฉพาะเส อผ าเคร อง แต งกาย เคร องประด บ แต รวมถ งพฤต กรรมต าง ๆ ท กระท าในวงกว างจนเป นกระแสน ยม แฟช น ม กได ร บอ ทธ พลจากส งคมในช วงเวลาน น ๆ และในขณะเด ยวก นแฟช นก เป นต วข บเคล อนและ ก าหนดท ศทางของส งคม ภาณ อ งคะว ต ด ไซน เนอร และผ ก อต งแบรนด เกรย ฮาวด มองว า แฟช น ค อ "เทรนด " " แฟช น ค อ กระแสน ยมท เปล ยนไปตามกาลเวลาและย คสม ย ซ งม นอาจเก ดข นมา จากกระแสส งคม การก น การอย การใช ค าพ ด เส อผ า เพ ยงแต คนท วไปม กเอาค าว าแฟช นมารวม ก บเส อผ าก นเยอะ แต จร งๆ แล วแฟช นม นก ค อ เทรนด น นเอง" " แฟช นไม ได ม ความหมายเด ยว ตายต ว แต จะแตกต างก นไปส าหร บคนแต ละกล ม แต ละช วงเวลา แต ละสถานท หร อ บร บท ยกต วอย างเช น เด กว ยร นในกร งเทพฯ ก บ แม บ านอาศ ยอย ต างจ งหว ด ในระด บประเทศหร อส งคม แฟช นเป น มากกว าเส อผ า ม นหมายถ ง ว ถ การด ารงช ว ต การบร โภค ม มมอง ไม ได เป นแค เส อผ า ม นสามารถเป น รถยนต โทรศ พท และอ นๆ อ ก" ตามความเห นของ Szilard Kiss, Fashion Expert จาก Bangkok CODE ส วน จร นทร ท พย ช หม นไวย Curator แห ง TCDC ท เคยผ านงานจ ด น ทรรศการ PRESENCE OF THE PAST คอลเล คช นเส อผ าฤด ใบใม ผล /ฤด ร อนป 2008 ในพระเจ า หลานเธอ พระองค เจ า ส ร ว ณณวร นาร ร ตน กล าวว า "แฟช นค อ การส อสารท ไม ต องใช ค าพ ด (Non- Verbal Communications) ส งท เป นแฟช นสามารถสะท อนความเป นเพศ สถานะทางส งคม ฐานะ อาช พ ความต องการรสน ยม เผ าพ นธ เช อชาต ความเป นกล มก อน ฯลฯ ย ทธ พงศ จ ว, Fashion s World เม อการตลาดเปล ยนโลกแฟช น, เข าถ งเม อ 15 เมษายน 2557, เข าถ งได จากhttp://www.tcdc.or.th/src/17087/www-tcdcconnectcom/Fashion- world-เม อการตลาดเปล ยนโลกแฟช น 31

44 แฟช นน ยมใช แทนความหมาย ของร ปแบบหร อสไตล การแต งต ว มากกว าส งอ น น น หมายความว าเม อพ ดถ งแฟช น คนท วไปจะน กถ ง "เส อผ า" ก อนส งอ นเสมอ คนท วไปจะน กถ ง เส อผ า เพราะเป นส งท ผ วเผ นและช ดเจนท ส ด เป นว ถ ช ว ตของคน เส อผ าแฟช นสม ยก อน บ งบอกได ถ งสถานะทางส งคม เป นส ญล กษณ ท ส อความหมายบางอย าง และบอกอ ตล กษณ ของคนท ใส ได ด วย คงปฏ เสธไม ได ว า ท กว นน ส งท เราเล อกสวมใส ค อค าประกาศ ต วตนจากต วเรา อ กน ยหน งก ค อการสร างเอกล กษณ ของเราน นเอง 3.2 องค ประกอบของแฟช น ได ร บการยอมร บในส งคม ม ต นแบบท เข มแข ง ม ส อ ม การเล ยนแบบ ท าตามเป นกล ม ไม ว าจากส งคม ช นส งส ล าง ( Trickle-Down Effect) หร อเก ดในส งคมช นเด ยวก น เก ดข นและจางหายไปในช วงเวลาส น ( โดยท วไปน อยกว า 100 ป ) ล กษณะของแฟช นในศตวรรษท 20 แฟช นในล กษณะท แสดงออกผ านทางเส อผ าเคร องแต งกาย ม ว ว ฒนาการจากย คส ย คและม เหต ป จจ ยทางส งคม การแลกเปล ยนทางว ฒนธรรมท ล วนส งผลให เส อผ าเคร องแต งกาย พ ฒนาการตามและกลายเป นท น ยมและเป นแฟช นของแต ละย คสม ย โดยม ประว ต ความเป นมา และว ว ฒนาการต อเน องเช อมโยงจากย คส ย ค ผ ว จ ยจะขอยกเอาล กษณะของแฟช นในช วงศตวรรษ ท 20 มาอธ บายเน องจาก เป นย คท ม การต ดต อค าขายระหว างประเทศท วโลกอย างกว างขวาง ม ความเปล ยนแปลงทางส งคมและเศรษฐก จ เก ดการแลกเปล ยนทางว ฒนธรรมท ส งผลต อล กษณะ ของแฟช นอย างเห นได อย างช ดเจนด งน แฟช นกระแสหล ก ย ค 1910s ( ) เก ดการเปล ยนแปลงทางส งคมขนานใหญ เก ดสงครามโลกคร งท 1 ผ ชายไป รบ เป นย คแรกท ผ หญ งต องออกไปท างานนอกบ านและท าหน าท หลายอย างแทนผ ชาย ด วยกระแส สงครามโลก ท าให ช ดม ล กษณะของแนว Military เข ามาผสมผสาน บร เวณจากคอเส อและปกเส อ ได ร บอ ทธ พลจากเคร องแบบทหาร กระโปรงส นลงเล กน อยต อมากระโปรงเร มแคบลงๆ ตามเวลาท ผ านไป ไม น ยมใส เคร องประด บ เน องจากต องการความคล องต วเม อต องออกไปท างานนอกบ าน Jnz, แฟช นค ออะไร, เข าถ งเม อ 15 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก

45 33 ภาพท 7 การแต งกายในย ค 1910 ท มา : Fashion Era, เข าถ งเม อ 17 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก years.weebly.com/ html ย ค 1920s ( ) สงครามสงบ เข าส ย ค Jazz Age เป นย คของคนร นใหม และหน มสาว ซ ง ข นมาร งเร อง ม ฐานะ ผ หญ งท เคยท างานช วงสงครามก ไม อยากกล บไปเป นแม บ านอ ก ย งคง ท างานต อไปและม อ สระเสร มากกว าเด ม ช ดท น ยมเป นส ญล กษณ ของย คน ค อ "Flapper dress" เป นช ดล าต วตรง น ยมหน าอกท ด เล กและแบน ม การร ดหน าอกด วยเสตย น ยมผมส นก ด เพราะเช อว า หน าอกแบนๆ ก บผมส นก ดเป นส ญล กษณ ของความเป นหน มสาว น ยมแต งหน าจ ด จ าน ปากแดง ส บไปป ภาพท 8 การแต งกายในย ค 1920 ท มา: 1920 s Girl, เข าถ งเม อ 17 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก

46 ย ค 1930s ( ) ย งไม ม ความเปล ยนแปลงจากย ค 1920 มากน ก ช ดโดยรวมม ความเป น ผ หญ งมากข น ทรวดทรงเข าร ป ม ว ทยาการใหม ในการผล ตผ า เป นย คแรกท เร มม ผ าไนลอน ผ าเรย อง ซ ป กระโปรงพล ท น ยมผ วส แทน ผมบลอนด เร มม การท าศ ลยกรรมพลาสต ก การด ดผม ฯลฯ ย คน เร มแบ งช ดกลางว นก บกลางค นออกจากก น เน องจากสาวสม ย '30s ออกไปท างาน นอกบ านซ งช ดท างานจะเน นเร ยบง าย คล องต ว จ งม การออกแบบช ดส าหร บงานกลางค น ท น ยม ช ดราตร ยาว 34 ภาพท 9 การแต งกายในย ค 1930 ท มา: 1930 s Fashion, เข าถ งเม อ 17 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก oftea.wordpress.com/2013/08/14/the-good-old-days/attheraces-1930/ ย ค 1940s ( ) อย ในช วงสงครามโลกคร งท สอง เก ดภาวะขาดแคลน เศรษฐก จตกต า ส งผลกระทบให เเส อผ าถ กต ดให เข าก บการใช งาน ส ท ม ๆ แห ง ๆ และม ร ปแบบคล ายก น กระโปรง แคบ ไม เน นความหร หราฟ ฟ า ม ล กษณะเหม อนเคร องแต งกายทหาร

47 35 ภาพท 10 ล กษณะการแต งกายย ค 1940 ท มา: Vintage Paint, เข าถ งเม อ 17 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก wordpress.com/1940s-fashion/ ย ค 1950s ( ) เศรษฐก จร งเร องข นชนช นกลางและคนท วไปเร มกล บมาม สตางค แฟช นจ ง กล บมาม ส ส นอ กคร ง ย คห าศ นย น ว ยร นเป นม เทรนด แฟช นเป นของต วเองแล ว จากท ก อนหน าน เด กและผ ใหญ ใส เส อผ าเหม อนก น ส ญล กษณ ท โดดเด นอ กค อ กระโปรงบานความยาวคล มเข า ข างในกระโปรงเสร มผ าตาข ายหลาย ๆ ช น เน นทรวดทรงองค เอว ภาพท 11 การแต งกายย ค 1950 ท มา: 1950 s lady, เข าถ งเม อ 17 เมษายน 2557, เข าถ งได จากhttp://woodstockwardrobe.com /tag/college-fashion/

48 36 ย ค 1960s ( ) ส บเน องจากหล งสงครามโลกคร งท สองส นส ดลง คนน ยมม ล กหลานก น มากมาย (ร นพ อแม สม ยน จ งถ กเร ยกว า Baby boomers) ส งผลให เด กเต บโตเป นกล มว ยร นกว า 70 ล านคนท หลงไหลแฟช น ทางด านว ทยาการต าง ๆ ท งศ ลปะ ดนตร ก พ ฒนา เศรษฐก จก ฟ เฟ อง ค ย ของแฟช นย ค 60's ว าเป นแนว "Mod look" (แนวม อด) Mod look น ยมม น สเก ร ต หร อ เดรส ส เมท ลล ก ถ งน องหลากส โดยรวมส ส นจ ดจ าน ลวดลายกราฟ คเรขาคณ ต ผ หญ งน ยม ร ปร างผอมบางตาม Twiggy นางแบบช อด งในย ค ภาพท 12 การแต งกายย ค 60 ท มา: Retro Style, เข าถ งเม อ 17 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก http;//www.mintagevintage.com/fashion/1960s/how-date-vintage-clothing-1960s/

49 ย ค 1970s ( ) อย ในย ค สงครามเว ยดนาม สงครามในตะว นออกกลาง กระแสการต อส เพ อเร ยกร องส ทธ พลเม อง คนเร มห นมาสนใจเร องมลภาวะ การประหย ดพล งงาน ตระหน กใน ป ญหาของโลกก นมากข น ม การร บเอา ว ฒนธรรมหลากหลายของตะว นออกเข ามาด วย ย คน เป น ย คท คนเร มใช แฟช นเป นการแสดงออกถ งต วตน เลยม การแต งต วสไตล ต างๆท หลากหลาย เส อผ า บางส วนม อ ทธ พลจากการร บว ฒนธรรมตะว นออก เช นการใส เส อผ าแบบอ นเด ย ม การแต งกายท แต งได ท งชาย-หญ ง (unisex) เช นผ หญ งน ยมใส ส ทกางเกง 37 ภาพท 13 การแต งกายย ค 1970 ท มา: Hips Girl, เข าถ งเม อ 17 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก anjelica-huston-friend-photoby-bob-richardson-for-vogue-paris/ ย ค 1980s ( ) เศรษฐก จเฟ องฟ เม อส นต ภาพเบ งบาน สงครามท งหลายสงบ ก าแพง เบอร ล นพ ง ย คน ว ยร นไม ได ก าหนดเทรนด แล ว อ านาจเง นตกอย ในม อพวกผ ใหญ เจ าของก จกาจ ของพวกม อ านาจคนห นมาบ าแบรนด เนม ต งแต น าหอม เส อผ าก ฬา ไปจนถ งรถยนต ผ หญ งห นมา แต งกายให ด ภ ม ฐาน น าเช อถ อ เร ยกว า "Power dressing" โดยม เจ าหญ งไดอาน าเป นผ น าแฟช น คนส าค ญแห งย ค

50 38 ภาพท 14 การแต งกายย ค 1980 ท มา: 80 s Star, เข าถ งเม อ 17 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก ภาพท 15 การแต งกายของเจ าหญ งไดอาน าในย ค 1980 ท มา: Diana Princess as a Fashion icon, เข าถ งเม อ 17 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก ย ค 1990s (1990 -ป จจ บ น) เน นสวมใส เส อผ าท เร ยบง าย สบายต วมากข น เร มม การน ยมกางเกงย นส อย างแพร หลาย ล กษณะเส อผ าไม เปล ยนแปลงตามย คสม ยเหม อนก อน คนเร มม สไตล ของต วเอง

51 39 ไม ได แต งตามก นท งหมดเหม อนย คก อนๆ ม การเล อกใส เส อผ าท เหมาะก บต วเองมากข น แฟช นย ค เก าๆเร มวนเว ยนกล บมาได ร บความน ยมเฉพาะกล ม ส วนใหญ ไม ม เอกล กษณ เฉพาะของย ค เน นท ใครน ยมแบบไหนมากกว า 20 ภาพท 16 การแต งกายย ค 1990 ท มา: 90 s Fashion s, เข าถ งเม อ 17 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก /hiking-boots.html แฟช นค อภาพสะท อนของส งคม ว ฒนธรรม ความค ด และว ถ ช ว ตของคนในแต ละย ค สม ย เช นในย ค 50's เราจะเห นผ หญ งในอ งกฤษใส กระโปรงส ม สวมถ งม อ หมวก สะท อนถ งว ถ ช ว ต ในระบบจาร ตของช วง เวลาน น แต พอมาในช วงหล งสงครามโลก (จนถ งย คฮ ปป ) หญ งสาวชาว อ งกฤษเร มแต งกายแบบเสร ใส กระโปรงส นก ดแหกกฎเกณฑ ท กอย าง ก สามารถสะท อนสภาพ ส งคมแห งเสร ภาพในช วงเวลาด งกล าวได ช ดเจนเช นก น ความงามแต ละย คส มยก ข นอย ก บกระแส น ยมหร อแฟช นในช วงเวลาน นๆ เช น ในสม ยโบราณส งสะท อนความงามของหญ งสาวน นม มาตรฐานท แตกต างจากป จจ บ น ค อน ยมผ หญ งร ปร างอวบ ซ งผ ดก บในสม ยน ท น ยมผอมบางจ งจะ ด สวย ในช วงทศวรรษท ผ านมาแฟช นไม ได เป นเพ ยงแค เส อผ าไว สวมใส แต ม นได เข าไป เก ยวข อง ก บท กม ต ของช ว ตคน นอกจากเส อผ า โทรศ พท ม อถ อ รถยนต เคร องคร ว เมน อาหาร สถานท น ดพบ ท ศนคต ค าน ยม สภาพส งคม ส งเหล าน ต างก ผ นแปรไปตามกระแสแฟช นท เข าไปม อ ทธ พล หลายคร งท อ ทธ พลของส งคมท ถ ายเทซ งก นแสดงออกผ านทางล กษณะบ คล กภายนอก การแต งต ว บ คคลในส งคมเล อกใส เส อผ าเคร องแต งกายท แสดงออกถ งความเป นต วตนของตนเอง ท กส งท กอย างท บ คคลเล อกมาตกแต งประด บร างกายม ความหมายอะไรบางอย างในการ 20 พรสนอง วงศ ส งห ทอง, ประว ต ศาสตร ศ ลปะเคร องแต งกาย, พ มพ คร งท 1 (กร งเทพฯ: อ นฟอร ม เด ย, 2547),

