ประจ ำป ๒๕๕๗. Office of Sakaeo Social Development And Human Security. society.go.th

Size: px
Start display at page:

Download "ประจ ำป ๒๕๕๗. Office of Sakaeo Social Development And Human Security. society.go.th"

Transcription

1 ประจ ำป ๒๕๕๗ รายงาน โครงการส ารวจข อม ลกล มเป าหมายเพ อการพ ฒนาส งคม ในพ นท อ าเภอน าร อง ๖ อ าเภอ จ งหว ดสระแก ว (ด วยระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ด วยระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ) Office of Sakaeo Social Development And Human Security สาน กงานพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย จ งหว ดสระแก ว ศาลากลางจ งหว ดสระแก ว ช น ๒ อ.เม องสระแก ว จ.สระแก ว society.go.th society.go.th

2 รายงานโครงการส ารวจข อม ลกล มเป าหมายเพ อการพ ฒนาส งคม ในพ นท อ าเภอน าร อง 6 อ าเภอ จ งหว ดสระแก ว (ด วยระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร )

3 เอกสารว ชาการ เลขท 2/2557 รายงานโครงการส ารวจข อม ลกล มเป าหมายเพ อการพ ฒนาส งคม ในพ นท อ าเภอน าร อง 6 อ าเภอ จ งหว ดสระแก ว (ด วยระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ) ท ปร กษา นายพงษ พ ชญ ทองห ตาน ว ฒน พ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย จ งหว ดสระแก ว คณะผ ด าเน นการ ส าน กงานพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย จ งหว ดสระแก ว นายบรรจบ ป ทม นทร น กพ ฒนาส งคมช านาญการพ เศษ ห วหน ากล มนโยบายและว ชาการ นางพรท พย เงาทอง น กพ ฒนาส งคมช านาญการ นางสาวเพชรไพล น ว ส ทธ อ ท ยก ล น กพ ฒนาส งคมช านาญการ นายณรกฤต ประมวล น กพ ฒนาส งคม นางสาวณ ชชากร ร ชอ นทร เจ าหน าท ระบบงานคอมพ วเตอร นางละม ย บ ญสร าง เจ าหน าท กองท นส งเสร มฯ รายงานโครงการส ารวจข อม ลกล มเป าหมายเพ อการพ ฒนาส งคม ในพ นท อ าเภอน าร อง 6 อ าเภอ จ งหว ดสระแก ว (ด วยระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ) หน วยงานท เผยแพร ส าน กงานพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย จ งหว ดสระแก ว พ มพ คร งท 1 ก นยายน 2557 จ านวน ศาลากลางจ งหว ดสระแก ว ถนนส วรรณศร อ าเภอเม องสระแก ว จ งหว ดสระแก ว โทรศ พท ต อ 9 โทรสาร เล ม

4 ค าน า ภารก จหล กประเภทหน งของส าน กงานพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย ค อ เป นศ นย ข อม ลด านการพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย ระด บจ งหว ด จากการด าเน นงานท ผ านมาพบว าข อม ล ด านส งคมกระจ ดกระจายอย ในหลายหน วยงานท งภาคร ฐและเอกชน รวมถ งองค กรปกครองส วนท องถ น ท กแห ง ข อม ลม ล กษณะหลายร ปแบบ ม ค ณล กษณะพ เศษแตกต างก นไปตามว ตถ ประสงค ของงานแต ละ หน วยงาน และพบว าส วนใหญ ม การส ารวจ เก บข อม ลท ไม ต อเน อง ข อม ลไม เป นป จจ บ น ส าน กงานพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย จ งหว ดสระแก ว ได พยายามศ กษาค นหา ว ธ การและประสานก บหน วยงานท เก ยวข องเพ อพ จารณาแนวทางการด าเน นงานส ารวจข อม ลเป นระยะเวลา พอสมควร จ งได ด าเน นการโครงการส ารวจข อม ลผ ประสบป ญหาส งคมในพ นท น าร อง 6 อ าเภอ ในป 2557 เพ อเป นการแก ไขป ญหาด งกล าวข างต นและเพ อให จ งหว ดสระแก วม ข อม ลด านส งคมเบ องต นเพ ยงช ดเด ยว ท สามารถใช งานร วมก นได ท กหน วยงาน สามารถเข าถ งกล มเป าหมายและให บร การได อย างถ กต อง รวดเร ว จากการด าเน นการส ารวจข อม ลโครงการฯด งกล าวพบว าสามารถใช เป นแนวทางการ ด าเน นงานได จร ง แม จะม ข อต ดข ดอย บ างบางประการ ส าน กงานพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย จ งหว ดสระแก วจ งได จ ดท ารายงานฉบ บน ข นเพ อเป นการสร ปและรายงานผลการด าเน นงานโครงการฯ ป ญหา อ ปสรรค พร อมแนวทางแก ไขเพ อให โครงการฯม ความสมบ รณ มากย งข น จ งหว งเป นอย างย งว าเอกสารฉบ บน จะเป นประโยชน แก หน วยงานด านส งคมท จะใช เป นเอกสารประกอบการประย กต ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ก บก บการพ ฒนาส งคมในด านการส ารวจจ ดเก บข อม ลได ในระด บหน ง และขอขอบค ณเจ าหน าท และหน วยงาน ท กแห งท ร วมด าเน นการจนโครงการประสบผลส าเร จมา ณ โอกาสน ส าน กงานพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย จ งหว ดสระแก ว

5 สารบ ญ หน า บทท ๑ ความเป นมา 1 บทท ๒ กรอบแนวค ด และแนวทางปฏ บ ต 4 บทท 3 ว ธ การด าเน นงาน 39 บทท 4 ผลการด าเน นงาน 42 บทท 5 สร ป 53 ภาคผนวก ภาพก จกรรม 57 แบบส ารวจผ ประสบป ญหาส งคม ป 2557

6 สารบ ญตาราง ตารางท หน า 2.1 สร ปจ ดเด นและจ ดด อยของข อม ล Vector และ Raster แสดงล กษณะเกณฑ การว ดในระด บต าง ๆ สร ปการประย กต ใช ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ในด านต างๆ ค าอธ บายข นตอนการด าเน นงาน ค าอธ บายข นตอนการด าเน นงาน (ต อ) แสดงจ านวนองค กรปกครองส วนท องถ นท พบป ญหาและอ ปสรรคในกรณ ต างๆ แสดงจ านวนผ ประสบป ญหา จ าแนกตามอ าเภอและกล มเป าหมาย แสดงจ านวนผ ประสบป ญหา จ าแนกตามองค กรปกครองส วนท องถ นและกล มเป าหมาย แสดงสภาพป ญหาและความต องการได ร บความช วยเหล อ 47

7 สารบ ญภาพ ภาพท หน า 2.1 องค ประกอบข อม ลภ ม สารสนเทศ องค ประกอบของระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ต วอย างข อม ลเช งพ นท และข อม ลเช งค ณล กษณะ ต วอย างข อม ล Vector ต วอย างข อม ล Raster แสดงระด บในการว ดข อม ลในการท าแผนท แสดงเคร อง Digitizer และเคร อง Scanner แสดงการค นหาข อม ลในระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร แสดงการแบ งกล มข อม ล (Classification) แสดงการซ อนท บข อม ล (Overlay Analysis) แสดงการท า Buffer การว เคราะห โครงข าย (Network Analysis) การว เคราะห พ นผ ว (Surface Analysis) เคร อง Plotter และเคร อง Printer การใช ข อม ล RS ร วมก บข อม ล GIS การใช ระบบ GPS ร วมก บระบบ GIS การประย กต ใช ระบบ GIS ในการจ ดเก บภาษ การประย กต ใช ระบบ GIS ในด านส งแวดล อม การประย กต ใช ระบบ GIS ในด านเหต ฉ กเฉ น แสดงข นตอนการด าเน นการส ารวจข อม ลกล มเป าหมายทางส งคม ป ๒๕๕๗ แสดงจ านวนผ ประสบป ญหา จ าแนกตามอ าเภอและกล มเป าหมาย แสดงผลแผนท ท ได จากการประมวลผลด วยโปรแกรมสารสนเทศภ ม ศาสตร ควอนต ม เวอร ช น ๒.๒ แสดงต วอย างโปรแกรมควอนต มเวอร ช น แสดงต วอย างโปรแกรมควอนต มเวอร ช น แสดงต าแหน งผ ประสบป ญหาส งคมท อย ในภารก จของจ งหว ดสระแก ว จ านวน ๑๙ ราย แสดงต าแหน งผ ประสบป ญหาส งคมท อย ในภารก จของ สนง.พมจ. สระแก ว จ านวน ๑๙๓ 49 ร ปท ๔.๗ แสดงต าแหน งผ ประสบป ญหาส งคมท อย ในภารก จ ของการศ กษาเขต ๑ และ ๒ จ านวน ๓๙ ราย ๕๐ ร ปท ๔.๘ แสดงต าแหน งผ ประสบป ญหาส งคมท อย ในภารก จ สสจ.สระแก ว จ านวน ๕๕ ราย ๕๑

8 หน า 1 บทท ๑ ความเป นมา ส าน กงานพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย จ งหว ดสระแก ว (สนง.พมจ.สระแก ว) ได ปฏ บ ต หน าท ตามภารก จท ได ร บมอบหมายตามข อกาหนดในกฎหมาย ท งในด านการพ ฒนาและการป องก น แก ไขป ญหาส งคม ซ งป จจ บ นม ปร มาณเพ มมากข นท งในจานวนด านผ ร บบร การและสภาพป ญหาส งคม ส งท ตามมาอย างหล กเล ยงไม ได ค อปร มาณข อม ลท เพ มข นจานวนมากท งข อม ลของผ ประสบป ญหาส งคมและข อม ล เช งพ นท เพ อการบร หารจ ดการ ในขณะท จานวนเจ าหน าท เท าเด มและม แนวโน มลดลง ประกอบก บภารก จ ของสาน กงานฯในอนาคตอ นใกล จะเน นหน กทางด านว ชาการ การบร หารจ ดการมากกว าการให ความสาค ญ ก บการปฏ บ ต ท เป นอย ในป จจ บ น จากสภาวะความจ าเป นด งกล าว ป จจ บ น สนง.พมจ.สระแก ว ย งขาดเคร องม อท ใช ในการ บร หารจ ดการข อม ลท เป นระบบท งข อม ลผ ประสบป ญหาส งคมและข อม ลเช งพ นท ซ งเม อปร บเปล ยนภารก จ เป นงานด านว ชาการ และการบร หารจ ดการเป นหล กแล ว จะทาให การดาเน นงานไม ราบร นเท าท ควรเน องจาก การขาดการบร หารจ ดการข อม ลท ม ประส ทธ ภาพเพ ยงพอน นเอง ป จจ บ นการบร หารจ ดการข อม ลเช งพ นท ท เป นท น ยมอย างแพร หลายค อระบบสารสนเทศ ภ ม ศาสตร ซ งม ประส ทธ ภาพส งใช งานสะดวกไม ซ บซ อน ม ความสามารถในการบร หารจ ดการข อม ลท เป นระบบ และเช อมโยงข อม ลต างๆเข าก บพ นท ได เป นอย างด ม ท งโปรแกรมท ม ล ขส ทธ และโปรแกรมเป ด( Open Source) ซ งไม เส ยค าล ขส ทธ และสามารถ Download ได จาก Internet เป นจานวนมาก และจากการศ กษา ค ม อและประส ทธ ภาพของโปรแกรมพบว าระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร น ม ประโยชน สามารถนามาประย กต ใช ก บงานของกระทรวงการพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย ได และเป นประโยชน ต อภารก จของ สนง.พมจ.ในด านต างๆ ด งน ๑. การเข าถ งกล มเป าหมายอย างรวดเร ว ๒. การวางแผน บร หารจ ดการในการพ ฒนาส งคมและส งคมสงเคราะห ๓. การแสดงศ กยภาพทางส งคม ๔. การรายงานสถานการณ ทางส งคม / เฝ าระว งและเต อนภ ยทางส งคม ๕. การเป นสนามทดลองนโยบายทางส งคม จากประโยชน ของระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ด งกล าว เม อนามาประย กต ใช แล ว จะทาให สนง.พมจ.สระแก ว สามารถบร หารจ ดการข อม ลและพ ฒนาการดาเน นงานให ม ประส ทธ ภาพเพ มข นสามารถ ตอบสนองความต องการของประชาชนได รวดเร วเป นอย างด และม ค ณภาพ จ งได ม แนวค ดท จะนานาระบบ สารสนเทศภ ม ศาสตร มาประย กต ใช ในการดาเน นงาน

9 หน า 2 ในป ๒๕๕๗ สนง.พมจ.สระแก ว จ งได ดาเน นการสารวจผ ประสบป ญหาทางส งคม ระด บบ คคล /หล งคาเร อน ในพ นท นาร อง ๖ อาเภอ ประกอบด วย อาเภอตาพระยา อาเภอโคกส ง อาเภอคลองหาด อาเภอว งสมบ รณ อาเภอว งน าเย น และอาเภอเขาฉกรรจ โดยได ร บความความร วมม อจาก องค กรปกครองส วนท องถ น (อบต.และ เทศบาล) เป นอย างด ว ตถ ประสงค ๑ เพ อประย กต ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร มาปร บใช ก บการพ ฒนาส งคม กระทรวง การพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย ๒ ศ กษา ป ญหา อ ปสรรค และแนวทางแก ไขในการประย กต ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร มา ปร บใช ก บการพ ฒนาส งคม กระทรวงการพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย ผลท คาดว าจะได ร บ ๑ กระทรวงการพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย โดยเฉพาะ สาน กงานพ ฒนาส งคม และความม นคงของมน ษย ม ข อม ลกล มเป าหมายท ถ กต อง ช ดเจน ในการดาเน นงานพ ฒนา แก ไขป ญหาส งคม และกาหนดย ทธศาสตร ระด บจ งหว ดได ๒ กระทรวงการพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย จะม จ งหว ดนาร องและพ นท ต นแบบ เพ อการศ กษาและพ ฒนาระบบแผนท ส งคม น ยามศ พท ปฏ บ ต การ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร (Geographic Information System : GIS) ค อกระบวนการทางาน เก ยวก บข อม ลในเช งพ นท ด วยระบบคอมพ วเตอร ท ใช กาหนดข อม ลและสารสนเทศ ท ม ความส มพ นธ ก บ ตาแหน งในเช งพ นท เช น ท อย บ านเลขท ส มพ นธ ก บตาแหน งในแผนท ตาแหน ง เส นร ง เส นแวง ข อม ลและ แผนท ใน GIS เป นระบบข อม ลสารสนเทศท อย ในร ปของตารางข อม ล และฐานข อม ลท ม ส วนส มพ นธ ก บข อม ล เช งพ นท (Spatial Data) ซ งร ปแบบและความส มพ นธ ของข อม ลเช งพ นท ท งหลาย จะสามารถนามาว เคราะห ด วย GIS และทาให ส อความหมายในเร องการเปล ยนแปลงท ส มพ นธ ก บเวลาได เช น การแพร ขยายของโรค ระบาด การเคล อนย าย ถ นฐาน การบ กร กทาลาย การเปล ยนแปลงของการใช พ นท ฯลฯ ข อม ลเหล าน เม อ ปรากฏบนแผนท ทาให สามารถแปลและส อความหมาย ใช งานได ง าย (http://www.gisthai.org/aboutgis/gis.html) แผนท ส งคม (Social Mapping) ค อ เคร องม อว เคราะห ช มชน เพ อจ ดทาฐานข อม ลพ นท งานว จ ยเพ อ ท องถ น ปกต แผนท ส งคมถ กใช ทาแผนท หม บ าน อาเภอ จ งหว ด อาจใช ทาแผนท แสดงเส นทางการเคล อนท ของความร หร อท นในช มชน หร อใช แจกแจงรายละเอ ยดตาแหน งในช มชนท ต องการใช ประโยชน หร อ ประกอบการต ดส นใจ หร อเป นเคร องม อว เคราะห ช มชน ซ งแผนภาพน เข ยนจากการประย กต ข อม ลตามโครง ว จ ยร ปแบบการจ ดการงานศพ บ านไหล ห นฯ เพ อนาเสนอด วยแผนภ ม ท พ เล ยงโครงการได แนะนาให ใช แสดง ความส มพ นธ ของ คน ความร สารสนเทศ และการเคล อนไหว ท เก ดข นจากโครงการว จ ยเพ อท องถ น (http://www.thaiall.com/blog/burin/247/)

10 หน า 3 แชร แวร (shareware) เป นซอฟต แวร ท สามารถใช งานได ฟร ภายใต เง อนไขต าง ๆ ค อให ทดลองใช ก อนถ าผ ใช งานถ กใจก ค อยจ ายเง นแล วก จะได ใช งานได เต มประส ทธ ภาพ ข อจาก ดของการใช งานแชร แวร น น ได แก จาก ดจานวนคร งของการใช งาน จาก ดระยะเวลาการใช งาน ใช ได ไม เต มความสามารถข นข อความเช ญ ชวนให เราซ อซอฟต แวร บ อย ๆ แชร แวร บางต วจะไม ให ฟ งก ช นในการทางานมาครบ ถ าต องการใช ท งหมด ก ต องซ อซอฟต แวร ต วจร งมาก อน ตามปรกต ซอฟต แวร ล กษณะน ราคาไม แพง ฟร แวร ( freeware) เป นโปรแกรมท ผ สร างม ความประสงค ท จะให ใช งานโปรแกรมท ตนเองได พ ฒนาข น โดยไม ค ดม ลค า แต ท งน จะไม ม การเป ดเผยรห สต นฉบ บ (Source Code) ท ใช ในการพ ฒนา โอเพนซอร ส (open source) ค อ ซอฟต แวร ท สามารถนาไปใช งาน ศ กษา พ ฒนาต อ และ เผยแพร ได อย างเสร ภายใต เง อนไขท กาหนดเป นซอฟต แวร ท เป ดเผยรห สต นฉบ บ ให สาธารณะนาไปพ ฒนาต อยอดได ทาให เก ดการร วมม อก นทางานอย างไร พรมแดนผ านเคร อข ายอ นเทอร เน ต ล ขส ทธ ซอฟต แวร (Software License) ความหมาย โปรแกรมคอมพ วเตอร เป นงานล ขส ทธ ซ งจ ด อย ในงานประเภทงานวรรณกรรม โดยได ร บความค มครองตามกฎหมายล ขส ทธ เจ าของล ขส ทธ จ งเป นผ ม ส ทธ แต เพ ยงผ เด ยวท จะกระทาการใดๆ เช น ทาซ า ด ดแปลง เผยแพร ต อสาธารณชน ให เช าต นฉบ บหร อสาเนางาน โปรแกรมคอมพ วเตอร เป นต น

11 หน า 4 บทท ๒ กรอบแนวค ด และแนวทางปฏ บ ต ในการนาระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร มาประย กต ใช ในการดาเน นงานของสาน กงานพ ฒนาส งคมและ ความม นคงของมน ษย จ งหว ดสระแก วน น ได กาหนดกรอบแนวค ดพร อมก บแนวทางปฏ บ ต เพ อให บรรล เป าหมาย โดยม ข นตอนท สาค ญ ด งน ๑. ว เคราะห สมรรถนะของ สนง.พมจ.สระแก ว (SWOT) ๒. กาหนดกระบวนการดาเน นงาน( MEAN ) ๓. ทบทวนวรรณกรรมท เก ยวข อง/เหมาะสม ๔. กาหนดข นตอนการทางาน โดยม รายละเอ ยดพอส งเขปในแต ละห วข อ ด งน ๑. ว เคราะห สมรรถนะของ สนง.พมจ.สระแก ว (SWOT) เพ อให การน าระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร มาประย กต ใช ก บการพ ฒนาส งคม ได อย างม ประส ทธ ภาพ จาเป นต องว เคราะห สมรรถนะของ สนง.พมจ.สระแก ว (SWOT) ก อนเพ อใช เป นหล กในการวางแผนปฏ บ ต ท รอบคอบ เหมาะสมก บสถานการณ และบร บทของสาน กงานฯ จ ดแข ง (Strength) 1. เจ าหน าท ม ความร ด าน GIS 2. ความส มพ นธ ก บหน วยงานอ นด 3. ม ข อม ลสน บสน น โอกาส (Opportunity) 1. อบต. ให ความสนใจ/ร วมม อ 2. ม หน วยงานท ม ความร และให ความ ร วมม อ 3. ม แหล งข อม ลสาธารณะสน บสน น SWOT พมจ.สระแก ว จ ดอ อน (Weakness) 1. เจ าหน าท ม จ านวนจ าก ด 2. ม เจ าหน าท ม ความร ด าน GIS น อย 3. ทร พยากรท สน บสน น ระบบ GIS น อย อ ปสรรค (Threat) 1. GIS เป นความร ใหม ทาความเข าใจ ค อนข างยาก 2. ภาระก จของหน วยงานท เก ยวข อง 3. ว ฒนธรรมองค กรท ต างก น สมรรถนะของ สนง.พมจ.สระแก ว (SWOT)

12 หน า 5 โอกาส (Opportunity) 1. อบต. ให ความสนใจ/ร วมม อ 2. ม หน วยงานท ม ความร และให ความร วมม อ 3. ม แหล งข อม ลสาธารณะ สน บสน น TOWS MATRIX อ ปสรรค (Threat) 1.GIS เป นความร ใหม ทาความ เข าใจค อนข างยาก 2. ภาระก จของหน วยงานท เก ยวข องไม ให ความสาค ญ 3. ว ฒนธรรมองค กรท ต างก น จ ดแข ง (Strength) 1. เจ าหน าท ม ความร ด าน GIS 2. ความส มพ นธ ก บหน วยงาน อ นด 3. ม ข อม ลสน บสน น SO1. สนง.พมจ. เป นองค กรหล ก ในการประสานเคร อข ายเพ อ พ ฒนาองค ความร และถ ายทอดส องค กร ปกครองส วนท องถ น ST1. ประสานทาความเข าใจก บ องค กรปกครองส วนท องถ นท ง ระด บนโยบายและเจ าหน าท จ ดอ อน (Weakness) 1. เจ าหน าท ม จานวนจาก ด 2. ม เจ าหน าท ม ความร ด าน GIS น อย 3. ทร พยากรท สน บสน น ระบบ GIS น อย WO1. ประสานองค กรเคร อข าย เพ อการจ ดทาแผนท ส งคม ตารางว เคราะห ความส มพ นธ และกาหนดกลย ทธ ๒. กาหนดกระบวนการดาเน นงาน( MEAN ) เม อได เป าหมายของการดาเน นงานแล ว ส งท ต องค ดต อไปค อจะทาอย างไรให บรรล เป าหมายได อย าง ม ประส ทธ ภาพและย งย น ท งน เพราะแนวค ดการนาระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร มาประย กต ใช ในการดาเน นงาน น เป นความค ดร เร มจากหน วยงานเองว าจะต องม ระบบบร หารจ ดการข อม ลท ด เป นระบบสามารถตอบสนอง ความต องการของประชาชนแลหน วยงานท เก ยวข องได อ กท งเป นเคร องม อเสร มการทางานทดแทนอ ตรากาล ง เจ าหน าท ท ลดลง จ งต องม ความเป นไปได และย งย น จากการว เคราะห SWOT ของสาน กงาน พมจ.สระแก วพบว า พมจ.สระแก ว ม ข อจาก ดหลายประการ แนวทางดาเน นการหน งท พอเป นไปได ค อการใช การม ส วนร วมขององค กร เคร อข าย โดยจะต องประสานความ ร วมม อก บองค กรปกครองส วนท องถ นเป นผ จ ดทาแผนท และลงรายละเอ ยดข อม ลในพ นท จ งได กาหนด กระบวนการดาเน นงาน ด งน ประสานองค กร เคร อข าย ร วมดาเน นการ

