หมวดว ชาว ศวกรรมโครงสร าง

Size: px
Start display at page:

Download "หมวดว ชาว ศวกรรมโครงสร าง"

Transcription

1 เอกสารประกอบการส มมนา แนวทางองค ความร ประกอบการสอบเล อน ระด บใบอน ญาตเป นสาม ญว ศวกร สาขาว ศวกรรมโยธา หมวดว ชาว ศวกรรมโครงสร าง บรรยายโดย ศ.ดร.อมร พ มานมาศ ผศ.ดร.ส น ต ส ภาพ ดร.อาท ตย เพชรศศ ธร รศ.ดร.ส ท ศน ล ลาทว ว ฒน ดร.ภาณ ว ฒน จ อยกล ด พฤห สบด ท 11 ม ถ นายน 2558 ณ ห องคอนเวนช น ซ ด โรงแรมแอมบาสซาเดอร กร งเทพ

2 รายช อคณะทางาน แนวทางการสอบเล อนระด บใบอน ญาต เป นสาม ญว ศวกร สาขาว ชาว ศวกรรมโยธา ประธานคณะทางาน นายอมร พ มานมาศ คณะทางาน นางสาวส ว มล ส จจวาณ ชย นายจ รว ฒน ดาร หอน นต นายทศพร ศร เอ ยม นายส ทธ ศ กด ศรล มพ นายบ ญช ย แสงเพชรงาม นายว ชา จ วาล ย นายช ล ต ว ชรส นธ สภาว ศวกร 487/1 อาคาร ว.ส.ท. ช น2 ซอย รามคาแหง 39 (เทพล ลา) แขวงพล บพลา เขตว งทองหลาง กร งเทพฯ โทรศ พท โทรสาร

3 รายช อคณะผ จ ดทาเอกสาร แนวทางการสอบเล อนระด บใบอน ญาต เป นสาม ญว ศวกร สาขาว ชาว ศวกรรมโยธา : หมวดว ชาว ศวกรรมโครงสร าง ประธานคณะผ จ ดทา ศ.ดร.อมร พ มานมาศ คณะผ จ ดทา ผศ.ดร.ส น ต ส ภาพ ดร.อาท ตย เพชรศศ ธร ผศ.ดร.อานนท วงษ แก ว รศ.ดร.ส ท ศน ล ลาทว ว ฒน ผศ.ดร.ชยานนท หรรษภ ญโญ เลขาน การคณะผ จ ดทา ดร.ภาณ ว ฒน จ อยกล ด สภาว ศวกร 487/1 อาคาร ว.ส.ท. ช น2 ซอย รามคาแหง 39 (เทพล ลา) แขวงพล บพลา เขตว งทองหลาง กร งเทพฯ โทรศ พท โทรสาร

4 ประกอบการบรรยาย แนวทางองค ความร ประกอบการ สอบเล อนระด บเป นสาม ญว ศวกร สาขาว ศวกรรมโยธา พฤห สบด ท 11 ม ถ นายน 2558 ณ ห องคอนเวนช น ซ ด โรงแรมแอมบาสซาเดอร กร งเทพ ข อก าหนดในงานคอนกร ตเสร มเหล ก

5 o คาน คอนกร ตเสร มเหล ก (คสล.) ถ กออกแบบให (1) คอนกร ตร บ แรงอ ด ในขณะท (2) เหล กเสร มร บแรงด ง เหล กร บแรงอ ด น าหน กบรรท ก ถ กอ ด แอ นต ว แรงอ ด เหล กร บแรงด ง (กรณ หน าต ดกลางคาน) ถ กด ง ระนาบหล งการด ด ระนาบก อนการด ด แรงด ง o ต วอย างการเสร มเหล กร บแรงด ด (เสร มให สอดคล องก บโมเมนต ) w ผ วร บแรงด ง M - เหล กเสร มร บแรงด ง ผ วร บแรงอ ด w ผ วร บแรงอ ด ผ วร บแรงด ง เหล กเสร มร บแรงด ง (ก) ร บน าหน ก (ข) การแตกร าว (ค) โมเมนต ด ด M +

6 ทฤษฎ การออกแบบ RC ท วโลก ล วนม ปร ชญญาการออกแบบท เหม อนก น ต างก นตรงช อ ส ญล กษณ และสมการการออกแบบ เท าน น (ให ค าต างก นเล กน อย) ทฤษฎ ท ใช ในการออกแบบตามมาตรฐาน วสท. ซ งอ างตาม อเมร ก น (ACI) ค อ 1. ทฤษฎ หน วยแรงใช งาน (Working Stress Method, WSM) 2. ทฤษฎ ก าล ง (Strength Design Method, SDM) ทฤษฎ หน วยแรงใช งาน (Working Stress Method, WSM) : บางคร ง เร ยกว า ทฤษฎ ย ดหย น (elastic theory) เน องจากต งสมม ต ฐานว า โครงสร างม พฤต กรรมอย ในช วง ย ดหย น ควบค มให พฤต กรรม โครงสร างอย ในช วงน าหน กบรรท ก (Load, P) น จ ดว บ ต (failure point) จ ดคราก (yielding point) จ ดท ยอมให (allowable point) การเส ยร ป (Deformation, ) P

7 ว ธ น จะจ าก ดไม ให หน วยแรงท เก ดข นในคอนกร ตและเหล กเสร มเก นค า หน วยแรงท ยอมให o หน วยแรงในคอนกร ต (f c )< c f c o หน วยแรงในเหล กเสร ม (f s )< s f y มาตรฐาน c s ว.ส.ท กฎกระทรวง ด งน นจ งอน มานได ว าตลอดช ว ตของโครงสร างจะไม เก ดการแตกร าวและ ม การเคล อนต วท ต า o ว ธ น ว เคราะห โครงสร างใน ช วงใช งาน (service stage) ด งน น น าหน กท ใช ออกแบบจ งเป น น าหน กใช งาน (working load) ค อ การรวมแรงเพ อออกแบบ (w) : น าหน กคงท (DL) + น าหน กจร (LL) o ใน USA ว ธ น น ยมในช วง ค.ศ.1900 ค.ศ โดยป จจ บ นเล กใช แล วแต ส าหร บเม องไทยย งเป นท น ยมอย มาก

8 ทฤษฎ ก าล ง (Strength Design Method, SDM) ในอด ตเร ยกว า ว ธ ก าล งประล ย (Ultimate Strength Design, USD) เน องจากพ จารณา ก าล งของโครงสร าง ณ ภาวะประล ย (ultimate stage) าหน กบรรท ก (Load, P) น ควบค มให พฤต กรรม โครงสร างอย ในช วงน จ ดว บ ต (failure point) จ ดคราก (yielding point) จ ดท ยอมให (allowable point) การเส ยร ป (Deformation, ) P o ว ธ น จะก าหนดให ก าล งว บ ต ของหน าต ด (capacity, R n ) ซ งลดค า แล วม ค ามากกว า น าหน กบรรท กท เพ มค าแล ว (overload, R u ) R u <= R n o เม อ ค อ ต วค ณลดค าเน องจากความไม แน นอน ซ งมาจากความไม แน นอนของว สด และการก อสร าง (ม ค าน อยกว า 1.0)

9 o ว ธ น เป นการว เคราะห ใน ช วงประล ย (Ultimate stage) ด งน นน าหน กท ใช ออกแบบจ งเป นน าหน กประล ย (Ultimate load, w u ) ซ งสมม ต โดยการเพ มค า (overload) น าหน กบรรท กในช วงปรกต การรวมแรงเพ อออกแบบ (w u ): DL xน าหน กคงท (DL) + LL xน าหน กจร (LL) o ในอเมร กาเร มใช ต งแต ค.ศ จนถ งป จจ บ น มาตรฐาน DL LL ว.ส.ท กฎกระทรวง ACI พระราชบ ญญ ต ควมค มอาคาร พ.ศ.2522 กล าวโดยรวมและอ าง กฎหมายล ก กฎกระทรวงฉบ บท 6 (พ.ศ. 2527) - น าหน กบรรท ก - การรวมแรง - หน วยแรงท ยอมให ฯ + กฎกระทรวงฉบ บท 55 (พ.ศ. 2543) - ระยะร นของอาคาร - ร ปทรงอาคาร ฯ เป นการสร างขอบเขตโดยกว าง ไม ได ระบ ถ ง ข นตอนการค านวณ หร อสมการท ใช ออกแบบ + กฎกระทรวงฉบ บป พ.ศ แผ นด นไหว เทศบ ญญ ต เช น บ ญญ ต กทม.

10 กฎกระทรวง ฉบ บท 6 การรวมแรง+ก าล งว สด ว ธ ในการค านวณแรง/หน วยแรง สามารถใช ว.ส.ท., ACI, AASHTO, BS หร อมาตรฐานใดๆ กฎกระทรวง ฉบ บท 6 ตรวจสอบการโก งต วหร อหน วย แรงท เก ดข น กฎกระทรวง ฉบ บท 6 กล าวถ งหล กการใน การออกแบบอย างคร าวๆ เช น น าหน ก บรรท ก หน วยแรงท ยอมให หร อการรวม น าหน กบรรท ก เท าน น ส าหร บข นตอนการออกแบบ (design procedure) กฎหมายเป ดโอกาสให ว ศวกร ใช มาตรฐานใดๆก ได เช น มาตรฐาน ว.ส.ท., AASHTO (สะพานของอเมร ก น), BS (อ งกฤษ) หร อ EURO-code (ใช ในย โรป) หน วยน าหน กของคอนกร ต (unit weight, c ) คอนกร ตม หน วยน าหน ก ( c ) ปรกต ประมาณ 2400 กก./ม. 3 กรณ ของ RC ย งคงใช ค าด งกล าวในการออกแบบ ต วอย าง คาน RC ขนาด 0.3x0.5 ม. ยาว 8 ม. จงค านวณน าหน กคาน ว ธ ท า น าหน ก (W) = (0.3x0.5x8)x2400 = 2,880 กก.