52 แสดงออกถ งความค ด ต วตน และความเช อ ความร ส กน กค ด แม บ คคลท เล อกจะไม แต งต วเลยก เพ อแสดงให เห นว าต องการให คนมองเป นแบบน น พฤต กรรมการแสดงออกทางบ คล กภาพในล กษณะน เห นได ช ดเจนในกล มของว ยร น หน มสาว ซ งธรรมชาต ของว ยเป นช วงท ม การเปล ยนแปลงเข าส ว ฒ ภาวะท งร างกาย จ ตใจ อารมณ และส งคม เน องจากเป นช วงต อของว ยเด กและผ ใหญ ท ก าล งค นหาต วเอง ต องการการยอมร บจาก กล มส งคมเน นหน กท กล มเพ อน ม ความต องการแสดงออกถ งความเป นต วตนในร ปแบบต างๆ กล ม ว ยร นจ งเป นช วงว ยท สามารถส งเกต ได อย างช ดเจนในเร องของการเล อกแสดงต วตนผ านทาง บ คล กภาพภายนอก ผ านเส อผ าเคร องแต งกายล กษณะต างๆ ตามท ตนเองเองเห นว าสามารถบ ง บอก ส อสารความเป นต วตนบางอย างออกมาได ท งแบบท ส งคมยอมร บและแบบท ต อต านส งคม จนเก ดเป นร ปแบบบ คล กใหม ๆ ไม ส นส ด ว ฒนธรรมย อย บางคร งแฟช นขยายและแข งแรงจนกลายเป นว ฒนธรรมย อย (Subculture) การแสดงออกของบ คล กภาพภายนอกผ านเส อผ าเคร องแต งกาย บางคร งไม ใช เป นไปแค เพ ยงเพ อ ความสวยงามหร อการเป นท ยอมร บของกล มเท าน น ในประว ต ศาสต ของการแต งกาย ม ล กษณะ บ คล กภาพหลายล กษณะท แสดงออกถ งส งท ล กซ งกว าเพ ยงแค ความโก เก สวยงาม บางคร งเส อผ า สามารถแสดงออกถ งว ถ ช ว ต การเปล ยนแปลงทางส งคม กล มบ คคลเล อกแสดงความเช อ ความ ค ดเห นต อส งคม ตลอดจนแสดงจ ดย นของตนเองท ม ต อส งคม เส อผ าท าหน าท เป นส ญล กษณ แห ง ความค ดความเช อ บางคร งเร มจากกล มคนเล ก ๆ ท ม จ ดย น ความค ดความเช อเหม อนก น และ กระจายออกไปในวงกว างจนกลายเป นค าน ยมกล มใหญ เป นสม ยน ยมหร อว ธ การท น ยมก นท วไป ช วระยะเวลาหน ง จนกลายเป นแฟช น (fashion) การพ ฒนาของแฟช นในแต ละย คสม ยม ความ แตกต างก น ข นอย ก บป จจ ยหลาย ๆ อย าง เช น การเม อง เศรษฐก จ ภ ม อากาศ เช น ในศตวรรษท 20 แฟช นโลกเปล ยนแปลงไปอย างช ดเจน โดยเฉพาะในป ค.ศ เร ยกว าย ค แฟลป เปอร (Flapper) ผ หญ งสวมกระโปรงส นเป นคร งแรก และหล งสงครามโลกคร งท 2 ในสภาวะ เศรษฐก จตกต า ผ หญ งต องออกจากบ านเพ อท างานหาเล ยงช พ ด งน นเส อผ าท สวมใส ย อม เปล ยนไปเพ อเอ อประโยชน ในผ สวมใส มากข น กางเกงจ งเป นท น ยม ต งแต ย คแฟลปเปอร เป นต น มา แฟช นของโลกได ก าวเข าส ความเป นสากล เพราะการต ดต อส อสารของโลกตะว นตกและ ตะว นออกเป นได เป ดกว างมากข น ม การไปมาหาส ก น แฟช นของโลกตะว นตกจ งเข ามาม บทบาท 40

53 ก บโลกตะว นออก เช น คนไทยรณรงค ให สวมหมวก หร อ ผ หญ งไทยเล กสวมโจงกะเบน เพ อความ เป นสากล 21 กล มต วอย างว ฒนธรรมย อยท ปรากฏให เห นล กษณะทางแฟช นอย างช ดเจน ได แก พ งค (punk) และฮ ปป (Hippie) พ งค ค อกล มคนช นแรงงานในประเทศอ งกฤษในช วงย ค 1970 ซ งก าล งตก อย ในสภาวะว กฤตเศรษฐก จ ส งผลให เก ดอ ตราคนว างงานท ส งท ส ดเป นประว ต ศาสตร น บต งแต สงครามโลกคร งท 2 หน มสาวชนช นแรงงานจ านวนมากได ร บผลกระทบน คนหน มสาวจ งม ความค ดต อต านและปฏ เสธระบบและอ านาจร ฐท กร ปแบบตามแนวค ดของล ทธ อนาธ ปไตย (Anarchy) ซ งถ อว าร ฐน นเป นส งไม พ งปรารถนา ไม จ าเป นและให โทษ สน บสน นส งคมท ปราศจาก ร ฐโดยต งอย บนการรวมกล มอย างสม ครใจท ไม ม ล าด บชนช น 22 คนหน มสาวท ม ความค ดความเช อในว ถ แบบพ งค เล อกแสดงออกทางต วตน ผ านทางดนตร และการแต งกายด วยแต งต วด วยส ส นฉ ดฉาด ช ดหน ง สวมสร อย โซ และเจาะส วน ต างๆ ของร างกาย เส อผ าม กม รายละเอ ยดของการฉ กขาด การป กหม ดและหนามโลหะ รวมไปถ ง ทรงผมท ด ผ ดแผกจากคนท วไป การแต งต วท สะท อนถ งความขบถต อแบบแผนและช ดความค ด หล กในส งคม โดยสร างช ดของว ฒนธรรมย อย เพ อสร างความหมายใหม หร อกระต นให เก ดการ ต ความว ฒนธรรมหล ก หร อช ดความค ดหล กในส งคม 41 ภาพท 17 การแต งกายของพ งค ท มา: Punk, เข าถ งเม อ 17 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก Rockers/) 21 ความหมายของแฟช น, เข าถ งเม อ 15 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก 22 พ งค ค ออะไร What is Punk, เข าถ งเม อ 20 เมษายน 2557,เข าถ งได จาก

54 ว ฒนธรรมย อยพ งค เก ดข นและเส อมไปหล งจากย ค 1990 แต ขณะเด ยวก น ก เก ดว ฒธรรมย อยท แตกยอดว ว ฒนาการไปส ว ฒธรรมย อยอ นๆต อไป อ ทธ พลการต อส ก บร ฐตาม แนวทางอนาธ ปไตยเป นแรงบ นดาลใจให กล บกล มว ยร นในประเทศพม า ท ไม ใช แค กระแสการ เล ยนแบบจากตะว นตก ประสบการณ ในการถ กร ฐกดข ท สะสมในส งคม ท าให ม กล มว ยร นในพม า เล อกแสดงออกทางจ ดย นผ านการแต งกายตามล กษณะบ คล กของพ งค กลายเป นว ฒนธรรมย อยท ส อถ งความ "ขบถ" ต อระบอบการปกครองท กดข โดยร ฐบาลพม า ภาพท 18 ภาพกล มพ งค ชาวพม า ท มา: พ งค ร อคในพม า, อ กหน งว ฒนธรรมย อยท เล อกแสดงออกความค ดความเช อ ความเห นต อ ส งคมและการเม องผ านทางบ คล กภาพภายนอกและเส อผ าเคร องแต งกายค อ กล ม ฮ ปป (Hippie) หร อ บ ปผาชน ค าว าฮ ปป มาจาก ฮ ปสเตอร (อ งกฤษ: hipster ว ฒนธรรมย อยในย ค 40) และถ กใช ในการอธ บายถ งพวกท ท าต วต างจากคนส วนมากในส งคม ว ฒนธรรมฮ ปป เร มต นในสหร ฐอเมร กาในช วงต นทศวรรษ 1960 และได แพร ว ฒนธรรมน ไปท วโลก เม อชนช นแรงงานในช วงหล งสงครามโลกคร งท 2 สามารถพ ฒนาต วเองจน ข นมาเป นชนช นกลางของประเทศได จากความม งค งท เพ มมากข นท าให ว ยร นไม อาจจะเข าใจถ ง ค าน ยมของพ อแม ท เน นความส าค ญของเง นตรา สถานภาพทางส งคมและความส าค ญของการ ท างานหน กในช ว ต เพราะตนเต บโตมาโดยไม ต องผ านการต อส ช ว ตมาอย างหน กเช นพ อแม จ งพา 23 เม อ พ งก ร อคพม า ไม ใช แค กระแสแต เป นว ถ ขบถ ท ย งม ช ว ตและย ง Still Resistant, 18 เมษายน 2556, เข าถ งเม อว นท 20 เมษายน 2557, จาก co.th/news_detail.php?newsid=

55 ก นปล กต วออกนอกส งคม เร ยกต วเองว า ฮ ปป ห นหน าเข าหาดนตร และยาเสพต ด แสวงหาความ ร ก อ สรเสร และความซ อส ตย ซ งเป นส งท พวกเขาค ดว าหาไม ได ในส งคมกระแสหล ก ก จกรรมหล ก ของบ ปผาชนค อ การต อต านและประท วงสงคราม โดยเฉพาะในช วงสงครามเว ยตนาม และเก ด 24 เป นค าขว ญ Make Love, Not War ท ย งคงได ย นค นห มาถ งท กว นน แฟช นฮ ปป ม อ ทธ พลต อว ฒนธรรมหล ก ม อ ทธ พลต อดนตร ป อป โทรท ศน ภาพยนตร งานเข ยน และศ ลปะ ต งแต อาหารเพ อส ขภาพ ส เทศกาลดนตร การม เพศส มพ นธ แบบ ไม ย ดต ด ส งหน งท สะท อนกล มแนวค ดของกล มบ ปผาชนค อการแต งกายเส อผ าจะต องหลวมสบาย ม ล กษณะแบบอ นเด ยผสมเผ าย ปซ หร อคนเร ร อน ตามค าน ยมคมการแสวงหาความจร งความสงบ ของช ว ตตามปร ชญาอ นเด ย และการแต งกายด วยเส อผ าเป อยขาด ผมยาวและย งเหม อนคนเร ร อน เพ อแสดงถ งการไม ย ดต ดในว ตถ เส อผ าม ราคาและการตกแต งร างกายอย างไม เป นธรรมชาต ม การ ใส เส อก กป กล กป ด ห อยกระพรวน ส ส นหลากหลาย ตกแต งร างกายด วยดอกไม ตามแนวค ด Flower Power ซ งเป นหล กส าค ญท กล มบ ปผาชนย ดถ อในการต อส เร ยกร องบนพ นฐานของ ส นต ภาพ 43 ภาพท 19 กล มฮ ปป ท มา: 1970 s Hippies, เข าถ งเม อ 17 เมษายน 255, เข าถ งได จาก 24 ความหมายของฮ ปป, เข าถ งเม อว นท 20 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก

56 44 ภาพท 20 จอห น เลนนอน และโยโกะ โอโน ในการรณรงค ต อต านสงครามเว ยดนาม ท มา: John Lennon roll in world II, เข าถ งเม อ 17 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก ล กษณะบ คล กภาพบางอย างท เก ดข นจากสภาพส งคมส งแวดล อม ค าน ยมหร อ สถานการณ ส งคมในเวลาน น ๆ จนคนในส งคมบางกล มเร มแสดงออกทางบ คล กภาพในล กษณะ ท ศทางเด ยวก น บ คล กภาพบางล กษณะอาจเก ดข นและจบไปในย คสม ยช วงเวลาน นเลยและไม เคยเก ดข นอ ก บางล กษณะด าเน นจากช วงเวลาท เก ดข นในอด ตจนถ งป จจ บ น บางล กษณะเก ดข น จบไป และกล บมาเป นท น ยมและเก ดข นใหม เป นวงจร และบางล กษณะก เป นต นตอแรงบ นดาล ใจให เก ดล กษณะใหม ๆ ว ว ฒนาการจากรากเด มต อไป

57 4. ศ ลป นท เก ยวข อง 4.1 ว เว ยน เวสต ว ด (Vivienne Westwood) ช อจร งค อ Vivienne Isabel Swire เก ดว นท 8 เมษายน 1941 ท เม อง Glossop, Derby shire ประเทศอ งกฤษ มารดาประกอบอาช พทอผ าในโรงงานท องถ น บ ดามาจากตระก ล ช างท ารองเท า หล งสงครามโลกคร งท 2 ครอบคร วของเธอได ด าเน นก จการไปรษณ ย ย อยใน หม บ าน Tintwisle จนถ งช วงปลายทศวรรษ 1950 จ งย ายเข าไปอย ทางฝ งตะว นเฉ ยงเหน อของกร ง ลอนดอน หล งจบโรงเร ยนม ธยมของร ฐเม ออาย 16 ป ว เว ยนได ศ กษาต อท มหาว ทยาล ยสอน ศ ลปะแฮร โรว โดยเล อกว ชาแฟช นและการท าเคร องเง น แต หล งจากจบภาคการศ กษาแรก เธอ ลาออกและมาท างานในโรงงาน จากน นไม นานเธอได เข าร บการฝ กอบรมเป นคร โรงเร ยนช น ประถมและเร มการท างานด วยอาช พร บจ างสอนหน งส อน กเร ยนประถม เม อป 1962 ว เว ยนได แต งงานก บ เดเรก เวสต ว ด สาม คนแรกและให ก าเน ดล กชายคนแรกช อว า เบนจาม น แต ไม นานเธอ ก สละครอบคร วเพ อเร มต นช ว ตใหม ก บม ลคอม แมคลาเลน น กเร ยนศ ลปะ (ผ จ ดการวง เซ กซ พ ส ทอลส ) 25 เม อมองถ งอนาคตของต วเองว เว ยนพบว า ในวงการแฟช นน นม นเป นเร องราวก 45 เฉพาะแต ในชนช นส งเท าน น คงไม ม ท ย นให แก เด กสาวจากชนช นกรรมกรแบบเธออย างแน นอน ด วยความค ดว า "ไม ร ว าเด กสาวพ นเพชนช นกรรมกรอย างฉ นจะม ป ญญาท ามาหาก นอะไรได ใน โลกศ ลปะ" จ งกลายเป นจ ดเร มต นการต อต านความอย ต ธรรมในระบบชนช นของเม องผ ด จ งเป น ท มาของค าว า Anarchy ด งท ปรากฎอย ในอ ลบ มเพลงของ เซ กซ พ สทอล และเป นส ญล กษณ บน เส อผ าเคร องแต งกายสไตล ท เหล าน กร องวงน สวมใส ประกอบก บในป ค.ศ.1970 ประเทศ อ งกฤษ ก าล งตกอย ในสภาวะว กฤตเศรษฐก จ ส งผลให เก ดอ ตราคนว างงานท ส งท ส ดเป น ประว ต ศาสตร น บต งแต สงครามโลกคร งท 2 หน มสาวชนช นแรงงานจ านวนมากได ร บผลกระทบน ท าให ว เว ยน เป ดก จการเล กๆ บนถนนค งส ในลอนดอนเป นร านขายเส อผ าเก าราคาถ ก โดยใช ช อว า Let it Rock ซ งต อมาก ได ม การเปล ยนช ออ กหลายคร ง ในป 1972 ว เว ยนเร มสนใจกล มน กซ งมอ เตอร ไซต จ งเปล ยนช อร านเป น Too Fast To Live Too Young To Dies ขายช ดหน ง เส อส ทแอฟร ก นส จ ดและเส อย ดแหกกฎ จากน นไม นานเขาก เปล ยนช อร านอ กคร ง และขายช ดร ดร ป กระโปรง 25 ว เว ยน เวสต ว ด, เข าถ งเม อ 20 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก org/wiki/ว เว ยน_เวสต ว ด

58 ภาพยนตร ส น เส อย ดท ขาดว น ซ งน นถ อเป นจ ดก าเน ดของแนวค ดแบบพ งค และป จจ บ นน เธอก ย งคงม ร านอย ท น ภายใต ช อว า World s End ย คแรก ว เว ยนแสดงออกถ งการต อต านส งคมระบบชนช นผ ด ผ านงานด ไซน ใน หลากว ธ เช น ว สด นอกกรอบท งกระด กไก ยางรถยนต หม ด โซ ภาพจากน ตยสารเก า ฯลฯ ถ กน ามา สร างเป นเส อย ดด บๆ ว เว ยนไม ได ขายแค เส อผ าสไตล พ งก ร อก แต ส งท เธอพยายามเสนอขายแก ส งคมค อ ท ศนคต (attitude) ท ว า "กล าท จะย นนอกกรอบ แล วบอกว าน ค อส งท ฉ นต องการ 26 นอกจากน ย งใช งานด ไซน เป นเคร องม อส อสารทางเพศอย างเข มข น ไม ว าจะเป น การพ มพ ลายหน าอกผ หญ งและร ปคาวบอยเปล อยบนเส อย ด หร อกระด มร ปศ วล งค รวมท งการ เฉ อนเส อผ าให ขาดว นเห นเน อหน งบร เวณหน าอกและการน าช ดช นในมาใส ด านนอก ฯลฯ "งานของ ฉ นค อการประจ นหน าก บสถาบ นทางส งคม พยายามค นหาว าอ สรภาพของฉ นเองอย ท ไหน และท า อย างไรเพ อให ได ม นมา " 27 ว เว ยนใช เส อย ดลามกเป นส อ เพ อค นหาจ ดย นและอ สรภาพท คนชนช น กรรมาช พเช นเธอโหยหา เส อผ าของว เว ยนหลายช นม กถ กว จารณ ว า "ใส จร งไม ได " ท งความแปลกของว สด ลวดลาย ส ดส วนโครงสร าง และแพตเท ร นการต ดเย บ แต เธอม ม มมองว า "เส อผ าของฉ นอาจด นอก ล นอกทาง เพ ยงเพราะผ คนไม ได คาดค ด แต ส งท ฉ นท าก เพ อประณามความจ ดช ดและความน าเบ อ ของแฟช นธรรมดาเหล าน น" ย ค 1980 เป นช วงท ว เว ยนได แหกกฎการต ดเย บช นส งแบบอ งกฤษ ขณะท การต ด เย บสไตล ผ ด อ งกฤษจะเน นส ดส วนท เท าก นท งสองข าง แต ส าหร บว เว ยน ส ทของเธออาจม ปกข าง หน งใหญ กว าอ กข าง แขนข างหน งยาวกว าอ กข างหร ออาจม แขนข างเด ยว ชายเส อส ทไม จ าเป นต องยาวเท าก น หร อแขนเส อท ม กโค งมนตรงไหล อาจกลายเป นม ม มเหล ยม แหลมออกมา จนเวลาใส ต องพ บม ม คอเส ออาจกลายเป นชายกระโปรง ขณะท ชายเส ออาจถ กใส แทนคอเส อ ว เว ยน เวสต ว ด (Vivienne Westwood) ช ว ตเธอได บอกอะไรแก เรา? (นอกจากเป น แฟช นด ไซเนอร ระด บโลก), เข าถ งเม อ 20 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก 27 ว เว ยน เวสต ว ด (Vivienne Westwood) ช ว ตเธอได บอกอะไรแก เรา? (นอกจากเป น แฟช นด ไซเนอร ระด บโลก), เข าถ งเม อ 20 เมษายน 2557,เข าถ งได จาก

