บทท 3 รายว ชา การประก นค ณภาพการศ กษา

Size: px
Start display at page:

Download "บทท 3 รายว ชา การประก นค ณภาพการศ กษา"

Transcription

1 56 บทท 3 รายว ชา การประก นค ณภาพการศ กษา ความหมายของการประก นค ณภาพ (อมรว ชช นาครทรรพ : 34-36) ค ณภาพหมายถ ง ความเก งกาจสามารถทางว ชาการ ไม ว าจะในด านการสร างความร หร อ การถ ายทอดความร หร ออาจเร ยกว า ความเป นเล ศทางว ชาการ ม ผลผล ตด เย ยม ม การสร างและ ถ ายทอดความร ท าให ส งคมม พล งอ านาจ ท าให เก ดประชาคมแห งการสร างความร ค ณภาพหมายถ ง การตอบสนองปณ ธาน ภารก จเฉพาะของสถาบ น ต องเร งท าภารก จ องค การเพ อบ งบอกเป าหมายและค ณล กษณะเฉพาะของสถาบ น และม การตอบสนองหร อ relevancy ต อบร บทของตน ค ณภาพล กษณะน เป นการให ค าม นส ญญาแก ผ ท ม ส วนเก ยวข องและ กล มเป าหมาย ค ณภาพหมายถ ง การใช ทร พยากรอย างค มค า นอกจากการใฝ แสวงหาความเป นเล ศทาง ว ชาการแล ว เป นการท างานอย างค มค า ค มเง น หร อม ประส ทธ ภาพ ร จ กใช ทร พยากรอย างฉลาด ซ ง ผ ตรวจสอบค อส งคม ค ณภาพหมายถ ง การม ข ดความสามารถในการเร ยนร และพ ฒนาตนเอง เป น ความสามารถหร อศ กยภาพในการตรวจสอบข อผ ดพลาดของตนและแก ไขปร บปร ง เป นองค กร แห งการเร ยนร ม ความสามารถในการสร างและสะสมท นทางป ญญา ม ต ทางค ณภาพ เป นเพ ยงความค ดท จะช กน าไปปฏ บ ต ให สอดคล องก บบร บท ด งน น ค ณภาพจ งเป นผลผล ตรวมของสถาบ นท ได ผลงานผล ต ผ ส าเร จการศ กษา ผลงานและผลการจ ด การศ กษาท ประกอบด วยค ณล กษณะหร อค ณสมบ ต ของผ ผล ตน น อ นจะตอบสนองความต องการ ของล กค าหร อผ ท เก ยวข องและม ผลกระทบต อส งคมไทยโดยรวมในทางท ด ความหมายของค ณภาพการศ กษา ค ณภาพการศ กษา(Quality of Education) หมายถ ง การบ งช ค ณล กษณะท ม ความเป นเล ศ ทางด านต างๆ ท งด านการบร หารและด านว ชาการ โดยผ านกระบวนการผล ตเป นระบบ ประกอบด วยป จจ ยน าเข า กระบวนการและผลผล ตตามกรรมว ธ การว ดด วยเคร องม อท ม ประส ทธ ภาพและเป นท ยอมร บของส งคม ม น กว ชาการหลายท านได ให ความหมายค ณภาพ การศ กษาไว ได แก ค ณภาพการศ กษาหมายถ ง ผ ส าเร จการศ กษาม ค ณล กษณะท ได มาตรฐานตามจ ดม งหมาย ของหล กส ตรและตรงตามความต องการของส งคม (จ ราพร พงค อาจารย 2542 : 7)

2 57 ค ณภาพการศ กษาหมายถ ง ส งท คาดหว งไว หร อส งท เราต องการจะให เก ด ซ งต องเป นไป ตามความต องการของล กค า ค อน กเร ยน พ อแม ผ ปกครอง หร ออาจเร ยกว า ผ ม ส วนเก ยวข อง (ส ว มล ว องวาณ ช 2542 : 1) ค ณภาพการศ กษาหมายถ ง การท ผ เร ยนเก ดค ณล กษณะต าง ๆ ครบถ วน ตามความคาดหว ง ของหล กส ตร(ส าน กงานทดสอบทางการศ กษา กรมว ชาการ 2539 : 12) ค ณภาพการศ กษา ค อ การท าให ผ ม ส วนเก ยวข อง ได แก ผ ปกครอง น กศ กษา ผ ใช บ ณฑ ต ช มชนและส งคม พ งพอใจ ประท บใจ ม นใจ ในค ณภาพของน กศ กษาตามมาตรฐานท ก าหนดไว (สมก ล ถาวรก จ ม.ป.ป. เอกสารอ ดส าเนา) ค ณภาพการศ กษา หมายถ ง ผลการบร หารจ ดการของสถานศ กษาท เอ อให เก ดระบบ กลไก การด าเน นงาน เพ อให ได ผลผล ตตามภารก จของสถาบ นการศ กษา ม ค ณภาพตามระด บมาตรฐานท ก าหนด ซ งรวมถ งการจ ดสภาพแวดล อม การบร หารกล มบ คคลและการจ ดการด านการเง นด วย (อ ท มพร จามรมาน 2544 : 39) ค ณภาพการศ กษา จ งเป นค ณภาพท เน นการอบรม การพ ฒนาค ณภาพ หร อการจ ด การศ กษาและผลท ได ร บจากการจ ดการศ กษา ว าได ผลตามมาตรฐานท ก าหนดไว หร อไม ส งท เป น ต วบ งช ค ณภาพการศ กษา ค อล กษณะหร อค ณสมบ ต ของน กศ กษา ผ เร ยนท จบการศ กษาตาม หล กส ตรแต ละหล กส ตรแล วย งต องไปท างานประกอบอาช พแล วประสบผลส าเร จ จนเป นท ยอมร บ ของส งคม เช อม นในค ณล กษณะและผลการจ ดการศ กษาน นด วย เหต ผลและความจ าเป นของการประก นค ณภาพการศ กษา ตามพระราชบ ญญ ต การศ กษาแห งชาต พ ทธศ กราช 2542 หมวด 6 ว าด วยมาตรฐานและ การประก นค ณภาพการศ กษา มาตรา 47 ระบ ไว ว า ให ม ระบบการประก นค ณภาพการศ กษาเพ อ พ ฒนาค ณภาพและมาตรฐานการศ กษาท กระด บ ประกอบด วยระบบการประก นค ณภาพภายในและ ระบบประก นค ณภาพภายนอก และในมาตรา 48 ระบ ว า ให หน วยงานต นส งก ดและสถานศ กษา จ ดให ม ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษาและให ถ อว าการประก นค ณภาพภายในเป น ส วนหน งของกระบวนการบร หารการศ กษาท ต องด าเน นการอย างต อเน อง โดยม การจ ดท ารายงาน ประจ าป เสนอต อหน วยงานต นส งก ด หน วยงานท เก ยวข อง และเป ดเผยต อสาธารณชน เพ อน าไปส การพ ฒนาค ณภาพและมาตรฐานการศ กษา และเพ อรองร บการประก นค ณภาพภายนอก โดยม สาระส าค ญท สร ปได ว าสถานศ กษาท กแห งต องด าเน นการประเม นตนเองท กป โดยการด าเน นการ เป นส วนหน งของการบร หารงานตามปกต และต องเป ดเผยผลการด าเน นงานของตนเองต อ สาธารณชน พร อมท จะถ กตรวจสอบจากคณะกรรมการประเม นผลภายนอกในท ก 5 ป ด วย โดย

3 58 บ คลากรภายในสถานศ กษา ตลอดจนคณะกรรมการสถานศ กษา ผ ปกครอง และผ ม ส วนเก ยวข อง ต องม ส วนร วมในการประเม นผล และท าการพ ฒนาปร บปร งการด าเน นงานของสถานศ กษาให เป นไปตามมาตรฐานท ก าหนด เพ อพ ฒนาค ณภาพและเป นการเตร ยมความพร อมของสถานศ กษา ก อนร บการประเม นผลภายนอกต อไป (กรมอาช วศ กษา 2542 : 24-25) การประก นค ณภาพภายในเป นการควบค มและตรวจสอบโดยต วเอง จะท าให สถานศ กษา ม ระบบการบร หารจ ดการท ม ประส ทธ ภาพ ม การท างานท เป าหมายและแผนการด าเน นงานท ช ดเจน โดยในการด าเน นการตามแผนเพ อให เป นไปตามเป าหมายน น จะต องม การประเม นค ณภาพ ภายในหร อการประเม นตนเอง เพ อตรวจสอบและพ ฒนาปร บปร งให เป นไปตามเป าหมายอย ตลอดเวลา (ส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาแห งชาต 2543) เหต ผลในการประก นค ณภาพการศ กษา 1. ความเป นสากล เป นท ยอมร บในระด บนานาชาต ความเป นสากลม ความส าค ญ อย างย งต อการด ารงอย ในส งคมโลกย คป จจ บ น 2. การสร างรากฐานท แข งแกร งของการพ ฒนาองค ความร อย างต อเน อง เพราะ ความก าวหน าทางว ชาการจะเก ดข นได ก ต อเม อม การพ ฒนาองค ความร ให เก ดข นอย างต อเน อง 3. ต องการผล ตบ ณฑ ต หร อบ คลากรท ม ค ณภาพ ม ความร ท นสม ยมากข น 4. ช วยขจ ดความขาดแคลนบ คลากรท ม ค ณภาพ สาเหต ของการขาดแคลนบ คลากร ท ม ค ณภาพ เพราะบ คลากรเหล าน นออกไปอย ก บเอกชน เพราะม ก าล งเก นมากกว าภาคร ฐ คนท างานร ฐจ งเหล อน อยลง 5. เก ดความภาคภ ม ใจในสถาบ น สถาบ นใดม ค ณภาพ ม มาตรฐานและเก ดความ ภ ม ใจม ความหย งในสถาบ น 6. การแข งข นทางการศ กษาส งข น 7. ความไม ท ดเท ยมก นของสถาบ นอ ดมศ กษา ซ งท าให ม บ ณฑ ตของแต ละสถาบ นม ความแตกต างก นโดยเฉพาะอย างย งความแตกต างในด านค ณภาพข นต า 8. ประเทศไทยย งไม เคยม การประก นค ณภาพการศ กษาท ช ดเจน ซ งเป นเร องท เส ยง ต อความหายนะทางการศ กษาในอนาคต แต ในป จจ บ นก เร มปรากฏข นแล วในการศ กษาบางสาขา 9. ความต องการในการพ ฒนาระบบการประก นค ณภาพท ด จะเป นต วกระต นให สถานศ กษาเก ดการพ ฒนาอย างต อเน อง 10. สถานศ กษาม จ านวนมากข น ควรให ม มาตรฐานเด ยวก น 11. ม ความหลากหลายของผลผล ต เก ดการแข งข นในความร วมม อหร อความร วมม อ ในการแข งข นระหว างสถาบ นท งในและต างประเทศ ท าให ม การแข งข นทางว ชาการ

