การพ ฒนาสถาบ นส สถาบ นการเร ยนร การจ ดการความร (Knowledge Management) ประจาป การศ กษา 2556

Size: px
Start display at page:

Download "การพ ฒนาสถาบ นส สถาบ นการเร ยนร การจ ดการความร (Knowledge Management) ประจาป การศ กษา 2556"

Transcription

1 1 การพ ฒนาสถาบ นส สถาบ นการเร ยนร การจ ดการความร (Knowledge Management) ประจาป การศ กษา 2556 ห วข อการจ ดการความร 1.การสร างแบบสอบถามออนไลน ด วย Google Drive 2.การว เคราะห ข อม ลด วยโปรแกรม SPSS (1-พ นฐาน) 3.การว เคราะห ข อม ลด วยโปรแกรม SPSS (2-Factor Analysis)

2 4.การเข ยนบทความเช งว ชาการ เช น คอล มน เช งว ชาการ บทความว ชาการ บทความว จ ย หน งส อว ชาการ เป น ต น 5.การใช งาน Microsoft Word การใช งาน Microsoft Excel

3 3 การสร างแบบสอบถามออนไลน Google Drive การสอบถามท ศนคต ความค ดเห น ตลอดจนความพ งพอใจน น ส วนใหญ แล วแบบสอบถามเป น เคร องม อท น กว จ ยม กน ยมเล อกใช เน องจากง ายสะดวกและรวดเร ว ในป จจ บ นม การใช แบบสอบถามออนไลน ผ านระบบอ นเตอร เน ตย งเพ มความสะดวกและง ายต อการแปลผลมากย งข น นอกจากน ย งม ม ลเหต ส าค ญค อ การประหย ดกระดาษอ นเป นทร พยากรส าค ญของส าน กงานอ กด วย อย างไรก ตามไม เพ ยงแต ในบร บทของ งานว จ ยเท าน น ย งพบว าในท กๆ ฝ ายของสถาบ น ย งใช แบบสอบถามเพ อรวบรวมข อม ลต าง ๆ ด วย เช น ฝ าย ฝ กอบรมใช เพ อรวบรวมความพ งพอใจในการเข าร วมก จกรรมของผ ร บอบรม ฝ ายบร หารใช เพ อรวบรวมข อม ล ความค ดเห นต างๆ เก ยวก บการดาเน นการของสถาบ นฯ หร อฝ ายพ สด ใช เพ อรวบรวมข อม ลการใช งานพ สด เป น ต น ด งน น การจ ดการความร เร องการสร างแบบสอบถามออนไลน จ งม ความจ าเป นอย างย งก บภาระงาน ของสถาบ นฯ ในการน จ งม การถ ายทอดความร เร อง การสร างแบบสอบถามออนไลน ด วย Google Drive ข นใน ว นท 2 ม ถ นายน 2557 เวลา น. ม ผ เข าร วมก จกรรมท งหมด 13 คน ม ว ทยากรท แลกเปล ยนและ ถ ายทอดองค ความร 3 คน

4 4

5 5 รวบรวมประเด นและเน อหา การสร างแบบสอบถามออนไลน Google Drive เร มการใช งาน 1.ต องม ของ Gmail (หากย งไม ม ต องสม คร) 2.เม อเข า ได แล วให คล กเล อกไอคอน Drive 3.คล กเล อก CREAT และเล อนเม าส มาคล กท คาส ง Form

6 6 การสร างแบบสอบถามออนไลน 1.เม อคล กเล อก Form แล ว จะปรากฏหน าต าง Choose title and theme 1.1 Title (United Form )ให เราเล อกพ มพ ต งช อแบบสอบถามออนไลน ฉบ บน ว าจะช อว าอะไร 1.2 Themeคล กเล อกเพ อปร บร ปแบบส สรรของแบบสอบถามของเราให ม ความสวยงาม 1.3 เม อดาเน นการเสร จแล วคล ก OK

7 7 2.จะปรากฎแบบฟอร มด งภาพ 2.1 Form Description สามารถเข ยนคาอธ บายเพ มเต มเก ยวก บแบบสอบถามให ผ ตอบเข าใจ ช ดเจนมากย งข น 2.2 Question Title (United Question)ให คล กและพ มพ ข อคาถามท เราต องการจะถาม 2.3 Question Type เล อกร ปแบบของคาตอบ (ด รายละเอ ยดในข อ 3)

8 8 3 Question Type ร ปแบบค าตอบของแบบสอบถามม หลายแบบ(เล อกตามความเหมาะสม) ด งน 3.1 Text : ก าหนดให ตอบเป นข อความส นๆ 1-2 ข อความ 3.2 Paragraph text : ก าหนดให ตอบเป นข อความยาวๆ เป นย อหน า 3.3 Multiple choice : ก าหนดให ต กเล อกตอบ เช น ก ข ค ง หร อ A B C D (เล อกตอบได ข อ เด ยว) 3.4 Checkboxes :ก าหนดให ต กเล อกตอบได มากกว า 1 ข อ 3.5 Choose from list : ก าหนดให ตอบคล ายก บ Multiple choice ค อไม ได ให ต กเล อกตอบแต เป นการเล อนเพ อเล อกคาตอบ 3.6 Scale: ให เล อกตอบแต เป นแบบสเกลท ให ค าน าหน ก จากน อยส ดไปมากส ด หร อแย ส ดไปด ส ด 3.7 Grid : เป นช ดของคาถามท สามารถตอบด วยค าตอบแบบเด ยวก น 3.8 Date : ก าหนดให ตอบเป นว นท (เด อน ว น ป ) 3.9 Time: ก าหนดให ตอบเป นช วงเวลา หร อระยะเวลา 4.เม อเล อก Question Type ได ตามความเหมาะสมแล ว ให คล ก เป นอ นเสร จสมบ รณ ในหน ง ข อค าถาม และเม อต องการท าข อต อไปให คล ก แล วท าจนกว าจะเสร จสมบ รณ 5.เม อต องการแก ไข ค ดลอก หร อลบท งข อน น ให เล อนเม าส ไปย งข อค าถามน น จะปรากฏไอคอน 5.1 หมายถ ง แก ไขเน อหา 5.2 หมายถ ง ค ดลอกข อน นซ า 5.3 หมายถ ง ลบข อน นท งไป 6.ในกรณ ท ต องการให ผ ตอบจ าเป นต องตอบห ามข ามข อคาถามไป ให ต กเคร องหมายถ กในช อง

9 9 เม อท าเสร จแล วต องการส ง Link แบบสอบถาม 1.ระบบจะท าการบ นท กงานโดยอ ตโนม ต ท าให ไม ต องก งวลว าข อม ลจะอ พเดทล าส ดหร อไม เม อท า เสร จแล วต องการจะส งล งค Urlให ผ อ น ให คล กเล อกคาส ง (แถวบน) 2.จะปรากฏหน าต างท เป นแบบสอบถามออนไลน ของเราจร ง ๆ ให copy Urlและสามารถน า Urlน ส ง ให บ คคลท เราต องการให ตอบแบบสอบถามได เลย หร อจะน าล งค น ไปไว ท เฟซบ คหร อเว บไซต โดยตรงก ได ผ ใช ท ต องการท จะตอบแบบสอบถามก จะสามารถตอบได ท นท ตรวจด การตอบกล บของผ ตอบแบบสอบถาม 1.เข า Gmail และไปท Drive และคล กเล อก Form แบบสอบถามออนไลน ของเรา 2.จะปรากฏ Form ต นฉบ บของเรา ให คล กเล อก เพ อด การตอบ กล บในร ปแบบ Spreadsheet และเล อกคาส ง Create 3.แถวบนจะม ไอคอน ผ ตอบแบบสอบถามออนไลน สามารถคล กด ก จะเห นผลการตอบกล บท งหมดของ

10 10 แปลงไฟล การตอบกล บของผ ตอบแบบสอบถาม 1.เม อตรวจด การตอบกล บของผ ตอบแบบสอบถามท งหมดจาก สามารถน า ข อม ลในส วนน ไปแปลงไฟล ได ท ง Microsoft excel, pdf หร ออ นๆ โดยเล อกคาส ง File Download as---( เล อกแปลงไฟล ท ต องการ) 2. เม อคล กเล อกแล วตามข อ 1จะได ไฟล ใหม เก ดข นตามการ Download as

11 11 เม อต องการป ดร บการตอบแบบสอบถาม 1.เข า Gmail และไปท Drive และคล กเล อก Form แบบสอบถามออนไลน ของเรา 2.จะปรากฏ Form ต นฉบ บของเรา ให คล ก จะได ด งภาพ น นค อการป ดร บการ ตอบแบบสอบถาม (แต หากต องการกล บไปเป ดร บแบบสอบถามเหม อนเด มก ให คล กท Not accepting response ก จะกล บมาเป น Accepting response)

12 12 การว เคราะห ข อม ลด วยโปรแกรม SPSS การว เคราะห ข อม ลด วยโปรแรม SPSS น บได ว าเป นท กษะท จ าเป นอย างหน งในการเป นน กว จ ย โดยเฉพาะงานว จ ยเช งปร มาณท ม การใช แบบสอบถามเป นเคร องม อในการเก บรวบรวมข อม ล ด งน นจ งได ม การ จ ดการแลกเปล ยนความร ในกล มน กว จ ยด วยก นเอง เพ อทบทวนและเพ มเต มความร ท งทางด านพ นฐาน เก ยวก บ SPSS และการว เคราะห ข นส งด วยเทคน ค Factor Analysis อ นจะเป นประโยชน ต อการว เคราะห และ ประมวลผลงานว จ ยท ก าล งท าอย ต อไป เน องจากโปรแกรม SPSS เป นโปรแกรมค อนข างเฉพาะ จ งม ผ เข าร วมก จกรรม 7 คน อ นประกอบด วย น กว จ ย 5 คน และน กว ชาการศ กษา 2 คน สร ปและรวมรวมเน อหา การว เคราะห ข อม ลด วยโปรแกรม SPSS SPSS ย อมาจาก Statistical Package for Social Science Windows ของ SPSS ม 5 ประเภท 1. Data ไฟล นามสก ลsav ใช เพ ม/แก ไข/ลบ ข อม ล หร อ เร ยกข อม ล ท ป อนจากโปรแกรมอ นๆ 2. Output ไฟล นามสก ลspo เพ อให แสดงผลล พธ ในร ปแบบ Graphics 3. Syntax ไฟล นามสก ลsps ใช พ มพ คาส งหาค าทางสถ ต แทนการใช เมน 4. Draft Output ไฟล นามสก ล rtf เพ อให แสดงผลล พธ ในร ปแบบ Text 5. Script ไฟล นามสก ล sbs ใช เข ยนโปรแกรมคาส งหาค าทางสถ ต ต วอย างข อม ล ช อต วแปร sex ประเภทต วเลข ความกว าง 1 ไม ม จ ดทศน ยม เลเบล เพศ การกาหนดช อและรายละเอ ยดของต วแปร จากหน าจอ Variable View ท หน าจอ SPSS Data Editor เร ยกหน าจอ Variable View ทาได 2 ว ธ 1. ด บเบ ลคล กตรงคอล มน ของบรรท ดแรก 2. คล กแถบ Variable View ท อย ด านล าง