13 หน า 6 ๓. ทบทวนวรรณกรรมท เก ยวข อง/เหมาะสม ๓.๑ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร 1. บทนา โดย เอกพล ฉ มพงษ สาน กชลประทานท 14 ป จจ บ นการปฏ บ ต งานในท กสาขา ล วนแล วแต ม ส วนเก ยวข องก บระบบสารสนเทศ (Information System) โดยระบบสารสนเทศน นเป นการปฏ บ ต การรวบรวมจ ดเก บ และว เคราะห ข อม ลอย างเป นระบบ และ เป นข นตอน สามารถค นหาข อม ลท ต องการได ภายในเวลาอ นรวดเร ว และสามารถนาผลการว เคราะห ด งกล าว ไปใช ในกระบวนการต ดส นใจของผ บร หาร ด งน น ระบบสารสนเทศจ งเป นเคร องม อและ ท อานวยความสะดวก ให ก บผ บร หารในการต ดส นใจปฏ บ ต งาน ในการจ ดการข อม ลเช งพ นท เทคโนโลย ท ได เข ามาม บทบาทในการปฏ บ ต งานท เก ยวก บข อม ลเช งพ นท ค อ เทคโนโลย ภ ม สารสนเทศ (Geo-Informatics) ซ งเป นการกล าวรวมถ ง 3 เทคโนโลย ด วยก น ค อ เทคโนโลย ด านการสารวจระยะไกล (Remote Sensing: RS) เทคโนโลย ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร (Geographic Information System: GIS) และเทคโนโลย การกาหนดพ ก ดตาแหน งบนพ นโลก (Global Positioning System: GPS) โดยเทคโนโลย ท ง 3 ด านน ต างม ส วนในการสน บสน น และส งเสร มซ งก นและก นในการ ปฏ บ ต การ การใช เทคโนโลย ท ง 3 ด านด งกล าวร วมก น จะส งผลให การปฏ บ ต งาน การว เคราะห ข อม ลต างๆ ม ความถ กต องสมบ รณ สามารถจ ดการว เคราะห และแสดงผลแบบ Real time และสามารถนาไปเป นข อม ล ประกอบการต ดส นใจได เป นอย างด โดยเทคโนโลย GIS เป นเทคโนโลย ท ได ร บความสนใจ ม การประย กต ใช อย างแพร หลาย เช น ในด าน ผ งเม อง, การขนส ง, ส งแวดล อม, ช มชน, การสาธารณ ปโภค, ภ ยธรรมชาต และ ม อ ตราการเต บโตส งท ส ด (ชน นทร ท นนโชต, 2544) การศ กษาและทาความเข าใจเก ยวก บหล กการ องค ประกอบ ล กษณะข อม ล การว เคราะห ข อม ลในระบบ GIS จ งม ประโยชน อย างย งต อการปฏ บ ต งานในด าน ต างๆ สามารถใช เป นข อม ลประกอบการต ดส นใจ และการวางแผนโครงการต างๆ ได ในอนาคตเทคโนโลย GIS ม แนวโน มท จะนามาประย กต ใช งานหลากหลายร ปแบบ รวมท งม การพ ฒนาในเร องมาตรฐานระบบข อม ล GIS เพ อให สามารถใช ข อม ลร วมก นและแลกเปล ยนระหว างหน วยงานได อ กท งย งพ ฒนาให เป นระบบเป ดมากข น (Open System) จ งส งผลให เทคโนโลย GIS ม ความก าวหน าอย างรวดเร ว และม การนามาใช ประโยชน อย าง ต อเน อง ร ปท 2.1 องค ประกอบข อม ลภ ม สารสนเทศ

14 หน า 7 2. ความหมายของระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร (Geographic Information System : GIS) ประกอบด วย 2 คา ค อ ระบบสารสนเทศ (Information System) ซ งเป นระบบปฏ บ ต การรวบรวมจ ดเก บและว เคราะห ข อม ลอย าง เป นข นตอน สามารถค นค นข อม ลท ต องการให ภายในเวลาอ นรวดเร ว และสามารถนาผลการว เคราะห ไปใช ใน กระบวนการต ดส นใจของผ บร หาร ส วนคาว า ภ ม ศาสตร (Geography) มาจากรากศ พท geo หมายถ ง โลก และ graphy หมายถ ง การเข ยน ภ ม ศาสตร จ งหมายถ ง การเข ยนเร องราวเก ยวก บโลก หร อม งเน นไป ท ความส มพ นธ ของมน ษย ก บพ นท (Spatial Relationship) (สรรค ใจ กล นดาว, 2542) ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร จ งหมายถ ง กระบวนการของการใช คอมพ วเตอร ฮาร ดแวร (Hardware) ซอฟท แวร (Software) ข อม ลทางภ ม ศาสตร (Geographic Data) และการออกแบบ (Personnel Design) ในการเสร มสร างประส ทธ ภาพของการจ ดเก บข อม ล การปร บปร งข อม ล การคานวณ และการว เคราะห ข อม ล ให แสดงผลในร ปของข อม ลท สามารถอ างอ งได ในทางภ ม ศาสตร หร อ หมายถ ง การใช สมรรถนะของ คอมพ วเตอร ในการจ ดเก บ และการใช ข อม ลเพ ออธ บายสภาพต างๆ บนพ นผ วโลก โดยอาศ ยล กษณะทาง ภ ม ศาสตร เป นต วเช อมโยงความส มพ นธ ระหว างข อม ลต างๆ ซ งโดยสร ปแล วระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร เป นระบบสารสนเทศท ออกแบบข นมาเพ อใช รวบรวม จ ดเก บ ว เคราะห ข อม ลภ ม ศาสตร รวมท งการค นค นข อม ล และการแสดงผลข อสนเทศ ระบบสารสนเทศ ภ ม ศาสตร เป นท งระบบฐานข อม ลท ม ความสามารถในการจ ดการข อม ลเช งพ นท ของแผนท เช งเลข และข อม ล เช งค ณล กษณะเพ อว เคราะห ข อม ลเหล าน นได ผลออกมาเป นข อสนเทศ และนาไปใช ประโยชน ในการต ดส นใจ (สรรค ใจ กล นดาว, 2542) 3. ประว ต ความเป นมาของระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ในอด ต การจ ดทาแผนท ของมน ษย น นได ใช การวาดลงบนผ า หร อกระดาษ ได ออกมาเป นแผนท ท สามารถนาไปใช ในการเด นทางสารวจหร อการคมนาคมต ดต อค าขาย ป ญหาท เก ดข นค อในการจ ดทาแผนท ช ดเด ยวก นน นจะต องม การสาเนาหร อค ดลอกโดยการนากระดาษหร อผ าอ กช ดหน งมาวางทาบแล วลอกลายท ได ทาไว อาจเก ดการผ ดพลาดในเร องตาแหน งท ต งของสถานท ตลอดจนถนนหร อเส นทางท คลาดเคล อนได นอกจากน การแก ไขข อม ลทาได ยากมาก ต อมาจ งได ม การใช เคร องสาเนาเอกสาร เม อเทคโนโลย คอมพ วเตอร เข ามาม บทบาทมากข น ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร (GIS) ได ม การพ ฒนา เม อตอนต นป ค.ศ.1960 ด วยเทคโนโลย คอมพ วเตอร ท ได พ ฒนามากข นเพ อช วยในการจ ดเก บ ข อม ลได มาก ข น และม การปร บปร งประส ทธ ภาพในการจ ดเก บข อม ลในระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ให ด ข น ม ความถ กต อง แม นยา และสามารถช วยตอบคาถามต างๆ สามารถสอบถามข อม ล และว เคราะห หาพ นท การคาดการณ ผ าน ระบบแผนท บนคอมพ วเตอร ม ส วนช วยในการวางแผนการพ ฒนาในเร องต างๆ โดยระบบคอมพ วเตอร ได ม ส วน ช วยในการพ ฒนาระบบข อม ล GIS ทาการรวบรวม จ ดเก บ ว เคราะห เร ยกค นข อม ล และการแสดงผลข อม ล จ งทาให ง ายต อการค นข อม ล และการประมวลผลข อม ลอย างม ประส ทธ ภาพมากข น (Williams, 1995) ในระยะแรก ได ม การนาระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร มาใช ในการวางแผนจ ดการทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม โดยใช แนวค ดเช งภ ม ศาสตร เช น แนวค ดการว เคราะห ความเหมาะสม ความสามารถของท ด น (Land Suitability/Capability Analysis, SCA) โดยใช แบบจาลองเทคน คการวางซ อนของช นข อม ล หร อ แผนท มาใช ในกระบวนการว เคราะห

15 หน า 8 ระบบ GIS ท เป นระบบแรกของโลก ค อระบบ GIS ของประเทศแคนาดา (The Canada Geographic Information Systems, CGIS) เม อป 1964 ในโครงการปร บปร งและพ ฒนาการเกษตร โดยศ กษารวบรวม และว เคราะห ข อม ลท ด น เพ อหาท ด นท ไม เหมาะสมต อการเกษตร ในระยะต อมา GIS นามาใช ในการวางแผน จ ดการเก ยวก บท ด นเป นส วนใหญ ค อเป นระบบสารสนเทศท ด น (Land Information System, LIS) ในประเทศไทย ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ได ม การศ กษาว จ ยมาหลายป แล ว เพ ยงแต ไม ได เร ยกว า GIS เช น การศ กษาการจ ดช นค ณภาพล มน าได ม การรวบรวมข อม ลเก ยวก บการใช ท ด น (Land Use) ล กษณะ พ ชพรรณ (Vegetation Type) ความส ง (Elevation) ความลาดช น (Slope) ท ศทางความลาดเอ ยง (Aspect) ธรณ ว ทยา (Geology) และด น (soil) ของพ นท ล มน า ข อม ลเหล าน จะจ ดอย ในร ปของแผนท ซ งจ ดว าเป นระบบ ข อม ลทางภ ม ศาสตร หร อ GIS ด งน น GIS จ งเป นเร องท เก ยวก บการทาแผนท การประย กต ใช ระบบ GIS คร งแรกในประเทศไทย เก ดข นเม อป 2528 โดยธนาคารโลก (World Bank) นามาใช ในการศ กษาเร อง ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร เพ อการว เคราะห นโยบายท ด นในประเทศไทย ซ งโครงการน เป นการนา GIS มาว เคราะห นโยบายท ด น ซ งครอบคล มท วท งประเทศในมาตราส วน 1:500,000 แต การว เคราะห น ได ทาท ประเทศสหร ฐอเมร กาโดยบร ษ ทท ปร กษาได ใช AUTOGIS ต อมาในป 2530 UNDP ได พ มพ การว เคราะห การทาลายป าและอ นตรายจาก ส งแวดล อมท เก ยวข องในภาคเหน อของ ประเทศไทย มาตราส วน 1:250,000 และ 1:500,000 ซ งเป นส วนหน งของ Global Resource Information Database (GRID) ภายใต Global Environment Monitoring System (GEMS) และในป 2531 ได ม การใช GIS ในเร อง การศ กษาความเป นไปได ในการก อต งระบบสารสนเทศสาหร บการจ ดการ ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อมของทะเลสาบสงขลา มาตราส วน 1:50,000 ซ งเป นส วนหน งของงานท TDRI ศ กษา การพ ฒนา GIS ในประเทศไทยม การพ ฒนาค อนข างช าในระยะเร มแรก ซ งม ประมาณ 30 หน วยงาน และส วนใหญ จะเป นหน วยงานในเขตกร งเทพมหานคร ในส วนภ ม ภาคจะม เป นส วนน อย หล งจากน นได ม การ ต นต วอย างมากในเวลาต อมา โดยม ผ ใช มากข นไม ว าจะเป นหน วยงานราชการ ร ฐว สาหก จ สถาบ นการศ กษา และภาคเอกชน ท งในส วนกลางและส วนภ ม ภาค ต อมากระทรวงว ทยา -ศาสตร เทคโนโลย และส งแวดล อมได ตระหน กถ งความสาค ญและประโยชน ของเทคโนโลย GIS จ งได จ ดต ง โครงการระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร แห งชาต ข น ในป 2537 ประกอบก บคณะร ฐมนตร ได ม มต เห นชอบให จ ดต ง คณะกรรมการประสานและ ส งเสร มการพ ฒนาระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร โดยมอบหมายให ปล ดกระทรวงว ทยาศาสตร ฯ เป นประธาน เพ อทาหน าท เป นหน วยประสานงานกลาง ด านระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ของประเทศ (ดร.แก ว นวลฉว, 2544) โดยสร ปแล ว ป จจ ยท จ ดว าเป นองค ประกอบท สาค ญในการพ ฒนาระบบ GIS ค อ เทคโนโลย การผล ต แผนท ระบบคอมพ วเตอร ปร มาณว เคราะห เช งพ นท ซ งได ร บการพ ฒนา ทาให ระบบ GIS เข าส ระบบอ ตโนม ต อย างสมบ รณ 4. องค ประกอบของระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร องค ประกอบของระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร โดยหล กการแล วจะประกอบด วย 5 ส วน ค อ องค ประกอบด านฮาร ดแวร องค ประกอบด านซอฟท แวร หน วยงานหร อต วบ คคล ว ธ การปฏ บ ต งานและ ข อม ล ด งน 4.1 ฮาร ดแวร (Hardware) ค อ เคร องม อท เป นองค ประกอบท สามารถจ บต องได ได แก เคร อง คอมพ วเตอร และอ ปกรณ ท เก ยวข องต างๆเช น ต วเคร องคอมพ วเตอร, จอภาพ, สายไฟ, ด จ ไทเซอร เคร อง

16 หน า 9 printer ซ งเคร องคอมพ วเตอร ท ใช ในระบบ GIS ต องม องค ประกอบท ต างจากเคร องประมวลผลอ น โดยต องม สมรรถนะเพ ยงพอท จะจ ดการก บข อม ลเช งพ นท ท ม ปร มาณมากได 4.2 ซอฟท แวร (Software) ค อ โปรแกรมหร อช ดคาส ง ท ส งให คอมพ วเตอร ทางานตามท เราต องการ ซอฟท แวร ด าน GIS เช น Arc view MapInfo SPANS Egomania โดยซอฟท แวร ด าน GIS ควรม ล กษณะ ท สาค ญ 5 ประการ ค อ สามารถป อนข อม ลและตรวจสอบข อม ล สามารถจ ดเก บข อม ลและจ ดการฐานข อม ล สามารถคานวณและว เคราะห ข อม ลได สามารถรายงานผลข อม ล และม ระบบอานวยความสะดวกแก ผ ใช 4.3 บ คลากร (People ware) ค อ ผ ม หน าท จ ดการให องค ประกอบท ง 4 อย างข างต น ทางาน ประสานก นจนได ผลล พธ ออกมา ซ งต องเป นผ ท ม ความร ด าน GIS และการจ ดการฐานข อม ล 4.4 ว ธ การปฏ บ ต งาน (Methodology หร อ Procedure) ค อ ข นตอนการทางานซ งเราเป นผ กาหนดให เคร องคอมพ วเตอร จ ดการก บข อม ล 4.5 ข อม ล (Data) ค อ ข อม ลจ ดเป นส วนประกอบท สาค ญของระบบสารสนเทศท กประเภท โดย ระบบย อมไม สามารถสร างข อสนเทศท เป นประโยชน ได ถ าขาดข อม ลท ถ กต อง สมบ รณ และท นสม ย ร ปท 2.2 องค ประกอบของระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร 5. ล กษณะของข อม ลในระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร 5.1 ประเภทข อม ลในระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ข อม ลระบบสารสนเทศทางภ ม ศาสตร ประกอบด วยข อม ล 2 ร ปแบบ ค อ ข อม ลเช งพ นท (Spatial data) เป นข อม ลท เก ยวข องก บตาแหน งท ต งของข อม ล ต างๆบนพ นโลก สามารถอ างอ งก บตาแหน งทางภ ม ศาสตร (Geo-referenced) ซ งข อม ลเช งพ นท สามารถ แสดงส ญล กษณ ได 3 ร ปแบบ ค อ - จ ด (Point) จะใช แสดงข อม ลท เป นล กษณะของตาแหน งท ต ง ได แก ท ต งโรงเร ยนในส งก ด กทม., ท ต งศ นย บร การสาธารณส ข, ท ต งสาน กงานเขต เป นต น - เส น (Line) จะใช แสดงข อม ลท เป นล กษณะของเส น เช น ถนน, แม น า, ทางด วน เป นต น - พ นท (Area or Polygon) จะใช แสดงข อม ลท เป นล กษณะของพ นท เช น พ นท ขอบเขตการ ปกครอง, พ นท อาคาร เป นต น ข อม ลเช งค ณล กษณะ (Non-Spatial data) เป นข อม ลเช งบรรยาย (Attribute) ซ ง จะอธ บายถ งค ณล กษณะต าง ๆ ในพ นท น น ๆ ณ ช วงเวลาใดเวลาหน ง หร อหลาย ๆ ช วงเวลา เช น ข อม ล จานวนประชากรในเขตต าง ๆ ข อม ลจานวนน กเร ยนแต ละช นของโรงเร ยนส งก ด กทม. เป นต น สามารถแบ ง ออกได 2 ประเภท ค อ

17 หน า 10 - ตารางข อม ลท เช อมโยงก บกราฟฟ ก (Graphic table) - ตารางข อม ลท ไม เช อมโยงก บกราฟฟ ก (Non-Graphic table) ร ปท 2.3 ต วอย างข อม ลเช งพ นท และข อม ลเช งค ณล กษณะ 5.2 ล กษณะข อม ล ล กษณะข อม ลเช งพ นท แบ งได 2 ประเภท ค อ Vector และ Raster ข อม ลแสดงท ศทาง (Vector Data) ค อข อม ลท แสดงด วย จ ด เส น หร อพ นท ท ประกอบด วยจ ด พ ก ดทางแนวราบ (X, Y) และ/หร อ แนวด ง (Z) หร อระบบ Cartesian Coordinate System ถ า เป นพ ก ดตาแหน งเด ยวก จะเป นค าของจ ด ถ าจ ดพ ก ดสองจ ดหร อมากกว าจะเป นค าของเส น ส วนพ นท น นจะต องม จ ดมากกว า 3 จ ดข นไป และจ ดพ ก ดเร มต นและจ ดพ ก ดส ดท ายจะต องอย ตาแหน ง เด ยวก น ต วอย างข อม ลแสดงท ศทาง เช น ถนน แม น า ขอบเขตการปกครอง โรงเร ยน เป นต น ล กษณะข อม ลเช งพ นท ในร ปแบบเวกเตอร ทาให การกาหนดตาแหน งบนผ วโลกทาได อย างแม นยา จะม ล กษณะและร ปแบบ (Spatial Features) ต างๆ ก นพอสร ปได ด งน ค อ - ร ปแบบของจ ด (Point Features) เป นตาแหน งพ ก ดท ไม ม ขนาดและท ศทาง โดยจ ดไม ม ม ต จ ดจะบ นท กบนแผนท เป นค าพ ก ด x, y 1 ค จะใช แสดงข อม ลท เป นล กษณะของตาแหน งใดๆ เช น ท ต งของโรงเร ยน เป นต น ซ งการแสดงข อม ลภ ม ศาสตร น นข นอย ก บมาตราส วนของแผนท หากมาตรา ส วนเล กท ต งของโรงเร ยนอาจแสดงเป นจ ด ถ าเป นแผนท มาตราส วนใหญ อาจแสดงเป นพ นท ร ปป ด - ร ปแบบของเส น (Linear Features) ม ระยะและท ศทางระหว างจ ดเร มต น ไปย งจ ด แนวทาง (Vector) และจ ดส นส ด เส นใช แทนว ตถ ท ม 1 ม ต ถ กบ นท กเป นกล มค าพ ก ด x,y 1 ช ด ประกอบไปด วยล กษณะของเส นตรง เส นห กม ม และเส นโค ง เช น ถนน ทางด วน คลอง เป นต น - ร ปแบบของพ นท (Polygon Features) ม ระยะและท ศทางระหว างจ ดเร มต น จ ดแนวทาง (Vector) และจ ดส นส ด ใช แทนว ตถ ท ม 2 ม ต ถ กบ นท กเป นกล มค าพ ก ด x, y ของเส นโค งท ลากมา บรรจบก นเป นขอบเขตของพ นท น น ๆ ท ประกอบก นเป นร ปหลายเหล ยมม ขนาด พ นท (Area) และ เส นรอบร ป (Perimeter) เช น ขอบเขตการปกครอง ขอบเขตหม บ าน

