การศ กษาความเป นไปได ประจาป 2552

Size: px
Start display at page:

Download "การศ กษาความเป นไปได ประจาป 2552"

Transcription

1 การศ กษาความเป นไปได ของ การทาไซโลข าวไทย ประจาป 2552 ส วนบร หารจ ดการข อม ลและปร กษาแนะนา สาน กบร หารย ทธศาสตร กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม

2 สารบ ญ หน า 1. บทสร ปส าหร บน กลงท น ผล ตภ ณฑ การตลาด การผล ต การเง นและการลงท น ภาคผนวกประกอบ...72

3 1. บทสร ปส าหร บน กลงท น ประเทศไทยเป นประเทศผ ผล ตและส งออกข าวรายใหญ ของโลก และเป น อาหารหล กของคนไทย กว า 60 ล านคน ในป 2552 คาดว าตลาดต างประเทศส วนใหญ จะห นมาซ อข าวจากไทยท าให การส งออกข าว ของไทยจะม ประมาณ ล านต น และราคาส งออกเฉล ยได เพ มข นร อยละ 28.0 เม อเปร ยบเท ยบก บ ช วงเวลาเด ยวก นของป 2550 เป นป ปกต แต เกษตรกรผ ปล กข าวกล บประสบป ญหาราคาข าวตกต า และราคา ป จจ ยการผล ตท ม แนวโน มส งข น ท าให รายได ท เกษตรกรได ร บไม เพ ยงพอต อการครองช พ เน องจากการท ผลผล ตข าวออกส ตลาดพร อมๆก นจ านวนมากในช วงเวลาส นๆขณะท ความต องการบร โภคจะกระจาย ต วอย างสม าเสมอตลอดท งป ขณะเด ยวก นข าวท เกษตรกรปล กม ความช นส ง ไม ได อบลดความช นก อนน ามา ขาย ท าให ข าวท ขายไม ม ค ณภาพและมาตรฐาน โดยม ความช นมากกว า 15% ด งน นการสร าง ไซโลข าว จ ง เป นทางเล อกให ก บเกษตรกรในการเก บข าวเปล อกไม ให เส อมค ณภาพ และร กษามาตรฐานต งแต ข าวเข าส ขบวนการหล งจากเก บเก ยว โดยไซโลสามารถร กษาและควบค มอ ณหภ ม ในขณะท เก บข าวเปล อกไว ได ซ ง จะช วยร กษาค ณภาพของข าวเปล อก และป องก นมอด หน และแมลงท จะมาก ดก นข าวเปล อก เป นการร กษา มาตรฐานของข าว เพ อรอจ งหวะ ราคา ขาย ท เหมาะสม ซ งเป น กลไกท ช วยพย งราคาข าว ของเกษตรก รใน ประเทศ การสร าง ไซโลข าว เปล อก ม สองแนวค ดค อ สร างไซโลเพ อเก บก กข าวเปล อกเพ อชลอการขาย และ เพ อลดความช น ร กษามาตรฐานเพ อได ข าวค ณภาพด ลดปร มาณข าวค ณภาพต าท เป นส วนเก นของตลาด อ นเป น กลไกท ใช ในการพย งราคาข าวและตลาดส งออกข าวไปย งต างประเทศแทนการเก บข าวท ม อย ใน ป จจ บ น แต ณ ป จจ บ นการต ดต ง เป นแบบถาวรและขนาดใหญ ท าให ต นท นการลงท นส ง และย งม ป ญหา ตามม ามากมาย ท าให การสร างไซโลประสบก บภาวะขาดท น ด งน นโครงการไซโลแบบใหม ท ต งอย ใน ช มชน เน นการให เกษตรกร ช มชน และกล มสหกรณ ม ส วนร วมในการบร หาร เป นไซโลท ม ประส ทธ ภาพ และราคาถ กลงกว าเด ม โดยต องการใช ประโยชน ของไซโลเพ อลดความช น เพ มค ณภาพและร กษ ามาตรฐาน ของข าวเปล อกเป นหล กและย งม การแปรร ปข าวอย างครบวงจร จะเป นโครงการท ม ประโยชน ต อเกษตรกร และช มชน ตลอดจนส งคมและประเทศชาต การสร างไซโลข าวเปล อก เพ อ สร างม ลค าเพ มให ก บข าวอย างครบวงจร ต งแต อบลดความช น การส ข าว การน าผลพลอยได จากการส ข า วมาแปรร ป ประกอบด วยส วนประกอบหล ก ค อ ถ งไซโลพลาสต กท ได มาตรฐาน สามารถลดและควบค มอ ณหภ ม ความช น ราคาไซโล ขนาด 15 ต น ส าหร บพ นท ปล กข าว 30 ไร อย ท 90,000 บาท เคร องอบแห งแบบลมเย น ราคา 150,000 บาท หร อ เคร องอบแห งแบบลมร อน ราคา 80,000 บาท ใช เวลาอบประมาณ 2 ว น ท าให ความช นข าวเปล อก 30% ลดเหล อ 15% ส วนอ ปกรณ เสร มอ นๆ ได แก เคร องส ขนาดเล ก ส ข าวได 300 ก โลกร มต อช วโมง ราคา 250,000 บาท เคร องบรรจ ถ ง ราคา 300,000 บาท และเคร องห บน าม นร าข าว ราคา 250,000 บาท เคร องอ ดแท งเช อเพล ง ราคา 150,000 บาท กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 1

4 โครงการสร างไซโล ต องใช เง นลงท นรวมท งส นประมาณ ล านบาท อ ตราดอกเบ ย 6.5% เวลา 5 ป โดยกรณ ท ผล ต ณ ก าล งการผล ตเต มท จะได ยอดขายเท าก บ 9,947,000 บาทต อป ก าไร 90,593.6 บาทต อ ป ค าป จจ บ นส ทธ (NPV) เท าก บ -10,037,244 บาทแสดงว า การลงท นของโครงการม ความเป นไปได ต า ม อ ตราผลตอบแทนจากการลงท น (IRR)น อยกว า ต นท นส วนเพ มของเง นท น (6.5%) แสดงว าการลงท นของ โครงการไม ม ความค มค า และ ระยะเวลาค นท นมากกว า 5 ป โดยการคานวณความเป นไปได ของโครงการน ใช ข อม ล ณ ป 2552 เป นเกณฑ โดยในโครงการน ม ความเป นไปได ค อนข างต าเน องจากต นท นคงท ค อต นท นในการซ อเคร องจ กร และโรงเร อนรวมท ง สาธารณ ปโภคส ง นอกจากน นต นท นการผล ตค อ ข าวเปล อกความช นไม เก น 15% ม ราคาส ง ถ งแม ว าจะม การแปรร ปเป นผล ตภ ณฑ ท ม ม ลค าเพ มก ตาม ด งน นโครงการลงท นสร างไซโลจะม ความเป นไปได และค มค า ก ต อเม อเกษตรกรและชาวนาสามารถเพ มผลผล ตต อไร ให มากข น หร อเพ มเน อท ท ครอบคล มมากข น และถ าภาคร ฐช วยส งเสร มสน บสน น จะท าให ความเป นไปได ของโครงการม ความค มค า มากย งกว าน *การศ กษาความเป นไปได ของโครงการเป นการศ กษาเบ องต นเท าน น โดยใช ข อม ล ณ ป 2552 เป น เกณฑ ควรด รายละเอ ยดสมมต ฐานของโครงการก อนน าไปใช * Rice is one of the important agriculture products in Thailand. Thailand is in the top rank of rice exporter and producer in the world. In the year 2552, it is expected that Thailand will export rice accounting for million tons and the revenue from rice products will increase up to 28% comparing with the same period in the year However, Thai farmers confront with the problems of the slowdown of rice price but the more increasing price of materials. Thus, the expense exceeds the revenue and the farmers do not have enough money. Because paddy rice that farmers sold are contain of moisture inside, the quality of paddy rice is not good. Therefore, the price is cheap based on the quality of paddy rice. In addition, the consumer demand of rice are steady throughout the year but the rice products are sold by the farmer only after the harvest period. As a result, the rice price decreased during that period. The merchants/middlemen usually stock rice and resell again afterwards. The paddy silo is the concept for storing bulk of paddy. Silo can control temperature inside which will constantly maintain the quality of paddy. After keep the paddy in silo for the period, the paddy will be sold to the market again at the suitable period. In addition, the qualities of paddy products are not change and the moisture in the paddy will meet the standard. กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 2

5 Paddy silo in this project is the community service provider. The concept of this project is to create the value-added to paddy rice for the people in the community. Thus, the community gain more benefit from the project and farmers gain more money from selling paddy rice. The project provides services and value-added product from paddy rice. The two main services of paddy silo are storing the bulk of paddy and lowering the moisture of paddy. And the value-added products include rice, rice-brain oil and solid fuel from husk. So, the project completely has valued-added products from paddy-rice. The investors may be the farmer, farmer community, farmer corporatives or individual who interest to gain the opportunity from the building Paddy Silo. The price of silo which has capacity of 20 tons is equal to 90,000 Baht. The price of cold heater is 150,000 Baht and the price of hot heater is 80,000 Baht. In addition, the accessory such as small rice mill and others are provided. The total investment of the machines are million Baht. The investment capital in this project is million Baht with interest rate 6.5% in 5 year. The thorough production expects to generate sales volume of 9,947,000 Baht per year with profit of 90,593.6 Baht per year. Within 5 years of investment, the internal rate of return (IRR) is expected to be negative and the net present value will be equal -10,037,244 baht with the pay back period more than 5 years. The feasibity of this project is based on data on the year The project is not feasible within the five years because of high investment. However, the project will be feasible if the farmers have more productivity or the area coverage of this project are increase. *This is only pre-feasibility study project based on the year The assumption of this study are stipuated here in and please carefully study before invest* กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 3

6 2. ผล ตภ ณฑ ช อเร ยกขาน: ไซโล ช อสาม ญภาษาอ งกฤษ: Silo ช อว ทยาศาสตร : - ช อวงศ : - รห สส นค า HS (Harmonized System): ค ณสมบ ต ล กษณะเด น และการใช ประโยชน ของไซโลข าว จ ดกาเน ดและประว ต ข าวไทย พ นธ ข าวท มน ษย เพาะปล กในป จจ บ นพ ฒนามาจากข าวป าในตระก ล Oryza gramineae ส นน ษฐาน ว า พ ชสก ล Oryza ม ถ นก าเน ดในเขตร อนช นของทว ป Gondwanaland ก อนผ นด นจะเคล อนต วและเคล อน ออกจากก นเป นทว ปต าง ๆ เม อ ล านป มาแล วจากน นกระจายจากเขตร อนช นของแอฟร กา เอเช ยใต เอเช ยตะว นออกเฉ ยงเหน อ ออสเตรเล ย อเมร กากลางและใต ข าวสามารถเจร ญเต บโตได ต งแต ความส ง ระด บน าทะเลถ ง2,500เมตรหร อมากกว า ท งในเขตร อนและเขตอบอ น ท งในท ราบล มจนถ งท ส ง ครอบคล ม พ นท ต งแต เส นร งท 53 องศาเหน อถ ง 35 องศาใต มน ษย ได ค ดเล อกข าวป าชน ดต างๆ ตามความต องการของ ตน เพ อให สอดคล องก บระบบน เวศน ม การผสมพ นธ ข ามระหว างข าวท ปล กก บว ชพ ชท เก ยวข อง เก ดข าว พ นเม องมากมายหลายสายพ นธ ซ งสามารถให ผลผล ตส ง ปล กได ตลอด ป ก อให เก ดพ นธ ข าวปล กท เร ยกว า ข าวล กผสมซ งม ปร มาณ120,000 พ นธ ท วโลก ข าวท ปล กในป จจ บ นแบ งออกเป นข าวแอฟร กาและข าวเอเช ย ข าวแอฟร กา (Oryza glaberrima) แพร กระจายอย เฉพาะ บร เวณเขตร อนของแอฟร กาเท าน น ส นน ษฐานว าข าว แอฟร กาอาจเก ดข นคร งแรกเม อประมาณ 1,500 ป ก อนคร สต ศ กราช ข าวเอเช ย เป นข าวล กผสม เก ดจาก Oryza sativa ก บข าวป า ม ถ นก าเน ดบร เวณประเทศอ นเด ย บ งคลาเทศ และเอเช ย ตะว นออกเฉ ยงใต ปล กก นอย างแพร หลายต งแต อ นเด ย ตอนเหน อของบ งคลาเทศ บร เวณด นแดนสามเหล ยม ระหว างพม า ไทย ลาว เว ยดนาม และจ นตอนใต กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 4

7 ข าวเอเช ยแบ งออกเป น 3 สายพ นธ ข าวสายพ นธ แรกเร ยกว าสายพ นธ Senica หร อ Japonica ปล กบร เวณแม น าเหล องของจ น แพร ไปย งเกาหล และญ ป น เม อประมาณ 300 ป ก อนคร สต ศตวรรษ เป นข าวเมล ดป อม ข าวสายพ นธ ท สอง เร ยกว า Indica เป นข าวเมล ดยาวปล กในเขตร อนแพร ส ตอนใต ของอ นเด ย ศร ล งกา แหลมมาลาย หม เกาะต าง ๆ และล มแม น าแยงซ ของจ นประมาณคร สต ศ กราช 200 ข าวสายพ นธ ท สาม ค อ ข าวชวา (Javanica) ปล กในอ นโดน เช ย ประมาณ 1,084 ป ก อน คร สต ศ กราช จากน นแพร ไปย งฟ ล ปป นส และญ ป น ในข าวเอเช ยแพร เข าไปในย โรปและ แอฟร กา ส อเมร กาใต อเมร กากลาง เข าส สหร ฐอเมร กาคร งแรกประมาณคร สต ศตวรรษท 17 โดยน าเมล ดพ นธ ไปจากหม เกาะมาดาก สกา ชน ดของข าว การแบ งชน ดของข าวท าได หลายแบบ ข นอย ก บมาตรการท ใช ในการแบ ง เช น แบ งตามประเภทของเน อแข งในเมล ดข าวสาร แบ งได เป นข าวเจ าและข าวเหน ยว ซ งม ต นและล กษณะอย างอ นเหม อนก นท กอย าง แตกต างก นท ประเภทของเน อแข งในเมล ด เมล ดข าวเจ าประกอบด วยแป งอม โลส (Amylose) ประมาณร อยละ ส วน เมล ดข าวเหน ยวประกอบด วยแป งอม โลเพคต น (Amylopectin) เป นส วนใหญ และม แป งอม โลสเพ ยงเล กน อย ประมาณร อยละ 5-7 เท าน น แบ งตามสภาพพ นท เพาะปล ก o ข าวไร (Upland rice) เป นข าวท ปล กได ท งบนท ราบและท ลาด ช นไม ต องท าค นนาเก บก กน า น ยมปล กก นมากใบบร เวณท ราบ ส งตามไหล เขาทาง ภาคเหน อ ภาคใต ภาคตะว นออกและภาค ตะว นออกเฉ ยงเหน อของประเทศ ค ดเป นเน อท เพาะปล ก ประมาณร อยละ 10 ของเน อท เพาะปล กท วประเทศ o ข าวนาสวนหร อนาดา (Lowland rice) เป นข าวท ปล กในท ล มท ว ๆ ไปในสภาพท ม น าหล อเล ยง ต นข าวต งแต ปล กจนกระท งก อนเก บเก ยว โดยท สามารถร กษ า ระด บน าได และระด บน าต องไม ส งเก น 1 เมตร ข าวนาสวนน ยม ปล กก นมากแทบท กภาคของประเทศค ดเป นเน อท เพาะปล ก ประมาณร อยละ 80 ของเน อท เพาะปล กท วประเทศ กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 5

8 o ข าวข นน าหร อข าวนาเม อง (Floating rice) เป นข าวท ปล กในแหล งท ไม สาม ารถร กษาระด บน า ได บางคร งระด บน าในบร เวณท ปล กอาจส ง กว า 1 เมตร ต องใช ข าวพ นธ พ เศษท เร ยกว า ข าวลอย หร อ ข าวฟ างลอย ส วนมากปล กแถบ จ งหว ดพระนครศร อย ธยา ส พรรณบ ร ลพบ ร พ จ ตร อ างทอง ช ยนาทและส งห บ ร ค ดเป น เน อท เพาะปล กประมาณร อยละ 10 ของเน อท เพาะปล กท วประเทศ แบ งตามอาย การเก บเก ยว แบ งเป นข าวเบา ข าวกลางและข าวหน ก ข าวเบาม อาย การเก บเก ยว ว น ข าวกลางม อาย การ เก บเก ยว ว น และข าวหน กม อาย การเก บเก ยว 120 ว นข นไป อาย การเก บเก ยวน บแต ว นเพาะกล าหร อ หว านข าวในนาจนเก บเก ยว แบ งตามล กษณะความไวต อช วงแสง ข าวท ไวต อช วงแสงจะม อาย การเก บเก ยวท ไม แน นอน ค อไม เป นไปตามอาย ของต นข าว เพราะจะ ออกดอกในช วงเด อนท ม ความยาวของกลางว นส นกว ากลางค น ในประเทศไทยช วงด งกล าวเร มเด อนต ลาคม ฉะน นข าวพวกน ต องปล กในฤด นาป (ฤด ฝน) เท าน น ส วนข าวท ไม ไวต อช วงแสงสามารถปล กได ท กฤด กาล ข าวขาวมะล 105 เป นข าวท ไวต อช วงแสง ในขณะท ข าวปท มธาน เป นข าวท ไม ไวต อช วงแสง แบ งตามร ปร างของเมล ดข าวสาร o ข าวเมล ดส น (Short grain) ความยาวของเมล ดไม เก น 5.50 ม ลล เมตร o ข าวเมล ดยาวปานกลาง (Medium grain) ความยาวของเมล ด ต งแต ม ลล เมตร o ข าวเมล ดยาว (Long grain) ความยาวของเมล ดต งแต ม ลล เมตร o ข าวเมล ดยาวมาก (Extra-long grain) ความยาวของเมล ดต งแต 7.51 ม ลล เมตรข นไป แบ งตามฤด ปล ก o ข าวนาป หร อข าวนาน าฝน ค อ ข าวท ปล กในฤด การท านาปกต เร มต งแต เด อนพฤษภาคมถ ง ต ลาคมและเก บเก ยวเสร จส นล าส ดไม เก นเด อนก มภาพ นธ กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 6

9 o ข าวนาปร ง ค อ ข าวท ปล กนอกฤด การท านาปกต เร มต งแต เด อนมกราคม ในบางท องท จะเก บ เก ยวอย างช าท ส ดไม เก นเด อนเมษายน น ยมปล กในท องท ท ม การชลประทานด เช น ในภาคกลาง การค าข าว ในสม ยก อน คนไทยปล กข าวเพ อใช บร โภคเองเป นหล ก ชาวนาจะน าข าวเปล อกท เก บเก ยวได ไป ตากแดดจนแห งและเก บไว ในย งฉาง เม อจะบร โภคจ งน ามาต าเป นข าวสารคร งละจ านวนน อยให พอบร โภค ในระยะเวลาส นๆ ต อมาเม อม การต ดต อก บชาวต างชาต การปล กข าวเพ อย งช พจ งได พ ฒนาเป นส นค าส งออก ไปต างประเทศ การค าข าวในป จจ บ น ในแถบภาคเหน อตอนบนและภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ เม อชาวนาผล ตข าวเปล อกเจ าได ส วนหน ง จะใช บร โภคภายในคร วเร อน โดยทยอยแบ งส ท โรงส ขนาดเล ก (ก าล งส 1-12 ต น ต อ 24 ช วโมง) ส วนท เหล อ จะขายให แก โรงส ขนาดกลาง (ก าล งส ต น ต อ 24 ช วโมง) หร อพ อค าข าวเปล อก หร อผ านตลาดกลาง ข าวเปล อก ในภาคเหน อตอนล างและภาคกลางท เป นแหล งชลประทาน เม อชาวนาเก บเก ยวข าวเปล อกสดจะม พ อค าข าวเปล อกหร อต วแทนโรงส มาร บซ อถ งท บางรายจะน าข าวเปล อกไปขายให แก โรงส ใกล เค ยง โดย ผล กภาระการลดความช นให โรงส หร อขายผ านตลาดกลาง ด งน นการประเม นค ณภาพจ งต องม การ ตรวจสอบระด บความช น เม อพ อค าข าวเปล อกหร อพ อค าคนกลางต องการขายข าวเปล อกให โรงส จะน า ต วอย างข าวเปล อกไปให โรงส ตรวจสอบค ณภาพและต ราคาล วงหน าหากราคาเป นท พอใจของท งสองฝ าย พ อค าคนกลางจ งจะบรรท กข าวเปล อกมาส งให โรงส ขนาดกลางในท องถ น เม อโรงส ท องถ นส เป นข าวสาร แล ว ข าวส วนหน งจะกระจายส ผ บร โภคในท องถ นใกล เค ยง ส วนท เหล อจ งจะส งผ าน หยง (นายหน าหร อ ต วแทนการต ดต อ ) ไปย งกร งเทพฯ ซ งเป นศ นย รวมและกระจายข าวไปย งผ บร โภคในจ งหว ดต าง ๆ ท ผล ต ข าวไม พอบร โภค เช น ภาคใต โรงส ขนาดกลางแถบชานเม องกร งเทพฯ จะขายข าวสารให พ อค าขายส ง พ อค า ขายปล ก หร อขายตรงให ผ บร โภครายใหญ ๆ เช น ร านอาหาร ภ ตตาคาร ส วนการขายข าวให ผ ส งออกใน ปร มาณมากและการซ อขายระหว างโรงส ขนาดใหญ (ก าล งส 100 ต น ต อ 24 ช วโมง) ก บพ อค าส งออกท กร งเทพฯ จะผ านหยง ถ าเป นข าวค ณภาพพ เศษ ท ผ บร โภคน ยมมากกว าข าวชน ดอ น เช น ข าวหอมมะล ข าวเจ กเชย (เสาไห ) ขาวตาแห ง ขาวกอเด ยว โดยเฉพาะ ข าวหอมมะล (พ นธ ขาวดอกมะล 105 และ กข 15 เป นข าวท ม ความโดด เด นท ส ด น ยมในกล มผ บร โภคท งภายในและต างประเทศ) กระบวนการร บซ อข าวเปล อกจะพ ถ พ ถ นกว าข าว ท วไป โดยท โรงส ท ต งอย ในแหล งปล ก ข าวพ นธ เหล าน นจะร บซ อข าวเปล อกจากชาวนาโดยตรงหร อจาก กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 7

10 พ อค าคนกลางท ต ดต อ ซ อขายก นมานาน จนเก ดความเช อใจในค ณภาพ การซ อขายระหว างโรงส ก บผ ส งออก หร อร านค าส งภายในประเทศจะผ านหยงขาประจ า ส าหร บพ นธ ข าวต างประเทศท น ามาปล กในประเทศไทยเพ อการ ส งออก อ นได แก ข าวบาสมา- ต ข าวจาปอน กา และข าวญ ป น ผ ส งออกจะด าเน นการเก อบท งหมด โดยท าส ญญาก บชาวนาให ผล ตข าวและร บ ซ อผล ตผลท งหมด รวมท งว าจ างโรงส ให ส ข าวให ชาวนาในภาคเหน อและภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อน ยมปล กข าวเหน ยวเพ อการบร โภคในคร วเร อน มากกว าขาย จ งม กเก บข าวเปล อกไว รอจนต นฤด ฝนในป ถ ดไป เม อแน ใจว าม ฝนมากพอส าหร บการปล กข าว จ งจะขายให โรงส ขนาดเล กในท องถ น การซ อขายข าวเหน ยวระหว างโรงส ในแหล งผล ตก บพ อค าขายส งใน จ งหว ดอ น ม กด าเน นการผ าน ร านหยง ในจ งหว ดน น ท งน แทบจะ ไม ต องซ อขายก นท กร งเทพฯ ยกเว น จ งหว ดทางภาคใต และเขตปร มณฑลของกร งเทพฯ การส งซ อข าวเหน ยวระหว างโรงส ก บพ อค าส งออกม ก ต ดต อผ านหยงท กร งเทพฯ เช นเด ยวก บข าวเจ า ยกเว นการส งออกไปประเทศลาว ม กส งซ อท กร งเทพฯ หร อ โรงส ในแหล งผล ต และส งมอบท จ งหว ดหนองคาย จากกระบวนการค าข าวข างต น จะเห นได ว าผ ท ม บทบาทส าค ญ ค อ พ อค าข าวเปล อก ซ งท าหน าท เป นพ อค าคนกลางร บซ อ และรวบรวมข าวจากชาวนาในปร มาณมากไปขายต อย งโรงส ขนาดกลางและขนาด ใหญ พ อค าข าวเปล อกม 2 ประเภท ค อ พ อค าข าวเปล อกในหม บ าน และ พ อค าข าวเปล อกนอกหม บ าน พ อค าข าวเปล อกในหม บ าน เป นพ อค า รายย อยในหม บ านท ม เง นท น หร อชาวนาท ม ฐานะด ข บรถบรรท กออก เร ไปตามหม บ านหร อท องถ นใกล เค ยงเพ อร บซ อข าวเปล อกจากชาวนา และน าข าว เปล อกท ได ไปขายโดยตรงให โรงส ขนาดกลางท ส ข าวขาย ให ผ บร โภคในท องถ น หร อน าไปขายท "ตลาดกลางข าวเปล อก " (สถานท ท ชาวนา พ อค าข าวเปล อก และโรงส เจรจาตกลงซ อขายข าว ) โดยได ร บผลประโยชน จากก าไรค า ขนส งหร อการเก งก าไรข าวท เก บไว ด งน นพ อค ากล มน จ งม กม ย งฉางของตนเอง ส วน พ อค าข าวเปล อกนอกหม บ าน อาจเป นพ อค าร บซ อ พ ชผลทางเกษตรท วไปท ม ก จการอย ใกล แหล งผล ตหร อจ งหว ดไกล ๆ ม กตระเวนร บซ อข าวเปล อกจาก จ งหว ดทางภาคกลางและภาคเหน อตอนล างท ม ผลผล ตข าวเปล อกเหล อจากการขายในปร มาณมาก เช น นครสวรรค พ จ ตร ก าแพงเพชร พ ษณ โลก ส โขท ย ในช วงเก บเก ยวข าวนาป (มกราคม-เมษายน) และข าวนา ปร ง (ม ถ นายน- ก นยายน ) บางคร งอาจร บซ อนอกช วงเวลาด งกล าว หากไปร บซ อย งพ นท ไกล ๆ จะจ าง นายหน า ซ งเป นคนในท องถ นน นซ งเป นท ร จ กและไว วางใจของคนในท องถ น ท าหน าท ต ดต อซ อข าวเ ปล อก จากชาวนา เพ อน ามารวบรวมเก บไว ในย งฉางหร อโกด งเพ อเก งก าไรข าว นอกจากขายข าวเปล อกให แก โรงส ขนาดกลางและขนาดใหญ ท อย ในแถบเด ยวก นหร อใกล กร งเทพฯ เช น ส พรรณบ ร นครปฐม อย ธยา กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 8

