การบ รณาการการบร หารจ ดการม ต ใหม ก บหล กพระพ ทธศาสนาสาหร บผ นาในศตวรรษท ๒๑

Size: px
Start display at page:

Download "การบ รณาการการบร หารจ ดการม ต ใหม ก บหล กพระพ ทธศาสนาสาหร บผ นาในศตวรรษท ๒๑"

Transcription

1 การบ รณาการการบร หารจ ดการม ต ใหม ก บหล กพระพ ทธศาสนาสาหร บผ นาในศตวรรษท ๒๑ รศ.ดร.ประจ ตร มหาห ง มหาว ทยาล ยภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ รศ.ดร.ประจ ตร มหาห ง บ รณาการ ค อการผสมผสานท ลงต วและหา ประโยชน จากตรงน น บร หารก ค อการจ ดการ อย างน อยๆ ก ม อย ๓ อย าง ก ค อ บร หารตน บร หารคน บร หารงาน ภาษาสม ยใหม ก ค อ ครองตน ครองคน ครองงานให ได (รศ.ดร.ประจ ตร มหาห ง มหาว ทยาล ยภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ) ๑.Topic s Main Ideas: (๑) การบร หารจ ดการม ต ใหม - ฅน - คน องค การ - งาน - ส งแวดล อม เทคโนโลย ๑

2 (๒) หล กพระพ ทธศาสนา - ส จธรรม ไตรล กษณ และหล กธรรม - จร ยธรรม ไตรส กขา (๓) บ รณาการระหว าง (๑) และ (๒) (๔) ผ นาใน(คร สต )ศตวรรษท ๒๑ (ค.ศ.๒๐๐๑-๒๑๐๐) (๕) โลกาภ ว ตน (บ รณาการ..)Perspective Leader VSธรรมาภ ว ตน (เน นพ ทธทรรศน ) ๒

3 ๒. ประเด นหล ก ก.(คร สต )ศตวรรษท ๒๑ (ค.ศ.๒๐๐๑-๒๑๐๐) = โลกาภ ว ตน คาถาม : ศตวรรษท ๒๑ ม น ยสาค ญในเช งบร หารการจ ดการม ต ใหม หร อไม คาตอบ: ม น ยสาค ญ(Very Important Menagement =VIM) เพราะศตวรรษท ๒๑ (ค.ศ.๒๐๐๑-๒๑๐๐) หมายถ ง ย คท เร ยกก นท วไปว า ย ค โลกาภ ว ตน (Globalization) = โลกท ไร พรมแดน ซ งมน ษย ท วท กม มโลกใบน ส อสารก นได อย าง รวดเร วและม ประส ทธ ผลด วยระบบสารสนเทศและเทคโนโลย ส อสารโทรคมนาคม (Information System and Communication Technology) ซ งว ว ฒน มาจากส งคมและว ฒนธรรม แบบกส กรรม (Agricultural Society) และ แบบอ ตสาหกรรม (Industrial Society) ๓

4 โดยสร ป : ส งคม-ว ฒนธรรม แบบโลกาภ ว ตน จ งม ล กษณะหลากหลาย (Pluralistic Society) ด วยกระบวนการบ รณาการ (Integration) ม การปร บต ว (Adaption) โดยปร บโครงสร าง และหน าท อย างน อยผ านการปฏ ว ต คร งใหญ ๓ คร ง(Toffler) ๑. การปฏ บ ต กส กรรม (Agricultural Revolution = ๔๕๐๐ BC) เช น เม องฮาร บปะและโม เฮนโจดาโร ในชมพ ทว ป(อ นเด ย+ปาก สถานป จจ บ น) เทอฟฟ เลอร เร ยกย คน ว า คล นล กท ๑ (The First Wave) ๒. การปฏ ว ต อ ตสาหกรรม (Industrial Revolution ปลายศตวรรษท ๑๘-ต นศตวรรษท ๑๙) เช น สหราชอาณาจ กรและการขยายต วไปย งภ ม ภาคอ นๆ ของย โรปและสหร ฐอเมร กา เทอฟฟ เลอร เร ยกย คน ว า คล นล กท ๒ (The Second Wave) ๓. การปฏ ว ต ระบบโทรคมนาคม/โลกาภ ว ฒน ( Communication System Revolution/Globalization เร มป ค.ศ.๑๙๙๘-ศตวรรษท ๒๑) เทอฟฟ เลอร เร ยกย คน ว า คล น ล กท ๓ (The Third Wave) ในย คท ๓ (โลกาภ ว ฒน ) ม ข อน าส งเกตอย ๕ ประเด น ด งน ๑.ส งคมโลก/ประชาคมโลกผ านภาวะว กฤตมาถ ง ๓ คร ง ๑. The World War I (ค.ศ.๑๙๑๔-ค.ศ.๑๙๑๘) ๒. The World War II (ค.ศ.๑๙๓๙-ค.ศ.๑๙๔๕)เก ด Super Power:USAvs USSR ๓. The Cold War (ค.ศ.๑๙๔๕-ค.ศ.๑๙๙๘)ส นส ดเม อ The Berlin Wall ในเยอรมน พ งทลาย ระบบคอมม วน สต อ อนแอ ทาให USSR ส ญเส ยอ ทธ พลในกล มประเทศส งคมน ยม/คอมม วน สต ท า ให ประชาคมโลกปร บระบบโลกใหม ๑. USA + กล มประชาคมย โรป ๒. จ น+อ นเด ย+กล มประเทศในประชาคม ASEAN+Brazil ๓. กล มโลกม สล ม ท ง ๓ กล มต างก ตกอย ภายใต กระแสโลกาภ ว ตน ท งน นและต างก ม ว กฤต ท งด านการเม อง เศรษฐก จ ส งคมและค ณธรรมจร ยธรรม ๔

5 ๑. ประชาคมน ยมระบบการเม องการปกครองแบบประชาธ ปไตย (Democracy) เน นการม ส วน ร วมของท กฝ าย - แทบท กประเทศในย คโลกาภ ว ฒน ม แนวโน มเป น ระบอบประชาธ ปไตย แบบท นน ยม ระบอบประชาธ ปไตย ส งคมน ยม - ระบบเผด จการไม ว าร ปแบบไหนจะโดนการต อต านการจากหลายฝ ายท งในและนอกร ปแบบ - แต อย างไรก ตามว ฒนธรรมการเม องย งไม เปล ยนจากแบบเก าเท าท ควร จ งเก ดป ญหาต างๆ ตามมา ๒. การบร หารจ ดการภาคเอกชนด เด นกว าการบร หารภาคร ฐ - การบร หารจ ดการร ฐด อยประส ทธ ภาพ ขาดประส ทธ ผลและค ณภาพ - การบร หารจ ดการภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคธ รก จ การผล ต การจ าหน าย(การตลาด) และ การเง นการธนาคาร เป นต น ม ประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการบร หารจ ดการท ม ค ณภาพ กว าภาคร ฐ - การบร หารจ ดการป จจ บ นเน น Speed ความรวดเร ว(น าข นให ร บต ก) มากกว า Economy of Scale คน/บร ษ ท/หน วยงานไหนม ว ส ยท ศน กว างไกล ต ดส นใจรวดเร วและตรงประเด น ย อมได เปร ยบ ๕

6 ๓. เก ดแนวค ดทฤษฎ ใหม ๆ และท นสม ยในการบร หารจ ดการท งภาคร ฐและเอกชน - Bureaucracy-Weber - Scientific Management-Taylor - MBO,CEO,PDCA และ - Good Governance,Reengineering,Balanced Score Card etc. ๔. พบว ามหาว ทยาล ยต างๆ ท งในและนอกประเทศเป ดหล กส ตรระด บปร ญญาตร /โท/เอก สาขาบร หาร/จ ดการท งภาคปกต และภาคพ เศษเพ มข นอย างต อเน อง การบร หารจ ดการม ต ใหม ก บหล กพระพ ทธศาสนาในศตวรรษท ๒๑ ศตวรรษท ๒๑ ตอนน ก าล งตกอย ในภายใต กระแสโลกาภ ว ตน โลกาภ ว ฒน และธรรมาภ ว ฒน ต องบ รณาการมาปร บใช ก บว ถ ช ว ตชาวพ ทธของเรา พระพ ทธศาสนา ก ค อสถาบ น พ ทธธรรมก ค อเน อ ผมแยกออกเป น ๒ ค อ ส วนส จจธรรม อาจจะ เป นเร องของอร ยส จ ๔ โยงไปล กๆ ก ปฏ จจสม ปปบาท ถ ามองให เห นภาพก จะเป นไตรล กษณ ส วนท ๒ ก ค อ จร ยธรรมๆ น เป นส วนเก ยวข องก บเร องบร หารๆจะแยกก นเด นหร อเด นไปด วยก น ระหว างศาสตร สม ยใหม และพ ทธธรรม (รศ.ดร.ประจ ตร มหาห งมหาว ทยาล ยภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ) ๖

7 ๑. การบร หารจ ดการม ต ใหม ก บการบร หารจ ดการม ต เก า แนวค ด ๑. บร หารจ ดการอะไร (What?) - ฅน - คน องค การ - งาน - ส งแวดล อม เทคโนโลย ๒. บร หารอย างไร (How?) - ม ต เก า อ นเด ย/จ น/ไทย/ตะว นตก - ม ต ใหม Bureaucracy-Weber/PDCA-Deming/Good Governance(ธรรมาภ บาล)/ Reengineering/Balanced Score Card etc. ๗

8 การบ รณาการหล กธรรมาธ ปไตยและประชาธ ปไตย ม ต ใหม ในการบร หารจ ดการในศตวรรษท ๒๑ ๑) ธรรมาธ ปไตยไม มาจ งหาประชาธ ปไตยไม เจอ หล กอธ ป ตย ตามพ ทธทรรศน ม ๓ ล กษณะ : ประกอบด วย - อ ตตาธ ปไตย - โลกาธ ปไตย - ธรรมาธ ปไตย ในขณะท หล กอธ ป ตย ตามทรรศนะของปร ชญาเมธ ตะว นตก โดยย อม ๒ ล กษณะ ประกอบด วย ประชาธ ปไตย ม หลายร ปแบบ เผด จการ สร ป : ระบบการบร หารจ ดการควรเป นประชาธ ปไตย บ คคลควรใช อ านาจในการต ดส นใจด วย เกณฑ ธรรมาธ ปไตยเป นด ท ส ด ๒) โลกาภ ว ตน ท ข ดธรรมภ ว ตน ว บ ต ก จะเก ดในการบร หารจ ดการ โลกาภ ว ตน ภายใต ระบอบประธ ปไตยท นน ยม เช น ในป จจ บ นสนองต ณหาของคนมากกว า สนองป ญญา ส งเสร ม/เพ มมากกว าลดโลภะ โทสะ และโมหะ ข ดหล กธรรมาภ ว ตน ม กจะก อ ป ญหาพาให เก ดท กข ได ด งน น ผ บร หารทากรรมท ข ดหล กธรรมาภ ว ตน ย อมว บ ต ไม เร วก ช า ๘

9 ศาสนาพ ทธก บการบร หารจ ดการม ต ใหม ในศตวรรษท ๒๑ รศ.ดร. ส ก ญญา เอมอ มธรรม คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยขอนแก น รศ.ดร. ส ก ญญา เอมอ มธรรม ด ฉ นค ดว า หล กธรรมของศาสนาพ ทธไม ม คาว าล าสม ยไม ว าจะอย ในสม ยไหนก ตาม เราม ของด อย ในม อแล ว โดยเฉพาะหล กธรรม ค าสอนในศาสนาพ ทธ เช น พรหมว หาร ๔ ส งคหว ตถ ๔ ทศพ ธราชธรรม เป นต น (รศ.ดร. ส ก ญญา เอมอ มธรรม คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยขอนแก น) น บต งแต สม ยส โขท ยเป นราชธาน พระพ ทธศาสนาได เผยแผ เข ามาในประเทศไทย และ ก อนหน าน ด นแดนท เป นท ต งของประเทศไทยก ม หล กฐานว าศาสนาพ ทธได ม คนในถ นน เช อ หล กธรรมทางพ ทธศาสนา เช น พระธาต พนม ในอาณาจ กรศร โคตรบ รณ เจด ย ว ดมหาธาต จ งหว ด ๙