18 หน า 11 ร ปท 2.4 ต วอย างข อม ล Vector ข อม ลแสดงล กษณะเป นกร ด (Raster Data) ค อข อม ลท ม โครงสร างเป นช องตารางส เหล ยมจ ต ร ส ขนาดเท า ๆ ก น เร ยกว า จ ดภาพ (Grid cell, Pixel) เร ยงต อเน องก นในแนวราบและแนวด ง ในแต ละเซลล สามารถเก บค าได 1 ค า ความสามารถแสดงรายละเอ ยดของข อม ลข นอย ก บขนาดของเซลล (Resolution) ณ จ ดพ ก ดท ประกอบข นเป นฐานข อม ลแสดงตาแหน งช ดน น ค าท เก บในแต ละเซลล สามารถเป นได ท งข อม ลล กษณะส มพ นธ หร อรห สท ใช อ างอ งถ ง ข อม ลล กษณะส มพ นธ ท เก บอย ใน ฐานข อม ล ตาแหน งของแต ละเซลล จะกาหนดโดยต วเลขประจาสดมภ และแถว ค าท กาหนดให แต ละ เซลล จะแสดงถ งค าของค ณล กษณะท เซลล น นเป นต วแทน เช น จ ดๆ หน ง (บ านหน งหล ง ) แสดงด วย เซลล 1 เซลล เส นหน งเส น (แนวถนน) แสดงด วยเซลล หลายเซลล ท ม ค าเหม อนก น เก ดเป นกล ม เซลล ท เร ยงต อเน องก น ร ปหลายเหล ยม (ขอบเขตแปลงท ด น ) แสดงด านกล มเซลล ท ท กเซลล ม ค า เหม อนก น ด งน น เซลล ท ม ข อม ลมากกว า 1 ค า จะถ กแยกเก บคนละแฟ มข อม ล เช น ข อม ลชน ดด น 1 แฟ ม ข อม ลประเภทการใช ท ด นของพ นท เด ยวก นต องแยกเก บอ ก 1 แฟ ม การแก ไขข อม ลและการ ว เคราะห ข อม ลจะว เคราะห แฟ มข อม ลหลาย ๆ แฟ มร วมก น Raster Data อาจแปรร ปมาจากข อม ล Vector หร อแปรจาก Raster ไปเป น Vector ได แต จะม ความคลาดเคล อนเก ดข นระหว างการแปร ร ปข อม ล ร ปท 2.5 ต วอย างข อม ล Raster 8

19 หน า 12 ตารางสร ปจ ดเด นและจ ดด อยของข อม ล Vector และ Raster ล กษณะข อม ล จ ดเด น จ ดด อย Vector - แสดงโครงสร างข อม ลเช งปรากฏการณ ได ด ย งเหมาะสาหร บใช แทนล กษณะของ พ นท จ งม ขอบเขตคดโค งทาให สามารถ แบ งขอบเขตของพ นท ได อย างช ดเจน - โครงสร างข อม ลกะท ดร ด ไฟล ข อม ลม ขนาดเล กจ งใช พ นท สาหร บการจ ดเก บ น อย - ความเช อมโยงทางโทโพโลย สามารถทา ได ครบถ วนด วยการเช อมโยงแบบ เคร อข าย - ม ความถ กต องในเช งกราฟฟ ก ซ ง สามารถแทนข อม ลได อย างม ความแม น ยาเช งตาแหน ง - โครงสร างข อม ลซ บซ อน - การรวมแผนท แบบเวกเตอร หลาย ๆ แผ นหร อรวมแผนท Vector ก บ Raster ด วยว ธ วางซ อนม ความย งยากมาก - การทดสอบด วยการจาลองสถานการณ ทาได ยาก เพราะแต ละหน วยของแผนท ม โครงสร างท ต างก น - การแสดงและการเข ยนเป นแผนท เส ย ค าใช จ ายส ง โดยเฉพาะเม อต องการแสดง ส และส ญล กษณ ท ม ค ณภาพส ง - เทคโนโลย ชน ดน ม ราคาแพง โดยเฉพาะ ถ าต องใช ฮาร ดแวร และซอฟต แวร ท ม ความซ บซ อน - สามารถทาการค นค น การแก ไข และ - การว เคราะห พ นท และการกรอง การวางน ยท วไปก บข อม ลกราฟฟ กและ ล กษณะประจาได รายละเอ ยดภายในร ปหลายเหล ยมเก อบ เป นไปไม ได Raster - ม โครงสร างข อม ลง าย ๆ ม โครงสร างไม ซ บซ อน ทาให การประมวลผลในระด บ จ ดภาพม ความสะดวก - การวางซ อนและการรวมข อม ลแผนท ก บ ข อม ลท ร บร จากระยะไกลทาได ง าย - การว เคราะห ทางพ นท ในแบบต าง ๆ ทาได ง าย - การทดสอบด วยการจาลองสถานการณ ทาได ง าย เพราะหน วยพ นท แต ละหน วย ม ร ปร างและขนาดเท าก น - เทคโนโลย ม ราคาถ กและกาล งม การ พ ฒนาอย างจร งจ ง - นอกจากน ข อม ลแบบ Raster ย งม ความเหมาะสมก บการแทนล กษณะของ พ นผ ว (Surface) ท ม ความต อเน องก น - ข อม ลกราฟฟ กม ขนาดใหญ ไฟล ม ขนาดใหญ จ งใช พ นท ในการจ ดเก บมาก - การใช ช องกร ดใหญ เพ อลดปร มาตร ข อม ลทาให ส ญเส ยโครงสร างข อม ล เก ยวก บปรากฏการณ และเป นการ ส ญเส ยข อสนเทศอย างมาก - ไม เหมาะสมในการแทนข อม ลท เป นเส น โค ง หร อแทนตาแหน งของจ ดเพราะต อง ใช 1 จ ดภาพสาหร บตาแหน ง 1 ตาแหน ง - แผนท Raster ท หยาบจะไม สวยเท า แผนท ซ งเข ยนด วยเส น - การสร างเคร อข ายเช อมโยงทาได ยาก - การแปลงเส นโครงแผนท ต องใช เวลา มาก เว นแต ใช ข นตอนหร อฮาร ดแวร พ เศษ ตารางท 2.1 สร ปจ ดเด นและจ ดด อยของข อม ล Vector และ Raster

20 หน า ล กษณะข อม ลเช งค ณล กษณะ ข อม ลเช งค ณล กษณะ ค อ ค ณสมบ ต หร อค ณล กษณะประจาข อม ลภ ม ศาสตร ซ งเป นข อม ลท ไม ใช เช ง พ นท (Non-Spatial Data) ข อม ลเก ยวก บค ณสมบ ต หร อค ณล กษณะ (Attribute Characteristics) สามารถจาแนกได ด งน 1. Nominal Level เป นระด บท ม การว ดข อม ลอย างหยาบ ๆ โดยจะกาหนดต วเลขหร อ ส ญล กษณ เพ อจาแนกล กษณะของส งต างๆเท าน น เช น การใช ประโยชน ท ด นในพ นหน งจาแนกได เป น ป าไม แหล งน า ท งหญ า ฯลฯ เป นต น ล กษณะเหล าน อาจจะแทนค าโดยต วเลขเช น 1 = ป าไม 2 = ท งหญ า 3 = แหล งน า เป นต น ซ งค าเหล าน ไม สามารถทาการเปร ยบเท ยบก นได ว า 1 มากกว า 2 หร อ มากกว า 3 ในแง ของ ค าต วเลข 2. Ordinal Level หร อ Ranking Level เป นการเปร ยบเท ยบล กษณะในแต ละป จจ ยว าม ขนาดเล กกว า เท าก น หร อ ใหญ กว า เช น พ นท ป าไม ม ขนาดใหญ กว าพ นท ท งหญ าหร อ 1>2 หร อการให ส ญล กษณ แทนล กษณะของถนน เช น ถนนสายเอเซ ย = 1 และถนน 2 เลน = 2 ถนนทางล กร ง = 3 อาจจะ บ งบอกถ งความสาค ญว า 1 สาค ญกว า 2 แต บอกไม ได ว าสาค ญกว าเป นปร มาณเท าใด 3. Interval - Ratio Level เป นการพ จารณาถ งความส มพ นธ ในระหว างแต ละป จจ ยของ Ordinal Level ว าม ความแตกต างก นมากน อยเพ ยงใด เช น พ นท ป าไม ม ขนาดใหญ กว าพ นท ท งหญ า 2 เท า หร อเส นช นความส งท ระด บ 500 เมตร ส งกว าท ระด บ 400 เมตรอย 100 เมตร เป นต น ซ งรายละเอ ยดของเกณฑ การว ดในระด บต างๆ ด งแสดงในตาราง ตารางแสดงล กษณะเกณฑ การว ดในระด บต าง ๆ เกณฑ การว ด NOMINAL ORDINAL INTERVAL-RATIO ความสาค ญของสารสนเทศ แสดงเอกล กษณ ของว ตถ ได แสดงเอกล กษณ ของว ตถ ได เปร ยบเท ยบหร อจ ดลาด บ ช นได แสดงเอกล กษณ ของว ตถ ได เปร ยบเท ยบหร อจ ดลาด บ ช นได และหาค าความ OPERATION ท ทาได Operation ทางด าน ตรรกว ทยาบางคาส ง เช น เท าก น/ไม เท า ความส มพ นธ ทาง STATISTICS MODE CONTINGENCY COEFFICIENT Operation ทางตรรกได ท ก คาส ง MEDIAN PERCENTILES แตกต างได Operation ทางตรรก และ คณ ตศาสตร ได MEAN, VAREANCE COEDDICIENT OF CORRELATION ตารางท 2.2 แสดงล กษณะเกณฑ การว ดในระด บต าง ๆ

21 หน า 14 ร ปท 2.6 แสดงระด บในการว ดข อม ลในการทาแผนท Source : Michael N. Demers, Fundamentals of Geographic Information System, John Wiley & Sons, Inc., 1997, Figure 2.4, Page 30. จากร ปแสดงให เห นเกณฑ ในการว ดของข อม ลในระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ท งในร ปแบบข อม ล (Feature) แบบจ ด เส น และพ นท ร ปป ด ในระด บของ Nominal Level น นจะไม สามารถท จะเปร ยบเท ยบค า ความแตกต างของต วเลขได แต ค าส ญล กษณ น นจะแทนว ตถ หร อส งต างๆ บนแผนท ถ าในระด บ Ordinal Level จะเห นว าสามารถเปร ยบเท ยบความแตกต างท งในร ปแบบของปร มาณมากหร อน อยกว าก น แต ย งไม สามารถบอกได ว ามากกว าก นเท าใด แต ในระด บ Interval/Ratio น นสามารถบอกได ถ งระด บค าความแตกต าง ของแต ละส ญล กษณ ต วเลขท แทนว ตถ หร อส งต างๆ บนแผนท ด งน 6. กระบวนการทางานในระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ระบบ GIS หมายถ ง ระบบสารสนเทศท ใช คอมพ วเตอร ในการจ ดการข อม ลภ ม ศาสตร 4 กระบวนการ 1. การนาเข าข อม ล (Data Input) 2. การจ ดการข อม ล (Data Management) 3. การว เคราะห ข อม ล (Data Analysis) 4. การแสดงผลข อสนเทศ (Data Display)

22 หน า 15 กระบวนการทางานในระบบ GIS จะเร มต งแต การนาเข าข อม ล (Data Input) ให ก บเคร อง คอมพ วเตอร ซ งอาจจะอย ในร ปข อม ลแผนท ท ม อย แล ว ข อม ลจากภาคสนามและข อม ลจากเคร องบ นท กภาพ ข อม ลท ป อนแล วสามารถจะเก บไว ในฐานข อม ลซ งเร ยกว า Geographic Database ซ งสามารถแก ไขปร บปร ง ให ท นสม ยอย เสมอ Geographic Database เป นฐานข อม ลท เก บข อม ลภ ม ศาสตร ไว ในเคร องคอมพ วเตอร ซ ง จะจ ดเก บไว ใน 2 ร ปแบบ ค อ Spatial Data หร อข อม ลเช งพ นท ค อ ข อม ลท ทราบตาแหน งทางพ นด น สามารถอ างอ งทางภ ม ศาสตร ได (Geo- referenced) และ Non Spatial Data หร อ ข อม ลท ไม อย ในร ปเช ง พ นท ได แก ข อม ลท เก ยวก บค ณล กษณะต างๆ ท เก ยวข องก บพ นท น นๆ (Associated Attributes) เช น ข อม ล การใช ประโยชน ท ด น ข อม ลประชากร เป นต น นอกจากน การจ ดการข อม ล (Data Management) น บว าเป น ส งท จาเป นและสาค ญเป นอย างย ง ซ งแต ละหน วยงานท ม ข อม ลในร ปแบบท ไม เหม อนก น หร อล กษณะของ ข อม ลต างก นจะต องม การจ ดการข อม ลน นหมายถ ง การเก บข อม ลและแก ไขข อม ลเช งภ ม ศาสตร ในฐานข อม ล ซ งม ว ธ การหร อเคร องม อท ช วยในการจ ดการฐานข อม ลหลายว ธ ท จะใช ในการจ ดการฐานข อม ลให อย ในร ปแบบ แฟ มข อม ลท คอมพ วเตอร สามารถประมวลผลได ม การจ ดการโครงสร างข อม ล และการเช อมโยงแฟ มข อม ล อย างม ประส ทธ ภาพ นอกจากน จะต องม การว เคราะห ข อม ล (Transformation หร อ Data Analysis) ค อการ ว เคราะห ข อม ลโดยการนาข อม ล Spatial Data มาว เคราะห ตามเง อนไขท กาหนดไว โดยให ส มพ นธ ก บข อม ล Non-Spatial Data เพ อให ได คาตอบหร อข อม ลสารสนเทศ (Information) ท ผ ใช ต องการ และในท ายท ส ด จะต องม การแสดงผล (Data Display) ค อการแสดงผลข อม ล หร อผลล พธ ท ได จากการว เคราะห ซ งอาจจะอย ใน ร ปของต วเลขหร อข อม ลภาพ (Graphic) ซ งอาจจะแสดงผลทาง Printer หร อ Plotter เพ อนาผลท ได ไปใช งาน ต อไป รายละเอ ยดของแต ละกระบวนการทางานในระบบ GIS ม ด งน 1. การนาเข าข อม ล การนาเข าข อม ล เป นการบ นท กรห สข อม ลเข าส คอมพ วเตอร ในร ปท สามารถอ านและเข ยน ข อม ลลงส ฐานข อม ลของระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร เป นกระบวนการท เส ยเวลาและค าใช จ ายส ง ข อม ลท ม ค ณภาพต อง ประกอบด วยค ณล กษณะท สาค ญ ๆ ด งน - ต องเป นข อม ลท ท นสม ย - ตาแหน งของข อม ลเช งพ นท ต องถ กต อง - การจาแนกข อม ลต องถ กต องและสมบ รณ - ว ธ การท ใช ในการรวบรวมข อม ลตลอดจนการบ นท กรห สข อม ลจะต องถ กต องตามหล ก ว ชาการ ข อม ลท จะนาเข าส ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ม อย ด วยก น 2 ชน ด ค อ ข อม ลเช งพ นท และข อม ลเช ง ค ณล กษณะ การนาเข าข อม ลในระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ม อย 4 ว ธ ได แก - การนาเข าข อม ลด วยแผงแป นอ กขระ (Keyboard) การนาเข าข อม ลทางแผงแป นอ กขระ สามารถนาเข าได ท งข อม ลเช งพ นท และข อม ลเช งค ณล กษณะ - การนาเข าข อม ลด วยการบ นท กค าพ ก ดข อม ลลายเส น (Digitizing)

23 หน า 16 การบ นท กข อม ลลายเส น หร อเร ยกว า การด จ ไทซ เป นการแปลงข อม ลแผนท เป นข อม ลเช งเลข รายละเอ ยดบนแผนท จะถ กบ นท กเป นช ด หร อกล มของพ ก ด x และ y โดยม อ ปกรณ ประกอบด วย เคร องอ าน พ ก ดข อม ลลายเส น (Digitizer) โต ะ (Table) หร อโต ะอ านพ ก ดขนาดเล ก (Tablet) ม เส นลวดพาดผ านเป น ตาราง ม ต วช ตาแหน ง (Cursor) ท ภายในม วงขดลวดอย ซ งจะปล อยคล นแม เหล กไฟฟ าเป นช วง ๆ ภายใต การควบค มของผ ปฏ บ ต งาน ต วช ตาแหน ง จะถ กตรวจจ บได โดยขดลวดตารางกร ด แล วส งผ านค าพ ก ดของ ตาแหน งท ตรวจจ บคล นแม เหล กไฟฟ าไปย งคอมพ วเตอร โดยแสดงเป นค าพ ก ด x,y ป จจ บ นเคร องอ านพ ก ดม หลายขนาด ต งแต เล กส ด ค อขนาด 27x27 เซนต เมตร ถ งใหญ ส ด ขนาด 1 x 1.5 เมตร กระบวนการในการบ นท กพ ก ดข อม ลลายเส นประกอบด วย - การเตร ยมแผนท ตรวจสอบแผนท ท จะใช ในการนาข อม ลเข าว าเป นแผนท ท สมบ รณ น าเช อถ อ - การบ นท กค าพ ก ด การนาแผนท มาตร งบนเคร องอ านพ ก ด ใช ต วช ว ดตาแหน งเป นอ ปกรณ ในการถ ายโอนพ ก ด กาหนดจ ดควบค ม (Control Point) โดยเล อกอย างน อย 4 จ ด จากแผนท ท จะนาเข า และใส ค าพ ก ดภ ม ศาสตร หร อค าพ ก ด ย ท เอ ม ซอฟต แวร จะใช จ ดควบค มเหล าน ในการแปลงพ ก ดบนเคร อง อ านพ ก ดเป นค าพ ก ดในภ ม ประเทศ อย างไรก ตาม ความผ ดพลาดท เก ดข นในกระบวนการด จ ไทซ ม ด งน 1. ไม ได เช อมต อ (Snap) เส นเข าด วยก นท จ ดต อ (Node) 2. ลากเส นเก นจ ดต อหร อลากเส นไม ถ งจ ดต อ 3. ล มบ นท กค าพ ก ดของเส นหร อจ ด 4. การบ นท กค าพ ก ดของจ ด หร อเส นซ าซ อน 5. ให ค ารห สของข อม ลไม ถ กต อง การบ นท กรห สของข อม ลเช งค ณล กษณะท ส มพ นธ ก บข อม ลเช งพ นท (Attribute Entry) ข อม ลเช ง ค ณล กษณะของข อม ลเช งพ นท ท ด จ ไทซ แล วจะนาเข าโดยผ านทางแผงแป นอ กขระไปส ฐานข อม ล ซ งจะกระทา ท นท ก อนหร อหล งจากด จ ไทซ ข อม ลเช งพ นท เข าไปแล ว - การนาเข าข อม ลโดยใช เคร องกราดภาพ (Scanning) เคร องกราดภาพในป จจ บ นม อย 2 แบบ ค อ 1. เคร องกราดภาพแบบดร ม (Drum Scanner) 2. เคร องกราดภาพแบบระนาบ (Flatbed Scanner) ผลท ได จากการกราดภาพ ค อ ภาพเช งเลข (Digital Image) และอย ในโครงสร างของข อม ล แรสเตอร (Raster Data) ส วนข อม ลเวกเตอร (Vector Data) ต องผ านกระบวนการแปลงข อม ลจากข อม ล แร สเตอร เป นข อม ลเวกเตอร (Raster to Vector Conversion) ข อม ลเช งค ณล กษณะจะเช อมโยงก บข อม ลเช ง พ นท ได ด วย ID Number ท งน ควรม การเตร ยมแผนท ก อนการกราดภาพ โดยการค ดลอกแผนท ใหม ก อนท จะนาไปเข าเคร อง กราดภาพ แผนท ซ งม รายละเอ ยดมากจาเป นต องค ดลอกแผนท ข นใหม โดยลดทอนรายละเอ ยดของข อม ลลง เน นรายละเอ ยดท ต องการนาเสนอให เด นข น เร ยกว า การวางน ยท วไป (Generalization)

24 หน า 17 - แฟ มข อม ลเช งเลขท ม อย ก อนแล ว (Existing Data File) ป จจ บ นหน วยงานของทางราชการหลายหน วยงานได สร างแผนท เช งเลข (Digital Map) เพ อใช งาน ตามว ตถ ประสงค ของหน วยงานน น ๆ เช น กรมแผนท ทหาร กรมส งเสร มค ณภาพส งแวดล อม ส วนข อม ลแรสเตอร ได แก ภาพดาวเท ยม ข อม ลเช งเลขท ม อย แล วเหล าน โดยเฉพาะข อม ลเช งเลข พ นฐานระด บจ งหว ด สามารถนามาใช ประโยชน ได ซ งเป นการประหย ดท งเวลาและงบประมาณในการนาเข า ข อม ล ร ปท 2.7 แสดงเคร อง Digitizer และเคร อง Scanner 2. การจ ดการข อม ล ระบบ GIS ม ข อม ลอย 2 ร ปแบบ ค อ Spatial Data และ Non-spatial data ซ งต องม การจ ดเก บ อย างเป นระบบ รวมท งข อม ลท ง 2 ร ปแบบน จะต องม การเช อมโยงก น ซ งข อม ลในแบบ GIS จะถ กเก บอย ใน ร ปแบบฐานข อม ล ซ งเป นร ปแบบข อม ลด จ ตอล ม การจ ดเก บอย างเป นระบบ สามารถนามาประมวลผล ว เคราะห ได อย างรวดเร ว แม นยา เป นการเพ มประส ทธ ภาพในการจ ดการข อม ลเช งพ นท นอกจากน ย งสะดวก ในการบาร งร กษา โดยสร ปแล ว ระบบฐานข อม ลม ข อด ด งน 1. ลดความซ าซ อนของข อม ล ในการเก บข อม ลของช นข อม ลต างๆท งข อม ลเช งพ นท และเช ง ค ณล กษณะ การแสดงผลไม ว าจะในร ปของแผนท หร อข อม ลตารางจะแสดงเฉพาะท จาเป นต อการว เคราะห เท าน น 2. ม การกาหนดความส มพ นธ อย างช ดเจน ระหว างข อม ลเช งพ นท และเช งค ณล กษณะ ใช ก ญแจในการ เช อมข อม ลเช งค ณล กษณะก บข อม ลเช งพ นท ท เก ยวข องก นน น รวมท งใช ความส มพ นธ แวดล อมในการ เช อมโยงข อม ลเช งพ นท แต ละชน ด 3. ม การปร บปร งแฟ มข อม ลท ส มพ นธ ก นให ท นสม ยโดยอ ตโนม ต เม อม การเปล ยนแปลงภายใน แฟ มข อม ลหน ง จะนาการเปล ยนแปลงน นมาปร บปร งข อม ลน นในท กแฟ มข อม ลของฐานข อม ล 4. ม ศ นย ควบค มระบบฐานข อม ลด วยการร กษาความปลอดภ ยและตรวจสอบความ ต อเน องของ ข อม ลอย เสมอ

