Principles of Computer and Information Systems

Size: px
Start display at page:

Download "Principles of Computer and Information Systems"

Transcription

1 หล กการเบ องต นเก ยวก บคอมพ วเตอร และระบบสารสนเทศ พฤกษชาต ชาต ร งสรรค ทศพร รอดเกร ยง ป ท พ มพ : 2556

2 หล กการเบ องต นเก ยวก บคอมพ วเตอร และระบบสารสนเทศ พ มพ คร งท 1 : ม ถ นายน 2556 จานวน 300 เล ม จ ดพ มพ โดย : โรงพ มพ มหาว ทยาล ยพ ษณ โลก จาก ด 693 ถ.ม ตรภาพ ต.ในเม อง อ.เม อง จ.พ ษณ โลก โทร โทรสาร ผ จ ดจ าหน าย: มหาว ทยาล ยพ ษณ โลก 693 ถ.ม ตรภาพ ต.ในเม อง อ.เม อง จ.พ ษณ โลก โทร โทรสาร ราคา : 200 บาท

3 คำน ำ หน งส อหล กเบ องต นเก ยวก บคอมพ วเตอร และระบบสารสนเทศ (Principles of Computer and Information Systems)ได เร ยบเร ยงข นอย างเป นระบบในห วข อท เก ยวก บการทบทวนความร เก ยวก บฮาร แวร คอมพ วเตอร และซอฟต แวร คอมพ วเตอร ความร เบ องต นเก ยวก บระบบสารสนเทศ บทบาทและองค ประกอบของระบบสารสนเทศในองค กร ร ปแบบและโครงสร างระบบสารสนเทศ ข อม ลและระบบจ ดการฐานข อม ลระบบสารสนเทศย อยทางธ รก จ การส อสารข อม ลและระบบ เคร อข ายอ นเตอร เน ต การเข าถ งระบบสารสน เทศและการส บค นข อม ลบร หารจ ดการก บไฟล และ โฟลเดอร การประย กต ใช ระบบสนเทศเพ อการบร หารงานในองค กรและแนวโน มของเทคโนโลย สารสนเทศในอนาคตท งน เพ อให ผ อ านได ร บความร และม ความเข าใจใน หล กการเบ องต นเก ยวก บ คอมพ วเตอร และระบบสารสนเทศเพ อใช เป นแนวทางในการบร หารงานด านคอมพ วเตอร และระบบ สารสนเทศทางธ รก จ คณะผ เข ยนหว งเป นอย างย งว าเน อหาท นาเสนอไว ในหน งส อเล มน จะเป นประโยชน แก ผ อ านใน การศ กษาเพ อให เก ดความเข าใจ และเพ อการน ามาประย กต ใช ในด านหล กการเบ องต นเก ยวก บ คอมพ วเตอร และระบบสารสนเทศได ไม มากก น อยหากม ข อผ ดพลาดประการใดในเน อหาผ เข ยนขออภ ย มา ณ ท น และย นด ร บฟ งข อค ดเห นหร อข อเสนอแนะต าง ๆ เพ อนามาใช ปร บปร งแก ไขให หน งส อน ม ความถ กต องและครบถ วนมากย งข นขอขอบค ณมา ณ โอกาสน พฤกษชำต ชำต ร งสรรค และคณะ

4 สำรบ ญ เร อง หน า บทท 1 ความร เก ยวก บฮาร แวร คอมพ วเตอร ความหมายและส วนประกอบของคอมพ วเตอร 1 หน วยร บเข าและหน วยส งออกข อม ล 3 อ ปกรณ ส งออก (Output device) 13 การรวมก นของอ ปกรณ ร บเข าและส งออกข อม ล 20 หน วยความจา 23 หน วยประมวลผลกลางและหน วยความจาหล ก 34 สร ปสาระสาค ญ 36 บทท 2 ความร เก ยวก บซอฟต แวร คอมพ วเตอร 42 ความหมายและประเภทของซอฟต แวร 42 ค ณล กษณะของโปรแกรม 44 การค ดลอกและวาง 50 ซอฟต แวร สาหร บการจ ดการภาพกราฟ ก 51 ซอฟต แวร สร างเว บไซต 53 ประเภทของระบบปฏ บ ต การ 62 สร ปสาระสาค ญของบทท 2 70 บทท 3 ความร เบ องต นเก ยวก บระบบสารสนเทศ 74 ความหมายของระบบสารสนเทศ 74 หน าท ระบบสารสนเทศ 76

5 ล กษณะสาค ญของเทคโนโลย สารสนเทศ 79 สร ปสาระสาค ญของท ายบทท 3 81 บทท 4 บทบาทและองค ประกอบของระบบสารสนเทศในองค กร 82 ความร เบ องต นเก ยวก บองค กร 82 ประเภทขององค กร 84 ความสาค ญของระบบสารสนเทศท ม ต อองค กร 86 ว ฒนธรรมองค กร 88 การเปล ยนแปลงองค กร 90 สร ปสาระสาค ญของบทท 4 92 บทท 5 ร ปแบบและโครงสร างระบบสารสนเทศ 94 ความสาค ญ และขอบเขตของระบบสารสนเทศ 94 ทร พยากรระบบสารสนเทศและเทคโนโลย 96 การทางานของระบบสารสนเทศ 97 ระบบสารสนเทศท ใช ในองค กร 100 สร ปสาระสาค ญของบทท บทท 6 ข อม ลและระบบจ ดการฐานข อม ล 103 ข อม ลและสารสนเทศ 103 ความหมายและหน าท ของระบบฐานข อม ล 106 ประเภทของฐานข อม ล 108 สร ปสาระสาค ญของบทท บทท 7 ระบบสารสนเทศย อยทางธ รก จ 117

6 ระบบประมวลผลรายการ 117 ระบบสารสนเทศเพ อการจ ดการ 119 ล กษณะของ DSS 121 ประเภทของระบบสาน กงาน 124 ล กษณะท วไปของ EIS 126 สร ปสาระสาค ญของบทท บทท 8 การส อสารข อม ลและระบบเคร อข ายอ นเตอร เน ต 143 ความหมายและองค ประกอบของการส อสารข อม ล 143 ประเภทของส อกลางการต ดต อส อสาร 145 อ ปกรณ เช อมต อ 149 ชน ดของเคร อข าย 154 ความหมายของอ นเทอร เน ต 159 สร ปสาระสาค ญของบทท บทท 9 การเข าถ งระบบสารสนเทศและการส บค นข อม ล 171 การควบค มการเข าถ งระบบสารสนเทศ 171 Search Engine 174 ต ดตามข าวหร อข อม ล RSS ด วย Google Reader 194 สร ปสาระสาค ญของบทท บทท 10 การบร หารจ ดการไฟล และโฟลเดอร ในเคร อง 198 ไฟล ค ออะไร 198 หล กเกณฑ ในการต งช อไฟล และโฟลเดอร 201

7 ว ธ เล อกส งต างๆ Windows บทท 11 การประย กต ใช ระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงาน 217 ความหมายของการประย กต ใช ระบบสารสนเทศ 217 ต วอย างการประย กต ใช ระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงาน 220 สร ปสาระสาค ญของบทท บทท 12 แนวโน มของเทคโนโลย สารสนเทศในอนาคต 198 แนวโน มการใช เทคโนโลย ขององค การ 191 การปฏ บ ต ตนให ท นต อการเปล ยนแปลงของเทคโนโลย สารสนเทศ 196 บ รณาการของเทคโนโลย สารสนเทศก บการดาเน นธ รก จ 205 บรรณาน กรม 208

8 1 บทท 1 ความร เก ยวก บฮาร แวร คอมพ วเตอร (Computer Hardware) 1.1 ความหมายและส วนประกอบของคอมพ วเตอร คอมพ วเตอร เป นอ ปกรณ อ เล กทรอน กส ท สามารถเข าใจคาส ง ร บข อม ล ประมวลผลข อม ล และให ผลล พธ เป นสารสนเทศ คอมพ วเตอร ได แบ งเป น 4 ชน ดค อ ซ เปอร คอมพ วเตอร เมนเฟรมคอมพ วเตอร ม น คอมพ วเตอร และไมโครคอมพ วเตอร ซ เปอร คอมพ วเตอร (Supercomputer) เป นคอมพ วเตอร ท ม ประส ทธ ภาพและความสามารถ ในการทางานส งมากเป นพ เศษ ม กใช ในองค กรขนาดใหญ ซ เปอร คอมพ วเตอร ท ม ความเร วมากท ส ด ในโลกในป จจ บ นค อ IBM s Blue Gene เมนเฟรมคอมพ วเตอร (Mainframe Computer)สามารถประมวลผลด วยความเร วท ส งมาก และม หน วยความจาขนาดใหญ แต ม ประส ทธ ภาพด อยกว าซ เปอร คอมพ วเตอร ต วอย างองค กรท ใช ได แก บร ษ ทประก นภ ย ม น คอมพ วเตอร (Minicomputer) เป นคอมพ วเตอร ขนาดกลาง น ยมใช ในบร ษ ทขนาดกลาง หร อตามฝ ายต างๆ ของบร ษ ทขนาดใหญ เช น ฝ ายผล ตใช ม น คอมพ วเตอร เพ อตรวจสอบกรรมว ธ ใน การผล ตและสายงานการประกอบ เป นต น ไมโครคอมพ วเตอร (Microcomputer)เป นคอมพ วเตอร ท ม ประส ทธ ภาพน อยท ส ด แต ได ร บ ความน ยมมากท ส ด และพ ฒนาไปเร วกว าคอมพ วเตอร ชน ดอ นๆ ไมโครคอมพ วเตอร สามารถแบ งได ออกได ด งน เดสก ท อปคอมพ วเตอร (desktop computer) ม ขนาดเล กเหมาะท จะวางบน โต ะ แต ใหญ เก นไปสาหร บพกพาไปในท ต าง โน ตบ กคอมพ วเตอร (notebook computer) หร อ แล ปท อปคอมพ วเตอร เคล อนย ายได สะดวก น าหน กเบา สามารถเก บไว ในกระเป าเอกสารได

9 2 แท บเล ตพ ซ (tablet pc) เป นโน ตบ กคอมพ วเตอร ชน ดหน งท สามารถร บการ เข ยนเป นข อม ลเข าแล วเปล ยนให เป นข อความท สามารถประมวลผลด วย โปรแกรมประมวลผลคาได ปาล มคอมพ วเตอร (palm computer) เป นคอมพ วเตอร ม อถ อ (handheld computer) ท ในระบบจะประกอบด วยปากกา การร จาลายน วม อ เคร องม อ สาหร บจ ดการก บงานส วนต ว และการส อสารคอมพ วเตอร ประเภทน ท น ยม ใช ก นอย างแพร หลายค อ พ ด เอ (Personal Digital Assistant : PDA) องค ประกอบของคอมพ วเตอร ต องม องค ประกอบ 4 อย างค อ ฮาร ดแวร ซอฟต แวร บ คลากร และข อม ล(สารสนเทศ) ด งน ฮาร ดแวร (Hardware) เป นอ ปกรณ ท จ บต อง ส มผ ส และสามารถมองเห นได อย างเป นร ปธรรม ฮาร ดแวร คอมพ วเตอร ม ท งท ต ดต งอย ภายในต วเคร องคอมพ วเตอร (เช น ซ พ ย เมนบอร ด แรม) และท ต ดต งอย ภายนอกเคร องคอมพ วเตอร (เช น ค ย บอร ด เมาส จอภาพ เคร องพ มพ ) ซ งส วนใหย แล วผล ตมาจาก บร ษ ทท ม ความชานาญทางด านน โดยเฉพาะ ซอฟต แวร (Software) เป นส วนของโปรแกรมคอมพ วเตอร ท บรรจ คาส งเพ อให คอมพ วเตอร สามารถทางาน ได ตามท ต องการ โดยปกต แล ว จะถ กสร างโดยบ คคลท เร ยกว า น กเข ยนโปรแกรม แบ งได เป น 2 ประเภทค อ ซอฟต แวร ระบบ และซอฟต แวร ประย กต บ คลากร (People) บ คลากรท เก ยวข องก บคอมพ วเตอร เป นองค ประกอบของระบบคอมพ วเตอร อ ก อย างหน งท ส าค ญมากเพราะหากบ คลากรไม ม ความร ความเข าใจในการใช งานเก ยวก บระบบ คอมพ วเตอร อาจจะทาให การใช งานไม ม ประส ทธ ภาพหร อไม ได ผลล พธ ตามเป าหมายได กล ม บ คลากรท เก ยวข องท งหมดแบ งได เป น ผ ใช งานท วไป กล มผ เช ยวชาญ และกล มผ บร หาร ข อม ล(Data) ข อม ลเป นองค ประกอบท ส าค ญอย างหน งในระบบคอมพ วเตอร เป นส งท ต อง ป อนเข าไปในคอมพ วเตอร พร อมก บโปรแกรมท น กคอมพ วเตอร เข ยนข นเพ อผล ตผลล พธ ท ต องการ ออกมา

10 3 1.2 หน วยร บเข าและหน วยส งออกข อม ล (Input Unit and Output Unit) มน ษย สามารถเข าใจภาษาซ งประกอบด วยอ กขระ ต วเลข และส ญล กษณ พ เศษต างๆ แต คอมพ วเตอร สามารถเข าเพ ยงภาษาเคร องซ งประกอบด วยต วเลข 0 และ 1 อ ปกรณ ร บเข าจะแปลง อ กขระต วเลขและคาส งต างๆ ท มน ษย ใส เข าไปให เป นส งท คอมพ วเตอร สามารถประมวลผลได ส าหร บอ ปกรณ ส งออกน นจะทาหน าท ตรงข ามก นค อ จะแบ งข อม ลท ผ านการประมวลผลจาก คอมพ วเตอร ให อย ในร ปแบบท มน ษย เข าใจ แล วส งออกไปให ผ ใช ในป จจ บ นผ ใช สามารถเช อมต อ อ ปกรณ ร บเข าและอ ปกรณ ส งออกข อม ลเข าก บเคร อข ายอ นเทอร เน ต เพ อให สามารถร บส งข อม ล ให ก บบ คคลอ นท อย คนละสถานท ก นได อ ปกรณ ร บเข า (Input device) อ ปกรณ ร บเข า (Input device) หมายถ ง ฮาร ดแวร ท ใช ในการร บข อม ลเข าส คอมพ วเตอร โดย จะแปลงข อม ลท ได จากการพ มพ เส ยง ภาพ และการกระทาต างๆ ท มน ษย เข าใจให อย ในร ปแบบท หน วยระบบสามารถประมวลผลได ต วอย างเช น เม อใช โปรแกรมประมวลผลคา โดยปกต ม กจะใช ค ย บอร ดในการพ มพ และใช เมาส ช คาส ง นอกจากอ ปกร ด งกล าวแล วย งม อ ปกรณ ร บเข าอ กหลายชน ด เช น สแกนเนอร อ ปกรณ บ นท กภาพ อ ปกรณ ร บเส ยง ข อม ลเข า (Input)หมายถ ง ข อม ลหร อคาส งท ถ กใช โดยคอมพ วเตอร ซ งอาจจะร บเข ามา โดยตรงจากผ ใช หร อแหล งต างๆ ผ านการใช ซอฟต แวร ระบบ หร อซอฟต แวร ประย กต เช น เม อใช โปรแกรมประมวลผลคาค ณจะใส ข อม ลท เป นต วเลข อ กขระ แล วเร ยกใช คาส งเพ อทาการบ นท กหร อ พ มพ เอกสาร นอกจากการใส ข อม ลโดยการพ มพ แล วค ณย งสามารถใส ข อม ลโดยการใช เส ยง การช ไป ท หน าจอหร อเข ยนอ ปกรณ พ เศษ แหล งข อม ลเข าอ นๆ อ กได แก ภาพจากการสแกนหร อภาพถ าย 1) ค ย บอร ด ค ย บอร ด (Keyboard) เป นอ ปกรณ ร บข อม ลเข าท ม การทางานมากท ส ดโดยทาหน าท ในการ แปลงต วเลขอ กขระ หร อเคร องหมายพ เศษต างๆ ซ งมน ษย เข าให เป นส ญญาณไฟฟ าโดยส ญญาณน จะ ถ กส งไปประมวลผลท หน วยระบบ ค ย บอร ดม หลายชน ดด วยก นแตกต างก นไปตามขนาดและล กษณะ การออกแบบ ชน ดท สามารถพบเห นโดยท วไปได แก ค ย บอร ดแบบด งเด ม (Traditional keyboard) ม ขนาดใหญ ร ปร างส เหล ยมผ นผ า ประกอบด วยค ย สาหร บพ มพ อ กขระ ค ย ต วเลข ค ย ฟ งก ช น รวมถ งค ย พ เศษต างๆ

11 4 ค ย บอร ดแบบพ บได (Flexible keyboard) สามารถม วนหร อพ บเก บได เหมาะสาหร บ ผ ใช ท ต องย ายสถานท ทางานบ อยๆ ทาให สามารถใช ค ย บอร ดท ม ขนาดใหญ ไม เหมาะม อแต ใช ท เก บ เพ ยงเล กน อย ค ย บอร ดท ออกแบบตามหล กการยศาสตร (Ergonomic keyboard) ม ล กษณะคล าย ค ย บอร ดแบบด งเด มแต จะไม ใช ร ปส เหล ยมผ นผ า โดยจะม ท พ กวางฝ าม อเพ อให สามารถลดความต ง เคร ยดบร เวณข อม ลท เก ดจากการเคล อนไหวในการพ มพ เป นเวลานาน ค ย บอร ดแบบไร สาย (Wireless keyboard) ส งข อม ลไปย งหน วยระบบผ านทาง อากาศโดยไม ต องใช สายเช อมต อ ทาให สามารถใช งานค ย บอร ชน ดน อย างสะดวกสบาย ค ย บอร ดสาหร บเคร องพ ด เอ (PDA keyboard) เป นค ย บอร ดขนาดเล กมากใช สาหร บ เคร องพ ด เอ ร ปท 1.1 ค ย บอร ด ท มา : ค ณล กษณะ ค ย บอร ดของคอมพ วเตอร ม ล กษณะการวมเอาแป นพ มพ ของเคร องพ มพ ด ดและแป นพ มพ ต วเลข (numeric keypad) เพ อใช สาหร บใส ข อม ลต วเลขและคานวณทางคณ ตศาสตร และย งม ค ย พ เศษต างๆ เช น ค ย caps lock ซ งม ล กษณะเป นค ย สถานะสล บเป ดและป ด (toggle keys) เพ อจ ดการ เก ยวก บอ กขระภาษาอ งกฤษท เป นต วพ มพ เล กหร อต วพ มพ ใหญ ค ย Ctrl เป นค ย ส าหร บการกระทา ต างๆ ซ งต องใช ร วมก บค ย อ นๆ ค อ จะต องกดค างไว และค ย อ นตาม 2) อ ปกรณ ช การช ถ อว าเป นการแสดงท าทางท เป นธรรมชาต ท ส ดอย างหน งของมน ษย อ ปกรณ ช (Pointing device) ช วยอานวยความสะดวกสาหร บผ ใช ในการต ดต อก บหน วยระบบ โดยร บข อม ลจาก

12 5 การช แล วแปลงเป นข อม ลเข าท เคร องคอมพ วเตอร สามารถเข าใจได ม อ ปกรณ ช อย หลายชน ดเช น เมาส จอยสต ก จอส มผ ส ปากกาแสง เป นต น เมาส เมาส (Mouse)ทาหน าท ควบค มต วช ท แสดงอย บนจอคอมพ วเตอร โดยปกต ต วช ของ เมาส จะม ล กษณะเป นล กศรแต อาจจะเปล ยนร ปร างไปข นอย ก บงานท ใช ในขณะน น เมาส อาจม หน ง ป ม สองป ม หร อมากกว าน น โดยป มเหล าน จะใช ในการเล อกคาส งหร อควบค มข อม ลท อย บนจอภาพ เมาส ม อย หลายประเภทแต ท ใช โดยท วไปจะม 3 ประเภทด งต อไปน ร ปท 1.2 เมาส กลไก เมาส กลไก (mechanical mouse) ถ อว าเป นเมาส แบบด งเด มและม การใช งานอย าง แพร หลายทางานโดยอาศ ยล กกล งท ต ดอย ด านล าง และม สายท เช อมต อไปย งหน วยระบบ เม อเล อน เมาส บนพ นผ วเร ยบหร อแผ นรองเมาส ล กกล งจะเคล อนท ไปมาทาให สามารถใช ระบ ตาแหน งบน จอภาพได บางเมาส ม ป มกลาง (wheel button) ซ งสามารถหม นเพ อเล อนด ข อม ลท แสดงบนหน าจอ ร ปท 1.3 เมาส แบบใช แสง เมาส แบบใช แสง (optical mouse) ไม ใช ล กกล งแต จะใช แสงในการตรวจจ บการ เคล อนท ของเมาส ข อด ของเมาส ประเภทน เม อเปร ยบเท ยบก บเมาส แบบกลไกค อ สามารถทางานได บนท กพ นผ วม ความแม นยาในการระบ ตาแหน งมากข น และผ ใช ไม จาเป นต องทาความสะอาดบ อยๆ

13 6 ร ปท 1.4 เมาส แบบไร สาย เมาส แบบไร สาย (cordless หร อ wireless mouse) ใช พล งงานจากแบตเตอร ในการ ทางาน และใช คล นว ทย หร อแสงอ นฟราเรดในการต ดต อก บหน วยระบบ ทาให ไม จาเป นต องม สาย และทาให ผ ใช ม ความสะดวกในการใช งานมากข น ร ปท 1.5 แทร คบอล นอกจากเมาส แล วย งม อ ปกรณ ช อ นๆ ท ทางานคล ายๆ ก บเมาส ได แก แทร คบอล (trackball) แผ นส มผ ส (touch surface) และแท งช (pointing stick) ค ณสามารถใช แทร คบอลเพ อควบค มต วช บน หน าจอคอมพ วเตอร โดยการหม นล กกล งด วยน วห วแม ม อ แผ นส มผ ส ซ งใช ก บเคร องคอมพ วเตอร โน ตบ ก ม ล กษณะเป นแผ นส เหล ยมอย ด านล างค ย บอร ด สามารถใช โดยการเล นอน วไปมาบนพ นผ ว ของแผ นส มผ สแล วเคาะเพ อเล อกการทางาน แท งช ม ล กษณะเหม อนป มเล กๆ อย ตรงการค ย บอร ดผ ใช สามารถใช น วในการควบค มท ศทางซ งจะส งส ญญาณไปย งต วช ตาแหน งบนจอภาพคอมพ วเตอร

14 7 ร ปท 1.6 จอยสต ก จอยสต ก (joystick) หร อบางคร งเร ยกว าก านควบค ม เป นอ ปกรณ ร บเข าท น ยมมากในการเล น เกมคอมพ วเตอร โดยด นหร อโยกก านควบค มตามความเร วและท ศทางท ต องการ นอกจากน ย ง สามารถกดป มเพ อระบ คาส ง หร อการกระทาพ เศษบางอย างอ กด วย ร ปท 1.7 จอส มผ ส จอส มผ ส (touch screen) เป นหน าจอชน ดพ เศษท ช นนอกม ล กษณะคล ายแผ นพลาสต กใส ภายใต ช นน จะเป นลาแสงอ นฟราเรดท มองไม เห น จากหล กการออกแบบน ทาให สามารถร บคาส งจาก ผ ใช โดยการส มผ สท หน าจอ ข อด ของจอส มผ สค อ ง ายต อการใช งานโดยเฉพาะสาหร บคนท ต องการ ข อม ลอย างรวดเร ว น ยมใช ตามร านอาหาร ต เอท เอ ม และศ นย บร การข อม ลต างๆ ร ปท 1.8 ปากกาแสง

15 8 ปากกาแสง (light pen) ม ร ปร างคล ายปากกาท วไป แต จะไวต อแสงใช โดยการเข ยนลงบน หน าจอชน ดพ เศษท ใช ก บปากกาแสงน ได ต วอย างการใช งานปากกาแสง เช น ใช ส าหร บการแก ไข ภาพด จ ท ล ร ปท 1.9 สไตล ส สไตล ส (stylus) เป นอ ปกรณ ท ม ล กษณะคล ายปากกาใช แรงกดในการวาดบนหน าจอ สไตล ส จะทางานค ก บซอฟต แวร ร จาลายม อ (handwriting recognition software) โดยจะแปลงส งท เข ยนหร อ วาดให อย ในร ปแบบท หน วยระบบสามารถประมวลผลได ม กจะใช ร วมก บกราฟ กแท บเล ต (graphics tablets) และ พ ด เอ น ยมใช สาหร บการค ดลอกแบบในทางสถาป ตยกรรม ว ศวกรรม การทาแผนท และ การวาดภาพ 3) อ ปกรณ สแกนภาพ อ ปกรณ สแกนภาพอ านและเปล ยนข อม ลต วหน งส อและร ปภาพให อย ในร ปแบบท หน วย ระบบสามารถประมวลผลได สามารถแบ งได เป น 4 ประเภทด วยก น ค อ สแกนเนอร เคร องอ านบ ตร เคร องอ านบาร โค ด และเคร องอ านอ กขระและเคร องหมาย สแกนเนอร สแกนเนอร (Scanner) เป นอ ปกรณ นาเข าข อม ลท เป นเอกสารซ งประกอบด วย ข อความและร ปภาพแล วแปลงเป นร ปแบบท คอมพ วเตอร สามารถเข าใจได โดยจะบ นท กพ นท สว าง และม ดตลอดจนส บนกระดาษจากการสะท อนแสงของเอกสารต นฉบ บ หล งจากน นภาพท ถ กอ านจะ ถ กจ ดเก บเป นไฟล เพ อนามาพ มพ หร อเร ยกใช ภายหล งได สแกนเนอร เป นอ ปกรณ ท ม การใช งานอย าง แพร หลายสาหร บทางานประเภทกราฟ ก หร องานโฆษณา โดยแบ งเป น 2 ชน ดด วยก นค อ แบบแท น นอนและแบบพกพา

16 9 ร ปท 1.10 สแกนเนอร แบบแท นนอน สแกนเนอร แบบแท นนอน (flatbed scanner) ทางานคล ายเคร องถ ายเอกสาร โดยวาง เอกสารท ต องการอ านไว บนส วนท เป นพ นผ วแก ว แล วส วนท ทาการบ นท กซ งอย ด านล างจะเคล อนท จากปลายด านหน งไปย งอ กด านหน ง เหมาะสาหร บใช ก บเอกสารท งท เป นแผ นเด ยวและเอกสารท เป น เล ม ร ปท 1.11 สแกนเนอร แบบพกพา สแกนเนอร แบบพกพา (portable scanner) ผ ใช จะต องเล อนห วอ านสแกนเนอร ไป บนเอกสารเอง เคร องอ านบ ตร เคร องอ านบ ตร (card reader) เป นอ ปกรณ ท ทาหน าท อ านข อม ลบนบ ตรต างๆ เช น สมาร ทการ ด บ ตรเครด ต บ ตรเดบ ต บ ตรควบค มการเข าออกสถานท เช น บ ตรพน กงาน บ ตรจอดรถ โดยข อม ลในบ ตรม กจะเป นข อม ลสาค ญและบางคร งก เป นข อม ลท ถ กเข ารห ส สามารถแบ งออกเป น 2 ประเภทค อ

17 10 ร ปท 1.12 เคร องอ านบ ตรแถบแม เหล ก เคร องอ านบ ตรแถบแม เหล ก (magnetic card reader) ข อม ลในบ ตรจะเป นข อม ลท ถ ก เข ารห สและเก บอย ในแถบแม เหล กท อย ด านหล งบ ตร เม อบ ตรถ กร ดผ านเคร องอ าน ข อม ลท อย ใน บ ตรก จะถ กอ านออกมา ร ปท 1.13 เคร องอ านบ ตรความถ คล นว ทย เคร องอ านบ ตรความถ คล นว ทย (radio frequency card reader) บ ตรท ใช ก บเคร อง อ าน ประเภทน จะม ไมโครช ปอาร เอฟไอด (Radio frequency Identification : RFID) ซ งบรรจ ข อม ลใน บ ตรท ถ กเข ารห ส จ ดเด นของเคร องอ านประเภทน ค อ บ ตรไม จาเป นต องส มผ สก บเคร องอ าน เม อถ อ บ ตรวางไว ใกล ก บเคร องอ านเพ ยง 2-3 น ว ข อม ลท อย ในบ ตรก จะถ กอ านออกมา เคร องอ านบาร โค ด เคร องอ านบาร โค ด (bar code reader) สามารถพบเห นได ตามร านค าท วไป ต วอย าง ของอ ปกรณ ประเภทน ได แก เคร องอ านแบบม อถ อ (wand reader) เคร องอ านแบบต ดต ง (platform reader) โดยต วเคร องจะม อ ปกรณ เปล ยนแสงเป นกระแสไฟฟ าเพ อใช อ านบาร โค ดท ม ล กษณะเป นเส น แถบแนวต งส ดาสล บขาวต ดอย บนฉลากบรรจ ภ ณฑ ตามซ เปอร มาร เก ตต างๆ จะม การใช เคร องค ดเง นอ เล กทรอน กส ร วมก บระบบ บาร โค ดท เร ยกว า ย พ ซ (Universal Product Code : UPC) ซ งสามารถบอกรายละเอ ยดส นค าและราคา เพ อสะดวกในการออกใบเสร จร บเง น อ กท งย งม การต ดต งไว ตามจ ดต างๆ เพ อให ผ ซ อสามารถ ตรวจสอบราคาส นค าได ด วยตนเอง

18 11 ร ปท 1.14 เคร องอ านอ กขระและเคร องหมาย เคร องอ านอ กขระและเคร องหมาย (character and mark recognition device) ค อ สแกนเนอร ท สามารถอ านอ กขระและเคร องหมายชน ดพ เศษได และเป นอ ปกรณ ท จาเป นสาหร บงาน บางประเภท แบ งออกเป น 3 ชน ดด วยก นค อ ร ปท 1.15 เคร องอ านอ กขระท บ นท กด วยหม กแม เหล ก เคร องอ านอ กขระท บ นท กด วยหม กแม เหล ก (Magnetic ink Character Recognition : MICR) น ยมใช โดยธนาคารเพ ออ านต วเลขท อย ด านล างของเช คและใบนาฝากโดยม อ ปกรณ พ เศษท เร ยกว า เคร องอ าน/เคร องเร ยงลาด บ (reader/sorter) อ านต วเลขเหล าน นเป นข อม ลเข าเพ อให ธนาคาร สามารถนาไปประมวลผลก บบ ญช ของล กค าได ร ปท 1.16 เคร องอ านอ กขระด วยแสง

19 12 เคร องอ านอ กขระด วยแสง (Optical-Character Recognition : OCR) เป นเคร องท สามารถอ านอ กขระท ม การพ มพ แบบพ เศษแล วแปลงส งท อ านให เป นรห สเคร อง อ ปกรณ จาพวกโอซ อาร ท พบเห นได บ อย เช น เคร องอ านแบบม อถ อ (wand reader) ม กจะใช ในห างสรรพส นค าเพ ออ าน ป ายราคาส นค าโดยอาศ ยหล กการสะท อนแสงของอ กขระท พ มพ ร ปท 1.17 เคร องอ านเคร องหมายด วยแสง เคร องอ านเคร องหมายด วยแสง (Optical-Mark Recognition : OMR) หร อท เร ยกว า อ ปกรณ ตรวจจ บเคร องหมาย (mark sensing) เป นเคร องท ใช อ านและประมวลผลเคร อหมาย เช น เคร องหมายท ระบายด วยด นสอดาลงในตาแหน งท กาหนด น ยมใช ส าหร บตรวจแบบทดสอบต างๆ หร อข อสอบสาหร บการสอบเข ามหาว ทยาล ย 4) อ ปกรณ บ นท กภาพ สแกนเนอร จะคล ายก บเคร องถ ายเอกสาร ค อ สามารถทาส าเนาเอกสารหร อส าเนาภาพจาก ต นฉบ บได โดยเอกสารหร อภาพท ได จะอย ในร ปแบบด จ ท ล ในทางตรงก นข าม อ ปกรณ บ นท กภาพ (image capturing device) ใช ส าหร บสร างภาพต นฉบ บท เป นด จ ท ล ต วอย างอ ปกรณ ชน ดน ได แก กล องถ ายภาพด จ ท ล กล องว ด โอด จ ท ล กล องถ ายภาพด จ ท ล (digital camera) หร อน ยมเร ยกว า กล องด จ ท ล ม ล กษณะคล าย กล องถ ายภาพท วไปต างก นเพ ยงภาพท ได จากกล องด จ ท ลจะถ กบ นท กเป นไฟล บนด สก หร อ หน วยความจาของกล องแทนการใช ฟ มล ผ ใช สามารถถ ายภาพและเร ยกด ภาพได ท นท หร อสามารถ นาไปวางไว บนหน าเว บ กล องว ด โอด จ ท ล (digital video camera) สามารถจ บภาพเคล อนไหวแล วบ นท กเป น ไฟล บนด สก หร อหน วยความจาของกล อง นอกจากน กล องว ด โอด จ ท ลส วนใหญ ย งสามารถจ บภาพน ง ได ด วย เว บแคม (webcam หร อ web camera) เป นต วอย างหน งของกล องว ด โอด จ ท ลท สามารถจ บ ภาพเคล อนไหวแล วส งผ านคอมพ วเตอร ไปส เคร อข ายอ นเทอร เน ตได เว บแคมกลายเป นท น ยมเพ มข น โดยเฉพาะสาหร บการประช มทางไกลผ านระบบอ นเทอร เน ต

20 13 5) อ ปกรณ ร บเส ยง อ ปกรณ ร บเส ยง (audio-input device) จะทาหน าท เปล ยนส ญญาณเส ยงให อย ในร ปแบบท คอมพ วเตอร สามารถประมวลผลได ต วอย างของอ ปกรณ ชน ดน ท ใช ก นอย างแพร หลายท ส ดค อ ไมโครโฟน ระบบร จ าเส ยง ระบบร จาเส ยง (voice recognition system) ประกอบด วยไมโครโฟน การ ดเส ยง และ ซอฟต แวร ประย กต เฉพาะงาน โดยระบบน ทาให ผ ใช สามารถส งงานคอมพ วเตอร หร อสร างงาน เอกสารได ด วยการใช เส ยง กล มผ ใช ระบบร จาเส ยงน ได แก แพทย ทนายความ หร อผ ท ต องการบ นท ก คาส งต างๆ อ ปกรณ เหล าน สามารถบ นท กเส ยงได หลายช วโมงก อนท จะนาเข าส ระบบคอมพ วเตอร เพ อทาการแก ไข บ นท กหร อพ มพ ออกมา บางระบบย งสามารถแปลคาส งจากภาษาหน งไปเป นอ ก ภาษาหน งได เช น จากภาษาอ งกฤษเป นภาษาญ ป น การร จาเส ยงเป นค ณล กษณะท วไปท ซอฟต แวร ประย กต สม ยใหม บางต วจะต องม ต วอย างเช น โปรแกรมไมโครซอฟต เว ร ด เวอร ช นล าส ดจะสน บสน นการร จาเส ยง โดยจะต องต ดต ง โปรแกรมส วนประกอบและเพ มเต มสาหร บการใช ระบบร จาเส ยงท นอกเหน อจากการต ดต งโปรแกรม ตามปกต หล งจากน นผ ใช สามารถใช แถบเคร องม อภาษาเพ อควบค มการใช ระบบร จาเส ยง โดย สามารถสล บโหมดการทางานระหว างโหมดคาส งเส ยงและโหมดการเข ยนตามคาพ ด ต วอย างเช น โหมดคาส งเส ยง แทนท จะต องเล อกคาส งจากเมน แล วคล กเล อกคาส งเพ อใช ร ปแบบ ต วอ กษรเป น Times New Roman ด งน Format > Font > Times New Roman > OK ค ณสามารถพ ดผ านไมโครโฟน ด งน Format font Times New Roman OK โหมดการเข ยนตามคาพ ด ทาให ผ ใช สามารถพ ดประโยคท ต องการได โดยตรงลงไป ในเอกสารไมโครซอฟต เว ร ด ต วอย างเช น แทนท ค ณจะต องใช ค ย บอร ดพ มพ ประโยคต อไปน ค ณ สามารถพ ดผ านไมโครโฟนว า The national economy showed rapid growth อ ปกรณ ส งออก(Output device) อ ปกรณ ส งออก (Output device)หมายถ ง ฮาร ดแวร ท ใช ในการแสดงผลล พธ ท ได จากคอมพ วเตอร โดยจะแปลงข อม ลท ผ านมาประมวลผลจากหน วยระบบให อย ในร ปแบบท มน ษย สามารถเข าใจได อ ปกรณ ประเภทน ได แก จอภาพ เคร องพ มพ และอ ปกรณ ส งออก

21 14 ข อม ลออก (Output) หมายถ ง ข อม ลหร อสารสนเทศท ผ านการประมวลผลจาก คอมพ วเตอร ซ งอาจจะอย ในร ปแบบของข อความ กราฟ ก ภาพ เส ยงหร อว ด โอ ต วอย างเช น เม อผ ใช ต องการสร างงานนาเสนอ ผ ใช อาจจะใส ข อม ลท เป นข อความกราฟ ก ภาพ หร อคาอธ บายลงไป ผลล พธ ท ได ค อ งานนาเสนอท สมบ รณ แบบ ชน ดของข อม ลออก ได แก ข อความ กราฟ ก เส ยง ว ด โอ จอภาพ อ ปกรณ ส งออกท ม การใช งานมากท ส ดค อ จอภาพ (monitor) ใช ในการแสดงภาพ ข อความและกราฟ กต างๆ โดยม กจะเร ยกผลล พธ จากจอภาพว า สาเนาแสดงผลช วคราว หร อท น ยม เร ยกว า ซอฟต ก อปป (softcopy) จอภาพท ม ความหลากหลายตามขนาดร ปร าง และราคา ส งสาค ญใน การพ จารณาเล อกซ อค อ ความช ดเจนของจอภาพ ซ งม ผลต อค ณภาพและความคมช ดของการแสดงผล โดยค ณล กษณะท ม ผลต อความช ดเจนของจอภาพ ได แก มาตราฐาน พ กเซล SVGA 800 x 600 XGA 1024 x 768 SXGA 1280 x 1024 UXGA 1600 x 1200 QXGA 2048 x 1536 ตารางท 1 ความละเอ ยดของจอภาพ ความละเอ ยด (resolution) ภาพท แสดงบนจอน นเก ดจากหลายๆ จ ดมารวมก น หร อท เร ยกว า พ กเซล (pixel) ความละเอ ยดของจอภาพจะถ กแสดงโดย เมทร กซ ของพ กเซล ต วอย างเช น จอภาพในป จจ บ นม กม ความละเอ ยดอย ท 1600 พ กเซล ด านแนวต งค ณด วย 1200 พ กเซล ด าน แนวนอนซ งจะเท าก บ 1,920,000 พ กเซล จอภาพท ม ความละเอ ยดส ง (จานวนพ กเซลมาก) ภาพท ได จะ ม ความช ดเจนย งข น แสดงมาตรฐานความละเอ ยดของจอภาพ ดอตพ ช (dot pitch) ค อ ระยะห างระหว างแต ละพ กเซล จอร นใหม ๆ จะม ค าของ ดอตพ ชอย ท 0.31 ม ลล เมตร (31/100 ของม ลล เมตร) หร อน อยกว าน จานวนดอตพ ชย งต าภาพท ได ก จะ ย งม ความคมช ดย งข น

22 15 อ ตราการร เฟรช (refresh rate) ใช สาหร บระบ ความถ ในการเปล ยนภาพหร อสร าง ภาพใหม จอภาพส วนใหญ จะม อ ตราการร เฟรชอย ท 75 เฮ รตซ (Hertz) ซ งหมายความว าจอภาพน นจะ ม การเปล ยนแปลงภาพหร อสร างภาพใหม 75 คร งต อว นาท ภาพท ถ กแสดงด วยอ ตราการร เฟรชภาพต า กว า 75 เฮ รตซ จะส นหร อกระพร บ ทาให กล ามเน อตาเก ดอาการล าได อ ตราการร เฟรชท ส งภาพท ได ก จะม ค ณภาพส งไปด วย ขนาด (size) สามารถว ดได จากแนวเส นทแยงม มของพ นท ท ใช ในการแสดงผลล พธ ขนาดโดยท วไปค อ และ 21 น ว ชน ดของจอภาพ ร ปท 1.18 จอภาพแบบหลอดร งส คาโธด 1) จอภาพแบบหลอดร งส คาโธด ในอด ตจอภาพน ท น ยมใช ก นตามสาน กงาน หร อตามบ านท วไป ค อ แบบหลอดร งส คาโธด (cathode-ray tubes) หร อบางคร งเร ยกว า จอภาพซ อาร ท (CRT) ม ขนาดใกล เค ยงและใช เทคโนโลย แบบเด ยวก บโทรท ศน จอภาพซ อาร ท จะม ราคาท ต ากว า และม ความละเอ ยดของจอภาพท ด กว า เม อ เปร ยบเท ยบก บจอภาพชน ดอ น แต ข อเส ยค อ ม ขนาดใหญ ทาให เปล องเน อท ในการต ดต ง ร ปท 1.19 จอภาพแบบแบน

23 16 2) จอภาพแบบแบน จากการท จอภาพซ อาร ท ม ขนาดใหญ และเคล อนย ายลาบาก จ งทาให ม การพ ฒยาจอภาพแบบ แบน (flat panel monitor) หร อบางคร งเร ยกว า จอภาพแอลซ ด (Liquid crystal Display : LCD) จอภาพ แบบน จะบางกว าจอซ อาร ท มาก และใช พล งงานน อยกว า ในอนาคตคาดว าจอภาพแบบแบนน จะ แทนท จอภาพซ อาร ท ในท ส ด จอภาพแบบแบนน สามารถแบ งออกได เป น 2 ประเภทด วยก น แพสซ ฟเมทร กซ (passive-matrix) หร อเร ยกอ กอย างหน งว า ด อ ลสแกน (dual-scan) ซ งใช หล กการสร างภาพโดยการสแกนท งหน าจอ ด งน น จ งทาให ประหย ดพล งงาน แต ม ข อเส ยค อ ภาพจะไม คมช ด แอ กท ฟเมทร กซ (active-matrix) หร อบางคร งเร ยกว า จอภาพท เอฟท (Thin filmtransistor : TFT) การทางานของจอแบบน จะไม ใช การสแกนท งหน าจอแต จะใช การย งลาแสง อ เล กตรอนไปท แต ละพ กเซล จอแบบน จะทาให ส และความละเอ ยดด กว าแบบแรก แต ก ม ราคาส งกว า และต องการพล งงานมากด วย 3) จอภาพชน ดอ น นอกจากท กล าวมาแล วย งม จอภาพชน ดอ นๆ อ ก ซ งพ ฒนาข นมาสาหร บงานเฉพาะอย างเช น อ านหน งส ออ เล กทรอน กส ทางานนาเสนอหร อด โทรท ศน โดยอ ปกรณ ท ถ กพ ฒนาข นมาเพ อสาหร บ ใช งานเหล าน ได แก หน งส ออ เล กทรอน กส (E-book) หร อเคร องอ านหน งส ออ เล กทรอน กส (E-book reader) ม ขนาดเท าก บหน งส อ สามารถพกพาได สะดวกโดยสามารถแสดงอ กจระ ภาพกราฟ ก หร อ แสดงข อม ลท ดาวน โหลดจากอ นเทอร เน ตได ผ ใช สามารถอ านหน งส อพ มพ หร อน ตยสารต างๆ ได โดยใช เคร องน ดาต าโปรเจคเตอร (Data Projector) เป นอ ปกรณ ท ต อเช อมก บคอมพ วเตอร จะแสดง ผลล พธ ได เหม อนก บการใช จอคอมพ วเตอร สามารถฉายข นบนฉากซ งทาให มองเห นได ในระยะไกล น ยมใช สาหร บการศ กษา หร องานนาเสนอทางธ รก จ เอชด ท ว (High-definition Television : HDTV) เป นอ ปกรณ ท ม การพ ฒนาข นมาจาก การผสมผสานระหว างเทคโนโลย คอมพ วเตอร และโทรท ศน ท เร ยกว า PC/TV โดยสามารถแสดง ผลล พธ ท ช ดเจนและขนาดภาพท ใหญ กว าการด จากโทรท ศน ท วไป ภาพท แสดงออกมาม ล กษณะเป น ส ญญาณด จ ท ล ผ ใช จ งสามารถบ นท กภาพน งจากอ ปกรณ ชน ดน แล วจ ดเก บลงเป นไฟล เพ อสามารถ นามาแก ไขหร อเปล ยนแปลงภายหล งได

24 17 เคร องพ มพ ค ณอาจเคยใช เคร องพ มพ (Printer) ส าหร บพ มพ การบ าน รายงาน ภาพถ าย เคร องพ มพ จะแปลงข อม ลท ผ านมาประมวลผลจากหน วยระบบและแสดงผลล พธ บนกระดาษ ซ งจะ เร ยกว า สาเนาแสดงผลถาวร หร อท น ยมเร ยกว า ฮาร ดก อปป (hard copy) ค ณล กษณะ เคร องพ มพ ม อย ด วยก นหลายชน ด แต ละชน ดจะม ค ณล กษณะพ นฐานด งน ความละเอ ยด (resolution) คล ายก บความละเอ ยดของจอภาพค อ เป นการประมาณ ความช ดเจนของภาพผลล พธ ความละเอ ยดของเคร องพ มพ ม หน วยว ดเป น dpi (dots per inch) เคร องพ มพ ท ถ กออกแบบส าหร บการใช งาน ส วนบ คคลจะม ความละเอ ยดประมาณ 1200 dpi ย งม จานวน dpi มากภาพผลล พธ ท ได ก จะม ค ณภาพด มากด วย การพ มพ ส (color capability) เคร องพ มพ ป จจ บ นจะม ความสามารถในการพ มพ ส ได แต เน องจากต นท นในการพ มพ งานส จะแพงการพ มพ แบบขาวดา ด งน นส าหร บงานธรรมดา เช น จดหมาย โครงร าง รายงานหร อการบ าน ผ ใช จ งน ยมท จะใช การพ มพ แบบขาวดามากกว า สาหร บการ พ มพ ส จะเหมาะสาหร บการพ มพ รายงานท ม ภาพกราฟ ก หร อร ปภาพประกอบ ความเร ว (speed) ม หน วยว ดเป นจานวนหน าต อนาท โดยปกต เคร องพ มพ ส าหร บ การใช งานส วนบ คคลจะสามารถพ มพ ได ประมาณ หน าต อนาท สาหร บการพ มพ ผลล พธ แบบ ขาวดาและประมาณ หน าต อนาท สาหร บการพ มพ ผลล พธ แบบส ความจ ของหน วยความจา (memory) ใช ส าหร บบ นท กคาส งและไฟล เอกสารท รอ พ มพ ย งม จานวนความจ ของหน วยความจามากจะทาให สามารถสร างงานพ มพ ท ม ขนาดไฟล ใหญ ได เร ว ร ปท 1.20 เคร องพ มพ อ งค เจ ท 1) เคร องพ มพ อ งค เจ ท เคร องพ มพ อ งค เจ ท (ink-jet printer) จะสร างภาพจาการพ นหม กด วยความเร วส งลงบนกระดาษ ได ผลล พธ ท ม ค ณภาพและม ส ต างๆ อ กด วย เคร องพ มพ อ งค เจ ทได ร บความน ยมมากในป จจ บ น เน องจาก สามารถพ มพ งานได ค อนข างเร วอ กท งไม ม เส ยงรบกวนและราคาเคร องไม แพงมากน ก แต ต นท นท

25 18 ค อนข างส งส าหร บการใช เคร องพ มพ อ งค เจ ทค อ หม กพ มพ โดยปกต เคร องพ มพ แบบน จะสามารถ พ มพ ได หน าต อนาท สาหร บการพ มพ แบบขาวดา และ ต อนาท สาหร บการพ มพ ส ร ปท 1.21 เคร องพ มพ เลเซอร 2) เคร องพ มพ เลเซอร เคร องพ มพ เลเซอร (laser printer) ใช เทคโนโลย ท คล ายคล งก บเคร องถ ายเอกสารโดยใช ลาแสงเลเซอร สร างงานพ มพ ท ม ค ณภาพ แต จะม ราคาแพงกว าเคร องพ มพ แบบอ งค เจ ท ม กใช ก บงานพ มพ ท ม ค ณภาพส ง ความเร วในการพ มพ จะข นอย ก บค ณภาพและราคาของเคร องพ มพ เช น สาหร บการพ มพ แบบขาวดา จะประมาณ หน าต อนาท หร อ 50 หน าต อนาท นอกจากน ย งสน บสน นการพ มพ แบบส และการใช งานร วมก นสาหร บผ ใช หลายคนอ กด วย ร ปท 1.22 เคร องพ มพ เทอร ม ล 3) เคร องพ มพ เทอร ม ล เคร องพ มพ เทอร ม ล (thermal printer) ใช ความร อนในการระลายส และถ ายเทหม กส จากแผ นหม กไป บนผ วหน าของกระดาษท ไว ต อความร อนเพ อสร างภาพ เคร องพ มพ ชน ดน ม กใช ในห องแล บ ปฏ บ ต การว ทยาศาสตร เพ อบ นท กข อม ล แต ไม นานมาน ม การใช เคร องพ มพ เทอร ม ลส ส าหร บผล ต งานศ ลปะท ต องการค ณภาพส ง แต เคร องพ มพ เทอร ม ลส ย งไม เป นท น ยมมากน ก เพราะราคาแพง และ ต องใช กระดาษชน ดพ เศษ

26 19 ร ปท 1.23 เคร องพ มพ ชน ดอ น 4) เคร องพ มพ ชน ดอ น เคร องพ มพ ดอตเมทร กซ (dot-matrix printer) สร างอ กขระและภาพช ดของห วเข มในการพ มพ เคยเป น ท น ยมใช มากในช วงแรกๆ ท ม การใช ไมโครคอมพ วเตอร อย างแพร หลาย เพราะม ราคาไม แพง แต ข อเส ยค อ เส ยงด งเวลาพ มพ งานท เหมาะสมก บเคร องพ มพ ประเภทน ได แก งานท ไม ต องการผลล พธ ท ม ค ณภาพส งมากน ก และต นท นในการพ มพ ต า รวมถ งงานท ต องการทาสาเนาการพ มพ ร ปท 1.24 พล อตเตอร พล อตเตอร (plotter) เป นเคร องพ มพ ส าหร บงานท ม ผลล พธ หลากหลาย โยใช ผลล พธ จาก เคร องอ านพ ก ด กราฟ ก หร ออ ปกรณ ร บข อม ลเข าท เป นกราฟ กอ นๆ พล อตเตอร สามารถพ มพ แผนท ร ปภาพ แบบก อสร างอาคารต างๆ ได ร ปท 1.25 เคร องพ มพ ภาพ เคร องพ มพ ภาพ (Photo printer) ใช สาหร บพ มพ ภาพจากกล องด จ ท ล โดยภาพท ได จะม ขนาด 3 x 5 หร อ 4 x 6 น ว

27 20 ร ปท 1.26 เคร องพ มพ แบบพกพา เคร องพ มพ แบบพกพา (portable printer) ม ขนาดเล กและน าหน กเบา ถ กออกแบบมาเพ อใช งานก บโน ตบ กคอมพ วเตอร โดยการจะเป นเคร องพ มพ อ งค เจ ทหร อเคร องพ มพ เลเซอร ก ได เช อมต อเข าก บคอมพ วเตอร โดยพอร ตย เอสบ หร อพอร ตขนาน อ ปกรณ ส งออก อ ปกรณ ส งออก (Audio-output device) ทาหน าท ในการแปลงข อม ลเส ยงในร ปแบบด จ ท ลให กลายเป นเส ยงท มน ษย ร บฟ งได อ ปกรณ ส งออกเส ยงท น ยมใช มากท ส ดค อ ลาโพงและห ฟ ง อ ปกรณ เหล าน เช อมต อก บการ ดเส ยงในหน วยระบบ โดยการ ดเส ยงสามารถทาหน าท ในการบ นท กและแสดง เส ยงเหล าน นได อ ปกรณ ส งออกถ กนามาใช งานต างๆ เช น การเล นเพลง การออกเส ยงภาษา และการ แสดงข อม ลจากระบบคอมพ วเตอร ไปส ผ ใช ค ณสามารถพบเห นการส งออกข อม ลท เป นเส ยงได ท วไป เช น โทรท ศน อ ปกรณ ช วยเร ยนภาษาต างประเทศ สาหร บน กศ กษา เป นต น การรวมก นของอ ปกรณ ร บเข าและส งออกข อม ล ม อ ปกรณ หลายชน ดท เป นท งอ ปกรณ ร บเข าและส งออกข อม ลในเคร องเด ยวก น บางคร งเพ อ ประหย ดเน อท หร อว ตถ ประสงค พ เศษ ต วอย างของอ ปกรณ ประเภทน ได แก เคร องโทรสาร อ ปกรณ ม ลต ฟ งก ช น อ นเทอร เน ตเทเลโฟน และเทอร ม น ล เป นต น 1) เคร องโทรสาร เคร องโทรสาร (fax machine หร อ facsimile transmission machine) เป นอ ปกร ท สามารถพบ เห นได ท วไปในสาน กงานเก อยท กแห ง ในอด ตจะใช เคร องโทรสารสาหร บส งและร บเอกสารผ านทาง สายโทรศ พท เพ ยงอย างเด ยว แต ในป จจ บ นคอมพ วเตอร ส วนใหญ จะม อ ปกรณ ท ทาหน าท เป นท ง โทรสารและโมเด มอย ภายในเคร อง ในการส งโทรสารอ ปกรณ เหล าน จะสแกนร ปภาพ หร อเอกสาร โดยอ านส วนท สว างและม ดแล วแปลงเป นข อม ลอ เล กทรอน กส ท สามารถส งผ านสายโทรศ พท ในการ ร บข อม ลอ ปกรณ เหล าน จะอ านข อม ลท ส งมาทางสายโทรศ พท และพ มพ ออกเป นเอกสารท แสดงออก ทางหน าจอ

28 21 2) อ ปกรณ ม ลต ฟ งก ช น อ ปกรณ ม ลต ฟ งก ช น (multifunction device) เป นอ ปกรณ ท รวมความสามารถของสแกนเนอร เคร องพ มพ เคร องโทรสาร และเคร องถ ายเอกสารเข าด วยก น อ ปกรณ ม ลต ฟ งก ช นม กจะนาเสนอ จ ดเด นในเร องราคาก บพ นท ใช งาน ราคาประมาณเคร องพ มพ หร อเคร องถ ายเอกสารท ม ขนาดเล กกว า และสามารถทางานได หลายประเภทในเคร องเด ยวก น ข อเส ยของอ ปกรณ ชน ดน ค อ ค ณภาพงานหร อ การทาหน าท ต างๆ อาจไม เท ยบเท าก บอ ปกรณ ท ออกแบบเพ อใช เฉพาะสาหร บงาน 3) อ นเทอร เน ตเทเลโฟน อ นเทอร เน ตเทเลโฟน (internet telephone) เป นอ ปกรณ ร บเข าและส งออกสาหร บการส อสาร ด วยเส ยง โดยปกต อ ปกรณ น จะเช อมต อก บระบบผ านพอร ตย เอสบ และท างานคล ายก บ เคร องโทรศ พท เทเลโฟนน (telephony) เป นการส อสารพ ดค ยด วยโทรศ พท ผ านเคร อข ายคอมพ วเตอร บางคร งเร ยกว า อ นเทอร เน ตเทเลโฟนน (internet telephony) ไอพ เทเลโฟนน (IP telephony) หร อ วอยซ โอเวอร ไอพ (voice over IP : VOIP) ใช อ นเทอร เน ตแทนการใช ระบบโทรศ พท แบบปกต ทาให บ คคลสามารถส อสารก นได ผ ใช จะต องม อ นเทอร เน ตเทเลโฟนหร ออ ปกรณ ร บและส งออกเส ยงอ นๆ ท สามารถใช ก บการส อสารแบบน ได ม การเช อมต ออ นเทอร เน ต ม การ ดเส ยง และซอฟต แวร ประย กต เฉพาะงาน โดยสามารถแบ งการส อสารแบบน ออกเป น 3 แบบค อ ระหว างคอมพ วเตอร ก บคอมพ วเตอร ผ ใช คอมพ วเตอร สามารถส อสารทางไกล ระหว างก นได โดยไม ม ค าบร การโทรทางไกลเก ดข น ระหว างคอมพ วเตอร ก บโทรศ พท ผ ใช คอมพ วเตอร สามารถโทรเข าไปย งโทรศ พท ธรรมดาได แต อย างไรก ตาม การส อสารแบบน ต องผ านผ ให บร การอ นเทอร เน ตเทเลโฟน จ งทาให ผ ใช ต องเส ยค าบร การตามระยะเวลาท ใช และปลายทางท โทรไป ต วอย างได แก บร การ Cat 2 call ของ บร ษ ท กสท โทรคมนาคม จาก ด (มหาชน) ระหว างโทรศ พท ก บโทรศ พท ผ ใช สามารถใช โทรศ พท ธรรมดาส อสารพ ดค ยก นได ผ านเคร อข ายอ นเทอร เน ต โดยจะต องสม ครของใช บร การน ก บผ ให บร การ หร อจะต องกดหมายเลข พ เศษเฉพาะก อนหมายเลขโทรศ พท ท ต องการโทรต ดต อ เช น ถ าต องการโทรศ พท ทางไกลไป ต างประเทศค ณสามารถกดหมายเลข 009 (บร การของบร ษ ท กสท โทรคมนาคม) แล วตามด วยรห ส ประเทศ และหมายเลขโทรศ พท ของผ ท ต องการต ดต อ ค าใช จ ายสาหร บการส อสารแบบน จะแพงกว า แบบระหว างคอมพ วเตอร ก บโทรศ พท

29 22 แม ว าในป จจ บ น ค ณภาพเส ยงท ได จากการใช บร การอ นเทอร เน ตเทเลโฟน อาจย งไม ช ดเจน มากน ก เม อเท ยบก บการใช ระบบโทรศ พท แบบปกต แต ด วยค าใช จ ายท ต ากว าจ งเป นท คาดการว าใน อนาคตเทคโนโลย น จะเป นท น ยมมากข น 4) เทอร ม น ล เทอร ม น ล (terminal) เป นอ ปกรณ ร บเข าและส งออกข อม ล ซ งเช อมต อก บเมนเฟรม คอมพ วเตอร แม ข ายหร อเซ ร ฟเวอร สามารถแบ งเทอร ม น ลออกเป น 4 ประเภท ด งน ด มบ เทอร ม น ล (dumb terminal) ใช ในการร บและแสดงผลข อม ล แต ไม สามารถ ประมวลผลข อม ลได ด วยต วเอง ใช ส าหร บต ดต อก บเคร องคอมพ วเตอร ขนาดใหญ เช น การจองต ว โดยสารเคร องบ น จะใช ด มบ เทอร ม น ลในการต ดต อก บเคร องเมนเฟรมคอมพ วเตอร ส าหร บเร ยกด ข อม ลจากสายการบ น อ นเทลล เจนท เทอร ม น ล (intelligent terminal) ค อไมโครคอมพ วเตอร ท ม ซอฟต แวร และอ ปกรณ สาหร บการเช อมต อก บเคร อข าย เช น โมเด ม เทอร ม น ลชน ดน สามารถประมวลผลข อม ล ได ด วยต วเอง หร อจะเป นด มบ เทอร ม น ลก ได เน ทเว ร คเทอร ม น ล (network terminal) หร อท ร จ กก นว า ธ นไคลเอนท (thin client) หร อเน ทเว ร คคอมพ วเตอร (network computer) เป นทางเล อกหน งท ม ราคาถ กกว าอ นเทลล เจนท เทอร ม น ล เน ทเว ร คเทอร ม น ลส วนใหญ ไม ม ฮาร ดด สก และต องทางานโดยอาศ ยวอฟต แวร ประย กต จากเคร องม อเซ ร ฟเวอร ป จจ บ นม การใช อ ปกรณ ชน ดน มากข นในองค กรต างๆ อ นเทอร เน ตเทอร ม น ล (internet terminal) หร อท ร จ กก นว า เว บเทอร ม น ล (web terminal) อ ปกรณ ชน ดน สามารถทาให ผ ใช เข าถ งอ นเทอร เน ตและแสดงข อม ลต างๆ บนเว บได จาก โทรท ศน โดยไม จาเป นต องใช เคร องคอมพ วเตอร โดยท วไปอ นเทอร เน ตเทอร ม น ลม กจะใช ตามบ าน เท าน น 1.3 หน วยความจ าส ารอง (Secondary Storage) อ ปกรณ หน วยความจาสารองใช บ นท กข อม ล ส ารองข อม ล และใช ถ ายโอนไฟล ข อม ลหร อ ไฟล โปรแกรมจากท หน งไปย งอ กท หน ง ในอด ตไฟล ม กจะประกอบด วยต วเลขและต วอ กษรเท าน น ทาให ไฟล ม ขนาดเล ก การบ นท กไฟล เหล าน ใช เพ ยงด สเก ตความจ ต าหร อฮาร ดด สก ก เพ ยงพอ เช น การบ นท กงานว จ ย 100 หน า อาจจะต องการเน อท ในหน วยความจาประมาณ 400 ก โลไบต ซ ง สามารถบ นท กได ในด สเก ตเพ ยงแผ นเด ยว อย างไรก ตามในป จจ บ น ข อม ลไม ได เป นเพ ยงไฟล ต วเลข และไฟล ข อความเท าน น แต ม ไฟล ร ปแบบใหม ๆ เพ มข น เช น ไฟล ดนตร ระบบด จ ท ล ไฟล ภาพถ าย ไฟล ว ด โอ และอ นๆ ไฟล ร ปแบบใหม เหล าน ต างก ต องการหน วยความจาสารองความจ ส ง เช น ว ด โอ ท ม ความยาวเพ ยง 10 นาท อาจต องใช เน อท ในการจ ดเก บขนาด 100 เมกะไบต

30 23 ในป จจ บ นม การนาอ ปกรณ หน วยความจาสารองมาใช ในงานประจาว นท วไป เช น ซ ด และด ว ด ด งน น อ ปกรณ หน วยความจาสารองจ งน บว าเป นอ ปกรณ จาเป นท ขาดไม ได ในระบบคอมพ วเตอร ซ งจะทาหน าท คล ายก บอ ปกรณ ร บเข าและอ ปกรณ ส งออก ในส วนท คล ายก บอ ปกรณ ร บเข าค อ อ ปกรณ หน วยความจาสารองจะส งข อม ลไปย งหน วยระบบเพ อประมวลผล แต เน องจากข อม ลจะอย ในร ปแบบของภาษาเคร องแล วจ งไม จาเป นต องทาการแปลงอ ก โดยสามารถส งเข าไปท หน วยความจา หล กโดยตรงและประมวลผลโดยซ พ ย ได เลย ในส วนท คล ายก บอ ปกรณ ส งออกค อ จะร บข อม ลจาก หน วยระบบในร ปแบบของภาษาเคร อง แต ต างก นค อจะไม ทาการแปลงให อย ในร ปแบบท มน ษย เข าใจ แต จะบ นท กในร ปแบบของภาษาเคร องเพ อเร ยกใช ภายหล ง ผ ใช ควรทราบว าหน วยความจา ส ารองชน ดต างๆ ม ความแตกต างก นอย างไรในเร องความจ ข อจาก ด รวมถ งการใช งานด สเก ต ฮาร ดด สก ออปต ค ลด สก และหน วยความจาสารองชน ดอ นๆ หน วยความจ า คอมพ วเตอร ท กชน ดม ค ณสมบ ต ท ส าค ญค อ ความสามารถในการบ นท กข อม ล แรมเก บ ข อม ลและโปรแกรมซ พ ย กาล งใช ในการประมวลผล ด วยเหต น จ งถ อว าแรมเป นหน วยความจาหล ก (primary storage) แต หน วยความจาแรมเป นหน วยความจาช วคราวหร อหน วยความจาแบบลบเล อน (volatile storage) เม อป ดคอมพ วเตอร หร อกระแสไฟฟ าข ดข อง ข อม ลจะส ญหาย ด งน นจ งจาเป นต อง ม หน วยความจาถาวรหร อหน วยความจาแบบไม ลบเล อน (nonvolatile storage) เพ อเก บข อม ลและ โปรแกรมไว ใช เม อป ดเคร องคอมพ วเตอร หน วยความจาสารองเป นหน วยความจาแบบถาวร สามารถเก บร กษาข อม ลและโปรแกรมไว ได แม ว าจะป ดเคร องคอมพ วเตอร แล ว โดยอาศ ยการเข ยน (writing) และการอ าน (reading) การเข ยน เป นกระบวนการจ ดเก บข อม ลหร อสารสนเทศ การอ านเป นกระบวนการเข าถ งข อม ลหร อสารสนเทศ ล กษณะสาค ญบางประการของหน วยความจาสารองประกอบด วย ส อ (media) หมายถ ง ว สด ท ใช สาหร บเก บข อม ลและโปรแกรม ความจ (capacity) หมายถ ง ปร มาณข อม ลท หน วยความจาสารองแต ละชน ดสามารถ เก บได อ ปกรณ หน วยความจาสารอง (storage device) หมายถ ง ฮาร ดแวร ท ใช อ านและเข ยน ข อม ลลงส อหน วยความจาสารอง ความเร วในการเข าถ ง (access speed) หร อ เวลาในการเข าถ ง (access time) หมายถ ง เวลาท อ ปกรณ หน วยความจาสารองใช ในการค นค นข อม ลและโปรแกรม เดสก ท อปคอมพ วเตอร ส วนใหญ จะม ด สเก ตไดรฟ ฮาร ดด สก ไดรฟ และออปต ค ลด สก ไดรฟ

31 24 ร ปท 1.27 ด สเก ต 1) ด สเก ต ด สเก ต (diskette) หร อบางคร งเร ยกว า ฟล อปป ด สก (floppy disk) หร อ ด สก (disk) เป นส อ หน วยความจาท เคล อนย ายได โดยปกต ใช บ นท กและถ ายโอนข อม ลไฟล ท ม ขนาดเล ก เช น ไฟล ประมวลผลคา ไฟล แผ นตารางทาการ หร อไฟล ชน ดอ นๆ ด สเก ตทาด วยแผ นพลาสต กไมลาร แบน กลมเคล อบด วยว สด แม เหล ก ด สเก ตไดรฟ (diskette drive) หร อ ฟล อปป ด สก ไดรฟ (floppy Disk Drive : FDD) เป นฮาร ดแวร ท ใช บ นท กข อม ลและโปรแกรมโดยการป อนประจ แม เหล กไฟฟ าลงบน ผ วหน าของด สก เพ อแทน 1 และ 0 ด สเก ตไดรฟ จะค นค นข อม ลโดยการอ านประจ เหล าน อ กขระจะ แทนด วยประจ บวก (+) และประจ ลบ (-) ตามรห สเลขฐานสองแบบแอสก (ASCII) เอบซ ด ก (EBCDIC) หร อย น โค ด (Unicode) ต วอย างเช น เลข 3 ม การจ ดเร ยงประจ แม เหล กไฟฟ าบนผ วด สก บางคร งอาจเร ยกด สเก ตว า เฟล กซ เบ ลด สก (flexible disk) หร อฟล อปป ก ได เน องจากแผ น พลาสต กท ใช บ นท กข อม ลม ล กษณะอ อนและโค งงอได ง าย ม หลายชน ดแตกต างก นตามความจ ด สเก ตแบบด งเด ม ด สเก ตแบบด งเด มม ความจ 144 เมกะไบต ขนาด 3 ½ น ว เร มนามาใช งานเม อกว า 20 ป ท แล ว และย งคงใช งานอย างแพร หลายในป จจ บ น แบบท พบเห นท วไปค อ แบบท ม ข อความว า 2HD ซ ง หมายถ ง สองหน า ความหนาแน นส ง (two-sided, high-density) ซ งหมายถ ง ใช บ นท กข อม ลได สอง หน า และม ความหนาแน นส ง ความหนาแน น (density) หมายถ ง ความช ดก นของบ ต (ประจ แม เหล กไฟฟ า) ท อ ดเร ยงก น ความจ ขนาด 1.44 เมกะไบต เท ยบได ก บเอกสารท พ มพ ด วยเคร อง พ มพ ด ดธรรมดามากกว า 350 หน า ด สเก ตแบบด งเด มม ปลอกห มเป นพลาสต กแข ง เพ อป องก นแผ นด สก ซ งอ อนและโค งงอได ง าย ภายในม บานเป ด (shutter) ท เล อนเป ดให เห นเน อด สก ภายใน ผ ใช สามารถเข ยนบอกช อหร อ ประเภทข อม ลท บรรจ อย ภายในบนแผ นป ายหร อฉลากได และเพ อป องก นการเข ยนท บหร อการลบ โดยบ งเอ ญซ งอาจจะทาให เส ยไฟล ท สาค ญไป ด สเก ตจ งม ช องป องก นการเข ยนท สามารถเล อนเป ด และป ดได เม อเป ดช องป องก นการเข ยนจะไม สามารถบ นท กข อม ลลงไปหร อลบข อม ลท ม อย ได สาหร บการอ านข อม ลจากด สก สามารถอ านได ไม ว าช องป องก นการเข ยนจะเป ดหร อป ด

32 25 ภายในด สเก ต ข อม ลจะถ กบ นท กในล กษณะเป นวงป ดท มองไม เห นเร ยกว า แทร ค (track) ซ ง ม ล กษณะเป นวงซ อนก นรอบจ ดศ นย กลาง ไม ใช วนแบบก นหอยเหม อนแผ นเส ยง ในแต ละแทร คจะ ไม ม ร องจ งทาให เห นเน อด สก ม ล กษณะเป นแผ นเร ยบ แต ละแทร คจะแบ งออกเป นส วนๆ ร ปล มท มอง ไม เห น เร ยกว า เซกเตอร (sector) แต ละเซกเตอร ม ความจ 512 ไบต หร อ 512 อ กขระ ด สเก ตความจ ส ง ด สเก ตความจ ส ง (high-capacity floppy disk) หร อบางคร งเร ยกว า ด สเก ตแบบกล องแข ง (floppy-disk cartridges) ม ขนาดเส นผ านศ นย กลาง 3 ½ น ว เหม อนด สเก ตแบบด งเด ม แต ต างก นตรงท ม ความจ ส งกว า หนากว า และต องใช ด สก ไดรฟ ชน ดพ เศษ ต วอย าง ด สเก ตความจ ส ง ได แก ซ ปด สก ไฮเอฟด ด สก และซ เปอร ด สก ซ ปด สก (zip disk) ผล ตโดยบร ษ ทไอโอเมกา เร มแรกม ความจ 100 เมกะไบต จากน นเพ มเป น 250 เมกะไบต และ 750 เมกะไบต ซ งส งกว าด สเก ตแบบด งเด มมากกว า 500 เท า ซ ป ไดรฟ (zip drive) เป นฮาร ดแวร ท ใช ในการอ านและเข ยนข อม ล ถ าเป นแบบต ดต งภายนอกจะเช อมต อ ก บหน วยระบบโดยผ านพอร ตย เอสบ ซ ปด สก น ยมใช บ นท กไฟล ม ลต ม เด ย ไฟล ฐานข อม ล และไฟล ท ม ขนาดใหญ ไฮเอฟด ด สก (HiFD disk) ผล ตโดยบร ษ ทโซน ม ความจ 200 หร อ 720 เมกะไบต ซ เปอร ด สก (super disk) ผล ตโดยบร ษ ทอ เมช น ม ความจ 120 หร อ 240 เมกะไบต ร ปท 1.28 ฮาร ดด สก 2) ฮาร ดด สก การบ นท กไฟล ลงในด สเก ตหร อฮาร ดด สก (hard disk) อาศ ยการป อนประจ แม เหล กบนผ วหน าของ ด สก เหม อนก น แต ต างก นท ด สเก ตเป นแผ นพลาสต กอ อน ส วนฮาร ดด สก เป นแผ นโลหะหนาแข งวาง ซ อนก น เร ยกว า แพลตเตอร (platter) ฮาร ดด สก บ นท กและจ ดการไฟล โดยใช แทร ค เซกเตอร และไซ ล นเดอร (cylinder) ไซล นเดอร ใช แยกไฟล ท บ นท กในแทร คและเซกเตอร เด ยวก นแต ต างแพลตเตอร ก น เม อเปร ยบเท ยบก บด สเก ต ฮาร ดด สก สามารถบ นท กและค นค นข อม ลได เร วและม ความจ ส งกว า แต เส ยหายได ง ายกว าเพราะช องว างระหว างห วอ านเข ยนก บเน อฮาร ดด สก ห างก นเพ ยง น ว ด งน นอน ภาคจากคว น รอยน วม อ ฝ น หร อเส นผมจ งสามารถทาให ห วอ านเข ยนข ดข องได

