บทค ดย อ ผลการศ กษาพบว า

Save this PDF as:
 WORD  PNG  TXT  JPG

Size: px
Start display at page:

Download "บทค ดย อ ผลการศ กษาพบว า"

Transcription

1 1 บทความ ห วข อ ความเคร ยดในการปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า อาจารย ท ปร กษา รองศาสตราจารย ดร.ปกรณ ปร ยากร ช อน กศ กษา ดาบต ารวจ สหร ฐ ใช บ ญเร อง หล กส ตร ร ฐประศาสนศาสตรมหาบ ณฑ ต ป การศ กษา 2557

2 2 บทค ดย อ การว จ ยคร งน ม ความม งหมายเพ อศ กษาความเคร ยดในการปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ต ารวจตรวจ คนเข าเม อง ท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า โดยจ าแนกตามป จจ ยส วนบ คคลและป จจ ยเก ยวก บ ความเคร ยดในการปฏ บ ต งาน กล มต วอย างท ใช ในการศ กษา ได แก เจ าหน าท ฝ ายตรวจคนเข าเม องขาเข า ด านท าอากาศยานส วรรณภ ม จ งหว ดสม ทรปราการ จ านวน 210 คน และสถ ต ท ใช ในการว เคราะห ข อม ล ได แก การหาค าความถ (frequency) ร อยละ (percentage) ค าเฉล ย (mean) และส วนเบ ยงเบน มาตรฐาน (standard deviation) ผลการศ กษาพบว า 1. ป จจ ยส วนบ คคลของเจ าหน าท ฝ ายตรวจคนเข าเม องขาเข า ด านตรวจคนเข าเม อง ท าอากาศ ยานส วรรณภ ม ส วนใหญ เป นเพศชาย ม อาย ระหว าง ป ม สถานภาพสมรส ม ระด บการศ กษาใน ระด บปร ญญาตร อย ในระด บช นประทวน ม อาย ราชการ ป และม รายได เฉล ยต อเด อนส งกว า 20,000 บาท และม ระยะเวลาในการปฏ บ ต หน าท ตรวจคนเข าเม อง ไม เก น 3 ป 2. ความเคร ยดในการปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข าในภาพรวมอย ในระด บน อยและเม อพ จารณาผลรายด านพบว า ด านความเคร ยดท แสดงออกทางร างกาย ในภาพรวมอย ในระด บน อย เม อพ จารณารายข อ เร ยงล าด บจากค าคะแนนเฉล ยส งส ดลงมา 3 ล าด บ ได แก นอนไม หล บเพราะค ดมากหร อก งวล รองลงมา ค อ อ อนเพล ย และปวดศ รษะ ตามล าด บ ด านความเคร ยดท แสดงออกทางจ ตใจ ซ งในภาพรวมอย ในระด บน อย เม อพ จารณารายข อ เร ยงล าด บจากค าเฉล ยคะแนนเฉล ยส งส ดลงมา 3 ล าด บ ได แก ข ล ม รองลงมาค อ สมาธ ส น และร ส ก หง ดหง ดร าคาญใจ ตามล าด บ ด านความเคร ยดท แสดงออกทางพฤต กรรม ในภาพรวมอย ในระด บน อยท ส ดเม อพ จารณารายข อ เร ยงล าด บจากค าคะแนนเฉล ยส งส ดลงมา 3 ล าด บ ได แก ร บประทานอาหารมาก รองลงมาค อความอดทน เร มต าลง และค ณภาพการท างานลดลง ตามล าด บ

3 3 Abstract The aim of this research was to investigate the police tension during operation at Passenger Arrivals of Immigration Department, Suvarnabhumi Airport. The sampling group in this research was police working at Passenger Arrivals of Immigration Department, Suvarnabhumi Airport, Samutprakan province in the number of 210 officers. Data was collected as personal factors and factors relating to the police tension during operation were analyzed in this study. The statistics for data analysis were frequency, percentage, mean, and standard deviation. The results can be concluded as follows: 1) On the consideration of personal factors of police during operation at Passenger Arrivals of Immigration Department, Suvarnabhumi Airport, most of people were aged in the range of years, single as family status, non-commissioned rank, working experience in the government service around years, working experience at Passenger Arrivals of Immigration Department lower than 3 years, monthly earned around 20,000 Baht. 2) On the overall opinion of the factors relating to the tension of police during operation at Passenger Arrivals of Immigration Department, Suvarnabhumi Airport was at low level. The analyzed results can be classified as follows: 2.1 The overall tension expressing as human body was at low level. The maximum level was found in the insomnia owing to overthinking, being tired, and being headache, respectively. 2.2 The overall tension expressing as mind was at low level. The maximum level was found in the being forgetful, shortage concentration, and moody, respectively. 2.3 The overall tension expression as behavior was at low level. The maximum level was found in the overconsumption, low patient, and low quality of work, respectively.

4 4 ความเป นมาและส าค ญของป ญหา ป จจ บ นป ญหาส ขภาพจ ต เป นป ญหาท ม แนวโน มท จะเพ มความร นแรงมากข น เน องจาก การเพ มข นของประชากรอย างรวดเร ว การ เ ป ล ย น แ ป ล ง ข อ ง ส ภ า พ แ ว ด ล อ ม ส ง ค ม ว ฒนธรรม สภาพเศรษฐก จในป จจ บ น ตลอดจน ความเจร ญก าวหน าทางว ทยาศาสตร และเทคโนโลย สม ยใหม ในย คสม ยแห งโลกาภ ว ตน น จากการ รายงานขององค การอนาม ยโลก พบว า คนก าล ง เผช ญก บความเจ บป วยทางส ขภาพจ ตอย างร นแรง เช น โรคภาวะซ มเศร า (depressive) และม อาการ ผ ดปกต อ น ๆ ท คล ายคล งก บโรคทางประสาท เช น ป ญญาอ อน สมองเส อม หร อท พพลภาพจาก การต ดยา นอกจากน น ย งม ประชากรอ กเป นจ านวน มากท ก าล งม ป ญหาทางส ขภาพจ ตในข นท ไม ร นแรง แต สามารถท าให เส ยสมรรถภาพของท งทางร างกาย และจ ตใจได หากไม ม การบรรเทา ป องก นและ ร กษาอย างถ กต องแต เน น ๆ แก ผ ป วยทางจ ตท ม อาการไม มากน ก ความเคร ยด (stress) เป นความร ส กท เก ดข นได ก บท กคน ไม แบ งแยกเพศ อาย ชนช น อาช พ ระด บการศ กษา ไม ว าจะเป นเร องการ แข งข นเพ อความอย รอด การช งด ช งเด น เอาร ดเอา เปร ยบก น ไม ม น าใจต อก น ท าท กอย างเพ อความ เอาต วรอดของต วเอง ซ งเหล าน ท าให เก ด ความเคร ยดได ความเคร ยดเป นความกดด นท ท าให บ คคลไม ม ความสบายกาย สบายใจ ร างกายขาดความ สมด ล อ นท าให คนม พฤต กรรมเปล ยนแปลงไป สาเหต ของความเคร ยดน นม มากมาย อาจจะมา จากป ญหาครอบคร วป ญหาการเง น ความส มพ นธ ก บบ คคลในครอบคร ว ภาวะเศรษฐก จ ส วน ความเคร ยดในการปฏ บ ต งาน อาจจะม สาเหต หลาย ปร ะ ก า ร เ ช น ก า ร ท า ง า น ท ไ ม ถน ด ค ว า ม ร บผ ดชอบส ง งานท ม ความเส ยงส ง ปร มาณงาน มากเก นไป นโยบายการบร หารงานเข มงวดเก นไป กฎระเบ ยบมากเก นไป สภาพแวดล อมการท างาน ไม ด ขาดส มพ นธภาพท ด ในการท างาน ได ร บ ผลตอบแทนท ไม เหมาะสม ขาดความก าวหน าใน การท างาน ด งน น จ งกล าวได ว า ความเคร ยด หมายถ ง ภาวะท ร างกายและจ ตใจเก ดความเส ยด ลย ภาพและก อให เก ดปฏ ก ร ยาตอบสนองต อส งท เข า มาค กคามท งจากภายในและภายนอกร างกาย รวมถ งความกดด นหร อส งท มาข ดขวางการท างาน การเจร ญเต บโต พ ฒนาการ และความต องการของ มน ษย ท งในด านร างกายและจ ตใจ นอกเหน อจาก น น ย งพบว าความเคร ยดเป นต นเหต ท น าไปส โรคภ ยไข เจ บต าง ๆ มากมายเป นต นว า โรคเส น โลห ตแดงท ไปเล ยงห วใจต บ โรคลมป จจ บ น โรค ความด นโลห ตส งโรคมะเร ง โรคเบาหวาน โรคแผล ในกระเพาะอาหาร โรคล าไส ใหญ อ กเสบ โรคข อ อ กเสบ โรคผ วหน งโรคหอบห ด และอาการแพ ต าง ๆ นอกจากอาการทางกายแล ว ก ย งม อาการทางด าน จ ตใจ เช น โรคซ มเศร าอาการผ ดปกต ทางกายท ม ผล มาจากความเจ บป วยทางจ ตใจ อาการใจคอหดห อย าง ร นแรง บางคร งย งส งผลไปส การไร สมรรถภาพ ทางเพศ การปวดศ รษะอย างร นแรง และเร อร ง การต ดยาเสพต ด โรคจ ต โรคประสาท หร ออาจ ถ งข นฆ าต วตายได