13 13 1. Name ช อต วแปร ให พ มพ ตรงคอล มน Name เช น Sex 2. Type ประเภทของต วแปร เล อก Numeric Width=1 Decimal Places=0 คล กป ม OK 3. Label ก าหนดข อความขยายช อต วแปร เพ ออธ บายช อต วแปรและแสดงออกทางผลล พธ ให พ มพ ตรงคอล มน Label เช น เพศ 4. Values ก าหนดคาอธ บายให ก บค าต วแปร

14 14 5. Missing ก าหนดค าท ไม นาไปว เคราะห ม 2 แบบ 5.1 User Missing ผ ว จ ยเป นผ กาหนด เช น 9, 99, 999, 5.2 System Missing โปรแกรมจะกาหนดให เอง 6. Column จ านวนความกว างของคอล มน ค อจ านวนความกว างมากส ดของ ค าต วแปร หร อ ช อต วแปร หร อ label ต ว แปร จากต วอย าง ช อต วแปร และ label ต วแปร ม ความกว างมากส ดเท าก บ 3 ให พ มพ 4 (ความกว างมากส ดเท าก บ 3 บวกเผ อไว 1) 7. Align ให แสดงค าต วแปร ช ดซ าย ก งกลาง ช ดขวา 8. Measure ระด บการว ดของข อม ล 7.1 Scale (Interval, Ratio) 7.2 Ordinal 7.3 Nominal ให ก าหนดช อและรายละเอ ยดของต วแปรให ครบท กต ว ป อนข อม ล จากหน าจอ Data View Data View เป นแบบตาราง การป อนข อม ลจะคล ายก บ Excel บรรท ดแรก จะเป นช อต วแปร บรรท ดต อไป จะเป นข อม ล

15 15 ด จ านวนข อม ล ไปรายการส ดท าย กดป ม Ctrl+End กล บไปรายการแรก กดป ม Ctrl+Home การ Show Label (View -> Value Labels) การเปล ยนแปลงข อม ลก อนนาไปว เคราะห ข อม ลทางสถ ต 1. การเปล ยนแปลงเก ยวก บต วแปร 2. การสร างต วแปรใหม จากการคานวณและเง อนไข 3. การเล อกข อม ลมาทาการว เคราะห 4. การดาเน นการอ นๆ ก บข อม ล 1. การเปล ยนแปลงเก ยวก บต วแปร 1.1 ต องการเปล ยนแปลงรายละเอ ยดต วแปรใดให ด บเบ ลคล กท ช อต วแปร จากหน าจอ Data View 1.2 ต องการเปล ยนค าต วแปร ทาได 2 ล กษณะ การเปล ยนค าในต วแปรเด ม ว ธ น ไม เป นท น ยม การเปล ยนค าและสร างเป นต วแปรใหม ท หน าจอ Data View เล อกเมน Transform -> Recode -> Into Different Variables ต วอย าง เปล ยนค าต วแปร sex จาก 1 เป น 3, 2 เป น 4 สร างต วแปรใหม ช อ newsex คอล มน ซ ายของหน าจอเล อกต วแปร SEX คล กป ม คอล มน Output Variable Name พ มพ newsex Label พ มพ ต วแปรเพศใหม คล กป ม Change คล กป ม Old and New Values

16 16 คอล มน Old Value Value พ มพ 1 คอล มน New Value Value พ มพ 3 คล กป ม Add คอล มน Old Value Value พ มพ 2 คอล มน New Value Value พ มพ 4 คล กป ม Add คล กป ม Continue คล กป ม OK ต วแปรใหม newsexจะต อจากคอล มน ส ดท าย ต วอย าง เปล ยนค าต วแปร age โดยก าหนดเป นช วง และสร างต วแปรใหม ช อ newage 1 เท าก บ น อยกว า 25 ป 2 เท าก บ 25 ป ถ ง 34 ป 3 เท าก บ 35 ป ถ ง 44 ป 4 เท าก บ ต งแต 45 ป ข นไป เล อก Range Lowest through พ มพ 25 Value พ มพ 1 คล กป ม Add เล อก Range พ มพ 25 through พ มพ 34 Value พ มพ 2 คล กป ม Add เล อก Range พ มพ 35 through พ มพ 44 Value พ มพ 3 คล กป ม Add เล อก Range พ มพ 45 through highest Value พ มพ 4 คล กป ม Add

17 17 คล กป ม Continue คล กป ม OK 2. การเล อกข อม ลมาทาการว เคราะห ปกต โปรแกรมนาข อม ลท งหมดใน Data View มาทาการว เคราะห ถ าผ ว จ ยต องการเล อกข อม ลบางช ดมาทาการว เคราะห ให เล อกเมน Data -> Select Cases All cases ข อม ลท งหมด ท กช ด ท กต วแปร If condition is satisfied เล อกช ดข อม ลตามเง อนไขท ก าหนด Random sample of cases เล อกข อม ลด วยว ธ ส มโดยกาหนดจ านวนช ดข อม ลท ต องการจากการส มโดยประมาณ (Approximately) หร อ จ านวนช ดข อม ลท แน นอน (Exactly) Base on time or cases range เล อกช ดข อม ลโดยใช ลาด บของช ดข อม ลเป นต วกาหนด Use Filter variable เล อกช ดข อม ลโดยใช ค าของต วแปรท ม อย เป นต วกาหนด Unselected Cases Are Filtered เป นการเล อกช ดข อม ลแบบช วคราว ถ าต องการกล บมาเล อกข อม ลท งหมด ให เล อกเมน Data -> Select Cases -> All case Deleted เป นการเล อกช ดข อม ลแบบถาวร โดยท ข อม ลท ไม ถ กเล อกจะถ กลบออกจาก Data View แต ไม ม ผลต อข อม ลของไฟล ข อม ลเด มถ าไม บ นท ก ต วอย าง ต องการเล อกช ดข อม ลเฉพาะเพศชาย เล อกต วแปร sex

18 18 เล อก If condition is satisfied คล กป ม If เล อกต วแปร sex คล กป ม พ มพ sex = 1 คล กป ม Continue เล อก Deleted คล กป ม OK หมายเหต 1. ห ามส งบ นท ก จากเมน File -> Save เพราะจะทาให ข อม ลเด มส ญหาย 2. ถ าต องการนาช ดข อม ลน ไปว เคราะห คร งต อไป ให บ นท กช อไฟล ใหม จากเมน File -> Save As 3. การดาเน นการอ นๆ ก บข อม ล การเร ยงลาด บข อม ล เล อกเมน Data -> Sort Cases การกาหนดน าหน กแก ช ดข อม ล เล อกเมน Data -> Weight Cases การสล บท ต วแปรและช ดข อม ล เล อกเมน Data -> Transpose การแบ งข อม ลเป นกล มย อย เล อกเมน Data -> Split File การเปล ยนแปลงข อม ลของโปรแกรม เล อกเมน Edit -> Options

19 19 การว เคราะห หาสถ ต พ นฐาน การสร างตารางแจกแจงความถ แบบทางเด ยว เป นการแจกแจงข อม ลตามล กษณะใดล กษณะหน งของข อม ลเพ ยงล กษณะเด ยว หร อจาแนกค าของข อม ลโดยใช ต วแปร ต วเด ยว ต วอย าง ต องการทราบความถ ของระด บการศ กษา 1. เป ดไฟล ข อม ล data.sav 2. เล อกเมน Analyze -> Descriptive Statistics -> Frequencies เล อกต วแปร Level of education คล กป ม หมายเหต โปรแกรมจะแสดง Label แทนช อต วแปร คล กป ม OK จะได ผลล พธ ด งน

20 20 ความหมายของผลล พธ คอล มน ท 1 บอกจานวนข อม ล Valid จ านวนข อม ลท นามาแจกแจงความถ Missing จ านวนข อม ลท ไม สมบ รณ Total จ านวนข อม ลท งหมด คอล มน ท 2 แสดงช อต วแปร หร อ Label ของต วแปร ตามค าท เป นไปได ของต วแปร คอล มน ท 3 Frequency ค อ ค าท แสดงความถ ท น บได คอล มน ท 4 Percent ค อ ค าท แสดงความถ ท น บได ในร ปร อยละ ค ดจากข อม ลท งหมด คอล มน ท 5 Valid Percent ค อ ค าท แสดงความถ ท น บได ในร ปร อยละ ไม รวมค า Missing คอล มน ท 6 Cumulative Percent ค อ ค าท แสดงความถ สะสมของ Valid Percent การสร างตารางแจกแจงความถ แบบหลายทาง เป นการจ าแนกข อม ลตามล กษณะของข อม ลต งแต 2 ล กษณะมาแจกแจงความถ พร อมก น เร ยกว า ตารางแจกแจงความถ รวม (Cross tab Table) ต วอย าง ตารางแจกแจงความถ จ าแนกตามเพศและระด บการศ กษา เล อกเมน Analyze -> Descriptive Statistics -> Crosstabs เล อกต วแปร sex คล กป ม เล อกต วแปร Level of education คล กป ม เก บไว ในบ อกซ Row(s) เก บไว ในบ อกซ Column(s)

21 21 คล กป ม Cells ตรง Percentages เล อก Row, Column, Total คล กป ม Continue คล กป ม OK จะได ผลล พธ

22 22 ความหมายของผลล พธ sexหมายถ ง ต วแปรท แจกแจงทางด านแถว Level of education หมายถ ง ต วแปรท แจกแจงทางด านคอล มน Count 19 จ านวนท น บได ม เพศชายท จบการศ กษา ต ากว าปร ญญาตร 19 คน % within sex 30.6% จ านวนร อยละเม อ เท ยบก บเพศชาย % within Level of education 63.3% จ านวนร อยละเม อ เท ยบก บระด บ การศ กษา % of Total 19.4% จ านวนร อยละเม อ เท ยบก บข อม ล ท งหมด ม เพศชายท จบการศ กษา ต ากว าปร ญญาตร ค ดเป น 30.6 % ของเพศชายท งหมด (62 คน) ม เพศชายท จบการศ กษา ต ากว าปร ญญาตร ค ดเป น 63.3 % ของเพศท จบต ากว าปร ญญาตร ท งหมด (30 คน) ม เพศชายท จบการศ กษา ต ากว าปร ญญาตร ค ดเป น 19.4 % ของข อม ลท งหมด (100 คน) การบรรยายล กษณะข อม ลด วยค าสถ ต เบ องต น การอธ บายหร อบรรยายล กษณะข อม ลด วยค าสถ ต เบ องต น เป นการนาข อม ลท เก บรวบรวม นามาดาเน นการหาค าท จะ เป นต วแทนของกล มข อม ล ค าสถ ต เบ องต นท หาได จะใช อธ บายหร อบรรยายกล มข อม ลในร ปของผลสร ปแทนท จะนาข อม ลท งหมดมานาเสนอ ข อม ลท จะนามาหาค าสถ ต เบ องต นสามารถใช ได ท งข อม ลประชากร (Population) และข อม ลต วอย าง (Sample) ข อม ลท จะนามาหาค าสถ ต เบ องต นต องเป นข อม ลท ม การว ดอย ในระด บอ ตราส วนหร อระด บช วง บางกรณ อาจจะใช ข อม ลระด บเร ยงอ นด บ การหาค าสถ ต เบ องต นจาแนกได 4 ว ธ 1. การหาค าแนวโน มเข าส ส วนกลาง (Central Tendency) 1.1 ค าเฉล ย (Mean) เช น ค าเฉล ยแบบเลขคณ ต (Arithmetic Mean or Average, A.M), ค าเฉล ยแบบเรขาคณ ต (Geometric Mean, F.M), ค าเฉล ยแบบฮาร โมน ก (Harmonic Mean, H.M) 1.2 ฐานน ยม (Mode) 1.3 ค าแสดงตาแหน งของข อม ล (N-Tiles) เช น ม ธยฐาน (Median), ควอไทล (Quartiles), เดไซล (Deciles) และเปอร เซ นต ไทล (Percentiles) 2. การหาค าการกระจายข อม ล (Dispersion) 2.1 พ ส ย (Range) 2.2 ส วนเบ ยงเบนควอไทล (Quartile Deviation) 2.3 ส วนเบ ยงเบนเฉล ย (Mean Deviation)

