รายงานการว จ ยในช นเร ยน

Size: px
Start display at page:

Download "รายงานการว จ ยในช นเร ยน"

Transcription

1 1 รายงานการว จ ยในช นเร ยน ช อเร องว จ ย ผลการสอนซ อมเสร ม เร อง โปรแกรม Excel สาหร บน กศ กษาท ม ผลการเร ยนอ อน ว ทยาล ยเทคโนโลย พาย พและบร หารธ รก จ จ งหว ด เช ยงใหม ช อผ ว จ ย อาจารย จ ตตาร ตน ตะตารน ง ระยะเวลาการว จ ย ว นท 5 มกราคม 2554 ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา ป ญหา จากการจ ดการเร ยนการสอนว ชาคอมพ วเตอร เร อง โปรแกรม Excel ในภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 จานวน 33 คน พบป ญหาเก ยวก บผ เร ยนท ม ความสามารถทางการเร ยนร ไม เท าก น เก ดป ญหาเข าใจบทเร ยนไม พร อมก น บางคนต องใช เวลาใน การเร ยนร เร วกว าคนอ น แต ต องรอเพ อนๆ ท ย งเร ยนไม เข าใจ ทาให เก ดความเบ อหน ายและขาด ความสนใจ และ ม น กศ กษาจานวน10 คน หร อร อยละ ขาดท กษะการปฏ บ ต งานในแต ละ เน อหาท ถ กต องและบางคนไม สามารถปฏ บ ต ได เลย เป นผลทาให ไม ม งานส งคร ผ ว จ ย หร อบางคนม งานส งแต ผลงาน อย ในเกณฑ ต องปร บปร ง เม อคร ผ ว จ ยซ กถามในประเด นหร อเน อหาท สาค ญของ การเร ยนแต ละคร ง น กศ กษาไม สามารถตอบคาถามได ถ กต อง และในขณะท ดาเน นการสอนอย น น น กศ กษากล มน ม กไม ต งใจเร ยน ค ยก นเวลาเร ยน และชอบแกล งเพ อนคนอ น ทาให น กศ กษาคนอ น ไม ม สมาธ ในการเร ยน สาเหต ของป ญหา จากป ญหาในกระบวนการจ ดการเร ยนการสอนของน กศ กษาประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช. 2 โรงเร ยนยางฮอม2ว ทยาคม สามารถมองเห นสาเหต ของป ญหา ได ด งน 1. คร ผ ว จ ยไม ใช ส อประกอบการสอน 2. น กศ กษาประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 ม ท กษะพ นฐานทางคอมพ วเตอร ต า 3. น กศ กษาประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 ย งเข าใจเร อง โปรแกรม Excel ท เร ยนไม ช ดเจนพอ

2 ว ธ การแก ป ญหา จากป ญหาท พบ ผ ว จ ยจ งสนใจท จะแก ไขป ญหาโดยการสร างส อนว ตกรรมข นมา ซ ง บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนสามารถสนองความต องการในการเร ยนร ท คาน งถ งความแตกต าง ระหว างบ คคลได อย างด และเป ดโอกาสให ผ เร ยนเร ยนได ไม ม ข อจาก ดเร องเวลา สามารถเร ยนซ าก คร งก ได ตามความต องการ ตามความสนใจของผ เร ยน และท สาค ญค อ บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วย สอนม การประเม นผลการเร ยนแบบ Immediate Feedback เพ อให ผ เร ยนมองเห นผลสาเร จ เห น ความก าวหน าของตนเองในการเร ยนร ในแต ละตอน หร อแต ละหน วยการเร ยน ด วยเหต ผลสน บสน นด งกล าว ผ ว จ ยจ งเห นว าการนาเอาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนมา ใช เป นส อการสอน ย งช วยประหย ดเวลาในการเร ยนเพราะผ เร ยนสามารถศ กษาด วยตนเองได คร ไม ต องเส ยเวลาสอนหร อทบทวนบทเร ยนหลายคร ง แทนท ผ เร ยนท งช นจะได เร ยนเน อหาบทอ นๆ ต อไป ในฐานะท ผ ว จ ยเป นคร ท สอนว ชาคอมพ วเตอร จ งเล อกส อคอมพ วเตอร ช วยสอนมา ประกอบการจ ดการเร ยนการสอน ซ งเน อหาเร องโปรแกรม Excel เป นเน อหาท เข าใจยาก ต องใช การชานาญในการใช คาส งต างๆ หากใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนมาช วยเสร ม จะช วยให บทเร ยนไม น าเบ อ โดยใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท คร ออกแบบบทเร ยนจากเน อหาท จ ดลาด บความง ายไปยาก และสร างบทเร ยนให น าสนใจ นาเสนอในร ปแบบ Multimedia ท ม ท ง ต วอ กษร ภาพน ง ภาพเคล อนไหว เพ อกระต นให น กศ กษาสนใจเร ยนมากข น เพ อให เก ดความ ชานาญในการใช คาส งพ นฐานของโปรแกรม Excel ในข นส งต อไป ทาให ผ ว จ ยสนใจท จะศ กษา เก ยวก บการใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนในการเร ยนการสอน เร อง โปรแกรม Excel ด วย ว ธ การด งน 1. คร ผ ว จ ยสอบก อนเร ยน เร อง โปรแกรม Excel ของน กศ กษาประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 2. คร ผ ว จ ยช แจงและน ดเวลาเร ยนการสอนซ อมเสร ม คร ผ ว จ ยได ใช เวลานอกจากท เร ยน มาสอนซ อมเสร มให ก บกล มของน กศ กษาท ม ผลการเร ยนอ อน ในเร องโปรแกรม Excel โดยใช เวลา น. ของว นพฤห สบด เป นเวลา 3 ส ปดาห 3. คร ผ ว จ ยอธ บายจ ดประสงค ท จะเร ยนร ให ช ดเจน 4. คร ผ ว จ ยทาการสอนซ อมเสร มพ นฐานความร เร อง โปรแกรม Excel ของน กศ กษาช น ม ธยมศ กษาป ท 1ท อย ในระด บต า รวมท งให น กศ กษาทบทวนความร และศ กษาเน อหาด วยตนเอง โดยใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel โดยม ข นตอนการใช ส อ ด งน 4.1 คร ผ ว จ ยอธ บายข นตอนการใช ส อคอมพ วเตอร ช วยสอนให ก บน กศ กษาให เข าใจ 4.2 น กศ กษาศ กษาเน อหาโดยใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel 2

3 3 ของน กศ กษาประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 โดยคร คอยด และและให คาแนะนาอย างใกล ช ด 4.3 คร ผ ว จ ยส งเกตพฤต กรรมของน กศ กษาและทาการบ นท กผลการส งเกต 4.4 น กศ กษาทาแบบฝ กโดยปฏ บ ต ตามบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน 4.5 เม อส นส ดการการเร ยนร แล ว ให น กศ กษาทาแบบทดสอบหล งเร ยน ตรวจสอบ คะแนนของน กศ กษาจากการทาแบบทดสอบหล งการเร ยนร เพ อประเม นผลน กศ กษา 4.6 สร ปผลท น กศ กษาแต ละคนท ได ร บจากการเร ยนจากบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วย สอน โดยการนาข อม ลมาว เคราะห ผล 5. หล งจากน กศ กษาศ กษาเน อหาจากบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนแล ว คร ผ ว จ ยสร ป เน อหาหล งเร ยนและทาการประเม นผลงานน กศ กษาและบ นท กหล งการสอนท กคร ง 6. หล งจากทาการประเม นผลแล วให น กศ กษาทาแบบสอบถามความพ งพอใจ ท ม ต อ บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ว ตถ ประสงค การว จ ยในช นเร ยนคร งน ม ว ตถ ประสงค ด งน 1. เพ อศ กษาผลการสอนซ อมเสร ม เร อง โปรแกรม Excel ส าหร บน กศ กษาท เร ยนอ อน โดย ใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ของน กศ กษาประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 โดยพ จารณาจาก 1.1 คะแนนสอบก อนเร ยน-หล งเร ยน เร อง โปรแกรม Excel 1.2 คะแนนผลงานของน กศ กษา 1.3 พฤต กรรมการเร ยนของน กศ กษา 2. เพ อศ กษาประส ทธ ภาพของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel 3. เพ อศ กษาความความพ งพอใจของน กศ กษาประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 ต อการ เร ยนร เร อง โปรแกรม Excel โดยใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน

4 เอกสารและงานว จ ยท เก ยวข อง ในการศ กษาเอกสารและงานว จ ยท เก ยวข องในรายงานผลการสอนซ อมเสร ม เร อง โปรแกรม Excelสาหร บน กศ กษาท ม ผลการเร ยนอ อน คร ผ ว จ ยได ศ กษาค นคว าเอกสารและงานว จ ย ท เก ยวข อง โดยแยกรายละเอ ยดเป นประเด นต างๆ ด งต อไปน 1. การจ ดการเร ยนการสอนว ชาคอมพ วเตอร 1.1 โครงสร างหล กส ตรสาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ 1.2 เน อหาว ชาคอมพ วเตอร เร อง โปรแกรม Excel 2. การสอนซ อมเสร ม 2.1 ความหมายของการสอนซ อมเสร ม 2.2 จ ดม งหมายของการสอนซ อมเสร ม 2.3 หล กการสอนซ อมเสร ม 2.4 ประเภทของการสอนซ อมเสร ม 2.5 ว ธ การสอนซ อมเสร ม 2.6 การประเม นผลการสอนซ อมเสร ม 3. บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน 3.1 ความหมายของคอมพ วเตอร ช วยสอน 3.2 องค ประกอบของคอมพ วเตอร ช วยสอน 3.3 ประเภทของคอมพ วเตอร ช วยสอน 3.4 ล กษณะของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน 3.5 ทฤษฎ การเร ยนร ของมน ษย ท เก ยวเน องก บการออกแบบคอมพ วเตอร ช วยสอน 3.6 จ ตว ทยาการเร ยนร ท เก ยวข องก บคอมพ วเตอร ช วยสอน 3.7 การออกแบบและข นตอนการสร างบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน 3.8 ประโยชน ของคอมพ วเตอร ช วยสอน 3.9 ข อด และข อจาก ดของคอมพ วเตอร ช วยสอน 4. การหาประส ทธ ภาพบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน 5. ความพ งพอใจในการเร ยนร 5.1 ความหมายของความพ งพอใจ 5.2 แนวค ดทฤษฎ เก ยวก บความพ งพอใจ 5.3 การว ดความพ งพอใจ 5.4 ประโยชน ของความพ งพอใจในการเร ยน 5.5 ความพ งพอใจท ได ร บจากส อ 4

5 5 6. งานว จ ยท เก ยวข องก บบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน 6.1 งานว จ ยภายในประเทศ 6.2 งานว จ ยในต างประเทศ การจ ดการเร ยนการสอนว ชาคอมพ วเตอร โครงสร างหล กส ตรสาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ เน อหาของหล กส ตรกล มสาระการเร ยนร คอมพ วเตอร ธ รก จ ว ทยาล ยเทคโนโลย พาย พและ บร หารธ รก จ ม โครงสร างประกอบด วยรายว ชา ด งต อไปน โครงสร างหล กส ตรสถานศ กษา สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ภาคเร ยนท 2/2554 เวลาเร ยน ระด บช น ช อรายว ชา/รห สว ชา หน วยก ต / ชม. รายว ชาพ นฐาน รายว ชาเพ มเต ม

6 6 โครงสร างหล กส ตรสถานศ กษา กล มสาระการเร ยนร คอมพ วเตอร ธ รก จ ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา2554 ระด บช น ช อรายว ชา/รห สว ชา รายว ชาพ นฐาน เวลาเร ยน หน วยก ต / ชม. รายว ชาเพ มเต ม

7 7 เน อหาว ชาคอมพ วเตอร เร อง โปรแกรม Excel เน อหาว ชาคอมพ วเตอร รายว ชา โปรแกรม Excel ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2ตาม หล กส ตรสถานศ กษา จากการว เคราะห สาระการเร ยนร ประกอบด วยห วข อต อไปน คาอธ บาย รายว ชา ผลการเร ยนร หน วยการเร ยนร จานวน 6 หน วย รายละเอ ยดด งน คาอธ บายรายว ชาเพ มเต ม โปรแกรม MS Excel สาขาคอมพ วเตอร ธ รก จ ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 ภาคเร ยนท 2 เวลา 40 ช วโมง จานวน 1 หน วยก ต ศ กษาหล กการของตารางทางาน การคานวณบนตารางทางาน ร ปแบบของ งาน ท อย บนตาราง การป อนข อม ล การแก ไขข อม ลการเก บข อม ลลงแฟ มข อม ล การเร ยกข อม ล จากแฟ มข อม ลมาดาเน นการ การจ ดร ปแบบช นงาน การพ มพ การสร างกราฟ ฟ งก ช นการ คานวณ และฟ งก ช นการทางานต าง ๆ ประย กต ตารางทางานในงานต าง ๆ เพ อให ม ความร ความเข าใจ และท กษะเก ยวก บการใช โปรแกรมตารางทางาน ม เจตคต ท ด ม ค ณธรรม จร ยธรรม ต อการทางาน และสามารถนาไปประย กต ใช ในการทางานได อย างหลากหลาย ม ความค ดร เร ม สร างสรรค ม ความร บผ ดชอบ ซ อส ตย ขย น อดทน ร กการทางาน ประหย ด อดออม ตรงต อ เวลา เอ อเฟ อ เส ยสละ และม ว น ยในการทางาน เห นค ณค าความสาค ญของงานและอาช พส จร ต ตระหน กถ งความสาค ญของสารสนเทศ ผลการเร ยนร 1.ร และเข าใจเก ยวก บการใช โปรแกรมตารางการทางานเบ องต นการใช สม ดงานและแผ น งาน และจ ดการเก ยวก บแฟ มข อม ลเบ องต นได 2.ม ความร เข าใจหล กการ และว ธ การพ มพ และการแก ไขข อม ลในโปรแกรมตารางการ ทางาน 3.ม ความร ความเข าใจ สามารถใช คาส งพ นฐานในการจ ดร ปแบบและ ตกแต งเอกสาร และประย กต ใช ให เหมาะสมและสร างสรรค 4.ม ความร เข าใจ หล กการคานวณ โดยใช ส ตรหร อฟ งก ช นอย างถ กต องและเหมาะสมก บ งาน 5.ม ความร ความเขาใจ ว ธ การสร างชาร ต การตกแต งด วยร ปภาพเพ อ ประกอบเอกสาร และสามารถนาว ธ การสร างชาร ตไปประย กต ใช เหมาะสมและถ กต อง 6.สามารถนาความร ท ได ไปประย กต ใช ก บการทางานในช ว ตประจาว นได อย างสร างสรรค หน วยการเร ยนร

8 8 หน วยการเร ยนร ท 1 ความร เบ องต นเก ยวก บโปรแกรมตารางการทางาน หน วยการเร ยนร ท 2 การพ มพ และเอกสารแก ไขข อม ล หน วยการเร ยนร ท 3 การจ ดร ปแบบการตกแต งเอกสาร หน วยการเร ยนร ท 4 การใช ส ตรคานวณ หน วยการเร ยนร ท 5 การสร างแผนภ ม และการใส ภาพประกอบเอกสาร หน วยการเร ยนร ท 6 การประย กต ใช การสอนซ อมเสร ม ความหมายของการสอนซ อมเสร ม การสอนซ อมเสร มเป นการจ ดประสบการณ การเร ยนร ให ก บผ เร ยนท ม ป ญหาทางด าน การเร ยนในช นเร ยนปกต ซ งป ญหาท เก ดข นอาจม สาเหต มาจากว ธ สอนของคร อ ปกรณ การสอน หร อต วน กศ กษาเอง การสอนซ อมเสร มจ งเป นการสอนท จะช วยแก ป ญหาข อบกพร องต าง ๆ ของ ผ เร ยน และช วยส งเสร มปร บปร งการเร ยนการสอนให ด ข น เน องจากการสอนซ อมเสร มไม ม ร ปแบบท แน นอน จ งได ม น กการศ กษาหลาย ๆ ท านได เสนอร ปแบบและให ความหมายของการ สอนซ อมเสร มแตกต างก นออกไป ด งน น กการศ กษาหลายท านได ให ความหมายของการสอนซ อมเสร มไว ต างๆก น ด งน จานง พรายแย มแข (2535 : 4) กล าวว า การสอนซ อมเสร ม ค อ การสอนเพ อแก ไข ข อบกพร อง หร อเพ มเต มส งท ขาดไป หร อช วยเสร มสร างส งท ด อย แล วให ด ย งๆข นอย างครบถ วน สมบ รณ ตามจ ดประสงค ท กาหนดไว ศร ยาและประภ สสร น ยมธรรม (2540 : 25) ได ให ความหมายของการสอนซ อมเสร มว าการ สอนซ อมเสร ม ค อ การสอนซ อมเสร มเป นบร การท แยกจากช นเร ยนปกต เป นการสอนเพ อเสร ม ท กษะการเร ยนร ใหม ๆและช วยแก ไขข อบกพร องของเด กท ต องการความช วยเหล อเป นพ เศษจากคร ส ร พร ท พย คง (2545 : 44) ได ให ความหมายของการสอนซ อมเสร มว า การสอนซ อมเสร ม หมายถ ง การสอนเพ อช วยแก ไขปร บปร งข อบกพร องของน กศ กษา ทาให น กศ กษาม ความเข าใจมาก ข น กรมว ชาการ( 2526: 91)ได ให ความหมายของการสอนซ อมเสร มไว ว า การสอนซ อมเสร ม ค อ การสอนเป นกรณ พ เศษนอกเหน อไปจากการสอนตามแผนการสอนปกต หร อการสอนเพ มเต ม ให ก บน กศ กษาเพ อแก ไขส วนบกพร องท พบในต วน กศ กษาให เร ยนด ข น หร อเพ อให น กศ กษาม ความร ความสามารถทางการเร ยนย งข น อาจเป นการสอนรายบ คคล หร อกล มเล ก ด งน น การสอนซ อมเสร ม จ งม 2 ล กษณะ ค อ 1. การสอนซ อม ค อ การสอนน กศ กษาท เร ยนอ อน เร ยนไม ท นเพ อนในช น เพ อให เร ยน

9 ท นเพ อนในระด บช นเด ยวก น หร อสอนตามโครงการท กาหนดไว 2. การสอนเสร ม ค อ การสอนน กศ กษาท ฉลาดให ได ใช ความสามารถท ม อย ให เต มท เป นไปตามแนวทางท ถ กต องและเป นประโยชน จากความหมายของการสอนซ อมเสร มท กล าวมา สร ปได ว า การสอนซ อมเสร มเป นการ สอนเป นกรณ พ เศษนอกเหน อไปจากการสอนตามแผนการสอนปกต เพ อแก ไขข อบกพร อง หร อ เพ มเต มส งท ขาดไป ช วยแก ไขปร บปร งข อบกพร องของน กศ กษา หร อเพ อให น กศ กษาม ความร ความสามารถทางการเร ยนย งข น อาจเป นการสอนรายบ คคล หร อกล มเล ก จ ดม งหมายของการสอนซ อมเสร ม การสอนซ อมเสร มม จ ดม งหมายท จะช วยผ เร ยนให เร ยนได ด ย งข นตามความสามารถของแต ละบ คคล ม น กการศ กษาหลายท านได กล าวถ งจ ดประสงค ของการสอนซ อมเสร มไว ด งน ศร ยาและประภ สสร น ยมธรรม (2540 : 30) ได กล าวถ งจ ดม งหมายของการสอนซ อมเสร ม ไว ว า เพ อช วยให น กศ กษาได พ ฒนาความสามารถในการเร ยนร และม จ ดหมายปลายทาง ค อ การ ยกระด บผลส มฤทธ ของน กศ กษาให ใกล เค ยงก บสมรรถว ส ยของน กศ กษาให มากท ส ด สาเนา คมคาย (2537 : 13) ได กล าวถ งจ ดประสงค ของการสอนซ อมเสร มไว ว า การสอน ซ อมเสร มช วยให น กศ กษาสามารถเข ยนได ตามความสามารถท แท จร งของตนได อย างเต มท และ สามารถแก ไขข อบกพร องทางการเร ยนหร อจ ดอ อนของตนได ท งย งส งเสร มความเจร ญงอกงาม ด านต างๆของน กศ กษา ซ งจะช วยให น กศ กษาประสบความสาเร จในการเร ยนได มากย งข น กรมสาม ญศ กษา (2537 : 13-14) ได กล าวไว ว า จ ดประสงค ของการสอนซ อมเสร มม ด งน 1. เพ อช วยแก ป ญหาของน กศ กษาท ม ความบกพร องทางร างกาย สต ป ญญา อารมณ และการ เร ยนเร ยน 2. เพ อช วยให น กศ กษาท เร ยนช าสามารถเร ยนท นเพ อนและท เร ยนไม เข าใจให ม ความเข าใจ มากข น 3. เพ อช วยให น กศ กษาท เร ยนแล วย งไม ส มฤทธ ผลตามจ ดม งหมายได ส มฤทธ ผล 4. เพ อช วยให น กศ กษาแข งก บต วเองจนสามารถเร ยนได ด ข นกว าเด ม 5. เพ อให น กศ กษาเร ยนได ด ย งข นตามข ดความสามารถของตน 6. เพ อช วยขจ ดป ญหาต างๆของโรงเร ยนอ นเน องมาจากน กศ กษาท เร ยนไม ท นเพ อน ด งน นจ งสร ปจ ดม งหมายของการสอนซ อมเสร มได ว า เพ อช วยน กศ กษาท ม ความบกพร อง ทางการเร ยนให เร ยนท นเพ อน เพ อให น กศ กษาม การพ ฒนาได เต มความสามารถของแต ละบ คคล ทาให น กศ กษาม ผลส มฤทธ ท ด ข น 9

10 หล กการสอนซ อมเสร ม เพ อให การเร ยนการสอนซ อมเสร มดาเน นไปจนบรรล จ ดม งหมาย จาเป นต องม หล กการ สอนท เหมาะสม เพ อช วยให ท งคร และน กศ กษาประสบผลสาเร จในการสอนและการเร ยน ซ ง น กการศ กษาหลายท านได นาเสนอหล กการสอนซ อมเสร มไว ด งน จร ญ จ ยโชค(2530:9) ได เสนอหล กการสอนซ อมเสร มว าประกอบด วยเง อนไข 6 ประการ ด งน 1. การสอนซ อมเสร มต องเร มจากส งท เด กม ความร อย แล วและขยายไปส ความร ใหม 2. การสอนซ อมเสร มต องสอนคร งละเร อง เพ อไม ให เด กเก ดความส บสน 3. การสอนซ อมเสร มใช เวลาสอนคร งละน อยๆไม ควรเก น 30 นาท 4. จะต องสอนในส งท น กศ กษาไม ร หร อบกพร อง 5. จะต องสอนด วยว ธ การแปลกๆไม ซ าก บว ธ การสอนท น กศ กษาได เร ยนมาแล ว 6. จะต องม การประเม นผลการสอนท กคร งหล งจากการสอนซ อมเสร ม จ นทนา บ ญยาภรณ (2539 : 18-19) ได สร ปหล กการสอนซ อมเสร มไว ด งน 1. คร ควรทราบจ ดเด นและด อยของผ เร ยนเพ อเตร ยมการสอนซ อมเสร มให เหมาะสมก บ ผ เร ยน 2. ควรสอนจากส งท น กศ กษาร ไปหาส งท น กศ กษาไม ร โดยใช เวลาให เหมาะสมไม มาก จนเก นไปและควรม ว ธ การสอนใหม ไม ซ าก บว ธ การสอนเด ม ก จกรรมการสอนควรสน กน าสนใจ และให น กศ กษาได ฝ กปฏ บ ต มากๆ 3. ส อการสอนควรแปลกหร อพ เศษกว าธรรมดา ควรเล อกให เหมาะสมก บผ เร ยน 4. ควรม การกระต นและเสร มแรงให ความร กความเมตตาและให ความช วยเหล อ 5. ต ดตามผลการสอนซ อมเสร มเป นระยะๆโดยม การประเม นผลความก าวหน าบ อยๆ ประคอง ส ทธสาร(2526: 195) ได อธ บายหล กการการสอนซ อมเสร มว าเป นการสอนท แตกต างไปจากการสอนตามปกต ท งจ ดม งหมายและว ธ การ ด งน น ในการจ ดการสอนซ อมเสร มให ประสบความสาเร จจ งต องม หล กการสอนซ อมเสร มท แน นอนและถ กต องเหมาะสม หล กการการสอนซ อมเสร มม ด งน 1. คร ผ สอนต องร ข อบกพร องของผ เร ยนเพ อจะได ช วยเหล อแก ไขข อบกพร องและเสร ม การเร ยนให แก ผ เร ยนได ถ กว ธ โดยว น จฉ ยเด กจากรายละเอ ยดต าง ๆ ของเด กท ควรทราบ เพ อนามา วางแผนการสอนซ อมเสร มให เหมาะสม ด งน น จ งต องม การสารวจข อบกพร องของผ เร ยนเป น รายบ คคล ซ งจาเป นต องทดสอบด วยว ธ การต าง ๆ เช น การส งเกต การทดสอบ หร อจาก การสอบถาม เม อร จ ดอ อนของผ เร ยนแล ว จ งลงม อทาการสอน และเม อสอนไประยะหน งจ งทา การทดสอบซ าอ ก เพ อให ร ถ งความงอกงามของผ เร ยน ซ งจะสอนเป นกล มหร อรายบ คคลก ได 10

11 2. การสอนซ อมเสร มจะต องเร มจากส งท ผ เร ยนย งไม ร หร อเร มเร ยนจากจ ดและสภาพ ท เขาเป นอย คร จ งต องร พ นฐานและประสบการณ ต าง ๆ ของผ เร ยน เพ อจะได จ ดบทเร ยนได เหมาะสมก บความสามารถ ความต องการ และความสนใจของผ เร ยน ให ผ เร ยนได เร ยนตรงก บ ความบกพร องเฉพาะอย างของเขา 3. ในการสอนให ได ผลด น น คร ควรใช อ ปกรณ มาประกอบการสอนให มาก เพราะเด ก ท ม ป ญหาทางการเร ยนจะเร ยนร ร ปธรรมมากกว าทางนามธรรม ให เด กเร ยนปนเล นก บอ ปกรณ ท คร จ ดหามาให เพ อซ อมเสร มเฉพาะเร อง เล อกว สด อ ปกรณ ตลอดจนว ธ สอนให เหมาะสมก บ ความสามารถ ความสนใจของผ เร ยน ในการสอนซ อมเสร มคร จ งต องใช ว สด อ ปกรณ เพ อช วยให ผ เร ยนเข าใจบทเร ยนได ด ย งข น และพยายามเปล ยนแปลงเทคน ค ว ธ สอน ตลอดจนก จกรรมจากท เคยใช สอนเด กปกต ให เหมาะสมก บผ เร ยนมากท ส ด 4. คร จะต องเป นผ คอยกระต น ให กาล งใจแก ผ เร ยน ให ผ เร ยนเก ดความอบอ น และ เช อม นในตนเอง ซ งด กว าการบ งค บ หร อการทาโทษ โดยคร ควรย ดหล ก ด งน 4.1 ให ผ เร ยนเข าใจคร ได ถ กต อง ว า คร เป นผ ให ความร และความเข าใจแก ผ เร ยน พร อมท จะให ความช วยเหล อ และให ความเป นเพ อนแก ผ เร ยนเสมอ โดยคร ควรเป นก นเองก บ ผ เร ยนและสร างบรรยากาศในการเร ยนท ด ให เก ดข น 4.2 ให ผ เร ยนม โอกาสได ปฏ บ ต จร ง และม โอกาสประสบความสาเร จในงานท ทา น นโดยเร มจากงานย อย ๆ ไปหางานท ยาก ม การให กาล งใจและคาชมเชย ให ผ เร ยนได ประเม นผล ตนเอง เพ อให ร ความก าวหน าของตน ซ งคร อาจทาได โดย ก. ช แจงข อบกพร องเพ อให ผ เร ยนเก ดความเข าใจ ข. ทากราฟหร อแผนภ ม แสดงความก าวหน าของผ เร ยน 5. คร ควรต ดตามผลการพ ฒนาของเด กอย างใกล ช ดว า หล งจากการสอนซ อมเสร มแล ว เด กม พ ฒนาการข นมากน อยเพ ยงใด เพ อท จะได วางแผนข นต อไปอย างม ประส ทธ ภาพ ให ผ เร ยน เห นความก าวหน าของตนเอง ให เก ดความภ ม ใจในความสาเร จของตน และส งเสร มให ม ความพยายามย งข น คร ต องร จ กกระต นให เด กเก ดแรงจ งใจในการเร ยน ร จ กว ธ เสร มพล งเพ อสร าง แรงจ งใจให เก ดข นก บเด ก พยายามช วยให เด กได ร บความสาเร จในการเร ยน 6. ควรเปล ยนแปลงว ธ การสอนตามแบบต าง ๆ การใช ว ธ เด มสอนซ าซากบ อย ๆ ถ าผ เร ยนไม เข าใจจะทาให เก ดความเบ อหน าย และหมดกาล งใจ ไม ควรใช ว ธ เด มท ผ เร ยนเร ยน ล มเหลวมาแล ว ควรหาว ธ สอนท แปลกไปจากเด ม และไม ควรสอนในส งท ผ เร ยนร แล วซ าอ ก เด กจะเก ดความเบ อหน าย ถ าจาเป นต องเท าความหร อทบทวนความร เด ม เพ อเช อมโยงบทเร ยน ใหม ก ควรใช เวลาท เหมาะสม 7. ฝ กให ผ เร ยนช วยเหล อก นเอง อาจจะเป นผ เร ยนช นเด ยวก นท เร ยนท น หร อเร ยนเก ง 11

