ระบบการแพทย ฉ กเฉ น (EMS= Emergency Medical System)

Size: px
Start display at page:

Download "ระบบการแพทย ฉ กเฉ น (EMS= Emergency Medical System)"

Transcription

1 ระบบการแพทย ฉ กเฉ น (EMS= Emergency Medical System) กล าวนา ป จจ บ นระบบการแพทย ฉ กเฉ นของประเทศไทยได ม การพ ฒนาด ข นตามลาด บ หล งจากม การประกาศใช พรบ.การแพทย ฉ กเฉ น เม อ ๖ ม.ค. ๕๑ โดยป จจ บ นได ม หน วยงานร บผ ดชอบด านการแพทย ฉ กเฉ นของ ประเทศ ได แก สถาบ นการแพทย ฉ กเฉ นแห งชาต (สพฉ.) ซ งเหต ผลในการประกาศใช พรบ.ฉบ บน ค อ ในอด ตท ผ านมาการปฏ บ ต การด านการแพทย ฉ กเฉ นย งขาดระบบบร หารจ ดการด านบ คลากร อ ปกรณ และเคร องม อ ช วยเหล อผ ป วยฉ กเฉ น ทาให ผ ป วยฉ กเฉ นต องส ญเส ยช ว ต อว ยวะ หร อเก ดความบกพร องในการทางานของ อว ยวะสาค ญ รวมท งท าให การบาดเจ บหร ออาการป วยร นแรงข นโดยไม สมควร เพ อลดและป องก นความส ญเส ย ด งกล าว จ งกาหนดให ม คณะกรรมการการแพทย ฉ กเฉ นข น เพ อกาหนดมาตรฐาน หล กเกณฑ และว ธ ปฏ บ ต เก ยวก บการแพทย ฉ กเฉ น ตลอดจนกาหนดให ม สถาบ นการแพทย ฉ กเฉ นแห งชาต ข นมาเป นหน วยร บผ ดชอบ การบร หารจ ดการ การประสานระหว างหน วยงานท เก ยวข อง ท งภาคร ฐและเอกชน และการส งเสร มให องค กร ปกครองส วนท องถ นเข ามาม บทบาทในการบร หารจ ดการ เพ อให เก ดความร วมม อในการปฏ บ ต งานด าน การแพทย ฉ กเฉ นร วมก น อ นจะทาให ผ ป วยฉ กเฉ นได ร บการค มครองส ทธ ในการเข าถ งระบบการแพทย ฉ กเฉ น อย างท วถ ง เท าเท ยม ม ค ณภาพมาตรฐาน โดยได ร บการช วยเหล อและร กษาพยาบาลท ม ประส ทธ ภาพและท น ต อเหต การณ มากข น การแพทย ฉ กเฉ น (Emergency Medicine) ตามค าจาก ดความของ พรบ.การแพทย ฉ กเฉ น ๒๕๕๑ ม ความหมาย ท กว าง โดยให หมายถ ง (๑) การปฏ บ ต การฉ กเฉ น (๒) การศ กษา (๓) การฝ กอบรม (๔) การค นคว า (๕) การว จ ย และ (๖) การป องก นการเจ บป วยท เก ดข นฉ กเฉ น โดยท ง (๑) (๖) เก ยวก บการประเม น การ จ ดการ การบาบ ดร กษาผ ป วยฉ กเฉ น น บต งแต การร บร ถ งภาวการณ เจ บป วยฉ กเฉ น จนถ งการดาเน นการให ผ ป วยฉ กเฉ นได ร บการบาบ ดร กษาให พ นภาวะฉ กเฉ น จาแนกเป นการปฏ บ ต การในช มชน และการปฏ บ ต การ ต อผ ป วยฉ กเฉ นท งนอกโรงพยาบาลและในโรงพยาบาล จากท กล าวมาจะเห นได ว าประเทศไทยได ม การพ ฒนา และมองเห นความสาค ญในการให การด แล ผ ป วยฉ กเฉ นอย างเป นระบบมากข น ม อ กหลายส งท จะต องพ ฒนาไปพร อม ๆ ก น เช น เร องของการพ ฒนาองค ความร ของบ คลากร การจ ดการศ กษา การฝ กอบรม เพ อให ระบบการแพทย ฉ กเฉ นม ประส ทธ ภาพมากข น สาหร บเน อหาท นาเสนอน จะขอกล าวถ งงานส วนหน งของระบบการแพทย ฉ กเฉ นเท าน น ค อเร องของล กษณะ และข นตอนการปฏ บ ต งาน เพ อจะได ให ท านมองภาพรวมของงานระบบการแพทย ฉ กเฉ นอย างเป นระบบและ เข าใจข นตอนการปฏ บ ต งานได ด ข น ข นตอนการปฏ บ ต งานในระบบการแพทย ฉ กเฉ น การปฏ บ ต งานในระบบการแพทย ฉ กเฉ น ถ อเป นมาตรฐานสากลท เก ดข นในประเทศสหร ฐอเมร กา โดยม การ ออกแบบตราส ญล กษณ ของน กก ช พ ท ใช เคร องหมายแท งเหล ยมหกแฉกส น าเง น ม ร ปง พ นไม คทาอย กลางแท ง เหล ยมหกแฉก (Star of Life) ซ งแต ละแฉกหมายถ งระบบการท างานของหน วยแพทย ก ช พน นเอง โดยผ ท ทา การออกแบบ ค อ Mr.Leo R. Schwartz และได จดล ขส ทธ นาออกใช เม อ ๑ ก.พ. ค.ศ. ๑๙๗๗ โดยท ล ขส ทธ จะ ม ผลบ งค บใช เป นเวลาย ส บป น บแต ว นประกาศใช และหล งจากน นบ คคลท วไป สามารถใช งานได โดยท ไม ต องขอ อน ญาตในการใช งาน ด งน น จะเห นได ว าหน วยงานด านการแพทย ฉ กเฉ นต าง ๆ ได ใช ส ญล กษณ Star of Life เป น เคร องหมายของหน วยอย างแพร หลาย เพ อบ งบอกถ งล กษณะข นตอนการทางานของระบบการแพทย ฉ กเฉ น น นเอง ๑

2 ร ปส ญล กษณ ของการระบบแพทย ฉ กเฉ น (STAR OF LIFE) ข นตอนการปฏ บ ต งานในระบบการแพทย ฉ กเฉ นท ง ๖ ข นตอน ได แก ๑. การเจ บป วยฉ กเฉ นและการพบเหต (Detection) ๒. การแจ งเหต ขอความช วยเหล อ (Reporting) ๓. การออกปฏ บ ต การของช ดปฏ บ ต การฉ กเฉ น (Response) ๔. การร กษาพยาบาล ณ จ ดเก ดเหต (On Scene care) ๕. การลาเล ยงขนย ายและให การด แลระหว างนาส ง (Care in transit) ๖. การนาส งสถานพยาบาล (Transfer to the definitive care) ๑.การเจ บป วยฉ กเฉ นและการพบเหต (Detection) การเจ บป วยฉ กเฉ นเป นเหต ท เก ดข นอย างไม สามารถคาดการณ ไว ล วงหน าได แม ว าสามารถเตร ยมการ ป องก นได ก ตาม การส งเสร มหร อจ ดให ม ผ ท ม ความร ความสามารถในการต ดส นใจแจ งเหต เม อพบเหต ซ งผ น น อาจเป นผ เจ บป วยเองหร อคนข างเค ยง เป นเร องท จาเป นมาก เพราะว าจะสามารถทาให กระบวนการช วยเหล อ มาถ งได รวดเร ว ตรงก นข ามหากล าช า นาท ท สาค ญต อช ว ตของผ ป วยฉ กเฉ นจะหมดไปเร อยๆ จนกระท งสาย เก นแก ไขได ๒.การแจ งเหต ขอความช วยเหล อ (Reporting) การแจ งเหต ท รวดเร วโดยระบบการส อสารท ม ประส ทธ ภาพและม หมายเลขท จาได ง ายเป นเร องท จาเป นมากเช นก น เพราะว าเป นประต เข าไปส การช วยเหล อท เป นระบบ แต ผ แจ งเหต อาจจะต องม ความร ความสามารถในการให ข อม ลท ถ กต อง รวมท งม ความสามารถในการให การด แลข นต นตามความเหมาะสมอ ก ด วย ป จจ บ นประเทศไทยได ม การจ ดต งศ นย ร บแจ งเหต และส งการ (Dispatch Center) ไว ท กจ งหว ด และใช หมายเลข ๑๖๖๙ เป นหมายเลขท ใช แจ งในระบบการแพทย ฉ กเฉ น ๓. การออกปฏ บ ต การของช ดปฏ บ ต การฉ กเฉ น (Response) เพ อให การปฏ บ ต การฉ กเฉ นม ความเหมาะสมก บสภาวะการเจ บป วยฉ กเฉ นในแต ละเหต การณ สถาบ น การแพทย ฉ กเฉ นแห งชาต (สพฉ.) จ งได กาหนดมาตรฐานช ดปฏ บ ต การท เหมาะสมเพ อให การช วยเหล อ ณ จ ด เก ดเหต จนถ งสถานพยาบาล โดยช ดปฏ บ ต การจะประกอบด วย บ คลากร ได แก ห วหน าช ดผ ปฏ บ ต การ ผ ปฏ บ ต การ และผ ข บพาหนะฉ กเฉ น อ ปกรณ ต าง ๆ ได แก ยานพาหนะเพ อลาเล ยงหร อขนส ง อ ปกรณ ทาง การแพทย (เวชภ ณฑ และเคร องม อต างๆ ) ในการจ ดส งช ดปฏ บ ต การออกให ความช วยเหล อผ เจ บป วยฉ กเฉ น ๒