23 ส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviaion) 2.5 ส มประส ทธ ของการแปรผ นหร อการกระจาย (Coefficient of Variation) 3. การหาค าคะแนนมาตรฐาน (Standard Score) 4. การหาค าแสดงร ปร างของโค งความถ (Frequencies Curve, Distribution) 4.1 โค งปกต (Normal Curve) 4.2 โค งเบ (Skewness Curve) เช น โค งเบ ซ าย, โค งเบ ขวา การทดสอบสมมต ฐานค าเฉล ย การทดสอบสมมต ฐานค าเฉล ยสาหร บ 1 กล มต วอย าง ว ธ การหาค า T-Test 1. เป ดไฟล DATA11.sav 2. เล อกเมน Analyze -> Compare Means -> One Sample T Test เล อกต วแปร One-sample [income] คล กป ม Test Value: พ พม คล กป ม Options เก บไว ในบ อกซ Test Variable(s) Confidence Interval พ มพ 95 คล กป ม Continue 4. คล กป ม OK ได ผลล พธ

24 ความหมายของผลล พธ One-Sample Statistics N จ านวนข อม ล Mean ค าเฉล ยของรายได Std. Deviation ค าส วนเบ ยงเบนมาตรฐานของรายได ท แสดงการกระจายของข อม ล Std. Error Mean ค าความคาดเคล อนมาตรฐานของรายได One-Sample Test Test Value = 1000 ค าท ผ ทดสอบก าหนดไว ในสมมต ฐาน t, df, Sig.(2-tailed) ค าท ใช ในการต ดส นใจว าจะยอมร บหร อปฏ เสธสมมต ฐาน H0 Mean Difference ผลต างของค าเฉล ยประชากรและค าเฉล ยของต วอย าง ค าต ดลบ หมายความว าค าเฉล ยต วอย างน อยกว าค าเฉล ยของประชากร 95% Confidence ค าท แสดงขอบเขตบนและขอบเขตล างของการประมาณค าผลต าง ระหว างรายได เฉล ยต วอย างก บรายได เฉล ยของประชากรท ช วงความ เช อม น 95% 24

25 25 การทดสอบสมมต ฐานผลต างระหว างค าเฉล ยสาหร บ 2 กล มต วอย าง ม 2 กรณ เป นการทดสอบผลต างระหว างค าเฉล ยของล กษณะท สนใจของ 2 กล มต วอย างว าแตกต างก นหร อไม 1. กรณ ท 2 กล มต วอย างเป นอ สระต อก น 2. กรณ ท 2 กล มต วอย างเป นแบบจ บค 1. เป ดไฟล DATA12a.sav 2. เล อกเมน Analyze -> Compare Means -> Independent Samples T Test เล อกต วแปร expenses คล กป ม เล อกต วแปร faculty คล กป ม 3. คล กป ม Define Groups เก บไว ในบ อกซ Test Variable(s) เก บไว ในบ อกซ Grouping Variable Group 1 พ มพ 1 Group 2 พ มพ 2 คล กป ม Continue 4. คล กป ม OK จะได ผลล พธ

26 26 2. กรณ ท 2 กล มต วอย างเป นแบบจ บค ท ม ความส มพ นธ ก น การทดสอบความแตกต างแบบจ บค (Paired Difference Tests) การพ จารณาว ากล มต วอย างจะใช การทดสอบแบบจ บค ท ม ความส มพ นธ ก น ให พ จารณาจาก 1. การเปร ยบเท ยบว ธ การ 2 ว ธ ก บข อม ลช ดเด ยวก น เช นผลต างของคะแนนก อนอบรมและหล งอบรม ข อม ลท ได แต ละค มาจากคนเด ยวก น 2. การเปร ยบเท ยบข อม ล 2 ช ดก บค ณสมบ ต ท เหม อนก น เช น นาข าราชการท ม ระด บการศ กษาและม ประสบการณ ในการทางานเหม อนก นมาเปร ยบเท ยบเง นเด อนเป นค 3. การเปร ยบเท ยบข อม ล 2 ประเภทท ได มาจากแหล งข อม ลเด ยวก น เช น การเปร ยบเท ยบยอดขายส นค า 2 ย ห อ มาจากร านค า 20 ร านค า 4. การเปร ยบเท ยบข อม ล 2 ประเภทท ได มาจากช วงเวลาเด ยวก น เช น ยอดขายอาหารของร านอาหาร 2 ร าน ท ได ในแต ละว นในเด อนเด ยวก น

27 27 เล อกต วแปร pre และ post คล กป ม 1. คล กป ม OK จะได ผลล พธ เก บไว ในบ อกซ Paired Variables

28 28 การทดสอบค าเฉล ยสาหร บหลายกล มต วอย าง โดยว เคราะห ความแปรปรวน เป นการศ กษาเปร ยบเท ยบและตรวจสอบว าค ณล กษณะใดค ณล กษณะหน งของข อม ลต งแต 3 กล มข นไปม ความแตกต าง ก นหร อไม และถ าแตกต างก นน นแตกต างก นอย างไร โดยพ จารณาจกค าเฉล ยของค ณล กษณะน นๆ ต วสถ ต ท ใช ในการทดสอบความแตกต างระหว างค าเฉล ยสาหร บหลายกล มต วอย างค อ การว เคราะห ความแปรปรวน (Analysis of Variances : ANOVA) การว เคราะห ความแปรปรวน หร อน ยมเร ยกย อๆ ว า ANOVA เป นว ถ ทางสถ ต ว ธ หน งท ใช ในการศ กษาหาความส มพ นธ ระหว างต วแปร 2 ประเภท ค อต วแปรตาม (Dependent) และต วแปรอ สระ (Independent) โดยใช ต วแปรอ สระเป นต วแบ ง ข อม ลออกเป นกล มๆ เพ อทดสอบว าในแต ละกล มท แตกต างก นน นจะทาให ค าเฉล ยของต วแปรตามแตกต างก น หร อไม บางคร งอาจเร ยกต วแปรอ สระว า ป จจ ย (Factor) ประเภทของการว เคราะห ความแปรปรวน 1. การว เคราะห ความแปรปรวนแบบจาแนกทางเด ยว (One-Way ANOVA) เป นการว เคราะห ความแปรปรวนท ใช ก บข อม ลท ได จากการจ าแนกหร อแบ งกล มโดยใช หล กเกณฑ แบบเด ยวหร อป จจ ย เด ยว 2. การว เคราะห ความแปรปรวนแบบจาแนกสองทาง (Two-Way ANOVA) เป นการว เคราะห ความแปรปรวนท ใช ก บข อม ลท ได จากการจ าแนกหร อแบ งกล มโดยใช หล กเกณฑ สองแบบหร อสองป จจ ย 3.การว เคราะห ความแปรปรวนแบบจาแนกหลายทาง (Multi-Way ANOVA) เป นการว เคราะห ความแปรปรวนท ใช ก บข อม ลท ได จากการจ าแนกหร อแบ งกล มโดยใช หล กเกณฑ ต งแต สามแบบเด ยวหร อ สามป จจ ยข นไป การใช โปรแกรมว เคราะห ความแปรปรวนแบบจาแนกทางเด ยวแบบพาราเมตร ก 1. เล อกเมน Analyze -> Compare Means -> One-Way ANOVA เล อกต วแปร price คล กป ม เล อกต วแปร brand คล กป ม 2. คล กป ม Options เก บไว ในบ อกซ Dependent List เก บไว ในบ อกซ Factor

29 29 เล อก Descriptive ให แสดงค าสถ ต เบ องต นของแต ละกล ม เล อก Homogeneity of variance test ให ค าสถ ต ท ใช ทดสอบการกระจายของแต ละกล ม เล อก Means plot ให แสดงกราฟเปร ยบเท ยบค าเฉล ยในแต ละกล ม คล กป ม Continue 3. คล กป ม Post Hoc ถ าต องการค าสถ ต ท ใช ในการทดสอบจ บค พห ค ณ กรณ ความแปรปรวนไม ต างก นเล อก Scheffe กรณ ความแปรปรวนต างก นเล อก Tamhane s T2 Significance level ก าหนดค า αตามท ผ ว จ ยต องการ คล กป ม Continue 4. คล กป ม OK จะได ผลล พธ

30 ถ าม การปฏ เสธสมมต ฐาน H0 ให พ จารณาต อ 30

31 31 การทดสอบค าเฉล ยสาหร บหลายกล มต วอย าง โดยการว เคราะห ความแปรปรวนแบบสองทาง การทดสอบค าเฉล ยของข อม ลท ได จากกล มต วอย างต งแต 3 กล มต วอย างข นไป เม อม การจาแนกหร อแบ งกล มข อม ลโดย ใช หล กเกณฑ สองแบบหร อสองป จจ ย จะเป นการทดสอบว าการแบ งกล มด งกล าวม ผลกระทบต อค าเฉล ยของค ณล กษณะท สนใจหร อไม 1. เป ดไฟล DATA15A.sav 2. เล อกเมน Analyze -> General Linear Model ->Univariate เล อกต วแปร expense คล กป ม เล อกต วแปร occup, region คล กป ม 3. คล กป ม Options เก บไว ในบ อกซ Dependent Variable เก บไว ในบ อกซ Fixed Factor(s)

32 32 เล อก Descriptive statistics คล กป ม Continue 4. คล กป ม Plots เล อกต วแปร occupคล กป ม เล อกต วแปร region คล กป ม คล กป ม Add คล กป ม Continue เก บไว ในบ อกซ Horizontal Axis เก บไว ในบ อกซ Separate Lines