12 ให ช วยเหล อเพ อน หร อผ เร ยนช นส งกว าเม อม เวลาว างให ช วงสอนร นน อง จะทาให ผ เร ยนเข าใจด และใช ภาษาในระด บเด ยวก น ท งน คร ต องคอยด แลด วย 8. การสอนซ อมเสร มควรสอนในเวลาเร ยน ขณะท เร ยนรวมก บเพ อน ๆ หร อเวลาก อน เข าเร ยนตอนเช า และพ กกลางว น หร อหล งจากเล กเร ยนไปแล ว ในการสอนแต ละคร ง ไม ควรใช เวลานานเก นไป 9. คร ควรวางแผนการสอนให เหมาะสมก บเด ก เพ อจะได ดาเน นการได ถ กต องบรรล ผล ท ต องการ เพราะเด กแต ละคนจะม ป ญหาท แตกต างก นไป คร อาจจ ดกล มเด กท ม ป ญหาคล ายคล ง ก นไว ด วยก นก ได และหากเด กเร ยนอ อนหลาย ๆ ว ชา ควรแก ไขหร อสอนซ อมเสร มท ละว ชา 10. คร ท สอนซ อมเสร มควรม ความร ก เมตตาเด ก เป นผ ท เข าใจเด ก ร จ กนาความร เก ยวก บจ ตว ทยาเด กมาใช แก ป ญหา คร จะต องเป นผ ม ส ขภาพจ ตด ม อารมณ แจ มใส ร าเร ง ไม โกรธง าย และใช หล กจ ตว ทยาในการแก ป ญหา 11. การสอนซ อมเสร มควรได ร บความร วมม อระหว างผ บร หาร คร น กศ กษา ผ ปกครอง และผ เก ยวข องอ น ๆ ด วย จ งจะทาให โครงการสอนซ อมเสร มม ประส ทธ ภาพ จากหล กการสอนท กล าวมาท งหมด เป นหล กการให แนวทางไว กว างๆเพ อให นาไปใช ตาม ความเหมาะสม โดยย ดหล กความพยายามท จะช วยเหล อน กศ กษาให เก ดการเร ยนร มากท ส ดและย ด หล กความแตกต างระหว างบ คคล ประเภทของการสอนซ อมเสร ม ในการสอนซ อมเสร มน น ม จ ดม งหมายเพ อช วยให ผ เร ยนได พ ฒนาไปจนถ งข ด ความสามารถของตนเอง การท จะดาเน นการให ผ เร ยนบรรล ถ งจ ดม งหมายท กาหนดไว คร ผ สอน ควรท จะเล อกประเภทการสอนให เหมาะก บความสามารถและล กษณะของผ เร ยนแต ละคน ด งน น การสอนซ อมเสร มจ งม หลายประเภท หลายว ธ ด งน กรมว ชาการ (2526: 92-94) ได จ ดประเภทของการสอนซ อมเสร มไว ด งน 1. การสอนซ อมเสร มก อนการเร ยนการสอน 2. การสอนซ อมเสร มในขณะทาการสอน 3. การสอนซ อมเสร มเพ อสอบแก ต ว เป นการสอบภายหล งการเร ยนแล ว 4. การสอนซ อมเสร มสาหร บเด กท ฉลาด และเร ยนร ได เร วกว าผ อ น ศร ยา น ยมธรรม และประภ สสร น ยมธรรม (2520: 24-26) ได จ ดการสอน ซ อมเสร มไว 4 ประเภท ด งน 1. การสอนเพ อแก ไข (Corrective Instruction) เป นการสอนในช นเร ยนปกต ผ สอน อาจเป นคร ประจาช น หร อคร ประจาว ชาจะทาการสอนเม อพบว าน กศ กษาส วนมากไม เข าใจ การสอนแบบน ผ สอนจาเป นต องอาศ ยการว เคราะห ป ญหาก อนท จะใช เทคน คการสอนซ อมเสร ม 12

13 เพ อช วยแก ไขป ญหา 2. การสอนซ อมเสร ม (Remedial Teaching) เป นการสอนเพ อช วยแก ไขข อบกพร อง ทางการเร ยนหร อเสร มท กษะการเร ยนร ใหม ๆ ให แก ผ เร ยนด วย การสอนแบบน เป นการสอนแยก จากช นเร ยนปกต และฝ กสอนเป นรายบ คคลหร อรายกล ม 3. การสอนเพ อปร บสภาพ (Adapted Instruction) เป นการสอนน กศ กษาท ม ระด บ สต ป ญญาต า ซ งม I.Q. ช วง เด กประเภทน จะม ความสามารถการเร ยนร อย ในวงจาก ด 4. การสอนเร ง (Accelerated Instruction) เป นการสอนท ใช ก บเด กฉลาด แต ไม ได ใช ความสามารถอย างเต มท ทาให ไม ประสบความสาเร จเท าท ควร จากประเภทของการสอนซ อมเสร มท กล าวมาข างต น พอสร ปได ว า ประเภทการสอน ซ อมเสร ม ม ท งสอนเพ อแก ไข ปร บปร งข อบกพร องทางการเร ยนของผ เร ยนอ อน และส งเสร ม ความร ใหม ๆ ให ก บผ เร ยนเก ง ว ธ การสอนซ อมเสร ม การสอนซ อมเสร มม ความจาเป นและสาค ญในการช วยเหล อ แก ไขข อบกพร องของ ผ เร ยน ท งน เพ อให ผ เร ยนเก ดการเร ยนร สามารถบรรล จ ดประสงค ได ตามเกณฑ ท กาหนดไว ด งน นการสอนซ อมเสร มจ งเป นส งจาเป นท คร ผ สอนต องให ความสนใจ แล วเอาใจใส เป นอย างย ง ท งน เพ อให ว ธ การเร ยนการสอนซ อมเสร มท ใช เหมาะสมและสอดคล องก บความต องการของผ เร ยน ม น กการศ กษาหลาย ๆ ท าน ได ให เสนอว ธ การสอนซ อมเสร มไว สมศ กด ส นธ ระเวชญ ( 2524: 32) และส รช ย ขว ญเม อง( 2522: 184) ได เสนอว ธ การสอน ซ อมเสร มไว พอสร ปได ด งน 1. การสอนแบบรายบ คคล ระหว างคร ผ สอนก บน กศ กษา จาเป นมากสาหร บการสอนใน ระด บประถมศ กษา 2. น กศ กษาสอนก นเอง โดยให น กศ กษาเก งช วยสอนน กศ กษาท ย งไม บรรล ว ตถ ประสงค อาจเป นการสอนต วต อต วหร อสอนเป นกล มย อย 3. การสอนเป นกล มย อย โดยจ ดกล มน กศ กษาท ม ป ญหาเหม อน ๆ ก น อย ในกล มเด ยวก น กล มละประมาณ 2-3 คน 4. แบบเร ยนสาเร จร ป ในกรณ ท ผ สอนพบว าน กศ กษาม ป ญหาการเร ยนในบางเร อง และ ไม ม ผ สอน หร อผ สอนไม ม เวลาสอนซ อมเสร มด วยตนเอง โดยให ผ เร ยนเร ยนทาแบบฝ กห ดและ ตรวจแบบฝ กห ดด วยตนเอง 5. การให งานเพ มเต ม หร อทาแบบฝ กห ดด วยตนเอง ว ธ น คร จะให ความร ก อน แล วให ทาแบบฝ กห ด ต อจากน นตรวจแบบฝ กห ดหร อเฉลยคาตอบ ซ งคร จะตรวจเองหร อให น กศ กษาตรวจ ก ได 13

14 6. เข ยนคาถามเอง โดยให น กศ กษาศ กษาจากบทเร ยนแล วเข ยนคาถาม และคาตอบ เม อเข ยนเสร จแล วให น กศ กษาจ บค เพ อการฝ กห ดโดยการถาม-ตอบ 7. ให ทาก จกรรมเพ มเต ม เช น ให ทาแบบฝ กห ดเพ มข น ให อ านหน งส ออ น ๆ ประกอบ 8. การใช เคร องม อโสตท ศนศ กษา น กศ กษาจะเร ยนร ได ด หากได ส มผ ส หร อลงม อ กระทาด วยตนเอง ด งน น คร ต องพยายามเปล ยนบทเร ยนจากนามธรรมเป นร ปธรรม เพ อให ผ เร ยน ได ส มผ สด วยประสาทส มผ สต าง ๆ เช น ใช ภาพยนตร ภาพน ง เคร องบ นท กเส ยง บทเร ยน คอมพ วเตอร เป นต น 9. การสอนซ า การสอนซ าจะใช เม อน กศ กษาส วนใหญ ย งไม บรรล จ ดม งหมายท คร กาหนดไว 10. การใช เกม โดยนาความร จากเร องท เร ยนมาใช จะช วยให น กศ กษาเก ดการเร ยนร ได ด การประเม นผลการสอนซ อมเสร ม การประเม นผลการสอนซ อมเสร ม น บว าเป นกระบวนการท สาค ญอ กข นหน งท ทาให ทราบว าการสอนซ อมเสร มได บรรล ว ตถ ประสงค เพ ยงใด ด งน นคร ผ สอนจ งต องม ว ธ การประเม นท เหมาะสม เพ อท จะให ได ข อม ลตรงก บความจร งให มากท ส ด ซ งม ว ธ การ ด งน 1. การส งเกต ใช ในการประเม นผลจ ดประสงค ท ต องอาศ ยความคล องแคล วใน การปฏ บ ต งานตามว ธ ดาเน นการ 2. การตรวจผลงานท ได ร บมอบหมาย 3. การส มภาษณ ผ สอนอาจส มภาษณ ภายหล งจากการปฏ บ ต ก จกรรม 4. การสอบข อเข ยน ควรเป นการทดสอบอย างส น ๆ เฉพาะเร องท จาเป น และใช เพ อว ด ความเข าใจ ความแม นยา 14

15 บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ความหมายของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน สว สด จ ตต จนะ (2543 : 3) ได กล าวถ งคาท ใช เร ยก บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ใน ภาษาอ งกฤษซ งม ช อเร ยกแตกต างก นไปหลายช อ เช น CAI : Computer assisted instruction CBT : Computer -- based teaching CMI : Computer -- managed instruction ซ งท ง 3 คาด งกล าวข างต น เป นคาท น ยมใช ในสหร ฐอเมร กา ส วนในย โรปก ม คาท ใช เป นของตนเอง เช น CBE : Computer based education CAL : Computer assisted learning และ CML : Computer managed learning นอกจากน Lefrancois (1991 : 350) ย งได กล าวถ งคาท ใช เร ยกบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนเพ มเต มจากท กล าวมาแล ว ได แก CAT (Computer assisted training), CBT (Computer based testing) และ CBT (Computer based training) จะเห นได ว าคาศ พท ท ใช เก ยวก บคอมพ วเตอร ช วยสอนน นม อย หลากหลาย แต ท กคา ก ม ความหมายเหม อนก นอาจจะแตกต างก นไปบ างท งน ข นอย ก บล กษณะการใช งาน และคาท น ยมใช เร ยกในประเทศไทยก ค อ CAI (Computer assisted instruction) ซ งม น กการศ กษา และน กว ชาการต าง ๆ ได ให ความหมายของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนไว ด งน ศ กดา ไชก จภ ญโญ (2536 : 9) กล าวว า บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน (Computer assisted instruction) เป นส อการเร ยนการสอนประเภทหน งท สามารถนามาใช เพ อให การเร ยนการ สอนบรรล ว ตถ ประสงค ผ เร ยนเก ดการเร ยนร สามารถนาเอาความร ไปประย กต ใช ในช ว ตประจาว น ได ม น กการศ กษาหลายคนเช อว า บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนสามารถช วยให ผ เร ยนเร ยนร เน อหาว ชาได ด วยตนเองและช วยลดภาระการสอนโดยใช เป นส อเสร มการสอน ถนอมพร เลาหจร สแสง(2541 : 3) กล าวว า บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนเป นส อย คใหม ท ม ประส ทธ ภาพมากและย งม ข อได เปร ยบเหน อส ออ นๆ ด วยก นหลายประการ บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนจ งกลายเป นส อการศ กษาท ได ร บความน ยมอย างแพร หลายมากข นในแวดวงของคร อาจารย และน กการศ กษา ราชบ ณฑ ตยสถาน (2535 : 32) กล าวว า คอมพ วเตอร ช วยสอน หมายถ ง การสอนท ใช คอมพ วเตอร ช วยสอน ก ดาน นท มล ทอง (2543 : ) กล าวว า คอมพ วเตอร ช วยสอน หมายถ ง ส อ 15

16 การสอนท เป นเทคโนโลย ระด บส ง เม อม การนาคอมพ วเตอร มาใช เป นส อในการสอนจะทาให การเร ยนการสอนม ปฏ ส มพ นธ ก นระหว างผ เร ยนก บเคร องคอมพ วเตอร เช นเด ยวก บการเร ยน การสอนระหว างคร ก บน กศ กษาท อย ในห องตามปกต ซ งคอมพ วเตอร ย งม ความสามารถในการ ตอบสนองต อข อม ลท ผ เร ยนป อนเข าไปได ในท นท เป นการช วยเสร มแรงให ก บผ เร ยน ม ตรธ ศาล อ อเพชรพงษ (2545 : 205) กล าวถ งบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนไว ว า เป นระบบคอมพ วเตอร ท ได นาเน อหาสาระว ชา และลาด บว ธ การสอนมาบ นท กเก บไว อย างเป น ระบบ และนาเสนอร ปแบบท เหมาะสมก บผ เร ยนแต ละคนหร อกล ม เพ อให เก ดการเร ยนร ด วย ตนเองอย างม ประส ทธ ภาพ เฉล มช ย เท ยมกล นทอง (2545 : 14) ทองบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน หมายถ ง การนา เคร องคอมพ วเตอร มาใช เป นส อในการเร ยนการสอน โดยคอมพ วเตอร จะบรรจ บทเร ยนท สร างข น ด วยโปรแกรมคอมพ วเตอร และคอมพ วเตอร จะทาหน าท เสนอเน อหาความร ตามบทเร ยนท บรรจ ไว ในร ปแบบต างๆ ท ม ท งต วอ กษร ภาพน ง ภาพเคล อนไหว ภาพกราฟ ก และเส ยง นอกจากน บทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอนย งสามารถโต ตอบก บผ เร ยนได ท นท เป นการเสร มแรงแก ผ เร ยน ทาให ผ เร ยนสน กก บการเร ยน ไม เบ อหน าย บ ญเหล อ นาคส ข (2546 : 16) ได ให ความหมายบทเร ยนคอมพ วเตอร ไว ว าคอมพ วเตอร เป นการใช เคร องคอมพ วเตอร ช วยและหร อส งเสร มก จกรรมการเร ยนการสอนม การฝ กท กษะการฝ ก ทบทวน การศ กษาเน อหาใหม การใช เกมการสอน การศ กษาละสถานการณ จาลอง การทดสอบ ม การสร างบทเร ยนหร อเน อหาเตร ยมไว ก อน เป ดโอกาสให ผ เร ยนได ม ปฏ ส มพ นธ ก บเคร อง คอมพ วเตอร โดยตรง ส วนผลการเร ยน ผ เร ยนสามารถบ นท กเก บไว ในเคร องคอมพ วเตอร หร อพ มพ ออกมาด วยเคร องพ มพ เพ อนามาเปร ยบเท ยบผลมาตรฐานได อ กด วย โรจนฤทธ จ นน ม (2551 : 10) ได สร ปความหมายของคอมพ วเตอร ช วยสอนไว ว า คอมพ วเตอร ช วยสอน หมายถ ง ส อ การเร ยนการสอนท นาคอมพ วเตอร มาใช ในการนาเสนอ บทเร ยนให แก น กศ กษา โดยบรรจ เน อหา ความร ก จกรรม แบบฝ กห ด แบบทดสอบ และ สถานการณ จาลองลงในโปรแกรมคอมพ วเตอร ท สร างข นเพ อให ผ เร ยนได ศ กษาด วยตนเอง โดย การกระต น การโต ตอบตามความแตกต างของแต ละ บ คคลและม การเสร มแรงแก ผ เร ยน ซ งการ นาเสนอเน อหาของบทเร ยนจะอย ในร ปของต วอ กษร ข อความ ภาพน ง ภาพเคล อนไหวและเส ยง ประกอบ โดยท น กศ กษาสามารถโต ตอบ และแสดงผล การเร ยนของน กศ กษาได ม ญช สา เพ ชรชนะ (2551 : 10) ได สร ปความหมายของคอมพ วเตอร ช วยสอนไว ว า คอมพ วเตอร ช วยสอน ค อ การนาคอมพ วเตอร มาเป นโปรแกรมเป นการเร ยนการสอนโดยจ ดเตร ยม เน อหาว ชา ลาด บว ธ การเร ยนการสอน บทเร ยนได ถ กสร างข นแล วในร ปแบบต างๆท เหมาะสมและ 16

17 คอมพ วเตอร จะนาเสนอบทเร ยนผ านทางจอภาพ และม ปฏ ส มพ นธ ก บน กศ กษาน กศ กษาสามารถ ค นคว าหาคาตอบและเร ยนร ได ด วยตนเอง กรรณ กา ข ณฑบ ณฑ ต (2551 : 22) ได สร ปความหมายของคอมพ วเตอร ช วยสอนไว ว า โปรแกรมคอมพ วเตอร ท ได นาเน อหาและลาด บว ธ การสอนมาบ นท กเก บไว คอมพ วเตอร จะช วยน า บทเร ยนท เตร ยมไว อย างเป นระเบ ยบมาเสนอในร ปแบบท เหมาะสม สาหร บผ เร ยนแต ละคนโดยให เคร องก บคนโต ตอบก นเอง น นค อเป นว ถ ทางของการเร ยนการสอนรายบ คคลโดยอาศ ย ความสามารถของคอมพ วเตอร ท จะจ ดหาประสบการณ ท ม ความส มพ นธ ก น ม การแสดงเน อหา ตามลาด บท ต างก นและม การทาแบบฝ กห ด เม อทาเสร จแล วคอมพ วเตอร จะตรวจแล วแสดงผล ย อนกล บท นท จากความหมายของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท น กว ชาการหลายท านได ให ความหมาย ไว สร ปได ว า คอมพ วเตอร ช วยสอน ค อ คอมพ วเตอร ช วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI)เป นกระบวนการเร ยนการสอน โดยใช ส อคอมพ วเตอร ในการนาเสนอเน อหาเร องราวต างๆ ม ล กษณะเป นการเร ยนโดยตรง และเป นการเร ยน แบบม ปฏ ส มพ นธ (Interactive) ค อสามารถโต ตอบ ระหว างผ เร ยนก บคอมพ วเตอร ได โดยในแต ละบทเร ยนจะม ต วอ กษร ภาพกราฟ ก ภาพน ง ภาพเคล อนไหวและเส ยงประกอบด วยในล กษณะของส อหลายม ต (Hypermedia) ทาให ผ เร ยน สน กไปก บการเร ยน ไม ร ส กเบ อหน าย และผ เร ยนจะเป นผ ท ต องปฏ บ ต ก จกรรมต างๆ ท ส งมาทาง จอภาพ เช น การตอบคาถาม องค ประกอบของคอมพ วเตอร ช วยสอน โยธ น หว งทว ทร พย (2536 : 4 5) กล าวถ ง บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท วไปจะม องค ประกอบหล ก ๆ คล ายคล งก นด งต อไปน 1. ข อความ (Text) หมายถ ง อ กษร ต วเลข หร อเคร องหมายเว นวรรคตอนท พ มพ ข นด วยแป นพ มพ ม ความหลากหลายของแบบ ขนาด ต วพ มพ และส ส น และร ปแบบของต วอ กษร แต ละแบบสามารถ ท จะเปล ยนแปลงได หลายร ปแบบ เพ อนาเสนอเน อหาสาระ ต วอ กษรร ปแบบ หน งม ประส ทธ ภาพในการใช เป นห วเร อง แต ต วอ กษรอ กร ปแบบหน งจะม ประส ทธ ภาพในการ อธ บายเน อหา เพราะอ านง ายช ดเจนและลดความเคร ยดของสายตาได ส วนเร องขนาดของต วอ กษร ช วยในการแบ งห วเร องและเน อหาออกจากก นอย างช ดเจน 2. กราฟ ก (Graphic) ส งท ควรพ จารณา เช น การรวมเคร องม อช วยสร างภาพไว ใน โปรแกรม การสะสมภาพกราฟฟ กแบบง าย ๆ ไว ในโปรแกรม เพ อการนามาใช งาน ความสามารถ ในการนาภาพกราฟฟ กจากแหล งอ นมาใช ร วมในโปรแกรมได และความสามารถในการแสดงภาพ กราฟฟ กท ม รายละเอ ยดส ง 3. ภาพน ง (Still picture) เม อกล าวถ งภาพหร อ ภาพน ง ส วนใหญ จะ หมายถ ง 17

18 ภาพถ าย และภาพลายเส น โดยภาพน งจะม ขนาดใหญ เต มจอ หร อเล กกว าน นก ได อาจจะเป นภาพ ขาวดา หร อภาพส และอาจเป นภาพ 2 ม ต หร อภาพ 3 ม ต ก ได ข นอย ก บค ณสมบ ต ของจอและ ความสามารถของเคร องคอมพ วเตอร ท ม อย มน ษย โดยท วไปจะม ความถน ดในการร บร ทางภาพ ด งน นจ งม อ ทธ พล อย างมากในการนาเสนอข อม ล แสดงหน าจอคอมพ วเตอร โดยเฉพาะอย างย งหาก คร ต องออกแบบให เร ยนด วยตนเอง ซ งเป นการยากท จะวาดภาพได มากโดยใช แป นพ มพ เม าส หร อ อ ปกรณ อ น ๆ 4. เส ยง (Sound) เส ยงท ใช ในคอมพ วเตอร ช วยสอนแบ งออกเป น 3 ชน ด ค อ เส ยงพ ด (Voice) เส ยงดนตร (Music) เส ยงเอฟเฟ กต (Sound effect) เส ยงท ใช ในบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนสามารถช วยให ผ เร ยนสามารถม ความเข าใจบทเร ยนมากเพ มข นอ กว ธ หน ง เช น บทเร ยน เสนอภาพเคล อนไหวล กษณะการว งหน ของแกะ พร อมก บคาบรรยาย เป นต วอ กษรจะทาให น กศ กษาม ความลาบากในการท จะใช สายตาก บท ง 2 ส ง ค อ ภาพเคล อนไหวและคาบรรยายเน อหา ในเวลาเด ยวก นแต ถ าใช เส ยงบรรยายแทนต วอ กษร จะทาให ผ เร ยนใช สายตาพ จารณาล กษณะการว ง หน ของแกะพร อมฟ งเส ยงบรรยายอ นช วยให ผ เร ยนสามารถเข าใจในส งท สอนไปรวดเร วย งข น 5. ภาพเคล อนไหว (Animated picture) เป นภาพท สามารถส งเสร มการเร ยนร เก ยวก บการเคล อนไหว ซ งยากแก การบรรยายต วอ กษร ภาพเคล อนไหวจะช วยด งด ดความสนใจ ของผ เร ยนได ไม ว าจะเป นการเคล อนไหวแบบใด หร อการเคล อนท เปล ยนเฉพาะตาแหน งของ หน าจอ แต ไม เปล ยนร ปทรงของจอภาพ 6. ความสามารถในการเช อมต อโปรแกรม เช น การท ผ เร ยนสามารถเข าส ข อม ล เสร มได บางคร งเร ยกว า ไฮเปอร ล งค (Hyperlinks) และโปรแกรมช วยสร าง ส วนมากใช บ คมาร ก ฟ งก ช น (Bookmark function) ในการทาให ผ ใช สามารถกล บเข าส หน าจอเด มได ด านระบบควบค ม กล าวว า ระบบควบค มดอส (DOS) เป นระบบท น ยมสาหร บเคร องพ ซ (PC) ในป จจ บ น แต ม ข อจาก ดหลายประการ และข อจาก ดท เด นช ดท ส ดค อความสามารถในการทางานคร งละหน ง โปรแกรมล กษณะน อาจไม เป นป ญหา ถ าเป นการใช โปรแกรมเด ยวตลอด แต ถ าผ ใช ต องการใช งาน ก บหลายโปรแกรมในเวลาเด ยวก น ก จะม ความยากลาบากในการกล บเปล ยนโปรแกรมไปมา จนทา ให ผ ใช เก ดความราคาญในความไม สะดวกน ข อท น าพ จารณาอ นหน งก ค อช ดซอฟต แวร ต าง ๆ ท พ ฒนาข นสาหร บระบบควบค มดอสจะม ร ปร างโปรแกรมท ต างก นไป สาหร บว นโดว ส (WINDOWS) เป นระบบท สามารถแก ไขข อจาก ดท เก ดข นในดอส โดยม ความสามารถในการ ทางานแบบม ลต (Multi)ค อสามารถโหลดโปรแกรมไปมาได อย างรวดเร วเม อต องการโปรแกรมน น ๆ ม การใช เมน และไอคอนท เข าใจง าย โดยใช เมาส คล ก แทนว ธ การพ มพ คาส งต าง ๆ เพ อควบค ม การทางานของโปรแกรมและม ซอฟต แวร ต าง ๆ ท พ ฒนาข นสาหร บใช ก บระบบว นโดว ส ด งน นผ ท 18

19 ค นเคยก บระบบน จ งสามารถเร ยนร การใช งานของแต ละโปรแกรมได อย างรวดเร วและกว างขวาง ข น กรรณ กา ข ณฑบ ณฑ ต (2551 : 31) ได สร ปองค ประกอบของคอมพ วเตอร ช วยสอนไว ว า องค ประกอบของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท ด จะต องประกอบไปด วย ข อความท ม ร ปแบบ เหมาะสมก บเน อหา กราฟ ก ภาพน งท ทาให เห นและเข าใจง ายย งข น เส ยงประกอบท ม ความ เหมาะสม ภาพเคล อนไหวและความสามารถในการเช อมต อโปรแกรมซ งไม ต ดข ด จากองค ประกอบของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท น กว ชาการหลายท านได ให ไว สร ป ได ว า องค ประกอบของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท ด จะต องประกอบไปด วย การนาเสนอส ง เร าให ก บผ เร ยน ได แก เน อหา ภาพน ง คาถาม ภาพเคล อนไหว ประเม นการตอบสนองของผ เร ยน ได แก การต ดส นคาตอบให ข อม ลย อนกล บเพ อการเสร มแรง ได แก การให รางว ล หร อ คะแนน ให ผ เร ยนเล อกส งเร าในลาด บต อไป ประเภทของคอมพ วเตอร ช วยสอน ท กษ ณา สวนานนท (2530 : 216) ได กล าวถ งประเภทของคอมพ วเตอร ช วยสอน ด งต อไปน 1. การฝ กท กษะและทาแบบฝ กห ด (Drill) ว ธ น เป นว ธ ท ร จ กก นด มาต งแต เร มแรกโดย ม กจะเร มต นด วยการเตร ยมเน อหามาให อ าน แล วใช แบบฝ กห ดเป นการว ดความเข าใจ ทบทวนและ ช วยเพ มพ นความร หร อความชานาญ แต แบบฝ กห ดในล กษณะน ม กจะเป นบทเร ยนส น ๆ ท น ยมก น มากแบบหน ง ก ค อ จ บค ช ว าถ ก / ผ ด และเล อกข อท ถ กจากต วเล อก 3 5 ต ว ล กษณะของบทเร ยน แบบน ค อ ค อย ๆ เพ มเน อหาโดยให เร มจากง ายไปจนถ งยาก และบางบทเร ยนอาจบ งค บให ผ เร ยน ทาแบบฝ กห ดทบทวนจนกว าจะถ กต องถ งร อยละ 80 ถ งจะถ อว าสอบผ านก ได 2. การเจรจา (Dialogue) ว ธ น เป นว ธ ท ร จ กก นด มาต งแต เร มแรกโดยม กจะเร มต นด วยการ เตร ยมเน อหามาให อ าน แล วใช แบบฝ กห ดเป นการว ดความเข าใจ ทบทวนและช วยเพ มพ นความร หร อความชานาญ แต แบบฝ กห ดในล กษณะน ม กจะเป นบทเร ยนส น ๆ ท น ยมก นมากแบบหน ง ก ค อ จ บค ช ว าถ ก / ผ ด และเล อกข อท ถ กจากต วเล อก 3 5 ต ว ล กษณะของบทเร ยนแบบน ค อ ค อย ๆ เพ มเน อหาโดยให เร มจากง ายไปจนถ งยาก และบางบทเร ยนอาจบ งค บให ผ เร ยนทาแบบฝ กห ด ทบทวนจนกว าจะถ กต องถ งร อยละ 80 ถ งจะถ อว าสอบผ านก ได 3. การจาลองสภาพ (Simulation) ว ธ การน เป นการเสนอปรากฏการณ ท จาลองมาจาก ของจร งเพราะบางท ประสบการณ จร งเส ยงเก นไปหร อแพงเก นไป เช น การเร ยนว ธ ข บเคร องบ น ผ เร ยนน าจะได ลองข บในเคร องจาลอง (ด วยคอมพ วเตอร ) มากกว า การสอนด วยว ธ น จะทาให ผ เร ยนม ความร และความชานาญอย างแท จร ง ความสาเร จจร ง ๆ ก อย ท ว าคอมพ วเตอร ช วยสอนน น สามารถจาลองสภาพจร งได มากน อยเพ ยงใด 19

20 4. เกม (Game) การเร ยนร จากการเล น เป นเร องท เป นท ยอมร บก นมานานแล ว การเล น เกมเป นก จกรรมท ให ความสน กสนาน และหากเล อกเล นให เป นแล ว เกมน นจะช วยในการเร ยนร เป นอย างมาก โรงเร ยนบางแห งนาเกมบางเกมมาเล นในโรงเร ยน โดยเห นว าม ค ณค าทางการศ กษา ซ งเกมน นม เป าหมายท แน นอน ผ เล นจะต องพยายามให บรรล เป าหมาย ค อ ช ยชนะ โดยต อง คาน งถ งกฎเกณฑ ต าง ๆ ประกอบด วยตลอดเวลา โดยแบ งเป น 2 ประเภท ค อ การแข งข นและการ ร วมม อ เกมการแข งข นมองแต ช ยชนะ สอนให เป นต วของต วเอง ให อยากพบความสาเร จ ส วนเกม ความร วมม อม กจะเป นการแก ป ญหาเป นกล ม การทางานเป นท ม 5. การแก ป ญหาต าง ๆ (Problem solving) คอมพ วเตอร ช วยสอนประเภทน จะเน นให ฝ กการค ดการต ดส นใจ โดยม การกาหนดเกณฑ ให แล วให ผ เร ยนพ จารณาไปตามเกณฑ ม การให คะแนนหร อน าหน กก บเกณฑ แต ละข อ ในหลายสาขาว ชา เช น คณ ตศาสตร ว ทยาศาสตร ผ เร ยน จาเป นอย างย งจะต องเข าใจ และว ดความสามารถในการแก ป ญหา กล าวค อ ร จ กเล อกส ตรมาใช ให ตรงก บป ญหา ผ เร ยนอาจต องทดเลขในกระดาษคาตอบก อนท จะเล อกข อท ถ กได การทาเช นน ผ สอนอาจไม ได ต องการเพ ยงคาตอบท ถ ก ย งต องการข นตอนท ผ เร ยนทา เช น ถ าเล อกข อ ข. แปลว า ใช ส ตรผ ด ถ าเล อกข อ ค. แปลว าคานวณผ ด ถ าเล อกข อ ง. แปลว าไม เข าใจเลย ด งน เป นต น 6. การค นพบใหม (Discovery) ประสบการณ เป น คร ท ด การให โอกาสผ เร ยนม ประสบการณ ในด านต าง ๆ มาก ผ เร ยนจะเร ยนจากประสบการณ ของตน เช น การค ดภาษาโลโก (LOGO) ทาให น กศ กษาต วเล กสามารถเข าใจอะไรได ง าย ๆ เพราะโลโกเป นภาษาอ งภาพ ขณะท ผ เร ยนเร ยนการใช ภาษาต าง ๆ ของโลโกแล วลองใช คาส งต างๆ จะทาให ม ภาพเก ดข น เราก จะเร ยนร ไปด วยต งแต ศ พท หล กการพ นฐานว ชาคณ ตศาสตร เรขาคณ ต เช น การทาม มต าง ๆ 7. การทดสอบ (Test) การใช คอมพ วเตอร ช วยสอนม กจะต องรวมการทดสอบเป นการ ว ดผลส มฤทธ ของผ เร ยนไปด วย โดยผ ทาจะต องคาน งถ งหล กต าง ๆ ต อไปน 7.1 การสร างข อสอบ 7.2 การจ ดข อสอบ 7.3 การตรวจให คะแนน 7.4 การว เคราะห ข อสอบเป นรายข อ 7.5 การสร างคล งข อสอบ และการจ ดให ม ผ สอนส มเล อกข อสอบเองได ถนอมพร (ต นต พ ฒน ) เลาหจร สแสง (2541 : 11 12) ได แบ งประเภทของการใช คอมพ วเตอร ช วยสอนโดยท วๆ ไป เป น 5 ประเภทด งต อไปน 1. คอมพ วเตอร ช วยสอนประเภทต วเตอร ค อ บทเร ยนทางคอมพ วเตอร ซ งนาเสนอ เน อหาแก ผ เร ยนไม ว าจะเป นเน อหาใหม หร อการทบทวนเน อหาเด มก ตาม ส วนใหญ คอมพ วเตอร ช วยสอนประเภทต วเตอร จะม แบบทดสอบหร อแบบฝ กห ดเพ อทดสอบความเข าใจของผ เร ยน 20

