ป ญหาและแนวทางการพ ฒนางานเวชระเบ ยนและว ชาช พเวชระเบ ยนใน ประเทศไทย

Size: px
Start display at page:

Download "ป ญหาและแนวทางการพ ฒนางานเวชระเบ ยนและว ชาช พเวชระเบ ยนใน ประเทศไทย"

Transcription

1 ป ญหาและแนวทางการพ ฒนางานเวชระเบ ยนและว ชาช พเวชระเบ ยนใน ประเทศไทย (Problem and Guideline for Development of Medical Record Department and Medical Record Profession in Thailand) แสงเท ยน อย เถา. (๒๕๕๕). ป ญหาและแนวทางการพ ฒนางานเวชระเบ ยนและว ชาช พเวช ระเบ ยนในประเทศไทย (Problem and Guideline for Development of Medical Record Department and Medical Record Profession in Thailand). เอกสารประช มว ชาการคณะ ส งคมศาสตร ประจ าป ๒๕๕๔. คณะส งคมศาสตร และมน ษยศาสตร มหาว ทยาล ยมห ดล. นครปฐม. ABSTRACT This study was Problem and Guideline for Development of Medical Record Department and Medical Record Profession in Thailand. The objective was to study the problems of medical records and professional development in medical records and to find ways of improving the medical records and medical records profession in Thailand. The methods that used in this study were expert interview, focus group, and participant observation. This study had expert interview 10 persons, 5 times of focus group, and used the sample 270 cases. The first focus group consisted of medical record department supervisors and medical record staffs 126 cases. The second focus group consisted of medical record department supervisors and medical record staffs 48 cases. The third focus group consisted of medical record department supervisors and medical record staffs 56 cases. The forth focus group consisted of medical record lecturers and academic staffs 12 cases. And the fifth or the last focus group consisted of medical record lecturers and academic staffs 28 cases.

2 This study founded that the problems of development of medical records were missing of medical records, find them too late, problems in infrastructure and non-standard command line, the disease and procedural code not complete errors and delays, not enough staffs and over workload, complex of medical record system, devoid of analysis hospital data, not enough of the place to use for filing the medical records, inappropriate the workplace, problem of patients identification, problem to connect to department of provincial administration and the failure of computer system or network. The problems of medical records Profession were no progress in the profession, no positions support in medical record academic line, professional associations not strengthened cannot be a center of medical records staffs and cannot create professional networking. In the part of the guideline for development of the medical records was it must have enough medical record staff, continues development staffs, develop medical record form in the standard and complete EMR system, service develop by used one stop service and must had the standard data set. And in the part of guideline for medical records professional development was define the position, control line, function, workload, standard and clear career part, licensed in medical record profession, professional associations to be strengthened, the learning must finished in bachelor's degree, continuous training staffs in medical records, medical statistics, medical information and medical research and creating a wide network of domestic and international. It may be study from the hospital were under each ministry each level or each type of hospital and study detail in other issues for the develop of medical records and guideline in developing the medical record profession. That could got the specific guideline to developing. And the study from the data all over the country or from more than the staffs in medical record department, it may be have the results more coverage than this study in the future. Keywords: Medical Record Department, Medical Record Profession, Medical Record, Guideline for Development of Medical Record, Medical Record in Thailand. บทค ดย อ การศ กษาป ญหาและแนวทางการพ ฒนางานเวชระเบ ยนและว ชาช พเวชระเบ ยนในประเทศไทย โดยม ว ตถ ประสงค เพ อศ กษาป ญหาของการพ ฒนางานเวชระเบ ยนและว ชาช พเวชระเบ ยนในประเทศไทย และเพ อหา แนวทางของการพ ฒนางานเวชระเบ ยนและว ชาช พเวชระเบ ยนในประเทศไทย โดยการศ กษาจากการส มภาษณ ผ เช ยวชาญ (Expert interview) การประช มกล มย อย (Focus Group) และการส งเกตโดยม ส วนร วมอย างใกล ช ด (Participant Observation) โดยม การส มภาษณ ผ เช ยวขาญจ านวน ๑๐ ท าน โดยจ ดให ม ประช มกล ม จ านวน ๕ คร ง จ านวน ๒๗๐ ราย โดยคร งท ๑ ประกอบด วยห วหน างานและผ ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยนจ านวน ๑๒๖ ราย คร งท ๒ ประกอบด วยห วหน างานและผ ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยนจ านวน ๔๘ ราย และคร งท ๓ ประกอบด วยห วหน างาน

3 และผ ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยนจ านวน ๕๖ ราย คร งท ๔ ประกอบด วยน กว ชาการ อาจารย ด านเวชระเบ ยน จ านวน ๑๒ ราย และคร งท ๕ ประกอบด วยน กว ชาการ อาจารย ด านเวชระเบ ยน จ านวน ๒๘ ราย จากการศ กษาพบว าป ญหาการพ ฒนางานเวชระเบ ยนท ส าค ญค อ เวชระเบ ยนหาย และค นหาได ล าช า ป ญหาในเร องระบบโครงสร างและสายงานการบ งค บบ ญชาท ไม ม มาตรฐาน การให รห สโรคและรห สห ตถการย งไม สมบ รณ ผ ดพลาดและล าช า ม ก าล งคนไม เพ ยงพอท าให ม ภาระงานมาก ระบบงานม ความซ บซ อน ย งขาดการ ว เคราะห ข อม ล สถานท ไม เพ ยงพอ ไม เหมาะสม ย งม ป ญหาการระบ ต วผ ป วย การเช อมต อเคร อข ายก บศ นย ทะเบ ยน ราษฎร และการข ดข องของระบบคอมพ วเตอร และเคร อข าย ป ญหาว ชาช พเวชระเบ ยนท ส าค ญค อ ไม ม ความก าวหน าในว ชาช พ ไม ม ต าแหน งรองร บในสายงานว ชาการ สมาคมว ชาช พไม ม ความเข มแข ง ไม สามารถเป น ศ นย กลางของบ คลากรด านเวชระเบ ยน และไม สามารถสร างเคร อข ายว ชาช พให มากข น ในส วนของแนวทางการ พ ฒนางานเวชระเบ ยนท ส าค ญ ค อ ให ม บ คลากรเพ ยงพอ ม การพ ฒนาบ คลากรอย างต อเน อง พ ฒนาร ปแบบเวช ระเบ ยนในระบบ EMR ท สมบ รณ และเป นมาตรฐาน จ ดให ม การพ ฒนาการบร การแบบ One Stop Service และให ม Standard Data Set เหม อนก นท งประเทศ และแนวทางพ ฒนาว ชาช พเวชระเบ ยนในประเทศไทยท ส าค ญ ค อ การ ก าหนดต าแหน ง สายงาน ภาระงาน Career Part ท เป นมาตรฐานและม ความช ดเจน ม ใบประกอบว ชาช พซ งเป นท ยอมร บ สมาคมว ชาช พม ความเข มแข ง ม การเร ยนการสอนเป นหล กส ตรปร ญญาตร ท งหมด ม การจ ดการอบรม พ ฒนาความร บ คลากรด านเวชระเบ ยนท งด าน เวชระเบ ยน เวชสถ ต เวชสารสนเทศ คอมพ วเตอร และการว จ ยทาง การแพทย อย างต อเน อง และการสร างเคร อข ายท งจากภายในประเทศและระด บนานาชาต ในโรงพยาบาลท ม ต างระด บก นก อาจม ป ญหาและแนวทางการพ ฒนาท แตกต างก นออกไป จ าเป นท จะต อง ม การศ กษาของโรงพยาบาลในแต ละระด บ แต ละส งก ด หร อแต ละประเภทแยกก นไป และศ กษาในเช งล กมากย งข น อาจได แนวทางในการพ ฒนางานด านเวชระเบ ยนของโรงพยาบาลเหล าน นได เฉพาะมากกว า ส วนป ญหาและแนว ทางการพ ฒนาว ชาช พอาจศ กษาในวงกว างโดยการเก บข อม ลจากท วประเทศจากบ คลากรจ านวนมากข น และ ครอบคล มมากข นก สามารถน ามาสร ปได ครอบคล มมากกว า ควรม การศ กษาเพ มเต มต อไปในอนาคต ค าส าค ญ: ป ญหางานเวชระเบ ยน, ป ญหาว ชาช พเวชระเบ ยน, แนวทางการพ ฒนางานเวชระเบ ยน, แนวทางการ พ ฒนาว ชาช พเวชระเบ ยน, เวชระเบ ยนประเทศไทย บทสร ปงานว จ ย / Summary หล กการและเหต ผล / Rationale ในป จจ บ นงานด านเวชระเบ ยน ซ งครอบคล มงานท ง ด านเวชสารสนเทศ เวชระเบ ยน เวชสถ ต การให รห ส โรค และงานว จ ยด านการแพทย ก าล งอย ในช วงของการเปล ยนแปลงหลายๆ ด าน เช น การปร บโครงสร าง การ ปร บเปล ยนกลไกระบบบร หารทร พยากรบ คคล และแนวค ด แนวปฏ บ ต ท เปล ยนแปลงไปมากมาย หล กส ตรว ทยา ศาสตรบ ณฑ ต สาขาว ชาเวชระเบ ยน ได ผล ตบ คลากรเพ อออกไปเป นผ ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยน งานเวชสถ ต ผ ร บผ ดชอบด านรห สโรคและรห สห ตถการ งานว จ ยทางการแพทย และงานเวชสารสนเทศ มาอย างต อเน อง ซ งได ให ความส าค ญก บการพ ฒนางานด านเวชระเบ ยนมาโดยตลอด เน องจากงานด านเวชระเบ ยน และสาขาท เก ยวข องน นม ความส าค ญอย างย งต อระบบการบร หารจ ดการในสถานบร การทางการแพทย และสาธารณส ข รวมท งหน วยงานท เก ยวข องอ น ๆ เพราะเป นงานท ม ความส าค ญในการจ ดการด านข อม ลข าวสารและหล กฐานทางการแพทย อ นเป น

4 เคร องม อท ส าค ญในการบร หารจ ดการองค กร ในการข บเคล อนองค กรให บรรล เป าหมายท วางไว อ กท งเพ อให สอดร บ ต อการเปล ยนแปลงภายใต กระแสโลกาภ ว ตน (หล กส ตรว ทยาศาสตรบ ณฑ ต สาขาว ชาเวชระเบ ยน, ๒๕๕๔) สภาวการณ ในป จจ บ นท ม การเปล ยนแปลงในการบร หารจ ดการงานด านเวชสารสนเทศ เวชระเบ ยน เวช สถ ต การให รห สโรค และงานว จ ยด านการแพทย ไปอย างมากมายท งในเร องของ เทคโนโลย เวชระเบ ยน ความ ต องการหร อความคาดหว งของการได ร บบร การอย างรวดเร วของผ มาร บบร การจากโรงพยาบาล ป ญหาต าง ๆ ก ย งคง ม ให แก ไขมากมายในขณะท ต องให การบร การของหน วยงานด านเวชระเบ ยนต องม ความถ กต อง ครบถ วน แต อย ภายใต เวลาท ต องท าให ท นตามกระบวนการของการบร การในสถานบร การทางการแพทย และสาธารณส ขในแต ละว น น บเป นสภาวการณ ท ม ความกดด นต อการปฏ บ ต งานเป นอย างย ง งานของหน วยงานด านเวชระเบ ยนม ท งส วนท เป น การให บร การด านหน า (Front Office) และการให บร การร วมก บงานว ชาการ (Back Office) ไปพร อม ๆ ก น จ งม ความจ าเป นอย างย งในการพ ฒนาการให บร การของหน วยงานด านเวชระเบ ยน ในการท ศ กษาป ญหาต าง ๆ ท เก ดข น ของหน วยงานด านน ในสถานบร การทางการแพทย รวมถ งป ญหาในการพ ฒนาว ชาช พด านเวชระเบ ยนด วย เน องจาก ขณะน แม จะม ความต องการของตลาดค อนข างมาก แต ความเจร ญก าวหน าในหน าท การงานของบ คลากรทางด านน ก ย งประสบก บป ญหามากมาย การเข าส ต าแหน ง การพ ฒนาให ก าวส ว ชาช พท ม มาตรฐานก ย งพบก บป ญหามากมาย การก อต งสมาคม ก เพ งจะส าเร จเม อช วงป ท ผ านมาก การด าเน นการต าง ๆ ของชมรมก ย งม ป ญหาต าง ๆ มากมาย การศ กษาคร งน จ งม ความจ าเป นในการท จะศ กษาป ญหาของการพ ฒนางานด านเวชระเบ ยนและพ ฒนา ว ชาช พไปด วยก น อ นจะย งผลให ม การพ ฒนางานด านเวชระเบ ยนให ม มาตรฐานต อไป รวมถ งการพ ฒนาการจ ด การศ กษาด านเวชระเบ ยนให ม มาตรฐาน และเป นผ น าด านการศ กษาในหล กส ตรสาขาว ชาเวชระเบ ยนในภ ม ภาค อาเซ ยนต อไปในอนาคต ว ตถ ประสงค / Purpose ๑. เพ อศ กษาป ญหาของการพ ฒนางานเวชระเบ ยนและว ชาช พเวชระเบ ยนในประเทศไทย ๒. เพ อหาแนวทางของการพ ฒนางานเวชระเบ ยนและว ชาช พเวชระเบ ยนในประเทศไทย ว ธ การศ กษา / Methodology ๑. ส มภาษณ ผ เช ยวขาญ (Expert Interview) ผ เช ยวชาญด านเวชระเบ ยนท เป นท ยอมร บ ไม ต ากว าจ านวน ๑๐ ราย ๒. ประช มกล มย อย (Focus Group) ห วหน างานเวชระเบ ยนและผ ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยนจากท วประเทศ ๓. ประช มกล มย อย (Focus Group) น กว ชาการ อาจารย ด านเวชระเบ ยนของอาจารย และบ คลากรในส งก ด มหาว ทยาล ยมห ดล และน กว ชาการหร ออาจารย ท สอนในว ทยาล ยเทคโนโลย ทางการแพทย และสาธารณส ขกาญจนา ภ เษก อาจารย พ เศษ และอาจารย พ เล ยงในการฝ กปฏ บ ต งานของน กศ กษาด านเวชระเบ ยน ๔. การส งเกตโดยม ส วนร วมอย างใกล ช ด (Participant Observation) โดยการเข าร วมส งเกตและร วมแสดงความ ค ดเห น ร วมก จกรรมในการเข าร วมกล มในท กข นตอน โดยม รายละเอ ยดของการประช มกล มย อยด งน ค อ ม การประช มกล มย อยห วหน างานเวชระเบ ยนและ ผ ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยน จ านวนไม ต ากว า ๓๐๐ ราย แบ งออกเป นการประช มจ านวน ๓ คร ง โดยคร งท ๑ ประกอบด วยห วหน างานและผ ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยนจ านวน ๑๒๖ ราย คร งท ๒ ประกอบด วยห วหน างานและ ผ ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยนจ านวน ๔๘ ราย และคร งท ๓ ประกอบด วยห วหน างานและผ ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยน จ านวน ๕๖ ราย และการประช มกล มย อยน กว ชาการ อาจารย ด านเวชระเบ ยน จ านวนไม ต ากว า ๔๐ ราย แบ ง