25 หน า 18 การจ ดการข อม ลภ ม ศาสตร อย างเป นระบบ ทาให สามารถเร ยกใช ข อม ลด งกล าว เพ อการว เคราะห ได อย างม ประส ทธ ภาพ โดยท เม อเปร ยบเท ยบก บแบบเด ม ค อ การทาแผนท แผ นกระดาษ การจ ดการข อม ล ภ ม ศาสตร จะทาโดยแบ งข อม ลออกเป นเร องๆ (Theme) และผล ตแผนท เฉพาะเร องน นๆ ซ งเร ยกว าแผนท เฉพาะเร อง (Thematic Map) หร อบางคร งเร ยกว า ช นแผนท (Map Layer) เช น แผนท ด น แผนท การใช ท ด น แผนท ทางหลวงแผ นด น เป นต น อ กท งในการผล ตแผนท เร องหน งๆ ให ครอบคล มพ นท ท กว างใหญ เช น ภ ม ภาค จาเป นต องผล ตแผนท หลายระวาง (Sheet) และต องม ระบบท ง ายในการแบ งแผนท ออกเป นระวางๆ เพ อครอบคล มพ นท ท งหมด สาหร บระด บของความละเอ ยดท จะนาเสนอ ข อม ลภ ม ศาสตร จะมากน อยเพ ยงใด น น ข นอย ก บอ ปกรณ ในการจ ดเก บ และส อในการนาเสนอ ในการจ ดการข อม ลภ ม ศาสตร ในระบบสารสนเทศท ใช คอมพ วเตอร จะแบ งพ นท ใหญ ออกเป นพ นท เล กๆ โดยใช แนวค ดเด ยวก บแผนท แผ นกระดาษ กล าวค อ แต ละพ นท เล กๆ จะเก บข อม ลเร องต างๆเป นกล ม ของแฟ มข อม ล ข อม ลแต ละเร องหร อแต ละแฟ มข อม ล เร ยกว า ช นข อม ล (Data Layer) โดยช นข อม ล ประกอบด วย กล มของข อม ลเช งพ นท และข อม ลเช งค ณล กษณะ ข อม ลเหล าน จะถ กจ ดให เป นกล มๆ เพ ออา นวยความสะดวกให ก บผ ใช โดยหล กการแล วช นข อม ลจะจาแนกตามล กษณะความคล ายคล งก นของข อม ล ต วอย างเช น ถนน ทางรถไฟ ก จะจ ดให อย ในกล มเด ยวก น เร ยกว า ช น ข อม ลเส นทางคมนาคม (Transportation Data Layer) เป นต น 3. การว เคราะห ข อม ล หน าท ท สาค ญอ กประการหน งของระบบ GIS ค อ การว เคราะห ข อม ล (Data Analysis) ซ งต องใช ท งข อม ลเช ง พ นท และข อม ลเช งค ณล กษณะในฐานข อม ล ซ งแตกต างจากระบบอ น ๆ ท ใช จ ดทาแผนท เพ ยงอย างเด ยว หร อ จ ดทาฐานข อม ลเพ ยงอย างเด ยว การว เคราะห ข อม ลในระบบ GIS สามารถตอบคาถามตามความต องการของผ ใช ได ต งแต ด านพ นฐานไปจนถ ง ระด บท ม ความซ บซ อน ซ งโดยสร ปแล วระบบ GIS สามารถตอบคาถามในเร องต างๆได ด งน (ศ นย ร โมทเซนซ งฯ, 2544) - การสอบถามข อม ลการหาท ต ง (Location) โดยผ ใช ฐานข อม ลสามารถสอบถามได ว า ม อะไรอย ท ไหน? (What is at?) เป นคาถามท สามารถตอบได ด วย GIS ซ งหากม การเตร ยมแผนท GIS ได อย างถ กต อง ทาให ผ สอบถามข อม ลจากฐานข อม ลสามารถตอบคาถามได ว า จ ดท ต งสถาน ว ดปร มาณน าฝน ต งอย ท ตาบล หร ออาเภอ หร อจ งหว ดใด หร ออาจจะอย ใกล ก บถนนใด เพ อให ง ายต อการไปถ งจ ดท ต องการ และสามารถ สอบถามรายละเอ ยดอ นๆ เพ มเต มได และทาให เราทราบถ งพ ก ดทางภ ม ศาสตร ได - การสอบถามข อม ลโดยการต งเง อนไข (Condition) โดยต งเง อนไขในการสอบถามหร อว เคราะห ข อม ลว า ส งท สอบถามน นอย ท ไหน? (Where is it?) GIS สามารถช วยค นหาพ นท ท ต งเง อนไขไว และ สามารถแสดงผลในร ปแบบแผนท และข อม ลเช งค ณล กษณะได เช น ต องการสร างสถาน ว ดปร มาณน าฝน เพ มเต มในพ นท ซ งควรอย บร เวณใดในพ นท ศ กษา เช น ห างจากแม น า 500 เมตร ห างจากถนนไม เก น 1000 เมตร และไม ต งอย ในพ นท การเกษตร เพ อไม ให ส ญเส ยการใช ประโยชน ท ด นทางด านการเกษตร เป นต น - การสอบถามข อม ลถ งแนวโน มการเปล ยนแปลง (Trends) โดยท ผ ใช ฐานข อม ล GIS สามารถ สอบถามข อม ลการเปล ยนแปลงในฐานข อม ลท รวบรวมไว ว า ในช วงระยะเวลาท ผ านมาม อะไรในพ นท ศ กษา เปล ยนแปลงไปบ าง? (What has changed since?) เช น สภาพการใช ท ด นท เปล ยนแปลงไปในระยะ 10 ป

26 หน า 19 จากพ นท เกษตรไปเป นพ นท อ ตสาหรรมในป จจ บ นน ม เน อท เท าไร หร ออย บร เวณใดบ าง ซ งสามารถทาให เห น แนวโน มหร อพ ฒนาการของพ นท ศ กษาหร อช มชนในพ นท ศ กษาได - การสอบถามข อม ลร ปแบบการเปล ยนแปลง (Patterns) ในการสอบถามข อม ลถ ง ร ปแบบของส ง ท ก อให เก ดการเปล ยนแปลงน จะต องใช การแสดงแผนท หร อข อม ลในร ปแบบความส มพ นธ ของส งท ปรากฏบน แผนท เพ อตรวจสอบด ว า ข อม ลม ความส มพ นธ ก นในด านพ นท เป นอย างไร? (What spatial patterns exist?) อยากจะหาสาเหต ของการกระจายต วของอ ตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย อม (SMEs) ในช มชน ชนบท หร อพ นท ศ กษา บางแห งม การกระจ กต วของโรงงานอ ตสาหกรรม SMEs เป นจานวนมาก เม อแสดงด วย แผนท แล วพบว าการกระจายต วของโรงงานอ ตสาหกรรมท เก ดข นน ส วนใหญ จะต งไปตามเส นทางคมนาคมทาง บกเป นป จจ ยสาค ญ เพราะวางต วไปตามแนวถนนหล ก และป จจ ยรอง ค อแหล งน าเน องจากม น าประปา และ น าบาดาลท ใช ในกระบวนการผล ตอย างพอเพ ยง และสามารถคาดการณ ไปได อ กว าการกระจายต วจะไปท ศทาง ใด - การสอบถามข อม ลด วยการสร างแบบจาลอง (Modeling) ซ งในการจ ดทาแบบจาลอง สถานการณ น สามารถทาให ผ ใช ฐานข อม ลซ งจะต องม ความร ด าน GIS มาบ างสามารถใช งานได ในการกาหนด ร ปแบบจาลองโดยใช ฐานข อม ล และทาให คาดการณ ถ งส งท จะเก ดข นต อไปหากม การเปล ยนแปลงป จจ ยหร อ ต วแปรใดๆ ในฐานข อม ล (What if?) เช น การเตร ยมข อม ลสภาพพ นท บร เวณท ราบล มเช งเขา ในหม บ านน า ก อ จ งหว ดเพชรบ รณ ผ จ ดเตร ยมฐานข อม ลจะต องสร างฐานข อม ลเส นช นความส ง ข อม ลช ดด น และ ความสามารถในการซ มน า และการระเหยของน าในบร เวณพ นท ศ กษา สภาพป าไม และปร มาณน าฝนโดย เฉล ย และคาบของปร มาณน าฝนอย างน อย 30 ป เพ อให สามารถคาดการณ ได อย างแม นยามากข นในเร องของ ปร มาณฝนท ตก รวมถ งการไหลเข าของน า และการไหลออกของน าจากพ นท ศ กษา เพ อตรวจด ความสมด ลย ของน าท ชะล างลงมาส พ นท ว าสามารถระบายออกจากพ นท ได ท นเวลาหร อไม หร อจะต องท วมเป นเวลาก ช วโมง หร อก ว น ผ ใช จ งสามารถจาลองสถานการณ ได ว าหากฝนตกมาในปร มาณ 1000 ม ลล เมตร จะท วมหร อไม และ บร เวณใดบ างจะได ร บผลกระทบ ในระบบ GIS สามารถแบ งการว เคราะห ข อม ลได 3 ร ปแบบ ค อ 1. การว เคราะห ข อม ลเช งพ นท (Analysis of Spatial Data) 2. การว เคราะห ข อม ลเช งบรรยาย (Analysis of Attribute Data) 3. การว เคราะห ข อม ลเช งพ นท ร วมก บข อม ลเช งบรรยาย (Integrated Analyses of Spatial and Attribute Data) 1. การว เคราะห ข อม ลเช งพ นท (Analysis of Spatial Data) การว เคราะห ข อม ลเช งพ นท ได แก การแปลงระบบพ ก ดภ ม ศาสตร (Transformation or Projection) ซ งเป น การแปลงระบบพ ก ด หร อ การแปลงเส นโครงแผนท การต อแผนท (Mosaic) เป นการเช อมต อแผนท หลาย ๆ ระวางเข าด วยก น การเท ยบขอบ (Edge-matching) เป นว ธ การปร บรายละเอ ยดของแผนท 2 ระวางข นไป อย ต อเน องก นแต เช อมต อก นไม สน ท นอกจากน ย งม เร องการคานวณพ นท เส นรอบวง และคานวณระยะทาง โดย ใช คาส งต างๆ สอบถามจากโปรแกรม GIS ได รวมท งการปร บแก ไขข อม ล Feature ต างๆ เช น จ ด, เส น, พ นท ร ปป ด ซ งเม อนาข อม ลมาซ อนก นแล วท บก นไม สน ท สามารถเพ ม ลด แก ไข เปล ยนตาแหน งได 2. การว เคราะห ข อม ลเช งบรรยาย (Analysis of Attribute Data) การว เคราะห ข อม ลเช งบรรยาย ได แก การปร บแก ไขข อม ลเช งบรรยาย (Attribute Editing Function) โครงการเพ ม ลบ เปล ยนแปลงข อม ลในฐานข อม ล รวมท งการเช อมต อหลาย ๆ ตารางเข าด วยก น เพ อนาข อม ล

27 หน า 20 ไปใช งานในการว เคราะห เร องอ น ๆ ต อไป การสอบถามข อม ล (Attribute Query Function) เป นการเร ยก ค นข อม ลตามเง อนไขท ผ ใช กาหนด และการใช ว ธ การทางสถ ต (Attribute Statistic Function) เป นการ คานวณค าทางสถ ต จากตารางข อม ล เช น Mean, Standard Deviation, Max, Min 3. การว เคราะห ข อม ลเช งพ นท ร วมก บข อม ลเช งบรรยาย (Integrated Analyses of Spatial and Attribute Data) การว เคราะห ร ปแบบน จะเป นการว เคราะห โดยใช ท งข อม ลเช งพ นท และข อม ลเช งบรรยาย ร วมก น ซ งสามารถว เคราะห ได หลายร ปแบบ ด งน - การเล อกค นข อม ล (Retrieval) ซ งสามารถแสดงผลได ท งในแผนท และในตารางฐาน ข อม ล ร ปท 2.8 แสดงการค นหาข อม ลในระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร - การแบ งกล มข อม ล (Classification) ได แก การแบ งกล มของข อม ลใหม (Reclassify) การรวมข อม ลชน ดเด ยวก นเข าด วยก น (Dissolve) การรวมข อม ลหลายช นหร อหลายประเภทเข าด วยก น (Merge) ร ปท 2.9 แสดงการแบ งกล มข อม ล (Classification)

28 หน า 21 - การคานวณและการว ดระยะ (Measurement) - การซ อนท บข อม ล (Overay Function) เป นการนาข อม ลต งแต 2 ช นข อม ลข นไปมาวาง ซ อนก น ทาให ได ช นข อม ลใหม และได ข อม ลเช งค ณล กษณะเพ มข นมา ซ งอาจใช กระบวนการทางเลขคณ ต เช น บวก ลบ ค ณ หาร หร อใช ตรรกศาสตร เช น And, Or, Xor ต วอย างเช น การซ อนช น ข อม ลด น, น า, ความลาด ช น และคานวณโดยใช สมการเพ อพ จารณาหาพ นท ม ความเหมาะสมต อการปล กพ ช เป นต น นอกจากน การซ อนท บข อม ลย งหมายรวมถ งการว เคราะห ข อม ล โดยใช ฟ งก ช นต างๆ ในการจ ดการ ข อม ลหลายๆ ช นข อม ลร วมก น เช น การซ อนข อม ลแบบ Union, การซ อนข อม ลแบบ Intersect, การเช อมต อ ข อม ล (Merge), การรวมข อม ล (Dissolve) ร ปท 2.10 แสดงการซ อนท บข อม ล (Overlay Analysis) - การสร าง Buffer การสร างขอบเขตพ นท ล อมรอบว ตถ ท เป นเป าหมาย โดยว ตถ เป าหมายอาจเป นจ ดเส น หร อ พ นท ร ปป ดก ได เช น การสร างขอบเขตพ นท รอบตาแหน งโรงเร ยนในระยะ 2 ก โลเมตรเป นต น โดย องค ประกอบของการว เคราะห ร ปแบบน จะต องม ตาแหน งของเป าหมายอย างน อย 1 แห ง เช น ท ต ง โรงเร ยน ถนน แปลงท ด น จากน นต องม กาหนดระยะห างว าจะให เป นเท าไร ซ งผลท ได สามารถนาไปว เคราะห โดยใช คาส งอ น ๆ ต อไป เช น เม อได ร ศม รอบโรงเร ยนในระยะ 2 กม. แล วอาจคานวณ ประชากร หร อให น บอาคาร บ านเร อน ท อย ขอบเขตร ศม ด งกล าวได

29 หน า 22 ร ปท 2.11 แสดงการทา Buffer - การว เคราะห โครงข าย (Network Analysis) โครงข าย หมายถ ง กล มของส งท ม ล กษณะเป นแนว เป นโครงข าย เช น โครงข ายท อส งน าม น โครงข ายเส นทางรถประจาทาง ฟ งก ช นโครงข ายน ส วนใหญ ใช ก บการว เคราะห การขนย ายทร พยากรธรรมชาต หร อกล มคนจากท แห งหน งไปย งท อ กแห งหน ง โดยม ว ตถ ประสงค หล ก 3 ประการ ค อ 1. การประมาณการ ปร มาณของว ตถ ท ขนย าย ต วอย างเช น สามารถประมาณการณ ปร มาณของ ตะกอนท กระแสน าในแม น าพ ดพามาในล มน าหน ง ๆ 2. การเล อกเส นทางท ด ท ส ด ต วอย างเช น การเล อกเส นทางในกรณ ฉ กเฉ น สาหร บรถพยาบาล หร อ รถด บเพล ง และการเล อกเส นทางเพ อให เก ดประโยชน ส งส ดในการปฏ บ ต งาน การรวบรวมม ลฝอยของเทศบาล การนาจดหมายพ สด ภ ณฑ ไปแจกจ ายของบ ร ษไปรษณ ย เป นต น 3. การจ ดสรรทร พยากร ต วอย างเช น การแบ งพ นท ในเขตเม องออกเป นเขต ๆ เพ อสามารถร บการ บร การได อย างรวดเร วจากสถาน ตรวจ และ/หร อรถด บเพล ง การปฏ บ ต การโครงข ายต องประกอบด วยองค ประกอบ 3 ประการ ค อ 1. จ ดเร มต น และจ ดหมายปลายทาง 2. ต องกาหนดเลขหมายประจาถนนแต ละสายแตกต างก น 3. ต องทราบข อจาก ดของถนนแต ละสายว าเป นทางเอก หร อทางโท จาก ดความเร ว ม ส ญญาณไฟ จราจรหร อไม จานวนเท าใด ข อม ลเช งค ณล กษณะเหล าน เป นอ ปสรรคในการเด นทาง ด งน น ในการปฏ บ ต การโครงข าย ค อ การเล อกเส นทางท ม อ ปสรรคในการเด นทางน อยท ส ด

30 หน า 23 ร ปท 2.12 การว เคราะห โครงข าย (Network Analysis) - การว เคราะห พ นผ ว (Surface Analysis) เป นการนาข อม ลพ นผ ว โดยข อม ล Vector จะใช Triangulated Irregular Network (TIN) ส วนข อม ล Raster จะใช Digital Elevation Model (DEM) ซ งเป นข อม ลท ม ค าความส งหร อค าอ น ๆ เช น ปร มาณน าฝน ข อม ลด งกล าวสามารถนามาว เคราะห ความลาดช นของพ นท สร างภาพ 3 ม ต เพ อให เห นล กษณะภ ม ประเทศท ใกล เค ยงความเป นจร ง การแสดงภาพต ดขวาง (Profile) การทา Visibility Map (การมองเห นภ ม ประเทศจาก จ ดท ม ความส งท ต างก น) ร ปท 2.13 การว เคราะห พ นผ ว (Surface Analysis)

31 หน า การแสดงผล หล กจากท ว เคราะห ข อม ลในระบบ GIS เร ยบร อยแล ว ก จะเข าส ข นตอนการแสดงผลในร ปแบบต าง เช น แผนท รายงาน กราฟ ตาราง เพ อท จะนาผลการศ กษาไปประกอบการต ดส นใจหร อการวางแผนในเร องต างๆต อไป ซ ง การแสดงผลสามารถแบ งได ด งน 1. การแสดงผลเป นสาเนาถาวร เป นการพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ แบบต างๆได แก เคร องพ มพ แบบจ ด (Dot Matrix Printer) เคร องพ มพ แบบฉ ดหม ก (Ink Jet Printer) เคร องพ มพ แบบ Laser (Laser Printer) เคร องวาด (Plotter) 2. การแสดงผลให ปรากฏบนจอภาพ เป นการแสดงผลแบบช วคราว โดยให แสดงผลการว เคราะห ขณะ ปฏ บ ต งานบนจอภาพ 3. การแสดงผลโดยการทาสาเนาเก บไว ในร ปไฟล โดยข อม ลท ได จากการว เคราะห อาจ Save เป น file เก บไว ในโปรแกรมท ใช ในการทางาน หร อ Export ภาพแผนท ตารางหร อข อม ลอ น ๆ ออกมา โดยแผนท สามารถ Export เป น file ร ปภาพ นามสก ล.jpg,.tif ฯลฯ และสามารถนา file เหล าน นไปใส ในรายงาน หร อ ใน Presentation ร ปท 2.14 เคร อง Plotter และเคร อง Printer 7. ความส มพ นธ และความเช อมโยงระหว างระบบ GIS RS และ GPS ป จจ บ น ความต องการใช ข อม ลเช งพ นท ท งในระด บท องถ นและระด บสากล เพ มข นอย างรวดเร ว โดย ข อม ลด งกล าวต องการนามาใช ในการวางแผน สน บสน นการต ดส นใจ และกาหนดนโยบาย ท งการพ ฒนาด าน สาธารณะ และการบร การเช งตาแหน งต างๆ ด งน นข อม ลท นามาใช ต องเป นข อม ลท ม ค ณภาพ ค อ ม ความ ครบถ วน ถ กต อง สมบ รณ และท นสม ย เทคโนโลย ภ ม สารสนเทศ เป นเทคโนโลย ท เก ยวข องก บ Remote Sensing, GIS และ GPS สามารถใช ในการว เคราะห ในเช งพ นท ซ งการบ รณาการเทคโนโลย ด งกล าว จะส งผลให ได ข อม ลประกอบการต ดส นใจ และการวางแผนได ครบถ วนสมบ รณ มากย งข น โดยการว เคราะห ข อม ลจาเป นต องใช เทคโนโลย ท ง 3 ด าน ประกอบก น โดยเทคโนโลย RS สามารถให ข อม ลท ท นสม ย เพ อใช ในการปร บปร งฐานข อม ลในระบบ GIS และ สามารถใช ฟ งก ช นในระบบ GIS ในการว เคราะห ข อม ลเช งพ นท รวมท งใช เทคโนโลย GPS เพ อกาหนดพ ก ด ตาแหน งทางพ นท ท ถ กต อง โดยท ง 3 ระบบม ความส มพ นธ และเช อมโยงก น ด งน 1. ข อม ลจากระบบ GIS สามารถสน บสน นระบบ RS ได ด งน - สามารถใช ข อม ลในระบบ GIS เช น สภาพภ ม ประเทศ, ความส ง, ภ ม อากาศ ช วยในการแปล ต ความ ภาพถ ายดาวเท ยม ให ม ความถ กต องมากย งข น

32 หน า 25 - สามารถใช ข อม ลในระบบ GIS ในการทาแผนท ภาพถ ายดาวเท ยม เช น ข อม ลถนน, ทางน า, ตาแหน งท ต งของสถานท ต างๆประกอบก บภาพถ ายดาวเท ยม เพ อทาแผนท ภาพถ ายดาวเท ยม - สามารถใช ข อม ลในระบบ GIS ในการแบ งประเภทการใช ท ด นอย างกว างๆ (Stratification) เช น ล กษณะภ ม ประเทศ, ล กษณะทางธรณ ว ทยา เพ อกาหนดขอบเขตและแบ งประเภทการใช ประโยชน ท ด น หร อ ทาแผนท เฉพาะเร อง (Thematic Map) จากภาพถ ายดาวเท ยม 2. ข อม ลจากระบบ RS สามารถสน บสน นข อม ลระบบ GIS ได ด งน - ใช ภาพถ ายดาวเท ยมเป นข อม ลอ างอ ง (Background) ในการสร าง Vector Data หร อในการทา แผนท โดยเฉพาะในบร เวณพ นท ท ไม ม แผนท ภ ม ประเทศ - ใช ภาพถ ายดาวเท ยมเป นข อม ลในการปร บปร งฐานข อม ล GIS ให ท นสม ย - ใช ภาพถ ายดาวเท ยมเป นข อม ลในการศ กษาและว เคราะห การเปล ยนแปลงการใช ท ด นใน พ นท (Change Detection) - นาข อม ล DEM ท งได จากข อม ลภาพถ ายดาวเท ยมมาศ กษา, ว เคราะห ในเร องต างๆในระบบ GIS เช น การสร าง Contour Line, Visibility Map, การสร างภาพ 3 ม ต ร ปท 2.15 การใช ข อม ล RS ร วมก บข อม ล GIS 3. ข อม ลจากระบบ GPS สามารถสน บสน นข อม ลในระบบ GIS ได ด งน - ใช ระบบ GPS ในการเก บข อม ลค าพ ก ดตาแหน งเพ อนามาสร างฐานข อม ลในระบบ GIS โดยเฉพาะ บร เวณพ นท ท ไม ม แผนท ภ ม ประเทศ - ใช ในการทาแผนท - ปร บปร งข อม ลต างๆในฐานข อม ล GIS ให ท นสม ย และถ กต องมากย งข น - ใช ระบบ GPS ร วมก บฐานข อม ล GIS ในการนาร อง เช น การนาร องในรถยนต หร อการใช GPS และ ฐานข อม ลแผนท ในเคร อง PDA