3 ผ ร บแจ งเหต และส งการช วยเหล อ (EMD = Emergency Medical Dispatcher) หร อผ บ ญชาการจะเป นผ พ จารณาความเหมาะสม ป จจ บ นช ดปฏ บ ต การฉ กเฉ น ม ด งน ๑.ช ดปฏ บ ต การฉ กเฉ นเบ องต น (First Responder Unit : FR) ห วหน าช ดปฏ บ ต การเป นผ ปฏ บ ต การ ฉ กเฉ นเบ องต น (First Responder) และท มปฏ บ ต การท เป นผ ปฏ บ ต การฉ กเฉ นเบ องต น รวมอย างน อย ๓ คน ๒. ช ดปฏ บ ต การฉ กเฉ นระด บต น (Basic Life Support Unit : BLS) ห วหน าช ดปฏ บ ต การเป นเวชกร ฉ กเฉ นระด บต น (Emergency Medical Technician Basic : EMT-B) และท มปฏ บ ต การท เป นเวชกร ฉ กเฉ นระด บต นหร อผ ปฏ บ ต การฉ กเฉ นเบ องต น รวมอย างน อย ๓ คน ๓. ช ดปฏ บ ต การฉ กเฉ นระด บกลาง (Intermediate Life Support Unit : ILS) ห วหน าช ดปฏ บ ต การ เป นเวชกรฉ กเฉ นระด บกลาง (Emergency Medical Technician Intermediate : EMT-I) และท ม ปฏ บ ต การเป นเวชกรกรฉ กเฉ นระด บกลาง เวชกรฉ กเฉ นระด บต น หร อผ ปฏ บ ต การฉ กเฉ นเบ องต น รวมอย าง น อย ๓ คน ๔. ช ดปฏ บ ต การฉ กเฉ นระด บส ง (Advance Life Support Unit : ALS) ห วหน าช ดปฏ บ ต การเป นเวช กรฉ กเฉ นระด บส ง (Emergency Medical Technician-Paramedic : EMT-P) หร อ พยาบาลก ช พ (Pre Hospital Emergency Nurse : PHEN) หร อแพทย ฉ กเฉ น (Emergency Physician : EP) หร อ แพทย (Physician) และท มปฏ บ ต การท เป นเวชกรฉ กเฉ นระด บกลาง เวชกรฉ กเฉ นระด บต น หร อผ ปฏ บ ต การฉ กเฉ น เบ องต น รวมอย างน อย ๓ คน ๔. การร กษาพยาบาล ณ จ ดเก ดเหต (On Scene care) การร กษาพยาบาลผ ป วยฉ กเฉ น ณ จ ดเก ดเหต เป นข นตอนหน งท ม ความสาค ญ ท ต องอาศ ยหล กการ และองค ความร ท ถ กต อง ในการต ดส นใจท รวดเร ว ถ กต อง และส งสาค ญท ส ดค อเร อง ของความปลอดภ ย ท ง ผ ปฏ บ ต งาน ประชาชนท อย ในเหต การณ โดยม เน อหาท เก ยวข องก บการปฏ บ ต งาน ณ จ ดเก ดเหต ด งน ๔.๑ การประเม นสถานการณ (Scene size-up) ในการปฏ บ ต งาน ณ จ ดเก ดเหต ส งสาค ญส งแรก ค อ การประเม นสถานการณ ต งแต เร มเด นทางไปจนถ งท เก ดเหต การประเม นสถานการณ เป นการรวบรวม ข อม ลต าง ๆ ท เก ยวข องก บสถานการณ สภาพแวดล อมท อาจเป นอ นตราย หร อความปลอดภ ยของสถานท น น ๆ เพ อเป นแนวทางในการพ จารณา วางแผนเข าไปช วยเหล อผ ป วยฉ กเฉ น ได อย างถ กต อง เก ดความปลอดภ ย ต อเจ าหน าท ท เข าไปช วยเหล อ รวมท งผ ป วยเจ บ ประชาชนท อย ในเหต การณ และเพ อเป นข อม ลในการร องขอ ความช วยเหล อ ส งสน บสน นจากหน วยงานอ น ๆ ท เก ยวข อง ในกรณ ท ม ผ ป วยฉ กเฉ น จานวนมาก (Mass casualty) เก นข ดความสามารถของหน วยท เข าไปช วยเหล อ ข อม ลท เก ยวก บการประเม นสถานการณ : ประกอบด วยส งต าง ๆ ด งน ๑) การป องก นตนเอง ประกอบด วย ๑.๑) การป องก นตนเองจากการส มผ สเช อโรค (Body substance isolation : BSI) พ งระล กไว เสมอว า เราไม ควรไปส มผ สก บผ ป วยฉ กเฉ นโดยตรง เพราะอาจทาให เราต ดเช อโรคต าง ๆ ตามมาได ด งน น จ ง ต องเตร ยมอ ปกรณ ป องก นตนเองท เหมาะสม เพ อไม ให ม การส มผ ส สารค ดหล ง เล อด หร อการไอ จาม จาก ผ ป วยฉ กเฉ น ด งน สวมแว นตา ถ าจาเป น สวมถ งม อ ถ าจ าเป น สวมเส อคล ม ถ าจาเป น สวมผ าป ดปาก ป ดจม ก ถ าจาเป น ล างม อ ล างยานพาหนะ ๓

4 ล างอ ปกรณ หล งการใช งาน ๑.๒) การป องก นอ นตรายท อาจเก ดข นระหว างการปฏ บ ต งานในบางสถานการณ สวมหมวกน รภ ย สวมร องเท าบ ท ๑.๓) การป องก นอ นตรายจากว ตถ อ นตราย กรณ ท ม สารพ ษ ต องให ผ เช ยวชาญมาควบค มสถานการณ ไม ควรเข าไปในสถานท ท อาจจะม สารพ ษ หร อว ตถ อ นตราย โดยไม ม อ ปกรณ ป องก น ตนเอง ๑.๔) การป องก นตนเองจากอ บ ต เหต จราจร ต องส งเกตส งต อไปน สภาพการจราจร สายไฟฟ า / ไฟฟ า น าม นเช อเพล งท ร วออกมา สารเคม / ว ตถ อ นตราย ๑.๕) การป องก นตนเองจากการถ กทาร าย พยายามอย าย งเก ยวก บเหต การณ ท ไม เก ยวข องก บการร กษาพยาบาล ม สต ควบค มอารมณ หล กเล ยงการโต แย ง ควรเก บร กษาว ตถ พยานต าง ๆ เท าท จะทาได ต ดต อเจ าหน าท ตารวจ เพ อช วยควบค มสถานการณ ๒) ความปลอดภ ยของสถานการณ (Scene safety) เป นการประเม นสภาพเหต การณ ว า จะเก ด อ นตรายซ าซ อนหร อไม เช น ต กถล ม ไฟไหม การวางระเบ ด รถชนก นท ม ไฟไหม เป นต น จาเป นต องร บ เคล อนย ายแบบฉ กเฉ นเพ อช วยช ว ตผ ป วยฉ กเฉ นไว ก อน ยกเว น ถ าเหต การณ ไม ปลอดภ ย ไม ควรเข าไปในท เก ด เหต ต องทาสถานการณ ให ปลอดภ ย หร อแจ งเจ าหน าท ท เก ยวข องมาทาให ปลอดภ ยเส ยก อน ๓) กลไกการบาดเจ บ (MOI = Mechanism of injuries) เป นการประเม นเพ อพ จารณาถ งความ ร นแรงของอาการ ในผ ป วยฉ กเฉ น โดยแบ งออกเป น ผ บาดเจ บ (Trauma) และผ เจ บป วย (Medical) ๓.๑) ผ บาดเจ บ (Trauma) ให พ จารณาถ งกลไกการบาดเจ บ (Mechanism of injuries) โดยการ ถามสาเหต ของการบาดเจ บ จากต วผ บาดเจ บเอง กรณ ผ บาดเจ บไม ร ส กต ว หร อไม สามารถให ประว ต ได ให สอบถามจากญาต ผ ท อย ในเหต การณ พร อมท งตรวจสอบสถานท ท เก ดเหต ประกอบ เพ อประเม นถ งความ ร นแรงของเหต การณ ต วอย าง เช น ข อม ลท สน บสน นว าผ บาดเจ บ น าจะม การบาดเจ บท ร นแรง ได แก รถชนปะทะก นด วยความเร วส ง ผ บาดเจ บอย ในรถท พล กคว า หร อกระเด นออกมาจากต วรถ อ บ ต เหต ท ม ผ เส ยช ว ตในเหต การณ เด ยวก น ตกจากท ส งมากกว า ๒๐ ฟ ต ในผ บาดเจ บท เป นผ ใหญ และมากกว า ๑๐ ฟ ต ใน ผ บาดเจ บท เป นทารกและเด ก บาดแผลทะล หร อม ว สด เส ยบคาท ศ รษะ ช องท อง หร อหน าอก ๓.๒) ผ เจ บป วย (Medical) ให พ จารณาจากการซ กประว ต จากผ ป วย ญาต หร อผ ท อย ในเหต การณ ว าขอความช วยเหล อด วยเร องอะไร (Chief complaint) ป ญหาหร อจ ดเร มต นของการเจ บป วย (NOI = Nature of illness) เช น การเจ บหน าอก ในผ ป วยโรคกล ามเน อห วใจขาดเล อด การปวดท อง ของผ ป วยไส ต ง อ กเสบ เป นต น ตลอดจนการส งเกตสถานท เก ดเหต ว าม ส งบอกเหต ของการเจ บป วย หร อไม เช น ซองยา ขวด ส รา เข มฉ ดยา ยาพ นแก หอบห ด เป นต น ๔