59 หล งจากศ กษาประว ต ศาสตร ว ฒนธรรมอ งกฤษอย างจร งจ ง ว เว ยนเร มน าภ ม ป ญญาแฟช นด งเด มมาใช เป นเสม อน "กล องส องย อนอด ตแห งแฟช น" 28 ว เว ยนย งสนใจการท า เส อผเข าร ป ด วยเช อว า "เส อผ าค อการเปล ยนร ปทรงของร างกาย" 29 เธอใช เทคน คเพ มลดต ดเฉ อน เพ อบ ดเบ อนข อเท จจร งทางสร ระผ สวมใส ให ด ด แบบอ ดมคต วงการแฟช นย งยกย องว เว ยนเป น "น กค ดทางแฟช น" เธอเป นด ไซเนอร คนแรกท เข าใจเร องแพตเท ร นในม มมอง 3 ม ต อย างแท จร ง เช น การใช ผ าส เหล ยม 2 ผ นวางเหล อมเย บ ต ดก นให เก ดเหล ยมแหลมข น หร อการใช ผ าสามเหล ยมวางเฉ ยงเย บต ดก นเพ อต ดเป นช ดเข าร ป หร อกระเป าเส อท โค งรอบต วเส อจนเก ดม ฟเมนต ท กคร งท ผ สวมใส เคล อนไหว จากความค ดเห นท ม ต อส งคมส การแสดงออกผ านการออกแบบเส อผ าเคร องแต ง กาย ตลอดจนร ปแบบการแต งกายท เจตนาแสดงต วตน จ ดย น ความค ดเห นความเช อ อย างท กล าว ไปว าว เว ยนไม เพ ยงแต ขายและออกแบบเฉพาะเส อผ า แต ส งท เธอน าเสนอค อท ศนคต ท เช อม น ท ให ค าก บความแตกต าง ท เป นแรงบ นดาลใจให คนออกนอกกรอบส งคมประเพณ ท ครอบอย เส อผ า เคร องแต งกายถ กน ามาใช เป นเคร องม อส อสารและภาษาในอ กร ปแบบหน ง ซ งสามารถสร างบ คล ก ต วตน เป นส ญล กษณ ของกล มคนท ม ความเช อร วมก นให แสดงออกผ านการแต งกายในร ปแบบ เด ยวก น ว เว ยน เวสต ว ด (Vivienne Westwood) ช ว ตเธอได บอกอะไรแก เรา? (นอกจากเป น แฟช นด ไซเนอร ระด บโลก), เข าถ งเม อ 20 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก 29 ว เว ยน เวสต ว ด (Vivienne Westwood)ช ว ตเธอได บอกอะไรแก เรา? (นอกจาก เป น แฟช นด ไซเนอร ระด บโลก), เข าถ งเม อ 20 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก

60 48 ภาพท 21 ว เว ยน เวสท ว ดและผลงานในย คแรก ท มา: Vivienne Westwood, เข าถ งเม อ 17 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก 4.2 อ มร นทร บ พศ ร เก ดเม อ 16 กรกฏาคม 2528 จบการศ กษาคณะจ ตรกรรม ประต มากรรม และภาพ พ มพ มหาว ทยาล ยศ ลปากร ผลงานในช ด น กเร ยน เป นผลงานศ ลปน พนธ โดยใช เวลาท างานใน การตกตะกอนความค ดต อม มมองท เขาม ต อเยาวชนหญ งในส งคมท นน ยมท กว นน ส งเกตการ เปล ยนแปลงของส งคม และพบว า ป จจ บ นส อม ความหลากหลายในการน าเสนอข อม ลข าวสาร อ ก ท งโฆษณาชวนเช อก ม จ านวนเพ มมากข นจนกลายเป นภาวะท เข ามาครอบง าช ว ตประจ าว นของ คนเราอย างหล กเล ยงไม ได ผ คนเก ดความศร ทธาในส งท ตนเห นและได ย น โดยไม ได ระแวดระว ง ว าน นค อส งท ท นน ยมก าล งปร งแต งให ช ว ตเรา หลายคนเล อกท จะเสพความบ นเท งจากจอท ว ท งว น ท งค น จนความบ นเท งต าง ๆ ทะล กออกมานอกจอ และครอบง าเรา โดยท เราไม สามารถหล กเล ยง ได ส งท น ากล วท ส ดในความค ดของอ มร นทร ค อ เด กและเยาวชนซ งเป นอนาคตของ ชาต ว ยท ย งขาดสต ย บย งช งใจ แยกแยะผ ดชอบช วด ก าล งเด นทางเข าส การครอบง าของท นน ยม มากข นท กขณะ โดยเฉพาะในว ยเร ยน ว ยร นท อย ในช วงห วเล ยวห วต อของช ว ต ว ยท ก าล งแสวงหา ต นแบบ หาเอกล กษณ ให ก บตนเอง และม กจะม พฤต กรรมลอกเล ยนแบบไอดอล หร อฮ โร ท ตนช น ชอบ โดยเฉพาะดาราน กร อง น กแสดงชาวญ ป นและเกาหล และการเล ยนแบบในกล มเพ อนท ได ร บอ ทธ พลจากต วแบบอ กท อ มร นทร กล าวว า ความต งใจของผมก แค อยากว พากษ พฤต กรรม ของเด กย คน ท น บว นจะเลวร ายลงเร อย ๆ ก ง ๆ อารมณ หม นไส น ด ๆ น นละคร บ แต ก ไม ม เจตนา จะว าใครคนใดคนหน ง มองในภาพรวมมากกว าว าม นร บไม ไหวแล วนะ ต ดแฟช น แล วม นก

61 กลายเป นการเล ยนแบบต อ ๆ ก น ท ผมใช เด กผ หญ งเป นคนส อ เพราะผ หญ งม นบ งบอกถ งความ ใส ความน าร ก แล วย งเป นการสะท อนเร องเพศอ กด วย ด เผ นๆ เออน าร กนะแต พอมาท า พฤต กรรมแบบน แต งต วแต งหน าทาปากจ ด ๆ เออจากน าร กก เป นไม ค อยน าร กละ อารมณ ของ ภาพม นค อนข างจะด เป นการ ต นนะ แต ไม มากหรอก ผมอยากให ม นด งความสนใจผ คนให มาจ บ จ องมอง ส วนว าจะต ความอะไรน นอ นน แล วแต ใครจะมองแค ความสน กก ได หร อจะค ดมากไป ไกลถ งป ญหาระด บประเทศก ไม ว าก น เพราะส งท เด กสาวเหล าน พยายามบอกเล าความหมาย ช ดเจนอย แล ว 30 ผลงานของอ มร นทร น าเสนอในร ปแบบของงานจ ตรกรรม 2 ม ต ในร ปแบบก ง เหม อนจร ง โดยน าเสนอล กษณะอาการ ท าทาง พฤต กรรม ของว ยร นในอาก ปกร ยาต างๆเช น แต งหน า ทาปาก ทาเล บ ป ดขนตา ทาแก ม ซ งสะท อนอ ทธ พลของส งคมท ม ผลต อการแสดงออก ทางบ คล กภาพผ านเส อผ าเคร องแต งกายและการแต งหน าแสดงส หน าท าทาง ศ ลป นม การ ย ด หด ย อ ขยายร ปทรงให ด เก นจร งหร อน อยกว าจร ง เพ อเน นความร ส กให ด น าร ก ขบข น เหลวไหล ล อเล ยน เส ยดส ประชดประช น ใบหน าของเด กหญ งว ยร นท ป ดแก มจนแดงจ ดละม ขนาดใหญ เก น จร ง หน าตาผ ดส ดส วน การแสดงส หน าท เก นจร ง น วม อใหญ กว าปกต และบรรยากาศในภาพท สร างให ร ส กอ ดอ ดเหม อนอย ในห องส วนต ว หร อห องน า องค ประกอบและรายละเอ ยดท กล าวมา น น ช วยให ผลงานสะท อนถ งความค ดเห นท ศ ลป นม ต อส งคมป จจ บ นได อย างช ดเจน สะท อนให เห นถ งพฤต กรรมพ นฐานของว ยร นท เป นช วงว ยแห งความเปล ยนแปลง เต มไปด วยความส บสน ซ บซ อนทางอารมณ การต องการการยอมร บจากกล ม การแสวงหาต วตน ตลอดจาการ ลอกเล ยนแบบพฤต กรรมท แสดงออกผ านทางบ คล กภาพภายนอกให สามารถเห นได ผ จ ดการ 360 รายส ปดาห, น กเร ยน ว ยใส หน อว ยฉาบฉวย, เข าถ งเม อ 25 เมษายน 2557,เข าถ งได จาก aspx?newsid=

62 50 ภาพท 22 ผลงานช ด น กเร ยน ของอ มร นทร บ พศ ร ท มา: น กเร ยน น กเล ยน, เข าถ งเม อ 19 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก Lucy Orta ศ ลป นหญ งชาวอ งกฤษ หล งจบการศ กษาด วยเก ยรต น ยมในสาขาการออกแบบ Fashion-Knitwear เธอเร มงานในฐานะศ ลป น Contemporary Visual Art โดยเร มจาก ประต มากรรมท สร างข นจากข อส งเกต เพ อค นหาความจร งถ งขอบเขตของร างกายมน ษย และ สถาป ตยกรรม เพ อส ารวจข อเท จจร งของส งท เก ดข นในส งคมเช นการส อสารและความเช อมโยง ก นของคนในส งคม เธอใช ท งงานประต มากรรมขนาดกลาง งาน public art และภาพถ ายในการ ส อสารแนวความค ด ผลงานของเธอ อาท เช น Refuge Wear and Body Architecture ( ) เป นผลงานเคล อนย ายได น าหน กเบาเป นโครงสร างท ม ส วนเก ยวข องก บร างกายมน ษย หร อออกแบบจากโครงสร างร างกาย จากท พ กอาศ ยช วคราวท น ามาส เส อผ าท สามารถป องก น เพ อให ม ช ว ตรอดจากสถานการณ ท ไม สามารถทนได น าเสนอถ งม มมองท ม ต อส งคมในเร องคนท ได ร บผลกระทบท งจากสงครามต างๆ และภ ยธรรมชาต การถ กบ งค บให ย ายถ นฐานท อย การอย

63 51 รอด ท งของผ อพยพและคนไร บ าน 31 ภาพท 23 งานช ด Refuge Wears ของ Lucy Orta ท มา: Refuge Wears, เข าถ งเม อ 19 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก 31 Art Work, เข าถ งเม อ 27 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก

64 ผลงานช ด Nexus Architecture( ) น าเสนอความเช อมโยงก นของคนและ หน วยต างๆ ของส งคมผ านช ดของคนท ม การเช อมต อก นโดยใช ซ ปร ดเพ อเช อมต อช ดจากท องของ คนหน งเช อมก บหล งของอ กคนอย างน ไปเร อยๆ เม ออย ในสถานท ต างก น จ านวนคนและกล มคน ท สวมใส แตกต างผ นแปรตามสถานท เป นงานสถาป ตยกรรมท สวมใส และเคล อนท ได (wearable Architecture) สามารถสร างความหมายและเร องราวใหม ตามบร บทแวดล อม 52 ภาพท 24 ผลงานช ด Nexus Architecture ของ Lucy Orta ท มา: Nexus Architecture, เข าถ งเม อ 19 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก งานของล ซ ม กน าเสนอเร องเก ยวก บส งคมและช ว ตในส งคมเม องป จจ บ น ความ เช อมโยงของคนก บคนและคนก บส งคม สะท อนให เห นถ งการอย รอด การล ภ ย การถ กเนรเทศ ผ อพยพ คนไร บ าน ความส มพ นธ และผลกระทบท คนและส งคมม ต อก น ผ านงานศ ลปะในหลาย ร ปแบบท งว ด โอ ภาพถ าย ประต มากรรมขนาดกลาง ประต มากรรมท เคล อนท และสวมใส ได Paul Virilo กล าวถ งงานของล ซ ว า แต ละป จเจกบ คคลจ บตามอง เฝ าระว งและปกป องซ งก นและก น ช ว ตของแต ละคนข นอย ซ งก นและก น ความอบอ นท เก ดข นในงานของล ซ ค อความอบอ นท คน มอบส คนอ น การเช อมต อทางร างกายก ค อการเช อมต อของส งคม

65 53 ตารางท 2 แสดงอ ทธ พลของศ ลป นท ม ผลต องานว จ ย ศ ลป น ผลงาน ร ปแบบ การ น าเสนอ แนวความค ด ส งท น ามาประย กต ใช Vivien Westwood งานออกแบบ เส อผ าในย คแรกๆ เส อผ า เคร องแต ง กาย ต องการต อต าน ความอ-ย ต ธรรมใน ระบบชนช นแบบผ ด ใน อ งกฤษ การเล อกแสดงออกทางความค ดเห น ผ านเส อผ าเคร องแต งกาย อมร นทร บ พศ ร น กเร ยน งาน จ ตรกรรม2 ม ต ส น าม น บนผ าใบ น าเสนอภาพของว ยร น ในป จจ บ นท ม พฤต กรรมท ได ร บ อ ทธ พลจากส งคมท น น ยมและการเล ยนแบบ พฤต กรรม ท สะท อนให เห นผ านการแต งหน า แต งกายท เก นพอด ไม เหมาะสม การด งเอาบ คล กล กษณะของภาพ ปรากฏของส งคมในป จจ บ นท เก ดข น จร งสร างสรรค ผลงานโดยออให แสดง อารมณ ความร ส กและท ศนท ม ต อสภาพ น นๆ Lucy Orta 1.Refuge wear งานสามม ต ท สามารถ ส วมใส และ เคล อน ย ายได น าเสนอความค ดความ อย รอดของคนในส งคม ท ม การเปล ยนแปลงท ง จากสงครามและภ ย ธรรมชาต 1.การด งเอาว สด ท ม ภาษาในต วเองมา ใช 2.การสร างผลงานให สอดคล องก บ เคร องแต งกายและร างกายของมน ษย 3.รปแบบการน าเสนอท ให มน ษย ม ส วน ร วม สามารถสวมใส และเคล อนย ายได 2.Nexus งานสามม ต น าเสนอความเช อมโยง 1.ความค ดเก ยวก บเร องความส มพ นธ Architecture ท สามารถ ส มพ นธ ของคนใน เช อมโยงก นของคนในส งคม ส วมใส และ ส งคมท ต องส มพ นธ ก น 2.ร ปแบบการน าเสนอท ท าให เห นถ ง เคล อน ม อ ทธ พลซ งก นและก น ความส มพ นธ ระหว างก น ย ายได ไม สามารถด ารงอย อย างล าพ งได