5 ออกเป นการประช มจ านวน ๒ คร ง โดยคร งท ๑ ประกอบด วยน กว ชาการ อาจารย ด านเวชระเบ ยน จ านวน ๑๒ ราย และคร งท ๒ ประกอบด วยน กว ชาการ อาจารย ด านเวชระเบ ยน จ านวน ๒๘ ราย ข อค นพบ / Finding งานเวชระเบ ยนน นเป นงานท ประกอบด วยงานหล ก ๆ ประกอบก นอย ด วยก นด งน ค อ ๑. งานเวชระเบ ยน ซ งม ท งงานเวชระเบ ยนผ ป วยนอก และงานเวชระเบ ยนผ ป วยใน ซ งการด าเน นการในงานเวช ระเบ ยนของแต ละโรงพยาบาลก ม ความแตกต างก นไป การจ ดเก บเวชระเบ ยนผ ป วยนอกและผ ป วยในของ โรงพยาบาลส วนใหญ ก เป นไปในท านองเด ยวก นม แตกต างก นบ างในรายละเอ ยด การให หมายเลขต าง ๆ ก ม ร ปแบบ การด าเน นการท คล ายก น ท งโรงพยาบาลขนาดเล ก โรงพยาบาลขนาดใหญ และโรงพยาบาลเอกชน แตกต างก นใน ส วนของการใช คอมพ วเตอร เข ามาสน บสน นงานเวชระเบ ยนท แตกต างก นไป เพราะม การใช โปรแกรมท แตกต างก น โดยส วนใหญ โรงพยาบาลของร ฐในส งก ดกระทรวงสาธารณส ขใช โปรแกรมท ช อ HosXP ๒. งานเวชสถ ต ซ งม กจะเป นงานท อย ร วมก บงานเวชระเบ ยนผ ป วยใน และงานท เก ยวช องก บงานท เก ยวข องก บ คอมพ วเตอร ของงานเวชระเบ ยน โดยในงานเวชสถ ต น นก ม หน าท ด าเน นการทางด านสถ ต รายงานต างๆ การจ ดท า หน งส อรายงานประจ าป รายงานสถานการณ โรค และการจ ดหาข อม ลตามท บ คคลหร อหน วยงานต างๆ ร องขอ รวมถ งท โรงพยาบาลต องด าเน นการ ระบบข อม ลต างๆ ซ งงานน โดยส วนใหญ ก เป นงานท ม บ คลากรจ านวนน อย แต ท ม กม เจ าหน าท หร อบ คลากรอย มากข นในโรงพยาบาลก เพราะม การท างานรวมอย ก บบ คลากรในการให รห ส และ บ คลากรด านคอมพ วเตอร ในโรงพยาบาลระด บอ าเภอน นก ม กไม ม การแยกออกจากแผนกเวชระเบ ยนแต อย างใดม ก ท างานท งเวชระเบ ยน และเวชสถ ต ร วมก นไป และใช บ คลากรร วมก น ๓. งานให รห สโรค ซ งงานน ม หน าท ในการให รห สโรคและรห สห ตถการในเวชระเบ ยนผ ป วย ซ งป จจ บ นน งานน ม ความส าค ญต อโรงพยาบาลมาก ห วหน างานเวชระเบ ยนส วนใหญ ก ต องมาพ ฒนางานด านการให รห สโรคและรห ส ห ตถการมากข นเน องจาก รห สน นม ผลต อการได ค าตอบแทนเง นกล บมาเน องจากส าน กงานประก นส ขภาพแห งชาต ได ย ดเอาผลของการด าเน นการจากการให รห สโรคและรห สห ตถการในการขอร บเง น ในการให บร การผ ป วยใน โครงการประก นส ขภาพ และถ าไม ถ กต องหร อไม เข าเกณฑ ตามท ก าหนดก จะม การได ค าตอบแทนท ต า และม การห ก เง นหร อม การเร ยกค นเง นจากโรงพยาบาล ท าให ได ร บแรงกระต นในส วนน ค อนข างมาก และป จจ บ นโรงพยาบาลส วน ใหญ น นก พบว าสหว ชาช พอ นๆ ร จ กงานเวชระเบ ยนมากข นจากงานให รห สโรคและห ตถการ คณะกรรมการเวช ระเบ ยนก ให ความส าค ญมากข น ค าตอบแทนของบ คลากรในงานเวชระเบ ยนส วนหน งท ระบ ว าม ค าตอบแทนเพ มข นก ได มาจากงานให รห สโรคและห ตถการ ๔. งานด านเวชสารสนเทศ งานด านน บ คลากรส วนใหญ ย งม ความส บสนอย มากว า งานด านน เป นงานของงานเวช ระเบ ยนหร อไม งานด านน ม ขนาดเล กกว างานเวชระเบ ยนจร งหร อไม เพราะว าในการแบ งหน วยงานของโรงพยาบาล น นงานเวชระเบ ยนก จะแยกก นออกไปจากงานเวชสารสนเทศ แต ก ม อย หลายโรงพยาบาลท เป นงานเด ยวก น และก ม อย ส วนหน งท งานเวชระเบ ยนข นก บงานเวชสารสนเทศ งานด านน ของงานเวชระเบ ยนในป จจ บ นส วนใหญ พบว า ไม ได เป นงานเวชสารสนเทศแต เป นงานคอมพ วเตอร ในส วนงานเวชระเบ ยนมากกว า ซ งม กจะปฏ บ ต งานร วมก บงาน เวชสถ ต ในการด แลเร องระบบข อม ลของโรงพยาบาล ซ งก ม ความแตกต างก นไปแล วแต ว าโรงพยาบาลน นจะม บ คลากรของงานเวชระเบ ยนท ม ความร ความสามารถด านคอมพ วเตอร มากน อยแค ไหน ซ งแต เด มน นบ คลากรด านน ก จะข นก บงานเวชระเบ ยน เพราะระบบคอมพ วเตอร ในโรงพยาบาลส วนใหญ พ ฒนาจากระบบเวชระเบ ยนเป นระบบ

6 แรกๆ ในการด าเน นการ จากน นก ขยายออกไปย งระบบอ นๆ งานด านน จ งม ความแตกต างก นไปอย างมากในแต ละ โรงพยาบาล จากการศ กษาในเร องของป ญหาการพ ฒนางานเวชระเบ ยนและป ญหาการพ ฒนาว ชาช พเวชระเบ ยน โดย การประช มกล มย อยห วหน างานเวชระเบ ยนและผ ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยน จ านวน ๓ คร ง และการประช มกล ม ย อยน กว ชาการ อาจารย ด านเวชระเบ ยน จ านวน ๒ คร ง พบว า ๑. ป ญหาของการพ ฒนางานเวชระเบ ยน ๑.๑ ป ญหาท เก ยวก บเอกสารเวชระเบ ยน จากการศ กษาป ญหาส วนใหญ พบว าป ญหาหล กของงานบร การเวชระเบ ยนน นม สาเหต มาจาก เวชระเบ ยน หาย ม การส ญหายท งเวชระเบ ยนผ ป วยนอกและเวชระเบ ยนใน ซ งม สาเหต ในการส ญหายแตกต างก นไป ส วนใหญ เป นเวชระเบ ยนผ ป วยนอก (OPD Card) การส ญหายท ไม เป นการส ญหายจร งเน องจากพบภายหล งหร อเวลาต อมา พบว าเก ดจากการค นหาเวชระเบ ยนไม พบ เวชระเบ ยนไม พบในช นเก บ เพราะม การน าเวชระเบ ยนน นไปอย ในบร เวณ อ นย งไม ได เข าช นเก บ ต ดค างอย ตามหน วยตรวจ หร อเหต ผลอ น ๆ ท ท าให ไม สามารถจ ดเก บเวชระเบ ยนในช นเก บได นอกจากน ย งพบป ญหาอ น ๆ เช น เก บบ ตรเวชระเบ ยนผ ดท และไม ม ระบบในการตรวจสอบความผ ดพลาด ค นแฟ ม ประว ต ผ ดคน ซ งส งผลเส ยอย างมากแม จะม จ านวนน อยในแต ละกล มแต พบว าก ย งพบอย เน องจากการม ช อสก ลท ซ าซ อนก น หร อในกรณ ของต างด าวท ม ช อเหม อนก น ระยะเวลารอคอยแฟ มประว ต นาน ซ งจากการศ กษาพบว า ป ญหาต าง ๆ ม กเป นป ญหาเก ยวก บเวชระเบ ยนผ ป วยนอกเป นส วนใหญ ส ทธ ผ ป วยในการร กษาน นม ส ทธ มากมาย หลายประเภท ก อให เก ดความย งยากในการด าเน นการลงในเวชระเบ ยนให ถ กต อง การไม สร ปเวชระเบ ยนผ ป วย หร อ แพทย ไม สร ปเวชระเบ ยน ภายในเวลาท ก าหนด ก จะส งผลต อการให บร การต อเน องของเวชระเบ ยนเหล าน นต อผ ป วย โดยตรง ข อม ลรายละเอ ยดของผ ป วยในเวชระเบ ยน ไม ครบถ วน และประสบป ญหาการจ ดเก บร กษาด แลเวชระเบ ยน ประสบก บป ญหาต าง ๆ ยากต อการค นหาและการให บร การแฟ มเวชระเบ ยนไม ได ตามก าหนด ๑.๒ ป ญหาโครงสร างขององค กร ในเร องของโครงสร างขององค กรน นเป นป ญหาท ส วนใหญ ให ความเห นไปในท านองเด ยวก นว า โครงสร าง ขององค กรเวชระเบ ยนไม ม ความเหมาะสม และเอ อต อการปฏ บ ต งานมากน กในป จจ บ น โดยป ญหาส วนใหญ พบใน โรงพยาบาลของร ฐและส งก ดกระทรวงต าง ๆ ส วนในโรงพยาบาลเอกชนน นไม ได พบป ญหาเหล าน เน องจากเป นระบบ ท ม การก าหนดไว ช ดเจน งานเวชระเบ ยนในโรงพยาบาลของร ฐบางส วนก ย งต องข นก บรองผ อ านวยการฝ ายบร หารซ ง จะม สายการบ งค บบ ญชาผ านสายงานของฝ ายแผนงานและสารสนเทศ อ กช นหน ง หร อส วนใหญ ก จะอย ภายใต กล ม พ ฒนาระบบบร การส ขภาพ ก จะเป นท าให สายงานการบ งค บบ ญชาม ความซ บซ อน และไม คล องต วแต ก ไม ได เป น แบบเด ยวก นท งหมด เช นในส วนของโรงพยาบาลขนาดใหญ ในกร งเทพฯและปร มณฑลก ม การจ ดโครงสร างท ไม เหม อนก นแต ม ความคล องต วมากกว า นอกเหน อจากป ญหาโครงสร างของงานเวชระเบ ยนแล วก ย งพบป ญหาในส วน ของ ข นตอนการท างานด านเวชระเบ ยนเองซ งม บางส วนให ความเห นว า ม ข นตอนการท างานท ม ระบบซ บซ อน ๑.๓ ป ญหาเร องของมาตรฐาน พบว าย งม ป ญหาในการด าเน นงานของงานเวชระเบ ยนท ย งไม ม มาตรฐาน ขาดความช ดเจนในการพ ฒนา งานด านเวชระเบ ยน ด งเช นป ญหาท ได จากข อม ลท ตรงก นในหลาย ๆ กล มด งน ค อ ก าหนดมาตรฐานระบบงานเวช ระเบ ยนและองค ประกอบของงานเวชระเบ ยนไม ช ดเจน ย งม ความหลากหลายของการจ ดระบบงานเวชระเบ ยนท แตกต างก นไป แล วแต โรงพยาบาลจะจ ดระบบแบบใด แม จะเป นโรงพยาบาลท ม ขนาดใกล เค ยงก นก ย งม ความ

7 แตกต างก นอย มาก การพ ฒนาระบบ Program และระบบข อม ลสารสนเทศ ไม สามารถใช ได หลายโรงพยาบาล ม การ พ ฒนาไปก นคนละร ปแบบ แม ในป จจ บ นหลายโรงพยาบาลเร มห นมาใช โปรแกรมท ม ล กษณะคล ายก นมากข น และ การน าโปรแกรม HosXP มาใช ก นมากข นก ย งพบว าย งม ความแตกต างก นอย มากในหลายโรงพยาบาล ส งผลให โปรแกรมในการพ ฒนางานเวชระเบ ยนย งไม สมบ รณ และม ร ปแบบหลากหลาย และพบว าส วนใหญ ไม สามารถใช ฐานข อม ล (DATABASE) ในส วนของงานเวชระเบ ยน ร วมก นได ระหว างโรงพยาบาล ม Data Set ท แตกต างก น ไม สามารถท จะม Standard Data Set ในการจ ดการฐานข อม ลของโรงพยาบาล ๑.๔ ป ญหาเร องการให รห สโรค ส วนใหญ ให ความเห นไปในท านองเด ยวก นว า การให รห สโรคเป นงานท ม ความส าค ญมากของการ ด าเน นการงานเวชระเบ ยนในท กสถานบร การทางการแพทย และสาธารณส ขท กระด บ เพราะป จจ บ นม การน าข อม ล จากการให รห สไปใช งานมากข นโดยเฉพาะในเร องของการส งเพ อร บเง นการให บร การของโรงพยาบาลจาก ส าน กงาน หล กประก นส ขภาพแห งชาต (สปสช.) และป จจ บ นบ คลากรท ม ความช านาญในการให รห สโรคจะได ร บการยอมร บ มากข นของโรงพยาบาล จนหลายว ชาช พเร ยกบ คลากรในงานด านเวชระเบ ยนว า Coder หร อผ ให รห สไปก ม แต ใน การด าเน นการให รห สโรค ก ย งพบป ญหาต างๆ มากมาย ค อ การให รห สโรคย งไม สมบ รณ และไม ทราบผ ให รห สและ ช องลง Code ความผ ดพลาดในส วนของความไม สมบ รณ ในการให รห สโรคและรห สห ตถการย งตรวจพบอย เป น จ านวนมาก ในการตรวจสอบเวชระเบ ยนและรห สโรคจากผ ตรวจสอบก ย งพบว าบ คลากรด านเวชระเบ ยนย งม ป ญหา ในการให รห สไม สมบ รณ อย เป นจ านวนมาก การสร ปเวชระเบ ยนของแพทย ก เป นป ญหาท ส วนใหญ ให ความเห นไปใน ท ศทางเด ยวก นว า ส งผลต อการให รห สท ล าช า และผ ดพลาด หร อไม สมบ รณ อย เป นจ านวนมาก ในโรงพยาบาลต างๆ เน องจากความเข าใจในส วนของแพทย ต อเร อง แนวทางมาตรฐานในการสร ปเวชระเบ ยน ย งม น อยอย ในบางกล ม พบว า นโยบายของ สปสช. ย งขาดความช ดเจน และผ ปฏ บ ต ย งไม เข าใจนโยบายอย างช ดเจน ย งพบว าม การให รห ส ผ ดพลาด และย งไม ม ระบบการตรวจสอบในเร องน ในสถานพยาบาลอ กหลายแห ง ในบางแห งท ม ก จะขาดผ ท ม ความ ช านาญในการตรวจสอบความผ ดพลาดในเร องน ๑.๕ ป ญหาท เก ยวข องก บบ คลากรและด านงบประมาณ ป ญหาท เก ยวก บบ คลากรและงบประมาณน น พบว าป ญหาเก ยวก บบ คลากร ค อ ม ไม เพ ยงพอก บภาระงาน ของงานด านเวชระเบ ยนท ม ปร มาณมากข น กว างข น โดยม การพ ฒนาระบบใหม ๆ ข นมาใช แต ระบบเด ม ๆ ก ย งคง ท าอย อ กหลายส วน ส วนใหญ ให ความเห นว าบ คลากรด านเวชระเบ ยนม ภาระงานมาก ย งขาดบ คลากรด านเทคโนโลย สารสนเทศอย เป นจ านวนมาก การพ ฒนาระบบสารสนเทศ ย งไม ต อเน องจ านวน การ TURN OVER RATE ของ บ คลากรในงานเวชระเบ ยนม ส ง ล กจ างงานเวชระเบ ยนม การเปล ยนงานหร อลาออกบ อย แต แม ภาระงานจะมากแต ก ย งขาดความก าวหน าในว ชาช พ ไม สามารถจะม ต าแหน งรองร บการไปเพ มว ทยาฐานะ ท งจากการศ กษาเพ มเต ม การ เข าร บการอบรม หร อการม ภาระงานท มาก ในบางกล มก ม การระบ ถ งป ญหาของบ คลากรแตกต างก นออกไป ด งเช น บ คลากรขาดท กษะความช านาญ ปฏ บ ต งานไม ตรงก บสายงาน ในเร องของพฤต กรรมบร การก พบว าม บาง โรงพยาบาลพบว าย งม พฤต กรรมของการบร การท ไม ด ขาดความใส ใจในเร องของการบร การท ด ย งขาดในเร องของ Service Mind ขาดระบบการประเม นสมรรถนะของบ คลากรใหม ท เป นระบบ ในส วนของป ญหาท เก ยวข องก บงบประมาณและสว สด การต าง ๆ ของบ คลากร พบว า โรงพยาบาลของร ฐ ส วนใหญ ให ความค ดเห นว าสว สด การของของบ คลากรด านเวชระเบ ยนม น อย ม หลายโรงพยาบาลท ม การด าเน นการ

