Size: px
Start display at page:

Download ""

Transcription

1 ป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของน กศ กษาระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.)กรณ ศ กษา ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ Factors affecting the use of the Internet by students Case Study The North Eastern Polytechnic Vocational College นางสาวณ ฐพร Natthaporn จ นทร หอม chanhom แผนกคอมพ วเตอร ได ร บท นอ ดหน นการว จ ยจากงบประมาณเง นรายได ประจาป การศ กษา 2555 ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ

2 ช องานว จ ย ป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของน กศ กษาระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) กรณ ศ กษา ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ Factors affecting the use of the Internet by students Case Study The North Eastern Polytechnic Vocational College ช อผ ว จ ย นางสาวณ ฐพร จ นทร หอม ป ท พ มพ 2555 บทค ดย อ การศ กษาว จ ย ป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของน กศ กษาระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) กรณ ศ กษา ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ กล มต วอย างค อ น กศ กษาระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ในว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน ค ภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ จ านวน 400 ได จากการส มแบบม ช นภ ม เคร องม อท ใช ในการเก บรวบรวม ข อม ล ในการว จ ยคร งน ค อแบบสอบถามซ งม ค าความเช อม นเท าก บ ว เคราะห ข อม ลโดยการหา ร อยละค าเฉล ย และส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน และการว เคราะห ป จจ ย (Factor Analysis) ผลการว จ ย พบว า ป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ต ม ท งหมด 7 ป จจ ย ค อป จจ ยด านการจ ดการเร ยนการสอน ป จจ ยด านสถานท ป จจ ยด านความบ นเท ง ป จจ ยด านประโยชน ป จจ ยด านระบบอ นเทอร เน ต ป จจ ย ด านการบร การ และป จจ ยด านอ น ๆ สามารถอธ บายความแปรปรวนได ร อยละ ของความ แปรปรวนท งหมด โดยค าส มประส ทธ สหส มพ นธ ของ ป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของน กศ กษา ระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร 34 ต วแปร ระหว าง 7 ป จจ ยม ค าเท าก บ คาสาค ญ : ป จจ ย/คอมพ วเตอร / น กศ กษาระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.)

3 ก ตต กรรมประกาศ การว จ ยเร องการบร หารจ ดการด านการเร ยนการสอนบนอ นเทอร เน ต ของสถาบ นอ ดมศ กษา ในจ งหว ดอ บลราชธาน Learning Management System on Internet of Higher Education Institutes in Ubonratchaitanee Area เพ อเป นการส ารวจการเล อกใช เคร องม อในการสน บสน น การให บร การแก น กศ กษาในว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ ได ด าเน นการ สาเร จ โดยได ร บเง นท นอ ดหน นการว จ ยจากว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ รวมท งได ร บความอน เคราะห จากอาจารย ท ปร กษาท กแผนกในว ทยาล ยฯ ในโอกาสน ต องขอกราบขอบพระค ณอย างส ง ต อบ คคลท ให ความเมตตาและกร ณาต งแต เร มต นจนกระท งงานว จ ยเร องน ล ล วงไปด วยด ค อ ผ ช วยศาสตราจารย ดร.ว ระศ กด จ นาร ตน อธ การบด ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ ท ปร กษาโครางการว จ ย ท ให ความช วยเหน อสน บสน นให ข อค ดเห นในการค นกว าว จ ยอ นเป นประโยชน และว ทยาทานแก ผ ว จ ย ผ ว จ ย ณ ฐพร จ นทร หอม

4 บทท 1 บทนา 1.1 ท มาและความสาค ญของการว จ ย ในขณะท ส งคมโลกกาล งย างก าวเข าส ม ต ใหม เทคโนโลย สารสนเทศน บเป นหน งในเทคโนโลย น าสม ย ท ม ผลต อการด ารงช ว ตของประชาชน เพราะเทคโนโลย สารสนเทศ ค อ ก ญแจส าค ญท ไขไปส การพ ฒนา ทร พยากรมน ษย ให ม ค ณภาพส งส ดด วยงบประมาณท ต าส ด รวมท งต องม การกระจายโอกาสทางการศ กษาแก ประชาชนอย างท วถ ง โดยไม ค าน งถ งเพศ ว ย ฐานะ หร อความห างไกลของสถานท หากร ฐบาลใช เทคโนโลย สารสนเทศอย างเหมาะสม ป จจ บ นอ นเทอร เน ตเข ามาม บทบาทและทว ความส าค ญอย างย งต อวงการศ กษาท จะช วยเสร มสร าง ท กษะการเร ยนร เทคโนโลย สารสนเทศและพ ฒนาความร ท วไป ตลอดจนเอ อประโยชน และอ านวยความ สะดวกในการศ กษาค นคว าว จ ย เน องจากอ นเทอร เน ตเป นเคร อข ายคอมพ วเตอร ขนาดใหญ ท ครอบคล มท ว โลก และม ความส าค ญทางการศ กษา [1] อ นเทอร เน ตจ งกลายเป นศ นย กลางแห งทร พยากรนอกห องเร ยนท ผ ใช สามารถเข าถ งได ท นท ช วยพ ฒนาท กษะการค นคว าหาข อม ลรายช อหน งส อในสาขาว ชาต าง ๆ ได จากท ว ท กแห งในโลก สามารถขอด เน อหาตาราเก ยวก บว ชาช าง ๆส งงานท ได ร บมอบหมายและดาวน โหลดซอร ฟแวร ต าง ๆ จากท อ นมาใช โดยไม ม ค าใช จ าย [2] การเต บโตอย างรวดเร วของอ นเทอร เน ตท าให ท กคนต นต วศ กษา การใช งานอ นเทอร เน ต เพ อท จะนาไปใช ประโยชน ในการศ กษา หร อค นหาข อม ลต าง ๆ ในด านท ตนเองสนใจ เพราะอ นเทอร เน ตม คล งข อม ลท ม ค ณค า รอคอยให ท กคนค นหาและใช ให เก ดประโยชน อย างมหาศาล ป จจ บ นอ นเทอร เน ตรองร บการประย กต ใช งานหลากหลายร ปแบบ ต งแต การร บส งข าวสารระหว าง ก นการพ ดค ยก น การเร ยกข อม ล และข าวสารท เก บจากเว บไซต ต าง ๆ ในขณะท การศ กษาของอ าไพศร โสประท ม [3] เร องพฤต กรรมการเป ดร บข อม ล ข าวสาร และป จจ ยบางประการท ม ผลต อการยอมร บ ส อคอมพ วเตอร ระบบอ นเทอร เน ต ของผ ใช คอมพ วเตอร ในเขตกร งเทพมหานคร พบว าส อบ คคล สภาพ เศรษฐก จและส งคม ความท นสม ยของบ คคล ค ณล กษณะของอ นเทอร เน ต ค อป จจ ยท ม อ ทธ พลต อการยอมร บ การใช อ นเทอร เน ต นอกจากน รายได ต อเด อน และความเป นเจ าของเคร องคอมพ วเตอร ม ความส มพ นธ ก บ ความต องการใช ในอนาคตและผลการว จ ยของเร วด คงส ภาพก ล [4] ท ศ กษาเร อง การใช ระบบอ นเทอร เน ต ของน กศ กษาในเขตกร งเทพมหานคร พบว าสาขาว ชาท ศ กษาและการต ดต อส อสารระหว างเพ อน ค อ ต วแปร ท ม ผลต อการเข าใช บร การอ นเทอร เน ต ส วนการเป นเจ าของเคร องคอมพ วเตอร ม เพ ยงเล กน อย นอกจากน อ นเทอร เน ตย งม ความสามารถในการนาเสนอความบ นเท งในร ปแบบต าง ๆ เช น เพลง รายการว ทย เกมส ได เป นอย างด ส งเหล าน ล วนเป นประโยชน ท เก ดจากการใช อ นเทอร เน ต ประโยชน ต าง ๆ ท ม อย ท าให 2 อ นเตอร เน ตม ความสาค ญอย างย งต อส งคมย คข อม ลข าวสารในป จจ บ น อ นเทอร เน ตเป นเพ ยงส อเพ ยงในโลกท ขณะน บ คคลธรรมดา ๆ สามารถแสดงความค ดเห นได อย างม เสร ภาพ โดยไม ต องได ร บอน ญาตจากบ คคลใด ๆ ก อน ผ ท เช อมต อก บอ นเทอร เน ตสามารถส งสารใดๆ ออกไป หร อร บสารใดๆ เข ามาได อย างอ สระ บร ษ ทไม ว า จะม ขนาดเล กเพ ยงใด ก สามารถส งส ญญาณต ดต อแลกเปล ยนข อม ลข าวสารได ราวก บอย ใกล ก นเทคโนโลย ใหม ๆ ทาให บ คคลสามารถใช อ นเทอร เน ตได สะดวกและง ายข น การใช อ นเทอร เน ตม ค ณภาพสารพ ดอย าง แต ก เป นดาบสองคม ค อม ข อเส ยท ต องพ งระว งอย เช นก น กล าวค อ อ นเทอร เน ตเป นช องทางในการเผยแพร ข าวสารและข อม ลต าง ๆ ท สามารถเข าถ งกล มเป าหมายในวงกว าง และม ค าใช จ ายต า ด งน นอาจม ข อม ลต าง ๆ ท ม เน อหาข ดต อศ ลธรรมลามกอนาจาร หร อรวมถ งภาพโป เปล อยต าง ๆ ท าให เข าถ งเด กและเยาวชน โดยง าย ซ งส งเหล าน เป นส วนหน งท ทาให เยาวชนใช ประโยชน จากเคร อข ายอ นเทอร เน ตได อย างไม ถ ก [5]

5 2 ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อเป นหน วยงาน ในส งก ดคณะกรรมการการ อาช วศ กษาท ม หน าท จ ดการศ กษาสายอาช พท ผล ตน กศ กษาท งในและนอกระบบ เพ อพ ฒนาบ คคลให ม ความร ความสามารถร จ กตนเองสามารถเล อกประกอบอาช พได อย างเหมาะสม และผล ตก าล งคนเป นการตอบสนอง ความต องการของตลาดแรงงาน [9] โดยแบ งเป น 2 ประเภทว ชา ได แก ประเภทว ชาพาน ชยกรรม ประเภท อ ตสาหกรรม แบ งเป นหล กส ตรได 2 หล กส ตร ค อ หล กส ตรประกาศน ยบ ตรว ชาช พ(ปวช.) หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) ก เป นหล กส ตรหน งท สถานศ กษาในว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อ ได เป ดสอนหลากหลายสาขาว ชาด วยก น เพ อสนองตอบความต องการของตลาดแรงงาน ท งภาคร ฐและภาคเอกชน รวมท งอาช พอ สระ ค ณล กษณะท จะท าให ผ ศ กษาประสบความส าเร จและสามารถ น าว ชาช พไปประกอบอาช พให เก ดผลด ได ควรค าน งถ งส งต อไปน ค อ เป นผ ท ม ความร ความสามารถทาง ว ทยาศาสตร คณ ตศาสตร บ คล กภาพด แข งแรง อดทน เช อม นในตนเอง กล าต ดส นใจ ละเอ ยดรอบครอบ ความร บผ ดชอบ และชอบค นคว าจ ดเน นของหล กส ตรไม จ าก ดแต เพ ยงพ ฒนาความร ในสาขาใดสาขาหน ง เท าน นแต จะต องพ ฒนาผ เร ยนโดยตรง โดยครอบคล มท งความร ท กษะ เจตคต และค าน ยม ซ งในท ส ดจะม ส วนช วยให ผ เร ยนม สามารถนาความร ประย กต ใช ในการทางาน และท กษะท ฝ กฝนได แท จร ง ในด านการจ ดการศ กษาน น ได ม การจ ดวางระบบเคร อข ายการอ นเทอร เน ตเพ อประโยชน ในการ ส อสาร แลกเปล ยนข อม ลข าวสารก บสถาบ นการศ กษาในส งก ดและหน วยต างๆ ท งภาคร ฐและเอกชน ม การ จ ดหาเคร องคอมพ วเตอร และเช อมต ออ นเทอร เน ตไว บร การแก น กศ กษา เพ อศ กษา 3 ค นคว าด วยตนเอง ตลอด 24 ช วโมง แม ว าสถาบ นจะให การสน บสน นน กศ กษาในการใช การส อสารผ านอ นเทอร เน ต โดยม ว ตถ ประสงค เพ อส งเสร มและค นคว าข อม ลต างๆ แต บร การของอ นเทอร เน ตม มากมายท ด งด ดความสนใจของ น กศ กษาเป นอย างมาก ไม เฉพาะค นคว าข อม ลอย างเด ยว นอกจากน บางสถาบ นย งได สน บสน นให ผ เร ยน จ ดทาโฮมเพจ (Home page) แนะนาตนเอง เพ อประโยชน ในการสม ครงานและประโยชน ด านอ นๆ อ กด วย สถานศ กษาในส งก ดว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ ได เห นถ งความส าค ญ ของการใช อ นเทอร เน ต จ งได เป ดสอนและอบรมความร เบ องต นเก ยวก บอ นเทอร เน ต เม อป การศ กษา 2545 ว ตถ ประสงค เพ อส งเสร มและสน บสน นน กเร ยนม ความร ความเข าใจและสามารถใช ประโยชน จากบร การต าง ๆ ท ม ในเคร อข ายอ นเทอร เน ต และสามารถใช ประโยชน จากอ นเทอร เน ตได มากน อยเพ ยงไร หากม การศ กษา ในเร องด งกล าวก จะสามารถน ามาใช ประโยชน ในช ว ตประจ าว นของน กเร ยนได อย างถ กต องและม ประส ทธ ภาพ ซ งจะช วยให น กเร ยนท ม ความรอบร ในการบร การอ นเทอร เน ตมากย งข นส งผลให สภาพโดยรวม ของเร ยนเป นผ ท ม ความร ความท นสม ยอย เสมอ ท นต อการเปล ยนแปลงของโลก ด วยเหต ผลด งกล าว ผ ว จ ย จ งม ความสนใจท จะศ กษาถ งป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ในว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ 1.2 ว ตถ ประสงค การว จ ย เพ อศ กษาป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ต ของน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ในว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ 1.3 ประโยชน ท คาดว าจะได ร บ ผลท ได ร บจากการว จ ยในคร งน ทาให ทราบถ งป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ต ของน กเร ยน ระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ในว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อ

6 ข อสนเทศท ได จากงานว จ ยน ามาใช ปร บปร งและพ ฒนาร ปแบบการใช เทคโนโลย อ นเทอร เน ต ของน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) ใน ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อ เป นแนวทางในการพ ฒนาปร บปร งและวางแผนเก ยวก บการน าอ นเทอร เน ตมาใช ในการเร ยน การสอนของน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.)ใน ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อและหน วยงานอ น 1.4 ขอบเขตของการว จ ย การว จ ยในคร งน ผ ว จ ยม งศ กษาเฉพาะป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของน กเร ยนระด บ ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ใน ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อ ผ ว จ ยได กาหนดขอบเขตของการว จ ย ไว ด งน ประชากรและกล มต วอย าง 1) ประชากร ได แก น กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ ในว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2549 จ านวน 1,096 คน 2) กล มต วอย าง ได แก น กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ ในว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ ใช ว ธ การส มแบบแบ งช นภ ม (Stratified Random Sampling)ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2549 จานวน 400 คน ต วแปรท ใช ในการว จ ยต วแปรท ใช ในการว จ ยในคร งน เป นต วแปรท เก ยวข องก บป จจ ยท ม ผล ต อการใช อ นเทอร เน ตของน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ในว ทยาล ย อาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อประกอบด วย 1) ด านพ นฐานความร 2) ด านการเร ยนการสอน 3) ด านครอบคร ว 4) ด านบ นเท ง 5) ด านสถานท 6) ด านการบร การ 7) ด านว สด อ ปกรณ 1.5 น ยามศ พท เฉพาะ ป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ต(Factors) หมายถ ง ส งท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของ น กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ในว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อ ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ หมายถ ง หน วยงานท ม ประสานงาน ก บสถานศ กษาท เป ดสอนระด บ ปวช.และปวส พ นฐานความร เด ม หมายถ ง เคยได เร ยนหร อเข าร บการอบรมเก ยวก บการใช อ นเทอร เน ต ด านการเร ยนการสอน หมายถ ง ว ธ การด าเน นการสอน การถ ายทอดเน อหาส ผ เร ยน ใน รายว ชาคอมพ วเตอร รวมท งการมอบหมายก จกรรมต างๆให น กศ กษาปฏ บ ต ระหว างเร ยน โดยค าน งถ งกล ม ผ เร ยน และสอดคล อง ก บจ ดม งหมายของว ชา

7 1.5.5 ด านครอบคร ว หมายถ ง สภาพและป ญหาของครอบคร วในการส งเสร ม หร อการม ส วนร วมใน การใช อ นเทอร เน ต ด านความบ นเท ง หมายถ ง การใช ประโยชน จากอ นเทอร เน ตในด านความบ นเท งร ปแบบต างๆ เช น ด หน ง ฟ งเพลง แฟช น รายการว ทย และเกมส ด านสถานท หมายถ ง สภาพทาเลท ต ง บรรยากาศ และภาพแวดล อมท เหมาะสม ด านการบร การ หมายถ ง การบร การแนะน าให ข อม ลเก ยวก บการใช อ นเทอร เน ตและอ านวย ความสะดวก แก ผ เข าใช บร การ ด านว สด อ ปกรณ หมายถ ง ค ณภาพและประส ทธ ภาพการท างานของว สด อ ปกรณ ท ม ผลต อ การใช อ นเทอร เน ต 4

8 บทท 2 เอกสารและงานว จ ยท เก ยวข อง ในการศ กษาว จ ยเร อง ป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ต ของน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตร ว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ ผ ว จ ยได ศ กษาเอกสารและงานท เก ยวข อง ด งรายละเอ ยดตามห วข อต อไปน 2.1 ความสาค ญของอ นเทอร เน ตก บการศ กษาระด บอาช วศ กษา 2.2 ประเภทของสารสนเทศในอ นเทอร เน ต 2.3 เคร องม อท ใช ในการเข าถ งอ นเทอร เน ต 2.4 ว ธ การเข าถ งสารสนเทศอ นเทอร เน ต 2.5 แหล งท ให บร การอ นเทอร เน ต 2.6 สภาพป ญหาการใช อ นเทอร เน ต 2.7 งานว จ ยท เก ยวข อง 2.1 ความสาค ญของอ นเทอร เน ตก บการศ กษาระด บอาช วศ กษา อ นเทอร เน ตเป นเคร อข ายคอมพ วเตอร ท ม ขนาดใหญ ครอบคล มท วโลก เช อมโยงฐานข อม ลจานวน มากเข าด วยก น ทาให อ นเทอร เน ตเป นแหล งสารสนเทศท ม ความสาค ญทางการศ กษา เป นแหล งข อม ลขนาด ใหญ ท ม ล กษณะเป นส อผสม ท าให อ านวยความสะดวกต อการเร ยนการสอนเป นอย างย งป จจ บ น สถาบ นอ ดมศ กษาต าง ๆ ได ด าเน นการเช อมต อระบบเคร อข ายอ นเทอร เน ตเพ อน ามาประย กต ใช ก บ การศ กษา ทาให น กศ กษาสามารถค นหา สารสนเทศท ม อย ในอ นเทอร เน ต เช น ฐานข อม ลห องสม ด วารสาร อ เล กทรอน กส บร การทางการศ กษาของมหาว ทยาล ย โปรแกรมคอมพ วเตอร และข อม ลข าวสารต าง ๆ โดย ใช บร การต าง ๆ บนอ นเตอร เน ต เช น บร การ เว ลด ไวด เว บ (World Wide Web) บร การไปรษณ ย อ เล กทรอน กส ( ) บร การถ ายโอน แฟ มข อม ลด วยโปรแกรม (FTP) และการสนทนาทางเคร อข าย อ นเทอร เน ต (IRC) เป นต น[5]สมเก ยรต ต งก จวาณ ชย [6] ได กล าวว า การน าระบบอ นเทอร เน ตมาใช เพ อ การศ กษา เป นการช วยลดอ ปสรรคป ญหาในการแสวงหาสนเทศของผ เร ยนท ม ป ญหาและอ ปสรรคในการร บ ข อสนเทศในอด ตได แก ป ญหาการไม ม เวลาว างเพราะต องร วมก จกรรม การม ข อสนเทศท ตรงก บความ ต องการน อยแหล งสารสนเทศไม ด ค นหายาก ท งน ระบบอ นเทอร เน ตจะช วยแก ป ญหาต าง ๆ ด งกล าว เพราะการแสวงหาข อสนเทศจากอ นเทอร เน ตสามารถท าได ท กเวลาเม อผ เร ยนม โอกาสต วอย างของการน า ระบบอ นเทอร เน ตมาใช ในสถาบ นอ ดมศ กษา ม ด งน อ างในว นชาต ภ ม [7]1) การพ ฒนาเคร อข ายของ มหาว ทยาล ย เพ อการเร ยนการสอน โดยเน นการเช อมโยงท กว ทยาเขตเข าด วยก นและใช ทร พยากรร วมก น อย างม ประส ทธ ภาพ เคร อข ายของมหาว ทยาล ยจ งเป นทาง7ด วนข อม ลท เน นใช ประโยชน หลากหลาย ร ปแบบ ท งทางด านการเร ยนการสอน งานว จ ย งานบร การการศ กษา งานจ ดการการศ กษา และงาน ต ดต อส อสารระหว างก น2) การออนไลน ระบบห องสม ด ช วยใช สามารถต ดต อค นข อม ลด รายช อทร พยากร เอกสารและหน งส อของห องสม ดมหาว ทยาล ย นอกจากน ระบบออนไลน ย งเช อมโยงการใช งานร วมก น ท า ให ประหย ดการลงท นและลดความซ าซ อนในระบบได ด เป นการช วยลดอ ปสรรคป ญหาในการแสวงหา สนเทศของผ เร ยนท ม ป ญหาและอ ปสรรคในการร บข อสนเทศในอด ต ได แก ป ญหาการไม ม เวลาว างเพราะ