4 ความค มค าในการจ ดการศ กษา การจ ดการศ กษาต องใช ทร พยากรเป นจ านวน มากและต องม ค ณค าส งด วย จากสาเหต ท ต องการจ ดประก นค ณภาพการศ กษาตามท ได กล าวมา สามารถสร ปได ว าเพ อ เป นการป องก นความเส ยหายท จะเก ดก บการจ ดการศ กษา การจ ดการศ กษาไม ท ดเท ยมก นใน หลาย ๆ ด าน ม การแข งข นค ณภาพการศ กษาก นส ง การจ ดการศ กษาต องม ล กษณะเป นสากล เป น การพ ฒนาค ณภาพการศ กษาอย างต อเน อง ต องการให ม การร บรองค ณภาพสถาบ น ต องการพ ฒนา องค ความร ให เก ดข นในสถาบ น ด วยเหต ผลและความส าค ญอ นจ าเป นต อการพ ฒนาค ณภาพของ การศ กษา ความส าค ญของการประก นค ณภาพการศ กษา การศ กษาเป นรากฐานส าค ญประการหน งในการสร างสรรค ความเจร ญก าวหน าและแก ไข ป ญหาต างๆ ในส งคม เน องจากการศ กษาเป นกระบวนการท จะช วยให คนได พ ฒนาตนเองในด าน ต าง ๆ ตลอดช วงช ว ต สามารถพ ฒนาศ กยภาพและความสามารถด านต าง ๆ ท จะด ารงช ว ต และ ประกอบอาช พได อย างม ความส ข ร เท าท นการเปล ยนแปลงรวมเป นพล งสร างสรรค การพ ฒนา ประเทศอย างย งย นได ร ฐเห นความส าค ญของการศ กษา ในป พ.ศ จ งได ตราพระราชบ ญญ ต การศ กษาแห งชาต ได ก าหนดการประก นค ณภาพไว ในหมวดท 6 ว าด วยมาตรฐานและการประก น ค ณภาพการศ กษา โดยได ก าหนดให ม ระบบการประก นค ณภาพการศ กษาเพ อพ ฒนาค ณภาพและ มาตรฐานการศ กษาท กระด บ ประกอบด วยระบบประก นค ณภาพภายในและระบบประก นค ณภาพ ภายนอก ส าหร บการประก นค ณภาพภายในให หน วยงานต นส งก ดและสถานศ กษาจ ดให ม ระบบ การประก นค ณภาพภายในสถานศ กษาและให ถ อว าการประก นค ณภาพภายในเป นส วนหน งของ กระบวนการบร หารการศ กษาท ต องด าเน นการอย างต อเน อง โดยม การจ ดท ารายงานประจ าป เสนอ ต อหน วยงานต นส งก ด หน วยงานท เก ยวข องและเป ดเผยต อสาธารณชน เพ อน าไปส การพ ฒนา ค ณภาพและมาตรฐานการศ กษา และเพ อรองร บการประก นค ณภาพภายนอก การประก นค ณภาพภายในเป นส วนหน งของการบร หารจ ดการศ กษา ซ งจะท าให ได สารสนเทศท สะท อนการปฏ บ ต งานของสถานศ กษา และเขตพ นท การศ กษา อ นจะน าไปส การ พ ฒนาปร บปร งตนเอง ให บรรล เป าหมายตามมาตรฐานการศ กษาท ก าหนด ด งน นหากสถานศ กษา และเขตพ นท การศ กษาม การประก นค ณภาพภายในอย างต อเน อง จะท าให ได ข อม ลเก ยวก บผลการ ปฏ บ ต งานของตนเองว าม จ ดเด นในเร องใด ม จ ดบกพร องท ต องแก ไขปร บปร งในด านใดบ าง

5 60 มโนท ศน เก ยวก บการประเม นผลภายใน ความหมายของการประเม นผล การประเม นผลภายใน (Internal evalution) ค อ กระบวนการประเม นผลการด าเน นงานของ หน วยงานท กระท าโดยบ คลากรในหน วยงานหร อผ เก ยวข องอย างต อเน องเพ อให ได ข อม ลท ช วยใน การปร บปร งพ ฒนาการด าเน นงานให บรรล เป าหมายตามท ก าหนด ถ อเป นกระบวนการตรวจสอบ การท างานของตนเอง (Self-evalution) และควรท าเป นก จกรรมหน งในข นตอนการปฏ บ ต งานอย าง ต อเน อง (Wilcox, 1992) ล กษณะส าค ญของการประเม นผลภายในของสถานศ กษา ค อ สถานศ กษา ประเม นตนเองอย างต อเน องเพ อให ได ข อม ลท น าไปส การพ ฒนาตนเอง และพร อมท จะได ร บ ตรวจสอบจากการประเม นภายนอกอ กด วย การประเม นผลภายนอก (External evalution) ค อ กระบวนการตรวจสอบค ณภาพการ ด าเน นงานของหน วยงานซ งกระท าโดยกล มบ คคลท เป นน กประเม นโดยอาช พ เพ อให ได ข อม ล เก ยวก บค ณค าของหน วยงาน ซ งเป นประโยชน ต อการปร บปร งการท างานและน าไปส การร บรอง ค ณภาพการด าเน นงานของหน วยงานตามมาตรฐานท ก าหนด (Scriven, 1991) แนวค ดเก ยวก บการประเม นผลภายใน 1. ร ปแบบการประเม น CIPP Stuffebeam (1968) ได เสนอแนวค ดท เร ยกว า CIPP ซ งได จากการว เคราะห กระบวนการต ดส นใจของผ บร หาร โดยจ าแนกประเภทของการต ดส นใจแบ งออกเป น 4 ข น แต ละ ข นอาศ ยข อม ลท ใช ในการต ดส นใจไม เหม อนก น

6 61 ประเภทของการต ดส นใจและการประเม น ผล ว ธ การ ส งท ม งหว ง ส งท เก ดข นจร ง การต ดส นใจข นการวางแผน (Planning Decisions) เพ อก าหนดว ตถ ประสงค ของโครงการได ข อม ลจากการประเม น บร บท (Context Evaluation) การต ดส นใจข นก าหนดโครงสร าง แผนงาน (Structuring Decisions) เพ อ ออกแบบกระบวนการได ข อม ลจากการ ประเม นป จจ ยป อน (Input Evaluation) ต ดส นใจข นทบทวน(Recycling Decisions) เพ อต ดส นใจอนาคตโครงการ ได ข อม ลจากการประเม นผลผล ต (Product Evaluation) การต ดส นใจข นการปฏ บ ต (Implementing Decisions) เพ อน าแผน ไปปฏ บ ต และปร บแผนได ข อม ลจาก การประเม นกระบวนการ (Process Evaluation) Stufflebeam, D.L. et al. (1971). Education Evaluation and Decision-Making In B.R. Worthen & J.R. Sanders. Educational Evaluation: Theory and Practice (pp ) Ohio : Charles A. Jones Publishing Company ในกระบวนการท างาน ผ บร หารต องอาศ ยการต ดส นใจซ งจ าแนกได เป น 4 ประเภท ค อ (1) การต ดส นใจเก ยวก บการวางแผน (Planning Decisions) ซ งต องอาศ ยข อม ลท ช วย เป นแนวทางในการก าหนดว ตถ ประสงค ของการท างานอ นเป นเป าหมายท ต องการจะบรรล ผล ข อม ลเพ อรองร บการต ดส นใจในข นตอนน ได จากการประเม นบร บท (Context Evaluation) (2) การ ต ดส นใจเก ยวก บการก าหนดโครงสร างของการท างาน (Structuring Decisions) ซ งต องอาศ ยข อม ล ท ช วยในการก าหนดแนวทางท จะเล อกย ทธว ธ ต างๆ ในการด าเน นงาน และการก าหนดป จจ ยป อน ในการท างาน การต ดส นใจประเภทน เป นการก าหนดว ธ การท ม งหว งจะให เก ด ด งน น ข อม ลเพ อ รองร บการต ดส นใจ ในข นตอนน ได จากการประเม นป จจ ย (Input Evaluation) (3) การต ดส นใจ เก ยวก บการน าแผนไปปฏ บ ต จร ง (Implementing Decisions) ซ งต องอาศ ยข อม ลท ช วยในการ ก าหนดแนวทางการปฏ บ ต จร ง การควบค มและปร บแผนการท างานให บรรล เป าหมาย ข อม ลเพ อ รองร บการต ดส นใจในข นตอนน ได จากการประเม นกระบวนการ (Process Evaluation) และ (4) การต ดส นใจเก ยวก บผลท ได ร บเพ อทบทวนกระบวนการท างานใหม (Recycling Decisions) ซ งต อง อาศ ยข อม ลท ช วยในการต ดส นว าจะยกเล ก ปร บขยาย หร อสานต อการท างานโดยในข นตอนน ได จากการประเม นผลผล ต (Product Evaluation)

7 62 2. ร ปแบบการประเม น CSE แนวค ดของร ปแบบการประเม น CSE (Center for the Study of Evaluation) ได ร บ การพ ฒนาโดย Alkin และคณะ (Morris and Fitz-Gibbon, 1978) ม หล กการท คล ายคล งก บร ปแบบ การประเม น CIPP โดยการประเม นผลควรเร มต นท การส ารวจความต องการจ าเป นในการพ ฒนา สถานศ กษา (ข นตอน Needs Assessment) จากน นจ งท าการวางแผนและออกแบบกระบวนการการ ด าเน นงานเพ อตอบสนองความต องการจ าเป นน น (ข นตอน Program Planning) และน าแผนงานน น ไปส การปฏ บ ต จร ง โดยม การต ดตามความก าวหน าในการด าเน นงานและปร บปร งแก ไขให การ ด าเน นงานเป นไปตามแผนท ก าหนดแต แรก ซ งเร ยกว า เป นการประเม นผลความก าวหน า (ข นตอน Formative Evaluation) หล งจากส นส ดการท างานก ท าการสร ปผลท งหมดท ได จากการว จ ย โดย เปร ยบเท ยบก บเป าหมายก าหนด (ข นตอน Summative Evaluation) ร ปแบบการประเม นแบบ CSE ประกอบด วยข นตอนการด าเน นงานด งปรากฏในแผนภาพต อไปน NEEDS ASSESSMENT การประเม นความ ต องการจ าเป น PROGRAM PLANNING การวางแผน FORMATIVE EVALUATION การประเม น ความก าวหน า SUMMATIVE EVALUATION การประเม น ผลสร ป 3. การประเม นแบบม ส วนร วม (Participatory Evaluation) การประเม นแบบเสร มพล งอ านาจ (Empowerment Evaluation) การประเม นแบบม ส วนร วม ค อ การท างานร วมก นระหว างน กประเม นอาช พ (น ก ประเม นภายนอก) ก บบ คลากรภายในหน วยงาน (น กประเม นภายใน) ในการประเม นการด าเน นงาน ของหน วยงาน (Garaway, 1995 ; ส ว มล ว องวาน ช, 2538) การประเม นแบบเสร มพล งอ านาจ (empowerment evaluation) เป นการประเม น แบบม ส วนร วมท น กประเม นอาช พซ งส วนใหญ เป นน กว ชาการหร อน กว จ ยในสถาบ นอ ดมศ กษาเข า ไปม ส วนร วมในการประเม นของบ คลากรในหน วยงานต างๆ ค อนข างน อย แต จะท าหน าท เป นผ ช แนะ (coach) หร อผ อ านวยความสะดวก (facilitator) ท งน แล วแต ศ กยภาพของบ คลากรภายในว า ต องการความช วยเหล อในระด บใด อ านาจการต ดส นใจการประเม นอย ในม อของผ ปฏ บ ต