33 5. คล กป ม OK จะได ผลล พธ 33

34 34 การเข ยนบทความเช งว ชาการ หน าท ท ส าค ญของน กว จ ย ค อการม ผลงานต พ มพ ลงในวารสารว ชาการท ม การร บรองในฐานข อม ล เพราะผลงานน นจะถ กน บเป นค าคะแนนตามระด บค ณภาพของผลงานในการประก นค ณภาพท งของสถาบ นฯ และมหาว ทยาล ย สถาบ นจ งได จ ดการแลกเปล ยนความร ในประเด นน โดยม รองผ อ านวยการฝ ายบร หาร (รศ. ว ทยา ด านธ ารงก ล) และคณะน กว จ ยของสถาบ น ในล กษณะของการน ดประช มส งงาน และม การให ความเห น และสอบถามเพ อร บทราบข อเสนอแนะจากการเข ยนผลงานด งกล าว สร ปและรวมรวมเน อหา การเข ยนบทความเช งว ชาการ ผลงานท เป นบทความของน กว จ ยถ กก าหนดให ต องม การต พ มพ เผยแพร ม 2 ประเภท ค อ บทความว จ ย และบทความว ชาการ ซ งตรงก บข อก าหนดประก นค ณภาพ สมศ.5 (งานว จ ยหร องานสร างสรรค ท ได ร บการ ต พ มพ เผยแพร ) และสมศ. 7 (ผลงานว ชาการท ได ร บการร บรองค ณภาพ) ท งน บทความท ง 2 ประเภท ม ค า คะแนนก าหนดระด บค ณาภาพของผลงานแตกต างก นด งน บทความว จ ย บทความว ชการ ค าน าหน ก ระด บค ณภาพงานว จ ย ระด บค ณภาพงานผลงานว ชาการ 0.25 ม การต พ มพ ในรายงานส บเน องจากการประช มว ชาการ ระด บชาต /นานาชาต หร อม การต พ มพ ในวารสารว ชาการท ปรากฏในฐานข อม ล TCI 0.50 ม การต พ มพ ในวารสารว ชาการท ปรากฏอย ในประกาศของ สมศ ม การต พ มพ ในวารสารว ชาการระด บนานาชาต ท ปรากฏใน ฐานข อม ลการจ ดอ นด บวารสาร SJR ในไตรมาสท 3 หร อ 4 ของป ล าส ด หร อ ม การต พ มพ ในวารสารว ชาการระด บ นานาชาต ท ปรากฏอย ในประกาศของ สมศ. บทความว ชาการท ได ร บการต พ มพ ในวารสารระด บชาต บทความว ชาการท ได ร บการต พ มพ ในวารสารระด บ นานาชาต ตาราหร อหน งส อท ม การตรวจอ านโดยผ ทรงค ณว ฒ ท สถานศ กษาก าหนด 1.00 ม การต พ มพ ในวารสารว ชาการระด บนานาชาต ท ปรากฏใน ตาราหร อหน งส อท ใช ในการขอผลงานว ชาการและผ านการ

35 35 ฐานข อม ลการจ ดอ นด บวารสาร SJR ในไตรมาสท 3 หร อ 4 ของป ล าส ดหร อ ม การต พ มพ ในวารสารว ชาการระด บ นานาชาต ท ปรากฏอย ในประกาศของ สมศ. พ จารณาตามเกณฑ การขอตาแหน งทางว ชาการแล ว หร อ ตาราหร อหน งส อท ม ค ณภาพส งม ผ ทรงค ณว ฒ ตรวจอ าน ตามเกณฑ การขอตาแหน งทางว ชาการ และนอกจากค าคะแนนท ก าหนดระด บค ณภาพของบทความจะม ความแตกต างก นแล ว ว ธ การเข ยน ของบทความเพ อลงต พ มพ ในวารสารว ชาการของท ง 2 ประเภทน ก ม ร ปแบบและข อก าหนดท แตกต างก นด วย สร ปได ด งน -บทความว จ ย หมายถ ง งานเข ยนท สร ปสาระส าค ญจากงานว จ ย โดยประกอบด วย บทน า ว ธ การว จ ย ผลการศ กษา การอภ ปรายผลการว จ ย และข อเสนอแนะ - บทความว ชาการ หมายถ ง งานเข ยนท ม การค ดสรรประเด นท ท นสม ย และน าสนใจ โดยผ เข ยนได เร ยบเร ยงเน อหา โดยใช ส านวนท อ านง าย เพ อให ผ อ านท วไปและผ อ านกล มเป าหมายสามารถอ านเข าใจ ม กา น าความร จากแหล งต างๆ ผ เข ยน มาว เคราะห ตามหล กว ชาการ ม การสร ปประเด น และให ท ศนะทางว ชาการของ หมายเหต ม เอกสารแนบ คาแนะน าส าหร บผ เข ยนท ประสงค ส งบทความลงต พ มพ ในวารสาร HR Intelligence (ซ งเป นวารสารของสถาบ นทร พยากรมน ษย ) ในการน กองบรรณาธ การวารสาร HR Intelligence ได ร วมแลกเปล ยนความค ดเห นในการเข ยน บทความลงวารสารท งประเภทบทความว จ ยและบทความว ชาการของน กว จ ยสถาบ นม คาแนะน าด งต อไปน 1.ส าหร บบทความว จ ย หากม เน อหาและม ประเด นท น าสนใจหลายประเด น หร อม เน อหาท มากเก น กว าจะสามารถเข ยนได ในจ านวนหน า ตามท ถ กก าหนดในการเข ยนลงวารสาร สามารถน าประเด นย อย ของงานว จ ยมาเข ยนได และไม จ าเป นจะต องต งช อบทความว จ ยเป นช อเด ยวก บรายงานว จ ยฉบ บสมบ รณ และ ในงานว จ ยหน งฉบ บสามารถเข ยนบทความว จ ยได หลายเร อง โดยด งประเด นน าสนใจและสร ปผลท เก ดข นแล ว น ามาอธ บายประเด นสาระส าค ญน นๆ เพ อสร ปเป นแนวทางหร อข อเสนอแนะท าให เห นภาพช ดมากข น ซ งจะท า ให เข าใจได ด มากว าการท เข ยนท กประเด นในงานว จ ยลงในบทความว จ ยเพ ยงบทความเด ยว

36 36 2.ส าหร บบทความว ชาการ กองบรรณาธ การได ให คาแนะน าแก น กว จ ยใหม โดยท เร มให น กว จ ยใหม ได น าเสนอประเด นท สนใจแล วน าเสนอในท ประช มวารสารฯ ท าให ได ร บม มมองท ช ดเจนมากข น ท งน กอง บรรณาธ การได ให คาแนะน าท ส าค ญค อ เร องท จะเข ยนข นน นควรเป นเร องท ม ความใหม เป นประเด นท ส งคม กล าวถ งหร อให ความสนใจ เช น การสอบโอเน ตของน กเร ยน พฤต กรรมความซ อส ตย ในส งคมไทย ตลอดจน ประเด นท เป นวาระของประเทศไทยอย างการเข าส ประชาคมอาเซ ยนในป 2015 ก เป นเร องท ควรน ามาเข ยนเป น อย างย ง สร ปหล กและว ธ การเข ยนบทความจะต องพยายามส อสารข อม ลให ท งผ เข ยนบทความและผ อ านเข าใจ ตรงก นอย างถ กต องและช ดเจนให มากท ส ดเท าท จะท าได และผ เข ยนควรพยายามเข ยนให ผ อ านเข าใจได ง าย ท ส ดด วยด งน นจ งควรหล กเล ยงการใช ภาษาหร อส านวนท วกวน หร อต ความได หลายร ปแบบ ว ตถ ประสงค ในการเข ยนบทความ ค อการส อสารหร ออธ บายส งท ค นพบหร อหล กการบางประการม ใช เพ อพ ส จน ว าผ เข ยนเก งกว าผ อ านในเร องใดด วยเหต น จ งควรเข ยนประโยคส นๆ ไม ซ บซ อนเล อกคาท ให ความหมายถ กต องช ดเจนและเข าใจง าย ไม ใช คาฟ มเฟ อยหล กเล ยงการใช ศ พท เทคน ค หร อศ พท เฉพาะมาก เก นความจ าเป นต วผ เข ยนเองจะต องร ความหมายของค าท กคาท เข ยนอย างล กซ ง คาท มาจาก ภาษาต างประเทศควรแปลให เป นภาษาไทยท ส อความหมายได ด ท ส ดและวงเล บภาษาต างประเทศไว เพ อความ เข าใจ ควรเล อกใช คาอย างระม ดระว งโดยท วไปควรใช ศ พท บ ญญ ต ของราชบ ณฑ ตยสถาน ประโยคและย อ หน าควรม ความส นยาวตามความเหมาะสมของเน อหาและจ ดเน น ในการเข ยนเร อง จะต องค าน งว าเน อเร องจะต องม สาระเป นเร องเป นราวม แนวค ดประเด นหล กอย าง ช ดเจน แต ละย อหน าท จะเข ยนจะต องม สาระส าค ญท ต องการถ ายทอดถ งผ อ านการดาเน นเน อหาจะต อง สอดคล องกลมกล นก นตลอดบทความและม ความเก ยวพ นก นเป นข นเป นตอน ข อม ลต างๆ จะต องเช อถ อ ได ผ เข ยนจะต องแสดงให เห นอย างช ดเจนว า ส วนใดเป นข อม ลและส วนใดเป นความเห นผ เข ยนท ด จะต องไม ใช อารมณ ในการแสดงความค ดเห นอย างเด ดขาดไม ควรสร ปความเห นในล กษณะของการต ดส นช ขาดตาม ความค ดของตนแต ถ าจ าเป นต องต ดส นตามเหต ผล โดยอ างอ งหล กว ชาการเป นส าค ญ

37 37 การใช งาน Microsoft word 2010 Microsoft Word 2010 จ ดอย ในกล มโปรแกรมประเภทเว ร ดโพรเซสซ งหร อโปรแกรมประมวลผลคา ส าหร บช วยในการพ มพ ข อความเพ อสร างไฟล เอกสาร ซ งไม เพ ยงแต พ มพ ข อความเท าน น ก ย งสามารถแทรก ภาพประกอบในเอกสาร สร างตาราง สร างแผนภ ม หร อวาดภาพประกอบ ซ งใช งานง าย ไม ย งยาก จ งเป นโปแก รมท ได ร บความน ยมอย างส งในป จจ บ น โปรแกรม Microsoft Word 2010 ม ร ปร างหน าตา และส วนประกอบของโปรแกรมท เหม อน และ แตกต างจาก Microsoft Word 2007 ไม มาก แต จะเป นการรวมเคร องม อท ม ล กษณะเด ยวก นให อย ในแทบ เคร องม อเด ยวก น ด งภาพด านล างน 1. แถบช อเร อง (Title Bar) = เป นส วนท ใช แสดงช อโปรแกรม และช อไฟล ท ได เป ดข นมา 2. แถบเคร องม อด วน (Quick Access) = เป นส วนท ใช แสดงคาส งท ใช งานบ อย 3. ป ม File (แฟ ม) = เป นส วนท ท าหน าท คล ายก บป ม Office ใน Microsoft Office 2007 ค อ จ ดเก บคาส ง ท ใช ในการท างานเอกสาร เช น New Open Save และ Print เป นต น 4. ป มควบค ม = เป นส วนท ใช ควบค มการเป ด หร อป ดหน าต างโปรแกรม 5. ร บบอน (Ribbon) = เป นส วนท ใช แสดงรายการคาส งต าง ๆ ท ใช ในการท างานก บเอกสาร

