มหาว ทยาล ยราชภ ฏราชนคร นทร

Size: px
Start display at page:

Download "มหาว ทยาล ยราชภ ฏราชนคร นทร"

Transcription

1 บทท 2 เอกสารและงานว จ ยท เก ยวข อง ในการศ กษาเอกสารและงานว จ ยท เก ยวข องก บสภาพการปฏ บ ต งานบ คคลของผ บร หาร ในสถานศ กษาข นพ นฐาน ในเขตจ งหว ดฉะเช งเทรา ผ ว จ ยได ศ กษาต ารา เอกสาร และงานว จ ยท เก ยวข อง โดยรายละเอ ยดของเน อหา แบ งเป น 6 ห วข อ ได แก 2.1 แนวค ดและหล กการบร หารงานบ คคล ความหมายและความส าค ญ การวางแผนและการสรรหาบ คลากร การธ ารงร กษาบ คลากร การฝ กอบรมและการพ ฒนาบ คลากร การให พ นจากงาน 2.2 ป ญหาและอ ปสรรคในการบร หารงานบ คคล 2.3 นโยบาย แผน และกฎหมายท เก ยวข องก บการบร หารงานบ คคล ร ฐธรรมน ญแห งราชอาณาจ กรไทย พ ทธศ กราช กฎหมายท เก ยวข องพระราชบ ญญ ต การศ กษาแห งชาต แผนพ ฒนาคร และบ คลากรทางการศ กษา 1) ระบบการผล ตคร และบ คลากรทางการศ กษา 2) ระบบการพ ฒนาส งเสร มคร และบ คลากรทางการศ กษา 3) ระบบการปฏ ร ประบบควบค มการประกอบว ชาช พคร และบ คลากร ทางการศ กษา 4) ระบบการบร หารงานบ คคลของข าราชการคร และบ คลากรทางการศ กษา นโยบายกระทรวงศ กษาธ การ 2.4 สภาพการบร หารงานบ คคลของจ งหว ดฉะเช งเทรา 2.5 งานว จ ยท เก ยวข อง 2.6 สร ปกรอบแนวค ดการว จ ย

2 2.1 แนวค ดและหล กการบร หารงานบ คคล ความหมายและความส าค ญ ความหมายของการบร หารงานบ คคล ค าว า การบร หารงานบ คคล เป นศ พท ทางว ชาการ ท คณะร ฐประศาสนศาสตร มหาว ทยาล ยธรรมศาสตร ได บ ญญ ต ข นใช โดยถอดความจากค าในภาษาอ งกฤษว า Personnel Administration หร อ Personnel Management การบร หารด านบ คลากรท เร ยกก นโดยท วไปว า การบร หารงานบ คคล น ในภาษาอ งกฤษก ม การใช ก นหลายค า เช น Personnel Administration, Personnel Management, Labor Relations, Industrial Relations และ Manpower Management เป นต น ในภาษาไทยก ม ใช อย หลายค าเช นเด ยวก น เช น การบร หารงานบ คคล การบร หารบ คลากร การจ ดการงานบ คคล และการบร หารงานเจ าหน าท เป นต น เน องจากในย คป จจ บ นน วงว ชาการ และว ชาช พบร หารใช ค า การบร หารงานบ คคล ก นอย างกว างขวางจนเป นท ยอมร บก นโดยท วไป ความหมายและขอบข ายของการบร หารงานบ คคลโดยท วไปน นได ม ผ ให น ยาม ความหมายไว หลายความหมาย เช น แอปปล (Apply, อ างถ งใน ภ ญโญ สาธร : 6) ให ความหมายของ การบร หารงานบ คคล ค อ การด าเน นการในการวางแผน และการก าหนดกระบวนการเก ยวก บต ว เจ าหน าท ในการปฏ บ ต งานด านศ กษาและว จ ย ในอ นท จะปร บปร งนโยบายด านบ คคล เทคน คใน การบร หารงานบ คคล และการพ ฒนาความสามารถของบ คคลในองค การ บ ช (Beach, อ างถ งใน ภ ญโญ สาธร : 6) ให ความหมายของการ บร หารงานบ คคลว า การบร หารงานบ คคล ค อ "การด าเน นการต างๆ เก ยวก บการวางนโยบาย และ โครงการเก ยวก บต วบ คคล การค ดเล อกบ คคล การฝ กอบรม การก าหนดส งตอบแทนต างๆ การ ควบค มอ ตราก าล ง การเสร มสร างแรงจ งใจในการปฏ บ ต งาน การสร างภาวะผ น า ตลอดจนการ สร างมน ษย ส มพ นธ ท ด ในการท างานในองค การหร อหน วยงาน ไนโกร (Nigro, อ างถ งใน ภ ญโญ สาธร : 6) ลงความเห นว า การ บร หารงานบ คคล ค อ ศ ลปะของการค ดเล อกคนเข าท างาน และการใช คนท ม อย แล วให ท างาน อย างม ค ณภาพส งส ดและได ผลงานมากท ส ด ว ลฟ (Wolf, อ างถ งใน ภ ญโญ สาธร : 6) ให ความหมายของการ บร หารงานบ คคล ว าเป นการด าเน นงานเก ยวก บต วบ คคล การท าให เก ดการปฏ บ ต งาน และการ ควบค มการท างานของบ คคลในองค การ

3 9 ฟล ปโป (Flipo, 1961 : 4-7) กล าวว า การบร หารงานบ คคล หมายถ ง การวางแผน การจ ดองค การ การอ านวยการ การควบค มเก ยวก บการสรรหา การพ ฒนาอ ตรา เง นเด อน และค าตอบแทน ความเป นอ นหน งอ นเด ยวก นและการท าน บ าร งร กษาไว ซ งบ คลากร ขององค การเพ อบรรล ถ งว ตถ ประสงค ขององค การ ส ก จ จ ลละน นท (2510 : 102) ให ความหมายไว ว า การบร หารงานบ คคลเป น กระบวนการท เก ยวก บการวางนโยบาย การวางแผนโครงการ ระเบ ยบและว ธ ด าเน นการเก ยวก บ ต วบ คคล หร อเจ าหน าท ท ปฏ บ ต งานในองค การใดองค การหน ง เพ อให ได มาได ใช ประโยชน และ บ าร งร กษาไว ซ งทร พยากรด านมน ษย ท ม ค ณภาพ และม ปร มาณเพ ยงพอเพ อให การปฏ บ ต งาน บรรล ผลส าเร จตามว ตถ ประสงค สมพงศ เกษมส น (2513 : 507) ให ความหมายของการบร หารบ คคลว า หมายถ ง ศ ลปะในการค ดเล อกสรรคนใหม และใช คนเก าในล กษณะท จะให ได ผลงาน และบร การ จากการปฏ บ ต งานของบ คคลเหล าน นมากท ส ดท งในด านปร มาณงานและค ณภาพ ช ศ กด เท ยงตรง (อ างถ งใน หวน พ นธ พ นธ : 75) ให ความหมายเช ง น ยามไว ว า การบร หารงานบ คคล ค อ การบร หารทร พยากรมน ษย โดยม จ ดม งหมายเพ อให ได คนด ม ค ณว ฒ และม ความสามารถเหมาะสมก บต าแหน งหน าท มาท างานด วยความสนใจ พ งพอใจอย าง ม ประส ทธ ภาพและประส ทธ ผล บ ณฑ ตย อ นทรช น (2526 : 1) ให ความหมายกว างๆ ว า การบร หารงานบ คคล หมายถ ง การด าเน นการเก ยวก บบ คคลในองค การ น บต งแต เข ามาปฏ บ ต งานจนกระท งออกจาก งานไป โดยเร มต งแต การวางนโยบายและแผนงานเก ยวก บการจ ดอ ตราก าล ง การก าหนดค ณสมบ ต ของผ ท จะเข ามาท างาน การก าหนดช นและต าแหน งงาน การก าหนดอ ตราเง นเด อน และค าจ าง การสรรหาหร อการร บสม คร การสอบ การค ดเล อก การบรรจ แต งต ง การให ทดลองปฏ บ ต งาน การจ ดท าและเก บร กษาทะเบ ยนประว ต การฝ กอบรม การประเม นผลการปฏ บ ต งาน การพ จารณา ความด ความชอบ การเล อนช นเล อนต าแหน ง การจ ดสว สด การการร กษาส ขภาพและความปลอดภ ย การปกครองบ งค บบ ญชา การพ จารณาโทษทางว น ย การให พ นจากงานและการให บ าเหน จบ านาญ บรรจง อภ รต ก ล (2527 : 8) ให ความหมายของค าว า การบร หารงานบ คคล (Personnel Administration) หร อ การจ ดการงานบ คคล (Personnel Management) หมายถ ง การบร หารทางด านการวางแผน การจ ดร ปงาน การอ านวยการ และการควบค มหน าท ต างๆ เก ยวก บบ คคล เพ อให บรรล ถ งว ตถ ประสงค ขององค การในอ นท จะให เก ดประส ทธ ภาพและ ประเม นผล และประหย ด