21 อย ด วย ผ เร ยนม อ สระพอท จะเล อกต ดส นใจว าจะทาแบบทดสอบหร อแบบฝ กห ดหร อไม / อย างไร หร อจะเล อกเร ยนเน อหาส วนไหนเร ยงลาด บในร ปแบบใด เพราะการเร ยนโดยคอมพ วเตอร ช วยสอนน นผ เร ยนจะสามารถควบค มการเร ยนของตนได ตามความต องการของตนเอง 2. คอมพ วเตอร ช วยสอนประเภทแบบฝ กห ด ค อ บทเร ยนทางคอมพ วเตอร ซ งม งเน นให ผ ใช ทาแบบฝ กห ดจนสามารถเข าใจเน อหาในบทเร ยนน นๆ ได คอมพ วเตอร ช วยสอนประเภท แบบฝ กห ดเป นคอมพ วเตอร ช วยสอนประเภทท ได ร บความน ยมมากโดยเฉพาะในระด บอ ดมศ กษา ท งน เน องจากเป นการเป ดโอกาสให ผ เร ยนท เร ยนอ อน หร อเร ยนไม ท นคนอ นๆ ได ม โอกาสทาความ เข าใจบทเร ยนสาค ญๆ ได โดยท คร ผ สอนไม ต องเส ยเวลาในช นเร ยนอธ บายเน อหาเด มซ าแล วซ าอ ก 3. คอมพ วเตอร ช วยสอนประเภทการจาลอง ค อ บทเร ยนทางคอมพ วเตอร ท เป นการนา เสนอบทเร ยนในร ปของการจาลองแบบ (Simulation) โดยการจาลองสถานการณ ท เหม อนจร งและ บ งค บให ผ เร ยนต องต ดส นใจแก ป ญหา (Problem Solving) ในต วบทเร ยนจะม คาแนะนาเพ อช วย ในการต ดส นใจของผ เร ยนและแสดงผลล พธ ในการต ดส นใจน นๆ ข อด ของการใช คอมพ วเตอร ช วยสอนประเภทการจาลอง ค อ การลดค าใช จ ายและการลดอ นตรายอ นอาจเก ดข นได จากการ เร ยนร ท เก ดข นในสถานการณ จร ง 4. คอมพ วเตอร ช วยสอนประเภทเกม ค อ บทเร ยนทางคอมพ วเตอร ท ทาให ผ ใช ม ความสน กสนาน เพล ดเพล น จนล มไปว ากาล งเร ยนอย เกมคอมพ วเตอร ทางการศ กษาเป น คอมพ วเตอร ช วยสอนท สาค ญประเภทหน ง เน องจากเป นการกระต นให เก ดความสนใจในการเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอนประเภทน น ยมใช ก บเด กต งแต ระด บประถมศ กษา ไปจนถ งระด บม ธยมศ กษา ตอนปลาย นอกจากน ย งสามารถนามาใช ก บผ เร ยนในระด บอ ดมศ กษา เพ อเป นการป ทางให ผ เร ยน เก ดความร ส กท ด ก บการเร ยนทางคอมพ วเตอร ได อ กด วย 5. คอมพ วเตอร ช วยสอนประเภทแบบทดสอบ ค อ การใช โปรแกรมคอมพ วเตอร ในการสร างแบบทดสอบ การจ ดการ การสอบ การตรวจให คะแนน การคานวณผลสอบ ข อด ของการใช คอมพ วเตอร ช วยสอนประเภทแบบทดสอบ ค อ การท ผ เร ยนได ร บผลป อนกล บโดยท นท (Immediate Feedback) ซ งเป นข อจาก ดของการทดสอบท ใช ก นอย ท วๆ ไป นอกจากน การใช โปรแกรมคอมพ วเตอร ในการคานวณผลสอบก ย งม ความแม นยาและรวดเร วอ กด วย ส ว ทย ม ลคา (2545 : 63 65) ได กล าวถ งประเภทของบทเร ยนคอมพ วเตอร ไว ด งน 1. โปรแกรมการนาเสนอเน อหาใหม (Tutorial) เป นโปรแกรมท ม เป าหมายนาเสนอเน อหา ใหม ให น กศ กษา ซ งม การนาเสนอเน อหาท เป นแบบเส นตรง (Linear) และแบบสาขาหร อแตกก ง (Bran ching) โดยโปรแกรมจะเร มจากทดสอบความพร อมของผ เร ยนแล วนาเสนอเน อหาและ ซ กถามผ เร ยน ซ งการนาเสนอเน อหาน จะม ต วช แนะเพ อให น กศ กษาสามารถตอบคาถามได ถ กต อง มากข น 21

22 2. โปรแกรมแบบฝ กห ด (Drill and practice) เป นโปรแกรมท ม เป าหมายทบทวนความร เด มท ได เร ยนไปแล วเพ อให ผ เร ยนได ม ความร และท กษะท คงทน จาได นาน ด งน นเน อหาท ใช ใน โปรแกรมประเภทน จ งเป นเน อหาท คร ผ สอนได สอนไปแล ว หร อท เคยเร ยนไปแล ว โปรแกรม ประเภทน จ งเน นการซ กถาม การต งคาถามสาหร บบทบาทของคร ผ สอน จะต องทาหน าท พ จารณา ผลการเร ยนของผ เร ยนว าเป นไปตามเป าหมายท ได กาหนดหร อไม อย างไร 3. โปรแกรมจาลองสถานการณ (Simulation) เป นโปรแกรมท ม เป าหมายช วยให ผ เร ยน ได เร ยนร โดยการค นพบความร ใหม จากการเผช ญสถานการณ ต าง ๆ ซ งจาลองมาจากสถานการณ จร ง โดยโปรแกรมจะนาเสนอสถานการณ พร อมท งข อจาก ดต าง ๆ เช น อ ปสรรคของสถานการณ จาลอง ระยะทาง เวลา และราคา เป นต น จากน นให ผ เร ยนได ฝ กแก ป ญหา ซ งผ เร ยนต องใช ท กษะ ทางป ญญาในระด บส งในการว เคราะห ส งเคราะห เพ อแก ป ญหาน น ๆ 4. เกม (Game) โปรแกรมเกมม เป าหมายเพ อสร างความสนใจและแรงจ งใจในการเร ยน การแก ป ญหา ซ งโดยท วไปแล วเกมม กจะเป นการแข งข นระหว างผ เล นมากกว า 2 คนข นไป การนา เกมไปใช ในการจ ดการเร ยนการสอนอาจจะผสมผสานเข าไปก บบทเร ยนท นาเสนอเน อหาใหม ก ได สาหร บเกมท นามาใช ในการศ กษาท ม ประส ทธ ภาพในการสร างแรงจ งใจให ก บผ เร ยน เกมท ด ควร จะม ล กษณะท ท าทายผ เล น สร างความร ส กให ก บผ เล นว าม ความสามารถควบค มสถานการณและม ส ส นสวยงาม 5. โปรแกรมฝ กท กษะการแก ป ญหา (Problem solving skills) เป นโปรแกรมท ม เป าหมายในการนาเสนอสถานการณ ท เป นป ญหา และม แนวโน มการแก ป ญหาอย างเป นระบบ ม เหต ผลให ผ เร ยนได เล อกใช ซ งผ เร ยนจาเป นต องว เคราะห ส งเคราะห หาแนวทางแก ป ญหา ซ งจะทา ให ผ เร ยนสามารถป ญหาได อย างสร างสรรค 6. การสาธ ต (Demonstration) เป นว ธ ท ผ สอนจะเป นผ แสดงให ผ เร ยนด เช น แสดง ข นตอนเก ยวก บทฤษฎ หร อว ธ การทางว ทยาศาสตร และคณ ตศาสตร การสาธ ตโดยใช คอมพ วเตอร ก ม ล กษณะคล ายคล งก บว ธ การจ ดการเร ยนร แบบสาธ ตปกต แต การใช คอมพ วเตอร น นน าสนใจกว า เพราะคอมพ วเตอร สามารถแสดงให เห นถ งกราฟท สวยงาม อ กท งม ส ส นและเส ยงต าง ๆ ท เป นจร ง อ กด วย เช น การสาธ ตเก ยวก บการเจร ญเต บโตของพ ช การสาธ ตเก ยวก บโครงสร างของโมเลก ล การทดลองทางด านเคม เป นต น 7. การทดสอบ (Testing) เป นการว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยน โดยผ สอนจะต องคาน งถ ง หล กการต าง ๆ ค อ การสร างข อสอบ การจ ดการสอน การตรวจให คะแนน การว เคราะห ข อสอบเป น รายข อ การสร างคล งข อสอบ และการจ ดให ผ สอบส มเล อกข อสอบเองได ไชยยศ เร องส วรรณ (2547 : 13 17) ได กล าวถ งประเภทของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วย สอนไว ด งต อไปน 22

23 1. บทเร ยนคอมพ วเตอร ทบทวน (Tutorials) บทเร ยนประเภทน ในทางตรงก นข ามบาง กรณ อาจเร ยกว า แบบเสนอเน อหาใหม ซ งบทเร ยนประเภทน เป นบทเร ยนท น ยมพ ฒนามากท ส ด ประมาณก นว า 80 ของบทเร ยนคอมพ วเตอร ท วโลกจะเป นประเภทน เน องจากม การพ ฒนาจาก ความเช อท ว า คอมพ วเตอร น าจะเป นส อประเภทอ ปกรณ ท จะช วยให การเร ยนการสอนม ประส ทธ ภาพใกล เค ยงก บบทเร ยนในช นเร ยน กล าวโดยสร ปค อน าจะแทนคร ผ สอนในหลาย ๆ รายว ชา แนวค ดตรงน ม พ นฐานในม มกว างว า การเร ยนการสอนน นไม ได จาก ดอย ในโรงเร ยนระด บ ต าง ๆ เช น ประถมศ กษา ม ธยมศ กษา หร ออ ดมศ กษาเท าน น แต ย งขยายไปถ งการอบรม (Training) ในระด บและสาขาอาช พต าง ๆ ซ งอาจผสมผสานการสอน การเร ยนร และการฝ กฝนด วยตนเอง หลาย ๆ ร ปแบบ และบทเร ยนคอมพ วเตอร แบบทบทวนก เป นว ธ หน งท เข าไปม บทบาทได 2. บทเร ยนคอมพ วเตอร แบบฝ กและปฏ บ ต (Drill and practice) บทเร ยนคอมพ วเตอร ประเภทน เป นอ กหน งประเภทท ม ผ น ยมพ ฒนา รองมาจากบทเร ยนประเภทแรก บทเร ยนประเภทน ถ กพ ฒนาข นมาเพ อฝ กทบทวนความร ท เร ยนไปแล ว ซ งจะเป นการผสมผสานก บแนวค ดหล ก และ การฝ กฝนในร ปแบบของการทดสอบ บทเร ยนท พบส วนมากจะเป นบทเร ยนด านภาษา คณ ตศาสตร และว ทยาศาสตร ซ งล กษณะของเน อหาจะเน นด านความร ท ต องม องค ประกอบหลาย ๆ ส วน จ งไม เน นด านความร ท ต องม องค ประกอบหลาย ๆ ด าน เช นเด ยวก บการนาเสนอเน อหาอย างเป นระบบ ตามลาด บข น การเสร มแรง การตรวจปร บเน อหา ส อการเร ยนการสอน และอ น ๆ แต เน นเฉพาะจ ด ท แบบฝ กห ดหร อแบบฝ กทบทวนความร เน อหามากกว า ด งน นบทเร ยนคอมพ วเตอร ม กน ยมใช ก บ ก จกรรมเสร มอ น ๆ เช น การเร ยนการสอนในห องปกต การทาแบบฝ กห ดเพ มเต ม ซ งแตกต างจาก บทเร ยนประเภทแรกท ม ความสมบ รณ ในต วเอง 3. บทเร ยนคอมพ วเตอร จาลองสถานการณ (Simulation) บทเร ยนคอมพ วเตอร ประเภท น จะออกแบบเพ อเสนอเน อหา การจาลองสถานการณ จร งลาด บข นตอนต าง ๆ และเน อหาอ น ๆ ท ม ลาด บข นตอนไปอย างต อเน อง ท เป นส งท เข าใจยาก และไม สามารถมองเห นได ต องอาศ ย จ นตนาการเข าช วย ซ บซ อนหร อม อ นตรายเม อต องเข าไปศ กษาในเหต การณ จร ง เช น อว ยวะภายใน ร างกายมน ษย โครงสร างอะตอม การเก ดปฏ ก ร ยาเคม หล กการหม นของมอเตอร ไฟฟ า และอ น ๆ ซ งไม ได จาก ดทางด านว ทยาศาสตร ด านเด ยว บทเร ยนคอมพ วเตอร ประเภทน ม จานวนน อยมาก เน องจากม ความยากในการออกแบบ ผ ออกแบบพ ฒนาจาเป นต องม พ นฐานความร ในเร อง ท ทาเป นอย างด สามารถลาด บข นตอนท เปล ยนแปลงได อ กท งอาจจะต องใช คณ ตศาสตร ข นส ง เพ อ เปล ยนแปลงแต ละส วนน น ให สามารถนาเสนอในร ปแบบท ง ายข น เช นนาเสนอแบบกราฟ การ นาเสนอเหต การณ ต าง ๆ เป นต น 4. บทเร ยนคอมพ วเตอร แบบเกมสอน (Game) บทเร ยนประเภทน ได แนวค ดมาจาก ทฤษฎ เสร มแรง (Reinforcement theory) บนพ นฐานการค นพบท ว า ความต องการเร ยนร เก ดจาก 23

24 แรงจ งใจภายใน เช น ความสน กสนานจะทาให เก ดผลด ก บการเร ยนร และความคงทนในการจาด กว า การเร ยนร ท เก ดจากแรงจ งใจภายนอก ว ตถ ประสงค ของบทเร ยนประเภทน พ ฒนาข นเพ อฝ กฝน ทบทวนเน อหา ให สน ก ต นเต นข น โดยม หล กการพ ฒนาว า บทเร ยนแบบเกมการสอนท ด ควรท า ทาย กระต นจ นตนาการ การเพ อฝ น และกระต นความอยากร อยากเห น เป นต น 5. บทเร ยนคอมพ วเตอร แบบทดสอบ (Test) เป นบทเร ยนคอมพ วเตอร ท ม ร ปแบบผล ต ง ายกว าบทเร ยนคอมพ วเตอร ประเภทอ น ความม งหมายหล กก ค อ ทดสอบ ความร ความสามารถ ของผ เร ยน การทดสอบด งกล าวอาจจะรวมถ งการทดสอบก อนเร ยน (Pre-test) หร อการทดสอบหล ง เร ยน (Post-test) หร อการทดสอบท งก อนและหล งเร ยนแล วแต การออกแบบ ถ าเป นโครงสร างท ใหญ ข น ข อสอบต าง ๆ อาจถ กเก บไว ท คล งข อสอบ เพ อสะดวกต อการส มมาใช ในล กษณะของ ข อสอบด งกล าวน จะอย ในร ปแบบคอมพ วเตอร สามารถประเม นถ กผ ดได เช น แบบเล อกตอบ หร อ แบบถ กผ ด การจ ดระบบข อสอบหร อการต งคาถามอาจผสมผสานว ธ พ ฒนาคอมพ วเตอร แบบจาลอง สถานการณ เข าร วมด วยก ได ไพรศร ว ล ยศ ลป (2548 : 13) สร ปประเภทของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนไว ว า ม ท งหมด5 ประเภท แต ละประเภทม ล กษณะในการนาไปใช ต างก น ข นอย ก บสถานการณ เน อหาว ชา หร อร ปแบบท จะนาไปประย กต ใช แนวค ดของการสร างบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนของน ก เทคโนโลย ทางการศ กษา ค อ การสร างเร องท ม ความยากให เป นเร องง าย โดยใช ส อประสมหลายๆ อย าง เพ อให ผ เร ยนเก ดมโนท ศน เข าใจเน อหาสาระท เร ยน บางบทเร ยนก จะใช ประสมประสาน ท ง 5 ประเภท เพ อให ผ เร ยนได เร ยนอย างม ประส ทธ ภาพ ทฤษฎ การเร ยนร ของมน ษย ท เก ยวเน องก บการออกแบบคอมพ วเตอร ช วยสอน ถนอมพร เลาหจร สแสง (2541 : 51-56) กล าวว า การออกแบบโครงสร างหร อลาด บของ การนาเสนอเน อหาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนบทหน ง ๆ น นจาเป นอย างย งท ผ สร างจะต อง พ จารณาถ งหล กเกณฑ ในการออกแบบซ งเป นไปตามทฤษฎ การเร ยนร ของมน ษย ท เก ยวข องก บการ ออกแบบคอมพ วเตอร ช วยสอนท ส งผลต อการออกแบบโครงสร างบทเร ยนเพ อให ผ สร างสามารถ ศ กษาและนาไปประย กต ใช ในการออกแบบคอมพ วเตอร ช วยสอนได ทฤษฎ หล ก ๆ ท เก ยวก บการเร ยนร ของมน ษย และส งผลกระทบต อแนวค ดในการออกแบบ โครงสร างของคอมพ วเตอร ช วยสอน ได แก ทฤษฎ พฤต กรรมน ยม (Behaviorism) ทฤษฎ ป ญญา น ยม (Cognitivism) ทฤษฎ โครงสร างความร (Schema theory) และทฤษฎ ความย ดหย นทางป ญญา (Cognitive flexibility) โดยม รายละเอ ยดด งน 1. ทฤษฎ พฤต กรรมน ยม เป นทฤษฎ ซ งเช อว าจ ตว ทยาเป นเหม อนการศ กษาทาง ว ทยาศาสตร ของพฤต กรรมของมน ษย และการเร ยนร ของมน ษย เป นส งท สามารถส งเกตได จาก 24

25 25 พฤต กรรมภายนอก นอกจากน ย งม แนวค ดเก ยวก บความส มพ นธ ระหว างส งเร าและการตอบสนอง ซ งเช อว า การตอบสนองก บส งเร าของมน ษย จะเก ดข นควบค ก นในช วงเวลาท เหมาะสม นอกจากน ย งเช อว า การเร ยนร ของมน ษย เป นพฤต กรรม แบบแสดงอาการกระทา ซ งม การเสร มแรง เป น ต วการโดยทฤษฎ พฤต กรรมน ยมน จะไม พ ดถ งความน กค ดภายในของมน ษย ความทรงจา ภาพ ความร ส กโดยถ อว าคาเหล าน เป นคาต องห าม ซ งทฤษฎ น ส งผลต อการเร ยนการสอนท สาค ญในย ค น น ในล กษณะท การเร ยนเป นช ดของพฤต กรรมซ งจะต องเก ดข นตามลาด บท แน ช ด การท ผ เร ยนจะ บรรล ว ตถ ประสงค ได น นจะต องม การเร ยนตามข นตอนเป นว ตถ ประสงค ๆ ไป ผลท ได จากการ เร ยนข นแรกน จะเป นพ นฐานของการเร ยนในข นตอนต อ ๆ ไปในท ส ด วช ระ ว ชช วรน นท (2544 : 7) กล าวว า ทฤษฎ การเร ยนร กล มพฤต กรรมน ยม ให ความสนใจเก ยวก บพฤต กรรมท เห นได ช ดสามารถว ดได ส งเกตและทดสอบได โดยถ อว า ส งแวดล อมหร อประสบการณ เป นต วกาหนดพฤต กรรมและการเร ยนร จะเก ดข นได เม อม การ เช อมโยงระหว างส งเร าและการตอบสนอง ซ งการแสดงพฤต กรรมการตอบสนองม 2 ล กษณะ ค อ 1. การแสดงพฤต กรรมการตอบสนองเน องจากม ส งเร าภายนอกมากระต นให แสดง พฤต กรรมทาให เก ดการตอบสนองโดยอ ตโนม ต ซ งถ อว าเป นการเร ยนร แบบ Classical conditioning 2. การแสดงพฤต กรรมการตอบสนองโดยม ต องอาศ ยส งเร าภายนอกมากระต น และจะ แสดงพฤต กรรมน นซ าอ กถ าได ร บการเสร มแรง ซ งถ อว าเป นการเร ยนร แบบ Operant conditional. วช ระ ว ชช วรน นท (2544 : 7-11) กล าวถ งทฤษฎ การเร ยนร ไว 3 แบบ ด งน 1. ทฤษฎ การเร ยนร ของพ ฟลอฟ (วช ระ ว ชช วรน นท : 7-8) กล าวว า พฤต กรรมใด ๆ จะเก ดข นได ต อเม อม ส งเร ามาเร า และพฤต กรรมหน งอาจจะไม ได เก ดจากส งเร า เพ ยงอย างเด ยว ส ง เร าอ นก สามารถทาให เก ดพฤต กรรมน นได ถ าได ม การวางเง อนไขท ด การวาง 2. ทฤษฎ การเร ยนร ของธอร นไดค (วช ระ ว ชช วรน นท : 8-9) กล าวว า การเร ยนร ค อ การแก ป ญหาในการจ ดการเร ยนการสอนต องให ผ เร ยนเร ยนร ด วยตนเอง พร อมก บ การเสร มแรงจ งใจ เพราะจะทาให ผ เร ยนเก ดความพอใจก บการเร ยน 3. ทฤษฎ การเร ยนร ของสก นเนอร (วช ระ ว ชช วรน นท : 10-11) กล าวว า ในการ จ ดการเร ยนการสอน ต องพยายามให เก ดการเสร มแรงให แก ผ เร ยนให มากท ส ด ท จะทาได และทา ในท นท ด วยการเฉลยหร ออภ ปรายเพ อให ร ผลการเร ยนร ซ งนามาสร างเป นบทเร ยน สาเร จร ป บทเร ยนโปรแกรมหร อเคร องช วยสอน ซ งม ล กษณะด งน

26 3.1 บทเร ยนแต ละบทแบ งออกเป นเน อหาย อย ๆ เร ยกว า กรอบ เน อหา จากกรอบหน งไปส กรอบต อไปจะยากข นท ละน อยและต ดต อเช อมโยงก นไปตลอด โดยจ ดลาด บ จากง ายไปหายาก 3.2 หล กการจ ดบทเร ยนน นกาหนดว าจะต องให น กศ กษาตอบได ด วยตนเอง ให มากท ส ด 3.3 บทเร ยนแต ละกรอบจะม ล กษณะให ความร และถามให ตอบ สล บก น 3.4 ให ร ผลการเร ยนกระทาของผ เร ยนท นท 2. ทฤษฎ ป ญญาน ยม ประสาท อ ศรปร ดา (2538 : 303) กล าวว า ทฤษฎ การเร ยนร กล มป ญญาน ยมน เก ดข นจาก แนวค ดของชอมสก (Chomsky) ท ไม เห นด วยก บสก นเนอร (Skinner) บ ดาของทฤษฎ พฤต กรรม น ยม ในการมองพฤต กรรมมน ษย ไว ว าเป นเสม อนการทดลองทางว ทยาศาสตร ชอมสก เช อว า พฤต กรรมมน ษย น นเป นเร องภายในจ ตใจมน ษย ไม ใช ผ าขาวท เม อใส ส อะไรลงไปก จะกลายเป นส น น มน ษย ม ความน กค ด ม อารมณ จ ตใจ และ ความร ส กภายในท แตกต างก นออกไป ด งน นการ ออกแบบการเร ยนการสอนก ควรท จะคาน งถ งความแตกต างภายในของมน ษย ด วย ในช วงน ม แนวค ดต าง ๆ เก ดข นมากมาย เช น แนวค ดเก ยวก บเร องความทรงจาได แก ความแตกต างระหว าง ความทรงจาระยะส น ระยะยาว และความคงทนของการจา แนวค ดเก ยวก บการแบ งประเภทของ ความร ออกเป น 3 ล กษณะ ค อ ความร ในล กษณะเป นข นตอน(Procedural knowledge) ซ งได แก ความร ท อธ บายว าทาอย างไรและเป นองค ความร ท ต องการลาด บการเร ยนร ท ช ดเจน ความร ใน ล กษณะเป นการอธ บาย (Declarative knowledge) ซ งได แก ความร ท อธ บายว าค ออะไร และความร ในล กษณะเป นเง อนไข (Conditional knowledge) ซ งได แก ความร ท อธ บายว าเม อไรและทาไม ซ ง ความร 2 ประเภทหล งน ไม ต องการลาด บการเร ยนร ท ตายต ว ทฤษฎ ป ญญาน ยมน ส งผลต อการเร ยนการสอนท สาค ญในย คน น กล าวค อ ทฤษฎ ป ญญา น ยมทาให เก ดแนวค ดเก ยวก บการออกแบบในล กษณะสาขา (Branching) ของคราวเดอร (Crowder) ซ งการออกแบบบทเร ยนในล กษณะสาขา หากเม อเปร ยบเท ยบก บบทเร ยนท ออกแบบตามแนวค ด ของพฤต กรรมน ยมแล วจะทาให ผ เร ยนม อ สระมากข นในการควบค มการเร ยนของตนเองโดยเฉพาะ อย างย งการม อ สระมากข นในการเล อกลาด บของการนาเสนอเน อหาบทเร ยนท เหมาะสมก บตน คอมพ วเตอร ช วยสอนท ออกแบบตามแนวค ดของทฤษฎ ป ญญาน ยมน ก จะม โครงสร างของบทเร ยน เน อหาในล กษณะสาขาเช นก น โดยผ เร ยนท กคนจะได ร บการเสนอเน อหาลาด บท ไม เหม อนก น โดย เน อหาท จะได ร บการนาเสนอต อไปน นจะข นอย ก บความสามารถ ความถน ด และความสนใจของ ผ เร ยนเป นสาค ญ ด งปรากฏในตาราง 1 ตาราง 1 ความแตกต างระหว างพฤต กรรมน ยมและป ญญาน ยม 26

27 27 พฤต กรรมน ยม (Behaviorism ) ป ญญาน ยม (Cognitivism) เร องของการกระทาภายนอก (Behavior) เร องของภายในจ ตใจ (Internal representtaion) องค ประกอบ (Parts) ภาพรวม (Wholes) ร ปธรรม (Concrete) นามธรรม (Abstract) ความร เป นส งท ค นพบและเร ยกกล บข นมาใช (Information as discovery/retrieval ) ความร เป นส งท สร างข นและสร างข นมาใหม (Information as construction / reconstruction) จ ตใจเป นเสม อนโรงงาน (Mind is an assembly line) จ ตใจเป นเสม อนคอมพ วเตอร (Mind is a computer) ผลล พธ (Outcomes) กระบวนการ (Processes) ท มา : ถนอมพร เลาหจร สแสง( 2541 : 53) ความแตกต างระหว างทฤษฎ พฤต กรรมน ยมและทฤษฎ ป ญญาน ยม ได แก 1. ทฤษฎ พฤต กรรมน ยมม งเน นในเร องของพฤต กรรมน ยมหร อการกระทาภายนอก ซ ง สามารถส งเกตในขณะท ทฤษฎ ป ญญาน ยมม งเน นถ งส งท อย ภายในจ ตใจมน ษย 2. ทฤษฎ พฤต กรรมน ยมม งช ความสาค ญขององค ประกอบย อย ๆ แต ละส วนจากส วนหน ง ไปย งอ กส วนหน งและจากส วนประกอบต าง ๆ ไปส ภาพรวมหร อว ตถ ประสงค รวมในท ส ด ในทาง กล บก นน น ทฤษฎ ป ญญาน ยมพยายามช ในภาพรวมเป นหล ก จากภาพรวมหร อว ตถ ประสงค รวม ไปส ส วนประกอบและตามด วยการมองจากส วนประกอบต าง ๆ ไปส ภาพรวมหร อว ตถ ประสงค รวมอ กคร งหน ง 3. ทฤษฎ พฤต กรรมน ยมม งเน นส งท เป นร ปธรรมซ งสามารถจ บต องได ในขณะท ทฤษฎ ป ญญาน ยมม งเน นในส งท เป นนามธรรมซ งไม สามารถจ บต องได 4. ทฤษฎ พฤต กรรมน ยมม ความเช อเก ยวก บเร องของความร ของมน ษย ในล กษณะของส งท ม อย แล วและรอให มน ษย ค นพบและเร ยกกล บมาใช ใหม ในขณะท ทฤษฎ ป ญญาน ยมม ความเช อ เก ยวก บเร องของความร ในล กษณะของส งท มน ษย จาเป นต องสร างให เก ดข นและหากต องนาความร กล บมาใช อ กก จาเป นจะต องม การสร างข นมาใหม 5. ทฤษฎ พฤต กรรมน ยมเปร ยบเท ยบจ ตใจมน ษย เป นเสม อนโรงงานประกอบช นส วนต าง ๆ ซ งหมายถ งความเช อท ว าส งท อย ภายในจ ตใจมน ษย น นเก ดจากการประกอบข นน นเอง ไม ม ความ สล บซ บซ อน ช นส วนในการประกอบเป นอย างไรผลผล ตท ได ก จะเป นเช นน น ในขณะท ทฤษฎ ป ญญาน ยมเปร ยบเท ยบจ ตใจเป นเสม อนคอมพ วเตอร ซ ง หมายถ งความเช อท ว าส งท อย ภายในจ ตใจ มน ษย น นเก ดจากการประมวลผลภายใน ซ งม การทางานท สล บซ บซ อนและยากแก การทาความ เข าใจ

28 28 6. ทฤษฎ พฤต กรรมน ยมม งเน นในผลล พธ ในขณะท ทฤษฎ ป ญญาน ยมม งเน นใน กระบวนการ 3. ทฤษฎ โครงสร างความร ภายใต ทฤษฎ ป ญญาน ยมน ย งได เก ดทฤษฎ โครงสร าง ความร ข น ซ งเป นแนวค ดท เช อว าโครงสร างภายในความร ท มน ษย ม อย น นจะม ล กษณะเป นโหนด หร อกล มท ม การเช อมโยงก นอย ในการท มน ษย เร ยนร อะไรใหม ๆ น นมน ษย จะนาความร ใหม ๆ ท เพ งได ร บน นไปเช อมโยงก บกล มความร ท ม อย เด ม (Pre existing knowledge) การร บร ข อม ลน น เป น การสร างความหมายโดยการถ ายโอนความร ใหม เข าก บความร เด ม ภายในกรอบความร เด มท ม อย และจากการกระต นโดยเหต การณ หน ง ๆ ท ช วยให เก ดการเช อมโยงความร น น ๆ เข าด วยก บการ ร บร เป นส งสาค ญท ทาให เก ดการเร ยนร เน องจากไม ม การเร ยนร ใดเก ดข นได โดยปราศจากการร บร นอกจากโครงสร างความร จะช วยในการร บร และการเร ยนร แล วน นโครงสร างความร ย งช วยใน การระล ก (Recall) ถ งส งต าง ๆ ท เราเคยเร ยนร มา 4. ทฤษฎ ความย ดหย นทางป ญญา นอกจากทฤษฎ โครงสร างความร แล ว เม อต น ค.ศ ย งได เก ดทฤษฎ ใหม ม ช อว าความย ดหย นทางป ญญา ซ งเป นแนวค ดท เช อว าความร แต ละ องค ความร น นม โครงสร างท แน ช ดและสล บซ บซ อนมากน อยแตกต างก นไป โดยองค ความร บาง ประเภทสาขาว ชา เช น คณ ตศาสตร หร อว ทยาศาสตร กายภาพน น ถ อว าเป นองค ความร ประเภทท ม โครงสร างตายต วไม สล บซ บซ อน (Well-structured knowledge domains) เพราะตรรกะและความ เป นเหต เป นผลท แน นอนของธรรมชาต ขององค ความร ในขณะเด ยวก นองค ความร บางประเภท สาขาว ชา เช น จ ตว ทยาถ อว าเป นองค ความร ประเภทท ไม ม โครงสร างตายต ว และสล บซ บซ อน (Ill structured knowledge domains) เพระความไม เป นเหต เป นผลของธรรมชาต ขององค ความร อย างไร ก ตาม การแบ งล กษณะโครงสร างขององค ความร ตามประเภทสาขาว ชาไม สามารถหมายรวมไปท ง องค ความร ในว ชาหน งได ท งหมด บางส วนขององค ความร บางประเภทสาขาว ชาท ม โครงสร าง ตายต วก สามารถท จะเป นองค ความร ประเภทท ไม ม โครงสร างตายต วได เช นก น แนวค ดในเร อง ความย ดหย นทางป ญญาน ส งผลให เก ดความค ดในการออกแบบบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนเพ อ ตอบสนองต อโครงสร างขององค ความร ท แตกต างก น ซ งได แก แนวค ดในเร องการออกแบบ บทเร ยนแบบส อหลายม ต (Hypermedia) น นเอง แม ว าทฤษฎ โครงสร างความร และความย ดหย นทางป ญญาท กล าวถ งน จะม ความแตกต าง ก นทางแนวค ดอย มาก แต ทฤษฎ ท งสองต างก ส งผลต อการออกแบบคอมพ วเตอร ช วยสอนใน ป จจ บ นในล กษณะท ใกล เค ยงก น กล าวค อ ทฤษฎ ท งสองต างสน บสน นแนวค ดเก ยวก บการจ ด ระเบ ยบโครงสร างการนาเสนอเน อหาคอมพ วเตอร ช วยสอนในล กษณะส อหลายม ต เพราะม