5 ๔) พ จารณาจานวนผ ป วยฉ กเฉ น (Number of patients) กรณ ม จานวนผ ป วยฉ กเฉ นมากเก นข ด ความสามารถท จะจ ดการ (Mass casualty) จะต องร องขอกาล งสน บสน นจากหน วยงานต างๆ ท เก ยวข อง ก อนท จะเข าไปช วยเหล อผ ป วยเจ บ ในขณะเด ยวก นก ต องท าการการค ดแยก (Triage) ผ ป วยเจ บ เพ อจ ดลาด บ ความเร งด วนในการช วยเหล อตามระด บความร นแรง ซ งเป นส งท ต องให ความสาค ญและต องกระทาท กคร ง ๕) การขอร บการสน บสน นทร พยากรและส งสน บสน นอ น ๆ (Additional resource) ในบาง สถานการณ อาจจาเป นต องขอร บการสน บสน นจากหน วยงานอ น ๆ ท เก ยวข อง เช น ท มก ช พข นส ง (ALS), ก ภ ย (Rescue), ตารวจ (Police) เป นต น สร ป การประเม นสภาพแวดล อม (Scene size-up) เป นข นตอนแรกและเป นข นตอนท สาค ญท ต อง ปฏ บ ต ณ จ ดเก ดเหต โดยคาถามแรกท ต องถามค อ ปลอดภ ยหร อไม ท จะเข าไปช วยเหล อผ ป วยเจ บ ประเม น ความจาเป นในการใช อ ปกรณ ป องก นตนเอง ให เก ดความปลอดภ ย ถ าสภาพแวดล อมไม ปลอดภ ย ต องทาให ปลอดภ ยก อน โดยการต ดต อขอร บการช วยเหล อจากท มก ภ ย และหน วยบรรเทาสาธารณภ ยก อน เม อ สถานการณ ม ความปลอดภ ยแล ว ให พ จารณาถ งกลไกการบาดเจ บ ความร นแรงของเหต การณ ตลอดจนจานวน ผ ป วยฉ กเฉ น ก อนท จะเร มประเม นสภาพการบาดเจ บข นต น (Initial assessment) กรณ ม ผ ป วยฉ กเฉ นจานวน มาก เก นข ดความสามารถของท มช วยเหล อ จะต องทาการค ดแยก (Triage) ผ ป วยเจ บก อน เพ อจ ดลาด บ ความสาค ญในการช วยเหล อ ก อนท มท เร ยกขอความช วยเหล อจะมาถ ง ๔.๒ การประเม นสภาพผ ป วยฉ กเฉ น (Patient assessment) ม ข นตอนต าง ๆ ด งน ๔.๒.๑ การประเม นข นต น (Initial assessment) เป นข นตอนแรกของการประเม นเพ อท จะ ค นหา พร อมก บให การร กษาภาวะค กคามต อช ว ต (Life threatening condition) โดยม งเน นไปท ๓ ระบบ ท ม ความสาค ญในภาวะว กฤต ได แก ระบบหายใจ (Respiratory) ระบบการไหลเว ยนเล อด (Circulatory) และ ระบบประสาท (Nervous system) การประเม นสภาพผ ป วยเจ บข นต น ณ จ ดเก ดเหต ใช เวลาในการประเม น ไม เก น ๑ นาท เท าน น ส งสาค ญท ต องประเม นและให การด แล ม ข นตอนการปฏ บ ต ด งน ก) สภาพท วไปของผ ป วยฉ กเฉ น (General appearance) ข) ระด บความร ส กต ว (Mental status) ค) ทางเด นหายใจ (Airway) ง) การหายใจ (Breathing) จ) การไหลเว ยนโลห ต (Circulation) ก) สภาพท วไปของผ ป วยฉ กเฉ น (General appearance) เป นส งท ต องให การด แลผ ป วย ฉ กเฉ นเป นลาด บแรก เป นการประเม นท นท ท พบผ ป วยเจ บ โดยใช สภาวะแวดล อมและอาการสาค ญ (Chief complaint โดยท วไป chief complaint ก ค ออาการท เป นสาเหต ให ต องตามรถพยาบาล ส งท จาเป นต อง ทราบม ด งน ผ ป วยฉ กเฉ นกาล งอย ในภาวะค กคามต อช ว ตหร อไม ภาวะท เก ดข นเป นความเจ บป วย (Medical) หร อเป นการบาดเจ บจากอ บ ต เหต (Trauma) ข อม ลพ นฐาน เช น อาย เพศ เช อชาต ถ าเป นการบาดเจ บ (Trauma) ควรจะทราบถ งกลไกการบาดเจ บ (Mechanism of injuries) ๕

6 ถ าเป นการเจ บป วย (Medical) ควรจะทราบป ญหาท เก ดเร มต น (Nature of illness) เช น การหายใจลาบาก การเจ บหน าอก เป นต น ในรายท ม การบาดเจ บ (trauma) และสงส ยว าม การบาดเจ บของกระด กคอและไขส นหล ง (c-spine injury) ร วมด วย ต องทาการย ดตร งบร เวณคอและศ รษะท นท (Stabilize Cervical Spine) ก อนท าการ ประเม นข นต อไป ข) ระด บความร ส กต ว (Mental status) ผ ป วยฉ กเฉ นท หมดสต (Unconscious) หร อไม ทราบสาเหต การบาดเจ บ (Unknown injuries) จะต องท าการย ดตร งกระด กส นหล ง (C-spine stabilize) ท ก คร ง การทางานของระบบประสาท สามารถประเม นอย างรวดเร ว โดยประเม นจากระด บของความร ส กต ว (Mental Status) ในการประเม นเป นการด การตอบสนองต อคาพ ด หร อการตอบสนองต อส งกระต นทาง กายภาพ โดยใช ต วอ กษรช วยจา AVPU เป นหล กในการประเม น ด งน Alert : ผ ป วยเจ บพ ดค ยได ร เร อง โดยไม ต องการกระต น Verbal stimulus : ผ ป วยเจ บตอบสนองต อเส ยงพ ด / เร ยก Painful stimulus : ผ ป วยเจ บไม ตอบสนองต อเส ยงพ ด แต ตอบสนองต อการกระต นด วยความ เจ บปวด Unresponsive : ผ ป วยเจ บไม ตอบสนองต อเส ยงพ ดและความเจ บปวด ว ธ ประเม นความร ส กต ว ๑) ตบท ไหล เบา ๆ ๒) เร ยกผ ป วยเจ บ พร อมแนะนาต วเอง และสอบถามอาการผ ป วย ๓) ถ าไม ส งเส ยงโต ตอบ ให ทดสอบการตอบสนองต อเส ยงเร ยก โดยให ทาตามคาส ง ให บ บม อ กระด ก เท า ว าผ ป วยทาตามได หร อไม ๔) ถ าไม ทาตาม ให ทดสอบการตอบสนองต อความเจ บปวด โดยใช ของแข งกดท โคนเล บ ประเม นว า ผ ป วยตอบสนองความเจ บปวดหร อไม เช น การป ด ขย บหน หร อเกร งต วงอแขน (decorticate) หร อเกร งต ว เหย ยดแขน (decerebrate) ๕) ถ าไม ตอบสนองใด ๆ หมายถ ง Unresponsive ค.) การประเม นทางเด นหายใจ (Assess Airway) ข นตอนต อมา ค อการประเม น ทางเด นหายใจ (Airway) และการหายใจ (Ventilation) ถ าผ ป วยเจ บพ ดค ยได หร อร องไห ได แสดงว าไม น าจะ ม ป ญหาเร องทางเด นหายใจ แต ถ าผ ป วยเจ บไม ร ส กต ว ต องทาการเป ดทางเด นหายใจ และตรวจสอบการหายใจ ว ธ การเป ดทางเด นหายใจ Head tilt chin lift : การกดหน าผาก และเชยคาง จะช วยยกล นท ตกไปป ดบร เวณ pharynx ว ธ ใช ก บผ เจ บป วยท วไป ท ไม ได ม การบาดเจ บ วางม อข างหน งท หน าผาก อ กม อจ บบร เวณขากรรไกร ออกแรงกดเอ ยง ๆ ท หน าผาก ในขณะท อ กม อยกขากรรไกรข นข างบน โดย ระว งไม ให ร มฝ ปากป ด อาจต องใช น วห วแม ม อช วยด งร มฝ ปากล างลง Jaw thrust without head tilt : ใช ในกรณ ท สงส ย C-spine injury วางน วห วแม ม อท งสองข างท บร เวณกระด ก maxilla และวางน วช และ น วกลางท บร เวณขากรรไกรล าง ออกแรงยกขากรรไกรข น โดยไม ให ม การเคล อนไหวของส วนคอ ๖