4 10 ถว ลย ศ ลปก จ (อ างถ งใน บรรจง อภ รต ก ล : 7) ได ให ความหมาย ของการบร หารงานบ คคล ว า การบร หารงานบ คคลเป นงานท เก ยวก บการควบค มด แลพน กงาน เจ าหน าท ขององค การเพ อท จะให พล งงานบ คคลท ม อย อย างจ าก ดน น อ านวยประโยชน แก องค การ โดยก อให เก ดประส ทธ ภาพในการท างานและให สามารถปฏ บ ต งาน โดยได ร บผลงานมากท ส ดและ โดยย ดหล กท ว าประโยชน ขององค การฝ ายหน งก บประโยชน ของพน กงาน และคนงานอ กฝ ายหน ง เป นประโยชน ร วมก นหาได ข ดแย งก นไม ธงช ย ส นต วงษ (2525 : 3) การบร หารงานบ คคล หมายถ ง ภารก จของผ บร หาร ท กคน (และของผ ช านาญการด านบ คลากรโดยเฉพาะ) ท ม งปฏ บ ต ในก จกรรมท งปวงท เก ยวก บการ บ คลากร เพ อให ป จจ ยด านบ คคลขององค การเป นทร พยากรมน ษย ท ม ประส ทธ ภาพส งส ด ตลอด เวลาท จะส งผลส าเร จต อเป าหมายขององค การ อ านวย ถาวร (2530 : 29) การบร หารงานบ คคล หมายถ ง การด าเน นงาน เก ยวก บการเล อกสรรบ คคลเข าปฏ บ ต งานและการใช บ คคลท ม อย แล วในองค การ โดยให บ คคลท เหมาะสมก บงานให ได ผลงานท ส งท ส ดท งในด านปร มาณและค ณภาพ ขณะเด ยวก นก ต องท าให บ คคลขององค การเก ดความพ งพอใจด วย เสนาะ ต เยาว (2532 : 10) ให ความหมายของการบร หารงานบ คคล ค อ การจ ด ระเบ ยบ และด แลบ คคลเพ อบ คคลใช ประโยชน และความร ความสามารถของแต ละบ คคลให มาก ท ส ด อ นเป นผลท าให องค การอย ในฐานะได เปร ยบทางด านการแข งข น และได ร บผลงานมากท ส ด รวมถ งความส มพ นธ ระหว างผ บ งค บบ ญชา และผ ใต บ งค บบ ญชาต งแต ระด บส งส ด และต าส ด รวมตลอดถ งการด าเน นการต างๆ อ นเก ยวข องก บคนท กคนในองค การน น จากแนวค ดด งกล าวสร ปได ว า การบร หารงานบ คคล หมายถ ง กระบวนการ จ ดการเก ยวก บบ คคลเพ อค ดสรรให ได ซ งคนด ม ความร ความสามารถเหมาะสมก บงานขององค การ เข ามาปฏ บ ต งานให ได ผลด ม ประส ทธ ภาพมากท ส ด โดยองค การจะต องสร างกระบวนการให สามารถด งด ด ธ ารงร กษา และพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ความสามารถ และม ความพ งพอใจท จะปฏ บ ต งานอย ในองค การให นานท ส ด เพ อปฏ บ ต งานตามภารก จหน าท ให ม ประส ทธ ภาพ และ ประส ทธ ผลตามความม งหมายขององค การหร อหน วยงานท ก าหนดไว ความส าค ญของการบร หารงานบ คคล การด าเน นก จการใดๆ ก ตามเม อจะต องท าเป นการถาวรต อเน องก นไป ก ม กจะ อาศ ยหน วยงานอ นร บผ ดชอบการด าเน นการ การจ ดองค การเพ อด าเน นก จการด านต างๆ ม ร ปแบบ แตกต างก นไปตามว ตถ ประสงค และล กษณะของก จการ ต วอย างเช น ก จการด านการศ กษา

5 11 องค การท จ ดต งข นม กจะจ ดในร ปสถานศ กษา ซ งได แก โรงเร ยน ว ทยาล ย สถาบ น และ มหาว ทยาล ย เป นต น ตามทฤษฎ องค การแล วถ อว าองค ประกอบส าค ญขององค การม สองส วน ค อ งาน และ คน หมายความว า องค การท กประเภทจะต องม องค ประกอบด านงาน ซ งได แก ภารก จท จะต องกระท าตามว ตถ ประสงค แล วการจ ดระบบงานเพ อให สามารถกระท าภารก จได ตาม เป าหมายอย างม ประส ทธ ภาพ การท จะประกอบภารก จได ตามเป าหมายขององค การจ าเป นต องม องค ประกอบท ท สองท ด ค อ ม คน หร อบ คลากรท ม ความร ความสามารถเหมาะสมเพ ยงพอท จะ ปฏ บ ต งาน หน วยงานด านการศ กษา เช น โรงเร ยน ม ภารก จหล กในการให การศ กษาแก เยาวชน การท โรงเร ยนจะกระท าภารก จหล กได ด ม ประส ทธ ภาพ โรงเร ยนจ าเป นต องม บ คลากร ทางการศ กษา ซ งได แก คร อาจารย และเจ าหน าท ท ม ค ณภาพในปร มาณท เหมาะสมก บภาระงาน บ คลากรจ งเป นป จจ ยท ส าค ญอย างย งในการบร หารการศ กษา พยอม วงศ สารศร (2534 : 5-6) ได สร ปความส าค ญของการบร หารงานบ คคล ไว ด งน 1) ช วยพ ฒนาองค การให เจร ญเต บโต เพราะการบร หารงานบ คคลเป นส อกลาง ในการประสานงานก บแผนกต างๆ เพ อแสวงหาว ธ การให ได บ คคลท ม ค ณสมบ ต เหมาะสมเข ามา ท างานในองค การ เม อองค การได บ คคลท ม ค ณสมบ ต ด งกล าวย อมท าให องค การเจร ญเต บโตและ พ ฒนาย งข น 2) ช วยให บ คคลท ปฏ บ ต งานในองค การม ขว ญและก าล งใจในการปฏ บ ต งานเก ด ความจงร กภ กด ต อองค การท ตนปฏ บ ต งาน 3) ช วยเสร มสร างความม นคงแก ส งคมและประเทศชาต ถ าการบร หารทร พยากร มน ษย ด าเน นการอย างม ประส ทธ ภาพแล ว ย อมไม ก อให เก ดความข ดแย งระหว างองค การ และ ผ ปฏ บ ต งานท าให สภาพส งคมโดยส วนรวมม ความส ข ก ต มา ปร ด ด ลก (2532 : 82-83) กล าวว า องค การหร อหน วยงานใดๆ จะ เจร ญก าวหน าและม ประส ทธ ภาพตามเป าหมายท วางไว มากน อยเพ ยงใดน น ข นอย ก บ สมรรถภาพและค ณภาพของผ ปฏ บ ต งานควบค ไปก บความร ความสามารถของผ บร หารด วย หาก ผ บร หารสามารถจ ดการเก ยวก บเร องคนได แล ว ป ญหาอ นๆ แทบจะหมดไป ป ญหาต างๆ ท เก ดข นในองค การ หร อหน วยงานต างๆ ในป จจ บ นล วนเป นป ญหาท เก ดจากการบร หารงานบ คคล ท ขาดประส ทธ ภาพของผ บร หาร การบร หารงานบ คคลท ด จะช วยแก และลดป ญหาได

6 12 สมพงศ เกษมส น (2526 ข : 2) กล าวถ ง ความส าค ญของการบร หารงานบ คคล ว า บรรดาป จจ ยท ใช ในการพ ฒนาประเทศน น ก าล งคนน บได ว าเป นป จจ ยท ส าค ญท ส ด เพราะ เหต ว า ถ าจ านวนคนพอสมควร ม ความร ความสามารถเหมาะสมแก หน าท การงาน และม การ จ ดการท ด แล ว โอกาสท จะท างานให ได ผลด และประหย ดย อมง ายข นเป นอ นมากจน อาจกล าว ได ว าคนส าค ญย งกว าเง นและส งของมากมายน ก เพราะถ าคนม ความสามารถแล วท กส งท กอย าง จะส าเร จล ล วงไปด วยด และรวดเร ว บรรยงค โตจ นดา (2543 : 20-21) ความส าค ญของการบร หารงานบ คคลน น น บว นท จะทว ข นเร อยตราบใดท เรายอมร บความจร งว าทร พยากรณ มน ษย น นส าค ญย งกว าป จจ ย การผล ตอ นๆ แม จะม เคร องจ กรกลเข ามาม บทบาทในการด าเน นธ รก จมากข นและใช ว ทยาการส งข น ม ว ส ยสามารถยอดเย ยมเพ ยงใดก ไม ใช น าเคร องเข ามาแทนท คน ไม ใช เข ามาเป นนายคน เพราะคน ต องเป นนายเคร องว นย งค า ค อ เป นผ สร าง ผ ใช เคร อง เช น ผล ตเคร องคอมพ วเตอร (Hardware) ผล ตโปรแกรม (Software) ส งให เคร องท าตามค าส งท าให ได งานท ละเอ ยดรวดเร วและม ข อผ ดพลาด น อยลงหร อไม ม เลย ด งน น ความส าค ญของการบร หารงานบ คคล จ งม ด งต อไปน 1) เพราะธ รก จอ ตสาหกรรมแข งข นก นมากข น จ งเก ดความต องการคนด ม ความสามารถส งมาท างานให 2) ร ฐเล งเห นความส าค ญของการใช คนภายใต เง อนไขของย คสม ยทางเศรษฐก จ ส งคมและการเม อง เช น ตามหล กมน ษย ธรรมสากล ส ทธ มน ษย ชนขององค การสหประชาชาต และระเบ ยบท เก ยวข องให ท กหน วยธ รก จถ อปฏ บ ต เป นต น 3) ความซ บซ อนและความก าวหน าทางเทคโนโลย ท าให เก ดการประด ษฐ ค ดค น ว ธ การ และเคร องม อ เคร องใช มาร บใช อ านวยความสะดวกสบายให แก การด ารงค ช ว ตของมน ษย ในล กษณะท แข งข นก นสนองความต องการของมน ษย มากข น ท าให เก ดการแข งข นทางธ รก จ อ ตสาหกรรมไม ม ท ส นส ด แต ละก จการท งในระด บประเทศจนระด บโลก จ งต องท งสรรหาค ดเล อก และเสร มสร างคนด ไว ใช งาน 4) พล งของสถาบ นแรงงานท เต บโตและแข งแรงข น เป นแรงผล กด นให นายจ าง ต องม ความส าค ญเก ยวก บการบร หารงานบ คคลเพ มข น เพ อไม ให เก ดป ญหาแรงงานซ งจะบ นทอน ความเจร ญก าวหน าและความม นคงขององค การ ลองค ดด ว าระหว างการน ดหย ดงานก บการเฉ อย งาน เร องไหนให ผลเบ องปลายร ายแรงมากกว าก น