5 5 ความเคร ยดเม อเก ดข นแล วจะส งผล กระทบต อส ขภาพร างกายและส ขภาพจ ต เช น ปวด ศ รษะหง ดหง ด ไม ม สมาธ กระส บกระส าย อาจ ท าให เป นโรคกระเพาะอาหาร ส าไส ห วใจ หร อ แม แต เส นเล อดฝอยในสมองแตก เป นต น ส า ห ร บ ใ น อ ง ค ก า ร ค ว า ม เ ค ร ย ด ท า ใ ห ประส ทธ ภาพการท างานลดน อยลง เพราะการไม สบายท าให ท างานได ลดน อยลง เส ยเวลา เส ยเง น ในการร กษาต ว งานก ได ประส ทธ ภาพน อย เก ด ความเบ อหน าย ท อแท ไม อยากมาท างาน เก ดการ ปฏ บ ต งานผ ดพลาด อยากลางาน ขาดงาน เปล ยน สายงาน หร อลาออกจากงาน นอกจากน น ย งส งผล กระทบต อการปร บต ว ท าให เก ดส มพ นธภาพท ไม ด ต อเพ อนร วมงานและองค การได ด านตรวจคนเข าเม องท าอากาศยาน ส วรรณภ ม จ งหว ดสม ทรปราการ เป นหน วยงาน ของร ฐท ม อ านาจหน าท ในการปราบปรามการ กระท าผ ดของคนต างด าว และย งต องปฏ บ ต หน าท ในฐานะท เป นข าราชการต ารวจเหม อนข าราชการ ต ารวจในหน วยอ น ๆ นอกเหน อไปจากน น ย งม หน าท โดยตรงในการตรวจบ คคลและพาหนะท เด นทางผ านเข า ออกประเทศไทย ณ ท าอากาศ ยา นส ว รร ณ ภ ม จ ง ห ว ด สม ท รป ร าก า ร ซ ง เปร ยบเสม อนประต เม องประต แรกของประเทศ ล กษณะการด าเน นงาน ค อ การจ ดก าล งเจ าหน าท คอยตรวจอ านวยความสะดวกให แก น กท องเท ยว ตลอด 24 ช วโมง การท าหน าท ด งกล าวต อง ด าเน นการด วยความเท ยงตรง แม นย า โดยเฉพาะ อย างย งในช วงป ท ผ านมา ร ฐบาลย งได ส งเสร มให เป นป แห งการท องเท ยว ส งเสร มด านการก ฬา ด านการลงท น และการจ ดการประช มระด บ ภ ม ภาค อาท เช น การประช มความร วมม อด าน การค า การประช มแก ไขป ญหาโรคเอดส และการ ประช มแก ไขป ญหาโรคระบาดต าง ๆ เป นต น ท า ให ม ชาวต างประเทศเด นทางเข า ออกประเทศ ในช วงป ท ผ านมาเป นจ านวนหลายส บล านคนต อป การตรวจบ คคลและยานพาหนะจ งเป นภาระหน าท ท หน กและม ป ญหา อ ปสรรค และข อข ดข องต าง ๆ ในการตรวจบ คคล และพาหนะเด นทางเข า-ออก ประเทศอย หลายประการ ค อ ป ญหาด านก าล ง เจ าหน าท โดยม ข อจ าก ดท งทางด านปร มาณและ ค ณภาพเจ าหน าท ท ด าเน นการอย ม จ านวนไม เพ ยงพอก บปร มาณผ โดยสาร โดยเฉพาะในช วง ระยะเวลาท ม ผ โดยสารหนาแน น หน วยงานย งขาด แคลนเคร องม อท ท นสม ยมาใช ในการปฏ บ ต หน าท เพ อเพ มประส ทธ ภาพในการปฏ บ ต ภารก จ เจ าหน าท ย งขาดความร ความช านาญในการใช เคร องคอมพ วเตอร ประกอบการตรวจ ขาดความร ความเข าใจในด านภาษาต างประเทศ หน วยงานม สว สด การ และงบประมาณจ าก ด ไม ม บ านพ ก อาศ ยท อย ใกล ก บสถานท ท างาน และไม ม รถร บ- ส งเจ าหน าท นอกจากป ญหาต าง ๆ เหล าน แล ว ป ญหา ส าค ญอ กประการหน งค อเจ าหน าท ต องใช ความ ระม ดระว งในการปฏ บ ต หน าท เป นพ เศษ ค อ การ ต องส งเกตบ คคลท แอบแฝงเข ามาก บน กท องเท ยว ซ งเป นผ ท อาจก อป ญหาก บประเทศท งทางด าน เศรษฐก จ ส งคม และการเม องท าให เป นป ญหาใน การปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ผ ปฏ บ ต งานอ นอาจ ท าให เจ าหน าท เก ดความเคร ยดในการปฏ บ ต งาน เพราะต องใช ท งความร ความสามารถ และ ประ สบก ารณ อย า งย ง ในก ารป ฏ บ ต หน า ท ส าน กงานต ารวจตรวจคนเข าเม องจ งจ าเป นต อง พ ฒนาการบร หารงานและการปฏ บ ต งานให ม