7 ง.) การประเม นการหายใจ (Assess Breathing) ในผ ป วยท ร ส กต วด ให ส งเกตค ณภาพการหายใจ ในผ ป วยท ไม ร ส กต ว ใช หล กการ Look, Listen, Feel ค อ ตามองด การขย บของ หน าอก ห ฟ งเส ยงลมหายใจ แก มส มผ สลมหายใจ ประเม นการหายใจ ด ว าหายใจเร ว ช า หร อปกต ค ณภาพการหายใจเป นอย างไร ต องใช กล ามเน ออ น ๆ ช วยหร อไม กรณ ท ม เคร องหาค าความอ มต วของออกซ เจนในเล อด (pulse oximeter) ให ทาการ ประเม นภาวะพร องออกซ เจนของผ ป วยด วย (ค าปกต %) ถ าค ณภาพการหายใจไม ด หร อไม เพ ยงพอ ต องให Mask with reservoir bag ต อ ออกซ เจนออกซ เจน ๑๐-๑๕ ล ตร/นาท, ถ าไม หายใจต องช วยหายใจ ออกซ เจน Mask with Ambu bag บ บ ๘-๑๐ คร ง/นาท เป ดออกซ เจน ๑๐-๑๕ ล ตร/นาท จ.) การประเม นระบบการไหลเว ยน (Assess Circulation) ม ด งน จ บช พจร ๒ ตาแหน งเปร ยบเท ยบก น ค อ Carotid artery (central pulse) และ Radial artery (peripheral pulse) ถ าคลาพบท Radial pulse บ งบอกได ว า Systolic pressure > 80 mm/hg ถ าพบเฉพาะ Carotid pulse แสดงว า Systolic pressure ประมาณ 60 mm/hg เป นการเปร ยบเท ยบความแตกต างของช พจร ๒ ตาแหน ง ว าเต น เร ว ปกต ช า เต นแรง เบา Look for major bleeding ค นหาบร เวณท ม เล อดออกมาก โดยเป ดเส อผ าบร เวณท ม เล อดออก หร อบร เวณท สงส ยให เห นช ดเจน เพ อท าการห ามเล อด Check skin ประเม นผ วหน ง (ประเม นต งแต ขณะจ บช พจรและประเม นเพ มเต ม) โดยด ส ผ ว (skin color) ผ ป วยซ ด เข ยว แดง เหล องท ใบหน า แขน ขา ซ ดขาว แสดงว าเส ย เล อดมากกว า ๓๐%, อ ณหภ ม (temperature) ร างกายร อน หร อเย น, ม เหง อออก หร อไม Check capillary refill โดยการกดท ปลายเล บ จะต องม เล อดกล บมาเล ยงภายใน 2 ว นาท สร ป การประเม นข นต น (Initial assessment) เป นข นตอนท เร มต งแต การพบเห นผ ป วยฉ กเฉ นคร ง แรก เพ อหาข อส นน ษฐานเบ องต น ด ข อม ลท วไป เช น อาย เพศ เช อชาต พ จารณาถ งกลไกการบาดเจ บ ในผ ท ได ร บอ บ ต เหต สาหร บผ เจ บป วย ควรทราบถ งป ญหาและอาการสาค ญของโรค ค นหาและจ ดการส งท ค กคามต อ ช ว ต ผ ป วยฉ กเฉ นท หมดสต หร อไม ทราบสาเหต การบาดเจ บ ต องย ดตร งกระด กส นหล งส วนต นคอเสมอ แล วจ ง เข าไปประเม นระด บความร ส กต ว, ทางเด นหายใจ, การหายใจ และระบบไหลเว ยนโลห ต เพ อจ ดลาด บความ เร งด วนในการด แลร กษาหร อการเคล อนย าย ต อไป ๔.๒.๒ การประเม นการบาดเจ บอย างรวดเร ว (Rapid trauma assessment) เป นการประเม น ผ บาดเจ บท ได ร บภย นตราย หร อกลไกการบาดเจ บท ร นแรง อาจทาให ม การบาดเจ บต อกระด กไขส นหล ง หร อ ระด บความร ส กต วท ผ ดปกต ด งน น จ งต องย ดตร งกระด กคอส วนหล ง (C-spine stabilization) ไปพร อม ๆ ก บ ก บการประเม นแบบศ รษะจรดปลายเท า (head to toe) ต อมาค อ การพ จารณาว าผ บาดเจ บต องการท มก ช พข นส ง (ALS) ในขณะน นหร อควรทาการส งต ออย างเร งด วน การประเม นซ า (Reassessment) ควรประเม น ระด บความร ส กต ว (AVPU) และทาการประเม นข นต น (Initial assessment) ในขณะท าการประเม นอย าง ๗

8 รวดเร วน น ส งสาค ญค อ การค นหาล กษณะของการบาดเจ บ โดยหล กการจา จะใช ต วอ กษรช วยจา DCAP-BTLS ในการประเม น ซ งม ความหมาย ด งน D = Deformities การผ ดร ป C = Contusion รอยฟกช า A = Abrasion แผลถลอก P = Puncture / Penetrations แผลจากการถ กแทง B = Burns แผลไหม T = Tenderness ตาแหน งเจ บ L = Lacerations แผลฉ กขาด S = Swelling อาการบวม ข นตอนการประเม นผ บาดเจ บอย างรวดเร วประกอบด วย ๑. ย ดตร งกระด กไขส นหล งส วนคอไว เสมอ (C-spine stabilization) ๒. ประเม นศ รษะ (Assess the head DCAP-BTLS and crepitus) ๓. ประเม นคอ (Assess the neck DCAP-BTLS,jugular vein distension, crepitus) ๔. ใส อ ปกรณ ดามคอ (Apply cervical spinal immobilization collar) ๕. ประเม นทรวงอก (Assess the chest DCAP-BTLS, paradoxical motion, crepitus, breath sound) ๖. ประเม นช องท อง (Assess the abdomen DCAP-BTLS, rigidity, distention) ๗. ประเม นกระด กเช งกราน (Assess the pelvis DCAP-BTLS, tender, instability) ๘. ประเม นระยางค ท ง ๔ (Assess all four extremities DCAP-BTLS, pulse, sensation, motor) ๙. พล กต วผ ป วยด วยความระม ดระว ง และประเม นด านหล ง (Posterior DCAP-BTLS) ๑๐. ประเม นส ญญาณช พและซ กประว ต (Assess vital signs and SAMPLE history) การตรวจศ รษะ : เพ อค นหาการบาดเจ บของศ รษะและใบหน า โดยม ข อระว งการบาดเจ บของกระด ก ส นหล งส วนคอไว เสมอ ตรวจโดยด การผ ดร ป การคลาอย างระม ดระว ง และแผ วเบาเพ อป องก นไม ให ช นกระด ก ท แตกลงไปกดเน อสมอง ในรายท ม กะโหลกศ รษะแตก อาจคลาได ลมท ใต ผ วหน งได การตรวจคอ : ช วยบอกถ งระบบการหายใจ ระบบห วใจและหลอดเล อด และการบาดเจ บต อกระด ก ส นหล งส วนคอ โดยด ล กษณะการผ ดร ป ด การผ ดร ปของกล องเส ยง การเอ ยงของหลอดลม (Trachea deviation) อาจเก ดจากภาวะม ลมค งในช องเย อห มปอด (Tension pneumothorax) การพบหลอดเล อดด าท คอโป งพอง (Jugular vein distension) บ งบอกถ งความผ ดปกต ของการถ ายเทเล อดเข าส ห วใจ การใส อ ปกรณ ดามคอ : หล งการประเม นคอด านหล งเสร จแล ว ต องใส อ ปกรณ ดามคอ (Hard collar) เพ อย ดตร งกระด กส นหล งส วนคอ ในผ ป วยฉ กเฉ นท ม การบาดเจ บท ร นแรง การตรวจทรวงอก : ตรวจโดยการด และคลาท งด านหน า ด านหล ง และด านข าง หากม บาดแผลท ทรวงอก ควรได ร บการป ดเพ อป องก นไม ให ลมถ กด ดเข าไปในช องอก หร อเก ดภาวะแรงด นบวกในช องอก ด การ ขยายต วของทรวงอกท งสองข างเปร ยบเท ยบก น จะบอกถ งอ นตรายก บทรวงอกได ในรายท ม ภาวะอกรวน (Fail chest) การเคล อนไหวของทรวงอกจะตรงก นข ามก บภาวะปกต (Paradoxical motion) ๘