7 13 5) องค การใหญ โตว ยซ อนมากข น ตามสภาพการแข งข นและความเจร ญทาง เศรษฐก จ การแบ งงานก นท าในองค การขนาดเล กจะม ล กษณะคนเด ยวท างานได หลายอย าง แต เม อองค การขยายต วใช เทคโนโลย ส งข นก ต องการความช านาญเฉพาะอย างมากข น ซ งบางแห งใช ความช านาญเฉพาะอย างมากเก นไป (Overspecialization) ก จะกระท าให กระบวนงานบางอย าง ต ดข ดหร อรองาน ถ าเก ดความข ดข องในจ ดใดจ ดหน งข นป ญหาต างๆ เหล าน ต องการการบร หารงาน บ คคลท ด เพ อ Put the Right Man on the Right Job 6) บทบาทของการจ ดการเปล ยนไปจากเด มเป นอ นมาก เพราะต องการผ บร หาร ม ออาช พจร งเพ อมาบร หารงานยามว กฤตได หร อจ ดการงานได ตามสถานการณ โดยใช สหว ทยาการ เพ อการแก ป ญหา เพราะความเปล ยนแปลงของป จจ ยแวดล อมท งภายในองค การ และภายนอก องค การเปล ยนแปลงรวดเร วท น กบร หารต องตามให ท นและปร บต วให ท นอ กด วย 7) พฤต กรรมศาสตร ก าวหน าและเข าไปม บทบาทในการบร หารงานมากข น เพราะผ บร หารจะต องเข าใจธรรมชาต ของคนและธรรมชาต ของงานมากข นด วย จ งจะอย ก บเพ อน ร วมงานในองค การได ด ม สมานฉ นท บรรยงค โตจ นดา (2543 : 21) กล าวว า กระบวนการบร หารงาน ประกอบด วย POSDC, Planning, Organizing, Staffing, Directing และ Controlling ต ว S ส าค ญท ส ด เพราะเป นผ ปฏ บ ต ข นตอนอ นๆ ท งหมดของกระบวนการบร หาร ด งน นเม อจ ดต งองค การแล วต องม คนท างานโดยหาคนมาท างานน นค อ การจ ดคนลงไปในงาน (Staffing) จ งสร ปได ว า การบร หารงานบ คคลเป นท งศาสตร และศ ลป ในการเล อกคนในการ ใช คนให เก ดประโยชน ส งส ด ส นเปล องทร พยากรน อยท ส ดและบ คคลน นม ความส ขความพอใจท จะ ปฏ บ ต งาน ส าน กงานคณะกรรมการการประถมศ กษาแห งชาต (2528 : 4) ในบรรดา ทร พยากรการบร หารท งหลาย คนเป นทร พยากรท ส าค ญท ส ดแม ว าผ บร หารจะก าหนดแผนงานและ โครงการ หร อระบบงานไว ด เพ ยงใดก ตามแต ถ าหากขาดคนท จะร บผ ดชอบงานท ก าหนดไว หร อ คนท ร บผ ดชอบน นไม ม ความร ความเหมาะสมก บงานท ม อย ความส าเร จของงาน และโครงการ ท ด าเน นอย จะไม ด เท าท ควร จ งจ าเป นอย างย งท ผ บร หารโรงเร ยนจะต องด แลเอาใจใส และช วยเหล อ บ คลากรในโรงเร ยนปฏ บ ต งานอย างเต มความสามารถ ม ประส ทธ ภาพ ประส ทธ ผล และม ขว ญ ก าล งใจด จะท าให การด าเน นงานของโรงเร ยนบรรล เป าหมาย

8 14 กล าวโดยสร ป บ คลากรเป นป จจ ยท ส าค ญท ส าค ญท ส ดของการบร หาร โดยเฉพาะอย างย งการบร หารการศ กษาในหน าท ของการบร หาร จ งได ก าหนดให การบร หารด าน บ คลากรเป นป จจ ยหน งท ส าค ญของการบร หารท งน เพ อให หน วยงานสามารถด งด ดและบ าร งร กษา คนด ม ความร ความสามารถไว ในหน วยงานให มากท ส ด และนานท ส ดเท าท หน วยงานต องการ การจะท าเช นน ได จะต องม การบร หารงานบ คคลท ด เป นส วนส าค ญของการบร หาร บทบาทหน าท ของผ บร หารโรงเร ยนในการบร หารบ คคล ส าน กงานคณะกรรมการการประถมศ กษาแห งชาต (2528 : 5) ได สร ปว า ผ บร หารโรงเร ยนประถมศ กษา ควรม บทบาท หน าท ในการบร หารงานบ คลากร ด งน 1) จ ดโครงการบร หารงานให เป นระบบ 2) ปฐมน เทศเก ยวก บการปฏ บ ต งานตามระเบ ยบการปฏ บ ต งานโรงเร ยน 3) ก าหนดบทบาทหน าท ของบ คลากรแต ละคนให ช ดเจน 4) มอบหมายงานตามความร ความสามารถของบ คลากร 5) ควบค ม ก าก บ ต ดตาม และน เทศบ คลากรให ปฏ บ ต งานเต มความสามารถ และเป นไปตามจ ดประสงค ของโรงเร ยน 6) ส งเสร มขว ญและก าล งใจในการปฏ บ ต งานของบ คลากร 7) ส งเสร มและสน บสน นให บ คลากรศ กษาหาความร เพ มเต ม และพ ฒนาท ก ร ปแบบ 8) ด แลและด าเน นการเก ยวก บสว สด การของบ คลากร 9) ด าเน นการประเม นผลเป นระยะๆ ตามล กษณะของงาน 10) ด าเน นการเก ยวก บการเข าร บราชการและออกจากราชการของบ คคลใน โรงเร ยน แนวความค ดหล กของการบร หารงานบ คคล บรรยงค โตจ นดา (2543 : 19) แบ งการบร หารงานบ คคล เป น 4 กล ม ด งน 1) แบบรวมศ นย อ านาจ เช น การบร หารด วยว ธ การทางว ทยาศาสตร ซ งศ กษา เร องเวลาและการเคล อนไหวของเทเลอร เน นเร องการให ค าจ างตามช นงาน การหาว ธ การท างาน ท ด ท ส ด โดยเน นการบร หารงาน การบร หารแบบด งเด มของ เฮนร ฟาโยล ในเร องหล กบร หาร 14 ประการ และทฤษฎ X, Y ของแมคเกรเกอร เป นต น 2) แนวความค ดทฤษฎ Y ของแมคเกรเกอร เช อว า ถ าเราหย งทราบความต องการ ของมน ษย ค อ พน กงานของเราตามระด บความต องการของคนตามท อ บราฮ มมาลโลว กล าวไว แล ว

9 15 ตอบสนองความต องการของพวกเขาให ได และเข าก บทฤษฎ สองป จจ ยจ งใจ (Hygien Factors and Motivator Factors) ของเฮ สทซ เบอร ก ค อ มองคนในแง ด ว าเขาย อมพอใจจะท างานท เขาพอใจ จะท า ค อ ม ต วงานและความส าเร จของงานเป นต วจ งใจท ส าค ญ 3) หล กการบร หารงานบ คคลท ใช สหว ทยาการเข ามาแก ป ญหาแต ละเร อง (Interdisciplinary Approach) โดยเฉพาะใช ว ชาพฤต กรรมศาสตร (Behavioral Science) เข ามา ช วยจะแก ป ญหาได มากกว าว ธ อ น 4) แมคเกรเกอร และล เก ต เช อว า บางคร งต องต ดป ญหาแบบน วไหนร าย จ าเป นต องต ดท งเพ อร กษาส วนรวม ส วนคนไหนด จะย งต องเร งถนอมร กษาไว แล วสรรหาคล น ล ก ใหม ๆ เข ามาเร ยนร และสร างสรรค งานแบบฝ กก าล งส ารองไว ให เพ ยงพอ โดยย ดหล กความแตกต าง ของ เอก ตตบ คคล (Individual Difference) เป นส าค ญ การเพ มประส ทธ ภาพในการบร หารงานบ คคล บรรยงค โตจ นดา (2543 : 70) กล าวว า การการเพ มประส ทธ ภาพการ บร หารงานบ คคล ประกอบด วยส งต างๆ เหล าน ค อ 1) การสร างบรรยากาศ หร อเง อนไขท จะให คนในองค การม ความร ส กอยากท างาน ต วการท ส าค ญท จะว ดว าบรรยากาศ หร อเง อนไขในองค การเอ ออ านวยต อการท างานมากน อย เพ ยงใดก ค อ ระด บขว ญของคน 2) การใช ข อม ลท ได จากการส ารวจ หร อรวบรวมมาก าหนดก จกรรมท ส าค ญของ องค การเพ อกระต นให ม การปร บปร งให ด ข น การว ดว าควรปร บปร งก จกรรมอะไรน นโดยท วไป จะต องเปร ยบเท ยบผลได ก บค าใช จ ายของการปร บปร งน น ส งท ควรปร บปร ง ค อ (1) การปร บปร งระบบการส อสาร (2) การกระต นส งเสร มให พน กงานม ส วนร วมในการต ดส นใจทางการบร หาร บางระด บ (3) การก าหนดผลตอบแทนให ก บพน กงานท กระด บ (4) การก าหนดโครงการ การจ ายค าตอบแทนท ย ดหย นได 3) การก าหนดระบบการประเม น และการให ค าตอบแทนของผ บร หารส มพ นธ โดยตรงก บประส ทธ ภาพในการบร หารงาน โดยสอดคล องก บแนวว ดผลก าไร 4) การก าจ ดอ ปสรรคใดๆ ท จะไปข ดขวางการบร หารงาน การต ดต อส อสาร ความม ส วนร วมของคนในองค การ

10 16 5) ฝ ายบร หารควรแจ งให ฝ ายปฏ บ ต ทราบถ งการเปล ยนแปลงท ส าค ญในหล กการ มาตรฐาน 6) การว ดหร อการประเม นใดๆ ท เก ยวก บบ คคลในองค การจะต องใช เกณฑ มาตรฐาน 7) การว ดความส มพ นธ ระหว างข อม ลทางด านบ คคลก บข อม ลอ นขององค การ ท เก ยวก บประส ทธ ภาพขององค การ ก าไร การเจร ญเต บโต ค าใช จ าย และอ นๆ ควรกระท าเพ อ เสร มสร างประส ทธ ภาพของพน กงาน แนวค ดเก ยวก บการบร หารงานบ คคลแผนใหม ในป จจ บ น สมพงศ เกษมส น (2526 ข : 16-22) สร ป แนวค ดการบร หารงานบ คคลแผนใหม ได ด งน 1) การม งในเร องประส ทธ ภาพของพน กงาน ในเร องประส ทธ ภาพน นอกจากจะ ได ม การตระหน กด ว า ประส ทธ ภาพของราชการข นอย ก บความสามารถของต วข าราชการในอ นท จะปฏ บ ต งานในหน าท ของตนได ส าเร จล ล วงไปด วยด เป นส าค ญแล ว แนวค ดในเร องน ย งก าวไปถ ง ว าประส ทธ ภาพของราชการข นอย ก บการท ข าราชการจะต องม ความส าน กว าตนจะต องร บผ ดชอบ ปฏ บ ต หน าท (Responsiveness) เพ อผลประโยชน ของส งคมหร อของประชาชนอย างแท จร ง แนวค ดเหล าน ม งหมายท จะได เห นการปร บปร งแก ไขการปฏ บ ต งานในวงราชการ ท ด ม ประส ทธ ภาพย งข น และเป นไปในทางสน บสน นเก อก ลการพ ฒนาประเทศโดยม งหว งท จะใช ว ธ การของการบร หารงานบ คคลแผนใหม เข าช วย อ นได แก การปร บปร งแก ไขว ธ การสอบแข งข น ค ดเล อกท เป นมาตรฐาน และม ผลให ได ต วบ คคลท ม ความสามารถอย างแท จร งเข าปฏ บ ต งาน การพ ฒนาข าราชการตลอดจนการใช ระบบ การจ าแนกต าแหน งในการมอบหมายหน าท ความ ร บผ ดชอบเหล าน เป นประการส าค ญ 2) การพ จารณาบ คคลในล กษณะท เสร มสร าง ศาสตราจารย Joseph B. Kingsbury (1957 : 3) ได ให ค าจ าก ดความของการบร หารงานบ คคลแผนใหม ว า ค อ การแสวงหา การพ ฒนา และการใช คนให เก ดประโยชน มากท ส ดแก องค การ แนวท ศนะท มองการบร หารงาน บ คคลในแง ท เป นค ณ (Positive Approach) เช นน ส บเน องมาจากการพ จารณาบ คคลในแง ท ด ว า คนท กคนม โอกาสท จะแก ไขตนเองให ด ข นอย เสมอ ถ าอย ในส งแวดล อมท สน บสน นส งเสร มก าล งใจ หร อขว ญในการท างานโดยเท าเท ยมก น แนวน ยมตามหล กการบร หารงานบ คคลแผนใหม จ งเป นไป ในทางท จะสร างสรรค สภาพแวดล อมด งกล าว เพ อให ผ ปฏ บ ต งานได ปฏ บ ต งานเป นประโยชน แก องค การมากท ส ดแทนการก อให เก ดความเกรงกล ว หร อการลงโทษ ว ธ ปฏ บ ต ตามหล กการ