66 54

67 บทท 3 ว ธ ด าเน นการว จ ย การศ กษาว จ ยเร อง บ คล กส มพ นธ เก ดจากการท ข าพเจ าเฝ าส งเกต และม ความสนใจ ในเร องบ คล กภาพของบ คคลในส งคมซ งได แก ล กษณะปรากฏภายนอก ล กษณะภายใน และ ล กษณะเฉพาะของบ คคลน บต งแต ร ปร างหน าตา ก ร ยาท าทาง การแต งกาย ตลอดจนระบบ ความค ด ความเช อ เจตคต ค าน ยม อ ดมคต และต งข อส งเกต จากภาพสะท อนของส งคมว าหาก มองในด านหน งบ คล กภาพเป นต วช ช ดล กษณะเฉพาะของบ คคลท ม ความแตกต างก น แต ใน ขณะเด ยวก นก สะท อนให เห นว าแต ละบ คคลม อ ทธ พลต อบ คล กภาพซ งก นและก น กล มบ คคลอย ด วยก นม กแสดงออกทางบ คล กภาพคล ายคล งก น ยกต วอย างเช น ว ยร นในกล มเด ยวก น จะม พฤต กรรม ส าเน ยง ภาษาพ ด และล กษณะการแต งกายคล าย ๆ ก น ข าพเจ าจ งเร มศ กษาข อม ลเพ มเต มทางด าน ช วว ทยาพ นธ กรรม ส งคมว ทยา และ จ ตว ทยา ท อธ บายความหมาย ล กษณะ และอ ทธ พลท ส งผลต อการเก ดบ คล กภาพประจ าบ คคล โดยข าพเจ าว เคราะห จากข อม ลท ได ค นคว าสามารถอธ บายโดยสร ปได ว า บ คล กภาพจะแบ งเป น สองล กษณะค อ บ คล กภายในท หมายถ งความเป นต วตนของบ คคล ท ไม ได ปรากฎให เห นได อย าง ช ดเจน ต องอาศ ยการคล กคล ใกล ช ด หร อใช เวลาด วย ได แก ความค ดความเช อ เจตคต อ ดมการณ ความร ประสบการณ น ส ยใจคอ ฯลฯ และบ คล กภายนอกท หมายถ งพฤต กรรมและ ล กษณะท ปรากฏให คนภายนอกสามารถส งเกต เห นได แสดงออกผ านท างร ปร างหน าตา ผ วพรรณ การแสดงออกทางส หน า แววตา ท าทาง ก ร ยาอาการ ส าเน ยงการพ ด เส ยง ลายม อ ส ขภาพ อนาม ย น าหน ก ความส ง ทรงผม การเด น และการแต งกาย ฯลฯ ท งน บ คล กภาพของบ คคลในส งคมจะเป นเช นไรน นข นอย ก บองค ประกอบหล ก ๆ สอง ประการท ม ผลโดยตรงต อการสร างต วตนบ คล ก ได แก โครงสร างทางช วว ทยาและพ นธ กรรม หมายถ งบ คล กภาพประจ าบ คคลท ได ร บจากบรรพบ ร ษโดยการถ ายทอดผ านทางพ นธ กรรม เป น ล กษณะบ คล กภาพท ต ดต วมาแต ก าเน ด เช น ล กษณะทางกาย ความส ง ร ปร างหน าตา ผ วพรรณ โรคบางอย าง รวมถ งหม เล อด และล กษณะทางจ ตบางอย างเช น สต ป ญญา ล กษณะน ส ยใจคอ อารมณ และส ญชาต ญาณ พ นธ กรรมม บทบาทต อช ว ตเป นส งก าหนดสภาพ สภาวะ และแนวโน ม ของพ ฒนาการ ซ งการถ ายทอดล กษณะต าง ๆ ทางพ นธ กรรมส งผลให ล กหลานม ล กษณะคล าย ๆ ก บบรรพบ ร ษและอ กป จจ ยท ม อ ทธ พลต อบ คล กภาพของบ คคลค อสภาพแวดล อมในพ ฒนาการ 54

68 ของช ว ตน บต งแต เก ด หมายถ งท กส งท กอย างท อย รอบต วบ คคลน นๆ เช น อาหาร อากาศ ท อย อาศ ย ศาสนา ครอบคร ว ญาต พ น อง การเล ยงด กล มเพ อน โรงเร ยน ส งคม การเม อง ฯลฯ ซ ง องค ประกอบหล กท งสองอย างม อ ทธ พลต อบ คล กภาพของมน ษย ร วมก น แต ม ส ดส วนในการหล อ หลอมมากน อยไม เท าก น จากข อม ลท ได ค นคว า สามารถสน บสน นข อส งเกต ของข าพเจ าท ว า บ คล กภาพของแต ละบ คคลม อ ทธ พลส งผลซ งก นและก น และการแสดงออกทางบ คล กภาพของบ คคลท คล กคล ใน กล มเด ยวก นจะม ล กษณคล ายคล งก น ข าพเจ าจ งต องการน าเสนอข อส งเกต น ผ านงานท ศนศ ลป ท แสดงออกถ งแนวความค ดท ว า ไม ม บ คคลใดในส งคมสามารถอย อย างต ดขาดออกจากก น แต ละ บ คคลส งและร บอ ทธ พลซ งก นและก นเสมอ หร อกล าวอ กอย างหน งว าบ คคลเป นผลผล ตของส งคม โดยก าหนดให ช นงานสามารถสะท อนถ งความเช อมโยงส มพ นธ ด งกล าว กระบวนการสร างสรรค ในคร งน ข าพเจ าเร มจากการศ กษาข อม ลท สน บสน นข อส งเกต โดยเร มท าการค นคว าเก บข อม ลท งจากเอกสาร อ นเตอร เนต และการลงพ นท จร ง โดยข าพเจ าเล อก น าเสนอแนวความค ดให ช ดเจนและเห นภาพเป นร ปธรรมได ง ายข นตามค าแนะน าของอาจารย ท ปร กษาโดยใช ว ธ ก าหนดกล มบ คคล ท คนท วไปสามารถจ นตนาการภาพร วมไปได โดยเล อกกล ม บ คคลท เล อกน าเสนอ ค อกล มท ข าพเจ าได คล กคล ใกล ช ดและม อ ทธ พลต อข าพเจ าโดยตรงแบ งเป น สามกล ม ด งน 1. กล มบ คคลท เคล อนไหวทางการเม อง 2. กล มว ยร นน กศ กษา 3. ครอบคร ว จากน นท าการวางแผนก าหนดกรอบทางด านเวลาเพ อท างานให บรรล เป าหมายได ท นเวลา โดยก าหนดตารางการท างานคร าวๆ ด งน ตารางท 3 แสดงแผนการท างานว จ ย เด อน ความก าวหน าของงานว จ ย พฤศจ กายน 2556 มกราคม 2557 ค นคว าข อม ลและเข ยนบทท 1-2 ก มภาพ นธ 2557 ผลงานช นท 1 เสร จสมบ รณ ม นาคม 2557 ผลงานช นท 2 เสร จสมบ รณ เมษายน 2557 ผลงานช นท 2 เสร จสมบ รณ พฤษภาคม 2557 ผลงานช นท 3 เสร จสมบ รณ ม ถ นายน 2557 เข ยนบทท กรกฎาคม 2557 ผลงานและเล มว จ ยเสร จสมบ รณ

69 หล งจากก าหนดกล มและตารางเวลาในการสร างงาน ข าพเจ าก าหนดโครงสร างในการสร างงานแต ละช นคร าวๆ เพ อให การท างานเป นไปอย างม ระบบด งน 1.ข นตอนการเก บข อม ล 2.ข นตอนการสร างแบบร าง 3.ข นตอนการผล ตผลงาน ข าพเจ าจ าเป นต องก าหนดล าด บช นงานท ควรท าก อนหล งให เหมาะสมโดยตอบสนอง ป จจ ยสภาพแวดล อมภายนอกในด านการลงพ นท เก บข อม ล ข าพเจ าจ งได ข อสร ปว าควรสร างงาน ช นของกล มบ คคลท เคล อนไหวทางการเม องเป นช นแรก เน องจากสถานการณ ส งคม ณ เวลาน น เป นป จจ ยท จะสามารถท าให เก บข อม ลและว ตถ ด บเพ อสร างผลงานได อย างไม ม ป ญหา และช นท สองค อกล มว ยร น และให กล มครอบคร วเป นช นส ดท าย 1.ผลงานช ดท 1 Persona of Ideal Democracy 1.1 ข นตอนการเก บข อม ล กล มบ คคลท เคล อนไหวทางการเม องท ข าพเจ าเล อกมาสร างสรรค ผลงานค อกล ม กปปส.ย อมาจาก คณะกรรมการประชาชนเพ อการเปล ยนแปลงประเทศไทยให เป นประชาธ ปไตย ท สมบ รณ อ นม พระมหากษ ตร ย ทรงเป นประม ข (People s Democratic Reform Committee) ก อต งข นเม อ ว นท 29 พฤศจ กายน 2556 โดยม ว ตถ ประสงค ขจ ดอ ทธ พลของอด ตนายกร ฐมนตร พ นต ารวจโทท กษ ณ ช ณว ตร จากการเม องไทยและจ ดต งสภาประชาชนเพ อควบค มการปฏ ร ป ประเทศ โดยม สมาช กเป นอด ตสมาช กและผ สน บสน นพรรคประชาธ ป ตย กองท พประชาชนโค นล ม ระบบท กษ ณ(ม ต นก าเน ดจากกล มพ นธม ตรประชาชนเพ อประชาธ ปไตย) เคร อข ายน กศ กษา ประชาชนปฏ ร ปประเทศไทย กองท พธรรม และม นายส เทพ เท อกส บรรณเป นเลขาธ การและแกน น ากล ม 1 ในข นตอนการเก บข อม ลเพ อสร างผลงานช นท 1 ข าพเจ าเร มค นคว าข อม ลจาก อ นเตอร เน ต หน งส อพ มพ ข าวโทรท ศน และลงพ นท จร ง โดยลงพ นท เพ อรวบรวมข อม ลโดยการไป ร วมฟ งการช มน มของกล ม กปปส.ณ เวท ราชด าเน นและเวท ล มพ น และได เด นส ารวจล กษณะ บ คล กภาพร วมของคนในกล มกปปส ท แสดงออกผ านทางเส อผ าเคร องแต งกายท เปร ยบเสม อน 56 /wiki/กปปส 1 กปปส.ค อ, เข าถ งเม อ 15 กรกฎาคม 2557, เข าถ งได จาก

70 57 เคร องแบบแสดงส งก ดและเจตนารมย ของผ ช มน ม และได เก บภาพร านค าบร เวณเวท ราชด าเน นท ขายเคร องประด บตกแต งซ งแสดงความเป นส ญล กษณ ร วมของคนในกล มน ภาพท 25 กล ม กปปส. เคล อนขบวนส ฝ งธนบ ร ผ านถนนจร ญสน ทวงศ วนกล บผ านสะพานซ งฮ 7 ม.ค ท มา: การช มน ม กล มกปปส., เข าถ งเม อ 25 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก ภาพท 26 บรรยากาศการเคล อนขบวนของกล ม กปปส. เพ อเช ญชวนให ประชาชนร วมข บไล น.ส.ย งล กษณ ช น- ว ตร ให ลาออกจากนายกร ฐมนตร ร กษาการ ในว นท 22 ธ.ค ท มา: บรรยากาศการเคล อนขบวนของกล ม กปปส., เข าถ งเม อ 25 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก

71 ภาพท 27 บรรยากาศพ นท ช มน มเวท ราชด าเน นว นท 4 ธ นวาคม 2556 (จากการลงพ นท ของ ข าพเจ า) 58

72 59 ภาพท 28 ผ ช มน มเวท สวนล มพ น ว นท 15 ม นาคม 2557 (จากการลงพ นท ของข าพเจ า) 1.2 ข นตอนการสร างแบบร าง จากข อม ลท ค นคว าและลงพ นท จร ง พบว ากล มเคล อนไหวทางการเม อง กปปส. ประกอบด วยกล มบ คคลท หลากหลาย ผ ร วมช มน มม สถานภาพแตกต างคละเคล าก นไป ท ง เพศ ว ย อาช พ ฐานะ แต มาร วมแสดงออกในทางเด ยวก นเน องจากม อ ดมการณ ทางการเม องไปใน ท ศทางเด ยวก น ค อข บไล ร ฐบาลย งล กษณ โค นล มระบอบท กษ ณในประเทศไทย และปฏ ร ป

73 ประเทศ ผ ช มน มและแกนน าเล อกแสดงออกทางความค ดผ านบ คล กภายนอกท งเส อผ าและ เคร องประด บตกแต งร างกายอย างช ดเจน โดยม การน าส และร ปทรงของธงไตรรงค มาใช เป น ส ญล กษณ หล ก ซ งประกอบด วยส น าเง น ขาว แดง และส ญล กษณ อ กอย างของกล มน ค อนกหว ดท ใช ในการเป าเพ อแสดงออกถ งการข บไล นายกร ฐมนตร นอกกจากน ย งม การน าเอาผ าขาวม า เพ อ สะท อนให เห นถ งการเช อมโยงก บชาวนาผ เด อดร อนจากป ญหาจ าน าข าวท ได ร บความเด อดร อน จากร ฐบาล ข าพเจ าน าขอม ลท สร ปได มาใช ในการสร างแบบร างโดยก าหนดให ช นงานเป น เสม อนบ คล กภาพของกล มผ ช มน ม กปปส.ในทรรศนะของข าพเจ า โดยก าหนดให ผลงานต อง แสดงออกถ งท งบ คล กภาพภายนอกและภายในของกล มบ คคล บ คล กภาพภายในท ต องแสดงออก ว าคนกล มน ค ดเห น เช อ และม อ ดมการณ ร วมก นอย างไรและบ คล กภาพภายนอกท สะท อน ภาพล กษณ ท คนกล มน เล อกแสดงออกผ านทางเส อผ าเคร องตกแต งร างกายและช นงานต อง สามารถแสดงความแตกต างหลากหลายของสถาณภาพบ คคล ท หลากหลาย ท งเพศ อาย อาช พ ฐานะ แต มารวมก นและแสดงออกทางบ คล กภาพคล ายคล งก นเพราะม อ ดมการณ ทางการเม อง เหม อนก น 60 ภาพท 29 แบบร างผลงาน ช ดPersona of Ideal Democracy โดยออกแบบให ช นงานประกอบไปด วย 2 ส วนด งน ส วนท 1 เป นส วนท แสดงบ คล กภายนอกของกล มบ คคล ได แก ส วนท เป นเส อผ า เคร องตกแต งร างกายโดยใช ว สด เป นเส อผ าจร งของคนหลากหลายอาช พ เช น ทหาร ชาวนา หมอ พยาบาล น กเร ยน น กศ กษา น กธ รก จ น กการเม อง พน กงานบร ษ ท รวมถ งกระสอบข าวและ

74 ผ าขาวม า มาต ดทอนและเย บต ดเป นร ปทรงของช ดใหม และม การน าเคร องประด บร างกายท ม ขาย บร เวณพ นท ช มน มและผ ช มน มน ยมน ามาตกแต งร างกายเข ามาใช ประกอบ ส วนท 2 เป นส วนท แสดงบ คล กภายในของกล มบ คคล โดยออกแบบให ส วนห วของ งานเป นจอโทรท ศน เพ อส อถ งการท โทรท ศน เป นส อหน งท เช อมโยงและม อ ทธ พลต อการให ข อม ลท ม ผลต อความค ดของกล มบ คคลในกล มน โดยออกแบบให ฉายภาพข าวสล บก บใบหน าของผ ช มน ม ท เก บภาพจากการลงพ นท จร ง ณ เวท สวนล มพ น ท น ามาต ดต อเร ยบเร ยงใหม 1.3 ข นตอนการผล ต ส วนท 1 เร มจากการน าเส อผ าเคร องแต งกายท แสดงท มาของบ คคลท ต างก นมา ต ดทอนเย บต ด ท าเทคน คย อม แล วสร างเป นช ดใหม โดยว ธ การข นห นและเย บท ละส วน เพ อด ฟอร มโดยรวม 61 ร ปภาพท 30 ผลท ได จากการย อมผ ากระสอบ ภาพท 31 ผลท ได จากการย อมผ าขาวม า

75 62 ภาพท 32 ผลท ได จากการย อมเส อทหาร ภาพท 33 ส ท ใช ในการย อมผ า ภาพท 34 การย อมร อน

76 63 ภาพท 35 ข นตอนการเย บลงรายละเอ ยด ภาพท 36 ข นตอนการข นห นและเย บประกอบ ส วนท 2 จากแบบร างใช ว ธ ต ดต อโดยว ด โอด วยโปรแกรม Adobe Premier Pro โดยใช ภาพน งต ดสล บก บภาพข าวเคล อนไหว โดยแบ งหน าจอให เป นสามช อง ช องบนและล างเป น ใบหน าของผ ช มน มท ได ขอบ นท กไว เม อลงไปเก บข อม ลในพ นท เวท สวนล มพ น โดยก าหนดให ช อง

77 บนเป นส วนของตาและช องล างเป นส วนของปากซ งจะส มและเปล ยนเร อยๆไม ซ าก นและไม ใช หน า ของคนเด ยวก น ส วนของช องกลางเป นภาพจากข าวท บ นท กไว 64 ภาพท 37 ภาพ screenshot จากผลงาน Persona of Ideal Democracy

78 ภาพท 38 ผลงานส าเร จ Persona of Ideal Democracy 65

79 ภาพท 39 ภาพแสดงรายละเอ ยดผลงาน Persona of Ideal Democracy 66

80 2.ผลงานช ดท 2 TEENAGE DREAM 2.1 ข นตอนการเก บข อม ล กล มบ คคลท เล อกท าเป นกล มว ยร นท เป นว ยเด ยวก บน องสาวของข าพเจ า เน องจากได ใช เวลาคล กคล และส มผ สใกล ช ดจนได ต งข อส งเกต เก ยวก บกล มบ คคลน ว าม ความ น าสนใจท งทางด านธรรมชาต ของว ยและสภาพส งคมป จจ บ นท ม ผลต อบ คล กภาพของคนกล มน โดยกล มว ยร นท ข าพเจ าเล อกมาสร างสรรค ค อว ยร นในกล มอาย ต งแต ป ในป จจ บ น (ป พ.ศ 2557) ท ม ช วงเวลาเก ดในป พ.ศ ซ งเป นกล มว ยร นช วงปลาย (Late Adolescent) หร อ ว ยน กศ กษาถ งว ยเร มต นท างาน โดยคนในกล มด งกล าว ถ กเร ยกเป นกล มคนย ค Gen-M (Milennium Generation) จ านวนประชากรกล ม Gen-M ม อย ประมาณ 6.84 ล านคน หร อ 11.4% ของประชากรท งประเทศ (ประเทศไทย) 2 ซ งเต บโตมาท ามกลางส งคมท เต บโตถ งข ดส ดของ เทคโนโลย และเคร อข ายอ นเตอร เนท ซ งเป นป จจ ยส าค ญให คนในช วงว ยน ม พ ฒนาการท ได ร บ อ ทธ พลจากท งล กษณะทางธรรมชาต และอ ทธ พลจากส งคมย คม ลเลนเน ยมด งตารางต อไปน 67 ตารางท 4 แสดงล กษณะของกล มว ยร นช วงปลายอาย ในย ค พศ 2557 (Generation M) ธรรมชาต ของช วงว ย สภาพส งคมป จจ บ นท ม ผลต อกล มคนในช วงว ย ตามเพ อน เช อเพ อน ชอบอย เป นกล ม ไม ชอบ อย ต วคนเด ยว ม พฤต กรรมเล ยนแบบท าอะไรตามก น เหม อนก น ไม ชอบแตกต างจากคนอ น โตมาก บเทคโนโลย ต ดเทคโนโลย แยกช ว ตจากโซเช ยลม เด ยไม ได ตามกระแสน ยม ต องการอย ในกระแสไม ล าหล ง หร อตกกระแส เข าก บส งคมได อย างไม แปลกแยก ต องการการ ยอมร บ เร ยกร องความสนใจ สร างต วตนออนไลน หมกม น ให ความส าค ญก บช ว ต และต วตนในส งคมออนไลน ชอบอย ในกระแส สนใจเฉพาะด านต งแต อาย ย งน อย 2 ณ ฐพล จ ตประไพ,Gen-M Lifestyle,เข าถ งเม อ 20 ม ถ นายน 2557,เข าถ งได จาก จาก utcc2.utcc.ac.th/brandthaicenter/doc/gen_m_lifestyle.doc