11 ปท มธาน หร อน าไปขายท ตลาดกลางแล ว พ อค ากล มน บางคนอาจปล อยส นเช อให เกษตรกร หร อให เกษตรกรก ป จจ ยการผล ต เช น เมล ดพ นธ ป ย ยาปราบศ ตร พ ช ในช วงต นฤด กาลเพาะปล ก โดยให ชาวนาใช หน ค นโดยขายข าวเปล อกให แก พ อค าตามเง นท ตกลงไว หล งจากฤด การผล ต การส งออกข าว ต งแต ป พ.ศ เป นต นมา ปร มาณการส งออกข าวเพ มข นเร อย ๆ จนถ งระด บ 2 ล านต นในป พ.ศ (ช วง 50 ป ) หร อม อ ตราเพ มเฉล ย 1 ล านต นต อ 25 ป ต งแต ป พ.ศ การส งออกข าวเพ มข น เป น 5 ล านต น หร อเฉล ย 1 ล านต นท ก ๆ 5 ป การส งออกข าวไทยท เพ มข นอย างรวดเร วในระยะน ด าเน นไป พร อมก บการเพ มข นของประชากรจาก 11 ล านคนในป พ.ศ มาเป น 63 ล านคนในป พ.ศ และ พ นท ปล กข าวของไทยก เพ มข น 16 ล านไร ในป พ.ศ มาเป น 61 ล านไร ในป พ.ศ การส งออกข าวไทยในป จจ บ น เป นการค าแบบเสร ในล กษณะท ผ ส งออกตกลงก บผ ซ อใน ต างประเทศ นอกจากน ย งม ล กษณะการส งออกข าวแบบร ฐบาลต อร ฐบาล แต ก ไม มากน กเม อเปร ยบเท ยบก บ เอกชน โดยในป พ.ศ เอกชนส งออกถ ง 7,237,708 ต น ค ดเป น เปอร เซ นต ของการส งออกข าว ท งหมด ขณะท ร ฐบาลส งออกเพ ยง 282,970 ต น ค ดเป น 3.76 เปอร เซ นต ของการส งออก และในป พ.ศ ปร มาณการส งออกข าวไทยท าสถ ต ส งท ส ดถ ง ล านต น ท ารายได ให ประเทศ 76,368 ล านบาท โดย ส งไปขายท วโลก 173 ประเทศ ตลาดหล กของ ข าวไทยอย ในทว ปเอเช ย แอฟร กา ตะว นออกกลาง อเมร กา ย โรป และโอเช ยเน ย ตามล าด บ จะเห นว าว ว ฒนาการค าข าวไทยท ผ านมาน บศตวรรษ ได สะท อนถ งภ ม ป ญญาของคนไทย จากภ ม ป ญญาพ นบ านมาส การเร ยนร การใช เทคโนโลย ท ส งข น และน ามาประย กต ใช ให เก ดการพ ฒนาอย างม ประส ทธ ภาพ ตลอดจนว ธ การลงท น การบร หารจ ดการก จการขนาดเล กในช มชนไปส การท าธ ร ก จการค าเช ง พาณ ชย ขนาดใหญ ท เข มแข ง จนข าวเป นส นค าออกท ส าค ญของประเทศไทย และสามารถครองความเป น หน งของโลกด านการค าข าว อย างไรก ตาม สถานการณ การค าข าวอย างเสร ในป จจ บ นม การแข งข นก นร นแรง ย งข น ท าให ไทยต องปร บปร งต นท นการผล ต ระบบการผล ต แล ะกระบวนการส งออก เพ อเพ มศ กยภาพใน การแข งข นในตลาดโลกและร กษาความเป นผ น าการค าข าวในตลาดโลกต อไป กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 9

12 แผนภ ม ท 1 สถ ต การส งออกข าวไทยระหว างป พ.ศ ท มา : สมาคมผ ส งออกข าวต างประเทศ ประว ต ความเป นมาของไซโล ประเทศไทยเป นประเทศผ ผล ตและส งออกข าวรายใหญ ของโลก ข าวเป นพ ชเศรษฐก จท ท ารายได ให ประเทศป ละไม ต ากว า 65,000 ล านบาทและเป นอาหารหล กประจ าว นของคนไทยกว า 60 ล านคน โดย ผลผล ตประมาณร อยละ ใช เพ อบร โภคในประเทศ ท เหล อเป นการส งออก ในป 2552 คาดว าตลาด ต างประเทศส วนใหญ จะห นมาซ อข าวจากไทยท าให การส งออกข าวของไทยจะม ประมาณ ล านต น และราคาส งออกเฉล ยได เพ มข นร อยละ 28.0 เม อเปร ยบเท ยบก บช วงเวลาเด ยวก นของป 2550 ตารางท 1 แสดงผลผล ต การค าข าวของไทย ป 2545/ / / / / /51* 2551/52* (%)51/50 1. การผล ต - ผลผล ต (ล านต น ขป.) ) นาป ) นาปร ง รายการ ม.ค. ก.พ. (%) /51 2. ส งออก (ล านต น ขส.) ม ลค า (ล านบาท) 110,376 90,874 97, , ,891 28, , (ล าน US$) 2,749 2,278 2,553 3,592 6, ชน ดข าวส งออก (ล านต น) 1) ข าวค ณภาพด N.A. N.A. 2) ข าวค ณภาพต า N.A. N.A. กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 10

13 ป 2545/ / / / / /51* 2551/52* (%)51/50 3) ข าวน ง N.A. N.A. - ราคาเฉล ย (บาท/ต น) 1) ราคาส งออก ($/ต น) ) ราคาส งออก(บาท/ต น) 10,885 12,448 13,119 12,943 20,089 13,897 18, ) ราคา ขป. 5% (นาป ) 5,689 6,641 6,594 6,509 8,353 7,306 10, ) ราคา ขป. ความช น 5,452 6,801 6,704 6,247 12, % (นาปร ง) 5) ราคา ขป. หอมมะล 8,423 7,858 8,392 9,092 13,998 11,338 13, ) ราคา ขป. เหน ยว 6,425 6,228 8,595 11,593 8,654 8,776 7, การนาเข า (WTO) (ต น) 1, , , , , การปล กข าวจะม การปล ก 2 คร งในหน งฤด กาล (1 ป ) ได แก ข าวนาป และ ข าวนาปร ง ข าวนาป จะ เพาะปล กในฤด ฝน ม ระยะเวลาเก บเก ยวอย ในช วงระหว างเด อนต ลาคม ถ ง เด อน ก มภาพ นธ ผลผล ตข าวนาป ค ดเป นส ดส วนร อยละ ของผลผล ตข าวท งหมดในหน งป ส วนข าวนาปร ง จะเพาะปล กหล งการเก บ เก ยวข าวนาป ม ระยะเวลาเก บเก ยวอย ในช วงระหว างเด อนม นาคม ถ งเด อนม ถ นายน ค ดเป นส ดส วนร อยละ ของผลผล ตข าวท งหมด แผนภ ม ท 2 แสดงร อยละของการเก บเก ยวในแต ละเด อน ร อยละ ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ค. เม.ย พ.ค. ม.ย. เด อน ข าวนาป ข าวนาปร ง ท มา: ส าน กงานเศรษฐก จการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 11

14 เน องจากราคาข าวเปล อกโดยเฉล ย ในตลาดต างๆ ของประเทศไทย ม ความแตกต างก นตามภาวะค า ขนส งจากแหล งผล ตถ งตลาด อย างไรก ด ราคาข าวท ขายในตลาดขายส ง จะม ราคาส งกว าราคาท เกษตรกร ได ร บ เน องจากม ต นท นการเก บร กษาและต นท นจากการแปรร ปข นต น เช น การส และการอบ เป นต น นอกจากน ราคาข าวย งข นอย ก บฤด กาล เช น ช วงฤด ข าวนาป ท ออกส ตลาดมากในเด อนพฤศจ กายน - ธ นวาคม และช วงฤด ท ข าวนาปร ง ปร มาณข าวจะม มากและม ความช นส ง เน องจากเป นฤด ฝนท าให ราคาข าวถ กลง ตารางท 2 ข าวนาป เน อท ผลผล ต ผลผล ตเฉล ยต อไร ราคาท เกษตรกรขายได ป เพาะปล ก 2537/ /44 ป เน อท เพาะปล ก ผลผล ต ผลผล ตเฉล ยต อไร ราคาท เกษตรขายได (ล านไร ) (ล านต น) (ก โลกร ม) (บาทต อเกว ยน) 2537/ , / , / , / , / , / , / na. เฉล ย 5 ป , ท มา : ส าน กงานเศรษฐก จการเกษตร(ป ตารางท 3 ข าวนาปร ง เน อท ผลผล ต ผลผล ตเฉล ยต อไร ราคาท เกษตรกรขายได ป ป เน อท เพาะปล ก ผลผล ต ผลผล ตเฉล ยต อไร ราคาท เกษตรขายได (ล านไร ) (ล านต น) (ก โลกร ม) (บาทต อเกว ยน) , , , , , , na. เฉล ย 5 ป , ท มา : ส าน กงานเศรษฐก จการเกษตร(ป ) กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 12

15 เม อเปร ยบเท ยบราคาข าวท เกษตรกรได ร บเฉล ยต อป พบว า ราคาข าวนาปร งเฉล ยในป 2542 เกว ยน ละ 5,023 บาท ลดลงจากเกว ยนละ 6,891 บาทในป 2541 กว าร อยละ ส วนราคา ข าวนาป ก ลดลง เช นเด ยวก น ค อ ราคาเฉล ยในป 2542 เกว ยนละ 5,608 บาท ลดลงจากเกว ยนละ 6,973 บาท ในป 2541 ร อยละ ขณะท ราคาเฉล ยในป 2543 ณ เด อนพฤศจ กายน ก ม แนวโน มลดลง อย างต อเน อง ค อ ราคา ข าวเปล อกนาป ท ความช น 15% เกว ยนละ 5,082 บาท และท ความช น 18-19% เกว ยนละ 4,307 บาท (ตารางท 1 และตารางท 2) จากการศ กษาข อม ลท ต ยภ ม พบว า ถ งแม ว าข าวเป นพ ชเศรษฐก จท ท ารายได ให ประเทศแต เกษตรกรผ ปล กข าวกล บประสบป ญหาราคาข าวตกต า และราคาป จจ ยการผล ตท ม แนวโน มส งข น เช น สารเคม ป ย เคร องม อเคร องจ กรการเกษตร และน าม น เป นต น ท าให รายได ท เกษตรกรได ร บไม เพ ยงพอต อการครองช พ และน าไปส การเคล อนย ายแรงงานส วนหน งเข ามาท างานในเม องช วงหล งฤด เก บเก ยวก อให เก ดป ญหาด าน ส งคมและอ นๆ สาเหต เน องจากการท ผลผล ตข าวออกส ตลาดพร อมๆก นจ านวนมากในช วงเวลาส นๆขณะท ความต องการบร โภคจะกระจายต วอย างสม าเสมอตลอดท งป จ งท าให ราคาราคาข าวเปล อกท เกษตรกรขายได ในช วงต นฤด กาลเก บเก ยวม แนวโน มตกต าท ส ดเป นประจ าท กป และราคาจะม แนวโน มปร บต วส งข นเร อยๆ เน องจากปร มาณข าวในตลาดม ปร มาณลดน อยลงตามฤด ด งน นจ งม ความแตกต างของราคาข าวใน 2 ช วงเวลา (ต นฤด และปลายฤด การเก บเก ยว) และจากความแตกต างของราคาข าวเปล อกท เก ดข นน จ งจ งใจให ม ผ สนใจเข ามาเก บร กษาข าวเปล อกไว เพ อเก งก าไร โดยอาจม ผ เก บเป นระยะเวลาส นๆ เพ ยง 1 ว นไปจนถ ง หลายเด อน ซ งปร มาณท เก บก กไว ข นก บว าผ เก บคาดว าจะได ร บผลตอบแทนจากการเก บมากน อยเพ ยงใด ผ ม หน าท ทางการตลาดต างๆโดยเฉพาะอย างย งพ อค าผลผล ตเกษตรจ งเข ามาท าหน าท ในการเก บร กษา ข าวเปล อกในช วงท ผลผล ตออกส ตลาดมาก เพ อน าออกไปขายในช วงหล งฤด การเก บเก ยวข าวไปแล ว โดย ผลตอบแทนท ผ เก บก กข าวเ ปล อกจะได ร บค อราคาข าวเปล อกท ม แนวโน มส งข นในช วงนอกฤด เน องจาก ผลผล ตในตลาดท เร มลดลงเพราะม การน าข าวไปใช เพ อการบร โภคในประเทศและการส งออกไปย ง ต างประเทศ ป จจ บ นผ ท าหน าท เก บก กข าวม อย หลายกล ม ได แก ชาวนา พ อค าผลผล ตเกษตร โรงส และผ ส งออก ซ งม ความถน ดและก าล งทร พย ในการเก บก กแตกต างก นไป แต ไม ว าผ ใดจะเป นผ ก กเก บในการเก บจะม ต นท นเก ดข นท งส น โดยผ ก กเก บจะเก บข าวไว ก ต อเม อคาดว าจะได ร บผลตอบแทนมากกว าหร อค มก บ ต นท นในการก กเก บ ซ งผลตอบแทนท ผ ก กเก บจะได ร บโดย ปกต ค อราคาข าวท ม กจะม แนวโน มส งข น หล งจากผ านช วงฤด การเก บเก ยวไปแล ว ซ งในกรณ ท ราคาข าวส งกว าต นท นในการเก บก กข าว จะท าให ผ เก บ ม ก าไร หากต ากว าก จะขาดท น จ งจ งใจให ม ผ เข ามาเก บก กข าวเปล อกไว เก งก าไร หากผ เก บก กต ดส นใจท จะ เก บก กข าวเปล อกไว นาน ต นท นการเก บก กก จะส งตามข นไปด วย กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 13

16 ว ธ การเก บก กข าวเปล อกทาได ด งน 1. เก บไว ในย งฉาง โกด ง และคล งส นค า หล งจากท ม การเก บเก ยวข าวเปล อกแล ว ผ เก บจะน า ข าวเปล อกมาตากในลานตากข าว หร อเข าเคร องอบลดความช น แล วจ งน าไปเทกองในย ง ฉาง หร อโกด งรอการจ าหน ายต อไป ต นท นในการก กเก บข าวเปล อกในกรณ เก บไว ในโกด งได แก ค า เช าโกด ง ค าเบ ยประก นอ คค ภ ย ค าดอกเบ ยส าหร บเง นลงท นท ใช ในการซ อข าวเปล อกมาเก บ และการส ญเส ยน าหน กของข าวเปล อกท เก บไว ข อด ของการเก บท ย งฉาง ค อ หาก ม การด แล ร กษาและป องก นมอด หน และแมลงท จะเข ามาก นข าวเปล อกท ด จะท าให เส ยค าใช จ ายในการ เก บก กข าวน อย 2. เก บไว ในไซโล (Silo) ในอด ตท ผ านมาการใช ไซโลส าหร บการเก บข าวเปล อก ผ เก บก กต อง ลงท นสร างไซโลและอ ปกรณ รวมท งต องจ างบ คลากรท ม ความร ในเ ร องเทคโนโลย การเก บก ก ข าวด วยไซโลและย งม ค าใช จ ายอ นๆอ กด วย ท าให ค าใช จ ายในการเก บก กข าวส งกว าการเก บใน ย งฉาง โกด ง และคล งส นค า แต ก ม ข อด ค อ สามารถร กษาและควบค มอ ณหภ ม ในขณะท เก บ ข าวเปล อกไว ในไซโลได ซ งจะช วยร กษาค ณภาพของข าวเปล อก และป องก นมอด หน และ แมลงท จะมาก ดก นข าวเปล อก ผ เก บก กข าวเปล อกส วนใหญ ไม ว าจะเป นเกษตรกร กล มเกษตรกรหร อสถาบ นเกษตรกรม กจะใช ว ธ การเก บก กข าวเปล อกโดยใช ย งฉาง โกด ง และคล งส นค า เน องจากเส ยค าใช จ ายน อย เป นว ธ ด งเด มและ ข นตอนไม ซ บซ อ น อย างไรก ตามย งม บางกล มท เก บก กข าวในไซโล ซ งส วนใหญ จะเป นผ ค าข าวรายใหญ ท ท าธ รก จจ าหน ายข าวตามค าส งซ อ จ งจ าเป นต องม ไซโล เพ อร กษามาตรฐานของข าวให เป นมาตรฐานเด ยวก น ต งแต ร บซ อจากผ ผล ตจนถ งข นตอนการจ ดจ าหน าย ป จจ บ น ม จ านวนและค วามจ ของไซโล คล งส นค า และย งฉางท ใช เก บก กข าวและพ ชผลเกษตร รวมท งส นค าอ ตสาหกรรม ด งตารางน ตารางท 4 แสดงจ านวนและความจ ของไซโล คล งส นค า และย งฉาง ประเภท จ านวน (แห ง) ความจ รวม (ต น) 1. ไซโล - เอกชน - อ.ต.ก 2. คล งส นค า - เอกชน - อคส. - อ.ต.ก , ,688 24,000 3,604, ,367, , ,000 กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 14

17 ประเภท จ านวน (แห ง) ความจ รวม (ต น) 3. ย งฉาง - ธ.ก.ส. - กรมการพ ฒนาช มชน - ส าน กงานเร งร ดพ ฒนาชนบท - กรมส งเสร มการเกษตร - กรมส งเสร มสหกรณ 238, , , , , ,410 13, , ,482 - เกษตรกรท จดทะเบ ยน ก บ 222,773 3,024,649 ธ.ก.ส รวมท งส น 238,902 8,183,069.4 ท มา: ส าน กส งเสร มและพ ฒนาธ รก จ กรมการค าภายใน กระทรวงพาณ ชย รายงานการศ กษาว จ ยเร อง การใช ย งฉางเพ อร กษาระด บราคาข าว กรมเศรษฐก จพาณ ชย กระทรวงพาณ ชย 2537 เอกสารประกอบการประช มคณะกรรมการนโยบายข าว (กนข.) คร งท 5/2543 จากตารางท 4 พบว า ป จจ บ นม ท เก บร กษาส นค าประมาณ 238,902 แห ง ปร มาณความจ ประมาณ 8.2 ล านต น จากการส ารวจสภาพของไซโล คล งส นค าและย งฉาง ของส าน กงานส งเสร มและพ ฒนาธ รก จ กรมการค าภายใน กระทรวงพาณ ชย พบว า ท เก บคล งส นค าด งกล าวม ท งท ย งใช เก บส นค า หร อข าวเปล อก อย างเต มความจ พ นท ท ม อย และไม เต มความจ พ นท ท ม อย รวมท งบางแห งเล กใช เก บส นค าแล ว อย างไรก ตาม จากปร มาณและล กษณะท เก บร กษาข าวเปล อกด งกล าว ท งท ม การใช งานอย ในป จจ บ น และท ไม ได ใช เพ อเก บร กษาผลผล ตทางการเกษตรแล วเน องจากไม ม ผ ไปใช บร การ ประกอบก บสถานการณ ราคาข าวเปล อกตกต าในช วงป พ.ศ ท าให ร ฐบาลพ จารณาว าเกษตรกรไทยย งขาดแคลนท เก บร กษา ข าวเปล อก เพ อน าไปขายนอกฤด กาลท จะได ราคาส งข น จ งม การเสนอสร างท เก บร กษาข าวเปล อกในร ปแบบ ของไซโลและได มอบหมายให กระทรวงเกษตรและสหกรณ ร บผ ดชอบด าเน นการโครงการสร างไซโลเก บ ข าวเปล อกระด บประเทศ โดยให จ ดท ารายละเอ ยดล กษณะของไซโล ปร มาณความจ ของไซ โล สถานท ท จะ สร างไซโล และระบบการเง นในการด าเน นโครงการสร างไซโลเก บข าวเปล อกโดยม ว ตถ ประสงค เพ อร กษา และชะลอการจ าหน ายข าวเปล อก โดยเฉพาะในช วงต นป ท ม ผลผล ตข าวออกส ตลาดมาก เพ อปร บปร ง ค ณภาพข าวนาปร งท ม ความช นส ง ม ค ณภาพต า เพ อเพ มม ลค า ตลอดจนเป นการร กษาเสถ ยรภาพของระด บ ราคาข าว โครงการฯ ม เป าหมายการสร างไซโล 67 แห ง ท ง 4 ภาคของประเทศ ในพ นท 25 จ งหว ด แบ งเป น เขตภาคเหน อตอนล าง 8 จ งหว ด ภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อ 6 จ งหว ด ภาคกลาง 10 จ งหว ด และภาคใต 1 จ งหว ด โดยม ว ธ การด าเน นงาน ค อ การค ดเล อกพ นท สร างไซโลในแหล งปล กข าว และม ผลผล ตเก น 100,000 กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 15

18 ต น การสร างไซโลขนาด 30,000 ต น 67 แห ง รวมความจ 2 ล านต น และการร บด าเน นการปร บปร งค ณภาพ ข าว ร บฝาก ร บจ าน า ท าธ รก จการค าข าวเปล อก และมอบหมายให องค การตลาดเพ อเกษตรกรเป น ผ ร บผ ดชอบด าเน นโครงการฯ ด านการบร หารงานไซโลให อย ภายใต การก าหนดนโยบายและก าก บการด แล ของคณะกรรมการนโยบายข าว ธ รก จไซโล ประกอบด วย ร บจ าน า ซ อขายข าว และให เช าเก บข าวเปล อกจาก เกษตรกร และจ ดจ างพน กงานประจ าไซโล 67 แห ง แห งละ 6 คน โดยม ค าใช จ ายประจ าส าหร บบ คลากร ประมาณป ละ 49 ล านบาท ซ งใช ระยะเวลาการก อสร างประมาณ 1 ป ม วงเง นลงท นรวมประมาณ 10,800 ล านบาท เฉล ยแห งละประมาณ 162 ล านบาท โดยเสนอทางเล อกให 2 กรณ ค อ กรณ ใช เง นก ให ร ฐบาล ร บภาระส วนต างดอกเบ ยท เก นกว าร อยละ 3 ต อป และกรณ เอกชนเป นผ ลงท นและโอนให ร ฐ (Build and Transfer) แล วร ฐบาลช าระค นภายหล ง ระหว างท แผนงานการจ ดสร างไซโลของกระทรวงเกษตรฯเป นข าว ออกมา บรรดาส อมวลชน น กว ชาการ ผ ประกอบการค าข าว ได ออกมาว พากษ ว จารณ โครงการน ก นอย าง หน กว า นอกจากจะเป นโครงการท ใหญ โตเก นควา มจ าเป น และไม ได ช วยเหล อเกษตรกรอย างจร งจ ง จ งม เส ยงค ดค าน อาท ส าน กงานกองท นสน บสน นการว จ ย (สกว.) ระบ ว า ข าวเปล อกท ล นตลาดเป นข าวค ณภาพ ต า ท ม การแข งข นก นส งในตลาดต างประเทศ ส วนข าวค ณภาพด กล บไม พอก บความต องการ ด งน น หากร ฐฯ ต องสน บสน นเกษตรกร และโรงส ให ม การลดความช นข าวเปล อกอย างเป นระบบ เพ อได ข าวค ณภาพด ลด ปร มาณข าวค ณภาพต าท เป นส วนเก นของตลาด ไม ใช การสร างไซโลเก บข าวไว ชะลอขาย ซ งสอดคล องก บ การว เคราะห ของส าน กงานคณะกรรมการพ ฒนาการเศรษฐก จ และส งคมแห งชาต หร อสภาพ ฒน ท ค ดค าน การอ างเหต ผล เร องการเก บข าวไว ชะลอการขาย เพ อให ได ราคาด ว า ราคาข าวเปล อกในช วงปลายฤด ส งข น ไม มากพอ เม อเปร ยบเท ยบก บต นท นท เพ มข นในการปร บปร งค ณภาพ และการเก บร กษา นอกจากน ราคา ข าวเปล อกจะเป นไปในท ศทางเด ยวก บราคาข าวส งออก และราคาข าวในตลาดโลก ซ งจะข นอย ก บปร มาณ การผล ตของผ ผล ตและส งออกข าวในตลาดโลก ด งน นการเก บร กษาข าวเพ อชะลอการขาย จะไม ช วยให ราคา ข าวเปล อกเพ มส งข นได ท าให การลงท นด งกล าวไม ค มค าในทางเศรษฐก จ การค ดค านด งกล าวท าให โครงการสร างไซโลเก บข าวเปล อกระด บประเทศ ถ กยกเล กไปในท ส ด แต ร ฐบาลท กสม ยก ม ความค ดท จะ สร างไซโลมาตลอด ท งท เป นไซโลส าหร บเก บก กข าวเปล อก หร อเก บก กข าวสาร จนกระท งในป พ.ศ.2552 องค การคล งส นค า (อคส.)ได หย บยกเร องไซโลมาพ จารณาใหม โดย แนวค ดการจ ดสร างไซโลเก บก กข าวสารคร งม เป าหมายเพ อท จะเก บร กษาส นค าเกษตรท ม ม ลค าส ง เช น ข าว หอมมะล เป นต น ซ งขณะน องค การคล งส นค า (อคส.)อย ระหว างศ กษารายละเอ ยดท งหมดว า จะเก บส นค า ประเภทใดบ าง จะให เอกชนสร างแล วองค การคล งส นค า (อคส.)เป นผ บร หาร หร อว ธ ก ารอ นใด เพราะ องค การคล งส นค า (อคส.) เป นหน วยงานร ฐว สาหก จ การจะลงท นธ รก จต องศ กษาให รอบคอบก อน ส าหร บ สถานท สร างอาจจะเป นพ นท ท ย งไม ม ไซโล เช น อาจจะสร างไซโลส าหร บเก บข าวหอมมะล ในพ นท จ งหว ด ภาคตะว นออกเฉ ยงเหน อเป นต น กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 16