11 17 บร หารงานบ คคลแผนใหม ได เน นในเร องการพ ฒนาบ คคล การเสร มสร างมน ษยส มพ นธ ท าให เก ด ความอ นใจ ความร ส กม นคงรวมท งการปฏ บ ต ต อผ ปฏ บ ต งาน โดยย ต ธรรมท ดเท ยมก นและการว จ ย เก ยวก บเร องบ คคลเพ อหาทางแก ไขปร บปร งให คนปฏ บ ต งานได ด ข น เหล าน ถ อว าเป นหน าท ส าค ญ ซ งหน วยงานบ คคลจะพ งย ดถ อเป นหล กในการปฏ บ ต งาน 3) องค การกลางในฐานะศ นย การบร หารงานบ คคล แนวท ศนะท ม งในเร อง ประส ทธ ภาพของข าราชการพลเร อนได เพ งมองต อไปถ งประส ทธ ภาพของการบร หารงานบ คคล ในวงราชการพลเร อน จากล กษณะท เป นป จจ ยส าค ญในอ นท จะก อให เก ดประส ทธ ภาพด งกล าว และย งไปกว าน นก ค อ ประส ทธ ภาพของการบร หารงานบ คคลข นอย ก บสภาพขององค การกลาง ความสนใจได พ งตรงไปท คณะกรรมการข าราชการพลเร อน และม ความเห นว าหน วยงานน ควรจะ ควรจะอย ในฐานะเป นผ น าอย างแท จร งเป นผ น าทางและควบค มการบร หารงานบ คคลของราชการ พลเร อนให เป นไปด วยความด ม ประส ทธ ภาพ ซ งเร องน เก ยวพ นไปถ งป ญหาต างๆ หลายประการ ในอ นท จะสร างสรรค ภาวะการเป นผ น าให แก องค การ 4) ม งในล กษณะว ชาช พของการบร หารงานบ คคล ซ งแต เด มปะปนอย ก บการ บร หารราชการท วๆ ไปน น เร มได ร บการยอมร บว าเป นส วนหน งของการบร หารท ม ความส าค ญ และสมควรจะต องปฏ บ ต ให ด เป นพ เศษ โดยอาศ ยน กบร หารงานบ คคลท ม ความช านาญในเร อง งานบ คคลเป นผ คอยช วยเหล อแนะน าว ธ การปฏ บ ต และกลว ธ ต างๆ เพ อให การบร หารงานบ คคลได ด าเน นไปอย างม ประส ทธ ภาพเป นประโยชน อน ก ลเก อต อการบร หารงานส วนรวม ท งน เป นท ยอมร บ ก นว าการบร หารงานบ คคลเป นเร องท ไม สามารถจะแยกออกจากงานประจ าท วไปได กระบวนการบร หารงานบ คคล กระบวนการบร หารงานบ คคลจะบรรล ว ตถ ประสงค อย างม ประส ทธ ภาพ และ ประส ทธ ผลเพ ยงใดน นข นอย ก บการจ ดการด าเน นการบร หารงานบ คคลท ม ระบบข นตอน กระบวนการบร หารงานบ คคลจ งม ขอบเขตกว างขวางต งแต การสรรหา การค ดเล อก การ สอบแข งข น การบรรจ แต งต ง การโอนย าย การฝ กอบรม การประเม นผลพ จารณาความด ความชอบ การเล อนข นตลอดจนการส งเสร มพ ฒนาสมรรถภาพเพ อให การปฏ บ ต งานในหน วยงาน ม ประส ทธ ภาพ และบรรล ว ตถ ประสงค มากท ส ด จ งต องม กระบวนการบร หารงานบ คคลท เหมาะสม ด งม ผ กล าวถ งการบร หารงานบ คคลไว หลายท าน ด งน ค อ Beach (อ างถ งใน ภ ญโญ สาธร : 9-10) ได ก าหนดกระบวนการ บร หารงานบ คคลไว ด งน 1) การค ดเล อกบ คคลเข าท างาน

12 18 2) การจ ดปฐมน เทศแก บ คคลท เข ามาท างานใหม 3) การจ ดฝ กอบรม 4) การสร างภาวะผ น าข นในต วบ คคล 5) การประเม นผลการปฏ บ ต งาน 6) การฝ กงานและแก ไขปร บปร งข อบกพร อง 7) การให ค าแนะน าแก ผ ปฏ บ ต งาน 8) การให ข อเสนอแนะแก ผ ม อ านาจในการเพ มเง นเด อน เล อนข น เล อน ต าแหน ง การโอน การย าย และการให ออกจากงาน 9) การน ากฎระเบ ยบต างๆ ออกใช และด แลให เป นไปตามกฎและระเบ ยบน น 10) การแจ งและช แจงนโยบายการปฏ บ ต งานให แก บ คคลผ ปฏ บ ต งานทราบ 11) การเสนอข อค ดเห นของผ ปฏ บ ต งานให ผ บ งค บบ ญชาช นส งทราบ 12) การสร างแรงจ งใจให แก บ คคลผ ปฏ บ ต งาน 13) การจ ดสว สด การ และหล กประก นในการท างาน ส วน แคสเต ดเตอร (Castetter, 1976 : 35) เห นว า บทบาทของการบร หารงาน บ คคลของคร ต องเก ยวก บการวางแผน การจ ดองค การ การว น จฉ ยส งการ และการควบค ม ซ ง ประกอบด วยภารก จต างๆ ในการปฏ บ ต ด งน 1) การวางแผนก าล งคน (Manpower Planning) 2) การสรรหา (Recruitment) 3) การค ดเล อก (Selection) 4) การน าบ คคลเข าส หน วยงาน (Induction) 5) การประเม นผลการปฏ บ ต งาน (Appraisal) 6) ส งตอบแทน (Compensation) 7) การพ ฒนา (Development) 8) การเจรจาไกล เกล ยข อข ดแย ง (Collective Negotiations) 9) ความม นคงในการปฏ บ ต งาน (Security) 10) การให บร การต อเน อง (Continuity of Service) 11) การให บร การข อม ลข าวสาร (Information) เมธ ป ล นธนานนท (2529 : 7-8) เสนอหน าท การบร หารบ คคล ด งน

13 19 1) การวางแผนก าล งคน 2) การเสาะหาบ คลากร 3) การค ดเล อกบ คลากร 4) การจ งใจบ คลากรเข าส หน วยงาน 5) การประเม นค าการปฏ บ ต งานบ คลากร 6) การพ ฒนาบ คลากร 7) การตอบแทนบ คลากร 8) สว สด การ 9) การให บร การท ต อเน องแก บ คลากร นพพงษ บ ญจ ตราด ลย (2534 : 20) กล าวว า ขอบข ายการบร หารงานบ คคล ม 4 ประการ ค อ 1) การค ดเล อกและการสรรหาบ คลากร 2) การบ าร งร กษาบ คลากร 3) การพ ฒนาบ คลากร 4) การให บ คลากรพ นจากงาน จากการบร หารงานบ คคลของน กว ชาการต างๆ ท เสนอข างต น จะเห นว า การบร หารงานบ คคลท คล ายคล งก นในแต ละภารก จหล กๆ และเป นภารก จท ผ บร หารจะต องศ กษา ท าความเข าใจในรายละเอ ยดเพ อให เก ดความคล องต ว และประส ทธ ผลในการจ ดการท ด จาก แนวค ดในเร องการบร หารงานบ คคลท ครอบคล มภารก จต างๆ ท เสนอมา สร ปได ว าการบร หารงาน บ คคลในสถานศ กษาข นพ นฐาน ประกอบไปด วยประเด นส าค ญ 4 ประเด น ค อ การวางแผนและ การสรรหาบ คลากร การธ ารงร กษาบ คลากร การฝ กอบรมและการพ ฒนาบ คลากร และการให พ น จากงาน การวางแผนและการสรรหาบ คลากร 1) การวางแผนอ ตราก าล ง กมล ค ส วรรณ (2527 : 40) กล าวว า การวางแผนก าล งคน ค อ กระบวนการ ท ม งในการจ ดให ม ก าล งคนในจ านวน และค ณภาพท เหมาะสมก บต าแหน งหน าท การงานท ม อย ใน องค การตลอดเวลาท ต องการ และเป นเคร องม อช วยท าให แน ใจว าม การใช ก าล งคนในองค การ