38 38 6. พ นท การท างาน = เป นส วนท ใช ในการแสดงรายละเอ ยดต าง ๆ ข นภายในเอกสาร 7. แถบสถานะ (Status Bar) = เป นส วนท ใช แสดงจ านวนหน ากระดาษ และจ านวนต วอ กษรท ใช ในเอกสาร ในการใช งานโปรแกรมน ส วนใหญ จะเป นการใช พ มพ เอกสารท วๆ ไปมากกว า แม จะม ความสามารถ ในการสร างเอกสารได หลากหลายร ปแบบก ตาม เช น จดหมายและซองจดหมาย เอกสารท วๆ ไป เอกสารท ม ตาราง เอกสารท ม กราฟ แผนภ ม เอกสารท ม ร ปภาพประกอบ หน งส อหร อรายงาน เว บเพจส าหร บใช งานบน อ นเตอร เน ต การท าส งพ มพ ง ายๆ ไม ซ บซ อน เช น ประกาศ ใบปล ว โปรช วหร อแผ นพ บ นามบ ตร การเพ ม และลบไอคอนคาส งในแถบเคร องม อด วนใน Microsoft Word 2010 บนแถบเคร องม อด วนน น เม อเราเป ดข นมาคร งแรก โปรแกรมจะแสดงคาส งบางค าส งมาให โดย อ ตโนม ต ซ งหากเราต องการเพ ม หร อลบไอคอนค าส ง ก สามารถท าได ตามข นตอนด งต อไปน การเพ มไอคอนค าส งในแถบเคร องม อด วน 1. คล กป มล กศรบนแถบเคร องม อเร งด วน แล วเล อกคาส งท ต องการ จากภาพจะลองเพ มป ม อ เมล เข ามา

39 39 2. คาส งท ได เล อกก จะแสดงข นมาบนแถบเคร องม อเร งด วน ท นท ว ธ การสร างเอกสารจากแม แบบ เป นการสร างเอกสารจากแม แบบส าเร จร ปท ม อย ในโปรแกรม ซ งม ข นตอนด งน 1. คล กป ม แฟ ม (File) > สร าง (New) > ต วอย างแม แบบ (Sample templates) 2. เล อกแม แบบท เราต องการ 3. คล กป ม สร าง (Create) เอกสารใหม จะถ กสร างข นมาตามแม แบบท เล อก

40 40 การใส ลาด บต วเลขให ข อความ ใน Word 2010 หากในเอกสารม แต ข อความท เป นต วอ กษร ก อาจจะท าให ยากต อการท าความเข าใจ และ ยากท จะจ ดการก บข อม ลเหล าน น ซ งเราสามารถแก ไขป ญหาด งกล าวได อย างง าย ๆ ด วยการ จ ดล าด บต วเลขให ก บข อความด วยว ธ การด งต อไปน ว ธ การจ ดล าด บต วเลขให ข อความ 1. คล กหน าข อความแรกท จะจ ดล าด บ 2. คล กแท บ หน าแรก (Home) 3. คล กป ม ล าด บเลข (Numbering) แล วเล อกร ปแบบล าด บเลขท ต องการ

41 41 การจ ดตาแหน งข อความ ใน Word 2010 ในการจ ดวางข อความลงไปในเอกสาร ควรจ ดวางข อความให ม ความน าสนใจ และ สอดคล องก บชน ดของเอกสารน น ๆ ด วย ซ งการจ ดวางข อความลงไปในเอกสารน น ก ม อย หลาย ล กษณะด วยก น ด วยว การเล อกข อความท ต องการแล วเล อกคล ปป มตามร ปไอคอน ท ต องการ ล กษณะการวางข อความ ร ปไอคอน กดค ย ล ดบนค ย บอร ด ต วอย าง การจ ดตาแหน งข อความแบบ Ctrl+E xxxxxxxxxx ก งกลาง การจ ดวางตาแหน งข อความแบบ Ctrl+L xxxxxxxxxx ช ดทางซ าย การจ ดตาแหน งข อความแบบช ด Ctrl+R xxxxxxxxxx ทางขวา การจ ดวางตาแหน งข อความแบบ Ctrl+J กกกกกกกกกกกกกกกก เต มแนวแบบพ มพ ภาษาไทย การจ ดวางตาแหน งข อความแบบ กระจายเต มแนว - X x xx x xx x x

42 42 การต งค าแท บในเอกสาร แท บ (Tab) เป นต าแหน งหย ดของเคอร เซอร ท จะเคล อนท ไปเม อผ ใช โปรแกรมกดป ม Tab เราม กใช ใน การจ ดเอกสารในล กษณะคอล มน โดยปกต แล ว โปรแกรมเว ร ดจะก าหนดระยะแท บท ท กๆ คร งน ว ร ปแบบของ แท บม ท งหมด 5 ชน ด ด งน Left Tab แท บช ดซ าย จะพ มพ ต วอ กษรจากซ ายไปขวา Right Tab แท บช ดขวา จะพ มพ ต วอ กษรจากขวามาซ าย Center Tab แท บก งกลาง จะพ มพ ต วอ กษรก งกลางในตาแหน งแท บ Decimal Tab แท บทศน ยม เม อพ มพ จ ดทศน ยมจะพ มพ ต วเลขด านหล งตแหน งแท บ Bar Tab แท บข ดต ง จะพ มพ ข ดต งท ต าแหน งแท บ การจ ดระยะห างระหว างบรรท ด ใน Word 2010 หากเราพบว า ข อความแต ละบรรท ดม ระยะห างท ไม สวยงาม หร อห างก นมากจนเก นไป เรา ก สามารถท จะจ ดระยะห างระหว างบรรท ดได ท งท าให ห างมากกว าเด ม หร อจะให ม ระยะห างเป น ปกต เหม อนใน Word 2003 ได ด วยว ธ การ ด งต อไปน ว ธ การจ ดระยะห างให เหม อน Word เล อกข อความท ต องกร 2. คล กป ม ระยะห างบรรท ดและย อหน า (Line and paragraph spacing) แล วเล อก ต วเล อกระยะห างบรรท ด

43 43 การจ ดคอล มน ข อความหน าเอกสาร ใน Word 2010 หากเราต องการจ ดคอล มน ข อความในหน าเอกสาร ซ งเป นการสร างข อความให ด น าสนใจ มากย งข น หร อจะจ ดคอล มน เพ อไว สร างแผ นพ บ ก สามารถท าได ด งน จ ดคอล มน 1. คล กเล อกข อความท ต องการจ ดร ปแบบคอล มน 2. คล กแท บ เค าโครงหน ากระดาษ (Page layout) 3. คล กเล อก คอล มน (Columns) แล วเล อกร ปแบบ คอล มน ท ต องการ 4. ข อความจะถ กจ ดวางในร ปแบบของคอล มน ท ก าหนด

44 44 การใส กรอบให ข อความ ใน Word 2010 การใส กรอบข อความ เป นการช วยเพ มความโดดเด นให ก บเอกสาร ม กใช ก บเอกสารท ต องการความ สวยงามเป นหล ก เช น แคตตาล อกส นค า หร อปกรายงานต าง ๆ เป นต น ซ งการใส ขอบหน ากระดาษน นท าได โดยว ธ การการใส กรอบให ข อความ 1. ใช เมาส เล อกข อความท ต องการ 2. คล กแท บ หน าแรก (Home) 3. คล กเล อก เส นขอบ (Border) > เส นขอบและแรเงา.. (Border and Shading) 4. เล อกล กษณะการใส ขอบลงไปในเอกสาร 5. เล อกร ปแบบของเส นขอบ 6. เล อกส ของเส นขอบ 7. คล กป ม OK การใส ส พ นหล งให ก บเอกสาร ใน Word 2010 การสร างความสวยงามให เอกสารด วยการก าหนดส ให ก บหน ากระดาษของเอกสารน น ท าได โดย ว ธ การใส ส พ นหล งให ก บเอกสาร 1. คล กแท บ เค าโครงหน ากระดาษ (Page Layout) 2. คล กเล อก ส ของหน า (Page Color) แล วเล อกส ท ต องการ การละเว นคาผ ด ใน Word 2010 บางคร งการป อนข อม ลลงไปในเอกสาร ก จะม ค าบางคาซ งเป นศ พท เฉพาะท ไม ม อย ในพจนาน กรม ซ งเม อ โปรแกรมตรวจเจอค าเหล าน ก จะแจ งว าเป นคาท เข ยนผ ด ซ งถ าต องการยกเว นไม ใช โปรแกรมตรวจสอบว าคา เหล าน เป นคาท เข ยนผ ด สามารถท าได ด งน ว ธ การละเว นคาผ ด 1. คล กเมาส ท คาท ต องการยกเล กการตรวจสอบ แล วเล อกคาส ง ละเว นท งหมด (Ignore All) 2. คาท เล อกก จะได ร บการยกเว นไม ให แจ งเต อนว าเป นค าผ ด

45 45 การค นหาคาในเอกสารของ Word 2010 บางคร งการน งค นหาค า ๆ เด ยวในเอกสารน น หากเอกสารม แค หน าเด ยวก คงจะเป นเร องง าย แต ถ าม ซ ก 100 หน า ก คงไม สามารถน งหาท ละบรรท ดได เพราะคงเส ยเวลามาก ในโปรแกรม Microsoft Word 2010 น น เราสามารถพ มพ คาท ต องการค นหาได เลย ซ งช วยให เราประหย ดเวลาในการค นหามาก โดยม ข นตอน ด งต อไปน ว ธ การค นหาคาในเอกสาร 1. คล กแท บ หน าแรก (Home) 2. คล กเล อก แก ไข (Editing) > ค นหา (Find) หร อค ย ล ด Ctrl ค างไว แล วตามด วยป ม F บนค ย บอร ด (Ctrl+F) 3. พ มพ ค าท ต องการค นหาลงไปในช อง Navigation 4. คาท ต องการค นหาก จะแสดงข นมา การแทนท คาผ ด ใน Word 2010 โปรแกรม Microsoft Word 2010 น น ม ว ธ การหน งท จะช วยแก ไขคาผ ดได รวดเร วย งข น โดยการค นหา และแทนท คาผ ดด วยค าท ถ กต องลงไป ซ งว ธ การแทนท คาผ ดน นท าได โดย ว ธ การแทนท คาผ ด 1. คล กแท บ หน าแรก (Home) 2. คล กเล อก การแก ไข (Editing) > แทนท (Replace) หร อจะกดค ย ล ด Ctrl บนค ย บอร ดค างไว แล วตามด วย ป ม H (Ctrl+H) 3. คล กแท บ แทนท (Replace) 4. พ มพ ท สะกดผ ดลงไปในช อง ส งท ค นหา (Find What) 5. พ มพ คาใหม ท ต องการน ามาแทนท ลงไปในช อง แทนท ด วย (Replace with) 6. คล กป ม แทนท ท งหมด (Replace All) 7. คล กป ม ตกลง (Yes) หล งจากน นกดป ดเคร องม อแทนท