10 นครศร ธรรมราช พระบรมธาต ไชยา จ งหว ดส ราษฎร ธาน ในอาณาจ กรศร ว ช ย แสดงให เห นว า การ ปกครองในระด บร ฐหร อประเทศของคนในด นแดนส วรรณภ ม ม การใช หล กธรรมทางพ ทธศาสนาใน การบร หารจ ดการ แต เด มประเทศไทยเคยปกครองในระบบสมบ รณาญาส ทธ ราชม พระมหากษ ตร ย เป นผ น าส งส ดโดยม ได ใช อ านาจอย างเด ยวในการปกครองประเทศ เม อม การเปล ยนแปลงการ ปกครอง เป นระบอบประชาธ ปไตย?อ นม พระมหากษ ตร ย ทรงเป นประม ข พระมหากษ ตร ย ท ก พระองค โดยเฉพาะองค ป จจ บ นทรงใช ทศพ ธราชธรรม ในการด แลค มครองประชาชน นอกจากน ทรงใช หล กธรรมทางพ ทธศาสนาอ นอ กมากในราชจร ยาว ตร อาท จ กรวรรด ว ตร ๑๒ ประการ ส งคหว ตถ ๔พรหมว หาร๔ ฆราวาสธรรม๔ราชจร ยว ตร๔ ฯลฯ กฎหมายท ใช เป นหล กในการ ปกครองประเทศก ใช หล กค าสอนทางพ ทธศาสนาเป นหล กในการออกกฎหมาย มาต งแต สม ย โบราณจนถ งสม ยร ตนโกส นทร ม การจ างชาวต างประเทศมาเป นท ปร กษาในการออกกฎหมาย ประเทศไทยย งคงย ดหล กค าสอนทางพ ทธศาสนาในการออกกฎหมาย บ งค บใช ใน การปกครอง ประเทศ อาท ศ ล ข อท ๑ปาณาต ปาตาเวรมณ (งดเว นการฆ าส ตว ) ถ าสมาช กในส งคมไปท าร าย ผ อ น ก ถ อว ากระท าผ ดกฎหมาย ต องถ กลงโทษข อท ๒ อท นนาทานา เวรมณ ( งดเว นการล ก ทร พย ) ถ าสมาช กในส งคมไปล กทร พย ของผ อ น ก ถ อว ากระท าผ ดกฎหมาย ต องถ กลงโทษอย างน เป นต นจะเห นได ว าหล กธรรมทางพระพ ทธศาสนาส งเสร มในด านการปกครองให สมาช กในส งคมอย ร วมก นอย างสงบส ข ธรรมสาหร บพระราชา ธรรมส าหร บพระราชาซ งเป นแบบแผนในการปกครองได แก ทศพ ธราชธรรม ๑๐ จ กรวรรด ว ตร ๑๒ และราชส งคหว ตถ ๔ เป นพระราชกรณ ยก จของพระมหากษ ตร ย ท ได ทรงบาเพ ญ ค ณประโยชน แก ประเทศชาต และประชาชนอย างใหญ หลวงทศพ ธราชธรรม ๑๐ ค อธรรมในการใช พระราชอานาจและการบาเพ ญประโยชน ต ออาณาประชาราษฎร ม ด งน ๑. การให ๒. การบร จาค ๓. ความประพฤต ด งาม ๔. ความซ อตรง ๕. ความอ อนโยน ๖. ความทรงเดช ๗. ความไม โกรธ ๘. ความไม เบ ยดเบ ยน ๙. ความอดทน ๑๐. ความไม คลาดเคล อนในธรรม ๑๐

11 จ กรวรรด ว ตร ๑๒ ค อธรรมอ นเป นพระราชจร ยาน ว ตร ทรงถ อและอาศ ยธรรมข อน เป นหล ก สาหร บการปกครองประเทศ ด งน ๑. ควรอน เคราะห คนในราชสาน กและคนภายนอกให ม ความส ข ไม ปล อยปละละเลย ๒. ควรผ กไมตร ก บประเทศอ น ๓. ควรอน เคราะห พระราชวงศาน วงศ ๔. ควรเก อก ลพราหมณ คฤหบด และ คฤหบด ชน ค อเก อก ลพราหมณ และผ ท อย ในเม อง ๕. ควรอน เคราะห ประชาชนท อย ในชนบท ๖. ควรอน เคราะห สมณพราหมณ ผ ม ศ ล ๗. ควรจ กร กษาฝ งเน อ นก และส ตว ท งหลายม ให ส ญพ นธ ๘. ควรห ามชนท งหลายม ให ประพฤต ผ ดธรรม และช กนาด วยต วอย างให อย ในก ศลส ตจร ต ๙. ควรเล ยงด คนจน เพ อม ให ประกอบการท จร ตและอก ศลต อส งคม ๑๐. ควรเข าใกล สมณพราหมณ เพ อศ กษาบ ญและบาป ก ศล และอก ศลให แจ มช ด ๑๑. ควรห ามจ ตม ให ต องการไปในท ท พระมหากษ ตร ย ไม ควรเสด จ ๑๒. ควรระง บความโลภม ให ปรารถนาในลาภท พระมหากษ ตร ย ม ควรจะได ราชส งคหว ตถ ๔ ค อ ๑. ทาน แบ งป นส งของให ก น ๒. ป ยวาจา พ ดจาด ต อก น ๓. อ ตถจร ยา ทาประโยชน ให ก น ๔. สมาน ตตตา วางต วเหมาะสม พระราชจร ยาน ว ตรอ นเป นท ย ดเหน ยวน าใจประชาชน ส าหร บเป นแนวทางในการวาง นโยบายปกครองบ านเม อง ด งน ทรงพระปร ชาในการบาร งธ ญญาหารให บร บ รณ ทรงพระปร ชาใน การสงเคราะห บ ร ษสตร ท ประพฤต ด ทรงพระปร ชาในการบาบ ดท กข บาร งส ขของราษฎร และการ ทรงม พระวาจาต อชนท กช นโดยเสมอก น ๑๑

12 น กการเม องแบบ ดร.อ มเบ ดก าร ดร.อ มเบ ดก าร (Dr. BabasahebBhimraoRamjiAmbedkar) ดร. ว รไท ส นต ประภพ เข ยนไว ในหน งส อพ มพ กร งเทพธ รก จ ฉบ บว นพ ธท ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ว า เม อต นเด อนท แล วได เด นทางไปม มไบ และได พบก บปรากฏการณ ศร ทธาของ ชาวอ นเด ยต อน กการเม องท านหน งท สร างความประหลาดใจมาก อาจเป นเพราะไม ค นเคยก บ ศร ทธาท ประชาชนไทยม ให ต อน กการเม อง น กการเม องอ นเด ยท านน ค อ ดร.อ มเบ ดก าร (Dr. BabasahebBhimraoRamjiAmbedkar) โดยช วงผ เข ยนอย ในม มไบ ตรงก บค นก อนว นครบรอบ ว นส นช ว ตของ ดร.อ มเบ ดก าร จ งม โอกาสเห นชาวอ นเด ยท งคนแก หน มสาว และเด ก เข าแถว เพ อท จะเข าไปเคารพอ ฐ ของท าน แม ว าเวลาจะล วงเลยไปจนใกล เท ยงค นแล ว แต แถวย งยาวหลาย ก โลเมตร และประชาชน ต องรอนานไม ต ากว า ๔-๕ ช วโมง จ งจะเข าถ งสถ ปท เก บอ ฐ ภาพศร ทธา ท ประชาชนม ต อผ น าแบบน อาจจะไม แปลก ถ าผ น าเหล าน นเป นกษ ตร ย ประธานาธ บด หร อ นายกร ฐมนตร แต ดร.อ มเบ ดก าร ไม เคยเป นผ นาส งส ดของประเทศ และเส ยช ว ตมาถ ง ๕๓ ป แล ว ผมไม ค ดว าในเม องไทยจะม ร ฐมนตร หร อห วหน าพรรคการเม องคนใด ท จะสร างศร ทธาจาก ประชาชนได มากเท าน ดร.อ มเบ ดก าร เป นน กต อส และน กปฏ ว ต ส งคมท ม ประว ต น าสนใจ สมควรท น กการเม อง ไทยควรจะได ศ กษา (หร อให ศ กษา) ดร.อ มเบ ดก าร เก ดในครอบคร วยากจนในวรรณะจ ณฑาล ซ ง ๑๒

13 ถ อว าเป นวรรณะท ต าท ส ดของส งคมอ นเด ย เม อ ดร.อ มเบ ดก าร เข าโรงเร ยนน น คนในวรรณะ จ ณฑาลไม สามารถน งเก าอ เร ยนหน งส อร วมก บเพ อนวรรณะอ นได แต ด วยความท ดร.อ มเบ ดก าร เป นน กต อส ต งแต เด กและเป นคนเร ยนเก ง จ งสามารถสอบได ท นการศ กษาไปเร ยนต อจนจบ ปร ญญาเอกถ งสองใบ ค อ ปร ญญาเอกด านร ฐศาสตร จากมหาว ทยาล ยโคล มเบ ย ท น วยอร ก และ ปร ญญาเอกด านเศรษฐศาสตร จากLondon School of Economics กล บมาเป นอาจารย มหาว ทยาล ยท อ นเด ย ท านย งคงต องเผช ญก บส งคมท ม ความเหล อมล าทางวรรณะส งมาก ย งถ ก ร งเก ยจและก ดก นเพราะว าเป นวรรณะจ ณฑาล ดร.อ มเบ ดก าร จ งย ดม นในอ ดมการณ ท จะต อส ก บ ความเหล อมล าทางวรรณะ เพ อให คนท เก ดมาในวรรณะจ ณฑาลได ร บการปฏ บ ต ท เป นธรรมในท กๆ ด าน ไม ว าจะเป นด านส งคม เศรษฐก จ กระบวนการย ต ธรรม และโอกาสในการพ ฒนาศ กยภาพช ว ต ของตน เม ออ นเด ยได ร บเอกราช ดร.อ มเบ ดก าร ได ต งพรรค Republican Party of India ได ร บ เล อกเป นสมาช กสภาผ แทนราษฎร และได ดารงต าแหน งเป นร ฐมนตร ว าการกระทรวงย ต ธรรมใน สม ยของร ฐบาลเนร ห นอกจากน ท านย งได ร บแต งต งจากร ฐสภาอ นเด ยให เป นประธาน คณะกรรมการร างร ฐธรรมน ญอ กด วย โดยท านได ย ดถ อความย ต ธรรมระหว างคนต างวรรณะเป น หล กการสาค ญในการทางาน ๑๓

14 การต อส ของ ดร.อ มเบ ดก าร เป นการต อส แบบปฏ เสธอาว ธและความร นแรง แต ใช ป ญญา และหล กศาสนาเป นกลไกหล ก เม อ ดร.อ มเบ ดก าร ตระหน กว าศาสนาฮ นด ได สร างให เก ดระบบ วรรณะท นาไปส ความไม ย ต ธรรมในส งคม ดร.อ มเบ ดก าร ได ใช เวลาหลายป ศ กษาหล กศาสนาต างๆ ก อนท จะเล อกศาสนาพ ทธเป นศาสนาใหม ของท าน ในป พ.ศ. ๒๔๙๙ ได น าชาวจ ณฑาลกว า ๕๐๐,๐๐๐ คน ปฏ ญาณตนเป นพ ทธมามกะ เป นการปลดแอกชาวจ ณฑาลออกจากส งคมวรรณะ แบบฮ นด และส งเสร มให คนอ นเด ยห นกล บมาสนใจพ ทธศาสนา หล งจากท พ ทธศาสนาในอ นเด ยถ ก ทอดท งมาหลายร อยป ในหน งส อ "ดร.อ มเบ ดก าร ร ตนบ ร ษแห งชมพ ทว ป" พระอาจารย อารยะว งโส ได ว เคราะห หล กแนวค ดของ ดร.อ มเบ ดก าร ตามหล กธรรมของพ ทธศาสนาไว น าสนใจมาก ดร.อ มเบ ดก าร เช อ ในเร องของกรรมว าคนเราจะด หร อไม ข นอย ก บการกระทาไม ได ข นอย ก บวรรณะ หร อตระก ลท เก ด ข นมา คนท กคนม ศ กด ศร และฐานะเสมอก น นอกจากน ดร.อ มเบ ดก าร ส งเสร มให คนต อส เพ อส ทธ เสร ภาพและภราดรภาพ ส งเสร มให คนปฏ บ ต ตามศ ลตามมรรคปฏ บ ต ภาวนาเพ อพ ฒนาจ ตใจและม เมตตาต อคนอ นๆ ตามหล กของพ ทธศาสนาด วยการย ดหล กเหล าน ดร.อ มเบ ดก าร ได สร างโอกาส การศ กษาและการพ ฒนาค ณภาพช ว ตให แก คนจ ณฑาลจ านวนมากท เปล ยนมาน บถ อพ ทธศาสนา จนในว นน ม ชาวพ ทธกว าส บล านคนท ม รากมาจากวรรณะจ ณฑาล ได อาศ ยประต ท ดร.อ ม เบ ดก าร เป ดให ก าวข นเป นผ นาในร ฐบาล เป นข าราชการระด บส ง น กว ชาการ น กธ รก จขนาดใหญ และผ นาส งคม เม อห นกล บมาพ จารณาความเหล อมล าในส งคมไทยแล ว ปฏ เสธไม ได ว าส งคมไทยม หลาย มาตรฐานอย โดยพฤต น ย กระบวนการย ต ธรรมและบร การสาธารณะของร ฐขาดความเท าเท ยมก น น กการเม องไทยในระบบการเม องแบบท นน ยมผนวกก บพฤต กรรมฉ อราษฎร บ งหลวง และความ อ อนแอลงเร อยๆ ของระบบราชการ ท าให ความเหล อมล าในส งคมร นแรงข น นอกจากน ได เก ด วรรณะน กการเม องข นในส งคมไทย ในบางจ งหว ดเฉพาะคนท เก ดมาในครอบคร วน กการเม องหร อ แต งงานเข ามาในครอบคร วน กการเม องเท าน น ท ม โอกาสจะถ กเล อกต งมาส บทอดวรรณะ น กการเม องในจ งหว ดของตน ยากท น กการเม องหน าใหม หร อน กการเม องนามสก ลอ นจะเข ามา แข งข นได คนไทยจ งควรเล อกเฉพาะน กการเม องท ศร ทธา และสน บสน นการใช หล กปฏ บ ต ตามศ ล ตามมรรค ม เมตตา และเน นการพ ฒนาค ณภาพของจ ตตามแนวทางของพ ทธศาสนา มาเป น แนวทางในการลดความเหล อมล าของส งคม ๑๔