33 26 ห วอ านเข ยนข ดข อง (head crash) เก ดจากการท ห วอ านเข ยนส มผ สก บผ วของฮาร ดด สก หร อ อน ภาคบนผ วของฮาร ดด สก ห วอ านเข ยนข ดข องทาให เก ดความเส ยหายร ายแรงเพราะการท ผ วหน า ของฮาร ดดก สก เป นรอย ข อม ลบางส วนหร อท งหมดจะถ กทาลายฮาร ดด สก แบ งออกเป น 3 ชน ดได แก ฮาร ดด สก ภายใน ฮาร ดด สก กล อง และฮาร ดด สก อ ดแน น ฮาร ดด สก ภายใน (internal hard disk) หร อ ฮาร ดด สก ย ดต ด (fixed disk) ต ดต งอย ภายในหน วยระบบ ไมโครคอมพ วเตอร ส วนใหญ ม ฮาร ดด สก ภายในท ถ กกาหนดให เป น ไดรฟ ซ ( C drive) ใช เก บโปรแกรมระบบปฏ บ ต การและโปรแกรมประย กต หร อเก บไฟล ข อม ลขนาดใหญ ฮาร ดด สก ภายในด กว าด สเก ต 2 ประการ ค อ ความจ และความเร วในการเข าถ งข อม ล ฮาร ดด สก ภายในขนาด 100 ก กะไบต สามารถเก บข อม ลได มากเท าก บข อม ลท เก บในด สเก ตถ ง 70,000 แผ น เน องจากฮาร ดด สก หม นได เร วกว าและห วอ านเข ยนอย ใกล ผ วของด สก มากกว า การ บ นท กและการค นค นข อม ลจ งเร วกว าด สเก ตมาก ด วยเหต ผลท กล าวมาโปรแกรมประย กต ท ม ความสามารถส งในป จจ บ นจ งถ กออกแบบมาเพ อบ นท กและทางานจากฮาร ดด สก ภายในโดยตรง ด งน นจ งจาเป นท ฮาร ดด สก ภายในจะต องม ความจ เพ ยงพอต อความต องการในการจ ดเก บโปรแกรม และข อม ลต างๆ เพ อให ฮาร ดด สก ภายในม ประส ทธ ภาพในการใช งานท ด จะต องม การบาร งร กษาเป นประจา และควรสารองไฟล ท สาค ญไว ด วย การบาร งร กษาฮาร ดด สก และกระบวนการสารองไฟล สามารถใช ส วนโปรแกรมย ท ล ต ของระบบปฏ บ ต การว นโดวส เช น Disk Cleanup, Disk Defragmenter และ Backup ฮาร ดด สก กล อง แม ว าการเข าถ งข อม ลของฮาร ดด สก ภายในอย างรวดเร ว แต ก ม ข อจาก ดด านความจ และไม สะดวกในการถอดเคล อนย ายออกจากระบบ ฮาร ดด สก กล อง (hard-disk cartridge) หร อฮาร ดด สก ถอดเคล อนย ายได (removable hard disk) สามารถถอดออกจากระบบได ง ายเหม อนการถอดตล บเทป ออกจากเคร องเล นเทปปร มาณข อม ลท สามารถเก บได ข นอย ก บจานวนฮาร ดด สก กล องท ใช ป จจ บ นฮาร ดด สก กล องนามาใช เพ อเสร มการใช งานฮาร ดด กส ภายในเน องจากสะดวกในการ ถอดเคล อนย าย ด งน นจ งม ประโยชน ในการร กษาความปลอดภ ยของข อม ล นอกจากน ย งใช ส ารอง ข อม ลหร อเพ มความจ ของฮาร ดด สก ภายในได ด วย ฮาร ดด สก กล องสาหร บเดสก ท อปคอมพ วเตอร ม ความจ ต งแต 20 ถ ง 100 ก กะไบต ท ใช ก น แพร หลายเป นของบร ษ ทไอโอเมกา ฮาร ดด สก กล องท ใช ก บโน ตบ กคอมพ วเตอร ขนาดเท าก บบ ตร เครด ตเร ยกว า พ ซ การ ดฮาร ดด สก (PC Card hard disk) ม ความจ ได ถ ง 5 ก กะไบต ท ร จ กก นแพร หลาย ค อ ไมโครไดรฟ (Microdrive) ของบร ษ ทไอบ เอ ม และ MK5002 ของบร ษ ทโตช บา

34 27 ฮาร ดด สก อ ดแน น ฮาร ดด สก อ ดแน น (hard-disk pack) เป นหน วยความจาสารองท ถอดเคล อนย ายได ใช เก บ ข อม ลท ม ปร มาณมาก ฮาร ดด สก แบบน ม ความจ มากกว าฮาร ดด สก ชน ดอ น น ยมใช ก บเคร อง ไมโครคอมพ วเตอร ท ต อก บอ นเทอร เน ต ม น คอมพ วเตอร หร อเมนเฟรมคอมพ วเตอร การเข าถ ง ฮาร ดด สก อ ดแน นจะผ านทางสายส อสาร สาหร บธนาคารและบร ษ ทบ ตรเครด ตน ยมใช ฮาร ดด สก อ ด แน นเก บข อม ลการเง น ฮาร ดด สก อ ดแน นประกอบด วยแผ นบ นท กหลายแผ นวางซ อนก นเหม อนก บฮาร ดด กส ภายใน จะต างก นก เพ ยงการใช แผ นบ นท กขนาดใหญ กว าและจานวนมากกว า เก บไว ในกล องพลาสต กแข ง ซ งจะถอดออกเม อต องนาไปต อเข าก บไดรฟ พ เศษ ไดรฟ ก จะหม นฮาร ดด สก อ ดแน น โดยก านเข าถ ง (access arm) จะเล อนเข าและออกระหว างแผ นบ นท กท กาล งหม น ก านเข าถ งแต ละก านจะม ห วอ าน เข ยนสองห ว ห วหน งอ านแผ นท อย ด านบน ส วนอ กห วหน งจะอ านแผ นท อย ด านล าง ก านเข าถ งท กอ น จะเคล อนท เข าและออกหร อมก น แต ละคร งของการเข าถ งจ งม ห วอ านเข ยนเพ ยงห วเด ยวทางาน ฮาร ดด สก อ ดแน นท ม จานวนแผ นจาน 11 แผ น จะม หน าแผ นท ใช งานได เพ ยง 20 หน า เพราะด านนอก ของแผ นท อย บนส ดและล างส ดจะไม ถ กใช ชน ดฮาร ดด สก รายละเอ ยด ภายใน เข าถ งได เร ว ย ดต ดก บท กล อง ใช เสร มฮาร ดด สก ภายใน เคล อนย ายได อ ดแน น ใช เก บข อม ลท ม ปร มาณมาก เคล อนย ายไดด ตารางท 1.2 ชน ดฮาร ดด สก การเพ มประส ทธ ภาพของฮาร ดด สก การเพ มประส ทธ ภาพของฮาร ดด สก ม แนวทางให เล อกใช 3 แนวทางค อ การแคชด สก ช ด จานบ นท กอ สระเสร มซ อน การบ บอ ดและคลายการบ บอ ดไฟล การแคชด สก (disk caching) เป นการเพ มประส ทธ ภาพของฮาร ดด สก โดยอาศ ยการ คาดการณ ข อม ลท ต องการล วงหน า ทาคล ายก บการแคชแรม (RAM caching) ซ งเป นการเพ ม ประส ทธ ภาพของการประมวลผล โดยทาหน าท เป นพ นท เก บข อม ลความเร วส งช วคราวระหว าง หน วยความจาและซ พ ย สาหร บการแคชด สก จะเพ มประส ทธ ภาพของการประมวลผลโดยจะทาหน าท เป นพ นท ช วคราวระหว างอ ปกรณ หน วยความจาสารองและซ พ ย การแคลด สก อาศ ยการทางานร วมก น ของฮาร ดแวร และซอฟต แวร ในช วงเวลาท ไม ม การประมวลผล ข อม ลท ใช บ อยจะถ กอ านจาก

35 28 ฮาร ดด สก มาเก บไว ในหน วยความจาหล ก เม อจาเป นต องใช ข อม ล จะเข าถ งข อม ลโดยตรงท หน วยความจาหล ก อ ตราการถ ายโอนข อม ลจากหน วยความจาหล กจะเร วกว าการถ ายโอนข อม ลจาก ฮาร ดด สก มาก เป นผลให ประส ทธ ภาพการอ านเข ยนโดยรวมเพ มข นถ ง 30 เปอร เซนต ช ดจานบ นท กอ สระเสร มซ อน (Redundant Arrays of Inexpensive Disks) เร ยกส นๆ ว า เรด (RAID) เพ มประส ทธ ภาพด วยการขยายหน วยบ นท กข อม ลภายนอก และเพ มความเร วการ เข าถ งด วยการนาฮาร ดด สก ไดรฟ ราคาถ กหลายต วมาเช อมต อก น อาจจะเช อมต อก นโดยใช เคร อข าย หร ออ ปกรณ เรดพ เศษ โดยใช ซอฟต แวร พ เศษเช อมต อฮาร ดด สก ไดรฟ ท ส มพ นธ ก นไว ด วยก น ระบบ คอมพ วเตอร จะปฏ ส มพ นธ ก บระบบเรดเหม อนก บฮาร ดด สก ไดรฟ ขนาดใหญ ท ม ความจ ส ง การ บ นท กไฟล ในระบบเรดจะบ นท กลงฮาร ดด สก มากกว าหน งต ว ซ งเป นการสาเนาโดยอ ตโนม ต น ยมนา เรดไปใช ก บเคร องให บร การอ นเทอร เน ตและในองค กรขนาดใหญ การบ บอ ดและคลายการบ บอ ดไฟล (file compression and file decompression) เป น การเพ มความจ ของหน วยความจาสารองโดยการลดเน อท ท ใช เก บข อม ลและโปรแกรมลง การบ บอ ด ไฟล สามารถทาไก ท งในฮาร ด สก และด สเก ต การบ บอ ดไฟล ช วยเพ มความเร วในการถ ายโอนไฟล ระหว างคอมพ วเตอร ว ธ การน เป นท น ยมในการร บและส งไฟล บนเคร อข ายอ นเทอร เน ต โปรแกรมบ บอ ดไฟล จะตรวจไฟล เพ อหาว ธ ลดขนาดส อเก บข อม ลท ต องการ ว ธ การอย าง หน งค อ การค นหาร ปแบบซ า ส วนท เป นร ปแบบซ าจะถ กแทนด วยโทเค น (token) สามารถนาไปคลาย การบ บอ ดให ได ไฟล เหม อนไฟล ต นฉบ บ โปรแกรมบ บอ ดไฟล โดยท วไปสามารถบ บ ดไฟล ลงได ถ ง หน งในส ของขนาดเด ม ต วอย างโปรแกรมบ บอ ดไฟล เช น WinZip ของบร ษ ทน โคแมคคอมพ วต ง และ PKZipของบร ษ ทพ เคแวร หร อโปรแกรมย ท ล ต ของระบบปฏ บ ต การ Windows XP เทคน ค รายละเอ ยด การแคชด สก เก บข อม ลท ใช บ อยไว ในหน วยความจาหล ก โดยอาศ ยการ คาดการณ ข อม ลล วงหน า ช ดจานบ นท กอ สระเสร มซ อน นาฮาร ดด สก ราคาถ กหลายต วมารวมกล มก นและเช อมต อก น การบ บอ ดไฟล ลดขนาดของไฟล การคลายการบ บอ ดไฟล คลายไฟล ท บ บอ ด ตารางท 1.3 การบ บอ ดไฟล

36 29 ร ปท 1.28 ออปต ค ลด สก 3) ออปต ค ลด สก ในป จจ บ นออปต ค ลด สก (optical disc) สามารถเก บข อม ลได มากกว า 17 ก กะไบต ข อม ลใน ออปต ค ลด สก เพ ยงแผ นเด ยวสามารถเท ยบได ก บเอกสารท พ มพ ด วยเคร องพ มพ ด ดหลายล านหน า เทคโนโลย ของออปต ค ลด สก ใช ลาแสงเลเซอร ในการเปล ยนพ นผ วของจานพลาสต กหร อ จานโลหะแทนข อม ล ซ งไม เหม อนก บการใช ประจ แม เหล กในด สเก ตและฮาร ดด สก ออปต ค ลด สก แทนข อม ล 1 และ 0 ด วยการสะท อนของแสง พ นผ วส วนท เป นหล มเร ยกว า พ ท (pits) และพ นผ วส วน เร ยบเร ยกว า แลนด (lands) การอ านข อม ลอ านโดยออปต ค ลด สก ไดรฟ (optical disk drive) ด วยการย ง ลาแสงเลเซอร ขนาดเล กไปบนพ นผ วของออปต ค ลด สก แล วอ านผลจากการสะท อนของแสงเลเซอร ปร มาณของแสงสะท อนจะเป นต วกาหนดค าว าเป น 1 หร อ 0 ออปต ค ลด สก จะใช แทร คเด ยววนแบบก นหอยเข าหาศ นย กลางของด สก แล วแบ งแทร คเด ยว ท ม อย ออกเป นเซกเตอร ขนาดเท าก นท งหมด ค ณสมบ ต ท สาค ญของออปต ค ลด สก ไดรฟ ค อ ความเร ว ของการหม น (rotational speed) ซ งจะเป นต วกาหนดความเร วในการถ ายโอนข อม ลจากซ ด เช น 24X หร อ 24-speed drive สามารถถ ายโอนข อม ลได 3.6 เมกะไบต ต อว นาท ขณะท 48X สามารถถ ายโอน ข อม ลได 7.2 เมกะไบต จ อว นาท ออปต ค ลด สก ม หลายขนาดด วยก น เช น 3 ½, 4 ¾, 5 ¼, 8,12 และ 14 น ว ขนาดท ใช ก น โดยท วไปค อ ขนาด 4 ¾ น ว ข อม ลในออปต ค ลด สก จะเก บอย ในร ปแบบท แตกต างก น ท พบเห น โดยท วไปม 2 ชน ดค อ ซ ด และด ว ด คอมแพ คด สก (Compact Disc) หร อ ซ ด (CD)เป นออปต ค ลด สก ท ใช ก นแพร หลายใน ป จจ บ น ซ ด ไดรฟ เป นอ ปกรณ มาตรฐานของระบบไมโครคอมพ วเตอร สามารถบ นท กข อม ลลงบนซ ด ได ต งแต 650 เมกะไบต ถ ง 1 ก กะไบต ซ ด แบ งได เป น 3 ชน ดค อ ซ ด รอม ซ ด อาร และซ ด อาร ด บเบ ลย

37 30 ซ ด รอม (CD-ROM) ย อมาจาก Compact Disc-Read Only Memory ม ล กษณะ เหม อนก บซ ด เพลงท วไป ใช อ านอย างเด ยว (read only) หมายความว า ผ ใช ไม สามารถบ นท กหร อลบ ข อม ลบนแผ นได แต สามารถเข าถ งข อม ลท ผ ผล ตให มาได เท าน น น ยมใช ในการบ นท กข อม ลท ม ปร มาณมากๆ ซ ด อาร (CD-R) ย อมาจาก CD-Recordable สามารถบ นท กข อม ลได เพ ยงคร งเด ยว แต จะอ านข อม ลมาใช ก คร งก ได ไม สามารถบ นท กท บหร อลบได ซ ด อาร ไดรฟ หร อเคร องบ นท กซ ด (CD burners) สามารถใช บ นท กข อม ลถาวร เช น เพลงท ได จากการดาวน โหลดจากอ นเทอร เน ต ซ ด ด บเบ ลอาร (CD-RW) ย อมาจาก Compact Disc Rewritable หร อออปต ค ลด สก แบบลบได (erasable optical disk) ม ล กษณะคล ายก บซ ด อาร แต ต างก นท ผ วหน าของจานจะไม เปล ยนไปอย างถาวรเม อถ กบ นท กข อม ล จ งสามารถเปล ยนแปลงได ภายหล ง น ยมใช บ นท กและแก ไข งานนาเสนอม ลต ม เด ย ข อจาก ดหน งของ ซ ด อาร และซ ด ด บเบ ลย ค อ ซ ด รอมไดรฟ ร นเก าอาจจะไม สามารถอ านได ส าหร บซ ด ไดรฟ ร นใหม เก อบท งหมดเป นแบบอ านหลายแบบ (multiread) หร อเป น แบบท สามารถอ านได ท งซ ด อาร และซ ด อาร ด บเบ ลย ด ว ด (DVD)ย อมาจาก Digital Versatile Disc หร อ Digital Video Disc เป นออปต ค ลด สก ร ปแบบใหม ท ถ กนามาใช แทนซ ด ด ว ด ไดรฟ และซ ด ไดรฟ ม ล กษณะคล ายก นมาก จะแตกต างก น ตรงท ด ว ด สามารถเก บข อม ลได มากกว า ด ว ด เพ ยงแผ นเด ยวสามารถเก บข อม ลได ต งแต 4.7 ก กะไบต ถ ง 17 ก กะไบต ซ งมากเป น 17 เท าของซ ด ในป จจ บ นด ว ด ไดรฟ จะถ กต ดต งมาก บไมโครคอมพ วเตอร สามารถแบ งด ว ด ออกเป น 3 ชน ด คล ายก บซ ด ค อ ด ว ด รอม ด ว ด อาร และด ว ด อาร ด บเบ ลย หร อด ว ด แรม ด ว ด รอม (DVD-ROM) ย อมาจาก Digital Versatile Disc-Read Only Memory เป นด ว ด ชน ดท อ านได อย างเด ยว ฮาร ดแวร ท ใช อ านข อม ลจากด ว ด รอมค อ ด ว ด รอมไดรฟ หร อท เร ยกก นว า เคร องเล นด ว ด (DVD player) ในขณะท ซ ด รอมสามารถบ นท กว ด ท ศน ค ณภาพด ได เพ ยงช วโมงเศษ ด ว ด รอมสามารถเก บว ด โอค ณภาพส งพร อมเส ยงท ม ความยาวมากกว าสองช วโมงได และม ค ณภาพ เท ยบได ก บภาพยนตร ท ฉายในโรงภาพยนตร อ ตสาหกรรมภาพยนตร จ งน ยมใช ด ว ด รอมในการ บ นท กภาพยนตร เพ อจาหน าย ด ว ด อาร (DVD-R) ย อมาจาก DVD-Recordable สามารถบ นท กได เพ ยงคร งเด ยว มา สามารถบ นท กท บหร อลบได ปกต จะนามาใช สาหร บสร างและบ นท กงานสาค ญท ม ปร มาณข อม ลมาก หร อบ นท กว ด โอแบบถาวร ด ว ด ไดรฟ แบบน จะเข ามาแทนท ซ ด อาร ไดรฟ อย างรวดเร วแลพม ความจ ส งกว า

38 31 ด ว ด อาร ด บเบ ลย (DVD-RW) และด ว ด แรม (DVD-RAM) ด ว ด อาร ด บเบ ลย ย อมา จาก DVD-Rewritable และด ว ด แรมย อมาจากคาว า DVD Random-Access Memory ด ว ด ประเภทน สามารถนากล บมาบ นท กใหม ได ในอนาคตคาดว าสาหร บไมโครคอมพ วเตอร ด ว ด อาร ด บเบ ลย ไดรฟ จะเข ามาแทนท ซ ด อาร ด บเบ ลย ไดรฟ อย างรวดเร ว ไฮเดฟ ออปต ค ลด สก ท ได ร บความน ยมใช งานอย างแพร หลายค อ ซ ด และด ว ด แต ท งซ ด และ ด ว ด ต างก ม ความจ เพ ยงพอส าหร บบ นท กภาพยนตร และดนตร เท าน น แต ไม เพ ยงพอส าหร บการ บ นท กว ด โอค ณภาพส งท ต องการเร อท จานวนมาก ด งน น ไฮเดฟ (high definition : hi def) ซ งสามารถ บ นท กข อม ลได ในปร มาณมากกว าจะได ร บความน ยมมากข นในอนาคต ไฮเดฟม 2 ร ปแบบ ค อ เอชด ด ว ด และบล เร เอชด ด ว ด (HD DVD) ย อมาจากคาว า High-Definition DVD ม ร ปแบบคล ายก บด ว ด มาก แต ม ความจ ส งกว าค อ ม ความจ 15 ถ ง 30 ก กะไบต หร อเพ ยงพอท จะบ นท กว ด โอค ณภาพส งได ถ ง 8 ช วโมง ข อด ของเอชด ด ว ด ค อ โรงงานผล ตด ว ด แบบเด มสามารถปร บเปล ยนเพ อผล ตเอชด ด ว ด ได บล เร (Blu-Ray) ม ร ปแบบท แตกต างจากด ว ด หร อเอชด ด ว ด มาก ด สก ร ปแบบน เร ยก ส นๆ ว าบ ด (BD) ม ความจ 25 ถ ง 50 ก กะไบต แต โรงงานท ผล ตด ว ด ไม สามารถปร บเปล ยนมาผล ตบล เรได ง ายๆ จ งส งผลให ม การผล ตเอชด ด ว ด มากกว า ไดรฟ ท ออกแบบมาใช ก บเอชด ด ว ด ไม สามารถใช ก บบล เรได และไดรฟ ท ออกแบบมาเพ อใช ก บบล เรก ไม สามารถใช ก บเอชด ด ว ด เช นก น 4) หน วยบ นท กโซล ดสเตท หน วยความจาส ารองแต ละชน ดท กล าวมาแล ว ล วนเป นอ ปกรณ ท ม ช นส วนท เคล อนท เช น ฮาร ดด สก ม การหม นและห วอ านเข ยนจะเคล อนท เข าออก แต สาหร บหน วยบ นท กโซล ดสเตท (solidstate storage) ประกอบด วยวงจรอ เล กทรอน กส ท ใช ในการทางานและไม ม ส วนเคล อนท ข อม ลจะถ ก บ นท กและค นค นโดยตรงเหม อนก บข อม ลจากแรม แม จะม ราคาแพง แต เช อถ อได และใช พล งงาน น อย ด วยเหต น จ งทาให หน วยบ นท กประเภทน กาล งกลายเป นเทคโนโลย หน วยความจาสารองพ เศษท ใช ก นอย างแพร หลาย การ ดหน วยความจาแฟลช (flash memory card) เป นอ ปกรณ หน วยบ นท กโซล ดสเตทท ม ขนาดเท าก บบ ตรเครด ต น ยมใช ก บโน ตบ กคอมพ วเตอร การ ดหน วยความจาแฟลช ย งใช เป นอ ปกรณ นาเข าพ เศษใช บ นท กและถ ายโอนข อม ลให เดสก ท อปคอมพ วเตอร เช น ใช บ นท กภาพถ ายท ถ ายด วย กล องด จ ท ล แล วถ ายโอนเข าเคร องคอมพ วเตอร หร อถ ายโอนจากเคร องคอมพ วเตอร เคร องหน งไปย ง อ กเคร องหน ง หร อนาไปใช บ นท กไฟล เพลงแบบ MP3 เพ อถ ายโอนระหว างคอมพ วเตอร และอ ปกรณ ต างๆ

39 32 ค ย แขนฮาร ดไดรฟ (key chain hard drive) เร ยกอ กอย างหน งว า อ ปกรณ หน วยความจาแฟลช แบบพวงก ญแจ (key chain flash memory device) หร อท น ยมเร ยกว า แฟลชไดรฟ (flash drive) หร อ ธ มบ ไดรฟ (thumb drive) หร อแฮนด ไดรฟ (handy drive) ม ขนาดกะท ดร ดพอท จะแขวนก บพวง ก ญแจหร อห อยก บสร อยคอได สามารถต อเข าก บคอมพ วเตอร ผ านพอร ตย เอสบ ม ความจ หลายขนาด ด วยก นต งแต 256 เมกะไบต จนถ ง 2 ก กะไบต แล วม แนวโน มท จะม ความจ มากข นเร อยๆ ด วยขนาดท ทาให พกพาได สะดวก และความจ ส ง จ งเป นไปได ว าในอนาคตค ย เชนฮาร ดไดรฟ จะเข ามาแทน ด สเก ต สาหร บงงานถ ายโอนข อม ลและสารสนเทศระหว างคอมพ วเตอร และอ ปกรณ พ เศษต างๆ 5)อ นเทอร เน ตฮาร ดไดรฟ เว บไซต บางแห งจะม บร การพ เศษสาหร บผ ใช ค อ ให บร การเน อท หร อหน วยบ นท กข อม ลแก ผ ใช หน วยบ นท กน เร ยกว า อ นเทอร เน ตฮาร ดไดรฟ (Internet hard drive) หร อ ไอไดรฟ (i-drive) หร อ หน วยความจาออนไลน (online storage) ข อด ของอ นเทอร เน ตฮาร ดไดรฟ เม อเปร ยบเท ยบก บหน วยความจาสารองชน ดอ นค อ ม ความ สะดวกในการเข าถ งข อม ลจากสถานท ต างๆ เน องจากข อม ลอย บนอ นเทอร เน ต แต ม ข อจาก ดค อ ความสามารถในการเข าถ งข อม ลจะข นอย ก บสภาพความพร อมในการใช งานและมาตราการร กษา ความปลอดภ ยของเว บไซต ท ให บร การ ด วยข อจาก ดด งกล าว ทาให อ นเทอร เน ตฮาร ดไดรฟ ถ กใช เป น เพ ยงหน วยความจาสารองเสร มและไม น ยมใช เก บข อม ลส วนบ คคลหร อท ม ความสาค ญ อ นเทอร เน ตฮาร ดไดรฟ ของเว บไซต เน นให บร การท งในเช งธ รก จและส วนบ คคล สาหร บการ ให บร การเช งธ รก จ การเข าถ งข อม ลจะรวดเร วและม ความปลอดภ ยส ง แต ม ค าใช จ ายในการขอใช บ บร การ ส าหร บการให บร การส วนบ คคลจะจาก ดเน อท ในการให บร การ แต ค าใช จ ายในการขอใช บร การจะต ากว าหร อบางเว บไซต อาจให บร การฟร 6)เทปแม เหล ก ในการค นหาเพลงจากเทปบ นท กเส ยง ค ณอาจจะต องเล นเพลงอ นๆ ก อนหน าหลายเพลงกว า จะถ งเพลงท ต องการ ซ งตรงข ามก บการค นหาเพลงจากออปต ค ลด สก ซ งจะเร วกว ามากโดยเพ ยงแต เล อกแทร คท เพลงน นอย จากน นเคร องซ ด ก จะเคล อนย ายห วอ านไปท แทร คน นและสามารถเล นเพลง ท ต องการได ท นท จากต วอย างด งกล าวจะเห นว าม การเข าถ งข อม ลของส อเก บข อม ลภายนอก 2 ประเภทค อ การเข าถ งแบบเร ยงลาด บ (sequential access) และการเข าถ งแบบโดยตรง (direct access) เทปแม เหล ก (magnetic tape) หร อเร ยกส สๆ ว า เทป ใช การเข าถ งข อม ลแบบเร ยงลาด บ จ งทา ให เข าถ งข อม ลได ช ากว าการเข าถ งข อม ลของออปต ค ลด สก การบ นท กข อม ลในเทปแม เหล กจะบ นท ก

40 33 เร ยงก นไปตามลาด บ ต วอย างเช น การบ นท กข อม ลเร ยงตามลาด บต วอ กษร ก ถ ง ฮ ถ าต องการค นหา ล จะต องเร มต นค นจาก ก ผ านไปเร อยๆ จนกระท งผ าน ร จ งจะถ ง ล ตามท ต องการ เทปแม เหล กบ นท กข อม ลและโปรแกรมเหม อนก บด สเก ต และฮาร ดด สก ค อ บ นท กด วย ประจ แม เหล กไฟฟ าบนผ วของส อ แม ว าการเข าถ งข อม ลในเทปแม เหล กจะช า แต ก จ ดได เป นส อข อม ล ท เหมาะสมส าหร บใช ส ารองข อม ล ในอด ตเมนเฟรมคอมพ วเตอร ใช เทปเหล กแบบม วน (magnetic tape reel) ท ม ความจ ส ง แต ในป จจ บ นท งเมนเฟรมคอมพ วเตอร และไมโครคอมพ วเตอร ต างก ใช เทป แม เหล กแบบกล อง (tape cartridge) หร อเทปแม เหล กกระแส (magnetic tape streamer) ในการสารอง ข อม ล 7) อ ปกรณ หน วยบ นท กมวลส ง หน วยบ นท กมวลส ง (mass storage) เป นหน วยความจาท ม ความจ ส งเหมาะสาหร บองค กร ขนาดใหญ อ ปกรณ หน วยบ นท กมวลส งค อ อ ปกรณ หน วยความจาสารองความจ ส งพ เศษท ออกแบบ มาเพ อสนองความต องการขององค กร บางแห งได สร างระบบหน วยความจาสารองเฉพาะสาหร บองค ตนเอง เพ อการใช ข อม ลให ม ประส ทธ ภาพและความปลอดภ ยผ านระบบเคร อข ายภายในองค กร ต วอย างเช น ไฟล เซ ร ฟเวอร (file server) เป นคอมพ วเตอร ท ม ความจ ของหน วยความจาส ารอง มาก ช งยให ผ ใช สามารถบ นท กและค นค นข อม ลได อย างรวดเร ว ระบบเรด (RAID system) เป นอ ปกรณ พ เศษท ช วยเพ มความปลอดภ ยให ก บองค กร ด วยการทาสาเนาสารองไฟล ผ านเคร อข ายขององค กร เทปไลบราร (tap library) เป นอ ปกรณ ท ช วยให เข าถ งข อม ลท ถ กเก บอย ในคล งเทป แม เหล ก ด ว ด รอมและซ ด รอมจ คบ อกซ (DVD-ROM และ CD-ROM jukebox) ช วยให เข าถ ง ศ นย รวมขนาดใหญ หร อคล งของออปต ค ลด สก หน วยบ นท กอ นเทอร เน ตขององค กร (organizational internet storage) เป นการ เช อมต ออ นเทอร เน ตความเร วส งเพ อเข าเว บไซต ขององค กรเพ อบ นท กและใช ข อม ล

41 หน วยประมวลผลกลางและหน วยความจ าหล ก ร ปท 1.29 หน วยประมวลผลกลาง ในระบบไมโครคอมพ วเตอร หน วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) หร อท น ยม เร ยกว า ซ พ ย (CPU) หร อ โพรเซสเซอร (Processor) ถ กบรรจ อย ในช ปท เร ยกว า ไมโครโพสเซสเซอร (microprocessor) ประกอบด วย 2 ส วนค อ หน วยควบค มและหน วยคานวณและตรรกะ หน วยควบค ม (Control Unit) หร อ CU บอกให ระบบคอมพ วเตอร ทราบว าจะต อง ประมวลผลคาส งอย างไร หน วยน จะควบ คมการเคล อนท ของส ญญาณไฟฟ าระหว าง หน วยความจา (ซ งบรรจ คาส ง ข อม ล และสารสนเทศหล งจากประมวลผล) ก บหน วย คานวณและตรรกะ อ กท งย งควบค มส ญญาณระหว างซ พ ย และอ ปกรณ ร บเข าและ ส งออกด วย หน วยคานวณและตรรกะ (Arithmetic-Logic Unit) หร อ ALU ทาหน าท หล ก 2 ประการค อ o การดาเน นการทางคณ ตศาสตร (Arithmetic Operations) ทางานเก ยวก บการ คานวณทางคณ ตศาสตร เช น การบวก ลบ ค ณ และหาร o การดาเน นการทางตรรกะ (Logical Operations) ทางานในล กษณะเปร บบ เท ยบข อม ล 2 ส วนท เข ามาว า เท าก บ น อยกว า หร อมากกว า เป นต น หน วย ความเร ว Microsecond 1/1,000,000 ว นาท Nanosecond 1/1,000,000,000 ว นาท Picosecond 1/1,000,000,000,000 ว นาท ตารางท 1.4 ตารางความเร วในการประมวลผล

42 35 ในป จจ บ นม การพ ฒนาประส ทธ ภาพของไมโครโพรเซสเซอร เป นแบบ 64 บ ตและแบบด อ ล คอร (dual-core) ซ งทาให ซ พ ย สามารถแยกการประมวลผล และเป นอ สระต อก น ทาให สามารถ ทางานแบบม ลต ทาสก งได อย างม ประส ทธ ภาพและรวดเร วมากย งข น การใช ช ปแบบ dual-core ทาให ไมโครคอมพ วเตอร สามารถประมวลผลท ม ความซ บซ อนได ซ งการประมวลผลแบบน เป นการ ประมวลผลแบบค ขนาน(parallel processing) โพรเซสเซอร ชน ดพ เศษ กราฟ กโคโพรเซสเซอร (Graphic coprocessor) ถ กออกแบบส าหร บการทางาน ทางด านกราฟ กภาพ 2 ม ต และ 3 ม ต สมาร ทการ ด (smart card) ม ล กษณ เป นบ ตรพลาสต กส เหล ยมขนาดเท าก บบ ตร เครด ตและม ช ปฝ งอย ก บต วบ ตร สมาร ทการ ดสามารถเก บข อม ลได มากกว าบ ตร เครด ตซ งใช แถบแม เหล กถ ง 80 เท า และม แนวโน มว าจะเก บข อม ลได มากข นได ใน อนาคต เช น บ ตรว ซ า มาสเตอร การ ด และอเมร ก นเอ กซ เพรส RFID (Radio Frequency Identification tag : RFID tag) เป นไมโครช ปขนาดเล กท รวมก บเสาอากาศและใช คล นความถ ว ทย เข ามาช วยในการทางาน ทาให ในการอ าน ข อม ลไม จาเป นต องแนบต ดก บอ ปกรณ ท ใช อ าน น ยมใช ก บธ รก จการค า การควบค ม ส นค าคงคล ง อ ตสาหกรรมการผล ต การเกษตร และการบร การต างๆ หน วยความจ า (Memory) ร ปท 1.30 หน วยความจา เป นพ นท ส าหร บเก บข อม ล คาส ง และสารสนเทศต างๆ ประกอบด วยช ป ท เช อมต อเข าก บ แผงวงจรหล กเหม อนก บไมโครคอมพ วเตอร ช ปหน วยความจาท เป นท ร จ กโดยท วไปม 3 ชน ดค อ

43 36 หน วยความจาแรม (Random Access Memory :RAM) เป นหน วยความจาสาหร บ เก บโปรแกรมและข อม ลต างๆ ในขณะท ซ พ ย ก าล งประมวลผลอย อาจเร ยก หน วยความจาแรมอ กอย างว าหน วยความจาแบบช วคราว หร อหน วยเก บแบบลบ เล อน (Volatile Storage) ก ได เพราะท กอย างท อย ในหน วยความจาแรมจะส ญหายไป เม อป ดเคร องคอมพ วเตอร หน วยความจาแคช (Cache Memory) หร อว า แรมแคช (RAM Cache) เป นพ นท เก บ ข อม ลช วคราวท ม ความเร วส ง โดยคอมพ วเตอร จะตรวจสอบว าข อม ลใดในแรมท ม การใช งานบ อยๆ แล วค ดลอกคาส งน นมาเก บไว ในหน วยความจาแคช เม อซ พ ย ใช ข อม ลน นจะไปนามาจากหน ายความจาแคชเพ อใช งาน ด วยว ธ การน ทาให ซ พ ย เข าถ ง คาส งต างๆ ได เร วข น แฟลชแรม (Flash RAM) หน วยความจาแฟลช สามารถเก บข อม ลไว ได ตลอดเวลา แม จะไม ม กระแสไฟฟ าก ตาม หน วยความจาแบบน ม ราคาแพง และม กใช เป น หน วยความจ าส าหร บอ ปก รณ อ เล กทรอน กส ประเภทกล องว ด โอด จ ท ล โทรศ พท ม อถ อ และพ ด เอ หน วยความจารอม (Read-Only-Memory :ROM) เป นหน วยความจาท ม โปรแกรม บรรจ อย ภายในมาจากโรงงานผล ต เป นหน วยความจาแบบไม ลบเล อนและผ ใช ไม สามารถเปล ยนแปลงข อม ลต างๆ ท อย ภายในได บางคร งเร ยกว า เฟ ร มแวร (Firmware) หน วยความจาซ มอส (Complementary Metal-Oxide Semiconductor :CMOS) เป น หน วยความจาท สามารถปร บเปล ยนค าต างๆ ท ใช ส าหร บระบบคอมพ วเตอร ได ภายในหน วยความจาซ มอส ประกอบด วยข อม ลส าค ญท ระบบคอมพ วเตอร จาเป นต องใช งานท กคร งเม อเป ดเคร องคอมพ วเตอร ข อม ลท เก บไว ในหน วยความจา ชน ดน เช น ว นท และเวลาป จจ บ น ขนาดของหน วยความจาแรม ชน ดของค ย บอร ด เมาส และจอภาพ เม อป ดเคร องคอมพ วเตอร หน ยความจาชน ดน ย งคงจาข อม ลต างๆ ท อย ภายในได โดยอาศ ยพล งงานไฟฟ าจากแบตเตอร สร ปสาระส าค ญของบทท 1 อ ปกรณ ร บเข า จะทาหน าท ในการแปลงคา ร ปภาพ และคาส งต างๆ ให อย ในร ปแบบท คอมพ วเตอร สามารถประมวลผลได ต วอย างอ ปกรณ ร บเข าได แก

44 37 ค ย บอร ด เป นอ ปกรณ ร บเข าท ม การใช มากท ส ด แบ งออกเป น ค ย บอร ดแบบด งเด ม ค ย บอร ดแบบพ บได ค ย บอร ดท ออกแบบตามหล กการยศาสตร ค ย บอร ดแบบไร สาย และค ย บอร ด สาหร บเคร องพ ด เอ อ ปกรณ ช ทาหน าท ร บข อม ลจากการช แล วแปลงเป นข อม ลเข าท เคร องคอมมพ วเตอร สามารถเข าใจได ท ใช ก นมากท ส ดค อ เมาส ซ งอ ปกรณ อ นๆ ม ล กษณะการทางานคล ายเมาส ได แก แทร คบอล แผ นส มผ ส แท งช จอยสต ก ปากกาแสง และสไตล ส อ ปกรณ สแกนเนอร อ านและเปล ยนข อม ลให อย ในร ปแบบท หน วยระบบสามารถ ประมวลผลได แบ งออกเป น 1) สแกนเนอร ทางานโดยบ นท กพ นท สว างและม ดตลอดจนส บนกระดาษจากการ สะท อนแสงของเอกสารต นฉบ บ แบ งออกเป น 2 ชน ดค อ สแกนเนอร แบบแท นนอน และสแกนเนอร แบบพกพา 2) เคร องอ านบาร โค ด น ยมใช ร วมก บเคร องค ดเง นอ เล กทรอน กส ตามซ เปอร มาร เก ต แบ งเป นเคร องอ านแบบม อถ อและเคร องอ านแบบต ดต ง 3) เคร องอ านอ กขระและเคร องหมาย สามารถอ านอ กขระและเคร องหมายชน ดพ เศษ ได แบ งออกเป น 3 ชน ดค อ เคร องอ านอ กขระท บ นท กด วยหม กแม เหล ก (MICR) เคร องอ านอ กขระ ด วยแสง (OCR) และเคร องอ านเคร องหมายด วยแสง (OMR) อ ปกรณ ส งออก จะแปลงข อม ลท ผ านการประมวลผลจากหน วยระบบ เช น ข อความ กราฟ ก เส ยงและว ด โอ ให อย ในร ปแบบท มน ษย สามารถเข าใจได ต วอย างอ ปกรณ ส งออก ได แก จอภาพใช ในการแสดงภาพข อความและกราฟ กต างๆ ความช ดเจนของจอภาพพ จารณาจาก ความละเอ ยด ดอตพ ช อ ตราการร เฟรช และขนาด แบ งจอภาพออกเป น 2 ประเภทค อ จอภาพแบบ หลอดร งส คาโธด และจอภาพแบบแบน นอกจากน ย งม จอภาพชน ดอ นท ถ กพ ฒนาข นมาส าหร บงานเฉพาะอย าง เช น เคร องอ าน หน งส อ เล กทรอน กส ดาต าโปรเจคเตอร และเอชด ท ว เคร องพ มพ แปลงข อม ลท ผ านการประมวลผลจากหน วยระบบและแสดงผลล พธ บนกระดาษ ค ณสมบ ต ของเคร องพ มพ ได แก ความละเอ ยด (ม หน วยว ดเป น dpi) การพ มพ ส ความเร ว และความจ ของหน วยความจา เคร องพ มพ ม หลายประเภท ได แก เคร องพ มพ อ งค เจ ท เคร องพ มพ เลเซอร เคร องพ มพ เทอร ม ล เคร องพ มพ ดอตเมทร กซ พล อตเตอร เคร องพ มพ ภาพ อ ปกรณ ส งออกเส ยงทาหน าท แปลงข อม ลเส ยงในร ปแบบด จ ท ลให กลายเป นเส ยงท มน ษย ร บ ฟ งได อ ปกรณ ท น ยมใช มากท ส ด ค อ ลาโพงและห ฟ ง การรวมก นของอ ปกรณ ร บเข าและส งออกข อม ล

45 38 อ ปกรณ บางประเภททาหน าท ท งร บเข าและส งออกข อม ล โดยม ว ตถ ประสงค ค อ เพ อ ประหย ดเน อท ในการวาง ต วอย างอ ปกรณ ประเภทน ได แก โทรสาร อ ปกรณ ม ลต ฟ งก ช น อ นเทอร เน ตเทเลโฟน และ เทอร ม น ล หน วยความจ า หน วยความจาแบ งเป น 2 ประเภทค อ หน วยความจาหล กและหน วยความจาส ารอง หน วยความจาหล กเป นหน วยความจาท ลบเล อนได ส วนหน วยความจาสารองเป นหน วยความจาท ไม ลบเล อน หน วยความจาสารองม ล กษณะพ เศษ ด งน ส อ ความจ อ ปกรณ หน วยความจา ความเร วในการเข าถ ง หน วยความจ าส ารอง หน วยความจาสารองม หลายชน ด ได แก ด สเก ต บ นท กข อม ลและโปรแกรมโดยการป อนประจ แม เหล กไฟฟ าลงบนผ วหน าของด สก และจ ดการไฟล โดยแบ งออกเป น แทร ค และเซกเตอร แบ งออกเป น ด สเก ตแบบด งเด ม ด สเก ตความจ ส ง ฮาร ดด สก บ นท กข อม ลและโปรแกรมโดยการป อนประจ แม เหล กไฟฟ าลงบนผ วหน าของ ด สก และจ ดการไฟล โดยแบ งออกเป น แทร ค เซกเตอร และไซล นเดอร แบ งออกเป น ฮาร ดด สก ภายในหร อฮาร ดด สก ย ดต ด ฮาร ดด สก กล อง ฮาร ดด สก อ ดแน น แนวทางในการเพ มประส ทธ ภาพของฮาร ดด สก ม 3 แนวทางค อ การแคชด สก ช ดจานบ นท ก อ สระเสร มซ อน การบ บอ ดและการคลายการบ บอ ดไฟล ออปต ค ลด สก แทนข อม ล 1 และ 0 ด วยการสะท อนของแสง พ นผ วส วนท เป นหล มเร ยกว า พ ท และพ นผ วส วนเร ยบเร ยกว า แลนด ซ ด แบ งออกเป น ซ ด รอม ซ ด อาร ซ ด อาร ด บเบ ลย ด ว ด แบ งออกเป น ด ว ด รอม ด ว ด อาร และด ว ด ด บเบ ลย ไฮเดฟ แบ งออกเป น เอชด ด ว ด และบล เร

46 39 หน วยบ นท กโซล ดสเตท เช น การ ดหน วยความจาแฟลช และค ย เชนฮาร ดไดรฟ อ นเทอร เน ตฮาร ดไดรฟ เป นหน วยบ นท กออนไลน เร ยกอ กอย างหน งว า ไฮเดรฟ เทปแม เหล ก ใช การเข าถ งข อม ลแบบเร ยงลาด บ ม 2 ประเภท ค อ เทปแม เหล กแบบม วนและ เทปแม เหล กแบบกล อง อ ปกรณ หน วยบ นท กมวลส ง ม ความจ มากเป นพ เศษถ กออกแบบมาเพ อตอบสนองความ ต องการขององค กร ต วอย างเช น ไฟล เซ ร ฟเวอร ระบบเรด เทปไลบราร ด ว ด รอมและซ ด รอม จ คบ อกซ หน วยบ นท กอ นเทอร เน ตขององค กร 1.4 หน วยประมวลผลกลางและหน วยความจ าหล ก ในระบบไมโครคอมพ วเตอร หน วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) หร อท น ยม เร ยกว า ซ พ ย (CPU) หร อ โพรเซสเซอร (Processor) ถ กบรรจ อย ในช ปท เร ยกว า ไมโครโพสเซสเซอร (microprocessor) ประกอบด วย 2 ส วนค อ หน วยควบค มและหน วยคานวณและตรรกะ หน วยควบค ม (Control Unit) หร อ CU บอกให ระบบคอมพ วเตอร ทราบว าจะต อง ประมวลผลคาส งอย างไร หน วยน จะควบ คมการเคล อนท ของส ญญาณไฟฟ าระหว าง หน วยความจา (ซ งบรรจ คาส ง ข อม ล และสารสนเทศหล งจากประมวลผล) ก บหน วย คานวณและตรรกะ อ กท งย งควบค มส ญญาณระหว างซ พ ย และอ ปกรณ ร บเข าและ ส งออกด วย หน วยคานวณและตรรกะ (Arithmetic-Logic Unit) หร อ ALU ทาหน าท หล ก 2 ประการค อ o การดาเน นการทางคณ ตศาสตร (Arithmetic Operations) ทางานเก ยวก บการ คานวณทางคณ ตศาสตร เช น การบวก ลบ ค ณ และหาร o การดาเน นการทางตรรกะ (Logical Operations) ทางานในล กษณะเปร บบ เท ยบข อม ล 2 ส วนท เข ามาว า เท าก บ น อยกว า หร อมากกว า เป นต น ตารางความเร วในการประมวลผล หน วย Microsecond Nanosecond Picosecond ความเร ว 1/1,000,000 ว นาท 1/1,000,000,000 ว นาท 1/1,000,000,000,000 ว นาท

47 40 ในป จจ บ นม การพ ฒนาประส ทธ ภาพของไมโครโพรเซสเซอร เป นแบบ 64 บ ตและแบบด อ ล คอร (dual-core) ซ งทาให ซ พ ย สามารถแยกการประมวลผล และเป นอ สระต อก น ทาให สามารถ ทางานแบบม ลต ทาสก งได อย างม ประส ทธ ภาพและรวดเร วมากย งข น การใช ช ปแบบ dual-core ทาให ไมโครคอมพ วเตอร สามารถประมวลผลท ม ความซ บซ อนได ซ งการประมวลผลแบบน เป นการ ประมวลผลแบบค ขนาน(parallel processing) โพรเซสเซอร ชน ดพ เศษ กราฟ กโคโพรเซสเซอร (Graphic coprocessor) ถ กออกแบบส าหร บการทางาน ทางด านกราฟ กภาพ 2 ม ต และ 3 ม ต สมาร ทการ ด (smart card) ม ล กษณ เป นบ ตรพลาสต กส เหล ยมขนาดเท าก บบ ตร เครด ตและม ช ปฝ งอย ก บต วบ ตร สมาร ทการ ดสามารถเก บข อม ลได มากกว าบ ตร เครด ตซ งใช แถบแม เหล กถ ง 80 เท า และม แนวโน มว าจะเก บข อม ลได มากข นได ใน อนาคต เช น บ ตรว ซ า มาสเตอร การ ด และอเมร ก นเอ กซ เพรส RFID (Radio Frequency Identification tag : RFID tag) เป นไมโครช ปขนาดเล กท รวมก บเสาอากาศและใช คล นความถ ว ทย เข ามาช วยในการทางาน ทาให ในการอ าน ข อม ลไม จาเป นต องแนบต ดก บอ ปกรณ ท ใช อ าน น ยมใช ก บธ รก จการค า การควบค ม ส นค าคงคล ง อ ตสาหกรรมการผล ต การเกษตร และการบร การต างๆ หน วยความจ า (Memory) เป นพ นท ส าหร บเก บข อม ล คาส ง และสารสนเทศต างๆ ประกอบด วยช ป ท เช อมต อเข าก บ แผงวงจรหล กเหม อนก บไมโครคอมพ วเตอร ช ปหน วยความจาท เป นท ร จ กโดยท วไปม 3 ชน ดค อ หน วยความจาแรม (Random Access Memory :RAM) เป นหน วยความจาสาหร บ เก บโปรแกรมและข อม ลต างๆ ในขณะท ซ พ ย ก าล งประมวลผลอย อาจเร ยก หน วยความจาแรมอ กอย างว าหน วยความจาแบบช วคราว หร อหน วยเก บแบบลบ เล อน (Volatile Storage) ก ได เพราะท กอย างท อย ในหน วยความจาแรมจะส ญหายไป เม อป ดเคร องคอมพ วเตอร หน วยความจาแคช (Cache Memory) หร อว า แรมแคช (RAM Cache) เป นพ นท เก บ ข อม ลช วคราวท ม ความเร วส ง โดยคอมพ วเตอร จะตรวจสอบว าข อม ลใดในแรมท ม การใช งานบ อยๆ แล วค ดลอกคาส งน นมาเก บไว ในหน วยความจาแคช เม อซ พ ย ใช ข อม ลน นจะไปนามาจากหน ายความจาแคชเพ อใช งาน ด วยว ธ การน ทาให ซ พ ย เข าถ ง คาส งต างๆ ได เร วข น

48 41 แบบฝ กห ดท ายบทท 1 แฟลชแรม (Flash RAM) หน วยความจาแฟลช สามารถเก บข อม ลไว ได ตลอดเวลา แม จะไม ม กระแสไฟฟ าก ตาม หน วยความจาแบบน ม ราคาแพง และม กใช เป น หน วยความจ าส าหร บอ ปก รณ อ เล กทรอน กส ประเภทกล องว ด โอด จ ท ล โทรศ พท ม อถ อ และพ ด เอ หน วยความจารอม (Read-Only-Memory :ROM) เป นหน วยความจาท ม โปรแกรม บรรจ อย ภายในมาจากโรงงานผล ต เป นหน วยความจาแบบไม ลบเล อนและผ ใช ไม สามารถเปล ยนแปลงข อม ลต างๆ ท อย ภายในได บางคร งเร ยกว า เฟ ร มแวร (Firmware) หน วยความจาซ มอส (Complementary Metal-Oxide Semiconductor :CMOS) เป น หน วยความจาท สามารถปร บเปล ยนค าต างๆ ท ใช ส าหร บระบบคอมพ วเตอร ได ภายในหน วยความจาซ มอส ประกอบด วยข อม ลส าค ญท ระบบคอมพ วเตอร จาเป นต องใช งานท กคร งเม อเป ดเคร องคอมพ วเตอร ข อม ลท เก บไว ในหน วยความจา ชน ดน เช น ว นท และเวลาป จจ บ น ขนาดของหน วยความจาแรม ชน ดของค ย บอร ด เมาส และจอภาพ เม อป ดเคร องคอมพ วเตอร หน ยความจาชน ดน ย งคงจาข อม ลต างๆ ท อย ภายในได โดยอาศ ยพล งงานไฟฟ าจากแบตเตอร 1. อ ปกรณ ร บเข าของคอมพ วเตอร ทาหน าท อะไร จงยกต วอย างอ ปกรณ ร บเข ามาอย างน อย 3 อ ปกรณ 2. อ ปกรณ ส งออกของคอมพ วเตอร ทาหน าท อะไร จงยกต วอย างอ ปกรณ ส งออกมาอย าง น อย 3 อ ปกรณ 3. อ ปกรณ บางอย างเป นได ท งอ ปกรณ ร บเข าและส งออกข อม ลม ว ตถ ประสงค เพ ออะไร 4. หน วยความจาแบ งได เป นก ประเภท อะไรบ าง 5. หน วยความจาหล กแตกต างก บหน วยความจาสารองอย างไร

49 42 บทท 2 ความร เก ยวก บซอฟต แวร คอมพ วเตอร (Computer Software) 2.1 ความหมายและประเภทของซอฟต แวร ซอฟต แวร หร อ โปรแกรม หมายถ ง ช ดคาส งท บอกให คอมพว เตอร ร ว าจะต องประมวลผล ข อม ลอย างไร เพ อให ได ผลล พธ ในร ปแบบท ต องการ ซอฟต แวร แบ งได เป น 2 ประเภทค อ ซอฟต แวร ระบบและซอฟต แวร ประย กต ซอฟร แวร ระบบเป นซอฟต แวร ท เคร องคอมพ วเตอร ใช เช น ระบบปฏ บ ต การ (Operation System) เป นโปรแกรมท ส าค ญท ส ด ทาหน าท ประสานก บทร พยากรต างๆ ของเคร อง คอมพ วเตอร จ ดเตร ยมส วนต ดต อระหว างผ ใช ก บคอมพ วเตอร รวมถ ง ส วนซอฟต แวร ประย กต เป น ซอฟต แวร ท มน ษย ใช เช น ระบบปฏ บ ต การ Windows, MAC OS เป นต น ร ปท 2.1 ระบบปฏ บ ต การ Windows 8 และ ระบบปฏ บ ต การMacOS X ซอฟต แวร ประย กต (Application Software) หร อซอฟต แวร สาหร บผ ใช (end user software) แบ งได เป น 2 ประเภท ค อ ซอฟต แวร ประย กต พ นฐาน และซอฟต แวร ประย กต เฉพาะงาน

50 ซอฟต แวร ประย กต (Application Software) ป จจ บ นม การไมโครคอมพ วเตอร และซอฟต แวร ประย กต ทางานได หลายอย าง ค ณควรเร ยนร ว าใครควรจะใช โปรแกรมใด ใช ทาอะไร และใช อย างไร ต วอย างเช น น กว เคราะห ใช โปรอกรมตาราง ทาการคานวณยอดขาย น กออกแบบกราฟ กใช โปรแกรม Adobe Photoshop ตกแต งภาพ เลขาน การใช โปรแกรมประมวลผลคาพ มพ จดหมาย และใช อ เมล ในการต ดต อส อสารผ านทางเคร อข ายอ นเทอร เน ต ประเภทของซอฟต แวร ประย กต ซอฟต แวร ประย กต แบ งเป นประเภทใหญ ๆ ได 2 ประเภท ค อ ซอฟต แวร ประย กต พ นฐาน และซอฟต แวร ประย กต เฉพาะงาน หากค ณต องการใช คอมพ วเตอร พ มพ เอกสาร คานวณ จ ดการ ฐานข อม ล และทางานนาเสนอ สามารถเล อกใช ซอฟต แวร ประย กต พ นฐาน ส าหร บซอฟต แวร ประย กต เฉพาะงานเป นซอฟต แวร ส าหร บงานเฉพาะอย างและส าหร บแต ละสาขาอาช พ ซ งรวมถ ง ซอฟต แวร ประย กต สาหร บเว บด วย ต วอย างเช น น กออกแบบกราฟ กใช โปรแกรม Adobe Photoshop ในการจ ดการเก ยวก บภาพกราฟ กต างๆ และบร ษ ทสายการบ นใช โปรแกรมขายต วเคร องบ นผ าน ระบบเคร อข ายอ นเทอร เน ต ค ณอาจจะค นเคยก บการซ อซอฟต แวร มาใช แต ความจร งแล วย งม ซอฟต แวร ประย กต มากมาย ท สามารถดาวน โหลดจากอ นเทอร เน ตมาใช ได ฟร โดยจะเร ยกซอฟต แวร เหล าน ว า ฟร แวร (freeware)นอกจากน ย งม โปรแกรมประเภทแชร แวร (shareware)ซ งสามารถทดลองใช ได ก อน ถ า พอใจจ งจะต ดต อขอซ อหร อขอร บรห สการใช งานแบบเต มประส ทธ ภาพ โดยท วไปซอฟต แวร ประย กต จะถ กต ดต งในฮาร ดด สก ของเคร องคอมพ วเตอร ส วนบ คคล หร อขององค กร แต ไม นานมาน ซอฟต แวร ท ผ ใช ไม จาเป นต องต ดต งลงในเคร องของตนเอง แต สามารถใช งานผ านเว บได การใช ซอฟต แวร ประย กต ท ทางานผ านเว บกาล งเป นท น ยมมากในระบบ ธ รก จ เร ยกซอฟต แวร ประย กต แบบน ว า ซอฟต แวร ประย กต ท ทางานผ านเว บ หร อ เว บเบสแอพพล เค ช น (web-based application) ผ ให บร การซอฟต แวร ประย กต หร อเอเอสพ (Application service Provide : ASP) จะ ให บร การแก ผ ใช ในการเข าถ งซอฟต แวร ประย กต บนเว บไซต น นๆ โดยผ ใช จะต องต ดต อไปย ง เว บไซต ของผ ให บร การค ดลอกซอฟต แวร ประย กต ไปย งหน วยความจาของเคร องคอมพ วเตอร และ ดาเน นการประมวลผล ผ ให บร การซอฟต แวร ประย กต ส วนใหญ จ ดเตร ยมซอฟต แวร ไว ให หลากหลาย ประเภทและเก บค าบร การก บผ ใช

51 44 1) ซอฟต แวร ประย กต พ นฐาน ซอฟต แวร ประย กต พ นฐาน (basic application) หร อบางคร งเร ยกว า ซอฟต แวร ประย กต อเนกประสงค (general-purpose application) หร อ ซอฟต แวร ช วยเพ มผลผล ต (productivity application) เป นซอฟต แวร ท น ยมใช งานก นอย างแพร หลาย ได แก โปรแกรมประมวลผลคา โปรแกรมตารางทาการ โปรแกรมนาเสนอ และโปรแกรมจ ดการฐานข อม ล ค ณล กษณะของโปรแกรม ค ณสามารถใช งานซอฟต แวร ประย กต ได โดยการต ดต อผ านส วนต ดต อก บผ ใช ด วย ภาพกราฟ ก (Graphical User Interface : GUI) โดยจะแสดงผลเป นภาพกราฟ กท เร ยกว า ไอคอน (Icon) ซ งจะเป นต วแทนของว ตถ ต างๆ เมาส เป นอ ปกรณ ท ใช ควบค มต วช บนหน าจอและใช เล อก ไอคอนเพ อส งให คอมพ วเตอร ทางานท ต องการ ม การใช ว นโดว หร อหน าต างแสดงข อม ล ว นโดว (window) ค อ บร เวณร ปส เหล ยมผ นผ าท บรรจ เอกสาร โปรแกรม หร อข อความ คอมพ วเตอร สามารถ เป ดและแสดงผลได หลายๆหน าต างพร อมก น เช น ม การเป ดหน าต างซอฟต แวร เบราว เซอร พร อมก บ หน าต างซอฟต แวร ประมวลผลคาและซอฟต แวร กราฟ ก โดยท วไปสามารถปร บขนาด ย ายและป ด หน าต างได (อย าไปส บสนก บคาว า Windows ซ งเป นช อของระบบปฏ บ ต การข งไมโครซอฟต ) ร ปท 2.2 ล กษณะท วไปของการใช ระบบปฏ บ ต การ Windows 7

52 45 ร ปท 2.3 ล กษณะท วไปของการใช โปรแกรม WORD 2013โปรแกรมประย กต ซอฟต แวร ประย กต เก อบท งหมดจะใช เมน (menu) เพ อแสดงคาส งการทางานต างๆ เมน ส วนมากจะปรากฏอย ท ส วนบนของหน าจอซ งเร ยกว า แถบเมน (menu bar) เม อเล อกท แถบเมน จะ ปรากฏรายการเมน ย อยลงมาเพ อให ผ ใช คล กเล อกใช งาน ผลจากการเล อกอาจจะทาให เก ดเมน ย อยอ ก หร อเก ดไดอะล อกบ อกซ (dialog box) ท แสดงข อม ลเพ มเต มเพ อให ผ ใช ใส ข อม ลเข า เมน ช วยเหล อ (help) เป นเมน ท ช วยให ผ ใช สามารถด สารบ ญ ดรรชน คาสาค ญ และรายละเอ ยดต างๆ ในล กษณะค ม อ ออนไลน ของโปรแกรมน นๆได แถบเคร องม อ (toolbar) โดยปกต จะอย ใต แถบเมน ประกอบด วยป มคาส ง (button) ต างๆ ให ผ ใช คล กเล อกการทางานได ต วอย างเช น แถบเคร องม อมาตรฐาน (standard toolbar) ประกอบด วยป ม คาส งหลายๆป มท ทาหน าท เก ยวก บการเป ด บ นท ก และพ มพ ไฟล ซอฟต แวร ประย กต ท งหมดของช ด ไมโครซอฟต ออฟฟ ศ จะม ส วนต ดต อก บผ ใช ป มคาส งและโครงสร างเมน ต างๆท คล ายคล งก น โปรแกรมประมวลผลคา (word processor) เป นโปรแกรมพ นฐานท ใช ในการสร างเอกสาร (document) ซ งม การใช งานก นอย าง แพร หลายไม ว าจะเป นบ คคลท วไปหร อตามองค กรต างๆใช ในการสร างงานเอกสารต างๆ เช น บ นท ก จดหมาย ค ม อ และแผ นพ บ นอกจากน โปรแกรมประมวลผลคาย งสามารถใช สาหร บการสร างเว บเพจ ส วนต วได ด วย โปรแกรมประมวลผลคาท ใช ก นแพร หลาย ได แก Microsoft Word, Corel WordPerfect และ Lotus Word Pro ค ณล กษณะของโปรแกรม โปรแกรมประมวลผลคาท ม ค ณล กษณะท หลากหลาย เช น การพ มพ การแก ไข และการ จ ดร ปแบบของเอกสาร ค ณสมบ ต พ นฐานอ กอย างหน งค อ การต ดค า (word wrap) โดยจะป ดคาท พ มพ เก นบรรท ดลงมาบรรท ดใหม ให โดยอ ตโนม ต

53 46 นอกจากน ย งม ค ณสมบ ต อ นๆท ออกแบบมาเพ อสน บสน น การแก ไข (editing) หร อการ เปล ยนแปลงเอกสาร เช น พจนาน กรมท รวมคาศ พท ท ม ความหมายใกล เค ยงก น สามารถค นหา ตาแหน งของคาในเอกสารได อย างรวดเร วโดยใช คาส ง ค นหา (find) และย งสามารถแทนคาท ค นหาได ด วยคาใหม โดยใช คาส ง แทนท (replace) นอกจากน ย งสามารถตรวจสอบการสะกดคาและไวยากรณ เพ อตรวจสอบคาหร อข อความท สะกดผ ด คาท ม ป ญหาเก ยวก บต วอ กษรภาษาอ งกฤษต วพ มพ เล ก ต วพ มพ ใหญ หร อตรวจสอบโครงสร างประโยคได ส าหร บค ณสมบ ต ท ออกแบบเพ อการจ ดร ปแบบเอกสารได แก การเล อกล กษณะร ปแบบ ต วอ กษร การเล อกขนาดต วอ กษรหร อเปล ยนร ปแบบต วอ กษรให เป นต วหนา ต วเอ ยงและส ต วอ กษร ได ตามต องการ การใส ส ญล กษณ และลาด บต วเลขหน าข อความเพ อให ง ายต อการอ าน ร ปท 2.4 เมน บาร การใช โปรแกรม Word 2013โปรแกรมประย กต โปรแกรมตารางทาการ (spreadsheet Program) ใช ส าหร บคานวณ ว เคราะห ข อม ลท เป น ต วเลขและสร างแผนภ ม เช น งบประมาณและรายงานทางการเง น น ยมสาหร บผ ใช ในเก อบท กสาขา อาช พ เช น ด านการศ กษา อาจารย ใช เก บข อม ล คานวณ หาค าเฉล ย และผลการเร ยนของน กศ กษา ด าน การตลาด อาจใช ส าหร บว เคราะห แนวโน มเก ยวก บการขาย ด านการเง น อาจใช สาหร บประเม นและ วาดกราฟแนวโน มราคาห น โปรแกรมตารางทาการท น ยมใช ก นมากม อย 3 โปรแกรม ได แก Microsoft Excel, Corel Quattro Pro และ Lotus ค ณล กษณะของโปรแกรม โปรแกรมตารางทาการ ใช ส าหร บจ ดการข อม ลท เป นต วเลขและการสร างไฟล ข อม ล ข อม ล จะถ กเก บไว ในไฟล สม ดงาน (workbook file) ซ งประกอบด วย แผ นงาน (worksheet) หร อแผ นตาราง ทาการ (spreadsheet) หร อเร ยกส นๆว า ช ท (sheet) จานวนหน งแผ นหร อมากกว า แผ นงานแต ละแผ น จะม เส นแบ งระหว างแถวและคอล มน คอล มน จะถ กอ างถ งโดยใช ต วอ กษรและแถวจะถ กอ างถ งโดย ใช ต วเลข ส วนท ต ดก นระหว างแถวและคอล มน เร ยกว าเซลล (cell) ต วอย างเช น เซลล D8 เป นส วนท ต ดก นของคอล มน D และแถวท 8

54 47 ในการป อนข อม ลลงเซลล ค ณสามารถพ มพ ข อความหร อต วเลขก ได เช น ในภาพ 3-6 เซลล B8 ม ข อความเป น Food และเซลล D8 เป นจานวนเง นท เป นค าใช จ ายของรายการด งกล าว ข อม ลต วเลขอาจจะเก ดจากการพ มพ เลขน นเข าไปหร อเก ดจากส ตรก ได ส ตร (formula) ค อ คาส งท ใช ในการคานวณหร อประมวลผล เช น เซลล F15 (เป นข อม ลของค า Net) เก ดจากการใช ส ตร =E5-E13 ค อ เป นค าท อย ในเซลล E5 (Wages) ลบก บค าท อย ในเซลล E13 (Total Expenses) ฟ งก ช น (Function) ค อ ส ตรท ม การจ ดเตร ยมไว ล วงหน าโดยโปรแกรมตารางทาการ ใช สาหร บคานวณต างๆ เช น หาค าผลรวมของเซลล ท ต องการ ต วอย างเช น เซลล E13 เป นผลจากการใช ฟ งก ช น =sum(d:8d12) เพ อบวกค าสะสมของเซลล D8 ถ ง D12 ช วงข อม ล (range) ค อ เซลล ท อย ต ดก น ใน กรณ น ค อต งแต เซลล D8,D9,D10,D11,D12 และแสดงผลรวมในเซลล E13 โปรแกรมตารางทาการได จ ดเตร ยมฟ งก ช นไว หลากหลาย ได แก ฟ งก ช นทางด านการเง น คณ ตศาสตร สถ ต และด าน ตรรกศาสตร กราฟ (graph) หร อ แผนภ ม (chart) ทาให เห นภาพของการว เคราะห ข อม ลได ด ย งข น ข อม ลท นาเสนอในแผ นงาน ค ณสามารถนาข อม ลมาสร างแผนภ ม ได โดยการเล อกข อม ลท อย ในเซลล และ เล อกประเภทของแผนภ ม ท ต องการแสดงผล ถ าเปล ยนแปลงต วเลขในแผ นตารางทาการจะทาให ส ตร ท ม ความส มพ นธ ก นถ กคานวณใหม อ กคร ง และทาให แผนภ ม ม การเปล ยนแปลงเช นเด ยวก น เร ยกว า การคานวณใหม (recalculation) ซ งเป นการว เคราะห ท ช วยหาคาตอบของคาตอบของคาถามใน ล กษณะ ถ าเป นอย างน แล วอะไรจะเก ดข น (what-if analysis) ต วอย างเช น การว เคราะห ผลของค า เช าท เพ มข นของแผ นงานช อ Monthly Budget ในภาพท 3-6 ถ าค ณเปล ยนค าในเซลล D9 ข อม ลและ แผนภาพในแผ นงานท เก ยวข องก บเซลล ด งกล าวก จะถ กคานวณและสร างใหม ด วย ร ปท 2.5 ต วอย างการใช โปรแกรม Excel 2013โปรแกรมประย กต

55 48 โปรแกรมนาเสนอ (presentation program) ใช เพ อสร างงานนาเสนอท น าสนใจและม ล กษณะ เป นม ออาช พ นอกจากน นย งเป นเคร องม อท ช วยในการส อสารข อความ หร อช กจ งบ คคลให ม ความ สนใจได ต วอย างเช น ผ จ ดการฝ ายการตลาดจะนาเสนอข อม ลเก ยวก บกลย ทธ ทางด านการตลาด พน กงานขายนาเสนอข อม ลเก ยวก บการขายผล ตภ ณฑ น กศ กษาใช เพ อนาเสนอรายงานท ค นคว ามาได โปรแกรมนาเสนอท น ยมใช ม 3 โปรแกรม ค อ Microsoft PowerPoint, Corel Presentations และ Lotus Freelance Graphics ค ณล กษณะของโปรแกรม ไฟล งานนาเสนอจะประกอบด วยภาพน ง (slide) หลายๆภาพ โปรแกรมสร างงานนาเสนอบาง โปรแกรมม การใช ว ซาร ดอ ตโนม ต ช วยแนะนาผ ใช ให สามารถสร างงานนาเสนอได อย างง ายดาย รวมถ งม เคร องม อเพ อใช เล อกส โครงร าง แม แบบ ล กเล นต างๆและต นแบบภาพน ง ท กๆงานนาเสนอจะม ต นแบบภาพน ง (master slide) ซ งเป นภาพน งพ เศษท ใช สาหร บควบค ม ร ปแบบการจ ดวางห วข อและล กษณะข อความของท กภาพน ง เม อเปล ยนแปลงต นแบบภาพน ง ภาพน ง อ นๆก จะเปล ยนแปลงตามไปด วย ร ปท 2.6 ต วอย างการใช โปรแกรม PowerPoint 2013โปรแกรมประย กต

56 49 ฐานข อม ล (database) เป นการรวบรวมข อม ลท ม ความส มพ นธ ก น ระบบจ ดการฐานข อม ล (database Management System : DBMS) เป นโปรแกรมท ใช สาหร บทาโครงสร างของฐานข อม ล และม เคร องม อต างๆสาหร บพ มพ แก ไข และด งข อม ล ระบบจ ดการฐานข อม ลท ออกแบบมาใช ก บไมโครคอมพ วเตอร และได ร บความน ยม ได แก Microsoft Access, Corel Paradox และ Lotus Approach ค ณล กษณะของโปรแกรม ฐานข อม ลเช งส มพ นธ (relational database) เป นฐานข อม ลแบบโครงสร างท น ยมใช ก นมาก ท ส ด ข อม ลจะถ กจ ดเก บอย ในตาราง (table) ท ม ความส มพ นธ ก น แต ละตารางจะประกอบด วยแถวท เร ยกว า ระเบ ยน หร อ เรคคอร ด (record) และคอล มน ท เร ยกว า ฟ ลด (field) แต ละเรคคอร ด ประกอบด วยฟ ลด ของส งท ต องการเก บข อม ล เช น บ คคล สถานท หร อส งของ ระบบจ ดการฐานข อม ลได จ ดเตร ยมเคร องม อท หลากหลายส าหร บสร างและใช ฐานข อม ล เช น เคร องม อในการเร ยงลาด บเรคคอร ดตามฟ ลด ท เล อก แต อย างไรก ตามประโยชน ท สาค ญท ส ดของ ระบบจ ดการฐานข อม ลค อ ความสามารถในการค นหาและด งข อม ลท อย ในตารางต างๆ ท แยกก นได โดยการใช เคร องม อในการสอบถามข อม ล ฟอร ม และรายงาน การสอบถามข อม ล (query) เป นการ เร ยกค นหาข อม ลท ต องการฟอร มจะม ล กษณะคล ายแบบฟอร มในกระดาษเพ ยงแต อย ในร ปแบบ อ เล กทรอน กส ประโยชน ของฟอร มค อ ใช สาหร บเพ มข อม ลเรคคอร ดใหม หร อเปล ยนแปลงข อม ลท ม อย ข อม ลจากตารางและการสอบถามสามารถนาไปใช สร างรายงาน (report) ได กรณ ศ กษา สมมต ว าค ณทางานอย ในฝ ายบ คคลของ Lifestyle Fitness Club ส งท ค ณต องการร บผ ดชอบ ค อ การสร างระบบจ ดการฐานข อม ลมาแทนระบบท ทางานด วยม อเพ อบ นท กข อม ลของพน กงาน ค ณ สามารถใช Microsoft Access ในการจ ดการฐานข อม ลเพราะเป นโปรแกรมระบบจ ดการฐานข อม ลท ใช ก นอย างแพร หลาย การใช ข อม ลร วมก นระหว างซอฟต แวร ประย กต ต างๆ ความสามารถในการใช ข อม ลร วมก นทาให เก ดประโยชน และความสะดวกสบายในการ ทางานระหว างโปรแกรมประย กต ต วอย างเช น เม อต องการทางานนาเสนอ บางคร งอาจจะต องรวม แผนภ ม จากโปรแกรมตารางทาการหร อข อม ลจากฐานข อม ล ข อม ลจากซอฟต แวร ประย กต หน งจา สามารถนาไปใช ร วมก นระหว างซอฟต แวร ประย กต อ นๆ ได หลายทาง เช น การค ดลอกและวาง การ เช อมโยง และการฝ งว ตถ

57 50 การค ดลอกและวาง เป นว ธ ท ตรงท ส ดโดยเพ ยงแต เล อกข อม ลหร อว ตถ ท ต องการแล วใช คาส งค ดลอก (copy) จากน นเป ดไฟล ท ต องการวางข อม ลด งกล าว วางต วช ในตาแหน งท ต องการแล วใช คาส งวาง (paste) การใช ข อม ลร วมก นในล กษณะน จะเป นแบบอย คงท ค อ การเปล ยนแปลงข อม ลจากต นทางจะไม กระทบก บข อม ลท ถ กนาไปวาง การเช อมโยงและฝ งว ตถ การเช อมโยงและการฝ งว ตถ (Object Linking and Embedding : OLE) เป นเคร องม อท ม ประโยชน มาก ทาให สามารถใช ข อม ลหร อว ตถ (object) ท สร างจากโปรแกรมอ นได ต วอย างเช น สามารถสร างแผนภาพจากโปรแกรมตารางทาการแล วน ามาใส ไว ในเอกสารของโปรแกรม ประมวลผลคา การเช อมโยงว ตถ (object linking) เป นการค ดลอกว ตถ จากไฟล ต นทาง (source file) แล วไป ใส ในไฟล ปลายทาง (destination file) จากน นการเช อมโยงระหว างไฟล ท งสองจะถ กสร างข นโดย อ ตโนม ต ถ าไฟล ต นทางม การเปล ยนแปลง ว ตถ ในไฟล ปลายทางจะเปล ยนแปลงตามด วย ต วอย างเช น ถ สนาแผนภาพจากโปรแกรมตารางทาการไปใส ไว ในเอกสารประมวลผลคา แผนภาพ น นจะปรากฏอย ในเอกสารประมวลผลคา แต เม อม การเปล ยนแปลงแผนภาพในแผ นตารางทาการจะ ทาให แผนภาพในเอกสารประมวลผลคาเปล ยนแปลงตามอย างอ ตโนม ต การเช อมโยงว ตถ ม ประโยชน ถ าค ณต องการเอกสารปลายทางม ข อม ลท เป นป จจ บ น การฝ งว ตถ (object embedding) เป นการนาว ตถ จากไฟล ต นทางไปฝ งหร อรวมเข าไว ก บ เอกสารปลายทาง การฝ งว ตถ จะทาให สามารถเป ดและแก ไขว ตถ จากไฟล ต นทางภายในไฟล ปลายทาง ได โดยการเปล ยนแปลงท เก ดข นก บว ตถ ท ฝ งต วจะไม ม ผลก บไฟล ต นทาง ต วอย างเช น ถ านาเอกสาร จากโปรแกรมนาเสนอไปฝ งในเอกสารประมวลผลคาซ งเป นไฟล ปลายทาง ค ณจะสามารถแก ไขงาน นาเสนอหร อแสดงการนาเสนอได โดยตรงในเอกสารประมวลผลคา อย างไรก ตามการเปล ยนแปลง ใดๆ ก บว ตถ ท ถ กฝ งอย ในไฟล ปลายทาง จะไม ทาให เก ดการเปล ยนแปลงในไฟล ต นทาง การเช อมโยงและการฝ งว ตถ เป นเคร องม อท ม ประโยชน มากในการเช อมโยงระหว าง ซอฟต แวร เพ อสน บสน นการแลกเปล ยนข อม ล