6 6 สมรรถนะ พร อมท สามารถจะปร บองค กรให ท นต อ การเปล ยนแปลงและม ความพร อมท จะขยายขอบข าย การปฏ บ ต ไปส ความเป นสากลมากย งข นในอนาคต แต ท งน การพ ฒนาองค การโดยม งพ ฒนาด านการ บร หารงานเพ ยงอย างเด ยวน น ไม อาจน าพาองค กร ส ความส าเร จได เพราะคนเป นทร พยากรท ม ค ณค า ส งส ดในองค กร ความส าเร จหร อความล มเหลว ขององค กรย อมข นอย ก บบ คลากรในองค กร การ เอาใจใส ต อทร พยากรบ คคลจ งเป นเร องท ผ บร หาร ขององค กรต องให ความส าค ญ และสามารถเข าถ ง ความต องการของบ คลากรในองค กร ผสมผสาน ความต องการน นให สอดคล องก บเป าหมายของ องค กร ในขณะเด ยวก นก สามารถท าให บ คลากร เก ดความพอใจในการท างาน ม ความกระต อร อร น ม งม นท จะท างานให บรรล เป าหมายขององค การ ต อไป ด งน น เพ อให การปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม องเป นไปอย างม ประส ทธ ภาพ เหมาะสมสอดคล องก บสภาวการณ ในป จจ บ น ผ ศ กษาจ งสนใจศ กษาถ งความเคร ยดในการปฏ บ ต หน าท ของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ด าน ตรวจคนเข าเม องท าอากาศยานส วรรณภ ม ในส วน ฝ ายงานขาเข า หากการท เราสามารถร ว าป จจ ยใด ส งผลให เจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม องเก ด ความเคร ยดท งป จจ ยภายในและภายนอก รวมท ง อยากทราบว าป จจ ยเหล าน นส งผลมากน อยแค ไหน ผลของการศ กษาคร งน ก จะเป นประโยชน ในด านว ชาการ และการน าผลการว จ ยไปวาง แนวทางเพ อแก ไขป ญหาด านความเคร ยดให แก เจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม องต อไป ว ตถ ประสงค ของการว จ ย เพ อศ กษาระด บความเคร ยดในการ ปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ด านตรวจคนเข าเม องท าอากาศยานส วรรณภ ม ขา เข า ขอบเขตของการศ กษาว จ ย 1. ขอบเขตด านเน อหา การศ กษาในคร งน ม งศ กษาว จ ย แนวค ด ทฤษฎ และงานว จ ยท เก ยวข องก บ ความเคร ยดในการปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ต ารวจ ตรวจคนเข าเม องด านตรวจคนเข าเม องท าอากาศ ยานส วรรณภ ม ขาเข า ใน 3 ด าน ค อ 1.1 ความเคร ยดท แสดงออกทาง ร างกาย ภาวะท เคร ยดเก ดข นจะกระต นระบบ ประสาทอ ตโนม ตท าให เก ดอาการหน าม ดจาก ภาวะอ อนเพล ย ปวดศร ษะ นอนไม หล บ เบ อ อาหาร ความด นโลห ตส ง ม อเท าเย น เหง อออก ตามม อตามเท า 1.2 ความเคร ยดท แสดงออกทาง จ ตใจ จ ตใจของบ คคลท เคร ยดจะเต มไปด วยความ หมกม นหง ดหง ด ส บสน ค ดอะไรไม ออก เบ อ หน าย โมโหง าย ซ มเศร าสมองท างานมากข น 1.3 ความเคร ยดท แสดงออกทาง พฤต กรรม การเปล ยนแปลงทางร างกายด งกล าว ข างต น ไม เพ ยงแต จะท าให ระบบการท างานของ ร างกายผ ดเพ ยนไป แต ย งท าให พฤต กรรมการ แสดงออกของบ คคลเปล ยนแปลงด วย 2. ขอบเขตด านพ นท พ นท ในการศ กษา คร งน ม งศ กษาเฉพาะเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข า เม อง ด านตรวจคนเข าเม องท าอากาศยานส วรรณ ภ ม ขาเข า

7 7 3. ขอบเขตด านประชากร การศ กษาในคร งน ประชากรใน การศ กษา ได แก เจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ด านตรวจคนเข าเม องท าอากาศยานส วรรณภ ม ขา เข า จ านวน 449 นาย 4. ขอบเขตด านเวลา ระยะเวลาท ศ กษาต งแต ค ดประเด น ป ญ ห า/ ห วข อ ว จ ย เ ข ย นโ ค รง ร าง ก าร ว จ ย ออกแบบสอบถาม ทดสอบเคร องม อ ว เคราะห และแปรผลข อม ล เข ยนรายงานฉบ บสมบ รณ พร อมน าเสนอ ต งแต เด อนธ นวาคม พ.ศ ถ งเด อนม นาคม พ.ศ รวมระยะเวลา การศ กษาท งส น 4 เด อน ว ธ การศ กษา การว จ ยคร งน เป นการว จ ยเช งส ารวจโดย ม ว ตถ ประสงค เพ อการศ กษาถ งความเคร ยดในการ ปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ด านตรวจคนเข าเม องท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า โดยม ข นตอนในการด าเน นการด งต อไปน 1. ศ กษาค นคว าเอกสารต าราว ชาการ ทฤษฎ และงานว จ ย ท เก ยวข องก บความเคร ยด ในการปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข า เม องด านตรวจคน เข าเม องท าอากาศยานส วรรณ ภ ม ขาเข า เพ อก าหนดกรอบแนวค ดในการว จ ย 2. ส ร า ง เ ค ร อ ง ม อ ใ น ง า น ว จ ย เ ป น แบบสอบถามเพ อเก บรวบรวมข อม ล 3. เก บรวบรวมข อม ลจากกล มต วอย าง จากเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม องด านตรวจ คนเข าเม องท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า จ านวน 210 นาย เพ อตอบแบบสอบถามและรวบรวม ข อม ลท ได มาว เคราะห ทางสถ ต ด วยโปรแกรม ส าเร จร ปเพ อการว จ ยทางส งคมศาสตร ประโยชน ท คาดว าจะได ร บ 1. ได ทราบถ งระด บความเคร ยดในการ ปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ด านตรวจคนเข าเม องท าอากาศยานส วรรณภ ม ขา เข า 2. ได ทราบผลของการเปร ยบเท ยบ ความเคร ยดในการปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ต ารวจ ตรวจคนเข าเม องด านตรวจคนเข าเม องท าอากาศ ยานส วรรณภ ม ขาเข า ตามป จจ ยส วนบ คคลและ ป จจ ย ล กษณะงาน 3. สามารถน าผลการศ กษาไปก าหนด นโยบายและแนวทางเพ อแก ไขป ญหาด าน ความเคร ยดให แก เจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ด านตรวจคนเข าเม องท าอากาศยานส วรรณภ ม ขา เข า น ยามศ พท เฉพาะ ในการศ กษาคร งน ผ ศ กษาต องการให ม ความเข าใจตรงก น ในความหมายของค าและ ข อความ จ งได ก าหนดน ยามศ พท ไว ด งน ความเคร ยด หมายถ ง สภาวะทางจ ตใจและ ร างกายท เปล ยนแปลงไป เป นผลจากการท บ คคล ต องปร บต วต อส งกระต นหร อส งเร าต าง ๆ ใน ส งแวดล อมท กดด นหร อค กคามให เก ดความ ท กข ความไม สบายใจ ท าให เก ดความว ตกก งวล ความค บข องใจ ความเหน อยหน าย ตลอดจนอาการ ต าง ๆ ท เก ดข นก บร างกาย จ ตใจ และพฤต กรรม เช น ปวดศ รษะ ปวดเม อยตามเน อตามต ว หง ดหง ด โกรธง ายใจน อย ท อแท ใจ นอนไม หล บ หล บยาก