19 อย างไรก ด อ ปนายกส มาคมโรงส ข าวไทยและอ ปนายกสมาคมธ รก จคล งส นค า ไซโลและห องเย น ให ความเห นว า หากจะสร างไซโลส าหร บเก บข าวสารค ดว าไม ม ความจ าเป น เพราะโดยธรรมชาต ของข าว หากเป นข าวสารค ณภาพด เก บไว ในคล งส นค า จะสามารถเก บไว ได นานถ ง 2 ป คล งส นค าท ม อย ท วประเทศ เวลาน เพ ยงพอท จะเก บข าวสารท ม อย ในประเทศท งหมด ด งน นหากจะสร างไซโลเก บข าว ควรจะเป นไซโล เก บข าวเปล อก เพราะข าวเปล อกหากเก บในสถานท ไม เหมาะค ณภาพจะเส อมเร ว ย งโครงการร บจ าน าข าว ของร ฐบาล ควรจะเก บข าวเปล อกไว ให นานท ส ด เพราะการส งส แปรเ ป นข าวสารม ช องทางจ าหน ายเด ยว ค อ เป ดประม ลขายในร ปข าวสาร ท งย งท าให ผล ตภ ณฑ เช น ร าข าว แกลบ ราคาตกต า ขณะท การเก บเป น ข าวเปล อกร ฐบาลย งม ช องทางค อ ประม ลขายให ก บโรงส ซ งม 2 ประเภทค อโรงส ข าวน งและโรงส ข าวขาว ขณะท เม อส แปรเป นข าวขาวหมดแล วย งท าให โรงส ข าวน งขาดแคลนว ตถ ด บ ค อข าวเปล อกอ กด วย แต การสร างไซโลเก บก กข าวเปล อกม ป ญหาหลายประการ บร ษ ท ศ นย ว จ ยกส กรไทย จ าก ด ม ความเห นว าแนวค ดการก อสร าง ไซโลข าวเปล อก ในแหล งปล กข าวหล กน น เป นแนวค ดท ด ในการเพ มส ง อ านวย ความสะดวกพ นฐานให ชาวนา ซ งจะม ส วนช วยในการลดความช นข าว และเก บร กษาข าวบรรเทา ภาวะผลผล ตล นตลาดในช วงต นฤด การผล ต อย างไรก ตาม การก อสร างไซโลเก บข าวเปล อกน น เป น โครงการท ต องใช เง น ลงท น และเง นหม นเว ยนในการด าเน นการอย ในเกณฑ ส ง ซ งต องม การพ จารณ าอย าง รอบคอบถ งความค มค าในการลงท น นอกจากน ย งไม ม หล กประก นว าเม อสร าง ไซโลเก บข าวเปล อก แล วจะ ท าให ราคาข าวส งข นตามว ตถ ประสงค หล กของโครงการได จร งหร อไม เน องจากการแข งข นในตลาดโลก ของข าวค ณภาพปานกลางและค ณภาพต า ซ งเป นข าวส วนใหญ ท ได จากการผล ตในช วงนาปร งน นม แนวโน ม ร นแรงข น ส าหร บประเด นท จะต องพ จารณาควบค ไปก บการต ดส นใจสร างไซโลข าวเปล อก ม ด งน 1. แหล งงบประมาณในการก อสร างไซโล 2. ต องม การทบทวนในเร องต นท นการก อสร าง หล กเกณฑ ในการค ดเล อกว าพ นท ใดควรจะม การ สร างไซโล และไซโลท จะสร างควรจะม ขนาดความจ เท าใดเพ อความเหมาะสมในแต ละพ นท เน องจากการสร างไซโลไม ควรกระจ กต วอย ในจ งหว ดใดจ งหว ดหน งมากเก นไป 3. ความซ าซ อนของโครงการ การศ กษาของโครงการก อสร างไซโลเก บข าวเปล อกของร ฐบาลม ท งหมด 4. ป ญหาในเร องประส ทธ ภาพในการบร หารงาน การบร หารก จการไซโลอบพ ชต องการผ ท ม ความ ช านาญการเฉพาะเพ อให ม ความค มท นในเช งธ รก จด วย ซ งน าจะเป นการบร หารงานของเอกชน มากกว า โดยควรจ ด ต งหน วยงานร ฐว สาหก จแห งใหม ท าหน าท ด แล นอกจากน ในการ ด าเน นการร บซ อข าวเปล อกต องใช เง นมหาศาล กรณ ท ต องร บซ อข าวถ ง 2 ล านต นคงต องใช เง น ไม ต ากว า 10,000 ล านบาท และร ฐบาลย งต องเส ยค าใช จ ายในการเก บสต อ กข ามป รวมท งต องม การแยกค ณภาพข าวในการจ ดเก บอ กด วย โดยข าวท จะม การเก บในไซโลน นเป นข าวท ได จาก กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 17

20 การแทรกแซงราคาตามนโยบายของร ฐบาลและข าวท ได จากการร บจ าน าข าวของธนาคารเพ อ การเกษตรและสหกรณ การเกษตร ซ งข าวเหล าน เป นข าวค ณภาพปานกลางและค ณภาพต า และ การส งออกจะอย ในล กษณะร ฐต อร ฐ ท าให บางคร งจ าหน ายได ไม ค มก บราคาท ร บซ อเข ามา ด งน นถ าม ค าใช จ ายในเร องไซโลและการอบลดความช นด วยแล ว น าจะม ผลท าให ภาระ ค าใช จ ายของร ฐบาลเพ มส งข นกว าเด ม 5. ขนาดของไซโลท จะสร าง คงต องม การศ กษาเพ มเต มว าม ความจ าเป นมากน อยเพ ยงใดท จะต อง จ ดสร างไซโลเก บข าวเปล อกขนาดใหญ ในแต ละพ นท เน องจากในกรณ ท จะให เอกชน ด าเน นการเองคงต องม การศ กษาความค มท นในเช งพาณ ชย ด วย ซ งจะน าไปส การปร บขนาดของ ไซโลให เหมาะสมในแต ละพ นท คาดว าขนาดของไซโลอบพ ชแต ละแห งท เหมาะสมน น ควรจะ ม ขนาดความจ อย ในระหว าง ต นเท าน น หร ออาจกล าวได ว าภาคเอกชนเห นว าการสร าง ไซโลอบพ ชขนาดเล กน าจะเหมาะสมมากกว าการสร างไซโลขนาดใหญ นอกจากน น ปราณ ฉ ตรเช ดช ยก ล (2545) ได ท าการศ กษาป ญหาของไซโลอบและเก บข าวเปล อก ตามโครงการช วยเหล อของร ฐบาลน วซ แลนด ของอ.ต.ก กระทรวงเกษตรและสหกรณ ท สหกรณ การเกษตร ไทรน อย จ าก ด จ งหว ดสระบ ร และช มน มสหกรณ การเกษตรส พรรณบ ร จ าก ด จ งหว ดส พรรณบ ร ซ งประสบ ป ญหาในการด าเน นงานม ด งน ป ญหาด านไซโล 1. ไซโลจะสามารถร บข าวเปล อกท ม ความช นไม เก นร อยละ 17 และม ประส ทธ ภาพในการอบ ข าวเปล อกเพ อลดความช นได ประมาณร อยละ 2 แต ข าวเปล อกในท องท ของสหกรณ ม ความช น ส งถ งร อยละ 20 ท าให ไซโลท างานไม ม ประส ทธ ภาพ 2. ในการเก บข าวเปล อกท ผ านการอบแล วไว ในถ งเก บ จะต องขนถ ายข าวออกจากถ งเก บท ก ส ปดาห เพ อให ม อากาศถ ายเท แต ละคร งจะม ข าวเปล อกต ดอย ท ก นถ งประมาณ 10 ต น ท าให เก ด ความส ญเส ย 3. อ ปกรณ ไซโลเป นโลหะ ไม เหมาะสมก บสภาพด นฟ าอากาศ ท าให เก บข าวเปล อกได ไม นาน หากจะเก บไว นานจะต องท าการพล กกอง ท าให เส ยค าใช จ าย 4. อ ปกรณ เคร องจ กรเส อมสภาพเร ว เน องจากก อนน ามาต ดต งไม ได ร บการด แลเป นอย างด และ ต องส งซ ออะไหล บางช นจากต างประเทศ ท าให เส ยค าใช จ ายมาก ป ญหาด านบ คลากร ในการด าเน นการไซโลให ม ประส ทธ ภาพ ต องจ างบ คลากรท ม ความร ด านเคร องกลเกษตรท ม ความ ช านาญมาควบค มด แลอย างต อเน อง เพ อด แลและป องก นม ให อ ปกรณ เคร องจ กรเส ยหาย ท าให เส ยค าใช จ าย ส ง กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 18

21 ป ญหาด านการตลาด ข าวท ปล กในท องท สหกรณ ส วนใหญ เป นข าว ท ม ความช นส ง ข าวม กเป นท องไข และเมล ดล บมาก เม อส แล วจะเก บไม ได นาน ข าวจะเป นฟ นหน ไม เป นท ต องการของตลาด ด งน นราคาข าวสารท ขายได จ ง ค อนข างต า ซ งในกรณ ท สหกรณ จะต องการอบข าวด วยไซโล ต องม ค าใช จ ายในการอบก อนน าไปส เป น ข าวสาร จะท าให ค าต นท นของสหกรณ เพ มข น สหกรณ จ งประสบป ญหาขาดท น จะเห นว าการสร าง ไซโลข าวเปล อก ม สองแนวค ดค อ สร างไซโลเพ อเก บก กข าวเปล อกเพ อชลอ การขาย และ เพ อลดความช น ร กษามาตรฐาน เพ อได ข าวค ณภาพด ลดปร มาณข าวค ณภาพต าท เป นส วนเก น ของตลาด อ นเป นกลไกท ใช ในการพย งราคาข าวและตลาดส งออกข าวไปย งต างประเทศแทนการเก บข าวท ม อย ในป จจ บ น แต ณ ป จจ บ นการต ดต งเป นแบบถาวรและขนาดใหญ ท าให ต นท นการลงท นส งและย งม ป ญหา ตามมามากมาย ท าให การสร างไซโลประสบก บภาวะขาดท น ด งน น โครงการไซโลแบบใหม ท ต งอย ใน ช มชน เน นการให เกษตรกร ช มชน และกล มสหกรณ ม ส วนร วมในการบร หาร เป นไซโลท ม ประส ทธ ภาพ และราคาถ กลงกว าเด ม โดยต องการใช ประโยชน ของไซโลเพ อลดความช น เพ มค ณภาพและร กษามาตรฐาน ของข าวเปล อกเป นหล กและย งม การแปรร ปข าวอย างครบวงจร จะเป นโครงการท ม ประโยชน ต อเกษตรกร และช มชน ตลอดจนส งคมและประเทศชาต 2.2 ค ณสมบ ต ล กษณะเด น และการใช ประโยชน ของไซโล ไซโลข าวเปล อก ความหมายของไซโล ไซโล (Silo) ตามประกาศของกระทรวงพาณ ชย เร อง ก าหนดให ม ก จการไซโลและก จการห องเย นเป นก จการอ นม สภาพคล ายคล งก บก บก จก ารคล งส นค าและเง อนไขการ ควบค มก จการ พ.ศ.2535 ไซโล หมายถ ง ส งก อสร างส าหร บ เก บร กษาส นค า โดยม กระบวนการควบค มความช น เพ อ ป องก นและร กษาค ณภาพส นค า หร อส งปล กสร างท ใช พ ก หร อเก บร กษาส นค าท สามารถควบค มอ ณ หภ ม และความช น (เชษฐ,2546: 10) กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 19

22 ล กษณะไซโลข าวเปล อกโดยท วไป ล กษณะไซโลข าวเปล อกเป นโกด งเก บผลผล ตข าวเปล อกท ช วยปร บปร งค ณภาพของผลผล ต ข าวเปล อกให ม มาตรฐานด วยระบบการท าความสะอาดผลผล ต การลดความช น และระบบการจ ดเก บท ม การ ระบายอากาศ และการควบค มอ ณหภ ม ภายในสามารถร กษาผลผล ตข าวเ ปล อกให คงค ณภาพไว ได นาน ประมาณหน งป ล กษณะภายนอกของไซโลโดยท วไปเป นถ งขนาดใหญ ทรงกลมแนวต ง ท าจากโลหะปลอด สน มคล ายสแตนเลส ม ความทนทานส ง แต ละถ งม ขนาดบรรจ ผลผล ตได ต งแต 50-5,000 ต นต อถ ง ไซโลม 2 ร ปแบบ ค อ ไซโลแบบกรวย (hopper silo) และไซโลแบบก นเร ยบ (flat silo) ด งน 1. ไซโลแบบกรวย ม ล กษณะเป นถ งก นกรวย วางยกส งจากพ นด น เพ อสะดวกในการล าเล ยงขน ถ ายเมล ดพ ชออกจากถ งด านล าง 2. ไซโลก นเร ยบ ม ล กษณะเป นถ งก นเร ยบขนาดใหญ ม ความกว างมากกว าความส ง ใช เคร องม อ ในการขนถ ายผลผล ตทางการเกษตร ล าเล ยงเข าด านบนและล าเล ยงออกจากทางด านล างของถ ง และม ใบกวาดต ดต งอย ภายใน เพ อให ผลผล ตระบายลงส ช องล าเล ยงทางด านล างของถ งได ท งหมดไม ตกค าง การออกแบบไซโล ภาพท 1 ล กษณะของไซโล ข อม ลพ นฐานท ควรทราบเร มจากชน ดของถ งบรรจ ม มกองว สด ความหนาแน นว สด ร ปแบบของการ ไหลของว สด ในไซโล การส งเกตพฤต กรรมของการไหลของว สด ความด นภายในถ งเก บว สด ความด นท ช องทางปล อยว สด เป นต น 1. หน าท หล กของไซโล ค อ การเก บร กษาว สด ให อย สภาพการใช งาน และไม ท าให ว สด เก ดความ เส ยหาย เช นการเก บร กษาเมล ดข าวเปล อกในถ งไซโลจะต องค าน งถ งอ ณหภ ม ในไซโลเป นเร อง ส าค ญ เพราะม ผลต อการเปล ยนแปลงสภาพของข าวเปล อก ส งผลให เก ดความเส ยหายต อเมล ด กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 20

23 ข าวเปล อก โดยเฉพาะข นตอนการส ข าว ด งน นส งส าค ญของการออกแบบจะต องค าน งถ งร ปแบบ การไหลของข าวเปล อก 2. ร ปแบบการไหลของว สด ม 2 ร ปแบบ ค อ 1) การไหลแบบ mass flow เป นล กษณะการไหลในล กษณะท ว สด เคล อนออกจากไซโลอย าง สม าเสมอท กๆ ต าแหน ง ตลอดพ นท หน าต ดล กษณะคล ายก บการจ ายว สด ออกไปท ละช น การไหลแบบน จะ เก ดข นได ก ต อเม อช องทางปล อยว สด (hopper) ม ขนาดม มเอ ยงน อยๆ และผ วผน งของไซโลม ล กษณะ ราบเร ยบ ไม ม บร เวณขร ขระท าให เก ดการเปล ยนแปลงท ศทางการเคล อนท ของข าวปล อกอย างท นท ท นใด 2) การไหลแบบ funnel flow เป นการไหลในล กษณะท ว สด ส วนหน งย ดเกาะผน งไซโลว สด ท อย ภายในแกนกลางไซโลเค อนต วลงมาส มพ ทธ ก บว สด จะไถลต วลงไปในแนวด ง ม ล กษณะเป นช องทางการ ไหล โดยเร มจากช องจ ายว สด และข บข นไปเร อย ๆ ในแนวด งจนถ งผ วบนส ดของว สด การไหลล กษณะน จะ เก ดช องปล อยว สด (hopper) ท ม ม มเอ ยงมากๆ ซ งม ประโยชน ส าหร บการเก บว สด ท ม การไหลแบบอ สระ ไม เน าเป อย ม ความแข งและคมรวมต วก นเป นก อน ม ปร มาณมากด งภาพท 2 ข นตอนการทางานของไซโล ภาพท 2 ร ปแบบการไหลของว สด ในไซโล ข นตอนการท างานของไซโล โดยท วไป เป นข นตอนการด าเน นงานเพ อปร บปร งและเก บร กษา ผลผล ตข าวเปล อกให ได ค ณภาพ โดยด าเน นการตามล าด บ ด งน 1. บรรท กข าวเปล อก โดยรถบรรท ก มาเทหล มบ อท เตร ยมไว 2. ล าเล ยงข าวเปล อก จากหล มบ อท เตร ยมไว ด วยสายพานล าเล ยงเข าเคร องท าความสะอาด 3. ท าความสะอาดข าวเปล อก โดยแบ งออกเป น 2 ส วน ค อ ด ดฝ นละอองท ต ดมาก บข าวเปล อก กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 21

24 ใช ตะแกรงท าความสะอาดโดยแยกส งเจ อปนออกจากข าวเปล อก ส วนการเก บร กษาข าวเปล อกท ท าความสะอาดแล ว จะด าเน นการใน 2 กรณ ค อ 1) กรณ ข าวเปล อกม ความช นในระด บท ต องการค อความช นไม เก น 15% แล ว จะล าเล ยงไปจ ดเก บ ในไซโล ซ งจะม ระบบระบายอากาศควบค มอ ณหภ ม ภายในอย ในระด บ องศาเซ นเซ ยส 2) กรณ ข าวเปล อกย งม ความช นส งกว าระด บท ต องการ จะล าเล ยงข าวเปล อกเข าเคร องอบ ลด ความช นให เหล อความช นไม เก น 15% (ถ าข าวเปล อกม ความช นส ง ควรอบมากกว า 1 คร งโดยต องม ท พ ก (tempering bin) พ กข าวเปล อกไว เพ อใ ห ข าวเปล อกเย นต วลงจ งเอาไปอบอ กคร งจนความช นเหล อประมาณ 15% ) แล วน าเก บในไซโล ส าหร บ การ ส งออก ข าวเปล อก จากไซโล จะล าเล ยงผ านสายพานล าเล ยงส ระบบโรงส หร อใช รถบรรท กมาร บใต ถ งไซโลเพ อน าข าวเปล อกออกจากไซโลไปขายหร อใช ท าประโยชน อ นๆ นอกจากการส จะเห นว าไซโลท ใช อย ในป จจ บ นเหมาะสมก บโรงส ท ม ขนาดใหญ ม งบลงท นส ง ด งน นโครงการน จ งได เสนอไซโลร ปแบบใหม ท ม ขนาดเล กเหมาะก บช มชน โดยม การแปรร ปและสร างม ลค าเพ มให ก บข าวอย าง ครบวงจร ไซโลร ปแบบใหม ไซโลข าวเปล อก ม ประโยชน ในการลดความช น และกา ค ณภาพด ว ตถ ประสงค รควบค มอ ณหภ ม ความช น เพ อได ข าว ว ตถ ประสงค ของไซโลข าวเปล อก เพ อร กษา ค ณภาพมาตรฐานของข าวให เป นมาตรฐานเด ยวก น ต งแต เก บเก ยว จนถ งข นตอนการจ าหน าย และย งเป นการสร างม ลค าเพ มของข าวเปล อก เพ อสร างรายได ให ก บช มชน ล กษณะของไซโลร ปแบบใหม ล กษณะของ การสร าง ไซโลร ปแบบใหม จะออกแบบให เหมาะก บช มชน เพ อเป นการสร างช มชน เข มแข ง โดยไซโล จะม ขนาดเล ก สามารถน าไปต อพ วงก บเคร องส ข าวเปล อก เคร องบรรจ ข าวสาร เคร องอ ด น าม นร า เคร องอ ดแท งเช อเพล งแข ง ได อ กด วย โดยแนวความค ดของการท าไซโลร ปแบบใหม จะสร างม ลค าเพ มจากข าวเปล อกให ก บช มชน ต งแต การเก บใส ไซโล เพ อ อบลดความช นข าวเปล อกจากท ม ความช นประมาณ 30% ให เหล อ 15% จากน น เม อ ข าวเปล อกม มาตรฐานและความช นเหมาะสมแล ว จะน ามาเข าเคร องส ข าวเปล อก และน าผลพลอยได จากการ ส ข าวเปล อกมาแปรร ปเพ อสร างม ลค าเพ มต อไป ส ดส วนของผล ตผลพลอยได จากการส ข าว : ข าวเปล อกแห ง(ความช น 15%) ได ส วนต างๆด งน กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 22

25 1. ส งสกปรก 1% (ท าความสะอาด) 2. แกลบ 20% 3. ร าข าว 10% 4. ข าวสาร 54% 5. ปลายข าว 15% แหล งข อม ล อ.อ ท ย ค นโธ(อาหารและการผล ตอาหารเล ยงส กรและส ตว ป ก) ภาพท 3 แสดงผลพลอยได จากการส ข าวและการสร างม ลค าเพ มของไซโล จะเห นว าหล งจากการส ข าวเปล อก ผลพลอยได จากการส ข าวจะน ามาใช แปรร ปและใช ประโยชน ได ท กส วนต งแต ร าข าว จะน ามาห บเป นน าม นร า แกลบจะน ามาอ ดเป นแท งเช อเพล งแข ง และปลายข าวมาใช เป นอาหารส ตว กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 23

26 ล กษณะเด นของไซโลร ปแบบใหม ล กษณะเด นของไซโลร ปแบบใหม ม ด งน 1. ถ งไซโลผล ตด วยสารโพล เอทซ ล น ความหนาแน นต า ผสมสารป องก น UV 2. ถ งไซโลม น าหน กเบา ไม เป นสน ม 3. สามารถเก บและอบลดความช นของข าวเปล อกให เหล อความช นประมาณ 15% 4. สามารถต อพ วงเข าก บอ ปกรณ ต างๆ เช น เคร องส ข าวเปล อก เคร องค ดขนาดข าวสารเพ อแยก เกรดข าว เคร องบรรจ ข าวสาร เคร องป ดถ งข าวสาร และข าวสารท ไม ได ขนาดสามารถน ามาต อ พ วงก บเคร องท าข าวพอง นอกจากน นย งสามารถต อพ วงก บเคร องม อแปรร ปของเหล อจากการส ข าว เช นร าข าว โดยต อก บเคร องห บน าม นร าข าว น ามาผล ตเป นน าม นร าข าว แกลบ โดยต อก บ เคร องอ ดแท งเช อเพล งแข ง น าไปเผาในระบบแก สซ ฟ เคช น เป นต น 5. ราคาและขนาดเหมาะสมท จะใช ในช มชน แนวค ดในสร างไซโลร ปแบบใหม ค อร กษาข าวให ม ค ณภาพและมาตรฐานท กข นตอนการผล ตจนถ ง การจ ดจ าหน าย ขนาดของไซโลร ปแบบใหม ขนาดของไซโลในโครงการน ได ออกแบบให เหมาะสมก บพ นท การท านาด งน ระด บ 1 ใช ก บพ นท นา ประมาณ ไร ระด บ 2 ใช ก บพ นท นา ประมาณ ไร ระด บ 3 ใช ก บพ นท นา ประมาณ ไร ราคาของไซโลในโครงการน ราคาไซโล ขนาด 20 ต น ส าหร บพ นท ปล กข าว 30 ไร ราคา 90,000 บาท เคร องอบแห งแบบลมเย น ราคา 150,000 บาท หร อ เคร องอบแห งแบบลมร อน ราคา 80,000 บาท ใช เวลาอบประมาณ 2 ว น ท าให ความช นข าวเปล อก 30% ลดเหล อ 15% อ ปกรณ เสร มอ นๆ เคร องส ข าวเปล อก o เคร องส ข าว 100 ก โลกร มต อช วโมง ราคา 100,000 บาท o เคร องส ข าว 300 ก โลกร มต อช วโมง ราคา 250,000 บาท o เคร องส ข าว 600 ก โลกร มต อช วโมง ราคา 500,000 บาท เคร องช ง / เคร องบรรจ ถ ง ราคา 300,000 บาท เคร องอ ดแท งเช อเพล งแข ง 100 ก โลกร มต อช วโมง ราคา 250,000 บาท กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 24