81 2.2 ข นตอนการสร างแบบร าง จากตารางและการหาข อม ล น ามาส การสร างแบบร างท แสดงออกถ งบ คล กของ กล มว ยร นในย คป จจ บ น ท เป นกล มคนท ต องอย เป นกล ม ต ดเพ อน ไม สามารถอย อย างโดดเด ยวได ไม เป นต วของต วเอง ท าตามก น ม พฤต กรรมเล ยนแบบ ต ดโซเช ยลเน ทเว ร ค ม การแสดงออกทาง บ คล กภายนอกล กษะการแต งกายคล ายคล งใกล เค ยงก น ม พฤต กรรม ค าพ ด ส าเน ยงการพ ดท เหม อนก น โดยจะใช ช ดน กศ กษาเป นส อว สด หล กในการสร างงาน เน องจากเป นเคร องแบบของช วง ว ยท เป นกล มคนในย ค Generation M ท ช ดเจนท ส ด และเป นช วงว ยท ข าพเจ าได ม โอกาสส มผ ส ใกล ช ดและได คล กคล ใกล ช ดและร บข อม ล (น องสาว) และน กศ กษาเป นกล มคนท ก าล งอย ใน ว ยร นเช วงปลาย คาบเก ยวระหว างความเป นเด กและผ ใหญ ม การศ กษาแต ก ย งม ภาวะของการ ขาดประสบการณ ม การใช ช ว ตท เป นอ สระจากครอบคร วมากข น หลงเช อง าย ท าตามก นเพราะ ต องการอย ร วมในส งคมได อย างไม แปลกแยก เฝ าแสวงหาต วตนและสร างต วตนจ งไม เป นต วของ ต วเอง ส วนใหญ ม ความเปราะบางอ อนไหวต อสภาพและกระแสส งคม โดยน ามาสร างให ช ดม ความเช อมต อก น แยกก นไม ขาด ให งานแสดงถ งอาการของการเล ยนแบบ การไม เป นต วของ ต วเอง การต องอย เป นกล ม การท าอะไรเหม อนก นตามก น โดยออกแบบให ช นงานแขวนเน องจาก ต องการส อถ งบางอย างท ควบค มและต กรอบช กจ งคนกล มน โดยท คนกล มน ไม เคยมองกล บข นไป ซ งส วนน ได แรงบ นดาลใจมาจาก การควบค มห นในการเช ดห นเช ด (marionette) ออกแบบให สาย ท เช อมโยงขณะเด ยวก นก ควบค มคนกล มน เป นสายจ าพวกอ ปกรณ อ เล กทรอน คส เพ อส อถ งกล ม คนท เต บโตมาในส งคมย คด จ ต ลและออกแบบต วแขวนโดยน าร ปร างร ปทรงของหน าจอต าง ๆ มา ลดทอนลง เพ อให มองแล วน กถ งหน าจออ ปกรณ อ เลคทรอน คว ชน ดต าง ๆ เพ อส อถ งส งท ควบค ม คนกล มน โดยท คนกล มน ไม ท นได ตระหน กและห นกล บไปมองว าเป นต วข บเคล อนและก าหนด ท ศทางให คนเช อและท าตาม 68 ภาพท 40 การเช ดห น Marionettes ท มา: History of Puppets, เข าถ งเม อว นท 27 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก

82 69 ภาพท 41 ภาพกระบวนการสร างแบบร างผลงานช นท 2 Teenage Dream 2.2 ข นตอนการผล ต เร มจากการท าเทคน คสกร นลงบนผ าลงรายละเอ ยดท เป นท มาของบ คล กท เหม อนก นร วมก น ท กล มคนน ม ความสนใจ ของกล มลงบนเส อน กศ กษา ได แก ร ว วส นค า การ ท าศ ลยกรรม เทคน คการแต งหน า ช ว ตและต วตนเสม อนในโลกโซเช ยลม เด ย โดยสกร นท ด านใน

83 ของเส อเพ อส อถ งการมองเห นจากภายนอกท น กศ กษาด เป นกล มคนท ม ความร เป นเคร องแบบของ สถานะทางการศ กษาข น 70 ภาพ 42 อ ปกรณ ในการสกร นผ า ข าพเจ าเล อกใช ส กร นผ าย ห อ เอสเค ส ตรน า ส น าเง น แดง เหล องสด และชมพ สะท อนแสง นอกจากน ย งม น ายาเช ดบล อคสกร นก นบล อคต น และยางปาด ภาพท 43 ข นตอนการสกร น หว างไปเร อยๆ น าเส อน กศ กษาท สกร นด านในแล วมาเย บต ดก นโดยเย บต อก นโดยเพ มจ านวนสล บ ภาพท 44 แผนผ งการวางเส อเพ อเย บต ด

84 71 ภาพท 45 ข นตอนการเย บจ กรไฟฟ า ส วนของสายท ใช แขวนด านบนเล อกใช สายเก ยวก บอ ปกรณไฟฟ าและ อ เล กทรอน กส เช น สายเคร องเส ยง ห ฟ ง สายขาร จแบตเตอร สายแลนด อ นเทอร เนต อ ปกรณ ป องก นสายชาร จแบตเตอร เป นต น โดยน ามาผ กก นเป นกล มและเช อมต อโยงใยก นไปเร อย ๆ ภาพท 46 สายอ ปกรณ อ เล คโทรน คส ภาพท 47 ข นตอนการแขวนช นงาน

85 ส วนของต วแขวน ออกแบบให เป นล กษณะของหน าจออ ปกรณ อ เล คทรอน คส โดย ท าจากแผ นอะคร ล กส ขาว เพ อส อถ งส งท ควบค มคนกล มน อย โดยท คนกล มน ไม ท นได ตระหน กและ ห นกล บไปมอง 72 ภาพท 48 ส วนต วแขวน ผลงานช น Teenage Dream

86 ภาพท 49 ผลงาน Teenage Dream เสร จสมบ รณ 73

87 3.ผลงานช ดท 3 Family Portrait ในการสร างผลงานช นท 3 ข าพเจ าเล อกกล มครอบคร ว ซ งเป นกล มท ข าพเจ าผ กพ นธ ท ส ด จากการอย ร วมก น ข าพเจ าส งเกต ว าคนในครอบคร วของข าพเจ าม ล กษณะบ คล กภาพท ท ง เหม อนและต างก น ส วนท เหม อนก นค อร ปร างหน าตา ผ วพรรณ ส าเน ยง เส ยง หร อเป นส วนท ส บ ต อก นทางพ นธ กรรมแต ก าเน ด แต ส วนท แตกต างค อบ ค กภาพภายนอกท แสดงออกผ านการแต ง กาย โดยในครอบคร วของข าพเจ าประกอบด วยสมาช ก 5 คนได แก พ อ แม พ สาว ข าพเจ า และ น องสาว ในด านบ คล กภาพภายนอกท แสดงออกผ านทางเส อผ าจะเห นความแตกต างท ช ดเจน ข าพเจ าจ งได ท าการค นคว าข อม ลเพ มเพ อหาจ ดร วมท จะแสดงออกบ คล กร วมของคนในครอบคร ว ท จะแสดงออกผ านงานสร างสรรค 3.1 ข นตอนการเก บข อม ล จากข อส งเกต ข าพเจ าค นคว าข อม ลเพ มเต มในเร องของบ คล กร วมของคนในครอบคร ว จากข อม ล อ ทธ พลทางพ นธ กรรมท ม ผลต อบ คล กภาพของบ คคล เป นป จจ ยถ ายทอดล กษณะต าง ๆ โดยผ าน ทางย น (Genes) น บต งแต ปฏ สนธ (Fertilization) ค อภาวะต างๆ ท ได ร บจากบรรพบ ร ษโดย สายเล อดถ ายทอดมาส ล กหลานเช น ล กษณะทางกาย ความส ง ร ปร างหน าตา ผ วพรรณ โรค บางอย าง ส าเน ยง เส ยง รวมถ งหม เล อด และล กษณะทางจ ตบางอย างเช น สต ป ญญา ล กษณะ น ส ยใจคอ อารมณ และส ญชาต ญาณ พ นธ กรรมม บทบาทต อช ว ตเป นส งก าหนดสภาพ สภาวะ และแนวโน มของพ ฒนาการให ก บล กหลาน และม ผลต อการพ ฒนาบ คล กภาพซ งข นอย ก บการ จ าก ดของพ นธ กรรมซ งถ ายทอดมาทางย น ซ งการถ ายทอดล กษณะต างๆ มาส ล กหลาน จะส งผล ให ล กหลานม ล กษณะคล าย ๆ ก บบรรพบ ร ษ ศ นย พ ฒนาทร พยากรการศ กษา มหาว ทยาล ยมหาสารคาม, หล กการและแนวค ด เก ยวก บพ ฒนาการทางกาย จ ตและบ คล กภาพพ นธ กรรมและส งแวดล อม, เข าถ งเม อว นท 12 เมษายน 2557, เข าถ งได จาก unit03/u03_02.html

88 งานว จ ยท ศ กษาเก ยวก บเร องของบ คล กภาพของมน ษย ท ได จากพ นธ กรรมท แสดงออก อย างช ดเจนผ านทางการแสดงส หน าของท มน กว จ ยจากอ สราเอล ระบ ว าการแสดงอารมณ บน ใบหน าอาจเป นมรดกตกทอดมาทางกรรมพ นธ โดยพวกเขารายงานลงในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences ซ งเป นการย นย นแนวค ดของชาร ลส ดาร ว น (Charles Darwin) เม อ พ.ศ.2415 ท ช อ "การแสดงอารมณ ของมน ษย และส ตว " (The Expression of the Emotions in Man and Animals) ดาร ว นช ว า ความร ส กท ปรากฏบนใบหน าเป นส งท ถ ายทอดทาง กรรมพ นธ ม การว จ ยเพ อตรวจสอบโดยน กว จ ยของมหาว ทยาล ยไฮฟา (University of Haifa ) โดย การว เคราะห ส หน าของอาสาสม คร 21 คนท ตาบอดแต ก าเน ด รวมถ งส หน าของผ เข าร วมการ ทดลองท งหมด โดยถามถ งประสบการณ ความส ข ความเศร า โกรธ และเกล ยดช ง และบ นท ก ค าพ ด ส หน าและปฏ ก ร ยาของคนเหล าน ไว เพ อทดสอบว าบ คคลจะม ส หน าอย างไรเม อประสบก บ อารมณ ต างๆ และเม อน าผลท ได มาเปร ยบเท ยบ น กว จ ยพบว าแม อาสาสม ครตาบอด และไม เคย เห นหน าญาต มาก อน แต การแสดงส หน ากล บเหม อนก นมาก โดยเฉพาะเม อแสดงอารมณ ด านลบ ก ล เปเลก (Gili Peleg) จากสถาบ นว ว ฒนาการของมหาว ทยาล ยไฮฟา(Institute of Evolution at the University of Haifa) ผ น าในการว จ ย กล าวว า ส งท พบค อ การแสดงส หน าเป น เอกล กษณ เฉพาะของครอบคร ว และเป นส งท ตกทอดมาทางกรรมพ นธ บนพ นฐานของว ว ฒนาการ ข นตอนการสร างแบบร าง จากข อม ลท ได ข าพเจ าน ามาว เคราะห เพ อใช ในการสร างงาน โดยน าเอาเร องของ การแสดงส หน ามาใช เป นแนวค ดหล กในการสร างบ คล กภาพร วมของคนในครอบคร ว โดยจะ บ นท กภาพส หน าของคนในครอบคร วในการแสดงอารมณ ท หลากหลาย และน ามาท าเทคน คด วย โปรแกรมโฟโต ช อปให ได ใบหน าท เป นใบหน าร วมของสมาช กในครอบคร ว จากน นน ามาพ มพ ลง บนแพทเท ร นผ าด บท เล อกใช ฟอร มของเส อผ าจากเส อผ าของคนในครอบคร ว แลม การซ อนผ า โปร งอ กท เพ อสร างม ต ในการมอง ให เห นถ งความท บซ อนความเหม อนของส หน า ข าพเจ าเล อกใช 75 4 bbc news, ASTV ผ จ ดการออนไลน 19 ต ลาคม 2549, ร ปแบบส หน าบ งบอก อารมณ อาจถ ายทอดก นได ทางพ นธ กรรม, เข าถ งเม อว นท 20 เมษายน 2557,จาก

89 76 ผ าด บมาเป นส อเน องจากเป นว สด ท ม ความหมายในต วเองเน องจากในการสร างแบบของเส อผ าต ว หน ง การข นต วอย างผ าด บก ค อโครงสร างแบบจ าลองของช ดท สามารถก าหนด ปร บปร งเพ มเต ม และม ผลให ช ดส าเร จเป นไปในทางใดเปร ยบเหม อนครอบคร วท เป นโครงสร างพ นฐานท สามารถ ก าหนดและเป นเบ าหลอมให คนในครอบคร วเต บโตไปในท ศทางน นๆ ภาพท 50 ข นตอนการสร างแบบร างผลงานช นท 3 Family Portrait 3.3 ข นตอนการผล ต ข นตอนการบ นท กภาพครอบคร ว โดยใช กล อง Olympus Pen Epl 1. โดย ข นตอนน ข าพเจ าใช แสงธรรมชาต จากหน าต างห องนอนของพ อก บแม ในช วงเช า โดยให สมาช กใน ครอบคร วแสดงส หน าไปเร อยผ านการชวนค ยของข าพเจ า แล วบ นท กภาพ ภาพท 51 ภาพบนท กการแสดงส หน าของพ อ

90 77 ภาพท 52 ภาพบ นท กการแสดงส หน าของแม ภาพท 53 ภาพบนท กการแสดงส หน าของพ สาวคนโต

91 78 ภาพท 54 ภาพบ นท กการแสดงส หน าของข าพเจ า ภาพท 55 ภาพบ นท กการแสดงส หน าของน องสาวคนเล ก

92 น าภาพถ ายคอบคร วท ได มาท าเทคน คด วยโปรแกรม Adobe Photoshop Cs3 โดยน าภาพใบหน าของสมาช กครอบคร วท ง 5 คนมาซ อนเลเยอร ก นและปร บความเข มจาง Opacity ใหแห นถ งใบหน าท ผสานท บซ อนก นอย เพ อน าไปพ มพ ลงบนผ าช ฟองโดยใช เทคน คอ งค เจ ท ภาพ 56 ภาพใบหน าท ซ อนก นโดยใช โปรแกรม Adobe Phtoshop CS4

93 80 ภาพท 57 ข นตอนการสร างแพทเท ร นผ าด บ ภาพท 58 ผ าช ฟองท พ มพ โดยเทคน คอ งค เจ ท

94 81 ภาพท 59 ข นตอนการเย บข นโครงเส อผ า ภาพท 60 ข นตอนการต ดต ง

95 82 ภาพท 61 ภาพแสดงรายละเอ ยดผลงานของงานช นท 3 Family Portait ภาพท 62 ผลงานส าเร จช นท 3 Family Portrait

96 บทท 4 การว เคราะห ผลงาน การว เคราะห ผลงานว จ ยเร อง บ คล กส มพ นธ ว เคราะห จาการสร างงานให ตอบก บ ว ตถ ประสงค ของการสร างสรรค ตามหล กการว เคราะห ทางท ศนศ ลป โดยแบ งเป นห วข อใหญ สอง ห วข อได แก แนวความค ดและองค ประกอบของงาน 1.ผลงานส าเร จช นท 1 ภาพท 65 ผลงานส าเร จ Persona of Ideal Democracy,190 x 65 x 50 ซม.,ส อผสม 83