8 8 ขาดสมาธ เป นต น ซ งแต ละคนม อาการแสดงออก ต างก น ความเคร ยดในการท างาน หมายถ ง ความร ส กของบ คคลท ม ผลมาจากป จจ ยต าง ๆ ใน การท างาน เช น ส งแวดล อมในท ท างาน ล กษณะ งาน หน าท ความร บผ ดชอบ ส มพ นธภาพในการ ท างาน โอกาสเจร ญเต บโตในงานอาช พ โอกาส ก าวหน าในการท างาน ค าตอบแทนและสว สด การ เป นต น ท ส งผลกระทบต อร างกาย จ ตใจ และ ประส ทธ ภาพในการท างานท งในทางบวก และทาง ลบ ป จจ ยท ม ความส มพ นธ ต อความเคร ยด หมายถ ง ส งท เป นสาเหต ของความเคร ยดไม ว าจะ เก ดจากสภาพร างกายหร อจ ตใจ ในการศ กษาคร ง น ประกอบไปด วย ป จจ ยส วนบ คคล และป จจ ย แวดล อม ซ งได แก การร บร ของบ คคลเก ยวก บ สถานภาพการเง น ส มพ นธภาพก บครอบคร ว ส มพ นธภาพก บผ บ งค บบ ญชาและเพ อนร วมงาน ล กษณะงานท ท า การคาดหว งในอนาคต อาย หมายถ ง อาย ของเจ าหน าท ต ารวจ ตรวจคนเข าเม อง ด านตรวจคนเข าเม องท าอากาศ ยานส วรรณภ ม ขาเข า โดยแบ งเป น 4 กล ม ค อ ระหว าง ป, ระหว าง ป, ระหว าง ป, และระหว าง ป เพศ หมายถ ง เพศของเจ าหน าท ต ารวจ ตรวจคนเข าเม อง ด านตรวจคนเข าเม องท าอากาศ ยานส วรรณภ ม ขาเข า โดยแบ งเป น 2 กล ม ค อ เพศ ชาย และเพศหญ ง สถานภาพการสมรส หมายถ ง สถานภาพ ป จจ บ นของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ด านตรวจคนเข าเม องท าอากาศยานส วรรณภ ม ขา เข า โดยแบ งเป น 3 กล ม ค อ โสด, สมรส, หย า / หม าย ระด บการศ กษา หมายถ ง ว ฒ การศ กษา ช นส งส ดของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ด านตรวจคนเข าเม องท าอากาศยานส วรรณภ ม ขา เข า ขณะท าการศ กษา โดยแบ งเป น 3 กล ม ค อ ต ากว าปร ญญาตร,ปร ญญาตร, ส งกว าปร ญญาตร ช นยศ หมายถ ง ช นยศท ด ารงอย ในป จจ บ น ของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ด านตรวจคน เข าเม องท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า โดย แบ งเป น 2 กล ม ค อ ช นประทวน และช นส ญญา บ ตร อาย ราชการ หมายถ ง ระยะเวลาท ปฏ บ ต ราชการเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ด าน ตรวจคนเข าเม องท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า ต งแต ว นร บราชการจนถ งป จจ บ น โดยแบ งเป น 5 กล ม ค อ กล มอาย ราชการต ากว า 10 ป, ระหว าง ป มากกว า 20 ป เง นเด อน หมายถ ง รายได ต อเด อนเจ าหน าท ต ารวจ ตรวจคนเข าเม อง ด านตรวจคนเข าเม องท าอากาศ ยานส วรรณภ ม ขาเข า โดยแบ งเป น 4 กล ม ค อ 10,000 15,000 บาทต อเด อน, 15,001 ถ ง20,000 บาทต อเด อน, ส งกว า 20,000 บาทต อเด อน แนวค ดทฤษฎ ท เก ยวข อง ในการศ กษาเร อง ความเคร ยดในการ ปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า ได ก าหนดแนวค ด ทฤษฎ และวรรณกรรมท เก ยวข อง ซ งได น ามาใช เป นกรอบในการว จ ยด งต อไปน 1. แนวค ดเก ยวก บความเคร ยด 2. แ น ว ค ด ท เ ก ย ว ก บ ป จ จ ย ท ม ความส มพ นธ ต อความเคร ยดในการปฏ บ ต งาน

9 3. การบร หารงานของส าน กงานตรวจคน เข าเม องท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า 4. วรรณกรรมท เก ยวข อง 5. กรอบแนวค ดท ใช ในการว จ ย 9

10 10 กรอบแนวค ดในการว จ ย ป จจ ยส วนบ คคล 1. อาย 2. เพศ 3. สถานภาพการสมรส 4. ระด บการศ กษา 5. ช นยศ 6. อาย ราชการ 7. ระยะเวลาปฏ บ ต งานท ด านตรวจคนเข า เม องส วรรณภ ม ขาเข า 8. รายได เฉล ยต อเด อน ความเคร ยดในการปฏ บ ต งาน ของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข า เม องท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า ป จจ ยด านความเคร ยด 1. ความเคร ยดท แสดงออกทางร างกาย 2. ความเคร ยดท แสดงออกทางจ ตใจ 3. ความเคร ยดท แสดงออกทางพฤต กรรม ภาพประกอบท 1 กรอบแนวค ดในการศ กษา

11 11 ว ธ การด าเน นการว จ ย การศ กษาเร อง ความเคร ยดในการ ปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า ผ ศ กษาได ก าหนดว ธ การและอ ปกรณ ท ใช ในการศ กษา ซ ง ประกอบด วย ประชากรและกล มต วอย าง เคร องม อ ท ใช ในการศ กษา การสร างและทดสอบเคร องม อ การเก บรวบรวมข อม ล และการว เคราะห ข อม ล ด งน 1. ว ธ ว จ ย 2. ประชากรและกล มต วอย าง 3. เคร องม อท ใช ในการว จ ย 4. ว ธ เก บรวบรวมข อม ล 5. การว เคราะห ข อม ล 6. ต วแปรท ใช ในการว จ ย 7. สถ ต ท ใช ในการว จ ย ว ธ ว จ ย การศ กษาคร งน เป นการว จ ยเช งส ารวจ (Survey research) ผ ศ กษาได ก าหนดให เจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม องด านตรวจคนเข าเม องท า อากาศยานส วรรณภ ม ขาเข าเป นประชากรศ กษา โดยใช แบ บสอบถาม เป นเคร อ งม อท ใช ใ น การศ กษาคร งน และศ กษาจากเอกสารหล กฐาน ต างๆน ามาว เคราะห โดยอาศ ยหล กทางสถ ต เพ อให ได ข อสร ปถ งผลของการศ กษา ซ งผ ว จ ยม ว ธ การด าเน นการว จ ย 2 ว ธ ด งน 1. การศ กษาค นคว าจากเอกสาร โดย ท าการศ กษาจากทฤษฎ แนวค ด ตลอดจนข อม ล เอกสารทางว ชาการ บทความ ว ทยาน พนธ รายงานการว จ ย และส งพ มพ ต างๆ ท เก ยวข องเพ อ ต องการทราบรายละเอ ยดเก ยวก บห วข อท ต องการ ศ กษา อ นสามารถน ามาใช เป นประโยชน ต อ การศ กษาคร งน 2. การศ กษาค นคว าภาคสนาม เป นการ รวบรวมข อม ลโดยใช แบบสอบถามท สร างข น เป นเคร องม อในการเก บข อม ลจากกล มต วอย างท ใช ในการศ กษา ประชากรและกล มต วอย าง ประชากร ปร ะ ช า ก ร ท ใ ช ใ น ก า ร ศ ก ษ า ไ ด แ ก เจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม องด านตรวจคนเข า เม อง ท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า จ านวน 449 นาย กล มต วอย างท ใช ในการศ กษา ได แก ได แก เจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม องด านตรวจ คนเข าเม อง ท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า โดย ก าหนดกล มต วอย างตามกล มต วอย างของเครซ และมอร แกน (Krejcie and Morgan 1970 อ างถ ง ใน พวงร ตน ทว ร ตน : 2540) จ านวน 210 คน เคร องม อท ใช ในการว จ ย เ ค ร อ ง ม อ ท ใ ช ใ น ก า ร ว จ ย ไ ด แ ก แบบสอบถาม (questionnaire) ซ งม รายละเอ ยด ด งน แบบสอบถามท ใช แบ งออกเป น 3 ส วน โดยม รายละเอ ยด ด งน ส วนท 1แบบสอบถามเก ยวก บข อม ล พ นฐานของผ ตอบแบบสอบถาม ได แก อาย เพศ สถานภาพการสมรส ระด บการศ กษา ช นยศ อาย ราชการ และรายได เฉล ยต อเด อน รวมค าถาม 7 ข อ