27 เคร องห บน าม นร าข าว ล ตรต อช วโมง ราคา 150,000 บาท 2.3 ข อม ลการประด ษฐ ค ดค นและข อม ลส ทธ บ ตร/อน ส ทธ บ ตร (ถ าม ) สมาคมเคร องจ กรกลไทยเป นผ ด าเน นการผล ตอ ปกรณ ท กช นในโครงการน ต งแต ไซโล ขนาด 20 ต น เคร องอบแห งแบบลมเย น และ เคร องอบแห งแบบลมร อน เคร องส ข าวเปล อก เคร องช ง / เคร องบรรจ ถ งข าวสาร เคร องป ดปากถ งข าวสาร เคร องท าขเวพอง เคร องอ ดแท งเช อเพล งแข ง เคร องห บน าม นร าข าว กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 25

28 3. การตลาด สถานการณ ด านการตลาดและว ถ การตลาดข าว จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย (2542) ได ศ กษาสถานการณ ด านการตลาดท งในส วนท เก ยวก บระบบตลาด ข าว และว ถ การตลาดข าวในประเทศไทยไว ด งน 1. ระบบการตลาดข าวในประเทศไทย ประกอบด วยตลาด 2 ระด บ ระด บแรกได แก ตลาดระด บ ท องถ น เป นตลาดท รวบรวมข าวเปล อก ต งแต ระด บหม บ าน ต าบล จนกระท งจ งหว ดหร อใน เม อง โดยม การซ อขายระหว างเกษตรกรก บพ อค าผ รวบรวมในท องถ นด วยก น แล วจ าหน ายให โรงส ในท ส ด ส วนระด บสอง ได แก ตลาดระด บภ ม ภาคและปลายทาง เป นตลาดท รวบรวม ข าวสารในจ งหว ดต างๆ เพ อส งออกไปย งตลาดปลายทางท กร งเทพมหานคร หร อส งจากตลาด ปลายทางไปจ งหว ดอ นๆ 2. ผ ประกอบการ ท เก ยวข องก บธ รก จค าข าว ประกอบด วย พ อค าผ รวบรวมท องถ น เป นผ รวบรวมข าวเปล อกจากเกษตรกร แล วจ าหน ายแก พ อค า โรงส บางรายอาจเป นพ อค าพ ชไร หร อพ อค าขายว สด ต างๆ สถาบ นเกษตรกร ประกอบด วยสหกรณ การเกษตร สหกรณ น คม สหกรณ การเกษตร ระด บ จ งหว ด ช มน มสหกรณ การเกษตรแห งประเทศไทย (ชสท.) และกล มเกษตรกร โดยสถาบ น เกษตกรด งกล าวจะใช ท นสน บสน นจากภาคร ฐในการรวบรวมข าวเปล อกจากสมาช ก เพ อ ส งต อให สถ าบ นเกษตรกรท ม โรงส แปรร ปเป นข าวสารจ าหน ายให ท องถ น หร อส งต อให ช มน มสหกรณ การเกษตรแห งประเทศไทย ท งน ผลก าไรท ได ร บการจ าหน ายข าวเปล อก หร อข าวสารด งกล าวจะน าไปจ ายเพ มเป นค าข าวเปล อกให แก สมาช กภายหล ง พ อค าต วแทนหร อนายหน า หมายถ ง พ อค า ท ท าหน าท เป นคนกลางจ ดการซ อขายระหว าง บ คคล 2 ฝ าย แต ไม ม กรรมส ทธ ในส นค า จ าแนกพ อค าต วแทนเป น 2 ระด บ ระด บแรกค อ นายหน าระด บท องถ น ค อบ คคลท ม ภ ม ล าเนาอย ในท องถ น ท าหน าท เป นคนกลางซ อขาย และรวบรวมข าวเปล อกให ก บโรงส (โดยการซ อขายและรวบรวมข าวเปล อกอาจจะเป นการ ซ อขายจากระด บไร นาโดยตรง หร อซ อขายผ านตลาดกลางค าข าวเปล อกซ งต งอย ตามแหล ง ท ผล ตข าวท ส าค ญ ) และร บบร การเป นค าตอบแทน ส วนระด บท สองค อนายหน าท เร ยกว า หยง ได แก คนกลางท ท าหน าท ซ อขายข าวสารระหว างโรงส ก บพ อค าส งออก หร อระหว าง โรงส ก บพ อค าขายส งภายในประเทศโดยหยงจะได ร บค าบร การตอบแทนตามร อยละของ ม ลค าหร อปร มาณส นค า หน วยงานของร ฐ จ าแนกเป น 2 ระด บ ระด บแรกค อหน วยงานของร ฐระด บท องถ น ประกอบด วยธนาคารเพ อการเกษตรและสหกรณ การเกษตร (ธ.ก.ส.) ท ร บจ าน าข าวเปล อก กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 26

29 จากเกษตรกร สหกรณ กล มเกษตรกร ฯลฯ ท ได ย มเง นท นหม นเว ยนจากภาคร ฐเพ อ รวบรวมข าวเปล อกจากเกษตรกรในพ นท แล วน าไปส จ าหน ายเป นข าวสาร ส วนระด บท สอง ค อหน วยงานภาคร ฐในระด บภ ม ภาคหร อปลายทาง ประกอบด วยองค การตลาดเพ อ เกษตรกร (อ.ต.ก.) องค การคล ง ส นค า(อสค.) กรมการค าภายใน และกรมการค าระหว าง ประเทศ ซ งหน วยงานของร ฐในระด บปลายทางน ท าหน าท ร บซ อข าวสารจากช มน ม สหกรณ การเกษตรแห งประเทศไทย โรงส เอกชนหร อผ ส งออกแล วท าการส งออก โรงส ร บซ อข าวเปล อกจากพ อค า เกษตรกร และหน วยงานต างๆ แล วท าหน า ท แปรร ป ข าวเปล อกเป นข าวสาร แล วส งไปจ าหน ายให ผ บร โภคผ านคนกลางท งพ อค าขายส ง พ อค า ส งออกผ านหยง และพ อค าขายปล ก รวมท งจ าหน ายให แก ผ บร โภคโดยตรง พ อค าขายส ง ร บซ อข าวสาร ปลายข าว และร าข าวจากโรงส เพ อจ าหน ายแก พ อค าขายปล ก และผ บร โภค พ อค าส งออก ร บซ อข าวสารจากโรงส ผ านหยง ซ งพ อค าส งออกบางรายท าหน าท หยงควบค ก นไป รวมท งอาจม โรงส เป นของต วเองด วย พ อค าขายปล ก ร บซ อข าวสารจากพ อค าขายส ง โรงส และสถาบ นของร ฐแล วจ าหน ายปล ก แก ผ บร โภค 3. ว ถ การตลาดข าวเปล อก จากปร มาณข าวเปล อกท เกษตรกรผล ตได ท งหมดร อยละ 55.9จะถ กขาย ให พ อค ารวบรวมท องถ น ส วนข าวเปล อกท เหล ออ กร อยละ 44.1 จะขายให แก โรงส พ อค า ต วแทนหร อนายหน า สถาบ นของร ฐ สถาบ นเกษตรกร ซ งว ถ การตลาดข าวเปล อก สามารถ แสดงเป นภาพจ าลอง ตามภาพท 4 ด งน ท มา: จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย(2542) ภาพท 4 ว ถ ตลาดข าวเปล อก กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 27

30 4. ว ถ การตลาดข าวสาร หล งจากโรงส แปรสภาพข าวเปล อกท งหมดเป นข าวสารแล วข าวสารร อย ละ 65.6 ถ กจ าหน ายผ านหยงร อยละ 13.7 จ าหน ายให แก สถาบ นของร ฐ ข าวสารท เหล อจ าหน าย ให แก พ อค าส งอ อก พ อค าขายส ง และผ บร โภค ซ งว ถ การตลาดข าวสารสามารถแสดงเป น แบบจ าลอง ตามภาพท 5 ด งต อไปน ท มา: จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย(2542) ภาพท 5 ว ถ ตลาดข าวสาร การศ กษาว ถ การตลาดข าวด งกล าว พบว า โรงส ม บทบาทส าค ญท ส ดในข นการร บซ อข าวเปล อกและ จ าหน ายข าวสาร โดยราคาข าวสารท ผ บร โภคซ อน น ต องผ านผ เก ยวข องหลายข นตอน ด งแสดงในภาพท 6 ด งต อไปน กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 28

31 ภาพท 6 ว ถ ตลาดข าวเปล อกและข าวสาร ท มา: จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย(2542) 5. บทบาทของร ฐในด านการตลาด บาทบาทของร ฐบาลด านการตลาดท ส าค ญ ม ด งน (จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย, 2542:1-10) ผล กด นให เกษตรกรขายข าวได ในราคาท ส งข น โดยร ฐบาลได ม นโยบายในการแทรกแซง ราคาด วยการให หน วยงานร ฐ เช น ธนาคารเพ อการเกษตรและสหกรณ การเกษตรองค การ ตลาดเพ อเกษตรกร หร อองค การคล งส นค า เป นต น ร บจ าน าข าวเปล อกจากเกษตรกรและ ร บจ าน าข าวสารจากโรงส ให กระทรวงอ ตสาหกรรมออกข อบ งค บเป นกฎกระทรวงให โรงส ขนาดใหญ ต องม เคร องว ด ความช นและเคร องตรวจค ณภาพข าว เพ อให การซ อขายข าวม มาตรฐานและม ความเป น ธรรมมากข น ช วยเหล อผ ส งออกทางด านการเง นด วยส นเช อดอกเบ ยต า สน บสน นเง นท นหม นเว ยนและเง นจ ายขาดแก หน วยงานร ฐ และสถาบ นเกษตรกรในการ พย งราคาข าวเปล อก การรวบรวมข าวเปล อก รวมท งการร บจ าน าข าวเปล อก จากว ถ การตลาดข าว ซ งเป นกลไกการตลาด ท เก ดข นจากอ ปสงค และอ ปทานจะเห นว าชาวนาและ เกษตรกรขายข าวในราคาต าเน องจากข าวม ความช นส ง จ งม ค ณภาพต า การแก ไขป ญหาราคาข าว ท เก ดข น ใน ส วนของข าวค ณภาพปานกลางและข าว ท ม ค ณภาพต า สามารถท าได โดย การใช ไซโลอบลดความช นซ งจะ กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 29

32 เป นทางออกในการแก ไขป ญหาราคาข าวตกต า สร างมาตรฐานให ก บข าว การสร างไซโลควรเป นขนาดเล ก ในช มชนเพ อให ช มชนได ร บประโยชน จากการขายข าวให ม ราคาส งข น ด งน นการสร างไซโลม ความส าค ญและจ าเป นในการเก บร กษาข าวเปล อกให ได มาตรฐาน ในท น จะ ศ กษาความเป นไปได ของโครงการบร การไซโลข าวเปล อก ซ งนอกจากจะเพ มค ณภาพให ก บข าวเปล อกโดย ลดความช นในข าวเปล อกลง ท าให ข าวเปล อกม ความช นในระด บมาตรฐาน (ความช น 15%) แล ว ย งเป นการ แปรร ปและสร างม ลค าเพ มให ก บข าวอ กด วย โดยผ ท สนใจเข าร วมลงท นในโครงการน ได แก บ คคลโดยท วไป เกษตรกรท ปล กข าว กล มเกษตรกร หร อช มชน ท ต องการก กเก บข าวให ได มาตรฐาน และน าไปแปรร ปเป น ข าวสาร และสร างม ลค าเพ มก บข าว ซ งการสร าง ไซโลข าว เปล อก ในโครงการน จะเน นการให บร การแก ช มชนเป นหล ก และค ดอ ตราค าบร การท เหมาะสม เพ อเป นการร กษามาตรฐาน และเพ มม ลค าให ก บข าว ตลอดจนเป นการร กษาเสถ ยรภาพของระด บราคาข าวไทย 3.1 ขนาดตลาด จากข อม ลของส าน กส งเสร มและพ ฒนาธ รก จ กรมการค าภายใน กระทรวงพาณ ชย (2543) พบว า ไซโลท งหมดม 19 แห ง เป นของเอกชน 11 แห งซ งส วนใหญ เป นโรงส หร อ ผ ค าข าวรายใหญ ท ท าธ รก จ จ าหน ายข าวตามค าส งซ อและขององค การตลาดเพ อเกษตรกร (อ.ต.ก.) รวม 8 แห งม ความจ แห งละ 3,000 ต น ความจ ท งหมดค อ 24,000 ต น ซ งป จจ บ นป ดด าเน นการไปแล ว หร อไม ได ใช ในการเก บก กข าวเปล อก ด งน น จะเห นว าการสร างไซโลร บบร การเก บก กข าวเปล อกย งไม ม ในป จจ บ น นอกจากการท ร ฐบาลเข าไป แทรกแซงราคาข าว โดยจะเก บก กข าวเปล อก ตามโครงการร บจ าน าข าวของร ฐบาลเท าน น 1. การด าเน นการของภาคเอกชน ได ให ข อม ลว า การ ด า เน นธ รก จไซโลข าวเปล อกประสบ ผลส าเร จด วยด เป นการลงท นท ได ผลด สามารถค นท นได ใน ระยะเวลาส น เพราะไม จ า เป นต อง ร บปล อยข าวออก ส ท องตลาด สามารถเก บร กษาข าวให ได มาตรฐานและรอจนได ระด บราคาท น าพอใจจ งค อยขาย (กระทรวงเกษตรและสหกรณ 2543: 48) 2. องค การตลาดเพ อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ได จ ดท าโครงการพ ฒนาการผล ตและการตลาดข าวและพ ช ไร และให การสน บสน นไซโลข าวเปล อกขนาด 500 ต น วงเง นลงท น 4.1 ล านบาทแก สหกรณ การเกษตรท ม การท าธ รก จโรงส หร อธ รก จการรวบรวมข าวเปล อก รวม 5 สหกรณ โดยได ว เคราะห ผลตอบแทนการลงท นของไซโลข าวเปล อกด งกล าวโดยค ดรายได จากค าเช าไซโลต น ละ100 บาท รายได 600,000 บาทต อป และม ค าใช จ ายจากค าไฟฟ าและด แลร กษา ค าแ รงงานคน ค มเคร องรวมท งค าประก นภ ย ในระยะเวลาโครงการ 20 ป อ ตราส วนลดร อยละ 6 พบว า อ ตรา ผลตอบแทนท แท จร ง หร อค า IRR เท าก บร อยละ 7.44 ระยะเวลาค นท น เท าก บ 12 ป กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 30

33 3.2 ความต องการป จจ บ นและแนวโน มในอนาคต ประเทศไทยม พ นท เพาะปล กและโรงส ข าวกระจา ยอย ท วท กภ ม ภาค ส งผลให ต นท นการขนส งและ การเก บร กษาท งในระยะส นและระยะยาวหร อต นท นลอจ สต กส ข าวอย ในเกณฑ ส งถ งร อยละ 19 ของ ผล ตภ ณฑ มวลรวมข าว โดยแยกเป นต นท นค าขาดน าหน กและส ญเส ยร อยละ 6 ต นท นค าขนส งร อยละ 5 ต นท นค าบร หารจ ดการร อยละ 5 และต นท นค าส นค าคงคล งและเก บร กษาร อยละ 3 ด งน นถ งแม ว าจะเก บก ก ข าวไว เพ อรอเวลาขาย แต เน องจากต นท น ลอจ สต กส ข าวอย ในเกณฑ ส ง การเก บก กข าวไว ก อาจได ร บ ผลตอบแทนน อยกว าต นท นการก กเก บหร อต นท นลอจ สต กส ข าว การสร างไซโลเก บก กข าวเปล อก ขนาดเล ก เป นแนวทางในการลด ต นท นลอจ สต กส ข าว ฉะน นการ สร างไซโลเก บก กข าวเปล อกควรสร าง ในช มชนไม ว าจะเป นอ าเภอ หร อหม บ าน ในพ นท ท ม เพาะปล กข าว มากกว า 30 ไร เน องจาก ป จจ บ นราคาน าม นและพล งงานเช อเพล งอ นๆ ทยอยปร บต วส งข นมากหากสถาน ท ต งไซโลอย ไกล เพราะอย ท บางจ งหว ดส าค ญ และการขนย ายข าวในแต ละคร งต องใช ยานพาหนะ ซ งจะเส ย ค าใช จ ายท เพ มข น อ กท งราคาค าฝากเก บข าวในไซโลค อนข างแพง แม จะสามารถขายข าวเปล อกได ปร มาณ เพ มข นหร อราคาข าวปร บต วส งข นก ตาม ก าไรท ได อาจไม ค มต อค า ขนส งและค าฝากเก บข าว ด งน นถ าสร าง ไซโลในแต ละช มชนได จะประหย ดค าใช จ ายในการขนส ง อ กท งเป นสมบ ต ของช มชนม อ ตราค าบร การท เหมาะสม ซ งถ กกว าไซโลท บร หารจ ดการโดยเอกชน ส งผลท าให ต นท น ลอจ สต กส ข าวลดลง นอกจากน น การแปรร ปข าวเปล อก สร างม ลค า เพ มให ก บข าว ท งย งเป นแนวทางท าให การบร โภคข าวเพ มมากข น ท าให คาดว าแนวโน มของการสร างไซโลเก บก กข าวเปล อกขนาดเล กในช มชนจะเป นท สนใจ เพ อเป าหมายในการ ร กษาค ณภาพของข าวเปล อก สร างม ลค าเพ มแก ข าว และเพ อเป นการพย งราคาข าวเปล อกไม ให ตกต าลง อ ก ด วย 3.3 การว เคราะห สภาพแวดล อมภายในและภายนอก (SWOT Analysis) โครงการการลงท น ในการสร างไซโลข าว สามารถท าการว เคราะห ภายนอก หร อการว เคราะห SWOT ได ด งน 1. สภาพแวดล อมภายนอก (External Environment) สภาพแวดล อมภายในและ โอกาส (Opportunities) ความต องการบร โภคข าวภายในประเทศและการต องการข าวจากต างประเทศ โดยเฉพาะความ ต องการข าวท ม ค ณภาพและมาตรฐาน กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 31

34 ถ าร ฐบาลสน บสน น การสร างไซโล ร วมก บการปร บปร งประส ทธ ภาพการผล ตข าว โดยเพ ม ผลผล ตต อไร ส งเสร มให เกษตรกรม ข าวพ นธ ด เพ อเพาะปล กอย างท วถ ง ช วยให ม การใช เทคโนโลย ท ท นสม ยเข ามาใช ในการผล ต จ ดหาน าให เพ ยงพอก บความต องการของการ เกษตรกร ให ความร ในเร องการใช ป ยและยาก าจ ดศ ตร พ ชในอ ตราส วนท เหมาะสมตลอดจน ส งเสร มการปล กข าวปลอดสารพ ษ จะช วยท าให มาตรฐานข าวไทยด ข น เป นท ต องการของตลาด ต างประเทศ เป นการเพ มม ลค าของข าวและเพ มการส งออกข าวไทยอย างครบวงจร ท าให ข าวม ราคาส งข นด วย นโยบายภาคร ฐในการส งเสร ม สน บสน นให เก ดการประกอบ ว สาหก จขนาดย อม และว สาหก จ ช มชน รวมท งการสร างสภาพแวดล อมท ด ต อการประกอบการส งผลท าให โครงการสามารถ ด าเน นการได ง ายข น รวมท งโครงการไซโลข าวเปล อกขนาดเล กในช มชนเป นนโยบายหล กของ ร ฐบาล อ ปสรรค สภาพด น ฟ า อากาศท แปรปรวน ส งผลถ งผลผล ตข าวท อาจเพ มข นหร อลดลง ซ งจะส งผลต อ การค านวณผลประโยชน ของโครงการจากการค ดค าบร การอบลดความช นข าวเปล อกและ ค าบร การจากการร บฝากข าวเปล อก นอกจากน นย งส งผลต อความช นของข าว ในป จจ บ นสภาพเศรษฐก จท งต างประเทศและภายในประเทศท ผ นผวน และการเม องท ร อนแรง ส งผลถ งความต องการข าวจากต างประเทศไม คงท สภาพการแข งข นของตลาดข าวโลกอย างร นแรง โดยเฉพาะใน ข าวค ณภาพปานกลางและ ค ณภาพต า ราคาน าม นท ส งข นส งผลต อต นท นลอจ สต กส ข าว และการด าเน นการของโครงการ 2. สภาพแวดล อมภายใน (Internal Environment) จ ดแข ง เป นไซโลขนาดเล ก เหมาะก บช มชน โดยค ดค าบร การอบลดความช นข าวเปล อกและค าบร การ จากการร บฝากข าวเปล อกท เหมาะสม แต สามารถร กษาค ณภาพของข าวเปล อกให ได มาตรฐาน ก อนน าไปขาย อ นเป นการช วยพย งราคาของข าวเปล อกให ส งข น เป นไซโลท ต งในช มชน เพ อประโยชน ของท กคนในช มชน เป นการสร างช มชนเข มแข งตาม นโยบายของร ฐบาล เป นการสร างม ลค าเพ มให ก บข าว โดยการน าผลพลอยได จาการส ข าวเปล อกมาแ ปรร ป เช น ร า ข าน ามาแปรร ปเป นน าม นร าข าว แกลบน ามาแปรร ปเป นแท งเช อเพล งแข ง เพ อเพ มความ ต องการและการบร โภคข าวภายในประเทศ กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 32

35 เกษตรกรและชาวนาได ประโยชน จากโครงการ อ นเป นการช วยเหล อชาวนาให ม รายได มากข น อย ใกล ท นาในช มชน ท าให ไม ม ป ญหาเร องค าขนส งและลดต นท นลอจ สต กส ข าว จ ดอ อน ขาดความร เร องการบร หารจ ดการไซโลท ม ประส ทธ ภาพ เน องจากการสร างไซโลท ให บร การ อบลดความช น และเช าไซโลในช มชนเป นเร องใหม ซ งผ บร หารอาจไม ม ประสบการณ ในการ บร หาร ขาดความช านาญในการควบค มด แลไซโล เพ อด แลและป องก นม ให อ ปกรณ เคร องจ กรช าร ด เส ยหาย ขาดความร เร องการตลาดและการขาย เน องจากการขายข าวสาร ต องขายผ านพ อค าคนกลาง กาหนดกลย ทธ ในการเข าตลาด/ร กษาส วนแบ งการตลาด กลย ทธ ผล ตภ ณฑ (Product Strategy) ต งอย ในช มชน ท กคนในช มชนม ส ทธ ใช เพ อประโยชน ของท กคนในช มชน ช วยร กษามาตรฐานของข าวต งแต หล งเก บเก ยวจนถ งช วงจ าหน ายให คงท ช วยชะลอระยะเวลาจ าหน ายข าว อ นจะเป นการช วยพย งราคาข าว สร างม ลค าเพ มให ก บข าวอย างครบวงจร กลย ทธ ราคา ไซโลข าวเปล อก จะค ดค าบร การจาก 1. ค าบร การ ค าบร การอบลดความช นข าวเปล อก ค าบร การจากการร บฝากข าวเปล อก 2. การซ อข าวเปล อกเก บก กเพ อเก งก าไร 3. การร บเป นนายหน าจากการเก งก าไรการขายข าวเปล อกโดยค ดค านายหน า 20%จากราคาท เกษตรกรขายได 4. การซ อข าวเปล อกท อบลดความช นแล ว น ามาแปรร ปเป นน าม นร าข าว และแท งเช อเพล ง แข ง โดยจะขายให ก บช มชนในราคาต ากว าราคาตลาดด งน ราคาน าม นร าข าว 1 ล ตรละ45 บาท ราคาแท งเช อเพล งแข ง 12 บาทต อ 1 ก โลกร ม กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 33

36 จากการศ กษาเพ อก าหนดค าบร การอบลดความช นและราคาค าบร การร บฝากข าวจะใช ราคาและ ปร มาณเช นเด ยวก นก บท กระทรวงเกษตรและสหกรณ ไ ด ประมาณการไว ในป พ.ศ เน องจากเป น หน วยงานร ฐบาลไม ค าน งถ งผลก าไร โดยม รายละเอ ยดด งน 1. ค าบร การอบลดความช นข าวเปล อกต นละ 200 บาท 2. ค าเช าไซโลเก บข าวเปล อก ต นละ 50 บาทต อเด อน ระยะเวลาเช า 6 เด อน จากรายงานการว เคราะห ความเป นไปได ทางการเง นและเศรษฐศาสตร ในการสร างไซโลเก บ ข าวเปล อก กรณ ศ กษา : จ งหว ดส พรรณบ ร พ ษณ โลก และ บ ร ร มย ของ ปราณ ฉ ตรเช ดช ยก ลพบว าการขาย ข าวเปล อก หล งจากท เก บก กไว มากกว า 4-5 เด อนแล ว จะให ผลตอบแทนเป นบวก อย างไรก ตามราคาท ต งข นควรสอดคล องก บราคาท เ กษตรกรจะได จากการขายจากการใช บร การอบ ลดความช น จากข อม ลของกรมการค าภายใน ได ก าหนดราคา ข าวเปล อกนาป ข าวเปล อกนาปร ง ข าวเปล อก หอมมะล และข าวเปล อกหอม ป การผล ต 2550 /51 ณ ระด บความช นต าง ๆ ท เกษตรกรจะได ร บ เม อน า ข าวเปล อกมาจ าน า ไว ด งน ตารางท 5 ราคาของข าวเปล อกนาป ณ ระด บความช นต างๆ กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 34

37 ท มา: กรมการค า กระทรวงพาณ ชย ตารางท 6 ราคาของข าวเปล อกนาปร ง ณ ระด บความช นต างๆ กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 35