33 หน า 26 ร ปท 2.16 การใช ระบบ GPS ร วมก บระบบ GIS 8. การประย กต ใช ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ในด านต างๆ GIS เป นระบบสารสนเทศของข อม ลในเช งพ นท ซ งจะช วยให ผ ใช เข าถ งข อม ลอ นซ บซ อนของพ นท ท ต องทาการต ดส นใจวางแผนหร อแก ป ญหา เพ มความร บร ข อม ลในพ นท ท ทาการศ กษาและม การจ ดการข อม ล อย างเป นระบบ โดยสามารถประย กต ใช GIS ในการตอบคาถาม หร อสน บสน นการต ดส นใจ ต งแต คาถามง ายๆ เก ยวก บการหาตาแหน งท ต ง ไปจนสร างแบบจาลองเพ อทดลองต งสมมต ฐาน เช น ท ต งอาเภออย ท ไหน ผ ป วย ท มาร บการร กษาอาศ ยอย ณ ท ใด พ นท ในตาบลใดเหมาะสมท จะส งเสร มการปล กพ ชเศรษฐก จชน ดต างๆ จะ ต งป อมยามตารวจ ณ จ ดใด รถด บเพล งจะว งผ านถนนเส นใด เพ อให ถ งจ ดเก ดเหต เร วท ส ด โดยใช ระยะทางส น ท ส ด การประย กต ใช งาน GIS ในด านต างๆม ด งน (วรเดช จ นทรศร, 2545) ด านเศรษฐก จ ในต างประเทศม การประย กต ใช GIS เพ อช วยเหล อในการพ ฒนาทางด านเศรษฐก จก น อย างแพร หลาย เช น การวางแผนการใช ทร พยากรในการผล ต การว เคราะห ความพร อมของว ตถ ด บและ แรงงาน รวมถ งความต องการของประชากรในแต ละพ นท จากข อม ลพ นฐาน เช น อาย การศ กษา รายได เป น ต น การว เคราะห หาพ นท ท เหมาะสมสาหร บการผล ตส นค าหร อว ตถ ด บตาม ศ กยภาพของแต ละพ นท การต ง ศ นย กระจายส นค า เป นต น ด านคมนาคมขนส ง GIS สามารถใช ในการเพ มประส ทธ ผลทางด านการคมนาคมขนส ง เช น การ วางแผนเส นทางการเด นรถประจาทาง การวางแผนการสร างเส นทางคมนาคม ทางรถไฟ ทางด วน ทางเด นเร อ และเส นทางการบ น ฯลฯ ได เป นอย างด เพราะหน งในความสามารถในการว เคราะห เช งพ นท ของ GIS ค อ การ ว เคราะห โครงข าย (Network Analysis) การว เคราะห ความหนาแน นของปร มาณการจราจรในแต ละพ นท ด านสาธารณ ปโภคพ นฐาน การจ ดหาสาธารณ ปโภคพ นฐานไปย งพ นท ต างๆ ตามความต องการของ ประชาชนน น GIS ได เข ามาม บทบาทอ นสาค ญในการวางแผนในการสร างถนน การเด นสายไฟฟ า ท อประปา รวมถ งการวางแผนในการบาร งร กษาสาธารณ ปโภคพ นฐานเหล าน นอกจากน ย งใช ในการว เคราะห ถ งเง อนไข ความต องการสาธารณ ปโภคในด านต างๆ เช น ว เคราะห ความเร งด วนในการให บร การตามความหนาแน นของ ประชากรในพ นท หร อความเปล ยนแปลงของประชากรในพ นท ต างๆซ งจะม ผลต อการใช บร การสาธารณ ปโภค พ นฐานเหล าน น

34 หน า 27 ด านการสาธารณส ข การประย กต ใช GIS ในการบร หารจ ดการภาคร ฐก บงานทางด าน สาธารณส ข ม ใช ก นอย างแพร หลายในต างประเทศ เช น การระบ ตาแหน งของผ ป วยโรคต างๆการว เคราะห การแพร ของโรค ระบาด หร อแนวโน มการระบาดของโรค ซ งการประย กต ใช GIS จะช วยให ผ บร หารสามารถวางแผนในการ ป องก นและแก ไขป ญหาทางด านสาธารณส ขได อย างม ประส ทธ ผลย งข น ด านการบร การช มชน การประย กต ใช GIS ในการบร การช มชน จะเก ยวข องในส วนของการให บร การของร ฐ ก บประชาชนโดยท วๆ ไป ซ งประชาชนในแต ละพ นท จะม ความต องการบร การจากภาคร ฐแตกต างก นไป การ ใช GIS จะช วยให ผ บร หารทราบถ งความต องการของประชาชนโดยการให บร การสาธารณะได อย างเป นพลว ตร ด านการบ งค บใช กฎหมายและการป องก นอาชญากรรม ม การใช ก นอย างแพร หลาย เช น การ กาหนดจ ดเส ยงต อการเก ดอาชญากรรมเพ อต งป อมตารวจ การว เคราะห พ นท เส ยงต อการเก ดอาชญากรรม โดยการบ นท กจ ดท เก ดอาชญากรรมไว แล วนามาว เคราะห หาพ นท เส ยง ซ งเจ าหน าท ผ ร กษากฎหมายสามารถ วางแผนและให ความสาค ญก บบางพ นท ท ต องทาการด แลเป นพ เศษ เพ อลดป ญหาอาชญากรรมได ด านการวางแผนการใช ประโยชน ท ด น การประย กต ใช GIS เพ อช วยในการวางแผนการใช ประโยชน ท ด น เป นหน งในก จกรรมการประย กต ใช GIS ท แพร หลายท ส ด เพราะความสามารถในการว เคราะห ประเม นผล และนาเสนอข อม ลต างๆในเช งพ นท ท จาเป นต อการวางผ งเม อง และการจ ดการเม องสามารถ กระทาได อย างสะดวก ท งการว เคราะห และประเม นศ กยภาพในการใช ประโยชน ของแต ละพ นท ด านการจ ดเก บภาษ การประย กต ใช GIS เพ อช วยในการจ ดเก บภาษ โดยอาศ ย ข อม ลแผนท มาตรา ส วนขนาดใหญ เช น 1:1,000 ซ งสามารถมองเห นขอบเขตของอาคาร เพ อใช ในการนาเข าข อม ลการชาระ ภาษ อากร ซ งภาคร ฐสามารถทาการต ดตาม ตรวจสอบผลการจ ดเก บภาษ ได โดยสะดวก เพราะ ข อม ลของ สถานประกอบการ บ านเร อน ฯลฯ ท ชาระค าภาษ อากรต างๆ แล วจะสามารถแสดงให เห นความแตกต างได โดย เฉดส บนแผนท ทาให สามารถค นหา หร อต ดตามการชาระภาษ อากรได โดยสะดวก และทาให การจ ดเก บภาษ ม ประส ทธ ภาพมากข น 24 ร ปท 2.17 การประย กต ใช ระบบ GIS ในการจ ดเก บภาษ ด านส งแวดล อม การประย กต ใช GIS เพ อทดลองสร างแบบจาลองทางด าน ส งแวดล อม ม ใช ก นอย าง แพร หลายในต างประเทศ เช น การสร างแบบจาลองสามม ต แสดงการถล มของภ เขา การสร างแบบจาลองระด บ น าใต ด น แบบจาลองความส งของภ ม ประเทศ แบบจาลองแสดงการเปล ยนแปลงของพ นท ป าไม ตามเวลาท เปล ยนไป แบบจาลองแสดงการแพร กระจายของมลพ ษในอากาศหร อแบบจาลองสามม ต ของเม อง ซ งการสร าง แบบจาลองใน GIS จะช วยให ผ ใช สามารถทาความเข าใจก บล กษณะของพ นท ได โดยง าย และเป นการเพ มการ ร บร แบบเสม อนจร งในร ปแบบของแบบจาลองสามม ต ซ งช วยลดความผ ดพลาดในการต งสมมต ฐานเก ยวก บ

35 หน า 28 ป ญหาท เก ดข น นอกจากน GIS สามารถประย กต ใช ท งในการวางแผนและบร หารจ ดการ การอน ร กษ ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม รวมท งเร องว กฤตส งแวดล อม การตรวจสอบการเปล ยนแปลงของ ส งแวดล อม ศ กษาหาสาเหต ป จจ ยแหล งกาเน ดมลพ ษ ตลอดจนการว เคราะห เพ อสร าง Model ในการวาง แผนการใช ท ด นให เหมาะสมก บศ กยภาพของท ด น และสอดคล องก บส งแวดล อม ซ งการว เคราะห ด งกล าวส งผล ต อประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลในการบร หารจ ดการด านส งแวดล อมเป นอย างย ง ร ปท 2.18 การประย กต ใช ระบบ GIS ในด านส งแวดล อม ด านการจ ดการภาวะฉ กเฉ นและภ ยพ บ ต ส งท จาเป นมากท ส ดในการจ ดการในสภาวะ ฉ กเฉ น ค อ การร บร ข อม ลต างๆ ท เก ยวข องให มากท ส ด เพ อทาการต ดส นใจให เร วท ส ด ผ ดพลาดน อยท ส ด และม ประส ทธ ผลมากท ส ด GIS ช วยให ผ ใช สามารถเข าถ งข อม ลในเช งพ นท ได อย างท วถ งในเวลา อ นรวดเร ว รวมถ งรายละเอ ยดต างๆ ท เก ยวข อง ซ งจาเป นต อมาตรการในการป องก นแก ไข นอกจากน ย งใช GIS ว เคราะห ถ งผลกระทบต างๆ ท อาจเก ดข นอย ในร ศม ของการได ร บผลกระทบจากสารพ ษ เป นต น รวมท ง ว เคราะห ท ศทางวางแผนอพยพผ คน เส นทางในการเคล อนย าย การขนส ง และเพ อกาหนดนโยบายและกลย ทธ ในการป องก น การวางแผนการช วยเหล อ ทาการว เคราะห หร อสร างภาพจาลองของเหต การณ เพ อหาสาเหต ได ท นท ตามสภาพของข อม ลท เปล ยนแปลงไปในแต ละช วงเวลา ร ปท 2.19 การประย กต ใช ระบบ GIS ในด านเหต ฉ กเฉ น

36 หน า 29 ตางรางท 2.3 สร ปการประย กต ใช ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ในด านต างๆ การพ ฒนา ด านต าง ๆ การประย กต ใช ในการ จ ดเก บข อม ลในรายการ ต างๆ การประย กต ใช การว เคราะห นโยบาย ด านเศรษฐก จ การจ ดเก บตาแหน งท ต งของ ธ รก จท สาค ญ และความ ต องการทร พยากรท สาค ญ ด านสาธารณส ข ด านการต ดตาม ตรวจสอบ ทางด าน ส งแวดล อม ด านการจ ดการ ภาวะฉ กเฉ นและพ บ ต ภ ย ข อม ลและสาร สนเทศเก ยวก บ ประชาชนใน พ นท ต างๆ การจ ดเก บตาแหน งของ ผ ป วย การจ ดเก บตาแหน งของ แหล งจ ดเก บสารพ ษร ายแรง ซ งม ความส มพ นธ ก บข อม ล เช งพ นท ซ งเส ยงต อการได ร บ ผลกระทบ เช น น าใต ด น การจ ดเก บตาแหน งเส นทาง ท ใช ในกรณ ฉ กเฉ น เช น เส นทางท ม การจราจร หนาแน นท ควรหล กเล ยง หร อจ ดเก บตาแหน งของ สถานท ท เส ยงต อการเก ด อ นตราย เช น คล งเก บอาว ธ หร อคล งแสง ข อม ลประชาชนในพ นท / ร ปแบบของการใช ส ทธ ใน การเล อกต ง /การใช บร การ ภาคร ฐ /เส นทางการ การว เคราะห ความต องการ ทร พยากรตามศ กยภาพของ ผ จ ดหา (Supplier) การ สร างแบบจาลองพ นท ท เหมาะสมสาหร บการพ ฒนา ว เคราะห การแพร กระจาย ของโรคตามเวลาท เปล ยนไป หร อว เคราะห ความส มพ นธ ของสาเหต การเก ดโรคก บ เง อนไขทางด านส งแวดล อม ว เคราะห การแพร กระจาย และการสะสมของมลพ ษท ม ผลต อประชากร การว เคราะห ศ กยภาพของ ความร ายแรงของเหต การณ ในระด บต างๆ การว เคราะห ล กษณะของ การใช ส ทธ เล อกต งในแต ละ พ นท การประย กต ใช ในการ บร หารจ ดการ/การจ ดทา นโยบาย สน บสน นให ม การใช ทร พยากรหร อผ จ ดหา ว ตถ ด บในท องถ น การว เคราะห หาตาแหน ง/ จ ดกาเน ดหร อจ ด แพร กระจายโรคต ดต อ การสร างแบบจาลองของ การว เคราะห แหล งมลพ ษ ร ายแรง ท ม ผลต อพ นท เฉพาะ การสร างแบบจาลองเพ อ ว เคราะห ผลกระทบจาก เหต การณ ฉ กเฉ นท ม ต อ สาธารณ ปโภคในสถานท ต างๆ แบบจาลองผลกระทบของ การต ดต งอ เล กทรอน กส สาหร บให บร การข อม ล ข าวสาร ณ จ ดต างๆ คมนาคม ท มา: วรเดช จ นทรศรและสมบ ต อย เม อง. ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ในการบร หารภาคร ฐ (GIS in Government): ศ นย ว จ ยภ ม สารสนเทศเพ อทร พยากรธรรมชาต ส งแวดล อม เศรษฐก จและส งคมของ ประเทศไทย, 2545.

37 หน า สร ป จากการท ได เร ยนร เก ยวก บระบบ GIS ในห วข อท กล าวไว ข างต น ท งในเร องความหมาย องค ประกอบ ล กษณะข อม ล กระบวนการทางาน ความเช อมโยงระหว างระบบ GIS และเทคโนโลย อ นๆ ตลอดจนการ ประย กต ใช ระบบ GIS ในสาขาต างๆน น จะเห นได ว าระบบ GIS ม การพ ฒนาให ตอบสนองความต องการในการ ว เคราะห เร องต างๆได อย างหลากหลาย โดยท เม อพ จารณาข อม ลในป จจ บ น จะเห นว าม ข อม ลถ งร อยละ 80% ท เก ยวข องก บข อม ลภ ม ศาสตร หร อข อม ลเช งพ นท ไม ว าจะเป นเร องส งแวดล อม, ผ งเม อง, เกษตร, การใช ท ด น, อาชญากรรม, ภาษ, อส งหาร มทร พย หร อแม แต ทาเลท ต งทางธ รก จ ระบบ GIS สามารถเข าไปจ ดการว เคราะห และประมวลผลได อย างไรก ตาม การจะใช งานระบบ GIS ได อย างม ประส ทธ ภาพน น จะต องม การจ ดการฐานข อม ลท ด ม ระบบ Software และ Hardware ท สอดคล องก บงานท จะว เคราะห ซ งในอนาคต GIS จะม การกาหนด มาตรฐานในเร องต างๆ และพ ฒนาให เป นระบบเป ดมากข น (Open System) โดยผ ใช สามารถท จะเข ามา แลกเปล ยนข อม ล และใช ข อม ลร วมก นได ท งน ระบบ GIS เป นเพ ยงเคร องม อ (Tools) ต วหน งเท าน น ส ง สาค ญท ส ดในการนาระบบ GIS มาประย กต ใช งาน ก ค อผ ใช ท จะนาข อม ลและว ธ การว เคราะห แบบต างๆ มา พ ฒนาให สอดคล องก บความต องการของตน นอกจากน การใช ประย กต ใช GIS ร วมก บเทคโนโลย อ น ๆ ท เก ยวข อง เช น RS, GPS จะเป นการเพ ม ประส ทธ ภาพการทางานของระบบ GIS และเพ อให ระบบ GIS ม การพ ฒนาอย างกว างขวางย งข น โดยเฉพาะใน ป จจ บ นท ต องการการว เคราะห ข อม ลเช งพ นท ท จะนาไปใช ในการแก ไขป ญหาอย าง ท นท วงท ซ งระบบ GIS สามารถจะแสดงผลให เห นภาพได ช ดเจน รวดเร ว ท นเวลา ตอบสนองการแก ป ญหาท เก ยวก บเหต ฉ กเฉ น หร อ ภาวะว กฤตต างๆได เป นอย างด โดยค ณภาพการว เคราะห ข อม ล ข นอย ก บผ ปฏ บ ต งาน นอกจากน การร วมม อ และการประสานงานระหว างภาคร ฐ ภาคเอกชน และองค กร อ นๆ ท เก ยวข อง ย อมจะส งผลให เทคโนโลย ด าน น ม ความก าวหน าอย างรวดเร วและขยายต วอย าง กว างขวางมากย งข นในอนาคต เม อง ) ๓.๒ การทางานแบบม ส วนร วม การบร หารงานแบบม ส วนร วม ( โดย นายว นช ย โกลละส ต (ผ ตรวจราชการกรมโยธาธ การและผ ง ความหมายและความสาค ญของการบร หารแบบม ส วนร วม การบร หาร ความหมาย ค อ กระบวนการวางแผน การจ ดองค การ การส งการและการ ควบค ม การปฏ บ ต การในองค การ และการใช ทร พยากรอ น ๆ ท ก อให เก ดความสาเร จตามเป าหมายของ องค กร หร ออ กความหมายหน ง ค อ กระบวนการทางานเพ อก อให เก ดการทางานท เป นผลสาเร จด วยการใช บ คคล และทร พยากรต าง ๆ อย างม ประส ทธ ภาพและบรรล ซ งเป าหมายของความต องการ การม ส วนร วม ความหมาย ค อ ทร พยากรในการบร หารท เป นส วนของบ คคลในแต ละ ระด บการปฏ บ ต ม ส วนในกระบวนการวางแผน การจ ดองค กร การส งการ และควบค มการปฏ บ ต ในแต ละ ส วน ๆ อย างเต มความสามารถ ท งในท ศทางเพ อการปฏ บ ต ด านเด ยว หร อการนาเสนอซ งความค ดในการ ดาเน นการตามกระบวนการน นอย างใดอย างหน ง

38 หน า 31 การบร หารแบบม ส วนร วม จ งหมายถ ง การท บ คคลในองค กรหร อต างองค กรได ร วมก น เพ อจ ดการงานให บรรล เป าหมายท ต องการร วมก นอย างม ประส ทธ ภาพและสาเร จ ท งน การม ส วนร วมน น ๆ จะอย ในข นตอนใด ๆ ก ตาม โดยข นอย ก บความร ความสามารถ ประสบการณ ข อจาก ดขององค กรใน แต ละกระบวนการของการดาเน นการบร หารเป นเกณฑ บ คคลในการม ส วนร วมเพ อการบร หารงานหร อการจ ดการงาน สามารถท จะแยกได กว าง ๆ ค อ - ภายในองค กรจะประกอบด วย ผ บ งค บบ ญชา (ผ บร หารระด บส ง) ผ บร หาร ระด บกลาง (กล มงานต าง ๆ) และผ ปฏ บ ต (คนงาน ผ ทางานระด บล าง) สายส มพ นธ ของบ คคลในองค กรจะ เป นไป ตามล กษณะบ งค บบ ญชาตามลาด บ โดยท วไปขององค กรแล วจะม ข อกาหนดไว เป นแนวทางอย าง ช ดเจน ซ งท กระด บต องปฏ บ ต ให บรรล เป าหมายท ต องการเสมอ การม ส วนร วมเพ อการจ ดการในองค กรจ ง เป นในท ศทางเพ อการปร บปร ง พ ฒนา หร อแก ไขป ญหาข อข ดข องของการดาเน นการในแต ละองค ประกอบ ความจาเป นของการม ส วนร วมอาจไม ท งหมดของบ คคลในท กระด บ อาจเฉพาะเพ ยงแต ในระด บเด ยวก น เท าน น หร อเหน อข นไปในระด บหน งก เป นไปได ล กษณะการม ส วนร วมของการจ ดการหร อบร หารภายใน องค กรม ร ปแบบต าง ๆ ตามสถานการณ ท เหมาะสม ร ปแบบเบ องต นก ค อการเสนอเช นข อค ดเห นเป น เอกสาร ผ านกระบวนการสอบถามหร อโดยส งเอกสาร - ต างองค กรจะประกอบด วยในหลายล กษณะ ข นอย ก บก จกรรมท จ ดกระทาในระด บ ผ บร หารระด บส ง การม ส วนร วมจะเป นในร ปของการให ความเห นข อค ด แลกเปล ยนหร อสน บสน นเพ อการ จ ดการ หร อระด บผ ปฎ บ ต ก เป นในท ศทางของการจ ดการร วมก นในก จกรรมอย างเด ยวก น ท งน โดย ผลประโยชน ขององค กรท งสองต องไม ข ดแย งหร อม การส ญเส ยผลประโยชน ต อก นในร ปใด ๆ ในการม ส วนร วมของบ คคลในระบบราชการจะเห นได ว าม ในหลายล กษณะ เช นเด ยวก บร ปของ องค กรในป จจ บ น กรณ ภารก จการดาเน นการของกรมโยธาธ การและผ งเม องท ต องม บทบาทและหน าท ส มพ นธ ต อองค กรปกครองส วนท องถ น บ คคลในสาน กงานโยธาธ การและผ งเม องจ งหว ดต อง เป นผ ม ภารก จหน าท เพ อการสารวจออกแบบประมาณการต องานขององค กรปกครองท องถ นหร อ (อบต.) เพ อโครงการถ ายโอนก จกรรมบร การสาธารณะต าง ๆ การก อให เก ดความม ส วนร วมของบ คคลในท องถ น จะ เป นผลให การปฏ บ ต งานตามภารก จบรรล เป าหมายโดยสมบ รณ กลไกต าง ๆ ในกระบวนการสร างการม ส วน ร วมเป นเร องท ต อง ดาเน นการอย างมาก ความส าค ญของการบร หารงานแบบม ส วนร วม เป นเหต ผลท จ าเป นต อการบร หารหร อการ จ ดการองค กร ค อ 1) ก อให เก ดความเข าใจร วมก นในการปฏ บ ต งานท ม งหว ง 2) กระบวนการต ดส นใจสามารถรองร บพฤต กรรมของบ คคลในองค กรได กว างขวางและเก ด การยอมร บได 3) เป นหล กการของการบร หารท เป นผลต อการดาเน นการเช งว เคราะห ด วยเหต ผล ว ว ฒนาการเพ อความค ด (การเป ดกว าง) การระดมความค ด (ระดมสมอง) ซ งนาไปส การต ดส นใจได 4) ลดช องว างของระบบการส อสารในองค กรและขจ ดป ญหาความข ดแย งได