29 งานว จ ยหลายช นท สน บสน นว า การจ ดระเบ ยบโครงสร างนาเสนอเน อหาบทเร ยนในล กษณะส อ หลายม ต จะตอบสนองการเร ยนร ของมน ษย ในความพยายามท จะเช อมโยงความร ใหม ก บความร ท ม อย เด มได เป นอย างด ซ งตรงก บแนวค ดของทฤษฎ โครงสร างความร นอกจากน การนาเสนอเน อหา บทเร ยนในล กษณะหลายม ต ย งสามารถท จะตอบสนองความแตกต างของโครงสร างขององค ความร ท ไม ช ดเจนหร อม ความสล บซ บซ อนซ งเป นแนวค ดของทฤษฎ ความย ดหย นทางป ญญาได อ กด วย โดยการจ ดระเบ ยบโครงสร างการนาเสนอเน อหาบทเร ยนในล กษณะส อหลายม ต จะอน ญาตให ผ เร ยนท กคนสามารถท จะม อ สระในการควบค มการเร ยนของตน (Learner control) ตาม ความสามารถความสนใจ ความถน ด และพ นฐานความร ของตนได อย างเต มท คอมพ วเตอร ช วย สอนท ออกแบบตามแนวค ดของทฤษฎ ท งสองน จะม โครงสร างของบทเร ยนแบบส อหลายม ต ใน ล กษณะโยงใย(เหม อนใยแมงม ม) โดยผ เร ยนท กคนจะได ร บการเสนอเน อหาในลาด บท ไม เหม อนก นและไม ตายต วโดยเน อหาท จะได ร บการนาเสนอจะข นอย ก บความสามารถ ความถน ด และความสนใจของผ เร ยนเป นสาค ญ ความแตกต างท สาค ญระหว างการออกแบบตามแนวค ดของ ทฤษฎ ท งสองน ก บการออกแบบตามแนวค ดของทฤษฎ ป ญญาน ยมก ค อ คอมพ วเตอร ช วยสอนท ออกเเบบตามแนวค ดของทฤษฎ ท งสองจะให อ สระผ เร ยนในการควบค มการเร ยนของตนมากกว า เน องจากการออกแบบท สน บสน นโครงสร างความสาค ญของเน อหาท ล กซ งและสล บซ บซ อน (Criss-crossing relationship) มากกว าน นเอง จ ตว ทยาการเร ยนร ท เก ยวข องก บคอมพ วเตอร ช วยสอน แนวค ดทางด านจ ตว ทยาพ ทธ พ ส ยเก ยวก บการเร ยนร ของมน ษย ท เก ยวเน องก บการ ออกแบบคอมพ วเตอร ช วยสอนน นได แก ความสนใจในเบาะแสของการร บร อย างถ กต อง การ จดจาความร ความเข าใจความกระต อร อร น ในการเร ยน แรงจ งใจ การควบค มการเร ยน การถ าย โอนความร และการตอบสนอง ความแตกต างระหว างบ คคล (Alessi and Trollip, 1991) ทฤษฏ การสร างแรงจ งใจของมาโลน (Malone) ป จจ ย 4 ประการท เก ดแรงจ งใจตาม ทฤษฏ น ได แก ความท าทาย จ นตนาการความอยากร อยากเห นและความร ส กท ได ควบค มบทเร ยน ซ งม รายละเอ ยดด งน 1. ความท าทาย (Challenge) บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ควรจะม ก จกรรมซ งท าทาย ผ เร ยนก จกรรมซ งท าทายผ เร ยนน จะต องม เป าหมาย (Goal) ท ช ดเจนและเหมาะสมก บผ เร ยน (ไม ยากหร อง ายเก นไป) นอกจากน ย งควรท จะให โอกาสผ เร ยนในการเล อกระด บความยากง ายของ ก จกรรมตามความต องการและความสามารถ 2. จ นตนาการ (Fantasy) จ นตนาการ ค อ การท ผ เร ยนวาดภาพของเหต การณ ในเหต การณ หน งสร างภาพว าต วเองอย ในเหต การณ หน งแม ว าปกต แล วการสร างจ นตนาการน ม กจะไปด วยก น ก บคอมพ วเตอร ช วยสอนประเภทเกม หากม ผ พ ฒนาก สามารถใช การสร างจ นตนาการในการ 29

30 ออกแบบเป นการกระต นให ผ เร ยนสร างภาพด วยตนเองในสถานการณ ต างๆ ซ งผ เร ยนสามารถ ประย กต ใช ข อม ลความร ท กาล งทาการศ กษาอย ได 3. ความอยากร อยากเห น (Curiosity) แบ งได 2 ล กษณะ ความอยากร อยากเห นทางความร ส ก (Sensory Curiosity) โดยส งเร าท แปลกใหม และ ด งด ดความสนใจการออกแบบบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน โดยการใช ส อร ปแบบต างๆ ในการ น าเสนอท แปลกใหม และด งด ดความสนใจอย ตลอดเวลาบนหน าจอและคงความอยากร อยากเห น ของผ เร ยนความอยากร อยากเห นทางป ญญาค อ ความอยากร อยากเห นในล กษณะของความต องการ ท จะเร ยนร ส งต างท แปลกใหม ท ไม คาดหว ง ไม แน นอน ท เป นข อยกเว น แตกต างไปจาก กฎเกณฑ หร อไม สมบ รณ เป นต น ทฤษฏ แบบจาลองอาร คส (ASCS Model) ได แก ความเร าความสนใจ ความร ส กเก ยวก บ เน อหา ความม นใจ ความพ งพอใจของผ เร ยน 1. ความเร าความสนใจ (Arouse) ความเร าความสนใจจะต องจ าก ดในเฉพาะช วงแรกของ บทเร ยนเท าน น หากเป นหน าท ของผ ออกแบบท จะต องพยายามท าให ผ เร ยนเก ดความสนใจตลอด ท งบทเร ยนว ธ หน งท เร ยกความสนใจจากผ เร ยนได ด ก ค อการท าให ผ เร ยนเก ดความอยากร อยากเห น น นเอง 2. ความร เก ยวพ นธ ก บเน อหา (Relevant) ค อ การท าให ผ เร ยนเก ดความร ส กว าตนก าล ง เร ยนอย น นม ความหมายหร อประโยชน ต อผ เร ยนเอง 3. ความม นใจ (Confidence) การท ให ผ เร ยนทราบถ งส งท ตนเองคาดหว งในการเร ยนและโอกาสในการท าให ส าเร จตาม ความคาดหว ง พร อมท งคาแนะนาท ม ประโยชน เป นการสร างความม นใจให ก บผ เร ยนนอกจากน น ย งควรให ผ เร ยนได ควบค มการเร ยนของตนด วยซ งในห วข อน จะคล ายก บทฤษฏ ของมาโลนในเร อง ของการท าทายและการควบค ม 5. ความพ งพอใจของผ เร ยน (Satisfaction) การทาให ผ เร ยนเก ดความพ งพอใจในการเร ยน มากข นน นท าโดยการหาก จกรรมซ งเป ดโอกาสให ผ เร ยนได ประย กต ใช ส งท ตนเร ยนมาใน สถานการณ จร งและจ กหาผลป อนกล บในทางบวกหล งจากท ผ เร ยนท งน จะต องอย บนพ นฐานของ ความย ต ธรรมด วย 6. การพ ฒนาการ ม ผ เสนอแนวค ดเก ยวก บเกณฑ มาตรฐานพฤต กรรมของบ คคลในแต ละ ว ยพ งจะทาได เร ยกอ กอย างหน งว า งานประจาว ย (Development Tasks) โดยน กจ ตว ทยาช อ ฮาว กเฮอร สท ได เสนองานพ ฒนาการของมน ษย ในแต ละว ยโดยอาศ ยพ นฐานทางสร ระว ทยาความ คาดหว งทางส งคม ว ฒนะธรรมและจ ตว ทยาจากว ยเด กถ งว ยชรา 30

31 การออกแบบบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท ด น น ต องได ร บการออกแบบ ท เหมาะสมและ ม ประส ทธ ภาพซ งหล กการออกแบบบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท เป นท ยอมร บของน กการศ กษา หลายท าน ค อการออกแบบบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนตามแนวค ดของ Gagnéซ งรายละเอ ยด ต างๆ ม ด งน หล กการออกแบบบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนตามแนวค ดของ Gagnéเพ อให ได บทเร ยนท เก ดจากการออกแบบในล กษณะการเร ยนการสอนจร ง โดยย ดหล กการนาสอนเน อหาและ จ ดก จกรรมการเร ยนร จากการม ปฏ ส มพ นธ หล กการสอนท ง 9 ประการได แก 1. เร งเร าความสนใจ (Gain Attention) 2. บอกว ตถ ประสงค (Specify Objective) 3. ทบทวนความร เด ม (Activate Prior Knowledge) 4. นาเสนอเน อหาใหม (Present New Information) 5. ช แนะแนวทางการเร ยนร (Guide Learning) 6. กระต นการตอบสนองบทเร ยน (Elicit Response) 7. ให ข อม ลย อนกล บ (Provide Feedback) 8. ทดสอบความร ใหม (Assess Performance) 9. สร ปและนาไปใช (Review and Transfer) รายละเอ ยดแต ละข นตอน ม ด งน 1. เร งเร าความสนใจ (Gain Attention) ก อนท จะเร มการนาเสนอเน อหาบทเร ยน ควรม การจ งใจและเร งเร าความสนใจให น กศ กษา อยากเร ยน ด งน น บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนจ งควรเร มด วยการใช ภาพ แสง ส เส ยง หร อใช ส อ ประกอบก นหลายๆ อย าง โดยส อท สร างข นมาน นต องเก ยวข องก บเน อหาและน าสนใจ ซ งจะม ผล โดยตรงต อความสนใจของน กศ กษา นอกจากเร งเร าความสนใจแล ว ย งเป นการเตร ยมความพร อม ให น กศ กษาพร อมท จะศ กษาเน อหาต อไปในต วอ กด วย ตามล กษณะของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน การเร งเร าความสนใจในข นตอนแรกน ก ค อ การนาเสนอบทนาเร อง (Title) ของบทเร ยน น นเอง ซ งหล กสาค ญประการหน งของการออกแบบในส วนน ค อ ควรให สายตาของน กศ กษาอย ท จอภาพ โดยไม พะวงอย ท แป นพ มพ หร อส วนอ นๆ แต ถ าบทนาเร องด งกล าวต องการตอบสนองจาก น กศ กษาโดยการปฏ ส มพ นธ ผ านทางอ ปกรณ ป อนข อม ล ก ควรเป นการตอบสนองท ง ายๆ เช น กด แป นSpacebar คล กเมาส หร อกดแป นพ มพ ต วใดต วหน งเป นต น ส งท ต องพ จารณาเพ อเร งเร าความ สนใจของน กศ กษาม ด งน 1.1 เล อกใช ภาพกราฟ กท เก ยวข องก บเน อหา เพ อเร งเร าความสนใจในส วนของบท นาเร อง โดยม ข อพ จารณาด งน 31

32 1.1.1 ใช ภาพกราฟ กท ม ขนาดใหญ ช ดเจน ง าย และไม ซ บซ อน ใช เทคน คการนาเสนอท ปรากฏภาพได เร ว เพ อไม ให น กศ กษาเบ อ ควรให ภาพปรากฏบนจอภาพระยะหน ง จนกระท งน กศ กษากด แป นพ มพ ใดๆ จ งเปล ยนไปส เฟรมอ นๆ เพ อสร างความค นเคยให ก บน กศ กษา เล อกใช ภาพกราฟ กท เก ยวข องก บเน อหา ระด บความร และ เหมาะสมก บว ยของน กศ กษา 1.2 ใช ภาพเคล อนไหวหร อใช เทคน คการนาเสนอภาพผลพ เศษเข าช วย เพ อแสดง การเคล อนไหวของภาพ แต ควรใช เวลาส นๆ และง าย 1.3 เล อกใช ส ท ต ดก บฉากหล งอย างช ดเจน โดยเฉพาะส เข ม 1.4 เล อกใช เส ยงท สอดคล องก บภาพกราฟ กและเหมาะสมก บเน อหาบทเร ยน 1.5 ควรบอกช อเร องบทเร ยนไว ด วยในส วนของบทนาเร อง 2. บอกว ตถ ประสงค (Specify Objective) ว ตถ ประสงค ของบทเร ยน น บว าเป นส วนสาค ญย งต อกระบวนการเร ยนร ท น กศ กษาจะได ทราบถ งความคาดหว งของบทเร ยนจากน กศ กษา นอกจากน กศ กษาจะทราบถ งพฤต กรรมข นส ดท าย ของตนเองหล งจบบทเร ยนแล ว จะย งเป นการแจ งให ทราบล วงหน าถ งประเด นสาค ญของเน อหา รวมท งเค าโครงของเน อหาอ กด วย การท น กศ กษาทราบถ งขอบเขตของเน อหาอย างคร าวๆ จะช วย ให น กศ กษาสามารถผสมผสานแนวความค ดในรายละเอ ยดหร อส วนย อยของเน อหาให สอดคล อง และส มพ นธ ก บเน อหาในส วนใหญ ได ซ งม ผลทาให การเร ยนร ม ประส ทธ ภาพย งข น นอกจากจะม ผลด งกล าวแล ว ผลการว จ ยย งพบด วยว า น กศ กษาท ทราบว ตถ ประสงค ของการเร ยนก อนเร ยน บทเร ยนจะสามารถจาและเข าใจในเน อหาได ด ข นอ กด วย ว ตถ ประสงค บทเร ยนจาแนกเป น 2 ชน ด ได แก ว ตถ ประสงค ท วไป และว ตถ ประสงค เฉพาะหร อ ว ตถ ประสงค เช งพฤต กรรม การบอกว ตถ ประสงค ของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ม กกาหนด เป นว ตถ ประสงค เช งพฤต กรรม เน องจากเป นว ตถ ประสงค ท ช เฉพาะ สามารถว ดได และส งเกตได ซ งง ายต อการตรวจว ดน กศ กษาในข นส ดท าย อย างไรก ตามว ตถ ประสงค ท วไปก ม ความจาเป นท จะต องแจ งให น กศ กษาทราบถ งเค าโครงเน อหาแนวกว างๆ 3. ทบทวนความร เด ม (Activate Prior Knowledge) การทบทวนความร เด มก อนท จะนาเสนอความร ใหม แก น กศ กษา ม ความจาเป นอย างย ง ท จะต องหาว ธ การประเม น ความร ท จาเป นสาหร บบทเร ยนใหม เพ อไม ให น กศ กษาเก ดป ญหาใน การเร ยนร ว ธ ปฏ บ ต โดยท วไปสาหร บบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนก ค อ การทดสอบก อนบทเร ยน (Pre-test) ซ งเป นการประเม นความร ของน กศ กษา เพ อทบทวนเน อหาเด มท เคยศ กษาผ านมาแล ว และเพ อเตร ยมความพร อมในการร บเน อหาใหม นอกจากจะเป นการตรวจว ดความร พ นฐานแล ว 32

33 บทเร ยนบางเร องอาจใช ผลจากการทดสอบก อนบทเร ยนมาเป นเกณฑ จ ดระด บความสามารถของ น กศ กษาเพ อจ ดบทเร ยนให ตอบสนองต อระด บความสามารถของน กศ กษา เพ อจ ดบทเร ยนให ตอบสนองต อระด บความสามารถท แท จร งของน กศ กษาแต ละคน ส งท จะต องพ จารณาในการ ทบทวนความร เด ม ม ด งน 3.1 ควรม การทดสอบความร พ นฐานหร อนาเสนอเน อหาเด มท เก ยวข อง เพ อเตร ยม ความพร อมน กศ กษาในการเข าส เน อหาใหม โดยไม ต องคาดเดาว าน กศ กษาม พ นความร เท าก น 3.2 แบบทดสอบต องม ค ณภาพ สามารถแปลผลได โดยว ดความร พ นฐานท จาเป น ก บการศ กษาเน อหาใหม เท าน น ม ใช แบบทดสอบเพ อว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยนแต อย างใด 3.3 การทบทวนเน อหาหร อการทดสอบ ควรใช เวลาส นๆ กระช บ และตรงตาม ว ตถ ประสงค ของบทเร ยนมากท ส ด 3.4 ควรเป ดโอกาสให น กศ กษาออกจากเน อหาใหม หร อออกจากการทดสอบ เพ อ ไปศ กษาทบทวนได ตลอดเวลา 3.5 ถ าบทเร ยนไม ม การทดสอบความร พ นฐานเด ม บทเร ยนต องนาเสนอว ธ การ กระต นให น กศ กษาย อนกล บไปค ดถ งส งท ศ กษาผ านมาแล ว หร อส งท ม ประสบการณ ผ านมาแล ว โดยอาจใช ภาพประกอบในการกระต นให น กศ กษาย อนค ด จะทาให บทเร ยนน าสนใจย งข น 4. นาเสนอเน อหาใหม (Present New Information) หล กสาค ญในการนาเสนอเน อหาของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนก ค อ ควรนาเสนอ ภาพท เก ยวข องก บเน อหา ประกอบก บคาอธ บายส นๆ ง าย แต ได ใจความ การใช ภาพประกอบ จะทา ให น กศ กษาเข าใจเน อหาง ายข น และม ความคงทนในการจาได ด กว าการใช คาอธ บายเพ ยงอย างเด ยว โดยหล กการท ว า ภาพจะช วยอธ บายส งท เป นนามธรรมให ง ายต อการร บร แม ในเน อหาบางช วงจะม ความยากในการท จะค ดสร างภาพประกอบ แต ก ควรพ จารณาว ธ การต างๆ ท จะนาเสนอด วยภาพ ให ได แม จะม จานวนน อย แต ก ย งด กว าคาอธ บายเพ ยงคาเด ยว ภาพท ใช ในบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนจาแนกออกเป น 2 ส วนหล กๆ ค อ ภาพน ง ได แก ภาพลายเส น ภาพ 2 ม ต ภาพ 3 ม ต ภาพถ ายของจร ง แผนภาพ แผนภ ม และกราฟ อ กส วน หน งได แก ภาพเคล อนไหว เช น ภาพว ด ท ศน ภาพจากแหล งส ญญาณด จ ตอลต างๆ เช น จากเคร อง เล นภาพโฟโต ซ ด เคร องเล นเลเซอร ด สก กล องถ ายภาพว ด ท ศน และภาพจากโปรแกรมสร าง ภาพเคล อนไหวเป นต น ด งน นการเล อกภาพท ใช ในการนาเสนอเน อหาใหม ของบทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน จ งควรพ จารณาในประเด นต างๆ ด งน 4.1 เล อกใช ภาพประกอบการนาเสนอเน อหาให มากท ส ด โดยเฉพาะอย างย งใน ส วนท เป นเน อหาสาค ญๆ 4.2 เล อกใช ภาพเคล อนไหว สาหร บเน อหาท ยากและซ บซ อนท ม การเปล ยนแปลง 33

34 เป นลาด บข น หร อเป นปรากฏการณ ท เก ดข นอย างต อเน อง 4.3 ใช แผนภ ม แผนภาพ แผนสถ ต ส ญล กษณ หร อภาพเปร ยบเท ยบ ในการ นาเสนอเน อหาใหม แทนข อความคาอธ บาย 4.4 การเสนอเน อหาท ยากและซ บซ อน ให เน นในส วนของข อความสาค ญ ซ งอาจ ใช การข ดเส นใต การต กรอบ การกระพร บ การเปล ยนส พ น การโยงล กศร การใช ส หร อการช แนะ ด วยคาพ ด เช น ส งเกตท ด านขวาของภาพ เป นต น 4.5 ไม ควรใช กราฟ กท เข าใจยากและไม เก ยวข องก บเน อหา 4.6 จ ดร ปแบบของคาอธ บายให น าอ าน หากเน อหายาว ควรจ ดแบ งกล มคาอธ บาย ให จบเป นตอนๆ 4.7 คาอธ บายท ใช ในต วอย าง ควรกระช บและเข าใจได ง าย 4.8 หากเคร องคอมพ วเตอร แสดงกราฟ กได ช า ควรเสนอเฉพาะกราฟ กท จาเป น เท าน น 4.9 ไม ควรใช ส พ นสล บไปสล บมาในแต ละเฟรมเน อหาและไม ควรเปล ยนส ไปมา โดยเฉพาะส หล กของต วอ กษร 4.10 คาท ใช ควรเป นคาท น กศ กษาระด บน นๆ ค นเคย และเข าใจความหมายตรงก น 4.11 ขณะนาเสนอเน อหาใหม ควรให น กศ กษาได ม โอกาสทาอย างอ นบ าง แทนท จะให กดแป นพ มพ หร อคล กเมาส เพ ยงอย างเด ยวเท าน น เช น การปฏ ส มพ นธ ก บบทเร ยนโดยว ธ การ พ มพ หร อตอบคาถาม 5. ช แนะแนวทางการเร ยนร (Guide Learning) ตามหล กการและเง อนไขการเร ยนร (Condition of Learning) น กศ กษาจะจาเน อหาได ด หากม การจ ดระบบการเสนอเน อหาท ด และส มพ นธ ก บประสบการณ เด มหร อความร เด มของ น กศ กษา บางทฤษฎ กล าวไว ว า การเร ยนร ท กระจ างช ด (Meaningful Learning) น น ทางเด ยวท จะเก ดข นได ก ค อการท น กศ กษาว เคราะห และต ความในเน อหาใหม ลงบนพ นฐานของความร และประสบการณ เด ม รวมก นเก ดเป นองค ความร ใหม ด งน น หน าท ของผ ออกแบบคอมพ วเตอร ช วยสอนในข นน ก ค อ พยายามค นหาเทคน คในการท จะกระต นให น กศ กษานาความร เด มมาใช ในการศ กษาความร ใหม นอกจากน น ย งจะต องพยายามหาว ถ ทางท จะทาให การศ กษาความร ใหม ของน กศ กษาน นม ความ กระจ างช ดเท าท จะทาได เป นต นว า การใช เทคน คต างๆ เข าช วย ได แก เทคน คการให ต วอย าง (Example) และต วอย างท ไม ใช ต วอย าง (Non-example) อาจจะช วยทาให น กศ กษาแยกแยะความ แตกต างและเข าใจมโนคต ของเน อหาต างๆ ได ช ดเจนข น ส งท ต องพ จารณาในการช แนะแนว ทางการเร ยนในข นน ม ด งน 34

35 5.1 บทเร ยนควรแสดงให น กศ กษาได เห นถ งความส มพ นธ ของเน อหาความร และ ช วยให เห นว าส งย อยน นม ความส มพ นธ ก บส งใหญ อย างไร 5.2 ควรแสดงให เห นถ งความส มพ นธ ของส งใหม ก บส งท น กศ กษาม ประสบการณ ผ านมาแล ว 5.3 นาเสนอต วอย างท แตกต างก น เพ อช วยอธ บายความค ดรวบยอดใหม ให ช ดเจน ข น เช น ต วอย างการเป ดหน ากล องหลายๆ ค า เพ อให เห นถ งความเปล ยนแปลงของร ร บแสง เป นต น 5.4 นาเสนอต วอย างท ไม ใช ต วอย างท ถ กต อง เพ อเปร ยบเท ยบก บต วอย างท ถ กต อง เช น นาเสนอภาพไม พลาสต ก และยาง แล วบอกว าภาพเหล าน ไม ใช โลหะ 5.5 การนาเสนอเน อหาท ยาก ควรให ต วอย างท เป นร ปธรรมมากกว านามธรรม ถ า เป นเน อหาท ไม ยากน ก ให นาเสนอต วอย างจากนามธรรมในร ปธรรม 5.6 บทเร ยนควรกระต นให น กศ กษาค ดถ งความร และประสบการณ เด มท ผ านมา 6. กระต นการตอบสนองบทเร ยน (Elicit Response) น กการศ กษากล าวว า การเร ยนร จะม ประส ทธ ภาพมากน อยเพ ยงใดน นเก ยวข องโดยตรง ก บระด บและข นตอนของการประมวลผลข อม ล หากน กศ กษาได ม โอกาสร วมค ด ร วมก จกรรม ในส วนท เก ยวก บเน อหา และร วมตอบคาถาม จะส งผลให ม ความจาด กว าน กศ กษาท ใช ว ธ อ านหร อ ค ดลอกข อความจากผ อ นเพ ยงอย างเด ยว ส งท ต องพ จารณาเพ อให การจาของน กศ กษาด ข น ผ ออกแบบบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วย สอนจ งควรเป ดโอกาสให น กศ กษาได ร วมกระทาก จกรรมในบทเร ยนอย างต อเน อง โดยม ข อแนะนา ด งน 6.1 ส งเสร มให น กศ กษาได ม โอกาสตอบสนองต อบทเร ยนด วยว ธ ใดว ธ หน งตลอด บทเร ยน เช น ตอบคาถาม ทาแบบทดสอบ ร วมทดลองในสถานการณ จาลองเป นต น 6.2 ควรให น กศ กษาได ม โอกาสในการพ มพ คาตอบหร อเต มข อความส นๆ เพ อเร ยก ความสนใจ แต ไม ควรให น กศ กษาพ มพ คาตอบท ยาวเก นไป 6.3 ถามคาถามเป นช วงๆ สล บก บการนาเสนอเน อหา ตามความเหมาะสมของ ล กษณะเน อหา 6.4 เร งเร าความค ดและจ นตนาการด วยคาถาม เพ อให น กศ กษาเก ดการเร ยนร โดยใช ความเข าใจมากกว าการใช ความจา 6.5 ไม ควรถามคร งเด ยวหลายๆ คาถาม หร อถามคาถามเด ยวแต ตอบได หลายคาตอบ ถ าจาเป นควรใช คาตอบแบบต วเล อก 6.6 หล กเล ยงการตอบสนองซ าหลายๆ คร ง เม อน กศ กษาตอบผ ดหร อทาผ ด 2-3 คร ง ควรตรวจปร บเน อหาท นท และเปล ยนก จกรรมเป นอย างอ นต อไป 35

36 6.7 เฟรมตอบสนองของน กศ กษา เฟรมคาถาม และเฟรมการตรวจปร บเน อหา ควรอย บนหน าจอภาพเด ยวก น เพ อสะดวกในการอ างอ ง กรณ น อาจใช เฟรมย อยซ อนข นมาในเฟรมหล กก ได 6.8 ควรคาน งถ งการตอบสนองท ม ข อผ ดพลาดอ นเก ดจากการเข าใจผ ด เช น การพ มพ ต ว L ก บเลข 1 ควรเคาะเว นวรรคประโยคยาวๆ ข อความเก นหร อขาดหายไป ต วพ มพ ใหญ หร อ ต วพ มพ เล ก เป นต น 7. ให ข อม ลย อนกล บ (Provide Feedback) ผลจากการว จ ยพบว า บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนจะกระต นความสนใจจากน กศ กษา ได มากข น ถ าบทเร ยนน นท าทาย โดยการบอกเป าหมายท ช ดเจน และแจ งให น กศ กษาทราบว า ขณะน นน กศ กษาอย ท ส วนใด ห างจากเป าหมายเท าใดการให ข อม ลย อนกล บด งกล าว ถ านาเสนอ ด วยภาพจะช วยเร งเร าความสนใจได ด ย งข นโดยเฉพาะถ าภาพน นเก ยวก บเน อหาท เร ยน อย างไรก ตาม การให ข อม ลย อนกล บด วยภาพ หร อกราฟ กอาจม ผลเส ยอย บ างตรงท น กศ กษาอาจต องการด ผล ว าหากทาผ ด แล วจะเก ดอะไรข น ต วอย างเช น บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนแบบเกมส การสอน แบบแขวนคอสาหร บการสอนคาศ พท ภาษาอ งกฤษ น กศ กษาอาจตอบโดยการกดแป นพ มพ ไป เร อยๆ โดยไม สนใจเน อหา เน องจากต องการด ผลจากการแขวนคอ ว ธ หล กเล ยงก ค อ เปล ยนจากการ นาเสนอภาพในทางบวก เช น ภาพเล นเร อเข าหาฝ งภาพข บยานส ดวงจ นทร ภาพหน เด นไปก นเนย แข ง เป นต น ซ งจะไปถ งจ ดหมายได ด วยการตอบถ กเท าน น หากตอบผ ดจะไม เก ดอะไรข น อย างไร ก ตามถ าเป นบทเร ยนท ใช ก บกล มเป าหมายระด บส งหร อเน อหาท ม ความยาก การให ข อม ลย อนกล บ ด วยคาเข ยนหร อกราฟจะเหมาะสมกว า ส งท ต องพ จารณาในการให ข อม ลย อนกล บ ม ด งน 7.1 ให ข อม ลย อนกล บท นท หล งจากน กศ กษาโต ตอบก บบทเร ยน 7.2 ควรบอกให น กศ กษาทราบว าตอบถ กหร อตอบผ ด โดยแสดงคาถาม คาตอบและ การตรวจปร บบนเฟรมเด ยวก น 7.3 ถ าให ข อม ลย อนกล บโดยการใช ภาพ ควรเป นภาพท ง ายและเก ยวข องก บเน อหา ถ าไม สามารถหาภาพท เก ยวข องได อาจใช ภาพกราฟ กท ไม เก ยวข องก บเน อหาก ได 7.4 หล กเล ยงการใช ผลทางภาพ (Visual Effects) หร อการให ข อม ลย อนกล บท ต นตา เก นไปในกรณ ท น กศ กษาตอบผ ด 7.5 อาจใช เส ยงสาหร บการให ข อม ลย อนกล บ เช นคาตอบถ กต อง และคาตอบผ ด โดยใช เส ยงท แตกต างก น แต ไม ควรเล อกใช เส ยงท ก อให เก ดล กษณะการเหย ยดหยาม หร อด แคลน ในกรณ ท น กศ กษาตอบผ ด 7.6 เฉลยคาตอบท ถ กต อง หล งจากท น กศ กษาตอบผ ด 2-3 คร ง ไม ควรปล อยเวลาให เส ยไป 36