15 การบร หารโดยหล กพ ทธศาสนา: ความล มล กท ท นสม ย การบร หารโดยหล กพ ทธศาสนาน บเป นความล มล กท ท นสม ย ท ยอมร บก นในส งคมท ก ระด บว าหล กค าสอนในท กศาสนาสอนให คนเป นคนด ให อย รวมก นอย างม ความส ข สอนให คน ดาเน นช ว ต อย างไรให ประสบความส าเร จในท กๆเร อง ไม ว าจะเป นเร องครอบคร ว การงาน การ ดาเน นช ว ต ความส ขทางด านจ ตใจของแต ละบ คคล และอ นๆ ในประเทศไทยน นพระพ ทธศาสนาก เป นศาสนาประจาชาต ไทยมาเป นระยะเวลายาวนาน หล กธรรมค าสอนของพระส มมาส มพ ทธเจ า ถ อได ว าเป นคาสอนท ม ค าส งส ดควร ค าท มน ษย ควรเร ยนร และถ ายทอดให ผ อ นได ใช เป นแนวทาง ในการด ารงช ว ตส าหร บพ ทธศาสน กชน ความสนใจหร อศร ทธาในพระพ ทธศาสนาของ พ ทธศาสน กชนอาจจะเก ดจากเหต ผลหร อความคาดหว งหลายอย าง เช น ความต องการพ นท กข จาก การก าเน ดเป นมน ษย ความต องการท จะประสบความส าเร จในช ว ตด านต างๆ ความส ขทาง ร างกายและจ ตใจ ความเจร ญร งเร องม งค ง ความม นคงปลอดภ ยและปราศจากโรคภ ยต างๆ และ เหต ผลอ นๆอ กมาก หล กธรรมคาส งสอนของพระส มมาส มพ ทธเจ าไม เพ ยงสอนให มน ษย ร จ กบร หาร ช ว ตของตนให ประสบความสาเร จครอบคล มในท กด าน ตามระด บความปรารถนาในช ว ตของแต ละ คนเท าน น แต หล กธรรมก สอนการบร หารจ ดการผ อ นและองค กรด วยเช นก น โดยเฉพาะในระยะ หล งน ม ผ ร หลายท าน เช น ดร.วรภ ทร ภ เจร ญ และ ดร.ไชย ณ พล ได ให ความสนใจและน าหล ก พ ทธธรรมมาขยายความในเร องการบร หารจ ดการในตาราบร หารแนวพ ทธหลายเล มด วยก น เพ อให ทางเล อกแก น กบร หารเป นแนวทางการบร หารจ ดการ ถ าเปร ยบเท ยบความน ยมของสาธารณะท ม ต อองค ความร ในเร องการบร หารจ ดการจากน กว ชาการชาวตะว นตกและองค ความร เด มจาก ๑๕

16 ตะว นออก เช นแนวพ ทธศาสนา ตามหล กธรรมท ม มาแต ด งเด มน น จะเห นได ว าองค ความร ท น าเสนอมาจากทางตะว นตกจะได ร บความน ยมและสนใจมากกว าและม การต อยอดองค ความร อย างต อเน องทาให ม แนวค ดใหม ๆเก ดข นเร อยๆ ในด านการบร หารจ ดการเพ อให เก ดความเป นเล ศ ประสบความสาเร จอย างส งและย งย น สาหร บองค ความร เร องการบร หารโดยหล กธรรมน นส วนมาก ถ กนาเสนอในเช งหล กการด าน การจ ดการเก ยวก บคน (People Management) เช น ผ บร หารก บ ทศพ ธราชธรรมและพรหมว หาร ๔ (เมตตา กร ณา ม ท ตา อ เบกขา) สาหร บด านการวางแผนงานน น พระพ ทธเจ าทรงสอนไว ใน ส ปป ร สธรรม ๗ ประการ (ร หล กการ ร จ ดหมาย ร ตน ร ประมาณ ร กาล ร ช มชน ร บ คคล) และด านอ นๆ ท เน นการม ว ฒ ทางอารมณ (Emotional Intelligence) เป นต น คนส วนใหญ ม กค ด ว าธรรมะม ไว สาหร บการหล ดพ นอย างเด ยว ซ ง ดร.ไชย ณ พลได เร ยบเร ยงน อมนาคาสอนของพระ ส มมาส มพ ทธเจ าไว ในหน งส อการบร หารโดยธรรม(ค.ศ.๒๐๐๕) ว าธรรมะม ๔ ระด บค อ ธรรมะ สาหร บการหล ดพ น ธรรมะสาหร บการน าส งคมโลก ธรรมะส าหร บการครองเร อน ธรรมะส าหร บ การครองตน ด วยเหต ท มน ษย ม ท กระด บความต องการ ซ งจ าแนกเป น ๔ กล มใหญ ค อ ผ ต องการ พ ฒนาตนไต ระด บว ว ฒนาการให ส งข น ผ ต องการครองเร อนอย างด ผ ต องการบร หารส งคมโลก อย างด ผ ต องการหล ดพ นจากโลกท งหลาย ซ งแต ละภารก จม ก จท ต องท าต างก นแล ะต องการ ค ณสมบ ต ท จะประสบความส าเร จก ต างก น ด งน น จะเห นได ว าม หล กธรรมะเฉพาะท สามารถ นามาใช ในการบร หารตนเอง ครอบคร ว (ครองเร อน) และส งคมได อ กด วย โดยส วนมากคนท วไป มองการใช หล กธรรมะในการบร หารส งคมหร อองค กร โดยเน นถ งค ณสมบ ต ท ด ของผ น าและ ๑๖

17 แนวทางท ผ น าพ งควรปฏ บ ต เพ อให เก ดความผาส กในส งคมหร อองค กร แต ความสงส ยในเร อง ผลส มฤทธ ในผลการปฏ บ ต งานว าการบร หารแนวพ ทธจะสร างความเป นเล ศให องค กรหร อก อเก ด ผลผล ตท เป นเล ศได จร งหร อ เพราะในภาวะท องค กรต างๆกาล งเผช ญก บการแข งข นเพ อให องค กร อย อย าง ม นคงโดยม ผลการปฏ บ ต ดาเน นการท ด ก ต องเน นในเร อง การสร างอานาจทางการแข งข น และการไม ม ค าว าพอ ส วนธรรมะ น าท จะอย ตรงก นข ามก นเลยท เด ยว ธรรมะสอนให คนหร อ ผ บร หารม ความเมตตา กร ณาก บล กน อง การให อภ ยและอ นๆ เป นต น ความตระหน กและการน า หล กธรรมในการบร หารส าหร บคนท วไป ในการส มภาษณ ผ บร หารหลายๆท านในเร องท เก ยวก บ ธรรมะก บการบร หาร ผ บร หารหลายท านหร อส วนมากท ม ความสนใจในธรรมะระด บปานกลางจะ น กถ งพรหมว หาร ๔ โดยเฉพาะในเร องของความเมตตาเป นหล ก ค อความเมตตาท ม ให ผ บ งค บบ ญชา การม สต ร เท าท นตนเอง การน กถ งการระง บความโกรธในกรณ ท ล กน องอาจจะ ทางานไม ได ด งใจคน หร อแม กระท งการปล อยวางในกรณ ท ส งต างๆ ไม ได เป นด งใจเม อท าด ท ส ด แล ว ในความหมายของระด บความสนใจท เร ยกในท น ว าปานกลางน าจะหมายถ งระด บความ ตระหน กร และการน อมนาหล กธรรมพ นฐานท สาค ญมาเป นหล กและเต อนตนเอง ในการดาเน นช ว ต โดยท วไปเพ อให ช ว ตม ความส ข ซ งถ อได ว าความตระหน กในหล กธรรมระด บน (ในระด บถ งข นท เข าใจ ถ งการปล อยวางอ นสรรพส งท งปวงได ของพ ทธศาสน กชน) น าจะเป นระด บท คนเราก สามารถ พ ดได อย างม นใจว าเป นชาวพ ทธ ถ งแม ว าจะม หล กธรรมท สาค ญท ควรค าแก การน ามาปฏ บ ต ผ ท สนใจในระด บปานกลางน ไม ปฏ เสธในการเข าว ดทาบ ญก ศล ฟ งพระเทศน หร อเสวนาธรรมก นเองเป นคร งเป นคราว หากแต ความสนใจและความถ ในการพ จารณาธรรมและการน งสมาธ อาจจะน อยกว าผ ท สนใจธรรมในระด บ ท ส งข น แน นอนว าการท จะแบ งก นให ช ดเจนว าระด บความสนใจในธรรมระด บใดน นเป นเร องยาก หร อจะด าเน นการไปเพ อเหต ใด แต ก น าจะกล าวได ว าพ ทธศาสน กชนส วนใหญ ในส งคมไทยท ม หน าท ในการบร หารจ ดการน นม ความสนใจและประย กต ใช หล กธรรมในระด บปานกลาง การช นาใน คนส วนใหญ กล มน ให มองธรรมะท เก ยวก บการบร หารว าเป นเร องง าย ท นสม ยและม ส มฤทธ ผลหร อ อาจจะมากกว าการปฏ บ ต ตามหล กบร หารของชนชาต ตะว นตกน นถ อได ว าเป นการส งเสร มให คน ท วไปในส งคมได ตระหน กถ งค ณค าของอารยธรรมตะว นออกท ม อย แล วมายาวนานท อาจจะถ ก มองข ามการกล าวหร อการพ จารณาถ งเร องท เก ยวก บธรรมะน นเป นความท าทายท จะท าอย างไรให ฟ งเป นเร องง าย ม ค ณค า ท นสม ยเหมาะก บบ คคลโดยท วไปท โดยปกต แล วจะมองธรรมะว าเป นเร อง ปฏ บ ต ยาก หร อมองว าเฉพาะน กบวชเท าน นท จะท าได เป นต น อ กท งการช ให เห นถ งค ณค าของ ธรรมะในการบร หารจ ดการในภาวะท ม กระแสน ยมตะว นตก หร อภาวะท หล กเล ยงการเปร ยบเท ยบ ก บองค ความร ในการบร หารจากตะว นตกมากมายท ม การค ดต อยอดเก ดข นต อเน องเร อยมา ๑๗

18 หล กธรรมของส ตบ ร ษ(คนด ):หล กบร หารของผ บร หารท ด องค ความร ในการบร หารจากหล กคาสอน ในศาสนาพ ทธกาเน ดมานานกว า ๒,๕๐๐ป ซ งม อย มากมาย ส วนองค ความร ในการบร หารเฉพาะ บางส วนของธรรมะท เหมาะส าหร บการน าส งคมโลกหร อผ บร หาร ค าว า ส งคมโลก ในท น อาจ หมายถ ง องค การ บร ษ ท ห างร าน หน วยงาน ส งคม ช มชน หร อประเทศชาต ก ได ท งส น หน งส อพ ทธธรรม โดย พระธรรมป ฎก (ป.อ. ปย ต โต) ป ๒๕๔๓ กล าวถ งส ปป ร สธรรม ๗ ว าเป น ธรรมของส ตบ ร ษ (คนด ) ๗ ประการด งน ๑. ธ มม ญญ ตา ร หล กและร จ กเหต ค อร หล กความจร งของธรรมชาต ร หล กการ กฎเกณฑ แบบแผนหน าท ซ งจะเป นเหต ให กระทาการได สาเร จผลตามความม งหมาย ๒. อ ตถ ญญ ตา ร ความม งหมายและร จ กผล ค อร ความหมายและความม งหมายของ หล กธรรมหร อหล กการ กฎเกณฑ หน าท ร ผลท ประสงค ของก จท จะกระทา ๓. อ ตต ญญ ตา ร จ กตน ค อร ฐานะ ภาวะ เพศ ก าล ง ความร ความถน ด ความสามารถ และค ณธรรม เป นต น ของตนตามเป นจร ง เพ อประพฤต ได เหมาะสมและให เก ดผลด ๔. ม ตต ญญ ตา ร จ กประมาณ ค อร จ กความพอเหมาะพอด เช น ร จ กประมาณในการ บร โภคอาหาร ในการใช จ ายทร พย ๕. กาล ญญ ตา ร จ กกาล เช นร ว าเวลาไหน ควรทาอะไร ร จ กเวลาเร ยน เวลาท างาน เวลา พ กผ อน เป นต น ๖. ปร ส ญญ ตา ร จ กช มชน ค อร จ กถ น ร จ กท ช มน ม และช มชน ร จ กมารยาท ระเบ ยบว น ย ขนบธรรมเน ยมประเพณ และข อควรร ควรปฏ บ ต อ นๆ ต อช มชนน นๆ ๗. ป คคล ญญ ตา ร จ กบ คคล ค อร ความแตกต างระหว างบ คคลโดยอ ธยาศ ย ความสามารถ และค ณธรรมเป นต น เพ อปฏ บ ต ต อผ น นโดยถ กต อง เช นว า ควรคบหร อไม จะเก ยวข อง จะใช จะยก ย องจะตาหน หร อจะแนะนาส งสอนอย างไร จ งจะได ผลด เป นต น สาหร บโอกาสน จะกล าวถ งส ปป ร สธรรม ๗ ท เป นหล กธรรมของส ตบ ร ษหร อคนด ส าหร บ น กบร หารท ด ในการบร หารช ว ตของต วผ บร หารเองและช มชน ส งคมหร อองค การ เพ อแสดงการ ๑๘