11 ก าล งอ ดประล ย (ultimate compressive strength, f c ) มาตรฐาน วสท. พ จารณาก าล งอ ด ประล ยของคอนกร ตเพ อใช ในการ ค านวณก าล งของ RC จากผลการ ทดสอบท 28 ว น ของ ช นทดสอบร ป ทรงกระบอกมาตรฐานท ม ขนาดเส น ผ านศ นย กลาง 15 ซม. ส ง 30 ซม. ใช ส ญล กษณ f c ในการค านวณ ความส มพ นธ ระหว างหน วยแรงอ ด (f c ) และความเคร ยด ( c ) Compressive stress (f c ) กก./ซม. 2 (ksc) Stress-strain curves Strain ( c )

12 ค านวณจากความช นของส วนท เป นเส นตรงช วงแรกๆ จาก stressstrain curve ของคอนกร ตท ร บแรง กดตามแนวแกน E c ค าน ประมาณได ยากกว ากรณ ของ เหล กเสร ม เน องจาก curve ของ concrete ม ล กษณะเป นเส นโค ง E s E c o ค านวณได จากการวาดเส นตรงส มผ สก บ stress-strain curve ของคอนกร ต หร อ E c = f c / c o ม หลายว ธ ในการร างเส นตรงด งกล าว o มาตรฐาน วสท. (ว ธ ก าล ง) แนะน าค า E C ส าหร บ normal concrete ซ งค านวณจาก secant modulus ด งน o E c = 15,100*sqrt(f c ) หน วย ksc

13 o ยากท จะว ดก าล งด งของ คอนกร ต เน องจากย ดจ บ ช นงานได ยาก โดยพบว าม ค าประมาณ 8-15% ของ ก าล งร บแรงอ ด o อย างไรก ด น ยมใช ว ธ โมด ล สแตกร าว (modulus of rupture) ในการค านวณ ล กษณะต างๆของเหล กข ออ อย

14 ม 2 ช นค ณภาพ ค อ ส าหร บ เหล กเส นกลม (Rounded Bar, RB) - เร ยก SR24 ม f y = 2,400 กก./ซม. 2 เหล กท ผล ตในประเทศไทย ส าหร บ เหล กข ออ อย (Deformed Bar, DB) - เร ยก SD30 ม f y = 3,000 กก./ซม. 2 - เร ยก SD40 ม f y = 4,000 กก./ซม. 2 - เร ยก SD50 ม f y = 5,000 กก./ซม. 2 ค า E s ซ งแนะน าโดย วสท. เท าก บ 2,040,000 กก./ซม. 2 ก าล งด ง (f y ) - ksc Yield strength Tensile strength การทดสอบแรงด งของเหล ก เสร มด วยเคร อง UTM

15 การออกแบบท แนะน าโดย ว.ส.ท. แนะน าให จ าก ดค า หน วยแรงด งท เก นไปจาก f y ให เท าก บ f y เท าน น f s f y เส นกราฟจร ง (Actual) เส นกราฟออกแบบ (Idealized) ถ า s < y ใช f s = s E s หาก s > y ใช f s = f y E s 1 y f y / Es s ความส มพ นธ ระหว าง stress-strain curve ของเหล กเสร มในการออกแบบ Code เส นผ านศ นย กลาง เส นรอบวง น าหน ก พ นท (มม.) (ซม.) (กก./ม.) (ซม. 2 ) RB RB RB RB RB RB

16 Code เส นผ านศ นย กลาง เส นรอบวง น าหน ก พ นท (มม.) (ซม.) (กก./ม.) (ซม. 2 ) DB DB DB DB DB DB DB องค อาคารร บแรงด ด

17 ท ภาวะประล ย (Ultimate stage) ผ วด านร บแรงอ ดจะเก ดหน วยแรงสมม ต เป นร ปกล อง (stress block) ในขณะผ วร บแรงจะถ ายแรงไปส เหล กเสร ม โดยไม ค ดว าคอนกร ตสามารถร บ แรงด งได o รอยแตกร าวประเภทน จะเก ดต งฉากก บแนวขององค อาคาร โดยรอยร าวท ม ความกว างส งส ดจะเก ดท ต าแหน งท เก ดโมเมนต ด ดส งส ด M pos M n = A s f y (d a/2) หร อ 0.85f c ab(d-a/2) M neg โดยต องตรวจสอบ M n > M u

18 Ductile mode เหล กครากก อนคอนกร ตพ ง Brittle mode คอนกร ตพ งก อนเหล กคราก Under-reinforced section Over-reinforced section o ป องก นโดยใส เหล กไม มากเก นไป ไป req (= A s,req /bd) < 0.75 b (ACI318-99) : = 0.9 ออกแบบหน าต ดต องแน ใจว าม ความเหน ยวเพ อความปลอดภ ย/ductile/under-reinforced พฤต กรรมเปราะ (Brittle) พฤต กรรมเหน ยว (Ductile) แม ก าล งจะข นส งส ดแต ย งคงร กษาก าล งไว ได Moment-curvature (M- M- ) ค อ กราฟท บอกพฤต กรรมของ หน าต ด RC ต งแต เก ดจนว บ ต

19 ค า M n เปล ยนแปลงน อย Under-reinforced section หากหน าต ดเป น URS แล ว - แม เพ ม f c, b หร อ A s แล ว M n ก ไม เพ มมาก - แต หากเปล ยน f y หร อ d แล วหน าต ดจะเหน ยวน อยลง o หากหน าต ดเป น URS แล ว หากเพ ม = A s /bd จะม ส วนช วยเพ ม ก าล งด ดหร อ M n ได (เล กน อย) โดยเฉพาะอย างย งความเหน ยว ใส เหล กน อย โดยท วไป ใส ประมาณ 2.0%

20 พฤต กรรมเหน ยว (Ductile) พฤต กรรมเปราะ (Brittle) o หากหน าต ดม พฤต กรรมแบบเปราะ การเสร ม A s สามารถช วยเพ มความเหน ยวได เม อทราบ M u ให ประมาณหน าต ด/เหล กเสร ม (ร = A s /(b d)) หล งจากน นค านวณ M n ตาม singly reinforced section แม ว าจะ เสร มเหล กเสร มร บแรงอ ด (conservative design) กรณ URS, ( < b ) : M n = A s f y (7/8)d กรณ ORS, ( > b ) : M n = 0.33f' c bd 2 เม อ b = 0.456f' c /f y ตรวจสอบ M n > M u เม อ = 0.9

21 ACI แผ นพ น วสท ( ว ธ ก าล ง) ก) หน าต ดใดๆขององค อาคารร บแรงด ดยกเว น ข อ (ข) และแผ นพ น ซ งเหล กเสร มร บ โมเมนต บวกท ได จากการว เคราะห ต องม อ ตราส วน ไม น อยกว า min = 14/f y ใน คานร ปต ว T หร อตง ซ งต วคานเป นส วนร บ แรงด ง ให ใช ความกว างของต วคาน ในการ ค านวณหาอ ตราส วน ข) อ กทางหน ง เน อท เหล กเสร มท ให ใช ส าหร บ ท กหน าต ดท ร บโมเมนต บวกหร อลบ ต องม ปร มาณไม น อยกว า 1.33 เท าของค าท ได จากการว เคราะห แรงย ดเหน ยว และรายละเอ ยดเหล กเสร ม

22 o ระยะฝ งข นอย ก บ - ก าล งร บแรงอ ดของคอนกร ต - ก าล งครากของเหล กเสร ม - ขนาดเส นผ าศ นย กลางของเหล กเสร ม o ระยะฝ งของเหล กเสร มร บแรงด งจะแตกต างจากเหล กเสร ม ร บแรงอ ด โดยระยะฝ งของเหล กเสร มร บแรงด งจะม ระยะฝ ง ย ดมากกว าระยะฝ งของเหล กเสร มร บแรงอ ด จาก ACI สมการของระยะฝ งสามารถหาได จากส ตร หร อ l Cb Ktr และ 2. 5 d l d d b d b f f y f y c c f Cb K ( d b Cb K ( d b tr tr ) d ) b eq-1.1 eq-1.2 eq-1.3

23 เม อ d = ระยะฝ ง ต องไม ต ากว า 30 ซม. d b = ขนาดเส นผ าศ นย กลางของเหล กเสร ม,, และ ค อ ค าส มประส ทธ ต าแหน งของเหล กเสร ม,การ เคล อบผ วเหล ก, ขนาดของเหล กเสร มและชน ดของคอนกร ต o ตาม ACI สมการ ( ) ค อค าส มประส ทธ ท ข นอย ก บ ต าแหน งของเหล กเสร ม o เหล กเสร มบนค อเหล กเสร มตามแนวนอนท ม คอนกร ตเทอย ใต เหล กมากกว า 30 ซม. o โดยปกต เน องจากการเทคอนกร ตและการจ คอนกร ตท าให ม ฟองอากาศและน าอย ใต เหล กเสร มบนท าให ไม เก ดแรงย ด เหน ยว

24 o การส ญเส ยแรงย ดเหน ยวท าให ต องม ระยะฝ งมากข น o โดย = 1.3 ส าหร บเหล กเสร มบน = 1.0 ส าหร บเหล กอ นๆ > 30 ซม. Top steel bars Concrete o บางคร งเหล กเสร มท ใช ม การเคล อบอ พ อกซ เพ อป องก นการก ด กร อน โดยการเคล อบอ พ อกซ ท าให ส ญเส ยแรงย ดเหน ยวและแรง เส ยดทานท าให จ าเป นต องม ระยะฝ งเพ มมากข น o =1.3 ส าหร บเหล กเสร มท เคล อบอ พ อกซ ซ งท ม คอนกร ตห มไม เก น 3d b หร อระยะห างต องไม เก น 6d b o =1.2 ส าหร บเหล กเสร มท เคล อบอ พ อกซ กรณ อ นๆ o =1.0 ส าหร บเหล กเสร มท ไม เคล อบ o เม อ d b ค อเส นผ านศ นย กลางของเหล กเสร ม