58 51 ร ปท 2.7 ต วอย างการใช โปรแกรม Access 2013โปรแกรมประย กต 2) ซอฟต แวร ประย กต เฉพาะงาน ซอฟต แวร ประย กต เฉพาะงาน (specialized application) เป นซอฟต แวร ท ถ กใช ส าหร บงาน เฉพาะและส าหร บกล มสาขาอาช พน นๆ เช น ซอฟต แวร ส าหร บการจ ดการภาพกราฟ ก ซอฟต แวร สร างม ลต ม เด ย ซอฟต แวร สร างเว บไซต ป ญญาประด ษฐ ระบบฐานความร ความจร งเสม อน และ ห นยนต ซอฟต แวร ส าหร บการจ ดการภาพกราฟ ก ซอฟต แวร ส าหร บการจ ดการภาพกราฟ ก เป นโปรแกรมประย กต ท ม ความสามารถจ ดการ ภาพกราฟ ก ซ งเป นภาพท ผ านการตกแต งด วยคอมพ วเตอร อาจเป นภาพท วาดข นมาใหม ท งหมด หร อ จะเป นการนาภาพถ ายมาร ท ช (retouch) ต ดต อก ได เช น การปร บแต งส ของภาพ การลบร วรอยบน ใบหน า การทาภาพคนอ วนให ด ผอมเพร ยวข น เป นต น นอกจากน ย งรวมถ งการจ ดการต วอ กษรและ งานประเภทเว บไซต ได อ กด วย เม อกล าวถ งชน ดของภาพ สามารถแบ งออกเป น 2 ชน ด ค อ 1. ภาพบ ตแมพ (bitmap image) เร ยกอ กอย างหน งว า ภาพราสเตอร (raster image) เป นภาพท ประกอบข นจากจ ดจานวนมากท เร ยกว า พ กเซล (pixels) แต ละจ ดประกอบด วยส และเฉดท ต างก น ข อจาก ดของภาพบ ตแมพค อ เม อขยายภาพให ขนาดใหญ ข น บร เวณขอบๆภาพจะเห นเป นรอยหย ก

59 52 ต วอย าง โปรแกรมท ใช สาหร บจ ดการภาพบ ตแมพ ได แก Microsoft Paint, Adobe Photoshop, Corel PhotoPaint และ Paint Shop Pr 2.ภาพเวกเตอร (vector image) ภาพเวกเตอร เป นภาพกราฟ กพ นฐานแบบหน ง ซ งต างจากภาพ บ ตแมพท ใช จ ดในการแสดงภาพ ภาพเวกเตอร ใช การวาดภาพเวกเตอร เป นร ปร างหร อว ตถ ซ งว ตถ น น เก ดจากเส นตรงหร อเส นโค ง เน องจากว ตถ เหล าน สามารถสร างได จากฟ งก ช นทางคณ ตศาสตร ด งน น จ งสามารถเปล ยนขนาด ส ลวดลาย ได โดยไม เก ดรอยหย กเหม อนภาพบ ตแมพ โปรแกรมท ใช ในการ วาดภาพน ม กจะใช ในการสร างภาพยนตร แอน เมช น ต วอย างโปรแกรมท ใช ส าหร บจ ดการภาพ เวกเตอร ได แก Adobe IIIustrator, Coreldraw, Macromedia FreeHand, Miceografx Designer ค ณล กษณะโปรแกรม ในป จจ บ นม ซอฟต แวร ส าหร บการจ ดการภาพกราฟ กให เล อกใช มากมาย ซ งในการตกแต ง ภาพท ต องการให ม ค ณภาพท ส ง ด เป นม ออาช พมากข นน น ย งจ าเป นต องอาศ ยท กษะและ ความสามารถของผ ใช เป นส าค ญ ในท น จะขอยกต วอย างโปรแกรมจ ดการภาพกราฟ กท ได ร บความ น ยมมากท ส ดต วหน งค อ โปรแกรม Adobe Photoshop โปรแกรม Adobe Photoshop เป นโปรแกรมสาหร บสร างและตกแต งภาพท ม ค ณสมบ ต เด น มากมายไม ว าจะเป นความสามารถจ ดการก บไฟล ร ปภาพหลากหลายชน ดท ใช ในงานประเภทต างๆ เช น ไฟล นามสก ล JPG, GIF, PNG, TIFF เป นต น ความสามารถในการแก ไขและตกแต งภาพท บกพร องหร อม ตาหน เช น ปร บส ท ผ ดไป ปร บแสงเงาท สว างหร อม ดเก นไป ลบแสงแฟลซท สะท อน ในดวงตา ต ดส วนท ไม ต องการออกไป ปร บภาพให เบลอหร อคมช ด ปร บผ วกายให ขาวนวล ลบร ว รอยท ไม ต องการบนใบหน า ลบรอยแตกของภาพ ฯลฯ ความสามารถในการด ดแปลงภาพ เช น ทา ภาพใหม ให กลายเป นส ซ เป ยแบบโบราณ หร อแปลงภาพเก าๆ ท เป นขาวดาให กลายเป นส เปล ยนภาพ คนให อ วนข นหร อผอมลง ความสามารถในกาตกแต งภาพด วยล กเล นพ เศษต างๆ เช น การใส แสงเงา ทาต วน นให ก บภาพ การสร างภาพพาโนรามาจากภาพหลายภาพต อก น เป นต น นอกจากน ย งม ความสามารถในการสร างงานกราฟ กซ งผสมผสานระหว างภาพถ าย ข อความ และภาพว ตถ หร อ ล กเล นพ เศษท สร างข น เพ อใช ในการผล ตส อโฆษณา ทาปกหน งส อหร อน ตยสารหร อใช ตกแต งเว บ เพจได โปรแกรม Adobe Photoshop ม คาส งและเคร องม อมากมายท ม ประส ทธ ภาพและม ความ ย ดหย น ไม ว าจะเป นว ธ สร าง การเล อกพ นท ด วยเคร องม อแต ละชน ด การใช เคร องม อค ดลอกภาพแต ละภาพ การคร อป (crop) เพ อเล อกเฉพาะส วนในภาพ การบ นท กข นตอนท ต องทาซ าๆ ไว เร ยกใช ภายหล ง การสน บสน นการทางานด วยเลเซอร (layer) การใช ฟ ลเตอร ต างๆ ในโปรแกรม

60 53 ตลอดจนม ผ ผล ตปล กอ น (plug-in) ซ งเป นโปรแกรมเสร มส าหร บช วยให การทางานท ซ บซ อนสาเร จลงได อย างรวดเร วอ กมากมาย ร ปท 2.8 ต วอย างการใช โปรแกรม Adobe Photoshop โปรแกรมประย กต (เฉพาะงาน) ท มา : ซอฟต แวร สร างเว บไซต ป จจ บ นม เว บไซต มากมายในอ นเทอร เน ต และม จานวนเว บไซต ใหม ๆ เก ดข นน บร อยในแต ละว น องค กรต างๆ ได นาเว บไซต เข ามาใช เพ อเพ มช องทางในการส งเสร มการขายให ก บส นค าของ ตนเอง และบ คคลต างๆ ให แก กล มเพ อนและครอบคร วได ทราบ หร อท เร ยกก นว าเว บล อก (web log) หร อ บล อก (blog) การสร างเว บไซต เร มต นต งแต การออกแบบ โครงสร างและสร างหน าเว บเพจต างๆ โดยอาศ ยโปรแกรมสาหร บสร างเว บเข ามาช วยในการทางาน โปรแกรมสร างเว บไซต ท น ยมป จจ บ น เช น Macromedia Dreamweaver, NetObject Fusion และ Microsoft FrontPage ซอฟต แวร สร างเว บไซต จะประกอบด วย 2 ส วนค อ 1) ส วนการออกแบบ และ 2) ส วนการ สร างเว บเพจ สาหร บส วนการออกแบบจะประกอบด วยด วยเคร องม อเพ ออานวยความสะดวกให แก ผ ใช ในการออกแบบโครงสร างของเว บไซต เช น แผนภาพกราฟ ก (graphical map) ซ งช วยให ผ พ ฒนา สามารถออกแบบโครงสร างท งหมดของท งเว บไซต ในร ปแบบของแผนภาพและท าหน าท เปร ยบเสม อนแผนท ซ งแสดงเส นทางโยงไปย งหน าเว บเพจท ต องการ สาหร บส วนการสร างเว บเพจจะสน บสน นการสร างและแก ไขเว บเพจด วยภาษา HTML ซ ง โปรแกรมสร างเว บจะใช การเน นส ให แตกต างก นในแต ละแท ก (tag) ของ HTML เพ อให การแก ไข เอกสาร HTML ผ านร ปแบบข อความโดยตรงสะดวกข น แท ก ค อ ป ายคาส ง ท ใช เพ อกาหนดล กษณะ

61 54 การแสดงผลข อม ลท ต องการ และจะบอกให โปรแกรมเบราว เซอร ทราบว าจะต องแสดงผลข อม ล อย างไร ในบางซอฟต แวร ได เพ มเคร องม อต างๆ ซ งช วยให การสร างเว บม ความสะดวกมากย งข นท นอกเหน อจากการเน นส สาหร บในแท กของ HTML โดยให ผ ใช งานสามารถสร างเว บเพจ โดยการใช ว ตถ เพ อจ ดวางโครงสร างของหน าเว บ หร อท เร ยกว า What You See Is What You Get (WYSIWYG) จ งทาให การสร างเว บไม ยกมากน ก และผ ใช งานไม จาเป นต องม ความร ภาษา HTML มาก โดยท วไป โปรแกรมสร างเว บย งรองร บการใช งานภาษาอ นๆ ซ งถ กนามาใช ในการสร างเว บรวมก บภาษา HTML เช น ซ เอสเอส (Cascading Style Sheets : CSS) เอ กซ เอ มแอล (Extensible Markup Language : XML) หร อจาวาสร ปต (Java Script) กรณ ศ กษา สมม ต ว าค ณต องการสร างเว บส าหร บบร ษ ทท องเท ยวแห งหน งช อว า Adventure Travel Tours เพ อให ข อม ลแก ล กค าซ งสนใจใช บร การท องเท ยวก บทางบร ษ ท โดยบร ษ ทให บร การนาเท ยว ในหลายทว ป เช น Africa, Asia, Europe, North America, South America โยเว บไซต ท ค ณสร างจะ ช วยแนะนาสถานท ท องเท ยวท บร ษ ทม การจ ดนาเท ยวให แก ล กค า ค ณสามารถใช โปรแกรมสร างเว บ ออกแบบโครงสร างเว บไซต ของค ณ และใช ส วนของการแก ไขภาษา HTML หร อค ณอาจเล อกใช ส วน การออกแบบโดยใช การจ ดวางว ตถ แสดงภาพเหม อนจร ง ท าให ค ณสร างเว บไซต ของบร ษ ท Adventure Travel Tours ได ซอฟต แวร ประย กต สาหร บการใช งานด านการพ มพ ซอฟต แวร ประย กต ส าหร บการใช งานด านการพ มพ (desktop publishing program) หร อ โปรแกรมวางร ปแบบหน ากระดาษ (page layout program) รวมข อความและภาพกราฟ กไว ด วยก น เพ อสร างผลงานส อส งพ มพ ท ม ค ณภาพส ง ได แก การจ ดทาร ปเล มหน งส อหร อวารสารต างๆ แผ นพ บ จดหมาย ข าว หน งส อพ มพ ในขณะท โปรแกรมประมวลผลคาม ความสามารถในการผสมผสาน ระหว างข อความก บกราฟ กแบบธรรมดาเท าน น โปรแกรมประย กต ส าหร บการใช งานด านการพ มพ ท ใช ก นมากได แก Adobe PageMaker, Microsoft Publisher และ QuarkXPress โปรแกรมด งกล าวม ความสามารถในการสร างข อความและ กราฟ ก ซ งน กออกแบบกราฟ กสามารถด งส วนประกอบต างๆ จากแหล งข อม ลอ นๆ เช น โปรแกรม ประมวลผลคา กล องด จ ท ล สแกนเนอร

62 55 ร ปท 2.9ต วอย างการใช โปรแกรม Macromedia Dreamweaver โปรแกรมประย กต (เฉพาะงาน) ท มา : ซอฟต แวร ต ดต อเส ยงและว ด โอ ในอด ตการต ดต อภาพและเส ยงให ได ค ณภาพและด เป นม ออาช พน นจะต องท าใน ห องปฏ บ ต การเฉพาะทางเท าน น แต ป จจ บ นม ซอฟต แวร ประย กต เฉพาะงานสาหร บการแก ไขและต ด ต อภาพและเส ยงเหล าน ซอฟต แวร ต ดต อเส ยง (audio editing software) ใช สาหร บสร างและต ดต อเส ยง และ ทาให ผ ใช สามารถปร บปร งหร อเปล ยนแปลงเส ยงท ได บ นท กไว เช น การต ดเส ยงรบกวนหร อเส ยง อ นๆออก สามรถใช ซอฟต แวร เหล าน เพ อสร างไฟล MP3 ซอฟต แวร เหล าน ได แก Ableton Live และ Sony ACID ซอฟต แวร ต ดต อว ด โอ (video editing software) สามารถจ ดลาด บภาพ เพ มล กเล น และอ นๆ ซอฟต แวร ท ใช ก นเป นท อย างแพร หลายได แก Apple imovie และ Windows Movie Maker โปรแกรมเหล าน ถ กออกแบบมาเพ อต ดต อภาพจากกล องว ด โอด จ ท ลต นฉบ บ ต วอย างเช น ค ณ สามารถสร างภาพยนตร จากการถ ายว ด โอช วงว นหย ด และเพ มเส ยงประกอบ เส ยงบรรยาย และส ง ภาพยนตร ของค ณข นบนเว บเพ อให บ คคลอ นได ด

63 56 ซอฟต แวร สร างม ลต ม เด ย ม ลต ม เด บ (multimedia) เป นการรวมส อหลายๆ แบบเข าด วยก นในการนาเสนอคร งหน ง เช น ว ด ท ศน เส ยงเพลง เส ยงพ ด กราฟ กและข อความ ซ งม กจะพบในเกมคอมพ วเตอร หร อการนาเสนอบน เว บไซต จ ดเด นของส อม ลต ม เด ยค อ จะม ล กษณะโต ตอบก บผ ใช (interactivity) ซ งทาให ผ ใช สามารถ เล อกสารสนเทศท ต องการจะชม และควบค มข นตอนในการชมสารสนเทศน นๆ หร อโต ตอบก บส วน ต างๆได ผ ใช สามารถเล อกภาษาท ใช พร อมเส ยงประกอบได นอกจากจะใช ม ลต ม เด ยเพ อสร างเกมคอมพ วเตอร แล วย งน ยมใช ในวงธ รก จ การศ กษา และ ใช ส วนบ คคลอ กด วย การใช ม ลต ม เด ยในวงธ รก จม กจะเก ยวข องก บการนาเสนอส นค า ในด าน การศ กษาม ลต ม เด ยม กจะใช สาหร บการสาธ ต การนาเสนอในช นเร ยน การเร ยนการสอนทางไกล การ ทาข อสอบผ านระบบอ นเทอร เน ต เป นต น สาหร บการใช งานม ลต ม เด ยสาหร บผ ใช ส วนบ คคลม กจะม บทบาทในเร องความบ นเท งเป นส วนใหญ ซอฟต แวร สร างม ลต ม เด ย (multimedia authoring program) เป นโปรแกรมพ เศษท ใช สาหร บ สร างงานนาเสนอม ลต ม เด ย ซ งจะเป นการนาว ด ท ศน เส ยง กราฟ ก และข อความมารวมภายใต โครงสร างอ นเด ยวก น โปรแกรมสร างม ลต ม เด ยท ร จ กก นโดยท วไป ได แก Macromedia Director, Authorware และ Toobook ร ปท 2.10 การใช โปรแกรม Windows Movie Maker (เฉพาะงาน) ท มา : ซอฟต แวร ประย กต เก ดใหม ค ณคงเคยด ภาพยนตร หร อโทรท ศน เก ยวก บห นยนต ท ม ความเฉล ยวฉลาด สามารถตอบสนอง และม ความสามารถเหม อนมน ษย ล กษณะของห นยนต และคอมพ วเตอร ท ม ป ญญาประด ษฐ เหล าน ด

64 57 เหม อนจะเป นส งปกต ในป จจ บ น ต างก บสม ยก อนท เป นเพ ยงแค ความฝ นเท าน น ว ทยาการ คอมพ วเตอร สามารถพ ฒนาส งเหล าน ข นมามากมายโดยใช ว ทยาการด านป ญญาประด ษฐ น นเอง สาขาหน งของว ทยาการคอมพ วเตอร ท ร จ กก นในช อของ ป ญญาประด ษฐ (Artificial Interlligent) หร อ เอไอ (AI) ค อ ความพยายามพ ฒนาระบบคอมพ วเตอร ท สามารถจาลองการร บร กระบวนการค ด และท าทางต างๆ ของมน ษย รวมถ งการให เหต ผล การเร ยนร จากการกระทาท ผ านไป แล ว และการใช ประสาทส มผ ส เช น การมองเห น หร อการจ บส งของต างๆ ในป จจ บ นย งไม ม เทคโนโลย ป ญญาประด ษฐ ท ทาให ห นยนต ม ความร ส กน กค ดและม ความสามารถเหม อนมน ษย ได ท ก อย าง แต อย างไรก ตาม น กว ทยาศาสตร ก ม ความพยายามในการพ ฒนาเคร องม อหลายชน ดให สามารถ จาลองส มผ สของมน ษย เพ อแก ป ญหาและประมวลผลข อม ลได โปรแกรมประย กต ใหม ๆ ของ ป ญญาประด ษฐ ท ถ กออกแบบและสร างข นมาเพ อช วยมน ษย และองค กรต างๆ น นกลายเป นเคร องม อ สาค ญท ทาให สามารถสร างผลผล ตได มากข นในด านธ รก จ การแพทย กฏหมาย และอ นๆ อ กมากมาย ความเป นจร งเสม อน ความเป นจร งเสม อน (virtual reality) เป นส งประด ษฐ ทางป ญญาประด ษฐ ท จาลองความเป น จร งในร ปแบบ 3 ม ต โดยใช คอมพ วเตอร ความเป นจร งเสม อนน เร ยกก นโดยท วไปว า ว อาร หร อ ความเป นจร งประด ษฐ (artificial reality) หร อ สภาพแวดล อมเสม อน (virtual environment) การควบค มภายในสภาพความเป นจร งเสม อนน จะประกอบด วยอ ปกรณ ส าหร บควบค ม เฉพาะท สวมบนศ รษะและถ งม อ ส วนท สวมศ รษะจะม ห ฟ งและจอภาพท ส าหร บแสดงภาพ 3 ม ต ส าหร บถ งม อจะม เซนเซอร ท จะร บข อม ลการเคล อไหวของม อ และจะต องม ซอฟต แวร ท โต ตอบ เหล าน จะทาให ค ณสามารถเข าไปอย ในความเป นจร งของส งแวดล อมท คอมพ วเตอร สร างข น ภาษาว อาร เอ มแอล (virtual reality modeling language : VRML) ใช ในการสร าง ภาพเคล อนไหวแอนน เมช น 3 ม ต แบบเร ยลไทม ม เว บไซต จานวนหลายร อยเว บไซต ท ม โปรแกรม สร างภาพความเป นจร งเสม อนน โดยผ ใช สามารถเข าไปชมเว บไซต เหล าน ได โดยผ านโปรแกรม เบราว เซอร ท สน บสน นภาษาว อาร เอ มแอล การสร างโปรแกรมว อาร ต องใช ซอฟต แวร ท ม ราคาส งมาก เม อไม นานมาน ได ม การพ ฒนา โปรแกรมท ม ประส ทธ ภาพส งและราคาถ กลง โปรแกรมเหล าน ใช ภาษาว อาร เอ มแอลในการสร าง โปรแกรมประย กต บนเว บไซต โปรแกรมท เป นท ร จ กก นด โปรแกรมหน งค อ Cosmo Worlds ของ บร ษ ทคอสโมซอฟต แวร

65 58 ฐานความร ระบบผ เช ยวชาญ ผ ท ม ความร ความเช ยวชาญในสาขาใดสาขาหน ง เช น กฏหมาย การแพทย บ ญช ว ศวกรรม และอ นๆ ก จะม ความร เช ยวชาญเฉพาะด านในสาขาน นๆ ด งน นผ ท ต องการคาปร กษาเก ยวก บสาขา ทางด านเฉพาะน ก จะต องเส ยเง นในการขอคาปร กษา ซ งบางคร งอาจหาไม ได และยากท จะหาผ ใดทา หน าท แทนได ถ าผ เช ยวชาญน นย ายไปท อ น ด งน นจ งม ความพยายามท จะเก บความร หร อความ เช ยวชาญของบ คคลเหล าน เอาไว เพ อให ท กคนสามารถเข าไปใช งานความร น ได โดยผ านโปรแกรม คอมพ วเตอร การเก บความร ไว ในคอมพ วเตอร น ม กจะเร ยกว า ระบบฐานความร (knowledge based system) หร อ ระบบผ เช ยวชาญ (expert system) เป นสาขาหน งของป ญญาประด ษฐ ท ใช ฐานข อม ล หร อฐานความร ประกอบด วย ค าความจร ง (facts) และกฏ (rules) ท ใช สาหร บสร างความส มพ นธ ระหว างค าความจร งและข อม ลเข าจากผ ใช เพ อหาผลล พธ และใช ส าหร บการต ดส นใจ ซ งผ ใช งาน สามารถป อนค าความจร งท เก ยวข องและต ดส นใจได ล าด บกระบวนการท โต ตอบระหว าง คอมพ วเตอร และผ ใช จะข นอย ก บคาตอบของผ ใช และฐานความร ท เก บเอาไว ในเคร องคอมพ วเตอร ซ ง จะแตกต างก นในผ ใช แต ละคน ระบบผ เช ยวชาญสามารถสร าง ฟ ชซ ลอจ ก (fuzzy logic) ท ผ ใช สามารถตอบคาถามได คล ายคล งก บมน ษย ตอบจร งๆ ต วอย างเช น ถ าผ เช ยวชาญถามว าการเร ยนของ ค ณเป นอย างไรบ าง ค ณอาจจะตอบว า ก ด ใช ได แย มากเลย หร ออ นๆ ร ปท 2.11ความเป นจร งเสม อน (ท มา :

66 59 ห นยนต ศาสตร ห นยนต ศาสตร (robotics) เป นสาขาหน งท เก ยวข องก บการพ ฒนาและการใช ห นยนต ห นยนต จะม ล กษณะโครงสร างและร ปร างแตกต างก นออกไป และจะทางานตามส งท มน ษย โปรแกรม ใส เข าไป สามารถแบ งห นยนต เป น 2 ประเภท ค อ ห นยนต ชน ดท ต ดต งอย ก บท (fixed robot) เป นห นยนต ท ไม สามารถเคล อนท ไปมา ด วยตนเองได ม ล กษณะเป นแขนกลเพ อหย บจ บหร อประกอบช นส วนต างๆ ม กใช ในโรงงาน อ ตสาหกรรมท วไป ห นยนต ชน ดท เคล อนท ได (mobile robot) เป นห นยนต ท สามารถเคล อนท ได โดย อาจจะใช ขาหร อล อ ต วอย างของห นยนต ประเภทน ท เป นท ร จ กก นโดยท วไป ได แก ห นยนต อาซ โม (ASIMO) ของบร ษ ทฮอนด า ซ งสามารถเล ยนแบบท าทางของมน ษย ได หร อห นยนต ท สร างความ บ นเท ง เช น ห นยนต ส น ขไอโบ (AIBO) ของบร ษ ทโซน รวมถ งม ห นยนต บางประเภทท สามารถ ทางานท เส ยงภ ยแทนมน ษย ได เช น ห นยนต เก บก ระเบ ด สถานศ กษาระด บอ ดมศ กษาในประเทศไทยหลายแห งหร อองค กรของภาคร ฐและเอกชน ได เล งเห นถ งประโยชน ของเทคโนโลย ห นยนต และร วมเป นแรงผล กด นให เยาวชนในชาต พ ฒนาองค ความร เพ อให ก าวท นเทคโนโลย ของประเทศท พ ฒนาแล ว โดยการจ ดให ม การแข งข นห นยนต ข นใน ประเทศไทยหลายรายการ เพ อให น กศ กษาสามารถนาความร ท เร ยนมาประย กต ใช งานได เป นการ เสร มสร างและพ ฒนาท กษะ เพ อนาความร ไปพ ฒนาประเทศในอนาคต ต วอย างเช น การแข งข น ห นยนต ส.ส.ท. ช งแชมป ประเทศไทย ระด บอ ดมศ กษา และการแข งข นห นยนต ส.ส.ท. ย วชน โดย สมาคมส งเสร มเทคโนโลย (ไทย-ญ ป น) 2.3 ซอฟต แวร ระบบ (System Software) เม อกล าวถ งคอมพ วเตอร คนส วนใหญ ม กน กถ งแต การใช งานซอฟต แวร ประย กต เช น การ ค นหาข อม ลบนเว บ การสร างรายงาน การว เคราะห ข อม ล การจ ดเก บสารสนเทศ การสร างงาน นาเสนอ และงานประย กต อ กหลากหลายงาน แต ไม เคยน กถ งการทางานมากมายท อย เบ องหล ง คอมพ วเตอร เช น การโหลด และการดาเน นงานก บโปรแกรม ในระบบเคร อข ายสามารถใช งาน ทร พยากรร วมก นได การจ ดโครงสร างแฟ มข อม ล การป องก นคอมพ วเตอร จากไวร สคอมพ วเตอร การบาร งร กษาคอมพ วเตอร เพ อหล กเล ยงป ญหาท อาจเก ดข น และการควบค มอ ปกรณ ฮาร ดแวร ให สามารถต ดต อก บฮาร ดแวร อ นๆ ได การดาเน นงานเบ องหล งเหล าน ทาได โดยไม ต องอาศ ยมน ษย แต จะเก ดอะไรข นหาก โปรแกรมประย กต ใหม ๆ ไม สามารถใช งานบนระบบคอมพ วเตอร ป จจ บ นได จะเก ดอะไรข น ถ า

67 60 เคร องคอมพ วเตอร ต ดไวร ส หร อ ฮาร ดด สก เส ย จะเก ดอะไรข นหากค ณซ อกล องถ ายว ด โอด จ ท ล แต ไม สามารถจ ดเก บ และแก ไขร ปภาพได และจะเก ดอะไรข นหากคอมพ วเตอร ทางานช าลง ป ญหาด งกล าวด เหม อนจะเร องธรรมดา แต ความจร งแล วเป นเร องร ายแรงมาก การเร ยนร โปรแกรมสาค ญท ทางานอย เบ องหล ง ได แก ซอฟต แวร ระบบ ระบบปฏ บ ต การ โปรแกรมย ท ล ต และ ด ไวซ ไดรเวอร จะช วยให การใช งานคอมพ วเตอร ในช ว ตประจาว นง ายข น พร อมก บสามารถเพ ม ประส ทธ ภาพในการใช คอมพ วเตอร ได มากข นด วย ซอฟต แวร ระบบ ผ ใช ม กม งเน นท การใช เทคโนโลย คอมพ วเตอร ในการทางานให สาเร จ และให ความสาค ญก บ ซอฟต แวร ประย กต ขณะท ย งคงใช งานซอฟต แวร ระบบอย ซอฟต แวร ระบบ(system software) จะ ทางานร วมก บผ ใช ซอฟต แวร ประย กต และฮาร ดแวร คอมพ วเตอร เพ อควบค มงานด านเทคน ค ต วอย างเช น การจ ดสรรเน อท ในหน วยความจาเพ อต ดต งโปรแกรมประมวลผลคา การแปลคาส งต างๆ เพ อให หน วยระบบสามารถประมวลผลคาส งเหล าน นได การจ ดสรรตาแหน งท จะบ นท กไฟล ข อม ล ต างๆ และการควบค มการแสดงผลล พธ ออกทางเคร องพ มพ ซอฟต แวร ระบบใช ควบค มรายละเอ ยดทางด านเทคน คต างๆ ประกอบด วยกล มของ โปรแกรม 4 ชน ดด งต อไปน ระบบปฏ บ ต การ(operating system) เป นโปรแกรมท ทาหน าท ประสานงานก บ ทร พยากรคอมพ วเตอร จ ดเตร ยมส วนต ดต อระหว างผ ใช และคอมพ วเตอร รวมถ งการดาเน นงานก บ โปรแกรมประย กต ย ท ล ต (utility) หร อ โปรแกรมอรรถประโยชน (service program) เป นโปรแกรมท ประกอบด วยการทางานพ เศษ ซ งเก ยวข องก บการจ ดการทร พยากรคอมพ วเตอร ด ไวซ ไดรเวอร (device driver) เป นโปรแกรมพ เศษท ออกแบบมาเพ อให อ ปกรณ ร บเข าและอ ปกรณ ส งออกสามารถต ดต อก บระบบคอมพ วเตอร ได ต วแปลภาษา(language translator) ท าหน าท แปลช ดคาส ง ซ งเข ยนโดย โปรแกรมเมอร ให อย ในร ปท คอมพ วเตอร เข าใจ และสามารถนาไปประมวลผลได ระบบปฏ บ ต การ ระบบปฏ บ ต การ เป นกล มของโปรแกรมท ใช ควบค มรายละเอ ยดทางด านเทคน คท ส มพ นธ ก บการใช งานคอมพ วเตอร จ ดเป นโปรแกรมคอมพ วเตอร ท สาค ญท ส ด หน าท ของระบบปฏ บ ต การ

68 61 คอมพ วเตอร ท กเคร องจะม ระบบปฏ บ ต การ ระบบปฏ บ ต การจาแนกตามหน าท ได 3 อย าง ค อ จ ดการก บทร พยากรคอมพ วเตอร จ ดเตร ยมส วนต ดต อก บผ ใช และดาเน นงานก บโปรแกรม ประย กต จ ดการก บ ทร พ ยากรคอม พ ว เตอร ระบบปฏ บ ต ก า รจะประสานงานก บ ทร พยากรคอมพ วเตอร (resource) ได แก หน วยความจา หน วยประมวลผล อ ปกรณ หน วยเก บรอง รวมถ งอ ปกรณ ร บเข าและอ ปกรณ ส งออก เช น เคร องพ มพ และจอภาพ เป นต น โดยจะด แล ประส ทธ ภาพของระบบ จ ดลาด บการทางาน จ ดเตร ยมระบบความปลอดภ ย และเร มต นการทางาน ของระบบคอมพ วเตอร จ ดเตร ยมส วนต ดต อก บผ ใช ผ ใช ต ดต อก บโปรแกรมประย กต และอาร ดแวร คอมพ วเตอร โดยผ านส วนต ดต อก บผ ใช (user interface) ระบบปฏ บ ต การร นเก าม ส วนต ดต อก บผ ใช ผ านทางต วอ กษร (character based interface) ซ งผ ใช จะต ดต อก บระบบปฏ บ ต การด วยการพ มพ คาส ง เช น Copy A : assign.doc to C: สาหร บระบบปฏ บ ต การร นใหม ส วนใหญ จะม ส วนต ดต อก บผ ใช ผ านทางร ปภาพ (Graphical User Interface หร อ GUI) เช น ไอคอน และว นโดว ด าเน นงานก บซอฟต แวร ประย กต ระบบปฏ บ ต การจะโหลดและดาเน นงานก บ ซอฟต แวร ประย กต เช น โปรแกรมประมวลผลคา โปรแกรมแผ นตารางทาการ ส วนใหญ จะสน บสน น การทางานแบบม ลต ทาสก ง (multitasking) ซ งเป นความสามารถในการสล บการทางานระหว าง โปรแกรมประย กต ท กาล งใช งานอย ต วอย างเช น ม การใช โปรแกรม Microsoft Word และ Microsoft Excel ในเวลาเด ยวก น และสามารถสล บการทางานของโปรแกรมท งสองได อย างง ายดาย โดย โปรแกรมท กาล งใช งานอย ในขณะน นจะดาเน นงานในล กษณะเบ องหน า (foreground) ส วน โปรแกรมอ นๆ ท กาล งดาเน นงานอย แต ไม ได ใช งานในขณะน นจะดาเน นงานในล กษณะเบ องหล ง (background) ล กษณะของระบบปฏ บ ต การ การบ ทระบบ (booting) ถ อเป นการเร มต นการทางานของคอมพ วเตอร การบ ทระบบม 2 ว ธ ได แก วอร มบ ท และโคลด บ ท วอร มบ ท(warm boot) เป นการทาให เคร องคอมพ วเตอร ท กาล งใช งานอย เร มต น ท างานใหม อ กคร ง โดยไม ได ท าการป ด-เป ดสว ตซ การใช งาน ซ งท าได หลายว ธ เช น ใน ระบบปฏ บ ต การ Windows XP สามารถร สตาร ทเคร องคอมพ วเตอร ได โดยการกดป ม Ctrl, Alt และ Del บนค ย บอร ดพร อมก น โคลด บ ท(cold boot) เป นการเร มต นการทางานคอมพ วเตอร ด วยการกดป มสว ตซ เป ด ป ด

69 62 การต ดต อระบบปฏ บ ต การท าได โดยอาศ ยส วนต ดต อก บผ ใช ผ านทางร ปภาพ ซ ง ระบบปฏ บ ต การส วนใหญ จะจ ดเตร ยมเดสก ท อป (desktop) ไว ส าหร บต ดต อก บผ ใช เพ อเข าถ ง ทร พยากรคอมพ วเตอร ระบบปฏ บ ต การจะม ค ณล กษณะต างๆ ของส วนต ดต อก บผ ใช ท เหม อนก บ ซอฟต แวร ประย กต ด งน ไอคอน (icon) ม ล กษณะเป นร ปภาพกราฟ ก ใช แทนโปรแกรมหร อการทางานต างๆ พอยน เตอร (pointer) ควบค มโดยเมาส ร ปร างของพอยน เตอร ข นอย ก บการทางานใน ขณะน น ต วอย างเช น พอยน เตอร ม ล กษณะเป นร ปล กศร สาหร บใช ในการเล อกส งต างๆ เช น ไอคอน ว นโดว (window) พ นท ส เหล ยมผ นผ าส าหร บแสดงสารสนเทศ และดาเน นงานก บ โปรแกรมประย กต เมน (menu) รายาการทางเล อก หร อคาส งต างๆ ไดอะล อกบ อกซ (dialog box) พ นท ส เหล ยมท แนะนาผ ใช ว าควรทาอะไรต อไป หร อร บ ข อม ลเข าจากผ ใช ต วช วยเหล อ (help) ผ ช วยออนไลน สาหร บการใช งานระบบปฏ บ ต การ ระบบปฏ บ ต การโดยส วนใหญ จะเก บข อม ลและโปรแกรม ในร ปแบบไฟล และโฟลเดอร บ นท กไว ในหน วยความจาสารอง เช น ฮาร ดด สก ไฟล (file) ใช ในการเก บข อม ลและโปรแกรม ส วน โฟลเดอร (folder) ใช จ ดเก บไฟล ท ม ความส มพ นธ ก น รวมถ งโฟลเดอร ย อย โดยม จ ดม งหมายเพ อ จ ดการโครงสร างการจ ดเก บ ต วอย างเช น ค ณอาจใช โฟลเดอร My Document ในฮาร ดด สก จ ดเก บ ไฟล และโฟลเดอร ย อยท เก ยวข องสาหร บการต งช อโฟลเดอร ควรส อถ งข อม ลท จ ดเก บอย ภายใน เช น โฟลเดอร Computer ใช จ ดเก บไฟล ท สร างข นสาหร บการเร ยนว ชาคอมพ วเตอร ประเภทของระบบปฏ บ ต การ ระบบปฏ บ ต การแบ งได 3 ประเภท ได แก ระบบปฏ บ ต การแบบฝ งต ว ระบบปฏ บ ต การแบบ เคร อข าย และระบบปฏ บ ต การแบบสแตนอโลน(Stand Alone) ระบบปฏ บ ต การแบบฝ งต ว (embedded operating system) เป นระบบปฏ บ ต การท ม การต ดต งอย ภายในหร อฝ งต วอย ในอ ปกรณ โดยต ดต งอย างถาวรอย ในหน วยความจารอม (Real Only Memory : ROM) ซ งจะใช ในคอมพ วเตอร แบบม อถ อ และอ ปกรณ ขนาดเล ก เช น เคร องพ ด เอ ต วอย างระบบปฏ บ ต การแบบฝ งต วท น ยมใช งาน ได แก Windows CE.NET และ Plam OS ระบบปฏ บ ต การแบบเคร อข าย (Network Operating System : NOS) เป น ระบบปฏ บ ต การท ใช ควบค ม และประสานการทางานของคอมพ วเตอร ท ม การเช อมต อก นเป นระบบ

70 63 เคร อข าย โดยจะต ดต งอย ในฮาร ดด สก ของคอมพ วเตอร เคร องใดเคร องหน งท เร ยกว า เคร องเน ทเว ร ค เซ ร ฟเวอร (network server) ซ งทาหน าท ด แลการต ดต อส อสารของเคร องคอมพ วเตอร ท งหมดท ม การ เช อมต อก น ต วอย างระบบปฏ บ ต การแบบเคร อข ายท น ยมใช งาน ได แก NetWare, Windows NT Server, Windows XP Server และ UNIX ระบบปฏ บ ต การแบบสแตนอโลน (stand-alone operating system) หร อ ระบบปฏ บ ต การแบบเดสก ท อป (desktop operating system) จ ดเป นระบบปฏ บ ต การท สาค ญ และม ผ ใช งานมากท ส ด โดยใช ต ดต งในฮาร ดด สก ของเดสก ท อปคอมพ วเตอร หร อโน ตบ กคอมพ วเตอร ซ ง หากเดสก ท อปคอมพ วเตอร และโน ตบ กคอมพ วเตอร เป นส วนหน งของระบบเคร อข าย ระบบปฏ บ ต การน จะท างานร วมก บระบบปฏ บ ต การแบบเคร อข าย เพ อให สามารถใช และ ประสานงานทร พยากรคอมพ วเตอร ร วมก นได อาจเร ยกระบบปฏ บ ต การน ว า ระบบปฏ บ ต การแบบ ไคลแอนด (client operating system) ต วอย างระบบปฏ บ ต การแบบสแตนอโลนท น ยมใช งาน ได แก Windows, Mac OS และ UNIX ในบางเวอร ช น ระบบปฏ บ ต การม กจะถ กอ างเป นสภาพแวดล อมของวอฟต แวร (software environment) หร อ ท เร ยกว า แพลตฟอร ม (platform) ต วอย างเช น ซอฟต แวร ท ออกแบบมาเพ อทางานก บเคร อง คอมพ วเตอร แอปเป ล จะทางานเข าก นได ก บสภาพแวดล อมของระบบปฏ บ ต การแมคโอเอส ระบบปฏ บ ต การส วนใหญ ม บร ษ ทเป นเจ าของล ขส ทธ และเป นผ จดล ขส ทธ เช น ระบบปฏ บ ต การว นโดว ม บร ษ ทไมโครซอฟต เป นเจ าของล ขส ทธ แต ระบบปฏ บ ต การบางระบบเป น ระบบปฏ บ ต การท ไม ม เจ าของล ขส ทธ อ กท งย งม การเผยแพร ซอร สโค ดให ผ อ นสามารถนาไปพ ฒนา ปร บปร งให ด ข น และใช ประโยชน ได มากย งข น เราเร ยกโปรแกรมท เผยแพร ซอร สโค ดให ผ อ น สามารถนาไปพ ฒนาต อได ว าโอเพ นซอร ส (open source) เช น ระบบปฏ บ ต การล น กซ (Linux) จ ดเป น โปรแกรมโอเพ นซอร สท ม การพ ฒนาภายใต ข อตกลงร วมก น ว นโดวส ว นโดวส (Windows) เป นระบบปฏ บ ต การของบร ษ ทไมโครซอฟต ซ งน ยมใช ก นมากสาหร บ เคร องไมโครคอมพ วเตอร โดยครองส วนแบ งทางการตลาดมากกว า 90 เปอร เซนต และโปรแกรม ประย กต ส วนใหญ ถ กพ ฒนาให ทางานภายใต สภาพแวดล อมของระบบปฏ บ ต การว นโดวส มากกว า ระบบปฏ บ ต การต วอ นๆ โดยออกแบบมาเพ อทางานก บช ปอ นเทลและไมโครโพรเซสเซอร ท เข าก น

71 64 ได ก บช ปอ นเทล เช น เพนเท ยม 4 ระบบปฏ บ ต การว นโดวส ม หลายเวอร ช น ซ งสามารถสร ป ระบบปฏ บ ต การแบบเดสก ท อปของบร ษ ทไมโครซอฟต ระบบปฏ บ ต การ คาอธ บาย Windows NT Workstation ระบบปฏ บ ต การแบบไคลแอนต ซ งออกแบบให ทางานก บ Windows NT Server Windows 98 ระบบปฎ บ ต การแบบสแตนอโลน Windows 2000 ระบบปฏ บ ต การท พ ฒนามาจาก Windows NT Workstation Professional Windows Millennium อาจเร ยก Windows ME เป นระบบปฏ บ ต การท พ ฒนามาจาก Edition Windows 98 Windows XP ระบบปฏ บ ต การท พ ฒนามาจาก Windows 2000 ซ งม การปร บปร ง ส วนต ดต อก บผ ใช ความเสถ ยร และความน าเช อถ อของระบบ Windows Vista ระบบปฏ บ ต การไมโครซอฟต เวอร ช นล าส ด ซ งม การปร บปร ง เทคโนโลย ทางด านความปลอดภ ย และการค นหาท ม ประส ทธ ภาพ ตารางท 2.1 ระบบปฏ บ ต การว นโดวส ในป ค.ศ บร ษ ทไมโครซอฟต ได นาเสนอระบบปฏ บ ต การ Windows XP ซ งเป น ระบบปฏ บ ต การท น ยมใช งานก นอย างแพร หลาย และในป ค.ศ บร ษ ทไมโครซอฟต ได นาเสนอ ระบบปฏ บ ต การว นโดวส เวอร ช นล าส ดค อ Windows Vista โดยม ส วนท แตกต างจาก Windows XP ได แก เทคโนโลย ทางด านความปลอดภ ยช นส ง ซ งออกแบบมาเพ อป องก นการขโมยหร อ ส ญหายของข อม ลจากผ ไม หว งด รวมถ งสปายแวร ส วนต ดต อก บผ ใช ในล กษณะ 3 ม ต ท ออกแบบให ใช งานได ง ายกว าเด ม ด วยร ปแบบ ท โปร งใส สวยงาม ระบบการจ ดการไฟล แบบใหม ซ งเร ยกว า WinFs (Windows Future Storage) ท ช วย ให ผ ใช สามารถจ ดเก บ และค นหาไฟล ชน ดต างๆ เช น ไฟล เอกสาร ไฟล ภาพ ไฟล ม ลต ม เด ย รวมไปถ ง อ เมลล ได อย างง ายดาย รวมถ งให ผ ใช สามารถจ ดการก บข อม ลได อ ตโนม ต จากรายละเอ ยดเน อหา ภายในไฟล และสามารถสร างคาค นท อาศ ยร ปแบบของความส มพ นธ ได เช น show me all mail from

72 65 people I am meeting with this week ซ งจะเป นการแสดงอ เมลล ของท กคนท เข าร วมประช มด วยใน ส ปดาห น แมคโอเอส บร ษ ทแมคอ นทอชได นาเสนอเคร องไมโครคอมพ วเตอร และระบบปฏ บ ต การต วแรก ในป ค.ศ ซ งจ ดเป นระบบปฏ บ ต การต วแรกท ม ส วนต ดต อก บผ ใช ผ านทางร ปภาพ ทาให ง ายต อการ ใช งานของผ เร มต น โดยออกแบบมาเพ อทางานก บเคร องคอมพ วเตอร แอปเป ล ซ งแมคโอเอส (Mac OS) ไม ได ร บความน ยมอย างแพร หลายเท าก บระบบปฏ บ ต การว นโดวส เพราะม โปรแกรมบางต ว เท าน นท สามารถท างานได ภายใต สภาพแวดล อมของระบบปฏ บ ต การน อย างไรก ตาม ระบบปฏ บ ต การแมคโอเอสย งคงเป นระบบปฏ บ ต การท น าสนใจ เน องจากความสามารถส งและใช งานได ง าย โดยส วนใหญ น ยมใช ในงานออกแบบกราฟ ก งานออกแบบส อส งพ มพ และการใช งานตาม บ านท วไป ระบบปฏ บ ต การของบร ษ ทแมคอ นทอชเวอร ช นล าส ด ค อ Mac OS X (อ านว า แมคโอเอส เท น) ซ งเวอร ช น 10.4 ท ร จ กในช อว า Tiger ซ งจ ดเตร ยมร ปแบบการทางาน Spotlight และ Dashboad ท ม ประส ทธ ภาพ โดย Spotlight เป นการปฏ ว ต เทคโนโลย การค นหาบนเคร องคอมพ วเตอร เดสก ท อป ท ช วยให ผ ใช ค นหาส งต างๆ ท เก บอย ในเคร องได ท นท ไม ว าจะเป นไฟล เอกสาร อ เมลล รายละเอ ยด บ คคล รวมถ งร ปภาพ ส วน Dashboard เป นกล มของโปรแกรมเฉพาะทางท ช วยให เก ดความคล องต ว และความรวดเร วในการทางาน เช น โปรแกรมเคร องค ดเลข เคร องแปลงหน วย ปฏ ท นวางแผนงาน อ กท งย งทาให ผ ใช สามารถเข าถ งคงข อม ลส าค ญๆ จากอ นเทอร เน ตได ท นท เช น ราคาด ชน ห น การ รายงานสภาพอากาศ ตารางการบ น โดยผ ใช สามารถเร ยกใช งาน Dashboard ได ด วยการกดป ม F12 โปรแกรมย อยเหล าน จะปรากฏออกมาให เล อกใช งานได ท นท ส าหร บเวอร ช นถ ดไปของ ระบบปฏ บ ต การแมคโอเอส ซ งคาดว าจะนาเสนอในราวป ค.ศ จะใช ช อว า Leopard ย น กซ และล น กซ ย น กซ (UNIX) เป นระบบปฏ บ ต การเคร อข าย โดยในระยะเร มต นออกแบบมาเพ อใช สาหร บ เคร องม น คอมพ วเตอร ต อมาได พ ฒนาเพ อให สามารถทางานในเคร องไมโครคอมพ วเตอร ได อย างม ประส ทธ ภาพ และได ม การพ ฒนาเป นเวอร ช นต างๆ ซ งเวอร ช นท ได ร บความสนใจมาก ค อ ล น กซ (Linux) ขณะท ระบบปฏ บ ต การว นโดวส แมคโอเอสและย น กซ ในหลายเวอร ช น เป นระบบปฏ บ ต การ ท ม บร ษ ทเป นเจ าของล ขส ทธ แต ระบบปฏ บ ต การล น กซ สามารถใช งานได ฟร และจ ดเป นโปรแกรม แบบโอเพ นซอร สท หาได จาหลายๆ แหล งข อม ล เช น เว บ ระบบปฏ บ ต การล น กซ พ ฒนาข นเป นคร ง

73 66 แรกในป ค.ศ โดยน กศ กษาช อ Linus Torvalds จากมหาว ทยาล ยเฮลซ งก ซ งผ พ ฒนายอมให ผ สนใจท วไปสามารถปร บปร ง และพ ฒนาซอร ส โค ดของโปรแกรมได ด งน นล น กซ จ งเป นทางเล อก ใหม ท กาล งได ร บความน ยมนอกเหน อจากระบบปฏ บ ต การว นโดวส ย ท ล ต ย ท ล ต (utility) จ ดเป นโปรแกรมพ เศษ ซ งออกแบบมาเพ อช วยการทางานภายในของเคร อง คอมพ วเตอร ให สามารถทางานได ง าย และม ประส ทธ ภาพมากข น โดยพ ฒนามากจากแนวค ดท ต องการให เคร องไมโครคอมพ วเตอร ทางานได ตลอดเวลาโดยไม เก ดป ญหาใดๆ เช น ฮาร ดด สก เส ย ไวร สเข ามาในระบบจนทาให คอมพ วเตอร ทางานได ช าลง หร อไม สามารถทางานได เลย ย ท ล ต ท จาเป นสาหร บการใช งาน ได แก โปรแกรมปร บแก ป ญหา (troubleshooting program หร อ diagnostic program) ใช ตรวจสอบ และแก ไขป ญหา เพ อไม ให เก ดป ญหาต างๆ ขณะท คอมพ วเตอร ทางาน โปรแกรมป องก นไวร ส (antivirus program) ใช ป องก นไวร สคอมพ วเตอร และ โปรแกรมอ นๆ ท เข ามาสร างความเส ยหายให ก บระบบคอมพ วเตอร โปรแกรมยกเล กการต ดต ง (uninstall program) ใช ลบโปรแกรมซ งไม ต องใช งาน รวมถ งไฟล ท เก ยวข องออกจากฮาร ดด สก อย างสมบ รณ โปรแกรมส ารองข อม ล (backup program) ใช ทาส าเนาเพ อใช ในกรณ ท ข อม ล เส ยหาย หร อส ญหาย โปรแกรมบ บอ ดไฟล (file compression program) ใช ลดขนาดไฟล เพ อลดเน อท ใน การจ ดเก บ และทาให สามารถส งไฟล ด งกล าวทางอ นเทอร เน ตได อย างม ประส ทธ ภาพ ระบบปฏ บ ต การโดยส วนใหญ จะจ ดเตร ยมโปรแกรมย ท ล ต บางต วส าหร บการใช งาน และ หากต องการโปรแกรมย ท ล ต อ นๆ ท ม ประส ทธ ภาพส งในการท างาน นอกเหน อจากท ระบบปฏ บ ต การได จ ดเตร ยมไว ให สามารถหาได จากช ดโปรแกรมย ท ลต โปรแกรมย ท ล ต ของระบบปฏ บ ต การว นโดวส ระบบปฏ บ ต การว นโดวส ได จ ดเตร ยมโปรแกรมย ท ล ต บางต ว เช น Backup, Disk Cleanup และ Disk Defragmenter โดยสามารถเป ดใช งานโปรแกรมเหล าน ได จากเมน System Tools 1. คล กป ม Start 2. คล กคาส ง All Programs คล กคาส ง Accessories เล อก System Tools

74 67 Backup เป นโปรแกรมย ท ล ต ท ช วยส ารองข อม ล โดยจะทาการค ดลอกไฟล ท ต องการจาก ฮาร ดด สก ไปเก บย งหน วยความจาสารอง ต วอย างเช น เม อเล อก Backup จากเมน System Tools ใน Windows XP ค ณสามารถสร างข อม ลสารองจากฮาร ดด สก ของค ณได 1. คล กท ป ม Start เล อก Accessories จากเมน All Programs เล อก Backup จากเมน System Tools 2. โปรแกรมจะดาเน นงานโดยม ว ซาร ตช วยในการต ดต ง เล อก Backup และเล อกไฟล ท ต องการ เล อกตาแหน งปลายทางท ต องการสารองข อม ล 3. ข นส ดท ายของว ซาร ต ให เล อกไดร ฟท ต องการส ารองข อม ล เล อก Progress Windows เพ อเร มดาเน นงาน Disk Cleanup จ ดเป นโปรแกรมย ท ล ต ประเภทปร บแก ป ญหา ซ งช วยลบไฟล ท ไม จาเป นท งไป เช น ไฟล หร อโปรแกรมต างๆ ท อาจถ กบ นท กอย ในฮาร ดด สก ขณะท ค ณท องไปในเว บ โดยจะท าให ฮาร ดด สก ม เน อท ว างเพ มข น และช วยเพ มประส ทธ ภาพการท างานของระบบ ต วอย างเช น เม อทาการเล อก Disk Cleanup จากเมน System Tools ใน Windows XP ค ณสามารถลบ ไฟล ท ไม ต องการจากฮาร ดด สก ได 1. คล กท ป ม Start เล อก Accessories จากเมน All Programs เล อก Disk cleanup จากเมน System Tools 2. เล อกประเภทของไฟล ท ต องการลบ คล ก OK คล ก Yes เพ อเร มต นการทางานของ Disk Cleanup 3. โปรแกรมย ท ลต จะทาการลบไฟล ท ได เล อกไว การจ ดเก บและการจ ดการโครงสร างของไฟล จะกระทาบนแทร คและเซกเตอร ของด สก แทร ค (track) ม ล กษณะเป นวงซ อนก นรอบจ ดศ นย กลาง โดยแต ละแทร คจะม การแบ งออกเป นส วนๆ ท เร ยกว า เซกเตอร (sector) ระบบปฏ บ ต การจะบ นท กไฟล ลงบนแทร คใดๆ โดยพยายามให อย ใน เซกเตอร ท ต อเน องก น แต อย างไรก ด เม อใช งานฮาร ดด สก ไปได ระยะหน ง ฮาร ดด สก อาจม เน อท ไม เพ ยงพอส าหร บการบ นท กไฟล ขนาดใหญ ให อย ในเซกเตอร ท ต อเน องก นได ไฟล ด งกล าวจ งต องถ ก แตกออกเป นส วนเล กๆ (fragmented) เพ อให สามารถบ นท กลงในเน อท ว างท เหล ออย ได เม อม การ เร ยกใช งานไฟล ด งกล าวจ งต องม การจ ดเร ยงโครงสร างของไฟล ใหม จากไฟล ส วนเล กๆ ท ถ กแตกน น ด งน นการบ นท กไฟล ลงบนเน อท ซ งไม ต อเน องก นบนฮาร ดด สก น จะทาให การอ านและการบ นท ก ข อม ลทาได ช าลง Disk Defragmenter เป นโปรแกรมย ท ล ต ท ช วยรวมไฟล ให อย ในเน อท ต อเน องก น และจ ด ระเบ ยบเน อท ว างบนด สก ให อย ในร ปแบบท ม ประส ทธ ภาพมากท ส ด ต วอย างเช น เม อทาการเล อก

75 68 Disk Defragmenter จากเมน System Tools ใน Windows XP ค ณสามารถรวมเน อท ว างในฮาร ดด สก ได 1. คล กท ป ม Start เล อก Accessories จากเมน All Programs เล อก Disk Defragmenter จากเมน System Tools 2. เล อกประเภทของไฟล ท ต องการลบ เล อกไดร ฟท ต องการดาเน นงาน คล กป ม Analyze เพ อระบ ล กษณะการดาเน นงานท ต องการ คล กป ม View Report เพ อเล อกด ล กษณะรายงาน การดาเน นงาน คล กป ม Defragment เพ อเร มดาเน นงาน คล กป ม Close เพ อป ดโปรแกรม ร ปท 2.12 การเร ยกใช โปรแกรมย ท ล น ระบบปฏ บ ต การ Windows 7 ช ดโปรแกรมย ท ล ต ช ดโปรแกรมย ท ล ต (utility suite) จะคล ายก บช ดซอฟต แวร ประย กต ซ งเป นการรวม โปรแกรมย ท ล ต หลายๆ โปรแกรมเข าไว เป นช ดเด ยวก น ทาให ผ ซ ประหย ดค าใช จ ายมากกว าการแยก ซ อแต ละต ว โดยช ดโปรแกรมย ท ลต ซ งเป นท ร จ ก ได แก esafe Desktop, McAfree Office และ Norton SystemWorld โดยจะประกอบด วยโปรแกรมย ท ล ต หลายต ว เช น ย ท ล ต ท ช วยป องก นโปรแกรมท เป น อ นตรายต อระบบคอมพ วเตอร ซ งเร ยกว า ไวร สคอมพ วเตอร (computer virus) โดยสามารถตรวจจ บ ไวร สคอมพ วเตอร ได จากหลายทาง เช น จากไฟล ซ งแนบมาพร อมก บอ เมล หร อจากซอฟต แวร ท ดาวน โหลดจากอ นเทอร เน ต

76 69 Norton SystemWorks เป นช ดโปรแกรมย ท ล ต ต วหน งท น ยมใช งานก นอย างแพร หลาย ประกอบด วย Norton Antivirus จ ดเป นโปรแกรมย ท ล ต ประเภทป องก นไวร ส ซ งสามารถป องก น ตรวจจ บ และลบไวร สคอมพ วเตอร ได มากกว า 21,000 ต ว อ กท งย งสามารถอ พเดทโปรแกรมได อย าง อ ตโนม ต เพ อการตรวจจ บไวร สต วใหม ๆ Norton ClaenSweep เป นโปรแกรมท ช วยลบไฟล หร อโปรแกรมท ไม ต องการใช ออกจากระบบ รวมถ งการป องก นไฟล ท ม อย จากการต ดต งโปรแกรมใหม Web Cleanup เป นโปรแกรมซ งช วยลบไฟล ท ไม จาเป นท งไป เช น ๆฟล ช วคราวท เก ดจากโปรแกรมประย กต ไฟล แคช ไฟล ประว ต และค กก Connection Keep Alive เป นโปรแกรมท ช วยป องก นการต ดการเช อมต ออ นเทอร เน ต โดยจาลองการเร ยกใช งานของผ ใช แม ในขณะท ผ ใช ไม ม การใช งานจร ง GoBack Personal Edition เป นโปรแกรมท ช วยต งค าของระบบให อย ในสภาพเด ม ช วยในการระบ ตาแหน งไฟล ท ส ญหาย และช วยซ อมแซมไฟล ท เส ยหาย Norton Utilities จ ดเป นโปรแกรมย ท ล ต ประเภทปร บแก ป ญหาท ใช ปร บปร ง ประส ทธ ภาพการทางานของระบบ ตรวจสอบ และแก ไขป ญหา รวมท งป องก นไม ให เก ดป ญหาต างๆ ขณะท คอมพ วเตอร ทางาน เช น โปรแกรม One Button Checkup ด ไวซ ไดรเวอร อ ปกรณ คอมพ วเตอร เช น เมาส และเคร องพ มพ สามารถต ดต อก บระบบคอมพ วเตอร ได โดย ใช โปรแกรมพ เศษท เร ยกว า ด ไวซ ไดรเวอร (device driver) หร อเร ยกง ายๆ ว า ไดรเวอร (driver) ซ งจะ ทางานร วมก บระบบปฏ บ ต การ โดยเม อเคร องคอมพ วเตอร เร มทางาน ระบบปฏ บ ต การจะโหลดด ไวซ ไดรเวอร ท กต วลงส หน วยความจา หากม การต ดต งอ ปกรณ ใหม ในระบบคอมพ วเตอร จะต องทาการต ดต งด ไวซ ไดรเวอร ของ อ ปกรณ ด งกล าวก อนการใช งาน เพ อให อ ปกรณ สามารถทางานได โดยระบบปฏ บ ต การว นโดวส ได จ ดเตร ยมด ไวซ ไดรเวอร ต างๆ ไว ในระบบซอฟต แวร แล ว โดยท วไปอ ปกรณ ท ม การต ดต งคร งแรกใน ระบบคอมพ วเตอร จะม การเล อกด ไวซ ไดรเวอร ท เหมาะสมให ก บอ ปกรณ ด งกล าว และทาการต ดต ง ให โดยอ ตโนม ต ผ ใช จาเป นต องทาการต ดต งเอง ด งน น ระบบปฏ บ ต การว นโดวส จ งได จ ดเตร ยมว ซาร ตเพ อช วยในการทางานด งกล าว เช น ว ซาร ตสาหร บการต ดต งเคร องพ มพ ท ช วยให ผ ใช สามารถ ไดร เวอร ของเคร องพ มพ และต ดต งได อย างง ายดาย โดยจะทางานท ละข นตอนสาหร บด ไวซ ไดรเวอร อ นๆ นอกเหน อจากท ได จ ดเตร ยมไว ในซอฟต แวร ระบบน นสามารถดาวน โหลดได จากเว บไซต ของ บร ษ ทผ ผล ตอ ปกรณ

77 70 update การอ พเดทไดร เวอร ทาให สามารถต ดต งอ ปกรณ ใหม ๆ ได ซ งทาได ง ายโดยใช Windows คล กท ป ม Start เล อก Control Panel จากเมน Start คล ก Printer and faxes คล ก Add a printer สร ปสาระส าค ญของบทท 2 ซอฟต แวร ประย กต ซอฟต แวร แบ งออกเป น 2 ประเภท ค อ ซอฟต แวร ระบบและซอฟต แวร ประย กต ซอฟต แวร ระบบใช ส าหร บจ ดการฮาร ดแวร และรายละเอ ยดทางด านเทคน คต างๆ แต ซอฟต แวร ประย กต จะใช ส าหร บการทางานเฉพาะ สามารถแบ งซอฟต แวร ประย กต ออกเป น 2 ประเภทค อ 1) ซอฟต แวร ประย กต พ นฐาน 2) ซอฟต แวร ประย กต เฉพาะงาน ค ณล กษณะของซอฟต แวร ประย กต ประกอบด วย ส วนต ดต อก บผ ใช ด วยภาพกราฟ ก (GUI) ว นโดว หร อหน าต างการทางานของแต ละโปรแกรม เมน แสดงคาส งการใช งานต างๆ ไดอะล อกบ อกซ ท แสดงข อม ลเพ มเต มแก ผ ใช แถบเคร องม อซ งประกอบด วยป มคาส งต างๆ ซอฟต แวร ประย กต ท ทางานผ านเว บหร อเว บเบสแอพพล เคช น เป นการใช งานวอฟต แวร ประย กต ผ านทางเว บไซต โดยผ ให บร การซอฟต แวร ประย กต หร อเอเอสพ ซอฟต แวร ประย กต พ นฐาน ซอฟต แวร ประย กต พ นฐาน หร อบางคร งเร ยกว า ซอฟต แวร ประย กต อเนกประสงค หร อ ซอฟต แวร ช วยเพ มผลผล ต เป นซอฟต แวร ท น ยมใช งานก นอย างแพร หลาย ได แก โปรแกรมประมวล คา โปรแกรมตารางทาการ โปรแกรมนาเสนอ และโปรแกรมจ ดการฐานข อม ล โปรแกรมประมวลผลคา เป นโปรแกรมท ใช ในการสร าง แก ไข บ นท ก และพ มพ งานเอกสาร โปรแกรมตารางทาการ ใช สาหร บจ ดการและว เคราะห ข อม ลท เป นต วเลข และงาน อ นๆ โปรแกรมจ ดการฐานข อม ล เป นโปรแกรมท ใช ส าหร บทาโครงสร างของฐานข อม ล และม เคร องม อต างๆ สาหร บเพ ม แก ไข และด งข อม ล

78 71 โปรแกรมนาเสนอ ใช เพ อสร างงานนาเสนอท น าสนใจและด เป นม ออาช พ การใช ข อม ลร วมก นระหว างซอฟต แวร ประย กต ต างๆ ความสามารถในการใช ข อม ลร วมก น ทาให เก ดประโยชน และความสะดวกสบายในการ ทางานระหว างโปรแกรมประย กต ซ งได แก การค ดลอกและวาง การเช อมโยง และการฝ งว ตถ ซอฟต แวร ประย กต เฉพาะงาน ซอฟต แวร ประย กต เฉพาะงาน เป นโปรแกรมท ถ กใช สาหร บงานเฉพาะและสาหร บกล มสาขา อาช พน นๆ เช น ซอฟต แวร ส าหร บการจ ดการภาพกราฟ ก ม ลต ม เด ย การสร างเว บไซต ป ญญาประด ษฐ ฐานความร ระบบผ เช ยวชาญ ความจร งเสม อน และห นยนต ซอฟต แวร ส าหร บการจ ดการภาพกราฟ ก ซอฟต แวร ส าหร บการจ ดการภาพกราฟ กเป นโปรแกรมประย กต ท ม ความสามารถจ ดการ ภาพกราฟ ก โดยสามารถแบ งชน ดของภาพออกเป น 2 ชน ด ค อ ภาพบ ตแมพ เร ยกอ กอย างหน งว า ภาพราสเตอร เป นภาพท ประกอบข นจากจ ด จานวนมากท เร ยกว า พ กเซล ภาพเวกเตอร ใช การวาดภาพเวกเตอร เป นร ปร างหร อว ตถ ซอฟต แวร สร างเว บไวต ซอฟต แวร สร างเว บไซต เป นซอฟต แวร สาหร บการจ ดทาเว บไซต ประกอบด วย 2 ส วน ค อ ส วนการออกแบบ ประกอบด วยเคร องม อเพ ออานวยความสะดวกให แก ผ ใช ในการ ออกแบบโครงสร างของเว บไซต เช น แผนภาพกราฟ ก ส วนการสร างเว บเพจ สน บสน นการสร างและแก ไขเว บเพจด วยภาษา HTML ซอฟต แวร ประย กต ส าหร บการใช งานด านการพ มพ ซอฟต แวร ประย กต สาหร บการใช งานด านการพ มพ หร อ โปรแกรมวางร ปแบบหน ากระดาษ จะรวมข อความและภาพกราฟ กไว ด วยก นเพ อสร างผลงานส อส งพ มพ ท ม ค ณภาพส ง ซอฟต แวร ต ดต อเส ยงและว ด โอ ซอฟต แวร ต ดต อเส ยง ใช ส าหร บสร างและต ดต อเส ยง และทาให ผ ใช สามารถ ปร บปร งหร อ เปล ยนแปลงเส ยงท ได บ นท กไว ซอฟต แวร ต ดต อว ด โอ สามารถจ ดลาด บภาพ เพ มล กเล น และอ นๆ

79 72 ซอฟต แวร สร างม ลต ม เด ย ซอฟต แวร สร างม ลต ม เด ยเป นโปรแกรมพ เศษท ใช สาหร บสร างงานนาเสนอม ลต ม เด ย ซ งจะ เป นการนาว ด ท ศน เส ยง กราฟ ก และข อความมารวมก นภายใต โครงสร างอ นเด ยวก น ซอฟต แวร ประย กต เก ดใหม ป ญญาประด ษฐ หร อเอไอ ค อ ความพยายามพ ฒนาระบบคอมพ วเตอร ท สามารถจาลองการ ร บร กระบวนการค ดและท าทางต างๆ ของมน ษย แบ งออกเป น 3 สาขา ค อ ความเป นจร งเสม อน ฐานความร ระบบผ เช ยวชาญ ห นยนต ศาสตร ซอฟต แวร ระบบ ซอฟต แวร ระบบจะทางานร วมก บผ ใช ซอฟต แวร ประย กต และฮาร ดแวร ของคอมพ วเตอร เพ อควบค มด านเทคน ค ประกอบด วยกล มของโปรแกรม 4 ชน ด ค อ ระบบปฏ บ ต การ โปรแกรมย ท ล ต ด ไวซ ไดรเวอร ต วแปลภาษา ระบบปฏ บ ต การ หน าท หล กของระบบปฏ บ ต การได แก การจ ดการก บทร พยากรคอมพ วเตอร การจ ดเตร ยม ส วนต ดต อก บผ ใช การดาเน นงานก บโปรแกรมประย กต ล กษณะของระบบปฏ บ ต การ การบ ทระบบอาจเป นการสตาร ท (เร ยก โคลด บ ท) หร อ การร สตาร ท (เร ยกวอร มบ ท) ระบบ คอมพ วเตอร ล กษณะท วไปของระบบปฏ บ ต การได แก ไอคอน พอยน เตอร ว นโดวส เมน ไดอะล อกบ อกซ และต วช วยเหล อสาหร บไฟล และดฟลเดอร ใช ในการเก บข อม ลและโปรแกรม ประเภทของระบบปฏ บ ต การ ระบบปฏ บ ต การแบ งได 3 ประเภทได แก แบบฝ งต ว แบบเคร อข าย แบบเดสก ท อป ระบบปฏ บ ต การท ม ช อเส ยงได แก ว นโดวส แมคโอเอเอส ล น กซ และย น กซ โปรแกรมย ท ล ต โปรแกรมย ท ลต เพ อให การทางานในเคร องคอมพ วเตอร ทาได ง ายข น ระบบปฏ บ ต การ ว นโดวส จ ดเตร ยมโปรแกรมย ท ล ต บางส วน เช น Backup, Disk Cleanup และ Disk Defragmenter ซ ง สามารถเป ดใช งานได จากเมน System Tools

80 73 ด ไวซ ไดรเวอร ด ไวซ ไดรเวอร เป นโปรแกรมพ เศษท ออกแบบมาเพ อให อ ปกรณ ร บเข าและส งออก สามารถ ต ดต อก บระบบคอมพ วเตอร ได แบบฝ กห ดท ายบทท 2 1. ความหมายและประเภทของซอฟต แวร ค อ 2. จงยกต วอย างซอฟต แวร ระบบ ได แก 3. จงยกต วอย างซอฟต แวร ประย กต ได แก 4. โปรแกรมย ท ล ต ค ออะไร 5. ระบบปฏ บ ต การทาหน าท อะไร

81 ระบบสารสนเทศ (Information Systems) บทท 3 ความร เบ องต นเก ยวก บระบบสารสนเทศ (Information Systems) 1) ความหมายของระบบสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ (Information Systems) หมายถ ง กล มของระบบงานท ประกอบด วย ฮาร ดแวร หร อต วอ ปกรณ และซอฟต แวร หร อโปรแกรมคอมพ วเตอร ท ทาหน าท รวบรวม บ นท ก ประมวลผล และแจกจ ายสารสนเทศเพ อใช ในการวางแผน ควบค ม จ ดการและสน บสน นการ ต ดส นใจ ระบบสารสนเทศประกอบด วยบ คคล สถานท และส งของภายในองค กรน น หร อ ส งแวดล อมภายในองค กร ในกระบวนการทางานของระบบสารสนเทศประกอบด วยส วนประกอบหล ก 3 ส วนได แก การนาข อม ลเข าส ระบบ (Input) การประมวลผล (Processing) และผลล พธ (Output) ซ งม รายละเอ ยด ด งน การนาข อม ลเข าส ระบบ (Input) จ ดรวบรวมข อม ลจากส วนต างๆ เข าส ระบบเพ อ การประมวลผล การประมวลผล (Processing) ทาหน าท ปร บเปล ยนข อม ลท น าเข าให อย ใน ร ปแบบท ม ความหมายเพ อใช ประโยชน ในการต ดส นใจ วางแผน ควบค ม และ ดาเน นการด านต างๆ ในการประมวลผลสามารถกระทาด วยม อหร อคอมพ วเตอร ผลล พธ (Output) เป นผลผล ตท ได จากการประมวลผลแล ว โดยท วไปอย ในร ป เอกสารหร อรายงานสารสนเทศ ไปเสนอให แก ผ ใช ตามความเหมาะสม ระบบสารสนเทศบางระบบต องการ การตอบสนอง (Feedback) ซ งก ค อส วนหน งของข อม ล ท ผ านการประมวลผลแล ว แต ถ กส งกล บเข าไปย งส วนการนาเข าข อม ลอ กคร งหน ง เพ อการตรวจสอบ ค ณภาพ หร อการปร บแต งระบบให ม ความสอดคล องก บสภาวะท ต องการ

82 75 ร ปท 3.1 แสดงภาพโครงสร างของระบบสารสนเทศ ท มา : ระบบสารสนเทศเป นการนาเอาเทคโนโลย สารสนเทศด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร เข ามาช วย ในการจ ดการภายในองค กรด านต างๆ เพ อให องค กรบรรล เป าหมายตามท องค กรต งไว ด วยความ สะดวก รวดเร ว แม นยา โดยระบบสารสนเทศม องค ประกอบท สาค ญ 6 ส วน ค อ ฮาร ดแวร (Hardware) ประกอบด วยเคร องคอมพ วเตอร และอ ปกรณ ต างๆ ท ใช เช อมโยง คอมพ วเตอร เข าด วยก นก บเคร อข าย ซอฟต แวร (Software) โปรแกรมเป นช ดคาส งท จะส งงานให ฮาร ดแวร ทางานตามลาด บหน งๆ ข อม ล/สารสนเทศ (Data/Information) จะเป นต วช ให เห นความส าเร จหร อความล มเหลวของ องค กร ผ ใช / บ คลากร (User/People) บ คลากรในระด บต างๆ เทคโนโลย การต ดต อส อสาร (Network & Communication) ข นตอนการปฏ บ ต งาน (Procedure)

83 76 ร ปท 3.2 แสดงภาพองค ประกอบของระบบสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ เป นสาขาว ชาท ต องใช ความร จากศาสตร หลายแขนง ท งศาสตร ทางด าน ว ทยาศาสตร ด านเทคโนโลย และด านส งคมและพฤต กรรม ร ปท 3.3 แสดงภาพศาสตร ท เก ยวข องก บระบบสารสนเทศ 2) หน าท ระบบสารสนเทศ การจ ดเก บ บ นท กและประมวลผล (Collection, Entry, Processing)เป นหน าท หล กของ ระบบในการจ ดเก บข อม ลต างๆ เก ยวก บการดาเน นการท งหมดขององค กร เช น เม อล กค าส งส นค า

84 77 ระบบจะจ ดการตรวจสอบว าม ส นค าพอสาหร บการจ ดส งหร อไม ถ าม จะทาการจ ดส งของ พ มพ ใบส ง ของ (Invoice)และบ นท กข อม ลการส งซ อส นค าน นไว การจ ดการฐานข อม ล (Database Management)ข อม ลท เก ดข นในองค กรจะถ กเก บไว ใน ฐานข อม ล ซ งต องใช โปรแกรมจ ดการฐานข อม ล (Database Management System: DBMS) มาช วยใน การจ ดการและอานวยความสะดวกในการจ ดเก บข อม ล เปล ยนแปลงแก ไขข อม ล ค นหาข อม ล ตลอดจนช วยผ ใช ให สามารถใช ข อม ลร วมก นได โดยไม ส บสน การจ ดท ารายงาน (Report)เป นกล มโปรแกรมท ม หน าท ในการจ ดทารายงานต างๆ เพ อส ง ให แก ผ บร หารหร อผ ใช ระบบ การสอบถามข อม ล (Query)ค อโปรแกรมท อานวยความสะดวกในการสอบถามข อม ลต างๆ ท ม ในฐานข อม ลซ งการสอบถามม 2 แบบค อ - การสอบถามแบบประจา ทาให สามารถออกแบบโปรแกรมในการค นหาไว ล วงหน าได - การสอบถามแบบไม แน นอน (Ad hoc query)เราไม สามารถทราบล วงหน าได ว าผ บร หาร ต องการสารสนเทศแบบใด ทาให ไม สามารถเตร ยมโปรแกรมการค นหาล วงหน าได การช วยสน บสน นการต ดส นใจ (Decision Support)เป นโปรแกรมส าหร บอานวยความ สะดวกให ผ บร หารนาข อม ลการดาเน นงานของบร ษ ทหร อหน วยงานมาป อนเข าส แบบจาลอง (model) เพ อทดสอบแนวค ดของตน หร อเพ อหาแนวทางการต ดส นใจว าแบบใดจะให ผลด ท ส ด 3) ข อด และผลกระทบในแง ลบของระบบสารสนเทศ ข อด ของระบบสารสนเทศ ผลกระทบในแง ลบของระบบสารสนเทศ ระบบสารสนเทศสามารถทาการคานวณ และประมวลผลงานได เร วกว าคนมาก ระบบสารสนเทศช วยเหล อองค กรในการ เ ร ย น ร ร ป แ บ บ ก า ร ซ อ ส น ค า แ ล ะ ความชอบของล กค า ระบบสารสนเทศนาเสนอประส ทธ ภาพ ผ านการให บร การต างๆ เช น ต เบ กเง น อ ตโนม ต เอท เอ ม ระบบโทรศ พท หร อ ระบบงานท สามารถทางานได โดยอ ตโนม ต อาจทาให ม คนตกงานเพ มข นอย างรวดเร ว ระบบสารสนเทศช วยให สามารถบ นท กรายละเอ ยด ของคนได อย างง ายดายซ งอาจเป นการละเม ดส ทธ ส วนบ คคล ระบบสารสนเทศถ กนามาใช งานอย างกว างขวางของ ระบบงานอาจนาไปส ความล มเหลวขององค กรระบบ ขนส งมวลชนหย ดทางาน หร ออาจร ายแรงถ งข นทา