97 1.1 แนวความค ด น าเสนอแนวค ดเร องการแสดงออกทางบ คล กภาพของคนในส งคมท ม อ ทธ พล เช อมโยงและส งผลซ งก นและก นระหว างกล มคนท ม ความค ดเห น ความเช อ เจตคต ทางการเม อง คล ายคล งก นผ านทางบ คล กภาพภายในได แก อ ดมการณ ร วมทางการเม องแลบ คล กภาพภายนอก ได แก เส อผ าและเคร องประด บตกแต งร างกายของกล มบ คคลผ ร วมการเคล อนไหวทางการเม องผ ช มน มกล มกปปส.ท ม การเคล อนไหวทางการเม องในช วงเวลาพฤศจ กายน 2556 ถ ง กรกฎาคม 2557 โดยกล มน หากแบ งตามการจ าแนกล กษณะบ คล กภาพของ Eduard Spranger จ ดอย ใน กล ม The political type ท เช อว าการเล อกเคร องแต งกายจะสามารถน าตนเองก าวเข าไปในส งคม หร อเป นท ด งด ดความสนใจของผ คน ซ งอ ทธ พลท ม ผลต อบ คล กภาพของคนกล มน ค อ 84 ป จจ ย ทางด านสถานการณ ในจ ดน ค อสถาณการณ ทางการเม อง บ คคลม ความจ าเป นท จะต องปร บต ว เข าหาสถานการณ น น ๆ สถานการณ จ งม บทบาทกลายเป นต วก าหนดบ คล กภาพของบ คคล โดย ใช กลไกการป องก นตนเอง (Defense mechanism) ซ งม หลายร ปแบบเช น หาเหต ผลเข าข าง ตนเอง (Rationalization) การทดแทน (Compensation) การถดถอย (Regression) การฝ น กลางว น (Day - dream ) หร อการลอกเล ยนแบบ (Identification) เป นต น และป จจ ยการเป น สมาช กของกล มต างๆ ในท น ค อกล มทางการเม อง ซ งการเป นสมาช กกล มสร างแบบอย างให เก ด บ คล กภาพ กล มบ คคลจะเร ยนร ในหลายส งหลายอย างรอบต วและเก ดกระบวนการทางส งคมหร อ กระบวนการข ดเกลาทางส งคม และหากแบ งตามม ลเหต ของการแต งกายของมน ษย ตามแนวค ด ของ พวงผกา ค โรวาท คนกล มน แต งกายเพ อการแบ งแยกกล ม โดยการเล อกเส อผ าเคร องแต งกาย ท ต องการแสดงออกถ งความเป นพวกพ องเด ยวก น แสดงถ งความแตกต าระหว างสถาบ น องค กร ตลอดจนแบ งกล มทางความค ดความเช อ ยกต วอย างเช นพระในศาสนาท ม หลายน กายก ม กม การ แต งกายท แตกต างก น 1.2 องค ประกอบของงาน ช นงานป นงานส อผสมขนาด 190 x 65 x 50 ซม. ท ประกอบข นด วยสองส วนค อ ส วนท เป นร างกาย ใช ร ปทรงของร างกายมน ษย มาสวมใส เส อผ าท ต ดเย บข น เพ อตอบว ตถ ประสงค ในการสร างสรรค งาน ท ต องการศ กษาบ คล กภาพของคนท ได ร บอ ทธ พลจาก ส งคมแวดล อมท แสดงออกผ านทางเส อผ าเคร องแต งกาย และเพ อสร างผลงานท แสดงออกถ ง

98 ความเช อมโยงส มพ นธ ทางบ คล กภาพของคนในส งคมโดยใช เส อผ าเคร องแต งกายซ งเปร ยบก บ เปล อกท มน ษย เล อกสวมใส มาใช เป นว สด เพ อแสดงออกถ งต วตนและเป นเสม อนต วแทนในการ แสดงออกความร ส กน กค ด น ส ยใจคอ ตลอดจนความค ดความเช อของผ สวมใส ท ได ร บอ ทธ พล และเช อมโยงส มพ นธ จากคนและส งคมท แวดล อม โดยน าเส อผ าเคร องแต งกายในประเภทต างๆ เช นเส อผ ชาย เส อผ หญ ง กระโปรงกางเกงแบบต าง ๆ ตลอดจนผ าและเคร องแต งกายประเภทอ นๆ ท สามารถแสดงออกถ งบ คล กต วตน มาปร บเปล ยนเช อมต อ เย บต ดเพ อสร างเป นร ปทรงใหม โดย คงซ งความร ส กเด มของความเป นเส อผ าแต ในขณะเด ยวก นก กลายเป นร ปทรงใหม ท เก ดจากการ เช อมต อประสานหลาย ๆ ช นเข าด วยก น ในร ปแบบของผลงานสามม ต ท สามารถแสดงออกถ ง ความส มพ นธ เช อมโยงก นของบ คล กของคนในส งคม จากแนวความค ดท ต องการส อสารถ งภาพ สะท อนบ คล กภาพของกล มผ ช มน ม กปปส. ท ประกอบด วย บ คคลท หลากหลายต างท มาท ไป ม ความแตกต างท งทางด านอาย อาช พ เพศ ถ นก าเน ด ฐานะ แต ม จ ดร วมเด ยวก นค ออ ดมการณ ทาง การเม อง โดยใช เส อผ าท เป นเคร องแบบและว สด ท บ งบอกถ งความแตกต าง เช น เคร องแบบทหาร พยาบาล แพทย น กการเม อง ชาวนา น กเร ยน น กศ กษา พน กงานออฟฟ ส ข าราชการ ฯลฯ มาต ด ทอน เย บต ด และน าเคร องประด บตกแต งร างกายท เป นเหม อนส ญล กษณ เคร องแบบของผ ช มน ม มาสร างเป นเสม อนเคร องแบบช ดใหม ตามทรรศนะท ข าพเจ าจ นตนาการถ งบ คล กร วมของกล มคน น ในส วนของร างกายน บเป นองค ประกอบ 70 ของงาน โดยการเย บผ าแต ละช นซ งได จากเคร องแบบของแต ละบ คคลเข าด วยก นม การสล บช นใหญ เล กซ อนก น โดยส วนบนด านซ ายข นจากการเย บต อต ดเส อส ทสองด านออกจาก ก นแล วน าชายมาชนก นแล วเย บต ดเก ดภาพเท มองเหม อนส อส ทเป นเงาสะท อนซ งก นและก น ด าน ล างส วนในเย บเคร องแบบว สด หลากหลายเย บต ดด านบนแล วปล อยชายให เป นอ สระ ช วงแขนน า แขนเส อเคร องแบบต างชน ดมาเย บซ อนก นให เป นเหม อนคนหลายคนหลายท มาท ย นห นหน าไป ทางเด นวก นต อแถวซ อนก นอย คล ายการเด นขบวนเพ อม งหน าไปในทางเด ยวก น ส วนด านขวาใช ผ าต างชน ดต ดเป นช น ๆ ขนาดต างก น จากน นมาเย บซ อนก นโดยต งใจปล อยชายและไม เก บด าย บางช นเป นผ ากระสอบและกระสอบข าวจร งเพ อให ว สด แสดงถ งความหลากหลายของบ คคล และม การน าเคร องประด บส ญล กษณ กล มมาใช ตกแต งเพ อแสดงความช ดเจนและอ ดมการณ ร วมของคน ในกล มน ส ท น ามาใช ในงานได จากส ท กล มผ ช มน ม กปปส.น าส ของธงชาต ไทยมาใช เป นส ประจ ากล ม ได แก ส น าเง น ส ขาว ส แดง โดยข าพเจ าเล อกก าหนดช นงานให ม ส ครอบคล มใน กล มส ด งกล าวและม การดรอปบางส วนให เข มและบางส วนให สว างเพ อให ช นงานโดยรวมม น าหน ก 85

99 เข มอ อน ม การปนของส อ นท มาจากว สด เช นชมพ จากต วหน งส อบนกระสอบข าว ส ส มอ ฐจาก ผ าขาวม าซ งย งไปในโทนเด ยวก นและช วยสร างให ช นงานด ม ส ส นไม แบนและย งท างานในด าน สะท อนความหลากหลายของกล มคน ม การย อมส ว สด บางอย างท หล ดจากโทนส เช น ผ าขาวม า และเส อทหารให ส โทนเข ยวให กลายเป นส โทนแดงและโทนน าเง น ซ งม น าหน กส ท แตกต างก น ท า ให ผลงานโดยรวมท ม ส ท ใช เพ ยงสามส ด ม ม ต มากข น พ นผ วของงานม ความแตกต างหลากหลายจากการเล อกใช ว สด ท ต างก นไป ม ท งความม นวาวจากสต กเกอร ความหยาบแบบย งคงความเป นธรรมชาต ของผ ากระสอบ ความ เป นพลาสต กจากกระสอบข าว ม การน าว สด Ready made อย างเช น เข มกล ด นกหว ด ร บบ น ฯลฯ เข ามาใช และพ นผ วท เป นคล นจากการเย บร ดผ า นอกจากน ย งม พ นผ วท ต างก นของ เคร องแบบและผ าชน ดต างๆท ให ความร ส กทางการมองและการส มผ สแตกต างก นไป ส วนท เป นศร ษะ ข าพเจ าใช จอโทรท ศน ขนาด 14 น วมาเป นต วแทนของ ศร ษะในผลงานเพ อส อถ งความค ด อ ดมการณ ร วมของบ คคลในกล มกปปส.ซ งม ส อเป นต ว เช อมโยง ให ข อม ลและม อ ทธ พลต อความค ด โดยให จอโทรท ศน แสดงว ด โอภาพเป นสามช อง โดย ให ช องบนและล างแสดงภาพน งส หน าของผ ร วมช มน มในพ นท โดยส มสล บบร เวณปากและตาไป เร อยๆซ งท งสองช องจะแสดงใบหน าท แตกต างก นและไม ใช ใบหน าของคนเด ยวก น เพ อแสดงให เห นถ งความแตกต างระหว างบ คคลท งอาย เพศ ว ย ฐานะ อาช พ ท ม อ ดมการณ เด ยวก น และช อง ตรงกลางแสดงภาพข าวเหต การณ จร งท ต ดต อโดยโปรแกรม Adobe Premier Pro ความยาว ท งหมด 1 นาท 54 ว นาท โดยก าหนดให ฉายวนซ าไปเร อยๆ อย างต อเน อง โดยเส ยงจากว ด โอจะด ง ผ ชมให สนใจในส วนของจอแสดงภาพส วนศร ษะและจากน นจ งค อยๆเข าใกล งานเพ อพ จารณา รายละเอ ยดเส อผ า 86

100 87 2. ผลงานส าเร จช นท 2 ภาพท 66 ภาพผลงานส าเร จ Teenage Dream ส อผสม

101 2.2 แนวความค ด น าเสนอแนวค ดเร องการแสดงออกทางบ คล กภาพของคนในส งคมท ม อ ทธ พล เช อมโยงและส งผลซ งก นและก นระหว างกล มในกล มว ยร น กล มท โดยธรรมชาต ของว ยชอบอย ก น เป นกล ม ต ดเพ อน ท าอะไรตามก น ตามกระแสแฟช น ซ งว ยร นตอนปลาย (18-24 ป ) ท อย ในช วง ว ยของการเป นน กศ กษาและว ยเร มต นท างาน และกอปรก บเก ดในย คท เทคโนโลย ท เจร ญถ งข ดส ด การใช ช ว ตท ามกลางส งคมท อ ทธ พลของส งคมออนไลน ส งผลให ว ยร นในย คน ม พฤต กรรม ความ สนใจ และการด าเน นช ว ตไปในทางเด ยวก นภายใต อ ทธ พลของเทคโนโลย ของส งคมท นน ยมท ต กรอบและคอยก าหนดท ศทางอย เบ องบนโดยท คนกล มน ไม ท นได ตระหน กและย อนข นไปมอง โดย หากจ าแนกบ คล กภาพตามแนวค ดของการจ าแนกล กษณะบ คล กภาพร ปแบบท ใช ในการศ กษา ล กษณะการแต งกายน ยมโดยใช เกณฑ การจ าแนกของ Eduard Spranger คนกล มน จ ดเป น The Aesthetic Type ค อให ความส าค ญก บเร องของการออกแบบ การแสดงออก และความสวยงาม เส อผ าท เล อกสวมใส จ งต องม ความโก เก ท นสม ย ผสมก บ The Social Type เป นบ คคลท ให ความส าค ญก บบ คคลอ น การแต งกายจ งม กหล กเล ยงเคร องแต งกายท ส งคมไม ยอมร บ โดย อ ทธ พลท ม ผลต อการบ คล กภาพและการแต งกายของคนกล มน ค อ ส งแวดล อมทาง ว ฒนธรรม (Cultural Environment) ได แก ส อต างๆทางส งคม ซ งรวมถ งส งคมเสม อนในโลก ออนไลน ด วย กระแสส งคมท เก อบจะกลายเป นว ฒนธรรมม บทบาทส งเสร มบ คล กภาพส วนบ คคล ได มากและส งแวดล อมท เก ยวก บความส มพ นธ ระหว างบ คคล(Interpersonal environment) ค อ การท บ คคลคนหน งม บ คคลอ นๆ เข าไปเก ยวข อง บ คคลท เข าไปเก ยวข องจ ดเป นส งแวดล อมของ บ คคลน น และป จจ ยเสร มอ นๆ เช น การเป นสมาช กของกล มต างๆ การลอกแบบหร อ ลอกเล ยนแบบ (identification) ซ งเป นกระบวนการเล ยนแบบหร อเอาบ คคลท เป นแบบมาเป น ต วอย างและพยายามเล ยนแบบให เหม อน รวมถ งการร บเอาส งท เป นนามธรรมเข าไว ในจ ตใจ ตนเอง (internalization) เช น การร บเอาค าน ยม เจตคต ความเช อเข าไว เป นของตน การเป น สมาช กของกล มทางส งคมอ นๆ เช น กล มน กเร ยนในโรงเร ยน กล มน กศ กษาในมหาว ทยาล ย กล ม เพ อนๆในท ท างาน กล มเหล าน ล วนเป นแบบอย างให เก ดบ คล กภาพท งส น ซ งหากจ ดกล มตาม ม ลเหต ในการแต งกายตามแนวความค ดของพวงผกา ค โรวาท คนกล มน แต งกายความต องการ ด งด ดความสนใจจากเพศตรงข าม ตามธรรมชาต ของมน ษย เม อเจร ญเต บโตข น จะม ความต องการ 88

102 ความสนใจจากเพศตรงก นข าม โดยจะม การแต งกายเพ อให เก ดความน าสนใจ เพ อให ได ร บความ ช นชม การยอมร บจากเพศตรงข าม และการแบ งแยกกล มโดยการเล อกเส อผ าเคร องแต งกายท ต องการแสดงออกถ งความเป นพวกพ องเด ยวก น แสดงถ งความแตกต าระหว างสถาบ น องค กร เช น เคร องแบบน กเร ยน น กศ กษา หร อความแตกต างระหว างกล มว ยร นด วยก นเองเช น กล มท น ยม ว ฒนธรรมเกาหล หร อกล มท น ยมว ฒนธรรมตะว นตก ก ม การแสดงออกทางบ คล กภาพเคร องแต ง กายท แตกต างก น และม ลเหต ท ช ดเจนท ส ดค อคนกล มน ม กแต งกายตามความพ งพอใจของตนเอง เน นแสดงออกถ งรสน ยม ความชอบภาพล กษณ ท ตนต องการจะเป นและต องการให คนอ นเห น การ แต งกายตามความพอใจหร อท เห นว าสวยงามหร อตามสม ยน ยม ไม ชอบตกกระแส ไม ชอบต างจาก กล มทางส งคมท ตนเล อกเป น 2.3 องค ประกอบของงาน ช นงาน Teenage Dream เป นงานส อผสมแบ งออกได เป นสามส วนด งน ส วนท เป นส วนของเส อน กศ กษา เพ อตอบสนองว ตถ ประสงค ในการสร าง งานม การศ กษาบ คล กภาพของกล มคนท ได ร บอ ทธ พลจากส งคมแวดล อม ในกล มน ค อกล มว ยร น (Gen M) ท แสดงออกผ านทางเส อผ าเคร องแต งกาย โดยเล อกเอาเส อน กศ กษาท เป นเสม อน เคร องแบบของช วงว ย ท สามารถแสดงออกถ งบ คล กต วตน มาปร บเปล ยนเช อมต อ เย บต ดเพ อ สร างเป นร ปทรงใหม โดยคงซ งความร ส กเด มของความเป นเส อผ าแต ในขณะเด ยวก นก กลายเป น ร ปทรงใหม ท เก ดจากการเช อมต อประสานหลาย ๆ ช นเข าด วยก น ในร ปแบบของผลงานสามม ต ท สามารถแสดงออกถ งความส มพ นธ เช อมโยงก นของบ คล กของคนในส งคม โดยท าการเย บเส อ น กศ กษาให ต ดก นโดยต ดด านข างช วงแขนของเส อน กศ กษาออกและเย บต อก นไปเร อยๆ เป นแถว ต ดก น แถวละ 3-5 ต ว และน าแต ละแถวมาเย บสล บหว างก นโดยห นหน าไปในทางเด ยวก นเพ อ แสดงถ งการด าเน นช ว ตตาม ๆ ก น ไปในท ศทางเด ยวก น และไม สามารถอย อย างโดดเด ยว ไม เป น ต วของต วเอง การต องการเป นเหม อน ๆ ก นอย ในกระแสเด ยวก นและไม ต องการแตกต างหร อ แปลกแยกจากกล ม นอกจากน ม การสกร นด านในเป นเร องของรายละเอ ยดเร องต าง ๆท คนว ยร นก ล ม (Gen M) ให ความสนใจ เช นเร องของการร ว วศ ลยกรรมและความงาม กระแสน ยมจากประเทศ เกาหล ตลอดจนเร องราวและต วตนในส งคมมาใช เป นรายละเอ ยดเพ อแสดงออกถ งต วตนและเป น เสม อนต วแทนในการแสดงออกความร ส กน กค ด น ส ยใจคอ ตลอดจนความค ดความเช อของผ สวม 89