37 7.7 อาจใช ว ธ การให คะแนนหร อแสดงภาพ เพ อบอกความใกล -ไกลจากเป าหมายก ได 7.8 พยายามส มการให ข อม ลย อนกล บ เพ อเร ยกความสนใจตลอดบทเร ยน 8. ทดสอบความร ใหม (Assess Performance) การทดสอบความร ใหม หล งจากศ กษาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร ยกว า การทดสอบ หล งบทเร ยน (Post-test) เป นการเป ดโอกาสให น กศ กษาได ทดสอบความร ของตนเอง นอกจากน จะย งเป นการว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยนว าผ านเกณฑ ท กาหนดหร อไม เพ อท จะไปศ กษาในบทเร ยน ต อไปหร อต องกล บไปศ กษาเน อหาใหม การทดสอบหล งบทเร ยนจ งม ความจาเป นสาหร บบทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอนท กประเภท ส งท ต องพ จารณาในการออกแบบทดสอบหล งบทเร ยน ม ด งน 8.1 แจงว ธ การตอบคาถามให น กศ กษาทราบก อนอย างแจ มช ด รวมท งคะแนนรวม คะแนนรายข อ และรายละเอ ยดท เก ยวข องอ นๆ เช น เกณฑ ในการต ดส นผล เวลาท ใช ในการตอบ โดยประมาณ 8.2 แบบทดสอบต องว ดพฤต กรรมตรงก บว ตถ ประสงค เช งพฤต กรรมของบทเร ยน และควรเร ยงลาด บจากง ายไปยาก 8.3 ข อคาถามคาตอบและการตรวจปร บคาตอบ ควรอย บนเฟรมเด ยวก น และนาเสนอ อย างต อเน องด วยความรวดเร ว 8.4 หล กเล ยงแบบทดสอบแบบอ ตน ยท ให น กศ กษาพ มพ คาตอบยาว ยกเว นข อสอบ ท ต องการทดสอบท กษะการพ มพ 8.5 ในแต ละข อ ควรม คาถามเด ยว เพ อให น กศ กษาตอบคร งเด ยว ยกเว นในคาถามน น ม คาถามย อยอย ด วย ซ งควรแยกออกเป นหลายๆ คาถาม 8.6 แบบทดสอบควรเป นข อสอบท ม ค ณภาพ ม ค าอานาจจาแนกด ความยากง าย เหมาะสมและม ความเช อม นเหมาะสม 8.7 อย าต ดส นคาตอบว าผ ดถ าการตอบไม ช ดแจ ง เช น ถ าคาตอบท ต องการเป นต วอ กษร แต น กศ กษาพ มพ ต วเลข ควรบอกให น กศ กษาตอบใหม ไม ควรช ว าคาตอบน นผ ด และไม ควรต ดส น คาตอบว าผ ด หากผ ดพลาดหร อเว นวรรคผ ด หร อใช ต วพ มพ เล กแทนท จะเป นต วพ มพ ใหญ เป นต น 8.8 แบบทดสอบช ดหน งควรม หลายๆ ประเภท ไม ควรใช เฉพาะข อความเพ ยงอย างเด ยว ควรเล อกใช ภาพประกอบบ าง เพ อเปล ยนบรรยากาศในการสอบ 9. สร ปและนาไปใช (Review and Transfer) การสร ปและนาไปใช จ ดว าเป นส วนสาค ญในข นตอนส ดท ายท บทเร ยนจะต องสร ป มโนคต ของเน อหาเฉพาะประเด นสาค ญๆ รวมท งข อเสนอแนะต างๆ เพ อเป ดโอกาสให น กศ กษาได ม 37

38 โอกาสทบทวนความร ของตนเองหล งจากศ กษาเน อหาผ านมาแล ว ในขณะเด ยวก น บทเร ยนต อง ช แนะเน อหาท เก ยวข องหร อให ข อม ลอ างอ งเพ มเต ม เพ อแนะแนวทางให น กศ กษาได ศ กษาต อใน บทเร ยนถ ดไป หร อนาไปประย กต ใช ก บงานอ นต อไป การออกแบบบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ในข นน ม ข อเสนอแนะด งน 9.1 สร ปองค ความร เฉพาะประเด นสาค ญๆ พร อมท งช แนะให เห นถ งความส มพ นธ ก บความร หร อประสบการณ เด มท น กศ กษาผ านมาแล ว 9.2 ทบทวนแนวค ดท สาค ญของเน อหา เพ อเป นการสร ป 9.3 เสนอแนะเน อหาความร ใหม ท สามารถนาไปใช ประโยชน ได 9.4 บอกน กศ กษาถ งแหล งข อม ลท เป นประโยชน ในการศ กษาเน อหาต อไป ว ฒ ช ย ประสารสอย(2543 : 28) ได ออกแบบบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนของ Roblyer และHall ประกอบด วย 3 ข นตอน ค อ 1.1 ข นตอนท 1 เป นการกาหนดเป าหมายการสอน ว เคราะห ร ปแบบการสอน 1.2 ข นตอนท 2 เป นการออกแบบบทเร ยนโดยเข ยนเป นผ งงาน สร างกรอบแสดง เร องราวของบทเร ยนว าจะประกอบด วยอะไรบ าง ม ข อความ การเสร มแรง ผลป อนกล บ การดาเน น ข นตอนของเน อหา และการทบทวนการออกแบบก อนนาไปสร างโปรแกรมบทเร ยน 1.3 ข นตอนท 3 เป นการทดลองสร างโปรแกรมบทเร ยน ม การทดสอบการใช และ แก ไขปร บปร งบทเร ยนให เป นไปตามว ตถ ประสงค แผนภาพท 1 แบบจาลองการออกแบบคอมพ วเตอร ช วยสอนของRoblyer และ Hall (CAI Design Model of Roblyer and Hall) ข นตอนท 1 38

39 ท มา: ว ฒ ช ยประสารสอย (2543 : 28) 2. แบบจาลองการออกแบบคอมพ วเตอร ช วยสอน ของ Alessi และTrollip ม ความ คล ายคล งก บแบบจาลองการออกแบบคอมพ วเตอร ช วยของรอบไบลเออร และฮอลล แต ต างตรงท แบบจาลองการออกแบบคอมพ วเตอร ช วยสอนของ Alessi และTrollip ได รวมเอาการทดสอบ การใช บทเร ยนระหว างผล ตไว และม การใช เวลาให มากในช วงของข นตอนการปร กษาหาร อในการ วางแผนออกแบบมากกว าท จะม งเน นเฉพาะแต ข นตอนการสร างคอมพ วเตอร ช วยสอน 2.1 ข นตอนท 1 ข นตอนการเตร ยม (Preparation) กาหนดเป าหมายและว ตถ ประสงค (Determine Goals and Objectives) เก บข อม ล (Collect Resources) เร ยนร เน อหา(Learn Content) สร างความค ด(Generate Ideas) 2.2 ข นตอนท 2 ข นตอนการออกแบบบทเร ยน(Design Instruction) ทอนความค ด(Elimination of Ideas) ว เคราะห งานและคอนเซ ปต (Task and Concept Analysis) ออกแบบบทเร ยนข นแรก (Preliminary Lesson Description ) ประเม นและแก ไขการออกแบบ(Evaluation and Revision of the Design) 2.3 ข นตอนท 3 ข นตอนการเข ยนผ งงาน(Flowchart Lesson) 2.4 ข นตอนท 4 ข นตอนการสร างสตอร บอร ด(Create Storyboard) 2.5 ข นตอนท 5 ข นตอนการสร าง/เข ยนโปรแกรม(Program Lesson) 2.6 ข นตอนท 6 ข นตอนการผล ตเอกสารประกอบบทเร ยน(Produce Supporting Materials) 2.7 ข นตอนท 7 ข นตอนการประเม นและแก ไขบทเร ยน (Evaluation and Revise) 39

40 40 แผนภาพท 2 แบบจาลองการออกแบบคอมพ วเตอร ช วยสอนของAlessi และTrollip (CAI Design Model of Alessi and Trollip) ข นตอนท 1 ข นตอนการเตร ยม ท มา: ว ฒ ช ย ประสารสอย(2543 : 30) ในการว จ ยคร งน การออกแบบบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนจะออกแบบให ผ เร ยน ได ผลการเร ยนร ท เป นล กษณะต วอ กษร ท กษะเช งสต ป ญญา กลว ธ ทางความค ด โดยใช กลว ธ การ ออกแบบของ กาน เย ค อ 1) เร าความเข าใจ 2) บอกว ตถ ประสงค การเร ยน 3) ทบทวนความร เด ม 4) ให ความร และเน อหาใหม 5) ช แนวทางการเร ยนร 6) กระต นผ เร ยนให แสดงความร 7) ให ผล ป อนกล บ 8) ทดสอบความร และ 9) การจาและความร ไปใช หล กการสร างบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน อรพ นธ ประส ทธ ร ตน (2530 : ) และว ระพงษ แสงช โต (2540 : 20-22) ได กล าวถ งข นตอนในการสร างบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน พอสร ปได ด งน 1. เล อกเน อหาและกาหนดจ ดประสงค ท วไป

41 41 การเล อกเน อหาท จะนามาเข ยนบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนจะต องคาน งว าเป นเน อหา สาหร บให เร ยนเป นรายบ คคล จากน นต องกาหนดจ ดประสงค ท วไปของเน อหาน น โดยจะต อง คาน งว าในบทเร ยนเป นรายบ คคล จากน นต องกาหนดจ ดประสงค ท วไปของเน อหาน น โดยต อง คาน งว าในบทเร ยนแต ละบทน นต องการให บรรล จ ดประสงค ข อไหน เม อกาหนดได แล วจ งเล อก เน อหาท สอดคล องก บจ ดประสงค น น ในข นน ผ สร างจะต องต ดส นใจว าห วข อเน อหาใดต องการ จะกล าวถ งอย างละเอ ยดและล กซ ง ห วข อไหนไม จาเป นต องพ ดรายละเอ ยดท งน จะต องคาน งถ ง ส วนประกอบอ นๆ ด วย เช น ประสบการณ เด มของน กศ กษา ระยะเวลาในการเร ยนและงบประมาณ 2. ว เคราะห น กศ กษา ควรคาน งถ งน กศ กษาว าอย ในระด บใดประสบการณ เด มเป นอย างไร นอกจากน จะต อง พ จารณาว าน กศ กษาน นอย ในว ยท ม ระยะเวลาของความสนใจในบทเร ยนมากน อยแค ไหน ม ความ สนใจและม แรงกระต นในการเร ยนอย างไร ซ งข อม ลเก ยวก บน กศ กษาน จะเป นส งช วยผ ผล ตในการ ต ดส นใจเล อกเน อหา กาหนดจ ดประสงค ตลอดจนการออกแบบเร ยนได เหมาะสม 3. กาหนดจ ดประสงค เช งพฤต กรรม จ ดประสงค เช งพฤต กรรมเป นส งท สาค ญมากในการสร างบทเร ยน หร อแม แต ในการสอน ว ธ อ นๆ เพราะจ ดประสงค เช งพฤต กรรมจะเป นเคร องบ งบอกท ศทางของบทเร ยนว าจะดาเน นไป อย างไร และจะเป นเคร องกาหนดร ปแบบของกระบวนการเร ยนการสอนตลอดจนเป นเกณฑ ในการประเม นผลด วย น นค อจ ดประสงค เช งพฤต กรรม หมายถ ง ความต งใจซ งได แสดงออกมา ในร ปของความม งหว งท จะให เก ดการเปล ยนแปลงในต วน กศ กษาหล งจากท ได เร ยนบทเร ยนน นๆ แล วพฤต กรรมท น กศ กษาแสดงออกมาน นจะต องว ดได และส งเกตได เพ อจะได ประเม นว าน กศ กษา บรรล จ ดประสงค หร อไม 4. ว เคราะห เน อหาแยกเป นหน วยย อย นาเน อหาท เล อกไว แล วมาแยกเป นหน วยย อยๆ หร อตอนส นๆ เร ยงจากง ายไปหายาก หร อจากส งท ร ไปส ส งท ไม ร และถ าเน อหาน นจะต องต อเน องก นเป นลาด บไว โดยอาศ ยจ ด ประสงค เช งพฤต กรรมท ได กาหนดไว แล ว ในการแยกเป นหน วยย อยน น ควรม ความสมบ รณ ภายใน หน วยน น เพ อน กศ กษาจะได ไม ส บสน ส งท ต องพ จารณาเพ มเต มก ค อ ในบทเร ยนหน งๆ น น ควรม หน วยต างๆ ด งน 4.1 หน วยนาเข าส บทเร ยน จะม หน วยเด ยวหร อสองหน วยก ได เพ อเป นการเตร ยมต ว น กศ กษาให ม ความพร อม ต นต วต อบทเร ยนท กาล งจะเร ยน รวมท งเป นการช นาให น กศ กษาได ทราบ จ ดประสงค ท วไปของบทเร ยนน นๆ หร ออาจม ข อตกลงเบ องต นระหว างน กศ กษาก บก จกรรม

42 ในการเร ยนก ได 4.2 หน วยเน อหาหล ก จานวนของหน วยข นอย ก บเน อหาของหล กส ตร 4.3 หน วยสร ป อาจม เพ ยงหน วยเด ยวหร อสองหน วยก ได เป นการสร ปย าเต อนให น กศ กษา ได เก ด การเร ยนร ในประเด นสาค ญตามจ ดประสงค ของบทเร ยนน นๆ เป นการกระช บความค ดรวบ ยอดของน กศ กษาให แน นแฟ นย งข น 5. การออกแบบเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน การออกแบบเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนน นควรใช ความร พ นฐานเก ยวก บร ปแบบของ บทเร ยนโปรแกรมสาเร จมาประย กต ใช โดยท วไปแล วบทเร ยนในแต ละตอนจะต องประกอบด วย ส งต างๆ ต อไปน 5.1 คาแนะนาหร อช แนะว าท น กศ กษาจะต องทาอะไรบ าง ในบทเร ยนน เป นการแนะนา ว ธ การเร ยนน นเอง 5.2 การทดสอบก อนเร ยน ในแต ละตอนม การทดสอบเพ อจะได ทราบความ สามารถ หร อความร เด มของน กศ กษา ซ งผลการสอบจะเป นต วบ งช ว าน กศ กษาจะต องเร ยนบทเร ยนน ท งหมด หร อเพ ยงบางส วน หร อข ามไปตอนอ นได เลย 5.3 จ ดประสงค เช งพฤต กรรมของแต ละตอนจะต องแจ งให น กศ กษาได ทราบเพ อให น กศ กษาได ทาความเข าใจก อนเร ยนว าหล งจากบทเร ยนน นๆ แล วน กศ กษาจะสามารถเปล ยน พฤต กรรมอย างไรบ าง 5.4 ต วเน อหา ในแต ละตอนจะต องพยายามทาเน อหาให น าสนใจครอบคล มเร องท ต องการจะสอนให พอเหมาะ อธ บายความส งท ควรอธ บาย ต ดตอนบางส วนท ไม สาค ญให กระช บ ข นและเน อหาน นควรช วยให น กศ กษาม ความเพล ดเพล น และอยากเร ยนต อเน องไปเร อยๆ ไม ร เบ อ 5.5 แบบฝ กห ด จะเป นส งท ให น กศ กษาได ฝ กปฏ บ ต เพ อให เก ดความม นใจว าเร ยน ในบทเร ยนน นอย างถ กต องแม นยา แบบฝ กห ดแต ละข อจะให ข อม ลป อนกล บท นท เพ อเสร มแรง ของการตอบสนองให แน นแฟ นย งข น 5.6 ทบทวนบทเร ยน เพ อเน นหร อย าในส งท น กศ กษาอาจจะย งจ บจ ดไม ได หร อให เก ดความค ดรวบยอดท ถ กต อง 5.7 ทดสอบหล งเร ยน เม อจบบทเร ยนตอนหน งๆ ควรให ม การทดสอบ และควรให น กศ กษาเข าใจว าคะแนนท ได น นไม ใช คะแนนต ดส นเร องสอบได หร อสอบตก แต เป นข อม ลท จะ ช แนะน กศ กษาว าบรรล ว ตถ ประสงค ของการเร ยนมากน อยแค ไหน 6. สร างคอมพ วเตอร ช วยสอนตามแบบ เม อได ร ปแบบของบทเร ยนแล วก ลงม อสร างตามแบบว ธ ง ายก ค อ ร างลงกรอบหร อเฟรม 42

43 ไว ก อน โดยเข ยนหมายเลขกาก บไว ในแต ละกรอบจะให ม ข อความหร อร ปภาพอะไรก จะต องเข ยน ไว ให ครบตามท ต องการให ปรากฏบนจอ (พร อมท งคาส งท จะให น กศ กษาเล อกหร อตอบสนอง) บางคร งอาจร างเป นแผนภ ม ลาด บว ธ (Flow Chart) ไว ก อนหร อหล งก ได เพราะแผนภ ม น นจะเป น แนวทางในการใช รห สคาส งคอมพ วเตอร และเป นแนวในการเข ยนโปรแกรมคอมพ วเตอร ในตอน ต อไปสาหร บกรอบท ร างไว น นควรร างต อเน องก นไปต งแต ต นจนจบในแต ละตอน ภายในกรอบจะ ต องเข ยนโน ตสาหร บให น กโปรแกรมเพ อจะได แนวทางในการใช คาส ง ถ าเป นโปรแกรมแบบ สาขาก จะต องบอกกรอบท จะให ข ามไป หร อย อนกล บ 7. เข ยนเป นโปรแกรมคอมพ วเตอร นาบทเร ยนโปรแกรมท ร างไว มาเข ารห สคาส งคอมพ วเตอร ซ งแล วแต ผ เข ยนโปรแกรม ว าจะใช ภาษา หร อระบบใด 8. ป อนเข าเคร องคอมพ วเตอร เม อได โปรแกรมเร ยบร อยแล ว ก นาโปรแกรมป อนเข าเคร องแล วบ นท กไว ในแผ นด สเกต หร ออ ปกรณ ข อม ลสารองอ นๆ 9. ทดลองหาประส ทธ ภาพ เม อได บทเร ยนท เร ยบร อยสมบ รณ แล ว ก อนนาไปใช ก บน กศ กษาควรนาบทเร ยนน น ไปให ผ เช ยวชาญประเม นเม อเร ยบร อยแล ว จ งนาไปทดลองก บกล มต วอย างเล กๆ ประมาณ 2 3 คนเพ อตรวจสอบการใช ถ อยคาสานวน หร อคาส งว าเหมาะสมหร อไม ถ าไม เหมาะสมก แก ไข ปร บปร งใหม หล งจากน นจ งนาไปทดลองก บกล มต วอย างประมาณอย างน อย 10 คน เพ อหา ประส ทธ ภาพของบทเร ยนตามกระบวนการทดลองหาประส ทธ ภาพของส อการสอน 10. นาไปใช หล งจากทดลองหารประส ทธ ภาพของบทเร ยนว าม ประส ทธ ภาพอย ในเกณฑ ส ง ก สามารถนาไปใช ได หากไม อย ในเกณฑ ก ต องปร บปร งแก ไข และทดลองหาประส ทธ ภาพใหม จนกว าจะเข าเกณฑ จ งจะนาไปใช ได 11. ประเม นผลเพ อปร บปร งแก ไข การประเม นผลในข นน จะทาข นหล งจากท ได นาบทเร ยนโปรแกรมไปใช ระยะหน ง โดยอาจประเม นว าน กศ กษาเก ดการเร ยนร ตามจ ดประสงค ท วางไว หร อไม ยากเก นไปหร อ ผลการเร ยนต าก ต องย อนมาว เคราะห ระบบเป นข นๆ ด ว าบกพร องตรงไหนและทาการปร บปร ง แก ไข ประโยชน ของคอมพ วเตอร ช วยสอน ประโยชน จากคอมพ วเตอร ช วยการเร ยนสอน พบว า ม ประโยชน ต อผ เร ยนหลายประการ ด งท ถนอมพร (ต นต พ ฒน ) เลาหจร สแสง (2541 : 12) ได สร ปไว ด งน 43

44 1. คอมพ วเตอร ช วยสอนเก ดจากความพยายามในการท จะช วยให ผ เร ยนท เร ยนอ อน สามารถใช เวลานอกเวลาเร ยนในการฝ กฝนท กษะและเพ มเต มความร เพ อท จะปร บปร งการเร ยนของ ตนให ท นผ เร ยนอ นได ด งน นผ สอนจ งสามารถนาคอมพ วเตอร ช วยสอนไปใช ช วยในการสอนเสร ม หร อสอนทบทวนการสอนปกต ในช นเร ยนได โดยท ผ สอนไม จาเป นต องเส ยเวลาในการสอนซ าก บ ผ เร ยนท ตามไม ท นหร อจ ดการสอนเพ มเต ม 2. ผ เร ยนสามารถนาคอมพ วเตอร ช วยสอนไปใช ในการเร ยนด วยตนเองและสถานท ซ งผ เร ยนสะดวก เช น แทนท จะต องเด นทางมาย งช นเร ยนตามปกต ผ เร ยนสามารถเร ยนด วยตนเอง จากท บ านได นอกจากน นย งสามารถเร ยนในเวลาใดก ได ท ต องการ 3. ข อได เปร ยบท สาค ญของคอมพ วเตอร ช วยสอน ค อ คอมพ วเตอร ช วยสอนท ได ร บการ ออกแบบมาอย างด ถ กต องตามหล กของการออกแบบคอมพ วเตอร ช วยสอนน น สามารถท จะจ งใจ ผ เร ยนให เก ดความกระต อร อร น (Motivated) ท จะเร ยนและสน กสนานไปก บการเร ยน ก ดาน นท มล ทอง (2543 : ) ได สร ปเก ยวก บประโยชน ของบทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน ในการนาไปใช ทางการศ กษา ด งน 1. คอมพ วเตอร จะช วยเพ มแรงจ งใจในการเร ยนร ให แก ผ เร ยน เน องจากการเร ยนด วย คอมพ วเตอร เป นประสบการณ ท แปลกใหม 2. การใช ส ภาพลายเส นท แลด คล ายเคล อนไหว ตลอดจนเส ยงดนตร จะเป นการเพ ม ความ เหม อนจร งและเร าใจผ เร ยนให เก ดความอยากเร ยนร ทาแบบฝ กห ดหร อทาก จกรรมต าง ๆ 3. ความสามารถของหน วยความจาของเคร องคอมพ วเตอร ช วยในการบ นท กคะแนน และ พฤต กรรมต าง ๆ ของผ เร ยนไว เพ อใช ในการวางแผนบทเร ยนในข นต อไปได 4. ความสามารถในการเก บข อม ลของเคร อง ทาให สามารถนามาใช ได ในล กษณะ ของ การศ กษารายบ คคลได เป นอย างด โดยสามารถกาหนดบทเร ยนให แก ผ เร ยนแต ละคนและ แสดงผล ความก าวหน าให เห นได ท นท 5. ล กษณะของโปรแกรมบทเร ยนท ให ความเป นส วนต วแก ผ เร ยนเป นการช วยให ผ เร ยนท เร ยนช า สามารถเร ยนไปได ตามความสามารถของตนโดยสะดวก อย างไม ร บเร งโดย ไม ต องถามผ อ น และไม ต องอายเพ อนเม อตอบผ ด 6. เป นการช วยขยายข ดความสามารถของผ สอนในการควบค มผ เร ยนได อย างใกล ช ด เน องจากสามารถบรรจ ข อม ลได ง ายและสะดวกในการนาออกมาใช วช ระ ว ชช วรน นท (2544 : 5) ได สร ปเก ยวก บประโยชน ของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ในการนาไปใช ทางการศ กษา ด งน 1. ผ เร ยนสามารถศ กษาได ตามความสามารถ ความสนใจ และไม จาก ดเร องเวลา 44

45 2. ไม เบ อหน ายจากการเร ยน บทเร ยนสามารถนาเสนอได ท งข อความ ภาพ ส ส น และ เส ยง ม ความน าสนใจ 3. ผ เร ยนสามารถประเม นผลความก าวหน าได โดยอ ตโนม ต 4. ผ เร ยนสามารถทบทวนบทเร ยนท เร ยนมาแล ว 5. ฝ กให ผ เร ยนค ดอย างม เหต ผล จากการท ต องคอยแก ป ญหาอย ตลอดเวลา 6. ผ เร ยนสามารถเร ยนร ได อย างแท จร ง เพราะบทเร ยนบ งค บให ผ เร ยนต องเร ยนร ก อนจ ง ผ านบทเร ยนน นได และไม สามารถแอบด คาตอบได ก อน 7. ผ เร ยนได เร ยนตามลาด บความยากง าย ทาให เข าใจช ดเจน 8. ทาให ผ เร ยนม ท ศนคต ท ด ต อว ชาท เร ยน ซ งเก ดจากม โอกาสประสบความสาเร จ ในการเร ยนส ง 9. ผ สอนใช เวลาสอนด วยตนเองน อยลง ม เวลาเหล อไปศ กษา และพ ฒนาการเร ยน การสอน มากข น 10. ช วยพ ฒนาผลงานทางว ชาการ 11. ผ สอนทราบความสามารถของผ เร ยนได อย างต อเน อง ไพรศร ว ล ยศ ลป ( 2548 : 19 ) ได สร ปประโยชน ของคอมพ วเตอร ช วยสอนไว ว า บทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน ม ประโยชน ด งน 1. ด งด ดความสนใจของผ เร ยนให สนใจในบทเร ยน 2. สร างบทเร ยนให เป นร ปธรรม เก ดความค ดรวบยอดได ช ดเจนข น 3. ทาให การเร ยนร ใช เวลาน อยลง 4. ม การตอบสนอง กระต น เสร มแรง ทาให เก ดความอยากร อยากเห น 5. ผ เร ยนสามารถเร ยนได หลายเท ยว 6. สร างบทเร ยน แบบฝ กห ดในร ปแบบอ นๆ เช น เกม ซ งทาให ผ เร ยนสน กสนาน ม ญช สา เพ ชรชนะ (2551) ได สร ปประโยชน ของคอมพ วเตอร ไว ด งน 1. ด งด ดความสนใจของน กศ กษาให สนใจในบทเร ยน 2. สร างบทเร ยนให เป นร ปธรรม เก ดความค ดรวบยอดได ช ดเจนข น 3. ทาให การเร ยนร ใช เวลาน อยลง 4. ม การตอบสนอง กระต น เสร มแรง ทาให เก ดความอยากร อยากเห น 5. น กศ กษาสามารถเร ยนได หลายเท ยว 6. สร างบทเร ยน แบบฝ กห ดในร ปแบบอ นๆ เช น เกมส ซ งทาให น กศ กษาสน กสนาน โรจนฤทธ จ นน ม (2551 : 15) ได สร ปประโยชน ของคอมพ วเตอร ช วยสอนไว ว า บทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน ม ประโยชน ท สามารถนาไปใช ในทางการศ กษาด งน 45

46 1. ผ เร ยนสามารถศ กษาได ตามความสามารถ ความสนใจของตนเอง และไม ม ข อจาก ดของ เร องเวลา 2. ผ เร ยนไม เบ อหน ายจากการเร ยน บทเร ยนสามารถนาเสนอได ท งข อความ ภาพ ส ส น และ เส ยงม ความน าสนใจ 3. ผ เร ยนสามารถทบทวนบทเร ยนท เร ยนมาแล ว 4. ผ เร ยนสามารถทราบถ งความก าวหน าของตนเองได อย างต อเน อง 5. ผ เร ยนสามารถเร ยนร ได อย างแท จร ง เพราะบทเร ยนบ งค บให ผ เร ยนต องเร ยนร ก อนจ ง ผ านบทเร ยนน นได และในการทาแบบทดสอบผ เร ยนไม สามารถด คาตอบได ก อน 6. ผ เร ยนได เร ยนตามลาด บความยากง าย ทาให เข าใจช ดเจน 7. ทาให ผ เร ยนม ท ศนคต ท ด ต อว ชาท เร ยน ผ เร ยนจ งม โอกาสประสบความสาเร จ ในการเร ยนส ง 8. ผ สอนใช เวลาสอนด วยตนเองน อยลง ม เวลาเหล อไปศ กษา และพ ฒนาการเร ยน การสอน มากข น 9. ผ สอนสามารถทราบความสามารถของผ เร ยนได อย างต อเน อง จากข อความข างต นสร ปได ว าคอมพ วเตอร ช วยสอนม ประโยชน หลายประการท งต อ ผ เร ยนและต อคร ผ สอน คอมพ วเตอร ช วยสอนสามารถกระต น และสร างแรงจ งใจในการเร ยนได เป นอย างด สามารถตอบสนองต อการเร ยนร ของบ คคลได ทาให สามารถจ งใจให ผ เร ยนเก ดความ กระต อร อร นและสน กท จะเร ยนส งผลให เก ดความร ความเข าใจ ช วยให ผ เร ยนสามารถเร ยนไปตาม ข นตอนได จะเร ยนจากง ายไปหายาก หร อเล อกเร ยนในห วข อท ตนเองสนใจก ได นอกจากน นย ง สามารถว ดผลการเร ยนร ได ท นท ผ เร ยนม โอกาสเร ยนซ าได หลายคร งเท าท ต องการ การเร ยนการ สอนด วยคอมพ วเตอร ช วยสอนจะช วยผ อนแรงผ สอนได มากคอมพ วเตอร ช วยสอนจ งเหมาะสมและ ม ประโยชน ในการนามาใช ในการว จ ยคร งน ข อด และข อจาก ดของคอมพ วเตอร ช วยสอน บ ญชม ศร สะอาด (2537 : ) ได กล าวว า การใช คอมพ วเตอร ช วยสอน ม ข อด ด งน 1. น กศ กษาได เร ยนร อย างอ สระ 2. น กศ กษาสามารถเล อกเวลาเร ยนได ตามท ตนต องการ 3. น กศ กษาสามารถเล อกบทเร ยนท ม ความเหมาะสมก บท ตนต องการ 4. น กศ กษาได ร บข อม ลย อนกล บท นท เป นการย าความเข าใจและการเร ยนร 5. สามารถใช เทคน คท ด งด ดความสนใจได หลายๆ เทคน ค 6. สามารถกระทาก จกรรมท ซ บซ อนได คานวณได อย างแม นยา 7. เหมาะสาหร บการสอนท กษะท เป นงานเส ยงอ นตราย 46