12 12 ส วนท 2 สอบถามเก ยวก บป จจ ย ด านความเคร ยด ประกอบด วย 3 ด านค อ ด าน ความเคร ยดท แสดงออกทางร างกาย ด าน ค ว า ม เ ค ร ย ด ท แ ส ด ง อ อ ก ท า ง จ ต ใ จ ด า น ความเคร ยดท แสดงออกทางพฤต กรรม ว ธ การเก บรวบรวมข อม ล ผ ศ กษาด าเน นการเก บรวบรวมข อม ลโดย การศ กษาจากทฤษฎ เอกสาร ข อม ลและรายงาน ว จ ยท เก ยวข องเป นกรอบแนวความค ดในการศ กษา โดยน าแบบสอบถามท สมบ รณ ไปสอบถามเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม องด านตรวจคนเข าเม องท า อากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า จ านวน 210 นาย การว เคราะห ข อม ล การว เคราะห ข อม ลเช งปร มาณท งหมด ได ร บการบ นท กไว โดยโปรแกรมส าเร จร ปเพ อ การว จ ยทางส งคมศาสตร ซ งม ว ธ การทางสถ ต ท น ามาใช ในการประมวลผลและว เคราะห ข อม ล ด งน ว เคราะห ข อม ลโดยใช สถ ต เช งพรรณนา (Descriptive Statistics) ได แก จ านวนร อยละ (Percentage) ค าเฉล ย (Mean) และส วนเบ ยงเบน มาตรฐาน (Standard Deviation) ของข อม ลเช ง ค ณภาพในล กษณะต างๆ เพ อสร ปล กษณะท วไป ของต วอย างท ศ กษา ต วแปรท ใช ในการว จ ย 1. ต วแปรอ สระ ป จจ ยส วนบ คคล ประกอบด วย อาย เพศ สถานภาพการสมรส ระด บการศ กษา ช นยศ อาย ราชการ ระยะเวลาปฏ บ ต งานท ด านตรวจคนเข า เม องส วรรณภ ม และรายได เฉล ยต อเด อน 2. ต วแปรตาม ค อ ความเคร ยดในการ ปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า ใน 3 ด าน ได แก ด า น ค ว า ม เ ค ร ย ด ท แ สด ง อ อ ก ท า ง ร า ง ก า ย ด านความเคร ยดท แสดงออกทางจ ตใจ ด าน ความเคร ยดท แสดงออกทางพฤต กรรม สถ ต ท ใช ในการว จ ย สถ ต ท ใช ในการว เคราะห ข อม ลในการ ว จ ยคร งน ใช สถ ต เช งพรรณนา ( Descriptive Statistics) ห า ค า สถ ต พ น ฐ า น ไ ด แ ก ค ว า ม ถ (Frequency) ร อยละ (Peecentage) เพ ออธ บาย ข อม ลพ นฐานล กษณะท วไปของกล มต วอย างและ หาค าเฉล ย (Mean) และส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) อภ ปรายผล จากการว จ ย เร องความเคร ยดในการ ปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม องท า อากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า สามารถอภ ปรายผลได ด งน คว า มเ ค ร ยด ใ น การปฏ บ ต ง าน ข อ ง เจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ท าอากาศยาน ส วรรณภ ม ขาเข า ในภาพรวมอย ในระด บน อย ซ งอาจเก ดจากการท เจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข า เม องได ร บร ถ งความกดด นจากสภาพแวดล อม ภายนอก ท อาจเก ดจากการปฏ บ ต งานหร อเก ดจาก สาเหต ส วนต วแต คาดว าไม หน กจนเก นไปหร อ สามารถท จะแก ไขได อ นจะม ผลท าให ร างกาย เก ดปฏ ก ร ยาตอบสนองต อความเคร ยดด งกล าวท แตกต างก นไป ซ งอาจเป นภาวะของจ ตใจท ม ความเคร ยดอย เล กน อย พบได ในช ว ตประจ าว น

13 13 แต อาจจะไม ม การเปล ยนแปลงทางร างกายท เด นช ด ไม เก ดผลเส ยในการด าเน นช ว ตมาก เก นไป แต ร างกายอาจม การตอบสนองและแสดง ปฏ ก ร ยาออกมาไม มาก ซ งสอดคล องก บงานว จ ย ของณรงค กร ศาสนา และเกษมชาต นเรศเสน ย (2553) ได ศ กษาเร อง ป จจ ยท ม ผลต อความเคร ยด ในการท างานของพน กงานส วนต าบลในจ งหว ด ปราจ นบ ร โดยใช กล มต วอย างในการว จ ยได แก พน กงานส วนต าบลท ส งก ดองค การบร หารส วน ต าบลในจ งหว ดปราจ นบ ร จ านวน 220 คน ใน ภาพรวมและท กด านอย ในระด บต า (ค าเฉล ย เท าก บ 2.37) ได แก ป จจ ยด านการปฏ บ ต งาน และป จจ ยด านส งแวดล อม จากผลการว เคราะห ความแตกต างก นของป จจ ยด านการปฏ บ ต งาน และ ด านส งแวดล อมก บความเคร ยดในการ ปฏ บ ต งาน โดยใช สถ ต F test พบว าพน กงาน ส วนต าบลในจ งหว ดปราจ นบ ร ม ป จจ ยด านการ ปฏ บ ต งาน ได แก ล กษณะงานท ปฏ บ ต การบร หาร จ ดการ บรรยากาศในการท างาน และความส าเร จ และความก าวหน าในอาช พท แตกต างก น ม ผลต อ ความเคร ยดในการท างานท แตกต างก น และ ป จจ ยด านส งแวดล อม ได แก ด านเศรษฐก จ การเม อง ส งคม และการด าเน นช ว ตท แตกต างก น ม ผลต อความเคร ยดในการท างานท แตกต างก น การว จ ยคร งน สามารถอภ ปรายผลเป นราย ด านได ด งน ด านความเคร ยดท แสดงออกทางร างกาย จากผลการว จ ยพบว าความเคร ยดท แสดงออกทาง ร างกายม ผลต อการปฏ บ ต งาน ในภาพรวมอย ใน ระด บน อย ซ งสอดคล องก บงานว จ ยของเด น พงษ วรรณพงษ (2545) ได ศ กษา เร อง ความเคร ยดของต ารวจสายตรวจ : ศ กษาเฉพาะ กรณ ต ารวจสายตรวจส งก ดสถาน ต ารวจภ ธร อ าเภอเม องนครราชส มา พบว าระด บความเคร ยด ของต ารวจสายตรวจ ส งก ดสถาน ต ารวจภ ธร อ าเภอเม องนครราชส มา ท แสดงออกทางด าน ร างกาย ในภาพรวมอย ในระด บต า โดยพบว า กล มความเคร ยดท แสดงออกอาการทางกาย (SOM) ม ค าคะแนนเท าก บ 32 รองลงมา ได แก กล มอาการความร ส กบกพร องม ปมด อย (IS) กล ม อาการความว ตกก งวล กล มอาการม งร ายไม เป น ม ตร กล มอาการกล ว (PH) กล มอาการค ดระแวง (PAR) และกล มอาการทางจ ต ตามล าด บ ด านความเคร ยดท แสดงออกทางจ ตใจ จาก ผลการว จ ยพบว าความเคร ยดท แสดงออกทางจ ตใจม ผลต อการปฏ บ ต งาน ในภาพรวมอย ในระด บน อย ซ งสอดคล องก บงานว จ ยของส ภวรรณ กรเพ ชร ( 25 50) ได ศ กษา เร อง ป จ จ ยท ส งผ ลต อ ความเคร ยดของพน กงานล กค าส มพ นธ กรณ ศ กษา บร ษ ทด านโทรคมนาคมแห งหน ง พบว าระด บ ความเคร ยดของพน กงานล กค าส มพ นธ ในด าน ความร ส กและความค ด อย ในเกณฑ ต า โดยสภาพ ป จจ ยแวดล อมของพน กงานล กค าส มพ นธ ม ความ ค ดเห นเก ยวก บระด บความเคร ยดในการปฏ บ ต งาน สภาพแวดล อมในการท างาน อย ในระด บปานกลาง ส วนด านปร มาณงาน อย ในเกณฑ ระด บต าและควร ต องปร บปร ง นอกจากน นได แก ด านความส มพ นธ ก บเพ อนร วมงาน ด านความคล มเคร อจากบทบาท ด านสว สด การและค าตอบแทน ด านความส มพ นธ ก บหน วยงานท เก ยวข อง ด านภาระการเด นทางมา ปฏ บ ต งาน ด านความส มพ นธ ก บผ บ งค บบ ญชา ด าน ความส มพ นธ ก บล กค า ด านความต องการจากงาน ล วนม ผลต อความค ดเห นและความร ส กเก ยวก บ ความเคร ยดในการปฏ บ ต งาน