9 ต องร วมก จกรรม การม ข อสนเทศท ตรงก บความต องการน อย แหล งสารสนเทศไม ด ค นหายากท งน ระบบ อ นเทอร เน ตจะช วยแก ป ญหาต าง ๆ ด งกล าว เพราะการแสวงหาข อสนเทศจากอ นเทอร เน ตสามารถท าได ท กเวลาเม อผ เร ยนม โอกาส3) ด จ ตอลไลบราร เพ อใช ประโยชน ส าหร บห องสม ดในอนาคตท จะม ข อม ลและ หน งส อแบบด จ ตอลน กศ กษาสามารถอ านหน งส อหร อใช ทร พยากรอ น ๆ ของห องสม ดในร ปแบบของไฟล อ เล กทรอน กส ท เก บไว ในเคร องคอมพ วเตอร โดยไม ต องเด นทางมาท ห องสม ด ตลอดจนการสร างวารสาร บนเคร อข ายท เร ยกว า Electronic Journal4) การสร างแหล งเก บทร พยากรทางการศ กษาภายในแบบ FTP Server (File Transfer ProtocolServer) เป นการสร างระบบเก บข อม ลเพ อเป นแหล งบร การข อม ลต าง ๆ ทางการศ กษา เช นซอฟต แวร เอกสารการสอน ด งน น FTP Server จ งเปร ยบเสม อนท เก บข อม ลขนาดใหญ ท จะรองร บระบบการใช ข อม ลเอกสาร ซอฟต แวร และส งพ มพ ต าง ๆ ภายในสถาบ น5) ระบบการค นหา ทร พยากรบนเคร อข าย เช น การใช เคร องม อช วยค น หร อ InternetDirectory เพ อค นหาข อม ลข าวสารท ต องการ การค นหาข อม ลสามารถท าได อย างอ ตโนม ต รวมท งการใช ระบบฐานข อม ลต าง ๆ ผ านทาง อ นเตอร เน ต6) การลดค าใช จ ายในการส อสารด วยเทคโนโลย เคร อข าย เป นระบบท ท าให ม การส อสาร ระหว างบ คคลสามารถท าให การเช อมโยงระหว างว ทยาเขตเป นไปอย างม ประส ทธ ภาพ สามารถสร างระบบ การประช มทางไกล การประช มแบบโต ตอบ การส อสารโดยการส งอ เมล ท าให สามารถลดการใช กระดาษ และลดระยะเวลา7) การใช ระบบการกระจายเส ยง ว ทย ท ว บนเคร อข าย ป จจ บ นสามารถต งสถาน ว ทย และ ท ว บนเคร อข ายได ง าย โดยใช ระบบ Real Audio ท สามารถส งกระจายส ญญาเส ยงแบบว ทย ท าให ผ ใช งาน บนเคร อข ายร บฟ งได พร อมก น ระบบ Real Video ทาให ส งกระจายส ญญาณโทรท ศน มหาว ทยาล ยสามารถ ต งสถาน โทรท ศน และว ทย ของตนเองด วยต นท นท ต า ม การจ ดรายการว ทย และโทรท ศน หร อการ ถ ายทอดสดในเหต การณ ส าค ญบนเคร อข าย และสามารถแพร กระจายออกไปท วโลกบนอ นเทอร เน ตได นอกจากน มหาว ทยาล ยย งสามารถใช ระบบการกระจายส ญญาณ เป นห องปฏ บ ต การส าหร บการเร ยนการ สอนทางสาขาว ชาน เทศศาสตร ได อ กด วย8) ระบบว ด โอออนด มานด เม อม การเร ยนการสอนทางไกลเก ดข น จะม การบ นท กการเร ยนการสอนเป นว ด โอ สามารถท าเอาข อม ลว ด โอท งหมดรวมท งแผ นใสเพาเวอร พอยต น าเก บไว ในเซ ร ฟเวอร ให น กศ กษาเร ยกใช ได ภายหล ง ท าให เก ดร ปแบบการเร ยนร ตามอ ธยาศ ย89) การ บร การวารสารบนเคร อข าย ป จจ บ นการสร างวารสารแบบอ เล กทรอน กส ท ออกรายประจ าและให บร การแก สมาช ก ม ท งท ส งให สมาช กแบบแนบไปก บจดหมายอ เล กทรอน กส หร อการใส ไว ในเคร อข ายบนเซ ร ฟเวอร เพ อให เร ยกใช งาน การบร การก บสมาช กม ท งท บร การสาธารณะ หร อการบอกร บและการเส ยค าบร การ10) การบร หารข อม ลและบร การทางการศ กษาต าง ๆ แก น กศ กษาและสมาช กในมหาว ทยาล ยเช น การ ลงทะเบ ยนเร ยนผ านเคร อข าย การเร ยกด ผลการเร ยน การสอบถามข อม ลเก ยวข องก บต วน กศ กษา และ ผ เก ยวข องจากท กล าวมา จะเห นได ว าการศ กษาเป นก จกรรมหน งซ งใช ประโยชน จากเทคโนโลย สารสนเทศ โดยเฉพาะอย างย งสาหร บน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) เช น การแลกเปล ยนข อม ลว ชาการ การส บค นต ารา เอกสาร ข อม ลส าหร บการค นคว าว จ ย การเร ยนทางไกล การใช บร การทางการศ กษาของ ว ทยาล ย ฯลฯ ซ งจากการศ กษาเอกสารและงานว จ ยท เก ยวข อง สามารถสร ปได ว าอ นเทอร เน ตม ความส าค ญก บการศ กษาในระด บอาช วศ กษา ด งน [8]1) ด านการต ดต อส อสาร ประชาส มพ นธ ได แก การ ต ดต อระหว างน กศ กษาก บอาจารย การส งรายงาน การบ าน การต ดต อร บส งแบบสอบถามส าหร บการว จ ย การเผยแพร ข อม ลการว จ ย การสม ครงาน เป นต น นอกจากน อ นเทอร เน ตย งท าให เก ดความช วยเหล อ ร วมม อก น ในการแลกเปล ยนข อม ลข าวสารระหว างกล มเป นไปด วยความสะดวก รวดเร ว เช น การ แลกเปล ยนความร ระหว างผ ท อย ในกล มเด ยวก น ตลอดจนปร กษาหาร อเร องว ชาการ งานว จ ยต าง ๆ ระหว างสถาบ น หร อจะเป นการสนทนาในเร องต าง ๆ ตามความสนใจ รวมท งการต ดต อส งซ อส นค าบร การ ต าง ๆ ท งหมดน สามารถท าได โดย การฝากข อความผ านกระดานข าว การส งจดหมายอ เล กทรอน กส การ สนทนาผ านเคร อข าย ฯลฯ2) ด านการค นหาคว าส บค นข อม ล เช น น กศ กษาสามารถส บค นรายการหน งส อ 6

10 งานว จ ยว ทยาน พนธ ต าง ๆ ท เก ยวข องก บความสนใจจากฐานะข อม ลห องสม ดและฐานข อม ลอ น ๆ บน อ นเทอร เน ต หร อการส บค นข อม ลและใช บร การทางการศ กษา เช น ตารางเร ยน ตารางสอบ ผลการเร ยน การลงทะเบ ยน สามารถใช บร การผ านทางเว บไซต ของสถาบ นได ตลอดเวลา นอกจากน น กศ กษาสามารถ เร ยกด ข าวสารเหต การณ หร อข อม ลต าง ๆ ตามความสนใจ เช น สารสนเทศด านความบ นเท ง เกมส เพลง ภาพยนตร การดาวน โหลดซอฟท แวร ต าง ๆ ตามความต องการ ข อม ลส นค าและบร การต าง ๆ ฯลฯ ซ งจะ เห นได ว าการค นคว าและส บค นข อม ลจากอ นเทอร เน ตสามารถท าได ท กเวลาเม อม โอกาส สามารถน ามาใช ก บการเร ยนการสอนแบบใหม ท เน นให น กศ กษาค นคว าด วยตนเองได เป นอย างด [9]3) ด านการเร ยน เช น การเร ยนทางไกลโดยผ านเคร อข าย การศ กษาจากโฮมเพจรายว ชาต าง ๆซ งในขณะน สถาบ นการศ กษา จ านวนมากในหลายประเทศได ม การเป ดหล กส ตรการสอนแบบออนไลน ข นมากมาย สามารถสม ครและ เร ยนผ านเคร อข าย โดยก จกรรมการเร ยนการสอน เอกสาร9และการต ดต อต าง ๆ อย ในร ปอ เล กทรอน กส นอกจากน น กศ กษาสามารถเข าถ งบทเร ยนท ผล ตในระบบคอมพ วเตอร ช วยสอนแบบม ลต ม เด ย (Computer Assistance Instruction) หร อการเร ยนด วยตนเองผ านบทเร ยนส าเร จร ป (Self - Learning Instruction) โดยผ านทางอ นเทอร เน ต เป นการศ กษาทางไกลท ไม ม อ ปสรรคทางด านเวลาและสถานท [10] กล าวโดยสร ป ประโยชน ของอ นเทอร เน ตทางการศ กษาจะเป นล กษณะการใช สารสนเทศร วมก นน กเร ยน สามารถเล อกท จะเร ยนร จากแหล งสารสนเทศตามความสนใจของตนเอง เป นเคร องม อส าหร บการ ต ดต อส อสาร ประย กต ใช ก บการศ กษาทางไกล ทาให การแลกเปล ยนข อค ดเห นและว ฒนธรรมต าง ๆ เป นไป อย างสะดวก อ นเทอร เน ตสามารถน ามาประย กต ใช ในหลายทางด วยก น ซ งต อไปม แนวโน มในการน ามาใช ทางด านการศ กษาอย างแพร หลายมากข น ด งน นผ ท เป นบ คคลในส งคมย คป จจ บ นโดยเฉพาะอย างย ง น กเร ยนในระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) ควรท จะม ท กษะในการใช เทคโนโลย อ นเทอร เน ตน เป น อย างด 2.2 ประเภทของสารสนเทศในอ นเทอร เน ต จากการศ กษาวรรณกรรมท เก ยวข อง พบว า ม การแบ งประเภทสารสนเทศในอ นเทอร เน ตออกเป น หลายร ปแบบ เช น การแบ งตามว ตถ ประสงค การใช แบ งตามล กษณะของบร หารในอ นเทอร เน ต แบ งตามล กษณะเน อหาของสารสนเทศ [11] และได จ าแนกสารสนเทศอ นเทอร เน ตโดยแบ งตาม ว ตถ ประสงค ของเว บไซด ได 5 ประเภท ค อ 1. เว บไซต เพ อการประชาส มพ นธ (Advocacy Web Sites) 2. เว บไซต เพ อธ รก จและการตลาด (Business and marketing Web Sites) 3. เว บไซต เพ อข าวสาร (Informational Web Sites) 4. เว บไซต ข าวและเหต การณ (News Web Sites) 5. เว บไซต ส วนบ คคล (Personal Web Site) จ ฑาร ตน ศราวณะวงศ [12] ได จาแนกสารสนเทศท ม อย บนเว ลด ไวด เว บ ไว ด งน 1. ข อม ลเก ยวก บผล ตภ ณฑ ส นค าและบร การ (Product information) 2. การโฆษณา ประชาส มพ นธ ส นค าและผล ตภ ณฑ (Public relation materials) 3. รายงานความร วมม อช วยเหล อของโครงการทางว ทยาศาสตร (Collaborative scientific project reports) 4. บรรณาน กรมของบ คคลในหน วยงานหร อองค กร (Staff directories) 5. รายการบรรณาน กรมทร พยากรสารน เทศในห องสม ด (Library catalog) 6. ข าว / เหต การณ ป จจ บ น (Current news) 7. สารน เทศของร ฐบาล (Government informetion) 7

11 8. ข าวประชาส มพ นธ หร อข าวฝาก 9. บทความ (Article reprints) 10. ถ อยแถลงเก ยวก บภารก จขององค กรใดองค กรหน ง (Mission statement) จากการศ กษาการ ใช อ นเทอร เน ตในสถาบ นอ ดมศ กษาในร ปแบบต าง ๆ และการแบ งประเภท สารสนเทศในอ นเทอร เน ตตามล กษณะของเน อหาจากวรรณกรรมข างต น ในการว จ ยคร งน ผ ว จ ยได แบ งสารสนเทศอ นเทอร เน ตให ม ความสอดคล องและส มพ นธ ก นก บการใช สารสนเทศของน กเร ยน ด งน สารสนเทศทางว ชาการ ค อ สารสนเทศท ใช เพ อประกอบการศ กษาค นคว าในระด บอ ดมศ กษา ได แก 1) สารสนเทศของห องสม ด เช น รายการบรรณาน กรมทร พยากรในห องสม ด ฐานข อม ลเอกสารฉบ บเต ม ฐานข อม ลซ ด รอม เป นต น 2) สารสนเทศของหน วยงานบร การการศ กษา เช น ข อม ลการลงทะเบ ยน ตารางสอน สอบ ผลการเร ยน ข อม ลของคณะว ชาต าง ๆ ในมหาว ทยาล ย เป นต น 3) สารสนเทศบทเร ยนรายว ชา เช น โฮมเพจของอาจารย ผ สอน 4) สารสนเทศประกอบการศ กษาจากเว บไซต ต างๆ เช น บทความ งานว จ ย ข อม ลทางสถ ต เป นต น สารสนเทศด านความร ท วไป ค อ สารสนเทศหร อข อม ลความร ท วไปจากเว บไซต ต างๆ เช น ส ขภาพ ประว ต ศาสตร ศ ลปะว ฒนธรรม การท องเท ยว คอมพ วเตอร อ นเทอร เน ต ธ รก จ บ คคลและส งคม เป นต น สารสนเทศด านบ นเท ง ค อ สารสนเทศท ให ความเพล ดเพล น พ กผ อน บ นเท งใจเพลง เช น เกมส ภาพยนตร เพลง แฟช นก ฬา และการสนทนาทางอ นเทอร เน ตก บเพ อน เป นต น สารสนเทศประเภทข างสาร ค อ ข อม ลข าวหร อเหต การณ ความเคล อนไหวต าง ๆ เช น ข าวจากหน งส อพ มพ โทรท ศน, ข าวประชาส มพ นธ หร อข าวฝากต าง ๆ เช น การประช ม อบรม น ทรรศการ รายงานข าว / เหต การณ ป จจ บ น ข อม ล ผล ตภ ณฑ ส นค า และบร การต าง ๆ ตลอดจนความค ดเห นต อประเด นทางส งคมหร อ เหต การณ ป จจ บ น เป นต น 2.3 เคร องม อท ใช ในการเข าถ งสารสนเทศอ นเทอร เน ต ป จจ บ นเคร องม ออ นเทอร เน ตม การพ ฒนาเปล ยนแปลงอย างรวดเร ว ม การพ ฒนาโปรแกรมใหม ๆ สาหร บให บร การผ ใช อ นเทอร เน ตตลอดเวลา เคร องม อท ใช ในการเข าถ งสารสนเทศบางประเภทอาจไม เป นท น ยมใช แล ว ต วอย างเช น Gopher Wais Telnet เน องจากม การพ ฒนาเคร องม อร ปแบบใหม ท ใช งานได ด กว ามาทดแทน ซ งจากการศ กษาเอกสารท เก ยวข องในป จจ บ น สามารถจ าแนกเคร องม ออ นเทอร เน ตได ด งน โปรแกรมค นผ านเว บ (Web Browser) โปรแกรมค นผ านเว บ เป นเคร องม ออ นเทอร เน ตท ใช ต ดต อเข าส แหล งสารสนเทศเว ลด ไวด เว บ สามารถแสดงสารสนเทศได ท งข อความ ร ปภาพ ภาพเคล อนไหว และเส ยง (เซเดโน, 2539) ป จจ บ น โปรแกรมค นผ านเว บได ร บการพ ฒนาให ม ค ณสมบ ต พ เศษมากมาย สามารถใช แทนเคร องม ออ นเทอร เน ตอ น ๆ ได เช น โปรแกรมถ ายโอนแฟ มข อม ล (FTP : File Transfer Protocol) โปรแกรมเทลเน ต (Telnet) โดย โปรแกรมค นผ านเว บท เป นท น ยมได แก Netscape Communicator และ Internet Explorer [13] 8

12 2.3.2 โปรแกรมไปรษณ ย อ เล กทรอน กส (E - mail Program) โปรแกรมไปรษณ ย อ เล กทรอน กส (E - mail Program) เคร องม อท ใช เพ อการต ดต อส อสารเพ อส ง ข อความท เป นข อม ล ข าวสาร ความค ดเห น ท งในด านว ชาการและท วไป โดยน กศ กษาสามารถสม ครเป น สมาชก บผ ให บร การ E - mail ทางอ นเทอร เน ตโดยไม ต องเส ยค าใช จ าย หร อจากการเป นสมาช กระบบ อ นเทอร เน ตของสถาบ นการศ กษาท ส งก ดอย [14] ต วอย างผ ให บร การไปรษณ ย อ เล กทรอน กส เช น / mail.htm โปรแกรมถ ายโอนแฟ มข อม ล (FTP : File Transfer Protocol) โปรแกรมถ ายโอนแฟ มข อม ล เป นเคร องม อท ใช ต ดต อเข าไปย งศ นย บร การถ ายโอนแฟ มข อม ล (FTPServer)ท ใ ห บ ร ก า ร ด า ว น โ ห ล ด (Download)โ ป ร แ ก ร ม ห ร อ ซ อ ฟ ต แ ว ร ส า เ ร จ ร ป (ApplicationSoftware) หร อแฟ มข อม ลต าง ๆ ซ งในอ นเทอร เน ตจะม ศ นย บร การถ ายโอนแฟ มข อม ล (FTP Server) จ านวนมากท ให บร การโดยไม ต องเป นสมาช กหร อเส ยค าใช จ ายใด ๆ นอกจากน ย งสามารถใช ใน การถ ายโอนข อม ลจากเคร องคอมพ วเตอร ของผ ใช ไปเก บไว ท เคร องคอมพ วเตอร อ น ๆ เช นการน าไฟล ข อม ล เว บไซต ท สร างข นไปเก บไว ท เคร องคอมพ วเตอร ท ให บร การเน อท ส าหร บจ ดเก บข อม ล (Server) ต วอย าง โปรแกรม FTP ท น ยมใช ก นในป จจ บ นได แก Cute FTP, WS FTP [13] โปรแกรมสนทนาทางอ นเทอร เน ต (Chat Software) โปรแกรมสนทนาทางอ นเทอร เน ต เป นอ กเคร องม อหน งท น ยมใช ก นอย างแพร หลาย โดยการพ มพ ข อโต ตอบ ก นผ านทางหน าจอ คล ายก บการสนทนาทางโทรศ พท ข อความท พ มพ ผ านแป นพ มพ จะไปปรากฏบน หน าจอค สนทนา นอกจากน ย งสามารถเล อกใช บร การห องสนทนา (Chat Room) ของเว บไซต ต าง ๆ ได โดยไม ต องเส ยค าใช จ ายใด ๆ ต วอย างโปรแกรมสนทนาออนไลน เช น PIRCH,ICQ, Net Meeting ฯลฯ [15] โปรแกรมเคร องม อช วยค น (Search Engine) โปรแกรมเคร องม อช วยค น เป นเคร องม ออ นเทอร เน ตท ใช ในการส บค นข อม ลและสารสนเทศจาก เว บไซต ต าง ๆ ในอ นเทอร เน ต โดยการพ มพ ค าส บค นในเร องท ต องการลงไป โปรแกรมจะแสดงผลการค น ออกมาเป นรายช อให เล อกตามต องการ ซ งในการค นน น แต ละโปรแกรมจะม ร ปแบบ,เทคน คการค นและการ แสดงผลท แตกต างก นไป ป จจ บ นเคร องม อช วยค นม ท งท ให บร การผ านทางเว บไซต และเป นซอฟต แวร ส าหร บ ดาวน โหลดมาต ดต งไว ในเคร องคอมพ วเตอร รวมท งท ต ดต งมาพร อมก บโปรแกรมค นผ านเว บ โดย ผ ใช สามารถใช โปรแกรมค นผ านเว บส บค นข อม ลได เช นเด ยวก บเคร องม อช วยค น [13] 2.4 การได ท อย เว บไซต จากการศ กษาวรรณกรรมท เก ยวข องสามารถสร ปว ธ การได ท อย เว บไซต ได ด งน การใช โปรแกรมเคร องม อช วยค น (Search Engines) โปรแกรมเคร องม อช วยค น ค อ โปรแกรมท ใช ในการค นหาเอกสารเว ลด ไวด เว บ และจะท า การรวบรวมเอกสารและข อม ลจากเว บไซต มาจ ดเป นหมวดหม เพ อให ง ายแก การค นหา โปรแกรมเคร องม อ ช วยค น แต ละต วจะม ล กษณะร ปแบบและเทคน คว ธ การค นท แตกต างก น ท งในด านฐานข อม ลท ครอบคล ม และว ธ การทาดรรชน ช วยค น การส บค นโดยใช โปรแกรมเคร องม อช วยค น ผ ใช ต องศ กษาจ ดด และจ ดด อย ของโปรแกรมเคร องม อช วยค น แต ละต วเพ อความเหมาะสมในการใช งาน [16] ต วอย างเว บไซต ท ให บร การ โปรแกรมเคร องม อช วยค น ได แก - Yahoo (http://www.yahoo.com), - Altavista (http://www.altavista.com), - Hotbot (http://www.hotbot.com), - Sanook (http://www.sanook.com) 9