47 47 8. เหมาะสมท ส ดสาหร บการเร ยนร ท ต องการส งแวดล อมท ไม ม ช ว ตจร ง 9. คอมพ วเตอร เสนอบทเร ยนโดยปราศจากอารมณ ไม ม ความเหน ดเหน อยไม แสดง อาการเบ อหน าย ส คนธ ส นธพานนท และคณะ (2545 : ) ได กล าวถ งข อด ของการสอนโดยใช คอมพ วเตอร ช วยสอนไว ว า 1. ส งเสร มให น กศ กษาเร ยนตามเอก ตภาพ ย ดน กศ กษาเป นสาค ญ คาน งถ งความแตกต าง ระหว างบ คคล น กศ กษาควบค มว ธ การเร ยนด วยตนเอง 2. ม การให ข อม ลป อนกล บ (Feedback) ท นท บทเร ยนม ส ส น ร ปร างเคล อนไหว เส ยง เร าใจ น กศ กษาร ส กต นเต นไม เบ อง าย เก ดเจตคต ท ด ต อว ชาท เร ยนและย งเป ดโอกาสให น กศ กษา เร ยนซ าก คร งก ได ตามความต องการ 3. น กศ กษาเก ดการเร ยนร และความเข าใจเน อหามากข น แก ป ญหาได เร วข น เร ยนร ส งท ง ายไปยาก ใช ความค ดอย างม เหต ผลเพราะต องคอยแก ป ญหาตลอดเวลา 4. ลดการส นเปล องเวลาของการเร ยนลง สอนได เร วกว าปกต และนาไปเร ยนได ท กสถานท ไม ว าท โรงเร ยนหร อท บ าน 5. น กศ กษาจะต องร บทเร ยนจ งจะผ านบทเร ยนได ไม สามารถพล กด คาตอบก อน 6. ประเม นผลความก าวหน าของน กศ กษาได โดยอ ตโนม ต 7. ช วยพ ฒนาน กศ กษาให ม หล กการค ดอย างเป นระบบ การทางานก บเคร องคอมพ วเตอร ต องอาศ ยระบอบจ งม ผลทาให น กศ กษาร จ กวางแผน และแก ป ญหาตามความต องการโปรแกรมท วางไว ข อจาก ดของการสอนโดยใช คอมพ วเตอร ช วยสอน 1. การเล อกใช โปรแกรมท นามาสร างบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนต องพ จารณาตาม ความเหมาะสมของศ กยภาพของฮาร ดแวร ท ใช สร าง และท จะนาบทเร ยนไปใช 2. ต องคาน งถ งว ฒ ภาวะของน กศ กษา 3. ผ สร างบทเร ยนจะต องม ประสบการณ ในการใช โปรแกรมคอมพ วเตอร 4. ค าใช จ ายค อนข างส ง 5. น กศ กษาขาดท กษะการทางานเป นท ม ขาดการปฏ ส มพ นธ ก บคร และเพ อน 6. ผ สอนและน กศ กษาต องม ความร ด านคอมพ วเตอร การหาประส ทธ ภาพบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน การหาประส ทธ ภาพของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เป นการประก นค ณภาพ ของ บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท สร างข น ว าอย ในระด บท สามารถนาไปใช สอนจร งได หร อไม น ก

48 การศ กษาหลายท านได กล าวถ งข นตอนการหาประส ทธ ภาพ และระด บของประส ทธ ภาพของ บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนไว ด งน ไชยยศ เร องส วรรณ (2537 : 129) ได จาแนกเกณฑ การหาประส ทธ ภาพของ บทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน ไว 2 ว ธ ค อ 1) การประเม นโดยอาศ ยเกณฑ มาตรฐาน 90/90 ซ งเป นเกณฑ ประเม น สาหร บเน อหา ประเภทความร ความจา และใช เกณฑ มาตรฐาน 80/80 เป นเกณฑ ประเม นสาหร บ เน อหาท เป น ท กษะโดยความหมายของต วเลขเกณฑ มาตรฐาน 80/80 อธ บายไว ด งน 80 ต วแรก หมายถ งค าร อยละของประส ทธ ภาพในด านการบวนการของ บทเร ยน ซ ง ประกอบด วยผลการปฏ บ ต ก จกรรมต าง ๆ ของผ เร ยนภายในบทเร ยน โดยนาคะแนน ท ได จากการ ว ดผลภายในบทเร ยนมาคานวณหาค าร อยละเฉล ย 80 ต วหล ง หมายถ ง คะแนนจากการทดสอบหล งเร ยน (Post Test) ของ ผ เร ยนท กคนนามา คานวณหาค าเฉล ย 2) ประเม นโดยไม ได ต งเกณฑ ไว ล วงหน า เป นการประเม นประส ทธ ภาพ ของส อด วยการ เปร ยบเท ยบผลการสอบของผ เร ยนภายหล งจากท ได เร ยนจากส อน น (Post Test) ว าส งกว าการสอบ ก อนเร ยน (Pre Test) อย างม น ยสาค ญหร อไม หากพบว าผ เร ยนได คะแนนสอบ หล งเร ยนส งกว า ก อนเร ยนอย างม น ยสาค ญ ก แสดงว าส อน นม ประส ทธ ภาพ กฤษม นต ว ฒนาณรงค (2548, อ างถ งในว ฒ ช ย ประสารสอย : 43-45) ได ทาการ ส งเคราะห ส ตรการหาประส ทธ ภาพบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน และกาหนดเกณฑ ประส ทธ ภาพ ของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนเป นร อยละ (Percentage) เกณฑ ประส ทธ ภาพของ บทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน ท ใช ในการพ จารณาร บรองมาตรฐานประส ทธ ภาพของบทเร ยนควร จะอย ท ระด บ 80/80 ข นไป จ งจะถ อว าม ประส ทธ ภาพสามารถนาไปใช เป นบทเร ยนได โดยเกณฑ การประเม น บทเร ยนม หน วยเป นร อยละ แทนการแปลความหมายของประส ทธ ภาพบทเร ยน ด งน ร อยละ หมายถ ง บทเร ยนม ประส ทธ ภาพด มาก ร อยละ หมายถ ง บทเร ยนม ประส ทธ ภาพด ร อยละ หมายถ ง บทเร ยนม ประส ทธ ภาพด พอใช ต ากว าร อยละ 80 หมายถ ง บทเร ยนน ควรปร บปร งแก ไข ว ฒ ช ย ประสารสอย (2543 : 39) ได กล าวถ งประส ทธ ภาพบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนไว ว า ประส ทธ ภาพบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน หมายถ ง ความสามารถของบทเร ยนในการสร าง ผลส มฤทธ ให ผ เร ยนบรรล ว ตถ ประสงค ถ งระด บท คาดหว งไว และครอบคล ม ความเช อถ อได (Reliability) ความพร อมท จะใช งาน (Availability) ความม นคงปลอดภ ย (Security) และความถ ก 48

49 49 ต องสมบ รณ (Integrity) โดยเกณฑ ท กาหนดข นเพ อใช คานวณหาประส ทธ ภาพส อการสอนท ใช อย ท วไปได แก เกณฑ มาตรฐาน 90 / 90 ซ งม ความหมาย ค อ 90 ต วแรก เป นค าประส ทธ ภาพจาก การทาแบบฝ กห ดหร อการปฏ บ ต ก จกรรมในระหว างการเร ยนในบทเร ยนน น ส วน 90 ต วหล ง เป นค าประส ทธ ภาพท ได จากการทาแบบทดสอบหร อการทาก จกรรมหล งการเร ยน โดยเกณฑ ท ใช พ จารณาร บรองมาตรฐาน ประส ทธ ภาพบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนควรจะอย ท ระด บ 80 / 80 ข นไป จ งจะถ อว าม ประส ทธ ภาพ สามารถไปใช เป นบทเร ยนได นอกจากน ว ฒ ช ย ประสารสอย (2543 : 45) ได กาหนดเกณฑ การประเม นค าของบทเร ยน ในการแปลความหมายของประส ทธ ภาพบทเร ยนด งน ร อยละ หมายถ ง บทเร ยนม ประส ทธ ภาพ ด มาก ร อยละ หมายถ ง บทเร ยนม ประส ทธ ภาพ ด ร อยละ หมายถ ง บทเร ยนม ประส ทธ ภาพ พอใช ต ากว าร อยละ 80 หมายถ ง บทเร ยนน ควรปร บปร งแก ไข ช ยยงค พรหมวงศ (2521 : 136) ได อธ บายการว เคราะห ข อม ลเพ อหาประส ทธ ภาพ บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนตามเกณฑ มาตรฐาน 80/80 ไว ด งน โดยใช ส ตร เม อ E1 = ประส ทธ ภาพของกระบวนการท ว ดได ในบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ค ดเป นร อยละจากการทาแบบฝ กท ายบทเร ยน E2 = ประส ทธ ภาพของการเร ยนร (พฤต กรรมท ว ดจากผ เร ยนหล งเร ยนจบ บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน) ค ดเป นร อยละจากการทาแบบทดสอบ หล งเร ยน X = ผลรวมของคะแนนท ได ระหว างเร ยน (ทาแบบฝ กท ายบทเร ยน) Y = ผลรวมของคะแนนท ได จากการทาแบบทดสอบหล งจบบทเร ยน A = ผลรวมของคะแนนเต มจากแบบฝ กระหว างเร ยน B = ผลรวมของคะแนนเต มจากแบบทดสอบหล งเร ยน

50 50 ในการว จ ยคร งน ได ทาการว เคราะห ข อม ลเพ อหาประส ทธ ภาพบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วย สอนตามเกณฑ มาตรฐาน 80/80 โดยความหมายของต วเลขเกณฑ มาตรฐาน 80/80 อธ บายไว ด งน 80 ต วแรก หมายถ งค าร อยละของประส ทธ ภาพในด านการบวนการของ บทเร ยน ซ ง ประกอบด วยผลการปฏ บ ต ก จกรรมต าง ๆ ของผ เร ยนภายในบทเร ยน โดยนาคะแนน ท ได จากการ ว ดผลภายในบทเร ยนมาคานวณหาค าร อยละเฉล ย 80 ต วหล ง หมายถ ง คะแนนจากการทดสอบหล งเร ยน (Post Test) ของ ผ เร ยนท กคนนามา คานวณหาค าเฉล ย โดยใช ส ตรการว เคราะห ข อม ลเพ อหาประส ทธ ภาพบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ของ ช ยยงค พรหมวงศ (2521 : 136) ความพ งพอใจในการเร ยนร ความหมายของความพ งพอใจ น กว ชาการได ศ กษาและทาความเข าใจในล กษณะทางจ ตด านความพ งพอใจ ในการทางาน ของบ คคลไว เป นจานวนมาก น กว ชาการแต ละคนได ให ความหมายของความพ งพอใจ ในการ ทางานไว ซ งส วนใหญ ม ความคล ายคล งก น ม รายละเอ ยดบางส วนต างก นผ ศ กษาค นคว านาเสนอ น ยามของความพ งพอใจในการทางานท น กว ชาการได อธ บายสร ปไว ด งน ถว ล ธาราโภชน และศร ณย ดาร ส ข (2541 : 140) ได ให ความหมายของความพ ง พอใจไว ว า เป นอารมณ ของความร ส กท ม ความส ขร าเร งอย างมาก เป นความสาเร จหร อความส ข สดช นท เก ดข น เม อบ คคลได ร บผลการตอบสนองตามท ต องการไม ว าจะเป นความต องการทาง ด านร างกายและจ ตใจ ศ ภาพร วงศ ใหญ (2547) ได กล าวว า ความพ งพอใจในการปฏ บ ต งาน หมายถ ง ความร ส กท ผ ปฏ บ ต งานม ท ศนคต ท ด ต อการปฏ บ ต งาน ค ดค นว ธ ทางานให ม ประส ทธ ภาพ ซ งจะนาไปส การ ปฏ บ ต งานท ด และจะทาให องค การบรรล ว ตถ ประสงค ความต องการ ไชยย ณห ชาญปร ชาร ตน (2543) ได กล าวว าความพ งพอใจ หมายถ ง ความร ส กของบ คคล ท ม ต องานท ปฏ บ ต ในทางบวก ค อ ร ส กชอบร กพอใจ หร อม เจตคต ท ด ต องาน ซ งเก ดจากการได ร บ การตอบสนองความต องการท งทางด านว ตถ และด านจ ตใจ เป นความร ส กท ม ความส ขเม อได ร บความสาเร จ ตามความต องการหร อแรงจ งใจ จร ญ ส ทธ ยาน ช (2547) กล าวว า ความพ งพอใจเป นความร ส กส วนต วของบ คคล ในการปฏ บ ต งาน ซ งม ความหมายกว างรวมไปถ งความพ งพอใจในสภาพแวดล อมทางกายภาพด วย การม ความส ขท ทางานร วมก บคนอ นท เข าก นได ม ท ศนคต ท ด ต องานด วย นอกจากน ย งได รวบรวม ความหมายของความพ งพอใจจากน กการศ กษาเอาไว หลายท านด งน

51 ปน ดดา ยอดระบา (2544) ได กล าวว า ความพ งพอใจเป นความร ส กท ด ท ชอบท พอใจหร อ ท ประท บใจของบ คคลต อส งใดส งหน งท ได ร บโดยส งน นสามารถตอบสนองความต องการ ท ง ทางด านร างกายและจ ตใจ บ คคลท กคนท ม ความต องการหลายส งหลายอย างและม ความต องการ หลายระด บซ งหากได ร บการตอบสนองก จะเก ดความพ งพอใจ ว ชร นทร กาว ชา (2548) กล าวไว ว า ความพ งพอใจเป นเป นความร ส กทางบวก ความร ส กท ม ความส ข เม อได ร บผลสาเร จ และผลตอบแทนจากการปฏ บ ต งานตามท บ คคลน นคาดหว งหร อ ต องการท งทางด านว ตถ และจ ตใจทาให บ คคลเก ดความกระต อร อร น ม ความม งม นม ขว ญและ กาล งใจใน การทางาน ซ งเป นผลด ต อการปฏ บ ต งาน จากความหมายของความพ งพอใจท ม ผ ให ความหมายไว ข างต นสร ปได ว า ความพ งพอใจ หมายถ ง ความร ส กชอบ ร ก สนใจ ภ ม ใจ ต อการปฏ บ ต งานอย างใดอย างหน ง ซ งม ผลอย างย งต อ การปฏ บ ต งานน น ๆ ให สาเร จลงได ด วยด ตามว ตถ ประสงค หร อคามเป าหมาย ด งน น ความพ ง พอใจ ในการเร ยนร หมายถ ง ความร ส กพอใจ ชอบใจ สนใจ ในการร วมก จกรรมการเร ยนการสอน และ ต องดาเน นก จกรรมน นให สาเร จ ทฤษฎ ท เก ยวข องก บความพ งพอใจ ม น กการศ กษาสาขาต าง ๆ ทาการค นคว าและตามทฤษฎ ท เก ยวก บแรงจ งใจอ น ก อให เก ดความพ งพอใจในการทางานไว ด งน ศ ร โสภาคย บ รพาเดชะ (2533 : ) ได อธ บายเก ยวก บทฤษฎ แสวงหาความ พ งพอใจ ว า บ คคลพอใจจะกระทาส งใดๆ ท ให ความส ข และจะหล กเล ยงไม กระทาส งท เขาจะได ร บความ ท กข หร อความลาบาก โดยแบ งความพอใจในกรณ น ได 3 ประเภท ค อ 1. ความพอใจทางด านจ ตว ทยา (Psychological hedonism) เป นของความพอใจ ว ามน ษย โดยธรรมชาต แล วต องแสวงหาความส ขส วนต ว หร อหล กเล ยงจากความท กข ใดๆ 2. ความพอใจเก ยวก บตนเอง (Egoistic hedonism) เป นทรรศนะของความพอใจ ว ามน ษย จะพยายามแสวงหาความส ขส วนต ว แต ไม จาเป นว าการแสวงหาความส ขจะต องเป น ธรรมชาต ของมน ษย เสมอไป 3. ความพอใจเก ยวก บจร ยธรรม (Ethical hedonism) ทรรศนะน ถ อว า มน ษย แสวงหาความส ขเพ อหาผลประโยชน ของมวลมน ษย หร อส งคมท ตนเป นสมาช กอย และจะเป น ผ ได ร บผลประโยชน น ผ หน งด วย Skinner (วรรณร ตน คาชาร ; อ างอ งมาจาก Skinner. 1971) ได อ างคากล าวของ Jeanaeques Roussau ท แสดงความค ดในแนวเด ยวก นจากหน งส อ เอม ล (Emile) โดยให ข อค ด แก คร ว า จงทาให เด กเก ดความเช อว า เขาอย บนความควบค มของต วเขาเอง แม ว าผ ควบค มท แท จร ง ค อคร ไม ม ว ธ การใดด ไปกว าการให เขาได แสดงความร ส กว าเขาม อ สรเสร ภาพ ด วยว ธ น คนจะม กาล งใจ 51

52 ด วยตนเอง คร ควรปล อยให เด กทาเฉพาะส งท เขาอยากทา แต เขาคงจะอยากทาในส งท คร ต องการให เขาทาเท าน น Maslow (วรรณร ตน คาชาร ; อ างอ งมาจาก Maslow ) ได เสนอทฤษฎ ลาด บข น ของความต องการ (Hierarechy of Needs) น บว าเป นทฤษฎ หน งท ได ร บการยอมร บอย างกว างขวาง ซ งต งอย บนสมมต ฐานว า มน ษย เราม ความต องการอย เสมอไม ม ท ส นส ด เม อความต องการได ร บ การตอบสนองหร อพ งพอใจอย างใดอย างหน งแล ว ความต องการส งอ น ๆ ก จะเก ดข นมาอ ก ความ ต องการของคนเราอาจจะซ าซ อนก น ความต องการอย างหน งอาจจะย งไม หมดไป ความต องการอ ก อย างหน ง ก อาจจะเก ดข นได ความต องการของมน ษย ม ลาด บข น ด งน 1. ความต องการทางด านร างกาย (Physiological Need) เป นความต องการข นพ นฐานของ มน ษย เน นส งจาเป นในการดารงช ว ต ได แก อาหาร อากาศ ท อย อาศ ย เคร องน งห ม ยาร กษาโรค ความต องการพ กผ อน ความต องการทางเพศ 2. ความต องการความปลอดภ ย (Safety Need) ความม นคงในช ว ตท งท เป นอย ในป จจ บ น และอนาคต ความเจร ญก าวหน าอบอ นใจ 3. ความต องการทางส งคม (Social Need) เป นส งจ งใจสาค ญต อการเก ดพฤต กรรมต องการ ให ส งคมยอมร บตนเองเข าเป นสมาช ก ต องการความเป นม ตร ความร กจากเพ อนร วมงาน 4. ความต องการม ฐานะ (Esteem Needs) ม ความอยากเด นในส งคมม ช อเส ยงอยากให บ คคล ยกย องสรรเสร ญตนเอง อยากม ความเป นอ สรเสร ภาพ 5. ความต องการท จะประสบผลสาเร จในช ว ต (Self-Actualization Needs)เป นความต องการ ในระด บส ง อยากให ต วเองประสบผลสาเร จท กอย างในช ว ตซ งเป นไปได ยาก Scott (วรรณร ตน คาชาร ; อ างอ งมาจาก Scott. 1970) ได เสนอแนวค ดในการจ งใจ ต อการทางานท จะเก ดผลเช งปฏ บ ต ม ล กษณะ ด งน 1. งานควรม ส วนสาค ญก บความปรารถนาส วนต ว งานน นจะม ความหมายสาหร บผ ทา 2. งานน นต องม การวางแผนและว ดความสาเร จได โดยใช ระบบการทางานและการควบค ม ท ม ประส ทธ ภาพ 3. เพ อให ได ผลในการสร างส งจ งใจภายในเป าหมายของงานจะต องมรล กษณะ ด งน 3.1 คนทางานม ส วนในการต งเป าหมาย 3.2 ผ ปฏ บ ต ได ร บทราบผลสาเร จในการทางานโดยตรง 3.3 งานน นสามารถทาให สาเร จได จากแนวค ดน มาประย กต ใช ก บการจ ดก จกรรมการเร ยนการสอน น กศ กษาม ส วนเล อกเร ยน ตามความสนใจ และม โอกาสร วมก นต งจ ดประสงค หร อความม งหมายในการทาก จกรรมได เล อก ว ธ แสวงหาความร ด วยว ธ ท ผ เร ยนถน ดและสามารถค นหาคาตอบได 52

53 สร ปตามแนวค ดทฤษฏ ท กล าวมาข างต นพอสร ปได ว า ความพ งพอใจในการเร ยนท จะทา ให ผลการเร ยนเป นไปในทางบวก ย อมข นอย ก บก จกรรมท ผ เร ยนได ปฏ บ ต ทาให ผ เร ยนได ร บการ ตอบสนองความต องการท งทางด านร ากายและจ ตใจ ซ งเก ดความสมบ รณ ในช ว ตมากน อยเพ ยงใด ย อมข นอย ก บองค ประกอบต าง ๆ ท คร ผ สอนจะนามาใช ส งเสร มความพ งพอใจในการเร ยนให ก บ ผ เร ยน การว ดความพ งพอใจ ได ม น กการศ กษาให ท ศนะเก ยวก บการว ดความพ งพอใจไว อย างหลากหลายด งน เผช ญ ก จจะการ (2544 )ได กล าวถ ง แนวค ดของ แฮทฟ ลด และฮ วส แมน ได ทาการพ ฒนา แนวค ดของน กว จ ยต าง ๆ มาเป นเคร องม อท ใช ว ดความพ งพอใจในการปฏ บ ต งาน พบว า องค ประกอบท ส งผลต อความพ งพอใจซ งเป นท น ยมแพร หลายในป จจ บ นประกอบด วย องค ประกอบ 5 ประการค อ ต วแปรท 1 องค ประกอบเก ยวก บงานท ทาในป จจ บ น แบ งเป น 1. ความต นเต น / น าเบ อ 2. ความสน กสนาน / ความไม สน กสนาน 3. ความโล ง / ความสล ว 4. ความท าทาย / ความไม ท าทาย 5. ม ความพอใจ / ไม พอใจ ต วแปรท 2 องค ประกอบทางด านค าจ าง แบ งเป น 1. ถ อว าเป นรางว ล / ไม เป นรางว ล 2. มาก / น อย 3. ย ต ธรรม / ไม ย ต ธรรม 4. เป นทางบวก / เป นทางลบ ต วแปรท 3 องค ประกอบทางด านการให ความด ความชอบ แบ งเป น 1. ย ต ธรรม / ไม ย ต ธรรม 2. เช อถ อได / เช อถ อไม ได 3. เป นเช งบวก / เป นเช งลบ 4. เป นเหต เป นผล / ไม เป นเหต เป นผล ต วแปรท 4 องค ประกอบทางด านน เทศ ผ บ งค บบ ญชา 1. อย ใกล / อย ไกล 2. ย ต ธรรม จร งใจ / ไม ย ต ธรรม ไม จร งใจ 3. เป นม ตร / ค อนข างไม เป นม ตร 53

54 4. เหมาะสมทางค ณสมบ ต / ไม เหมาะสมทางค ณสมบ ต ต วแปรท 5 องค ประกอบทางด านเพ อนร วมงาน 1. เป นระเบ ยบเร ยบร อย/ไม เป นระเบ ยบเร ยบร อย 2. จงร กภ กด ต อสถานท ทางาน / ไม จงร กภ กด ต อโรงเร ยนและเพ อน ร วมงาน 3. สน กสนานร าเร ง/ ด ไม ม ช ว ตช วา 4. ด น าสนใจเอาจร งเอาจ ง/ ด เหน อยหน าย บ ญร ง จ นทวงษ วาณ ชย (2549) ได กาหนดจ ดม งหมายของการว ดความพ งพอใจงานไว ด งน 1. เพ อจะได เข าใจถ งป จจ ยต าง ๆ ท งด านส วนบ คคล ด านงาน ด านการจ ดการท เก ยวก บ ความพ งพอใจ และความไม พ งพอใจในการทางาน 2. เพ อจะได เข าใจถ งความส มพ นธ ระหว าง ความพ งพอใจในการทางาน ก บการปฏ บ ต งาน ว าอะไรเป นสาเหต ให คนทางานได ด 3. เพ อให เข าใจถ งหน วยงานล กษณะใดท คนพ งพอใจ และไม พ งพอใจ รวมท งเก ยวก บ การ จ ดและการบร หารหน วยงานน น 4. เพ อให เข าใจถ งผลจากการ ไม พ งพอใจงาน เช น การขาดงาน ลางาน และ การออกจาก งานรวมท งได ศ กษาถ งความส มพ นธ ระหว างการศ กษาต อ การจ ดสว สด การ บร การต าง ๆ ว าจะ สามารถสร างความพ งพอใจให ก บการทางานได อย างไร จากการศ กษาแนวค ด ทฤษฎ และหล กการว ดความพ งพอใจ เม อนามาประย กต ใช ใน ก จกรรมการเร ยนการสอน ความพ งพอใจ จะเป นส งสาค ญท กระต นให ผ เร ยน ได ปฏ บ ต งานตามท ได ร บมอบหมายให บรรล ว ตถ ประสงค ด งน น จ งต องคาน งถ งความพ งพอใจในการเร ยนร โดยให ผ เร ยน ได ม ส วนร วม ในการต งเป าหมายและมองเห นถ งความสาเร จของงาน ผ เร ยนได ร บการ ตอบสนอง ความต องการทางด านร างกายและจ ตใจ ประโยชน ของความพ งพอใจในการเร ยน พ มลร ตน ธนร ตนพ มลก ล (2541) ได กล าวไว ว า ในการจ ดการเร ยนการสอนน นความพ ง พอใจเป นส งท ม ความสาค ญและม ประโยชน เป นอย างย งเพราะถ าน กศ กษาม ความพ งพอใจในการ เร ยนก จะเป นแรงหน นให น กศ กษาต งใจเร ยนอย างเต มท ม ความส ขในการเร ยน ม ความขย นข นแข ง ในการเร ยน ม ความค ดร เร มสร างสรรค ในการเร ยนอย างสน กสนาน ผลส มฤทธ ทางการเร ยนก ส ง ตามไปด วย ตรงก นข ามหากน กศ กษาไม ม ความพ งพอใจในการเร ยนก จะเป นม ลเหต ท ทาให ไม สนใจในการเร ยน ผลส มฤทธ ทางการเร ยนต า สอดคล องก บ ศน ชา เล ศการ (2547) ท กล าวว า ความ พ งพอใจในการเร ยน ม ความสาค ญต อการปฏ บ ต งาน ความร บผ ดชอบ ปฏ ก ร ยาโต ตอบตลอดจน แรงจ งใจในการเร ยน 54

55 55 ล วน สายยศ และคณะ (2543) ได กล าวถ งประโยชน ของความพ งพอใจไว ว า เป นคาย อของ การอธ บายความร ส กเป นอย าง ๆ ค มพฤต กรรมต าง ๆ ได มาก เช น พ ดว าเขาม ความพ งพอใจในการ เร ยน ม ความหมายถ งเขาร กการเร ยนม ความส ขสน กสนานท ได เร ยน ทาอะไรได หลายอย างเพ อการ เร ยน ความพ งพอใจใช พ จารณาเหต ของพฤต กรรมของบ คคลท ม ต อบ คคลอ นหร อส งอ นน น ค อความ พ งพอใจของคนสามารถส งเสร มหร อย บย งส งท เขาจะแสดงออกได น กส งคมว ทยาหลายคนให ความเห นว าความพ งพอใจและเจตคต เป นศ นย ความค ดและเป นฐานของพฤต กรรมในส งคมการจะ ปร บระบบกลไกของส งคมจ งควรเปล ยนแปลงความพ งพอใจและเจตคต ของแต ละบ คคล ศน ชา เล ศการ (2547 อ างใน นพพร ศร ทองอ นทร : 34) กล าวไว ว า ความพ งพอใจใน การเร ยนของน กศ กษาม ความสาค ญและ ม ประโยชน มาก หากน กศ กษาม ความพ งพอใจในการเร ยน แล วย อมก อให เก ดผลด งน ค อผ เร ยนเก ด ความกระต อร อร นในการทางาน ม ความค ดสร างสรรค ใน การเร ยน สนใจ เห นค ณค าของการเร ยน ม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนส ง สร ปได ว า ความพ งพอใจม ความสาค ญต อการเร ยนเป นอย างย ง เพราะถ าน กศ กษาม ความ พ งพอใจแล ว น กศ กษาก จะใส ใจต งใจต ดตามการสอนของคร ให ความร วมม อในการปฏ บ ต ก จกรรมตามจ ดประสงค ของก จกรรมการเร ยนร จนทาให ประสบผลสาเร จในการเร ยนในท ส ด ความพ งพอใจท ได ร บจากส อ Palmgreen and others (อ างถ งใน ย บล เบ ญจรงค ก จ : 63) ได กล าวถ ง ความพ งพอใจในส อว า หมายถ ง การมองเห นว าส อน นๆ สนองความต องการได และความ พ งพอใจถ กแบ งออกเป น ความพ งพอใจท แสวงหาจากส อ (Gratification sought) และความพ ง พอใจท ได ร บจากส อ (Gratification obstained หร อ satisfaction) Katz and others (อ างถ งใน ศ ร ใจ น พพ ทา : 37) ได ศ กษาการใช ส อและ การร บความพ งพอใจ ค อ การศ กษาเก ยวก บ 1) ภาวะของส งคม และจ ตใจท ม ผลต อ 2) ความ ต องการของบ คคล ซ งนาไปส 3) การคาดคะเนเก ยวก บ 4) ส อและแหล งท มาของสาร การคาดคะเนน นาไปส 5) ความแตกต างก นในการใช ส อและพฤต กรรมอ นๆ ของแต ละบ คคล ย งผลให เก ด 6) ความพอใจท ได ร บจากส อ และ 7) ผลอ นๆ ท บางคร งม ได คาดหมายมาก อน ซ งสร ปเป นแบบจาลองได ด งน ภาพท 3 แบบจาลองการใช ส อเพ อสนองความพ งพอใจ สภาวะทางส งคมและจ ตใจ ความต องการ การคาดคะเนความพอใจท ได จากส อ พฤต กรรมการใช ส อ

56 56 แบบจาลองท Katz และคนอ น พยายามสร างข นน อาจอธ บายได ด งน ค อ สภาวะของ ส งคมและจ ตใจท แตกต างก น ก อให มน ษย ม ความต องการแตกต างก นไป ความต องการท แตกต างก นน ทาให แต ละคนคาดคะเนว าส อแต ละประเภทจะสนองความพอใจได ต างก น ออกไปด วย ด งน นล กษณะของการใช ส อบ คคลท ม ความต องการไม เหม อนก น จะแตกต างก นไป ข นส ดท ายค อ ความพอใจท ได ร บจาการใช ส อ จะต างก นออกไปด วย งานว จ ยท เก ยวข องก บบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน งานว จ ยในประเทศ จากการศ กษางานว จ ยท เก ยวข อง พบว า ม น กการศ กษาหลายท านท ได ศ กษาการใช บทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน ในการจ ดการเร ยนการสอนหลายๆ ด าน ด งต อไปน ไพรศร ว ล ยศ ลป (2548 : บทค ดย อ) ได ทาการสร างบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนสาระ ว ทยาศาสตร เร องพล งงาน สาหร บน กศ กษาช นประถมศ กษาป ท 6 เคร องม อท ใช ในการว จ ย ประกอบด วย แบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยน แบบประเม นบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน และแบบสอบถามความพ งพอใจของน กศ กษาต อการเร ยน โดยผ ว จ ย ได นาร ปแบบการสร างบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยของ Alessi และ Trollips มาใช ในการออกแบบ ผลปรากฏว า บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท สร างข นโดยเฉล ยท กช ดม ประส ทธ ภาพส งกว าเกณฑ 80/80 และผลส มฤทธ ทางการเร ยนของน กศ กษาท ใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนม ค าเฉล ยส งกว า ค าเฉล ยของน กศ กษาท สอนโดยว ธ สอนแบบปกต เรไรร ตน ดาวศร (2549) ศ กษาว จ ยเร อง การพ ฒนาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง ความน าจะเป น กล มสาระการเร ยนร คณ ตศาสตร ช นม ธยมศ กษาป ท 5 พบว า 1) บทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง ความน าจะเป น กล มสาระการเร ยนร คณ ตศาสตร ช นม ธยมศ กษาป ท 5 ท พ ฒนาข นม ประส ทธ ภาพเท าก บ 89.50/89.50 ซ งส งกว าเกณฑ 85.00/ ) ค าด ชน ประส ทธ ผล ของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง ความน าจะเป น กล มสาระการเร ยนร คณ ตศาสตร ช น