9 การตรวจช องท อง : ด บาดแผลจากภายนอก การขยายต วของช องท องซ งเก ดจากม ลม หร อน าในช อง ท อง คลาด การต งของผน งช องท อง การคลาช องท องท งส ส วนแบบน มนวล เพ อหาจ ดกดเจ บ (Tenderness) ผน งหน าท องแข ง หร อการขยายของช องท อง การตรวจเช งกราน : ควรคล ากระด กเช งกรานโดยรอบ ในขณะท ส งเกตล กษณะของรอยช าและ บาดแผล การกดท กระด กเช งกราน เพ อด การแตก ทาโดยการกดท กระด กห วเหน า และกดเบา ๆ ท กระด ก สะโพก ถ าม อาการปวดหร อเร มร ส กว าม การเคล อนไหวของกระด กเช งกรานให หย ดการตรวจ การตรวจรยางค ล าง : การตรวจทาโดยการเปร ยบเท ยบขาท งสองข าง ตรวจจากส วนบนลงล าง โดย การด และคลา ส งสาค ญท ต องตรวจเสมอในการตรวจรยางค ล าง ค อการประเม นช พจร กาล งของกล ามเน อ และ ความร ส ก (PMS = pulse, motor and sensory) ของเท าแต ละข าง ซ งม ความสาค ญลาด บต น ๆ ในการ ร กษาผ บาดเจ บ การตรวจรยางค บน : การตรวจทาโดยการคลาล กษณะของกระด กตามแนวยาว ต งแต จากกระด กไห ปลาร าลงไปถ งม อ ประเม นช พจร กาล งของกล ามเน อ และความร ส ก (PMS = pulse, motor and sensory) การตรวจด านหล ง : พล กต วผ ป วยแบบท อนซ ง (Log roll) ตรวจบร เวณหล งผ บาดเจ บ เพ อหา ร องรอยการบาดเจ บ การประเม นส ญญาณช พต าง ๆ ช พจร การหายใจ ความด นโลห ต และอ ณหภ ม ร างกาย ซ งม ความสาค ญต อการร กษาและการเคล อนย ายส งต อ การเปล ยนแปลงของส ญญาณช พเหล าน ม ความสาค ญ ด งน นการประเม นส ญญาณช พเป นระยะ ๆ จ งเป นส งท ต องกระทา การซ กประว ต ผ บาดเจ บในกรณ ท ร ส กต ว ใช อ กษรช วยจา SAMPLE ในการซ กประว ต ด งน S = Signs and Symptoms = อาการและอาการแสดงท ผ ป วยฉ กเฉ นบอกกล าว A = Allergies = ประว ต อาการแพ ยาและส งอ น M = Medication = ประว ต การใช ยา P = Past History = ประว ต การเจ บป วยและบาดเจ บในอด ต L = Last oral intake = การร บประทานคร งส ดท าย E = Event = ลาด บเหต การณ สาค ญต าง ๆ ผ บาดเจ บท กลไกการบาดเจ บไม ร นแรง โดยท วไปผ บาดเจ บท อาการไม ร นแรง หล งจากการ ประเม นข นต นเพ อด ส งค กคามต อการเส ยช ว ตแล ว ไม ม ความจาเป นต องตรวจร างกายให ครบท กส วน โดยเน นท อาการของผ บาดเจ บ ซ งเป นการตรวจแบบเฉพาะเจาะจง (Focused assessment) เน นท ส วนของร างกายท ได ร บบาดเจ บ การประเม นส ญญาณช พ และซ กประว ต SAMPLE ก อนการเคล อนย ายและส งต อ ๔.๒.๓ การประเม นสภาพผ เจ บป วยฉ กเฉ นทางอาย รกรรม ประเด นสาค ญของการซ กประว ต และ การตรวจร างกายผ ป วยทางอาย รกรรม ทาไปเพ อการประเม นอาการและอาการแสดงของผ ป วยว าต องได ร บ การด แลอย างฉ กเฉ น ในรายท ร ส กต วด ควรทาการซ กประว ต ก อนการตรวจร างกาย แต ในผ ป วยท ไม ร ส กต ว การซ กประว ต อาจทาได จ าก ด ด งน นการตรวจร างกายในผ ป วยกล มน จะม ความสาค ญอย างมากในการต ดส นใจ ในการด แลผ ป วย การซ กประว ต ผ ป วยเป นการส มภาษณ เพ อให ได ประว ต การเจ บป วย เป นข นตอนแรกท ม ความสาค ญ ท ส ดในการประเม นผ ป วย เพราะเป นการเก บข อม ลเพ อให ได มาซ งการว น จฉ ยโรคเบ องต น ถ าข อม ลท ได ร บม ความครบถ วนและถ กต องมากเท าใด การว น จฉ ยโรคก ม ความถ กต องมากเท าน น โดยท วไปการซ กประว ต จะใช อ กษรช วยจา SAMPLE โดยข อม ลท ได จากการซ กประว ต ประกอบด วย ๙

10 Signs and Symptoms = อาการและอาการแสดง Allergies = ประว ต การแพ ยา อาหารหร อสารเคม Medication = ประว ต การใช ยา Past History = ประว ต การเจ บป วย/บาดเจ บในอด ต Last oral intake = การร บประทานคร งส ดท าย Event = เหต การณ ท น ามาซ งการเจ บป วยในคร งน อาการและอาการแสดง (Sign and Symptom) ผ ป วยทางอาย รกรรม จะม ความหลากหลายของอาการและอาการแสดง ซ งส มพ นธ ก บอาการสาค ญ ของผ ป วยอย างมาก เช น ผ ป วยท ม อาการหอบเหน อยอาจม อาการขาบวม เจ บหน าอกร วมด วย ผ ป วยท ม อาการ เจ บหน าอก อาจม อาการคล นไส อาเจ ยน เหง อออก ร วมด วยก ได ด งน นการซ กประว ต ผ ป วยว าม อาการอ น ๆ หร อความร ส กอ นๆ ท ส มพ นธ ก บอาการเจ บป วยป จจ บ น ซ งข อม ลส วนน ได จากการซ กประว ต การเจ บป วยตาม ระบบอว ยวะน นเอง ว ธ การหน งท จะช วยให จดจาค าถามท ต องใช บ อยๆ เก ยวก บอาการสาค ญ ก ค อการจาอ กษรย อ OPQRST (Onset, Provocation, Quality, Radiation, Severity, Time) ว นเวลาท เร มต นม อาการ (Onset) ให ผ ป วยอธ บายว าอาการสาค ญน นคร งแรกเก ดข นเม อไร และ ขณะน นกาล งท าก จกรรมใดอย ถ าม อาการสาค ญท เก ยวเน องก นสามารถบอกได หร อไม ว าอาการและ อาการแสดงเหล าน น เก ดข นตามลาด บก อนหล งอย างไร เช น ฉ นม อาการหอบเหน อยมา ๒ ว นแล ว และ ๑ ชม.ท แล วม อาการเจ บหน าอกข น ป จจ ยกระต น (Provocation) ให ผ ป วยอธ บายว าม พฤต กรรมใดท ทาให อาการแย ลงหร อด ข น เช น การเด นท าให อาการปวดมากข น ล กษณะของอาการน น (Quality) เป นการอธ บายล กษณะอาการสาค ญของผ ป วยด วยภาษาท วๆ ไป เช น ถ าอาการปวดเป นอาการสาค ญให ผ ป วยอธ บายว า อาการปวดน นเป นอย างไร เช น ปวดเหม อน จะแตกออกจากก น ปวดเหม อนม อะไรแทง ปวดต อ ๆ เป นต น ล กษณะการกระจายหร อร าวไปย งส วนต างๆ (Radiation) บางคร งอาการปวดอาจจะร าวหร อ กระจายไปย งส วนต างๆ ของร างกาย ให ผ ป วยอธ บายว าอาการปวดกระจายหร อร าวไปย งส วนใด เช น อาการเจ บหน าอกจากการอ ดต นของหลอดเล อดห วใจ Coronary อาจม อาการร าวไปย งต นแขนซ าย ด านใน บร เวณคอ หร อขากรรไกรซ าย เป นต น ความร นแรง (Severity) ในการประเม นความร นแรงโดยเฉพาะอาการปวดของผ ป วย บางคร งทาได ยาก การใช ระด บคะแนนเต ม ๑๐ (๑๐ point scale) และอาจม ประโยชน อย างมากในการช วย บอกระด บความร นแรงของอาการปวด ว ธ การค อให ผ ป วยให คะแนนความร นแรงของอาการปวด ต งแต ๑-๑๐ โดยท คะแนน ๑ หมายถ งอาการปวดเล กน อย และคะแนน ๑๐ หมายถ งคะแนนปวด มากท ส ด หล งจากท ประเม นคร งแรกแล ว ในการประเม นคร งต อไปให ใช คะแนนเด มในการประเม น ความเจ บปวดคร งต อไป ระยะเวลาท ม อาการ (Time) ให ผ ป วยบอกระยะเวลาของอาการสาค ญและอาการอ นๆ ท เก ยวข อง เช น ม อาการเจ บหน าอก ๑ ชม.มาแล ว ๑๐