19 ส กการะและสรรเสร ญพระพ ทธองค ท ได ทรงแสดงธรรมช ทางเอกในการด าเน นช ว ตแก มวลมน ษย ความค ดเห นน อาจจะเก ยวโยงถ งหล กธรรมข ออ นๆ ท เก ยวข องตามความเหมาะสมให ง ายส าหร บ บ คคลท วๆไปในการประย กต ใช ในการบร หารช ว ตและองค การเพ อให เก ดผลส มฤทธ ในทางปฏ บ ต ได ส ปป ร สธรรม ๗สาหร บน กบร หารท ด การเข าใจความหมายอย างล กซ งและแตกฉานในหล กธรรมน จะทาให น กบร หารหร อผ นาม ความเช อและม นใจได ว าหล กการท ฟ งด เร ยบง ายไม ซ บซ อนน ม ค ณค า ส งและท นสม ยน ยม โดยท น กบร หารไม จาเป นต องคอยแต รอหร อถามหาซ งองค ความร ในเร องการ บร หารจากผ ร ชาวตะว นตก ซ งองค ความร ใหม ๆเหล าน นถ าเราพ จารณาอย างถ องแท ก จะเห นว าใน หลายๆ เร องก เป นการปร บเปล ยนหล กการและแนวค ดเพ ยงเล กน อยในแต ละเร อง ม การอธ บาย ความหมายแตกต างก นไปบ าง ม การค ดต อยอดแตกฉานข นบ าง ถ าส งเกตให ด แล วก จะเห นว าใน หน งส อแต ละเล มหร อแนวค ดแต ละเร องจะม หล กการเป นห วข ออย ไม มาก (เช น หน งส อ ๗ Habits of Highly Effective People ท ด งท วโลก) แต มากด วยคาอธ บายให ผ อ านเข าใจและเช อถ อ และ เช นเด ยวก นหล กธรรมส ปป ร สธรรม ๗ ส าหร บผ น า ก สามารถน ามาอธ บายให ผ อ านเข าใจและ เช อถ อได เช นก น ถ าผ ร สามารถท จะน ามาอธ บายให เข าใจและเห นค ณค าได โดยง ายลงโทษ ต อง ปร บเปล ยนแผนงาน ฯลฯ และท สาค ญสาหร บต วผ บร หารเองต องร จ กและเช ยวชาญในการบร หาร เวลาของตนอ กด วย การเป นผ ร จ กช มชน ในทางบร หารช มชนก ค อการร ว าองค การม จ ดแข ง (Strengths) และจ ดอ อน(Weaknesses) อย ท ตรงไหน ม ป จจ ยสภาพแวดล อมภายนอกอะไรบ างท ม ผลกระทบต อองค กร ไม ว าจะเป นโอกาส (opportunities) หร อความท าทายต างๆ (Threats) หร อรวมก นเร ยกว า เป นการว เคราะห SWOT ANALYSIS (จากองค ความร จากตะว นตก) เพ อเป น องค ประกอบในการก าหนดกลย ทธ ท ศทางในการด าเน นงาน โดยประเม นท นทร พยากรต างๆ เทคโนโลย และข อได เปร ยบทางการแข งข นต างร วมพ จารณาด วยการเป นผ ร จ กบ คคล หมายถ งการ ร ว าคนท ร วมท างานในท มเป นอย างไร เพราะคนหร อพน กงานในองค การเป นผ ท จะท าให ง าน สามารถดาเน นไปได และพน กงานน ก สามารถสร างป ญหาทาให งานไม สามารถดาเน นไปได เช นก น ๑๙

20 ผ นาหร อผ บร หารน นม ๒ ประเภท ค อ ผ นาท น งอย บนห วคนและผ นาท อย ในใจคน ถ าผ นาแสดง ให เห น ผ ตามหร อล กน อง ก จะเห นช ดเจนว า หล กธรรมเหล าน สามารถนาไปใช ได จร ง (รศ.ดร. ส ก ญญา เอมอ มธรรมคณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยขอนแก น) การร จ กบ คคลอาจแบ งออกเป นด านต างๆได ด งน ๑. ความร รายบ คคลในด านความสามารถในการทางาน ความเช ยวชาญ จ ดแข งและจ ดอ อน ในการท างาน น ส ย ท ศนคต ความชอบ ความสนใจ ระด บค ณธรรม เป าหมายในช ว ต ความร ในเร องน ส าค ญในการจ ดสรรคนให เหมาะก บงาน (put the right man in the right job) ๒. ความร รายบ คคลในด านแรงจ งใจและส งท ม อ ทธ พลต อพน กงานในการท างานหร อการ ดารงช ว ต รวมท งในการพ ฒนาตนหร อให องค ประกอบในการท าให พวกเขาอยากอย ใน องค กรนานๆ ความร ในเร องน ส าค ญในการร กษาให พน กงานอย ในองค กรนานๆอย างม ความส ข พร อมท งทางานได อย างส มฤทธ ผลตามความคาดหมาย จากต วอย างการเสนอ แนวค ดในการบร หารโดยน อมน าเอาหล กธรรมข างต น มาน าเสนอเป นหล กการส าหร บ ผ นาหร อผ บร หารพร อมต วอย างโดยส งเขปน ถ อได ว าเป นการน าหล กธรรมเพ ยงบางส วน เท าน น เพราะย งม หล กธรรมน าสนใจอ กมากมายท เหมาะส าหร บผ บร หาร เช น พรหม ว หาร ๔ (เมตตา กร ณา ม ท ตา อ เบกขา) และอ นๆ เป นต น ถ งแม ว าเสน ห ของการนาเสนอ หล กธรรมมาใช ในการบร หารอย ท การโน มน าว อธ บายพร อมต วอย างให เก ดความเข าใจ และเช อถ อได ง าย แต ค ณค าของการน าเสนอน นอย ท การท ผ บร หารน ามาปฏ บ ต ให เช ยวชาญ เก ดผลส าเร จตามความม งหมายของตนและองค การ ตลอดจนม ความร ความสามารถในการปฏ บ ต งานให บรรล ว ตถ ประสงค ๒๐

21 พ ทธว ธ ในการวางแผน พระคร ภาวนาโพธ ค ณ ถ าพระพ ทธเจ าไม ประสบความสาเร จ ในการประกาศพระ ศาสนา โดยท หาผ บรรล ธรรมตามอย างพระพ ทธองค ไม ได ส กคนเด ยว พระพ ทธเจ าก เป นเพ ยงพระป จเจกพ ทธะ ค อ ผ ตร สร เฉพาะตนท ไม สามารถสอนคนอ นให ตร สร ตามได จ งไม ใช น กบร หาร แต เพราะเหต พระพ ทธเจ าทรงสามารถสอนให คนอ นตร สร ตามได พระองค ทรงเป น พระส มมาส มพ ทธะผ สามารถจ ดต งองค กรพระพ ทธศาสนาและเป น น กบร หารก จการพระศาสนา (พระคร ภาวนาโพธ ค ณ ผ อานวยการว ทยาล ยสงฆ ขอนแก น) ๒๑

22 เม อว าตามค าน ยามและหน าท ของ น กบร หารด งกล าวมาน เราต องยอมร บว า หล กจากตร สร ในว นเพ ญกลางเด อน ๖ ซ งเป น ว นว สาขบ ชา พระพ ทธเจ าทรงประท บอย ตาม ล าพ งพระองค เด ยวในข นน ย งไม ม การให บร หารในพระพ ทธศาสนา การบร หารเก ดข น เม อม สมาช กใหม เข ามาในพระพ ทธศาสนา เหต การณ น เก ดข นหล งจากพระพ ทธเจ าตร สร ได ๒ เด อนน นค อ เม อพระพ ทธเจ าแสดงปฐม เทศนาแก ป ญจว คค ย ในว นอาสาฬหบ ชา ท านอ ญญาโกณฑ ญญะได ดวงตาเห นธรรม แ ล ว ข อ บ ว ช เ ป น ภ ก ษ ร ป แ ร ก ใ น พระพ ทธศาสนา พระพ ทธเจ าทรงประทาน อ ปสมบทแก อ ญญาโกณฑ ญญะด วยพ ทธดาร สว า เธอจงเป นภ กษ มาเถ ด ธรรมอ นเรากล าวด แล ว เธอจงประพฤต พรหมจรรย เพ อเป นท ส ดแห งท กข โดยชอบเถ ด (ว.มหา๑/๑๘/๒๓)เราจะเห นได ว า พ ทธดาร สน ม การกล าวถ งว ตถ ประสงค ของการอ ปสมบทไว ช ดเจนว า เธอจงประพฤต พรหมจรรย เพ อเป นท ส ดแห งท กข โดยชอบเถ ด น นหมายถ งว า ม การกาหนดว ตถ ประสงค ส วนต วเพ อให สมาช ก ใหม ได ปฏ บ ต ไปท ศทางเด ยวก น พระพ ทธเจ าทรงประสงค ให ผ เข ามาบวชในพระพ ทธศาสนาย ด เป าหมายเด ยวก น ค อ การม งปฏ บ ต เพ อหล ดพ นท กข ด งท พระพ ทธเจ าทรงตร สไว ในโอกาสอ นว า พรหมจรรย (การบวช) น ไม ได ม ไว เพ อแสวงหาลาภส กการะและคาสรรเสร ญ ไม ได ม ไว เพ อศ ล สมาธ และป ญญาเท าน นแต ม ไว เพ อเจโตว ม ตต หร อความหล ดพ นแห งจ ต(ม.ม.๑๒/๓๕๒/๓๗๓) ในพ ทธว ธ เก ยวก บการวางแผนน ส งท สาค ญมากค อผ บร หารต องม ว ส ยท ศน พระพ ทธเจ า ตร สว าผ บร หารต องม จ กข มา แปลว าผ ม สายตาอ นยาวไกล ว ส ยท ศน ช วยให ผ บร หารสามารถ มองเห นจ ดหมายปลายทางได ช ดเจนและใช ส อสารให สมาช กภายในองค กรยอมร บและด าเน นไปส จ ดหมายปลายทางน นองค กรท งหมดก จะถ กข บเคล อนไปด วยว ส ยท ศน น พระพ ทธเจ าทรงก าหนด จ ดหมายปลายทางในทางพระพ ทธศาสนาไว ว า การประพฤต ปฏ บ ต ธรรมท กอย างม เป าหมายส งส ด ท จ ดเด ยว ค อ ว ม ตต (ความหล ดพ นท กข )ด งพ ทธพจน ท ว า เปร ยบเหม อนมหาสม ทรท ม รสเด ยว ค อ รสเค ม ฉ นใด ธรรมว น ยก ม รสเด ยว ค อว ม ตต รส ฉ นน น (ว.จ ล.๗/๔๖๒/๒๙๑) การถ อเอาความหล ดพ นท กข เป นว ตรประสงค ส วนต วส าหล บสมาช กท กคนใน พระพ ทธศาสนาน ใช ได ก บผ ท ย งไม บรรล เป นพระอรห นต แต เม อสมาช กน นเป นพะอรห นได ๒๒

23 เจโตว ม ต หล ดพ นท กข แล ว ว ตถ ประสงค ก เปล ยนไป น นค อแทนท จะดาเน นช ว ตเพ อความหล ดพ น ท กข ส วนต วน น พระอรห ตจะดาเน นช ว ตเพ อช วยคนอ นให หล ดพ นท กข ด งจะเห นได ว าพ นพรรษา แรก ม ภ กษ ผ สาเร จเป นพระอรห นต ๖๐ร ป พระพ ทธเจ าทรงวางแผนประกาศพระศาสนาแล วส ง พระสาวกเหล าน นให แยกย ายก นไปในท ศทางต างๆ ด วยพระดาร สว า ภ กษ ท งหลาย เราพ นแล ว จากบ วงท งปวง ท งท เป นของท พย ท งท เป นของมน ษย แม พวกเธอก พ นแล วจากบ วงท งปวง ท งท เป นของท พย เธอท งหลายจงจาร กไปเพ อ ประโยชน และความส ขแก ชนเป นอ นมาก เพ ออน เคราะห แก ชาวโลก เพ อประโยชน เก อก ลและความส ขแก เทวดาและมน ษย ท งหลาย แต อย าไปทางเด ยวก น สองร ปแม ต วเราก จะไปย งตาบลอ ร เวลาเสนาน คมเพ อแสดงธรรม (ว.มหา.๑/๓๒/๓๙) เน องจากพระสงฆ ม จานวนจาก ด พระพ ทธทรงบ ญชาให แต ละร ปไปตามลาพ งผ เด ยว ส วน พระองค ทรงเล อกไปประกาศธรรมแก เจ าล ทธ ในแคว นมคธ ค อ ชฏ ลสามพ น องท ตาบลอ ร เวลาเสนา น คม พระพ ทธเจ าทรงใช เวลา ๒ เด อนปราบพยศชฏ ลสามพ น องและบร วาร จนท าให พวกเขาเข า มาบวชเป นภ กษ ในพระศาสนา จากน นได เสด จไปโปรดพระเจ าพ มพ สารผ เป นราชาแห งแคว นมคธ พระเจ าพ มพ สารและประชาชนชาวมคธ เห นว าชฏ ลสามพ น องท พวกตนนาถ อได ยอมเป นสาวกของ พระพ ทธเจ า ก คลายท ฐ มานะห นมาต งใจฟ งธรรม ในท ส ดก ได ดวงตาเห นธรรมและห นมาน บถ อ พระพ ทธศาสนา พระพ ทธเจ าทรงใช เวลาไม นานน บจากว นตร สร ก สามารถว างรากฐาน พระพ ทธศาสนาแคว นมคธ ซ งเป นแคว นหน งในมหาอ านาจสม ยน น น เป นผลจากการวางแผน ประกาศพระศาสนาในเบ องต นของพระพ ทธเจ า ถ าพระพ ทธเจ าไม ประสบความสาเร จ ในการประกาศพระศาสนา โดยท หาผ บรรล ธรรม ตามอย างพระพ ทธองค ไม ได ส กคนเด ยว พระพ ทธเจ าก เป นเพ ยงพระป จเจกพ ทธะ ค อ ผ ตร สร เฉพาะตนท ไม สามารถสอนคนอ นให ตร สร ตามได จ งไม ใช น กบร หาร แต เพราะเหต พระพ ทธเจ าทรง สามารถสอนให คนอ นตร สร ตามได พระองค ทรงเป นพระส มมาส มพ ทธะผ สามารถจ ดต งองค กร พระพ ทธศาสนาและเป นน กบร หารก จการพระศาสนา ในการวางแผนเพ อประกาศพระศาสนา ด งกล าวมาน น พระพ ทธเจ าทรงก าหนด ว ตถ ประสงค สาหร บให สมาช กในองค กรท กคนถ อปฏ บ ต เป นแบบเด ยวก นน นค อสมาช กย ดความ หล ดพ นท กข ส วนต วหร อ ความหล ดพ นท กข ของคนอ นเป นเป าหมายของการดาเน นช ว ต การปฏ บ ต และความเพ อหล ดพ นท กข ส วนต ว เร ยกว า อ ตตห ตสมบ ต การปฏ บ ต เพ อความหล ดพ นท กข ของคน อ น เร ยกว า ปร ห ตปฏ บ ต พระพ ทธเจ าทรงม ท งอ ตตห ตสมบ ต ท เก ดจากพระป ญญาค ณและปรห ตปฏ บ ต ท เก ดจาก พระกร ณาค ณ จ งทรงวางรากฐานในการประกาศพระศาสนาด วยการแสดงโอวาทปาฏ โมกข แก พระ อรห นต ๑,๒๕๐ ร ป ในว นมาฆบ ชา หล งจากตร สร ได ๙เด อน ๒๓