38 ท มา: กรมการค า กระทรวงพาณ ชย ตารางท 7 ราคาของข าวเปล อกหอม ณ ระด บความช นต างๆ กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 36

39 ท มา: กรมการค า กระทรวงพาณ ชย ตารางท 8 ราคาของข าวเปล อกหอมมะล ณ ระด บความช นต างๆ กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 37

40 ท มา: กรมการค า กระทรวงพาณ ชย ตารางท 9 ราคาราคาเฉล ย ข าวเปล อกเจ า 5% ข าวเปล อกหอมมะล และข าวเปล อกเหน ยว ของจ งหว ด เพชรบ รณ เด อน หอม มะล ป 2551 ป 2550 ป 2549 ป 2548 เจ า5% ข าว เหน ยว หอม มะล เจ า5% ข าว เหน ยว กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 38 หอม มะล เจ า5% หอม มะล เจ า5% มกราคม 10,100 7,050 7,650 7,800 5,650 9,750 6,900 6,850 7,250 6,300 ก มภาพ นธ 11,100 7,550 7,650 8,300 5,850 10,250 6,950 6,850 7,150 6,400 ม นาคม 11,750 8,750 8,650 8,250 6,100 10,450 7,100 6,950 7,350 6,450 เมษายน 15,700 14,250 10,900 8,300 6,300 9,400 7,300 6,750 7,400 6,650 พฤษภาคม 13,600 11,500 8,000 8,300 6,300 9,500 7,250 6,700 7,300 6,800 ม ถ นายน 13,000 11,250 7,500 8,300 6,350 10,350 7,300 6,700 7,150 6,850 กรกฎาคม 14,250 13,000 7,500 8,450 6,350 10,700 7,750 6,700 7,150 7,050 ส งหาคม 14,000 12,250 6,750 8,550 6,350 10,750 8,200 6,800 7,650 7,100 ก นยายน 13,500 11,500 6,100 8,700 6,450 10,500 8,050 6,800 7,650 7,100 ต ลาคม 11,500 10,750 5,500 8,750 6,500 9,900 7,700 6,750 7,650 7,100 พฤศจ กายน 10,500 10,000 5,500 8,700 6,750 7,700 7,250 6,150 7,250 6,750 ธ นวาคม 10,500 9,700 6,250 9,500 7,050 8,050 7,300 5,550 7,250 6,650 ท งป 12,458 10,629 7,329 8,492 6,333 9,775 7,421 6,629 7,350 6,767 ท มา: กรมการค า กระทรวงพาณ ชย

41 ตารางท 10 ข าวเปล อกหอมมะล ท เกษตรกรขายได ป ม.ค. ก.พ. ม.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค ,720 5,926 6,771 7,502 7,608 7,916 8,141 8,182 8,995 7,973 7,379 7, ,759 8,791 9,062 9,329 9,209 8,607 7,894 7,704 7,243 7,186 7,777 7, ,604 7,736 7,816 7,913 7,769 7,630 7,486 7,618 7,816 7,850 7,393 7, ,628 7,873 7,960 8,028 8,069 8,160 8,353 8,612 8,642 8,685 8,262 7, ,072 8,274 8,388 8,526 8,643 8,778 8,864 9,016 9,033 9,028 8,954 9, ,150 11,906 12,995 17,122 17, ท มา: กรมการค า กระทรวงพาณ ชย แผนภ ม ท 3 ข าวเปล อกหอมมะล ท เกษตรกรขายได 10,000 ราคา : บาท / ต น ราคาข าวเปล อกหอมมะล ท เกษตรกรขายได ท ไร นา (เฉล ยท งประเทศรายเด อน) 8,000 6,000 4,000 2, / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / /50 ป เพาะปล ก หมายเหต : ราคาท เกษตรกรขายได ท ไร นา เฉล ยท งประเทศ ท มา : ส าน กงานเศรษฐก จการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ การคานวณผลประโยชน ของโครงการท เกษตรกรได ร บ การท เกษตรกรจะน าข าวเปล อกมาอบลดความช นหร อเก บก กข าวเปล อกในไซโล ต องพ จารณาความ ค มค าโดยพ จารณาจากผลประโยชน ท ชาวนาจะได ร บด งน 1. ผลประโยชน จาการอบลดความช นข าวเปล อก ค านวณจากความแตกต างของราคาข าวเปล อกท เกษตรกรจะได ร บ ในกรณ ท เกษตรกรขายข าวเปล อกให แก พ อค าคนกลางหร อโรงส ในขณะท ข าวเปล อกย งม ความช นส ง เพราะเพ งเก บเก ยวเสร จ โดยก าหนดให ไม ม การลดความช นของข าวเปล อก เปร ยบเท ยบก บใน กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 39

42 กรณ ท เกษตรกรน าข าวเปล อกท ม ความช นส งในช วงเวลาท เพ งเก บเก ยวเสร จ มาอบลดความช นท ไซโลเก บ ข าวเปล อก จนม ความช นร อยละ 15 ซ งเป นระด บความช นท เหมาะสมเม อน าไปขายให พ อค าคนกลางหร อ โรงส จะท าให เกษตรกรได ร บราคาท ส งข น อย างไรก ตามข าวเปล อกท ผ านการอบลดความช นแล วจะม น าหน กลดลง เน องจากความช นส วนหน งระเหยออกไป ซ งในการค านวณผลประโยชน ท เก ดจากการอบลด ความช น จะต องค าน งถ งน าหน กของข าวเปล อกท ส ญเส ยไปด วย ภายใน ราคา ในการค านวณจะใช ในการจ าน าข าวเปล อกเจ า 5% ซ งรวบรวมโดย จากข อม ลของกรมการค า ระด บความช นของข าวเปล อกนาป และนาปร ง การเก บเก ยวข าวนาป จะเร มต นในเด อนพฤศจ กายน ถ งประมาณเด อนก มภาพ นธ ซ งโดยปกต จะเป นช วงท สภาพอากาศค อนข างแห ง ม ความช นส มพ ทธ ในอากาศ ค อนข างต า เพราะอย ในช วงฤด หนาว ด งน นระด บความช นท ม อย ในข าวเปล อกในช วงด งกล าวจ งไม ส งมาก น ก อย างไรก ตามหากฝนตกในว นท เก บเก ยวข าวเปล อก แม ว าจะอย ในช วงฤด หนาว อาจส งผลท าให ข าวเปล อกท เก ยวได ม ความช นส งข น จ งม ความเป นไปได ว าระด บความช นของข าวเปล อกในฤด นาป อาจ เป นไปได ต งแต ข นอย ก บว ธ การเก บเก ยว รวมท งสภาพภ ม อากาศ จากงานว จ ยของปราณ ฉ ตรช ยเช ด ก ล (2545) ก าหนดให ความช นข าวเปล อกนาป ก อนท เกษตรกรจะน ามาอบลดความช นท ไซโล เท าก บร อยละ และเม อข าวเปล อกผ านการอบแล วจะม ความช นเหล อร อยละ 15 ซ งเป นระด บความช นท เหมาะสมแก การน าไปส หร อเก บร กษาต อ ส วนข าวนาปร ง การเก บเก ยว จะเร มต งแต เด อนม นาคม ถ งเด อนม ถ นายน ด งน นข านาปร ง ท เก บเก ยว ได จ งม แนวโน มท จะม ความช นส ง เพราะอย ในช วงฤด ฝนซ งในกรณ ท ฝนตกในว นท เก บเก ยวข าวเปล อก ความช นส มพ ทธ ในอากาศจะย งส งมากข นและส งผลให ข าวเปล อกท เก ยวได ม ความช นมากข น ด งน นจ งม ความเป นไปได ว าระด บความช นของข าวเปล อ กในฤด นาปร ง ส วนใหญ ความช นจะส งประมาณร อยละ จากงานว จ ยของปราณ ฉ ตรช ยเช ดก ล (2545) ก าหนดให ความช นข าวเปล อกนาปร งก อนท เกษตรกรจะ น ามาอบลดความช นท ไซโล เท าก บร อยละ และเม อข าวเปล อกผ านการอบแล วจะม ความช นเหล อ ร อยละ 15 ผลประโยชน ท เกษตรกรได ร บ ข าวนาป ก อนท เกษตรกรจะน ามาอบลดความช นท ไซโล ร อยละ หล งห กลดน าหน กรวม ค าบร การอบลดความช น และม ส งเจ อปนไม เก น 2% ของน าหน ก ราคาเท าก บ 6,204 บาท และราคา ข าวนาป ท ความช นน อยกว า 15% เท าก บ 6,600 บาท ราคาขายเพ มข น ประมาณ 400 บาทต อต น ข าวนาปร งก อนท เกษตรกรจะน ามาอบลดความช นท ไซโล ร อยละ หล งห กลดน าหน กรวม ค าบร การอบลดความช น และม ส งเจ อปนไม เก น 2% ของน าหน ก ราคาเท าก บ 5,525 บาท และราคา ข าวนาป ท ความช นน อยกว า 15% เท าก บ 6,500 บาท ราคาขายเพ มข น ประมาณ 1,000 บาทต อต น กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 40

43 จะเห นว าการอบลดความช นข าวเปล อกต นละ 200 บาท ม ความค มค าท เกษตรจะลงท น 2. ผลประโยชน จาการ เก บก กข าวเปล อกไว ในไซโล ผลประโยชน ส วนน จะเก ดจากการท เกษตรกร ต ดส นใจท จะเก บก กข าวเปล อกท ผ านการอบลดความช นแล วไว ในไซโล เพ อรอ ให ราคาข าวเปล อกส งข น แล วจ งน าข าวเปล อกออกขายในตลาด ซ งผลประโยชน ส วนน จะค านวณจากความแตกต างของราคา ข าวเปล อกในช วงท เร มเก บก กไว ในไซโล ก บราคาข าวเปล อกในช วงท น าข าวเปล อกท เก บไว ในไซโลออก ขาย โดยสมมต ให ม การเก บก กข าวเปล อกไว 6 เด อน กล าวค อ ก าหนดให ข าวเปล อกเจ า 5%เก บก กข าวเปล อก ไว ต งแต เด อนมกราคม และน าออกขายในเด อนกรกฎาคม ผลประโยชน ท เกษตรกรได ร บ ข าวเปล อกเจ า 5% ราคาเด อนมกราคม เท าก บ 7,050 บาท ราคาเด อน กรกฎาคม 13,000 บาท ราคา ขายเพ มข น ประมาณ 6,000 บาทต อต น เพราะฉน นราคาค าบร การเหมาะสมท เกษตรกรชาวนาจะใช บร การ ส าหร บการเก บข าวเปล อกเพ อเก งก าไร จะค ดราคาเท าก บราคาท ชาวนาหร อเกษตรกรจะได ร บจาก กรมการค าภายใน กระทรวงพาณ ชย ณ ระด บความช นต างๆ กลย ทธ การบร การ การบร การเป นบร การงานหล กของการสร างไซโลเก บข าวเปล อกขนาดเล ก รายได หล กของไซโลอย ท การให บร การแก ช มชน ด งน นโครงการน ต องม กลย ทธ การบร การด งน การบร การแบบเสมอภาคเท าเท ยมก น โดยให บร การเพ อช มชน ม บร การขนส งจากนาข าวของเกษตรกรไปท โรงเร อนไซโล และบร การขนส งจากโรงเร อน ไซโลไปย งโรงส หร อผ จ ดจ าหน าย โดยค ดค าบร การท เหมาะสม ม บร การส ข าว และ จ ดใส บรรจ ภ ณฑ ส าหร บเกษตรกรท ไม ต องการขายข าวผ านโรงส และ ต องการขายข าวสารถ งม อผ บร โภคโดยตรง โดยค ดค าบร การท เหมาะสม ม การให ความร แก เกษตรกรชาวนาถ งการใช บร การอบลดความช นและเก บก ก ข าวเปล อกเพ อ ขายได ราคามากข น เป นท ปร กษาแก เกษตรกรชาวนาในการบร หารด แลข าวเปล อกให ขายได ราคาด มากท ส ด ส าหร บชาวนาและเกษตรกรท ต องการขายข าวเปล อกท อบลดความช นแล ว โครงการม บร การ ร บซ อข าวเปล อก และน ามาแปรร ปเพ อสร างม ลค าเพ มของข าว ผล ตภ ณฑ ท ได จากการแปรร ปจะน ามาขายให ก บเกษตรกรและชาวนาในราคาถ กกว าท องตลาด กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 41

44 ประมาณการขายส นค าของโครงการ การประมาณการขายส นค าของโครงการน ม สมมต ฐานด งน พ นท ครอบคล มของโครงการ 1. เน อท การท านาของช มชนในโครงการน ม จ านวน 500 ไร (ประมาณ 30ไร ต อ 1 คร วเร อน) 2. ชาวนาสามารถปล กข าวเปล อกได 700 ก โลกร มต อไร 3. ชาวนาและเกษตรกรสามารถท าการปล กข าว 2 รอบ โดยในแต ละรอบสามารถปล กข าวได ผลผล ตและมาตรฐานเท าก น บร การและการขาย 1. ชาวนาท กคนในช มชนใช บร การอบลดความช น 2. การใช บร การอบลดความช นม การบร หารจ ดการอย างด โดยใช ไซโล ให บร การได เพ ยงพอและต อเน อง 6 ล ก สามารถ 3. ชาวนาท กคนขายข าวเปล อกหล งจากท ได ร บการอบลดความช นแล ว ในราคาท ข าวเปล อกม ความช น 15 % ตามราคาตลาด จากกรมการค าภายในกระทรวงพาณ ชย โดยใช ราคา ข าวเปล อกเจ านาปร ง ความช นไม เก น 15 % ราคาเฉล ยต นละ 10,100 บาท 4. ประมาณการผลพลอยได จากการส ข าวใน 1 ต นจะได ผลผล ตด งน ข าวสาร 600 ก โลกร ม แกลบ 200 ก โลกร ม น ามาผล ตแท งเช อเพล งแข ง แท ง 150 แท งหร อ 150ก โลกร ม ร า 100 ก โลกร ม น ามาผล ตน าม นร าข าวได 20 ล ตร 5. ข าวสารท งหมดส งไปขายให ก บพ อค า โดยใช ราคาข าวสา รเจ า 5% (ใหม ) ขายส งในตลาด กร งเทพฯ ราคาเฉล ยต นละ 18,850 บาท 6. น าม นร าข าวท ผล ตได ท งหมดขายให ก บช มชน ราคา ล ตรละ 45 บาท 7. แท งเช อเพล งแข งท ผล ตได ท งหมดขายให ก บช มชน ในราคา 12 บาทต อ 1 ก โลกร ม เคร องจ กรและกาล งการผล ต 1. การประมาณการขายส นค าของโครงการจะใช ตามก าล งการผล ตเต มท 2. การท างานจะค ด 330 ว นว นละ 8 ช วโมง กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 42

45 โดยประมาณการขายส นค าและบร การของโครงการน ด งน ตารางท 11 แสดงประมาณการผล ตส นค าและบร การของโครงการตลอด 5 ป ราคา ประมาณการจ านวนขาย (ต น) ส นค าและบร การ (บาท/ต น) ป ท 1 ป ท 2 ป ท 3 ป ท 4 ป ท 5 บร การอบลดความช น ขายข าวสาร 18, น าม นร าข าว 45, แท งเช อเพล งแข ง 12, ตารางท 12 แสดงประมาณการจ าหน ายส นค าและบร การของโครงการตลอด 5 ป ราคา ประมาณการยอดขาย (บาท) ส นค าและบร การ (บาท/ต น) ป ท 1 ป ท 2 ป ท 3 ป ท 4 ป ท 5 บร การอบลดความช น , , , , ,000 ขายข าวสาร 10,850 7,917,000 7,917,000 7,917,000 7,917,000 7,917,000 น าม นร าข าว 45, , , , , ,000 แท งเช อเพล งแข ง 12,000 1,260,000 1,260,000 1,260,000 1,260,000 1,260,000 กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 43

46 4. การผล ต 4.1 ว ตถ ด บท ใช แหล งว ตถ ด บ ต นท นว ตถ ด บ การสร างไซโลส าหร บร บเก บก กส นค าเกษตรโดยเฉพาะข าวเปล อกประกอบด วยส วนประกอบหล ก ค อ ถ งไซโลพลาสต กท ได มาตรฐาน สามารถลดและควบค มอ ณหภ ม ความช น รวมท งอ ปกรณ เสร ม อ นๆ ซ ง ต องค าน งถ ง ขนาดและประเภทว สด ท เหมาะสมก บสภาพอากาศเขตร อนช น รวมท งจ านวนข าวเปล อก ท ก ก เก บ โดยในการสร างถ งไซโลพลาสต กรวมท งอ ปกรณ เสร ม อ นๆ สมาคมเคร องจ กรกลไทย เป น ผ ด าเน นการ จากต นแบบท ม อย โดยราคาและขนาดของไซโล รวมท งอ ปกรณ เสร มต างๆ ม ด งน ราคาของไซโล ราคาไซโล ขนาด 20 ต น ส าหร บพ นท ปล กข าว 30 ไร ราคา 90,000 บาท เคร องอบแห งแบบลมเย น ราคา 150,000 บาท ใช เวลาอบประมาณ 2 ว น ท าให ความช น ข าวเปล อก 30% ลดเหล อ 15% อ ปกรณ เสร มอ นๆ เคร องส ข าวเปล อก o เคร องส ข าว 300 ก โลกร มต อช วโมง ราคา 250,000 บาท เคร องช ง / เคร องบรรจ ถ ง ราคา 300,000 บาท เคร องอ ดแท งเช อเพล งแข ง 100 ก โลกร มต อช วโมง ราคา 250,000 บาท เคร องห บน าม นร าข าว ล ตรต อช วโมง ราคา 150,000 บาท จากสมมต ฐานของโครงการว ตถ ด บท ใช ในโครงการค อข าวเปล อกของช มชนโดยประมาณการความ ต องการว ตถ ด บด งน ตารางท 11 แสดงประมาณการความต องการของว ตถ ด บต อป ของโครงการตลอด 5 ป รายการ ว ตถ ด บ ราคา ประมาณความต องการของว ตถ ด บต อป (ต น) ป ท 1 ป ท 2 ป ท 3 ป ท 4 ป ท 5 ก าล งการผล ต 100% 100% 100% 100% 100% ข าวเปล อก 10, หมายเหต ใช อ ตราการผล ตเต มท ตลอดโครงการ กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 44

47 ผลพลอยได จากการส ข าวเปล อก เน องจากโครงการน จะใช ว ตถ ด บค อข าวเปล อก เพ อน ามาแปรร ปเป นข าวสาร ในการส ข าวเปล อก ผลพลอยได จากการส ข าวเปล อก ได แก แกลบ และ ร า ผลพลอยได เหล าน น ามาสร างม ลค าเพ มโดยการแปร ร ป โดยแกลบน ามาแปรร ปเป นแท งเช อเพล งแข ง และ ร าน ามาห บเป นน าม นร าข าว แกลบและแท งเช อเพล งแข ง พระบาทสมเด จพระเจ าอย ห ว ทรงม พระราชด าร ให น าแกลบท ได จากโรงส ข าวต วอย างสวนจ ตรลดา มาใช ประโยชน ในการปร บปร งด น และน ามาเป นเช อเพล งแท งซ งเป นการอน ร กษ ป าไม และในป พ.ศ จ งเป นป ท เร มโครงการจ ดสร างโรงบดแกลบ โดยมอบหมายงานให ก บงานช าง ส าน กพระราชว งเป น ผ ด าเน นการสร างพร อมจ ดซ อว สด ต างๆ ส าหร บก อสร างในแบบท ประหย ดโดยใช ส งของเก าท ม อย น ามาใช สร างอาคาร นอกจากจะน าแกลบมาผล ตเป นถ านแล ว แกลบท ได จากโรงส ข าวต วอย างจ ตรลดาย งสามารถ น ามาผล ตเป นป ยอ นทร ย ส ตรต างๆ แกลบเป นผล ต ผลพลอยได จากการส ข าว ซ งม ค าความร อนเฉล ยส งถ ง 3880 ก โลแคลอล /ก โลกร ม แต เน องจากแกลบม ความหนาแน นต า การใช เป นเช อเพล ง จ งอย ในขอบเขตจ าก ดเน องจากค าขนส งส ง ทาง หน งท จะท าให แกลบใช เป นเช อเพล งเป นไปได ในทางการค าค อ การน าแกลบมาอ ด เป นแท งฟ น การใช ประโยชน จากแกลบ การใช ประโยชน ของแกลบในประเทศส วนใหญ ใช เป นเช อเพล งส าหร บโรงส ขนาดกลางและขนาด ใหญ ท ใช เคร องจ กรไอน า และย งใช เป นเช อเพล งในโรงงานอ ตสาหกรรมอ นๆ เช น โรงงานกระดาษ โรงงาน เผาอ ฐ เป นต น แต ปร มาณการใช ย งม ค อนข างน อ ย นอกจากน แกลบย งเป น ประโยชน ในด านว สด ด บ อ ตสาหกรรมและการเกษตร เช น ท าอ ฐผน งก นห อง ถ านฟอกส ผงข ด สารด ดซ มน าม น ว สด ฉนวนใน อ ตสาหกรรมเหล ก ผล ตภ ณฑ ยาง และอาหารส ตว เป นต น ราคาของแกลบ แกลบเป นว สด เช อเพล งท ม สภาวะตลาดไม ส ด น ก ท งน เพร าะการใช เป นปร มาณมากต องเส ย ค า ขนส งแพงกว าไม จ งท าให การใช งานจ าก ดเฉพาะ ในโรงส และบร เวณใกล เค ยงเท าน น จากการส ารวจข อม ล ราคาการซ อขายแกลบ ไม แน นอน และไม ข นอย ก บฤด กาล ตลอดจนระยะห างระหว าง แหล งท ต งของโรงส ก บสถานท ท ใช งาน บางฤด โรงส ต องขนแกลบไปเผาท งนอกโรงงาน ม โรงส ท พอจะขายแกลบได ในย าน จ งหว ด กาญจนบ ร ฉะเช งเทรา และปท มธาณ ขายแกลบได ในราคา ต นละ บาท(พ.ศ / 2523) การผล ตถ านอ ดแท งจากแกลบ แกลบท จะน ามาผล ตเป นถ านอ ดแท งจากแกลบได ต องเป นแกลบท แห งสน ท ไม ม ความช น (ความช น ไม เก น 10%) แกลบส วนใหญ ท น ามาผล ตเป นถ านอ ดแท ง จะน ามาจากไซโลเก บแกลบ ซ งจะแห งและม ความช นต า สามารถน ามาใช อ ดได ในท นท ส วนท ตากไว ตามลานป นน นไม สามารถน ามาใช ผล ตถ านอ ดแท ง กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 45

48 ได เพราะจะโดนท งฝนและน าค าง ซ งท าให แกลบน นม ความช นส ง ไม ม ค ณสมบ ต พอท จะน ามาผล ตเป นถ าน อ ดแท งได เน องจากเคร องอ ดด วยกระบวนการอ ดร อนจะไม สามารถใช อ ดให เป นแท งได หากจะน าแกลบท ตากไว ตามลานมาใช เป นว ตถ ด บ จ าต องน าแกลบไปอบไล ความช นใหม อาจใช ว ธ เด ยวก นก บการอบข าว หร อว าน าไปอบด วยเตาโรตาล ก ได เพ อให ได แกลบท ม ความช นไม เก น 10% เหม อนท ออกมาจากไซโลเก บ แกลบ ส าหร บแกลบท น าออกมาจากไซโลเก บแกลบน น สามารถน าไปเข าเคร องอ ดแกลบ แล วอ ดออกมา เป นแท งฟ นจากแกลบได เลยโดยไม ต องน าไปอบไล ความช นก อน เพราะแกลบท ออกมาจากกระบวนการส ข าว จะไม ม ความช นและไม ต องร อน ค ดขนาดเหม อนข เล อย เพราะขนาดของแกลบเท าก นหร อว าใกล เค ยง ก นท กเม ด เน องจากแกลบท อ ดแล วไม สามารถร กษาสภาพให เป นแท งอย ได เม อถ กน า หร อน าฝนจะแปรสภาพ เป นแกลบบดเช นเด ม แต เม อน าแกลบท อ ดแล วไปเผาให เป นถ าน จะสามารถคงสภาพตามร ปท อ ดได ค ณสมบ ต ของถ านอ ดแท งจากแกลบ : ได กล าวถ งค ณสมบ ต ของถ านอ ดแท งจากแกลบไว ด งน เหมาะส าหร บ ธ รก จหม ย างเกาหล ร านอาหาร ต ม ป ง ย าง เป นเช อเพล งเหม อนถ านไม ท วไป แกลบท น ามาเผาเป น ถ านแล วพบว าน าหน กแกลบอ ดจะหายไป 70% ถ านท ได จากแกลบม ค า พล งงานความร อนพอสมควรแต ความร อนน อยกว าถ านท ท าจากไม ให ความร อนพอประมาณ เน องจากเป นถ านท ได ร บการเผาไหม เต มท ปลอดภ ยไม ม สารตกค างและไม ท าลายส ขภาพ เพราะถ านได ถ กเผาไหม ด วยอ ณหภ ม เก น 800 องศาท าให ไม ม สารก อมะเร ง(สามารถทดสอบก บถ านท วไปได โดยการน าไปต มน าร อนหากก น หม อเป นเขม าส ด าแสดงว าถ านท ใช ถ กเผามาไม ส กและม สารก อมะเร ง ทนนาน สามารถใช ได นานกว าถ านไม ธรรมดาถ ง เท า ประหย ด เพราะใช ได นาน ไม แตกง าย ไม แตกประท อย างถ านไม ท วไป ไม ม คว น เน องจากความช นน อยมาก ไม ม กล น เพราะผล ตจากว สด ธรรมชาต 100 % ไม ผสมสารเคม ใด ๆ ไม ด บกลางค น แม ว าจะใช ในท ท อากาศถ ายเทน อยท าให ไม ต องเปล ยนถ านบ อย ๆ ให ความร อนส งสม าเสมอ ไม ว บวาบเน องจากความหนาแน นของถ านเท าก นท กส วน ราคาของถ านอ ดแท งจากแกลบ ราคาของถ านอ ดแท งจะข นอย ก บชน ดของว สด ท ใช ผล ตถ านอ ดแท ง ราคาโดยท วไปจะอย ประมาณ ก โลกร มละ บาท ซ งจะด แพงกว าถ านไม แต ถ าเปร ยบเท ยบค ณภาพและระยะเวลาการ เผาไหม ถ อว า ค มค ากว าถ านไม กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 46