8 จ ดสว สด การในส วนของงานเวชระเบ ยนเพ มเต มข นด วยการช วยเหล อก นเอง จากห วหน างานเวชระเบ ยน แต ก ม ได ไม มากน ก และย งพบว าม ป ญหาในส วนของโรงพยาบาลของร ฐ ม งบประมาณสน บสน นภาคร ฐไม เพ ยงพอ ๑.๖ ป ญหาในเร องสถ ต และการจ ดท ารายงาน พบว าย งขาดบ คลากรท ม การว เคราะห ข อม ลและการน าไปใช ท ม ปร มาณเพ ยงพอ ซ งม จ านวนโรงพยาบาล เพ ยงส วนน อยท ม การว เคราะห ข อม ลจากข อม ลท ม อย เพ อการน ามาใช ในโรงพยาบาลของตนเอง และพบว าม ป ญหา ในเร องการขอข อม ลจากภายนอกซ าซ อน น นพบว าส วนใหญ ท เป นโรงพยาบาลของร ฐจะเจอป ญหาน อย ตลอด บ คลากรท ร บผ ดชอบด านข อม ลข าวสาร หร อสถ ต จ าเป นจะต องด าเน นการจ ดเก บ และรวบรวมข อม ลในการขอท ซ าซ อนก นอย ตลอด ซ งม กจะม ร ปแบบ (Format) ท แตกต างก น ท าให ต องด าเน นการจ ดท าท ซ าซ อน แม ในบาง โรงพยาบาลท บ คลากรด านเวชระเบ ยนสามารถจะเข าถ งฐานข อม ลของโรงพยาบาลได เอง แต ก ย งพบป ญหาในเร อง การขอข อม ลอย ๑.๗ ป ญหาในเร องสถานท พบว าอาคารสถานและพ นท การจ ดเก บไม เพ ยงพอต อการจ ดเก บเวชระเบ ยน ท ต องจ ดเก บไว ตามท กฏหมายก าหนด พบว าในบางโรงพยาบาลก พยายามในการแบ งเวชระเบ ยนท ม ความหนามาก ๆ ก สามารถลดการ จ ดเก บได จร ง แต ก ย งพบป ญหาในการท แพทย ต องการด ประว ต ย อนหล งมาก ๆ ซ งต องม การตกลงก บแพทย ในกล ม งานต าง ๆ ก อนท จะม การแบ งประว ต เพ อจ ดเก บส วนท เป นประว ต ส วนต นจากประว ต ท หนามาก ๆ และพบว าอาคาร สถานท ไม ม ความเหมาะสม ม บางกล มท พบป ญหาในเร องสถานท ไม เหมาะสมในการปฏ บ ต งานเวชระเบ ยน เช น การ ม ผ าเพดานท ต าเก นไป ร ส กอ ดอ ด การระบายอากาศไม ด เพราะอาจเป นช นลอยหร อช นใต ด นท อย หล งหน วย ให บร การเวชระเบ ยนด านหน าท ให บร การเวชระเบ ยนแก ผ ป วย ๑.๘ ป ญหาด านคอมพ วเตอร และเทคโนโลย สารสนเทศ พบว าม ป ญหาในการระบ ผ ป วย เน องจากป จจ บ นการเช อมต อข อม ลก บศ นย ทะเบ ยนราษฎร ย งท างานได ไม สมบ รณ ได เพ ยงบางโรงพยาบาลเท าน น ม ป ญหาการสวมส ทธ ก นของประชาชน ระบบคอมพ วเตอร ท ไม สามารถ ตอบสนองความต องการของเวชระเบ ยนได ท งหมด ม บางระบบท งานเวชระเบ ยนต องด าเน นการจ ดท าโปรแกรม เพ มเต ม หร อย งใช ระบบเด มค ขนานก นไป ท าให ไม สะดวกและยากต อการพ ฒนา ม ข อม ลในระบบคอมพ วเตอร หายไป ท าให ต องม การจ ดท าประว ต ข นใหม หร อข อม ลส าหร บการจ ดท าสถ ต และรายงานโรคต าง ๆ ก ไม สามารถจะ ท าได เม อข อม ลในระบบส ญหาย เน องจากระบบคอมพ วเตอร ม ป ญหา และพบว าม ป ญหาจากระบบเคร อข าย คอมพ วเตอร (Net work) ม ป ญหา ก ส งผลต องานเวชระเบ ยนโดยตรง แม คอมพ วเตอร จะสามารถท างานได ใน บางส วน แต ระบบเคร อข ายก เป นป จจ ยต อการให บร การของงานด านเวชระเบ ยนท พ ฒนาระบบคอมพ วเตอร มาใช เป น อย างมาก เม อระบบเคร อข ายม ป ญหารการให บร การของงานเวชระเบ ยนก ม ป ญหาไปด วย ๒. ป ญหาการพ ฒนาว ชาช พเวชระเบ ยน ๒.๑ ป ญหาความก าวหน าในว ชาช พ ในส วนของป ญหาในความก าวหน าของต าแหน งน กว ชาการด านเวชระเบ ยน เช น น กว ชาการเวชระเบ ยน ซ ง ย งไม ม ต าแหน งน ในป จจ บ น แต ในโรงพยาบาลส งก ดมหาว ทยาล ยน นม ต าแหน งน กว ชาการเวชสถ ต แต ใน โรงพยาบาลส งก ดกระทรวงสาธารณส ขก ย งไม ม ต าแหน งน ต าแหน งน กว ชาการรห สโรคก ย งไม ม ในป จจ บ น นอกเหน อจากน นในประเด นน ก เป นความเจร ญก าวหน าข นไปของบ คลากรท ปฏ บ ต งานในงานเวชระเบ ยนและงานท เก ยวข อง รวมถ งเร องท เก ยวข องก บป ญหาของบ คลากรในงานเวชระเบ ยน ค อ โอกาสก าวหน าในว ชาช พ ไม ม ความ

9 ช ดเจนในต าแหน งและความก าวหน าทางว ชาช พ ท จะต องม Career path ท ช ดเจน ในสายงานด านเวชระเบ ยนและ งานท เก ยวข อง ย งไม ม แนวทางท ช ดเจนในการก าหนดกรอบอ ตราก าล งเพ อสร างแนวทางความก าวหน าในว ชาช พ ขาดมาตรฐานของต าแหน งให ช ดเจน และก าหนดภาระงานให ช ดเจน ขาดแรงจ งใจในการท างาน ท งในเร องของ ค าตอบแทน ซ งส งผลให ม สมองไหลในงานด านน มากในป จจ บ น ย งไม ม การจ ดท าค ม อปฏ บ ต งานของงานด านเวช ระเบ ยนท เพ ยงพอและเป นมาตรฐาน บ คลากรในว ชาช พเวชระเบ ยนย งไม ค อยม ท ศนคต ในเช งบวก และย งไม ม งบประมาณสน บสน นในการส งเสร มงานว จ ย การศ กษา การด งานต างประเทศ ท เพ ยงพอ ๒.๒ ป ญหาเร ององค กรว ชาช พ เป นป ญหาขององค กรท จ ดข นเพ อเป นต วแทนของบ คลากรด านเวชระเบ ยน เวชสถ ต ในการผล กด นเร อง ต างๆ ซ งป จจ บ นม เพ ยงสมาคมเวชสถ ต แห งประเทศไทย ซ งได ร บอน ญาต ให จ ดต งเม อว นท ๑๕ ก มภาพ นธ พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยม ศ ษย เก าโรงเร ยนเวชสถ ต เป นนายกสมาคม และกรรมการอ กจ านวน ๙ คน (สมาคมเวชสถ ต แห ง ประเทศไทย, ๒๕๕๓) จากการศ กษาพบว าย งขาดแนวทางในการร บทราบป ญหาหร อนโยบายด านเวชระเบ ยนต อ ผ บร หารระด บส งขององค กร และความส าค ญของว ชาช พด านเวชระเบ ยนจากผ บร หาร และจากว ชาช พอ น ย งขาด การสร างรายได ให ก บสมาคมภายใต ค ณธรรมและจร ยธรรม และต องม สถานท ต งเป นหล กแหล ง ม การเผยแพร ข อม ล ข าวสารให ก บสมาช กได ร บทราบอย ในระด บท น อยมาก ย งไม ม การข นทะเบ ยนใบประกอบว ชาช พ ว ชาช พด านเวช ระเบ ยนย งไม ได ร บการผล กด นให เป นว ชาช พอ สระ ท จะต องม ใบประกอบว ชาช พ ย งไม ม ข อก าหนด/เง อนไขจร ยธรรม ท ช ดเจน ย งม การให ข อม ลข าวสารผ าน Mail และ Website น อยมาก และย งไม ม องค กรท เป นศ นย กลางการให รห ส ๒.๓ ป ญหาเร องงานว จ ยในสาขาว ชาช พ จากการศ กษาพบว า ขาดการส งเสร ม สน บสน น งานว จ ยอย างจร งจ ง ย งขาดองค ความร ท งในเร องงานว จ ย และย งม ผล ตผลงานว ชาการงานว จ ยท เป นการศ กษาการพ ฒนางานเวชระเบ ยนในจ านวนน อย และการจ ดงาน ว ชาการประจ าป ก ย งไม เป นมาตรฐาน ๒.๔ ป ญหาในเร องการจ ดการเร ยนการสอนด านเวชระเบ ยน จากการศ กษาพบว า องค กรทางเวชระเบ ยนย งขาดการด าเน นการการพ ฒนาการเร ยนการสอน การว จ ยท เอ อต อบ คลาการทางเวชระเบ ยนในท กระด บโดยว ธ สม ยใหม เช น e Learning, e Research, e Book ไม ม ความ ช ดเจนในส วนของหล กส ตร หร อย งร บทราบข อม ลไม มากพอ หร อการเข ามาม ส วนร วมในการ พ ฒนาหล กส ตรด านเวช ระเบ ยน และในเร องการเร ยนการสอนด านเวชระเบ ยนย งผล ตบ คลากรเวชระเบ ยนไม เพ ยงพอก บความก าวหน า การตลาดย งม การก าหนดหล กส ตรการว จ ยเป นว ชาบ งค บในหล กส ตรน อย ๒.๕ ป ญหาอ น ๆ ด านการพ ฒนาว ชาช พ จากการศ กษาพบว า ย งขาดผ เช ยวชาญผ เป นท ปร กษาและได ร บการยอมร บอย างกว างขวางในการให ข อม ล ผ ท จะมาตอบป ญหาด านต าง ๆ อย างครอบคล ม และถ กต อง อย างม มาตรฐาน เช น เร อง การสอบถามป ญหา เร องรห สโรค ย งไม ค อยม ผ เช ยวชาญทางด านสหว ชาช พเข ามาเป นท ปร กษางานเวชระเบ ยนให ก บโรงพยาบาล ย งไม ค อยม พ นธม ตร เคร อข าย สหสาขาว ชาช พท งในและนอกประเทศ และพบว างานเวชระเบ ยนเป นงานท เก ยวข องก บ ความล บของข อม ลของผ ป วย แต ย งไม ม ท ปร กษาหร อต าแหน งท ม ความร ทางกฎหมายอย ในงานเวชระเบ ยน หร อม ผ เช ยวชาญเพ อใช ส าหร บปร กษาป ญหางานเวชระเบ ยน