13 2.4.2 การเดาท อย เว บไซต การเดาท อย ของเว บไซต จากช อย อในส วนต าง ๆ ของ URL (Uniform resource locator) จะช วย ให เข าถ งเว บไซต ของหน วยงานหร อผ จ ดท าเว บไซต น นได ง ายข น URL ของเว บไซต จะประกอบด วยwww. ช อย อ / อ กษรย อของหน วยงาน.ช อย อของโดเมน เช น ม ความหมายด งน KKU ค อ Khon Kean University, ac ค อสถาบ นการศ กษา th ค อโดเมนบอกช อประเทศเทคน คการเดาโดเมน.com ใช ก บเว บไซต ของบร ษ ทการค าหร อองค กรเอกชน เช น ใช ก บเว บไซต ของ สถาบ นการศ กษาหร อมหาว ทยาล ย ใช ก บเว บไซต ของหน วยงานของ ร ฐบาล เช น ใช ก บเว บไซต ของหน วยงานทางการทหาร.net ใช ก บเว บไซต ของหน วยงานท ให บร การด านเคร อข าย เช น ใช ก บเว บไซต ขององค กรท ไม หว งผลก าไร เช น ช อย อประเทศ ใช ก บเว บไซต ท จดทะเบ ยนโดเมนในประเทศ น น ๆ เช น th หมายถ งประเทศไทยต วอย างโดเมนของประเทศไทย.ac.th ใช ก บเว บไซต ของ สถาบ นการศ กษาหร อมหาว ทยาล ย.co.th ใช ก บเว บไซต ของของบร ษ ทการค าหร อองค กรเอกชน.go.th ใช ก บเว บไซต ของหน วยงานร ฐบาล.or.th ใช ก บเว บไซต ขององค กรไม หว งผลก าไรเช น การสนทนาก บบ คคลต าง ๆ พฤต กรรมการค นหาสารสานเทศจากการพ ดค ย สนทนาอย างไม เป นทางการก บผ ใกล ช ด เช น เพ อนญาต หร อผ ร เร องราวน น รวมถ งการเข าร วมประช มและส มมนาต าง ๆ เป นการได ร บสารสนเทศอย าง ไม เป นทางการ ว ธ น ปฏ บ ต ก นอย างแพร หลายในท กกล มอาช พและประชาชนท วไป [17] ว ธ การด งกล าว สามารถนามาใช ในการเข าถ งสารสนเทศอ นเทอร เน ตได เช น การแลกเปล ยนสนทนาก นก บผ ท ม ความสนใจ ในเร องเด ยวก น และม ความร ความเช ยวชาญ เร องแหล งข อม ลบนอ นเทอร เน ต เช นบรรณาร กษ อาจารย หร อ เพ อน การสนทนาก บบ คคลต าง ๆ เป นอ กว ธ หน งท จะท าให สามารถทราบถ งแหล งสารสนเทศบน อ นเทอร เน ตท ต องการได การอ านส อส งพ มพ ต าง ๆ ป จจ บ นม ส งพ มพ ต าง ๆ ท ได รวบรวมเว บไซต บนอ นเทอร เน ตและนามาจ ดเป นหมวดหม เพ อให ผ ท ใช อ นเทอร เน ตสามารถเข าถ งข อม ลท ต องการได ง ายข น และนอกจากหน งส อแล ว ย งม ส งพ มพ อ น ๆอ ก เช น วารสารทางด านคอมพ วเตอร หร อหน งส อพ มพ ซ งม คอล มน แนะน าเว บไซต ท น าสนใจเป นต น [18]จากท กล าวมาพอจะสร ปได ว า การได ท อย เว บไซต น นม ด วยก นหลายร ปแบบ เช น จากเคร องม อช วยค น จากการ พ ดค ยบอกเล าของบ คคลอ น หร อจากส อต าง ๆ เช น ส อมวลชน หร อส อส งพ มพ ประเภทต าง ๆ เช น หน งส อ วารสาร หน งส อพ มพ เป นต น ว ธ การด งกล าวจะช วยอ านวยความสะดวกให ผ ใช สามรถเข าถ งแหล งข อม ลได รวดเร วและตรงก บความต องการมากข น 2.5 แหล งท ให บร การอ นเทอร เน ต จากการศ กษาเอกสารท เก ยวข อง สามารถสร ปแหล งท ให บร การอ นเทอร เน ตได ด งน บร การอ นเทอร เน ตของมหาว ทยาล ย (Campus Network) ในป พ.ศ ได ม การประช มร วมก นระหว างศ นย เทคโนโลย อ เล กทรอน กส และ คอมพ วเตอร แห งชาต (NECTEC) และมหาว ทยาล ยในส วนกลางและส วนภ ม ภาค เพ อร วมม อก นพ ฒนา เคร อข ายคอมพ วเตอร ระหว างมหาว ทยาล ยภายในประเทศ เพ อพ ฒนาระบบสารสนเทศทางการศ กษา สน บสน นการเร ยนการสอนและพ ฒนาการต ดต อส อสารรวมท งสามารถต ดต อก บเคร อข ายอ นเทอร เน ต ภายใต ช อโครงการว า เคร อข ายไทยสาร (THAISARN : The THAI Social / Scientific,Academic and Research Network) มหาว ทยาล ยของร ฐแต ละแห งจ งได ท าการเช อมโยงเคร อข ายผ านระบบอ นเทอร เน ต 10

14 โดยม หน วยงานท ร บผ ดชอบด านระบบคอมพ วเตอร ของแต ละมหาว ทยาล ยเป นผ ด าเน นการและร ฐบาลเป น ผ ร บผ ดชอบค าใช จ ายในการเช อมต อและให บร การ [15] ร านบร การอ นเทอร เน ตรายช วโมง หร อ อ นเทอร เน ตคาเฟ (Internet Café) ร านบร การอ นเทอร เน ตรายช วโมงหร ออ นเทอร เน ตคาเฟ น นเร มต นจากการท ม กล มคนจ านวนมากท ไม ได อย ในหน วยงานหร อองค กรท ม อ นเทอร เน ตใช และไม ต องการลงท นในการซ อเคร องคอมพ วเตอร หร อ สม ครสมาช กอ นเทอร เน ต แต ม ความต องการใช งานอ นเทอร เน ตเป นคร งคราวและต องการความสะดวกใน การใช งานอ นเทอร เน ตโดยท ไม จ าเป นต องเด นทางไปใช ย งท ท างานอ นเทอร เน ตคาเฟ เป นร านท ให บร การใช งานอ นเทอร เน ตโดยค ดอ ตราค าบร การเป นรายช วโมงต งแต บาทต อช วโมง ตามแต ล กษณะท ให บร การ ในป จจ บ นอ นเทอร เน ตคาเฟ ส วนใหญ จะอย ในบร เวณช มชนหร อใกล ๆ ก บสถาบ นการศ กษาต าง ๆ ล กษณะของอ นเทอร เน ตคาเฟ ท ให บร การส วนใหญ ม กม ก จกรรมอ นประกอบร วมด วย เช น ให บร การ อาหาร เคร องด ม ขนม รวมถ งหน งส อและวารสารเพ ออ านวยความสะดวกแก ล กค า [19] อ นเทอร เน ตคาเฟ ส วนใหญ จะม จ านวนเคร องคอมพ วเตอร ไม มากน ก ข นอย ก บขนาดของการประกอบการ คอมพ วเตอร ภายในอ นเทอร เน ตคาเฟ จะถ กเช อมโยงไปย งฮ บ (Hub) ซ งเป นอ ปกรณ ในการเช อมเคร อข ายก อนท จะส งไป ย งอ ปกรณ ท เร ยกว า NAT หร อ Network Address Translator ท ท าหน าท จ ดการก บหมายเลขไอพ เพ อ เช อมต อไปย ง ISP ท เป นสมาช กผ านทางสายเช าหร อสายโทรศ พท แล วแต ว าผ ประกอบการแต ละแห งใช ส อ ประเภทใด ในส วนของเวลาการให บร หาร อ นเทอร เน ตคาเฟ ม กให บร การต งแต 10 นาฬ กาถ งเท ยงค น แต ในบางแห งเช นบร เวณใกล ก บสถานศ กษาอาจเป ดบร การตลอด 24 ช วโมง [19]2.5.3 บร การอ นเทอร เน ต ของเอกชน หร อ ISP (Internet Service Provider)ในป 2538 ศ นย เทคโนโลย อ เล กทรอน กส และ คอมพ วเตอร แห งชาต (เนคเทค)การส อสารแห งประเทศไทย (กสท.) และองค การโทรศ พท แห งประเทศไทย (ทศท.) ได ร วมก นจ ดต งบร ษ ทอ นเทอร เน ตประเทศไทย (Internet Thailand) ผ ให บร การอ นเทอร เน ตเช ง พาณ ชย หร อISP รายแรกของประเทศ ซ งเป นจ ดเร มต นของบร การอ นเทอร เน ตเช งพาณ ชย ส าหร บ ประชาชนท วไป ISP ค อผ ให บร การอ นเทอร เน ตในเช งพาณ ชย เป นการดาเน นงานเช อมต ออ นเทอร เน ตโดย บร ษ ทเอกชน เพ อบร การอ นเทอร เน ตแก บ คคล และองค กรต าง ๆ ของภาคร ฐและเอกชน เพ อเป นการเพ ม ช องทางการต ดต อเข าส อ นเทอร เน ตแก ผ ใช บร การให มากข น ไม จ าก ดเฉพาะในสถาบ นการศ กษาหร อ หน วยงานของร ฐเท าน น โดยท ISP จะอย ภายใต การด แลของการส อสารแห งประเทศไทย ป จจ บ นม ผ ให บร การท งส น 18 บร ษ ท [15] นอกจากน ในป จจ บ นองค การโทรศ พท แห งประเทศไทยได ให บร การ อ นเทอร เน ตโดยไม เส ยค าใช จ ายแก ประชาชนท วไปท ต ดต งโทรศ พท ขององค การโทรศ พท แห งประเทศไทย โดยสามารถเข าไปใช ได คร งละ 2 ช วโมง ในการต อสาย 1 คร ง ผ ท ใช บร การของ ISP จะต องม เคร อง คอมพ วเตอร โมเด ม โทรศ พท และสม ครเป นสมาช กของผ ให บร การอ นเทอร เน ต ผ ใช จะได ร บ Account และ Password ในการเข าใช ร ปแบบการใช และค าบร การจะแตกต างก นไปตามแต ละบร ษ ท การค ดราคา ค าบร การส วนใหญ จะค ดตามจานวนช วโมงการใช โดยบร การท ผ ใช จะได ร บค อ ส ทธ ในการเข าใช ตามจ านวน ช วโมงท สม ครท อย ของไปรษณ ย อ เล กทรอน กส เน อท ในการใช จ ดทาโฮมเพจ ISP ท เป ดให บร การในจ งหว ด ขอนแก นในป จจ บ น ม จ านวนท งส น 7 บร ษ ท ได แก บร ษ ท เอเน จ จ าก ด บร ษ ท ซ.เอส.คอมม วน เคช น บร ษ ท เคเอสซ คอมเมอร เช ยลอ นเทอร เน ต บร ษ ท ล อกซ เล ย อ นฟอร เมช น บร ษ ทอ นเทอร เน ตประเทศไทย บร ษ ท อ นโฟแอคเซส จาก ด และบร ษ ท ไอเด ยเน ต จาก ด [20] โดย ISP ด งกล าว จะให บร การแก บร ษ ทห าง ร านต าง ๆ รวมท งประชาชนท วไปท อย ในจ งหว ดขอนแก นรวมท งจ งหว ดใกล เค ยง ส าหร บอ ตราค าบร การ ของแต ละ ISP จะแตกต างก นไป ข นอย ก บร ปแบบของบร การและจ านวนช วโมงในการใช โดยเฉล ยแล วจะ อย ท 7-10 ต อช วโมง 2.6 สภาพป ญหาการใช อ นเทอร เน ต 11

15 มาล กาบมาลา [21]ได กล าวถ ง ป ญหาการใช อ นเทอร เน ตของน กศ กษาว า น กศ กษาบางส วนม ความร เก ยวก บการใช คอมพ วเตอร แต ไม เคยศ กษาเร องราวเก ยวก บระบบเคร อข ายอย างจร งจ ง ม กเข าใจว า อ นเทอร เน ตเป นเร องง าย และบ อยคร งม ความย งยากเก ยวก บการใช อ ปกรณ ต าง ๆ และการต ดต อก บระบบ เคร อข าย นอกจากน สารน เทศท ย งไม ได ร บการจ ดร ปแบบหร อประเม นค ณค าซ งม อย มากมายได สร างป ญหา ให ก บน กศ กษา แม ว าน กศ กษาจะม ความค นเคยในการส งจดหมายอ เล กทรอน กส หร อการเล นเกมส แต ส ง เหล าน ไม ได ม ส วนในการเตร ยมความพร อมของน กศ กษาในการใช อ นเทอร เน ตแต อย างใด น กศ กษาส วนใหญ ไม เห นความส าค ญของรายการทางบรรณาน กรมการใช ค าส าค ญในการค น การใช ตรรกะบ ล นและการ ประเม นค ณค าของสารสนเทศท ได น กศ กษาบางกล มเห นว า การใช ค าค นแบบง าย ๆ ท สามารถค นส งต าง ๆ ได เป นจานวนมากน นเพ ยงพอแล วแต เม อใดท น กศ กษาเหล าน ใช อ นเทอร เน ต ความแตกต างทางค ณภาพของ ข อม ลและปร มาณของข อม ลจะกลายเป นป ญหาท ส าค ญท นท ต วอย างของป ญหาอ น ๆ จากต วผ ใช ท เป น น กศ กษาน น [22] ได กล าวถ งเร องของการบรรจ บทเร ยนของว ชาต าง ๆ เข าไปใช ในเว บไซต ของผ สอนตาม มหาว ทยาล ยต าง ๆ ว า น กศ กษาจะสามารถอ านและทบทวนบทเร ยน สอบถามและต ดต อข อม ลได โดยตรง จากอ นเทอร เน ต แต น กศ กษาส วนใหญ กล บย งไม พร อมท จะต ดขาดจากว ธ เด ม ๆ โดยการอ านหน งส อหร อ เอกสารจร ง ๆ มากกว า เพราะสามารถทาเคร องหมายหร อข ดเส นใต ข อความท อ านได น กศ กษาต องใช เวลา ประมาณส ปดาห ละ2-3 ช วโมง เพ ออ านข อม ลจากเว บเพจ ซ งแม ว าน กศ กษาจะสามารถพ มพ ข อม ลท ต องการออกมาได แต อาจเป นเร องไม สะดวกส าหร บคนท ไม ม เคร องพ มพ เป นของตนเอง นอกจากน ผ ท ต องการใช อ นเทอร เน ตแต ขาดพ นฐานความร ทางเทคโนโลย สารสนเทศ และไม ม พ นฐานความร ทาง คอมพ วเตอร มาก อน อาจท าให การเข าไปใช อ นเทอร เน ตไม ง ายอย างท ค ดในคร งแรก ๆ ผ ใช อ นเทอร เน ต จาเป นต องทราบถ งว ธ การใช ค าส งต าง ๆ ของโปรแกรม กล าวค อ จ าเป นต องเร ยนร ศ กษาเพ มเต ม และตาม เทคโนโลย ให ท น ซ งจะย งเป นป ญหามากข นสาหร บผ ท ไม เข าใจภาษาต าง ๆประเทศ เน องจากโปรแกรมต าง ๆ ท ใช และต ดต อส อสารทางอ นเทอร เน ต ภาษาหล กท ใช ค อภาษาอ งกฤษ [23] นอกจากท กล าวมาแล ว ย งม ป ญหาอ นท ผ ใช อ นเทอร เน ตพบเป นประจา เช น ป ญหาอ ตราค าบร การ ส ง ถ งแม การส อสารแห งประเทศไทย ซ งเป นหน วยงานท ควบค มด แลธ รก จให บร การอ นเทอร เน ตในประเทศ ไทย จะประกาศลดค าเช าวงจรความเร วส งเช อมต อก บต างประเทศให แก ISP เป นพ เศษพร อมท งยกเล กการ ควบค มราคาข นต าของการให บร การอ นเตอร เน ตแล วก ตาม แต เน องจากการประกาศค าเง นบาทลอยต วและ การเพ มภาษ ม ลค าเพ ม ท าให ISP ไม สามารถลดค าบร การได มากน กท งน ผ สม ครสมาช กย งต องม เคร อง คอมพ วเตอร ส วนบ คคล โทรศ พท และโมเด ม สาหร บต ดต อศ นย บร การ ซ งน บว าเป นต นท นส ง และหากมอง ถ งภาวะเศรษฐก จของเม องไทยในป จจ บ น คงม จ านวนน กศ กษาจ านวนน อยเท าน นท ค ดจะลงท นใช บร การ อ นเทอร เน ตจากไอเอสพ เหล าน และนอกเหน อจากป ญหาเร องค าใช จ ายแล ว ศร ศ กด จามรมาน [5] ม ความเห นว า ส าหร บผ ใช บร การอ นเทอร เน ตโดยท วไปย งประสบป ญหาด านการต ดต อก บเคร อข ายไม ได เน องจากจ านวนค สายโทรศ พท ท ม ไว ให บร การเช อมต อก บศ นย ท ให บร การอ นเทอร เน ตม ไม เพ ยงพอ ส วน ป ญหาการเล นอ นเทอร เน ตในสถาบ นการศ กษาน น พบว า การท ผ ใช ไม สามารถต ดต อเข าส สถาบ นการศ กษา ท ให บร การอ นเทอร เน ตได น น เป นเพราะสถาบ นการศ กษาน น ๆ ม จ านวนค สายโทรศ พท ท ให บร การโทรเข า ไม เพ ยงพอ ทางสถาบ นควรจะม บร การสายโทรศ พท เพ อต ดต อเข าศ นย บร การของสถาบ นประมาณ 1 สาย ต อผ ใช 8 คน และย งม สาเหต จากพฤต กรรมของผ ใช ท ก อให เก ดป ญหาการโทรเข าไม ได เช น ผ ใช บางคน Log in ค างไว ถ งแม จะย งไม ได ใช เพ อต องการย ดสายเอาไว สาเหต น เก ดจากอ ตราค าบร การอ นเทอร เน ตใน สถาบ นการศ กษาน นราคาไม แพง และบางแห งก ไม ได จ าก ดเวลาการใช งาน นอกจากน ย งม ป ญหาอ น ๆ อ ก เช น ความเร วในการร บส งข อม ล ข อม ลภาพและเส ยงน นจะม ขนาดของข อม ลใหญ มากท าให เส ยเวลาในการ ร บส งข อม ล โดยเฉพาะอย างย งเม อสายการส อสารข อม ลม ความเร วต า ป ญหาโครงข ายสายโทรศ พท ของไทย ท ไม ม ค ณภาพ ท าให การต ดต อผ านโมเด มต องข ดข องบ อยคร งเม อฝนตก อ กท งการต ดต อส อสารผ าน 12

16 เคร อข ายอ นเทอร เน ตภายในประเทศน นข อม ลท ส งถ งก น จะต องส งออกนอกประเทศไปย งสหร ฐอเมร กา ก อนจากน นจ งส งกล บส ประเทศไทยอ กคร ง ซ งเป นการเส ยเวลาเปล า และท าให การส อสารถ งก นช าลง ซ ง ตรงก บป ทมาวด ทองประเสร ฐ[24] ท ม ความเห นว า ป ญหาส าค ญท ผ ใช บร การอ นเทอร เน ตท ว ๆ ไป ค อ การล าช าของอ ตราการส งข อม ล ซ งม สาเหต หลายประการ เช น อ ปกรณ ส อสารเส อมค ณภาพ สายโทรศ พท ช าร ดหร อเก าหร อเก ดอ ตราการส งข อม ลต า ซ งอาจจะม สาเหต มาจากในขณะน นม ผ ใช บร การจ านวนมาก หร อม ผ ใช บร การจานวนไม น อยท ส งถ ายข อม ลขนาดใหญ พร อม ๆ ก น รวมท งป ญหาการท ไม สามารถควบค ม ข าวสารต าง ๆ ท เข ามาในคอมพ วเตอร ของผ ใช ได โดยเฉพาะข าวสารท ยาวมาก ๆ เช นวารสารท งฉบ บ ท งท ผ ใช ไม ได ขอไป ป ญหาจดหมายเว ยน และจดหมายล กโซ ท ส งมารบกวนผ ใช อ นเทอร เน ต ท าให เปล องเน อท ในการเก บข อม ลและสร างความร าคาญใจแก ผ ใช จากการศ กษาเอกสารท เก ยวข องสามารถสร ปประเด น ป ญหาการใช อ นเทอร เน ตได ด งน ป ญหาท เก ดจากต วผ ใช 1) ไม ม ความชานาญในการใช อ นเทอร เน ตและคอมพ วเตอร น กศ กษาบางส วนม ความร เก ยวก บการใช คอมพ วเตอร แต ไม เคยศ กษาเร องราวเก ยวก บระบบเคร อข าย หร อการใช อ นเทอร เน ตอย าง จร งจ ง จ งม ป ญหาต างๆ เวลาเข าใช บร การ เช น ป ญหาจากการใช โปรแกรม หร ออ ปกรณ ต างๆ ถ งแม ว าจะม ความค นเคยในการส งจดหมายอ เล กทรอน กส หร อการเล นเกมส แต จะไม สามารถแก ป ญหาต าง ๆ ท เก ดข น ระหว างการใช อ นเทอร เน ตได [21] 2) ไม ม ความช านาญในการค นหาข อม ล การท ผ ใช ไม ม ท กษะ หร อความร ในการส บค น ข อม ลเช นการใช ตรรกะบ ล น การใช คาค นแบบง าย ๆ ท สามารถค นส งต าง ๆ ได เป นจานวนมาก แต ไม ตรง ก บความต องการ หร อไม ม ความร ในการใช โปรแกรมเคร องม อช วยค น ท าให ได สารสนเทศท มากเก นไปไม ตรงก บความต องการ [21] 3) ไม ม ความช านาญในการใช ภาษาอ งกฤษ เม อผ ใช ไม ม ความเช ยวชาญในการใช ภาษาอ งกฤษจ งเก ดป ญหาในการใช โปรแกรมซ งส วนใหญ ม คาส งการใช งานเป นภาษาอ งกฤษ และข อม ลส วน ใหญ ในอ นเทอร เน ตจะเป นภาษาอ งกฤษ ทาให ใช ประโยชน จากอ นเทอร เน ตได ไม ค มค า [25] 4) ไม ค นเคยก บการอ านข อม ลจากหน าจอคอมพ วเตอร ผ ใช บางคนย งไม พร อมท จะต ดขาด จากว ธ เด ม ๆ เช น การอ านจากหน งส อหร อเอกสารจร ง ๆ มากกว า เพราะสามารถท าเคร องหมายหร อข ด เส นใต ข อความท อ านได และการอ านจากหน าจอหร ออ านข อม ลจากเว บไซต ต องใช เวลานานกว าการอ าน จากส งพ มพ ถ งแม ว าน กศ กษาจะสามารถพ มพ ข อม ลท ต องการออกมาได แต อาจไม สะดวกส าหร บคนท ไม ม เคร องพ มพ และส นเปล องค าใช จ ายในการพ มพ [22] ป ญหาท เก ดจากสาเหต อ น ๆ 1) ป ญหาเร องความน าเช อถ อของสารสนเทศ เน องจากอ นเทอร เน ตเป ดโอกาสให ท กคน สามารถเผยแพร ข อม ลได โดยอ สระจ งม สารสนเทศจานวนมากท ไม ได ผ านการกล นกรองตรวจสอบเหม อนก บ ส งพ มพ ทาให สารสนเทศท ค นได ในบางคร งขาดความน าเช อถ อ [11] 2) ป ญหาความไม ถาวรของสารสนเทศบนอ นเทอร เน ต ข อม ลบนอ นเทอร เน ตม การ เปล ยนแปลงตลอดเวลา ข นอย ก บผ ท เผยแพร ว าจะเปล ยนแปลงหร อลบท งเม อไรก ได ไม ม ก าหนดระยะเวลา แน นอน ทาให บ อยคร งท ไม สามารถเร ยกด ข อม ลท ต องการได อ กคร ง [26] 3) ป ญหาข อม ลท ม ขนาดใหญ เก ดจากการเข าใช เว บไซต ท ม ไฟล ร ปภาพหร อใช เทคน คเพ อ ด งด ดความสนใจต าง ๆ มากเก นไป การร บส งข อม ลจะช ามาก เน องจากม ขนาดของข อม ลท ใหญ มาก4) ป ญหาซอฟต แวร ไม ท นสม ยบางเว บไซต จะต องใช โปรแกรมอ น ๆ ประกอบในการเร ยกด ข อม ลจ งจะเข าไปด ได เช น ไฟล เอกสารบางประเภท ไฟล ภาพยนตร ไฟล เส ยง ภาพเคล อนไหวผ ใช ต องม โปรแกรมท ใช เป ด 13