8 63 Fetterman (1999) กล าวว า การประเม นแบบเสร มพล งอ านาจเป นการใช มโนท ศน ของการประเม น เทคน คการประเม น และข อค นพบจากการประเม นไปกระต นให เก ดการพ ฒนา ปร บปร งการก าก บตนเอง โดยใช ท งว ธ การเช งปร มาณและค ณภาพ เป นกระบวนการท กระท าเพ อ ช วยให กล มบ คคลต างๆ ช วยตนเองเป นและพ ฒนาตนเอง โดยว ธ การประเม นตนเองและสะท อนผล แก ตนเอง กล มคนท เก ยวข องในการท างานประกอบด วยบ คลากรภายในซ งท าการประเม นผลด วย ตนเอง การประเม นแบบเสร มพล งอ านาจเป นกระบวนการท ท าเพ อ พ ดความจร งเก ยวก บ ตนเอง ไม ใช การหลอกตนเอง เป นกระบวนการประชาธ ปไตย ท เป ดโอกาสให ท กคนม ส ทธ และ โอกาสในการม ส วนร วมในการน าเสนอความต องการของตนเอง การวางแผนการท างานและการ ประเม นการปฏ บ ต Coupal & Simoneau (1998) เสนอกรอบการประเม นแบบม ส วนร วมซ งคล ายก บท Fetterman เสนอ โดยเฉพาะข นของการพ ฒนาบ คลากร เขาเสนอว าการประเม นแบบม ส วนร วมควร ม การด าเน นการ 4 ข นตอน ค อ (1) ข นการวางแผน (2) ข นการฝ กอบรมผ เข าร วมในการประเม น (3) ข นการประเม น และ (4) ข นการรวบรวมผลสะท อนกล บและการเผยแพร ผล โดยการตรวจสอบ ความน าเช อถ อของผลการประเม น เขาย าว าอ นตรายของความพยายามท จะท าให เก ดการท างาน แบบม ส วนร วม ค อ การให ความร ด านการประเม นแก กล มบ คคลท ย งไม ม จ ตส าน กในการ ประเม นผลการท างาน และค ณภาพของการท างานแบบม ส วนร วมในแต ละหน วยงานอาจแตกต าง ก น หากหน วยงานม บ คลากรท ม ประสบการณ และม ความช านาญในการประเม น ก สามารถท าการ ประเม นได โดยไม ต องอาศ ยน กประเม นหร อผ เช ยวชาญภายนอก การประเม นสถานศ กษาและมาตรฐานท ใช ในการประเม นสถานศ กษา โมเดลประส ทธ ผลของสถานศ กษา (Models of School Effectiveness) ในฐานะท สถานศ กษา/สถานศ กษาเป นหน วยงานท ม หน าท จ ดการศ กษาให ก บประชากร การจ ดการศ กษาท ค ณภาพเป นส งท ส งคมคาดหว งและสถานศ กษาจะต องท าหน าท ท ได ร บ มอบหมายให ม ค ณภาพ พระราชบ ญญ ต การศ กษาแห งชาต พ.ศ ก าหนดให สถานศ กษาต องม การตรวจสอบค ณภาพการด าเน นงานของตนเอง และพร อมจะได ร บการตรวจสอบจาก คณะกรรมการประเม นภายนอก จ งน บเป นแรงผล กด นให สถานศ กษาต องก าหนดระบบค ณภาพ การศ กษาของตนเองอย างเล ยงไม ได ท งน ระบบด งกล าวต องน าไปส ผลการด าเน นงานท ม ค ณภาพ ตามความต องการของผ เก ยวข อง (stakeholders)

9 การประเม นค ณภาพสถานศ กษาก ค อ การประเม นประส ทธ ผลของสถานศ กษา สถานศ กษา แต ละแห งม การก าหนดบทบาทหน าท ในการท างานต างก นและม สภาพบร บทหร อเง อนไขทาง ส งคมไม เหม อนก น การประเม นประส ทธ ผลของสถานศ กษาจ งต องศ กษาโมเดลเช งทฤษฎ เพ อใช เป นแนวทางในการแปลความหมายประส ทธ ผลของสถานศ กษา Cheng เสนอโมเดลประส ทธ ผล ของสถานศ กษาซ งปร บปร งจากโมเดลของ Caneron (1984) โมเดลท เขาเสนอท งหมดม 8 โมเดล โมเดลท 1 ค อ โมเดลเป าหมาย (Goal Model) ซ งน ยามประส ทธ ผลของสถานศ กษาว าเป น สถานศ กษาท สามารถด าเน นการบรรล ผลตามเป าหมายท กข อท ก าหนด เง อนไขของการประเม น ตามโมเดลน อย ท สถานศ กษาต องม เป าหมายของสถานศ กษาช ดเจน และเป นท ยอมร บของท กฝ าย ซ งในทางปฏ บ ต จร งเป นไปได ยาก เพราะคร อาจารย หร อผ ปกครองอาจก าหนดเป าหมายของ สถานศ กษาไม ตรงก นก ได เช น คร เน นการพ ฒนาให น กเร ยนม ค ณธรรม จร ยธรรม ในขณะท ผ ปกครองอาจต องการให เน นผลส มฤทธ ทางการเร ยน เป นต น ต วบ งช ท ใช ในการประเม นตาม โมเดลน ค อ ว ตถ ประสงค หร อเป าหมายท สถานศ กษาก าหนด โมเดลท 2 ค อ โมเดลทร พยากร - ป จจ ยป อน (Resources Input Model) น ยามประส ทธ ผล ของสถานศ กษาว าเป นสถานศ กษาท สามารถจ ดหาทร พยากรหร อหสามารถได ป จจ ยป อน (เช น น กเร ยน) ท ม ค ณภาพ เง อนไขของการประเม นตามโมเดลน อย ท ต องแน ใจว าม ความส มพ นธ ระหว างทร พยากรในการด าเน นงานก บผลผล ต และสถานศ กษาอย ในสภาพท ขาดแคลอนทร พยากร หากสถานศ กษาสามารถจ ดหาทร พยากรเข าสถานศ กษาได ตามต องการ ก แสดงว าสถานศ กษา ประสบความส าเร จในการด าเน นงาน ต วบ งช ท ใช ในการประเม น ค อ ทร พยากรต างๆ ท จ ดหาได ป ญหาของโมเดลน ค อ การเน นท ทร พยากรและป จจ ยป อนมากเก นไปจนไม ได ให ความส าค ญก บ กระบวนการด าเน นงาน โมเดลท 3 ค อ โมเดลกระบวนการ (Process Model) น ยามประส ทธ ผลของสถานศ กษาว า เป นสถานศ กษาท ม กระบวนการด าเน นงานภายในราบร น ไม ว าจะเป นกระบวนการบร หารจ ดการ การจ ดก จกรรม การเร ยนการสอน โมเดลน จะใช ได ด ถ าแน ใจว าม ความส มพ นธ ระหว างทร พยากร ในการด าเน นงานก บผลผล ตจร ง ต วบ งช ท ใช ในการประเม น ค อ สภาวะความเป นผ น า ว ธ การ ต ดต อส อสารท ใช การม ส วนร วมในการท างานของท กฝ าย โมเดลท 4 ค อ โมเดลความพ งพอใจ (Satisfaction Model) น ยามประส ทธ ผลของ สถานศ กษาว าสถานศ กษาท ม ประส ทธ ผลการด าเน นงานด ค อ สถานศ กษาท สามารถด าเน นงานให ได ผลเป นท พ งพอใจของท กฝ ายท เก ยวข อง โดยเฉพาะหน วยงานท ม บทบาทหน าท ในการบร หาร สถานศ กษา แต หากผ เก ยวข องม ความต องการท แตกต างก น โมเดลน ก ไม เหมาะท จะน าไปใช เพราะ เป นการยากส าหร บสถานศ กษาท จะด าเน นงานให สนองความต องการของท กฝ ายหร อเป นท พอใจ 64

10 ของท กฝ าย ต วบ งช ท ใช ในการประเม น ได แก ความพ งพอใจของหน วยงานหร อคณะกรรมการ หร อกล มต างๆ ท เก ยวข อง โมเดลท 5 ค อ โมเดลการด าเน นงานถ กต องตามหล กการ (Legistimate Model) น ยาม ประส ทธ ผลของสถานศ กษาว าสถานศ กษาท ม ประส ทธ ผลการด าเน นงานด ค อ สถานศ กษาท สามารถแข งข นในการด าเน นงานในท กว ถ ทางท จะท าให สถานศ กษาอย รอดได โดยไม ผ ดหล กการ เง อนไขของการใช โมเดลน อย ท สภาพความเปล ยนแปลงภายนอกท กดด นให สถานศ กษาต อง ด าเน นงานให อย ได โดยเฉพาะการแสวงหาทร พยากรต างๆ ท ใช ในการด าเน นงาน โมเดลน จ งยอม ให สถานศ กษาม การใช กลไกการตลอดในการบร หารจ ดการให สามารถคงอย ได โดยไม ต องหย ด ก จการ โมเดลน จะใช ต อเม อม การประเม นเพ อน าผลไปใช ในการต ดส นอนาคตของสถานศ กษาว า ควรปร บขยาย ด าเน นการต อ หร อยกเล กหากด าเน นการไม ได ผล ต วบ งช ท ใช ในการประเม น ค อ ภาพล กษณ ของสถานศ กษาช อเส ยงก ตต ศ พท เป นต น โมเดลท 6 โมเดลเน นการด าเน นงานท ย งไม บรรล ผล (Ineffectiveness Model) น ยาม ประส ทธ ผลของสถานศ กษาว าเป นสถานศ กษาท สามารถด าเน นงานให ปลอดจากค ณล กษณะท ไม พ งประสงค เง อนไขของการใช โมเดลน อย ท สถานศ กษาไม สามารถระบ ได ช ดเจนหร อครบถ วนว า เป าหมายท พ งประสงค ของสถานศ กษาค ออะไร แต บอกได ว าล กษณะอะไรบ างท ไม ความปรากฏอย ในสถานศ กษา เช น การต ดส งเสพย ต ดของน กเร ยนถ อว าเป นส งท ไม พ งประสงค หากสถานศ กษา สามารถด าเน นงานและแสดงผลการด าเน นงานได ว าน กเร ยนในสถานศ กษาปลอดจากส งเสพย ต ด จร ง แสดงว าสถานศ กษาด าเน นงานได ประสบความส าเร จ ต วบ งช ท ใช ในการประเม น ค อ สภาพ ป ญหาต างๆ ท เก ดข น ป ญหาและจ ดอ อนในสถานศ กษา โมเดลท 7 ค อ โมเดลการเร ยนร องค กร (Organizational Learning Model) น ยาม ประส ทธ ผลของสถานศ กษาเป นสถานศ กษาท สามารถพ ฒนาองค กรให เก ดการเร ยนร ได สามารถ ปร บเปล ยนการด าเน นงานให ท นต อการเปล ยนแปลงของสภาพแวดล อมภายนอก ซ งกดด นให สถานศ กษาต องปร บต ว ต วบ งช ท ใช ในการประเม น ค อ ความตระหน กถ งความต องการจ าเป น ภายนอก การก าก บต ดตามการท างาน การวางแผนพ ฒนา และประเม นการท างานต างๆ โมเดลท 8 โมเดลการบร หารค ณภาพโดยรวม (Total Quality Management Model) น ยาม ประส ทธ ผลของสถานศ กษาว าเป นสถานศ กษาท สามารถบร หารจ ดการโดยรวมให สนองความ ต องการของท กฝ ายท เก ยวข องและประสบผลตามเป าหมายท ก าหนด เง อนไขของการใช โมเดลน อย ท ว าต องม ความสอดคล องของเป าหมายหร อความต องการจ าเป นของท กฝ ายท เก ยวข อง ต วบ งช ใน การประเม นค อ ความเป นผ น า การบร หารจ ดการ กระบวนการท างานและผลงาน จากท กล าวมาสร ปได ว า การประเม นประส ทธ ผลของสถานศ กษาข นอย ก บสภาพเง อนไข ของสถานศ กษาว า ควรใช โมเดลใดในการประเม น สถานศ กษาม อ สระในการก าหนดร ปแบบการ 65