10 จากการศ กษาในเร องของแนวทางการพ ฒนางานเวชระเบ ยนและแนวทางการพ ฒนาว ชาช พเวชระเบ ยน โดยการประช มกล มย อยห วหน างานเวชระเบ ยนและผ ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยน จ านวน ๓ คร ง และการประช มกล ม ย อยน กว ชาการ อาจารย ด านเวชระเบ ยน จ านวน ๒ คร ง พบว า ๑. แนวทางการพ ฒนางานเวชระเบ ยน ๑.๑ ประเด นการจ ดโครงสร างของงานเวชระเบ ยน ด านบ คลากร จากการศ กษาพบว า ป จจ บ นบ คลากรท ปฏ บ ต งานไม ตรงก บสายงาน ควรม การก าหนดอ ตราก าล งท เหมาะสม ม เกณฑ การค านวณความเพ ยงพอของงานด านเวชระเบ ยนและงานท เก ยวข องให ข ดเจน งานเวชระเบ ยน ควรก าหนดภาระงานให ช ดเจน ควรม การพ ฒนาศ กยภาพเพ อให เวชระเบ ยนม ความส าค ญ ควรม การอบรมเพ ม ความร งานเวชระเบ ยนท งระบบ ควรพ ฒนาว ชาการให ก บบ คลากรในเร องการสร ปเวชระเบ ยน ควรม การปร บ อ ตราก าล งให เหมาะสมตามช วงเวลา ควรเพ ม KPI หร อ Competency และจ ดม ระบบต ดตามการประเม นผลตาม ผลงาน (KPI) ของบ คลากร ท ม ประส ทธ ภาพ ควรเพ มความร เร องกฎหมายท เก ยวข องก บเวชระเบ ยนให แก บ คลากร ควรพ ฒนาศ กยภาพเพ มเต มองค ความร ให ครอบคล มในด านต าง ๆ ท ม ส วนเก ยวข อง เช น งานให รห สทางการแพทย (Code) น นบ คลากรก ควรท จะม ความร ด านผลทางห องปฏ บ ต การ (LAB) ให เข าใจผลของการตรวจช นส ตรจาก ห องทดลองมากข น เพ อเป นแนวทางการให รห สโรค ควรม การจ ดด าเน นการให เจ าหน าท เวชระเบ ยนม ความช านาญ งานด านเวชระเบ ยนส งข น ด วยว ธ การต างๆ ท สามารถท าได ในท กระด บ ควรม การพ ฒนาค ณภาพช ว ตเจ าหน าท เวช ระเบ ยน ต องม การด าเน นให ม การท า Training Needs ของบ คลากรงานเวชระเบ ยนอย างเป นระบบ เพ อการพ ฒนา บ คลากรได อย างม มาตรฐาน และพ ฒนาบ คลากรอย างต อเน อง ควรส งเสร มให บ คลากรม ความเป นน าหน งใจเด ยวก น ม ความภาคภ ม ใจในงาน ควรม ระบบการหม นเว ยนบ คลากรในหน วยงาน ควรม การสร างแรงจ งใจ (ความภาคภ ม ใจ) ในหน วยงาน ควรม การก าหนดหน าท ความร บผ ดชอบท ช ดเจนในบ คลากรว ชาช พเวชระเบ ยนให เหม อนก นท วประเทศ ควรม การจ ดท าโครงการอบรม, ศ กษาต อของเจ าหน าท เวชระเบ ยน ควรม ค ม อการปฏ บ ต งาน และควรให เจ าหน าท ท ก ระด บม ส วนร วมในการพ ฒนางาน ด านร ปแบบของเวชระเบ ยน จากการศ กษาพบว า ควรพ ฒนาร ปแบบของเวชระเบ ยนให เป นร ปแบบของเวชระเบ ยนในระบบ EMR ท สมบ รณ ท ย งด าเน นการในร ปกระดาษอย ก ควรสแกนเพ อน าแฟ มข อม ลเวชระเบ ยนให อย ในระบบเด ยวก น ควรม การ ปร บเปล ยนร ปเล มเวชระเบ ยน เพ อให ม ความสะดวกต อการจ ดเก บ และส บค นให มากข นตามความเหมาะสม ควร พ ฒนาเร องความครบถ วนและค ณภาพของงานเวชระเบ ยน ควรม ช องบ นท ก Code ช องลงช อผ ให รห ส เพ อประโยชน ต อการตรวจสอบและปร บปร งแก ไข ควรม การพ ฒนาแบบฟอร มการบ นท กเวชระเบ ยนเพ อความสมบ รณ เวชระเบ ยน ควรม การพ ฒนาเร องความสมบ รณ ของเวชระเบ ยน ควรม การพ ฒนาร ปแบบเวชระเบ ยนให เหม อนก นท งประเทศ ควร ม การน าเทคโนโลย มาใช ในการระบ ต วผ ป วย ภาพลายน วม อ และควรม การให ความส าค ญก บข อม ลท ม การ เปล ยนแปลงบ อย เช น ท อย เบอร โท เพ อความถ กต องในการรายงานสถ ต ต าง ๆ ด านสถานท จากการศ กษาพบว า ควรม สถานท ในการเก บเวชระเบ ยนไม เพ ยงพอ ม ความจ าเป นท จะต องหาพ นท ในการ เก บให มากข น หร อพ ฒนาร ปแบบเพ อลดพ นท เช น การ Scan เก บเวชระเบ ยน นโยบายและผ บร หาร

11 จากการศ กษาพบว า ควรม การผล กด นให ม นโยบายท ช ดเจน ควรม นโยบายในการประเม นผลงานเวช ระเบ ยนในท กด าน และม มาตรฐาน โปร งใสตรวจสอบได ผล กด นให ผ บร หารโรงพยาบาลเห นความส าค ญของ หน วยงานเวชระเบ ยน และม การวางแผนการพ ฒนาตามกลย ทธ ของโรงพยาบาล ระยะส น ระยะกลาง ระยะยาว ระเบ ยบ กฎหมาย จากการศ กษาพบว า ม ความจ าเป นในการท จะต องเพ มความร เร องกฎหมายท เก ยวข องก บเวชระเบ ยน ค อม การพ ฒนาความร ด านกฎหมายอย างเป นระบบ ควรจ ดให ม ระบบการจ ดการความร (KM) ด านกฎหมาย ส าหร บงาน เวชระเบ ยน ควรม แนวทางการด าเน นการจ ดท าลายเอกสารท ม ความถ กต องตามกฎหมาย ปลอดภ ยจากการม ป ญหา ข อกฎหมายในอนาคต และให บ คลากรด านเวชระเบ ยนเห นความส าค ญด านกฎหมาย และพ ฒนาความร ในเร อง กฎหมายท เก ยวข องก บเวชระเบ ยน ๑.๒ ประเด นการพ ฒนางานด านเวชระเบ ยน จากการศ กษาพบว า ควรม การก าหนดส ทธ ผ เข าถ งข อม ลผ ป วยให ม ความช ดเจน ควรม การพ ฒนางาน บร การด านเวชระเบ ยนให เป นการบร การท ม ร ปแบบ One Stop Service รวมถ งว ธ การอ น ๆ ในการลดระยะเวลาใน การให บร การ และการพ ฒนา Service Excellence ควรม การพ ฒนาเร องจร ยธรรมในว ชาช พเวชระเบ ยนให ม มาตรฐานในเร องจร ยธรรมและจรรยาบรรณของว ชาช พด านเวชระเบ ยน ท ม การย ดถ อเป นมาตรฐานเด ยวก นท ว ประเทศ ควรม ระบบการบร การเวชระเบ ยนเทคน คใหม ๆ ท พ ฒนาไปด วยก นท งประเทศ เพราะม ความเหล อมล าก น มากระหว างโรงพยาบาลท ม ความพร อมส งก บโรงพยาบาลในชนบท หร อโรงพยาบาลของร ฐบางแห ง ควรม การ พ ฒนาความสมบ รณ ของเวชระเบ ยน การบ นท กข อม ลให ครบถ วนสมบ รณ คณะกรรมเวชระเบ ยนของโรงพยาบาล ต างๆ น น ให ช วยในการท างานให เวชระเบ ยนท างานได ง ายข น ลดความซ บซ อนของงานเวชระเบ ยน ควรจ ดให ม ท ม เวชระเบ ยนแบบสหว ชาช พโดยเฉพาะแพทย ควรม การพ ฒนาค ณภาพงานเวชระเบ ยน รวมถ งการพ ฒนางาน EMR ให ครอบคล มท กหน วยงานท วประเทศ ควรม การพ ฒนาระบบการบ งช ต วผ ป วยให ม ความท นสม ยและม ความถ กต อง มากข น เพ อแก ป ญหาการตรวจผ ดคนและแก ป ญหาการสวมส ทธ ควรน าระบบการจ ดการความร มาด าเน นการใน งานเวชระเบ ยนเพ อการพ ฒนางาน ควรม การประชาส มพ นธ เช งร กงานบร การเวชระเบ ยนเพ อให ท กฝ ายได เข าใจงาน เวชระเบ ยนมากย งข น และควรจะม การลดข นตอนระยะเวลาการท างานของงานด านเวชระเบ ยนและงานท เก ยวข อง ๑.๓ ประเด นการก าหนดมาตรฐานต าง ๆ จากการศ กษาพบว า ควรม การก าหนดมาตรฐานระบบงานเวชระเบ ยนและองค ประกอบของงานเวช ระเบ ยนให ช ดเจน ควรม การก าหนด Data Set ให เป นมาตรฐานเด ยวก นเพ อประโยชน ในการน าไปใช ได ท กองค กร ควรม การพ ฒนาระบบ Program ระบบเทคโนโลย สารสนเทศ ให ม มาตรฐานและเป นท ยอมร บสามารถใช ได หลาย โรงพยาบาลหร อสามารถใช DATABASE ร วมก นได ควรม การพ ฒนาโปรแกรมระบบงานเวชระเบ ยนท เป นร ปแบบ มาตรฐานเด ยวก น ควรม การก าหนด Data Set ให เป นมาตรฐานเด ยวก นเพ อประโยชน ในการน าไปใช ได ท กองค กร ควรจ ดให ม มาตรฐานต วช ว ด ภาพรวมของเวชระเบ ยน พร อมก าหนดเกณฑ มาตรฐานเพ อน ามาเปร ยบเท ยบ ผลงาน ควรม การจ ดต งคณะกรรมการจากหลายหน วยงานท เก ยวข อง เพ อร วมก นก าหนดและพ ฒนาแบบฟอร ม เวชระเบ ยนมาตรฐาน ควรม การก าหนดมาตรฐานการบ นท กเวชระเบ ยน ให เป นมาตรฐานและร บร ก นโดยท วไปท ท ก โรงพยาบาลย ดถ อปฏ บ ต และควรม การก าหนดมาตรฐานงานเวชระเบ ยนไว อย างช ดเจน ก จะช วยให การด าเน นงาน ด านน เป นไปในท ศทางเด ยวก น น าไปส การม มาตรฐาน ๑.๔ ประเด นการพ ฒนางานด านการว เคราะห ว จ ย

12 จากการศ กษาพบว า ควรม การพ ฒนาด านสถ ต และการว เคราะห ข อม ล ควรม การพ ฒนาศ กยภาพการ ว เคราะห ข อม ล น าเข าข อม ล และน าเสนอข อม ล ควรม การด าเน นการเช งร กด านข อม ลท พบความผ ดพลาด ในการ แจ งหน วยท เก ยวข อง ควรม การว เคราะห ว จ ยด านเวชระเบ ยนให มากข น รวมถ งการสร างงานว จ ยด านเวชระเบ ยนให มากข น ควรม การน าเสนองานว จ ยวด านเวชระเบ ยนออกไปให สาธารณะได ร บทราบงานว จ ยด านเวชระเบ ยนมากข น ควรม การฟ นฟ ความร การว เคราะห ด วยสถ ต เพ อการท าว จ ยให ก บบ คลากรท ร บผ ดชอบด านเวชระเบ ยน เวชสถ ต อย างสม าเสมอ เพ มท กษะเจ าหน าท ในการว เคราะห ข อม ลและการน าเสนอเพ อน าไปใช ประโยชน ควรส งเสร มด าน ว ชาการโดยให ท า R2R ในงานเวชระเบ ยนเพ อพ ฒนาน าเสนอคณะกรรมการบร หารของโรงพยาบาลและขยายออกไป ย งเคร อข ายงานว จ ย R2R ในระด บประเทศ ควรม ศ นย ข อม ลด านการ Research ระด บประเทศเพ อเอ อประโยชน ต อ ผ ร บบร การเป นหล ก และควรม การพ ฒนาสารสนเทศเพ อการบร หารต ดส นใจของผ บร หารโรงพบาบาลและการ บร หารงานเวชระเบ ยนของโรงพยาบาล ม การส งเสร มให ม การน าสถ ต มาว เคราะห เพ อใช ในการพ ฒนาจ ดการด าน งานบร หารให มากย งข น ๑.๕ ประเด นการพ ฒนางานด านรห สโรคและรห สมาตรฐานอ น ๆ จากการศ กษาพบว า ควรเพ มความสามารถให ผ ให รห สโรคยาก ๆ ได และสามารถตรวจสอบ( Audit) ได ควรม การแก ป ญหา Work load ในการบร การ ในการให รห ส ต องม การว เคราะห ภาระงานด านการให รห สโรค ให ม บ คลากรเพ ยงพอในการให รห สโรค ควรม การพ ฒนาระบบการให รห สของโรงพยาบาลให ท กคนตระหน กถ ง ความส าค ญของการให รห สโรคและรห สห ตถการ ควรม การพ ฒนาการด าเน นการในร ปแบบต างเพ อให แพทย ได ทราบ ในเร องความส าค ญของ ICD ท งในด านสถ ต การส งเบ ก และด านต าง ๆ ท เก ยวข องก บการให รห สท ได มาตรฐาน และ ควรม การพ ฒนาระบบ Coding ของโรงพยาบาลให เป นระบบการให รห สท ม ความท นสม ย เป นหน วยงานให รห สท ม ความสะดวก และจ ดส งแวดล อมท เหมาะสมเพ อการให รห สโรค ๑.๖ ประเด นการพ ฒนางานด านข อม ลข าวสาร จากการศ กษาพบว า ควรน าระบบเทคโนโลย สารสนเทศมาใช ในการปร บปร งกระบวนการท างานด านเวช ระเบ ยน ควรพ ฒนาระบบข อม ลข าวสารงานเวชระเบ ยนโดยการน าระบบ EMR (Full System) เข ามาทดแทนระบบ เด ม ควรม การน าไอท เข ามาช วยในการทางานต งแต จ ดเร มต นถ งส นส ดในระบบเวชระเบ ยนอ เล คทรอน กส (EMR) ควรม การพ ฒนาการใช เทคโนโลย สารสนเทศในงานเวชระเบ ยนให ม ความท นสม ยท ง อ ปกรณ ต างๆ (Hardware) โปรแกรมต างๆ (Soft ware) และบ คลากรด านน (People ware) รวมถ งการจ ดหา อ ปกรณ ต างๆ (Hardware) และ โปรแกรมต างๆ (Software) ท ท นสม ย ควรม การเช อมโยงฐานข อม ลสาธารณส ขท งประเทศ ซ งม การแลกเปล ยนข อม ล ข าวสารก นได รวมถ งม การเช อมโยงฐานข อม ลก บสถาน อนาม ย ควรพ ฒนาเร องการน าข อม ลจากเวชระเบ ยนมาใช ให เก ดประโยชน ส งส ด ควรม การใช โปรแกรมงานเวชระเบ ยนแบบเด ยวก นท วประเทศท งภาคร ฐและเอกชน เพ อการ พ ฒนาระบบข อม ลข าวสารของระบบเวชระเบ ยนท งประเทศ ควรม ศ นย ข อม ลท น าไปใช ในโรงพยาบาลของร ฐและ เอกชนเป นข อม ลชน ดเด ยวก น เช น (รง.504, ร.505, รง0110 รง5, ฯลฯ) และควรม การพ ฒนาในเร องของการเก บ ร กษาความล บ และการเข าถ งข อม ล ให ม มาตรการท ด ในเร องน เพราะอาจม ป ญหาในเร องของความล บร วไหล จ าเป นท จะต องม การพ ฒนาเพ อหาแนวทางหร อมาตรการในการร กษาความล บหร อในเร องการเข าถ งช นข อม ลระด บ ต างๆ ๒. แนวทางการพ ฒนาว ชาช พเวชระเบ ยน ๒.๑ ด านต าแหน งในว ชาช พ