25 o ค าส มประส ทธ ของขนาดของเหล กเสร ม =0.8ส าหร บเหล กท ม เส นผ านศ นย กลางเล กกว า 20 มม. =1.0ส าหร บเหล กท ม เส นผ านศ นย กลาง 25 มม. ข นไป o คอนกร ตมวลเบาม ค าก าล งร บแรงด งต ากว าคอนกร ตธรรมดาจ ง จ าเป นต องม ระยะฝ งเพ มมากข น จาก สมการ , ค า ค อ ค าส มประส ทธ ส าหร บคอนกร ตมวลเบาเน องจากค าความ ต านทานแรงด งในคอนกร ตประเภทน ม ค าต า = 1.3 คอนกร ตมวลเบา = 1.76(f c ) 0.5 /f ct > 1.0 เม อทราบหน วยแรงด ง (f ct ) ของคอนกร ต = 1.0 ส าหร บคอนกร ตปรกต

26 o จาก ACI,C b เป นค าส มประส ทธ ของระยะ ห มคอนกร ตโดยใช ค าน อยระหว าง X 1 X 1 2 o ระยะจากศ นย กลางเหล กเสร มถ งผ วด าน นอกของคอนกร ต (X 1 ) และหร อ 1/2 เท า ของระยะห างระหว างเหล กเสร ม (X 2 ) o เหล กปลอกจะท าให ม การโอบร ดช วยต านทานการแยกต วของ คอนกร ตซ งพ จารณาเป นต วค ณ K tr ด งน K tr =A tr f yt /(100 s n) Eq 1-4 s =ระยะเร ยงของเหล กปลอก (ซม.) n =จ านวนเหล กเสร มท ต องการค านวณระยะฝ งตามแนวปร A tr = พ นท หน าต ดรวมของเหล กปลอก (ซม. 2 ) f yt = ค าก าล งครากของเหล กปลอก (กก./ซม. 2 )

27 o ระยะฝ งของเหล กร บแรงอ ดจะน อยกว าเหล กร บแรงด ง เน องจาก การโอบร ดของเหล กปลอก จะช วยต านทานการเก ดรอยแตกและ ม โอกาสน อยในการล นหล ด o ACI ก าหนด ความยาวระยะฝ งของเหล กท ร บแรงอ ดจาก l dc = 0.08f y d b /(f c ) 0.5 o อย างไรก ตามความยาวระยะฝ งด งกล าวต องไม น อยกว า l d = 0.044f y d b > 20 ซม. o ท งน สามารถลดความยาวของระยะฝ งได เช นเด ยวก บระยะฝ งของ เหล กร บแรงด ง ด วยต วค ณ R d o เม อ R d = A s,req /A s,pro

28 o เม อจ านวนเหล กเสร มม ปร มาณมาก สามารถจ ดให เหล กเสร มมากระจ กต ว รวมก นได (bundled bars) ตาม ACI ม ข อก าหนดส าหร บ bundled bars (เช น bundled 2, 3 และ 4 เส น o ในกรณ ท bundled bars สามารถค านวณ เปร ยบเท ยบก บเหล กเสร มแบบเด ยวได นอกจากน จะไม ม การเล อนหล ดของ คอนกร ตท อย ระหว าง bundled bars. o ระยะฝ งส าหร บเหล กท ม ดเป นก าจะมากกว าเม อเปร ยบเท ยบก บ ระยะฝ งของเหล กเสร มท ไม ได ม ด o การค านวณระยะฝ งของเหล กเสร ม bundled bar สามารถ ค านวณจากระยะฝ งแบบเหล กเสร มเด ยวได o ตาม ACI ระยะฝ งส าหร บ 3 และ 4 bundled bars จะต องค ณ 1.20 และ 1.33 ของระยะฝ งท ค านวณตามแบบเหล กเสร มเด ยว

29 การค านวณ d b, สามารถด ต วอย างได ตามร ป db db db o การท าของอม ความจ าเป นเม อท ว างของโครงสร างไม สามารถให ระยะฝ งได เพ ยงพอ o กรณ การของอแบบ 90 องศา, 135 องศาและ 180 องศา จะต องม ระยะฝ งข นต าตามท ACI ก าหนด

30 o ตาม ACI การงอขอต องม ขนาดตามข อก าหนดและม ความยาว พอเพ ยง โดยข อควรระว ง ค อ (1) การเล อนหล ดของคอนกร ต บร เวณท ของอ (2) การแตกของคอนกร ตในบร เวณท ของอ o ระยะฝ งส าหร บการข องอ 90 และ180 องศา สามารถค านวณ ได จากสมการ l dh = 0.08 f y d b /(f c ) 0.5 o การค านวณระยะฝ ง l dh สามารถลดค าได ตาม เง อนไขท ก าหนดใน ACI o ในท กกรณ ระยะฝ งต องม ค าไม น อยกว า (1) 15 ซม. หร อ (2) 8 เท าของขนาดเส นผ าศ นย กลางเหล กเสร ม

31 o ค าส มประส ทธ ส าหร บ standard hooks (l dh ) ข นอย ก บ ค าพาราม เตอร ต างๆ เช น (1) ระยะห ม (covering) (2) การ โอบร ด (Confining) และ (3) องศาในการงอขอ ด งน o ระยะฝ ง l dh สามารถค ณด วยส มประส ทธ ลดทอนได เม อใช เหล ก เสร มมากกว าปร มาณท ค านวณได ด วย R d เม อ R d = A s,req /A s,pro < 1.0 o ระยะห ม : กรณ ใช เหล กท ม เส นผ าศ นย กลางเล กกว า DB36 และ งอขอ 90 o โดยม (1) ระยะห มด านข างไม น อยกว า 6 ซม. และ (2) ระยะห มด านบนของอไม น อยกว า 5 ซม. ให ค ณ l dh ด วย 0.7 ในกรณ ระยะห มท น อยกว าท ก าหนด ต องเพ ม เหล กปลอก โดยเม อเพ มแล ว (ด ห วข อต อไป) ให ค ณได เพ ยง 0.8

32 o การโอบร ด : กรณ ใช เหล กท ม เส นผ าศ นย กลางเล กกว า DB36 และงอขอ 90 o (ไม สนเร องระยะห ม) และร ดรอบด วยเหล กปลอก ไม ว าจะ (ก) ต งฉาก หร อ (ข) ขนาน โดยท เหล กปลอกด งกล าว ม ระยะเร ยงไม เก น 3d b ให ค ณ l dh ด วย 0.8 (ก) ต งฉาก (ข) ขนาน o ท รอยต อทาบของเหล กเสร มจะเก ดการ ถ ายแรงจากเหล กเสร มไปย งเหล กเสร ม อ กเส น o เหต ผลท ต องม การต อทาบ: 1. ความยาวของเหล กเสร มม จ าก ด 2. การเปล ยนขนาดเหล กเสร ม 3. จ ดต อเพ อความสะดวกในการก อสร าง. ตาม ACI, เป นหน าท ของผ ออกแบบท ต องให รายละเอ ยดการต อทาบเหล กเสร ม และก าหนดลงในแบบ ท งน โดยท วไปเหล กเสร มม ความยาว 10 เมตร

33 o การต อทาบเป นว ธ ท ง ายและประหย ดท ส ดแต การต อทาบไม อน ญาตให ใช ส าหร บเหล กท ม เส นผ าศ นย กลางใหญ กว า DB 36 o ท จ ดต อทาบหน วยแรงจะถ กถ ายแรงและหน วยแรงย ดเหน ยว อาจจะท าให คอนกร ตเก ดการแยกต ว o กรณ ท จ ดต อทาบจะท าให ม การกระจ กต วของเหล กเสร ม จ านวนมาก การต อแบบเช อมก สามารถใช ได o การต อแบบเช อมจะช วยให หน วยแรงสามารถถ ายแรงได ด กว าการต อแบบทาบปรกต แต การต อทาบแบบน จะท าให ค าก อสร างม ราคาแพงข น

34 o การต อทาบจะต องไม ต อทาบในต าแหน งท เก ดค าหน วยแรงด ง ส งส ด และการต อควรต อสล บไขว ฟ นปลาด งร ปด านล าง o ตาม ACI ส าหร บ bundled bars การต อทาบให เพ มระยะทาบ 1.2 เท าและ 1.3 เท าส าหร บ bundled bars ม ดละ 3 และ 4 เส นตามล าด บ o หล กเล ยงปร มาณเหล กท มากเก นไปบร เวณจ ดต อ o ตาม ACI การต อทาบร บแรงด งจะม 2 แบบ 1. การต อแบบ A Type ความยาวระยะต อทาบ= ระยะฝ งร บแรงด ง 2. การต อแบบ B Type ความยาวระยะต อทาบ = 1.3 X ระยะฝ งร บแรงด ง แต ต องไม น อยกว า 30 cm

35 o การจ าแนกช นค ณภาพของการต อทาบ A s,pro /A s,req ปร มาณส งส ดของเหล กเสร มท ต อทาบก น ภายในความยาวระยะทาบ 50% 100% > 2.0 CLASS A CLASS B < 2.0 CLASS B CLASS B ACI ก าหนดให การต อทาบแบบร บแรงอ ดให ข นอย ก บขนาดของ เหล กเสร มและชน ดของเหล กเสร ม 20 เท าของขนาดเหล กเสร มและ f y = 2400 ksc 30 เท าของขนาดเหล กเสร มและ f y = 4000 ksc 44 เท าของขนาดเหล กเสร มและ f y = 5000 ksc และในท กกรณ ระยะต อทาบจะต องไม น อยกว า 30 ซม.