11 66 ประเม นประส ทธ ผลการด าเน นงานของตนเอง ข นอย ก บนโยบายหร อสภาพบร บทของสถานศ กษา อย างไรก ตาม เม อว เคราะห โมเดลท งหมดท กล าวมา จะเห นว าท กโมเดลสามารถน าไปใช ประเม น ประส ทธ ผลของสถานศ กษาได โดยเฉพาะโมเดลความพ งพอใจ (Satisfaction Model) เป นโมเดลท สอดคล องก บกระแสเร ยกร องการตรวจสอบค ณภาพของสถานศ กษาจากกล มคนท เก ยวข อง โมเดลการประเม นสถานศ กษา (Model for School Evaluation) จากการส งเคราะห เอกสารท เก ยวก บโมเดลการประเม นสถานศ กษาในสหร ฐอเมร กาโดย Sander, J.R. และคณะ (1995) ปรากฏว าในสหร ฐอเมร กาม การประเม นสถานศ กษามาเป นเวลานาน กว า 150 ป แล ว เป าหมายเพ อพ ฒนาปร บปร งค ณภาพสถานศ กษาตามความต องการของผ เก ยวข อง ท งกล มคร อาจารย ผ บร หาร คณะกรรมการสถานศ กษา การประเม นสถานศ กษาจะท าให ได ข อม ลท ช วยในการต ดส นใจ เป นส วนหน งของการบร หารงานท ด ว ตถ ประสงค ของการประเม นม หลายประการ เช น การก าหนดความต องการจ าเป นท ต อง ได ร บ การพ ฒนา การก าหนดเป าหมายของการด าเน นงาน ท าให เก ดความช ดเจนในเป าหมายของ การด าเน นงานการเล อกย ทธว ธ ท น าไปส การบรรล เป าหมาย การกระต นก าก บต ดตามการ ด าเน นงาน การประเม นผลล พธ และผลกระทบท เก ดข น ใช ในการประชาส มพ นธ และส อสารให สาธารณชนทราบผลการด าเน นงานของสถานศ กษา ช วยก าหนดท ศทางการวางแผน การก าหนด นโยบายและการจ ดสรรทร พยากร นอกจาน ประโยชน ท ได จากการประเม นสถานศ กษาท ม ต อ น กเร ยน ค อ การช วยปร บปร งหล กส ตรการเร ยนการสอนท ย งเป นจ ดอ อน กระบวนการประเม นสถานศ กษาม ส วนท เก ยวข อง 2 ประการ ค อ (1) การรวบรวมข อม ล สารสนเทศเพ อใช ในการต ดส นใจ และ (2) การใช เกณฑ การต ดส นระด บความส าเร จขงการ ด าเน นงานของสถานศ กษาแนวทางการประเม นของสหร ฐอเมร กาม 4 ร ปแบบ ค อ 1) การประเม นเพ อการร บรองว ทยาฐานะ เป นกระบวนการท บ คลากรในสถานศ กษา ท าการศ กษาตนเอง (self-study) โดยอ งเกณฑ การประเม นท ก าหนด และจะม การตรวจเย ยมโดย ผ ตรวจเย ยมภายนอกซ งได ร บการแต งต งจากสมาคมระด บภาคร ฐหร อระด บร ฐ 2) การประเม นสถานศ กษาตามข อก าหนดของร ฐเพ อสนองต อข อเร ยกร องของสาธารณชน โดยสถานศ กษาต องแสดงความร บผ ดชอบต อส งคมเก ยวก บผลการด าเน นการของตนเอง (school accountbility report) ในสหร ฐอเมร กา ท กร ฐจะต องม การประเม นสถานศ กษาตามต วบ งช ซ งข นอย ก บแต ละร ฐท จะก าหนดข น 3) การประเม นสถานศ กษาระด บเขตพ นท การศ กษา เป นกระบวนการท เสร มการประเม น แบบท สอง และสนองต อข อเร ยกร องของช มชนในท องถ นท สถานศ กษาต องแสดงความร บผ ดชอบ ในการด าเน นงานเช นก น ม โมเดลการประเม นหลายร ปแบบข นอย ก บแต ละเขตพ นท การศ กษา

12 67 4) การประเม นสถานศ กษาโดยกล มบ คคลในท องถ น ร ฐและภ ม ภาค ตามเส ยงเร ยกร องของ ประชาชนเป นการประเม นเฉพาะก จท อาจด าเน นการในร ปของคณะกรรมการหร อกล มบ คคลท สนใจอยากร ค ณภาพของสถานศ กษา อาจก าหนดต วบ งช ท ใช ในการประเม นข นเป นการเฉพาะ จ ดอ อนท ส าค ญในการประเม นสถานศ กษา ได แก แนวทางการประเม นสถานศ กษาไม ว าจะ เป นร ปแบบใดย งประเม นองค ประกอบของสถานศ กษาได ไม ครบถ วน เช น ในการประเม นน กเร ยน จะท าการประเม นกว างๆ เน นผลส มฤทธ ทางการเร ยน โดยไม ได ให ความส าค ญก บค ณล กษณะทาง อารมณ ส งคม กายภาพ จ ตใจ ส นทร ยภาพ และการพ ฒนาอาช พเท าท ควร ระบบการประเม นย งขาด การพ ฒนาศ กยภาพของบ คลากร การม ส วนร วมในการประเม น และจ ดอ อนประการส ดท าย ค อ การ ย งไม ม แผนการประเม นกระบวนการประเม นว าร ปแบบท ก าล งด าเน นการอย ม ค ณภาพได มาตรฐาน หร อไม (meta-evaluation) นอกจากน Gallegos (1994) ซ งได ท าการส งเคราะห โมเดลในการประเม นสถานศ กษาใน สหร ฐอเมร กา ย งช ให เห นจ ดอ อนในการประเม นสถานศ กษาว าม หลายประการ ด งน 1) ย งไม ม ความช ดเจนว าน กประเม นได ร บการฝ กอบรมอะไรบ างในการประเม น สถานศ กษา 2) การประเม นย งขาดหล กฐานช ดเจนว า มาตรฐานอะไรท ใช ในการประเม นสถานศ กษา 3) ย งไม ค อยเป นท เข าใจว าการประเม นท เป นระบบ (sysematic evalutaion) เป นเช นใด 4) ย งม ข อจ าก ดเก ยวก บการระบ ถ งค ณภาพของการประเม นให เป นท เข าใจ 5) ย งไม ได ม การบ งช ถ งการประเม นค ณภาพของการประเม นบ คลากรในสถานศ กษา Gallegos เสนอแนะแนวทางการพ ฒนาการประเม นสถานศ กษาหลายประการ ได แก 1) การ ฝ กอบรมและให ความร ก บบ คลากรในสถานศ กษา 2) การร วมม อก นของอาจารย ในมหาว ทยาล ย ก บบ คลากรในสถานศ กษา และ 3) การประเม นและการวางโครงสร างของสถานศ กษา ต องก าหนด ว าโครงสร างใหม ของสถานศ กษาควรเป นอย างไร ซ งต องข นอย ก บผลการประเม น องค ประกอบท ใช ในการประเม นสถานศ กษา องค ประกอบท ใช ในการประเม นสถานศ กษาของต างประเทศ มาตรฐาน ค อ หล กการท ยอมร บร วมก นเพ อใช ในการประเม นเพ อบอกถ งค ณค าหร อ ค ณภาพของการประเม น (Stufflebeam, 1988) ในขณะท Scriven (1991) น ยามว ามาตรฐาน หมายถ ง ระด บของผลการปฏ บ ต งานท ส มพ นธ ก บเกณฑ การต ดส นท ก าหนดข น หร อส มพ นธ ก บม ต ท

13 68 ต องการบรรล ผล มาตรฐานการศ กษาตามท ส าน กงานทดสอบทางการศ กษา กรมว ชาการ (2539) น ยามไว หมายถ งข อก าหนดทางการศ กษาท เก ยวก บค ณล กษณะท พ งประสงค ของส งน น แบ ง ออกเป น 3 ด าน ค อ มาตรฐานการศ กษาด านผลผล ต ด านป จจ ย และด านกระบวนการ กล าวอย าง ส นๆ มาตรฐานการศ กษาเป นค ณล กษณะท พ งประสงค ท ต องการได ร บจากการปฏ บ ต งานของ สถานศ กษาท งด านผลล พธ และการด าเน นงาน มาตรฐานการศ กษาประกอบด วย องค ประกอบหร อต วบ งช ท ระบ ถ งความส าเร จของการ ปฏ บ ต งานซ งม ความแตกต างก น ข นอย ก บบร บทของสถานศ กษา ต วบ งช ผลการปฏ บ ต งาน (performance indicator) เป นการว ดเช งปร มาณหร อค ณภาพส าหร บใช ต ดส นการปฏ บ ต งานของคน กล ม หน วยงานหร อระบบ การพ ฒนาต วบ งช ผลการปฏ บ ต งานต องค าน งถ งความถ กต อง ความเท ยง ความเช อถ อได ความย ต ธรรม ค ณค า และความสมเหต สมผล (Hargreaves & Hopkins, 1991) ตามความค ดเห นของ Stufflebeam (1994) องค ประกอบท ควรใช ในการประเม น สถานศ กษาของประเทศสหร ฐอเมร กาแบ งออกได เป น 4 ประการ ค อ (1) การสนองความต องการ ของท กฝ ายท เก ยวข องในการพ ฒนาผ เร ยน (educational needs) (2) ความเท าเท ยมก นในการ ให บร การ (equity) (3) ความเป นไปได ของการบร หารจ ดการท เหมาะสม (feasibility) และ (4) ความ เป นเล ศเพ อให ผ เร ยนม ผลส มฤทธ ข นส งส ด (excellence) องค ประกอบด งกล าว ก าหนดอย างกว างๆ ภายใต แต ละองค ประกอบต องม การระบ ถ ง องค ประกอบย อยหร อต วบ งช ย อยว าสถานศ กษาจะว ดความส าเร จในการด าเน นงานของตนเองจาก ต วบ งช อะไรบ าง น นค อ หากย ดหล กเกณฑ ท ว า สถานศ กษาต องจ ดการศ กษาท สนองความต องการ ของท กฝ าย ก ต องม การพ ฒนาต วบ งช ความส าเร จว าแต ละฝ ายต องการม งหว งหร อคาดหว งให สถานศ กษาท าอะไรบ าง ผลผล ตท ม งหว งจากสถานศ กษา (น กเร ยน) ควรม ค ณสมบ ต อย างไรและ กระบวนการด าเน นงานท เป นไปอย างม ค ณภาพและเหมาะสมม ล กษณะเช นใด เป นต น จากการส งเคราะห เอกสาร พบว า องค ประกอบส าค ญท ใช ในการประเม นสถานศ กษาของ ต างประเทศม 8 องค ประกอบหล ก ได แก องค ประกอบด านหล กส ตร ด านสภาพแวดล อม/ บรรยากาศในสถานศ กษา ด านการสน บสน นการเร ยนร ด านทร พยากรในการด าเน นงาน ด าน ปร ชญาหร อนโยบายของสถานศ กษา ด านการบร หารจ ดการ ด านความส มพ นธ ระหว างสถานศ กษา ก บช มชน และด านผลผล ต (น กเร ยน) แต ละองค ประกอบม ต วบ งช ย อยท แต ละแห งระบ เหม อนก น หร อต างก น ข นอย ก บบร บทของหน วยงาน ท จะท าต วบ งช ท ใช ในการประเม นน น มาตรฐานการศ กษาระด บการศ กษาระด บอ ดมศ กษาส าหร บประเม นสถานศ กษาของไทย ประเทศไทยได ม การจ ดร างท ามาตรฐานการศ กษาเพ อใช เป นหล กเท ยบเค ยงในการ ประเม นค ณภาพการจ ดการในป พ.ศ ในการจ ดท ามาตรฐานการศ กษาแห งชาต น น ส าน กงาน