39 หน า 32 การม ส วนร วมของบ คคลต าง ๆ ท เก ยวข อง ในองค กรของการปฏ บ ต งานใด ๆ จะปรากฏบ คคลในระด บต าง ๆ ปฏ บ ต งานเพ อการน น ๆ โดยส งเขป อาท ผ นาองค กร (ผ บร หารระด บส ง) ได แก ห วหน าสาน กงาน, ผ จ ดการ หร อประธาน กรรมการ-บร ษ ท ฯลฯ ผ บร หารระด บกลาง ได แก ห วหน าฝ ายต าง ๆ ผ ช วยผ จ ดการ, กรรมการบร หาร ฯลฯ ผ บร หารระด บต น อาท ห วหน างาน, ว ศวกรโครงการ ห วหน าโครงการ ฯลฯ ผ ปฏ บ ต งาน อาท ธ รการ, การเง นฯ ว ศวกร สถาปน ก ฯลฯ กล มผ ใช แรงงานอ น ๆ อาท ภารโรง, คนงาน ฯลฯ และ ประชาชนท อาจเก ยวข องเป นการเฉพาะ การปฏ บ ต งานขององค กรโดยท วไปจะเป นไปโดยการแบ งแยกหน าท ม การงานแต ละแผนก ฝ าย กอง หร อ หน วยงานตามคาส งมอบหมายหน าท การงาน หร อแผนภ ม ร ปแบบการจ ดองค กรของแต ละ หน วยงาน ซ งม แยกต างก นท งราชการหร อเอกชน การปฏ บ ต งานเช งคาส งหร อแผนภ ม เหล าน นเป นล กษณะ ของการส งการ จะเป นท งร ปแบบประสานจากเบ องบนลงล าง หร อจากเบ องล างส บน หร อในระด บ เด ยวก นได เสมอ พฤต กรรมการปฏ บ ต ล กษณะแนวส งการน เป นเร องปกต โดยม พ นฐานจากหล กองค กรท ได วางไว การพ ฒนาหร อการประสบความล มเหลวหร อการประสบความสาเร จของงานในองค กรเป นส งท สามารถมองออกและมองได โดยการทางานเช งบ คคลเป นสาค ญ แนวเปล ยนผ านซ งความสาเร จใด ๆ ท เก ดข นโดยการเสนอความค ด และร วมกระทา กระทาได แต ไม สอดร บเท าท ควร การจ ดกระทาเพ อองค กร ให ม การพ ฒนาและเร งร ดจะต องก อให เก ดกระบวนการม ส วนร วม องค กรท ม ส วนร วมต อก นของบ คคลหร อคนในองค กรม ข อโยงย ดถ อความค ดเห นในท ศทางของ 1) ล กษณะของป ญหาหร อความต องการท จะแก ไขหร อต ดส นใจ บนพ นฐานของบ คคลท ร บร 2) การเร ยนร ว าส งท เป นความต องการเพ อแก ไขหร อข อม ลของป ญหาม ท มาและอย ใน ท ศทางใด 3) การนาเสนอแนวทางแก ไขป ญหา โดยเหต และผลซ งเป นการระดมจากความค ดบ คคล เอกสาร หร อข อเสนอหร อข อม ลต าง ๆ อย างเป นร ปธรรม 4) การประเม นผลล พธ ว าม ความเป นไปได อย างไรม ข อจาก ดหร อม ความเส ยงอย างไร และ 5) การต ดส นใจของผ บร หาร การหาทางเล อกในการต ดส นใจ เหต ผลของการต ดส นใจ และผลล พธ ท ได ท งหมดเป นส งท ต องมาจากความค ดในบ คคลท กระด บร วมก นเสนอหร อให ข อม ลหร อว น จฉ ย เป นม ลฐาน แนวทางการสร างและสน บสน นการม ส วนร วม ในการบร หารงานขององค กรใด ๆ น น ม ร ปแบบอย หลายสถานะ ส งท จะส งผลต อการ เก ดบรรยากาศเพ อท กคนและย งไปส ความสาเร จของเป าหมายท ต องการน น ม ความจาเป นในท ศทางของการ สร างและสน บสน น ค อ

40 หน า 33 การพ ฒนาความร ส กร บผ ดชอบ ซ งเป นการท บ คคลในฐานะต าง ๆ ต องก อ ความร ส กและสร างแรงกระต นต อบ คคลอ น ๆ ให ม ความค ดร เร ม สร างสรรค บนพ นฐานแห งความท บ คคลม ความม นใจว าเหต และผลทางความค ดจะได ร บการสน บสน น การร เร มล กษณะแห งพฤต กรรมบ คคล เป นข อค ดแห งการสร างร ปล กษณ ของการ แสดงออกของบ คคล ลดและขจ ดปมความค ดแย งหร อความขลาดกล วจากพฤต กรรมบ คคลให ลดน อย สร างความกล าต อการแสดงออก การเป ดโอกาสเพ อการแลกเปล ยน ย อมเป นผลด ต อกล มและบ คคลได ในระด บกระท า เพราะโอกาสเพ อการแลกเปล ยนความค ดเห นใด ๆ หร อประสบการณ ม กถ กป ดก นด วยคาส งหร อความค ด เบ องบน การเป ดโอกาสให ท กคนได แลกเปล ยนย อมส งผลต อเหต และผลในการพ ฒนาความค ดต าง ๆ ได การสน บสน นแนวความค ดท สามารถเป นแบบอย างได ซ งการสน บสน นแนวค ดเหล าน น สามารถดาเน นการในท ศทางของงบประมาณหร ออ นใดเป นส งท ก อให เก ดผลแห งการสร างสถานะบ คคลให ไว วางใจองค กรให ความร วมม อต อองค กรได มาก สถานการณ เพ อการบร หารหร อจ ดการ ผ บร หารต องค าน งถ งสถานการณ ในการจ ดการ งานด วยเสมอ เพ อผลส งส ด การเล อกแบบการบร หารใด ๆ ย อมส งผลต อการม ส วนร วมได ป จจ บ นการ บร หารส วนใหญ ม งแบบการม ส วนร วมเพราะเป นการเป ดโอกาสแห งบรรยากาศการร เร มสร างสรรค การมองหาความค ดเฉพาะในส วนท ด เป นม มมองของการบร หารท ต องการผลส มฤทธ ว าเม อบ คคลใดเสนอแนวค ดเพ องานแล วควรได เห นความเหมาะสมและท ศทางการเสนอของบ คคลอ น ๆ ด วยด ม ใช ม งแนวทางเพ อความข ดแย งหร อสร างฐานการไม ยอมร บให เก ดข น จ งใจให เก ดการสร างกระบวนการความค ดให เก ดในท กกล มงาน การสร างแรงจ งใจย อม เป นผลต อบ คคลท ก าวมาส การต องการม ส วนร วมเสมอหากผลตอบแทนเหล าน ม ค ณค าและประโยชน ต อตน ท งน ย อมข นก บปฏ ก ร ยาของบ คคลโดยรวมขององค กรด วยว าจะทาให ได เพ ยงใด ข นของความส าเร จท ส งผลให เก ดการม ส วนร วมและบ คคลยอมร บ อาจได แก - การเร ยนร ในก จกรรมของตนหร อหน าท ของตนเองอย างต อเน อง เป นผลต อความร ส กใน การอยากร อยากเข าใจ และอยากเข าไปม ส วนร วม (เป นการทาการบ านเพ อตนเอง) - สไตล การทางานของแต ละบ คคล เป นโอกาสของการเล อกเพ อให ตนเองก าวต อไปหร อ ได ร บการสน บสน น - ความม อารมณ ท ม นคง - การยอมร บจ ดอ อนของตนเอง หร อความบกพร องต าง ๆ ของตนเอง - ร ตนเอง (จ ดแข งท ม อย หร อศ กยภาพของตนเอง) - ม ความค ดเห นในเช งทะเยอทะยาน โดยเป าหมายเป นจ ดน าทดลองเส ยงเพ อความสาเร จ ในงานของตนเอง - สร างข ายงานได โดยม การพ งพาต อก น ท งเพ อน, ผ บ งค บบ ญชา หร อ ผ ใต บ งค บบ ญชา - เร ยนร การทางานเป นกล มว าม ข นตอนอย างไร - เร ยนร ท จะเง ยบ และ - ถ อส ตย เป นแบบแผนการทางาน

41 หน า 34 ค ณสมบ ต ของบ คคลเพ อการม ส วนร วม 1. หาแนวค ดและว ธ การในการทาส งต าง ๆ ให ด ข นเสมอตลอดเวลา 2. แสดงความค ดเห นเพ อปร บปร งส งต าง ๆ ข นมาเอง 3. ร จ กใช เวลาอย างม ประส ทธ ภาพ 4. วางแผนไว ล วงหน าโดยม ระยะเวลา 5. ม ท ศนคต ท ด ต องานท ทา 6. เป นสมาช กท ด และเป นผ นาท ด ด วย 7. สร างแรงกระต นต อตนเองและร ว าอะไรค อแรงจ งใจ 8. ร งานท กส วนและหน าท อย างด 9. ม มน ษยส มพ นธ ด 10. สาน กถ งการส ญเปล าและร ต นท น 11. แสวงหาแรงจ งใจท ไม ม เง นเก ยวข อง 12. ปร บและร บฟ งความค ดเห นได ในท กระด บ 13. สนใจงานท ทาแทนการพยายามหางานทาท สนใจ 14. ม ความสม าเสมอ 15. เช อว าการทางานเป นผลให ฉลาดและไม เป นเร องหน กงาน 16. ไม บ น 17. ทางานได ด กว ามาตรฐาน 18. น ส ยในการทางานท ด 19. เร ยนร ส งต าง ๆ ได เร วและท นสม ย 20. ม ประว ต ด และก อผลงานสม าเสมอ ป จจ ยท ส งผลให เก ดการม ส วนร วมของบ คคลในองค กร ส งท ม ผลต อการก อให เก ดการม ส วนร วมท สาค ญท ส ด ค อ แรงจ งใจ และภาวะของบ คคล (ผ นา) แรงจ งใจ ค อ ส งท เป นต วกระต น เพ อก อให เก ดการกระท าของพล งในบ คคลส งผลต อ การแสดง ซ งพฤต กรรมและว ธ การในการทางานเพ อบรรล เป าหมายหล กท ต องการ เพราะแรงจ งใจม ผลต อ กระบวนการทางานของคนในท ศทางแห งประส ทธ ภาพและส มฤทธ ตามเป าหมายท ต องการ ล กษณะของแรงจ งใจจะแสดงออกได โดยล กษณะพฤต กรรมซ งม หลายท ศทางข นอย ก บ บ คคล และ ข นก บธรรมชาต แห งความต องการของบ คคลด วย ท งน ม การเปล ยนแปลงได ตลอดเวลาโดย เป นไปตามความปรารถนา ความคาดหว ง และจ ดม งหมายต าง ๆ ของตนเอง ความส าค ญของแรงจ งใจต อกระบวนการม ส วนร วม ม ค ากล าวว า ผ บร หารท ด ค อ ผ ท สามารถทางานให สาเร จได โดยผ ร วมงาน หมายถ ง การท องค กรหร อผ บร หารขององค กรต องให ความสาค ญ และนามาใช ในก จการต าง ๆ ของงาน เพ อส งผลให 1) การร วมม อร วมใจเพ องาน 2) ความจงร กภ กด และซ อส ตย ต อองค กร 3) เก อหน นให เก ดระเบ ยบ ข อบ งค บ เพ อผลในการกาก บควบค มคนในองค กร

42 หน า 35 4) การเก ดความสาม คค ในองค กรหร อกล ม 5) เข าใจต อนโยบายและว ตถ ประสงค ร วมก นของบ คคลในองค กร 6) สร างความค ดใหม เพ อองค กร 7) ม ศร ทธาความเช อม นต อตนเองและกล ม ภาวะผ นา ม ผลต อการม ส วนร วมขององค กรหร อบ คคลในองค กร ในท ศทางของกระบวนการ ต ดส นใจ เพราะการม แรงจ งใจให ปฏ บ ต หร อการม ส วนร วมให ปฏ บ ต ใด ๆ หากกระบวนการต ดส นใจไม เป นผล แล ว ย งส งผลต อการท ไม บรรล ความสาเร จได การต ดส นใจในระด บผ นาข นอย ก บ - ความเช ยวชาญ ค อการย อมร บและให ความร วมม อ - ความด งด ดใจ ค อเหต ผลทางอารมณ และอ ทธ พลซ งเป นพรสวรรค เฉพาะต ว ป ญหาและข อจาก ดของการบร หารแบบม ส วนร วม ส งท ไม เป นผลต อความส าเร จของการบร หารงานการม ส วนร วม ค อ 1) ล กษณะการส อสารในองค การและระหว างบ คคลไม เหมาะสม 2) พฤต กรรมหร อแรงจ งใจต อบ คคลไม เอ อต อการม ส วนร วม 3) ผ นาม ป ญหา ล กษณะการส อสารในองค การและระหว างบ คคลไม เหมาะสม ล กษณะท วไปของส อท ไม เหมาะสมจะเก ดจาก 1) การม ข อม ลหร อการม คาส งท ถ ายทอดไม ช ดเจน เป นผลให ผ ร บฟ งข อม ลหร อได ร บ คาส ง ขาดความเข าใจ หร อไม เข าใจทาให นาไปส การปฏ บ ต ได ไม ด 2) การร บข าวสารหร อข อม ลเอกสาร ต องม การต ความ ทาให การปฏ บ ต เป นข อ โต แย งหร อถกเถ ยง ผลของการโต แย งหร อถกเถ ยง ไม สามารถนาไปส การต ดส นใจได ด ทาให ความร วมม อ ลดลงหร อขาดหายไป 3) ม ผ ก อกวน อาจเป นต วเอกสารท ม การส งการข ดก นเองหร อม ผ ปฏ บ ต ท ม ปฏ กร ยา ข ดแย งช นาการปฏ บ ต ผลค อการดาเน นการในเร องต าง ๆ ลดบทบาทความร วมม อไป 4) ท ศทางการส อสารของบ คคลในองค กร ซ งจะม การส อต อก นได ท งในแนวบนลงล าง จากล างข นบนหร อในแนวระด บเด ยวก น การส อสารแต ละแนวย อมส งผลต อการส งการ การต ดส นใจ หาก กล มบ คคลของแต ละแนวม แนวค ดแตกต างก น พฤต กรรมหร อแรงจ งใจต อบ คคลไม เอ อต อการม ส วนร วม เหต ท พฤต กรรมหร อแรงจ งใจ ต อบ คคล ไม เอ อต อการม ส วนร วม จะเก ดจากการท 1) การใช ทฤษฎ แรงจ งใจในการจ ดกระทาไม ถ กต อง อาท การนาเอาความพอใจเป น หล ก หร อการนาเอาความต องการของมน ษย เป นหล กมาใช ในกรอบแนวค ดการสร างแรงจ งใจ ซ งอาจ ส งผลต อการโต แย งหร อไม พอใจเก ดข นทาให การอยากม ส วนร วมในก จกรรม น นๆ ถดถอยลง 2) พฤต กรรมของบ คคลม อคต ต อองค กร ย อมส งผลต อการม ส วนร วม เพราะถ า บ คคลเห นว าองค กรหร อบ านของตนเองท อย ไม ด หร อไม เหมาะสมแล วการกระทาใด ๆ ย อมข ดแย งและไม เอ อ

43 หน า 36 ประโยชน ได แต หากการแก ไขบทบาทของบ คคลให ม ท ศนคต ด ม ความกระต อร อร น ม สมาธ ม ความ ร บผ ดชอบหร อม พล งเพ องาน ก จกรรมใด ๆ ท เขาเหล าน นม งจ ดการย อมเป นจ ดม งหมายเพ อการกระทาโดย ส วนร วมได ง าย 3) การม ส วนร วมของท กคนในการแลกเปล ยนความค ดเห นท ไม ม ความข ดแย งหร อม ความ ข ดแย งแต พร อมต อการแก ไขเปล ยนแปลง ร บผลของการให คาปร กษาหร อคาแนะนาย อมเป นท ศทาง ของการอยากม ส วนร วม ผ น าม ป ญหา เหต ท กล าวถ งกรณ การไม สามารถบร หารงานได อย างด ในการม ส วนร วมม ผลมาจากผ นาในระยะเร มต น อาท 1) คนท กคนม จ ดม งหมายในช ว ตเพ อความต องการในป จจ บ นและอนาคตในกรณ ต าง ๆ อาท ม ความเป นอย บนช ว ตท ด (ก นด อย ด ), ม ความม นคง ปลอดภ ยในตนเองและครอบคร ว ม ความร ก ม หน าม ตาในส งคม, ม การยอมร บยกย องน บถ อ และม ความสาเร จในช ว ต เม ออย ในองค กรแต ประสบป ญหา กดด นและไม ได ร บการสน บสน นจากผ นากล มหร อองค กรย อม เก ดปฏ ก ร ยาโต ตอบและเป นความข ดแย ง 2) การขาดแรงจ งใจในการนาไปส ความสาเร จของงาน เหต ด วย ผ นาขาด ภาวการณ เร ยนร ไม ม ความชานาญ ไม ม ความเช อม นตนเอง หร อม โรคภ ยเบ ยดเบ ยน ฯลฯ ส งเหล าน เป นผลทาง จ ตใจต อการม ส วนร วมและสร างแรงจ งใจในการปฏ บ ต งาน 3) ผ นาขาดมน ษยส มพ นธ ความร บผ ดชอบ หย อนค ณธรรม และท กษะการ เร ยนร จากงาน เป นผลให ไม สามารถเข าก บบ คคลได อย างด ทาให การนาเสนอความต องการหร อการ ต ดส นใจเพ อกล มหร อส วนร วมเป นไปได โดยยากหร อไม เหมาะสม การบร หารงานการม ส วนร วม เป น การบร หารท ท กคนในองค กรหร อต างองค กรได ม โอกาสจ ดกระทาการงานตามเป าหมาย หร อว ตถ ประสงค ร วมก นอย างม ประส ทธ ภาพและส มฤทธ ตามประสงค ท ต องการ ผ นาในการบร หารแบบม ส วนร วมจ งต องเป นบ คคลท ม บ คล กภาพด ม ท กษะในงานและความฉลาด ม ความสามารถในงานและการต ดส นใจ ม มน ษยส มพ นธ และค ณธรรมในการปฏ บ ต งาน และม ความสามารถ ในบทบาทของตนเองอย างด กระบวนการบร หารจ งจะบรรล เป าหมายขององค กรท ต องการได ด วยด การม ส วนร วมของประชาชนก บการบร หารราชการ น ยามของการม ส วนรวมของประชาชน ระบบราชการม งประสงค ให ประชาชนได ม โอกาสเข ามาม ส วนร วมในการต ดส นใจ ท งทางตรงและทางอ อมในการดาเน นงานทางการบร หาร หร อการ ดาเน นก จการของร ฐ เพ อสนองตอบต อความต องการของตนเอง (ประชาชน) การม ส วนร วมทางตรง จะ เห นได จากการท ประชาชนสามารถต ดส นใจทางเล อกเก ยวก บนโยบายสาธารณะหร อเข าร วมในการจ ดทาแผน ย ทธศาสตร ของร ฐในแต ละสาขา หร อการลงประชามต ในเร องต าง ๆ หร อการเข าร วมเป นกรรมการในการ ดาเน นงาน อาท การจ ดซ อจ ดจ าง การตรวจร บการจ าง หร อการกาหนดราคาการจ างต าง ๆ ได สาหร บ การม ส วนร วมทางอ อม ก ค อการท ประชาชนสามารถเสนอความค ดความเห นผ านเคร อข ายหร อกล มต วแทน ต าง ๆ และท งการให ข อม ลข าวสาร เพ อประโยชน ต อการบร หารราชการผ านส อใด ๆ อาท ว ทย, โทรศ พท, เว บไซต หร อจดหมายข าว