36 ต าแหน งหย ดเหล กตามACI แสดงไว ด ง ร ปด านล าง

37 ภาวะใช งานของโครงสร าง ACI สนใจตรวจสอบภาวะใช งานของ โครงสร างอย 2 ส วน ค อ (1) การแอ นต วท เก ดข นต องไม มากเก นไป (Limit of Deflection) (2) รอยร าวท เก ดข นต องไม ม มากเก นไป (Limit of crack width)

38 การโก งต วท ภาวะใดๆท เก ดข นต องม ค าไม เก นกว าค าท มาตรฐานก าหนด (ตาราง 4205 (ข), วสท ) ชน ดขององค อาคาร ระยะแอ นท พ จารณา พ ก ดระยะแอ น หล งคาราบซ งไม รองร บหร อไม ต ดก บ ช นส วนท ไม ใช โครงสร าง ซ งคาดว าจะเก ด ความเส ยหายเน องจากการแอ นต วมาก L ค อ ความยาวช วง ระยะแอ นต วท เก ดข นท นท เน องจาก น าหน กบรรท กจร L*/180 * พ ก ดน ไม ได ใช เพ อป องก นการเก ดแอ งน าเน องจากการแอ นต ว ควรตรวจสอบการเก ดแอ งน าเน องจาก การแอ นต วด วย ว ธ การค านวณหาระยะแอ นท เหมาะสม โดยให รวมถ งระยะแอ นท เพ มข นเน องจากน าใน แอ ง และผลของน าหน กบรรท กค างท งหมดท กระท าเป นเวลานาน ความโค งหล งเต า ความคลาดเคล อน ในการก อสร าง และความเช อถ อได ของข อก าหนดส าหร บการระบายน า การโก งต วท ภาวะใดๆท เก ดข นต องม ค าไม เก นกว าค าท มาตรฐานก าหนด (ตาราง 4205 (ข), วสท ) ชน ดขององค อาคาร ระยะแอ นท พ จารณา พ ก ดระยะแอ น พ นซ งไม รองร บหร อไม ต ดก บช นส วนท ไม ใช โครงสร างซ งคาดว าจะเก ดความ เส ยหายเน องจากการแอ นต วมาก ระยะแอ นต วท เก ดข นท นท เน องจาก น าหน กบรรท กจร L/360

39 การโก งต วท ภาวะใดๆท เก ดข นต องม ค าไม เก นกว าค าท มาตรฐานก าหนด (ตาราง 4205 (ข), วสท ) ชน ดขององค อาคาร ระยะแอ นท พ จารณา พ ก ดระยะแอ น หล งคาหร อพ นซ งรองร บหร อต ดก บ ช นส วนท ไม ใช โครงสร าง ซ งคาดว าจะเก ด ความเส ยหายเน องจากการแอ นต วมาก หล งคาหร อพ นซ งรองร บหร อต ดก บ ช นส วนท ไม ใช โครงสร าง ซ งคาดว าจะไม เก ดความเส ยหายเน องจากการแอ นต ว มาก ส วนของระยะแอ นต วท งหมดท เก ดข นหล งจากการย ดก บช นส วนท ไม ใช โครงสร าง (ผลรวมของระยะ แอ นท เพ มข นตามเวลา เน องจาก น าหน กบรรท กท งหมดและระยะ แอ นท เก ดข นท นท เน องจากน าหน ก บรรท กจรท เพ มข น) # L $ /480 L % /240 การโก งต วท ภาวะใดๆท เก ดข นต องม ค าไม เก นกว าค าท มาตรฐานก าหนด (ตาราง 4205 (ข), วสท ) $ พ ก ดน อาจยอมให เก นได ถ าม มาตรการป องก นความเส ยหายท เก ดข นต อช นส วนท รองร บหร อย ด ต ดก นอย างพอเพ ยง # ระยะแอ นต วท เก ดข นตามเวลา ต องค านวณให สอดคล องก บ 4205 (ข) 5 แต อาจจะลดได ด วยค า ระยะแอ นท ค านวณได ก อนการย ดต ดของช นส วนท ไม ใช โครงสร าง ค าน ต องค านวณบนพ นฐานของ ข อม ลทางว ศวกรรมท ยอมร บ ซ งส มพ นธ ก บค ณล กษณะของการแอ นต วตามเวลาขององค อาคารท คล ายคล งก บองค อาคารท พ จารณา % แต ต องไม มากกว าความคลาดเคล อนท ให ไว ส าหร บช นส วนท ไม ใช โครงสร าง พ ก ดน อาจยอมให เก น ได ถ าม การเผ อความโค งหล งเต า โดยท ระยะแอ นท งหมดลบด วยความโค งหล งเต าแล วต องไม เก นค า พ ก ดในตาราง

40 สามารถค านวณโมเมนต อ นด บท 2 ของหน าต ดส เหล ยมกว าง b และล ก h ได จาก b I g = (1/12)bh 3 h x ต วอย าง 1 หน าต ดกว าง (b) = 30 ซม. ล ก (h) = 60 ซม. จงค านวณ I g รอบแกน x ด งแสดง ว ธ ท า จากส ตร I g = (1/12)(30)(60) 3 = ซม. 4 แรงอ ด แรงด ง kd เหล กเสร มร งแรงอ ด I cr N.A. ขอบของรอยร าว เหล กเสร มร งแรงด ง ส วนร าว ส วนไม ร าว กรณ ท หน าต ดเก ดรอยร าว เราจะใช สมม ต ฐานว า คอนกร ตใต แนวแกน สะเท น (N.A) หร อเหน อขอบของ รอยร าว ไม สามารถร บแรงด งได การค านวณต าแหน งของแกนหม น ซ งว ดจากผ วร บแรงอ ดท เร ยกว า kd และ I cr จะใช ว ธ หน าต ดแปลง (Transformed section method)

41 กรณ ท เสร มเหล กร บแรงอ ดซ งม พ นท เท าก บ A s การค านวณ kd และ I cr ใช หล กการเด ยวก บกรณ เสร มเฉพาะเหล กเสร มร บแรงด ง โดย A eq =2nA s เม อค ดผลของ creep & shrinkage แต ไม พ จารณาการแทนท ของเหล กเสร มในเน อคอนกร ต หร อ =(2n-1)A s เม อค ดการแทนท ของเหล กเสร ม หร อ =(n-1)a s เม อไม ค ดผลของ creep & shrinkage หร อเพ อความสะดวก อาจใช = na s การกระจายต วของ ความเคร ยด (strain, ) และ หน วยแรง (stress, f c ) ณ ภาวะใช งาน (สมม ต ว าคอนกร ตร าว) แสดงด งร ป d b A s c(comp.) f c(comp.) A s kd s N.A d h d-kd f s s = c(tens.) f s f c(tens.) หน าต ด ความเคร ยด หน วยแรง

42 5 จงค านวณ kd และ I cr ส าหร บหน าต ดในต วอย าง 2 เม อเพ มเหล ก เสร มร บแรงอ ดเท าก บ 2DB20 ท d = 5 ซม. N.A. 30 A eq = A eq = kd 55- kd ว ธ ท า ค านวณพาราม เตอร ท เก ยวข อง A eq = na s = 8.07(2)(p/4)(2) 2 = ซม. 2 หน าต ดแปลงแบบคอนกร ตล วน ค านวณโมเมนต พ นรอบแนว kd (b)(kd)(kd/2) + A eq (kd-d ) = A eq (d-kd) แทนค า (30)(kd)(kd/2) (kd-5) = 76.02(55-kd) แก สมการจะได kd = ซม.

43 ค านวณโมเมนต เฉ อยร าว (I cr ) รอบแกน kd I cr = (1/3)(b)(kd) 3 + A eq (kd-d ) 2 + A eq (d-kd) 2 แทนค าจะได I cr = (1/3)(30)(13.48) ( ) ( ) 2 = 159, ซม. ตามท อธ บายไปแล วข างต นในคาน 1 ต วจะม ท ง I g และ I cr ด งน น ACI จ งเสนอค าโมเมนต ความเฉ อยประส ทธ ผล (Effective moment of inertia, I eff ) เพ อใช ในการค านวณการแอ นต ว ค า I eff ม ค าระหว าง I g > I eff > I cr และม ค าเท าก บ I eff = {(M cr /M a ) 3 I g + [1 (M cr /M a ) 3 ]I cr } <= I g (10) เม อ M cr = f cr I g /c และ M a = โมเมนต ณ ต าแหน งท ต องการค านวณการแอ นต ว

44 ตาม 4205 (ข) 5 ของ วสท ระบ ว าหากไม ได ท าการว เคราะห อย างละเอ ยด การแอ นต วระยะยาว (Long term deflection) ซ งเก ดจาก creep & shrinkage สามารถ ค านวณจากการค ณ ก บการแอ นต วซ งเก ดจากน าหน ก บรรท กคงค าง เม อ = /( ) เม อ = A s /(bd) ท ก งกลางช วงคาน (11) เม อ ข นอย ก บระยะเวลาท พ จารณา ม ค าด งต อไปน 5 ป หร อมากกว า เด อน เด อน เด อน

45 ส าหร บคานต อเน องร บน าหน กบรรท กแบบแผ สม าเสมอ การ แอ นต วสามารถประมาณได จาก = (5/384)w(l n ) 2 /(E c I eff ) (1/8)M(l n ) 2 /(E c *I eff ) (12) เม อ l n ค อ ความยาวช วงว าง (clear span) M ค อ โมเมนต ลบใช งานท ฐานรองร บ หากท งสอง ฝ งไม เท าก นให ใช ค าเฉล ย อย างไรก ด การแอ นต วอาจไม ต องค านวณและแสดงใน รายการค านวณหาก องค อาคารต วน นใช ความหนาต าส ด ตามท มาตรฐานก าหนด ความหนาต าส ด (h min ) หน วย ซม. เม อ ความยาวช วง (L) ม หน วยเป น ซม. องค อาคาร ช วงเด ยวธรรมดา ต อเน องด านเด ยว ต อเน อง 2 ด าน ปลายย น แผ นพ นต นทาง เด ยว L/20 L/24 L/28 L/10 คานหร อแผ นพ น ตงถ ทางเด ยว L/16 L/18.5 L/21 L/8