14 69 คณะกรรมการการศ กษาแห งชาต ได ม การศ กษาโดยการระดมความค ดจากบ คคลท เก ยวข องก บการ จ ดการศ กษาท กฝ าย ผลการศ กษาปรากฏว าได มาตรฐานการศ กษาจ านวนท งส น 7 มาตรฐาน ค อ 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต 2 มาตรฐานด านงานว จ ยและงานสร างสรรค 3 มาตรฐานด านการบร การว ชาการ 4 มาตรฐานด านการท าน บ าร งศ ลปะและว ฒนธรรม 5 มาตรฐานด านการพ ฒนาสถาบ นและบ คลากร 6 มาตรฐานด านหล กส ตรและการเร ยนการสอน 7 มาตรฐานด านการประก นค ณภาพ ระบบการประเม นผลภายใน (Internal Evaluation System) ความหมายของระบบการประเม นผลภายใน ระบบ หมายถ ง องค ประกอบท ม การเช อมโยงส มพ นธ ก นเพ อน าไปส การ ปฏ บ ต งานให บรรล เป าหมายท ก าหนด โดยว ธ การปฏ บ ต งานในระบบอาจม ร ปแบบท ท างาน แตกต างก นได แต อย ภายใต โครงสร างขององค ประกอบท ม หล กการเด ยวก น (Webster s New World Dictionary, 1988 ; Kindred, 1980; ประช มรอดประเสร ฐ, 2539) เม อน าความความหมายด งกล าวมาใช ในการว จ ยคร งน การพ ฒนาระบบการ ประเม นผลภายในจ งเป นกระบวนการท พยายามก าหนดช ดขององค ประกอบท ม หล กเกณฑ ม การ ออกแบบระบบ การน าระบบไปปฏ บ ต และการน าผลการประเม นท ได จากการด าเน นการตามระบบ ไปใช โดยม เป าหมายเพ อการพ ฒนาสถานศ กษา หล กการท ใช ในการพ ฒนาระบบการประเม นผลภายใน วงจรการท างานแบบ PDCA วรภ ทร ภ เจร ญ (2543) กล าวว า การท างานท เป นระบบ ค อ การท างานท เป นแบบ วงจร PDCA และม การเข ยนการท างานน นเป นลายล กษณ อ กษร ม หล กฐานการท างานให ตรวจสอบ ได เป นวงจรการท างานท ค นพบโดย Edward Demming วงจร PDCA ถ อว าเป นระบบการ บร หารงานท ม ค ณภาพ และใช ก นแพร หลายระบบหน ง ประกอบด วยข นตอนการวางแผน (Plan) การปฏ บ ต ตามแผน (Do หร อ Implement) การตรวจสอบหร อการประเม น (Check) และการน าผล การประเม นย อนกล บไปปร บปร งแก ไข (Act) กระบวนการท างานตามวงจรน จะม การตรวจสอบ ควบค ไปก บการท างาน ท าให เก ดการปร บปร งการท างานตลอดเวลา เป นการท างานท ต อเน อง

15 70 ระบบการประเม นผลภายในท ย ดต ดก บการท างานปกต (Built-in Evaluation System) ระบบการประเม นผลภายในท ด ต องเป นระบบท อ งระบบการบร หารแบบ PDCA ไม ใช การประเม นแบบแยกส วน แต เป นระบบท ย ดต ดอย ก บการท างานปกต (built-in evaluation system) ด งท Miller และ Sahm (1999) เสนอว าว ธ การประเม นตนเองโดยหล กการต องเป นส วน หน งของการท างานปกต เป นกระบวนการท ท าควบค ไปก บการวางแผนและการน าแผนไปปฏ บ ต ระบบการประเม นผลภายในแบบ built-in จะม ท งส วนท เป นการก าก บต ดตามการท างาน (monitoring) และส วนของการประเม น (evaluation) เป นกระบวนการท ม การเก บรวบรวมข อม ล จากแหล งต างๆ มาประมวลเพ อสะท อนภาพของผลการปฏ บ ต งานของหน วยงานในล กษณะสร ป รวม นอกจาน เขาย งกล าวว าระบบการประเม นผลภายในท ด ต องเป นกระบวนการท สร างสรรค ไม ใช การท างานหร อใช เป นเคร องม อข มข การท างานของใคร สามารถใช เป นกระบวนการท จะ น าไปส การตรวจสอบของการประเม นภายนอก เหต ผลท ต องม การพ ฒนาระบบการประเม นผลภายในแบบ built-in ค อ ความ จ าเป นท ต องม การพ ฒนาปร บปร งการท างาน ความพยายามท าให ข อม ลท จ ดเก บม ค ณภาพมากข น ความพยายามท จะรวบรวมข อม ลท อย กระจ ดกระจายในท ต างๆ และข อม ลท ต างคนต างท า ต างคน ต างเก บให มาอย ในท เด ยวก น ท าให ฐานข อม ลม ข อม ลมากข นและสามารถใช ประโยชน ได มากข น และท ายท ส ดค อความพยายามน าข อม ลท จ ดเก บมารายงานผลเก ยวก บสภาพบร บทของหน วยงาน การพ ฒนาองค ประกอบในระบบการประเม นผลภายใน Calder (1994) กล าวว า การประเม นผลตนเองสามารถด าเน นการได อย างไม เป นทางการ (informal evaluation) แต หากต องการให ข อม ลสารสนเทศท ได จากการประเม นม ความน าเช อถ อ เป นท ยอมร บก ควรด าเน นการให เป นระบบ เขาเสนอแนะว าการพ ฒนาระบบการประเม นผลภายใน ม 3 ข นตอน ค อ (1) ก าหน ดจ ดม งหมายของระบบการประเม น ศ กษาในโยบายของหน วยงานและ ล าด บความส าค ญของนโยบายท ต องการบรรล ผล (2) การบร หารจ ดการศ กษาเพ อให บรรล เป าหมาย และ (3) การก าหนดว ธ การท ท าให ร ว าระบบการบร หารจ ดการศ กษาท ใช สามารถน าไปส จ ดม งหมายท ก าหนดหร อไม องค ประกอบท วไปของระบบการประเม นผล Gordon (1980) ได เสนอว าการออกแบบกระบวนการประเม นผลภายในจ าเป นต องม ส ง ต อไปน (1) การก าหนดเป าหมายของหน วยงาน (2) การก าหนดเกณฑ การประเม น (3) การเล อก

16 ว ธ การเก บข อม ลและเทคน คการประเม น (4) การว เคราะห ผล (5) การน าระบบส การปฏ บ ต ใน ขณะท Miller และ Sahn (1999) กล าวว าองค ประกอบของระบบการประเม นผลภายในแบบย ดต ด ก บการท างานประจ าม 3 ส วน ค อ ข อม ล ว ธ การว เคราะห ข อม ล และโครงสร างการสน บสน นการ บร หารจ ดการ ด งต อไปน 1. องค ประกอบด านข อม ล ระบบด งกล าวจะม ต วบ งช 2 ประเภท ค อต วบ งช กระบวนการ (process indicators) และต วบ งช ผลกระทบ (impact indicator) 2. องค ประกอบด านว ธ การว เคราะห ข อม ล เป นการน าข อม ลท จ ดเก บมาจ ดกระท า ให เก ดสารสนเทศ ซ งผ ท ว เคราะห ข อม ลต องม ความร ความเข าใจในว ธ การว เคราะห ม ความสามารถ ในการเล อกว ธ การท เหมาะสมมาใช 3. องค ประกอบด านโครงสร างสน บสน นการบร หารจ ดการ เป นกระบวนการ ท างานท ต องได ร บความร วมม อจากหน วยงานระด บล างท กฝ าย โดยห วหน างานท กระด บให การ สน บสน นการท างาน Miller และ Sahn (1999) ย งเสนอแนะหล กการออกแบบระบบการประเม นผล ภายในแบบย ดต ดก บการท างานประจ า ด งน (1) ต องม การประมวลผลเป นประจ า โดยม การเก บข อม ลสม าเสมอจากหน วยงาน ระด บล าง (2) ข อม ลท ได ต องน าไปใช ในการบร หารหน วยงานท กระด บการเก บข อม ลต อง เน นข อม ลท สามารถน าไปใช ได จร ง (3) การจ ดเก บข อม ลต องค าน งถ งความค มค า เก บข อม ลจ านวนน อย เพ อ ประหย ดเวลาและค าใช จ าย เพราะการม ข อม ลมากเก นไปก เป นอ นตรายพอๆ ก บการไม ม ข อม ล (4) กระบวนการว เคราะห ข อม ลต องวางแผนอย างด เป นท เข าใจของท กฝ ายท เก ยวข อง (5) คณะท างานต องย ดม นในการบร หารจ ดการท ม งหมายของหน วยงานเป น ส าค ญ (6) ระบบการประเม นผลภายในต องม ความย ดหย นสามารถปร บต วได เร วท นการ เปล ยนแปลงต างๆ ท เก ดข น ท ง Miller และ Sahn และ Gordon ต างให ความส าค ญก บข อม ลการรวบรวมข อม ล การจ ดเก บข อม ล และการว เคราะห ข อม ล โดยต องม การออกแบบประเม นท ท าให สามรถได ข อม ลท ม ค ณภาพ ม การจ ดท าอย างม ประส ทธ ภาพ สามารถน าผลไปใช ได อย างแท จร ง และสามารถ ปร บเปล ยนให ย ดหย นตามสภาพบร บทท เปล ยนแปลงได อย างรวดเร ว ด งน น องค ประกอบท วไปท 71