11 การแพ ยา,อาหาร หร อสารเคม อ นๆ (Allergies) ให สอบถามประว ต การแพ ยา อาหารท ร บประทาน เช น บางรายอาจแพ อาหารทะเล หร อสารต างๆ เช น สารเคม บางชน ด หร อแพ พ ษส ตว แมลง เช น ผ ง ต อ แตน เป นต น ยาท ได ร บ (Medication) ให สอบถามถ งยาท ผ ป วยกาล งร บประทานอย อาจให นายาท ร บประทานอย โรงพยาบาลมาด วย ถ าทา ได ในผ ป วยส งอาย บางคร งไม สามารอธ บายเก ยวก บโรคหร อความเจ บป วยของตนเองได แต สามารถบอกได จากยา ท ผ ป วยก าล งร บประทานอย ประว ต การเจ บป วยในอด ต (Past History) ควรซ กประว ต การเจ บป วยในอด ตท สาค ญของผ ป วย เช น ประว ต การเข าร บการร กษาในโรงพยาบาล การผ าต ด ยาท ก าล งร บประทานอย และผ ป วยได ร บการด แลประจาจากแพทย หร อไม อาหารม อส ดท าย (Last oral intake) อาจเป นข อม ลท ม ประโยชน และสาค ญสาหร บผ ป วยบางกล ม โดยเฉพาะผ ป วยเบาหวานและผ ป วยท ต องเข าร บการผ าต ด เหต การณ ท นามาส การเจ บป วยคร งน (Event) นาข อม ลท ได มาเร ยงลาด บก อนหล งของเหต การณ ท ทาให ผ ป วยต องร องขอความช วยเหล อ ผ ป วยท ไม ตอบสนองต อส งกระต น ควรซ กประว ต ว าม อ บ ต เหต หร อไม อย างไรก ตามคาถามท ใช ซ กประว ต สาหร บผ ป วยล กษณะต างๆ จะแตกต างก น การต งคาถามตาม แนวทาง OPQRST ใช ได ด ก บอาการสาค ญ เช น อาการปวด หร อหายใจลาบาก ในสถานการณ อ น ๆ เช น การ เจ บครรภ ฉ กเฉ น การได ร บสารพ ษ อาจต องใช คาถามอ น ๆ เพ มเต ม ๕.การลาเล ยงขนย ายและการด แลระหว างนาส ง (Care in transit) หล กสาค ญย งในการลาเล ยงขนย ายผ ป วยเจ บค อ การไม ทาให เก ดการบาดเจ บซ าเต มต อผ ป วย ผ ท ทา หน าท ลาเล ยงขนย ายจะต องผ านการฝ กอบรมเทคน คว ธ การมาเป นอย างด ในการขนย าย และจะต องม การ ประเม นสภาพผ ป วยเจ บเป นระยะ ๆ ปฏ บ ต การบางอย างอาจกระท าบนรถฉ กเฉ นในขณะลาเล ยงนาส งได เช น การให สารน า การดามส วนท ม ลาด บรองลงมา เป นต น ๖. การนาส งสถานพยาบาล (Transfer to definitive care) การนาผ ป วยเจ บไปส งย งสถานท ใดเป นการช ชะตาช ว ตและม ผลต อผ ป วยเจ บได เป นอย างมาก การ นาส งจะต องใช ด ลยพ น จว าโรงพยาบาลท จะนาส งสามารถร กษาผ ป วยเจ บรายน น ๆ ได เหมาะสมด หร อไม ม ฉะน นแล ว เวลาท เส ยไป ก บความสามารถท ไม ถ งและไม พร อมของสถานพยาบาลน น ๆ จะทาให เก ดการ เส ยช ว ต พ การหร อม ป ญหาในการร กษาพยาบาลอย างไม ควรจะเก ดข น ๑๑

12 เอกสารอ างอ ง ว ทยา ชาต บ ญชาช ย และคณะ (๒๕๔๗) ตาราประกอบการเร ยนหล กส ตร เจ าพน กงานก ช พ. พ มพ คร งท ๑ ขอนแก น. โรงพ มพ ศ ร ภ ณฑ ออฟเซ ท. อ บล ย เฮง. เอกสารประกอบการบรรยาย การอบรมเช งปฏ บ ต การ การพ ฒนาคร และคร ช วยสอน หล กส ตรประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง เวชก จฉ กเฉ น โรงเร ยนพยาบาล กองการศ กษา กรมแพทย ทหารเร อ ๒๗ ส.ค. ๒๕๕๒ เอกสารประกอบการการอบรมหล กส ตร Paramedic Nurse Training Course ร นท ๓ ระหว าง ๒๘-๓๑ ก.ค. ๒๕๕๑ ณ โรงแรมปางสวนแก ว จ.เช ยงใหม. เอกสารประกอบการอบรมหล กส ตร พยาบาลก ช พ (Pre-hospital Nurse) ร นท ๔ ระหว าง ๒๘ ม.ค. ถ ง ๘ เม.ย. ๕๔ ท ว ทยาล ยการสาธารณส ขส ร นธรขอนแก น จ.ขอนแก น Mark C.Henry and Edward R. Stapleton.(2010) EMT Prehospital Care 4 th Edition.Mosby,Inc; an affiliate of Elsevier Inc. Scott B.Frame and other. (2007) PHTLS Prehospital Trauma Life Support : Military Edition. Mosby,Inc; an affiliate of Elsevier Inc.... ๑๒

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ ส วนท ๑ การร บหน งส อ หน งส อร บ ค อ หน งส อได ร บเข ามาจากภายนอก ให เจ าหน าท ของหน วยงานสารบรรณ กลางปฏ บ ต ตามท ก าหนดไว ในส วนน ๑. จ ดล าด บความส าค ญและความเร งด วนของหน

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย 1.ว ตถ ประสงค การแข งข นการใช โปรแกรมสาน กงาน ( MS-Office 2010 ) งานน ทรรศการเป ดบ านว ชาช พ คร งท 4 ป การศ กษา 2557 ว นท แข งข น 12 ก มภาพ นธ 2558 ณ ว ทยาล ยอาช วศ กษาออมส นอ ปถ มภ ระด บม ธยมศ กษาตอนต

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม

LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม LOGO ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ โรงพยาบาลท าต ม www.thatoomhsp.com เร อง พ ฒนาระบบรายงานโปรแกรม HOSxP สมาช ก ประกอบด วยเจ าหน าท ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ 2 คน นายธราท พย พรหมบ ตร ห วหน าศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา การประเม นผลการส มมนา หมายถ ง กระบวนการในการจ ดเก บข อม ล และจ ดกระท าข อม ลเพ อให ทราบว า การดาเน นงานจ ดส มมนาตาม โครงการ ได บรรล ว

More information

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน พ จารณา 4 เร อง เร องการบร หารจ ดการ การออกแบบและปร บแบบไม ให ล าช า (ม ระยะเวลากาหนด และข นตอนเหม อนการออกแบบปกต ) เร องการเปล ยนแปลงรายการต องให กองแบบแผนร