85 78 เคร องบ นท ใช คอมพ วเตอร ควบค ม เป น ต น ระบบอ นเตอร เน ตช วยในการเผยแพร ข าวสารไปส คนท วโลกได ระบบสารสนเทศสน บสน นระบบการ ร กษาโรคข นก าวหน าร งส ว ทยา และการ เฝ าตรวจคนไข ให ช มชนเป นอ มพาตได ระบบอ นเตอร เน ตอาจถ กน ามาใช ในการถ ายทอด ข อม ลหร อโปรแกรมท ละเม ดล ขส ทธ ได ผ คนท ใช ระบบสารสนเทศเป นอย างมากจะประสบ ป ญหาการเจ บป วยในร ปแบบใหม ๆ ตารางท 1.1 แสดงต วอย างของข อด และผลกระทบในแง ลบของระบบสารสนเทศ 3.2 เทคโนโลย สารสนเทศ (Information Technology หร อ IT) เทคโนโลย สารสนเทศ (Information Technology หร อ IT) ประกอบด วยคา 2 คา ค อ เทคโนโลย และสารสนเทศ เทคโนโลย ค อการประย กต เอาความร ด านว ทยาศาสตร มาใช ให เก ดประโยชน ท เก ยวข องก บ การผล ตการสร างว ธ การดาเน นงานและอ ปกรณ ท ไม ได เก ดข นตามธรรมชาต ส วนสารสนเทศค อ ผลล พธ ท เก ดจากการประมวลผลของข อม ลด บ การคานวณ การจ ดกล ม ข อม ล การเร ยงลาด บ และการสร ปผล ในร ปแบบของรายงานตามท ผ ใช ต องการ ด งน นเทคโนโลย สารสนเทศ ค อ การจ ดการสารสนเทศตามท ต องการโดยอาศ ยเคร องม อทาง เทคโนโลย ใหม ๆ และความร ในกระบวนการดาเน นงานในข นตอนต างๆ เพ อเพ มประส ทธ ภาพ ความ ถ กต อง แม นยา และความรวดเร วในการใช งาน ศาสตร ด านเทคโนโลย สารสนเทศเป นศาสตร ท ใหม มากและม ความสาค ญมากในส งคมป จจ บ น และถ อเป นหน งในสามศาสตร หล กท ถ กกล าวว าจะม ผล ต อส งคมในอนาคตมากท ส ด 1) องค ประกอบของเทคโนโลย สารสนเทศ - Processing Systemหมายถ ง ระบบประมวลผล องค กรต องทาการจ ดเก บและการประมวลผล ข อม ลด วยระบบอ เล กทรอน กส โดยใช คอมพ วเตอร เพ อให การทางานถ กต องและรวดเร ว - Communication Systemหมายถ ง ระบบส อสารโทรคมนาคม ระบบสารสนเทศท ด ต องประย กต เทคโนโลย อ เล กทรอน กส ในการส อสารข อม ลระหว างระบบคอมพ วเตอร และผ ใช ท อย ห างก นให สามารถส อสารก นได - Information Managementหมายถ ง การจ ดการสารสนเทศ

86 79 ร ปท 3.4 แสดงภาพองค ประกอบของเทคโนโลย สารสนเทศพ นฐาน 2) ล กษณะส าค ญของเทคโนโลย สารสนเทศ เทคโนโลย ได เข ามาเสร มป จจ ยพ นฐานการดารงช ว ต เทคโนโลย ตอบสนองความต องการ ของมน ษย มากข น เทคโนโลย ทาให ระบบการผล ตสามารถผล ตส นค าได เป นจานวนมากม ราคาถ กลง ส นค าได ค ณภาพ เทคโนโลย ทาให ม การต ดต อส อสารก นได สะดวก การเด นทางเช อมโยงถ งก นทาให ประชากรในโลกต ดต อร บฟ งข าวสารก นได ตลอดเวลา โดยพ นฐานของเทคโนโลย ย อมม ประโยชน ต อการพ ฒนาประเทศชาต ให เจร ญก าวหน าได แต เทคโนโลย สารสนเทศเป นเร องท เก ยวข องก บว ถ ความเป นอย ของส งคมสม ยใหม อย มาก ล กษณะ เด นท สาค ญของเทคโนโลย สารสนเทศม ด งน เทคโนโลย สารสนเทศช วยเพ มผลผล ต ในการประกอบการทางด านเศรษฐก จ การค า และการ อ ตสาหกรรม จาเป นต องหาว ธ ในการเพ มผลผล ต ลดต นท น และเพ มประส ทธ ภาพในการทางาน คอมพ วเตอร และระบบส อสารเข ามาช วยทาให เก ดระบบอ ตโนม ต เราสามารถฝากถอนเง นสดผ าน เคร องเอท เอ มได ตลอดเวลา ธนาคารสามารถให บร การได ด ข น ท าให การบร การโดยรวมม ประส ทธ ภาพ เทคโนโลย สารสนเทศเปล ยนร ปแบบการบร การเป นแบบกระจาย เม อม การพ ฒนาระบบ ข อม ล และการใช ข อม ลได ด การบร การต างๆ จ งเน นร ปแบบการบร การแบบกระจาย ผ ใช สามารถ ส งซ อส นค าจากท บ าน สามารถสอบถามข อม ลผ านทางโทรศ พท น ส ตน กศ กษาสามารถใช คอมพ วเตอร สอบถามผลสอบจากท บ านได เทคโนโลย สารสนเทศเป นส งท จ าเป นส าหร บการด าเน นการในหน วยงานต างๆป จจ บ นท ก หน วยงานต างพ ฒนาระบบรวบรวมจ ดเก บข อม ลเพ อใช ในองค กรประเทศไทยม ระบบทะเบ ยนราษฎร

87 80 ระบบเวชระเบ ยนในโรงพยาบาล ระบบการจ ดเก บข อม ลภาษ ในองค การท กระด บเห นความสาค ญท จะนาเทคโนโลย สารสนเทศมาใช เทคโนโลย สารสนเทศเก ยวข องก บคนท กระด บ พ ฒนาการด านเทคโนโลย สารสนเทศ ทาให ช ว ตความเป นอย ของคนเก ยวข องก บเทคโนโลย ด งจะเห นได จากการพ มพ ด วยคอมพ วเตอร การใช ตารางคานวณ และใช อ ปกรณ ส อสารโทรคมนาคมแบบต างๆ เป นต น 3.3 ความส มพ นธ ของระบบคอมพ วเตอร เทคโนโลย สารสนเทศ และระบบสารสนเทศ ร ปท 3.5 แสดงความส มพ นธ ของระบบคอมพ วเตอร (CS) เทคโนโลย สารสนเทศ (IT) และระบบสารสนเทศ (IS) ต วอย างเช น ใน business environment ท ดาเน นธ รก จเก ยวก บการให บร การการขาย โทรศ พท ม อถ อ ม บร ษ ท(Firms) ท ดาเน นธ รก จด านน หลายบร ษ ท เช น AIS, DTAC, ORANGE ในแต ละบร ษ ท (Firms) เช นบร ษ ท DTAC ม หลาย Business Process เช น งานฝ ายการตลาด งานฝ ายบ คคล งานฝ ายผล ต งานฝ ายบ ญช และการเง น แต ละงาน (Business Process) ม ระบบสารสนเทศหลายระบบ ท นาไปใช ในการทางานในฝ ายน น เช น งานฝ ายการตลาด ม ระบบสารสนเทศท ต องใช ในงานฝ ายน เช น ระบบ Customer Relationship Management (CRM) ระบบการขายอ ตโนม ต (Sale Automation) ในแต ละระบบสารสนเทศท บร ษ ท DTAC ม เทคโนโลย สารสนเทศหลายอย างท นามาใช เช น FAX ม อถ อ และระบบคอมพ วเตอร ซ งระบบคอมพ วเตอร เป นส วนหน งของเทคโนโลย สารสนเทศและ เทคโนโลย สารสนเทศก เป นส วนหน งของระบบสารสนเทศ ด งน นจะเห นได ว าท กส วนจะประกอบ ข นมาได ก ต องเร มจากส วนท เล กท ส ดก อน น นก ค อ Computer System ซ งประกอบด วยฮาร ดแวร

88 81 (Hardware) ซอฟต แวร (Software) ข อม ล/สารสนเทศ (Data / Information) และผ ใช /บ คลากร (User / People) สร ปสาระส าค ญของท ายบทท 3 ระบบสารสนเทศ (Information Systems) หมายถ ง ระบบงานท ถ กออกแบบข นมาเพ อเก บ รวบรวมข อม ลจ ดทา สารสนเทศ โดยการประมวลผลข อม ลจานวนมากให เหล อสารสนเทศจานวน น อย เพ อนามาใช และสน บสน นการทางานของท กคนในองค กรท ต องการใช ท งในระด บปฏ บ ต การ และระด บบร หารสารสนเทศเป นการนาเอาเทคโนโลย สารสนเทศด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร เข ามา ช วยในการจ ดการภายในองค กรด านต างๆ เพ อให องค กรบรรล เป าหมายตามท องค กรต งไว ด วยความ สะดวก รวดเร ว และแม นยา เทคโนโลย สารสนเทศ ค อ การจ ดการสารสนเทศตามท ต องการโดยอาศ ยเคร องม อทาง เทคโนโลย ใหม ๆ และความร ในกระบวนการดาเน นงานในข นตอนต างๆ เพ อเพ มประส ทธ ภาพ ความ ถ กต อง แม นยา และความรวดเร วในการใช งาน แบบฝ กห ดท ายบทท 3 1. ระบบสารสนเทศ (Information Systems) หมายถ งอะไร 2. เทคโนโลย สารสนเทศ (Information Technology หร อ IT)หมายถ งอะไร 3. จงอธ บายความส มพ นธ ของระบบคอมพ วเตอร เทคโนโลย สารสนเทศ และระบบสารสนเทศ 4. องค ประกอบของเทคโนโลย สารสนเทศได แก 5. หน าท ระบบสารสนเทศค อ

89 82 บทท 4 บทบาทและองค ประกอบของระบบสารสนเทศในองค กร (Role and elements of Information in Organization) 4.1 ความร เบ องต นเก ยวก บองค กร 1) ความหมายขององค กร องค กร(Organization) เป นการรวมกล มของบ คคล ม การทางานร วมก น เพ อให บรรล เป าหมายหร อว ตถ ประสงค เด ยวก น โดยงานท ร บผ ดชอบน นจะต องเป นไปอย างม ระเบ ยบแบบแผน โดยอาศ ยกระบวนการจ ดโครงสร างของก จกรรมหร องานน น ออกเป นประเภทต างๆ เพ อแบ งงาน ให แก สมาช กในองค การดาเน นการปฏ บ ต ซ งจะทาให การทางานร วมก นของคนในองค กรเป นไป ด วยด และม โอกาสในการประสบความสาเร จส ง องค กร เป นหน าท ส วนหน งของการจ ดการ (Organization as a Function of Management) เป นร ปของการจ ดก จกรรม หร องานต างๆ ท ม ล กษณะคล ายคล งก นเข าไว ด วยก น โดยกาหนดหน าท (authority) ความร บผ ดชอบ (Responsibility) องค กร ค อ กระบวนการ (Organization as a Process) ลาด บ ข นตอน ความต อเน อง การ ดาเน นงาน ซ งก อ ให เก ดความรวดเร ว ถ กต อง และประหย ด โดยม ข นตอนด งน - การกาหนดเป าหมาย (Determination of objectives) - การแบ งงาน (Division of activities) - การจ ดบ คคลเข าทางาน (Fitting individuals into activities) - การสร างความส มพ นธ (Developing relationships) 2) องค ประกอบท ส าค ญขององค กร - เป นการรวมต วก นของกล มคนต งแต สองคนข นไปเพ อประกอบก จกรรมใดก จกรรมหน ง - ส งสาค ญของความสาเร จขององค กรค อ การม เป าหมายหร อว ตถ ประสงค ร วมก น - การทางานร วมก นจะแบ งตามหน าท และความสามารถตามความถน ดของแต ละบ คคล

90 83 - โครงสร างขององค กรจะแสดงความส มพ นธ ระหว างตาแหน งต างๆ เพ อให ทราบบทบาท และหน าท ของตนเอง - องค กรจาเป นต องม สถานท หร อศ นย กลางการทางานและทร พยากรต างๆ อย างเพ ยงพอ เพ อช วยในการปฏ บ ต งานให ประสบความสาเร จ นอกจากน ส งท องค กรต องการอ กก ค อ การต ดส นใจ และการม ข าวสารข อม ล ท ม ค ณภาพต อ การทางานเพ อให ม ประส ทธ ภาพ และบรรล เป าหมายขององค กร 3) ว ตถ ประสงค ขององค กร ว ตถ ประสงค ขององค กร ค อ การม งส การจ ดการระบบขององค กร ซ งประกอบด วย ข อม ล นาเข ากระบวนการประมวลผลผลล พธ จะทาให บรรล ตามว ตถ ประสงค ขององค กรท ต งไว โดย บางคร ง ว ตถ ประสงค ขององค กรก มาจากจ ดม งหมายบางอย างท องค กรได ค ดไว ความหมายของ จ ดม งหมายขององค กรก ค อท กส งอย างท องค กรต องการท จะทาต องการท บรรล ถ งเป าหมายหร อ ต องการทาให ก บล กค าของตน ด งน นว ตถ ประสงค ขององค กรจ งเป นแนวทางในการด าเน นงานเป นส งช วยส งเสร ม มาตรฐานการทางานให ม ค ณภาพมากย งข น ถ าบ คลากรท กคนเช อม นในว ตถ ประสงค ขององค กรย อม ทาให เก ดระบบ และระเบ ยบท ด ในการทางาน และสามารถการสร างความร วมม อ และภาพพจน ท ด ขององค กร ว ตถ ประสงค ขององค กรสามารถแยกได ด งน ว ตถ ประสงค ทางธ รก จ การทาธ รก จส วนใหญ จะม งผลไปท กาไร ซ งส วนใหญ จะใช ผลกาไรเป นต วช ว ดความสาเร จ ขององค กรถ ากาไรด ก จะบ งบอกถ งฐานะทางการเง นขององค กร แต ถ าขาดท นแสดงว าฐานะทางการ เง นขององค กรน นกาล งเผช ญก บว กฤต ต องร บแก ไขโดยด วน ว ตถ ประสงค ทางด านประสานงานหร อความร วมม อ ในป จจ บ นน อาช พส วนใหญ จะให ความสาค ญก บการต ดต อประสานงานก นมากข น เน องจาก การประสานงานน น จะส งผลให เก ดความถ กต อง ม ความย ต ธรรม และความก าวหน าขององค กรมาก ข น ในวงการธ รก จเช อว าการต ดต อประสานงาน จะส งผลให - ม กาไรส งข น - ม การบร การท ด

91 84 - ม ความร บผ ดชอบของส งคม - ม ความอย รอดในส งคม ในวงการอ ตสาหกรรมเช อว าการต ดต อประสานงานก นของผ บร หาร คณะกรรมการท ทรงค ณว ฒ และผ เช ยวชาญท งหลาย จะส งผลให - ม การยกระด บความเป นอย ให ด ข น - ม การเพ มสถ ต การขายให ด ข น - ม ผลผล ต และส นค าต วใหม ๆ มากข น - ม สภาพส งแวดล อมและส งคมด ข น นอกจากน การประสานงาน และความร วมม อของภาคร ฐบาล และเอกชนย งน ามาเพ อ ประโยชน แก ส งคม ได แก ทางด านธ รก จได นากาไรมาบร จาค หร อช วยเหล อแก ส งคม ซ งเป นจ ดเร มต นของการร บผ ดชอบทาง ส งคมของน กธ รก จ ว ตถ ประสงค ทางด านการเพ มผลผล ต ค อ การเพ มกาล งความสามารถในการทางาน โดยใช ว ธ การแบ งงานก นทาตามความสามารถ หร อความถน ด (Specialization) หร อแลกเปล ยน ส วนท เป นจ ดอ อนของแต ละฝ าย นอกจากน การ รวบรวมทร พยากร ความร ความสามารถ มาช วยให การทางานรวดเร วข น ว ตถ ประสงค ทางด านการให บร การโดยไม หว งผลกาไร โดยส วนใหญ แล วว ตถ ประสงค ทางด านน จะเป นหน วยงานของร ฐบาล ม ลน ธ หร อสมาคม ต างๆ เพ อให บร การแก ประชาชนโดยไม หว งผลกาไร ม ว ตถ ประสงค เพ อความเป นอย ท ด ม การศ กษา และความม นคงในช ว ตของประชาชน 4) ประเภทขององค กร การจาแนกประเภทขององค กรสามารถจาแนกได หลายประเภท ข นอย ก บล กษณะองค กร และเกณฑ ของผ จ ดแบ งว าจะใช เกณฑ อะไรเป นหล กในการพ จารณา การจ าแนกประเภทตามล กษณะพ นฐานของส งคม โดยพ จารณาตามความร ส ก และล กษณะ การดาเน นช ว ต ของส งคม ซ งแบ งออกเป น 2 ประเภท

92 85 - องค กรปฐมภ ม (Primary Organization) เป นองค กรพ นฐานท เก ดข นโดยไม ได กาหนด ว ตถ ประสงค เด นช ด ซ งม ความส มพ นธ แบบส วนต ว เช น ครอบคร ว เพ อนร วมงาน เพ อน ใกล บ าน ฯลฯ - องค กรท ต ยภ ม (Secondary Organization) เป นองค กรท ม ความส มพ นธ ระหว างสมาช ก ในองค กรท ม ว ตถ ประสงค เพ อสนองความต องการของสมาช กท งภายในและภายนอก องค กร การจ าแนกประเภทตามล กษณะโครงสร างแสดงถ งการม ความส มพ นธ ของอานาจหน าท ความร บผ ดชอบว า ม ระบบระเบ ยบการทางานในองค กรอย างไร แบ งออกเป น 2 ประเภทค อ - องค กรท ม ร ปแบบ (Formal Organization)เป นองค กรท ม ระบบการทางานร วมก น ม ว ตถ ประสงค เด ยวก น ซ งล กษณะการดาเน นงานเป นไปตามอานาจหน าท และระเบ ยบ แบบแผนท ได กาหนดไว เช น หน วยงานร ฐบาล สถาบ นการศ กษาต างๆ - องค กรท ไม ม ร ปแบบ (Informal Organization) เป นร ปแบบองค กรท ไม เป นทางการ สร างข นเพ อสนองความต องการของสมาช กเฉพาะกล ม ไม ม กฎเกณฑ ระเบ ยบแบบ แผนท แน นอน เช น กล มอาสาสม ครต างๆ เพ อเร ยกร องส ทธ ฯลฯ การจ าแนกประเภทตามล กษณะของธ รก จ เป นแหล งรวบรวมบ คลากรด านต างๆ ให ม การ ทางานร วมก น เพ อให บรรล เป าหมายเด ยวก น ซ งแบ งออกเป น 2 ประเภท - องค กรท หว งผลกำไร (Profits Organization) เป นองค กรท ม จ ดม งหมายไปเร องของการ สร างผลกาไรให มากท ส ดในองค กร เช น ร านค า บร ษ ทผ กขาด โรงพยาบาลของเอกชน สถาบ นการศ กษาของเอกชน ฯลฯ - องค กรท ไม หว งผลกำไร (Nonprofits Organization) เป นองค กรท ม งจะทาประโยชน เพ อ ส งคม เช น ม ลน ธ ต างๆ หน วยงานของร ฐ ว ด โรงพยาบาลของร ฐบาล สถาบ นการศ กษา ของร ฐบาล ฯลฯ 4.2 ความส มพ นธ ขององค กรและระบบสารสนเทศ (Organization Relationship and information System) ระบบสารสนเทศและองค กรต างก ม อ ทธ พลซ งก นและก น ในด านหน งระบบสารสนเทศ จะต องม ว ตถ ประสงค ท ตรงก บองค กรในการนาเสนอข อม ลข าวสารตามท ส วนส าค ญต างๆ ของ

93 86 องค กร ในอ กด านหน งองค กรจะต องทราบและเป ดต วเองให กว างในการท จะนาระบบสารสนเทศเข า มาม บทบาทท ส าค ญเพ อองค กรจะได ร บประโยชน จากเทคโนโลย ใหม น ปฏ ส มพ นธ ระหว าง เทคโนโลย สารสนเทศก บองค กรน นม ความสล บซ บซ อนมาก และได ร บอ ทธ พลจากองค ประกอบท เป นต วกลางต างๆ อ นได แก โครงสร างองค กร กระบวนการปฏ บ ต งานมาตรฐาน การเม อง ว ฒนธรรม ส งแวดล อม และการต ดส นใจในการบร หารงาน ซ งผ บร หารองค กรจะต องทราบว าระบบสารสนเทศ สามารถเปล ยนว ถ การดาเน นงานภายในองค กรได ม ฉะน น ผ บร หารจะไม สามารถประสบความสาเร จ ในการพ ฒนาระบบสารสนเทศ หร อม ความเข าใจในระบบสารสนเทศท กาล งใช งานอย ได ร ปท 4.1 แสดงความส มพ นธ แบบสองทางระหว างองค กรและเทคโนโลย ข าวสาร 4.3 ความส าค ญของระบบสารสนเทศท ม ต อองค กร - ก อให เก ดความส าเร จของธ รก จ เช น การทางานบ ญช การเง น การปฏ บ ต การจ ดการ การตลาด และการจ ดการทร พยากรมน ษย เป นต น - ช วยให การปฏ บ ต งานม ประส ทธ ภาพ เช น ช วยพน กงานเพ มผลผล ตและม กาล งใจ ช วย ในด านการบร การล กค าให เก ดความพ งพอใจ เป นต น - ทร พยากรสารสนเทศช วยส งเสร มสาหร บการต ดส นใจได อย างม ประส ทธ ภาพ - ช วยในการพ ฒนาส นค าและบร การท ม การแข งข น ทาให องค กรสามารถวางแผนเพ อให เก ดความได เปร ยบในโลกของการแข งข น - เป นทร พยากรหล กขององค กรท ช วยในการจ ดการทางบประมาณในการดาเน นธ รก จ - ม ความสาค ญและม การเปล ยนแปลงอย ตลอดเวลา ช วยให โอกาสในการประกอบอาช พ แก คนจานวนมาก

94 บทบาททางกลย ทธ ส าหร บระบบสารสนเทศ (Strategic Roles for Information Systems) แนวค ดกลย ทธ ของการแข งข นสามารถนาไปประย กต ใช ก บบทบาททางกลย ทธ ส าหร บ ระบบสารสนเทศ ผ บร หาร สามารถส งเสร มกลย ทธ ทางการแข งข นโดยใช การลงท นทางด าน เทคโนโลย สารสนเทศ (Information Technology: IT) ด งต อไปน ต นท นต า (Lower Costs) - ใช IT เพ อลดต นท นของข นตอนการทาธ รก จได อย างมาก - ใช IT เพ อลดต นท นของล กค า และผ จ ดหาส นค า ทาให เก ดความแตกต าง (Differentiate) - พ ฒนาค ณล กษณะใหม ๆของ IT เพ อทาให ส นค าและบร การม ความแตกต างออกไป - ใช ค ณล กษณะของ IT เพ อลดข อได เปร ยบจากความแตกต างของบร ษ ทค แข ง - ใช ค ณล กษณะของ IT เพ อช วยให เก ดความน าสนใจต วส นค าและบร การเพ อโอกาสทาง การตลาด ปร บโฉมใหม (Innovate) - สร างส นค าและบร การใหม ท ม ส วนประกอบของเทคโนโลย สารสนเทศ - สร างการเปล ยนแปลงคร งใหญ ในข นตอนทางธ รก จโดยใช IT - พ ฒนาตลาดท เป นเอกเทศข นใหม หร อหาโอกาสทางการตลาด โดยใช IT มาช วย สร างความเจร ญเต บโต (Promote Growth) - ใช IT เพ อบร หารจ ดการก บการขยายธ รก จออกไปส ระด บภ ม ภาคและระด บโลก - ใช IT เพ อสร างความหลากหลาย และ รวมเข าเป นอ นหน งอ นเด ยวก บส นค าและบร การ อ นๆ สร างพ นธม ตร (Develop Alliances) - ใช IT เพ อสร างองค กรเสม อน (Virtual Organizations) ของห นส วนทางธ รก จ - พ ฒนาระบบสารสนเทศระหว างองค กร เช อมโยงโดยใช เคร อข ายอ นเทอร เน ต เอ กซ ทรา เน ต หร อเคร อข ายอ นๆ ท ส งเสร มความส มพ นธ ทางธ รก จก บล กค า ผ จ ดหาส นค าก บ ค ส ญญา และอ นๆ ปร บปร งค ณภาพ และประส ทธ ภาพ (Improve Quality and Efficiency) - ใช IT เพ อปร บปร งค ณภาพของส นค าและบร การอย างท นท ท นใด - ใช IT เพ อให เก ดการปร บปร งอย างต อเน องไปส ประส ทธ ภาพของกระบวนการทางธ รก จ - ใช IT เพ อลดระยะเวลาท ใช ในการค ดค นพ ฒนา ผล ต จ ดส งส นค า และบร การ สร างฐานงานทางไอท (Build IT Platform)

95 88 - ผล กด นการลงท นในเร องบ คลากรทางระบบสารสนเทศ อ ปกรณ ซอฟต แวร และ เคร อข าย มาส การใช ประโยชน อย างม กลย ทธ - รวบรวมข อม ลท งภายในและภายนอกองค กรมาว เคราะห โดยใช IT เพ อสร างสารสนเทศ เช งกลย ทธ กลย ทธ อ นๆ (Other Strategies) - ใช ระบบสารสนเทศระหว างองค กรเพ อสร างกลไกราคาท จะควบค มล กค าและผ จ ดหา ส นค า - ลงท นทาง IT เพ อเป นเหม อนกาแพงก นไม ให คนภายนอกวงการอ ตสาหกรรมของตนเข า มาเป นค แข ง - ใช IT เป นส วนประกอบท ทาให ส นค าของบร ษ ทค แข งท จะเข ามาแทนท ในตลาดน น หมดความน าสนใจ - ใช IT มาช วยสร าง แบ งป น และบร หารความร ทางธ รก จ 4.5ว ฒนธรรมองค กร 1) ความหมาย และความส าค ญของว ฒนธรรมองค กร ว ฒนธรรมองค กรน นเป นพ นฐานท ส าค ญท จะทาให องค กรดาเน นธ รก จได ราบร นหร อไม การเปล ยนแปลงองค กร ระบบและว ธ การทางาน ขององค กรต างๆ จ งหน ไม พ นท จะต องม การ ปร บเปล ยนว ฒนธรรมองค กรควบค ก นไปด วย และว ฒนธรรมองค กรน เองท จะเป นพ นฐานท สาค ญท จะนาพาองค กรส การแข งข นในย คน ได เป นอย างด ว ฒนธรรมองค กร ค อ ว ถ ช ว ตของกล มคนในองค กรหน งๆ ท ประพฤต ปฏ บ ต อย างต อเน อง และเป นล กษณะเฉพาะของกล มคนกล มน น ซ งพฤต กรรมเหล าน จะเก ดข นได แม จะไม ม กฎเกณฑ บ งค บ 2) การสร างว ฒนธรรมองค กร (Corporate Culture Building) กาหนดล กษณะของว ฒนธรรมองค กร การกาหนดล กษณะของว ฒนธรรมองค กรให กาหนดจากว ส ยท ศน และภารก จขององค กร เพราะว ส ยท ศน เปร ยบเสม อนเป าหมายส ดท ายท เราอยากจะไปถ ง สาหร บว ฒนธรรมองค กรจะบอกเรา ว าองค กรต องม ล กษณะใดจ งจะทาให เด นทางไปถ งเป าหมายได เร วและม ประส ทธ ภาพ

96 89 กาหนดกลย ทธ ในการสร างว ฒนธรรมองค กร คาว ากลย ทธ หมายถ งแนวทางหร อสะพานเช อมช องว างระหว างส งท เราเป นอย ไปส ส งท เรา ต องการจะเป น การกาหนดกลย ทธ ในการสร างว ฒนธรรมองค กรน ยมทาก น2 ล กษณะค อ - กำรเปล ยนแปลงแบบค อยเป นค อยไปการเปล ยนแปลงแบบน จะส งผลกระทบต อคนใน องค กรน อย แต ต องใช ระยะเวลานาน โดยเฉพาะอย างย งองค กรท ม อาย ยาวนานและม ว ฒนธรรมด งเด มแข งแกร ง - กำรเปล ยนแปลงแบบผ ำต ด เป นการเปล ยนแปลงท นท ท นใด อาจจะม การเจ บปวดบ างใน ช วงแรก แต ได ผลด ในระยะยาว เพราะท กอย างช ดเจน ท กคนทราบว าต วเองจะอย ได หร อ ไม ได ในว ฒนธรรมองค กรแบบใหม สร ปว าถ าเราต องการให องค กรของเราเป นองค กรท ม ท งความฉลาดและอย รอดภายใต การ แข งข นท ร นแรง เราจะต องพ ฒนาท งไอค ว(ประส ทธ ภาพการบร หาร) และอ ค ว(ว ฒนธรรมองค กร) ควบค ก นไป จะขาดอย างใดอย างหน งไม ได ถ งแม ว ฒนธรรมองค กรจะเป นส งท จ บต องไม ได แต เรา สามารถส มผ สได และการแข งข นในอนาคตว ฒนธรรมองค กรจะกลายเป นเคร องม อการจ ดการท ส าค ญท จะบ งช ให เห นถ งความได เปร ยบหร อเส ยเปร ยบทางการแข งข นบนเวท ของการค าโลกท หลากหลายว ฒนธรรม 3) พ นฐานท ส าค ญในการเปล ยนแปลงว ฒนธรรมองค กร เปล ยนกรอบความค ด(Paradigm Shift) การเปล ยนกรอบความค ด ความเช อ ความร เด มๆ ของพน กงานให ม ความเช อ ความค ดแบบ ใหม เป นส งท ส าค ญ ซ งกลย ทธ ด านการส อสารเป นห วใจส าค ญอย างมากท จะทาให พน กงานเข าใจ เช อใจ ร วมใจในการเปล ยนแปลงได เปล ยนแปลงพฤต กรรม องค กรต องม แรงเสร ม ( Reinforcement) ในช วงแรกๆ เม อพน กงานสามารถม พฤต กรรมท พ ง ประสงค และต องนาพฤต กรรมเหล าน เป นหน งในกระบวนการประเม นผลงานต อไป ทาอย างต อเน องเพ อให เก ดเป นน ส ย ผ บร หารต องอดทนและร บร ว าการเปล ยนแปลงด านว ฒนธรรมต องใช เวลา ต องอาศ ยความ ต อเน อง ด งน นการรณรงค ก จกรรมเสร ม การแข งข น-จ ดงานต างๆ ก ย งเป นส งจาเป น

97 90 ต องถ ายโยงก นท วท งองค กร การเปล ยนแปลงจะเร มเก ดจากจ ดเล กๆ และขยายวงกว างออกไป เป นหน าท อย างหน งท จะต องให หน วยงานอ นมาเร ยนร ร บร ได และจะเก ดการเล ยนแบบส ก นและก น ถ ายโยงก นไปเร อยๆ จนเป นภาพใหญ ขององค กรและเก ดเป นว ฒนธรรมขององค กรข นมาได โครงการปร บเปล ยนว ฒนธรรมองค กรน จะส าเร จได อ นด บแรกผ บร หารและผ ท เก ยวข อง จะต องม ความเช อม นและศร ทธา และส อสารให พน กงานเห นส งเด ยวก นก บเราให ได 4.6 การเปล ยนแปลงองค กร (Organizational Change) 1) ป จจ ยท ม ผลต อการเปล ยนแปลงองค กร การเปล ยนแปลงองค กร (Organizational Change) เป นการเปล ยนแปลงเพ อนาไปส ทางท ด ข นเพ อความอย รอดขององค กรท งระบบ ซ งท งป จจ ยภายในและป จจ ยภายนอกเป นต วแปรให ม การ เปล ยนแปลง ป จจ ยภายใน (Internal Factors or Environments) เป นการปร บเปล ยนภายในองค กร ซ งอาจจะเป นเร องเฉพาะพน กงาน หร อโครงสร าง หน วยงาน หร อท งสองอย างเพ อว ตถ ประสงค ในการบร การ เพ มรายได หร อเพ อความคล องต วในการ ทางานและการบร หารงาน ป จจ ยภายนอก (External Factors or Environments) เป นผลกระทบจากสภาพแวดล อมท เป นแรงบ งค บให ม การเปล ยนแปลงองค กร เช น การ เปล ยนนโยบายทางการเม อง การเปล ยนแปลงผ ถ อห น ความผ นแปรทางธ รก จและเศรษฐก จ หร อการ พ ฒนาระบบสารสนเทศใหม ๆ ท งน ก เพ อความอย รอดขององค กร 2) ร ปแบบการเปล ยนแปลง Kurt Lewinและ Edger Schein ได เสนอแนวทางเก ยวก บร ปแบบการเปล ยนแปลงองค กรเป น 3 ข นตอน ด งน ข นท 1 ละลำยพฤต กรรม (Unfreezing) ก อนการเปล ยนแปลงสมาช กภายในองค กรต องทราบ ถ งความจาเป นในการเปล ยนแปลง ผลกระทบ ข นน จะเป นการเปล ยนแปลงน ส ย หร อพฤต กรรมเด มๆ ก บว ธ ปฏ บ ต งานด วยการทดลองระบบงานใหม ๆ พร อมสร างบรรยากาศให ยอมร บไปส การ เปล ยนแปลง

98 91 ข นท 2 เคล อนไหว (Moving) เป นการพ ฒนาบ คลากรให พร อมดาเน นการในร ปแบบใหม ๆ งานใหม ว ธ การใหม ตลอดจนหน วยงานใหม ซ งอาจเป นกล มบ คลากรเด มแต ปร บหน วยงานใหม ข นท 3 จ ดร ปแบบใหม (Refreezing) เป นการจ ดองค กรใหม อย างเต มร ปแบบหล งจากท ม การ ทดสอบปร บเปล ยนจนได ความเหมาะสมลงต ว ทาการประกาศจ ดต งอย างเป นทางการ ท งหน วยงาน ล กษณะงาน อานาจหน าท และบ คลากร ร ปท 3.2แสดงข นตอนการเปล ยนแปลงองค กร 3) ล กษณะการเปล ยนแปลงองค กร ล กษณะการเปล ยนแปลงองค กรข นอย ก บป จจ ยท งภายในและภายนอกว าจะม ความร นแรง มากน อยเพ ยงใด นอกจากน นย งข นอย ก บแนวโน มของการดาเน นธ รก จและเทคโนโลย ใหม ๆท จะเข า มาเป นป จจ ยในอนาคต การยกเคร องใหม (Reengineering) การยกเคร องเป นภาษาทางช าง หมายถ ง การซ อมบาร งใหญ ซ งม ท งการซ อม การเปล ยน การ จ ดร ปแบบ การตกแต งร ปโฉม เพ อให สามารถทางานได ด ด งเด ม หร อด กว าเด ม ด งน นในทางธ รก จหร อองค กรแล ว จะหมายถ ง การปร บปร งองค กร การวางระบบใหม การ จ ดระบบสารสนเทศใหม การสร างภาพพจน ใหม การปร บกลย ทธ ใหม พ ฒนาบ คลากร เพ อให เพ ม ส วนแบ งหร อยอดขายในตลาดมากข น ให เป นท ยอมร บและสนใจของล กค ามากข น โดยการ ดาเน นการอย างเร งด วนและจร งจ ง เป นการนากระบวนการใหม มาแทนท กระบวนการเด มท ม อย แล ว การยกเคร องไม ใช เฉพาะต วองค กรแต รวมถ งบ คลากรท กระด บ การบร หารและหน วยงานย อยท งหมด (Revolutionary) ต องไปด วยก นและสอดคล องก น ซ งบางหน วยงานอาจม ผลกระทบมาก บาง หน วยงานอาจม ผลกระทบน อย กฎระเบ ยบบางส วนอาจต องม การเปล ยนแปลงให เหมาะสมและร ดก ม

99 92 มากข น การนาระบบสารสนเทศเข ามาใช จะช วยให สามารถดาเน นการยกเคร องได ใกล เค ยงเป าหมาย และแก ไขป ญหาได อย างรวดเร ว แต ค าใช จ ายสาหร บการลงท นและการเปล ยนแปลงอาจม มาก การปร บปร งให ด ข นอย างต อเน อง (Continuous Improvement) เป นการหาแนวทางในการปร บปร งธ รก จให ผลผล ต และการบร การ เพ มค ณค ามากข น และคงอย เป น ระยะเวลายาวนาน สร างฐานของล กค าให แข งแกร ง เพ มความภ กด ต อองค กรจากล กค าให มากข นและ ยาวนาน การยกเคร อง การปร บปร งให ด ข นอย างต อเน อง ดาเน นการอย างแท จร งเพ อแก ป ญหาท ร นแรง ให เป นงานประจ าเพ อแก ป ญหาเล กน อยให ด ข น เก ดจากผ บร หารระด บส ง เก ดจากผ ปฏ บ ต งานประจ า ม ขอบเขตท งองค กร ม ขอบเขตเฉพาะงานท ได ร บมอบหมาย เก ดจากการช ดน าจากป จจ ยภายนอก พน กงานผ ปฏ บ ต งานเป นผ ช กน า ให ระบบสารสนเทศอย างเต มร ปแบบ ใช ระบบสารสนเทศเพ อสน บสน นข อม ล สารสนเทศ เป าหมาย ค อ การดาเน นให ส าเร จในเป าหมาย หล ก ตารางท 4.1 ความแตกต างระหว างการยกเคร องใหม ก บการปร บปร งอย างต อเน อง สร ปสาระส าค ญของบทท 4 องค กร เป นหน าท ส วนหน งของการจ ดการ (Organization as a Function of Management) เป นร ปของการจ ดก จกรรม หร องานต างๆ ท ม ล กษณะคล ายคล งก นเข าไว ด วยก น โดยกาหนดหน าท (authority) ความร บผ ดชอบ (Responsibility) องค กร ค อ กระบวนการ (Organization as a Process) ลาด บ ข นตอน ความต อเน อง การ ดาเน นงาน ซ งก อให เก ดความรวดเร ว ถ กต อง และประหย ด ความก าวหน าทางด านระบบสารสนเทศ รวมถ งเทคโนโลย สารสนเทศม ผลโดยตรงก บ องค กรและโครงสร างขององค กร โดยในอด ตโครงสร างขององค กรจะเป นโครงสร างการบร หารใน ล กษณะระด บช น ค อม การบ งค บบ ญชาจากผ บร หารระด บส งลงมาส ผ บร หารระด บรองลงมาและมาส พน กงาน การรายงานจะรายงานตามสายงาน ทาให การทางานไม ม ประส ทธ ภาพ การต ดส นใจล าช า แต เม อระบบสารสนเทศเข ามา ข อม ลต างๆสามารถกระจายไปย งพน กงานได เร ว และสามารถใช เป น

100 93 ข อมลในการต ดส นใจได ผ บร หารระด บส งสามารถกระจายอานาจและการต ดส นใจให ก บระด บ ปฏ บ ต การ โดยไม ต องรอการต ดส นใจจากผ บร หารระด บส ง ว ฒนธรรมองค กร ค อ ว ถ ช ว ตของกล มคนในองค กรหน งๆ ท ประพฤต ปฏ บ ต อย างต อเน อง และเป นล กษณะเฉพาะของกล มคนกล มน น ซ งพฤต กรรมเหล าน จะเก ดข นได แม จะไม ม กฎเกณฑ บ งค บ เป นการกาหนดกลย ทธ ในการสร างว ฒนธรรมองค กรน ยมทาก นใน 2 ล กษณะค อ การ เปล ยนแปลงแบบค อยเป นค อยไป และการเปล ยนแปลงแบบผ าต ด Kurt Lewinและ Edger Schein ได เสนอแนวทางเก ยวก บร ปแบบการเปล ยนแปลงองค กรเป น 3 ข นตอน ด งน ข นท 1 ละลายพฤต กรรม (Unfreezing) ข นท 2 เคล อนไหว (Moving) และข นท 3 จ ดร ปแบบใหม (Refreezing) ซ งล กษณะการเปล ยนแปลงองค กรข นอย ก บป จจ ยท งภายในและ ภายนอกว าจะม ความร นแรงมากน อยเพ ยงใด นอกจากน นย งข นอย ก บแนวโน มของการดาเน นธ รก จ และเทคโนโลย ใหม ๆท จะเข ามาเป นป จจ ยในอนาคต แบบฝ กห ดท ายบทท 4 1. จงอธ บายความส มพ นธ ขององค กรและระบบสารสนเทศ 2. จงอธ บายความสาค ญของระบบสารสนเทศท ม ต อองค กร 3. จงอธ บายบทบาททางกลย ทธ ส าหร บระบบสารสนเทศ 4. ว ฒนธรรมองค กรควรเป นอย างไร 5. การเปล ยนแปลงองค กรม ผลกระทบอย างไรก บระบบสารสนเทศ

101 94 บทท 5 ร ปแบบและโครงสร างระบบสารสนเทศ (Form and structure of information systems) 5.1 ความส าค ญ และขอบเขตของระบบสารสนเทศ ระบบสารสนเทศและเทคโนโลย สารสนเทศเป นส วนหน งท ส าค ญของความส าเร จในธ รก จ และการจ ดการองค กร จ งม การจ ดต งสาขาด านบร หารและการจ ดการ ระบบสารสนเทศเป นส งท สาค ญท จะต องม พ นฐานความเข าใจ ขอบเขตของระบบสารสนเทศได รวบรวมเทคโนโลย ท สล บซ บซ อนเข าไว ด วยก น จาก แนวความค ดเช งพฤต กรรมและระบบงานสาหร บธ รก จและไม ใช ธ รก จท ม น บไม ถ วน ซ งผ จ ดการหร อ ผ ใช จาเป นต องร บร ขอบเขตของระบบสารสนเทศจะม งเน นในส วนของความร ท งหมด 5 ขอบเขต ด งน - แนวความค ดหล กของระบบสารสนเทศ (Foundation Concepts)แนวความค ดเช ง พฤต กรรมและแนวความค ดทางเทคน คท จะช วยให เข าใจว าระบบสารสนเทศสามารถ สน บสน นการปฏ บ ต งาน ช วยจ ดการเร องการต ดส นใจและกลย ทธ ท เป นประโยชน ใน ธ รก จพ นฐานด านการต ดส นใจม ส วนเก ยวข องก บส วนประกอบและกฎเกณฑ ต างๆ ของ ระบบสารสนเทศ - เทคโนโลย สารสนเทศ (Information Technologies)เทคโนโลย สารสนเทศเป นส วน สาค ญท ใช ในการพ ฒนาและการจ ดการป ญหาท เก ดข นในธ รก จได ในท น ครอบคล มถ ง แนวความค ดหล ก การพ ฒนา และการจ ดการเทคโนโลย สารสนเทศ ท งฮาร ดแวร ซอฟต แวร เน ตเว ร ค การจ ดการฐานข อม ล และเทคโนโลย การทางานเก ยวก บสารสนเทศ อ นๆ - การประย กต ใช ระบบสารสนเทศในด านธ รก จ (Business Applications)หล กในการใช ระบบสารสนเทศสาหร บการปฏ บ ต งาน การจ ดการเพ อความได เปร ยบท เหน อกว าบร ษ ท ค แข ง รวมถ งพาณ ชย อ เล กทรอน กส อ นเทอร เน ต อ นทราเน ต และเอ กซ ทราเน ต - การพ ฒนาระบบสารสนเทศ (Development Processes)เพ อแก ไขป ญหาทางด านธ รก จ โดยการใช พ นฐานการแก ป ญหาและระเบ ยบว ธ ในการพ ฒนาต างๆ ผ เช ยวชาญด านธ รก จ และผ เช ยวชาญด านการวางแผนสารสนเทศม ผลต อการพ ฒนา และม ผลต อระบบ

102 95 สารสนเทศ น นค อ ล กษณะของผ เช ยวชาญด านธ รก จและด านสารสนเทศน นม ผลต อการ พ ฒนาให ระบบสารสนเทศด านการจ ดการได ร บการพ ฒนาข นมาและนามาใช ประโยชน ในป จจ บ น - การจ ดการสารสนเทศ (ManagementChallenges)เป นล กษณะการจ ดการก บสารสนเทศ อย างม จร ยธรรม ถ กต องและม ความหมายการคาน งถ งประส ทธ ภาพและจร ยธรรมใน การจ ดการทร พยากรและกลย ทธ ของธ รก จท เก ยวข องก บการใช เทคโนโลย สารสนเทศ สาหร บผ ใช บร ษ ท และธ รก จในระด บโลก ร ปท 5.1 แสดงขอบข ายงานหล กของระบบสารสนเทศตามความต องการของผ ใช 5.2 โครงสร างและหน าท ของระบบสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ ทาหน าท ด งต อไปน - การจ ดเก บบ นท ก และประมวลผล (Collection,Entry, Processing)เป นหน าท หล กของ ระบบในการจ ดเก บข อม ลต างๆ เก ยวก บการดาเน นการท งหมดขององค กร เช น เม อล กค า ส งส นค าระบบจะจ ดการตรวจสอบว าม ส นค าพอจ ดส งหร อไม ถ าม จะทาการจ ดส งของ พ มพ ใบส งของ(Invoice) และบ นท กข อม ลการส งซ อส นค าน นไว - การจ ดการฐานข อม ล (Database Management)ข อม ลท เก ดข นในองค กรจะถ กเก บไว ใน ฐานข อม ล ซ งต องใช โปรแกรมจ ดการฐานข อม ล (Database Management System:

103 96 DBMS) มาช วยในการจ ดการและอานวยความสะดวกในการจ ดเก บข อม ล เปล ยนแปลง แก ไขข อม ล ค นหาข อม ล ตลอดจนช วยผ ใช ให สามารถใช ข อม ลร วมก นได โดยไม ส บสน - การจ ดทารายงาน (Report)เป นกล มโปรแกรมท ม หน าท ในการจ ดทารายงานต างๆ เพ อส ง ให แก ผ บร หารหร อผ ใช ระบบ - การสอบถามข อม ล (Query)ค อโปรแกรมท อานวยความสะดวกในการสอบถามข อม ล ต างๆ ท ม ในฐานข อม ล ซ งการสอบถามม 2 แบบค อ - การสอบถามแบบประจา ทาให สามารถออกแบบโปรแกรมในการค นหาไว ล วงหน าได เม อถ งเวลาก เร ยกมาใช ได ท นท - การสอบถามแบบไม แน นอน เราไม สามารถทราบล วงหน าได ว าผ บร หารต องการ สารสนเทศแบบใด ทาให ไม สามารถเตร ยมโปรแกรมการค นหาล วงหน าได - การช วยสน บสน นการต ดส นใจ (Decision support)เป นโปรแกรมส าหร บอานวยความ สะดวกให ผ บร หารน าข อม ลการดาเน นงานของบร ษ ทหร อหน วยงานมาป อนเข าส แบบจาลอง (model) เพ อทดสอบแนวค ดหร อเพ อหาแนวทางการต ดส นใจว าแบบใดจะ ให ผลด ท ส ด 5.3 ทร พยากรระบบสารสนเทศและเทคโนโลย (Information System Resource and Technologies) ระบบสารสนเทศ (Information Systems) เป นการจ ดการท รวบรวมเอา บ คลากร ฮาร ดแวร ซอฟต แวร เคร อข ายการส อสาร และทร พยากรข อม ลเข าไว ด วยก น เพ อการเผยแพร ข อม ลข าวสาร ภายในองค กร บ คลากรต องใช ระบบสารสนเทศเพ อการส อสารโดยใช ฮาร ดแวร การดาเน นงาน สารสนเทศท เป นซอฟต แวร การให ความร ข นตอนการทางาน ช องทางการส อสาร และการจ ดเก บ ข อม ล ป จจ บ นม การใช งานระบบสารสนเทศอย หลายประเภท อาจเป นการเก บข อม ลง ายๆด วยม อ แต ในท น ระบบสารสนเทศจะเน นการทางานด วยคอมพ วเตอร ท ใช อ ปกรณ คอมพ วเตอร และโปรแกรม ใช การส อสารระบบเคร อข าย ใช เทคน คการจ ดการฐานข อม ลภายในคอมพ วเตอร และร ปแบบอ นๆ ของเทคโนโลย สารสนเทศ (Information Technology) ในการส งถ ายทร พยากรไปย งการผล ต สารสนเทศหลายประเภท

104 97 ร ปท 5.2แสดงทร พยากรระบบสารสนเทศ - ทร พยากรมน ษย (People)หมายถ ง ผ ท เก ยวข องก บคอมพ วเตอร ไม ว าจะเป นการเก ยวข อง ท งทางระบบฮาร ดแวร หร อซอฟต แวร ได แก ผ ใช คนส ดท าย (End Users) และผ ชานาญ ด านระบบสารสนเทศ (Information System Specialists) - ทร พยากรด านฮาร ดแวร (Hardware)เป นส วนท เราสามารถมองเห นและจ บต องได ม อย 2 ส วนได แก ระบบคอมพ วเตอร (Computer systems) และอ ปกรณ ภายนอก(Peripherals) - ทร พยากรซอฟต แวร (Software)ค อส วนของโปรแกรมของคอมพ วเตอร ได แก ซอฟต แวร ระบบ (System software) ซอฟต แวร ประย กต (Application software) และว ธ การ ดาเน นการ (Procedures) - ทร พยากรด านข อม ล (Data)ค อ ข อม ลท ได มาในร ปแบบต างๆ เช น การเก บรวบรวม การ สอบถาม ข อม ลท ได มาอาจเป นข อม ลปฐมภ ม หร อท ต ยภ ม ก ได - ทร พยากรด านเคร อข าย (Networks)ประกอบด วยสายส งส ญญาณ และการสน บสน น เคร อข าย 5.4 การทางานของระบบสารสนเทศ หล กการของระบบสารสนเทศ แบ งเป น 3 หล กการใหญ ๆ ซ งเราสามารถท จะมองได ใน ล กษณะของไดอะแกรมท เป นร ปสามเหล ยมแบ งออกเป น 3 ช นในแต ละช นน นสามารถนาไปใช ได ใน สถานการณ ท แตกต างก น

105 98 ร ปท 5.3 แสดงหล กการทางานของระบบสารสนเทศเช งธ รก จ จากแผนภาพด านบนน นจะเป นล กษณะของการสน บสน นธ รก จในด านต างๆ ท สาค ญ 3 ด านด วยก น ค อ - การสน บสน นด านธ รก จ (Support Business Processes)เป นการสน บสน นการดาเน นงาน ในองค กรเพ อให การดาเน นการธ รก จและว ธ การปฏ บ ต เป นไปตามเป าหมายท ได กาหนด ไว - การสน บสน นด านการต ดส นใจ (Support Decision Making)ช วยสน บสน นด านการ ต ดส นใจ เพ อช วยในการวางแผนและการต ดส นใจในด านการตลาดในอนาคตได - การสน บสน นด านการแข งข นทางธ รก จ (Support Competitive Advantage)เป นการ สน บสน นประโยชน ทางด านการแข งข นเพ อช วยให สามารถวางแผนการเพ อใช ใน อนาคตได หร อด แนวโน มความเป นไปได ของอนาคต

106 ค ณภาพของสารสนเทศ 1) การเปร ยบเท ยบก นระหว างข อม ล (Data) ก บสารสนเทศ (Information) Monthly Sales Report for West Region West Charles Mann Sales Rep:Charles Mann TM Shoes Emp No ItemQty SoldPrice TM Shoes 1200 $100 ร ปท 5.4 แสดงภาพการประมวลผลข อม ลสารสนเทศ จากการเปร ยบเท ยบด งร ปจะเห นได ว า เม อม การประมวลผลจากข อม ลมาเป นสารสนเทศแล ว น นทาให เราสามารถนาข อม ลไปใช ได ท นท โดยท เราไม ต องไปทาการประมวลผลใหม อ ก 2) ค ณภาพของสารสนเทศ ร ปท 5.5 แสดงส วนประกอบของค ณภาพสารสนเทศ

107 100 ค ณภาพของสารสนเทศท ด น นจะประกอบไปด วยส วนประกอบสาค ญ 3 ส วนด งร ป ได แก เวลา (Time)ประกอบด วย - ถ กกาลเวลา (Timeliness) ค อ ได ร บเม อม ความต องการ - เป นป จจ บ น(Currency) ค อ ส งท ได ร บน นม ความท นสม ยและท นต อเหต การณ - ความถ (Frequency) ค อ ได ร บบ อยเท าท ต องการ - ช วงเวลา (Time Period) ค อ เป นได ท งอด ต ป จจ บ น และอนาคตของช วงเวลา เน อหา (Content)ประกอบด วย - แม นยา (Accuracy) หมายถ ง ปราศจากข อผ ดพลาด - ส มพ นธ ก น (Relevance) หมายถ ง ม ความส มพ นธ ก บความต องการของผ ร บใน สถานการณ ท เจาะจง - สมบ รณ (Completeness) หมายถ ง ได ร บท งหมดท ต องการ - ร ดก ม (Conciseness) หมายถ ง ได ร บเฉพาะท ต องการ - ขอบเขต (Scope) หมายถ ง ควรม ท งด านกว าง ด านแคบ หร อม จ ดรวมท งภายนอกและ ภายใน - ผลการปฏ บ ต งาน (Performance) หมายถ ง สามารถว ดผลสาเร จ ความก าวหน า หร อการ รวบรวมทร พยากร ร ปแบบ (Form)ประกอบด วย - ม ความช ดเจน (Clarity) หมายถ ง ความง ายต อความเข าใจ - ละเอ ยด (Detail) หมายถ ง ส งท ได ร บควรอย ในร ปแบบของรายละเอ ยดหร อสร ป - ลาด บ (Order) หมายถ ง ลาด บข นของร ปแบบท นามาใช ม ความเหมาะสม - การนาเสนอ (Presentation) หมายถ ง สามารถจ ดแสดงได ในหลายร ปแบบ เช น กราฟ ก ต วเลข เป นต น - ส อ (Media) หมายถ ง สามารถเตร ยมในร ปแบบของเอกสารหร อส ออ นๆ ได 5.6 ระบบสารสนเทศท ใช ในองค กร ระบบสารสนเทศม ความสาค ญมากในป จจ บ น เน องจากท กก จกรรมในองค กรล วนก อให เก ด สารสนเทศท งส น ซ งสามารถน าสารสนเทศเหล าน มาทาการว เคราะห เพ อช วยในการวางแผน กระบวนการทางานในอนาคตได หากภายในองค กรม การจ ดการสารสนเทศท ด จะทาให ได เปร ยบ ค แข งข นทางธ รก จ

108 101 MIS/DSS ESS ระด บผ กำหนดกลย ทธ องค กร ระด บผ บร หำรงำนท วไป KWS/ Office System ระด บผ ชำนำญกำร TPS ระด บผ ปฏ บ ต งำน ร ปท 5.6 แสดงระด บของผ ใช ระบบสารสนเทศ แสดงประเภทของระบบสารสนเทศท นามาใช ก บผ บร หารแต ละระด บช น ระบบสน บสน น ผ บร หารระด บส ง (Executive Support System: ESS)ใช ในระด บผ กาหนดกลย ทธ องค กร ระบบ สารสนเทศเพ อการจ ดการ (Management Information System: MIS) และระบบสน บสน นการ ต ดส นใจ (Decision Support System: DSS) ใช ส าหร บระด บผ บร หารท วไป ระบบผ ชานาญการ (Knowledge Work System: KWS) และระบบส าน กงาน (Office System) ใช สน บสน นระด บ ผ ชานาญการ และระบบประมวลผลรายการธ รกรรมข อม ล (Transaction Processing System: TPS) ใช สน บสน นระด บผ ปฏ บ ต งาน ระบบแต ละระบบเป นระบบงานท ม ใช อย ในองค กรท วไป ซ งการใช งาน จร งอาจถ กปร บเปล ยนได ตามความเหมาะสม

109 102 สร ปสาระส าค ญของบทท 5 ระบบสารสนเทศและเทคโนโลย สารสนเทศเป นส วนหน งท ส าค ญของความส าเร จในธ รก จ และการจ ดการองค กร จ งม การจ ดต งสาขาด านบร หารและการจ ดการ ระบบสารสนเทศเป นส งท สาค ญท จะต องม พ นฐานความเข าใจ ขอบเขตของระบบสารสนเทศได รวบรวมเทคโนโลย ท สล บซ บซ อนเข าไว ด วยก น 5 ขอบเขต ด งน พ นฐานแนวความค ด (Foundation Concepts) เทคโนโลย (Technology) การประย กต ใช (Application) การพ ฒนา (Development) และการจ ดการ (Management) หล กการของระบบสารสนเทศ แบ งเป น 3 หล กการใหญ ๆ ค อ การสน บสน นด านธ รก จ (Support Business Processes) การสน บสน นด านการต ดส นใจทางการตลาด (Support Decision Making) และการสน บสน นด านการแข งข นทางธ รก จ (Support Competitive Advantage) ระบบสารสนเทศม ความสาค ญมากในป จจ บ น เน องจากท กก จกรรมในองค กรล วนก อให เก ด สารสนเทศท งส น ซ งสามารถนาสารสนเทศเหล าน มาทาการว เคราะห เพ อช วยในการวางแผน กระบวนการทางานในอนาคตได หากภายในองค กรม การจ ดการสารสนเทศท ด จะทาให ได เปร ยบ ค แข งข นทางธ รก จ แบบฝ กห ดท ายบทท 5 1. จงอธ บายความสาค ญ และขอบเขตของระบบสารสนเทศ 2. โครงสร างและหน าท ของระบบสารสนเทศได แก อะไรบ าง 3. ทร พยากรระบบสารสนเทศและเทคโนโลย ม อะไรบ าง 4. จงอธ บายการทางานของระบบสารสนเทศ 5. ค ณภาพของสารสนเทศควรเป นอย างไร

110 103 บทท 6 ข อม ลและระบบจ ดการฐานข อม ล (Data and Database Management System) 6.1 ความหมายของข อม ลและสารสนเทศ การจ ดเก บข อม ลจานวนมากๆ ในระบบฐานข อม ลเปร ยบได ก บการจ ดเก บหน งส อใน ห องสม ด หากแต ล กษณะการจ ดเก บต างก น ผ ใช ควรได ทราบว าการจ ดเก บข อม ลในระบบ คอมพ วเตอร จ ดเก บอย างไร ไฟล ข อม ลค ออะไร ฐานข อม ลเป นอย างไร ทาไมจ งต องทาความเข าใจก บ สอ งเหล าน บางคนอาจตอบว า เพ อต องการท จะเป นผ ใช คอมพ วเตอร ท ม ความชานาญท นย คของ สารสนเทศ สามารถค นหาสารสนเทศได และเพ อท จะทราบว าการจ ดเก บข อม ลเหล าน นทาได อย างไร ในอด ต ผ ใช คอมพ วเตอร ท วไปม กจะไม ให ความส าค ญของการจ ดเก บไฟล ข อม ลและการ จ ดการฐานข อม ลมากน ก แต ป จจ บ นเคร อข ายอ นเทอร เน ตทาให ท ศนคต ของผ ใช ห นมาสนใจก บส ง เหล าน มากข น ผ ใช คอมพ วเตอร ท ม ความชานาญจาเป นต องทาความเข าใจการจ ดเก บข อม ลในม มมองเช ง ตรรกะได แก อ กขระ ฟ ลด เรคคอร ด ไฟล ข อม ลและฐานข อม ล จาเป นต องทราบว าโครงสร างของ ฐานข อม ลแต ละประเภทน นต างก นอย างไร และจะนาฐานข อม ลไปใช ให เก ดประโยชน ส งส ดได อย างไร 1) ข อม ลและสารสนเทศ ข อม ล (Data)หมายถ ง ข อเท จจร งหร อข อบ งช ของบ คคลหร อสถานท ส งของต างๆ และ เหต การณ ท วๆ ไป ในบทน จะกล าวถ ง การจ ดเก บข อม ล โครงสร างข อม ล การประมวลผลข อม ล หร อ การจ ดการข อม ล ตลอดจนการนาข อม ลมาใช ให เก ดประโยชน ในอด ต ถ ากล าวถ งข อม ล ม กถ กจาก ดเฉพาะต วเลข อ กขระ และส ญญล กษณ ต างๆ ท ถ ก บ นท กผ านการป อนจากค ย บอร ดเท าน น ป จจ บ นข อม ลม หลายประเภทและถ กน าเข าส เคร อง คอมพ วเตอร ได หลายว ธ มากข น ส ญญาณเส ยง (audio) จากไมโครโฟน และระบบร จาเส ยง เส ยงเพลงจากอ นเทอร เน ตหร อเส ยงจากแหล งข อม ลอ นๆ ภาพถ ายจากกล องถ ายภาพด จ ท ล ภาพว ด โอจากล องถ ายว ด โอด จ ท ล หร อกล องเว บแคม ข อม ลถ กบ นท กในล กษณะด จ ท ลท ใช เลขฐานสองแทนการจ ดเก บ กล าวค อ เลข 0 แทน ส ญญาณทางไฟฟ าท อย ในสถานะป ด และเลข 1 แทนสถานะเป ด และใช กล มของเลขฐานสอง 8 บ ต

111 104 แทนอ กขระ เช น แทนอ กขระ A ข อม ล เป นม มมองเช งกายภาพ (physical view) และอ กขระ A เป นม มมองเช งตรรกะ (logical view) สร ปได ว าม มมองเช งกายภาพเป นการ มองข อม ลเช งค ดเห นท เน นส งท มองเห นจร ง และม มมองเช งตรรกะเป นการมองข อม ลเช งค ดเห นท เน นความหมายของข อม ล สารสนเทศ (Information) เป นผลล พธ ของการประมวลผล การจ ดดาเน นการ และการเข าประเภทข อม ลโดยการรวม ความร เข าไปต อผ ร บสารสนเทศน น สารสนเทศม ความหมายหร อแนวค ดท กว าง และหลากหลาย ต งแต การใช คาว าสารสนเทศในช ว ตประจาว น จนถ งความหมายเช งเทคน ค ตามปกต ในภาษาพ ด ป จจ บ นผ คนพ ดเก ยวก บย คสารสนเทศว าเป นย คท นาไปส ย คแห งองค ความร หร อป ญญา นาไปส ส งคม อ ดมป ญญา หร อส งคมแห งสารสนเทศ และ เทคโนโลย สารสนเทศ แม ว าเม อพ ดถ งสารสนเทศ เป นคา ท เก ยวข องในศาสตร สองสาขา ค อว ทยาการสารสนเทศ และว ทยาการคอมพ วเตอร ซ งคาว า "สารสนเทศ" ก ถ กใช บ อยในความหมายท หลากหลายและกว างขวางออกไป และม การนาไปใช ใน ส วนของเทคโนโลย สารสนเทศ และการประมวลผลสารสนเทศ สารสนเทศค อ ส งท ได จากการน าข อม ลท เก บรวบรวมไว มาประมวลผล เพ อน ามาใช ประโยชน ตามจ ดประสงค สารสนเทศ จ งหมายถ ง ข อม ลท ผ านการเล อกสรรให เหมาะสมก บการใช งานให ท นเวลา และอย ในร ปท ใช ได สารสนเทศท ด ต องมาจากข อม ลท ด การจ ดเก บข อม ลและ สารสนเทศจะต องม การควบค มด แลเป นอย างด เช น อาจจะม การกาหนดให ผ ใดบ างเป นผ ม ส ทธ ใช ข อม ลได ข อม ลท เป นความล บจะต องม ระบบข นตอนการควบค ม กาหนดส ทธ ในการแก ไขหร อการ กระทาก บข อม ลว าจะกระทาได โดยใครบ าง นอกจากน ข อม ลท เก บไว แล วต องไม เก ดการส ญหายหร อ ถ กทาลายโดยไม ได ต งใจ การจ ดเก บข อม ลท ด จะต องม การกาหนดร ปแบบของข อม ลให ม ล กษณะง าย ต อการจ ดเก บ และม ร ปแบบเด ยวก นอย างม ระบบ ข อม ลแต ละช ดควรม ความหมายและม ความเป น อ สระในต วเอง นอกจากน ไม ควรม การเก บข อม ลซ าซ อนเพราะจะเป นการส นเปล องเน อท เก บข อม ล ท มา 6.2 โครงสร างข อม ลของหน วยข อม ล โครงสร างข อม ลในม มมองเช งตรรกะม การแบ งระด บโครงสร างข อม ลด งน อ กขระ (character) หมายถ ง ต วเลข ต วอ กษร หร อต วอ กขระพ เศษ เช น $ จากต วอย างภาพท 10-2 ต วอ กษร ส เป นอ กขระแรกของช อพน กงาน บางคร งอาจเร ยกว า ไบต (byte) โดย 1 ไบต จะ เท าก บ 1 อ กขระ

112 105 ฟ ลด (field) หมายถ ง กล มของอ กขระท ม ความส มพ นธ ก น จากต วอย างท 10-2 สมศ กด เป น ข อม ลท เก บในฟ ลด ช อพน กงาน ซ งจะประกอบด วยอ กขระหลายๆ ต วมาประกอบก นเป นช อ บางคร ง อาจเร ยกว า แอตทร บ วต (attribute) เรคคอร ด (record) หมายถ ง ท จ ดเก บของฟ ลด หลายๆ ฟ ลด ท ม ความส มพ นธ ก น ในเรคคอร ด หน งๆ จะประกอบด วยหลายฟ ลด เรคคอร ดของพน กงานแต ละคนประกอบด วย ช อ นามสก ล หมายเลขบ ตรประจาต วประชาชน และเง นเด อน เป นต น ไฟล (file) เป นท จ ดเก บเรคคอร ดหลายๆ เรคคอร ด จากต วอย าง ไฟล เง นเด อนประกอบด วย ข อม ล พน กงาน และเง นเด อนของพน กงานท กคนในองค กร ฐานข อม ล (database) เป นท เก บไฟล หลายๆ ไฟล ท ม ความส มพ นธ ก น ต วอย างเช น ฐานข อม ลการบร หารงานบ คคลจะประกอบด วยไฟล เง นเด อนและไฟล สว สด การ เป นต น ฟ ลด หล ก ฟ ลด หล ก (key field หร อ primary field) ค อ ฟ ลด ท เป นต วแยกความแตกต างของแต ละเรคค อร ด ซ งฟ ลด หล กน จะม ค ณสมบ ต เป นหน งเด ยว ไม ซ าก บเรคคอร ดอ นๆ เช น ตารางน กศ กษาจะใช รห สน กศ กษาเป นฟ ลด หล ก เน องจากรห สน กศ กษาของแต ละคนจะไม ซ าก นเลย ฟ ลด หล กจะใช ใน การเช อมโยงแต ละไฟล ข อม ล เพ ออ างอ งถ งข อม ลซ งก นและก น ยกต วอย างเช น ฐานข อม ลการ บร หารงานบ คคลใช หมายเลขบ ตรประจาต วประชาชนเป นฟ ลด หล กเช อมโยงก บระบบการจ าย เง นเด อนและระบบจ ายภาษ เป นต น การประมวลผลแบบกล มและการประมวลผลแบบท นท โดยท วๆ ไป การประมวลผลข อม ลม อย ด วยก น 2 แบบค อ การประมวลผลแบบกล ม ซ งจะ เก บข อม ลท ร บเข ามาก อนแล วรอประมวลผลพร อมก น และอ กแบบหน งค อ การประมวลผลแบบท นท ค อ จะประมวลผลท นท เม อม ข อม ลเข า การประมวลผลแบบกล ม (batch processing) การประมวลผลแบบน ข อม ลจะถ ก จ ดเก บเอาไว ระยะเวลาหน งอาจจะเป นช วโมง ว น หร ออาจเป นส ปดาห แล วจ งจะประมวลผลให เสร จ ในคราวเด ยว เช น ในกรณ บ ตรเครด ตธนาคาร การต ดบ ญช จากธนาคารจะต ดบ ญช เด อนละคร ง ซ งใน แต ละเด อนค ณอาจจะซ อส นค าโดยใช บ ตรเครด ตหลายๆ คร ง การประมวลผลแบบท นท (real-time processing) หร อบางคร งเร ยกอ กอย างว า การ ประมวลผลแบบออนไลน สาหร บการประมวลผลแบบน เม อม รายการเก ดข นจะทาการประมวลท นท ต วอย างเช น การใช ระบบเอท เอ ม เม อค ณถอนเง น ระบบจะคานวณเง นคงเหล อในบ ญช ให ท นท

113 106 การบ นท กข อม ลในอด ต น ยมบ นท กลงในเทปแม เหล ก ซ งการบ นท กชน ดน การเข าถ งข อม ล จะเป นการเร ยงลาด บ การประมวลผลท งหมดจะเป นการประมวลผลแบบกล มและเคร องคอมพ วเตอร ท ใช ในการประมวลผลจะเป นเคร องประเภทเมนเฟรม แต ในป จจ บ นได น าเอาเคร อง ไมโครคอมพ วเตอร มาใช แทน ซ งเป นท น ยมก นในองค กรขนาดเล กท วไป การประมวลผลแบบท นท ท ใช ในป จจ บ นจะใช หน วยความจาสารองประเภทท สามารถเข าถ ง โดยตรงเก บข อม ล ทาให สามารถทางานได รวดเร วกว า (การเข าถ งข อม ลแบบลาด บน นจะทาให ผ ใช ต องใช เวลามากกว า เพราะต องรอให ถ งข อม ล ณ ตาแหน งท ต องการเส ยก อนจ งจะสามารถประมวลผล ได ) 6.3 ความหมายและหน าท ของระบบฐานข อม ล ฐานข อม ล (Database) ฐานข อม ลเป นแหล งรวมของแฟ มข อม ลต างๆ โดยจะม การเช อมโยง แฟ มข อม ลต างๆ เหล าน เข าด วยก นอย างม ระบบ ต วอย างเช น ฐานข อม ลระบบเง นเด อน ก จะประกอบ ไปด วยแฟ มข อม ลของพน กงาน แฟ มแผนกแฟ มเง นเด อน แฟ มตารางภาษ เป นต น และท ส าค ญ ฐานข อม ลจะถ กจ ดเก บไว เป นศ นย กลาง ท สามารถแชร ใช งานร วมก นภายในองค กรได โดยผ ใช แต ละ แผนกสามารถเข าถ ง เร ยกด และปร บปร งข อม ลส วนกลางน ได จ งทาให ข อม ลท บ นท กอย ใน ฐานข อม ลน น ม ความท นสม ย สามารถนาไปใช งานได ท นท วงท หน วยงานต างๆ ขององค กรจะจ ดเก บข อม ลลงในไฟล เพ อใช ในการทาก จกรรมต างๆ ของ ตนเอง เช น ข อม ลของล กค าอาจพบได ในไฟล ข อม ลของฝ ายขาย ฝ ายการเง น หร ออาจจะอย ท ฝ าย ส นเช อ กรณ น จะเร ยกว า ความซ าซ อนของข อม ล (data redundancy) ซ งถ าหากล กค าย ายท อย ข อม ล อาจไม ได ร บการแก ไขเหม อนก นท กฝ ายจะทาให เก ดป ญหา ต วอย างเช น การส งซ อส นค า การจ ดส ง ส นค าไปท อย ใหม แต ใบเสร จร บเง นจากฝ ายการเง นส งไปย งท อย เก า การเก ดเหต การณ อย างน เร ยกว า ขาดความสอดคล องของข อม ล (data integrity) นอกจากน การม ไฟล ข อม ลหลายๆ แหล งในองค กรทาให ไม สามารถใช ประโยชน ได เต มท เช น ในกรณ ท ฝ ายการตลาดต องการส งเสร มการขายไปย งล กค าช นด ท ซ อส นค าจานวนมากๆ ก ไม สามารถจะทาอย างน นได เพราะว าข อม ลการซ อส นค าและการชาระเง นอย ท ฝ ายการเง น ด งน นการท จะให ท กฝ ายในองค กรทางานได อย างถ กต องจ งจาเป นจะต องม การนาฐานข อม ลมาใช 1) ความจ าเป นในการใช ฐานข อม ล การใช งานฐานข อม ลท งหน วยงานภายในเฉพาะฝ ายและการใช ท งองค กร จะทาให เก ดผลด ด งต อไปน