14 14 ด า น ค ว า ม เ ค ร ย ด ท แ ส ด ง อ อ ก ท า ง พฤต กรรมจากผลการว จ ยพบว าความเคร ยดท แสดงออกทางพฤต กรรมม ผลต อการปฏ บ ต งาน ในภาพรวมอย ในระด บน อยท ส ด ซ งสอดคล อง ก บงานว จ ยของส ภวรรณ กรเพ ชร (2550) ได ศ กษา เร อง ป จจ ยท ส งผลต อความเคร ยดของ พน กงานล กค าส มพ นธ กรณ ศ กษาบร ษ ทด าน โทรคมนาคมแห งหน ง พบว าระด บความเคร ยด ของพน กงานล กค าส มพ นธ ท แสดงออกทางด าน ร างกาย ในภาพรวมอย ในระด บต า โดยพบว า ป จจ ยท ส งผลต อความเคร ยดทางพฤต กรรมในการ ปฏ บ ต งานได แก ด านปร มาณงาน ด านความ ต องการจากงาน ด านความส มพ นธ ก บเพ อน ร วมงาน ด านโครงสร างองค การท เป นทางการ ด า น ค ว า ม ค ล ม เ ค ร อ จ า ก บ ท บ า ท ด า น สภาพแวดล อมในการปฏ บ ต งาน และด านภาระ การเด นทางมาปฏ บ ต งาน สร ปผล การว จ ยเร อง ความเคร ยดในการปฏ บ ต งาน ของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม องท าอากาศยาน ส วรรณภ ม ขาเข า สามารถสร ปผลการว จ ยได ด งน 1. เจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม องด าน ตรวจคนเข าเม อง ท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า ส วนใหญ เป นเพศชาย อย ในระด บช นยศประทวน อาย ระหว าง ป สถานะภาพสมรส ม ระยะเวลาร บราชการไม เก น 3 ป ม อาย ราชการ ระหว าง ป ระด บการศ กษาปร ญญาตร และม รายได เฉล ย ต อเด อนส งกว า 20,000 บาท 2. ความเคร ยดในการปฏ บ ต งานของ เจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม องกรณ ศ กษาด าน ตรวจคนเข าเม องท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข า ประกอบด วย ป จจ ยท ม ผลต อความเคร ยดในการ ปฏ บ ต หน าท 3 ด าน ได แก ด านความเคร ยดท แสดงออกทางร างกาย ด านความเคร ยด ท แสดงออกทางจ ตใจ และด านความเคร ยดท แสดงออกทางพฤต กรรม พบว า ในภาพรวมอย ในระด บน อย เม อแยกรายด านสร ปได ด งน 2.1 ด านความเคร ยดท แสดงออกทาง ร างกาย ในภาพรวมอย ท ระด บน อย (ค าเฉล ย คะแนน 2.18) ซ งอาจเก ดจากการท เจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม องได ร บร ถ งความกดด นจาก สภา พแ วด ล อม ภา ยน อกท อา จเ ก ดจ าก การ ปฏ บ ต งานหร อเก ดจากสาเหต ส วนต วแต คาดว าไม หน กจนเก นไปหร อสามารถท จะแก ไขได อ นจะม ผลท าให ร างกายเก ดปฏ ก ร ยาตอบสนองต อ ความเคร ยดด งกล าวท แตกต างก นไป ซ งอาจเป น ภาวะของจ ตใจท ม ความเคร ยดอย เล กน อย พบได ในช ว ตประจ าว นแต อาจจะไม ม การเปล ยนแปลง ทางร างกายท เด นช ด ไม เก ดผลเส ยในการด าเน น ช ว ตมากเก นไป แต ร างกายอาจม การตอบสนอง และแสดงปฏ ก ร ยาออกมาไม มาก โดยค าเฉล ย คะแนนต าส ด ค อ ม อาการก ดฟ น โดยเป น พฤต กรรมท แสดงออกทางกายโดยท ตนเองม กไม ร ส กได ว าเก ดจากความเคร ยด อาจเก ดข นในเวลา หล บ หร อในเวลาท ม อารมณ เคร ยด ท าให ม ความร ส กกดด นอย ภายในจ ตใจและแสดงออกมา โดยการก ดฟ นซ งเป นปฏ ก ร ยาตอบสนองต อส ง เร ารอบต วท าให เก ดอาการด งกล าว ในขณะท ค าเฉล ยคะแนนส งส ด ค อ นอนไม หล บเพราะค ด มากหร อก งวล อาจเก ดจากความว ตกก งวลท เก ด จากสภาพจ ตใจท ถ กกดด น จนเก ดอาการ

15 15 อ อนเพล ย ไม สดช นแจ มใส หน าหมองคล า และ อาจท าให ร างกายอ อนแอจนเจ บป วยได ในท ส ด 2.2 ด านความเคร ยดท แสดงออกทาง จ ตใจ ในภาพรวมอย ท ระด บน อย (ค าเฉล ยคะแนน 2.03) ซ งอาจเก ดจากสภาพจ ตใจท ถ กกระทบจาก ส งแวดล อมภายนอกและภายในร างกาย ท าให เก ด สภาวะทางด านจ ตใจ แต ม ผลกระทบในระด บ น อย ซ งอาจเก ดจากป ญหาท สามารถแก ไขได ท า ใจให ร บได และสามารถควบค มจ ตใจของตนเอง ได รวมไปจนถ งสามารถหาทางออกให แก ตนเอง ในด านจ ตใจได โดยอาจม การเข าว ดเพ อฟ งธรรม หร อมองโลกในแง ด และหาทางออกโดยการไป เท ยวพ กผ อนหย อนใจ ปร กษาป ญหาก บคนใน ครอบคร ว เพ อน หร อบ คคลท ใกล ช ด ปร บเปล ยน ท ศนคต ของตนเองให ด ข น เข าใจความเป นไปโดย ธรรมชาต ของมน ษย และอาจน าจร ยธรรมมาใช ในการปฏ บ ต หน าท ค ดบวก โดยค าต าส ด ค อ ร ส กว าตนเองไม ม ค ณค า อาจค ดว าตนเองไม ม ค า ไม ได การยอมร บจากคนรอบข าง ท าให หดห ใจ ซ มเศร า หมดหว งในช ว ต ซ งเก ดจากสภาวะด าน จ ตใจมองโลกในแง ลบ หร อถ กกดด นจากส ง รอบต วจนท าให ม อาการเคร ยด ค ดมาก ในขณะท ค าส งส ด ค อ ข ล ม เก ดจากไม ม สมาธ จดจ ออย ก บงานท ท า หร อว ตกก งวลเร องอ นจนท าให ล มส ง ท ตนเองต องท าอย ในขณะน น 2.3 ด านความเคร ยดท แสดงออกทาง พฤต กรรม ในภาพรวมอย ท ระด บน อยท ส ด (ค าเฉล ย คะแนน 1.60) ซ งเม อเก ดป ญหาแล ว สามารถย บย งช งใจได สามารถควบค มสต อารมณ ได ท าให ไม ม การแสดงความเคร ยดออกทาง พฤต กรรมมากน ก โดยค าต าส ด ค อ ท าร ายผ อ น ซ งการแสดงความเคร ยดออกทางพฤต กรรมเช นน อาจจะม น อยมากหร อไม ม เลย เน องจากเป นการ แสดงออกท ร นแรง ก าวร าว และเป นอ นตราย อย างย ง ซ งกล มต วอย างม อาย โดยเฉล ยแล วอย ใน ว ยท างาน ท าให ม ความย บย งช งใจได สามารถ ต ดส นใจหร อแก ไขป ญหาให แก ตนเองได หาก ทางออกให แก ตนเองได และเห นข อด ข อเส ยของ การท าร ายผ อ น โดยอาจน ามาพ จารณาหร อ ไตร ตรองให ถ ถ วนถ งข อด หร อข อเส ยของการ แสดงออกทางพฤต กรรมมท ร นแรง ก าวร าว ในขณะท ค าส งส ด ค อ ร บประทานอาหารมาก ซ งอาจเป นการแสดงความเคร ยดทางพฤต กรรมท แปลกออกไป และอาจเป นว ธ คลายเคร ยดอย าง หน งให แก ตนเอง ซ งอาจเก ดแก บางคนเท าน น และเป นการแสดงพฤต กรรมในแง บวก ซ งด แก ส ขภาพของตนเอง ข อเสนอแนะ จากการศ กษาว จ ย ความเคร ยดในการ ปฏ บ ต งานของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ท าอาก าศยา นส วร รณภ ม ขาเข า ผ ว จ ย ม ข อเสนอแนะ ด งต อไปน 1. ควรบ าร งขว ญและก าล งใจของ เจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม องขาเข า ให อย ใน เกณฑ ด ม ก าล งใจในการปฏ บ ต หน าท ท ด อาจม การเพ มเง นค าล วงเวลาและเง นค าปร บให เพ มมาก ข น เพ อบ าร งขว ญและก าล งใจในการปฏ บ ต หน าท ให เก ดประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลแก หน วยงาน ให มากย งข น 2. ควรม การอบรมพ ฒนาองค ความร เก ยวก บภาวะความเคร ยดให แก เจ าหน าท ต ารวจ ตรวจคนเข าเม องขาเข า เพ อให สามารถเร ยนร และ