24 โอวาทปาฏ โมกข หมายถ ง ค าสอนท เป นหล กส าค ญในการเผยแผ พระพ ทธศาสนาท พระพ ทธเจ าทรงแสดงแก พระอรห นต เพ อให ใช เป นแนวทางในการด าเน นงานต อไป ในโอวาทปฏ โมกข น ม การก าหนดให น พพานหร อความหล ดพ นท กข เป นเป าหมายส งส ดในการปฏ บ ต ธรรม แนวทางปฏ บ ต ธรรมให ย ดหล ก๓ประการ ค อ ไม ทาช วท งปวง ทาด ให ถ งพร อม และทาจ ตใจให ผ อง ใส นอกจากน ย งกาหนดว ธ การประกาศพระพ ทธศาสนาว า ให เผยแผ พระพ ทธศาสนาด วยข นต หร อ ความอดทน ไม ให ใช การว าร ายหร อการเข นฆ าประห ตประหาร เพ อบ บบ งค บให คนห นมาน บถ อ พระพ ทธศาสนา(ข.ธ. ๒๕/๒๔/๓๙) ด วยเหต น พระพ ทธศาสนาจ งได ช อว าเป นศาสนาแห งส นต ภาพ จะเห นได ว าในการวางแผนเพ อบร หารองค กรของพระพ ทธเจ าน น ม การใช ว ส ยท ศน ก าหนดเป าหมาย ว ตถ ประสงค และพ นธก จขององค กรคณะสงฆ ไว อย างช ดเจน องค กร พระพ ทธศาสนาเจร ญเต บโตข นมาได เพราะผลจากว ส ยท ศน ของพระพ ทธเจ า ๒๔

25 กฎแห งการวางแผน ท กนาท ท ใช ไปก บการวางแผนประหย ดเวลาส บนาท เม อดาเน นการปฏ บ ต ความม งหมาย ในการวางแผนเช งก ลย ทธ ในบร ษ ทก ค อการจ ดระบบและโครงสร างก จกรรมและทร พยากรของ บร ษ ทเส ยใหม เพ อท จะได return on equity (เง นค อกล บมาจากส นทร พย ท ลงท น) หร อเง นท ได กล บค นจากเง นท ลงท นและการทางานในบร ษ ท ความม งหมายของ การวางแผนกลย ทธ ส วน บ คคล ค อการท ทาให ค ณได การได กล บค นจากพล งงานการลงท น ซ งได แก การกล บค นจากการ ลงท นเช งความค ด อารมณ จ ตว ญญาณ ท ท มเทในช ว ตและการงานของค ณ ท กนาท ซ งค ณใช ไปในการวางแผนล วงหน าถ งเป าหมายก จกรรมและว ธ ใช เวลา ค ณจะ ประหย ดเวลาส บนาท เม อดาเน นการปฏ บ ต ตามเป าหมายเหล าน น ฉะน นการวางแผนอย างละเอ ยด ถ ถ วนล วงหน าให ผลค ณกล บค นส บเท าหร อ ๑,๐๐๐ เปอร เซ นต จากการลงท นพล งงานของค ณใน ด านความค ด อารมณ และร างกาย ค ณต องการเพ ยง ๑๐-๑๒ นาท ท ค ณจะต องวางแผนของแต ละว นในการลงท น ๑๐-๑๒ นาท น จะประหย ดเวลาของค ณราว ๑๐๐-๑๒๐ นาท เม อดาเน นการปฏ บ ต ส งน เป นการเพ มการ จ ดการและการปฏ บ ต ประมาณสองช วโมงต อว น หร อเป นการเพ มการจ ดการและปฏ บ ต ๒๕ เปอร เซ นต ในในการลงท น ต งแต ว นแรกท ค ณเร ม การวางแผนแต ละว นของค ณไว ล วงหน าก ญแจส ความม ประส ทธ ผลส วนบ คคลก ค อค ณจะต องใช เคร องม อวางแผนการใช เวลาท ด จะว าไปแล วเคร องม อวางแผนใดๆ ก ตามจะช วยค ณอย างได ผล หากค ณม ว น ยในตนเองในการใช ม นเป นหล กในระบบการบร หารเวลาของค ณ ป จจ บ น palm Pilots (พาล ม) และ Personal digital Assistant (PDA อ ปกรณ ด จ ตอลช วยในการวางแผนส วน บ คคล) ประกอบก นเคร องคอมพ วเตอร ส วนบ คคลสามารถทาให ค ณวางแผนเวลาของค ณได อย างม ประส ทธ ผลอย างยอดเย ยมกว าท เคยเป นมาก อน ให ค ณเร มต นจากรายการของห วขอใหญ เป นฐานของระบบการวางแผนเวลาของค ณ เข ยนท กส งท กอย างให มากท ส ดท จะน กได ท ค ณจ าเป นต องท าในอนาคตท ย งไม ได ก าหนดเวลาไว แน นอนขณะท ไอเด ย เป าหมาย งาน และความร บผ ดชอบเก ดข นมา ให เข ยนห วข อใหญ ลงไปอย าง วางใจ ๒๕

26 จงวางแผนแต ละเด อนล วงหนาด วยการค ดลอกห วข อใหญ ลงไปในรายการประจ าเด อน เวลา ท เหมาะสมท ส ดท จะทาค อส ปดาห ส ดท ายของแต ละเด อน จงวางแผนแต ละส ปดาห ด วยการค ดลอกห วข อของแต ละเด อนลงไปในรายการประจ า ส ปดาห ช วงเวลาท เหมาะท ส ดท จะทาค อส ดส ปดาห ก อนหน าจะถ งส ปดาห น น จงวางแผนแต ละว นล วงหน าโดยการค ดลอกห วข อจากรายการประจ าส ปดาห ไปใน รายการประจาว นและจากน นให ใส ส งอ นๆ ท ค ณจาเป นต องทาในว นน นลงไป เวลาท เหมาะสมท จะ ทาก ค อค นก อนหน า จงวางแผนแต ละโครงการ การพบปะ/ประช ม และเป าหมายของค ณในรายละเอ ยด ก อนท ค ณจะเร ม ด วยการกระทาการวางแผนเช นน จะบ งค บให ค ณค ดด ข นและถ กต องมากข นใน ท กส งท ค ณทาบางท กฎท สาค ญท ส ดสาหร บค ณก ค อ ค ดบนกระดาษเร มวางแผนจากรายการ เข ยน งานและก จกรรมของค ณลงไปเสมอก อนท ค ณเร มต น ใช รายการน เป นต นแบบในการทางานต อไป ค ณสามารถประย กต ใช กฎข อน ในท นท อย างไร ๑.นาว ถ ทางท เป นระบบระเบ ยบมาใช ในช ว ตของค ณด อยการทารายการท กๆ ส งท ค ณต อง ทาในอนาคตท เห นล วงหน าอย างละเอ ยด ๒.ว เคราะห รายการของค ณอย างละเอ ยดถ ถ วนและก าหนดล าด บความส าค ญของห วข อ แต ละข อก อนค ณเร มต น อย ายอมปล อยให ต วเองท าตามความร ส กว าจะต องท ารายการเล กๆ ให เสร จก อนอย างเด ดขาด ๓.ใช ว น ยก บต วเองให ท าเฉพาะก จกรรมท ม ผลกระทบและม อ ทธ พลต อช ว ตของค ณมาก ท ส ดเท าน น ทาให รวดเร วและด เม อค ณได สร างน ส ยการวางแผนและจ ดลาด บความสาค ญข นในต ว ค ณแล วระด บความเคร ยดของค ณจะลดลง ผลผล ตของค ณจะส งข นและอาช พของค ณจะทะยาน ส งข น การกระช บแนบเน ยนของเป าหมาย เป าหมายต างๆจะต องม ขอบข ายกว างขวางในระด บบร หารช นส งและจะขยายให แคบลง เม อนาไปใช ในองค กร ต วอย างเช น รองประธานฝ ายการตลาด อาจจะม เป าหมายให ยอดขายของ บร ษ ทเจร ญข น ๑๐% ในอ ก ๖ เด อนถ ดไปเพ อให จ ดม งหมายน บรรล ผลเสร จ เป าหมายต างๆ ท แคบลงจะต องให ได ผล สาเร จในระด บต อมาเร อยมา ด วยการให พน กงานขายท กคนได เพ มยอดขาย ให ได ๓๐-๔๐% ต อส ปดาห ซ งเขาต องเพ มเป าหมายของการขายให แก พน กงานขายท กคนให ท า ๒๖

27 การขายให ได ๒๕,๖๐๐ดอลล าร เป าหมายต างๆ เหล าน จะทาให จ ดม งหมายของการขายเจร ญข น ๑๐% การว ดเป าหมาย ถ าระด บใดระด บหน งขององค กรขาดความเอาใจใส ก จะต องม การว ดเป าหมายต างๆด ว า ได เก ดความบกพร องหร อไม คากล าวท ว า เราต องการ เพ มการขาย ย งไม เป นการเพ ยงพอ เรา จะต องใส เป าหมายให ออกมาในร ปปร มาณ เช น การเพ มยอดการขายให ได ๗% ต ดรายจ ายลง ๑๒% และจะต องจ างล กจ างใหม อ ก ๑๕๐ คนเหล าน สามารถว ดได แต บางคร งก จ าเป นต องว ด เป าหมายโดยทางอ อม เช น ของขว ญของล กจ างย อมจะเป นการยากท จะว ดได ตรงๆ จ งจ าเป นต อง ใช การว ดจากผ ขาดงานและจานวนอ บ ต เหต ซ งองค ประกอบต างๆเหล าน ให เห นระด บของขว ญได การทาให เป าหมายออกมาในร ปของจานวน จะท าให ล กจ างได ร อย างแน ช ดว าจะต องใช ความพยายามมากเทาไหร ร ว าจะทาอะไร นอกจากน ย งทาให ประเม นผลความก าวหน าของล กน อง ได ง าย เป าหมายและเวลา เป าหมายต างๆ จะต องม กรอบเวลา ค อ จะต องร ว าเม อไหร ท เป าหมายน นจะพบ ความสาเร จ เวลาย อมม ความสาค ญย ง การให ล กจ างม ตารางกาหนดเวลา ซ งจะต องปฏ บ ต ตามให ส าเร จตามเป าหมาย ต วย างเช น รายจ ายท ส ร ยส ร ายในแผนกต างๆ ลดลง ๑๐,๐๐๐ดอลล าร ในอ ก ๔ เด อนข างหน าเป นจ ดหมายท แจ มช ด การวางแผนเพ อให เป าหมายส มฤทธ ผล เม อได วางเป าหมายไว แล ว แผนกต างๆจะต องน าเป าหมายเหล าน นมาปฏ บ ต จะท าให ส มฤทธ ผล แบ งออกเป น ๒ประเภทค อ แผนย นและแผนเฉพาะก จ แผนย น(standing plans) แผนย นค อแผนท ใช มากกว า ๑ คร ง เพ อใช แก ป ญหาท เก ดข นอย เสมอ แผนเฉพาะก จหร อแผนท ใช คร งเด ยว (single-use plans) แผนต างๆ บางแผนใช คร งเด ยว เหมาะก บสถานการณ ท ไม ได เก ดข นซ าอ ก ๒๗

28 ร ปแบบท วไปของแผน ม ด งน นโยบาย (policies) ค อ แนวทางท วไปท จะปฏ บ ต นโยบายต างๆจะก าหนดก จกรรม หร องานไว อย างช ดเจนแต ไม บอกให ผ ปฏ บ ต จะต องทาอะไรให แน ช ด นโยบายจะปล อยให คนแต ละ คนม ห องพล กแพลงหร อใช เล ห เหล ยม (Maneuvering Room)ในการต ดส นใจด วยต วเอง นโยบายต างๆม กจะจาก ดทางเล อก แต ย งย นยอมให คนได ม การต ดส นใจอย างอ สระบางอย าง ว ธ ด าเน นงาน (policies) ว ธ ด าเน นงานได ก าหนดส งท จะท าไว แน นอน เป นการลด ภาวะด านการค ดพ จารณา เพ อแก ป ญหาของคนท จะปฏ บ ต ว ธ การดาเน นงานต างๆ จะม ประโยชน ในการช วยแก ป ญหาต างๆ ท ม อย ต วอย างเช น ผ จ ดการแผนกต างๆ เร ยกร องว สด ส าน กงาน เขาจ งต องม ว ธ ด าเน นงานให ได มาซ งว สด ท ต องการ เขาอาจจะต องทาคาขอร องตามแบบฟอร มข น ๓ ช ดช ดหน งส งไปท แผนกว สด ซ งเป นผ จ ดส งว สด มา ให อ กช ดหน งส งไปแผนกบ ญช ซ งจะเป นผ ท ารายงานการใช เง นงบประมานของผ จ ดการไว ช ดท สามจะเก บไว ท ผ จ ดการประจาแผนกน น ๒๘