49 ผล ตภ ณฑ จากร าข าว ร าข าวเป นผลพลอยได จากการส ข าว แบ งออกเป นร าหยาบและร าละเอ ยด (bran and polish) ในส วน ของร าหยาบม แกลบผสมอย บ าง ส าหร บร าละเอ ยดน นได จากการข ดเฉพาะผ วนอกของข าวกล องออก ซ ง ประกอบด วย เย อห มผล (pericarp) เย อห มเมล ด (Seed coat) เย ออะล วโรน (aleurone loyer) และ ค พภะ (embryo or germ) การใช ประโยชน จากร าได แก 1. เป นอาหารส ตว ร าข าวท งชน ดร าหยาบและร าละเอ ยดสามารถน ามาผสมในอาหารส ตว 2. สก ดน าม นร าข าว หร อน าม นข าว น าม นข าวเป นน าม นบร โภคท ม ค ณภ าพด เน องจากม chloresterol ต ามาก และจากขบวนการสก ดน าม นน ย งสามารถผล ตผล ตภ ณฑ ต าง ๆ ท ม ประโยชน ด านเภส ชกรรม และอ ตสาหกรรม 3. เป นอาหาร ร าละเอ ยดสามารถใช ผสมในอาหารเด กอ อน ในอาหารขบเค ยวต าง ๆ รวมท งผสม ในขนมป ง ม ฟฟ น แพนเค ก ค กก เค ก พาย และอาหารว างชน ดอบกรอบหร อผ าน extrusion ใน ประเทศญ ป นม การน าร าข าวสก ดไขม นออกมาใช ในการผล ต Koji ในอ ตสาหกรรมเต าเจ ยวและ ซ อ ว น าม นร าข าว โดยในโครงการน จะแปรร ปข าวเป นน าม นร าข าว ซ งเป นผล ตภ ณฑ ท ม โอกาสทางการตลาดส งใน ป จจ บ น โดยราคาน าม นร าข าว เฉล ยจะอย ท 50 บาทต อล ตร 4.2 เทคโนโลย และกระบวนการผล ต หล งจากเกษตรกร หร อ ชาวนาท าการเก บข าวในระยะเวลาท เหมาะสม ค อประมาณ 28 ถ ง 30 หล ง ว นออกดอกแล ว และต องการเก บข าวในไซโล ต องม กระบวนการข นตอนด งน ข นท 1 ท าความสะอาดข าวเปล อก เพ อค ดแยกส งเจ อปนท งเล กและใหญ ก อนน าไปบรรจ ใส ไซโล ข นท 2 น าข าวเปล อกหล งจากท าความสะอาดมาบรรจ ใส ถ งไซโลพลาสต ก แทนการเก บในย งฉาง ไซโลจะเก บข าวเปล อกเพ อลดความช น และควบค มอ ณหภ ม ความช น โดยจะเก บและอบ ความช นของข าวเปล อกให เหล อประมาณ 15% กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 47

50 ภาพท 7 แสดงร ปไซโลในโครงการ ข นท 3 เก บข าวเปล อกเข า ไซโลเพ อรอเวลาจ าหน าย ประมาณ 4-5 เด อน ข นท 4 เกษตรกรท ต องการขายข าวสารเข าส ผ บร โภคโดยตรงสามารถใช บร การส ข าวและบรรจ ใส ถ งเพ อส งไปจ าหน าย ภาพท 8 แสดงอ ปกรณ เสร มอ นๆ กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 48

51 ข นท 5 จ ดจ าหน าย ขบวนการข าวม ด งน ทาความสะอาดข าว ไซโลเก บข าวเปล อกและควบค ม ความช น เก บข าวเปล อกเพ อรอเวลาขาย ส ข าวเปล อก จาหน าย บรรจ ใส ถ ง ภาพท 9 แสดงขบวนการข าว จาหน าย จากขบวนการข าว ผลพลอยได จากการส ข าวสามารถน ามาสร างม ลค าเพ มโดยม ข นตอนด งน ข นท 1 สก ดน าม นร าข าว น าร าข าวมาเข าเคร องห บสก ดน าม นร า เสร จแล วน ามากรองให ใส น ามาบรรจ ขวด ขวดละ 1 ล ตร ข นท 2 อ ดแท งเช อเพล งแข ง น าแกลบมาอ ดเป นแท งเช อเพล งแข ง ส าหร บน าไปเผาในระบบแก สซ ฟ เคช น ข นท 3 ปลายข าว ปลายข าวน ามาเป นอาหารส ตว กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 49

52 กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 50

53 เคร องจ กรอ ปกรณ ท ใช ในการผล ต เคร องจ กรและอ ปกรณ ท ใช ในโครงการม ด งน ตารางท 12 แสดงรายการเคร องจ กรและอ ปกรณ ของโครงการ รายการ จ านวน ราคา/ หน วย (บาท) รวม (บาท) เคร องจ กร ไซโล 6 90, ,000 เคร องอบแห งแบบลมเย น 1 150, ,000 อ ปกรณ เคร องส ขนาดเล ก 1 300, ,000 เคร องช ง / เคร องบรรจ ถ ง 1 300, ,000 เคร องอ ดแท งเช อเพล ง 1 250, ,000 เคร องห บน าม นร าข าว 1 150, , ท กษะและความพร อมของแรงงานไทย เน องจากรายได จากการสร างไซโลเก บก กข าวเปล อกขนาด เล กเป นรายได จากการบร การ ด งน น บ คลากรถ อเป นห วใจส าค ญของการท างานน และจากการท ไซโลเก บก กข าวเปล อกเป นผลประโยชน ของ ช มชน ด งน นช มชนท กคนต องม ส วนร วมในการบร หารจ ดการ อย างไรก ตามการบร หารไซโลต องม บ คลากร ด แลร บผ ดชอบ ด งน นในการด าเน นงานไซโลควรประกอบด วยพน กงานในต าแหน งต างๆด งน นโยบายการร บสม ครพน กงาน ควรเป นคนในท องท ท ม ความร ความสามารถ หร อม ประสบการณ ม ท ศนคต ท ด ต องาน ม ความค ดสร างสรรค ม ความขย นหม นเพ ยรต งใจท างาน ม ความอดทน ม ความร บผ ดชอบ นโยบายการฝ กอบรม ม นโยบายฝ กอบรมพน กงานอย างต อเน องในด านต างๆ ท เก ยวข อง กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 51

54 นโยบายผลตอบแทน เพ อสร างแรงจ งใจให พน กงานม ขว ญก าล งใจท จะท มเทในการท างาน การให ค าตอบแทนจะต อง ประกอบด วย 2 ส วนหล ก ค อ เง นเด อนปกต ซ งอย ในระด บค าแรง ข นต าและแปรตามว ฒ ค ณสมบ ต และความ สามารถ ซ ง เง นเด อนส วนน จะม การปร บข นตามปกต ท อ ตราประมาณ 5% ต อป โบน สจากส วนแบ งของผลก าไรของผลการประกอบการของโครงการ ท งน นโยบายทางการให เง นเด อนจะย ดหล กท ให พน กงานพอใจและท มเทในการท างานเพ อให ประสบผลส าเร จส วนสว สด การและเง นชดเชยก จ ดให เป นไปตามมาตรฐานท กฎหมายก าหนด โครงสร างขององค กร ส าหร บโครงสร างการบร หารงานของโครงการ เป นไปตามแผนภ ม โครงสร างการบร หารต อไปน ห วหน า พน กงานบ ช เจ าหน าท ค มเคร อง ช างเคร อง ภาพท 10 แสดงแผนผ งองค กร หน าท ความร บผ ดชอบตลอดจนค ณสมบ ต ของต าแหน งต างๆ ม ด งน ห วหน า ระด บความร : ว ศวกร สาขาไฟฟ า หร อเคร องกล อาจม ประสบการณ หร อไม ม ประสบการณ การ บร หารไซโล แต ต องได ร บการฝ กอบรมเร องเคร องไซโล หน าท : บร หารและด แลไซโล กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 52

55 เจ าหน าท ค มเคร อง และช างเคร อง ระด บความร : ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) หร อ ประกาศน ย บ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) อาจม ประสบการณ หร อไม ม ประสบการณ การใช เคร องไซโล แต ต องได ร บการฝ กอบรมเร องการใช และ บ าร งร กษาเคร องไซโล หน าท : ค มการใช เคร องไซโล ตลอดจนซ อมบ าร ง เจ าหน าท ท วไป ระด บความร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) หร อ ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) อาจม ประสบการณ หร อไม ม ประสบการณ หน าท : พน กงานบ ญช และ พน กงานธ รการ ตารางท 13 แสดงจ านวนบ คลากรและเง นเด อน ลาด บ รายการ จ านวน เง นเด อน (บาท)/คน 1 ห วหน า 1 15,000 2 เจ าหน าท ค มเคร อง 3 5,000 3 ช างเคร อง 1 7,000 4 เจ าหน าท ท วไป 2 5,000 5 พน กงานท าความสะอาด 1 3,000 6 พน กงานข บรถ 1 3,000 7 ยาม 2 3, แผนผ งโรงงานและเคร องจ กร แผนผ งโรงงานและเคร องจ กรจะใช ร ปแบบโรงงานการผล ตท ม การจ ดวางต าแหน งเคร องจ กรใน กระบวนการผล ต ท เหมาะสม ท งน แต ละโรงงานท จะม การผล ตจะไม ได ก าหนดผ งร ปแบบช ดเจน แต จะท า การจ ดวางอ ปกรณ ในต าแหน งท ท างานได สะดวกและสอดคล องก บมาตรฐานโรงงาน โดยสมมต ให โครงการน ใช พ นท 2 ไร ในการท าโรงงาน โดยเป นพ นท โรงเร อน 1 ไร และ นอกจากน นท าเป นอาคารส าน กงาน ห องน า ท จอดรถ และอ นๆ กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 53

56 ท จอดรถส งข าวเปล อก ท เก บข าวสาร ลานเทข าวเปล อก ท เก บน าม นรา และแท ง เช อเพล งแข ง ท วางไซโลและอ ปกรณ ต างๆ ท เก บอ ปกรณ ต างๆ ภาพท 11 ร ปผ งแปลนโรงเร อน กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 54

57 ภาพท 12 แสดงขบวนการไซโล กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 55

58 ภาพท 13 แสดง ต วอย างโรงเร อนไซโล 4.5 บรรจ ภ ณฑ /การส งมอบ ทางโครงการ จะม การให บร การจ ดรถไปร บข าวเปล อกท นาของเกษตรกร โดยค ดค าบร การต อคร ง ตามระยะทาง นอกจากน นย งม การขายส งข าวสารมาขายท ตลาดในกร งเทพฯ โดยจะม การส งมอบ ณ ท ตลา ด ใน การขายข าวสารจะใส ถ งบรรจ ขนาด 2 ก โลกร ม และ 5 ก โลกร ม ส วนน าม นร าข าวจะบรรจ ใส ขวด 1 ล ตร และแท งเช อเพล งแข งจะบรรจ ใสถ งพลาสต ก เพ อจ าหน าย ให ก บช มชนในราคาถ ก กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 56

59 5. การเง นและการลงท น การศ กษาความเป นไปได ของโครงการการท าไซโลข าวไทย จะม งศ กษาก ารท าไซโลขนาดเล กใน ช มชน โดยจะแสดงต นท นและผลประโยชน ในร ปของต วเง นเพ อให ได ข อม ลก อนน ามาว เคราะห ความ เป นไปได ของโครงการสร างไซโลเก บข าวเปล อก ผลประโยชน ผลประโยชน จากการให บร การไซโลข าวมาจาก 2 ส วนค อ 1. ผลประโยชน จากการบร การอบความช นข าวเปล อก 2. ผลประโยชน จากการขายข าวสาร 3. ผลประโยชน จากการขายน าม นร าข าว 4. ผลประโยชน จากการขายแท งเช อเพล งแข ง ต นท น ต นท นจากการสร างไซโลท งต นท นคงท และต นท นแปรผ นได แก 1. ค าซ อไซโลเก บข าวเปล อกและอ ปกรณ ต างๆ 2. ค าก อสร างโรงเร อนและอาคารส าน กงาน 3. ค าซ อข าวเปล อก ความช นไม เก น 15% 4. เง นเด อนพน กงาน 5. ค าสาธารณ ปโภค 6. ค าใช จ ายในการลดอบความช นและร กษาอ ณหภ ม ในไซโล 7. ค าซ อมบ าร งและอ นๆ 8. ค าระบบก าจ ดฝ น 5.1 เง นลงท นท ด น อาคารโรงงาน เคร องจ กรอ ปกรณ และเง นท นหม นเว ยน แหล งท มาของเง นท น แหล งเง นท นภายใน แหล งเง น ท นภายในมาจากส วนของเจ าของท ประกอบด วยการรวมของกล มคนในพ นท หร อเคร อ ญาต ประกอบว สาหก จช มชน ซ งใช เง นลงท น (ไม รวมท ด น) ไม เก น 1 ล านบาท หร อ ว สาหก จขนาดย อมซ ง ใช เง นลงท น (ไม รวมท ด น) ไม เก น 50 ล านบาท กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 57

60 แหล งเง นท นภายนอก แหล งเง นท นภายนอกมาจากการก เง น จาก ธนาคารเพ อการเกษตรและสหกรณ โดยธนาคารได ม ส วนช วยเหล อการให ส นเช อแก ผ สนใจลงท นในผล ตภ ณฑ ทางเกษตรและการแปร ร ป ด งน ล กค ารายคน (เกษตรกร และบ คคล ) ดอกเบ ยรายย อยช นด (Minimum Retail Rate)MRR ร อยละ 7 ต อป ส วนต างส งส ดท จะใช บวกก บ MRR เท าก บร อยละ3 ต อป ล กค าสถาบ น (สหกรณ กล มเกษตรกร กล มบ คคล กองท นหม บ านหร อช มชน และองค กร ) อ ตรา ดอกเบ ย สถาบ นช นด (Minimum Loan Rate) MLR ร อยละ 5 ต อป ส วนต างส งส ดท จะใช บวกก บ MLR เท าก บร อยละ2 ต อป ล กค าผ ประกอบการ (ผ ประกอบการท เป นน ต บ คคล) อ ตราดอกเบ ยผ ประกอบการท เป นน ต บ คคลช น ด (Minimum Loan Rate) MLRร อยละ 5 ต อป ส วนต างส งส ดท จะใช บวกก บ MLR เท าก บร อยละ2 ต อป หล กประก นเง นก อส งหาร มทร พย หล กทร พย ร ฐบาลไทยหร อเง นฝากในธนาคาร หร อ บ คคลค าประก น ธนาคารพ ฒนาว สาหก จขนาดกลางและขนาดย อมแห งประเทศไทย ม ส นเช อโครงการ OTOPผ ก เป น บ คคลธรรมดา/น ต บ คคล ซ งเป นผ ประกอบการ OTOP ธนาคารค ด อ ตราดอกเบ ย MLR ร อยละ 7 ต อป ส วน ต างส งส ดท จะใช บวกก บ MLR เท าก บร อยละ 2 ต อป โดยต องม หล กค า ประก นหร อบ คคลค าประก น ระยะเวลาก ไม เก น 5 ป ธนาคารออมส น เง นก ส นเช อเพ อพ ฒนาชนบท เป นเง นก ระยะส น โดยม ว ตถ ประสงค เพ อช วยพ ฒนาความเข มแข ง ให ก บองค กรช มชน และเคร อข าย โดยผ ก ต องเป นกล มชาวบ าน ท รวมต วก นอย างต อเน อง ม สมาช กต งแต 25 คนข นไปและม การออมทร พย ร วมก นอย างต อเน อง ม ระบบการบร หารจ ดกล มท ช ดเจนแต ไม จ าเป นต องจด ทะเบ ยนเป นน ต บ คคล อ ตราดอกเบ ย ร อยละ 6 บาท) วงเง นให ก ก ได ไม เก น 5 เท า ของเง นออมหร อเง นท นหร อเง นส จจะสะสมท ม อย (ไม เก น 500,000 การค าประก นให บ คคลท เป นคณะกรรมการกล มร วมก นค าประก น ระยะเวลาช าระเง นก จ ายคร งเด ยวไม เก น 5 ป หร อ แบบผ อนช าระ1-5 ป กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 58

61 ส นเช อธ รก จ SME's เป นเง นก ระยะยาว ระยะ การก ไม เก น 10 ป อ ตราดอกเบ ย MOR (ร อยละ 6.5) หร อ MLR (ร อยละ 6.25) ตามแต กรณ สามารถใช เง นฝากธนาคารออมส น หร อสลากออมส นท ด น หร อท ด น พร อมส งปล กสร าง หน งส อค าประก นจากบรรษ ทประก นส นเช ออ ตสาหกรรมขนาดย อม เป นหล กประก น เง นก ธนาคารพาณ ชย ท วไป โดยใช ท ด นเป นหล กทร พย ในการค าประก นในอ ตราดอกเบ ยล กค ารายใหญ ช นด ปร ะเภทเง นก แบบ ม ระยะเวลา (MLR) 6.00 และ อ ตราดอกเบ ยล กค ารายย อยช นด (MRR) ร อยละ 6.5 ในท น จะใช อ ตราดอกเบ ยของธนาคารพาณ ชย ท วไปโดยใช ท ด นเป นหล กทร พย ในการค าประก นใน อ ตราดอกเบ ยเท าก บอ ตราดอกเบ ยล กค ารายย อยช นด (MRR) ร อยละ 6.5 จ านวนเง นลงท นทร พย ส นถาวรและและเง นท นหม นเว ยน การด าเน นการสร างไซโลเก บข าวเปล อก ต องใช เง นลงท นรวมท งส นประมาณ ล านบาท โดย ม รายละเอ ยด แหล งใช ไปของเง นท น อาคาร ล านบาท เคร องจ กร ล านบาท อ ปกรณ โรงงาน ล านบาท อ ปกรณ ส าน กงาน ล านบาท ยานยนต ล านบาท รายจ ายก อนด าเน นการ ล านบาท รวม ล านบาท เง นท นหม นเว ยน ล านบาท แหล งท มาของเง นท น ส วนของเจ าของ ล านบาท เง นท ต องก ล านบาท กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 59

62 5.2 ประมาณการกาไรเฉล ยของโครงการ ต อป ณ กาล งการผล ตเต มท ในกรณ ท ผล ตตามโครงการ ณ ก าล งการผล ตเต มท จะได ผลผล ตด งน ข าวสาร 420 ต น น าม นร าข าว 14 ต น แท งเช อเพล งแข ง 105 ต น และค าบร การอบลดความช นจากข าวเปล อก ข าวเปล อกท น ามาอบลดความช น 700 ต น รวมยอดขายของโครงการท ก าล งการผล ตเต มท เท าก บ 9,947,000 บาทต อป ต นท นการผล ต ณ ก าล งการผล ตเต มท เท าก บ 8,444,968 บาท ต อป ก าไร 90,593.6 บาทต อป 5.3 การว เคราะห ต นท นและผลประโยชน ของโครงการ การว เคราะห ทางการเง นและผลประโยชน การ ลงท นในการสร างไซโลโดยเ คร องม อท ใช ในการ ว เคราะห ได แก ม ลค าป จจ บ นส ทธ อ ตราผลตอบแทนภายในโครงการ และ อ ตราส วนผลประโยชน ต อ ต นท น โดยในการว เคราะห ความเป นไปได ของโครงการสร างไซโลเก บข าวเปล อกจะม หล กเกณฑ ในการ พ จารณาด งน ระยะเวลาค นท น (Payback Period: PB) ระยะเวลาค นท นม ส ตรค านวณด งน ระยะเวลาค นท น = เง นลงท น - กระแสเง นสดร บรายป สะสมไปเร อยๆ จนเง นลงท นม ค าเป นศ นย เกณฑ ในการต ดส นใจ ข อด PB < ระยะเวลาด าเน นงานของโครงการ แสดงว าการลงท นของโครงการให ผลท ค มค า PB > ระยะเวลาด าเน นงานของโครงการ แสดงว าการลงท นของโครงการให ผลท ไม ค มค า เป นว ธ ท ง ายและสะดวกในการค านวณ ช วยพ จารณาความเส ยงต อการลงท นและเป นเคร องม อว ดอย างคร าว ๆ ข อจ าก ด ไม ให ความส าค ญก บกระแสเง นสดส ทธ ภายหล งระยะเวลาค นท น ไม ค ดสภาพของเง นท แตกต างก นและความเส ยงของกระแสเง นท จะได ร บในอนาคต กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 60

63 ม ลค าป จจ บ นส ทธ (Net present value : NPV) ม ลค าป จจ บ นส ทธ (NPV) ค อ ผลรวมของม ลค าป จจ บ นของกระแสเง นสดร บและกระแสเง นสดจ าย โดยค ดลดด วยอ ตราผลตอบแทนท ต องการ (required rate of return) ซ งหมายถ งต นท นส วนเพ มของเง นท น (marginal cost of capital) ส ตรค านวณ ม ลค าป จจ บ นส ทธ (NPV) NPV CF 0 CF 1 CF 2... CF k 1 k 1 k n n CF n = กระแสเง นสด ณ ป ท n n = 0, 1, 2,, n k = ต นท นส วนเพ มของเง นท น (marginal cost of capital) เกณฑ ในการต ดส นใจ ข อด NPV > 0 หร อม ค าเป นบวก แสดงว าการลงท นของโครงการให ผลท ค มค า NPV = 0 แสดงว าการลงท นของโครงการพอม ความเป นไปได NPV < 0 หร อม ค าเป นลบ แสดงว าการลงท นของโครงการให ผลท ไม ค มค า เป นการค าน งถ งม ลค าของเง นตามเวลาและบอกถ งความเส ยง ช ให เห นถ งม ลค าของก จการท เพ มข น และกระแสเง นในอนาคต ได พ จารณาถ งต นท นของท นด วย เพราะอ ตราส วนลดของการค านวณ NPV จะเท าก บท น ข อจ าก ด สมมต ว าอ ตราส วนลดเท าก นตลอดอาย โครงการ ซ งเท าก บสมมต ว าโครงการม ต นท นคงท ไม สามารถน าไปเปร ยบเท ยบก บโครงการท ม เง นลงท นต างก น อ ตราผลตอบแทนภายในโครงการ (Internal rate of return : IRR) อ ตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ค ออ ตราค ดลด (Discounted rate) ท ท าให ม ลค าป จจ บ นของกระแส เง นสดร บเท าก บม ลค าป จจ บ นของกระแสเง นสดจ าย หร อ NPV = 0 ม ส ตรค านวณด งน NPV CF CF CF CF 1 1 IRR 1 IRR 1 IRR n n กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 61

64 เกณฑ ในการต ดส นใจ ข อด IRR > ต นท นส วนเพ มของเง นท น (k) แสดงว าการลงท นของโครงการม ความค มค า IRR = ต นท นส วนเพ มของเง นท น (k) แสดงว าการลงท นของโครงการย งพอเป นไปได IRR < ต นท นส วนเพ มของเง นท น (k) แสดงว าการลงท นของโครงการไม ความค มค า ค าน งถ งม ลค าของเง นตามเวลา และง ายท น าไปเปร ยบเท ยบก บต นท นของท น พ จารณาความ เส ยงของกระแสเง นสดในอนาคตและกระแสเง นสดท งโครงการ ข อจ าก ด การค านวณหาค อนข างยาก เพราะต องน ามาเท ยบก บอ ตราดอก/เบ ยท ใช อย ป จจ บ น ไม อาจมองเห นขนาดของจ านวนเง น ผลตอบแทน เพราะม ต วเลขเป นอ ตรา อ ตราส วนผลประโยชน ต อต นท น (Benefit cost ratio : B/C ratio) อ ตราส วนผลประโยชน ต อต นท น หมายถ ง อ ตราส วนระหว างม ลค าป จจ บ นของผลประโยชน ต อ ม ลค าป จจ บ นของค าใช จ ายท งหมด อ ตราผลตอบแทนต อค าใช จ ายม ส ตรค านวณด งน เกณฑ ในการต ดส นใจ ข อด B/C ratio > 1 แสดงว าการลงท นของโครงการม ความค มค าต อการลงท น B/C ratio = 1 แสดงว าการลงท นของโครงการย งพอม ความเป นไปได B/C ratio < 1 แสดงว าการลงท นของโครงการไม ค มค าต อการลงท น เป นการน าต นท น และรายร บมาเปร ยบเท ยบก น ให เห นช ดเจน เหมาะส าหร บโครงการท ไม ม รายจ ายท ซ บซ อนมากมายน ก ข อจ าก ด BC n t 1 n t 1 Bt (1 r) Ct (1 r) t t เป นการคาดการณ รายร บท แน นอนได ยาก ยกเว นโครงการท ต องการแน นอน ไม ได ค าน งการเปล ยนราคาส นค าหร อการอ ตราแลกเปล ยนเง นตรา กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 62