More information

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ย ทธศาสตร ย ทธศาสตร ท 1 เสร มสร างจ ตส าน กและ ค าน ยมให หน วยงาน บร หารงานตาม หล

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม

More information

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด

More information

หน วยงาน : งานเวชระเบ ยน ระบ หน วยงานท เก ยวข อง : - ท กหน วยงานท ใช งานระบบโปรแกรมบร หารงานโรงพยาบาล ทบทวนโดย ผ แทนฝ ายบร หาร... (นายพงษ ศ กด สมใจ)

หน วยงาน : งานเวชระเบ ยน ระบ หน วยงานท เก ยวข อง : - ท กหน วยงานท ใช งานระบบโปรแกรมบร หารงานโรงพยาบาล ทบทวนโดย ผ แทนฝ ายบร หาร... (นายพงษ ศ กด สมใจ) จ ตเวชขอนแก นราชนคร นทร ฉบ บท : A แก ไขคร งท 01 เร อง : การด แลระบบ หน าท 1 หน วยงาน : งานเวชระเบ ยน ระบ หน วยงานท เก ยวข อง : - ท กหน วยงานท ใช งานระบบ จ ดท าโดย ผ ด แลระบบ.... (นายร ตนกร ค าภ กด ) ทบทวนโดย

More information

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร 19 สนว. แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน ก มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร องค ประกอบ จ ดแข ง แนวทางเสร มจ ดแข ง จ ดท ควรพ ฒนา ข อเสนอแนะในการปร บปร ง หล กฐาน/โครงการ

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร ประกอบด วย 4 ข นตอน 1. การว เคราะห และกาหนดรายละเอ ยดของป ญหา 2. การวางแผนในการแก ป ญหา 3. การดาเน นการแก ป ญหา 4. การตรวจสอบและปร บปร ง ว เคราะห ป ญหาหร อความต องการ

More information

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน คณะผ บร หารการคล งประจ าจ งหว ดน าน โครงการเพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านรายจ ายและการบร หารจ ดการหน หล กส ตร เพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านการบร หารจ ดการหน 1. หล กการและเหต ผล ตามท ท มเฉพาะก จวาย

More information

ประโยชน ท คาดว าจะได ร บ

ประโยชน ท คาดว าจะได ร บ - ๑ - ช อโครงการ จ ดระบบงานด านธ รการของ กวก.ศวก.พร. เจ าของโครงการ กองว ทยาการ ศ นย ว ทยาการ กรมแพทย ทหารเร อ (กวก.ศวก.พร.) ผ ร บผ ดชอบ กองบ งค บการ กองว ทยาการ ศ นย ว ทยาการ กรมแพทย ทหารเร อ หล กการและเหต

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

การขอตราต ดรถยนต. 1. ดาวน โหลดแบบฟอร ม ขอตราต ดรถยนต ได ท www.prm.chula.ac.th ห วข อดาวน โหลด

การขอตราต ดรถยนต. 1. ดาวน โหลดแบบฟอร ม ขอตราต ดรถยนต ได ท www.prm.chula.ac.th ห วข อดาวน โหลด การขอตราต ดรถยนต 1. ดาวน โหลดแบบฟอร ม ขอตราต ดรถยนต ได ท www.prm.chula.ac.th ห วข อดาวน โหลด หร อจากท ายเอกสารฉบ บน 2. ย นแบบฟอร มพร อมเอกสารแนบ กรณ บ คลากรท ประจ าการ ย นเร องผ านคณะ/สถาบ นหร อหน วยงานท

More information

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101 โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101 คร ผ สอน ม สกรรณ การ โพธ วงศ ระด บช น ประถมศ กษาป ท 3 ม ธยมศ กษาป ท. ภาคเร ยนท 1-2 / 2557 ล กษณะว ชา สาระพ นฐาน สาระเพ มเต ม ก จกรรมพ

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน

More information

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.) ล าด บท หล กส ตร ประเภท ระยะเวลา จ านวน ยศ 1 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง กรมอ ทหารเร อ ช นป ท 1 ศ กษา 1 ป ต.ค.57 - ก.ย.58 77 - เพ อทดแทนก าล งพลในการซ อมสร างเร อ 2 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 5 1. ว ตถ ประสงค เพ ออธ บายกระบวนการพ ฒนาบ

More information

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ KPI ผ ร บผ ดชอบ ประเด นการพ จารณา ผลการด าเน นงาน 5.1 ร อยละของอ ตราการ เบ กจ ายเง นงบประมาณ รายจ ายลงท น ทส.สบย. ผลการเบ กจ ายงบลงท น เท ยบก บ วงเง นงบประมาณท

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต องใช เคร องม อประกอบการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน

More information

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘ แผนงาน/โครงการ ว ตถ ประสงค เป าหมาย ข นตอน ระยะเวลา งบประมาณ ผ ร บผ ดชอบ ต วช ว ด ๑. ย ทธศาสตร การ เสร มสร างและจ ดการ องค ความร และ นว ตกรรม ๑.๑ ว จ ยและพ ฒนาสร าง องค ความร และ นว ตกรรมการผล ตป ย ช วภาพท

More information

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น (สมรรถนะท 2 การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น) (เวลา 55 ช วโมง) แนวค ด เป นหล กส ตรท จ ดข นเพ อให ความร ในการบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น เม อเก ดป ญหาเพ ยงเล

More information

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 0 Course ID Course Name Time IT001 1 ว น หล กการและเหต ผล งานขายเป นห วใจของการด าเน นธ รก จ No Selling No Business ค ากล าวน คงไม ต องการค าอธ

More information

แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ

แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ แบบประเม นผลประช มส มมนาทางว ชาการเร อง มาตรฐานการแปลและล าม : สภาและศ นย ข อม ลพห ภาษาสาหร บความเป นอาช พ แบบสอบถามน ม ว ตถ ประสงค เพ อประเม นความค ดเห นเก ยวก บการจ ดประช ม สาหร บเป นข อม ลพ นฐานในการ

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

มาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งาน (Standard Operation Procedure)

มาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งาน (Standard Operation Procedure) : SOP 1-3-01 ถ ง SOP 1-3-04 : SOP 1-5-01 ถ ง SOP 1-5-04 เลขท สาเนาเอกสาร :... งานสารบรรณ ด านบร หารและวางแผน คณะบร หารธ รก จและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลส วรรณภ ม งานจ ดเอกสาร SOP 1-5-01

More information

การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา

การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา ในป พ.ศ.2546 กรมอ ต น ยมว ทยาสามารถลดระยะเวลาการปฏ บ ต ราชการเก นกว าร อยละ 50 ซ งมากกว ามต คณะร ฐมนตร ท ให ส วนราชการลดข นตอนลง 30-50% และได ร

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค

More information

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน ว ตถ ประสงค เพ อพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรผ เก ยวข องให ม ความร ความเข าใจ ความส าค ญในการก าหนดข อม ลพ นฐาน (Master File) และข อม ล พ นฐานท พ ฒนาข นมาใหม ในโปรแกรม BMS INVENTORY เพ

More information

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท บทท 1 ส วนเจ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง 1-1 ประกอบด วยผ ใช งานท เก ยวข อง 3 ส วนค อ ส วนเจ จ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง ส วนผ ใช งานน ท วไป ได แก ข าราชการท กคนของส าน กงานฯ

More information

ค ม อข นตอนการปฏ บ ต งาน การตรวจต ดตามค ณภาพภายใน

ค ม อข นตอนการปฏ บ ต งาน การตรวจต ดตามค ณภาพภายใน หน า 1/6 ผ จ ดทา ผ ตรวจสอบ.. (นางสาวมณฑ รา ถาวรย ต การต ) (นางสาวอ มพ ชน นวลแสง) ห วหน าฝ ายตรวจประเม น ผ แทนฝ ายบร หาร 14 / ม.ค. / 55 12 / ม.ค. / 55 ผ อน ม ต (นางธน ฏฐา จงพ ร เพ ยร) ผ อ านวยการศ นย พ

More information

บทท 5 การประเม นและรายงานผล

บทท 5 การประเม นและรายงานผล 73 บทท 5 การประเม นและรายงานผล 75 บทท 5 การประเม นและรายงานผล ความหมายของการประเม นและรายงานผลพ ฒนาการของเด กเล ก การประเม นผล (Assessment) โดยท วๆ ไป หมายถ ง กระบวนการพ จารณา ต ดส นค ณภาพ หร อ ค ณล กษณะของพฤต

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการปฏ บ ต งาน ตอนท 1 ข อม ลของผ ร บการประเม น (เจ าหน าท บ คคลหร อเจ าหน าท ท เก ยวข องเป นผ กรอก) ตอนท 2 ภาระงานท ได ปฏ บ ต ในช วงระยะเวลาประเม น (ผ ร บการประเม นเป นผ

More information

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ อ. ร งล กษม รอดข า คณะว ทยาการจ ดการ มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนส น นทา 1 บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสารของระบบสารสนเทศ ว ตถ ประสงค 1. บอกความหมายของเอกสารระบบสารสนเทศได

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 ฉบ บท 2

ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 ฉบ บท 2 ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 1 4 2 3 ฉบ บท 2 5 7 6 ล ขส ทธ 2006 Nokia สงวนล ขส ทธ Nokia และ Nokia Connecting People เป นเคร องหมายการค าจดทะเบ ยนของ Nokia Corporation บทน า ช ดต ดต งร นน ช

More information

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555 1 แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2555 2 แผนการจ ดการความร : การจ ดการความร เก ยวก บการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ พ นธก จ : การผล ตบ ณฑ ต กลย ทธ ท 1.2 : การพ ฒนาการเร ยนการสอนเพ อพ ฒนาค ณภาพน

More information

เอกสารช แจงประกอบการจ ดทาแผนบร หารความเส ยง ระด บคณะว ชา/หน วยงาน ป การศ กษา 25..