57 ม ธยมศ กษาป ท 5 ม ค าเท าก บ หร อผ เร ยนม คะแนนเพ มข นค ดเป นร อยละ ) น กศ กษา ท เร ยนด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ม คะแนนเฉล ยหล งเร ยนเพ มข นจากก อนเร ยนอย างม น ยสาค ญทางสถ ต ท ระด บ.01 และ 4) น กศ กษาท ม ความพ งพอใจต อบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน โดยภาพรวมอย ในระด บความพ งพอใจมาก ม ญช สา เพ ชรชนะ (2549 : บทค ดย อ) ศ กษาว จ ยเร องการสร างบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วย สอนในว ชาคณ ตศาสตร เร อง สมการเช งเส นต วแปรเด ยว ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 พบว า น กศ กษาสามารถทาคะแนนเฉล ยระหว างเร ยนด กว าคะแนนเฉล ยหล งเร ยน บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนม ประส ทธ ภาพ 80/80 ตามเกณฑ ท ต งไว ผลส มฤทธ ทางการเร ยนของน กศ กษาหล งจาก เร ยนด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนส งกว าก อนเร ยนอย างม น ยสาค ญท 0.01 โดยภาพรวมแล ว น กศ กษาม พ ฒนาการในการเร ยนร หล งเร ยนส งข นกว าก อนเร ยน น กศ กษาม ความพ งพอใจต อการใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนในระด บมากท ส ดในด านทราบผลส มฤทธ ทางการเร ยนของตนเองได ท นท หล งการเร ยนร ทาให เก ดความสนใจในการเร ยนมากข นเม อเร ยนด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ม อ สระในการค ดและต ดส นใจมากย งข นเม อเร ยนด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน และ การม ส วนร วมในการเร ยนการสอนตลอดเวลา ส วนด านอ นๆ อย ในระด บมาก นายอด ลย ทองล ม (2550 : บทค ดย อ) ศ กษาว จ ยเร อง การพ ฒนาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน (CAI) ว ชา คอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 3 โรงเร ยนว ดว งน าเข ยว พบว าบทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน ม ค าประส ทธ ภาพแบบรายบ คคล (Individual Tryout) เท าก บ 87.44/85.41 ค า ประส ทธ ภาพแบบกล มย อย (Small Group Tryout) เท าก บ 87.99/87.23 และ ค าประส ทธ ภาพแบบ ภาคสนาม (Field Tryout) เท าก บ 88.20/87.46 ซ งส งกว าเกณฑ 80/80 ท กาหนดไว และผลการเร ยนร ของน กศ กษาก อนและหล งเร ยนด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน พบว า ก อนเร ยนน กศ กษาม คะแนนเฉล ย 9.67 คะแนน ค ดเป นร อยละ หล งเร ยนน กศ กษาม คะแนนเฉล ย คะแนน ค ดเป นร อยละ หล งเร ยนด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน น กศ กษาม คะแนนเฉล ยเพ มข น 7.22 คะแนน ค ดเป นร อยละ ผลการว เคราะห ความค ดเห นของน กศ กษาหล งเร ยนด วยบทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน พบว า น กศ กษาม ความค ดเห นอย ในระด บมากท กด าน ม ค าเฉล ยโดยภาพรวม อย ในระด บมาก เม อพ จารณาเป นรายข อ พบว า น กศ กษาชอบร ปแบบและเน อหาของบทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน และ บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนม ร ปแบบน าสนใจ ช วยกระต นให น กศ กษาสนใจอยากเร ยนร มากข น ม ค าเฉล ยส งส ด ส วนข อท ม ค าเฉล ยต าส ดอย ในระด บมาก ได แก การเร ยนด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนทาให น กศ กษาสามารถนาความร ไปประย กต ใช ใน ช ว ตประจาว นได กรรณ กา ข นธบ ณฑ ต (2551 : บทค ดย อ) ศ กษาว จ ยเร อง การเปร ยบเท ยบผลส มฤทธ ทางการเร ยน ว ชาเทคโนโลย สารสนเทศเบ องต นและท กษะการค ดสร างสรรค ของน กศ กษาช น 57

58 58 ประถมศ กษาป ท 5 ท ได ร บการจ ดการเร ยนร ด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนก บท ได ร บการ จ ดการเร ยนร แบบปกต พบว า ผลส มฤทธ ทางการเร ยนว ชาเทคโนโลย สารสนเทศเบ องต นของ น กศ กษากล มท เร ยนโดยใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนส งกว ากล มท จ ดการเร ยนร แบบปกต อย าง ม น ยสาค ญทางสถ ต ท ระด บ.05 และท กษะการค ดสร างสรรค ของน กศ กษากล มท เร ยนโดยใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนส งกว ากล มท จ ดการเร ยนร แบบปกต โรจนฤทธ จ นน ม (2551:บทค ดย อ) ศ กษาว จ ยเร อง การพ ฒนาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง ฮาร ดแวร และ เทคโนโลย ส อสารข อม ล สาหร บน กศ กษาช นม ธยมศ กษาป ท 2 พบว า บทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง ฮาร ดแวร และ เทคโนโลย ส อสารข อม ล ม ประส ทธ ภาพ 80.67/81.33 ซ ง เป นไปตามเกณฑ ท กาหนดไว 80/80 และน กศ กษาท ได ร บการสอนโดยใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วย สอน เร อง ฮาร ดแวร และ เทคโนโลย ส อสารข อม ล ม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งเร ยนส งกว าก อน เร ยน อย างม น ยสาค ญทางสถ ต ท ระด บ.05 และม ความคงทนในการเร ยนร นพพร ศร ทองอ นทร (2551) ศ กษาว จ ยเร อง การพ ฒนาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน รายว ชา คอมพ วเตอร ง (ตารางการทางาน) สาหร บน กศ กษาช นม ธยมศ กษาป ท 5 พบว า ประส ทธ ภาพของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท สร างข นม ประส ทธ ภาพ (E 1 /E 2 ) เท าก บ 88.13/87.29 ซ งส งกว าเกณฑ 80/80 ท กาหนดไว และน กศ กษาช นม ธยมศ กษาป ท 5 ท เร ยนด วย บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน รายว ชา คอมพ วเตอร ง (ตารางการทางาน) พบว าคะแนน เฉล ยของผลส มฤทธ ทางการเร ยนก อนเร ยน ด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ม ค าเท าก บ ค าคะแนนเฉล ยของผลส มฤทธ ทางการเร ยน หล งเร ยนด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนม ค า เท าก บ ซ งส งกว าก อนเร ยน และผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งเร ยนส งกว าก อนเร ยนอย างม น ยสาค ญทางสถ ต ท ระด บ.05 บทเร ยนคอมพ วเตอร ม ลต ม เด ย ท ผ ศ กษาสร างข นสามารถช วยให ผ เร ยนม ความร ความเข าใจเพ มข นและน กศ กษาช นม ธยมศ กษาป ท 5 ม ความพ งพอใจต อบทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน รายว ชา คอมพ วเตอร ง (ตารางการทางาน)โดยรวมอย ในระด บมาก ม ค าเฉล ย 4.19 จากงานว จ ยด งกล าวข างต นสามารถสร ปได ว า การเร ยนการสอนโดยใช คอมพ วเตอร ช วย สอนจะทาให ผ เร ยนม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนส งกว าก อนเร ยนจากการสอนปกต ประหย ดเวลา และค าใช จ ายในการเร ยน ความต งใจของน กศ กษาท จะใช คอมพ วเตอร สภาพแวดล อมรอบ ๆ ต ว และว ธ การนาเสนอของบทเร ยนก ด กว าด วย งานว จ ยในต างประเทศ ฟร เดนเบอร ก (1994 อ างใน โรจนฤทธ จ นน ม : 58) ศ กษาว จ ยเร อง การเปร ยบเท ยบ การเร ยนว ชา แคลค ล สและเรขาคณ ตว เคราะห โดยใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนและการเร ยน ปกต โดย ทดลองก บน กศ กษาท Monta State University สหร ฐอเมร กา โดยกล มทดลองใช บทเร ยน

59 59 คอมพ วเตอร ช วยสอน กล มควบค มใช การสอนแบบปกต และการสอนเสร มการเร ยน พบว า ท งสอง กล มม การเปล ยนแปลงผลส มฤทธ ทางการเร ยนอย างไม ม น ยสาค ญ และท งสองกล มม ผลส มฤทธ ใน การปฏ บ ต ส งในระด บเด ยวก น โคร ช (Kolich : Online) ได ทาผลการทดลองให น กศ กษาฝ กฝนคาศ พท โดยใช บทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอนท ม ผลส มฤทธ ด านคาศ พท ของน กศ กษาม ธยมศ กษาเกรด 11 ผล การทดลองพบว า น กศ กษาท ได ร บการฝ กฝนโดยใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนม ผลส มฤทธ ใน คะแนนคาศ พท ส งกว ากล มควบค มท ไม ได เร ยนจากบทเร ยนคอมพ วเตอร อย างม น ยสาค ญ Wininger, Harrier Harper (1995 อ างในวรรณน กา บ ญประเสร ฐ : 54) ได ศ กษาใน เร องคอมพ วเตอร ช วยสอนท ม ต อผลส มฤทธ ทางการเร ยน โดยการทดสอบผลของคอมพ วเตอร ช วย สอนก บการเร ยนแบบบรรยายในช นเร ยน เร องการช วยช ว ตเบ องตนของสมาคมโรคห วใจแห ง อเมร กาพบว าไม ม ความแตกต างก นแสดงว าการสอนท ง 2 ว ธ ม ประส ทธ ผลท จากการศ กษางานว จ ยด งกล าว สร ปได ว า ส อการศ กษาเป นองค ประกอบหน งของการ ให การศ กษา ในกระบวนการจ ดการเร ยนการสอน ส อคอมพ วเตอร ช วยสอนเป นส วนสาค ญท ทาให ผ เร ยนเก ดการเร ยนร ตามว ตถ ประสงค การผล ตและพ ฒนาส อท ม ประส ทธ ภาพ สอดคล องก บ หล กส ตร เน อหาว ชา และกล มเป าหมาย ทาให การศ กษาเก ดผลส มฤทธ ตามท ได กาหนด ผ เร ยนม ความส ขก บการเร ยนเป นการเสร มสร างบรรยากาศการเร ยนร จากการเร ยนบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน จากเอกสารและงานว จ ยท กล าวมาข างต น พบว าในการนาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนมา ใช ในรายว ชาต าง ๆ หลายว ชา เช น ว ชาคอมพ วเตอร ว ชาภาษาอ งกฤษ ว ชาคณ ตศาสตร ว ชา ว ทยาศาสตร ฯลฯ ทาให ผลการเร ยนของน กศ กษาท เร ยนโดยใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนม ผล การเร ยนหล งเร ยนส งกว าก อนเร ยน เม อนามาเปร ยบเท ยบก บการสอนด วยว ธ การสอนอ น ๆ ด งน น ผ ว จ ยจ งสนใจท จะศ กษาถ งผลการนาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนมาใช ในการสอนซ อมเสร ม น กศ กษาท ผลการเร ยนอ อน ในรายว ชาคอมพ วเตอร เร อง โปรแกรม Excel ว าน กศ กษาท เร ยนโดย ใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนในรายว ชาคอมพ วเตอร เร อง โปรแกรม Excel จะม ผลการเร ยน ก อนเร ยนและหล งเร ยนแตกต างก นเหม อนในรายว ชาอ น ๆ หร อไม เพ อเป นแนวทางในการผล ต บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนในรายว ชาอ น ๆ ท ม ค ณภาพและนามาใช ในการสอนได กว างขวาง มากข น ว ธ ดาเน นการว จ ย ข นตอนการว จ ยเช งปฏ บ ต การ

60 60 การว จ ยคร งน คร ผ ว จ ยได ด าเน นการ โดยว ธ การเช งปฏ บ ต การในช นเร ยน (Classroom action research) การเข าสอนท กคร งใช วงจร 4 ข น (PAOR) ค อ ข นวางแผน (Plan) ข นปฏ บ ต การ (Action) ข นส งเกตและรวบรวมข อม ล (Observe) ข นสะท อนผลการปฏ บ ต (Reflect) ตลอดเวลา 3 ส ปดาห โดยสร ปว ธ ดาเน นการว จ ยตามข นตอน ด งน 1. ข นวางแผน (Plan) จากการส งเกตป ญหาของน กศ กษาประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 จากน กศ กษาจานวน 33 คน พบว า ม น กศ กษาจานวน 10 คนย งขาดท กษะการปฏ บ ต งานในแต ละเน อหาโปรแกรม Excel ท ถ กต องและบางคนไม สามารถปฏ บ ต ได เลย เป นผลทาให ไม ม งานส งคร ผ ว จ ย และผลงานท ส งอย ใน เกณฑ ต องปร บปร ง คร ผ ว จ ยจ งค ดเล อกเน อหาท น กศ กษาย งปฏ บ ต งานย งไม ถ กต อง นามาสร างส อ บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนให น กศ กษาศ กษาเพ มเต มจากช วโมงเร ยนปกต โดยเร ยนตาม แผนการสอนซ อมเสร ม จานวน 3 แผน และใช เวลานอกเวลาเร ยน จานวน 3 ส ปดาห ค อ ต งแต ว น จ นทร ท 14 ก มภาพ นธ 2554 ถ ง ว นท 4 ม นาคม 2554 ใช เวลาส ปดาห ละ 2 ช วโมง ค อ ว นพฤห สบด เวลา น น. รวม 6 ช วโมง ด งรายละเอ ยด ต อไปน 1. ส ปดาห ท 1 ให น กศ กษาทาแบบทดสอบก อนเร ยน เร อง โปรแกรม Excel และทาการ สอนตามแผนการสอนซ อมเสร มท 1 เร อง ความร พ นฐานโปรแกรม Excel จานวน 2 ช วโมง โดย ศ กษาจากบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร องโปรแกรม Excel และใบความร ท คร ผ ว จ ยเตร ยมให หล งจากน นทาแบบฝ กท 1 และ 2 2. ส ปดาห ท 2 สอนตามแผนการสอนซ อมเสร มท 2 เร อง ส ตรและฟ งก ช น จานวน 2 ช วโมง โดยศ กษาจากบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร องโปรแกรม Excel และใบความร ท คร ผ ว จ ย เตร ยมให หล งจากน นทาแบบฝ กท 3 3. ส ปดาห ท 3 สอนตามแผนการสอนซ อมเสร มท 3 เร อง การสร างแผนภ ม จานวน 2 ช วโมง โดยศ กษาจากบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร องโปรแกรม Excel และใบความร ท คร ผ ว จ ย เตร ยมให หล งจากน นทาแบบฝ กท 4 และทาแบบทดสอบหล งเร ยน เร อง โปรแกรม Excel หล งจาก น นทาแบบสอบถามความพ งพอใจ ต อการเร ยนด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel 2. ข นปฏ บ ต การ (Action) คร ผ ว จ ยดาเน นการสอนตามแผนการเร ยนซ อมเสร มท ง 3 แผน แผนละ 2 ช วโมง รวมเวลา ท งหมด 6 ช วโมง ทาให ทราบถ งป ญหาระหว างท คร ผ ว จ ยดาเน นการสอนอย ด งน 1. น กศ กษาส วนมากขาดท กษะพ นฐานทางคอมพ วเตอร ท าให การใช ส อคอมพ วเตอร ช วย สอน คร ต องคอยแนะนาอย างใกล ช ด

61 61 2. น กศ กษาบางส วนอ านหน งส อไม ได ทาให ไม เข าใจข นตอนการใช ส อบทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอนและทาให การจ ดการเร ยนการสอนไม ราบล น 3. น กศ กษาบางคนไม อ านคาแนะนาการใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ทาให ปฏ บ ต งาน ไม เป นไปตามข นตอน 3. ข นส งเกตและรวบรวมข อม ล (Observe) คร ผ ว จ ยได น าบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel ให น กศ กษาได ศ กษา เพ มเต มจากช วโมงเร ยนในแต ละส ปดาห คร ผ ว จ ยส งเกตพบว า 1. ส ปดาห ท 1 คร ผ ว จ ยให น กศ กษาท าแบบทดสอบก อนเร ยน เร อง โปรแกรม Excel โดยให น กศ กษาท า ก อนการศ กษาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel น กศ กษาส วนมากท า แบบทดสอบไม ได และม น กศ กษาบางส วนท อ านหน งส อไม ได จ งท าให ท าแบบทดสอบไม ได หล งจากน น คร ผ ว จ ยให น กศ กษาศ กษาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel ท คร ผ ว จ ยเตร ยมให ในแผ น CD พบว าน กศ กษาส วนมากให ความสนใจและต นเต นก บการใช ส อบทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน และม บางคนท อ านหน งส อไม ออก ทาให ไม เข าใจข นตอนการใช ส อบทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน จ งพยายามถามเพ อนท อย ใกล เค ยง ท าให น กศ กษาท ก าล งศ กษาบทเร ยนอย เก ดการเส ยสมาธ และท าให การเร ยนไม ราบล น คร ผ ว จ ยท าการบ นท กหล งการสอนและบ นท ก พฤต กรรมการเร ยน 2. ส ปดาห ท 2 คร ผ ว จ ยได ดาเน นการสอนตามแผนการเร ยนร ท 2 น กศ กษาศ กษาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel ท คร ผ ว จ ยเตร ยมให ในแผ น CD โดยให น กศ กษาอ านคาแนะนาการ ใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนให เข าใจก อนเร มศ กษาเน อหา ม น กศ กษาบางคนไม ได อ าน คาแนะนาการใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน แต ศ กษาเน อหาของบทเร ยนก อน เม อศ กษาเน อหา เสร จม กถามเพ อนและคร ผ ว จ ยว าควรทาอย างไรต อไป และปฏ บ ต ก จกรรมไม ถ กต องตามข นตอนท วางไว ทาให การปฏ บ ต ก จกรรมไม ราบล นและใช เวลามาก คร ผ ว จ ยทาการบ นท กหล งการสอนและ บ นท กพฤต กรรมการเร ยน 3. ส ปดาห ท 3 คร ผ ว จ ยได ดาเน นการสอนตามแผนการเร ยนร ท 3 คร ผ ว จ ยพบว า น กศ กษาส วนมาก ปฏ บ ต งานได ด วยตนเองและเป นไปตามข นตอน และม ความกระต อร อร นในการทางาน ร วม ก จกรรมการเร ยนอย างม ความส ข ในช วงกรอกแบบสอบถามความพ งพอใจ ม น กศ กษาบางคนแอบ ด ของเพ อน คร ผ ว จ ยทาการบ นท กหล งการสอนและบ นท กพฤต กรรมการเร ยน

62 4. ข นสะท อนผลการปฏ บ ต (Reflect) คร ผ ว จ ยน าข อม ลจากการส งเกตการศ กษาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel บ นท กหล งการสอนและแบบทดสอบหล งเร ยนของน กศ กษาแต ละคนมาว เคราะห เพ อน าผล มาปร บปร งและพ ฒนาแผนการจ ดการเร ยนร ว ชา โปรแกรม Excel ต อไปอย างต อเน องตามวงจรของ PAOR โดยในแต ละส ปดาห คร ผ ว จ ยได ม ว ธ การในการแก ไขป ญหาด งน 1. ส ปดาห ท 1 จากป ญหาท ม น กศ กษาบางส วนอ านหน งส อไม ได ทาให ไม เข าใจข นตอนการใช ส อ บทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน จ งพยายามถามเพ อนท อย ใกล เค ยง ทาให น กศ กษาท กาล งศ กษาบทเร ยนอย เก ดการเส ยสมาธ และทาให การเร ยนไม ราบล น การแก ป ญหา คร ผ ว จ ยหาว ธ การแก ป ญหาน โดยการอธ บายให ท กคนฟ ง ก อนการเร มศ กษาบทเร ยนด วย ตนเอง โดยการสาธ ตการเข าใช งานบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ความหมายของป มต างๆให น กศ กษาด พร อมก น และคอยด แลให คาแนะนาก บน กศ กษาท ม ป ญหาเป นรายบ คคลและคร ผ ว จ ยได นาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนไปแก ไขโดยการอ ดเส ยงบรรยายการใช งานในแต ละหน าของ บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนเพ มข น ผลจากการแก ป ญหา น กศ กษาท ไม เข าใจข นตอนการใช ส อบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน สามารถเข าศ กษา บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนได ม นใจ และถ กต องเป นข นตอนมากข น และน กศ กษาท ไม ม ป ญหา ม สมาธ ในการศ กษาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนมากข น 2. ส ปดาห ท 2 จากป ญหาท ม น กศ กษาบางคนไม อ านคาแนะนาการใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนให เข าใจก อนเร มศ กษาเน อหา แต ศ กษาเน อหาของบทเร ยนก อน เม อศ กษาเน อหาเสร จม กถามเพ อน และคร ผ ว จ ยว าควรทาอย างไรต อไป และปฏ บ ต ก จกรรมไม ถ กต องตามข นตอนท วางไว ทาให การ ปฏ บ ต ก จกรรมไม ราบล นและใช เวลามาก การแก ป ญหา คร ผ ว จ ยหาว ธ การแก ป ญหาน โดยการอธ บายให ท กคนฟ งถ งความสาค ญของการอ าน คาแนะนาก อนการเร มศ กษาบทเร ยน ว าจะทาให น กศ กษาสามารถปฏ บ ต งานได ด วยตนเองได อย าง ถ กต องและปฏ บ ต ได ตามข นตอนท วางไว ผลจากการแก ป ญหา 62

63 63 น กศ กษาท กคนอ านคาแนะนาการใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนก อนเร มศ กษาบทเร ยน ทาให น กศ กษาส วนมากปฏ บ ต งานได ด วยตนเองได อย างถ กต องและตามข นตอนท วางไว 3. ส ปดาห ท 3 ว นพฤห สบด ท 3 ม นาคม 2554 จากป ญหาในช วงกรอกแบบสอบถามความพ งพอใจ ม น กศ กษาบางคนแอบด ของเพ อน น กศ กษาค ดว าการตอบแบบสอบถามม ผลต อคะแนนการปฏ บ ต งาน การแก ป ญหา คร ผ ว จ ยหาว ธ การแก ป ญหาน โดยการช แจงให น กศ กษาท กคนฟ งถ งความสาค ญของตอบ แบบสอบถาม และผลการตอบแบบสอบถามว าผลการตอบไม ม ผลต อคะแนนของน กศ กษา ผลจากการแก ป ญหา น กศ กษาท กคนต งใจทาแบบสอบถามความพ งพอใจด วยตนเอง กล มเป าหมายท ศ กษา กล มเป าหมายท ศ กษาในคร งน ค อ น กศ กษาท ม ผลการเร ยนอ อน ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554 ว ทยาล ยเทคโนโลย พาย พและบร หารธ รก จจานวน 35 คน เคร องม อท ใช ในการว จ ย เคร องม อท ใช ในการเร ยนการสอน 1. แผนการสอนซ อมเสร ม ว ชาคอมพ วเตอร เร อง โปรแกรม Excel จานวน 3 แผน แผน ละ 2 ช วโมง ด งน 1.1 แผนการสอนซ อมเสร ม ท 1 เร อง ความร พ นฐานของ Microsoft Excel แผนการสอนซ อมเสร ม ท 2 เร อง ส ตรและฟ งก ช น 1.3 แผนการสอนซ อมเสร ม ท 3 เร อง การสร างแผนภ ม 2. บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel เป นส อม ลต ม เด ยท คร ผ ว จ ยสร าง เองและนาบรรจ ลงแผ น CD เป นส อท ใช ก บเคร องคอมพ วเตอร โดยม องค ประกอบ ด งน ส วนท 1 อธ บายมาตรฐาน ต วช ว ด ส วนท 2 อธ บายจ ดประสงค การเร ยนร ส วนท 3 ส วนเน อหา ประกอบด วย เน อหาด งน - แนะนาโปรแกรม - แถบเคร องม อ - การจ ดร ปแบบ - การใช ส ตรคานวณ - การสร างแผนภ ม

64 64 เคร องม อท ใช ในการรวบรวมข อม ล 1. แบบทดสอบ เร อง โปรแกรม Excel เป นแบบทดสอบแบบเล อกตอบ 4 ต วเล อก จานวน 20 ข อ ใช ว ดความร เร อง โปรแกรม Excel ทาก อนการเร ยนร ด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วย สอน และหล งการเร ยนร ด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน 2. แบบประเม นผลงานน กศ กษา เป นแบบประเม นแบบร บร คโดยด จากความถ กต องของ ช นงาน การปฏ บ ต ตามข นตอนความค ดร เร มสร างสรรค ความเป นระเบ ยบ ผลงานเสร จตามเวลาท กาหนด 3. แบบส งเกตพฤต กรรมน กศ กษา เป นแบบส งเกตแบบร บร คโดยด จากการท างานเป น ระบบ ระเบ ยบ การร วมก จกรรมอย างม ความส ขสน กสนาน การแก ป ญหา ความกระต อร อร น ความ ต งใจในการทางาน 4. แบบบ นท กหล งการสอนสาหร บคร (พฤต กรรมน กศ กษา ผลการเร ยนร ของน กศ กษา ป ญหา อ ปสรรคท เก ดข น แนวทางแก ป ญหา ผลการใช ส อ) 5. ความพ งพอใจ ของน กศ กษาประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 ต อการเร ยนด วยบทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel เป นแบบมาตราส วนประมาณค า 3 ระด บ จานวน 15 ข อ ข นตอนการสร างเคร องม อท ใช ในการว จ ย เคร องม อท ใช ในการรวบรวมข อม ลสาหร บทาว จ ยในช นเร ยนคร งน ม ว ธ การสร าง ด งรายละเอ ยด ต อไปน 1. แผนการสอนซ อมเสร ม ว ชาคอมพ วเตอร เร อง โปรแกรม Excel ส าหร บน กศ กษาท ม ผลการเร ยนอ อนโดยใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ของน กศ กษาช นม ธยมศ กษาป ท 1 ป การศ กษา 2554จานวน 3 แผน คร ผ ว จ ยดาเน นการ ด งน 1.1 ศ กษาและว เคราะห โครงสร างของเน อหา 1.2 กาหนดโครงสร างของแผนการสอนซ อมเสร ม 1.3 เข ยนแผนการสอนซ อมเสร ม จานวน 3 แผน โดยใช เวลาในการเร ยนการสอนแผนละ

65 65 2 ช วโมง 1.4 น าแผนการสอนซ อมเสร มให ผ เช ยวชาญตรวจสอบความถ กต องว าม ความสอดคล อง ก บเน อหา หร อกระบวนการการเร ยนร มากน อยเพ ยงใด และน ามาปร บปร งเพ อพ ฒนาให ม ความ สมบ รณ 1.5 นาแผนการสอนซ อมเสร มไปใช สอนน กศ กษา และนาป ญหาท เก ดในระหว างท สอนมา ปร บปร ง เพ อให แผนการสอนม ค ณภาพ 2. บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน(CAI) เร องโปรแกรม Excel สาระการงานอาช พและ เทคโนโลย ระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 ผ ศ กษาค นคว าได ดาเน นการพ ฒนา โดยปร บปร ง จากการสร างบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน( CAI) ตามข นตอนสร ปของ ไ ชยยศ เร องส วรรณ (2546 : 84) ประกอบด วย 2.1 ศ กษาหล กส ตรและว เคราะห เน อหาว ชา คอมพ วเตอร เร อง โปรแกรม Excel นามา สร างเป นบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน(CAI) เร อง โปรแกรม Excel และเอกสารประกอบการเร ยน การสอนท เก ยวข อง เพ อทาความเข าใจก บจ ดม งหมายของหล กส ตร ขอบข ายเน อหา ผลการเร ยนร ท คาดหว ง ว ธ การสอนและการว ดผลประเม นผล 2.2 กาหนดขอบข ายการนาเสนอเน อหาในบทเร ยน โดยแบ งเน อหาออกเป นเร อง จ ดตามลาด บ กาหนดก จกรรมการเร ยนการสอน กาหนดร ปแบบในการนาเสนอเน อหาบทเร ยน 2.3 นาเน อหาท ได ว เคราะห แล วจ ดทาเป นแผนโครงสร างการเร ยงลาด บเน อหาแล ว นาเสนออาจารย ท ปร กษาและผ เช ยวชาญด านเน อหา ทาการตรวจสอบการใช ภาษาในการเข ยนย งไม ถ กต องและความเท ยงตรงเช งเน อหา (Content Valiiditoe) และผลการเร ยนร ท คาดหว งท กาหนด พบข อบกพร องด งน ผลการเร ยนร ท คาดหว งย งไม สอดคล องก บเน อหา และการใช ภาษาย งไม ถ กต องผ ศ กษาค นคว าได นาข อบกพร องมาแก ไข โดยได เพ มผลการเร ยนร ให สอดคล องก บเน อหา และได แก สานวนภาษาให ถ กต องเหมาะสม แล วนาไปใช จร ง 2.4 เข ยนผ งงาน บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน(CAI) เร อง โปรแกรม Excel เพ อ กาหนดช องทางส อสาร ในบทเร ยน แล วนาเสนอให ผ เช ยวชาญด านโปรแกรมคอมพ วเตอร และ ผ เช ยวชาญด านส อการสอน ตรวจสอบความถ กต องและความเหมาะสม 2.5 ค ดเล อกโปรแกรมในการพ ฒนาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน (CAI) เร อง โปรแกรม Excel ในการพ ฒนาบทเร ยนน ผ ศ กษาค นคว าได ศ กษา และเล อกใช โปรแกรมท พ ฒนา โดยใช โปรแกรมคอมพ วเตอร สาเร จร ป

66 พ ฒนาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน (CAI) เร อง โปรแกรม Excel โดยใช โปรแกรมคอมพ วเตอร โดยใช ในการสร างและพ ฒนาร ปแบบของส อ 2.7 ทดสอบและตรวจสอบบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน(CAI) เร องโปรแกรม Excelท พ ฒนาเสร จเร ยบร อย แล วนาไปให ท ปร กษาตรวจความถ กต องและความเหมาะสม ในบทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน(CAI) เร องโปรแกรม Excel ด านเน อหา ด านการออกแบบการสอน ด าน ส อสาร การเช อมโยง ข อม ล พบว า ควรเพ มเน อหาให มากข นในบางส วน พร อมก บยกต วอย าง ประกอบเพ อให ผ เร ยนเข าใจย งข นแล วนาไปปร บปร งตามคาแนะนา 2.8 นาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน(CAI) เร องโปรแกรม Excel ท ได ปร บปร งแก ไข แล วไปให ผ เช ยวชาญ ทาการประเม นบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน(CAI) เร องโปรแกรม Excel ตามแบบประเม นด งน แบบประเม นของผ เช ยวชาญด านเน อหา ประเม นความถ กต องของเน อหา การ ใช ภาษา และการสร ป แบบประเม นของผ เช ยวชาญด านโปรแกรมคอมพ วเตอร ประเม นด าน โครงสร างของโปรแกรม ด านการส อสาร/การเช อมโยงข อม ล แบบประเม นของผ เช ยวชาญด านส อการสอน ประเม นด านการออกแบบ การสอน ข อบกพร องท พบ ได แก ด านส อการสอนเพ มการเช อมโยงในบทเร ยนและเพ มร ปภาพใน บทเร ยน ด านโปรแกรมคอมพ วเตอร ให แก ไขในเร องการเช อมโยงภายในและภายนอก ให ถ กต อง แล วนาบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน(CAI) เร องโปรแกรม Excel ท ได แก ไข ปร บปร งตามข อเสนอแนะของผ เช ยวชาญ ท ง 3 ด าน ก อนนาไปใช ทดลอง ผ เช ยวชาญได แก นางณ ชยา คนเก ง กศ.ม. เทคโนโลย ทางการศ กษา โรงเร ยนอน บาลแม ตา อาเภอพญาเม งราย จ งหว ดเช ยงราย นายป ยว ฒน คนเก ง ห วหน าฝ ายว ชาการ โรงเร ยนยางฮอมว ทยาคม อาเภอข นตาล จ งหว ดเช ยงราย นางก ร ณ มหาวรรณ กศ.ม.ว ดและประเม นผลทางการศ กษา โรงเร ยน ห วยซ อร ชม งคลาภ เษก อาเภอเช ยงของ จ งหว ดเช ยงราย การประเม นค ณภาพบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน(CAI)โดยผ เช ยวชาญ ผ ศ กษาค นคว าได ปร บปร งแบบประเม นตามคาแนะนาของผ เช ยวชาญ เป นแบบมาตราส วน ประมาณค า (Rating Scale) และแบบปลายเป ดในส วนท ายของแบบประเม น เพ อถามความค ดเห น และข อเสนอแนะต าง ๆ โดยกาหนดค าคะแนนเป น 5 ระด บ ตามว ธ Likert โดยผ ศ กษาค นคว า ปร บปร งจากแนวค ดของ ไชยยศ เร องส วรรณ (2537 : ) ด งน ระด บความค ดเห น ม ค าระด บ