114 107 การใช ข อม ลร วมก น เช น ฝ ายบ ญช ควรใช ข อม ลร วมก บฝ ายการตลาด เพ อต องการ ให ทราบว าล กค าคนใดท ซ อส นค าเป นจานวนมากบ าง การร กษาความปลอดภ ย ผ ใช ฐานข อม ลแต ละฝ ายจะม รห สผ านเพ อเข าถ งสารสนเทศ ตามหน าท ของแต ละบ คคล เช น ฝ ายบ ญช สามารถเข าไปตรวจสอบข อม ลเง นเด อนของพน กงานได ท กๆ คน แต ฝ ายอ นไม สามารถเข าไปตรวจสอบข อม ลเง นเด อนได ลดความซ าซ อนของข อม ล ถ าหากในแต ละฝ ายม การเก บข อม ลท ซ าซ อนก น เม อ นาเอาเคร องไมโครคอมพ วเตอร มาเช อมโยงก นเป นระบบเคร อข ายและใช ฐานข อม ลร วมก นก จะลด ไฟล ข อม ลท ซ าก นออกไป และย งทาให สามารถประหย ดเน อท ในการจ ดเก บข อม ลเหล าน นได ความสอดคล องของข อม ล ในระบบไฟล ข อม ลแบบเก าม กจะม ป ญหาในเร องขาด ความสอดคล องของข อม ล กล าวค อ ในกรณ การเปล ยนแปลงข อม ลล กค าในฝ ายหน งๆ แต ไม ได เปล ยนแปลงข อม ลล กค าคนน นในฝ ายอ นๆ ด วย จะทาให เก ดป ญหาความข ดแย งก นถ านาข อม ลท ง สองฝ ายมาใช ร วมก น 2) การจ ดการฐานข อม ล ในการสร างฐานข อม ล ปร บปร งข อม ล และการเข าถ งข อม ล จาเป นต องใช ซอฟต แวร เฉพาะ ซ งเร ยกว า ระบบจ ดการฐานข อม ล (database management system) หร อท น ยมเร ยกย อๆ ว า DBMS ระบบจ ดการฐานข อม ลบางชน ด เช น Microsoft Access ถ กออกแบบมาเพ อใช ก บเคร อง ไมโครคอมพ วเตอร โดยเฉพาะ นอกจากน ย งม ระบบจ ดการฐานข อม ลอ นๆ ถ กออกแบบมาเพ อใช ก บ เคร องคอมพ วเตอร ประเภทเมนเฟรม หร อใช ก บเคร องคอมพ วเตอร ท เป นไฟล เซ ร ฟเวอร องค ประกอบของซอฟต แวร ระบบจ ดการฐานข อม ลประกอบด วย 5 ส วน ได แก ส วนเคร องม อสร าง ระบบจ ดการฐานข อม ล ส วนการน ยามข อม ล ส วนการจ ดการข อม ล ส วนการสร างโปรแกรมประย กต และส วนการบร หารข อม ล ส วนเคร องม อสร างระบบจ ดการฐานข อม ล (DBMS engine) เป นต วเช อมต อระหว าง ม มมองข อม ลเช งตรรกะและม มมองเช งกายภาพ เม อผ ใช ร องขอข อม ล ส วนน จะดาเน นการก บ รายละเอ ยด ณ ตาแหน งท อย ของข อม ลจร งๆ ส วนการน ยามข อม ล (data definition subsystem) น ยามโครงสร างข อม ลเช งตรรกะ โดยพจนาน กรมข อม ล (data dictionary) มาสร าง พจนาน กรมข อม ลประกอบด วยรายละเอ ยด โครงสร างของข อม ลในฐานข อม ล ม การกาหนดชน ดของข อม ลแต ละฟ ลด ว าจะให เป นชน ดใดบ าง (อ กขระ ต วเลข เวลา หร อภาพกราฟ ก) ต วอย างพจนาน กรมข อม ลของโปรแกรม Microsoft Access ส วนการจ ดการข อม ล (data manipulation subsystem) ส วนน จะม เคร องม อสาหร บ จ ดการและว เคราะห ข อม ล การบาร งร กษา รวมท งการเพ มข อม ลใหม เข าไปเก บในเรคคอร ด การลบ

115 108 ข อม ลเก าและการแก ไขข อม ลท ม อย แล ว ม คาส งส าหร บให แสดงข อม ล ม คาส งรองร บการสอบถาม จากผ ใช และเคร องม อพ เศษสาหร บสร างรายงานรวมท ง QBE หร อ query by example และม ภาษา คาส งท เร ยกว า SQL (Structured Query Language) ส วนการสร างโปรแกรมประย กต (application generation subsystem) เป นเคร องม อ สาหร บสร างหน าจอเพ อป อนข อม ลเข าส ตาราง ต วอย างหน าจอสาหร บนาข อม ลเข าโดยใช โปรแกรม Microsoft Access ส วนการบร หารข อม ล (data administration subsystem) เป นส วนการจ ดการท งหมด ของฐานข อม ลรวมท งการบาร งร กษา การร กษาความปลอดภ ย ให บร การด านการก ค นและด ประส ทธ ภาพการท างานของระบบ บร ษ ทขนาดใหญ จะจ าง ผ บร หารฐานข อม ล (Database Administrator : DBA) ซ งเป นผ เช ยวชาญพ เศษมาจ ดการก บส วนน รวมท งเป นผ กาหนดส ทธ การ เข าถ งฐานข อม ลของผ ใช แต ละคน 3) ประเภทของฐานข อม ล ซอฟต แวร ระบบจ ดการฐานข อม ลถ กออกแบบมาเพ อทางานร วมก บข อม ลท ม โครงสร างหร อ การจ ดเร ยงข อม ลแบบใดแบบหน ง โดยประเภทของฐานข อม ลหร อบางคร งเร ยกว า แบบจาลองข อม ล (data model) จะเป นต วกาหนดกฏเกณฑ และมาตรฐานในฐานข อม ล สามารถแบ งประเภทของ ฐานข อม ลออกเป น 5 ประเภท ค อ ฐานข อม ลแบบลาด บช น ฐานข อม ลแบบเคร อข าย ฐานข อม ลแบบ เช งส มพ นธ ฐานข อม ลแบบหลายม ต และฐานข อม ลแบบเช งว ตถ ฐานข อม ลแบบลาด บช น ในอด ต ระบบจ ดการฐานข อม ลได ถ กออกแบบมาเพ อใช ก บเคร องเมนเฟรมซ งจะใช ฐานข อม ลแบบลาด บช น (hierarchical database) ฟ ลด หร อเรคคอร ดจะม โครงสร างเป นแบบ โหนด (node) โหนดม ล กษณะโครงสร างเหม อนก บก งก านสาขาเช นเด ยวก บต นไม ในแต ละโหนดจะม โหนดแม (parent node) และโหนดล ก (child node) และเร ยกว าเป น ความส มพ นธ แบบหน งต อกล ม (one to many relationship) การเข าถ งข อม ลในแต ละฟ ลด จะต องเร มจากบนส ดแล วจ งท องไปย งโหนดต างๆ ลง ส ด านล าง ต วอย างของฐานข อม ลแบบลาด บช น ได แก ระบบการสารองท น งโดยสารเคร องบ นของ สายการบ นภายในประเทศ โหนดแม ค อ สนามบ นดอนเม อง ซ งเป นศ นย กลางการบ น เม อบ นไปย ง 4 จ งหว ด หร อเร ยกว าเป นโหนดล กจานวน 4 โหนด ได แก ขอนแก น หาดใหญ ภ เก ต และเช ยงใหม ท โหนดภ เก ตม โหนดล กอ ก 3 โหนด ซ งเป นรห สเท ยวบ นระหว างดอนเม องไปภ เก ต ค อ DD7514

116 109 DD7503 และ DD7515 สาหร บเท ยวบ นท DD7514 ม โหนดล กอ ก 3 โหนด ได แก รายช อผ โดยสาร 3 คนท ไปก บเท ยวบ นน ป ญหาของฐานข อม ลแบบลาด บช น ค อ เม อม การลบโหนดแม โหนดล กจะถ กลบด วย ใน ขณะเด ยวก นจะไม สามารถเพ มข อม ลจากโหนดล กก อนได หากย งไม ม โหนดแม และโหนดล กจะไม สามารถม ความส มพ นธ หร อเช อมโยงระหว างโหนดล กด วยก นได ฐานข อม ลแบบเคร อข าย ร ปท 6.1 ต วอย างการจาลองฐานข อม ลแบบเคร อข าย จากป ญหาของฐานข อม ลแบบลาด บช น ฐานข อม ลแบบเคร อข าย (network database) จ งได ถ กพ ฒนาข นมาใช แต ย งคงย ดหล กการความเป นลาด บช นเหม อนเด มแต ได ปร บปร งค ณสมบ ต การเช อมโยงให โหนดล กสามารถต ดต อก บโหนดแม ได หลายๆ โหนด เร ยกความส มพ นธ แบบน ว า ความส มพ นธ แบบกล มต อกล ม (many to many relationship) การเช อมโยงท เพ มข นมาน นเร ยกว า ต ว ช (pointer) ด งน น การเข าถ งแต ละโหนดสามารถเข าถ งได มากกว าหน งทาง ต วอย างเช น การบ นท กข อม ลการศ กษาของน กศ กษาในมหาว ทยาล ย น กศ กษาหน งคนม อาจารย สอนได หลายคน อาจารย แต ละคนสามารถสอนได หลายว ชา และน กศ กษาสามารถเร ยนได หลายว ชา จากต วอย างน เห นว า ฐานข อม ลแบบเคร อข ายม ความย ดหย นมากกว าและม ประส ทธ ภาพส ง กว าฐานข อม ลแบบลาด บช น

117 110 ฐานข อม ลแบบเช งส มพ นธ ร ปท 6.2 ต วอย างการจาลองฐานข อม ลแบบเช งส มพ นธ ฐานข อม ลแบบเช งส มพ นธ (relational database) เป นฐานข อม ลท ม องค ประกอบท ย ดหย น มากกว าฐานข อม ลอ นๆ ซ งโครงสร างของข อม ลจาไม ม ลาด บช นลงมาด านล าง แต ข อม ลจะถ กเก บอย ในตารางหลายๆ ตารางท ประกอบด วยแถวและคอล มน โดยบางคร งจะเร ยกตารางน ว า ร เลช น (relation) ต วอย างฐานข อม ลแบบเช งส มพ นธ ตารางท อย ประกอบด วยช อของคนข บรถ หมายเลข ใบข บข และท อย ภายในตารางจะประกอบด วยแถวเร ยกว าเรคคอร ด ในการเก บข อม ลแต ละตารางจะม การเช อมโยงความส มพ นธ ระหว างตารางท ม ฟ ลด เหม อนๆ ก น ด งน นจ งสามารถเช อมโยงข อม ลได หลายๆ ตาราง ม การนาฐานข อม ลเช งส มพ นธ ไปใช อย างแพร หลายเพราะความง ายในการจ ดการข อม ล เช น การเพ ม การลบ การแก ไขท เหมาะสาหร บการนาไปใช ได ก บคอมพ วเตอร ท กขนาดไม ว าจะเป นเคร อง ไมโครคอมพ วเตอร ม น คอมพ วเตอร หร อเมนเฟรมคอมพ วเตอร

118 111 ฐานข อม ลแบบหลายม ต ร ปท 6.3ต วอย างการจาลองฐานข อม ลแบบหลายม ต ฐานข อม ลแบบหลายม ต (multidimensional database) ว ว ฒนาการมาจากฐานข อม ลเช ง ส มพ นธ กล าวค อ ฐานข อม ลเช งส มพ นธ ม โครงสร างเพ ยง 2 ม ต ประกอบด วยแถวและคอล มน ในขณะ ท ฐานข อม ลหลายม ต จะเพ มอ กหน งม ต หร อมากกว า บางคร งเร ยกว า ล กบาศก (hyper cube) ซ งจะเห น ข อม ล 3 ด าน หร อมากกว า ข อด ของฐานข อม ลหลายม ต ท เหน อกว าฐานข อม ลเช งความส มพ นธ ได แก ในระด บความค ด ทาให ผ ใช เข าใจข อม ลท ม โครงสร างแบบซ บซ อนได ด กว า ความเร วในการประมวลผล การว เคราะห และการสอบถามข อม ลก บข อม ลท ม ม ต จานวนมากจะกระทาได เร ว ยกต วอย างเช น การสอบถามข อม ลจากฐานข อม ลหลายม ต จะใช เวลาเป น หน วยว นาท แต ถ าเป นฐานข อม ลเช งส มพ นธ จะใช เวลาเป นนาท หร อเป นช วโมง ฐานข อม ลแบบเช งว ตถ ในอด ต โครงสร างข อม ลจะถ กออกแบบมาเพ อจ ดเก บข อม ล ช อ ท อย ราคา และอ นๆ แต ใน ป จจ บ นม ข อม ลบางชน ดท ไม ได เป นโครงสร างทาให จ ดเก บไม ได ฐานข อม ลแบบเช งว ตถ (objectoriented database) ม ความย ดหย นส งกว าสามารถจ ดเก บข อม ลท ไม ม โครงสร างได เช น ข อม ล ภาพ เส ยง และว ด ท ศน พน กงานฝ กอบรม ประชาส มพ นธ และผ จ ดการ เป นออปเจ กต ย อยของคลาสพน กงาน และ คลาสบ ตรลงเวลาทางานเป นอ กคลาสหน ง ในคลาสพน กงาน ม แอตทร บ วต ท ท กออปเจ กต สามารถใช ร วมก นค อ ร ปถ าย นามสก ล ช อ ท อย แต สาหร บรายได ประจาป เป นแอตทร บ วต ท ม อย ในออปเจ กต ผ จ ดการเท าน น ฐานข อม ลเช งว ตถ น ย งม เมธอดส าหร บคานวณการจ ายเง นให แก พน กงานเป นราย ส ปดาห อ กด วยด งร ปภาพท 6.4

119 112 ร ปท 6.4 ต วอย างการจาลองฐานข อม ลแบบเช งว ตถ ฐานข อม ลเช งโครงสร างม องค ประกอบข อม ล โดยใช ออปเจ กต คลาส เอนท ต แอตทร บ วต และเมธอด ออปเจ กต (object) เป นรายการท อย ท รวมท งข อม ลและคาส งในการจ ดการข อม ล คลาส (class) เป นล กษณะคล ายก บการรวมกล มของออปเจ กต เข าด วยก น เอนท ต (entity) ได แก คน สถานท ส งต างๆ หร อเหต การณ ท ต องการอธ บาย แอตทร บ วต (attribute) เป นส งท อธ บายรายละเอ ยดเอนท ต ม ล กษณะคล ายก บฟ ลด เมธอด (method) เป นส งท อธ บายว าจะม การจ ดการข อม ลอย างไร ชน ด ลาด บช น รายละเอ ยด ม โครงสร างแบบโหนด ล กษณะคล ายต นไม ในแต ละโหนดแม ม โหนดล ก และโหนดล กแต โหนดม โหนดแม ได เพ ยงหน งเท าน น คล ายคล งก บลาด บช น ต างก นท โหนดล กสามารถม โหนดแม ได หลายๆ เคร อข าย โหนด เช งส มพ นธ ข อม ลเก บอย ในตารางท ประกอบด วยแถวและคอล มน หลายม ต ข อม ลเก บอย ในโครงสร างล กบาศก 3 ม ต หร อหลายๆ ม ต เช งว ตถ ม องค ประกอบแบบ ออปเจ กต คลาส เอนท ต แอตทร บ วต และเมธอด ตารางท 6.1 ค ณสามารถด สร ปประเภทของ DBMS

120 113 4) ชน ดของฐานข อม ล ฐานข อม ลอาจจะม ขนาดเล กหร อขนาดใหญ ก ได จะจาก ดจานวนผ ใช หร อบร การผ ใช หลาย คนก ได การจาแนกฐานข อม ลตามชน ดของการใช งานสามารถจาแนกได 5 ชน ดด วยก น ได แก ชน ด ส วนบ คคล ชน ดใช ก บองค กรขนาดใหญ ชน ดกระจาย ชน ดม เจ าของเฉพาะ และฐานข อม ลเว บ ฐานข อม ลส วนบ คคล ฐานข อม ลส วนบ คคล (individual database) จะจ ดเก บข อม ลอย ในฮาร ดด สก ภายในเคร อง หร อฮาร ดด สก ภายในเคร อข ายระยะใกล ก ได การใช งานม กใช ในงานประจา เช น ฝ ายขายจะใช เก บ ข อม ลล กค า ด รายช อล กค า ถ าเป นผ จ ดการฝ ายขายสามารถค นหาพน กงานขายท ทายอดขายส งส ดได ถ าหากเป นผ บร หารฝ ายโฆษณาก สามารถค ดค าโฆษณาจากล กค าได ฐานข อม ลขององค กรหร อฐานข อม ลใช ร วมก น ฐานข อม ลขององค กร (company database) หร อ ฐานข อม ลใช ร วมก น (shared database) จะ จ ดเก บข อม ลไว ท เคร องคอมพ วเตอร แบบเมนเฟรมและม การจ ดการฐานข อม ลโดยผ บร หารฐานข อม ล ผ ท ต องการเร ยกใช ข อม ลจะใช เคร องไมโครคอมพ วเตอร ท เช อมต อเป นระบบเคร อข ายระยะใกล หร อ เคร อข ายระยะไกลก ได ฐานข อม ลขององค กรหร อฐานข อม ลใช ร วมก น สามารถแบ งย อยได เป น 2 ประเภท ได แก ฐานข อม ลส าหร บการปฏ บ ต งานท วไป (common operational database) ประกอบด วยข อม ลท เก ดจากการทางานภายในองค กร เช น ข อม ลจากระบบส นค าคงคล ง ระบบ จ ดการผล ต หร อระบบงานขาย ฐานข อม ลชน ดน จะม ข อม ลท จ ดเก บการทางานแบบว นต อว น ฐานข อม ลท ข นอย ก บผ ใช (common user database) ประกอบด วยข อม ลท เก ดข นจากการทางานและข อม ลท ได มาจากฐานข อม ลชน ดม เจ าของเฉพาะ เพ อนามาสร างสารสนเทศ เพ อใช สาหร บสน บสน นการต ดส นใจของผ บร หาร ฐานข อม ลชน ดกระจาย ฐานข อม ลชน ดกระจาย (distributed database) จะม การจ ดเก บข อม ลในฐานข อม ลซ งไม ได เก บไว ณ สถานท เด ยวเท าน น แต จะเก บแยกก นหลายท การเข าถ งข อม ลสามารถทาได โดยการ เช อมต อผ านทางระบบเคร อข ายท งระยะใกล และเคร อข ายระยะไกล ต วอย างเช น บางฐานข อม ลต งอย ร สาน กงานสาขา บางฐานข อม ลต งอย ณ สาน กงานใหญ บางฐานข อม ลอาจอย ต างประเทศ ฐานข อม ลชน ดม เจ าของเฉพาะ ฐานข อม ลชน ดม เจ าของเฉพาะ (proprietary database) เป นฐานข อม ลขนาดใหญ ท ม หน วยงานพ ฒนาข นมาโดยม เน อหาเฉพาะ ฐานข อม ลชน ดน ม ไว เพ อรองร บให ก บบร ษ ทหร อองค กร ต างๆ ท ต องการข อม ลจากภายนอกองค กร แต ผ ขอใช จะต องชาระค าบร การ บางคร งเร ยกว า ธนาคาร

121 114 ข อม ล (data bank) ต วอย างเช น IEEE Xploreเป นเคร องม อท ใช ในการส บค นสารน เทศจาก แหล งข อม ล The Institute of Electrical and Electronics Engineers (IEEE) และ The Institution of Electrical Engineers (IEE) ซ งใน IEEE Xploreประกอบด วยเอกสารมากกว า 1.2 ล านจากส งพ มพ มากกว า 12,000 ช อ ฐานข อม ลเว บ ฐานข อม ลเว บ (web database) ม ล กษณะเช นเด ยวก บฐานข อม ลชน ดอ นๆ เพ ยงแต ให ผ ใช สามารถต ดต อได ผ านเคร อข ายอ นเทอร เน ต น ยมใช สาหร บบร การส บค นข อม ลของเว บไซต เช น การ ส บค นข อม ลท ใช วพ มพ คาส บค นว า สถานท ท องเท ยว เว บน จะค นจาก ฐานข อม ลท ตรงก บคาว า สถานท ท องเท ยว มาแสดงท งหมด 6.4 ประโยชน ของระบบจ ดการฐานข อม ล ระบบจ ดการฐานข อม ล (Database Management System :DBMS) เป นซอฟต แวร หล กท ถ กนามาใช เป นเคร องม อจ ดการก บฐานข อม ล โดยทาหน าท ท งในด าน ของการสร าง การบาร งร กษา และการควบค มการเข าถ งฐานข อม ลจากผ ใช ต างๆ ด งร ปภาพท 6.5 ร ปท 6.5 ระบบฐานข อม ล เป นศ นย กลางข อม ลท ถ กนาไปใช งานร วมก นในองค กร ระบบฐานข อม ล เป นศ นย กลางข อม ลท ถ กนาไปใช งานร วมก นในองค กร โดยผ ใช สามารถ ส งงานผ าน DBMS ซ งได แสดงถ งพน กงานแต ละแผนก สามารถเข าถ งแฟ มข อม ลต างๆ ท บรรจ อย ภายในฐานข อม ลช ดเด ยวก นน ได โดยจะต ดต อผ าน DBMS ซ งปกต จะเร ยกใช งานผ านช ดคาส ง SQL สาหร บต วอย างโปรแกรม เช น MS-Access, Oracle, MySQL, และ SQL Server สาหร บหน าท ของ ระบบจ ดการฐานข อม ลน น สามารถแบ งเป น 3 หน าท หล กๆ ด วยก นค อ 1. การสร างฐานข อม ลใหม และการประย กต ใช ฐานข อม ล 2. การบาร งร กษาฐานข อม ล

122 ผ ใช สามารถเข าถ งฐานข อม ลในองค กร เพ อส บค นหร อสอบถามข อม ลได ท นท เม อ ต องการ ซ งฐานข อม ลจ ดได ว าเป นเคร องม อเพ อเพ มผลผล ตอย างหน งท น ยมนามาใช ในองค กร การ จ ดเก บข อม ลในร ปแบบอ เล กทรอน กส ได แสดงให เห นว าม ผลด มากกว าการพ มพ ออกมาเป นเอกสาร อย างไรก ตามการปร บปร งหร อแก ไขข อม ลให เป นป จจ บ นต องกระทาก นเป นประจาจ งจะได ผลด ท ส ด โดยประโยชน ท ส าค ญของฐานข อม ลค อ สามารถช วยให ผ ใช ได ข อม ลท เป นป จจ บ นเพ อน าไป วางแผนในอนาคตได ในการสน บสน นผ ใช ระด บผ จ ดการหร อผ บร หารม ออาช พ หลายๆ องค กรนา ข อม ลท เก ดจากการจ ดเก บข อม ลประจาว นภายในหน วยงานและข อม ลภายนอกหน วยงาน มาจ ดเก บ ลงในฐานข อม ลชน ดพ เศษท เร ยกว า คล งข อม ล (data warehouse) และใช เทคน คเหม องข อม ล (data mining) เพ อค นหาสารสนเทศท ม ความส มพ นธ ก น ในขณะเด ยวก นก ต องคาน งถ งความปลอดภ ยใน การเข าถ งฐานข อม ลด วยโดยเฉพาะเม อม การใช งานผ านระบบเคร อข าย ในบางองค กรม การใช ฮาร ดแวร และซอฟต แวร พ เศษท เร ยกว า ไฟร วอลล (firewall) เพ อควบค มการเข ามาใช งานเคร อข าย ภายในองค กรน นๆ สร ปสาระส าค ญของบทท 6 ข อม ลและข อม ล ข อม ล หมายถ ง ข อเท จจร ง หร อข อบ งช ของบ คคลหร อสถานท ส งของต างๆ และเหต การณ ท วๆ ไป ม มมองของข อม ล จาแนกได เป น ม มมองเช งกายภาพ และม มมองเช งตรรกะ สารสนเทศค อ ส งท ได จากการน าข อม ลท เก บรวบรวมไว มาประมวลผล เพ อน ามาใช ประโยชน ตามจ ดประสงค โครงสร างข อม ล แบ งระด บโครงสร างข อม ลตามม มมองเช งตรรกะ ออกเป น อ กขระ ฟ ลด เรคคอร ด ไฟล และฐานข อม ล ฟ ลด หล ก หมายถ ง ฟ ลด ท เป นต วแยกความแตกต างของแต ละเรคคอร ด การประมวลผลข อม ล แบ งออกเป น 2 แบบค อ การประมวลผลแบบกล ม และการประมวลผล แบบท นท

123 116 ฐานข อม ล ฐานข อม ล เป นท เก บไฟล หลายๆ ไฟล ท ม ความส มพ นธ ก น การจ ดการฐานข อม ล ระบบจ ดการฐานข อม ลเป นซอฟต แวร สาหร บการสร าง ปร บปร งแก ไข และการเข าถ งข อม ล ระบบจ ดการฐานข อม ลประกอบด วย 5 ระบบย อย ได แก ส วนเคร องม อสร างระบบจ ดการฐานข อม ล ส วนการน ยามข อม ล ส วนการจ ดการข อม ล ส วนการสร างโปรแกรมประย กต และส วนการบร หาร ข อม ล ประเภทของฐานข อม ล สามารถแบ งออกเป น 5 ประเภทค อ ฐานข อม ลแบบล าด บช น ม โครงสร างแบบโหนด โหนดแม และโหนดล กม ความส มพ นธ ก นแบบหน งต อกล ม ฐานข อม ลแบบเคร อข าย ม โครงสร างแบบโหนด โหนดแม และโหนดล กม ความส มพ นธ ก นแบบกล มต อกล ม ฐานข อม ลแบบเช งส มพ นธ ข อม ลจะถ กเก บอย ในตารางท ม ความส มพ นธ ก นโดยใช ฟ ลด หล กในการเช อมความส มพ นธ ฐานข อม ลแบบหลายม ต เพ มหร อขยายจากตาราง 2 ม ต เป น 3 ม ต หร อมากกว า ฐานข อม ลเช งว ตถ ใช สาหร บข อม ลท ไม เป นโครงสร าง ชน ดของฐานข อม ล แบ งออกเป น 5 ชน ด ค อ ฐานข อม ลส วนบ คคล ฐานข อม ลขององค กร หร อฐานข อม ลใช ร วมก น ฐานข อม ลชน ดกระจาย ฐานข อม ลชน ดม เจ าของเฉพาะ และฐานข อม ลเว บ ประโยชน ของระบบจ ดการฐานข อม ล ระบบจ ดการฐานข อม ล (Database Management System :DBMS) เป นซอฟต แวร หล กท ถ กนามาใช เป นเคร องม อจ ดการก บฐานข อม ล โดยทาหน าท ท งในด าน ของการสร าง การบาร งร กษา และการควบค มการเข าถ งฐานข อม ลจากผ ใช ต างๆ ด งร ปภาพท 3.6 แบบฝ กห ดท ายบทท 6 1.จงอธ บายความหมายของข อม ลและสารสนเทศ 2. จงอธ บายโครงสร างของหน วยข อม ล 3. จงอธ บายความหมายของระบบฐานข อม ล 4. จงอธ บายประโยชน ของระบบจ ดการฐานข อม ล 5. จงอธ บายหน าท ของระบบฐานข อม ล

124 117 บทท 7 ระบบสารสนเทศย อยทางธ รก จ (Intelligence small business) 7.1 ระบบประมวลผลรายการ (Transaction Processing System: TPS) องค กรส วนใหญ ในป จจ บ นได เล งเห นความสาค ญของระบบสารสนเทศเพ อเข ามาช วยในการ จ ดการระบบงานในองค กรมากย งข น ส งผลให เก ดความสะดวกรวดเร วและถ กต องของข อม ล นอกจากน ย งม การนาเคร องคอมพ วเตอร เข ามาช วยในการจ ดระบบประมวลผลรายการเพ อช วยในการ ทางานท ม ร ปแบบท ซ าๆ ก น อย างเช น ระบบจ ายเง นเด อน ระบบส นค าคงคล ง ระบบบ ญช เจ าหน และ ล กหน เพราะเม อเวลาผ านไปข อม ลจากระบบต างๆ เหล าน จะม ปร มาณเพ มมากย งข น ถ าใช พน กงาน ในการจ ดเก บรวบรวมด แลข อม ล ก จาเป นท จะต องเพ มจานวนพน กงานให มากข น ทาให เส ยค าใช จ าย มากข นซ งเป นผลกระทบต อองค กร ด งน นองค กรเหล าน จ งหาแนวทางท ทาให การจ ดการเป นไปอย าง ม ประส ทธ ภาพ และม ผลกระทบทางการเง นขององค กรน อยท ส ดหร อค มค าท ส ด จ งน าเคร อง คอมพ วเตอร เข ามาช วยในการทางานต างๆ ร ปท 7.1 แสดงข นตอนการผล ตสารสนเทศ ระบบประมวลผลรายการ (TPS) เป นระบบสารสนเทศระด บพ นฐานขององค กรท น า คอมพ วเตอร เข ามาช วยในการเปล ยนข อม ลด บท ได จากการปฏ บ ต มาไว ในร ปแบบท คอมพ วเตอร สามารถท จะอ านได และทาการประมวลผลรายการออกมาเป นร ปแบบของรายงาน ซ งรายงานท ออกมาน นข นอย ก บความต องการของผ ใช ว าต องการรายงานออกมาในร ปแบบใด เช น แบบตาราง กราฟ ภาพเคล อนไหวต างๆ เป นต น ระบบประมวลผลรายการ (TPS) น ช วยสน บสน นการทางานในระด บปฏ บ ต งานหร อการ ทางานของผ บร หารในระด บผ ปฏ บ ต งาน ช วยในการเก บข อม ลและรายละเอ ยดต างๆ ของก จกรรม

125 118 ภายในบร ษ ท และนาข อม ลท เก บน นมาว เคราะห และสร ปรายละเอ ยดออกมาแล วทาการบ นท ก รายละเอ ยด และม กลไกสาหร บการจ ดเก บและประมวลผลข อต างๆ ท เก ดข นในแต ละว นขององค กร หร อหน วยงานธ รก จ เพ อใช ในการต ดส นใจของผ บร หารโดยจะบ นท กรายละเอ ยดด านต างๆ ของงาน ในระด บล าง และรายการธ รกรรมข อม ลต างๆ เช น การส งของ ยอดขาย การส งซ อว ตถ ด บต างๆ การ ส งจองส นค า รายการใบเสร จ รายการขายต างๆ เป นต น 1) การประมวลผลข อม ล ในระบบสารสนเทศ TPS สามารถแบ งการประมวลผลข อม ลได เป น 2 แบบ ค อ - การประมวลผลแบบกล ม (Batch processing System) เป นข อม ลท ไม จาเป นต อง ประมวลผลท นท แต รวบรวมข อม ลจากหลายๆ ช วงเวลา หร อจากหลายๆ กล ม มาทาการ ประมวลผลตามความต องการ - การประมวลผลแบบออนไลน (Online processing System) เป นการประมวลผลข อม ล ท นท เม อรายการน นเก ดข น แบ งเป น 2 ประเภท การประมวลผลเช งรายการ (Transaction processing) เม อป อนข อม ลเข าไป จะทา การประมวลผลออกมาท นท เช น การออกใบเสร จร บเง น การประมวลผลแบบท นท (Real-time processing) ใช ในการควบค มระบบเพ อ ต องการให เก ดผล เช น ท น งบนเคร องบ นม ผ ใช หลายราย ต องม การแข งข นก นเพ อ ใช ทร พยากรเด ยวก น 2) การสร างเอกสารและรายการ เป นข อม ลส ดท ายของการประมวลผลรายการ (TPS) โดยระบบ TPS ได ม การตรวจสอบและ แก ไขข อม ลให ม ความถ กต อง แม นยา เร ยบร อย แล วพ มพ ออกมาให ผ ใช ในร ปแบบของเอกสาร ซ งม ได หลายร ปแบบ ด งน - เอกสารสนเทศ (Information document) เป นเอกสารท ม การตรวจสอบและย นย น การทา รายการเร ยบร อยแล ว เช น ใบกาก บส นค าล กค า ใบเสร จ เป นต น - เอกสารการส งค น (Turnaround document) เป นเอกสารท ใช ทาการปร บปร งแก ไขจาก รายการเด ม เพ อให ข อม ลน นม ความถ กต อง

126 119 - เอกสารทางบ ญช (Accounting statement) เป นรายการท แสดงสถานะทางการเง น รวมถ ง การสร ปผลของบ ญช แยกออกเป นประเภทต างๆ การจ ดทารายการบ ญช ต องม ความ ถ กต อง แม นยาตามข อม ลท ป อนลงไป - การควบค มรายการ (Control listing) เป นรายการท แสดงรายละเอ ยดต างๆ ท กาหนด ระยะเวลาเอาไว แล ว เช น รายการจ ายเง นเด อนของพน กงาน - รายการแก ไข (Edit reports)เป นรายการท อธ บาย แจ งรายละเอ ยดเก ยวก บข อผ ดพลาดท เก ดข น เช น รายการแสดงความผ ดพลาดของบ ญช ยอดรวมบ ญช เป นต น 7.2 ระบบสารสนเทศเพ อการจ ดการ (Management Information System: MIS) ระบบสารสนเทศเพ อการจ ดการ (MIS) เป นระบบเพ อนาสารสนเทศมาช วยตรวจสอบ ควบค มการต ดส นใจ ว เคราะห การทางานของระบบ หร อใช ในการวางแผนระยะยาวขององค กร ข อม ลต างๆ จะได มาจากระบบ TPS สน บสน นการทางานของผ บร หารในระด บล างและระด บกลาง โดยทาเป นรายงานล กษณะต างๆ หร อรายงานสร ปผลต างระยะเวลา ค อทาเป นรายงานประจาเด อน หร อประจาส ปดาห มากกว าท จะทารายงานเป นคร งคราว เสนอข อม ลท วๆ ไปเฉพาะด าน หร อข อม ล ในอด ตเพ อใช วางแผนและควบค ม การดาเน นงานการต ดส นใจในองค กรจะเน นความต องการของ บ คลากรภายในมากกว าภายนอกหร อจากฐานข อม ลท ม การเก บข อม ลจากแหล งข อม ลต างๆ เช น ข อม ลจากระบบ TPS มาทาการประมวลผลน นเอง ระบบ MIS จะทางานร วมก บระบบ TPS โดยใช เป นระบบประมวลผลข อม ลท ร บข อม ลจากภายในและภายนอกองค กรเพ อสร างรายงานชน ดต างๆ สร ปผลข อม ล และแยกออกตามหมวดหม ท เหมาะสม ซ งข อม ลท ได จะเก ยวข องก บผลการปฏ บ ต งาน สามารถใช ตอบคาถามท ผ บร หารต องการทราบ และป ญหาท ระบบต องการนาไปแก ไขน นจะเป น ป ญหาแบบไม ม โครงสร างและแบบก งโครงสร าง เป นป ญหาท ต องการข อม ลข าวสารจากหลายๆ แหล งท งภายในและภายนอกองค กร เพ อใช ในการแก ป ญหาต างๆ เหล าน น ระบบ MIS จะช วยสะท อนภาพการดาเน นงานท แท จร งขององค กรเพ อนามาเปร ยบเท ยบก บ ว ตถ ประสงค หร อเป าหมายขององค กร ทาให สามารถท จะทาการปร บปร งเปล ยนแปลง และแก ไข ป ญหาให ด ข นได ส งผลให การทางานม ประส ทธ ภาพด ข น ได เปร ยบในการแข งข นก บค แข ง ค อ ค าใช จ าย ผลกาไร การบร การล กค า เป นต น

127 120 1) ว ตถ ประสงค ของ MIS ว ตถ ประสงค ของ MIS ค อการช วยให องค กรสามารถปฏ บ ต งานตามเป าหมายท วางไว โดย แสดงให เห นข อม ลท แท จร งของการดาเน นงานขององค กร แล วนาข อม ลท ได เหล าน นมาทาการ วางแผน ควบค ม จ ดการให ระบบงานท ใช อย ม ประส ทธ ภาพมากข นกว าเด ม และย งช วยในการ สน บสน นการต ดส นใจของผ บร หารอ กด วย ทาให ผ บร หารทราบถ งผลการดาเน นงานและป ญหาท เก ดข นในองค กร โดยการกล นกรองข อม ลและสร างเป นระบบสารสนเทศเพ อเสนอให ก บผ บร หาร 2) การแสดงผลของระบบสารสนเทศเพ อการจ ดการ ผลท ได จากระบบ MIS ส วนใหญ จะอย ในร ปของรายงาน ประกอบด วย - รายงานตามคาบ เป นรายงานการปฏ บ ต งานของพน กงาน ข นอย ก บประเภทของงาน เช น รายงานรายร บ - รายจ ายว ตถ ด บ รายงานการใช อ ปกรณ ต างๆ เป นต น - รายงานตามเคร องช ว ดก จกรรมเป นรายงานแสดงสร ปยอดขาย เพ อใช ในการปร บการ ดาเน นงานให ม ประส ทธ ภาพมากย งข น เช น ยอดคงเหล อของส นค า ยอดคงเหล อของ ว ตถ ด บเป นต น - รายงานตามความต องการ เป นรายงานท จ ดทาข นตามความต องการของผ บร หาร เช น ยอดการใช ว ตถ ด บบางชน ด เป นต น - รายงานตามการควบค มจ ดว กฤต เป นรายงานท เข ยนข นมาเพ อใช ในการปร บปร งแก ไข ป ญหาท เก ดข น ท ไม เป นไปตามเป าหมายหร อแผนการท กาหนดไว เช น รายงานจ ดส งซ อ รายงานส นค าคงคล งเก นกาหนด เป นต น - รายงานแบบเจาะล ก เป นรายงานท ละเอ ยด ทาการสร ป เปร ยบเท ยบ เช น ยอดขายรถยนต รายเด อนรายป เป นต น - รายงานท เก ดจากการปร บปร งรายงานเด ม ทาการปร บปร งรายการเพ อให เหมาะสมก บ สถานการณ 7.3 ระบบสน บสน นการต ดส นใจ (Decision Support System: DSS) ระบบสน บสน นการต ดส นใจของผ บร หารระด บกลางเช นเด ยวก บระบบ MIS เป น Software ท นามาช วยในการต ดส นใจของผ บร หารในเหต การณ ก งโครงสร างและไม ม โครงสร าง จะเป นข อม ลท

128 121 ม ล กษณะเฉพาะต ว ม การเปล ยนแปลงอย เสมอ เป นเหต การณ ท คาดการณ ได ยาก จ งทาให ไม สามารถ กาหนดว ธ การแก ไขล วงหน าได เช น การว เคราะห ต นท น เป นระบบท ช วยให ผ บร หารสามารถท จะหาคาตอบของคาถามต างๆ น น โดยใช ต วแบบทาง คณ ตศาสตร หร อแผนภาพ เพ อนามาใช ในการต ดส นใจก บป ญหาในระด บโครงสร างต างๆ โดย สามารถท จะทดสอบป ญหาและว เคราะห ผลท เก ดข นได อย างรวดเร ว ทาให สามารถท จะต ดส นป ญหา ได หลากหลายร ปแบบและช วยในการแก ไขป ญหาท ซ บซ อนได อ กด วย เช น ต องการท จะเล อกสถานท ท เหมาะสมในการข ดเจาะหาน าม น และระบบย งต องสามารถท จะร บร ปแบบการต ดส นใจของผ ใช ท หลากหลายด วย 1) ล กษณะของ DSS - จะต องเป นระบบฐานข อม ลท ม ประส ทธ ภาพ เก บข อม ลต างๆ จากหลายท ท งข อม ลใน อด ตและป จจ บ น - ไม ม ร ปแบบของรายงานท เป นมาตรฐาน สามารถท จะปร บเปล ยนได ตามความต องการ ของผ ใช และเข าใจได ง าย โดยม ร ปแบบเป นภาพ ต วเลข หร อต วอ กษร - เน นการว เคราะห ข อม ลในท กด าน สร ปเหต การณ ต างๆ ท กร ปแบบ - ใช ว ธ การจาลองเหต การณ ต างๆ ท จะเก ดข น โดยต งสมมต ฐานจากข อม ลเด มท ม อย แล ว แล วทาการหาทางแก ไขป ญหาท ด ท ส ด ระบบ DSS จะสน บสน นการต ดส นใจในด านต างๆ ของผ ใช ด งน - สามารถระบ ป ญหาหร อโอกาสในการต ดส นใจ - ระบ ถ งความเป นไปได ในการแก ป ญหาท เก ดข น - เตร ยมสารสนเทศท จาเป นในการแก ไขป ญหาท เก ดข นหร อส งท จาเป นต อการต ดส นใจ - ทาการว เคราะห ทางเล อกในการต ดส นใจท เป นไปได - เล ยนแบบทางเล อก หร อผลล พธ ในการต ดส นใจต างๆ ท สามารถเป นไปได ระบบท พ ฒนามาจากระบบ DSS ค อระบบสน บสน นการต ดส นใจกล ม (Group Decision Support System: GDSS) ระบบน ม การใช ข อม ลร วมก นเพ อให เก ดการต ดส นใจร วมก น โดยท ผ ใช ข อม ลแต ละคนไม จาเป นต องอย ท เด ยวก น อาจจะอย ก นคนละท แต ภายในบร เวณท จาก ดเอาไว โดย อาศ ยความสามารถของเทคโนโลย ระบบเคร อข ายเฉพาะท (LAN) สมาช กน นสามารถท จะแลกเปล ยน

129 122 ข อม ลหร อส งข อม ลข าวสารถ งก นได แต ถ าอย ห างไกลก นออกไปมากกว าท ระบบ (LAN) จะใช ได ก ควรจะต องใช ระบบ WAN มาใช ในการส อสารร วมก น 2) ล กษณะของ GDSS ต องออกแบบมาเพ อท จะใช ในการออกแบบร วมก นโดยเฉพาะสามารถท จะนาไปศ กษาและ ใช งานได ง ายระบบสามารถท จะรองร บความค ดเห นท แตกต างก นของแต ละบ คคล ด งน นจ งต องม ความย ดหย นท ด ด วยเพราะแต ละคนม ประสบการณ ในการแก ป ญหาไม เหม อนก น และควรจะม ต วกลางท จะช วยในการแนะแนวทางในการต ดส น เพ อไม ให ม การหลงประเด นเก ดข น เป นระบบท ใช ในการสน บสน นการต ดส นใจ เพ อจ ดประกายให แต ละคนม การแสดงความ ค ดเห นออกมา เป นการระดมความค ดของต วเองออกมาอย างอ สระและปร บให เป นแนวทางเด ยวก น และระบบน จะช วยให สมาช กได แสดงความค ดเห นอย างเต มท เพราะจะไม ทราบแหล งท มาของความ ค ดเห น จ งไม ต องลาบากใจท จะแสดงความค ดเห นออกมาท กคนสามารถท แสดงความค ดเห นออกมา ได ในเวลาเด ยวก น ทาให การประช มม ความรวดเร วย งข น ระบบ GDSS น นม ค าใช จ ายท ส ง เพราะต องใช PC จานวนมากและระบบคอมพ วเตอร ขนาด ใหญ ด งน นจ งจะต องม การพ จารณาก นให ด ก อนท จะนาระบบ GDSS เข ามาใช 7.4 ระบบสารสนเทศส าน กงาน (Office Information System) ในป จจ บ นน ได ม ระบบคอมพ วเตอร เข ามาม ส วนช วยในการท างานย งข น ม การน า คอมพ วเตอร มาประย กต ก บงานประมวลผลข อม ล การประมวลภาพ การทางานร วมก บอ ปกรณ ส อสารต างๆ เพ อใช ในการต ดต อส อสารก นระหว างองค กรหร อระหว างประเทศ ต วอย างเช น โทรศ พท อ นเทอร เน ต แฟกซ ทาให การทางานม ความง ายย งข น รวดเร วและม ประส ทธ ภาพองค กร ส วนใหญ จะม พน กงานอย ด วยก น 5 ประเภท ค อ - ผ บร หาร ทาหน าท ในการวางแผน ควบค ม ด แลก จกรรมต างๆ ในองค กร - เจ าหน าท ด านต างๆ ทาหน าท ด แลร บผ ดชอบงานในด านน นๆ โดยตรงเช น การตลาด การ บ ญช การเง น - ท ปร กษา ทาหน าท ให คาปร กษาก บผ บร หารในการว เคราะห ข อม ล ต ดส นใจ และ วางแผนงานต างๆ

130 123 - เลขาน การ ทาหน าท ช วยเหล อเจ าหน าท หร อผ บร หารในการจ ดตารางน ดหมาย จ ดเก บ เอกสาร พ มพ งาน - เสม ยน ทาหน าท ช วยเหล อด แลงานด านต างๆ ของท กคนในองค กร ความหมายของระบบสาน กงาน (Office System) หมายถ ง การเปล ยนแปลงว ธ การดาเน นงาน จากระบบปฏ บ ต เด มท ทาด วยม อมาเป นแบบก งอ ตโนม ต หร อ แบบอ ตโนม ต ท งหมด และจะสามารถ ส บค นเอกสารหร อภาพตามท ต องการจากแหล งจ ดเก บต างๆ ในองค กรได โดยง าย ทาให การทางานม ประส ทธ ภาพมากย งข น นามาสน บสน นการทางานของเจ าหน าท ท ทางานเก ยวก บข อม ลโดยตรง เช น พน กงานป อนข อม ล สน บสน นก จกรรมการทางานในสาน กงานหร อองค กรท เก ดข นในแต ละว น ช วย ในการต ดต อส อสารระหว างบ คลากรหร อพน กงานภายในองค กร ไม ว าจะอย ท ใดก ตาม เช น การส ง อ เมล การประช มทางไกล การจ ดทาเอกสาร การนาเสนอข อม ลเป นต น 1) ว ตถ ประสงค ของระบบส าน กงาน ในการเปล ยนระบบส าน กงานจากระบบเด มมาเป นระบบใหม จะต องม การใช ทร พยากร มากมาย และต องใช เวลาในการต ดต งระบบสาน กงานภายในองค กรด วย แต หลายๆ องค กรท ม ความ ต องการท จะนาระบบสาน กงานเข ามาใช เพ อประโยชน ด งน - ช วยอ านวยความสะดวกในการปฏ บ ต งานต างๆ ให ม ความสะดวก และเป น มาตรฐานสากล - ช วยลดระยะเวลาในการจ ดการงานต างๆ ในสาน กงานลง - ลดค าใช จ ายในการปฏ บ ต งาน - เพ มโอกาสในการแข งข นก บองค กรอ นๆ งานท ทาในสาน กงาน - การจ ดเอกสาร ทาการจ ดการผล ตเอกสารส ภายนอก และร บเอกสารจากภายในและ ภายนอกเข ามา - การรวบรวมข อม ลการเข าออกในการปฏ บ ต งานของแต ละบ คคล เพ อใช ในการร กษา ความปลอดภ ยขององค กร - ด แล น ดหมายกาหนดการของงานท ต องปฏ บ ต ท งภายในและภายนอก - จ ดเก บเอกสารท ใช เป นหล กฐานทางกฎหมายหร อหล กฐานต างๆ เอาไว - จ ดการเก ยวก บการประช ม นาเสนอการประช มท งภายในภายนอก - จ ดการประชาส มพ นธ และต ดต องาน

131 124 - ต ดต อส อสารท งทางโทรคมนาคมหร อโทรสาร ระหว างบ คคลภายในและภายนอก องค กร - ในระบบสาน กงานพ นฐาน ควรจะม แฟ มข อม ลท ใช ร วมก นในเร องต างๆ ด งน - แฟ มข อม ลหล ก ได แก แฟ มพน กงาน แฟ มเก บข อความ แฟ มน ดหมาย แฟ มจ ดเก บ เอกสาร เป นต น - แฟ มควบค มต างๆ ได แก แฟ มข อม ลควบค มการร บ - ส ง เร องต างๆ แฟ มควบค มการใช งานแฟ มข อม ลต างๆ เป นต น - แฟ มข อม ลควบค ม ได แก แฟ มท ช วยในการจ ดเก บรายการข อม ลต างๆ ท ม ใช ใน หน วยงาน สถานท ต ง ช อแฟ มข อม ล และส ทธ การใช งาน เป นต น 2) ประเภทของระบบส าน กงาน ระบบการจ ดเอกสาร (Document Management System)ประกอบด วยระบบประมวลผลคา (Word processing) เป นโปรแกรมท ใช ส าหร บช วยในการพ มพ เอกสารต างๆ ม ท งภาษาไทยและ อ งกฤษ สามารถท จะแก ไขได ตลอดเวลา ใช งานง าย ม ร ปแบบในการจ ดการเอกสารแบบต างๆ การ แก ไขทาได ง าย และสามารถด ร ปแบบของงานก อนพ มพ ได อ กด วย การจ ดพ มพ ต งโต ะ (Desktop publish)เป นเทคโนโลย ท พ ฒนามาจาก word processing โดย ผสมผสานซอฟท แวร ทางด าน Word ก บโปรแกรมด านกราฟ ก ได แก PageMaker ระบบการประมวลภาพ (Image processing system) เป นระบบการประมวลผลโดยอาศ ย ร ปภาพ โดยการสแกนภาพเข าไปในคอมพ วเตอร สามารถท ปร บแต ง ย อ - ขยาย หร อใส ข อความ ประกอบเข าไป เช น Aldus PageMaker เป นต น การทาส าเนา (Reprographics) เป นการทาสาเนาเอกสารเพ อท จะแจกจ ายเอกสารน นให ก บผ ท เก ยวข องได อย างรวดเร ว หน วยเก บข อม ลถาวร (Archival storage) ในอด ตการจ ดเก บเอกสารต องทาการเก บลงใน กระดาษ เม อเอกสารเพ มจานวนมากข น ก ทาให การค นหาเอกสารน นได ลาบากมากข น และต องเส ย ค าใช จ ายในการเก บร กษา รวมถ งต องใช พ นท ในการเก บร กษามาก ด งน นในป จจ บ นจ งได ม การพ ฒนา โดยเก บบ นท กไว ในคอมพ วเตอร โดยใช แผ น Disk CD-Rom ช วยให เก ดความสะดวกในการเก บ ร กษามากย งข น แล วย งใช พ นท น อยลงด วย ระบบการจ ดการข าวสาร (Message-Handling Systems) ต วอย างเช น หร อไปรษณ ย อ เล กทรอน กส เป นว ธ หน งท บ คคลหน งสามารถส งข าวสารไปย งบ คคลอ นๆ โดยอาศ ยเคร อง คอมพ วเตอร โมเด มโดยไม ข นอย ก บเวลาและสถานท ช วยลดข อจาก ดในการต ดต อส อสารก น Voic เป นระบบส อสารอย างหน ง ท ช วยบ นท กเส ยงของผ ท ต ดต อเข ามาไว ให ตอนท เจ าของ

132 125 เคร องไม อย ท โต ะทางานหร อองค กร และเจ าของเคร องโทรศ พท สามารถจะฟ งเส ยงของคนท มาต ดต อ ท บ นท กเอาไว ได โดยการโทรศ พท ไปขอร บฟ งข อความน น โทรสาร (Facsimile) เป นเคร องม อท ใช ในการส งข อความหร อร ปภาพจากท หน งไปอ กท หน ง โดยอาศ ยเคร องโทรสารหร อโทรศ พท ในการ ส งข อความหร อร ปภาพ และข อความหร อร ปภาพท ส งไป จะถ กแปลงให อย ในร ปของส ญญาณ ระบบประช มทางไกล (Teleconference System) เป นระบบการประช มทางไกล โดยผ านทาง อ ปกรณ อ เล กทรอน กส ช วยให ผ ท สนทนาก นแต อย ต างท ก นสามารถท จะพ ดค ยก นได และระบบ ประช มทางไกล แบ งได ออกเป น 3 ประเภทใหญ ได ด งน ค อ การประช มด วยเส ยงการเป นส อสารก น โดยส งเส ยงอย างเด ยว เป นท น ยมใช ก นส วนใหญ เพราะไม ส นเปล องค าใช จ าย การประช มด วยภาพ เป นการส อสารก นโดยส งท งภาพและเส ยง สามารถเห นหน าค สนทนาขณะท ส อสารก นอย และการ ประช มด วยช ดคอมพ วเตอร เป นการส อสารก นโดยผ านทาง โดยท เป นท เก บรวบรวม ข าวสารต างๆ และให ผ ท เก ยวข องสามารถท เป ดด หร อทาการเพ มเต มข อม ลและเก บไว ให ผ ท เก ยวข อง เข ามาเร ยกด ต อไป การนาระบบประช มทางไกลมาใช งาน ทาให การต ดต อส อสารก นม ความสะดวก รวดเร วมากย งข นมากกว าเด ม 7.5 ระบบสน บสน นผ บร หารระด บส ง (Executive Information System: EIS) ระบบสารสนเทศส าหร บผ บร หาร เป นระบบสารสนเทศท ถ กออกแบบมาเพ อช วยในการ ต ดส นใจของผ บร หารระด บส ง เพ อนามาใช ในการต ดส นใจก บป ญหาท ไม ม โครงสร างจ งต องนามา ช วยเพ อหาท ศทางหร อแนวทางท ควรจะต องไปปฏ บ ต หร อแก ไขโดยใช ต วแบบในการว เคราะห จะ ช วยให ทราบแนวโน มท แน นอนในการลงท น และเป นการช วยวางแผนการทางานในอนาคตของ องค กรอ กด วย ในป จจ บ นผ บร หารระด บส งจะใช EIS ช วยในการวางแผนดาเน นการขององค กร หร อ วางแผนแม บทสาค ญต าง ๆ ในองค กร และใช ต ดตามความก าวหน าหร อการดาเน นการต างๆ ท เก ดข น ภายในองค กร ระบบสารสนเทศจะเสนอโครงสร างของสารสนเทศ ท ผ บร หารระด บส งสามารถ มองเห นและแก ไขป ญหาได อย างตรงจ ดตามท ต องการ ระบบ EIS เหมาะก บป ญหาแบบไม ม โครงสร าง จ งเน นท ความอ อนต วในการทางาน ม ความ ย ดหย นส ง สน บสน นการศ กษามากกว าจะเน นการออกแบบโปรแกรมประย กต เพ อใช ก บงานเฉพาะ ด าน เป นสารสนเทศท ม ค ณภาพ ท นสม ย เช อถ อได ม ความสมบ รณ แบบ สามารถตรวจสอบได แล ว เช อมโยงข อม ลต างๆ เข าด วยก น ผ ใช สามารถใช งานได ง าย แสดงผลในร ปแบบ GUI ได ด เช อมโยง

133 126 ผ านเคร อข ายอ นเทอร เน ตได ใช งานร วมก บฮาร ดแวร ได หลายแบบ ม ความปลอดภ ยในการใช งาน และม การแนะนาการใช ระบบให เก ดประส ทธ ผลและม ประส ทธ ภาพมากท ส ด ความสามารถทางด านเทคน คทางด านระบบEIS น น จะต องสามารถเข าถ งแหล งข อม ลได ท ว โลก และใช ข อม ลจากภายนอกได ส บค นหาข อม ลท งอด ตและป จจ บ นได พร อมก น คาดเดาหร อ คาดการณ ข อม ลได และส ดท ายสามารถบ งช หร อแสดงป ญหา สาเหต ของป ญหาได ด วย ระบบ EIS สามารถช วยเพ มประส ทธ ภาพของระบบการต ดส นใจ และการส อสารข อม ล ช วย ประหย ดเวลา สามารถส อสารข อม ลได สะดวกย งข นช วยในการวางแผนงาน สามารถค นหาป ญหา และแนวทางในการนแก ป ญหา ช วยให ผ บร หารสามารถวางแผนการดาเน นงานธ รก จระยะยาวหร อ แนวโน มขององค กรได ม ประส ทธ ภาพด ย งข น ระบบ EIS ต องการเคร องคอมพ วเตอร ท ม ประส ทธ ภาพส ง เพ อใช ในการเก บข อม ลจานวน มาก และต องเป นเคร องท ม ประส ทธ ภาพท ด สามารถแสดงผลด วยร ปภาพและกราฟ กต างๆ ได ทาให ผ บร หารสามารถท จะเข าใจแนวโน มของข อม ล และใช ในการต ดส นป ญหาได ตรงความต องการ ด งน นการค นหาข อม ลท ต องการทาได อย างรวดเร วและแม นยา 1) ล กษณะท วไปของ EIS ระบบท สร างต องเป นระบบท สามารถใช งานได ง าย ไม ย งยากซ บซ อน เพราะผ บร หารไม ม เวลาเพ ยงพอ ท จะมาทาการศ กษาการใช งานของระบบ และต องการข อม ลท ได สร ปออกมาเร ยบร อย แล ว สามารถนามาใช ในการต ดส นใจได ท นท ข อม ลสามารถท จะอ านและเข าใจได อย างง ายดาย ระบบ EIS สามารถท จะจ ดการก บป ญหาต างๆ ท เก ดข นอย างฉ บพล นได โดยระบบสามารถท จะช วยวางแผนในการแก ไขป ญหาได อย างรวดเร ว ช วยก สภาพให ฟ นค นกล บมาส ปกต ทาให ไม เก ด ความเส ยหายข นก บองค กรหน าท ของระบบ EIS ม ด งน - ช วยการบาร งร กษาองค กร - ด แลด านเง นท นต างๆ - ช วยกาหนดเป าหมายก จกรรมและแผนการปฏ บ ต งาน

134 127 - ช วยเจรจาต อรองก บบ คคลหร อหน วยงานภายนอกควบค มการทางานภายในองค กรให เป นไปตามแผนงานท วางไว - ต ดส นและพ จารณาป ญหาต างๆ ท เก ดข นในองค กร ระบบ EIS จะเก บรวบรวมข อม ลข าวสารจากท งภายในและภายนอกองค กร ด งน นจ งต องม การแยกแยะหร อ ค ดเล อกข าวสารท ด และม ค ณภาพ เพ อนามาเก บไว เป นข อม ลท ใช ในการต ดส นใจ ต อไป เกณฑ การเล อกข าวสารจะต อง - ต องเป นข าวสารท ม ความสาค ญต อองค กร - สามารถแสดงออกมาในเช งปร มาณได - ม ผลกระทบต อการบร หารงานช นส ง และควรเก บรวบรวมข อม ลข าวสารท จาเป นต อองค กรในอนาคตเอาไว จากน นจ ดข อม ล ข าวสารออกเป นกล มๆ แล วนาเสนอให ก บผ บร หารเพ อให ผ บร หารพ จารณาข อม ลและตรวจสอบว า ต องการข อม ลอย างอ นเพ มเต มอ กหร อไม 2) ประโยชน ท เราได ร บจากการใช EIS - ระบบEIS ช วยให ผ บร หารสามารถนาข อม ลท ได จากการว เคราะห น น นามาใช ในการ ต ดส นใจได และย งสามารถท จะใส ข อม ลเพ อด ประเด นของป ญหาประเภทต างๆ ได อย าง หลากหลาย ด งน นเคร องม อหร อระบบท นามาใช ต องม ความย ดหย นส ง และผ บร หาร สามารถใช งานได ง ายไม ย งยาก - ใช เวลาน อยในการว เคราะห และต ดส นใจในป ญหาท ต องทาการแก ไข - เม อเราได ทาการว เคราะห และวางแผนแนวทางในการต ดส นใจเอาไว แล ว ก สามารถท จะ ต ดตามด ความค บหน าของงานว าเป นไปตามท วางแผนเอาไว หร อไม ได อ กด วยระบบน ช วยให ผ บร หารสามารถท จะแก ไขป ญหาท เก ดข นได อย างรวดเร ว ท นต อเหต การณ ทา ให การทางานม ประส ทธ ภาพมากย งข นกว าเด ม 7.6 ระบบสารสนเทศด านการบ ญช (Accounting Information System) ระบบสารสนเทศด านการบ ญช จะม ส วนประกอบหล ก 2 ส วน ค อ 1) ระบบบ ญช การเง น (Financial Accounting System)

135 128 บ ญช การเง นเป นการบ นท กรายการค าท เก ดข นในร ปต วเง น เป นฐานจ ดหมวดหม รายการ ต างๆ สร ปผลและต ความหมายในงบการเง น ได แก งบกาไรขาดท น งบด ล และงบกระแสเง นสด โดย ม ว ตถ ประสงค หล ก ค อ นาเสนอสารสนเทศแก ผ ใช และผ ท สนใจข อม ลทางการเง นขององค กร เช น น กลงท น เจ าหน นอกจากน ย งจ ดเตร ยมสารสนเทศในการต ดส นใจของผ บร หาร ซ งน กบ ญช สามารถ นาเทคโนโลย สารสนเทศมาใช ในการประมวลข อม ล โดยจดบ นท กลงในส อ เช น เทป หร อจาน แม เหล ก เพ อรอเวลาสาหร บทาการประมวล และแสดงผลข อม ลตามต องการ 2) ระบบบ ญช บร หาร (Managerial Accounting System) บ ญช บร หารเป นการนาเสนอข อม ลทางการเง นแก ผ บร หาร เพ อใช ในการต ดส นใจทางธ รก จ ระบบบ ญช จะประกอบด วย บ ญช ต นท น การงบประมาณ และการศ กษาระบบ โดยม ล กษณะสาค ญค อ - ให ความสาค ญก บการจ ดการสารสนเทศทางการบ ญช แก ผ ใช ภายในองค กร - ให ความสาค ญก บการดาเน นงานในอนาคตของธ รก จ - ไม ต องจ ดทาสารสนเทศตามหล กการบ ญช ท ร บรองท วไป - ม ข อม ลท งท เป นต วเง นและไม เป นต วเง น - ม ความย ดหย นและสามารถปร บให สอดคล องก บความต องการใช งาน ร ปท 7.2 แสดงระบบสารสนเทศด านการบ ญช

136 129 ระบบสารสนเทศด านการบ ญช (AIS) จะให ความส าค ญก บการวบรวมข อม ลและการ ต ดต อส อสารทางการเง น ซ งเป นกระบวนการต ดต อส อสารมากกว าการว ดม ลค า โดยท ระบบ สารสนเทศด านการบ ญช (AIS) จะแสดงภาพรวมการจ ดเก บ การจ ดโครงสร างประมวลข อม ล การ ควบค มความปลอดภ ย และการรายงานสารสนเทศทางการบ ญช ป จจ บ นการดาเน นงานและการ ไหลเว ยนของข อม ลทางการบ ญช ม ความซ บซ อนมากข น ทาให น กบ ญช ต องกาหนดค ณสมบ ต ของ สารสนเทศด านการบ ญช ให ส มพ นธ ก บการดาเน นงานขององค กร ประการส าค ญระบบสารสนเทศ ด านการบ ญช (AIS) และระบบสารสนเทศเพ อการจ ดการ (MIS) จะม ท งส วนท แยกออกจากก นและ เก ยวเน องส มพ นธ ก น แต ระบบสารสนเทศเพ อการจ ดการ (MIS) จะให ความส าค ญก บการจ ดการ สารสนเทศส าหร บการต ดส นใจของผ บร หาร ขณะท ระบบสารสนเทศด านการบ ญช (AIS) จะ ประมวลสารสนเทศเฉพาะสาหร บผ ใช งานท งภายในและภายนอกองค กร เช น น กลงท น เจ าหน และ ผ บร หาร เป นต น 7.7 ระบบสารสนเทศด านการเง น (Financial Information System) ระบบการเง น (Financial System) เป นส งท สาค ญท ส ดส าหร บองค กรในการท ผ บร หารจะ กระจายงบประมาณท เหมาะสม และใช ทร พยากรทางการเง นให เก ดประโยชน ส งส ดต อการ ดาเน นงานหร อก จกรรมต างๆขององค กร ระบบการเง นจะเก ยวก บสภาพคล อง (Liquidity) ในการ ดาเน นงานท เก ยวข องก บการจ ดการเง นสดหม นเว ยน ถ าธ รก จขาดเง นท นอาจก อให เก ดป ญหาท ง โดยตรงและอ อมการจ ดการทางการเง นจะม หน าท สาค ญ 3 ประการ ด งต อไปน การพยากรณ (Forecast)การศ กษา ว เคราะห การคาดการณ การกาหนดทางเล อก และการ วางแผนทางด าน การเง นของธ รก จ เพ อใช ทร พยากรทางการเง นให เก ดประโยชน ส งส ด โดยน กการเง นสามารถใช หล กการทางสถ ต และแบบจาลองทางคณ ตศาสตร มาประย กต ใช การพยากรณ ทางการเง นจะอาศ ย ข อม ลจากท งภายในและภายนอกองค กร ตลอดจนประสบการณ ของผ บร หารในการต ดส นใจ การจ ดการด านการเง น (Financial Management)เก ยวข องก บเร องการบร หารเง นให เก ด ประโยชน ส งส ด เช น รายร บ - รายจ าย การหาแหล งเง นท นจากภายนอกเพ อท จะเพ มท นขององค กรโดยว ธ การทางการเง น เช น การก ย ม การออกห น หร อการตราสารทางการเง นอ น เป นต น

137 130 การควบค มทางการเง น (Financial Control)เพ อต ดตามผล ตรวจสอบ และประเม นความ เหมาะสมในการ ดาเน นงานว าเป นไปตามแผนท กาหนดหร อไม ตลอดจนวางแนวทางแก ไขหร อ ปร บปร งให การดาเน นงานทางการเง นของธ รก จม ประส ทธ ภาพ การตรวจสอบและการควบค มทาง การเง นของธ รก จสามารถจาแนกออกเป น 2 ประเภท ค อการควบค มภายใน (Internal Control) และ การควบค มภายนอก (External Control) ร ปท 7.3 แสดงการจ ดการด านการเง น ระบบสารสนเทศด านการบ ญช และระบบสารสนเทศด านการเง นจะม ความส มพ นธ ก น เน องจากข อม ลทางการบ ญช จะเป นข อม ลพ นฐานส าหร บการประมวลผลและการต ดส นใจทาง การเง น โดยน กการเง นจะนาต วเลขทางการบ ญช มาประมวลผลตามท ตนเองต องการ เพ อให ได ข อม ล สาหร บสน บสน นการต ดส นใจทางการเง น 7.8 ระบบสารสนเทศด านการตลาด (Marketing Information System) การตลาด (Marketing) เป นหน าท ส าค ญทางธ รก จ เน องจากหน วยงานด านการตลาดจะ ร บผ ดชอบในการ กระจายส นค าและบร การไปส ล กค า ต งแต การศ กษาและว เคราะห ความต องการ การวางแผน และการสร างความต องการ ตลอดจนการส งเสร มการขายจนกระท งส นค าให ถ งม อล กค า

138 131 ปกต การต ดส นใจทางการตลาดจะเก ยวข องก บการจ ดส วน ประสมทางการตลาด (Marketing Mix) ได แก ผล ตภ ณฑ (Product) ราคา (Price) สถานท (Place) และการโฆษณา (Promotion) หร อท เร ยกว า 4P s โดยสารสนเทศท น กการตลาดต องการในการว เคราะห วางแผนตรวจสอบ และควบค มให แผนการตลาดเป นไปตามท ต องการมาจากแหล งข อม ล ด งต อไปน - การปฏ บ ต งาน (Operations)เป นข อม ลท แสดงถ งยอดขายและการด าเน นงานด าน การตลาด ช วงระยะเวลาท ผ านมาโดยข อม ลการปฏ บ ต งานจะเป นข อเท จจร งท เก ดข นจาก การดาเน นงานท ช วยในการตรวจสอบ ควบค ม และวางแนวทางปฏ บ ต ให ม ประส ทธ ภาพ ส งข นในอนาคต - การว จ ยตลาด (Marketing Research)เป นข อม ลท ได จากการศ กษาและว เคราะห ข อม ล ทางการตลาด โดย เฉพาะพฤต กรรมและความส มพ นธ ของผ บร โภคท ม ต อผล ตภ ณฑ หร อบร การของธ รก จ โดยน กการตลาดจะทาการว จ ยสมมต ฐานและการเก บข อม ลจาก กล มต วอย างปกต ข อม ลในการว จ ยตลาดจะได มาจากการรวบรวมข อม ลปฐมภ ม เช น การ ส งเกต การส มภาษณ และการใช แบบสอบถาม - ค แข ง (Competitor)ปกต ข อม ลจากค แข งข นจะม ล กษณะไม ม โครงสร าง ไม เป นทางการ และม แหล งท มา ไม ช ดเจน เช น การทดลองใช ส นค าหร อบร การ การส มภาษณ ล กค าและ ต วแทนจาหน าย การต ดตามข อม ลในตลาด และข อม ลจากส อสารมวลชน เป นต น - กลย ทธ องค กร (Corporate Strategy)เป นข อม ลสาค ญทางการตลาด เน องจากกลย ทธ จะ เป นเคร อง กาหนดแนวทางปฏ บ ต ของธ รก จ และเป นฐานในการกาหนดกลย ทธ ทาง การตลาดขององค กร - ข อม ลจากภายนอก (External Data)การเปล ยนแปลงท เก ดข นทางเศรษฐก จ การเม อง ส งคม และเทคโนโลย ซ งจะส งผลต อโอกาสหร ออ ปสรรคของธ รก จ โดยทาให ความ ต องการของผ บร โภคท ม ต อ ผล ตภ ณฑ หร อบร การของล กค าขยายต ว หร อหดต ว ตลอดจนสร างค แข งข นใหม หร อเปล ยนข นตอนและร ปแบบในการดาเน นงาน

139 132 ร ปท 7.4 แหล งข อม ลในการบร หารการเง นขององค กร 7.9 ระบบสารสนเทศด านการผล ตและการดาเน นการ (Production and Operations Information System) การผล ต (Production) เป นกระบวนการแปรร ปทร พยากรการผล ต เช น ว ตถ ด บ แรงงาน และ พล งงาน ให เป น ผล ตภ ณฑ ท พร อมในการจ ดจาหน ายแก ล กค า ซ งเราจะเร ยกการผล ตในหน วยบร การ ว า การดาเน นงาน (Operations) โดยท แหล งข อม ลในการผล ตและการดาเน นงานขององค กร ม ด งต อไปน - ข อม ลการผล ต/ การดาเน นงาน (Production/Operations Data)เป นข อม ลจากกระบวนการ ผล ตหร อการให บร การ ซ งจะแสดงภาพป จจ บ นของระบบการผล ตของธ รก จว าม ประส ทธ ภาพมากน อยเพ ยงใดและม ป ญหาอย างไรในการดาเน นงาน - ข อม ลส นค าคงคล ง (Inventory Data)บ นท กปร มาณว ตถ ด บและส นค าสาเร จร ปท เก บไว ใน โกด ง โดยผ จ ดการต องพยายามจ ดให ม ส นค าคงคล งในปร มาณไม เก นความจาเป นหร อขาด แคลนเม อเก ดความต องการข น - ข อม ลจากผ ขายว ตถ ด บ (Supplier Data)เป นข อม ลเก ยวก บปร มาณ ค ณสมบ ต และราคา ว ตถ ด บตลอดจนช องทาง และต นท นในการล าเล ยงว ตถ ด บ ป จจ บ นการพ ฒนาระบบ แลกเปล ยนข อม ลอ เล กทรอน กส (Electronic Data Interchange) หร อท เร ยกว า EDI ช วยให การประสานงานระหว างผ ขายว ตถ ด บ ธ รก จ และล กค าม ประส ทธ ภาพมากข น

140 133 - ข อม ลแรงงานและบ คลากร (Labor Force and Personnel Data)ข อม ลเก ยวก บพน กงานใน สายการผล ตและปฏ บ ต งาน เช น อาย การศ กษา และประสบการณ เป นต น ซ งจะเป น ประโยชน ในการ จ ดบ คลากรให สอดคล องก บงาน - กลย ทธ องค กร (Corporate Strategy)แผนกลย ทธ ขององค กรจะเป นแม แบบและแนวทางใน การกาหนดกลย ทธ การผล ตและการดาเน นงานให ม ประส ทธ ภาพ การประย กต เทคโนโลย สารสนเทศในการดาเน นงานขององค กร นอกจากจะส งผลต อการ พ ฒนาผล ตผล (Productivity) ของธ รก จ โดยเฉพาะการปฏ บ ต ต งแต การต ดส นใจเก ยวก บการ ออกแบบและการพ ฒนาผล ตภ ณฑ หร อบร การ การปร บปร งกระบวนการผล ต การควบค มส นค าคง คล ง การวางแผนค ณภาพ การเพ มผล ตผล และการควบค มต นท นขององค กรให ม ประส ทธ ภาพข น 7.10 ระบบสารสนเทศด านทร พยากรบ คคล (Human Resource Information System) ระบบสารสนเทศด านทร พยากรบ คคล (Human Resource Information System) หร อ HRIS หร อระบบสารสนเทศสาหร บบร หารงานบ คคล (Personal Information System) หร อ PIS เป นระบบ สารสนเทศท ถ กพ ฒนาให สน บสน นการดาเน นงานด านทร พยากรบ คคล ต งแต การวางแผน การจ าง งาน การพ ฒนาและการฝ กอบรม ค าจ างเง นเด อน การดาเน นทางการว จ ย ช วยให การบร หารทร พยากร บ คคลเก ดประส ทธ ภาพ โดยท ข อม ลท เก ยวข องก บทร พยากรบ คคลจะม ด งน ข อม ลบ คลากร เป นข อม ลของสมาช กแต ละคนขององค กร ซ งประกอบด วย ประว ต เง นเด อน และสว สด การ เป นต นผ งองค กร แสดงโครงสร างองค กร การจ ดหน วยงาน และแผนกาล งคน ซ ง แสดงท งปร มาณและการจ ดสรรทร พยากรบ คคล ข อม ลจากภายนอก ระบบบร หารทร พยากรบ คคลม ใช ระบบป ด ท ควบค มและด แลสมาช ก ภายในองค การเท าน น แต จะเก ยวข องก บสภาพแวดล อมทางเศรษฐก จ ส งคม และการเม องซ งต องการ ข อม ลจากภายนอกองค การ เช น การสารวจเง นเด อน อ ตราการว างงาน อ ตราเง นเฟ อ เป นต น

141 134 ต อไปน ร ปท 7.5 แสดงข อม ลด านการการจ ดการทร พยากรบ คคล การพ ฒนาระบบสารสนเทศด านทร พยากรบ คคล ต องพ จารณาป จจ ยส าค ญ 5 ประการ ความสามารถ (Capability)หมายถ ง ความพร อมขององค กรและบ คคลในการประย กต เทคโนโลย สารสนเทศ โดยต องพ จารณาความสามารถของบ คลากร 3 กล ม ค อ - ผ บร หารระด บส งต องพร อมท จะสน บสน นด านนโยบาย กาล งคน กาล งเง น และว สด อ ปกรณ ในการพ ฒนาระบบสารสนเทศขององค กร - ฝ ายทร พยากรบ คคลต องม ความร ความเข าใจและต นต วในการนาเทคโนโลย สารสนเทศมา ประย กต เพ อให การทางานในหน วยงาน ม ความคล องต วข น - ฝ ายสารสนเทศ ต องทาความเข าใจและออกแบบระบบงานให สอดคล องก บความต องการ ของผ ใช ในองค กร การควบค ม (Control)การพ ฒนา HRIS จะให ความสาค ญก บความปลอดภ ยของสารสนเทศ โดยเฉพาะการเข าถ งและความถ กต องของข อม ล เน องจากข อม ลด านทร พยากรบ คคลจะเก ยวข องก บ ความเป นส วนต วของสมาช กแต ละคน ซ งจะม ผลต อช อเส ยงและผลได -เส ยของบ คคล จ งต องม การ จ ดระบบการเข าถ งและการจ ดการข อม ลท ร ดก ม ต นท น (Cost)ปกต การดาเน นงานด านทร พยากรบ คคลจะม ต นท นท ส ง ขณะเด ยวก นก จะไม เห นผลตอบแทนท ช ดเจน ต วอย างเช น การเปล ยนแปลงขององค กรท งในด านการขยายต วและหดต ว ซ งจะม ผลกระทบต อบ คลากรในองค กร