13 ในเร องของประเด นแนวทางการพ ฒนาว ชาช พท เก ยวข องก บต าแหน งของบ คลากรในงานเวชระเบ ยนใน ท กๆ ต าแหน งน น สร ปผลได ด งน ส วนใหญ ให ความส าค ญในเร องการก าหนดในด านต าแหน งให ช ดเจนในด านต าง ๆ ท เก ยวข องก บต าแหน งว ชาช พด านเวชระเบ ยน น นม ความเห นว าย งไม ค อยม ความก าวหน าในสายงานด านน ต าแหน งในว ชาช พด านเวชระเบ ยนย งม ป ญหาเร องต าแหน ง ความก าวหน าอ กมาก โดยสร ปแนวทางในเร องน ได แก ในเร องของต าแหน งว ชาช พน นส วนใหญ ให ม การผล กด นในเร องของต าแหน ง ค อ ควรผล กด นให ม การก าหนด มาตรฐานของต าแหน งว ชาช พเวชระเบ ยนอย างช ดเจน ควรก าหนดภาระงานของต าแหน งว ชาช พเวชระเบ ยนว าม ต าแหน งใดบ าง และม ภาระงานใดบ างโดยม การก าหนดอย างช ดเจน ควรม การก าหนด Career path ม การก าหนด ต าแหน งท สามารถพ ฒนางานตามล าด บข น ควรม การก าหนดข อก าหนด/เง อนไขจร ยธรรมในการเป นว ชาช พ ควรม การผล กด นให ม แนวทางในการก าหนดกรอบอ ตราก าล งเพ อสร างแนวทางความก าวหน าในว ชาช พ ควรก าหนดให ม ความช ดเจนในต าแหน งและความก าวหน าทางว ชาช พ ควรม การปร บโครงสร างอ ตราก าล งของโรงพยาบาลในแต ละ ระด บ รวมถ งการปร บการเพ มอ ตราก าล งท เหมาะสมในโรงพยาบาลแต ละขนาดเหล าน น ควรม การก าหนด อ ตราก าล งบ คลากรด านเวชระเบ ยนต อจ านวนเต ยง ควรผล กด นให ม ก าหนดค าตอบแทนว ชาช พ ค าว ชาช พ หร ออาจ เป นเง นประจ าต าแหน ง เง นตอบแทนสาขาขาดแคลน ความค ดเห นส วนใหญ ให ม การผล กด นให เป นว ชาช พอ สระโดย ให ม การข นทะเบ ยนใบประกอบว ชาช พ ให ม ใบประกอบการงานด านเวชระเบ ยนซ งม ล กษณะและร ปแบบการ ด าเน นการแบบการม ใบประกอบโรคศ ลป ของแพทย และผล กด นให ว ชาช พเวชระเบ ยนในประเทศไทยเป นว ชาช พ สากลท เท ยบเท าก บอาช พทางด านน ในประเทศอ นๆ ควรม การประชาส มพ นธ งานเวชระเบ ยนเพ อให เห นว าม ความส าค ญอย างไร ควรม การด าเน นการก าหนดแผนการส บทอดต าแหน ง (Succession Plan) ให เป นมาตรฐานท ช ดเจน จะได เป นแนวทางส าหร บท กโรงพยาบาลในการด าเน นการเร องการส บทอดต าแหน ง ควรให ม การย นเร องผ าน ร ฐบาลในการขอก าหนดต าแหน งทางว ชาการให ก บบ คลากรในต าแหน งด านน ท ส งก ดกระทรวงสาธารณส ข ส วนเร อง อ น ๆ ท เก ยวข องก บความก าวหน าของว ชาช พน น ควรท จะม การก าหนดต าแหน งรองร บ เม อจบหล กส ตรด านเวช ระเบ ยน เม อม การเร ยนการสอนด านเวชระเบ ยนโดยตรงจากมหาว ทยาล ยก ควรท จะม การก าหนดต าแหน งรองร บผ ท จบการศ กษามาทางด านน โดยเฉพาะ และควรท จะม ความเสมอภาคก นของบ คลากรทางด านว ชาช พเวชระเบ ยนใน การข นต าแหน งในโรงพยาบาลส งก ดมหาว ทยาล ยก บโรงพยาบาลในส งก ดกระทรวงสาธารณส ข ๒.๒ ด านสมาคมหร อองค กรว ชาช พ จากการศ กษาพบว า ควรม การผล กด นให เป นสมาคมว ชาช พ ให ม จ ดต งสมาคม สภาว ชาช พ จ ดเป นสมาคม เวชระเบ ยนแห งประเทศไทยซ งควรเป นองค กรทางว ชาช พม สถานท ต งเป นหล กแหล ง ซ งป จจ บ นน นม สมาคมเวชสถ ต แห งประเทศไทยแล วน น ควรม การปร บเปล ยนช อสมาคม เป นสมาคมเวชระเบ ยนและเวชสถ ต แห งประเทศไทย เพ อ เป นการผล กด นว ชาช พ และสมาคมควรม การส งข อม ลข าวสารท งทาง และการพ ฒนา Website ท เป น ศ นย กลางการให ข อม ลต าง ๆ เก ยวก บเวชระเบ ยน ให ก บผ ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยน และเพ อระดมความค ด หา แนวทางในการพ ฒนาความก าวหน าว ชาช พ รวมถ งการรวมพล งก นของบ คลากรด านเวชระเบ ยน ควรม การผล กด น ให ม สมาคมในการเป นต วแทนว ชาช พในการพ ฒนากฎหมาย, งานว จ ย อ ตราก าล ง, อ ตราเง นค าตอบแทนท งภาคร ฐ และเอกชน ควรม องค กรท ก าหนดหร อรวบรวมมาตรฐานว ชาช พในด านต าง ๆ ท น าเช อและอ างอ งได เป นศ นย กลาง ของการเร ยนร เช น e Learning, e Research, e Book ควรท จะม คณะกรรมการเวชระเบ ยนแห งชาต ค ว ร ใ ห ต วแทนเวชระเบ ยนท ม การค ดเล อก สรรหา และเป นบ คลากรท ม การท มเทเส ยสละเพ อประโยชน ก บบ คลากรด านเวช ระเบ ยนอย างจร งจ ง ควรม การสร างรายได ให ก บสมาคมภายใต ค ณธรรมและจร ยธรรม เพ อการบร หารจ ดการของ

14 สมาคมให ม ประส ทธ ภาพมากย งข น ควรให เวชระเบ ยนหร อเวชสถ ต แต ละร น ม ประธานแต ละร นท งร นท จบการศ กษา ปวส.เวชระเบ ยน และจบการศ กษา วทบ.เวชระเบ ยน โดยให เป นผ ผล กด นหร อเป นผ ประสานงานในแต ละจ งหว ด และสมาคมว ชาช พต องแสดงบทบาทให มากข น รวมถ งการผล กด นให ก.พ.ก าหนดต าแหน งรองร บเช น น กว ชาการ เวชสถ ต น กว ชาการรห สโรค ๒.๓ ด านการจ ดการเร ยนการสอนว ชาช พเวชระเบ ยน จากการศ กษาพบว า ควรม การพ ฒนาหล กส ตรให เป นท ยอมร บโดยท วไปของคนในสาขาอ น ๆ และสมควรม การปร บหล กส ตรเป นหล กส ตรในระด บปร ญญาตร ท งหมด ควรม การผล ตบ คลากรเวชระเบ ยนให เพ ยงพอก บ ความก าวหน าการตลาด และความต องการของสถานบร การทางการแพทย และสาธารณส ขในระด บต างๆ ท งของร ฐ และเอกชน ควรม การก าหนดหล กส ตรการว จ ยเป นว ชาบ งค บในหล กส ตรเวชระเบ ยน ให ผ ท จบหล กส ตรเวชระเบ ยนม ความสามารถในเร องของการว จ ยอย างแท จร ง ควรให ผ ท ด าเน นการจ ดการเร ยนการสอนด านเวชระเบ ยนในป จจ บ น เป นผ ผล กด นว ชาช พโดยไม ให ผ อ นมาก าหนดว ชาช พเวชระเบ ยน เช น เวชระเบ ยนหล กส ตร 2 ป, เวชระเบ ยนหล กส ตร 4 ป ซ งศ กษาส าเร จและผ านการเร ยนด านน โดยตรง ก ต องม การสอบ Coder ด วย ควรม การผล กด นให การศ กษาท จบ หล กส ตรเวชระเบ ยนแล วก สามารถได ใบประกอบว ชาช พช นต น ซ งสามารถท จะเป นการย นย นในเร องของความเป นผ ม ความสามารถท จะให รห สโรคได หร อท าหน าท ได ส วนว ชาช พอ นก ให มาสอบจ งจะสามารถท าหน าท ได และควรม การพ ฒนาหล กส ตร เวชระเบ ยนโดยรวมท งในเร อง เวชระเบ ยน สถ ต และเทคโนโลย สารสนเทศให เป นท ยอมร บของ บ คคลโดยท วไป ๒.๔ ด านการจ ดการอบรมพ ฒนาความร ในว ชาช พและพ ฒนาศ กยภาพของบ คลากรในว ชาช พ จากการศ กษาพบว า ควรม การจ ดอบรมบ คลากร เพ อการพ ฒนาองค ความร ต าง ๆ ท จ าเป นให ก บบ คลากร ท ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยนท งระบบ ค อท งเวชระเบ ยน เวชสถ ต และเวชสารสนเทศ ควรม การส งเสร ม สน บสน น งานว จ ยอย างจร งจ ง ควรม การส งเสร มการพ ฒนาความร ทางด านเทคโนโลย ใหม ๆ ควรม การปร บท ศนคต ในเช งบวก ในการปฏ บ ต งานของบ คลากรท ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยน ควรให บ คลากรท ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยน ได ม ความร ในเร องของการจ ดการความร (KM) ควรจ ดท าค ม อปฏ บ ต งานในการปฏ บ ต งานท งทางด านเวชระเบ ยน เวชสถ ต และ เวชสารสนเทศ ควรม การประช มส มมนาทางว ชาช พอย างสม าเสมอเป นประจ าท กป ควรม การจ ดอบรมหล กส ตรเวช ระเบ ยน เพ อยกระด บของบ คลากรด านเวชระเบ ยนเด มท ไม ได จบด านเวชระเบ ยนเพ อยกระด บและเพ มใน ค าตอบแทน นอกเหน อจากด านเวชระเบ ยนก ควรม การพ ฒนาว ชาการทางด านการแพทย ให บ คลากรท ปฏ บ ต งาน ด านเวชระเบ ยนได ม ความร ในเร องทางการแพทย มากข น ควรจ ดให ม การอบรม Competency ตาม Career Path ของบ คลากรท ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยน ควรจ ดให ม ใบประกอบว ชาช พของบ คลากรท ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยน ท มาจากแหล งเด ยวก น ควรม ผล ตผลงานว ชาการงานว จ ยท เป นการศ กษาการพ ฒนางานเวชระเบ ยน ควรม งบประมาณสน บสน นในการส งเสร มงานว จ ย การศ กษาด งานต างประเทศ ควรม การพ ฒนาการให รห สโรค การให ความร ท เป นระบบในเร องการให รห สโรคส าหร บบ คลากรท ปฏ บ ต งานด านเวชระเบ ยนและรห สต าง ๆ ของงานด านเวช ระเบ ยน พบว างานเวชระเบ ยนเป นงานท เก ยวข องก บความล บ/ข อม ลของผ ป วย ซ งควรท จะม ท ปร กษา หร อต าแหน งท ม ความร ทางกฎหมายอย ในงานเวชระเบ ยนด วย และม ผ เช ยวชาญเพ อใช ส าหร บปร กษาป ญหางานเวชระเบ ยน และ ควรม การพ ฒนาศ กยภาพของบ คลากรด านเวชระเบ ยน ท งด านบร หาร ด านว ชาการ และด านบร การ ๒.๕ ด านการสร างเคร อข ายของว ชาช พหร อองค กรอ นท เก ยวข อง