46 การออกแบบท ด ต องจ าก ดรอยร าวให ม ขนาดเล กและกระจายท วด มากกว าท จะให เก ดรอยร าวขนาดใหญ แต กระจ กต วอย ท เด ยว การควบค มด งกล าวกระท าผ านค า ด ชน ความกว างของรอยร าว (Index of crack width, Z) ส าหร บคาน ต องไม เก นค าต อไปน (1) 26,000 กก./ซม. (ความกว างไม เก น 0.34 มม.) - interior (2) 31,000 กก./ซม. (ความกว างไม เก น 0.41 มม.) - exterior ACI ก าหนดพ ก ดแตกร าว ด งน Z = f s (d c A) 1/3 (13) เม อ f s ค อ หน วยแรงในเหล กเสร มท ภาวะใช งาน (อาจจะประมาณเท าก บ 0.6f y ) d c ค อ ความหนาของ covering ท ผ วร บแรงด งถ ง C.G. ของ เหล กเสร มเส นนอกส ด A ค อ พ นท ห มเหล กเสร มร บแรงด ง ท ม C.G. เด ยวก บ เหล กเสร มหารด วยจ านวนเหล กเสร มร บแรงด ง

47 ข อก าหนดเพ มเต ม (1) กรณ เหล กเสร มม ดเป นก าและใช เหล กหลายขนาด ให หาค า A จากอ ตราส วนของเน อท หน าต ดท งหมด ต อเน อท เน อท ของเหล กเสร มขนาดใหญ ส ด (2) ส าหร บแผ นพ นทางเด ยว ค า Z ให ค ณด วย 1.2/1.35 (3) ในกรณ อาคารอย ภายใต สภาพส งแวดล อมท ร นแรง ค า Z จะไม ครอบคล มและต องพ จารณาเป นพ เศษ องค อาคารร บแรงเฉ อน

48 ภาพน ณ ต าแหน งกลาง คาน (ไม ม แรงด ด) oแท จร ง shear crack ท พบใน คานไม ใช รอยร าวท เก ดจาก การเฉ อนตรง แต เก ดจาก shear stress + bending stress ซ งก อให เก ด diagonal tensile stress oการว บ ต โดยโหมดน ร นแรง และม ความเปราะ Main shear crack Web-shear crack เก ดข นในกรณ ท อก คาน (web) ม ความบาง เช น คานร ปต ว ไอ โดยล กษณะรอยแตกร าวจะเอ ยง 45 o (เก ดข นโดดๆ) Flexural-shear crack เก ดข นในคานหน าต ด ส เหล ยมท วไป รอยร าวเฉ ยง (45 o ) เก ดจะเก ดต อ จากรอยร าวด ดในบร เวณใกล ฐานรองรอง (ท ระยะ d จากของท รองร บ) o สมการท ใช ออกแบบคาน RC โดยท วไปจะสอดคล องก บ flexural-shear cracks ซ ง ตามมาตรฐาน ACI ค า V c จะเท าก บ V cr หร อ ค าแรงเฉ อนท ก อให เก ดรอยร าว ทแยงรอยแรก

49 1.50 Vc bd fc (ksc) P P Vc Vnd bd fc Mn fc (ksc) a 0.25 V = P Inverse scale Vnd 70 Pa = M Mn fc ต องตรวจสอบ V n > V u เม อ V n = V c + V s และค า = 0.85 ค า V c = (0.50(f c ) r w V u d/m u )b w d<0.93(f c ) 0.5 b w d (เม อ V u d/m u < 1.0) หร อสมการอย างง าย V c = 0.53(f c ) 0.5 b w d ในขณะท V s = A v f vy d/s องค อาคารร บแรงบ ด ต วอย างของการเก ด ก ด torsion

50 หน าต ดกลมต น max Tr J หน าต ดส เหล ยมผ นผ า T max 2 x y y / x T max 2 x y / 3 ส าหร บว สด ย ดหย นเช งเส นเน อเด ยวไอโซโทรป ก t t (a) หน วยแรงเฉ อน T (b) หน วยแรงหล ก ต องการเหล กปลอกท กด าน T E (c) รอยร าว D C Crack B T A หน วยแรงเฉ อนเน องจากโมเมนต บ ด เก ดข นบนท งผ วหน าผ วบน และ ผ วข าง

51 หน าต ดกลวงม ประส ทธ ภาพ ส งในการต านทานโมเมนต บ ด T D A C A 0 B r x V DA D A V CD V AB V BC C B dx t 1 A o t 2 Shear flow = ผลค ณระหว างหน วยแรงเฉ อนและความหนา = q = t T = p rqds = T 2 A 0 t q = A o เป นพ นท แรเงา T 2 A 0 1. หน าต ดป ดม ความสามารถต านโมเมนต บ ดได ด กว าหน าต ดเป ด หน าต ดป ด หน าต ดเป ด (a) ร ปส เหล ยมผ นผ า (b) หน าต ดวงกลม (c) หน าต ดเหล ยมกลวง (d) หน าต ดท อ 2. ต าแหน งหน าต ดว กฤต ของโมเมนต บ ดท ใช ในการ ออกแบบท ระยะ h/2 จากหน าท รองร บ

52 Closed section Open section หน าต ดป ดม ความสามารถต านทานแรงบ ดได ด กว าหน าต ดเป ด น ยามของ A oh A x cp 0 y 0 Ao 0.85A oh y 1 y 0 y 1 y 0 A x y oh 1 1 = พ นท หน าต ด ภายในปลอก x 1 x 0 x 1 x 0 y 1 y 0 x 1 x 0

53 หน าต ดกลวงม ประส ทธ ภาพ ส งในการต านทานโมเมนต บ ด T D A C A 0 B r x V DA D A V CD V AB V BC C B dx t 1 A o t 2 Shear flow = ผลค ณระหว างหน วยแรงเฉ อนและความหนา = q = t T = p rqds = T 2 A 0 t q = A o เป นพ นท แรเงา T 2 A 0 (a) หน วยแรงเฉ อน T (b) หน วยแรงหล ก T

54 V V T V1 y0 V2 x0 T 1 V3 qx0 x0 2A0 T 2 V4 qy0 y0 2A0

55 A t f y S y 0 cot A t f y V 2 = 37.5 o ส าหร บคานคอนกร ตอ ดแรงท ม แรงด ง ประส ทธ ผลมากกว า 40% ของแรงด งประล ย = 45 o ส าหร บคานคอนกร ตไม อ ดแรง หร อ คาน คอนกร ตอ ดแรงท ม แรงด งประส ทธ ผลน อยกว า 40% ของแรงด งประล ย y 0 จ านวนเหล กปลอก V 2 = A t f y (y 0 cot /s) เน องจาก V 2 = V 4 ซ ง V 4 = qy 0 = T n y 0 /(2A 0 ) ด งน น T n = 2A 0 A t f y cos /s หร อ จ านวนปลอก A t /s = T n /(2A 0 f y cot ) ท งน A 0 = 0.85A 0h N 2 /2 D 2 V y 2 0 N y 2 0 cos N2 /2 N = แรงด งท กระท าต อหน าต ด ต องออกแบบเหล กนอนให ร บแรงด งน จาก A l f yl = N ด งน น A l = T n p h cot /(2A 0 f ly ) จาก A t /s = T n /(2A 0 f vy cot )

56 N 2 /2 D 2 V y 2 0 N y 2 0 cos N2 /2 ด งน นจะได N = แรงด งท กระท าต อหน าต ด ต องออกแบบเหล กนอนให ร บแรงด งน A l = (A t /s)p h (f vy /f ly )cot 2 เม อ A l ค อ พ นท หน าต ดเหล กนอน p h = 2(x 0 + y 0 ) ค อ เส นรอบร ปของหน าต ด สมการ ACI ท ใช ในการออกแบบปร มาณเหล กนอน A l,min = 1.33(f c ) 0.5 A cp /f ly (A t /s)p h (f vy /f ly ) โดย A t /s ในสมการต องไม น อยกว า 1.75b w /f vy

57 o การออกแบบองค อาคารเพ อต านทานโมเมนต บ ด แรงเฉ อน และ โมเมนต ด ดตามมาตรฐานการออกแบบ ACI ป 1995 หล กการออกแบบ V n > V u และ T n > T u 1. สร างแผนภาพ M u, V u และ T u ขององค อาคาร 2. ก าหนด b, h, d ของหน าต ด และจากโมเมนต ด ดประล ยท ค านวณได จะสามารถค านวณเหล กเสร มตามแนวนอนเพ อร บ M u อย างเด ยวได หมายเหต ท งน ส าหร บหน าต ดท ต องต านโมเมนต บ ดมากๆ ควร เป นหน าต ดท ม ความกว างใกล เค ยงก บความล ก

58 3. ตรวจสอบว าต องออกแบบเหล กต านโมเมนต บ ดหร อไม โดยหาก T u > 0.27(f c ) 0.5 (A cp ) 2 /p cp ต องออกแบบเหล กต านโมเมนต บ ดด วย แต หากน อย กว า ก ให ออกแบบองค อาคารให ต านทานเฉพาะแรง เฉ อนและโมเมนต ด ดเท าน น 4. ตรวจสอบว าโมเมนต บ ดเป นโมเมนต บ ดสมด ล หร อเป น โมเมนต บ ดสอดคล องหากเป นโมเมนต บ ดสอดคล อง สามารถ ลดค าให เหล อแค T u = 1.08(f c ) 0.5 (A cp ) 2 /p cp แต ต องเพ มค าโมเมนต ด ด และ แรงเฉ อนในองค อาคาร ข างเค ยงให เป นไปตามสมการสมด ล

59 5. ตรวจสอบว าหน าต ดม ขนาดโตพอจะต านโมเมนต บ ดได หร อไม ตามอสมการด านล างน R u < R n เม อ R u = [(V u /(b w d)) 2 + (T u p h /(1.7A 2 oh)) 2 ] 0.5 และ R n = V c /(b w d) + 2.1(f c ) ค านวณปร มาณเหล กล กต งเพ อต านแรงเฉ อน โดยเร มต นจาก สมการ V u < V n โดยท V n = V s + V c เม อ V c = (0.5(f c ) w V u d/m u )b w d < 0.93(f c ) 0.5 b w d หร อใช สมการอย างง าย V c = 0.53(f c ) 0.5 b w d และ V s = A v f vy d/s หร อ A v /s = V s /(f vy d)

60 7. ค านวณพ นท หน าต ดของเหล กล กต งส าหร บต านทานโมเมนต บ ดโดยใช A t /s = T n /(2A o f y cot ) = T u / /(2A o f y cot ) 8. รวมปร มาณเหล กล กต งส าหร บการต านทานแรงเฉ อน และ โมเมนต บ ดเข าด วยก น A v+t /s = A v /s + 2A t /s 9. อย างไรก ด ปร มาณเหล กล กต งจะต องมากกว าปร มาณเหล กล ก ต งน อยส ด A v + 2A t > 3.5b w s/f vy ท งน ระยะเร ยงต องไม เก นไปกว า p h /8 หร อ 30 ซม. โดย เหล กล กต งต องเป นวงรอบป ด Not OK.