17 72 ส าค ญในระบบการประเม นผลภายใน ค อ ระบบฐานข อม ลและการประมวลผลข อม ล ท จ ดท าข น เพ อใช ในการวางแผนการพ ฒนาการศ กษา โดยข อม ลท ม อย ในฐานข อม ลต องฝ านกระบวนการ จ ดเก บท ม ประส ทธ ภาพ ค อ ถ กต อง รวดเร ว ค มค า และปร บต วได ง าย องค ประกอบเฉพาะของระบบการประเม นผล ตามความค ดของ Stufflebeam (1988) รายละเอ ยดของระบบการประเม นผล ม สาระท เก ยวข องก บค าถามต อไปน (1) ใครเป นผ ท ถ กประเม น (2) ท าไมต องประก น (3) ใครจะใช ผลการ ประเม น (4) ผลการประเม นจะเอาไปใช ในการต ดส นใจเร องอะไร (5) การประเม นควรเน นท ค ณสมบ ต ของผ ถ กประเม น หร อการปฏ บ ต งาน หร อประส ทธ ผล (6) ระบบการประเม นน ต องการ ให ส งผลกระทบอะไรบ าง รายละเอ ยดของต วระบบการประเม นผลภายในเก ยวข องก บค าถามท ว า (1) ใคร บ างผ ร บผ ดชอบในการออกแบบระบบ (2) บทบาทหน าท ม อะไรบ าง (3) ค ณสมบ ต ของผ ร บผ ดชอบ ม อะไรบ าง (4) นโยบายของการประเม นผลม อะไรบ าง (น าผลไปพ ฒนา หร อระบ จ ดแข ง จ ดอ อน หร อสร างความม ส วนร วม หร อม งส ความเป นเล ศหร อปร บปร งส วนท บกพร อง ฯลฯ) (5) ค าถาม การประเม นค ออะไร (6) ข อม ลอะไรบ างท ต องจ ดเก บ (7) ว ธ การว เคราะห ข อม ล การแปลผล การ รายงานผลเป นอย างไร (8) ระบบการประเม นผลม ล กษณะเช นใด ม การบร หารจ ดการ การก าก บ ต ดตามการท างานอย างไร และ(9) ก จกรรมท เก ยวก บการต ดตามผลม อะไรบ าง (Stufflebeam, 1988) ในขณะท Airasian และคณะ (1996) เสนอแนะโมเดลการประเม น CREATE (Center for Researsh and Educational Acountability and Teacher Evaluation) ในส วนท เก ยวข อง ก บการประเม นตนเองว าประกอบด วยข นตอน 4 ข น ด งต อไปน (1) การระบ ป ญหาท เก ดข นในการปฏ บ ต งาน และต องการเปล ยนแปลงให ด ข น ใน ข นตอนน ต องการม การก าหนดประเด นหร อเกณฑ ท ช วยก าหนดระด บความส าเร จท ต องการ บรรล ผล ค าถามหล กในข นน ค อ อะไรค อส งท ต องการประเม น (2) การเก บรวบรวมข อม ล ซ งม ท งข อม ลท เก บอย างเป นทางการหร อไม เป น ทางการ แต เขาได แนะน าว าควรม การเก บข อม ลหร อหล กฐานอย างเป นทางการจะด กว า ค าถามหล ก ในข นตอนน ค อ จะประเม นส งท ต องการประเม นได อย างไร (3) การต ดส นใจ เป นข นตอนการแปลความหมายของผลการว เคราะห ข อม ล ค าถามหล กของข นตอนน ค อ ข อม ลสารสนเทศท ได ร บจากการประเม นหมายความว าอย างไร

18 73 (4) การปร บเปล ยนการท างาน ม การวางแผนและน าแผนไปปฏ บ ต เพ อให เก ดผล ตามท ต องการ ค าถามหล กในข นตอนน ค อ หากจ าเป นต องม การเปล ยนการท างานใหม ส งน นค อ อะไร ผลการส งเคราะห เอกสารเก ยวก บระบบการประเม นผลภายในของสถานศ กษา สามารถจ าแนกองค ประกอบส าค ญในการประเม นผลภายในได ด งน (Sanders และคณะ, 1995 ; Miron, 1998) 1. การก าหนดและเตร ยมบ คลากรท ร บผ ดชอบด านการประเม นให พร อมท ง จ ตส าน กและความร ด านการประเม นผลภายใน 2. การก าหนดส งท ต องการประเม น (เป าหมายของสถานศ กษามาตรฐานท ต องการ ประเม น) 3. การก าหนดแผนการด าเน นงาน เพ อให บรรล ผลท ต องการและท าการตรวจสอบ ตนเอง 4. การก าหนดแผนการประเม นอย างเป นระบบ โดยม การเตร ยมป จจ ยสน บสน น การท างานด านการประเม น (ส ออ ปกรณ การท างาน งบประมาณ สถานท และส งอ านวยความ สะดวกอ นๆ) 5. การออกแบบระบบการประเม น (การก าหนดกรอบการประเม น ว ธ การประเม น เคร องม อประเม น ระบบฐานข อม ล และการประมวลผล) 6. การออกแบบระบบรายงานผลการประเม น (ร ปแบบการน าเสนอสาระใน รายงาน) 7. การก าหนดแนวทางการใช ผลการประเม น (การว เคราะห จ ดแข งจ ดอ อน การ ก าหนดย ทธว ธ การแก ป ญหา การวางแผนการแก ไขปร บปร งการท างาน) แนวค ดของน กประเม น (Nevo, 1994 ; Keefe, 1994 ; Stufflebeam, 1988; Airasian และคณะ, 1999) สร ปได ว า หากจะต องพ ฒนาระบบการประเม นผลภายใน ส งท ต องพ จารณาเป น ล าด บแรก ค อ ใครเป นผ ร บผ ดชอบในการท าการประเม น และจะประเม นอะไร เพ อจ ดม งหมาย อะไร การตอบค าถามประเม นน นต องการข อม ลอะไร ข อม ลน นได มากอย างไร จะประมวลผล อย างไร และจะใช ประโยชน จากผลการประเม นอย างไร ระบบการประเม นผลภายในท ควรจะเป น เพ อให การประเม นผลภายในเป นส วนหน งของการท างานปกต ก จกรรมท สถานศ กษาต อง ด าเน นการในระบบการประเม นผลไปผ กต ดก บระบบการบร หารงานแบบ PDCA การด าเน นงานใน

19 ระบบการประเม นผลภายในซ งส มพ นธ ก บแต ละข นตอนของการท างานวงจรการท างาน PDCA ด งต อไปน 1. ข นการวางแผน (Plan) สถานศ กษาต องม การก าหนดหร อวางแผนการท างานท จะท าให บ คลากรภายในสถานศ กษาเก ดจ ตส าน กท จะท าการประเม นตนเอง ม ความร ท จะท าการ ประเม นผลภายในเป น เก ดการท างานร วมก น และม การประเม นสภาพบร บทของสถานศ กษา ผล การด าเน นงานท เป นอย อ นน าไปส ก าหนดเป าหมายของสถานศ กษาให บรรล ร วมก น ส าหร บการ ว จ ยน เป าหมายของสถานศ กษา ค อมาตรฐานการศ กษาชาต (ระด บการศ กษาข นพ นฐาน ซ งม จ านวน 27 มาตรฐาน) จากน นม การวางแผนการท างานร วมก น โดยม การออกแบบโครงสร างของการ ท างานเพ อให บรรล เป าหมายท ต องการซ งตรงก บข น planning และ structuring ตามความค ดของ Stufflebeam 2. ข นการปฏ บ ต (Do) สถานศ กษาม การลงม อปฏ บ ต งานท ตนเองร บผ ดชอบตาม แผนงานท ก าหนด และม การตรวจสอบการท างานในข นตอนน ไปในต ว โดยม การประเม นอย างไม เป นทางการ การท างานในข นน ตรงก บ Implementing ของ Stufflebeam 3. การประเม นหร อการตรวจสอบการท างาน (Check) สถานศ กษาม การวาง แผนการประเม นภายในอย างเป นทางการ (formal evaluation) และเป นระบบ (systematic evaluation) โดยใช กระบวนการ PDCA ซ อนอ กช นหน ง ด งน 3.1 การวางแผนการประเม น (Plan of Check) การวางต วบ คคลท ร บผ ดชอบการประเม น เตร ยมส งอ านวยความสะดวกในการประเม น ออกแบบระบบการประเม น (กรอบการประเม น ประกอบด วยเกณฑ การประเม นและว ธ การประเม น) ในข นตอนน ต องการม การ วางแผนเก ยวก บเคร องม อประเม น การเก บข อม ล การว เคราะห ข อม ล การจ ดท าระบบฐานข อม ล ระบบการรายงานผล 3.2 การลงม อท าการประเม นตามแผนท ก าหนด (Do of Check) โดยม การ สร างเคร องม อประเม น เก บรวบรวมข อม ลตามแผนการท างาน ว เคราะห ข อม ล แปลความหมายผล การประเม น จ ดท ารายงานผลการประเม น 3.3 การตรวจสอบกระบวนการประเม นผลภายในท ได ปฏ บ ต ไป (Check of Check) ในด านความถ กต อง ความน าเช อถ อของผลการประเม นและว ธ การประเม นท ใช ถ อเป น ข นของการประเม นงานประเม น (meta-evaluation) 3.4 การปร บปร งกระบวนการประเม นในส วนท ย งไม เหมาะสม (Act of Check) เพ อให ผลการประเม นม ความถ กต องเช อถ อได มากท ส ด 74

20 75 4. การปร บปร งแก ไขการท างาน (Act) สถานศ กษาน าผลการประเม นมาปร บปร ง การด าเน นงานในจ ดท ย งด าเน นการไม เป นไปตามเป าหมายโดยการเผยแพร ผลการประเม นให ท ก ฝ ายทราบว เคราะห จ ดแข งจ ดอ อน หาสาเหต ของป ญหา หาว ธ การแก ไขน าว ธ การแก ไขไปปฏ บ ต จร ง แล วตรวจสอบผลการด าเน นงานอ กคร ง การด าเน นงานในข นของการตรวจสอบ (Check) และปร บปร งการท างาน (Act) น ตรงก บข น Recycling ของ Stufflebeam เป นการตรวจสอบการท างาน และปร บว ธ การหร อแก ไข ป ญหาต างๆ เพ อให ผลการท างานเป นไปตามแผนท ก าหนดไว ให มากท ส ด แนวทางการประเม นผลตามระบบการประเม นผลภายในท พ ฒนาข น เม อประมวลแนวค ดท งหมดเข าด วยก นจะได ว าการประเม นผลภายในควรประกอบด วย ก จกรรมต างๆ ด งต อไปน 1. การมอบหมายผ ร บผ ดชอบในการประเม นผลภายใน การมอบหมายผ ร บผ ดชอบในการประเม นผลภายในต องม การก าหนดต ว บ คคลหล กท ม หน าท ด แลกระบวนการประเม นผลท งระบบ แต ผ ท เก ยวข องในการประเม นผลต อง มาจากบ คลากรท กฝ ายหร อท กระด บท ปฏ บ ต งานจร งในช ว ตประจ าว น เพราะการประเม นผลภายใน ม เป าหมายเพ อปร บปร งการท างานป จจ บ นให ด ข น ด งน นผ ประเม นจ งต องเป นผ ท ค นเคยก บงาน ไม ใช มอบหมายให คนท ไม เก ยวข องก บงานน นๆ เข ามาท าหน าท 2. การวางแผนการประเม น เพ อให การประเม นผลประสบความส าเร จ ผ ร บผ ดชอบจ งต องม การวาง แผนการจ ดเก บข อม ล การว เคราะห ข อม ลและการแปลความหมาย การน าเสนอข อม ล และการใช ผลการประเม นเพ อการต ดส นใจ ข นของการเก บข อม ล ข อม ลท ต องการในการประเม นผลภายในท ส าค ญ ได แก ข อม ลท เก ยวข องก บหล กส ตร สภาพแวดล อม การบร หารจ ดการ ทร พยากรในการด าเน นงาน ผลล พธ ท ได ร บ ส วนในข นตอนการท างาน ได แก การน าเสนอข อม ล การแปลความหมาย การ ต ดส นใจ และการให ข อเสนอแนะท จะปรากฏในธรรมน ญสถานศ กษาฉบ บใหม ข นการน าเสนอข อม ล ต องอย ในร ปท เป นระบบเข าใจง ายและเร ว ม การ วางระบบฐานข อม ลและการน าเสนอในร ปตาราง ข นการแปลความหมายข อม ล จ าเป นต องม เกณฑ หร อหล กเท ยบเค ยงใน แต ละต วบ งช ท าให สามารถระบ จ ดแข งจ ดอ อนของสถานศ กษาได เม อน าผลการปฏ บ ต งานท ได ร บ ไปเท ยบก บเกณฑ ด งกล าว