15 จากการศ กษาพบว าควรม การสร างพ นธม ตร เคร อข าย จากสหสาขาว ชาช พท งในโรงพยาบาล ภายนอก โรงพยาบาล จากภายในประเทศและในระด บนานาชาต เพ อให เห นความส าค ญของเวชระเบ ยนและงานท เก ยวข อง ควรม การเช ญแพทย และอาจารย แพทย เข ามาม ส วนร วมในการผล กด นต าแหน งและพ ฒนาว ชาช พ ควรม การรวบรวม ผ เช ยวชาญทางด านสหว ชาช พเข ามาเป นท ปร กษางานเวชระเบ ยนให ก บโรงพยาบาลและผ เก ยวข อง โดยสมควรท จะต องม พยาบาล ท มแพทย ร วมท มพ ฒนาว ชาช พ เน องจากเป นผ บ นท กเวชระเบ ยน ควรจ ดให ม องค กรท เป น ศ นย กลางการให รห สโรค รห สห ตถการ รห สทางการแพทย ของประเทศไทย โดยการด าเน นการของสมาคมว ชาช พ ด านเวชระเบ ยน และควรเป นศ นย กลางในการรวบรวมข อม ลและกระจายข าว ควรจ ดให ม การประกวดเวชระเบ ยน ด เด นระหว างประเทศ และควรม ผ เช ยวชาญผ เป นท ปร กษาและได ร บการยอมร บอย างกว างขวางในการให ข อม ล, ตอบป ญหาด านต าง ๆ อย างครอบคล ม และถ กต อง, มาตรฐาน เช น เร อง รห สโรค ข ออภ ปราย จากการศ กษาพบว า งานหล กๆ ของงานท ประกอบก นเป นงานเวชระเบ ยนน น ประกอบด วยงานเวชระเบ ยน ท งเวชระเบ ยนผ ป วยนอกและเวชระเบ ยนผ ป วยใน งานเวชสถ ต งานให รห สซ งท งรห สโรค รห สห ตถการและ รห สมาตรฐานอ นๆ งานเวชสารสนเทศซ งเป นงานเวชสารสนเทศท เก ยวข องก บระบบคอมพ วเตอร ของงานเวชระเบ ยน เท าน น ยกเว นในบางโรงพยาบาลท บ คลากรในงานเวชระเบ ยนเป นคนท ด าเน นการด านเวชสารสนเทศอย ด วย ซ งก ย ง เป นเหม อนงานท แบ งก นโดยท วไปมาต งแต เด ม แตกต างออกไปก ค อส วนของงานให รห สซ งป จจ บ นม ความส าค ญข น มาก ซ งแต เด มน นเป นงานท ด าเน นการเพ อการแบ งกล มโรคในการจ ดท าสถ ต ซ งเป นส วนหน งของงานเวชสถ ต เท าน น การตรวจสอบก ม มากข นส งผลให ม การตรวจสอบเวชระเบ ยนม การพ ฒนาไปด วย และงานด านเวชสารสนเทศท พ ฒนาข นอย างมาก จนแยกออกไปต างหากและม ขนาดของส วนงานท ใหญ หร อเล กแตกต างก นไปในแต ละ โรงพยาบาล แต ก ม แนวโน มท ใหญ ข น แต งานเวชระเบ ยนก ม การพ ฒนาเร องของเวชระเบ ยนอ เล คทรอน ก (Electronic Medical Record : EMR) มากข น จ งม หลายโรงพยาบาลท ส วนงานด านเวชสารสนเทศหร องานด านคอมพ วเตอร ของ งานเวชระเบ ยนม การพ ฒนาข น จากการด าเน นการในเร อง EMR ด งกล าว ซ งส วนใหญ ก ย งตรงก บงานย อยของงาน เวชระเบ ยนตามหล กการท เคยก าหนดไว ในเอกสารทางว ชาการด านเวชระเบ ยน (แสงเท ยน อย เถา, ๒๕๕๑) ป ญหาท ส าค ญ เป นป ญหาเอกสารเวชระเบ ยนโดยตรง ท ม การหาย การค นหาเวชระเบ ยนไม พบ การใช เวลาในการค นนาน และการท แพทย สร ปเวชระเบ ยนล าช า ซ งเม อด จากแบบประเม นระบบเวชระเบ ยนของศ ร ราชใน การแก ป ญหาน ซ งแสดงว าม การพบป ญหาน ในโรงพยาบาลท กระด บ ในแบบประเม นได ก าหนดไว ว าเวชระเบ ยนได ร บ การป องก นการส ญหาย ความเส ยหายทางกายภาพ และการแก ไขด ดแปลง เข าถ งหร อใช โดยผ ไม ม อ านาจหน าท (คณะแพทยศาสตร ศ ร ราชพยาบาล, ๒๕๕๔) และในการว ดประส ทธ ภาพของระบบเวชระเบ ยนของกระทรวง สาธารณส ขได ก าหนดในเร องการท จะต องม การเก บ ค นหา เวชระเบ ยนท ได มาตรฐานไว ด งน ค อ ม ระบบการเก บท ได มาตรฐาน เช น ม ระบบการต ดตามเวชระเบ ยนภายในเวลาท ก าหนด ม การค นพบเวชระเบ ยนในด เก บได ไม น อยกว า ร อยละ 95 ม การประก นระยะเวลาท ให บร การเวชระเบ ยนไม เก น 20 นาท ไม น อยกว าร อยละ 90 ม ระบบการย ม / ค น เวชระเบ ยนท ได มาตรฐาน สามารถเก บเวชระเบ ยนไว ได ไม น อยกว า 5 ป ในสภาพเร ยบร อย หร อม การส ารองข อม ลใน ร ป Electronic File ท ปลอดภ ย และม ต วบ งช ให ทราบสถานะของเวชระเบ ยนท ถ กน าไปใช ซ งก พบป ญหาเก ยวก บการ จ ดท าให ได มาตรฐานตามท กระทรวงก าหนดอย บ างในบางโรงพยาบาล ป ญหาในเร องของโครงสร างของงานเวช ระเบ ยนม สายงานไม ช ดเจน ม ข นตอนซ บซ อน ซ งทางกระทรวงก ได ก าหนดไว อย างกว างๆ เท าน น ย งไม ม ระบบ มาตรฐานด านเวชระเบ ยนท าให ม ความแตกต างก นอย างมากในแต ละท ส วนป ญหาการให รห สโรคและรห สห ตถการ

16 ย งไม สมบ รณ ย งม ความผ ดพลาดและล าช าอย เป นจ านวนมากจากข อบ งช ท ทางกระทรวงสาธารณส ขได ก าหนดไว ว า ต องม ระบบการให รห สโรคและรห สห ตถการท ได มาตรฐาน ม ความถ กต องไม น อยกว า ร อยละ 90 ป ญหาในด าน ก าล งคนและงบประมาณพบว าม ปร มาณบ คลากรไม เพ ยงพอ ม ภาระงานมาก ม การลาออกและเปล ยนงานอย ใน อ ตราท ส ง ไม ม ความก าวหน าในสายว ชาช พ รวมถ งย งขาดจ ตส าน กในการให บร การอย มาก ป ญหาในเร องสถ ต และ การจ ดท ารายงานส วนใหญ ย งขาดท กษะในการว เคราะห ทางสถ ต ม การขอข อม ลท ซ าซ อนและม ร ปแบบท แตกต างก น (กระทรวงสาธารณส ข, ๒๕๕๔) ป ญหาด านว ชาช พน นพบว าย งม ป ญหาเร องความก าวหน าของว ชาช พด านเวชระเบ ยน ย งไม ม ต าแหน งทาง ว ชาการในสาขาว ชาช พ การพ ฒนาข นไปของว ชาช พย งม ป ญหาอย มาก ป ญหาเร ององค กรว ชาช พ เป นป ญหาท ส วน ใหญ เห นไปในท านองเด ยวก นว าย งม บทบาทน อยในการผล กด นต าแหน งในว ชาช พ ไม สามารถสร างเคร อข ายก บสห ว ชาช พให มากข น ม การกระจายข าวสารน อย ไม สามารถเป นศ นย กลางของบ คลากร และช อของสมาคมย งไม ม ความ เหมาะสม เพราะในป จจ บ นม สมาคมท เก ยวข องค อสมาคมเวชสถ ต แห งประเทศไทย (สมาคมเวชสถ ต แห งประเทส ไทย, ๒๕๕๓) ป ญหาเร องงานว จ ยในสาขาว ชาช พ ย งม การด าเน นการเก ยวก บงานว จ ยท น อยมาก ป ญหาในเร องการ จ ดการเร ยนการสอนด านเวชระเบ ยน น นย งเป นหล กส ตรท ย งไม ม การน าว ธ การเร ยนการสอนสม ยเข ามาสน บสน น และย งไม สามารถผล ตบ คลากรได เพ ยงพอก บความต องการของตลาดแรงงานในด านน ซ งในป จจ บ นหล กส ตรว ทยา ศาสตรบ ณฑ ต สาขาว ชาเวชระเบ ยน ท ม การศ กษาต อเน องในช นป ๓ และป ๔ ได ม การปร บปร งให เป นหล กส ตร ปร ญญาตร ๔ ป โดยร บน กศ กษาท จบการศ กษาต งแต ระด บช นม ธยมศ กษาป ท ๖ มาท าการศ กษาโดยเพ มว ชาด าน เวชระเบ ยน การให รห สโรคเพ มมากข น รวมถ งการตรวจสอบเวชระเบ ยนและรห สโรค (มหาว ทยาล ยมห ดล, ๒๕๕๔) แนวทางการพ ฒนางานเวชระเบ ยน ในการจ ดโครงสร าง ค อ บ คลากร ควรม การค านวณความเหมาะสมของ บ คลากรในงานด านต าง ๆ ท เก ยวข องก บงานเวชระเบ ยนท ช ดเจนและเป นมาตรฐาน ควรม การจ ดท ามาตรฐาน ว ชาช พเวชระเบ ยน ม การพ ฒนาบ คลากรอย างต อเน องในท ก ๆ ด าน ในส วนของด านร ปแบบของเวชระเบ ยน ควร พ ฒนาให เป นร ปแบบ EMR ท สมบ รณ และเป นมาตรฐาน ควรพ ฒนาแบบฟอร มให เหม อนก นท งประเทศ ด านสถานท ไม เพ ยงพอก ต องพ ฒนาการสแกนเพ อลดพ นท การเก บ ด านนโยบายและผ บร หาร ควรม การผล กด นให ม นโยบายท ช ดเจน ด าเน นการให ผ บร หารเห นความส าค ญของงานเวชระเบ ยน ด านระเบ ยบ กฎหมายต าง ๆ น นควรม การเพ มพ น ความร ในเร องกฎหมายท เก ยวข องก บงานเวชระเบ ยน ประเด นการพ ฒนางานด านเวชระเบ ยน ควรม การพ ฒนาการ บร การในร ปแบบท พ ฒนาข นท งร ปแบบ One Stop Service การลดระยะการรอคอยเวชระเบ ยน หร อการ ประชาส มพ นธ เช งร กให ม ความเข าใจในงานเวชระเบ ยนเพ มมากข น ประเด นการก าหนดมาตรฐานต าง ๆ ควรม การ ก าหนดมาตรฐานของงานเวชระเบ ยน เอกสารเวชระเบ ยนให เหม อนก นท วประเทศ ม Standard Data Set ของข อม ล เวชระเบ ยน การให รห สต าง ๆ ก ควรม การพ ฒนาความร ความสามารถของผ ให รห สอย างสม าเสมอ ม มาตรฐานใน การก าหนดภาระงานและค าตอบแทนท เป นมาตรฐาน ประเด นการพ ฒนางานด านการว เคราะห ว จ ย ซ งควรม การ พ ฒนาศ กยภาพการว เคราะห ข อม ล น าเข าข อม ล และน าเสนอข อม ล และในส วนของประเด นการพ ฒนางานด าน ข อม ลข าวสาร และควรม การพ ฒนาระบบ EMR มาใช ทดแทนเวชระเบ ยนระบบเด ม ในเร องของแนวทางการพ ฒนา รายงานการป วยในอนาคตของกระทรวงสาธารณส ขน น ได ม การพ ฒนาระบบฐานข อม ลผ มาร บบร การร กษาพยาบาล รายบ คคล โดยม แนวทางค อ การขอข อม ลผ ป วยรายบ คคลจากส าน กงานหล กประก นส ขภาพแห งชาต ส าน กงาน ประก นส งคม และกรมบ ญช กลาง และด าเน นการพ ฒนาโครงสร างข อม ลพ นฐานของโรงพยาบาลให เป น

17 มาตรฐานสากล (XML) สามารถแลกเปล ยนข อม ลก นได ระหว างโรงพยาบาล และกระทรวงท เก ยวข อง (ร งจ ตร เต ม ต อ, ๒๕๕๑) แนวทางการพ ฒนาว ชาช พน น ในด านท เก ยวข องก บต าแหน งในว ชาช พควรม การก าหนดให ช ดเจนท งใน ส วนช อของต าแหน ง ภาระงาน Career Part และส วนของใบประกอบว ชาช พ ด านสมาคมหร อองค กรว ชาช พ สมาคมต องเป นศ นย กลางของบ คลากรม การเผยแพร ข อม ลให มากข น ผล กด นต าแหน งให เป นร ปธรรม ด านการ จ ดการเร ยนการสอนว ชาช พเวชระเบ ยน ควรม การพ ฒนาหล กส ตรให เป นท ยอมร บ และควรปร บหล กส ตรเป น ปร ญญาตร ท งหมด ซ งหล กส ตรว ทยาศาสตรบ ณฑ ต สาขาว ชาเวชระเบ ยนก ได ด าเน นการปร บปร งหล กส ตร ในป พ.ศ. ๒๕๕๔ แต หล กส ตรท ทางว ทยาล ยเทคโนโลย ทางการแพทย ได ด าเน นการอย ก ย งคงม หล กส ตร ๒ ป ในระด บ ปวส. เวชระเบ ยน (มหาว ทยาล ยมห ดล, ๒๕๕๔) ด านการจ ดการอบรมพ ฒนาความร ในว ชาช พและพ ฒนาศ กยภาพของ บ คลากรในว ชาช พน นควรม การพ ฒนาความร ท งในด านเวชระเบ ยน เวชสถ ต เวชสารสนเทศ คอมพ วเตอร และการ ว จ ยทางการแพทย ซ งในป จจ บ นการจ ดการอบรมก เร มม การด าเน นให ม มากข นโดยของหล กส ตรว ทยาศาสตรบ ณฑ ต ได ด าเน นการจ ดการอบรมหล กส ตรการพ ฒนาค ณภาพบร การเพ อการบร การท เป นเล ศ หล กส ตรน กบร หารงานเวช ระเบ ยน และหล กส ตรการพ ฒนางานว จ ยจากงานประจ าทางการแพทย (Medical Routine to Research : MR2R) ด านการสร างเคร อข ายของว ชาช พหร อองค กรอ นท เก ยวข องน นควรม การสร าง เคร อข าย จากท งในและนอก โรงพยาบาลและจากท งภายในและภายนอกประเทศ ก คงต องพ ฒนาในเร องของเคร อข ายต อไปในอนาคต