142 135 การต ดต อส อสาร (Communication)การพ ฒนาระบบสารสนเทศจาเป นต องศ กษาการ ไหลเว ยนของสารสนเทศ (Information Flow) ภายในองค กรและความส มพ นธ ระหว างองค กรก บ สภาพแวดล อมภายนอก ความได เปร ยบในการแข งข น (Competitive Advantage)ป จจ บ นการพ ฒนา HRIS ไม เพ ยงแต ช วยให การดาเน นงานขององค กรม ประส ทธ ภาพข น แต ย งช วยให ม อานาจในการแข งข น ส งข นด วย ร ปท 7.6 แสดงป จจ ยในการพ ฒนาระบบสารสนเทศสาหร บการจ ดการทร พยากรบ คคล ป จจ บ นเราต างยอมร บว าคนเป นห วใจสาค ญของธ รก จ แต ทร พยากรบ คคลเป นทร พยากรท ม ค าใช จ ายท องค กรต องร บภาระท งทางตรงและทางอ อม เช น เง นเด อน สว สด การ และข อผ กพ นใน ส ญญาจ างงาน HRIS เป นระบบสารสนเทศท นาเสนอข อม ลการต ดส นใจซ งเก ดประโยชน แก ท ง องค กรและสมาช กแต ละคน ซ งจะช วยให ผ บร หารสามารถต ดส นใจเก ยวก บงานด านทร พยากรบ คคล อย างถ กต องข น 7.11ระบบล กค าส มพ นธ (Customer Relationship Management: CRM) ระบบล กค าส มพ นธ (Customer Relationship Management: CRM) ค อ กระบวนการจ ดการ สร างความส มพ นธ ก บล กค า ในป จจ บ นเก อบท กองค กรจะนา CRM เข ามาใช โดยอาจอย ภายในหน ง แผนกหร อมากกว าน น ซ งอาจจะเป นการเก บประว ต การให บร การล กค าของแผนกด แลล กค า โดยการ บ นท กความค ดเห นของล กค าหร อข อม ลท ล กค าต องการเพ มเต ม

143 136 1) ค ณสมบ ต ของระบบล กค าส มพ นธ (CRM) ความสาค ญของระบบล กค าส มพ นธ (CRM) ช วยให องค กรสามารถเพ มความส มพ นธ อ นด ให ก บล กค า เพ มรายได ลดค าใช จ ายต างๆ โดยเฉพาะเร องค าใช จ ายในการแสวงหาล กค าและการเพ ม ความพ งพอใจของล กค า (Customer Satisfaction) โดยการสร างกระบวนการทางานและพ ฒนา ผล ตภ ณฑ ตามความต องการของล กค า ซ งค ณสมบ ต ท ด ของระบบล กค าส มพ นธ (CRM) ม ด งน - ความสามารถในการจ ดการอย างม ประส ทธ ภาพและรวดเร ว - ความสามารถในการประเม นความต องการของล กค าล วงหน าได - สามารถเข าถ งความต องการของล กค าได ส งส ด - การอานวยความสะดวกให ล กค าในการร บข อม ลท ต วเองสนใจ และท นต อเหต การณ - สามารถเก บรวบรวมข อม ลล กค าได อย างม ระบบ และน ามาใช งานได อย างม ประส ทธ ภาพ ข อได เปร ยบท เห นได อย างช ดเจนค อ ระบบการทางานท ม การนาเทคโนโลย เข ามาสน บสน น ซ งม ความเท ยงตรงกว าการบร หารโดยคน และย งสามารถแสดงให เห นถ งท ศทางและแนวโน มในเร อง ต างๆ อย างช ดเจน เช น อ ตราการเต บโตของล กค า ความจาเป นท จะต องหาพน กงานใหม และการ ฝ กฝนท มงาน และท สาค ญท ส ดค อ ความสามารถในการให บร การอย างม ประส ทธ ภาพ 2)การจ ดการความส มพ นธ ระหว างล กค า การจ ดการความส มพ นธ ระหว างล กค า (Customer Relationship Management: CRM) ค อ การใช เทคโนโลย สารสนเทศเพ อสร างการใช ระบบสารสนเทศท สามารถใช งานสล บข ามหน าท ก นได ในองค กร น นก ค อ การรวมเอาระบบอ ตโนม ต หลายอย างมาอานวยความสะดวกให ก บล กค า ไม ว าจะ เป นการขาย การตลาด และการบร การ ซ งล กค าสามารถได ร บการโต ตอบจากคอมพ วเตอร ของบร ษ ท ได ระบบ CRM ทาให พน กงานสามารถทางานได อย างรวดเร ว สะดวกสบาย วางใจได ซ งช วยอานวย ความสะดวกด านการบร การให แก ล กค า งานหล กของระบบการจ ดการความส มพ นธ ระหว างล กค า ม ด งน

144 137 การจ ดการเร องการต ดต อและบ ญช (Contact and Account Management) ซอฟท แวร CRM จะช วยในด านการขาย การตลาด การบร การอย างม ออาช พและช วยเก บ ข อม ลล กค า ซ งม ความส มพ นธ ก นท ผ านมาเอาไว เพ อนามาช วยวางแผนในการเป นช องทางในการ ต ดต อก บล กค า ซ งจะเป นเร องท ด มาก สาหร บการทาธ รก จต ดต อก บล กค าแบบครบวงจร สารสนเทศ ท ด งด ดล กค าก ค อส งท ล กค าสามารถใช ได ง าย เช น โทรศ พท โทรสาร จดหมายอ เล กทรอน กส เว บไซต การขายปล ก การร บข อม ลจากจ ดบร การ และการต ดต อส วนบ คคล ระบบ CRM จะจ ดเก บ ข อม ลของล กค าเอาไว ในฐานข อม ล ซ งรวมก นเป นสารสนเทศบ ญช ล กค า (Customer Account Information) และให ล กค าต ดต อก บบร ษ ทได โดยผ านอ นเทอร เน ต อ นทราเน ต และเคร อข ายอ นๆ ท เช อมโยงไปย งการขาย การตลาด การบร การ และการประย กต ใช ในการจ ดการความส มพ นธ ระหว าง ล กค าในล กษณะอ นๆ การขาย (Sales) ระบบ CRM ช วยจ ดการด านการขายด วยซอฟท แวร คอมพ วเตอร และข อม ลของบร ษ ทย งม ประโยชน ในการนามาช วยสน บสน นก จกรรมด านการขาย ซ งทาให การขายสามารถทายอดขายได ส งข น ระบบสน บสน นท ว าน รวมไปถ งโอกาสการขาย สารสนเทศของผล ตภ ณฑ ล กษณะของ ผล ตภ ณฑ และความสามารถในการอ างการขาย ระบบ CRM น นสามารถเข าถ งได ด วยระบบ ออนไลน ซ งล กค าสามารถเข ามาตรวจเช คสถานะทางบ ญช ประว ต ต างๆ ได และแจ งยอดขายผ าน ธนาคาร ตลอดจนสามารถโทรเข ามาฝากเง นตามยอดขายของตนเอง หร อการลงท นท ตนเองได ลงท น ก บบร ษ ทเอาไว ได ร ปท 7.7 แสดงกล มการประย กต ใช หล กๆ ในการจ ดการความส มพ นธ ระหว างล กค า (James A. O Brien: 2006: 250) ท มา:

145 138 การตลาด และการบรรล ตามว ตถ ประสงค (Marketing and Fulfillment) ระบบ CRM ช วยให การทาการตลาดแบบม ออาช พประสบความสาเร จ เน องจากเป นการช วย ส งเสร มการขายได โดยตรงด วยระบบอ ตโนม ต เช น ทาให การต งเป าหมายทางการตลาดได ร บผลด ช วยในการจ ดตารางการทาการตลาด และช วยต ดตามการส งอ เมล ไปย งล กค าได โดยตรง ระบบ CRM เป นซอฟท แวร ช วยด านการทาตลาด และล กค าสามารถได ร บข อม ลตอบกล บจากระบบฐานข อม ล อ ก ท งช วยในการว เคราะห ล กค าและช วยเพ มม ลค าให ก บธ รก จ นอกจากน ระบบ CRM ย งช วยให ล กค า สามารถบรรล ว ตถ ประสงค เช น เม อล กค าทาการร องขอข อม ลเข ามาจะได ร บการตอบกล บอย าง รวดเร ว ไม ว าจะเป นการต ดต อเร องการขายหร อการบร การ การบร การและการสน บสน นล กค า (Customer Service and Support) ระบบ CRM ช วยจ ดการด านการบร การด วยซอฟท แวร ท สามารถเข าถ งฐานข อม ลของล กค า ได ด วยระบบคอมพ วเตอร ออนไลน สามารถใช ฐานข อม ลร วมก นได เช น ฐานข อม ลการขาย และ การตลาดแบบม ออาช พ ระบบ CRM ช วยสน บสน นล กค า โดยท ผ บร หารสามารถเพ มปร บปร ง, มอบหมายงาน, และจ ดการการร องขอด านการบร การท ล กค าร องขอเข ามาได ซอฟท แวร ศ นย กลาง การโทรศ พท (Call Center) เหม อนเป นต วแทนสน บสน นบร การล กค า ซ งม ความชานาญและม ส ทธ อานาจตามแต ละชน ดของการบร การร องขอซอฟท แวร ช วยทางานบนโต ะ (Help Desk) ช วยในการ บร การล กค าซ งม ป ญหาเก ยวก บผล ตภ ณฑ ส นค าและการบร การ โดยช วยจ ดการข อม ลท ม ความส มพ นธ ก น ให คาแนะนาเพ อแก ไขป ญหาให ก บล กค า อ กประการหน งค อ ย งม การพ ฒนา เว บไซต ข นมาเพ อให ล กค าสามารถช วยเหล อตนเองได และสามารถเข าถ งข อม ลของบร ษ ทได เป นการ ส วนบ คคล 3)หล ก 7 ประการ ส าหร บกลย ทธ ระบบ CRM (Nanosoft Marketing Series) หากลย ทธ CRM ท เข าก นได ก บธ รก จของค ณ บร ษ ทหลายแห งม ระบบ CRM ท งท ไม เข าใจว าระบบ CRM จะม ผลกระทบก บล กค า และ ธ รก จโดยรวมอย างไรบ าง ทางท ด บร ษ ทต องเข าใจเส ยก อนว า ความสาเร จของระบบ CRM ไม ใช แค ข นอย ก บฮาร ดแวร และซอฟท แวร แต ข นอย ก บว ฒนธรรมขององค กรท จะยอมร บว าความพ งพอใจ ของล กค าต อบร การเป นส งสาค ญเส ยก อน จากน นจ งค อยนาระบบ CRM เข าไปในโครงสร างองค กร และแผนงาน

146 139 ต องมองภาพใหญ ในการใช อ นเทอร เน ตท วท งองค กร ป จจ บ นม หลายบร ษ ทใช ระบบ CRM ล กษณะท แยกการทางานเป นส วนๆ ออกจากก น เพราะ มองว าเร มต นไม แพงมาก โดยล มมองภาพรวมท งองค กรว าในอนาคตม นจะบ รณาการก นได อย างไร ค าใช จ ายจะบานปลายขนาดไหน การวางระบบ CRM แนวค ดแบบ Internet Business Flows หร อการ ใช ระบบ CRM ออนไลน โซล ช นอย างสมบ รณ แบบท สามารถกระจายการใช งานได ท วท งองค กร ต งแต ต นจนจบกระบวนการทางานค อคาตอบ เพราะองค กรท ใช แนวค ดด งกล าวจะสามารถก าวส ข นตอนการวางระบบ CRM ได อย างรวดเร ว และได ร บผลประโยชน ทางธ รก จอย างแท จร งในระยะ ยาว ตอบแทนจากการลงท น ค อ ก ญแจส ความส าเร จผล ส งแรกท ทางบร ษ ทควรจะถามต วแทนจาหน ายก ค อ ผลตอบแทนจากการลงท นจะเป นเท าไร และบร ษ ทของเราจะสามารถทาเง นได มากแค ไหน หร ออย างน อยประหย ดค าใช จ ายได เท าไร ผ ขาย ควรจะม ว ธ ว ดและประเม นผลการลงท นได ไม ว าจะเป นโดยการเพ มรายได หร อการต ดรายจ าย ผสมผสาน CRM ก บส วนอ นขององค กร อย าค ดไปว า CRM อย ในความร บผ ดชอบของผ จ ดการด าน IT ทางบร ษ ทควรจะรวม CRM เข าไปเป นส วนหน งของการดาเน นการทางธ รก จโดยรวม ขยายการด แลและความเข าใจล กค าให ไป ไกลกว าแค ฝ ายการตลาด ไม ว าจะเป น เร องระบบช พพลายเชนสาหร บกระบวนการผล ตช นส วนหร อ ว ตถ ด บ รวมท งการบร การล กค าเพ อสร างโอกาสด าน การเสนอขายส นค าและบร การในร ปแบบอ นๆ เอา CRM เข าไปอย ในแผนการประช มของ CIO ต องผล กด นให CIO ม ม มมองในเช งกลย ทธ เพ มมากข น โดยท วไป CIO ส วนใหญ พยายามท จะลดงบประมาณทางด านระบบ หร ออ ปกรณ ท สน บสน นงานท ไม ใช กลย ทธ (Non - strategic) งานท เป นงานประจาก จะนาเทคโนโลย เข าไปแทน CIO ย คใหม ควรทาความเข าใจว า CRM เป นทางหน งท สามารถช วยลดต นท น เพ มรายได ขยายส วนแบ งการตลาดและทาผลกาไรเพ มมากข น Think suite เล อกเป นช ดด กว า การใช แอพพล เคช นแบบยกช ด สามารถทาให ทางบร ษ ทลดค าใช จ ายในด านการประสาน ระบบต างๆ ด านการอ พเกรดระบบท งก อนและหล งการซ อ การท ม ผ ร บผ ดชอบเพ ยงเจ าเด ยวจะทาให

147 140 ประหย ดเวลาและความย งยากในการ ต ดต งและพ ฒนาระบบ ต วอย างความส าเร จของ International Engineering (IEC) ในการต ดต งระบบ CRM โดยใช คอนเซ ปต ด งกล าว สามารถทาให เป นผลสาเร จ ภายใน 90 ว นเท าน นหล งจากส งซ อระบบ แทนท จะต องมาเส ยงลองผ ดลองถ ก ท าให IEC ประหย ดเวลาและค าใช จ ายเป นจานวนมาก ทาอะไรท ไม ย งยาก การต ดต งระบบ CRM ไม ควรจะเป นส งท ย งยาก ในขณะท เศรษฐก จค บคลานไปได อย างช าๆ บร ษ ทต องการแอพพล เคช นท ง ายต อการใช รวดเร วในการต ดต ง และได ผลตอบแทนท ค มค าก บการ ลงท น โปรแกรมยกช ดประเภทfast forward solutions ม ราคาท ประหย ด และย งเป นโปรแกรมท ใช เป นโปรแกรมหล กได (Core functionality) ท ง Call Center ฝ ายบร การล กค า ช วยให ฝ ายขายด แลล กค า ได อย างม ประส ทธ ผล สร ปสาระส าค ญของบทท 7 องค กรส วนใหญ ได นาระบบสารสนเทศเข ามาช วยในการบร หารจ ดการข อม ลต างๆ ภายใน องค กรมากข นอย างเห นได ช ด ท งการเก บรวบรวมข อม ลจากภายในและภายนอกองค กร ระบบประมวลรายการ (TPS) เป นระบบสารสนเทศระด บพ นฐานขององค กรท น า คอมพ วเตอร เข ามาช วยในการเปล ยนข อม ลด บท ได จากการปฏ บ ต มาไว ในร ปแบบท คอมพ วเตอร สามารถท จะอ านได และทาการประมวลผลรายการออกมาเป นร ปแบบของรายงาน ระบบสารสนเทศเพ อการจ ดการ (MIS) เป นระบบเพ อนาสารสนเทศมาช วยตรวจสอบ ควบค มการต ดส นใจ ว เคราะห การทางานของระบบ หร อใช ในการวางแผนระยะยาวขององค กร ระบบสน บสน นการต ดส นใจของผ บร หารระด บกลาง (DSS) เป น Software ท นามาช วยใน การต ดส นใจของผ บร หาร ในเหต การณ ก งโครงสร างและไม ม โครงสร าง จะเป นข อม ลท ม ล กษณะ เฉพาะต ว ม การเปล ยนแปลงอย เสมอ

148 141 ระบบส าน กงานอ ตโนม ต ค อ การนาเทคโนโลย ด านต างๆ เข ามาช วยเพ มประส ทธ ภาพใน การทางานภายในส าน กงาน เพ อให ม ความรวดเร ว แม นยา ถ กต อง และช วยลดปร มาณการใช ทร พยากรมน ษย ลง ระบบสารสนเทศส าหร บผ บร หาร เป นระบบสารสนเทศท ถ กออกแบบมาเพ อช วยในการ ต ดส นใจของผ บร หารระด บส ง เพ อนามาใช ในการต ดส นใจก บป ญหาท ไม ม โครงสร าง ในการ ว เคราะห จะช วยให ทราบแนวโน มท แน นอนในการลงท น และเป นการช วยวางแผนการทางานใน อนาคตขององค กร ระบบสารสนเทศด านการบ ญช จะม ส วนประกอบหล ก 2 ส วน ค อ ระบบบ ญช การเง น (Financial Accounting System) และระบบบ ญช บร หาร (Managerial Accounting System) ระบบ สารสนเทศด านการบ ญช (AIS) จะให ความส าค ญก บการวบรวมข อม ลและการต ดต อส อสารทาง การเง น ซ งเป นกระบวนการต ดต อส อสารมากกว าการว ดม ลค า ระบบการเง น (Financial System) เป นส งท สาค ญท ส ดส าหร บองค กรในการท ผ บร หารจะ กระจายงบประมาณท เหมาะสม และใช ทร พยากรเง นให เก ดประโยชน ส งส ดต อการดาเน นงานหร อ ก จกรรมต างๆขององค กร ระบบการเง นจะเก ยวก บสภาพคล อง (Liquidity) ในการดาเน นงานเก ยวข อง ก บการจ ดการเง นสดหม นเว ยน การตลาด (Marketing) เป นหน าท ส าค ญทางธ รก จ เน องจากหน วยงานด านการตลาดจะ ร บผ ดชอบในการ กระจายส นค าและบร การไปส ล กค า ต งแต การศ กษาและว เคราะห ความต องการ การวางแผนและการสร างความต องการ ตลอดจนการส งเสร มการขายจนกระท งการส งส นค าให ถ งม อ ล กค า ระบบการวางแผนทร พยากรทางธ รก จ (ERP) จ งเป นเคร องม อท นามาใช ในการบร หารธ รก จ เพ อแก ป ญหาท เก ดข นภายในองค กร อ กท งย งช วยให สามารถวางแผนการลงท นและบร หารทร พยากร ขององค กรโดยรวมได อย างม ประส ทธ ภาพ ERP จะช วยทาให การเช อมโยงทางแนวนอนระหว างการ จ ดซ อจ ดจ าง การผล ต และการขายทาได อย างราบร น ผ านข ามกาแพงระหว างแผนก และทาให สามารถบร หารองค รวมเพ อให เก ดผลประโยชน ส งส ด

149 142 ระบบสารสนเทศด านทร พยากรบ คคล (Human Resource Information System) หร อ HRIS หร อระบบสารสนเทศสาหร บบร หารงานบ คคล (Personal Information System) หร อ PIS เป นระบบ สน บสน นการดาเน นงานด านทร พยากรบ คคล ต งแต การวางแผน การจ างงาน การพ ฒนาและการ ฝ กอบรม ค าจ างเง นเด อน การดาเน นทางการว จ ย ช วยให การบร หารทร พยากรบ คคลเก ดประส ทธ ภาพ ระบบล กค าส มพ นธ (Customer Relationship Management: CRM) ค อ กระบวนการจ ดการ สร างความส มพ นธ ก บล กค า ในป จจ บ นเก อบท กองค กรจะนา CRM เข ามาใช โดยอาจอย ภายในหน ง แผนกหร อมากกว าน น ซ งอาจจะเป นการเก บประว ต การณ ให บร การ ล กค าของแผนกด แลล กค า โดย การบ นท กความค ดเห นของล กค า หร อข อม ลท ล กค าต องการเพ มเต ม แบบฝ กห ดท ายบทท 7 1. จงอธ บายระบบประมวลผลรายการ 2. จงอธ บายระบบสน บสน นการต ดส นใจ 3. จงอธ บายระบบสน บสน นผ บร หารระด บส ง 4. จงอธ บายระบบสารสนเทศด านการเง น 5. จงอธ บายระบบล กค าส มพ นธ

150 143 บทท 8 การส อสารข อม ลและระบบเคร อข ายอ นเตอร เน ต (Data Communication and Internet) 8.1 ความหมายและองค ประกอบของการส อสารข อม ล เทคโนโลย โทรศ พท ม อถ อและเทคโนโลย เคร อข ายไร สายแบบต างๆ เข าม ม บทบาทสาค ญใน การเช อมต อเคร องคอมพ วเตอร เข าส เคร อข ายอ นเตอร เน ต การใช เคร องไมโครคอมพ วเตอร จากท ทางานหร อท บ านเช อมต อไปย งเคร องคอมพ วเตอร อ นๆ ท อย ในโลกน ไม ใช เร องยาก ผ ใช สามารถ ทางานจากเคร องไมโครคอมพ วเตอร ได ในท กสถานท การต ดต อส อสารถ อเป นส งท ม ความสาค ญมาก สาหร บงานทางด านธ รก จ สามารถต ดต อก นเป นกล มหร อเป นรายคนได ระบบส อสารเป นระบบเล กทรอน กส ท ม การขนส งข อม ลผ านสายส อสารจากท หน งไปย งท อ นๆ โดยใช เคร องคอมพ วเตอร เช อต อเข าส ระบบอ นเตอร เน ต และ สามารถใช ดาวเท ยมในการ ต ดต อส อสารส าหร บสถานท ท อย ห างไกลและท รก นดาร ซ งโครงข ายโทรศ พท ไปไม ถ งเช น พ นท กลางทะเล เกาะ หร อป าล ก นอกจากน ย งสามารถใช คอมพ วเตอร เช อมต อก บสายโทรคมนาคมหร อ สารโทรศ พท จากบ านเพ อเข าถ งข อม ลของหน วยงานหร อสามารส งผ านข อม ลมาย งเคร อง ไมโครคอมพ วเตอร ท ใช งานอย ภายในองค กรได ป จจ บ นม การใช เทคโนโลย แบบไร สายแทนการใช สายเคเบ ล เพ อท จะแลกเปล ยนข อม ล ระหว างก นและย งสามารถเล นเกมแบบโต ตอบก บบ คคลอ นได ผ ใช งานคอมพ วเตอร ควรจะทราบเก ยวก บเทคโนโลย การเช อมต อและผลกระทบจากการ ปฏ ว ต ระบบไร สาย และย งควรทราบถ งส วนประกอบของระบบส อสาร รวมถ งช องทางส อสาร การ เช อมต อ การขนส ง ข อม ล สถาป ตยกรรมเคร อข าย และชน ดของเคร อข าย ระบบการส อสาร (Communication System)ค อ ระบบอ เล กทรอน กส ซ งทาหน าท ส งข อม ล จากท หน งไปย งอ กท หน ง โดยใช สายเช อมหร อไม ใช ก ได ม ส วนประกอบหล ก 4 ส วนด งน อ ปกรณ ส งและร บข อม ล (sending and receiving device) หมายถ ง คอมพ วเตอร หร อ อ ปกรณ ส อสารเฉพาะท ทาหน าท ในการส งและร บข อม ล รวมท งคาส งต างๆ ช องทางส อสาร (communication channel) เป นส อกลางหร อหร อเส นทางการร บส ง ข อม ล โดยส อน จะเป นแบบม สายหร อแบบไร สายก ได

151 144 อ ปกรณ เช อมต อ (connection device) ทาหน าท เช อมระหว างอ ปกรณ ร บส งข อม ล และช องทางส อสาร โดยทาหน าท ในการแปลงข อม ลท ส งออกหร อร บเข าให อย ใน ร ปแบบท สามารถส อสารก นได แล วส งต อไปผ านช องทางส อสาร การกาหนดร ปแบบในการขนส งข อม ล (data transmission specification) เป นกฏ หร อระเบ ยบว ธ การร วมก นระหว างอ ปกรณ ท ใช ส งและร บข อม ล เพ อความถ กต อง และแม นยาในการส งข อม ลผ านช องทางการส อสาร การใช เทคโนโลย คอมพ วเตอร ในการส อสาร ส วนใหญ จะเป นการเร ยกด ข อมลข าวสารและ การใช โปรแกรมร วมก นระหว างเคร องคอมพ วเตอร สองเคร องหร อมากกว า การต ดต อส อสารโดยใช เคร องคอมพ วเตอร ต องอาศ ยซอฟต แวร เฉพาะทาง เช น ซอฟต แวร สาหร บการร บส งอ เมล ซอฟต แวร สาหร บการค นหาข อม ล ซอฟต แวร สาหร บส งข อความ ในบทน จะกล าวถ งเทคโนโลย ท ใช การส อสาร อย ในป จจ บ น เทคโนโลย ส อสารแบบไร สาย แนวความค ดของเทคโนโลย แบบต างๆ รวมถ ง เทคโนโลย ในศตวรรษท 21 การเช อมต อ (Connectivity) เป นแนวความค ดท เก ยวข องก บการใช ระบบเคร อข าย คอมพ วเตอร ท เช อมบ คคลและทร พยากรคอมพ วเตอร ต างๆ เข าด วยก น นอกจากน ย งรวมถ งการ เช อมต อเคร องคอมพ วเตอร ต งแต ขนาดเล กส ดไปจนถ งเคร องเมนเฟรม เคร องคอมพ วเตอร ท กขนาด ถ อว าม ส วนสาค ญสาหร บการเช อมต อไมใช เฉพาะเคร องไมโครคอมพ วเตอร เท าน นแต จะรวมไปถ ง ระบบคอมพ วเตอร ขนาดใหญ อ กด วย การปฏ ว ต ไร สายการเปล ยนแปลงท สาค ญของการเช อมต อระบบส อสารในช วงเวลาท ผ านมา ค อ การใช โทรศ พท ม อถ อ ไม ว าจะเป นน กศ กษา ผ ปกครอง คร อาจารย น กธ รก จ และบ คคลท วไป ซ ง จานวนของผ ใช โทรศ พท ม อถ ออย ท งโลกประมาณ 600 ล านคน น บได ว าการปฏ ว ต ไร สาย (Wireless Revolution) ทาให บ คคลสามารถส อสารท ใดและเวลาใดก ได ย คเร มแรกของเทคโนโลย แบบไร สายจะเป นการส อสารด วยเส ยงเพ ยงอย างเด ยว แต ป จจ บ น สามารถรองร บการส งข อม ลได หลายร ปแบบ รวมถ งย งม การพ ฒนาสาหร บการเช อมต ออ ปกรณ ต างๆ เช น การส งพ มพ งานจากเคร องคอมพ วเตอร ไปย งเคร องพ มพ แบบไร สายหร อถ ายโอนไฟล ต วอย างเช น ถ าค ณต องการส งอ เมล ไปหาเพ อนเคร องคอมพ วเตอร จะเป นอ ปกรณ ท ใช สร าง และส งข อม ล โดยม โมเด มทาหน าท แปลงและจ ดร ปแบบข อความ จากน นข อม ลจะถ กส งไปก บ ช องทางส อสาร เช น สายโทรศ พท เม อข อม ลไปถ งปลายทางอ ปกรณ เช อมต อท ปลายทายก จะแปลง ข อม ลกล บและส งไปย งคอมพ วเตอร ปลายทางหร ออ ปกรณ ร บข อม ลเพ ออ านข อม ลได กระบวนการ จ ดร ปแบบข อม ล การแปลงข อม ลไปกล บในการส งผ านทางช องทางส อสารน นก ค อ การกาหนด ร ปแบบในการขนส งข อม ล

152 145 ร ปท 8.1 การแสดงระบบส อสารแบบพ นฐาน ต วอย างน เป นการแสดงถ งระบบส อสารแบบพ นฐานท เก ยวข องก บการส งอ เมล ธรรมดาไม ได รวมถ งข นตอนเฉพาะเจาะจงและอ ปกรณ ท เก ยวข องก บการส งอ เมล แบบพ เศษ 8.2 ประเภทของส อกลางการต ดต อส อสาร ช องทาการส อสาร (Communication Channel) เป นส งจาเป นส าหร บระบบส อสารข อม ล ช องทางส อสารเป นเส นทางขนส งข อม ลจากคอมพ วเตอร เคร องหน งไปย งเคร องอ นๆ แบ งออกเป น 2 ประเภท ค อ ช องทางส อสารท เช อมต อแบบม สาย ซ งเป นแบบการเช อต อระหว างอ ปกรณ ในการส ง ข อม ลและเป นอ ปกรณ ร บข อม ลโดยการใช สายและอ กประเภทหน งค อ ช องการส อสารท เช อต อแบบ ไร สาย ช องทางส อสารท เช อมต อแบบม สาย การเช อต อแบบม สาย (Wired Connection) เป นการส อสารโดยใช การใช สายเช อม ระหว างอ ปกรณ ส งและร บข อม ล เช น สายค ต เกล ยว สายโคแอกเช ยล และ สายเส นใยนาแสง 1)สายค ต เกล ยว (Twisted-pair Cable) หร อ สายโทรศ พท (Telephone Line) ประกอบด วยสายทองแดงเล ก ๆ เป นจานวนมาก การต ดต งภายในอาคารจะย ดต ดก บต วย ดบนผน ง โดยท สารถเส ยบสายต อเข าก บโทรศ พท และเคร องคอมพ วเตอร ได สายค ต เล ยวจ ดได ว าเป นส อ มาตรฐานในการส งเส ยงและข อม ลเป นระยะเวลานาน แต กาล งจะล าสม ยในอนาคตอ นใกล เน องจาก ป จจ บ นด วยเทคโนโลย ท ก าวหน าข น จ งม การพ ฒนาสายส งท ม ประส ทธ ภาพและน าเช อถ อได ในการ ขนส งข อม ลมากกว าการใช สายค ต เกล ยว

153 146 ร ปท 8.2 สายค ต เกล ยว 2)สายโคแอกเช ยล (Coaxial cable) ประกอบด วยสายทองแดงเพ ยงเส นเด ยวเป น แกนกลางห มด วยฉนวนสายยาง ถ าจะเปร ยบเท ยบการขนส งข อม ลก นแล ว สายโคแอกเช ยลสามารถ ส งข อม ลได มากกว าสายค ต เกล ยวประมาณ 80 เท า ส วนใหญ สายโคแอกเช ยลจะใช ในการส งส ญญาณ โทรท ศน แต ก สามารถใช ในการส งข อม ลของระบบเคร อข ายคอมพ วเตอร ได เช นก น ร ปท 8.3 สายโคแอกเช ยล 3) สายเส นใยนาแสง (Fiber-optic cable) ส งข อม ลโดยใช หล กการสะท อนของแสงผ าน หลอดแก วขนาดเล ก สายเส นใยนาแสงสามารถส งข อม ลได เร วถ ง 26,000 เท าของสายค ต เกล ยว และ เม อเปร ยบก บสายโคแอกเช ยล สายเส นใยนาแสงจะม น าหน กท เบาและม ความหน าเช อถ อในการ ขนส งข อม ลมากกว าและในการขนส งข อม ลจะใช ลาแสงท ม ความเร วเท ยบเท าความเร วของแสง ทาให การขนส งข อม ลรวดเร วกว าการขนส งข อม ลในสายทองแดงมาก ด งน นในอนาคตคาดว าสาย เส นใยนาแสงจะถ กนามาใช แทนท สายค ต เกล ยว

154 147 ร ปท 8.4 สายเส นใยนาแสง ช องทางการส อสารท เช อต อแบบไร สาย ช องทางการส อสารท เช อต อแบบไร สาย (Wireless Connection) เป นการเช อมต อท ไม ต องใช สายเช อมต อระหว างอ ปกรณ ร บและส ง แต อาจจะให อากาศเป นส อกลาง เทคโนโลย หล กสาหร บการ เช อมต อแบบไร สายค อ อ นฟราเรด ส ญญาณว ทย ไมโครเวฟ และ ดาวเท ยม 1. อ นฟราเรด (Infrared) ใช คล นแสงอ นฟราเรดในการต ดต อส อสารสาหร บระยะทางใกล ๆ โดยกาส งข อม ลจะส งในแนวเส นตรง และไม ควรม ส งใดก ดขวางในแนวของคล นลาแสง เพราะ ลาแสงไม สามารถทะล ผ านส งของท ม ความหนาได การเช อมต อแบบไร สายน น ยมใช สาหร บถ ายโอน ข อม ลระหว างอ ปกรณ แบบพกพา เช น คอมพ วเตอร โน ตบ กหร อพ ด เอไปย งเดสก ท อปคอมพ วเตอร 2. ส ญญาณว ทย (Broadcast radio) การส อสารแบบน ใช อ ปกรณ ส งและร บข อม ลพ เศษ เร ยกว า ทรานซ ฟเวอร (Transceiver) เพ อทาหน าท ส งและร บส ญญาณว ทย จากอ ปกรณ ชน ดไร สาย ต วอย างเช น โทรศ พท เคล อนท หร ออ ปกรณ เข าถ งเว บ ผ ใช บางคนเช อต อโน ตบ กคอมพ วเตอร เข าก บ โทรศ พท เคล อนท เพ อใช บร การอ นเตอร เน ต อ ปกรณ เข าถ งเว บจะเป นไปตามมาตรฐานท เร ยกว า ไวร ไฟร (Wireless Fidelity: Wi-Fi)หร อ ไมโครเวฟ (Microwave) เป นสารส อสารโดยใช คล นว ทย ความถ ส ง เช นเด ยวก บ อ นฟราเรดค อ การส งข อม ลจะเป นแบบแนวเส นตรงไม สามารถห กเล ยวหร ออ อมโค งได จ งสามารถ ร บส งได ในช วงระยะทางส น ๆ ด งน นจ งต องม สถาน ร บส งเป นระยะๆ จากจ ดส งถ งจ ดร บ น ยมใช ไมโครเวฟส าหร บการส อสารระหว างต กในเม องเด ยวก น หร อระหว างว ทยาเขตต างๆ ของ มหาว ทยาล ย ส าหร บการส อสารระยะทางไกลๆ จาเป นจะต องม สถาน ร บและขยายส ญญาณซ งม ล กษณะเป นจานหร อเสาอากาศเพ อร บส งส ญญาณเป นช วงๆ โดยอาจจะต ดต งบนหอคอย ต กส งๆหร บนยอดเขา

155 148 ร ปท 8.5 ไมโครเวฟ 4. ดาวเท ยม (Satellite)เป นการส อสารโดยใช ดาวเท ยมท โคจรอย เหน อพ นโลก ประมาณ 22,000 ไมล หร อส งกว า โดนทาหน าท เป นสถาน ส งและสถาน ร บข อม ลถ าหากม การส งข อม ลจาก ภาคพ นด นไปย งดาวเท ยมจะเร ยกว า อ ปล งค (Uplink) ส วนการร บส งข อม ลจากดาวเท ยมส ภาคพ นด นเร ยกว า ดาวน ล งค (Downlink) เทคโนโลย ท กาล งเป นท น ยมและอาศ ยการทางานของ ดาวเท ยมค อ เทคโนโลย จ พ เอส (Global Positioning System: GPS) เป นเทคโนโลย ท ทาให ทราบ ตาแหน งท อย บนพ นโลกหร อสภาพภ ม ศาสตร ต างๆ ต วอย างการใช งาน เช น การต ดต งอ ปกรณ จ พ เอสไว ในรถและทางานร วมก บแผนท ผ ใช ก สามารถข บรถไปตามระบบนาทางได หร อ ถ าหากม ผ ต องการร ว ารถค นด งกล าวข บไปตาแหน งใดก สามารถตรวจสอบได ในป จจ บ นม การนาอ ปกรณ จ พ เอสมาต ดต งในระบบโทรศ พท แบบเคล อนท อ กด วย ร ปท 8.6 ดาวเท ยมและจ พ เอส ในป จจ บ นม เทคโนโลย ไร สายท กาล งเป นท น ยมค อ บล ท ธ (Bluetooth) ซ งเป นการส ง ส ญญาณโดยใช คล นว ทย ระยะส น (Short-range Radio Links) เหมาะสาหร บการส อสารในระยะใกล หร อไม เก น 33 ฟ ต การส งส ญญาณไม ใช แนวเส นตรงและสามารถผ านส งก ดขวางได จ งน ยมใช

156 149 เทคโนโลย บล ท ธส าหร บอ ปกรณ ต างๆ เช นโทรศ พท แบบเคล อนท เคร องพ ด เอ เคร องพ มพ โน ตบ ก คอมพ วเตอร ฯลฯ ร ปท 8.7 บล ท ธ ช องทางส อสาร ค ณล กษณะ สายค ต เกล ยว สายทองแดงเส นเล กๆ หลายเส น เป นสายโทรศ พท ท ใช ท วไป สายโคแอกเช ยล สายทองแดงแบบแท ง ม ความจ ในการขนส งข อม ลมากกว าสายค ต เกล ยว ประมาณ 80 เท า สายเส นใยน าแสง ส งข อม ลโดยใช แสง ม ความจ ในการขนส งข อม ลมาว าสายค ต เกล ยว 26,000 เท า อ นฟราเรด ส ญญาณอ นฟราเรดเด นทางเป นเส นตรง ส ญญาณว ทย ส ญญาณท ใช ในโทรศ พท ม อถ อและอ ปกรณ ไร สายต างๆ ไมโครเวฟ ใช ส ญญาณว ทย ความถ ส งและส งผ านเป นเส นตรงไปในอากาศ ดาวเท ยม โคจรอย นอกพ นโลก ใช สาหร บอ ปกรณ จ พ เอสต าง ๆ ตารางท 8.1 ช องทางการส อสาร อ ปกรณ เช อมต อ การเช อมต ออ นเทอร เน ตตาบ านม กจะใช สายโทรศ พท แต ระบบโทรศ พท ออกแบบมาเพ อ รองร บการส งส ญญาณเส ยงท เป น ส ญญาณแอนะล อก (Analog Signal) ในขณะท คอมพ วเตอร ร บและ

157 150 ส งข อม ลเป นส ญญาณด จ ตอล (Digital Signal) จ งจาเป นต องใช อ ปกรณ โมเด มในการแปลงส ญญาณ ระหว างด จ ท ลก บแอนะล อกเพ อให สามารถส งและร บข อม ลผ านทางสายโทรศ พท ได ร ปท 8.8 ส ญญาณแอนะล อกและส ญญาณด จ ตอล โมเด ม (MODEM) เป นอ ปกรณ ในการแปลงส ญญาณ ย อมาจากโมด เลช น-ด โมด เลช น (Modulation Demodulation) โมด เลช น(Modulation) จะหมายถ ง กระบวนการในการเปล ยนส ญญาณด จ ท ลเป นส ญญาณ แอนะล อก และ ด โมด เลช น (Demodulation) เป นกระบวนการในการเปล ยนส ญญาณแอนะล อกเป น ส ญญาณด จ ท ล โมเด มจะทาหน าท แปลงส ญญาณด จ ท ลของคอมพ วเตอร ต นทางให กลายเป นส ญญาณ แอนะล อก และส งผ านไปในสายโทรศ พท พร อมก นก บส ญญาณโทรศ พท จากน นโมเด มปลายทางก จะแยกส ญญาณท ถ กส งออกจากส ญญาณโทรศ พท แล วแปลงให เป นส ญญาณด จ ท ลและส งต อให ก บ เคร องคอมพ วเตอร ปลายทาง ความเร วในการขนส งข อม ลโดยใช โมเด มม หลากหลาย โดยท วไปม หน วยว ดเป นบ ตต อว นาท (Bits per Second: bps) หร อหน วยว ดอ น ๆ ย งความเร วมากก จะม ความสามารถในการร บส งข อม ลได มากข น ต วอย างเช น การส งภาพๆ หน งด วยโมเด มความเร ว 33.6 ก โลบ ตต อว นาท อาจจะใช เวลา 75 ว นาท แต ถ าใช โมเด มความเร ว 56 ก โลบ ตต อว นาท จะใช เวลาเพ ยง 45ว นาท หน วย ย อมาจาก ความเร ว bps bits per second บ ตต อว นาท kbps thousand bits per second ก โลบ ตต อว นาท mbps million bits per second เมกะบ ตต อว นาท gbps billion bits per second ก กกะบ ตต อว นาท ตารางท 8.2 ความเร วในการขนส งข อม ล

158 151 โมเด มแบ งออกเป น 4 ประเภท ได แก โมเด มแบบภายนอก โมเด มแบบภายใน โมเด มแบบซ พ การ ด และ โมเด มแบบไร สาย 1. โมเด มแบบภายนอก (External Modem) อย ภายนอกเคร องคอมพ วเตอร และเช อมต อ ผ านพอร ตอน ก รม และ ใช สาน โทรศ พท เช อมต อระหว างโมเด มก บ กล องโทรศ พท ร ปท 8.9 โมเด มภายนอก 2. โมเด มแบบภายใน (Internal Modem) ประกอบด วยวงจรแบบฝ งต วรวมเป นช น เด ยวก นก บแผงวงจรหล กของเคร องคอมพ วเตอร ร ปท 8.10 โมเด มภายใน 3. โมเด มแบบพ ซ การ ด (PC Card Modem) เป นการ ดเพ มขยายขนาดเท าบ ตรเครด ตใช เส ยบเข าก บโน ตบ กคอมพ วเตอร และใช สายโทรศ พท เช อมต อระหว างโมเด มก บกล องโทรศ พท ร ปท 8.11 โมเด มแบบพ ซ การ ด

159 โมเด มแบบไร สาย (Wireless Modem) อาจจะเป นแบบภายนอก แบบภายใน หร อพ ซ การ ดแต ไม ต องใช สายเคเบ ลเพ อเช อมต อ โดยส งและร บข อม ลผ านอากาศ ชน ดของการเช อมต อ สายโทรศ พท และโมเด มธรรมดาเป นอ ปกรณ ท ใช เช อมต อเคร อข ายแบบหม นโทรศ พท (Dialup) ถ งแม ว าจะเป นบร การท ได ร บความน ยมมากท ส ดแต ก ช าและไม ม ประส ทธ ภาพเท าท ควร สาหร บองค กรหร อบร ษ ทขนาดใหญ จะใช บร การสายเช าสาหร บเช อมต ออ นเทอร เน ตซ งเป น ล กษณะของเคร อข ายส วนบ คคล ใช เทคโนโลย สายเส นใยนาแสงในการร บส งส ญญาณ ภาพ เส ยง และ ข อม ล จ งทาให ม ความเร วและความน าเช อถ อส ง เหมาะสาหร บองค กรท ต องใช งานอ นเทอร เน ต อย างเต มร ปแบบไม จาก ดปร มาณร บส งข อม ล จาก ดช วโมงการใช งาน และ สามารถเช อมต อ อ นเทอร เน ตได ตลอด 24 ช วโมง แต การเช อมต อว ธ น ม ราคาค อนข างแพงมาก ต วอย าผ ให บร การสาย เช าสาหร บเช อมต ออ นเทอร เน ตได แก บร ษ ท ท โอท จาก ด (มหาชน), บร ษ ท ทร อ นเทอร เน ต จาก ด, บร ษ ท สามารถ อ นโฟเน ต ในขณะท สายเช าส าหร บเช อมต ออ นเทอร เน ตย งม ราคมแพงมากส าหร บ การเช าใช ส วนบ คคล ก ม ทางเล อกอ น ๆ ในการเช อมต อแบบท ม ความเร วส งเป นพ เศษกว าการหม น โทรศ พท แบบธรรมดา เช น ด เอสแอล เดเบ ลโมเด ม ดาวเท ยม และเซลล ล าร 1. ด เอสแอล (Digital Subscriber Line : DSL) หร อเอด เอสแอล (Asymmetric Digital Subscriber Line : DSL) 2. เคเบ ลโมเด ม (Cable modem) 3. ดาวเท ยม (Satellite/air connection service) 4. เซลล ล าร (Cellular service) สถาป ตยกรรมระบบเคร อข าย ร ปท 8.12 โมเด มแบบไร สาย

160 153 เคร อข ายคอมพ วเตอร (Computer Network) หมายถ ง เคร อข ายคอมพว เตอร ท เช อมต อ คอมพ วเตอร ต งแต 2 เคร องข นไป เพ อแลกเปล ยนสารสนเทศและใช ทร พยากรคอมพ วเตอร ร วมก น โดยผ ใช สามารถเช อมต อเคร อข ายได ในหลายๆ ร ปแบบตามความต องการของผ ใช 1) คาศ พท ท ควรทราบ โหนด (node) อ ปกรณ ต างๆ ท เช อมต อก บเคร อข ายไม ว าจะเป นคอมพ วเตอร เคร องพ มพ หร ออ ปกรณ หน วยความจาสารอง ไคล แอนด หร อเคร องคอมพ วเตอร ร บบร การ (client) เคร องคอมพ วเตอร ท ร องขอ และใช ทร พยากรจากโหนดอ นๆ เซ ร ฟเวอร หร อเคร องคอมพ วเตอร ให บร การ (server) เคร องคอมพ วเตอร ท อน ญาต ให โหนดอ นๆ ใช ทร พยากร โดยอาจจะเป นเคร องคอมพ วเตอร ให บร การไฟล เคร อง คอมพ วเตอร ให บร การพ มพ เคร องคอมพ วเตอร ให บร การส อสาร เคร อง คอมพ วเตอร ให บร การเว บ และเคร องคอมพ วเตอร ให บร การฐานข อม ล ฮ บ (hub) เป นอ ปกรณ ส าหร บขยายโหนดในระบบเคร อข ายคอมพ วเตอร ทาให สามารถเพ มจานวนเคร องคอมพ วเตอร ในเคร อข ายได ตามจานวนช องของฮ บ การ ดเช อมต อเคร อข าย (Network Interface Card : NIC) เป นการ ดเพ มขยายท เส ยบ เข าก บหน วยระบบเพ อใช เช อมต อเคร องคอมพ วเตอร เข าก บเคร อข าย บางคร งเร ยกว า LAN Adapter ระบบปฏ บ ต การเคร อข าย (Network Operating System : NOS) ม หน าท ควบค มและ ทางานร วมก นก บเคร องคอมพ วเตอร และอ ปกรณ ต างๆ บนเคร อข าย การทางานน รวมถ งการส อสารอ เล กทรอน กส การแลกเปล ยนสารสนเทศและทร พยากรต างๆ การประมวลผลแบบกระจาย (Distributed Processing ) เป นระบบท กาหนดให เคร องคอมพ วเตอร ท ม ศ กยภาพส ง ต ดต งอย ในสถานท ท แตกต างก น แต สมาช กของ เคร อข ายสามารถใช ทร พยากรร วมก นได ระบบน เป นระบบแบบกระจายศ นย ของ องค กรท แต ละแห งม ระบบคอมพ วเตอร เป นของตนเอง โดยระบบคอมพ วเตอร ใน หน วยงานแต ละแห งจะเช อมต อก บเคร อข ายของระบบคอมพ วเตอร หล กขององค กร คอมพ วเตอร แม ข าย (host computer) เป นเคร องคอมพ วเตอร ศ นย กลางขนาดใหญ โดยอาจจะเป นเคร องม น คอมพ วเตอร หร อเมนเฟรม ผ จ ดการเคร อข าย (network manager) เป นอาช พส าหร บด แลและจ ดการระบบ เคร อข ายท งหมด รวมถ งขยายหร อสร างระบบเคร อข ายใหม

161 154 2) ชน ดของเคร อข าย เคร อข ายคอมพ วเตอร จะม ความแตกต างก นในเร องของขนาด โดยท วไปม อย 3 ชน ด ค อ เคร อข าย บร เวณเฉพาะท เคร อข ายบร เวณนครหลวง และเคร อข ายบร เวณกว าง เคร อข ายบร เวณเฉพาะท (Local Area Network : LAN) หมายถ ง เคร อข ายท ประกอบด วยคอมพ วเตอร และอ ปกรณ ต อพ วงเช อมต อก นภายในอาคารเด ยวก น หร อบร เวณท ใกล เค ยงก น ระยะทางในการเช อมต อระหว างจ ดไม ไกลน ก เช น ภายในบร ษ ท หร อภายใน มหาว ทยาล ย ข อด ค อ ทาให ผ ใช สามารถใช อ ปกรณ ต างๆ ร วมก นได และม ความย ดหย นในการเพ ม อ ปกรณ เข าไปในเคร อข าย เช น ถ าม เคร องคอมพ วเตอร 4 เคร อง สามารถใช เคร องพ มพ ร วมก นได เทคโนโลย เคร อข ายแลนแบบไร สาย (WLAN) จะใช ส ญญาณความถ ว ทย ในการส งข อม ลระหว าง เคร องคอมพ วเตอร และอ ปกรณ กระจายส ญญาณ (access point) โดยท กการส อสารจะผ านศ นย กลาง เคร อข ายท เป นต วร บส ญญาณไร สาย (wireless receiver) หร อสถาน ร บส งส ญญาณ (base station) เคร อข ายบร เวณนครหลวง (Metropolitan Area Network : MAN) เป น เคร อข ายคอมพ วเตอร ท ม ขนาดใหญ กว าเคร อข ายแลน ม กใช เช อมต อระหว างอาคารหร อใช เช อมต อ ภายในตาบลหร ออาเภอเด ยวก น เคร อข ายบร เวณกว าง (Wide Area Network : WAN) เป นเคร อข าย คอมพ วเตอร ท ม การเช อมต อครอบคล มท วประเทศหร อท วโลก โดยช องทางการส อสารอาจจะเป น สายเคเบ ลระหว างประเทศ ไมโครเวฟ หร อดาวเท ยม เพ อส งข อม ลไปย งผ ใช ท อย ไกล เช น จาก กร งเทพไปย งจ งหว ดต างๆ ในแต ละภาค หร อการเข อมต อระหว างประเทศ

162 155 ร ปท 8.13 ส ญญาณเคร อข าย 3) สถาป ตยกรรมเคร อข าย สถาป ตยกรรมเคร อข าย (network architecture) อธ บายโครงร างเคร อข ายแบบต างๆ ว าม การ จ ดการเคร อข ายทางกายภาพ และว ธ การเช อมต อเคร อข ายอย างไร โครงร างเคร อข าย โดยท วไปสามารถจ ดโครงร างเคร อข าย หร อร ปแบบการเช อมต อเคร อข ายได หลายว ธ บางคร งเร ยกว า โทโปโลย (topology) โครงร างเคร อข ายพ นฐานม 4 แบบ ค อ แบบดาว แบบบ ส แบบ วงแหวน และแบบลาด บช น เคร อข ายแบบดาว (star network) คอมพ วเตอร หร ออ ปกรณ ต อพ วงจะเช อมก บ คอมพ วเตอร ส วนกลาง ซ งม กจะเป นเคร องคอมพ วเตอร แม ข ายหร อเคร องเคร องคอมพ วเตอร ท ให บร การไฟล การส อสารทาได โดยการขนส งข อม ลไปย งส วนกลาง ซ งจะถ กควบค มโดยการหย ง ส ญญาณ น นค อ แต ละอ ปกรณ ท เช อมต ออย จะม การถามหร อการหย งส ญญาณ โดยจะทาการถามหร อ การหย งส ญญาณเม อต องการส งข อความ และเม ออ ปกรณ ได ร บอน ญาตจ งส งข อความได ข อด ของเคร อข ายดาวค อ สามารถทางานแบบระบบแบ งก นใช เวลา (time-sharing system) โดยผ ใช หลายคนสามารถใช เวลาบนเคร องคอมพ วเตอร ส วนกลางได เท าๆ ก น เม อส นส ด เวลาจะต องให เคร องอ นเข ามาใช บร การจากคอมพ วเตอร แม ข ายต อไป ในอด ตน ยมใช สาหร บการใช ฐานข อม ลร วมก นบนเคร องเมนเฟรม แต ป จจ บ นจะใช โครงร างเคร อข ายแบบน ก บเคร อง ไมโครคอมพ วเตอร โดยใช ฮ บเป นจ ดเช อมต วกลางและเป นต วกระจายส ญญาณ

163 156 ร ปท 8.14 เคร อข ายแบบดาว เคร อข ายแบบบ ส (bus network) ค อ การนาเคร องคอมพ วเตอร มาเช อมต อก นบน สายเส นเด ยวก นตลอดท งสายส ญญาณ การส งข อม ลจะผ านไปในสายท เช อมต อท เร ยกว า บ ส หร อ แบ คโบน(backbone) ข อม ลท ส งผ านไปในบ สจะถ กตรวจสอบโดยอ ปกรณ การ ดเช อมต อเคร อข ายท ต ดอย ก บคอมพ วเตอร แต ละต วว าเป นข อม ลของตนเองหร อไม ถ าใช ก สามารถเป ดด ข อม ลน นได เคร อข ายบ สใช ได ก บการเช อมต อเคร องไมโครคอมพ วเตอร ท ม จานวนไม มากน ก เพราะเคร อง คอมพ วเตอร ท กเคร องจะต องใช สายส ญญาณร วมก น อย างไรก ตามค าใช จ ายสาหร บเคร อข ายแบบบ ส ค อนข างต า เพราะประหย ดเร องสายส ญญาณ และไม ต องใช อ ปกรณ กระจายส ญญาณหร อฮ บเหม อน เคร อข ายดาว ร ปท 8.15 เคร อข ายแบบบ ส เคร อข ายแบบวงแหวน (ring network) จะม การเช อมต อคอมพ วเตอร เป นวงกลม โดยจะไม ม เคร องคอมพ วเตอร บร การไฟล หร อคอมพ วเตอร ท เป นศ นย กลาง ข อความจะถ กส งผ านไป ในวงจนกระท งถ งปลายทางท ถ กต อง สาหร บเคร องไมโครคอมพ วเตอร การเช อมต อแบบวงแหวนจะ ถ กเล อกใช น อยท ส ดในเคร อข ายท ง 4 แบบ แต จะใช มากในการเช อต อเมนเฟรม โดยเฉพาะอย างย งใน โรงงานอ ตสาหกรรม โดยท วไปประโยชน ของเคร อข ายแบบวงแหวนค อ การกระจายศ นย เน องจาก สามารถทางานโดยใช ระบบการประมวลผลแบบกระจาย ได น นค อ คอมพ วเตอร สามารถทางานแต

164 157 ละงานโดยเคร องคอมพ วเตอร กระจายอย ตาม ต างๆ ได อย างไรก ตามย งสามารถใช โปรแกรมข อม ล และทร พยากรอ นๆ ก บเคร องอ นๆ ร ปท 8.16 เคร อข ายแบบวงแหวน เคร อข ายแบบลาด บช น (hierarchical network) หร อเคร อข ายแบบไฮบร ด (hybrid network) ประกอบด วยคอมพ วเตอร หลายเคร องเช อมต อก บคอมพ วเตอร แม ข าย หร อเคร อง คอมพ วเตอร ศ นย กลางคล ายก บเคร อข ายแบบดาว ซ งเคร องคอมพ วเตอร ต างๆ จะสามารถเป นเคร อง คอมพ วเตอร แม ข ายให ก บเคร องคอมพ วเตอร หร ออ ปกรณ อ นๆ ได

165 158 ล กษณะการใช งานเคร อข าย ร ปท 8.17 เคร อข ายแบบลาด บช น ระบบเคร อข ายแบบเทอร ม น ล (terminal network system) การประมวลผลจะอย ท ศ นย กลางซ งม กจะเป นเคร องคอมพ วเตอร ขนาดใหญ เช น เมนเฟรม โหนดต างๆ ท เช อมต อก บเคร อง คอมพ วเตอร ศ นย กลางอาจจะเป นคอมพ วเตอร ท ม ความสามารถในการประมวลผลด วยต วเองเพ ยง เล กน อยหร อไม ม เลยก ได เคร อข ายแบบดาว และแบบลาด บช นจะม ล กษณะการใช งานเคร อข ายแบบน โดยใช ระบบปฏ บ ต การย น กซ ระบบการจองเท ยวบ นของสายการบ นม ล กษณะการใช งานเคร อข ายแบบเทอร ม น ล คอมพ วเตอร ส วนกลางจะด แลตารางการบ น ราคาต วโดยสาร ท น งท ว างอย และอ นๆ ต วแทนขายต ว จะใช เคร องเทอร ม น ลเพ อต ดต อก บเคร องคอมพ วเตอร ส วนกลาง เพ อจองต วและจ ดทารายละเอ ยดการ เด นทาง ถ งแม ว าต วแทนขายจะพ มพ รายละเอ ยดการเด นทางให ล กค าจากเคร องคอมพ วเตอร ปลายทาง แต กระบวนการประมวลผลท งหมดจะอย ท คอมพ วเตอร ส วนกลาง ข อด ของระบบเคร อข ายแบบเทอร ม น ล ค อ การประมวลท งหมดจะอย ท ศ นย กลาง สามารถควบค มซอฟต แวร และข อม ลได ง าย ข อเส ย ค อ ผ ใช ไม สามารถควบค มการทางานท งหมดด วย ตนเอง และคอมพ วเตอร พ วเตอร ปลายทางไม สามารถใช ประส ทธ ภาพของเคร องไมโครคอมพ วเตอร ได อย างเต มท ทาให ในป จจ บ นจะไม น ยมใช ระบบน ระบบเคร อข ายแบบไคลแอนต /เซ ร ฟเวอร (client/server) ให คอมพ วเตอร เคร อง หน งทาหน าท ให บร การคอมพ วเตอร เคร องอ นๆ ภายในเคร อข าย น ยมเร ยกเคร องให บร การน ว า เซ ร ฟเวอร และเร ยกเคร องร บบร การว า ไคลแอนต เคร องเซ ร ฟเวอร จะจ ดสรรทร พยากร เช น เว บเพจ ฐานข อม ล โปรแกรมประย กต และฮาร ดแวร ให ก บเคร องคอมพ วเตอร ตามท ร องขอ ระบบปฏ บ ต การ ท น ยมใช ค อ Novell s NetWare, Microsoft s Windows NT, IBM s LAN Server และ Banyan Vines ข อด ของระบบเคร อข ายแบบไคลแอนต /เซ ร ฟเวอร ค อ สามารถในการบร หารระบบเคร อข าย ขนาดใหญ ได อย างม ประส ทธ ภาพ ว ธ การเช อมต อล กษณะน ใช ก นอย างแพร หลายสาหร บอ นเทอร เน ต ข อเส ยค อ ค าใช จ ายในการต ดต งและการซ อมบาร งค อนข างส ง

166 159 เคร อข ายแบบเพ ยร ท เพ ยร หร อจ ดต อจ ด (peer-to-peer network system) ล กษณะ การใช งานเคร อข ายแบบน แต ละโหนดจะม ความส าค ญเท าเท ยมก น โดยจะเป นท งเคร องให บร การ และเคร องร บบร การ ข อด ค อ ค าใช จ ายไม ส งและง ายต อการต ดต ง และจะท างานได อย างม ประส ทธ ภาพด ถ าระบบม ขนาดเล กไม เก น 10 โหนด แต ข อเส ยค อ ถ าจานวนโหนดเพ มข น ประส ทธ ภาพของเคร อข ายจะน อยลง และไม ม ซอฟต แวร ท ม ประส ทธ ภาพในการบร หารจ ดการเพ อด ก จกรรมท เก ดข นในระบบเคร อข ายขนาดใหญ ด วยเหต ผลน เคร อข ายแบบเพ ยร ท เพ ยร จ งม กจะใช เฉพาะส าหร บเคร อข ายขนาดเล กภายในองค กรหร อการแลกเปล ยนและใช ไฟล ข อม ลร วมก นบน อ นเทอร เน ต 8.3 ความหมายของอ นเทอร เน ต อ นเทอร เน ต (Internet ) หร อ เน ต (Net) เป นเคร อข ายคอมพ วเตอร ท เช อมโยงเคร อง คอมพ วเตอร ถ งก นท วโลก เก ดข นในป ค.ศ เม อประเทศสหร ฐอเมร กาเร มทาโครงงานพ ฒนา เคร อข ายคอมพ วเตอร สากลท ม ช อว า อาร พาเน ต (ARPANET) หร อ เคร อข ายสาน กงานโครงการว จ ย ข นส ง (Advanced Research Project Agency Network) เว บ (Web) หร อเว ลด ไวด เว บ (World Wide Web : WWW) เก ดข นในป ค.ศ ท Center for European Nuclear Research(CERN) ประเทศ สว ตเซอร แลนด ข อม ลบนอ นเทอร เน ตในระยะแรก จะม ล กษณะเป นข อความล วน ไม ม กราฟ ก ภาพเคล อนไหว เส ยงและว ด โอ ต อมาม ผ พ ฒนาให เว บม ส วนต ดต อก บผ ใช งานในล กษณะของส อ ม ลต ม เด ยท สามารถเข าถ งทร พยากรท ม อย บนอ นเทอร เน ตได จากการเร มต นของงานว จ ยช นน ทาให อ นเทอร เน ต และเว บกลายเป นเคร องม อท ม ประส ทธ ภาพมากท ส ดของท กคน คาว าอ นเทอร เน ตและเว บ ม ความหมายแตกต างก นตรงท อ นเทอร เน ตเป นล กษณะของ เคร อข ายทางกายภาพท เก ดข นจากการนาสายส ญญาณ สายเคเบ ล และดาวเท ยม เช อมเข าด วยก น ขณะท กาล งเช อมต อเคร อข ายจะเร ยกว า การออนไลน (online) อ นเทอร เน ตเช อมโยงเคร อง คอมพ วเตอร น บล านๆ เคร องและทร พยากรต างๆ ท วโลกให สามารถทางานร วมก นได สาหร บเว บจะ ม ล กษณะเป นส วนต ดต อก บผ ใช แบบส อม ลต ม เด ยท ทาให เข าถ งทร พยากรท ม อย บนอ นเทอร เน ตได ป จจ บ นม ผ ใช อ นเทอร เน ตและเว บน บพ นล านคนจากประเทศต างๆ ท วโลก โดยส วนใหญ แล ยจะใช งานด งต อไปน การส อสาร (communicating) เป นก จกรรมท น ยมก นมากท ส ด ค ณสามารถ แลกเปล ยนอ เมลล ก บครอบคร ว และเพ อนๆ ท อย ใกล ก นหร ออย ห างไกลก นได ค ณสามารถร วมก น

167 160 สนทนาหร ออภ ปรายถกเถ ยงก นในห วข อท สนใจ หร อแสดงความค ดเห นท แตกต างก นได ค ณ สามารถพ ดค ยก บคนอ นๆ หร อสามารถสร างเว บเพจส วนบ คคลให เพ อนๆ หร อครอบคร วเข ามาชมได การเล อกซ อส นค า (shopping) เป นโปรแกรมประย กต บนอ นเทอร เน ตท เต บโตอย าง รวดเร วค ณสามารถเข าไปเย ยมชมร านค าบนอ นเทอร เน ตหร อท เร ยนกว า ไซเบอร มอล (cybermall) เพ อเล อกชม หร อเล อกซ อส นค าจากร านค าท ด ท ส ด หร อด แฟช นใหม ล าส ด ค นหา และต อรองราคา ส นค าได ค ณสามารถซ อส นค าโดยใช เช ค บ ตรเครด ต หร อการบร การเง นสดอ เล กทรอน กส การค นหา (searching) ป จจ บ นการค นหาข อม ลสามารถทาได อย างสะดวกมากข น จากอ นเทอร เน ต ค ณสามารถเข าถ งห องสม ดบางแห งได จากคอมพ วเตอร ท บ าน สามารถค นหา บทความหร ออ านเอกสารท สนใจจากห องสม ดเสม อน (virtual libraries) นอกจากน ค ณย งสามารถ อ านข าวท องถ น ข ายภายในประเทศหร อต างประเทศจากหน งส อพ มพ ออนไลน ซ งในป จจ บ นจะม ล กษณะเป นแบบส อม ลต ม เด ย เช น ภาพ เส ยง คล ป ว ด โอท ส มพ นธ ก บเน อหาข าว ความบ นเท ง (entertainment) อ นเทอร เน ตช วยให ค ณสามารถฟ งเพลง ด ภาพยนตร อ านน ตยสาร และเล นเกมคอมพ วเตอร ออนไลน ได การศ กษาหร อการเร ยนผ านส ออ เล กทรอน กส (e-learning) เป นโปรแกรมประย กต บนเว บท เต บโตอย างรวดเร วอ กชน ดหน ง ค ณสามารถเข าเร ยนว ชาต างๆ ได โดยจะม หล กส ตรให เล อก หลายหล กส ตรต งแต หล กส ตรม ธยมศ กษา ว ทยาล ย และบ ณฑ ตศ กษา 8.4ศ พท ท ควรทราบเก ยวก บการใช งานอ นเทอร เน ต โปรโตคอล (protocol) ค อ ข อก าหนดหร อข อตกลงในการส อสารระหว าง คอมพ วเตอร หร อภาษาท ส อสารท ใช เป นภาษากลางในการส อสารระหว างคอมพ วเตอร ด วยก นเอง เช น TCP/IP ซ งเป นโปรโตคอลท ใช ในการส อสารระบบอ นเทอร เน ต IP Address ค อการเร ยกช อเคร องคอมพ วเตอร ท ต อก บอ นเทอร เน ต ซ งทางเทคน ค เร ยกว า IP Address เป นต วเลขล วนๆ 4 ช ด แต ละช ดม ค าระหว าง ค นด วยจ ด เช น ซ งจะต งช อเคร องคอมพ วเตอร ได น บพ นล านเคร องโดยไม ซ าก น โดเมน (Domain)เน องจากผ ใช ท วไปร ส กว า IP Address น นจายาก จ งม การค ดระบบ ช อโดเมน หร อ Domain name ข นมา โดยใช ภาษาอ งกฤษเป นคาๆ ช งส อความหมาย นามาเร ยงต อโดย ค นแต ละคาด วยจ ด (. ) เช น sanook.com, hunsa.com, manager.co.th หร อ cnn.com เป นต น

168 161 เว บ (Web) เป นบร การพ นฐานท ใช ก นมากท ส ด โดยเร ยกด ข อความและ ภาพประกอบเป นหน าๆ ไป เหม อนการอ านหน งส อหร อวารสาร แต เป นข อม ลสดท เปล ยนแปลงได ตลอดเวลาตามการทางานของโปรแกรมว าจะด งอะไรมาแสดง และย งม ภาพเคล อนไหวหร อเส ยงได ด วย เว ลด ไวด เว บ (World Wide Web หร อ WWW) ซ งเป นร ปแบบของเอกสารท เร ยกด ในคอมพ วเตอร ได โดยใช โปรแกรม บราวเซอร (browser) เช น Internet Explorer, Mozilla FireFox ซ งล กษณะพ เศษของเว บค อ ในแต ละหน าจะม การเช อมโยงหร อ link หร อเร ยกเต มๆ วา Hyperlink ท ช วยให เราคล กเร ยกด เอกสารอ นๆ ท เก ยวข องก นได โดยง าย เว บไซต (Website) สาหร บเคร องคอมพ วเตอร ท ให บร การเว บ หมายถ ง เราสามารถ เร ยกด เว บจากเคร องน นได จะเร ยกว าเป น เว บเซ ร ฟเวอร (Web server) และข อม ลท งหมดท จ ดให เร ยกด เป นเว บได จะเร ยกว า เว บไซต (Website) หร อแหล งข อม ลเว บ ส วนแต ะลหน าท เป ดเข าไป เร ยกว า Web page ท หน าหล กของเว บไซต น นๆ หร อหน าแรกท เห นเม อเร ยกเข าไปท เว บไซต น นคร ง แรกโดยไม ระบ ว าจะด หน าใด เร ยกว า โฮมเพจ (home page) ซ งจะม ล งค ไปย งหน าอ นๆ ในไซต น น อ กท หน ง HTTP โปรโตคอลของเว บ โปรโตคอลหร อกต การท เร ยกด ข อม ลจากเว บจะเร ยกว า HTTP (HyperText Transfer Protocol) ซ งเร ยกใช ได โดยระบ ในช องท กรอกช อเว บของบราวเซอร นาหน าช อเคร องท จะถ ก เร ยกด ข อม ล เช น HTML : ภาษาของเว บ ภาษาท ใช ในการจ ดหน าเว บเพจเร ยกว า HTML (HyperText Markup Language) ซ ง เป นท มาของส วนขยาย.htmหร อ.html ท ายไฟล เว บเพจ ป จจ บ นผ ใช จะไม ได เข ยนคาส ง HTML แต ใช โปรแกรมออกแบบเว บช วย เช น Dreamweaver ของ Macromedia, Frontpageของไมโครซอฟต URL = โปรโตคอล + ช อโดเมน + ช อไฟล ในเคร อง ช อโฟลเดอร หร อไดเร คทอร ท ไฟล ของเอกสารเว บน นอย ด วย ซ งช อท งหมดน รวมก นจะถ กกาหนดให ม ร ปแบบเด ยว เร ยกว า Uniform Resource Locator หร อ URL

169 162 ร ปท 8.18 Uniform Resource Locator หร อ URL 8.5 โปรแกรมท เข าใช งานบนอ นเทอร เน ต อ นเทอร เน ตและระบบโทรศ พท ม ล กษณะการทางานคล ายคล งก น ค ณสามารถเช อมต อ คอมพ วเตอร เข าก บอ นเทอร เน ตได คล ายก บการเช อมต อเคร องโทรศ พท ท บ านเข าก บระบบโทรศ พท เม อใดท ทาการเช อมต อเคร องคอมพ วเตอร ก บอ นเทอร เน ต ก จะเหม อนก บว าคอมพ วเตอร ของค ณเป น ส วนหน งของเคร อข ายคอมพ วเตอร ขนาดใหญ และเป นสาขาหน งของคอมพ วเตอร ท วท งโลก ด งน น เคร องคอมพ วเตอร ของค ณก จะสามารถเข าถ งทร พยากรต างๆ บนอ นเทอร เน นได โดยใช โปรแกรม เบราว เซอร ค นหาเว บต างๆ 1)ผ ให บร การ ว ธ การพ นฐานท ทาให เข าถ งอ นเทอร เน ตได ค อ การเช อมต อเคร องคอมพ วเตอร เข าก บระบบ ของผ ให บร การอ นเทอร เน ต (Internet Service Provider) หร อ ISP ผ ให บร การอ นเทอร เน ตเหล าน เช อมต ออย ก บระบบอ นเทอร เน ตและเป ดเส นทางเช อมต อให ก บบ คคลอ นสามารถเข าถ งอ นเทอร เน ต ได สาหร บระบบอ นเทอร เน ตภายในว ทยาล ยหร อมหาว ทยาล ยม กจะอน ญาตให เช อมต ออ นเทอร เน ต ได โดยผ านระบบเคร อข ายเฉพาะท หร อเช อมต อผ านระบบการหม นโทรศ พท นอกจากน ม ผ ให บร การอ นเทอร เน ตบางรายให บร การฟร เช น ระบบบร ษ ท TOT การให บร การอ นเทอร เน ตม หลายประเภท ได แก การให บร การแบบครอบคล มท งประเทศ การหใบร การบางพ นท และการให บร การแบบไร สาย การให บร การแบบครอลคล มท งประเทศ (national service provider) เช น ระบบของ บร ษ ท TOT เป นการให บร การในร ปแบบของการเช อมต อผ านเคร อข ายโทรศ พท พ นฐาน ผ ใช สามารถเข าถ งอ นเทอร เน ตได ไม ว าจะอย ท ใดภายในประเทศและไม ต องเส ยค าใช จ ายโทรศ พท ทางไกลเช น บร การ TOT Online

170 163 การให บร การบางพ นท (regional service provider) เช อมต อโดยผ านสายโทรศ พท เช นเด ยวก น เป นการให บร การเฉพาะบางพ นท เช น กร งเทพมหานครและปร มณฑล หร อภายใน จ งหว ดแต ละจ งหว ด โดยจะม เบอร โทรศ พท ท ใช เช อมต อเฉพาะส าหร บแต ละพ นท ถ าผ ใช เช อมต อ อ นเทอร เน ตจากต างพ นท จะต องเส ยค าใช จ ายในล กษณะการใช โทรศ พท ทางไกล การให บร การแบบไร สาย (wireless service provider) ไม ต องใช สายโทรศ พท เป น การเช อมอ นเทอร เน ตส าหร บคอมพ วเตอร ท ม โมเด มแบบไร สายและอ ปกรณ ไร สายชน ดอ นๆ ซ งจะ คล ายคล งก บบร การของโทรศ พท เคล อนท ได แก บร การ CDMA ของบร ษ ท กสท โทรคมนาคม จาก ด (มหาชน) 2) บราวเซอร (browser) เป นโปรแกรมท ช วยให เข าไปใช ทร พยากรต างๆ บนเว บได ทาให สามารถเร ยกด ข อม ล ส งข อม ลแสดงข อความและภาพ และม ส วนต ดต อก บผ ใช ท ไม ซ บซ อนสามารถเปล ยนจาก เว บไซต หน งไปย งเว บไซต หน งได โดยง าย หร อท เร ยกก นว า การท องอ นเทอร เน ต (surf) เว บบราว เซอร ท ใช งานก นมาก ได แก Microsoft Internet Explorer, Mozilla FireFox และ Opera การท เบราว เซอร และเช อมต อไปย งแหล งทร พยากรต างๆ ได น น จะต องม การ กาหนดท อย ของทร พยากรไว ซ งเร ยกว า ย อาร แอล (Uniform Resource Locators : URLs) โดย ประกอบไปด วย 2 ส วน ส วนแรกจะแสดงถ งโพรโตคอลท ใช ในการเช อมต อก บแหล งท อย ของ ทร พยากร โพรโตคอลเป นกฎสาหร บการแลกเปล ยนข อม ลระหว างคอมพ วเตอร โพรโตคอล เป นโพรโตคอลพ นฐานสาค ญท ใช บนเว บ ส วนท สองค อ ช อโดเมน (domain name) หร อ โดเมนลาด บ ส งส ด (top level domain) ซ งเป นช อเคร องคอมพ วเตอร ท ม ทร พยากรเหล าน นอย เคร องท ให บร การจะ ถ กอ างอ งถ งโดยใช ช อว า ส วนส ดท ายของช อโดเมนเร ยกว า รห สโดเมน (domain code) ซ งจะบอกประเภทขององค กร ต วอย างเช น.com หมายถ ง เว บไซต ทางการค า ตามตาราง ต อไปน ล กษณะของหน วยงาน รห สโดเมน สหร ฐอเมร กา ไทย กล มธ รก จการค า.com.co สถาบ นการศ กษา.edu.ac หน วยงานของร ฐบาลท ไม ใช หน วยงาน.gov.go