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ 1. ว ตถ ประสงค เพ อให ว ทยาล ยม ระบบค ณภาพและบ คลากรท กฝ ายร วมก นต งปณ ธาน ความม งหว งท จะพ ฒนาว ทยาล ยไปส ความสาเร จ โดยร วมก นระดมพล งป ญญา และแรง บ นดาลใจสร างภาพท พ งประสงค ของว ทยาล ย โดยร วมก นกาหนด

More information

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา ๒๓๑ แนวค ด กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษาเป นหน วยงานท สร างความเข มแข ง การบร หารด านว ชาการ ด านงบประมาณ ด านการบร

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net)

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net) 1 แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา () การประเม นการบร หารจ ดการศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาระด บสถานศ กษา เพ อให การด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาม ประส ทธ ภาพย งข น และน าไปส การพ ฒนาค

More information

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม

More information

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

แนวปฏ บ ต ท ด (Good Practice) กระบวนการปฏ บ ต งานท ม ค ณภาพ (Quality Work Porcedure)

แนวปฏ บ ต ท ด (Good Practice) กระบวนการปฏ บ ต งานท ม ค ณภาพ (Quality Work Porcedure) 1 แนวปฏ บ ต ท ด (Good Practice) กระบวนการปฏ บ ต งานท ม ค ณภาพ (Quality Work Porcedure) สถาบ นว จ ยและพ ฒนา มหาว ทยาล ยราชภ ฏภ เก ต ป การศ กษา 2554 2 คานา สถาบ นว จ ยและพ ฒนา ได ตระหน กถ งความสาค ญของการประก

More information

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553)

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการ ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการ ต วช ว ด เป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช จ ดประช มเพ อทบทวนแผนการจ ดการ

More information

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555 แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. กรม: เจ าท า ประเภทกรม : ด านนโยบาย ด านบร การ กระทรวง คมนาคม ช อแผนพ ฒนาองค การ: การบร หารทร พยากรบ คคล หมวด : 5 การม งเน นทร พยากรบ คคล โอกาสในการปร บปร ง : เม อเท

More information

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555 1 แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2555 2 แผนการจ ดการความร : การจ ดการความร เก ยวก บการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ พ นธก จ : การผล ตบ ณฑ ต กลย ทธ ท 1.2 : การพ ฒนาการเร ยนการสอนเพ อพ ฒนาค ณภาพน

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

ระบบและกลไกการประก นค ณภาพการศ กษาของว ทยาล ย

ระบบและกลไกการประก นค ณภาพการศ กษาของว ทยาล ย ระบบและกลไกการประก นค ณภาพการศ กษาของว ทยาล ย ระบบการประก นค ณภาพการศ กษา เพ อให ภารก จในการด าเน นการประก นค ณภาพการศ กษา ด าเน นไปไดอย างม ประส ทธ ภาพ ว ทยาล ยการสาธารณส ขส ร นธร จ งหว ดยะลาจ งได พ ฒนาระบบการประก

More information

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร 19 สนว. แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน ก มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร องค ประกอบ จ ดแข ง แนวทางเสร มจ ดแข ง จ ดท ควรพ ฒนา ข อเสนอแนะในการปร บปร ง หล กฐาน/โครงการ

More information

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม เอกสารสร ปรายงานการด าเน นโครงการก จกรรม ประกอบด วย ส วนท 1. ปกรายงาน ส วนท 2. ใบรองปก ( ปกใน ) ส วนท 3. ค าน า ส วนท 4. สารบ ญ ส วนท 5. โครงการท ได ร บการอน ม ต ส วนท 6. ก าหนดการ ส วนท 7. ส าเนาบ นท

More information

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต องใช เคร องม อประกอบการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา ศ กษา / ปฏ บ ต............... โดย............. เพ อ.............. สาระ...............

More information

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช แผนการจ ดการ ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช A1 เป าหมาย เป าหมาย ต วช ว ด เกณฑ ป 2556 จานวนประด นท สาขาว ชาศ กษาศาสตร กาหนด ครอบคล

More information

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า แผนการท : 1 ประเด นย ทธศาสตร : ความเป นเล ศด านการว จ ยและนว ตกรรม องค ท จ าเป น : องค ด านงานว จ ยและนว ตกรรม แผนการ คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า 1.การบ งช 2.การสร างและ แสวงหา การประช มจ ดการประช

More information

กลไกการด าเน นงานประก นค ณภาพของคณะว ทยาการจ ดการ

กลไกการด าเน นงานประก นค ณภาพของคณะว ทยาการจ ดการ กลไกการด าเน นงานประก นค ณภาพของคณะว ทยาการจ ดการ คณะว ทยาการจ ดการ ม กลไกการด าเน นงานประก นค ณภาพ ด งน 1. ประกาศนโยบายแนวปฏ บ ต และว ตถ ประสงค การประก นค ณภาพการศ กษาของคณะ ด งน 1.1 นโยบายการประก นค

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด กระบวนการจ ดการความร (Knowledge Management process) 1.การบ งช ความร บ งช ความร ท จ าเป

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา

รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา ต าแหน ง. ว ทยฐานะ.. กล มสาระการเร ยนร. โรงเร ยนสตร ท งสง ส าน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 12 กระทรวงศ กษาธ การ 255.. 2 บ

More information

แผนการจ ดการความร ป 2555-2557 สาขาบร หารการศ กษา Show and share

แผนการจ ดการความร ป 2555-2557 สาขาบร หารการศ กษา Show and share แผนการป 2555-2557 Show and share ล าด บ ก จกรรม ก าหนดการด าเน นงาน ระยะเวลา ต วช ว ด เป าหมาย 1. ก จกรรมท 1 การบ งช 1.1 การประช มช แจงประกาศ และค าส งนโยบายการจ ดการ เคร องม อท ใช ในการ สน บสน นประเด

More information

มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ระด บค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน

มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ระด บค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน ๑๓๒ มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน ว ธ การดาเน นการ ว ทยาล ยฯ จ ดให ม ระบบการประก นค ณภาพภายใน เพ อการพ ฒนาค ณภาพการศ กษาและพ ฒนา มาตรฐานการศ

More information

ค าน า คณะคร ศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต 31 ม นาคม พ.ศ. 2556

ค าน า คณะคร ศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต 31 ม นาคม พ.ศ. 2556 ค าน า แผนการบร หารความเส ยงของคณะคร ศาสตร ประจ าป งบประมาณ 2556 จ ดท าข นเพ อให คณะคร ศาสตร ม ระบบในการบร หารความเส ยง โดย บร หารป จจ ยและควบค มก จกรรมรวมท งกระบวนการในการด าเน นงาน โครงการต างๆ เพ อลดเหต

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการปฏ บ ต งาน ตอนท 1 ข อม ลของผ ร บการประเม น (เจ าหน าท บ คคลหร อเจ าหน าท ท เก ยวข องเป นผ กรอก) ตอนท 2 ภาระงานท ได ปฏ บ ต ในช วงระยะเวลาประเม น (ผ ร บการประเม นเป นผ

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ ผลการด าเน นงาน งานธ รการ 2 ผลการด าเน นงานของงานธ รการ ประจ าป การศ กษา 2549/ป งบประมาณ 2549 กองบร การการศ กษา มหาว ทยาล ยสงขลานคร นทร ว ทยาเขตป ตตาน ผลการด าเน นงานตามด ชน ช ว ด (KPIs) มาตรฐาน/ต วบ งช

More information

ห วข อการประกวดแข งข น

ห วข อการประกวดแข งข น ช อโครงการ การประกวดแข งข นท กษะด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร ห วข อการประกวดแข งข น เทคโนโลย สร างสรรค หน วยงานท ร บผ ดชอบ บร ษ ท สงขลาฟ น ชช ง จาก ด ล กษณะโครงการ ประกวดแข งข นช งท นการศ กษา ระยะเวลาดาเน นการ

More information

ข นตอนการจ ดทาความเส ยง ป การศ กษา 2556 สาน กงานอธ การบด มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลร ตนโกส นทร

ข นตอนการจ ดทาความเส ยง ป การศ กษา 2556 สาน กงานอธ การบด มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลร ตนโกส นทร ข นตอนการจ ดทาความเส ยง ป การศ กษา 2556 สาน กงานอธ การบด มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลร ตนโกส นทร ข นตอนท 1: กาหนดประเด นความเส ยง บ คลากรของมหาว ทยาล ยไม เข าใจเกณฑ การศ กษา 1 ข นตอนท 2: จ ดทา Key Process

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

การบร หารความร และการเร ยนร VII

การบร หารความร และการเร ยนร VII สารบ ญ สารบ ญ สารบ ญ VII สารบ ญร ป XII แถลงการณ แบบอย างท ด เย ยมด านการบร หาร 1 1. หล กการ 7 1.1 อนาคตของบร ษ ทข นอย ก บความร ความสามารถของพน กงาน 8 (ก) บร ษ ทเต บใหญ ได ไม เก นความร ความสามารถของพน กงานท

More information

รายงานผลการด าเน นงานตามแผนการด าเน นงานด านประก นค ณภาพการศ กษา คณะบ ณฑ ตว ทยาล ยว ศวกรรมศาสตร นานาชาต ส ร นธร ไทย-เยอรม น ป การศ กษา 2556

รายงานผลการด าเน นงานตามแผนการด าเน นงานด านประก นค ณภาพการศ กษา คณะบ ณฑ ตว ทยาล ยว ศวกรรมศาสตร นานาชาต ส ร นธร ไทย-เยอรม น ป การศ กษา 2556 รายงานตามด านประก น คณะบ ณฑ ตว ทยาล ยว ศวกรรมศาสตร นานาชาต ส ร นธร ไทย-เยอรม น ป การศ กษา 2556 8 พฤษภาคม 2557 2 รายงานตามด านประก น คณะบ ณฑ ตว ทยาล ยว ศวกรรมศาสตร นานาชาต ส ร นธร ไทย-เยอรม น ป การศ กษา