14 20 อย างม ประส ทธ ภาพ โดยแต ละคนจะได ร บการพ ฒนา และม โอกาสใช สต ป ญญาอ ท ศตนในการ ท างานจนเต มข ดความสามารถของตน พน ส ห นนาค นทร (2542 : 27) ได กล าวว า การวางแผนก าล งคน หมายถ ง การท คาดคะเนว าจะต องใช คนในการท างานตามประเภทและล กษณะของงานเพ อให บรรล จ ดหมาย ขององค การน นๆ ส กเพ ยงไร โดยค าน งถ งจ ดม งหมายและขอบข ายขององค การ การว เคราะห งาน การเปล ยนแปลงในจ ดหมาย หร อนโยบายขององค การ และระยะเวลา หล กส าค ญของการวางแผนงานบ คคล สมพงศ เกษมส น (2526 ข : 28-29) กล าวว า การวางแผนเป นกระบวนการ ท ส าค ญข นหน งในการบร หารงาน เป นภาระหน าท และเป นศ ลปะการใช ภาวะผ น าท ส าค ญท ส ด ประการหน ง ด งน น ในการศ กษาว ชาบร หารงานบ คคลจ งควรจะได ทราบถ งหล กส าค ญของการ วางแผนเพ อประโยชน ในการปฏ บ ต งานให ได ผลด ย งข น หล กการส าค ญท ควรค าน งในการวางแผน งานบ คคลท ควรพ จารณา ม ด งน ค อ 1) การวางแผนงานบ คคลควรกระท าเม อใด โดยปกต การวางแผนน นควรจะได เร มปฏ บ ต จ ดท าขณะท ได เร มด าเน นงานเป นอ นด บแรก ต อจากน นผ บ งค บบ ญชา หร อห วหน า องค การอาจจ ดวางแผนอ กเม อเร มงานใหม ม การปร บปร งงานใหม ในกรณ ฉ กเฉ น หร อเม อเก ด ป ญหาในการปฏ บ ต จ งปร บปร งแผนงานเส ยใหม ก ได 2) ว ตถ ประสงค นโยบาย จะต องและท าความเข าใจให ถ องแท ช ดเจนเพราะ ว ตถ ประสงค และนโยบายเป นจ ดเร มต นท ส าค ญท ส ดของการวางแผน หากไม ท าความเข าใจให ด แต ต นหร อท าความเข าใจในสาระส าค ญของว ตถ ประสงค ท ผ ดพลาดแล ว แผนงานท ก าหนดข นจะ ล มเหลวและไร ความหมายโดยส นเช ง 3) ค าน งถ งเป าหมายในอนาคตเก ยวก บก าล งคน และประเภทของก าล งคนท งใน ระยะส นและระยะยาว 4) ป จจ ยต างๆ ท จ าเป นต องใช ในการวางแผนงานบ คคลท ส าค ญ ได แก ข อม ล ข าวสารต างๆ คน เง น ว สด ส งของ สถานท และเวลา เป นต น จะต องค าน งถ งและจ ดเตร ยมให พร กพร อม 5) ว ธ ด าเน นงานตามแผน กล าวค อ เม อได วางแผนข นแล วจะต องพ จารณาหา ล ทาง หร อว ธ การท จะด าเน นการตามแผนท ก าหนดข นไว ล วงหน าให ได เช น การสรรหาบ คคล เพ มข นในการขยายงานออกไปควรระบ แหล งของก าล งคน

15 21 6) ค าน งถ งสภาพภ ม ศาสตร สภาวะแวดล อม ด นฟ าอากาศ ค ณค าทางส งคม พฤต กรรมของคน ตลอดจนธรรมเน ยมประเพณ อ นเป นท ย ดถ อของคนในกล มน น กระบวนการวางแผนก าล งคน ธงช ย ส นต วงษ (2531 : 67) ได กล าวถ งข นตอนของการวางแผนก าล งคนท ส าค ญ ย อมข นอย ก บความสมบ รณ ของส วนประกอบท ส าค ญ 3 ด าน ค อ 1) ก าล งคนท อย ในป จจ บ น (Manpower Inventory) ซ งจะต องม ความพร อม ท งในแง ของข อม ลและรายละเอ ยดว า ก าล งคนในป จจ บ นท ม อย น นท งในเช งปร มาณและค ณภาพ เป นอย างไรบ าง 2) การคาดการณ ก าล งคนในอนาคต (Manpower Forecast) ซ งต องคาดการณ และระบ ไว พร อมว าในระยะเวลาข างหน าในอนาคตท ก าหนดไว น น ก าล งบ คคลท ต องการน นม เท าไร อย างไรบ าง ท งในแง ของจ านวนรวม หร อแยกประเภท ตลอดจนเป นการระบ เป นรายบ คคลลงไป จนถ งค ณสมบ ต ต างๆ เช น ความช านาญ พ นฐานการศ กษา และประสบการณ 3) แผนก าล งคน (Manpower Plan) หร อแผนเฉพาะท แน นอนส าหร บท จะ น ามาใช ปฏ บ ต เพ อเสร มส วนท ขาดระหว างข อแตกต างท เก ดข นจากก าล งคนท คาดการณ และ ก าล งคนท ม อย แคสเต ดเตอร (Castetter, 1976 : 92-96) กล าวว า การวางแผนก าล งคน เป น ก จกรรมข นแรกของกระบวนการการบร หารงานบ คคล ซ งม องค ประกอบท ส าค ญ 2 ประการ ค อ ต าแหน งและบ คคล องค ประกอบท งสองม การเปล ยนแปลงต างๆ ในต วแต ละบ คคล และการ เปล ยนแปลงส งแวดล อมท งภายในและภายนอกของโรงเร ยนหร อหน วยงาน ด งน น จ งต องม การ วางแผนก าล งคน 2 ระยะ ให ท นก บการเปล ยนแปลง ค อ 1) การวางแผนก าล งคนระยะส น จะเก ยวข องก บงานส าค ญ 2 ล กษณะด วยก น ค อ (1) การวางแผนเพ อท าให ในแต ละต าแหน งท ม อย แล วได ปฏ บ ต งานให ได ผล ส งส ด (2) การวางแผนเพ อบรรจ บ คคลท ม อย ลงในต าแหน งท ว าง ผ บร หารจะต อง บรรจ บ คคลเข าแทนโดยเร วท ส ด 2) การวางแผนก าล งคนระยะยาว (1) การวางแผนท ม งถ งงานในอนาคต

16 22 (2) การวางแผนก าล งคน เป นกระบวนการท ต องส มพ นธ และข นอย ก บการ วางแผนระยะยาวเร องอ น เช น โปรแกรมการสอน (3) ประเม นบ คคลท ม อย ในป จจ บ น เพ อพ จารณาวางแผนต วบ คคลในต าแหน ง ต างๆ (4) ค าน งถ งความแตกต างระหว างบ คคลท ม อย ในป จจ บ นก บบ คคลท คาดว า จะบรรจ เข าใหม การวางแผนก าล งคนระยะยาวจะเน นจ านวนของต าแหน งก บบ คคลของโรงเร ยน ในอนาคตจะช วยให การต ดส นใจวางต วบ คคลท ม ความสามารถ ม เจตคต และม ความกระต อร อร น ให เข าร บต าแหน งต างๆ อย างเหมาะสมมากข น การวางแผนก าล งคนเป นกระบวนการต อเน องก บกระบวนการอ นๆ ท จะก าหนดงาน มอบหมายงาน ส งเสร มสน บสน น เพ มก าล งคนควบค ม และเช อมโยงแผนงานก าล งคนเข าก บ องค ประกอบอ นๆ ของระบบบร หาร เพ อให โรงเร ยนบรรล เป าหมายท ก าหนดไว สมพงศ เกษมส น (2526 ข : 31) กล าวว า การวางแผนการบร หารงานบ คคล น นก คล ายก นก บการวางแผนท วๆ ไปท จะต องน าความรอบร ความช านาญ และประสบการณ ประกอบก นเข าเป นพ เศษ ข อส าค ญก ค อ แผนเป นเร องท เก ยวก บอนาคต ซ งอาจผ นแปรเปล ยน ได เสมอ เหต น แผนท ด จ งต องม การปร บปร งอย เสมอเช นก น ส าหร บข นตอนของการวางแผนงาน บ คคลอาจจ าแนกออกได เป น เช นน 1) ข นวางแผนด าเน นงาน (Formulation of Plans) 2) ข นปฏ บ ต ตามแผน (Execution of Plans) 3) ข นตรวจแผนงาน (Review of Plans) สร ปได ว า การวางแผนก าล งคน เป นการเตร ยมการการคาดคะเนความต องการ ก าล งคนในองค การล วงหน า ซ งครอบคล มก จกรรมกว างขวางน บต งแต การค ดเล อก บรรจ การ ฝ กฝน พ ฒนา การโอนย าย เล อนช นเล อนต าแหน ง การส งเสร มบ าร งน าใจ จนถ งการส นส ดการ จ างงานด วยเหต ผลต างๆ ก น เพ อน าไปส การก าหนดกลว ธ ท จะท าให ได ก าล งคนท ม ความร ความสามารถอย างเพ ยงพอ การวางแผนก าล งคนจ งเป นส งท ต องท าโดยการร บร อย างจร งจ งของ ผ บร หาร และต องค าน งถ งป จจ ยอ นท ม อ ทธ พลแวดล อมอย เช น แนวโน มพฤต กรรมและความ คาดหว งของส งคม เป นต น เพ อท จะสามารถใช ก าล งคนท ม อย ให เก ดประโยชน ส งส ด

17 23 2) การสรรหาและบรรจ แต งต ง ธงช ย ส นต วงษ (2531 : 84) ให ความหมายว า การสรรหาหมายถ ง การด าเน นงานในก จกรรมหลายๆ อย างท หน วยงานจ ดท าข น เพ อม งท จะจ งใจผ สม ครท ม ความร ความสามารถ และม ท ศนคต ท ด ตรงตามความต องการให เข ามาร วมท างานในอ นท จะช วยให องค การประสบความส าเร จตาวว ตถ ประสงค ได พน ส ห นนาค นทร (2542 : 24) กล าวว า การสรรหาบ คลากรเป นกระบวนการ ในการท จะก อให เก ดความสนใจแก ผ ท ม ค ณสมบ ต ตามท เราต องการ เสนอต วให เราเล อกคนท ด และ เหมาะสมท ส ดต อการท างานในองค การ ด งน น กระบวนการสรรหาจ งเร มต นจากการพ จารณาว า เราต องการต าแหน งงานใด เป นจ านวนเท าไรอ นเป นก จกรรมส วนใหญ ในเร องการวางแผนก าล งคน โอ. เกลน สตาล (O. Glenn Stahl, อ างถ งใน ทว ศ กด ว ศ ษฎางก ร : 23) ได ให ความหมายการสรรหาบ คคลว า หมายถ ง การค นหาและใช ประโยชน จากตลาดแรงงาน ท ด ท ส ดส าหร บต าแหน งต างๆ ท ต องการโดยใช เอกสารแจ งความท ชวนให สนใจ การประชาส มพ นธ ท เพ ยงพอก บการเล อกใช การทดสอบท ท นสม ย การค นหาผ ท จะมาแข งข นก นท งภายนอก และ ภายในองค การอย างกว างขวาง และการบรรจ บ คคลเข ามาท างานให เหมาะสมก บงาน ตลอดจน ต ดตามด ผลการทดลองปฏ บ ต งานด วย ฟล ปโป (Flippo, 1961 : 133) ให ค าน ยามของการสรรหาบ คคลว า การสรรหา ค อ กระบวนการค นหาบ คคลท จะเข ามาท างาน และเร งเร าเขาให สม ครท างานในองค การ แคสเต ดเตอร (Castetter, 1976 : ) กล าวว า การสรรหา หมายถ ง ก จกรรมการบร หารงานบ คคลในการช กจ งให คนม ค ณภาพตามท ต องการให เข ามาท างานในระบบ โรงเร ยน โดยแบ งการสรรหาออกเป น 3 ล กษณะ ค อ 1) การสรรหาบ คคลจากแหล งก าล งคนภายนอก ม ว ธ ปฏ บ ต อย 5 ประการ (1) โดยว ธ การโฆษณาทางส อมวลชน เช น หน งส อพ มพ ว ทย หร อ หน งส อข าวสารของ โรงเร ยน (2) โดยการส มมนาร วมก บอาจารย ในโรงเร ยน (3) โดยบร ษ ทให ค าปร กษาด านก าล งคนก บผ บร หารโรงเร ยน (4) การบร การร บสม คร (5) โดยสมาคมอาช พต างๆ 2) การสรรหาบ คคลจากแหล งก าล งคนภายในเป นการสรรหาโดยการพ จารณา ค ณสมบ ต ของบ คคลภายในเพ อการเล อนต าแหน งไปย งต าแหน งท ว างลง