17 ไฟล ข อม ลด งกล าว อย ในเคร องคอมพ วเตอร จะต องเป นเวอร ช นใหม ตามท ก าหนดไว ท าให ผ ใช ต องเส ยเวลา ไปดาวน โหลดมาต ดต งก อน จ งสามารถเร ยกด ข อม ลได [27] 5) ป ญหาจากความผ ดพลาดของซอฟต แวร ท ใช เก ดจากโปรแกรมท ใช ท างานผ ดพลาดโดย ไม ทราบสาเหต และไม สามารถใช งานได ผ ใช ต องป ดโปรแกรมค นผ านเว บไซต ท ใช งานในขณะน น ท าให ส ญเส ยข อม ลท ส บค นได และเส ยเวลาในการค นหาข อม ลใหม [27] 6) ป ญหาความปลอดภ ย การใช ข อม ลส วนต วในอ นเทอร เน ต เช น ท อย ของอ เมล เบอร โทรศ พท หมายเลขเครด ตการ ด อาจม ผ ล กลอบน าข อม ลไปใช ได เน องจากอ นเทอร เน ตย งไม ม ระบบความ ปลอดภ ยของข อม ลท เป นมาตรฐาน [13] 7) ป ญหาการใช ภาษาไทยบนอ นเทอร เน ต การท โปรแกรมไม สามารถอ านหร อพ มพ ภาษาไทยได เน องจากไม ได ปร บต งค าโปรแกรมค นผ านเว บให รองร บต วอ กษรภาษาไทย หร อ เว บไซต ท เข า ใช ไม ได ออกแบบมาให แสดงผลภาษาไทยได ก บท กโปรแกรม [28] 8) ป ญหาล ขส ทธ บนอ นเทอร เน ต ป ญหาล ขส ทธ ม ผลกระทบต อผ ใช ในกรณ ท ผ ใช ค นหา ข อม ลได ตามท ต องการแล ว แต ข อม ลหร อไฟล บางประเภทไม สามารถน ามาใช ได ต องขออน ญาตหร อเส ย ค าใช จ ายก อนจ งสามารถน าไปใช ได ท าให เส ยเวลาในการส บค น เช น ข อม ลท เป น Full TextMP3 Software และ Images [29] 9) ป ญหาไวร ส ในระบบอ นเทอร เน ตม ไวร สคอมพ วเตอร จ านวนมากท มาก บไปรษณ ย อ เล กทรอน กส หร อไฟล โปรแกรมต าง ๆ การต ดไวร สจากไฟล ท ดาวน โหลดมาจะท าให เคร องคอมพ วเตอร ม ป ญหา บางคร งอาจท าให ส ญเส ยข อม ลท งหมดท ม อย ในเคร องคอมพ วเตอร การใช อ นเทอร เน ตจะต องใช โปรแกรมตรวจสอบไวร สเป นประจาเพ อป องก นความเส ยหายท เก ดข น [30] 10) ป ญหาจากเคร องแม ข าย เก ดจากเคร องแม ข ายท ไม ม ประส ทธ ภาพหร อม ผ ใช เว บไซต น นมากเก นกว าความสามารถท จะให บร การได และส าหร บผ ท ต ดต งอ นเทอร เน ตผ านทางโทเด มในช วงเวลา ท ม คนใช อ นเทอร เน ตมาก ๆ จะทาให ไม สามารถโทรเข าศ นย บร การได [28] 11) ป ญหาความเร วของระบบเคร อข าย ป ญหาความเร วของระบบส วนใหญ ม สาเหต มา จากในขณะน นม ผ ใช บร การจ านวนมาก หร อม ผ ใช บร การจ านวนไม น อยท ส งข อม ลขนาดใหญ พร อม ๆ ก น ทาให อ ตราการส งข อม ลต า [5] 12) ป ญหาค สายโทรศ พท การท ผ ใช ไม สามารถต ดต อเข าส สถาบ นการศ กษาท ให บร การ อ นเทอร เน ตหร อต ดต อก บไอเอสพ ได น น เป นเพราะสถาบ นการศ กษาหร อไอเอสพ น นม จ านวนค สายโทรศ พท ท ให บร การโทรเข าไม เพ ยงพอ [5] 2.7 งานว จ ยท เก ยวข อง พจนารถ ทองค าเจร ญ [31] ได ศ กษา สภาพความต องการและป ญหาการใช อ นเทอร เน ตในการ เร ยนการสอนในระด บอ ดมศ กษา ส งก ดทบวงมหาว ทยาล ย กล มต วอย าง ค อ สมาช กระบบเคร อข าย อ นเทอร เน ตในสถาบ นอ ดมศ กษาของร ฐ ส งก ดทบวงมหาว ทยาล ยในเขตกร งเทพมหานครจ านวน 7แห ง จ านวน 794 คน แบ งออกเป น 3 กล ม ได แก ผ บร หารระด บห วหน าภาคว ชา 155 คน อาจารย ผ สอน 306 คน และน ส ตน กศ กษา 333 คน ว เคราะห ข อม ลโดย การหาค าความถ ร อยละ ค าเฉล ยและส วนเบ ยงเบน มาตรฐาน ผลการว จ ยพบว า ประเภทบร การในระบบเคร อข ายอ นเทอร เน ตท อาจารย และน กศ กษาใช ประโยชน บ อยท ส ดค อ การส บค นข อม ลจากเว ลด ไวด เว บ ไปรษณ ย อ เล กทรอน กส การถ ายโอนแฟ มข อม ล และการขอเข าใช เคร องระยะไกล ตามลาด บ 2 นโยบายใน การนาอ นเทอร เน ตมาใช ในการเร ยนการสอนในระด บภาคว ชา ส วนใหญ ม นโยบายท จะผล กด นให คณะหร อ สถาบ นม การขยายหร อปร บปร งทางด านอ ปกรณ พ นฐานให พร อม โดยเฉพาะค สายและความเร วในการ 14

18 ส อสาร และควรม การปร บปร งกระบวนการเร ยนการสอนในหล กส ตรว ชาต าง ๆ ให ค นหาทางอ นเทอร เน ต ด วย อาจารย และน ส ตน กศ กษาส วนใหญ ม ความต องการใช บร การอ นเทอร เน ตในการเร ยนการสอนมากท ส ด ในเร องการเพ มความเร วในการส อสารก บศ นย บร การ การเพ มงบประมาณในการจ ดสภาพศ นย บร การ ต ดต งเคร องบร การให เพ ยงพอก บความต องการ และการขยายช องกว างส ญญาณให สามารถท างานได คล องต วมากข น ป ญหาการใช บร การอ นเทอร เน ตในการเร ยนการสอนของน กศ กษาท พบมากค อ ผ เร ยนบาง คนย งไม ม คอมพ วเตอร ส วนต วท าให ใช งานได ไม เต มท และการสน บสน นจากสถาบ นย งม ไม มากพอ ท งใน ส วนของการจ ดสถานท ว สด อ ปกรณ และบ คลากรท จะให คาแนะนา เพ ญท พย จ รพ นน สรณ [32] ได ศ กษา พฤต กรรมการแสดงหาข าวสารผ านส อมวลชนและ อ นเทอร เน ตของน กศ กษาและบ คลากรของสถาบ นเทคโนโลย พระจอมเกล าพระนครเหน อ ม ว ตถ ประสงค เพ อศ กษาพฤต กรรมการแสวงหาข าวผ านส อมวลชนและอ นเทอร เน ต ของน กศ กษาและบ คลากรของสถาบ น เทคโนโลย พระจอมเกล าพระนครเหน อ โดยว ธ การส มภาษณ ผ ให ข อม ลหล กและส ารวจประชากรกล ม ต วอย าง จ านวน 350 คน แบ งเป นน กศ กษา จ านวน 220 คน เจ าหน าท จ านวน 80 คน และอาจารย 50 คน ผลการศ กษา พบว า ว ตถ ประสงค หล กในการแสวงหาข าวสารผ านส อมวลชนและอ นเทอร เน ตของ น กศ กษาและบ คลากรเป นการเป ดร บข อม ลข าวสารเพ อสนองความต องการของตน น กศ กษาและบ คลากร ต องการข อม ลข าวสารจากส อมวลชนในประเภทบ นเท งและข าวมากท ส ด น กศ กษาและบ คลากรน ยมเป ดร บ ข อม ลข าวสารด านบ นเท งผ านส อมวลชนประเภทภาพยนตร ว ทย และโทรท ศน และเป ดร บข อม ลข าวสาร เก ยวก บข าวต าง ๆ ผ านทางส งพ มพ มากท ส ด น กศ กษาและบ คลากรม ความต องการแสวงหาข อม ลข าวสาร ผ านอ นเทอร เน ตในเร องเก ยวก บการศ กษาค นค า ว ทยาศาสตร เทคโนโลย และบ นเท งตามล าด บ บร การ อ นเทอร เน ตท น กศ กษาและบ คลากรใช มากท ส ดค อ เว ลด ไวด เว บ ไปรษณ ย อ เล กทรอน กส และถ ายโอน แฟ มข อม ลประเภทซอฟต แวร เพ อมาใช งานข อจ าก ดและป ญหาอ ปสรรคในการใช อ นเทอร เน ตของน กศ กษา และบ คลากรท สาค ญ ค อ ป ญหาการส อสารม ความเร วต า มห ฐพล อร ณสว สด [33] ได ศ กษา สภาพ ป ญหาและความต องการ การใช บร การของผ ใช อ นเทอร เน ตผ านเคร อข ายจ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ยภายใต โดเมนเน ตเส ร ฟ กล มต วอย าง ค อ สมาช กของ ศ นย บร การเคร อข ายจ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย ในส วนกลาง จานวน 584 คน โดยเป นอาจารย 266 คน และ เป นน ส ต 318 คน เคร องม อท ใช ในการว จ ย เป นแบบสอบถามอย างม โครงสร าง ว เคราะห ข อม ล โดยการหา ค าร อยละ ค าเฉล ย และส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน ผลการว จ ยพบว า 1)ผ ใช บร การส วนใหญ ใช เคร อง คอมพ วเตอร ของคณะซ งต อตรงก บศ นย บร การโดยต ดต อผ านระบบWindows 95 ช วงเวลาท ใช บร การค อ น. มากท ส ด โดยต ดต อเข าศ นย บร การ 1-2 คร งต อส ปดาห และส วนใหญ ใช เวลา 1-2 ช วโมงในการใช บร การต ดต อ 1 คร ง ผ ใช บร การใช ไปรษณ ย อ เล กทรอน กส มากท ส ด รองลงมาได แก การ ค นหาข อม ลและแฟ มข อม ล 2) ป ญหาในการใช อ นเทอร เน ต ผ านเคร อข ายจ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ยท ผ ใช บร การพบมากท ส ดค อ การส อสารม ความเร วต า ไม สามารถจ ดส งไปรษณ ย อ เล กทรอน กส ได ศ นย บร การ ให บร การถ ายโอนแฟ มข อม ลด วยความเร วต า ศ นย บร การ Telnet ข ดข องท าให ไม สามารถเข าใช บร การได ใช เวลานานในการค นหาข อม ลจากเว ล ดไวด เว บ และไม พบกล มข าวท ต องการ 3) ผ ใช บร การส วนใหญ ต องการเพ มค สายโทศ พท เพ อต ดต อก บศ นย บร การและเพ มความเร วในการเช อมต อในระด บมากท ส ด ต องการใช บร การไปรษณ ย อ เล กทรอน กส และการค นหาข อม ลและแฟ มข อม ลในระด บมากท ส ด เพ มเน อท ในการเก บจดหมายในพ นท ส วนต วของผ ใช บร การมากท ส ด เพ มจ านวนแฟ มข อม ล ขยายเวลาในการเก บ ข อม ล เพ มเน อท ในการเก บข อม ล และเพ มความเร วในการถ ายโอนแฟ มข อม ลในระด บมากท ส ด เพ ม ช องทางในการเช อมโยง องอาจ ฤทธ ทองพ ท กษ [34] ได ศ กษา พฤต กรรมการส อสารผ านระบบเว ลด ไวด เว บของน กศ กษา ในเขตกร งเทพมหานคร โดยม ว ตถ ประสงค เพ อศ กษาพฤต กรรมการส อสารผ านระบบเว ลด ไวด เว บของ 15

19 น กศ กษา การใช ประโยชน จากข อม ลข าวสารท เป ดร บ ความแตกต างด านล กษณะทางประชากรของ น กศ กษาก บพฤต กรรมการส อสารผ านระบบเว ลด ไวด เว บ และความส มพ นธ ระหว างค ณล กษณะทาง นว ตกรรมก บพฤต กรรมการส อสารผ านระบบเว ลด ไวด เว บของน กศ กษา โดยกล มต วอย างเป นน กศ กษา มหาว ทยาล ยในเขตกร งเทพฯ 5 แห ง จ านวนท งส น 393 คน เก บข อม ลโดยใช แบบสอบถาม ผลการว จ ย พบว า ส วนใหญ ใช อ นเทอร เน ตท มหาว ทยาล ยและร บเน อหาประเภทบ นเท งมากท ส ด น กศ กษาเพศชายใช มากกว าเพศหญ ง และน กศ กษาท อาย น อยใช มากกว าน กศ กษาท ม อาย มาก นอกจากน นน กศ กษาค อนข าง พ งพอใจต อร ปแบบและประเภทของเน อหาของเว ลด ไวด เว บ และใช ประโยชน จากระบบเว ลด ไวด เว บเพ อ พ ฒนาต วเองด านว ชาการ เรวด คงส ภาพก ล [4] ได ศ กษา การใช ระบบอ นเทอร เน ตของน กศ กษาในเขตกร งเทพมหานครโดยม ว ตถ ประสงค เพ อ ศ กษาสถานภาพการใช ระบบอ นเทอร เน ตในมหาว ทยาล ย ความร ท ศนคต และประโยชน ของการนาอ นเทอร เน ตมาใช ในทางการศ กษา จากการส มภาษณ เช งล กและการส ารวจโดยใช แบบสอบถาม ผลการว จ ยพบว า ต วแปรท ม อ ทธ พลต อการเข าใช ระบบ ค อ การต ดต อส อสารก นระหว างเพ อนและ สาขาว ชาท ศ กษา ในขณะท การม คอมพ วเตอร ส วนต วม ความส มพ นธ ก บเร องด งกล าวในระด บต า และส วน ใหญ น กศ กษากล มส งคมศาสตร และมน ษยศาสตร โดยใช งานระบบอ นเทอร เน ตในการแลกเปล ยนความ ค ดเห นก บเพ อมากกว ากล มว ทยาศาสตร ท ใช อ นเทอร เน ตเพ อค นคว าหาข อม ลทางว ชาการและงานว จ ย ท ศนคต เก ยวก บการใช ระบบ น กศ กษาเห นว า ระบบม การใช ในความต าเม อม การใช พร อม ๆ ก น ต องม ระบบช วยแก ป ญหา อาไพศร โสประท ม [3] ได ศ กษา พฤต กรรมการเป ดร บข อม ลข าวสาร และป จจ ยบางประการท ม ผล ต อกรยอมร บส อคอมพ วเตอร ระบบอ นเทอร เน ต ของผ ใช คอมพ วเตอร ในเขตกร งเทพมหานคร โดยใช แบบสอบถามเป นเคร องม อในการเก บข อม ลก บกล มต วอย าง จ านวน 224 ต วอย าง ผลการว จ ยพบว า ส อ บ คคลเป นส อท ม อ ทธ พลต อการยอมร บอ นเทอร เน ตมากกว าส อมวลชนและส อเฉพาะก จส อมวลชนม ความส มพ นธ ก บความพ ในการใช ความจ าเป นในการใช การต ดต อส อสารในงานธ รก จป จจ บ น ขณะท ส อ เฉพาะก จม ความส มพ นธ ก บความถ ในการใช สภาพ ทางเศรษฐก จและส งคมม ความส มพ นธ ก บการยอมร บ อ นเทอร เน ต การศ กษาม ความส มพ นธ ก บการท อ นเทอร เน ตช วยในการท างาน รายได ต อเด อนม ความส มพ นธ ก บความต องการใช ในอนาคต ค ณล กษณะของอ นเทอร เน ต ม ความส มพ นธ ก บการยอมร บ อ นเทอร เน ต และความท นสม ยของบ คคลม ความส มพ นธ ก บการยอมร บอ นเทอร เน ต สมเล ก ล ลาประท กษ [35] ได ศ กษา การใช อ นเทอร เน ตเพ อการศ กษาค นคว าและว จ ย ของ น กศ กษาระด บบ ณฑ ตศ กษา มหาว ทยาล ยรามค าแหง ว ตถ ประสงค เพ อศ กษาถ งสภาพป ญหาการใช อ นเทอร เน ต 3 ด าน ได แก ป ญหาด านท เก ดจากน กศ กษา ด านการให บร การ ด านอ ปกรณ เช อมต อและ โปรแกรมใช งาน รวมท งศ กษาเปร ยบเท ยบป ญหาการใช อ นเทอร เน ตด านท เก ดจากน กศ กษาระหว าง น กศ กษาท อย ต างคณะก นม พ นฐานความร ทางคอมพ วเตอร ก บพ นความร ภาษาอ งกฤษต างก นต วแปรท ศ กษาประกอบด วย ต วแปรอ สระ ได แก คณะท น กศ กษาส งก ดอย พ นฐานความร ทางคอมพ วเตอร พ น ความร ภาษาอ งกฤษ ต วแปรตาม ได แก สภาพป ญหาการใช อ นเทอร เน ตเพ อการศ กษาค นคว าและว จ ย ประชากรท ใช ในการว จ ยได แก น กศ กษาระด บบ ณฑ ตศ กษา มหาว ทยาล ยรามค าแหง ในป การศ กษา ใน 7 คณะ ผลการว จ ยพบว า ระด บป ญหาการใช อ นเทอร เน ตของน กศ กษาระด บบ ณฑ ตศ กษาเฉล ย ท กด านอย ในระด บปานกลาง ซ งเม อท าการเปร ยบเท ยบระด บป ญหาเฉพาะด านท เก ดจากน กศ กษา พบว า น กศ กษาท ศ กษาในคณะต างก นจะม ป ญหาการใช อ นเทอร เน ตแตกต างก นอย างม น ยส าค ญท ระด บ 0.05 โดย น กศ กษาคณะมน ษยศาสตร จะม ระด บป ญหาแตกต างก บน กศ กษาคณะน ต ศาสตร และคณะศ กษาศาสตร อย างม น ยส าค ญท ระด บ 0.05ส วนน กศ กษาคณะอ นม ป ญหาการใช อ นเทอร เน ตของน กศ กษาท ม พ น ฐานความร ทางคอมพ วเตอร และภาษาอ งกฤษต างก น จะแตกต างก นอย างม น ยส าค ญท ระด บน ยส าค ญ

20 สร ปได ว าสภาพป ญหาท เก ดข นเป นผลโดยตรงจากต วแปรพ นความร ทางคอมพ วเตอร หร อพ นความร ภาษาอ งกฤษของน กศ กษา ม ใช ผลจากการท ต วแปรท งสองม ปฎ ส มพ นธ ก น หรรษา วงศ ธรรมก ล [36] ได ศ กษา การใช ประโยชน และความพ งพอใจต อเทคโนโลย สารสนเทศ ระบบเคร อข ายอ นเทอร เน ต ของน กศ กษามหาว ทยาล ยธรรมศาสตร เป นการว จ ยเช งส ารวจ โดยใช แบบสอบถามประชากรท ศ กษาได แก น กศ กษาระด บปร ญญาตร ท ศ กษาในมหาว ทยาล ยธรรมศาสตร ท กคณะ ท เป ดสอนไม น อยกว า 4 ป จ านวน 12 คณะ แบ งกล มต วอย างออกเป น 2 กล มว ชา ค อกล มว ชา ส งคมศาสตร และมน ษยศาสตร ก บกล มว ชาว ทยาศาสตร ผลการว จ ยพบว า น กศ กษา มหาว ทยาล ยธรรมศาสตร ม การใช ประโยชน จากระบบอ นเทอร เน ตท วไปในระด บไม ส งแต ม ความพ งพอใจ จากการใช ระด บส ง น กศ กษาท ศ กษาในกล มว ชาส งคมศาสตร และมน ษยศาสตร ก บกล มว ทยาศาสตร ม การ ใช ประโยชน จากระบบอ นเทอร เน ตท วไป เพ อสนทนาแลกเปล ยนผ านหน าจอคอมพ วเตอร เพ อการส ง ไปรษณ ย อ เล กทรอน กส เพ อการค นหาข อม ลจากห องสม ดต าง ๆ และเพ อหาความบ นเท งไม แตกต างก น แต ใช เพ อค นหาข อม ลเพ อท ารายงานประกอบการศ กษา เพ อการศ กษาหาข อม ลข าวสารต าง ๆ แตกต างก นไป และน กศ กษาท งสองกล มว ชา ม ความพ งพอใจจากการใช ในเร องต าง ๆ ด งกล าวไม แตกต างก น แต ม ความถ ในการใช แตกต างก น ป ญหาและอ ปสรรคต อการใช ค อ ความไม เพ ยงพอของเคร อง ความสามารถท จ าก ด ของเคร อง ป ญหาช วงเวลาท ใช ไม เพ ยงพอก บความต องการความจ าก ดของจ านวนเลขหมายโทรศ พท ท เร ยก เข าระบบเคร อข ายอ นเทอร เน ตของมหาว ทยาล ย อรพ น จ รว ฒนศ ร [37] ได ศ กษา การใช ประโยชน จากส ออ นเทอร เน ตของน กศ กษาปร ญญาโท ศ กษาเปร ยบเท ยบระหว างมหาว ทยาล ยของร ฐและเอกชนในเขตกร งเทพมหานคร โดยม ว ตถ ประสงค เพ อ 1. ศ กษาป จจ ยท ม ผลต อการใช ประโยชน จากส ออ นเทอร เน ต 2.ศ กษาเปร ยบเท ยบการใช ประโยชน และการ ได ร บประโยชน 3.ศ กษาเปร ยบเท ยบความน าเช อถ อของส ออ นเทอร เน ต ของน กศ กษาปร ญญาโท มหาว ทยาล ยร ฐและเอกชนในเขตกร งเทพมหานคร โดยใช แบบสอบถามเก บต วอย างจากมหาว ทยาล ยร ฐ 5 แห ง และมหาว ทาล ยเอกชน 5 แห ง ในเขตกร งเทพมหานคร จ านวนท งส น 250 ช ด ผลการว จ ยพบว า 1. ป จจ ยท ม ผลต อการใช ประโยชน จากส อ อ นเทอร เน ต ได แก อาย อาช พ เพศ ความเป นเจ าของส อ และ ท กษะการใช ส อ ส วนรายได ไม ม ผลต อการใช ประโยชน แต อย างใด 2.การใช ประโยชน และการได ร บ ประโยชน จากส ออ นเทอร เน ตเพ อการศ กษา พบว าส วนใหญ ใช ประโยชน ด านอ นๆ มากกว าการศ กษา แต เม อเปร ยบเท ยบก นแล ว น กศ กษามหาว ทยาล ยร ฐจะใช เพ อการศ กษามากกว าน กศ กษามหาว ทยาล ยเอกชน ส วนการได ร บประโยชน พบว า ท งสองได ร บประโยชน เพ อการศ กษาค อนข างมาก โดยเห นว า อ นเทอร เน ต เป นฐานข อม ลการศ กษาท กว างและหลากหลาย ตลอดจนท าให เก ดการเร ยนร และศ กษาได ด วยตนเอง ส วน ประโยชน ท ย งได ร บน อยอย ค อ การน ามาใช อ างอ งในรายงานหร องานว จ ย 3.ความน าเช อถ อของส อ อ นเทอร เน ต ท งสองให ความน าเช อถ อในส ออ นเทอร เน ตค อนข างมากในเร องของ ความร ความสามารถและ ความคล องต วของส อ แต ให ความน าเช อถ อในเร องของความไว วางใจต า ส วนป ญหาท พบจากการใช อ นเทอร เน ต 5 ประเด นแรก ค อ การดาวน โหลดข อม ลจากอ นเทอร เน ตใช เวลานาน ไม พบข อม ลท ต องการ ใช ประโยชน ต ดต อแม ข ายไม ได ไม ถน ดในการใช ภาษาต างประเทศและอ ตราค าบร การส งเก นไป เพ ญนภา จวนช ยนาท [38] ได ศ กษา การศ กษาสภาวะการใช และการส งเสร มการใช ข อสนเทศจาก ระบบอ นเทอร เน ตเพ อการศ กษาในสถาบ นอ ดมศ กษา : กรณ ศ กษา มหาว ทยาล ยเทคโนโลย พระจอมเกล า ธนบ ร ประชากรท ใช ในการศ กษา ได แก น กศ กษา อาจารย เจ าหน าท และน กว จ ยของมหาว ทยาล ย ใช แบบสอบถามในการเก บข อม ล ผลการว จ ยพบว า แก น กศ กษา อาจารย เจ าหน าท และน กว จ ยส วนใหญ ม ความสนใจและม ความสามารถในการใช อ นเทอร เน ต โดยม ผ ใช อ นเทอร เน ตร อยละ 71.9 ล กษณะการใช ส วนใหญ เป นการส บค นสารสนเทศร อยละ 83.3 และส วนใหญ เป นข อสนเทศทางการศ กษา ร อยละ 45.0 ศ นย คอมพ วเตอร ได ส งเสร มการใช อ นเทอร เน ตโดยให ส ทธ เข าเป นสมาช กส าหร บท กคนในมหาว ทยาล ย โดย 17