103 ใส ท ได ร บอ ทธ พลและเช อมโยงส มพ นธ จากคนและส งคมท แวดล อม สกร นโดยใช ส สกร นส ตรน า ย ห อเอสเค ท งหมดส ส ค อส น าเง น ส เหล อง ส แดงและส ชมพ สะท อนแสง โดยต องการเล อกใช ส สด แทนการเร ยกร องความสนใจซ งเป นธรรมชาต ของช วงว ย และการพ มพ ท ด านในต องการส อถ ง ภาพล กษณ ของกล มท มองจากภายนอกเคร องแบบน กศ กษาเป นส ญล กษณ ของคนท อย ในว ยของ การศ กษาหาความร แต ข างในกล บสนใจเร องท เป นกระแสน ยมท ไม ม ความย งย น ส วนท สองเป นส วนของสายท ใช แขวน โดยใช สายอ ปกรณ อ เล กทรอน คส ชน ดต างๆ ซ งส ถ งโลกย คด จ ต ลและการเต บโตท ามกลางอ ทธ พลของเทคโนโลย ส งคมเคร อข าย เช น สายแลนด สายชาร จแบตเตอร สายต อโทรท ศน สายล าโพง สายห ฟ ง ฯลฯ โดยเล อกท ม ส ส นสดให ความร ส กถ งช วงว ยท เต มไปด วยความหว อหวา และเล อกขนาดเส นใหญ เล กต างก น น ามาม ด รวมก นเป นกล ม ๆ และท าการพ น ผ ก ถ กเช อมโยงใยก นไปมาให ส อถ งความว นวาย ปมป ญหา การ เช อมโยงโดยโครงสร างย งเหย งไร ระเบ ยบ โดยให สายท งจากด านบนต วแขวนแล วย ดไว ก บช ด น กศ กษาไว บางส วนลอดยาวผ านด านในเส อลงไปส อถ งอ ทธ พลย คด จ ต ลท ม ผลต อบ คล กภาพและ การสร างต วตนของคนกล ม Gen M ส วนท สามเป นส วนของต วแขวน ซ งแทนส งท เป นต วบงการ ก าหนดกรอบ ก าหนดท ศทางและว ถ ช ว ตของคนในกล มน โดยออกแบบให ม ล กษณะท มองแล วน กถ งหน าจอ อ ปกรณ อ เล กทรอน คส ต างๆ ท เป นส อหล กท เช อมต อก บคนในกล มน โดยตรงและคนในกล มน ใช งานและพกต ดต วตลอดแทบจะตลอด 24 ช วโมง 90

104 91 3. ผลงานส าเร จช นท 3 ภาพท 67 ผลงานส าเร จช นท 3 Family Portrait ส อผสม

105 แนวความค ด งานช นท สามพ ดถ งบ คล กภาพร วมของคนในครอบคร วท ถ ายทอดผ านพ นธ กรรม ต งแต ก าเน ด โดยน าเสนอการแสดงออกของส หน าของคนในครอบคร วท ม ความคล ายคล งก น และ เป นเหม อนส ญล กษณ ของคนท มาจากครอบคร วเด ยวก น เปร ยบเสม อนเคร องแบบเฉพาะท ต ดต ว มาแต ก าเน ด เป นบ คล กภาพท ได ร บอ ทธ พลทางพ นธ กรรมหมายถ ง กระบวนการทางช วว ทยาซ ง ส งม ช ว ตก อให เก ดข นก บอ กช ว ตหน งและส งท ก อให เก ดข นน นรวมถ งป จจ ยท งหมดม ส วนสร าง ความเหม อนก น หร อกล าวอ กอย างหน งว าพ นธ กรรม เป นป จจ ยถ ายทอดล กษณะต างๆ โดยผ าน ทางย น (Genes) น บต งแต ปฏ สนธ (Fertilization) เป นแนวโน มของล กหลานท จะพ ฒนาล กษณะ หร อภาวะต างๆ ท ได ร บจากบรรพบ ร ษโดยสายเล อด ซ งถ ายทอดมาส ล กหลานเช น ล กษณะทาง กาย ความส ง ร ปร างหน าตา ผ วพรรณ โรคบางอย าง รวมถ งหม เล อด และล กษณะทางจ ตบาง อย างเช น สต ป ญญา ล กษณะน ส ยใจคอ อารมณ และส ญชาต ญาณ พ นธ กรรมม บทบาทต อช ว ต และเป นส งก าหนดสภาพ สภาวะ และแนวโน มของพ ฒนาการ ม ผลต อการพ ฒนาบ คล กภาพซ ง ข นอย ก บการจ าก ดของพ นธ กรรมซ งถ ายทอดมาทางย น ซ งการถ ายทอดล กษณะต างๆ มาส ล กหลาน จะส งผลให ล กหลานม ล กษณะคล ายๆ ก บบรรพบ ร ษ ล กษณะท เป นพ นธ กรรมท ควบค ม โดยย นสามารถส งผลให ล กหลานน นแบ งได เป นสองทางค อ ล กษณะทางร างกายและล กษณะทาง จ ต ในขณะท สมาช กเต บโตและม การเล อกเสร มแต งร างกายด วยเส อผ าแตกต างก นออกไปตาม อ ทธ พลของกล มท ได ออกจากบ านไปอย ร วมด วย เช น โรงเร ยน ท ท างาน แต บ คล กภาพหน งท ได ร บ การถ ายทอดแต ก าเน ดอย างร ปร างหน าตา ผ วพรรณ อว ยวะบนใบหน า ตลอดจนการแสดงส หน า ย งคงเป นเหม อนเคร องแบบประจ ากล มท ต อให เราตกแต งร างกายต างไปเช นไร แต ร ปร างหน าตาก ย งคงเป นส ญล กษณ และท าหน าท เสม อนเคร องแบบของบ คล กภาพร วมของคนในครอบคร ว เช นเด ม 3.2 องค ประกอบของงาน เพ อตอบว ตถ ประสงค ในการสร างงานท ต องการแสดงให เห นถ งความเช อมโยงก น ทางบ คล กภาพของกล มครอบคร ว ข าพเจ าเล อกการพ มพ ใบหน าของครอบคร วท ได จากการศ กษา บ คล กภาพของสมาช กครอบคร วโดยการบ นท กภาพ โดยน าเสนออาก ปกร ยา ส หน าท าทาง ท ต งใจ ให ผ ชมเห นถ งความคล ายคล ง ความเหม อน ความต างท ด คล บคล ายคล บคลาของส หน าของ สมาช กในครอบคร ว โดยให เห นถ งล กษณะของท งส ท ได แก ส ท ปรากฏอย ในใบหน า เช นส ของ

106 ผ วหน งรวมไปถ ง ส ของเส นผม ส ท ปรากฏในน ยน ตา นอกจากส ย งต องการแสดงให เห นถ งล กษณะ ใบหน า รวมท งส วนประกอบต างๆ ของใบหน า ค อ ห ตา จม ก ค ว ร มฝ ปาก หน าผาก แก ม ร ป หน าซ งถ กก าหนดโดยล กษณะทางพ นธ กรรม เพ อช น าให ผ ชมร ส กถ งความคล ายคล งก นของส หน า สมาช กในครอบคร ว และการผสมผสานร วมก นของส หน าสมาช กครอบคร วให ได บ คล กร วมเป น หน งเด ยว จากน นน าภาพถ ายท ได มาผสมผสาน ต ดต อ ด วยโปรแกรม Adobe Photoshop Cs4 โดยซ อนและปร บความเข มจาง(Opacity) จนได เป นใบหน าท ต องการแล วพ มพ ลงบนผ าด บ ซ งเป นว สด ในการสร างเส อผ า ในการจะสร างเส อผ าแต ละช นให สมบ รณ แบบหร อเป นไปตามท ต องการ จะต องม การข นต วอย างผ าด บเพ อจะได เห นภาพรวม ปร บแก เพ อให ได แบบท สมบ รณ ก อน ข นผ าจร ง ซ งตรงก บแนวความค ดท ต องการสะท อนว าผ าด บท เป นโครงสร างของเส อผ าก เปร ยบ เหม อนครอบคร วท เป นโครงสร างของบ คคลท สามารถก าหนดโครงสร างให บ คคลเป นไปในทางน น โดยใช เทคน คการพ มผ าแบบ Inkjet Transfer ร ดลงแพทท รนผ าด บท ละส วน ผ าชน ดท สองค อผ าไหมช ฟองท ม เน อบางเบา ช วยสร างม ต ทางการมองและท าให งานด ม การเคล อนไหว สะท อนให เห นถ งการรวมก นของคนหลายคน แต ม บ คล กร วมก น ให เห นถ ง การผสมผสาน ซ อนท บ สะสมเหม อนก บบ คล กร วมของคนในครอบคร ว โดยใช เทคน คพ มพ ผ าแบบ Transfer โดยใช เคร องพ มพ ต อเน องความยาว 5 เมตร และน ามาต ดตามแพทเท ร นท สร างไว อ กท ในส วนของว ด โอบ นท กการแสดงส หน าของคนในครอบคร วผ านการชวนค ยของ ข าพเจ า บ นท กส หน าท าทาง อาก ปกร ยา เส ยงพ ดของสมาช กแต ละคนและน าภาพท บ นท กได มา ซ อนท บก นและก าหนดให เคล อนไหวซ อนท บไปพร อมๆ ก นเพ อแสดงให เห นถ งบ คล กภาพร วมท ม ความคล ายคล งก นของคนในครอบคร ว 93

107 บทท 5 บทสร ป การว จ ยสร างสรรค เร อง บ คล กส มพ นธ เก ดจากความสนใจและการต งข อส งเกตของ ข าพเจ าท ม ต อการอย ร วมก นของคนในส งคม โดยส งเกตว าคนท ม ความเช อ ความชอบ ความ ค ดเห น อ ดมการณ เจตคต ช วงว ย หร ออย ในกล มทางส งคมเด ยวก นม กแสดงออกผ านทางบ คล ก การแต งกายคล ายคล งก น ซ งจากข อส งเกตด งกล าวข าพเจ าได เก ดความค ดว าไม ม มน ษย คนใดใน ส งคมท สามารถอย อย างโดดเด ยวหร อม บ คล กต วตนท แตกต างจากคนอ นอย างส นเช ง โดยข าพเจ า เร มเก บข อม ลท สน บสน นข อส งเกตของข าพเจ าท งทางด านส งคมศาสตร จ ตว ทยา ช วว ทยาทาง พ นธ กรรมท ส งต อก นโดยก าเน ด ตลอดจนการลงพ นท จร งเพ อเก บข อม ลในสถานการณ ป จจ บ น เพ อน าข อม ลท ได มาว เคราะห และสร างเป นผลงานสร างสรรค ท สามารถส อถ งแนวความค ดท ต งไว การอภ ปรายผล โดยในบทท 5 น จะสร ปผลล พธ ของงานว จ ยสร างสรรค ในร ปแบบงานส อผสมสามม ต (3d Mix media) ท ใช เส อผ าและผ าเป นว สด หล ก งานท งสามช ดท ต องการตอบสนองว ตถ ประสงค ของงานว จ ยท ต องการศ กษาบ คล กภาพของคนท ได ร บอ ทธ พลจากส งคมแวดล อมท แสดงออกผ าน ทางเส อผ าเคร องแต งกาย เพ อสร างผลงานท แสดงออกถ งความเช อมโยงส มพ นธ ทางบ คล กภาพ ของคนในส งคมโดยใช เส อผ าเคร องแต งกายซ งเปร ยบก บเปล อกท มน ษย เล อกสวมใส มาใช เป นว สด เพ อแสดงออกถ งต วตนและเป นเสม อนต วแทนในการแสดงออกความร ส กน กค ด น ส ยใจคอ ตลอดจนความค ดความเช อของผ สวมใส ท ได ร บอ ทธ พลและเช อมโยงส มพ นธ จากคนและส งคมท แวดล อม โดยน าผ า เส อผ า และเคร องแต งกายในประเภทต าง ๆ เช นเส อผ ชาย เส อผ หญ ง กระโปรงกางเกงแบบต าง ๆ ตลอดจนเคร องแต งกายประเภทอ นๆ ท สามารถแสดงออกถ งบ คล ก ต วตน มาปร บเปล ยนเช อมต อ เย บต ดเพ อสร างเป นร ปทรงใหม โดยคงซ งความร ส กเด มของความ เป นเส อผ าแต ในขณะเด ยวก นก กลายเป นร ปทรงใหม ท เก ดจากการเช อมต อประสานหลายๆ ช นเข า ด วยก น ในร ปแบบของผลงานสามม ต ท สามารถแสดงออกถ งความส มพ นธ เช อมโยงก นของบ คล ก ของคนในส งคม ผ านผลงานท งสามช นโดยผลท ได สามารถแบ งห วข อออกตามช นงาน ด งน 94

108 งานช นท 1 Persona of ideal Democracy เป นผลงานท เสร จเป นช นแรกและได ร วม แสดงในน ทรรศการผ หญ งประหลาด ณ People Gallery หอศ ลปว ฒนธรรมกร งเทพ โดยใน ระหว างแสดงข าพเจ าได ม โอกาสไปส งเกตพฤต กรรมผ ชมเป นเวลา 5 ว น พบว าผ ชมส วนใหญ ม ก ให ความสนใจส วนของจอโทรท ศน เป นอ นด บแรกจากน นจ งเร มเด นเข าหางานและพ จารณาถ ง รายละเอ ยดของงาน ซ งตรงก บความต องการในการสร างท จะให ส วนของโทรท ศน เป นต วด งความ สนใจ และจากผลงานท ได ข าพเจ าค ดว าสามารถตอบจ ดประสงค ในแง การแสดงถ งบ คล กภาพ ร วมของคนท ต างท มาแต เช อในอ ดมการณ ทางการเม องเด ยวก น ตามจ ดประสงค ท วางไว ในการ สร างสรรค ผลงาน จ ดท ค ดว าควรปร บเพ มเต มค อในเร องของงานท สามารถเป นต วแสดงข อม ลแต ย งไม สามารถบ งบอกหร อแสดงท ศคต ของผ สร างออกมาได อย างช ดเจน จ งน าจ ดน มาเพ มเต มและ ปร บแก ท งในงานช ดน และเพ มเต มในส วนท ศต ส วนต วลงไปในงานช ดต อๆไป งานช นท 2 Teenage Dream ข าพเจ าพยายามเพ มเต มในส วนท ศนคต ส วนต วลงไป ในงานเพ อก าหนดท ศทางให ช นงานแสดงแนวความค ดของผ สร างให ช ดเจนข น ในการสร างงานช ด ท สองข าพเจ าพบอ ปสรรคในแง ของท ศคต ของตนเองท ม ต อกล มต วอย างท เล อกท า แต ก แก ป ญหา โดยการต งท งท ศนคต ท ม ต อแนวค ดไว เป นหล ก เพ อให ผลงานแสดงออกอย างช ดเจน ท าให งานช ด น สามารถแสดงออกถ งท ศต ได ช ดและตอบจ ดประสงค ได มากข น และป ญหาท พบจากการต ดต งงานท เสร จสมบ รณ พบว างานย งไม ตอบโจทย ด านความ งามของร ปทรงและผลของการต ดต งท าให ผลงานด ไม ลงต วเท าท ควร กล มเส อน กศ กษาท เย บไว ย งไม สามารถแสดงออกถ งการเช อมต ดก นได ข าพเจ าและอาจารย ท ปร กษาจ งปร บร ปแบบการ ต ดต งงานข นใหม โดยให งานจ ดวางบนก าแพงเร ยงแถวก นและแสดงให เห นถ งภาวะการเช อมต อ ก น การรวมต วก นของกล มคนท ม อ ทธ พลต อบ คคล 95

109 96 ภาพท 68 ภาพผลงานช นท 2 Teenage Dream ในร ปแบบการต ดต งท ปร บแก แล ว งานช นท 3 Family Portrait ช นงานส าเร จสามารถแสดงความเช อมโยงส มพ นธ ก น ระหว างคนในครอบคร ว และสามารถตอบจ ดปะสงค ในการหาบ คล กภาพร วมระหว างกล มให ออกมาในร ปแบบของงานสามม ต ท ม ผ าเป นว ด ในการส อสารได โดยให งานสามารถแสดงความ คล ายคล งก นของบ คคลในครอบคร ว ป ญหาท พบจากการสร างงานช นท 3 เช นเด ยวก บช นท 2 ค อ เม อต ดต งแล วพบว าส วน ของผลงานด ย งไม แสดงความช ดเจนในแนวความค ด และการซ อนท บก นของท งว ด โอและช นงาน น นท าให งานย งด ซ บซ อนและย งไม ประสานก นได ด พอ จ งเล อกท จะน าเสนอเพ ยงแค ส วนท เป น ว ด โอแสดงส หน าสมาช กในครอบคร วในก ร ยาท าทาง อ ร ยาบทต างๆ ท ฉายไปเร อยๆ แล วสามารถร แสดงให เห นถ งความคล ายคล งและบ คล กภาพร วมของคนในครอบคร วได