44 หน า 37 ในแนวทางด งน การบร หารราชการเช งการพ ฒนาท ม งให ประชาชนเข ามาม ส วนร วม สามารถพ จารณาได 1) ม การเป ดเผยข อม ลและโปร งใสในการดาเน นงานตามภารก จของหน วยงานโดยม ช องทาง เพ อการให ข อม ลข าวสารท กว างขวางต อประชาชนและเข าถ งได โดยสะดวก 2) ม การร บฟ งความค ดเห นเก ยวก บภารก จของหน วยงานอย างสม าเสมอ ท งเป น ทางการและไม เป นทางการ เป ดช องทางเพ อการน อย างจร งจ ง 3) ม ระบบการจ ดการข อม ลข าวสารท ได จากประชาชนหร อผ ท เก ยวข องนาไป ประกอบการ ปร บปร งแก ไขระบบการบร หารงาน, การให บร การ และการต ดส นใจในนโยบายสาธารณะ หร อนโยบายอ น ๆ เพ อตอบสนองความต องการหร อประโยชน ของประชาชนอย างช ดเจน โดยม ผ ร บผ ดชอบ และรายงานผลการดาเน นการเช งสร ปเสนอท เป นร ปธรรมต อเน อง 4) เป ดโอกาสให ภาคประชาส งคม (เอกชน, ประชาชน และเคร อข ายต าง ๆ) ได เข า ร วมเป นคณะกรรมการท ปร กษาในก จกรรมกระบวนงานของหน วยงานสาหร บการกาหนดท ศทางแห งนโยบาย และก จกรรมสาธารณะ ท กระทบต อประชาชนหร อตามท กาหนดไว ในกฎหมาย 5) ประชาชนม ส วนร วมเป นเจ าของในส วนราชการ โดยสามารถเข าถ งในการจ ด กระบวนการหร อกลไกต าง ๆ ได อย างเป นร ปธรรม และร วมในการตรวจสอบความก าวหน าของการ ดาเน นงาน หร อผลสาเร จของการทางานของหน วยงานราชการได ความส าเร จของการม ส วนรวมภาคประชาชนในฐานะองค กรของร ฐจะต องเร งร ดและ ปร บปร ง การจ ดการบร หารเพ อก อผลแห งการพ ฒนา กล าวค อ - องค กรต องม คณะทางานเพ อการน อย างเป นร ปธรรมและประสานการปฏ บ ต อย าง ต อเน องและว เคราะห สถานภาพแห งภารก จ ประกอบย ทธศาสตร การบร หารและงบประมาณอย างจร งจ ง เพ อกาหนดกระบวนงานท เหมาะสมสาหร บการม ส วนร วมภาคประชาส งคมท ด - ช องทางของการเข าถ ง ซ งข อม ลและข าวสารใด ๆ ต องปรากฏอย างช ดเจนและม หลายช องทางท จ ดกระทาได และต องม การประชาส มพ นธ ท ศทางการเข าหาหร อเข าถ งอย างเป นร ปธรรมโดย ต อเน องพร อมท งแสดงผลจากการม ส วนร วมด วยความน าเช อถ อ เช งผลแห งการกระทาจร ง และสร างศร ทธา ความเช อม น - องค กรต องเป ดโอกาสเพ อการเข ามาเป นส วนร วมในคณะทางานหร อคณะกรรมการ หร อกล มใด ๆ อย างกว างขวางท งภาคเอกชน, ประชาชน หร อผ ม ส วนได เส ยตามภารก จน น ๆ ท งน จะเป น การเข ามาท งทางตรง และทางอ อมก ได โดยปราศจากการป ดก น - องค กรต องฟ งความเห น, ข อเสนอ, ข อม ล หร อแนวทางการต ดส นใจของ ประชาชน หร อ แนวปฏ บ ต ให มากท ส ดท งน ต องจ ดกระทาโดยปราศจากอคต หร อบนเง อนไขแห งความข ดแย ง อ นร บไม ได อย างส นเช ง พร อมเป ดโอกาสให ประชาชน หร อผ ม ส วนได เส ยสามารถช แจง หร อประกอบเหต ผลต าง ๆ ได อย างกว างขวางในเวท ท สามารถกาหนดได

45 หน า 38 - องค กรต องรวบรวมผลแห งความม ส วนร วมในก จกรรมต าง ๆ พร อมบทสร ปท ง ความสาเร จ และความข ดแย งเพ อประชาส มพ นธ ต อสาธารณะอย างสม าเสมอ ถ งแม ว าความเห นเหล าน น อาจจะนาไปส การต ดส นใจหร อไม ต ดส นใจของผ บร หารขององค กร หร อของร ฐก ตาม ท งน เพ อก อให เก ด แรงจ งใจต อประชาชนหร อผ ม ส วนได เส ยให มองเห นความจร งใจและเป นช องทางต อการนาเสนอหร อต ดตามผล ในลาด บต าง ๆ การบร หารแบบม ส วนร วมภาคประชาชน เป นความย งยากและม ความซ บซ อนอย าง มากสาหร บ ผ บร หารขององค กรเช งปฏ บ ต ความสาเร จในก จกรรมหร อภารก จใดท สามารถน อมนาความ ค ดเห น ข อเสนอ ของประชาชนมาจ ดการได ถ อได ว าเป นความสาเร จส ดยอด การดาเน นงานเพ อการบร หาร ด งกล าวจ งต องร วมม อก นท กฝ ายท งภายในองค กรต างองค กร และประชาชนรวมถ งผ เก ยวข องหร อม ได เก ยวข องอ น ๆ ท ม ความค ดเห น กระบวนการว เคราะห และพ จารณาต ดส นใจเพ อการใด ๆ ท สามารถขจ ด ความข ดแย ง ความเคล อบแคลงสงส ย ป ญหาหร ออ ปสรรคท เป นป จจ ย จ งเป นเป าประสงค ท องค กรแห งร ฐ ต งความหว ง เพ อการดาเน นงานอย างส งส ดในอนาคต

46 หน า 39 บทท ๓ ว ธ การดาเน นงาน จากการว เคราะห swot และการทบทวนวรรณกรรมท เก ยวข อง ทาให สามารถว เคราะห แนวทางการ ดาเน นงานเพ อให ประสบความสาเร จ ด วยกระบวนการดาเน นงานโดยสร ป ด งน อปท.ประสานผ ปกครอง ท องท อพม. อสม. ฯ สารวจข อม ลเบ องต น และ ศ กษา แผนท วางแผน/ประช ม/อบรม 1 ลงพ นท สารวจข อม ล 3 2 อปท.ประสาน พมจ.สก. กาหนดแนวทางดาเน นการ วงจรทางาน รอบต อไป 4 ตรวจสอบข อม ล ถ กต อง ไม ถ กต อง นาเข าข อม ล และ ประมวลผล 5 6 ผ บร หาร อปท. ร บทราบข อม ลและตรวจสอบข อม ล 7 สนง.พมจ.สก. ร บทราบข อม ล และ ประมวลผลภาพรวม 8 นาเสนอผ ว าฯ และประสาน หน วยงานท เก ยวข องแก ไข รายงานปล ดกระทรวงฯทราบ 9 จ ดเก บข อม ลเข าระบบ เพ อใช ในการบร หารจ ดการด าน พ ฒนาส งคมต อไป 10 ร ปท 3.1 แสดงข นตอนการดาเน นการสารวจข อม ลกล มเป าหมายทางส งคม ป ๒๕๕๗

47 หน า 40 ตารางท 3.1 คาอธ บายข นตอนการดาเน นงาน ข นตอนท ข นตอนและรายละเอ ยด ๑ สารวจข อม ลเบ องต นและศ กษาแผนท เป นการเตร ยมการสารวจข อม ลโดยประกอบก บผ ปกครอง ท องท ผ นาช มชน อาสาสม คร เคร อข ายต างๆ เพ อทราบจานวนและท อย ของกล มเป าหมายเบ องต น พร อมท งด ตาแหน งท อย แผนท ต างๆ เช น แผนท ทาม อ แผนท ร ปถ ายทางอากาศ แผนท ดาวเท ยม แผนท ก เก ลเอ ร ช เป นต น เพ อการกาหนดแนวทางการเก บข อม ลและประสานก บพ ฒนาส งคมและ ความม นคงของมน ษย จ งหว ดสระแก วเป นระยะ เพ อให การดาเน นการอย ในกรอบท ถ กต อง ๒ วางแผน/ประช ม/อบรม - วางแผนและกาหนดกรอบการดาเน นงาน กาหนดว น เวลา สถานท เก บข อม ล - จ ดประช มผ เก ยวข องท งหมด ช แจงรายละเอ ยด - จ ดการอบรมระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร และกระบวนการสารวจข อม ล ๓ ลงพ นท สารวจข อม ล - เป นการลงพ นท สารวจข อม ลตามอาเภอตามเวลาท ได จ ดทาไว โดยในการสารวจข อม ล จะต องสารวจตามแบบฟอร มท กาหนดและถ ายร ปผ ประสบป ญหาพร อมจดค าพ ก ดภ ม ศาสตร ในกรณ ใช เคร องร บส ญญาณดาวเท ยม (GPS) แต ถ าใช กล องถ ายร ปท ม เคร องร บส ญญาณดาวเท ยมก ไม ต อง จดค า ข อสาค ญต องจดหมายเลขร ปภาพก บ ผ ประสบป ญหาให ตรงก น ๔ ตรวจสอบข อม ล - เป นการตรวจสอบข อม ลท ได สารวจมาว ากรอกข อม ลถ กต อง ครบถ วน หร อไม ถ าไม ครบถ วนต องกล บไปวางแผนและสารวจข อม ลใหม ๕ นาเข าข อม ลและประมวลผล - นาเข าข อม ลในโปรแกรมสารสนเทศภ ม ศาสตร ควอนต มตามร ปแบบตารางท กาหนดและ ประมวลผล จะได สารสนเทศเช งพ นท ท ต องการ ๖ ผ บร หารองค กรปกครองส วนท องถ นร บทราบข อม ลและตรวจสอบข อม ล - ผลล พธ ท ได จะต องได ร บการตรวจสอบและร บรองจากผ บร หารขององค กรปกครองส วน ท องถ น เน องจากอย ในเขตพ นท ความร บผ ดชอบ และป ญหาบางอย างม ความละเอ ยดอ อน ม ผลต อ การบร หารจ ดการของ อปท. ๗ สาน กงานพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย จ งหว ดสระแก ว ร บทราบข อม ลและ ประมวลผลภาพรวม สาน กงานพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย จ งหว ดสระแก ว จะร บข อม ล จากท ก อปท.ท ม การสารวจกล มเป าหมายฯ นามาเข าระบบประมวลผลข อม ลเช งพ นท เพ อให ได สารสนเทศเช งพ นท ของกล มเป าหมายในภาพรวมระด บอาเภอและจ งหว ด

48 หน า 41 ตารางท 3.2 คาอธ บายข นตอนการดาเน นงาน (ต อ) ข นตอนท ข นตอนและรายละเอ ยด ๘ นาเสนอผ ว าฯ และประสานหน วยท เก ยวข องแก ไข - สาน กงานพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย จ งหว ดสระแก วนาเสนอสารสนเทศเช ง พ นท ของกล มเป าหมายนาเสนอผ ว าราชการจ งหว ดทราบเป นงวดๆ เพ อทราบและว น จฉ ยส งการ ให หน วยงานท เก ยวข องแก ไขป ญหาโดยสาน กงานพ ฒนาส งคมและควา มม นคงของมน ษย จ งหว ด สระแก วจะเป นหน วยงานประสานงานระด บจ งหว ดและต ดตามความก าวหน าในการแก ไขป ญหา ๙ รายงานปล ดกระทรวงฯทราบ - สาน กงานพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย จ งหว ดสระแก วจะนาส งสารสนเทศ ภ ม ศาสตร ผ ประสบป ญหาเป นรอบระยะเวลาท เหมาะสมเพ อแสดงความก าวหน าในการแก ไข ป ญหาส งคมและสถานการณ ส งคมในขณะน นๆ ๑๐ จ ดเก บข อม ลเข าระบบ - ข อม ลท สารวจได ท งหมดจะถ กเก บในร ปแบบเอกสารและระบบอ เล กทรอน กส เพ อเป น ฐานข อม ลกลาง(DATA BASE) ด านส งคมของจ งหว ดสระแก ว เพ อให ท กหน วยงานด านส งคมได ใช ประโยชน ร วมก น หล กการข บเคล อนโครงการ ๑. ดาเน นงานโครงการด วยการม ส วนร วมของท กภาคส วนท เก ยวข อง โดยการสร างความเข าใจ ในว ตถ ประสงค โครงการร วมก น ๒. เน นการใช ทร พยากรท ม อย ในพ นท ให เก ดประโยชน ส งส ด ท งในด านเทคโนโลย อ ปกรณ และ บ คลากร เน นความร วมม อ จ ตอาสา ๓. ประย กต องค ความร ต างๆท เก ยวข องเข าก บบร บทพ นท โดยการเร ยนร ร วมก น ๔. ดาเน นงานโดยคนในพ นท เพ อคนในพ นท เพ อประโยชน ของคนในพ นท ๕. ผลการดาเน นงานท ได ต องเป นประโยชน ใช งานได จร ง และม การขยายผลในการช วยเหล อ แก ไขป ญหาพ ฒนากล มเป าหมายได อย างม ประส ทธ ภาพ

49 หน า 42 บทท ๔ ผลการดาเน นงาน การประย กต ใช ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ก บการพ ฒนาส งคม เป นงานใหม ย งไม ม การน ามาใช ในพ นท โดยการม ส วนร วมของท กภาคส วนอย างเป นร ปธรรม จากการดาเน นการตามแนวทางด งกล าว ทาให สนง.พมจ.สระแก ว ได ดาเน นการสารวจข อม ลผ ประสบป ญหาส งคม ในอาเภอนาร อง ๖ อาเภอ องค กร ปกครองส วนท องถ น ๒๗ แห ง ด งน - อาเภอตาพระยา จานวน อปท. ๕ แห ง - อาเภอโคกส ง จานวน อปท. ๔ แห ง - อาเภอว งสมบ รณ จานวน อปท. ๓ แห ง - อาเภอคลองหาด จานวน อปท. ๗ แห ง - อาเภอว งน าเย น จานวน อปท. ๔ แห ง - อาเภอเขาฉกรรจ จานวน อปท. 5 แห ง ในการดาเน นการตามกระบวนการด งกล าวข างต นพบป ญหา และอ ปสรรคหลายประการทาให การสารวจข อม ลผ ประสบป ญหาทางส งคมจ งหว ดสระแก วป ๒๕๕๗ ซ งเป นโครงการนาร อง ไม สมบ รณ เท าท ควร ข อม ลน จะต องได ร บการสอบทานจากองค การปกครองส วนท องถ นอ กคร งหน ง ข อม ลและ สารสนเทศท แสดงต อไปน เป นเพ ยงส งบ งช ว าโครงการสารวจข อม ลน สามารถปฏ บ ต ได จร ง แต ต องแก ไขป ญหา และอ ปสรรคต างๆท เก ดข นก อน ซ งจะได นาเสนอต อไป ตารางต อไปน เป นข อม ลจานวน อปท ท พบป ญหา และอ ปสรรคในกรณ ท อาเภอ จานวน อปท ท งหมด ไม เข า อบรม จานวน อปท ท พบป ญหาและอ ปสรรคในกรณ ไม ม ข อม ล ไม ส ง ข อม ล ส งข อม ล ไม ครบ ข อม ลไม ถ กต อง ส งข อม ล ครบถ วน ๑ อาเภอตาพระยา ๕ ๒ อาเภอโคกส ง ๔ 0 ๐ ๐ ๐ ๐ ๔ ๓ อาเภอว งสมบ รณ ๓ ๔ อาเภอคลองหาด ๗ ๕ อาเภอว งน าเย น ๔ ๖ อาเภอเขาฉกรรจ รวม ๒๘ ๔ ๖ ๔ ๔ ๑ ๘ ตารางท 4.1 แสดงจานวนองค กรปกครองส วนท องถ นท พบป ญหาและอ ปสรรคในกรณ ต างๆ หน วยน บ : แห ง

50 หน า จากการดาเน นการตามกระบวนการสารวจข อม ลผ ประสบป ญหาทางส งคมจ งหว ดสระแก ว ระหว างว นท 15 ก มภาพ นธ 31 กรกฎาคม 2557 พบว าท ง ๖ อาเภอ สามารถจ ดเก บข อม ล กล มเป าหมายได ตามแบบฟอร มท กาหนด ๔๓๕ ราย จาแนกตามกล มเป าหมายได ด งน ท อาเภอ กล มเป าหมาย เด ก เยาวชน สตร ผ ส งอาย ครอบคร ว คนพ การ ผ ด อยโอกาส ความร นแรง รวม ๑ ตาพระยา ๑๖ ๓ 0 ๖๔ ๒ โคกส ง 1๔ 2 ๒ ๑๒ ๗ ๑๗ ๕4 0 ๑๐๘ ๓ ว งสมบ รณ ๑๘ 0 0 ๑๐ ๐ ๑๘ 0 0 ๔๖ ๔ คลองหาด ๐ ๕ ๔๗ 1 ๕๘ ๕ ว งน าเย น ๐ ๓๑ ๔๕ 0 ๑๕๐ ๖ เขาฉกรรจ ๙ รวม ๘๕ ๕ ๕ ๙๕ ๘ ๘๗ ๑๔๙ ๑ ๔๓๕ รวมท งส น ๔๓๕ ตารางท 4.2 แสดงจานวนผ ประสบป ญหา จาแนกตามอาเภอและกล มเป าหมาย จากตารางท 4.2 แสดงว าผ ประสบป ญหาส งคมได ร บการด แลและม มากท ส ดท อาเภอว งน าเย น รองลงมาเป นอาเภอโคกส ง ตาพระยา คลองหาด ว งสมบ รณ และเขาฉกรรจ ตามลาด บ เป นท น าส งเกตว า จานวนผ ประสบป ญหากล มผ ด อยโอกาสม จานวนรวมส งส ด ๑๔๙ ราย รองลงมาเป นกล มผ ส งอาย ๙๕ ราย กล มคนพ การ ๘๗ ราย กล มเด ก ๘๕ ราย โดยกล มผ ประสบความร นแรงม จานวนน อยท ส ด ๑ ราย หน วยน บ : ราย ร ปท 4.1 แสดงจานวนผ ประสบป ญหา จาแนกตามอาเภอและกล มเป าหมาย

51 หน า 44 ตารางท 4.3 แสดงจานวนผ ประสบป ญหา จาแนกตาม องค กรปกครองส วนท องถ น และ กล มเป าหมาย หน วยน บ : ราย กล มเป าหมาย ท อปท. เด ก เยาวชน สตร ผ ส งอาย ผ พ การ ผ ด อยโอกาส ครอบคร ว ความร นแรง รวม ๑ ทต.เขาฉกรรจ ๙ ๒ ทต.โคกส ง ๘ ๓ อบต.โนนหมากม น ๑๐ ๑๔ ๕๑ 3 0 ๗๘ ๔ อบต.หนองแวง ๖ ๕ อบต.หนองม วง ๑๖ ๖ อบต.ไทรทอง ๔๖ ๗ ทต.คลองหาด ๑๒ ๘ อบต.คลองห นป น ๑๐๕ ๙ ทต.ว งน าเย น ๔๕ ๑๐ ทต.ว งสมบ รณ ๔๖ ๑๑ อบต.ท พเสด จ ๖๔ รวม ๘๕ ๕ ๕ ๙๕ ๘๗ ๑๔๙ ๘ ๑ ๔๓๕ รวมท งส น ๔๓๕ หมายเหต จานวนผ ประสบป ญหาส งคมท สารวจได ท งหมด 435 ราย แต เม อตรวจสอบและประมวลผล ด วยระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ปรากฏว าม ข อม ลท ถ กต องเพ ยง 306 ราย ท เหล อจานวน 129 ราย เป น ข อม ลท ไม สมบ รณ เช น ไม ม ค าพ ก ดภ ม ศาสตร หร อค าพ ก ดภ ม ศาสตร ไม ถ กต อง เป นต น จากร ปท 4.1 และตารางท 4.3 อบต.โนนหมากม น ม กล มผ ด อยโอกาสส งส ดจานวน ๕๑ ราย รองลงมาเป น อบต.ไทรทอง ๔๖ ราย อบต.คลองห นป น ๓๑ ราย ทต.ว งน าเย น ๑๔ ราย ตามลาด บ ขณะท อบต.คลองห นป น ม กล มผ ส งอาย ส งส ดจานวน ๓๙ ราย รองลงมาเป น ทต.ว งน าเย น ๑๘ รายและ ทต.ว งสมบ รณ ๑๐ ราย สาหร บกล มผ ประสบป ญหาเด ก อบต.ท พเสด จ ม จานวนส งส ด ๒๙ ราย รองลงมาเป น ทต.ว งสมบ รณ ๑๘ ราย และ อบต.คลองห นป น ๑๖ ราย ตามลาด บ

52 หน า ข อม ลจากตารางตามข อ 1 สาน กงานพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย จ งหว ดสระแก ว ได ประมวลผลข อม ลเช งพ นท ระด บคร วเร อนในแต ละ อปท. ทาให สามารถพบจานวนคร วเร อน รายละเอ ยดของ ป ญหา เช น สภาพความเด อดร อน การช วยเหล อเบ องต นของ อปท. หน วยงานท ร วมให ความช วยเหล อ และ ความต องการความช วยเหล อจากหน วยงานหล กในการแก ไขป ญหาและจ งหว ดได ด งร ปแผนท ด านล าง ร ปท 4.2 แสดงผลแผนท ท ได จากการประมวลผลด วยโปรแกรมสารสนเทศภ ม ศาสตร ควอนต ม เวอร ช น ๒.๒ จากร ปท 4.2 เป นผลล พธ ท ประมวลผลได จากระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ด วยโปรแกรม ควอนต มเวอร ช น 2.2 ท สามารถเช อมโยงข อม ลในระบบก บแผนท ภาพถ ายดาวเท ยมก เก ลเอ อร ธ ในภาพจะ เห นว าแผนท จ งหว ดสระแก วระด บตาบลได ซ อนท บก บแผนท ภาพถ ายดาวเท ยมม ความถ กต องพอสมควร และ ปรากฏจ ดตาแหน งผ ประสบป ญหาทางส งคมท ได สารวจในตาบลต างๆช ดเจนเช น ท ตาบลหนองแวง ตาบลโคก ส ง ตาบลโนนหมากม น อาเภอโคกส ง (บร เวณล กศรช ) เป นต น

53 หน า 46 และในโปรแกรมควอนต มเวอร ช น 2.2 เม อใช คาส งแสดงข อม ล และใช ต วช ตาแหน ง (CURSOR) คล กลงบนจ ดเหล าน น โปรแกรมจะประมวลผลแสดงข อม ลค ณสมบ ต ของจ ดน นๆ ด งภาพต วอย าง ด านล าง ร ปท 4.3 แสดงต วอย างโปรแกรมควอนต มเวอร ช น 2.2 เม อคล กท จ ดท ล กศรช โปรแกรมจะแสดงค ณสมบ ต ของจ ดน นเป นตารางแสดงข อม ล (POP UP) ในต วอย างน เป นข อม ลพ นฐานและสภาพป ญหาของ นายสมศ กด บ ญเล ศ ซ งม สภาพป ญหาค อท อย อาศ ย ทร ดโทรม เป นต น นอกจากน โปรแกรมควอนต มเวอร ช น 2.2 ย งม ความสามารถในการเช อมโยงข อม ลจากแหล ง ต างๆของระบบคอมพ วเตอร ก บโปรแกรมได ไม ว าจะเป นเอกสาร (TEXT File) ตารางข อม ล (EXEL) ไฟล ร ปภาพ หร อแม แต ไฟล ภาพเคล อนไหว (Video File) ได อย างม ประส ทธ ภาพ ซ งจะเป นประโยชน อย างมากใน การเช อมโยงข อม ลค ณล กษณะต างๆก บพ นท ต วอย างเช นการแสดงภาพผ ประสบป ญหา ภาพบ านท ประสบภ ย ภาพเคล อนไหวของผ พ การเพ อแสดงล กษณะความพ การท ช ดเจน เป นต น ด งต วอย างภาพด านล าง