21 ไม จาก ดปร มาณการใช และไม ค ดค าบร การตลอดจนม การปร บปร งบร การ จ ดทาเอกสารค ม อการใช งาน และ จ ดอบรมอ นเทอร เน ตเป นระยะ ๆป ญหาและอ ปสรรคจากการใช พบว า การใช อ นเทอร เน ตในมหาว ทยาล ย ม ป ญหาเก ยวก บประส ทธ ภาพของระบบในด านของความเร ว ปร มาณและความพร อมของเคร อง คอมพ วเตอร ท ให บร การการส งเสร มการใช ด านต าง ๆ ย งม น อย เวน จ หงษา [39] ได ศ กษา การใช และการยอมร บอ นเทอร เน ตของอาจารย และน ส ตมหาว ทยาล ย มหาสารคาม พบว า น ส ตส วนใหญ ร จ กระบบเคร อข ายอ นเทอร เน ตจากการเร ยนการสอนในห องเร ยน และม ท กษะพ นฐานจากเพ อ การใช ระบบเคร อข ายอ นเทอร เน ตโดยเฉล ยมากท ส ด 1 ถ ง 2คร งต อส ปดาห ในแต ละ คร งใช เวลาประมาณ 1 2 ช วโมง ในช วงเวลา น. สาเหต ท น ส ตใช เวลาด งกล าวเพราะเป น ช วงเวลาท ตนเองว าง ซ งบร การท ใช มากท ส ด ค อ การใช จดหมายอ เล กทรอน กส ในการต ดต อส อสาร นอกจากน น ส ตม การยอมร บส ออ นเทอร เน ตในข นสนใจ เม อพ จารณาเป นรายด าน พบว า อย ในข นประเม น 1 ด าน ค อ ด านล กษณะสาค ญของอ นเทอร เน ต อย ในข นสนใจ 2 ด าน ค อ ด านว สด อ ปกรณ ท จ าเป นส าหร บ อ นเทอร เน ต และด านร ปแบบการให บร การของอ นเทอร เน ต เดชศ กด ศานต ว ว ฒน และคณะ [40] ได ศ กษา การใช บร การส บค นสารน เทศผ านเคร อข าย อ นเทอร เน ตของน กศ กษาในหอสม ดกลาง มหาว ทยาล ยขอนแก น ม ว ตถ ประสงค เพ อศ กษาสภาพการใช ป ญหาและอ ปสรรค ตลอดจนศ กษาถ งข อเสนอแนะในการใช บร การส บค นสารน เทศผ านเคร อข าย อ นเทอร เน ตของน กศ กษาในหอสม ดกลาง มหาว ทยาล ยขอนแก น โดยใช แบบสอบในการรวบรวมเก บข อม ล กล มต วอย างท ใช ได แก น กศ กษามหาว ทยาล ยขอนแก นท ใช บร การส บค นสารน เทศผ านเคร อข าย อ นเทอร เน ต ของหอสม ดกลาง ในภาคการศ กษาปลาย ป การศ กษา 2541 จ านวน 392 จ านวน 392 คน และส มกล มต วอย างว ธ การส มต วอย างแบบง าย ผลการว จ ยพบว าน กศ กษาใช อ นเทอร เน ต เพ อการ ต ดต อส อสารเป นจ านวนส งส ด สาเหต ท ใช บร การเน องจากเห นว าอ นเทอร เน ตเป นแหล งความร อ นท นสม ย จานวนส งส ด ร อยละ 84.0 รองลงมาม สาเหต มาจากม ข อม ลมากมายในเคร อข ายอ นเทอร เน ต ร อยละ 82.4 ความถ ในการใช บร การส งส ดค อ 2-3 ว น ต อส ปดาห ร อยละ 42.3 รองลงมาค อส ปดาห ละคร ง ร อยละ 18.9 ประเภทของบร การท ใช มากท ส ดค อเว ลด ไวด เว บ และบร การ & Telnet ในจ านวนเท าก น ร อยละ 85.0 ในการส บค นสารน เทศจาก เว ลด ไวด เว บ น กศ กษาได ท อย เว บไซต เว บจากหน งส อมากท ส ด ร อยละ 44.9 แหล งสารสนเทศจาก เว ลด ไวด เว บท ส บค น พบว า ข าวสารและเหต การณ ป จจ บ น เป น แหล งสารน เทศท ส บค นมากท ส ด ร อยละ 61.6 รองลงมาค อ ข อม ลเก ยวก บ ผล ตภ ณฑ และบร การ ร อยละ 40.7 ป ญหาในการใช พบว า ระบบอ นเทอร เน ตของมหาว ทยาล ยล าช า ต องใช เวลานานในการรอบข อม ล มากท ส ด ร อยละ 71.7 รองลงมาค อ ไม ทราบ Login และ Password เพ อเข าไปส เคร องคอมพ วเตอร อ น ๆ บนเคร อข าย ร อยละ 55.9 ป ญหาต อเจ าหน าท ท ให บร การ พบว า เจ าหน าท ม เวลาน อยในการให บร การมาก ท ส ด ร อยละ32.0 ป ญหาท ม ต ออ ปกรณ และส งอ านวยความสะดวกในการส บค นสารน เทศพบว า เคร อง คอมพ วเตอร ท ให บร การม จานวนจาก ด ต องรอนานเป นป ญหาท พบส งส ด ร อยละ 86.1 รองลงมาค อ เคร อง ท ให บร การข ดข องบ อย ร อยละ 65.6 ส วนข อเสนอแนะท ได ค อให เพ มจ านวนเคร องคอมพ วเตอร ในการ ให บร การมากท ส ด ร อยละ 86.1 รองลงมาค อ เพ มความเร วระบบอ นเทอร เน ตของมหาว ทยาล ย ร อยละ 80.8 ควรจ ดอบรมการส บค นสารน เทศผ านเคร อข ายอ นเทอร เน ต และเพ มเวลาการใช บร การ ร อยละ 63.5 เท าก น ว ลาว ณย โต ะเอ ยม [41] ได ศ กษา ความพ งพอใจของน กศ กษาปร ญญาตร ในการใช บร การ อ นเทอร เน ต ในหอสม ดกลางมหาว ทยาล ยขอนแก น กล มต วอย างท ใช ในการว จ ย ค อ น กศ กษาปร ญญาตร ภาคปกต และภาคสมทบท เข าใช บร หารอ นเทอร เน ตในหอสม ดกลางมหาว ทยาล ยขอนแก น จ านวน 298 คน ผลการว จ ยพบว า ผ ใช บร การเป นเพศชายมากกว าเพศหญ งส วนใหญ เป นน กศ กษาช นป ท 4 กล มคณะว ชา มน ษยศาสตร ส งคมศาสตร มากท ส ด ม ประสบการณ ในการใช บร การอ นเทอร เน ต 6 เด อน ใช บร การ 18

22 เว ลด ไวด เว บมากท ส ด ว ตถ ประสงค ในการใช เพ อการต ดต อส อสารและม ว ธ การเร ยนร การใช อ นเทอร เน ต จากค าแนะน าของเพ อนมากท ส ด ม ความถ ในการใช บร การอ นเทอร เน ต 2-3 คร งต อส ปดาห ช วงเวลาท เข าใช บร การมากท ส ด ค อ ช วงเวลา16.30 เป นต นไป น กศ กษาส วนใหญ ม ความพ งพอใจในการใช บร การใน ระด บกลาง เม อจ าแนกเป นรายด านพบว า ผ ใช ม ความพ งพอใจในระด บปานกลาง ได แก ด านการให บร การ ด านฮาร ดแวร ด านซอฟต แวร และด านความสามารถของระบบเคร อข าย เม อพ จารณาเป นรายข อ พบว า ผ ใช ม ความพอใจในระด บมาก ได แก ด านกฎระเบ ยบ ข อบ งค บในการใช บร การ และประส ทธ ภาพของ เคร องส ารองไฟฟ า ผ ใช ม ป ญหาในระด บปานกลาง ในด านการให บร การ ด านฮาร ดแวร ซอฟต แวร และม ป ญหาในระด บมาก ในด านความสามารถของคอมพ วเตอร และระบบเคร อข าย การก าหนดระยะเวลาในการ ใช บร การท น อยเก นไปจานวนเคร องคอมพ วเตอร และโปรแกรมท จ ดให บร การม ไม เพ ยงพอ ข อเสนอแนะของ ผ ใช บร การ พบว า ด านการให บร การ ควรเพ มเวลาในการใช ให มากท ส ดด านฮาร ดแวร ควรเพ มจ านวน เคร องคอมพ วเตอร ให มากท ส ด ด านซอฟต แวร ควรเพ มโปรแกรมในการให บร การ และด านความสามารถ ของระบบเคร อข ายควรปร บปร งแก ไขความเร วของระบบมากท ส ด จ ราพรรณ สว สด พงษ [42] ได ศ กษา การใช บร การส บค นข อม ลผ านบร การเว ลด ไวด เว บในห องสม ด กลางมหาว ทยาล ยเช ยงใหม ม ว ตถ ประสงค เพ อศ กษาสภาพการใช บร การ ป ญหา และความต องการของ ผ ใช บร การส บค นข อม ลผ านบร การเว ลด ไวด เว บในหอสม ดกลางมหาว ทยาล ยเช ยงใหม กล มต วอย างท ใช ใน การศ กษา ได แก ผ ใช บร การส บค นข อม ลผ านบร การเว ลด ไวด เว บในห องสม ดกลางมหาว ทยาล ยเช ยงใหม ระหว างเด อนต ลาคม - ธ นวาคม 2541 จ านวน 650 คน ซ งได จากการส มแบบ Simple Random Sampling โดยใช แบบสอบถามเป นเคร องม อในการว จ ยผลการศ กษาพบว าผ ใช บร การส บค นข อม ลผ าน บร การเว ลด ไวด เว บในห องสม ดกลางมหาว ทยาล ยเช ยงใหม ส วนใหญ เป นน กศ กษาปร ญญาตร เพศหญ ง ส งก ดสาขาว ชาส งคมศาสตร และมน ษยศาสตร ม พ นความร ทางคอมพ วเตอร ม ว ตถ ประสงค ในการใช บร การ ส บค นข อม ลต าง ๆ โดยท วไป ใช บร การส ปดาห ละ 1-2 คร ง และใช บร การคร งละหน งช วโมง ผ ใช บร การ ส วนใหญ ทราบว ธ การส บค นข อม ลด วยการเร ยนร ด วยตนเองใช เว บไซต ประเภทความร และการศ กษามาก ท ส ด ข อม ลท ได จากการส บค นส วนใหญ เป น รายละเอ ยดทางบรรณาน กรมและสาระส งเขป ล กษณะกร ส บค น ผ ใช บร การส วนใหญ ส บค นข อม ลมากกว า 1 เว บไซต ในเวลาเด ยวก น และส วนใหญ ไม เคยส บค น ข อม ลผ านโฮมเพจของส าน กหอสม ดมหาว ทยาล ยเช ยงใหม ผ ใช บร การม ความพอใจในเอกสารแนะน า เว บไซต ท ห องสม ดทาไว บร การ และม ความเห นเก ยวก บระบบการจองเวลาเพ อใช บร การว า ไม ควรวางบ ตร ประจ าต วเพ อใช บร การ ส าหร บป ญหาในการใช บร การพบว า ป ญหาคอมพ วเตอร ท ใช บร การจ านวนไม เพ ยงพอต อความต องการ และป ญหาความเร วในการาด งข อม ลท เป นไปอย างล าช า เป นป ญหาท ผ ใช บร การ ม ป ญหาระด บมาก ส วนความต องการในการใช บร การ พบว า เอกสารแนะน าเว บไซต ท น าสนใจ การส งอ เมล การให บร การในระบบม ลต ม เด ยซ งประกอบด วยข อความภาพ และเส ยง การเพ มความเร วในการส บค น และการเพ มจานวนคอมพ วเตอร ท ให บร การเป นส งท ผ ใช บร การม ความต องการระด บมาก ร ตนาภรณ นะขาว [43] ได ศ กษา สภาพป ญหาและความต องการใช บร การของผ ใช บร การ อ นเทอร เน ตเคร อข ายนนทร พบว า ผ ใช บร การส วนใหญ ใช คอมพ วเตอร ส วนต วต ดต อเข าสถานบร การโดย ต ดต อผ านระบบ Windows 95 ช วงเวลาท ใช บร การมากท ส ดค อ น. โดยต ดต อเข าสถาน บร การ มากกว า 6 คร งต อส ปดาห ซ งส วนใหญ ใช เวลา 1-2 ช วโมงต อคร ง ความพอใจในการให บร การของ เคร อข ายนนทร อย ในระด บปานกลางถ งมาก ผ ใช บร การใช ไปรษณ ย อ เล กทรอน กส มากท ส ด รองลงมาได แก การค นหาข อม ลและแฟ มข อม ล ป ญหาการใช บร การอ นเทอร เน ตผ านเคร อข ายนนทร ค อ การส อสารท ถ ก ลดความเร วลง ไม สามารถจ ดส งไปรษณ ย อ เล กทรอน กส ได ในขณะน น สถาน บร การให บร การถ ายโอน แฟ มข อม ลด วยความเร วต า ม ผ เข าใช บร การในระบบจ านวนมาก ท าให ไม สามารถต ดต อเข าใช บร การได ใช เวลานานในการค นหาข อม ลและแฟ มข อม ลและไม พบกล มข าวท ต องการ ผ ใช บร การต องการให บ คลากรของ 19

23 มหาว ทยาล ยม ความร ความสามารถใช งานอ นเทอร เน ตได การใช บร การไปรษณ ย อ เล กทรอน กส การค นหา ข อม ลและแฟ มข อม ล และบร การส อสารระบบออนไลน ความต องการด านอ น ๆ ค อ ต องการเพ มค สายเพ อ ต ดต อเข าสถาน บร การ เพ มความเร วในการค นหา ข อม ลและแฟ มข อม ล นอกจากน ข าราชการและน ส ตม สภาพป ญหาและความต องการใกล เค ยงก นในการใช บร การอ นเทอร เน ตผ านเคร อข ายนนทร ศ ร พร ศร เชล ยง [44] ได ศ กษา การใช สารสนเทศจากอ นเทอร เน ตของผ ใช บร การในสถาบ นราชภ ฏ กล มต วอย างท ท ใช ในการว จ ย ค อ อาจารย และน กศ กษาของสถาบ นราชภ ฏท ง 36 แห งในป การศ กษา 2542 จ านวน 3,921 คน ต วแปรต นได แก เพศ คณะ ช นป ต าแหน งทางว ชาการว ฒ ทางการศ กษา ช วโมงสอน / ส ปดาห ต วแปรตามได แก การใช สารสนเทศจากอ นเทอร เน ตเพ อการเร ยนของน กศ กษา และการใช สารสนเทศจากอ นเทอร เน ตเพ อการสอนและการว จ ยของอาจารย ผลการว จ ยจากกล มต วอย างท เป น น กศ กษา พบว า ในด านสภาพการใช น กศ กษาสถาบ นราชเคยใช อ นเทอร เน ต ร อยละ และไม เคยใช อ นเทอร เน ต ร อยละ ว ตถ ประสงค ของการมากท ส ดสามอ นด บแรก ได แก เพ อน าสารสนเทศมาใช ใน การเร ยน ร อยละ รองลงมา เพ อความสน กสนานและความบ นเท ง ร อยละ และเพ อน า สารสนเทศมาพ ฒนาความร ร อยละ 63.23ตามลาด บ และใช บร การอ นเทอร เน ตจากห องสม ดมากท ส ด ร อย ละ รองลงมาค อ ห องคอมพ วเตอร ของสถาบ น ร อยละ และใช ท คณะร อยละ ตามล าด บ ในด านการใช สารสนเทศจากอ นเทอร เน ตของน กศ กษาเพ อการเร ยน พบว า อย ในระด บปาน กลาง โดยน กศ กษาเห นว า สารสนเทศม ความท นสม ยมากท ส ด รองลงมาค อ สารสนเทศม การน าเสนอใน ร ปแบบท แปลกใหม และสามารถค นหาได จากแหล งต าง ๆ ท วโลก ในส วนของป ญหาการใช สารสนเทศจาก อ นเทอร เน ต พบว า ม ป ญหาอย ในระด บกลาง ข อท ม ป ญหามากท ส ดค อ จานวนเคร องท ให บร การไม เพ ยงพอ รองลงมาค อ น กศ กษาม เวลาว างน อยไม สามารถมาใช ได และเคร องคอมพ วเตอร แม ข าย(Server) ข ดข อง บ อย นอกจากน น กศ กษาต องการให ม การส งเสร มการใช ในระด บมาก อ นด บแรกได แก จ ดหาเคร อง คอมพ วเตอร ท ม ค ณภาพให บร การอย างเพ ยงพอ จ ดอบรมการใช อย างต อเน องและจ ดบ คลากรคอยให คาปร กษาเก ยวก บการใช บร การต าง ๆ จากอ นเทอร เน ต ว ร ญชนา จ าป กลาง [45] ได ศ กษา สภาพและป ญหาการใช อ นเทอร เน ตเพ อการศ กษาของอาจารย และน ส ตมหาว ทยาล ยมหาสารคาม การว จ ยคร งน ม ความม งหมายเพ อศ กษาสภาพ และเปร ยบเท ยบป ญหา การใช อ นเทอร เน ตเพ อการศ กษา 4 ด าน ค อ ด านฮาร ตแวร ด านซอฟต แวร ด านบ คลากรผ ให บร การ และ ด านองค ประกอบสน บสน นอ น ๆ ของอาจารย และน ส ตมหาว ทยาล ยมหาสารคามจ านวน 753 คน ด วย ว ธ การส มแบบบ งเอ ญ เคร องม อท ใช ในการเก บรวบรวมข อม ลค อแบบสอบถาม ผลการว จ ยพบว า อาจารย และน ส ตมหาว ทยาล ยมหาสารคามส วนใหญ ใช บร การไปรษณ ย อ เล กทรอน กส มากท ส ด อาจารย และน ส ต ศ กษาการใช ด วยตนเองจากหน าจอ ใช บร การเฉล ย 1-2 ช วโมง ช วงเวลาท ใช ค อ น. เพราะ เป นเวลาท ว าง อาจารย น ส ตระด บปร ญญาตร น ส ตระด บปร ญญาโท ท จ าแนกตามกล มว ชาและสถานท เร ยน ม ป ญหาการใช อ นเทอร เน ตเพ อการศ กษาโดยรวมและรายด านอย ในระด บปานกลาง ยกเว นอาจารย ม ป ญหาด านฮาร ตแวร ด านซอฟท แวร และด านบ คลากรผ ให บร การอย ในระด บน อย ส วนน ส ตปร ญญาตร ม ป ญหาด านบ คลากรผ ให บร การ และด านองค ประกอบสน บสน นอ น ๆ อย ในระด บมาก น ส ตระด บปร ญญา ตร และปร ญญาโทม ป ญหาการใช อ นเทอร เน ตเพ อการศ กษาโดยรวมและรายด านมากกว าอาจารย มหาว ทยาล ย โดยน ส ตระด บปร ญญาตร ม ป ญหาการใช อ นเทอร เน ตด านองค ประกอบสน บสน นอ น ๆ มากกว าน ส ตระด บปร ญญาโท อาจารย และน ส ตกล มว ชามน ษยศาสตร และส งคมศาสตร ม ป ญหาการใช อ นเทอร เน ตเพ อศ กษาโดยรวมและด านองค ประกอบสน บสน นอ น ๆมากกว าน ส ตท ศ กษาท มหาว ทยาเขต นครพนม ส วนน ส ตท ศ กษาท ศ นย พ ฒนาการศ กษาอ ดรธาน และท ว ทยาเขตนครพนม ม ป ญหาการใช อ นเทอร เน ตเพ อการศ กษาไม ต างก นมงคล ต นส วรรณ [46] ได ศ กษา สภาพและป ญหาการใช อ นเทอร เน ต ของน ส ตมหาว ทยาล ยมหาสารคาม ว ทยาเขตนครพนม และศ นย พ ฒนาการศ กษาอ ดรธาน ม ว ตถ ประสงค 20