18 24 3) กรรสรรหาแบบบ รณาการ เป นการสรรหาจากแหล งก าล งคนภายนอกและ ภายในร วมก น แคสเต ดเตอร (Castetter, 1976 : ) ได แบ ง กระบวนการสรรหา ออกเป น 5 ข นตอน ค อ 1) การจ ดนโยบายการสรรหาบ คคล 2) การท าแผนงานก จกรรมการสรรหาบ คคล 3) พ ฒนาความสามารถของบ คคลในหน วยงาน แล วสรรหาบ คคลท ได ร บการ พ ฒนาแล ว เข าบรรจ ในต าแหน งท ว าง 4) การประสานงานการแสวงหาบ คคล 5) การควบค มกระบวนการสรรหาบ คคล ในการจ ดสรรหาบ คคลเข ามาท างานน น ช ศ กด เท ยงตรง (อ างถ งใน จรรยาภรณ พาน ชเจร ญนาม : 29) ได แบ ง กระบวนการสรรหาออกเป น 5 ข นตอน ค อ 1) การแสวงหาแหล งก าล งคนต องค าน งถ งนโยบายในการสรรหาบ คคลด วย ว าจะใช แหล งใด จากภายในหร อภายนอกหน วยงาน 2) การจ ดท าใบสม ครจะต องพ จารณาว า จะต องบรรจ ข อความอะไรบ างจ ง ครบถ วนพอท จะพ จารณาได ว าใครม ส ทธ ควรเข าร บการค ดเล อก และต องค าน งถ งข อกฎหมายด วย 3) การประกาศร บสม ครควรให ทราบถ งต าแหน ง ระยะเวลา สถานท งานท ร บสม คร ระยะเวลาในการประกาศร บสม ครควรให นานพอทราบโดยท วก น 4) การร บสม ครและการพ จารณาใบสม คร ควรกระท าให รอบคอบครบถ วน ตามต าแหน งท ต องการ 5) การประกาศผ ม ส ทธ สอบ ควรประกาศให ทราบล วงหน าพอควรเพ อผ สม คร จะได เตร ยมต ว หากม ข อสงส ยจะได สอบถามเจ าหน าท ได ท นการสอบ ส วน ไพบ ลย ส วรรณโพธ (อ างถ งใน ทว ศ กด ว ศ ษฎางก ร : 24-25) ได ก าหนดว ธ การสรรหาบ คคลไว ด งน 1) การประกาศช กชวนหร อโฆษณา การประกาศช กชวนน ควรก าหนด ระยะเวลาให นานพอสมควรหร อม ช วงเวลาเพ ยงพอแก การท จะได ร ก นท วไปและพ จารณาต ดส นใจ ว ธ การประกาศช กชวนเป นว ธ การท น ยมก นแพร หลายท ส ด และน ยมประกาศช กชวนแบบท วไปและ ช กชวนเป นรายต ว

19 25 2) การประกาศโฆษณา เพ อให คนมาสม ครงานต องก อให เก ดความสนใจ ในการน จ งควรหล กเล ยงการประกาศโฆษณาท ปะปนก บเร องอ นๆ หร อประกาศโฆษณาปะปนก บ ข อความโฆษณาสารพ ดเร องเพราะอาจผ านสายตาผ ท สนใจ 3) ควรใช ส อโฆษณาให มากท ส ด ค อ ประกาศโฆษณาท งในทางหน งส อพ มพ ว ทย กระจายเส ยง โทรท ศน ตลอดจนลงโฆษณาในวารสารของสถานศ กษาและวงการอาช พต างๆ โดยค าน งถ งหล กการท ว าส อความร น นจะต องเป นเคร องม อข าวไปถ งบ คคลท ต องการให ร โดยตรง เป นส าค ญ เช น การร บสม ครบ คคลท จบการศ กษาจากว ทยาล ยพณ ชยการก ควรประกาศโฆษณา ในวารสารพณ ชยการ เป นต น 4) จ ดท าบ ญช รายช อและสถานท ต งของโรงงาน ว ทยาล ย มหาว ทยาล ย ส าน กจ ดหางาน สหภาพแรงงาน และหน วยแนะแนวอาช พ และแจ งเร องต าแหน งงานให ทราบ เป นระยะๆ 5) เป ดโอกาสให บ คคลท วไปหร อสถาบ นการศ กษาต างๆ มาชมก จการของ หน วยงาน ท งน เพ อด งด ดความสนใจแก ผ ท มาชมและสร างความค นเคยก บน กเร ยน น ส ต น กศ กษา 6) ประกาศโฆษณาก จการความก าวหน าหร อผลงานด เด นของหน วยงานใน ส อมวลชนต างๆ ให แพร หลาย ท งน เป นว ถ ทางหน งในการสร างความน ยม (Goodwill) ให แก องค การซ งอาจเป นแรงจ งใจให บ คคลมาสม ครเข าท างานได ไม มากก น อย 7) ให คนงานท ท าอย แล วแนะน าให คนงานท ท าอย แล วย อมร ถ งสภาพความ เป นไปขององค การ และล กษณะของงานท ท าด อย แล ว จ งอาจแนะน าบ คคลท ตนเห นว าม ความ เหมาะสมก บงานท ท า แต การใช ว ธ น พ งระม ดระว ง เพราะโดยท วไปคนงานม กจะแนะน าพวก ญาต ม ตรหร อพวกพ องของตนเท าน น สร ปได ว า การสรรหาเป นความพยายาม และกลว ธ ในการแสวงหาบ คคลท ม ความร ความสามารถ และม ค ณสมบ ต ครบถ วนตามท องค การต องการจากแหล งต างๆ ให เข ามา ท าการค ดเล อกเพ อให องค การได ม โอกาสเล อกบ คลากรท จะเข ามาปฏ บ ต งานได เหมาะสมก บ ต าแหน งหน าท และความสามารถเป นส าค ญ โดยม กระบวนการสรรหาท ม ประส ทธ ภาพด วย การธ ารงร กษาบ คลากร พน ส ห นนาค นทร (2526 : ) ได เสนอแนวค ดเก ยวก บการบ าร งร กษา บ คลากรในโรงเร ยนว า คร ใหญ ควรจะทรงไว ซ งความย ต ธรรมต งอย ในพรหมว หาร 4 ไม ท าต วเป น เจ าข นม ลนาย ย นด ร บฟ งความค ดเห นของคร น อยด วยความจร งใจ ร จ กให ก าล งใจแก คร น อย พยายามส งเสร มความก าวหน าของคร หล กเล ยงการใช อารมณ ในการท างาน ร จ กวางต วพยายาม

20 26 ร กษาประโยชน ของคร วางมาตรฐานในการท างานให ช ดเจน และคร ใหญ ควรจะให เวลาและโอกาส แก คร ท จะปร บปร งต วเอง ภ ญโญ สาธร (2523 : ) ได ให ความเห นไว ว า การท จะให บ คลากรใน โรงเร ยนท างานอย ได นานท างานอย างม ประส ทธ ภาพ และประส ทธ ผลน น ผ บร หารต องใช ว ธ การ บ าร งร กษาบ คลากรด วยการใช ส งจ งใจ ซ งได แก ส งท เป นว ตถ เช น เง นหร อส งของ ส งจ งใจท เป น โอกาส เช น ให โอกาสม ช อเส ยงด เด น ม ต าแหน ง ม อ านาจ ส งจ งใจท เป นสภาพการท างานท อาศ ย ว ตถ เป นหล ก เช น ม ห องท างาน ม ท น งสะดวกสบาย ม ช วโมงสอนท เหมาะสม ม สว สด การท ด ส งจ งใจท เป นสภาพท ไม เก ยวก บว ตถ เช น สภาพส งคมของคร ในโรงเร ยนท ม ความสาม คค ก น ม ฐานะเท าเท ยมก น ม การท างานตามสบาย และส งจ งใจท เป นการบ าร งขว ญ หร อกระต นใจใน การสร างช อเส ยงให โรงเร ยน และร ส กว าต วเองม ส วนส าค ญในโรงเร ยน ปร ชา ค มภ รปกรณ (2528 : 287) กล าวว า การธ ารงร กษาสภาพบ คลากรน าจะ ครอบคล มการพ จารณาความด ความชอบ การเล อนต าแหน ง การด าเน นการทางว น ย การอ ทธรณ และร องท กข และรวมถ งการเสร มสร างขว ญและก าล งใจในการท างานของคร พยอม วงศ สารศร (2538 : 210) กล าวว า การธ ารงร กษา ค อ การท องค การ จ ดก จกรรมต างๆ ท ม งป องก น พ ฒนา และแก ไขความไม ปลอดภ ยทางด านกายและจ ตท อาจเก ดข น ในการท างานของพน กงาน ท งน เพ อธ ารงร กษาให เขาสามารถปฏ บ ต งานให แก องค การด วยความ ปลอดภ ยกายและจ ตใจ สมพงศ เกษมส น (2526 ข : ) กล าวว า การจ ดสภาพแวดล อมต างๆ เพ ออ านวยความสะดวกและความปลอดภ ยให แก บ คลากร ซ งรวมถ งการออกแบบการจ ดสถานท ท างาน การต ดต งเคร องม อเคร องใช อ านวยความสะดวกอย างเพ ยงพอจะเป นเคร องจ งใจให บ คคล ปฏ บ ต งานให แก องค การเต มก าล งความสามารถ และเป นการบ าร งร กษาบ คลากรในหน วยงานได เอกช ย ก ส ขพ นธ (2527 : ) กล าวว า การบ าร งร กษาบ คคล หมายถ ง กระบวนการท จะท าให บ คคลท ได ร บการค ดเล อกเข ามาท างานอย ก บหน วยงานให นานท ส ด โดย ปฏ บ ต งานอย างม ประส ทธ ภาพ ส งท เป นองค ประกอบในการบ าร งร กษาบ คคล ค อ 1) การจ งใจ (Motivation) หมายถ ง การช กน าให ผ อ นปฏ บ ต ตาม หร อ แสดงออกในทางท ต องการการจ งใจน อาจต องอาศ ยส งจ งใจต างๆ เช น ส งจ งใจท เป นเง น ได แก การให ค าตอบแทนในการท างาน หร อการพ จารณาความด ความชอบพ เศษสองข น เป นต น 2) ขว ญในการท างาน (Morale) หมายถ ง การท บ คคลม ความต ง ใจในการท างาน ในหน าท ของตนอย างด ตามความต องการของหน วยงานหร อองค การ ความส าค ญของขว ญในการ