110 97 ภาพท 68 ภาพสกร นชอตจากว ด โอ ผลงานช ด Family Portrait ข อเสนอแนะ 1. การหาข อม ลโดยการลงพ นท จร งสามารถช วยเพ มม ต ในการสร างสรรค ผลงานได หลากหลายข น 2. หากสร างงานท เก ยวก บสถานการณ ช วคราวทางส งคมและส งแวดล อม เช น สถานการณ ทางการเม อง อ บ ต ภ ย กระแสส งคม ควรก าหนดช วงเวลาเก บข อม ลให เหมาะสม จะ ท าให รวบรวมข อม ลในการสร างสรรค ได ง ายข น 3. การได แสดงงานในช วงระหว างสร างผลงาน ถ งจะท าให กระบวนการท างานช าลง แต ก ส งผลด ในแง การได ร บความค ดเห น ผลตอบร บ ตลอดจนค าว จารณ ท เป นประโยชน ในการ สร างงานช นต อ ๆ ไป 4. ในช วงการท าว จ ยสร างสรรค ควรด แลร กษาส ขภาพและใช ช ว ตอย างระม ดระว ง เพราะหากไม สบายหร อเก ดอ บ ต เหต แม จะเล กน อย ก สามารถเป นอ ปสรรคต อการท างานได อย าง มาก 5.การสร างงานท เป นงานแขวนควรม พ นท ท เพ ยงพอในการต ดต งงานระหว าง กระบวนการผล ต เพราะอาจเก ดป ญหาในการต ดต ง ไม เห นภาพรวมของงานและท าให เส ยเวลาใน การต ดต งค อนข างมาก

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน สาระการเร ยนร : ประโยชน แท แก มหาชน 1 บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน หล กการ ร ศ กยภาพ ร จ นตนาการ ร ประโยชน สาระการเร ยนร เร ยนร การว เคราะห ศ กยภาพของป จจ ยศ กษา จ นตนาการเห นค ณ สรรค สร างว ธ การ

More information

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM Chapter 8 การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM 1 เน อหา ล กษณะของ Activity Diagram ร ปแบบการใช Activity Diagram การระบ ส วนของข อม ลให แก ก จกรรม การจ ดระเบ ยบข อม ล การสร างท พ ก/เก บข อม ล การแบ

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา การประเม นผลการส มมนา หมายถ ง กระบวนการในการจ ดเก บข อม ล และจ ดกระท าข อม ลเพ อให ทราบว า การดาเน นงานจ ดส มมนาตาม โครงการ ได บรรล ว

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ ส วนท ๑ การร บหน งส อ หน งส อร บ ค อ หน งส อได ร บเข ามาจากภายนอก ให เจ าหน าท ของหน วยงานสารบรรณ กลางปฏ บ ต ตามท ก าหนดไว ในส วนน ๑. จ ดล าด บความส าค ญและความเร งด วนของหน

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม เอกสารสร ปรายงานการด าเน นโครงการก จกรรม ประกอบด วย ส วนท 1. ปกรายงาน ส วนท 2. ใบรองปก ( ปกใน ) ส วนท 3. ค าน า ส วนท 4. สารบ ญ ส วนท 5. โครงการท ได ร บการอน ม ต ส วนท 6. ก าหนดการ ส วนท 7. ส าเนาบ นท

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ KPI ผ ร บผ ดชอบ ประเด นการพ จารณา ผลการด าเน นงาน 5.1 ร อยละของอ ตราการ เบ กจ ายเง นงบประมาณ รายจ ายลงท น ทส.สบย. ผลการเบ กจ ายงบลงท น เท ยบก บ วงเง นงบประมาณท

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.

ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1. ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.1 ค ณธรรม และจร ยธรรมในการดาเน นช ว ต 3.8 1.2 ม จ ตสาธารณะ 3.9 1.ผลรวมด านค ณธรรม

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ อ. ร งล กษม รอดข า คณะว ทยาการจ ดการ มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนส น นทา 1 บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสารของระบบสารสนเทศ ว ตถ ประสงค 1. บอกความหมายของเอกสารระบบสารสนเทศได

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง (เอกสารประกอบการประช มปฏ บ ต การช แจงและซ กซ อมความเข าใจการสร างข อสอบ Online) สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 5 :ส งห บ ร :ลพบ ร :ช ยนาท:อ างทอง:

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย จ ดท าโดย นางสาวพ ไลพรรณ โพธ สม ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย ค ม อการใช

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต องใช เคร องม อประกอบการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน

More information

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/

More information

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ส มมนา- การเตร ยมการก อนการ โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ผ ร บผ ดชอบ ข นตอนการปฏ บ ต งาน มาตรฐานค ณภาพงาน ค ามาตรฐาน หล กฐาน การจ ดเตร ยมสถานท และอาคารโรงงาน การเตร ยมการด าน การตลาด

More information

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย รห ส ง32101

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย รห ส ง32101 โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย รห ส ง32101 คร ผ สอน ม สจ รฐา ก จเจร ญ ระด บช น ประถมศ กษาป ท. ม ธยมศ กษาป ท 5 ภาคเร ยนท 1 /2557 ล กษณะว ชา สาระพ นฐาน สาระเพ มเต

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย 1.ว ตถ ประสงค การแข งข นการใช โปรแกรมสาน กงาน ( MS-Office 2010 ) งานน ทรรศการเป ดบ านว ชาช พ คร งท 4 ป การศ กษา 2557 ว นท แข งข น 12 ก มภาพ นธ 2558 ณ ว ทยาล ยอาช วศ กษาออมส นอ ปถ มภ ระด บม ธยมศ กษาตอนต

More information

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ (๕.๑) ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล

More information

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด

More information

แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ

แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ แบบสอบถามน ม ว ตถ ประสงค เพ อประเม นความค ดเห นเก ยวก บการจ ดประช ม สาหร บเป นข อม ลพ นฐานในการ

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค

More information

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา ๒๓๑ แนวค ด กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษาเป นหน วยงานท สร างความเข มแข ง การบร หารด านว ชาการ ด านงบประมาณ ด านการบร

More information

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55 แผนจ ดทาข นตอนการดาเน นงาน แผนงาน/โครงการ ประจาป 555 โครงการเสร มสร างความร และประสบการณ ด านค ณธรรมแก เด กและเยาวชนท ประสบป ญหาทางส งคม หน วยงานศ นย พ ฒนาส งคม หน วยท 5 จ งหว ดลาพ น เป าหมายท งหมด 5 ราย

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.) ล าด บท หล กส ตร ประเภท ระยะเวลา จ านวน ยศ 1 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง กรมอ ทหารเร อ ช นป ท 1 ศ กษา 1 ป ต.ค.57 - ก.ย.58 77 - เพ อทดแทนก าล งพลในการซ อมสร างเร อ 2 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง

More information

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘ แผนงาน/โครงการ ว ตถ ประสงค เป าหมาย ข นตอน ระยะเวลา งบประมาณ ผ ร บผ ดชอบ ต วช ว ด ๑. ย ทธศาสตร การ เสร มสร างและจ ดการ องค ความร และ นว ตกรรม ๑.๑ ว จ ยและพ ฒนาสร าง องค ความร และ นว ตกรรมการผล ตป ย ช วภาพท

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System)

ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System) ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System) การบร หารงานต างๆของภาคร ฐและเอกชน จะต องม การจ ดประช มเป นประจ า ซ งตามปกต แล วต องม การส งหน งส อเช ญประช มพร อมระเบ ยบวาระการประช ม เพ อให ผ เข าร วมประช

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา ศ กษา / ปฏ บ ต............... โดย............. เพ อ.............. สาระ...............

More information

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง 27 การเช อมโยงภาพน ง บางคร งเราไม ต องการเสนอภาพตามล าด บ แต ต องการน าเสนอในล กษณะสล บไปมา หร อ ต องการแสดงข อม ลบนอ นเทอร เน ต หร อ แม แต เร ยกใช งานโปรแกรมอ น ๆ เช น CAI หร อ โปรแกรมประย กต อ น ๆ ก

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กฎหมายพล งงาน กฎหมาย พล งงาน พระราชบ ญญ ต การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน พ.ศ. 2535 (แก ไขเพ

More information

แบบทดสอบหล งเร ยน หน วยการเร ยนร ท 5

แบบทดสอบหล งเร ยน หน วยการเร ยนร ท 5 216 แบบทดสอบหล งเร ยน หน วยการเร ยนร ท 5 รายว ชา ท 30206 การใช ห องสม ด เร อง การทารายงาน ช นม ธยมศ กษาป ท 4 จ ดประสงค การเร ยนร เพ อประเม นผลความก าวหน าการเร ยนร ของน กเร ยนในเร อง การทารายงาน คาแนะนา

More information

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน ว ตถ ประสงค เพ อพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรผ เก ยวข องให ม ความร ความเข าใจ ความส าค ญในการก าหนดข อม ลพ นฐาน (Master File) และข อม ล พ นฐานท พ ฒนาข นมาใหม ในโปรแกรม BMS INVENTORY เพ

More information

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม ค ม อระบบรายงานการดาเน นงานรายเด อน (version 2.0) 1 ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม 1. เป นป มท ใช เพ อล างค าของข อม ลท ใช ในการกาหนดเง อนไขในการค นหาของแต ละเมน 2.

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร แผน ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ (SU 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร ขอบเขต 3 การรวบรวมแนวปฏ บ ต ท ด จากการเร ยนการสอนรายว ชาเคร องม อเอก กล มเป าหมาย คณาจารย และน กศ กษา เป าหมาย

More information

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง 17 ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง งานเอกสารม กจะม ปร มาณของงานเป นจ านวนมาก ด งน นการเล อนต าแหน ง เพ อ ไปย งจ ดท ต องการได อย างรวดเร ว จะท าให การท างานเอกสารน น ๆ เก ดผลส าเร จ อย างรวดเร วตามไปด

More information

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2 การใช Word ส าหร บท าว ทยาพนธ หร อ รายงานต างๆ ส วนแรกมาท าความร จ กก บ ล าด บเลข และ ห วเร อง ก อน ท ง 2 ส วนน จะสามารถท าไปใช ในการ สร าง สารบ ญ แบบอ ตโนม ต ได ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร

More information

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการปฏ บ ต งาน ตอนท 1 ข อม ลของผ ร บการประเม น (เจ าหน าท บ คคลหร อเจ าหน าท ท เก ยวข องเป นผ กรอก) ตอนท 2 ภาระงานท ได ปฏ บ ต ในช วงระยะเวลาประเม น (ผ ร บการประเม นเป นผ

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

ค ม อข นตอนการปฏ บ ต งาน การตรวจต ดตามค ณภาพภายใน

ค ม อข นตอนการปฏ บ ต งาน การตรวจต ดตามค ณภาพภายใน หน า 1/6 ผ จ ดทา ผ ตรวจสอบ.. (นางสาวมณฑ รา ถาวรย ต การต ) (นางสาวอ มพ ชน นวลแสง) ห วหน าฝ ายตรวจประเม น ผ แทนฝ ายบร หาร 14 / ม.ค. / 55 12 / ม.ค. / 55 ผ อน ม ต (นางธน ฏฐา จงพ ร เพ ยร) ผ อ านวยการศ นย พ

More information

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม ใบงานท ๔.๑ (ทดสอบปฏ บ ต ) เร องการใช เคร องม อโปรแกรม Microsoft Office Word 2007 ว ชา ง ๒๐๒๐๑ การใช โปรแกรมเพ อการปฏ บ ต งาน รายว ชาเพ มเต ม หน วยการเร ยนร ท ๔ ช อหน วย ซอฟต แวร งานพ มพ เอกสาร ช นม ธยมศ

More information

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login 1 ระบบงานบร หารงานเคร อข าย ระบบงานบร หารงานเคร อข าย เป นระบบงานท เก บรวบรวมข อม ล เก ยวก บเคร อข ายต างๆ ประกอบด วย องค กรสว สด การส งคมและอาสาสม คร รวมท งข อม ลในด านอ นๆ เป นต นว าก จกรรมการด าเน นงาน

More information

ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 ฉบ บท 2

ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 ฉบ บท 2 ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 1 4 2 3 ฉบ บท 2 5 7 6 ล ขส ทธ 2006 Nokia สงวนล ขส ทธ Nokia และ Nokia Connecting People เป นเคร องหมายการค าจดทะเบ ยนของ Nokia Corporation บทน า ช ดต ดต งร นน ช

More information

ร ท นพฤต กรรมและป ก จจ ยเส จจ ย ยง:: บ หร เหล า และอ บ บ หร เหล า ต เ และอ บ หต ในสถานประกอบการ านประกอ 28 มกราคม 2013

ร ท นพฤต กรรมและป ก จจ ยเส จจ ย ยง:: บ หร เหล า และอ บ บ หร เหล า ต เ และอ บ หต ในสถานประกอบการ านประกอ 28 มกราคม 2013 ร ท นพฤต กรรมและป จจ ยเส ยง: บ หร เหล า และอ บ ต เหต ในสถานประกอบการ 28 มกราคม 2013 ความหมายของส ขภาวะ ส ขภาวะ หมายถ ง การท บ คคลม ส ขภาพด ครบ 4 ด าน ได แก ก า ย ห ม า ย ถ ง ก า ร ม ร า ง ก า ย ท ส ม บ

More information

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save)

การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save) 12 การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save) ใช ไอคอน แทนการเร ยกเมน File, Save ได เม อสร างงานด วย Word ควรท าการจ ดเก บงานน นไว ในฮาร ดด สก จากน นจ งค อย ท าการค ดลอก (Copy) หร อย าย (Move) ไปไว ในแผ

More information

ห วข อการประกวดแข งข น

ห วข อการประกวดแข งข น ช อโครงการ การประกวดแข งข นท กษะด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร ห วข อการประกวดแข งข น เทคโนโลย สร างสรรค หน วยงานท ร บผ ดชอบ บร ษ ท สงขลาฟ น ชช ง จาก ด ล กษณะโครงการ ประกวดแข งข นช งท นการศ กษา ระยะเวลาดาเน นการ

More information

แผนปฏ บ ต การพ ฒนาสถาบ นครอบคร วจ งหว ดประจวบค ร ข นธ ประจาป พ.ศ. 2558. (Action Plan) ม.ค. 58 ธ.ค. 57 พ.ย. 57 ก.พ. 58

แผนปฏ บ ต การพ ฒนาสถาบ นครอบคร วจ งหว ดประจวบค ร ข นธ ประจาป พ.ศ. 2558. (Action Plan) ม.ค. 58 ธ.ค. 57 พ.ย. 57 ก.พ. 58 แผนปฏ บ ต การพ ฒนาสถาบ นครอบคร วจ งหว ดประจวบค ร ข นธ ประจาป พ.ศ. 25 ย ทธศาสตร ท 1 พ ฒนาศ กยภาพของครอบคร ว เป าหมาย 1. ครอบคร วม ศ กยภาพ และส มพ นธภาพท ด สามารถทาบทบาทหน าท ได อย างเหมาะสม 2. สมาช กของครอบคร

More information

ต วอย างมาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งานคร วเพ อป องก นการร วไหล

ต วอย างมาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งานคร วเพ อป องก นการร วไหล ต วอย างมาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งานคร วเพ อป องก นการร วไหล 1 ต วอย างมาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งานคร วเพ อป องก นการร วไหล ห วข อ: ข นตอนมาตรฐานการตรวจร บว ตถ ด บ ว ธ ปฏ บ ต 1. ห วหน าคร ว จะเช คสต อคว ตถ

More information

บทท 5 การประเม นและรายงานผล

บทท 5 การประเม นและรายงานผล 73 บทท 5 การประเม นและรายงานผล 75 บทท 5 การประเม นและรายงานผล ความหมายของการประเม นและรายงานผลพ ฒนาการของเด กเล ก การประเม นผล (Assessment) โดยท วๆ ไป หมายถ ง กระบวนการพ จารณา ต ดส นค ณภาพ หร อ ค ณล กษณะของพฤต

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท บทท 1 ส วนเจ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง 1-1 ประกอบด วยผ ใช งานท เก ยวข อง 3 ส วนค อ ส วนเจ จ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง ส วนผ ใช งานน ท วไป ได แก ข าราชการท กคนของส าน กงานฯ

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553)

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการ ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการ ต วช ว ด เป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช จ ดประช มเพ อทบทวนแผนการจ ดการ

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน http://recc.erc.or.th/ercnetwork โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร

More information

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ)

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ) แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ) สาขาว ชา กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย จ านวน.0 หน วยก ต (40 คาบ) รายว ชา ง0 การเข ยนโปรแกรมเบ องต น เวลา คาบ/ส ปดาห ระด บช น ม ธยมศ

More information

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย

More information

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร ร จ กคอมพ วเตอร ป จ บ นคอมพ วเตอร เป นอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศท น ยมใช ก นอย างแพร หลาย โดยท วไปเราจะน าคอมพ วเตอร มาใช ในการท างานต าง ๆ เช นการค ดค านวณ การพ

More information

แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554 ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม

แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554 ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม ช อโครงการ การพ ฒนาเว บไซต E-Learning รายว ชาการใช โปรแกรมน

More information