171 164 หน วยงานทางทหาร.mil.mi หน วยงานเก ยวก บเคร อข าย.net.ne หน วยงานท ไม หว งผลกาไร.org.or ตารางท 8.3ตารางเปร ยบเท ยบรห สโดเมนของประเทศสหร ฐอเมร กาและของประเทศไทย 3) การต ดต อส อสาร ไปรษณ ย อ เล กทรอน กส (electronic mail)หร อท น ยมเร ยกก นว า อ เมลล ( ) เป นการ แลกเปล ยนข อความอ เล กทรอน กส ผ านอ นเทอร เน ตในช วงแรกๆ อ เมลล จะม ล กษณะเป นข อความ เพ ยงอย างเด ยว แต ป จจ บ นประกอบด วยกราฟ ก ร ปภาพ หร อแฟ มข อม ลต างๆ ซ สามารถแนบไป ด วยก นได ในการร บหร อส งอ เมลล ต องม บ ญช ผ ใช อ เมลล ( account) ม การเช อมต ออ นเทอร เน ต ม โปรแกรมอ เมลล ซ งโปรแกรมท น ยมใช ก นอย างแพร หลาย ค อ Microsoft s Outlook Express และ Mozilla Thunderbird หร อ ฟร เมลล เช น Hotmail หร อ yahoo ร ปท 8.19 ต วอย างการต ดต อส อสารผ านทางไปรษณ ย อ เล กทรอน กส 4) โปรแกรมส อสาร โปรแกรมส อสาร (Instant Messaging : IM)เป นโปรแกรมท ทาให ผ ใช สามารถส อสารก นได แบบท นท ท นใด ในการใช งานโปรแกรมส สารผ ใช จะต องกาหนดรายช อผ ท ต องการต ดต อด วย เม อ ค ณเช อมต ออ นเทอร เน ตโปรแกรมน จะต ดต อไปย งเคร องให บร การเพ อแจ งว าค ณกาล งออนไลน และ จะแสดงรายช อเพ อนท กคน กาล งออนไลน ข นมา สามารถส อสารก นได ร ปแบบของการส อสารจะเป น การพ มพ ข อความ การใช ไมโครโนและห ฟ งเพ อพ ดค ย รวมถ งการใช เว แคม เพ อทาให สามารถมอง เห ฯหน าก น ต วอย างเช น MSN Messenger, Yahoo Messenger และ Skype 5) กล มอภ ปราย

172 165 ค ณสามารถท จะม ส วนร วมในการใช อ เมล ในการส อสารภายในกล มอภ ปรายเด ยวก นก บ บ คคลซ งไม เคยร จ กก นมาก อน เพ อท จะแลกเปล ยนความค ดและส งท สนใจ ค ณสามารถท จะม ส วน ร วมในการอภ ปรายจากห วข อท วๆ ไป เช น เหต การณ ประจาว น ภาพยนตร หร อแม กระท งการ อภ ปรายป ญหาเฉพาะด าน เช น การแก ไขป ญหาคอมพ วเตอร กล มอภ ปรายประกอบด วย บ ญช จ าหน า กล มข าว และกล มสนทนา บ ญช จ าหน า (mailing list) สมาช กของบ ญช หน าสามารถส อสารก นได โดย การส งอ เมลล ไปย งรายการท อย (list address) จากน นระบบจะค ดลอกข อความด งกล าวและส งไปย ง อ เมลล ของสมาช กท กคนตามบ ญช จ าหน า ทาให สามารถส งอ เมลล ไปย งผ ร บจานวนมากในเวลา เด ยวก นได หากผ ใดต องการม ส วนร วมในการร บข อความน จะต องสม ครเป นสมาช กโดยการส ง อ เมลล ของตนไปย ง เลขท ร บสม คร (subscription address) ของบ ญช จ าหน าน นๆๆ เม อสม ครสมาช ก แล วสามารถร บอ เมลล จากคนอ นๆ ภายในรายช อบ ญช จ าหน าเด ยวก นได ซ งอาจจะทาให ค ณได ร บ อ เมลล จานวนมากมาย หากถ าต องการออกจากการเป นสมาช กของบ ญช จ านหน า ค ณจะต องส งอ เมลล ไปยกเล ก (unsubscribe) จากเลขท ร บสม ครของบ ญช จ าหน าน นๆ กล มสนทนา (chat group) ทาให ค ณสามารถสนทนาออนไลน ก บบ คคลอ น ได ถ าต องการจะม ส วนร วม ค ณสามารถเข าร วมได โดยการเล อกกล มหร อห วข อท สนใจ และสามารถ เข าไปส อสารก บคนอ นๆ ได โดยการพ มพ ข อความลงบนคอมพ วเตอร ของตนเอง สมาช กคนอ นๆ ของ กล มน นๆ สามารถมองเห นข อความท ค ณพ มพ ลงไปได ท นท และสามารถโต ตอบคาพ ดของค ณได ท นท เช นก น โปรแกรมสนทนาท ม ช อเส ยงเร ยกว า อ นเทอร เน ตร เลแชต (Internet Relay Chat) หร อ ไออาร ซ (IRC) หร อ Facebook การเข าไปม ส วนร วมในการสนทนาจะต อง ล อกออน (log on) เพ อเข า ใช เคร องคอมพ วเตอร ท ให บร การแล วเล อกกล มท สนใจ หล งจากน นจ งเร มสนทนาได 6) เคร องม อท ใช ในการค นหา เว บกลายเป นแหล งทร พยากรท ให สารสนเทศหลากหลายห วข อตามท ต องการ หากค ณกาล ง วางแผนการท องเท ยว เข ยนรายงานเก ยวก บเศรษฐก จ ด ต วอย างภาพยนตร หร อสนทนาก บเพ อนท อย ไกล ท มาของข อม ลท จะตอบคาถามข างตนม อย มากมายในเว บ บนอ นเทอร เน ตม เว บไซต จานวนมากเพ มข นท กว น จากการท ม สารสนเทศมากมายเหล าน จ ง ยากต อการระบ ว าข อม ลอย ท ใด จ งม บร ษ ทท ให บร การค นหาสารสนเทศท เร ยกว า ผ ให บร การค นหา (searchservice หร อ search provider) ซ งจะให บร การเว บไซต ในการค นหาสารสนเทศท ค ณต องการ เว บเหล าน จะบร หารฐานข อม ลขนาดใหญ ท ม สารสนเทศท เก ยวข องก บบนอ นเทอร เน ต สารสนเทศจะ ถ กเก บไว ในฐานข อม ลพร อมท อย สารบ ญหร อแยกจ ดเก บเป นหมวดหม รวมถ งคาหล กท ปรากฏใน

173 166 เว บเพจและข อม ลเก ยวก บทร พยากรอ นๆ ในอ นเทอร เน ต เว บไซต เหล าน จะม โปรแกรมพ เศษประเภท สไปเดอร (spider) หร อ เว บครอว เลอร ส (Webcrawler) ท ทาหน าท ค นหาสารสนเทศใหม ๆ และ ปร บปร งแก ไขฐานข อม ลท ให บร การให ม ข อม ลท ใหม และเป นป จจ บ นอย เสมอ นอกจากน ผ ให บร การ ค นหาย งม โปรแกรมพ เศษเร ยกว า โปรแกรมค นหา (search engine) ท ใช ในการบอกท อย ของ สารสนเทศต างๆ บนเว บได โปรแกรมค นหา โปรแกรมค นหา(search engine) เป นโปรแกรมพ เศษท ช วยในการค นหาตาแหน งสารสนเทศ บนเว บและอ นเทอร เน ต การค นหาสารสนเทศเหล าน จะต องใช บร การของเว บไซต ท ม โปรแกรม ค นหาเหล าน เช น โปรแกรมค นหาท ม ช อว า yahoo โปรแกรมค นหาน จะม ล กษณะใกล เค ยงก บ โปรแกรมค นหาอ นๆ ค อ จะม บร การค นหาท แตกต างก น 2 แบบค อ ร ปท 8.20 ต วอย างโปรแกรมค นหา การค นหาแบบใช คาหล ก (keyword search) ให ใส คาหล กหร อวล ของสารสนเทศท ต องการจะค นหา โปรแกรมค นหาจะเท ยบเค ยงคาท ใส ลงไปก บฐานข อม ลท ม อย และจะส งรายการ ของเว บไซต ท ม คาหล กตรงก บคาท ค น (hits) เร ยงตามลาด บจานวนคาหล กท พบในเอกสารน นๆ กล บมาให แต ละรายการท ตรงก บคาหล กจะม การเช อมโย งไปย งเว บเพจหร อทร พยากรอ นพร อมท ง คาอธ บายย อๆ เก ยวก บสารสนเทศน นๆ ผลของการค นหาท ตรงก บคาหล กอาจม จานวนมาก ซ งจะ กล าวในบทถ ดไป

174 167 การค นหาแบบไดเรกทอร (directory search) โปรแกรมค นหาส วนมากจะม ไดเรกทอร หร อรายการท แยกตามประเภทหร อห วข อ เช น การเง น ส ขภาพ ข าว การค นหาแบบ ไดเรกทอร ม กเร ยกก นว า การค นหาแบบด ชน (index search) ค ณสามารถเล อกห วข อท ตรงก บ สารสนเทศท ต องการได รายการอ นๆ ท อย ในห วข อย อยท เก ยวข องก บห วข อท เล อกก จะปรากฏข นด วย เช น ก น ค ณสามารถเล อกห วข อย อยท เก ยวข องก บห วข อท ค ณเล อกมากท ส ด หร อเล อกห วข อย อยอ นๆ ท ปรากฏในรายการก ได และสามารถเล อกการค นหาท แคบลงจากประเภทท เล อกไว ได ซ งรายการน จะเก ยวข องก บสารสนเทศท เล อกเอาไว ก อนหน าน โปรแกรมค นหา เว บไซต Google Yahoo! AOL Search Search.aol.com Ask Jeeves MSN Search Search.msn.com ตารางท 8.4 โปรแกรมค นหา หล กการค นหาค อ ใช การค นหาแบบไดเรกทอร กรณ ต องการค นหาสารสนเทศท วๆ ไป ต วอย างเช น ต องการค นหาข อม ลเก ยวก บเพลง ให เร มด วยการค นหาประเภทบ นเท ง และเล อกห วข อ ย อยเพลง ถ าเป นการค นหาสารสนเทศเฉพาะด านม กจะใช คาหล กในการค นหา ต วอย างเช น ถ า ต องการค นหาเพลงชะตาช ว ตก ให ใช คาว า ชะตาช ว ต เป นคาหล กในกาค นหา โปรแกรมเมตาเซอร ช โปรแกรมเมตาเซอร ช (metasearch engine) เป นโปรแกรมท ส งคาหล กท ต องการค นหาไป ท โปรแกรมค นหาอ นหลายๆ โปรแกรมพร อมๆ ก น จากน นโปรแกรมเมตาเวอร ชจะร บผลท ได จาก โปรแกรมค นหาอ นๆ และกล นกรองเว บไซต ท ซ าก นออก เร ยงลาด บเว บไซต ท ตรงก บคาหล ก แล ว แสดงรายการท งหมดให เห น โปรแกรมเมตาเซอร ซ dogile เว บไซต

175 168 isquick metacrawler ตารางท 8.5 โปรแกรมเมตาเซอร ช โปรแกรมค นหาเฉพาะทาง โปรแกรมค นหาเฉพาะทาง (Specialized search engine) เป นเว บไซต ท ม ข อม ลเฉพาะทาง เท าน น จ งสามารถค นหาในวงแคบลงได เช น ถ าเราต องการเอกสารเก ยวก บแฟช น ค ณสามารถค นหา โดยใช โปรแกรมค นหาท วไป เช น Yahoo! หร อสามารถค นหาจากโปรแกรมค นหาเฉพาะทางท เก ยวก บแฟช น เช น infomat.com ห วข อ เว บไซต ส งแวดล อม แฟช น ประว ต ศาสตร กฎหมาย การแพทย ตารางท 8.6 โปรแกรมค นหาเฉพาะทาง สร ปสาระส าค ญของบทท 8 ระบบส อสาร ค อระบบอ เล กทรอน กส ซ งทาหน าท ส งข อม ลจากท หน งไปย งอ กท หน ง โดยใช สายเช อมหร อไม ใช ก ได ม ส วนประกอบ 4 ส วนด งน อ ปกรณ ส งและร บข อม ล ช องทาง ส อสาร อ ปกรณ เช อมต อ และการกาหนดร ปแบบในการขนส งข อม ล ช องทางส อสาร เป นเส นทางขนส งข อม ลจากคอมพ วเตอร เคร องหน งไปย งเคร องอ นๆ แบ งออกเป น 2 ประเภทค อ การเช อมต อแบบม สาย ได แก สายค ต เกล ยว สายโคแอกเช ยล และสายเส นใยนาแสง การเช อมต อแบบไร สาย ได แก อ นฟราเรด ส ญญาณว ทย ไมโครเวฟ และดาวเท ยม อ ปกรณ ต อเช อม

176 169 โมเด มเป นอ ปกรณ ในการแปลงส ญญาณไปมาระหว างส ญญาณด จ ท ลและอนาล อก เพ อ ส งผ านสายโทรศ พท แบ งออกเป น โมเด มแบบภายนอก โมเด มแบบภายใน โมเด มแบบพ ซ การ ด โมเด มแบบไร สาย ชน ดของการเช อมต อ การเช อมต อโดยการหม นโทรศ พท เป นการเช อมต อมาตรฐานท ใช สายโทรศ พท ต อก บ โมเด มธรรมดา ส วนการเช อมต อบางประเภทจะรองร บการขนส งข อม ลความเร วส ง เช น บร การค สาย เช า ด เอสแอล เอด เอสแอล เคเบ ลโมเด ม และดาวเท ยม สถาป ตยกรรมเคร อข าย อธ บายโครงร างเคร อข ายแบบต างๆ ว าม การจ ดการเคร อข ายทาง กายภาพและว ธ การเช อมต อเคร อข ายอย างไร รวมถ งล กษณะการใช งานเคร อข ายและการแลกเปล ยน ทร พยากรต างๆ โครงร างเคร อข ายโดยท วไปสามารถจ ดโครงร างเคร อข าย หร อร ปแบบการ เช อมต อเคร อข ายได หลายว ธ บางคร งเร ยนว า โทโปโลจ โครงร างพ นฐานม 4 แบบ ค อ แบบดาว แบบ บ ส แบบวงแหวน และแบบลาด บช น ล กษณะการใช งานเคร อข าย แต ละเคร อข ายม ร ปแบบล กษณะการใช งานใน การแลกเปล ยนข อม ลและทร พยากร ร ปแบบล กษณะการใช งานเคร อข ายท วไป ได แก ระบบเคร อข าย แบบเทอร ม น ล ระบบเคร อข ายแบบไคลแอนต /เซ ร ฟเวอร และระบบเคร อข ายแบบเพ ยร ท เพ ยร อ นเทอร เน ต อ นเทอร เน ตและเว บ ม ความหมายแตกต างก นตรงท อ นเทอร เน ตเป นล กษณะของเคร อข าย ทางกายภาพท เก ดข นจากการนาสายส ญญาณ สายเคเบ ล และดาวเท ยม เช อมเข าด วยก น ขณะท กาล ง เช อมต อเคร อข ายจะเร ยกว า การออนไลน (online) อ นเทอร เน ตเช อมโยงเคร องคอมพ วเตอร น บล านๆ เคร องและทร พยากรต างๆ ท วโลกให สามารถทางานร วมก นได ส าหร บเว บจะม ล กษณะเป นส วน ต ดต อก บผ ใช แบบส อม ลต ม เด ยท ทาให เข าถ งทร พยากรท ม อย บนอ นเทอร เน ตได โปรแกรมท เข าใช งานบนอ นเทอร เน ต 1)ผ ให บร การการใช งานอ นเทอร เน ตหร ออ กอย างว า Internet Service Providers เช นบร ษ ท TOT, TT&T, True, DTAC เป นต น 2) บราวเซอร (browser)ค อโปรแกรมท ใช สาหร บการเข าใช งานอ นเทอร เน ต เช น FireFox, IE, Safari และ Google Chrome เป นต น 3) การต ดต อส อสาร ค อโปรแกรมท ช วยให ผ ใช สามารถต ดต อส อสารได โดยผ าน อ นเทอร เน ต เช น การส งอ เมล ผ าน Hotmail, Yahoo และ Gmail เป นต น

177 170 4) โปรแกรมส อสาร (Instant Messaging: IM)ค อโปรแกรมท ใช ในการต ดต อส อสาร เช น MSN, Facebook, Hi5, Twitter เป นต น 5) กล มอภ ปรายค ณสามารถท จะม ส วนร วมในการใช อ เมล ในการส อสารภายในกล มอภ ปราย เด ยวก นก บบ คคลซ งไม เคยร จ กก นมาก อน เพ อท จะแลกเปล ยนความค ดและส งท สนใจ ค ณสามารถท จะม ส วนร วมในการอภ ปรายจากห วข อท วๆ ไป เช น เหต การณ ประจาว น ภาพยนตร หร อแม กระท ง การอภ ปรายป ญหาเฉพาะด าน เช น การแก ไขป ญหาคอมพ วเตอร กล มอภ ปรายประกอบด วย บ ญช จ า หน า กล มข าว และกล มสนทนา 6) เคร องม อท ใช ในการค นหาค อโปรแกรมค นหา(search engine) เป นโปรแกรมพ เศษท ช วย ในการค นหาตาแหน งสารสนเทศบนเว บและอ นเทอร เน ต การค นหาสารสนเทศเหล าน จะต องใช บร การของเว บไซต ท ม โปรแกรมค นหาเหล าน เช น โปรแกรมค นหาท ม ช อว า yahoo แบบฝ กห ดท ายบทท 8 1. ความหมายและองค ประกอบของการส อสารข อม ล ค อ 2. ประเภทของส อกลางการต ดต อส อสาร ได แก 3. ความหมายของอ นเทอร เน ตค อ 4. จงยกต วอย างศ พท ท ควรทราบเก ยวก บการใช งานอ นเทอร เน ตมา 10 คา 5. โปรแกรมท เข าใช งานอ นเทอร เน ตได แก โปรแกรมใดบ าง

178 171 บทท 9 การเข าถ งระบบสารสนเทศและการส บค นข อม ล (Access to information systems and information retrieval) 9.1 การควบค มการเข าถ งระบบสารสนเทศ การควบค มการเข าถ งระบบสารสนเทศขององค กร (Access Control) ข อกาหนดทางการ ปฏ บ ต งานสาหร บการควบค มการเข าถ งสารสนเทศ (Business requirements for access control) 1)การควบค มการเข าถ งระบบ (Access control) ผ อานวยการศ นย เทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร ต องกาหนดให ม การจ ดทานโยบายควบค ม การเข าถ งอย างเป นลายล กษณ อ กษร และปร บปร งตามระยะเวลาท กาหนดไว การจ ดทานโยบายน จะ พ จารณาจากความต องการทางการปฏ บ ต งาน และทางด านความม นคงปลอดภ ยในการเข าถ ง ทร พย ส นสารสนเทศ 2)การบร หารจ ดการการเข าถ งของผ ใช (User access management) การลงทะเบ ยนผ ปฏ บ ต งาน (User registration) การบร หารจ ดการส ทธ การใช งานระบบ (Privilege management) การบร หารจ ดการรห สผ านสาหร บผ ใช งาน (User password management) การทบทวนส ทธ การเข าถ งของผ ใช งาน (Review of user access rights) 3)หน าท ความร บผ ดชอบของผ ใช งาน (User responsibilities) การใช งานรห สผ าน (Password use) การป องก นอ ปกรณ ท ไม ม ผ ปฏ บ ต งานด แล (Unattended user equipment) นโยบายควบค มการไม ท งทร พย ส นสารสนเทศสาค ญไว ในท ท ไม ปลอดภ ย (Clear desk and clear screen policy) 4) การควบค มการเข าถ งเคร อข าย (Network access control) นโยบายการใช งานบร การเคร อข าย (Policy on use of network services) การพ ส จน ต วตนสาหร บผ ใช ท อย ภายนอกองค กร (User authentication for external connections) การพ ส จน ต วตนอ ปกรณ บนเคร อข าย (Equipment identification in networks) การแบ งแยกเคร อข าย (Segregation in networks) การควบค มการเช อมต อทางเคร อข าย (Network connection control) การควบค มการกาหนดเส นทางบนเคร อข าย (Network routing control)

179 172 5) การควบค มการเข าถ งระบบปฏ บ ต การ (Operating system access control) ข นตอนปฏ บ ต ในการเข าถ งระบบอย างม นคงปลอดภ ย (Secure log-on procedures) การระบ และพ ส จน ต วตนของผ ใช งาน (User identification and authentication) ระบบบร หารจ ดการรห สผ าน (Password management system) การใช งานโปรแกรมประเภทย ท ล ต (User of system utilities) การหมดเวลาการใช งานระบบสารสนเทศ (Session time-out) การจาก ดระยะเวลาการเช อมต อระบบสารสนเทศ (Limitation of connection time) 6) การควบค มการเข าถ งแอพพล เคช นและสารสนเทศ (Application and information access control) การจาก ดการเข าถ งสารสนเทศ (Information access restriction) การแยกระบบสารสนเทศท ม ความสาค ญส ง (Sensitive system isolation) 7) การควบค มอ ปกรณ ส อสารประเภทพกพาและการปฏ บ ต งานจากภายนอกองค กร (Mobile computing and teleworking) การป องก นอ ปกรณ ส อสารประเภทพกพา (Mobile computing and communications) การปฏ บ ต งานจากภายนอกสาน กงาน (Teleworking) 8) ว ธ ปฏ บ ต การควบค มการเข าถ งระบบคอมพ วเตอร ระบบปฏ บ ต การ ระบบสารสนเทศ ผ ด แลระบบต องควบค มการเข าถ งระบบ โดยกาหนดข นตอนและแบบฟอร ม การใช งานระบบคอมพ วเตอร ประกอบด วยรายละเอ ยดอย างน อย ด งน ช อ ผ ใช บร การ, เหต ผลในการขอใช, ระยะเวลาในการใช บร การ ผ ด แลระบบป องก นการเข าถ งเคร องคอมพ วเตอร แม ข าย และอ ปกรณ ต อพ วง โดยไม ได ร บอน ญาต เช น การใช ก ญแจล อกท ต วเคร อง, การพ ส จน ต วตน ย นย น เป นต น ผ ด แลระบบต องจาก ดระยะเวลาการเช อมต อระบบ โดยต ดการเช อมต อเม อ ไม ได งานในช วงเวลาท กาหนด เจ าของข อม ลหร อเจ าของระบบต องก าหนดรายการข อม ลส าหร บการ ให บร การ ประกอบด วยรายละเอ ยดอย างน อย ด งน ประเภทของข อม ล, ลาด บ

180 173 ความสาค ญ, หร อลาด บช นความล บของข อม ล, ระด บช นการเข าถ ง, เวลาท ได เข าถ ง, ช องทางการเข าถ ง เป นต น เจ าของข อม ลหร อเจ าของระบบต องบร หารจ ดการการเข าถ งข อม ลตาม ประเภทช นความล บสาหร บข อม ลสาค ญ ในการควบค มการเข าถ งข อม ลแต ละ ประเภทช นความล บท งการเข าถ งโดยตรงและการเข าถ งผ านระบบงาน รวมถ งว ธ การทาลายข อม ลแต ประเภทช นความล บ ด งต อไปน - ต องควบค มการเข าถ งข อม ลแต ละประเภทช นความล บท งการเข าถ ง โดยตรงและการเข าถ งผ านระบบงาน - ต องกาหนดรายช อผ ใช บร การ และรห สผ าน เพ อใช ในการตรวจสอบ ต วตนจร งของผ ใช ข อม ลในแต ละช นความล บของข อม ล - ควรกาหนดระยะเวลาการใช งานและระง บการใช งานท นท เม อพ นระยะ ด งกล าว - การร บส งข อม ลสาค ญผ านระบบเคร อข ายสาธารณะ ควรได ร บการ เข ารห ส (Encryption) ท เป นมาตรฐานสากล - ควรกาหนดการเปล ยนรห สผ าน ตามระยะเวลาท กาหนดของระด บ ความสาค ญของข อม ล ร ปท 9.1 การควบค มเข าถ งข อม ลสารสนเทศ ท มา : ก อนท จะค นหาข อม ลได อย างม ประส ทธ ผลตรงใจ หร อก าวส ความเป นเซ ยนในการค นหา ข อม ลในอ นเทอร เน ตได น น เราต องมาทาความเข าใจพ นฐานเก ยวก บ Search Engine ก นก อน ในบทน

181 174 เราจะมาทาความร จ กว า Search Engine ค ออะไร ทาไม Search Engine จ งค นหาข อม ลมากมาย มหาศาลได อย างรวดเร ว เร ยนร และทาความเข าใจหล กการทางานเบ องต นได พร อมท งทราบ ส วนประกอบของผลล พธ ได จากการค นหา ว าส วนไหนหมายความว าอย างไร และม ความส าค ญ อย างไร 9.2Search Engine ค ออะไร เม อพ ดถ งการค นหาข อม ลจากอ นเตอร เน ตในป จจ บ น เคร องม อในการค นหาข อม ลท ส าค ญ ท ส ดก ค อ เว บไซท Search Engine โดย Search Engine ระด บโลกท ใช ก นมากในป จจ บ นได แก เว บ Google.com, Yahoo.com,และ MSN.com (ป จจ บ น Microsoft ได ด งส วน Search Engine ของ MSN มาเป นเว บใหม ท ช อ Live Search หร อ live.com) โดยท งสามเว บ Search Engine หล กน ครองจานวน ผ ใช ท ค นหาข อม ลมากกว า 90% ของผ ใช อ นเตอร เน ตท วโลก อย างไรก ตามในป จจ บ นก ย งม Search Engine ท เก ดใหม อ กมากมายและเว บ Search Engine น เองทาให โลกของการศ กษา และโลกธ รก จ การค าในป จจ บ นเปล ยนแปลงไปอย างมาก เน องจากผ ท ม อ นเทอร เน ตและร จ กใช เว บ Search Engine จะสามารถค นหาข อม ล ความร แทบท กอย างในโลกได อย างรวดเร วแค ปลายน วส มผ ส ซ งเท ยบไม ได เลยก บการค นหาข อม ลในอด ตเม อห าหร อส บป ท ผ านมา ท ศ นย ข อม ลความร จ าก ดอย ใน สถาบ นการศ กษาหร อห องสม ดเท าน น ในป จจ บ นเราอาจพ ดได ว า ผ ท ร จ กใช อ นเทอร เน ตและ Search Engine ค อผ ท ม ก ญแจท จะเป ดประต ส แหล งความร ของมวลมน ษยชาต เลยท เด ยว สาหร บความหมายของ Search Engine น น เราอาจแปลได ง ายๆว าเป นเว บไซท ท ทาหน าท รวบรวมข อม ลหน าเว บต างๆจากท วโลกนามาจ ดเก บเป นฐานข อม ล และจ ดทาด ชน (Indexing) เพ อให ผ ใช สามารถเข าไปค นหาข อม ลต างๆในฐานข อม ลท เก บหน าเว บเพจต างๆจากท วโลกหลายพ นล าน หน าได อย างรวดเร ว ตรงตามว ตถ ประสงค ของผ ท ต องการค นหา โดย Search Engine จะรวบรวม ข อม ลจากหน าเว บต างๆท วโลก ด วยโปรแกรมคอมพ วเตอร ท เร ยกว า Web Agents หร อ Web Spiders หร อ Robot (เร ยกย อๆว า bot ) ซ งทาหน าท ด งข อม ลจากเว บต างๆท อย ในเคร อข ายอ นเทอร เน ตท ว โลก เม อได ข อม ลมาแล วก จะนามาประมวลผลในระบบบานข อม ลของตนเอง จ ดลาด บ และจ ดทาเป น ด ชน ค นหา (Indexing) ซ งอาจเท ยบได ก บการทาด ชน ของหน งส อก ได เพ ยงแต ด ชน ของ Search Engine น นจะเป นด ชน ของหน าเว บเพจหลายพ นล านหน าท เต บโตข นท กว นจากท วโลก (ลอง พ จ า ร ณ า ข อ ม ล เ ว บ เ พ จ ท ท า ด ช น จ า ก ต า ร า ง ใ น ห น า ถ ด ไ ป ห ร อ ท เ ว บ ไ ซ ท ตารางท 9.1 ตารางข อม ลจ านวนเว บเพจท ทาด ชน โดย Search Engine ช นน าของโลก

182 175 Search Engine Reported Size Page Depth Google 8.1 billion 101K MSN 5.0 billion 150K Yahoo 4.2 billion (estimate) 500K Ask Jeeves 2.5 billion 101K+ ท มา : หมายเหต ข อม ลในตารางเป นข อม ลในป 2004 เว บ Search Engine ช นนาของโลก Google, Yahoo และ MSN ร ปท 9.2

183 176 ร ปท 9.3 ร ปท 9.4 การทางานของ Search Engine 1. โปรแกรม Web Spider หร อ Bot ของ Search Engine เข าไปด งข อม ลจากเว บต างๆท ว โลก 2. นาหน าเว บต างๆมาจ ดสารบ ญทาทะเบ ยนด ชน (Indexing) เพ อให สามารถค นหาได ง าย และรวดเร ว ตามคาค นหาท เหมาะสม 3. ระบบฐานข อม ลของด ชน ผ ใช สามารถเข าใช งานค นหาหน าเว บได จากหน า Search Engine 9.3การใช Google Search Engineเบ องต น ร จ กก บพ นฐานของ Google เราได ร จ กก บความหมายของ Search Engine ก นไปแล ว คราวน เราจะมาลองใช Search Engine อ นด บหน งของโลก พร อมเร ยนร ความหมายของผลล พธ ท ได จากการค นหาก น ให ลองทาตาม ข นตอนด งต อไปน 1. เป ดใช คอมพ วเตอร เคร องท สามารถเช อมต อก บเคร อข ายอ นเทอร เน ตได 2. คล กป ม Start ของ Windows เล อกเป ดโปรแกรม Internet Explorer

184 พ มพ แล วคล กป ม Go หร อกดค ย Enter (ผลล พธ กล บมาจะ กลายเป นเว บwww.google.co.th) 4. ลองใช ค ย เว ร ดหร อคาท ต องการค นหา เช น ใส Paris Hilton ในช อง Text Box เพ อ ค นหาเว บท ม ข อม ลเก ยวก บ Paris Hilton จากน นให คล กป ม ค นหาโดย Google หร อกดค ย Enter 5. จะเห นว า Google สามารถค นหาผลล พธ ของเว บท ม คาว า Paris Hilton หร อม ความส มพ นธ ก บ คาว าParis Hilton ได ท งหมด 103 ล านหน า โดยใช เวลาเพ ยง 0.14 ว นาท เท าน น! โดยล งค ของ 10 เว บ ท แสดงเป นผลล พธ ในหน าแรกเท าน น เราสามารถเร ยกด ผลล พธ ในแต ละหน าได โดยการคล กเลข หน าท ท ายหน า 6. ลองพ มพ คาว า samuiในช องด านบนหล งโลโก Google จากน นให คล กป ม ค นหา จะ พบผล (ต วเลขผลล พธ อาจไม เท าก บภาพต วอย าง เน องจากเว บไซท ในโลกน นม การปร บเปล ยนตลอดเวลา) จะเห นได ว าผลล พธ ของการค นหาด วยคาว า Samuiหร อ เกาะสม ย ในโลกม ผลการค นหาอย ท 11.7 ล านเว บไซท ซ งน อยกว า Paris Hilton ประมาณ 10 เท า (ไม ร ว าจะด ใจหร อเส ยใจด จะส งเกตได ว าผล การหา Google ในป จจ บ นอาจใช เป นต วว ดเปร ยบเท ยบความม ช อเส ยงหร อความน ยมได เช นก น) ส วนประกอบของหน าเว บ Google เม อเราเร ยกใช งาน Google ท ออ นเทอร เน ตจากเม องไทยจะถ กส งไป ย งหน าภาษาไทยท โดยอ ยโนม ต ซ งหน าเว บGoogleภาษาไทยจะต องม ส วนประกอบด งต อไปน A. โลโก เว บ Google B. เมน เล อกค นหาใน Google เล อกค นหาใน Google ภาษาไทย - เว บ (Web) แสดงผลล พธ เว บเพจท ม คาท ค นหา - ร ปภาพ (Image) แสดงผลล พธ เป นร ปภาพจากเว บท ม คาท ค นหา - กล มข าว (Groups) แสดงผลล พธ ท ม คาท ต องการค นหาจากกล มข าว (Usenet) หร อเว บท เป นช มชน กระดานถามตอบในเคร อข ายอ นเทอร เน ต - สารบนเว บ (Open Directory) แสดงผลล พธ จากข อม ลท ม อย Open Directory ซ งเป นหน งส อด ชน Directory รวบรวมเว บท ใช คคนจากท วโลก

185 178 ช วยก นเร ยบเร ยงส งข อม ลของเว บต างๆเข าไปในระบบ Open Directory จะ ต างจากเมน Web ซ งจะเป นผลการค นหาจากเว บไซท ท วโลกท ได จากการ Indexing ของโปรแกรม Web Spider แต ในสารบนเว บ (Open Directory) จะเป นเว บท ใช คนจร งๆช วยก นส งข อม ลเข าไปจ ดเป นหมวดหม (สามารถด รายละเอ ยดของโครงการ Open Directory Project ได ท 9.4ร จ กผลการ Search ตารางแสดงรายละเอ ยดต างๆของผลการ Search รายละเอ ยดต างๆของผลการ Search 1. ล งค ไปย งบร การอ นของ Google ท ค ณสามารถเล อกใช ได เช นค นหาร ปภาพ กล มข าว ในอ นเทอร เน ต หร อสารบนเว บ (Open Directory) 2. ป มค นหา คล กท ป มเพ อเร มการค นหา หร อค ย Enter จากค ย บอร ดก ได เพ อเร มการ ค นหา 3. ล งค ค นหาอย างละเอ ยด (Advance Search) ใช เพ อการค นหาโดยละเอ ยด ซ งจะอธ บาย ต อไปในบทถ ดไป 4. ช องว างสาหร บใส คาท เราต องการค นหา 5. ล งค การต งค า (Perference) ใช ในการปร บต งค าต างๆของการค นหา ในแบบท เรา ต องการ เช น การเล อกภาษาท แสดงผล จานวนผลล พธ ท แสดงต อหน า หร อแม แต การ ใช SafeSearchเพ อใช การกรองเฉพาะผลล พธ ซ งไม ม ข อม ลท ไม เหมาะสมก บเยาวชน เป นต น 6. แถบแสดงสถ ต ของผลล พธ ท เราค นหา (Statistics bar) จะบอกว าม ผลล พธ ท ค นพบ จานวนเท าไร พร อมท งบอกเวลาท ใช ในการค นหาท งหมด 7. ล งค โฆษณา ของผ สน บสน น (Sponsor Links) เป นผลล พธ ของโฆษณาท เก ยวข องก บ คาท เราค นหา ถ าเราคล กท ล งค เหล าน นผ โฆษณาเจ าของล งค ต องเส ยค าโฆษณาให ก บ Google ซ งล งค เราน เองท ทาเง นให Google มหาศาล สาหร บผ ท ต องการเป น ผ สน บสน นลงโฆษณาเป นล งค แบบน Google จะเร ยกบร การน ว า Google Adwords โดยสามารถหาข อม ลเพ มเต มได ท 8. ผลล พธ ท ได จากการค นหา โดย Google จะจ ดเร ยงลาด บตามความเก ยวข องของเว บท ได ตามคาท ค นหา โดยการจ ดอ นด บน น Google จะใช ค าท เร ยกว า PageRank เป นต ว

186 179 ต ดส นว าผลล พธ อ นใดจะข นก อนหร อหล งในหน าผลล พธ รายละเอ ยดต างๆของผลการ Search 1. ล งค ด ผลการค นหาในหน าอ นๆ ค ณสามารถเล อกคล กด ผลล พธ ของการค นหาท เหล อ ได จากคล กล งค เลขหน าต างๆ หร อคล กล งค ถ ดไป เพ อด ผลล พธ ท หน าอ นๆ ของการ ค นหา 2. หน าไตเต ล หร อช อหน าของเว บท เราค นหา (Page title) ถ าผลล พธ ในส วนน แสดงเป น URL แทนท ช อหน า แสดงว าเว บหน าของผลล พธ น นไม ม การกาหนด Title เอาไว 3. URL ของผลล พธ การค นหา URL ย อมาจากคาว า Uniform Resource Locator หมายถ ง ท อย (Address) ของข อม ลต างๆในอ นเทอร เน ต ซ งก ค อช อท อย ของเว บค ณใน อ นเทอร เน ตน นเอง 4. ขนาดของหน าเว บท ค นพบ (หน วยเป น K-Kilobytes) จานวนข อม ลต วอ กษรท อย ใน หน าเว บท ค ณค นหา หน วยเป น Kilobytes โดย 1 Kilobytes จะเท าก บ 1024 ต วอ กษร (Byte) ค าน จะช วยให เราสามารถทราบโดยคร าวๆว าหน าเว บท เราจะเข าไปด น นใหญ มากน อยแค ไหน หร อจะต องใช เวลาในการโหลดข อม ลเร วหร อช า 5. หน าท ถ กเก บไว (Cached) ถ าค ณคล กท ล งค น จะแสดงหน าเว บท ค ณค นหา ตามข อม ล ณ ว นท Google ทาด ชน เว บหน าน ในอด ต โดยจะเป นข อม ลท เก บไว ท ระบบของ Google เว บเพจในล งค น จะไม ใช หน าจร งๆของหน าเว บในป จจ บ น แต อย างไรก ตาม อาจม ประโยชน สาหร บเราในบางกรณ ท เราสามารถเข าเว บบางเว บท อาจโดนลบไป แล ว โดยข อม ลท เราเห นน นใน Cached จะเป นข อม ลก อนถ กลบ 6. หน าท คล ายก น (Similar page) Google จะนาเราไปหาเว บอ นท เก ยวข องก บผลล พธ น โดยอ ตโนม ต 7. ผลล พธ ท ม การข นย อหน า เม อ Google ค นพบมากกว าหน งผลล พธ จากเว บไซท เด ยวก นก จะทาให ข นย อหน าใหม โดยผลท เก ยวข องมากส ดจะอย บรรท ดบนส ด และ ลดหล นไปตามความเก ยวข องก บคาท เราค นหา 8. ผลการค นหาเพ มเต มจาก (More results) หากม ผลล พธ มากกว าหน งผลล พธ จากเว บ ไซท เด ยวก น ค ณสามารถเร ยกด ผลเพ มเต มท อย เฉพาะในไซท น นได โดยคล กท ล งค More results from หร อ ผลการค นหาเพ มเต มจาก ตารางท 9.2 แสดงรายละเอ ยดต างๆของผลการ Search

187 ทาไม Search Engineจ งค นหาข อม ลได เร วมหาศาล เพ อให สามารถค นหาข อม ลในฐานข อม ลได อย างรวดเร วในเส ยวว นาท Search Engine จะนา ข อม ลหน าท งหมดของเว บเพจท ด งมาได หลายพ นล านหน า มาทาด ชน ก อนแล วจ งจ ดเก บในระบบ ฐานข อม ล และย งไปกว าน นข อม ลในฐานข อม ลต างๆของ Search Engine จะถ กจ ดเก บลงใน หน วยความจา (Memory หร อ RAM) ท เคร องคอมพ วเตอร สาเหต ท ข อม ลต องอย ในหน วยความจาก เพราะว า หน วยความจาม ความเร วส งกว าฮาร ดด สก หร อแผ นซ ด เป นอย างมาก คอมพ วเตอร จะใช เวลา ด งข อม ลออกจาก Memory มาทางานได ในเวลาเพ ยงเศษเส ยวพ นล านของนาท (Nanosecond) หร อ ประมาณ 10 นาโนว นาท เท าน น แต ถ าเราเก บข อม ลไว ในฮาร ดด สก หร อแผ นซ ด คอมพ วเตอร จะใช เวลาในการด งข อม ลประมาณ 10 ม ลล ว นาท จะเห นได ว าการจ ดเก บข อม ลใน RAM หร อ Memory จะ ทางานได เร วกว าข อม ลท เก บในฮาร ดด สก หร อแผ นซ ด เป นล านเท าเลยท เด ยว บางคนอาจสงส ยว าเคร องคอมพ วเตอร ท วไปม Memory อย างมากเพ ยง 4 ก กะไบต (ประมาณ 4 พ นล านต วอ กษร) จะเก บข อม ลเว บได อย างไรต งหลายพ นล านหน า ความสงส ยจะหมดไปถ าเราม โอกาสได ไปด เคร องคอมพ วเตอร ท Google หร อ Yahoo ท Data Center หร อศ นย ข อม ลของ Google หร อท Data Center ของ Search Engine ระด บโลกอ นๆก ตาม จะม เคร องคอมพ วเตอร ต อเช อมก น หลายหม นเคร องเป น sever Farm โดยแต ละเคร องจะใช RAM ของต วเองมาเก บข อม ลในแต ละส วน โดยคอมพ วเตอร ท งหมดจะทางานร วมก นในการประสานงานด านการจ ดเก บฐานข อม ล และจ ดเก บ ด ชน ของเว บต างๆลงในหน วยความจาของเคร อง เม อม ผ ใช มาค นหาข อม ล Search Engine จ งสามารถ ประมวลผลค นหาข อม ลท งหมดได รวดเร วมหาศาล 9.6 หาข อม ลในฮาร ดด สก และทาด ชน (Indexing) ด วย Yahoo Desktop เราได ลองใช Google ค นหาข อม ลบนอ นเทอร เน ตก นแล ว คงจะด ไม น อยถ าเราสามารถค นหา ข อม ลท กอย างท ม อย ในเคร องคอมพ วเตอร ของเราได ในแบบเด ยวก น ซ งในต วอย างน เราจะลองทา ด วยโปรแกรมช อ Yahoo Desktop Search ท Yahoo แจกฟร เพ อทาด ชน ข อม ลท กอย าง ท กต วอ กษรท อย ในฮาร ดด สก ของเคร องคอมพ วเตอร ของเรา ผลท ได ก ค อสามารถค นหาข อม ลท อย ในเคร องของเรา ได เร วเท าท เราพ มพ เลยท เด ยว 1. เข าไปดาวน โหลดโปรแกรม Yahoo Desktop Search ท เว บไซท จากน นให คล ก Free Download 2. คล ก Get Yahoo! Desktop Search Beta

188 หล งจากดาวน โหลดเสร จจะปรากฏไดอะล อกบ อกซ ตามภาพ ให คล กป ม Run 4. คล กป ม Run อ กคร งเม อปรากฏไดอะล อกบ อกซ ตามภาพ 5. โปรแกรมจะเร มดาวน โหลดจากน นจะปรากฏหน าจอตามภาพ ให คล กป ม Start Installation 6. คล ก หน าข อความ Yes, I accept the terms of this agreement เพ อยอมร บข อตกลง จากน นให คล ก Next 7. คล ก หน าข อความ Upload usage/cash statistics to Yahoo หากต องการช วย yahoo เก ย สถ ต การใช งานโปรแกรมในกรณ โปรแกรมม ป ญหา จากน นให คล ก Next 8. คล กป ม Browse เพ อเล อกไดเร คทอร ท ต องการต ดต งโปรแกรม พร อมเล อกต ดต งร ปแบบ ต างๆตามต องการ จากน นให คล ก Next 9. คล ก Finish Installation เพ อเสร จส นการต ดต งโปรแกรม Yahoo!Desktop Search 10. ให ลองเร ยกใช โปรแกรม Yahoo! Desktop Search และส งให เล อกทาด ชน (Indexing) ข อม ล ท กต วอ กษรในฮาร ดด สก ของเรา โดยเร ยกโปรแกรม Yahoo Desktop Search จากเมน Start All Programs Yahoo! Desktop Search จะปรากฏหน าจอโปรแกรมตามภาพ 11. ส งให โปรแรมเร มทาด ชน ของไฟล ข อม ลต างๆในเคร อง โดยไปท เมน Tools Options 12. คล กเล อก Files จาก List Tree ซ งสามารถกาหนกออปช นในการทาด ชน ได ด งน คล กป ม Stop Indexing Files เพ อเร มหร อหย ดทาด ชน Schedule Indexing for Files กาหนดช วงเวลาในการทาด ชน - Every กาหนดให ทาด ชน ท กๆช วงเวลาท กาหนดโดยระบ ต วเลขท ต องการ - Every day at กาหนดให ทาด ชน ท กว นตามว นเวลากาหนด - Never-do not กาหนดให หย ดทาด ชน อ ตโนม ต 13. ลองคล กป ม More index Options เพ อกาหนดการทาด ชน ตามท เราต องการจะปรากฏ ไดอะล อกบ อกซ ด งภาพต อไป More Indexing Options คล กเพ อกาหนดออปช นเพ มเต ม - Everything (all files) กาหนดให ทาด ชน ท กต วอ กษรในไฟล และข อม ลท ก อย างของไฟล ในไดเร คทอร

189 182 - Files names and sizes, plus กาหนดให ทาด ชน เฉพาะ ช อ ขนาด และ ข อม ลในไฟล ชน ดท กาหนดเท าน น - Files names and sizes only กาหนดให ทาด ชน เฉพาะ ช อ ขนาด ของไฟล เท าน น - Specify Extensions คล กเพ อกาหนดชน ดของไฟล ท ต องการทาด ชน - Maximum files กาหนดขนาดไฟล ใหญ ท ส ดท เราต องการทาด ชน เพ อ ไม ให ด ชน ใหญ เก นไป หร อเคร องไปพยายามทาด ชน ไฟล ใหญ ๆท ไม จาเป น เช น ไฟล ว ด โอ เป นต น 9.7ค นหาให ตรงเป าหมายด วยต วดาเน นการและค ย เว ร ด การค นหาโดยการใส คาท ต องการลงไปตรงๆใน Search Engine น นไม ใช ว ธ ท ม ประส ทธ ภาพ ท ส ด ในบทน เราจะมาร จ กว ธ ค นหาซ าอ กคร งจากผลล พธ ท ได จากการ Search ก อนหน า (Search within Search Result) นอกจากน นในบทน เราจะเร ยนร การนาค ย เว ร ดหร อต วดาเน นการต างๆมาใช ในกาค นหา ตลอดจนหล กการและความหมายของต วดาเน นการเหล าน น เช น ว ธ การค นหาด วยเคร องหมายบวก (+) ร จ กคา Stop Word หร อ Common Word ว าค ออะไร? เพ อท จะไม เส ยเวลาใช คา เหล าน นในการค นหา ว ธ การค นหาด วยเคร องหมายลบ (-) การค นหาให ตรงคาด วยเคร องหมายคาพ ด ( )(Exact phrased seach) การใช ต วดาเน นการ OR การค นหาคาพ องความหมาย (Synonyms) ด วยเคร องหมาย ~ การค นหาช วงช ดของต วเลข (Number range) ด วยเคร องหมาย.. ป ดท ายด วยการค นกล มคา หร อคาท เราไม แน ใจด วยเคร องค ณ (*) (Wildcard) ซ งการเข าใจและสามารถนาต วดาเน นการเหล าน ไปใช งานได ค อส วนประกอบสาค ญอ ก ประการท จะทาให การค นหาของเรา ได ผลล พธ ตรงตามเป าหมายท ต องการ และประส ทธ ภาพเพ มข น โดยต วดาเน นการต างๆในบทน ค อกลย ทธ ท จอมย ทธ น กค นหาข อม ลในอ นเทอร เน ตต องเข าใจ และ สามารถนาไปใช ให เป น ค นหาซ าในผลล พธ จากการ Search คร งก อน (Search within Search Result)

190 183 หลายคร งเม อเราค นหาได ผลล พธ ออกมาแล ว อาจม จานวนมากมายมหาศาล มากเก นไปจน ไม เป นประโยชน เราสามารถค นหาซ าจากผลล พธ การค นหาเด ม เพ อค นผลล พธ ท ได ให ตรงความ ต องการย งข น ซ งใน Google ทาได ด งน 1. เราลองค นหาคาว า เป นต อ 2. ให เล อนสโครลบาร ลงไปจนส ดหน าแล วคล กท Search within results 3. จะปรากฏไดอะล อกบ อกซ ของหาค นหาซ าจากผลท ได จากเด ม ให ใส คาท ต องการค นหา เพ มเต มแล คล กป ม Search within results เราจะได ผลล พธ ซ งจะเป นผลจากกาค นหาซ าตามต องการ ค นหาให ตรงเป าด วยต วดาเน นการ ค นหาด วยต วดาเน นการและเคร องหมายต างๆ พ นฐานสาค ญท จะทาให การค นหาใน Google หร อ Search Engine ทาได ง ายดายม ประส ทธ ผล และได ผลล พธ ของการค นหาท ตรงใจเรามากข น ค อการค นหาโดยใช ต วดาเน นการ (Operator) ต างๆซ งได แก เคร องหมาย + - ~ NOT AND OR และ * ร วมก บคาค นหาท เราใส ตามปกต ขอให ค ณผ อ านลองทาตามต วอย างตามไปด วย เพ อจะได เข าใจการทางานของต วดาเน นการต างๆได ด ย งข น 1) ค นหาด วยเคร องหมาย + เคร องหมายบวกจะหมายถ งการทาน พจน AND ทางคณ ตศาสตร โดยปกต เราไม จาเป นต องใช เคร องหมาย + ในการค นหา เน องจาก Google จะใส เคร องหมาย + หร อ AND ให เราโดย อ ตโนม ต อย แล วเม อเราใส เว นวรรคในคาค นหา เช น การใส คาว า ป อป อาร ยา จะเหม อนก บการพ มพ ว า ป อป + อาร ยา ผลล พธ ท ได จะเป นหน าเว บท ม คาว า ป อป และคาว า อาร ยา ท งสองคาอย ในหน า เด ยวก น แต ไม จาเป นต องอย ต ดก น ผลล พธ ท ได จะเป นหน าเว บท ม คาว า ป อป อาร ยา และคาว า นางเอก ท งสามคาอย ในหน าเด ยวก นแต ไม จาเป นต องอย ต ดก น 2) Stop Word หร อ Common Word ค ออะไร? Stop Word หร อ Common Word ค อคาท ใช บ อยๆในภาษาอ งกฤษ เช น aan the and or is am are รวมถ งต วอ กษรต วเด ยว เช น A B เป นต น คาเหล าน จะไม ม ผลต อการค นหา ถ งแม เราจะ พ มพ ลงไปในคาค นหาปกต ก ตาม โดยท วไปแล วการใส Common Word ในคาค นหาม กไม ได ประโยชน มากน ก นอกจากน ย งทาให การค นหาช าลงโดยไม จาเป นอ กด วย Search Engine ต างๆจ งม ก ต ด Common Word ออกจากคาค นหาของเราโดยอ ตโนม ต อย างไรก ตามในบางคร งเราอาจจาเป นต องใช Common Word ในการค นหา ก สามารถส งให Search Engine ค นหา Common Word ได เช นก น โดยการใส เคร องหมาย + หน า

191 184 Common Word ท เราต องการค นหา และอย าล มต องเว นวรรคก อนเคร องหมาย + ด วย เช น ต องการหา คาว า Star War I อาจต องใช คาค นหาว า Star War +I เป นต น แต ถ าเราไม ใช +I ในคาค นหา โดยใช คา ว า Star War I เฉยๆ Search Engine จะต ดต ว I ออก จากคาค นหาของเราโดยอ ตโนม ต สร ปก ค อ ถ าเราใส เคร องหมาย + หน าคา ต วเลข หร อต วอ กษรใดๆจะเป นการส งให Search Engine นาคาหร อต วอ กขระน นๆมาค นหาด วย ไม ว าจะเป น Stop Word หร อไม ก ตาม ค นหาด วยต วเล กใหญ ไม ม ผล Google จะไม น บหร อให ความสาค ญของต วอ กษรเล กหร อใหญ ในคาค นหา คาว า Mask Rider จะม คาเท าก บคาว า maskriderหร อ MASK RIDER ค นหาด วยเคร องหมาย เคร องหมายลบใช ในการค นหาเว บซ งไม ม คาท เรากาหนดในหน าเว บน น เช น ผลล พธ ท ได จะ เป นหน าเว บท ม คาว า ป อป และต องไม ม คาว า อาร ยา อย ในหน าเด ยวก น อ กต วอย างหน งเช น ถ าเรา ต องการหาคาว า Bass แต ไม ต องการหาเคร องดนตร เบส (Bass) ซ งใช คาสะกดเด ยวก น ก ทาได โดยใช คาค นหาว า bass music เป นต น ค นหาให ตรงคาน นตรงๆด วยเคร องหมายคาพ ด (Exact phrased search) ถ าเราต องการหาว าม เว บใดม คาของ เช กสเป ยร กว เอกของโลกท เคยกล าวว า To be or not to be โดยลองพ มพ to be or not to be ตรงๆ จะไม สามารถหาผลล พธ ท เราต องการได เพราะจะม เว บท ม คาว า to be or not อย มากมายมหาศาล ซ งคาเหล าน กระจายอย ในส วนต างๆของหน าเว บ แต คาไม ต ดก น เราจะสามารถค นหาเว บ To be or not to be ต ดก นได โดยพ มพ คาท เราต องการค นหาให อย ภายในเคร องหมายคาพ ดอ กท หน ง ผลล พธ ท ได ก จะเป นเว บท ม คาว า To be or not to be เช อมต ดก น เท าน น ค นหาด วยคาว า OR ถ าต องการค นหาโดยใช คาหลายคา แต ไม จาเป นว าท กคาท เราค นหาจะต องอย ในหน าเด ยวก น เราจะใช คาว า OR (ต องต วใหญ เท าน น) ในคาค นหา โดยจะม ผลเหม อนก บการใช น พจน OR ทาง คณ ตศาสตร เช น หากต องการค นหาเว บท ม คาว า ป อป หร อคาว า อาร ยา โดยไม จาเป นว าท งสองคา ต องอย ใน หน าเด ยวก น เราจะใช คาค นหาว า ป อป OR อาร ยา ถ าเราใช คาว า ป อป อาร ยา ผลท ได จะเป นหน าเว บท ม คาท งสองอย ในหน าเด ยวก น

192 185 แต ถ าเราใช คาค นหาว า ป อป อาร ยา (ภายในเคร องหมายคาพ ด) ผลท ได ค อเว บท ต องม คาว า ป อป อาร ยา ต ดก นโดยม เว นวรรคหน งช องตรงกลางเท าน น ค นหาคาพ องความหมาย (Synonyms) ด วยเคร องหมาย ถ าใช เคร องหมาย ~food ในการค นหา ผลล พธ ของการค นหาจะไม หาแค คาว า food อย างเด ยว แต จะหาคาท ม ความหมายคล ายหร อใกล เค ยงก บ food เช นคาว า nutritions, recipe หร อ cooking ด วย คาค นหา ~food จะเท าก บคาว า food OR nutrition OR recipe OR cooking OR คาพ อง ความหมายอ นๆของ food ถ าใช คาค นหาว า ~love ผลล พธ จะหาคาว า love และคาอ นๆท ม ความหมายเด ยวก บ love ด วย เช นคาว า romantic, marriage โดยอ ตโนม ต ค นกล มคา หร อคาท เราไม แน ใจด วยเคร องหมายค ณ * (Wildcard) เราสามารถใช เคร องหมาย * แทนคาท ไม ม นใจในการค นหาได แต ต องใช ภายในเคร องหมาย เช น ถ าใช คาค นหา I * Bangkok ผลล พธ ท ได จะเป นการค นหาหน าเว บค อม คาว า I และคาใดๆอย ตรงกลางท ตามด วยคาว า Bangkok หร อในบางคร งเราอาจต องการหาเว บท ม คาว า กระทรวง ข นข างหน าคาท เราจะค นหา ก สามารถทาได โดยใช คาค นหาว า กระทรวง* เป นต น ค นหาช วงช ดของต วเลข (Number range) ด วยเคร องหมาย... บางคร งเราอาจต องการค นหาข อม ลท ม ช วงของต วเลข เช น ต องการค นหา DVD ท ม ราคา ระหว าง $50 -$100 ก สามารถทาได โดยใช คาค นหาว า DVD $50.$100 นอกจากน เราย งสามารถใช Number range เพ อกาหนดช วงเวลา หร อหน วยว ดอ นๆได ด วย ลองด อ กต วอย าง เช น เราต องการค นหา Car ท ม น าหน กต งแต 100Kg จนถ ง 300 Kg เราสามารถใช คา ค นหาว า Car Kg เป นต น หร อถ าเราต องการหาข อม ลเก ยวก บนาฬ กาต งแต ป 1900 จนถ งป 1950 ก จะใช คาค นหาเป น Watch การค นหาร ปภาพและว ด โอคล ป ในบทน จะได ร จ กว ธ การค นหาภาพด วย Google Image Search และต งภาพเป นวอลล เปเปอร บนหน าจอเดสก ท อป พร อมท งการใช เมน ค นหาภาพระด บส ง (Advanced Image Search) ทาความร จ ก ก บเว บ Google Video ท เน นค นหาเฉพาะไฟล ว ด โอเท าน น รวมท งว ธ เก บบ นท กไฟล Google Video

193 186 ไว ในฮาร ดด สก สาหร บด ภายหล งโดยไม ต องเช อมต ออ นเทอร เน ตด วยโปรแกรม Google Video Player และป ดท ายบทน ด วยว ธ การใช เว บไซท YouTube.com ศ นย รวมไฟล ว ด โอคล ปท ใหญ ท ส ด แห งหน งในอ นเทอร เน ต ค นหาร ปภาพและบ นท กด วย Image Search เราสามารถค นหาร ปภาพจากเว บไซท Google ได อย างง ายดาย โดยคล กท ร ปภาพ (Image) เพ อเข าส หน าจอการค นหาภาพ (Image Search) หร อจะไปท โดยตรงก ได ทาภาพเป นวอลล เปเปอร ในหน าเดสก ท อป ถ าเราต องการนาภาพท ค นหาได มาทาเป นวอลล เปเปอร ในหน าเดสก ท อปก สามารถทาได ง ายๆ ด วยการคล กขวาท ภาพแล วเล อก Set as Background เมน การค นหาภาพระด บส ง(Advanced Image Search) ในกรณ ท ต องการค นหาร ปภาพอย างละเอ ยด ใหล คล กท การค นหาภาพระด บส ง (Advanced Image Search) จะปรากฏหน าจอการค นหาระด บส งด งน หาผลล พธ ตรงก บท กๆคา กาหนดให หาภาพท ม คาท กคาในคาส บค นของเราเหม อนก บการ ใช AND ตามปกต หาผลล พธ ตรงก บวล กาหนดให หาภาพท ม คาตรงก บในคาส บค นของเราท กประการ (Exact phrase) เท ยบก บการใช หาผลล พธ ตรงก บคาใดก ได กาหนดให หาภาพท ม คาใดคาหน งตรงก บคาส บค นของเรา เท ยบ ก บการใช OR หาผลล พธ ไม ตรงก บคา ให หาภาพซ งไม ม คาท ใส ในช องค นหา เท ยบได ก บการใช ขนาด กาหนดขนาดของภาพผลล พธ ว าเอาเฉพาะภาพขนาดเล ก กลาง ใหญ หร อขนาดใดๆก ได ชน ดของเอกสาร กาหนดชน ดของไฟล ภาพว าเป น JPG GIF PNG หร อชน ดใดก ได การเร ยงลาด บส เล อกว าจะให แสดงเฉพาะภาพขาวดา ภาพระด บส เทา (Gray scale) ภาพส หร อภาพส ใดก ได โดเมน กาหนดให หาภาพในโดเมน หร อไซท ท กาหนดเท าน น ค นหาว ด โอคล ป ด วย Google Video

194 187 เราสามารถค นหาไฟล ว ด โอคล ปมากมายในอ นเทอร เน ตได จากเว บไซท Google Video ซ ง Googleได ทาด ชน ไฟล ว ด โอคล ปจากเว บไซท ในท วโลก พร อมท งม การจ ดกล ม ให เป นหมวดหม และ ให ผ เข าชมเว บ Google Video สามารถเล อก Vote ว ด โอไฟล ต างๆได ด วยว าน าสนใจเพ ยงใด ให ลอง เข าไปท ในหน า Google Video จะม เมน ย อยแยกตามกล ม ประเภทของว ด โอท เราต องการ เม อค นหา ว ด โอท ต องการแล วจะเร ยกด ได อย างง ายๆด วยการคล กท ร ปของว ด โอน น จากน นไฟล ว ด โอท เล อกก จะเล นอ ตโนม ต บ นท ก Google Videoไว ด ในภายหล งด วย Google Video Player เราสามารถเก บไฟล ว ด โอท ได จาก Google ลงในเคร องคอมพ วเตอร ของเราเพ อเอาไว เร ยกด ภายหล งได ด วยโปรแกรม Google Video player ซ ง Google แจกให ฟร ด งน การดาวน โหลดไฟล ว ด โอทาได โดยการคล กป ม Download ข างว ด โอท กาล งชมอย โดยก อน การดาวน โหลด เราสามารถเล อกชน ดของไฟล ว ด โอได ว าจะเป นไฟล สาหร บด ในเคร องคอมพ วเตอร (Windows/Mac) ด ใน ipod (Video ipod) หร อด ด วยเคร อง Sony PlayStation Portable (Sony PSP) ถ าเคร องคอมพ วเตอร ของเราไม ม Google Video Player ก จะให เราดาวน โหลด Google Video Player โดยอ ตโนม ต หร อไปดาวน โหลดเองท ก ได เม อดาวน โหลดไฟล Google VideoPlayerSetup.exe มาแล ว ให ต ดต งโปรแกรมตามข นตอนในห วข อถ ดไป การต ดต ง Google Video Player 1. ด บเบ ลคล กไฟล GoogleVideoPlayerSetup.exe ท ดาวน โหลดจาก Google (http://video.google.com/googlevideoplayersetup.exe) 2. คล กป ม I Agree 3. เล อกตาแหน งในฮาร ดด สก ท ต องการต ดต งจากน นให คล กป ม Install 4. โปรแกรมจะเร มต ดต งลงในเคร อง เม อเสร จสมบ รณ แล วให คล กป ม Finish เป นอ นเสร จส น การต ดต งโปรแกรม Google Video Player 5. เม อดาวน โหลดไฟล ว ด โอเร ยบร อยแล ว Google Video Player จะถ กเร ยกข นมาเพ อเป ดไฟล ว ด โอของเราโดยอ ตโนม ต โดยท วไปไฟล ของ Google Video จะเป นนามสก ล.gviซ งเราสามารถเป ด ไฟล.gvi ได จากโปแกรม Google Video Player ท เราม ในเคร องน นเอง

195 188 การเร ยกด ไฟล ว ด โอโดยใช โปรแกรม Google Video Player 1. เร ยกใช โปรแกรม Google Video Player โดยไปท เมน Start All Programs Google Video Google Video Player 2. เป ดไฟล ว ด โอโดยไปท เมน File Open เล อกไฟล ว ด โอท ต องการ (โดยท วไปไฟล ของ Google Video จะเป นนามสก ล.gvi) แล วคล กป ม Open ไฟล ว ด โอของเราท ดาวน โหลดจาก Google Video จะถ กจ ดเก บไว ท โฟลเดอร My Document My Video Google Video ค นหาไฟล ว ด โอจาก YouTube.com YouTube.com เป นเว บช มชนศ นย รวมไฟล ว ด โอท ใหญ ท ส ดอ กแห งหน งในโลก เราสามารถ ค นหาไฟล ว ด โอมากมายในอ นเทอร เน ต โดย YouTube ได ทาด ชน ของไฟล ว ด โอจากเว บไซท ท วโลก พร อมท งม การจ ดกล มให เป นระเบ ยบ และให คนเข าชมสามารถเล อก Vote ว ด โอไฟล ต างๆ ได ด วยว า น าสนใจเพ ยงใด เช นเด ยวก บท Google น นเอง การชมว ด โอ YouTube ก ทาได อย างง ายดาย เพ ยงแค คล กไฟล ว ด โอท เราต องการด เท าน นซ ง ใน YouTube.com ม ท งไฟล ว ด โอม ออาช พ และสม ครเล นจากท กแห งท วโลกมาให เราเล อกชมน บไม ถ วนจนไม ม เวลาด ได หมดเลยท เด ยว ว ธ บ นท กไฟล ว ด โอจาก YouTube.com ลงในฮาร ดด วก เพ อด ในภายหล ง โดยปกต YouTube.com จะไม อน ญาตให เราบ นท กหร อดาวน โหลดไฟล ว ด โอมาเก บไว ใน เคร องได เหม อนก บ Google Video แต เราก ม ว ธ เก บไฟล ว ด โอของ YouTube ได เช นก น โดยใช โปรแกรมช อ YouTube Grabber ซ งดาวน โหลดได ฟร ท Grabber/ html ว ธ ใช โปรแกรม YouTube Grabber ทาได อย างง ายดาย ด งน 1. ด บเบ ลคล กท YouTube grabber 2. ค ดลอก URL ไฟล ว ด โอท ต องการ โดยคล กลากให ครอบคล มท งหมดแล วกดค ย Ctrl+C 3. วาง URL ในช องน โดยการกดค ย Ctrl+V 4. คล กเพ อเร มดาวน โหลด 5. ไฟล ท มาจาก YouTube.com จะถ กเก บในร ปแบบ.FLV โดยเม อโปรแกรมดาวน โหลดไฟล ว ด โอมาท ฮาร ดด สก ของเราแล วจะเก บไว ในโฟลเดอร เด ยวก บโปรแกรม YouTube Grabber ท เราเร ยกใช งาน 6. เวลาเร ยกด ไฟล ว ด โอนามสก ล FLV Player ซ งสามารถดาวน โหลดได ท html

196 เว บไซท ศ นย รวมภาพ และไฟล ม ลต ม เด ยอ นๆในอ นเทอร เน ต นอกจากแหล งข อม ลภาพและว ด โอจาก Google Video และ YouTube.com แล ว ในป จจ บ น ย งม แหล งภาพและไฟล ม ลต ม เด ยอ นๆในอ นเทอร เน ตท เราสามารถเข าไฟค นหาอย มากมาย ด งน ช อเว บไซท URL คาอธ บาย Yahoo Video Video.yahoo.com ศ นย รวมเว บคล ปว ด โอ จาก Yahoo Corbis ศ นย เว บภาพด จ ตอล สาหร บซ อ ขาย ภาพสาหร บม อ อาช พ Interface Lift Interfacelift.com ศ นย รวมภาพ wallpaper ฟร ค ณภาพเย ยม Getty Images Creative.gettyimage s.com ศ นย รวมเว บภาพด จ ตอล สาหร บซ อ ขายภาพสาหร บ ม ออาช พ 2Beesoft เว บศ นย รวมไอคอนต างๆ Alltheweb.com -Image Multimedia.allthewe b.com Search Engine รวมร ปภาพในอ นเทอร เน ต ช อเว บไซท URL คาอธ บาย Altavista Photo Finder mage Search Engine อ นด บต นๆอ กแห งหน งของโลก Art.com ศ นย รวมภาพศ ลปะ และงานศ ลป ในอ นเอทร เน ต Barewalls Interactive Art ศ นย รวมภาพศ ลปะ และงานศ ลป สม ยใหม ใน อ นเทอร เน ต Clipart ศ นย รวมภาพ Clip Art ในอ นเทอร เน ต

197 190 Connection DLS:National Image Library on.com Images.fws.gov Digital Media Library ศ นย รวมข อม ลม ลต ม เด ย จาก ห องสม ดด จ ตอลต างๆในสหร ฐ GoGraph.com ศ นย รวมภาพด จ ตอลสหร บเว บ Picsearch เว บ Search Engine สาหร บภาพในอ นเทอรเน ต ตารางท 9.3 เว บไซท ศ นย รวมภาพ และไฟล ม ลต ม เด ยอ นๆในอ นเทอร เน ต 9.9ค นหาข อม ล และข าวสารโลก ค นหาข าวด วย Google News ป จจ บ น Google ม บร การใหม ท รวบรวมข าวสารจากสาน กข าวท วโลกมากกว า 4,500 แหล ง เช น เดอะน วยอร ค ไทม, เดอะวอช งต น โพสต, เดอะ วอล ท สตร ท เจอร น ล, ไทม แมกกาซ น, การ เด ยน อ นล ม เต ด, แหล งรวมฐานข อม ลออนไลน และบทความช อด งอย าง Factiva, Lexis-Nexis และ ประเภทห องสม ดออนไลน อย าง HighBeam research และ Thomson Gale เป นต น โดยข อม ลข าว เหล าน จะม การอ พเดตท กๆ 15 นาท และสร างเว บข าวน โดยอ ลกอร ท มจากคอมพ วเตอร ล วนๆ ไม ได ใช คนเร ยบเร ยงข าวเลย ท งน เพ อให ข าวท ได ม ความเป นกลาง ไม โน มเอ ยงทางด านการเม อง เศรษฐก จ และส งคมของใครหร อประเทศใดประเทศหน งเป นหล ก ผ เข ยนเองก ชองต ดตามข าวท วโลกจาก บร การน เช นก น เพราะม การแบ งข าวเป นส วนๆช ดเจนและข อม ลก ท นสม ยมาก หากม ข าวสาค ญๆใด เก ดข นท ใดในโลกและเว บข าวของสาน กข าวในประเทศน นม การต พ มพ แล ว ก ม นใจได ว าเราจะ สามารถต ดตามข าวท เก ดข นได อย างรวดเร วเช นก น 9.9.2ลงทะเบ ยนเข าใช บร การต างๆ การเข าใช บร การน จะต องลงทะเบ ยนเส ยก อน หากผ ใช ม Account ก บ Google เช น บร การ อ เมล gmail.com อย แล วก จะสามารถจ ดร ปแบบข าวได ตามใจชอบ สาหร บผ ไม ม ก สามารถ สม ครใช บร การน ได เช นก น ด งน 1. เข าไปท 2. คล ก Create an account now 3. เม อกรอกข อม ลรายละเอ ยดต างๆเร ยบร อยให คล กป ม I accept. Create my account. ก จ งจะ สามารถใช บร การจากทางเว บไซท ได แล ว

198 เข าใช บร การค นหาข าว การใช บร การน สามารถทาได ด งน 1. เข าไปท 2. หากชอบข าวก ฬาก อาจเพ มเน อหาในส วนก ให มากข น หร อหากต องการต ดตามข าว ดาราหร อ น กร องท ช นชอบ ก สามารถเพ มส วนท เป นข าวซ งเราต องการต ดตามเองจากคาท ท จะค น โดยคล ก Personalize this page 3. ผ ใช สามารถเปล ยนตาแหน งข าวแต ละส วนได โดยการลากย ายข าวในกรอบส ต างๆ หร อหาก ต องการต ดตามข าวเทคโนโลย หร อดาราก สามารถเพ มส วนข าวสาหร บการต ดตามได โดยคล ก Add a custom section 4. ค ย ข อความท ต องกรเพ มเต ม ต วอย างน เป นการเพ มส วนการต ดตามข าวเก ยวก บ mac duo core intelจากน นให คล ก Add section 5. เม อบ นท กค าแล ว บร การข าวของ Google จะแสดงข าวท เก ยวข องก บคาท เราใส เข า ไปท นท ผลล พธ ท ได จะว าไปแล วคล ายๆก บหน งส อพ มพ ฉบ บใหม ท รวบรวมเฉพาะข าวในเร องท เราสนใจ อยากอ านจากท วโลก มาให เราอ านคนเด ยวโดยเฉพาะน นเอง 9.9.4การค นหาข าวย อนหล ง บร การล าส ดท Google ม ให ก ค อ การค นหาข าวย อนหล งไปน บร อยป จากสาน กข าวท ม ช อเส ยง โดยข อม ลข าวจะจ ดเร ยงตามลาด บเวลาเพ อให ง ายในการค นหาและเร ยบเร ยงเหต การณ ต วอย างต อไปน จะแสดงให เห นการค นหาข าวเร ยงตามลาด บเวลาของดาวเท ยมดวงแรกของ ไทยค อ ไทยคม (Thaicom) จะเห นว าม ข าวย อนหล งไปถ งแค ป 1997 เท าน น เพราะดาวเท ยมของเรา เร มม ข าวในต างประเทศต งแต ป 1997 น นเอง ผ สนใจสามารถอ านข าวได ตามลาด บเวลาของเหต การณ ข าวท เก ดข นก บดาวเท ยมไทยคมของเราได ตามต องการ 1) Google Group กล มข าวใน Google แหล งข อม ลอ กแห งนอกจากเว บท เราม กมองข ามก ค อ กล มข าว หร อ Newsgroups ซ งเป น เสม อนเว บบอร ดชมรม ท รวบรวมข อม ลข อค ดเห นของคนท สนใจในเร องเด ยวก นไว ด วยก น โดยผ ท เป นสมาช กในกล มจะส งคาถาม เข ยนคาตอบ แลกเปล ยนความค ดเห น หร อแลกเปล ยนข อม ลก นได อย างสะดวก

199 192 Google Group เป นบร การจาก Google ในล กษณะเด ยวก น Newsgroups ค อเป นศ นย รวม เร องราวความสนใจของผ คนมากมาย ทาให เราสามารถหาคาถาม คาตอบในเร องต างๆจากคนท วโลก นอกจากน Google ย งให เราสามารถสร างกล มข าวของเราเองได อย างง ายดายอ กด วย 2) การค นหาข อม ลจากกล มข าว หร ออ กต วอย างหน ง ให ลองใส คาค นหาว า hacker จากน นคล กป ม ค นหากล ม จะปรากฏ ผลล พธ ของกล มข าวเก ยวก บ hacker ลองคล กท ป ม Alt2600 ซ งเป นกล มข าวศ นย รวม Hacker ช อด ง แห งหน งในอ นเทอร เน ต จะได ผลล พธ เป น อ เมล หร อ คาถาม คาตอบ ความค ดเห นต างๆของสมาช ก ในกล มมากมาย 3) การแบ งประเภทของกล มข าว ใน Google Groups จะม การแบ งหมวดหม ของกล มข าวมากมาย ให เราค นหาได ตามเร องท เรา สนใจ และง ายต อการค นหา กล มข าวในภาษาไทย เข าได ทาง กล มข าวของท วโลกในภาษาอ งกฤษ เข าได ทาง โดยในแต ละกล มก จะม หมวดย อยๆออกไปอ ก นอกจากการแบ งตามช อกล มข าวแล ว Google ย งสามารถเร ยกกล มท ม ก จกรรมเยอะ (Active) หร อ ม คนเข าไปแลกเปล ยนข อม ลเยอะ หร อ กล มท ม สมาช กเยอะได อ กด วย 4) Usenet กล มข าวของคนจากท วโลก นอกจาก Google Groups แล ว ย งม ระบบกล มข าวท เร ยกว า Usenet กล มข าวท เก ดข นมานาน ในโลกอ นเทอร เน ต (ก อนเว บเส ยอ ก) และม คนใช จานวนมาก ซ งเราสามารถใช Google Groups เพ อ ไปอ านข อม ลจาก Usenet ได เช นก นด งน 1. คล กเข าไปค นหากล มแบบแยกประเภท ซ งรวม Usenet ด วย 2. คล กเพ อเข าไปค นหากล มข าวอ นๆจาก Usenet 5) เข าร วมวงสนทนาใน Google Groups การค นหาเข าไปอ านข อม ลใน Google Group โดยส วนใหญ สามารถทาได ท นท โดยไม ต อง สม ครสมาช ก แต การร วมวงสนทนา Post คาถาม คาตอบน นจะต องสม ครเป นสมาช กก อนของกล ม เส ยก อน โดยบางกล มอาจม การอน ม ต จากสมาช ก หร อเจ าของกล มก อนเราถ งเข าร วมสนทนาในกล ม ได 6) สม ครสมาช ก Google group