29 งบประมาณ (Budgets) งบประมาณท ท าให เก ดแผนในอนาคตในร ปของจ านวนเง น งบประมาณเป นเคร องช นา ในการดาเน นงานในอนาคตตามระยะเวลาหน ง ตามปกต ม กจะเป น ๑ ป เน องจากสถานการณ ได เปล ยนแปลงไปแต ละป งบประมาณเก าจ งไม สามารถจะน ามาใช ได อ ก จ งจาเป นต องทางบประมาณใหม ข นเพ อสนองความจาเป นตามเหต การณ งบประมาณด านการเง น (Financial Budgets) ประกอบด วย ๑.งบประมาณการขาย (Sales Budgets) ต งอย บนพ นฐานของการขายส นค าตามท คาดหว งไว จะม รายการของส นค าและพน กงานขายแต ละคน ๒.งบประมาณโรงงาน(Manufacturing Budgets) ต งอย บนพ นฐานของการขายส นค า ประกอบด วย - ค าว ตถ ด บ (cost of raw materials) -ค าแรง (labor costs) -ค าโสห ยประจา (overhead items) -เง นเด อนของผ ควบค ม (supervisors salaries) -ค าบาร งร กษา (maintenance) -ค าแสงสว างและความร อน (lighting and heating) -ค าภาษ -ค าประก นภ ย ๓.งบประมาณเง นส ด เป นการว ดและการหม นเว ยนของเง นท ได ร บและจ ายออกไปจาก ห าง หมายถ ง ห างสามารถทากาไรและย งไม ม เง นสดอย ในม อ งบประมาณน ม ความสาค ญมาก ๔.งบประมาณขยายการลงท น แสดงถ งการสน บสน นส งเสร มด านเคร องม อ เคร องจ กร และการก อสร าง ท จะดาเน นการในอนาคตงบประมาณต างๆ สามารถว ดออกมาเป นหน วยกายภาพ ได เช น ช วโมงการท างานของคนงานอ นเป นท ต องการของแผนกต างๆจ าเป นต องก าหนดไว ล วงหน า เวลาทางานของเคร องจ กร ก สามารถแสดงให ร ได ด วยงบประมาณ ต วเลขต างๆเหล าน จะ ช วยให ควบค มได นาไปวางแผนให ม ประส ทธ ภาพมากย งข น ๒๙

30 โครงการ (programs and projects) โครงการจะบอกให เราทราบถ งก จกรรมต างๆ ท จะปฏ บ ต ตามว นเวลาท ก าหนด เม อเร ม โครงการใดโครงการหน ง ก จะม การกาหนดใหม ข น ความจาเป นท ต องจ ดทาเป นโครงการม ด งน ๑.ก จกรรมท ไม ได ท าประจ า (An unfamiliar activity) ถ างานขององค กรท จะท า แตกต างจากก จกรรมท ทาอย ประจาท กว น ก จาเป นต องม ผ ร วมโครงการ (project team) สมาช ก ของโครงการ (project members) จะต องม ความต งใจม นอย ก บงาน ป ญหาท เก ดข นอย างจร งจ ง ๒.งานท ย งยากซ บซ อน (complex Work) ก จกรรมใดท ม ความย งยากซ บซ อน ย อม ต องการผ ชานาญการ ท ม เวลาเต มเม ดเต มหน วย ไม เช นน นจะเก ดความเส ยหายมาก ๓.ค าใช จ ายส ง (High Cost) เม องานใดต องเส ยค าใช จ ายส งจ าเป นท บร ษ ทต องหาทาง หล กเล ยง จ งจาเป นต องกาหนดเป นโครงการข นเพ อลดความบกพร องผ ดพลาดน น ๔.กาหนดเวลาทางานท ต องพ น จพ เคราะห เป นพ เศษ(A Critical Time schedule)ถ า งานท ทาตามเป นปกต จะไม เสร จตามเวลา ก จาเป นต องม คนทางานเป นโครงการข น เพ อระดมกาล ง มาท างานอ นน น ซ งจะท าให งานเสร จท งเวลางานท เป นโครงการน ม กจะใช ในอ ตสาหกรรมด าน อวกาศ(The Aerospace industry) โดยใช เหต ผลท ง ๔ ประการน เน องจากระบบการสร างอาว ธ ๓๐

31 ต องเส ยค าใช จ าส ง และม ความย งยากซ บซ อน ท งย งต องสร างให ได ในเวลาอ นรวดเร วหร อจ าก ด เทคโนโลย ท ม การเปล ยนแปลง อย างรวดเร ว ได มาทาให ระบบใหม ๆ แตกต างจากท เคยทามาก อน ห างร านบร ษ ทอ ตสาหกรรมจะได ร บผลก าไรจากการใช การวางแผน เป นโครงการ (project planning)ด งต วอย างท ทาเป นก จกรรม ประกอบด วย -การสร างสาน กงานใหม -การแนะนาส นค าใหม -การออกแบบระบบรวบรวมข อม ลข าวสาร ระยะเวลาของแผน การทาแผนข นอ นหน ง จะใช เวลาดาเน นการตามแผนน นนานเท าไรคาตอบข นอย ก บระด บ องค กรท ทาแผนน น ถ าเป นแผนของรองประธานบร ษ ท จะต องเป นแผนระยะยาว ถ าเป นแผนของ ผ บร หารโรงงาน(Manufacturing Executive) จะต องวางแผนเก ยวก บ -สถานท ต งโรงงาน (plant Locations) -การจ ดซ อเคร องจ กรใหม (purchase of New Equipment) -ว ธ การผล ตท ท นสม ย (New production Methods) ผ ควบค มการผล ต (A production supervisor) จะวางแผนท ใช ในท นท การผล ต -การกาหนดเวลาตามใบล ง (scheduling incoming orders) -การกาหนดงานให ล กจ างทา (assigning work to employees) ด งน น แผนของผ ควบค มการผล ตจะเป นแผนระยะส น เพราะงานของเขาม ล กษณะเช นน น ชน ดของแผนและระยะเวลา คร งน น อ บราฮ ม ล นคอล น ได ถ กถามว า ขาของคนจะอย นานเท าไร เขาตอบว า นาน ตราบเท าท ย งย นอย บนด น แผนก เช นเด ยวก น จะไปใช ในกาลข างหน าตราบท ม นสามารถปกคล ม ส งของหร อเร องราว ถ าบร ษ ทม งหว งท จะขยายตลาด และเพ มล กค า ก อาจต องวางแผนสร างโรงงานใหม โดย วางแผนโดยไว ล วงหน า เป นเวลา ๓-๔ ป แต บร ษ ทอาจจะวางแผนล วงหน าเพ ยงป เด ยว สาหร บการ เปล ยนแปลงเคร องจ กรเก าท ช าร ด และใช เวลาล วงหน าเพ ยง ๖ เด อน ส าหร บการสร างท ถ งจ ด อ มต ว ด งน นบร ษ ทท จะวางแผนต างๆ ท ม ระยะเวลาต างก น ระยะเวลาของแผนจะต องให เหมาะสมก บความจาเป นของป ญหา ๓๑

32 การประเม นความสาเร จของแผน ในการประเม นผลด ว าแผนน นสาเร จหร อไม จะต องเร มต นด วยการด จ ดม งหมายท ก าหนด ไว ในร ปแบบท สามารถว ดได และบอกถ งม ต ทางด านเวลา คนท ปฏ บ ต ตามแผนย อมจะให คาแนะนา เก ยวก บการปฏ บ ต ตนได ด ในการดาเน นการตามแผน จะต องจ ดให ม การแนะแนว เพ อให เป าหมายได บรรล ผลสาเร จ อย าล มว าจ ดหมายใดท สามารถว ดได จะท าให การประเม นผลการกระท าง ายข น การบร หารโดย จ ดประสงค (Management By Objectives)ย ดหล กการต งเป าหมาย (Goal- setting)และ กระบวนการประเม นผล (Evaluating Process) ๓๒

33 ข อค ดจากว ทยากรแต ละกล ม การบร หารจ ดการในม ต พ ทธและว ทยาการสม ยใหม ท ง ๒ อย างน ถ อว า เราได ทาตามปณ ธาน ของมหาว ทยาล ยท ได บอกว าเป นศ นย กลางการศ กษาพระพ ทธศาสนา บ รณาการก บศาสตร สม ยใหม พ ฒนาจ ตใจและส งคม จากหล กพ ทธธรรมในพ ทธศาสนาม ว ธ การท งในแง ของการบร หารจ ดการตนเองและส งคม เพ อให ตนเองและส งคมบรรล ว ตถ ประสงค และประสบผลสาเร จในก จกรรมน นๆ (พระคร ปร ย ต ธรรมวงศ ผ อานวยการสาน กว ชาการ) ในประเด นเร องของการบร หารจ ดการ การบ รณาการในม ต พ ทธก บม ต ใหม ม นจะเช อมโยงก น อย าง เราเคยได ย นแต ประชาภ ว ตน ต ลาการภ ว ตน ว นน เรามองโลกอย างไร โลกาภ ว ตน ม นไป ด วยก นก บธรรมาภ ว ฒน หร อไม จะเช อมโยงอย างไรท จะทาให ผ บร หารม ธรรมาภ บาล เป นผ น าท ด ม ค ณภาพในย คป จจ บ น แพทย ศาสตร ร กษาโรคทางกาย แต ร ฐศาสตร ร กษาโรคทางส งคม ถ าเราไม ม จ ดห กเหในช ว ต เราก ไม ม พระพ ทธศาสนาเป นเคร องนาทาง (นายน เทศ สน นนาร รองผ อานวยการสาน กว ชาการ) ๓๓

34 ในการพ ฒนาองค กร จาเป นจะต องม ท ศทาง แนวทาง และการ ปฏ บ ต มน ษย ท กคนม ศ กยภาพ ไม ว าจะโง หร อลาดขนาดไหน เพ ยงแต ว าเราจะสามารถด งเอาศ กยภาพออกมาได อย างไร (อ.อน สรณ นางทะราช) ผ นาช มชน ถ าอยากอย ในใจของประชาชนในช มชนตลอด จะต องเป นคนเก งคนกล า ไม ใช กล า แต ไม เก ง เหม อนก บง ท ห วข ดแย งก บหาง ส ดท ายก พาต วเองเข าไปในกองไฟ ด งน น ต องกล า เก ง ด ม ความร เป นพ นฐานและต ดด น เคยม ปราชญ ในการวางแผนกล าวว า ไม ม ใครประสบ ความล มเหลวจากแผนด เพราะม การวางแผนท ด ถ าจะให แผนประสบผลส าเร จ ผ น าต องน าเช อถ อ น า ย ดถ อ และน าน บถ อ อย ท ๒ ส ค อ สตร ก บ สตางค (ดร.ชาญช ย ฮวดศร ห วหน าสาขาว ชาร ฐศาสตร ) คนเราจะเก งขนาดไหน แต ถ าจ ตใจแคบ ม กใหญ ใฝ ส ง ก ไม สามารถเป นผ น าได คนเก ง ก ไม ได หมายความว า องค กรของเราจะสมบ รณ ด งน น ต อง ด ภายในและภายนอก บ คลากรท อย ในองค กรท งหลาย ท จะพ ฒนาองค กร ให เจร ญก าวหน า ถ าไม ม เบญจศ ล เบญจธรรม ตามหล กพระพ ทธศาสนาแล ว ม นก ไม ม ความเจร ญ กล บม แต ความเด อดร อน (ดร.ว ทยา ทองด ผ ช วยอธ การบด ฝ ายก จการท วไป) ๓๔

35 คาว า บร หาร หมายถ งการปกครองท น าหม คณะให เจร ญไป พร อมๆก นก บความเจร ญทางบ านเม อง เพ อให เก ดความ สมบ รณ ในป จจ ย ๔ การบร หาร ค องานของผ น า ท ท าให งานเจร ญไปตาม ว ตถ ประสงค ท ได กาหนดไว การบร หารแบบว ถ พ ทธจะต องม ความพร อมเพร ยงก นไปใน อปร หาน ยธรรม ค อทาต องทาพร อมก น (อ.พลเผ า เพ งว ภาค ห วหน าสาขาศาสนาและปร ชญา) เร องการประเม น ม นม ความส าค ญหลายอย าง โดยเฉพาะการประเม นบ คคล เขาบอกว า ว ทยาการสม ยใหม หน วยงานจะม ว สด ท ด แค ไหน ก แล วแต แต ถ าคนแย ม นก ไม ม ประโยชน ม นก เหม อนขยะ ความร ว ทยาการสม ยใหม ถ าคนไม พ ฒนา ม นก เหม อนขยะ ห วใจหล กของการประเม น ค อท าน จะต องม หล กฐานเช งประจ กษ ให ท ก คนด ได ตรวจสอบได เห นได เป น ร ปธรรม งานของท านก จะประสบ ผลสาเร จ (ดร.จ ระ ศรเสนา ผ อานวยการสาน กงานว ทยาเขตขอนแก น) ๓๕

36 ท ศนคต จากผ เข าร วมโครงการ ว นน ท ได เข าร วมโครงการ ได ร บความร และประท บใจมาก ได คต เต อนใจมากมาย อยากให จ ดอ ก หลายๆ คร ง (นายบ วแก ว คาม ล ผ ใหญ บ านโคกแป ะ) การท เรานาย คสม ยไปก อน ช มชนก ย งด อยการศ กษา ในเร องเทคโนโลย ต างๆ ก ย งล าหล งอย เช น คอมพ วเตอร ก ย งเร ยนร น อย ด านผ นาก จะนาความร ในคร งน ไปบาบ ดท กข บาร งส ขให แก ชาวบ าน ๓๖

37 ว นน ด ใจท ได มาเร ยนร พ ฒนาจ ตใจและส งคม ร จ กการบร หารคนต องทาแบบไหน ม การวางแผน แบบไหนบ างและการส งเสร มให ความร แก ประชาชน ก ขอขอบค ณมหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณ ราชว ทยาล ย ค ดว า ม โอกาสจะมาอบรมอ กคร ง (นางสาวจ รพ นธ วะทา สารว ตรกาน นบ านโคกส ) ว นน ม ความย นด ท ได เข าร วมโครงการด ๆ แบบน ประท บใจใน คาพ ดของว ทยากรท ว า จ ตสาธารณะ น าจะม การจ ดโครงการอ กหลายๆ คร ง (นางจาเน ยร แสนพล ผ ช วยผ ใหญ บ าน บ านพรหมน ม ตร) ป ญหาของช มชน เพ อหาทางแก ป ญหา เน องจากไม ม การรวมกล ม ไม ม การต อรอง เทคโนโลย ม ส วนน อยท ได ร บความร ม เฉพาะเยาวชน ส วนว ยกลางคนไม ม เยาวชนม ป ญหาต ดเกมส,เท ยวเตร,ต ดยา,ห นหล งเข าว ด (นายก ณหา หล าส ด ผ ใหญ บ าน บ านโคกส หม ท ๑๓) ๓๗