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา ๒๓๑ แนวค ด กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษาเป นหน วยงานท สร างความเข มแข ง การบร หารด านว ชาการ ด านงบประมาณ ด านการบร

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ย ทธศาสตร ย ทธศาสตร ท 1 เสร มสร างจ ตส าน กและ ค าน ยมให หน วยงาน บร หารงานตาม หล

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.) ล าด บท หล กส ตร ประเภท ระยะเวลา จ านวน ยศ 1 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง กรมอ ทหารเร อ ช นป ท 1 ศ กษา 1 ป ต.ค.57 - ก.ย.58 77 - เพ อทดแทนก าล งพลในการซ อมสร างเร อ 2 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ ผลการด าเน นงาน งานธ รการ 2 ผลการด าเน นงานของงานธ รการ ประจ าป การศ กษา 2549/ป งบประมาณ 2549 กองบร การการศ กษา มหาว ทยาล ยสงขลานคร นทร ว ทยาเขตป ตตาน ผลการด าเน นงานตามด ชน ช ว ด (KPIs) มาตรฐาน/ต วบ งช

More information

ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ มหาว ทยาล ยราชภ ฏจ นทรเกษม

ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ มหาว ทยาล ยราชภ ฏจ นทรเกษม ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ เม อว นท 22 ม ถ นายน 2544 ในขณะน นส งก ดส าน กงาน สภาสถาบ น ราชภ ฏ กระทรวงศ กษาธ การ ได ตกลงร วมม อก บโรงเร ยนม นบ ร โปล เทคน ค ในการด าเน นการจ ดต งศ

More information

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการปฏ บ ต งาน ตอนท 1 ข อม ลของผ ร บการประเม น (เจ าหน าท บ คคลหร อเจ าหน าท ท เก ยวข องเป นผ กรอก) ตอนท 2 ภาระงานท ได ปฏ บ ต ในช วงระยะเวลาประเม น (ผ ร บการประเม นเป นผ

More information

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net)

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net) 1 แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา () การประเม นการบร หารจ ดการศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาระด บสถานศ กษา เพ อให การด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาม ประส ทธ ภาพย งข น และน าไปส การพ ฒนาค

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต องใช เคร องม อประกอบการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน

More information

2. การฝ กอบรม 2.1 โครงการพ ฒนา เพ อพ ฒนาและเสร มสร าง เท าก บจ านวน เท าก บจ านวน การฝ กอบรม ภายในป บ คลากรม ค ณธรรม ส าน กปล ด ทดสอบตามแบบ

2. การฝ กอบรม 2.1 โครงการพ ฒนา เพ อพ ฒนาและเสร มสร าง เท าก บจ านวน เท าก บจ านวน การฝ กอบรม ภายในป บ คลากรม ค ณธรรม ส าน กปล ด ทดสอบตามแบบ -12-1. การปฐมน เทศ 1.1 โครงการปฐมน เทศเพ อเสร มสร างวามร ความ ระด บของ เท าก บพน กงาน ปฐมน เทศ ช วงเวลาท พน กงานท บรรจ ใหม ก.อบต.จ งหว ด ทดสอบความร พน กงานใหม เข าใจเก ยวก บองค การ พน กงานส วน ส วนต าบลและ

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555 แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. กรม: เจ าท า ประเภทกรม : ด านนโยบาย ด านบร การ กระทรวง คมนาคม ช อแผนพ ฒนาองค การ: การบร หารทร พยากรบ คคล หมวด : 5 การม งเน นทร พยากรบ คคล โอกาสในการปร บปร ง : เม อเท

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า จ ดท าโดย กล มการเจ าหน าท ส าน กเลขาน การกรม แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า ในป

More information

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ 1. ว ตถ ประสงค เพ อให ว ทยาล ยม ระบบค ณภาพและบ คลากรท กฝ ายร วมก นต งปณ ธาน ความม งหว งท จะพ ฒนาว ทยาล ยไปส ความสาเร จ โดยร วมก นระดมพล งป ญญา และแรง บ นดาลใจสร างภาพท พ งประสงค ของว ทยาล ย โดยร วมก นกาหนด

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555 1 แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2555 2 แผนการจ ดการความร : การจ ดการความร เก ยวก บการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ พ นธก จ : การผล ตบ ณฑ ต กลย ทธ ท 1.2 : การพ ฒนาการเร ยนการสอนเพ อพ ฒนาค ณภาพน

More information

การบร หารความร และการเร ยนร VII

การบร หารความร และการเร ยนร VII สารบ ญ สารบ ญ สารบ ญ VII สารบ ญร ป XII แถลงการณ แบบอย างท ด เย ยมด านการบร หาร 1 1. หล กการ 7 1.1 อนาคตของบร ษ ทข นอย ก บความร ความสามารถของพน กงาน 8 (ก) บร ษ ทเต บใหญ ได ไม เก นความร ความสามารถของพน กงานท

More information

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา ศ กษา / ปฏ บ ต............... โดย............. เพ อ.............. สาระ...............

More information

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ส มมนา- การเตร ยมการก อนการ โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ผ ร บผ ดชอบ ข นตอนการปฏ บ ต งาน มาตรฐานค ณภาพงาน ค ามาตรฐาน หล กฐาน การจ ดเตร ยมสถานท และอาคารโรงงาน การเตร ยมการด าน การตลาด

More information

การวางแผน (Planning)

การวางแผน (Planning) การวางแผน (Planning) การวางแผน หมายถ งอะไร การพ จารณา และ ก าหนดแนวทางปฏ บ ต งาน ให บรรล เป าหมาย การคาดการณ หร อ คาดคะเนส งท ย งไม เก ดข น อย างใช ด ลยพ น จ สร ป...การวางแผน ค อ ความพยายามท เป นระบบ เพ

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

ห วข อการประกวดแข งข น

ห วข อการประกวดแข งข น ช อโครงการ การประกวดแข งข นท กษะด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร ห วข อการประกวดแข งข น เทคโนโลย สร างสรรค หน วยงานท ร บผ ดชอบ บร ษ ท สงขลาฟ น ชช ง จาก ด ล กษณะโครงการ ประกวดแข งข นช งท นการศ กษา ระยะเวลาดาเน นการ

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ ส วนท ๑ การร บหน งส อ หน งส อร บ ค อ หน งส อได ร บเข ามาจากภายนอก ให เจ าหน าท ของหน วยงานสารบรรณ กลางปฏ บ ต ตามท ก าหนดไว ในส วนน ๑. จ ดล าด บความส าค ญและความเร งด วนของหน

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร แผน ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ (SU 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร ขอบเขต 3 การรวบรวมแนวปฏ บ ต ท ด จากการเร ยนการสอนรายว ชาเคร องม อเอก กล มเป าหมาย คณาจารย และน กศ กษา เป าหมาย

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดสว สด การแก บ คลากร กรณ การจ ดสว สด การอาคารท พ กข าราชการกระทรวงย ต ธรรม กองการเจ าหน าท ส าน กงานปล ดกระทรวงย ต ธรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดสว สด การแก บ คลากร กรณ การจ ดสว สด การอาคารท พ กข าราชการกระทรวงย ต ธรรม กองการเจ าหน าท ส าน กงานปล ดกระทรวงย ต ธรรม กระบวนการจ ดสว สด การแก บ คลากร กรณ การจ ดสว สด การอาคารท พ กข าราชการกระทรวงย ต ธรรม กองการเจ าหน าท (ฉบ บปร บปร ง) ว นท บ งค บใช ๑ ส งหาคม ๒๕๕๔ หน า ๑ ของ ๙ สารบ ญ ห วข อ หน า ว ตถ ประสงค ๑ ขอบเขต ๒

More information

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน คณะผ บร หารการคล งประจ าจ งหว ดน าน โครงการเพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านรายจ ายและการบร หารจ ดการหน หล กส ตร เพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านการบร หารจ ดการหน 1. หล กการและเหต ผล ตามท ท มเฉพาะก จวาย

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

แผนการจ ดการความร ป 2555-2557 สาขาบร หารการศ กษา Show and share

แผนการจ ดการความร ป 2555-2557 สาขาบร หารการศ กษา Show and share แผนการป 2555-2557 Show and share ล าด บ ก จกรรม ก าหนดการด าเน นงาน ระยะเวลา ต วช ว ด เป าหมาย 1. ก จกรรมท 1 การบ งช 1.1 การประช มช แจงประกาศ และค าส งนโยบายการจ ดการ เคร องม อท ใช ในการ สน บสน นประเด

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information

Office of the Civil Service Commission (OCSC)

Office of the Civil Service Commission (OCSC) Office of the Civil Service Commission (OCSC) 1 การพ ฒนาระบบงานบร หารทร พยากรบ คคล 1. ระบบสารสนเทศทร พยากรบ คคลระด บกรม (DPIS) 2. ระบบสารสนเทศทร พยากรบ คคลระด บจ งหว ด (PPIS) 3. ระบบสารสนเทศข าราชการพลเร

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

ช อต าแหน งในสายงานและระด บต าแหน ง

ช อต าแหน งในสายงานและระด บต าแหน ง 4-1-001 มาตรฐานก าหนดต าแหน ง สายงาน ปฏ บ ต งานธ รการ ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานธ รการและงานสารบรรณ ซ งม ล กษณะงาน ท ปฏ บ ต เก ยวก บการร าง โต ตอบ บ นท ก ย อเร อง ตรวจทานหน

More information

ค าน า คณะคร ศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต 31 ม นาคม พ.ศ. 2556