200 193 การเข าร วมสนทนาในกล มข าวน นจะต องเป นสมาช ก Google Group เส ยก อน แต ถ าค ณม อ เมล ของ Gmail อย แล วก สามารถนามาใช sign in ใน Google Group ได ท นท โดยไม ต องสม คร Google Group ซ าแต อย างใด ถ าย งไม ม แอคเคาท ให ทาด งน 1. เข าไปท groups.google.co.th 2. คล กเพ อสม คร Google Group 3. กรอกข อม ล แล วคล กป ม I accept. Create my account ท ายหน าน 4. เข าไปเช คเมล แล วคล กท ล งค เพ อย นย นเมล เพ ยงเท าน เราก สามารถเข าไปสม คร สมาช กในกล ม ข าวท ต องการ เพ อตอบข อความหร อสร าง Group ของต วเองได แล ว 7) เข าร วมกล มข าว Sign in ด วยแอคเคาท Google Group ท หน า group.google.co.th แล วลองเข ากล มข าว เช น Alt.2600 กล มข าวท ช อด งของชาว Hacker ในอ นเทอร เน ต 1. เข าไปท หน า group.google.co.th 2. คล กเพ อ sign in 3. ใส อ เมล และรห สผ าน แล วคล กป ม ลงช อเข าใช งาน 4. ใส alt.2600 แล วกด Enter 8) ค นหาข อม ลจากกล มข าวโดยละเอ ยด เราสามารถค นหาข อม ลจาก Google Groups อย างละเอ ยดได ด วยการคล กท การหากร ปด วย การต งค า หร อ Advanced Groups Search ค นหาข อความ ด วย ท งหมด ของคาพ ด (with all of the words): ผลล พธ จะเป น ข อความใน Group ท ต องม คาท เราใส ในคาส บค น ท กคา ค นหาข อความด วย ท กคาของคาพ ด (with the exact phrase) : ผลล พธ จะเป น ข อความใน Group ท ม คาค นหาของเราตรงท กประการ คาค นหาท ใส ในช องน ค นหาข อความด วย อย างน อยหน งคา ของคาพ ด (with at least one of the words) : ค นหา โดยใช คาหลายคา แต ไม จาเป นท คาท ค นหาต องอย ในข อความเด ยวก น ค นหาข อความ โดยไม ม คาพ ด (without the words) : ค อการค นหาข อความท ต องไม ม คาท เรา

201 194 ใส ในช องน กล ม (group) ค นหาเฉพาะจาก Group ท กาหนด ห วเร อง (Subject) ค นหาเฉพาะจาก Subject หร อห วเร องของข อความท กาหนด ผ แต ง (Author) ค นหาเฉพาะจากสมาช กกล มคนท กาหนดเท าน น ภาษา (Language) กาหนดภาษาของข อความท ค นหา ว นท ข อความ (Message Date) กาหนดช วงเวลาของข อความท ต องการค นหา Safe search ไม แสดงผลล พธ จากกล มท ไม เหมาะสม เช น ไม เหมาะก บเยาวชนเป น ต น รห สข อความ (Message ID) ค นหาเจาะจงข อความในกรณ ท ทราบ ID ของข อความ 9) สารบนเว บ แหล งข อม ลสาค ญอ กแห งหน งท ม กมองข ามก ค อ สารบนเว บ หร อ Open Directory ใน Google ท ม การจ ดเร ยงหมวดหม เป นระบบ ซ งจะสะดวกข นในกรณ เราอาจน กคาค นหาไม ออก นอกจากน การจ ดเร ยงข อม ลในสารบนเว บน น บางส วนจะเป นการจ ดหมวดหม ด วยคนจร งๆ จากการ ร วมแรงของผ ใช ท วโลก (โครงการ DMOZ Open Directory Project ด รายละเอ ยดได ท ข อม ลในสารบนเว บจ งไม ได มาจากการจ ดลาด บด วยคอมพ วเตอร Page Rank เพ ยงอย างเด ยวเหม อนการค นหาตามปกต ด งน นผลล พธ ท ได จาก Open Directory จ งอาจตรงใจ เรามากกว าการค นหาตามปกต ท วไป ต ดตามข าวหร อข อม ล RSS ด วย Google Reader ป จจ บ นเราสามารถต ดตามข าวสารจากเว บไวท ช นนาหลายแห งได โดยอ ตโนม ต ถ าเว บม ร ปแบบข อม ลท เป น RSS (Real Simply Syndication) หล งจากสม ครสมาช กก บเว บผ าน RSS (ม กจะ ให บร การฟร โดยไม ม ค าใช จ าย) เม อเว บม การเปล ยนแปลง ข อม ลจะถ กส งมาให โดยอ ตโนม ต บางคร งเราเร ยกว ธ การส งข อม ลแบบน ว า Push Technology เน องจากข อม ลถ กผล กมาให ผ อ านโดย อ ตโนม ต ซ งจะต างจากการเข าเว บปกต ท เป น Pull Technology เน องจากผ อ าน ผ ร บข าวสารต องเข า ไปด งข อม ลเอง Google Reader ค อเคร องม ออ าน RSS หร อ RSS Reader ของ Google ท ใช งานง าย และไม เส ยค าใช จ าย เราสามารถเข าไปใช Google Reader ได ท reader.google.com สม ครร บข าวสารผ าน Google 1. เข าไปท reader.google.com 2. ล อกอ นเข าระบบด วย Google Account

202 คล ก Add subscriptions เพ อสม ครช องข าวสารต างๆการร บข าวสารผ านทางเว บไซท ด วย RSS น น ปกต จะใช คาว า ลงทะเบ ยนร บข าวสาร (Subscribe) หร อ สม ครช องข าวสาร 4. ใส URL ของช องข าวสาร (RSS Feed) ท เราต องการสม คร ในท น ลองใส cnet.com แล วคล กป ม add หล งจากสม คร RSS Feed จาก Cnet.com เร ยบร อยแล ว ท กคร งท เข ามาท Google Reader จะ ปรากฏข าวสารใหม ๆจาก Cnet.com ส งมาให เร อยๆโดยอ ตโนม ต Add star สาหร บนาข าวไปเก บในโฟลเดอร Starred Items เพ อด ภายหล ง Share ส งล งค Feed ข าวน ให เพ อน โดยข าวน จะเข าไปท โฟลเดอร Share Items ส งอ เมล ข าวน ให เพ อน Mark as read ทาเคร องหมายเพ อให ทราบว าอ านข าวน ไปแล ว Add tags ใช ใส คาช วยจา เพ อให เราค นหาข าวน ได สะดวกในภายหล ง 5. คล ก Add tags เพ อใส คาช วยจา จากน นคล กป ม Save 1) สม ครร บข าวสารจากเว บไซท น นโดยตรง คราวน จะลองสม คร RSS Feed จากเว บอ นบ าง ไปท 1. คล ก XML 2. คล ก Add to Google 3. คล ก Add to Google Reader 2) ว ธ การสม ครช องข าวด วยการก อปป URL ของ RSS Feed 1. เข าไปท rssthai.com ศ นย รวม RSS Feed ของไทย (หร อหน าเว บท ม RSS Feed) 2. คล กขวาห วข อท ต องการ แล วเล อก Copy Shortcut 3. เข าไปท Google reader แล วคล กท Add subscription 4. คล กขวาในช อง แล วเล อก Paste 3) ลบช องข าวหร อ Unsubscribe ใน Google Reader 1. คล ก Manager subscriptions 2. คล กเพ อลบช องข าวน คล กเล อกช องข าวท ต องการ คล ก Rename เพ อเปล ยนช อ คล กไอคอนถ งขยะเพ อลบ หร อยกเล กสมาช ก (Unsubscribe)

203 196 คล ก Add to a Folder เพ อนาช องข าวไปใส โฟลเดอร ท ต องการ สร ปสาระส าค ญของบทท 9 การควบค มการเข าถ งระบบสารสนเทศขององค กร (Access Control) ข อกาหนดทางการ ปฏ บ ต งานสาหร บการควบค มการเข าถ งสารสนเทศ (Business requirements for access control) 1)การควบค มการเข าถ งระบบ (Access control) 2)การบร หารจ ดการการเข าถ งของผ ใช (User access management) 3)หน าท ความร บผ ดชอบของผ ใช งาน (User responsibilities) 4) การควบค มการเข าถ งเคร อข าย (Network access control) 5) การควบค มการเข าถ งระบบปฏ บ ต การ (Operating system access control) 6) การควบค มการเข าถ งแอพพล เคช นและสารสนเทศ (Application and information access control) 7) การควบค มอ ปกรณ ส อสารประเภทพกพาและการปฏ บ ต งานจากภายนอกองค กร (Mobile computing and teleworking) 8) ว ธ ปฏ บ ต การควบค มการเข าถ งระบบคอมพ วเตอร ระบบปฏ บ ต การ ระบบสารสนเทศ สาหร บความหมายของ Search Engine น น เราอาจแปลได ง ายๆว าเป นเว บไซท ท ทาหน าท รวบรวมข อม ลหน าเว บต างๆจากท วโลกนามาจ ดเก บเป นฐานข อม ล และจ ดทาด ชน (Indexing) เพ อให ผ ใช สามารถเข าไปค นหาข อม ลต างๆในฐานข อม ลท เก บหน าเว บเพจต างๆจากท วโลกหลายพ นล าน หน าได อย างรวดเร ว ตรงตามว ตถ ประสงค ของผ ท ต องการค นหา โดย Search Engine จะรวบรวม ข อม ลจากหน าเว บต างๆท วโลก ด วยโปรแกรมคอมพ วเตอร ท เร ยกว า Web Agents หร อ Web Spiders หร อ Robot (เร ยกย อๆว า bot ) ซ งทาหน าท ด งข อม ลจากเว บต างๆ ท อย ในเคร อข ายอ นเทอร เน ตท ว โลก เม อได ข อม ลมาแล วก จะนามาประมวลผลในระบบบานข อม ลของตนเอง จ ดลาด บ และจ ดทาเป น ด ชน ค นหา (Indexing) ซ งอาจเท ยบได ก บการทาด ชน ของหน งส อก ได เพ ยงแต ด ชน ของ Search Engine น นจะเป นด ชน ของหน าเว บเพจหลายพ นล านหน าท เต บโตข นท กว นจากท วโลก (ลอง พ จ า ร ณ า ข อ ม ล เ ว บ เ พ จ ท ท า ด ช น จ า ก ต า ร า ง ใ น ห น า ถ ด ไ ป ห ร อ ท เ ว บ ไ ซ ท การทางานของ Search Engine

204 โปรแกรม Web Spider หร อ Bot ของ Search Engine เข าไปด งข อม ลจากเว บต างๆท ว โลก 2. นาหน าเว บต างๆมาจ ดสารบ ญทาทะเบ ยนด ชน (Indexing) เพ อให สามารถค นหาได ง าย และรวดเร ว ตามคาค นหาท เหมาะสม 3. ระบบฐานข อม ลของด ชน ผ ใช สามารถเข าใช งานค นหาหน าเว บได จากหน า Search Engine แบบฝ กห ดท ายบทท 9 1. การควบค มการเข าถ งระบบสารสนเทศหมายถ ง 2. Search Engine ค ออะไร 3. ทาไม Search Engine จ งค นหาข อม ลได เร ว 4. จงอ บายการหาข อม ลในฮาร ดด สก 5. การค นหาให ตรงเป าหมายด วยต วดาเน นการและค ย เว ร ดม ว ธ การอย างไร

205 198 บทท 11 การบร หารจ ดการไฟล และโฟลเดอร ในเคร อง (Manage files and folders on your computer) ข อม ลท เราจ ดเก บอย ในเคร องคอมพ วเตอร น น ม หลากหลายชน ดด วยก น เช น ร ปภาพ เอกสาร ว ด โอ หร อเพลง เป นต น เพ อความเป นระเบ ยบและจ ดเก บเป นหมวดหม จ งต องม การจ ดเก บ เอาไว ให ง ายต อกาค นหา หากเปร ยบเท ยบคอมพ วเตอร เหม อนก บบ านหล งหน ง ท ต องม ห องต างๆ ท เราแบ งออกเป นห องนอน ห องน า ห องคร ว เป นต น 10.1 ไฟล ค ออะไร ไฟล (File) ค อ ข อม ลต างๆ ท ถ กจ ดเก บบ นท กในร ปแบบด จ ตอลภายในเคร องคอมพ วเตอร ข อม ลซ งเก บเป นไฟล น นจะม หลายชน ด เช น ข อม ลประเภทเอกสาร ข อม ลประเภทร ปภาพ ข อม ล ประเภทเส ยงเพลง เป นต น เราจะเร ยกข อม ลเหล าน ว าไฟล เอกสาร ไฟล ร ปภาพ และไฟล เพลง ตามลาด บ เพ อให ส อความหายได ช ดเจน สะดวกต อการค นหาและเร ยกใช ข อม ลเหล าน ได รวดเร ว จ ง ต องม การต งช อไฟล (File Name) ให ก บไฟล ต างๆ ข นมาเราจะใช โปรแกรมท ม หน าท สาหร บใช สร าง ไฟล ชน ดน นโดยเฉพาะ เช น เม อต องการสร างไฟล เอกสารเราจะใช โปรแกรม MS-Word ส วนถ า ต องการสร างไฟล ร ปภาพเราจะใช กล องด จ ตอล และบ นท กลงเคร องคอมพ วเตอร เป นต น ร ปท 10.1 การจ ดการไฟล และโฟลเดอร ในเคร องคอมพ วเตอร

206 นามสก ลไฟล ใน Windows 7 ม ไฟล อย มากมายแต ละไฟล ม ประโยชน ต างก น การบ งบอกประเภทของไฟล จะใช นามสก ลของไฟล เป นต วบ งบอกชน ดของไฟล น น ๆ เช น ไฟล ท ถ กสร างจากโปรแกรม Notepad จะม นามสก ล.txt แสดงว าเป นไฟล ประเภทบ นท กข อความต วอ กษรเอาไว ส วนไฟล ภาพถ ายจาก กล องด จ ตอลม นามสก ลเป น.jpg การท ไฟล จะม นามสก ลใดน นโปรแกรมม กเป นผ กาหนดให โดยปกต โปรแกรมน นก จะ แสดงผลเฉพาะช อของไฟล แต ไม แสดงนามสก ลให เราเห น (เราสามารถกาหนดให แสดงนามสก ลได ในภายหล ง) ในเบ องต นม นามสก ลไฟล ท ใช จ ดเก บข อม ลบางชน ดท ควรทาความร จ ก ด งน นามสก ลไฟล ประโยชน โปรแกรมท ใช เป ด ไอคอนของไฟล.txt เป นไฟล ข อความล วนๆ Notepad.doc,.docx ไฟล ข อความท อาจจะม ภาพ แทรกอย และม การ จ ดร ปแบบสวยงาม MS-Word, Wordpad.bmp ไฟล ภาพท วไป Paint, Photoshop.jpg ไฟล ภาพท ม กใช ก บ ภาพถ ายและม การบ บอ ด ให ม ขนาดเล กลง Paint, Photoshop.mp3.dat ไฟล เส ยงม กใช บ นท ก เพลง ไฟล ว ด โอในแผ นว ด โอ หร อบางคร งเป นไฟล ข อความของโปรแกรม บางประเภท Windows Media Player Windows Media Player ตารางท 10.1 นามสก ลไฟล

207 ขนาดของไฟล คอมพ วเตอร เป นอ ปกรณ อ เล กทรอน กส ชน ดหน ง การบ นท กข อม ลในคอมพ วเตอร จะบ นท ก ในล กษณะของข อม ลแบบด จ ตอล ม ล กษณะเป นการบ นท กค ากระแสไฟฟ า เอาไว แทนต วเลข 0 และ 1 คอมพ วเตอร จะใช ระด บไฟฟ าท ต างก นแทนค าด วยค าเลข 0 และ 1 ใช ไฟฟ า 0 โวลต แทนต วเลข 0 และ 5 โวลต แทนเลข 1 เป นต น ซ งข อม ลไฟฟ าหน งหน วยน เร ยนกว า 1 บ ต ไฟล ท อย ในคอมพ วเตอร จะถ กบ นท กข อม ลในล กษณะของบ ตซ งเร ยงก นอย เป นจานวน มหาศาล ต วอย างเช น คาว า Hello ต วอ กษรไว เม อถ กจ ดเก บในคอมพ วเตอร จะม เน อท 40 บ ต (8 บ ต X 5 ต วอ กษร) ต วอ กษรหน งต วจะใช เน อท เก บเท าก บ 8 บ ตเสมอ ด งน น จ งม การบ ญญ ตคาข นมาเร ยกว า 8 บ ตว า 1 ไบต (Byte) ด งน นคาว า Hello จ งม ต วอ กษร 5 ต วอ กษร ไฟล คอมพ วเตอร โดยท วไปม กม ขนาดใหญ มาก เช น ไฟล ภาพถ ายจากล องด จ ตอล อาจจะม ขนาดใหญ ถ งหม นไบต หร อเป นล านๆ ไบต ซ งต วเลขขนาดไฟล ท ใหญ ขนาดน สร างความลาบากใน การเร ยก จ งม การน ยามคาอ ปสรรค (Prefix) นาหน าไบต เพ อช วยเร ยกได สะดวกข น หน วย ความหมาย 1 Byte (ไบต ) 1 KB (ก โลไบต ) 1 MB (เมกกะไบต ) 1 GB(ก กะไบต 1 TB (เทราไบต ) 1 ต วอ กษร 1024 ต วอ กษร 1024 KB 1024 MB 1024 GB ตารางท 10.2 ขนาดของไฟล 10.4 ร จ กก บโฟลเดอร ท ใช เก บไฟล เน องจากคอมพ วเตอร เก บไฟล ไว จานวนมาก ด งน น เพ อให ด เป นหมวดหม ง ายต อการจดจา และสะดวกต อการใช งานจ งม การสร างช องเก บย อยๆ หร อท เร ยกว า Folder ข นมาเพ อเก บและ แบ งแยกข อม ลท งหลายให เป นระเบ ยบ

208 201 เช น ในฮาร ดด สก ของเราท ช อ Local Disk (C: ) ม โฟลเดอร ท เก บข อม ลส วนต วของ User ท ใช งาน อย ตอนน ค อ Program Files ซ งข างในโฟลเดอร น ย งม โฟลเดอร ย อย ท อย ภายในน นอ ก ด งน น จ งม ไอคอนเพ ออ างถ งโฟลเดอร ท อย ซ อนก น เช น Computer\Local Disk (C: )\Program Filesก หมายถ ง โฟลเดอร ซ งย อยท อย ในไดรว C: อ กท หน ง 10.5หล กเกณฑ ในการต งช อไฟล และโฟลเดอร การต งช อไฟล ใน Windows 7 สามารถต งช อไฟล ได ยาวถ ง 255 ต วอ กษร โดยจะใช ต วอ กษร อะไรก ได จะเป นภาษาไทย อ งกฤษ หร อต วเลข จะม ช องว าง และส ญล กษณ ต างๆ ก ได แต ม ข อยกเว น เพ ยงอย างเด ยวค อ ต วอ กษรภายในช อน นห ามม ส ญล กษณ 9 ต อไปน \ / : *? <> 10.6 ร จ กไดวร ในเคร องคอมพ วเตอร ไดรว (Drive) ค อ อ ปกรณ ท ใช สาหร บบ นท กและอ านข อม ลในเคร องคอมพ วเตอร ไดรว ต งๆ ท อย ในเคร องคอมพ วเตอร ม อย หลากหลายร ปแบบด วยก นค อ ฟล อปป ด สก ไดรว เป นไดรว ท ใช บ นท ก หร ออ านข อม ลซ งเก บเอาไว ในแผ นฟล อปป ด สก หร อท เร ยก า ด สเกต ม ข อด ตรงท นาไปใช เคร องอ นได ง าย แต ม ความจ น อยเพ ยง 1.44 เมกะ ไบต ป จจ บ นเลยไม ค อยม คนใช งานส กเท าไหร น ก ร ปท 10.2 Floppy Disk Drive USB Flash Drive เป นอ ปกรณ ท ใช จ ดเก บข อม ลเหม อนก น ม ขนาดเล ก น าหน กเบา พกพาง าย อ กท งย งเก บข อม ลได เยอะอ ก ร ปท 10.3 USB Drive

209 202 ซ ด รอมไดรว ใช สาหร บบ นท กหร อผ านแผ นซ ด ท ม ความจ ประมาณ 650 MB แต ถ าเป น DVD จะใช บ นท กหร ออ านแผ น DVD ท ม ความจ ถ ง 4.7 GB เป นอย างน อย ไดวร เหล าน ถ าอ านได อย างเด ยว เร ยกว า DVD-ROM แต ถ าเข ยนข อม ลลงบนแผ นได ด วย CD Writer หร อ DVD Writer ร ปท 10.4 CD Rom Drive ฮาร ดด สก ไดรว ค ออ ปกรณ เก บข อม ลหล กของคอมพ วเตอร ม ความสามารถอ าน หร อเข ยน ข อม ลได รวดเร ว และม พ นท เก บข อม ลขนาดใหญ ต งแต หลายร อย GB ไปจนถ งน บพ น GB ซ งม แบบต ดต งไว ภายในคอมพ วเตอร อย างถาวร (Internal Hard Disk) หร อซ อกล องใส มาใช งานแบบต ดต งภายนอก (External Hard Disk) ร ปท 10.5 Hard Disk Drive 10.6 การทางานก บไอคอน Computer การเป ดเข าใช งานไฟล ต างๆ ท บ นท กในเคร องคอมพ วเตอร น น เราจะเป ดผ านเข าไปใน โปรแกรมท ช อว า Computer ซ งภายใน Computer น นเราจะพบไดรว ต างๆ ท ม อย ได เรามาด ก นว าเม อ เป ดโปรแกรม Computer แล วจะพบก บอะไร

210 203 ร ปท 10.6 การทางานก บไอคอน Computer A : Address bar แสดงช อไดรว /โฟลเดอร หน าต างโปรแกรมท กาล งใช งานอย ในขณะน น B : Toolbar เก บคาส งท ใช งานบ อยให อย ในร ปของป มคาส งจ งส งงานได อย างรวดเร ว C: พ นท แสดงส งต างๆ ในคอมพ วเตอร จะแสดงไฟล โฟลเดอร และไดรว ท งหมดท บรรจ ในเคร อง D: Detail Pane เม อคล กส งใดในกรอบแสดงส งน นๆ ในคอมพ วเตอร จะม รายละเอ ยดของส งน น ปรากฏข นมา เช น ถ าเป นไฟล ภาพ จะม ภาพต วอย าง ถ าเป นไดรว ก จะแสดงเน อท ว างและเน อท ท ใช งาน เป นต น นอกจากน เราย งสามารถเล อนสกรอลบาร (Scroll bar) ข นมา ใช สาหร บเล อนไปด ไฟล ท เรา มองไม เห นท งหมดได

211 204 ร ปท 10.7 การเล อนด ไฟล ด เน อท ว างในไดรว ต างๆ อย างรวดเร ว เม อเป ดไอคอน Computer ข นมาแล ว ส งท จะพบท นท ค อไดวร ท อย ในคอมพ วเตอร ของเรา หากต องการทราบว าไดวร ม เน อท ว างเท าไร สามารถทาได ด งน ร ปท 10.8 การด เน อท ว างของไดวร การเร ยกเมน บาร ท ซ อนเอาไว ข นมา สาหร บผ ใช งาน Windows เวอร ช นก อนหน าน เม อใช งาน Windows 7 ในคร งแรกจะพบว า เมน คาส ง (Menu bar) หายไป เน องจากต องการลดพ นท ในการแสดงผล ถ าต องการส งให กล บมา ปรากฏน น ทาได ด งน

212 205 ร ปท 10.9 การเร ยกเมน บาร ท ซ อนเอาไว ข นมา ด รายละเอ ยดสเปคเคร องเราผ าน Computer เม อต องการทราบสเปคเร องคร าวๆ โดยไม อยากเป ดเคร องออกมาด เช น อยากร ว าใช CPU อะไร แรมในเคร องม เท าไหร Windows เวอร ช นไหนอย เพ อใช ในการตรวจสอบอ ปกรณ พ นฐานต างๆ เองก ม ว ธ การง ายๆ ด งน จะปรากฎผลด งภาพน ร ปท ด รายละเอ ยดสเปคเคร องเราผ าน Computer

213 206 ตรวจสอบอ ปกรณ ในเคร องคร าว ๆ ด งน Windows Edition บอกว า Windows 7 ของเคร องเรา Rating คะแนนท ใช บอกว าเคร องคอมพ วเตอร ได คะแนนเฉล ยอย ท เท าไหร Processor ใช ซ พ ย ร นอะไร Installed memory (RAM) ใช แรมเท าไหร ในเคร อง System type ระบบ Windows เป นแบบ 32 บ ต หร อ 64 บ ต Pen and Touch แบบใช งานปกต หร อแบบท เข ยน/ส มผ สจากหน าจอได โดยตรง Computer name, domain ช อเคร องคอมพ วเตอร Windows activated หมายเลขของรห สท ล งทะเบ ยนการใช งาน Windows และแสดงการตรวจสอบล ขส ทธ การใช งาน การเข าไปด ไฟล ในโฟลเดอร ต างๆ ผ าน Navigation Pane เม อต องการค นหาไฟล ต างๆ ในเคร องว าม ไฟล อะไรบ าง หร อต องการเป ดไฟล ท เคยบ นท ก เก บไว ข นมาเพ อนาไปใช งานต อน น โดยปกต เราจะใช Navigation Pane ท อย ทางด านซ ายของ หน าต างโปรแกรมเพ อเข าไปด ข อม ลหร อโปรแกรมท อย ในเคร องน น ในต วอย างจะเป นการเข าไป เป ดด ไฟล ร ปภาพสวยๆ ท อย โฟล เดอร picture

214 207 ร ปท การเข าไปด ไฟล ในโฟลเดอร ต างๆ ผ าน Navigation Pane 10.5 My Documents ม หน าท และใช งานอย างไร สาหร บ My Documents น นใช เก บไฟล เอกสารต างๆ ไม ว าเป นเอกสารจากโปรแกรมช ด MS- Office ไฟล ข อม ลข าวสารท เซฟจากในอ นเทอร เน ต เซฟเกมท เราเล น เม อต องการไฟล เหล าน เป ด ข นมาทางาน ม ข นตอนด งน ร ปท My Documents My Music ม หน าท และใช งานอย างไร สาหร บโฟลเดอร My Music น นม หน าท สาหร บจ ดเก บไฟล เพลงต างๆ ท เราช นชอบ ไฟล เพลง พวกน โดยส วนใหญ เราน ยมเก บในร ปแบบ MP3 เน องจากไฟล ขนาดเล ก ไม เปล องเน อท ในการ จ ดเก บข อม ล เม อต องการฟ งเพลงท อย ในภายในน ทาได เลย ร ปท My Music

215 208 ไอคอน Recycle Bin ม หน าท ไว ทาอะไร Recycle Bin น นเป นเหม อนก บถ งขยะม หน าท สาหร บจ ดเก บไฟล ต างๆ ท ถ กลบท งให นามา พ กเก บเอาไว ท น ก อน เผ อว าลบไฟล น นผ ดต วจะได สามารถก ค นกล บออกไปใช งานได ด งเด ม การเข า ส Recycle Bin น นทาได ด งน ร ปท ไอคอน Recycle Bin เพ อให การทางานก บ Windows 7 น นเป นไปอย างม ประส ทธ ภาพ ผ ใช งานคอมพ วเตอร ควร เร ยนร ว ธ การจ ดการก บไฟล หร อโฟลเดอร ต างๆ เพ อความเป นระเบ ยบและสะดวกต อการทางานให รวดเร วโดยจะม เน อหาต างๆ อาท เช น การจ ดเร ยงโฟลเดอร หร อไฟล ม ข นตอนอย างไร เราถ งจะด ข อม ลได ง ายและสะดวก 10.6ปร บการแสดงผลไอคอนของไฟล และโฟลเดอร ในการแสดงผลไอคอนต างๆ ของไฟล และโฟลเดอร น น เราสามารถกาหนดให แสดงใน ร ปแบบท ต องการเพ อสะดวกต อการทางานก บคอมพ วเตอร เช น การปร บขนาดใหญ เล ก สาหร บการ กาหนดให แสดงรายละเอ ยด ม ว ธ ด งต อไปน

216 209 ร ปท การแสดงผลไอคอนต างๆ ล กษณะในการแสดงผลประกอบด วย Extra Large Icons ม ล กษณะเป นไอคอนขนาดใหญ ท แสดงภาพต วอย างของข อม ลท อย ในไฟล เหมาะสาหร บด ไฟล ภาพและไฟล เอกสารในอ นเทอร เน ต Large Icons แสดงไฟล และโฟลเดอร เป นไอคอนขนาดใหญ ใช ไอคอนภาพ ส ญล กษณ แทนชน ดของไฟล แต จะเล กว าแบบ Extra Large Icons Medium Icons แสดงไฟล และโฟลเดอร เป นส ญล กษณ แทนชน ดของไฟล ออกมาใน ขนาดปานกลาง ทาให สามารถแสดงไฟล ได มากข นกว า แบบ Large Icons Small Icons แสดงไฟล และโฟลเดอร เป นส ญล กษณ แทนชน ดของไฟล ออกมาใน ขนาดเล กโดยจ ดเร ยงก นลงมาตามแนวต ง ล กษณะการจ ดเร ยงเป นแบบลงล าง List แสดงไฟล และโฟลเดอร เป นไอคอนชน ดเล กมากเร ยงลงมาทางแนวต งคล ายก บ Small Icons แต จะแสดงช อแต ละไฟล ให เห นท งหมด Detail แสดงรายละเอ ยดช อ (Name) ว นท แก ไขล าส ด (Date Modified) ชน ดของ ไฟล (Type) และชนาดไฟล (Size) Titles แสดงไฟล และโฟลเดอร เป นส ญล กษณ แทนชน ดของไฟล ออกมาในขนาด ปานกลาง แต จะบอกรายละเอ ยดว าสร างจากโปรแกรมใด และม ขนาดเท าไหร Content แสดงโฟลเดอร และไฟล ออกมาในแบบส ญล กษณ แต จะม เส นค นแต ละ ไฟล ทาให ง ายต อการด พร อมก บรายละเอ ยดต างๆ

217 การจ ดเร ยงโฟลเดอร และไฟล ให เป นระเบ ยบ โฟลเดอร และไฟล ต างๆ ท ม อย เป นจานวนมาก เราสามารถกาหนดล กษณะการเร ยงลาด บของ ไฟล ท ปรากฏอย ให เป นในร ปแบบท ต องการได เช น เร ยงตามขนาดของไฟล จากขนาดเล กไปถ งขนาด ใหญ เร ยงตามประเภทของไฟล หร อเร ยงตามว นท ท ม การสร างหร อแก ไขล าส ด ม ว ธ ด งต อไปน ร ปท การจ ดเร ยงโฟลเดอร และไฟล ให เป นระเบ ยบ ล กษณะการจ ดเร ยงแบบต างๆ ม ด งต อไปน Folder จ ดเร ยงช อของโฟลเดอร ตามต วอ กษร Author จ ดเร ยงตามช อผ สร างไฟล เอกสารต างๆ Date modified จ ดเร ยงตามว นและเวลาท สร างไฟล เอกสารน นข นมา Tag จ ดเร ยงตามแท กรายช อท ใช ต ดตามจากใบหน า ส วนใหญ ใช ก บไฟล ร ปภาพท เป นหน าของแต ละบ คคล Type จ ดเร ยงตามชน ดของโปรแกรม โดยจะสร างเป นโฟลเดอร เก บไฟล แต ละ ประเภทข นมาให อ ตโนม ต เม อด บเบ ลคล กเข าไปถ งจะพบไฟล น น เช น โฟลเดอร MS-Word ข างในก จะม ไฟล ต างๆ ท สร างจาก MS-Word เป นต น Name จ ดเร ยงตามหมวดหม ของต วอ กษร 10.8ว ธ เล อกส งต างๆ Windows 7 ก อนจะดาเน นการใดๆ ก บไฟล หร อโฟลเดอร เราต องเล อกไฟล หร อโฟลเดอร น นเส ยก อน ซ งการเล อกไฟล และโฟลเดอร จะใช ว ธ การเด ยวก น ค อ ถ าต องการเล อกไฟล หร อโฟลเดอร เด ยว ให

218 211 คล กท ไฟล หร อโฟลเดอร น น แต ถาต องการเล อกหลายๆ ไฟล หร อโฟลเดอร สามารถทาได หลายว ธ ด งน 1) การเล อกไฟล หร อโฟลเดอร เด ยว ร ปท การเล อกไฟล หร อโฟลเดอร เด ยว 2) การเล อกหลายๆ ไฟล หร อโฟลเดอร ท ม ตาแหน งต ดก นถ าต องการเล อกหลายๆ ไฟล หร อ โฟลเดอร อย ต ดก นทาได ด งน ร ปท การเล อกหลายๆ ไฟล หร อโฟลเดอร 3) การเล อกไฟล เพ มจากท เคยเล อกเอาไว ในบางคร งหากเราได เล อกกล มของไฟล หร อโฟลเดอร แล วแต ต องการเล อกเพ มเต มอ กทาได โดย

219 212 ร ปท การเล อกไฟล เพ มจากท เคยเล อกเอาไว 10.9การสร างโฟลเดอร ใหม ถ าต องการสร างโฟลเดอร ใหม สามารถทาได ด งน ร ปท การสร างโฟลเดอร ใหม

220 213 โดยสามารถเปล ยนช อโฟลเดอร และไฟล ได ด งน ร ปท การเปล ยนช อโฟลเดอร และไฟล การค ดลอกไฟล และโฟลเดอร เราสามารถค ดลอกไฟล หร อโฟลเดอร จากท หน งไปย งท หน งได ซ งจะทาให ในเคร องคอมพ วเตอร ของเราม ไฟล หร อโฟลเดอร จานวนมากข น สาหร บว ธ การน นทาด งน จากน นเล อกจ ดหมายปลายทางท จะวางข อม ล ร ปท การค ดลอกไฟล และโฟลเดอร

221 214 การลบไฟล หร อโฟลเดอร เม อม ไฟล หร อโฟลเดอร ท ไม ต องการใช งาน แล วปรากฏว าเราต องการลบไฟล หร อ โฟลเดอร ด งกล าวด งน การก ไฟล ท ถ กลบท งค นกล บไป ร ปท การลบไฟล หร อโฟลเดอร ร ปท การก ไฟล ท ถ กลบท งค นกล บไป

222 215 ถ าต องการลบไฟล ท งแบบถาวร เราม นใจว าเราไม ใช ไฟล น นแล วเราสามารถลบไฟล ท งถาวร ได ด งน ร ปท การลบไฟล ท งแบบถาวร การค ดลอกไฟล ลงใน Flash Drive แบบรวดเร ว Flash Drive หร อบางคนเร ยน Handy Drive หร อ Thumb Drive ค ออ ปกรณ เก บ ข อม ลท เวลาใช งานเพ ยงแค เข าก บพอร ต USB (ช องเส ยบอ ปกรณ ท วไป) ของเคร อง คอมพ วเตอร ซ งม ล กษณะด งภาพ เราสามาค ดนาข อม ลของเราไปเก บไว ใน Handy Drive ด งน ร ปท การค ดลอกไฟล ลงใน Flash Drive แบบรวดเร ว

223 216 สร ปสาระส าค ญของบทท 10 ไฟล (File) ค อ ข อม ลต างๆ ท ถ กจ ดเก บบ นท กในร ปแบบด จ ตอลภายในเคร องคอมพ วเตอร ข อม ลซ งเก บเป นไฟล น นจะม หลายชน ด เช น ข อม ลประเภทเอกสาร ข อม ลประเภทร ปภาพ ข อม ล ประเภทเส ยงเพลง เป นต น เราจะเร ยกข อม ลเหล าน ว าไฟล เอกสาร ไฟล ร ปภาพ และไฟล เพลง ตามลาด บ เพ อให ส อความหายได ช ดเจน สะดวกต อการค นหาและเร ยกใช ข อม ลเหล าน ได รวดเร ว จ ง ต องม การต งช อไฟล (File Name) ให ก บไฟล ต างๆ ข นมาเราจะใช โปรแกรมท ม หน าท สาหร บใช สร าง ไฟล ชน ดน นโดยเฉพาะ เช น เม อต องการสร างไฟล เอกสารเราจะใช โปรแกรม MS-Word ส วนถ า ต องการสร างไฟล ร ปภาพเราจะใช กล องด จ ตอล และบ นท กลงเคร องคอมพ วเตอร เป นต น ใน Windows 7 ม ไฟล อย มากมายแต ละไฟล ม ประโยชน ต างก น การบ งบอกประเภทของไฟล จะใช นามสก ลของไฟล เป นต วบ งบอกชน ดของไฟล น น ๆ เช น ไฟล ท ถ กสร างจากโปรแกรม Notepad จะม นามสก ล.txt แสดงว าเป นไฟล ประเภทบ นท กข อความต วอ กษรเอาไว ส วนไฟล ภาพถ ายจาก กล องด จ ตอลม นามสก ลเป น.jpg คอมพ วเตอร เป นอ ปกรณ อ เล กทรอน กส ชน ดหน ง การบ นท กข อม ลในคอมพ วเตอร จะบ นท ก ในล กษณะของข อม ลแบบด จ ตอล ม ล กษณะเป นการบ นท กค ากระแสไฟฟ า เอาไว แทนต วเลข 0 และ 1 คอมพ วเตอร จะใช ระด บไฟฟ าท ต างก นแทนค าด วยค าเลข 0 และ 1 ใช ไฟฟ า 0 โวลต แทนต วเลข 0 และ 5 โวลต แทนเลข 1 เป นต น ซ งข อม ลไฟฟ าหน งหน วยน เร ยนกว า 1 บ ต แบบฝ กห ดท ายบทท ไฟล ค ออะไร 2. จงอธ บายความหมายของ นามสก ลไฟล 3. จงอธ บายความหมายของ ขนาดของไฟล 4. My Document ม หน าท และใช งานอย างไร 5. จงยกต วอย าง ว ธ การค ดลอกส งต างๆ ใน Windows 7

224 217 บทท 11 การประย กต ใช ระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงาน (Application of information systems for the management) 11.1 ความหมายของการประย กต ใช ระบบสารสนเทศ การประย กต ใช ระบบสารสนเทศหมายถ ง ระบบท ม การใช คอมพ วเตอร เข ามา ช วยจ ดการ ข อม ลข าวสารเพ อให ได สารสนเทศ แล วนาไปประกอบการต ดส นใจในเวลาอ นรวดเร วและถ กต อง ท ส ด ร ปท 11.1 การประย กต ใช ระบบสารสนเทศ 11.2 บทบาทของการประย กต ใช ระบบสารสนเทศ 1. บทบาทเช งร บ (Passive role) จ ดเตร ยมว ธ การให ผ ใช ได เข าถ งทร พยากรท ม เช น การทารายการดรรชน การ ส บค นข อม ลจากอ นเทอร เน ต โดยการใช โปรแกรมค นหาSearch Engine 2. บทบาทเช งร ก (Active role) แจ งให ผ ใช ทราบถ งสารสนเทศท นสม ย (Current awareness) หร อ นาเอกสาร ท ผ ใช ต องการ ให ถ งม อผ ใช โดยการค นค นสารสนเทศท ต องการ โดยแบ งย อย

225 218 ออกเป น - บทบาทในการบร หารงาน - ประสานงานก บหน วยงานต างๆ ท เก ยวข องท งในระด บท ส งกว าและต ากว า 11.3 ประโยชน ของระบบสารสนเทศ 1. เพ มประส ทธ ภาพในการทางาน 2. สร างโอกาสทางธ รก จ 3. เพ มผลผล ต 4. ผล ตส นค าใหม และขยายผล ตภ ณฑ 5. เพ มค ณค าในการบร การล กค า 6. สร างทางเล อกในการแข งข น ร ปท 11.2 ประโยชน ของระบบสารสนเทศ 11.4 ผลกระทบในแง ลบของระบบสารสนเทศ 1. ระบบงานท สามารถทางานได โดยอ ตโนม ต อาจทาให ม คนตกงานเพ มข นอย างรวดเร ว 2. บ นท กรายละเอ ยดของคนได ง ายซ งอาจเป นการละเม ดส ทธ ส วนบ คคล 3. การล มเหลวของระบบสารสนเทศอาจนาไปส ความล มเหลวขององค กร ระบบขนส ง มวลชนหย ดทางานหร ออาจร ายแรงถ งข นทาให ช มชนเป นอ มพาตได 4. ผ คนท ใช ระบบสารสนเทศเป นอย างมากจะประสบป ญหาการเจ บป วยในร ปแบบใหม ๆ

226 ระบบอ นเทอร เน ตอาจถ กนามาใช ในการถ ายทอดข อม ลหร อโปรแกรมท ละเม ดล ขส ทธ ได 11.5แนวทางการประย กต ใช ระบบสารสนเทศในย คป จจ บ น ระบบสารสนเทศประกอบข นด วยหลายส วนท ทาหน าท และม ทฤษฎ สน บสน นแตกต างก น รวมถ งองค ประกอบต าง ๆ ท นามาใช ในการศ กษาป ญหา ข อพ จารณา และหนทางแก ป ญหาในระบบ สารสนเทศ โดยท วไปองค ประกอบเหล าน แบ งออกเป น 2 กล มค อ กล มเทคน คและกล มพฤต กรรม ระบบสารสนเทศจ ดเป นการผสมผสานการทางานร วมก นระหว างเคร องม อก บบ คลากร เร ยกว า Soclotechnical System ซ งจาเป นจะต องเก ยวข องก บโครงสร างทางส งคม โครงสร างองค กรและ ความสามารถในการอย ร วมก น เพ อทาให ระบบสารสนเทศทางานได อย างถ กต องเหมาะสม แนวทางกล มเทคน ค แนวทางกล มเทคน ค (Technical Approach) เน นการทางานบนพ นฐานทางคณ ตศาสตร ร ป แบบจาลอง เทคโนโลย ของอ ปกรณ ท น ามาใช และข ดความสามารถในการทางานของระบบ สารสนเทศ ทฤษฎ และความร ท นามาใช ได แก คอมพ วเตอร ศาสตร (Computer Science) กล าวถ ง ทฤษฎ การคานวณ ว ธ การคานวณ ว ธ การเก บร กษาและใช งานข อม ล ทฤษฎ การบร หารจ ดการ (management Science) กล าวถ งกระบวนการต ดส นใจ และการบร หารจ ดการองค กร และทฤษฎ ว จ ย เพ อการจ ดการ (Operation Research) ซ งเน นการจ ดการอย างม ประส ทธ ภาพ เช น การลดค าขนส ง ค า เก บร กษาส นค า และค าจ ดการ แนวทางกล มพฤต กรรม องค ประกอบท สาค ญส วนหน งของระบบสารสนเทศเก ยวข องก บพฤต กรรมขององค กรซ ง นามาพ จารณาในการสร างและการบาร งร กษาระบบสารสนเทศในระยะยาว ห วข อท อย ในแนวทาง กล มพฤต กรรม (Behavioral approach) ได แก แนวทางการดาเน นธ รก จในระยะยาว การออกแบบ การ ปฏ บ ต งาน การใช ประโยชน และการบร หาร ซ งไม สามารถนาทฤษฎ ในกล มเทคน คมาใช แก ป ญหาได น กส งคมศาสตร ศ กษาระบบสารสนเทศในด านการให ความร วมม อของกล มบ คคลต าง ๆ ใน การพ ฒนา และผลกระทบของระบบสารสนเทศท ม ต อบ คคล กล มคน และองค กร

227 220 น กจ ตว ทยาศ กษาระบบสารสนเทศเก ยวก บการร บทราบข าวสารและการนาข าวสารน นไปใช ประโยชน ในการต ดส นใจของบ คคลต าง ๆ น กเศรษฐศาสตร ศ กษาระบบสารสนเทศเพ อด ผลกระทบในส งท เก ยวข องทางด านการเง น หร อทร พย ส นในร ปแบบต าง ๆ แนวทางกล มพฤต กรมไม สามารถเพ กเฉยหร อละเลยเทคโนโลย ท เก ยวข องได อ นท จร งแล วเทคโนโลย กล บกลายจะเป นส วนท สร างผลกระทบต อป ญหาด านพฤต กรรม ขององค กร 11.5 ต วอย างการประย กต ใช ระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงาน ระบบเทคโนโลย สารสนเทศท ใช ในในการบร หารงานและในช ว ตประจาว นเช น - ระบบปล กอ ตโนม ต - ระบบโฮมออฟฟ ต - ระบบธ รก จพาณ ชย อ เล กทรอน กส - ระบบการปร กษาและร กษาผ ป วยทางอ นเทอร เน ต - ระบบห องสม ดในบ าน - ระบบทางด วนข อม ล - ระบบส อสารหน งเด ยว - ระบบคอมพ วเตอร และอ ปกรณ อานวยความสะดวกต างๆ

228 221 ร ปท 11.3 ระบบปล กอ ตโนม ต ร ปท 11.4 ระบบโฮมออฟฟ ต

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร ร จ กคอมพ วเตอร ป จ บ นคอมพ วเตอร เป นอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศท น ยมใช ก นอย างแพร หลาย โดยท วไปเราจะน าคอมพ วเตอร มาใช ในการท างานต าง ๆ เช นการค ดค านวณ การพ

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save)

การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save) 12 การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save) ใช ไอคอน แทนการเร ยกเมน File, Save ได เม อสร างงานด วย Word ควรท าการจ ดเก บงานน นไว ในฮาร ดด สก จากน นจ งค อย ท าการค ดลอก (Copy) หร อย าย (Move) ไปไว ในแผ

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง 27 การเช อมโยงภาพน ง บางคร งเราไม ต องการเสนอภาพตามล าด บ แต ต องการน าเสนอในล กษณะสล บไปมา หร อ ต องการแสดงข อม ลบนอ นเทอร เน ต หร อ แม แต เร ยกใช งานโปรแกรมอ น ๆ เช น CAI หร อ โปรแกรมประย กต อ น ๆ ก

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM Chapter 8 การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM 1 เน อหา ล กษณะของ Activity Diagram ร ปแบบการใช Activity Diagram การระบ ส วนของข อม ลให แก ก จกรรม การจ ดระเบ ยบข อม ล การสร างท พ ก/เก บข อม ล การแบ

More information

จ ดทาโดย นางวน ดา ดมเด น คร โรงเร ยนกงหราพ ชากร สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 12

จ ดทาโดย นางวน ดา ดมเด น คร โรงเร ยนกงหราพ ชากร สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 12 จ ดทาโดย นางวน ดา ดมเด น คร โรงเร ยนกงหราพ ชากร สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 12 หน วยความจาหล ก ม หน าท ในการเก บข อม ล และโปรแกรมท จะ ให ซ พ ย เร ยกไปใช งานได หน วยความจาหล ก เป นอ ปกรณ ท ทามาจากไอซ

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง )

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) ว ชา พ มพ ด ดไทยด วยคอมพ วเตอร รห สว ชา 0- ระด บ ปวช. ปวส. สาขางาน คอมพ วเตอร ธ รก จ ป การศ กษา / 6 ผ สอน นางจ ราย บ ญมาปล ก ล กษณะว ชา ทฤษฎ +ปฏ บ ต มาตรฐานรายว ชา. บอกส

More information

ร ปท 5.1.1 หน าจอ การค นหาการจ ดสรรอาคารบ านพ ก

ร ปท 5.1.1 หน าจอ การค นหาการจ ดสรรอาคารบ านพ ก 1. 2. 3. 4. 5. งานสว สด การบ านพ ก เป นระบบท จ ดสรรอาคารบ านพ ก ให ก บเจ าหน าท ภายในทบ. โดยจ ดสรรอาคารให แต ละหน วย และ แต ละหน วย จะจ ดสรรอาคารให ก บเจ าหน าท ภายใน หน วย 5.1. ข นตอนค นหาอาคารบ านพ ก

More information

ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System)

ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System) ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System) การบร หารงานต างๆของภาคร ฐและเอกชน จะต องม การจ ดประช มเป นประจ า ซ งตามปกต แล วต องม การส งหน งส อเช ญประช มพร อมระเบ ยบวาระการประช ม เพ อให ผ เข าร วมประช

More information

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง 17 ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง งานเอกสารม กจะม ปร มาณของงานเป นจ านวนมาก ด งน นการเล อนต าแหน ง เพ อ ไปย งจ ดท ต องการได อย างรวดเร ว จะท าให การท างานเอกสารน น ๆ เก ดผลส าเร จ อย างรวดเร วตามไปด

More information

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท บทท 1 ส วนเจ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง 1-1 ประกอบด วยผ ใช งานท เก ยวข อง 3 ส วนค อ ส วนเจ จ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง ส วนผ ใช งานน ท วไป ได แก ข าราชการท กคนของส าน กงานฯ

More information

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary www.thaihosclub.com ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary ข นตอนในการสม ครสมาช ก ในการสม ครสมาช ก ม ด วยก นอย 6 ข นตอนด งน 1. กรอกรห สโรงพยาบาล Hospcode

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน หน วยท ช อหน วย/ห วข อการสอน จ านวน (ช วโมง) 1 จร ยธรรมและความร บผ ดชอบในการใช คอมพ วเตอร และ ระบบสารสนเทศ 1.1 จร ยธรรมในการใช ระบบคอมพ วเตอร 1.2 จรรยาบรรณในการใช คอมพ วเตอร

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง (เอกสารประกอบการประช มปฏ บ ต การช แจงและซ กซ อมความเข าใจการสร างข อสอบ Online) สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 5 :ส งห บ ร :ลพบ ร :ช ยนาท:อ างทอง:

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร ประกอบด วย 4 ข นตอน 1. การว เคราะห และกาหนดรายละเอ ยดของป ญหา 2. การวางแผนในการแก ป ญหา 3. การดาเน นการแก ป ญหา 4. การตรวจสอบและปร บปร ง ว เคราะห ป ญหาหร อความต องการ

More information

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน ว ตถ ประสงค เพ อพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรผ เก ยวข องให ม ความร ความเข าใจ ความส าค ญในการก าหนดข อม ลพ นฐาน (Master File) และข อม ล พ นฐานท พ ฒนาข นมาใหม ในโปรแกรม BMS INVENTORY เพ

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ CONTROL MENU INFORMATION PORT

ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ CONTROL MENU INFORMATION PORT ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ โปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ (Provincial-directory: P-dir) เป นโปรแกรมส าหร บแสดง รายช อ/ส บค นข อม ลหน วยงาน และรายช อห วหน าส วนราชการภายในจ งหว ด การท

More information

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน http://recc.erc.or.th/ercnetwork โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร

More information

1. สาน กงานอ ตโนม ต ค ออะไร ก. สาน กงานไร กระดาษ ค. สาน กงานเคล อนท

1. สาน กงานอ ตโนม ต ค ออะไร ก. สาน กงานไร กระดาษ ค. สาน กงานเคล อนท 1 แบบประเม นตนเองก อนเร ยน หน วยท 1 ว ตถ ประสงค เพ อประเม นความร เด มของน กศ กษาเก ยวก บเร อง ความร เบ องต นเก ยวก บสาน กงาน งานสาน กงานและการ บร หารสาน กงาน คาแนะนา ขอให น กศ กษาอ านคาถามแล วเข ยนวงกลมล

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

- พระราชกฤษฎ กาว าด วยว ธ การแบบปลอดภ ยในการท าธ รกรรมทาง อ เล กทรอน กส พ.ศ. ๒๕๕๓

- พระราชกฤษฎ กาว าด วยว ธ การแบบปลอดภ ยในการท าธ รกรรมทาง อ เล กทรอน กส พ.ศ. ๒๕๕๓ ค าอธ บายระบบ เป นระบบสารสนเทศเพ อการต ดต อประสานงานระหว างส าน กงาน ปปง. ก บบ คคล หร อหน วยงานภายภาคร ฐ ภาคเอกชน บ คคลท วไป และหน วยงานระหว างประเทศต างๆ เพ อขอข อม ลหร อให ข อม ลการท าธ รกรรม โดยแบ งออกเป

More information

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2) หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) ว ชา การใช โปรแกรมน าเสนอข อม ล รห สว ชา - ระด บ ปวช. ปวส. สาขางาน คอมพ วเตอร ธ รก จ ป การศ กษา / 6 ผ สอน นางจ ราย บ ญมาปล ก ล กษณะว ชา ทฤษฎ +ปฏ บ ต มาตรฐานรายว ชา. อธ

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2 การใช Word ส าหร บท าว ทยาพนธ หร อ รายงานต างๆ ส วนแรกมาท าความร จ กก บ ล าด บเลข และ ห วเร อง ก อน ท ง 2 ส วนน จะสามารถท าไปใช ในการ สร าง สารบ ญ แบบอ ตโนม ต ได ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร

More information

ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง

ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง ง1201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มการงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 80 ช วโมง ศ กษา ค นคว า การใช โปรแกรม Windows Movie Maker สร าง Music video ส วนต ว ต ดต อเพลงและว ด โอ การใช โปรแกรม Internet

More information

ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล

ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล 1. จงบอกถ งว ธ การเข าส โปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 2. Icon (ส ญร ป) ค ออะไรม หน าท ในการท างานอย างไร 3.

More information

Nature4thai Application

Nature4thai Application ค ม อการใช งานระบบจ ดการเน อหา Nature4thai Application สถานการณ ประจาว นด านทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม User Manual หน า 1 ถ ง 12 สารบ ญ ค ม อการใช งานระบบจ ดการเน อหา (CMS) หน า คาแนะนาในการเตร ยมข

More information

ค ม อการใช งานระบบงานสารบรรณ E-Office ส าน กงานสาธารณส ขจ งหว ดพ ษณ โลก

ค ม อการใช งานระบบงานสารบรรณ E-Office ส าน กงานสาธารณส ขจ งหว ดพ ษณ โลก ค ม อการใช งานระบบงานสารบรรณ E-Office ส าน กงานสาธารณส ขจ งหว ดพ ษณ โลก เร มการใช งาน สามารถเข าหน าหล กของระบบงานสารบรรณโดยเข าท www.plkhealth.go.th/archivesn หร อเข าทางล งค ในหน าหล กเว บไซท ของส าน

More information

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม ใบงานท ๔.๑ (ทดสอบปฏ บ ต ) เร องการใช เคร องม อโปรแกรม Microsoft Office Word 2007 ว ชา ง ๒๐๒๐๑ การใช โปรแกรมเพ อการปฏ บ ต งาน รายว ชาเพ มเต ม หน วยการเร ยนร ท ๔ ช อหน วย ซอฟต แวร งานพ มพ เอกสาร ช นม ธยมศ

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

การน า Dropbox มาใช ในการท างาน ส าน กงานว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

การน า Dropbox มาใช ในการท างาน ส าน กงานว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ การน า Dropbox มาใช ในการท างาน ส าน กงานว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ Dropbox ค ออะไร? Dropbox เป นเว บแอพล เคช นท ให บร การฝากข อม ล แบบออนไลน ซ งผ ใช งานสามารถจ ดเก บและแบ งป นข อม ล ร วมก บคนในองค กร ให เข

More information

ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 ฉบ บท 2

ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 ฉบ บท 2 ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 1 4 2 3 ฉบ บท 2 5 7 6 ล ขส ทธ 2006 Nokia สงวนล ขส ทธ Nokia และ Nokia Connecting People เป นเคร องหมายการค าจดทะเบ ยนของ Nokia Corporation บทน า ช ดต ดต งร นน ช

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน

More information

ระบบ E-OFFICE เป นโปรแกรม ส าหร บบร หารงานในองค กร,บร ษ ท online ผ านระบบอ นเตอร เน ต หร อ Network

ระบบ E-OFFICE เป นโปรแกรม ส าหร บบร หารงานในองค กร,บร ษ ท online ผ านระบบอ นเตอร เน ต หร อ Network 1 ระบบ E-OFFICE เป นโปรแกรม ส าหร บบร หารงานในองค กร,บร ษ ท online ผ านระบบอ นเตอร เน ต หร อ Network Intranet ท รวมระบบ CRM เป น ส าน กงานอ เล กทรอน กส ท าให ได ระบบการจ ดการงานในส าน กงาน ท ม ประส ทธ

More information

คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ

คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ การพ มพ งานหร อการป อนข อม ล - การพ มพ งานและการแก ไขงานท พ มพ การพ มพ คร งแรก คล กเล อกเซลล แล วพ มพ ได เลย ข อความท ม ความยาวมากกว า ความกว างของคอล มน จะท

More information

EO/2 ระบบปฏ บ ต การ Windows XP

EO/2 ระบบปฏ บ ต การ Windows XP การว เคราะห หล กส ตรฐานรายว ชา ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ รห ส 200-000 ระด บ ปวช ล กษณะว ชา ทฤฎ +ปฏ บ ต สาขางาน ช างอ เล กทรอน กส ป การศ กษา 2 255 ผ สอน ชาต ชาย ส วรรณช ญ ค าอธ บายรายว ชา ศ กษาและปฏ

More information

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 ความเป นมา ส าน กงานอ ตโนม ต เก ดจากความพยายามขององค กร ท จะท าให งาน ขององค กรถ กต อง รวดเร ว ตรวจสอบได และเจ าหน าท ขององค กร ไม ม ข อจ าก ดด านสถานท

More information

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน ค ม อผ ด แลระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน บทท 3 การบร หารจ ดการระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชนระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน - ๑ บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน เจ าหน าท ผ ใช งานระบบสารสนเทศภ

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) 2. ช อรายว ชา คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ

More information

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ ส วนท ๑ การร บหน งส อ หน งส อร บ ค อ หน งส อได ร บเข ามาจากภายนอก ให เจ าหน าท ของหน วยงานสารบรรณ กลางปฏ บ ต ตามท ก าหนดไว ในส วนน ๑. จ ดล าด บความส าค ญและความเร งด วนของหน

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย 1.ว ตถ ประสงค การแข งข นการใช โปรแกรมสาน กงาน ( MS-Office 2010 ) งานน ทรรศการเป ดบ านว ชาช พ คร งท 4 ป การศ กษา 2557 ว นท แข งข น 12 ก มภาพ นธ 2558 ณ ว ทยาล ยอาช วศ กษาออมส นอ ปถ มภ ระด บม ธยมศ กษาตอนต

More information

ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0

ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0 ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0 1 สารบ ญ เน อหา หน า ข นตอนการเข าใช งานระบบ... 2 ข นตอนการเปล ยนรห สผ านผ ใช งาน... 4 ข นตอนการใช

More information

ค ม อการต ดต งส อการเร ยนช นประถมศ กษาป ท 2 ในคอมพ วเตอร พกพา (Tablet)

ค ม อการต ดต งส อการเร ยนช นประถมศ กษาป ท 2 ในคอมพ วเตอร พกพา (Tablet) 1 ค ม อการต ดต งส อการเร ยนช นประถมศ กษาป ท 2 ในคอมพ วเตอร พกพา (Tablet) การเช อมต อแท บเล ตก บคอมพ วเตอร (Tablet Connect With Computer) การเช อมต อ ระหว างแท บเล ต ก บ คอมพ วเตอร เพ อทาการเคล อนย ายไฟล

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา มาตรฐานรายว ชา 1. อธ บายความหมาย หน าท และส วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคา

More information

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/

More information

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ (๕.๑) ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล

More information

เม อเข าระบบตามหน วยงานแล ว จะพบหน าจอ ระบบจ ดการเว บไซต

เม อเข าระบบตามหน วยงานแล ว จะพบหน าจอ ระบบจ ดการเว บไซต 1 เข าใช งานตามล งค http://www.qsds.go.th/ช อหน วยงาน/adminmanage เม อเข าระบบตามหน วยงานแล ว จะพบหน าจอ ระบบจ ดการเว บไซต หน าเว บจะประกอบไปด วยเมน ในการจ ดการเว บ สามารถเพ ม ลบ แก ไข เมน หร อข อม ล ต

More information

ค ม อ ระบบบร หารโปรแกรมงานทะเบ ยนและว ดผลการศ กษา ส าหร บผ ด แลระบบ

ค ม อ ระบบบร หารโปรแกรมงานทะเบ ยนและว ดผลการศ กษา ส าหร บผ ด แลระบบ ค ม อ ระบบบร หารโปรแกรมงานทะเบ ยนและว ดผลการศ กษา ส าหร บผ ด แลระบบ (Admin) ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา กระทรวงศ กษาธ การ 1 1. การก าหนดต าแหน งการเร ยกใช ข อม ล เล อกเมน File => Constant เมน น เป

More information

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม ค ม อระบบรายงานการดาเน นงานรายเด อน (version 2.0) 1 ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม 1. เป นป มท ใช เพ อล างค าของข อม ลท ใช ในการกาหนดเง อนไขในการค นหาของแต ละเมน 2.

More information

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ อ. ร งล กษม รอดข า คณะว ทยาการจ ดการ มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนส น นทา 1 บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสารของระบบสารสนเทศ ว ตถ ประสงค 1. บอกความหมายของเอกสารระบบสารสนเทศได

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

การพ ฒนาโปรแกรมฐานข อม ล ส าหร บแฟ มข อม ลในคอมพ วเตอร ส วนบ คคล

การพ ฒนาโปรแกรมฐานข อม ล ส าหร บแฟ มข อม ลในคอมพ วเตอร ส วนบ คคล ว ทยาล ยการสาธารณส ขส ร นธร จ งหว ดพ ษณ โลก การพ ฒนาโปรแกรมฐานข อม ล ส าหร บแฟ มข อม ลในคอมพ วเตอร ส วนบ คคล THE DEVELOPMENT OF DATABASE PROGRAM FOR FILES OF PERSONAL COMPUTER éóâö ë½ë ÂÛËÎâÖ ÁÐ ã» ß ÃÛÂé

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบสารสนเทศงานว จ ยและงานสร างสรรค

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบสารสนเทศงานว จ ยและงานสร างสรรค ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบสารสนเทศงานว จ ยและงานสร างสรรค สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตมหาสารคาม การใช ระบบสารสนเทศงานว จ ยและงานสร างสรรค สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตมหาสารคาม การเข าส ระบบ ระบบสารสนเทศงานว

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

การจ ดและตกแต งข อความ

การจ ดและตกแต งข อความ ======================================================= หน า1 การจ ดและตกแต งข อความ การใช ข อความใน Dreamweaver 8 สามารถเหม อนโปรแกรมท เก ยวก บงานเอกสาร เช น Microsoft Office 1. การปร บเปล ยนภาษาการต

More information

5-79 5. กระบวนการบ นท กรายการขอจ ายช าระเง น

5-79 5. กระบวนการบ นท กรายการขอจ ายช าระเง น 5-79 5. กระบวนการบ นท กรายการขอจ ายช าระเง น การบ นท กรายการขอจ ายช าระเง นผ าน GFMIS Web Online ให ใช แบบ ขจ05 โดยการอ างอ ง ให เล อกป พ.ศ.ของรายการขอเบ กเง น ตามด วยระบ เลขท เอกสารจ านวน 10 หล ก ค อ

More information

เป นเมน ท ใช ในการจ ดการภาพเอกกสาร โดยม รายละเอ ยดด งน

เป นเมน ท ใช ในการจ ดการภาพเอกกสาร โดยม รายละเอ ยดด งน ค าอธ บายส ญล กษณ ในการใช งานโปรแกรมเสร มส าหร บจ ดการภาพ เน องจากระบบจ ดเก บเอกสารอ เล กทรอน กส น ต องม การน าเข าภาพเอกสาร ซ งในระบบจะม โปรแกรมเสร มส าหร บจ ดการภาพเอกสาร ซ งรายละเอ ยดในการต ดต งสามารถด

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

ค ม อการใช งานเว บไซต สาเร จร ป. FreeWebFree.com

ค ม อการใช งานเว บไซต สาเร จร ป. FreeWebFree.com ค ม อการใช งานเว บไซต สาเร จร ป FreeWebFree.com Page 2 of 23 สารบ ญ การเข าส ระบบ 3 การแก ไขส วนแสดงผลด านบนห วเว บไซต 4 การแก ไขส วนแสดงผลด านล างเว บไซต 5 การแก ไขเมน บาร, เมน บร การร านค า, เมน หมวดหม

More information

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ ( และบ คคลภายนอก) ตาแหน ง ค ณสมบ ต เฉพาะตาแหน ง 1. ผ ตรวจสอบ ระด บ 4 (ด าน IT) / หญ ง ปร ญญาตร ทางด านคอมพ วเตอร ตามท กพ. ร บรอง - ผ ม ประสบการณ ในการตรวจสอบ

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบบร หารจ ดการบ คลากร RPMS 2007 (ส าหร บผ ใช งาน)

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบบร หารจ ดการบ คลากร RPMS 2007 (ส าหร บผ ใช งาน) ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบบร หารจ ดการบ คลากร RPMS 2007 (ส าหร บผ ใช งาน) 1. ผ ใช สามารถเข าใช ระบบบร หารจ ดการบ คคลากร โดยผ านช องทางเว บไซต ว ทยาล ย www.ts-tech.ac.th แถบเมน ช อว า ระบบบร หารจ ดการบ

More information

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน สาระการเร ยนร : ประโยชน แท แก มหาชน 1 บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน หล กการ ร ศ กยภาพ ร จ นตนาการ ร ประโยชน สาระการเร ยนร เร ยนร การว เคราะห ศ กยภาพของป จจ ยศ กษา จ นตนาการเห นค ณ สรรค สร างว ธ การ

More information

ค ม อการต ดต งโปรแกรม

ค ม อการต ดต งโปรแกรม ค ม อการต ดต งโปรแกรม โครงการพ ฒนาระบบควบค มและกาหนดส ทธ ของแท บเล ตพ ซ เพ อสน นสน นการจ ดการเร ยนการสอนโดยใช เคร องคอมพ วเตอร พกพา กระทรวงเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร 1. ข นตอนการต งค าเคร องแท บเล ตพ

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ในเขตโครงการชลประทานพ ษณ โลก ว นท 26 ส

การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ในเขตโครงการชลประทานพ ษณ โลก ว นท 26 ส การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ว นท 26 ส งหาคม ๒๕๕๗ องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ลด านว ศวกรรม ด านการพ จารณาโครงการเบ

More information

ค ม อการใช งานระบบ รายงานการต ดตามความพ งพอใจล กค า ภายหล งส งมอบรถใหม 3 ว น ออนไลน (Courtesy call online)

ค ม อการใช งานระบบ รายงานการต ดตามความพ งพอใจล กค า ภายหล งส งมอบรถใหม 3 ว น ออนไลน (Courtesy call online) ค ม อการใช งานระบบ รายงานการต ดตามความพ งพอใจล กค า ภายหล งส งมอบรถใหม 3 ว น ออนไลน (Courtesy call online) Courtesy call online ว ธ การอ พโหลดรายงานเข าส ระบบ 1. เม อท านเข าส ระบบ http://mazdaelearning.com/

More information

Data Logger Technical. Knowledge

Data Logger Technical. Knowledge Data Logger Technical Knowledge Datalogger ค ออะไร ค อ อ ปกรณ ท ใช ส า หร บเก บบ นท กข อม ลท เป นส ญญาณชน ดต างๆ โดย Data logger จะม Memory ส าหร บเก บค าท ว ดได ของส ญญาณตาม ช วงเวลาการบ นท กท กาหนดไว

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

การผล ตส อม ลต ม เด ย ด วยโปรแกรม PointeCast Publisher

การผล ตส อม ลต ม เด ย ด วยโปรแกรม PointeCast Publisher 1 การผล ตส อม ลต ม เด ย ด วยโปรแกรม PointeCast Publisher PointeCast Publisher เป นโปรแกรมท ช วยสร างส อบทเร ยนอ เล กทรอน กส จาก โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2000, XP/2002 และ 2003 เพ อให เก ดไฟล ในร ปแบบ

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

การจ ดท ารายงานและเอกสารประกอบการสม คร

การจ ดท ารายงานและเอกสารประกอบการสม คร - 1 - การจ ดท ารายงานและเอกสารประกอบการสม คร ร ปแบบรายงาน ประเภทการบร หารอ ตสาหกรรม ขนาดกลางและขนาดย อม 1. จ านวนช ดรายงานท ต องจ ดส ง จ านวน 10 ช ด 2. ต วอ กษร Cordia New 16 3. ก นหน า-ก นหล ง ก นหน า

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

บทท 1 เร มต นการใช งาน

บทท 1 เร มต นการใช งาน 1 บทท 1 เร มต นการใช งาน 1. เป ดโปรแกรม Internet Explorer ข นมา จากน นเข าเว บไซต ของส าน กงาน กศน.จ งหว ด ค อ http://lpa.nfe.go.th จากน น ใช เมาส คล กไปท กล อง e-office กศน.ล าปาง (ตามล กศร ช ) ด งภาพ

More information

ท มา www.crnfe.ac.th/excelcontents.html สถาบ น กศน. ภาคกลาง

ท มา www.crnfe.ac.th/excelcontents.html สถาบ น กศน. ภาคกลาง โปรแกรม Microsoft Excel เป นโปรแกรมหน ง ท จ ดอย ในช ด Microsoft Office โปรแกรม MS Excel ม ช อเส ยง ในด าน การคานวณเก ยวก บต วเลข และการท าบ ญช ต าง ๆ การท างานของโปรแกรม ใช ตารางตามแนวนอน (rows) และแนวต

More information

สาหร บผ ด แลข อม ลบ คลากรของกรม

สาหร บผ ด แลข อม ลบ คลากรของกรม ค ม อการใช งานระบบบร หารบ คลากรและกาหนดส ทธ การใช งานระบบสารสนเทศ สาหร บผ ด แลข อม ลบ คลากรของกรม Co., Ltd. ระบบบร หารบ คลากรและกาหนดส ทธ การใช งาน ระบบสารสนเทศ เป นระบบท ผ ด แลระบบประจ าแต ละหน วยงานของกรมท

More information

ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน

ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน - 74 - ค ม อต ดต งโปรแกรมระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต (NRPM Offline) การต ดต งโปรแกรม NRMP Offline 1. ต

More information

เอกสารต วอย างโปรแกรมบร หารคล น ก. Future Software Dental Clinic VERSION 5.5 บร ษ ทนายเน ต จ าก ด

เอกสารต วอย างโปรแกรมบร หารคล น ก. Future Software Dental Clinic VERSION 5.5 บร ษ ทนายเน ต จ าก ด เอกสารต วอย างโปรแกรมบร หารคล น ก Future Software Dental Clinic VERSION 5.5 บร ษ ทนายเน ต จ าก ด 1 สารบ ญ โปรแกรมบร หารคล น กท นตกรรม บร ษ ทนายเน ต จ าก ด... 2 ความพ งพอใจของคนไข... 2 1. การค นหาคนไข :...

More information

2. เพ อลดข นตอนความย งยากในการบ นท ก เพ ม และ ต ดออก

2. เพ อลดข นตอนความย งยากในการบ นท ก เพ ม และ ต ดออก ช อเร อง พ ฒนาระบบคงคล งบรรจ ภ ณฑ และฉลากเวชสาอางให ม ประส ทธ ภาพ เจ าของผลงาน นางสาวปาจร ย พละเจร ญ หล กการและเหต ผล การพ ฒนาการระบบคงคล งบรรจ ภ ณฑ และฉลากเวชสาอางให ม ประส ทธ ภาพ เก ดจากความต องการท

More information

Office of the Civil Service Commission (OCSC)

Office of the Civil Service Commission (OCSC) Office of the Civil Service Commission (OCSC) 1 การพ ฒนาระบบงานบร หารทร พยากรบ คคล 1. ระบบสารสนเทศทร พยากรบ คคลระด บกรม (DPIS) 2. ระบบสารสนเทศทร พยากรบ คคลระด บจ งหว ด (PPIS) 3. ระบบสารสนเทศข าราชการพลเร

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

บร การส บค นข อม ลหน งส อราชการ

บร การส บค นข อม ลหน งส อราชการ 1 บร การส บค นข อม ลหน งส อราชการ บร กำรส บค นข อม ลหน งส อรำชกำร ม 6 เมน ย อย ค อ 1. สอบถำมหน งส อ 2. สอบถำมข อม ลหน งส อส งภำยนอก 3. รำยงำนสม ดทะเบ ยน 4. รำยงำนสถ ต กำรด ำเน นงำนของเจ ำหน ำท ปฏ บ ต งำน

More information

แผนปฏ บ ต งานโครงการพ ฒนาระบบบร หารจ ดการคล งข อสอบและการทดสอบมาตรฐานฝ ม อแรงงาน ด วยระบบอ เล กทรอน กส (Test Bank for e-testing System)

แผนปฏ บ ต งานโครงการพ ฒนาระบบบร หารจ ดการคล งข อสอบและการทดสอบมาตรฐานฝ ม อแรงงาน ด วยระบบอ เล กทรอน กส (Test Bank for e-testing System) 1 จ ดเตร ยมข อสอบมาตรฐานฯ 10 สาขา เพ อใช สาหร บนาร อง การทดลองระบบฯ พร อมจ ดทาโครงการฯ และแต งต ง ฝ ม อแรงงาน และศ นย เทคโนโลย กองแผนงานและ 2 ประช ม จ ดทาแผนปฏ บ ต งาน กาหนดร ปแบบฐานข อม ล การ ออกแบบหน

More information

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) Operation Research คาอธ บายรายว ชา หล กการเบ องต นเก ยวก บโครงสร างและแบบจ าลองทางคณ ตศาสตร ทฤษฎ การต ดส นใจ การ เล ยนแบบทางสถ

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information