54 หน า 47 ร ปท 4.4 แสดงต วอย างโปรแกรมควอนต มเวอร ช น 2.2 เน องจากข อม ลถ กจ ดเก บในล กษณะฐานข อม ลและโปรแกรมควอนต ม เวอร ช น 2.2 รองร บระบบ ฐานข อม ล จ งสามารถประมวลผลตามค ณล กษณะของระบบฐานข อม ลได ด งต วอย างต อไปน เป นการนาข อม ล ท สารวจได มาว เคราะห สภาพป ญหาและความต องการได ร บความช วยเหล อ พบว าม หน วยงานของจ งหว ดท ม ภารก จท เก ยวข องก บป ญหาของผ ประสบป ญหาส งคมจานวนอย างน อย ๔ หน วยงาน ตามตารางข างล าง และประมวลผลเป นสารสนเทศภ ม ศาสตร ได ด งน ท สภาพป ญหาและความต องการได ร บความช วยเหล อ จานวน(ราย) หน วยงานร บผ ดชอบหล ก ๑ ไม ม ท ทาก น, ไม ม ท อย อาศ ย, ท พ กทร ดโทรม ฯ ๑๙ จ งหว ดสระแก ว ๒ รายได ไม เพ ยงพอ, ไม ม อาช พ, ช วยเหล อตนเองไม ได ๑๙๓ สนง.พมจ.สระแก ว ๓ ไม ม ท นการศ กษา, ออกเร ยนกลางค น, ไม ม ท เร ยน ๓๙ การศ กษาเขต ๑ และ ๒ ๔ พ การซ าซ อน, คนไข ต ดเต ยง, เป นโรคต ดต อร ายแรง ๕๕ สนง.สาธารณส ขจ งหว ด รวม 306 ตารางท 4.4 แสดงสภาพป ญหาและความต องการได ร บความช วยเหล อ

55 หน า 48 ร ปท 4.5 แสดงตาแหน งผ ประสบป ญหาส งคมท อย ในภารก จของจ งหว ดสระแก ว จานวน ๑๙ ราย จากร ปเป นการประมวลผลด วยระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ควอนต ม เวอร ช น 2.2 แสดง ตาแหน งกล มเป าหมายผ ประสบป ญหา ท อย ในภารก จของจ งหว ดสระแก ว(จ ดส เหล อง) จานวน ๑๙ ราย ส วน จ ดส เข ยวเป นตาแหน งของกล มเป าหมายผ ประสบป ญหาในภารก จของหน วยอ น

56 หน า 49 ร ปท 4.6 แสดงตาแหน งผ ประสบป ญหาส งคมท อย ในภารก จของ สนง.พมจ. สระแก ว จานวน ๑๙๓ ราย จากร ปเป นการประมวลผลด วยระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ควอนต ม เวอร ช น 2.2 แสดง ตาแหน งกล มเป าหมายผ ประสบป ญหา ท อย ในภารก จของสาน กงานพ ฒนาส งคมและความม นคงของมน ษย จ งหว ดสระแก ว (จ ดส เหล อง) จานวน ๑๙๓ ราย ในร ปจะพบว าม จ ดส เหล องบางจ ดท อย นอกเขตจ งหว ด สระแก ว เป นความผ ดพลาดจากการสารวจและบ นท กข อม ลซ งจะต องม การสอบทานให แน ช ดก อนนาข อม ลไป ใช งานจร ง ส วนจ ดส เข ยวเป นตาแหน งของกล มเป าหมายผ ประสบป ญหาในภารก จของหน วยอ น

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ในเขตโครงการชลประทานพ ษณ โลก ว นท 26 ส

การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ในเขตโครงการชลประทานพ ษณ โลก ว นท 26 ส การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ว นท 26 ส งหาคม ๒๕๕๗ องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ลด านว ศวกรรม ด านการพ จารณาโครงการเบ

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน ค ม อผ ด แลระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน บทท 3 การบร หารจ ดการระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชนระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน - ๑ บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน เจ าหน าท ผ ใช งานระบบสารสนเทศภ

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา ๒๓๑ แนวค ด กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษาเป นหน วยงานท สร างความเข มแข ง การบร หารด านว ชาการ ด านงบประมาณ ด านการบร

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

แผนปฏ บ ต งานโครงการพ ฒนาระบบบร หารจ ดการคล งข อสอบและการทดสอบมาตรฐานฝ ม อแรงงาน ด วยระบบอ เล กทรอน กส (Test Bank for e-testing System)

แผนปฏ บ ต งานโครงการพ ฒนาระบบบร หารจ ดการคล งข อสอบและการทดสอบมาตรฐานฝ ม อแรงงาน ด วยระบบอ เล กทรอน กส (Test Bank for e-testing System) 1 จ ดเตร ยมข อสอบมาตรฐานฯ 10 สาขา เพ อใช สาหร บนาร อง การทดลองระบบฯ พร อมจ ดทาโครงการฯ และแต งต ง ฝ ม อแรงงาน และศ นย เทคโนโลย กองแผนงานและ 2 ประช ม จ ดทาแผนปฏ บ ต งาน กาหนดร ปแบบฐานข อม ล การ ออกแบบหน

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

สารบ ญตาราง ตารางท หน า

สารบ ญตาราง ตารางท หน า สารบ ญ บทท หน า บทสร ปผ บร หาร I 1 บทนา 1 หล กการและเหต ผล 1 ว ตถ ประสงค และเป าหมาย 2 ขอบเขตของการว จ ย 2 ประโยชน ท ได ร บจากการว จ ย 4 น ยามศ พท เฉพาะ 4 กรอบแนวค ดของการว จ ย 7 2 แนวค ด ทฤษฎ และงานว

More information

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กฎหมายพล งงาน กฎหมาย พล งงาน พระราชบ ญญ ต การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน พ.ศ. 2535 (แก ไขเพ

More information

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ส มมนา- การเตร ยมการก อนการ โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ผ ร บผ ดชอบ ข นตอนการปฏ บ ต งาน มาตรฐานค ณภาพงาน ค ามาตรฐาน หล กฐาน การจ ดเตร ยมสถานท และอาคารโรงงาน การเตร ยมการด าน การตลาด

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

ÅÔ ÊÔ ÔìÁËÒÇÔ ÂÒÅÑÂàªÕ ãëáè. All rights reserved. Copyright by Chiang Mai University สารบาญ

ÅÔ ÊÔ ÔìÁËÒÇÔ ÂÒÅÑÂàªÕ ãëáè. All rights reserved. Copyright by Chiang Mai University สารบาญ ซ สารบาญ หน า ก ตต กรรมประกาศ ค บทค ดย อภาษาไทย ง บทค ดย อภาษาอ งกฤษ ฉ สารบาญตาราง ฎ สารบาญภาพ ฐ บทท 1 บทน า 1.1 หล กการและเหต ผล 1 1.2 ว ตถ ประสงค ของการศ กษา 3 1.3 ประโยชน ท จะได ร บจากการศ กษา 3 1.4

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2) หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) ว ชา การใช โปรแกรมน าเสนอข อม ล รห สว ชา - ระด บ ปวช. ปวส. สาขางาน คอมพ วเตอร ธ รก จ ป การศ กษา / 6 ผ สอน นางจ ราย บ ญมาปล ก ล กษณะว ชา ทฤษฎ +ปฏ บ ต มาตรฐานรายว ชา. อธ

More information

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/

More information

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท บทท 1 ส วนเจ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง 1-1 ประกอบด วยผ ใช งานท เก ยวข อง 3 ส วนค อ ส วนเจ จ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง ส วนผ ใช งานน ท วไป ได แก ข าราชการท กคนของส าน กงานฯ

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน ว ตถ ประสงค เพ อพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรผ เก ยวข องให ม ความร ความเข าใจ ความส าค ญในการก าหนดข อม ลพ นฐาน (Master File) และข อม ล พ นฐานท พ ฒนาข นมาใหม ในโปรแกรม BMS INVENTORY เพ

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ข นตอนการเสนอขออน ม ต โครงการ อาจารย ผ ร บผ ดชอบโครงการกรอกข อม ลโครงการทางเว บไซต หร อส งข อม ลโครงการให เจ าหน าท ประสานงานโครงการ เจ าหน าท ประสานงานโครงการตรวจสอบข

More information

สำรบ ญแผนภ ม หน า - ตารางท 31 จานวนประชากรแยกรายอาย จ งหว ดอานาจเจร ญ 92 ภาคผนวก 93 คณะผ จ ดทา

สำรบ ญแผนภ ม หน า - ตารางท 31 จานวนประชากรแยกรายอาย จ งหว ดอานาจเจร ญ 92 ภาคผนวก 93 คณะผ จ ดทา คำนำ ข อม ลสารสนเทศทางการศ กษาป การศ กษา 2557 ของสาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 29 ฉบ บน เป นข อม ลสารสนเทศทาง การศ กษาข นพ นฐานฉบ บภาพรวมของสาน กงานเขตพ นท การศ กษา ป การศ กษา 2557 ซ งได จากการดาเน

More information

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ (๕.๑) ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 ความเป นมา ส าน กงานอ ตโนม ต เก ดจากความพยายามขององค กร ท จะท าให งาน ขององค กรถ กต อง รวดเร ว ตรวจสอบได และเจ าหน าท ขององค กร ไม ม ข อจ าก ดด านสถานท

More information

Office of the Civil Service Commission (OCSC)

Office of the Civil Service Commission (OCSC) Office of the Civil Service Commission (OCSC) 1 การพ ฒนาระบบงานบร หารทร พยากรบ คคล 1. ระบบสารสนเทศทร พยากรบ คคลระด บกรม (DPIS) 2. ระบบสารสนเทศทร พยากรบ คคลระด บจ งหว ด (PPIS) 3. ระบบสารสนเทศข าราชการพลเร

More information

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา การประเม นผลการส มมนา หมายถ ง กระบวนการในการจ ดเก บข อม ล และจ ดกระท าข อม ลเพ อให ทราบว า การดาเน นงานจ ดส มมนาตาม โครงการ ได บรรล ว

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) 2. ช อรายว ชา คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ

More information

การบ รณาการแผนงานโครงการ ของกระทรวงทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ก บจ งหว ด และกล มจ งหว ด โดย นางสาวจาร ภา อย พ ล ผ อ านวยการส าน กตรวจและประเม นผล

การบ รณาการแผนงานโครงการ ของกระทรวงทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ก บจ งหว ด และกล มจ งหว ด โดย นางสาวจาร ภา อย พ ล ผ อ านวยการส าน กตรวจและประเม นผล การบ รณาการแผนงานโครงการ ของกระทรวงทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ก บจ งหว ด และกล มจ งหว ด โดย นางสาวจาร ภา อย พ ล ผ อ านวยการส าน กตรวจและประเม นผล Page 1 ช องทางในการของบประมาณ ของหน วยงานส วนภ ม ภาคในส

More information

กองส ขภาพจ ตส งคม ฉบ บท A แก ไขคร งท 0 ระเบ ยบปฏ บ ต ท P-EP-03 ประกาศใช : 1 เมษายน 2548 SMH เร อง การจ ดท าฐานข อม ลระบาดว ทยาส ขภาพจ ต หน าท : 1/5

กองส ขภาพจ ตส งคม ฉบ บท A แก ไขคร งท 0 ระเบ ยบปฏ บ ต ท P-EP-03 ประกาศใช : 1 เมษายน 2548 SMH เร อง การจ ดท าฐานข อม ลระบาดว ทยาส ขภาพจ ต หน าท : 1/5 กองส งคม ฉบ บท A แก ไขคร งท 0 SMH เร อง การจ ดท าฐานข อม ล หน าท : 1/5 หน วยงาน : หน วยงานท เก ยวข อง : (ให ใส หน วยงานท เก ยวข อง) ผ จ ดเตร ยม คณะท างานจ ดท าเอกสาร.. () ผ ทบทวน ผ แทนฝ ายบร หารค ณภาพ..

More information

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM Chapter 8 การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM 1 เน อหา ล กษณะของ Activity Diagram ร ปแบบการใช Activity Diagram การระบ ส วนของข อม ลให แก ก จกรรม การจ ดระเบ ยบข อม ล การสร างท พ ก/เก บข อม ล การแบ

More information

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55 แผนจ ดทาข นตอนการดาเน นงาน แผนงาน/โครงการ ประจาป 555 โครงการเสร มสร างความร และประสบการณ ด านค ณธรรมแก เด กและเยาวชนท ประสบป ญหาทางส งคม หน วยงานศ นย พ ฒนาส งคม หน วยท 5 จ งหว ดลาพ น เป าหมายท งหมด 5 ราย

More information

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม ใบงานท ๔.๑ (ทดสอบปฏ บ ต ) เร องการใช เคร องม อโปรแกรม Microsoft Office Word 2007 ว ชา ง ๒๐๒๐๑ การใช โปรแกรมเพ อการปฏ บ ต งาน รายว ชาเพ มเต ม หน วยการเร ยนร ท ๔ ช อหน วย ซอฟต แวร งานพ มพ เอกสาร ช นม ธยมศ

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา ศ กษา / ปฏ บ ต............... โดย............. เพ อ.............. สาระ...............

More information

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘ แผนงาน/โครงการ ว ตถ ประสงค เป าหมาย ข นตอน ระยะเวลา งบประมาณ ผ ร บผ ดชอบ ต วช ว ด ๑. ย ทธศาสตร การ เสร มสร างและจ ดการ องค ความร และ นว ตกรรม ๑.๑ ว จ ยและพ ฒนาสร าง องค ความร และ นว ตกรรมการผล ตป ย ช วภาพท

More information

--------------------------------------------------------------------------------------------------- หน วยเคล อนท เพ อความปลอดภ ยด านอาหาร

--------------------------------------------------------------------------------------------------- หน วยเคล อนท เพ อความปลอดภ ยด านอาหาร ประกาศร บสม ครงาน หน วยเคล อนท เพ อความปลอดภ ยด านอาหาร สาน กอาหาร ห อง 420 ช น 4 สาน กงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณส ข 88/24 ถ.ต วานนท อ.เม อง จ.นนทบ ร 11000 โทรศ พท : 0-2590-7252, 0-2590-7026

More information

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ อ. ร งล กษม รอดข า คณะว ทยาการจ ดการ มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนส น นทา 1 บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสารของระบบสารสนเทศ ว ตถ ประสงค 1. บอกความหมายของเอกสารระบบสารสนเทศได

More information

ตอนท 3 การนาเข าข อม ล

ตอนท 3 การนาเข าข อม ล Page 27 ตอนท 3 การนาเข าข อม ล 3.1 การเร ยกเมน สาหร บกรอกรายงาน การกรอกรายงาน จาเป นต อง Login เข าส ระบบก อน เพ อเป นการตรวจสอบส ทธ การใช งาน (ด ห วข อการ Log in เข าส ระบบ) โดยการกรอกรายงานสามารถดาเน

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล

รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล 1. ว ตถ ประสงค รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล 1.1 ช วยงานธ รการตามคาส งผ บ งค บบ ญชา 1.2 บ นท กข อม ลในระบบฐานข อม ล และเว ปไซด 1.2 พ มพ เอกสารราชการและงานอ น ๆ ตามค าส งผ บ งค บบ ญชา 1.4

More information

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ KPI ผ ร บผ ดชอบ ประเด นการพ จารณา ผลการด าเน นงาน 5.1 ร อยละของอ ตราการ เบ กจ ายเง นงบประมาณ รายจ ายลงท น ทส.สบย. ผลการเบ กจ ายงบลงท น เท ยบก บ วงเง นงบประมาณท

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ 1. ว ตถ ประสงค เพ อให ว ทยาล ยม ระบบค ณภาพและบ คลากรท กฝ ายร วมก นต งปณ ธาน ความม งหว งท จะพ ฒนาว ทยาล ยไปส ความสาเร จ โดยร วมก นระดมพล งป ญญา และแรง บ นดาลใจสร างภาพท พ งประสงค ของว ทยาล ย โดยร วมก นกาหนด

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

ค ม อข นตอนการปฏ บ ต งาน การตรวจต ดตามค ณภาพภายใน

ค ม อข นตอนการปฏ บ ต งาน การตรวจต ดตามค ณภาพภายใน หน า 1/6 ผ จ ดทา ผ ตรวจสอบ.. (นางสาวมณฑ รา ถาวรย ต การต ) (นางสาวอ มพ ชน นวลแสง) ห วหน าฝ ายตรวจประเม น ผ แทนฝ ายบร หาร 14 / ม.ค. / 55 12 / ม.ค. / 55 ผ อน ม ต (นางธน ฏฐา จงพ ร เพ ยร) ผ อ านวยการศ นย พ

More information

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร ร จ กคอมพ วเตอร ป จ บ นคอมพ วเตอร เป นอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศท น ยมใช ก นอย างแพร หลาย โดยท วไปเราจะน าคอมพ วเตอร มาใช ในการท างานต าง ๆ เช นการค ดค านวณ การพ

More information

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย

More information

แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา 2555...

แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา 2555... แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา 2555... จากการประช มคณะกรรมการกาหนดนโยบายการจ ดงานศ ลปห ตถกรรม คร งท 62 ป การศ กษา 2555 ท สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานแต

More information

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด

More information

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค

More information

- พระราชกฤษฎ กาว าด วยว ธ การแบบปลอดภ ยในการท าธ รกรรมทาง อ เล กทรอน กส พ.ศ. ๒๕๕๓

- พระราชกฤษฎ กาว าด วยว ธ การแบบปลอดภ ยในการท าธ รกรรมทาง อ เล กทรอน กส พ.ศ. ๒๕๕๓ ค าอธ บายระบบ เป นระบบสารสนเทศเพ อการต ดต อประสานงานระหว างส าน กงาน ปปง. ก บบ คคล หร อหน วยงานภายภาคร ฐ ภาคเอกชน บ คคลท วไป และหน วยงานระหว างประเทศต างๆ เพ อขอข อม ลหร อให ข อม ลการท าธ รกรรม โดยแบ งออกเป

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง (เอกสารประกอบการประช มปฏ บ ต การช แจงและซ กซ อมความเข าใจการสร างข อสอบ Online) สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 5 :ส งห บ ร :ลพบ ร :ช ยนาท:อ างทอง:

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย จ ดท าโดย นางสาวพ ไลพรรณ โพธ สม ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย ค ม อการใช

More information

การพ ฒนาโปรแกรมฐานข อม ล ส าหร บแฟ มข อม ลในคอมพ วเตอร ส วนบ คคล

การพ ฒนาโปรแกรมฐานข อม ล ส าหร บแฟ มข อม ลในคอมพ วเตอร ส วนบ คคล ว ทยาล ยการสาธารณส ขส ร นธร จ งหว ดพ ษณ โลก การพ ฒนาโปรแกรมฐานข อม ล ส าหร บแฟ มข อม ลในคอมพ วเตอร ส วนบ คคล THE DEVELOPMENT OF DATABASE PROGRAM FOR FILES OF PERSONAL COMPUTER éóâö ë½ë ÂÛËÎâÖ ÁÐ ã» ß ÃÛÂé

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information

ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System)

ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System) ระบบการประช มอ เล กทรอน กส (e-meeting System) การบร หารงานต างๆของภาคร ฐและเอกชน จะต องม การจ ดประช มเป นประจ า ซ งตามปกต แล วต องม การส งหน งส อเช ญประช มพร อมระเบ ยบวาระการประช ม เพ อให ผ เข าร วมประช

More information

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร ประกอบด วย 4 ข นตอน 1. การว เคราะห และกาหนดรายละเอ ยดของป ญหา 2. การวางแผนในการแก ป ญหา 3. การดาเน นการแก ป ญหา 4. การตรวจสอบและปร บปร ง ว เคราะห ป ญหาหร อความต องการ

More information

ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0

ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0 ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0 1 สารบ ญ เน อหา หน า ข นตอนการเข าใช งานระบบ... 2 ข นตอนการเปล ยนรห สผ านผ ใช งาน... 4 ข นตอนการใช

More information

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น (สมรรถนะท 2 การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น) (เวลา 55 ช วโมง) แนวค ด เป นหล กส ตรท จ ดข นเพ อให ความร ในการบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น เม อเก ดป ญหาเพ ยงเล

More information

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553)

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการ ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการ ต วช ว ด เป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช จ ดประช มเพ อทบทวนแผนการจ ดการ

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย 1.ว ตถ ประสงค การแข งข นการใช โปรแกรมสาน กงาน ( MS-Office 2010 ) งานน ทรรศการเป ดบ านว ชาช พ คร งท 4 ป การศ กษา 2557 ว นท แข งข น 12 ก มภาพ นธ 2558 ณ ว ทยาล ยอาช วศ กษาออมส นอ ปถ มภ ระด บม ธยมศ กษาตอนต

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555 แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. กรม: เจ าท า ประเภทกรม : ด านนโยบาย ด านบร การ กระทรวง คมนาคม ช อแผนพ ฒนาองค การ: การบร หารทร พยากรบ คคล หมวด : 5 การม งเน นทร พยากรบ คคล โอกาสในการปร บปร ง : เม อเท

More information

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 0 Course ID Course Name Time IT001 1 ว น หล กการและเหต ผล งานขายเป นห วใจของการด าเน นธ รก จ No Selling No Business ค ากล าวน คงไม ต องการค าอธ

More information

1. สาน กงานอ ตโนม ต ค ออะไร ก. สาน กงานไร กระดาษ ค. สาน กงานเคล อนท

1. สาน กงานอ ตโนม ต ค ออะไร ก. สาน กงานไร กระดาษ ค. สาน กงานเคล อนท 1 แบบประเม นตนเองก อนเร ยน หน วยท 1 ว ตถ ประสงค เพ อประเม นความร เด มของน กศ กษาเก ยวก บเร อง ความร เบ องต นเก ยวก บสาน กงาน งานสาน กงานและการ บร หารสาน กงาน คาแนะนา ขอให น กศ กษาอ านคาถามแล วเข ยนวงกลมล

More information

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558

แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 แผนปฏ บ ต ราชการกรมราชท ณฑ พ.ศ.2555-2558 ค าน า ด วยคณะร ฐมนตร ได ประกาศใช แผนการบร หารราชการแผ นด น พ.ศ.2555 2558(ราชก จจาน เบกษา เล ม 128 ตอนพ เศษ 109 ง ว นท 21 ก นยายน 2554) เป นกรอบแนวทางการบร หารราชการตลอดวาระการด

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร 19 สนว. แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน ก มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร องค ประกอบ จ ดแข ง แนวทางเสร มจ ดแข ง จ ดท ควรพ ฒนา ข อเสนอแนะในการปร บปร ง หล กฐาน/โครงการ

More information