การใช งาน Microsoft Excel 2010

การใช งาน Microsoft Excel 2010 Microsoft Excel 2010 - - - - ห น า 1 การใช งาน Microsoft Excel 2010 แนะน า Microsoft Excel 2010 เอกสารประกอบการเร ยน Microsoft Excel 2010 จ ดท าโดย นายประส ทธ อ ดหน น โรงเร ยนบ านเม องแก Microsoft Excel

More information

Pivot Table และ Pivot Chart... 1 ต วอย างท 1... 1. ข นตอนการสร าง Pivot Table และ Pivot Chart... 6 ต วอย างท 2... 5

Pivot Table และ Pivot Chart... 1 ต วอย างท 1... 1. ข นตอนการสร าง Pivot Table และ Pivot Chart... 6 ต วอย างท 2... 5 สารบ ญ Pivot Table และ Pivot Chart... 1 ต วอย างท 1... 1 ข นตอนการสร าง Pivot Table และ Pivot Chart... 2 ต วอย างท 2... 5 ข นตอนการสร าง Pivot Table และ Pivot Chart... 6 การนาเข าข อม ลจากเว บไซต เข ามาย

More information

การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save)

การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save) 12 การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save) ใช ไอคอน แทนการเร ยกเมน File, Save ได เม อสร างงานด วย Word ควรท าการจ ดเก บงานน นไว ในฮาร ดด สก จากน นจ งค อย ท าการค ดลอก (Copy) หร อย าย (Move) ไปไว ในแผ

More information

ใบงานท 2 การจ ดการเอกสาร

ใบงานท 2 การจ ดการเอกสาร ใบงานท 2 การจ ดการเอกสาร การต งค าหน ากระดาษแนวต ง และแนวนอน ใน Word2010 การจ ดวางหน ากระดาษของเอกสาร สามารถทาได ท งแนวต ง และแนวนอน ซ งม ว ธ การต งค าหน ากระดาษ ด งน 1. คล กแท บ เค าโครงหน ากระดาษ (Page

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง 17 ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง งานเอกสารม กจะม ปร มาณของงานเป นจ านวนมาก ด งน นการเล อนต าแหน ง เพ อ ไปย งจ ดท ต องการได อย างรวดเร ว จะท าให การท างานเอกสารน น ๆ เก ดผลส าเร จ อย างรวดเร วตามไปด

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม ค ม อระบบรายงานการดาเน นงานรายเด อน (version 2.0) 1 ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม 1. เป นป มท ใช เพ อล างค าของข อม ลท ใช ในการกาหนดเง อนไขในการค นหาของแต ละเมน 2.

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา มาตรฐานรายว ชา 1. อธ บายความหมาย หน าท และส วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคา

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง (เอกสารประกอบการประช มปฏ บ ต การช แจงและซ กซ อมความเข าใจการสร างข อสอบ Online) สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 5 :ส งห บ ร :ลพบ ร :ช ยนาท:อ างทอง:

More information

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห )

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห ) แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน หน วยท สาระการเร ยนร จ ดประสงค การเร ยนร ก จกรรมการเร

More information

การจ ดและตกแต งข อความ

การจ ดและตกแต งข อความ ======================================================= หน า1 การจ ดและตกแต งข อความ การใช ข อความใน Dreamweaver 8 สามารถเหม อนโปรแกรมท เก ยวก บงานเอกสาร เช น Microsoft Office 1. การปร บเปล ยนภาษาการต

More information

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม ใบงานท ๔.๑ (ทดสอบปฏ บ ต ) เร องการใช เคร องม อโปรแกรม Microsoft Office Word 2007 ว ชา ง ๒๐๒๐๑ การใช โปรแกรมเพ อการปฏ บ ต งาน รายว ชาเพ มเต ม หน วยการเร ยนร ท ๔ ช อหน วย ซอฟต แวร งานพ มพ เอกสาร ช นม ธยมศ

More information

ปฏ บ ต การคร งท 6 การใช โปรแกรมส าน กงาน คร งท 4

ปฏ บ ต การคร งท 6 การใช โปรแกรมส าน กงาน คร งท 4 ปฏ บ ต การคร งท 6 การใช โปรแกรมส าน กงาน คร งท 4 ว ตถ ประสงค 1. ร จ กว ธ การในการสร างจดหมายเว ยน ในช ดโปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ศ 2003 ซ ง การท าจดหมายเว ยนน จะม เน อหาเด ยวก นแต ส งไปถ งผ ร บหลายคน โดยม

More information

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง 27 การเช อมโยงภาพน ง บางคร งเราไม ต องการเสนอภาพตามล าด บ แต ต องการน าเสนอในล กษณะสล บไปมา หร อ ต องการแสดงข อม ลบนอ นเทอร เน ต หร อ แม แต เร ยกใช งานโปรแกรมอ น ๆ เช น CAI หร อ โปรแกรมประย กต อ น ๆ ก

More information

ท มา www.crnfe.ac.th/excelcontents.html สถาบ น กศน. ภาคกลาง

ท มา www.crnfe.ac.th/excelcontents.html สถาบ น กศน. ภาคกลาง โปรแกรม Microsoft Excel เป นโปรแกรมหน ง ท จ ดอย ในช ด Microsoft Office โปรแกรม MS Excel ม ช อเส ยง ในด าน การคานวณเก ยวก บต วเลข และการท าบ ญช ต าง ๆ การท างานของโปรแกรม ใช ตารางตามแนวนอน (rows) และแนวต

More information

ใบความร ช ดท 1 กระดาษ ค านวณ หน วยการเร ยนร ท 4 เร มต นร จ กก บโปรแกรมไมโครซอฟท เอ กเซล เร อง ความร เบ องต นเก ยวก บโปรแกรมไมโครซอฟท เอ กเซล

ใบความร ช ดท 1 กระดาษ ค านวณ หน วยการเร ยนร ท 4 เร มต นร จ กก บโปรแกรมไมโครซอฟท เอ กเซล เร อง ความร เบ องต นเก ยวก บโปรแกรมไมโครซอฟท เอ กเซล ใบความร ช ดท หน วยการเร ยนร ท 4 เร มต นร จ กก บโปรแกรมไมโครซอฟท เอ กเซล เร อง ความร เบ องต นเก ยวก บโปรแกรมไมโครซอฟท เอ กเซล เวลา 0 นาท ล กษณะและความเป นมาของโปรแกรมไมโครซอฟท เอ กเซล โปรแกรมไมโครซอฟท เอ

More information

ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล

ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล 1. จงบอกถ งว ธ การเข าส โปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 2. Icon (ส ญร ป) ค ออะไรม หน าท ในการท างานอย างไร 3.

More information

คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ

คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ การพ มพ งานหร อการป อนข อม ล - การพ มพ งานและการแก ไขงานท พ มพ การพ มพ คร งแรก คล กเล อกเซลล แล วพ มพ ได เลย ข อความท ม ความยาวมากกว า ความกว างของคอล มน จะท

More information

เอกสารประกอบการเร ยนรายว ชาเพ มเต ม

เอกสารประกอบการเร ยนรายว ชาเพ มเต ม 1 เอกสารประกอบการเร ยนรายว ชาเพ มเต ม ว ชาคอมพ วเตอร เร อง Microsoft PowerPoint 2010 ประส ทธ อ ดหน น โรงเร ยนบ านเม องแก ส าน กงานเขตพ นท การศ กษาประถมศ กษาส ร นทร เขต 2 สารบ ญ เร อง หน า ส วนประกอบของโปรแกรม

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร ร จ กคอมพ วเตอร ป จ บ นคอมพ วเตอร เป นอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศท น ยมใช ก นอย างแพร หลาย โดยท วไปเราจะน าคอมพ วเตอร มาใช ในการท างานต าง ๆ เช นการค ดค านวณ การพ

More information

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท บทท 1 ส วนเจ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง 1-1 ประกอบด วยผ ใช งานท เก ยวข อง 3 ส วนค อ ส วนเจ จ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง ส วนผ ใช งานน ท วไป ได แก ข าราชการท กคนของส าน กงานฯ

More information

ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0

ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0 ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0 1 สารบ ญ เน อหา หน า ข นตอนการเข าใช งานระบบ... 2 ข นตอนการเปล ยนรห สผ านผ ใช งาน... 4 ข นตอนการใช

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน หน วยท ช อหน วย/ห วข อการสอน จ านวน (ช วโมง) 1 จร ยธรรมและความร บผ ดชอบในการใช คอมพ วเตอร และ ระบบสารสนเทศ 1.1 จร ยธรรมในการใช ระบบคอมพ วเตอร 1.2 จรรยาบรรณในการใช คอมพ วเตอร

More information

ใช Excel ต ดเกรด ง ายน ดเด ยว

ใช Excel ต ดเกรด ง ายน ดเด ยว โครงการจ ดการความร ของคณะมน ษยศาสตร ฯ - ใช Excel ต ดเกรด ง ายน ดเด ยว ผ ช วยศาสตราจารย เพชรร ตน บร ส ทธ โปรแกรม Microsoft Office Excel เป นโปรแกรมประเภทสเปรดซ ท (Spreadsheet) หร อตารางค านวณอ เล กทรอน

More information

บทท 13 การล งค ข อม ล (Link Data)

บทท 13 การล งค ข อม ล (Link Data) บทท 13 การล งค ข อม ล (Link Data) ล งค ข อม ลข ามเว ร กช ตด วยการสร างส ตร ยกต วอย างระหว างช ต Budget และ Quarter เป นต วอย าง โดยต องการจะหาผลรวมแต ละไตรมาส จากช ต Budget แล วน าผลล พธ ท ได มาใส ในช

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย จ ดท าโดย นางสาวพ ไลพรรณ โพธ สม ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย ค ม อการใช

More information

ค ม อการใช งานเว บไซต สาเร จร ป. FreeWebFree.com

ค ม อการใช งานเว บไซต สาเร จร ป. FreeWebFree.com ค ม อการใช งานเว บไซต สาเร จร ป FreeWebFree.com Page 2 of 23 สารบ ญ การเข าส ระบบ 3 การแก ไขส วนแสดงผลด านบนห วเว บไซต 4 การแก ไขส วนแสดงผลด านล างเว บไซต 5 การแก ไขเมน บาร, เมน บร การร านค า, เมน หมวดหม

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน http://recc.erc.or.th/ercnetwork โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