เอกสารช แจงประกอบการจ ดทาแผนบร หารความเส ยง ระด บคณะว ชา/หน วยงาน ป การศ กษา 25.. เอกสารช แจงประกอบการจ ดทาแผนบร หารความเส ยง ระด บคณะว ชา/หน วยงาน ป การศ กษา 25.. 1 เอกสารช แจงประกอบการจ ดท าแผนบร หารความเส ยงระด บคณะว ชา/หน วยงาน ( คณะว ชา/สถาบ น/หน วยงาน/ สาน ก/สาน กงาน/ศ นย ) ประจาป

More information

ต วอย างมาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งานคร วเพ อป องก นการร วไหล

ต วอย างมาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งานคร วเพ อป องก นการร วไหล ต วอย างมาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งานคร วเพ อป องก นการร วไหล 1 ต วอย างมาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งานคร วเพ อป องก นการร วไหล ห วข อ: ข นตอนมาตรฐานการตรวจร บว ตถ ด บ ว ธ ปฏ บ ต 1. ห วหน าคร ว จะเช คสต อคว ตถ

More information

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554 การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554 รายงานการประเม นตนเองตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการ (รายต วช ว ด) ( ) รอบ 6 เด อน ( / ) รอบ 9 เด อน ( ) รอบ 12

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus)

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus) 1 อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus) ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ ง 347 จานวน 1.0 หน วยก ต ( คาบ/ส ปดาห ) ระด บม ธยมศ กษาตอนปลาย ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 5 กล มสาระการงานอาช พและเทคโนโลย

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ ( และบ คคลภายนอก) ตาแหน ง ค ณสมบ ต เฉพาะตาแหน ง 1. ผ ตรวจสอบ ระด บ 4 (ด าน IT) / หญ ง ปร ญญาตร ทางด านคอมพ วเตอร ตามท กพ. ร บรอง - ผ ม ประสบการณ ในการตรวจสอบ

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary www.thaihosclub.com ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary ข นตอนในการสม ครสมาช ก ในการสม ครสมาช ก ม ด วยก นอย 6 ข นตอนด งน 1. กรอกรห สโรงพยาบาล Hospcode

More information

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555 แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. กรม: เจ าท า ประเภทกรม : ด านนโยบาย ด านบร การ กระทรวง คมนาคม ช อแผนพ ฒนาองค การ: การบร หารทร พยากรบ คคล หมวด : 5 การม งเน นทร พยากรบ คคล โอกาสในการปร บปร ง : เม อเท

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย จ ดท าโดย นางสาวพ ไลพรรณ โพธ สม ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย ค ม อการใช

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย

More information

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ 1. ว ตถ ประสงค เพ อให ว ทยาล ยม ระบบค ณภาพและบ คลากรท กฝ ายร วมก นต งปณ ธาน ความม งหว งท จะพ ฒนาว ทยาล ยไปส ความสาเร จ โดยร วมก นระดมพล งป ญญา และแรง บ นดาลใจสร างภาพท พ งประสงค ของว ทยาล ย โดยร วมก นกาหนด

More information

ข นตอนการกรอกแบบฟอร มความเส ยง

ข นตอนการกรอกแบบฟอร มความเส ยง 1. เข าไปท เว บ cca.kmitl.ac.th ข นตอนการกรอกแบบฟอร มความเส ยง (ภาพท 1) 2. คล กไปท ป มกรอกข อม ลตามล กศร (ภาพท 1) เม อคล กแล วจะปรากฏแบบฟอร มความเส ยงด งภาพท 2 ให เล อกหน วยงาน ของท านเพ อเร มต นกรอกข

More information

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน http://recc.erc.or.th/ercnetwork โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร

More information

ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System)

ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System) ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System) การบร หารงานต างๆของภาคร ฐและเอกชน จะต องม การจ ดประช มเป นประจ า ซ งตามปกต แล วต องม การส งหน งส อเช ญประช มพร อมระเบ ยบวาระการประช ม เพ อให ผ เข าร วมประช

More information

ช อต าแหน งในสายงานและระด บต าแหน ง

ช อต าแหน งในสายงานและระด บต าแหน ง 4-1-001 มาตรฐานก าหนดต าแหน ง สายงาน ปฏ บ ต งานธ รการ ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งต าแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานธ รการและงานสารบรรณ ซ งม ล กษณะงาน ท ปฏ บ ต เก ยวก บการร าง โต ตอบ บ นท ก ย อเร อง ตรวจทานหน

More information

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ

ผลการด าเน นงาน งานธ รการ ผลการด าเน นงาน งานธ รการ 2 ผลการด าเน นงานของงานธ รการ ประจ าป การศ กษา 2549/ป งบประมาณ 2549 กองบร การการศ กษา มหาว ทยาล ยสงขลานคร นทร ว ทยาเขตป ตตาน ผลการด าเน นงานตามด ชน ช ว ด (KPIs) มาตรฐาน/ต วบ งช

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

กองส ขภาพจ ตส งคม ฉบ บท A แก ไขคร งท 0 ระเบ ยบปฏ บ ต ท P-EP-03 ประกาศใช : 1 เมษายน 2548 SMH เร อง การจ ดท าฐานข อม ลระบาดว ทยาส ขภาพจ ต หน าท : 1/5

กองส ขภาพจ ตส งคม ฉบ บท A แก ไขคร งท 0 ระเบ ยบปฏ บ ต ท P-EP-03 ประกาศใช : 1 เมษายน 2548 SMH เร อง การจ ดท าฐานข อม ลระบาดว ทยาส ขภาพจ ต หน าท : 1/5 กองส งคม ฉบ บท A แก ไขคร งท 0 SMH เร อง การจ ดท าฐานข อม ล หน าท : 1/5 หน วยงาน : หน วยงานท เก ยวข อง : (ให ใส หน วยงานท เก ยวข อง) ผ จ ดเตร ยม คณะท างานจ ดท าเอกสาร.. () ผ ทบทวน ผ แทนฝ ายบร หารค ณภาพ..

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน งานบร หารธ รการและงานสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน งานบร หารธ รการและงานสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน งานบร หารธ รการและงานสารบรรณ จ ดท าโดย ผ องพรรณ ก นธ ยะ เจ าหน าท บร หารงานท วไปช านาญการพ เศษ ห วหน าสาน กงานคณบด คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า มหาว ทยาล ยแม โจ 2555 ค านา ค

More information

คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ

คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ 1 คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ เอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ ประกอบด วย เอกสารประกอบการเร ยนท งหมด 8 เล ม ค อ เล มท 1 เร ยนร เศรษฐก จพอเพ ยง เล

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดสว สด การแก บ คลากร กรณ การจ ดสว สด การอาคารท พ กข าราชการกระทรวงย ต ธรรม กองการเจ าหน าท ส าน กงานปล ดกระทรวงย ต ธรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดสว สด การแก บ คลากร กรณ การจ ดสว สด การอาคารท พ กข าราชการกระทรวงย ต ธรรม กองการเจ าหน าท ส าน กงานปล ดกระทรวงย ต ธรรม กระบวนการจ ดสว สด การแก บ คลากร กรณ การจ ดสว สด การอาคารท พ กข าราชการกระทรวงย ต ธรรม กองการเจ าหน าท (ฉบ บปร บปร ง) ว นท บ งค บใช ๑ ส งหาคม ๒๕๕๔ หน า ๑ ของ ๙ สารบ ญ ห วข อ หน า ว ตถ ประสงค ๑ ขอบเขต ๒

More information