ค าน า คณะคร ศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต 31 ม นาคม พ.ศ. 2556 ค าน า แผนการบร หารความเส ยงของคณะคร ศาสตร ประจ าป งบประมาณ 2556 จ ดท าข นเพ อให คณะคร ศาสตร ม ระบบในการบร หารความเส ยง โดย บร หารป จจ ยและควบค มก จกรรมรวมท งกระบวนการในการด าเน นงาน โครงการต างๆ เพ อลดเหต

More information

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กฎหมายพล งงาน กฎหมาย พล งงาน พระราชบ ญญ ต การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน พ.ศ. 2535 (แก ไขเพ

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด กระบวนการจ ดการความร (Knowledge Management process) 1.การบ งช ความร บ งช ความร ท จ าเป

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

การบร หารโครงการว จ ย #3

การบร หารโครงการว จ ย #3 การบร หารโครงการว จ ย #3 เร ยบเร ยงโดย นางสาวศ ร อร ศ กด ว ไลสก ล 1 ว นน เราจะมาท าความเข าใจและเร มต นบร หารโครงการว จ ย ท งความหมายของการบร หาร รวมท งการ พ ฒนาโครงการม ข นตอนอะไรบ าง มาต ดตามก นในตอนท

More information

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553)

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการ ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการ ต วช ว ด เป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช จ ดประช มเพ อทบทวนแผนการจ ดการ

More information

ผ ร นางว มลวรรณ วงษ สง า น กทร พยากรบ คคล ชานาญการพ เศษ

ผ ร นางว มลวรรณ วงษ สง า น กทร พยากรบ คคล ชานาญการพ เศษ ผ ร นางว มลวรรณ วงษ สง า น กทร พยากรบ คคล ชานาญการพ เศษ *** ทาความร จ ก ผ ร ของเรา *** ช อ : นางว มลวรรณ วงษ สง า ตาแหน ง : น กทร พยากรบ คคลชานาญการพ เศษ เบอร โทรศ พท : 0896925188 E-Mail Address : vimolwan_ann@hotmail.com

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 5 1. ว ตถ ประสงค เพ ออธ บายกระบวนการพ ฒนาบ

More information

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า แผนการท : 1 ประเด นย ทธศาสตร : ความเป นเล ศด านการว จ ยและนว ตกรรม องค ท จ าเป น : องค ด านงานว จ ยและนว ตกรรม แผนการ คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า 1.การบ งช 2.การสร างและ แสวงหา การประช มจ ดการประช

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

รายงานผลการอบรม หล กส ตร การเสร มสร างประส ทธ ภาพการปฏ บ ต งาน เพ อพ ฒนามาตรฐานว ชาช พคร

รายงานผลการอบรม หล กส ตร การเสร มสร างประส ทธ ภาพการปฏ บ ต งาน เพ อพ ฒนามาตรฐานว ชาช พคร รายงานผลการอบรม หล กส ตร การเสร มสร างประส ทธ ภาพการปฏ บ ต งาน เพ อพ ฒนามาตรฐานว ชาช พคร ณ โรงแรมเลยพาเลซ อ าเภอเม อง จ งหว ดเลย ว นอาท ตย ท 19 ก นยายน พ.ศ. 2553 น าเสนอโดย นางฉลวย เข มลา ห วหน าศ นย พ

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ระด บค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน

มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ระด บค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน ๑๓๒ มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน ว ธ การดาเน นการ ว ทยาล ยฯ จ ดให ม ระบบการประก นค ณภาพภายใน เพ อการพ ฒนาค ณภาพการศ กษาและพ ฒนา มาตรฐานการศ

More information

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 ค าน า ด วยคณะร ฐมนตร ได ประกาศใช แผนการบร หารราชการแผ นด น พ.ศ.2555 2558(ราชก จจาน เบกษา เล ม 128 ตอนพ เศษ 109 ง ว นท 21 ก นยายน 2554) เป นกรอบแนวทางการบร หารราชการตลอดวาระการด

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘ แผนงาน/โครงการ ว ตถ ประสงค เป าหมาย ข นตอน ระยะเวลา งบประมาณ ผ ร บผ ดชอบ ต วช ว ด ๑. ย ทธศาสตร การ เสร มสร างและจ ดการ องค ความร และ นว ตกรรม ๑.๑ ว จ ยและพ ฒนาสร าง องค ความร และ นว ตกรรมการผล ตป ย ช วภาพท

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กส ตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร

แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กส ตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กสตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร *จ าเป น ตอนท ข อม ลท วไป ค าช แจง กรณาเล อกในช องท ตรงก บความเป นจร งของท าน สถานภาพ * ค าช แจง อาจารย ประจ าหล กส

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา

การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา ในป พ.ศ.2546 กรมอ ต น ยมว ทยาสามารถลดระยะเวลาการปฏ บ ต ราชการเก นกว าร อยละ 50 ซ งมากกว ามต คณะร ฐมนตร ท ให ส วนราชการลดข นตอนลง 30-50% และได ร

More information

ตามนโยบายการบร หารพ ฒนาจ งหว ดชายแดนภาคใต สอดคล องก บการพ ฒนาการศ กษา ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 ของกระทรวงศ กษาธ การ กศน.อาเภอมะน ง จ งหว ดสต ล...

ตามนโยบายการบร หารพ ฒนาจ งหว ดชายแดนภาคใต สอดคล องก บการพ ฒนาการศ กษา ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 ของกระทรวงศ กษาธ การ กศน.อาเภอมะน ง จ งหว ดสต ล... ตามนโยบายการบร หารพ ฒนาจ งหว ดชายแดนภาคใต สอดคล องก บการพ ฒนาการศ กษา ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 ของกระทรวงศ กษาธ การ กศน.อาเภอมะน ง จ งหว ดสต ล... นโยบายการศ กษาตามว ตถ ประสงค ข อท 4 การพ ฒนาเป นไปอย างต

More information

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 ความเป นมา ส าน กงานอ ตโนม ต เก ดจากความพยายามขององค กร ท จะท าให งาน ขององค กรถ กต อง รวดเร ว ตรวจสอบได และเจ าหน าท ขององค กร ไม ม ข อจ าก ดด านสถานท

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา

รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา ต าแหน ง. ว ทยฐานะ.. กล มสาระการเร ยนร. โรงเร ยนสตร ท งสง ส าน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 12 กระทรวงศ กษาธ การ 255.. 2 บ

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน

More information

โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา

โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา 1. ผ ร บผ ดชอบโครงการ อาจารย ขน ษฐา แซ ล ม และนายวช ราว ธ จ นผอง 2. หล กการและเหต ผล ในโลกป จจ บ นหน วยงานต าง ๆ ไม ว าจะเป นทางหน

More information

โครงการส มมนาระบบบร หารจ ดการเพ อพ ฒนาผลการปฏ บ ต งาน ของบ คลากร มหาว ทยาล ยขอนแก น

โครงการส มมนาระบบบร หารจ ดการเพ อพ ฒนาผลการปฏ บ ต งาน ของบ คลากร มหาว ทยาล ยขอนแก น โครงการส มมนาระบบบร หารจ ดการเพ อพ ฒนาผลการปฏ บ ต งาน ของบ คลากร มหาว ทยาล ยขอนแก น 1. หล กการและเหต ผล การบร หารจ ดการเพ อพ ฒนาผลการปฏ บ ต งาน น บเป นก ญแจส าค ญอย างหน งท จะช วยให องค กรอย รอดและเจร

More information

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/

More information

หน า ๗ เล ม ๑๒๖ ตอนท ๔๗ ก ราชก จจาน เบกษา ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๒ กฎกระทรวง

หน า ๗ เล ม ๑๒๖ ตอนท ๔๗ ก ราชก จจาน เบกษา ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๒ กฎกระทรวง หน า ๗ กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐาน หล กเกณฑ และว ธ การจ ดการพล งงาน ในโรงงานควบค มและอาคารควบค ม พ.ศ. ๒๕๕๒ อาศ ยอ านาจตามความในมาตรา ๖ วรรคสอง มาตรา ๙ (๑) และมาตรา ๒๑ (๑) แห งพระราชบ ญญ ต การส งเสร มการอน

More information

ระบบและกลไกการประก นค ณภาพการศ กษาของว ทยาล ย

ระบบและกลไกการประก นค ณภาพการศ กษาของว ทยาล ย ระบบและกลไกการประก นค ณภาพการศ กษาของว ทยาล ย ระบบการประก นค ณภาพการศ กษา เพ อให ภารก จในการด าเน นการประก นค ณภาพการศ กษา ด าเน นไปไดอย างม ประส ทธ ภาพ ว ทยาล ยการสาธารณส ขส ร นธร จ งหว ดยะลาจ งได พ ฒนาระบบการประก

More information

การบร หารความเส ยง กองการศ กษา ภาคพาย พ เช ยงใหม

การบร หารความเส ยง กองการศ กษา ภาคพาย พ เช ยงใหม ประเด นย ทธศาสตร 6.ด านการบร หารจ ดการแบบบ รณาการ การบร หาร กองการศ กษา ภาคพาย พ เช ยงใหม เป าประสงค โดยย ดประโยชน ส งส ดขององค กร (SPECIALISTS) /ป จจ ยเส ยง เป าประสงค ข อท 1.1 ม ระบบเทคโนโลย สารสนเทศ

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา การประเม นผลการส มมนา หมายถ ง กระบวนการในการจ ดเก บข อม ล และจ ดกระท าข อม ลเพ อให ทราบว า การดาเน นงานจ ดส มมนาตาม โครงการ ได บรรล ว

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

แผนการจ ดการความร (KM Action Plan) กล มพ ฒนาระบบบร หาร

แผนการจ ดการความร (KM Action Plan) กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนการจ ดการความร (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : 1 การบ งช ความร จ ดประช มภายในหน วยเพ อ ว เคราะห และตรวจสอบองค ความร ท ม อย และต องใช โครงการสรรหา พน กงาน สามารถบรรจ พน กงานได ตาม ความต องการ ระเบ ยบ

More information

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย

More information

Page 1 4-1-001-ปะหน า มาตรฐานก าหนดต าแหน ง ต าแหน งประเภท ท วไป สายงาน ปฏ บ ต งานธ รการ ล กษณะงานโดยท วไป

Page 1 4-1-001-ปะหน า มาตรฐานก าหนดต าแหน ง ต าแหน งประเภท ท วไป สายงาน ปฏ บ ต งานธ รการ ล กษณะงานโดยท วไป 4 1 001 4-1-001-ปะหน า มาตรฐานก าหนดต าแหน ง ต าแหน งประเภท ท วไป สายงาน ปฏ บ ต งานธ รการ ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานธ รการและงานสารบรรณ ซ งม ล กษณะงาน ท ปฏ บ ต เก ยวก บการร

More information