การเร มใช งานโปรแกรม

การเร มใช งานโปรแกรม 1 การเร มใช งานโปรแกรม หล งจากจบบทเร ยนน ค ณจะสามารถใช งานเก ยวก บ :- เร มใช งานโปรแกรม Microsoft PowerPoint ร จ กส วนประกอบของหน าจอโปรแกรม การสร างงานน าเสนอใหม จาก Template การสร างงานน าเสนอเปล า การบ

More information

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน ค ม อผ ด แลระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน บทท 3 การบร หารจ ดการระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชนระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน - ๑ บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน เจ าหน าท ผ ใช งานระบบสารสนเทศภ

More information

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2 การใช Word ส าหร บท าว ทยาพนธ หร อ รายงานต างๆ ส วนแรกมาท าความร จ กก บ ล าด บเลข และ ห วเร อง ก อน ท ง 2 ส วนน จะสามารถท าไปใช ในการ สร าง สารบ ญ แบบอ ตโนม ต ได ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร

More information

ใบความร ท 10 หน วยการเร ยนร สร างสรรค ตารางสวย รายว ชา คอมพ วเตอร 3 เร องการสร างฐานข อม ลเบ องต น เร อง การใช งานม มมองแผ นข อม ลตาราง

ใบความร ท 10 หน วยการเร ยนร สร างสรรค ตารางสวย รายว ชา คอมพ วเตอร 3 เร องการสร างฐานข อม ลเบ องต น เร อง การใช งานม มมองแผ นข อม ลตาราง ใบความร ท 10 ว ชา คอมพ วเตอร 3 ง30203 (การสร างฐานข อม ลเบ องต น) เร อง การใช งานม มมองแผ นข อม ลตาราง หน วยการเร ยนร สร างสรรค ตารางสวย การเข าส ม มมองแผ นข อม ล(Datasheet) Datasheet เป นอ กม มมองหน งของ

More information

ค ม อการใช งาน ระบบรายงานผลการด าเน นงานค มครองผ บร โภคด านผล ตภ ณฑ ส ขภาพในส วนภ ม ภาค (แบบรายงาน คบส.)

ค ม อการใช งาน ระบบรายงานผลการด าเน นงานค มครองผ บร โภคด านผล ตภ ณฑ ส ขภาพในส วนภ ม ภาค (แบบรายงาน คบส.) ค ม อการใช งาน ระบบรายงานผลการด าเน นงานค มครองผ บร โภคด านผล ตภ ณฑ ส ขภาพในส วนภ ม ภาค (แบบรายงาน คบส.) 1 หน า 1. การเข าส ระบบรายงานผลการด าเน นงาน คบส. 2 2. Menu การใช งานระบบรายงาน คบส. 5 3. การรายงานผลการด

More information

โปรแกรมระบบเผยแพร ผลงาน และนว ตกรรมทางการศ กษา (E-innovation)

โปรแกรมระบบเผยแพร ผลงาน และนว ตกรรมทางการศ กษา (E-innovation) โปรแกรมระบบเผยแพร ผลงาน และนว ตกรรมทางการศ กษา (E-innovation) จ ดท าโดย อภ ว ฒน ก นศร เว ยง กล มนโยบายและแผน ส าน กงานเขตพ นท การศ กษาเช ยงราย เขต 1 http://www.cri1.obec.go.th ค าน า โปรแกรมระบบเผยแพร

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

การใช งาน Microsoft Word 2013

การใช งาน Microsoft Word 2013 การใช งาน Microsoft Word 2013 หล กส ตรการเตร ยมความพร อมท กษะด านคอมพ วเตอร เพ อ เล อนระด บ/เปล ยนตาแหน ง/ปร บว ฒ การศ กษา อ งคณา ป ญญา สาน กคอมพ วเตอร และเคร อข าย มหาว ทยาล ยอ บลราชธาน สารบ ญ 1) การต

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

การออกจากโปรแกรมฝ กพ มพ (Microsoft word)

การออกจากโปรแกรมฝ กพ มพ (Microsoft word) 1. เล อกเมน แฟ ม 2. เล อกจบการท างาน การออกจากโปรแกรมฝ กพ มพ (Microsoft word) การจ ดเก บเอกสารท พ มพ เม อพ มพ งานเสร จ ก อนจะป ดโปรแกรม ควรจ ดเก บเอกสารก อนเพ อท เราจะได เร ยกใช เอกสารน ในคร งต อไปได ว

More information

เร อง การสร างอ กษรศ ลป แผนผ งองค กร และแผนภ ม

เร อง การสร างอ กษรศ ลป แผนผ งองค กร และแผนภ ม 177 เร อง การสร างอ กษรศ ลป แผนผ งองค กร และแผนภ ม การสร าง และ การปร บแต งอ กษรศ ลป เราสามารถสร างข อความให เป นอ กษรศ ลป ในร ปแบบต าง ๆ ท โปรแกรมม มาให และท าการ ปร บแต งค าต างๆของอ กษรศ ลป ให ม ร ปแบบอ

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน

แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน หน วยท สาระการเร ยนร จ ดประสงค การเร ยนร ก จกรรมการเร

More information

User Manual Editor Tool Proposal V1.0

User Manual Editor Tool Proposal V1.0 KMIT-GROUP CO., LTD. User Manual Editor Tool Proposal V1.0 2 User Manual Editor Tool Table of Content 1. ส วนเคร องม อท ไว ส าหร บ จ ดการข อม ล Content ท เป นข อความ.. 3 2. ส วนเคร องม อพ เศษ ไว ส าหร

More information

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร ประกอบด วย 4 ข นตอน 1. การว เคราะห และกาหนดรายละเอ ยดของป ญหา 2. การวางแผนในการแก ป ญหา 3. การดาเน นการแก ป ญหา 4. การตรวจสอบและปร บปร ง ว เคราะห ป ญหาหร อความต องการ

More information

Nature4thai Application

Nature4thai Application ค ม อการใช งานระบบจ ดการเน อหา Nature4thai Application สถานการณ ประจาว นด านทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม User Manual หน า 1 ถ ง 12 สารบ ญ ค ม อการใช งานระบบจ ดการเน อหา (CMS) หน า คาแนะนาในการเตร ยมข

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง

ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง ง1201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มการงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 80 ช วโมง ศ กษา ค นคว า การใช โปรแกรม Windows Movie Maker สร าง Music video ส วนต ว ต ดต อเพลงและว ด โอ การใช โปรแกรม Internet

More information

เอกสารประกอบการเร ยน รายว ชาเพ มเต ม ว ชาคอมพ วเตอร เร อง MicrosoftWord 2010 ประส ทธ อ ดหน น โรงเร ยนบ านเม องแก

เอกสารประกอบการเร ยน รายว ชาเพ มเต ม ว ชาคอมพ วเตอร เร อง MicrosoftWord 2010 ประส ทธ อ ดหน น โรงเร ยนบ านเม องแก หน า 1 จาก 35 เอกสารประกอบการเร ยน รายว ชาเพ มเต ม ว ชาคอมพ วเตอร เร อง โรงเร ยนบ านเม องแก สารบ ญ เร อง หน า ส วนประกอบของโปรแกรม Microsoft Word 2010 3 การเพ ม และลบไอคอนค าส งในแถบเคร องม อด วนใน Microsoft

More information

ค ม อการใช งานระบบ รายงานการต ดตามความพ งพอใจล กค า ภายหล งส งมอบรถใหม 3 ว น ออนไลน (Courtesy call online)

ค ม อการใช งานระบบ รายงานการต ดตามความพ งพอใจล กค า ภายหล งส งมอบรถใหม 3 ว น ออนไลน (Courtesy call online) ค ม อการใช งานระบบ รายงานการต ดตามความพ งพอใจล กค า ภายหล งส งมอบรถใหม 3 ว น ออนไลน (Courtesy call online) Courtesy call online ว ธ การอ พโหลดรายงานเข าส ระบบ 1. เม อท านเข าส ระบบ http://mazdaelearning.com/

More information

การท างานเก ยวก บ Paragraph

การท างานเก ยวก บ Paragraph Microsoft Office Word 2007 การท างานเก ยวก บ Paragraph หล งจากจบบทเร ยนน ค ณจะสามารถใช งานเก ยวก บ :- การเล อกช วงข อม ลในเอกสาร การเล อนต าแหน งในเอกสาร จ ดย อหน าเอกสาร, ก าหนดการเย อง ก าหนดระยะห างระหว

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login 1 ระบบงานบร หารงานเคร อข าย ระบบงานบร หารงานเคร อข าย เป นระบบงานท เก บรวบรวมข อม ล เก ยวก บเคร อข ายต างๆ ประกอบด วย องค กรสว สด การส งคมและอาสาสม คร รวมท งข อม ลในด านอ นๆ เป นต นว าก จกรรมการด าเน นงาน

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

เม อเข าระบบตามหน วยงานแล ว จะพบหน าจอ ระบบจ ดการเว บไซต

เม อเข าระบบตามหน วยงานแล ว จะพบหน าจอ ระบบจ ดการเว บไซต 1 เข าใช งานตามล งค http://www.qsds.go.th/ช อหน วยงาน/adminmanage เม อเข าระบบตามหน วยงานแล ว จะพบหน าจอ ระบบจ ดการเว บไซต หน าเว บจะประกอบไปด วยเมน ในการจ ดการเว บ สามารถเพ ม ลบ แก ไข เมน หร อข อม ล ต

More information

ตอนท 3 การนาเข าข อม ล

ตอนท 3 การนาเข าข อม ล Page 27 ตอนท 3 การนาเข าข อม ล 3.1 การเร ยกเมน สาหร บกรอกรายงาน การกรอกรายงาน จาเป นต อง Login เข าส ระบบก อน เพ อเป นการตรวจสอบส ทธ การใช งาน (ด ห วข อการ Log in เข าส ระบบ) โดยการกรอกรายงานสามารถดาเน

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

การพ มพ /แก ไขเอกสาร โหมดการพ มพ ภาษาไทย / ภาษาอ งกฤษ

การพ มพ /แก ไขเอกสาร โหมดการพ มพ ภาษาไทย / ภาษาอ งกฤษ 7 การพ มพ /แก ไขเอกสาร โหมดการพ มพ ภาษาไทย / ภาษาอ งกฤษ การพ มพ ข อความด วย Word สามารถพ มพ ผสมก นได ท งภาษาไทย และภาษา อ งกฤษ โดยตรวจสอบโหมดการพ มพ ได จากแถบงาน (Task Bar) ของ Windows ตรวจสอบโหมดการพ

More information

การสร างจดหมายเว ยนด วย Microsoft Word 2007

การสร างจดหมายเว ยนด วย Microsoft Word 2007 การสร างจดหมายเว ยนด วย Microsoft Word 2007 167101 Computer in Business ว ตถ ประสงค เพ อให น ส ตสามารถจ ดทาจดหมายเว ยนด วย Microsoft Word ได เพ อให น ส ตประย กต การจ ดท าจดหมายเว ยนก บร ปแบบเอกสารอ นอย

More information

ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ CONTROL MENU INFORMATION PORT

ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ CONTROL MENU INFORMATION PORT ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ โปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ (Provincial-directory: P-dir) เป นโปรแกรมส าหร บแสดง รายช อ/ส บค นข อม ลหน วยงาน และรายช อห วหน าส วนราชการภายในจ งหว ด การท

More information

ค ม อการใชงาน SMS Corporate (http://tsms.ttt.co.th)

ค ม อการใชงาน SMS Corporate (http://tsms.ttt.co.th) ค ม อการใชงาน SMS Corporate () การเข าใชงาน TSMS พ มพ ชอล อกอ น (ชอสมาชก ) และ รห สผ าน ของผ ใชในชองสเหล ยม ด งร ปด านล าง ซงรห สผ าน จะเห นเป น (*) เท าน น เน องจากรห สผ านเป นความล บเฉพาะของแต ละบ คคล

More information

ค ม อการใช งานระบบ admin เว บไซต มหาว ทยาล ยราชภ ฏนครราชส มา

ค ม อการใช งานระบบ admin เว บไซต มหาว ทยาล ยราชภ ฏนครราชส มา ค ม อการใช งานระบบ admin เว บไซต มหาว ทยาล ยราชภ ฏนครราชส มา ข )นตอนท * 1 เข าไปท http://www.nrru.ac.th/admin_nrru2010 ข )นตอนท *2 ให กรอกข อม ล (ช อผ ใช งาน, รห สผ าน, ต วเลขตามรห สภาพ) ในช องว าง แล

More information

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM Chapter 8 การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM 1 เน อหา ล กษณะของ Activity Diagram ร ปแบบการใช Activity Diagram การระบ ส วนของข อม ลให แก ก จกรรม การจ ดระเบ ยบข อม ล การสร างท พ ก/เก บข อม ล การแบ

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

ค ม อการใช งานระบบงานสารบรรณ E-Office ส าน กงานสาธารณส ขจ งหว ดพ ษณ โลก

ค ม อการใช งานระบบงานสารบรรณ E-Office ส าน กงานสาธารณส ขจ งหว ดพ ษณ โลก ค ม อการใช งานระบบงานสารบรรณ E-Office ส าน กงานสาธารณส ขจ งหว ดพ ษณ โลก เร มการใช งาน สามารถเข าหน าหล กของระบบงานสารบรรณโดยเข าท www.plkhealth.go.th/archivesn หร อเข าทางล งค ในหน าหล กเว บไซท ของส าน

More information

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ อ. ร งล กษม รอดข า คณะว ทยาการจ ดการ มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนส น นทา 1 บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสารของระบบสารสนเทศ ว ตถ ประสงค 1. บอกความหมายของเอกสารระบบสารสนเทศได

More information

EO/2 ระบบปฏ บ ต การ Windows XP

EO/2 ระบบปฏ บ ต การ Windows XP การว เคราะห หล กส ตรฐานรายว ชา ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ รห ส 200-000 ระด บ ปวช ล กษณะว ชา ทฤฎ +ปฏ บ ต สาขางาน ช างอ เล กทรอน กส ป การศ กษา 2 255 ผ สอน ชาต ชาย ส วรรณช ญ ค าอธ บายรายว ชา ศ กษาและปฏ

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรม Microsoft Excel เพ อการจ ดทารายงาน (Pivot Table) สาหร บผ ใช งาน

ค ม อการใช งานโปรแกรม Microsoft Excel เพ อการจ ดทารายงาน (Pivot Table) สาหร บผ ใช งาน ค ม อการใช งานโปรแกรม Microsoft Excel เพ อการจ ดทารายงาน (Pivot Table) สาหร บผ ใช งาน สารบ ญ การใช งานโปรแกรม Microsoft Excel เพ อการจ ดทารายงาน (Pivot Table) 2 1.ทาความร จ กก บการทางานของ Pivot Table

More information

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม

More information

5. หน าต างโปรแกรมและการจ ดการแฟ มงาน

5. หน าต างโปรแกรมและการจ ดการแฟ มงาน 5. หน าต างโปรแกรมและการจ ดการแฟ มงาน 5.1 ส วนประกอบของหน าต างโปรแกรมตารางค านวณ ส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม Microsoft Excel ประกอบด วย 1. แถบห วเร อง (Title bar) เป นแถบบนส ดของหน าต าง ใช แสดงช อของ

More information

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary www.thaihosclub.com ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary ข นตอนในการสม ครสมาช ก ในการสม ครสมาช ก ม ด วยก นอย 6 ข นตอนด งน 1. กรอกรห สโรงพยาบาล Hospcode

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น (สมรรถนะท 2 การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น) (เวลา 55 ช วโมง) แนวค ด เป นหล กส ตรท จ ดข นเพ อให ความร ในการบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น เม อเก ดป ญหาเพ ยงเล

More information

การสร างบทเร ยน e-learning ด วย Captivate

การสร างบทเร ยน e-learning ด วย Captivate การสร างบทเร ยน e-learning ด วย Captivate สว สด ป ใหม 2555 ค ะ เม อป ท แล ว เราได พ ดถ ง ถ งเวลาของ e-learning แล วหร อย ง บางหน วยงานหร อบางท านอาจม ข อสร ปหร อม ค าตอบแล ว ส าหร บฉบ บน จะกล าวถ งการสร

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

บทท 1 เร มต นการใช งาน

บทท 1 เร มต นการใช งาน 1 บทท 1 เร มต นการใช งาน 1. เป ดโปรแกรม Internet Explorer ข นมา จากน นเข าเว บไซต ของส าน กงาน กศน.จ งหว ด ค อ http://lpa.nfe.go.th จากน น ใช เมาส คล กไปท กล อง e-office กศน.ล าปาง (ตามล กศร ช ) ด งภาพ

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ (๕.๑) ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

เร อง การออกแบบงานนาเสนอ และ เทคน คการจ ดการภาพน ง

เร อง การออกแบบงานนาเสนอ และ เทคน คการจ ดการภาพน ง 194 เร อง การออกแบบงานนาเสนอ และ เทคน คการจ ดการภาพน ง การออกแบบงานนาเสนอ การสร างงานนาเสนอท แตกต างก บงานของผ อ นน น จะทาให งานนาเสนอด เป นเอกล กษณ ของผ สร างเอง และเป นการเพ มความน าสนใจให ก บงานนาเสนอน

More information

ค ม อการใช งาน BLS iexcel

ค ม อการใช งาน BLS iexcel สารบ ญ บทนา 3 ว ธ การเร มใช งาน 3 ต วอย างการใช งาน BLS iexcel - การด ต วอย างท มาพร อมก บโปรแกรม 4 ต วอย างการใช งาน BLS iexcel - การใช งานข อม ล real time 5 ต วอย างการใช งาน BLS iexcel - การใช งานข

More information

ปฏ บ ต การท 3 การใช งานเคร องม ออ ตโนม ต ใน Microsoft Word

ปฏ บ ต การท 3 การใช งานเคร องม ออ ตโนม ต ใน Microsoft Word ว ตถ ประสงค ปฏ บ ต การท 3 การใช งานเคร องม ออ ตโนม ต ใน Microsoft Word เพ อให น ส ตร จ กก บเคร องม ออ ตโนม ต ใน Microsoft Word เพ อให น ส ตสามารถเล อกใช งานเคร องม ออ ตโนม ต ใน Microsoft Word ได อย าง

More information

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010 0 Course ID Course Name Time IT001 1 ว น หล กการและเหต ผล งานขายเป นห วใจของการด าเน นธ รก จ No Selling No Business ค ากล าวน คงไม ต องการค าอธ

More information

การจ ดการระบบต ดต อเราโดย Web Admin สามารถแบ งออกเป น 6 ห วข อ ด งน

การจ ดการระบบต ดต อเราโดย Web Admin สามารถแบ งออกเป น 6 ห วข อ ด งน 1 การจ ดการระบบต ดต อเราโดย Web Admin สามารถแบ งออกเป น 6 ห วข อ ด งน ËÑÇ ŒÍ Í ข อความต ดต อ ประเภทข อความการต ดต อ ฟอร มข อความต ดต อ ข อม ลการต ดต อ แผนท ต ดต อ ต งค าการต ดต อ ŒÍ ÇÒÁµÔ µ Í เป นส วนส

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

CryptBot e-office/e-document Alert TM

CryptBot e-office/e-document Alert TM CryptBot e-office/e-document Alert TM (ระบบแจ งเต อนเอกสารอ เล กทรอน กส ) สามารถแจ งเต อนเม อได ร บเอกสารอ เล กทรอน กส เข าใหม ผ านทางหน าจอ Desktop ได โดยไม ต อง Logon หร อ เป ด ระบบe-Office ค างไว หร

More information

เป นเมน ท ใช ในการจ ดการภาพเอกกสาร โดยม รายละเอ ยดด งน

เป นเมน ท ใช ในการจ ดการภาพเอกกสาร โดยม รายละเอ ยดด งน ค าอธ บายส ญล กษณ ในการใช งานโปรแกรมเสร มส าหร บจ ดการภาพ เน องจากระบบจ ดเก บเอกสารอ เล กทรอน กส น ต องม การน าเข าภาพเอกสาร ซ งในระบบจะม โปรแกรมเสร มส าหร บจ ดการภาพเอกสาร ซ งรายละเอ ยดในการต ดต งสามารถด

More information

การบ นท กโน ตดนตร ไทยด วยโปรแกรมส าเร จร ป Microsoft Excel

การบ นท กโน ตดนตร ไทยด วยโปรแกรมส าเร จร ป Microsoft Excel 1 การบ นท กโน ตดนตร ไทยด วยโปรแกรมส าเร จร ป Microsoft Excel การบ นท กทางดนตร (Notation) ของดนตร ไทยม หลายร ปแบบด วยก น เช น โน ตต วเลขไทย โน ตต วเลขอารบ ค โน ตต วอ กษรไทย และโน ตต วอ กษรต างชาต แล วแต

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

ว ตถ ประสงค 1. เพ อให บ คลากรเก ดการเร ยนร ในด านการท างานเพ มมากข น 2. เพ อให บ คลากรสามารถน าการเร ยนร ไปปร บร ปแบบใช ในการท างาน 3.

ว ตถ ประสงค 1. เพ อให บ คลากรเก ดการเร ยนร ในด านการท างานเพ มมากข น 2. เพ อให บ คลากรสามารถน าการเร ยนร ไปปร บร ปแบบใช ในการท างาน 3. ว ตถ ประสงค 1. เพ อให บ คลากรเก ดการเร ยนร ในด านการท างานเพ มมากข น 2. เพ อให บ คลากรสามารถน าการเร ยนร ไปปร บร ปแบบใช ในการท างาน 3. เพ อใช เป นแนวทางในการควบค มงบประมาณ 4. เพ อให ทราบจ านวนคร งท ใช

More information

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ข นตอนการเสนอขออน ม ต โครงการ อาจารย ผ ร บผ ดชอบโครงการกรอกข อม ลโครงการทางเว บไซต หร อส งข อม ลโครงการให เจ าหน าท ประสานงานโครงการ เจ าหน าท ประสานงานโครงการตรวจสอบข

More information