16 16 ร เท าท นต อความเคร ยดท แสดงออกมาท งทาง ร างกาย จ ตใจ และพฤต กรรม 3. ควรจ ดเวลาการท างานให พอเหมาะ จ านวนช วโมงในการปฏ บ ต หน าท ในแต ละว น เวลา ท างานของเจ าหน าท ตรวจคนเข าเม อง นานเก นกว า 8 ชม.จะท าให เก ดความเคร ยดในการท างานด าน ร างกายและจ ตใจ ได ทราบถ งข อม ลความเคร ยดท เปล ยนแปลงไปใน อนาคต 4. ควรน าผลการศ กษาท ได จากการท าว จ ย เสนอต อหน วยงานของตนเพ อให ได แนวทางในการ แก ไขความเคร ยดของเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข า เม องและน าไปใช พ ฒนาให หน วยงานของตนม ศ กยภาพเพ มมากข น ข อเสนอแนะในการท าว จ ยคร งต อไป 1. จากการศ กษาว จ ยคร งน แม เจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม องขาเข า จะม ระด บ ความเคร ยดในภาพรวมอย ในระด บน อยก ตาม แต ในอนาคตหากเจ าหน าท ต ารวจตรวจคนเข าเม อง ขาเข า ย งม ระด บความเคร ยดท สะสมเป นเวลานาน ๆ แล ว ผลท ตามมาก ค อความเคร ยดเร อร ง อาจเก ด ความท อถอยในการปฏ บ ต หน าท และท าให งาน ขาดประส ทธ ภาพได ด งน น ผ ท ม อ านาจท เก ยวข องก บการท างาน ควรน าผลการว จ ยน ไปใช ในการวางนโยบายหร อแนวปฏ บ ต อ นน าไปส การ ลดความเคร ยดในการท างานต อไป 2. ควรม การศ กษาความเคร ยดในการ ปฏ บ ต งาน ในด านอ น ๆ เพ อน ามาเปร ยบเท ยบ และเป นแนวทางในการบรรเทาเหต ท ท าให เก ด ความเคร ยดของเจ าหน าท ตรวจคนเข าเม องต อไป ในอนาคต 3. ใ น เ ร อ ง ค ว า ม เ ค ร ย ด อ า จ ม ก า ร เปล ยนแปลงได ในอนาคตข นอย ก บป ญหาและป จจ ย ด านต างๆ รวมท งส งแวดล อมท เปล ยนแปลงไปจ ง ควรม การตรวจสอบระด บ ความเค ร ยด ของ เจ าหน าท ตรวจคนเข าเม องท าอากาศยานส วรรณภ ม ขาเข าเป นระยะๆ โดยควรจะม การท าว จ ยจากกล ม ต วอย างเด มท ได ท าการศ กษาไปแล วในคร งน เพ อ

17 บรรณนาน กรม หน งส อภาษาไทย กระทรวงสาธารณส ข, กรมส ขภาพจ ต (2541). ความเคร ยด. กร งเทพฯ : กรมส ขภาพจ ต ส าน กงานพ ฒนา ส ขภาพจ ต กระทรวงสาธารณส ข. กระทรวงสาธารณส ข, กรมส ขภาพจ ต (2542). ค ม อการด าเน นงานในคล น กคลายเคร ยด. (พ มพ คร งท 2) กร งเทพฯ : กรมส ขภาพจ ต. กระทรวงสาธารณส ข. เกษม ต นต ผลาช วะ.(2544). การบร หารความเคร ยดและส ขภาพจ ต.นนทบ ร : ส าน กพ มพ สน กอ าน ล กขณา สร ว ฒน. (2544). จ ตว ทยาในช ว ตประจ าว น. กร งเทพฯ : โอเด ยนสโตร. วราภรณ ตระก ลสฤษด (2546). จ ตว ทยาการปร บต ว. กร งเทพฯ : ศ นย ส งเสร มว ชาการ ส วรรณา อน ส นต (2546). บร หารความเคร ยด. กร งเทพฯ : จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย. ส ว ชา ยาทองไชย.(2552).การว เคราะห ป จจ ยท ท าให เก ดความเคร ยดจากการท างานของพน กงานธนาคาร. อาน นท ตระก ลพลอย.(2543). บ ญญ ต 10 ประการ บร หารตนและบร หารคน. กร งเทพฯ : โปร- เอส เอ ม อ. เอมอร กฤษณร งสรรค. (2542). ท กษะการสร างส มพ นธภาพท ด ก บผ อ น. ธน ชาต ธนานนท. (2552). ท กษะการส อสารความเข าใจ. บทน พนธ กาญจนา ไกรส ภา. (2547). ป จจ ยท ม ความส มพ นธ ก บความเคร ยดในการปฏ บ ต งานของพน กงานธนาคาร ไทยพาณ ชย จ าก ด (มหาชน). ว ทยาน พนธ บร หารธ รก จมหาบ ณฑ ต, สาขาบร หารธ รก จ ส าหร บ ผ บร หาร, ว ทยาล ยพาณ ชยศาสตร, มหาว ทยาล ยบ รพา. กานดา ว ธานธ รก ล, (2549). ป จจ ยท ม อ ทธ ต อความเคร ยดของเจ าหน าท ต ารวจ สถาน ต ารวจภ ธรอ าเภอเม อง จ งหว ดช มพร. สารน พนธ ปร ญญาบร หารธ รก จมหาบ ณฑ ต.สาขาว ชาการจ ดการ. มหาว ทยาล ยศร นค ร นทรว โรฒ. กนกท พย วงศ คะส ม.(2550).การเปร ยบเท ยบขว ญก าล งใจ ความว ตกก งวล และความเคร ยดในการท างาน ของข าราชการส งก ดส าน กงานสถ ต แห งชาต จ าแนกตามบ คล กภาพและส งก ดหน วยงาน.ว ทยน พนธ ปร ญญาการศ กษามหาบ ณฑ ต มหาว ทยาล ยมหาสารคาม. เขมม กา เมฆส อน.(2549).ป จจ ยส วนบ คคลท ม ผลต อการร บร ความเคร ยดในการปฏ บ ต งานของพน กงานฝ าย จ ดการธนบ ตร ธนาคารแห งประเทศไทย(ส าน กงานใหญ ).ว ทยาน พนธ ปร ญญาศ กษาศาสตร มหาบ ณฑ ต. สาขาจ ตว ทยาแนะแนว.มหาว ทยาล ยเกษตรศาสตร. ค ณศ กด ศร ล าไพ.(2549). ความเคร ยดต อการปฏ บ ต งานของผ บร หารสถานศ กษา ส งก ดส าน กงานเขตพ นท การศ กษาสกลนคร เขต 3.ว ทยาน พนธ ปร ญญาคร ศาสตร มหาบ ณฑ ต สาขาการบร หารการศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฎมหาสารคาม. 17