38 ชอบประเด นในเร องของการวางแผนและการให โอกาสคนในช มชน ท กคนม ความสามรถคนละอย าง เราท กคนม จ ดเด นและจ ดด อย (นายโสรส ส มมา ผ ใหญ บ าน บ านบ งเร อใหญ หม ท ๑๐) กระผมม ความย นด ท เข าร วมโครงการ ผมได ร บความร และหน าท ท จะนาไปพ ฒนาช มชน ม ป ญหาการปกครอง ทางบ านและว ด จะน าความร ไปเป นแนวทางในการ แก ไขป ญหา (นายบ ดดา ลาก ล ผ ใหญ บ าน บ านหนองบ วทอง หม ท ๑๙) ๓๘

39 ภาคผนวก ๓๙

40 คากล าวถวายรายงาน โดย นายน เทศ สน นนาร รองผ อานวยการสาน กว ชาการ มหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ว ทยาเขตขอนแก น กราบเร ยนพระคร ปร ย ต ธรรมวงศ ผ อานวยการสาน กว ชาการท เคารพอย างส ง กระผม นายน เทศ สน นนาร รอง ผ อานวยการสาน กว ชาการ มหาว ทยาล ยมหา จ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ว ทยาเขตขอนแก น คณะผ บร หาร คณาจารย เจ าหน าท น ส ต และผ น าช มชนร วมโครงการในว นน ร ส ก ปลาบปล มป ต ย นด เป นอย างย งท ท าน ผ อานวยการสาน กว ชาการเมตตามาเป นประธานเป ดโครงการในคร งน ตามท ศ นย บร การว ชาการและทะน บ าร งศ ลปะและว ฒนธรรม มหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลง กรณราชว ทยาล ย ว ทยาเขตขอนแก น ได จ ดโครงการการบร หารจ ดการสาหร บผ นาช มชนในม ต พ ทธ และว ทยาการสม ยใหม ในว นอ งคารท ๒๐ ก นยายน ๒๕๕๔ โดยม ว ตถ ประสงค ด งน ๑. เพ อจ ดก จกรรมอบรมส มมนาให ความร ด านการบร หารจ ดการภาคร ฐแนวใหม และการ บร หารจ ดการตามแนวพ ทธแก ผ บร หาร คณาจารย เจ าหน าท น ส ตและผ นาช มชน ๒. เพ อให ผ บร หาร คณาจารย เจ าหน าท น ส ต และผ น าช มชนเก ดความตระหน กในการน าหล กการ บร หารจ ดการภาคร ฐแนวใหม และการบร หารจ ดการ ตามแนวพ ทธไปปร บปร งและพ ฒนาแนวทางการ บร หารงานให ม ประส ทธ ผลและม ประส ทธ ภาพมากย งข น การจ ดโครงการในคร งน ม ผ เข าร วม โครงการประกอบด วย ผ บร หาร คณาจารย เจ าหน าท น ส ต และผ นาช มชน รวมท งส น จานวน ๒๕๐ ร ป/คน ม ก จกรรมประกอบด วย ๑. การอภ ปราย โดยผ ทรงค ณว ฒ ๒. การประช มกล มย อยของผ บร หารคณาจารย เจ าหน าท น ส ต และผ นาช มชน ๓. การสร ปและประเม นเม นผลโครงการในร ปแบบงานว จ ย บ ดน ได เวลาอ นเป นอ ดมมงคลแล ว กระผมขอขออาราธนาท านรองอธ การบด ว ทยาเขต ขอนแก นได เมตตากล าวให โอวาทและเป ดโครงการ เพ อความเป นส ร มงคลต อไป ๔๐

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ มหาว ทยาล ยราชภ ฏจ นทรเกษม

ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ มหาว ทยาล ยราชภ ฏจ นทรเกษม ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ เม อว นท 22 ม ถ นายน 2544 ในขณะน นส งก ดส าน กงาน สภาสถาบ น ราชภ ฏ กระทรวงศ กษาธ การ ได ตกลงร วมม อก บโรงเร ยนม นบ ร โปล เทคน ค ในการด าเน นการจ ดต งศ

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ส มมนา- การเตร ยมการก อนการ โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ผ ร บผ ดชอบ ข นตอนการปฏ บ ต งาน มาตรฐานค ณภาพงาน ค ามาตรฐาน หล กฐาน การจ ดเตร ยมสถานท และอาคารโรงงาน การเตร ยมการด าน การตลาด

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ย ทธศาสตร ย ทธศาสตร ท 1 เสร มสร างจ ตส าน กและ ค าน ยมให หน วยงาน บร หารงานตาม หล

More information

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม เอกสารสร ปรายงานการด าเน นโครงการก จกรรม ประกอบด วย ส วนท 1. ปกรายงาน ส วนท 2. ใบรองปก ( ปกใน ) ส วนท 3. ค าน า ส วนท 4. สารบ ญ ส วนท 5. โครงการท ได ร บการอน ม ต ส วนท 6. ก าหนดการ ส วนท 7. ส าเนาบ นท

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

ประโยชน ท คาดว าจะได ร บ

ประโยชน ท คาดว าจะได ร บ - ๑ - ช อโครงการ จ ดระบบงานด านธ รการของ กวก.ศวก.พร. เจ าของโครงการ กองว ทยาการ ศ นย ว ทยาการ กรมแพทย ทหารเร อ (กวก.ศวก.พร.) ผ ร บผ ดชอบ กองบ งค บการ กองว ทยาการ ศ นย ว ทยาการ กรมแพทย ทหารเร อ หล กการและเหต

More information

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน คณะผ บร หารการคล งประจ าจ งหว ดน าน โครงการเพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านรายจ ายและการบร หารจ ดการหน หล กส ตร เพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านการบร หารจ ดการหน 1. หล กการและเหต ผล ตามท ท มเฉพาะก จวาย

More information

โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา

โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา 1. ผ ร บผ ดชอบโครงการ อาจารย ขน ษฐา แซ ล ม และนายวช ราว ธ จ นผอง 2. หล กการและเหต ผล ในโลกป จจ บ นหน วยงานต าง ๆ ไม ว าจะเป นทางหน

More information

จ านวนข อ ว เคราะห เข าใจ จ า จ า / เข าใจ น าไปใช เล อกตอบ เต มค าตอบ

จ านวนข อ ว เคราะห เข าใจ จ า จ า / เข าใจ น าไปใช เล อกตอบ เต มค าตอบ ระด บช นประถมศ กษาป ท 3 ภาคเร ยนท ป การศ กษา 556 ฉบ บท ศาสนาฯ และหน าท พลเม องฯ เวลา 50 นาท (แบบเล อกตอบ 40 ข อ) ความส าค ญของศาสนา ความส มพ นธ ของพระพ ทธศาสนา ก บการด าเน นช ว ต พระพ ทธศาสนาม อ ทธ พล

More information

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.) ล าด บท หล กส ตร ประเภท ระยะเวลา จ านวน ยศ 1 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง กรมอ ทหารเร อ ช นป ท 1 ศ กษา 1 ป ต.ค.57 - ก.ย.58 77 - เพ อทดแทนก าล งพลในการซ อมสร างเร อ 2 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง

More information

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ 1. ว ตถ ประสงค เพ อให ว ทยาล ยม ระบบค ณภาพและบ คลากรท กฝ ายร วมก นต งปณ ธาน ความม งหว งท จะพ ฒนาว ทยาล ยไปส ความสาเร จ โดยร วมก นระดมพล งป ญญา และแรง บ นดาลใจสร างภาพท พ งประสงค ของว ทยาล ย โดยร วมก นกาหนด

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ KPI ผ ร บผ ดชอบ ประเด นการพ จารณา ผลการด าเน นงาน 5.1 ร อยละของอ ตราการ เบ กจ ายเง นงบประมาณ รายจ ายลงท น ทส.สบย. ผลการเบ กจ ายงบลงท น เท ยบก บ วงเง นงบประมาณท

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา

การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา ในป พ.ศ.2546 กรมอ ต น ยมว ทยาสามารถลดระยะเวลาการปฏ บ ต ราชการเก นกว าร อยละ 50 ซ งมากกว ามต คณะร ฐมนตร ท ให ส วนราชการลดข นตอนลง 30-50% และได ร

More information

มาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งาน (Standard Operation Procedure)

มาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งาน (Standard Operation Procedure) : SOP 1-3-01 ถ ง SOP 1-3-04 : SOP 1-5-01 ถ ง SOP 1-5-04 เลขท สาเนาเอกสาร :... งานสารบรรณ ด านบร หารและวางแผน คณะบร หารธ รก จและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลส วรรณภ ม งานจ ดเอกสาร SOP 1-5-01

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา ๒๓๑ แนวค ด กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษาเป นหน วยงานท สร างความเข มแข ง การบร หารด านว ชาการ ด านงบประมาณ ด านการบร

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน สาน กงานอาคารสถานท กล มอานวยการกลาง มหาว ทยาล ยศร ปท ม บางเขน จ ดทาเม อ 17 เมษายน พ.ศ. 2557

ค ม อการปฏ บ ต งาน สาน กงานอาคารสถานท กล มอานวยการกลาง มหาว ทยาล ยศร ปท ม บางเขน จ ดทาเม อ 17 เมษายน พ.ศ. 2557 ค ม อการปฏ บ ต งาน สาน กงานอาคารสถาน กล มอานวยการกลาง มหาว ทยาล ยศร ปท ม บางเขน จ ดทาเม อ 7 เมษายน พศ 7 ค ม อการปฏ บ ต งาน สาน กงานอาคารสถาน Page คานา ตามมหาว ทยาล ยได ม นโยบายให ท กหน วยงาน จ ดทาค ม อการปฏ

More information

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 ค าน า ด วยคณะร ฐมนตร ได ประกาศใช แผนการบร หารราชการแผ นด น พ.ศ.2555 2558(ราชก จจาน เบกษา เล ม 128 ตอนพ เศษ 109 ง ว นท 21 ก นยายน 2554) เป นกรอบแนวทางการบร หารราชการตลอดวาระการด

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

แผนพ ฒนาบ คลากรกองกลาง ส าน กงานอธ การบด มหาว ทยาล ยนครพนม ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552-2562

แผนพ ฒนาบ คลากรกองกลาง ส าน กงานอธ การบด มหาว ทยาล ยนครพนม ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552-2562 แผนพ ฒนาบ คลากรกองกลาง ส าน กงานอธ การบด มหาว ทยาล ยนครพนม ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552-2562 1. เก ยวก บกองกลาง ส าน กงานอธ การบด เม อว นท 21 กรกฎาคม 2551 ได ม ประกาศกระทรวงศ กษาธ การ ให แบ งส วนราชการในมหาว

More information

การวางแผน (Planning)

การวางแผน (Planning) การวางแผน (Planning) การวางแผน หมายถ งอะไร การพ จารณา และ ก าหนดแนวทางปฏ บ ต งาน ให บรรล เป าหมาย การคาดการณ หร อ คาดคะเนส งท ย งไม เก ดข น อย างใช ด ลยพ น จ สร ป...การวางแผน ค อ ความพยายามท เป นระบบ เพ

More information

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา ศ กษา / ปฏ บ ต............... โดย............. เพ อ.............. สาระ...............

More information

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ ส วนท ๑ การร บหน งส อ หน งส อร บ ค อ หน งส อได ร บเข ามาจากภายนอก ให เจ าหน าท ของหน วยงานสารบรรณ กลางปฏ บ ต ตามท ก าหนดไว ในส วนน ๑. จ ดล าด บความส าค ญและความเร งด วนของหน

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

โครงการส มมนาระบบบร หารจ ดการเพ อพ ฒนาผลการปฏ บ ต งาน ของบ คลากร มหาว ทยาล ยขอนแก น

โครงการส มมนาระบบบร หารจ ดการเพ อพ ฒนาผลการปฏ บ ต งาน ของบ คลากร มหาว ทยาล ยขอนแก น โครงการส มมนาระบบบร หารจ ดการเพ อพ ฒนาผลการปฏ บ ต งาน ของบ คลากร มหาว ทยาล ยขอนแก น 1. หล กการและเหต ผล การบร หารจ ดการเพ อพ ฒนาผลการปฏ บ ต งาน น บเป นก ญแจส าค ญอย างหน งท จะช วยให องค กรอย รอดและเจร

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ ผลการด าเน นงาน งานธ รการ 2 ผลการด าเน นงานของงานธ รการ ประจ าป การศ กษา 2549/ป งบประมาณ 2549 กองบร การการศ กษา มหาว ทยาล ยสงขลานคร นทร ว ทยาเขตป ตตาน ผลการด าเน นงานตามด ชน ช ว ด (KPIs) มาตรฐาน/ต วบ งช

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กฎหมายพล งงาน กฎหมาย พล งงาน พระราชบ ญญ ต การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน พ.ศ. 2535 (แก ไขเพ

More information

แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ

แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ แบบสอบถามน ม ว ตถ ประสงค เพ อประเม นความค ดเห นเก ยวก บการจ ดประช ม สาหร บเป นข อม ลพ นฐานในการ

More information

ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.

ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1. ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.1 ค ณธรรม และจร ยธรรมในการดาเน นช ว ต 3.8 1.2 ม จ ตสาธารณะ 3.9 1.ผลรวมด านค ณธรรม

More information

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ข นตอนการเสนอขออน ม ต โครงการ อาจารย ผ ร บผ ดชอบโครงการกรอกข อม ลโครงการทางเว บไซต หร อส งข อม ลโครงการให เจ าหน าท ประสานงานโครงการ เจ าหน าท ประสานงานโครงการตรวจสอบข

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร แผน ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ (SU 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร ขอบเขต 3 การรวบรวมแนวปฏ บ ต ท ด จากการเร ยนการสอนรายว ชาเคร องม อเอก กล มเป าหมาย คณาจารย และน กศ กษา เป าหมาย

More information

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า แผนการท : 1 ประเด นย ทธศาสตร : ความเป นเล ศด านการว จ ยและนว ตกรรม องค ท จ าเป น : องค ด านงานว จ ยและนว ตกรรม แผนการ คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า 1.การบ งช 2.การสร างและ แสวงหา การประช มจ ดการประช

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55 แผนจ ดทาข นตอนการดาเน นงาน แผนงาน/โครงการ ประจาป 555 โครงการเสร มสร างความร และประสบการณ ด านค ณธรรมแก เด กและเยาวชนท ประสบป ญหาทางส งคม หน วยงานศ นย พ ฒนาส งคม หน วยท 5 จ งหว ดลาพ น เป าหมายท งหมด 5 ราย

More information

2. การฝ กอบรม 2.1 โครงการพ ฒนา เพ อพ ฒนาและเสร มสร าง เท าก บจ านวน เท าก บจ านวน การฝ กอบรม ภายในป บ คลากรม ค ณธรรม ส าน กปล ด ทดสอบตามแบบ

2. การฝ กอบรม 2.1 โครงการพ ฒนา เพ อพ ฒนาและเสร มสร าง เท าก บจ านวน เท าก บจ านวน การฝ กอบรม ภายในป บ คลากรม ค ณธรรม ส าน กปล ด ทดสอบตามแบบ -12-1. การปฐมน เทศ 1.1 โครงการปฐมน เทศเพ อเสร มสร างวามร ความ ระด บของ เท าก บพน กงาน ปฐมน เทศ ช วงเวลาท พน กงานท บรรจ ใหม ก.อบต.จ งหว ด ทดสอบความร พน กงานใหม เข าใจเก ยวก บองค การ พน กงานส วน ส วนต าบลและ

More information

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

1. สาน กงานอ ตโนม ต ค ออะไร ก. สาน กงานไร กระดาษ ค. สาน กงานเคล อนท

1. สาน กงานอ ตโนม ต ค ออะไร ก. สาน กงานไร กระดาษ ค. สาน กงานเคล อนท 1 แบบประเม นตนเองก อนเร ยน หน วยท 1 ว ตถ ประสงค เพ อประเม นความร เด มของน กศ กษาเก ยวก บเร อง ความร เบ องต นเก ยวก บสาน กงาน งานสาน กงานและการ บร หารสาน กงาน คาแนะนา ขอให น กศ กษาอ านคาถามแล วเข ยนวงกลมล

More information

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน พ จารณา 4 เร อง เร องการบร หารจ ดการ การออกแบบและปร บแบบไม ให ล าช า (ม ระยะเวลากาหนด และข นตอนเหม อนการออกแบบปกต ) เร องการเปล ยนแปลงรายการต องให กองแบบแผนร

More information

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM Chapter 8 การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM 1 เน อหา ล กษณะของ Activity Diagram ร ปแบบการใช Activity Diagram การระบ ส วนของข อม ลให แก ก จกรรม การจ ดระเบ ยบข อม ล การสร างท พ ก/เก บข อม ล การแบ

More information

การขอตราต ดรถยนต. 1. ดาวน โหลดแบบฟอร ม ขอตราต ดรถยนต ได ท www.prm.chula.ac.th ห วข อดาวน โหลด

การขอตราต ดรถยนต. 1. ดาวน โหลดแบบฟอร ม ขอตราต ดรถยนต ได ท www.prm.chula.ac.th ห วข อดาวน โหลด การขอตราต ดรถยนต 1. ดาวน โหลดแบบฟอร ม ขอตราต ดรถยนต ได ท www.prm.chula.ac.th ห วข อดาวน โหลด หร อจากท ายเอกสารฉบ บน 2. ย นแบบฟอร มพร อมเอกสารแนบ กรณ บ คลากรท ประจ าการ ย นเร องผ านคณะ/สถาบ นหร อหน วยงานท

More information

การบร หารความเส ยง กองการศ กษา ภาคพาย พ เช ยงใหม

การบร หารความเส ยง กองการศ กษา ภาคพาย พ เช ยงใหม ประเด นย ทธศาสตร 6.ด านการบร หารจ ดการแบบบ รณาการ การบร หาร กองการศ กษา ภาคพาย พ เช ยงใหม เป าประสงค โดยย ดประโยชน ส งส ดขององค กร (SPECIALISTS) /ป จจ ยเส ยง เป าประสงค ข อท 1.1 ม ระบบเทคโนโลย สารสนเทศ

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.

แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และ มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘) แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา ๒๕๕๗ (๑ ม ถ นายน พ.ศ.

More information

การบ รณาการแผนงานโครงการ ของกระทรวงทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ก บจ งหว ด และกล มจ งหว ด โดย นางสาวจาร ภา อย พ ล ผ อ านวยการส าน กตรวจและประเม นผล

การบ รณาการแผนงานโครงการ ของกระทรวงทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ก บจ งหว ด และกล มจ งหว ด โดย นางสาวจาร ภา อย พ ล ผ อ านวยการส าน กตรวจและประเม นผล การบ รณาการแผนงานโครงการ ของกระทรวงทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ก บจ งหว ด และกล มจ งหว ด โดย นางสาวจาร ภา อย พ ล ผ อ านวยการส าน กตรวจและประเม นผล Page 1 ช องทางในการของบประมาณ ของหน วยงานส วนภ ม ภาคในส

More information

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554 ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม

แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554 ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม ช อโครงการ การพ ฒนาเว บไซต E-Learning รายว ชาการใช โปรแกรมน

More information

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า จ ดท าโดย กล มการเจ าหน าท ส าน กเลขาน การกรม แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า ในป

More information

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555 1 แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2555 2 แผนการจ ดการความร : การจ ดการความร เก ยวก บการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ พ นธก จ : การผล ตบ ณฑ ต กลย ทธ ท 1.2 : การพ ฒนาการเร ยนการสอนเพ อพ ฒนาค ณภาพน

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน งานบร หารธ รการและงานสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน งานบร หารธ รการและงานสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน งานบร หารธ รการและงานสารบรรณ จ ดท าโดย ผ องพรรณ ก นธ ยะ เจ าหน าท บร หารงานท วไปช านาญการพ เศษ ห วหน าสาน กงานคณบด คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า มหาว ทยาล ยแม โจ 2555 ค านา ค

More information

๔. จ ดทาหน งส อแจ งให ผ ม หน าท เส ยภาษ ทราบ ธ นวาคม เพ อย นแบบแสดงรายการภาษ ป าย (ภ.ป.๑)

๔. จ ดทาหน งส อแจ งให ผ ม หน าท เส ยภาษ ทราบ ธ นวาคม เพ อย นแบบแสดงรายการภาษ ป าย (ภ.ป.๑) แผนปฏ บ ต งานการจ ดเก บภาษ ป าย ประจ าป ๒๕๕๗ แยกปฏ บ ต ตามข นตอนของก จกรรม ก. ข นเตร ยมการ ๑. ตรวจสอบและค ดลอกรายช อผ อย ในเกณฑ เส ยภาษ ในป งบประมาณ ก นยายน (บ ญช ล กหน ตามเกณฑ ค างร บ) ๒. สารวจและจ ดเตร

More information

Office of the Civil Service Commission (OCSC)

Office of the Civil Service Commission (OCSC) Office of the Civil Service Commission (OCSC) 1 การพ ฒนาระบบงานบร หารทร พยากรบ คคล 1. ระบบสารสนเทศทร พยากรบ คคลระด บกรม (DPIS) 2. ระบบสารสนเทศทร พยากรบ คคลระด บจ งหว ด (PPIS) 3. ระบบสารสนเทศข าราชการพลเร

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

สร ปรายงานผลการดาเน นงานตามโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน

สร ปรายงานผลการดาเน นงานตามโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน สร ปรายงานผลการดาเน นงานตามโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน คณะศ กษาศาสตร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตมหาสารคาม คานา เอกสารรายงานผลการดาเน นงานโครงการ การจ ดก จกรรมพ ฒนาน กศ กษา 6 ด าน จ ดทาข นเพ

More information

แผนพ ฒนาบ คลากร ป 2556 ผ ร บผ ดชอบหล ก กล มย ทธศาสตร และสารสนเทศ สาน กงานเกษตรจ งหว ดภ เก ต

แผนพ ฒนาบ คลากร ป 2556 ผ ร บผ ดชอบหล ก กล มย ทธศาสตร และสารสนเทศ สาน กงานเกษตรจ งหว ดภ เก ต ~ 1 ~ แผนพ ฒนาบ คลากร ป 2556 ผ ร บผ ดชอบหล ก กล มย ทธศาสตร และสารสนเทศ สาน กงานเกษตรจ งหว ดภ เก ต 1. โครงการพ ฒนา เจ าหน าท ท กระด บ สาน กงานเกษตร บ คลากรประจาป 2556 จ งหว ดภ เก ต 2. โครงการส งเสร ม การว

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

สร ปแบบประเม นผลการส มมนา งานว จ ย ก าวไกล ม งส ศตวรรษใหม กรมทางหลวง ระหว างว นท ๒๗-๒๙ เมษายน ๒๕๕๔ ณ โรงแรมด ส ตปร นเซส อ าเภอเม อง จ งหว ดนครราชส มา

สร ปแบบประเม นผลการส มมนา งานว จ ย ก าวไกล ม งส ศตวรรษใหม กรมทางหลวง ระหว างว นท ๒๗-๒๙ เมษายน ๒๕๕๔ ณ โรงแรมด ส ตปร นเซส อ าเภอเม อง จ งหว ดนครราชส มา สร ปแบบประเม นผลการส มมนา งานว จ ย ก าวไกล ม งส ศตวรรษใหม กรมทางหลวง ระหว างว นท ๒๗-๒๙ เมษายน ๒๕๕๔ ณ โรงแรมด ส ตปร นเซส อ าเภอเม อง จ งหว ดนครราชส มา การจ ดส มมนาและส งอ านวยความสะดวก 9 8 เหมาะสม ควรปร

More information

การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ในเขตโครงการชลประทานพ ษณ โลก ว นท 26 ส

การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ในเขตโครงการชลประทานพ ษณ โลก ว นท 26 ส การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ว นท 26 ส งหาคม ๒๕๕๗ องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ลด านว ศวกรรม ด านการพ จารณาโครงการเบ

More information

ค ม อข นตอนการปฏ บ ต งาน การตรวจต ดตามค ณภาพภายใน

ค ม อข นตอนการปฏ บ ต งาน การตรวจต ดตามค ณภาพภายใน หน า 1/6 ผ จ ดทา ผ ตรวจสอบ.. (นางสาวมณฑ รา ถาวรย ต การต ) (นางสาวอ มพ ชน นวลแสง) ห วหน าฝ ายตรวจประเม น ผ แทนฝ ายบร หาร 14 / ม.ค. / 55 12 / ม.ค. / 55 ผ อน ม ต (นางธน ฏฐา จงพ ร เพ ยร) ผ อ านวยการศ นย พ

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด กระบวนการจ ดการความร (Knowledge Management process) 1.การบ งช ความร บ งช ความร ท จ าเป

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน

More information

การประเม นค ณภาพการศ กษาภายใน ระด บหล กส ตร

การประเม นค ณภาพการศ กษาภายใน ระด บหล กส ตร การประเม นค ณภาพการศ กษาภายใน ระด บหล กส ตร 1 การประเม นหล กส ตร ประเม นโดย สกอ. ท กๆ 3 ป ม 11 สาขา ท ม มคอ. 1 จะถ กประเม นโดย สกอ. สาขาท เหล อให มหาว ทยาล ยหาผ ประเม นเอง โดยมหาว ทยาล ยเป นผ แต งต ง และอบรมผ

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต 1. ช อแผนงาน แผนงานระบบอาจารย ท ปร กษา 2. ว ตถ ประสงค 1) ส งเสร มให อาจารย ท ปร กษาสามารถปฏ บ ต หน าท

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดสว สด การแก บ คลากร กรณ การจ ดสว สด การอาคารท พ กข าราชการกระทรวงย ต ธรรม กองการเจ าหน าท ส าน กงานปล ดกระทรวงย ต ธรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดสว สด การแก บ คลากร กรณ การจ ดสว สด การอาคารท พ กข าราชการกระทรวงย ต ธรรม กองการเจ าหน าท ส าน กงานปล ดกระทรวงย ต ธรรม กระบวนการจ ดสว สด การแก บ คลากร กรณ การจ ดสว สด การอาคารท พ กข าราชการกระทรวงย ต ธรรม กองการเจ าหน าท (ฉบ บปร บปร ง) ว นท บ งค บใช ๑ ส งหาคม ๒๕๕๔ หน า ๑ ของ ๙ สารบ ญ ห วข อ หน า ว ตถ ประสงค ๑ ขอบเขต ๒

More information

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘ แผนงาน/โครงการ ว ตถ ประสงค เป าหมาย ข นตอน ระยะเวลา งบประมาณ ผ ร บผ ดชอบ ต วช ว ด ๑. ย ทธศาสตร การ เสร มสร างและจ ดการ องค ความร และ นว ตกรรม ๑.๑ ว จ ยและพ ฒนาสร าง องค ความร และ นว ตกรรมการผล ตป ย ช วภาพท

More information