18 สร ป จากการศ กษาป ญหาและแนวทางการพ ฒนางานเวชระเบ ยนและว ชาช พเวชระเบ ยนในประเทศไทย พบว า งานด านเวชระเบ ยนประกอบด วยงานหล ก ๆ ค อ งานเวชระเบ ยน งานเวชสถ ต งานให รห สโรค และงานด านเวช สารสนเทศหร องานคอมพ วเตอร ป ญหาท ส าค ญท ได จากการศ กษา สร ปเป นประเด นต าง ๆ จ านวน ๕ ประเด น ด งน ๑. ประเด นการจ ดโครงสร างของงานเวชระเบ ยน โครงสร างของงานเวชระเบ ยนย งไม ม ร ปแบบท เป นมาตรฐาน ม โรงพยาบาลจ านวนหน งท จ ดโครงสร างให งานเวชระเบ ยนเป นงานท ข นต อกล มงานเวชสารสนเทศ ส งผลให งานเวชระเบ ยนเป นส วนงานหน งของงานเวช สารสนเทศ เปล ยนแปลงไปจากเด มท งานเวชสารสนเทศเป นส วนงานหน งของงานเวชระเบ ยน (สมพร เอกร ตน, ๒๕๔๑) และม ร ปแบบของโครงสร างท ไม เหม อนก นในแต ละโรงพยาบาล ม โรงพยาบาลอ กส วนหน งท ม การแยกงาน ก นระหว างเวชระเบ ยน และเวชสารสนเทศ ซ งจะม แนวทางในการพ ฒนาในเร องของโครงสร างงานเวชระเบ ยนน นควร ม แนวทางท ช ดเจนในการจ ดโครงสร างของงานเวชระเบ ยนในโรงพยาบาลระด บต าง ๆ ให ม มาตรฐานและเป นท ยอมร บของโรงพยาบาลต าง ๆ ในท กส งก ด ๒. ประเด นการพ ฒนางานด านเวชระเบ ยน ประเด นป ญหาในการพ ฒนางานด านเวชระเบ ยนน นส าค ญท ส ดค อเก ยวข องก บบ คลากรในงานเวชระเบ ยน ย งพบป ญหาในเร องของการข นต าแหน งให เท ยบเท าก บสายงานอ น แม จะม การเพ มว ฒ การศ กษาจากการศ กษา เพ มเต มก ไม สามารถม ต าแหน งทางว ชาการรองร บบ คลากรในงานด านเวชระเบ ยน ม ต าแหน งน กว ชาการท ม ช อว า น กว ชาการเวชสถ ต น นม เพ ยงโรงพยาบาลส งก ดมหาว ทยาล ยเท าน นท ม ต าแหน ง และม เพ ยงต าแหน งเด ยวเท าน น ย ง ไม ม ต าแหน งน กว ชาการเวชระเบ ยน น กว ชาการรห สโรคให สามารถข นต าแหน งเป นน กว ชาการได แนวทางการพ ฒนา น นควรม การผล กด นต าแหน งว ชาช พด านน ให เป นน กว ชาการให ส าเร จ และวางกรอบการพ ฒนาในว ชาช พให ม มาตรฐานเป นท ยอมร บ ป ญหาในเร องของสถานท เก บเวชระเบ ยน และร ปแบบของเวชระเบ ยนย งไม ม ความเหมาะสม ในการปฏ บ ต งาน ม แนวทางในด านน ค อการท จะต องม การด าเน นการให เป นเวชระเบ ยนอ เล คทรอน กส เต มระบบหร อ EMR (Full System) เข ามาทดแทนระบบเด ม และการด าเน นการให ม เวชระเบ ยนร ปแบบท เป นมาตรฐานม การ จ ดเร ยงตามแบบท เป นมาตรฐานเด ยวก น ๓. ประเด นการพ ฒนางานด านสถ ต บ คลากรด านเวชระเบ ยนย งม การว เคราะห ทางสถ ต น อย ม การน าข อม ลสถ ต ท ม อย มาว เคราะห เพ อการ จ ดท ารายงานการว เคราะห สถ ต โรงพยาบาลหร อเป นข อม ลส าหร บผ บร หารย งน อย แนวทางในเร องน ค อการพ ฒนา ความร ด านการว เคราะห สถ ต ต าง ๆ เพ อการจ ดท ารายงานการว เคราะห ข อม ลและจ ดท าข อม ลส าหร บการบร หารให มากข น ๔. ประเด นการพ ฒนางานด านรห สโรคและรห สมาตรฐานอ น ๆ ร ปแบบการจ ดโครงสร างหน วยงานการให รห ส ต าแหน งของผ ให รห สย งไม ก าวหน า ม ภาระงานมาก บ คลากรไม เพ ยงพอในการให รห ส การให รห สย งไม ม ศ นย ในการให ค าปร กษาและย งขาดบ คลากรท จะท าการ ตรวจสอบการให รห ส แนวทางการแก ป ญหาในเร องน ค อ ควรเพ มความสามารถให ผ ให รห สโรคยาก ๆ ได และ สามารถตรวจสอบ (Audit) ได ควรม การว เคราะห ภาระงานด านการให รห สโรค ให ม บ คลากรเพ ยงพอในการให รห ส โรค ควรม การพ ฒนาระบบการให รห สของโรงพยาบาลให ท กคนตระหน กถ งความส าค ญของการให รห สโรคและรห ส ห ตถการ ควรม การพ ฒนาการด าเน นการในร ปแบบต างเพ อให แพทย ได ทราบในเร องความส าค ญของ ICD ท งในด าน

19 สถ ต การส งเบ ก และด านต าง ๆ ท เก ยวข องก บการให รห สท ได มาตรฐาน และควรม การพ ฒนาระบบ Coding ของ โรงพยาบาลให เป นระบบการให รห สท ม ความท นสม ย เป นหน วยงานให รห สท ม ความสะดวก และจ ดส งแวดล อมท เหมาะสมเพ อการให รห สโรค ๕. ประเด นการพ ฒนางานด านงานว จ ยและข อม ลข าวสาร ม ป ญหาในเร องของงานว จ ยด านเวชระเบ ยนท ย งม อย น อย ม บ คลากรด านเวชระเบ ยนท างานว จ ยย งน อย มาก ต องม การพ ฒนาปร บปร งความร ในเร องการว จ ย เร งสร างงานว จ ยและการน าเสนอผลงานให มากข น ส วนในด าน ข อม ลข าวสารน นพบว าม การพ ฒนาในระบบข อม ลข าวสารท แตกต างก นมาก ไม สามารถแลกเปล ยนข อม ลก นได ใช โปรแกรมด านเวชระเบ ยนท แตกต างก น ต างคนต างพ ฒนาก นไป ไม ม Standard Data Set ท จะใช เป นมาตรฐาน เด ยวก น แนวทางในการแก ป ญหาในเร องข อม ลข าวสารของโรงพยาบาลควรจะม การจ ดท า Standard Data Set พ ฒนาระบบข อม ลและโปรแกรมท ใช ในโรงพยาบาลให เป นแบบเด ยวก น สามารถแลกเปล ยนข อม ลก นได และควรม การน าเทคโนโลย ด านข อม ลข าวสารใหม ๆ โดยเฉพาะในส วนของ เวชระเบ ยนอ เล คทรอน กส (EMR) มาใช ให เต ม ร ปแบบ ข อเสนอแนะ ข อม ลท ได จากการศ กษาในเร องของป ญหาการพ ฒนางานเวชระเบ ยน ป ญหาว ชาช พเวชระเบ ยน และ แนวทางการแก ป ญหาด งกล าว จะเป นประโยชน ต อการด าเน นการของการจ ดการเร ยนการสอนด านเวชระเบ ยน ซ งม หล กส ตรว ทยาศาสตรบ ณฑ ต สาขาว ชาเวชระเบ ยน คณะส งคมศาสตร และมน ษยศาสตร มหาว ทยาล ยมห ดล เป น ผ จ ดการเร ยนการสอนในหล กส ตรด งกล าวได น าข อม ลมาพ จารณาในการปร บปร งและพ ฒนาหล กส ตรฯ ต อไป รวมถ ง ว ทยาล ยเทคโนโลย ทางการแพทย และสาธารณส ขกาญจนาภ เษก ส งก ดกระทรวงสาธารณส ข ท จ ดการศ กษาใน ระด บ ปวส.เวชระเบ ยน อย ด วยในการพ ฒนาปร บปร งเพ อแก ป ญหาท เก ดข นด งกล าว และการพ ฒนาปร บปร งสมาคม เวชสถ ต แห งประเทศไทยท ต งข นในป พ.ศ.๒๕๕๓ (สมาคมเวชสถ ต แห งประเทศไทย, ๒๕๕๓) ได น าป ญหาและ แนวทางในการปร บปร งงานของสมาคมต อไป จากการศ กษาป ญหาและแนวทางการพ ฒนางานเวชระเบ ยนและว ชาช พเวชระเบ ยนในประเทศไทย โดย การศ กษาจากผป เช ยวชาญ และบ คลากรด านเวชระเบ ยนในโรงพยาบาลท อย ในคนละระด บก นก อาจท าให ได ป ญหา และแนวทางท หลากหลาย แต ไม สามารถท จะหาป ญหาท แท จร งในข อม ลของโรงพยาบาลท แตกต างก นในแต ละ ระด บ ส งก ด หร อประเภทของโรงพยาบาลได จ าเป นท จะต องม การศ กษาของโรงพยาบาลในแต ละระด บ แต ละส งก ด หร อแต ละประเภทแยกก นไป และเจาะล กในประเด นป ญหาในการพ ฒนางานเวชระเบ ยนซ งอาจจะได ผลท ม ความ เฉพาะมากย งข น และสามารถน ามาเป นแนวทางในการพ ฒนางานด านเวชระเบ ยนของโรงพยาบาลเหล าน นได เฉพาะมากกว า ป ญหาและแนวทางการพ ฒนาว ชาช พถ าม การศ กษาในวงกว างในล กษณะของการเก บข อม ลจากท ว ประเทศจากบ คลากรจ านวนมากข น และครอบคล มมากข นก อาจได ข อม ลท สามารถน ามาสร ปได ครอบคล มและ แตกต างออกไปได มากกว า อาจม การศ กษาต อยอดในเร องด งกล าวต อไปในอนาคต

20 บรรณาน กรม กระทรวงสาธารณส ข. (๒๕๕๔). แนวทางการพ ฒนาเวชระเบ ยน. เอกสารออนไลน เว บเคร อข ายข อม ลสาธารณส ข เพ อประชาชน. Retrieved on 10 September นนทบ ร : กระทรวงสาธารณส ข. คณะแพทยศาสตร ศ ร ราชพยาบาล. (๒๕๕๔). Service Profile คณะกรรมการพ ฒนาระบบเวชระเบ ยน รพ.ศ ร ราช. งานเวชระเบ ยน โรงพยาบาลศ ร ราช คณะแพทยศาสตร ศ ร ราชพยาบาล. กร งเทพฯ: มหาว ทยาล ยมห ดล. มหาว ทยาล ยมห ดล. (๒๕๕๔). หล กส ตรว ทยาศาสตรบ ณฑ ต สาขาว ชาเวชระเบ ยน หล กส ตรปร บปร ง พ.ศ. ๒๕๕๔. คณะส งคมศาสตร และมน ษยศาสตร. นครปฐม: มหาว ทยาล ยมห ดล. ร งจ ตร เต มต อ, (๒๕๕๑). ว ว ฒนาการของระบบข อม ลข าวสารส ขภาพ ก บการพ ฒนาระบบข อม ลบร การ ส ขภาพ. สมาคมเวชสารสนเทศไทย. เอกสารออนไลน. Retrieved on 10 August นนทบ ร : ส าน กนโยบายและย ทธศาสตร กระทรวงสาธารณส ข. สมาคมเวชสถ ต แห งประเทศไทย. (๒๕๕๓). สมาคมเวชสถ ต แห งประเทศไทย. เอกสารออนไลน. Retrieved on 11 October กร งเทพฯ. สมพร เอกร ตน. (๒๕๔๑). เวชระเบ ยนศาสตร ๒. โครงการการศ กษาต อเน อง คณะส งคมศาสตร และ มน ษยศาสตร. นครปฐม: มหาว ทยาล ยมห ดล. แสงเท ยน อย เถา. (๒๕๕๑). เวชระเบ ยน. หล กส ตรว ทยาศาสตรบ ณฑ ต สาขาว ชาเวชระเบ ยน คณะส งคมศาสตร และมน ษยศาสตร. นครปฐม : มหาว ทยาล ยมห ดล. **************************************

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา ๒๓๑ แนวค ด กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษาเป นหน วยงานท สร างความเข มแข ง การบร หารด านว ชาการ ด านงบประมาณ ด านการบร

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด กระบวนการจ ดการความร (Knowledge Management process) 1.การบ งช ความร บ งช ความร ท จ าเป

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555 แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. กรม: เจ าท า ประเภทกรม : ด านนโยบาย ด านบร การ กระทรวง คมนาคม ช อแผนพ ฒนาองค การ: การบร หารทร พยากรบ คคล หมวด : 5 การม งเน นทร พยากรบ คคล โอกาสในการปร บปร ง : เม อเท

More information

LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม

LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม www.thatoomhsp.com เร อง พ ฒนาระบบรายงานโปรแกรม HOSxP สมาช ก ประกอบด วยเจ าหน าท ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ 2 คน นายธราท พย พรหมบ ตร ห วหน าศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.) ล าด บท หล กส ตร ประเภท ระยะเวลา จ านวน ยศ 1 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง กรมอ ทหารเร อ ช นป ท 1 ศ กษา 1 ป ต.ค.57 - ก.ย.58 77 - เพ อทดแทนก าล งพลในการซ อมสร างเร อ 2 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

Office of the Civil Service Commission (OCSC)

Office of the Civil Service Commission (OCSC) Office of the Civil Service Commission (OCSC) 1 การพ ฒนาระบบงานบร หารทร พยากรบ คคล 1. ระบบสารสนเทศทร พยากรบ คคลระด บกรม (DPIS) 2. ระบบสารสนเทศทร พยากรบ คคลระด บจ งหว ด (PPIS) 3. ระบบสารสนเทศข าราชการพลเร

More information

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ย ทธศาสตร ย ทธศาสตร ท 1 เสร มสร างจ ตส าน กและ ค าน ยมให หน วยงาน บร หารงานตาม หล

More information

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553)

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการ ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการ ต วช ว ด เป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช จ ดประช มเพ อทบทวนแผนการจ ดการ

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ 1. ว ตถ ประสงค เพ อให ว ทยาล ยม ระบบค ณภาพและบ คลากรท กฝ ายร วมก นต งปณ ธาน ความม งหว งท จะพ ฒนาว ทยาล ยไปส ความสาเร จ โดยร วมก นระดมพล งป ญญา และแรง บ นดาลใจสร างภาพท พ งประสงค ของว ทยาล ย โดยร วมก นกาหนด

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการปฏ บ ต งาน ตอนท 1 ข อม ลของผ ร บการประเม น (เจ าหน าท บ คคลหร อเจ าหน าท ท เก ยวข องเป นผ กรอก) ตอนท 2 ภาระงานท ได ปฏ บ ต ในช วงระยะเวลาประเม น (ผ ร บการประเม นเป นผ

More information

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร 19 สนว. แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน ก มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร องค ประกอบ จ ดแข ง แนวทางเสร มจ ดแข ง จ ดท ควรพ ฒนา ข อเสนอแนะในการปร บปร ง หล กฐาน/โครงการ

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า จ ดท าโดย กล มการเจ าหน าท ส าน กเลขาน การกรม แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า ในป

More information

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555 1 แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2555 2 แผนการจ ดการความร : การจ ดการความร เก ยวก บการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ พ นธก จ : การผล ตบ ณฑ ต กลย ทธ ท 1.2 : การพ ฒนาการเร ยนการสอนเพ อพ ฒนาค ณภาพน

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

ค าน า คณะคร ศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต 31 ม นาคม พ.ศ. 2556

ค าน า คณะคร ศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต 31 ม นาคม พ.ศ. 2556 ค าน า แผนการบร หารความเส ยงของคณะคร ศาสตร ประจ าป งบประมาณ 2556 จ ดท าข นเพ อให คณะคร ศาสตร ม ระบบในการบร หารความเส ยง โดย บร หารป จจ ยและควบค มก จกรรมรวมท งกระบวนการในการด าเน นงาน โครงการต างๆ เพ อลดเหต

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม เอกสารสร ปรายงานการด าเน นโครงการก จกรรม ประกอบด วย ส วนท 1. ปกรายงาน ส วนท 2. ใบรองปก ( ปกใน ) ส วนท 3. ค าน า ส วนท 4. สารบ ญ ส วนท 5. โครงการท ได ร บการอน ม ต ส วนท 6. ก าหนดการ ส วนท 7. ส าเนาบ นท

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา

โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา 1. ผ ร บผ ดชอบโครงการ อาจารย ขน ษฐา แซ ล ม และนายวช ราว ธ จ นผอง 2. หล กการและเหต ผล ในโลกป จจ บ นหน วยงานต าง ๆ ไม ว าจะเป นทางหน

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net)

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net) 1 แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา () การประเม นการบร หารจ ดการศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาระด บสถานศ กษา เพ อให การด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาม ประส ทธ ภาพย งข น และน าไปส การพ ฒนาค