24 เพ อศ กษาสภาพและป ญหาการใช อ นเทอร เน ตของน ส ตมหาว ทยาล ยมหาสารคาม จ านวน 444 คน ประกอบด วยน ส ตจากว ทยาเขตนครพนม จ านวน 147 คน และศ นย พ ฒนาการศ กษาอ ดรธาน จ านวน 297 คนเคร องม อท ใช ในการเก บรวบรวมข อม ล ค อ แบบสอบถามท ผ ศ กษาค นคว าสร างข น เป นแบบสอบถาม แบบส ารวจ จ านวน 12 ข อ และเป นแบบมาตราส วนประมาณค า จ านวน 12 ข อม ค าอ านาจจ าแนก 0.42 ถ ง 0.70 และม ค าความเช อม นท งฉบ บ เท าก บ 0.86 สถ ต ท ใช ในการว เคราะห ข อม ล ค อ ค าร อยละ ค าเฉล ย และค าส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน ผลการว จ ยพบว า น ส ตว ทยาเขตนครพนมและน ส ตระด บปร ญญาโท ว ชาเอก เทคโนโลย การศ กษาและเอกบร หารการศ กษาสภาพการใช อ นเทอร เน ตของน ส ต ปรากฏด งน น ส ตใช อ นเทอร เน ตท สถาบ นมากกว าท บ านและใช บร การร ายให บร การอ นเทอร เน ตน อยท ส ด ส วนใหญ เส ย ค าธรรมเน ยมสมาช กให ก บสถาบ น 100บาท เน องจากเห นประโยชน ในการเร ยนของตนเอง ม ว ตถ ประสงค ในการเข าใช เพ อการเร ยนการสอนน ส ตเร ยนร การใช อ นเทอร เน ตจากเพ อนและศ กษาด วยตนเอง เข าใช บร การอ นเทอร เน ตส บค นหาข อม ลด วยตนเองในช วงท น ส ตว าง ส ปดาห ละ 1-3 คร ง โดยแต ละคร งใช ระยะเวลา 1-2ช วโมง ในช วงเวลา น. ม ร ปแบบการส บค นข อม ลเว ลด ไวด เว บมากท ส ด โดยรวมน ส ตว ทยาเขตนครพนมและน ส ตศ นย พ ฒนาการศ กษาอ ดรธาน ม ป ญหาการใช อ นเทอร เน ตโดยรวม ระด บปานกลาง โดยม ป ญหารายข ออย ในระด บมากค อประสบป ญหาเร องการขาดท กษะการใช ภาษาอ งกฤษ น ส ตไม สะดวกในการมาใช Honey & McMillan [47] ได ศ กษา การใช อ นเทอร เน ตของอาจารย ในศ นย เทคโนโลย ทาง การศ กษาเม องน วยอร ค เก ยวก บสภาพการใช ป จจ ยท ท าให ใช ส งท ต องการปร บปร งเพ อให อ นเทอร เน ต เหมาะสมก บอาจารย ผลการศ กษาพบป จจ ยท ท าให อาจารย เข าใช ค อ การได ร บการฝ กอบรม เวลาเป น อ ปสรรคส าค ญในการใช และเข าถ งสารสนเทศ ผ ใช ต องม ความร ความเช ยวชาญในการใช อ นเทอร เน ต นอกเหน อจากความร ในอาช พอาจารย และอาจารย ต องการให สถาบ นปร บปร งสภาพของเทคโนโลย ให เหมาะสมก บการศ กษาและการใช ของอาจารย Tilotson et al [48] ได ศ กษา ผ ใช อ นเทอร เน ตผ านระบบ สารสนเทศออนไลน UTLink ของมหาว ทยาล ยโตรอนโต ประเทศแคนาดา เพ อศ กษาความแตกต างการใช อ นเทอร เน ตในด านสถานภาพประชากรเพศ ว ตถ ประสงค การใช แหล งสารสนเทศท ต ดต อ ความพ งพอใจ ต อสารสนเทศท ได และความพ งพอใจต อบร การ เคร องม อท ใช ค อ แบบส ารวจออนไลน ผ านระบบUTLink ของมหาว ทยาล ย กล มประชากรค อผ ท ต ดต อผ านระบบ UTLink ผลการว จ ยพบว า ผ ใช ส วนใหญ ม คอมพ วเตอร พร อมโมเด มเป นของตนเอง และต ดต อจากบ านพ ก ส วนมากเป นน กศ กษาหญ งระด บปร ญญา ตร ว ตถ ประสงค ในการต ดต อค อ เพ อค นหาสารสนเทศ เพ อการน นทนาการ เพ ออ านข าว ส งไปรษณ ย อ เล กทรอน กส แหล งสารสนเทศท ต ดต อค อ 1) ฐานข อม ลรายช อหน งส อของห องสม ดมหาว ทยาล ย 2) บร การอ เมล 3) ศ นย บร การโกเฟอร (Gopher Server) ของมหาว ทยาล ยสารสนเทศท ได ร บน าไปใช ตาม ความสนใจส วนต ว เพ อการว จ ย เพ อว ชาช พ เพ อการศ กษา เพ อท าว ทยาน พนธ และว ตถ ประสงค อ น ๆ ผ ใช ท ม ความถ ในการใช น อยจะไม พบสารสนเทศท ต องการ ส งท ผ ใช ต องการค อ ขอให ปร บปร งเมน เพ อเข าถ ง โปรแกรมต าง ๆ เช น Telnet Gopher และบร การสารสนเทศของมหาว ทยาล ย Mohaidin [49] ได ศ กษา การใช ประโยชน จากอ นเทอร เน ตของน กศ กษามาเลเซ ยท ศ กษาใน ต างประเทศ เคร องม อท ใช ค อ แบบสอบถามผ านทางอ นเทอร เน ต กล มประชากรค อ น กศ กษาจ านวน 538 คน ม น กศ กษาท ตอบแบบสอบถามจาก 8 ประเทศ ได แก อเมร กา แคนาดา อ งกฤษไอร แลนด ไต หว น ออสเตรเล ย ญ ป น และน วซ แลนด ผลการศ กษาพบว า น กศ กษาชายม การใช อ นเทอร เน ตมากกว า และม ท กษะการใช ส งกว าน กศ กษาหญ ง น กศ กษาส วนใหญ ใช อ นเทอร เน ตในท ก ๆ มหาว ทยาล ยของมาเลเซ ย ท งน น กศ กษาชายจะม ท กษะและความถ ในการใช อ นเทอร เน ตส งกว าน กศ กษาหญ ง โดยว ตถ ประสงค ในการ เข าไปใช อ นเทอร เน ตของกล มน กศ กษาท อาย น อยน น ใช เพ อต ดต อส อสารถ งก นมากกว าจะใช เพ อการศ กษา ส วนบร การอ นเทอร เน ตท น กศ กษาใช บ อยและมากท ส ด ค อ อ เมล นอกจากน นย งพบว าท กษะและ 21

25 ประสบการณ ด านคอมพ วเตอร จะม ความส มพ นธ ก บความถ และความสามารถทางการใช อ นเทอร เน ตได ด และม ความถ ในการใช ส ง ส วนประโยชน ท ได ร บ การประย กต ใช ความซ บซ อน ความสามารถในการทดลอง การเป นคนช างส งเกต และปฏ ส มพ นธ ระหว างผ ใช ก บอ นเทอร เน ต จะเป นป จจ ยท ม อ ทธ พลต อการต ดส นใจ ใช อ นเทอร เน ต Baker [50] ได ศ กษา ท ศนคต และการเข าไปใช บร การอ เมล และอ นเทอร เน ตของน กศ กษาในร ฐ อล สโซนา ประชากรท ศ กษาได แก น กศ กษาในว ทยาล ย 4 แห ง และมหาว ทยาล ยอ ก 2 แห ง ในร ฐอล สโซนา ท ม ว ฒนธรรมทางส งคมท หลากหลาย พบว า ว ทยาล ยท ม ชนกล มน อยมากท ส ด จะม การเข าไปใช บร การ ออนไลน น อยท ส ด ม ท ศนคต และความต งใจใช บร การออนไลน ต าท ส ด ในทางกล บก นน กศ กษาจาก มหาว ทยาล ยท ม ความหลากหลายของชนกล มน อยน อยท ส ด การเข าไปใช บร การออนไลน ของน กศ กษา ท ศนคต และความต งใจใช จะส งท ส ด ซ งท ศนคต และการเข าไปใช บร การออนไลน จะม ความส มพ นธ ก นใน ระด บปานกลางถ งส ง ท ศนคต ท ม ต อคอมพ วเตอร ไม สามารถน ามาท านายท ศนคต ออนไลน จะเป นไปใน ทางบวกมากกว าน กศ กษาท ไม ใช หร อไม สนใจบร การออนไลน Weber [51] ได ศ กษา อ ปสรรคต อการเข าไป ส มผ สเทคโนโลย สารสนเทศของน กศ กษาคร โดยการทดลองใช คอมพ วเตอร, อ เมล, อ นเทอร เน ต, โปรแกรม Netscape ฐานข อม ล Eric, โสตท ศนว สด,ซ ด รอม, การเร ยนทางไกล, ว ด โอเทป, เลเซอร ด สก โดยทดลองในห องปฏ บ ต การคอมพ วเตอร พบว า น กศ กษาคร ส วนมากยอมร บว าม อ ปสรรคท เก ดข นจากการ ต อต านภายในจ ตใจ การจ าแนกอ ปสรรคท เก ดข นสามารถจ าแนกออกได 3 ประเภทค อ 1) การสอนไม เพ ยงพอ 2) คอมพ วเตอร ไม เพ ยงพอ 3) ความค บข องใจ ผลการว จ ยส วนหน งพบว า เพศ ร ปแบบการเร ยนร และกล มท ต างก นจะพบอ ปสรรคและความยากในการใช เทคโนโลย สารสนเทศท แตกต างก นออกไป และ สร ปว า แม จะม อ ปสรรคมากมาย แต น กศ กษาส วนมากย งคงสน กก บการใช เทคโนโลย สารสนเทศ Karminer [52] ได ศ กษา การศ กษาการใช อ นเทอร เน ต โดยศ กษาเก ยวก บความส มพ นธ ระหว าง การใช อ นเทอร เน ตของอาจารย มหาว ทยาล ย ก บต วแปรตาม ได แก การใช คอมพ วเตอร ระยะเวลา และ ความเช ยวชาญในการร บร รวมถ งประโยชน ในการใช อ นเทอร เน ต ซ งผลการว จ ยพบว า ระยะเวลาการใช ไม ได ม น ยส าค ญ แต การม ประสบการณ หร อความร ทางคอมพ วเตอร จะท าให สามารถใช ระบบเคร อข าย อ นเทอร เน ตได ด และม ความเข าใจมากกว า Wilson [53] ได ศ กษา การใช อ นเทอร เน ตเพ อการศ กษาว จ ยของน กศ กษา : ป จจ ยท เป นสาเหต ของ การใช และไม ใช ว ตถ ประสงค เพ อศ กษาถ งการใช อ นเทอร เน ตเพ อการศ กษาว จ ยของน กศ กษาและอะไรเป น สาเหต ของการใช และไม ใช กล มประชากร ได แก น กศ กษาปร ญญาตร ภาคปกต ในมหาว ทายาล ย เพนซ ลวาเน ยจ านวน 73 คน โดยน กศ กษาถ กแบ งเป น 2 กล ม ค อ กล มท ใช อ นเทอร เน ตเพ อการศ กษาว จ ย และกล มท ไม ใช เก บรวบรวบข อม ลโดยการส มภาษณ ด วยค าถามปลายเป ด ในส วนของผ ท ใช อ นเทอร เน ต ประกอบไปด วยค าถาม 4 ห วข อ เก ยวก บ ร ปแบบของการใช ว ธ การส บค นการค นค นสารสนเทศและการ ประเม น การประเม นผลของการใช อ นเทอร เน ต รวมท งส น 11ค าถาม และในส วนของผ ท ไม ได ใช อ นเทอร เน ตเพ อการศ กษาประกอบด วยคาถาม 4 ข อ ค อ 1. สาเหต ท ไม ใช อ นเทอร เน ต 2. แหล งสารสนเทศ อ น ๆ ท ใช แทนอ นเทอร เน ต 3. ว ตถ ประสงค ท ใช อ นเทอร เน ต 4. ข อแนะน าในการส งเสร มให ม การใช เพ อ การศ กษา ผลการว จ ย พบว า น กศ กษาส วนใหญ ใช อ นเทอร เน ตเพ อการส งอ เมล มากท ส ด รองลงมาค อ เพ อ การศ กษาว จ ยและเพ อความบ นเท งตามล าด บ และเป นการใช จากเคร อข ายภายในมหาว ทยาล ยมากท ส ด คร งหน งของกล มประชากรท ศ กษา (37 คน) ตอบว า ป จจ บ นพวกเขาใช อ นเทอร เน ตเพ อการศ กษาว จ ย และ ชอบใช ข อม ลในอ นเทอร เน ตเพราะม ความหลากหลาย น าสนใจ ส วนผ ท ไม ใช เห นว า ไม ม เหต ผล ความ จ าเป นอะไรท จะต องใช อ นเทอร เน ต และไม ทราบว ธ การค นหาข อม ล และแหล งข อม ล นอกจากน น กศ กษา ส วนใหญ ย งเห นว า การค นหาข อม ลเป นเร องยาก ความแตกต างทางเพศไม ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ต แต ม 22

26 ความแตกต างก นระหว างช นป และคณะ ซ งผลสร ปของการว จ ยน ได น าไปเป นข อเสนอแนะแก ผ บร หาร บรรณาร กษ อาจารย และน กศ กษาท เก ยวข องก บการใช อ นเทอร เน ตในมหาว ทยาล ย Al Najran [54] ได ศ กษา การยอมร บและใช อ นเทอร เน ตของน กศ กษามหาว ทยาล ยในประเทศ ค เวตกล มต วอย างค อน กศ กษามหาว ทยาล ยในประเทศค เวตจ านวน 568 คน ม ว ตถ ประสงค เพ อต องการ ศ กษาว า ใครเป นผ ท ใช อ นเทอร เน ต ม การใช อย างไร เพ อว ตถ ประสงค อะไร และสาเหต ของการใช โดยใช ทฤษฎ ทางด านส อสารมวลชนเป นพ นฐานในการว จ ย ค อ การแพร ขยายของนว ตกรรมใหม การใช และความ พ งพอใจต วแปรต นท ใช ได แก ภ ม หล งของประชากร การศ กษา ส อมวลชน ท กษะการใช การเป นเจ าของ เคร องคอมพ วเตอร และท ศนคต ส วนต ว ผลการว จ ยพบว า ผ ท ยอมร บอ นเทอร เน ตส วนใหญ เป นเพศชายท ศ กษาในสาขาว ศวกรรมศาสตร และใช เวลาในการชมโทรท ศน น อย ม ความท นสม ยสนใจเทคโนโลย ใหม ๆ อย เสมอ ไม ค อยม ป ญหาก บการใช ภาษาอ งกฤษ ม ท กษะในการใช คอมพ วเตอร และอ นเทอร เน ตด และเห น ว าอ นเทอร เน ตเป นเทคโนโลย ท ท นสม ยสามารถนามาประย กต ใช ก บส งคมและว ฒนธรรมของประเทศได Labans [55] ได ศ กษา การใช และความสนใจแหล งสารสนเทศอ นเทอร เน ตของน กศ กษา มหาว ทยาล ยช นป ท 1 ว ตถ ประสงค เพ อศ กษาถ งสภาพการใช อ นเทอร เน ตเพ อการศ กษาของน กศ กษา มหาว ทยาล ยในช นป ท 1 ท พ งจบการศ กษาจากระด บม ธยมศ กษา ในด านของ ความถ ในการใช ท กษะใน การใช การเร ยนร ว ธ ใช ว ธ ค นหาเว บไซต สาเหต ท ใช อ นเทอร เน ตจากห องสม ด เปร ยบเท ยบการใช ข อม ลจาก ห องสม ดและข อม ลจากเว บไซต ประสบการณ การใช ในช นเร ยนและนอกช นเร ยน ความร ส กท ได ร บระหว าง การเร ยนร ความน าเช อถ อของอ นเทอร เน ต และความคาดหว งในการได ร บความช วยเหล อจากบรรณาร กษ ผลการว จ ยพบว า น กศ กษาส วนใหญ ใช อ นเทอร เน ตเพ อการศ กษา และใช อ นเทอร เน ตหลายคร งต อว น โดย ผ หญ งม การใช อ นเทอร เน ตน อยกว าผ ชาย ในด านท กษะการใช ส วนใหญ ม ท กษะอย ในเกณฑ ด ในด านการ เร ยนร ว ธ ใช น กศ กษาส วนใหญ เร ยนร จากการใช ด วยตนเอง รองลงมา ค อ จากเพ อนในช นเร ยน ในด านของ ว ธ ค นหาเว บไซต ส วนใหญ ใช โปรแกรมเคร องม อช วยค น ช วยในการค น รองลงมา ค อ ค นหาด วยตนเอง ใน ด านสาเหต ของการมาใช อ นเทอร เน ตท ห องสม ด ส วนใหญ ตอบว า เพราะต องการใช แหล งสารสนเทศอ น ๆ ในห องสม ดด วยรองลงมาค อ ชอบมาท างานท ห องสม ด ในด านการใช ข อม ลจากห องสม ดและข อม ลจาก เว บไซต น กศ กษาส วนใหญ ใช ข อม ลจากห องสม ดมากกว าข อม ลจากเว บไซต ด านความร ส กท ได ร บระหว าง การเร ยนร น กศ กษาส วนใหญ ม ความร ส กต ดพ นและเพล นก บการใช ด านความน าเช อถ อของอ นเทอร เน ต ส วนใหญ เห นว าข อม ลย งขาดความน าเช อถ อ และด านความคาดหว งในการได ร บความช วยเหล อจาก บรรณาร กษ น กศ กษาส วนใหญ ต องการได ร บความช วยเหล อจากบรรณาร กษ ค อนข างมากก ลยา ร ตนศ วะ [56] ได ศ กษา ป ญหา ประโยชน และความพ งพอใจท ม ต อระบบเคร อข ายอ นเทอร เน ต ของน กศ กษา มหาว ทยาล ยเทคโนโลย พระจอมเกล าธนบ ร ผลการว จ ย พบว า ป ญหาด านสถานท คณะว ศวกรรมศาสตร แตกต างก บคณะเทคโนโลย สารสนเทศ คณะทร พยากรและเทคโนโลย คณะว ทยาศาสตร คณะคร ศาสตร อ ตสาหกรรมและ คณะพล งงานและว สด อย างม น ยส าค ญทางสถ ต ท ระด บ 0.05 ด านสถานท แตกต างก น เน องจากในแต ละคณะม ศ นย บร การคอมพ วเตอร ด งน น จ งท าให สภาวะต าง ๆ ท เก ยวข องก บสถานท แตกต างก น อาท เช น ระบบไฟฟ าข ดข องบ อย ไม สะดวกในการใช งานระบบ ศ นย บร การไม สามารถรองร บ ปร มาณผ ใช บร การได ท งหมด ซ งในแต ละศ นย บร การม ถ กจ าก ดด วยป จจ ยหลายอย าง เช น ขนาดของห อง เล ก ท าให จ านวนเคร องท ให บร การม จ านวนไม เพ ยงพอ เป นต น ศ นย บร การต งอย ในต าแหน งไม เหมาะสม เช น อาคารอย ห างไกลจากผ ใช ในส วนของระยะทางทาให กล มน กศ กษาไม สะดวกในการใช งานอ นเทอร เน ต และในส วนของสภาพของศ นย บร การไม เอ ออานวย เช น เส ยงด ง ม กล นรบกวน ปร มาณแสงไม เพ ยงพอ การ จ ดวางเคร องไม เร ยบร อย และม ฝ น 23

27 2.7.1 จากการศ กษางานว จ ยท เก ยวข องสามารถสร ป ป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของ น กเร ยนได ด งน 1) ด านพ นฐานความร เด ม เหต ผลท ใช อ นเทอร เน ต จากงานว จ ยของ Wilson [53] พบว า สาเหต ท ใช อ นเทอร เน ต เพราะม ข อม ลท หลากหลาย น าสนใจ ซ งสอดคล องก บงานว จ ยของเดชศ กด ศานต ว ว ฒน และคณะ [40] พบว า สาเหต ของการใช บร การ เน องจากเห นว า อ นเทอร เน ตเป นแหล งความร ท นสม ย ในขณะท Al Najran [54] พบว า เพราะอ นเทอร เน ตเป นเทคโนโลย ท ท นสม ย สามารถน ามา ประย กต ใช ก บการศ กษาและว ฒนธรรมได ด และงานว จ ยของ Lan และFalcone [58] พบว า ความยากง าย ในการใช งาน การจ ดการด านสถานท การใช ท ศนคต ส วนต วของผ ใช และประโยชน ท ได ร บ ค อ เหต ผลในการ เข าใช อ นเทอร เน ต นอกจากน งานว จ ยของ Honey & McMilan [47] พบว า การได ร บการฝ กอบรม ค อ ป จจ ยท ทาให ใช อ นเทอร เน ต 2) ด านการจ ดการเร ยนการสอน สารสนเทศอ นเทอร เน ตท ใช จากงานว จ ย จ ราพรรณ สว สด พงษ [42] พบว า สารสนเทศท ใช ส วนใหญ ได แก เว บไซต ประเภทความร และการศ กษามากท ส ด ในขณะท เดชศ กด ศานต ว ว ฒน และคณะ[40] พบว า ข าวสารและเหต การณ ป จจ บ น เป นสารสนเทศท ส บค นมากท ส ด นอกจากน จากการศ กษาของเพ ญนภา จวนช ยนาท [38] พบว า ผ ใช ส บค นสารสนเทศ ทางการศ กษามากท ส ด ร อยละ 45.0 ซ งแตกต างก บผลการว จ ยขององอาจฤทธ ทองพ ท กษ [34] พบว า น กศ กษาใช สารสนเทศประเภทบ นเท งมากท ส ด 3) ด านครอบคร ว ในการใช อ นเทอร เน ต จากงานว จ ยของ เพ ญนภา จวนช ยนาท [38] พบว า ผ ปกครองออกค าสม ครสมาช กอ นเทอร เน ตให และม ความถ ในการใช บร การ ค อ 1 3 คร งต อ ส ปดาห ใกล เค ยงก บงานว จ ยของว ลาว ณย โต ะเอ ยม [41] ท พบว า น กศ กษาส วนใหญ ใช บร การ2 3 คร ง / ส ปดาห ส วนว ร ญชนา จาป กลาง [45] พบว า ม การต อเช อมระบบอ นเทอร เน ตให ใช ท บ านและความถ ในการ ใช อ นเทอร เน ต ค อ 1 2 คร ง / ส ปดาห ซ งแตกต างก บผลการว จ ยของร ตนาภรณ นะขาว [43] พบว า ความถ ในการใช มากกว า 6 คร งต อส ปดาห ในขณะท งานว จ ยของหรรษาวงษ ธรรมก ล [36] พบว า น กศ กษา กล มว ชาว ทยาศาสตร ม ความถ ในการใช ส งกว าน กศ กษากล มว ชาส งคมศ กษาศาสตร และมน ษยศาสตร นอกจากน Mohaidin [49] ย งศ กษาพบอ กว าประสบการณ การใช อ นเทอร เน ตและท กษะในการใช คอมพ วเตอร ม ความส มพ นธ ก บความถ ในการใช อ นเทอร เน ต 4) ด านความบ นเท ง ว ตถ ประสงค ในการใช อ นเทอร เน ต จากงานว จ ยของ Lubans [55]สอดคล องก บงานว จ ยของ เพ ญนภา จวนช ยนาท [38] และศ ร พร ศร เชล ยง [44] ท พบว า ผ ใช ส วนใหญ ม ว ตถ ประสงค ในการใช เพ อค นคว าหาข อม ลทางการศ กษา ซ งแตกต างจากงานว จ ยของ Wilson[53] และ อรพ น จ รว ฒนศ ร [37] ท พบว า น กศ กษาส วนใหญ ใช เพ อการต ดต อส อสารและความบ นเท ง นอกจากน จาก การศ กษาของ เรวด คงส ภาพก ล [4] พบว า น กศ กษากล มว ชาส งคมศาสตร และมน ษยศาสตร ส วนใหญ ใช อ นเทอร เน ตเพ อการสนทนาแลกเปล ยนความค ดเห นก บเพ อนในขณะท น ส ตน กศ กษากล มว ชาว ทยาศาสตร จะใช เพ อการค นคว างานว จ ย และข อม ลว ชาการ 5) ด านสถานท แหล งท ให บร การจากงานว จ ยของ Wilson [53] พบว า น กศ กษาส วนใหญ ใช อ นเทอร เน ตจากมหาว ทยาล ยมากท ส ด สอดคล องก บงานว จ ยขององอาจ ฤทธ ทองพ ท กษ [34]อรพ น จ รว ฒนศ ร [37] เพ ญนภา จวนช ยนาท [38] และ หรรษา วงษ ธรรมก ล [39] พบว า น กศ กษาส วนใหญ ใช อ นเทอร เน ตของมหาว ทยาล ย แต แตกต างจากงานว จ ยของ Tilotson et al. [48] และร ตนาภรณ นะขาว [43] พบว า ผ ใช ส วนใหญ ใช อ นเทอร เน ตจากบ านพ ก 6) ด านการบร การ การใช บร การอ นเทอร เน ต จากงานว จ ยของว ลาว ณย โต ะเอ ยม [41]พบว า ช วงเวลาท น กศ กษาใช บร การมากท ส ด ค อ น. เป นต นไป ใกล เค ยงก บวานว จ ยของเพ ญ นภา จวนช ยนาท [38] พบว า ช วงเวลาท เข าใช ส วนใหญ ค อ น. และสอดคล องก บ 24