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 0 Course ID Course Name Time IT001 1 ว น หล กการและเหต ผล งานขายเป นห วใจของการด าเน นธ รก จ No Selling No Business ค ากล าวน คงไม ต องการค าอธ

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

การวางแผน (Planning)

การวางแผน (Planning) การวางแผน (Planning) การวางแผน หมายถ งอะไร การพ จารณา และ ก าหนดแนวทางปฏ บ ต งาน ให บรรล เป าหมาย การคาดการณ หร อ คาดคะเนส งท ย งไม เก ดข น อย างใช ด ลยพ น จ สร ป...การวางแผน ค อ ความพยายามท เป นระบบ เพ

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.) ล าด บท หล กส ตร ประเภท ระยะเวลา จ านวน ยศ 1 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง กรมอ ทหารเร อ ช นป ท 1 ศ กษา 1 ป ต.ค.57 - ก.ย.58 77 - เพ อทดแทนก าล งพลในการซ อมสร างเร อ 2 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง

More information

ค ม อการประเม น ด านท ๓ ด านผลงานท เก ดจากการปฏ บ ต หน าท

ค ม อการประเม น ด านท ๓ ด านผลงานท เก ดจากการปฏ บ ต หน าท ค ม อการประเม น ด านท ๓ ด านผลงานท เก ดจากการปฏ บ ต หน าท การประเม นผลงานท เก ดจากการปฏ บ ต หน าท ส วนท ๑ ข อจ าก ดตามสภาพความยากล าบากในการปฏ บ ต งาน สายงานการสอน ๑. การจ ดการเร ยนร (คะแนนเต ม ๓๐ คะแนน)

More information

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ย ทธศาสตร ย ทธศาสตร ท 1 เสร มสร างจ ตส าน กและ ค าน ยมให หน วยงาน บร หารงานตาม หล

More information

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา การประเม นผลการส มมนา หมายถ ง กระบวนการในการจ ดเก บข อม ล และจ ดกระท าข อม ลเพ อให ทราบว า การดาเน นงานจ ดส มมนาตาม โครงการ ได บรรล ว

More information

ต วบ งช / ประเด นการพ ฒนาและการตรวจสอบ ต วบ งช ท 11.1 ม ค ณธรรม จร ยธรรม และปฏ บ ต ตนตาม จรรยาบรรณของว ชาช พ (97.00)

ต วบ งช / ประเด นการพ ฒนาและการตรวจสอบ ต วบ งช ท 11.1 ม ค ณธรรม จร ยธรรม และปฏ บ ต ตนตาม จรรยาบรรณของว ชาช พ (97.00) 91 มาตรฐานด านการบร หารและการจ ดการศ กษา (6 มาตรฐาน 33 ต วบ งช ) มาตรฐานท 11 ผ บร หารม ค ณธรรม จร ยธรรม ม ภาวะผ นา และม ความสามารถ ในการบร หารจ ดการศ กษา ต วบ งช ท 11.1 ม ค ณธรรม จร ยธรรม และปฏ บ ต ตนตาม

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น 1 สร ปรายงาน โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การการเผยแพร สารสนเทศ เร อง ว นท 23 ม นาคม 2554 ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ ช อโครงการ : เร อง หล กการและเหต ผล ป จจ บ นคอมพ วเตอร ได เข ามาม ส วนส าค ญมากต

More information

LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม

LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม www.thatoomhsp.com เร อง พ ฒนาระบบรายงานโปรแกรม HOSxP สมาช ก ประกอบด วยเจ าหน าท ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ 2 คน นายธราท พย พรหมบ ตร ห วหน าศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ

More information

Office of the Civil Service Commission (OCSC)

Office of the Civil Service Commission (OCSC) Office of the Civil Service Commission (OCSC) 1 การพ ฒนาระบบงานบร หารทร พยากรบ คคล 1. ระบบสารสนเทศทร พยากรบ คคลระด บกรม (DPIS) 2. ระบบสารสนเทศทร พยากรบ คคลระด บจ งหว ด (PPIS) 3. ระบบสารสนเทศข าราชการพลเร

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 5 1. ว ตถ ประสงค เพ ออธ บายกระบวนการพ ฒนาบ

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.

แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และ มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘) แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา ๒๕๕๗ (๑ ม ถ นายน พ.ศ.

More information

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน แผนบร หารการสอน รายว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ รห สว ชา 3524301 จ านวน 3 หน วยก ต 3 ช วโมง ว ชาท ต องเร ยนมาก อน : 3521101 (การเง นธ รก จ) และ 3521102 (การบ ญช 2) ค าอธ บายรายว ชา ศ กษาเก ยวก บการพ ฒนาและว

More information

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า จ ดท าโดย กล มการเจ าหน าท ส าน กเลขาน การกรม แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า ในป

More information

ประกาศคณะกรรมการประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษาข นพ นฐาน เร อง ก าหนดหล กเกณฑ และแนวปฏ บ ต เก ยวก บการประก นค ณภาพภายใน ระด บการศ กษาข นพ นฐาน พ.ศ.

ประกาศคณะกรรมการประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษาข นพ นฐาน เร อง ก าหนดหล กเกณฑ และแนวปฏ บ ต เก ยวก บการประก นค ณภาพภายใน ระด บการศ กษาข นพ นฐาน พ.ศ. (ส าเนา) ๑ ประกาศคณะกรรมการประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษาข นพ นฐาน เร อง ก าหนดหล กเกณฑ และแนวปฏ บ ต เก ยวก บการประก นค ณภาพภายใน ระด บการศ กษาข นพ นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๔ --------------- อาศ ยอ านาจตามความในข

More information

แผนการจ ดการความร มหาว ทยาล ยเจ าพระยา (Knowledge Managements) ป การศ กษา 2556

แผนการจ ดการความร มหาว ทยาล ยเจ าพระยา (Knowledge Managements) ป การศ กษา 2556 แผนการจ ดการความร มหาว ทยาล ยเจ าพระยา (Knowledge Managements) ป การศ กษา 2556 ค าน า มหาว ทยาล ยเจ าพระยา ตระหน กและให ความส าค ญก บการพ ฒนาสถาบ นส สถาบ นเร ยนร ว ตถ ประสงค เพ อให ท กคนในสถาบ นฯ สามารถ

More information

(ผ ขอร บการประเม นตามหล กเกณฑ น สามารถส งคาขอร บการประเม นพร อมเอกสารท เก ยวข องได ตลอดป รอบป ละ 1 คร ง)

(ผ ขอร บการประเม นตามหล กเกณฑ น สามารถส งคาขอร บการประเม นพร อมเอกสารท เก ยวข องได ตลอดป รอบป ละ 1 คร ง) ตามหน งส อสาน กงาน ก.ค.ศ.ด วนท ส ด ท ศธ 0206.4/ว 17 ลงว นท 30 ก นยายน 2552 (ผ ขอร บการประเม นตามหล กเกณฑ น สามารถส งคาขอร บการประเม นพร อมเอกสารท เก ยวข องได ตลอดป รอบป ละ 1 คร ง) ว ทยฐานะชานาญการ 2) แบบรายงานผลการปฏ

More information

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท บทท 1 ส วนเจ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง 1-1 ประกอบด วยผ ใช งานท เก ยวข อง 3 ส วนค อ ส วนเจ จ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง ส วนผ ใช งานน ท วไป ได แก ข าราชการท กคนของส าน กงานฯ

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 ค าน า ด วยคณะร ฐมนตร ได ประกาศใช แผนการบร หารราชการแผ นด น พ.ศ.2555 2558(ราชก จจาน เบกษา เล ม 128 ตอนพ เศษ 109 ง ว นท 21 ก นยายน 2554) เป นกรอบแนวทางการบร หารราชการตลอดวาระการด

More information

การบร หารโครงการว จ ย #3

การบร หารโครงการว จ ย #3 การบร หารโครงการว จ ย #3 เร ยบเร ยงโดย นางสาวศ ร อร ศ กด ว ไลสก ล 1 ว นน เราจะมาท าความเข าใจและเร มต นบร หารโครงการว จ ย ท งความหมายของการบร หาร รวมท งการ พ ฒนาโครงการม ข นตอนอะไรบ าง มาต ดตามก นในตอนท

More information

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554 การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554 รายงานการประเม นตนเองตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการ (รายต วช ว ด) ( ) รอบ 6 เด อน ( / ) รอบ 9 เด อน ( ) รอบ 12

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ อ. ร งล กษม รอดข า คณะว ทยาการจ ดการ มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนส น นทา 1 บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสารของระบบสารสนเทศ ว ตถ ประสงค 1. บอกความหมายของเอกสารระบบสารสนเทศได

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ 2557 (SU KM 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร แผน ประจ าป การศ กษา 2556 / ป งบประมาณ (SU 010) หน วยงาน คณะด ร ยางคศาสตร มหาว ทยาล ยศ ลปากร ขอบเขต 3 การรวบรวมแนวปฏ บ ต ท ด จากการเร ยนการสอนรายว ชาเคร องม อเอก กล มเป าหมาย คณาจารย และน กศ กษา เป าหมาย

More information

แผนการประก นค ณภาพการศ กษา ประจาป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2553-30 ก นยายน 2554)

แผนการประก นค ณภาพการศ กษา ประจาป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2553-30 ก นยายน 2554) แผนการประก นค ณภาพการศ กษา (1 ต ลาคม 2553-30 ก นยายน 2554) สาน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏยะลา จากมต ท ประช ม คร งท 2/2553 ลงว นท 8 ธ นวาคม 2552 แผนการประก นค ณภาพการศ กษา (1 ต ลาคม

More information

โครงการ พ ฒนาศ กยภาพคร ย คใหม โครงการในแผนปฏ บ ต การ ประจาป งบประมาณ 2554 โครงการ/ก จกรรมตามกลย ทธ สพฐ. โครงการเฉพาะก จ สพฐ. อบจ./อบต.

โครงการ พ ฒนาศ กยภาพคร ย คใหม โครงการในแผนปฏ บ ต การ ประจาป งบประมาณ 2554 โครงการ/ก จกรรมตามกลย ทธ สพฐ. โครงการเฉพาะก จ สพฐ. อบจ./อบต. โครงการ พ ฒนาศ กยภาพคร ย คใหม โครงการในแผนปฏ บ ต การ ประจาป งบประมาณ 2554 โครงการ/ก จกรรมตามกลย ทธ สพฐ. โครงการเฉพาะก จ สพฐ. อบจ./อบต. อ น ๆ โปรดระบ... สนองกลย ทธ ข อ 4 พ ฒนาคร และบ คลากรทางการศ กษาท งระบบให

More information

สารบ ญตาราง ตารางท หน า

สารบ ญตาราง ตารางท หน า สารบ ญ บทท หน า บทสร ปผ บร หาร I 1 บทนา 1 หล กการและเหต ผล 1 ว ตถ ประสงค และเป าหมาย 2 ขอบเขตของการว จ ย 2 ประโยชน ท ได ร บจากการว จ ย 4 น ยามศ พท เฉพาะ 4 กรอบแนวค ดของการว จ ย 7 2 แนวค ด ทฤษฎ และงานว

More information