67 ด มาก 5 ด 4 ปานกลาง 3 พอใช 2 ควรปร บปร ง 1 ในการประเม นค ณภาพของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน(CAI) เร องโปรแกรม Excel ผ ศ กษาค นคว าได ใช เกณฑ ในการแปลความหมายของค าเฉล ย ด งน บ ญชม ศร สะอาด (2543 ก : 101) ค าเฉล ย ระด บความค ดเห น มากท ส ด มาก ปานกลาง น อย น อยท ส ด 2.9 นาผลการประเม นจากผ เช ยวชาญมาคานวณหาประส ทธ ภาพของบทเร ยน โดยย ด หล กการว า ค าเฉล ยท ยอมร บได ค อ ต งแต ข นการนาไปใช สอนจร ง นาบทเร ยนบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท ผ านการปร บปร งแก ไขเร ยบร อยแล ว แล วไปจ ดทาเป นซ ด จานวน 10 แผ น เพ อนาไปใช สอนจร ง ก บกล มต วอย างจานวน 10 คน เพ อหา ประส ทธ ภาพโดยใช เกณฑ 80/80 และเปร ยบเท ยบผลการเร ยนร โดยสร ป ลาด บข นตอนในการสร างบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน(CAI) เร องโปรแกรม Excel ด งภาพ 67

68 68 เร ม ว เคราะห หล กส ตร,กาหนด ว ตถ ประสงค สร างบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ผ เช ยวชาญ ประเม น ปร บปร งแก ไข ไม ผ าน นาไปใช ก บกล มต วอย าง จานวน 10 คน ผ าน หาประส ทธ ภาพ E1/E2 เปร ยบเท ยบผลการเร ยนร ก อนเร ยนและหล ง เร ยน ว เคราะห แบบสอบถามความพ งพอใจ จบ แผนภาพท 1 ตอนข นตอนในการสร างบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน(CAI) เร องโปรแกรม Excel

69 69 3. แบบทดสอบ เร อง โปรแกรม Excel ม ข นตอนการสร างด งน 3.1 การสร างแบบทดสอบว ดผลการเร ยนร บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน(CAI)เร อง โปรแกรม Excel กล มสาระการงานอาช พและเทคโนโลย ในการศ กษาคร งน เป นแบบปรน ยชน ด เล อกตอบ (Multiple Choice) 4 ต วเล อก ม คาตอบท ถ กท ส ด เพ ยงคาตอบเด ยว โดยดาเน นการสร าง ด งน ศ กษาเทคน คว ธ การสร างแบบทดสอบท ด และว ธ การว เคราะห ข อสอบ จาก หน งส อการว ดผลการศ กษาของสมน ก ภ ทท ยธน (2546 : ) และหน งส อการว จ ย เบ องต นของบ ญชม ศร สะอาด (2543 ข : 50-63) ศ กษาว เคราะห หล กส ตร เน อหา และจ ดประสงค การเร ยนร ของบทเร ยน คอมพ วเตอร ม ลต ม เด ยท สร างข น กาหนดผลการเร ยนร ท คาดหว ง และสร างตารางว เคราะห ข อสอบ สร างแบบทดสอบว ดผลการเร ยนร ตามท กาหนดไว ในตารางว เคราะห ข อสอบ โดยสร างเป นแบบปรน ย 4 ต วเล อก จานวน 20 ข อ นาแบบทดสอบท สร างข นไปหาความเท ยงตรง (IOC) ระหว างเน อหา ก บจ ดประสงค โดยใช แบบ IOC ของ สมน ก ภ ทท ยธน (2546) โดยกาหนดเกณฑ ความเท ยงตรง ท ใช ได ต งแต 0.50 ถ ง 1.00 โดยม เกณฑ การให คะแนน ด งน ให คะแนน +1 เม อแน ใจว าข อสอบน นว ดตามจ ดประสงค การเร ยนร การเร ยนร ให คะแนน 0 เม อไม แน ใจว าข อสอบน นว ดตามตามจ ดประสงค การเร ยนร ให คะแนน -1 เม อแน ใจว าข อสอบน นว ดไม ตรงก บตามจ ดประสงค การเร ยนร แล วนาข อบกพร องต าง ๆ ไปปร บปร งแก ไข นาแบบทดสอบว ดผลการเร ยนร ท ตรวจสอบแก ไขข อบกพร องแล ว ไปใช จ ดพ มพ แบบทดสอบว ดผลการเร ยนร เป นฉบ บจร งเพ อนาไปเป นแบบทดสอบ ก อนเร ยนและแบบทดสอบหล งเร ยน 4. แบบประเม นผลงานน กศ กษา ม ข นตอนการสร างด งน 4.1 ศ กษาเอกสารและหน งส อ งานว จ ยท เก ยวก บการสร างแบบประเม นผลงานน กศ กษา 4.2 ว เคราะห เน อหาท ต องการประเม น 4.3 สร างแบบประเม นตามเน อหาในแผนการสอนซ อมเสร ม เร อง โปรแกรม Excel 4.4 นาแบบประเม นท สร างข นให ผ เช ยวชาญทาการตรวจสอบค ณภาพของแบบประเม น 4.5 นาแบบประเม นมาปร บปร งตามคาแนะนาของผ เช ยวชาญ เพ อให แบบประเม นม ค ณภาพสาหร บผ เร ยนมากท ส ด

70 4.6 นาแบบประเม นท ผ านการแก ไขแล ว ไปใช ประเม นน กศ กษา 5. แบบส งเกตพฤต กรรมน กศ กษา การสร างแบบส งเกตพฤต กรรมน กศ กษา ม ข นตอนการสร างด งน 5.1 ศ กษาว ธ การสร างแบบส งเกตพฤต กรรมน กศ กษา จากเอกสารและหน งส อ งานว จ ยท เก ยวข อง 5.2 ว เคราะห พฤต กรรมน กศ กษาท ต องการประเม น 5.3 สร างแบบส งเกตพฤต กรรมน กศ กษา ให สอดคล องก บ เร อง โปรแกรม Excel 5.4 นาแบบส งเกตพฤต กรรมน กศ กษา ท สร างข นให ผ เช ยวชาญทาการตรวจสอบค ณภาพ ของแบบแบบส งเกตพฤต กรรมน กศ กษา 5.5 นาแบบส งเกตพฤต กรรมน กศ กษามาปร บปร งตามคาแนะนาของผ เช ยวชาญ เพ อให แบบส งเกตพฤต กรรมน กศ กษาม ค ณภาพมากท ส ด 5.6 นาแบบส งเกตพฤต กรรมน กศ กษาท ผ านการแก ไขแล ว ไปใช 6. แบบสอบถามความพ งพอใจต อการเร ยนด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน การสร าง แบบสอบถามความพ งพอใจ ของน กศ กษาประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 ต อการ เร ยนด วย บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel ม ข นตอนการสร างด งน 6.1 ศ กษาเอกสาร ตารา ทฤษฎ บทความ และงานว จ ยท เก ยวข องก บ การเร ยนการสอนด วย บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน รวมท งศ กษาว ธ การสร างเคร องม อตามแบบมาตราส วนประมาณค า 3 ระด บ 6.2 สร างแบบสอบถามความพ งพอใจของน กศ กษา ท ม ต อการเร ยนการสอนด วยบทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน ฉบ บร างซ งจ ดทาเป นมาตราส วนประมาณค า จานวน 15 ข อ ให ผ เช ยวชาญ ช ดเด มตรวจสอบความถ กต องช ดเจนของภาษา ความเหมาะสมในด านร ปแบบ และ ความเท ยงตรง เช งโครงสร าง (Construct Validity) 6.3 ทาการปร บปร งเก ยวก บคาถามในแบบสอบถามความพ งพอใจบางข อ ตามคาแนะนา ของผ เช ยวชาญ 6.4 จ ดพ มพ แบบสอบถามความพ งพอใจของน กศ กษาเพ อนาไปใช จร งก บ น กศ กษา ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 ท ม ผลการเร ยนอ อน โรงเร ยนยางฮอมว ทยาคม จานวน 10 คน ต อไป 70

71 ว ธ การรวบรวมข อม ล คร ผ ว จ ยดาเน นการสอนซ อมเสร ม เร อง โปรแกรม Excel ตามแผนการสอนซ อมเสร ม จานวน 3 แผน 6 ช วโมง เป นเวลา 3 ส ปดาห ในภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554ซ งม ข นตอนการ ดาเน นการรวบรวมข อม ลด งน 1. นาแผนการสอนซ อมเสร ม เร อง โปรแกรม Excel ไปใช จ ดการเร ยนการสอนก บ น กศ กษาประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 ท ม ผลการเร ยนอ อน โรงเร ยนยางฮอมว ทยาคม จ งหว ด เช ยงราย หล งจากปฏ บ ต การสอนตามแผนการสอนแต ละคร ง คร ผ ว จ ยทาการบ นท กแบบบ นท กหล ง การสอนสาหร บคร ในแต ละแผนการสอน 2. นาแบบทดสอบก อนเร ยนให น กศ กษาทา โดยแบบทดสอบ เร อง โปรแกรม Excel จะ รวบรวมข อม ลท งหมด 2 คร ง คร ผ ว จ ยให น กศ กษาทาแบบทดสอบ เร อง โปรแกรม Excel ก อนการ ปฏ บ ต ก จกรรมตามแผนการสอนซ อมเสร มท 1 และให น กศ กษาทาแบบทดสอบ เร อง โปรแกรม Excel หล งการปฏ บ ต ก จกรรมตามแผนการสอนซ อมเสร มท 3 3. แบบประเม นผลงานน กศ กษา โดยคร ผ ว จ ยเป นผ ประเม นเอง โดยให ระด บคะแนนตาม เกณฑ การประเม น จะรวบรวมข อม ลท งหมด 3 คร ง หล งจากน กศ กษาปฏ บ ต ก จกรรมเสร จในแต ละ แผนการสอนซ อมเสร ม 4. แบบส งเกตพฤต กรรมการเร ยนของน กศ กษา จะรวบรวมข อม ลจากการส งเกตและ บ นท กพฤต กรรม ความสนใจต อการปฏ บ ต ก จกรรม ความร บผ ดชอบต อก จกรรมท ได ร บมอบหมาย ความเป นระเบ ยบเร ยบร อย ความต งใจในการปฏ บ ต ก จกรรม โดยคร ผ ว จ ยจะทาการส งเกตและ บ นท กพฤต กรรม ซ งจะรวบรวมข อม ลระหว างท น กศ กษาปฏ บ ต ก จกรรมแต ละคร ง 5. แบบสอบถามความพ งพอใจ ของน กศ กษาประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 ต อการเร ยน ด วยบทเร ยน คอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel จะใช ข อม ลจากการให น กศ กษาแสดงความพ งพอใจ เก ยวก บการเร ยนร เร อง โปรแกรม Excel โดยใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน หล งจากน กศ กษา ปฏ บ ต ก จกรรม ครบท ง 3 แผน โดยจะทาการว เคราะห ข อม ลรายข อ จากน นน บจ านวนความถ และ ค ดเป นร อยละ 71

72 72 การว เคราะห ข อม ล การว เคราะห ข อม ลคร ผ ว จ ยได ดาเน นการ ด งน 1. ว เคราะห หาค าด ชน ความสอดคล อง(Index of Item Objective Coqruence : IOC) ของผ เช ยวชาญท ง 3 ท าน ในการตรวจสอบความเท ยงตรงของเคร องม อ โดยใช ส ตร IOC ของ สมน ก ภ ทท ยธน (2546) 2. ว เคราะห หาประส ทธ ภาพ E 1 /E 2 ของบทเร ยนคอมพ วเตอรช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel สาหร บน กศ กษาประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 ท ม ผลการเร ยนอ อน ของโรงเร ยนยางฮอม ว ทยาคม ตามเกณฑ 80/80 โดยใช ส ตรของ ช ยยงค พรหมวงศ (2521 : 136) 3. ว เคราะห เปร ยบเท ยบผลส มฤทธ ทางการเร ยน คะแนนก อนเร ยนและหล งเร ยนของ น กศ กษาท เร ยนด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel โดยการว เคราะห ค าเฉล ย และร อยละจากแบบทดสอบก อน-หล งเร ยน 4. ว เคราะห หาค าความพ งพอใจของน กศ กษาประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ปวช.2 ท เร ยนด วย บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง โปรแกรม Excel ของโรงเร ยนยางฮอมว ทยาคม โดยใช หล กเกณฑ การให คะแนนตามแบบประเม นของล คอรท (Likert) เป นแบบสอบถามแบบมาตรา ส วนประมาณค า 3 ระด บ ต งแต มาก ปานกลางและน อย ประกอบด วยคาถาม 15 ข อ โดยแยก คาถามแต ละด าน ด งน 1. ด านเน อหาและการดาเน นเร อง 2. ด านร ปภาพ ต วอ กษร ภาษา และเทคน คการนาเสนอ 3. ภาพรวมของส อ สถ ต ท ใช ในการว เคราะห ข อม ล 1. สถ ต ท ใช ในการหาค ณภาพของแบบทดสอบว ดผลการเร ยนร 1.1 หาค าด ชน ความสอดคล องระหว างข อคาถามก บจ ดประสงค เช งพฤต กรรมท ต องการว ด (Index of Item-Objective Coqruence) ของ สมน ก ภ ทท ยธน (2546) เม อ ค าด ชน ความสอดคล อง IOC = N X

73 73 IOC = เป นความสอดคล องของข อสอบก บจ ดประสงค X = เป นผลรวมของคะแนนความค ดเห นของผ เช ยวชาญ N = เป นจานวนผ เช ยวชาญ 2. สถ ต ท ใช ในการหาประส ทธ ภาพของบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน 2.1 การว เคราะห ข อม ลเพ อหาประส ทธ ภาพบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนตามเกณฑ มาตรฐาน 80/80 ของ ช ยยงค พรหมวงศ (2521 : 136) โดยใช ส ตร เม อ E1 = ประส ทธ ภาพของกระบวนการท ว ดได ในบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน ค ดเป นร อยละจากการทาแบบฝ กท ายบทเร ยน E2 = ประส ทธ ภาพของการเร ยนร (พฤต กรรมท ว ดจากผ เร ยนหล งเร ยนจบ บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน) ค ดเป นร อยละจากการทาแบบทดสอบ หล งเร ยน X = ผลรวมของคะแนนท ได ระหว างเร ยน (ทาแบบฝ กท ายบทเร ยน) Y = ผลรวมของคะแนนท ได จากการทาแบบทดสอบหล งจบบทเร ยน A = ผลรวมของคะแนนเต มจากแบบฝ กระหว างเร ยน B = ผลรวมของคะแนนเต มจากแบบทดสอบหล งเร ยน 2.2 การว เคราะห ข อม ลเพ อเปร ยบเท ยบผลการเร ยนร ก อนและหล งเร ยนด วย บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน การศ กษาคร งน คร ผ ว จ ยได ว เคราะห โดยใช ค าเฉล ย ส วนเบ ยงเบน มาตรฐานและร อยละจากแบบทดสอบก อน-หล งเร ยน ด งน 1. การหาค าเฉล ย ของ พวงร ตน ทว ร ตน (2543)

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน

More information

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห )

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห ) แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน หน วยท สาระการเร ยนร จ ดประสงค การเร ยนร ก จกรรมการเร

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/

More information

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต องใช เคร องม อประกอบการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) Operation Research คาอธ บายรายว ชา หล กการเบ องต นเก ยวก บโครงสร างและแบบจ าลองทางคณ ตศาสตร ทฤษฎ การต ดส นใจ การ เล ยนแบบทางสถ

More information

โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา...2557...

โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา...2557... วช.022_1 ไม เต มร ปแบบ โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา...2557... ช องานว จ ย การพ ฒนาการจ ดการเร ยนร แบบร วมม อท ม ผลต อผลส มฤทธ ทางการเร ยนว ชาคอมพ วเตอร เร อง การค านวณและการใช

More information

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได แบบบ นท กหน วยการเร ยนร หน วยการเร ยนร ท 5 เร องโครงคอมพ วเตอร รห สว ชา ง32212 ช อว ชาการเข ยนโปรแกรมข นส ง กล มสาระการเร ยนร การอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 5 ภาคเร ยนท 2 เวลา 8 ช วโมง ผ สอน นายณ

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน

แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา 2001-0001 ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน หน วยท สาระการเร ยนร จ ดประสงค การเร ยนร ก จกรรมการเร

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus)

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus) 1 อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus) ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ ง 347 จานวน 1.0 หน วยก ต ( คาบ/ส ปดาห ) ระด บม ธยมศ กษาตอนปลาย ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 5 กล มสาระการงานอาช พและเทคโนโลย

More information

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา ศ กษา / ปฏ บ ต............... โดย............. เพ อ.............. สาระ...............

More information

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น (สมรรถนะท 2 การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น) (เวลา 55 ช วโมง) แนวค ด เป นหล กส ตรท จ ดข นเพ อให ความร ในการบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น เม อเก ดป ญหาเพ ยงเล

More information

รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา

รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา ต าแหน ง. ว ทยฐานะ.. กล มสาระการเร ยนร. โรงเร ยนสตร ท งสง ส าน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 12 กระทรวงศ กษาธ การ 255.. 2 บ

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ

คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ 1 คาช แจงสาหร บการใช งานเอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ เอกสารประกอบการเร ยน เร อง อย อย างพอ ตามรอยพ อ ประกอบด วย เอกสารประกอบการเร ยนท งหมด 8 เล ม ค อ เล มท 1 เร ยนร เศรษฐก จพอเพ ยง เล

More information

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา มาตรฐานรายว ชา 1. อธ บายความหมาย หน าท และส วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคา

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM Chapter 8 การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM 1 เน อหา ล กษณะของ Activity Diagram ร ปแบบการใช Activity Diagram การระบ ส วนของข อม ลให แก ก จกรรม การจ ดระเบ ยบข อม ล การสร างท พ ก/เก บข อม ล การแบ

More information

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง (เอกสารประกอบการประช มปฏ บ ต การช แจงและซ กซ อมความเข าใจการสร างข อสอบ Online) สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 5 :ส งห บ ร :ลพบ ร :ช ยนาท:อ างทอง:

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ (๕.๑) ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล ความสามารถในการประย กต ใช ตรรกะคณ ตศาสตร และสถ ต ในการพยาบาล

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.

ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1. ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.1 ค ณธรรม และจร ยธรรมในการดาเน นช ว ต 3.8 1.2 ม จ ตสาธารณะ 3.9 1.ผลรวมด านค ณธรรม

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง 27 การเช อมโยงภาพน ง บางคร งเราไม ต องการเสนอภาพตามล าด บ แต ต องการน าเสนอในล กษณะสล บไปมา หร อ ต องการแสดงข อม ลบนอ นเทอร เน ต หร อ แม แต เร ยกใช งานโปรแกรมอ น ๆ เช น CAI หร อ โปรแกรมประย กต อ น ๆ ก

More information

การบร หารความร และการเร ยนร VII

การบร หารความร และการเร ยนร VII สารบ ญ สารบ ญ สารบ ญ VII สารบ ญร ป XII แถลงการณ แบบอย างท ด เย ยมด านการบร หาร 1 1. หล กการ 7 1.1 อนาคตของบร ษ ทข นอย ก บความร ความสามารถของพน กงาน 8 (ก) บร ษ ทเต บใหญ ได ไม เก นความร ความสามารถของพน กงานท

More information

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร ประกอบด วย 4 ข นตอน 1. การว เคราะห และกาหนดรายละเอ ยดของป ญหา 2. การวางแผนในการแก ป ญหา 3. การดาเน นการแก ป ญหา 4. การตรวจสอบและปร บปร ง ว เคราะห ป ญหาหร อความต องการ

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา การประเม นผลการส มมนา หมายถ ง กระบวนการในการจ ดเก บข อม ล และจ ดกระท าข อม ลเพ อให ทราบว า การดาเน นงานจ ดส มมนาตาม โครงการ ได บรรล ว

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net)

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net) 1 แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา () การประเม นการบร หารจ ดการศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาระด บสถานศ กษา เพ อให การด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาม ประส ทธ ภาพย งข น และน าไปส การพ ฒนาค

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท...1...ป การศ กษา...2557... คร ผ สอน...ธนมญพฤทธ ส ขธนาน ภาส ร... ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) 2. ช อรายว ชา คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร ร จ กคอมพ วเตอร ป จ บ นคอมพ วเตอร เป นอ ปกรณ เทคโนโลย สารสนเทศท น ยมใช ก นอย างแพร หลาย โดยท วไปเราจะน าคอมพ วเตอร มาใช ในการท างานต าง ๆ เช นการค ดค านวณ การพ

More information

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน ว ตถ ประสงค เพ อพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรผ เก ยวข องให ม ความร ความเข าใจ ความส าค ญในการก าหนดข อม ลพ นฐาน (Master File) และข อม ล พ นฐานท พ ฒนาข นมาใหม ในโปรแกรม BMS INVENTORY เพ

More information

งานว จ ยในช นเร ยน เร อง ส ารวจความต องการในการเร ยนว ชาการงานอาช พ ของน กเร ยนระด บประถมศ กษาป ท 1-2 ผ ว จ ย ม สร ชน วงศ เสวต

งานว จ ยในช นเร ยน เร อง ส ารวจความต องการในการเร ยนว ชาการงานอาช พ ของน กเร ยนระด บประถมศ กษาป ท 1-2 ผ ว จ ย ม สร ชน วงศ เสวต งานว จ ยในช นเร ยน เร อง ส ารวจความต องการในการเร ยนว ชาการงานอาช พ ของน กเร ยนระด บประถมศ กษาป ท 1-2 ผ ว จ ย ม สร ชน วงศ เสวต กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พอาช พและเทคโนโลย ป การศ กษา 2553 โรงเร ยนอ สส

More information

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม ใบงานท ๔.๑ (ทดสอบปฏ บ ต ) เร องการใช เคร องม อโปรแกรม Microsoft Office Word 2007 ว ชา ง ๒๐๒๐๑ การใช โปรแกรมเพ อการปฏ บ ต งาน รายว ชาเพ มเต ม หน วยการเร ยนร ท ๔ ช อหน วย ซอฟต แวร งานพ มพ เอกสาร ช นม ธยมศ

More information

แผนการจ ดการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร รายว ชา ช นม ธยมศ กษาป ท ภาคเร ยนท

แผนการจ ดการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร รายว ชา ช นม ธยมศ กษาป ท ภาคเร ยนท แผนการจ ดการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชา คอมพ วเตอร ช นม ธยมศ กษาป ท 5 ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2556 หน วยการเร ยนร ท 1 เร อง ความร เบ องต นเก ยวก บงานคอมพ วเตอร แอน เมช น แผนการจ

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ อ. ร งล กษม รอดข า คณะว ทยาการจ ดการ มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนส น นทา 1 บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสารของระบบสารสนเทศ ว ตถ ประสงค 1. บอกความหมายของเอกสารระบบสารสนเทศได

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

รายงานผลการใช แผนการจ ดการเร ยนร

รายงานผลการใช แผนการจ ดการเร ยนร รายงานผลการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชาคอมพ วเตอร ระด บประถมศ กษาป ท ๖ ภาคเร ยนท ๒ ป การศ กษา ๒๕๕๖ ผ รายงาน นายณ ฐว ฒ ว งวน ตาแหน ง คร อ ตราจ าง โรงเร ยนราชประชาน เคราะห ๑๕ (เว ยงเก าแสนภ ว ทยาประสาท) อาเภอเช

More information

แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554 ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม

แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554 ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม ช อโครงการ การพ ฒนาเว บไซต E-Learning รายว ชาการใช โปรแกรมน

More information

กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย

กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและ ทาไมต องเร ยนการงานอาช พและ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเป นกล มสาระท ช วยพ ฒนาให ผ เร ยน ม ความร ความเข าใจ ม ท กษะพ นฐานท จาเป นต อการด ารงช ว ต และร เท าท นการเปล

More information

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2) หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) ว ชา การใช โปรแกรมน าเสนอข อม ล รห สว ชา - ระด บ ปวช. ปวส. สาขางาน คอมพ วเตอร ธ รก จ ป การศ กษา / 6 ผ สอน นางจ ราย บ ญมาปล ก ล กษณะว ชา ทฤษฎ +ปฏ บ ต มาตรฐานรายว ชา. อธ

More information

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ)

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ) แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ) สาขาว ชา กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย จ านวน.0 หน วยก ต (40 คาบ) รายว ชา ง0 การเข ยนโปรแกรมเบ องต น เวลา คาบ/ส ปดาห ระด บช น ม ธยมศ

More information

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553)

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการ ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการ ต วช ว ด เป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช จ ดประช มเพ อทบทวนแผนการจ ดการ

More information

รายละเอ ยดของรายว ชา หมวดท 1 ข อม ลท วไป

รายละเอ ยดของรายว ชา หมวดท 1 ข อม ลท วไป รายละเอ ยดของรายว ชา ช อมหาว ทยาล ย ว ทยาเขต/คณะ/ภาคว ชา มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนส น นทา คณะคร ศาสตร หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1 รห สและช อรายว ชา EDU104 Innovation and Information Technology in Education จ านวนหน

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

ห วข อการประกวดแข งข น

ห วข อการประกวดแข งข น ช อโครงการ การประกวดแข งข นท กษะด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร ห วข อการประกวดแข งข น เทคโนโลย สร างสรรค หน วยงานท ร บผ ดชอบ บร ษ ท สงขลาฟ น ชช ง จาก ด ล กษณะโครงการ ประกวดแข งข นช งท นการศ กษา ระยะเวลาดาเน นการ

More information

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค

More information

การพ ฒนาผลส มฤทธ ทางการเร ยนว ชาคอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 4 โดยใช ว ธ ท หลากหลาย

การพ ฒนาผลส มฤทธ ทางการเร ยนว ชาคอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 4 โดยใช ว ธ ท หลากหลาย โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม ว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา 2557 การพ ฒนาผลส มฤทธ ทางการเร ยนว ชาคอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 4 โดยใช ว ธ ท หลากหลาย โดย ม สปท ตตา ต งพรถ รก ล กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย

More information

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.) ล าด บท หล กส ตร ประเภท ระยะเวลา จ านวน ยศ 1 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง กรมอ ทหารเร อ ช นป ท 1 ศ กษา 1 ป ต.ค.57 - ก.ย.58 77 - เพ อทดแทนก าล งพลในการซ อมสร างเร อ 2 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กส ตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร

แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กส ตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กสตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร *จ าเป น ตอนท ข อม ลท วไป ค าช แจง กรณาเล อกในช องท ตรงก บความเป นจร งของท าน สถานภาพ * ค าช แจง อาจารย ประจ าหล กส

More information

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน แผนบร หารการสอน รายว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ รห สว ชา 3524301 จ านวน 3 หน วยก ต 3 ช วโมง ว ชาท ต องเร ยนมาก อน : 3521101 (การเง นธ รก จ) และ 3521102 (การบ ญช 2) ค าอธ บายรายว ชา ศ กษาเก ยวก บการพ ฒนาและว

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ ส วนท ๑ การร บหน งส อ หน งส อร บ ค อ หน งส อได ร บเข ามาจากภายนอก ให เจ าหน าท ของหน วยงานสารบรรณ กลางปฏ บ ต ตามท ก าหนดไว ในส วนน ๑. จ ดล าด บความส าค ญและความเร งด วนของหน

More information

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย รห ส ง32101

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย รห ส ง32101 โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย รห ส ง32101 คร ผ สอน ม สจ รฐา ก จเจร ญ ระด บช น ประถมศ กษาป ท. ม ธยมศ กษาป ท 5 ภาคเร ยนท 1 /2557 ล กษณะว ชา สาระพ นฐาน สาระเพ มเต

More information

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย 1.ว ตถ ประสงค การแข งข นการใช โปรแกรมสาน กงาน ( MS-Office 2010 ) งานน ทรรศการเป ดบ านว ชาช พ คร งท 4 ป การศ กษา 2557 ว นท แข งข น 12 ก มภาพ นธ 2558 ณ ว ทยาล ยอาช วศ กษาออมส นอ ปถ มภ ระด บม ธยมศ กษาตอนต

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด กระบวนการจ ดการความร (Knowledge Management process) 1.การบ งช ความร บ งช ความร ท จ าเป

More information

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus)

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus) 1 อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus) ว ชา เทคโนโลย สารสนเทศ ง23101 จานวน 1 หน วยก ต (2คาบ/ส ปดาห ) ระด บม ธยมศ กษาตอนต น ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 3 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย

More information

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555 1 แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2555 2 แผนการจ ดการความร : การจ ดการความร เก ยวก บการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ พ นธก จ : การผล ตบ ณฑ ต กลย ทธ ท 1.2 : การพ ฒนาการเร ยนการสอนเพ อพ ฒนาค ณภาพน

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต

ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต จ ดท าข นเพ ออ านวยความสะดวกให ก บ ภาคว ชาและคณะได ท าการจ ดอาจารย ผ สอนลงตามคาบเวลาตามท

More information

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน สาระการเร ยนร : ประโยชน แท แก มหาชน 1 บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน หล กการ ร ศ กยภาพ ร จ นตนาการ ร ประโยชน สาระการเร ยนร เร ยนร การว เคราะห ศ กยภาพของป จจ ยศ กษา จ นตนาการเห นค ณ สรรค สร างว ธ การ

More information

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง )

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) ว ชา พ มพ ด ดไทยด วยคอมพ วเตอร รห สว ชา 0- ระด บ ปวช. ปวส. สาขางาน คอมพ วเตอร ธ รก จ ป การศ กษา / 6 ผ สอน นางจ ราย บ ญมาปล ก ล กษณะว ชา ทฤษฎ +ปฏ บ ต มาตรฐานรายว ชา. บอกส

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต 1. ช อแผนงาน แผนงานระบบอาจารย ท ปร กษา 2. ว ตถ ประสงค 1) ส งเสร มให อาจารย ท ปร กษาสามารถปฏ บ ต หน าท

More information

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ 1. ว ตถ ประสงค เพ อให ว ทยาล ยม ระบบค ณภาพและบ คลากรท กฝ ายร วมก นต งปณ ธาน ความม งหว งท จะพ ฒนาว ทยาล ยไปส ความสาเร จ โดยร วมก นระดมพล งป ญญา และแรง บ นดาลใจสร างภาพท พ งประสงค ของว ทยาล ย โดยร วมก นกาหนด

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information