28 ผลการว จ ยของร ตนาภรณ นะขาว [43] พบว า ช วงเวลาท ใช บร การมากท ส ด ค อ น.แต แตกต างจากงานว จ ยของ พจนารถ ทองค าเจร ญ [31] พบว า ช วงเวลาในการใช อ นเทอร เน ตมากท ส ด ค อ น. ในขณะท งานว จ ยของว ร ญชนา จ าป กลาง [45] พบว า ช วงเวลาท ใช มากท ส ด ค อ น. และงานว จ ยของเวน จ หงษา [39] พบว า ช วงเวลาท ใช มากท ส ดค อ น.7) ด าน ว สด อ ปกรณ จากการศ กษาของว ลาว ณย โต ะเอ ยม [41] จ ราพรรณ สว สด พงษ [42] ร ตนาภรณ นะขาว [43] และว ร ญชนา จ าป กลาง [45] พบว า ป ญหาท เก ดข นส วนใหญ ได แก ความเร วของระบบเคร อข ายต า เคร องคอมพ วเตอร ประส ทธ ภาพต า ไม เพ ยงพอต อความต องการสอดคล องก บงานว จ ยของ ศ ร พร ศร เชล ยง [44] และ หรรษา วงษ ธรรมก ล [39] และสมเล กล ลาประท กษ [35] ค อ ป ญหาความเร วของระบบเคร อข าย ประส ทธ ภาพของเคร องคอมพ วเตอร ต าจ านวนเคร องไม เพ ยงพอ เคร องคอมพ วเตอร แม ข าย (Server) ข ดข องบ อย นอกจากน ผลการว จ ยของอรพ น จ รว ฒนศ ร [37] พบว า อ ตราค าบร การส ง ไม สามารถต ดต อ เคร อข ายได บ คลากรท ให คาปร กษาไม เพ ยงพอ ค สายโทรศ พท ไม เพ ยงพอ จากการศ กษางานว จ ยท เก ยวข องสามารถสร ป ป ญหาการใช อ นเทอร เน ตของน กเร ยนได ด งน 1) ป ญหาจากต วผ ใช จากการศ กษาของสมเล ก ล ลาประท กษ [35] พบว า ป ญหาส วนใหญ ค อ ขาดท กษะในการใช คอมพ วเตอร และภาษาอ งกฤษ ไม ม ความช านาญในการใช อ นเทอร เน ตและการ ส บค นข อม ล ไม ทราบแหล งสารสนเทศและการไม ยอมร บหร อปฏ เสธการใช เทคโนโลย และผลการว จ ยของ อรพ น จ รว ฒนศ ร [37] พบว า ผ ใช ส วนใหญ ไม ถน ดในการใช ภาษาต างประเทศในขณะท ผลการว จ ยของ ศ ร พร ศร เชล ยง [44] พบว า น กศ กษาม เวลาว างน อยไม สามารถมาใช ได 2) ป ญหาอ น ๆ จากการศ กษาของว ลาว ณย โต ะเอ ยม [41] จ ราพรรณ สว สด พงษ [42]ร ตนาภรณ นะขาว [43] และว ร ญชนา จ าป กลาง [45] พบว า ป ญหาท เก ดข นส วนใหญ ได แก ความเร ว ของระบบเคร อข ายต า เคร องคอมพ วเตอร ประส ทธ ภาพต า ไม เพ ยงพอต อความต องการสอดคล องก บ งานว จ ยของ ศ ร พร ศร เชล ยง [44] หรรษา วงษ ธรรมก ล [39] และสมเล ก ล ลาประท กษ [35] ค อ ป ญหา ความเร วของระบบเคร อข าย ประส ทธ ภาพของเคร องคอมพ วเตอร ต า จ านวนเคร องไม เพ ยงพอ เคร อง คอมพ วเตอร แม ข าย (Server) ข ดข องบ อย นอกจากน ผลการว จ ยของอรพ นจ รว ฒนศ ร [37] พบว า อ ตรา ค าบร การส ง ไม สามารถต ดต อเคร อข ายได บ คลากรท ให ค าปร กษาไม เพ ยงพอ ค สายโทรศ พท ไม เพ ยงพอ และเดชศ กด ศาสต ว ว ฒน และคณะ[40] พบว า ป ญหาจากการบร การ ค อ เจ าหน าท ม เวลาน อยในการ ให บร การ เคร องท ให บร การม จานวนจาก ดต องรอนานและข ดข องบ อย กรอบแนวค ดในการว จ ย จากการศ กษางานว จ ยท เก ยวข องสามารถนามาเป นกรอบแนวค ดในการว จ ย ด งแสดงในร ปท ป จจ ยท เก ยวข อง 1) ด านพ นฐานความร 2) ด านการเร ยนการสอน 3) ด านครอบคร ว 4) ด านบ นเท ง 5) ด านสถานท 6) ด านการบร การ 7) ด านว สด อ ปกรณ ป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของ น กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อ ร ปท 2.1 กรอบแนวค ดป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ

29 (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ 26

30 บทท 3 ว ธ ดาเน นการว จ ย การว จ ยเร อง ป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ เพ อให บรรล จ ดม งหมาย ท กาหนดไว ผ ว จ ยได เน นการตามข นตอนการว จ ย ด งต อไปน 3.1 ประชากรและกล มต วอย าง 3.2 เคร องม อท ใช ในการว จ ย 3.3 ว ธ การเก บรวบรวมข อม ล 3.4 ว ธ การว เคราะห ข อม ล 3.5 สถ ตท ใช ในการว เคราะห ข อม ล 3.1 ประชากรและกล มต วอย าง ประชากร ประชากรท ใช ในการว จ ยคร งน ได แก น กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขา คอมพ วเตอร ธ รก จ ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ จานวน 1,096 คน ตารางท 3.1 แสดงจานวนน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ ลาด บท ระด บช น จานวนประชากร กล มต วอย าง ปวช. 1 ปวช. 2 ปวช รวม 1, กล มต วอย าง กล มต วอย างท ใช ในการว จ ยคร งน ได ทาการค ดเล อกกล มต วอย างใช ว ธ การส มแบบม ช นภ ม (Stratified Random Sampling) ประกอบด วย น กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขา คอมพ วเตอร ธ รก จ ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ จานวน 400 คน จาก ประชากรโดยใช ส ตรของทาโร ยามาเน (Yamane) คานวณหาขนาดกล มต วอย าง ด งน [32] n n = 1 + N (e) 2 n ค อ ขนาดของกล มต วอย าง N ค อ ขนาดของประชากรท ใช ในการว จ ย e ค อ ความคลาดเคล อนจากการส มต วอย าง หาขนาดประชากรต วอย าง (n) เม อทาการแทนค าในส ตร

31 31 1,096 n = 1 + 1,096(0.05) 2 จะได ขนาดกล มต วอย าง จานวน 400 คน เพ อใช เป นต วแทนประชากร คานวณหาขนาดกล มต วอย างในแต ละสถานศ กษา โดยว ธ การเท ยบส ดส วน ด งน n = n N i i N เม อ ni ค อ ขนาดต วอย างท ทาการส มในแต ละสถานศ กษา n ค อ ขนาดของกล มต วอย างท งหมด Ni ค อ จานวนประชากรของแต ละสถานศ กษา N ค อ ประชากรท งหมด ต วอย าง การค านวณหาขนาดกล มต วอย างในแต ละสถานศ กษา เม อทาการแทนค าในส ตร 162 n i = 400 1,096 = 59 คน โดย ni ค อ ขนาดต วอย างท ท าการส มในสถานศ กษาท 1 ค อ ว ทยาล ยอาช วศ กษาร อยเอ ด ตารางท 3.2 แสดงจานวนประชากรและกล มต วอย างของแต ละระด บช น ลาด บท ระด บช น จานวนประชากร กล มต วอย าง ปวช. 1 ปวช. 2 ปวช รวม 1, การค ดเล อกกล มต วอย างในแต ละสถานศ กษา [59] หล งจากท ได จ านวนกล มต วอย างท จะใช ในการเก บรวบรวมข อม ลในแต ละสถานศ กษาแล ว ผ ว จ ยค ดเล อก กล มต วอย างท จะทาการเก บข อม ลโดยใช ว ธ การส มอย างง าย (Simple Random Sampling)ด วยว ธ การจ บ ฉลาก 3.2 เคร องม อท ใช ในการว จ ย ในการว จ ยคร งน ใช แบบสอบถาม (Questionnaires) เป นเคร องม อในการว จ ย และเพ อให เคร องม อในการว จ ยม ความเท ยงตรงเช งเน อหา (Content validity) และม ความเช อม น (Reliability) ผ ว จ ย ได ม ข นตอนการสร างเคร องม อในการว จ ย ด งต อไปน

32 3.2.1 การสร างเคร องม อสาหร บใช ในการว จ ย ในการว จ ยคร งน ผ ว จ ยได ใช แบบสอบถาม เป นเคร องม อในการว จ ย โดยม ว ธ การสร างแบบสอบถาม ด งต อไปน ศ กษาตารา เอกสาร และงานว จ ยท เก ยวข องก บป จจ ยท ม ผลต อการใช นเทอร เน ต เพ อเป นแนวทางในการสร างแบบสอบถาม พ จารณาป จจ ยท คาดว าจะม ความส มพ นธ ต อการใช อ นเทอร เน ตของน กเร ยน จาก ต าราเอกสาร และงานว จ ยท เก ยวข อง เพ อสร ปถ งป จจ ยต างๆ ท จะท าการศ กษาและสอดคล องก บ ว ตถ ประสงค ด งต อไปน 1) ป จจ ยด านข อม ลท วไป ได แก เพศ ระด บช น การใช อ นเทอร เน ต ช วงเวลาในการใช อ นเทอร เน ต สถานท ในการใช อ นเทอร เน ต เวลาท ใช นานเท าไร เฉล ยต อ 1 ว น และสถานศ กษาท ก าล ง ศ กษาอย 2) ป จจ ยด านพ นฐานความร เด ม ได แก ผ านการอบรม ได ร บการศ กษาตามหล กส ตร ศ กษา จากเอกสารด วยตนเอง ศ กษาจากเพ อนหร อผ อ นอย างไม เป นทางการ และจ ดก จกรรมเก ยวก บอ นเทอร เน ต เช น ป ายน ทรรศการ ป ายน เทศ 3) ป จจ ยด านการจ ดการเร ยนการสอน ได แก ด ผลการเร ยน ลงทะเบ ยนเร ยน การเร ยน ผ านระบบ e learning ต ดต อส อสารระหว างคร ก บน กเร ยน ส งการบ านผ านระบบอ นเทอร เน ต สามารถ เร ยนร ด วยตนเองตามต องการ ค นหางานประจา/งานพ เศษได อย างหลากหลาย หาความร เพ มเต มนอกเหน อ ต าราท เร ยน ช วยลดข นตอนในการค นคว าและเร ยนง าย ม อ สระในการศ กษาและเร ยนร ได มากข น ค นหา ข อม ลเพ อท ารายงานประกอบการศ กษาได อย างรวดเร ว และเพ มท กษะในการใช ภาษาอ งกฤษมากข นจาก การใช เว ลด ไวด เว บ 4) ป จจ ยด านครอบคร ว ได แก ผ ปกครองสน บสน นส งเสร มโดยการต อเช อมระบบ อ นเทอร เน ตให ใช ท บ าน สอน/แนะน าการใช ออกค าสม ครสมาช กอ นเทอร เน ตให ให ไปเร ยน/อบรมการใช อ นเทอร เน ต เป ดโอกาสให ใช อย างอ สระและม ก จกรรมร วมในการใช อ นเทอร เน ต 5) ป จจ ยด านความบ นเท ง ได แก ค ยก บกล มเพ อนท สนใจในเร อง เด ยวก น สามารถส อสารก นได ไม จ าก ด เวลา สถานท ส งการ ดอวยพรและข อความให ผ ใช โทรศ พท ม อถ อ ด โปรแกรมภาพยนตร และชมภาพยนตร ต วอย างได ดาวน โหลดไฟล เพลง หร อฟ งรายการว ทย เล อกด ผล ตภ ณฑ ต าง ๆ จากต างประเทศ ฟ งเพลงทาง อ นเทอร เน ต เล นเกมต าง ๆ ออนไลน ตอบป ญหาช งรางว ลซ อส นค า และอ านเร องย อ 6) ป จจ ยด านสถานท ได แก ท าเลท ต งสถานท ม แสงสว างเพ ยงพอ สถานท จอดรถสะดวก ความสะอาดของสถานท การจ ดบรรยากาศภายในห องอ นเทอร เน ต ในห องอ นเทอร เน ตต องม เคร องปร บอากาศ การจ ดวางเคร องคอมพ วเตอร ไม แออ ดม ความเหมาะสม 7) ป จจ ยด านการบร การ ได แก การต ต อขอใช บร การไม ย งยากซ บซ อน อ ตราค าบร การ หร อค าสมาช กส งเก นไป ช วงระยะเวลาท ให บร การตรงตามความต องการและม ผ ให ค าแนะน าปร กษาในการ ใช หากม ป ญหา 8) ป จจ ยด านว สด อ ปกรณ ได แก ความเร วในการเข าถ งข อม ล ซอฟท แวร ม ความท นสม ย ซอฟท แวร ตรงก บความต องการ เคร องแม ข ายม ประส ทธ ภาพ ฮาร ดแวร ท ใช ม ประส ทธ ภาพ ป ญหาจาก โปรแกรมไวร สท แพร ระบาด ความปลอดภ ยของข อม ลส วนต วในระบบอ นเทอร เน ต และม อ ปกรณ เสร ม เช น เคร องพ มพ ลาโพง เคร องสารองไฟ 32

33 ออกแบบและสร างแบบสอบถาม เร อง ป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของ น กเร ยนระด บ ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อ ฉบ บร างโดยม การแบ งแบบสอบถามออกเป น 2 ตอน ด งต อไปน ตอนท 1 แบบสอบถามด านข อม ลท วไป ได แก เพศ ระด บช น การใช อ นเทอร เน ต ช วงเวลาในการใช อ นเทอร เน ต สถานท ในการใช อ นเทอร เน ต เวลาท ใช นานเท าไร เฉล ยต อ 1 ว น และสถานศ กษาท ก าล ง ศ กษาอย เป นแบบสอบถามแบบเล อกตอบ (Check list) จานวน 7 ข อ ตอนท 2 แบบสอบถามเก ยวก บป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตร ว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ เป น แบบสอบถามแบบมาตรา ส วนประมาณค า (Rating scale) 5 ระด บ จานวน 7 ด าน ด งต อไปน - ป จจ ยด านพ นฐานความร เด ม ประกอบด วยข อคาถาม จานวน 5 ข อ - ป จจ ยด านการจ ดการเร ยนการสอน ประกอบด วยข อคาถาม จานวน 12 ข อ - ป จจ ยด านครอบคร ว ประกอบด วยข อคาถาม จานวน 6 ข อ - ป จจ ยด านความบ นเท ง ประกอบด วยข อคาถาม จานวน 11 ข อ - ป จจ ยด านสถานท ประกอบด วยข อคาถาม จานวน 7 ข อ - ป จจ ยด านการบร การ ประกอบด วยข อคาถาม จานวน 4 ข อ - ป จจ ยด านว สด อ ปกรณ ประกอบด วยข อคาถาม จานวน 8 ข อ โดยกาหนดเกณฑ การให คะแนนในการว เคราะห ป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของน กเร ยนระด บ ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อ อย ระหว าง1 ถ ง 5 ค อ ระด บ ค าน าหน กคะแนน มากท ส ด ให คะแนนเท าก บ 5 มาก ให คะแนนเท าก บ 4 ปานกลาง ให คะแนนเท าก บ 3 น อย ให คะแนนเท าก บ 2 น อยท ส ด ให คะแนนเท าก บ การทดสอบและว เคราะห เคร องม อ การทดสอบและว เคราะห เคร องม อ ในการเก บรวบรวมข อม ลเพ อการว จ ย ผ ว จ ยได ดาเน นการด งต อไปน การตรวจสอบความเท ยงตรงเช งเน อหา (Content Validity) โดยการน า แบบสอบถามฉบ บร างไปให อาจารย ท ปร กษาตรวจและปร บปร งแก ไขในเบ องต น ขอความอน เคราะห จากผ เช ยวชาญจ านวน 3 ท าน เพ อตรวจสอบความถ กต อง ของแบบสอบถาม ด งต อไปน - รศ. ดร. วช ระ อ นทร อ ดม อาจารย ภาคว ชาเทคโนโลย ทางการศ กษา คณะศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยขอนแก น - รศ. ดร.เผช ญ ก จระการ ห วหน าภาคว ชาเทคโนโลย และส อสารการศ กษา คณะศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยมหาสารคาม - ผศ. ดร. ส ทธ พงศ หกส วรรณ อาจารย ภาคว ชาเทคโนโลย และส อสารการศ กษา 33

34 คณะศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยมหาสารคาม น าแบบสอบถามท ผ านการตรวจสอบความถ กต องจากผ เช ยวชาญท ง 3 ท าน มา ปร บปร งแก ไข และให อาจารย ท ปร กษาว ทยาน พนธ และประธานร วม ตรวจพ จารณา แก ไขเน อหาความ เหมาะสม ตลอดจนความถ กต องอ กคร ง จากน นน าไปทดลองใช (Try out) ก บน กเร ยนระด บ ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อ ช นละ 10 ช ด รวมจานวนท งส น 60 ช ด นาผลการตอบแบบสอบถามท ได มาหาค าความเช อม นของแบบสอบถามโดยใช ส มประส ทธ แอลฟา (Alpha Coefficient) ตามแนวค ดของ Cronbach ม ค าความเช อม นท งฉบ บเท าก บ ซ งอย ในเกณฑ ท ยอมร บได โดยใช ส ตรด งน [59] 34 เม อ α แทน ค าส มประส ทธ ของความเช อม น k แทน จานวนข อของแบบสอบถาม ΣSi 2 แทน ผลรวมของค าความแปรปรวนเป นรายข อ St 2 แทน ค าความแปรปรวนของแบบสอบถามท งฉบ บ 3.3 การเก บรวบรวมข อม ล การเก บรวบรวมข อม ล ได ดาเน นการตามข นตอน ด งต อไปน ขอหน งส อจากฝ ายทะเบ ยน ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ เพ อ เก บรวบรวมข อม ลจากกล มต วอย างมาใช ในการว จ ยคร งน น าแบบสอถามไปให กล มต วอย างในแต ละสถานศ กษาตอบ โดยผ ว จ ยควบค มต ดตามเก บ รวบรวมแบบสอบถาม ในภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2548 ได ท าการแจกแบบสอบถามจ านวนท งส น400 ช ด ได ร บกล บมา 400 ช ด ค ดเป นร อยละ การว เคราะห ข อม ล ผ ว จ ยน าข อม ลท เก บรวบรวมได จากกล มต วอย าง จ านวน 400 คน มาประมวลผลตามระเบ ยบว ธ ทางสถ ต โดยใช โปรแกรมคอมพ วเตอร ส าเร จร ป SPSS/ PC+ (Statistic Package for Social Science :Personal Computer) สาหร บคานวณผลทางสถ ต ซ งม ข นตอนดาเน นงาน ด งต อไปน ว เคราะห ข อม ลท ได จากแบบสอบถาม ตอนท 1 เก ยวก บด านข อม ลท วไป โดยการแจกแจง ความถ (Frequency) และร อยละ (Percentage) ว เคราะห ข อม ลท ได จากแบบสอบถาม ตอนท 2 เก ยวก บป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ต ของน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน ค ภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ โดยหาค าเฉล ย ( X ) ส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการว เคราะห ป จจ ย (Factor Analysis) แล วนาเสนอในร ปของตารางประกอบความเร ยง ซ งม เกณฑ การแปลผลคะแนนค าเฉล ย ด งต อไปน [59] ค าเฉล ย ความหมาย ป จจ ยด งกล าวม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของน กเร ยนอย ในระด บ มากท ส ด ป จจ ยด งกล าวม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของน กเร ยนอย ในระด บ มาก ป จจ ยด งกล าวม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของน กเร ยนอย ในระด บ ปานกลาง