More information

แผนการจ ดการความร ป 2555-2557 สาขาบร หารการศ กษา Show and share

แผนการจ ดการความร ป 2555-2557 สาขาบร หารการศ กษา Show and share แผนการป 2555-2557 Show and share ล าด บ ก จกรรม ก าหนดการด าเน นงาน ระยะเวลา ต วช ว ด เป าหมาย 1. ก จกรรมท 1 การบ งช 1.1 การประช มช แจงประกาศ และค าส งนโยบายการจ ดการ เคร องม อท ใช ในการ สน บสน นประเด

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ ส วนท ๑ การร บหน งส อ หน งส อร บ ค อ หน งส อได ร บเข ามาจากภายนอก ให เจ าหน าท ของหน วยงานสารบรรณ กลางปฏ บ ต ตามท ก าหนดไว ในส วนน ๑. จ ดล าด บความส าค ญและความเร งด วนของหน

More information

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น 1 สร ปรายงาน โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การการเผยแพร สารสนเทศ เร อง ว นท 23 ม นาคม 2554 ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ ช อโครงการ : เร อง หล กการและเหต ผล ป จจ บ นคอมพ วเตอร ได เข ามาม ส วนส าค ญมากต

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

2. การฝ กอบรม 2.1 โครงการพ ฒนา เพ อพ ฒนาและเสร มสร าง เท าก บจ านวน เท าก บจ านวน การฝ กอบรม ภายในป บ คลากรม ค ณธรรม ส าน กปล ด ทดสอบตามแบบ

2. การฝ กอบรม 2.1 โครงการพ ฒนา เพ อพ ฒนาและเสร มสร าง เท าก บจ านวน เท าก บจ านวน การฝ กอบรม ภายในป บ คลากรม ค ณธรรม ส าน กปล ด ทดสอบตามแบบ -12-1. การปฐมน เทศ 1.1 โครงการปฐมน เทศเพ อเสร มสร างวามร ความ ระด บของ เท าก บพน กงาน ปฐมน เทศ ช วงเวลาท พน กงานท บรรจ ใหม ก.อบต.จ งหว ด ทดสอบความร พน กงานใหม เข าใจเก ยวก บองค การ พน กงานส วน ส วนต าบลและ

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

ห วข อการประกวดแข งข น

ห วข อการประกวดแข งข น ช อโครงการ การประกวดแข งข นท กษะด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร ห วข อการประกวดแข งข น เทคโนโลย สร างสรรค หน วยงานท ร บผ ดชอบ บร ษ ท สงขลาฟ น ชช ง จาก ด ล กษณะโครงการ ประกวดแข งข นช งท นการศ กษา ระยะเวลาดาเน นการ

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 5 1. ว ตถ ประสงค เพ ออธ บายกระบวนการพ ฒนาบ

More information

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด

More information

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค

More information

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 ความเป นมา ส าน กงานอ ตโนม ต เก ดจากความพยายามขององค กร ท จะท าให งาน ขององค กรถ กต อง รวดเร ว ตรวจสอบได และเจ าหน าท ขององค กร ไม ม ข อจ าก ดด านสถานท

More information

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 0 Course ID Course Name Time IT001 1 ว น หล กการและเหต ผล งานขายเป นห วใจของการด าเน นธ รก จ No Selling No Business ค ากล าวน คงไม ต องการค าอธ

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า แผนการท : 1 ประเด นย ทธศาสตร : ความเป นเล ศด านการว จ ยและนว ตกรรม องค ท จ าเป น : องค ด านงานว จ ยและนว ตกรรม แผนการ คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า 1.การบ งช 2.การสร างและ แสวงหา การประช มจ ดการประช

More information

การจ ดท ารายงานและเอกสารประกอบการสม คร

การจ ดท ารายงานและเอกสารประกอบการสม คร - 1 - การจ ดท ารายงานและเอกสารประกอบการสม คร ร ปแบบรายงาน ประเภทการบร หารอ ตสาหกรรม ขนาดกลางและขนาดย อม 1. จ านวนช ดรายงานท ต องจ ดส ง จ านวน 10 ช ด 2. ต วอ กษร Cordia New 16 3. ก นหน า-ก นหล ง ก นหน า

More information

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม

More information

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ ผลการด าเน นงาน งานธ รการ 2 ผลการด าเน นงานของงานธ รการ ประจ าป การศ กษา 2549/ป งบประมาณ 2549 กองบร การการศ กษา มหาว ทยาล ยสงขลานคร นทร ว ทยาเขตป ตตาน ผลการด าเน นงานตามด ชน ช ว ด (KPIs) มาตรฐาน/ต วบ งช

More information

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ส มมนา- การเตร ยมการก อนการ โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ผ ร บผ ดชอบ ข นตอนการปฏ บ ต งาน มาตรฐานค ณภาพงาน ค ามาตรฐาน หล กฐาน การจ ดเตร ยมสถานท และอาคารโรงงาน การเตร ยมการด าน การตลาด

More information

ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ มหาว ทยาล ยราชภ ฏจ นทรเกษม

ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ มหาว ทยาล ยราชภ ฏจ นทรเกษม ประว ต ของศ นย การศ กษาจ นทรเกษม-เศรษฐบ ตรบ าเพ ญ เม อว นท 22 ม ถ นายน 2544 ในขณะน นส งก ดส าน กงาน สภาสถาบ น ราชภ ฏ กระทรวงศ กษาธ การ ได ตกลงร วมม อก บโรงเร ยนม นบ ร โปล เทคน ค ในการด าเน นการจ ดต งศ

More information

การบร หารความเส ยง กองการศ กษา ภาคพาย พ เช ยงใหม

การบร หารความเส ยง กองการศ กษา ภาคพาย พ เช ยงใหม ประเด นย ทธศาสตร 6.ด านการบร หารจ ดการแบบบ รณาการ การบร หาร กองการศ กษา ภาคพาย พ เช ยงใหม เป าประสงค โดยย ดประโยชน ส งส ดขององค กร (SPECIALISTS) /ป จจ ยเส ยง เป าประสงค ข อท 1.1 ม ระบบเทคโนโลย สารสนเทศ

More information

ข นตอนการจ ดทาความเส ยง ป การศ กษา 2556 สาน กงานอธ การบด มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลร ตนโกส นทร

ข นตอนการจ ดทาความเส ยง ป การศ กษา 2556 สาน กงานอธ การบด มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลร ตนโกส นทร ข นตอนการจ ดทาความเส ยง ป การศ กษา 2556 สาน กงานอธ การบด มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลร ตนโกส นทร ข นตอนท 1: กาหนดประเด นความเส ยง บ คลากรของมหาว ทยาล ยไม เข าใจเกณฑ การศ กษา 1 ข นตอนท 2: จ ดทา Key Process

More information

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน คณะผ บร หารการคล งประจ าจ งหว ดน าน โครงการเพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านรายจ ายและการบร หารจ ดการหน หล กส ตร เพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านการบร หารจ ดการหน 1. หล กการและเหต ผล ตามท ท มเฉพาะก จวาย

More information

กองส ขภาพจ ตส งคม ฉบ บท A แก ไขคร งท 0 ระเบ ยบปฏ บ ต ท P-EP-03 ประกาศใช : 1 เมษายน 2548 SMH เร อง การจ ดท าฐานข อม ลระบาดว ทยาส ขภาพจ ต หน าท : 1/5

กองส ขภาพจ ตส งคม ฉบ บท A แก ไขคร งท 0 ระเบ ยบปฏ บ ต ท P-EP-03 ประกาศใช : 1 เมษายน 2548 SMH เร อง การจ ดท าฐานข อม ลระบาดว ทยาส ขภาพจ ต หน าท : 1/5 กองส งคม ฉบ บท A แก ไขคร งท 0 SMH เร อง การจ ดท าฐานข อม ล หน าท : 1/5 หน วยงาน : หน วยงานท เก ยวข อง : (ให ใส หน วยงานท เก ยวข อง) ผ จ ดเตร ยม คณะท างานจ ดท าเอกสาร.. () ผ ทบทวน ผ แทนฝ ายบร หารค ณภาพ..

More information

การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ในเขตโครงการชลประทานพ ษณ โลก ว นท 26 ส

การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ในเขตโครงการชลประทานพ ษณ โลก ว นท 26 ส การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ว นท 26 ส งหาคม ๒๕๕๗ องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ลด านว ศวกรรม ด านการพ จารณาโครงการเบ

More information

หน วยงาน : งานเวชระเบ ยน ระบ หน วยงานท เก ยวข อง : - ท กหน วยงานท ใช งานระบบโปรแกรมบร หารงานโรงพยาบาล ทบทวนโดย ผ แทนฝ ายบร หาร... (นายพงษ ศ กด สมใจ)

หน วยงาน : งานเวชระเบ ยน ระบ หน วยงานท เก ยวข อง : - ท กหน วยงานท ใช งานระบบโปรแกรมบร หารงานโรงพยาบาล ทบทวนโดย ผ แทนฝ ายบร หาร... (นายพงษ ศ กด สมใจ) จ ตเวชขอนแก นราชนคร นทร ฉบ บท : A แก ไขคร งท 01 เร อง : การด แลระบบ หน าท 1 หน วยงาน : งานเวชระเบ ยน ระบ หน วยงานท เก ยวข อง : - ท กหน วยงานท ใช งานระบบ จ ดท าโดย ผ ด แลระบบ.... (นายร ตนกร ค าภ กด ) ทบทวนโดย

More information

ส งท ส งมาด วย 2 แนวทางการจ ดเก บข อม ลบ คลากรและผ ร บบร การหร อผ ม ส วนได ส วนเส ย เพ อประเม นตามแบบ

ส งท ส งมาด วย 2 แนวทางการจ ดเก บข อม ลบ คลากรและผ ร บบร การหร อผ ม ส วนได ส วนเส ย เพ อประเม นตามแบบ ส งท ส งมาด วย 2 แนวทางการจ ดเก บข อม ลบ คลากรและผ ร บบร การหร อผ ม ส วนได ส วนเส ย เพ อประเม นตามแบบ Internal และ External ตามโครงการประเม นค ณธรรมและความโปร งใสการด าเน นงานของหน วยงานภาคร ฐ (Integrity

More information

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘ แผนงาน/โครงการ ว ตถ ประสงค เป าหมาย ข นตอน ระยะเวลา งบประมาณ ผ ร บผ ดชอบ ต วช ว ด ๑. ย ทธศาสตร การ เสร มสร างและจ ดการ องค ความร และ นว ตกรรม ๑.๑ ว จ ยและพ ฒนาสร าง องค ความร และ นว ตกรรมการผล ตป ย ช วภาพท

More information

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กฎหมายพล งงาน กฎหมาย พล งงาน พระราชบ ญญ ต การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน พ.ศ. 2535 (แก ไขเพ

More information

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ KPI ผ ร บผ ดชอบ ประเด นการพ จารณา ผลการด าเน นงาน 5.1 ร อยละของอ ตราการ เบ กจ ายเง นงบประมาณ รายจ ายลงท น ทส.สบย. ผลการเบ กจ ายงบลงท น เท ยบก บ วงเง นงบประมาณท

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร แผน ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ (SU 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร ขอบเขต 3 การรวบรวมแนวปฏ บ ต ท ด จากการเร ยนการสอนรายว ชาเคร องม อเอก กล มเป าหมาย คณาจารย และน กศ กษา เป าหมาย

More information

ความร บ คลากรด าน งบประมาณ การเง น และพ สด ม.ย.-ต.ค. 53 เก ยวก บการจ ดการความร ของหน วยงาน

ความร บ คลากรด าน งบประมาณ การเง น และพ สด ม.ย.-ต.ค. 53 เก ยวก บการจ ดการความร ของหน วยงาน สร ปผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร รอบ 6 เด อน (ม ถ นายน พฤศจ กายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการความร ระยะเวลา ต วช ว ด เป าหมาย กล มเป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช ความร ประเด นการจ ดการ 1 ประเด

More information

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ ( และบ คคลภายนอก) ตาแหน ง ค ณสมบ ต เฉพาะตาแหน ง 1. ผ ตรวจสอบ ระด บ 4 (ด าน IT) / หญ ง ปร ญญาตร ทางด านคอมพ วเตอร ตามท กพ. ร บรอง - ผ ม ประสบการณ ในการตรวจสอบ

More information

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช แผนการจ ดการ ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช A1 เป าหมาย เป าหมาย ต วช ว ด เกณฑ ป 2556 จานวนประด นท สาขาว ชาศ กษาศาสตร กาหนด ครอบคล

More information

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท บทท 1 ส วนเจ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง 1-1 ประกอบด วยผ ใช งานท เก ยวข อง 3 ส วนค อ ส วนเจ จ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง ส วนผ ใช งานน ท วไป ได แก ข าราชการท กคนของส าน กงานฯ

More information

ผ ร นางว มลวรรณ วงษ สง า น กทร พยากรบ คคล ชานาญการพ เศษ

ผ ร นางว มลวรรณ วงษ สง า น กทร พยากรบ คคล ชานาญการพ เศษ ผ ร นางว มลวรรณ วงษ สง า น กทร พยากรบ คคล ชานาญการพ เศษ *** ทาความร จ ก ผ ร ของเรา *** ช อ : นางว มลวรรณ วงษ สง า ตาแหน ง : น กทร พยากรบ คคลชานาญการพ เศษ เบอร โทรศ พท : 0896925188 E-Mail Address : vimolwan_ann@hotmail.com

More information

รายงานการประช ม คณะกรรมการประจ า/บร หารหล กส ตร... สาขาว ชา... คร งท... ว นท...เด อน...๒๕๕... ณ ห องประช ม... อาคาร... มหาว ทยาล ย...

รายงานการประช ม คณะกรรมการประจ า/บร หารหล กส ตร... สาขาว ชา... คร งท... ว นท...เด อน...๒๕๕... ณ ห องประช ม... อาคาร... มหาว ทยาล ย... รายงานการประช ม คณะกรรมการประจ า/บร หารหล กส ตร... สาขาว ชา... คร งท... ว นท...เด อน...๒๕๕... ณ ห องประช ม... อาคาร... มหาว ทยาล ย... ผ มาประช ม ๑.... ประธานกรรมการ ๒.... กรรมการ ๓.... กรรมการ ๔.... กรรมการ

More information

มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ระด บค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน

มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ระด บค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน ๑๓๒ มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน ว ธ การดาเน นการ ว ทยาล ยฯ จ ดให ม ระบบการประก นค ณภาพภายใน เพ อการพ ฒนาค ณภาพการศ กษาและพ ฒนา มาตรฐานการศ

More information

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน พ จารณา 4 เร อง เร องการบร หารจ ดการ การออกแบบและปร บแบบไม ให ล าช า (ม ระยะเวลากาหนด และข นตอนเหม อนการออกแบบปกต ) เร องการเปล ยนแปลงรายการต องให กองแบบแผนร

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information