18 จ กรพ นธ เจร ญผล. (2546). ป จจ ยท ม ความส มพ นธ เช งสาเหต ก บความเคร ยดในการปฏ บ ต งานของพน กงาน ส อสารแห งประเทศไทย(ส าน กงานใหญ ). ว ทยาน พนธ ปร ญญาศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ต. สาขา จ ตว ทยาแนะแนว. มหาว ทยาล ยเกษตรศาสตร. ช มพล โพธ วงศานนท.(2550). ป จจ ยท ม ผลต อความเคร ยดในการปฏ บ ต งานของพน กงาน บร ษ ท ดาร บ แอนด โจน จ าก ด. ว ทยาน พนธ ปร ญญาบร หารธ รก จมหาบ ณฑ ต. สาขาการจ ดการท วไป. มหาว ทยาล ยราชภ ฎธนบ ร. ณรงค กร ศาสนา. (2550). ป จจ ยท ม ผลต อความเคร ยดในการท างานของพน กงานส วนต าบลในจ งหว ด ปราจ นบ ร. ว ทยาน พนธ ร ฐประศาสนศาสตรมหาบ ณฑ ต มหาว ทยาล ยราชภ ฎวไลยอลงกรณ ในพระ บรมราช ปถ มภ. ถาวร น ลทว.(2550).สาเหต และแนวทางการลดป ญหาความเคร ยดของพน กงานปฏ บ ต การฝ ายช างในบร ษ ท โทเรซ นเทต คส จ าก ด กร งเทพฯ. ว ทยาน พนธ ปร ญญาศ ลปศาสตร มหาบ ณฑ ต สาขาเทคโนโลย อ ตสาหกรรม มหาว ทยาล ยราชภ ฏพระนคร. น เวศ แสงนวล.(2550).ปฏ ก ร ยาต อความเคร ยดของพน กงานฝ ายปฏ บ ต การ บร ษ ทประก นช ว ต.ว ทยาน พนธ ปร ญญาว ทยาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาจ ตว ทยาการปร กษา มหาว ทยาล ยเช ยงใหม. พธ ดา โขงร มย.(2551). ความเคร ยดในการท างานพน กงานการท าเร อแห งประเทศไทย.ว ทยาน พนธ ปร ญญา ศ ลปศาสตรมหาบ ณฑ ต มหาว ทยาล ยเทคโนโลย พระจ ลจอมเกล าพระนครเหน อ พรพรรณ ศร เทพ. (2549). ความส มพ นธ ระหว างความเคร ยดและผลส าเร จในการปฏ บ ต งานของคร ผ สอนใน โรงเร ยนม ธยมศ กษา ส งก ดส าน กงานเขตพ นท การศ กษาสกลนคร เขต 3. ว ทยาน พนธ ค ร ศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาบร หารการศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏสกลนคร. พรพ ศ พาร ยะชาต (2550). อ ทธ พลของแรงจ งใจใฝ ส มฤทธ และการร บร ความสามารถของตนท ม ต อ ความเคร ยดของเจ าหน าท ต ารวจ กองบ งการต ารวจนครบาล. ว ทยาน พนธ ปร ญญาว ทยาศาสตร มหาบ ณฑ ต. สาขาจ ตว ทยาอ ตสาหกรรม. มหาว ทยาล ยเกษตรศาสตร. พ ชราภรณ อ ปแก ว.(2550) ป จจ ยท ส งผลต อความเคร ยดของอาจารย มหาว ทยาล ยร ตนบ ณฑ ตว ทยาศาสตร และเทคโนโลย.ว ทยาน พนธ ปร ญญาศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ต.สาขาการว ดและประเม นผลการศ กษา. มหาว ทยาล ยรามค าแหง. ภ ทรพร เชาวนปร ชา.(2549) สภาพแวดล อมในการท างาน ค ณภาพช ว ตการท างานและความเคร ยดในการ ท างานของพน กงานโรงงานผล ตป ยเคม บร ษ ท ไทยเซ นทร ลเคม จ าก ด (มหาชน). ว ทยาน พนธ ปร ญญาว ทยาศาสตรมหาบ ณฑ ต. สาขาจ ตว ทยาอ ตสาหกรรม. มหาว ทยาล ยเกษตรศาสตร. 18

19 ย พา สงเคราะห.(2548). ความเคร ยดในการปฏ บ ต งานของบ คลากร ส งก ดส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ร อยเอ ด เขต 1 เขต 2 และเขต 3. ว ทยาน พนธ ปร ญญาการศ กษามหาบ ณฑ ต จ ตว ทยาการศ กษา มหาว ทยาล ยมหาสารคาม. ร นดา อน นตโชต.(2549).ป จจ ยส วนบ คคลและความในบทบาทท ม ผลต อความเคร ยดในงาน : กรณ ศ กษา บร ษ ท ซ แวกซ แอนด อารค (เอเช ย) จ าก ด. ว ทยาน พนธ ปร ญญาศ ลปะศาสตร มหาบ ณฑ ต. สาขาว ชาจ ตว ทยาอ ตสาหกรรมและองค การ.สถาบ นเทคโนโลย พระจอมเกล าพระนคร เหน อ. ว ไลล กษณ เตม ยเวส.(2547).การศ กษาความส มพ นธ ระหว างสภาพแวดล อมของมหาว ทยาล ย การจ ดการเก บอารมณ และความเคร ยด และความเคร ยดของน กศ กษาพยาบาล ว ทยาล ยพยาบาล กองท พเร อ.ว ทยาน พนธ ปร ญญาว ทยาศาสตรมหาบ ณฑ ต จ ตว ทยาพ ฒนาการ มหาว ทยาล ยรามค าแหง. ส ทธ ศ กด อ มทอง.(2547).ป จจ ยการปฏ บ ต งานท ม ผลต อระด บความเคร ยดของข าราชการกรม ย ทธการทหารอากาศ. ว ทยาน พนธ ปร ญญาบร หารธ รก จมหาบ ณฑ ต.สาขาการจ ดการท วไป. มหาว ทยาล ยราชภ ฎพระนคร. ส ร ย พร กระต ายทอง.(2548).ความเคร ยดของเจ าหน าท ต ารวจ ส งก ดกองบ งค บการอ านวยการ ส าน กงาน ตรวจคนเข าเม อง.ว ทยาน พนธ ปร ญญาศ ลปศาสตร มหาบ ณฑ ต. สาขาร ฐประศาสนศาสตร. มหาว ทยาล ยเกษตรศาสตร. ส ภวรรณ กรเพ ชร. (2550). ป จจ ยท ส งผลต อความเคร ยดของพน กงานล กค าส มพ นธ กรณ ศ กษาบร ษ ทด าน โทรคมนาคมแห งหน ง. ว ทยาน พนธ ปร ญญาว ทยาศาสตร มหาบ ณฑ ต. คณะพ ฒนาการทร พยากร มน ษย. สถาบ นบ ณฑ ตพ ฒน บร หารศาสตร. อ ญชล ทร พย ย ง.(2549).ป จจ ยท ม อ ทธ พลต อความเคร ยดในการปฏ บ ต งานของพน กงานธนาคารกร งไทย จา ก ด (มหาชน). ว ทยาน พนธ บร หารธ รก จมหาบ ณฑ ต สาขาบร หารธ รก จส าหร บผ บร หาร ว ทยาล ย พาณ ชยศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา. หน งส อภาษาอ งกฤษ Crawford,S.L Job stress and occupational health nursing, Association of American Occupational Health Nursing Jourmal. 41,