65 อ ตรากาไรส ทธ ต อส นทร พย (Return on Asset: ROA) อ ตราก าไรส ท ธ ต อส นทร พย เป นต วท ช ว าส นทร พย ท น ามาลงท นสร างรายได ให ก บก จการได มาก น อยเพ ยงใด ส ตรในการค านวณ = ส นทร พย ท งหมด / ก าไรส ทธ จ ดค มท น (Break-even point) จ ดค มท น หมายถ ง ณ ระด บการผล ตหร อการขาย ระด บใดระด บหน งท ก อให เก ดรายได รวม (Total revenue) เท าก บต นท นรวม (Total cost) ต นท นรวมประกอบด วยต นท นคงท และต นท นแปรผ นด งน 1. ต นท นคงท (Fixed costs) เป นค าใช จ ายท ไม แปรผ นไปตามจ านวนหน วยผล ตหร อขาย ต นท นคงท รวมจะคงท ตลอดเวลา แต ต นท นคงท ต อหน วยจะลดลง ถ าปร มาณการผล ตหร อ ขายส งข น เช น ค าเส อมราคา ค าเช า เง นเด อน ภาษ ทร พย ส น เป นต น 2. ต นท นผ นแปร (Variable costs) เป นค าใช จ ายท แปรผ นไปตามหน วยผล ตหร อขาย ถ า ปร มาณการผล ตหร อขายมากกว าต นท นผ นแปรจะมาก แต ถ าปร มาณการผล ตหร อขายน อย กว าต นท นผ นแปรจะน อย น นค อต นท นผ นแปรรวมจะเปล ยนแปลงไปตามปร มาณการผล ต หร อการขาย แต ต นท นผ นแปรต อหน วยจะคงท เช นค าว ตถ ด บ ค าแรงงาน ค านายหน า ก าหนดให P = ราคาขายส นค าต อหน วย Q = จ านวนหน วยท ผล ตหร อขาย v = ต นท นผ นแปรต อหน วย F = ต นท นคงท รวม V = ต นท นผ นแปรรวม ส ตรในการคานวณจ ดค มท น * Q F P v ( ) จ านวนหน วยท ผล ตหร อขาย ณ จ ดค มท น = ต นท นคงท รวม / (ราคาขายส นค าต อหน วย ต นท นผ น แปรต อหน วย) กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 63

66 ข อจ าก ดของการว เคราะห จ ดค มท น 1. การว เคราะห จ ดค มท นม ข อสมมต ฐานต างๆด งน ราคาขายก าหนดให ม ราคาเด ยวไม ว าจะขายมากหร อขายน อย ต นท นคงท จะไม ม การเปล ยนแปลงไม ว าจะผล ตเพ มข นจ านวนเท าไร ต นท นผ นแปรต อหน วยคงท 2. ในเร องการหาจ ดค มท นน น จะได ผลด เม อก จการผล ตหร อขายส นค าเพ ยงอย างเด ยว ซ งหากม หลาย ประเภทต องหาจ ดค มท นแต ละประเภท ค อนข างย งยาก 3. ข อจ าก ดในเร องการแยกต นท นว าอย างไรค อต นท นคงท ต นท นแปรผ น ต นท นก งคงท ก งแปรผ น 4. จะใช ได ด ในเร องเก ยวก บการวางแผนในระยะส น เพราะข อม ลท ใช ในการหาจ ดค มท นน นเป น ข อม ลในอด ต ค าใช จ ายของโครงการ ค าใช จ ายของโครงการ อาจแบ งเป น 2 ประเภทใหญ ๆด งน 1. ค าใช จ ายข นต น (Primary costs) หมายถ ง ม ลค าการใช ทร พยากร หร อ ป จจ ยการผล ตเพ อ ลงท น เพ อด าเน นการและบ าร งร กษาโครงการ ซ งเป นค าใช จ ายทางตรงของโครงการ (direct costs) ประกอบด วย 1.1 ค าลงท นหร อค าใช จ ายในการลงท น (Fixed Investment) หมายถ ง ม ลค าของการใช ทร พยากรเพ อสร างส งอ านวยความสะดวกหร อเป นฐานของการผล ต ค าใช จ ายประเภท น จะประกอบด วยค าท ด น ส งก อสร างและส วนท เก ยวข อง ค าเด นสายและต ดต งไฟฟ า น าประปา ฯลฯ 1.2 ค าใช จ ายในการด าเน นงานและบ าร งร กษา หมายถ ง ม ลค าของการใช ทร พยากรเพ อ ด าเน นงาและบ าร งร กษาโครงการ เพ อให โครงการสามารถด าเน นงานได ตามปกต ค าใช จ ายประเภทน จะประกอบด วย ค าแรงงานและเง นเด อน ค าว ตถ ด บ ค าน าม น เช อเพล งและค าสาธารณ ปโภค ฯลฯ 2. ค าใช จ ายข นรอง (Secondary costs) ค าใช จ ายข นรองจะเก ดข นเม อโครงการลงท นม ผลกระทบภายนอกในทางลบต อบ คคล หร อส งแวดล อม ซ งหากเก ดข นจะต องม การระบ ให ช ดเจนถ งผลกระทบด งกล าวและค านวณม ลค าเป นต วเง น เพ อน าไปรวมเป นค าใช จ ายของ โครงการ หร ออาจจะเร ยกได ว าค าใช จ ายทางอ อม (Indirect costs) ค าใช จ ายข นรอง น เม อเก ดข นแล ว อาจค ดเป นม ลค าได ยาก หร อไม สามารถจะค านวณค า ออกมาเป นต วเง นได อย างไรก ตาม ค าใช จ ายประเภทน เป นค าใช จ ายท โครงการก อให เก ด กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 64

67 ข นจร ง ด งน นเพ อตระหน กถ งค าใช จ ายด งกล าว จ งควรระบ ว า ในโครงการด งกล าวม ค าใช จ ายประเภทน อ ย ด วย เพ อให ผ ท ม หน าท ต ดส นใจเป นผ พ จารณา โดยม ข อม ล ประกอบการต ดส นใจท ครบถ วน การว เคราะห รายได หร อผลตอบแทนหร อผลประโยชน ของโครงการ รายได หร อผลตอบแทนหร อผลประโยชน ของโครงการหมายถ ง ม ลค าของส นค าและบร การท ผล ต ได โดยตรงจากโครงการ ซ งตร งก บเป าหมายการม โครงการ (Direct benefits) นอกจากน ย งม รายได หร อ ผลตอบแทนหร อผลประโยชน ทางอ อมของโครงการ (Indirect benefits) ซ งหมายถ งผลประโยชน ท ได ร บ อ นๆท เก ยวเน องจากการม โครงการ อาย ของโครงการ (Project life) อ ตราค ดลด (Discount rate) การเล อกอ ตราค ดลดเพ อใช ในการค านวณหาม ลค าป จจ บ น ในการว เคราะห ความเป นไปได ทาง การเง น ผ ลงท นควรจะใช อ ตราดอกเบ ยในตลาดในขณะท ม การต ดส นใจลงท นในการว เคราะห โครงการ เพราะหากม การลงท นจร ง จะต องก เง นจากตลาดในช วงเวลาด งกล าวเพ อมาลงท น อ ตราดอกเบ ย ในตลาด หร ออ ตราค ดลดในตลาด จะเป นอ ตราท ผ ปล อยก ค าน งถ งความเส ยงจากการด าเน นงานของผ ปล อยก ไว แล ว เช นธนาคารพาณ ชย ค ดอ ตราดอกเบ ยเง นก โดยค าน งถ งค าใช จ ายในการด าเน นงาน รวมไปถ งความเส ยงท อาจ เก ดข นในกรณ ท หน ส ญ สมมต ฐานในการว เคราะห การลงท นน ได ก าหนดสมมต ฐานทางการเง นด งน 1. ข อม ลท ใช ในการศ กษาเป นข อม ล ณ ป บร ษ ทก เง นจากธนาคารจ านวน 7,000,000 บาท ภายใต เง อนไขดอกเบ ยอ ตราร อยละ 6.5 % ต อป ม อาย เง นก 5 ป 3. ค าเส อมราคาส นทร พย ส งปล กสร าง ค ดค าเส อมราคาเท าก นท กป เป นระยะเวลา 10 ป เคร องจ กรอ ปกรณ ค ดค าเส อมราคาเท าก นท กป เป นระยะเวลา 10 ป ยานพาหนะค ดค าเส อมราคาเท าก นท กป เป นระยะเวลา 5 ป อ ปกรณ ส าน กงานค ดค าเส อมราคาเท าก นท กป เป นระยะเวลา 5 ป ค าใช จ ายก อนการด าเน นงานค ดค าเส อมราคาเท าก นท กป เป นระยะเวลา 5 ป กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 65

68 ค าว จ ยผล ตภ ณฑ ค ดค าเส อมราคาเท าก นท กป เป นระยะเวลา 5 ป 4. ก าล งการผล ต ท าการผล ต เต มท ในป ท 1 ถ งป ท 5 5. โครงการไม ม นโยบายเก บส นค าคงเหล อ และ ให ส นเช อก บล กค าและค ค า 6. การว เคราะห ในท น จะใช ราคา ณ ท ต งของโครงการเป นเกณฑ (Project gate price เป น parity) ซ งราคาน ได รวมค าขนส งไว แล ว 7. ก าหนดให การใช ป จจ ยการผล ตต อหน วยคงท โดยสมมต ว าไม ม การเปล ยนแปลง เทคโนโลย ตลอดอาย ของโครงการ 8. การประเม นต นท นและผลประโยชน ของโครงการจะใช ราคาคงท (Constant price) ณ ป ท 1 ของ การด าเน นโครงการไปจนตลอดอาย ของโครงการ เพราะถ งแม จะเก ดภาวะเง นเฟ อ ก จะม ผลกระทบเก ดข นต อราคาท ใช ในการค านวณท งทางด านค าใช จ ายและผลประโยชน ของ โครงการเท าก น 9. ในส วนค าซ อมบ าร งไซโล ส งปล กสร างและค าใช จ ายอ นๆ ได ประมาณการค าใช จ ายไว ร อยละ 1 ของค าใช จ ายในการลงท นป แรก (ไม รวมค าท ด น) 10. ค าจ างแรงงาน ก าหนดให แรงงานรายว นม ค าแรงโดยเฉล ยต อว นเท าก บ 200 บาท ต อว น สว สด การพน กงาน 5%ของเง นเด อน พน กงานได ร บโบน ส 1 เท าของเง นเด อน 11. ค าสาธารณ ปโภค ได แก ค าไฟฟ า ค าน าประปา ในการศ กษาน ในการว เคราะห ทางการเง นจะใช ค าสาธารณ ปโภค เท าก บ 7,500 บาท ต อเด อน หร อ ป ละ 90,000 บาท เท าก นท กป ตลอด โครงการ 12. อ ตราภาษ เง นได น ต บ คคล 30% ต อป 13. ม การจ ายค นเง นก ในป ท 1 และจ ายต อเน องจนครบ 5 ป โดยไม ม ระยะปลอดหน การว เคราะห ด านการเง น จากการว เคราะห ต วเลขประมาณการงบการเง นของโครงการสร างไซโลสามารถสร ปได ด งน 1. ต นท นเง นลงท น ต นท นเง นลงท นของ โครงการมาจากส วนของเจ าของ 1% และมาจากการ ก เง นธนาคาร 99%โดยม ต นท นดอกเบ ยจ าย 6.5% กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 66

69 2. ค าป จจ บ นส ทธ ของเง นท ได จากการลงท น จากผลการ ด าเน นงานของ โครงการเม อน ามาค านวณหาค าป จจ บ นส ทธ ของเง นท ได จากการลงท น (Net Present Value : NPV) โดยการน าต นท นเง นลงท นถ ว เฉล ยถ วงน าหน ก (WACC) มาเป น อ ตราส วนลด จะได ค าป จจ บ นส ทธ เท าก บ -10,037,244 บาทแสดงว า การลงท นของโครงการม ความเป นไปได ต า เม อ ก าหนดให ต นท นส วนเพ มของเง นท น (marginal cost of capital)เท าก บ 6.5% 3. อ ตราผลตอบแทนท แท จร ง (IRR) จากการค านวณพบว าโครงการลงท นในการ สร างไซโล ม อ ตราผลตอบแทนจากการลงท น น อยกว า ต นท นส วนเพ มของเง นท น (6.5%) ค อไม สามารถหาค าได แสดงว าการลงท นของโครงการไม ม ความค มค า 4. จ ดค มท น จากการประมาณการจ ดค มท นก าไรของโครงการพบว าในป แรกๆของการด าเน นงานโครงการม จ ดค มท นค อนข างส งอ นเน องจากโครงการต องลงท นในส นทร พย ประจ าจ านวนมากท าให จ ดค มท นส งแต ใน ป ต อๆไปปร มาณขายของโครงการเพ มข น ในขณะท ส นทร พย ประจ าเพ มข นเล กน อยจ ดค มท นจ งลดต าลง เล กน อย โดยโครงการม จ ดค มท นเง นสด (หน วยการผล ต) เท าก บร อยละ 81.7 ของก าล งการผล ตในป ท 5 จ ดค มท นเง นสด (จ านวนเง นค าขาย) เท าก บ 40,648,745 และ จ ดค มท นก าไร (หน วยการผล ต) เท าก บร อยละ 90.1 ของก าล งการผล ตในป ท 5 จ ดค มท นก าไร (จ านวนเง นค าขาย) เท าก บ 44,801, ระยะเวลาค นท น โครงการ ม เง นลงท นท งส น ล านบาท จากการค านวณระยะเวลาค นท นพบว า โครงการ ม ระยะเวลาค นท นมากกว า 5 ป 6. อ ตราส วนทางการเง น 6.1 อ ตราส วนท นหม นเว ยน ได จากการน าส วนของส นทร พย หม นเว ยนมาหารด วยส วนของหน ส นหม นเว ยนซ งเป นอ ตราส วนท ใช ส าหร บแสดงสภาพคล องของก จการ โดยโครงการม อ ตราส วนน อย ในระด บ ต ามากตลอดระยะเวลา 5 ป เน องจากม งบลงท นส ง และต องใช เง นซ อข าวเปล อกจากชาวนาและเกษตรกรเพ อน ามาเป นว ตถ ด บส ง 6.2 อ ตราส วนท นหม นเว ยนอย างถ งแก น โครงการม อ ตราส วนท นหม นเว ยน อย างถ งแก นค อนข างต ามากในช วงตลอด 5 ป ของโครงการ ถ ง แม โครงการจะไม ม นโยบายเก บว ตถ ด บและส นค าคงคล งก ตาม 6.3 อ ตราส วนหน ส นต อส วนของเจ าของ กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 67

70 อ ตราส วนหน ส นต อส วนของเจ าของของโครงการแ สดงให เห นว าโครงการ ม การใช แหล งเง นท น จากการก ย มเป นส วนใหญ ด งน นโครงการจ งม ภาระความเส ยงส ง 6.4 อ ตราส วนหน ส น อ ตราส วนหน ส นม แนวโน มลดลงแสดงถ งความสามารถในการช าระหน ระยะยาว 6.5 ความสามารถในการจ ายดอกเบ ย อ ตราส วนแสดงความสามารถในการจ ายดอกเบ ยม อ ตรา ท ส งข นท กป โดยในป ท หน งม อ ตราส วน ความสามารถในการจ ายดอกเบ ยเท าก บ 0.28 แต ก ม อ ตราส วนท เพ มข นท กป ในป ท 5 ของโครงการม อ ตราส วนแสดงความสามารถในการจ ายดอกเบ ย เท าก บ อ ตราส วนแสดงสมรรถภาพในการหากาไร อ ตราส วนแสดงสมรรถภาพในการหาก าไรของโครงการอย ในเกณฑ ต ามากตลอดโครงการ โดยในโครงการน ม ความเป นไปได ค อนข างต าเน องจากต นท น คงท ค อต นท นในการซ อเคร องจ กร และโรงเร อนรวมท ง สาธารณ ปโภคส ง นอกจากน นต นท น การผล ตค อ ข าวเปล อกความช นไม เก น 15% ม ราคาส ง ถ งแม ว าจะม การแปรร ปเป นผล ตภ ณฑ ท ม ม ลค าเพ มก ตาม แต ก าไรณ อ ตราการผล ตเต มท ต า ค อ ณ ผลผล ตท ได ต อไร เป นไปตามสมมต ฐานท ก าหนด แต ความสามารถของ เคร องจ กรสามารถท า งานได มากกว า น 5.4 การว เคราะห ความไหว (Sensitivity Analysis) ผลการว เคราะห โครงการสร างไซโลเก บข าวเปล อก เป นไปตาม สมมต ฐานต างๆท ก าหนดไว เพ อ ค านวณผลประโยชน ทาง การเง น แต เน องจากป จจ ยต างๆ เช นเง นลงท น อ ตราดอกเบ ย ราคาข าวเปล อก ปร มาณข าวเปล อกท เข าอบและฝากท ไซโล และการสมมต ให เกษตรกรน าข าวเปล อกมาเ ก บก กตามจ านวน เด อนท ก าหนดไว ราคาข าวสาร อาจจะเปล ยนแปลงในอนาคต ซ งการเปล ยนแปลงด งกล าวย อมม ผลกระทบ ต อต นท นและผลประโยชน ของโครงการแตกต างก นออกไป จ งจ าเป นต องว เคราะห ความอ อนไหว (Sensitivity Analysis) ของโครงการ เพ อให เห นขอบท ยอมร บได ซ งจะช วยให สามารถต ดส นใจลงท นได ถ กต องมากย งข น ในแต ละกรณ ท ว เคราะห ความอ อนไหว (Sensitivity Analysis) ของโครงการ สมมต ให ต นท นและ ผลประโยชน ท ใช ในการว เคราะห ทางเศรษฐศาสตร เป นไปตามข อก าหนดท ได ค านวณไว โดยจะพ จารณาให ป จจ ยท ส าค ญ ได แก เง นลงท นขอ งโครงการ ปร มาณข าวเปล อกท เกษตรกรจะน ามาใช บร การ ราคา กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 68

71 ข าวเปล อก และ ราคาข าวสาร ท เปล ยนแปลงไปท ละต ว โดยก าหนดให ข อก าหนดอ นๆคงท เพ อจะด การ เปล ยนแปลงด งกล าวม ผลท าให ค า NPV, Pay back period และIRR เปล ยนแปลงไปอย างไร สมมต ให ป จจ ยท ม ผลกระทบต อโครงการเปล ยนแปลงด งน 1. สมมต ให เง นลงท นของโครงการลดลงจากท คาดคะเน 2. สมมต ให ปร มาณข าวเปล อกท เกษตรกรปล กม ปร มาณเพ มข นจากผลผล ตท เพ มมากข น 3. สมมต ให ราคาข าวเปล อกลดลง 4. สมมต ให ราคาข าวสารเพ มข น อ ตราผลตอบแทนจากการลงท นเปล ยนแปลงด งน เง นลงท นของโครงการ ลดลงจากท คาดคะเน โดยให เป นงบในการก อสร างโรงเร อนท ลดลงจากงบ ลงท นท งหมด 1. สมมต ให งบลงท นลดลง 5% 2. สมมต ให งบลงท นลดลง 10% 3. สมมต ให งบลงท นลดลง 15% 4. สมมต ให งบลงท นลดลง 20% อ ตราผลตอบแทนจากการลงท นเปล ยนแปลงด งน งบลงท นลดลง NPV(ล านบาท) IRR ระยะเวลาค นท น 1. งบลงท นลดลง 5% ไม สามารถหาค าได มากกว า 5 ป 2. งบลงท นลดลง 10% ไม สามารถหาค าได มากกว า 5 ป 3. งบลงท นลดลง 15% ไม สามารถหาค าได มากกว า 5 ป 4. งบลงท นลดลง 20% ไม สามารถหาค าได มากกว า 5 ป หมายเหต ก าหนดให ต นท นส วนเพ มของเง นท น (marginal cost of capital)เท าก บ 6.5% ในการค านวณ NPV จากการว เคราะห ความอ อนไหว พบว าถ งแม งบลงท นจะลดลงแต โครงการสร างไซโลก ย งไม ม ความ ค มค าในการลงท น ปร มาณข าวเปล อกท เกษตรกรปล กต อไร เพ มข น 1. สมมต ข าวเปล อกต อไร เพ มเป น 800 ก โลกร มต อไร 2. สมมต ข าวเปล อกต อไร เพ มเป น 900 ก โลกร มต อไร 3. สมมต ข าวเปล อกต อไร เพ มเป น 1,000 ก โลกร มต อไร กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 69

72 อ ตราผลตอบแทนจากการลงท นเปล ยนแปลงด งน ข าวเปล อกต อไร เพ มข น NPV(ล านบาท) IRR ระยะเวลาค นท น 1.ข าวเปล อกต อไร เพ มเป น 800 ก.ก/ไร ไม สามารถหาค าได ข าวเปล อกต อไร เพ มเป น 900 ก.ก/ไร ข าวเปล อกต อไร เพ มเป น 1,000 ก.ก/ไร หมายเหต ก าหนดให ต นท นส วนเพ มของเง นท น (marginal cost of capital)เท าก บ 6.5% ในการค านวณ NPV การว เคราะห ความอ อนไหว ในส วนสมมต ฐานการเพ มผลผล ตต อไร พบว าโครงการจะม ความค มค า มากข นถ าเกษตรกรสามารถเพ มผลผล ตต อไร ให มากข น โดยจะเร มม ความค มท นเม อผลผล ตต อไร เพ มเป น 900 ก โลกร มต อไร ราคาข าวเปล อกลดลง 1. สมมต ราคาข าวเปล อกเป น 10,000 บาท 2. สมมต ราคาข าวเปล อกเป น 9,000 บาท 3. สมมต ราคาข าวเปล อกเป น 8,000 บาท อ ตราผลตอบแทนจากการลงท นเปล ยนแปลงด งน ราคาข าวเปล อกลดลง NPV(ล านบาท) IRR ระยะเวลาค นท น 1. ราคาข าวเปล อกเป น 10,000 บาท ไม สามารถหาค าได มากกว า 5 ป 2. ราคาข าวเปล อกเป น 9,000 บาท ไม สามารถหาค าได ราคาข าวเปล อกเป น 8,000 บาท ไม สามารถหาค าได 3.5 หมายเหต ก าหนดให ต นท นส วนเพ มของเง นท น (marginal cost of capital)เท าก บ 6.5% ในการค านวณ NPV การว เคราะห ความอ อนไหว ถ าสมมต ให ราค ความค มค า ราคาข าวสารเพ มข น 1. สมมต ราคาข าวสารป น 19,000 บาท 2. สมมต ราคาข าวสารป น 20,000 บาท 3. สมมต ราคาข าวสารป น 21,000 บาท าข าวเปล อกลดลง การลงท นของโครงการก ย งไม ม กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 70

73 อ ตราผลตอบแทนจากการลงท นเปล ยนแปลงด งน ราคาข าวสารเพ มข น NPV(ล านบาท) IRR ระยะเวลาค นท น 1. ราคาข าวสารเป น 19,000 บาท ไม สามารถหาค าได มากกว า 5 ป 2. ราคาข าวสารเป น 20,000 บาท ไม สามารถหาค าได มากกว า 5 ป 3. ราคาข าวสารเป น 21,000 บาท ไม สามารถหาค าได 4.5 หมายเหต ก าหนดให ต นท นส วนเพ มของเง นท น (marginal cost of capital)เท าก บ 6.5% ในการค านวณ NPV ด งน นถ งแม ว าราคาข าวสารจะเพ มข นแต โครงการก ย งไม ม ความค มค าในการลงท น พ นท ของโครงการมากข น 1. สมมต พ นท ของโครงการเพ มเป น 600 ไร 2. สมมต พ นท ของโครงการเพ มเป น 700 ไร อ ตราผลตอบแทนจากการลงท นเปล ยนแปลงด งน พ นท ครอบคล มเพ มข น NPV(ล านบาท) IRR ระยะเวลาค นท น 1.พ นท เพ มเป น 600 ไร พ นท เพ มเป น 700 ไร หมายเหต ก าหนดให ต นท นส วนเพ มของเง นท น (marginal cost of capital)เท าก บ 6.5% ในการค านวณ NPV การเพ มพ นท ครอบคล มของโครงการจะท าให โครงการม ความค มค าในการลงท นมากข น ด งน นโครงการลงท นสร างไซโลจะม ความเป นไปได และค มค า ก ต อเม อเกษตรกรและชาวนาสามารถ เพ มผลผล ตต อไร ให มากข น หร อเพ มเน อท ท ครอบคล ม มากข น และถ าภาคร ฐช วยส งเสร ม สน บสน น จะท า ให ความเป นไปได ของโครงการม ความค มค ามากย งกว าน กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 71

74 6. ภาคผนวกประกอบ 6.1 ตารางและกราฟว เคราะห แนวโน มการเต บโตของผล ตภ ณฑ ตารางท 14 แสดงการว เคราะห แนวโน มการเต บโตของผล ตภ ณฑ (ต น) ประมาณการปร มาณขาย (ต น) ส นค าและบร การ ป ท 1 ป ท 2 ป ท 3 ป ท 4 ป ท 5 บร การอบลดความช น ขายข าวสาร น าม นร าข าว แท งเช อเพล งแข ง แผนภ ม ท 4 การว เคราะห แนวโน มการเต บโตของผล ตภ ณฑ ป ท แท งเช อเพล งแข ง ป ท ป ท ป ท ป ท น าม นร าข าว ขายข าวสาร บร การอบลดความช น กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 72

75 6.2 ตารางและกราฟประมาณการปร มาณการใช ว ตถ ด บและราคาซ อ ตารางท 15 แสดงประมาณการความต องการของว ตถ ด บต อป ว ตถ ด บ ป ท 1 ป ท 2 ป ท 3 ป ท 4 ป ท 5 ข าวเปล อก แผนภ ม ท 5 ประมาณการความต องการของว ตถ ด บต อป ป ท ป ท ป ท ป ท ป ท กรมส งเสร มอ ตสาหกรรม งบประมาณประจ าป 2552 หน า 73

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

เอกสารประกอบการจ ดท า

เอกสารประกอบการจ ดท า เอกสารประกอบการจ ดท า [Type your address] [Type your phone number] [Type your email address] โครงการพ ฒนาผ ประกอบการธ รก จอ ตสาหกรรม (คพอ.267) กร งเทพฯ โครงการพ ฒนาผ ประกอบการธ รก จอ ตสาหกรรม (คพอ.267)

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘ แผนงาน/โครงการ ว ตถ ประสงค เป าหมาย ข นตอน ระยะเวลา งบประมาณ ผ ร บผ ดชอบ ต วช ว ด ๑. ย ทธศาสตร การ เสร มสร างและจ ดการ องค ความร และ นว ตกรรม ๑.๑ ว จ ยและพ ฒนาสร าง องค ความร และ นว ตกรรมการผล ตป ย ช วภาพท

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน หล กการและเหต ผล โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน สหกรณ ภาคการเกษตรเป นสหกรณ ท เก ดจากการรวมต วของเกษตรกรร วมก นด าเน นธ รก จท

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.

แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. แผนการจ ดการความร (KM) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๗ คณะว ทยาศาสตร และ มหาว ทยาล ยบ รพา ว ทยาเขตสระแก ว (๑ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ ง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘) แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา ๒๕๕๗ (๑ ม ถ นายน พ.ศ.

More information

สอนโดย อาจารย อน นตพร วงศ ค า อาจารย ประจ าคณะบร หารธ รก จ สาขาว ชาการตลาด มหาว ทยาล ยเวสเท ร น จ งหว ดกาญจนบ ร

สอนโดย อาจารย อน นตพร วงศ ค า อาจารย ประจ าคณะบร หารธ รก จ สาขาว ชาการตลาด มหาว ทยาล ยเวสเท ร น จ งหว ดกาญจนบ ร สอนโดย อาจารย อน นตพร วงศ ค า อาจารย ประจ าคณะบร หารธ รก จ สาขาว ชาการตลาด มหาว ทยาล ยเวสเท ร น จ งหว ดกาญจนบ ร ล กษณะการจ ดจ าหน าย การจ ดจ าหน าย (Distribution) หมายถ ง โครงสร างของช องทางท ใช เพ อเคล

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ คำนำ หน งส อการบ ญช เพ อการจ ดการเล มน ผ เข ยนได ทำการเร ยบเร ยงและแต งข นเพ อ ใช ในการเร ยนว ชา การบ ญช เพ อการจ ดการ ตามหล กส ตรปร ญญาตร สาขาต างๆ โดยนำการวางร ปแบบการนำเสนอเน อหาในแต ละบทให อ านและเข

More information

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ย ทธศาสตร ย ทธศาสตร ท 1 เสร มสร างจ ตส าน กและ ค าน ยมให หน วยงาน บร หารงานตาม หล

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT± Inordertopromotepubliceducationandpublicsafety,equal justiceforal,abeterinformedcitizenry,theruleoflaw, worldtradeandworldpeace,thislegaldocumentishereby madeavailableonanoncommercialbasis,asitistherightof

More information

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน พ จารณา 4 เร อง เร องการบร หารจ ดการ การออกแบบและปร บแบบไม ให ล าช า (ม ระยะเวลากาหนด และข นตอนเหม อนการออกแบบปกต ) เร องการเปล ยนแปลงรายการต องให กองแบบแผนร

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร 19 สนว. แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน ก มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร องค ประกอบ จ ดแข ง แนวทางเสร มจ ดแข ง จ ดท ควรพ ฒนา ข อเสนอแนะในการปร บปร ง หล กฐาน/โครงการ

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ ช อส วนราชการ กรมการบ นพลเร อน ช อผ หล ก/หน วยงาน กล มพ ฒนาระบบบร หาร แผนพ ฒนาบ คลากร ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการปฏ บ ต งาน ตอนท 1 ข อม ลของผ ร บการประเม น (เจ าหน าท บ คคลหร อเจ าหน าท ท เก ยวข องเป นผ กรอก) ตอนท 2 ภาระงานท ได ปฏ บ ต ในช วงระยะเวลาประเม น (ผ ร บการประเม นเป นผ

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ

ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ ม ต ท 3 ม ต ด านประส ทธ ภาพของการปฏ บ ต ราชการ KPI ผ ร บผ ดชอบ ประเด นการพ จารณา ผลการด าเน นงาน 5.1 ร อยละของอ ตราการ เบ กจ ายเง นงบประมาณ รายจ ายลงท น ทส.สบย. ผลการเบ กจ ายงบลงท น เท ยบก บ วงเง นงบประมาณท

More information

การส มมนา เร อง การวางผ งเม องเพ อรองร บการพ ฒนาพ นท เขต เศรษฐก จพ เศษ จ งหว ดสงขลา

การส มมนา เร อง การวางผ งเม องเพ อรองร บการพ ฒนาพ นท เขต เศรษฐก จพ เศษ จ งหว ดสงขลา เศรษฐก จพ เศษ จ งหว ดสงขลา ว นจ นทร ท 15 ธ นวาคม 2558 โรงแรมบ ร ศร ภ อ าเภอหาดใหญ จ งหว ดสงขลา นายธ ารง เจร ญก ล ผ ว าราชการจ งหว ดสงขลา ผ อ านวยการ ผ ร วมเสวนาจากภาคส วนต างๆ ผ ร วมเสวนาจากภาคส วนต างๆ

More information

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา ๒๓๑ แนวค ด กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษา กล มส งเสร มประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษาเป นหน วยงานท สร างความเข มแข ง การบร หารด านว ชาการ ด านงบประมาณ ด านการบร

More information

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน ว ตถ ประสงค เพ อพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรผ เก ยวข องให ม ความร ความเข าใจ ความส าค ญในการก าหนดข อม ลพ นฐาน (Master File) และข อม ล พ นฐานท พ ฒนาข นมาใหม ในโปรแกรม BMS INVENTORY เพ

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

ตามนโยบายการบร หารพ ฒนาจ งหว ดชายแดนภาคใต สอดคล องก บการพ ฒนาการศ กษา ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 ของกระทรวงศ กษาธ การ กศน.อาเภอมะน ง จ งหว ดสต ล...

ตามนโยบายการบร หารพ ฒนาจ งหว ดชายแดนภาคใต สอดคล องก บการพ ฒนาการศ กษา ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 ของกระทรวงศ กษาธ การ กศน.อาเภอมะน ง จ งหว ดสต ล... ตามนโยบายการบร หารพ ฒนาจ งหว ดชายแดนภาคใต สอดคล องก บการพ ฒนาการศ กษา ประจาป งบประมาณ พ.ศ. 2556 ของกระทรวงศ กษาธ การ กศน.อาเภอมะน ง จ งหว ดสต ล... นโยบายการศ กษาตามว ตถ ประสงค ข อท 4 การพ ฒนาเป นไปอย างต

More information

ห วข อการประกวดแข งข น

ห วข อการประกวดแข งข น ช อโครงการ การประกวดแข งข นท กษะด านเทคโนโลย คอมพ วเตอร ห วข อการประกวดแข งข น เทคโนโลย สร างสรรค หน วยงานท ร บผ ดชอบ บร ษ ท สงขลาฟ น ชช ง จาก ด ล กษณะโครงการ ประกวดแข งข นช งท นการศ กษา ระยะเวลาดาเน นการ

More information

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา การประเม นผลการส มมนา หมายถ ง กระบวนการในการจ ดเก บข อม ล และจ ดกระท าข อม ลเพ อให ทราบว า การดาเน นงานจ ดส มมนาตาม โครงการ ได บรรล ว

More information

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ ส วนท ๑ การร บหน งส อ หน งส อร บ ค อ หน งส อได ร บเข ามาจากภายนอก ให เจ าหน าท ของหน วยงานสารบรรณ กลางปฏ บ ต ตามท ก าหนดไว ในส วนน ๑. จ ดล าด บความส าค ญและความเร งด วนของหน

More information

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555

แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2555 แผนพ ฒนาองค การประจ าป งบประมาณ พ.ศ. กรม: เจ าท า ประเภทกรม : ด านนโยบาย ด านบร การ กระทรวง คมนาคม ช อแผนพ ฒนาองค การ: การบร หารทร พยากรบ คคล หมวด : 5 การม งเน นทร พยากรบ คคล โอกาสในการปร บปร ง : เม อเท

More information

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.)

โครงการศ กษา อบรม ประช ม และส มมนาของหน วยต าง ๆ ใน ทร. ประจ าป งป.58 (ในส วนของ อร.) ล าด บท หล กส ตร ประเภท ระยะเวลา จ านวน ยศ 1 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง กรมอ ทหารเร อ ช นป ท 1 ศ กษา 1 ป ต.ค.57 - ก.ย.58 77 - เพ อทดแทนก าล งพลในการซ อมสร างเร อ 2 ประกาศน ยบ ตรว ชาช พโรงเร ยนช าง

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net)

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net) 1 แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา () การประเม นการบร หารจ ดการศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาระด บสถานศ กษา เพ อให การด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาม ประส ทธ ภาพย งข น และน าไปส การพ ฒนาค

More information

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... มคอ.5 รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา... หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา รห สว ชา ช อว ชาภาษาไทย (ช อว ชาภาษาอ งกฤษ) 2. รายว

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา

โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา โครงการเตร ยมความพร อมส มาตรฐาน Microsoft Office Specialist ส าหร บน กศ กษา 1. ผ ร บผ ดชอบโครงการ อาจารย ขน ษฐา แซ ล ม และนายวช ราว ธ จ นผอง 2. หล กการและเหต ผล ในโลกป จจ บ นหน วยงานต าง ๆ ไม ว าจะเป นทางหน

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน คณะผ บร หารการคล งประจ าจ งหว ดน าน โครงการเพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านรายจ ายและการบร หารจ ดการหน หล กส ตร เพ มประส ทธ ภาพการคล งท องถ นด านการบร หารจ ดการหน 1. หล กการและเหต ผล ตามท ท มเฉพาะก จวาย

More information

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท บทท 1 ส วนเจ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง 1-1 ประกอบด วยผ ใช งานท เก ยวข อง 3 ส วนค อ ส วนเจ จ าหน าท ผ น าเข าข อม ล ส าน กบร หารงานกลาง ส วนผ ใช งานน ท วไป ได แก ข าราชการท กคนของส าน กงานฯ

More information

แผนปฏ บ ต การพ ฒนาสถาบ นครอบคร วจ งหว ดประจวบค ร ข นธ ประจาป พ.ศ. 2558. (Action Plan) ม.ค. 58 ธ.ค. 57 พ.ย. 57 ก.พ. 58

แผนปฏ บ ต การพ ฒนาสถาบ นครอบคร วจ งหว ดประจวบค ร ข นธ ประจาป พ.ศ. 2558. (Action Plan) ม.ค. 58 ธ.ค. 57 พ.ย. 57 ก.พ. 58 แผนปฏ บ ต การพ ฒนาสถาบ นครอบคร วจ งหว ดประจวบค ร ข นธ ประจาป พ.ศ. 25 ย ทธศาสตร ท 1 พ ฒนาศ กยภาพของครอบคร ว เป าหมาย 1. ครอบคร วม ศ กยภาพ และส มพ นธภาพท ด สามารถทาบทบาทหน าท ได อย างเหมาะสม 2. สมาช กของครอบคร

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ส มมนา- การเตร ยมการก อนการ โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน ผ ร บผ ดชอบ ข นตอนการปฏ บ ต งาน มาตรฐานค ณภาพงาน ค ามาตรฐาน หล กฐาน การจ ดเตร ยมสถานท และอาคารโรงงาน การเตร ยมการด าน การตลาด

More information

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55

ระยะเวลา ต.ค.54 พ.ย.54 ธ.ค.54 ม.ค.55 ก.พ.55 ม.ค.55 เม.ย.55 พ.ค.55 ม.ย.55 ก.ค.55 ส.ค.55 ก.ย.55 แผนจ ดทาข นตอนการดาเน นงาน แผนงาน/โครงการ ประจาป 555 โครงการเสร มสร างความร และประสบการณ ด านค ณธรรมแก เด กและเยาวชนท ประสบป ญหาทางส งคม หน วยงานศ นย พ ฒนาส งคม หน วยท 5 จ งหว ดลาพ น เป าหมายท งหมด 5 ราย

More information

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554 การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554 รายงานการประเม นตนเองตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการ (รายต วช ว ด) ( ) รอบ 6 เด อน ( / ) รอบ 9 เด อน ( ) รอบ 12

More information

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม เอกสารสร ปรายงานการด าเน นโครงการก จกรรม ประกอบด วย ส วนท 1. ปกรายงาน ส วนท 2. ใบรองปก ( ปกใน ) ส วนท 3. ค าน า ส วนท 4. สารบ ญ ส วนท 5. โครงการท ได ร บการอน ม ต ส วนท 6. ก าหนดการ ส วนท 7. ส าเนาบ นท

More information

ส งท ส งมาด วย 2 แนวทางการจ ดเก บข อม ลบ คลากรและผ ร บบร การหร อผ ม ส วนได ส วนเส ย เพ อประเม นตามแบบ

ส งท ส งมาด วย 2 แนวทางการจ ดเก บข อม ลบ คลากรและผ ร บบร การหร อผ ม ส วนได ส วนเส ย เพ อประเม นตามแบบ ส งท ส งมาด วย 2 แนวทางการจ ดเก บข อม ลบ คลากรและผ ร บบร การหร อผ ม ส วนได ส วนเส ย เพ อประเม นตามแบบ Internal และ External ตามโครงการประเม นค ณธรรมและความโปร งใสการด าเน นงานของหน วยงานภาคร ฐ (Integrity

More information

โครงการนาโยนกล า เพ อบร หารความเส ยงในการผล ต ระยะท 2

โครงการนาโยนกล า เพ อบร หารความเส ยงในการผล ต ระยะท 2 1 โรงการนาโนกล า เพ อบร หารวามเส งในการผล ต ระะท 2 (ด าเน นงานภาใต โรงการเกษตรทางเล อกเพ อบร หารวามเส งการผล ต) เร อข ากล มผ ใช น าอ างเก บน าห วทรา ต.เข อนผาก อ.พร าว จ.เช งใหม 1. วามเป นมา เร อข ากล

More information

ข อบ ญญ ต องค การบร หารส วนต าบลหนองก ง

ข อบ ญญ ต องค การบร หารส วนต าบลหนองก ง ข อบ ญญ ต องค การบร หารส วนต าบลหนองก ง เร อง ก าหนดบร เวณห ามก อสร าง ด ดแปลง หร อเปล ยนการใช อาคารบางชน ด หร อบางประเภท ในพ นท บางส วนในเขตองค การบร หารส วนต าบลหนองก ง อ าเภอเม องกาฬส นธ จ งหว ดกาฬส

More information

แผนพ ฒนาบ คลากร ศ นย การศ กษาว ทยาล ยทองส ข พ ษณ โลก ป งบประมาณ 2555

แผนพ ฒนาบ คลากร ศ นย การศ กษาว ทยาล ยทองส ข พ ษณ โลก ป งบประมาณ 2555 แผนพ ฒนาบ คลากร ศ นย ว ทยาล ยทองส ข พ ษณ โลก ป งบ 2555 กลย ทธ โครงการ/ก จกรรม และการงบ 2555 เป าประสงค ต วช ว ด กลย ทธ โครงการ/ก จกรรม 1.พ ฒนาสมรรถนะ และท กษะของ บ คลากรตาแหน ง ท สามารถ ตอบสนอง ย ทธศาสตร

More information

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต 1. ช อแผนงาน แผนงานระบบอาจารย ท ปร กษา 2. ว ตถ ประสงค 1) ส งเสร มให อาจารย ท ปร กษาสามารถปฏ บ ต หน าท

More information

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553)

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการ ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม 2552 30 ก นยายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการ ต วช ว ด เป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช จ ดประช มเพ อทบทวนแผนการจ ดการ

More information

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กฎหมายพล งงาน กฎหมาย พล งงาน พระราชบ ญญ ต การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน พ.ศ. 2535 (แก ไขเพ

More information

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน ค ม อผ ด แลระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน บทท 3 การบร หารจ ดการระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชนระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน - ๑ บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน เจ าหน าท ผ ใช งานระบบสารสนเทศภ

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล มคอ. ๕ รายงานผลการด าเน นการ ของรายว ชา (Course Report) โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล หน าท 1 รายงานผลการด าเน นการของรายว ชา (Course Report) หมายถ ง รายงานผลการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย ผ สอนแต ละรายว ชาเม

More information

แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา 2555...

แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา 2555... แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา 2555... จากการประช มคณะกรรมการกาหนดนโยบายการจ ดงานศ ลปห ตถกรรม คร งท 62 ป การศ กษา 2555 ท สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานแต

More information

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า จ ดท าโดย กล มการเจ าหน าท ส าน กเลขาน การกรม แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2552 กรมพ ฒนาธ รก จการค า ในป

More information

ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 ฉบ บท 2

ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 ฉบ บท 2 ช ดต ดต งท วางโทรศ พท ม อถ อ โนเก ย HH-12 1 4 2 3 ฉบ บท 2 5 7 6 ล ขส ทธ 2006 Nokia สงวนล ขส ทธ Nokia และ Nokia Connecting People เป นเคร องหมายการค าจดทะเบ ยนของ Nokia Corporation บทน า ช ดต ดต งร นน ช

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ ฝ ายบร หารงานท วไป ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 4 1. ว ตถ ประสงค ค ม อกระบวนการร บ ส ง หน งส อราชการอเล

More information

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน สาระการเร ยนร : ประโยชน แท แก มหาชน 1 บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน หล กการ ร ศ กยภาพ ร จ นตนาการ ร ประโยชน สาระการเร ยนร เร ยนร การว เคราะห ศ กยภาพของป จจ ยศ กษา จ นตนาการเห นค ณ สรรค สร างว ธ การ

More information

5-79 5. กระบวนการบ นท กรายการขอจ ายช าระเง น

5-79 5. กระบวนการบ นท กรายการขอจ ายช าระเง น 5-79 5. กระบวนการบ นท กรายการขอจ ายช าระเง น การบ นท กรายการขอจ ายช าระเง นผ าน GFMIS Web Online ให ใช แบบ ขจ05 โดยการอ างอ ง ให เล อกป พ.ศ.ของรายการขอเบ กเง น ตามด วยระบ เลขท เอกสารจ านวน 10 หล ก ค อ

More information

การบ รณาการแผนงานโครงการ ของกระทรวงทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ก บจ งหว ด และกล มจ งหว ด โดย นางสาวจาร ภา อย พ ล ผ อ านวยการส าน กตรวจและประเม นผล

การบ รณาการแผนงานโครงการ ของกระทรวงทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ก บจ งหว ด และกล มจ งหว ด โดย นางสาวจาร ภา อย พ ล ผ อ านวยการส าน กตรวจและประเม นผล การบ รณาการแผนงานโครงการ ของกระทรวงทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม ก บจ งหว ด และกล มจ งหว ด โดย นางสาวจาร ภา อย พ ล ผ อ านวยการส าน กตรวจและประเม นผล Page 1 ช องทางในการของบประมาณ ของหน วยงานส วนภ ม ภาคในส

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย จ ดท าโดย นางสาวพ ไลพรรณ โพธ สม ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศ กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย ค ม อการใช

More information

บร ษ ท ช.ทว ดอลลาเซ ยน จาก ด (มหาชน)

บร ษ ท ช.ทว ดอลลาเซ ยน จาก ด (มหาชน) บร ษ ท ช.ทว ดอลลาเซ ยน จาก ด (มหาชน) C H O T H A V E E D O L L A S I E N P U B L I C C O M P A N Y L I M I T E D แถลงผลประกอบการ งบการเง นงวด 12 เด อน ส นส ด 31 ธ นวาคม 2556 Opportunity Day ว นพ ธท 19

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล

รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล 1. ว ตถ ประสงค รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล 1.1 ช วยงานธ รการตามคาส งผ บ งค บบ ญชา 1.2 บ นท กข อม ลในระบบฐานข อม ล และเว ปไซด 1.2 พ มพ เอกสารราชการและงานอ น ๆ ตามค าส งผ บ งค บบ ญชา 1.4

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557 งานศ นย การจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร 2 แผนท 1 กล มเป าหมาย

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information

แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554 ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม

แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554 ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม ช อโครงการ การพ ฒนาเว บไซต E-Learning รายว ชาการใช โปรแกรมน

More information

การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา

การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา ในป พ.ศ.2546 กรมอ ต น ยมว ทยาสามารถลดระยะเวลาการปฏ บ ต ราชการเก นกว าร อยละ 50 ซ งมากกว ามต คณะร ฐมนตร ท ให ส วนราชการลดข นตอนลง 30-50% และได ร

More information

ด าเน นการโดยบร ษ ทผ ผล ตและต ดต งล ฟท แต การท าส ญญาบร การซ อมบ าร งระบบล ฟท ในอาคาร ส ง ม หลายร ปแบบท งแบบท รวมอะไหล และไม รวมอะไหล เป นต น

ด าเน นการโดยบร ษ ทผ ผล ตและต ดต งล ฟท แต การท าส ญญาบร การซ อมบ าร งระบบล ฟท ในอาคาร ส ง ม หลายร ปแบบท งแบบท รวมอะไหล และไม รวมอะไหล เป นต น บทท 1 บทน า การใช ประโยชน จากอาคารต าง ๆ จ าเป นต องม การจ ดการ การด และบ าร งร กษา ในการ บร หารจ ดการอาคารท ม ล กษณะเป นอาคารส ง ม ระบบงานท ต องด แลบร หารจ ดการค อนข างมาก ได แก งานระบบว ศวกรรม งานร กษาความปลอดภ

More information

ความร บ คลากรด าน งบประมาณ การเง น และพ สด ม.ย.-ต.ค. 53 เก ยวก บการจ ดการความร ของหน วยงาน

ความร บ คลากรด าน งบประมาณ การเง น และพ สด ม.ย.-ต.ค. 53 เก ยวก บการจ ดการความร ของหน วยงาน สร ปผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร รอบ 6 เด อน (ม ถ นายน พฤศจ กายน 2553) ล าด บ ก จกรรมการจ ดการความร ระยะเวลา ต วช ว ด เป าหมาย กล มเป าหมาย ผลการด าเน นงาน 1 การบ งช ความร ประเด นการจ ดการ 1 ประเด

More information

เอกสารช แจงประกอบการจ ดทาแผนบร หารความเส ยง ระด บคณะว ชา/หน วยงาน ป การศ กษา 25..

เอกสารช แจงประกอบการจ ดทาแผนบร หารความเส ยง ระด บคณะว ชา/หน วยงาน ป การศ กษา 25.. เอกสารช แจงประกอบการจ ดทาแผนบร หารความเส ยง ระด บคณะว ชา/หน วยงาน ป การศ กษา 25.. 1 เอกสารช แจงประกอบการจ ดท าแผนบร หารความเส ยงระด บคณะว ชา/หน วยงาน ( คณะว ชา/สถาบ น/หน วยงาน/ สาน ก/สาน กงาน/ศ นย ) ประจาป

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

ร ท นพฤต กรรมและป ก จจ ยเส จจ ย ยง:: บ หร เหล า และอ บ บ หร เหล า ต เ และอ บ หต ในสถานประกอบการ านประกอ 28 มกราคม 2013

ร ท นพฤต กรรมและป ก จจ ยเส จจ ย ยง:: บ หร เหล า และอ บ บ หร เหล า ต เ และอ บ หต ในสถานประกอบการ านประกอ 28 มกราคม 2013 ร ท นพฤต กรรมและป จจ ยเส ยง: บ หร เหล า และอ บ ต เหต ในสถานประกอบการ 28 มกราคม 2013 ความหมายของส ขภาวะ ส ขภาวะ หมายถ ง การท บ คคลม ส ขภาพด ครบ 4 ด าน ได แก ก า ย ห ม า ย ถ ง ก า ร ม ร า ง ก า ย ท ส ม บ

More information

การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ในเขตโครงการชลประทานพ ษณ โลก ว นท 26 ส

การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ในเขตโครงการชลประทานพ ษณ โลก ว นท 26 ส การจ ดก จกรรม KM DAY ส าน กชลประทานท 3 องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ล ด านว ศวกรรม ด านพ จารณาโครงการเบ องต น ว นท 26 ส งหาคม ๒๕๕๗ องค ความร ท 1 การพ ฒนาฐานข อม ลด านว ศวกรรม ด านการพ จารณาโครงการเบ

More information

มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา

มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา 1 มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา รห สว ชา TACC 3214 ช อรายว ชา การบ ญช ข นต น จ านวนหน วยก ต 3(2-2-5) บรรยาย 2 ช วโมง 10 นาท /ส ปดาห ภาคการศ กษาท 2 ปฏ บ ต 2 ช วโมง 10 นาท /ส ปดาห ป การศ กษา 2556

More information

มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ระด บค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน

มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ระด บค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน ๑๓๒ มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน ว ธ การดาเน นการ ว ทยาล ยฯ จ ดให ม ระบบการประก นค ณภาพภายใน เพ อการพ ฒนาค ณภาพการศ กษาและพ ฒนา มาตรฐานการศ

More information