61 9. ออกแบบเหล กเสร มตามแนวนอน (A l ) ซ งน าไปรวมก บเหล ก เสร มตามแนวนอนปรกต ท ได จากการออกแบบแรงด ด (A s ) ด งน A l = (A t /s)(f vy /f ly )(cot ) 2 p h ท งน A l ท ได ต องม ค าไม ต ากว า A l,min = 1.33(f c ) 0.5 A cp /f ly (A t /s)(f vy /f ly )p h องค อาคารร บแรงอ ด Tie column Spiral column

62 P มาตรฐาน ACI หร อ ว.ส.ท. ให ข อก าหนดต าง ๆ เก ยวก บเสา คสล. ด งต อไปน o ปร มาณเหล กเสร ม 0.01 < g = A st /A g < 0.08 o เส นผ าศ นย กลางของเหล กย นต องไม ต ากว า 12 มม. โดย เสา ปลอกเด ยวต องม เหล กย นไม ต ากว า 4 เส น และเสาปลอกเกล ยว ต องม เหล กย นอย างน อย 6 เส น

63 มาตรฐาน ACI หร อ ว.ส.ท. ให ข อก าหนดต าง ๆ เก ยวก บเสา คสล. ด งต อไปน o ระยะช องว างระหว างเหล กย นของเสาต องไม ต ากว า 1.5 เท าของ เส นผ าศ นย กลางเหล กย นหร อ 1.34 เท าของขนาดมวลรวมใหญ ส ด หร อ 4 ซม. o ระยะห มต องมากกว า 3.5 ซม. หร อ 1.34 เท าของขนาดมวลรวม ใหญ ส ดหร อ 4 ซม. มาตรฐาน ACI หร อ ว.ส.ท. ให ข อก าหนดต าง ๆ เก ยวก บเสา คสล. ด งต อไปน o ส าหร บเหล กย นขนาดเส นผ านศ นย กลางไม เก น 20 เหล กปลอกขนาดเส นผ าศ นย กลางไม ต ากว า 6 มม. มม. ให ใช o ส าหร บเหล กย นขนาดเส นผ านศ นย กลาง มม. ให ใช เหล ก ปลอกขนาดเส นผ าศ นย กลางไม ต ากว า 9 มม.

64 มาตรฐาน ACI หร อ ว.ส.ท. ให ข อก าหนดต าง ๆ เก ยวก บเสา คสล. ด งต อไปน oระยะห างระหว างปลอก (s) s < 16 เท าของเส นผ านศ นย กลางเหล กย น หร อ s < 48เท าของเส นผ านศ นย กลางเหล กปลอก หร อ s < ความกว างหน าเสาท เล กท ส ด oอ ตราส วนของเหล กปลอกเกล ยว s ต องไม น อยกว าค าท ค านวณได จาก s = 0.45(f c /f y )[(A g /A core ) - 1] มาตรฐาน ACI หร อ ว.ส.ท. ให ข อก าหนดต าง ๆ เก ยวก บเสา คสล. ด งต อไปน oต องพ นเหล กปลอกเกล ยวต อเน องสม าเสมอและม ระยะห างไม เก น 7.5 ซม. แต ไม แคบกว า 2.5 ซม. หร อ 1.34 ของขนาดห นก อนใหญ ส ด ท งน เส นผ านศ นย กลางของเหล กปลอกต องไม ต ากว า 9 มม. oเสาปลอกเด ยวท ม เน อท หน าต ดใหญ กว าท ต องการในการร บน าหน ก มาก ๆ การหาปร มาณเหล กเสร มน อยท ส ด และก าล งท ใช ออกแบบ ยอมให ใช ค า A g เพ ยงคร งเด ยว

65 มาตรฐาน ACI หร อ ว.ส.ท. ให ข อก าหนดต าง ๆ เก ยวก บเสา คสล. ด งต อไปน o การต อเหล กย นในเสา อาจต อโดยว ธ ทาบ (เม อเส นผ านศ นย กลาง เหล กย นมากกว า 36 มม.) หร อโดยว ธ เช อมแบบต อชนหร อใช ข อ ต อทางกล การต อเหล กย นให ต อท พ นช นล างของช นน นๆ o ความยาวของระยะต อทาบเหล กข ออ อยร บแรงอ ดม ค าเท าก บ 0.007d b f y ส าหร บ f y < 4000 ksc หร อ (0.013f y -24)d b ส าหร บ f y >4000 ksc และ > 30 cm และให เพ มระยะทาบอ ก1/3 เม อ คอนกร ตม f c < 210 ksc x x x x x < 15 cm x x x > 15 cm x x x x x x x < 15 cm x > 15 cm

66 การทาบต อเหล กในเสา ความลาดเอ ยง < 1:6 o ก าล งร บน าหน กของเสาปลอกเด ยว และปลอกเกล ยวใช สมการ เด ยวก นค อ P 0 = 0.85f c (A g -A st ) + f y A st o เม อเพ มการเย องศ นย โดยบ งเอ ญจะได โดย P u < P n (8) (9) กรณ เสาปลอกเด ยว (เม อ = 0.70) : P n = 0.80P 0 (10.1) กรณ เสาปลอกเกล ยว (เม อ = 0.75) : P n = 0.85P 0 (10.2)

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง 17 ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง งานเอกสารม กจะม ปร มาณของงานเป นจ านวนมาก ด งน นการเล อนต าแหน ง เพ อ ไปย งจ ดท ต องการได อย างรวดเร ว จะท าให การท างานเอกสารน น ๆ เก ดผลส าเร จ อย างรวดเร วตามไปด

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ ส วนท ๑ การร บหน งส อ หน งส อร บ ค อ หน งส อได ร บเข ามาจากภายนอก ให เจ าหน าท ของหน วยงานสารบรรณ กลางปฏ บ ต ตามท ก าหนดไว ในส วนน ๑. จ ดล าด บความส าค ญและความเร งด วนของหน

More information

บทท 5 สร ปผลการดาเน นงาน

บทท 5 สร ปผลการดาเน นงาน บทท 5 สร ปผลการดาเน นงาน จากการทดลองท ได จากการศ กษาและสร างโปรแกรมช ดค าส งด วยว ซ วลเบส คส าหร บการ ใช งานในโปรแกรมไมโครซอฟท ออฟฟ ซ เอ กเซ ลร นป 2003 แล วจะสามารถแบ งอธ บายสร ปผล การดาเน นงานได เป น

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ส มมนา- การเตร ยมการก อนการ โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ผ ร บผ ดชอบ ข นตอนการปฏ บ ต งาน มาตรฐานค ณภาพงาน ค ามาตรฐาน หล กฐาน การจ ดเตร ยมสถานท และอาคารโรงงาน การเตร ยมการด าน การตลาด

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง (เอกสารประกอบการประช มปฏ บ ต การช แจงและซ กซ อมความเข าใจการสร างข อสอบ Online) สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 5 :ส งห บ ร :ลพบ ร :ช ยนาท:อ างทอง:

More information

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 ฉบ บท 2

ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 ฉบ บท 2 ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 1 4 2 3 ฉบ บท 2 5 7 6 ล ขส ทธ 2006 Nokia สงวนล ขส ทธ Nokia และ Nokia Connecting People เป นเคร องหมายการค าจดทะเบ ยนของ Nokia Corporation บทน า ช ดต ดต งร นน ช

More information

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม ใบงานท ๔.๑ (ทดสอบปฏ บ ต ) เร องการใช เคร องม อโปรแกรม Microsoft Office Word 2007 ว ชา ง ๒๐๒๐๑ การใช โปรแกรมเพ อการปฏ บ ต งาน รายว ชาเพ มเต ม หน วยการเร ยนร ท ๔ ช อหน วย ซอฟต แวร งานพ มพ เอกสาร ช นม ธยมศ

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง 27 การเช อมโยงภาพน ง บางคร งเราไม ต องการเสนอภาพตามล าด บ แต ต องการน าเสนอในล กษณะสล บไปมา หร อ ต องการแสดงข อม ลบนอ นเทอร เน ต หร อ แม แต เร ยกใช งานโปรแกรมอ น ๆ เช น CAI หร อ โปรแกรมประย กต อ น ๆ ก

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท บทท 1 ส วนเจ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง 1-1 ประกอบด วยผ ใช งานท เก ยวข อง 3 ส วนค อ ส วนเจ จ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง ส วนผ ใช งานน ท วไป ได แก ข าราชการท กคนของส าน กงานฯ

More information

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2 การใช Word ส าหร บท าว ทยาพนธ หร อ รายงานต างๆ ส วนแรกมาท าความร จ กก บ ล าด บเลข และ ห วเร อง ก อน ท ง 2 ส วนน จะสามารถท าไปใช ในการ สร าง สารบ ญ แบบอ ตโนม ต ได ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา มาตรฐานรายว ชา 1. อธ บายความหมาย หน าท และส วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคา

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน ว ตถ ประสงค เพ อพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรผ เก ยวข องให ม ความร ความเข าใจ ความส าค ญในการก าหนดข อม ลพ นฐาน (Master File) และข อม ล พ นฐานท พ ฒนาข นมาใหม ในโปรแกรม BMS INVENTORY เพ

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save)

การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save) 12 การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save) ใช ไอคอน แทนการเร ยกเมน File, Save ได เม อสร างงานด วย Word ควรท าการจ ดเก บงานน นไว ในฮาร ดด สก จากน นจ งค อย ท าการค ดลอก (Copy) หร อย าย (Move) ไปไว ในแผ

More information

ร ปท 5.1.1 หน าจอ การค นหาการจ ดสรรอาคารบ านพ ก

ร ปท 5.1.1 หน าจอ การค นหาการจ ดสรรอาคารบ านพ ก 1. 2. 3. 4. 5. งานสว สด การบ านพ ก เป นระบบท จ ดสรรอาคารบ านพ ก ให ก บเจ าหน าท ภายในทบ. โดยจ ดสรรอาคารให แต ละหน วย และ แต ละหน วย จะจ ดสรรอาคารให ก บเจ าหน าท ภายใน หน วย 5.1. ข นตอนค นหาอาคารบ านพ ก

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ

คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ การพ มพ งานหร อการป อนข อม ล - การพ มพ งานและการแก ไขงานท พ มพ การพ มพ คร งแรก คล กเล อกเซลล แล วพ มพ ได เลย ข อความท ม ความยาวมากกว า ความกว างของคอล มน จะท

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร ประกอบด วย 4 ข นตอน 1. การว เคราะห และกาหนดรายละเอ ยดของป ญหา 2. การวางแผนในการแก ป ญหา 3. การดาเน นการแก ป ญหา 4. การตรวจสอบและปร บปร ง ว เคราะห ป ญหาหร อความต องการ

More information

ไฟฟ าและการใช ประโยชน

ไฟฟ าและการใช ประโยชน ไฟฟ าและการใช ประโยชน ผ ช วยศาสตราจารย ส จ ตต ศร ช ย ว ตถ ประสงค 1. ร จ กประจ ไฟฟ า สมบ ต ของประจ ไฟฟ า 2. ร จ กความส มพ นธ แรงไฟฟ า สนามไฟฟ า ศ กย ไฟฟ า ต วเก บประจ ก บ ประจ ไฟฟ า 3. ไฟฟ ากระแส สมบ ต

More information

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน ค ม อผ ด แลระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน บทท 3 การบร หารจ ดการระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชนระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน - ๑ บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน เจ าหน าท ผ ใช งานระบบสารสนเทศภ

More information

การจ ดและตกแต งข อความ

การจ ดและตกแต งข อความ ======================================================= หน า1 การจ ดและตกแต งข อความ การใช ข อความใน Dreamweaver 8 สามารถเหม อนโปรแกรมท เก ยวก บงานเอกสาร เช น Microsoft Office 1. การปร บเปล ยนภาษาการต

More information

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการปฏ บ ต งาน ตอนท 1 ข อม ลของผ ร บการประเม น (เจ าหน าท บ คคลหร อเจ าหน าท ท เก ยวข องเป นผ กรอก) ตอนท 2 ภาระงานท ได ปฏ บ ต ในช วงระยะเวลาประเม น (ผ ร บการประเม นเป นผ

More information

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM Chapter 8 การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM 1 เน อหา ล กษณะของ Activity Diagram ร ปแบบการใช Activity Diagram การระบ ส วนของข อม ลให แก ก จกรรม การจ ดระเบ ยบข อม ล การสร างท พ ก/เก บข อม ล การแบ

More information

การจ ดการระบบต ดต อเราโดย Web Admin สามารถแบ งออกเป น 6 ห วข อ ด งน

การจ ดการระบบต ดต อเราโดย Web Admin สามารถแบ งออกเป น 6 ห วข อ ด งน 1 การจ ดการระบบต ดต อเราโดย Web Admin สามารถแบ งออกเป น 6 ห วข อ ด งน ËÑÇ ŒÍ Í ข อความต ดต อ ประเภทข อความการต ดต อ ฟอร มข อความต ดต อ ข อม ลการต ดต อ แผนท ต ดต อ ต งค าการต ดต อ ŒÍ ÇÒÁµÔ µ Í เป นส วนส

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย 1.ว ตถ ประสงค การแข งข นการใช โปรแกรมสาน กงาน ( MS-Office 2010 ) งานน ทรรศการเป ดบ านว ชาช พ คร งท 4 ป การศ กษา 2557 ว นท แข งข น 12 ก มภาพ นธ 2558 ณ ว ทยาล ยอาช วศ กษาออมส นอ ปถ มภ ระด บม ธยมศ กษาตอนต

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน พ จารณา 4 เร อง เร องการบร หารจ ดการ การออกแบบและปร บแบบไม ให ล าช า (ม ระยะเวลากาหนด และข นตอนเหม อนการออกแบบปกต ) เร องการเปล ยนแปลงรายการต องให กองแบบแผนร

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2) หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) ว ชา การใช โปรแกรมน าเสนอข อม ล รห สว ชา - ระด บ ปวช. ปวส. สาขางาน คอมพ วเตอร ธ รก จ ป การศ กษา / 6 ผ สอน นางจ ราย บ ญมาปล ก ล กษณะว ชา ทฤษฎ +ปฏ บ ต มาตรฐานรายว ชา. อธ

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล

ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล 1. จงบอกถ งว ธ การเข าส โปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 2. Icon (ส ญร ป) ค ออะไรม หน าท ในการท างานอย างไร 3.

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

เค าโครงเร องท จะบรรยาย 1. คด ปกครองเก ยวก บส งแวดล อม 2. การกาหนดประเด น 3. การเตร ยมการก อนจ ดทาความเห น 4. เทคน คในการเข ยนความเห น 5.

เค าโครงเร องท จะบรรยาย 1. คด ปกครองเก ยวก บส งแวดล อม 2. การกาหนดประเด น 3. การเตร ยมการก อนจ ดทาความเห น 4. เทคน คในการเข ยนความเห น 5. เค าโครงเร องท จะบรรยาย 1. คด ปกครองเก ยวก บส งแวดล อม 2. การกาหนดประเด น 3. การเตร ยมการก อนจ ดทาความเห น 4. เทคน คในการเข ยนความเห น 5. การกาหนดคาบ งค บ 6. ต วอย างคาพ พากษาท น าสนใจ ความหมายของ คด ปกครองทางส

More information

ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ CONTROL MENU INFORMATION PORT

ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ CONTROL MENU INFORMATION PORT ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ โปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ (Provincial-directory: P-dir) เป นโปรแกรมส าหร บแสดง รายช อ/ส บค นข อม ลหน วยงาน และรายช อห วหน าส วนราชการภายในจ งหว ด การท

More information

บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส

บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส 3-1 บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส 3.1 ร จ กระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส ระบบการแจ งข าวประชาส มพ นธ ค อ โปรแกรมระบบงานท

More information

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา การประเม นผลการส มมนา หมายถ ง กระบวนการในการจ ดเก บข อม ล และจ ดกระท าข อม ลเพ อให ทราบว า การดาเน นงานจ ดส มมนาตาม โครงการ ได บรรล ว

More information

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ ( และบ คคลภายนอก) ตาแหน ง ค ณสมบ ต เฉพาะตาแหน ง 1. ผ ตรวจสอบ ระด บ 4 (ด าน IT) / หญ ง ปร ญญาตร ทางด านคอมพ วเตอร ตามท กพ. ร บรอง - ผ ม ประสบการณ ในการตรวจสอบ

More information

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ อ. ร งล กษม รอดข า คณะว ทยาการจ ดการ มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนส น นทา 1 บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสารของระบบสารสนเทศ ว ตถ ประสงค 1. บอกความหมายของเอกสารระบบสารสนเทศได

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ KPI ผ ร บผ ดชอบ ประเด นการพ จารณา ผลการด าเน นงาน 5.1 ร อยละของอ ตราการ เบ กจ ายเง นงบประมาณ รายจ ายลงท น ทส.สบย. ผลการเบ กจ ายงบลงท น เท ยบก บ วงเง นงบประมาณท

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน http://recc.erc.or.th/ercnetwork โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร

More information

ใช Excel ต ดเกรด ง ายน ดเด ยว

ใช Excel ต ดเกรด ง ายน ดเด ยว โครงการจ ดการความร ของคณะมน ษยศาสตร ฯ - ใช Excel ต ดเกรด ง ายน ดเด ยว ผ ช วยศาสตราจารย เพชรร ตน บร ส ทธ โปรแกรม Microsoft Office Excel เป นโปรแกรมประเภทสเปรดซ ท (Spreadsheet) หร อตารางค านวณอ เล กทรอน

More information

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กฎหมายพล งงาน กฎหมาย พล งงาน พระราชบ ญญ ต การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน พ.ศ. 2535 (แก ไขเพ

More information

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ (๕.๑) ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล

More information

แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา 2555...

แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา 2555... แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา 2555... จากการประช มคณะกรรมการกาหนดนโยบายการจ ดงานศ ลปห ตถกรรม คร งท 62 ป การศ กษา 2555 ท สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานแต

More information

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน หน วยท ช อหน วย/ห วข อการสอน จ านวน (ช วโมง) 1 จร ยธรรมและความร บผ ดชอบในการใช คอมพ วเตอร และ ระบบสารสนเทศ 1.1 จร ยธรรมในการใช ระบบคอมพ วเตอร 1.2 จรรยาบรรณในการใช คอมพ วเตอร

More information

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน สาระการเร ยนร : ประโยชน แท แก มหาชน 1 บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน หล กการ ร ศ กยภาพ ร จ นตนาการ ร ประโยชน สาระการเร ยนร เร ยนร การว เคราะห ศ กยภาพของป จจ ยศ กษา จ นตนาการเห นค ณ สรรค สร างว ธ การ

More information

การพ มพ /แก ไขเอกสาร โหมดการพ มพ ภาษาไทย / ภาษาอ งกฤษ

การพ มพ /แก ไขเอกสาร โหมดการพ มพ ภาษาไทย / ภาษาอ งกฤษ 7 การพ มพ /แก ไขเอกสาร โหมดการพ มพ ภาษาไทย / ภาษาอ งกฤษ การพ มพ ข อความด วย Word สามารถพ มพ ผสมก นได ท งภาษาไทย และภาษา อ งกฤษ โดยตรวจสอบโหมดการพ มพ ได จากแถบงาน (Task Bar) ของ Windows ตรวจสอบโหมดการพ

More information

ค ม อการจ ดการองค ความร

ค ม อการจ ดการองค ความร ค ม อการจ ดการองค ความร การพ มพ หน งส อราชการ ด วยโปรแกรม Microsoft Word จ ดทาโดย คณะกรรมการการจ ดการความร สาขาว ทยบร การเฉล มพระเก ยรต จ งหว ดหนองบ วลาภ ป การศ กษา ๒๕๕5 1 การพ มพ หน งส อราชการด วยโปรแกรม

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

มหาว ทยาล ยราชภ ฏส ราษฎร ธาน ระบบการประเม นค ณภาพการบร หารงาน มหาว ทยาล ยราชภ ฏส ราษฎร ธาน ม ข!นตอนการใช

มหาว ทยาล ยราชภ ฏส ราษฎร ธาน ระบบการประเม นค ณภาพการบร หารงาน มหาว ทยาล ยราชภ ฏส ราษฎร ธาน ม ข!นตอนการใช 1 ค ม อการใช งานระบบการประเม นค ณภาพการบร หารงาน (AQS) มหาว ทยาล ยราชภ ฏส ราษฎร ธาน งานด งต อไปน! ระบบการประเม นค ณภาพการบร หารงาน มหาว ทยาล ยราชภ ฏส ราษฎร ธาน ม ข!นตอนการใช 1. ท านสามารถเข าส ระบบการประเม

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร ร จ กคอมพ วเตอร ป จ บ นคอมพ วเตอร เป นอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศท น ยมใช ก นอย างแพร หลาย โดยท วไปเราจะน าคอมพ วเตอร มาใช ในการท างานต าง ๆ เช นการค ดค านวณ การพ

More information

NYK LOGISTICS (THAILAND) CO., LTD. ร ปแบบ และการก าหนดรห สเอกสาร SP - EMC - 445-1 - 0 อน ม ต โดย จ ดท าโดย ตรวจสอบโดย --------------------------

NYK LOGISTICS (THAILAND) CO., LTD. ร ปแบบ และการก าหนดรห สเอกสาร SP - EMC - 445-1 - 0 อน ม ต โดย จ ดท าโดย ตรวจสอบโดย -------------------------- ร ปแบบ และการก าหนดรห ส อน ม ต โดย ตรวจสอบโดย จ ดท าโดย -------------------------- (...) กรรมการ / ผ จ ดการใหญ ผ แทนฝ ายบร หาร -------------------------- (...) ผ ช วยผ จ ดการ แผนกมาตรฐานค ณภาพ และความปลอดภ

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ย ทธศาสตร ย ทธศาสตร ท 1 เสร มสร างจ ตส าน กและ ค าน ยมให หน วยงาน บร หารงานตาม หล

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย จ ดท าโดย นางสาวพ ไลพรรณ โพธ สม ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย ค ม อการใช

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

สอนโดย อาจารย อน นตพร วงศ ค า อาจารย ประจ าคณะบร หารธ รก จ สาขาว ชาการตลาด มหาว ทยาล ยเวสเท ร น จ งหว ดกาญจนบ ร

สอนโดย อาจารย อน นตพร วงศ ค า อาจารย ประจ าคณะบร หารธ รก จ สาขาว ชาการตลาด มหาว ทยาล ยเวสเท ร น จ งหว ดกาญจนบ ร สอนโดย อาจารย อน นตพร วงศ ค า อาจารย ประจ าคณะบร หารธ รก จ สาขาว ชาการตลาด มหาว ทยาล ยเวสเท ร น จ งหว ดกาญจนบ ร ล กษณะการจ ดจ าหน าย การจ ดจ าหน าย (Distribution) หมายถ ง โครงสร างของช องทางท ใช เพ อเคล

More information

EO/2 ระบบปฏ บ ต การ Windows XP

EO/2 ระบบปฏ บ ต การ Windows XP การว เคราะห หล กส ตรฐานรายว ชา ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ รห ส 200-000 ระด บ ปวช ล กษณะว ชา ทฤฎ +ปฏ บ ต สาขางาน ช างอ เล กทรอน กส ป การศ กษา 2 255 ผ สอน ชาต ชาย ส วรรณช ญ ค าอธ บายรายว ชา ศ กษาและปฏ

More information

การแก ไขข อม ลอ ตราใน ท าเน ยบก าล งพลอ เล กทรอน กส ปร บปร ง เม อ 12 ก.ย. 57

การแก ไขข อม ลอ ตราใน ท าเน ยบก าล งพลอ เล กทรอน กส ปร บปร ง เม อ 12 ก.ย. 57 การแก ไขข อม ลอ ตราใน ท าเน ยบก าล งพลอ เล กทรอน กส ปร บปร ง เม อ 12 ก.ย. 57 1. ผ ใช งานเข าส ระบบ PDX ท pdx.rta.mi.th เพ อเข าส หน า LOGIN ด งภาพด านล าง 2. เม อเข าส ระบบแล ว ไปท เมน ด านซ าย คล กท แล

More information

ข อสอบเข ามหาว ทยาล ยขอนแก น บทท 15 เร อง ไฟฟ าและแม เหล ก

ข อสอบเข ามหาว ทยาล ยขอนแก น บทท 15 เร อง ไฟฟ าและแม เหล ก ข อสอบเข า ม.ขอนแก น เร อง ไฟฟ าและแม เหล ก เร ยบเร ยงโดยนายบ ญเก ด ยศร งเร อง 21 ข อสอบเข ามหาว ทยาล ยขอนแก น บทท 15 เร อง ไฟฟ าและแม เหล ก 1. (มข.50) น าอ เล กตรอนต วหน งไปวางน งไว ในสนามแม เหล กสม าเสมอ

More information

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม ค ม อระบบรายงานการดาเน นงานรายเด อน (version 2.0) 1 ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม 1. เป นป มท ใช เพ อล างค าของข อม ลท ใช ในการกาหนดเง อนไขในการค นหาของแต ละเมน 2.

More information

การเร มใช งานโปรแกรม

การเร มใช งานโปรแกรม 1 การเร มใช งานโปรแกรม หล งจากจบบทเร ยนน ค ณจะสามารถใช งานเก ยวก บ :- เร มใช งานโปรแกรม Microsoft PowerPoint ร จ กส วนประกอบของหน าจอโปรแกรม การสร างงานน าเสนอใหม จาก Template การสร างงานน าเสนอเปล า การบ

More information

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ข นตอนการเสนอขออน ม ต โครงการ อาจารย ผ ร บผ ดชอบโครงการกรอกข อม ลโครงการทางเว บไซต หร อส งข อม ลโครงการให เจ าหน าท ประสานงานโครงการ เจ าหน าท ประสานงานโครงการตรวจสอบข

More information

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101 โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา ว ทยาศาสตร รห ส ว13101 คร ผ สอน ม สกรรณ การ โพธ วงศ ระด บช น ประถมศ กษาป ท 3 ม ธยมศ กษาป ท. ภาคเร ยนท 1-2 / 2557 ล กษณะว ชา สาระพ นฐาน สาระเพ มเต ม ก จกรรมพ

More information

การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา

การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา ในป พ.ศ.2546 กรมอ ต น ยมว ทยาสามารถลดระยะเวลาการปฏ บ ต ราชการเก นกว าร อยละ 50 ซ งมากกว ามต คณะร ฐมนตร ท ให ส วนราชการลดข นตอนลง 30-50% และได ร

More information

ข อ ๓ การขออน ญาตน าเข าว ตถ อ นตราย ให ย นหน งส อขออน ญาตน าเข าตามแบบ วอ./อก.๑๒

ข อ ๓ การขออน ญาตน าเข าว ตถ อ นตราย ให ย นหน งส อขออน ญาตน าเข าตามแบบ วอ./อก.๑๒ (ร าง) ประกาศกระทรวงอ ตสาหกรรม เร อง หล กเกณฑ การน าเข า หร อม ไว ในครอบครองซ งว ตถ อ นตรายชน ดท ๔ เพ อใช เป นสารมาตรฐานในการว เคราะห ทางห องปฏ บ ต การ ท กรมโรงงานอ ตสาหกรรม ร บผ ดชอบ พ.ศ.... อาศ ยอ านาจตามความในมาตรา

More information

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต องใช เคร องม อประกอบการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน

More information

5-79 5. กระบวนการบ นท กรายการขอจ ายช าระเง น

5-79 5. กระบวนการบ นท กรายการขอจ ายช าระเง น 5-79 5. กระบวนการบ นท กรายการขอจ ายช าระเง น การบ นท กรายการขอจ ายช าระเง นผ าน GFMIS Web Online ให ใช แบบ ขจ05 โดยการอ างอ ง ให เล อกป พ.ศ.ของรายการขอเบ กเง น ตามด วยระบ เลขท เอกสารจ านวน 10 หล ก ค อ

More information

การแจ งท อย หล กในการจ ดส ง หน งส อมอบฉ นทะและเอกสารเช ญประช ม (Principal Address)

การแจ งท อย หล กในการจ ดส ง หน งส อมอบฉ นทะและเอกสารเช ญประช ม (Principal Address) การแจ งท อย หล กในการจ ดส ง หน งส อมอบฉ นทะและเอกสารเช ญประช ม (Principal Address) ด วยประกาศของกรมพ ฒนาธ รก จการค า กระทรวงพาณ ชย เม อเด อนก มภาพ นธ 2556 ได ก าหนดให ผ ถ อห น ท จะมอบฉ นทะให บ คคลอ นเข

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) Operation Research คาอธ บายรายว ชา หล กการเบ องต นเก ยวก บโครงสร างและแบบจ าลองทางคณ ตศาสตร ทฤษฎ การต ดส นใจ การ เล ยนแบบทางสถ

More information