35 ป จจ ยด งกล าวม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของน กเร ยนอย ในระด บ น อย ป จจ ยด งกล าวม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของน กเร ยนอย ในระด บ น อยท ส ด 3.5 สถ ต ท ใช ในการว เคราะห ข อม ล ในการว เคราะห ข อม ลใช สถ ต เช งพรรณา หาค าร อยละ ค าเฉล ย ส วนเบ ยงเบนมาตรฐานและการ ว เคราะห ป จจ ย (Factor Analysis) ด งต อไปน ค าร อยละ (Percentage) ใช ส ตรการคานวณ ค อ คะแนนท ได 100 จานวนกล มต วอย าง ค าเฉล ย (Mean) โดยใช ส ตร [59] 35 เม อ ค าส วน เ บ ย ง เ บ น ม า ต ร ฐ า น ( Standard Deviation : S.D.) โดยใช ส ตร [59] เม อ S.D. แทน ค าความเบ ยงเบนมาตรฐาน n แทน ขนาดของกล มต วอย าง ΣΧ แทน ผลรวมของคะแนนท งหมด ΣΧ 2 แทน ผลรวมของคะแนนแต ละต วยกกาล งสอง (ΣΧ) 2 แทน ผลรวมของคะแนนท งหมดยกกาล งสอง การว เคราะห ป จจ ยท ม ผลต อการใช อ นเทอร เน ตของน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ว ทยาล ยอาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ เพ อค นหา ล กษณะของป จจ ยท อธ บายข อม ลได ด ท ส ด จ งใช ว ธ ว เคราะห ต วประกอบ(Factor Analysis Methods)[60] โดยนาข อม ลท ได จากแบบสอบถาม ตอนท 2 ท ได กรอกข อม ลอย างสมบ รณ แล วมาว เคราะห ป จจ ยแต ละด าน โดยสก ดป จจ ยด วยว ธ องค ป จจ ยหล ก(Principal Component Analysis) เพ อให ได ป จจ ยท เป นอ สระต อก น และส มพ นธ ก น จ งเล อกหม นแกนป จจ ยแบบออโธโกนอล (Orthogonal Rotation) ด วยว ธ วาร แมกซ (Varimax) โดยม ข นตอนด งน 1) นาต วแปรสก ดป จจ ย ด วยว ธ ป จจ ยหล ก (Principal Component Analysis) 2) หม นแกนป จจ ยแบบออโธโกนอล (Orthogonal Rotation) ด วยว ธ วาร แมกซ (Varimax) โดยการลดจานวนต วแปรในแต ละป จจ ยให เหล อน อยท ส ด 3) พ จารณาต ดต วแปรท ม น าหน กป จจ ย (Factor Loading) ส งไม ถ ง 0.50 ออก 4) นาต วแปรท เหล อไปว เคราะห ป จจ ยอ กคร งหน งด วยว ธ เด มเม อได ป จจ ยคร งส ดท ายแล ว พ จารณาป จจ ยท สาค ญ โดยใช เกณฑ ตามค าไอเกนมากกว าหร อเท าก บ 1.0 โดยในแต ละต วน นต องม น าหน ก ป จจ ย ต งแต 0.50 ข นไป 5) พ จารณาป จจ ยท ได จากการหม นแกนออโธโกนอล (Orthogonal Rotation) ด วยว ธ

36 วาร แมกซ (Varimax) โดยเล อกผลการว เคราะห จากการหม นแกนท ได ใช อธ บายต วแปรป จจ ยท ม ผลต อการ ใช อ นเทอร เน ต ของน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ(ปวช.) สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ว ทยาล ย อาช วศ กษาโปล เทคน คภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ 6) นาผลการว เคราะห ป จจ ยไปแปลผลและกาหนดช อป จจ ย 7) โมเดล Component Analysis สาหร บการว เคราะห และเล อกหม นว ธ หม นแกนแบบ Orthogonal Rotation ซ งโมเดล Component Analysis ม ส ตรด งน Z j i = a j1 F 1 + a j2 F 2 +.a mn F n โดยท Z ji = เป น Standard Score ของ S s ท i ตามต วแปร j = 1,2,..,n a jp = เป น Weights ของต วแปร j ท l0ad ลงท Component F p โดยท p = 1,2,..,n F p = เป น Component ท p โดยท p = 1,2,..,n 36 การสก ดต วแปร แบบ Principal Component Analysis ม สมการพ นฐาน ค อ โดยท R = เมตร กซ สหส มพ นธ ระหว างต วแปร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน ค ม อผ ด แลระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน บทท 3 การบร หารจ ดการระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชนระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน - ๑ บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน เจ าหน าท ผ ใช งานระบบสารสนเทศภ

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร ร จ กคอมพ วเตอร ป จ บ นคอมพ วเตอร เป นอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศท น ยมใช ก นอย างแพร หลาย โดยท วไปเราจะน าคอมพ วเตอร มาใช ในการท างานต าง ๆ เช นการค ดค านวณ การพ

More information

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net)

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net) 1 แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา () การประเม นการบร หารจ ดการศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาระด บสถานศ กษา เพ อให การด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาม ประส ทธ ภาพย งข น และน าไปส การพ ฒนาค

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย

More information

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ (๕.๑) ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล

More information

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา ๒๓๑ แนวค ด กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษาเป นหน วยงานท สร างความเข มแข ง การบร หารด านว ชาการ ด านงบประมาณ ด านการบร

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 ความเป นมา ส าน กงานอ ตโนม ต เก ดจากความพยายามขององค กร ท จะท าให งาน ขององค กรถ กต อง รวดเร ว ตรวจสอบได และเจ าหน าท ขององค กร ไม ม ข อจ าก ดด านสถานท

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553)

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการ ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการ ต วช ว ด เป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช จ ดประช มเพ อทบทวนแผนการจ ดการ

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

งานว จ ยในช นเร ยน เร อง ส ารวจความต องการในการเร ยนว ชาการงานอาช พ ของน กเร ยนระด บประถมศ กษาป ท 1-2 ผ ว จ ย ม สร ชน วงศ เสวต

งานว จ ยในช นเร ยน เร อง ส ารวจความต องการในการเร ยนว ชาการงานอาช พ ของน กเร ยนระด บประถมศ กษาป ท 1-2 ผ ว จ ย ม สร ชน วงศ เสวต งานว จ ยในช นเร ยน เร อง ส ารวจความต องการในการเร ยนว ชาการงานอาช พ ของน กเร ยนระด บประถมศ กษาป ท 1-2 ผ ว จ ย ม สร ชน วงศ เสวต กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พอาช พและเทคโนโลย ป การศ กษา 2553 โรงเร ยนอ สส

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) 2. ช อรายว ชา คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.) ล าด บท หล กส ตร ประเภท ระยะเวลา จ านวน ยศ 1 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง กรมอ ทหารเร อ ช นป ท 1 ศ กษา 1 ป ต.ค.57 - ก.ย.58 77 - เพ อทดแทนก าล งพลในการซ อมสร างเร อ 2 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง

More information

โปรแกรมระบบเผยแพร ผลงาน และนว ตกรรมทางการศ กษา (E-innovation)

โปรแกรมระบบเผยแพร ผลงาน และนว ตกรรมทางการศ กษา (E-innovation) โปรแกรมระบบเผยแพร ผลงาน และนว ตกรรมทางการศ กษา (E-innovation) จ ดท าโดย อภ ว ฒน ก นศร เว ยง กล มนโยบายและแผน ส าน กงานเขตพ นท การศ กษาเช ยงราย เขต 1 http://www.cri1.obec.go.th ค าน า โปรแกรมระบบเผยแพร

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ส มมนา- การเตร ยมการก อนการ โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ผ ร บผ ดชอบ ข นตอนการปฏ บ ต งาน มาตรฐานค ณภาพงาน ค ามาตรฐาน หล กฐาน การจ ดเตร ยมสถานท และอาคารโรงงาน การเตร ยมการด าน การตลาด

More information

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า แผนการท : 1 ประเด นย ทธศาสตร : ความเป นเล ศด านการว จ ยและนว ตกรรม องค ท จ าเป น : องค ด านงานว จ ยและนว ตกรรม แผนการ คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า 1.การบ งช 2.การสร างและ แสวงหา การประช มจ ดการประช

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา

โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา 1. ผ ร บผ ดชอบโครงการ อาจารย ขน ษฐา แซ ล ม และนายวช ราว ธ จ นผอง 2. หล กการและเหต ผล ในโลกป จจ บ นหน วยงานต าง ๆ ไม ว าจะเป นทางหน

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

EO/2 ระบบปฏ บ ต การ Windows XP

EO/2 ระบบปฏ บ ต การ Windows XP การว เคราะห หล กส ตรฐานรายว ชา ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ รห ส 200-000 ระด บ ปวช ล กษณะว ชา ทฤฎ +ปฏ บ ต สาขางาน ช างอ เล กทรอน กส ป การศ กษา 2 255 ผ สอน ชาต ชาย ส วรรณช ญ ค าอธ บายรายว ชา ศ กษาและปฏ

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

- พระราชกฤษฎ กาว าด วยว ธ การแบบปลอดภ ยในการท าธ รกรรมทาง อ เล กทรอน กส พ.ศ. ๒๕๕๓

- พระราชกฤษฎ กาว าด วยว ธ การแบบปลอดภ ยในการท าธ รกรรมทาง อ เล กทรอน กส พ.ศ. ๒๕๕๓ ค าอธ บายระบบ เป นระบบสารสนเทศเพ อการต ดต อประสานงานระหว างส าน กงาน ปปง. ก บบ คคล หร อหน วยงานภายภาคร ฐ ภาคเอกชน บ คคลท วไป และหน วยงานระหว างประเทศต างๆ เพ อขอข อม ลหร อให ข อม ลการท าธ รกรรม โดยแบ งออกเป

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน หน วยท ช อหน วย/ห วข อการสอน จ านวน (ช วโมง) 1 จร ยธรรมและความร บผ ดชอบในการใช คอมพ วเตอร และ ระบบสารสนเทศ 1.1 จร ยธรรมในการใช ระบบคอมพ วเตอร 1.2 จรรยาบรรณในการใช คอมพ วเตอร

More information

ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ CONTROL MENU INFORMATION PORT

ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ CONTROL MENU INFORMATION PORT ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ โปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ (Provincial-directory: P-dir) เป นโปรแกรมส าหร บแสดง รายช อ/ส บค นข อม ลหน วยงาน และรายช อห วหน าส วนราชการภายในจ งหว ด การท

More information

ค ม อการส บค นฐานข อม ล LIB.EDU

ค ม อการส บค นฐานข อม ล LIB.EDU ค ม อการส บค นฐานข อม ล LIB.EDU โดย นางสาวส พ นญา ส วรรณร ตน เทพบรรณร ตน ศ นย บรรณสารสนเทศทางการศ กษา คณะคร ศาสตร จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย ฐานข อม ล LIB.EDU ฐานข อม ล LIB.EDU เป นฐานข อม ลทางการศ กษา จ ดท

More information

ห วข อการประกวดแข งข น

ห วข อการประกวดแข งข น ช อโครงการ การประกวดแข งข นท กษะด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร ห วข อการประกวดแข งข น เทคโนโลย สร างสรรค หน วยงานท ร บผ ดชอบ บร ษ ท สงขลาฟ น ชช ง จาก ด ล กษณะโครงการ ประกวดแข งข นช งท นการศ กษา ระยะเวลาดาเน นการ

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

แผนการจ ดการความร ป 2555-2557 สาขาบร หารการศ กษา Show and share

แผนการจ ดการความร ป 2555-2557 สาขาบร หารการศ กษา Show and share แผนการป 2555-2557 Show and share ล าด บ ก จกรรม ก าหนดการด าเน นงาน ระยะเวลา ต วช ว ด เป าหมาย 1. ก จกรรมท 1 การบ งช 1.1 การประช มช แจงประกาศ และค าส งนโยบายการจ ดการ เคร องม อท ใช ในการ สน บสน นประเด

More information

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท บทท 1 ส วนเจ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง 1-1 ประกอบด วยผ ใช งานท เก ยวข อง 3 ส วนค อ ส วนเจ จ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง ส วนผ ใช งานน ท วไป ได แก ข าราชการท กคนของส าน กงานฯ

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร แผน ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ (SU 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร ขอบเขต 3 การรวบรวมแนวปฏ บ ต ท ด จากการเร ยนการสอนรายว ชาเคร องม อเอก กล มเป าหมาย คณาจารย และน กศ กษา เป าหมาย

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต องใช เคร องม อประกอบการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน

More information

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม ใบงานท ๔.๑ (ทดสอบปฏ บ ต ) เร องการใช เคร องม อโปรแกรม Microsoft Office Word 2007 ว ชา ง ๒๐๒๐๑ การใช โปรแกรมเพ อการปฏ บ ต งาน รายว ชาเพ มเต ม หน วยการเร ยนร ท ๔ ช อหน วย ซอฟต แวร งานพ มพ เอกสาร ช นม ธยมศ

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต 1. ช อแผนงาน แผนงานระบบอาจารย ท ปร กษา 2. ว ตถ ประสงค 1) ส งเสร มให อาจารย ท ปร กษาสามารถปฏ บ ต หน าท

More information

แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา 2555...

แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา 2555... แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา 2555... จากการประช มคณะกรรมการกาหนดนโยบายการจ ดงานศ ลปห ตถกรรม คร งท 62 ป การศ กษา 2555 ท สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานแต

More information

ฐานข อม ลสารสนเทศการศ กษาทางไกล ส าน กบรรณสารสนเทศ

ฐานข อม ลสารสนเทศการศ กษาทางไกล ส าน กบรรณสารสนเทศ ฐานข อม ลสารสนเทศการศ กษาทางไกล ส าน กบรรณสารสนเทศ จ ฑาร ตน นกแก ว * หลายท านทราบและหลายท านม ประสบการณ ในการใช ฐานข อม ลด านการศ กษาทางไกลและฐานข อม ลงานว จ ย ของมหาว ทยาล ยของสถาบ นว จ ยและพ ฒนา มสธ

More information

แผนปฏ บ ต งานโครงการพ ฒนาระบบบร หารจ ดการคล งข อสอบและการทดสอบมาตรฐานฝ ม อแรงงาน ด วยระบบอ เล กทรอน กส (Test Bank for e-testing System)

แผนปฏ บ ต งานโครงการพ ฒนาระบบบร หารจ ดการคล งข อสอบและการทดสอบมาตรฐานฝ ม อแรงงาน ด วยระบบอ เล กทรอน กส (Test Bank for e-testing System) 1 จ ดเตร ยมข อสอบมาตรฐานฯ 10 สาขา เพ อใช สาหร บนาร อง การทดลองระบบฯ พร อมจ ดทาโครงการฯ และแต งต ง ฝ ม อแรงงาน และศ นย เทคโนโลย กองแผนงานและ 2 ประช ม จ ดทาแผนปฏ บ ต งาน กาหนดร ปแบบฐานข อม ล การ ออกแบบหน

More information

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได แบบบ นท กหน วยการเร ยนร หน วยการเร ยนร ท 5 เร องโครงคอมพ วเตอร รห สว ชา ง32212 ช อว ชาการเข ยนโปรแกรมข นส ง กล มสาระการเร ยนร การอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 5 ภาคเร ยนท 2 เวลา 8 ช วโมง ผ สอน นายณ

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.

แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และ มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘) แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา ๒๕๕๗ (๑ ม ถ นายน พ.ศ.

More information

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น (สมรรถนะท 2 การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น) (เวลา 55 ช วโมง) แนวค ด เป นหล กส ตรท จ ดข นเพ อให ความร ในการบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น เม อเก ดป ญหาเพ ยงเล

More information

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม เอกสารสร ปรายงานการด าเน นโครงการก จกรรม ประกอบด วย ส วนท 1. ปกรายงาน ส วนท 2. ใบรองปก ( ปกใน ) ส วนท 3. ค าน า ส วนท 4. สารบ ญ ส วนท 5. โครงการท ได ร บการอน ม ต ส วนท 6. ก าหนดการ ส วนท 7. ส าเนาบ นท

More information

สารบ ญตาราง ตารางท หน า

สารบ ญตาราง ตารางท หน า สารบ ญ บทท หน า บทสร ปผ บร หาร I 1 บทนา 1 หล กการและเหต ผล 1 ว ตถ ประสงค และเป าหมาย 2 ขอบเขตของการว จ ย 2 ประโยชน ท ได ร บจากการว จ ย 4 น ยามศ พท เฉพาะ 4 กรอบแนวค ดของการว จ ย 7 2 แนวค ด ทฤษฎ และงานว

More information

ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ มหาว ทยาล ยราชภ ฏจ นทรเกษม

ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ มหาว ทยาล ยราชภ ฏจ นทรเกษม ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ เม อว นท 22 ม ถ นายน 2544 ในขณะน นส งก ดส าน กงาน สภาสถาบ น ราชภ ฏ กระทรวงศ กษาธ การ ได ตกลงร วมม อก บโรงเร ยนม นบ ร โปล เทคน ค ในการด าเน นการจ ดต งศ

More information

บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส

บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส 3-1 บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส 3.1 ร จ กระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส ระบบการแจ งข าวประชาส มพ นธ ค อ โปรแกรมระบบงานท

More information

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ย ทธศาสตร ย ทธศาสตร ท 1 เสร มสร างจ ตส าน กและ ค าน ยมให หน วยงาน บร หารงานตาม หล

More information

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus)

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus) 1 อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus) ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ ง 347 จานวน 1.0 หน วยก ต ( คาบ/ส ปดาห ) ระด บม ธยมศ กษาตอนปลาย ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 5 กล มสาระการงานอาช พและเทคโนโลย

More information

บทท 1 เร มต นการใช งาน

บทท 1 เร มต นการใช งาน 1 บทท 1 เร มต นการใช งาน 1. เป ดโปรแกรม Internet Explorer ข นมา จากน นเข าเว บไซต ของส าน กงาน กศน.จ งหว ด ค อ http://lpa.nfe.go.th จากน น ใช เมาส คล กไปท กล อง e-office กศน.ล าปาง (ตามล กศร ช ) ด งภาพ

More information

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555 1 แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2555 2 แผนการจ ดการความร : การจ ดการความร เก ยวก บการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ พ นธก จ : การผล ตบ ณฑ ต กลย ทธ ท 1.2 : การพ ฒนาการเร ยนการสอนเพ อพ ฒนาค ณภาพน

More information

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา การประเม นผลการส มมนา หมายถ ง กระบวนการในการจ ดเก บข อม ล และจ ดกระท าข อม ลเพ อให ทราบว า การดาเน นงานจ ดส มมนาตาม โครงการ ได บรรล ว

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห )

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห ) แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน หน วยท สาระการเร ยนร จ ดประสงค การเร ยนร ก จกรรมการเร

More information

ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง

ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง ง1201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มการงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 80 ช วโมง ศ กษา ค นคว า การใช โปรแกรม Windows Movie Maker สร าง Music video ส วนต ว ต ดต อเพลงและว ด โอ การใช โปรแกรม Internet

More information

สร ปผลการด าเน นงาน โครงการ เสร มท กษะการตรวจว เคราะห ค ณค าอาหารแก น กศ กษา ระหว างว นท 15 16 ธ นวาคม 2552

สร ปผลการด าเน นงาน โครงการ เสร มท กษะการตรวจว เคราะห ค ณค าอาหารแก น กศ กษา ระหว างว นท 15 16 ธ นวาคม 2552 สร ปผลการด าเน นงาน โครงการ เสร มท กษะการตรวจว เคราะห ค ณค าอาหารแก น กศ กษา ระหว างว นท 15 16 ธ นวาคม 2552 โดย ศ นย ว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยราชภ ฏอ ตรด ตถ ประจ าป 2552 โครงการ เสร มท กษะการตรวจว

More information

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน ว ตถ ประสงค เพ อพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรผ เก ยวข องให ม ความร ความเข าใจ ความส าค ญในการก าหนดข อม ลพ นฐาน (Master File) และข อม ล พ นฐานท พ ฒนาข นมาใหม ในโปรแกรม BMS INVENTORY เพ

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน

More information

ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต

ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต จ ดท าข นเพ ออ านวยความสะดวกให ก บ ภาคว ชาและคณะได ท าการจ ดอาจารย ผ สอนลงตามคาบเวลาตามท

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง (เอกสารประกอบการประช มปฏ บ ต การช แจงและซ กซ อมความเข าใจการสร างข อสอบ Online) สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 5 :ส งห บ ร :ลพบ ร :ช ยนาท:อ างทอง:

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ข นตอนการเสนอขออน ม ต โครงการ อาจารย ผ ร บผ ดชอบโครงการกรอกข อม ลโครงการทางเว บไซต หร อส งข อม ลโครงการให เจ าหน าท ประสานงานโครงการ เจ าหน าท ประสานงานโครงการตรวจสอบข

More information

รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล

รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล 1. ว ตถ ประสงค รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล 1.1 ช วยงานธ รการตามคาส งผ บ งค บบ ญชา 1.2 บ นท กข อม ลในระบบฐานข อม ล และเว ปไซด 1.2 พ มพ เอกสารราชการและงานอ น ๆ ตามค าส งผ บ งค บบ ญชา 1.4

More information

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development พ มพ คร งท 2 พฤศจ กายน 2552 การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development เร ยบเร ยงโดย ผศ.ดร.ส ราษฎร พรมจ นทร ภาคว ชาคร ศาสตร เคร องกล คณะคร ศาสตร อ ตสาหกรรม มหาว ทยาล ยเทคโนโลย พระจอมเกล าพระนครเหน อ พ

More information

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร 19 สนว. แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน ก มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร องค ประกอบ จ ดแข ง แนวทางเสร มจ ดแข ง จ ดท ควรพ ฒนา ข อเสนอแนะในการปร บปร ง หล กฐาน/โครงการ

More information

การบร หารความร และการเร ยนร VII

การบร หารความร และการเร ยนร VII สารบ ญ สารบ ญ สารบ ญ VII สารบ ญร ป XII แถลงการณ แบบอย างท ด เย ยมด านการบร หาร 1 1. หล กการ 7 1.1 อนาคตของบร ษ ทข นอย ก บความร ความสามารถของพน กงาน 8 (ก) บร ษ ทเต บใหญ ได ไม เก นความร ความสามารถของพน กงานท

More information

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login 1 ระบบงานบร หารงานเคร อข าย ระบบงานบร หารงานเคร อข าย เป นระบบงานท เก บรวบรวมข อม ล เก ยวก บเคร อข ายต างๆ ประกอบด วย องค กรสว สด การส งคมและอาสาสม คร รวมท งข อม ลในด านอ นๆ เป นต นว าก จกรรมการด าเน นงาน

More information

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง )

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) ว ชา พ มพ ด ดไทยด วยคอมพ วเตอร รห สว ชา 0- ระด บ ปวช. ปวส. สาขางาน คอมพ วเตอร ธ รก จ ป การศ กษา / 6 ผ สอน นางจ ราย บ ญมาปล ก ล กษณะว ชา ทฤษฎ +ปฏ บ ต มาตรฐานรายว ชา. บอกส

More information

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2) หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) ว ชา การใช โปรแกรมน าเสนอข อม ล รห สว ชา - ระด บ ปวช. ปวส. สาขางาน คอมพ วเตอร ธ รก จ ป การศ กษา / 6 ผ สอน นางจ ราย บ ญมาปล ก ล กษณะว ชา ทฤษฎ +ปฏ บ ต มาตรฐานรายว ชา. อธ

More information